กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนแบง่ กลุ่มคน้ ควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั รูปแบบบา้ นท่เี ป็นเอกลกั ษณ์ในประเทศไทยหรือ
ต่างประเทศและนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
กิจกรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. นกั เรียนออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
7. การวัดและการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการคน้ ควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั รูปแบบบา้ นท่ีเป็ นเอกลกั ษณ์ในประเทศไทยหรือตา่ งประเทศ
และนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วธิ ีการสอนทเ่ี กยี่ วข้อง
1. การสอนแบบแบง่ กลุ่มทางาน (Committee work method)
บันทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน 4
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7
Health & Fitness
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
นางสาวดาราพร ศรขี าว
ตาแหนง่ ครู
โรงเรียนบ้านท่าเยีย่ มวิทยายล
สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 7
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
กระบวนการ/เทคนิควิธีการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7 Health & Fitness
แผนท่ี เร่ือง กระบวนการจัดการเรยี นรู้/ เวลา
วิธีการจดั การเรียนรู้ (ชวั่ โมง)
1 Sport วธิ ีการสอนแบบอภิปราย (Discussion Method) 2
2 Present Perfect การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ 2
(Graphic organizer)
3 Injuries การสอนแบบการเรียนเป็นคู่ (Learning cell) 2
4 Present Perfect - Past simple การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ 2
(Graphic organizer)
5 Help around the house วิธกี ารสอนแบบอภิปราย (Discussion Method) 1
6 School sports in the UK การสอนแบบโครงสร้างความรู้ 1
(Graphic organizer)
7 Are you OK? เทคนิคเพ่อื นคู่คิด (Think pair share) 1
8 PSHE การเรียนรแู้ บบรว่ มมอื รว่ มใจ 1
(Cooperative learning)
รวม 12
แบบประเมนิ กลยุทธใ์ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7
เร่ือง Health & Fitness ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565
แผนที่ กลยุทธใ์ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ คุณภาพผ้เู รยี น แปลผล
321
1 วธิ ีการสอนแบบอภิปราย √ ดี
(Discussion Method)
2 การสอนแบบโครงสร้างความรู้ √ ดี
(Graphic organizer)
3 การสอนแบบการเรยี นเปน็ คู่ √ พอใช้
(Learning cell)
4 การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ √ พอใช้
(Graphic organizer)
5 วิธีการสอนแบบอภิปราย √ พอใช้
(Discussion Method)
6 การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ √ ดี
(Graphic organizer)
7 เทคนคิ เพ่ือนคู่คดิ (Think pair share) √ ดี
8 การเรยี นรู้แบบร่วมมือรว่ มใจ √ ดี
(Cooperative learning)
หมายเหตุ ระดบั คุณภาพ ระดบั 3 หมายถึง ดี ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้ ระดับ 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ
ข้อเสนอแนะ/ปรับปรุงพฒั นา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ผบู้ ันทกึ ลงช่ือ ผู้รบั รอง
(นางสาวดาราพร ศรขี าว) (นายกติ ติศกั ดิ์ ประชุม)
ตาแหน่ง ครูผูส้ อน
ตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านท่าเย่ียมวทิ ยายล
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 Health & Fitness
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) เวลาเรียน 12 ชวั่ โมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัดช้ันปี
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องที่ฟังและอ่านจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น
ตวั ช้ีวดั
อยา่ งมีเหตุผล
1.ปฏิบตั ิตาม คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายงา่ ยๆ ทฟ่ี ังและอ่าน
2.อ่านออกเสียงขอ้ ความ ขา่ ว ประกาศ และบทรอ้ ยกรองส้นั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน
3.ระบ/ุ เขยี นประโยค และขอ้ ความใหส้ มั พนั ธก์ บั สื่อทไ่ี ม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ท่อี ่าน
4.เลือกหวั ขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั บอกรายละเอียดสนบั สนุน (supporting detail) และ
แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรื่องทีฟ่ ังและอ่าน พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตผุ ล และยกตวั อยา่ ง
ง่ายๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรูส้ ึก
ตวั ช้ีวดั และความคดิ เห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
1.สนทนา แลกเปล่ียนขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั และสถานการณ์ตา่ งๆ
ในชีวติ ประจาวนั อยา่ งเหมาะสม
2.ใชค้ าขอรอ้ ง ใหค้ าแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายตามสถานการณ์
4.พดู และเขยี นเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มูล บรรยาย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรื่องทฟี่ ัง
หรืออ่านอยา่ งเหมาะสม
5.พดู และเขียนแสดงความรูส้ ึกและความคดิ เห็นของตนเองเก่ียวกบั เรื่องต่างๆ กิจกรรม
