166
(ตอ่ )
ดร.ประยงค์ แ ่กนลา
นายเชาวลิต ัชย ัศก ์ิดสกุล
นางสาวก่ิงกาญจ ์น ัภทร ิพศาล
นายวีรเกียรติ สิตขากูล
นางจา ุรวรรณ กอสกุล
ลกั ษณะเฉพาะของตนเอง √√√√√
คลึงกับโรงเรยี นอื่น
√√√√√
นวิชาการ
รยี น √√√√√
มของผบู้ รหิ ารและครทู ุกคน
การของนักเรยี น √√√√√
ในการพฒั นานักเรยี นรว่ มกบั ครูและ
√√ √√
√√√√√
√ √√
√√√√√
√√√√√
√√√√√
√√√ √
√ √√√
√√√√√
166
ตารางท่ี 4 สรุปสาระสาคัญจากการสมั ภาษณผ์ เู้ ชีย่ วชาญและผูท้ รงคุณวุฒิ (
ข้อ รายการ
28 รปู แบบการบรหิ ารงานวชิ าการของโรงเรียนห้องเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตรค์ วรมลี
ความเหมาะสมของท้องถ่ินของตนเอง
29 ครยู งั สอนด้วยวธิ ีการสอนลักษณะแบบเดมิ
30 ผบู้ ริหารโรงเรยี นให้ความสาคญั ดา้ นการบรหิ ารงานวิชาการมากทสี่ ดุ
31 การปฏบิ ตั งิ านของครดู า้ นวิชาการสามารถปฏบิ ตั ิงานได้อย่างเตม็ ท่ี
32 สง่ เสรมิ ครใู หไ้ ดร้ บั การอบรมเพือ่ พฒั นาตนเองทงั้ ในและนอกประเทศ
33 หนว่ ยงานทเี่ กีย่ วข้องสนบั สนนุ ดแู ลและติดตามอยา่ งต่อเนื่อง
34 มงี บประมาณสนับสนุนอยา่ งเพยี งพอเปน็ ประจาและต่อเน่อื ง
35 การคัดเลือกนกั เรยี นท่ีมีคณุ ภาพ
36 การจดั การเรยี นเสรมิ เพ่มิ เตมิ พิเศษท่เี หมาะสม ตามความสนใจของนักเรียน
37 การใช้หลกั สตู รยงั ไม่มีประสทิ ธภิ าพเทา่ ท่ีควร
38 ขาดบุคลากรท่ีมคี วามชานาญ
39 ส่งเสรมิ ศักยภาพของผู้เรยี น โดยการศกึ ษาดูงาน ศึกษาแหล่งเรียนรตู้ า่ งๆ
40 เชญิ วิทยากรท่มี ีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาใหค้ วามร้กู ับนกั เรียนอยา่ งสมา่ เส
167
(ตอ่ )
ดร.ประยงค์ แก่นลา
นายเชาวลิต ัชย ัศกดิ์สกุล
นางสาวก่ิงกาญจ ์น ัภทร
ิพศาล
นายวีรเกียร ิต สิตขากูล
นางจา ุรวรรณ กอสกุล
ลกั ษณะแตกตา่ งจากโรงเรยี นอื่นตาม √√√√√
สมอ
√√ √√
√√√√√
√ √√√
√√√√√
√√ √√
√√√√√
√√√√√
√√√√√
√√√√√
√√√√√
√√√√√
√√√√√
167
ตารางท่ี 4 สรปุ สาระสาคัญจากการสมั ภาษณผ์ ูเ้ ชย่ี วชาญและผูท้ รงคุณวฒุ ิ (
ขอ้ รายการ
41 เนน้ ให้ครูวดั ผล ประเมนิ ผลตามสภาพจริง
42 ส่งเสริมนักเรียนไดฝ้ ึกงานในหน่วยงานด้านวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีและมหา
43 จัดหาส่อื การสอนทีท่ นั สมัยและนา่ สนใจ
44 ครูทกุ คนมีสว่ นร่วมในการจดั ทาหลกั สตู รสถานศึกษา
45 การปรบั ปรงุ พัฒนาทกุ ส้ินปกี ารศกึ ษา
46 พัฒนาครูให้จัดการเรยี นร้ทู ีเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สาคัญ
47 พัฒนาครู จัดอบรมครูใหส้ ามารถจัดการเรยี นร้ใู หเ้ หมาะสมกบั นักเรยี น
48 สนับสนุนครูใหส้ ามารถใช้เทคโนโลยีในการจดั การเรียนรไู้ ด้ทกุ คน
49 จัดบรกิ ารและส่งเสรมิ นักเรียนท่มี คี วามสามารถพเิ ศษเฉพาะทาง
50 สง่ เสรมิ พัฒนานักเรยี นตามความถนัดแตล่ ะบุคคล
51 การปฏิบัติงานตามหลักสตู รและนโยบายของตน้ สงั กัด
52 จัดทาประกนั คณุ ภาพการศึกษาทง้ั ภายในและภายนอก
53 ผูบ้ ริหารนิเทศการสอนของครอู ย่างสม่าเสมอ
54 จัดทาหลักสตู รให้สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของนกั เรยี น ผู้ปกครองและชุมชน
(ต่อ)
าวิทยาลยั
น
√√√√√ √√√ √√√√√ √√√√√ √√√√√ √√ √√√√√ √√√√√ √√√√√ √√ √√√√√ √√√√√ √√√√√ √ √√ ดร.ประยงค์ แก่นลา
√√ √√ นายเชาวลิต ชัยศักด์สิ กลุ
นางสาวกิ่งกาญจน์ ภัทร
พิศาล
นายวีรเกียรติ สิตขากูล
นางจารวุ รรณ กอสกุล
168
168
ตารางที่ 4 สรุปสาระสาคญั จากการสมั ภาษณผ์ เู้ ช่ยี วชาญและผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ (
ข้อ รายการ
55 ครูควรทาวจิ ยั ในชัน้ เรยี นเพ่ือพัฒนาการสอนและแก้ปญั หาของนักเรยี น
56 สง่ เสริมความร่วมมือกับผู้ปกครองใหเ้ หน็ ความสาคญั ของการพฒั นานกั เรยี น
57 รายงานผลการพัฒนานกั เรยี นและแจ้งขอ้ มูลข่าวสารใหผ้ ู้ปกครอง ชุมชนได้ทรา
58 การติดตามตรวจสอบผลการพฒั นาของนกั เรยี นและโรงเรียนเปน็ ประจาและต่อ
59 พัฒนานักเรียนทกุ คนอยา่ งตอ่ เน่ืองตามศักยภาพของแตล่ ะบคุ คล
60 จดั กจิ กรรมเพ่อื เพ่มิ ทกั ษะและประสบการณต์ รงทางด้านวิทยาศาสตร์
าบอย่เู สมอ 169
อเน่อื ง (ต่อ)
√√√√√ √√√√√ √ √√√ √√√ √√√√√ √√ ดร.ประยงค์ แก่นลา
นายเชาวลติ ชยั ศกั ด์สิ กลุ
√ √√
นางสาวกง่ิ กาญจน์ ภัทรพิศาล
นายวรี เกยี รติ สิตขากูล
นางจารวุ รรณ กอสกุล
169
170
สรุปจากตารางท่ี 4 จากสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจานวน 5 คนได้ให้ความ
คิดเห็นเกี่ยวกับองค์ประกอบของการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษ
วทิ ยาศาสตร์ พบว่า สาระสาคัญท่สี ามารถนาไปใช้เป็นกระทงคาถามในการวจิ ยั จานวน 60 ข้อ
1.3 ผู้วิจัยได้ดาเนินการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียนในโครงการห้องเรียน
พิเศษวิทยาศาสตร์ที่มีการบริหารดีเด่น โดยได้จากการเลือกแบบเจาะจง (purposive method)
จานวน 3 โรงเรยี น สรปุ สาระสาคญั ไดด้ งั นี้
ตารางท่ี 5 แสดงตวั แปรทีไ่ ด้จากการศึกษาการบรหิ ารงานวิชาการของโรงเรีย
ขอ้ รายการ
1 ผบู้ ริหาร หัวหนา้ ฝ่าย ครแู ละคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานรว่ มกนั วางแ
2 กาหนดนโยบายและแผนการบรหิ ารงานวิชาการอย่างชดั เจน สอดคล้องกบั พ.ร
3 จัดให้มแี ผนปฏิบตั งิ านวิชาการทส่ี อดคลอ้ งกับเป้าหมายการพัฒนาการศกึ ษาขอ
4 จัดการบรหิ ารงานวิชาการตามหลกั การท่ีเหมาะสมกับสภาพโรงเรยี น
5 จดั การบริหารงานวิชาการโดยมกี ารวางแผน การดาเนินการ การตรวจสอบและ
6 มอบหมายผ้ปู ฏิบตั ิหน้าท่ดี ้านวิชาการตามความรู้ ความสามารถ ความถนดั หรอื
7 สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้ครูปฏบิ ัติงานวิชาการด้วยการทางานเป็นทมี
8 จดั ใหม้ ขี ้อมลู สารสนเทศเกย่ี วกบั งานวิชาการอยา่ งเป็นปัจจบุ ัน
9 จัดทารายงาน สรุปผลทางวชิ าการของโรงเรยี นเปน็ ประจาทกุ ปี
10 นาข้อมูลที่ไดจ้ ากปที ่ผี ่านมานามาเปน็ ขอ้ มูลเพ่ือการพัฒนางานวชิ าการ
11 ครูศกึ ษา วิเคราะหห์ ลกั สตู รหรอื วิเคราะหผ์ ้เู รยี นก่อนนาไปจดั ทาแผนการจัดกา
12 ครจู ัดทาแผนการจดั การเรยี นรู้โดยเน้นผู้เรยี นเป็นสาคญั
13 ส่งเสริมใหค้ รจู ดั กิจกรรมการเรียนร้โู ดยยดึ ตามหลกั สูตรของโรงเรียน
171
ยนในโครงการหอ้ งเรียนพเิ ศษวิทยาศาสตร์ จานวน 3 โรงเรยี น
โรงเรียนพระปฐม ิวทยาลัย
โรงเรียนสามเสน ิวทยาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิง ์ห ิสงหเส ีน)
แผนการบรหิ ารงานวชิ าการประจาปี √√√
ร.บ.การศกึ ษาและจดุ มงุ่ หมายของหลักสตู รของโรงเรียน √√√
องโรงเรยี น √√√
ะการแกไ้ ขปรับปรงุ √√√
อประสบการณ์ √√√
√√√
ารเรยี นรู้ √√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
171
ตารางที่ 5 แสดงตัวแปรทีไ่ ด้จากการศกึ ษาการบริหารงานวิชาการของโรงเรยี
ขอ้ รายการ
14 สนบั สนนุ ใหค้ รูได้สอนความรคู้ วามสามารถและความถนดั
15 จัดให้มีการสอนเสรมิ เพม่ิ เติมแกน่ กั เรยี นทต่ี ้องการพฒั นาเพมิ่
16 ตดิ ตาม นิเทศ และตรวจสอบการจัดการเรยี นรขู้ องครู
17 รายงานผลการจดั การเรียนรใู้ ห้นกั เรยี น ผู้ปกครองทราบ
18 สารวจความต้องการใชห้ นงั สอื แบบเรยี นจากครู นักเรยี น ผปู้ กครองกอ่ นการพจิ
19 ดาเนนิ การจัดหาหนังสอื ตามระเบยี บ
20 จัดทาแผนงาน โครงการนเิ ทศของโรงเรยี นประจาทกุ ปี
21 มกี ารแตง่ ตง้ั คณะกรรมการหรอื ผรู้ บั ผดิ ชอบในการนเิ ทศการศึกษาของโรงเรยี น
22 จดั การนเิ ทศการศกึ ษาในโรงเรยี นให้สอดคลอ้ งเหมาะสมกบั หลักสตู รของโรงเรยี
23 สง่ เสรมิ พัฒนาครูเรื่องการนิเทศการศกึ ษา
24 นเิ ทศ ตดิ ตามการจดั การเรียนร้ขู องครูเป็นประจาตอ่ เนื่อง
25 ประเมินผลการปฏิบัติงานของครอู ย่างสม่าเสมอ
26 ประเมนิ ผลการนิเทศการศึกษาในโรงเรยี นเป็นประจาทุกปี
172
