The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ครุนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suwichada Raksin, 2023-02-28 00:49:12

ครุนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์

ครุนิพนธ์ฉบับสมบูรณ์

142 องค์ประกอบของเรื่องสั้น 1. การเปิดเรื่อง เรื่องสั้นไม่ควรเปิดเรื่องให้อืดอาดยืดยาว เช่น เปิดเรื่องด้วยการบรรยาย เช่น เรื่อง มอม ให้พระเอกกับนางเอกขับรถชนกันโดยการพรรณนาฉากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ 2. การดำเนินเรื่อง ให้ เนื่องตามโครงเรื่องที่วางไว้ เช่น 2.1 ดำเนินเรื่องตามเหตุการณ์ก่อนหลัง 2.2 ดำเนินเรื่องโดยการเอาเหตุการณ์ตอนท้ายขึ้นก่อน 2.3 ดำเนินเรื่อง โดยเล่าย้อนไปย้อนมา ดำเนินเรื่องไปจนถึงจุดไคลแมกซ์ของเรื่อง (Climax) คือจุดสุดยอดของเรื่อง เป็นจุดคลี่คลายปมปัญหา หรือจุดที่ตอบข้อสงสัยของผู้อ่าน นั้นเอง เช่น ทำไมต้องรีบเผาศพในวันที่ตาย ฯลฯ วิธีการบรรยายในการดำเนินเรื่อง 1. ผู้แต่งเป็นผู้นำเรื่องมาเล่าต่อ 2. ผู้แต่งเล่าเรื่องโดยประสบเหตุเอง 3. ผู้แต่งเป็นผู้บรรยายเรื่องทั้งหมด 4. การปิดเรื่อง เป็นตอนที่สำคัญที่สุดเพราะผู้อ่านต้องการทราบว่าเรื่องจะจบลงอย่างไร เช่น 4.1 จบแบบสุขนาฏกรรม คือ จบลงด้วยความสำเร็จ สมหวัง 4.2 จบแบบหักมุม แบบที่ผู้อ่านคาดไม่ถึง 4.3 จบแบบโศกนาฏกรรม เช่น พระเอก หรือนางเอกตาย 4.4 จบแบบเป็นจริงในชีวิต เช่น จบแบบฝากปัญหาให้ผู้อ่านไปขบคิด


143 ชนิดของเรื่องสั้น เรื่องสั้นแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่ 1. เรื่องสั้นประเภทแสดงแนวคิด (Theme Story) คือ ผู้เขียนมีอุดมคติหรือ ต้องการ ชี้ให้ผู้อ่านเห็นความจริงอย่างใดอย่างหนึ่งของชีวิต 2. เรื่องสั้นประเภทผูกเรื่อง (Plot Story) เรื่องสั้นประเภทนี้มีโครงเรื่องซับซ้อน น่าฉงน และ จบชนิดที่ผู้อ่านคาดคิดไม่ถึง หรือนึกไม่ถึงว่าจะจบแบบนั้น 3. เรื่องสั้นประเภทที่เพ่งเล็งจะแสดงลักษณะของตัวละคร (Character Story) เป็น เรื่องสั้น ประเภทที่ผู้เขียนถือดังละครเป็นใหญ่ และต้องการจะเสนอลักษณะอย่างหนึ่งของ คนเป็นสำคัญ 4. เรื่องสั้นประเภทที่ถือฉากเป็นสำคัญ (Atmosphere Story) เป็นการเขียน บรรยายสถานที่ แห่งหนึ่งซึ่งมีลักษณะที่ทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิดไปตามพฤติกรรมและตัว ละครมี อุดมคติหรือต้องการชี้ให้เห็นความจริงอย่างหนึ่งของชีวิต หลักการจับใจความสำคัญจากเรื่องสั้น 1. ตั้งจุดมุ่งหมายในการอ่านให้ชัดเจน 2. อ่านเรื่องราวอย่างคร่าวๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า 3. เมื่ออ่านจบให้ตั้งคําถามตนเองว่า เรื่องที่อ่าน มีใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร 4. นำสิ่งที่สรุปได้มาเรียบเรียงใจความสำคัญใหม่ด้วยสำนวนของตนเองเพื่อให้เกิดความ สละสลวย


144 เรื่องสั้นสำหรับการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ “ยกตัวเองขึ้นโดยไม่ลดคนอื่นลง” อาจารย์คนหนึ่งชวนลูกศิษย์เดินเล่นที่ชายหาด เดินไปได้ซักพักอาจารย์ได้เริ่มสอนลูกศิษย์ ด้วยการใช้ไม้เท้าขีดเส้นสองเส้นลงไปบนผืนทราย เป็นเส้นคู่ขนาน ยาว 5 ฟุต และ 3 ฟุต ตามลำดับ จากนั้นอาจารย์ได้ถามขึ้นว่า “เธอสามารถทำให้เส้น 3 ฟุต ยาวกว่าเส้น 5 ฟุต ให้หรือเปล่า ไหนลองทำให้ดูหน่อยสิ” ลูกศิษย์หยุดคิดครู่หนึ่ง แล้วก็ลบรอยเส้นที่ยาว 5 ฟุตนั้นให้สั้นลงเหลือเพียง 1 ฟุต ทำให้เส้น 3 ฟุต โดดเด่นขึ้นมา แล้วศิษย์ก็ถามอาจารย์ และขอความเห็นว่า “แบบนี้ถูกหรือเปล่าครับ” อาจารย์ เขกกบาลลูกศิษย์เบา ๆ แล้วบอกว่า “เหยียบหัวคนอื่นเพื่อให้ตัวเองอยู่สูงขึ้น คนที่จะยกตนเองให้ สูงขึ้น โดยการทำร้ายคู่แข่งนั้น ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องถ้าเลือกใช้วิธีนี้ ชีวิตเธอก็มีแต่จะล้มเหลวไม่พัฒนา ทางที่ดีควรเลือกวิธีที่จะยกตัวเองขึ้นโดยไม่ไปลดคนอื่นลง” แล้วอาจารย์ก็ขีดเส้น 2 เส้นให้เท่าเดิม คือ 3 ฟุต และ 5 ฟุต จากนั้นอาจารย์ก็สาธิตให้ดูด้วย การขีดเส้น 3 ฟุตให้ยาวขึ้นเป็น 10 ฟุต แล้วพูดว่า "จงอย่าคิดว่าคู่แข่งของเธอคือศัตรู แต่ให้คิดว่าเป็น ครูของเธอ ที่เธอจะต้องพัฒนาตนเองให้เทียบเท่าหรือดีกว่า ที่จะทำให้เธอได้ก้าวไป ข้างหน้าอย่างสง่า งามคนที่พยายามจะเลื่อนตัวเองขึ้นไป โดยการฆ่าน้อง ฟ้องนาย และขายเพื่อน ถึงแม้จะทำให้สำเร็จ แต่นั่นก็เป็นความสำเร็จที่ปราศจากเกียรติคุณ ไม่อาจเอ่ยอ้างได้อย่างเต็มภาคภูมิ” การเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยวิธีที่ไม่ชอบธรรม กับการเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยปล่อยให้คนอื่นได้ ก้าวไปตามวิถีทางของเขาอย่างเสรีนั้น ย่อมมีผลลัพธ์ที่ต่างกัน หากไร้คู่แข่งแล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเองมีศักยภาพในการทำงานขนาดไหน ไม่มีอัปลักษณ์ก็ไม่รู้จักสวยงาม นักสู้ที่ดีมักชื่นชมคู่ต่อสู้ ที่เข้มแข้ง เพราะคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอ จะทำให้ชัยชนะของเขาไม่ยั่งยืนยง ดังนั้นเมื่อได้พบกับคู่แข่งที่แกร่ง และฉลาดล้ำ ก็ยิ่งทำให้เรารู้จักขยับตัวเองขึ้นไปให้สูงส่งยิ่งขึ้น การเลื่อนตัวเองขึ้นพร้อมกับลดคนอื่น ลง เธออาจจะชนะ แต่ก็มีศัตรูตามมาด้วย แต่การเลื่อนตัวเองขึ้นโดยไม่ไปลดคนอื่นลงเธออาจเป็น ผู้ชนะ พร้อมกับยังมีเพื่อนแท้เพิ่มขึ้น และหนึ่งในนั้นอาจเป็นคู่แข่งของเธอเองด้วย


