248 3.2 จดุประสงคเ์ชิงพฤติกรรม 3.2.1 ระบุความหมายความเป็นมาเกี่ยวกับลักษณะลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนได้อย่างถูกต้อง 3.2.2 บอกประเภทความหมายลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนได้อย่างถูกต้อง 3.2.3 แสดงขั้นตอนการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนได้อย่างถูกต้อง 3.2.4 ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถามข้อสงสัยตามความเหมาะสม และท าความสะอาดห้องเรียนตามข้อตกลง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 งานลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุน 4.2 ลักษณะลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุน 4.3 หลักการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุน 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 การน าเข้าสู่บทเรียน 5.1.1 ครูผู้สอนแจ้งวัตถุประสงค์การเรียน กิจกรรมการเรียนการสอนและวิธีการประเมินผล 5.1.2 ครูผู้สอนน าเข้าสู่บทเรียนซักถามความรู้เดิมหรือปูพื้นฐานลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุน 5.1.3 ครูเปิ ด Power Point อธิบายความหมายของลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนและ ความสัมพันธ์ ความเกี่ยวเนื่องการน าลายก้านต่อดอกไปออกแบบลวดลายไทยในรูปแบบลวดลายชนิดอื่น และสอดแทรกคุณธรรมการมีพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถามข้อสงสัยตามความเหมาะสม 5.2 การเรียนรู้ 5.2.1 ครูเปิด Power Point เรื่องความหมายความเป็นมาของลายก้านต่อดอกครูผู้สอนบรรยาย ด าเนินการสอนหรือประกอบกิจกรรมการเรียนโดยที่น าเสนอรูปภาพฉายประกอบ 5.2.2 ครูน ารูปภาพลายก้านต่อดอก กับการลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนมาประกอบการอธิบาย 1) ครูถาม-ตอบกับนักเรียน โดยครูยกตัวอย่างรูปภาพลายก้านต่อดอกแล้วถาม-ตอบเกี่ยวกับ ความหมายความเป็นมาของลายก้านต่อดอกกับการน าไปใช้ 2) การออกแบบลวดลายไทยลายก้านต่อดอกมีส่วนส าคัญต่อการเขียนลายไทยด้านใดบ้าง 3) ข้อสังเกตการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนมีหลักการสังเกตอะไรบ้าง 5.2.3 ครูนักเรียนช่วยกันสรุปความส าคัญต่อการลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุน 5.2.4 ครูให้นักศึกษาท าใบงานที่ 1 เรื่องความส าคัญลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนมีด้านใดบ้าง โดยให้นักเรียนเขียนลงในสมุดบันทึกความรู้ของตนเอง 5.2.5 ครูให้นักเรียนฝึกทักษะการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนตามใบงาน 5.2.6 ครูเรียกตรวจการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอกเป็นรายบุคคลพร้อมชี้ จุดแก้ไขเป็นรายบุคคล 5.2.7 ครูให้นักเรียนฝึกเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอกต่อจนครบจ านวนการ ฝึกเขียนลายก้านต่อดอก
249 5.3 การสรุป 5.3.1 ครูสุ่มนักเรียนเล่าความรู้เกี่ยวกับลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอก ความส าคัญด้านใดบ้าง 5.3.2 ครูสรุปเรื่องความส าคัญการลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนของลายก้านต่อดอก 5.3.3 ครูสรุปหลักการสังเกตการณ์เขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอกตาม หลักการความงามด้านลวดลายศิลปะไทย 5.4 การวดัและประเมินผล 5.4.1 เครื่องมือประเมิน 5.4.2 แบบประเมินผลพฤติกรรม 5.4.3 แบบทดสอบความรู้ 5.4.4 แบบประเมินผลงาน 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อโสตทัศน์ 6.1.1 คลิปวิดีโอ การเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอก 6.2 โสตทัศน์อุปกรณ์ 6.2.1 คอมพิวเตอร์ 6.2.2 โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 6.2.3 แท็บเล็ต 6.3 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.3.1 หนังสือ ลายไทย ภาพไทย. ปฏิพัทธ์ ดาระดาษ. (2539). 6.3.2 หนังสือ ลายไทย. ภิญโญ สุวรรณคีรี. (2546). 6.4 สื่อบทเรียนอิเลก ็ ทรอนิกส์ 6.4.1 ใบความรู้ลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุน ลายก้านต่อดอก 6.4.2 ใบล าดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 6.4.3 Power Point 7. หลักฐานการเรียนรู้ 7.1 หลักฐานความรู้ 7.1.1 แผนการจัดการเรียนรู้ 7.1.2 ใบความรู้ 7.1.3 ใบล าดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 7.1.4 บันทึกหลังการสอน 7.2 หลกัฐานการปฏิบตัิงาน 7.2.1 ใบงาน 7.2.2 เกณฑ์การประเมินผลงาน