ยนในโครงการหอ้ งเรยี นพิเศษวิทยาศาสตร์ จานวน 3 โรงเรยี น (ตอ่ )
โรงเรียนพระปฐม ิวทยาลัย
โรงเรียนสามเสน ิวทยาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิง ์ห ิสงหเส ีน)
จารณาเลือกหนงั สือมาใช้ √√√
√√√
นอย่างชดั เจน √√√
ยน √√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
172
ตารางท่ี 5 แสดงตัวแปรทไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาการบริหารงานวิชาการของโรงเรีย
ข้อ รายการ
27 จัดหาหรือพฒั นาแหล่งเรยี นรใู้ นโรงเรยี นเพ่ือใชพ้ ัฒนาการเรยี นรขู้ องนักเรยี น
28 จัดทาเอกสารเผยแพรแ่ หลง่ เรยี นรใู้ นโรงเรยี นแกผ่ ูส้ นใจทว่ั ไป
29 ส่งเสรมิ สนบั สนุนใหค้ รูใช้แหลง่ เรยี นรู้ท้ังในและนอกโรงเรยี นในการจัดการเรีย
30 ส่งเสรมิ สนับสนุนให้ครจู ดั การเรยี นรู้โดยใชภ้ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถิ่นท้ังในและนอกโรง
31 ติดตามและประเมนิ ผลการใชแ้ หลง่ เรียนรู้ทง้ั ในและนอกโรงเรยี น
32 นาผลการนิเทศไปปรับปรงุ พัฒนาการปฏิบัตงิ านและการจัดการเรียนรขู้ องครู
33 จัดระบบการเทียบโอนผลการศึกษาทีถ่ ูกตอ้ งตามระเบยี บในปจั จุบนั
34 จดั ประชมุ คณะครูและผู้เก่ียวขอ้ งเพอื่ วิเคราะห์หลกั สตู รรว่ มกนั ก่อนจดั ทาหลกั ส
35 จัดทาหลักสูตรใหเ้ หมาะสมสอดคล้องกับสภาพของโรงเรียน
36 จดั แบง่ ครใู นการจดั ทาหลกั สูตรตามกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
37 การจัดอบรมสมั มนาครูใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั การจดั ทาหลกั สตู รและก
38 จดั ทาคูม่ ือการใชห้ ลกั สูตรให้เพยี งพอกบั ความตอ้ งการของครู
39 สง่ เสริมใหม้ ีการจัดกจิ กรรมนอกหลักสูตรในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
173
ยนในโครงการหอ้ งเรยี นพิเศษวิทยาศาสตร์ จานวน 3 โรงเรยี น (ต่อ)
โรงเรียนพระปฐม ิวทยาลัย
โรงเรียนสามเสน ิวทยาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิง ์ห ิสงหเส ีน)
ยนรู้ √√√
งเรียน √√√
√√√
สูตรสถานศกึ ษา √√√
การนาหลักสตู รไปใช้ √√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
173
ตารางท่ี 5 แสดงตวั แปรทไ่ี ดจ้ ากการศึกษาการบริหารงานวิชาการของโรงเรีย
ข้อ รายการ
40 มกี ารตรวจสอบ ทบทวนหลกั สูตรและประเมินผลการใชห้ ลกั สูตร
41 จดั กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนใหเ้ หมาะสมกบั ความต้องการหรอื ตามศักยภาพของผเู้
42 เปิดโอกาสให้ชมุ ชนท้องถิ่นมีสว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนของโรงเรีย
43 วดั ผล ประเมินผลการจดั กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี นของโรงเรียน
44 มีการรว่ มกันพฒั นาการจัดกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี นของแต่ละกล่มุ สาระการเรียนร
45 มีแผนงาน โครงการของโรงเรยี นท่ีส่งเสรมิ การจดั กิจกรรมเสริมหลักสูตร
46 สง่ เสริมให้ครเู ข้ารบั การอบรมเพิม่ ทกั ษะเก่ียวกบั การจดั กจิ กรรมการเรียนทเี่ หม
47 ส่งเสริมให้ครจู ดั กิจกรรมเพอ่ื พฒั นากระบวนการคดิ วเิ คราะหข์ องนกั เรยี น
48 สง่ เสรมิ พัฒนาครใู นการคน้ คว้า พฒั นาออกแบบการเรียนรใู้ หเ้ หมาะสมกับผูเ้ ร
49 สรา้ งขวญั กาลงั ใจในรูปแบบตา่ งๆ แก่ครทู ่ีจัดการเรียนรู้ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
50 ผปู้ กครอง ชมุ ชนหรือท้องถ่ินมสี ว่ นรว่ มในการจดั การเรียนรูใ้ ห้กบั นกั เรียนในรูป
51 ศึกษา วเิ คราะหค์ วามจาเปน็ ในการใชส้ ่ือและเทคโนโลยเี พ่ือการจัดการเรยี นรู้
52 มแี ผนงาน โครงการการผลติ สอื่ การเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกับหลักสตู ร
174
ยนในโครงการหอ้ งเรียนพเิ ศษวิทยาศาสตร์ จานวน 3 โรงเรยี น (ต่อ)
โรงเรียนพระปฐม ิวทยาลัย
โรงเรียนสามเสน ิวทยาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิง ์ห ิสงหเส ีน)
เรยี น √√√
ยน √√√
√√√
รู้ √√√
√√√
มาะสมกบั ผู้เรยี น √√√
√√√
รียน √√√
√√√
ปแบบต่างๆ √√√
√√√
√√√
√√√
174
ตารางที่ 5 แสดงตัวแปรทีไ่ ด้จากการศึกษาการบริหารงานวิชาการของโรงเรีย
ข้อ รายการ
53 สนับสนุนงบประมาณสาหรับการผลิตสื่อการเรยี นรูอ้ ย่างเพียงพอ
54 การจัดหาสื่อ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมสาหรบั การจดั กิจกรรมการเรียนรขู้ องคร
55 โรงเรียนใหค้ วามสาคญั ต่อการใช้สอื่ เทคโนโลยีและนวตั กรรมต่างๆ
56 จัดหาสื่อการเรียนรู้ทส่ี อดคลอ้ งกับความตอ้ งการในแตล่ ะกลมุ่ สาระ
57 ใช้สื่อ เทคโนโลยีใหเ้ กิดประสทิ ธผิ ลอยา่ งคุม้ คา่ ตอ่ การเรยี นรู้ของผเู้ รยี น
58 จดั เกบ็ สอื่ เทคโนโลยเี ปน็ ระบบ
59 มรี ะบบควบคุมดแู ล ปอ้ งกนั การใชส้ ื่อ เทคโนโลยีและนวตั กรรมทไ่ี มเ่ หมาะสมข
60 ประเมินผลการพัฒนาและการใชส้ ื่อ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมเพอื่ การศึกษา
61 มีการจัดทาแผนงาน โครงการแนะแนวในโรงเรยี นเปน็ ประจาทุกปี
62 จดั ระบบการแนะแนวทางวชิ าการและวิชาชีพภายในโรงเรยี น
63 แต่งตง้ั คณะกรรมการแนะแนวของโรงเรียนเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบงานแนะแนวของโร
64 ดาเนินกจิ กรรมแนะแนวโดยความร่วมมือของทุกฝา่ ยในสถานศกึ ษา
65 มีความร่วมมือกนั กับองคก์ รภายนอกในการแนะแนวการศึกษาต่อและการประก
175
ยนในโครงการหอ้ งเรียนพิเศษวทิ ยาศาสตร์ จานวน 3 โรงเรียน (ต่อ)
โรงเรียนพระปฐม ิวทยาลัย
โรงเรียนสามเสน ิวทยาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิง ์ห ิสงหเส ีน)
รู √√√
√√√
ของนกั เรยี น √√√
รงเรยี น √√√
กอบอาชพี √√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
175
ตารางที่ 5 แสดงตวั แปรทไ่ี ดจ้ ากการศึกษาการบริหารงานวิชาการของโรงเรยี
ขอ้ รายการ
66 สรา้ งความร้คู วามเข้าใจแกท่ กุ ฝ่ายในการให้บริการแนะแนวแก่นักเรยี น
67 จดั ระบบการแนะแนวทางวชิ าการและวชิ าชพี ของโรงเรยี นโดยเชือ่ มโยงกบั ระบ
68 ตดิ ตาม ประเมนิ ผลการแนะแนวการศกึ ษาในโรงเรยี นอยา่ งสม่าเสมอและตอ่ เน
69 นาผลการประเมนิ มาปรบั ปรงุ แก้ไขพัฒนาการแนะแนวของโรงเรยี น
70 กาหนดใหค้ รทู ุกคนทาวจิ ยั ในชั้นเรยี น
71 สร้างความตระหนักถงึ ความสาคญั และประโยชน์ของการทาวจิ ยั ในชัน้ เรยี นแกค่
72 ผบู้ รหิ ารและครรู ว่ มกนั กาหนดมาตรการ เกณฑห์ รือทิศทางในการทาวจิ ยั ในช้ัน
73 โรงเรียนมีแผนงาน โครงการการวดั ผลประเมนิ ผลเป็นประจาทุกปี
74 ผู้บรหิ ารเป็นผูน้ าในการดาเนนิ งานด้านวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
75 ครทู ุกคนมีสว่ นรว่ มในการวางแผน การวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษาของโรงเ
76 โรงเรียนมกี ารแต่งต้ังครู คณะกรรมการ บคุ ลากรผู้รับผิดชอบดา้ นการวดั ผลปร
77 มีการประเมนิ ผลการวางแผนการบริหารงานวิชาการใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
176
ยนในโครงการหอ้ งเรยี นพเิ ศษวทิ ยาศาสตร์ จานวน 3 โรงเรยี น (ต่อ)
โรงเรียนพระปฐม ิวทยาลัย
โรงเรียนสามเสน ิวทยาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิง ์ห ิสงหเส ีน)
บบดูแลช่วยเหลอื นักเรียน √√√
นือ่ ง √√√
√√√
ครู √√√
นเรยี น √√√
√√√
เรยี น √√√
ระเมินผลการศกึ ษาของโรงเรยี น √√√
√√√
√√√
√√√
√√√
176
ตารางที่ 5 แสดงตัวแปรที่ได้จากการศึกษาการบริหารงานวิชาการของโรงเรีย
ขอ้ รายการ
78 นาผลจากการประเมนิ ใช้ในการวางแผนการบริหารงานวชิ าการใหม้ ปี ระสทิ ธภิ า
79 วางแผนการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาตามระบบประกันคณุ ภาพการศึกษาให้บร
80 แตง่ ต้งั คณะกรรมการผ้รู บั ผดิ ชอบด้านการการประกันคุณภาพภายในของโรงเร
