The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by graphic, 2021-12-08 05:00:24

Arena Book

Arena Book

บทที่ 6 บญั ชโี มดูลพื้นฐานในการสรา้ งแบบจำลอง

รันผลโปรแกรม (Replication Length) เท่ากับ 14 หน่วยของเวลาเป็นชั่วโมง (Time Units:
Hours) และเปลีย่ นหน่วยในการรันโปรแกรม(Base Time Units) เป็นนาที (Minute) หลังจาก
น้นั การรันผลโปรแกรมให้เกิดไปทสี่ ญั ลกั ษณ์ “Go”

ภาพท่ี 6.50 การตัง้ ค่าการรันผลโปรแกรม

➢ สรปุ รายงานผล
เมื่อการรันเสร็จสิ้นจะปรากฎหน้าต่างรายงานผลตามตัวอย่างข้างล่างนี้ โดยช่องขวามือสุดจะ
แสดง

138

บทที่ 6 บญั ชีโมดลู พืน้ ฐานในการสรา้ งแบบจำลอง

ภาพที่ 6.51 หนา้ ต่างสรุปบัญชีรายงาน (Report)

ตารางที่ 7.3 หน้าต่างสรุปบญั ชีรายงาน (Report)

รายงาน ผลลัพธ์
จำนวนใช้บรกิ ารทง้ั หมดท่ีสามารถให้บรกิ ารได้ Number out =
จำนวนครั้งท่พี นักงานจุดตรวจหมายเลข 1 ทำงาน Number Seized =
จำนวนครั้งท่ีพนกั งานจุดตรวจหมายเลข 2 ทำงาน Number Seized =
เวลาที่ใช้บริการรอคอยการรวมกลุ่มกอ่ นเขา้ รบั การตรวจ
ที่ประตหู มายเลข 1 Waiting Time =
เวลาที่รอคอยการใช้บริการจดุ ตรวจหมายเลข 1
เวลาท่ีรอคอยการใชบ้ ริการจดุ ตรวจหมายเลข 2 Waiting Time =
สดั ส่วนการทำงานของพนักงานจดุ ตรวจหมายเลข 1 Waiting Time =
สัดส่วนการทำงานของพนกั งานจดุ ตรวจหมายเลข 2 Inst Util =
จำนวนผใู้ ชบ้ ริการที่ผ่านการตรวจทจ่ี ุดตรวจหมายเลข 1 Inst Util =
จำนวนผู้ใช้บรกิ ารที่ผ่านการตรวจท่ีจดุ ตรวจหมายเลข 2 Value =
จำนวนผ้ใู ช้บริการทไ่ี ม่ตรวจ Value =
Value =

139

บทที่ 6 บัญชโี มดูลพื้นฐานในการสร้างแบบจำลอง

แบบฝึกหดั ทบทวนทา้ ยบท

1. “การจัดเก็บสินคา้ ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ภายในคลังสนิ ค้า”ณ บริษัทผู้ใหบ้ ริการจดั เกบ็
สินค้าแห่งหน่ึงมีการให้บริการรับจัดเกบ็ สินค้าให้กับลกู ค้า โดยในแต่ละวนั จะมีการลำเลยี ง
สนิ ค้าทีร่ บั ฝากให้กับบริษัทผู้วา่ จ้างมายงั พนื้ ท่ีจดั เก็บสนิ ค้า 2 ประเภท ดงั นี้ 1) กล่องสินค้า
ขนาดเล็กจะถกู ลำเลยี งเขา้ มาดว้ ยชว่ งเวลาความหา่ งแบบเอกซ์โพเนนเชยี ล 55 นาที เข้ามา
ครั้ง 18 ชิ้น ไม่มีการจำกัดจำนวนสินค้าที่ลำเลียงเข้ามา 2) กล่องสินค้าขนาดใหญ่จะถูก
ลำเลียงเขา้ มาดว้ ยช่วงเวลาความหา่ งแบบเอกซโ์ พเนนเชยี ล 35 นาที เขา้ มาครั้ง 5 ชิ้น ไม่มี
การจำกัดจำนวนสนิ ค้าที่ลำเลียงเข้ามา โดยสนิ ค้าทง้ั สองประเภทจะต้องเข้าสขู่ ้นั ตอนการรับ
สินคา้ (Receiving Process) ณ บรเิ วณเดยี วกันโดยไมม่ ีการแยกพนื้ ที่การรับสินค้าดว้ ยเวลา
ที่ที่แตกต่างกัน สินค้าขนาดเล็กTRIA(1,1.2,1.5)และสินค้าขนาดใหญ่UNIF(5,6) จากนั้นจะ
ทำการคดั แยกสินค้าออกจากกนั เพือ่ เขา้ ส่กู ระบวนการดงั น้ี

สนิ ค้าขนาดเลก็ จะเข้าสู่กระบวนการรวบรวมสินคา้ เพื่อจดั เรียงบนพาเลทด้วยขนาดการรวม
6 ชิ้น/พาเลท จากนั้นจะทำการพันทับด้วยฟิลม์ใส (Plastic Wrap) โดยพนักงานพันฟิลม์
จำนวน 1 คนและเครื่องพันฟิลม์ใสจำนวน 1 เครื่องทีจ่ ะทำงานพร้อมกนั ต่อการพนั ฟิลมใ์ ส
หนึ่งครั้งด้วยระยะเวลา 5, 6 และ 8 นาที ตามลำดับและนำออกจากแบบจำลองเพื่อไป
จัดเก็บ

สนิ คา้ ขนาดใหญจ่ ะทำการเคล่ือนยา้ ยไปสู่กระบวนการจดั เก็บโดยพนกั งานเครื่องย้ายสินค้า
ขนาดใหญจ่ ำนวน 1 คนทที่ ำงานด้วยระยะเวลา 5, 6 และ 7 นาที ตามลำดบั และนำออกจาก
แบบจำลองเพ่ือไปจัดเกบ็ ต่อไป

หากผู้ให้บริการมีความต้องการทราบจำนวนของสินค้าขนาดเล็กและสินค้าขนาดใหญ่ที่
สามารถทำการเคลือ่ นย้ายเพื่อไปจัดเก็บในช่วงเวลา 8 ชั่วโมงแรกของการทำงานว่ามจี ำนวน
เท่ากับเท่าใด กำหนดให้ทำการรันแบบจำลองซ้ำ 2 ครั้ง จงจำลองสถานการณ์พร้อม
รายงานผลลพั ธ์จากโปรแกรม Arena

140



บัญชีโมดูลขนั้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง 72

โมดูลขั้นสูงในการสร้างแบบจำลอง เป็นหน่วยโมดูลที่มีความสามารถของหน่วย
โครงสร้างละเอียดกว่ากรรมวิธีพื้นฐาน ใช้เพื่อแสดงกิจกรรมเฉพาะด้านสำหรับการสร้าง
แบบจำลอง ที่มีลักษณะของกิจกรรมท่ีละเอียดและมีเง่ือนไขท่ีเฉพาะเจาะจงมากยิ่งข้ึน ในบทนี้
กลมุ่ โมดลู ข้นั สูงในการสรา้ งแบบจำลอง ที่จะกล่าวถึงซึ่งอยใู่ นหน่วยประกอบต่างๆของ Project
bar มดี ังน้ี

Delay Module (Discrete Processing panel)

ภาพท่ี 7.1 Delay Module

เป็นหน่วยโครงสร้างที่ใช้แสดงเวลาในการทำกจิ กรรม โดยกิจกรรมนน้ั อาจหมายถึงการ
ให้บรกิ ารลูกค้า, การใชเ้ ครื่องจกั รทำงาน, การบรรจชุ ิน้ งาน, การเดินของพนักงานจากสถานีการ
ทำงานหน่งึ ไปอกี สถานกี ารทำงานหนงึ่ เปน็ ต้น นอกจากนเ้ี วลาในการทำกิจกรรมของแต่ละวัตถุ
(Entity) อาจได้รับการพิจารณาเป็นมูลค่าเพิ่มหรือไม่เพิ่มมูลค่า โดยต้นทุนที่เกี่ยวข้องจะถูก
จดั สรรไปสูล๋ ำดับช้นั ท่เี หมาะสม

ภาพที่ 7.2 แสดงตวั อยา่ งหน้าต่างของ Delay Module

บทท่ี 7 บัญชโี มดลู ขั้นสูงในการสร้างแบบจำลอง

จากภาพที่ 7.2 แสดงการโมดูล Delay ชือ่ “Delay for Machine Process” โดยโมดูล
นี้ทำกจิ กรรมโดยใชร้ ะยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมด้วยการแจกแจงแบบเอกซโ์ พเนนเชียลด้วย
คา่ เฉล่ยี 0.75 นาที หรือใช้สูตร EXPO(0.75) และโมดลู นม้ี กี ารกำหนดมูลค่าเพ่มิ ใหแ้ กว่ ัตถุแต่ละ
ตวั ทเี่ ข้าสกู่ ระบวนการ

อธิบายขอ้ มูลทตี่ อ้ งใสใ่ นหน้าตา่ งของ Entity Module
Name: ช่ือท่ใี สไ่ วใ้ นชอ่ งนจ้ี ะไปปรากฏเป็นชื่อบนโมดูล
Delay Time: เลอื กลักษณะของการแจกแจงของชว่ งเวลาในการทำกจิ กรรมแบบสูตร โดยชอ่ งนี้
ผูส้ ร้างต้องใส่ค่าให้ตวั แปรเสริม (Parameter) ท่จี ำเป็นเข้าไปเพ่ือทำใหข้ อ้ มูลการแจกแจงสมบรู ณ์
Unit: เลือกหน่วยของเวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรม โดยจะมีหน่วยวินาที, นาที, ชั่วโมง, วัน ให้
เลอื ก
Allocation: เลือกกำหนดวิธีจัดสรรต้นทุน ว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นควรได้รับการจัดสรรไปสู่
ข้อมูลใด มีใหเ้ ลอื ก 5 ประเภทคือ กระบวนการทท่ี ำให้เกิดมูลค่าเพม่ิ (Value Added), กิจกรรม
ที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิม่ (Non-Value Added), กระบวนการขนถ่าย (Transfer), กระบวนการ
รอ (Wait) และ อน่ื ๆ (Other)

Dropoff Module (Grouping Panel)

ภาพที่ 7.3 Dropoff Module

142

บทที่ 7 บญั ชโี มดูลขน้ั สูงในการสร้างแบบจำลอง

เปน็ หน่วยโครงสร้างท่ีทำหน้าท่ีคดั แยกวตั ถุ (อาจมากกว่า 1 ตวั ) จากกอ้ นวตั ถุชว่ั คราวที่
เข้าสู่โมดูลนี้เพื่อส่งต่อไปยงั โมดูลอืน่ โดยจะทำการคัดแยกจำนวนวตั ถุตามท่ีระบจุ ากก้อนวตั ถุ
ชว่ั คราวออกเปน็ 2 กลมุ่ คอื กลมุ่ ทไ่ี มถ่ กู คดั แยกออกซ่งึ จะถกู ปล่อยออก ณ ทางออกด้านบนเพ่ือ
ส่งไปยงั โมดลู อื่น และกลุ่มทถ่ี กู คดั แยกเพอ่ื ปลอ่ ยออก ณ ทางออกด้านลา่ งเพื่อส่งไปยังโมดูลอ่ืน
โดยวตั ถุท่ีถูกคดั แยกนส้ี ามารถระบุคณุ สมบตั ปิ ระจำตัวตา่ งๆให้ตดิ ตัววตั ถุไปเม่อื วัตถถุ ูกแยกออก

ลักษณะการใชง้ านโมดลู นี้ เชน่ ให้โมดลู นีท้ ำหน้าท่ปี ลอ่ ยผู้โดยสารที่มากบั รถประจำทาง
ลงตามสถานีต่างๆ ผู้โดยสารที่ไม่ถูกคัดแยกออกกจ็ ะตดิ ไปกบั รถประจำทาง

