7. การวัดและการประเมินผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการคน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั การสูบบหุ ร่ี และผลกระทบตอ่ สุขภาพจากแหล่งการเรียนรูอ้ ่ืน
แลว้ นาเสนอ
8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วธิ ีการสอนท่ีเกย่ี วข้อง
1. การสอนแบบแบง่ กลุ่มทางาน (Committee work method)
บันทึกผลหลงั การสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 4
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 9
Modern Life
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565
นางสาวดาราพร ศรขี าว
ตาแหน่ง ครู
โรงเรยี นบา้ นทา่ เย่ยี มวิทยายล
สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 7
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน
กระบวนการ/เทคนคิ วิธีการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 9 Modern Life
แผนท่ี เร่อื ง กระบวนการจดั การเรยี นรู้/ เวลา
วิธกี ารจัดการเรียนรู้ (ช่วั โมง)
1 Addicts การสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน 2
(Committee work method) 2
2
2 Can/Could/must/have to วิธกี ารสอนแบบอภิปราย
(Discussion Method) 2
3 E-waste การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ 1
(Graphic organizer) 1
4 Should/Shouldn’t (advice) วิธกี ารสอนแบบอภิปราย 1
(Discussion Method) 1
12
5 Yes or no? การเรยี นรูแ้ บบร่วมมือรว่ มใจ
(Cooperative learning)
6 How much is it? การสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน
(Committee work method)
7 The wonderful world of Doctor การสอนแบบการเรียนเปน็ คู่
who (Learning cell)
8 Science Electricity เทคนิคเพื่อนคู่คิด (Think pair share)
รวม
แบบประเมินกลยทุ ธใ์ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 9
เร่ือง Modern Life ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
แผนที่ กลยุทธ์ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ คุณภาพผเู้ รยี น แปลผล
321
1 การสอนแบบแบง่ กลมุ่ ทางาน √ ดี
(Committee work method)
2 วิธกี ารสอนแบบอภปิ ราย √ ดี
(Discussion Method)
3 การสอนแบบโครงสร้างความรู้ √ พอใช้
(Graphic organizer)
4 วิธกี ารสอนแบบอภิปราย √ พอใช้
(Discussion Method)
5 การเรียนรแู้ บบรว่ มมอื รว่ มใจ √ ดี
(Cooperative learning)
6 การสอนแบบแบง่ กลมุ่ ทางาน √ พอใช้
(Committee work method)
7 การสอนแบบการเรยี นเป็นคู่ √ ดี
(Learning cell)
8 เทคนคิ เพอื่ นคู่คิด (Think pair share) √ ดี
หมายเหตุ ระดบั คณุ ภาพ ระดบั 3 หมายถงึ ดี ระดบั 2 หมายถึง พอใช้ ระดบั 1 หมายถึง ปรับปรุง
ขอ้ เสนอแนะ/ปรับปรงุ พฒั นา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ผบู้ ันทกึ ลงชือ่ ผรู้ บั รอง
(นางสาวดาราพร ศรขี าว) (นายกิตติศกั ดิ์ ประชุม)
ตาแหนง่ ครผู ้สู อน
ตาแหนง่ ผ้อู านวยการโรงเรียนบา้ นท่าเยีย่ มวิทยายล
แผนการจัดการเรียนรู้ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 2
เวลาเรียน 12 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 Modern Life
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ)
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั ช้ันปี
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองทฟ่ี ังและอ่านจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมีเหตุผล
ตวั ช้ีวดั 2. อ่านออกเสียงขอ้ ความ ข่าว ประกาศ และบทรอ้ ยกรองส้นั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การ
อ่าน
4. เลือกหวั ขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั บอกรายละเอียดสนบั สนุน (supporting detail)
และ
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรื่องทฟ่ี ังและอ่าน พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อยา่ ง
ง่ายๆ ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรู้สึก
ตวั ช้ีวดั และความคดิ เห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
1. สนทนา แลกเปลี่ยนขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั และสถานการณ์ต่างๆ
ในชีวติ ประจาวนั อยา่ งเหมาะสม
2. ใชค้ าขอร้อง ใหค้ าแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายตามสถานการณ์
3. พดู และเขียนแสดงความตอ้ งการ เสนอและใหค้ วามช่วยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธ
การใหค้ วามช่วยเหลือในสถานการณ์ตา่ งๆ อยา่ งเหมาะสม
4. พดู และเขยี นเพอื่ ขอและใหข้ อ้ มูล บรรยาย และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรื่องที่
ฟัง
หรืออ่านอยา่ งเหมาะสม
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพดู
ตวั ช้ีวดั และการเขยี น
1. พดู และเขยี นบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง กิจวตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/
เหตกุ ารณ์ที่อยใู่ นความสนใจของสงั คม
3. พดู และเขยี นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั กิจกรรมเรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั และประสบการณ์
มาตรฐาน ต 2.1 พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตผุ ลส้นั ๆ ประกอบ
ตวั ช้ีวดั
เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใชไ้ ด้
มาตรฐาน ต 3.1 อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
พน้ื ฐาน 1. ใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม
ตวั ช้ีวดั และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และเป็น
ตวั ช้ีวดั
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทศั นข์ องตน
มาตรฐาน ต 4.2 1. คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปขอ้ มลู /ขอ้ เทจ็ จริงท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรียนรูอ้ ่ืน
ตวั ช้ีวดั
จากแหล่งเรียนรู้ และนาเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี น
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้งั ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม
1. ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่เี กิดข้ึนในหอ้ งเรียน สถานศกึ ษา