81 กาหนดเกณฑ์การประเมนิ เป้าหมายความสาเร็จของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศกึ
คุณภาพการศกึ ษา
82 สร้างความเข้าใจในเรือ่ งหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารประเมินของสานักงานรับรองมาต
83 ประสานความร่วมมือกับทกุ ฝ่ายในการปรับปรงุ และพฒั นาระบบประกันคณุ ภา
84 ประสานความรว่ มมือกบั โรงเรียนและหนว่ ยงานอ่ืนในการปรับปรงุ พฒั นาอย่าง
85 ดาเนนิ การพฒั นางานประเมินคณุ ภาพภายในเพอื่ ปรบั ปรงุ พัฒนาอยา่ งต่อเนอื่ ง
86 ตดิ ตาม ตรวจสอบและประเมินคณุ ภาพภายในเพอ่ื ปรับปรงุ และพฒั นาอย่างต่อ
87 นาผลการตดิ ตามและประเมนิ คณุ ภาพภายในและภายนอกเพื่อปรบั ปรุงพฒั นาร
88 จัดทาสรุปรายงานประกนั คณุ ภาพภายในของโรงเรยี นทุกปี
89 มกี ารเตรยี มความพรอ้ มของครู นกั เรียนและสถานศกึ ษาใหพ้ รอ้ มรบั การประเม
177
ยนในโครงการหอ้ งเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์ จานวน 3 โรงเรยี น (ต่อ)
โรงเรียนพระปฐม ิวทยาลัย
โรงเรียนสามเสน ิวทยาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิง ์ห ิสงหเส ีน)
าพในปตี อ่ ไป √√√
รรลุตามเป้าหมายของสถานศึกษา √√√
รยี นอยา่ งชัดเจน √√√
√√√
กษาและตวั ชี้วดั ของสานักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน
√√√
ตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศกึ ษา √√√
าพภายใน √√√
งต่อเน่อื ง √√√
√√√
อเนือ่ ง √√√
ระบบประกนั คณุ ภาพภายในสถานศึกษา √√√
√√√
มิน
177
ตารางที่ 5 แสดงตัวแปรท่ีไดจ้ ากการศึกษาการบรหิ ารงานวิชาการของโรงเรยี
ขอ้ รายการ
90 การจดั สภาพรบั การประเมินตามสภาพจรงิ
91 สง่ เสรมิ และสนับสนนุ ครใู หค้ รู นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมในการรบั การประเมนิ จากภา
92 ส่งเสรมิ ให้ประชาชนในชุมชน ท้องถิน่ เข้ามามีส่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรมทางวิช
93 จดั กจิ กรรมเพื่อส่งเสรมิ การมสี ่วนร่วมกบั ชมุ ชน
94 จัดกจิ กรรมเพอื่ พัฒนาทกั ษะวชิ าชพี แกช่ ุมชน
95 สารวจความตอ้ งการของบุคลากรในโรงเรียนเพอ่ื พฒั นาดา้ นวิชาการ
96 ประสานขอความรว่ มมอื ความชว่ ยเหลือในการพฒั นาวิชาการจากหน่วยงานตน้
97 สรา้ งเครอื ขา่ ยความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการระหวา่ งโรงเรียน
98 รว่ มมือในการพฒั นางานวิชาการกบั องคก์ รต่างๆ ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรีย
99 ตดิ ตามผลการสร้างเครือขา่ ยความร่วมมือเพอ่ื ใหเ้ กิดผลเป็นรูปธรรม
100 ศกึ ษา วเิ คราะหน์ ักเรยี นหรอื คน้ หาความเปน็ เลิศของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คลด้วย
101 จดั กลุม่ นักเรียนทมี่ คี วามเปน็ เลิศในแต่ละด้าน
178
ยนในโครงการห้องเรยี นพิเศษวิทยาศาสตร์ จานวน 3 โรงเรยี น (ตอ่ )
โรงเรียนพระปฐม ิวทยาลัย
โรงเรียนสามเสน ิวทยาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิง ์ห ิสงหเส ีน)
ายนอก √√√
ชาการของโรงเรยี น √√√
√√√
นสังกัด √√√
ยน √√√
ยเครือ่ งมอื ทห่ี ลากหลาย √√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
178
ตารางที่ 5 แสดงตัวแปรที่ได้จากการศกึ ษาการบรหิ ารงานวิชาการของโรงเรยี
ขอ้ รายการ
102 จัดครทู ีม่ คี วามสามารถเหมาะสมกบั การพัฒนาความสามารถของนักเรยี นในแต
103 ส่งเสรมิ พฒั นาครใู หม้ ีความสามารถพิเศษเหมาะสมกบั การพฒั นานกั เรยี น
104 สนับสนนุ ใหน้ ักเรียนมโี อกาสไดแ้ สดงความสามารถดว้ ยวธิ กี ารหลากหลายในเว
105 การจัดทาขอ้ มลู นักเรยี นอย่างมีระบบ
106 การจัดให้มีการเรียนรว่ มกันไดส้ าหรับนกั เรยี นทกุ ระดบั ความสามารถ ในวยั เดยี
107 ประชุมชีแ้ จง ทาความเขา้ ใจและพัฒนานักเรยี นร่วมกนั กับผู้ปกครอง
108 ตรวจสอบและประเมินความกา้ วหนา้ ของนักเรียนเป็นรายบคุ คล
109 ประสานงานกับผทู้ ่เี กยี่ วข้องกับการพัฒนานกั เรียนอยา่ งสม่าเสมอและต่อเนอื่ ง
110 นักเรียนไดร้ ับการพฒั นาให้มีคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ตามหลักสตู รสถานศึกษ
111 นักเรียนได้รับการพฒั นาความสามารถในการคดิ อยา่ งเปน็ ระบบและแกป้ ัญหาไ
112 มกี ารจดั ระบบการสง่ ต่อนกั เรยี นอยา่ งเหมาะสม
179
ยนในโครงการห้องเรยี นพเิ ศษวิทยาศาสตร์ จานวน 3 โรงเรยี น (ตอ่ )
โรงเรียนพระปฐม ิวทยาลัย
โรงเรียนสามเสน ิวทยาลัย
โรงเรียนบดินทรเดชา(สิง ์ห ิสงหเส ีน)
ตล่ ะกล่มุ √√√
วทีตา่ งๆ √√√
ยวกัน √√√
√√√
ษา √√√
ไดอ้ ยา่ งสมเหตุสมผล √√√
√√√
√√√
√√√
√√√
√√√
179
180
สรุปจากตารางท่ี 5 จากการศึกษาการบริหารงานวิชาการดีเด่นของโรงเรียนในโครงการ
ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ พบว่า สาระสาคัญที่สามารถนาไปใช้เป็นกระทงคาถามในการวิจัย
จานวน 112 ขอ้
1.4 จากการวิเคราะห์เอกสารเก่ียวกับแนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยในประเทศและงานวิจัย
ตา่ งประเทศ ได้กระทงคาถาม จานวน 124 ข้อ การศึกษาการบริหารงานวิชาการดีเด่นของโรงเรียน
ในโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ 3 โรงเรียน ได้กระทงคาถาม จานวน 60 ข้อ และความ
คิดเห็นจากการสัมภาษณ์ของผู้เช่ียวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ ได้กระทงคาถาม จานวน 112 ข้อ รวม
ทั้งสิ้น 296 ข้อ ซ่ึงมีความสอดคล้องกันหลายประเด็น ผู้วิจัยจึงได้นามาบูรณาการเข้าด้วยกัน และ
นามาจัดทาเป็นข้อคาถามได้ 160 ข้อ และเม่ือตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ
จานวน 5 คนและหาค่าดัชนีความสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ (index of item-objective
congruence : IOC) ของเครื่องมือวิจัย พบว่า มีความสอดคล้องต่ากว่า 0.5 จึงตัดออกและผู้ทรง
วุฒิได้เสนอปรบั แกไ้ ขข้อคาถามบางข้อ ผ้วู ิจัยไดด้ าเนนิ การปรับแก้จนนกระทั่งได้ข้อคาถามรวมทั้งสิ้น
132 ข้อ ซึ่งหลังจากน้ันนาไปทดลองใช้กับประชากรท่ีไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จานวน 8 โรงเรียน
โรงเรียนละ 4 คน ประกอบด้วย ผู้อานวยการโรงเรียน รองผู้อานวยการโรงเรียนฝ่ายวิชาการ
หัวหน้าโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์และครูผู้สอนในโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์
รวมจานวน 32 คนและหาค่าความเช่ือม่ันของแบบสอบถาม (reliability) โดยใช้วิธีสัมประสิทธ์ิ
แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s alpha coefficient) พบว่า ได้ค่าความเช่ือมั่นเท่ากับ .976
ดังนนั้ แบบสอบถามดงั กล่าวจึงมีความเหมาะสมสาหรบั การนาไปใช้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอยา่ งต่อไป
1.5 วิเคราะห์องค์ประกอบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษ
วทิ ยาศาสตร์
การวิเคราะห์องค์ประกอบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษ
วิทยาศาสตร์ เป็นการวิจัยเชิงสารวจ (Expletory Factor Analysis : EFA) ความคิดเห็นของกลุ่ม
ตัวอย่าง จานวน 131 โรงเรียน จานวน 524 ฉบับ ได้รับแบบสอบถามกลับคืนมา 123 โรงเรียน
จานวน 492 ฉบบั คดิ เป็นร้อยละ 93.89 นามาวิเคราะห์และเสนอผลด้วยตารางประกอบคาบรรยาย
ประกอบด้วย 3 ขนั้ ตอน ดงั นี้
1.5.1 วิเคราะหส์ ภาพสว่ นตวั ของผ้ตู อบแบบสอบถาม
1.5.2 วิเคราะหร์ ะดับความคิดเหน็ เกยี่ วกับตวั แปรที่เปน็ องค์ประกอบการบริหารงาน
วชิ าการของโครงการหอ้ งเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์
1.5.3 วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสารวจ (Exploratory Factor Analysis : EFA)
ด้วยวิธีการสกัดปัจจัย (Principal Component Analysis : PCA) เพี่อให้ได้ตัวแปรท่ีสาคัญของ
องคป์ ระกอบการบรหิ ารงานวชิ าการของโครงการห้องเรียนพเิ ศษวิทยาศาสตร์