และประสบการณ์ พร้อมท้งั ใหเ้ หตผุ ลประกอบอยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มูลขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพดู และ
ตวั ช้ีวดั การเขยี น
1.พดู และเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กิจวตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตุการณ์ทีอ่ ยใู่ นความสนใจของสงั คม
3.พดู และเขยี นแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั กิจกรรมเรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั และ
ประสบการณ์
มาตรฐาน ต 2.1 พร้อมท้งั ใหเ้ หตผุ ลส้นั ๆ ประกอบ
ตวั ช้ีวดั
เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใชไ้ ด้
มาตรฐาน ต 2.2 อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ตวั ช้ีวดั 1.ใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม
มาตรฐาน ต 3.1 และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
พน้ื ฐาน 3.เขา้ ร่วม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
ตวั ช้ีวดั เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
มาตรฐาน ต 4.1 กบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใชอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
1.เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียง
ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ต 4.2 ประโยคชนิดต่างๆ และการลาดบั คาตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาไทย
ตวั ช้ีวดั
ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทศั น์ของตน
1.คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จริงท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรียนรูอ้ ่ืน
จากแหล่งเรียนรู้ และนาเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี น
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
1.ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่เี กิดข้นึ ในหอ้ งเรียน สถานศกึ ษา
และชุมชน
ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพน้ื ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กบั สงั คมโลก
1.ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ /คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปความรู/้ ขอ้ มูลตา่ งๆ
จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
การออกเสียงคาศพั ทช์ ื่อกีฬา สานวนประโยคทใ่ี ชแ้ สดงความเป็ นห่วง บทสนทนา การอ่านและ
เขยี นแผนภมู ิวงกลม (pie chart) ขอ้ มลู เก่ียวกบั การกินอาหารใหม้ ีสุขภาพดี การจบั ใจความสาคญั และแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกบั เร่ืองทฟี่ ังและอ่าน การสนทนาแลกเปล่ียนขอ้ มูลและแสดงบทบาทสมมติเก่ียวกบั
สถานการณ์ต่างๆ ในชีวติ ประจาวนั การพดู อภปิ รายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั การใชส้ ตั วใ์ นการแขง่ ขนั
กีฬาประเภทต่างๆ ความสาคญั ของการรับประทานอาหารใหม้ ีสุขภาพดี และการเขียนบรรยายเกี่ยวกบั
บุคคล ผลการสารวจกีฬาประเภทตา่ งๆ ทีเ่ พอ่ื นในช้นั เล่น เขยี น email ถึงเพอ่ื นเพอื่ แนะนาประเภทกีฬาท่ี
ควรเล่น และการคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั วติ ามินจากแหล่งการเรียนรูอ้ ื่น
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- คาแนะนาในการกนิ อาหารใหม้ ีสุขภาพดี
- การออกเสียงเนน้ หนกั -เบา ในคา การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่า ในประโยค
- การถ่ายโอนขอ้ มูลใหส้ มั พนั ธก์ บั ส่ือที่ไม่ใช่ความเรียง เช่น กราฟ แผนภูมิ ตาราง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น หวั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
ประโยคที่ใชใ้ นการแสดงความคิดเห็น เช่น I think… / I feel …
- ภาษาท่ีใชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล เช่น การแลกเปล่ียนขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง ประสบการณ์
เรื่องใกลต้ วั และสถานการณ์ตา่ งๆ ในชีวิตประจาวนั
- การใหค้ าแนะนาเก่ียวกบั การเลือกเล่นกีฬา การรักษาอาการเจบ็ ป่ วย
- ประโยคท่ใี ชใ้ นการขอและใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั เรื่องทอี่ ่าน
- พดู แสดงความรูส้ ึกของตนเองเกี่ยวกบั เรื่องต่างๆ เช่น ชอบ ไม่ชอบ เช่น I like… / I don’t like…
- การบรรยายขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง บคุ คล เรื่องทอี่ ยใู่ นความสนใจของสงั คม เช่น การเล่นกีฬา
การรับประทานอาหาร
- การแสดงความคิดเห็นและการใหเ้ หตุผลประกอบเกี่ยวกบั เรื่องต่างๆ ใกลต้ วั
- การใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา เช่น การแสดงสีหนา้ ท่าทางประกอบ การแสดงความรูส้ ึกชอบ / ไม่ชอบ
- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น การเล่นเกม
- การเปรียบเทียบและอธิบายความเหมือน / ความแตกต่างระหวา่ งโครงสรา้ งประโยคของ
ภาษาองั กฤษและภาษาไทย
- การคน้ ควา้ การรวบรวมและการนาเสนอขอ้ มูลทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ่ืน
(สงั คมศึกษาฯ)
- การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองทีเ่ กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
- การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ / การคน้ ควา้ ขอ้ มูลตา่ งๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้
ตา่ งๆ