145 แบบบันทึก KWL – Chart เรื่อง “ยกตัวเองขึ้นโดยไม่ลดคนอื่นลง” K รู้เรื่องอะไรบ้างเกี่ยวกับ “ยกตัวเองขึ้นโดยไม่ลดคนอื่นลง” ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... W ต้องการรู้อะไรอีกบ้างเกี่ยวกับ “ยกตัวเองขึ้นโดยไม่ลดคนอื่นลง” ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... L อ่านแล้วรู้อะไรอีกบ้างเกี่ยวกับ “ยกตัวเองขึ้นโดยไม่ลดคนอื่นลง” ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... ......................................................................................................................................................


146 แผนภาพความคิดเรื่อง “ยกตัวเองขึ้นโดยไม่ลดคนอื่นลง” ชื่อ ...................................................นามสกุล ..........................................ชั้น.......... เลขที่ ..........


147 สรุปใจความสำคัญเรื่อง “ยกตัวเองขึ้นโดยไม่ลดคนอื่นลง” ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................... ...................................................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................... ............................................................................................................................. ...................... ............................................................................................................................. ...................... ...................................................................................................................................................


148 แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ความตั้งใจ ในการทำงาน ความ รับผิดชอบ การตรงต่อ เวลา ตอบคำถาม และแสดง เหตุผล ผลสำเร็จ ของงาน รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18- 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง


149 แบบประเมินการอ่านจับใจความโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้KWL Plus คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล จําแนก ใจความหลัก/ ใจความรอง ลำดับ ความสัมพันธ์ ในเรื่อง เข้าใจเนื้อหา ภายในเรื่อง ได้อย่าง ถูกต้อง แยกพิจารณา ในส่วนต่างๆ ตอบคำถาม และแสดง เหตุผล รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ......................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18- 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง


150 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงใน ช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมายของ เพลงชาติ 1.2 ปฏิบัติตนตามสิทธิและหน้าที่ของนักเรียน 1.3 ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำงานกับสมาชิกในโรงเรียน 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน 1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา 1.6 เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะทำความผิด ทำตามสัญญาที่ ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู 2.3 ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่าง พอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี 5.3 ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล 5.4 ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่นกระทำ ผิดพลาด


151 คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐานของ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร 5.6 รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับและ ปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 6. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ และแบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่น 8.3 ดูแล รักษาทรัพย์สมบัติของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน 8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 191 - 108 ดีมาก 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ำกว่า 54 ปรับปรุง


152 แบบบันทึกหลังแผนการสอน • ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… • ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… • ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ....................................................ผู้บันทึก ลงชื่อ....................................................ผู้ตรวจ (นางสาวสุวิชาดา รักศิลป์) (นางสาวฐานิดา โสดาจันทร์) ครูผู้สอน ครูพี่เลี้ยง ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย • ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………..ผู้ตรวจ (นางสาวกัลฐ์คนางค์ เชื้อแก้วจินดา) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์)


153 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 รหัสวิชา ท 22101 รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การอ่านในชีวิตประจำวัน เวลา 9 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การทดสอบหลังเรียนการอ่านจับใจความสำคัญ เวลา 1 ชั่วโมง ชื่อผู้สอน นางสาวสุวิชาดา รักศิลป์ สอนวันที่ ……… เดือน ……… พ.ศ. ……… _____________________________________________________________________ 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การทดสอบหลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความประเภทต่าง ๆ คือ การทดสอบที่สร้างขึ้นเพื่อ ใช้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อวัดผล และประเมินผล ตลอดระยะเวลาที่เรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ การ ทดสอบหลังเรียนเกี่ยวกับการจับใจความประเภทต่าง ๆ จึงเป็นการทดสอบที่ดูพัฒนาการของผู้เรียน เรียนในด้านทักษะ การอ่านจับใจความสำคัญ จากนิทาน บทความ และเรื่องสั้น เพื่อประเมิน ความสามารถด้านการอ่านจับใจความสำคัญของผู้เรียน และปรับปรุงพัฒนาความสามารถด้านการ อ่านให้ดียิ่งขึ้น 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2.1 มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไป ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน 2.2 ตัวชี้วัด ท 1.1 ม.1/2 จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน


154 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge : K) 1. นักเรียนสามารถบอกหลักการอ่านจับใจความสําคัญจากนิทาน บทความ และ เรื่องสั้นได้ถูกต้อง ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process : P) 1. นักเรียนสามารถทำแบบทดสอบหลังเรียนจากการจับใจความสำคัญได้ถูกต้อง ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude : A) 1. นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 4. ทักษะ/กระบวนการสอน 1. กระบวนการอ่าน 5. สาระการเรียนรู้ 5.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง 1. การจับใจความสำคัญจากนิทาน บทความ และเรื่องสั้น 2. ทดสอบหลังเรียน 5.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 6.1 ความสามารถในการสื่อสาร 6.2 ความสามารถในการคิด 1. ทักษะการเชื่อมโยง 2. ทักษะการสรุปย่อ 6.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต


155 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. รักความเป็นไทย 8. กระบวนการจัดการเรียนรู้/กิจกรรมการเรียนรู้(ขั้นนํา – ขั้นสอน - ขั้นสรุป) ขั้นนํา 1. ครูชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้การทดสอบการอ่านจับใจความสำคัญประเภทต่าง ๆ ดังนี้ 1.1 เพื่อฝึกทักษะการอ่านจับใจความจากนิทาน บทความ และเรื่องสั้น 1.2 สรุปสาระสำคัญจากการอ่านจับใจความจากนิทาน บทความ และเรื่องสั้นได้ ขั้นสอน 1. ครูทบทวนการอ่านจับใจความสำคัญประเภทต่าง ๆ ให้กับนักเรียน 2. นักเรียนร่วมกันตอบคําถามเกี่ยวกับการอ่านจับใจความประเภทต่าง ๆ 3. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ซึ่งรวมเนื้อหา นิทาน บทความ และเรื่องสั้น จำนวน 20 ข้อ ขั้นสรุป ครูและนักเรียนสรุปความรู้เรื่องการอ่านจับใจความ พร้อมเสนอแนะเนื้อหาบางส่วนให้กับ นักเรียน ได้แก้ไขปรับปรุง 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ -แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญประเภทต่าง ๆ


156 10. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญประเภทต่าง ๆ แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญประเภทต่าง ๆ (ประเมินตามสภาพจริง) สังเกตพฤติกรรมนักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน และรักความเป็นไทย แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