181
1.5.1 วิเคราะหส์ ภาพสว่ นตัวของผตู้ อบแบบสอบถาม
ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จานวน 131 โรงเรียน 524 ฉบับ เมื่อ
แยกพิจารณาตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา ตาแหน่งหน้าที่ในสถานศึกษา ประสบการณ์ทางาน
และประสบการณ์ทางานในตาแหน่งปจั จุบนั โดยการแจกแจงความถี่ (frequency) และหาค่าร้อยละ
(percentage) รายะเอียดดงั ตารางท่ี 8
ตารางท่ี 6 แสดงสถานภาพทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
สถานภาพ รวม จานวน ร้อยละ
1. เพศ
176 33.77
1.1 ชาย 316 64.23
1.2 หญิง 492 100
จานวน รอ้ ยละ
สถานภาพ
2.อายุ 46 9.35
88 17.88
2.1 ตา่ กว่า 30 ปี 70 14.24
139 28.25
2.2 31-35 ปี 80 16.26
69 14.02
2.3 36-40 ปี 492 100
2.4 41-45 ปี - -
311 63.21
2.5 46-50 ปี 165 33.54
16 3.25
2.6 50 ปีขน้ึ ไป 492 100
รวม
3. วุฒิการศึกษา
3.1 ตา่ กวา่ ปริญญาตรี
3.2 ปรญิ ญาตรี
3.3 ปริญญาโท
3.4 ปรญิ ญาเอก
รวม
182
ตารางท่ี 6 แสดงสถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม(ต่อ) จานวน ร้อยละ
สถานภาพ 123 25.00
4. ตาแหน่งหน้าทีใ่ นสถานศกึ ษา 123 25.00
123 25.00
4.1 ผอู้ านวยการโรงเรยี น
4.2 รองผ้อู านวยการฝา่ ยวิชาการ 123 25.00
4.3 หัวหนา้ ฝา่ ยวิชาการ / 492 100
หัวหนา้ โครงการหอ้ งเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์ 85 17.27
4.4 ครผู สู้ อนโครงการห้องเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์ 150 30.49
180 36.59
รวม 77 15.65
5. ประสบการณท์ างาน 492 100
5.1 ตา่ กว่า 10 ปี 47 9.55
5.2 11-20 ปี 248 50.41
5.3 21-30 ปี 125 25.41
5.4 มากกวา่ 30 ปี 72 14.63
492 100
รวม
6. ประสบการณใ์ นการทางานในตาแหนง่ ปัจจบุ นั
6.1 ตา่ กวา่ 5 ปี
6.2 6-10 ปี
6.3 11-15 ปี
6.4 มากกวา่ 15 ปี
รวม
จากตารางที่ 6 พบว่า มีผตู้ อบแบบสอบถามรวมท้ังสิน้ 492 คน เป็นเพศชาย 176 คน คิด
เปน็ รอ้ ยละ 33.77 และเป็นเพศหญิง 316 คน คิดเป็นร้อยละ 64.23 ด้านอายุ พบว่า ส่วนใหญ่ช่วง
อายุ 41-45 ปีมีมากที่สุด จานวน 139 คน คิดเป็นร้อยละ 25.25 น้อยที่สุดอายุต่ากว่า 30 ปี
จานวน 46 คน คิดเป็นร้อยละ 9.35 ด้านวุฒิการศึกษา พบว่าระดับปริญญาตรีมากท่ีสุด จานวน
311 คน คิดเป็นร้อยละ 63.21 น้อยที่สุดปริญญาเอก จานวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 3.25 ด้าน
ตาแหน่งหน้าที่ในสถานศึกษา พบว่า เป็นผู้บริหาร จานวน 123 คน คิดเป็นร้อยละ 25.00 เท่ากับ
รองผอู้ านวยการฝา่ ยวิชาการ หวั หนา้ ฝ่ายวชิ าการ /หัวหนา้ โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์และ
ครูผสู้ อนโครงการห้องเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์ ด้านประสบการณ์ทางาน พบว่าทางานมาอยู่ระหว่าง
183
21-30 ปีมากที่สุด 180 คน คิดเป็นร้อยละ 36.59 น้อยท่ีสุดทางานมากกว่า 30 ปี จานวน 77 คน
คิดเป็นร้อยละ 16.65 และด้านประสบการณ์ทางานในตาแหน่งปัจจุบัน พบว่ามากที่สุด 6-10 ปี
จานวน 248 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 50.41 นอ้ ยทส่ี ดุ ตา่ กวา่ 5 ปี จานวน 47 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 9.55
1.5.2 การวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นเก่ียวกับตัวแปรที่เป็นองค์ประกอบการบริหารงาน
วิชาการของโรงเรยี นในโครงการหอ้ งเรยี นพเิ ศษวิทยาศาสตร์
การวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวแปรที่เป็นองค์ประกอบการบริหารงานวิชาการ
ของโรงเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ผู้วิจัยได้วิเคราะห์จากค่าเฉลี่ย (X) และส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยนาค่าเฉล่ียที่ได้มาเทียบกับเกณฑ์ตามแนวคิดของเบสท์ (Best)
รายละเอียด ดังตารางที่ 7
ตารางท่ี 7 แสดงค่าเฉลยี่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานและระดบั ของแต่ละตัวแปรทเ่ี ป็นองคป์ ระกอบ
การบริหารงานวชิ าการของโรงเรียนในโครงการหอ้ งเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์
(n=492)
ขอ้ รายการ สว่ น คา่ ระดบั
ค่าเฉล่ยี เบย่ี งเบน ความ
คดิ เห็น
(X) มาตรฐาน
(S.D.)
1 กาหนดนโยบายและแผนการบรหิ ารงานวชิ าการ 4.60 0.488 มากท่สี ุด
สอดคล้องจดุ มุ่งหมายหลกั สูตรของสถานศึกษา
2 จัดให้มแี ผนปฏิบัตงิ านวชิ าการ 4.60 0.597 มากท่สี ดุ
ตามหลกั การทีเ่ หมาะสมกบั สภาพโรงเรยี น
3 จดั การบริหารงานวชิ าการโดยมีการวางแผน 4.21 0.987 มากที่สดุ
การดาเนนิ การ การตรวจสอบและการแกไ้ ขปรบั ปรุง
4 ผู้บรหิ าร หวั หนา้ งาน ครูและคณะ กรรมการสถานศึกษา 4.17 0.69 มาก
ร่วมกนั วางแผนการบริหารงานวิชาการประจาปี
5 การจัดการบริหารงานวิชาการตามองคป์ ระกอบ 4.50 0.5 มากทส่ี ุด
การบริหารงานวชิ าการของสานกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน
6 การทาหลกั สูตรสถานศึกษาตามหลกั สูตรแกนกลาง 4.78 0.414 มากทสี่ ุด
ขั้นพน้ื ฐานร่วมกับหลักสตู รหอ้ งเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์
7 มอบหมายผ้ปู ฏิบัติหน้าท่ดี ้านงานวิชาการตามความรู้ 4.34 0.742 มาก
ความสามารถ ความถนดั หรอื ประสบการณ์
184
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลีย่ สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานและระดบั ของแตล่ ะตัวแปรที่เปน็ องคป์ ระกอบ
การบรหิ ารงานวิชาการของโรงเรียนในโครงการหอ้ งเรยี นพเิ ศษวิทยาศาสตร์ (ตอ่ )
(n=492)
ขอ้ รายการ ส่วน คา่ ระดับ
ค่าเฉล่ยี เบย่ี งเบน ความ
คดิ เหน็
(X) มาตรฐาน
(S.D.)
8 การบรหิ ารงานวชิ าการเนน้ การมีสว่ นร่วมของครแู ละ 4.27 0.878 มาก
ทุกฝา่ ยและส่งเสริมสนับสนนุ ให้ครผู ู้ปฏบิ ตั งิ านวชิ าการ
ด้วยการทางานเปน็ ทีม
9 จัดให้มีระบบข้อมูลสารสนเทศ เกี่ยวกับงานด้านวิชาการ 4.27 0.659 มาก
อยา่ งเป็นปจั จบุ ัน
10 จดั ทารายงานสรปุ ผลงานวชิ าการของโรงเรยี นอย่าง 4.27 0.739 มาก
ชัดเจนประจาทุกปีและนาข้อมลู จากปที ผี่ ่านมามาใช้
ในการพัฒนางานวิชาการ
11 ครศู ึกษา วเิ คราะห์หลักสตู รและวเิ คราะหผ์ เู้ รียนก่อน 4.39 0.585 มาก
นาไปจัดแผนการจัดการเรียนรู้
12 สง่ เสริมให้ครูจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้โดยเนน้ ผเู้ รยี น 4.50 0.5 มากทีส่ ดุ
เป็นสาคญั และมกี ลวธิ กี ารสอนทหี่ ลากลายเหมาะสมกับ
ยคุ ปัจจุบัน
13 สง่ เสริมใหค้ รูจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้โดยยึดตามหลักสูตร 4.50 0.686 มากท่ีสดุ
ของโรงเรียนและหลกั สูตรห้องเรียนพเิ ศษวิทยาศาสตร์
14 สนบั สนนุ ให้ครูไดส้ อนตามความสามารถและความถนดั 4.77 0.416 มากทสี่ ุด
15 ส่งเสรมิ ให้ครูได้แลกเปลย่ี นเรียนรใู้ นการผลิตและ 4.44 0.592 มาก
พัฒนาสอ่ื นวตั กรรมและเทคโนโลยที างการศึกษา
ทั้งในและนอกสถานศึกษา
16 ครคู วรทาวจิ ัยในช้ันเรยี นทุกคนเพื่อแก้ไขปญั หาและ 4.72 0.551 มากท่สี ุด
พัฒนา การเรยี นรู้
17 ตดิ ตาม นเิ ทศและตรวจสอบการจดั การเรยี นร้ขู องครู 4.06 0.771 มาก
อย่างเปน็ ระบบและต่อเนื่อง
18 มกี ารนเิ ทศตดิ ตาม การประเมินผลเพื่อตรวจวัดความ 4.01 0.881 มาก
สาเรจ็ ด้านการบริหารงานวิชาการ
19 สนบั สนนุ และพฒั นาครูให้สามารถใช้เทคโนโลยใี น 4.28 0.732 มาก
การจดั การเรียนรู้ไดท้ ุกคน
185
ตารางท่ี 7 แสดงคา่ เฉลีย่ สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดบั ของแตล่ ะตัวแปรทีเ่ ป็นองค์ประกอบ
การบรหิ ารงานวิชาการของโรงเรียนในโครงการหอ้ งเรยี นพเิ ศษวิทยาศาสตร์ (ตอ่ )
(n=492)
ขอ้ รายการ ค่าเฉล่ีย สว่ น คา่ ระดับ
เบย่ี งเบน ความ
(X) มาตรฐาน คดิ เหน็
(S.D.)