250 8. การวดัและประเมินผลการเรียนรู้ 8.1เครื่องมือการประเมิน 8.1.1 ก่อนเรียนรู้ วิธีการวัดผล การสัมภาษณ์ การอภิปราย เครื่องมือวัด ค าตอบจากการสัมภาษณ์ แนวคิดจากการอภิปราย 8.1.2 ระหว่างเรียนรู้ วิธีการวัดผล ขั้นตอนในการปฏิบัติ เครื่องมือวัด การสังเกตุการปฏิบัติงานของนักเรียน 8.1.3 หลังเรียน วิธีการวัดผล ผลงานการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอก เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผลงานการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้าน ต่อดอก 8.2เกณฑก์ารประเมิน 8.2.1 เกณฑ์ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนผ่านเกณฑ์ประเมินตามขั้นตอนปฏิบัติงานการเขียนลงแสง เงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอก 8.2.2 แบบทดสอบความรู้ผลการประเมินผ่านด้านรู้ความเข้าใจต่อหลักการเขียนลงแสงเงาลาย ไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอก 8.2.3 เกณฑ์การประเมินการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอกไม่ต ่ากว่า ร้อยละ 60
251 9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 9.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ ด้านผู้สอน การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ online off line สอนได้ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ สอนได้ไม่ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ยังขาดหัวข้อ ดังนี้ แนวทางการแก้ปัญหาการสอนไม่ครบหัวข้อตามแผน ด้านความพร้อมและผลการเรียนรู้ของผู้เรียน จ านวนนักเรียนทั้งหมด คน จ านวนนักเรียนที่เข้าเรียน คน จ านวนนักเรียนที่ขาดเรียน คน เกณฑ์ที่แนะน า คิดเป็นร้อยละ ดีมาก(80-100) ดี (70-79) พอใช้ (60-69) ต้องปรับปรุง (ต ่ากว่า 60) 1 การตรงต่อเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2 การแต่งกาย, การปฏิบัติตามระเบียบ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 3 ความพร้อม, ความตั้งใจในการเรียน ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 4 มีความรับผิดชอบงานที่มอบหมาย ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 5 มีความรู้ ความสามารถ ตรงวัตถุประสงค์ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง อื่นๆ 9.2 ปัญหา อุปสรรค 9.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา หมายเหตุปัญหา อุปสรรคและแนวทางแก้ปัญหา ผู้สอนน าไปพัฒนา ในรูปแบบของวิจัยชั้นเรียน หรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในครั้งต่อไป ลงชื่อ ผู้สอน ( นายพีระยศ แก้วปัญญา ) ลงชื่อ หัวหน้าสาขาวิชา ( นายพีระยศ แก้วปัญญา) ลงชื่อ (นายพรอนันต์ ภักดีบุญ) ผู้อ านวยการกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง
252 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 2 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.1 จุดประสงค์ทั่วไป 1.1.1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายแม่ลายก้านต่อดอก 1.1.2 เพื่อให้มีทักษะการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายแม่ลายก้านต่อดอก 1.1.3 เพื่อให้กิจนิสัยมีความรอบคอบและยอมรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น 1.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.2.1 ระบุความหมายความเป็นมาเกี่ยวกับลักษณะลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอก อย่างถูกต้อง 1.2.2 บอกประเภทความหมายลายลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 1.2.3 แสดงขั้นตอนการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 1.2.4 ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถามข้อสงสัยตามความเหมาะสม และ ท าความสะอาดห้องเรียนตามข้อตกลง 2. สมรรถนะ 2.1 มีความรู้ความเข้าใจความหมายลายแม่ลายก้านต่อดอก 2.2 มีทักษะการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายแม่ลายก้านต่อดอก 2.3 แก้ปัญหาจากการเขียนลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุนลายแม่ลายก้านต่อดอกได้ 3. เนื้อหาสาระ (ใบความรู้)
253 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 1 เรื่องการเรียนรู้ที่ 14 การเขียนการลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุนลายก้านต่อดอก (สัปดาห์ที่ 14 ) 1. การลงแสงเงา เป็นส่วนหนึ่งของงานวาดเขียนที่แสดงรูปภาพออกมาเป็นรูปแบบงานสามมิติ เพื่อแสดงระนาบมิติของพื้น ผิวชิ้นงานที่มีความสูงต ่า การลงแสงเงาจะมีค่าน ้าหนักแสงเงาเป็นภาพแสดงให้เกิดมิติ ส่วนใหญ่ในงานศิลปกรรม ไทยในงานจิตรกรรมไทยจะไม่มีการเขียนค่าน ้าหนักแสงเงานเป็นรูปแบบ 3 มิติ งานจิตรกรรมไทยมักนิยมเขียน ภาพเป็น รูปแบบ 2 มิติ เป็นภาพแสดงสัดส่วนเพียงความสูงและความกว้าง ไม่นิยมเขียนภาพแสดงความลึก การลงแสงเงาใน งานลวดลายไทยจึงเป็นการประยุกต์การเขียนรูปแบบลวดลายรูปแบบใหม่ ที่จะเป็นงานรูปแบบ การแสดงผลงานให้เห็นมิติตัวลาย ที่จะสามารถน าไปใช้ในการท างานสลักดุน ซึ่งเป็นเทคนิคเชิงช่างในงาน ช่างทองหลวง 2. ค่าน ้าหนักแสงเงา ดังภาพประกอบที่ 14-1 ภาพที่ 14-1 ค่าน ้าหนักแสงเงา
