192 รายการประเมิน ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 3. หลักการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญเรียงลำดับ อย่างไร ก. อ่าน คิด เขียน เรียบเรียง ข. คิด อ่าน เขียน เรียบเรียง ค. อ่าน คิด เรียบเรียง เขียน ง. คิด เรียบเรียง อ่าน เขียน +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 4. เหตุใดจึงกล่าวว่าการอ่านจับใจความสำคัญเป็น พื้นฐานของการอ่าน ก. เพราะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการ พัฒนาการอ่าน ข. เพราะสามารถนำไปเป็นต้นแบบของ การอ่านที่มีประสิทธิภาพได้ ค. เพราะสามารถนำไปต่อยอดเป็นการ วิเคราะห์และประเมินค่าได้ ง. เพราะสามารถนำไปขยายผลเป็นการ อ่านคิดวิเคราะห์และเขียนได้ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 5. ข้อใดกล่าวถึงใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้ ถูกต้องที่สุด ก. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญเพียง ใจความเดียว ข. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญหลาย ใจความและมีพลความประกอบ ค. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญ ใจความเดียวและมีพลความประกอบ ง. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญหลาย ใจความและมีพลความประกอบ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง
193 รายการประเมิน ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 6. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของการอ่านจับใจความ สำคัญ ก. เมื่ออ่านแล้วสรุปหรือย่อเรื่องได้ ข. เมื่ออ่านแล้วสามารถจำคําประพันธ์ ชนิดต่าง ๆ ได้ ค. เมื่ออ่านแล้วสามารถปฏิบัติตามคำสั่ง และคำแนะนําได้ ง. เมื่ออ่านแล้วสามารถคาดการณ์และหา ความจริงแสดงข้อคิดเห็น +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 7. “แม่ค้าซื้อผลไม้จากชาวสวนมาขายที่ตลาด เขาซื้อมามาก ๆ เอาใส่รถหรือเรือมาขายให้กับเรา” ใจความสำคัญคือข้อใด ก. แม่ค้า ข. ใส่รถหรือเรือ ค. เขาซื้อมามาก ๆ เอาใส่รถหรือเรื่อ ง. แม่ค้าซื้อผลไม้จากชาวสวนมาขายที่ ตลาด +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 8. “ชีวิตก็เหมือนท้องฟ้า บางครั้งก็แจ่มใสบางครั้งก็ มืดครึ้ม บางครั้งก็เหน็บหนาว อย่ากังวลอย่าท้อกับ อุปสรรค” ข้อใดคือใจความหลักของข้อความ ข้างต้น ก. ชีวิตมีสองด้าน ข. สู้กับปัญหา ค. ยอมรับภัยที่เกิดขึ้น ง. ความสุขเป็นสิ่งไม่จีรัง +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง
194 รายการประเมิน ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคําถามข้อ 9 “พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นโดยยาก เผยแผ่ไป โดยยากและเหลือมาจนกระทั่ง ทุกวันนี้ก็โดยยาก ทำนองเดียวกันกับเพชรอันล้ำค่า ซึ่งย่อมเกิดขึ้นโดย ยาก ค้นหาได้ โดยยาก เจียระไนได้โดยยาก ซื้อขาย กันได้โดยยาก แม้การเก็บรักษา การทนุถนอมก็ยัง ยาก เพชรจึงมีราคาแพงกว่าวัตถุทั้งหลาย” 9. ข้อใดคือใจความสำคัญของข้อความข้างต้น ก. เพชรมีค่าควรแก่การครอบครอง ข. เพชรเกิดโดยยากแต่แพร่หลายได้ง่าย ค. พุทธศาสนามีค่าควรยกย่องและเทิดทูน ง. พุทธศาสนาเกิดโดยยากและเผยแผ่ไป โดยยาก +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง ให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้ แล้วตอบคําถาม ข้อ 10 “วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ นิ้วเป็นสายรยางค์ สองเท้าต่างสมอใหญ่ ปากเป็นนายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียง สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง แล่นลัดเลี่ยงข้ามคงคา” 10. บทร้อยกรองข้างต้นมีใจความสำคัญอย่างไร ก. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ข. การแสวงหาความรู้ต้องใช้สติ ค. ร่างกายมนุษย์เปรียบประดุจเรือ ง. อวัยวะทุกส่วนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง
195 รายการประเมิน ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ให้นักเรียนอ่านนิทานต่อไปนี้ แล้วตอบคําถาม ข้อ 11 – 13 “ลาตัวหนึ่งบรรทุกเกลือเต็มหลังมาจากริม ทะเล ระหว่างทางกลับบ้านต้องข้ามลำธาร บังเอิญ ลาลื่นจนล้มลง เกลือก็ละลายไปกับน้ำเสียมาก เมื่อ เดินทางต่อไปมันจึงรู้ว่าเบาหลังและสบายดี ครั้ง ต่อไปเมื่อเจ้านายไปซื้อเกลือที่ริมทะเลอีก ลาก็แกล้งลื่นในลำธารอีกเพื่อจะได้ไม่ต้องแบกเกลือ หนัก ๆ กลับบ้าน เจ้านายของลารู้ทันอุบาย จึงได้ พาลาไปซื้อฟองน้ำและบรรทุกใส่หลังลา แม้จะรู้สึก ว่าไม่หนักมาก แต่ลาก็ยังแกล้งล้มในลำธาร เช่นเดิมอีก คราวนี้น้ำจึงซึมเข้าไปเต็มเนื้อฟองน้ำจน ชุ่มโชก ลาจึงต้องบรรทุกของที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น กว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว” จาก หนังสือนิทานอีสปร้อยเรื่อง 11. ลาตัวเบาขึ้นเพราะเหตุใด ก. เกลือหล่นหายตามทาง ข. เกลือละลายไปกับน้ำ ค. เจ้านายเอาเกลือไปขาย ง. เกลือถูกน้ำฝนละลายเกือบหมด +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 12. เจ้านายจัดการกับลาอย่างไร ก. ให้แบกเกลือมากกว่าเดิม ข. เอาเกลือปนกับหินให้ลาแบก ค. ใส่ฟองน้ำให้ลาแบก ง. ใส่ฟองน้ำเปียกชุ่มให้ลาแบก +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 13. นิทานเรื่องนี้สอนว่าอย่างไร ก. ต้องซื่อตรงต่อหน้าที่ ข. รู้จักเอาตัวรอดเป็นยอดดี ค. หนักเอาเบาสู้ ง. หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง
196 รายการประเมิน ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ให้นักเรียนอ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคําถามข้อ 14 – 15 “แคลเซียมช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกพรุน การ เพิ่มแคลเซียม ให้แก่ร่างกายจึงนับว่าเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง อาหารอื่น ๆ ทั้งน้ำนม ขนมจีนน้ำยา กุ้ง แห้ง กะปิ ผักใบเขียว ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งตัว หรือเต้าหู้เหลือง ล้วนเป็นอาหารที่สูงด้วยแคลเซียม ทั้งสิ้น” 14. ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความข้างต้น ก. อาหารพื้น ๆ มีแต่แคลเซียม ข. แคลเซียมป้องกันโรคกระดูกพรุน ค. เราต้องกินอาหารพื้น ๆ เป็นประจำ ง. เราจำเป็นต้องเพิ่มแคลเซียมให้ร่างกาย +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 15 . คําว่า “อาหารพื้น ๆ” มีความหมายว่า อย่างไร ก. อาหารพื้นเมือง ข. อาหารประจำวัน ค. อาหารที่มีแคลเซียม ง. อาหารที่หาซื้อได้ง่าย +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง
197 รายการประเมิน ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม ข้อ 16 – 18 “นกพิราบสีชมพูมีถิ่นฐานอยู่บนเกาะมอริตัส ในทวีปแอฟริกา อาศัยอยู่ในป่าละเมาะอาหารของ พวกมัน คือ ดอกไม้ ผลไม้ และเมล็ดพืชเล็ก ๆ นกพิราบสีชมพู มีจำนวนลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากการล่าของมนุษย์ ปัจจุบันนกพิราบสี ชมพูมีอยู่ในป่าประมาณ 25 ตัว และในสวนสัตว์ ประมาณ 2 ตัว” 16. ข้อความนี้กล่าวถึงสัตว์ชนิดใด ก. นกพิราบสีเทา ข. นกพิราบสีชมพู ค. นกพิราบสีขาว ง. นกพิราบพันธุ์ใหม่ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 17. ข้อความนี้กล่าวถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ ก. อาหารของนกพิราบสีชมพู ข. ที่อยู่อาศัยของนกพิราบสีชมพู ค. ประวัติของนกพิราบสีชมพู ง. ปริมาณจำนวนนกพิราบ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 18. จากข้อความข้างต้น ไม่ได้กล่าวถึงสิ่งใด ก. อาหารของนกพิราบสีชมพู ข. ถิ่นที่อยู่ของนกพิราบสีชมพู ค. จำนวนของนกพิราบสีชมพู ง. รูปร่างลักษณะของนกพิราบสีชมพู +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง
198 รายการประเมิน ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม ข้อ 19 – 20 “ยิ่งกว่าน้ำใจ คืนนั้นฝนตก อากาศหนาวเย็น เหลือเกิน ขณะที่ดิฉันกำลังยืนรอรถประจำทางอยู่ คนเดียว รถประจำทาง คันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดตรง ป้ายที่ดิฉันยืนอยู่หญิงชราคนหนึ่งค่อย ๆ ตะเกียกตะกายลงจากรถ แล้วเดินตรงมา ทางที่ ดิฉันยืนอยู่อย่างเชื่องช้า "แม่หนูรถประจำทางคัน ต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่จ๊ะ?” หญิงชราผู้นั้นถามดิฉัน ดิฉันจึงถามแกว่า "แล้วคุณยายจะไปรถสายไหน ล่ะคะ ?” พอแกบอก ดิฉันก็อุทาน เสียงดังลั่น "อ้าว ! ก็คุณยายเพิ่งลงมาจากรถคันนั้น เมื่อกี้นี้เอง นี่คะ” "เอ้อ" หญิงชราตอบตะกุกตะกักอย่างอาย ๆ “คือว่า...บนรถคันเมื่อกี้นี้ มีชายหนุ่มพิการคนหนึ่ง ขึ้นมา แต่ไม่มีใครลุกให้เขานั่งเลย ยายรู้ว่าถ้าคน แก่ ๆ อย่างยายลุกให้เขานั่ง เขาคงจะอายแน่ ๆ ยายเลยทำเป็นว่าจะลงเสียที่นี่ พอยายกดกริ่งให้รถ จอด เขาก็เดินมานั่งตรงที่ยายได้โดยไม่ต้องอึดอัด ใจส่วนยายก็...เอ้อ....รถประจำทางมันมีเสมอไม่ใช่ หรือจ๊ะ แม่หนู ?” 19. คุณยายในบทสนทนาเดินทางมาด้วยพาหนะ อะไร ก. รถยนต์ ข. รถประจำทาง ค. รถจักรยานยนต์ ง. รถสามล้อ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง
199 รายการประเมิน ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 20. คุณยายลงจากรถมาเพื่ออะไร ก. เพื่อลุกให้คนพิการนั่ง ข. เพื่อไปที่ต่อไป ค. ลงสายผิด ง. เพื่อต้องการถามผู้หญิงคนนั้น +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง กําหนดค่าความสอดคล้อง 0.5 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ ผลเฉลี่ยรวมของคุณภาพความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00 สามารถนําไปใช้ในการ แก้ปัญหาการอ่านจับใจความสำคัญได้
200 ภาคผนวก จ รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือวิจัย
201 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบคุณภาพของแบบประเมินความสอดคล้องของ นวัตกรรม KWL Plus เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาการอ่านจับใจความ จำนวน 3 ท่าน ดังนี้ 1. นางสาวฐานิดา โสดาจันทร์ ตำแหน่งครู คศ. 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์) 2. นางสาวเกษราภรณ์ ออมชมภู ตำแหน่งครู คศ. 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์) 3. นางสาวฐิติมา ฉิมพลีสวรรค์ ตำแหน่งครู คศ. 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์)
202 ภาคผนวก ฉ หนังสือขอความอนุเคราะห์เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือวิจัย
203
204
205
206 ภาคผนวก ช ผลงานที่เกิดจากแนวปฏิบัติที่ดีตามสมรรถนะทางวิชาชีพครู
207 แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2 รหัสวิชา ท 22101 รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การอ่านในชีวิตประจำวัน เวลา 10 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวสุวิชาดา รักศิลป์ _____________________________________________________________________ 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านในชีวิตประจำวันให้จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดของเรื่อง อภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อโต้แย้ง วิเคราะห์และจำแนกข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และ ข้อคิดเห็นจากบทความที่อ่าน ระบุข้อสังเกตการชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผลของ งานเขียน ประเมินคุณค่าหรือแนวคิดที่ได้ จากการอ่าน เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต เขียนผังความคิด เพื่อแสดงความเข้าใจในบทเรียนต่าง ๆ ที่อ่าน และมีมารยาทในการอ่าน 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2.1 มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไป ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน 2.2 ตัวชี้วัด ม.2/2 จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ม.2/3 เขียนผังความคิดเพื่อแสดงความเข้าใจในบทเรียนต่าง ๆ ที่อ่าน ม.2/4 อภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน
208 ม.2/5 วิเคราะห์และจำแนกข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และข้อคิดเห็นจาก บทความที่อ่าน ม.2/6 ระบุข้อสังเกตการชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผลของ งานเขียน ม.2/7 อ่านหนังสือ บทความ หรือคำประพันธ์อย่างหลากหลาย และประเมิน คุณค่าหรือแนวคิดที่ได้จากการอ่าน เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต ม.2/7 มีมารยาทในการอ่าน 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1) การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่น - บทความ - งานเขียนหรือบทความแสดงข้อเท็จจริง 2) การอ่านตามความสนใจ เช่น - หนังสืออ่านนอกเวลา 3) มารยาทในการอ่าน 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น • การอ่านตามความสนใจ เช่น - บทกวีเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.1 ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการเชื่อมโยง 6) ทักษะการให้เหตุผล 2) ทักษะการเปรียบเทียบ 7) ทักษะการสรุปย่อ 3) ทักษะการวิเคราะห์ 8) ทักษะการประเมิน
209 4) ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 9) ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ 5) ทักษะการจำแนกประเภท 10) ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. รักความเป็นไทย 6. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - รายงานการวิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินค่าจากบทความที่สนใจ 7. การวัดและการประเมินผล 7.1 การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การอ่านในชีวิตประจำวัน 7.2 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) ตรวจใบงานที่ 2.1 เรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ 2) ตรวจใบงานที่ 2.2 เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ 3) ตรวจใบงานที่ 2.3 เรื่อง การวิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริง 4) ตรวจใบงานที่ 2.4 เรื่อง การประเมินค่าบทกวี 5) ตรวจใบงานที่ 2.5 เรื่อง การประเมินค่าหนังสืออ่านนอกเวลา 6) ประเมินการนำเสนอผลงาน 7) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล 8) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 9) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์
210 7.3 การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การอ่านในชีวิตประจำวัน 7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจรายงานการวิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินค่าจากบทความที่สนใจ 8. กิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2
211 เรื่องที่ 1 การอ่านจับใจความสำคัญ เวลา 2 ชั่วโมง วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องการจับใจความสำคัญ จากนั้นให้นักเรียนเล่าประสบการณ์ เกี่ยวกับข้อผิดพลาด ในการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยเรียงตามลำดับเลขที่ แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ จากหนังสือเรียน และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันอธิบายความรู้ที่ได้ศึกษามา แล้วร่วมกันทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ เมื่อทำเสร็จแล้วให้นำส่งครูตรวจ ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand) 1. ครูให้นักเรียนค้นคว้าบทความที่นักเรียนสนใจ คนละ 1 เรื่อง แล้วมานำเสนอให้เพื่อนใน กลุ่มฟัง โดยให้เจ้าของบทความชี้แนะถึงคุณประโยชน์และความน่าสนใจของบทความที่เลือกมา 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มคัดเลือกบทความที่สมาชิกนำเสนอ แล้วร่วมกันทำใบงานที่ 2.2 เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล (Evaluate) ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการจับใจความสำคัญจากบทความในใบงาน ที่ 2.2 หน้าชั้นเรียน ครูตรวจสอบความถูกต้อง
212 เรื่องที่ 2 การเขียนผังความคิด เวลา 2 ชั่วโมง วิธีสอนแบบ SQ4R ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูนำตัวอย่างผังความคิดที่นักเรียนรุ่นก่อนเคยทำมาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนร่วมกัน แสดงความคิดเห็น 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนผังความคิด จากหนังสือเรียน 3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกบทเรียนรายวิชาต่างๆ มา ๑ เรื่อง เพื่อจัดทำผังความคิด ขั้นสอน 1. Survey (S) : นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านบทเรียนในรายวิชาที่เลือกมาอย่างคร่าวๆ 2. Question (Q) : นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน 3. Read (R) : นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านบทเรียนที่เลือกมาซ้ำอย่างละเอียดและใน ขณะเดียวกันก็ค้นหาคำตอบสำหรับคำถามที่ได้ตั้งไว้ 4. Record (R) : นักเรียนแต่ละกลุ่มจดบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่ได้อ่านจากขั้นตอนที่ 3 โดยใช้ ข้อความอย่างรัดกุมหรือย่อ ๆ ตามความเข้าใจของนักเรียน 5. Recite (R) : นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนสรุปใจความสำคัญ โดยพยายามใช้ภาษาของตนเอง ถ้ายังไม่แน่ใจในบทใดหรือตอนใดให้กลับไปอ่านซ้ำใหม่ 6. Reflect (R) : นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปเรื่องที่อ่านแล้วจัดทำผังความคิด เสร็จแล้วนำส่ง ครูตรวจ ขั้นสรุปและประเมินผล ครูตรวจประเมินผลงานการเขียนผังความคิดของนักเรียนแต่ละกลุ่ม รวมถึงการให้คำแนะนำ ในการปรับปรุงพัฒนาผลงาน