20 วิเคราะหส์ ภาพปัญหาและความพร้อมของโรงเรียน 4.40 0.586 มาก
เพือ่ จัดทาหลักสูตรสถานศกึ ษา
21 จัดใหม้ กี ารเรียนรายวิชาเพม่ิ เติมแกน่ กั เรียนในโครงการ 4.33 0.578 มาก
ห้องเรยี นพเิ ศษวทิ ยาศาสตร์
22 มีการจัดทาประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาภายใน โดยการมี 4.32 0.747 มาก
สว่ นร่วมของผบู้ ริหารและครูทกุ คน
23 ผู้บรหิ ารจดั ให้มีระบบการนิเทศการสอนของครูอย่าง 4.21 0.702 มาก
สม่าเสมอและประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานของครูเปน็
ประจาอย่างตอ่ เน่ือง
24 สง่ เสรมิ และพัฒนาให้ครูวดั ผล ประเมินผลการเรียนรู้ 4.33 0.746 มาก
ตามสภาพจริง
25 จัดใหม้ กี ารรายงานผลการจัดการเรยี นรู้ให้นกั เรียน 4.25 0.812 มาก
ผู้ปกครองทราบสมา่ เสมอและอยา่ งตอ่ เนื่อง
26 จดั หาหรือพัฒนาแหล่งเรียนรูใ้ นโรงเรียนเพอ่ื ใช้ใน 4.27 0.728 มาก
การพฒั นาการเรยี นรู้ของนกั เรียน
27 สง่ เสริมความร่วมมือกับผู้ปกครองใหเ้ ห็นความ 4.21 0.719 มาก
สาคญั และร่วมกันดูแล เอาใจใสใ่ นการพฒั นานักเรียน
ร่วมกบั ครแู ละโรงเรยี น
28 จัดทาเอกสารเผยแพรก่ ารจัดการเรยี นรขู้ องโรงเรยี น 4.16 0.952 มาก
แก่สถานศกึ ษาในบริเวณใกลเ้ คียงหรอื ผูส้ นใจทว่ั ไป
29 ส่งเสรมิ สนับสนุนใหค้ รูจัดการเรียนรู้ท้งั ในและนอก 4.04 1.035 มาก
โรงเรยี น
30 สง่ เสริม สนบั สนุนใหค้ รูนาภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินมาใชใ้ น 4.10 0.744 มาก
การจดั การเรียนรู้
31 ติดตามและประเมินผลการใชแ้ หล่งเรยี นรู้ท้งั ในและ 4.00 0.671 มาก
นอกโรงเรียน
186
ตารางท่ี 7 แสดงคา่ เฉลยี่ ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานและระดบั ของแตล่ ะตวั แปรท่เี ปน็ องคป์ ระกอบ
การบริหารงานวชิ าการของโรงเรียนในโครงการหอ้ งเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ (ตอ่ )
(n=492)
ขอ้ รายการ ค่าเฉลยี่ ส่วน ค่าระดบั
เบ่ยี งเบน ความ
(X) มาตรฐาน คิดเห็น
(S.D.)
32 จัดทาแผนงาน โครงการนเิ ทศของโรงเรยี นเป็นประจา 4.38 0.928 มาก
ทุกปแี ละมกี ารแต่งตง้ั คณะกรรมการหรือผ้รู บั ผิดชอบใน
การนิเทศการศึกษา
33 พัฒนาความรคู้ วามเขา้ ใจแก่ครเู รอ่ื งการนิเทศการศึกษา 4.17 0.921 มาก
34 นาผลการนเิ ทศการศกึ ษาไปปรบั ปรงุ พัฒนาการ 4.39 0.998 มาก
ปฏิบัติงานและการจดั การเรยี นหารสอนของครู
35 สารวจความตอ้ งการใช้หนงั สือแบบเรยี นจากครู นักเรียน 4.16 0.908 มาก
ผูป้ กครองกอ่ นการพิจารณาคดั เลือกหนงั สือมาใช้
36 มกี ารประชุมรบั ทราบสภาพปัญหาการใช้หนังสือ 4.19 1.13 มาก
แบบเรยี นของแต่ละปเี พ่ือนามาประกอบการพิจารณา
คดั เลอื กหนงั สอื แบบเรยี นในปตี ่อไป
37 จดั ระบบการเทยี บโอนการศึกษาทสี่ อดรบั กบั ทุกสถาบัน 4.16 0.769 มาก
การศกึ ษาในระดบั เดียวกนั
38 จัดทาคูม่ อื และกาหนดระเบยี บกฎเกณฑ์ใช้ในการ 4.11 0.992 มาก
เทยี บโอนผลการเรยี น
39 จดั ระบบการเทยี บโอนผลการศกึ ษาท่ีถูกต้องตามระเบียบ 4.08 0.903 มาก
ในปัจจุบนั
40 0จดั ประชุมคณะครูและผเู้ ก่ียวขอ้ งเพ่ือวเิ คราะห์หลกั สตู ร 4.17 0.839 มาก
รว่ มกันก่อนจดั ทาหลกั สตู รสถานศึกษา
41 การจัดอบรมสัมมนาครูใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั 4.11 0.812 มาก
การจดั ทาหลกั สูตรและการนาหลกั สูตรไปใช้
42 จดั ทาคู่มอื การใชห้ ลกั สตู รสถานศึกษาและหลักสูตร 4.05 0.972 มาก
หอ้ งเรียนพิเศษวทิ ยาศาสตร์มอบใหค้ รอู ยา่ งท่วั ถึง
43 ส่งเสริมใหม้ กี ารจดั กจิ กรรมเสริมหลักสูตรในทกุ กลุม่ 4.21 0.793 มาก
สาระการเรยี นรู้
44 มกี ารตรวจสอบ ทบทวนหลักสูตรและประเมินผล 4.11 0.991 มาก
การใช้หลักสตู รทกุ ปีการศกึ ษา
187
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลยี่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานและระดบั ของแตล่ ะตัวแปรท่เี ป็นองคป์ ระกอบ
การบริหารงานวชิ าการของโรงเรยี นในโครงการห้องเรียนพิเศษวทิ ยาศาสตร์ (ต่อ)
(n=492)
ข้อ รายการ ค่าเฉล่ยี ส่วน คา่ ระดับ
เบย่ี งเบน ความ
(X) มาตรฐาน คิดเหน็
(S.D.)
45 จัดกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ หมาะสมกบั ความตอ้ งการ 4.23 0.789 มาก
หรือตามศกั ยภาพของผเู้ รยี น 4.27 0.852 มาก
4.11 0.812 มาก
46 เปิดโอกาสใหช้ มุ ชนทอ้ งถนิ่ มีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรม 4.32 0.75 มาก
พฒั นาผู้เรียนของโรงเรียน 4.44 0.599 มาก
47 มกี ารรว่ มกนั พัฒนาการจัดกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียนของ 4.28 0.87 มาก
แตล่ ะกลุ่มสาระการเรยี นรู้
4.28 0.733 มาก
48 มีแผนงาน โครงการของโรงเรียนท่สี ่งเสรมิ การจัด 4.22 0.933 มาก
4.1 0.885 มาก
กิจกรรมเสริมหลกั สตู ร 4.01 0.887 มาก
4.12 0.882 มาก
49 ส่งเสรมิ ใหค้ รูเข้ารบั การอบรมเพม่ิ ทกั ษะเก่ียวกับ 3.74 1.143 มาก
การจัดกิจกรรมการเรยี นท่ีเหมาะสมกับผูเ้ รยี น
50 สง่ เสรมิ ใหค้ รูจดั กจิ กรรมเพื่อพฒั นากระบวนการคิด
วิเคราะหข์ องนกั เรยี น
51 สง่ เสรมิ พัฒนาครูในการคน้ คว้า พัฒนาออกแบบการ
เรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกับผู้เรียน
52 สร้างขวญั กาลงั ใจในรปู แบบตา่ งๆแกค่ รทู ีจ่ ัดการเรยี นรู้
ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
53 ผู้ปกครอง ชุมชนหรอื ท้องถิ่นมีสว่ นร่วมในการจัดการ
เรยี นรู้ให้กับนักเรียนในรูปแบบต่างๆ
54 ศกึ ษา วิเคราะหค์ วามจาเป็นในการใช้สื่อและเทคโนโลยี
เพอื่ การจัดการเรียนรู้
55 มแี ผนงาน โครงการการผลติ สอ่ื นวัตกรรมการเรียนรู้
ใหเ้ หมาะสมกับหลักสตู ร
56 สนบั สนุนงบประมาณสาหรับการผลติ สอื่ นวตั กรรมการ
เรยี นรอู้ ย่างเพียงพอ
188
ตารางที่ 7 แสดงคา่ เฉลยี่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานและระดับของแตล่ ะตัวแปรทเ่ี ป็นองค์ประกอบ
การบริหารงานวชิ าการของโรงเรยี นในโครงการหอ้ งเรียนพเิ ศษวทิ ยาศาสตร์ (ตอ่ )
(n=492)
ขอ้ รายการ คา่ เฉล่ยี ส่วน คา่ ระดบั
เบ่ยี งเบน ความ
(X) มาตรฐาน คดิ เห็น
(S.D.)
57 จดั หาสอ่ื การเรียนรทู้ ส่ี อดคล้องกับความต้องการในแตล่ ะ 3.9 0.914 ปาน
กลุม่ สาระ กลาง
58 ใชส้ ื่อ เทคโนโลยีใหเ้ กิดประสทิ ธผิ ลอยา่ งคมุ้ ค่าตอ่ การ 4.01 0.904 มาก
เรยี นรู้ของผเู้ รยี น
59 จัดระบบการแนะแนวทางวิชาการและวชิ าชีพภายใน 3.52 0.906 ปาน
โรงเรียน กลาง
60 มีการจดั ทาแผนงาน โครงการแนะแนวในโรงเรยี นเปน็ 4.16 0.904 มาก
ประจาทุกปี
61 มีการประเมนิ ผลการพฒั นาและการใชส้ ือ่ นวัตกรรม 4.05 0.968 มาก
และเทคโนโลยีเพือ่ การศกึ ษา
62 แตง่ ตัง้ คณะกรรมการแนะแนวของโรงเรียนเปน็ ผู้รบั 4.27 0.728 มาก
ผดิ ชอบงานแนะแนวของโรงเรียน
63 ดาเนนิ กิจกรรมแนะแนวโดยความรว่ มมือของทกุ ฝ่าย 4.17 0.759 มาก
ในสถานศกึ ษา
64 มีความรว่ มมอื กันกบั องค์กรายนอกในการแนะแนวการ 4.33 0.751 มาก
ศึกษาตอ่ และการประกอบอาชพี
65 สร้างความรคู้ วามเข้าใจแก่ทกุ ฝ่ายในการให้บรกิ าร 4.12 0.933 มาก
แนะแนวแก่นกั เรียน
66 จดั ระบบการแนะแนวทางวิชาการและวิชาชพี ของโรงเรียน 4.06 0.849 มาก
โดยเชื่อมโยงกับระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรียน
67 ตดิ ตาม ประเมนิ ผลการแนะแนวการศึกษาในโรงเรียน 4.07 0.848 มาก
อยา่ งสม่าเสมอและต่อเนื่องและนาผลการประเมนิ มา
ปรบั ปรุงแกไ้ ขพฒั นาการแนะแนวของโรงเรียน
68 ส่งเสริมให้ครทู ุกคนทาวจิ ยั ในช้ันเรยี นเพือ่ แก้ไขปัญหา 4.22 0.633 มาก
และพฒั นาการจดั การเรียนรู้
69 สรา้ งความตระหนกั ถงึ ความสาคัญและประโยชนข์ องการ 4.12 0.808 มาก
ทาวจิ ัยในชนั้ เรยี นแกค่ รู
189
ตารางที่ 7 แสดงคา่ เฉลี่ย สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานและระดบั ของแต่ละตัวแปรท่เี ป็นองค์ประกอบ
การบริหารงานวิชาการของโรงเรยี นในโครงการหอ้ งเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์ (ตอ่ )
(n=492)
ขอ้ รายการ คา่ เฉล่ีย สว่ น คา่ ระดบั
เบ่ยี งเบน ความ
(X) มาตรฐาน คิดเห็น
(S.D.)