254 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 2 ความส าคัญของค่าน ้าหนักและการแรเงา ความส าคัญของค่าน ้าหนัก 1. ให้ความแตกต่างระหว่างรูปและพื้น หรือรูปทรงกับที่ว่าง 2. ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว 3. ให้ความรู้สึกเป็น 2 มิติ แก่รูปร่าง และความเป็น 3 มิติแก่รูปทรง 4. ท าให้เกิดระยะความตื้น - ลึก และระยะใกล้ - ไกลของภาพ 5. ท าให้เกิดความกลมกลืนประสานกันของภาพ เราสามารถสร้างค่าน ้าหนักให้ภาพโดยการแรเงา การแรเงาน ้าหนักเป็นการสร้างเงาในภาพ ให้ดูมีความลึกมีระยะใกล้ไกลและดูมีปริมาตร เปลี่ยนค่าของ รูปร่างที่มีเพียง 2 มิติให้เป็น 3 มิติ ท าให้รูปร่างที่มีเพียงความกว้าง-ยาวเปลี่ยนค่าเป็นรูปทรงมีความตื้นลึกหนา บางเกิดขึ้น ความตื้นลึกหนาบางนี่เป็นความรู้สึกเท่านั้น และการท าให้เกิดภาพเช่นนี้ก็คือ เทคนิคในการสร้าง ภาพลวงตา (ILLUSION) เป็นวิธีการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างหนึ่ง ดังภาพประกอบที่ 14-2 ภาพที่ 14-2 การลงแสงเงารูปทรงเรขาคณิต
255 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 3 แนวคิดในการแรเงา เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ เพราะอาศัยแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ หรือต้นแสงจากแหล่งก าเนิดอื่น เมื่อมี แสงสว่างก็ต้องมีเงาควบอยู่ด้วย และแสงเงาท าให้เรามองเห็นวัตถุที่ผิวสีเดียวกันมีน ้าหนักแตกต่างกัน เช่น วัตถุสีขาวส่วนที่ถูกแสงจะเป็นสีขาวสว่างจ้า แต่ส่วนที่ไม่ถูกแสงจะขาวหม่น ทั้งที่วัตถุนั้นก็เป็นสีขาวเท่ากัน ตลอดพื้นผิว เมื่อธรรมชาติของแสงเงาให้ผลที่มองเห็นเช่นนี้ ผู้เขียนจ าต้องเข้าใจการจัดน ้าหนักอ่อนแก่ให้ได้ ใกล้เคียงกับน ้าหนักของแสงที่ตกกระทบผิววัตถุ เพราะความแตกต่างของน ้าหนักท าให้เกิดความรู้สึกที่ต่างกัน ไปได้ เช่น น ้าหนักสีที่อ่อนให้ความรู้สึกเบา น ้าหนักสีที่แก่ท าให้ดูแล้วรู้สึกหนัก นอกจากนี้ยังท าให้เกิดระยะ ต่างๆ ในการมองเห็น ตลอดจนความรู้สึกด้านความงามในทางศิลปะ เทคนิคการการทา งานสลกัดนุ งานสลักดุน ราชอาณาจักรไทย ภาคเหนือ Northern Thailand งานช่างสลักดุนภาคเหนือ ส่วนใหญ่จะพบอยู่ในจังหวัดแถบภาคเหนือของไทย จะเป็นที่รู้จักในนามของ “ช่างเชียงใหม่” เนื่องจากเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายเชื้อชาติ อาทิ ยวน ลื้อ ลาว เขิน และชาวเขาอาศัยอยู่ รูปแบบของงานสลักดุน จะสะท้อนออกมาในศิลปะของเชิงช่างตามสาย สกุล สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ งานสลักดุนของสกุลช่างเชียงใหม่ จะมีลักษณะโดดเด่นกว่า งานสลักดุนของกลุ่มสกุลช่างอื่น ทั้งในส่วนของรูปทรงและลวดลาย โดยการแกะลายของช่างจะใช้กรรมวิธีการ แกะลายสองด้านและจะตอกลายจากด้านในหรือด้านหลังของชิ้นงานให้เป็นรอยนูนสูงตามโครงร่างภายนอก ของลายก่อน ซึ่งบางครั้งก็เรียกว่า การโกลนลาย หรือการขึ้นลาย จากนั้นจึงตีกลับจากด้านนอกเพียงด้านเดียว เพื่อเป็นการท ารายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งในกรณีของสกุลช่างอื่นๆ มักนิยมการแกะลายหรือตอกลายจากด้านนอก เป็นหลัก งานสลักดุนของสกุลช่างเชียงใหม่ จึงแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลผสมผสานของงานสลักดุนจากกลุ่ม วัฒนธรรมที่อยู่ใกล้เคียงรายรอบ เช่น อิทธิพลงานสลักดุนของกลุ่มวัฒนธรรมพม่า จีน ลาว เนื่องจากเชียงใหม่มี อาณาเขตติดต่อกับพม่า จีน และลาว ลักษณะงานสลักดุนภาคเหนือ มีแบบเฉพาะของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งแยกออกตามสายสกุลช่างต่างๆ เช่น สกุลช่างวัวลาย สกุลช่างสันป่าตอง สกุลช่างล าปางหลวง สกุลช่างแพร่ สกุลช่างน่าน และงานสลักดุน ชาวเขา ซึ่งงานชาวเขาที่ขึ้นชื่อมากที่สุดคือ งานสลักดุนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ ที่พบที่จังหวัดน่าน พะเยา และ เชียงราย แต่เชียงใหม่ก็ยังเป็นแหล่งผลิตงานสลักดุนที่หลากหลาย ที่มีการผลิตงานสลักดุนขึ้นใช้กันจนแทบจะ เป็นวิถีชีวิตของคนล้านนาไปแล้ว สิ่งที่นิยมใช้ในชีวิตประจ าวัน เช่น ขันหรือสลุง ตลับหมากหรือเชี่ยนหมาก พานทรงแบนขาสูง หรือขันดอก พานทรงสูงขาต ่า และเครื่องรูปพรรณต่างๆ เช่น ปิ่น หวีสับ ลานหูหรือต่างหู กรองคอ หัวเข็มขัด เป็นต้น เอกลักษณ์ ลวดลายที่ปรากฏบนงานสลักดุนภาคเหนือ จะนิยมลวดลาย เช่น ลายสับสองนักษัตร ลายชาดก ลายดอกกระถิน ลายดอกทานตะวัน ลายสับปะรด ลายนกยูง ลายดอกหมาก ดังภาพประกอบที่ 14-3
256 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 4 ภาพที่ 14-3 งานสลักดุนราขอาณาจักรไทย (ภาคเหนือ) ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
