บทที่ 7 บญั ชโี มดูลขัน้ สูงในการสร้างแบบจำลอง
จากภาพท่ี 7.56 โมดลู ช่อื “Signal 888” เมื่อวัตถุเข้ามาส่โู มดลู นีจ้ ะทำหนา้ ท่ีสง่ โคด้ สัญาณทีม่ คี า่
เท่ากับ 888 (Signal Value) ไปยังทุกโมดูล Hold ในแบบจำลองและโมดูล Hold ที่รอค่า
สัญญาณเดยี วกันน้ีจะทำการปล่อยวัตถุออกจากแถวคอยจำนวน 4 ตัว (Limit)
อธบิ ายขอ้ มูลทต่ี ้องใสใ่ นหนา้ ตา่ งของ Signal Module
Name: ชอื่ ที่ใส่ไวใ้ นชอ่ งนจี้ ะไปปรากฏเปน็ ชื่อโมดูล
Signal Value: คา่ ของสัญญาณทถ่ี กู สง่ ไปยังวัตถทุ ี่อย่ใู นโมดลู Hold
Limit: จำนวนวัตถุสูงสุดที่ถูกปล่อยออกจากแถวคอยของโมดูล Hold เมื่อได้รับค่าสัญญาณที่
กำหนด
187
บทที่ 7 บัญชโี มดลู ขัน้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง
ตวั อย่างท่ี 7.3 กระบวนการจบั คู่สนิ คา้ ประเภทเดียวกนั เพอื่ ทำการจัดเกบ็ สนิ คา้
ณ บริษัทแห่งหน่ึงมีกระบวนการในการจัดเก็บสนิ ค้าภายในพื้นที่อาคารคลังสินคา้ โดย
สินค้าจะเข้ามาสู่พืน้ ที่อาคารคลังสินค้า 3 ประเภทได้แก่ 1) สินค้า AA จะเข้ามาด้วยความห่าง
แบบเอกซ์โพเนนเชียลทุกๆ 29 นาที ครั้งละ 7 ชิ้น, 2) สินค้า BB จะเข้ามาด้วยความห่างแบบ
เอกซ์โพเนนเชียลทุกๆ 15 นาที ครั้งละ 3 ชิ้น และ 3) สินค้า CC จะเข้ามาด้วยความห่างแบบ
เอกซ์โพเนนเชยี ลทุกๆ 18 นาที ครง้ั ละ 6 ชิน้ โดยมีการดำเนินงาน ดังนี้
- สินค้า AA เมื่อเข้ามาในระบบจะทำการเรียกใช้กลุ่มของพนักงานสินค้าคงคลังสำหรบั
กระบวนการตรวจนับทมี่ ีจำนวนทงั้ หมด 4 คน โดยสินคา้ แต่ละช้ินจะเรียกใชพ้ นกั งานใน
การทำงานคร้ังละ 1 คน และระยะเวลาในการนับสินคา้ ครัง้ ละ 5 วินาที จากนั้นจะถกู
สง่ ไปรอยังพืน้ ทีส่ ำหรบั การจับคู่สินค้าต่อไป
- สินค้า BB และ CC เมื่อเข้ามาในระบบจะต้องทำการวางพักไว้ทุกชิ้นด้วยตัวเอง โดย
สินค้า BB จะทำการวางพักไว้ 1.9 นาที/ชิ้น และ สินค้า CC จะทำการวางพักไว้ 1.6
นาที/ชิ้น โดยสินค้าทั้ง 2 ประเภทจะถูกส่งต่อไปยังพ้ืนที่กระบวนการจัดเรียงสินค้า
(Sorting Process) ทมี่ พี นักงานจำนวน 3 คน โดยการจดั เรียงสินคา้ แตล่ ะชนิ้ จะต้องใช้
พนักงานจำนวน 1 คน ในการจัดเรียง สินค้า BB จะใช้ระยะเวลาในการจดั เรียงสินค้า
แบบสามเหลีย่ ม (Triangular) ที่มีระยะเวลานอ้ ยทีส่ ุด 0.7 นาที/ชิ้น เวลาสูงที่สุด 1.3
นาที/ชิ้น และเวลาเฉลี่ยของการตรวจที่ 0.95 นาที/ชิ้น สำหรับสินค้า CC จะใช้
ระยะเวลาในการจัดเรียงสินค้าแบบมีรูปแบบแน่นอน (Uniform) ที่มีระยะเวลาน้อย
ที่สุด 0.7 นาที/ชิ้น และเวลาสูงที่สุด 1.1 นาที/ชิ้น จากนั้นจะถูกสง่ ไปรอยังพ้นื ที่
สำหรบั การจับคสู่ นิ คา้ ตอ่ ไป
ณ พื้นที่สำหรบั การจับคู่สินค้า สินค้าประเภท AA, BB และ CC จะถูกจับคู่กนั ตามประเภทของ
สินค้าที่เหมือนกันไว้ด้วยกันเท่านั้น โดยสินค้าแต่ละประเภทจะถูกรวมกลุ่มกันแบบชั่วคราว
(Temporary) จำนวน 3 ชิ้น/กลุ่ม เพื่อส่งต่อเข้าสู่กระบวนการล้างทำความสะอาด (Cleaning
Process) ที่มีพนักงานทำงานจำนวน 2 คน โดยการทำความสะอาดสินค้าแต่ละชิ้นจะต้องใช้
พนักงานจำนวน 1 คน จะใชร้ ะยะเวลาในการทำความสะอาดสนิ คา้ แบบสามเหล่ียว (Triangular)
ที่มรี ะยะเวลานอ้ ยทสี่ ุด 0.8 วนิ าท/ี ชิ้น เวลาสูงทีส่ ดุ 1.5 วนิ าที/ชิ้น และเวลาเฉลีย่ ของการตรวจท่ี
1.1 วินาที/ชิ้น โดยเมื่อทำความสะอาดเสร็จจะแยกกันออกจากกลุ่มและแบ่งออกตามเส้นทาง
188
บทท่ี 7 บัญชโี มดูลขน้ั สูงในการสร้างแบบจำลอง
ของตัวเองออกจากระบบไป โดยหากทางบริษัทเปิดให้บริการ 8 ชั่วโมงต่อวันจะเกิดผลลพั ธ์ใน
การทำงานอย่างไร
ภาพท่ี 7.62 แบบจำลองในส่วนของ Flowchart View ของตัวอย่างที่ 7.3
ขนั้ ตอนการสรา้ งแบบจำลองจากตัวอยา่ งท่ี 7.3
ข้ันตอนท่ี 1 : สร้างการเข้ามาของสนิ คา้ ประเภท AA ท่เี ขา้ มาสแู่ บบจำลอง (Entity) โดยการคลิก
เลือก Create Module ตั้งชื่อโมดูลว่า “Products AA Arrival” ต้ังคา่ ช่วงระยะเวลาการมาของ
สินคา้ ประเภท AA โดยมกี ารมาแบบเอกซ์โพเนนเชียล (Random Expo) กำหนดคา่ เวลาการเข้า
มาของสนิ ค้าทุกๆ 29 นาที โดยจะเข้ามาครั้งละ 7 ชิน้ (Entities per Arrival)
ภาพที่ 7.63 Create Module ช่ือโมดลู ว่า “Products AA Arrival”
189
บทท่ี 7 บญั ชโี มดูลขั้นสงู ในการสร้างแบบจำลอง
ขั้นตอนที่ 2 : ทำการมอบหมายคุณลักษณะใหมใ่ ห้กับสินค้า AA โดย Assign Module ที่ชื่อว่า
“AA Assign” กำหนดคุณลักษณะ (Attribute) ทช่ี อื่ ว่า “Products Attribute” ทม่ี ีค่าเท่ากับ 0,
กำหนดรูปภาพวตั ถุใหม่ (Entity Picture) เปน็ ลกู บอลสีฟ้า (Blue Ball) และ คุณลักษณะท่ีช่อื วา่
“Match Attribute” ท่ีมคี า่ เทา่ กับ 1 เพอ่ื นำมาใช้ในการจับคู่สินคา้ ตอ่ ไป
ภาพท่ี 7.64 Assign Module ที่ชื่อวา่ “AA Assign”
ขั้นตอนที่ 3 : สินค้า AA จะทำถูกนับสินค้าด้วยพนกั งานสินค้าคงคลัง (Inventory Staff) โดย
Seize Module ที่ชื่อว่า “Seize Inventory Staff” โดยกำหนดให้มกี ารเรียกใช้ทรัพยากรท่ชี ื่อ
วา่ “Group of Inventory Staff”
ภาพท่ี 7.65 Seize Module ทชี่ ือ่ ว่า “Seize Inventory Staff”
ขั้นตอนที่ 4 : จากนั้นสินค้าจะถูกทำการตรวจนับโดย Delay Module ที่ชื่อว่า “Delay 5
Seconds” โดยตง้ั คา่ เวลาในการทำงานเทา่ กับ 5 หนว่ ยเป็นวนิ าที (Delay Time/Units)
190
บทที่ 7 บัญชโี มดูลข้นั สูงในการสร้างแบบจำลอง
ภาพท่ี 7.66 Delay Module ทช่ี ือ่ วา่ “Delay 5 Seconds”
ขนั้ ตอนท่ี 5 : หลังจากทำงานจะทำการปล่อยทรัพยากรให้เป็นอิสระด้วย Release Module ท่ี
ชื่อ “Release Inventory Staff” โดยกำหนดให้ทรัพยากรมีชื่อว่า “Group of Inventory
Staff”
ภาพที่ 7.67 Release Module ท่ชี ือ่ “Release Inventory Staff”
ขัน้ ตอนที่ 6 : สร้างการเข้ามาของสินคา้ ประเภท BB ทเ่ี ข้ามาส่แู บบจำลอง (Entity) โดยการคลิก
เลอื ก Create Module ตัง้ ชื่อโมดูลว่า “Products BB Arrival” ตัง้ คา่ ช่วงระยะเวลาการมาของ
สนิ คา้ ประเภท BB โดยมีการมาแบบเอกซ์โพเนนเชยี ล (Random Expo) กำหนดค่าเวลาการเข้า
มาของสินค้าทกุ ๆ 15 นาที โดยจะเข้ามาครงั้ ละ 3 ชิ้น (Entities per Arrival)
191
บทท่ี 7 บญั ชโี มดลู ขนั้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง
ภาพท่ี 7.68 Create Module ตง้ั ช่ือโมดูลวา่ “Products BB Arrival”
ขนั้ ตอนที่ 7 : ทำการมอบหมายคุณลักษณะใหมใ่ ห้กับสินคา้ BB โดย Assign Module ทีช่ ื่อวา่
“BB Assign” กำหนดคุณลกั ษณะ (Attribute) ท่ีชอ่ื วา่ “Products Attribute” ทมี่ ีค่าเท่ากับ 1,
กำหนดรปู ภาพวตั ถใุ หม่ (Entity Picture) เป็นลูกบอลสีเหลือง (Yellow Ball), คุณลักษณะ
ประจำตัวของวัตถุที่ชื่อว่า “Products Attribute”ทมี่ คี า่ เปน็ TRIA(0.7,0.95,1.3) และ
คุณลักษณะทช่ี อ่ื วา่ “Match Attribute” ท่มี คี า่ เทา่ กบั 1 เพ่อื นำมาใช้ในการจับคู่สนิ คา้ ตอ่ ไป
ภาพท่ี 7.69 Assign Module ที่ช่ือว่า “BB Assign”
ขั้นตอนที่ 8 : จากนั้นสินค้าจะถูกทำการตรวจนับโดย Delay Module ที่ชื่อว่า “Delay 1.9
Minutes” โดยต้ังคา่ เวลาในการทำงานเทา่ กับ 1.9 หน่วยเปน็ นาที (Delay Time/Units)
192
บทที่ 7 บญั ชโี มดูลขนั้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง
ภาพที่ 7.70 Delay Module ทช่ี อื่ วา่ “Delay 1.9 Minutes”
ขนั้ ตอนท่ี 9 : สรา้ งการเข้ามาของสินคา้ ประเภท CC ที่เข้ามาส่แู บบจำลอง (Entity) โดยการคลิก
เลือก Create Module ตัง้ ช่อื โมดลู วา่ “Products CC Arrival” ตั้งคา่ ชว่ งระยะเวลาการมาของ
สนิ ค้าประเภท CC โดยมกี ารมาแบบเอกซ์โพเนนเชยี ล (Random Expo) กำหนดคา่ เวลาการเข้า
มาของสินค้าทุกๆ 18 นาที โดยจะเขา้ มาครง้ั ละ 6 ชน้ิ (Entities per Arrival)
ภาพท่ี 7.71 Create Module ตง้ั ชื่อโมดูลว่า “Products CC Arrival”
ขนั้ ตอนท่ี 10 : ทำการมอบหมายคุณลักษณะใหม่ใหก้ ับสนิ คา้ CC โดย Assign Module ท่ีชอ่ื วา่
“CC Assign” กำหนดคุณลักษณะ (Attribute) ทช่ี อื่ วา่ “Products Attribute” ท่ีมคี ่าเทา่ กับ 2,
กำหนดรปู ภาพวตั ถุใหม่ (Entity Picture) เป็นลูกบอลสีแดง (Red Ball), คุณลักษณะประจำตัว
ของวัตถุที่ชื่อว่า “Products Attribute”ที่มีค่าเป็น UNIF(0.7,1.1) และ คุณลักษณะที่ชื่อว่า
“Match Attribute” ท่ีมีค่าเทา่ กบั 1 เพอ่ื นำมาใชใ้ นการจับคู่สนิ คา้ ต่อไป
193
บทท่ี 7 บญั ชโี มดลู ข้ันสงู ในการสร้างแบบจำลอง
ภาพท่ี 7.72 Assign Module ทช่ี อื่ ว่า “CC Assign”
ข้ันตอนท่ี 11 : จากนนั้ สินค้าจะถกู ทำการตรวจนับโดย Delay Module ทชี่ ือ่ วา่ “Delay 1.6
Minutes” โดยตง้ั ค่าเวลาในการทำงานเท่ากบั 1.6 หน่วยเป็นนาที (Delay Time/Units)
ภาพท่ี 7.73 Delay Module ที่ช่อื ว่า “Delay 1.6 Minutes”
ขั้นตอนที่ 12 : สินค้าประเภท BB และ CC จะเข้าสู่กระบวนการจัดเรียงสินค้าด้วย Process
Module ที่มีการทำงานแบบ Seize Delay Release โดยกำหนดทรัพยากรชื่อว่า “Group of