และชุมชน
ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพน้ื ฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กบั สงั คมโลก
1. ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบคน้ /คน้ ควา้ รวบรวมและสรุปความรู้/ขอ้ มูลตา่ งๆ
จากส่ือและแหล่งการเรียนรูต้ า่ งๆ ในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ
2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
การอ่านขอ้ มูลเก่ียวกบั โทรศพั ทม์ ือถือกบั วยั รุ่น ไฟฟ้า การออกเสียงสานวนประโยคที่ใชใ้ นการซ้ือ
ของ บทสนทนา การจบั ใจความสาคญั เก่ียวกบั เรื่องที่ฟังและอ่าน แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั จดุ ประสงคข์ อง
ผเู้ ขียน การพดู เพอ่ื ขออนุญาต ใหค้ าแนะนาในสถานการณ์ตา่ งๆ พดู เกี่ยวกบั อุปกรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ในบา้ น
ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ไฟฟ้า การเขยี นเก่ียวกบั อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ กฎระเบยี บของโรงเรียน ขอ้ ดีและขอ้ เสียของ
การเล่นวดิ ีโอเกม บทความเกี่ยวกบั ละครทวี ที เ่ี ป็นทนี่ ิยมในประเทศไทย การแสดงบทบาทสมมตใิ น
สถานการณ์ตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวนั รวมถึงการคน้ ควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ไฟฟ้าจากอินเทอร์เน็ต
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่า ในประโยค
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
ประโยคท่ใี ชใ้ นการแสดงความคดิ เห็น เช่น I think …
- ภาษาท่ีใชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบุคคล เช่น การแลกเปลี่ยนขอ้ มูลเก่ียวกบั เรื่องใกลต้ วั
และสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวติ ประจาวนั
- ใหค้ าแนะนาในสถานการณ์ตา่ งๆ
- ภาษาท่ใี ชใ้ นการเสนอและใหค้ วามช่วยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธการใหค้ วามช่วยเหลือ
ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น Can / Could …? / Yes, … / Yes, of course.
- ประโยคทใ่ี ชใ้ นการขอและใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั บทอ่าน
- การบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง เรื่องท่อี ยใู่ นความสนใจของสงั คม เช่น การดูหนงั
- การแสดงความคิดเห็นและการใหเ้ หตุผลประกอบเก่ียวกบั เรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั
- การใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา เช่น การแสดงทา่ ทางประกอบ
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลท่เี ก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน
(วทิ ยาศาสตร์)
- การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองท่เี กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
- การใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบคน้ / การคน้ ควา้ ขอ้ มูลตา่ งๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้
ต่างๆ
3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิน่
-
4.สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
- การคิดวเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
4.4 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- มีวนิ ยั
- ใฝ่เรียนรู้
- อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
- มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. ชิ้นงาน / ภาระงาน
6.1 การพดู เพอื่ ขออนุญาต และตอบรับหรือปฏิเสธ
6.2 การเขยี นประโยคเก่ียวกบั กฎระเบยี บของโรงเรียน
6.3 การเขยี นสิ่งที่ The WEEE man ตอ้ งการบอกใหโ้ ลกรู้ ถา้ เขาสามารถพดู ได้
6.4 การเขียนบทความเกี่ยวกบั ขอ้ ดีและขอ้ เสียของการเล่นวดิ ีโอเกม
6.5 การเขยี นบทความเก่ียวกบั ละครทวี ที ี่เป็นทนี่ ิยมในประเทศไทย
6.6 การแสดงบทบาทสมมติพดู บทสนทนาในการซ้ือสินคา้
6.7 การคน้ ควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ไฟฟ้า จากอนิ เทอร์เน็ตหรือแหล่งการเรียนรู้อ่ืน แลว้ พดู นาเสนอ
7. การวดั และการประเมินผล
7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินการทาแบบทดสอบหลงั เรียน
7.5 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.6 ประเมินช้ินงาน / ภาระงาน
8. กจิ กรรมการเรียนรู้
- กิจกรรมนาสู่การเรียน
- กิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้
- กิจกรรมรวบยอด
9. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั Access ม. 2
3. Access Class Audio CDs ม. 2 (ประกอบหนงั สือเรียน Access ม. 2)
4. Access Workbook Audio CD ม. 2 (ประกอบแบบฝึกหดั Access ม. 2 และ Teacher’s Resource Pack)
5. CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3
6. พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
7. อินเทอร์เน็ต หรือแหล่งการเรียนรู้อ่ืน
6. อินเทอร์เน็ต หรือแหล่งการเรียนรูอ้ ่ืน
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2
เร่ือง Addicts เวลา 2 ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การจบั ใจความสาคญั จากเรื่องท่อี ่านและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั จุดประสงคข์ องผูเ้ ขยี น การพูด
เพอ่ื ขออนุญาตในสถานการณ์ตา่ งๆ และการเขียนเก่ียวกบั อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกสท์ ี่ใชร้ ่วมกบั คอมพวิ เตอร์
ความปลอดภยั ในการออนไลน์ และกฎระเบยี บของโรงเรียน
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. จบั ใจความสาคญั จากเร่ืองทอ่ี ่านและแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั จุดประสงคข์ องผเู้ ขียน (K)
2. เขียนประโยคเก่ียวกบั อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสท์ ใ่ี ชร้ ่วมกบั คอมพวิ เตอร์ ความปลอดภยั ในการ
ออนไลน์ และกฎระเบียบของโรงเรียนได้ (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุนประโยคท่ใี ชใ้ นการแสดงความ
คิดเห็น เช่น I think …
2. ภาษาท่ีใชใ้ นการเสนอและใหค้ วามช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลือใน
สถานการณ์ต่างๆ เช่น Can / Could …? / Yes, … / Yes, of course.