257 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 5 ภาคใต้Southern Thailand งานช่างสลักดุนของสกุลช่างภาคใต้ มีปรากฏพบส่วนใหญ่ที่นครศรีธรรมราช บางครั้งจึงมีผู้นิยมเรียก งานช่างสลักดุนนี้ว่า งานช่างสลักดุนสกุลช่างนครศรีธรรมราช สืบเนื่องจากท าเลที่ตั้งของเมืองนครศรีธรรมราช นั้นอยู่ในบริเวณคาบสมุทรภาคใต้ หรือที่ต่างประเทศเรียกว่า Southern Peninsula หรือ Malay Peninsula เป็น ดินแดนที่ตั้งอยู่บนเส้นทางผ่านของการเดินเรือ หรือการค้าทางทะเลมานับพันๆ ปี ดังนั้นศิลปะวิทยาการแขนง ต่างๆ จากหลากหลายประเทศทั้งในซีกโลกตะวันตก เช่น ประเทศสเปน ประเทศโปรตุเกส เอเชียกลาง เช่น ประเทศอิหร่าน เอเชียตะวันตก เช่น ประเทศอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศมาเลเซีย ประเทศ อินโดนีเซีย และเอเชียตะวันออก เช่น ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ท าให้รูปแบบของงานสลักดุนที่ ค้นพบในสกุลช่างภาคใต้นี้มีรูปทรงและลวดลายที่มีลักษณะผิดแปลกไปอย่างมาก ชิ้นงานสลักดุนในสกุลช่าง ภาคใต้ที่ค้นพบส่วนใหญ่จะมีอายุเก่าแก่ร่วมสมัยกับกรุงศรีอยุธยา แต่ก็ปรากฏว่ามีหลงเหลืออยู่เป็นจ านวนน้อย ชิ้นมาก ที่ยังปรากฏพบเหลืออยู่ในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่มีอายุร่วมสมัยกับกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีรูปทรง และ ลวดลายที่แสดงจากสกุลช่างมาเลค่อนข้างชัดเจน และที่ส าคัญที่สุดคือ งานช่างสลักดุนสกุลช่างภาคใต้ หรือสกุล ช่างนครศรีธรรมราชในปัจจุบันมีปรากฏพบเป็นจ านวนน้อยและมีชื่อเสียงไม่เทียบเท่ากับเครื่องถมตามที่ท ากัน ในปัจจุบัน ดังภาพประกอบที่ 14-4 ถึง 14-6 ภาพที่ 14-4 สายเข็มขัด งานช่างสลักดุน สกุลช่างภาคใต้ ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
258 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 6 ภาพที่ 14-5 สายเข็มขัด งานช่างสลักดุน สกุลช่างภาคใต้ ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์. ภาพที่ 14-6 กลัก งานช่างสลักดุน สกุลช่างภาคใต้ ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
259 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) Northeastern Thailand ในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสานของประเทศไทย จะพบชุมชนช่างเงินอยู่ตาม ท้องถิ่นที่เป็นเมืองเก่าหรือจังหวัดที่มีพื้นที่ดินแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาว และรู้จักกันใน นาม “ช่างเงิน-ช่างค า” เช่น จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม เป็นต้น ช่างสลักดุนส่วนใหญ่ มีเชื้อสายลาวเวียงจันทน์ มีฝีไม้ลายมือในการสร้างสรรค์รูปแบบงานสลักดุน ใน สกุลช่างไทย-ลาว ส่วนใหญ่จะมีผลิตงานสลักดุนขึ้นใช้ในชุมชน และจ าหน่ายในพื้นที่เขตภาคตะวัน ออกเฉียง เหนือ ประเภทงานสลักดุนที่พบได้แก่ เครื่องประดับชนิดต่างๆ เช่น สร้อยคอ ก าไล เข็มขัด เครื่องภาชนะ เช่น พาน ชัน และเชี่ยนหมาก เป็นต้น อีกสกุลช่างหนึ่งของภาคอีสาน คือ สกุลช่างอีสานใต้ ที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับประเทศกัมพูชา รูปแบบของ ช่างในชุมชนที่สืบทอดเชื้อสายมาจากช่างเขมร ลวดลายที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัฒนธรรมนี้ จะพบที่ชุมชนบ้านเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ชุมชนส่วย อ าเภอส าโรงทาบ จังหวัดศรีสะเกษ ส่วนใหญ่จะ สร้างสรรค์ผลงานออกมาในรูปเครื่องประดับ เช่น ลูกปะเกือม ตะเภา (ต่างหู) ดังภาพประกอบที่ 14-7 ถึง 14-9 ภาพที่ 14-7 แผ่นทองค าสลักดุนรูปพระพุทธรูป งานช่างสลักดุน สกุลช่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
260 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 8 ภาพที่ 14-8 ซองพลูช่างสลักดุน สกุลช่างนครพนม ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์. ภาพที่ 14-9 สร้อยปะเกือม หรือสร้อยประค า ช่างสลักดุน สกุลช่างหมู่บ้านโชค อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
261 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 9 งานสลักดุนราขอาณาจักรไทย ภาคกลาง Central Thailand ดังภาพประกอบที่ 14-10 ภาพที่ 14-10 ขันพานรองและถ้วยรางวัล ช่างสลักดุนสกุล ช่างภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
262 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 10 ภาพลายเส้นลายกนก ภาพลายเส้นลายกนก แสดงแบบลายเส้นเป็นภาพ 2 มิติ ก่อนการลงแสงเงาเป็นลักษณะการเขียนลาย ศิลปกรรมไทยงานจิตรกรรมไทย ดังภาพประกอบที่ 14-11 ภาพที่ 14-11 ภาพลายเส้นช่อลายกนก
263 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 11 ภาพการลงแสงเงาลายกนก ภาพการลงแสงเงาลายกนก แสดงการเขียนมิติแสงเงาลงในตัวลายกนก เพื่อสร้างความเข้าใจในการเขียนมิติตัว ลาย เพื่อน าไปใช้ในการท างานสลักดุนที่เกี่ยวข้องกับตัวลวดลายไทย ดังภาพประกอบที่ 14-12 ภาพที่ 14-12 ภาพการลงแสงเงาลายกนก
264 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 12 ชื่อและหน้าที่วัสดุอุปกรณ์ในงานเขียนลายก้านต่อดอก ดินสอกดหรือดินสอด า ชนิด HB, 6B - ใช้ส าหรับร่างลายเขียนเส้นที่ต้องการ ยางลบ - ใช้ส าหรับลบเส้นดินสอที่ไม่ต้องการ ไม้บรรทัด - ใช้ส าหรับวัดขนาดรูปร่าง -รูปทรงเหลี่ยม กระดาษขนาด A4หรือกระดาษอาร์ต ชนิดเนื้อละเอียด เป็นมัน ขนาด 80-100 แกรม - ใช้ส าหรับเขียนลายไทยด้วยดินสอ ที่เหลาดินสอ - ใช้ส าหรับเหลาดินสอให้ไส้ดินสอมีความแหลม กระดาษช าระ - ใช้ส าหรับเช็ดผงดินสอที่ติดตามอุปกรณ์
