บทท่ี 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถ่าย
ภาพที่ 8.36 แสดงตัวอยา่ งหน้าต่างของ Request Module
ภาพที่ 8.36 โมดูลชื่อ “Request CBT” ทำหน้าที่จองอปุ กรณ์รถขนถา่ ยช่ือ “New CBT” กรณี
รถขนถ่ายมีมากกว่า 1 คัน วัตถุจะเรียกใชร้ ถขนถ่ายแบบอุปกรณ์รถขนถา่ ยไหนว่าง ให้เรียกใช้
อุปกรณ์นั้นก่อน กรณียังไม่มีรถขนถ่ายว่าง วัตถุในโมดูลนี้จะรอในแถวคอยชื่อ “Request
CBT.Queue” เม่ือรถขนถ่ายวา่ งโดยปราศจากวตั ถบุ นอปุ กรณ์รถขนถา่ ย รถขนถ่ายน้นั จะถูกจอง
เพอ่ื ทำการขนยา้ ยวตั ถุต่อไปด้วยโมดูล Transport
อธิบายขอ้ มลู ท่ีตอ้ งใส่ในหน้าตา่ งของ Request Module
Name: ชอ่ื ที่ใส่ไวใ้ นชอ่ งนจ้ี ะไปปรากฎเปน็ ช่ือบนโมดลู
Transporter Name: ใสช่ อ่ื อุปกรณร์ ถขนถ่ายท่ตี ้องการเรียกใช้ โดยช่ือรถขนถ่ายนี้อาจถูกต้งั ไว้
แล้วในหน่วยขอ้ มูลรถขนถ่าย ณ Transporter Spreadsheet Module
Selection Rule: กฎในการเรียกใช้อุปกรณร์ ถขนถ่าย กรณีอุปกรณ์รถขนถ่ายมีมากกว่า 1 คัน
มใี ห้เลือก 6 กฎ ดังนี้
• Cyclical วัตถุเรียกใช้อุปกรณ์ขนถ่าย โดยหากอุปกรณ์ขนถ่ายตัวใดว่างจะทำการ
เรยี กใช้อุปกรณข์ นถา่ ยตัวดังกลา่ วก่อนเป็นอันดับแรก
• Random วัตถเุ รยี กอุปกรณ์ขนถ่ายจากการสุม่ เรยี กใช้กล่มุ ของอปุ กรณ์ขนถา่ ยทีว่ ่าง
• Preferred Order วัตถุเรยี กใชอ้ ุปกรณ์ขนถ่ายจากลำดับอุปกรณข์ นถ่ายที่เรยี งลำดบั
ไว้ใน Members ของ Set Spreadsheet Module โดยไม่สนใจว่าทรัพยากรไหนว่าง
237
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
ก่อน แต่สนใจ ณ เวลาทรัพยากรที่ถูกจองขณะนั้น ว่ามีทรัพยากรไหนว่างให้เรียก
ทรัพยากรทีว่ า่ งอย่ใู นลำดับแรกกอ่ น
• Specific Member ระบุทรพั ยากรท่ตี ้องการเรยี กใชห้ รือปล่อยออก ตัวอย่างเชน่ เมื่อ
วตั ถุทำกจิ กรรมเสร็จส้ินและวตั ถตุ ้องการปล่อยทรพั ยากรให้ว่างตามค่าดัชนีช้ีตำแหน่ง
ลำดบั ของทรัพยากรที่ระบุไว้ใน Set Index
• Largest Distance วัตถุเรียกใช้อุปกรณ์รถขนถ่ายที่ว่างและอุปกรณ์นั้นอยู่ไกลมาก
ทส่ี ดุ เรยี กใชก้ ่อน
• Smallest Distance วัตถุเรียกใช้อุปกรณร์ ถขนถ่ายที่วา่ งและอุปกรณ์นัน้ อยู่ใกล้มาก
ทส่ี ดุ เรียกใช้กอ่ น
Save Attribute การใส่คุณสมบัติเฉพาะให้กับอุ โดยคุณสมบัติเฉพาะน้ีจะเก็บค่าเลขชี้ (Set
Index) ที่แสดงตำแหนง่ ของอปุ กรณร์ ถขนถา่ ยกรณมี ีรถขนถา่ ยมากกว่า 1 คนั ทำให้วตั ถุสามารถ
อ้างตัวอุปกรณ์รถขนถ่ายที่ถูกเรียกใช้ ช่องนี้จะปรากฎขึ้นเมื่อ Selection Rule ด้วยกฎ
Cyclical, Random, Preferred Order, Largest Distance และ Smallest Distance
Unit Number: ระบคุ ่าเลขชี้ (Set Index) ท่ีแสดงตำแหนง่ ลำดับของรถขนถา่ ยจากกลุม่ อุปกรณ์
รถขนถา่ ย (Transporter Set) ทำใหส้ ามารถอ้างถึงรถขนถา่ ยที่ถูกเรยี กใช้ได้ ช่องนี้จะปรากฎขึ้น
เม่ือกฎการเรยี กใช้อุปกรณร์ ถขนถ่ายเป็น Specific Member
Entity Location: โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อให้อัตโนมัติเป็นชื่อ “Entity.Station” เพื่อ
ระบุตำแหนง่ ปัจจุบันใหว้ ตั ถุ ทำให้โปรแกรมอารนี าทราบระยะทางระหว่างวตั ถกุ ับอุปกรณ์รถขน
ถ่ายทถ่ี ูกเรยี กใช้ ช่องนี้จะปรากฎขนึ้ เม่อื กฎการเรียกใช้อปุ กรณร์ ถขนถ่ายเป็น Largest Distance
หรือ Smallest Distance
Priority: ลำดับความสำคัญของวัตถุที่รอคอยเพื่อเรียกใช้อุปกรณ์รถขนถ่ายหรือทรัพยากร ใน
โมดูลนี้มี 3 ลำดับความสำคัญคือ High (1), Medium (2), และ Low (3) ลำดับความสำคัญของ
วัตถุที่รอคอยเพ่ือเรียกใช้อุปกรณ์ขนถ่าย ในกรณีที่มีวัตถรุ อคอยเพื่อเรียกใช้อุปกรณ์ขนถ่ายตวั
เดียวกันจากโมดูล Request หรือ Leave อื่น โดยโมดูลที่มีความสำคัญ High (1) จะได้รับการ
เรียกใช้อุปกรณ์ขนถ่ายก่อนโมดูลที่มคี วามสำคัญ Medium (2) เป็นต้น ช่องนี้จะไม่ปรากฎเม่ือ
เลอื กการเรยี กใช้สายพาน (Access Conveyor) หรือไม่ระบุอปุ กรณ์ลำเลยี ง (None)
Entity Location: โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อให้อัตโนมัติเป็นชื่อ “Entity.Station” เพ่ือ
ระบตุ ำแหนง่ ปจั จุบันให้วัตถุ ทำให้โปรแกรมอารนี าทราบระยะทางระหวา่ งวัตถุกบั อุปกรณ์รถขน
238
บทที่ 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถ่าย
ถ่ายที่ถกู เรยี กใช้ ชอ่ งน้ีจะปรากฎข้ึนเมอ่ื กฎการเรียกใชอ้ ปุ กรณ์รถขนถา่ ยเปน็ Largest Distance
หรือ Smallest Distance
Velocity: การระบุอัตราความเรว็ ใหม่ใหแ้ กอ่ ปุ กรณ์ขนถา่ ยโดยอัตราใหม่นจี้ ะถูกใช้ตลอดการใช้
งานจนกวา่ จะมีการเปลยี่ นแปลงค่าอตั ราเรว็ อีกครงั้
Units: เลือกหนว่ ยของเวลาทีใ่ ช้ในการโยกยา้ ยรถขนถา่ ยตามค่าทใ่ี สใ่ น Velocity โดยจะมหี นว่ ย
วินาที, นาท,ี ชวั่ โมง, วัน ใหเ้ ลือก
Queue Type: เป็นการกำหนดรูปแบบของแถวคอย โดยค่าเริ่มต้นคือระบุชื่อของแถวคอย
(Queue) รปู แบบของแถวคอยมีให้เลอื ก 5 ประเภท ดังน้ี
1.Queue: ประเภทระบุชื่อของแถวคอย ช่องที่ปรากฎเมื่อเลือกประเภทนี้คือ
Queue Name: ทีต่ ้องใส่ชอ่ื ของแถวคอย โปรแกรมอารีนาจะกำหนดช่ือของ
แถวคอยใหอ้ ตั โนมัติเป็นชอ่ื “ชอ่ื โมดูล.Queue” แต่ผ้สู ร้างสามารถตั้งช่ือใหม่
ได้ผ่านการพิมพ์ชื่อใหม่ทับเข้าไป โดยชื่อนี้จะไปปรากฏในแถวคอย Queue
Spreadsheet Module
2.Set: ประเภทระบชุ อื่ ของกลุ่มแถวคอย ช่องท่ีปรากฎเมอื่ เลอื กประเภทนค้ี อื
Set Name: ใส่ชื่อของกลุ่มแถวคอย โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อของ
แถวคอยให้อัตโนมัติเป็นช่ือ “ชื่อโมดูล Set.Queue” แต่ผู้สร้างสามารถตั้งชื่อใหม่ได้
ผา่ นการพิมพ์ชอื่ ใหม่ทบั เขา้ ไป โดยชื่อในกลุม่ แถวคอยน้จี ะถกู สรา้ งและใสข่ ้อมูลสมาชิก
ในประเภทแถวคอยของ Advance Set Spreadsheet Module
Set Index: ค่าดัชนีชี้เพื่อแสดงตำแหน่งลำดับชื่อของแถวคอยจากกลุ่ม
แถวคอยใน Advanced Set Spreadsheet Module ทำให้สามารถอ้างถึงช่ือแถวคอย
ทตี่ ้องการได้
3.Internal Queue: ประเภทใชแ้ ถวคอยภายในทใี่ ช้ร่วมกันทุกชนิดวตั ถุ กรณีนี้
จะไม่มีการอ้างถึงชื่อของแถวคอยและไม่ปรากฎเส้นแถวคอย (Queue
Animation) บนโมดลู Access
4.Attribute: ประเภทเลือกคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถอ้างถึงชื่อของแถวคอย
กรณเี ลือกประเภทน้ีจะปรากฏชอ่ ง
Attribute Name: ใส่ชื่อของคุณสมบตั ิที่เก็บค่าเลขช้ีที่แสดงตำแหน่งลำดบั
ของแถวคอยตามลำดับชื่อแถวคอยใน Queue Spreadsheet Module หรือ ลำดับ
ของแถวคอยในประเภทของ Advance Set Spreadsheet Module ทำใหส้ ามารถอา้ ง
239
บทที่ 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถา่ ย
ถึงชื่อของแถวคอยได้ โดยคุณสมบัติประจำตัวที่ให้ค่าเลขชี้ต้องติดตัววัตถุมาตั้งแต่
Assign Module เลือกประเภทเปน็ คุณสมบตั ิประจำตัว (Attribute)
การสร้างเลขชี้กรณีลำดับของแถวคอยใน Advance Set Spreadsheet Module ทำ
ได้โดยคลกิ เมาส์ป่มุ ขวาเลอื ก Build Expression จะปรากฎหน้าตา่ ง Expression Builder ทำให้
สามารถสร้างสูตรแสดงค่าเลขชี้ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าโมดูล Assign เลือกประเภทเป็นคุณสมบัติ
ประจำตัว (Attribute) ให้คา่ คุณสมบตั ิคือ Member (Advanced Set 1,1) จะหมายถึงการระบุ
ชื่อแถวคอยท่ีเปน็ สมาชกิ ลำดับทห่ี น่ึงในโมดลู ชือ่ Advanced Set 1 เปน็ ตน้
5.Expression: การใส่สูตรโดยใช้สมการจากสูตรเป็นเกณฑ์ในการปล่อย
ทรัพยากรโดยช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกประเภทของทรัพยากรเป็นแบบระบุ
สูตร (Expression) การสร้างสูตรทำได้โดยการคลิกเมาส์ขวาเลือก Build
Expression จะปรากฎหน้าต่าง Expression Builder ซึ่งสามารถที่จะสร้าง
หรือหาสมการที่ต้องการได้โดยการคลิกจาก Expression Type เลย โดย
สมการจะไปปรากฎท่ีชอ่ ง Current Expression
Transport Module (Material Handling Panel)
ภาพท่ี 8.37 แสดงตวั อย่างหน้าต่างของ Transport Module
ทำหน้าที่ขนย้ายวัตถุที่เข้าสู่โมดูลนี้ ด้วยอุปกรณ์ที่กำหนดไปยังชื่อสถานีปลายทางที่ระบุไว้ใน
โมดลู นี้
ภาพที่ 8.38 แสดงตัวอย่างหน้าต่างของ Transport Module
240
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถ่าย
ภาพท่ี 8.38 โมดูลชือ่ “Transport to Dispatch Area” ทำหน้าทข่ี นย้ายวัตถุท่ีเขา้ สโู่ มดูลนด้ี ว้ ย
อุปกรณร์ ถขนถ่ายช่ือ “Forklift AA” จำนวน 2 คัน ไปยงั สถานปี ลายทางช่อื “Dispatch Area”
ด้วยเวลาในการขนย้ายขึ้นกับความเร็วที่ระบุใน Transporter Spreadsheet Module และ
ระยะทางตามท่ีระบใุ น Network Spreadsheet Module
อธิบายข้อมูลท่ตี ้องใส่ในหนา้ ตา่ งของ Transport Module
Name: ชื่อทใี่ สไ่ ว้ในช่องนจี้ ะไปปรากฎเป็นช่ือบนโมดูล
Transporter Name: ใสช่ ่ืออปุ กรณร์ ถขนถ่ายท่ตี ้องการเรยี กใช้ ซงึ่ ช่อื นีจ้ ะต้องเปน็ ชื่อเดียวกับ