70 ผ้บู ริหารและครรู ่วมกันกาหนดมาตรการ เกณฑห์ รอื 3.89 0.866 ปาน
แนวทางในการทาวิจยั ในชัน้ เรียน กลาง
71 โรงเรียนมแี ผนงาน โครงการการวดั ผลประเมินผลเป็น 4.49 0.696 มาก
ประจาทุกปี มีการกาหนดระเบียบ แนวปฏิบัตเิ กี่ยวกับ
การวดั ผลประเมนิ ผลของสถานศกึ ษา
72 ครทู ุกคนมีส่วนร่วมในการวางแผน การวัดผลและประเมนิ 4.54 0.681 มาก
ผลการศกึ ษาของโรงเรียน ที่สดุ
73 โรงเรยี นมีการแต่งต้ังครู คณะกรรมการ บคุ ลากรผู้ 4.58 0.607 มาก
รบั ผิดชอนดา้ นการวัดผลประเมนิ ผลการศกึ ษาของโรงเรียน ทส่ี ุด
74 สง่ เสริมให้ครูจัดทาแผนการวัดและประเมนิ ผลแต่ละ 4.34 0.746 มาก
รายวชิ าให้สอดคล้องกบั มาตรฐานการศกึ ษาสาระ
การเรียนรูต้ ามหลักสูตร
75 มีการพัฒนาปรับปรุงวิธีการและรูปแบบการวดั ผล 4.27 0.805 มาก
ประเมนิ ผลใหเ้ หมาะสมอยูเ่ สมอ
76 มกี ารประเมนิ ผลการบริหารงานวชิ าการให้มปี ระสทิ ธิภาพ 4.27 0.807 มาก
และนาผลจากการประเมนิ ใช้ในการวางแผนการบรหิ าร
งานวชิ าการใหม้ ีประสิทธิภาพในปตี อ่ ไป
77 วางแผนการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาตามระบบประกัน 4.18 0.731 มาก
คุณภาพการศึกษาให้บรรลุตามเป้าหมายของสถานศึกษา
78 แตง่ ต้งั คณะกรรมการผู้รบั ผดิ ชอบดา้ นการการประกนั 4.5 0.767 มาก
คณุ ภาพภายในของโรงเรยี นอย่างชดั เจน ท่ีสุด
79 กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ เป้าหมายความสาเรจ็ ของ 4.61 0.677 มาก
สถานศึกษาตามมาตรฐานการศกึ ษาและตัวชวี้ ดั ของ ทส่ี ุด
ตน้ สังกดั และสานักงานรบั รองมาตรฐานและประเมนิ
คณุ ภาพการศึกษา
190
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลี่ย สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานและระดับของแต่ละตวั แปรทเี่ ปน็ องคป์ ระกอบ
การบรหิ ารงานวิชาการของโรงเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษวทิ ยาศาสตร์ (ต่อ)
(n=492)
ขอ้ รายการ ค่าเฉล่ยี ส่วน คา่ ระดับ
เบย่ี งเบน ความ
(X) มาตรฐาน คดิ เหน็
(S.D.)
80 สร้างความเขา้ ใจในเรื่องหลักเกณฑ์และวธิ กี ารประเมนิ ของ 4.56 0.683 มาก
สานกั งานรบั รองมาตรฐานและประเมนิ คุณภาพการศกึ ษา ทส่ี ดุ
81 ประสานความร่วมมอื กับทกุ ฝ่ายในการตดิ ตาม 4.44 0.762 มาก
ตรวจสอบปรบั ปรงุ และพัฒนาระบบประกันคุณภาพ
ภายในอยา่ งตอ่ เนื่อง
82 จดั ทาสรุปรายงานประกนั คุณภาพภายในของโรงเรียนทกุ ปี 4.5 0.686 มาก
ที่สุด
83 สง่ เสรมิ และสนบั สนุนใหค้ รู นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มและ 4.45 0.685 มาก
เตรียมความพร้อมในการรับการประเมนิ จากภายนอก
84 ส่งเสริมใหป้ ระชาชนในชุมชน ท้องถน่ิ เขา้ มามสี ่วนร่วม 4.06 0.921 มาก
ในการจัดกจิ กรรมทางวิชาการของโรงเรียน
85 สารวจความต้องการของบุคลากรในโรงเรยี นเพื่อพฒั นา 4.12 0.874 มาก
ดา้ นวชิ าการ
86 ประสานขอความรว่ มมอื ความช่วยเหลือในการพัฒนา 4 0.947 มาก
วชิ าการจากทกุ ภาคส่วน
87 สรา้ งเครือขา่ ยความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการระหว่าง 4.16 0.688 มาก
โรงเรยี น
88 ตดิ ตามผลการสรา้ งเครือข่ายความร่วมมือเพอ่ื ให้เกดิ 4 0.745 มาก
ผลเป็นรปู ธรรม
89 ศกึ ษา วเิ คราะหน์ ักเรยี นหรือค้นหาความเป็นเลศิ ของ 3.88 1.002 ปาน
นกั เรยี นเปน็ รายบุคคลดว้ ยเครอ่ื งมือทหี่ ลากหลาย กลาง
90 จัดครูทมี่ ีความสามารถเหมาะสมกบั การพัฒนาศกั ยภาพ 4.39 0.756 มาก
ของผู้เรยี น
91 สนบั สนนุ ให้นักเรยี นมีโอกาสได้แสดงความสามารถ 4.44 0.687 มาก
ด้วยวิธีการหลากหลาย
92 ประชมุ ชแี้ จง ทาความเข้าใจและพฒั นานักเรียนรว่ มกัน 4.26 0.734 มาก
กบั ผูป้ กครอง
191
ตารางที่ 7 แสดงคา่ เฉล่ีย สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานและระดับของแตล่ ะตัวแปรทีเ่ ป็นองค์ประกอบ
การบริหารงานวชิ าการของโรงเรยี นในโครงการหอ้ งเรยี นพเิ ศษวิทยาศาสตร์ (ต่อ)
(n=492)
ขอ้ รายการ คา่ เฉลีย่ สว่ น คา่ ระดบั
เบ่ยี งเบน ความ
(X) มาตรฐาน คิดเห็น
(S.D.)
93 ตรวจสอบและประเมินความกา้ วหน้าของนักเรยี นเป็น 3.94 0.917 ปาน
รายบุคคล กลาง
94 ประสานงานกับผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ งกับการพัฒนานกั เรียน 4.16 0.76 มาก
อย่างสม่าเสมอและตอ่ เนอ่ื ง
95 พฒั นาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ตาม 4.49 0.606 มาก
หลักสตู รสถานศกึ ษา
96 นกั เรยี นได้รบั การพัฒนาความสามารถในการคดิ 4.33 0.745 มาก
อย่างเปน็ ระบบและแก้ปญั หาไดอ้ ยา่ งสมเหตุสมผล
97 มกี ารจดั ระบบการสง่ ต่อนกั เรยี นอย่างเหมาะสม 4.07 0.783 มาก
98 มกี ารจัดระบบการตดิ ตามความกา้ วหนา้ ของนักเรียน 4.22 0.783 มาก
เมอ่ื นกั เรียนจบการศึกษาแล้ว
99 มหี อ้ งเรียนทีท่ ันสมัย มีครภุ ณั ฑ์ อุปกรณ์การเรียน 4.22 0.989 มาก
การสอนท่ีครบถ้วนและมีสภาพแวดล้อมท่ีเอือ้ ต่อ
การเรยี นรู้
100 ครูจดั การเรยี นรโู้ ดยเนน้ กระบวนการคดิ โดยใช้ 4.44 0.603 มาก
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ทีส่ ุด
101 ส่งเสรมิ และพัฒนานกั เรยี นใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจ 4.5 0.606 มาก
พน้ื ฐานทางวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์และเทคโนโลยี
102 มีระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศทมี่ ปี ระสิทธภิ าพสงู 4.06 1.04 มาก
ทันสมยั และเพยี งพอตอ่ ความต้องการของครูและนักเรยี น
103 จดั กระบวนการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม 4.23 0.716 มาก
ที่หลากหลายและเหมาะสมกบั ธรรมชาติของ
เนอ้ื หาและผู้เรียน
104 จัดกจิ กรรมท่หี ลากหลายและตอ่ เนือ่ งเพือ่ พฒั นาทักษะ 4.23 0.854 มาก
ชวี ติ ทักษะการทางานและความเปน็ มนุษยท์ สี่ มบรู ณ์
ตามพัฒนาการของผ้เู รยี น
192
ตารางที่ 7 แสดงคา่ เฉลี่ย ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐานและระดับของแต่ละตัวแปรท่เี ป็นองค์ประกอบ
การบรหิ ารงานวชิ าการของโรงเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษวทิ ยาศาสตร์ (ต่อ)
(n=492)
ขอ้ รายการ ค่าเฉลย่ี สว่ น ค่าระดบั
เบย่ี งเบน ความ
(X) มาตรฐาน คดิ เห็น
(S.D.)
105 จัดกจิ กรรมเพ่อื สง่ เสริมและกระต้นุ ศกั ยภาพ 4.27 0.809 มาก
ความสามารถพิเศษและอัจฉริยภาพอยา่ งเปน็ ระบบ
106 จัดทาหลกั สตู รที่เนน้ พัฒนาและการใช้ทักษะกระบวน 4.34 0.745 มาก
การทางวิทยาศาสตร์เปน็ ฐานในการแสวงหาความรู้
ของผเู้ รียนทุกรายวชิ า
107 มกี ารตรวจสอบ ทบทวนหลกั สูตรห้องเรียนพเิ ศษ 4.12 0.879 มาก
วทิ ยาศาสตรแ์ ละประเมินผลการใช้หลักสูตรทุกปกี ารศึกษา
ครูสอนตรงตามหลกั สูตรการศกึ ษาข้ันฐานและหลกั สตู ร 4.5 0.686 มาก
108 ห้องเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์ ทส่ี ดุ
109 จดั หลักสูตรทีเ่ น้นการพัฒนาและการใชท้ ักษะ 4.23 0.718 มาก
กระบวนการทางวิทยาศาสตรเ์ ปน็ ฐานในการแสวงหา
ความรู้ของผู้เรียนทุกรายวชิ า
110 สง่ เสรมิ ใหค้ รกู ล่มุ สาระวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์และ 4.49 0.606 มาก
เทคโนโลยมี ีทักษะการคดิ และการใชก้ ระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์
111 สง่ เสรมิ และพฒั นาครใู ห้มีความกระตอื รอื ร้น สนใจ 4.39 0.677 มาก
เรียนรแู้ ละแสวงหาประสบการณใ์ หมๆ่ อยา่ งต่อเนอ่ื ง
112 พัฒนาครูมีคุณลักษณะทีด่ ี ประพฤติตนตามจรรยาบรรณ 4.34 0.667 มาก
และมเี จตคตทิ ่ดี ตี ่อวิชาชีพ
113 สง่ เสรมิ ให้ครูได้แลกเปลยี่ นเรยี นรใู้ นการผลติ และพฒั นา 4.23 0.717 มาก
สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยที างการศกึ ษาทง้ั ในและ
นอกสถานศึกษา
114 จัดกิจกรรมนาครไู ปศกึ ษาดงู านโรงเรยี นโครงการ 3.45 0.911 ปาน
หอ้ งเรยี นพเิ ศษวทิ ยาศาสตร์ท่มี ผี ลงานการจัด กลาง
การศกึ ษาดเี ดน่
115 จดั ประกวดผลงานครดู ้านส่อื และนวตั กรรมทางการศกึ ษา 3.56 0.906 ปาน
กลาง
193
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉล่ยี ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานและระดบั ของแตล่ ะตวั แปรท่ีเป็นองคป์ ระกอบ
การบรหิ ารงานวิชาการของโรงเรยี นในโครงการห้องเรยี นพิเศษวทิ ยาศาสตร์ (ตอ่ )
(n=492)
ข้อ รายการ คา่ เฉล่ีย สว่ น ค่าระดับ
เบ่ียงเบน ความ
(X) มาตรฐาน คิดเห็น
(S.D.)
116 สง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนมกี ารพฒั นาการเรยี นรูแ้ ละผลสัมฤทธ์ิ 4.38 0.68 มาก
อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
117 ส่งเสรมิ และพัฒนาผ้เู รยี นมีทกั ษะด้านการคิดวิเคราะห์ 4.28 0.735 มาก
สังเคราะห์ มีวจิ ารณญาณ และความคดิ สร้างสรรค์
118 ส่งเสรมิ และพฒั นาใหผ้ ูเ้ รียนมีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ วิทยาศาสตร์ 4.44 0.764 มาก
คณติ ศาสตร์และเทคโนโลยี
119 สง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนมที กั ษะในการแสวงหาความรดู้ ว้ ย 4.55 0.604 มาก
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ท่ีสดุ
120 สง่ เสรมิ และพฒั นาผูเ้ รียนใหม้ คี วามรคู้ วามเข้าใจพื้นฐาน 4.49 0.689 มาก
ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 4.16 0.692 มาก
4.23 0.789 มาก
121 จดั ใหผ้ เู้ รยี นมีการศึกษาดว้ ยตนเอง (Individual study)
โดยมคี รูทีป่ รึกษาตดิ ตามผลอยา่ งต่อเน่อื ง
122 สง่ เสรมิ พัฒนาให้ผเู้ รยี นมีความสามารถในการคดิ
วิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและ
ความคิดสรา้ งสรรค์ในระดับสูง
123 สง่ เสริมพฒั นาใหผ้ ู้เรียนมเี จตคตทิ ด่ี ตี ่อวทิ ยาศาสตร์ 4.22 0.719 มาก
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
124 ส่งเสริมใหผ้ ้เู รียนรกั การเรยี นรู้ มีทกั ษะในการแสวง 4.45 0.687 มาก
หาความรูด้ ว้ ยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
125 จัดกิจกรรมทห่ี ลากหลายและตอ่ เน่อื งเพือ่ พฒั นาทักษะ 4.34 0.744 มาก
ชีวติ ทักษะการทางานและความเปน็ มนษุ ยท์ สี่ มบรู ณต์ าม
พฒั นาการของผู้เรียน
126 จดั กจิ กรรมเพอ่ื สง่ เสรมิ และกระตนุ้ ศักยภาพความสามารถ 4.22 0.709 มาก
พเิ ศษและอจั ฉรยิ ภาพอย่างเปน็ ระบบ
127 จัดกิจกรรมเพอื่ บริการสังคมอย่างต่อเน่ือง 4.44 0.946 มาก
128 สง่ เสริมให้ผ้เู รยี นทาโครงการวิทยาศาสตร์และสิ่ง 4.32 0.822 มาก
ประดษิ ฐอ์ ย่างเปน็ ระบบ
194
ตารางที่ 7 แสดงคา่ เฉล่ีย สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานและระดบั ของแต่ละตัวแปรทเ่ี ปน็ องค์ประกอบ
การบรหิ ารงานวชิ าการของโรงเรียนในโครงการห้องเรยี นพเิ ศษวิทยาศาสตร์ (ต่อ)
(n=492)
ขอ้ รายการ ค่าเฉลี่ย ส่วน คา่ ระดับ
เบยี่ งเบน ความ
(X) มาตรฐาน คดิ เห็น
(S.D.)
129 จัดกิจกรรมนานกั เรยี นศึกษานอกสถานที่เพอ่ื เพิ่มพนู 4.49 0.769 มาก
ความรปู้ ระสบการณด์ ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3.92 0.913 ปาน
130 จัดอบรมสัมมนาโดยเชิญวิทยากรผู้ทรงคณุ วฒุ มิ าเพ่มิ พูน กลาง
ความรู้ แนวคิดเกีย่ วกับวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 4.2 0.923 มาก
131 จดั งานนทิ รรศการแสดงผลงานโครงการวิทยาศาสตร์
4.21 0.79 มาก
และสง่ิ ประดิษฐข์ องผูเ้ รยี นทกุ ปกี ารศกึ ษา
132 จัดให้มกี ารคดั เลอื กและประกาศเกียรติคณุ ผลงาน
โครงงานวิทยาศาสตร์ดีเดน่
1.5.3 จากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสารวจ (Exploratory Factor Analysis : EFA)
ด้วยวิธีการสกัดปัจจัย (Principal Component Analysis : PCA) เพื่อให้ได้ตัวแปรที่สาคัญของ
องค์ประกอบการบริหารงานวชิ าการของโรงเรียนในโครงการห้องเรียนพเิ ศษวิทยาศาสตร์
การตรวจสอบจานวนแบบสอบถามที่เหมาะสมที่ใช้ในการวิเคราะห์องค์ประกอบนั้น โคมเรย์
และลี(Comrey and Lee) เสนอแนวทางในการพิจารณาจานวนตัวอย่างที่เพียงพอต่อการวิเคราะห์
องค์ประกอบว่า จานวนตัวอย่าง 100 ตัวอย่าง ไม่เหมาะสม จานวนตัวอย่าง 200 ตัวอย่าง พอใช้
จานวนตัวอย่าง 300 ตัวอย่าง ดี จานวนตัวอย่าง 500 ตัวอย่าง ดีมาก และจานวนตัวอย่าง 1000
ตัวอย่าง ดีที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับ ทาบาชนิคและไฟเดล (Tabachnic and Fidel) ท่ียืนยันว่า การ
วิเคราะห์องค์ประกอบต้องมีตัวอย่างจานวนอย่างน้อย 300 ตัวอย่าง ซ่ึงงานวิจัยนี้เก็บแบบสอบถาม
ไดจ้ านวน 492 ฉบบั จงึ มีความเหมาะสมทจ่ี ะนาไปวิเคราะหอ์ งค์ประกอบต่อไป
นอกจากน้ันยังมีการทดสอบโดยใช้สถิติทดสอบ ซึ่งในที่น้ีใช้การตรวจสอบโดยสถิติตัวแปรมี
ความสัมพันธ์กันโดยพิจารณาจากค่า KMO and Bartlett’s Test โดยค่า Kaiser-Meyer-Olkin
Measure of Sampling Adequacy (MSA) อยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 และสถิติทดสอบ Bartlett’s
Test of Sphericity ใช้ทดสอบตัวแปรต่างๆ ว่ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่ จากการวิเคราะห์
องค์ประกอบ ได้ผลดังแสดงในตารางท่ี 8
195
ตารางที่ 8 แสดงค่า KMO – Kaiser – Meyer – Olkin and Bartlett’s Test .944
71473.301
Kaiser-Meyer-Olkin Measure of Sampling Adequacy
Bartlett’s Test of Sphericity Approx. Chi-Square 9214
.000
Df
Sig.
จากตารางที่ 8 ผลการทดสอบ ค่า KMO ของข้อมูลที่เก็บได้จากการวิจัย ได้เท่ากับ .944
ซ่งึ ไคเซอร์และไรซ์ (Kaiser and Rice) ไดท้ าการทดสอบค่า KMO (Kaiser-Meyer-Olkin Measure
of Sampling Adequacy) ในการวัดความเหมาะสมของข้อมูลว่าควรใช้เทคนิคการวิเคราะห์
องค์ประกอบหรือไม่ และสรุปด่า ถ้าค่า KMO ≥ 0.8 แสดงว่าข้อมูลชุดน้ันสามารถใช้ในการ
วิเคราะห์องค์ประกอบได้ดี ดังนั้นข้อมูลชุดน้ีจึงเหมาะสมที่จะใช้ในหารวิเคราะห์องค์ประกอบได้ดี
การทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรโดยค่าสถิติทดสอบ Bartlett’s Sphericity Test มี
นัยสาคัญทางสถิติ sig 0.00 < 0.05 แสดงว่าเมทริกซ์สัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆมี
ความสมั พนั ธ์กัน ดงั น้ันขอ้ มูลท่ไี ด้จึงมคี วามเหมาะสมทีจ่ ะนาไปวเิ คราะห์องค์ประกอบต่อไป
การวิเคราะห์ในข้ันตอนน้ีใช้การสกัดองค์ประกอบ (factor extraction) ด้วยวิธีวิเคราะห์
องค์ประกอบหลัก (Principal Component Analysis : PCA) ด้วยการหมุนแกนแบบต้ังฉาก
(orthogonal rotation) และการหมุนแกนองค์ประกอบด้วยวิธีวาริแมกซ์ (varimax rotation)
โดยข้อตกลงเบื้องต้น ในการศึกษาคร้ังนี้ใช้เกณฑ์ในการเลือกองค์ประกอบดังน้ี 1) มีค่าน้าหนัก
องค์ประกอบต้ังแต่ 0.50 ข้ึนไป ตามท่ีแฮร์และคณะ (Hair and others) กล่าวว่าน้าหนัก
องคป์ ระกอบท่ี 0.50 ขึ้นไปเป็นค่าน้าหนักท่ีมีนัยสาคัญในทางปฏิบัติ (practically significant) 2) มี
ค่าไอเก็น (eigenvalues) มากกวา่ 1 ตามเกณฑ์ของไคเซอร์ (Kaiser’s criterion) และ 3) มีตัวแปร
อธิบายองค์ประกอบ 3 ตัวข้ึนไป (Hatcher) เมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ดังกล่าว ได้จานวน
องคป์ ระกอบและค่าความแปรปรวนของตวั แปร ดงั ตารางท่ี 11
196
ตารางที่ 9 แสดงการวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบหลกั (Principal Component Analysis)
Total Variance Explained
Component Initial Eigenvalues Extraction Sums of Rotation Sums of Squared
Squared Loading Loadings
1 % of Cumula % of Cumula
Total Variance tive % % of Cumula
Total Variance tive % Total Variance tive %
46.21
7 35.013 35.013 46.217 35.013 35.013 19.854 15.041 15.041
14.845 11.247 26.288
2 11.32 8.576 43.589 11.32 8.576 43.589 8.692 6.585 32.872
8.126 6.156 39.028
3 5.166 3.913 47.502 5.166 3.913 47.502 7.426 5.626 44.654
5.888 4.461 49.114
4 3.819 2.893 50.395 3.819 2.893 50.395 5.216 3.952 53.066
5 3.594 2.723 53.118 3.594 2.723 53.118
6 3.266 2.474 55.592 3.266 2.474 55.592
7 3.006 2.278 57.869 3.006 2.278 57.869
Extraction Method : Principal Component Analysis
197
ตารางท่ี 10 การวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (Principal Component Analysis)
โดยใชว้ ิธีแวริแมกซ์ของไกเซอร์ (Kaiser)
Rolated Component Matrix* 6 7
Component
12345
A32 .844
A18 .840
A33 .832
A21 .791
A28 .779
A29 .775
A34 .770
A17 .744
A20 .743
A19 .703
A23 .687
A39 .676
A26 .670
A27 .659
A30 .625
A22 .607
A10 .601
A44 .590
A46 .588
A45 .582
A38 .579
A40 .567
A42 .562
A47 .552
A37 .538
A41 .523
A48 .520
Extraction Method : Principal Component Analysis.