3. การบรรยายเก่ียวกบั เรื่องทีอ่ ยใู่ นความสนใจของสงั คม
4. การแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องต่างๆ ใกลต้ วั
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
- การคิดวเิ คราะห์
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. นกั เรียนฟังคาศพั ทใ์ นหัวขอ้ Vocabulary แลว้ ออกเสียงตามพร้อมกนั และทีละคน จากน้นั บอก
ความหมายเป็ นภาษาไทย
2. ครูอ่านวลีทอี่ ยดู่ า้ นล่างของหนงั สือเรียน หนา้ 91 แลว้ อธิบายความหมาย หรือใหน้ กั เรียนหา
ความหมายของคาทไ่ี ม่รูใ้ นพจนานุกรมภาษาองั กฤษ จากน้นั อ่านออกเสียงประโยคตวั อยา่ ง แลว้ ใหน้ กั เรียน
แต่งประโยคเก่ียวกบั ภาพโดยใชว้ ลีเหล่าน้ี และครูตรวจคาตอบโดยเรียกนกั เรียนอ่านประโยคของตนเอง
กจิ กรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูวลีเก่ียวกบั การใชค้ อมพวิ เตอร์ใน Ex. 1 แลว้ หาความหมายในพจนานุกรมภาษาองั กฤษ
และใชว้ ลีเหล่าน้ีตอบคาถามวา่ นกั เรียนใชค้ อมพวิ เตอร์ทาอะไรบา้ ง
Suggested Answer Key
I use my computer to send emails, play computer games and surf the Internet.
2. ครูอธิบายความหมายของคาท่ีกาหนดใหใ้ นหนงั สือเรียน หนา้ 92 Ex. 2 แลว้ ถามนกั เรียนแตล่ ะคน
วา่ เล่นเกมคอมพวิ เตอร์หรือวดิ ีโอเกมหรือไม่ เล่นบ่อยแคไ่ หน แลว้ เกมประเภทใดทนี่ กั เรียนชอบเล่น
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนอ่านออกเสียงช่ือบทอ่านและประโยคแรกของบทอ่านในแตล่ ะยอ่ หนา้ Ex. 3 แลว้ เดาว่าบท
อ่านน้ีจะเกี่ยวกบั อะไร และอธิบายความหมายของคาทขี่ ดี เสน้ ใตใ้ นบทอ่าน
2. นกั เรียนทา Ex. 4 โดยจบั คูว่ ลีขอ้ 1-6 กบั ขอ้ a-f แลว้ ครูตรวจคาตอบ
1. c 2. a 3. b 4. e 5. f 6. d
3. ครูใหน้ กั เรียนดูวลีท่เี ป็ นตวั พมิ พต์ วั หนาในบทอ่าน แลว้ นามาเติมในสรุปบทอ่านใน Ex. 6 เสร็จ
แลว้ ครูตรวจคาตอบ แลว้ ใหน้ กั เรียนจบั คูพ่ ดู สรุปบทอ่าน Smart People Play it Safe ครูสงั เกตการทา
กิจกรรม
1. video games 6. sore eyes
2. rich graphics/ sound effects 7. computer screen
3. sound effects/ rich graphics 8. long hours
4. maths skills 9. social life
5. health problems 10. schoolwork
กิจกรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนแบ่งกลุ่มเขียนประโยคเกี่ยวกบั อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ทใ่ี ชร้ ่วมกบั คอมพวิ เตอร์ ความ
ปลอดภยั ในการออนไลน์ และกฎระเบียบของโรงเรียน (worksheet)
กจิ กรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. ครูสุ่มงานเขียนนกั เรียนใหอ้ อกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
7. การวัดและการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขยี นประโยคเก่ียวกบั อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกสท์ ่ใี ชร้ ่วมกบั คอมพวิ เตอร์ ความ
ปลอดภยั ในการออนไลน์ และกฎระเบียบของโรงเรียน
8. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
3. Access Class Audio CDs ม. 2
9. เทคนิค/วิธีการสอนท่เี กย่ี วข้อง
1. การสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน (Committee work method)
PORTFOLIO
Worksheet : Addicts
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2
เร่ือง Can/Could/must/have to เวลา 2 ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
Can/Could เป็น Modal verb รูปประโยคอยา่ งงา่ ยท่ีใชบ้ อกความความสามารถต่างๆของคานาม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมายและการใชโ้ ครงสร้างประโยค Can/Could/must/have to ได้ (K)
2. เขยี นประโยคตามโครงสร้าง Can/Could/must/have to จากคาทก่ี าหนดใหไ้ ด(้ P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. โครงสร้างประโยค Can/Could/must/have to
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
- การคดิ วเิ คราะห์
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ทบทวนความรูเ้ กี่ยวกบั คากริยาทเ่ี คยเรียนมาแลว้
กจิ กรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูตารางหลกั การใช้ Can/Could/must/have to บนกระดาน ครูอธิบายและนกั เรียนทาความ
เขา้ ใจ เสร็จแลว้ คดั ลอกเน้ือหาลงในสมุด
กจิ กรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนแต่งประโยค can / could ใหไ้ ดม้ ากทีส่ ุด โดยใชข้ อ้ มูลจาก Ex. 8 แลว้ ตรวจคาตอบพร้อมกนั
Suggested Answer Key
My friend / Our teacher/ I / My aunt could / couldn’t use a computer 10 years ago.