ช่ืออปุ กรณร์ ถขนถา่ ยทีถ่ กู จองเรยี กใชก้ อ่ นหนา้ นีด้ ้วยโมดลู Request
Entity Destination Type: เลือกรูปแบบปลายทางของการขนย้าย มี 4 รูปแบบ ดงั นี้
1. By Sequence: ประเภทระบุสถานีปลายทาง ตามลำดับใน Sequence
Spreadsheet Module โดยผู้สรา้ งต้องกำหนด Sequence ไว้ในหน่วยตารางจัดการข้อมลู ชอ่ื
Sequence Spreadsheet Module ไว้ก่อน จากนั้นกำหนดชื่อข้อมูลแสดงลำดับการเดินทาง
ตามสถานีให้ติดตัววัตถุมาในโมดูล Assign โดยผู้สร้างกำหนดประเภทคุณลักษณะประจำตัว
(Attribute) ให้กับวตั ถชุ ือ่ Entity.Sequence แกว่ ตั ถุและกำหนดค่า New Value เปน็ ช่อื ขอ้ มูล
แสดงลำดบั การเดนิ ทางตามสถานที ส่ี รา้ งไว้แล้วใน Sequence Spreadsheet Module
2. Station: ประเภทระบุชื่อสถานีปลายทาง กรณีเลือกรูปแบบประเภทนี้จะปรากฎ
ช่อง Station Name ใหท้ ำการใส่ช่อื สถานีปลายทางทว่ี ตั ถจุ ะถูกนำส่งไป
3. Attribute: ประเภทเลอื กคุณสมบัตเิ ฉพาะท่ีสามารถอา้ งถึงชื่อของสถานีปลายทาง
กรณเี ลอื กประเภทน้ีจะปรากฎช่อง Attribute Name สำหรับใส่ช่ือของคณุ สมบัติท่ีเก็บค่าเลขชี้
สำหรับแสดงตำแหนง่ ลำดบั ของสถานีจากกลุ่มสถานใี น Set Members ทำให้สามารถอ้างถึงชื่อ
ของสถานีปลายทางได้ ซึ่งชื่อนี้จะถูกอ้างถึงต่อไปเมื่อมีการปล่อยวัตถุตามสถานีที่ระบุในช่อง
Save Attribute ประเภทกลุ่มสถานใี นโมดูล Enter หรือ Station
4. Expression: ประเภทใส่สูตรที่สามารถอ้างถึงชื่อของสถานีปลายทาง กรณีเลือก
ประเภทนี้จะปรากฎช่อง Station Expression สำหรับใส่สูตรที่สามารถอ้างถึงชื่อของสถานี
ปลายทาง การสร้างสูตรทำได้โดยการคลิกเมาส์ปุ่มขวาเลือก Build Expression จะปรากฎ
241
บทท่ี 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
หน้าต่าง Expression Builder ซึ่งสามารถที่จะสร้างหรือหาสมการที่ต้องการได้โดยคลิกจาก
Expression Type เลย โดยสมการจะไปปรากฎทชี่ ่อง Current Expression]
Velocity: การระบุอัตราความเรว็ ของอุปกรณ์รถขนถา่ ยที่เคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกทีห่ น่งึ
สามารถระบุเวลาเป็นค่าคงทีห่ รอื เลือกอย่ใู นรูปแบบการแจกแจงก็ได้
Units: เลือกหนว่ ยของเวลาที่ใชใ้ นการขนยา้ ยวตั ถุตามค่าที่ใสใ่ น Velocity โดยจะมีหนว่ ยวินาที,
นาที, ชั่วโมง, วัน ใหเ้ ลือก
Guided Tran Destination Type: เลือกรูปแบบทิศทางปลายทางของรถขนถ่าย กรณีชนิด
ของเสน้ ทางขนยา้ ยเป็นแบบโครงขา่ ย (Guide) และช่องนี้จะถูกละเลยเม่อื ชนดิ ของเส้นทางเป็น
แบบระยะทาง (Free Path) โดยรปู แบบทิศทางปลายทางจะมี ดังน้ี
• Entity Destination: รูปแบบทศิ ทางปลายทางของรถขนถา่ ยให้เปน็ ที่เดยี วกับที่
ระบใุ น Entity Destination Type ซึ่งตวั เลือกน้ีจะเปน็ คา่ เริม่ ตน้ ของโมดลู นี้
• Station: ประเภทระบุช่ือสถานีปลายทาง กรณีเลือกรปู แบบประเภทน้ีจะปรากฎ
ชอ่ ง Station Name ให้ทำการใสช่ ือ่ สถานีปลายทางท่วี ัตถุจะถกู นำส่งไป
• Attribute: ประเภทเลอื กคุณสมบตั เิ ฉพาะทส่ี ามารถอา้ งถงึ ชอ่ื ของสถานีปลายทาง
กรณีเลือกประเภทนี้จะปรากฎช่อง Station Attribute Name สำหรับใส่ชื่อของ
คุณสมบัติที่เก็บค่าเลขชี้สำหรับแสดงตำแหน่งลำดับของสถานีจากกลุ่มสถานี ใน
Set Members ทำให้สามารถอา้ งถึงช่อื ของสถานปี ลายทางได้ ซึง่ ชอ่ื น้จี ะถูกอ้างถึง
ต่อไปเมื่อมีการปล่อยวัตถุตามสถานีที่ระบุในช่อง Save Attribute ประเภทกลมุ่
สถานีในโมดลู Enter หรอื Station
• Expression: ประเภทใส่สูตรที่สามารถอ้างถงึ ชื่อของสถานีปลายทาง กรณีเลือก
ประเภทนี้จะปรากฎชอ่ ง Station Expression สำหรับใส่สูตรทีส่ ามารถอ้างถึงชอื่
ของสถานีปลายทาง การสร้างสูตรทำได้โดยการคลิกเมาส์ปุ่มขวาเลือก Build
Expression จะปรากฎหนา้ ต่าง Expression Builder ซึง่ สามารถท่ีจะสร้างหรอื หา
สมการท่ีตอ้ งการได้โดยคลกิ จาก Expression Type เลย โดยสมการจะไปปรากฎที่
ชอ่ ง Current Expression]
242
บทที่ 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถา่ ย
• Intersection: ประเภทระบุสถานีโครงข่าย กรณีเลือกการทำงานประเภทนี้จะ
ปรากฎชอ่ ง Intersection Name สำหรบั เลอื กช่อื สถานโี ครงขา่ ย โดยชื่อน้ตี ้องถูก
ตั่งไวแ้ ล้วในสว่ นของ Associated Intersection ท่ีอย่ใู นโมดูล Enter หรอื Station
• Network Link: ประเภทระบุชื่อโครงข่าย กรณีเลือกประเภทนี้จะปรากฎช่อง
สำหรับใสข่ อ้ มลู ดงั นี้
- Network Link Name: เลอื กช่ือโครงขา่ ยแสดงเส้นทาง เมอื่ ชนิดของรถขน
ถา่ ยเป็นแบบเส้นทางรางโครงขา่ ย (Guided Transport) โดยช่อื นี้ต้องถูกตงั้ ไว้แลว้ ใน Network
Link Spreadsheet (โครงข่ายแสดงเสน้ ทาง)
- Zone: เป็นการระบุตำแหน่งช่องรางโครงข่ายแสดงเส้นทางว่าให้อยู่ใน
ตำแหนง่ ใดบนเส้นราง
243
บทที่ 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถ่าย
PickStation Module (Discrete Processing panel)
ภาพท่ี 8.39 PickStation Module
เปน็ หนว่ ยโครงสรา้ งที่อนุญาตใหว้ ัตถุทเ่ี ขา้ ส่โู มดลู น้ี สามารถเจาะจงเลือกสถานใี ดสถานี
หนงึ่ จากสมาชิกสถานที ี่กำหนดในโมดลู น้ี ซง่ึ วัตถจุ ะเลอื กสถานนีตามเงื่อนไขท่ีกำหนดและวัตถุ
จะถูกขนย้ายตามรูปแบบในการขนย้ายที่กำหนด เพื่อทำการขนย้ายวัตถุไปยังจุดหมายสถานี
ปลายทาง
ภาพท่ี 8.40 แสดงตัวอย่างหน้าต่างของ PickStation Module
ภาพท่ี 8.40 โมดลู ชอ่ื “PickStation AA” เมื่อวตั ถเุ ข้าส่โู มดูล ตัวโมดูลจะทำหนา้ ท่ีเลือกสถานใี น
สถานหี นง่ึ จากสมาชิกสถานีใดสถานหี น่งึ ทจี่ ากสถานี “Station 101” และ “Station 202” โดย
มีเงื่อนไขในการเลือกสถานีคือ “จำนวนแถวคอยของโมดูล Process 101 และ Process 202”
ถ้าสถานีใดมีจำนวนแถวคอยตามท่ีระบนุ อ้ ยที่สุด โมดลู PickStation AA จะทำหนา้ ทเ่ี ลอื กสถานี
นั้นเป็นสถานีปลายทาง เพ่อื ลำเลียงวัตถวุ ตั ถุผ่านเสน้ ทางการขนย้าย (Routh) ระบุชว่ งเวลาท่ีใช้
ในการขนย้ายวัตถุจาก PickStation AA ไปยังสถานีที่ถูกเลือกด้วยระยะเวลาในการลำเลียง 8
นาที (Route Time)
244
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถา่ ย
อธิบายขอ้ มลู ท่ตี ้องใส่ในหน้าต่างของ PickStation Module
Name: ช่อื ทใี่ สไ่ วใ้ นช่องน้จี ะไปปรากฎเป็นชื่อบนโมดลู
Test Condition: เลือกเป้าหมายของเงื่อนไขในการทดสอบโดยจะมีให้เลือกประเภท 2
ประเภท ดงั นี้
1. Minimum: ถ้าสถานีใดมีค่าตามเงื่อนไขการเลือกน้อยที่สุด สถานีนั้นจะถูก
เลอื กกอ่ น
2. Maximum: ถ้าสถานีใดมีค่าตามเงื่อนไขการเลือกมากที่สุด สถานีนั้นจะถูก
เลอื กก่อน
Selection Based On: ใหค้ ลิกเครอื่ งหมายถกู หนา้ เงอื่ นไขท่ใี ชใ้ นการเลือกสถานี โดยมี เงือ่ นไข
ท่สี ามารถกำหนดได้ ดงั น้ี
- Number in Queue: จำนวนของวตั ถใุ นแถวคอย
- Number of Resource Busy: จำนวนครง้ั ที่ทรัพยากรทำงาน
- Number En Route to Station: จำนวนวัตถุที่อยู่ในเส้นทางการเดินทาง
ไปยงั สถานีปลายทาง
- Expression: แบบสตู รทผี่ สู้ ร้างกำหนด
โดยผู้สรา้ งแบบจำลองตอ้ งคลกิ เคร่ืองหมายถูกอย่างน้อยหนง่ึ เงอื่ นไข
Stations: กำหนดชื่อสมาชิกสถานีปลายทางที่ต้องการนำส่งวัตถุ โดยการคลิกปุ่ม Add จะ
ปรากฎช่องให้ใสร่ ายละเอียดให้ตัวกำหนดเงือ่ นไข ดังน้ี
- Station Name: ใสช่ อื่ สถานีปลายทาง
- Queue Name: ใส่ชื่อแถวคอยที่สอดคล้องกับชื่อแถวคอยที่อยู่ในสถานี
ปลายทาง ชอ่ งน้ีจะปรากฎเมอ่ื เลือกเง่ือนไขทีต่ อ้ งการทดสอบ เป็นจำนวนของ
วัตถใุ นแถวคอย (Number in Queue)
245
บทที่ 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
- Resource Name: ใส่ชื่อของทรพั ยากรท่ีสอดคล้องกับชื่อทรัพยากรที่อยู่ใน
สถานีปลายทาง ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกเงื่อนไขที่ต้องการทดสอบ เป็น
จำนวนคร้ังทีท่ รัพยากรทำงาน (Number of Resources Busy)
- Expression: ประเภทใส่สูตรที่สามารถอ้างถึงชื่อของสถานีปลายทาง กรณี
เลือกประเภทนจ้ี ะปรากฎชอ่ ง Station Expression สำหรบั ใส่สูตรท่ีสามารถ
อ้างถึงชื่อของสถานีปลายทาง การสร้างสูตรทำได้โดยการคลิกเมาส์ปุ่มขวา
เลือก Build Expression จะปรากฎหน้าตา่ ง Expression Builder ซงึ่ สามารถ
ทจ่ี ะสร้างหรือหาสมการที่ตอ้ งการได้โดยคลิกจาก Expression Type เลย โดย
สมการจะไปปรากฎท่ชี อ่ ง Current Expression]
Transfer Type: เลอื กรปู แบบการเชือ่ มตอ่ การขนยา้ ยวตั ถุไปยังจดุ หมายปลายทาง โดยจะมี 4
รปู แบบในการขนยา้ ย ดังนี้
1. Transport: สร้างเส้นทางเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์รถขนถ่าย ช่องนี้จะถูกเลือกเม่ือ
ตอ้ งการใหโ้ มดูลน้ีเปน็ ตัวแทนของ Transport Module
2. Convey: สร้างเส้นทางเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์สายพาน ช่องนี้จะถูกเลือกเมื่อ
ต้องการใหโ้ มดูลน้เี ปน็ ตวั แทนของ Convey Module
3. Route: สร้างเส้นทางเชื่อมต่อด้วยช่วงเวลาการขนย้าย ช่องนี้จะถูกเลือกเมื่อไม่