265 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 13 แผ่นที่ : 1 ขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน คา อธิบายขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน 1. 1.1 บอกชื่อและหน้าที่อุปกรณ์การเขียนลาย 2. 2.1 เขียนขนาดพื้นที่ตัวลายลวดลายก้านต่อดอก ขนาด ตัวลาย ช่องไฟการแบ่งจังหวะลวดลาย การตัดเส้น ด้วยดินสอตัวลายที่เรียบร้อย
266 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 14 แผ่นที่ : 2 ขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน คา อธิบายขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน 3. 3.1 ก าหนดขนาดพื้นที่ส าหรับการลงพื้นที่แสงและเงา 3.2 การก าหนดพื้นที่ตัวลาย จะก าหนดพื้นที่ครึ่งหนึ่ง ของตัวลาย 3.3 ร่างเส้นแบ่งพื้นที่ด้วยเส้นดินสอ ดังภาพ 4. 4.1 ลงน าหนักแสงเงาลงในตัวลวดลาย โดยก านดให้แสง เข้าด้านซ้ายบน แล้วก านดเขียนด้านเงาด้านขวา ด้านล่าง การก าหนดแสงเงาและเงาทั้งสองอย่างจะ เป็นคู้ตรงข้ามกัน 4.2 ให้ลงน ้าหนักแสงเงาให้เต็มพื้นที่ให้ทั่วเต็มพื้นที่ตัว ลาย ดังภาพ
267 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน้า 15 แผ่นที่ : 3 ขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน คา อธิบายขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน 5. 5.1 เน้นภาพแสงเงาตัวลายให้เข้มและชัดเจน ให้เต็ม พื้นที่ตัวลาย ให้เห็นเป็นขอบสันขอบเหลี่ยมแสง และเงาให้ชัดเจน ดังภาพ 6. 6.1 ระบายน ้าหนักพื้นที่ช่องไฟด้านหลังด้วยดินสอให้ ค่าน ้าหนักเงามีน ้าหนักเข้ม เพื่อให้ลวดลายที่ลงค่า น ้าหนักแสงเงามีมิติลอยเด่นขึ้นมา 6.2 ตรวจสอบความเรียบร้อยของผลงาน ให้มีความ สะอาด ประณีตเรียบร้อยสวยงาม ดังภาพ
268 ใบงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน่วยที่ 5 สอนครั้งที่ 14 1. จดุประสงคเ์ชิงพฤติกรรม 1.1 จัดเตรียมอุปกรณ์การลงแสงเงาลายก้านต่อดอกได้ 1.2 แสดงขั้นตอนการลงแสงเงาลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 2. สมรรถนะ 2.1 มีทักษะการลงแสงเงาลายก้านต่อดอก 2.2 แก้ปัญหาจากการลงแสงเงาลายก้านต่อดอกได้ 3. เครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์ ดินสอกดหรือดินสอด า 6B ยางลบ ไม้บรรทัด กระดาษขนาด A4 ที่เหลาดินสอ กระดาษช าระ 4. การประเมินผล ผลงานการลงแสงเงาลายก้านต่อดอกผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 60 5. เอกสารอ้างอิง/เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม ปฏิพัทธ์ ดาระดาษ. (2539). ลายไทย ภาพไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ: ม.ป.พ. ภิญโญ สุวรรณคีรี. (2546). ลายไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. โพธิ์ ใจอ่อนน้อม. (2522). คู่มือลายไทย. โรงพิมพ์ธนาคารออมสิน. พระเทวาภินิมมิต. (2530). สมุดต าราลายไทย. โรงพิมพ์คุรุสภา. สันติ เล็กสุขุม. (2539). กระหนกในดินแดนไทย. ส านักพิมพ์มติชน.
269 ใบงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หน่วยที่ 5 งานครั้งที่ 14 6. การมอบหมายงาน ค าสั ่งที่ 1 ให้นักเรียนลงแสงเงาลายก้านต่อดอกตามแบบที่ก าหนดให้ เขียนแสงเงาด้วยดินสอความเข้ม 6B ขนาดความสูงลวดลาย 18 ซ.ม ขนาดความกว้างลวดลาย 4.6ซ.ม ( เส้นกรอบด้านใน 0.1 ซ.ม) พร้อมระบายพื้นหลังช่องไฟของลายก้านต่อดอกให้ครบถ้วนสวยงาม คะแนนเต็ม 100 คะแนน
270 7. เกณฑ์การประเมินผลงาน แบบประเมินผลงานนักเรียน ชื่อนักเรียน……………………………………………………………….เลขที่………………… ระดับชั้น ปวช. 2 สาขาวิชา ช่างทองหลวง วิชา การเขียนลวดลายไทย เรื่อง การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน หมายเหตุ ( X2 ) = จ านวนคูณค่าระดับคะแนนกับค่าคะแนนเกณฑ์ประเมิน เช่น X2 ค่าคะแนน 5 = 10 คะแนน ข้อ จดุประเมินคณุภาพผลงาน การเขียนลายก้านต่อดอก ผลการประเมิน ระดับคะแนน คะแนนรวม เก ณ ท์ป ระเมิ น ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 5 4 3 2 1 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 การเตรียมอุปกรณ์การเขียนลาย ( X2 ) 2 การร่างสัดส่วนรูปทรง ( X2 ) 3 ความเหมาะสมของรูปทรง ( X4 ) 4 ลายเส้นมีความคมชัด ( X2 ) 5 การลงแสงเงาลายก้านต่อดอก ( X6 ) 6 จ านวนการเขียนลายครบตามที่มอบหมาย( X2 ) 7 ความสะอาด ปราณีตในการเขียนลาย( X2 ) ผลคะแนนรวม
271 7. เกณฑ์การประเมินผลงาน แบบสรปุผลการประเมินผลงานนักเรียน วิชา การเขียนลวดลายไทย เรื่องการเรียนที่14 การลงแสงเงาลายไทยกับงานสลักดุน ระดับชั้น ปวช.2 สาขาวิชา ช่างทองหลวง กาญจนาภิเษกวิทยาลยัช่างทองหลวง ล าดับที่ ชื่อ นามสกุล ผ้รูบัการประเมิน จดุประเมินคณุภาพชิ้นงาน คะแนนรวม 110 คะแนน ค่าเฉลี่ยร้อยละ เกณท์ที่ผ่า น ก า ร ป ระเมิ น ค่าเฉ ลี่ย ร้อ ย ละ 65 1. การเตรียมอุปกรณ์การเขียนลาย ( X2 ) 10 คะแนน 2. กการร่างสัดส่วนรูปทรง ( X2 ) 10 คะแนน 3. ความเหมาะสมของรูปทรง ( X4 ) 20 คะแนน 4. ลายเส้นมีความคมชัด ( X2 ) 10คะแนน 5. การลงแสงเงานลายก้านต่อดอก ( X6 ) 30 คะแนน 6. จ านวนการเขียนลายครบตามที่มอบหมาย( X2 ) 10คะแนน 7. ความสะอาด ปราณีตในการเขียนลาย( X2 ) 10คะแนน ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ผลรวมคะแนนค่าเฉลี่ยร้อยละของนักเรียนทั้งหมด (…………………………………………) นานพีระยศ แก้วปัญญา ผ้ปูระเมิน