Sorting Staff” ทีม่ รี ะยะเวลาการทำงานตามคุณลกั ษณะประจำตัวของวัตถทุ ี่ช่ือว่า “Products
Attribute” และ กำหนดหนว่ ยของระยะเวลาการทำงานเป็นนาที (Minute)
194
บทท่ี 7 บญั ชโี มดูลขนั้ สูงในการสร้างแบบจำลอง
ภาพท่ี 7.74 Process Module มีการทำงานแบบ Seize Delay Release ทรัพยากรชอื่ ว่า “Group
of Sorting Staff”
ข้ันตอนท่ี 13 : ภายหลงั การจดั เรยี งสินค้าประเภท BB และ CC จะเคล่ือนที่ไปตามเส้นทางของ
สินค้าแต่ละประเภทด้วย Decide Module ที่ชื่อว่า “Decide Product BB” โดยพิจารณา
ทางเลือกจำนวน 2 เส้นทางตามคุณลักษณะ (2-way by Condition) ที่ชื่อว่า “Products
Attribute” โดยหากวัตถุชิ้นใดมีคุณลักษณะดังกล่าวเท่ากับค่า 1 จะออกจากโมดูลในเส้นทาง
True แตห่ ากคุณลกั ษณะของวัตถมุ คี า่ ไมเ่ ท่ากับ 1 จะออกในเส้นทาง False
ภาพท่ี 7.75 Decide Module ท่ีชื่อวา่ “Decide Product BB”
195
บทที่ 7 บญั ชโี มดลู ขัน้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง
ข้ันตอนที่ 14 : ทำการจับคสู่ นิ ค้าตามประเภทดว้ ย Match Module โดยสินค้าจะถกู จบั คูก่ นั ครง้ั
ละ 3 ตัว (Number of Match) โดยพิจารณาจับคู่เฉพาะสินค้าที่มีคุณลักษณะเดียวกัน (Based
on Attribute) ที่ชื่อว่า “Match Attribute” (สินค้าแต่ละประเภทจะถูกกำหนดคุณลักษณะ
ดังกล่าวจาก Assign Module) โดยเป็นการจบั ค่แู บบชั่วคราว (Temporary Batch)
ภาพที่ 7.76 Match Module โดยสินค้าจะถูกจับคู่กนั ครง้ั ละ 3 ตวั
ขั้นตอนท่ี 15 : สินค้าท้ัง 3 ประเภทภายหลังการจับคู่จะเข้าสู่กระบวนการทำความสะอาดด้วย
Process Module ที่ชื่อว่า “Cleaning Process” ที่มีการทำงานแบบ Seize Delay Release
โดยกำหนดทรัพยากรชื่อว่า “Cleaning Staff” ที่มีระยะเวลาการทำงานแบบสามเหลี่ยม
(Triangular) โดยมีระยะเวลาในการทำงานต่ำที่สุด 0.8, เวลาการทำงานสูงที่สุด 1.5, เวลาการ
ทำงานส่วนใหญ่ 1.1 และ กำหนดหน่วยของระยะเวลาการทำงานเปน็ นาที (Minute)
196
บทท่ี 7 บญั ชโี มดูลขน้ั สงู ในการสร้างแบบจำลอง
ภาพที่ 7.77 Match Module
ขั้นตอนที่ 16 : ภายหลังกระบวนการทำความสะอาดสินค้าแต่ละประเภทที่มีการรวมกันแบบ
ชั่วคราวจะถกู แยกออกจากกันกอ่ นออกจากระบบด้วย Separate Module ท่ชี อื่ วา่ “Separate
Product” โดยกำหนดใหท้ ำการคัดแยกวตั ถทุ ่ีรวมกันแบบชวั่ คราว “Split Existing Batch”
ภาพที่ 7.78 Separate Module ท่ชี อ่ื วา่ “Separate Product”
197
บทท่ี 7 บญั ชโี มดูลข้ันสูงในการสร้างแบบจำลอง
ขั้นตอนที่ 17 : สร้างทางเลือกให้กับวัตถุแต่ละประเภทด้วย Decide Module ที่ชื่อว่า
“Product Decide” กำหนดทางเลือกแบบ N เส้นทางตามเงื่อนไขที่กำหนด (N-way by
Condition) โดยกำหนดทางเลือกแสดงดงั ภาพ
ภาพท่ี 7.79 Decide Module ที่ช่ือวา่ “Product Decide”
ขั้นตอนที่ 18 : บันทึกจำนวนของสินค้า AA ด้วย Record Module ที่ชื่อว่า “Product AA
Record” กำหนดการทำงานเป็นแบบการนับจำนวน (Count) และแสดงผลในรายงานผลลพั ธใ์ น
ชือ่ “Product AA Counter”
ภาพท่ี 7.80 Record Module ทีช่ ่อื ว่า “Product AA Record”
198
บทท่ี 7 บัญชโี มดลู ขนั้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง
ขั้นตอนที่ 19 : บันทึกจำนวนของสินค้า BB ด้วย Record Module ที่ชื่อว่า “Product BB
Record” กำหนดการทำงานเป็นแบบการนับจำนวน (Count) และแสดงผลในรายงานผลลพั ธใ์ น
ช่ือ “Product BB Counter”
ภาพที่ 7.81 Record Module ทช่ี ือ่ ว่า “Product BB Record”
ขั้นตอนที่ 20 : บันทึกจำนวนของสินค้า CC ด้วย Record Module ที่ชื่อว่า “Product CC
Record” กำหนดการทำงานเป็นแบบการนบั จำนวน (Count) และแสดงผลในรายงานผลลัพธใ์ น
ชือ่ “Product CC Counter”
ภาพที่ 7.82 Record Module ทชี่ ่อื ว่า “Product CC Record”
199
บทท่ี 7 บัญชโี มดูลข้ันสูงในการสร้างแบบจำลอง
ขั้นตอนที่ 21 : สร้างทางออกของวัตถุจากแบบจำลองด้วย Dispose Module ที่ชื่อว่า “Exit
Process”
ภาพท่ี 7.83 Record Module ทีช่ ือ่ ว่า “Product CC Record”
ขน้ั ตอนท่ี 22 : กำหนดจำนวนของทรัพยากรที่มกี ารทำงานในแตล่ ะ Process Module โดยการ
ตง้ั คา่ ใน Resource Spreadsheet กำหนดจำนวนทรพั ยากร (Capacity) ตามภาพด้านล่าง
ภาพที่ 7.84 Record Module
➢ การรนั ผลโปรแกรม
เลือกไปที่แถบเครื่องมือ Run > Setup > เลือกแถบ Replication Parameters ใส่
ข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการประเมินผลลงไปในช่องว่างที่ปรากฏ ใส่จำนวนรอบของการ
ประมวลผลในการรัน (Number of Replications) เท่ากับ 1 (จากที่โจทย์กำหนด) จากนั้นใส่
ความยาวในการรันผลโปรแกรม (Replication Length) เท่ากับ 8 หน่วยของเวลาเป็นชั่วโมง
(Time Units: Hours) และเปลี่ยนหน่วยในการรันโปรแกรม (Base Time Units) เป็นนาที
(Minute) หลังจากนนั้ การรนั ผลโปรแกรมใหเ้ กิดไปทส่ี ญั ลกั ษณ์ “Go”
200
บทที่ 7 บัญชโี มดูลขั้นสูงในการสร้างแบบจำลอง
ภาพที่ 7.85 การตั้งคา่ การรันผลโปรแกรม
➢ สรุปรายงานผล
เมื่อการรันเสร็จสิ้นจะปรากฏหน้าต่างรายงานผลตามตัวอย่างข้างล่างนี้ โดยช่องขวามือสุดจะ
แสดง
207
ภาพท่ี 7.86 หนา้ ต่างสรปุ บญั ชีรายงาน (Report)
201
บทที่ 7 บัญชโี มดูลขน้ั สูงในการสร้างแบบจำลอง
ตารางที่ 7.3 ผลลพั ธ์จากการรันโปรแกรมอารนี า ตัวอยา่ ง 7.3 ผลลัพธ์
รายงาน
จำนวนสนิ คา้ ท้ังหมดท่สี ามารถจัดเก็บได้ Number Out = 207
จำนวนสนิ ค้า AA ท่ีรอการจับคู่ Number Waiting = 20.74
จำนวนสนิ ค้า BB ท่ีรอการจับคู่ Number Waiting = 0
จำนวนสนิ ค้า CC ทีร่ อการจบั คู่ Number Waiting = 39.02
เวลารอคอยเฉลีย่ การจบั คขู่ องสนิ ค้า AA Waiting Time = 125.02
เวลารอคอยเฉลย่ี การจับคูข่ องสินค้า BB Waiting Time = 0
เวลารอคอยเฉล่ยี การจบั คู่ของสนิ ค้า CC Waiting Time = 152.82
จำนวนสนิ ค้า AA ที่ออกจากระบบ Value = 69
จำนวนสนิ คา้ BB ทอ่ี อกจากระบบ Value = 69
จำนวนสินค้า CC ท่อี อกจากระบบ Value = 69
202
บทท่ี 7 บัญชโี มดูลข้นั สงู ในการสร้างแบบจำลอง
แบบฝกึ หดั ทบทวนท้ายบท
1. กระบวนการจัดเก็บสินค้าโดยใชส้ ัญญาณชว่ ย
ณ บริษัทแห่งหนึ่งมีกระบวนการจัดเก็บสินค้า 2 ประเภทได้แก่ 1) สินค้าขนาดใหญ่
(Large Box) จะเขา้ มาดว้ ยความหา่ งแบบเอกซ์โพเนนเชียลทุกๆ 28 นาที ครงั้ ละ 3 ชิน้ และ 2)
สินค้าขนาดเล็กจะเข้ามาด้วยความห่างแบบเอกซ์โพเนนเชียลทุกๆ 20 นาที ครั้งละ 2 ชิ้น โดย
สนิ ค้าท้ัง 2 ประเภทจะมีการดำเนินงาน ดงั น้ี
1) สินค้าขนาดใหญ่ (Large Box) เมื่อเข้ามาในระบบจะทำการเรียกใชก้ ลุม่ ของพนักงาน
สำหรับกระบวนการติดฉลาก (Labeling Process) โดยสินค้าแต่ละชิ้นจะเรียกใช้
พนักงานในการทำงานครั้งละ 1 คน และใช้ระยะเวลาในการติดฉลากสินค้าแบบ
สามเหล่ียม (Triangular) ท่ีมีระยะเวลาน้อยทส่ี ดุ 1 นาที/ชน้ิ เวลาสงู ทส่ี ดุ 1.6 นาที/ช้ิน
และเวลาเฉลีย่ ของการตรวจที่ 1.3 นาที/ชิ้น จากนั้นจะถูกส่งไปรอยังพื้นที่สำหรับพกั
สินค้าเพื่อรอสญั ญาณหมายเลข 66 สำหรับการปล่อยสนิ ค้าต่อไปยงั สถานสี ำหรับการ
ตรวจนับสินค้า (Counting Process) ที่มีพนักงานจำนวน 1 คน ใช้ระยะเวลาในการ
ตรวจนับสินค้าแบบสามเหลี่ยม (Triangular) ที่มีระยะเวลาน้อยที่สุด 0.3 นาที/ชิ้น
เวลาสูงท่ีสุด 0.9 นาที/ชิ้น และเวลาเฉลี่ยของการตรวจที่ 0.6 นาที/ชิ้น จากนั้นสินคา้
ขนาดใหญจ่ ะออกจากระบบไป
2) สินค้าขนาดเล็ก (Small Box) เมื่อเข้ามาในระบบจะมีระยะเวลาในการเคลื่อนที่ของ
สินค้าทุกชิ้นเป็นระยะเวลา 1.2 วินาที จากนั้นจะถูกส่งไปสู่พื้นที่สำหรับการรวม
สนิ คา้ เข้าไวด้ ว้ ยกนั เปน็ กลุม่ สินคา้ แบบช่ัวคราว (Temporary) กลมุ่ ละ 3 ชิน้ โดยสนิ ค้า
จะถูกวางพักไว้แบบชั่วคราวเพื่อรอสัญญาณหมายเลข 99 โดยหากได้รับสัญญาณใน
หมายเลขดังกล่าวจะทำการเคลื่อนย้ายวัตถุเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสินค้า
(Checking Process) มพี นักงานจำนวน 1 คน ใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบสนิ ค้าแบบ
สามเหลี่ยม (Triangular) ที่มีระยะเวลาน้อยที่สุด 1.2 วินาที/ชิ้น เวลาสูงที่สุด 19
วินาที/ชิ้น และเวลาเฉลี่ยของการตรวจที่ 16 วินาที/ชิ้น จากนั้นสินค้าจะถกู แยกออก
จากกนั และออกจากระบบไป
ในปจั จบุ นั สญั ญาณหมายเลข 66 และ 99 จะทำการปล่อยออกมาจากระบบด้วยความ
ห่างแบบเอกซโ์ พเนนเชียลทกุ ๆ 50 นาที ครงั้ ละ 1 หมายเลขและจะปล่อยสัณญาณคร้ังแรกเม่ือ
เวลาในแบบจำลองผา่ นไปแล้ว 30 นาที โอกาสท่สี ัญญาณจะมีคา่ หมายเลขเป็น 66 เทา่ กบั 55%
203
บทที่ 7 บญั ชโี มดูลขน้ั สงู ในการสร้างแบบจำลอง
และ โอกาสที่สัญญาณจะมีค่าหมายเลขเป็น 99 เท่ากับ 45% หากทางบริษัทเปิดให้บริการ 6
ชั่วโมงตอ่ วันจะเกดิ ผลลัพธใ์ นการทำงานอยา่ งไร
204
บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจำลองวธิ ีขนถา่ ย 82