157 แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ความตั้งใจ ในการทำงาน ความ รับผิดชอบ การตรงต่อ เวลา ตอบคำถาม และแสดง เหตุผล ผลสำเร็จ ของงาน รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18- 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง


158 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงใน ช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมายของ เพลงชาติ 1.2 ปฏิบัติตนตามสิทธิและหน้าที่ของนักเรียน 1.3 ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำงานกับสมาชิกในโรงเรียน 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน 1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา 1.6 เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะทำความผิด ทำตามสัญญาที่ ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู 2.3 ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว และโรงเรียน ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่าง พอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี 5.3 ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล 5.4 ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่นกระทำ ผิดพลาด


159 คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐานของ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร 5.6 รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับและ ปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 6. มุ่งมั่นในการ ทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ และแบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่น 8.3 ดูแล รักษาทรัพย์สมบัติของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน 8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ลงชื่อ....................................................ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 191 - 108 ดีมาก 73 - 90 ดี 54 - 72 พอใช้ ต่ำกว่า 54 ปรับปรุง


160 แบบบันทึกหลังแผนการสอน • ผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… • ปัญหา/อุปสรรค ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… • ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ....................................................ผู้บันทึก ลงชื่อ....................................................ผู้ตรวจ (นางสาวสุวิชาดา รักศิลป์) (นางสาวฐานิดา โสดาจันทร์) ครูผู้สอน ครูพี่เลี้ยง ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย • ข้อเสนอแนะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………..ผู้ตรวจ (นางสาวกัลฐ์คนางค์ เชื้อแก้วจินดา) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์)


161 แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ คำอธิบาย แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ เป็นแบบทดสอบเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ ในการอ่านจับใจความสำคัญ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์) จำนวน 20 ข้อ คะแนนเต็ม 20 คะแนน เวลา 1 ชั่วโมง คำชี้แจง ข้อสอบฉบับนี้เป็นแบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก มีทั้งหมด 20 ข้อ ให้นักเรียนเลือกคำตอบ ที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ข้อใดคือสาระสำคัญของการอ่านจับใจความสำคัญ ก. อ่านเพื่อความรู้ ข. อ่านเพื่อความบันเทิง ค. อ่านเพื่อหาสาระสำคัญของเรื่อง ง. อ่านเพื่อค้นหาแนวทางในการดำเนินชีวิต 2. ประโยคใจความสำคัญ หมายถึงอะไร ก. ประโยคตอนต้นของเรื่อง ข. ประโยคตอนท้ายของเรื่อ ค. ประโยคบอกที่มาของเรื่อง ง. ประโยคที่สรุปเรื่องนั้นไว้ทั้งหมด 3. หลักการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญเรียงลำดับอย่างไร ก. อ่าน คิด เขียน เรียบเรียง ข. คิด อ่าน เขียน เรียบเรียง ค. อ่าน คิด เรียบเรียง เขียน ง. คิด เรียบเรียง อ่าน เขียน


162 4. เหตุใดจึงกล่าวว่าการอ่านจับใจความสำคัญเป็นพื้นฐานของการอ่าน ก. เพราะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาการอ่าน ข. เพราะสามารถนำไปเป็นต้นแบบของการอ่านที่มีประสิทธิภาพได้ ค. เพราะสามารถนำไปต่อยอดเป็นการวิเคราะห์และประเมินค่าได้ ง. เพราะสามารถนำไปขยายผลเป็นการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนได้ 5. ข้อใดกล่าวถึงใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้ถูกต้องที่สุด ก. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญเพียงใจความเดียว ข. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญหลายใจความและมีพลความประกอบ ค. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญใจความเดียวและมีพลความประกอบ ง. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญหลายใจความและมีพลความประกอบ 6. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของการอ่านจับใจความสำคัญ ก. เมื่ออ่านแล้วสรุปหรือย่อเรื่องได้ ข. เมื่ออ่านแล้วสามารถจำคําประพันธ์ชนิดต่าง ๆ ได้ ค. เมื่ออ่านแล้วสามารถปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนําได้ ง. เมื่ออ่านแล้วสามารถคาดการณ์และหาความจริงแสดงข้อคิดเห็น 7. “แม่ค้าซื้อผลไม้จากชาวสวนมาขายที่ตลาด เขาซื้อมามาก ๆ เอาใส่รถหรือเรือมาขาย ให้กับเรา” ใจความสำคัญคือข้อใด ก. แม่ค้า ข. ใส่รถหรือเรือ ค. เขาซื้อมามาก ๆ เอาใส่รถหรือเรือ ง. แม่ค้าซื้อผลไม้จากชาวสวนมาขายที่ตลาด


163 8. “ชีวิตก็เหมือนท้องฟ้า บางครั้งก็แจ่มใสบางครั้งก็มืดครึ้ม บางครั้งก็เหน็บหนาว อย่ากังวลอย่า ท้อกับอุปสรรค” ข้อใดคือใจความหลักของข้อความข้างต้น ก. ชีวิตมีสองด้าน ข. สู้กับปัญหา ค. ยอมรับภัยที่เกิดขึ้น ง. ความสุขเป็นสิ่งไม่จีรัง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคําถามข้อ 9 “พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นโดยยาก เผยแผ่ไปโดยยากและเหลือมาจนกระทั่ง ทุกวันนี้ก็โดยยาก ทำนองเดียวกันกับเพชรอันล้ำค่า ซึ่งย่อมเกิดขึ้นโดยยาก ค้นหาได้ โดยยาก เจียระไนได้โดยยากซื้อ ขายกันได้โดยยาก แม้การเก็บรักษา การทนุถนอมก็ยังยาก เพชรจึงมีราคาแพงกว่าวัตถุทั้งหลาย” 9. ข้อใดคือใจความสำคัญของข้อความข้างต้น ก. เพชรมีค่าควรแก่การครอบครอง ข. เพชรเกิดโดยยากแต่แพร่หลายได้ง่าย ค. พุทธศาสนามีค่าควรยกย่องและเทิดทูน ง. พุทธศาสนาเกิดโดยยากและเผยแผ่ไปโดยยาก ให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้แล้วตอบคําถามข้อ 10-11 วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ นิ้วเป็นสายรยางค์ สองเท้าต่างสมอใหญ่ ปากเป็นนายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียง สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง แล่นลัดเลี่ยงข้ามคงคา