ภาพท่ี 7.4 แสดงตวั อย่างหน้าต่างของ Dropoff Module

จากภาพท่ี 7.4 แสดงโมดลู ชื่อ “Dropoff Staffs for Area 2” ทำหน้าท่ีในการคัดแยก
วัตถอุ อกจากกลุม่ การรวมตัวแบบช่ัวคราวท่ีเข้าสู่โมดลู น้ี โดยจะทำการคัดแยกวัตถุต้ังแต่ตัวท่ี 1
(Starting Rank) ถึงตวั ท่ี 4 รวมเป็นจำนวน 4 ตัว (Quantity) เพ่ือสง่ ต่อไปยงั โมดลู อนื่ โดยวัตถทุ ่ี
ถูกคัดแยกออกจากกลมุ่ วัตถุหลกั จะมคี ุณสมบัตปิ ระจำตัวเหมอื นวตั ถตุ น้ กำเนิดดงั้ เดิมทกุ ประการ
เมื่อมีการใชโ้ มดูล Pickup เพอื่ หยิบวตั ถุจากแถวคอยทีก่ ำหนด (หยบิ วัตถุมากกว่าหนงึ่ ตวั ) มาวาง
กอ่ นหน้าโมดูล Dropoff แสดงว่าโมดลู Dropoff สามารถปล่อยวัตถุไดม้ ากกว่าหน่ึงตวั ซึ่งเทา่ กับ
ค่าที่ระบุใน Quantity โดยวัตถทุ ่ีถูกกำหนดให้ปล่อยออกจะถูกปลอ่ ยออก ณ ทางออกด้านล่าง
สว่ นวัตถทุ เ่ี กนิ จำนวนท่รี ะบุหรอื เหลือจากท่ีระบุ จะถูกปลอ่ ยออกเป็นกลุ่มกอ้ นวตั ถุชั่วคราวก้อน
เดียวกัน ณ ทางออกด้านบน โดยก้อนวัตถุท่ีเหลอื นี้ ก่อนก้อนวัตถุออกจากระบบตอ้ งทำการคดั
แยกก้อนทีรวมกันชัว่ คราวนอ้ี อกจากกัน โดยใช้โมดลู Separate เสมอ

143

บทท่ี 7 บัญชโี มดูลขั้นสูงในการสร้างแบบจำลอง

กรณรี ะบจุ ำนวนวตั ถทุ ี่ตอ้ งการปลอ่ ยออก (Quantity) มากกวา่ จำนวนวตั ถุด้ังเดิมท่ีเข้า
สโู่ มดลู Dropoff จะเกดิ ความผิดพลาดทำใหโ้ ปรแกรมอารีนาไม่สามรถรันผลตอ่ ได้

อธิบายขอ้ มูลทต่ี ้องใส่ในหนา้ ต่างของ Dropoff Module

Name: ชือ่ ทีใ่ ส่ไวใ้ นช่องนี้จะไปปรากฏเปน็ ชอ่ื บนโมดลู

Quantity: ระบจุ ำนวนของวัตถุทตี่ อ้ งการปล่อยออกตรงทางออกด้านล่างของโมดลู และค่าทร่ี ะบุ
ต้องไม่เกนิ จำนวนวัตถดุ ้ังเดมิ ที่เขา้ สโู่ มดูล Dropoff

Starting Rank: เร่มิ ต้นจากลำดับทเี่ ท่าใดทตี่ ้องการปลอ่ ยวัตถุ

Member Attribute: เลอื กวธิ ีการกำหนดคุณสมบัตใิ หก้ ับวัตถุมี 3 วธิ ี ดงั นี้

• Retain Original Entity Value: คุณสมบัติประจำตัวดั้งเดิมต่างๆทกุ ตัวของวัตถุ
ต้นกำเนิดรวมทั้งคุณสมบัติที่ผู้สร้างกำหนดขึ้นมาก่อนวัตถุเข้าสู่โมดูล Pickup
Module เมื่อวัตถุถูกแยกออกจากกันจะยังคงค่าเหมือนเดิมทุกคุณสมบัติ เช่น
Entity.Type, Entity.Picture, Entity.Station, Entity.Sequence,
Entity.Jobstep and Entity.HoldCostRate

• Take All Representative Values: คณุ สมบตั ิประจำตัวตา่ งๆทุกตัวของวัตถุท่ี
ทำให้โมดูลนท้ี ำงานอาจไมใ่ ชค่ ณุ สมบตั ิดัง้ เดมิ ก็ได้

• Take Specific Representative Values: โดยวัตถุที่ถูกคัดแยกนี้มีคุณสมบัติ
ประจำตัวที่เหมือนกับวัตถุตน้ กำเนดิ ด้งั เดิมทกุ ประการ ยกเวน้ คณุ สมบัติตามที่ระบุ
จะมีคุณสมบัติประจำตัวเหมือนกับวัตถุที่เข้าสู่โมดูล Dropoff และทำให้โอดูล
ทำงาน (อาจไม่ใช่วัตถุดั้งเดิมก็ได้) ให้ติดตัววัตถุมาเมื่อทำการแยก เช่น
Entity.Type, Entity.Picture, Entity.Station, Entity.Sequence,
Entity.Jobstep and Entity.HoldCostRate

Attribute Name: เลือกคุณสมบัติให้กบั วัตถุว่าจะนำคุณสมบัติตัวใดจากคุณสมบัติประจำตัว
ของวัตถทุ ี่เข้าส่โู มดลู Dropoff และทีท่ ำใหโ้ มดลู น้ที ำงาน (อาจไม่ใชว้ ัตถดุ ้ังเดิมกไ็ ด)้ ใหต้ ิดตวั วตั ถุ
ไปเมื่อวัตถุถูกแยกในโมดูล Dropoff ช่องนี้จะปรากฏขึ้นเมื่อเลอื กวิธีการกำหนดคุณสมบัติเปน็
แบบ Take Specific Representative Values

144

บทที่ 7 บญั ชโี มดลู ขน้ั สงู ในการสร้างแบบจำลอง

Hold Module (Decisions panel)

ภาพท่ี 7.5 Hold Module

เป็นหน่วยโครงสร้างทที่ ำหนา้ ท่ียดึ ครองวัตถุไวใ้ นแถวคอย โดยการแบง่ เหตุผลของการ
ยึดครองวัตถุออกเปน็ 3 ประเภท ได้แก่ Wait for Signal, Scan for Condition, Infinity Hold

ถ้าวัตถุถูกยึดครองไว้เพื่อรอสัญญาณ (Wait for Signal) จะมีการใช้ Signal Module
สำหรับปล่อยวัตถุให้เคลื่อนไปยังโมดูลถัดไป, ถ้าวัตถุถูกยึดครอ Dropoff Module งไว้เพื่อรอ
เงอื นไข (Scan for Condition) วตั ถเุ หลา่ นัน้ จะยังคงอย่ทู ี่โมดูลน้ันจนกระทง่ั เงื่อนไขเป็นจริงจึง
จะปล่อยวัตถุออกไป แต่ถ้าวัตถุถูกยึดครองแบบไม่จำกัดจำนวน (Infinite Hold) จะมีการใช้
Remove Module หรอื Pickup Module เพ่ืออนุญาตทำการเคลอ่ื นยายวัตถไุ ปยงั โมดูลอนื่

ภาพที่ 7.6 แสดงตวั อยา่ งหน้าต่างของ Hold Module แบบ Wait for Signal
145

บทท่ี 7 บญั ชโี มดลู ขนั้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง

จากภาพที่ 7.6 โมดูลชอ่ื “Hold for Door Open” จะทำการเกบ็ วัตถุ (Entity) ท่ีวิง่ เขา้
มาในโมดูลนี้ โดยจะทำการจัดเกบ็ ในแถวคอยชือ่ “Hold for Door Open. Queue” เพอ่ื ทำการ
รอคอยสัญญาณที่มีค่าเท่ากับ 99 (Wait for Value) จนกระทั่งได้รับสญั ญาณที่มีค่าเท่ากับ 99
จากโมดลู Signal โมดลู นจ้ี งึ จะทำการปลอ่ ยวัตถอุ อกจากแถวคอยจำนวน 3 ตัว (Limit)

ภาพที่ 7.7 แสดงตัวอย่างหน้าต่างของ Hold Module แบบ Scan for Condition

จากภาพที่ 7.7 โมดลู ชอื่ “Hold for Machine 1” จะทำการเก็บวตั ถุ (Entity) ทีว่ งิ่ เขา้
มาในโมดลู น้ี โดยจะทำการจัดเก็บในแถวคอยช่ือ “Hold for Machine 1. Queue” เพือ่ ทำการ
ตรวจสอบเงื่อนไขจำนวนของวตั ถทุ ่ีอยูใ่ นแถวคอยมีค่าเท่ากับ 0 (Number in Queue) จึงจะทำ
การปลอ่ ยวตั ถุในแถวคอยออกเพอ่ื สง่ ต่อไปยงั โมดลู ถัดไป

ภาพที่ 7.8 แสดงตัวอย่างหนา้ ต่างของ Hold Module แบบ Infinite Hold
146

บทที่ 7 บัญชโี มดลู ขนั้ สูงในการสร้างแบบจำลอง

จากภาพที่ 7.8 โมดูลชื่อ “Hold for Truck” เมื่อวัตถุเข้ามาจะถูกเก็บในกลุ่มช่ือ
“Hold for Truck.Queue” โดยวัตถุยังอยู่ในแถวคอยแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา (Infinite
Hold) โดยจำเป็นต้องใช้ Remove Module หรอื Pickup Module มาชว่ ยเพื่อดึงวัตถอุ อกจาก
Hold Module นีไ้ ป

อธบิ ายขอ้ มลู ทตี่ ้องใสใ่ นหนา้ ต่างของ Hold Module

Name: ชอื่ ทใ่ี สไ่ วใ้ นชอ่ งนีจ้ ะไปปรากฏเป็นชอ่ื บนโมดลู
• Type: เปน็ ตวั กำหนดเหตุผลของการยึดครองวตั ถุภายในแถวคอยทกี่ ำหนด แบ่งเป็น 3
ประเภท ดังน้ี
▪ Wait for Signal (รอสญั ญาณ) ยดึ ครองวตั ถุไวจ้ นกระทั่งไดร้ ับสัญญาณ
ท่ีมคี า่ ตามทีก่ ำหนด
▪ Scan for Condition (การรอเงื่อนไข) จะยึดครองวัตถุไว้จนกระท่ัง
เงอื่ นไขท่ีกำหนดเป็นจริง
▪ Infinite Hold (การยดึ ครองอย่างไม่จำกดั ) จะยดึ ครองวัตถุไว้อย่างไม่
จำกัดจำนวนจนกระทั่งวัตถุถูกนำออกไปจากแถวคอยโดยใช้ Remove
Module หรอื Pickup Module

Wait for Value: ค่าของสัญญาณที่โมดลู รองรับ โดยค่าสัญญาณจะถูกส่งมาจากโมดูล Signal
เมื่อใดกต็ ามที่โมดลู Signal ส่งคา่ สญั ญาณท่ตี รงกบั ค่าท่ีตอ้ งการในชอ่ งน้ี วตั ถุท่ถี กู ยดึ ไวใ้ นโมดูลนี้
จะถูกปล่อยออกจากโมดูลไม่เกินค่าที่ระบุไว้ในช่อง Limit โดยค่าสัญญาณอาจใส่เป็นแบบสตู ร
(Expression) หรือจำนวนเตม็ ก็ได้ ช่องน้จี ะปรากฏขึ้นเมื่อเหตุผลของการยดึ วตั ถภุ ายในแถวคอย
เป็นแบบรอสัญญาณ (Wait for Signal)

Limit: จำนวนวัตถุที่มากที่สุดในแถวคอยที่จะถูกปล่อยเมื่อโมดูลนี้ได้รับสัญญาณ ช่องนี้จะ
ปรากฏข้นึ เมอ่ื เหตุผลของการยดึ วัตถภุ ายในแถวคอยเป็นแบบการรอสญั ญาณ (Wait for Signal)

Condition: การเจาะจงเงื่อนไขที่จะถูกประเมินในการยึดครองวัตถุไว้ที่โมดูล ถ้าเงื่อนไขถูก
ประเมินว่าเป็นจริง (True) วัตถุจะออกจากโมดูลทันที แต่ถ้าวัตถุถูกประเมินเง่ือนไขและพบว่า
เปน็ เทจ็ (False) วัตถจุ ะทำการรอในแถวคอยต่อจนกระทั่งเกิดเงอ่ื นไขที่กำหนดไว้เปน็ จริง ช่องน้ี
จะปรากฎขึ้นเมื่อเหตุผลของการยึดครองวัตถุภายแถวคอยเป็นแบบการรอเงื่อนไข (Scan for
Condition) เทา่ น้ัน

147

บทท่ี 7 บญั ชโี มดลู ขั้นสูงในการสร้างแบบจำลอง

Queue Type: เป็นการกำหนดรูปแบบของแถวคอย โดยค่าเริ่มต้น (Default) คือระบุชื่อ
แถวคอย โดยรปู แบบของแถวคอยมีให้เลอื กใช้งานได้ 4 รูปแบบดงั น้ี