213 เรื่องที่ 3 การอ่านเพื่อวิเคราะห์ เวลา 2 ชั่วโมง วิธีสอนแบบนิรนัย ขั้นที่ 1 อธิบายปัญหา 1. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ 2. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า นักเรียนจะต้องศึกษาเรื่อง การอ่านเพื่อการวิเคราะห์ เพื่อนำ ความรู้ไปวิเคราะห์สื่อต่าง ๆ ขั้นที่ 2 อธิบายกฎหรือหลักการเพื่อการแก้ปัญหา 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การอ่านเพื่อการวิเคราะห์ จากหนังสือเรียน 2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปหลักการอ่านเพื่อการวิเคราะห์ เพื่อให้นักเรียนได้ เลือกใช้ในการวิเคราะห์สื่อต่างๆ ขั้นที่ 3 ตัดสินใจ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกบทความแสดงข้อเท็จจริง มากลุ่มละ 1 เรื่อง แล้วร่วมกันแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุผลที่เลือกบทความเรื่องดังกล่าวมาวิเคราะห์ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปหลักการที่จะนำมาใช้วิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริง ขั้นที่ 4 พิสูจน์หรือตรวจคำตอบ 1 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ 2.3 เรื่อง การวิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริง 2. ครูขออาสาสมัครตัวแทนนักเรียน 1-2 กลุ่ม ออกมานำเสนอการวิเคราะห์บทความแสดง ข้อเท็จจริงในใบงานที่ 2.3 หน้าชั้นเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
214 เรื่องที่ 4 การอ่านเพื่อประเมินค่า เวลา 2 ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ขั้นที่ 1 สังเกต 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การอ่านเพื่อประเมินค่า จากหนังสือเรียน 2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเรื่อง การอ่านเพื่อประเมินค่า ขั้นที่ 2 อธิบาย 1. ครูนำบทกวีเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง มาแจกให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่าน 2. ครูสนทนาซักถามนักเรียนว่า บทกวีเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง เป็นวรรณกรรม ประเภทใด ใครเป็นผู้แต่ง และมีจุดมุ่งหมายอย่างไรในการแต่ง 3. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า เมื่ออ่านบทกวีนี้แล้วนักเรียนมีความรู้สึกอย่างไร เหตุใดจึงรู้สึกเช่นนั้น ขั้นที่ 3 รับฟัง นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่า บทกวีเราจะร้องเพลงชาติไทย ให้ใครฟัง มีเนื้อหาและส่วนประกอบของเนื้อหาแต่ละส่วนมีลักษณะอย่างไร การใช้ภาษามีความ เหมาะสมกับเนื้อหาหรือไม่ ใช้น้ำเสียงและความหมายก่อให้เกิดจินตนาการเพียงใด ขั้นที่ 4 เชื่อมโยงความสัมพันธ์ ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบความรู้สึกของคนที่กำลังจะสิ้นชาติ ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกันแตก ความสามัคคี ถ้านักเรียนอยู่ในสถานการณ์นั้นจะทำอย่างไร เพราะเหตุใด ขั้นที่ 5 วิจารณ์ นักเรียนแต่ละกลุ่มพิจารณาเนื้อหาสาระบทกวีเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง แล้วสรุปผล อย่างตรงไปตรงมาตามหลักฐานข้อมูล ขั้นที่ 6 สรุป นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ 2.4 เรื่อง การประเมินค่าบทกวี เมื่อทำเสร็จแล้วให้ นำส่งครูตรวจ
215 เรื่องที่ 5 การอ่านหนังสือนอกเวลา เวลา 2 ชั่วโมง วิธีสอนแบบ ARC ขั้น A (Anticipation) กิจกรรมก่อนการอ่าน 1. ครูอ่านเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเลือกอ่านหนังสือและนิสัยรักการอ่านให้ นักเรียนฟัง แล้วให้นักเรียนสร้างจินตนาการของตนเอง 2. นักเรียนเขียนบรรยายความรู้สึกและภาพในจินตนาการของตนเอง จากนั้นนำมาอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ขั้น R (Realization) กิจกรรมดำเนินการอ่าน 1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกอ่านหนังสือนอกเวลาที่นักเรียนไม่เคยอ่านมาก่อน 1 เรื่อง พร้อมทั้งอธิบายวิธีการที่นักเรียนจะต้องทำเครื่องหมายกำกับความเข้าใจในการอ่าน 2. เมื่ออ่านและทำเครื่องหมายจนจบเรื่องแล้ว ให้นักเรียนทบทวนว่าข้อความส่วนใดที่ตน เข้าใจและส่วนใดที่ไม่เข้าใจ 3. นักเรียนตรวจสอบข้อความที่ตนไม่เข้าใจ ลองอ่านซ้ำและพยายามหาเหตุที่ไม่เข้าใจพร้อม ทั้งหาวิธีแก้ปัญหา 4. เมื่ออ่านหนังสือนอกเวลาที่เลือกจนจบให้นักเรียนปิดเรื่องที่อ่าน แล้วคิดทบทวนในใจว่า อ่านแล้วเข้าใจอะไรบ้าง ขั้น C (Contemplation) กิจกรรมหลังการอ่าน 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปเนื้อหา วิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินค่าของเรื่อง แล้วทำ ใบงานที่ 2.5 เรื่อง การประเมินค่าหนังสืออ่านนอกเวลา 1. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการประเมินค่าหนังสืออ่านนอกเวลาในใบงาน ที่ 2.5 แล้วให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงความถูกต้องสมบูรณ์ของการนำเสนอของเพื่อนกลุ่มอื่นๆ 3. ตัวแทนนักเรียนเก็บรวบรวมใบงานที่ 2.5 ส่งครู เพื่อตรวจประเมินผล ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนทำรายงานการวิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินค่าจาก บทความที่สนใจ โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2
216 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.2 2) แบบวัดและบันทึกผลการเรียนรู้ ภาษาไทย ม.2 3) เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเลือกอ่านหนังสือและนิสัยรักการอ่าน 4) บทกวีเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง 5) บทความแสดงข้อเท็จจริง 6) ตัวอย่างผังความคิด 7) บทเรียนรายวิชาต่างๆ 8) หนังสืออ่านนอกเวลา 9) ใบงานที่ 2.1 เรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ 10) ใบงานที่ 2.2 เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ 11) ใบงานที่ 2.2 เรื่อง การวิเคราะห์บทความแสดงข้อเท็จจริง 12) ใบงานที่ 2.4 เรื่อง การประเมินค่าบทกวี 13) ใบงานที่ 2.5 เรื่อง การประเมินค่าหนังสืออ่านนอกเวลา 9.2 แหล่งการเรียนรู้ • แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http://kunkrunongkran.wordpress.com/ภาษาไทย-ม-2/การอ่านจับ ใจความ/