164 10. บทร้อยกรองข้างต้นมีใจความสำคัญอย่างไร ก. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ข. การแสวงหาความรู้ต้องใช้สติ ค. ร่างกายมนุษย์เปรียบประดุจเรือ ง. อวัยวะทุกส่วนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน 11. ผู้เขียนข้อความนี้มีแนวคิดอย่างไร ก. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่หายาก ข. การหาวิชาความรู้ต้องมีความอดทนและมีสติ ค. มีวิชาเหมือนมีร่างกายที่แข็งแรงและสติปัญญาดี ง. ผู้ที่มีความสามารถในการเรียนจะเป็นผู้บังคับเรือได้ ให้นักเรียนอ่านนิทานต่อไปนี้แล้วตอบคําถามข้อ 12 – 14 ลาตัวหนึ่งบรรทุกเกลือเต็มหลังมาจากริมทะเล ระหว่างทางกลับบ้านต้องข้ามลำธาร บังเอิญ ลาลื่นจนล้มลง เกลือก็ละลายไปกับน้ำเสียมาก เมื่อเดินทางต่อไปมันจึงรู้ว่าเบาหลังและสบายดี ครั้ง ต่อไปเมื่อเจ้านายไป ซื้อเกลือที่ริมทะเลอีก ลาก็แกล้งลื่นในลำธารอีกเพื่อจะได้ไม่ต้องแบกเกลือหนัก ๆ กลับบ้าน เจ้านายของลารู้ทันอุบาย จึงได้พาลาไปซื้อฟองน้ำและบรรทุกใส่หลังลา แม้จะรู้สึกว่าไม่ หนักมาก แต่ลาก็ยังแกล้งล้มในลำธาร เช่นเดิมอีก คราวนี้น้ำจึงซึมเข้าไปเต็มเนื้อฟองน้ำจนชุ่มโชก ลา จึงต้องบรรทุกของที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว จาก หนังสือนิทานอีสปร้อยเรื่อง 12. ลาตัวเบาขึ้นเพราะเหตุใด ก. เกลือหล่นหายตามทาง ข. เกลือละลายไปกับน้ำ ค. เจ้านายเอาเกลือไปขาย ง. เกลือถูกน้ำฝนละลายเกือบหมด


165 13. เจ้านายจัดการกับลาอย่างไร ก. ให้แบกเกลือมากกว่าเดิม ข. เอาเกลือปนกับหินให้ลาแบก ค. ใส่ฟองน้ำให้ลาแบก ง. ใส่ฟองน้ำเปียกชุ่มให้ลาแบก 14. นิทานเรื่องนี้สอนว่าอย่างไร ก. ต้องซื่อตรงต่อหน้าที่ ข. รู้จักเอาตัวรอดเป็นยอดดี ค. หนักเอาเบาสู้ ง. หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ให้นักเรียนอ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคําถามข้อ 15 – 16 แคลเซียมช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกพรุน การเพิ่มแคลเซียม ให้แก่ร่างกายจึงนับว่าเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง อาหารพื้น ๆ ทั้งน้ำนม ขนมจีนน้ำยา กุ้งแห้ง กะปิ ผักใบเขียว ปลาตัวเล็กที่กินได้ ทั้งตัว หรือเต้าหู้เหลือง ล้วนเป็นอาหารที่สูงด้วยแคลเซียมทั้งสิ้น 15. ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความข้างต้น ก. อาหารพื้น ๆ มีแต่แคลเซียม ข. แคลเซียมป้องกันโรคกระดูกพรุน ค. เราต้องกินอาหารพื้น ๆ เป็นประจำ ง. เราจำเป็นต้องเพิ่มแคลเซียมให้ร่างกาย


166 16 . คําว่า “อาหารพื้น ๆ” มีความหมายว่าอย่างไร ก. อาหารพื้นเมือง ข. อาหารประจำวัน ค. อาหารที่มีแคลเซียม ง. อาหารที่หาซื้อได้ง่าย อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 17 – 18 คนตาบอดสีจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบขับขี่ยานพาหนะในครอบครอง เนื่องจากอาการบอดสี ของตาเป็นอุปสรรคสำหรับการบอกสัญญาณไฟจราจรบนท้องถนน (ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ. (9 ธันวาคม 2554). ตาบอดสี) 17. ข้อความใดเป็นใจความสำคัญ ก. คนตาบอดสีขับรถ ข. คนตาบอดสีกับใบขับขี่ ค. คนตาบอดสีจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบขับขี่ ง. อาการบอดสีของตาเป็นอุปสรรคสำหรับการบอกสัญญาณไฟจราจรบนท้องถนน 18. ข้อความใดเป็นพลความ ก. คนตาบอดสีกับใบขับขี่ ข. คนตาบอดสีกับสัญญาณไฟ ค. คนตาบอดสีจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบขับขี่ ง. เนื่องจากอาการบอดสีของตาเป็นอุปสรรคสำหรับการบอกสัญญาณไฟจราจร


167 อ่านเรื่องสั้นต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 19 - 20 “ยิ่งกว่าน้ำใจ คืนนั้นฝนตก อากาศหนาวเย็นเหลือเกิน ขณะที่ดิฉันกำลังยืนรอรถประจำทาง อยู่คนเดียว รถประจำทาง คันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดตรงป้ายที่ดิฉันยืนอยู่หญิงชราคนหนึ่งค่อย ๆ ตะเกียกตะกายลงจากรถ แล้วเดินตรงมา ทางที่ดิฉันยืนอยู่อย่างเชื่องช้า "แม่หนูรถประจำทางคัน ต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่จ๊ะ?” หญิงชราผู้นั้นถามดิฉัน ดิฉันจึงถามแกว่า "แล้วคุณยายจะไปรถสายไหน ล่ะคะ ?” พอแกบอก ดิฉันก็อุทาน เสียงดังลั่น "อ้าว ! ก็คุณยายเพิ่งลงมาจากรถคันนั้นเมื่อกี้นี้เอง นี่คะ” "เอ้อ" หญิงชราตอบตะกุกตะกักอย่างอาย ๆ “คือว่า...บนรถคันเมื่อกี้นี้ มีชายหนุ่มพิการคนหนึ่ง ขึ้นมา แต่ไม่มีใครลุกให้เขานั่งเลย ยายรู้ว่าถ้าคนแก่ ๆ อย่างยายลุกให้เขานั่ง เขาคงจะอายแน่ ๆ ยาย เลยทำเป็นว่าจะลงเสียที่นี่ พอยายกดกริ่งให้รถจอด เขาก็เดินมานั่งตรงที่ยายได้โดยไม่ต้องอึดอัดใจ ส่วนยายก็...เอ้อ....รถประจำทางมันมีเสมอไม่ใช่หรือจ๊ะแม่หนู ?” 19. คุณยายในบทสนทนาเดินทางมาด้วยพาหนะอะไร ก. รถยนต์ ข. รถประจำทาง ค. รถจักรยานยนต์ ง. รถสามล้อ 20. คุณยายลงจากรถมาเพื่ออะไร ก. เพื่อลุกให้คนพิการนั่ง ข. เพื่อไปที่ต่อไป ค. ลงสายผิด ง. เพื่อต้องการถามผู้หญิงคนนั้น


168 ภาคผนวก ข แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ


169 แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ คำอธิบาย แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์) จำนวน 20 ข้อ คะแนนเต็ม 20 คะแนน เวลา 1 ชั่วโมง คำชี้แจง ข้อสอบฉบับนี้เป็นแบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก มีทั้งหมด 20 ข้อ ให้นักเรียนเลือกคำตอบ ที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ข้อใดคือสาระสำคัญของการอ่านจับใจความสำคัญ ก. อ่านเพื่อความรู้ ข. อ่านเพื่อความบันเทิง ค. อ่านเพื่อหาสาระสำคัญของเรื่อง ง. อ่านเพื่อค้นหาแนวทางในการดำเนินชีวิต 2. ประโยคใจความสำคัญ หมายถึงอะไร ก. ประโยคตอนต้นของเรื่อง ข. ประโยคตอนท้ายของเรื่อ ค. ประโยคบอกที่มาของเรื่อง ง. ประโยคที่สรุปเรื่องนั้นไว้ทั้งหมด 3. หลักการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญเรียงลำดับอย่างไร ก. อ่าน คิด เขียน เรียบเรียง ข. คิด อ่าน เขียน เรียบเรียง ค. อ่าน คิด เรียบเรียง เขียน ง. คิด เรียบเรียง อ่าน เขียน