My friend / Our teacher / I / My aunt can / can’t speak German.
My friend / Our teacher / I / My aunt could / couldn’t use a computer at the age of 4.
My friend / Our teacher / I / My aunt can / can’t scan documents. etc
2. นกั เรียนอ่านตวั อยา่ งประโยคการใช้ must / have to ใน Ex. 10 แลว้ ครูอธิบายการใช้ must / have to
และใหน้ กั เรียนแปลประโยคเป็นภาษาไทย จากน้นั หาตวั อยา่ ง การใช้ must / have to ในบทอ่าน
However, you must/have to play sensibly or you can have health problems.
If you wear glasses, you must/have to wear them or you can damage your eyesight.
You mustn’t play in the dark.
Gaming mustn’t affect them.
กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนเขียนประโยคตามหลกั การใช้ Can/Could/must/have to จากความสามารถของนกั เรียนได้
(worksheet)
กจิ กรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขยี นของนกั เรียน
7. การวัดและการประเมินผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขยี นประโยคตามหลกั การใช้ Can/Could/must/have to จากความสามารถของ
นกั เรียน
8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
3. ตารางหลกั การใช้ Can/Could/must/have to
9. เทคนิค/วธิ ีการสอนทเ่ี กย่ี วข้อง
1. วธิ ีการสอนแบบอภิปราย (Discussion Method)
POrTFOLIO
Worksheet : Can/Could /Must/Have to
1. Can/Could burn a CD sent an e-mail download some songs
use the printer scan a photo
> I can use the printer.
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
1. Must/Have to
Online safety Ex.11 p.93
> You mustn’t open emails
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 2
เร่ือง E-waste เวลา 2 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การจบั ใจความสาคญั การพดู ขอและใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั เรื่องทีอ่ ่าน พดู ใหค้ าแนะนาในสถานการณ์
ต่างๆ ในชีวติ ประจาวนั และการพดู เก่ียวกบั อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกสใ์ นบา้ นของตนเอง
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อ่านออกเสียงและบอกความหมายวลีเก่ียวกบั งานบา้ นตา่ งๆได้ (K)
2. เขยี นส่ิงท่ี The WEEE man ตอ้ งการบอกใหโ้ ลกรู้ ถา้ เขาสามารถพดู ได้ (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. จบั ใจความสาคญั จากเรื่องท่อี ่าน
2. พดู ใหค้ าแนะนาในสถานการณ์ต่างๆ
3. พดู ขอและใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั บทอ่าน
4. พดู เกี่ยวกบั อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในบา้ นของตนเอง
5. ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองท่ีเกิดข้ึนในหอ้ งเรียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
- การคิดวเิ คราะห์
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูนาเขา้ สู่บทเรียนโดยใหน้ กั เรียนดูชื่อหน่วยการเรียนรู้ยอ่ ย Unit 9b ในหนงั สือเรียน หนา้ 94 แลว้
เดาวา่ Unit 9b จะเกี่ยวกบั อะไร (electronic waste)
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูคาศพั ทใ์ น Ex. 1 แลว้ ครูอธิบายความหมาย จากน้นั ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาวา่ คาศพั ทใ์ ดทีใ่ ช้
ในทุกภาษา
Suggested Answer Key
TV, video, computer, MP3, DVD, laptop
2. ครูอ่านคาถามใน Ex. 2 ใหน้ กั เรียนฟัง 1 คร้งั แลว้ ใหน้ กั เรียนตอบคาถามตามความเป็นจริง
Suggested Answer Key
1. At home we have a fridge, cooker, TV, washing machine, computer, microwave
and vacuum cleaner.
2. I use the fridge to keep my food fresh. I use the cooker to prepare my meals.
I watch TV and see my favourite programmes. I use the computer to do my
homework and write emails. I use the microwave to reheat and cook food.
I use the vacuum cleaner to clean the carpets.
3. If any of the equipment stops working, first I try to repair it. Otherwise, I throw
it away.