แสดงหนว่ ยโมดลู ทีม่ ีความเหมาะสมสำหรับการขนส่งหรือขนยา้ ยวัตถทุ ีส่ นใจ ด้วย
อุปกรณ์ลำเลียง โดยอุปกรณ์ลำเลียงที่ใช้สำหรับการขนย้ายจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์
สายพาน , ทรัพยากรขนถ่าย และอุปกรณ์ขนถ่าย บัญชีโมดูลในการสร้างแบบจำลองวธิ ขี น
ถ่ายจะมีโมดูลที่เรียกใช้งานบ่อยซึ่งที่อยู่ในส่วนประกอบ Material Handling Panel เป็นส่วน
ใหญ่ และในสว่ นประกอบของ Discrete Processing panel ทจ่ี ะกลา่ วถงึ ในบทนี้
Enter Module (Material Handling Panel)
ภาพท่ี 8.1 Enter Module
เป็นหน่วยโครงสร้างที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสถานหี รือกลุ่มสถานี เมื่อวัตถุที่เข้าสู่
โมดูลนี้ วัตถุจะถูกขนถา่ ยวัตถุขึ้น (Unloading) จากอุปกรณ์ลำเลียงตามเวลาขนถ่ายที่กำหนด
โดยผู้สร้างสามารถเลือกรูปแบบในการปล่อยอุปกรณ์ลำเลียง ตามรูปแบบของการเลือกใช้
อุปกรณ์ลำเลยี งไดแ้ ละโมดลู นี้สามารถกำหนดมลู ค่าเพิ่มใหแ้ ก่วัตถุแต่ละตวั เมอ่ื มกี ารขนถา่ ยวัตถุ
ขน้ึ จากอปุ กรณล์ ำเลียงดว้ ย
บทที่ 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
ภาพท่ี 8.2 แสดงตวั อยา่ งหน้าตา่ งของ Enter Module
ภาพท่ี 8.2 โมดูลชือ่ “Enter to Picking” ทำหนา้ ทเ่ี ปน็ ตัวแทนของสถานชี อื่ “Picking Station”
เมื่อวัตถุมาถงึ โมดูลน้ีจะใช้เวลาในการขนถ่ายวตั ถขุ ึน้ จากอุปกรณ์รถขนถ่ายด้วยเวลา 30 วินาที
แล้วจึงปล่อยอุปกรณ์ขนถ่าย (Free Transporter) ชื่อ “Forklift 5” ให้ว่างโดยโมดูลนี้มีการ
กำหนดมลู คา่ เพิ่มใหแ้ ก่วตั ถุแต่ละตัว เมื่อมีการขนถา่ ยวัตถขุ ้นึ จาก “Forklift 5”
อธิบายขอ้ มูลท่ีตอ้ งใส่ในหนา้ ตา่ งของ Enter Module
Name: ช่ือท่ีใสไ่ ว้ในชอ่ งนี้จะไปปรากฎเป็นชื่อบนโมดูล
Station Type: เลือกประเภทของสถานีแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ Station (แบบระบุชื่อสถานี)
หรือ Set (กลุ่มสถานี)
กรณีเลือกประเภทของสถานีเป็นแบบระบุชื่อสถานี (Station) อธิบายขอ้ มูลช่องท่ี
ปรากฎ ดงั น้ี
➢ Station Name: ต้งั ชือ่ ใหส้ ถานีโดยโปรแกรมอารีนาจะกำหนดชือ่ ให้อตั โนมตั เิ ป็นช่ือ “ชื่อ
โมดูล.Station” แต่ผสู้ รา้ งสามารถตั้งชือ่ ใหมใ่ ห้ได้ผา่ นการพมิ พช์ ื่อใหมท่ บั เข้าไป
➢ Station Properties: ใหค้ ลกิ ปมุ่ Add เมอื่ ต้องการกำหนดคณุ สมบัตเิ พิม่ ให้กบั สถานี
➢ Parent Activity Area: ระบุชื่อพื้นที่กิจกรรม กรณีต้องการรายงานผลลัพธ์ทางสถิติแบง่
ตามลำดับช้ันของชือ่ พื้นที่กจิ กรรมในองคก์ ร ซึ่งสถานีต่างกันก็สามารถตั้งชื่อพื้นที่กจิ กรรม
206
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถา่ ย
เดียวกันได้ โดยชื่อนี้อาจถูกตั้งไว้ก่อนแล้วในหน่วยขอ้ มูลพื้นที่กิจกรรม ณ Activity Area
Spreadsheet Module เพอื่ ใชส้ ำหรบั แบ่งลำดบั ชั้นของหนว่ ยงานในองค์กร
➢ Associated Intersection: ตั้งชื่อจุดสถานีเชื่อมโครงข่ายเมื่อชนิดของเส้นทางเป็นแบบ
รางโครงข่าย (Guided) โดยชื่อนีจ้ ะไปปรากฎให้เลือกโดยอัตโนมัติในส่วนของ Beginning
Intersection Name แ ล ะ Ending Intersection Name ใ น โ ม ด ู ล Network Link
Spreadsheet
➢ Report Statistics: ถ้ามีการคลกิ เครื่องหมายถูก แสดงถึงการกำหนดให้บันทกึ ข้อมูลทาง
สถติ ขิ องสถานีและให้จัดเกบ็ ลงในฐานขอ้ มูลรายงานผลของสถานี (Station Report)
กรณีเลือกประเภทของสถานีเป็นแบบระบุกลุ่มสถานี (Set) อธิบายข้อมูลช่องท่ี
ปรากฎ ดงั นี้
➢ Set Name: ระบุชือ่ ของกลมุ่ สถานีท่ีสมาชิกประกอบดว้ ย ช่ือสถานที ่สี ามารถทำงานขนาน
กันได้ (Parallel Processing) โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อให้อัตโนมัตเิ ป็นชื่อ “ชื่อโมดลู
Set.Station” แต่ผู้สรา้ งสามารถตั้งชื่อใหม่ใหไ้ ด้ผา่ นการพิมพ์ชื่อใหม่ทับเขา้ ไปการระบุชื่อ
สมาชิกในกลุ่มสถานีที่วัตถุจะถูกปล่อยออกทำได้โดยกดปุ่ม Set Members จากนั้นจะ
ปรากฎหนา้ ต่างย่อยใหร้ ะบชุ ือ่ สถานี
➢ Set Member: การใส่รายชอื่ สมาชิกทำไดโ้ ดยการคลิกปุ่ม Add จะปรากฎหนา้ ต่างย่อยชื่อ
Station Set Members ให้ใส่ชื่อสมาชิกสถานีโดยผู้สร้างต้องระบุชื่อให้กับสถานีในช่อง
Station Name ส่วนช่อง Parent Activity Area และ Associated Intersection มีไว้
สำหรบั กำหนดคณุ สมบัตเิ พิ่มเตมิ ใหก้ ับสถานี ดงั น้ไี ดก้ ลา่ วไว้แลว้ ข้างต้น
➢ Set Attribute: การใส่คณุ สมบตั เิ ฉพาะเพ่ิมให้กับสถานีโดยคุณสมบัตเิ ฉพาะน้จี ะเก็บค่าเลข
ช้ี (Set Index) ที่แสดงตำแหน่งลำดับของสถานีใน Set Members ทำให้สามารถอ้างถึงช่ือ
ของสถานจี ากกลุม่ สถานีได้
รายละเอียดเกี่ยวกบั การขนยา้ ยในสว่ นของ Logic
Delay: ระบุเวลาท่ีใช้ในการขนถ่ายวัตถขุ ้ึนจากอุปกรณล์ ำเลียง (Unloading) สามารถระบเุ ปน็
ค่าคงที่หรือเลือกรูปแบบการแจกแจงก็ได้ โดยมี่สูตรการแจกแจงให้เลือก ดังนี้ EXPO(Mean),
207
บทท่ี 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถ่าย
NORM(Mean, StdDev) และ DISC(CumP1,V1,…) เป็นต้น เพียงแต่ผู้สร้างต้องใส่ค่าตัวแปร
เสริม (Parameter) ที่จำเป็นเขา้ ไป
Allocation: เลือกกำหนดวิธีจัดสรรต้นทุน ว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นควรได้รับการจัดสรรไปสู่
ข้อมลู ใด มีให้เลือก 5 ประเภทคอื กระบวนการทีท่ ำใหเ้ กดิ มลู ค่าเพิ่ม (Value Added), กิจกรรม
ที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Non-Value Added), กระบวนการขนถ่าย (Transfer), กระบวนการ
รอ (Wait) และ อื่นๆ (Other)
Unit: เลือกหน่วยของเวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรม โดยจะมีหน่วยวนิ าที, นาที, ชั่วโมง,
วนั ให้เลือก
Transfer In: เลือกรูปแบบการปล่อยอุปกรณ์ลำเลียงที่ใช้ในการขนย้าย เมื่อขนย้าย
วตั ถขุ ้นึ จากอปุ กรณ์เสรจ็ สิ้น โดยจะมีทั้งหมด 4 อุปกรณล์ ำเลียงให้เลือกคอื
• Free Transporter: ปล่อยอุปกรณ์รถขนถ่าย ช่องที่ปรากฎเมื่อเลือกประเภท
รปู แบบการปล่อยอปุ กรณ์ลำเลียงแบบปลอ่ ยอุปกรณร์ ถขนถ่ายคอื
- Transporter Name: ใส่ชื่ออุปกรณ์รถขนถ่ายที่ต้องการปล่อย ซึ่งชื่อน้ี
จะต้องเป็นชื่อเดียวกับช่ืออุปกรณ์รถขนถ่ายที่ถูกจองเรียกใช้ก่อนหน้านี้ด้วย
โมดูล Request, Leave หรือ Allocate โดยชื่อรถขนถ่ายนี้อาจถูกตั้งไว้แล้ว
ในหน่วยข้อมลู รถขนถา่ ย ณ Transporter Spreadsheet Module
- Unit Number: ระบุลำดับของรถขนถ่ายจากกลุ่มอุปกรณ์รถขนถ่าย
(Transporter Set) ทตี่ อ้ งการปล่อย
• Exit Conveyor: ปล่อยอปุ กรณ์สายพาน โดยจะปรากฎชอ่ งเม่อื เลอื กรูปแบบการ
ปล่อยอุปกรณ์ลำเลียงแบบปล่อยอุปกรณส์ ายพานคือ Conveyor Name สำหรบั
ใส่ช่อื อปุ กรณส์ ายพาน ซง่ึ ชอ่ื น้ีจะต้องเปน็ ชื่อเดียวกับช่ืออปุ กรณ์สายพานท่ีถูกจอง
เรียงใช้ก่อนกน้านี้ด้วยโมดูล Access หรือ Leave โดยชื่อนี้อาจถูกตั้งไว้แล้วใน
หน่วยข้อมูลสายพาน ณ Conveyor Spreadsheet Module
• Release Resource: ปล่อยทรัพยากร ช่องที่ปรากฎเมื่อเลือกประเภทรูปแบบ
การปล่อยอุปกรณล์ ำเลยี งแบบปลอ่ ยทรพั ยากร ดังน้ี
208
บทที่ 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถา่ ย
- Resource Type: เลือกชนิดของทรัพยากรที่มีให้เลือก 4 ประเภท คือ
Resource (แบบระบุชื่อทรัพยากร), Set (กลุ่มทรัพยากร), Attribute
(ระบุคุณลกั ษณะเฉพาะ) และ Expression (ระบุสูตร)
- Resource Name: เลือกชอ่ื ของทรัพยากรทจ่ี ะปล่อยออก เม่อื ทรัพยากร
ขนถ่ายวัตถเุ สรจ็ สิน้ ช่องนจี้ ะปรากฎเมื่อเลือกประเภทของทรพั ยากรเป็น
แบบระบุช่อื ทรพั ยากร (Resource)
- Set Name: ระบุช่ือของกลมุ่ ทรัพยากรทีส่ มาชกิ จะปลอ่ ยออกเม่ือขนถา่ ย
วัตถุเสร็จสิ้น ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกประเภทของทรัพยากรเป็นแบบ
กลุ่มทรัพยากร (Set) โดยชือ่ กลุม่ ทรัพยากรนีจ้ ะถูกสรา้ งไว้แล้วในหน่วย
ขอ้ มูลกลมุ่ ทรัพยากร Set Spreadsheet Module
- Release Rule: กฎในการปล่อยทรัพยากรจากกลุ่มทรัพยากรตามท่ี
ระบำว้ใน Set Name โดยจะมีกฎในการปล่อยทรัพยากรให้เลือก 3 กฎ
ดงั นี้
▪ Last Member Seize: เมื่อการขนถ่ายวัตถุเสร็จสิ้น วัตถุ
ต้องการปล่อยทรัพยากรทถ่ี ูกจองลา่ สดุ ออกกอ่ น
▪ First Member Seize: เมื่อการขนถ่ายวัตถุเสร็จสิ้น วัตถุ
ต้องการปล่อยทรัพยากรท่ีถูกจองแรกสุดออกก่อน
▪ Specific Member: เม่ือการขนถ่ายวตั ถุเสร็จสิ้น วัตถุต้องการ
ปล่อยทรพั ยากรให้วา่ งตามคณุ สมบตั เิ ฉพาะทร่ี ะบใุ น Set Index
- Set Index: ค่าดัชนีชี้คุณสมบตั ิเฉพาะ ช่องนี้จะปรากฎขึ้นเมื่อเลือกกฎ
ในการเลือกใชก้ ารปล่อยทรัพยากรแบบ Specific Member โดยวัตถุจะ
ปล่อยทรัพยากรตามคุณสมบัติเฉพาะที่ระบุไว้ใน Set Index ซึ่ง
คุณสมบัตเิ ฉพาะนี้ไดส้ ร้างไว้ก่อนหนา้ นีแ้ ล้วใน Save Attribute ณ โมดูล
Process หรือ Leave โดยช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกประเภทของ
ทรัพยากรเป็นแบบกลุม่ ทรพั ยากร (Set)
209
บทท่ี 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
- Attribute Name: เลือกชื่อของคุณสมบัติที่เลือกใช้เป็นเกณฑ์ในการ
ปล่อยทรัพยากรตามคุณสมบัตเิ ฉพาะที่ระบุในช่อง Save Attribute ทถี่ กู
กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ ณ Process Module ประเภทระบุกลุม่ ทรัพยากร
หรือโมดูล Leave ประเภทการขนถ่ายด้วยกลุ่มทรัพยากร โดยช่องนี้จะ
ปรากฎเมื่อเลือกประเภทของทรัพยากรเป็นแบบระบุคุณสมบัติเฉพาะ
(Attribute)
- Expression: การใส่สูตรโดยใช้สมการจากสูตรเป็นเกณฑ์ในการปล่อย
ทรัพยากรโดยช่องนีจ้ ะปรากฎเมื่อเลือกประเภทของทรัพยากรเปน็ แบบ
ระบุสูตร (Expression) การสร้างสูตรทำได้โดยการคลิกเมาส์ขวาเลือก
Build Expression จะปรากฎหน้าต่าง Expression Builder ซึ่งสามารถ
ท่จี ะสรา้ งหรอื หาสมการทตี่ ้องการได้โดยการคลกิ จาก Expression Type
เลย โดยสมการจะไปปรากฎท่ชี อ่ ง Current Expression
• None: เมื่อไม่มีการเรียกใช้อปุ กรณ์ลำเลียงก่อนหน้านี้ จึงไม่มีการปล่อยอุปกรณ์
ลำเลยี งทำใหโ้ มดลู Enter นี้ทำหนา้ ทีเ่ พยี งเปน็ ตวั แทนชื่อสถานที ี่มีเวลาในการขน
ถา่ ยวตั ถขุ น้ึ โดยไมต่ ้องใช้อุปกรณ์ลำเลยี ง
Leave Module (Material Handling Panel)
ภาพท่ี 8.3 Leave Module
210
บทท่ี 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
เปน็ หนว่ ยโครงสร้างทท่ี ำหน้าที่เรยี กใช้อุปกรณล์ ำเลยี งคามรปู แบบทกี่ ำหนดและทำการ
ขนย้ายวตั ถุที่เข้าสู่โมดลู นี้ ด้วยอปุ กรณ์ลำเลียงที่กำหนดไปยังชื่อสถานีปลายทางที่ระบใุ นโมดลู
โดยโมดลู น้ผี สู้ ร้างสามารถระบเุ วลาทใ่ี ช้ในการขนถ่ายวัตถุ (Loading) ลงในอปุ กรณ์ลำเลยี งได้
ภาพท่ี 8.4 แสดงตัวอย่างหน้าต่างของ Leave Module
ภาพที่ 8.2 โมดลู ช่อื “Leave MHE” ทำหนา้ ท่เี รยี กใชอ้ ุปกรณข์ นถ่ายชอื่ “New Forklift” กรณี
รถขนถ่ายมีมากกว่า 1 คัน วัตถุจะเรียกใช้รถขนถ่ายแบบอุปกรณ์รถขนถ่ายไหนวา่ งให้เรียกใช้
อุปกรณ์นั้นก่อน (Cyclical) แต่ในกรณีที่ยังไม่มีรถขนถ่ายตัวใดว่าง วัตถุในโมดูลนี้จะรอใน
แถวคอยชื่อ “Leave MHE.Queue” เมื่ออุปกรณ์รถขนถ่ายว่างจะใช้เวลาในการขนถ่ายวัตถุ
(Loading) ลงรถ 20 วินาที จากนั้นรถขนถ่ายจะขนยา้ ยวัตถไุ ปท่ีสถานีชื่อ “Station AA” ด้วย
ความเรว็ รถขนถ่ายและระยะทางท่ถี ูกกำหนดใน Transporter Spreadsheet Module
อธบิ ายข้อมูลท่ตี อ้ งใส่ในหนา้ ตา่ งของ Leave Module
Name: ชอ่ื ท่ใี ส่ไวใ้ นช่องนจ้ี ะไปปรากฎเป็นชื่อบนโมดลู
Allocation: เลือกกำหนดวิธีจัดสรรต้นทุน ว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นควรได้รับการจัดสรรไปสู่
ข้อมูลใด มใี ห้เลือก 5 ประเภทคือ กระบวนการทที่ ำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value Added), กิจกรรม
211
บทท่ี 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
ที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิม่ (Non-Value Added), กระบวนการขนถ่าย (Transfer), กระบวนการ
รอ (Wait) และ อื่นๆ (Other)
Delay: ระบุเวลาที่ใช้ในการขนถ่ายวัตถุลงไปในอุปกรณ์ลำเลียง (Loading) สามารถระบุเป็น
ค่าคงที่หรือเลือกรูปแบบการแจกแจงก็ได้ โดยมีสูตรการแจกแจงให้เลือกเช่น EXPO(Mean),
NORM(Mean, StdDev) และ DISC(CumP1,V1,…) เป็นต้น เพียงแต่ผู้สร้างต้องใส่ค่าตัวแปร
เสริม (Parameter) ที่จำเป็นเข้าไป โดยข้อมูลจะพิจารณาให้เป็นตัวเลขจำนวนเต็มโดยการปัด
ตัวเลขทไ่ี ด้ลง
Unit: เลอื กหนว่ ยเวลาระบเุ วลาทใ่ี ช้ในการขนถา่ ยวัตถลุ งในอุปกรณ์ตามคา่ ทีใ่ ส่ใน Delay โดยจะ
มหี น่วยวนิ าที, นาท,ี ช่ัวโมง, วนั ให้เลือก
รายละเอยี ดเก่ียวกับการขนยา้ ยในส่วนของ Logic
Transfer Out: เลอื กรูปแบบการจองเรยี กใชอ้ ุปกรณ์ลำเลยี งทใี่ ชใ้ นการขนย้าย เม่ือตอ้ งการขน
ถา่ ยวตั ถลุ งไปในอปุ กรณล์ ำเลยี ง โดยจะมี 4 อุปกรณล์ ำเลียงใหเ้ ลือก ดงั น้ี
1. Request Transport: เรยี นใชอ้ ปุ กรณร์ ถขนถา่ ย ชอ่ งทป่ี รากฎเมื่อเลอื กประเภท
รูปแบบการจองอปุ กรณล์ ำเลียงแบบเรยี กใชอ้ ุปกรณ์ขนถา่ ย
Priority: ลำดับความสำคัญของวัตถุที่รอคอยเพือ่ เรียกใช้อุปกรณร์ ถขนถ่าย
หรือทรพั ยากร ในโมดลู นี้มี 3 ลำดับความสำคัญคอื High (1), Medium (2), และ Low
(3) ลำดับความสำคัญของวัตถุท่ีรอคอยเพื่อเรียกใช้อุปกรณ์ขนถา่ ย ในกรณีที่มีวัตถุรอ
คอยเพื่อเรียกใช้อปุ กรณ์ขนถ่ายตวั เดียวกันจากโมดูล Request หรือ Leave อื่น โดย
โมดูลที่มีความสำคัญ High (1) จะได้รับการเรียกใช้อุปกรณ์ขนถ่ายก่อนโมดูลที่มี
ความสำคัญ Medium (2) เป็นต้น ช่องนี้จะไม่ปรากฎเมื่อเลือกการเรียกใช้สายพาน
(Access Conveyor) หรือไมร่ ะบุอุปกรณล์ ำเลยี ง (None)
Queue Type: เป็นการกำหนดรปู แบบของแถวคอย ช่องทีป่ รากฎเมือ่ เลือก
ประเภทการทำงานประเภทนีค้ ือ Queue Name: ท่ตี ้องใส่ชือ่ ของแถวคอย โปรแกรม
อารีนาจะกำหนดชื่อของแถวคอยให้อัตโนมัติเป็นชื่อ “ชื่อโมดูล.Queue” แต่ผู้สร้าง
สามารถตั้งชื่อใหม่ได้ผ่านการพิมพ์ชื่อใหม่ทับเข้าไป โดยชื่อนี้จะไปปรากฏในแถวคอย
Queue Spreadsheet Module
212
บทท่ี 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
Set: ประเภทระบุชื่อของกลุ่มแถวคอย ช่องที่ปรากฎเมื่อเลือกประเภทการ
ทำงานประเภทน้คี อื Queue Set Name: ใสช่ ่อื ของกลุ่มแถวคอย โปรแกรมอารนี าจะ
กำหนดชอื่ ของแถวคอยให้อัตโนมตั เิ ปน็ ชอ่ื “ชอื่ โมดูล Set.Queue” แตผ่ สู้ รา้ งสามารถ
ตง้ั ชื่อใหมไ่ ด้ผ่านการพิมพช์ ่ือใหม่ทับเข้าไป โดยช่ือในกลมุ่ แถวคอยน้ีจะถูกสร้างและใส่
ข้อมูลสมาชกิ ในประเภทแถวคอยของ Advance Set Spreadsheet Module
Set Index: ค่าดัชนีชี้เพื่อแสดงตำแหน่งลำดับชื่อของแถวคอยจากกลุ่ม
แถวคอยใน Advanced Set Spreadsheet Module ทำให้สามารถอ้างถึงชอ่ื
แถวคอยที่ตอ้ งการได้
• Attribute: ประเภทเลือกคณุ สมบัติเฉพาะท่ีสามารถอา้ งถึงชอ่ื ของแถวคอย กรณีเลือก
ประเภทนจี้ ะปรากฏช่อง
Queue Attribute Name: ใสช่ ่อื ของคุณสมบัติท่ีเกบ็ คา่ เลขชท้ี แี่ สดงตำแหนง่
ลำดับของแถวคอยตามลำดับชือ่ แถวคอยใน Queue Spreadsheet Module
หรือ ลำดับของแถวคอยในประเภทของ Advance Set Spreadsheet
Module ทำให้สามารถอา้ งถึงชือ่ ของแถวคอยได้ โดยคุณสมบตั ิประจำตัวท่ใี ห้
ค่าเลขชี้ต้องตดิ ตัววัตถุมาต้ังแต่ Assign Module เลือกประเภทเป็นคุณสมบัติ
ประจำตัว (Attribute) และใส่ค่าเลขชี้ (Value)
Expression: ประเภทใส่สูตรทีส่ ามารถอ้างถงึ ชอ่ื ของแถวคอย กรณเี ลอื กประเภทน้ีจะ
ปรากฏช่อง ดังนี้
Queue Expression: ใส่สูตรทีส่ ามารถอ้างถึงชือ่ ของแถวคอย การสร้างสตู ร
ทำได้โดยการคลิงเมาส์ปุ่มขวาเลือก Build Expression จะปรากฏหน้าต่าง
Expression Builder ซง่ึ สามารถที่จะสรา้ งหรอื หาสมการท่ตี อ้ งการได้โดยคลิก
จาก Expression Type เลย โดยสมการจะไปปรากฏที่ช่อง Current
Expression
Internal Queue: ประเภทใช้แถวคอยภายในที่ใช้รว่ มกันทุกชนิดวัตถุ กรณีนี้จะไม่มี
การอ้างถึงชื่อของแถวคอยและไม่ปรากฎเส้นแถวคอย (Queue Animation)
บนโมดลู Leave
213
บทที่ 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถา่ ย
Transport Name: ใสช่ ่ืออปุ กรณ์ขนถ่ายทต่ี ้องการเรียกใช้ โดยชอ่ื รถขนถ่ายนอ้ี าจถกู ต้ังไว้แล้ว
ในหนว่ ยขอ้ มลู รถขนถา่ ย ณ Transporter Spreadsheet Module
Selection Rule: กฎในการเรียกใช้อุปกรณ์ขนถา่ ย จากอุปกรณ์รถขนถ่ายกรณีอุปกรณ์รถขน
ถ่ายมีมากกวา่ 1 คนั ให้เลอื ก 6 กฎ ดังนี้
Cyclical: วัตถุเรียกอุปกรณ์รถขนถ่ายจากอุปกรณ์รถขนถ่ายตัวใดว่างให้เรียกใช้
อุปกรณต์ วั นัน้ เป็นอันดับแรก
Random: วตั ถเุ รียกใชอ้ ุปกรณร์ ถขนถ่าย จากการสมุ่ เรยี กใชอ้ ปุ กรณ์รถขนถา่ ยที่วา่ ง
Preferred Order: วตั ถเุ รยี กใช้อปุ กรณ์รถขนถ่าย จากลำดับรถขนถา่ ยทีเ่ รียงลำดบั ไว้
ใน Members ของ Set Spreadsheet Module ไมส่ นใจว่าอปุ กรณใ์ ดวา่ งก่อนแตส่ นใจ ณ เวลา
อุปกรณ์ถูกเรียกจองขณะนั้นว่า มีอุปกรณ์รถขนถ่ายใดว่างให้เรียกอุกรณ์ทีว่ ่างอยู่ในลำดับแรก
กอ่ น
Specific Member ระบุอุปกรณ์รถขนถ่ายที่ต้องการเรียกใช้ตามค่าดัชนีชี้ตำแหน่ง
ลำดบั ของอุปกรณ์ทรี่ ะบุใน Set Index
Largest Distance: วัตถุเรียกใช้อุปกรณ์รถขนถ่ายที่ว่างและอุปกรณ์นั้นอยู่ไกลมาก
ทส่ี ุดเรยี กใชก้ อ่ น
Smallest Distance: วตั ถุเรียกใชอ้ ปุ กรณ์รถขนถ่ายท่วี ่างและอุปกรณ์น้ันอยู่ใกล้มาก
ทสี่ ดุ เรียกใชก้ ่อน
Save Attribute: การใส่คุณสมบัติเฉพาะให้กับอปุ กรณข์ นถ่ายโดยคุณสมบตั เิ ฉพาะนี้จะเก็บค่า
เลขชี้ (Set Index) ที่แสดงตำแหน่งของอุปกรณ์ขนถ่าย การใส่คุณสมบัติจะใช้ในกรณที ี่มรี ถขน
ถ่ายมากกว่า 1 คัน ทำให้สามารถอ้างตัวอุปกรณ์รถขนถ่ายที่ถูกเรียกใช้ ช่องนี้จะปรากฎเมื่อ
Selection Rule ด ้ ว ย ก ฎ Cyclical, Random, Preferred Order, Largest Distance แ ละ
Smallest Distance
2. Access Conveyor: เรยี กใช้อปุ กรณ์สายพาน ชอ่ งนจ้ี ะปรากฎเมือ่ เลือกประเภท
รูปแบบการจองอปุ กรณล์ ำเลยี งแบบเรียกใชอ้ ปุ กรณส์ ายพาน
214
บทท่ี 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถา่ ย
- Queue Type: เป็นการกำหนดรูปแบบของแถวคอย ชอ่ งที่ปรากฎเมื่อเลือก
ประเภทการทำงานประเภทนค้ี ือ
- Queue Name: ท่ตี อ้ งใส่ช่อื ของแถวคอย โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อของ
แถวคอยให้อตั โนมตั เิ ป็นช่ือ “ชอ่ื โมดลู .Queue” แตผ่ สู้ รา้ งสามารถตงั้ ชอ่ื ใหม่
ไดผ้ ่านการพมิ พ์ช่อื ใหมท่ ับเข้าไป โดยช่อื นีจ้ ะไปปรากฏในแถวคอย Queue
Spreadsheet Module
- Conveyor Name: ใสช่ ่ืออปุ กรณ์สายพานลำเลยี งท่ีต้องการเรยี กใช้ โดยช่อื
สายพานน้ีอาจถกู ต้ังไวแ้ ลว้ ในหน่วยขอ้ มลู สายพาน ณ Conveyor
Spreadsheet Module
# of Cells: ใสจ่ ำนวนช่องทต่ี อ้ งการใชบ้ นสายพาน
3. Size Resource: เรยี กใช้ทรพั ยากรชอ่ งท่ีปรากฎเมื่อเลือกประเภทรูปแบบการ
จองอปุ กรณล์ ำเลยี งแบบเรียกใช้ทรพั ยากร
Priority: ลำดับความสำคัญของวัตถุท่ีรอคอยเพื่อเรียกใช้อุปกรณ์รถขนถ่าย
หรือทรพั ยากร ในโมดูลนมี้ ี 3 ลำดบั ความสำคญั คอื High (1), Medium (2), และ Low
(3) ลำดับความสำคัญของวัตถุที่รอคอยเพื่อเรียกใช้อุปกรณข์ นถา่ ย ในกรณีที่มีวัตถุรอ
คอยเพื่อเรียกใช้อุปกรณ์ขนถ่ายตัวเดยี วกันจากโมดูล Request หรือ Leave อื่น โดย
โมดูลที่มีความสำคัญ High (1) จะได้รับการเรียกใช้อุปกรณ์ขนถ่ายก่อนโมดูลที่มี
ความสำคัญ Medium (2) เป็นต้น ช่องนี้จะไม่ปรากฎเมื่อเลือกการเรียกใช้สายพาน
(Access Conveyor) หรือไม่ระบุอปุ กรณล์ ำเลยี ง (None)
Queue Type: เป็นการกำหนดรูปแบบของแถวคอย ช่องทีป่ รากฎเมือ่ เลือก
ประเภทการทำงานประเภทน้คี ือ
Queue Name: ที่ตอ้ งใสช่ ่อื ของแถวคอย โปรแกรมอารนี าจะกำหนดช่ือของ
แถวคอยให้อัตโนมตั เิ ปน็ ชอื่ “ช่อื โมดลู .Queue” แต่ผูส้ ร้างสามารถตงั้ ช่อื ใหมไ่ ดผ้ ่านการ
พิมพ์ชื่อใหม่ทับเข้าไป โดยชื่อนี้จะไปปรากฏในแถวคอย Queue Spreadsheet
Module
215
บทท่ี 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถา่ ย
Resource Type: เลือกชนิดของทรัพยากร มีให้เลือก 4 ประเภท คือ
Resource (แบบระบุชื่อทรัพยากร), Set (กลุ่มทรัพยากร), Attribute (ระบุสมบัติ
เฉพาะ) และ Expression (ระบุสูตร)
Resource Name: ใส่ชื่อให้ทรัพยากรที่ต้องการเรียกใช้เพื่อทำการขนถ่าย
วัตถุ ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกประเภทของทรัพยากรเป็นแบบระบุชื่อทรัพยากร
(Resource) ซึ่งชื่อที่ตั้งขึ้นนี้จะไปปรากฎโดยอัตโนมัติใน Resource Spreadsheet
Module
Resource Set Name: ระบุช่ือของกลุ่มทรัพยากรตอ้ งการเรียกใช้ ชอ่ งนี้จะ
ปรากฎเมื่อเลือกประเภทของทรัพยากรเป็นแบบกลุ่มทรัพยากร (Set) โดยชื่อกลุ่ม
ทรพั ยากรนีจ้ ะถูกสรา้ งไวแ้ ลว้ ในหนว่ ยข้อมูลกลุม่ ทรพั ยากร ณ Spreadsheet Module
Selection Rule: กฎในการเรียกใช้ทรัพยากรจากกลุ่มทรัพยากรตามที่ระบุ
ไว้ใน Resource Set Name มีให้เลือก 6 กฎการเรียกใช้คือ Cyclical, Random,
Preferred Order, Specific Member Largest Remaining Capacity และ Smallest
Number Busy
Save Attribute: ก า ร ใ ส ่ ค ุ ณ สม บั ติ เฉพ าะ ใ ห้ ก ั บทร ั พ ยาก ร โ ดย
คณุ สมบัติเฉพาะนีจ้ ะเก็บค่าเลขช้ี (Set Index) ท่แี สดงตำแหน่งลำดบั ข้องทรัพยากรใน
Set Spreadsheet Module ทำให้สามารถอา้ งถงึ ชอื่ ของทรัพยากรที่ถกู เรยี กใช้ ช่องนี้
จะปรากฏเมื่อเรียกใช้ทรัพยากรด้วยกฎ Cyclical, Random, Preferred Order,
Specific Member Largest Remaining Capacity และ Smallest Number Busy
Set Index: ให้ระบุตัวเลขดัชนีตัวทรัพยากรจากกลุ่มทรัพยากร ช่องนี้จะ
ปรากฎเมอ่ื เรยี กใช้ทรัพยากรดว้ ยกฏ Specific Member
Resource Attribute Name: ใส่ชื่อของุณสมบัติที่เก็บค่าเลขชี้ที่แสดง
ตำแหน่งของลำดับทรัพยากรในประเภททรัพยากรของ Set Spreadsheet Module
ทำใหส้ ามารถอา้ งถงึ ช่อื ของทรพั ยากรท่ีตอ้ งการได้ โดยคณุ สมบัติประจำตัวท่ีให้คา่ เลขช้ี
นี้ต้องตดิ ตวั วัตถุมาตั้งแต่โมดูล Assign ประเภทคุณสมบัติประจำตัว (Attribute) และ
สร้างสูตรค่าชี้วัดโดยคลิกเมาส์ขวาเลือก Build Expression จะปรากฎหน้าต่าง
216
บทท่ี 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
Expression Builder ซึ่งสามารถที่จะสร้างค่าชี้วัดได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าโมดูล Assign
เลือกประเภทเป็นคุณสมบัติประจำตัว (Attribute) ให้ค่าคณุ สมบตั ิคอื MEMID (Set1,1)
หมายถงึ การระบชุ ่อื ทรพั ยากรที่เป็นสมาชกิ ลำดบั ท่ีหนึ่งในโมดูล Set 1 เป็นต้น
Expression: การใส่สูตรโดยใช้สมการจากสูตรเป็นเกณฑ์ในการเรียกใช้
ทรัพยากร โดยช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกประเภทของทรัพยากรเป็นแบบระบุสูตร
(Expression) การสรา้ งสตู รทำได้โดย
4. None: เมื่อไม่มีการเรียกใช้อุปกรณ์ลำเลียง ทำให้โมดูล Leave นี้ทำหน้าที่เพียง
เป็นตัวเชื่อมโยงการขนย้ายวัตถุจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยมีเวลาในการทำ
กจิ กรรมขนถา่ ยวัตถลุ ง โดยไมต่ อ้ งใช้อปุ กรณ์ลำเลียง
Connect Type: เลอื กรูปแบบการเชื่อมโยงต่อ โดยจะมีท้ังหมด 4 รปู แบบ ดังนี้
1. Route: สร้างเส้นทางเชื่อมต่อด้วยช่วงเวลาการขนย้ายโดยกำหนดประเภทของสถานี
ปลายทาง ช่องนี้จะปรากฎขึ้นเมื่อเลือกรูปแบบ (Transfer Out) การจองเรียกใช้อุปกรณ์
ลำเลียงแบบ Size Resource หรือ None โดยจะมีชอ่ งท่ีปรากฎเมื่อเลือกประเภทรูปแบบ
การเชอื่ มตอ่ แบบ Route
Move Time: ระบุช่วงเวลาที่ใช้ในการขนย้ายวตั ถุจากทีห่ นึ่งไปยังอีกที่หน่ึง สามารถ
ระบเุ วลาเป็นค่าคงท่ีหรือเลือกอยู่ในรูปแบบการแจกแจงกไ็ ด้ โดยมส่ี ตู รการแจกแจงให้
เลือก ดงั น้ี EXPO(Mean), NORM(Mean, StdDev) และ DISC(CumP1,V1,…) เปน็ ต้น
เพยี งแตผ่ สู้ ร้างตอ้ งใสค่ า่ ตวั แปรเสริม (Parameter) ท่ีจำเป็นเข้าไป
Unit: เลือกหนว่ ยของเวลาทใ่ี ช้ในการขนย้ายวตั ถุจากท่หี น่งึ ไปยงั อกี ท่หี นึ่ง ตามค่าท่ีใส่
ใน Move Time โดยจะมีหน่วยวินาที, นาที, ชวั่ โมง, วนั ใหเ้ ลอื ก
Station Type: เลือกรูปแบบทิศทางปลายทางของการขนย้าย โดยจะมี 4
รปู แบบใหผ้ ้สู ร้างไปเลือก ดงั น้ี
- Station: ประเภทระบุชื่อสถานีปลายทาง กรณีเลือกรูปแบบประเภทนี้จะ
ปรากฎชอ่ ง Station Name ใหท้ ำการใสช่ อื่ สถานีปลายทางท่วี ัตถุจะถูกนำส่ง
ไป
217
บทท่ี 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถา่ ย
- By Sequence: ประเภทระบุสถานีปลายทางตามลำดับใน Sequence
Spreadsheet Module โดยผู้สรา้ งตอ้ งกำหนด Sequence ไวใ้ นหนว่ ยตาราง
จดั การข้อมลู ชือ่ Sequence Spreadsheet Module ไวก้ อ่ น จากนัน้ กำหนด
ชื่อข้อมูลแสดงลำดับการเดินทางตามสถานีให้ติดตัววัตถุมาในโมดูล Assign
โดยผู้สร้างกำหนดประเภทคุณลักษณะประจำตัว (Attribute) ให้กับวัตถุชื่อ
Entity.Sequence แก่วัตถุและกำหนดค่า New Value เป็นชื่อข้อมูลแสดง
ลำดับการเดินทางตามสถานีที่สร้างไว้แล้วใน Sequence Spreadsheet
Module
- Attribute: ประเภทเลือกคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถอ้างถึงชื่อของสถานี
ปลายทาง กรณีเลือกประเภทนี้จะปรากฎช่อง Station Attribute Name
สำหรับใส่ชือ่ ของคณุ สมบตั ิท่เี ก็บคา่ เลขชี้สำหรับแสดงตำแหนง่ ลำดับของสถานี
จากกล่มุ สถานีใน Set Members ทำให้สามารถอา้ งถงึ ชอ่ื ของสถานีปลายทาง
ได้ ซ่งึ ชื่อนจี้ ะถกู อ้างถึงต่อไปเมื่อมีการปล่อยวัตถตุ ามสถานที ีร่ ะบใุ นช่อง Save
Attribute ประเภทกลุ่มสถานีในโมดูล Enter หรอื Station
- Expression: ประเภทใส่สูตรที่สามารถอ้างถึงชื่อของสถานีปลายทาง กรณี
เลือกประเภทนีจ้ ะปรากฎชอ่ ง Station Expression สำหรับใสส่ ูตรที่สามารถ
อ้างถึงชื่อของสถานีปลายทาง การสร้างสูตรทำได้โดยการคลิกเมาส์ปุ่มขวา
เลือก Build Expression จะปรากฎหน้าตา่ ง Expression Builder ซง่ึ สามารถ
ที่จะสร้างหรือหาสมการทต่ี อ้ งการไดโ้ ดยคลิกจาก Expression Type เลย โดย
สมการจะไปปรากฎที่ช่อง Current Expression]
2. Connect: สร้างเสน้ เช่ือมต่อระหว่างโมดลู โดยคลิกท่ปี ุ่มเสน้ เช่ือมต่อ (Connect)
3. Convey: สร้างเส้นทางเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์สายพาน ช่องนี้จะปรากฎเมื่อเลือกรูปแบบ
(Transfer Out) การจองเรียกใชอ้ ุปกรณล์ ำเลยี งแบบ Access Conveyor ช่องที่ปรากฎเม่ือ
เลือกประเภทรปู แบบการเช่ือมต่อแบบ Convey มดี ังน้ี
• Station Type: ความหมายเหมอื นกรณเี ลือก Route
• Station Name: ความหมายเหมือนกรณีเลอื ก Route
218
บทที่ 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถา่ ย