1. Queue : ประเภทระบชุ อื่ ของแถวคอย ชอ่ งทีป่ รากฏเมือ่ เลอื กประเภท Queue
Queue Name: ใส่ชื่อของแถวคอย โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อของ

แถวคอยใหอ้ ตั โนมตั เิ ป็นชอ่ื “ชื่อโมดูล.Queue” แต่ผู้สรา้ งสามารถต้ังช่ือใหม่ไดผ้ า่ นการพิมพ์
ชอ่ื ใหมท่ ับเขา้ ไป โดยช่อื น้จี ะไปปรากฏในแถวคอย Queue Spreadsheet Module

2. Set: ประเภทระบุชื่อของกลมุ่ แถวคอย ชอ่ งที่ปรากฏเม่อื เลือกประเภท Set มีดงั นี้
Set Name: ใส่ชื่อของกลุ่มแถวคอย โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อของ

แถวคอยใหอ้ ัตโนมตั ิเป็นชือ่ “ชื่อโมดูล Set.Queue” แตผ่ ูส้ ร้างสามารถตง้ั ชื่อใหม่ได้ผ่านการ
พิมพ์ชื่อใหม่ทับเข้าไป โดยชื่อในกลุ่มแถวคอยนี้จะถูกสร้างและใส่ข้อมูลสมาชิกในประเภท
แถวคอยของ Advance Set Spreadsheet Module

Set Index: ค่าดัชนีชี้เพื่อแสดงตำแหน่งลำดับชื่อของแถวคอยจากกลุ่ม
แถวคอยใน Advanced Set Spreadsheet Module ทำให้สามารถอ้างถึงชื่อแถวคอยท่ี
ตอ้ งการได้

3. Attribute: ประเภทเลือกคณุ สมบัติเฉพาะทส่ี ามารถอา้ งถึงชื่อของแถวคอย กรณี
เลือกประเภทนี้จะปรากฏชอ่ ง
Attribute: ใส่ชื่อของคุณสมบัติที่เก็บค่าเลขชี้ที่แสดงตำแหน่งลำดับของ

แถวคอยตามลำดบั ชือ่ แถวคอยใน Queue Spreadsheet Module หรือ ลำดับของแถวคอย
ในประเภทของ Advance Set Spreadsheet Module ทำให้สามารถอ้างถึงชื่อของ
แถวคอยได้ โดยคุณสมบัติประจำตัวที่ให้คา่ เลขชี้ต้องติดตัววัตถุมาตั้งแต่ Assign Module
เลือกประเภทเปน็ คณุ สมบตั ิประจำตวั (Attribute) และใส่ค่าเลขชี้ (Value)

4. Expression: ประเภทใสส่ ูตรทส่ี ามารถอา้ งถึงชอื่ ของแถวคอย กรณีเลือกประเภท
นจี้ ะปรากฏชอ่ ง ดังน้ี
Expression: ใสส่ ตู รทสี่ ามารถอ้างถงึ ชอื่ ของแถวคอย การสรา้ งสูตรทำไดโ้ ดย

การคลิงเมาส์ปุ่มขวาเลือก Build Expression จะปรากฏหน้าต่าง Expression Builder ซ่ึง
สามารถทจี่ ะสรา้ งหรือหาสมการทีต่ ้องการได้โดยคลกิ จาก Expression Type เลย โดยสมการ
จะไปปรากฏที่ช่อง Current Expression

148

บทที่ 7 บญั ชโี มดลู ขั้นสงู ในการสร้างแบบจำลอง

Pickup Module (Grouping Panel)

ภาพท่ี 7.9 Pickup Module

เปน็ หน่วยโครงสร้างทีท่ ำหน้าทห่ี ยิบวตั ถุออกจากแถวคอยทีก่ ำหนดมาเป็นกอ้ นวัตถุ
ชั่วคราว (Temporary) เพื่อต่อก้อนวตั ถชุ ั่วคราวสง่ ออกไปยงั โมดลู ถดั ไป กรณกี อ้ นวตั ถชุ ่วั คราว
ประกอบดว้ ยวตั ถมุ ากกวา่ หน่ึงตวั จะต้องทำการคดั แยกกอ้ นทร่ี วมกันแบบช่วั คราวนีอ้ อกจากกัน
ทำได้โดยการใชโ้ มดลู Separate หรือ โมดูล Dropoff

ภาพท่ี 7.10 แสดงตวั อย่างหนา้ ต่างของ Pickup Module แบบ Queue

จากภาพท่ี 7.10 โมดลู ชือ่ “Pickup Small Product” เมือ่ วตั ถเุ ขา้ สู่โมดลู นี้จะทำหน้าทีห่ ยบิ วตั ถุ
จำนวน 1 ตัว (Quantity) ในแถวคอยที่ชื่อว่า “Small Product Queue” โดยจะเริ่มต้นหยิบ
สนิ คา้ ในตำแหนง่ ที่ 1 เสมอ (Starting Rank)

149

บทท่ี 7 บญั ชโี มดลู ขน้ั สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ภาพท่ี 7.11 แสดงตวั อยา่ งหนา้ ต่างของ Pickup Module แบบ Queue

จากภาพท่ี 7.11 โมดูลช่ือ “Storage Large Carton” เมื่อวตั ถเุ ข้าส่โู มดูลน้จี ะทำหนา้ ท่ี
หยบิ วัตถทุ ุกตวั ทีม่ คี ุณลักษณะ (Attribute) เดียวกันทชี่ ื่อวา่ “Large Carton Attribute” โดยจะ
เริ่มตน้ หยิบสินคา้ ในตำแหน่งท่ี 1 เสมอ (Starting Rank)

อธบิ ายขอ้ มูลทต่ี ้องใส่ในหน้าต่างของ Pickup Module
Name: ชอ่ื ทใ่ี ส่ไว้ในชอ่ งน้ีจะไปปรากฏเปน็ ชื่อบนโมดูล
Quantity: ระบุจำนวนวัตถทุ ตี่ ้องการหยบิ ออกจากแถวคอยและกำหนดให้เปน็ กอ้ นวัตถุช่วั คราว
ออกจากโมดูล Pickup โดยอาจใส่คา่ แบบสตู ร (Expression) หรอื จำนวนเตม็ ก็ได้
Queue Type: การเลอื กประเภทของการหยบิ วัตถอุ อกจากแถวคอย โดยมีให้เลือก 4 ประเภท
ดังนี้

1) Queue: การเลือกหยิบวัตถุจากแถวคอยท่ีกำหนด โดยหากเลือกการหยิบวตั ถุจาก
แถวคอยจำเป็นตอ้ งกำหนดชอื่ ของแถวคอย (Queue Name) ท่ตี ้องการให้หยิบวตั ถุออกมา

2) Set: การเลือกหยิบวตั ถุจากกลุ่มของแถวคอยทก่ี ำหนด โดยหากเลือกการหยิบวัตถุ
จากกลุ่มของแถวคอยจำเป็นต้องกำหนดชื่อของกลุ่มแถวคอย (Advanced Set) ที่ต้องการให้
หยิบวตั ถุออกมาและลำดบั ของการหยบิ วัตถอุ อกมาจากแถวคอย (Set Index)

3) Expression: ใส่สูตรที่สามารถอ้างถึงชื่อของแถวคอย การสร้างสูตรทำได้โดยการ
คลิงเมาส์ปุ่มขวาเลือก Build Expression จะปรากฏหนา้ ตา่ ง Expression Builder ซงึ่ สามารถท่ี
จะสร้างหรือหาสมการท่ีต้องการได้โดยคลกิ จาก Expression Type

150

บทที่ 7 บัญชโี มดลู ข้ันสงู ในการสร้างแบบจำลอง

4) Attribute: เลือกเลอื กหยบิ วัตถจุ ากคุณสมบตั ปิ ระจำตัวของวตั ถุ โดยหากเลอื กหยบิ
วัตถุจากคุณสมบัติประจำตัวของวัตถุ จะต้องมีการกำหนดชื่อของคุณลักษณะประจำตัว
(Attribute Name) ให้กับโมดลู
Starting Rank: เรม่ิ ตน้ จากลำดบั ท่ีเทา่ ใดที่ต้องการใหโ้ มดูลนีห้ ยิบวตั ถอุ อกมา

151

บทท่ี 7 บญั ชโี มดูลข้ันสงู ในการสร้างแบบจำลอง

ตัวอย่างที่ 7.1 กระบวนการรับสนิ คา้ ของบรษิ ัทผใู้ หบ้ ริการจัดส่งสินค้า
ณ บรษิ ทั ผใู้ หบ้ รกิ ารจดั สง่ สินคา้ แห่งหน่ึงมกี ารเปิดใหบ้ ริการ 8 ชั่วโมงต่อวัน โดย

ในแต่ละวันจะมลี กู ค้าเขา้ มาใช้บรกิ ารด้วยชว่ งเวลาความห่างแบบเอกซโ์ พเนนเชียล 8 นาที/
คน โดยเมื่อลูกค้าเดินเข้ามาจะทำการตัดสินใจเพื่อติดต่อกับพนักงาน ณ บริเวณโต๊ะรบั
สนิ ค้าจำนวน 2 ตวั ทีม่ ีพนกั งานใหบ้ รกิ ารลูกค้าบริเวณละ 1 คน โดยพนกั งานประจำโตะ๊ รับ
สินคา้ หมายเลขหนง่ึ จะให้บรกิ ารรับสนิ ค้าจากลกู คา้ ดว้ ยระยะเวลานอ้ ยทส่ี ุด 6 นาที, เวลา
มากที่สดุ 9 นาที แต่โดยปกติจะใหบ้ รกิ ารดว้ ยเวลา 7 นาที สำหรับพนักงานประจำโต๊ะรับ
สนิ คา้ หมายเลขสองจะใหบ้ รกิ ารรับสนิ ค้าจากลกู ค้าด้วยระยะเวลานอ้ ยทสี่ ุด 8 นาที, เวลา
มากท่ีสุด 11 นาที ลูกค้าจะเปน็ ผู้ตัดสินใจเลอื กเข้าใช้บริการด้วยตวั เองโดยมีโอกาสทลี่ ูกค้า
จะเลือกใช้บริการที่โต๊ะรับสินค้าหมายเลขหนึ่ง 45% และเลือกใช้บริการที่โต๊ะรับสินคา้
หมายเลขสอง 55% เม่ือทำการสง่ สนิ คา้ เสรจ็ เรียบร้อยลกู ค้าจะทำการเดนิ ออกจากบริษัท
ไป ทางบรษิ ทั มคี วามตอ้ งการทราบว่าในหนึง่ วนั จะสามารถใหบ้ รกิ ารลูกค้าไดท้ ัง้ หมดกรี่ าย

ภาพท่ี 7.12 แบบจำลองในส่วนของ Flowchart View

ขั้นตอนการสรา้ งแบบจำลองจากตัวอยา่ งที่ 7.1
ขน้ั ตอนที่ 1 : สร้างการเขา้ มาของลูกคา้ ทเี่ ข้ามาสแู่ บบจำลอง (Entity) โดยการคลกิ เลือก Create
Module ตั้งชือ่ โมดูลว่า “Customer Arrival” ตั้งค่าช่วงระยะเวลาการมาของลูกคา้ ท่ีมีการมา
แบบเอกซโ์ พเนนเชียล (Random Expo) กำหนดคา่ เวลา (Value) เทา่ กับ 8 และหนว่ ยเป็นนาที
(Minutes) โดยจะเข้ามาครงั้ ละ 5 ชิน้ (Entities per Arrival)

152

บทที่ 7 บญั ชโี มดูลขน้ั สูงในการสร้างแบบจำลอง

ภาพที่ 7.13 การตง้ั ค่า Create Module ชือ่ “Customer Arrival”

ขั้นตอนที่ 2 : ภายหลังทีล่ กู ค้าเขา้ มาจะทำการหยดุ รอด้วยตัวเองทีบ่ ริเวณหน้าประตูดว้ ยโมดูล
Delay ที่ชื่อว่า “Waiting” โดยมเี วลาในการหยุดรอ 5 วนิ าที (Delay Time/Units)

ภาพที่ 7.14 การต้งั คา่ โมดูล Delay ที่ชอื่ ว่า “Waiting”