3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ
-
4.สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
- การคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
4.4 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวนิ ยั
- ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งมน่ั ในการทางาน
- มีจิตสาธารณะ
6. ชิ้นงาน / ภาระงาน
6.1 การสนทนาเกี่ยวกบั กิจกรรมและประสบการณ์ของตนเอง
6.2 การเขยี นประโยคเกี่ยวกบั สิ่งทีท่ าหรือไม่ไดท้ าในสปั ดาห์
6.3 การแสดงบทบาทสมมตกิ ารสมั ภาษณ์ Steven Bradbury
6.4 การเขียน email ถึงเพอื่ นเพอื่ แนะนาประเภทกีฬาทค่ี วรเล่น
6.5 การเขียนแผนภูมิวงกลมแสดงผลการสารวจกีฬาประเภทตา่ งๆ ท่ีเพอ่ื นในช้นั เล่น
6.6 การแสดงบทบาทสมมติพดู บทสนทนาใหค้ าแนะนาเมื่อเพอื่ นไม่สบาย
6.7 การคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั ความสาคญั ของวติ ามิน และพดู นาเสนอ
7. การวัดและการประเมินผล
7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินการทาแบบทดสอบหลงั เรียน
7.5 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.6 ประเมินชิ้นงาน / ภาระงาน
8. กิจกรรมการเรียนรู้
- กิจกรรมนาสู่การเรียน
- กิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้
- กิจกรรมรวบยอด
9. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั Access ม. 2
3. Access Class Audio CDs ม. 2 (ประกอบหนงั สือเรียน Access ม. 2)
4. Access Workbook Audio CD ม. 2 (ประกอบแบบฝึกหดั Access ม. 2 และ Teacher’s Resource Pack)
5. CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
6. พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
7. อินเทอร์เน็ต หรือหนงั สืออา้ งอิงอื่น
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 2
เร่ือง Sport เวลา 2 ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การอ่านออกเสียงคาศพั ทช์ ื่อกีฬา การพดู เพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มูลและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรื่องที่
อ่าน การเขียนและสนทนาเก่ียวกบั กิจกรรมและประสบการณ์ รวมถึงการอภปิ รายแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั
การใชส้ ตั วใ์ นการแขง่ ขนั
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อ่านออกเสียงคาศพั ทช์ ่ือกีฬาได้ (K)
2. เขยี นเกี่ยวกบั สิ่งที่ทาหรือไม่ไดท้ าในสปั ดาห์ได้ (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. การออกเสียงเนน้ หนกั -เบา ในคา
2. ประโยคทใี่ ชใ้ นการแสดงความคิดเห็น เช่น I think…
3. ภาษาที่ใชใ้ นการส่ือสารระหวา่ งบคุ คล เช่น การแลกเปลี่ยนขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง และ
ประสบการณ์
4. ประโยคท่ีใชใ้ นการขอและใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั เร่ืองทีอ่ ่าน
5. การบรรยายขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
- การคิดวเิ คราะห์
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. นกั เรียนฟังคาศพั ทช์ ่ือกีฬาและออกเสียงตาม พร้อมกนั จากน้นั บอกความหมายเป็ นภาษาไทย
2. ครูอ่านคากริยาในกรอบส่ีเหลี่ยม หวั ขอ้ Vocabulary จากน้นั ใหน้ กั เรียนบอกวา่ คากริยาเหล่าน้ีใชก้ บั
คาศพั ทช์ ่ือกีฬาใด
go: snowboarding, skydiving, kayaking
play: tennis, baseball
do: gymnastics, judo, motocross
3. ครูใหน้ กั เรียนจบั คูค่ าศพั ท์ กบั หมายเลขในภาพ แลว้ ครูเปิ ด CD 2 / Track 14 ใหน้ กั เรียนฟัง และ
ออกเสียงตาม
กจิ กรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูบทอ่านและภาพใน Ex. 1 แลว้ ใหน้ ักเรียนเดาวา่ เน้ือหาในบทอ่านเก่ียวกบั เรื่องอะไร
จากน้นั ครูเปิ ด CD 2 / Track 15 ใหน้ กั เรียนฟังและดูบทอ่านตามไปดว้ ย เพอ่ื ตรวจสอบการคาดเดาของ
นกั เรียน
I think I’m going to read about the places somebody has travelled to
and the things that they saw.
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนทา Ex. 2 โดยอธิบายความหมายของคาท่ีเป็นตวั พมิ พห์ นาในบทอ่าน
จากน้นั ใชค้ า / วลีท่กี าหนดใหใ้ น Ex. 2 เติมลงในประโยคใหส้ มบูรณ์ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
1. inspired 2. break the record 3. run into
2. นกั เรียนตอบคาถามใน Ex. 3a
Suggested Answer Key
1. I was impressed by the fact that people actually race frogs and that an event
like camel wrestling exists.
2. I would like to go and see camel wrestling because I think it would be
a unique experience.
กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ส่ิงท่ที าหรือไม่ไดท้ าในสปั ดาห์ จานวน 6 ประโยค
กิจกรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. ครูสุ่มงานเขียนนกั เรียน 2-3 คน ใหอ้ อกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
7. การวัดและการประเมินผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขยี นบรรยายเกี่ยวกบั ส่ิงที่ทาหรือไม่ไดท้ าในสปั ดาห์
8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
3. Access Class Audio CDs ม. 2
9. เทคนิค/วิธีการสอนทีเ่ กยี่ วข้อง
1. วธิ ีการสอนแบบอภปิ ราย (Discussion Method)
PORTFOLIO
Worksheet : Sports
Write six sentences about what you have or haven’t done this week.