272 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 5 หลักสูตร ประกาศนียบตัรวิชาชีพ พทุธศกัราช 2562 สอนครั้งที่ 15 รหสัวิชา 20315-2107 วิชา การเขียนลวดลายไทย หน่วยกิต 1-4-2 หน่วยการเรียนรู้: การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่องการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี ทฤษฎี 1 ชม. ปฏิบัติ 4 ช.ม. 1. สาระส าคัญ ความรู้ ความเข้าใจ หลกัปรชัญาเศษฐกิจพอเพียงเรื่องการรกัษาศิลปวฒันธรรมของชาติ ด้าน ความมีเหตุผล ให้ความรู้การศึกษางานลวดลายไทยที่เกี่ยวข้องกับงานช่างทองหลวงและงานเครื่องประดับ สร้างความเข้าใจการน าลวดลายไทยมาปรับประยุกต์ใช้ในงานช่างทองหลวง ก่อนการน ามาใช้ต้องเข้าใจ รูปแบบลวดลายไทยในรูปแบบต่างๆ ความเหมาะสมกับลวดลายที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับเทคนิคการ สร้างสรรค์งาน ด้านความพอประมาณ หลักการประยุกต์ลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวงและงาน เครื่องประดับ โดยต้องเข้าใจในพื้นที่การออกแบบลวดลาย หลักการเขียนลายให้เหมาะสมกับเทคนิคเชิงช่าง ให้ตรงกับคุณค่าความงามในงานศิลปกรรมไทย ด้านความมีภมูิค้มุกนั ความเข้าใจในคุณค่างานช่างทอง หลวงงานเครื่องประดับและงานศิลปกรรมไทย คุณค่าความงามในรูปแบบลวดลายไทยที่น ามาใช้ในงานแต่ละ ประเภท เอกลักษณ์และเหตุผลของการออกแบบด้านลวดลายแต่ละประเภท เงื่อนไข ด้านความรู้และทักษะ การปรับประยุกต์การเขียนลวดลายไทยเข้ากับงานช่างทองหลวงและ งานเครื่องประดับ ต้องอาศัยความรู้ด้านความงามศิลปกรรมไทย ความรู้ด้านงานลวดลายไทย ความรู้งาน ช่างทองหลวง เทคนิคการท างานช่างทองหลวงและการน าลวดลายมาใช้ในงานช่างทองหลวงตามรูปแบบงาน ประเภทต่างๆ เงื่อนไข ด้านคณุธรรม จริยธรรม ค่านิยม คณุลกัษณะที่พึงประสงค์ใฝ่หาความรู้ ขยัน พากเพียร การหมั่นศึกษาหาความรู้ด้านงานศิลปกรรมไทย เพื่อให้มีความรอบรู้ในการน ามาปรับประยุกต์ใช้ ในงานช่างทองหลวง การพากเพียรหมั่นฝึกฝนในทักษะการเขียนลวดลายไทยในแต่ละประเภท การเขียน ลวดลายไทยให้เหมาะสมกับงานช่างทองหลวง ผลกระทบเพื่อความสมดุล พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ด้านสังคม ความรับผิดชอบต่อตนเอง และ สังคม การมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ การรับผิดชอบในการท างานที่ได้รับมอบหมาย การตรงต่อเวลา ความ ซื่อสัตย์ มีจรรยาบรรณในวิชาชีพด้านงานช่างทองหลวงคือความซื่อสัตย์ด้านการรักษาเวลา การรักษาเกียรติ การเห็นในคุณค่าของตนเอง ที่จะส่งผลต่อสังคมโดยรวม ด้านเศรษฐกิจ การประยุกต์ความรู้น ามาพัฒนา ชิ้นงานในรูปแบบใหม่ เพื่อให้ชิ้นงานมีการปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้ชิ้นงานมีการพัฒนาอยู่ ตลอดเวลา โดยน าเอางานช่างทองหลวงมาปรับประยุกต์ในการสร้างสรรค์ในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งจะส่งผลดีใน การสร้างผลิตภัณฑ์ต่อการสร้างมูลค่าในชิ้นงานช่างทองหลวง ด้านวัฒนธรรม การรักษาศิลปกรรมไทย และการน ามาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสภาพสังคมปัจจุบัน การรักษาให้ชิ้นงานช่างทองหลวงให้คงอยู่ด้านการ อนุรักษ์ และการพัฒนาให้เหมาะสมกับยุคสมัย ที่เป็นรูปแบบทางด้านศิลปวัฒนธรรมไทยอีกประเภทหนึ่งที่
273 ต้องอาศัยบทบาทช่างงานฝีมือที่ท างานเกี่ยวกับงานช่างทองหลวงเป็นผู้รักษา อันจะส่งผลต่อความยั่งยืนต่อ งานช่างทองหลวง และงานศิลปวัฒนธรรมของชาติโดยรวม ด้านสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ธรรมชาติ การสร้าง แรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาสู่การออกแบบลวดลายไทย หลักการและแนวคิดส่วนใหญ่ที่น ามาออกแบบ ลวดลายไทยมักจะน าลวดลายมาจากธรรมชาติ ต้องเข้าใจรูแบบที่น ามาออกแบบลวดลาย และความ เกี่ยวข้องงานช่างทองหลวงกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การเก็บรักษาน ้ายา ส่วนผสมทางโลหะต่างๆที่มีผลต่อ สิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อการใช้น ้ายาส่วนผสมต่างๆที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ความรู้ ความเข้าใจ หลักการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้สร้าง ความเข้าใจต่อการเรียนรู้การเขียนตัวลาย ระนาบพื้นผิวตัวลาย เพื่อสร้างความเข้าใจในการน าไปปรับ ประยุกต์ใช้ท างานลงยาสีการวาดเขียนตวลายก าหนดการกั้นขอบในตัวลายจึงจ าเป็นต่อการสร้างความ เข้าใจต่อการก าหนดการกั้นขอบในตัวลายส าหรับงานลงยาสีเนื่องจากการท าเครื่องประดับทับทรวงเป็นงาน