ต้องการระบุประเภทอุปกรณล์ ำเลียง ช่องที่ปรากฎเมือ่ เลือกประเภทรูปแบบการ
เช่อื มตอ่ แบบ Route
▪ Route Time: ระบุช่วงเวลาที่ใช้ในการขนยา้ ยวัตถจุ ากท่ีหน่งึ ไปยงั
อีกทห่ี น่ึง สามารถระบเุ วลาเปน็ คา่ คงท่ีหรอื เลือก โดยมีส่ ูตรการแจก
แจงให้เลือก ดังนี้ EXPO(Mean), NORM(Mean, StdDev) และ
DISC(CumP1,V1,…) เป็นต้น เพียงแต่ผู้สร้างต้องใสค่ ่าตัวแปรเสรมิ
(Parameter) ที่จำเปน็ เข้าไป
▪ Units: เลือกหน่วยของเวลาที่ใช้ในการขนย้ายวัตถุจากท่ีหนึ่งไปยงั
อีกที่หนึ่ง ตามค่าที่ใส่ใน Move Time โดยจะมีหน่วยวินาที, นาที,
ช่วั โมง, วัน ให้เลอื ก
246
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
4. Connect: สร้างเสน้ เชื่อมต่อระหว่างโมดูล โดยคลกิ ทีป่ มุ่ เส้นเชือ่ มตอ่ (Connect)
ชอ่ งทป่ี รากฎเม่ือเลือกประเภทรปู แบบการเช่ือมต่อแบบ Connect คือ Save
• Attribute: ใส่คุณสมบัติเฉพาะเพิ่มให้กับสถานีทำให้สามารถอ้างถึงชื่อของ
สถานีปลายทางที่ถูกเลือก โปรแกรมอารีนาจำกำหนดชื่อใหอ้ ัตโนมัติเป็นชอื่
“ชื่อโมดูล.Attribute” แต่ผู้สร้างแบบจำลองสามารถตัง้ ชื่อใหม่ใหไ้ ด้ผ่านการ
พิมพ์ช่อื ใหมท่ บั เขา้ ไป
เมอื่ เลือกรูปแบบในการขนยา้ ยวตั ถุแบบ Transport, Convey หรอื Route จะไม่มกี าร
สรา้ งเสน้ ทางเชอื่ ตอ่ ออกจากโมดลู PickStation
ในโมดูล PickStation จะไม่มีการเลือกรูปแบบทิศทางปลายทางของการขนย้าย
(Station Type) เพราะโมดูลนกี้ ำหนดการเลือกช่อื ของสถานไี ว้แลว้ ตามเงื่อนไขท่กี ำหนดในช่อง
ของ Selection Based On
Station Module
(Discrete Processing panel)
ภาพท่ี 8.41 Route Module
เป็นหน่วยโครงสร้างท่ที ำหน้าที่ขนย้ายที่เขา้ สูโ่ มดูลน้ีไปยังสถานปี ลายทางท่กี ำหนดด้วย
เวลาในการขนย้ายวัตถุจากสถานีต้นทางที่กำหนดไปยังสถานีปลายทางที่กำหนดไว้ (Station
Name) โดยจะเปรยี บเสมอื นวตั ถุมกี ารเดนิ ทางและเกดิ ระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายวตั ถุ
247
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
ภาพที่ 8.42 แสดงตวั อยา่ งหน้าตา่ งของ Route Module แบบ Station
ภาพที่ 8.42 โมดูลชื่อ “Route to Racking AA” เป็นหน่วยโครงสร้างท่ีทำหนา้ ท่ีขนย้ายวัตถุท่ี
เข้าสู่โมดูลนี้ไปยังสถานีปลายทางที่กำหนดคือ “Racking A Station (Station Name)” ด้วย
เวลาในการขนย้าย 45 วนิ าทตี อ่ วัตถุ
ภาพที่ 8.43 แสดงตัวอย่างหน้าต่างของ Route Module แบบ Sequence
ภาพท่ี 8.43 โมดลู ชื่อ “Route to Shipping” เป็นหนว่ ยโครงสรา้ งทท่ี ำหน้าทขี่ นย้ายวตั ถทุ ่เี ขา้ สู่
โมดูลน้ไี ปยังสถานปี ลายทางตามขอ้ มลู แสดงลำดับการเดนิ ทางตามสถานีทตี่ ดิ ตัววัตถุมาในโมดูล
Assign โดยเวลาที่ใช้เดินทางไปยังสถานีปลายทางเป็นแบบการแจกแจง TRIA(0.5,0.75,1.5)
นาที โดยก่อนวัตถุเข้าสู่โมดูลนี้ ผู้สร้างจะต้องสร้างโมดูล Assign กำหนดประเภทคุณลักษณะ
ประจำตัว (Attribute) ให้แก่วัตถชุ ่ือ Entity. Sequence และกำหนดค่า (New Value) เป็นช่อื
ข้อมูลแสดงลำดับการเดินทางตามสถานี (By Sequence) ซึ่งข้อมูลนี้ต้องสร้างไว้แล้วใน
Sequence Spreadsheet Module
อธบิ ายขอ้ มูลที่ต้องใส่ในหน้าต่างของ Route Module
Name: ช่ือที่ใส่ไว้ในช่องนจี้ ะไปปรากฎเป็นชือ่ บนโมดูล
Route Time: ระบุช่วงเวลาที่ใช้ในการขนยา้ ยวัตถจุ ากทีห่ นึ่งไปยังอกี ทีห่ นึ่ง สามารถระบุเวลา
เป็นค่าคงที่หรือเลือกอยู่ในรูปแบบการแจกแจงก็ได้ โดยมี่สูตรการแจกแจงให้เลือก ดังน้ี
EXPO(Mean), NORM(Mean, StdDev) และ DISC(CumP1,V1,…) เปน็ ต้น เพียงแตผ่ ้สู รา้ งต้อง
ใสค่ า่ ตวั แปรเสรมิ (Parameter) ทจ่ี ำเปน็ เขา้ ไป
248
บทท่ี 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
Units: เลือกหน่วยของเวลาที่ใช้ในการขนย้ายวัตถุจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ตามค่าที่ใส่ใน
Move Time โดยจะมีหนว่ ยวินาที, นาที, ชั่วโมง, วัน ให้เลอื ก
Destination Type: เลือกรูปแบบทิศทางปลายทางของการขนย้าย โดยจะมี 4
รูปแบบใหผ้ สู้ ร้างสามารถเลือกใช้งานได้ ดงั น้ี
1. Station: ประเภทระบุชื่อสถานีปลายทาง กรณีเลือกรูปแบบประเภทนีจ้ ะปรากฎช่อง
Station Name ให้ทำการใส่ชือ่ สถานปี ลายทางท่ีวัตถจุ ะถกู นำส่งไป
2. By Sequence: ประเภทระบสุ ถานีปลายทางตามลำดบั ใน Sequence Spreadsheet
Module โดยผู้สร้างต้องกำหนด Sequence ไว้ในหน่วยตารางจัดการข้อมูลชื่อ
Sequence Spreadsheet Module ไว้ก่อน จากนั้นกำหนดชื่อข้อมูลแสดงลำดับการ
เดินทางตามสถานีให้ติดตัววัตถุมาในโมดูล Assign โดยผู้สร้างกำหนดประเภท
คุณลักษณะประจำตัว (Attribute) ให้กับวัตถุชื่อ Entity.Sequence แก่วัตถุและ
กำหนดค่า New Value เปน็ ชือ่ ขอ้ มูลแสดงลำดบั การเดนิ ทางตามสถานที สี่ ร้างไว้แลว้ ใน
Sequence Spreadsheet Module
3. Attribute: ประเภทเลือกคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถอ้างถึงชื่อของสถานีปลายทาง
กรณีเลือกประเภทนี้จะปรากฎช่อง Station Attribute Name สำหรับใส่ชื่อของ
คุณสมบัติที่เก็บค่าเลขชี้สำหรับแสดงตำแหน่งลำดับของสถานีจากกลุ่มสถานีใน Set
Members ทำใหส้ ามารถอา้ งถึงชอ่ื ของสถานีปลายทางได้ ซึ่งชอื่ นีจ้ ะถกู อา้ งถึงต่อไปเมอ่ื
มีการปล่อยวัตถุตามสถานีที่ระบุในช่อง Save Attribute ประเภทกลุ่มสถานีในโมดูล
Enter หรอื Station
4. Expression: ประเภทใส่สูตรที่สามารถอ้างถึงชื่อของสถานีปลายทาง กรณีเลือก
ประเภทนี้จะปรากฎช่อง Station Expression สำหรับใส่สูตรที่สามารถอ้างถึงชือ่ ของ
สถานีปลายทาง การสร้างสูตรทำได้โดยการคลิกเมาส์ปุ่มขวาเลือก Build Expression
จะปรากฎหนา้ ตา่ ง Expression Builder ซง่ึ สามารถที่จะสรา้ งหรือหาสมการท่ีต้องการ
ได้โดยคลิกจาก Expression Type เลย โดยสมการจะไปปรากฎที่ช่อง Current
Expression]
249
บทที่ 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถ่าย
Station Module (Discrete Processing panel)
ภาพที่ 8.44 Station Module
เป็นหน่วยโครงสร้างที่ใช้ระบุชื่อสถานีหรือชื่อกลุ่มของสถานี ที่มีความสอดคล้องกับ
ลักษณะตำแหน่งทางกายภาพที่เกิดกระบวนการเมื่อโมดูลนี้ถูกสร้าง ลักษณะตำแหน่งทาง
กายภาพที่เกี่ยวกับที่ตั้งของสถานี สามารถกำหนดได้โดยใช้ Station Animation นอกจากนี้
รายงานผลเกี่ยวกับเวลาในการขนย้าย, เวลาที่วัตถุอยู่ในสถานี, ค่าใช้จ่ายในการขนย้ายและ
คา่ ใช้จา่ ยทวี่ ัตถอุ ยู่ในสถานีสามารถแยกแสดงผลได้ตามชอื่ สถานีโดยการกำหนดชื่อพืน้ ที่กิจกรรม
Parent Activity Area ให้สอดคลอ้ งกับชอื่ สถานี
ภาพท่ี 8.45 แสดงตัวอยา่ งหน้าตา่ งของ Station Module
ภาพที่ 8.45 โมดลู ชือ่ “Receive Area” เป็นหนว่ ยโครงสร้างทท่ี ำหนา้ ทเี่ ปน็ สถานใี นการรับและ
สง่ วตั ถุ โดยจะมจี ุดสถานโี ครงขา่ ยชอื่ “Receive Station A” และตอ้ งการให้รายงานผลลัพธท์ าง
สถิติของสถานนี ี้อยใู่ นพ้ืนทีก่ จิ กรรมชือ่ “Receiving” ในส่วนของประเภทรายงาน Activity Area
อธบิ ายขอ้ มลู ท่ตี อ้ งใส่ในหน้าตา่ งของ Station Module
Name: ชอ่ื ทใี่ ส่ไวใ้ นชอ่ งนจี้ ะไปปรากฎเปน็ ชื่อบนโมดลู
250
บทท่ี 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถา่ ย
Station Type: เลือกประเภทของสถานีแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ Station (แบบระบุชื่อสถานี)
หรือ Set (กล่มุ สถานี)
กรณีเลือกประเภทของสถานีเป็นแบบระบชุ ือ่ สถานี (Station) อธิบายข้อมูลช่องท่ี
ปรากฎ ดังน้ี
Station Name: ตั้งชื่อให้สถานีโดยโปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อให้อัตโนมัติเป็นชื่อ “ช่ือ
โมดลู .Station” แต่ผู้สรา้ งสามารถต้ังชื่อใหม่ให้ไดผ้ า่ นการพมิ พ์ช่อื ใหมท่ ับเข้าไป
Parent Activity Area: ระบุชื่อพื้นที่กิจกรรม กรณีต้องการรายงานผลลัพธ์ทางสถิติแบ่ง
ตามลำดับชั้นของชื่อพื้นที่กิจกรรมในองค์กร ซึ่งสถานีต่างกันก็สามารถตั้งชื่อพื้นที่กิจกรรม
เดียวกนั ได้ โดยชือ่ น้ีอาจถกู ตั้งไว้ก่อนแล้วในหน่วยข้อมูลพ้ืนที่กิจกรรม ณ โมดูล Activity Area
Spreadsheet เพอื่ ใชส้ ำหรบั แบ่งลำดบั ชัน้ ของหนว่ ยงานในองคก์ ร
Associated Intersection: ตั้งชื่อจุดสถานีเชื่อมโครงข่ายเมื่อชนิดของเส้นทางเป็นแบบราง
โครงข่าย (Guided) โดยชื่อนี้จะไปปรากฎให้เลือกโดยอัตโนมัติในส่วนของ Beginning
Intersection Name และ Ending Intersection Name ในโมดลู Network Link Spreadsheet
Report Statistics: ถ้ามีการคลิกเครื่องหมายถูก แสดงถึงการกำหนดใหบ้ ันทึกข้อมูลทางสถิติ
ของสถานีและใหจ้ ัดเกบ็ ลงในฐานข้อมูลรายงานผลของสถานี (Station Report)
กรณีเลือกประเภทของสถานีเป็นแบบระบุกลุ่มสถานี (Set) อธิบายข้อมูลช่องที่
ปรากฎ ดงั น้ี
Set Name: ระบุชอ่ื ของกลุ่มสถานีทีส่ มาชิกประกอบดว้ ย ชื่อสถานีทีส่ ามารถทำงานขนานกันได้