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนทา Ex. 3 โดยดูภาพ The sculpture แลว้ ตอบคาถามวา่ อุปกรณ์ใดใน Ex. 1 ทีน่ กั เรียนเห็น
ในภาพ The sculpture และภาพน้ีทาใหน้ กั เรียนรู้สึกอยา่ งไร แลว้ เดาวา่ เหตผุ ลท่ีสรา้ ง The sculpture น้ีคอื
อะไร
2. นกั เรียนอ่านบทอ่านอีกคร้งั และตอบคาถามใน Ex. 4 วา่ ประโยคใดเป็นจริงตามบทอ่าน และถา้
ประโยคใดไม่จริงใหแ้ กไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ ง
1. true
2. true
3. true
4. false (we shouldn’t throw away old appliances)
5. false (we should recycle parts which we can’t repair)
6. true
3. นกั เรียนทา Ex. 5 โดยใชค้ ากริยาที่กาหนดใหเ้ ติมลงในประโยคขอ้ 1-6 แลว้ ตรวจคาตอบพรอ้ มกนั
1. maintain 3. throw away 5. donate
2. recycle 4. upgrade 6. repair
กิจกรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนเขียนส่ิงที่ The WEEE man ตอ้ งการบอกใหโ้ ลกรู้ ถา้ เขาสามารถพดู ได้ (worksheet)
กิจกรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขยี นของนกั เรียน
7. การวดั และการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขียนส่ิงท่ี The WEEE man ตอ้ งการบอกใหโ้ ลกรู้ ถา้ เขาสามารถพดู ได้
8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วธิ ีการสอนทเ่ี กยี่ วข้อง
1. การสอนแบบโครงสร้างความรู้ (Graphic organizer)
PORTFOLIO
Writing: E-waste
Imagine the WEEE man could talk. What would he tell the world? Write five
sentences.
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2
เรื่อง Should/Shouldn’t (advice) เวลา 2 ชวั่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
Should/Shouldn’t (advice) เป็น Modal verb ที่ใชแ้ นะนาสิ่งที่ควรทาและไม่ควรทาในการพดู และ
เขยี นภาษาองั กฤษในชีวติ ประจาวนั
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมายและการใชโ้ ครงสรา้ งประโยค Should/Shouldn’t (advice) ได้ (K)
2. เขยี นประโยคตามโครงสร้าง Should/Shouldn’t (advice) จากคาท่ีกาหนดใหไ้ ด้ (P)
3. มีความรับผดิ ชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. โครงสรา้ งประโยค Should/Shouldn’t (advice)
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
- การคดิ วเิ คราะห์
5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ทบทวนความรู้เกี่ยวกบั คากริยาทีเ่ คยเรียนมาแลว้ และนกั เรียนดูประโยค
ตวั อยา่ งการใช้ should / shouldn’t ใน Ex. 7 แลว้ แปลเป็นภาษาไทย
กจิ กรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูตารางหลกั การใช้ Should/Shouldn’t (advice) บนกระดาน ครูอธิบายและนกั เรียนทาความ
เขา้ ใจ เสร็จแลว้ คดั ลอกเน้ือหาลงในสมุด
8. กจิ กรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนเติมประโยคขอ้ 1-6 ใน Ex. 8ใหส้ มบูรณ์ ดว้ ย should / shouldn’t แลว้ ตรวจคาตอบพรอ้ มกนั
1. should 2. shouldn’t 3. shouldn’t 4. should
2. ครูอ่านตวั อยา่ งใน Ex. แลว้ ใหน้ กั เรียนแตง่ ประโยคใหค้ าแนะนาตามสถานการณ์ท่ีกาหนด โดยใช้
should แลว้ แลกเปลี่ยนกนั ตรวจคาตอบกบั เพอื่ น
2. He should be a mechanic.
3. We should buy one with an ENERGY STAR label on it.
4. He should spend less time on the computer.
5. I should upgrade it.
3. ครูอ่านตวั อยา่ งใน Ex. 10 ใหน้ กั เรียนฟัง จากน้นั ใหน้ กั เรียนเปรียบเทียบการใช้ should และ must
4. ครูอ่านป้ายประกาศ 1-5 ใน Ex. 11 ใหน้ กั เรียนฟัง จากน้นั ใหน้ กั เรียนเลือกใชค้ าใหถ้ ูกตอ้ ง แลว้ ครู
ตรวจคาตอบ
1. mustn’t 2. mustn’t 3. mustn’t 4. must 5. mustn’t
กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนเขยี นประโยคตามหลกั การใช้ Should/Shouldn’t (advice) จากสถานการณ์ท่กี าหนดใหไ้ ด้
(worksheet)
กิจกรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขียนของนกั เรียน
7. การวดั และการประเมินผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขียนประโยคตามหลกั การใช้ Should/Shouldn’t (advice) จากสถานการณ์ท่ี
กาหนดให้
8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
3. ตารางหลกั การใช้ Should/Shouldn’t (advice)
9. เทคนิค/วิธีการสอนท่ีเกย่ี วข้อง
1. วธิ ีการสอนแบบอภิปราย (Discussion Method)
PORTFOLIO
Worksheet : Should/Shouldn’t (advice)
Complete the sentences. Use Should/Shouldn’t /Must/Mustn’t.