Rotation Method : Varimax with Kaiser Normalization.
198
ตารางท่ี 10 การวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบหลัก (Principal Component Analysis) 7
โดยใช้วิธแี วรแิ มกซ์ของไกเซอร์ (Kaiser) (ต่อ)
Rolated Component Matrix*
Component
123456
A50
A59
A93
A75
A43
A7
A74
A25
A129
A106 .788
A107 .780
A108 .772
A105 .763
A103 .758
A104 .746
A101 .739
A100 .729
A110 .710
A102 .704
A109 .695
A111 .679
A113 .654
A99 .632
A112 .618
A98 .594
A96
A94
A97
A132
A54
A24
Extraction Method : Principal Component Analysis.
Rotation Method : Varimax with Kaiser Normalization.
199
ตารางท่ี 10 การวิเคราะห์องคป์ ระกอบหลกั (Principal Component Analysis) 7
โดยใช้วิธีแวรแิ มกซ์ของไกเซอร์ (Kaiser) (ตอ่ )
Rolated Component Matrix*
Component
123456
A81 .798
A82 .760
A80 .750
A79 .740
A84 .722
A85 .705
A83 .687
A77 .679
A76 .551
A89 .513
A78
A88
A90
A121 .803
A124 .780
A122 .751
A125 .718
A123 .645
A119 .636
A116 .613
A120 .589
A118 .554
A117 .528
A11 .811
A16 .796
A14 .793
A12 .788
A49 .779
A13 .748
A4 .746
A15 .719
Extraction Method : Principal Component Analysis.
Rotation Method : Varimax with Kaiser Normalization.
200
ตารางที่ 10 การวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบหลกั (Principal Component Analysis) 7
โดยใชว้ ธิ แี วรแิ มกซ์ของไกเซอร์ (Kaiser) (ตอ่ )
Rolated Component Matrix* .866
.835
Component .815
.811
123456 .789
.699
A129
A128
A65 .627
A64 .598
A60 .591
A66 .571
A69 .544
A62 .537
A70 .529
A67 .506
A63
A71
A68
A92
A55
A52
A56
A57
A61
A115
A86
A35
A87
A91
A130
A131
A73
A72
A1
A3
A2
Extraction Method : Principal Component Analysis.
Rotation Method : Varimax with Kaiser Normalization.
201
ตารางท่ี 10 การวิเคราะห์องคป์ ระกอบหลกั (Principal Component Analysis) 7
โดยใช้วธิ แี วรแิ มกซ์ของไกเซอร์ (Kaiser) (ต่อ)
Rolated Component Matrix*
Component
123456
A36
A9
A51
A58
A95
A127
A114
Extraction Method : Principal Component Analysis.
Rotation Method : Varimax with Kaiser Normalization.
จากตารางที่ 10 พบว่า องค์ประกอบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในโครงการ
ห้องเรียนพิเศษวิทาศาสตร์ มี 7 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบท่ี 1 จานวน 27 ตัวแปร
องค์ประกอบท่ี 2 จานวน 16 ตัวแปร องค์ประกอบท่ี 3 จานวน 10 ตัวแปร องค์ประกอบท่ี 4
จานวน 10 ตัวแปร องค์ประกอบท่ี 5 จานวน 8 ตัวแปร องค์ประกอบท่ี 6 จานวน 8 ตัวแปร และ
องค์ประกอบที่ 7 จานวน 6 ตวั แปร รวมจานวนตัวแปร 85 ตัวแปร คิดเป็นร้อยละ 76.388 ตัดออก
จานวน 47 ตัวแปรเพราะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ ผลการวิเคราะห์ได้จานวนองค์ประกอบ
และคา่ ความแปรปรวนของตวั แปรปรวนของตัวแปรองค์ประกอบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน
ในโครงการห้องเรยี นพเิ ศษวทิ ยาศาสตร์ ดงั ตารางท่ี 11
ตารางท่ี 11 องค์ประกอบและค่าความแปรปรวนของตัวแปรองค์ประกอบการบริหารงานวิชาการ
ของ โรงเรียนในโครงการหอ้ งเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์
ขอ้ ท่ี ชือ่ องค์ประกอบ จานวน ค่าความ ค่ารอ้ ยละของ
1 องค์ประกอบท่ี 1 ตัวแปร แปรปรวน ความแปรปรวน
2 องค์ประกอบท่ี 2 27 19.854 15.041
3 องคป์ ระกอบที่ 3
4 องคป์ ระกอบที่ 4 16 14.845 11.247
10 8.692 6.585
5 องคป์ ระกอบที่ 5 10 8.126 6.156
6 องคป์ ระกอบท่ี 6
7 องค์ประกอบท่ี 7 8 7.426 5.626
8 5.888 4.461
รวม 6 5.216 3.952
85 70.047 53.068
202
จากตารางท่ี 11 พบว่า ตัวแปรองค์ประกอบบริหารงานวิชาการของ โรงเรียนในโครงการ
หอ้ งเรยี นพเิ ศษวทิ ยาศาสตร์ สามารถจัดกลุ่มองค์ประกอบได้ท้ังหมด 7 องค์ประกอบและมีค่าไอเก็น
(eigenvalues) มากกวา่ 1 และสามารถอธบิ ายความแปรปรวนขององค์ประกอบไดร้ ้อยละ 70.047
ตารางท่ี 12 แสดงองค์ประกอบท่ี 1
ตัวแปร ข้อความ ค่าน้าหนักปจั จยั
28 จัดทาเอกสารเผยแพร่การจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนแก่ .844
สถานศึกษาในบรเิ วณใกล้เคียงหรอื ผสู้ นใจทว่ั ไป
20 วิเคราะห์สภาพปัญหาและความพร้อมของโรงเรียนเพ่ือจัดทา .840
หลักสตู รสถานศึกษา
33 พัฒนาความรู้ความเข้าใจแก่ครูเร่อื งการนเิ ทศการศกึ ษา .832
21 ครคู วรทาวจิ ยั ในชั้นเรียนทกุ คนเพอ่ื แก้ไขปัญหาและพฒั นา .791
การเรยี นรู้
32 จัดทาแผนงาน โครงการนิเทศของโรงเรียนเป็นประจาทุกปีและมี .779
การแตง่ ตง้ั คณะกรรมการหรอื ผู้รับผิดชอบในการนเิ ทศการศึกษา
29 ส่งเสริม สนบั สนนุ ใหค้ รจู ดั การเรยี นรู้ทั้งในและนอกโรงเรียน .775
34 นาผลการนิเทศการศึกษาไปปรับปรงุ พัฒนาการปฏิบัติงานและการ .770
จดั การเรียนการสอนของครู
17 ติดตาม นิเทศและตรวจสอบการจัดการเรียนรู้ของครูอย่างเป็น .744
ระบบและต่อเนอื่ ง
18 มกี ารนิเทศตดิ ตาม การประเมินผลเพือ่ ตรวจวัดความสาเร็จดา้ น .743
การบรหิ ารงานวชิ าการ
19 สนับสนนุ และพฒั นาครูใหส้ ามารถใชเ้ ทคโนโลยใี นการจดั การ .703
เรยี นรไู้ ด้ทกุ คน
23 ผ้บู ริหารจัดให้มรี ะบบการนิเทศการสอนของครูอย่าง .687
สม่าเสมอและประเมินผลการปฏบิ ตั ิงานของครเู ปน็ ประจาตอ่ เนือ่ ง
39 จัดระบบการเทียบโอนผลการศกึ ษาทีถ่ ูกตอ้ งตามระเบียบใน .676
ปจั จุบัน
26 จดั หาหรือพฒั นาแหล่งเรยี นร้ใู นโรงเรยี นเพอื่ ใชใ้ นการพัฒนาการ .670
เรียนรขู้ องนักเรียน
27 ส่งเสรมิ ความร่วมมือกบั ผ้ปู กครองให้เหน็ ความสาคญั และร่วมกัน .659
ดูแล เอาใจใสใ่ นการพัฒนานักเรยี นร่วมกบั ครูและโรงเรียน
30 ส่งเสริม สนบั สนุนใหค้ รนู าภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่นใชใ้ นการจัดการเรยี นรู้ .625
203
ตารางท่ี 12 แสดงองคป์ ระกอบท่ี 1 (ตอ่ )
ตัวแปร ขอ้ ความ ค่าน้าหนักปัจจยั
22 มกี ารจัดทาประกันคณุ ภาพการศกึ ษาภายใน โดยการมสี ่วนร่วม .607
ของผบู้ รหิ ารและครทู ุกคน
10 จัดทารายงานสรปุ ผลงานวชิ าการของโรงเรยี นอย่างชดั เจนประจา .601
ทุกปแี ละนาข้อมูลจากปีทผี่ า่ นมาใช้ในการพฒั นางานวชิ าการ
44 มกี ารตรวจสอบ ทบทวนหลักสตู รและประเมินผลการใชห้ ลักสตู ร .590
ทุกปกี ารศึกษา
46 เปดิ โอกาสใหช้ ุมชนท้องถน่ิ มสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมพฒั นา .588
ผเู้ รียนของโรงเรยี น
45 จัดกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นให้เหมาะสมกบั ความต้องการหรอื ตาม .582
ศกั ยภาพของผเู้ รียน
38 จดั ทาคมู่ ือและกาหนดระเบียบกฎเกณฑใ์ ชใ้ นการเทยี บโอนผล .579
การเรยี น
40 จดั ประชมุ คณะครูและผูเ้ กย่ี วขอ้ งเพือ่ วเิ คราะหห์ ลักสตู รรว่ มกัน .567
ก่อนจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา
42 จัดทาคมู่ ือการใชห้ ลกั สตู รสถานศกึ ษาและหลกั สตู รห้องเรียนพเิ ศษ .562
วิทยาศาสตรม์ อบใหค้ รูอยา่ งท่ัวถงึ
47 มีการร่วมกันพัฒนาการจดั กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี นของแตล่ ะกลมุ่ .552
สาระการเรียนรู้
37 จดั ระบบการเทียบโอนการศกึ ษาทส่ี อดรบั กับทุกสถาบนั การศกึ ษา .538
ในระดบั เดยี วกัน
41 การจัดอบรมสัมมนาครูใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับการจัดทา .523
หลักสตู รและการนาหลักสูตรไปใช้
48 มีแผนงาน โครงการของโรงเรียนทีส่ ง่ เสริมการจัดกิจกรรมเสรมิ .520
หลกั สตู ร
ค่าความแปรปรวนของตวั แปร (Eigenvalues) 19.854
คา่ รอ้ ยละของความแปรปรวน (Percent of Variance) 15.041
คา่ ร้อยละของความแปรปรวนสะสม (Percent of Cumulative) 15.041
จากตารางที่ 12 พบว่า องค์ประกอบท่ี 1 อธิบายด้วยตัวแปรท่ีสาคัญจานวน 27 ตัวแปร
เรียงตามค่าน้าหนักปัจจัย ได้แก่ตัวแปรที่ 28, 20, 33, 21, 32, 29, 34, 17, 18, 19, 23, 39, 26, 2,
30, 22, 10, 44, 46, 45, 38, 40, 42, 47, 37, 41 และ 48 มีค่าน้าหนักปัจจัย (factor loading)
อยู่ระหว่าง .520 - .844 ตัวแปรท่ีสาคัญท่ีสุดขององค์ประกอบน้ีคือตัวแปรที่ 32 จัดทาเอกสาร