The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2

แผนการจดั การเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ภาคเรียนที่ 2
ปีการศกึ ษา 2565

รายวิชา ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน 4
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2

นางสาวดาราพร ศรีขาว

ตาแหนง่ ครู

โรงเรียนบ้านทา่ เยยี่ มวิทยายล

สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 7

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน

คาอธบิ ายรายวชิ า

อ 22102 ภาษาองั กฤษพื้นฐาน 4 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

______________________________________________________

รายวชิ าภาษาอังกฤษพื้นฐาน (อ22102) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นรายวิชาท่ีมุ่งให้ผู้เรียนศึกษา

ความร้เู กีย่ วกับคาขอรอ้ ง คาแนะนา คาช้แี จง และคาอธบิ ายงา่ ยๆ อา่ นออกเสียงตามหลักการอ่าน ออกเสียง การ

เขยี นประโยคและขอ้ ความให้สัมพนั ธ์กับส่ือที่ไม่ใช่ความเรียง การจับใจความสาคัญ การแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับเร่ืองที่อ่าน การสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่างๆ ใน

ชวี ิตประจาวัน การเสนอ การแสดงความตอ้ งการ การตอบรบั และการปฏเิ สธให้ความช่วยเหลือ การขอและการให้

ขอ้ มูล การอธบิ ายเปรียบเทียบ การแสดงความรูส้ ึก การบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรมต่างๆ ประสบการณ์ การ

วิเคราะห์ ข่าว เหตุการณ์และสถานการณ์ท่ีอยู่ในความสนใจของสังคม ศึกษาเปรียบเทียบเกี่ยวกับการใช้ภาษา

น้าเสียง กริยาท่าทางตามมารยาทของสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษา

และวัฒนธรรมเก่ยี วกบั เทศกาล วันสาคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมของเจ้าของ

ภาษา การเปรยี บเทียบ การบอกความหมายและอธบิ ายความเหมอื นและความแตกต่างเร่ืองการออกเสียงประโยค

ชนิดตา่ งๆ การลาดบั คาตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาอังกฤษกบั ภาษาไทย ศึกษาค้นคว้า การรวบรวม การสรุป

ขอ้ มูล การนาเสนอข้อมูลและขอ้ เท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนจากแหล่งเรียนรู้และนาเสนอด้วย

การเขียน การใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง สถานการณจ์ าลองท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชน

การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข่าวสารของโรงเรียนโดยใช้ทักษะการสืบค้น การตรวจสอบ การวิพากษ์ การ

เปรียบเทียบ การให้เหตุผล การวิเคราะห์ และการสังเคราะห์ เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ

นาเสนอ ส่ือสาร เห็นคุณค่า และประโยชน์ นาความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ตลอดจนมีความรักชาติ ศาสนา

พระมหากษัตรยิ ์ รกั ความเป็นไทย มีความซือ่ สตั ยส์ จุ ริต มวี ินัย ใฝเ่ รยี นใฝร่ ู้ และม่งุ ม่นั ในการทางาน

รหัสตัวช้ีวัด
ต 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
ต 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
ต 1.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ต 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ต 2.2 ม.2/1, ม.2/2
ต 3.1 ม.2/1
ต 4.1 ม.2/1
ต 4.2 ม.2/1, ม.2/2

รวมทงั้ สิ้น 21 ตัวชวี้ ัด

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ า ภาษาองั กฤษพื้นฐาน 4 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
รหสั วชิ า อ22102 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชัว่ โมง

ลา ชื่อหนว่ ยการ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา นา้ หนกั
(ช่ัวโมง) คะแนน
ดบั เรยี นร/ู้
ท่ี มาตรฐานการ
เรยี นร้/ู ตัวชว้ี ัด
1 Travel
ต 1.1 ม. 2/1, การอ่านข้อมูลเก่ียวกับตึก Taipel 101 สถานที่ที่เป็นจุดสังเกต 11 14
ม. 2/4 ในสหราชอาณาจักร Inuit การจับใจความสาคัญจากการฟังและ
ต 1.2 ม. 2/2, อ่านบทสนทนา การออกเสียงสานวนประโยคท่ีใช้ถามเก่ียวกับ
ม. 2/4 วันหยุด การสนทนาเก่ียวกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
ต 2.2 ม. 2/1 ในอนาคต การเขียนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการ
ทานายเหตุการณ์ในอนาคต เขียนบทความบรรยายอาคาร
เปรียบเทยี บวิธกี ารเดินทางดว้ ยยานพาหนะชนิดต่างๆ และแสดง
ความคิดเห็นเก่ียวกับการท่องเที่ยว พร้อมให้เหตุผลประกอบ
รวมถึงค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับสถานท่ีที่เป็นจุดสังเกตในประเทศ
ไทย รูปแบบบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งในประเทศไทยและ
ต่างประเทศจากแหล่งการเรียนรู้ และแสดงบทบาทสมมติใน
สถานการณต์ า่ งๆ ในชีวิตประจาวนั

2 Health & การออกเสียงคาศัพท์ช่ือกีฬา สานวนประโยคที่ใช้แสดงความ 12 14
Fitness เป็นห่วง บทสนทนา การอ่านและเขียนแผนภูมิวงกลม (pie
ต 1.1 ม. 2/4 chart) ข้อมูลเกี่ยวกับการกินอาหารให้มีสุขภาพดี การจับ
ต 1.2 ม. 2/4 ใจความสาคญั และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟังและอ่าน
ต 1.3 ม. 2/2 การสนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลและแสดงบทบาทสมมติเกี่ยวกับ
ต 2.1 ม. 2/1 สถานการณ์ตา่ งๆ ในชีวิตประจาวัน การพูดอภิปรายแสดงความ
ต 1.3 ม. 2/3 คิดเห็นเก่ียวกับการใช้สัตว์ในการแข่งขัน กีฬาประเภทต่างๆ
ความสาคัญของการรับประทานอาหารให้มีสุขภาพดี และการ
เขียนบรรยายเกย่ี วกับบคุ คล ผลการสารวจกีฬาประเภทต่างๆ ท่ี
เพอ่ื นในชั้นเล่น เขยี น email ถึงเพ่ือนเพอื่ แนะนาประเภทกีฬาที่
ควรเล่น และการค้นคว้า รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิตามินจาก
แหลง่ การเรียนรู้อ่ืน

3 Food & การอ่านออกเสียงคาศัพท์ร้านค้าประเภทต่างๆ สานวน 12 14
Fashion ประโยคที่ใช้ในการเปลี่ยนคืนเสื้อผ้า การอ่านข้อมูลเก่ียวกับผล
ต 1.1 ม. 2/1, ของแอลกอฮอล์ท่ีมีต่อสุขภาพ การจับใจความสาคัญและแสดง
ม. 2/4 ความคิดเหน็ เกีย่ วกับบทอา่ นบทสนทนา การพูดบอกทศิ ทาง การ
ต 1.2 ม. 2/1 เขียนประโยคบรรยายเกี่ยวกับอาหาร street market เส้ือผ้า
ต 1.3 ม. 2/2, และเครื่องประดับท่ีสวมใส่ การเขียน email ถึงเพ่ือนเพ่ือเล่า
ม. 2/3 เกี่ยวกับเพ่ือนบ้าน และการอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาความอด
อยาก วิธีการท่ีทาให้ประชาชนรับรู้ถึงปัญหา และสิ่งท่ีได้รับจาก
การอ่านข้อมูลเก่ียวกับแอลกอฮอล์ การแสดงบทบาทสมมติใน
สถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจาวัน และการค้นคว้าข้อมูล

เก่ียวกับการสูบบุหร่ี และผลกระทบต่อสุขภาพจากแหล่งการ
เรียนร้อู น่ื

4 Modern Life การอา่ นข้อมลู เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือกับวัยรุ่น ไฟฟ้า การออก 12 14
ต 1.1 ม. 2/2 เสียงสานวนประโยคที่ใช้ในการซ้ือของ บทสนทนา การจับ
ต 1.2 ม. 2/1 ใจความสาคัญเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟังและอ่าน แสดงความคิดเห็น 12 14
ต 1.2 ม. 2/2 เกี่ยวกับจุดประสงค์ของผู้เขียน การพูดเพื่อขออนุญาต ให้
ต 1.3 ม. 2/3 คา แน ะ น า ใน ส ถา น ก า ร ณ์ ต่ าง ๆ พู ดเ กี่ ยว กั บ อุ ปก ร ณ์ 59 70
ต 2.1 ม. 2/1 อิเล็กทรอนิกส์ในบ้าน ข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้า การเขียนเกี่ยวกับ 1 30
ต 4.1 ม. 2/1 อปุ กรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ กฎระเบียบของโรงเรียน ข้อดีและข้อเสีย 60 100

ของการเล่นวิดีโอเกม บทความเกี่ยวกับละครทีวีที่เป็นที่นิยมใน
ประเทศไทย การแสดงบทบาทสมมติในสถานการณ์ต่างๆ ใน
ชีวิตประจาวัน รวมถึงการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้าจาก
อนิ เทอรเ์ นต็

5 Entertainme การอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการทางานของหู การจับใจความสาคัญ
nt และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องที่ฟังและอ่าน การระบุเสียง
ต 1.1 ม. 2/2, ต่างๆ ท่ีได้ยิน การพูดเกี่ยวกับประเภทดนตรีท่ีชอบ ปี่สก็อต
ม. 2/4
ต 1.2 ม. 2/4 (bagpipes) ส่งิ ที่จะทา
ต 3.1 ม. 2/1 ในอนาคต เขยี นบทวิจารณภ์ าพยนตร์ เขียน email เพื่อบรรยาย
ต 4.2 ม. 2/1 เก่ียวกับวงดนตรีที่ช่ืนชอบ เขียนบรรยายเก่ียวกับรายการ

โทรทัศน์ที่ชื่นชอบ เขียนบทความเก่ียวกับเครื่องดนตรีพ้ืนเมือง

การแสดงบทบาทสมมติในสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจาวัน

และการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเคร่ืองดนตรีพ้ืนเมืองของไทยจาก

แหลง่ การเรยี นรอู้ น่ื

ระหวา่ งเรียน

สอบปลายภาค

รวมตลอดภาค

แผนการจดั การเรียนรู้
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
รายวิชา ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน 4
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 6
Travel

ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565

นางสาวดาราพร ศรขี าว

ตาแหนง่ ครู

โรงเรียนบา้ นท่าเย่ยี มวทิ ยายล

สานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 7

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน

กระบวนการ/เทคนคิ วิธกี ารจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 6 Travel

แผนท่ี เร่ือง กระบวนการจัดการเรียนรู้/ เวลา
1 Destinations วิธีการจัดการเรียนรู้ (ช่วั โมง)
2 Comparative - Superlative
3 Getting around วธิ ีการสอนแบบอภปิ ราย (Discussion Method) 2
2
4 As…….as/Too - enough วธิ ีการสอนแบบอภปิ ราย (Discussion Method) 1

5 Buildings การสอนแบบโครงสร้างความรู้ 2
6 Landmarks (Graphic organizer)
1
7 Back from holidays การสอนแบบแบง่ กลุ่มทางาน 1
8 Geography (Committee work method)
1
เทคนคิ เพอ่ื นคู่คดิ (Think pair share) 1

การเรียนรู้แบบรว่ มมอื ร่วมใจ 11
(Cooperative learning)

การสอนแบบการเรยี นเป็นคู่ (Learning cell)

การสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน
(Committee work method)

รวม

แบบประเมินกลยุทธใ์ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6
เร่ือง Travel ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565

แผนท่ี กลยุทธใ์ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ คุณภาพผู้เรยี น แปลผล
321

1 วธิ ีการสอนแบบอภปิ ราย √ ดี

(Discussion Method)

2 วธิ กี ารสอนแบบอภปิ ราย √ ดี

(Discussion Method)

3 การสอนแบบโครงสร้างความรู้ √ พอใช้

(Graphic organizer)

4 การสอนแบบแบง่ กลุ่มทางาน √ พอใช้

(Committee work method)

5 เทคนคิ เพอ่ื นคู่คดิ (Think pair share) √ พอใช้

6 การเรยี นรู้แบบรว่ มมือร่วมใจ √ ดี

(Cooperative learning)

7 การสอนแบบการเรยี นเปน็ คู่ √ ดี

(Learning cell)

8 การสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน √ ดี

(Committee work method)

หมายเหตุ ระดบั คณุ ภาพ ระดบั 3 หมายถึง ดี ระดบั 2 หมายถึง พอใช้ ระดับ 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ

ข้อเสนอแนะ/ปรบั ปรงุ พฒั นา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ผ้บู ันทกึ ลงช่ือ ผรู้ บั รอง
(นางสาวดาราพร ศรขี าว) (นายกติ ตศิ ักดิ์ ประชุม)
ตาแหนง่ ครูผูส้ อน
ตาแหนง่ ผอู้ านวยการโรงเรยี นบ้านทา่ เยีย่ มวิทยายล

แผนการจดั การเรียนรู้ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
เวลาเรียน 11 ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 Travel

รายวชิ า ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ)

1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั ช้ันปี

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองทฟ่ี ังและอ่านจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ ง
ตวั ช้ีวดั
มีเหตุผล
2.อ่านออกเสียงขอ้ ความ ข่าว ประกาศ และบทรอ้ ยกรองส้นั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน
4.เลือกหวั ขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั บอกรายละเอียดสนบั สนุน (supporting detail) และ

แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องทฟี่ ังและอ่าน พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตุผล และยกตวั อยา่ ง
ง่ายๆ ประกอบ

มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรูส้ ึก
ตวั ช้ีวดั และความคดิ เห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
1.สนทนา แลกเปล่ียนขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง เรื่องต่างๆ ใกลต้ วั และสถานการณ์ตา่ งๆ

ในชีวติ ประจาวนั อยา่ งเหมาะสม
4.พดู และเขยี นเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มูล บรรยาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เร่ืองที่ฟัง

หรืออ่านอยา่ งเหมาะสม
5.พดู และเขียนแสดงความรูส้ ึกและความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกบั เรื่องต่างๆ กิจกรรม

และประสบการณ์ พร้อมท้งั ใหเ้ หตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม

มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา่ งๆ โดยการพดู
ตวั ช้ีวดั และการเขยี น
1.พดู และเขยี นบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง กิจวตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/

เหตุการณ์ท่อี ยใู่ นความสนใจของสงั คม

มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใชไ้ ด้
ตวั ช้ีวดั
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
1.ใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม

และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
ตวั ช้ีวดั กบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใชอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
1.เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยค
มาตรฐาน ต 3.1
พน้ื ฐาน ชนิดตา่ งๆ และการลาดบั คาตามโครงสร้างประโยคของภาษาตา่ งประเทศและ
ภาษาไทย
ตวั ช้ีวดั
ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรูก้ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น
มาตรฐาน ต 4.1
ตวั ช้ีวดั ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทศั น์ของตน
1. คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปขอ้ มลู /ขอ้ เทจ็ จริงที่เกี่ยวขอ้ งกบั กลุม่ สาระการเรียนรู้อ่ืน
มาตรฐาน ต 4.2
ตวั ช้ีวดั จากแหล่งเรียนรู้ และนาเสนอดว้ ยการพดู /การเขียน

ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
1. ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่ีเกิดข้นึ ในหอ้ งเรียน สถานศึกษา

และชุมชน

ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมือพน้ื ฐานในการศกึ ษาตอ่ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปลี่ยนเรียนรูก้ บั สงั คมโลก
1.ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ /คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปความรู/้ ขอ้ มลู ตา่ งๆ

จากสื่อและแหล่งการเรียนรูต้ ่างๆ ในการศกึ ษาต่อ และประกอบอาชีพ

2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด

การอ่านขอ้ มูลเก่ียวกบั ตึก Taipel 101 สถานที่ทเี่ ป็นจดุ สงั เกตในสหราชอาณาจกั ร Inuit
การจบั ใจความสาคญั จากการฟังและอ่านบทสนทนา การออกเสียงสานวนประโยคท่ีใชถ้ ามเก่ียวกบั วนั หยดุ
การสนทนาเก่ียวกบั สถานการณ์ตา่ งๆ ทอ่ี าจจะเกิดข้ึนในอนาคต การเขียนเก่ียวกบั การแกป้ ัญหาส่ิงแวดลอ้ ม
และการทานายเหตุการณ์ในอนาคต เขยี นบทความบรรยายอาคาร เปรียบเทียบวธิ ีการเดินทางดว้ ยยานพาหนะ
ชนิดตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การท่องเที่ยว พร้อมใหเ้ หตุผลประกอบ รวมถึงคน้ ควา้ ขอ้ มูล
เก่ียวกบั สถานทีท่ ี่เป็นจุดสงั เกตในประเทศไทย รูปแบบบา้ นท่เี ป็นเอกลกั ษณ์ท้งั ในประเทศไทยและ
ต่างประเทศจากแหล่งการเรียนรู้ และแสดงบทบาทสมมติในสถานการณ์ต่างๆ ในชีวติ ประจาวนั

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การอ่านออกเสียงเนน้ หนกั -เบา ในคา การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่า ในประโยค
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน

- ภาษาท่ีใชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบุคคล เช่น การแลกเปล่ียนขอ้ มูลเก่ียวกบั สถานการณ์ตา่ งๆ
ในชีวติ ประจาวนั

- ภาษาที่ใชใ้ นการแสดงความคิดเห็น เช่น I like…because… / I think...
- ประโยคที่ใชใ้ นการขอและใหข้ อ้ มูล แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรื่องทอ่ี ่าน
- การบรรยายขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง เหตกุ ารณ์ และเร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั ท่อี ยใู่ นความสนใจของ

สงั คม เช่น สภาพสงั คม
- การใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของ

เจา้ ของภาษา เช่น การแสดงท่าทางประกอบ
- การเปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนระหวา่ งโครงสรา้ งประโยคของภาษาองั กฤษและ

ภาษาไทย
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มลู ที่เก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ื่น

(ประวตั ิศาสตร์, สงั คมศึกษาฯ))
- การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองทเ่ี กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
- การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ / การคน้ ควา้ ขอ้ มูลตา่ งๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้

ตา่ งๆ
3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน

-
4.สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ

- การคิดวเิ คราะห์
- การคดิ อยา่ งสร้างสรรค์
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

- มีวนิ ยั
- ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งมนั่ ในการทางาน

6. ชิ้นงาน / ภาระงาน

6.1 การเขียนไปรษณียบตั รถึงเพอื่ นเพอ่ื เล่าเกี่ยวกบั สถานที่ทีไ่ ปเท่ยี ว
6.2 การเขียนประโยคเปรียบเทียบการเดินทางระหวา่ งรถยนต์ (car) และรถยนตโ์ ดยสาร (coach)
6.3 การเขยี นบทความบรรยายอาคาร
6.4 การคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั สถานที่ที่เป็นจุดสงั เกต (landmark) ในประเทศไทย

แลว้ นาเสนอในรูปแบบแผน่ พบั
6.5 การแสดงบทบาทสมมติพดู บทสนทนาเก่ียวกบั การไปเทย่ี ววนั หยดุ
6.6 การคน้ ควา้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั รูปแบบบา้ นทเ่ี ป็ นเอกลกั ษณ์ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ และ
นาเสนอ

7. การวดั และการประเมินผล

7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรูใ้ นช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินการทาแบบทดสอบหลงั เรียน
7.5 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

7.6 ประเมินช้ินงาน / ภาระงาน

8. กิจกรรมการเรียนรู้

- กิจกรรมนาสู่การเรียน
- กิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้

- กิจกรรมรวบยอด

9. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั Access ม. 2
3. Access Class Audio CDs ม. 2 (ประกอบหนงั สือเรียน Access ม. 2)
4. Access Workbook Audio CD ม. 2 (ประกอบแบบฝึกหดั Access ม. 2 และ Teacher’s Resource Pack)
5. CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
6. อินเทอร์เน็ต สารานุกรม หรือหนงั สืออา้ งอิงอน่ื ๆ

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1

รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 2

เรื่อง Destinations เวลา 2 ชวั่ โมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. สาระสาคญั

การจบั ใจความสาคญั จากเรื่องที่อ่าน การสนทนาเกี่ยวกบั สถานการณ์ตา่ งๆ ที่อาจจะเกิดข้ึนใน
อนาคต และการเขยี นเก่ียวกบั การแกป้ ัญหาสิ่งแวดลอ้ ม และการทานายเหตกุ ารณ์ในอนาคต

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. จบั ใจความสาคญั จากเร่ืองที่ฟังและอ่าน (K)
2. เขียนประโยคเกี่ยวกบั สถานทีต่ า่ งๆ เขียนไปรษณียบตั รถึงเพอ่ื นได้ (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบต่องานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้

1. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
2. ภาษาทใ่ี ชใ้ นการส่ือสารระหวา่ งบุคคล เช่น การแลกเปลี่ยนขอ้ มูลเก่ียวกบั เรื่องใกลต้ วั
3. การบรรยายขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง และเร่ืองตา่ งๆ ใกลต้ วั
4. การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองที่เกิดข้นึ ในหอ้ งเรียน

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ

- การคิดวเิ คราะห์

5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน

6. กิจกรรมการเรียนรู้

กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. นกั เรียนอ่านชื่อหน่วยการเรียนรู้ยอ่ ย Unit 6a และดูภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 62 แลว้ เดาวา่

เน้ือหาใน Unit 6a น้ี จะเก่ียวกบั อะไร (holiday destinations)
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)

1. ครูใหน้ กั เรียนดูคาท่กี าหนดใน Ex. 1 แลว้ ครูอธิบายความหมายโดยการยกตวั อยา่ งและใบค้ า
จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนดูภาพ และถามวา่ นกั เรียนคุน้ เคยกบั สถานที่เหล่าน้ีหรือไม่ แลว้ ใหน้ กั เรียนใชค้ าท่ี
กาหนดใหแ้ ต่งประโยค 2 ประโยค เกี่ยวกบั สถานท่ีในภาพ

Suggested Answer Key
Mexico City has big buildings while Coober Pedy has small buildings.
Mexico City is a noisy place while Stratford-upon-Avon is a quiet place.
Rio de Janeiro is an exciting place while Coober Pedy is a boring place.
Stratford-upon-Avon has clean streets while Mexico City has dirty streets.
Coober Pedy is a quiet place while Rio de Janeiro is a noisy place.
Coober Pedy has quiet roads while Mexico City has crowded roads.
Stratford-upon-Avon has expensive restaurants while Coober Pedy has cheap restaurants.
Stratford-upon-Avon is an historic city while Rio de Janeiro is a modern city.

2. ครูอ่านออกเสียงประเภทของขอ้ ความใน Ex. 2 และอธิบายแตล่ ะประเภท ดงั น้ี
a diary – first person account of event or plans for the day
a postcard – short note to somebody from a holiday destination
an email – an electronic letter

จากน้นั ใหน้ กั เรียนดูขอ้ ความในกรอบ A-C และบอกวา่ ขอ้ ความในแตล่ ะกรอบเป็ นขอ้ ความประเภทใด

A – a diary B – an email C – a postcard

กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนทา Ex. 3 โดยฟัง CD 2 / Track 2 และดูขอ้ ความในกรอบ A-C ประกอบ แลว้ เตมิ ประโยค

คาถามใน Ex. 3 ใหส้ มบูรณ์ พร้อมตอบคาถาม แลว้ ครูตรวจคาตอบ จากน้นั ใหน้ กั เรียนอธิบายความหมาย
ของคาที่พมิ พต์ วั หนาในบทอ่าน

1. Which – Mexico City 4. Who – Ann
2. Where – Rio de Janeiro 5. How many – 150,000 people
3. What – white man in a hole

2. นกั เรียนทากิจกรรมในหวั ขอ้ Think หนงั สือเรียน หนา้ 62 โดยครูให้เวลานกั เรียน 2-3 นาที อ่าน
ขอ้ ความในกรอบ A-C แลว้ วเิ คราะห์วา่ แตล่ ะสถานท่มี ีส่ิงพเิ ศษอะไร ทาไมนกั เรียนจึงคิดวา่ ส่ิงน้ันทาใหแ้ ตล่ ะ
สถานทพี่ เิ ศษ จากน้นั หาเพอื่ นท่ไี ม่เห็นดว้ ยกบั นกั เรียนและอภิปราย

Suggested Answer Key
In Mexico City the people are very friendly.
In Coober Pedy you can stay in underground caves.
Rio de Janeiro has one of the biggest football stadiums in the world, Maracana.

กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)

1. นกั เรียนเขยี นประโยคเกี่ยวกบั สถานท่ตี ่างๆ เขียนไปรษณียบตั รถึงเพอ่ื นได้ (worksheet)

กิจกรรมข้ันสรุป (wrap up)

1. ครูสุ่มงานเขยี นนกั เรียน 2-3 คน ใหอ้ อกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน

7. การวัดและการประเมินผล

1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขียนประโยคเกี่ยวกบั สถานทตี่ ่างๆ เขยี นไปรษณียบตั รถึงเพอ่ื นได้

8. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
3. Access Class Audio CDs ม. 2

9. เทคนิค/วธิ ีการสอนทเ่ี กย่ี วข้อง

1. วธิ ีการสอนแบบอภปิ ราย (Discussion Method)

PORTFOLIO
Worksheet : Destinations
You are on holidays. Send your friends a postcard. Write where are you, what
the place is like and what is special about it. Use Comparative – Superlative
forms.

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

บันทึกผลหลังการสอน

1. ผลการจัดการเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2

รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2

เรื่อง Comparative - Superlative เวลา 2 ชวั่ โมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. สาระสาคญั

โครงสรา้ งประโยค Comparative - Superlative เป็นการเปรียบเทียบสิ่งต่างๆในข้นั กวา่ และข้นั สุด

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. บอกความหมายและหลกั การใช้ Comparative - Superlative ได้ (K)
2. เขียนประโยคเปรียบเทยี บตามหลกั การใช้ Comparative - Superlative ได้ (P)
3. มีความรับผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้

1. โครงสร้างประโยค Comparative - Superlative

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด

- การคิดวเิ คราะห์

5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

6. กิจกรรมการเรียนรู้

กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูเปิ ด CD 2 / Track 1 ใหน้ กั เรียนฟังคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั ลกั ษณะภูมิศาสตร์ ไดแ้ ก่ mountain, waterfall,

river, island, desert และออกเสียงตามพร้อมกนั จากน้นั บอกความหมายของคาศพั ทเ์ ป็นภาษาไทย
2. นกั เรียนใชค้ าคุณศพั ทใ์ นแถบสีเหลืองทอ่ี ยใู่ นขอ้ มูลเกี่ยวกบั ภาพ มาแต่งประโยคเปรียบเทียบ

สถานท่ีตามขอ้ มูลทป่ี รากฏในภาพ

Niagara Falls is high. Yosemite Falls is higher than Niagara Falls,
but Angel Falls is the highest of all three. etc

กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูตาราง นกั เรียนดูตารางการเปรียบเทียบคาคุณศพั ทข์ ้นั กวา่ (comparatives) และข้นั สุด

(superlatives) บนกระดาน ครูอธิบายและนกั เรียนทาความเขา้ ใจ เสร็จแลว้ คดั ลอกเน้ือหาลงในสมุด
2. นกั เรียนอ่านขอ้ ความในกรอบ A-C หนา้ 62 อีกคร้ัง เพอ่ื หาคาคุณศพั ทข์ ้นั กวา่ ซ่ึงมีอยู่ 7 คา และ

ข้นั สุด ซ่ึงมีอยู่ 4 คา

comparatives: Text A (much hotter, more crowded, worse than), Text B
(hotter than, much cooler), Text C (much noisier, more crowded)

superlatives: Text A (the biggest, the noisiest), Text C (most famous, the biggest)

กจิ กรรมการฝึ ก (Practice)
1. ครูอ่านคาคุณศพั ทท์ ่ีกาหนดใหใ้ น Ex. 5 แลว้ ใหน้ กั เรียนดูภาพและเปรียบเทียบ London กบั York

โดยใชค้ าคุณศพั ทท์ ี่กาหนดใหท้ าเป็นข้นั กวา่ แลว้ เตมิ ลงในประโยคขอ้ 1- 6 ครูทาขอ้ 1 เป็นตวั อยา่ งให้
นกั เรียนดู เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ

1. bigger 3. more convenient 5. more expensive
2. quieter 4. busier 6. more

2. ครูอ่านออกเสียงคาคุณศพั ทใ์ น Ex. 6 และอธิบายความหมายของคาท่นี กั เรียนไม่รู้ จากน้นั ให้
นกั เรียนใชค้ าคุณศพั ทเ์ หล่าน้ีแต่งประโยคเกี่ยวกบั สถานที่ในประเทศไทย แลว้ ครูเรียกนกั เรียนหลายๆ คน
อ่านประโยคของตนเอง

3. นกั เรียนทา Ex. 7 โดยใชค้ าทก่ี าหนดใหแ้ ละคาคุณศพั ทใ์ นวงเลบ็ แต่งประโยคเปรียบเทียบตาม
ตวั อยา่ ง แลว้ ครูตรวจคาตอบ
กิจกรรมนาไปใช้ (Production)

1. นกั เรียนเขยี นประโยคเปรียบเทียบตามหลกั การใช้ Comparative – Superlative 7 ประโยคจากคาท่ี
กาหนดให้ (worksheet)

กิจกรรมข้นั สรุป (wrap up)

1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขยี นของนกั เรียน

7. การวัดและการประเมินผล

1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขยี นประโยคเปรียบเทียบตามหลกั การใช้ Comparative - Superlative

8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
3. ตารางโครงสรา้ ง Comparative - Superlative

9. เทคนิค/วิธีการสอนทีเ่ กยี่ วข้อง

1. วธิ ีการสอนแบบอภปิ ราย (Discussion Method)

PORTFOLIO
Worksheet : Comparative - Superlative
Complete the sentences. Use the words from the list and the superlative form of
the adjectives.

Nile Mawsynram Sahara Pacific China Sanskrit Yakutia

1. The………………………………………….is……………………………………………...

river in the world. (long)

2. The………………………………………….is……………………………………………...
ocean in the world. (deep)

3. ………………………………………….is……………………………………………........
place in the world. (cold)

4. The………………………………………….is……………………………………………...
desert in the world. (big)

5. ………………………………………….is……………………………………………........
language in the world. (old)

6. ………………………………………….is…………………………………………….......
place in the world. (wet)

7. ………………………………………….has the…………………………………………
population in the world. (large)

บนั ทึกผลหลงั การสอน

1. ผลการจัดการเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2

เรื่อง Getting around เวลา 1 ชว่ั โมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. สาระสาคญั

การจบั ใจความสาคญั จากการฟังบทสนทนา การพดู ประโยคเก่ียวกบั ยานพาหนะชนิดตา่ งๆ การ
เปรียบเทียบวธิ ีการเดินทางดว้ ยยานพาหนะชนิดตา่ งๆ และการแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั การท่องเทย่ี ว
พรอ้ มใหเ้ หตุผลประกอบ

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. จบั ใจความสาคญั จากการฟังบทสนทนา (K)
2. เขยี นเปรียบเทียบการเดินทางดว้ ยยานพาหนะชนิดต่างๆได้ (P)
3. มีความรับผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้

1. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
2. ภาษาท่ีใชใ้ นการแสดงความคดิ เห็น เช่น I like…because… / I think...
3. การบรรยายขอ้ มูลเก่ียวกบั เร่ืองทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม
4. การเปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนระหวา่ งโครงสรา้ งประโยคของภาษาองั กฤษและ
ภาษาไทย
5. การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองท่ีเกิดข้ึนในหอ้ งเรียน

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ

- การคดิ วเิ คราะห์

5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน

6. กิจกรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูอ่านคาทก่ี าหนดใหใ้ น Ex. 1 และอธิบายความหมายของคาที่นกั เรียนไม่รู้ จากน้นั ใหน้ กั เรียนดู

ภาพ 1-4 แลว้ บอกวา่ คาศพั ทใ์ ดทีน่ กั เรียนเห็นในภาพ

picture 1 – gondola picture 3 – sled
picture 2 – riverboat picture 4 – rickshaw

กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. ครูอ่านคากริยาและตวั อยา่ งท่กี าหนดใหใ้ น Ex. 2 แลว้ ใหน้ กั เรียนจบั คูค่ ากริยากบั คาศพั ทย์ านพาหนะ

ตา่ งๆ ใน Ex. 1 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนพดู ประโยคทีละคน
กจิ กรรมการฝึ ก (Practice)

1. นกั เรียนทากิจกรรม Ex. 3 โดยฟัง CD 2 / Track 4 และอ่านขอ้ ความในกรอบ A-C ตามไปดว้ ย
จากน้นั จบั คูข่ อ้ ความกบั ภาพ

1. C 2. - 3. A 4. B

2. ครูใหน้ กั เรียนอ่านขอ้ ความในกรอบ A-C อีกคร้ัง แลว้ เตมิ คาลงในประโยคใน Ex. 4a

1. Alaska 4. 30 to 50 yuan
2. experience 5. traditional Italian songs

3. นกั เรียนทา Ex. 5 โดยเติมขอ้ ความใหส้ มบรู ณ์ดว้ ยคากริยาท่กี าหนดให้ โดยเปลี่ยนใหอ้ ยใู่ นรูป
Present tense แลว้ ตรวจคาตอบพร้อมกนั

1. go 3. sets off 5. pass 7. lasts
2. take 4. visit 6. stop 8. Book

กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)

1. นกั เรียนเขยี นประโยคเปรียบเทียบข้นั กวา่ 4 ประโยค เพอ่ื เปรียบเทยี บการเดินทางระหวา่ งรถยนต์
(car) และรถยนต-์ โดยสาร (coach) ดว้ ยวลีท่กี าหนดให้ (worksheet)

กิจกรรมข้นั สรุป (wrap up)

1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขยี นของนกั เรียน

7. การวัดและการประเมินผล

1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขียนเปรียบเทียบการเดินทางดว้ ยยานพาหนะชนิดตา่ งๆ

8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วิธีการสอนทเี่ กยี่ วข้อง

1. การสอนแบบโครงสร้างความรู้ (Graphic organizer)

PORTFOLIO
Writing: Getting around

How do you like to travel: in a car or a coach? Write four sentences.

I like travelling by ………… ……isn’t as …… as ……………
More ……………… ……is too………
……is more ……….

บนั ทึกผลหลงั การสอน

1. ผลการจัดการเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4

รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2

เรื่อง As…….as/Too - enough เวลา 2 ชว่ั โมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. สาระสาคญั

โครงสรา้ งประโยค As…….as/Too - enough เป็ นการเปรียบเทียบสิ่งตา่ งๆในข้นั และการบอกความ
มากนอ้ ยของส่ิงต่างๆ

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. บอกความหมายและหลกั การใช้ As…….as/Too - enough ได้ (K)
2. เขยี นประโยคเปรียบเทียบตามหลกั การใช้ As…….as/Too - enough ได้ (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้

1. โครงสรา้ งประโยค As…….as/Too - enough

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ

- การคดิ วเิ คราะห์

5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูเปิ ด CD 2 / Track 1 ใหน้ กั เรียนฟังคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั ลกั ษณะภูมิศาสตร์ ไดแ้ ก่ mountain, waterfall,

river, island, desert และออกเสียงตามพร้อมกนั จากน้นั บอกความหมายของคาศพั ทเ์ ป็นภาษาไทย
2. นกั เรียนใชค้ าคุณศพั ทใ์ นแถบสีเหลืองทอ่ี ยใู่ นขอ้ มูลเก่ียวกบั ภาพ มาแตง่ ประโยคเปรียบเทียบ

สถานท่ีตามขอ้ มลู ทีป่ รากฏในภาพ

Niagara Falls is high. Yosemite Falls is higher than Niagara Falls,
but Angel Falls is the highest of all three. etc

กจิ กรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูตารางการเปรียบเทียบ As…….as/Too - enough บนกระดาน ครูอธิบายและนกั เรียนทา

ความเขา้ ใจ เสร็จแลว้ คดั ลอกเน้ือหาลงในสมุด
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนเตมิ ประโยคใน Ex. 8 หนงั สือเรียน หนา้ 65 ใหส้ มบูรณ์ โดยใช้ as … as, too, enough
และคาคุณศพั ทใ์ นวงเลบ็ จากน้นั ตรวจคาตอบพร้อมกนั

1. too crowded 4. too adventurous 7. too small
2. as interesting as 5. as expensive as 8. as cheap as
3. cheap enough 6. fast enough

2. ครูอ่านออกเสียงคาคุณศพั ทท์ กี่ าหนดใหใ้ น Ex. 9 แลว้ อธิบายความหมาย จากน้นั ใหน้ กั เรียนใช้
คาคุณศพั ทแ์ ต่งประโยคเปรียบเทียบวธิ ีการเดินทางดว้ ยยานพาหนะในภาพ แลว้ ครูเรียกนกั เรียนพดู
ประโยคเปรียบเทียบของคาคุณศพั ทแ์ ต่ละคา

Suggested Answer Key
Planes are safer than cars.
Taking a train is not as expensive as flying in an aero plane.
A bike is slower than a car.
Taking a train is more relaxing than riding a bike.

กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนแต่งประโยค 1-4 ใหจ้ บประโยคโดยใชก้ ารเปรียบเทยี บข้นั กวา่ และข้นั สุด (worksheet)

กจิ กรรมข้ันสรุป (wrap up)

1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขยี นของนกั เรียน

7. การวดั และการประเมนิ ผล

1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขยี นประโยคเปรียบเทียบตามหลกั การใช้ As…….as/Too - enough

8. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
3. ตารางโครงสรา้ ง As…….as/Too - enough

9. เทคนิค/วธิ ีการสอนที่เกย่ี วข้อง

1. การสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน (Committee work method)

PORTFOLIO
Worksheet : As…….as/Too - enough
Complete the sentences

1. I think cars are ……………………………………………………………………..

2. To me buses ……………………………………………………………………….

3. I like travelling by bike because
…………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………….

4. I’d like to travel in a gondola because
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………

บนั ทึกผลหลงั การสอน

1. ผลการจัดการเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2

เร่ือง Buildings เวลา 1 ชว่ั โมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. สาระสาคญั

การอ่านขอ้ มูลเก่ียวกบั ตึก Taipel 101 การจบั ใจความสาคญั จากการฟัง และการเขียนบทความ
บรรยายอาคาร

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อ่านออกเสียงคาศพั ทเ์ ก่ียวกบั ประเภทของอาคารตา่ งๆและจบั ใจความสาคญั จากการฟังได้ (K)
2. เขยี นบทความบรรยายอาคารได้ (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้

1. การอ่านออกเสียงเนน้ หนกั -เบา ในคา
2. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
3. การบรรยายขอ้ มูลเกี่ยวกบั เรื่องท่ีอยใู่ นความสนใจของสงั คม
4. การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองทเ่ี กิดข้ึนในหอ้ งเรียน

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด

- การคดิ วเิ คราะห์

5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน

6. กิจกรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูใหน้ กั เรียนบอกช่ืออาคารทม่ี ีช่ือเสียงในเมือง หรือในประเทศทน่ี กั เรียนอาศยั อยู่

กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. ฟังคาศพั ทใ์ น Ex. 1 และออกเสียงตามพร้อมกนั หรือทลี ะคน ครูใหค้ วามสาคญั กบั การออกเสียงสูง-

ต่า ใหถ้ ูกตอ้ งจากน้นั ใหน้ กั เรียนแปลความหมายเป็ นภาษาไทย ครูอนุญาตใหน้ กั เรียนใชพ้ จนานุกรม
ภาษาองั กฤษ ถา้ นกั เรียนไม่แน่ใจ จากน้นั ครูเขียนหวั ขอ้ Buildings บนกระดาน แลว้ แบ่งออกเป็น 2 หวั ขอ้
ยอ่ ย คือ อาคารทอี่ ยู่ (live in / stay at) และอาคารท่ีทางาน (work at) ใหน้ กั เรียนบอกวา่ อะไรคืออาคารทอี่ ยู่
และอาคารทท่ี างาน

Suggested Answer Key
live in / stay at: hut, hostel, house, tent, bed & breakfast, igloo, palace, motel,

skyscraper
work at: factory, office, museum, library, mall, shop, restaurant, motel,

department store, skyscraper

2. นกั เรียนศึกษาหวั ขอ้ Learning to learn เก่ียวกบั การเรียงลาดบั คาคุณศพั ทใ์ นประโยคบนกระดาน
แลว้ ครูยกตวั อยา่ ง 1-2 ตวั อยา่ งบนกระดาน เช่น It’s a huge red glass vase. It’s a small antique wooden
table. จากน้นั นกั เรียนทา Ex. 4 โดยเรียงลาดบั คาคุณศพั ทท์ ก่ี าหนดใหถ้ ูกตอ้ ง แลว้ ครูตรวจคาตอบ

2. big old library 4. red wooden chair
3. huge steel skyscraper 5. tiny brown box

กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนทา Ex. 2 โดยครูใหน้ กั เรียนดูภาพอาคารในบทอ่าน และบอกวา่ นกั เรียนรูอ้ ะไรเกี่ยวกบั

อาคารน้ีบา้ ง จากน้นั ครูเปิ ด CD 2 / Track 7 ใหน้ กั เรียนฟังและอ่านบทอ่านประกอบ แลว้ ตอบคาถามวา่
อาคารในภาพต้งั อยทู่ ไ่ี หน (Taiwan) และอาคารน้ีมีความพเิ ศษอยา่ งไร (the tallest building in the world)

2. ครูอ่านประโยคคาถามใน Ex. 5 จากน้นั เปิ ด CD 2 / Track 8 ใหน้ กั เรียนฟังคาบรรยายเกี่ยวกบั
อาคาร และตอบคาถาม แลว้ ครูตรวจคาตอบโดยเขียนคาตอบท่ถี ูกตอ้ งบนกระดาน

1. Chicago
2. 442 m
3. glass and steel
4. 110 floors
5. offices, retail shops, a conference centre, a fitness centre
6. It is the tallest building in North America.

กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนใชค้ าตอบจาก Ex. 5 มาเขียนบทความบรรยายอาคารใหส้ มบรู ณ์(worksheet)

กจิ กรรมข้ันสรุป (wrap up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขยี นของนกั เรียน

7. การวดั และการประเมินผล

1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขยี นบทความบรรยายอาคาร

8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั

9. เทคนิค/วธิ ีการสอนทเี่ กย่ี วข้อง
1. เทคนิคเพอ่ื นคู่คิด (Think pair share)

PORTFOLIO

Writing: Buildings

Use your answer in Ex.5 to complete the passage below (50-80 words)

…….is in…… . It is ……metres high and it has….. Inside the building there are….. .
……is a very special building. If you ever go to Chicago. Don’t miss.

บนั ทกึ ผลหลังการสอน

1. ผลการจัดการเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6

รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2

เรื่อง Landmarks เวลา 1 ชว่ั โมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. สาระสาคญั

การอ่านขอ้ มูลเก่ียวกบั สถานทท่ี ีเ่ ป็ นจุดสงั เกตในสหราชอาณาจกั ร การจบั ใจความสาคญั ของเร่ือง
ทอ่ี ่าน รวมถึงคน้ ควา้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั สถานที่ที่เป็ นจุดสงั เกตในประเทศไทยเพอ่ื จดั ทาเป็ นแผน่ พบั

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. จบั ใจความสาคญั เก่ียวกบั เร่ืองที่อ่าน (K)
2. คน้ ควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั สถานท่ีท่เี ป็ นจุดสงั เกตในประเทศไทยในรูปแบบแผน่ ผบั และนาเสนอ
หนา้ ช้นั เรียน (P)
3. มีความรับผดิ ชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้

1. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
2. ประโยคท่ใี ชใ้ นการขอและใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั เร่ืองทอ่ี ่าน
3. การบรรยายขอ้ มูลเกี่ยวกบั เรื่องท่ีอยใู่ นความสนใจของสงั คม
4. การคน้ ควา้ และการนาเสนอขอ้ มูลที่เกี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ื่น (ประวตั ศิ าสตร์)
5. การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ

- การคิดวเิ คราะห์

5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูนาเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการใหน้ กั เรียนบอกสถานท่ีทเ่ี ป็ นจดุ สงั เกต (Landmarks) ทม่ี ีช่ือเสียงในส

หราชอาณาจกั ร
2. นกั เรียนดูภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 67 แลว้ ครูถามวา่ นกั เรียนรู้จกั สถานทีใ่ ดในภาพบา้ ง

กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. ครูอธิบายความหมายของคาทีเ่ ป็นตวั พมิ พห์ นาในบทอ่าน

Suggested Answer Key
huge: very large
staircase: steps used to move up or down between levels
legend: a myth or traditional story handed down through generations
cross: to go from one side of sth to another
freshwater: water that contains no salt
probably: likely
dates: to have existed since a particular time in the past

2. นกั เรียนทา Ex. 1 โดยดูภาพท้งั 4 ภาพ และครูถามวา่ นกั เรียนตอ้ งการรูอ้ ะไรเก่ียวกบั สถานท่ีใน
ภาพบา้ ง ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั ต้งั คาถาม แลว้ ครูเขียนคาถามเก่ียวกบั แต่ละภาพบนกระดาน จากน้นั เปิ ด CD
2 / Track 9 ใหน้ กั เรียนฟังและดูบทอ่านประกอบ แลว้ หาคาตอบ

Suggested Answer Key
Giant’s Causeway – What is it?
Loch Ness – What is a loch?
Conwy Castle – Where’s the castle?
Stonehenge – When did they build it?

1. กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. ครูใหน้ กั เรียนอ่านบทอ่าน อีกคร้งั แลว้ อ่านประโยคขอ้ 1-4 ใน Ex. 2 จากน้นั แทนท่คี าท่ีพมิ พ์

2. ตวั หนาในประโยคดว้ ยคาจากบทอ่าน

1. An Irish giant 3. Edward I
2. Loch Ness 4. Stonehenge

2. ครูใหน้ กั เรียนอ่านบทอ่าน อีกคร้ัง แลว้ หาวา่ ตวั เลขท่กี าหนดใหใ้ น Ex. 3 หมายถึงอะไร

40,000 – columns in the Giant’s Causeway
13th century – when Edward I built Conwy Castle
3100 BC – when they built Stonehenge
30 million – about the number of hours it took to build Stonehenge

กิจกรรมนาไปใช้ (Production)

1. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม คน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลและภาพสถานที่ทเ่ี ป็ นจุดสงั เกต (landmark) ในประเทศ
ไทยจากแหล่งเรียนรู้อื่นๆ แลว้ จดั ทาเป็นแผน่ พบั จากน้นั นาเสนอหนา้ ช้นั เรียน

กจิ กรรมข้ันสรุป (wrap up)

1. นกั เรียนออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน

7. การวัดและการประเมนิ ผล

1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลและภาพสถานที่ทเี่ ป็นจดุ สงั เกต (landmark) ในประเทศไทย
จากแหล่งเรียนรูอ้ ื่นๆ แลว้ จดั ทาเป็นแผน่ พบั

8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วธิ ีการสอนที่เกย่ี วข้อง

1. การเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมใจ (Cooperative learning)

บนั ทึกผลหลงั การสอน

1. ผลการจัดการเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2

เรื่อง Back from holidays เวลา 1 ชว่ั โมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. สาระสาคญั

การออกเสียงสานวนประโยคท่ีใชถ้ ามเก่ียวกบั วนั หยดุ บทสนทนา การจบั ใจความสาคญั จากการฟัง
บทสนทนา และการแสดงบทบาทสมมตใิ นสถานการณ์ตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวนั

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อ่านออกเสียงสานวนประโยคที่ใชถ้ ามเกี่ยวกบั วนั หยดุ และบทสนทนาและจบั ใจความสาคญั จาก
การฟังบทสนทนา (K)

2. พดู สนทนาแสดงบทบาทสมมติสอบถามเก่ียวกบั การไปเทีย่ วในวนั หยดุ (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้

1. การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่า ในประโยค
2. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
3. ภาษาที่ใชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล เช่น การแลกเปลี่ยนขอ้ มลู เกี่ยวกบั สถานการณ์ต่างๆ ใน
ชีวติ ประจาวนั
4. การใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา เช่น การแสดงท่าทางประกอบ
5. การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองท่เี กิดข้ึนในหอ้ งเรียน

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ

- การคดิ วเิ คราะห์

5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูนาเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการใหน้ กั เรียนพดู ถึงวนั หยดุ เม่ือเร็วๆ น้ี ของนกั เรียน โดยครูสุ่มเรียก

นกั เรียน 1-2 คน ออกมาพดู หนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)

1. นกั เรียนฟังประโยคใน Ex. 1 และออกเสียงตามพรอ้ มกนั แลว้ ครูเปิ ด CD อีกคร้งั ใหน้ กั เรียนออก

เสียงทีละคน โดยครูใหค้ วามสาคญั กบั การออกเสียงสูง-ต่า ใหถ้ ูกตอ้ ง
2. ครูใหน้ กั เรียนอ่านบทสนทนาใน Ex. 2 แลว้ เตมิ บทสนทนาใหส้ มบรู ณ์ดว้ ยประโยค A-E ใน Ex. 1

จากน้นั ครูเปิ ด CD 2 / Track 11 ใหน้ กั เรียนฟัง เพอ่ื ตรวจคาตอบ

1. B 2. A 3. E 4. D 5. C

กิจกรรมการฝึ ก (Practice)

1. นกั เรียนทา Ex. 3 โดยแปลประโยคใน Ex. 1 เป็นภาษาไทย จากน้นั จบั คูอ่ ่านบทสนทนาใน Ex. 2
ครูสงั เกตการทากิจกรรม แลว้ เรียกนกั เรียนบางคู่ออกมาพดู บทสนทนาหนา้ ช้นั เรียน

2. ครูอ่านประโยค 1-4 ใน Ex. 4 แลว้ อธิบายความหมาย จากน้นั ใหน้ กั เรียนหาประโยคในบท
สนทนาท่ีมีความหมายเหมือนประโยคทก่ี าหนดให้

1. Good to see you again. 3. Lucky you!
2. It was fantastic. 4. I’ll pop by this afternoon.

3. นกั เรียนฟังการออกเสียงคาอุทาน (Exclamations) ใน Ex. 6 แลว้ ขดี เสน้ ใตพ้ ยางคท์ ่ีออกเสียงเนน้ หนกั
ในแตล่ ะคา จากน้นั ครูเปิ ด CD อีกคร้ัง ใหน้ กั เรียนออกเสียงตามพรอ้ มกนั และทลี ะคน

Fantastic ! Lucky you ! Brilliant !
Great ! Wow ! Amazing !

กิจกรรมนาไปใช้ (Production)

1. นกั เรียนจบั คู่พดู สนทนาแสดงบทบาทสมมติสอบถามเกี่ยวกบั การไปเทย่ี วในวนั หยดุ

กจิ กรรมข้ันสรุป (wrap up)

1. นกั เรียนออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน

7. การวดั และการประเมินผล

1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการพดู สนทนาแสดงบทบาทสมมติสอบถามเก่ียวกบั การไปเทีย่ วในวนั หยดุ

8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วิธีการสอนทเ่ี กย่ี วข้อง

1. การสอนแบบการเรียนเป็นคู่ (Learning cell)

บันทกึ ผลหลังการสอน

1. ผลการจัดการเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8

รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2

เรื่อง Geography เวลา 1 ชว่ั โมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. สาระสาคญั

การอ่านขอ้ มูลและพดู แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั Inuit การจบั ใจความสาคญั จากการอ่าน และการ
คน้ ควา้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั รูปแบบบา้ นทเ่ี ป็ นเอกลกั ษณ์ ท้งั ในประเทศไทยและตา่ งประเทศจากแหล่งการเรียนรู้

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. จบั ใจความสาคญั จากการอ่าน (K)
2. คน้ ควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั รูปแบบบา้ นท่เี ป็นเอกลกั ษณ์ในประเทศไทยหรือต่างประเทศและนาเสนอ
หนา้ ช้นั เรียน (P)
3. มีความรับผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A)

3. สาระการเรียนรู้

1. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
2. ประโยคท่ใี ชใ้ นการแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรื่องทีฟ่ ังหรืออ่าน
3. การบรรยายขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เหตุการณ์ที่อยใู่ นความสนใจของสงั คม เช่น สภาพสงั คม
4. การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลที่เกี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ่ืน
5. การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองท่ีเกิดข้ึนในหอ้ งเรียน

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ

- การคิดวเิ คราะห์

5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูนาเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการใหน้ กั เรียนอ่านช่ือบทอ่านและดูภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 69 แลว้ บอก

วา่ ใน Unit 6f น้ี จะเกี่ยวกบั เรื่องอะไร (the Inuit people)
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)

1. นกั เรียนทา Ex. 1 โดยคดั ลอกหวั ขอ้ ต่างๆ ใน Ex. 1 ลงในสมุด แลว้ ครูใหเ้ วลานกั เรียน 1 นาที
เขียนคาที่เก่ียวขอ้ งกบั หวั ขอ้ เหล่าน้ี จากน้นั ใชค้ าทนี่ กั เรียนเขียนบรรยายบา้ นของตนเอง แลว้ ครูเรียกนกั เรียน
หลายๆ คน พดู บรรยายบา้ นของตนเอง

Suggested Answer Key
furniture – couch, chair, table, bed, dining table
rooms – kitchen, lounge, bathroom, bedroom, study, dining room
appliances – microwave, cooker, washing machine, fridge, computer
special features – central heating, fireplace, garden
… four rooms downstairs. Upstairs there are three bedrooms and a bathroom.
Downstairs there is a kitchen, a lounge, a dining room and a study. In each
bedroom there is a bed, a wardrobe, a desk, a chair, a dressing table and a carpet.
In the kitchen there is a cooker, a fridge, a sink, a microwave, a kettle, a toaster ... etc.

2. ครูอ่านประโยค 1- 3 ใน Ex. 2 และอธิบายความหมายของคาทนี่ กั เรียนไม่รู้ จากน้นั ใหน้ กั เรียนจบั คู่
อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นวา่ ประโยคใดเป็นจริงเกี่ยวกบั Inuit แลว้ ครูเปิ ด CD 2 / Track 13 ใหน้ กั เรียนฟังและ
ดูบทอ่านประกอบเพอ่ื ตรวจการคาดเดาของนกั เรียนวา่ ถูกตอ้ งหรือไม่

กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. ครูใหเ้ วลานกั เรียนอ่านบทอ่านอีกคร้ัง แลว้ อ่านคาถามใน Ex. 3 และตอบคาถาม

1. They live in the Arctic, Canada, Alaska and Russia.
2. They used blocks of ice to build round houses.
3. They changed their houses in the summer because the snow melted.
4. They traveled around on dog sleds and boats.

2. ครูอ่านหวั ขอ้ Learning to learn เรื่องการทบทวนโครงสรา้ งทางไวยากรณ์ในตารางบนกระดาน
และอธิบายใหน้ กั เรียนฟังวา่ ใหน้ กั เรียนใชบ้ ทอ่านเพอ่ื ทบทวน Past simple และ Present simple โดยให้
นกั เรียนคดั ลอกตารางใน Ex. 4a (To review the past simple and the present simple) ลงในสมุด แลว้ หา
คากริยาในรูป Past simple จากบทอ่าน และเตมิ ลงในตารางช่อง regular หรือ irregular จากน้นั ครูตรวจ
คาตอบ และใหน้ กั เรียนบอกรูป Present simple ของคากริยาเหล่าน้ี

Regular Irregular Present simple

lived, used, melted, lit, made, had live, light, use, make,
melt, have, travel
travelled

จากน้นั นกั เรียนทา Ex. 4b โดยใชค้ ากริยาจาก Ex. 4a มาแต่งประโยคเก่ียวกบั Inuit อาศยั อยอู่ ยา่ งไรใน
ศตวรรษทผ่ี า่ นมา แลว้ ครูเรียกนกั เรียนพดู ประโยค

Suggested Answer Key
The Inuit lit their igloos with oil lamps.
They used blocks of ice to build their igloos.
They made tents in the summer from animal skins.


Click to View FlipBook Version