217 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด ) แบบประเมินรายงานการวิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินค่าจากบทความที่สนใจ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน 14 - 16 11 - 13 8 - 10 ต่ำกว่า 8 ระดับคุณภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. การสรุปความ และอธิบาย รายละเอียดจาก บทความที่อ่าน สรุปความ และอธิบาย รายละเอียดจาก บทความที่อ่านได้ ถูกต้องตามหลักการ จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบาย รายละเอียดจากบทความ ที่อ่านได้ถูกต้องตาม หลักการ จับใจความ สำคัญเป็นส่วนใหญ่ สรุปความ และอธิบาย รายละเอียดจากบทความ ที่อ่านได้ถูกต้องตาม หลักการ จับใจความ สำคัญเป็นบางส่วน สรุปความ และอธิบาย รายละเอียดจาก บทความที่อ่านไม่ค่อย ถูกต้องตามหลักการ จับใจความสำคัญ 2. การวิเคราะห์และ จำแนกข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุน และข้อคิดเห็น จากบทความ ที่อ่าน วิเคราะห์และจำแนก ข้อเท็จจริง ข้อมูล สนับสนุน และ ข้อคิดเห็นจาก บทความที่อ่านได้ ถูกต้อง ชัดเจน พร้อม ยกตัวอย่างประกอบ วิเคราะห์และจำแนก ข้อเท็จจริง ข้อมูล สนับสนุน และข้อคิดเห็น จากบทความที่อ่านได้ ถูกต้อง ชัดเจนเป็นส่วน ใหญ่ พร้อม ยกตัวอย่าง ประกอบ วิเคราะห์และจำแนก ข้อเท็จจริง ข้อมูล สนับสนุน และข้อคิดเห็น จากบทความที่อ่านได้ ถูกต้อง ชัดเจนเป็น บางส่วน พร้อม ยกตัวอย่างประกอบ วิเคราะห์และจำแนก ข้อเท็จจริง ข้อมูล สนับสนุน และ ข้อคิดเห็นจากบทความ ที่อ่านได้ถูกต้อง แต่ไม่ ยกตัวอย่างประกอบ 3. การระบุข้อสังเกต การชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือ ความ สมเหตุสมผลของ งานเขียน ระบุข้อสังเกตการ ชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือควาสมเหตุสมผล ของงานเขียนได้ ถูกต้องพร้อยกตัวอย่าง ประกอบชัดเจน ระบุข้อสังเกตการ ชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผล ของงานเขียนได้ถูกต้อง ชัดเจนเป็นส่วนใหญ่ พร้อมยกตัวอย่าง ประกอบ ระบุข้อสังเกตการ ชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผล ของงานเขียนได้ถูกต้อง ชัดเจนเป็นบางส่วน พร้อมยกตัวอย่าง ประกอบ ระบุข้อสังเกตการ ชวนเชื่อ การโน้มน้าว หรือความสมเหตุสมผล ของงานเขียนได้ถูกต้อง เล็กน้อย แต่ไม่ ยกตัวอย่างประกอบ 4. การประเมินคุณค่า หรือแนวคิดที่ได้ จากการอ่าน บทความ ประเมินคุณค่า หรือ แนวคิดที่ได้จากการ อ่านบทความได้ ถูกต้อง มีข้อเสนอแนะ ในการนำไปใช้ แก้ปัญหา ประเมินคุณค่า หรือ แนวคิดที่ได้จากการอ่าน บทความได้ถูกต้องเป็น ส่วนใหญ่ มีข้อเสนอแนะในการ นำไปใช้แก้ปัญหา ประเมินคุณค่า หรือ แนวคิดที่ได้จากการอ่าน บทความได้ถูกต้องเป็น บางส่วน มีข้อเสนอแนะในการ นำไปใช้แก้ปัญหา ประเมินคุณค่า หรือ แนวคิดที่ได้จากการ อ่านบทความได้ถูกต้อง แต่ไม่มีข้อเสนอแนะใน การนำไปใช้แก้ปัญหา
218 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจำวัน คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดกล่าวถึงใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้ถูกต้องที่สุด ก. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญเพียงใจความเดียว ข. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญหลายใจความและมีพลความประกอบ ค. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญใจความเดียวและมีพลความประกอบ ง. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญหลายใจความและมีพลความประกอบ 2. เหตุใดจึงกล่าวว่าการอ่านจับใจความสำคัญเป็นพื้นฐานของการอ่าน ก. เพราะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาการอ่าน ข. เพราะสามารถนำไปเป็นต้นแบบของการอ่านที่มีประสิทธิภาพได้ ค. เพราะสามารถนำไปต่อยอดเป็นการวิเคราะห์และประเมินค่าได้ ง. เพราะสามารถนำไปขยายผลเป็นการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนได้ 3. หลักการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญเรียงลำดับอย่างไร ก. อ่าน คิด เขียน เรียบเรียง ข. คิด อ่าน เขียน เรียบเรียง ค. อ่าน คิด เรียบเรียง เขียน ง. คิด เรียบเรียง อ่าน เขียน 4. การเขียนผังความคิดสัมพันธ์กับการอ่านประเภทใดมากที่สุด ก. การอ่านเพื่อวิจารณ์ ข. การอ่านเพื่อประเมินค่า ค. การอ่านเพื่อวิเคราะห์ ง. การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ
219 5. บุคคลใดอ่านเพื่อการวิเคราะห์ได้ถูกต้อง ก. น้อยแยกแยะเรื่องที่อ่านแล้วตีความเรื่องที่อ่าน ข. นิดอ่านทำความเข้าใจเรื่องแล้วพิจารณาเนื้อเรื่องและศิลปะการเขียน ค. หน่อยสรุปความเรื่องที่อ่านพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ในชีวิต ง. หนุ่ยแยกแยะเรื่องที่อ่านแล้วประเมินค่าและให้ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ในชีวิต 6. การที่จะวิเคราะห์ว่า ผู้เขียนเรื่องนี้สื่อความหมายได้ชัดเจนหรือไม่ ให้พิจารณาด้านใด ก. รูปแบบของเรื่อง ข. การใช้สำนวนภาษา ค. ใจความสำคัญของเรื่อง ง. การเรียงลำดับเหตุการณ์ 7. การอ่านเพื่อประเมินค่า มีลักษณะอย่างไร ก. อ่านเพื่อบอกประโยชน์ที่ได้จากงานเขียน ข. อ่านเพื่อบอกข้อดี คุณค่า และข้อบกพร่องของงานเขียน ค. อ่านเพื่อบอกกลวิธีการเขียนแบบอย่างที่ได้จากการเขียน ง. อ่านเพื่อสรุปข้อคิดจากงานเขียนที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตได้ อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 8-10 วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ นิ้วเป็นสายรยางค์ สองเท้าต่างสมอใหญ่ ปากเป็นนายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียง สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง แล่นลัดเลี่ยงข้ามคงคา
220 8. ข้อความนี้มีใจความสำคัญอย่างไร ก. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ข. การแสวงหาความรู้ต้องใช้สติ ค. ร่างกายมนุษย์เปรียบประดุจเรือ ง. อวัยวะทุกส่วนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน 9. สำนวนภาษาที่ใช้ในการเขียนข้อความนี้มีลักษณะอย่างไร ก. ใช้ภาษาแบบแผน ข. ใช้ภาษาง่ายสื่อความหมายชัดเจน ค. ใช้คำยากต้องเปรียบเทียบและตีความ ง. ใช้สำนวนที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจ 10. ผู้เขียนข้อความนี้มีแนวคิดอย่างไร ก. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่หายาก ข. การหาวิชาความรู้ต้องมีความอดทนและมีสติ ค. มีวิชาเหมือนมีร่างกายที่แข็งแรงและสติปัญญาดี ง. ผู้ที่มีความสามารถในการเรียนจะเป็นผู้บังคับเรือได้