4. Transport: สร้างเส้นทางเชื่อต่อด้วยอุปกรณ์รถขนถ่าย ช่องนี้จะปรากฎขึ้นเมื่อถูกเลือก
รปู แบบ (Transfer Out) การจองเรียกใชอ้ ุปกรณล์ ำเลียงแบบ Request Transporter ช่อง
ท่ีจะปรากฎเมื่อเลือกประเภทรปู แบบการเชอ่ื มตอ่ แบบ Transport คือ
• Station Type: ความหมายเหมือนกรณีเลอื ก Route
• Station Name: ความหมายเหมือนกรณีเลอื ก Route
Access Module (Material Handling Panel)
ภาพท่ี 8.5 Access Module
เป็นหนว่ ยโครงสรา้ งทใ่ี ชส้ ำหรับการจองอปุ กรณล์ ำเลยี งแบบเรียกใชอ้ ปุ กรณ์สายพาน
ภาพที่ 8.6 แสดงตวั อยา่ งหน้าต่างของ Access Module
219
บทท่ี 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถา่ ย
ภาพที่ 8.7 โมดูลชือ่ “Access to New Conveyor” ทำหน้าที่จองพ้ืนท่ีบนอุปกรณ์สายพานชอื่
“New Conveyor 101” จำนวน 10 ช่องสายพาน ถ้าไม่สามารถจองชอ่ งที่ต้องการบนสายพาน
ได้ วัตถุจะรออยู่ในแถวคอยชื่อ “Access to New Conveyor.Queue” จนกว่าสามารถจอง
พื้นท่ีทต่ี อ้ งการบนสายพานทก่ี ำหนด
อธบิ ายขอ้ มลู ที่ต้องใส่ในหนา้ ตา่ งของ Access Module
Name: ช่ือท่ใี ส่ไวใ้ นช่องนี้จะไปปรากฎเป็นช่อื บนโมดูล
Conveyor Name: ใสช่ อ่ื อปุ กรณ์สายพานลำเลยี งทีต่ อ้ งการเรยี กใช้ โดยชอ่ื สายพานรอี้ าจถกู ตง้ั
ไว้แล้วในหนว่ ยข้อมลู สายพาน ณ Conveyor Spreadsheet Module
# of Cells: ใส่จำนวนชอ่ งทต่ี ้องการใชบ้ นสายพาน
Queue Type: เปน็ การกำหนดรปู แบบของแถวคอย โดยค่าเรม่ิ ตน้ คอื ระบุชอ่ื ของแถวคอย
(Queue) รูปแบบของแถวคอยมใี หเ้ ลอื ก 5 ประเภท ดงั น้ี
1. Queue: ประเภทระบุช่อื ของแถวคอย ชอ่ งทปี่ รากฎเมื่อเลือกประเภทน้คี ือ
Queue Name: ทีต่ อ้ งใสช่ ่ือของแถวคอย โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชือ่ ของ
แถวคอยให้อัตโนมตั เิ ป็นช่ือ “ช่ือโมดลู .Queue” แตผ่ ู้สร้างสามารถตั้งช่อื ใหมไ่ ด้
ผ่านการพมิ พ์ชอื่ ใหม่ทับเขา้ ไป โดยชือ่ นจี้ ะไปปรากฏในแถวคอย Queue
Spreadsheet Module
2. Set: ประเภทระบชุ ือ่ ของกล่มุ แถวคอย ช่องที่ปรากฎเมอ่ื เลือกประเภทน้ีคือ
Set Name: ใสช่ ่อื ของกลมุ่ แถวคอย โปรแกรมอารนี าจะกำหนดช่ือของแถวคอยให้
อัตโนมตั ิเป็นชือ่ “ชอ่ื โมดลู Set.Queue” แตผ่ ู้สรา้ งสามารถตงั้ ช่ือใหม่ได้ผา่ นการพิมพ์ช่อื ใหมท่ บั
เข้าไป โดยชอื่ ในกลมุ่ แถวคอยนจ้ี ะถูกสรา้ งและใส่ข้อมูลสมาชิกในประเภทแถวคอยของ
Advance Set Spreadsheet Module
Set Index: คา่ ดชั นีชีเ้ พอ่ื แสดงตำแหนง่ ลำดบั ชอื่ ของแถวคอยจากกลมุ่ แถวคอยใน
Advanced Set Spreadsheet Module ทำใหส้ ามารถอา้ งถงึ ชอ่ื แถวคอยท่ตี ้องการได้
220
บทที่ 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
3. Internal Queue: ประเภทใช้แถวคอยภายในทีใ่ ช้รว่ มกันทุกชนิดวัตถุ กรณีนี้จะ
ไม่มีการอ้างถึงช่ือของแถวคอยและไม่ปรากฎเส้นแถวคอย (Queue Animation)
บนโมดูล Access
4. Attribute: ประเภทเลือกคณุ สมบัติเฉพาะทสี่ ามารถอา้ งถึงช่ือของแถวคอย กรณี
เลือกประเภทนจ้ี ะปรากฏชอ่ ง
Attribute Name: ใส่ชื่อของคุณสมบัติที่เก็บค่าเลขชี้ที่แสดงตำแหน่งลำดับของ
แถวคอยตามลำดับชื่อแถวคอยใน Queue Spreadsheet Module หรือ ลำดับของแถวคอยใน
ประเภทของ Advance Set Spreadsheet Module ทำให้สามารถอ้างถึงชื่อของแถวคอยได้
โดยคณุ สมบัตปิ ระจำตัวทใ่ี หค้ ่าเลขชีต้ อ้ งติดตวั วัตถุมาตง้ั แต่ Assign Module เลอื กประเภทเป็น
คุณสมบัตปิ ระจำตัว (Attribute)
การสร้างเลขชี้กรณีลำดับของแถวคอยใน Advance Set Spreadsheet Module ทำ
ไดโ้ ดยคลกิ เมาสป์ ุ่มขวาเลือก Build Expression จะปรากฎหน้าต่าง Expression Builder ทำให้
สามารถสร้างสูตรแสดงค่าเลขชี้ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าโมดูล Assign เลือกประเภทเป็นคุณสมบัติ
ประจำตวั (Attribute) ใหค้ ่าคณุ สมบัตคิ ือ Member (Advanced Set 1,1) จะหมายถึงการระบุ
ชอื่ แถวคอยที่เปน็ สมาชกิ ลำดับทหี่ นึง่ ในโมดูลชอ่ื Advanced Set 1 เป็นต้น
5. Expression: การใส่สูตรโดยใช้สมการจากสตู รเปน็ เกณฑใ์ นการปลอ่ ยทรัพยากร
โดยชอ่ งนจ้ี ะปรากฎเม่ือเลอื กประเภทของทรพั ยากรเปน็ แบบระบสุ ูตร
(Expression) การสร้างสตู รทำไดโ้ ดยการคลิกเมาสข์ วาเลอื ก Build Expression
จะปรากฎหนา้ ตา่ ง Expression Builder ซง่ึ สามารถทจี่ ะสร้างหรือหาสมการที่
ตอ้ งการไดโ้ ดยการคลกิ จาก Expression Type เลย โดยสมการจะไปปรากฎท่ีชอ่ ง
Current Expression
221
บทที่ 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถา่ ย
Convey Module (Material Handling Panel)
ภาพที่ 8.7 Convey Module
เปน็ หนว่ ยโครงสร้างที่ทำหน้าทใี่ นการขนยา้ ยวตั ถทุ ี่เข้าสโู่ มดูลนี้ด้วยอุปกรณ์สายพานที่
กำหนดไปยงั ช่ือสถานีปลายทางที่ระบไุ วใ้ นโมดลู น้ี
ภาพที่ 8.8 แสดงตวั อย่างหน้าต่างของ Convey Module
ภาพท่ี 8.8 โมดูลช่อื “Convey 1” ทำหนา้ ท่ีขนยา้ ยวัตถุทเ่ี ขา้ สโู่ มดูลน้ี ด้วยอุปกรณ์สายพานชื่อ
“Conveyor Number 1” ไปยังสถานีปลายทางชื่อ “Station AA” ด้วยเวลาในการขนย้าย
ขึ้นอยู่กับความเร็วที่ระบุในหน่วยข้อมูลสายพาน ณ Conveyor Spreadsheet Module และ
ระยะทางตามที่ระบใุ นหนว่ ยขอ้ มูลระยะสายพาน ณ Segment Spreadsheet Module
อธบิ ายขอ้ มลู ทตี่ อ้ งใส่ในหน้าต่างของ Convey Module
Name: ช่อื ที่ใสไ่ ว้ในชอ่ งนจี้ ะไปปรากฎเป็นช่อื บนโมดูล
222
บทที่ 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
Conveyor Name: ใสช่ ่อื อุปกรณ์สายพานซง่ึ ช่ือน้ีจะต้องเป็นชือ่ เดียวกบั ชื่ออุปกรณ์สายพานที่
ถกู จองเรียกใช้กอ่ นหน้านี้ ด้วยโมดูล Access หรือ Leave โดยชอ่ื สายพานน้ีอาจถูกตั้งไว้แล้วใน
หนว่ ยข้อมลู สายพาน ณ Conveyor Spreadsheet Module
Destination Type: เลือกรูปแบบทิศทางปลายทางของการขนย้าย โดยจะมี 4 รูปแบบให้
ผสู้ ร้างสามารถเลอื กใช้งานได้ ดังนี้
1. Station: ประเภทระบชุ ื่อสถานีปลายทาง กรณีเลือกรปู แบบประเภทนี้จะปรากฎ
ชอ่ ง Station Name ใหท้ ำการใสช่ อื่ สถานีปลายทางที่วัตถจุ ะถูกนำส่งไป
2. By Sequence: ประเภทระบุสถานีปลายทางตามลำดับใน Sequence
Spreadsheet Module โดยผู้สร้างต้องกำหนด Sequence ไว้ในหน่วยตาราง
จัดการข้อมูลชื่อ Sequence Spreadsheet Module ไว้ก่อน จากนั้นกำหนดช่ือ
ขอ้ มลู แสดงลำดับการเดนิ ทางตามสถานีใหต้ ดิ ตัววัตถมุ าในโมดูล Assign โดยผู้สร้าง
ก ำ ห น ด ป ร ะ เ ภท คุ ณล ั ก ษ ณะ ป ร ะ จ ำตั ว ( Attribute) ใ ห ้ ก ั บ ว ั ตถุชื่อ
Entity.Sequence แก่วัตถุและกำหนดค่า New Value เป็นชื่อข้อมูลแสดงลำดบั
การเดนิ ทางตามสถานีท่สี ร้างไว้แลว้ ใน Sequence Spreadsheet Module
3. Attribute: ประเภทเลอื กคุณสมบตั เิ ฉพาะท่สี ามารถอา้ งถึงช่ือของสถานปี ลายทาง
กรณีเลือกประเภทนี้จะปรากฎช่อง Station Attribute Name สำหรับใส่ชื่อของ
คุณสมบัติที่เก็บค่าเลขชี้สำหรับแสดงตำแหน่งลำดับของสถานีจากกลุ่มสถานีใน
Set Members ทำใหส้ ามารถอ้างถึงชอื่ ของสถานีปลายทางได้ ซึง่ ชอื่ นจี้ ะถูกอ้างถงึ
ต่อไปเมื่อมีการปล่อยวัตถตุ ามสถานีที่ระบุในช่อง Save Attribute ประเภทกลุ่ม
สถานีในโมดูล Enter หรือ Station
4. Expression: ประเภทใส่สูตรที่สามารถอ้างถึงชือ่ ของสถานีปลายทาง กรณีเลือก
ประเภทนี้จะปรากฎชอ่ ง Station Expression สำหรับใส่สูตรที่สามารถอ้างถงึ ช่ือ
ของสถานีปลายทาง การสร้างสูตรทำได้โดยการคลิกเมาส์ปุ่มขวาเลือก Build
Expression จะปรากฎหนา้ ต่าง Expression Builder ซ่ึงสามารถท่ีจะสร้างหรอื หา
สมการที่ต้องการไดโ้ ดยคลิกจาก Expression Type เลย โดยสมการจะไปปรากฎที่
ช่อง Current Expression]
223
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถา่ ย
Exit Module (Material Handling Panel)
ภาพท่ี 8.19 แสดงตวั อยา่ งหน้าต่างของ Exit Module
เป็นหนว่ ยโครงสรา้ งท่ีทำหน้าท่ใี นการปล่อยอปุ กรณล์ ำเลยี ง แบบปล่อยอุปกรณ์สายพาน
ภาพที่ 8.20 แสดงตวั อย่างหน้าต่างของ Exit Module
ภาพท่ี 8.9 โมดลู ชื่อ “Exit 1” ทำหนา้ ทป่ี ล่อยพนื้ ทีช่ อ่ งเซลลบ์ นอปุ กรณ์สายพานชื่อ “Conveyor
Number 1” ทีถ่ กู จองกอ่ นหนา้ นดี้ ว้ ยโมดลู Access หรือ Leave ใหว้ ่าง
อธิบายข้อมูลท่ีตอ้ งใส่ในหน้าต่างของ Exit Module
Name: ช่อื ทใ่ี ส่ไว้ในช่องน้จี ะไปปรากฎเปน็ ชือ่ บนโมดูล
Conveyor Name: ใส่ชื่ออุปกรณ์สายพานทีต่ ้องการจะปลอ่ ยให้เป็นอิสระ ซึ่งชือ่ นีจ้ ะต้องเป็น
ชอื่ เดยี วกับชอื่ อุปกรณ์สายพานท่ถี กู จองเรยี กใชก้ ่อนหน้านี้ ด้วยโมดูล Access หรอื Leave
# of Cells: ใสจ่ ำนวนช่องเซลล์ทตี่ ้องการปลอ่ ยวา่ งบนสายพาน
224
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถา่ ย
Start Module (Material Handling Panel)
ภาพท่ี 8.22 Stop Module