170 4. เหตุใดจึงกล่าวว่าการอ่านจับใจความสำคัญเป็นพื้นฐานของการอ่าน ก. เพราะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาการอ่าน ข. เพราะสามารถนำไปเป็นต้นแบบของการอ่านที่มีประสิทธิภาพได้ ค. เพราะสามารถนำไปต่อยอดเป็นการวิเคราะห์และประเมินค่าได้ ง. เพราะสามารถนำไปขยายผลเป็นการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนได้ 5. ข้อใดกล่าวถึงใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้ถูกต้องที่สุด ก. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญเพียงใจความเดียว ข. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญหลายใจความและมีพลความประกอบ ค. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญใจความเดียวและมีพลความประกอบ ง. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญหลายใจความและมีพลความประกอบ 6. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของการอ่านจับใจความสำคัญ ก. เมื่ออ่านแล้วสรุปหรือย่อเรื่องได้ ข. เมื่ออ่านแล้วสามารถจำคําประพันธ์ชนิดต่าง ๆ ได้ ค. เมื่ออ่านแล้วสามารถปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนําได้ ง. เมื่ออ่านแล้วสามารถคาดการณ์และหาความจริงแสดงข้อคิดเห็น 7. “แม่ค้าซื้อผลไม้จากชาวสวนมาขายที่ตลาด เขาซื้อมามาก ๆ เอาใส่รถหรือเรือมาขาย ให้กับเรา” ใจความสำคัญคือข้อใด ก. แม่ค้า ข. ใส่รถหรือเรือ ค. เขาซื้อมามาก ๆ เอาใส่รถหรือเรือ ง. แม่ค้าซื้อผลไม้จากชาวสวนมาขายที่ตลาด


171 8. “ชีวิตก็เหมือนท้องฟ้า บางครั้งก็แจ่มใสบางครั้งก็มืดครึ้ม บางครั้งก็เหน็บหนาว อย่ากังวลอย่า ท้อกับอุปสรรค” ข้อใดคือใจความหลักของข้อความข้างต้น ก. ชีวิตมีสองด้าน ข. สู้กับปัญหา ค. ยอมรับภัยที่เกิดขึ้น ง. ความสุขเป็นสิ่งไม่จีรัง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคําถามข้อ 9 “พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นโดยยาก เผยแผ่ไปโดยยากและเหลือมาจนกระทั่ง ทุกวันนี้ก็โดยยาก ทำนองเดียวกันกับเพชรอันล้ำค่า ซึ่งย่อมเกิดขึ้นโดยยาก ค้นหาได้ โดยยาก เจียระไนได้โดยยากซื้อ ขายกันได้โดยยาก แม้การเก็บรักษา การทนุถนอมก็ยังยาก เพชรจึงมีราคาแพงกว่าวัตถุทั้งหลาย” 9. ข้อใดคือใจความสำคัญของข้อความข้างต้น ก. เพชรมีค่าควรแก่การครอบครอง ข. เพชรเกิดโดยยากแต่แพร่หลายได้ง่าย ค. พุทธศาสนามีค่าควรยกย่องและเทิดทูน ง. พุทธศาสนาเกิดโดยยากและเผยแผ่ไปโดยยาก ให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้แล้วตอบคําถามข้อ 10-11 วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ นิ้วเป็นสายรยางค์ สองเท้าต่างสมอใหญ่ ปากเป็นนายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียง สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง แล่นลัดเลี่ยงข้ามคงคา


172 10. บทร้อยกรองข้างต้นมีใจความสำคัญอย่างไร ก. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ข. การแสวงหาความรู้ต้องใช้สติ ค. ร่างกายมนุษย์เปรียบประดุจเรือ ง. อวัยวะทุกส่วนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน 11. ผู้เขียนข้อความนี้มีแนวคิดอย่างไร ก. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่หายาก ข. การหาวิชาความรู้ต้องมีความอดทนและมีสติ ค. มีวิชาเหมือนมีร่างกายที่แข็งแรงและสติปัญญาดี ง. ผู้ที่มีความสามารถในการเรียนจะเป็นผู้บังคับเรือได้ ให้นักเรียนอ่านนิทานต่อไปนี้แล้วตอบคําถามข้อ 12 – 14 ลาตัวหนึ่งบรรทุกเกลือเต็มหลังมาจากริมทะเล ระหว่างทางกลับบ้านต้องข้ามลำธาร บังเอิญ ลาลื่นจนล้มลง เกลือก็ละลายไปกับน้ำเสียมาก เมื่อเดินทางต่อไปมันจึงรู้ว่าเบาหลังและสบายดี ครั้ง ต่อไปเมื่อเจ้านายไป ซื้อเกลือที่ริมทะเลอีก ลาก็แกล้งลื่นในลำธารอีกเพื่อจะได้ไม่ต้องแบกเกลือหนัก ๆ กลับบ้าน เจ้านายของลารู้ทันอุบาย จึงได้พาลาไปซื้อฟองน้ำและบรรทุกใส่หลังลา แม้จะรู้สึกว่าไม่ หนักมาก แต่ลาก็ยังแกล้งล้มในลำธาร เช่นเดิมอีก คราวนี้น้ำจึงซึมเข้าไปเต็มเนื้อฟองน้ำจนชุ่มโชก ลา จึงต้องบรรทุกของที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว จาก หนังสือนิทานอีสปร้อยเรื่อง 12. ลาตัวเบาขึ้นเพราะเหตุใด ก. เกลือหล่นหายตามทาง ข. เกลือละลายไปกับน้ำ ค. เจ้านายเอาเกลือไปขาย ง. เกลือถูกน้ำฝนละลายเกือบหมด


173 13. เจ้านายจัดการกับลาอย่างไร ก. ให้แบกเกลือมากกว่าเดิม ข. เอาเกลือปนกับหินให้ลาแบก ค. ใส่ฟองน้ำให้ลาแบก ง. ใส่ฟองน้ำเปียกชุ่มให้ลาแบก 14. นิทานเรื่องนี้สอนว่าอย่างไร ก. ต้องซื่อตรงต่อหน้าที่ ข. รู้จักเอาตัวรอดเป็นยอดดี ค. หนักเอาเบาสู้ ง. หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ให้นักเรียนอ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคําถามข้อ 15 – 16 แคลเซียมช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกพรุน การเพิ่มแคลเซียม ให้แก่ร่างกายจึงนับว่าเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง อาหารพื้น ๆ ทั้งน้ำนม ขนมจีนน้ำยา กุ้งแห้ง กะปิ ผักใบเขียว ปลาตัวเล็กที่กินได้ ทั้งตัว หรือเต้าหู้เหลือง ล้วนเป็นอาหารที่สูงด้วยแคลเซียมทั้งสิ้น 15. ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความข้างต้น ก. อาหารพื้น ๆ มีแต่แคลเซียม ข. แคลเซียมป้องกันโรคกระดูกพรุน ค. เราต้องกินอาหารพื้น ๆ เป็นประจำ ง. เราจำเป็นต้องเพิ่มแคลเซียมให้ร่างกาย