221 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การอ่านในชีวิตประจำวัน คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. หลักการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญเรียงลำดับอย่างไร ก. คิด เรียบเรียง อ่าน เขียน ข. อ่าน คิด เรียบเรียง เขียน ค. อ่าน คิด เขียน เรียบเรียง ง. คิด อ่าน เขียน เรียบเรียง 2. ข้อใดกล่าวถึงใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้ถูกต้องที่สุด ก. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญหลายใจความและมีพลความประกอบ ข. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญใจความเดียวและมีพลความประกอบ ค. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญหลายใจความและมีพลความประกอบ ง. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญเพียงใจความเดียว อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 3-5 วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ นิ้วเป็นสายรยางค์ สองเท้าต่างสมอใหญ่ ปากเป็นนายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียง สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง แล่นลัดเลี่ยงข้ามคงคา
222 3. ข้อความนี้มีใจความสำคัญอย่างไร ก. อวัยวะทุกส่วนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ข. ร่างกายมนุษย์เปรียบประดุจเรือ ค. การแสวงหาความรู้ต้องใช้สติ ง. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า 4. สำนวนภาษาที่ใช้ในการเขียนข้อความนี้มีลักษณะอย่างไร ก. ใช้คำยากต้องเปรียบเทียบและตีความ ข. ใช้สำนวนที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจ ค. ใช้ภาษาง่ายสื่อความหมายชัดเจน ง. ใช้ภาษาแบบแผน 5. ผู้เขียนข้อความนี้มีแนวคิดอย่างไร ก. ผู้ที่มีความสามารถในการเรียนเป็นผู้บังคับเรือได้ ข. มีวิชาเหมือนมีร่างกายที่แข็งแรงและสติปัญญาดี ค. การหาวิชาความรู้ต้องมีความอดทนและมีสติ ง. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่หายาก 6. เหตุใดจึงกล่าวว่าการอ่านจับใจความสำคัญเป็นพื้นฐานของการอ่าน ก. เพราะสามารถนำไปขยายผลเป็นการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนได้ ข. เพราะสามารถนำไปต่อยอดเป็นการวิเคราะห์และประเมินค่าได้ ค. เพราะสามารถนำไปเป็นต้นแบบของการอ่านที่มีประสิทธิภาพได้ ง. เพราะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาการอ่าน
223 7. การที่จะวิเคราะห์ว่า ผู้เขียนเรื่องนี้สื่อความหมายได้ชัดเจนหรือไม่ ให้พิจารณาด้านใด ก. การเรียงลำดับเหตุการณ์ ข. ใจความสำคัญของเรื่อง ค. การใช้สำนวนภาษา ง. รูปแบบของเรื่อง 8. การเขียนผังความคิดสัมพันธ์กับการอ่านประเภทใดมากที่สุด ก. การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ ข. การอ่านเพื่อวิเคราะห์ ค. การอ่านเพื่อวิจารณ์ ง. การอ่านเพื่อประเมินค่า 9. บุคคลใดอ่านเพื่อการวิเคราะห์ได้ถูกต้อง ก. หนุ่ยแยกแยะเรื่องที่อ่านแล้วประเมินค่าและให้ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ในชีวิต ข. หน่อยสรุปความเรื่องที่อ่านพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ในชีวิต ค. นิดอ่านทำความเข้าใจเรื่องแล้วพิจารณาเนื้อเรื่องและศิลปะการเขียน ง. น้อยแยกแยะเรื่องที่อ่านแล้วตีความเรื่องที่อ่าน 10. การอ่านเพื่อประเมินค่า มีลักษณะอย่างไร ก. อ่านเพื่อสรุปข้อคิดจากงานเขียนที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตได้ ข. อ่านเพื่อบอกกลวิธีการเขียนแบบอย่างที่ได้จากการเขียน ค. อ่านเพื่อบอกข้อดี คุณค่า และข้อบกพร่องของงานเขียน ง. อ่านเพื่อบอกประโยชน์ที่ได้จากงานเขียน
224 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 รหัสวิชา ท 22101 รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การอ่านในชีวิตประจำวัน เวลา 10 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ เวลา 2 ชั่วโมง ชื่อผู้สอน นางสาวสุวิชาดา รักศิลป์ สอนวันที่ ……… เดือน ……… พ.ศ. ……… _____________________________________________________________________ 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การอ่านจับใจความสำคัญจากสื่อต่าง ๆ ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องหลักการอ่าน จับใจความสำคัญ 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2.1 มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไป ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน 2.2 ตัวชี้วัด ท 1.1 ม.2/2 จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่อง ที่อ่าน
225 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถบอกหลักการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 1. นักเรียนสามารถจับใจความสำคัญจากบทความได้ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude : A) 1. นักเรียนมีมารยาทในการอ่าน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง • การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่น - บทความ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 1. ทักษะการเชื่อมโยง 2. ทักษะการสรุปย่อ 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. รักความเป็นไทย
226 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่2 ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ 1. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องการจับใจความสำคัญ เพื่อทบทวนความรู้ที่นักเรียนเคยเรียนมาแล้ว 2. ครูให้นักเรียนเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ 3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด การจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่าน มีความจำเป็นในการเรียนอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ : 1. หนังสือเรียน หลักภาษาฯ ม.2 2. แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยเรียงตามลำดับเลขที่ แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่องการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญจากหนังสือเรียนและแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ สื่อการเรียนรู้ : ใบงานที่ 2.1 1. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันอธิบายความรู้ที่ได้ศึกษามาเพื่อทำความเข้าใจเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ 2.2 เรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ เมื่อทำเสร็จแล้วให้นำส่งครูตรวจ 3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