ขั้นตอนที่ 3 : เมื่อลูกค้าเข้ามาถึงจะต้องเข้าสู่กระบวนการวัดอุณหภูมิร่างกายด้วย Process
Module ที่ชื่อว่า “Temperature Checking Process” ที่มีการทำงานแบบ Seize Delay
Release ด้วยทรัพยากรพนักงานทำงานจำนวน 1 คน ที่ชื่อว่า “Staff” โดยมีการทำงานแบบ
สามเหลี่ยม (Triangular) ที่มีเวลาในการทำงานน้อยทีส่ ุด 1 นาที เวลาสูงสุด 1.5 นาที แต่เวลา
เฉลี่ย 1.2 นาที

153

บทท่ี 7 บัญชโี มดลู ข้นั สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ภาพท่ี 7.15 การตัง้ คา่ โมดูล Process Module ท่ีชอ่ื วา่ “Temperature Checking Process”

ขั้นตอนที่ 4 : ภายหลังผ่านกระบวนการวัดอุณหภูมิ ลูกค้าจะเคลื่อนย้ายไปหยุดรอที่ Hold
Module ชื่อว่า “Hold for Elevator” กำหนดประเภทการรอเป็นแบบ Infinite Hold เพื่อรอ
คอยโดยไม่มีกำหนดจนกว่าจะมีการกำหนดการมารบั วตั ถุท่แี ถวคอย

ภาพท่ี 7.16 การตั้งคา่ โมดูล Hold Module ชื่อวา่ “Hold for Elevator”
154

บทที่ 7 บญั ชโี มดูลขนั้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ขั้นตอนที่ 5 : สร้างการเข้ามาของลิฟท์ให้บริการที่เขา้ มาสู่แบบจำลองเพ่ือทำการรับลูกค้าที่ยืน
คอบอยทู่ ี่แถวคอย โดยการคลิกเลอื ก Create Module ตง้ั ชอื่ โมดลู วา่ “Elevator Arrival” ต้งั
คา่ ชว่ งระยะเวลาการมาของลกู ค้าท่มี ีการมาแบบเอกซ์โพเนนเชยี ล (Random Expo) กำหนดค่า
เวลา (Value) เท่ากบั 15 และหน่วยเป็นนาที (Minutes) โดยจะเขา้ มาครง้ั ละ 1 ลฟิ ท์ (Entities
per Arrival)

ภาพที่ 7.17 การตั้งค่า Create Module ตงั้ ช่ือโมดูลว่า “Elevator Arrival”

ขั้นตอนที่ 6 : จากนั้นลิฟท์จะเข้าไปทำการรับลูกค้าที่หยุดรอที่โมดูล Hold โดยเข้าสู่โมดูล
Pickup ที่ชื่อว่า “Pickup Customer” โดยจะทำการรับลูกค้าในแถวคอยที่ชื่อว่า Hold for
Elevator.Queue ที่เกดิ จาก Hold Module โดยจะทำการรบั ลูกค้าออกจากแถวคอยจำนวนครงั้
ละ 7 คน โดยเรมิ่ จากช้ินทร่ี อคอยชน้ิ ที่ 1 เสมอ (Starting Rank)

ภาพท่ี 7.18 โมดูล Pickup ทีช่ อ่ื วา่ “Pickup Customer”
155

บทที่ 7 บัญชโี มดูลข้นั สูงในการสร้างแบบจำลอง

ขั้นตอนที่ 7 : ลิฟท์จะเคลื่อนที่ไปสู่อาคารชัน้ ที่ 1 ด้วย Delay Module ชื่อว่า “Move to 1st
Floor” ระยะเวลาในการเคลื่อนยา้ ย 13 วินาที (Delay Time/Units)

ภาพท่ี 7.19 โมดูล Delay Module ชอื่ ว่า “Move to 1st Floor”

ข้ันตอนที่ 8 : โดยเม่ือถึงอาคารช้นั ท่ี 1 จะมีการลงของผ้โู ดยสารดว้ ย Dropoff Module จำนวน
2 คน (Quantity) โดยยังคงคุณลักษณะเดิมของวตั ถุไว้

ภาพท่ี 7.20 โมดูล Dropoff Module

ขั้นตอนที่ 9 : บันทึกจำนวนลูกค้าที่แยกลงท่ีอาคารชั้นท่ี 1 ด้วย Record Module ชื่อ “1st
Floor Record” เลือกประเภทเป็นการนับ (Count) แสดงผลลัพธ์ในรายงานในชื่อ “1st Floor
Counter”

156

บทที่ 7 บัญชโี มดลู ข้ันสูงในการสร้างแบบจำลอง

ภาพที่ 7.21 Record Module ชื่อ “1st Floor Record”

ขั้นตอนท่ี 10 : สร้างทางออกให้กบั ลกู คา้ ท่ีอาคารชนั้ ที่ 1 ด้วย Dispose Module ท่ชี ่อื วา่ “1st
Floor Exit”

ภาพที่ 7.22 Dispose Module ที่ช่อื ว่า “1st Floor Exit”

ขั้นตอนที่ 11 : ลิฟท์จะเคลื่อนที่ไปสู่อาคารชั้นที่ 2 ด้วย Delay Module ชื่อว่า “Move to
2ndt Floor” ระยะเวลาในการเคลือ่ นยา้ ย 16 วนิ าที (Delay Time/Units)

ภาพท่ี 7.23 Delay Module ชื่อว่า “Move to 2ndt Floor”
157

บทท่ี 7 บัญชโี มดูลข้นั สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ขั้นตอนที่ 12 : โดยเมื่อถึงอาคารชั้นที่ 2 จะมีการลงของผู้โดยสารด้วย Dropoff Module
จำนวน 1 คน (Quantity) โดยยงั คงคุณลกั ษณะเดมิ ของวตั ถไุ ว้

ภาพที่ 7.24 Dropoff Module ชอื่ ว่า “2ndt Floor Dropoff”
ข้ันตอนท่ี 13 : บันทกึ จำนวนลูกค้าทีแ่ ยกลงทอี่ าคารช้ันท่ี 2 ด้วย Record Module ชื่อ “2ndt
Floor Record” เลอื กประเภทเป็นการนบั (Count) แสดงผลลัพธใ์ นรายงานในชอ่ื “2ndt Floor
Counter”

ภาพท่ี 7.25 Record Module ชอ่ื “2ndt Floor Record”
158

บทที่ 7 บญั ชโี มดูลข้ันสงู ในการสร้างแบบจำลอง

ขั้นตอนที่ 14 : สร้างทางออกให้กับลูกค้าที่อาคารชั้นที่ 2 ด้วย Dispose Module ที่ชื่อว่า
“2ndt Floor Exit”

ภาพที่ 7.26 Dispose Module ทีช่ ่อื ว่า “2ndt Floor Exit”

ขน้ั ตอนท่ี 15 : ลิฟท์จะเคล่อื นทีไ่ ปสอู่ าคารชนั้ ท่ี 3 ดว้ ย Delay Module ช่อื ว่า “Move to 3nd
Floor” ระยะเวลาในการเคลอ่ื นยา้ ย 19 วินาที (Delay Time/Units)

ภาพท่ี 7.27 Delay Module ชื่อวา่ “Move to 3nd Floor”

ขั้นตอนที่ 16 : สำหรับลูกค้าที่เหลอื จะเคลื่อนท่ีต่อไปยังอาคารชัน้ ท่ี 3 โดยก่อนท่ีลกู ค้าจะออก
จากระบบจำเป็นจะต้องมกี ารคัดแยกวัตถุที่มีการรวมกันแบบชั่วคราวก่อนออกจากระบบด้วย
Separate Module ที่ชอ่ื ว่า “Separate Customer” โดยเลอื กเป็นการคดั แยกวัตถทุ รี่ วมตวั กนั
แบบชว่ั คราวออกจากกนั “Split Existing Batch”

159

บทที่ 7 บญั ชโี มดูลขั้นสงู ในการสร้างแบบจำลอง

ภาพที่ 7.28 Separate Module ท่ีชอื่ ว่า “Separate Customer”

ขั้นตอนที่ 17 : บันทึกจำนวนลูกค้าท่ีแยกลงที่อาคารชั้นที่ 3 ด้วย Record Module ชื่อ “3nd
Floor Record” เลอื กประเภทเป็นการนบั (Count) แสดงผลลพั ธใ์ นรายงานในชอื่ “3nd Floor
Counter”

ภาพท่ี 7.29 Record Module ช่อื “3nd Floor Record”

160

บทท่ี 7 บญั ชโี มดูลขนั้ สูงในการสร้างแบบจำลอง

ขนั้ ตอนที่ 18 : สรา้ งทางออกใหก้ บั ลูกคา้ ดว้ ย Dispose Module ทชี่ ื่อว่า “3nd Floor Exit”

ภาพท่ี 7.30 Dispose Module ทช่ี ่อื วา่ “3nd Floor Exit”

❖ การรันผลโปรแกรม
เลือกไปที่แถบเครื่องมือ Run > Setup > เลือกแถบ Replication Parameters ใส่ข้อมูลที่
จำเป็นต้องใช้ในการประเมนิ ผลลงไปในช่องว่างที่ปรากฏ ใส่จำนวนรอบของการประมวลผลใน
การรัน (Number of Replications) เท่ากับ 2 (จากที่โจทยก์ ำหนด) จากนั้นใสค่ วามยาวในการ
รันผลโปรแกรม (Replication Length) เท่ากับ 8 หน่วยของเวลาเป็นชั่วโมง (Time Units:
Hours) และเปลี่ยนหน่วยในการรันโปรแกรม(Base Time Units) เป็นนาที (Minute) หลังจาก
นน้ั การรนั ผลโปรแกรมให้เกดิ ไปทส่ี ญั ลกั ษณ์ “Go”

ภาพที่ 7.31 การตัง้ คา่ การรนั ผลโปรแกรม

161

บทที่ 7 บญั ชโี มดูลขัน้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง

❖ สรุปรายงานผล
เมื่อการรันเสร็จสิ้นจะปรากฏหน้าต่างรายงานผลตามตัวอย่างข้างล่างนี้ โดยช่องขวามือสุดจะ
แสดง

ภาพที่ 7.28 หนา้ ต่างสรปุ บญั ชรี ายงาน (Report)

ตารางท่ี 7.1 ผลลพั ธจ์ ากการรันโปรแกรมอารนี า ตวั อยา่ งที่ 7.1

รายงาน ผลลพั ธ์

จำนวนลูกค้าทัง้ หมดที่สามารถจัดเกบ็ ได้ Number out = 252
จำนวนลูกคา้ เฉลี่ยท่รี อคอยในกระบวนการตรวจอณุ หภมู ิ Number Waiting = 3.80
จำนวนลูกค้าเฉลีย่ ทีร่ อคอยในกระบวนการรอลิฟท์ Number Waiting = 56.69
เวลาเฉลยี่ ในการรอคอยกระบวนการตรวจอุณหภูมิ Waiting Time = 6.82 Minutes
เวลาเฉลยี่ ในการรอคอยกระบวนการรอลฟิ ท์ Waiting Time = 112.53 Minutes
สดั ส่วนการทำงานของพนักงานตรวจวดั อุณหภูมิ Inst Util 69%
จำนวนสนิ คา้ ท่ีลงลิฟทท์ ี่อาคารชน้ั ท่ี 1 Value 72
จำนวนสนิ คา้ ท่ีลงลิฟทท์ ี่อาคารชั้นที่ 2 Value 36
จำนวนสนิ คา้ ท่ีลงลิฟทท์ ี่อาคารชัน้ ท่ี 3 Value 144

162

บทที่ 7 บัญชโี มดลู ขน้ั สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ตวั อย่างที่ 7.2 กระบวนการนำสินคา้ ไปจัดเกบ็ ยังชนั้ วางสนิ คา้ ตามปริมาณสนิ คา้

ณ บริษัทแห่งหน่ึงมกี ระบวนการในการจัดเก็บสนิ ค้าภายในพื้นท่ีอาคารคลังสินคา้ โดย
สินค้าจะเข้ามาสู่พื้นทอี่ าคารคลงั สินค้า 2 ประเภทไดแ้ ก่ 1) สินค้า A จะเข้ามาดว้ ยความหา่ งแบบ
เอกซ์โพเนนเชียลทุกๆ 15 นาที ครั้งละ 5 ชน้ิ และ 2) สนิ ค้า B จะเข้ามาด้วยความหา่ งแบบเอกซ์
โพเนนเชียลทกุ ๆ 20 นาที ครงั้ ละ 3 ชิน้ โดยสินค้าทงั้ 2 ประเภทเมื่อเขา้ มาจะตอ้ งทำการรวมกนั
โดยพนกั งานจดั เรียงสินคา้ จำนวน 1 คนท่มี รี ะยะเวลาในการจดั เรียงสินคา้ น้อยท่ีสดุ 1 นาที, สูง
ทสี่ ุด 1.9 นาที แต่โดยเฉล่ยี จะใช้เวลา 1.6 นาที หลงั จากน้ันสนิ คา้ A และ B จะถูกวางแยกกันไว้
เพอ่ื รอการมารับสินคา้ ของรถโฟล์คลิฟท์ท่จี ะเขา้ มาถงึ ภายในพื้นทอ่ี าคารจัดเก็บสินค้าแบบเอกซ์
โพเนนเชียลทุกๆ 30 นาที ครง้ั ละ 1 คนั โดยรถโฟลค์ ลิฟทส์ ามารถตดั สนิ ใจหยิบสนิ ค้า A หรือ B
ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับว่าสินค้าประเภทใดมีจำนวนมากกว่ากันจะหยบิ สินคา้ ชนิดนั้นเพื่อไปทำการ
จัดเก็บท่ีชั้นวาง