Today, I ………
Drivers…………
At school, we …………..
When on a bus, you ……………..
At the cinema, you …………………….
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
เรื่อง Yes or no? เวลา 1 ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การอ่านขอ้ มูลและแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั โทรศพั ทม์ ือถือกบั วยั รุ่น การจบั ใจความสาคญั จากการ
ฟังบทสนทนา และการเขยี นบทความเกี่ยวกบั ขอ้ ดีและขอ้ เสียของการเล่นวดิ ีโอเกม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. จบั ใจความสาคญั จากการฟังบทสนทนาและแสดงความคดิ เห็นได้ (K)
2. เขียนบทความเกี่ยวกบั ขอ้ ดีและขอ้ เสียของการเล่นวดิ ีโอเกมได้ (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
2. การบรรยายขอ้ มูลเก่ียวกบั เรื่องทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม
3. การแสดงความคดิ เห็นและการใหเ้ หตุผลประกอบเก่ียวกบั เร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั
4. การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองทีเ่ กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
- การคิดวเิ คราะห์
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. นกั เรียนอ่านชื่อหน่วยการเรียนรู้ยอ่ ย Unit 9c ในหนงั สือเรียน หนา้ 96 และช่ือบทอ่านใน Ex. 2 แลว้
เดาวา่ Unit 9c เป็นการนาเสนอแบบใด (an article presenting the good and bad points of a topic)
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนทา Ex. 1 โดยอ่านช่ือบทอ่านใน Ex. 2 แลว้ แสดงความคดิ เห็น พรอ้ มใหเ้ หตุผลประกอบ
Suggested Answer Key
Yes, I believe that every teenager should have a mobile phone because they need it to
keep in touch with their friends and families. Mobile phones are also good to have in
case of emergencies.
1. กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนอ่านบทอ่าน Ex. 2 แลว้ ตอบคาถาม จากน้นั ครูตรวจคาตอบ
1. One advantage is that mobile phones can be useful during an emergency because
a person can easily contact family members when needed. Another advantage is
that they help with communication because a person can send text messages or
chat from wherever they are.
2. One disadvantage is that mobile phones can be expensive because if a person uses
it a lot they will have a huge bill to pay. Another disadvantage is that they can be
distracting because a person can spend hours playing games and end up neglecting
their homework.
3. Sally recommends teens learn to use mobile phones sensibly.
2. ครูอ่านคาถาม Should teen play video games? ใน Ex. 3 แลว้ ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาวา่ วลีใดเป็นขอ้ ดี
(advantage) และขอ้ เสีย (disadvantage) จากน้นั ครูตรวจคาตอบ
Advantages: improve logical thinking, enjoyable, relieve stress, better computer skills
Disadvantages: cause headaches, get no exercise, not hang out with friends, gain weight,
can be violent, play for long hours cause problems with eyes
กิจกรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนแบ่งกลุ่มเขยี นบทความเกี่ยวกบั ขอ้ ดีและขอ้ เสียของการเล่นวดิ ีโอเกม (worksheet)
กจิ กรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขยี นของนกั เรียน
7. การวัดและการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขียนบทความเกี่ยวกบั ขอ้ ดีและขอ้ เสียของการเล่นวดิ ีโอเกม
8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วิธีการสอนที่เกย่ี วข้อง
1. การเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมใจ (Cooperative learning)
PORTFOLIO
Writing: Yes or no?
Complete the article below for the school magazine 80-90 words.
Para1: Today, more and more teens play computer games. Is this good or bad?
Para2: Computer games are useful. They can ………….They also …………..
Para3: The computer games can be …………if…….They can also …………..
Para4: Computer games are fun and help to improve our computer skills. However,
you shouldn’t play for long hours as it can cause health problems.