174 16 . คําว่า “อาหารพื้น ๆ” มีความหมายว่าอย่างไร ก. อาหารพื้นเมือง ข. อาหารประจำวัน ค. อาหารที่มีแคลเซียม ง. อาหารที่หาซื้อได้ง่าย อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 17 – 18 คนตาบอดสีจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบขับขี่ยานพาหนะในครอบครอง เนื่องจากอาการบอดสี ของตาเป็นอุปสรรคสำหรับการบอกสัญญาณไฟจราจรบนท้องถนน ( ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ. (9 ธันวาคม 2554). ตาบอดสี. ) 17. ข้อความใดเป็นใจความสำคัญ ก. คนตาบอดสีขับรถ ข. คนตาบอดสีกับใบขับขี่ ค. คนตาบอดสีจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบขับขี่ ง. อาการบอดสีของตาเป็นอุปสรรคสำหรับการบอกสัญญาณไฟจราจรบนท้องถนน 18. ข้อความใดเป็นพลความ ก. คนตาบอดสีกับใบขับขี่ ข. คนตาบอดสีกับสัญญาณไฟ ค. คนตาบอดสีจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบขับขี่ ง. เนื่องจากอาการบอดสีของตาเป็นอุปสรรคสำหรับการบอกสัญญาณไฟจราจร


175 อ่านเรื่องสั้นต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 19 - 20 “ยิ่งกว่าน้ำใจ คืนนั้นฝนตก อากาศหนาวเย็นเหลือเกิน ขณะที่ดิฉันกำลังยืนรอรถประจำทาง อยู่คนเดียว รถประจำทาง คันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดตรงป้ายที่ดิฉันยืนอยู่หญิงชราคนหนึ่งค่อย ๆ ตะเกียกตะกายลงจากรถ แล้วเดินตรงมา ทางที่ดิฉันยืนอยู่อย่างเชื่องช้า "แม่หนูรถประจำทางคัน ต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่จ๊ะ?” หญิงชราผู้นั้นถามดิฉัน ดิฉันจึงถามแกว่า "แล้วคุณยายจะไปรถสายไหน ล่ะคะ ?” พอแกบอก ดิฉันก็อุทาน เสียงดังลั่น "อ้าว ! ก็คุณยายเพิ่งลงมาจากรถคันนั้นเมื่อกี้นี้เอง นี่คะ” "เอ้อ" หญิงชราตอบตะกุกตะกักอย่างอาย ๆ “คือว่า...บนรถคันเมื่อกี้นี้ มีชายหนุ่มพิการคนหนึ่ง ขึ้นมา แต่ไม่มีใครลุกให้เขานั่งเลย ยายรู้ว่าถ้าคนแก่ ๆ อย่างยายลุกให้เขานั่ง เขาคงจะอายแน่ ๆ ยาย เลยทำเป็นว่าจะลงเสียที่นี่ พอยายกดกริ่งให้รถจอด เขาก็เดินมานั่งตรงที่ยายได้โดยไม่ต้องอึดอัดใจ ส่วนยายก็...เอ้อ....รถประจำทางมันมีเสมอไม่ใช่หรือจ๊ะแม่หนู ?” 19. คุณยายในบทสนทนาเดินทางมาด้วยพาหนะอะไร ก. รถยนต์ ข. รถประจำทาง ค. รถจักรยานยนต์ ง. รถสามล้อ 20. คุณยายลงจากรถมาเพื่ออะไร ก. เพื่อลุกให้คนพิการนั่ง ข. เพื่อไปที่ต่อไป ค. ลงสายผิด ง. เพื่อต้องการถามผู้หญิงคนนั้น


176 ภาคผนวก ค แบบประเมินตรวจสอบคุณภาพความสอดคล้องของนวัตกรรม (IOC)


177 แบบประเมินความสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus เรื่อง การแก้ปัญหาการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์) คําชี้แจง : ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่าน ที่มีต่อแบบประเมินแผนการ จัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus โดยใส่เครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับความคิดเห็น ของท่าน ตามระดับเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ +1 คือ เห็นด้วยว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้KWL Plus มีความสอดคล้องกับเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ 0 คือ ไม่แน่ใจว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้KWL Plus มีความสอดคล้องกับเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ -1 คือ ไม่เห็นด้วยว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้KWL Plus มีความสอดคล้องกับเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ทั้งนี้ขอให้ผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาเขียนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการนําไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป ข้อ รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ หมายเหตุ +1 0 -1 1. ด้านสาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด 1.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ในหลักสูตร 1.2 สอดคล้องกับเนื้อหาการเรียนรู้ 2. ด้านเนื้อหา 2.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ในหลักสูตร 2.2 มีความยากง่ายพอเหมาะ 2.3 เหมาะสมกับเวลาและวัยของผู้เรียน 2.4 สอดคล้องกับการวัดและประเมินผล


178 ข้อ รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ หมายเหตุ +1 0 -1 3. ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ในหลักสูตร 3.2 กิจกรรมสอดคล้องกับเนื้อหาการเรียนรู้ 3.3 มีความถูกต้องตามกระบวนการจัดเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus 4. ด้านสื่อการเรียนการสอน 4.1 สื่อมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 4.2 สื่อมีความสอดคล้องกับเนื้อหาการเรียนรู้ 4.3 สื่อสอดคล้องกับกระบวนการจัดเรียนรู้โดยใช้ เทคนิคการเรียนรู้KWL Plus 5. ด้านการวัดและประเมินผล 5.1 มีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 5.2 มีความสอดคล้องกับกับกระบวนการจัดเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้KWL Plus 6. ด้านการใช้ภาษา 6.1 แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง เหมาะสม ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ.............................................................. (....................................................................) ............./............./............. ผู้เชี่ยวชาญ


179 แบบประเมินความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์) คําชี้แจง : ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแบบประเมินแบบทดสอบ ก่อนเรียน - หลังเรียน โดยใส่เครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับความคิดเห็นของท่าน ตามระดับเกณฑ์ การประเมิน ดังนี้ +1 คือ เห็นด้วยว่าแบบทดสอบฉบับนี้มีความสอดคล้องกับเนื้อหา เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ 0 คือ ไม่แน่ใจว่าแบบทดสอบฉบับนี้มีความสอดคล้องกับเนื้อหา เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ -1 คือ ไม่เห็นด้วยว่าแบบทดสอบฉบับนี้มีความสอดคล้องกับเนื้อหา เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ทั้งนี้ขอให้ผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาเขียนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการนําไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญ 1. ข้อใดคือสาระสำคัญของการอ่านจับใจความสำคัญ ก. อ่านเพื่อความรู้ ข. อ่านเพื่อความบันเทิง ค. อ่านเพื่อหาสาระสำคัญของเรื่อง ง. อ่านเพื่อค้นหาแนวทางในการดำเนินชีวิต 2. ประโยคใจความสำคัญ หมายถึงอะไร ก. ประโยคตอนต้นของเรื่อง ข. ประโยคตอนท้ายของเรื่อ ค. ประโยคบอกที่มาของเรื่อง ง. ประโยคที่สรุปเรื่องนั้นไว้ทั้งหมด


180 รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 3. หลักการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญเรียงลำดับ อย่างไร ก. อ่าน คิด เขียน เรียบเรียง ข. คิด อ่าน เขียน เรียบเรียง ค. อ่าน คิด เรียบเรียง เขียน ง. คิด เรียบเรียง อ่าน เขียน 4. เหตุใดจึงกล่าวว่าการอ่านจับใจความสำคัญเป็น พื้นฐานของการอ่าน ก. เพราะสามารถนำไปเป็นแนวทางในการ พัฒนาการอ่าน ข. เพราะสามารถนำไปเป็นต้นแบบของการ อ่านที่มีประสิทธิภาพได้ ค. เพราะสามารถนำไปต่อยอดเป็นการ วิเคราะห์และประเมินค่าได้ ง. เพราะสามารถนำไปขยายผลเป็นการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนได้ 5. ข้อใดกล่าวถึงใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้ ถูกต้องที่สุด ก. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญเพียง ใจความเดียว ข. ในเรื่องหนึ่งมีใจความสำคัญหลายใจความ และมีพลความประกอบ ค. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญใจความ เดียวและมีพลความประกอบ ง. ในย่อหน้าหนึ่งมีใจความสำคัญหลาย ใจความและมีพลความประกอบ


181 รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 6. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของการอ่านจับใจความสำคัญ ก. เมื่ออ่านแล้วสรุปหรือย่อเรื่องได้ ข. เมื่ออ่านแล้วสามารถจำคําประพันธ์ชนิด ต่าง ๆ ได้ ค. เมื่ออ่านแล้วสามารถปฏิบัติตามคำสั่ง และคำแนะนําได้ ง. เมื่ออ่านแล้วสามารถคาดการณ์และหา ความจริงแสดงข้อคิดเห็น 7. “แม่ค้าซื้อผลไม้จากชาวสวนมาขายที่ตลาด เขาซื้อมามาก ๆ เอาใส่รถหรือเรือมาขายให้กับเรา” ใจความสำคัญคือข้อใด ก. แม่ค้า ข. ใส่รถหรือเรือ ค. เขาซื้อมามาก ๆ เอาใส่รถหรือเรื่อ ง. แม่ค้าซื้อผลไม้จากชาวสวนมาขายที่ตลาด 8. “ชีวิตก็เหมือนท้องฟ้า บางครั้งก็แจ่มใสบางครั้งก็ มืดครึ้ม บางครั้งก็เหน็บหนาว อย่ากังวลอย่าท้อกับ อุปสรรค” ข้อใดคือใจความหลักของข้อความข้างต้น ก. ชีวิตมีสองด้าน ข. สู้กับปัญหา ค. ยอมรับภัยที่เกิดขึ้น ง. ความสุขเป็นสิ่งไม่จีรัง ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคําถามข้อ 9 “พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นโดยยาก เผยแผ่ไป โดยยากและเหลือมาจนกระทั่ง ทุกวันนี้ก็โดยยาก ทำนองเดียวกันกับเพชรอันล้ำค่า ซึ่งย่อมเกิดขึ้นโดย ยาก ค้นหาได้ โดยยาก เจียระไนได้โดยยาก ซื้อขายกัน ได้โดยยาก แม้การเก็บรักษา การทนุถนอมก็ยังยาก เพชรจึงมีราคาแพงกว่าวัตถุทั้งหลาย”


182 รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 9. ข้อใดคือใจความสำคัญของข้อความข้างต้น ก. เพชรมีค่าควรแก่การครอบครอง ข. เพชรเกิดโดยยากแต่แพร่หลายได้ง่าย ค. พุทธศาสนามีค่าควรยกย่องและเทิดทูน ง. พุทธศาสนาเกิดโดยยากและเผยแผ่ไป โดยยาก ให้นักเรียนอ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้ แล้วตอบคําถาม ข้อ 10-11 “วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ นิ้วเป็นสายรยางค์ สองเท้าต่างสมอใหญ่ ปากเป็นนายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียง สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง แล่นลัดเลี่ยงข้ามคงคา” 10. บทร้อยกรองข้างต้นมีใจความสำคัญอย่างไร ก. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ข. การแสวงหาความรู้ต้องใช้สติ ค. ร่างกายมนุษย์เปรียบประดุจเรือ ง. อวัยวะทุกส่วนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน 11. ผู้เขียนข้อความนี้มีแนวคิดอย่างไร ก. วิชาความรู้เป็นสิ่งที่หายาก ข. การหาวิชาความรู้ต้องมีความอดทนและ มีสติ ค. มีวิชาเหมือนมีร่างกายที่แข็งแรงและ สติปัญญาดี ง. ผู้ที่มีความสามารถในการเรียนจะเป็นผู้ บังคับเรือได้


183 รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ให้นักเรียนอ่านนิทานต่อไปนี้ แล้วตอบคําถาม ข้อ 12 – 14 “ลาตัวหนึ่งบรรทุกเกลือเต็มหลังมาจากริมทะเล ระหว่างทางกลับบ้านต้องข้ามลำธาร บังเอิญลาลื่นจน ล้มลง เกลือก็ละลายไปกับน้ำเสียมาก เมื่อเดินทาง ต่อไปมันจึงรู้ว่าเบาหลังและสบายดี ครั้งต่อไปเมื่อ เจ้านายไป ซื้อเกลือที่ริมทะเลอีก ลาก็แกล้งลื่นในลำ ธารอีกเพื่อจะได้ไม่ต้องแบกเกลือหนัก ๆ กลับบ้าน เจ้านายของลารู้ทันอุบาย จึงได้พาลาไปซื้อฟองน้ำและ บรรทุกใส่หลังลา แม้จะรู้สึกว่าไม่หนักมาก แต่ลาก็ยัง แกล้งล้มในลำธารเช่นเดิมอีก คราวนี้น้ำจึงซึมเข้าไป เต็มเนื้อฟองน้ำจนชุ่มโชก ลาจึงต้องบรรทุกของที่มี น้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว” จาก หนังสือนิทานอีสปร้อยเรื่อง 12. ลาตัวเบาขึ้นเพราะเหตุใด ก. เกลือหล่นหายตามทาง ข. เกลือละลายไปกับน้ำ ค. เจ้านายเอาเกลือไปขาย ง. เกลือถูกน้ำฝนละลายเกือบหมด 13. เจ้านายจัดการกับลาอย่างไร ก. ให้แบกเกลือมากกว่าเดิม ข. เอาเกลือปนกับหินให้ลาแบก ค. ใส่ฟองน้ำให้ลาแบก ง. ใส่ฟองน้ำเปียกชุ่มให้ลาแบก 14. นิทานเรื่องนี้สอนว่าอย่างไร ก. ต้องซื่อตรงต่อหน้าที่ ข. รู้จักเอาตัวรอดเป็นยอดดี ค. หนักเอาเบาสู้ ง. หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน


184 รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ให้นักเรียนอ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคําถาม ข้อ 15 – 16 “แคลเซียมช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกพรุน การ เพิ่มแคลเซียม ให้แก่ร่างกายจึงนับว่าเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง อาหารอื่น ๆ ทั้งน้ำนม ขนมจีนน้ำยา กุ้งแห้ง กะปิ ผักใบเขียว ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งตัว หรือเต้าหู้ เหลือง ล้วนเป็นอาหารที่สูงด้วยแคลเซียมทั้งสิ้น” 15. ข้อใดเป็นสาระสำคัญของข้อความข้างต้น ก. อาหารพื้น ๆ มีแต่แคลเซียม ข. แคลเซียมป้องกันโรคกระดูกพรุน ค. เราต้องกินอาหารพื้น ๆ เป็นประจำ ง. เราจำเป็นต้องเพิ่มแคลเซียมให้ร่างกาย 16 . คําว่า “อาหารพื้น ๆ” มีความหมายว่าอย่างไร ก. อาหารพื้นเมือง ข. อาหารประจำวัน ค. อาหารที่มีแคลเซียม ง. อาหารที่หาซื้อได้ง่าย ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม ข้อ 17 – 18 คนตาบอดสีจะไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบขับขี่ ยานพาหนะในครอบครอง เนื่องจากอาการบอดสีของ ตาเป็นอุปสรรคสำหรับการบอกสัญญาณไฟจราจรบน ท้องถนน ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ. (9 ธันวาคม 2554). ตาบอดสี.