• หากรถโฟลค์ ลิฟท์เลอื กหยบิ สนิ คา้ A จะทำการหยบิ ครั้งละ 9 ชน้ิ แตห่ ากเลือก
หยบิ สนิ คา้ B จะทำการหยบิ คร้ังละ 5 ชิ้น

• สนิ ค้า A จะเคลื่อนท่ไี ปยงั ชน้ั วางสินค้าหมายเลข 2 ดว้ ยระยะเวลา 12 วินาที
แต่หากเป็นสนิ ค้า B จะเคล่ือนท่ีไปยงั ชนั้ วางสนิ ค้าหมายเลข 2 ด้วยระยะเวลา
9 วินาที

ณ ชน้ั วางสนิ คา้ หมายเลข 2 สนิ ค้า A และ B จะทำการนำสินคา้ ลงทช่ี ้นั วางจำนวน 3 ช้ินและสว่ น
ที่เหลือจะแยกลงที่ชั้นวางสินค้าหมายเลข 1 ที่อยู่ใกล้ๆกัน โดยหากทางบริษัทเปิดใหบ้ ริการ 8
ชั่วโมงต่อวันจะเกดิ ผลลพั ธใ์ นการทำงานอยา่ งไรบา้ ง

ภาพท่ี 7.32 แบบจำลองในส่วนของ Flowchart View จากตัวอยา่ งที่ 7.2

163

บทท่ี 7 บัญชโี มดูลขนั้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ขนั้ ตอนการสร้างแบบจำลองจากตวั อย่างที่ 7.2
ขั้นตอนที่ 1 : สร้างการเขา้ มาของสนิ คา้ ประเภท A ท่ีเขา้ มาสูแ่ บบจำลอง (Entity) โดยการคลิก
เลือก Create Module ตั้งช่ือโมดูลว่า “Products A Arrival” ตั้งคา่ ช่วงระยะเวลาการมาของ
สินค้าประเภท A โดยมีการมาแบบเอกซโ์ พเนนเชียล (Random Expo) กำหนดค่าเวลา (Value)
เท่ากบั 15 และหนว่ ยเป็นนาที (Minutes) โดยจะเข้ามาครัง้ ละ 5 ชิ้น (Entities per Arrival)

ภาพที่ 7.33 Create Module ตง้ั ชอ่ื โมดลู ว่า “Products A Arrival”

ขั้นตอนที่ 2 : สร้างการมอบหมายคุณลักษณะให้กับสินค้า A ด้วย Assign Module ที่ชื่อว่า
“Assign Product A” โดยกำหนดคุณลักษณะ (Attribute) ที่ชื่อว่า “Product Attribute” ที่มี
ค่าเท่ากับ 1 และ มอบหมายรูปภาพใหม่ให้กับวัตถุ (Entity Picture) เป็นภาพซองจดหมาย
(Picture.Letter)

ภาพท่ี 7.34 Assign Module ทีช่ อื่ ว่า “Assign Product A”
164

บทที่ 7 บญั ชโี มดลู ขนั้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ขนั้ ตอนที่ 3 : สร้างการเข้ามาของสินคา้ ประเภท B ทีเ่ ข้ามาสู่แบบจำลอง (Entity) โดยการคลิก
เลือก Create Module ตั้งชื่อโมดูลวา่ “Products B Arrival” ตั้งค่าช่วงระยะเวลาการมาของ
สินค้าประเภท B โดยมกี ารมาแบบเอกซโ์ พเนนเชยี ล (Random Expo) กำหนดคา่ เวลา (Value)
เท่ากับ 20 และหนว่ ยเปน็ นาที (Minutes) โดยจะเข้ามาคร้งั ละ 3 ชนิ้ (Entities per Arrival)

ภาพที่ 7.35 Create Module ตง้ั ชอ่ื โมดลู วา่ “Products B Arrival”

ขั้นตอนที่ 4 : สร้างการมอบหมายคุณลักษณะให้กับสินค้า B ด้วย Assign Module ที่ชื่อว่า
“Assign Product B” โดยกำหนดคุณลักษณะ (Attribute) ที่ชื่อว่า “Product Attribute” ที่มี
ค่าเท่ากับ 2 และ มอบหมายรูปภาพใหม่ให้กับวัตถุ ( Entity Picture) เป็นภาพกล่อง
(Picture.Box)

ภาพท่ี 7.36 Assign Module ทช่ี อ่ื ว่า “Assign Product B”

ขั้นตอนที่ 5: เม่อื วัตถุ A และ B เข้ามาถึงจะตอ้ งเขา้ สู่กระบวนการจัดเรยี งสนิ ค้าด้วย Process
Module ที่ชื่อว่า “Sorting Process” ที่มีการทำงานแบบ Seize Delay Release ด้วย
ทรัพยากรพนักงานทำงานจำนวน 1 คน ที่ชื่อว่า “Sorting Staff” โดยมีการทำงานแบบ

165

บทท่ี 7 บัญชโี มดลู ขัน้ สูงในการสร้างแบบจำลอง

สามเหลี่ยม (Triangular) ที่มีเวลาในการทำงานน้อยที่สุด 1 นาที เวลาสูงสุด 1.9 นาที แต่เวลา
เฉลยี่ 1.6 นาที

ภาพที่ 7.37 Process Module ทีช่ ่อื วา่ “Sorting Process”

ขั้นตอนที่ 6 : ภายหลังกิจกรรมการจัดเรียงสินค้า สินค้า A และ B จะทำการแยกไปวางไว้ ณ
พื้นที่ที่แยกออกจากกันด้วยโมดูล Decide Module ที่ชื่อว่า “Decide Product” โดยเลือก
ประเภททางเลือกเป็น 2 ทางตามเงื่อนไขทกี่ ำหนด (2-way by Condition) กำหนดเงื่อนไขการ
สรา้ งทางเลอื กด้วยคณุ สมบัติ (Attribute) ท่ชี ื่อวา่ “Product Attribute” ที่กำหนดให้แยกวัตถทุ ี่
ค่าดงั กลา่ วเท่ากบั 1 (สินค้า A จะมีคณุ สมบัติดังกลา่ วจาก Assign Module)

ภาพท่ี 7.38 Decide Module ทชี่ อ่ื ว่า “Decide Product”
166

บทท่ี 7 บัญชโี มดลู ขน้ั สูงในการสร้างแบบจำลอง

ขั้นตอนที่ 7 : สินค้า A จะเคลื่อนย้ายไปหยุดรอที่ Hold Module ชื่อว่า “Hold
Product A” กำหนดประเภทการรอเป็นแบบ Infinite Hold

ภาพที่ 7.39 Hold Module ช่ือวา่ “Hold Product A”

ขั้นตอนที่ 8 : สินค้า B จะเคลื่อนย้ายไปหยุดรอที่ Hold Module ชื่อว่า “Hold
Product B” กำหนดประเภทการรอเปน็ แบบ Infinite Hold

ภาพที่ 7.40 Hold Module ชอื่ วา่ “Hold Product B”

ขั้นตอนที่ 9 : สร้างการมาของรถโฟล์คลิฟท์ด้วย Create Module ที่ชื่อว่า “Forklift for
Picking” โดยมีการมาแบบเอกซ์โพเนนเชียล (Random Expo) กำหนดค่าเวลา (Value)
เท่ากับ 30 และหน่วยเป็นนาที (Minutes) โดยจะเข้ามาครัง้ ละ 1 คัน (Entities per Arrival)
และรถโฟลค์ ลฟิ ทค์ นั แรกจะเข้ามาเมื่อระยะเวลาในระบบเริม่ ไปแลว้ 19 นาที

167

บทท่ี 7 บัญชโี มดูลข้ันสูงในการสร้างแบบจำลอง

ภาพท่ี 7.41 Create Module ทีช่ ่ือว่า “Forklift for Picking”

ขน้ั ตอนท่ี 10 : สรา้ งเงื่อนไขในการเลือกหยบิ สนิ ค้าสนิ คา้ A หรือ B เพ่อื ไปทำการจดั เกบ็ ดว้ ย
โมดูล Decide Module ที่ชื่อว่า “Decide Entity” โดยเลือกประเภททางเลือกเป็น 2 ทาง
ตามเงื่อนไขที่กำหนด (2-way by Condition) กำหนดเงื่อนไขการสร้างทางเลือกด้วยสูตร
(Expression) กำหนดให้หากจำนวนวัตถุในแถวคอย (Number in Queue:NQ) “Hold
Product A” มีจำนวนมากกว่า จำนวนวัตถุในแถวคอย (Number in Queue:NQ) “Hold
Product B” จะเกิดเงอ่ื นไขเป็นจริง (True)

ภาพท่ี 7.42 Decide Module ทช่ี อ่ื ว่า “Decide Entity”

ขั้นตอนที่ 11 : กรณีเงื่อนไขเป็นจริง (True) รถโฟล์คลิฟท์จะเข้าสู่โมดูล Pickup ที่ชื่อว่า
“Pickup Product A” โดยจะทำการหยิบสินค้า A ในแถวคอยที่ชื่อว่า Hold Product
A.Queue ที่เกดิ จาก Hold Module โดยจะทำการหยบิ สนิ ค้า A ออกจากแถวคอยจำนวนครง้ั
ละ 9 ชน้ิ โดยเรมิ่ จากชน้ิ ท่ีรอคอยชิ้นที่ 1 เสมอ (Starting Rank)

168

บทท่ี 7 บญั ชโี มดลู ขน้ั สูงในการสร้างแบบจำลอง

ภาพที่ 7.43 Pickup ท่ชี อื่ ว่า “Pickup Product A”

ขั้นตอนที่ 12 : จากนั้นสินค้า A จะถูกเคลื่อนย้ายไปสู่ชั้นวางสินค้าหมายเลข 2 ด้วย Delay
Module ชื่อว่า “Product A Move” ระยะเวลาในการเคลือ่ นย้าย 12 วินาที/ชิน้

ภาพท่ี 7.44 Delay Module ช่ือว่า “Product A Move”

ขั้นตอนที่ 13 : กรณีเงื่อนไขเป็นเท็จ (False) รถโฟล์คลิฟท์จะเข้าสู่โมดูล Pickup ที่ชื่อว่า
“Pickup Product B” โดยจะทำการหยิบสินค้า B ในแถวคอยที่ชื่อว่า Hold Product
B.Queue ทเ่ี กิดจาก Hold Module โดยจะทำการหยบิ สนิ ค้า B ออกจากแถวคอยจำนวนคร้งั
ละ 5 ชน้ิ โดยเร่ิมจากชิ้นทีร่ อคอยชิน้ ท่ี 1 เสมอ (Starting Rank)

ภาพท่ี 7.45 Pickup ที่ช่ือวา่ “Pickup Product B”
169

บทท่ี 7 บัญชโี มดูลข้นั สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ขั้นตอนที่ 14 : จากนั้นสินค้า B จะถูกเคลื่อนย้ายไปสู่ชั้นวางสินค้าหมายเลข 2 ด้วย Delay
Module ชอ่ื ว่า “Product B Move” ระยะเวลาในการเคล่อื นย้าย 5 วนิ าที/ชน้ิ

ภาพท่ี 7.46 Delay Module ชอ่ื ว่า “Product B Move”

ขั้นตอนที่ 15 : ทำการแบ่งสินค้าลงที่ช้ันวางหมายเลข 2 ด้วย Dropoff Module จำนวน 3
ชนิ้ (Quantity) โดยยงั คงคุณลกั ษณะเดมิ ของวตั ถไุ ว้

ภาพที่ 7.47 Delay Module ชื่อว่า “Product B Move”

ข้นั ตอนที่ 17 : บันทกึ จำนวนสนิ ค้าท่แี ยกลงที่ชน้ั วางสนิ คา้ หมายเลข 2 ด้วย Record Module
ชื่อ “Rack 2 Record” เลือกประเภทเป็นการนับ (Count) แสดงผลลัพธ์ในรายงานในช่ือ
“Rack 2 Counter”

170

บทที่ 7 บญั ชโี มดลู ขน้ั สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ภาพที่ 7.48 Record Module ช่อื “Rack 2 Record”

ขั้นตอนท่ี 18 : สำหรับสินค้าที่เหลือจะเคลือ่ นที่ต่อไปยงั ช้ันวางสินคา้ หมายเลข 1 โดยกอ่ นที่
สินค้าจะออกจากระบบจำเป็นจะต้องมีการคัดแยกวัตถุที่มีการรวมกันแบบชั่วคราวก่อนออก
จากระบบดว้ ย Separate Module ทช่ี ื่อวา่ “Separate Product” โดยเลือกเปน็ การคัดแยก
วัตถทุ ีร่ วมตวั กันแบบชว่ั คราวออกจากกัน “Split Existing Batch”

ภาพที่ 7.49 Separate Module ทีช่ ือ่ ว่า “Separate Product”

ขัน้ ตอนท่ี 19 : บันทึกจำนวนสนิ คา้ ทีแ่ ยกลงทีช่ น้ั วางสนิ คา้ หมายเลข 1 ดว้ ย Record Module
ชื่อ “Rack 1 Record” เลือกประเภทเป็นการนับ (Count) แสดงผลลัพธ์ในรายงานในชื่อ
“Rack 1 Counter”

171

บทท่ี 7 บัญชโี มดลู ขั้นสูงในการสร้างแบบจำลอง

ภาพที่ 7.50 Record Module ชอ่ื “Rack 1 Record”

ขั้นตอนท่ี 14 : สรา้ งทางออกใหก้ บั สินคา้ ด้วย Dispose Module ทชี่ ่อื ว่า “Exit”

ภาพท่ี 7.51 Dispose Module ทช่ี อื่ วา่ “Exit”

➢ การรนั ผลโปรแกรม
เลือกไปที่แถบเครื่องมือ Run > Setup > เลือกแถบ Replication Parameters ใส่ข้อมูลท่ี
จำเป็นต้องใช้ในการประเมินผลลงไปในช่องว่างที่ปรากฏ ใส่จำนวนรอบของการประมวลผลใน
การรัน (Number of Replications) เท่ากับ 1 (จากที่โจทย์กำหนด) จากนั้นใส่ความยาวในการ
รันผลโปรแกรม (Replication Length) เท่ากับ 12 หน่วยของเวลาเป็นชั่วโมง (Time Units:
Hours) และเปลี่ยนหนว่ ยในการรันโปรแกรม (Base Time Units) เปน็ นาที (Minute) หลงั จาก
นั้นการรนั ผลโปรแกรมใหเ้ กิดไปทสี่ ัญลักษณ์ “Go”

172

บทที่ 7 บัญชโี มดลู ข้นั สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ภาพท่ี 7.52 การตัง้ คา่ การรนั ผลโปรแกรมตัวอยา่ งท่ี 7.2

➢ สรุปรายงานผล
เมื่อการรันเสร็จสิ้นจะปรากฏหน้าต่างรายงานผลตามตัวอย่างข้างล่างนี้ โดยช่องขวามือสุดจะ
แสดง

ภาพท่ี 7.50 หน้าต่างสรุปบัญชรี ายงาน (Report)ตัวอย่างท่ี 7.2
173

บทท่ี 7 บญั ชโี มดูลขัน้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ตารางท่ี 7.2 ผลลพั ธจ์ ากการรันโปรแกรมอารนี า ตัวอย่างท่ี 7.2

รายงาน ผลลพั ธ์
จำนวนสนิ คา้ ท้ังหมดท่ีสามารถจดั เกบ็ ได้ Number out = 89
จำนวนวัตถุเฉลีย่ ท่รี อคอยในกระบวนการจัดเรียง Number Waiting = 2.16
จำนวนวตั ถุเฉลยี่ A ทีร่ อคอย ณ จดุ พักสนิ ค้า Number Waiting = 21.28
จำนวนวตั ถุเฉลี่ย B ท่รี อคอย ณ จดุ พักสนิ ค้า Number Waiting = 21.51
เวลารอคอยของสินค้า A ณ จุดพกั สินค้า Waiting Time = 103.19 Minutes
เวลารอคอยของสินค้า B ณ จดุ พกั สินค้า Waiting Time = 162.59 Minutes
สัดสว่ นการทำงานของพนักงานจัดเรยี งสนิ ค้า Inst Util 53%
จำนวนสินคา้ ท่ีจดั เก็บ ณ ชั้นวาง A Value 50
จำนวนสนิ ค้าทีจ่ ดั เก็บ ณ ช้ันวาง B Value 39

174

บทที่ 7 บัญชโี มดลู ขั้นสงู ในการสร้างแบบจำลอง

Match Module (Grouping Panel)

ภาพท่ี 7.51 Match Module

เปน็ หนว่ ยโครงสรา้ งท่ที ำหนา้ ท่ใี นการเขา้ คขู่ องวัตถทุ ่ีเข้ามายงั โมดลู เมือ่ วัตถเุ ขา้ สู่โมดูล
นี้จะถูกส่งไปคอยในแถวคอยของตัวเองแยกกันตามเส้นทางที่วตั ถุเข้ามายังโมดูลนี้ เมื่อวัตถุใน
แถวคอยมีค่าคุณสมบัติประจำตัวเข้าคู่กับวัตถุที่อยู่ในแถวคอยอื่นๆทุกแถวคอย วัตถุในแต่ละ
แถวคอยจะถูกนำออกจากแถวคอยที่วัตถุอยู่เพื่อส่งต่อวัตถุไปยังโมดูลถัดไป โดยโมดูลนี้จะมี
ทางออกของแต่ละแสน้ แถวคอย ตัวอย่างเช่น มีแถวคอยจำนวน 3 แถวคอยทีต่ อ้ งการให้ Match
Module เข้าคู่ ดังนัน้ โมดูลนีจ้ ะมี 3 ทางเข้าของแต่ละเสน้ แถวคอยและจะมี 3 ทางออกของแต่
ละเสน้ แถวคอย เชน่ เดียวกนั

ภาพท่ี 7.52 โมดลู ช่ือ “Match Man and Woman”
175

บทที่ 7 บญั ชโี มดลู ข้นั สงู ในการสร้างแบบจำลอง

จากภาพท่ี 7.52 โมดลู ชอ่ื “Match Man and Woman” เมอ่ื วตั ถุเข้าสู่โมดูลนีจ้ ะถกู ส่งไปคอยใน
แถวคอยที่วัตถุใช้เป็นเป็นทางเข้าสู่โมดูล โดยจะมีอยู่ 2 แถวคอยชื่อ Match Man and
Woman.Queue1 และ Match Man and Woma.Queue2 วัตถจุ ะถูกรออย่ใู นแถวคอยเพอ่ื รอ
การเขา้ คู่กับวตั ถทุ อ่ี ยใู่ นแถวคอยอื่นๆทุกแถวคอย โดยไมค่ ำนงึ ถงึ ค่าคณุ สมบัตปิ ระจำตวั ดังนน้ั ถ้า
โมดลู นม้ี วี ตั ถหุ น่งึ ตัวคอยอยใู่ นแตล่ ะแถวคอย วตั ถทุ ัง้ 2 จะถกู เข้าคกู่ ันเพ่ือนำวัตถุแต่ละตัวออก
จากแถวคอยที่วัตถุอยู่ เพื่อส่งวัตถุต่อไปยังโมดูลถัดไป โดยโมดูลนี้จะมีทางออกของแต่ละเสน้
แถวคอยใหแ้ ก่วัตถุ

ภาพท่ี 7.53 โมดลู ชอื่ “Match Man and Woman”
จากภาพที่ 7.53 โมดูลชื่อ “Match Man and Woman” เมื่อวัตถุเข้าสู่โมดูลนี้จะถูก
ส่งไปคอยในแถวคอยทีว่ ัตถใุ ช้เป็นทางเข้าสู่ตัวโมดูล โดยจะมีอยู่ 3 แถวคอย Match Man and
Woma.Queue1, Match Man and Woma.Queue2 และ Match Man and Woma.Queue3
วตั ถจุ ะถกู รออยู่ในแถวคอยเพ่ือรอการเขา้ คกู่ บั วตั ถทุ ่ีอยใู่ นแถวคอยอ่ืนๆ โดยเมือ่ วตั ถุในแถวคอย
ที่หนึ่งมคี ่า (Value) คุณสมบัติประจำตวั ชือ่ “Couple Attribute” เหมือนกับวตั ถุในแถวคอยท่ี
2 และ 3 วตั ถทุ ม่ี ีค่าประจำตวั เดยี วกันจะถกู เขา้ คกู่ ันเพือ่ นำวตั ถุแต่ละตัวออกจากแถวคอยท่ีวัตถุ
อย่เู พ่อื ส่งตอ่ ไปยังโมดลู ถดั ไป

อธิบายขอ้ มูลทต่ี อ้ งใสใ่ นหนา้ ตา่ งของ Match Module
Name: ช่ือท่ีใสไ่ วใ้ นชอ่ งนจี้ ะไปปรากฏเป็นช่อื บนโมดลู
Number to Match: จำนวนแถวคอยก่อนทำการเขา้ ค่ขู องวตั ถุ ระบคุ ่าไดต้ ้ังแต่ 2 ถงึ 5 ซง่ึ วัตถุ
จะถกู กำหนดใหเ้ ขา้ แถวคอยใดแถวคอยหน่งึ จากจำนวนแถวคอยทรี่ ะบุ

176

บทท่ี 7 บญั ชโี มดลู ขั้นสงู ในการสร้างแบบจำลอง

Type: กฎหารเขา้ คู่ของวตั ถุ ประกอบด้วย 2 ประเภท คอื
• Any Entities วตั ถุทุกชนดิ ทเี่ รยี งกนั อยู่ในแต่ละแถวคอยจะเขา้ คู่ไว้ดว้ ยกัน
• Based on Attribute: วัตถุท่ีมีคณุ สมบัติประจำตัวใหค้ ่าเดียวกันของแต่ละ
แถวคอยจะถกู เขา้ คูไ่ ว้ด้วยกัน

Attribute Name: เลือกชื่อของคุณสมบัติที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการเข้าคู่วัตถุที่มีค่าคุณสมบัติ
เหมือนกันไว้ด้วยกัน ซึ่งคุณสมบัตินี้ต้องถูกสร้างไว้แล้วในโมดูล Assign โดยช่อง Attribute
Name น้จี ะปรากฏขึน้ เมือ่ เลือกกฎการเขา้ คู่ แบบวัตถุท่ีมีค่าคุณสมบตั ิเดยี วกนั ไว้ด้วยกนั (Based
on Attribute)

Batch Action After Matching: รูปแบบของการรวมกันของวัตถุเมื่อทำการจับคู่วตั ถุระหว่าง
แถวคอย โดยมีรปู แบบการรวมกัน 3 รปู แบบ ดังน้ี

• No Batch: ไมม่ ีการรวมกนั ของวตั ถุเมือ่ ทำการจับคู่ โดยวตั ถุจะถูกปลอ่ ยออกตาม
เสน้ ทางท่กี ำหนดไวใ้ นแต่ละเสน้ ทาง

• Temporary Batch: วัตถุทุกชนิดที่เรียงกันอยู่ในแต่ละแถวคอยจะถูกรวมกัน
แบบชวั่ คราว (Temporary) โดยต้องมกี ารคัดแยกวตั ถอุ อกจากกันด้วย Separate
ก่อนที่วัตถุออกจากระบบ และทางออกของการรวมกันของวัตถจุ ะมีเพียงเส้นทาง
เดยี ว

• Permanente Batch วัตถุทุกชนิดที่เรียงกันอยู่ในแต่ละแถวคอยจะถูกรวมกัน
แบบถาวร (Permanent) กลายเป็นวตั ถุใหม่ ทางออกของการรวมกนั ของวัตถุจะมี
เพียงเสน้ ทางเดยี ว

Save Criterion ตวั แทนของกลุม่ วัตถใุ หม่จะยดึ คา่ ตามชนดิ ของวตั ถุตวั สุดทา้ ย (Last) ในแต่ละ
กลุ่มหรือจะยดึ คา่ ตามชนดิ ของวตั ถุตวั แรก (First) ในแตล่ ะกลมุ่ ทีอ่ ยู่ในแถวคอย (Queue)

Representative Entity Type การตง้ั ช่อื ใหม่ให้กบั ชนดิ ของวัตถุ โดยช่ือใหมน่ ี้จะถกู ใช้เป็น
ตัวแทนในการนำเสนอผลลพั ธต์ ่างๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับวตั ถุน้ี การตง้ั ชือ่ ในส่วนนี้จะมีประโยชนเ์ มอ่ื
ประเภทของวัตถุเปน็ แบบถาวร เช่น การนำวัตถุ 5 ช้นิ มาบรรจุลงกลอ่ งเพื่อขายโดยชอื่ ใหมน่ ี้
สามารถเสนอผลลัพธข์ องจำนวนกลอ่ งทงั้ หมดได้

177

บทที่ 7 บญั ชโี มดูลขั้นสูงในการสร้างแบบจำลอง

Release Module (Discrete Processing panel)

ภาพที่ 7.54 แสดงตัวอย่าง Release Module

เป็นหน่วยโครงสร้างที่ทำหน้าท่ีสำหรับปล่อยทรัพยากรให้ว่างเพื่อให้ทรัพยากรน้ัน
สามารถทำกิจกรรมร่วมกับวัตถุอื่นได้ โดยจะใช้ร่วมกับโมดูลที่มีความสามารถในการยึดครอง
ทรัพยากรเพื่อให้ทำงานหรือการทำงานร่วมกบั ทรัพยากรหลายหลากทรพั ยากร เช่น Process
Module หรอื Seize Moduleเป็นตน้

ภาพท่ี 7.55 แสดงตัวอย่างหน้าตา่ งของ Release Module

จากภาพที่ 7.55 โมดูลชื่อ “Release Staff” เมื่อวัตถุเข้ามาสู่โมดูลนี้จะทำหน้าที่ปล่อย
(Release) ทรพั ยากร ท่ีช่อื วา่ “Putaway Staff” จำนวน 1 คน เพือ่ ให้ทรัพยากรดังกล่าว
วา่ งและสามารถทำกจิ กรรมร่วมกับวตั ถชุ นดิ อน่ื ๆได้

178

บทท่ี 7 บญั ชโี มดลู ขัน้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง

อธบิ ายขอ้ มลู ทตี่ อ้ งใสใ่ นหน้าตา่ งของ Release Module

Name: ช่ือที่ใสไ่ ว้ในชอ่ งน้จี ะไปปรากฏเป็นช่ือบนโมดูล

Type: เลอื กประเภทของทรพั ยากร มี 4 ประเภท คอื

1) Resource: ประเภทระบุชื่อทรัพยากร (Resource) กรณีเลือกประเภทนี้จะ
ปรากฏชอ่ ง ดงั นี้

Resource Name: ระบุชอื่ ของทรพั ยากรที่จะถกู ปล่อยออก ช่องน้ีจะปรากฎ
เม่อื เลือกประเภทของทรัพยากรเป็นแบบระบชุ ื่อทรพั ยากร (Resource)

2) Set: ประเภทของกล่มุ ทรัพยากร (Set) กรณีเลือกประเภทนีจ้ ะปรากฏชอ่ ง ดังนี้
Set Name: ระบุชื่อของกลุ่มทรัพยากรที่สมาชิกจะถูกปล่อยออก ช่องนี้จะ
ปรากฏเมือ่ เลอื กประเภทของทรัพยากรเปน็ แบบกล่มุ ทรัพยากร (Set) โดยชื่อ
นี้จะถูกสร้างไว้แล้วในหน่วยข้อมูลกลุ่มทรัพยากรของ Set Spreadsheet
Module
Release Rule: กฎในการเรียกใช้ทรัพยากรจากกลุ่มทรัพยากรหรือปล่อย
ออกของทรัพยากรจากกลุ่มทรัพยากรตามที่ระบุไว้ใน Set Name ช่องนี้จะ
ปรากฏขึ้นเมื่อเลอื กประเภทของทรัพยากรเป็นแบบกลุ่มทรัพยากร (Set) ใน
Release Rule มีใหเ้ ลอื ก 3 กฎ ดังน้ี
o First Member Seize: ปล่อยทรัพยากรทถี่ กู เรียกใช่อนใหว้ า่ ง
o Last Member Seize: ปล่อยให้ทรัพยากรทีถ่ ูกเรียกใช้ตัวสดุ ท้าย
ให้ว่าง
o Specific Member: ระบุทรัพยากรที่ต้อง การปล่อ ย อ อ ก
ตัวอย่างเช่น เมื่อวัตถุทำกิจกรรมเสร็จสิ้นและวัตถุต้องการปล่อย
ทรัพยากรให้วา่ ง ตามคา่ ดชั นีช้ตี ำแหน่งลำดับของทรัพยากรที่ระบุใน
Set Index
Set Index: คา่ ดัชนีชค้ี ุณสมบตั เิ ฉพาะเพอื่ แสดงตำแหนง่ ลำดบั ของทรพั ยากร
ใน Set Spreadsheet Module ช่องนี้จะปรากฏเมื่อเลือกกฎในการปล่อย
ทรพั ยากรแบบ Specific Member ตัวอย่างเชน่ เมอ่ื วัตถุทำกจิ กรรมเสร็จสิ้น
วัตถุจะปล่อยทรัพยากรตามคุณสมบัติเฉพาะที่ระบุใน Set Index ซึ่ง

179

บทท่ี 7 บัญชโี มดูลขั้นสูงในการสร้างแบบจำลอง

คณุ สมบตั เิ ฉพาะน้ไี ด้สรา้ งไวก้ อ่ นหน้าน้แี ลว้ เมื่อมีทรพั ยากรในโมดลู Process
หรือ โมดลู Seize ในชอ่ ง Save Attribute
3) Attribute: เลือกประเภทคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถอ้างถึงชื่อทรัพยากร กรณี
เลือกประเภทนี้จะปรากฏช่อง Attribute ให้ใส่ชื่อของคุณสมบัติที่เก็บค่าเลขชี้ ที่
แสดงตำแหนง่ ตามลำดับชื่อทรพั ยากรใน Resource Spreadsheet Module
4) Expression: ประเภทใส่สูตรที่สามารถอ้างถึงช่ือของทรัพยากร ทรัพยากร กรณี
เลือกประเภทนี้จะปรากฏช่อง Expression การสร้างสูตรทำได้โดยการคลิงเมาส์
ปุ่มขวาเลือก Build Expression จะปรากฏหน้าต่าง Expression Builder ซึ่ง
สามารถทีจ่ ะสร้างหรือหาสมการทตี่ ้องการไดโ้ ดยคลกิ จาก Expression Type
Units to Release: จำนวนทรพั ยากรทจ่ี ะถูกปล่อยใหว้ ่าง

Remove Module (Decisions panel)

ภาพที่ 7.56 แสดง Remove Module

เป็นหน่วยโครงสร้างที่ทำหน้าท่ีใช้สำหรับเคลื่อนย้ายวัตถุจำนวนหนึ่งตัวจากลำดับที่
ต้องการในชื่อแถวคอยที่กำหนด โมดูลนี้จะมี 1 ทางเข้าของวัตถุที่เข้าสู่โมดูลนี้เพื่อให้หน่วย
โครงสร้างนี้ทำงานและมี 2 ทางออกคือทางออกด้านขวากลางซึ่งเป็นทางออกของวัตถุดั้งเดมิ
(Original) ทีเ่ ข้าสูโ่ มดูลเพ่ือใหโ้ มดลู ทำงานและทางออกด้านขวาลา่ งซึง่ เปน็ ทางออกของวตั ถทุ ี่ถูก
สง่ั ให้เคลอ่ื นยา้ ยออกจากชอื่ แถวคอยทก่ี ำหนด (Remove Entity)

180

บทที่ 7 บญั ชโี มดูลขน้ั สงู ในการสร้างแบบจำลอง

ภาพที่ 7.57 แสดงตวั อย่างหน้าต่างของ Remove Module

จากภาพที่ 7.57 โมดูลชื่อ “Remove Small Box” เมื่อวัตถุเข้ามาสู่โมดูลนี้จะทำหน้าท่ี
เคลอ่ื นย้ายวัตถจุ ำนวนหนึง่ ตวั โดยเปน็ ตวั ทอี่ ยใู่ นลำดบั ที่ 1 (Rank of Entity) ในแถวคอยท่ชี ่ือวา่
“Queue Conveyors” จำนวนวตั ถหุ น่งึ ตัวออกจากโมดูลน้ี

อธบิ ายขอ้ มลู ทต่ี อ้ งใส่ในหนา้ ตา่ งของ Remove Module
Name: ชือ่ ท่ใี สไ่ วใ้ นชอ่ งนจ้ี ะไปปรากฏเปน็ ชือ่ บนโมดูล
Queue Name: เลือกชอ่ื ของแถวคอยทตี่ อ้ งการให้โมดลู นยี้ ้ายวัตถุออกจากแถวคอย
Name: ลำดับของวัตถุท่ีตอ้ งการให้เคล่อื นยา้ ยวัตถุออกจากชอ่ื แถวคอยท่ีกำหนด
Seize Module (Discrete Processing panel)

ภาพที่ 7.58 Seize Module

เปน็ หน่วยโครงสร้างท่ที ำหนา้ ที่จองทรพั ยากรเพอื่ ใช้ในการทำกิจกรรมร่วมกบั วัตถุ
เมอื่ มกี ารใชป้ ฏิบัตกิ ารจองจะต้องมแี ถวคอยเก่ยี วขอ้ งด้วยเสมอ โมดลู นี้จะไมม่ ีการปล่อย

181

บทที่ 7 บัญชโี มดูลขัน้ สูงในการสร้างแบบจำลอง

ทรัพยากรให้ว่างดังนั้นเมือ่ มีการเลือกใช้จำเปน็ จะต้องมีการปลอ่ ยทรัพยากรให้เป็นอิสระ
ด้วย Release Module ในภายหลังไม่เช่นนั้นทรัพยากรที่มีจะไม่สามารถทำงานร่วมกบั
วัตถตุ ัวถัดไปได้

ภาพที่ 7.59 โมดลู ชือ่ “Seize Machine 1”

จากภาพที่ 7.59 โมดูลชื่อ “Seize Machine 1” เมื่อวัตถุเข้ามาสู่โมดูลนี้จะทำหน้าที่จอง
ทรัพยากรชื่อ “Machine 1” จำนวน 1 ตัว เพื่อใช้ในการทำกิจกรรมร่วมกับวัตถุ กรณีท่ี
ทรัพยากรยังไม่ว่าง วัตถุจะคอยอยู่ในแถวคอยชื่อ “Seize Machine 1.Queue” จนกว่า
ทรพั ยากรช่ือ“Seize Machine 1” จะวา่ งเพ่ือทำงานร่วมกับวตั ถตุ วั แรกในแถวคอย

อธิบายขอ้ มลู ที่ตอ้ งใส่ในหนา้ ต่างของ Seize Module
Name: ชื่อทใ่ี ส่ไว้ในชอ่ งน้จี ะไปปรากฏเป็นช่อื โมดลู
Allocation เลือกกำหนดวิธจี ดั สรรเวลาให้กบั วตั ถุ ว่ากระบวนการท่เี กิดขน้ึ กับวัตถคุ วรได้รบั การ
จัดสรรไปสู่ข้อมูลใด มีให้เลือก 5 ประเภทคือ กระบวนการที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value
Added), ไมเ่ กดิ มลู คา่ เพม่ิ (Non-Value Added), กระบวนการขนถ่าย (Transfer), กระบวนการ
รอ (Wait) และอ่นื ๆ (Other)
Priority: ลำดับความสำคญั ของวตั ถุทีร่ อคอยเรยี กเข้าสูก่ ระบวนการทำงานร่วมกับทรพั ยากรที่
ว่าง โดยใน Process Module จะประกอบไปดว้ ย 4 ลำดบั ความสำคัญไดแ้ ก่ High (1), Medium
(2), Low (3)

182

บทท่ี 7 บัญชโี มดลู ขั้นสงู ในการสร้างแบบจำลอง

Resources ในหนา้ ต่างทรัพยากร (Resources) อธิบายขอ้ มลู ที่ตอ้ งใส่
▪ Type เลือกประเภทของทรัพยากร แบบระบุชื่อทรัพยากร (Resource) หรือกลุ่ม