227 คำถามกระตุ้นความคิด การสร้างพื้นฐานการอ่านที่ดี นักเรียนควรปฏิบัติอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ สื่อการเรียนรู้ : ใบงานที่ 2.2 1. ครูให้นักเรียนค้นคว้าบทความที่นักเรียนสนใจ คนละ 1 เรื่อง แล้วมานำเสนอให้เพื่อนใน กลุ่มฟัง โดยให้เจ้าของบทความชี้แนะถึงคุณประโยชน์และความน่าสนใจของบทความที่เลือกมา 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มคัดเลือกบทความที่สมาชิกนำเสนอเพื่อนำมาประกอบการทำ ใบงานที่ 2.2 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ 2.2 เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ 4. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด • นักเรียนคิดว่า บทความที่น่าสนใจควรมีลักษณะอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล สื่อการเรียนรู้ : ใบงานที่ 2.2 1. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการจับใจความสำคัญจากบทความใน ใบงานที่ 2.2 หน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบความถูกต้อง รวมถึงการให้คำแนะนำในการพัฒนางาน
228 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.2 2. ใบงานที่ 2.1 เรื่อง การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ 3. ใบงานที่ 2.2 เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ • แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http://kunkrunongkran.wordpress.com/ภาษาไทย-ม-2/การอ่านจับใจความ 9. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 (ประเมินตามสภาพจริง) ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานที่ 2.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.2 ใบงานที่ 2.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และ รักความเป็นไทย แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
229 ใบงานที่2.1 การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ มีลักษณะอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………………………………… 2. การอ่านจับใจความสำคัญ มีความสำคัญอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………………………………… 3. นักเรียนสามารถนำเรื่องการอ่านจับใจความสำคัญไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาวิชาต่าง ๆ ได้อย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………………………………… 4. การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ มีหลักการอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………….……………………………………………………………………………………………………………………… 5. นักเรียนคิดว่า หลักการอ่านจับใจความสำคัญมีความสัมพันธ์กับการอ่าน คิดวิเคราะห์และ เขียนอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………….………………………………………………………………………………………………………………………
230 เฉลย ใบงานที่2.1 การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ มีลักษณะอย่างไร การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญเป็นการอ่านเพื่อค้นหาสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน ซึ่งผู้เขียน ต้องการสื่อ โดยในย่อหน้าหนึ่งจะมีใจความสำคัญเพียงใจความเดียว นอกจากนั้นจะเป็นพลความหรือส่วนประกอบ ผู้อ่านต้อง พิจารณาทั้งสองประเด็นเพื่อให้จับใจความสำคัญได้เร็วขึ้น 2. การอ่านจับใจความสำคัญ มีความสำคัญอย่างไร การอ่านจับใจความสำคัญ มีความสำคัญดังนี้ 1. เป็นพื้นฐานของการอ่าน สามารถนำไปต่อยอดเป็นการวิเคราะห์และประเมินค่าเรื่องที่อ่าน เพราะการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ ช่วยให้ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า เป็นเรื่องของใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร 2. เป็นการรับทราบข้อมูลในระยะเวลาสั้น เพราะการอ่านจับใจความสำคัญเป็นการอ่านอย่าง คร่าว ๆ เพื่อค้นหาเพียงใจความสำคัญที่สุด ผู้อ่านจึงใช้เวลาในการอ่านสั้น และรับสารได้ตรงประเด็น 3. เป็นการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน การอ่านจับใจความสำคัญทำให้ทราบความคิดและ ความรู้ที่ผู้เขียนถ่ายทอด เมื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินค่าสารนั้นแล้ว ก็สามารถเลือกสรรสิ่งที่มี ประโยชน์มาใช้ในชีวิตประจำวันได้ 3. นักเรียนสามารถนำเรื่องการอ่านจับใจความสำคัญไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาวิชาต่างๆ ได้อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 4. การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ มีหลักการอย่างไร การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ มีหลักการดังนี้ 1. อ่านทำความเข้าใจเนื้อหา จับใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า 2. คิด คิดตั้งคำถามว่าอะไรเป็นจุดสำคัญหรือใจความสำคัญของเรื่อง 3. เขียน ร่างข้อความที่ได้อ่านโดยสรุปไว้เป็นตอนๆ 4. เรียบเรียง นำข้อความที่สรุปไว้มาเรียบเรียงให้เป็นข้อความ โดยใช้ภาษาของตนเอง 5. นักเรียนคิดว่า หลักการอ่านจับใจความสำคัญมีความสัมพันธ์กับการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
231 ใบงานที่2.2 การอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ คำชี้แจง : ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มคัดเลือกบทความ 1 เรื่อง นำมาติดลงในกรอบ แล้วจับใจความสำคัญ (ติดบทความ)