เป็นหน่วยโครงสรา้ งท่ีทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะให้แก่อุปกรณ์สายพาน ให้มีสถานะเปน็
สามารถใช้งานได้ (Active)
ภาพท่ี 8.22 แสดงตวั อยา่ งหน้าตา่ งของ Stop Module
ภาพที่ 8.22 โมดูลชื่อ “Start Conveyor 1” ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะให้อุปกรณ์สายพานช่ือ
“Start Conveyor 1” ให้สามารถใช้งานได้อีกครั้ง (Active) หลังจากหยุดเพื่อซ่อมบำรุงด้วย
โมดูล Stop ก่อนหน้าน้ี ด้วยความเร็ว 15 ฟตุ ต่อวินาที (Velocity/Units)
อธิบายข้อมลู ทตี่ ้องใส่ในหน้าตา่ งของ Start Module
Name: ชอื่ ท่ใี สไ่ วใ้ นชอ่ งน้ีจะไปปรากฎเป็นช่ือบนโมดูล
Conveyor Name: ใส่ชอ่ื อุปกรณ์สายพานทต่ี ้องการส่งั ใหท้ ำงานอีกครง้ั หลงั จากหยุดเพื่อซ่อม
บำรุง โมดูล Start น้จี ะถูกใชค้ กู่ ับโมดูล Stop เสมอ
225
บทที่ 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถา่ ย
Velocity: การระบอุ ตั ราความเรว็ ใหม่ให้แกอ่ ุปกรณ์สายพาน โดยอตั ราใหมน่ ีจ้ ะถูกใช้ตลอดการ
ใช้งานจนกวา่ จะมกี ารเปลีย่ นแปลงคา่ อตั ราเรว็ อกี ครั้ง
Units: เลือกหน่วยของอัตราความเร็วโดยจะมีหน่อยต่อวินาที, ต่อนาที, ต่อชั่วโมง, ต่อวัน ให้
เลือก
Stop Module (Material Handling Panel)
ภาพที่ 8.23 Stop Module
เปน็ หนว่ ยโครงสรา้ งท่ีทำหนา้ ทเี่ ปล่ียนสถานะให้แกอ่ ปุ กรณ์สายพาน ใหม้ สี ถานะเป็นไม่
สามารถใช้งานได้ (Inactive)
ภาพท่ี 8.24 แสดงตัวอยา่ งหน้าตา่ งของ Stop Module
ภาพที่ 8.24 โมดูลชื่อ “Stop Conveyor AA” ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะให้อุปกรณ์สายพานชือ่
“Conveyor AA” ให้ไม่สามารถใช้งานได้ (Inactive) ทำให้สายพานหยุดทำงานเพื่อซ่อมบำรุง
ตอ่ ไป โดยขณะสายพานหยุดอาจมวี ัตถุทก่ี ำลงั ขนย้ายคา้ งอยูบ่ นสายพานก็ได้
อธิบายขอ้ มูลท่ตี ้องใสใ่ นหน้าต่างของ Stop Module
Name: ชอื่ ท่ีใสไ่ วใ้ นชอ่ งน้จี ะไปปรากฎเปน็ ชือ่ บนโมดลู
226
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
Conveyor Name: ใสช่ ื่ออปุ กรณส์ ายพานทตี่ ้องการสงั่ ให้ทำงานอีกครงั้ หลงั จากหยุดเพ่ือซ่อม
บำรุง โมดูล Stop นจ้ี ะถูกใชค้ ู่กับโมดูล Start เสมอ
Activate Module (Material Handling Panel)
ภาพท่ี 8.25 แสดงตัวอย่างหน้าต่างของ Activate Module
เป็นหน่วยโครงสร้างที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะให้แก่อุปกรณ์ขนถ่าย ให้มีสถานะเป็น
สามารถใช้งานได้ (Active)
ภาพที่ 8.26 แสดงตัวอยา่ งหน้าต่างของ Activate Module
ภาพ โมดูลช่ือ “Activate Forklift” ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะให้อุปกรณ์รถขนถ่ายชือ่ “Forklift
AB” จำนวน 2 คนั (Unit Number) ใหส้ ามารถใช้งานได้อกี คร้ัง (Active) หลงั จากหยุดเพอื่ ซ่อม
บำรงุ ด้วยโมดลู Halt กอ่ นหนา้ น้ี
อธบิ ายขอ้ มูลทีต่ ้องใสใ่ นหนา้ ตา่ งของ Activate Module
Name: ช่อื ที่ใส่ไวใ้ นชอ่ งน้จี ะไปปรากฎเปน็ ชือ่ บนโมดูล
227
บทท่ี 8 บญั ชีโมดูลในการสรา้ งแบบจาลองวิธีขนถา่ ย
Transporter Name: ใสช่ ่ืออปุ กรณ์รถขนถ่ายทีต่ ้องการสัง่ ใหท้ ำงานอีกครัง้ หลังจากหยุดเพ่ือ
ซ่อมบำรงุ โมดูล Activate น้ีจะถกู ใช้คูก่ ับโมดูล Halt
Unit Number: ระบุลำดับของรถขนถ่ายจากกลุ่มอุปกรณ์รถขนถ่าย (Transporter Set) ท่ี
ต้องการเปล่ียนสถานะเป็นสามารถใช้งานได้ (Active)
Allocation Module (Material Handling Panel)
ภาพท่ี 8.27 Allocation Module
เป็นหน่วยโครงสร้างที่ทำหนา้ ที่ใช้สำหรับจองอุปกรณ์รถขนถ่าย เพื่อโยกย้ายตำแหน่ง
ของอปุ กรณโ์ ดยปราศจากการขนย้ายวัตถุบนอปุ กรณห์ รอื กล่าวอีกนัยหนึ่งคอื เมอ่ื วตั ถเุ ข้าสโู่ มดูล
น้ี วตั ถจุ ะเรยี กจองอปุ กรณร์ ถขนถ่ายท่ีกำหนดและเมื่อรถว่างโดยรถน้ันอาจไม่ต้องอยทู่ ่ีสถานีก็ได้
รถขนถา่ ยจะถกู จองเพ่ือทำการโยกยา้ ยดว้ ยโมดลู Move หรือเปลี่ยนสถานะใหไ้ มส่ ามารถใช้วาน
ได้ ด้วยโมดลู Halt ต่อไป จะเห็นว่าโมดูล Allocate จะทำงานคล้ายกับโมดูล Request แต่จะ
จองรถขนถ่ายเพอื่ เปลย่ี นสถานะให้ล้มเหลวหรอื เพือ่ โยกยา้ ยตำแหนง่ ของรถขนถา่ ยน้ันเอง
228
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถ่าย
ภาพท่ี 8.28 แสดงตวั อยา่ งหน้าตา่ งของ Allocation Module
ภาพที่ 8.28 โมดูลชื่อ “Allocate Forklift” ทำหน้าทีจ่ องอุปกรณ์รถขนถา่ ยช่ือ “New Forklift
1” กรณมี ีรถขนถา่ ยมากกว่า 1 คันรถ วตั ถจุ ะเรียกใชร้ ถขนถ่ายแบบอปุ กรณ์รถขนถา่ ยไหนว่างให้
เรยี กใช้อุปกรณ์นนั้ กอ่ น (Cyclical) กรณยี ังไมม่ ีรถขนถา่ ยวา่ ง วตั ถุในโมดลู น้จี ะรอในแถวคอยช่ือ
“Allocate New Forklift 1.Queue” เมื่อรถขนถ่ายว่าง โดยปราศจากวัตถุบนอุปกรณ์รถขน
ถ่าย การขนถ่ายนั้นจะถูกจองเพื่อทำการเปลี่ยนสถานะให้ไม่สามารถใช้งานได้ด้วยโมดูล Halt
ต่อไป
อธบิ ายขอ้ มลู ท่ีต้องใส่ในหนา้ ต่างของ Allocation Module
Name: ช่ือทใี่ ส่ไวใ้ นช่องนี้จะไปปรากฎเป็นชื่อบนโมดูล
Transporter Name: ใส่ชื่ออุปกรณ์รถขนถ่ายที่ต้องการจองให้โยกย้ายหรือจองเพื่อเปลี่ยน
สถานะใหไ้ มส่ ามารถใช้งาน
Selection Rule: กฎในการเรยี กใช้อุปกรณร์ ถขนถ่าย กรณีอุปกรณ์รถขนถ่ายมีมากกว่า 1 คัน
มใี ห้เลอื ก 6 กฎ ดงั น้ี
1.Cyclical วตั ถุเรียกใช้อุปกรณข์ นถ่าย โดยหากอุปกรณข์ นถ่ายตัวใดว่างจะทำ
การเรยี กใช้อุปกรณ์ขนถ่ายตัวดังกลา่ วกอ่ นเปน็ อนั ดับแรก
2.Random วัตถุเรียกอุปกรณ์ขนถ่ายจากการสุ่มเรียกใช้กลุ่มของอุปกรณ์ขน
ถา่ ยท่วี า่ ง
229
บทที่ 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
3.Preferred Order วัตถุเรียกใช้อุปกรณ์ขนถ่ายจากลำดับอุปกรณ์ขนถ่ายที่
เรยี งลำดบั ไว้ใน Members ของ Set Spreadsheet Module โดยไมส่ นใจว่า
ทรัพยากรไหนว่างก่อน แต่สนใจ ณ เวลาทรัพยากรที่ถูกจองขณะนั้น ว่ามี
ทรัพยากรไหนว่างให้เรยี กทรพั ยากรท่ีว่างอยู่ในลำดับแรกก่อน
4.Specific Member ระบุทรัพยากรที่ต้องการเรียกใช้หรือปล่อยออก
ตวั อยา่ งเชน่ เมือ่ วัตถุทำกิจกรรมเสร็จสิ้นและวตั ถตุ อ้ งการปลอ่ ยทรัพยากรให้
วา่ งตามคา่ ดชั นีช้ีตำแหน่งลำดบั ของทรัพยากรท่ีระบไุ วใ้ น Set Index
5.Largest Distance วัตถุเรียกใช้อุปกรณ์รถขนถ่ายที่ว่างและอุปกรณ์นั้นอยู่
ไกลมากทสี่ ุดเรียกใช้กอ่ น
6.Smallest Distance วตั ถุเรียกใช้อปุ กรณร์ ถขนถา่ ยทวี่ ่างและอุปกรณ์น้ันอยู่
ใกล้มากทสี่ ุดเรียกใช้ก่อน
Save Attribute การใส่คุณสมบัติเฉพาะให้กับอุ โดยคุณสมบัติเฉพาะนี้จะเก็บค่าเลขชี้ (Set
Index) ท่ีแสดงตำแหนง่ ของอุปกรณร์ ถขนถา่ ยกรณมี รี ถขนถา่ ยมากกวา่ 1 คนั ทำใหว้ ัตถสุ ามารถ
อ้างตัวอุปกรณ์รถขนถ่ายที่ถูกเรียกใช้ ช่องนี้จะปรากฎขึ้นเมื่อ Selection Rule ด้วยกฎ
Cyclical, Random, Preferred Order, Largest Distance และ Smallest Distance
Unit Number: ระบคุ ่าเลขช้ี (Set Index) ท่แี สดงตำแหน่งลำดบั ของรถขนถ่ายจากกลุ่มอปุ กรณ์
รถขนถา่ ย (Transporter Set) ทำใหส้ ามารถอ้างถึงรถขนถา่ ยที่ถกู เรยี กใชไ้ ด้ ช่องนจี้ ะปรากฎขนึ้
เม่ือกฎการเรยี กใชอ้ ปุ กรณร์ ถขนถา่ ยเป็น Specific Member
Entity Location: โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อให้อัตโนมัติเป็นชื่อ “Entity.Station” เพื่อ
ระบุตำแหนง่ ปัจจบุ ันให้วตั ถุ ทำใหโ้ ปรแกรมอารีนาทราบระยะทางระหวา่ งวัตถกุ บั อุปกรณ์รถขน
ถา่ ยทีถ่ กู เรียกใช้ ช่องนีจ้ ะปรากฎข้ึนเมอื่ กฎการเรยี กใชอ้ ปุ กรณร์ ถขนถา่ ยเปน็ Largest Distance
หรอื Smallest Distance
Priority: ลำดับความสำคัญของวัตถุที่รอคอยเพื่อเรียกใช้อุปกรณ์รถขนถ่ายหรือทรัพยากร ใน
โมดูลนี้มี 3 ลำดับความสำคัญคือ High (1), Medium (2), และ Low (3) ลำดับความสำคัญของ
วัตถุที่รอคอยเพื่อเรียกใช้อุปกรณ์ขนถ่าย ในกรณีที่มีวัตถุรอคอยเพ่ือเรียกใช้อุปกรณ์ขนถ่ายตวั
เดียวกันจากโมดูล Request หรือ Leave อื่น โดยโมดูลที่มีความสำคัญ High (1) จะได้รับการ
230
บทท่ี 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถ่าย
เรียกใช้อุปกรณ์ขนถา่ ยก่อนโมดูลที่มีความสำคัญ Medium (2) เป็นต้น ช่องนี้จะไม่ปรากฎเม่อื
เลือกการเรียกใชส้ ายพาน (Access Conveyor) หรอื ไม่ระบุอุปกรณ์ลำเลยี ง (None)
Queue Type: เปน็ การกำหนดรปู แบบของแถวคอย โดยค่าเรมิ่ ตน้ คอื ระบชุ ่ือของแถวคอย
(Queue) รปู แบบของแถวคอยมีใหเ้ ลือก 5 ประเภท ดงั นี้
1. Queue: ประเภทระบุช่อื ของแถวคอย ชอ่ งท่ีปรากฎเมอ่ื เลือกประเภทนีค้ อื
Queue Name: ท่ตี อ้ งใส่ชอ่ื ของแถวคอย โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชอื่ ของ
แถวคอยใหอ้ ตั โนมตั ิเปน็ ชื่อ “ชื่อโมดลู .Queue” แต่ผู้สร้างสามารถตัง้ ช่ือใหมไ่ ด้
ผา่ นการพิมพช์ อ่ื ใหมท่ ับเข้าไป โดยชื่อนี้จะไปปรากฏในแถวคอย Queue
Spreadsheet Module
2. Set: ประเภทระบุช่อื ของกลมุ่ แถวคอย ชอ่ งทีป่ รากฎเมอื่ เลือกประเภทนค้ี อื