ทรัพยากร (Set) มี 4 แบบให้เลอื กใช้ ดงั นี้
1) Resource Name ระบุชื่อของทรัพยากรที่จะถูกใช้หรือปล่อยออก ช่องนี้จะ

ปรากฏเมอื่ เลือกประเภทของทรพั ยากรเปน็ แบบระบุชอื่ ทรัพยากร (Resource)
2) Set : ประเภทระบุกลุ่มทรัพยากร

o Set Name ระบุชื่อของกลุ่มทรัพยากรที่สมาชิกจะถูกใช้หรือจอง ช่องนี้จะ
ปรากฏเมื่อเลือกประเภทของทรัพยากรที่ระบุไว้ใน Set Name ช่องนี้จะ
ปรากฏเมื่อเลือกประเภทของทรัพยากรเป็นแบบกลุ่มทรัพยากร (Set) และ
Selection Rule มใี ห้เลือก 6 กฎ ดังน้ี
• Cyclical วัตถุเรียกใช้ทรัพยากรจากทรัพยากรไหนว่างก่อนเรียกใช้
ทรพั ยากรนัน้ ก่อน
• Random วัตถุเรียกใช้ทรัพยากรจากการสุ่มเรียกใช้ทรัพยากรจาก
ทรพั ยากรท่วี า่ ง
• Preferred Order วัตถุเรียกใช้ทรัพยากรจากลำดับทรัพยากรท่ี
เรียงลำดับไว้ใน Members ของ Set Spreadsheet Module โดยไม่
สนใจว่าทรัพยากรไหนว่างก่อน แต่สนใจ ณ เวลาทรัพยากรที่ถูกจอง
ขณะนั้น ว่ามีทรัพยากรไหนว่างให้เรียกทรัพยากรที่ว่างอยู่ในลำดับแรก
ก่อน
• Specific Member ระบุทรัพยากรที่ต้องการเรียกใช้หรือปล่อยออก
ตัวอย่างเช่น เมื่อวัตถุทำกิจกรรมเสร็จสิ้นและวัตถุต้องการปล่อย
ทรัพยากรให้ว่างตามค่าดัชนีชี้ตำแหน่งลำดับของทรัพยากรที่ระบุไว้ใน
Set Index
• Largest Remaining Capacity วัตถุเรียกใช้ทรัพยากรที่ว่างจาก
ทรพั ยากรท่มี ีกำลังการผลติ (จำนวน) คงเหลือมากทส่ี ดุ จะถูกเรียกใชก้ ่อน
• Smallest Number Busy วตั ถุเรียกใช้ทรัพยากรทว่ี ่างจากทรัพยากรที่
มีจำนวนครั้งการทำงานนอ้ ยสุดก่อนจะถกู เรยี กใช้ก่อน

183

บทที่ 7 บัญชโี มดูลขน้ั สูงในการสร้างแบบจำลอง

o Save Attribute การใส่คณุ สมบตั เิ ฉพาะให้กบั วัตถุ โดยคณุ สมบตั เิ ฉพาะนจี้ ะ
เก็บค่าเลขชี้ (Set Index) ที่แสดงตำแหน่งลำดับของทรัพยากรใน Set
Spreadsheet Module ทำให้วัตถุสามารถอ้างถึงชื่อของทรัพยากรที่ถูก
เรียกใช้หรือปลอ่ ยออกได้
ช่องนี้จะปรากฏเมื่อเลือก Selection Rule ด้วยกฎ Cyclical,
Random, Preferred Order, Specific Member, Largest Remaining
Capacity หรือ Smallest Number Busy ลำดับของทรัพยากรใน Set
Spreadsheet Module มีความสำคัญเมื่อ Selection Rule ใช้กฎ Cyclical
และ Preferred Order
เมื่อใช้ปฏิบัติการแบบ Seize Delay Release จะมีการเรียกใช้
ท ร ั พ ย า ก ร แ ล ะป ล ่ อ ย ท ร ั พ ยา ก ร ใ นโ ม ดู ล เด ี ยว ก ั นจ ึ ง ไ ม ่ จ ำ เป ็ นต้ อ ง ระบุ
คุณสมบัติเฉพาะไว้ชี้ระบุตัวทรัพยากร แต่เมื่อใช้ปฏิบัติการ Seize Delay
จำเป็นต้องระบุคุณสมบัติเฉพาะไว้ชี้ระบุตัวทรัพยากรเพื่อใช้ในการระบุชื่อ
ทรัพยากรเมื่อถูกปล่อยออกทีป่ ฏิบัติการ Delay Release เพื่อให้วัตถุปล่อย
ทรพั ยากรตวั เดยี วกบั ทีถ่ ูกจองกอ่ นหนา้ นี้

o Set Index ค่าดชั นีชคี้ ุณสมบัติเฉพาะเพอ่ื แสดงตำแหนง่ ลำดบั ของทรัพยากร
ใน Set Spreadsheet Module ช่องนี้จะปรากฏเมื่อเลือกกฎในการเลือกใช้
ทรพั ยากรแบบ Specific Member

3) Attribute: เลือกประเภทคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถอ้างถึงชื่อทรัพยากร กรณี
เลือกประเภทน้ีจะปรากฏชอ่ ง Attribute ให้ใส่ชื่อของคุณสมบัติที่เก็บค่าเลขชี้ ท่ี
แสดงตำแหน่งตามลำดบั ชื่อทรัพยากรใน Resource Spreadsheet Module

4) Expression: ประเภทใสส่ ูตรทีส่ ามารถอ้างถงึ ชอื่ ของแถวคอย กรณเี ลอื กประเภท
น้ีจะปรากฏชอ่ ง Expression สำหรบั ใสส่ ตู รทีส่ ามารถอ้างถึงชื่อของแถวคอย การ
สร้างสูตรทำได้โดยการคลิงเมาส์ปุ่มขวาเลือก Build Expression จะปรากฏ
หน้าตา่ ง Expression Builder ซึ่งสามารถทจ่ี ะสร้างหรือหาสมการทตี่ อ้ งการไดโ้ ดย
คลกิ จาก Expression Type เลย โดยสมการจะไปปรากฏท่ี

▪ Quantity จำนวนทรพั ยากรท่ีจะถูกจองเพ่อื เรียกใชจ้ ากชื่อทรพั ยากรท่กี ำหนดหรอื จาก
กลุ่มทรัพยากร (กรณีเรียกใช้จากกลุ่มทรัพยากร ช่องนี้จะหมายถึง จำนวนของ
ทรพั ยากรท่ีมีชื่อเดียวกนั ไมใ่ ชจ่ ำนวนช่ือในกลมุ่ )

184

บทท่ี 7 บญั ชโี มดลู ขนั้ สูงในการสร้างแบบจำลอง

Queue Type: เป็นการกำหนดรูปแบบของแถวคอย โดยค่าเริ่มต้น (Default) คือระบุชื่อ
แถวคอย โดยรปู แบบของแถวคอยมใี หเ้ ลือกใช้งานได้ 4 รปู แบบดังนี้

1) Queue : ประเภทระบชุ ือ่ ของแถวคอย ช่องทป่ี รากฏเม่ือเลอื กประเภท Queue
Queue Name: ใส่ชื่อของแถวคอย โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อของแถวคอยให้
อัตโนมัติเป็นชื่อ “ชื่อโมดูล.Queue” แต่ผู้สร้างสามารถตั้งชื่อใหม่ได้ผ่านการพิมพ์ชื่อ
ใหม่ทับเข้าไป โดยชือ่ นจ้ี ะไปปรากฏในแถวคอย Queue Spreadsheet Module

2) Set: ประเภทระบุชอื่ ของกลมุ่ แถวคอย ชอ่ งทีป่ รากฏเมอ่ื เลอื กประเภท Set มีดงั น้ี
Set Name: ใส่ชื่อของกลุ่มแถวคอย โปรแกรมอารีนาจะกำหนดชื่อของแถวคอยให้
อตั โนมตั ิเปน็ ช่อื “ชื่อโมดลู Set.Queue” แตผ่ สู้ ร้างสามารถตัง้ ช่อื ใหม่ได้ผ่านการพิมพ์
ชื่อใหม่ทับเข้าไป โดยชื่อในกลุ่มแถวคอยน้ีจะถูกสร้างและใส่ข้อมูลสมาชิกในประเภท
แถวคอยของ Advance Set Spreadsheet Module

Set Index: ค่าดัชนีชี้เพื่อแสดงตำแหน่งลำดับชื่อของแถวคอยจากกลุ่มแถวคอยใน
Advanced Set Spreadsheet Module ทำใหส้ ามารถอ้างถงึ ชื่อแถวคอยท่ตี อ้ งการได้

3) Internal: ประเภทใช้แถวคอยภายในทใ่ี ชร้ ว่ มกันทุกชนิดวตั ถุ กรณนี ้ีจะไม่มีการอ้างถึง
ช่อื ของแถวคอยและไมป่ รากฎเสน้ แถวคอย (Queue Animation) บนโมดลู Seize

4) Attribute: ประเภทเลือกคณุ สมบตั ิเฉพาะท่สี ามารถอ้างถึงช่อื ของแถวคอย กรณีเลือก
ประเภทน้จี ะปรากฏชอ่ ง
Attribute name : ใส่ชื่อของคุณสมบัติที่เก็บค่าเลขชี้ที่แสดงตำแหน่งลำดับของ
แถวคอยตามลำดับชื่อแถวคอยใน Queue Spreadsheet Module หรือ ลำดับของ
แถวคอยในประเภทของ Advance Set Spreadsheet Module ทำให้สามารถอ้างถงึ
ชือ่ ของแถวคอยได้ โดยคุณสมบัติประจำตวั ท่ใี ห้ค่าเลขชตี้ อ้ งตดิ ตัววตั ถุมาต้งั แต่ Assign
Module เลอื กประเภทเป็นคุณสมบตั ปิ ระจำตวั (Attribute) และใสค่ ่าเลขชี้ (Value)

5) Expression: ประเภทใสส่ ตู รทส่ี ามารถอา้ งถึงชอื่ ของแถวคอย กรณเี ลือกประเภทนี้จะ
ปรากฏชอ่ ง ดงั นี้
Expression: ใส่สูตรที่สามารถอา้ งถึงชื่อของแถวคอย การสร้างสูตรทำไดโ้ ดยการคลงิ
เมาส์ปุ่มขวาเลือก Build Expression จะปรากฏหน้าต่าง Expression Builder ซ่ึง

185

บทที่ 7 บัญชโี มดลู ขนั้ สงู ในการสร้างแบบจำลอง

สามารถที่จะสร้างหรือหาสมการทตี่ อ้ งการได้โดยคลิกจาก Expression Type เลย โดย
สมการจะไปปรากฏทีช่ อ่ ง Current Expression
Signal Module (Decisions panel)

ภาพท่ี 7.60 Signal Module

เป็นหน่วยโครงสร้างที่ทำหน้าท่ีเมื่อวัตถุมาถึงโมดูลหน่วยโครงสร้างนี้ทำหน้าที่ส่ง
สัญญาณออกไปในรูปแบบโค้ดสัญญาณ (Value) ไปยังโมดูล Hold ประเภทการรอสัญญาณ
(Wait for Signal) ซึ่งกำลังรอค่าสัญญาณค่าเดียวกันกับค่าที่โมดูล Signal ส่งสัญญาณออกไป
โดยการสง่ ค่าสญั ญาณในแตล่ ะคร้ังไปยังโมดลู Hold เมอื่ โมดลู Hold ได้รบั ค่าสญั ญาณทีต่ ้องการ
จะทำการปล่อยวัตถุออกจากแถวคอย โดยปล่อยวัตถุไดส้ ูงสุดไม่เกิดจำนวนที่ไดก้ ำหนด (Limit)
ไว้ กรณีไม่มีขอ้ จำกัดระบุจำนวนวัตถใุ นการปล่อย วัตถุทั้งหมดท่ีอยู่ในแถวคอยของโมดูล Hold
จะรบั คา่ สัญญาณและถกู ปลอ่ ยออกท้ังหมด สญั ญาณท่ีสง่ ไปยังวตั ถจุ ะทำใหก้ ระบวนการในโมดูล
Hold ดำเนนิ ต่อไป จนกระทง่ั วตั ถทุ ท่ี ำหนา้ ทีส่ ่งสัญญาณเข้าสู่โมดลู Delay โมดูลท่ีเก่ียวข้องกับ
การเขา้ แถวคอยหรือ Dispose Module การส่งสญั ญาณกจ็ ะหยุดลง

ภาพท่ี 7.61 โมดูลชอ่ื “Signal 888”
186


Click to View FlipBook Version