ช่างทองหลวงเป็นพื้นฐานเป็นเทคนิคการสร้างสรรค์งานเป็นเอกลักษณ์รูปแบบเฉพาะ ที่จะพัฒนาความรู้ เทคนิคการท างานช่างทองหลวง และเป็นพื้นฐานของการสร้างสรรค์ชิ้นงานแขนงงานช่างทองหลวงอื่นๆ ดังนั้นการเข้าใจในหลัการลงออกแบบลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี จึงมีความส าคัญต่อการน าองค์ความรู้ ไปปรับประยุกต์ใช้ 2. สมรถนะประจ าหน่วย 2.1 สมรรถนะประจ าหน่วย 2.1.1 สามารถแสดงความรู้เกี่ยวกับหลักเศษฐกิจพอเพียงเรื่องการรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ 2.1.2 สามารถแสดงความรู้เกี่ยวกับกับการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี 2.1.3 สามารถปฏิบัติงานเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี 2.1.4 ความละเอียดรอบคอบในการดูแลรักษา เครื่องมืออุปกรณ์ในการเขียนลาย 2.2เกณฑก์ารปฏิบตัิงานประจา หน่วย 2.2.1 สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับหลักกเศษฐกิจพอเพียงเรื่องการรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ 2.2.2 สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีได้อย่างถูกต้อง 2.2.3 สามารถปฏิบัติขั้นตอนการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีอย่างถูกต้อง 2.2.4 ความละเอียดรอบคอบในการดูแลรักษา เครื่องมืออุปกรณ์ในการเขียนลวดลายไทยส าหรับงาน ลงยาสี 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 จุดประสงค์ทั ่วไป 3.1.1 เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักกเศษฐกิจพอเพียงเรื่องการรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ 3.1.2 เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี 3.1.3 เพื่อให้มีทักษะในการปฏิบัติงานเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี 3.1.4 มีความละเอียดรอบคอบในการดูแลรักษา เครื่องมืออุปกรณ์ในการเขียนลาย
274 3.2 จดุประสงคเ์ชิงพฤติกรรม 3.2.1 ระบุความส าคัญเกี่ยวกับหลักกเศษฐกิจพอเพียงเรื่องการรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ 3.2.2 ระบุความหมายความเป็นมาลักษณะลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีได้อย่างถูกต้อง 3.2.3 บอกประเภทความหมายเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีได้อย่างถูกต้อง 3.2.4 แสดงขั้นตอนการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีได้อย่างถูกต้อง 3.2.5 ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถามข้อสงสัยตามความเหมาะสม และท าความสะอาดห้องเรียนตามข้อตกลง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 หลักกเศษฐกิจพอเพียงเรื่องการรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ 4.2 งานเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี 4.3 ลักษณะเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี 4.4 หลักการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 การน าเข้าสู่บทเรียน 5.1.1 ครูผู้สอนแจ้งวัตถุประสงค์การเรียน กิจกรรมการเรียนการสอนและวิธีการประเมินผล 5.1.2 ครูผู้สอนน าเข้าสู่บทเรียนซักถามความรู้เดิมหรือปูพื้นฐานเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี 5.1.3 ครูเปิด Power Point อธิบายความหมายของหลักกเศษฐกิจพอเพียงเรื่องการรักษา ศิลปวัฒนธรรมของชาติ 5.1.4 ครูเปิด Power Point การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีและความสัมพันธ์ ความ เกี่ยวเนื่องการน าลายใบเทศไปออกแบบลวดลายไทยในรูปแบบลวดลายชนิดอื่น และสอดแทรกคุณธรรมการ มีพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถามข้อสงสัยตามความเหมาะสม 5.2 การเรียนรู้ 5.2.1 ครูเปิด Power Point เรื่องความหมายหลักกเศษฐกิจพอเพียงเรื่องการรักษา ศิลปวัฒนธรรมของชาติ 5.2.2 ความเป็นมาของการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีครูผู้สอนบรรยายด าเนินการสอน หรือประกอบกิจกรรมการเรียนโดยที่น าเสนอรูปภาพฉายประกอบ 5.2.3 ครูน ารูปภาพการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีมาประกอบการอธิบาย 1) ครูถาม-ตอบกับนักเรียน โดยครูยกตัวอย่างรูปภาพการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยา สี แล้วถาม-ตอบเกี่ยวกับความหมายความเป็นมาของการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี กับการ น าไปใช้ 2) การออกแบบลวดลายไทยลายใบเทศมีส่วนส าคัญต่อการเขียนลายไทยส าหรับงานลงยาสี ด้านใดบ้าง