185 รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 17. ข้อความใดเป็นใจความสำคัญ ก. คนตาบอดสีขับรถ ข. คนตาบอดสีกับใบขับขี่ ค. คนตาบอดสีจะไม่ได้รับอนุญาตให้มี ใบขับขี่ ง. อาการบอดสีของตาเป็นอุปสรรคสำหรับ การบอกสัญญาณไฟจราจรบนท้องถนน 18. ข้อความใดเป็นพลความ ก. คนตาบอดสีกับใบขับขี่ ข. คนตาบอดสีกับสัญญาณไฟ ค. คนตาบอดสีจะไม่ได้รับอนุญาตให้มี ใบขับขี่ ง. เนื่องจากอาการบอดสีของตาเป็น อุปสรรคสำหรับการบอกสัญญาณไฟ จราจร


186 รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ให้นักเรียนอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม ข้อ 19 – 20 “ยิ่งกว่าน้ำใจ คืนนั้นฝนตก อากาศหนาวเย็น เหลือเกิน ขณะที่ดิฉันกำลังยืนรอรถประจำทางอยู่คน เดียว รถประจำทาง คันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดตรงป้ายที่ ดิฉันยืนอยู่หญิงชราคนหนึ่งค่อย ๆ ตะเกียกตะกายลง จากรถ แล้วเดินตรงมา ทางที่ดิฉันยืนอยู่อย่างเชื่องช้า "แม่หนูรถประจำทางคันต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่จ๊ะ?” หญิงชราผู้นั้นถามดิฉัน ดิฉันจึงถามแกว่า "แล้วคุณยาย จะไปรถสายไหนล่ะคะ ?” พอแกบอก ดิฉันก็อุทาน เสียงดังลั่น "อ้าว ! ก็คุณยายเพิ่งลงมาจากรถคันนั้น เมื่อกี้นี้เองนี่คะ” "เอ้อ" หญิงชราตอบตะกุกตะกักอย่าง อาย ๆ “คือว่า...บนรถคันเมื่อกี้นี้ มีชายหนุ่มพิการคน หนึ่งขึ้นมา แต่ไม่มีใครลุกให้เขานั่งเลย ยายรู้ว่าถ้าคน แก่ ๆ อย่างยายลุกให้เขานั่ง เขาคงจะอายแน่ ๆ ยายเลยทำเป็นว่าจะลงเสียที่นี่ พอยายกดกริ่งให้ รถจอด เขาก็เดินมานั่งตรงที่ยายได้โดยไม่ต้องอึดอัดใจ ส่วนยายก็...เอ้อ....รถประจำทางมันมีเสมอไม่ใช่หรือ จ๊ะ แม่หนู ?” 19. คุณยายในบทสนทนาเดินทางมาด้วยพาหนะอะไร ก. รถยนต์ ข. รถประจำทาง ค. รถจักรยานยนต์ ง. รถสามล้อ


187 รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 20. คุณยายลงจากรถมาเพื่ออะไร ก. เพื่อลุกให้คนพิการนั่ง ข. เพื่อไปที่ต่อไป ค. ลงสายผิด ง. เพื่อต้องการถามผู้หญิงคนนั้น ลงชื่อ.............................................................. (....................................................................) ............./............./......... ผู้เชี่ยวชาญ


188 ภาคผนวก ง ผลการประเมินคุณภาพความสอดคล้องของนวัตกรรม (IOC)


189 แบบแสดงผลการประเมินความสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus เรื่อง การแก้ปัญหาการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์) คําชี้แจง : ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแบบประเมินแผนการ จัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus โดยใส่เครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับความ คิดเห็นของท่าน ตามระดับเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ +1 คือ เห็นด้วยว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้KWL Plus มีความสอดคล้องกับเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ 0 คือ ไม่แน่ใจว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้KWL Plus มีความสอดคล้องกับเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ -1 คือ ไม่เห็นด้วยว่าแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้KWL Plus มีความสอดคล้องกับเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ข้อ รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. ด้านสาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด 1.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ใน หลักสูตร +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 1.2 สอดคล้องกับเนื้อหาการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 2. ด้านเนื้อหา 2.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ใน หลักสูตร +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 2.2 มีความยากง่ายพอเหมาะ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 2.3 เหมาะสมกับเวลาและวัยของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 2.4 สอดคล้องกับการวัดและประเมินผล +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง


190 ข้อ รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 3. ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ใน หลักสูตร +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 3.2 กิจกรรมสอดคล้องกับเนื้อหาการ เรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 3.3 มีความถูกต้องตามกระบวนการ จัดเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 4. ด้านสื่อการเรียนการสอน 4.1 สื่อมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 4.2 สื่อมีความสอดคล้องกับเนื้อหาการ เรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 4.3 สื่อสอดคล้องกับกระบวนการจัดเรียนรู้ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้KWL Plus +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 5. ด้านนการวัดและประเมินผล 5.1 มีความสอดคล้องกับจุดประสงค์การ เรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 5.2 มีความสอดคล้องกับกับกระบวนการ จัดเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ KWL Plus +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 6. ด้านการใช้ภาษา 6.1 แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค การเรียนรู้KWL Plus มีการใช้ภาษาที่ ถูกต้อง เหมาะสม +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง กําหนดค่าความสอดคล้อง 0.5 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ ผลเฉลี่ยรวมของคุณภาพความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00 สามารถนําไปใช้ในการ แก้ปัญหาการอ่านจับใจความสำคัญได้


191 แบบแสดงผลการประเมินความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์) คําชี้แจง : ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่าน ที่มีต่อแบบประเมินแบบทดสอบ ก่อนเรียน - หลังเรียน โดยใส่เครื่องหมาย ✓ ลงในช่องระดับความคิดเห็นของท่าน ตามระดับเกณฑ์ การประเมิน ดังนี้ +1 คือ เห็นด้วยว่าแบบทดสอบฉบับนี้ มีความสอดคล้องกับเนื้อหา เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ 0 คือ ไม่แน่ใจว่าแบบทดสอบฉบับนี้ มีความสอดคล้องกับเนื้อหา เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ -1 คือ ไม่เห็นด้วยว่าแบบทดสอบฉบับนี้มีความสอดคล้องกับเนื้อหา เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ รายการประเมิน ความคิดเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญ 1. ข้อใดคือสาระสำคัญของการอ่านจับใจความ สำคัญ ก. อ่านเพื่อความรู้ ข. อ่านเพื่อความบันเทิง ค. อ่านเพื่อหาสาระสำคัญของเรื่อง ง. อ่านเพื่อค้นหาแนวทางในการดำเนินชีวิต +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง 2. ประโยคใจความสำคัญ หมายถึงอะไร ก. ประโยคตอนต้นของเรื่อง ข. ประโยคตอนท้ายของเรื่อ ค. ประโยคบอกที่มาของเรื่อง ง. ประโยคที่สรุปเรื่องนั้นไว้ทั้งหมด +1 +1 +1 3 1 สอดคล้อง


Click to View FlipBook Version