232 จากบทความเรื่อง …………………………………………………………………… สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้ 1. จับใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า ย่อหน้าที่ 1 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………… ย่อหน้าที่ 2 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………..……………………………………………………………………………………………………………………. ย่อหน้าที่ 3 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………… ย่อหน้าที่ 4 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………… 2. เขียนเรียบเรียงใหม่ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………..……………………………………………………………………………………………………………………
233 เฉลย ใบงานที่2.2 การอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ คำชี้แจง : ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มคัดเลือกบทความ 1 เรื่อง นำมาติดลงในกรอบ แล้วจับใจความสำคัญ (ติดบทความ)
234 จากบทความเรื่อง …………………………………………………………………… สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้ 1. จับใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า ย่อหน้าที่ 1 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………… ย่อหน้าที่ 2 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………..……………………………………………………………………………………………………………………. ย่อหน้าที่ 3 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………… ย่อหน้าที่ 4 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………… 2. เขียนเรียบเรียงใหม่ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………..…………………………………………………………………………………………………………………… (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
235 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงใน ช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ 5 วิธีการนำเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง
236 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ความ ร่วมมือกัน ทำกิจกรรม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น ความตั้งใจ ทำงาน การแก้ไข ปัญหา/หรือ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง
237 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงใน ช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบาย ความหมายของ เพลงชาติ 1.2 ปฏิบัติตนตามสิทธิและหน้าที่ของนักเรียน 1.3 ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำงานกับสมาชิกในโรงเรียน 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่สร้างความ สามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน 1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของ ศาสนา 1.6 เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะทำความผิด ทำ ตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู 2.3 ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง 3. มีวินัยรับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแล อย่างดี 5.3 ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล 5.4 ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อ ผู้อื่นกระทำผิดพลาด
238 ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบน พื้นฐานของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร 5.6 รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 6. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ และแบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่น 8.3 ดูแล รักษาทรัพย์สมบัติของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน 8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 191 - 108 ดีมาก 73 - 90 ดี 45 - 72 พอใช้ ต่ำกว่า 54 ปรับปรุง
239 แบบบันทึกหลังแผนการสอน • ผลการเรียนรู้ (เก่ง ดี มีสุข) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… • ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… • ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ....................................................ผู้บันทึก ลงชื่อ....................................................ผู้ตรวจ (นางสาวสุวิชาดา รักศิลป์) (นางสาวฐานิดา โสดาจันทร์) ครูผู้สอน ครูพี่เลี้ยง ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย • ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………..ผู้ตรวจ (นางสาวกัลฐ์คนางค์ เชื้อแก้วจินดา) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์)
240 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 รหัสวิชา ท 22101 รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การอ่านในชีวิตประจำวัน เวลา 10 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การเขียนผังความคิด เวลา 2 ชั่วโมง ชื่อผู้สอน นางสาวสุวิชาดา รักศิลป์ สอนวันที่ ……… เดือน ……… พ.ศ. ……… _____________________________________________________________________ 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเขียนผังความคิดต้องจับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ได้ 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2.1 มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไป ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ๒.๒ ตัวชี้วัด ท 1.1 ม.2/2 จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ท 1.1 ม.2/3 เขียนผังความคิดเพื่อแสดงความเข้าใจในบทเรียนต่าง ๆ ที่อ่าน
241 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถบอกหลักการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 1. นักเรียนสามารถเขียนผังความคิดเพื่อแสดงความเข้าใจในเรื่องที่อ่านได้ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude : A) 1. นักเรียนมีมารยาทในการอ่าน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง • การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ 4.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการคิด 1. ทักษะการเชื่อมโยง 2. ทักษะการสรุปย่อ 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. รักความเป็นไทย