(Parallel Processing) โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อให้อัตโนมัติเป็นชื่อ “ชื่อโมดูล
Set.Station” แต่ผ้สู ร้างสามารถตง้ั ชือ่ ใหม่ให้ได้ผ่านการพมิ พช์ ่ือใหมท่ ับเข้าไปการระบุชอ่ื สมาชกิ
ในกลุ่มสถานีทีว่ ัตถจุ ะถูกปล่อยออกทำได้โดยกดปุ่ม Set Members จากนั้นจะปรากฎหนา้ ต่าง
ยอ่ ยใหร้ ะบชุ ือ่ สถานี
Set Attribute: การใส่คุณสมบัติเฉพาะเพิ่มให้กบั สถานีโดยคุณสมบัติเฉพาะนี้จะเก็บค่าเลขช้ี
(Set Index) ที่แสดงตำแหน่งลำดับของสถานีใน Set Members ทำให้สามารถอ้างถึงชื่อของ
สถานีจากกลมุ่ สถานีได้
Station Set Members: การใส่รายชือ่ สมาชิกทำได้โดยการคลิกปุ่ม Add จะปรากฎหนา้ ต่าง
ย่อยชอ่ื Station Set Members ใหใ้ ส่ช่อื สมาชกิ สถานี โดยผสู้ ร้างต้องระบชุ อ่ื ใหก้ ับสถานีในชอ่ ง
251
บทที่ 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถา่ ย
Station Name ส่วนของ Parent Activity Area และ Associated Intersection มีไว้สำหรับ
กำหนดคุณสมบตั ิเพ่ิมเตมิ ใหก้ ับสถานี ดังท่ไี ดก้ ลา่ วไวแ้ ลว้ ข้างตน้
Report Statistics: ถ้ามีการคลิกเครื่องหมายถูก แสดงถึงการกำหนดให้บันทึกข้อมลู ทางสถิติ
ของสถานแี ละให้จัดเก็บลงในฐานข้อมูลรายงานผลของสถานี (Station Report)
252
บทที่ 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
ตวั อยา่ งท่ี 8.1 กระบวนการเรยี กใชอ้ ปุ กรณ์เคลือ่ นยา้ ยในการลำเลียงสนิ คา้
ณ บริษัทแหง่ หนึ่งจะมีการรับสินคา้ ประเภทขวดเปล่าเพื่อนำกลบั เขา้ มาสู่กระบวนการรี
ไซเคิล (Recycle Process) โดยขวดเปล่าจะเข้ามายังพื้นที่ทำความสะอาดด้วยความห่างแบบ
เอกซ์โพเนนเชยี ลทกุ ๆ 43 นาที ครง้ั ละ 14 ชิ้น โดยมีการดำเนนิ งาน ดงั นี้
- สินค้าที่เข้ามาทุกชิ้นจะต้องผ่านการตรวจสอบสินค้า (Checking Process) ด้วย
พนักงานประจำสถานีตรวจสอบสินค้าท่ีมีจำนวน 1 คน โดยสินค้าแต่ละชิ้นจะเรียกใช้
พนักงานในการตรวจสอบครั้งละ 1 คน และใช้ระยะเวลาในการติดฉลากสินค้าแบบ
สามเหล่ยี ม (Triangular) ที่มรี ะยะเวลานอ้ ยทสี่ ดุ 0.3 นาที/ชน้ิ เวลาสูงทีส่ ดุ 0.6 นาที/
ชิน้ และเวลาเฉลี่ยของการตรวจที่ 0.45 นาที/ชน้ิ โดยพ้ืนทีต่ รวจสอบสินค้าจะมีช่ือพ้ืน
ที่ว่า “A Station” จากนั้นจะถูกส่งไปรอยังพื้นที่สำหรับพักสินค้าเพื่อรอสัญญาณ
หมายเลข 66 สำหรับการปล่อยสินค้าต่อไปยังสถานีสำหรับการตรวจนับสินค้า
(Counting Process) ที่มีพนักงานจำนวน 1 คน ใช้ระยะเวลาในการตรวจนับสินค้า
แบบสามเหลี่ยม (Triangular) ที่มีระยะเวลาน้อยที่สุด 0.3 นาที/ชิ้น เวลาสูงที่สุด 0.9
นาที/ชิ้น และเวลาเฉลี่ยของการตรวจที่ 0.6 นาที/ชิ้น จากนั้นสินค้าขนาดใหญ่จะออก
จากระบบไป
ในปัจจุบันสญั ญาณหมายเลข 66 และ 99 จะทำการปลอ่ ยออกมาจากระบบด้วยความ
หา่ งแบบเอกซโ์ พเนนเชียลทุกๆ 50 นาที ครัง้ ละ 1 หมายเลขและจะปลอ่ ยสัญญาณคร้ังแรกเมื่อ
เวลาในแบบจำลองผา่ นไปแล้ว 30 นาที โอกาสท่ีสัญญาณจะมีคา่ หมายเลขเปน็ 66 เทา่ กับ 55%
และ โอกาสที่สัญญาณจะมีค่าหมายเลขเป็น 99 เท่ากับ 45% หากทางบริษัทเปิดบริการ 17
ชั่วโมงตอ่ วันจะเกิดผลลัพธ์ในการทำงานอยา่ งไร
ภาพท่ี 8.19 แบบจำลองในส่วนของ Flowchart View ของตวั อย่างที่ 8.1
253
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
ขัน้ ตอนการสรา้ งแบบจำลองจากตัวอย่างที่ 8.1
ขั้นตอนที่ 1 : สร้างการเข้ามาของวัตถุด้วย Create Module ที่ชื่อ “Product Arrival” ตั้งค่า
ช่วงระยะเวลาการมาของสัญญาณ โดยมีการมาแบบเอกซ์โพเนนเชียล (Random Expo)
กำหนดค่าเวลาการเข้ามาของสินค้าทุกๆ 43 นาที โดยจะเข้ามาครั้งละ 14 ชิ้น (Entities per
Arrival)
ขั้นตอนที่ 2 : สินค้าจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสินค้าด้วย Process Module ที่ชื่อว่า
“Checking Process” ที่มีการทำงานแบบ Seize Delay Release โดยกำหนดทรัพยากรชือ่ วา่
“Checker” ที่มีระยะเวลาการทำงานแบบสามเหลี่ยม (Triangular) โดยมีระยะเวลาในการ
ทำงานต่ำที่สดุ 0.3, เวลาการทำงานสูงที่สุด 0.6, เวลาการทำงานสว่ นใหญ่ 0.45 และ กำหนด
หน่วยของระยะเวลาการทำงานเป็นนาที (Minutes)
254
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถา่ ย
ขั้นตอนที่ 3 : สร้างสถานีพื้นที่ต้นทางสำหรับการเคลื่อนย้ายด้วย Station Module ที่ชื่อว่า
“Station A Area” กำหนดให้เปน็ ประเภทสถานี (Station) กำหนดชื่อสถานี (Station Name)
เป็น “A Station”
ขั้นตอนที่ 4 : สร้างทางเลอื กให้กับวัตถุแตล่ ะประเภทดว้ ย Decide Module ทีช่ ่อื วา่ “Decide
to Route A or B” กำหนดทางเลือกตามความน่าจะเป็นที่จะเกิด (2-way by Chance) โดย
กำหนดให้โอกาสที่จะเลอื กใช้รถโฟล์คลิฟท์ AA ในการเคลือ่ นย้ายสินค้าเท่ากบั 65% (Percent
True)
255
บทท่ี 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถ่าย
ขั้นตอนที่ 5 : เมื่อวัตถุเข้ามาและเลือกใช้รถโฟล์คลิฟท์ด้วย Request Module ที่ชื่อว่า
“Request Forklift AA” โดยมีการเลือกใช้ยานพาหนะที่ชื่อว่า Forklift AA (Transporter
Name) จะเรียกใชร้ ถขนถา่ ยแบบอปุ กรณร์ ถขนถ่ายไหนว่างใหเ้ รยี กใชอ้ ุปกรณน์ นั้ กอ่ น (Cyclical)
ที่มีความเรว็ 350 ฟุต/นาที (Velocity/Units)
ขั้นตอนที่ 6 : สร้างสถานีพื้นที่ต้นทางสำหรับการเคลื่อนย้ายด้วย Station Module ที่ชื่อว่า
“Station B Area” กำหนดให้เป็นประเภทสถานี (Station) กำหนดชื่อสถานี (Station Name)
เป็น “B Station”
256
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
ขั้นตอนที่ 7 : สินค้าจะเขา้ ส่กู ระบวนการยกสินค้าลงจากยานพาหนะด้วย Process Module ท่ี
ชอ่ื ว่า “Unloading Process” ที่มกี ารทำงานแบบ Seize Delay Release โดยกำหนดทรพั ยากร
ชื่อว่า “Unloading Staff” ที่มีระยะเวลาการทำงานแบบสามเหลี่ยม (Triangular) โดยมี
ระยะเวลาในการทำงานต่ำทีส่ ุด 12, เวลาการทำงานสูงที่สุด 16, เวลาการทำงานส่วนใหญ่ 15
และ กำหนดหนว่ ยของระยะเวลาการทำงานเป็นวินาที (Second)
ข้ันตอนที่ 8 : ทำการปล่อนยานพาหนะเมอื่ ทำการเคลื่อนย้ายสินคา้ เสร็จสินดว้ ย Free Module
ที่ชื่อว่า “Forklift AA Free” โดยจะทำการปล่อยยานพาหนะที่ชื่อว่า “Forklift AA”
(Transporter Name) ใหเ้ ป็นอสิ ระพรอ้ มท่กี ลบั ไปเคลื่อนยา้ ยสนิ คา้ ต่อไป
257
บทท่ี 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
ข้นั ตอนที่ 9 : บันทกึ จำนวนของรถโฟลค์ ลฟิ ท์ AA ดว้ ย Record Module ทช่ี ื่อวา่ “Forklift AA
Record” กำหนดการทำงานเปน็ แบบการนับจำนวน (Count) และแสดงผลในรายงานผลลัพธใ์ น
ช่ือ “Forklift AA Record Counter”
ขั้นตอนที่ 10 : ในกรณที ี่เลอื กใช้รถโฟลค์ ลฟิ ท์ BB ทำการจองยานพาหนะในการเคลอ่ื นย้ายด้วย
Leave Module ที่ชื่อว่า “Leave Empty Pallet” โดยมีระยะเวลาในการขนถ่ายวัตถุ
(Loading) ลงรถ 30 วินาที (Delay) จากน้ันรถขนถ่ายจะขนยา้ ยวัตถไุ ปที่สถานีช่อื “D Station”
ด้วยความเรว็ รถขนถ่ายและระยะทางที่ถูกกำหนดใน Transporter Spreadsheet Module ดว้ ย
ยานพาหนะทีช่ ื่อวา่ “Forklift BB” (Transporter Name)
258
บทที่ 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถา่ ย
ขน้ั ตอนที่ 11 : เม่อื วตั ถุลำเลยี งมาถงึ สถานีปลายทางจะทำการปลอ่ ยวตั ถุลงจากยานพาหนะด้วย
Enter Module ที่ชื่อว่า “Enter Forklift BB” โดยมีชื่อของสถานีเป็น “D Station” (Station
Name) โดยมีระยะเวลาในการนำสินค้าลงจากยานพาหนะ (Unloading) เท่ากับ 32 วินาที
(Delay/Units) โดยภายหลงั การนำสนิ ค้าลงจะทำการปล่อยยานพาหนะให้เปน็ อิสระ (Transfer
In) เพื่อให้สามารถกลับไปทำงานร่วมกับสินค้าอื่นต่อไป โดยจะปล่อยยานพาหนะที่ชื่อว่า
“Forklift BB”
ขนั้ ตอนที่ 12 : สินค้าจะเข้าสกู่ ระบวนการจัดเรยี งสินค้าบนพาเลทเปล่าด้วย Process Module
ที่ชื่อว่า “Sorting Empty Pallet” ที่มีการทำงานแบบ Seize Delay Release โดยกำหนด
ทรัพยากรชื่อว่า “Empty Pallet Staff” ทมี่ รี ะยะเวลาการทำงานแบบสามเหลีย่ ม (Triangular)
โดยมีระยะเวลาในการทำงานต่ำที่สุด 2, เวลาการทำงานสูงที่สดุ 2.7, เวลาการทำงานส่วนใหญ่
3.1 และ กำหนดหน่วยของระยะเวลาการทำงานเป็นนาที (Minute)
259
บทที่ 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
ขั้นตอนที่ 13 : บันทึกจำนวนของรถโฟล์คลิฟท์ BB ด้วย Record Module ที่ชื่อว่า “Forklift
BB Record” กำหนดการทำงานเป็นแบบการนับจำนวน (Count) และแสดงผลในรายงาน
ผลลัพธใ์ นชอ่ื “Forklift BB Record Counter”
ขั้นตอนที่ 14 : สร้างเสน้ ทางการสำหรับการเคล่ือนย้ายดว้ ย Route Module ท่ีชอื่ วา่ “Route
to Exit Station” โดยมรี ะยะเวลาในการเคลอื่ นท่ี (Route Time) เทา่ กบั 15 กำหนดหน่วยของ
เวลาเป็นนาที (Units) ปลายทางของการเคลื่อนย้ายกำหนดเป็นสถานี (Destination Type) ท่ี
ชื่อวา่ “Exit Station”