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
เร่ือง Present Perfect เวลา 2 ชวั่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
โครงสร้างประโยค Present Perfect Tense เป็นรูปประโยคท่ีจาเป็นตอ้ งศึกษาเรียนรู้ใน
ชีวติ ประจาวนั
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมายและการใชโ้ ครงสร้างประโยค Present Perfect Tense ได้ (K)
2. เขยี นประโยคตามโครงสร้าง Present Perfect Tense จากคาที่กาหนดใหไ้ ด้ (P)
3. มีความรับผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. โครงสรา้ งประโยค Present Perfect Tense
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
- การคดิ วเิ คราะห์
5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูเขยี นประโยค I’ve been here since May. บนกระดาน และวาดตามน้ี
May now
แลว้ อธิบายวา่ การกระทาเร่ิมตน้ ในเดือนพฤษภาคม แลว้ ดาเนินตอ่ มาจนถึงปัจจุบนั ดงั น้นั รูปคากริยา
ท่ีใชจ้ งึ เป็น Present perfect ซ่ึงมีโครงสรา้ ง have + past participle (v.3)
กจิ กรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูตารางโครงสร้างประโยค Present Perfect Tense บนกระดาน ครูอธิบายและนกั เรียนทา
ความเขา้ ใจ เสร็จแลว้ คดั ลอกเน้ือหาลงในสมุด
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนคดั ลอกตารางใน Ex. 5 ลงในสมุด แลว้ อ่านบทอ่านอยา่ งคร่าวๆ และหาคากริยาในรูป
Present perfect แลว้ นามาเตมิ ในตารางในรูป Past participle จากน้นั ครูตรวจคาตอบบนกระดาน
have seen, has taken place, has beaten, Have you ever heard, have watched,
has happened
Regular lrregular
watched, happened seen, taken, beaten, heard
2. นกั เรียนอ่านขอ้ ความใน Ex. 6 แลว้ ครูอ่านตวั อยา่ งใหน้ กั เรียนฟัง จากน้นั ใหน้ กั เรียนเตมิ ประโยค
ดว้ ยคากริยาในวงเลบ็ โดยเปลี่ยนเป็นรูป Present perfect แลว้ ครูตรวจคาตอบ
2. has not worked 4. has not won 6. has never worried
3. has travelled 5. has taken part
3. นกั เรียนทา Ex. 7 โดยเลือกคาท่ีถูกตอ้ ง ครูทาขอ้ 1 เป็นตวั อยา่ งใหน้ กั เรียนดู เสร็จแลว้ ตรวจคาตอบ
พรอ้ มกนั
1. for 2. already 3. since 4. yet
5. already 6. never 7. ever
กิจกรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนเขียนประโยคตามโครงสรา้ ง Present Perfect Tense จากคาท่กี าหนดให้ (worksheet)
กิจกรรมข้ันสรุป (wrap up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขียนของนกั เรียน
7. การวดั และการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขยี นประโยคตามโครงสร้าง Present Perfect Tense
8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
3. ตารางโครงสรา้ ง Present Perfect Tense
9. เทคนิค/วธิ ีการสอนทเี่ กยี่ วข้อง
1. การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ (Graphic organizer)
PORTFOLIO
Worksheet : Present Perfect Tense
Ask and answer the questions.
1. play football / long time?
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
2. become famouse?
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
3. be a professional player / long time?
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
4. win a medal?
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
5. play in international competitions?
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
6. be to college?
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
เรื่อง Injuries เวลา 2 ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การจบั ใจความสาคญั และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เร่ืองท่ีฟัง การสนทนาแลกเปล่ียนขอ้ มูล
เกี่ยวกบั สถานการณ์ตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวนั การแสดงบทบาทสมมติ และการเขียนประโยคเก่ียวกบั บคุ คล
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. จบั ใจความสาคญั และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่ืองท่ฟี ัง (K)
2. สนทนาแลกเปลี่ยนขอ้ มูลเกี่ยวกบั สถานการณ์ตา่ งๆ แสดงบทบาทสมมติการสมั ภาษณ์บคุ คล (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบต่องานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. การจบั ใจความสาคญั ประโยคท่ีใชใ้ นการแสดงความคดิ เห็น เช่น I think… / I feel …
2. ภาษาทีใ่ ชใ้ นการส่ือสารระหวา่ งบุคคล เช่น การแลกเปล่ียนขอ้ มูลเกี่ยวกบั สถานการณ์ต่างๆ ใน
ชีวติ ประจาวนั
3. การบรรยายขอ้ มูลเกี่ยวกบั บคุ คล
4. การใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา เช่น การแสดงทา่ ทางประกอบ
5. การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองท่เี กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
- การคิดวเิ คราะห์
5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูใหน้ กั เรียนทา Ex. 1 โดยเขียนหวั ขอ้ Head และ Body ลงในสมุด แลว้ เขียนคาในกรอบใหต้ รง
กบั หวั ขอ้
Head: teeth, nose, tongue, mouth, ears
Body: hands, neck, toes, feet, arms, knees, elbows, fingers, ankles
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. ครูอ่านออกเสียงคาศพั ทเ์ ก่ียวกบั อาการบาดเจบ็ พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรียนดูภาพใน Ex. 2 แลว้ ครูอ่าน
ตวั อยา่ งใหน้ กั เรียนฟัง จากน้นั ใหน้ กั เรียนเขียนประโยคเก่ียวกบั สิ่งทเี่ กิดกบั บุคคลในภาพ เสร็จแลว้ ครูเปิ ด
CD 2 / Track 17 ใหน้ กั เรียนฟัง เพอ่ื ตรวจคาตอบ
Sally has hit her head. Alex has bruised his eye.
Helen has sprained her wrist. Lisa has twisted her ankle.
Steve has cut his leg. Mark has pulled a muscle.
2. นกั เรียนดูภาพประกอบบทอ่านใน Ex. 3 แลว้ สามารถเดาขอ้ มูลอะไรเก่ียวกบั Steven Bradbury ได้
บา้ ง เช่น He is a skater. He has competed in the Winter Olympics. จากน้นั ครูอธิบายคาวา่ ‘accidental hero’
ใหน้ กั เรียนฟังวา่ someone who does something brave or good purely by chance และใหน้ กั เรียนแสดงความ
คดิ เห็นว่าทาไม Steven จึงเป็น accidental hero แลว้ ครูเปิ ด CD 2 / Track 18 ใหน้ กั เรียนฟังและดูบทอ่าน
ประกอบ เพอื่ หาคาตอบ
Suggested Answer Key
Steven is an accidental hero because he won a gold medal at the Winter Olympics
purely by chance when all the other racers fell down. Also, because he has had
a lot of accidents.