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2
เรื่อง The wonderful world of Doctor who เวลา 1 ชวั่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การจบั ใจความสาคญั และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่ืองทีอ่ ่าน และการเขียนบทความเก่ียวกบั
ละครทวี ที ีเ่ ป็นท่ีนิยมในประเทศไทย
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. จบั ใจความสาคญั และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องทอ่ี ่านได้ (K)
2. เขยี นบทความเกี่ยวกบั ละครทีวที ี่เป็นท่ีนิยมในประเทศไทยได้ (P)
3. มีความรับผดิ ชอบตอ่ งานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. การจบั ใจความสาคญั เช่น หวั ขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุนประโยคทใ่ี ชใ้ นการ
แสดงความคดิ เห็น เช่น I think…
2. การบรรยายขอ้ มูลเกี่ยวกบั เรื่องทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม เช่น การดูหนงั
3. การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองทเ่ี กิดข้นึ ในหอ้ งเรียน
4. Relative
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
- การคิดวเิ คราะห์
5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูนาเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการใหน้ กั เรียนดูภาพ และอ่านชื่อบทอ่านในหนงั สือเรียน หนา้ 97 แลว้ เดา
วา่ Unit 9d จะเก่ียวกบั เร่ืองอะไร (Doctor Who – a UK TV series)
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. ครูเขยี นประโยค Doctor Who is a man who calls himself “The Doctor”. บนกระดาน แลว้ ขีดเสน้
ใตค้ าวา่ who พร้อมอธิบายวา่ คาน้ี คือ relative pronoun แลว้ ใหน้ กั เรียนสงั เกตวา่ เราใช้ who เพอื่ เชื่อม
ประโยค 2 ประโยค เราใช้ who เพอ่ื อา้ งถึงบุคคล และจะไม่ใชซ้ ้ากบั subject pronoun (not: who he…)
จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนอ่านตารางการใช้ relative pronouns ในหนงั สือเรียน หนา้ 97 Ex. 3 (To present and
practise relatives) แลว้ ใช้ relative pronoun เติมลงในประโยค 1-5 ใหถ้ ูกตอ้ ง เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
1. which 2. which 3. who 4. whose 5. who
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนทา Ex.1 โดยฟังเพลงจาก CD 2 / Track 41 แลว้ เดาวา่ Doctor Who คอื ใคร และเขา
เกี่ยวขอ้ งกบั อวกาศอยา่ งไร จากน้นั ครูเปิ ด CD ใหน้ กั เรียนฟังอีกคร้งั และอ่านบทอ่านประกอบเพอ่ื
ตรวจสอบการคาดเดาของนกั เรียนวา่ ถูกตอ้ งหรือไม่
2. นกั เรียนทา Ex. 2 โดยอ่านบทอ่านใน Ex.1 อีกคร้งั แลว้ จบั คูว่ ลีขอ้ 1-5 กบั ขอ้ a-c เพอ่ื ทาใหเ้ ป็น
ประโยคทสี่ มบูรณ์ และตรวจคาตอบพรอ้ มกนั
1. e 2. a 3. b 4. d 5. c
กจิ กรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนแบ่งกลุ่มเขยี นบทความเก่ียวกบั ละครทีวที ี่เป็ นทนี่ ิยมในประเทศไทย (worksheet)
กิจกรรมข้ันสรุป (wrap up)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจและแกไ้ ขงานเขียนของนกั เรียน
7. การวดั และการประเมินผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการเขียนบทความเกี่ยวกบั ละครทวี ที ่ีเป็ นทีน่ ิยมในประเทศไทย
8. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วิธีการสอนที่เกยี่ วข้อง
1. การสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน (Committee work method)
PORTFOLIO
Writing: The wonderful world of Doctor who
Which is the TV series that most people watch in your country? Write a short
paragraph about it. Write: its name, the main characters, what it is about and
why you like it.
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 2
เรื่อง How much is it? เวลา 1 ชวั่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การออกเสียงสานวนประโยคทใี่ ชใ้ นการซ้ือของ บทสนทนา การจบั ใจความสาคญั จากการฟัง
บทสนทนา และการแสดงบทบาทสมมตใิ นสถานการณ์ต่างๆ ในชีวติ ประจาวนั
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อ่านออกเสียงสานวนประโยคที่ใชใ้ นการซ้ือของ บทสนทนา และการเช่ือมคาในประโยคและจบั
ใจความสาคญั จากการฟังบทสนทนา (K)
2. พดู สนทนาแสดงบทบาทสมมตใิ นการซ้ือสินคา้ (P)
3. มีความรับผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่า ในประโยค
2. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
3. ภาษาท่ใี ชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล เช่น การแลกเปล่ียนขอ้ มูลเก่ียวกบั สถานการณ์ต่าง ๆ ใน
ชีวติ ประจาวนั
4. การใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา เช่น การแสดงทา่ ทางประกอบ
5. การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองที่เกิดข้นึ ในหอ้ งเรียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
- การคดิ วเิ คราะห์
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. นกั เรียนอ่านชื่อหน่วยการเรียนรูย้ อ่ ย Unit 9e และดูภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 98 แลว้ เดาวา่ Unit 9e
จะเกี่ยวกบั เร่ืองอะไร (buying electrical goods)
กจิ กรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนฟังสานวนในการซ้ือของใน Ex. 1 แลว้ ออกเสียงตามพรอ้ มกนั และทีละคน ครูใหค้ วาม
สนใจทก่ี ารออกเสียงสูง-ต่า ในประโยค
2. นกั เรียนทา Ex. 2 โดยระบวุ า่ ประโยคใน Ex. 1 ใครเป็นผพู้ ดู ระหวา่ งพนกั งานขายของกบั ลกู คา้
1. shop assistant 4. shop assistant 7. shop assistant
2. customer 5. customer 8. customer
3. shop assistant 6. customer
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนอ่านบทสนทนาใน Ex. 3 แลว้ ตอบคาถามวา่ Adam ตดั สินใจจะซ้ืออะไร
Suggested Answer Key
Adam decides to buy a silver DVD player/ recorder.