260
บทท่ี 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถ่าย
ขั้นตอนที่ 15 : สร้างสถานสี ำหรบั การเคลื่อนย้ายด้วย Station Module ที่ชื่อวา่ “Exit Door”
กำหนดให้เป็นประเภทสถานี (Station) กำหนดชอ่ื สถานี (Station Name) เป็น “Exit Station”
ข้ันตอนท่ี 16 : สรา้ งทางออกของสนิ คา้ ด้วย Dispose Module โดยกำหนดชอ่ื “Dispose 1”
261
บทท่ี 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
ขั้นตอนที่ 17 : สรา้ งยานพาหนะสำหรับการเคล่ือนย้ายสินค้าด้วย Transporter Spreadsheet
โดยกำหนดชื่อของอุปกรณ์ขนย้ายว่า “Forklift AA” มีจำนวน 3 คัน (Number of Units) โดย
เลือกเป็นเสน้ ทางการเคลื่อนย้ายตามที่กำหนด (Free Path) ด้วยความเร็วในการเคลือ่ นท่ี 330
ฟตุ /ชวั่ โมง (Velocity/Units)
ข้นั ตอนที่ 18 : สร้างยานพาหนะสำหรับการเคล่ือนยา้ ยสินคา้ ด้วย Transporter Spreadsheet
โดยกำหนดชื่อของอุปกรณ์ขนย้ายว่า “Forklift BB” มีจำนวน 2 คัน (Number of Units) โดย
เลือกเป็นเสน้ ทางการเคลื่อนย้ายตามที่กำหนด (Free Path) ด้วยความเร็วในการเคลือ่ นที่ 370
ฟุต/ช่ัวโมง (Velocity/Units)
262
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถ่าย
ขั้นตอนที่ 19 : สร้างระยะทางระหว่างสถานีการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ AA ด้วย Distance
Spreadsheet โดยระยะห่างระหว่าง A Station กบั B Station เท่ากับ 900 ฟุต และ ระยะห่าง
ระหว่าง B Station กับ A Station เท่ากบั 800 ฟตุ และ
263
บทท่ี 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถา่ ย
ขั้นตอนที่ 20 : สร้างระยะทางระหว่างสถานีการทำงานของรถโฟล์คลิฟท์ BB ด้วย
Distance Spreadsheet โดยระยะห่างระหว่าง A Station กับ D Station เท่ากับ 1,200
ฟุต และ ระยะหา่ งระหว่าง D Station กบั A Station เทา่ กบั 1,400 ฟุต และ
264
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
การรนั ผลโปรแกรม
เลือกไปที่แถบเครื่องมือ Run > Setup > เลือกแถบ Replication Parameters ใส่ข้อมูลท่ี
จำเป็นต้องใช้ในการประเมินผลลงไปในช่องว่างที่ปรากฏ ใส่จำนวนรอบของการประมวลผลใน
การรัน (Number of Replications) เท่ากับ 1 (จากที่โจทยก์ ำหนด) จากนั้นใสค่ วามยาวในการ
รันผลโปรแกรม (Replication Length) เท่ากับ 17 หน่วยของเวลาเป็นชั่วโมง (Time Units:
Hours) และเปล่ียนหนว่ ยในการรนั โปรแกรม (Base Time Units) เป็นนาที (Minute) หลงั จาก
นั้นการรันผลโปรแกรมใหเ้ กดิ ไปทสี่ ัญลกั ษณ์ “Go”
265
บทที่ 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถา่ ย
สรุปรายงานผล
เมื่อการรันเสร็จสิ้นจะปรากฏหน้าต่างรายงานผลตามตัวอย่างข้างล่างนี้ โดยช่องขวามือสุดจะ
แสดง
ตารางที่ 8.1 ผลลัพธ์จากการรนั โปรแกรมอารีนา ตัวอยา่ ง 8.1
รายงาน ผลลพั ธ์
จำนวนสนิ ค้าทงั้ หมดท่ีออกจากระบบ Number out = 462
จำนวนสนิ คา้ ท่รี อการตรวจสอบ (Checking Number Waiting = 1.62
Process)
จำนวนสนิ คา้ ที่รอพาเลทเปลา่ (Leave Empty Number Waiting = 1.82
Pallet)
เวลารอคอยการตรวจสอบ (Checking Process) Waiting Time = 3.57 Minutes
เวลารอคอยพาเลทเปล่า (Leave Empty Pallet) Waiting Time = 13.19 Minutes
จำนวนรถโฟล์คลิฟท์ AA ท่มี ีการเรียกใช้งาน Value 321
(Forklift AA)
จำนวนรถโฟล์คลิฟท์ BB ทม่ี กี ารเรยี กใช้งาน Value 141
(Forklift BB)
266
บทที่ 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
แบบฝกึ หดั ทบทวนท้ายบท
1. หน่วยงานแหง่ หนึ่งมีความต้องการสร้างแบบจำลองสถานการณ์กระบวนการบริการสายพาน
ลำเลยี งจดั ส่งสนิ คา้ โดยเปดิ ให้บรกิ าร 15 ชั่วโมงตอ่ วัน โดยกลอ่ งสนิ คา้ จะเข้ามาแบบเอกซ์
โพเนนเชียล ด้วยค่าเฉล่ยี 6 นาที เข้ามาคร้ังละ 1 ชนิ้
เมอ่ื กล่องสินคา้ เข้ามาจะผ่านการตรวจสภาพของกล่องสินค้าด้วยพนกั งานจำนวน 1 คนท่ีมี
ระยะเวลาในการทำงาน 4,7,11 นาทีตามลำดับ เมื่อผ่านการตรวจสภาพกล่องสินค้าจะถกู
ส่งไปรวบรวมให้ครบจำนวน 8 กล่อง หรือ รอคอยสูงสุด 48 นาที เพื่อรวมกล่องสินค้าใน
กระบะส่งต่อไปยังสายพานลำเลยี ง (Conveyor) ดว้ ยระยะเวลา 5 นาที ตอ่ กระบะ
สนิ ค้าทอ่ี ย่บู นสายพานลำเลียงจะเคลอื่ นทต่ี ัวเองดว้ ยระยะเวลาอีก 4 นาที ไปยงั บริเวณทาง
แยกเพ่ือไปสูป่ ระตูหมายเลขต่างๆ โดยจะแยกวัตถลุ งที่ประตูหมายเลข 1 (Door 1) ลงจาก
กระบะจำนวน 3 กล่อง เพื่อส่งต่อไปยังบริเวณหน้าประตูหมายเลข 1 กล่องละ 1 นาที
จากน้ันจะทำการลำเลยี งสนิ คา้ ขึน้ รถขนสง่ สนิ คา้ (Loading) อีกช้ินละ 2 นาที โดยพนักงาน
จำนวน 2 คน โดยใช้เวลา 30,40,45 วนิ าที สินค้าอกี ส่วนที่ไม่ไดแ้ ยกไปประตูหมายเลข 1 จะ
ถูกลำเลยี งตอ่ ท้งั กระบะอีก 9 นาทีไปยงั ประตหู มายเลข 2 และแยกลำเลียงกล่องทีละกล่อง
ดว้ ยระยะเวลากลอ่ งละ 1 นาทตี ามลำดับ
จงจำลองสถานการณ์บริการสายพานลำเลียงจัดส่งสินค้าเพื่อดูผลลัพธ์ในการดำเนินงาน
ดังกล่าว
267
หน่วยตารางจัดการขอ้ มูลกลมุ่ Data Definition panel 92
โมดูลตารางจัดการขอ้ มูลกลุ่ม Data Definition panel เป็นหน่วยตารางจัดการข้อมลู
(Spreadsheet Module) ซึ่งเป็นส่วนแสดงข้อมูลต่างๆที่จำเป็นสำหรับสร้างแบบจำลอง เช่น
ตารางการดำเนินงาน แผนการซอ่ มบำรงุ จำนวนผู้ใหบ้ รกิ าร หรือลักษณะการให้บริการ เป็นต้น
ซึ่งในแตล่ ะหนว่ ยตารางจัดการข้อมูล (Spreadsheet Module) ที่ถูกสร้างนี้ จะมีความสัมพนั ธ์
กับหนว่ ยโครงสร้างเสมอ การเรียกใชต้ ารางจัดการขอ้ มลู ทำได้โดยการคลกิ ทหี่ น่วยตารางจดั การ
ข้อมลู ทต่ี อ้ งการในสว่ น Project Bar (Data Definition panel)
ในแต่ละหน่วยโมดูลของตารางจัดการขอ้ มูล สามารถเพิม่ เติมหน่วยตารางได้ด้วยการ
ดับเบิลคลิกบนตำแหน่ง “Double-click hear to add a new row” ในส่วน Spreadsheet
View จากนั้นจะปรากฎหน่วยตารางเพิ่มเข้ามาในส่วน Spreadsheet View เพื่อให้ผู้สร้างใส่
ขอ้ มูลลงไป โดยการใส่ข้อมูลในแตล่ ะหน่วยตารางหรอื แกไ้ ขข้อมลู ในแตล่ ะหน่วยตาราง ทำได้โดย
การดับเบิลคลิกบนตำแหนง่ แถวของตารางนน้ั ตอ่ จากนนั้ จะปรากฎหนา้ ต่างใหใ้ สข่ ้อมูลในหน่วย
ตารางนั้นๆและกรณีผู้สร้างต้องทำการลบหน่วยตารางที่ไม่จำเป็นออก สามารถทำได้โดยคลกิ
เมาสป์ ุ่มขวาบนตำแหน่งแถวของหนว่ ยตารางท่ตี อ้ งการ จะปรากฎเมนใู หเ้ ลอื ก “Delete Row”
หน่วยตารางนั้นจะถกู ลบไป
ภาพที่ 9.1 การเพม่ิ ข้อมูลใน Spreadsheet View
บทท่ี 9 หนว่ ยตารางจัดการขอ้ มูลกลุ่ม Data Definition panel
Entity Spreadsheet Module
เป็นหนว่ ยขอ้ มลู วัตถุใชส้ ำหรับใสข่ อ้ มลู เร่มิ ตน้ ใหก้ บั วตั ถุ เช่น กำหนดรปู วัตถุเคลอื่ นไหว
กำหนดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนให้วัตถุ กำหนดต้นทุนในการเก็บรักษา เป็นต้น โดยหน่วย
ข้อมลู Entity จะถูกสรา้ งมาโดยอตั โนมัติ เมอื่ มกี ารสรา้ งหนว่ ยโมดลู โครงสร้าง Create ดังน้ันถ้า
ไมม่ ีการแกไ้ ขข้อมลู ในโมดลู Entity นี้ ค่าตน้ ทนุ ตา่ งๆบนโมดูล Entity จะมคี า่ เปน็ ศนู ยแ์ ละเม่ือมี
การรันแบบจำลอง จะปรากฎวตั ถุรูปกระดาษ (Picture.Report) เป็นภาพวัตถุเคลื่อนไหวอยู่ใน
ระบบจำลอง
ภาพที่ 9.2 แสดงตัวอย่างของหน้าต่าง Entity Spreadsheet Module
ภาพที่ 9.2 วัตถุชื่อ “Product B” โดยชื่อนี้มาจากการตั้งชื่อให้กับประเภทของวัตถุ
(Entity Type) ในโมดลู Create) วตั ถนุ ไี้ ม่มคี ่าใช้จา่ ยในการเกบ็ รกั ษาเม่อื วัตถอุ ย่ใู นระบบและไม่
มีการกำหนดต้นทุนเริ่มต้นต่างๆ ให้กับวัตถุเมื่อมีการรันแบบจำลองจะปรากฎวัตถุรูปกล่อง
(Picture.Box) เป็นภาพเคล่ือนไหวในแบบจำลอง
อธบิ ายขอ้ มลู ทต่ี ้องใส่ในหน้าตา่ งของ Entity Spreadsheet Module
Entity Type: ชื่อของวัตถุ โดยชื่อนี้จะเป็นชื่อเดียวกับช่อง Entity Type ที่ถูกสร้างไว้แล้วใน
Create Module และต้องใช้ชื่อเดยี วกนั แทนวัตถุชนดิ เดยี วกันเทา่ น้ัน เพ่อื ใชช้ ่อื นนั้ เปน็ หนึ่งเดยี ว
ตอ้ งไมม่ กี ารใช้ชื่อน้ีซ้ำกบั วัตถุชนิดอื่น
Initial Picture: เลอื กภาพเคลื่อนไหวใหเ้ ป็นตวั แทนวตั ถุ เมื่อมกี ารรนั แบบจำลอง โดยสามารถ
เลอื กเปลีย่ นภาพของวัตถไุ ด้จากแฟม้ ภาพที่โปรแกรมได้กำหนดไว้
269
บทที่ 9 หน่วยตารางจดั การข้อมูลกลมุ่ Data Definition panel
Holding Cost/Hour: กำหนดตน้ ทนุ ในการเกบ็ รักษาวตั ถตุ ่อชั่วโมง คา่ ใช้จ่ายน้ีจะเกิดเม่ือวัตถุ
อยู่ในระบบจำลอง เช่น Holding Cost/Hour = 15 บาท/ชั่วโมง โดยหากวัตถุอยู่ในระบบ 30
นาทจี ะเกิดค่าใชจ้ า่ ยในการเกบ็ รักษาเท่ากับ 15/2 = 7.5 บาท
Initial Cost: การระบุต้นทุนเริ่มต้นใหก้ ับวตั ถุ
• Value Added: ค่าเร่ิมต้นทีจ่ ะนำไปบวกเพิ่มกับต้นทุนมูลค่าเพ่ิม เกิดจากการดำเนนิ
กจิ กรรมทีม่ มี ูลคา่ เพ่มิ
• Non-Value Added: ค่าเริ่มต้นที่จะนำไปบวกเพิ่มกับต้นทุนมูลค่าเพิ่ม เกิดจากการ
ดำเนนิ กิจกรรมทไ่ี ม่ก่อใหเ้ กดิ มูลคา่ เพม่ิ
• Waiting: ค่าเริ่มต้นที่จะนำไปบวกเพ่ิมกับต้นทุนมูลค่าการรอคอย เกิดจากการดำเนนิ
กิจกรรมท่มี ีการรอคอยกอ่ นเข้ารับบริการ
• Transfer: ค่าเริ่มต้นที่จะนำไปบวกเพิ่มกับต้นทุนมูลค่าขนส่ง เกิดจากการดำเนิน
กจิ กรรมที่มกี ารขนสง่ วัตถุ
• Other: ค่าเริม่ ต้นทจ่ี ะนำไปบวกเพิ่มกับต้นทุนมูลค่าอ่ืนๆ
• Record Statistics: ถา้ มีการทำเคร่ืองหมายถูกท่ีนี่ แสดงถงึ การกำหนดใหบ้ นั ทึกข้อมลู
ทางสถิติของตัววัตถุด้านมูลค่าเพิ่มและมูลค่าไม่เพิม่ ให้แสดงไว้ในรายงานผลด้านวัตถุ
(Entity Report)
Resource Spreadsheet Module
เป็นหน่วยข้อมูลทรัพยากรใช้สำหรับใส่ข้อมูลให้กับทรัพยากร เช่น จำนวนของ
ทรัพยากร ค่าใช้จา่ ยที่เกิดขึน้ และประเภทของทรัพยากรวา่ เปน็ แบบกำลังการผลิตคงท่ี (Fixed
Capacity) หรือแบบกำลังการผลิตไม่คงที่เปลี่ยนแปลงตามตารางกำหนดเวลา (Based on
Schedule)
กรณีประเภทของทรัพยากรเป็นแบบกำลงั การผลิตไมค่ งท่ี โปรแกรมอารีน่าจะอนุญาต
ให้ผู้สร้างแบบจำลองสามารถสร้างตารางกำหนดเวลาทำงานให้กับทรัพยากรได้ใน Schedule
Spreadsheet Module เพราะบางคร้ังทรัพยากรไม่สามารถทำงานได้ตลอดเวลา เช่น การจ้าง
พนักงานชัว่ คราวมาให้บริการในช่วงชว่ั โมงเรง่ ดว่ น เปน็ ต้น
โดยทรัพยากรแต่ละตัวจะมีชือ่ ตารางกำหนดเวลาทำงานตารางเดยี วเท่านัน้ แต่จาราง
เวลาชอ่ื เดยี วกันสามารถใชไ้ ด้กับทรพั ยากรหลายตวั ได้ ตวั อยา่ งเชน่ มพี นกั งานประจำหลายคนท่ี
270
บทท่ี 9 หน่วยตารางจัดการขอ้ มลู กลมุ่ Data Definition panel
ใช้ตารางกำหนดเวลาทำงานเดียวกันคือ เข้างานตอน 09:00-17:30 โดยมีเวลาพักเที่ยงตอน
12:00-13:00
ภาพที่ 9.3 แสดงการตั้งค่าทรัพยากรชื่อ “Checking Staff” ที่เหมือนกันจำนวน
5 คน (Capacity) โดยทรัพยากรจะมีกำลงั การผลิตคงที่ตลอดการรันแบบจำลอง โดยไม่มี
ตน้ ทนุ หรอื ค่าใช้จ่ายเกดิ ขึ้นในการทำงาน (Busy) และ ขณะว่างงาน (Idle) ไม่มีการกำหนด
ตารางลม้ เหลว (Failures) ใหแ้ กท่ รัพยากร
ภาพที่ 9.3 แสดงตัวอยา่ งของหน้าตา่ ง Resource Spreadsheet Module แบบ Fixed Capacity
271
บทท่ี 9 หนว่ ยตารางจัดการขอ้ มลู กล่มุ Data Definition panel
ภาพที่ 9.4 แสดงตวั อยา่ งของหน้าตา่ ง Resource Spreadsheet Module แบบ Based on
Schedule
ภาพที่ 9.4 แสดงการตั้งค่าของทรัพยากรชื่อ “Picking Staff” ที่มีกำลังการผลิตหรอื
การทำงานที่ไม่คงที่ขึ้นอยู่กับตารางกำหนดเวลาทำงาน (Based on Schedule) ชื่อตาราง
กำหนดเวลาทำงานคือ “Picking Schedule Time” เม่อื ทรัพยากรทำงาน (Busy) จะเกดิ ตน้ ทุน
12 บาทต่อชั่วโมง ตน้ ทุนขณะวตั ถุว่างงาน (Idle) เท่ากับ 12 บาทตอ่ ช่ัวโมง แตไ่ ม่มีค่าใช้จ่ายใน
การใช้ทรัพยากรต่อครั้ง (Per Use) และไม่มีการกำหนดตารางล้มเหลว (Failures) ให้แก่
ทรัพยากร
อธิบายขอ้ มลู ทต่ี อ้ งใสใ่ นหน้าต่างของ Resource Spreadsheet Module
Name: ชื่อของทรัพยากร โดยหากเป็นการกำหนดชื่อของทรัพยากรครั้งแรกจะเป็นการสร้าง
ทรพั ยากรใหมใ่ นแบบจำลอง
Type: ประเภทของทรพั ยากร มใี หเ้ ลือก 2 ประเภท ประกอบด้วยแบบมกี ำลงั การผลิตคงท่ีและ
แบบกำลงั การผลิตไมค่ งท่เี ปล่ยี นแปลงตามตารางกำหนดเวลา (Based on Schedule)
272
บทที่ 9 หน่วยตารางจัดการขอ้ มูลกล่มุ Data Definition panel
Capacity: จำนวนของทรพั ยากรที่มี โดยทรัพยากรทกุ ตัวมีลักษณะเหมือนกัน จะต้องระบเุ ลข
จำนวนเต็มบวก ช่องนี้จะปรากฎขึ้นเมื่อประเภทของทรัพยากรเป็นแบบกำลังการผลิตคงท่ี
(Fixed Capacity)
Schedule Name: ชื่อตารางกำหนดเวลาทำงาน ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกประเภทของ
ทรัพยากรแบบกำลังการผลิตไม่คงที่ขึ้นอยู่กับตารางเวลา (Based on Schedule) ผู้สร้าง
จำเป็นต้องสร้างตารางกำหนดเวลา ทำได้โดยการระบุค่าชว่ งเวลาคู่กบั จำนวนทรัพยากรที่มีใน
ช่วงเวลานนั้
Schedule Rule: เลือกกฎการบริการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกำลังการผลิตตามตาราง
กำหนดเวลา ช่องนี้จะปรากฎเม่อื เลอื กประเภทของทรัพยากรแบบกำลังการผลิตไมค่ งท่ี ขึ้นอยกู่ ับ
ตารางกำหนดเวลา (Based on Schedule) ที่มีรูปแบบการดำเนินงาน 3 รูปแบบคือ Ignore,
Wait และ Preempt ท้ัง 3 รปู แบบมีรายละเอียด ดงั น้ี
1) Ignore: เมื่อกระบวนการที่ใช้ทรัพยากรที่มีกฎการทำงานดังกล่าวมีการ
เปลี่ยนแปลงกำลังการผลิตตามตารางกำหนดเวลาหรอื เกดิ ความล้มเหลวจะมีการ
อนุโลมวัตถุที่กำลังรับบริการอยู่ถูกดำเนินการจนเสร็จสิ้นกิจกรรม แล้วจึง
เปลี่ยนแปลงกำลังการผลิตตามตารางกำหนดเวลาหรือดำเนินการแก้ไขความ
ล้มเหลวที่เกิดขึ้น โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการในตารางกำหนดเวลาเดิม
ตัวอย่างเช่น เมอ่ื เขา้ สู่ช่วงเวลาพกั เทยี่ งแตพ่ นักงานยังคงใหบ้ ริการลกู ค้าไม่เสรจ็ ส้ิน
จะดำเนินการให้บริการลกู คา้ ท่ใี ช้บรกิ ารอยจู่ นเสรจ็ สน้ิ กอ่ นและจงึ คอ่ ยหยุดพกั แต่
ต้องกลับมาเริ่มงานใหม่อีกครั้งตามตารางกำหนดเวลาเดิม โดยไม่สนใจเวลาท่ี
ดำเนินการเกนิ ในชว่ งเวลาพัก
2) Wait: เม่ือกระบวนการท่ีใชท้ รพั ยากรที่มีกฎการทำงานดังกล่าวมกี ารเปลี่ยนแปลง
กำลังการผลิตตามตารางกำหนดเวลาหรือเกิดความล้มเหลวจะมกี ารอนุโลมวัตถุท่ี
กำลังรับบริการอยู่ถูกดำเนินการจนเสร็จสิ้นกิจกรรม และจะทำการปรับเปลี่ยน
ตารางการดำเนินงานหรือดำเนินการแก้ไขความล้มเหลวที่เกิดขึ้น โดยกฎการ
ดำเนินงานดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดิมเป็นกำหนดการใหม่
อัตโนมัติ เพื่อให้ช่วงเวลารวมที่ไมม่ ีทรัพยากรน้ี (ช่วงเวลาทีห่ ยุดพกั ) มีค่าเทา่ เดิม
ตวั อยา่ งเชน่ เม่ือถงึ เวลาพักเทีย่ งแต่พกั งานยังคงให้บรกิ ารลูกค้าไมเ่ รียบรอ้ ย จะทำ
การให้บรกิ ารลูกคา้ ต่อไปจนเสรจ็ ส้ินแล้วจึงจะทำการพักเทีย่ งและกลับมาเริ่มงาน
ใหมอ่ ีกครงั้ โดยมกี ารขยายเวลาเริม่ งานจากตารางกำหนดเวลาเดมิ ชดเชยเวลาทเี่ สยี
273
บทที่ 9 หนว่ ยตารางจดั การขอ้ มูลกลุ่ม Data Definition panel
ไปในขณะเข้าสูช่ ่วงเวลาพกั meให้เวลารวมในการคงกำลงั การผลติ ของพนักงานมี
ระยะเวลาเท่าเดมิ
3) Preempt: เมื่อกระบวนการที่ใช้ทรัพยากรที่มีกฎการทำงานดังกล่าวมีการ
เปลี่ยนแปลงกำลังการผลิตหรือเกดิ ความล้มเหลวจะดำเนินงานโดยทนั ที ในกรณีท่ี
วัตถุกำลังดำเนินงานค้างอยู่ จะทำการขัดจังหวะการดำเนินงานแม้ยังไม่เสร็จสน้ิ
กระบวนการ จนกระทั่งตารางกำหนดเวลามีการกำหนดเวลาให้มีทรัพยากรมา
ดำเนินงานต่อ เพื่อให้วัตถุนั้นเสร็จสิ้นกระบวนการ กฎการบริการนี้จะไม่มีการ
เปลย่ี นแปลงกำหนดตารางเวลาเดิม ตัวอยา่ งเช่น เมอื่ ถงึ ช่วงเวลาพักเท่ียงพนักงาน
จะหยุดให้บริการลูกค้าโดยทันทีถึงเวลาการให้บริการจะยังไม่เสร็จสิ้นและจะ
กลับมาเริ่มดำเนนิ งานต่ออีกครง้ั ตามตารางเวลาที่กำหนด ทำใหล้ ูกคา้ หรอื วัตถทุ เ่ี ขา้
รบั บรกิ ารจะตอ้ งหยุดรอตามเวลาพักของทรัพยากร
Busy/Hour: มลู คา่ ตน้ ทุนทเ่ี กิดจากการใชท้ รัพยากรทำงานตอ่ ชว่ั โมง
Idle/Hour: มลู คา่ ตน้ ทุนที่เกิดจากการว่างงานของทรัพยากรต่อชวั่ โมง
Per Use: ตน้ ทุนในการใช้ทรพั ยากรต่อครง้ั
Initial State: สถานะของทรพั ยากรตอนเริ่มต้น (ถ้าไม่ระบหุ มายถงึ สถานะพร้อมทำงาน)
Failures: ใช้ระบุถงึ ความลม้ เหลวที่เกิดขึน้ จากการใชท้ รัพยากร
Failures Name: ชื่อข้อมูลความล้มเหลวของทรัพยากร โดยชื่อนีจ้ ะถูกสร้างไว้แล้วใน Failure
Spreadsheet Module
Failures Rule: กฎของการแก้ไขเมื่อเกิดความล้มเหลวมีให้เลือก 3 แบบคือ Ignore, Wait,
Preempt
Record Statistics: • ถ้ามีการทำเครื่องหมายถูกที่นี่ แสดงถึงการกำหนดให้บันทึกข้อมูลทาง
สถิติของตัววัตถุด้านมูลค่าเพิ่มและมูลค่าไม่เพิ่มให้แสดงไว้ในรายงานผลด้าน ทรัพยา กร
(Resource Report)
274
บทท่ี 9 หน่วยตารางจดั การขอ้ มลู กลุ่ม Data Definition panel
ภาพที่ 9.5 แสดงตวั อยา่ งการใชก้ ฎการบรกิ าร (Schedule Rule) ใน Resource Module
Queue Spreadsheet Module
เป็นหน่วยข้อมูลแถวคอยใช้สำหรับใส่ลักษณะการเลือกวัตถุจากแถวคอยเข้ารับการ
บริการหรือทำงานรวมกับทรพั ยากรท่ีมีอยู่ในแบบจำลอง โดยโมดูลนีจ้ ะปรากฎขึ้นโดยอตั โนมัติ
เมื่อมีการสร้างหน่วยโครงสร้าง Process Module ด้วยปฏิบัติการ Seize Delay Release หรือ
Seize Delay หรือ เมื่อมีการสร้างหน่วยโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับแถวคอย เช่น Size Delay,
Batch Module เพราะปฏิบัติการเหล่านี้จะทำให้เกิดแถวคอยขึ้น โดยวิธีการบ่งบอกว่าข้อมลู
แถวคอย (Queue) ท่เี กดิ ขึน้ เกดิ จากการทำงานของโมดลู ใด ผ้สู รา้ งแบบจำลองสามารถดูได้จาก
ชื่อของหน่วยข้อมูลแถวคอยที่มีการอ้างอิงโมดูลที่เกี่ยวข้องเป็น “ชื่อโมดูล.Queue” โดยช่ือ
(Name) ในโมดูล Queue จะต้องเป็นชื่อเดียวกับ Name ในชื่อโมดูล Process, Seize หรือ
Batch
ดังภาพที่ 9.6 อ้างอิงถึงแถวคอยของโมดูลชือ่ “Picking Station 1” ที่ปรากฎในส่วน
ของ Flow Chart View โดยมีลักษณะการเลือกวตั ถจุ ากแถวคอยเข้ารบั บรกิ ารแบบวตั ถใุ ดเข้ามา
กอ่ นจะเข้ารบั การบริการกอ่ น (First In First Out) เสมอ
275
บทท่ี 9 หนว่ ยตารางจดั การขอ้ มลู กลมุ่ Data Definition panel
ภาพท่ี 9.6 แสดงตวั อย่างหน้าตา่ งของ Queue Spreadsheet Module แบบ FIFO
ดังภาพท่ี 9.7 อ้างองิ ถงึ แถวคอยของโมดูลชอ่ื “Checking Table 2” ทป่ี รากฎในส่วน
ของ Flow Chart View โดยมลี ักษณะการเลือกวัตถจุ ากแถวคอยเขา้ รับบรกิ ารจากคณุ สมบตั ิ
ประจำตัวช่อื “Product Price” โดยวตั ถุใดทเ่ี ขา้ มาและมคี า่ คณุ สมบัติประจำตวั นส้ี ูงท่สี ดุ จะได้
เขา้ รบั บริการกอ่ น (Highest Attribute Value) เสมอ แตใ่ นกรณีทว่ี ัตถใุ นแถวคอยมคี ณุ สมบัติ
ประจำตวั นีเ้ ท่ากนั วตั ถุใด
ภาพที่ 9.7 แสดงตัวอยา่ งหน้าต่างของ Queue Spreadsheet Module แบบ Highest Attribute
Valueเขา้ มากอ่ นจะไดร้ บั การบรกิ ารก่อนตามลำดับการเข้ามา
อธบิ ายขอ้ มลู ทต่ี ้องใสใ่ นหน้าตา่ งของ Queue Spreadsheet Module
Name: ชื่อของแถวคอย โดยชื่อนี้จะเป็นชื่อเดียวกับชื่อของโมดูลที่ถูกสร้างไว้แล้วใน Flow
Chart View เพียงแต่การอ้างถึงชื่อแถวคอยนี้ใช้รูปแบบคือ “ชื่อโมดูล.Queue” โดยหลังจาก
สรา้ ง Process Module, Size Module หรอื Batch Module แล้ว ช่องน้ีจะปรากฎช่อื แถวคอย
ที่เกยี่ วข้องขึน้ มาอตั โนมัติ
276
บทที่ 9 หน่วยตารางจดั การข้อมลู กลมุ่ Data Definition panel
Type: เลอื กประเภทลกั ษณะการใหบ้ ริการมี 4 ประเภท คอื
• First In First Out เมื่อทรัพยากรว่างจะเลือกวัตถุที่เข้ามาในแถวคอยก่อนเพื่อรับ
บริการก่อนเป็นอนั ดับแรก
• Last In First Out เมื่อทรัพยากรว่างจะเลอื กวัตถุที่เข้ามาในแถวคอยหลังสุดเพื่อรบั
บรกิ ารกอ่ นเปน็ อนั ดับแรก
• Lowest Attribute Value เมื่อทรัพยากรว่างจะเลือกวัตถุจากแถวคอยที่มีค่าใน
คณุ สมบัตปิ ระจำตวั ทีก่ ำหนดตำ่ ที่สุด เข้ารับการบรกิ ารกอ่ นเป็นอันดบั แรก
• Highest Attribute Value เมื่อทรัพยากรว่างจะเลือกวัตถุจากแถวคอยที่มีค่าใน
คุณสมบัตปิ ระจำตัวที่กำหนดสูงท่สี ดุ เขา้ รบั การบรกิ ารกอ่ นเป็นอนั ดับแรก
Attribute Name: เลือกชื่อคุณสมบัติประจำตัวที่ต้องการใหค้ า่ ในคุณสมบัติประจำตัวนั้นเป็น
ตัวกำหนดลักษณะการให้บริการ ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกประเภท (Type) ลักษณะการ
ให้บริการแบบ Lowest Attribute Value หรือ Highest Attribute Value โดยชื่อคุณสมบัติ
ประจำตวั น้ี ผู้สร้างอาจสร้างไวก้ ่อนแล้วในชอ่ ง Attribute Name ของ Assign Module
Shared: เมื่อมีการคลิกเครื่องหมายถูกแสดงถึงการกำหนดให้ใช้แถวคอยร่วมกัน ช่องนี้จะ
สามารถใช้งานได้ก็ต่อเมื่อเลือกใช้โมดูล Size ในบัญชีแสดงกรรมวิธีก้าวหน้า (Advanced
Process Panel) เท่านั้น เพราะโมดูล Seize จะมีช่อง Queue Name ให้เลือก ทำให้ผู้สร้าง
สามารถเลอื กแถวคอยช่ือเดยี วกันไดห้ ลังจากผูส้ รา้ งแบบจำลองกำหนดช่อื เดยี วกันแตอ่ ยกู่ ันคนละ
โมดูล Seize ผสู้ รา้ งตอ้ งคลกิ เครื่องหมายถูกทน่ี ่ีเพือ่ แสดงถึงการกำหนดให้ใชแ้ ถวคอยร่วมกันจึง
จะทำให้แบบจำลองสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง กรณีที่เรียกใชแ้ ถวคอยตัวเดียวกันแต่อยู่กนั
คนละโมดูล Seize และไม่มีการคลกิ เครือ่ งหมายถูก จะทำให้ไมส่ ามารถรนั โปรแกรมได้เน่ืองจาก
เกิดข้อผิดพลาด “Error Detect Queue” หมายความว่าถ้าไม่มีการ Shared จะไม่สามารถ
กำหนดช่ือแถวคอยซ้ำกนั ได้
Record Statistics: ถา้ มกี ารคลกิ เครอื่ งหมายถูกแสดงถงึ การกำหนดให้บันทกึ ข้อมลู ท่ีเกี่ยวข้อง
กบั แถวคอยสำหรบั กระบวนการน้ัน ไวใ้ นรายงานผลดา้ นแถวคอย (Queue Report)
Variable Spreadsheet Module
เป็นหน่วยข้อมูลตัวแปรใช้สำหรับใสค่ ่าเร่ิมต้นให้กับตัวแปรซึง่ คา่ ของตัวแปรน้ีอาจเปน็
ตัวเลขหรือสตริงก็ได้ ตัวแปรที่ถูกกำหนดค่านี้อาจเปลี่ยนแปลงค่าได้ โดยใช้โมดูล Assign
277
บทที่ 9 หนว่ ยตารางจดั การข้อมูลกลุ่ม Data Definition panel
กำหนดค่าให้กับตัวแปรนีใ้ หม่ซึ่งวิธีการเปล่ียนค่าตัวแปรอาจทำได้โดยการใช้สูตร (Expression)
หรือกำหนดคา่ ใหม่ให้กบั ตัวแปร
การสร้างตัวแปรขึ้นมาอาจทำเพื่อสร้างสูตรทางคณิตศาสตร์ให้กับแบบจำลอง เช่น
แบบจำลองสินค้าคงคลัง ตัวแปรคอื จำนวนสินค้าคงคลงั ในระบบ โดยตัวแปรนี้จะเปลี่ยนแปลง
ตามความต้องการสินค้าของลูกค้าและตัวแปรนี้อาจถูกใช้เพื่อช่วยในการตัดสินใจในโม ดูล
Decide ว่าสินค้าคงคลงั ที่มอี ยูค่ วรถงึ จุดสงั่ ซอ้ื แลว้ หรือไม่ ในกรณีตวั แปรมีค่าเป็นมิติ วิธีการอ้าง
ถึงคา่ ตวั แปรทำไดโ้ ดย “พมิ พ์ชือ่ ตวั แปร (ตำแหนง่ แถว, ตำแหนง่ หลัก)”
ภาพท่ี 9.8 แสดงตวั อยา่ งหนา้ ตา่ งของ Variable Spreadsheet Module กรณีให้ตวั แปรเปน็
จำนวนจรงิ
ภาพท่ี 9.8 หนว่ ยข้อมูลตัวนส้ี ร้างตวั แปรชื่อ “Working Time Set” มีค่าข้อมูลเร่ิมต้น
ของตวั แปรเก็บไว้ในรูปของอาร์เรย์ 2*2 ประกอบด้วยค่าเร่ิมต้น แสดงดังภาพที่ 9.9 โดยกรณที ่ี
โมดูลอ่ืนตอ้ งการอ้างถึงค่าตัวแปร Working Time Set ณ แถวที่ 1 หลักที่ 2 สามารถทำได้โดย
การใช้คำสัง่ Working Time Set (1,2) คา่ ท่ไี ดค้ อื 12
278
บทท่ี 9 หน่วยตารางจัดการขอ้ มลู กลุม่ Data Definition panel
ภาพท่ี 9.9 แสดงตัวอย่างหน้าตา่ งของ Variable Spreadsheet Module กรณีใหต้ ัวแปรเป็นสตริง
ภาพท่ี 9.9 แสดงหนว่ ยขอ้ มูลท่มี กี ารสรา้ งตัวแปรช่ือ “Truck Check Color” ให้สัญญาณฟมีค่า
ข้อมูลเริม่ ต้นเก็บอยู่ในรูปของสตริงให้ค่าเป็น “Green” ดังนั้นเม่ือเริ่มโปรแกรมค่าสัญญาณไฟ
รถบรรทกุ คอื สีเขียว จนกวา่ คา่ สญั ญาณไฟจะถกู เปลย่ี นคา่ โดยการกำหนดคา่ สตริงใหก้ บั ตวั แปรนี้
ใหม่ด้วยการใช้โมดูล Assign จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่า มีการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับสัญญาณไฟ
เพียงค่าเดียว จึงไม่จำเป็นต้องเก็บตัวแปรให้อยู่ในรูปของมิติอาร์เรย์ ดังนั้นช่องแสดงมิติแถว
(Rows)และหลกั (Columns) จึงสามารถปลอ่ ยว่างได้
อธบิ ายขอ้ มูลทต่ี อ้ งใสใ่ นหนา้ ตา่ งของ Variable Spreadsheet Module
Name: ชือ่ ของตวั แปร
Rows: ระบุจำนวนแถว เพ่อื กำหนดมติ แิ ถวให้ตัวแปร
Columns: ระบุจำนวนหลกั คอลัมน์ เพอ่ื กำหนดมติ หิ ลักให้ตวั แปร
Data Type: เลอื กชนดิ ของขอ้ มลู ของค่าตวั แปร มใี หเ้ ลอื ก 2 ชนดิ ดงั น้ี
• Real กำหนดคา่ ให้กับตัวแปรเปน็ ตวั เลขจรงิ
• String กำหนดค่าให้ตัวแปรเป็นสตริง
Clear Option: ระบวุ ิธีการล้างคา่ ตวั แปรให้กับไปสู่ค่าเรมิ่ ต้นท่ีมใี ห้เลอื กได้ 3 วธิ ี ดงั น้ี
• Statistic: เมื่อค่าทางสถิติถูกล้าง ค่าตัวแปรจะเท่ากับค่าเริ่มต้น ทั้งนี้ขึ้นกบั
การตั้งค่าการรนั โปรแกรม (Run Setup) วา่ มีการกำหนดให้ Initial Between
279
บทที่ 9 หน่วยตารางจดั การข้อมูลกลุ่ม Data Definition panel
Replication หรือไม่ ถ้าถูกกำหนดแต่ละรอบการรันโปรแกรมซ้ำ ค่าตัวแปร
จะเทา่ กบั คา่ เร่ิมต้น
• System: เมอื่ ค่าของระบบถกู ลา้ ง คา่ ตัวแปรจะเทา่ กับคา่ เรม่ิ ตน้ ท้งั นขี้ นึ้ อยู่กบั
การตัง้ คา่ การรนั โปรแกรม (Run Setup) ว่ามกี ารกำหนดให้ Initial Between
Replication หรือไม่ ถ้าถูกกำหนดแต่ละรอบการรันโปรแกรมซ้ำ ค่าตัวแปร
จะเท่ากับค่าเรม่ิ ตน้
• None: ไม่มีการล้างค่าตัวแปร ทำให้ค่าตัวแปรนี้ถูกใช้ต่อเนื่องในรอบการ
ทำซำ้ คร้งั ถัดไป
File Name: ระบุชื่อแฟ้มข้อมูลที่ต้องการอ่าน ซึ่งชื่อของแฟ้มข้อมูลจะไปปรากฎอัตโนมัติ ณ
File Spreadsheet Module เพื่อให้ผู้สร้างระบุชนิดของไฟล์ที่ต้องการอ่านค่า อาทิเช่น
Microsoft Access, Microsoft Excel, Microsoft Word ใน Spreadsheet Module
Initial Value: กำหนดคา่ เริ่มต้นท่ีสอดคล้องกับชนดิ ของขอ้ มูลให้กับตัวแปร แตค่ ่านอี้ าจเปล่ียน
แปรงไดถ้ า้ ใชโ้ มดลู Assign กำหนดคา่ ใหก้ บั ตวั แปรนี้ใหม่ เชน่ ถ้าต้องการเปล่ียนแปลงค่าให้กับ
ตัวแปรชื่อ “Staff Number” ที่อยู่ในแถวที่ 2 หลักที่ 2 สามารถทำได้โดยการใช้โมดูล Assign
กำหนดคา่ ให้กบั อารเ์ รยต์ ัวแปรสองมติ ิ (Variable Array 2D) ใหมเ่ ป็นต้น
Schedule Spreadsheet Module
เป็นหนว่ ยขอ้ มูลแสดงตารางกำหนดเวลาให้กับทรพั ยากรหรือวัตถุ โดยถ้าหนว่ ยขอ้ มูลนี้
ทำหนา้ ท่กี ำหนดตารางเวลาทำงานให้กับทรัพยากร หนว่ ยข้อมลู น้ีจะถูกเช่อื มโยงกับหน่วยโมดูล
ของทรัพยากร Resource Spreadsheet Module แต่ถ้าหน่วยข้อมูลนี้ทำหนา้ ที่กำหนดตาราง
การมาถงึ ใหก้ ับวัตถุ หนว่ ยขอ้ มลู นีจ้ ถูกเช่ือมโยงกับโมดลู Create
ในกรณที ี่ตอ้ งกำหนดตารางการมาถงึ ให้กบั วัตถุจะหมายความวา่ วตั ถมุ ีรปู แบบการแจกแจง
ของการมาถึงขน้ึ อย่กู บั แตล่ ะช่วงเวลา (Nonstationary Poisson Process) โดยอตั ราการเข้ามา
ของวัตถุ (Arrival Rate) ของแต่ละช่วงเวลาจะมีรูปแบบการแจกแจงแบบปัวซอง (Poisson
Process) โดยโปรแกรมอารีนาจะคำนวณค่าชว่ งเวลาห่างของการมาถงึ ของวตั ถุในแต่ละชว่ งเวลา
มีการแจกแจงเป็นแบบเอกซโ์ พเนนเชียล
280
บทที่ 9 หน่วยตารางจดั การข้อมลู กลมุ่ Data Definition panel
ภาพท่ี 9.10 แสดงตวั อย่างหน้าต่างของ Schedule Spreadsheet Module แบบ Capacity
จากภาพที่ 9.10 หน่วยข้อมูลแสดงตารางกำหนดเวลาให้กับทรัพยากร “พนักงาน
ชั่วคราว (Temporary Staff)” ค่าของช่วงเวลาในตารางถูกกำหนดเปน็ ชั่วโมง (Hours) โดบทาง
บริษัทมีระยะเวลาการทำงานตามปกติต้ังแต่เวลา 8.00-16.00 น. (8 ชั่วโมงต่อวัน) แต่พนักงาน
กลุ่มชั่วคราวจะมีตารางการทำงานที่ชื่อว่า “Temporary Staff Schedule” ที่ทำงานตั้งแต่
10.00-14.00 น. (6 ชั่วโมงตอ่ วัน) ดงั น้นั เม่ือหนว่ ยของเวลาเปน็ ชว่ั โมงแสดงวา่ เม่ือเร่ิมเปดิ โรงงาน
2 ชวั่ โมงแรกจะไมม่ ีทรพั ยากรพนักงานชั่วคราวทำงาน และหลงั จาก 2 ช่วั โมงทเ่ี ริ่มเปน็ โรงงานจะ
มีทรพั ยากรพนักงานชั่วคราวทำงาน 2 คนเป็นระยะเวลา 4 ชัว่ โมง (10.00-14.00) และ 2 ชัว่ โมง
สุดท้าย ณ เวลา 14:00-16:00 จะไม่มีทรัพยากรพนักงานชั่วคราวทำงาน การใส่ค่าช่วงเวลา
ท้งั หมดแสดงได้ดงั ภาพที่ 9.11
Value (จำนวน) Duration (ระยะเวลา)
02
24
02
ภาพที่ 9.11 ค่าชว่ งเวลาทงั้ หมด
โดยโมดลู นจ้ี ะเช่อื มโยงกับโมดูล Resource ประเภทกำลังการผลติ ไม่คงท่ี เปลีย่ นแปลง
ตามตารางกำหนดเวลา (Based on Schedule) จะเรียกใช้ทรัพยากรตามตารางเวลาชื่อ
“Temporary Staff Schedule” ที่ถูกสรา้ งไว้ใน Schedule Module
281
บทที่ 9 หน่วยตารางจดั การข้อมูลกลมุ่ Data Definition panel
ภาพท่ี 9.12 แสดงตวั อย่างหน้าต่างของ Schedule Spreadsheet Module แบบ Arrival
จากภาพที่ 9.12 แสดงการกำหนดระยะเวลาการมาถงึ ของวัตถุ (Arrival Time) ทีม่ กี าร
เชื่อมโยงข้อมูลกบั Create Module โดยการมาของวัตถุใน Create Module จะเรียกใช้ตาราง
การมาถึงชื่อ “Truck Arrival Schedule” ซึ่งชื่อนี้ต้องถูกสร้างไว้ในหน่วยข้อมูลของโมดูล
Schedule ค่าของช่วงเวลาในตารางถูกกำหนดเป็นชั่วโมง (Hours) ซึ่งระบบเริ่มงานตั้งแต่
ระยะเวลา 10:00-16:00 น. โดยการระบุค่าช่วงเวลาการมาของโมดลู คู่กับอัตราการเข้ามาของ
วัตถุต่อชั่วโมงจะหมายถึงจำนวนของวัตถุ (Value) ที่เข้ามาในแต่ละช่วงเวลา (Durations) เช่น
อตั ราการเขา้ มาของลกู คา้ จำนวน 10 คนในช่วงเวลา 1 ช่วั โมงแรก (10.00-11.00 น.), อตั ราการ
เขา้ มาของลกู ค้าจำนวน 15 คนในช่วงเวลา 1 ชวั่ โมงถดั มา (11.00-12.00 น.) และ อตั ราการเข้า
มาของลูกค้าจำนวน 17 คนในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงถัดมา (12.00-13.00 น.) เปน็ ต้น
อธิบายขอ้ มลู ทต่ี ้องใสใ่ นหนา้ ต่างของ Schedule Spreadsheet Module
Name: ชื่อของตารางกำหนดช่วงของระยะเวลา
Type: เลือกประเภทของตารางเวลาสามารถกำหนดเป็นจำนวนทรัพยากร (Capacity) หรือ
ชว่ งเวลาการมาถึง (Arrival)
Capacity: ตารางกำหนดเวลาทำงานให้กบั ทรพั ยากร
Arrival: ตารางกำหนดเวลาการมาถึงใหก้ บั วัตถุ
282
บทที่ 9 หนว่ ยตารางจดั การข้อมลู กลุ่ม Data Definition panel
Time Units: กำหนดค่าหน่วยของระยะเวลาที่ใช้ระบุช่วงความห่าง (Duration) โดยสามารถ
กำหนดเป็นหน่วยวินาที (Seconds), นาที (Minutes), 15 นาที (Quarter-hours), ครึ่งชั่วโมง
(Half-hours), ชว่ั โมง (Hours) และ วนั (Days) ได้
Scale Factor: ค่าแฟกเตอร์ท่ีจะถูกคณู กับมลู คา่ (Value) ท่ีกำหนดเพือ่ ใหไ้ ดค้ ่าตัวแปร Value
ของตัวใหม่ ใช้สำหรบั ประเภทการกำหนดตารางเวลาการมาถงึ ให้กับวัตถุ (Arrival) เทา่ นัน้ โดย
ค่าแฟกเตอร์ทีโ่ ปรแกรมกำหนดเป็นคา่ เรม่ิ ตน้ ให้จะเท่ากบั 1.0
Duration: การกำหนดช่วงเวลาทำได้โดยการกดคลิกที่ปุ่ม Add เพื่อเปิดหน้าต่างยอ่ ยสำหรบั
การกำหนดชว่ งเวลาเพิ่มเตมิ ดังนี้
• Value (Capacity): จำนวนทรัพยากรที่มีในช่วงเวลานั้น ช่องนี้จะปรากฎ
กรณีประเภทของตารางเปน็ แบบ Capacity
• Value (Arrival Rate): อัตราการเข้ามาของวัตถุต่อชั่วโมง โดยอัตราการ
มาถงึ จะมีหนว่ ยเป็นต่อชวั่ โมงเสมอ ดงั น้ันเม่ือผู้สร้างแบบจำลองเกบ็ ข้อมูลการ
มาถึงเป็นต่อหน่วยเวลา ผู้สร้างแบบจำลองต้องเปลี่ยนหน่วยเวลานั้นเป็น
ชั่วโมง โดยช่องน้จี ะปรากฎกรณปี ระเภทของตารางเปน็ แบบ Arrival
• Duration: สำหรบั ระบคุ ่าช่วงเวลา
Set Spreadsheet Module
เป็นหน่วยข้อมูลที่ใช้สำหรับเก็บกลุ่มของข้อมูลที่ทำงานในลักษณะเดียวกันไว้ด้วยกนั
เช่น ทรพั ยากรต่างชนิดกนั แตส่ ามารถทำกจิ กรรมอย่างเดียวกนั ได้ โดยสามารถกำหนดทรพั ยากร
เปน็ แบบพนักงานทำงานหรอื เครื่องจักรในการทำงานได้
ภาพที่ 9.13 แสดงตวั อยา่ งหน้าต่างของ Set Spreadsheet Module แบบกลุม่ ทรัพยากร
283
บทที่ 9 หน่วยตารางจดั การขอ้ มลู กลมุ่ Data Definition panel
ภาพที่ 9.13 แสดงการตั้งค่าโมดูลที่ทำหน้าที่ในการจัดเก็บรายชื่อของทรัพยากร
(พนักงาน) จำนวน 3 คนที่สามารถทำงานประเภทเดียวกันได้ในชื่อกลุ่ม “Temporary Staff
Set” ซึ่งกลุ่มของทรัพยากรจะมีช่ือของสมาชิกจำนวน 3 คนได้แก่ Joel, Anna และ Mary โดย
โมดูลนี้จะเชื่อมโยงกับหน่วยของโมดูล Resource ชื่อ Joel, Anna และ Mary ที่เป็นรายชื่อใน
กล่มุ ทรัพยากร (Resource Set) ชื่อ Temporary Staff Set
อธบิ ายขอ้ มลู ทตี่ ้องใสใ่ นหน้าต่างของ Set Spreadsheet Module
Name: ชื่อของกลุ่มข้อมูล เมื่อมีการสร้างชื่อกลุ่มไว้ในโมดูลอื่นก่อนแล้วชื่อกลุ่มนี้จะปรา กฎ
ขนึ้ มาอตั โนมตั ใิ น Set Spreadsheet Module เชน่ หากโมดลู Resource มกี ารตัง้ ช่ือกล่มุ ข้อมลู
เครื่องจักรชื่อ “Washing Machine Set” จะทำให้ชื่อกลุ่มนี้จะปรากฎขึ้นมาอัตโนมัติใน Set
Spreadsheet Module
Type: เลอื กประเภทของกลุ่มข้อมูลมี 5 ประเภท
• Resource: กลมุ่ ของทรัพยากร
• Counter: กลุม่ ข้อมลู การนับ เลอื กเมอื่ ตอ้ งการอ้างถึง Counter Set Name
ใน Record Module
• Tally: กลุ่มขอ้ มลู บนั ทกึ ช่วงเวลา เลอื กเมือ่ ตอ้ งการอา้ งถึง Tally Set Name
ใน Resource Module
• Entity Type: กล่มุ ชนดิ ของวัตถุ
• Entity Picture: กลมุ่ รปู ภาพวตั ถุ
Member: การใสร่ ายช่อื สมาชกิ ให้กบั กลุ่ม เชน่ รายช่อื ทรัพยากร (Resource), รายชือ่ ขอ้ มูลการ
นบั (Counter), รายชือ่ ขอ้ มลู บันทึกช่วงเวลา (Tally), รายชอ่ื ชนดิ ของวัตถุ (Entity Type) และ
รายช่อื รปู ภาพวตั ถุ (Entity Picture) การใส่รายชอื่ สมาชกิ ทำได้โดยการคลกิ ป่มุ Add จะปรากฎ
หน้าตา่ งย่อยให้ใสช่ ่ือสมาชกิ โดยการเรยี งลำดับสมาชิกจะมีความหมายในการเรียกใช้หรืออ้างถึง
ดงั นน้ั การใหล้ ำดบั เปน็ สิ่งท่ีผ้สู ร้างควรคำนงึ ถึงดว้ ย เพราะเมือ่ โมดลู อืน่ ต้องการอา้ งอิงถงึ ตำแหน่ง
ของสมาชกิ ในกล่มุ จะมีการกำหนดดชั นีเลขช้ี (Set Index) ทแ่ี สดงตำแหนง่ ลำดบั ของทรัพยากร
ใน Set Spreadsheet Module ทำให้สามารถอ้างถึงสมาชิกได้ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น โมดูล
Process เรียกใช้ทรัพยากรในกลุ่ม ด้วยกฎ Preferred Order สมาชิกที่ว่างลำดบั แรกของกลุ่ม
จะถกู เรยี กใช้ก่อนเป็นตน้
284
บทที่ 9 หน่วยตารางจัดการขอ้ มลู กลุม่ Data Definition panel
Advanced Set Spreadsheet Module
เป็นหน่วยข้อมูลที่ใช้เก็บกลุ่มแถวคอย (Queue Set), กลุ่มคลังจัดเก็บ (Storage Set)
และกลุ่มอื่นๆ (Other Set) ในกลุม่ หน่ึงๆจะแสดงหนว่ ยสมาชิกย่อยๆที่มปี ระเภทกลุม่ เดยี วกันซง่ึ
ถูกอา้ งอิงผา่ นทางชอ่ื กลุ่มและดชั นีของกลุ่มเพ่อื า้ งถงึ ช่ือสมาชิกภายในกลุ่ม
ภาพท่ี 9.14 แสดงตัวอย่างหน้าต่างของ Advanced Set Spreadsheet Module
ภาพที่ 9.14 โมดูลนี้ทำหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลแถวคอยชื่อ “Advanced Set AB”
ซ่ึงประกอบดว้ ยสมาชกิ แถวคอยช่ือ Queue A และ Queue B โดยลำดบั ของสมาชกิ ในกลุ่ม
จะมีความสำคัญเพื่ออ้างถึงชื่อสมาชิกภายในกลุ่มจะมีความสำคัญเพื่ออ้างถึงชื่อสมาชิก
ภายในกลุ่มตามลำดบั ทเี่ ลขชี้กำหนด
อธิบายขอ้ มูลทต่ี ้องใส่ในหน้าต่างของ Advanced Set Spreadsheet Module
Name: ช่ือของกลุม่ สมาชิกทถี่ กู ระบุ
Set Type: ประเภทของกลมุ่ มใี หเ้ ลือก 3 ประเภทคอื
1) Queue: กลุ่มแถวคอยเลือกเมื่อต้องการอ้างอิงถึงกลุ่มแถวคอยในโมดูล Seize
และ โมดูล Hold ทม่ี ลี ักษณะการทำงานแบบ Infinite Hold
2) Storage: กลุ่มคลังจัดเก็บเลือกเมื่อต้องการอ้างอิงถึงกลุ่มคลังจัดเก็บในโมดูล
Storage และ Unstore
3) Other: กลุ่มอืน่ ๆเลือกเมื่อเป็นกลุ่มของคุณลกั ษณะอ่ืนๆเชน่ กลุ่มข้อมูลแสดงชอื่
ตารางแสดงลำดบั สถานี (ชื่อของโมดูล Sequence)
Members: การใส่ชอื่ รายชอ่ื สมาชกิ ในกล่มุ ทำได้โดยการคลิกป่มุ Add จะปรากฎหนา้ ต่างให้ใส่
ชื่อสมาชิก โดยการเรียงลำดับสมาชิกจะมีผลต่อการเรยี กใช้หรืออ้างอิงถึง เพราะเมื่อโมดูลอ่ืน
285