4. กจิ กรรมการฝึ ก (Practice)
1. ครูอ่านหวั ขอ้ A-D ใน Ex. 4 และอธิบายความหมายของคาท่ีนกั เรียนไม่รู้ เช่น bloody – full of
blood จากน้นั ใหน้ กั เรียนอ่านบทอ่านในหนา้ 74 อีกคร้ัง แลว้ จบั คู่หวั ขอ้ A-D กบั ยอ่ หนา้ 1-4 ในบท
อ่าน เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
A-2 B-1 C-4 D-3
2. ครูใหน้ กั เรียนคน้ หาคาหรือวลีทก่ี าหนดใหใ้ น Ex. 5 ในพจนานุกรมภาษาองั กฤษ แลว้ ใชค้ าหรือวลี
เหล่าน้ีแต่งประโยคเกี่ยวกบั Steven และตรวจคาตอบพร้อมกนั
กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนจบั คู่สนทนาแลกเปล่ียนขอ้ มูลเกี่ยวกบั สถานการณ์ต่างๆ แสดงบทบาทสมมติการสมั ภาษณ์
บุคคล
กิจกรรมข้ันสรุป (wrap up)
1. ครูสุ่มนกั เรียนบางคู่ออกมาแสดงบทบาทสมมตหิ นา้ ช้นั เรียน
7. การวดั และการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการสนทนาแลกเปลี่ยนขอ้ มูลเกี่ยวกบั สถานการณ์ตา่ งๆ แสดงบทบาทสมมติการ
สมั ภาษณ์บคุ คล
8. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วธิ ีการสอนที่เกย่ี วข้อง
1. การสอนแบบการเรียนเป็นคู่ (Learning cell)
บันทึกผลหลงั การสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
เร่ือง Present Perfect - Past simple เวลา 2 ชวั่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
โครงสรา้ งประโยค Present Perfect tense - Past simple Tense เป็นรูปประโยคทจ่ี าเป็นตอ้ งศกึ ษา
เรียนรู้ในชีวติ ประจาวนั
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมายและการใชโ้ ครงสร้างประโยค Present Perfect tense - Past simple Tense ได้ (K)
2. เขียนประโยคตามโครงสร้าง Present Perfect tense - Past simple Tense จากคาทกี่ าหนดใหไ้ ด้
(P)
3. มีความรับผดิ ชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. โครงสรา้ งประโยค Present Perfect tense - Past simple Tense
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
- การคิดวเิ คราะห์
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. นกั เรียนช่วยกนั ทบทวนบทเรียนท่ีเรียนมาชวั่ โมงท่แี ลว้
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูตารางโครงสร้างประโยค Present Perfect tense - Past simple Tense บนกระดาน ครูอธิบาย
และนกั เรียนทาความเขา้ ใจ เสร็จแลว้ คดั ลอกเน้ือหาลงในสมุด
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนทา Ex. 8 โดยเลือกคากริยาตาม Tense ทีถ่ ูกตอ้ ง จากน้นั ตรวจคาตอบพร้อมกนั และบอก
เหตุผลวา่ เหตใุ ดจึงเลือกคากริยาน้นั
1. has won – actions that started in the past and continue to the present (so far)
2. hosted – actions that happened at a specific time in the past (1992)
3. has already become – actions that started in the past and continue to the present (already)
4. started – actions that happened at a specific time in the past (1896)
5. has held – actions that started in the past and continue to the present (since)
6. ran – actions that happened at a specific time in the past (1996)
2. นกั เรียนทา Ex. 9 โดยอ่านขอ้ ความ แลว้ เติมช่องวา่ งดว้ ยคากริยาในวงเล็บทถ่ี ูกตอ้ งตาม Tense
จากน้นั ตรวจคาตอบพรอ้ มกนั แลว้ ครูเรียกนกั เรียนบางคนอ่านออกเสียงขอ้ ความท่สี มบรู ณ์แลว้
1. have been 3. have done 5. twisted 7. didn’t like
2. have met 4. walked 6. started 8. have got
กิจกรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนเขยี นประโยคตามโครงสร้าง Present Perfect tense - Past simple Tense จากคาท่กี าหนดให้
(worksheet)
กิจกรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขียนของนกั เรียน
7. การวดั และการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขียนประโยคตามโครงสรา้ ง Present Perfect tense - Past simple Tense
8. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
3. ตารางโครงสรา้ ง Present Perfect tense - Past simple Tense
9. เทคนิค/วธิ ีการสอนทีเ่ กย่ี วข้อง
1. การสอนแบบโครงสร้างความรู้ (Graphic organizer)
PORTFOLIO
Worksheet : Present Perfect tense - Past simple Tense
Write about the following, as in the example. You can use your own idea.
Watch a football game sprain your wrist
meet a famous person have an accident
> A: Have you ever watched a football game?
B: Yes, I have.
A: When?
B: A month ago.
A: Who did you go with?
B: My friends.
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 2
เร่ือง Help around the house เวลา 1 ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การพดู สนทนาและการเขยี นใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั กิจวตั รประจาวนั ของตนเองและบคุ คลใกลต้ วั ใน
สถานการณ์ตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวนั
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อ่านออกเสียงและบอกความหมายวลีเกี่ยวกบั งานบา้ นตา่ งๆได้ (K)
2. เขยี นบรรยายเก่ียวกบั กิจวตั รประจาวนั ของตนเองได้ (P)
3. มีความรับผดิ ชอบตอ่ งานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. การออกเสียงเนน้ หนกั -เบา ในคาและกลุ่มคา
2. ภาษาท่ีใชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล เช่น การแลกเปล่ียนขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง และสถานการณ์
ตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวนั
3. การบรรยายขอ้ มูลเก่ียวกบั กิจวตั รประจาวนั
4. การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองทเ่ี กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
- การคดิ วเิ คราะห์
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. นกั เรียนอ่านช่ือหน่วยการเรียนรูย้ อ่ ย Unit 1b และดูภาพวาดในหนงั สือเรียน หนา้ 14 แลว้ บอกครูวา่
ใน Unit 1b น้ีนกั เรียนจะไดเ้ รียนเก่ียวกบั เร่ืองอะไร (household chores)
2. ครูนาเขา้ สู่บทเรียนโดยใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภปิ รายเกี่ยวกบั งานบา้ นที่นกั เรียนไดร้ ับมอบหมาย
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนฟังวลีในหนงั สือเรียน หนา้ 14 Ex. 1 และอ่านออกเสียงตามครู จากน้นั ครูอธิบายความหมาย
ของวลีเหล่าน้ีเป็นภาษาไทย โดยใชภ้ าพวาดช่วยในการเดาความหมาย
กจิ กรรมการฝึ ก (Practice)
1. ครูอ่านออกเสียงคาถามและตวั เลือกในแบบทดสอบ (quiz) สารวจพฤตกิ รรมในหนงั สือเรียนและ
อธิบายความหมายของคาศพั ทท์ ่นี กั เรียนไม่รู้ แลว้ ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบ จากน้นั ครูอธิบายการคดิ คะแนน
และตรวจคาตอบของนกั เรียน แลว้ ใหน้ กั เรียนยกมือเพอ่ื ตรวจสอบวา่ นกั เรียนไดค้ ะแนนอยใู่ นกลมุ่ ใด และ
กลุ่มน้นั มีลกั ษณะพฤตกิ รรมอยา่ งไร
Suggested Answer Key
prefer: to like sb/sth more than sb/sth else
real world: sth that actually exists; not imaginary
especially: particularly; to a greater extent or degree
weather: the state of the atmosphere with respect to conditions like
temperature, sun, rain, etc
until: up to the time that sth ends or stops
instead: a substitute or replacement
sleeping: to rest, usually at night, in bed with eyes closed;
the act of being asleep
neat and tidy: having things carefully arranged
hate: to dislike very much
กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนเขยี นบรรยายเกี่ยวกบั กิจวตั รประจาวนั ของตนเอง (worksheet)
กจิ กรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขียนของนกั เรียน
7. การวดั และการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขยี นบรรยายเก่ียวกบั กิจวตั รประจาวนั ของตนเอง
8. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วิธีการสอนท่ีเกย่ี วข้อง
1. วธิ ีการสอนแบบอภิปราย (Discussion Method)
WORKSHEET
Writing: Help around the house.
What’s a typical Monday for you? Use the phrases below to write a short
paragraph. You can use your own idea.
Get up make my bed have breakfast walk to school
have lunch tidy room water plants do homework
watch TV go to bed take out rubbish play computer games
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรื่อง School sports in the UK เวลา 1 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การอ่านและเขียนแผนภมู ิวงกลม (pie chart) การจบั ใจความสาคญั ของเร่ืองที่อ่าน และการบรรยาย
ขอ้ มูลผลการสารวจกีฬาประเภทตา่ งๆ ที่เพอ่ื นในช้นั เล่น
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อ่านและเขยี นแผนภมู ิวงกลม (pie chart)และจบั ใจความสาคญั เก่ียวกบั เร่ืองท่อี ่าน(K)
2. เขียนแผนภูมิวงกลมแสดงผลการสารวจกีฬาประเภทตา่ งๆ ทีเ่ พอื่ นในช้นั เล่นได้ (P)
3. มีความรับผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. การถ่ายโอนขอ้ มูลใหส้ มั พนั ธก์ บั ส่ือท่ไี ม่ใช่ความเรียง เช่น กราฟ แผนภมู ิ ตาราง
2. การจบั ใจความสาคญั เช่น หวั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
3. การบรรยายขอ้ มูลเก่ียวกบั เร่ืองทีอ่ ยใู่ นความสนใจของสงั คม เช่น การเล่นกีฬา
4. การแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เรื่องต่างๆ ใกลต้ วั
5. การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองทีเ่ กิดข้นึ ในหอ้ งเรียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
- การคดิ วเิ คราะห์
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูนาเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการใหน้ กั เรียนดูภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 77 แลว้ เดาวา่ เน้ือหาใน Unit 7d
น้ี จะเก่ียวกบั เรื่องใด (school sports)
กจิ กรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนทา Ex. 1 โดยครูใหบ้ อกช่ือกีฬาที่นกั เรียนเล่นในโรงเรียน จากน้นั ใหน้ กั เรียนคิดวา่ นกั เรียน
ในสหราชอาณาจกั รเล่นกีฬาประเภทเดียวกนั หรือไม่ แลว้ ครูเปิ ด CD 2 / Track 21 ใหน้ กั เรียนฟัง และอ่าน
บทอ่านตาม เพอ่ื ตรวจสอบวา่ การคาดเดาของนกั เรียนถูกตอ้ งหรือไม่
Suggested Answer Key
football, basketball, swimming, athletics
I think it is the same in the UK.
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. ครูใหเ้ วลานกั เรียนอ่านบทอ่านอีกคร้งั และตอบคาถามใน Ex. 2 แลว้ ตรวจคาตอบพรอ้ มกนั จากน้นั
อธิบายความหมายของคาท่ีเป็นตวั หนาในบทอ่าน
1. PE means physical education.
2. They do 75 minutes of PE per week.
3. Most children do sports such as football, cricket, rounders, dance,
swimming, gymnastics and athletics at school.
4. Both boys and girls do athletics, swimming and rounders.
5. Schoolchildren can sometimes do sports such as golf, cycling, archery,
tennis or canoeing in after-school clubs or at local sports clubs.