Set Name: ใสช่ ่ือของกลมุ่ แถวคอย โปรแกรมอารนี าจะกำหนดช่ือของแถวคอยให้
อัตโนมตั เิ ป็นชื่อ “ชอ่ื โมดูล Set.Queue” แตผ่ สู้ รา้ งสามารถตงั้ ชื่อใหม่ได้ผา่ นการพมิ พ์ช่อื ใหมท่ บั
เขา้ ไป โดยช่ือในกลุม่ แถวคอยน้ีจะถูกสร้างและใส่ข้อมลู สมาชิกในประเภทแถวคอยของ
Advance Set Spreadsheet Module
Set Index: ค่าดชั นชี เี้ พื่อแสดงตำแหนง่ ลำดบั ชอ่ื ของแถวคอยจากกลมุ่ แถวคอยใน
Advanced Set Spreadsheet Module ทำใหส้ ามารถอา้ งถงึ ช่ือแถวคอยทต่ี ้องการได้
3. Internal Queue: ประเภทใช้แถวคอยภายในที่ใช้ร่วมกันทุกชนิดวัตถุ กรณีนี้จะ
ไม่มีการอ้างถึงชื่อของแถวคอยและไม่ปรากฎเส้นแถวคอย (Queue Animation)
บนโมดูล Access
4. Attribute: ประเภทเลือกคุณสมบัติเฉพาะท่สี ามารถอา้ งถงึ ช่ือของแถวคอย กรณี
เลือกประเภทน้จี ะปรากฏชอ่ ง
Attribute Name: ใสช่ อ่ื ของคุณสมบตั ิทีเ่ กบ็ ค่าเลขชท้ี ่แี สดงตำแหนง่ ลำดบั ของ
แถวคอยตามลำดบั ชอ่ื แถวคอยใน Queue Spreadsheet Module หรือ ลำดบั ของแถวคอยใน
ประเภทของ Advance Set Spreadsheet Module ทำให้สามารถอ้างถงึ ชือ่ ของแถวคอยได้
โดยคุณสมบตั ปิ ระจำตวั ท่ีให้คา่ เลขชต้ี ้องตดิ ตวั วตั ถมุ าตง้ั แต่ Assign Module เลอื กประเภทเปน็
คณุ สมบตั ปิ ระจำตัว (Attribute)
231
บทท่ี 8 บญั ชีโมดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถ่าย
การสรา้ งเลขช้กี รณีลำดับของแถวคอยใน Advance Set Spreadsheet Module ทำ
ได้โดยคลิกเมาส์ปุม่ ขวาเลอื ก Build Expression จะปรากฎหนา้ ต่าง Expression Builder ทำให้
สามารถสร้างสตู รแสดงคา่ เลขชี้ได้ ตวั อย่างเช่น ถา้ โมดูล Assign เลอื กประเภทเปน็ คุณสมบตั ิ
ประจำตัว (Attribute) ใหค้ า่ คณุ สมบตั คิ ือ Member (Advanced Set 1,1) จะหมายถงึ การระบุ
ชื่อแถวคอยท่ีเป็นสมาชกิ ลำดับทห่ี นงึ่ ในโมดูลชื่อ Advanced Set 1 เป็นตน้
5. Expression: การใสส่ ตู รโดยใชส้ มการจากสตู รเป็นเกณฑ์ในการปล่อยทรพั ยากร
โดยชอ่ งนจ้ี ะปรากฎเมอื่ เลอื กประเภทของทรพั ยากรเป็นแบบระบสุ ูตร
(Expression) การสร้างสูตรทำได้โดยการคลกิ เมาสข์ วาเลอื ก Build Expression
จะปรากฎหน้าตา่ ง Expression Builder ซงึ่ สามารถท่จี ะสร้างหรือหาสมการท่ี
ต้องการไดโ้ ดยการคลกิ จาก Expression Type เลย โดยสมการจะไปปรากฎทช่ี ่อง
Current Expression
Free Module (Material Handling Panel)
ภาพที่ 8.29 แสดงตัวอยา่ งหน้าตา่ งของ Free Module
เปน็ หน่วยโครงสรา้ งท่ที ำหน้าท่ีใช้สำหรับปล่อยอุปกรณ์ลำเลยี งแบบปลอ่ ยอุปกรณร์ ถขนถา่ ย
ภาพท่ี 8.30 แสดงตัวอยา่ งหน้าต่างของ Free Module
ภาพที่ 8.30 โมดูลชื่อ “Forklift Free” ทำหน้าท่ีปล่อยอุปกรณ์รถขนถ่ายชื่อ “New Forklift
No.1” ทีถ่ ูกจองกอ่ นหนา้ น้ดี ว้ ย Request Module หรือ Enter Module ให้วา่ ง
232
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
อธบิ ายขอ้ มูลที่ต้องใสใ่ นหนา้ ต่างของ Free Module
Name: ช่ือท่ใี สไ่ ว้ในชอ่ งนีจ้ ะไปปรากฎเป็นชอ่ื บนโมดลู
Transporter Name: ใส่ชื่ออปุ กรณร์ ถขนถ่ายที่ตอ้ งการปลอ่ ย ซึ่งชือ่ น้ีจะต้องเป็นชื่อเดียวกบั
ชอ่ื อปุ กรณ์รถขนถา่ ยท่ีถูกจองเรยี กใช้ก่อนหนา้ นดี้ ้วยโมดูล Request, Leave หรอื Allocate
Unit Number: ระบุลำดับของรถขนถ่ายที่ต้องการปล่อยจากกลุ่มอุปกรณ์รถขนถ่าย
(Transporter Set) ในกรณที ่ีมอี ปุ กรณ์ขนถา่ ยมากกว่า 1 คนั
Halt Module (Material Handling Panel)
ภาพท่ี 8.31 Halt Module
เปน็ หนว่ ยโครงสรา้ งท่ีทำหน้าท่ีเปลี่ยนสถานะให้กับอปุ กรณ์ขนถา่ ย ให้มีสถานะเป็นไม่
สามารถใช้งานได้ (Inactive)
ภาพท่ี 8.32 แสดงตัวอยา่ งหน้าต่างของ Halt Module
ภาพที่ 8.32 โมดูลชื่อ “Forklift Free” ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะให้อุปกรณ์รถขนถ่ายชื่อ “RT
Forklift” ให้ไม่สามารถใช้งานได้ (Inactive) โดยอุปกรณเ์ คล่ือนย้าย RT Forklift ถูกจองใหว้ า่ ง
เปล่าก่อนหนา้ นี้ดว้ ยโมดลู Allocation
อธิบายข้อมลู ทีต่ อ้ งใสใ่ นหน้าต่างของ Halt Module
Name: ชอื่ ทใี่ ส่ไวใ้ นชอ่ งนจ้ี ะไปปรากฎเปน็ ช่ือบนโมดูล
Transporter Name: ใสช่ ่ืออปุ กรณ์รถขนถา่ ยทตี่ ้องการเปล่ยี นสถานะเปน็ ไม่สามารถ
ใช้งานได้ (Inactive)
233
บทที่ 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวิธขี นถ่าย
Unit Number: ระบุลำดับของรถขนถ่ายที่ต้องการเปลี่ยนสถานะเป็นไม่สามารถใช้งานได้
(Inactive) จากกลุ่มอุปกรณ์รถขนถา่ ย (Transporter Set) ในกรณีทม่ี ีอุปกรณข์ นถา่ ยมากกว่า 1
คัน
Move Module (Material Handling Panel)
ภาพที่ 8.33 Move Module
เป็นหน่วยโครงสร้างทีท่ ำหนา้ ทส่ี ำหรบั โยกยา้ ยตำแหน่งของอุปกรณ์รถขนถา่ ย ทถ่ี กู จอง
ไว้ก่อนหน้านี้ด้วยโมดูล Allocate หรือ โมดูล Request ไปยังสถานีปลายทางที่ระบุในโมดูลน้ี
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เมื่อมีวัตถุเข้าสู่โมดูลนี้ รถขนถ่ายที่ถูกจองจะวิ่งรถเปล่ามาที่สถานี
ปลายทางทร่ี ะบุในโมดูลนี้
ภาพที่ 8.34 แสดงตวั อยา่ งหน้าต่างของ Move Module
234
บทที่ 8 บญั ชโี มดูลในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ขี นถา่ ย
ภาพที่ 8.34 โมดูลช่ือ “Move CBT Forklift” ทำหน้าท่ีโยกย้ายตำแหน่งของอุปกรณ์รถขนถา่ ย
ชื่อ “CBT No. 1” ที่ถูกจองไว้ก่อนหน้าน้ีด้วยโมดูล Allocate ไปยังตำแหนง่ สถานปี ลายทางช่ือ
“Replenishment Station” ด้วยความเร็วของรถเดิมที่ระบุใน Transporter Spreadsheet
Module
อธิบายข้อมลู ท่ีต้องใส่ในหนา้ ต่างของ Move Module
Name: ช่ือท่ีใส่ไว้ในชอ่ งนีจ้ ะไปปรากฎเปน็ ชื่อบนโมดูล
Transporter Name: ใส่ชือ่ อปุ กรณ์รถขนถา่ ยท่ีต้องการโยกยา้ ย ซึ่งชอื่ น้ีจะต้องเปน็ ชอ่ื เดียวกบั
ช่ืออุปกรณ์รถขนถ่ายทีถ่ ูกจองเรียกใช้ก่อนหนา้ นีด้ ้วยโมดลู Allocate
Unit Number: ระบุลำดบั ของรถขนถ่ายท่ีต้องการโยกย้ายตำแหน่งจากกลมุ่ อปุ กรณ์รถขนถ่าย
(Transporter Set) ในกรณที มี่ อี ปุ กรณข์ นถา่ ยมากกว่า 1 คัน
Destination Type: เลือกรูปแบบทิศทางปลายทางของการขนย้าย โดยจะมี 5 รูปแบบให้
ผู้สรา้ งสามารถเลอื กใชง้ านได้ ดังนี้
1. Station: ประเภทระบุชือ่ สถานีปลายทาง กรณีเลือกรปู แบบประเภทนีจ้ ะปรากฎช่อง
Station Name ใหท้ ำการใสช่ อื่ สถานีปลายทางท่ีวตั ถุจะถกู นำสง่ ไป
2. Attribute: ประเภทเลือกคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถอ้างถึงชื่อของสถานีปลายทาง
กรณีเลือกประเภทนี้จะปรากฎช่อง Station Attribute Name สำหรับใส่ชื่อของ
คุณสมบัติที่เก็บค่าเลขชี้สำหรับแสดงตำแหน่งลำดับของสถานีจากกลุ่มสถานีใน Set
Members ทำให้สามารถอา้ งถงึ ชื่อของสถานปี ลายทางได้ ซง่ึ ชือ่ นจ้ี ะถกู อ้างถึงต่อไปเมอื่
มีการปล่อยวัตถุตามสถานีที่ระบุในช่อง Save Attribute ประเภทกลุ่มสถานีในโมดูล
Enter หรือ Station
3. Expression: ประเภทใส่สูตรที่สามารถอ้างถึงชื่อของสถานีปลายทาง กรณีเลือก
ประเภทนี้จะปรากฎช่อง Station Expression สำหรับใส่สตู รทีส่ ามารถอ้างถงึ ชื่อของ
สถานีปลายทาง การสร้างสูตรทำได้โดยการคลิกเมาส์ปุ่มขวาเลือก Build Expression
จะปรากฎหนา้ ต่าง Expression Builder ซึ่งสามารถทีจ่ ะสรา้ งหรือหาสมการท่ีต้องการ
ได้โดยคลิกจาก Expression Type เลย โดยสมการจะไปปรากฎที่ช่อง Current
Expression]
4. Intersection: ประเภทระบสุ ถานโี ครงขา่ ย กรณีเลอื กการทำงานประเภทน้ีจะปรากฎ
ช่อง Intersection Name สำหรับเลอื กชอ่ื สถานีโครงขา่ ย โดยชื่อน้ีต้องถกู ตง่ั ไว้แล้วใน
ส่วนของ Associated Intersection ทอ่ี ยใู่ นโมดูล Enter หรอื Station
235
บทท่ี 8 บญั ชโี มดลู ในการสรา้ งแบบจาลองวธิ ีขนถ่าย
5. Network Link: ประเภทระบุช่ือโครงขา่ ย กรณีเลือกประเภทนี้จะปรากฎช่องสำหรับ
ใส่ขอ้ มูล ดงั น้ี
- Network Link Name: เลือกชื่อโครงข่ายแสดงเส้นทาง เมื่อชนิดของรถขน
ถา่ ยเปน็ แบบเส้นทางรางโครงข่าย (Guided Transport) โดยช่ือนต้ี ้องถกู ตั้งไว้
แล้วใน Network Link Spreadsheet (โครงข่ายแสดงเส้นทาง)
- Zone: เป็นการระบุตำแหน่งช่องรางโครงข่ายแสดงเส้นทางว่าให้อยู่ใน
ตำแหนง่ ใดบนเส้นราง
Velocity: ระบุความเร็วของรถขนถ่ายที่เคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ถ้าไม่ระบุจะใช้
ความเร็วของรถเดมิ ใน Transport Spreadsheet Module
Units: เลอื กหน่วยของเวลาท่ีใชใ้ นการโยกยา้ ยรถขนถา่ ยตามคา่ ที่ใส่ใน Velocity โดยจะมีหน่วย
วินาที, นาท,ี ช่วั โมง, วัน ใหเ้ ลือก
Request Module
ภาพที่ 8.35 Request Module
เป็นหน่วยโครงสร้างท่ีใช้สำหรับจองอุปกรณร์ ถขนถ่าย เมื่อมีวตั ถุเขา้ สู่โมดูลน้ี วัตถุจะ
เรยี กจองอปุ กรณ์รถขนถ่ายท่กี ำหนดและเม่ือรถวา่ ง รถขนถา่ ยจะถูกจองเพื่อทำการขนย้ายวัตถุ
ด้วยโมดูล Transport ตอ่ ไป
236