2. ครูอ่านประโยค 1-4 ใน Ex. 4 ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ ใหน้ กั เรียนหาประโยคท่ีมีความหมายเหมือนกนั ใน
บทสนทนา Ex. 3 จากน้นั ครูตรวจคาตอบ
1. How can I help you? 3. Have a look at this one.
2. Do you want a specific brand? 4. How much is it?
3. นกั เรียนฟังการออกเสียงการเชื่อมคาในประโยคใน Ex. 7 แลว้ ออกเสียงตามพรอ้ มกนั และทลี ะคน
กิจกรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนจบั คู่พดู สนทนาแสดงบทบาทสมมตใิ นการซ้ือสินคา้
กจิ กรรมข้นั สรุป (wrap up)
1. ครูสุ่มนกั เรียนบางคูอ่ อกมาแสดงบทบาทสมมตหิ นา้ ช้นั เรียน
7. การวัดและการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการพดู สนทนาแสดงบทบาทสมมติในการซ้ือสินคา้
8. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วิธีการสอนที่เกย่ี วข้อง
1. การสอนแบบการเรียนเป็นคู่ (Learning cell)
บันทึกผลหลงั การสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
เรื่อง Science Electricity เวลา 1 ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. สาระสาคญั
การอ่านขอ้ มูลเก่ียวกบั ไฟฟ้า การจบั ใจความสาคญั จากการฟัง การอภิปรายและการคน้ ควา้ ขอ้ มูล
เก่ียวกบั ไฟฟ้าจากอินเทอร์เน็ต
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. จบั ใจความสาคญั จากการฟังและพดู อภปิ รายเก่ียวกบั ไฟฟ้า (K)
2. คน้ ควา้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั ไฟฟ้า จากอนิ เทอร์เน็ตหรือแหล่งการเรียนรูอ้ ่ืน แลว้ พดู นาเสนอ (P)
3. มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย (A)
3. สาระการเรียนรู้
1. การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
2. ภาษาทใี่ ชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล เช่น การแลกเปลี่ยนขอ้ มูลเกี่ยวกบั เร่ืองใกลต้ วั
3. การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กลุม่ สาระการเรียนรู้อ่ืน
4. การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง / สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน
5. การใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบคน้ / การคน้ ควา้ ขอ้ มูลต่างๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
- การคิดวเิ คราะห์
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
2. มีวนิ ยั
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน (Warm up)
1. ครูนาเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการถามวา่ นกั เรียนมีความรูเ้ กี่ยวกบั เร่ืองไฟฟ้ามากนอ้ ยแค่ไหน
กิจกรรมนาเสนอ (Presentation)
1. นกั เรียนดูภาพใน Ex. 1 แลว้ ตอบคาถามวา่ สิ่งของใดในภาพทางานดว้ ยไฟฟ้า และสิ่งของใดทางาน
ดว้ ยแบตเตอร่ี
torch - batteries electric kettle - electricity
lamp - electricity toaster - electricity
2. นกั เรียนทา Ex. 2 โดยอ่านหวั ขอ้ ที่เป็นคาถามในบทอ่าน แลว้ เดาคาตอบ จากน้นั ครูเปิ ด CD 2 /
Track 45 ใหน้ กั เรียนฟังและอ่านบทอ่านประกอบ เพอ่ื ตรวจการคาดเดาของนกั เรียนวา่ ถูกตอ้ งหรือไม่ แลว้
อธิบายความหมายของคาทเี่ ป็นตวั พมิ พห์ นาในบทอ่าน
กิจกรรมการฝึ ก (Practice)
1. นกั เรียนทา Ex. 3 โดยใชค้ าทก่ี าหนดให้เตมิ ลงในช่องวา่ ง จากน้นั พดู สรุปบทอ่านใหเ้ พอ่ื นฟัง
1. energy 4. Electrons
2. static/ current 5. circuit
3. current/ static
2. ครูใหน้ กั เรียนดูขอ้ ความโฆษณาใน Ex. 4 แลว้ เดาวา่ คาชนิดใดที่หายไป เช่น noun, number, name,
etc จากน้นั ครูเปิ ด CD 2 / Track 46 ใหน้ กั เรียนฟัง และเตมิ ขอ้ มลู ลงในขอ้ ความ แลว้ ครูตรวจคาตอบ
1. Sunday 3. animated comedy 5. 3
2. Trousers 4. 6
กิจกรรมนาไปใช้ (Production)
1. นกั เรียนจบั คู่คน้ ควา้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ไฟฟ้า จากอินเทอร์เน็ตหรือแหล่งการเรียนรูอ้ ่ืน แลว้ พดู นาเสนอ
กจิ กรรมข้ันสรุป (wrap up)
1. ครูสุ่มนกั เรียนบางคู่ออกมาแสดงบทบาทสมมตหิ นา้ ช้นั เรียน
7. การวัดและการประเมนิ ผล
1. ประเมินการทาแบบฝึกหดั
2. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ประเมินผลการคน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ไฟฟ้า จากอินเทอร์เน็ตหรือแหล่งการเรียนรู้อ่ืน แลว้ พดู
นาเสนอ
8. ส่ือ / แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียน Access ม. 2
2. แบบฝึกหดั
9. เทคนิค/วิธีการสอนทีเ่ กยี่ วข้อง
1. เทคนิคเพอื่ นคู่คิด (Think pair share)
บันทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 4
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 10
Entertainment
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
นางสาวดาราพร ศรขี าว
ตาแหนง่ ครู
โรงเรียนบา้ นทา่ เยีย่ มวทิ ยายล
สานักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 7
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน