บัญชีโมดลู พื้นฐานในการสร้างแบบจำลอง 62
จากทไี่ ดก้ ลา่ วมาแล้วในบทก่อนหน้านี้ ในส่วน Project Bar มีไว้สำหรบั แสดงชื่อหน่วย
โครงสร้างและชื่อหนว่ ยตารางจดั การข้อมูล ซึ่งช่ือของโมดูลเหล่านีจ้ ะถูกจัดแสดงเป็นหมวดหมู่
ตามบัญชปี ระเภทการใชง้ าน โดยในบทน้ีจะกล่าวถงึ บญั ชีโมดูลพื้นฐาน โดยบัญชีน้จี ะแสดงหน่วย
โมดูลพน้ื ฐานของระบบจำลองทถ่ี ูกเรยี กใชบ้ ่อยๆ สำหรับสร้างแบบจำลองสถานการณ์พ้ืนฐาน คือ
Create Module Dispose Module Process Module และ Decide Module ดงั นี้
Create Module (Discrete Processing panel)
ภาพท่ี 6.1 Create Module
เปน็ หน่วยโครงสร้างใช้สำหรบั เริ่มตน้ สำหรบั วัตถุทีเ่ ราสนใจ (Entity) ในแบบจำลอง ถูก
สร้างขึ้นโดยใช้กำหนดการหรือตามเวลาระหว่างการมาถึง วัตถุออกจากโมดูลเพื่อเริ่มการ
ประมวลผลผา่ นระบบ มกี ารระบุประเภทวัตถุในโมดลู นี้
ใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตชิ้นส่วนในสายการผลิต ชิ้นงานเข้ามาในระบบการผลติ
การมาถึงของเอกสาร (เช่น การสั่งซื้อ การตรวจสอบ การสมัคร) เข้าสู่กระบวนการทางธุรกิจ
ลูกค้ามาถึงกระบวนการบริการโดยวัตถุที่เราสนใจจะถกู สร้างขึ้นโดยอาศัยแบบแผนตารางการ
มาถึงของวัตถุ หรือช่วงเวลาระหวา่ งการมาถงึ ของวัตถุ เป็นขอ้ มลู ใส่เข้าไปในหน่วยโครงสร้าง
อธบิ ายข้อมลู ทตี่ ้องใสใ่ น Create Module
Name: ช่อื ท่ีใสไ่ วใ้ นช่องน้จี ะไปปรากฎเปน็ ชอ่ื โมดลู
Entity Type: การตัง้ ช่อื ใหก้ ับวัตถุท่เี ขา้ มาในหนว่ ยโมดลู โดยชอื่ วัตถุนีจ้ ะไปปรากฎอัตโนมัติใน
รายงานผลลัพธด์ ้านวัตถุ (Entity Report) ของโปรแกรมเม่อื สนิ้ สดุ การจำลองสถานการณ์
บทที่ 6 บัญชีโมดูลพื้นฐานในการสร้างแบบจำลอง
Type: เลือกประเภทของการมาถึงของวัตถุ มีให้เลือก 4 ประเภทคือ การมาถึงแบบสุ่ม
(Random). แบบคงที่ (Constant), แบบมีตารางเวลาการมาถงึ ของวัตถุ (Schedule) และแบบ
สูตร (Expression)
Value: ใส่ช่วงเวลาหา่ งของการมาถึง กรณีประเภทเป็นแบบสูตร (Expression) ช่องนี้จะใช้ใส่
การแจกแจงท่ีต้องการ โดยผสู้ รา้ งสามารถเลือกทห่ี ัวข้อ Expression เพอื่ เพ่ิมคา่ สถติ ทิ ไ่ี ดจ้ ากการ
ทดสอบ Input Analyzer หรือใช้สมการที่โปรแกรมกำหนดให้และใส่ค่าตัวแปรเสริม
(Parameter) ที่จำเปน็ เขา้ ไปใหร้ ะบบ เช่นถ้าตอ้ งการระบชุ ว่ งเวลาหา่ งของการมาถงึ ของวัตถุใหม้ ี
การกระจายตัวแบบยูนิฟอร์มที่มีค่าต่ำที่สุดเท่ากับ 1 และค่าสูงสุดเท่ากับ 3 จะต้องแทนด้วย
สัญลกั ษณ์ UNIF(1,3)
Unit: เลือกหนว่ ยเวลาของชว่ งการมาถงึ ตามทีใ่ สใ่ น Value โดยจะมหี นว่ ยวินาที นาที ชั่วโมง
วนั ให้เลอื ก
Schedule Name: กรณเี ลอื กประเภทแบบมีตารางเวลาการมาถงึ ของวตั ถุ (Schedule) จะทำ
ให้ไม่มีช่อง Value และ Units ปรากฎ แต่จะมีช่องชื่อเวลาการมาถึงของวัตถุ (Schedule
Name) ปรากฎแทน โดยมหี น้าทส่ี ำหรบั กำหนดช่ือตารางเวลาที่ใช้ โดยชื่อและข้อมูลที่จะนำมา
ใส่จะถูกสร้างไว้ท่ี Schedule Spreadsheet Module
Entities per Arrival: ใส่จำนวนวัตถทุ ี่มาถึงระบบในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ต่อครง้ั ของการมาถึง
ระบบทั่วไปจะมีหน่ึงวัตถุมาถึงและมาห่างกันในช่วงเวลาท่ีกำหนด แต่ในบางระบบวัตถุมีหลาย
วัตถมุ าถึงพรอ้ มกัน แมม่ ากับลกู ทำใหม้ วี ัตถุเข้าสู่แบบจำลองครง้ั ละ 2 วัตถุ อีกทงั้ ยังสามารถใส่
ค่าจำนวนของวัตถุที่เข้าสู่แบบจำลองด้วยค่าการแจกแจง โดยคลิดเมาส์ปุ่มขวาแลว้ เลือก Build
Expression > Random Distributions > คา่ การแจกแจงที่ตอ้ งการ
Max Arrivals: จำนวนคร้ังของการมาถึงสงู สุดท่ีโมดลู นจี้ ะสร้างข้ึนมา เชน่ รา้ นตดั ผมต้องการ
รบั ลกู คา้ 10 คนต่อวัน ดังนน้ั ถ้าลกู คา้ เขา้ มาในระบบเกิน 10 คน จะไม่รบั ลูกค้าเพ่ิมข้นึ อีก ค่าใน
ช่องนี้จะถกู กำหนดให้เทา่ กับ 10 คน และหากไมม่ ีการกำหนดความยาวของการรันแบบจำลอง
คา่ ในช่อง Max Arrivals จะเปน็ ตวั กำหนดจดุ สิ้นสุดของแบบจำลองแทน อีกทัง้ ยงั สามารถใส่ค่า
จำนวนของวัตถุที่เข้าสู่แบบจำลองด้วยค่าการแจกแจง โดยคลิดเมาส์ปุ่มขวาแล้วเลือก Build
Expression > Random Distributions > คา่ การแจกแจงท่ตี ้องการ
First Creation: เวลาเริ่มต้นสำหรบั วัตถแุ รกเข้าระบบ ตัวอยา่ งเชน่ เวลาเปดิ รา้ นอาหาร 10:00
แต่จะเปิดให้ลกู ค้าเข้ามาในร้านได้ 11:00 น. ดังนั้นค่าในชอ่ งนี้จะถูกกำหนดให้เท่ากับ 60 นาที
เสมอ และตัวเลขท่ีปรากฎในช่องน้จี ะต้องสอดคลอ้ งกับ Unit เสมอ อกี ทั้งยังสามารถใสค่ ่าจำนวน
89
บทที่ 6 บญั ชโี มดลู พน้ื ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ของวัตถุที่เข้าสู่แบบจำลองด้วยค่าการแจกแจง โดยคลิดเมาส์ปุ่มขวาแล้วเลือก Build
Expression > Random Distributions > ค่าการแจกแจงทต่ี อ้ งการ
ภาพท่ี6.2 ตัวอย่างหน้าต่างของ Create Module
จากภาพท่ี 6.2 แสดงให้เห็นการตัง้ คา่ โมดูล Create โดยกำหนดให้โมดลู ชือ่ “Part Arrivers to
System” โมดูลนี้จะสร้างวัตถุชื่อ “Part” เข้ามาในระบบด้วยการมาถึงแบบเอกซ์โพเนนเชียล
ดว้ ยคา่ เฉล่ีย 5 นาทีและวัตถเุ ข้ามาครัง้ ละ 1 ชิ้น โดยช้นิ งานจะเข้าระบบเมือ่ เวลาผา่ นไป 5 นาที
Dispose Module (Discrete Processing panel)
ภาพที่6.3 Dispose Module
เป็นหน่วยโครงสร้างทใี่ ช้จบการทำงานของวัตถทุ ี่สนใจ (Entity) วตั ถุจะออกจากระบบ
แบบจำลอง ณ จดุ น้ี และแสดงถงึ การเสรจ็ ส้นิ การเกบ็ ขอ้ มูลทางสถิติพื้นฐานของวัตถตุ วั น้ัน เช่น
ชน้ิ งานออกจากระบบการผลติ ลูกคา้ เดนิ ออกจากรา้ น
อธบิ ายขอ้ มลู ทีต่ ้องใสใ่ นหน้าตา่ งของ Dispose Module
Name: ชอื่ ท่ีใสไ่ วใ้ นช่องน้ีจะไปปรากฎเป็นชือ่ โมดลู
90
บทท่ี 6 บญั ชโี มดูลพนื้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
Recode Entity Statistics: ถ้ามีการคลิกเครื่องหมายถูกท่ีนี่ จะแสดงถึงการกำหนดให้บันทกึ
ขอ้ มลู ดา้ นมลู คา่ เพ่ิมทางสถิติของวตั ถุ เช่น ต้นทุนท่ีทำใหเ้ กดิ มูลคา่ เพม่ิ ของวัตถุ คา่ ใชจ้ ่ายในการ
เคล่ือนย้าย คา่ ใช้จ่ายในการลงทุน เวลาทีท่ ำให้เกดิ มูลค่าเพิม่ หรือเวลาท่ที ำให้ไม่เกิดมลู ค่าเพิ่ม ให้
บนั ทกึ ลงในรายงานดา้ นวัตถุ (Entity Report)
ภาพท่ี 6.4 ตัวอย่างหน้าตา่ งของ Dispose Module
Process Module (Discrete Processing panel)
ภาพท่ี 6.5 Process Module
เป็นหน่วยโครงสร้างที่ใช้แสดงถงึ กจิ กรรม โดยกิจกรรมนั้นอาจหมายถึงการให้บริการ
ลูกค้า การผลิตชิ้นงาน การบรรจุชิ้นงาน การเดินของผู้ป่วยไปอีกหน่วยงานหนึ่ง ฯลฯ ซ่ึง
91
บทที่ 6 บญั ชโี มดูลพ้นื ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
กจิ กรรมเหล่าน้ีจำเปน็ ตอ้ งใชท้ รัพยากร (Resource) มากกวา่ 1 ตวั หรือไมต่ ้องการใช้ทรพั ยากร
ในการดำเนินกิจกรรมนั้นก็ได้ เช่นการปั๊มชิ้นงานต้องใช้เครื่องปั๊มเป็นทรัพยากรช่วยให้การ
ดำเนนิ กิจกรรมนนั้ สำเรจ็ ลลุ ว่ ง หรอื การเดนิ ของผ้ปู ่วยจากหน่วยงานหนึง่ โดยผปู้ ว่ ยสามารถเดิน
เองได้โดยไมต่ อ้ งมีพยาบาลช่วย ดังนน้ั กิจกรรมการเดนิ จึงไม่จำเป็นตอ้ งใชท้ รัพยากรเพราะวัตถุ
นัน้ สามารถดำเนนิ กิจกรรมได้เอง
นอกจากนี้เวลาในการทำกิจกรรมของแต่ละวัตถุ (Entity) อาจได้รับการพิจารณาเปน็
กจิ กรรมท่ีสร้างมลู คา่ เพม่ิ กิจกรรมไมเ่ พม่ิ มลู ค่าและขอ้ มูลที่เกยี่ วข้องกับตน้ ทุน
อธิบายข้อมลู ทีต่ อ้ งใส่ในหน้าตา่ งของ Process Module
Name: ช่ือทใี่ ส่ไว้ในชอ่ งนีจ้ ะไปปรากฎเปน็ ชือ่ โมดูล
Type: เลือกประเภทของคุณลักษณะเฉพาะของระบบภายในโมดูล มีให้เลือก 2 ประเภทคอื
“Standard” (มาตรฐาน) หรือ “Sub model” (แบบย่อ)
Action: ปฏบิ ัตกิ ารของกระบวนการท่ีจะเกิดขึน้ ภายในโมดูล มใี หเ้ ลือก 4 ปฏบิ ตั กิ าร ซึง่ หนา้ ต่าง
นีจ้ ะไม่ปรากฎขน้ึ ถา้ เลือกประเภทของระบบภายในโมดูลเปน้ แบบตวั แบบยอ่ (Sub model)
Delay: ปฏิบัติการที่อาศัยช่วงเวลา (Delay) ในการดำเนินกิจกรรม แต่ไม่ต้องการทรัพยากร
(No Resource) หรือมองอีกนัยหนึ่งว่า ทรัพยากรมีไม่จำกัด การทำให้ไม่มคี ิวเกิดขึ้น เช่น สระ
วา่ ยน้ำที่สามารถบรรจุคนได้ไม่จำกัด จงึ ไม่จำเป็นต้องมีการจองทรัพยากร ดังนน้ั ลกู คา้ จึงสามารถ
ลงว่ายได้เลยดว้ ยตวั เอง การเขา้ ทจี่ อดรถทส่ี ามารถรบั รถท่ีเขา้ มาจอดได้อยา่ งไมจ่ ำกดั หรือเวลาที่
ลูกค้าเดนิ จากหน่วยบรกิ ารหนึง่ ไปยังอกี หนว่ ยบรกิ ารหน่ึง
Seize Delay Release: ปฏิบัติการจอง (Seize) จำนวนทรัพยากรมาทำกิจกรรมร่วมกับวัตถุ
โดยอาศัยช่วงเวลา (Delay) ในการทำกิจกรรม และเมื่อกิจกรรมนั้นเสร็จสิ้นจะมีการปล่อย
(Release) ทรพั ยากรให้ว่างเพือ่ ให้ทรพั ยากรนน้ั สามารถทำกิจกรรมกับวัตถถุ ดั ไปได้ และหากยัง
ไมส่ ามารถจองทรัพยากรเพ่ือทำงานได้ วตั ถนุ ัน้ จะต้องรอคิว (Queue) จนกว่าทรัพยากรนั้นว่าง
สามารถทำการ Add หน้าต่างทรัพยากรเข้ามาโดยมีไว้เพื่อระบุรายการทรัพยากรต่างๆที่ใช้
สำหรับกระบวนการ โดยหน้าต่างนจี้ ะไม่ถกู เรยี กใชถ้ ้าปฏบิ ัตกิ ารเป็นแบบ Delay และการ Add
หนา้ ต่างทรพั ยากรเขา้ มาสามารถทำไดห้ ลายคร้ัง เช่น วตั ถุเขา้ มาป๊มั ช้นิ งานโดยอาศัยคนงานคุม
92
บทท่ี 6 บัญชโี มดูลพน้ื ฐานในการสร้างแบบจำลอง
เครื่องจำนวนหนึ่งคน ดังนั้นจะต้องมีการจองทรัพยากร 2 ชนิดคือ เครื่องปั๊มลัคนงาน โดย
ทรพั ยากรทัง้ สองต้องวา่ งพรอ้ ม ๆกันจงึ จะสามารถดำเนินกิจกรรมได้
Seize Delay: ปฏิบัติการจอง (Seize) ทรัพยากรมาใช้กิจกรรมร่วมกับวัตถุ โดยอาศยั ชว่ งเวลา
(Delay) ในการทำกจิ กรรม ดงั นน้ั เมือ่ มกี ารใชป้ ฏบิ ัติการจองจะต้องมีควิ เข้ามาเกยี่ วขอ้ งดว้ ยเสมอ
การปฏิบัติการนี้จะไม่มีการปล่อยทรัพยากรให้ว่าง ดังนั้นเมื่อเลอื กใชป้ ฏิบัติการนี้จะต้องมีการ
เรียกใชป้ ฏบิ ตั กิ าร Delay Release ในภายหลงั
Delay Release: ปฏิบัติการที่อาศัยช่วงเวลา (Delay) ในการทำกิจกรรมและเมื่อกิจกรรมนน้ั
เสร็จส้ิน จะมีการปล่อยทรัพยากร (Release) ใหว้ า่ ง โดยการ Add หน้าต่างทรพั ยากรเข้ามาแลว้
ระบุชือ่ ทรัพยากรท่ีต้องการปล่อยเพ่ือใหว้ ัตถอุ ื่นเรยี กใช้ทรพั ยากรได้ กรณีทไ่ี ม่ใช้เวลาในการทำ
กิจกรรมผ้สู รา้ งสามารถให้ค่าความลา่ ชา้ เท่ากบั ศนู ย์ได้
Priority: ลำดับความสำคัญของวัตถุทีร่ อคอยเรียกเข้าสูก่ ระบวนการทำงานร่วมกบั ทรัพยากรท่ี
ว่าง โดยใน Process Module จะประกอบไปด้วย 4 ลำดับความสำคญั ไดแ้ ก่ High (1), Medium
(2), Low (3) และ Other Expression
ลำดับความสำคัญของวัตถุมรารอคอยเพอื่ เรียกใช้ทรัพยากร ในกรณีทม่ี วี ัตถุรอคอยเพื่อ
เรยี กใช้ทรัพยากรตัวเดียวกันจากโมดลู Process ตวั อื่น โมดลู Process ทเ่ี ลือกลำดับความสำคญั
High (1) จะได้เรียกใช้ทรัพยากรก่อนโมดูล Process ที่เลือกลำดับความสำคัญ Medium (2)
และ Low (1) โดยช่อง Priority จะปรากฎ เมื่อปฏิบัติการแบบ Seize Delay Release หรือ
Seize Delay
Delay Type ประเภทของช่วงเวลาทใี่ ชใ้ นการทำกิจกรรม มีใหเ้ ลอื ก 5 ประเภท ซึง่ อยใู่ นรูป
ของลกั ษณะการแจกแจงชว่ งเวลาการทำกจิ กรรม คือ
1) Constant เวลาท่ีใช้ในการทำกจิ กรรมเปน็ แบบคงท่ี
2) Normal เวลาท่ใี ชใ้ นการทำกิจกรรมเป็นแบบนอรม์ อล
3) Triangular เวลาที่ใช้ในการทำกจิ กรรมเปน็ แบบสามเหลยี่ ม
4) Uniform เวลาท่ีใช้ในการทำกิจกรรมเป็นแบบยนู ฟิ อรม์
5) Expression เลือกรูปแบบของการแจกแจงทีไ่ ม่ปรากฎขา้ งตน้
Unit เลือกหน่วยเวลาทใ่ี ช้ในการทำกจิ กรรม โดยจะมหี นว่ ยวินาที นาที ชว่ั โมง วนั ให้ผู้สร้าง
แบบจำลองได้เลอื กกำหนด
93
บทที่ 6 บญั ชโี มดลู พื้นฐานในการสร้างแบบจำลอง
Allocation เลือกกำหนดวิธจี ัดสรรเวลาใหก้ บั วัตถุ วา่ กระบวนการทเ่ี กิดข้ึนกบั วัตถคุ วรได้รบั การ
จัดสรรไปสู่ข้อมูลใด มีให้เลือก 5 ประเภทคือ กระบวนการที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value
Added), ไมเ่ กิดมูลค่าเพ่ิม (Non-Value Added), กระบวนการขนถ่าย (Transfer), กระบวนการ
รอ (Wait) และอ่นื ๆ (Other)
Record Entity Statistics : ถ้ามีการคลิกเครื่องหมายถูกที่นี่จะแสดงถึงการกำหนดใหบ้ ันทกึ
ขอ้ มลู ดา้ นมลู ค่าเพ่มิ ทางสถิตขิ องวัตถุ เชน่ ต้นทุนท่ีทำให้เกดิ มลู ค่าเพ่ิมของวตั ถุ ตน้ ทุนทไ่ี ม่ทำให้
เกดิ มูลค่าเพ่ิมของวตั ถุ ค่าใชจ้ า่ ยในการขนยา้ ย ค่าใช้จา่ ยในการรอคอย เวลาทที่ ำใหเ้ กดิ มลู ค่าเพมิ่
ของวัตถหุ รอื เวลาท่ีไม่ทำให้เกิดมูลคา่ เพ่ิมของวัตถุ ใหบ้ ันทึกลงไปในรายงานผลดา้ นกระบวนการ
(Process Report)
ภาพท่ี 6.6 ตวั อย่างหน้าต่างของ Process Module ดว้ ยการทำงานแบบ Delay
จากภาพท่ี 6.6 แสดง Process Module ชอื่ “Storage” ทำกิจกรรมด้วยปฏบิ ัติการ Delay เนื่อง
ด้วยกระบวนการทำงานไม่มีการเรียกใช้ทรัพยากร (No Resource) จึงทำให้ไม่มีคิว (Queue)
เกดิ ขน้ึ โดยใช้เวลาในการดำเนินการดา้ นกิจกรรมด้วยการแจกแจงแบบสามเหลยี่ ม (Triangular)
ที่มีเวลาต่ำทส่ี ดุ 10 นาที คา่ ฐานนยิ ม 15 นาที และระยะเวลาสงู สุด 19 นาที หรอื สามารถใช้สูตร
94
บทที่ 6 บัญชีโมดลู พื้นฐานในการสร้างแบบจำลอง
TRIA (10, 15, 19) และโมดูลนี้มีการกำหนดมูลค่าเพิ่มให้แก่วัตถุแต่ละตัวที่เข้าสู่กระบวนการ
(Value Added)
ภาพท่ี 6.7 ตวั อย่างหน้าต่างของ Process Module ดว้ ยการทำงานแบบ Seize Delay Release
ภาพที่ 6.7 แสดงโมดูลชื่อ “Checking Process” เนื่องด้วยโมดูลนี้มีการเรียกใช้ทรัพยากร
(Resource) จึงเลือกทำกิจกรรมด้วยปฏิบัติการ Seize Delay Release โดยระบุชื่อทรัพยากร
(Resource Type) ทม่ี กี ารเรียกใช้ทำกจิ กรรมว่า “Checker” (Resource Name) โดยพนักงาน
Checker จะทำงานกบั วัตถุครัง้ ละ 1 วัตถุ (Quantity) จงึ ทำให้เกดิ แถวคอย (Queue) บนโมดูล
นี้ โดยใช้เวลาในการดำเนินการดา้ นกจิ กรรมดว้ ยการแจกแจงแบบยนู ิฟอร์ม (Uniform) ทม่ี เี วลา
ตำ่ ทสี่ ดุ 11 นาที และระยะเวลาสูงสุด 17 นาที หรือสามารถใชส้ ตู ร UNIF(11,17) และโมดูลนี้มี
การกำหนดมูลค่าเพมิ่ ใหแ้ ก่วัตถุแตล่ ะตวั ทเ่ี ข้าสู่กระบวนการ (Value Added)
อธิบายข้อมูลทีต่ ้องใสใ่ นหนา้ ต่างทรพั ยากร (Resources)
Type เลือกประเภทของทรัพยากร แบบระบุชื่อทรัพยากร (Resource) หรือกลุ่มทรัพยากร
(Set)
95
บทท่ี 6 บัญชโี มดลู พื้นฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
Resource Name ระบุชื่อของทรัพยากรที่จะถูกใช้หรือปล่อยออก ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือก
ประเภทของทรัพยากรเป็นแบบระบุชือ่ ทรัพยากร (Resource)
Set Name ระบุชื่อของกลุ่มทรัพยากรที่สมาชิกจะถูกใช้หรือปล่อยออก ช่องนี้จะปรากฎเมื่อ
เลือกประเภทของทรัพยากรที่ระบุไว้ใน Set Name ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกประเภทของ
ทรัพยากรเป็นแบบกลมุ่ ทรพั ยากร (Set) ใน Selection Rule มใี ห้เลือก 6 กฎ ดงั น้ี
1. Cyclical วัตถุเรยี กใช้ทรัพยากรจากทรัพยากรไหนว่างก่อนเรยี กใช้ทรัพยากรน้นั
ก่อน
2. Random วตั ถุเรยี กใชท้ รพั ยากรจากการสุม่ เรยี กใช้ทรพั ยากรจากทรัพยากรทีว่ ่าง
3. Preferred Order วัตถุเรียกใช้ทรัพยากรจากลำดับทรัพยากรที่เรียงลำดับไว้ใน
Members ของ Set Spreadsheet Module โดยไม่สนใจว่าทรัพยากรไหนว่าง
ก่อน แต่สนใจ ณ เวลาทรัพยากรที่ถูกจองขณะนัน้ ว่ามีทรพั ยากรไหนว่างให้เรียก
ทรพั ยากรท่ีวา่ งอยู่ในลำดบั แรกก่อน
4. Specific Member ระบทุ รัพยากรที่ตอ้ งการเรียกใชห้ รือปล่อยออก ตวั อยา่ งเช่น
เมื่อวตั ถุทำกิจกรรมเสร็จสิ้นและวัตถุตอ้ งการปลอ่ ยทรพั ยากรให้ว่างตามคา่ ดัชนีช้ี
ตำแหน่งลำดับของทรพั ยากรท่รี ะบไุ วใ้ น Set Index
5. Largest Remaining Capacity วัตถุเรียกใช้ทรัพยากรที่ว่างจากทรัพยากรที่มี
กำลังการผลติ (จำนวน) คงเหลอื มากทีส่ ดุ จะถูกเรียกใชก้ อ่ น
6. Smallest Number Busy วัตถุเรียกใชท้ รัพยากรที่วา่ งจากทรัพยากรที่มีจำนวน
ครั้งการทำงานน้อยสดุ ก่อนจะถกู เรยี กใช้กอ่ น
Save Attribute การใสค่ ุณสมบตั เิ ฉพาะให้กับวตั ถุ โดยคุณสมบัตเิ ฉพาะน้ีจะเก็บคา่ เลขชี้ (Set
Index) ที่แสดงตำแหน่งลำดับของทรพั ยากรใน Set Spreadsheet Module ทำใหว้ ัตถุสามารถ
อ้างถงึ ชือ่ ของทรัพยากรทถี่ ูกเรียกใชห้ รือปลอ่ ยออกได้
ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือก Selection Rule ด้วยกฎ Cyclical, Random, Preferred
Order, Specific Member, Largest Remaining Capacity หรอื Smallest Number Busy
ลำดับของทรัพยากรใน Set Spreadsheet Module มีความสำคัญเมื่อ Selection
Rule ใชก้ ฎ Cyclical และ Preferred Order
เมื่อใช้ปฏิบัติการแบบ Seize Delay Release จะมีการเรียกใช้ทรัพยากรและปล่อย
ทรพั ยากรในโมดลู เดียวกันจงึ ไม่จำเป็นตอ้ งระบคุ ุณสมบตั ิเฉพาะไวช้ ้รี ะบตุ ัวทรัพยากร แต่เม่ือใช้
96
บทที่ 6 บญั ชโี มดูลพืน้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ปฏิบตั กิ าร Seize Delay จำเปน็ ต้องระบคุ ุณสมบตั ิเฉพาะไว้ชรี้ ะบตุ วั ทรพั ยากรเพ่ือใช้ในการระบุ
ชื่อทรัพยากรเมื่อถูกปล่อยออกที่ปฏิบัติการ Delay Release เพื่อให้วัตถุปล่อยทรัพยากรตัว
เดยี วกับทถี่ ูกจองกอ่ นหน้าน้ี
Set Index ค่าดัชนีชี้คุณสมบัติเฉพาะเพื่อแสดงตำแหน่งลำดับของทรัพยากรใน Set
Spreadsheet Module ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกกฎในการเลือกใช้ทรัพยากรแบบ Specific
Member
Quantity จำนวนทรัพยากรทีจ่ ะถูกเรยี กใชจ้ ากชื่อทรัพยากรที่กำหนดหรือจากกลุ่มทรัพยากร
(กรณีเรียกใช้จากกลุ่มทรัพยากร ช่องนี้จะหมายถึง จำนวนของทรัพยากรที่มีชื่อเดียวกันไม่ใช่
จำนวนชอื่ ในกลมุ่ )
ภาพท่ี 6.8 ตวั อย่างหน้าต่างของ Process Module ดว้ ยการทำงานแบบ Seize Delay Release
ดังภาพท่ี 6.8 กระบวนการน้ีสามารถทำกจิ กรรมนี้ไดห้ ลายทรัพยากรจึงสามารถเลือกทรัพยากร
เป็นแบบกลุ่ม (Set Type) กลุ่มทรัพยากรที่มีชื่อว่า “Set of Worker” กลุ่มทรัพยากรที่อยู่ใน
กลุ่มนี้จะถูกเรียกใช้งานโดยวัตถุ (Entity) ครั้งละหนึ่งตัว ตามลำดับที่เรียงไว้ในกลุ่ม “Set of
Worker” ในกรณที ท่ี รพั ยากรทเี่ ป็นสมาชกิ ของกลมุ่ ว่างพร้อมกันจะดำเนนิ งานภายใตเ้ งอ่ื นไขตาม
กฎการทำงาน (Selection Rule) ท่กี ำหนดไว้
Decide Module (Decisions panel)
เป็นหน่วยโครงสรา้ งใช้สำหรบั ตัดสินใจทางเลือกใหก้ บั วัตถุ ควรไปในเสน้ ทางใด โดยแต่
ละวตั ถุสามารถเลือกทางเลอื กใหก้ บั เองไดเ้ พียงหนงึ่ เสน้ ทางเท่านน้ั การตดั สนิ ใจมีสองหลักเกณฑ์
97
บทท่ี 6 บญั ชีโมดลู พ้นื ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ใหญ่ๆคือใช้เกณฑ์ของโอกาศที่น่าจะเป็นไปไดใ้ นการตัดสนิ ใจ (by Chance) หรือใช้เกณฑ์ของ
เง่อื นไขการตัดสินใจ (by Condition) ท่ีใช้เกณฑข์ องโอกาสในการตดั สนิ ใจ
ภาพท่ี 6.9 ตวั อย่างหน้าตา่ งของ Decide Module
อธิบายขอ้ มลู ทีต่ อ้ งใสใ่ นหนา้ ตา่ งของ Decide Module
Name: ชอ่ื ทใี่ ส่ไวใ้ นชอ่ งนีจ้ ะไปปรากฎเปน็ ชื่อโมดลู
Type: เกณฑ์ใชส้ ำหรับตดั สินใจทางเลอื ก มีใหเ้ ลือก 4 ประเภทคอื
1) 2-Way by Chance มีทางให้เลือกโดยใช้เกณฑ์ของโอกาศที่น่าจะเป็นไปได้
(Probability) ในการตัดสินใจ 2 ทาง ถ้าเลือกเกณฑ์นี้จะปรากฎช่อง Percent
True (0-100) ให้เติมค่าโอกาศที่นา่ จะเป็นจริงลงไป ดังนั้นโมดูลนี้จะมที างออก 2
ทางคือ จริง (True) และเท็จ (False) แต่วัตถุสามารถเลือกไปได้เพียงหนึ่งทาง
เท่านัน้
2) 2-Way by Condition มีทางให้เลือกโดยใช้เงื่อนไขในการตัดสินใจ 2 เงือนไข
ดังนนั้ โมดลู นี้จะมีทางออก 2 ทางคอื ทางเลือกที่ทำให้เงอ่ื นไขเป็นจรงิ (True) และ
ทางเลือกที่ทำให้เงื่อนไขเป็นเท็จ (False) โดยเงื่อนไขจะถูกสร้างขึ้นด้วยตัวเลือก
เหล่านี้ คือตัวแปร (Variable) คุณสมบัติประจำตัว (Attribute), ชนิดของวัตถุ
(Entity Type)
3) N-Way by Chance วตั ถุเลือกทางเลอื กไดเ้ พียงหน่งึ ทางจากทางเลือกของโอกาศ
ที่น่าจะเป็นไปได้ (Probability) N ทาง ถ้าเลือกเกณฑ์นี้ การใส่ค่าโอกาสในแตล่ ะ
ทางเลือก ทำได้โดยการคลิกปุ่ม Add จะปรากฎหน้าต่างเงื่อนไข (Conditions)
และมีช่อง Percent True (0-100) ให้เติมค่าโอกาสที่น่าจะเป็นจริงลงไป ทำให้มี
98
บทที่ 6 บญั ชีโมดูลพื้นฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ทางเลือก N ทาง เพราะอีกหนึ่งโอกาสที่เหลือจะไปอยู่ในทางเลือกที่เป็นเท็จ
(False) โดยผลรวมความน่าจะเป็นของ N ทางตอ้ งเทา่ กับ 100%
4) N-Way by Condition วัตถุเลือกทางเลือกได้เพียงหนึ่งทางจาก N ทาง โดยใช้
เกณฑข์ องเงอื่ นไขในการตัดสินใจ ถ้าเลอื กเกณฑ์น้กี ารใส่คา่ เงื่อนไขใหก้ ับทางเลือก
ถา้ เลอื กเกณฑ์น้ี การใส่ค่าโอกาสในแตล่ ะทางเลือก ทำได้โดยการคลิกปมุ่ Add จะ
ปรากฎหน้าต่างเงือ่ นไข (Conditions) ใหก้ ำหนด
อธบิ ายขอ้ มูลทีต่ ้องใสใ่ นหนา้ ต่างเงอื่ นไข (Conditions)
If: เลอื กตัวกำหนดเง่อื นไขจากตวั แปร (Variable), คุณสมบตั ิประจำตวั (Attribute), ชนิดของ
วตั ถุ (Entity Type) หรือสตู ร (Expression)
Named ชอื่ ของตวั เลอื กทเี่ ปน็ ตัวกำหนดเงอื่ นไขตามทีร่ ะบุไว้ใน If โดยช่องนี้จะไมป่ รากฎถ้า
เลือกตวั กำหนดเง่ือนไขแบบสตู ร (Expression)
Is เลือกสมการให้เงือ่ นไข >, >=, = =, <, <= หรอื <> ใหก้ บั ตวั เลอื กท่ีถกู กำหนดใน Named
โดยชอ่ งนี้จะไม่ปรากฎถา้ เลอื กตวั กำหนดเงื่อนไขแบบสตู ร (Expression)
Value ใสค่ า่ ท่ีใชส้ ำหรบั กำหนดเงอ่ื นไขใหก้ บั ตัวเลอื กที่ถูกกำหนดใน Named
จากภาพที่ 6.9 ก. โมดูลชอื่ “Customer Decide” โมดูลนีใ้ ช้สำหรับตัดสินใจทางเลอื ก
ให้กบั วัตถุ โดยผูส้ ร้างใช้เกณฑ์ความนา่ จะเป็นไปได้ (Probability) โดยผสู้ รา้ งไดก้ ำหนดทางเลือก
ไว้ 2 ทางเลอื กที่เป็นไปได้ (2-Way by Chance) โดยทางเลือกทีเ่ ป็นจรงิ (True) มีความเปน็ ไป
ได้ 75%ที่วัตถุจะเลือกไปเส้นทางนี้ และทางเลือกที่เป็นเท็จ (Fales) มีความเป็นไปได้ 25% ท่ี
วัตถจุ ะเลอื กไปเสน้ ทางน้ี
99
บทท่ี 6 บญั ชโี มดูลพน้ื ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ภาพท่ี 6.6 ก ตัวอย่างหน้าต่างของ Decide Module โดย Type: N-Way
ภาพที่ 6.6 ข ตัวอยา่ งหนา้ ตา่ งของ Decide Module โดย Type: N-Way
จากภาพที่ 6.6ข โมดูลช่อื “Decide to Buy Car” โมดลู นใี้ ชส้ ำหรับตัดสินใจทางเลือก
ให้กับวตั ถุ โดยผูส้ ร้างใช้เกณฑ์ความน่าจะเป็นไปได้ (Probability) โดยผสู้ ร้างได้กำหนดทางเลือก
ไว้ 3 ทางเลอื กท่ีเป็นไปได้ (N-Way by Chance) โดยทางเลือกที่ 1 มคี วามเป็นไปได้ 15%ท่ีวตั ถุ
จะเลือกไปเส้นทางน้ี, ทางเลือกที่ 2 มีความเป็นไปได้ 45% ที่วัตถุจะเลือกไปเส้นทางน้ี และ
ทางเลอื กท่ี 3 (False) เปน็ ทางเลอื กที่ไมไ่ ดก้ ำหนดคา่ ตัวเลขความเปน็ ไปได้แตโ่ ดยท่วั ไปโปรแกรม
อารีนาจะทราบวา่ มโี อกาสที่เหลอื อยู่ 40% ที่วตั ถุจะเลือกไปในเสน้ ทางน้ี
ภาพท่ี 6.7 ตวั อย่างหนา้ ตา่ งของ Decide Module โดย สูตร (Expression)
จากภาพที่ 6.7 โมดูลชื่อ “Decide to Buy Car” โมดูลนี้ใช้สำหรับตดั สินใจทางเลือก
ใหก้ ับวัตถุ โดยผสู้ รา้ งใช้สตู ร (Expression) เป็นทางเลอื กในการตดั สินใจ 2 ทางคือ ทางท่ี 1: ทาง
ที่จะทำให้สูตรนี้เปน็ จรงิ คือจำนวนคิวทีอ่ ยู่ในโมดูลช่ือ Process 3 มีค่าเท่ากับ 0 และทางที่ 2:
100
บทท่ี 6 บญั ชโี มดลู พนื้ ฐานในการสร้างแบบจำลอง
ทางที่ทำให้สูตรข้างต้นเป็นเท็จคือเมือ่ มจี ำนวนควิ ที่อยู่ในโมดูลชื่อ Process 3 มีค่าไม่เท่ากับ 0
วตั ถุจะเลือกไปเสน้ ทางนี้
101
บทท่ี 6 บัญชโี มดลู พืน้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ตวั อย่างที่ 6.1 กระบวนการรับสนิ ค้าของบริษัทผู้ใหบ้ ริการจดั สง่ สินคา้
ณ บรษิ ทั ผู้ใหบ้ รกิ ารจดั สง่ สินค้าแหง่ หน่งึ มีการเปดิ ให้บริการ 8 ช่วั โมงต่อวนั โดยในแต่
ละวันจะมีลูกค้าเขา้ มาใช้บริการด้วยช่วงเวลาความห่างแบบเอกซ์โพเนนเชียล 8 นาที/คน โดย
เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาจะทำการตัดสินใจเพือ่ ติดตอ่ กับพนักงาน ณ บริเวณโต๊ะรับสินคา้ จำนวน 2
ตัวที่มีพนักงานให้บริการลูกค้าบริเวณละ 1 คน โดยพนักงานประจำโต๊ะรบั สินคา้ หมายเลขหนึง่
จะให้บริการรับสินคา้ จากลูกค้าด้วยระยะเวลาน้อยท่ีสดุ 6 นาที, เวลามากที่สุด 9 นาที แต่โดย
ปกติจะใหบ้ รกิ ารดว้ ยเวลา 7 นาที สำหรบั พนักงานประจำโตะ๊ รบั สนิ ค้าหมายเลขสองจะใหบ้ รกิ าร
รับสินค้าจากลูกค้าด้วยระยะเวลาน้อยที่สุด 8 นาที, เวลามากที่สุด 11 นาที ลูกค้าจะเป็นผู้
ตัดสินใจเลือกเข้าใช้บริการด้วยตัวเองโดยมีโอกาสที่ลูกค้าจะเลื อกใช้บริการที่โต๊ะรับสินค้า
หมายเลขหนึง่ 45% และเลือกใช้บรกิ ารท่ีโต๊ะรับสินค้าหมายเลขสอง 55% เมื่อทำการสง่ สนิ ค้า
เสร็จเรยี บรอ้ ยลกู ค้าจะทำการเดินออกจากบริษทั ไป ทางบริษัทมคี วามต้องการทราบวา่ ในหนง่ึ วัน
จะสามารถให้บริการลูกค้าได้ทัง้ หมดก่ีราย
ภาพท่ี 6.8 แบบจำลองในส่วนของ Flowchart View ของตวั อย่างที่ 6.1
➢ ขน้ั ตอนการสร้างแบบจำลองจากตัวอย่างท่ี 6.1
ขัน้ ตอนที่ 1 : สร้างการเข้ามาของลกู ค้าทเ่ี ข้ามาสแู่ บบจำลอง (Entity) โดยการคลิกเลือก Create
Module ตั้งชื่อโมดลู ว่า “Customer Arrival” ตั้งค่าช่วงระยะเวลาการมาของลูกค้าแบบเอกซ์
โพเนนเชยี ล (Random Expo) กำหนดคา่ เวลา (Value)เทา่ กบั 8 และหน่วยเป็นนาที (Minutes)
กำหนดให้ลูกค้าเข้ามาครั้งละ 1 คน (Entities per Arrival) โดยไม่มีการจำกัดจำนวน (Max
Arrivals)และชว่ งเวลาก่อนเริม่ ปลอ่ ยวตั ถเุ ขา้ สู่แบบจำลอง (First Creation) รายละเอยี ดแสดงดงั
ภาพท่ี 6.9
102
บทที่ 6 บัญชโี มดูลพน้ื ฐานในการสร้างแบบจำลอง
ภาพที่ 6.9 การตัง้ ค่า Create Module ของตัวอยา่ งที่ 6.1
ขั้นตอนที่ 2 : สร้างทางเลือกในการตัดสินใจของลูกค้าในการเลือกใช้บริการโต๊ะรับสินค้าด้วย
Decide Module ในช่อื “Customer Decide” โดยกำหนดทางเลือกแบบ 2 ทางตามโอกาสเกดิ
(2-Way by Chance) กำหนดให้โอกาสที่จะเลือกเดินไปใชบ้ รกิ ารที่โต๊ะรับสินคา้ หมายเลขหนึ่ง
(True) เท่ากับ 45% โดยโอกาสที่ลูกค้าจะเลือกเดินไปใช้บริการโต๊ะหมายเลขสองจะเท่ากับ
โอกาสท่ีเหลือคือ 55% (False) โดยไม่ต้องใส่คา่ สดั ส่วนโอกาสเกดิ ให้กับโมดลู รายละเอียดแสดง
ดังภาพที่ 6.10
ภาพท่ี 6.10 การต้ังค่า Decide Module ของตวั อยา่ งท่ี 6.1
ขั้นตอนที่ 3 : ที่โต๊ะรับสินค้าหมายเลขหน่ึงมีกระบวนการทำงานและการเรียกใช้ทรัพยากรใน
การทำงานด้วย Process Module โดยกำหนดชื่อเป็น “Receive Counter 1” รูปแบบการ
ทำงานทม่ี กี ารเรียกใช้ทรัพยากรในการดำเนินงานเมื่อเสร็จจะปล่อยทรพั ยากรใหท้ ำงานร่วมกบั
103
บทที่ 6 บัญชีโมดลู พน้ื ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
วัตถตุ วั ถดั ไป (Seize Delay Release) โดยกำหนดทรัพยากรที่เป็นพนกั งาน (Resource) ทช่ี ่อื ว่า
“Receive Staff 1” สามารถทำงานร่วมกับวัตถุได้ครั้งละหนึ่งคน (Quantity) โดยมีระยะเวลา
การทำงานแบบ Triangular ที่มีค่า Minimum เท่ากับ 6, Most Likely เท่ากับ 7 และ
Maximum เท่ากับ 9 หน่วยเป็นนาที (Units) และเป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value
Added) รายละเอยี ดแสดงดงั ภาพที่ 6.11
ภาพที่ 6.11 การต้งั คา่ Process Module ของโตะ๊ รับสนิ ค้าหมายเลขหน่งึ
ขนั้ ตอนท่ี 4 : ทโ่ี ต๊ะรับสนิ คา้ หมายเลขสองมกี ระบวนการทำงานและการเรียกใชท้ รัพยากรในการ
ทำงานด้วย Process Module โดยกำหนดชอ่ื เปน็ “Receive Counter 2” รปู แบบการทำงานที่
มีการเรียกใช้ทรัพยากรในการดำเนินงานเมื่อเสร็จจะปล่อยทรัพยากรให้ทำงานร่วมกับวัตถุตัว
ถัดไป (Seize Delay Release) โดยกำหนดทรัพยากรที่เป็นพนักงาน (Resource) ที่ชื่อว่า
“Receive Staff 2” สามารถทำงานร่วมกับวัตถุได้ครั้งละหนึ่งคน (Quantity) โดยมีระยะเวลา
การทำงานแบบ Uniform ที่มีค่า Minimum เท่ากับ 8 และ Maximum เท่ากับ 11 หน่วยเป็น
นาที (Units) และเป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) รายละเอียดแสดงดังภาพท่ี
6.12
104
บทท่ี 6 บัญชีโมดลู พื้นฐานในการสร้างแบบจำลอง
ภาพท่ี 6.12 การตั้งค่า Process Module ของโตะ๊ รับสนิ คา้ หมายเลขสอง
ขั้นตอนที่ 5 : สร้างทางของของลกู คา้ ทีเ่ ข้ามาใช้บริการด้วย Dispose Module โดยกำหนดชื่อ
เป็น “Exit Door” และให้บันทึกค่าจำนวนสถิติลูกค้าที่ออกจากระบบ (Record Entity
Statistics)
ภาพท่ี 6.13 การตงั้ คา่ Dispose Module ของโต๊ะรบั สินคา้ หมายเลขสอง
➢ การรนั ผลโปรแกรม
เลือกไปที่แถบเครื่องมือ Run > Setup > เลือกแถบ Replication Parameters ใส่
ข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการประเมินผลลงไปในช่องว่างที่ปรากฎ ใส่จำนวนรอบของการ
105
บทที่ 6 บัญชีโมดลู พ้ืนฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ประมวลผลในการรัน (Number of Replications) เท่ากับ 1 จากนั้นใส่ความยาวในการรันผล
โปรแกรม (Replication Length) เท่ากับ 8 หน่วยของเวลาเป็นชั่วโมง (Time Units: Hours)
และเปลีย่ นหนว่ ยในการรันโปรแกรม(Base Time Units) เป็นเป็นนาที (Minute) หลังจากนนั้
การรนั ผลโปรแกรมให้เกดิ ไปที่สญั ลกั ษณ์ “Go”
ภาพท่ี 6.14 การต้งั ค่าการรันผลโปรแกรม
โดยหากต้องการใหโ้ ปรแกรมอารนี าคำนวณผลลัพธท์ ี่เกย่ี วขอ้ งกบั ตน้ ทนุ ทำไดโ้ ดยเลือก
ไปที่แถบเครือ่ งมือ Run>Setup>เลือกแถบ Project Parameters จะปรากฎหน้าต่างขึ้นมาให้
คลกิ เครอื่ งหมายถกู เพื่อระบุรายการท่ตี อ้ งการคำนวณ (คลิกเคร่อื งหมายท่ชี ่อง Costing)
➢ สรปุ รายงานผล
เม่อื การรันเสรจ็ สิ้นจะปรากฎหน้าตา่ งรายงานผลตามตวั อยา่ งขา้ งล่างนี้ โดยชอ่ งขวามือ
สุดจะแสดงรายงานผลโดยภาพรวมของวัตถุ เมื่อต้องการอ่านรายงานผลโดยรวมของแต่ละ
ประเภทสถิติ ให้คลิกเลือกประเภทของรายงาน ณ บัญชีรายงานทางซ้ายมอื แต่ถ้าต้องการอา่ น
ผลรายงานอย่างละเอยี ดถงึ คา่ สูงสุด (Maximum) และคา่ ตำ่ สุด (Minimum) ของแตล่ ะประเภท
106
บทที่ 6 บัญชีโมดลู พ้ืนฐานในการสร้างแบบจำลอง
สถิติ ให้คลิกที่ Category Overview ณ บัญชีรายงาน (Report) แล้วเลือกชื่อประเภทของ
รายงานสถิตทิ ่ีปรากฎในชอ่ งกลาง (Preview) โดยแสดงดังภาพท่ี 6.15 และ ตารางท่ี 7.1
ภาพท่ี 6.15 หนา้ ต่างสรปุ บัญชรี ายงาน (Report)
ตารางที่ 7.1 ผลลัพธ์จากการรันโปรแกรมอารีนา ตัวอย่าง 7.1
รายงาน ผลลัพธ์
จำนวนลกู ค้าท้ังหมดทเ่ี ข้ามาใชบ้ ริการ Number out = 47
จำนวนคร้ังทีพ่ นักงานประจำโตะ๊ หมายเลข 1 ทำงาน Number Seized = 21
จำนวนคร้งั ท่ีพนักงานประจำโต๊ะหมายเลข 2 ทำงาน Number Seized = 27
เวลาทลี่ ูกค้ารอคอยการใช้บริการโต๊ะหมายเลข 1 Waiting Time = 1.85 Minutes
เวลาทลี่ ูกคา้ รอคอยการใช้บริการโตะ๊ หมายเลข 2 Waiting Time = 3.44 Minutes
สัดส่วนการทำงานของพนกั งานประจำโต๊ะหมายเลข 1 Inst Util 32%
สดั ส่วนการทำงานของพนักงานประจำโต๊ะหมายเลข 2 Inst Util 53%
107
บทท่ี 6 บัญชีโมดูลพน้ื ฐานในการสร้างแบบจำลอง
ตัวอยา่ งที่ 6.2 การเลือกใชป้ ระตรู ับสนิ คา้ ภายในพน้ื ท่ีคลังสินค้า
ณ บริษัทผู้ให้บริการจัดเก็บสินคา้ แห่งหนึง่ มีการให้บริการรับจดั เกบ็ สินคา้ ให้กับลกู คา้
โดยในแต่ละวนั จะมีรถขนส่งสินค้าของลูกค้าเข้ามาใช้บริการด้วยช่วงเวลาความห่างแบบเอกซ์
โพเนนเชียล 35 นาที/คัน โดยรถขนสง่ สนิ ค้าแตล่ ะคันทเี่ ข้ามาจะนำสินคา้ มาดว้ ยครงั้ ละ 16 ชิ้น
โดยเมื่อรถขนส่งสินค้าเข้ามาถึงพื้นที่อาคารคลังสินค้า จะต้องทำการตัดสินใจเพื่อติดต่อกับ
พนักงาน ณ บรเิ วณประตูรบั สนิ ค้าทีม่ ีท้ังหมด 2 ประตู โดยม่ีขอ้ มลู ดังตอ่ ไปน้ี
ประตูรับสินค้าหมายเลข 1 จะมีโอกาสท่ีรถขนส่งสินค้าจะเลือกใช้ประตูรับสินค้า
หมายเลข 1 เมอ่ื จำนวนสนิ ค้าทีอ่ ยใู่ นแถวคอยของประตูหมายเลข 1 นอ้ ยกวา่ 10 ชน้ิ มพี นักงาน
ให้บริการจำนวน 1 คนที่มีระยะเวลาในการนำสินค้าลงจากรถขนส่งท่ีใช้เวลาต่อชิ้นน้อยทีส่ ดุ 1
นาที, เวลามากทีส่ ดุ 2.5 นาทแี ต่โดยสว่ นใหญจ่ ะใชเ้ วลา 1.5 นาที โดยสินคา้ ทุกชน้ิ ที่รบั เข้ามา ณ
ประตูรับสินค้าหมายเลขหนึ่งจะถูกสุ่มเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบที่ร้อยละ 10 โดยมี
พนักงานจำนวน 1 คนคอยรับสนิ ค้าไปทำการตรวจสอบที่ใชเ้ วลาต่อชิน้ น้อยที่สุด 1 นาที, เวลา
มากทส่ี ุด 1.7 นาทีแต่โดยสว่ นใหญจ่ ะใชเ้ วลา 3.3 นาที จากนัน้ จะสง่ ต่อไปสกู่ ระบวนการอ่นื ต่อไป
ประตูรับสินค้าหมายเลข 2 จะมีโอกาสที่รถขนส่งสินค้าจะเลือกใช้ประตูรับสินค้า
หมายเลข 2 เมอื่ พบว่าจำนวนสินค้าทอี่ ยูใ่ นแถวคอยของประตหู มายเลข 1 มจี ำนวนมากกวา่ 10
ชิน้ ทำใหไ้ มส่ ามารถนำสินคา้ ลงท่ีประตรู บั สนิ ค้าหมายเลข 1 ได้ โดยท่ปี ระตูรับสนิ ค้าหมายเลข 2
จะมีพนักงานให้บรกิ ารจำนวน 1 คนท่ีมีระยะเวลาในการนำสนิ คา้ ลงจากรถขนส่งท่ีใช้เวลาต่อช้ิน
น้อยทีส่ ุด 2 นาที, เวลามากท่ีสุด 3 นาทแี ตโ่ ดยสว่ นใหญ่จะใช้เวลา 4 นาที จากน้ันจะส่งต่อไปสู่
กระบวนการอืน่ ตอ่ ไป
หากทางบริษทั มคี วามตอ้ งการทราบถงึ ประสิทธภิ าพในการรับสินค้าและเวลารอคอยท่ี
เกิดขึ้น ณ ประตูหมายเลข 1 และประตูหมายเลข 2 ว่ามีผลลัพธ์เท่ากับเท่าใด หากบริษัทมี
ระยะเวลาในการทำงาน 14 ช่วั โมงต่อวนั และตอ้ งการรันแบบจำลองซ้ำจำนวน 1 รอบ
ภาพที่ 6.16 แบบจำลองในส่วนของ Flowchart View ของตวั อย่างที่ 6.2
108
บทท่ี 6 บัญชีโมดูลพื้นฐานในการสร้างแบบจำลอง
➢ ขน้ั ตอนการสรา้ งแบบจำลองจากตัวอยา่ งท่ี 6.2
ขั้นตอนที่ 1 : สร้างการเข้ามาของรถขนส่งสินค้าที่เข้ามาสู่แบบจำลอง (Entity) โดยการคลิก
เลือก Create Process ตั้งชื่อโมดลู ว่า “Truck Arrival” ตั้งคา่ ช่วงระยะเวลาการมาของลูกคา้
แบบเอกซ์โพเนนเชียล (Random Expo) กำหนดค่าเวลา (Value) เท่ากับ 35 และหน่วยเป็น
นาที (Minutes) กำหนดให้รถขนส่งสินค้านำสินค้าเข้ามาครั้งละ 16 ชิ้น (Entities per Arrival)
โดยไมม่ กี ารจำกดั จำนวน (Max Arrivals) และชว่ งเวลาก่อนเริ่มปลอ่ ยวตั ถุเข้าสูแ่ บบจำลอง (First
Creation) รายละเอยี ดแสดงดงั ภาพที่ 6.17
ภาพที่ 6.17 แบบจำลองในส่วนของ Flowchart View ของตวั อย่างที่ 6.2
ขั้นตอนที่ 2 : สร้างทางเลือกในการตัดสินใจของลูกคา้ ในการเลอื กใชบ้ รกิ ารประตูรับสินค้าด้วย
Decide Module ในชื่อ “Choose Dock 1” โดยกำหนดทางเลือกแบบ 2 ทางตามเงื่อนไขที่
กำหนด (2-Way by Condition) กำหนดให้โอกาสที่จะเลือกไปใช้บริการที่ประตูรับสินค้า
หมายเลข 1 (True) เปน็ สตู ร (Expression) เมอ่ื จำนวนสินค้าที่อยู่ในแถวคอยของประตหู มายเลข
1 น้อยกวา่ 10 ช้นิ “NQ(Dock 1 Receive.Queue) < 10” โดยหากสนิ คา้ ในแถวคอยของประตู
หมายเลข 1 มจี ำนวนมากกวา่ 10 ชนิ้ จะเลอื กไปทีป่ ระตรู ับสินค้าหมายเลข 2 (False) แทน โดย
ไมต่ ้องใส่ค่าสดั สว่ นโอกาสเกิดใหก้ ับโมดูล รายละเอยี ดแสดงดังภาพที่ 6.18
109
บทท่ี 6 บัญชโี มดลู พนื้ ฐานในการสร้างแบบจำลอง
ภาพท่ี 6.18 การตั้งค่า Decide Module ของตัวอย่างที่ 6.2
ข้นั ตอนท่ี 3 : ณ ประตูรับสินค้าหมายเลข 1 มกี ระบวนการทำงานและการเรียกใช้ทรัพยากรใน
การทำงานดว้ ย Process Module โดยกำหนดชื่อเปน็ “Dock 1 Receive” รูปแบบการทำงาน
ที่มกี ารเรียกใช้ทรพั ยากรในการดำเนินงานเม่อื เสร็จจะปลอ่ ยทรัพยากรให้ทำงานร่วมกับวัตถุตัว
ถัดไป (Seize Delay Release) โดยกำหนดทรัพยากรที่เป็นพนักงาน (Resource) ที่ชื่อว่า
“Dock 1 Staff” สามารถทำงานรว่ มกับวตั ถุได้ครั้งละหนึ่งคน (Quantity) โดยมีระยะเวลาการ
ทำงานแบบ Triangular ทม่ี ีค่า Minimum เท่ากบั 8, Most Likely เท่ากบั 1.5 และ Maximum
เท่ากับ 2.5 หน่วยเป็นนาที (Units) และเป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added)
รายละเอียดแสดงดังภาพที่ 6.19
ภาพท่ี 6.19 การตง้ั ค่า Process Module ของ “Dock 1 Receive”
110
บทท่ี 6 บญั ชโี มดูลพนื้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ข้นั ตอนท่ี 4 : ณ ประตูรบั สินคา้ หมายเลข 2 มีกระบวนการทำงานและการเรียกใช้ทรัพยากรใน
การทำงานด้วย Process Module โดยกำหนดช่ือเป็น “Dock 2 Receive” รูปแบบการทำงาน
ที่มกี ารเรยี กใชท้ รพั ยากรในการดำเนินงานเมือ่ เสร็จจะปล่อยทรัพยากรให้ทำงานร่วมกับวัตถุตัว
ถัดไป (Seize Delay Release) โดยกำหนดทรัพยากรที่เป็นพนักงาน (Resource) ที่ชื่อว่า
“Dock 2 Staff” สามารถทำงานรว่ มกับวตั ถุได้ครั้งละหนึ่งคน (Quantity) โดยมรี ะยะเวลาการ
ทำงานแบบ Triangular ที่มีค่า Minimum เท่ากับ 2, Most Likely เท่ากับ 3 และ Maximum
เท่ากับ 4 หน่วยเป็นนาที (Units) และเป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added)
รายละเอียดแสดงดังภาพที่ 6.20
ขั้นตอนที่ 5 : ณ ประตูรับสินค้าหมายเลข 1 (Dock 1) สร้างทางเลือกในการตัดสินใจของการ
ตรวจสอบสินค้าด้วย Decide Module ในชื่อ “QC Test?” โดยกำหนดทางเลือกแบบ 2 ทาง
ตามโอกาสเกิด (2-Way by Chance) กำหนดให้โอกาสที่จะเกิดการตรวจสอบ (True) เท่ากับ
10% โดยโอกาสที่สินค้าจะไม่ได้รับการตรวจสอบคือ 90% (False) โดยไม่ต้องใส่ค่าสัดส่วน
โอกาสเกดิ ให้กบั โมดลู รายละเอยี ดแสดงดังภาพท่ี 6.21
ภาพท่ี 6.20 การตัง้ คา่ Process Module ของ “Dock 2 Receive”
111
บทที่ 6 บัญชโี มดลู พืน้ ฐานในการสร้างแบบจำลอง
ภาพท่ี 6.21 การต้ังค่า Decide Module ของ “QC Test”
ขัน้ ตอนท่ี 6 : สรา้ งทางของของสนิ คา้ ทเี่ ขา้ สู่กระบวนการท่ีประตูรับสินคา้ หมายเลข 1 ออกจาก
แบบจำลองดว้ ย Dispose Module โดยกำหนดช่อื เปน็ “Storage 1” และใหบ้ ันทึกคา่ จำนวน
สถติ ิสินคา้ ที่ออกจากระบบ (Record Entity Statistics) รายละเอยี ดแสดงดังภาพท่ี 6.22
ภาพท่ี 6.22 การต้งั ค่า Dispose Module ช่ือ “Storage 1”
ขั้นตอนท่ี 7 : สรา้ งทางออกของสินค้าทเ่ี ขา้ ส่กู ระบวนการทีป่ ระตรู บั สนิ ค้าหมายเลข 2 ออกจาก
แบบจำลองด้วย Dispose Module โดยกำหนดชื่อเป็น “Storage 2” และให้บันทึกค่าจำนวน
สถิตสิ นิ ค้าท่ีออกจากระบบ (Record Entity Statistics) รายละเอียดแสดงดงั ภาพที่ 6.23
112
บทท่ี 6 บญั ชีโมดูลพื้นฐานในการสร้างแบบจำลอง
ภาพท่ี 6.23 การต้ังค่า Dispose Module ชื่อ “Storage 2”
➢ การรันผลโปรแกรม
เลือกไปที่แถบเครื่องมือ Run > Setup > เลือกแถบ Replication Parameters ใส่ข้อมูลที่
จำเป็นต้องใช้ในการประเมนิ ผลลงไปในช่องว่างที่ปรากฎ ใส่จำนวนรอบของการประมวลผลใน
การรัน (Number of Replications) เท่ากับ 1 (จากที่โจทย์กำหนด) จากนั้นใส่ความยาวในการ
รันผลโปรแกรม (Replication Length) เท่ากับ 14 หน่วยของเวลาเป็นชั่วโมง (Time Units:
Hours) และเปลี่ยนหน่วยในการรันโปรแกรม(Base Time Units) เป็นนาที (Minute) หลังจาก
น้นั การรันผลโปรแกรมให้เกดิ ไปทสี่ ัญลักษณ์ “Go”
113
บทท่ี 6 บญั ชีโมดลู พื้นฐานในการสร้างแบบจำลอง
ภาพที่ 6.24 การตง้ั คา่ การรนั ผลโปรแกรม
➢ สรุปรายงานผล
เมื่อการรันเสร็จสิ้นจะปรากฎหน้าต่างรายงานผลตามตัวอย่างข้างล่างนี้ โดยช่องขวามือสุดจะ
แสดง
ภาพที่ 6.25 หนา้ ต่างสรปุ บญั ชรี ายงาน (Report)
114
บทท่ี 6 บัญชีโมดูลพ้ืนฐานในการสร้างแบบจำลอง
ตารางที่ 7.2 ผลลพั ธจ์ ากการรนั โปรแกรมอารนี า ตวั อย่าง 7.2
รายงาน ผลลัพธ์
จำนวนลกู คา้ ท้ังหมดทีเ่ ข้ามาใช้บริการ Number out = 320
จำนวนครงั้ ที่พนกั งานประตูหมายเลข 1 ทำงาน Number Seized = 179
จำนวนครงั้ ทพ่ี นกั งานประตหู มายเลข 2 ทำงาน Number Seized = 141
จำนวนคร้ังทีพ่ นักงานตรวจสอบสินค้าทำงาน Number Seized = 20
เวลาท่ีลูกคา้ รอคอยการใช้บรกิ ารประตหู มายเลข 1 Waiting Time = 8.78 Minutes
เวลาทลี่ ูกคา้ รอคอยการใช้บริการประตูหมายเลข 2 Waiting Time = 29.80 Minutes
เวลาที่ลูกคา้ รอคอยการตรวจสอบสินค้า Waiting Time = 0.02 Minutes
สัดส่วนการทำงานของพนกั งานประตูหมายเลข 1 Inst Util 36%
สัดสว่ นการทำงานของพนักงานประตูหมายเลข 2 Inst Util 50%
สัดสว่ นการทำงานของพนักงานตรวจสอบสนิ ค้า Inst Util 4%
115
บทท่ี 6 บัญชโี มดลู พ้นื ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
Assign module
ภาพท่ี 6.26 Assign Module
เป็นหน่วยโครงสร้างสำหรับกำหนดหน้าที่ให้กับค่าตัวแปร (Variables), คุณสมบัติ
ประจำตวั (Attribute), ประเภทของวัตถุ (Entity Type), ภาพของวตั ถุ (Entity Picture) หรอื ตวั
แปรอืน่ ๆ (Other) โดยการกำหนดหน้าท่ีสามารถไดห้ ลายหนา้ ที่หรอื หลายรายการในหน่วยโมดูล
เดยี วกัน หลงั จากกำหนดหน้าทตี่ ่างๆใหก้ บั วัตถุทีผ่ า่ นออกจากโมดูลนจี้ ะมีทางออกทางเดยี วกัน
ในการใช้งานนั้น สามารถใช้เพื่อเปลี่ยนประเภทของวัตถุ (Entity) เพื่อกำหนดลำดบั
ความสำคญั ของลูกค้า
อธิบายขอ้ มลู ทต่ี อ้ งใส่ในหน้าต่างของ Assign Module
Name: ชอื่ ทใ่ี ส่ไวใ้ นช่องนีจ้ ะไปปรากฎเป็นชอ่ื โมดูล
Assignments: การกำหนดหน้าทีอ่ ยา่ งน้อยหนง่ึ อยา่ งให้กบั วตั ถเุ มอื่ วตั ถเุ ขา้ มายงั โมดูลน้ี การ
กำหนดหนา้ ทำไดโ้ ดยการคลกิ ปุม่ Add จะปรากฎหนา้ ตา่ งย่อย (Assignments) สำหรับใส่ข้อมลู
ดังนี้
Type เลือกประเภทของหน้าที่ทีถ่ กู มอบหมายมี 5 ประเภทคือ ตัวแปร (Variable), คุณสมบัติ
ประจำตัว (Attribute), ชนิดของวัตถุ (Entity Type), ภาพของวัตถุ (Entity Picture) หรือ ตัว
แปรระบบพิเศษอ่นื ๆ (Other)
Variable Name: การตงั้ ชื่อให้กบั ตัวแปรทจ่ี ะได้รบั การกำหนดคา่ ตัวแปรเม่ือวัตถุเข้าสู่
โมดลู นี้ โดยช่องน้จี ะปรากฎเม่ือเลอื กประเภทของหนา้ ทเ่ี ปน็ ตวั แปร (Type: Variable) โดยเมอ่ื มี
การตั้งชื่อตัวแปรในโมดูลนี้ ชื่อตัวแปรนี้จะไปปรากฎอัตโนมัติ ณ Variable Spreadsheet
116
บทที่ 6 บญั ชีโมดูลพ้ืนฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
Module โดยข้อมูลของตวั แปรมีสามชนิดคอื 1. ชนิดของตวั แปร (Variable) 2. อาร์เรยต์ ัวแปร
หนงึ่ มติ ิ (Variable Array 1D) 3. อารเ์ รย์ตวั แปรสองมิติ (Variable Array 2D)
Attribute Name: การตั้งชื่อให้คุณสมบัตปิ ระจำตวั ที่จะได้รับการมอบหมายค่าให้ โดย
คุณสมบัติประจำตวั นี้จะถกู กำหนดให้วตั ถุเมื่อวตั ถุเคลือ่ นที่ผ่านโมดูล โดยช่องนี้จะปรากฎเม่อื
เลอื กประเภทของหนา้ ที่เป็นคุณสมบตั ิประจำตวั (Type: Attribute)
Entity Type: การตงั้ ชอ่ื ใหม่ให้ชนดิ วัตถุ โดยช่ือใหมน่ จ้ี ะถูกกำหนดให้วตั ถุเมื่อวตั ถเุ ขา้ สโู่ มดลู
น้ี โดยช่องน้จี ะปรากฎเม่อื เลือกประเภทของหนา้ ที่เป็นชนิดของวตั ถุ (Type: Entity Type) โดย
ชอื่ วตั ถตุ งั้ ใหม่น้ีจะไปปรากฎอตั โนมตั ิ ณ Entity Spreadsheet Module และ ช่ือน้ีจะไปปรากฎ
ทร่ี ายงานผลลพั ธด์ ้านวตั ถุ (Entity Report) ของโปรแกรมอารีนา
Entity Picture: การเลอื กภาพใหม่ให้กบั วตั ถุ โดยภาพใหม่จะถกู กำหนดให้แกว่ ัตถเุ ม่ือวัตถุเข้า
สโู่ มดูลน้ี โดยช่องนจี้ ะปรากฎเมือ่ เลือกประเภทของหนา้ ทเ่ี ปน็ ภาพวตั ถุ (Type: Entity Picture)
Other: การกำหนดค่าลงไปใหต้ ัวแปรระบบพเิ ศษ โดยตัวแปรแบบพเิ ศษจะถูกกำหนดใหแ้ ก่วตั ถุ
เมอื่ วตั ถุเขา้ ส่โู มดูลนี้
New Value การใส่ค่าให้กับตัวแปร คุณสมบัติประจำตัว ชื่อสูตรหรือตวั แปรระบบพิเศษอื่นๆ
โดยการใส่คา่ อาจใส่เป็นค่าคงที่หรือใสเ่ ปน็ รูปแบบการแจกแจงใส่คา่ การแจกแจงทำได้โดยการ
คลิกเมาส์ขวาจะปรากฎเมนูให้เลือก Build Expression>Random Distribution> ค่าการแจก
แจงทต่ี ้องการ เช่น UNIF(1,2)
ภาพท่ี 6.27 ตัวอย่างหน้าต่างของ Assign Module
117
บทที่ 6 บัญชโี มดูลพื้นฐานในการสร้างแบบจำลอง
จากภาพที่ 6.2 โมดูลชือ่ “Assign Customer Type” จะทำการมอบหมายคุณลกั ษณะเพ่มิ เติม
(Attribute) โดยวัตถุที่ผ่านเข้าสู่โมดูลนี้จะได้รับการมอบหมายคุณลักษณะใหม่ที่ชื่อว่า
“Customer Attribute” ทม่ี คี ่าเทา่ กับ 1 (Value)
Batch Module
ภาพท่ี 6.28 ตวั อย่างหน้าตา่ งของ Batch Module
เป็นหน่วยโครงสร้างที่ทำหน้าที่รวมวัตถุที่สนใจไว้ด้วยกัน การรวมวัตถุสามารถระบุ
ประเภทของวัตถทุ ่ีตอ้ งการรวมได้ (ช่ัวคราว&ถาวร) เชน่ รวมวัตถทุ ่มี ีประเภทเดียวกันไว้ด้วยกัน
หรอื รวมวัตถุทุกประเภทไวด้ ้วยกัน การรวมวตั ถุท่สี นใจสามารถรวมได้ทง้ั แบบชั่วคราวและถาวร
โดยหากเปน็ การรวมกันแบบชัว่ คราวจะต้องมีการแยกกันกอ่ นออกจากระบบอีกครั้งก่อนที่วัตถุ
น้ันจะออกจากระบบดว้ ย Dispose Module ไม่เชน่ น้นั โปรแกรมจะเตือน (Warning) วา่ มีความ
ผิดพลาดอนั เกิดจากการไม่ได้แยกวัตถุออกจากกันเกิดข้ึน การแยกวัตถุที่รวมกันอย่างชัว่ คราว
สามารถทำไดโ้ ดย Separate Module
วัตถุที่เข้าสู่ Batch Module จะถูกลำเลียงไปไว้ในแถวคอย (Queue) เพื่อทำการนับ
จำนวนของวตั ถุที่อย่ใู นแถวคอยจนกระท่ังจำนวนของวตั ถทุ ี่อยใู่ นแถวคอยมจี ำนวนเทา่ กบั จำนวน
ที่ต้องการให้มีการรวมกนั (Batch Size) จะทำการสร้างวัตถใุ หม่ขึ้นหนึ่งตวั ที่สามารถเป็นได้ทัง้
วตั ถุแบบชวั่ คราวหรอื วตั ถแุ บบถาวรออกจากโมดลู นี้ไป
อธิบายข้อมลู ท่ีตอ้ งใส่ในหน้าตา่ งของ Batch Module
Name: ช่ือทใ่ี สไ่ วใ้ นชอ่ งนจ้ี ะไปปรากฎเปน็ ชื่อโมดูล
118
บทที่ 6 บญั ชโี มดลู พนื้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
Type: ประเภทของการรวมวตั ถุ มี 2 ประเภทคือ
1) Permanent – รวมแบบถาวร (ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อกี )
2) Temporary – รวมแบบชว่ั คราว (ตอ้ งแยกออกจากกันกอ่ นออกจากระบบ)
Batch Size: จำนวนของวัตถทุ ต่ี อ้ งการรวม
Save Criterion ตวั แทนของกลมุ่ วัตถุใหม่จะยดึ ค่าตามชนิดของวตั ถุตัวสดุ ทา้ ย (Last) ในแตล่ ะ
กลมุ่ หรอื จะยดึ ค่าตามชนดิ ของวตั ถุตวั แรก (First) ในแต่ละกล่มุ ทอ่ี ยู่ในแถวคอย (Queue)
Rule: กฎการรวมของวตั ถุ ประกอบด้วย 2 กฎคอื
1) Any Entities – การรวมวัตถุแบบรวมวัตถุทุกชนิดเอาไว้ด้วยกัน โดยการรวมนบั
จำนวนวัตถุในแถวคอยให้รวมเท่ากับจำนวนของวัตถุที่ต้องการรวม (Batch Size)
เพือ่ รอรวมเขา้ สโู่ มดูล
2) By Attribute – การรวมวตั ถทุ ี่ใหค้ า่ คณุ สมบตั ปิ ระจำตวั เดยี วกันท่ีอยใู่ นแถวคอยไว้
ดว้ ยกัน
Attribute Name เลือกชื่อของคุณสมบัติที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการรวมวัตถุ ที่มีค่าคุณสมบัติ
เหมอื นกนั ไว้ด้วยกัน ซึ่งคณุ สมบัตินีอ้ าจเลอื กจากคุณลักษณะที่โปรแกรมอารีนากำหนดใหก้ บั วัตถุ
โดยอัตโนมัติ เช่น Entity.Type, Entity.Serial Number เป็นต้น หรือเลอื กจากคุณสมบตั ิทีถ่ ูก
สรา้ งไว้แลว้ ใน Assign Module ทอ่ี ธบิ ายไวก้ ่อนหน้านี้ ชอ่ งนจ้ี ะปรากฎขึ้นเม่อื เลือกกฎการรวม
วตั ถุ (Rule) แบบการรวมวตั ถุที่มีคุณสมบตั เิ ดียวกันไวด้ ว้ ยกัน (By Attribute)
Representative Entity Type การตั้งชื่อใหม่ให้กับชนิดของวัตถุ โดยชื่อใหม่นี้จะถูกใช้เป็น
ตัวแทนในการนำเสนอผลลัพธ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุนี้ การตั้งชือ่ ในส่วนนี้จะมีประโยชน์เมื่อ
ประเภทของวัตถุเป็นแบบถาวร เช่น การนำวัตถุ 5 ชิ้นมาบรรจุลงกล่องเพื่อขายโดยชื่อใหม่น้ี
สามารถเสนอผลลัพธข์ องจำนวนกล่องทัง้ หมดได้
119
บทที่ 6 บัญชโี มดลู พนื้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ภาพที่ 6.29 ตัวอย่างหนา้ ต่างของ Batch Module ดว้ ยการรวมแบบชวั่ คราว (Temporary)
จากภาพที่ 6.29 โมดูลชื่อ “Batch for Packing” สำหรับทำการรวมสินค้าแบบถาวร
(Permanent) ที่มีขนาดการรวม 5 วัตถุเข้าไว้ด้วยกัน (Batch Size) เพื่อให้กลายเป็นวัตถุใหม่
แบบถาวรไมส่ ามารถแยกออกจากกันได้ โดยตวั แทนของกลมุ่ วตั ถุใหม่จะยดึ ค่าตามชนิดของวัตถุ
ตัวสุดท้าย (Last) ในแต่ละกลุ่มโดยสามารถรวมวัตถุทุกประเภทไว้ด้วยกันได้โดยไม่มีเงื่อนไข
(Any Entity)
Adjustable Batch Module
ภาพที่ 6.30 ตัวอย่าง Adjustable Batch Module
เป็นหน่วยโครงสร้างที่พัฒนาต่อจาก Batch Module เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการ
นำมาใช้ในแบบจำลองมากขึ้นและทำให้เกิดวัตถุติดค้างในแถวคอยที่รอการรวมลดลง โดยตัว
120
บทที่ 6 บัญชโี มดูลพ้ืนฐานในการสร้างแบบจำลอง
โมดูลยังคงทำหน้าที่รวมวัตถุที่สนใจไว้ด้วยกัน การรวมวัตถุสามารถระบุประเภทของวัตถุที่
ต้องการรวมได้ (ชั่วคราว&ถาวร) โดยสามารถกำหนดเงื่อนไขในการรวมวัตถุเข้าไว้ด้วยกันที่
แตกตา่ งจาก Batch Module ตรงทสี่ ามารถตง้ั เงอ่ื นไขใหร้ วมวตั ถทุ ี่อยใู่ นแถวคอยเมื่อระยะเวลา
ในแบบจำลองครบตามที่กำหนด (Maximum Wait Time) และเงื่อนไขให้รวมวัตถุที่อยู่ใน
แถวคอยเมื่อไดร้ บั สญั ญาณ (Signal) ทตี่ อ้ งใชง้ านรว่ มกับ Signal Module
อธิบายข้อมูลท่ตี ้องใสใ่ นหน้าตา่ งของ Adjustable Batch Module
Name: ช่ือที่ใสไ่ วใ้ นชอ่ งนี้จะไปปรากฎเป็นชื่อโมดลู
Type: ประเภทของการรวมวตั ถุ มี 2 ประเภทคือ
Permanent – รวมแบบถาวร (ไมส่ ามารถแยกออกจากกันไดอ้ กี )
Temporary – รวมแบบชว่ั คราว (ต้องแยกออกจากกันกอ่ นออกจากระบบ)
Preferred Batch Size: จำนวนของวัตถุทต่ี อ้ งการรวม
Save Criterion ตวั แทนของกลุ่มวัตถใุ หมจ่ ะยดึ คา่ ตามชนดิ ของวตั ถุตวั สุดทา้ ย (Last) ในแตล่ ะ
กลุ่มหรอื จะยึดคา่ ตามชนดิ ของวตั ถุตวั แรก (First) ในแต่ละกลมุ่ ท่อี ยูใ่ นแถวคอย (Queue)
Representative Entity Type การตง้ั ช่อื ใหม่ให้กับชนดิ ของวัตถุ โดยชือ่ ใหมน่ ้จี ะถูกใช้เป็น
ตัวแทนในการนำเสนอผลลพั ธต์ ่างๆ ทเี่ กย่ี วข้องกับวตั ถนุ ้ี การตงั้ ชื่อในส่วนนีจ้ ะมปี ระโยชนเ์ ม่ือ
ประเภทของวตั ถุเป็นแบบถาวร เชน่ การนำวตั ถุ 5 ชนิ้ มาบรรจลุ งกล่องเพ่อื ขายโดยชอื่ ใหมน่ ี้
สามารถเสนอผลลพั ธ์ของจำนวนกลอ่ งทงั้ หมดได้
Partial Batch Method การกำหนดเงื่อนไขในการรวมวตั ถุบางสว่ นเขา้ ไวด้ ้วยกนั ตามเงอื่ นไข
ถึงแมจ้ ะรวมกนั ได้ไมค่ รบตามจำนวนทีก่ ำหนดไวใ้ น Preferred Batch Size โดยสามารถกำหนด
เงือ่ นไขการรวมวตั ถุบางส่วนได้ ดงั นี้
- Maximum Wait Time เป็นการเลอื กเง่อื นไขในการปล่อยสนิ คา้ ในแถวคอยบางสว่ น
ไปเม่ือวัตถใุ นแถวคอยรอคอยจนครบตามชว่ งเวลาทีก่ ำหนด โดยหากพบวา่ จำนวน
สนิ คา้ ในแถวคอยยังคงไม่ครบตามจำนวนท่ีกำหนดไว้ วัตถทุ ีม่ ใี นแถวคอยทัง้ หมดจะทำ
การรวมกนั และเคลอื่ นย้ายต่อออกไปจากโมดูล
121
บทที่ 6 บัญชีโมดลู พน้ื ฐานในการสร้างแบบจำลอง
- Signal เปน็ การเลอื กเง่อื นไขในการปลอ่ ยสนิ คา้ ในแถวคอยบางสว่ นไปเมือ่ ได้รับ
สัญญาณท่ีมีค่ารหัสสญั ญาณเป็นไปตามทกี่ ำหนด (Signal Code)
Maximum Wait Time เป็นการกำหนดชว่ งเวลาในแบบจำลองสงู สดุ ทว่ี ตั ถุจะทำการรอคอย
(ปรากฎเม่ือเลือกเงื่อนไขเปน็ Maximum Wait Time)
Units หน่วยของเวลา สามารถกำหนดไดเ้ ปน็ วนิ าที, นาท,ี ช่วั โมง, วัน (ปรากฎเมือ่ เลอื กเงอ่ื นไข
เป็น Maximum Wait Time)
Signal Code รหัสของสญั ญาณทกี่ ำหนดใหโ้ มดูลทำการรวมสนิ คา้ บางสว่ น (ปรากฎเมื่อเลือก
เงือ่ นไขเป็น Signal)
ภาพที่ 6.31 ตวั อย่างหนา้ ต่างของ Adjustable Batch Module แบบ “Maximum Wait
Time”
จากภาพที่ 6.31 โมดูลช่ือ “Adjustable Batch Customer” สำหรับทำการรวมสินค้าแบบ
ชั่วคราว (Temporary) ที่มีขนาดการรวม 2 วัตถุเข้าไว้ด้วยกัน (Batch Size) เพื่อให้กลายเป็น
วัตถุใหม่แบบชั่วคราวสามารถแยกออกจากกันได้ภายหลัง วัตถุที่รวมกันใหม่จะกลายเป็นเภท
Elder Customer (Representative Entity Type) ประเภทของการรวมบางสว่ นในแถวคอยจะ
รวมกันเมื่อถึงเวลาที่กำหนด (Maximum Wait Time) มากที่สุด 15 (Maximum Wait Time)
กำหนดหน่วยเป็นนาที (Minutes)
122
บทท่ี 6 บญั ชีโมดูลพื้นฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ภาพที่ 6.32 ตวั อย่างหน้าตา่ งของ Adjustable Batch Module แบบ “Signal”
จากภาพที่ 6.32 โมดูลชื่อ “Adjustable Batch for WIP” สำหรับทำการรวมสินค้าแบบถาวร
(Permanent) ที่มีขนาดการรวม 4 วัตถุเข้าไว้ด้วยกัน (Batch Size) เพื่อให้กลายเป็นวัตถุใหม่
แบบถาวรไม่สามารถแยกออกจากกันไดภ้ ายหลงั วตั ถุทีร่ วมกนั ใหมจ่ ะกลายเปน็ เภท WIP Entity
(Representative Entity Type) ประเภทของการรวมบางส่วนในแถวคอยจะรวมกันเมื่อได้รบั
รหสั สญั ญาณทก่ี ำหนด (Signal) กำหนดรหสั สัญญาณท่ตี อ้ งการเป็น 99 (Signal Code)
Separate Module
ภาพท่ี 6.33 ตัวอย่างหน้าต่างของ Separate Module
123
บทท่ี 6 บัญชีโมดูลพนื้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
เป็นหน่วยโครงสร้างที่ใช้ทั้งในการคดั ลอกวัตถทุ ีเ่ ขา้ โมดูลนี้ให้กลายเป็นหลายวัตถุเมอ่ื
ออกจากโมดูลหรือใช้ในการคดั แยกกอ้ นวตั ถุ โดยมคี วามสามารถในการคดั แยกวัตถุที่รวมกนั แบบ
ชั่วคราว (Temporary) ที่ถูกรวมมาก่อนหน้านี้ด้วย Batch Module ออกจากกัน และ
ความสามารถในการคดั ลอกวัตถุทีเ่ ข้ามาให้กลายเป็นวัตถอุ ีกช้ินทีม่ คี ุณสมบัติเหมือนกันสำหรับ
กรณกี ระบวนการคดั ลอกต่างๆ
อธิบายขอ้ มูลทีต่ อ้ งใสใ่ นหนา้ ตา่ งของ Separate Module
Name: ช่อื ที่ใสไ่ ว้ในช่องนีจ้ ะไปปรากฎเป็นชอ่ื โมดูล
Type: ประเภทของการแยกวัตถุ มี 2 ประเภทคือ
1) Duplicate Original – การคัดลอกวตั ถุท่เี ราสนใจ
2) Split Existing Batch – การแยกวตั ถอุ อกจากกนั จากวตั ถทุ ่รี วมกนั แบบชวั่ คราว
ในโมดูล Batch
Percent Cost to Duplicate (0-100) กำหนดเปอร์เซ็นต์มลู คา่ ตน้ ทนุ และมูลค่าเวลาใหว้ ตั ถทุ ่ี
ถูกคัดลอกจากมลู ค่าต้นทุนวัตถุดั้งเดมิ ช่องนีจ้ ะปรากฎเมื่อเลือกประเภทประเภทการแยกแบบ
Duplicate Original
# of Duplicate:จำนวนของวัตถุที่คัดลอกออกจากหน่วยโมดูลนี้ ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือก
ประเภทเปน็ แบบ Duplicate Original แตถ่ ้าผสู้ รา้ งใสค่ ำลงในช่องน้ีเปน็ ตัวเลขทศนยิ มข้อมูลจะ
พจิ ารณาใหเ้ ปน็ เลขจำนวนเต็มโดยการปัดตัวเลขนั้นลง
Member Attribute เลือกวิธีการกำหนดคุณสมบัติให้กับวัตถุมี 3 วิธีให้เลือก โดยช่องนี้จะ
ปรากฎขึ้นเมอื่ ประเภทของการแยกวตั ถุ (Type) เป็นแบบ Split Existing Batch ดังน้นั
1) Retain Original Entity Value คุณสมบัติประจำตวั ดั้งเดิมต่างๆ ทุกตัวของวัตถตุ ้น
กำเนดิ รวมทงั้ คุณสมบัตทิ ผี่ สู้ ร้างกำหนดขึ้นมาก่อนวตั ถเุ ขา้ สู่ Batch Module เม่ือวัตถุ
ถูกแยกออกจากกัน ยังคงค่าเหมือนเดิมทุกคุณสมบัติ เช่น Entity.Type,
Entity.Picture, Entity.
2) Take All Representative Values คุณสมบตั ิประจำตวั ต่างๆ ทุกตัวของวัตถทุ ่ที ำให้
โมดูลนี้ทำงาน (อาจไม่ใช่วัตถุดั้งเดิมก็ได้) ซึ่งอาจเป็นคุณสมบัติที่ถูกกำหนดขึ้นใหม่
หลงั จากกอ้ นวัตถุออกจาก Batch Module
124
บทท่ี 6 บัญชโี มดลู พนื้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
3) Take Specific Representative Values ระบคุ ณุ สมบัติบางตวั จากคณุ สมบตั ิ
ประจำตวั ของวตั ถทุ ่ีทำใหโ้ มดูลนี้ทำงาน (อาจไม่ใชว่ ตั ถดุ ้งั เดิมก็ได้) ซงึ่ อาจเป็นคณุ สมบัติ
ทีถ่ ูกกำหนดข้นึ ใหมห่ ลงั จากกอ้ นวัตถุออกจาก Batch Module โดยกำหนดใหค้ ณุ สมบตั ิ
นั้นติดตวั วตั ถมุ าเมื่อทำการแยก เชน่ Entity.Type, Entity.Picture, Entity.Station,
Entity.Sequence, Entity.Jobshop และ Entity.HoldCostRate
Attribute Name เลือกคุณสมบัติให้กับวัตถุจากคุณสมบัติประจำตัวทั้งหมดของวัตถุที่ทำให้
โมดูลนท้ี ำงาน (อาจไมใ่ ชว่ ตั ถดุ ัง้ เดมิ ก็ได้) ใหต้ ิดตัววตั ถุไปเมื่อวัตถุถกู แยกในโมดูล Separate ชอ่ ง
นี้จะปรากฎขึน้ เมือ่ เลือกวธิ กี ำหนดคุณสมบตั ิเปน็ แบบ Take Specific Representative Values
ใน Separate Module เมอ่ื เลอื กประเภทของการแยกแบบ Duplicate Original ทำให้
โมดลู นม้ี ีสองทางออกคอื ทางออกดา้ นบนซ่งึ เป็นทางออกของวัตถุเดมิ ท่ีเขา้ มา (Original) ขณะที่
ทางออกดา้ นล่างจะปรากฎคำว่า “Duplicate” อยู่ คือทางออกของจำนวนวตั ถทุ ถี่ ูกคัดลอก
ภาพท่ี 6.34 ตัวอย่างหน้าต่างของ Separate Module ของ “Separate Customer”
จากภาพท่ี 6.34 โมดลู ชอ่ื “Separate Customer” จะทำการคัดแยกวตั ถุทีร่ วมกนั แบบชวั่ คราว
ท่ีถูกรวมเข้าด้วยกันโดย Batch Module (Split Existing Batch) โดยคงคุณสมบัติประจำตัว
ด้งั เดิมต่างๆทกุ ตัวของวัตถตุ ้นกำเนดิ
125
บทท่ี 6 บัญชีโมดูลพน้ื ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ภาพที่ 6.35 ตัวอย่างหน้าตา่ งของ Separate Module ของ “Duplicate Original”
จากภาพที่ 6.35 โมดูลชอ่ื “Copy Document” จะทำการคัดลอกวตั ถุท่ีเข้ามาสู่โมดูล
(Duplicate Original) ออกมาเป็นสำเนาเพิ่มอีก 2 วัตถุโดยไม่นับวัตถุตัวต้นฉบับ (# of
Duplicates) โดยจะเกิดต้นทุน 75%จากวัตถุตน้ ฉบับ (Percent Cost of Duplicates)
Record Module
ภาพที่ 6.36 ตวั อย่างของ Record Module
เป็นหน่วยโครงสรา้ งสำหรับรวบรวมข้อมลู ทางสถติ ใิ นแบบจำลอง เช่น เกบ็ ข้อมูลวัตถุที่
เข้าสู่โมดูลนี้ บนั ทกึ เวลาทตี่ ัววตั ถอุ ยูใ่ นระบบ บันทึกช่วงเวลาห่างของวัตถทุ ่มี าถึงโมดูล หรือการ
นับจำนวนของวตั ถทุ ีผ่ ่านเขา้ มาในแตล่ ะทางเลอื ก
126
บทที่ 6 บญั ชโี มดูลพนื้ ฐานในการสร้างแบบจำลอง
เนื่องจากโปรแกรมอารีนาจะมีการคำนวณเวลาเฉลี่ยทีว่ ัตถุอยู่ในระบบ (Total Time)
และจำนวนวัตถุทีอ่ อกจากระบบ (Number Out) และจำนวนวัตถุที่เข้ามาในระบบ (Number
In) ของวัตถแุ ตล่ ะชนิดให้อยู่แล้วแต่ไมส่ ามารถแยกบันทึกผลลัพธ์ของวตั ถชุ นิดเดียวกันได้ เชน่
อยากทราบจำนวนลูกค้าขับรถกลบั บา้ นเองได้ กับจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการรถขนส่งที่ทางบรษิ ทั
จดั ให้ ถา้ ลูกคา้ เป็นประเภทเดยี วกันโปรแกรมอารนี าจะแสดงผลลัพธ์ของจำนวนวัตถรุ วมในระบบ
(Number Out) แต่ผู้สร้างสามารถแยกคำนวณผลลัพธ์ข้างต้นได้โดยสร้างDecide Module
ตัดสนิ ใจว่าลกู ค้าจะใชบ้ ริการรถขนสง่ หรือไม่ หลังจากนน้ั ในแตล่ ะทางเลือกสร้างโมดูล Record
ประเภท Count เพ่ือสั่งให้โปรแกรมอารนี าทำการคำนวณจำนวนวตั ถุในแต่ละทางเลอื กให้
อธบิ ายขอ้ มูลทีต่ อ้ งใส่ในหน้าตา่ งของ Record Module
Name: ชื่อท่ใี สไ่ วใ้ นช่องน้จี ะไปปรากฎเป็นชอื่ โมดลู
Type: ประเภทของสถิติที่ตอ้ งการบนั ทกึ ประกอบด้วย
- Count : บันทึกขอ้ มลู การนบั เมอื่ วตั ถเุ ขา้ สู่โมดลู นี้ โมดลู นจ้ี ะทำการนับวัตถุเพิ่มตามท่ี
ระบุคา่ จำนวนเต็มบวกในช่อง Value หรอื ทำการนับวัตถตุ ามท่ีระบุคา่ จำนวนเตม็ ลบใน
ช่อง Value แต่ถ้าผู้สร้างแบบจำลองใส่ค่าในช่อง Value เป็นตัวเลขทศนิยม ข้อมูลจะ
พจิ ารณาให้เปน็ เลขจำนวนเต็มโดยการปดั ตัวเลขนนั้ ลง
- Entity Statistics : บันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนของวัตถุ และเวลาของวัตถุ
ทั้งหมด เช่น VA Cost, NVA Cost, Wait Cost, Transfer Cost, Other Cost, Total
Cost, VA Time, NVA Time, Wait Time, Transfer Time, Other Time and Total
Time การใช้โมดูล Record มีประโยชน์เมื่อมีการเปลี่ยนชื่อของชนิดวัตถุ (Entity
Type) ในโมดูล Assign ถ้าต้องการเก็บค่าทางสถิติของวัตถุก่อนเปลี่ยนชื่อ ทำได้โดน
การสร้างโมดูล Record ประเภท Entity Statistics ไว้หน้าโมดูล Assign เพื่อให้โมดลู
Record ทำการบนั ทึกข้อมูลทีเ่ ก่ยี วข้องกับต้นทนุ และเวลาของวตั ถุชนิดเดมิ ซงึ่ หลังจาก
รันโปรแกรมอารนี าจะไดผ้ ลลัพธท์ ีเ่ กยี่ วข้องกับต้นทนุ และเวลาของทง้ั วัตถุเดิมและวัตถุ
ใหม่
- Time Interval : บันทึกข้อมูลประเภทนี้เป็นการสั่งให้โมดูลนี้ ทำการคำนวณหาค่า
เวลาปัจจุบันที่วัตถุเข้าโมดูล Record ไปหักลบกับค่าที่วัตถุมีติดตัวในคุณสมบัติ
ประจำตวั (Attribute Name) ในโมดลู Assign ทถ่ี ูกสรา้ งไวก้ อ่ นหนา้ น้ี
- Time Between : บันทกึ ค่าช่วงเวลาหา่ งของแต่ละวตั ถุท่ีมาถึงโมดลู น้ี
127
บทท่ี 6 บญั ชีโมดลู พนื้ ฐานในการสร้างแบบจำลอง
- Expression : บนั ทึกคา่ ทางสถติ ติ ามสตู รท่กี ำหนด
Attribute Name: ชื่อคุณสมบัติที่ถูกกำหนดค่า TNOW ไว้ในโมดูล Assign ที่ถูกสร้างไว้ก่อน
หน้านี้ ชอ่ งนจ้ี ะปรากฎข้นึ เมอ่ื ประเภทของสถติ ิทต่ี ้องการบนั ทึกกำหนดแบบ Time Interval
Value: คา่ การนับเพมิ่ คา่ การนบั ลง หรือใสส่ ตู รคา่ ทางสถิตทิ ่ีตอ้ งการบันทึก ช่องนจี้ ะปรากฎข้ึน
เมือ่ ประเภทของสถิติท่ตี ้องการเปน็ แบบ Count หรือ Expression
Tally Name: ชอ่ื ท่ีใช้บนั ทึกผลลัพธ์ทางสถิติของโมดลู โดยหลังจากการรันแบบจำลองใหอ้ า่ น
ผลลัพธท์ างสถติ จิ ากช่อื นี้ในรายงานผลประเภท User Specified ช่องนี้จะปรากฎขนึ้ เมือ่ ประเภท
ของสถติ ิทีต่ ้องการบันทกึ เป็นแบบ Time Interval, Time Between หรือ Expression
Counter Name: ชื่อที่ใช้บันทึกผลลัพธ์ด้านการนับทางสถิติของโมดูลนี้ โดยหลังจากการรัน
แบบจำลอง ให้อ่านผลลัพธ์ทางสถิติจากชื่อในรายงานผลประเภท User Specified (ช่องนี้จะ
ปรากฎขึน้ เมือ่ ประเภทของสถติ ทิ ่ตี ้องการบนั ทึกเปน็ แบบ Count)
Record into Set ถ้ามีการคลิกเครื่องหมายถูกที่น่ีแสดงถึงการกำหนดให้ข้อมูลถูกเก็บในกล่มุ
ขอ้ มูลเดียวกนั
Counter Set Name ให้บันทึกข้อมูลที่ได้ลงในชื่อกลุ่มที่ถูกระบุ ช่องนี้จะปรากฎเมื่อคลิก
เคร่อื งหมายถูกที่ Record into Set และมีประเภทของสถิตทิ ต่ี อ้ งการบนั ทึกเปน็ แบบ Count
Tally Set Name ให้บันทึกข้อมูลที่ได้ลงในชื่อกลุ่มที่ถูกระบุช่องนี้จะปรากฎเมื่อคลิก
เครื่องหมายถูกที่ Record into Set และมีประเภทของสถิติที่ต้องการบันทึกเป็นแบบ Time
Interval, Time Between หรือ Expression
Set Index ดัชนีชี้ตำแหน่งของสมาชิกในกลุ่มที่ระบุใน Counter Set Name หรือ Tally Set
Name ให้ระบุเลข 1, 2, … เพื่อบง่ บอกวา่ ขอ้ มูลข้างต้นใหบ้ ันทึกอยู่ในสมาชิกลำดับที่เท่าใดของ
กล่มุ โดยชอ่ ง Set Index จะปรากฎเมื่อคลกิ เครอ่ื งหมายถูกที่ Record into Set
ในกรณีใหจ้ ดบันทกึ ข้อมูลไว้ในชอื่ กลุ่มทต่ี ง้ั ไว้ใน Counter Set Name หรือ Tally Set
Name ชื่อที่ถูกระบุนั้นจะไปปรากฎอัตโนมัติใน Set Spreadsheet Module ด้วย เพื่อใช้อ่าน
ผลลพั ธท์ างสถติ ิจากรายช่อื สมาชกิ ท่ีกำหนด ในรายงานผลประเภท User Specified
128
บทท่ี 6 บัญชโี มดลู พืน้ ฐานในการสร้างแบบจำลอง
ภาพที่ 6.37 ตัวอย่างหน้าตา่ งของ Record Module
129
บทท่ี 6 บญั ชีโมดลู พน้ื ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ตัวอยา่ งท่ี 6.3 กระบวนการตรวจสอบสัมภาระของท่าอากาศยาน
ณ ทา่ อากาศยานแหง่ หน่งึ มคี วามต้องการทราบประสทิ ธิภาพในกระบวนการตรวจสอบ
สัมภาระของผทู้ ีเ่ ขา้ มาใช้บริการในช่วงเวลาที่มีผู้ใชบ้ รกิ ารหนาแน่นตง้ั แต่ 08:00 ถงึ 22:00 โดย
ผู้ใช้บริการจะเขา้ มาดว้ ยการกระจายแบบเอกซโ์ พเนนเชยี ลทกุ ๆ 35 นาที ครัง้ ละ 12 คน โดยไมม่ ี
การจำกัดจำนวนของผูท้ ่ีจะเขา้ มาใช้บริการ โดยเม่ือผู้ใชบ้ ริการเขา้ มาถึงจะมีโอกาสเลือกเขา้ รบั
การตรวจสมั ภาระดว้ ยกัน 3 เสน้ ทาง ดงั น้ี
เสน้ ทางท่ี 1 มีโอกาสเกดิ 15% เปน็ กระบวนการตรวจแบบกลุ่มทผี่ ้ใู ช้บริการจำเป็นต้อง
มกี ารจับกล่มุ กันจำนวน 3 คน/กล่มุ เพื่อเข้ารับการตรวจโดยพนกั งานตรวจสอบจำนวน 1 คน ท่ี
มีระยะเวลาการตรวจสัมภาระน้อยที่สุด 3 นาที, สูงสุด 5 นาที แต่โดยทั่วไปจะใช้เวลา 4 นาที
โดยภายหลกั การตรวจผู้โดยสารจะแยกตวั กันออกจากกลุม่ เพอ่ื เดนิ ต่อไป
เส้นทางที่ 2 มีโอกาสเกิด 65% เป็นกระบวนการตรวจแบบรายบุคคล โดยผู้ใชบ้ รกิ าร
จะต้องเข้ารับการตรวจสัมภาระกับพนักงานตรวจสอบจำนวน 1 คน ที่มีระยะเวลาการตรวจ
สัมภาระนอ้ ยท่สี ุด 2 นาท,ี สงู สดุ 4.5 นาที แตโ่ ดยทวั่ ไปจะใชเ้ วลา 3 นาที โดยภายหลักการตรวจ
ผู้โดยสารจะเดินออกไปจากสถานีตรวจสอบสมั ภาระ
เส้นทางที่ 3 มีโอกาสเกิด 20% ที่ผู้ใช้บริการจะไม่ได้ทำการตรวจสอบสัมภาระ โดย
ผู้ใช้บรกิ ารจะทำการเดนิ ตอ่ ไปตามเส้นทางด้วยตนเอง ใชร้ ะยะเวลาในการเดินน้อยทสี่ ดุ 5 นาที,
สูงสุด 8 นาที แต่โดยทั่วไปจะใช้เวลา 6.5 นาที สำหรับการเดินออกไปจากสถานีตรวจสอบ
สมั ภาระ
จากข้อมูลข้างต้นทางบริษัทมีความต้องการที่จะทราบว่า ณ กระบวนการใดที่มี
ระยะเวลาเกดิ แถวคอยมากท่ีสุด โดยการสรา้ งแบบจำลองสถานการณ์ที่มจี ำนวนรอบการรันผล
แบบจำลอง 3 ครัง้
ภาพที่ 6.38 แบบจำลองในส่วนของ Flowchart View ของตัวอย่างท่ี 6.3
130
บทท่ี 6 บญั ชโี มดูลพนื้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
➢ ข้ันตอนการสรา้ งแบบจำลองจากตวั อยา่ งท่ี 6.3
ขั้นตอนที่ 1 : สร้างการเข้ามาของผู้ใช้บริการที่เข้ามาใช้บริการที่เข้ามาสู่แบบจำลอง
(Entity) โดยการคลิกเลอื ก Create Process ต้ังชอ่ื โมดลู ว่า “Passenger Arrival” ต้ัง
ค่าช่วงระยะเวลาการมาของลูกค้าแบบเอกซ์โพเนนเชียล (Random Expo) กำหนดค่า
เวลา (Value) เท่ากับ 35 และหน่วยเปน็ นาที (Minutes) กำหนดให้ผู้ใช้บริการเข้ามา
ครั้งละ 12 คน (Entities per Arrival) โดยไม่มีการจำกัดจำนวน (Max Arrivals) และ
ช่วงเวลากอ่ นเรมิ่ ปลอ่ ยผูใ้ ชบ้ รกิ ารเขา้ สแู่ บบจำลอง (First Creation) รายละเอียดแสดง
ดงั ภาพ
ภาพท่ี 6.39 การต้งั ค่า Process ช่ือ “Passenger Arrival”
ภาพที่ 6.40 การตัง้ ค่า Decide Module ชือ่ “Security Checkpoint Decide”
131
บทที่ 6 บญั ชีโมดลู พื้นฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ขั้นตอนที่ 2 : รายละเอียดแสดงดังภาพท่ี 6.40 ณ ประตทู างเขา้ สรา้ งทางเลือกโอกาส
เกิดในการเข้ารับการตรวจสัมภาระด้วย Decide Module ในชื่อ “Security
Checkpoint Decide” โดยกำหนดทางเลือกแบบหลายเสน้ ทางทางตามโอกาสเกิด (N-
Way by Chance) กำหนดใหโ้ อกาสทีจ่ ะเกดิ การตรวจสอบ (True) เสน้ ทางท่ี 1 เทา่ กับ
15% และ เส้นทางที่ 2 เท่ากับ 65% โดยโอกาสที่สินค้าจะไม่ได้รับการตรวจสอบคือ
20% (False) โดยไม่ต้องใสค่ ่าสดั ส่วนโอกาสเกดิ ใหก้ ับโมดูล
ขั้นตอนที่ 3 : ณ จุดตรวจสัมภาระหมายเลข 1 (การตรวจเป็นกลุ่ม) จะมีกระบวนการ
ในการรวบรวมผใู้ ช้บรกิ ารก่อนเข้ารับการตรวจสัมภาระด้วย Batch Module และต้ังชอ่ื
โมดูลว่า “Batch for Security Checkpoint” ประเภท (Type) เป็นการรวมกันแบบ
ชว่ั คราว (Temporary) ขนาดของการรวมกลุ่ม 3 คน/กลุม่ (Batch Size) ใช้คุณลักษณะ
สุดท้ายของวัตถุ (Save Criterion: Last) โดยไม่มีกฎหรือเงื่อนไขในการรวม (Rule:
Any Entity) แสดงดังภาพท่ี 6.41
ภาพท่ี 6.41 การต้งั คา่ Batch Module ชื่อ “Batch for Security Checkpoint”
ข้นั ตอนท่ี 4 : เมือ่ ทำการรวมกลุ่มของผู้ใช้บริการที่จะเข้าทำการตรวจสัมภาระเสร็จสิ้น
ผู้ใช้บริการจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสัมภาระโดยเป็นกระบวนการทำงานและการ
เรยี กใช้ทรพั ยากรในการทำงานด้วย Process Module โดยกำหนดชอ่ื เป็น “Security
Checkpoint 1” รูปแบบการทำงานที่มีการเรียกใช้ทรัพยากรในการดำเนินงานเม่ือ
เสร็จจะปล่อยทรัพยากรให้ทำงานรว่ มกับผู้ใชบ้ ริการคนถดั ไป (Seize Delay Release)
132
บทที่ 6 บัญชโี มดลู พืน้ ฐานในการสร้างแบบจำลอง
โดยกำหนดทรัพยากรท่เี ป็นพนกั งาน (Resource) ท่ีชือ่ วา่ “Security Staff 1” สามารถ
ทำงานร่วมกับวัตถุได้ครั้งละหนึ่งคน (Quantity) โดยมีระยะเวลาการทำงานแบบ
Triangular ที่มีค่า Minimum เท่ากับ 3, Most Likely เท่ากับ 4 และ Maximum
เท่ากับ 5 หน่วยเป็นนาที (Units) และเป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added)
รายละเอยี ดแสดงดงั ภาพที่ 6.42
ภาพที่ 6.42 การตัง้ ค่า Process Module ชื่อ “Security Checkpoint 1”
ขั้นตอนที่ 5 : ภายหลังผ่านการตรวจสัมภาระที่ Security Checkpoint 1 จะทำการ
แยกกลุ่มของผู้ใช้บริการที่เข้ามาตรวจด้วย Separate Module และตั้งชื่อว่า
“Separate Group” ตั้งค่าการทำงานเป็นคัดแยกวัตถุออกจากกัน (Split Existing
Batch) โดยใชค้ ุณลกั ษณะเดมิ ของวตั ถุ (Retain Original Entity Values) รายละเอยี ด
แสดงดงั ภาพที่ 6.43
133
บทที่ 6 บญั ชีโมดลู พ้นื ฐานในการสร้างแบบจำลอง
ภาพที่ 6.43 การต้งั ค่า Separate Module ชือ่ “Separate Group”
ขั้นตอนที่ 6 : ทำการบนั ทกึ จำนวนของผู้ใช้บริการที่ผ่านการตรวจที่จุดตรวจท่ี 1 ก่อนออกจาก
ระบบไปด้วย Record Module ในชื่อ “Security Checkpoint 1 Record” เลือกให้โมดูลทำ
การนับผู้ใช้บริการท่ีวิ่งผ่าน (Count) และ แสดงผลลัพธ์ในรายงานสุดท้ายชื่อ (Security
Checkpoint 1 Counter) โดยรายงานที่ได้จากการบนั ทกึ โดยโมดลู Record จะปรากฎในบัญชี
รายงาน “User Specified” รายละเอียดแสดงดงั ภาพท่ี 6.44
ภาพท่ี 6.44 การตัง้ คา่ Record Module ช่อื “Security Checkpoint 1 Record”
ขั้นตอนที่ 7 : ณ จุดตรวจสัมภาระหมายเลข 2 (การตรวจรายบุคคล) ผู้ใช้บริการจะเข้าสู่
กระบวนการตรวจสอบสัมภาระโดยเป็นกระบวนการทำงานและการเรียกใช้ทรัพยากรในการ
134
บทที่ 6 บญั ชีโมดลู พ้นื ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ทำงานด้วย Process Module โดยกำหนดชื่อเป็น “Security Checkpoint 2” รูปแบบการ
ทำงานที่มกี ารเรียกใช้ทรพั ยากรในการดำเนินงานเมื่อเสร็จจะปลอ่ ยทรัพยากรให้ทำงานร่วมกับ
ผูใ้ ชบ้ ริการคนถัดไป (Seize Delay Release) โดยกำหนดทรัพยากรทีเ่ ปน็ พนักงาน (Resource)
ที่ชื่อว่า “Security Staff 2” สามารถทำงานร่วมกับวัตถุได้ครั้งละหนึ่งคน (Quantity) โดยมี
ระยะเวลาการทำงานแบบ Triangular ทีม่ คี า่ Minimum เท่ากับ 2, Most Likely เท่ากับ 3 และ
Maximum เท่ากับ 4.5 หน่วยเป็นนาที (Units) และเป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value
Added) รายละเอยี ดแสดงดงั ภาพท่ี 6.45
ภาพท่ี 6.45 การต้ังค่า Process Module ช่ือ “Security Checkpoint 2”
ขน้ั ตอนท่ี 8 : ทำการบันทึกจำนวนของผู้ใชบ้ รกิ ารที่ผา่ นการตรวจท่ีจดุ ตรวจสมั ภาระ ที่ 2 ออก
จากระบบไปด้วย Record Module ในชื่อ “Security Checkpoint 2 Record” เลือกให้โมดลู
ทำการนับวัตถุที่วิ่งผ่าน (Count) และ แสดงผลลัพธ์ในรายงานสุดท้ายชื่อ (Security
Checkpoint 2 Counter) โดยรายงานที่ได้จากการบนั ทึกโดยโมดูล Record จะปรากฎในบัญชี
รายงาน “User Specified” รายละเอียดแสดงดังภาพที่ 6.46
135
บทที่ 6 บัญชีโมดูลพนื้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง
ภาพท่ี 6.46 การตง้ั ค่า Record Module ชือ่ “Security Checkpoint 2 Record”
ขั้นตอนท่ี 9 : เส้นทางที่ผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสมั ภาระ ผู้ใช้บรกิ ารจะเดนิ
ผ่านกระบวนการไปด้วยตัวเอง โดยไม่มีการเรียกใช้ทรัพยากรในการทำงานด้วย Process
Module โดยกำหนดชือ่ เป็น “No Security Checkpoint” โดยไม่มีการเรยี กใช้ทรัพยากรในการ
ดำเนินงาน (Delay) มีระยะเวลาการทำงานแบบ Triangular ทมี่ คี ่า Minimum เทา่ กบั 5, Most
Likely เท่ากับ 6.5 และ Maximum เท่ากับ 8 หน่วยเป็นนาที (Units) และเปน็ กิจกรรมทีส่ รา้ ง
มูลคา่ เพมิ่ (Value Added) รายละเอยี ดแสดงดงั ภาพที่ 6.47
ภาพที่ 6.47 การตง้ั คา่ Process Module ชื่อ “No Security Checkpoint”
136
บทท่ี 6 บญั ชีโมดลู พนื้ ฐานในการสร้างแบบจำลอง
ภาพที่ 6.48 การตงั้ คา่ Record Module ช่อื “No Security Checkpoint Record”
ขนั้ ตอนที่ 10 : รายละเอียดแสดงดงั ภาพที่ 6.48 ทำการบันทกึ จำนวนของผใู้ ช้บริการท่ีไม่ได้รับ
การตรวจสมั ภาระก่อนออกจากระบบดว้ ย Record Module ในชื่อ “No Security Checkpoint
Record” เลือกให้โมดูลทำการนับผู้ใช้บริการที่วิ่งผ่าน (Count) และ แสดงผลลัพธ์ในรายงาน
สุดท้ายชื่อ (No Security Checkpoint Counter) โดยรายงานที่ได้จากการบันทึกโดยโมดูล
Record จะปรากฎในบญั ชรี ายงาน “User Specified”
ขั้นตอนที่ 11 : สร้างทางออกของแบบจำลองสำหรับผู้ใช้บริการด้วย Dispose Module โดย
กำหนดชื่อเป็น “Exit” และให้บันทึกค่าจำนวนสถิติสินค้าที่ออกจากระบบ (Record Entity
Statistics) รายละเอยี ดแสดงดังภาพท่ี 6.49
ภาพที่ 6.49 การตั้งคา่ Dispose Module ชอ่ื “Storage 2”
➢ การรันผลโปรแกรม
เลือกไปที่แถบเครื่องมือ Run > Setup > เลือกแถบ Replication Parameters ใส่ข้อมูลที่
จำเป็นต้องใช้ในการประเมินผลลงไปในช่องว่างที่ปรากฎ ใส่จำนวนรอบของการประมวลผลใน
การรัน (Number of Replications) เท่ากับ 3 (จากที่โจทย์กำหนด) จากนั้นใสค่ วามยาวในการ
137