2. ครูเขยี นสญั ลกั ษณ์ % บนกระดาน แลว้ บอกนกั เรียนวา่ คาน้ีออกเสียง ‘per cent’ จากน้นั ใหน้ กั เรียน
ดูแผนภมู ิวงกลม (pie chart) ใน Ex. 3 แลว้ แทนที่ตวั เลขในประโยค 1-5 ดว้ ยคาทกี่ าหนดให้ เสร็จแลว้ ตรวจ
คาตอบพรอ้ มกนั
Suggested Answer Key 3. Some 5. Very few
1. Most / The majority of 4. A few
2. Many
กิจกรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนเขยี นแผนภูมิวงกลมแสดงผลการสารวจกีฬาประเภทต่างๆ ท่ีเพอื่ นในช้นั เล่น (worksheet)
กจิ กรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขียนของนกั เรียน
7. การวดั และการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขียนแผนภูมิวงกลมแสดงผลการสารวจกีฬาประเภทตา่ งๆ ทเี่ พอื่ นในช้นั เล่น
8. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วธิ ีการสอนทเี่ กย่ี วข้อง
1. การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ (Graphic organizer)
PORTFOLIO
Writing: School sports in the UK
Take a class survey. List various sports and ask your classmates to tick √ the
one they do. Mark a pie chart of the results.
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2
เรื่อง Are you OK? เวลา 1 ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การออกเสียงสานวนประโยคทใ่ี ชแ้ สดงความเป็ นห่วง บทสนทนา และคาศพั ทท์ อ่ี อกเสียง /ʌ/, /ɒ/
การจบั ใจความสาคญั จากการฟังบทสนทนา และการแสดงบทบาทสมมตใิ นสถานการณ์ตา่ งๆ ใน
ชีวติ ประจาวนั
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อ่านออกเสียงสานวนประโยคท่ีใชส้ านวนทใ่ี ชแ้ สดงความเป็นห่วง บทสนทนา และคาศพั ท์ ที่
ออกเสียง /ʌ/, /ɒ/ (K)
2. จบั ใจความสาคญั จากการฟังบทสนทนา (K)
3. พดู สนทนาและแสดงบทบาทสมมติเก่ียวกบั การเจบ็ ป่ วย (P)
4. มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. ใหค้ าแนะนาเก่ียวกบั การรักษาอาการเจบ็ ป่ วย
2. การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่า ในประโยค
3. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
4. ภาษาท่ใี ชใ้ นการส่ือสารระหวา่ งบุคคล เช่น การแลกเปลี่ยนขอ้ มลู เก่ียวกบั สถานการณ์ตา่ งๆ ใน
ชีวติ ประจาวนั
5. การใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา เช่น การแสดงทา่ ทางประกอบ
6. การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองทีเ่ กิดข้นึ ในหอ้ งเรียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
- การคิดวเิ คราะห์
5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูใหน้ กั เรียนดูภาพและคาศพั ทใ์ น Ex. 1 แลว้ ถามวา่ นกั เรียนเคยมีอาการเหล่าน้ีหรือไม่
กจิ กรรมนาเสนอ (Presentation)
1. ครูเรียกนกั เรียน 2 คน อ่านออกเสียงตวั อยา่ งใน Ex. 2 แลว้ ใหน้ กั เรียนจบั คูถ่ ามและตอบคาถาม
โดยใชว้ ลีท่กี าหนดให้ และคาศพั ทอ์ าการเจบ็ ป่ วยใน Ex. 1 ครูเดินสงั เกตการทากิจกรรม แลว้ ตรวจคาตอบ
โดยเรียกนกั เรียนบางคู่ออกมาถามและตอบคาถามหนา้ ช้นั เรียน
2. นกั เรียนฟังสานวนท่ีใชแ้ สดงความเป็นห่วงใน Ex. 3 แลว้ ออกเสียงตามพร้อมกนั และทลี ะคน ครู
ใหค้ วามสนใจกบั การออกเสียงสูง-ต่า ของนกั เรียน
3. ครูเปิ ด CD 2 / Track 23 ใหน้ กั เรียนฟังบทสนทนา แลว้ ตอบคาถามใน Ex. 4 วา่ เกิดอะไรข้ึนกบั
Jane และ Ann ใหค้ าแนะนาอยา่ งไร
Jane has got a headache and she feels really sick.
Ann advises her to take an aspirin and to see the doctor.
กจิ กรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนทา Ex. 5 โดยแปลประโยคใน Ex. 3 เป็ นภาษาไทย จากน้นั จบั คูพ่ ดู บทสนทนา ครูสงั เกต
การทากิจกรรมของนกั เรียน และใหค้ วามสนใจกบั การออกเสียงและเสียงสูง-ต่า
2. ครูใหน้ กั เรียนคดั ลอกตารางใน Ex. 7 ลงในสมุด แลว้ ครูเปิ ด CD 2 / Track 24 ใหน้ กั เรียนฟัง และ
ทาเครื่องหมาย ในช่องสญั ลกั ษณ์ทางเสียงให้ถูกตอ้ ง จากน้นั ครูตรวจคาตอบ แลว้ เปิ ด CD อีกคร้งั ให้
นกั เรียนฟังและออกเสียงตามพร้อมกนั และทลี ะคน ครูตรวจสอบการออกเสียงของนกั เรียน
Suggested Answer Key
/ʌ/ /ɒ/ /ʌ/ /ɒ/
cough rung
colour wrong
cut hut
come hot
กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนจบั คู่พดู สนทนาและแสดงบทบาทสมมติเก่ียวกบั การเจบ็ ป่ วย
กจิ กรรมข้ันสรุป (wrap up)
1. ครูสุ่มนกั เรียนบางคู่ออกมาแสดงบทบาทสมมตหิ นา้ ช้นั เรียน
7. การวดั และการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการพดู สนทนาและแสดงบทบาทสมมตเิ ก่ียวกบั การเจบ็ ป่ วย
8. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วิธีการสอนท่เี กยี่ วข้อง
1. เทคนิคเพอ่ื นคูค่ ิด (Think pair share)
บนั ทึกผลหลงั การสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 2
เร่ือง PSHE เวลา 1 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การอ่านขอ้ มูลเกี่ยวกบั การกินอาหารใหม้ ีสุขภาพดี การจบั ใจความสาคญั จากการฟัง การพดู เก่ียวกบั
อาหารที่ชอบและไม่ชอบ การอภปิ รายเกี่ยวกบั ความสาคญั ของการรับประทานอาหารใหม้ ีสุขภาพดี และการ
คน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั วติ ามินจากแหล่งการเรียนรู้อ่ืน
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. จบั ใจความสาคญั จากการฟัง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรื่องทอ่ี ่าน (K)
2. คน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั วติ ามิน และนาเสนอดว้ ยการพดู (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. คาแนะนาในการกินอาหารใหม้ ีสุขภาพดี
2. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
3. พดู แสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกบั เรื่องต่างๆ เช่น ชอบ ไม่ชอบ เช่น I like… / I don’t like…
4. การบรรยายขอ้ มูลเกี่ยวกบั เรื่องท่อี ยใู่ นความสนใจของสงั คม เช่น การรับประทานอาหาร
5. การใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวนั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา เช่น การแสดงความรู้สึกชอบ / ไมช่ อบ
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
- การคิดวเิ คราะห์
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูนาเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการใหน้ กั เรียนดูคาวา่ PSHE และอธิบายใหน้ กั เรียนฟังวา่ PSHE เป็น
รายวชิ าท่ีเปิ ดสอนในหลกั สูตรภาษาองั กฤษนานาชาติ ที่มุ่งเนน้ เก่ียวกบั ตวั บคุ คล สงั คม และ สุขศึกษา
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. ครูใหน้ กั เรียนอ่านช่ือบทอ่านและดูภาพใน Ex. แลว้ แสดงความคิดเห็นวา่ นกั เรียนจะไดอ้ ่าน
เก่ียวกบั เรื่องอะไร จากน้นั ครูเปิ ด CD 2 / Track 25 ใหน้ กั เรียนฟังและอ่านบทอ่านตาม เพอื่ ตรวจสอบการ
คาดเดาของนกั เรียน
I think the text will be about the foods we should eat to have healthy tongues,
nails and lips.
2. นกั เรียนทา Ex. 2 โดยอ่านบทอ่านใน Ex. 1 อีกคร้ัง แลว้ เติมประโยค 1-5 ใน Ex. 2 ใหส้ มบูรณ์
จากน้นั ตรวจคาตอบพรอ้ มกนั แลว้ ใหน้ กั เรียนอธิบายความหมายของคาทเี่ ป็นตวั พมิ พห์ นาในบทอ่าน
1. health 2. rich 3. moist 4. folic acid 5. may need
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนทา Ex. 3 โดยเขียนคาท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั อาหารทป่ี รากฏในบทอ่าน จากน้นั จบั คู่ พดู เก่ียวกบั
อาหารชนิดใดทีช่ อบและไม่ชอบ ครูสงั เกตการทากิจกรรม
vegetables, fruit, pumpkin seeds, sunflower seeds, meat, liver, lentils,
wholegrain cereal, green leafy vegetables
Suggested Answer Key
I like fruit and vegetables. I don’t like liver or lentils.
2. นกั เรียนทา Ex. 4 โดยอภปิ รายเก่ียวกบั ส่ิงทน่ี กั เรียนไดเ้ รียนรูจ้ ากบทอ่าน
Suggested Answer Key
I learnt what I should eat to have a healthy tongue and healthy nails and lips.
จากน้นั อภิปรายเก่ียวกบั ความสาคญั ของการรับประทานอาหารใหม้ ีสุขภาพดี โดยใหน้ กั เรียนแสดง
ความคดิ เห็นอยา่ งอิสระ โดยอาจพดู เก่ียวกบั น้าหนกั สูง / ต่ากวา่ เกณฑ์ (being over / underweight),
ความผดิ ปกติในการกิน (eating disorders), การควบคุมอาหารทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั ความเจบ็ ป่ วย (diet related
illnesses) เช่น โรคเบาหวาน (diabetes), อาหารเกี่ยวขอ้ งกบั ความอ่อนเพลียและระดบั พลงั งานอยา่ งไร
(how food relates to tiredness and energy levels) etc
Suggested Answer Key
It is important to eat healthily so we don’t get ill or become over or underweight.
We need to eat healthily to maintain our energy levels and make sure we don’t
develop a condition such as diabetes. etc
กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนแบ่งกลุ่มคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั วติ ามิน และนาเสนอดว้ ยการพดู
กจิ กรรมข้ันสรุป (wrap up)
1. ครูสุ่มนกั เรียนบางคู่ออกมาแสดงบทบาทสมมติหนา้ ช้นั เรียน
7. การวัดและการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั วติ ามิน และนาเสนอดว้ ยการพดู
8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วธิ ีการสอนที่เกยี่ วข้อง
1. การเรียนรูแ้ บบร่วมมือร่วมใจ (Cooperative learning)
บันทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)