275 3) ข้อสังเกตการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีมีหลักการสังเกตอะไรบ้าง 5.2.3 ครูนักเรียนช่วยกันสรุปความส าคัญต่อการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี 5.2.4 ครูให้นักศึกษาท าใบงานที่ 1 เรื่องความส าคัญการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีมีด้าน ใดบ้าง โดยให้นักเรียนเขียนลงในสมุดบันทึกความรู้ของตนเอง 5.2.5 ครูให้นักเรียนฝึกทักษะการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีตามใบงาน 5.2.6 ครูเรียกตรวจการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบเครื่องประดับ ทับทรวง เป็นรายบุคคลพร้อมชี้จุดแก้ไขเป็นรายบุคคล 5.2.7 ครูให้นักเรียนฝึกเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบเครื่องประดับทับ ทรวง ต่อจนครบจ านวนการฝึกเขียนลายใบเทศ 5.3 การสรุป 5.3.1 ครูสุ่มนักเรียนเล่าความรู้เกี่ยวกับหลักกเศษฐกิจพอเพียงเรื่องการรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ 5.3.2 ครูสุ่มนักเรียนเล่าความรู้เกี่ยวกับ เขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบ เครื่องประดับทับทรวงความส าคัญด้านใดบ้าง 5.3.3 ครูสรุปเรื่องความส าคัญการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบ เครื่องประดับทับทรวง 5.3.4 ครูสรุปหลักการสังเกตการณ์เขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบ เครื่องประดับทับทรวงตามหลักการความงามด้านลวดลายศิลปะไทย 5.4 การวดัและประเมินผล 5.4.1 เครื่องมือประเมิน 5.4.2 แบบประเมินผลพฤติกรรม 5.4.3 แบบทดสอบความรู้ 5.4.4 แบบประเมินผลงาน 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อโสตทัศน์ 6.1.1 คลิปวิดีโอ การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบเครื่องประดับ ทับทรวง 6.2 โสตทัศน์อุปกรณ์ 6.2.1 คอมพิวเตอร์ 6.2.2 โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 6.2.3 แท็บเล็ต 6.3 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.3.1 หนังสือ ลายไทย ภาพไทย. ปฏิพัทธ์ ดาระดาษ. (2539). 6.3.2 หนังสือ ลายไทย. ภิญโญ สุวรรณคีรี. (2546). 6.4 สื่อบทเรียนอิเลก ็ ทรอนิกส์
276 6.4.1 ใบความรู้ลงแสงเงาลายไทยในงานสลักดุน ลายก้านต่อดอก 6.4.2 ใบล าดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 6.4.3 Power Point 7. หลักฐานการเรียนรู้ 7.1 หลักฐานความรู้ 7.1.1 แผนการจัดการเรียนรู้ 7.1.2 ใบความรู้ 7.1.3 ใบล าดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 7.1.4 บันทึกหลังการสอน 7.2 หลกัฐานการปฏิบตัิงาน 7.2.1 ใบงาน 7.2.2 เกณฑ์การประเมินผลงาน 8. การวดัและประเมินผลการเรียนรู้ 8.1เครื่องมือการประเมิน 8.1.1 ก่อนเรียนรู้ วิธีการวัดผล การสัมภาษณ์ การอภิปราย เครื่องมือวัด ค าตอบจากการสัมภาษณ์ แนวคิดจากการอภิปราย 8.1.2 ระหว่างเรียนรู้ วิธีการวัดผล ขั้นตอนในการปฏิบัติ เครื่องมือวัด การสังเกตุการปฏิบัติงานของนักเรียน 8.1.3 หลังเรียน วิธีการวัด ผลงานเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบ เครื่องประดับทับทรวง เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผลงานการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศ การออกแบบเครื่องประดับทับทรวง 8.2เกณฑก์ารประเมิน 8.2.1 เกณฑ์ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนผ่านเกณฑ์ประเมินตามขั้นตอนปฏิบัติงานการเขียน ลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบเครื่องประดับทับทรวง 8.2.2 แบบทดสอบความรู้ผลการประเมินผ่านด้านรู้ความเข้าใจต่อหลักการเขียนลวดลายไทย ส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบเครื่องประดับทับทรวง 8.2.3 เกณฑ์การประเมินการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบ เครื่องประดับทับทรวง ไม่ต ่ากว่าร้อยละ 60
277 9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 9.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ ด้านผู้สอน การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ online off line สอนได้ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ สอนได้ไม่ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ยังขาดหัวข้อ ดังนี้ แนวทางการแก้ปัญหาการสอนไม่ครบหัวข้อตามแผน ด้านความพร้อมและผลการเรียนรู้ของผู้เรียน จ านวนนักเรียนทั้งหมด คน จ านวนนักเรียนที่เข้าเรียน คน จ านวนนักเรียนที่ขาดเรียน คน เกณฑ์ที่แนะน า คิดเป็นร้อยละ ดีมาก(80-100) ดี (70-79) พอใช้ (60-69) ต้องปรับปรุง (ต ่ากว่า 60) 1 การตรงต่อเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2 การแต่งกาย, การปฏิบัติตามระเบียบ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 3 ความพร้อม, ความตั้งใจในการเรียน ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 4 มีความรับผิดชอบงานที่มอบหมาย ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 5 มีความรู้ ความสามารถ ตรงวัตถุประสงค์ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง อื่นๆ 9.2 ปัญหา อุปสรรค 9.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา หมายเหตุปัญหา อุปสรรคและแนวทางแก้ปัญหา ผู้สอนน าไปพัฒนา ในรูปแบบของวิจัยชั้นเรียน หรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในครั้งต่อไป ลงชื่อ ผู้สอน ( นายพีระยศ แก้วปัญญา ) ลงชื่อ หัวหน้าสาขาวิชา ( นายพีระยศ แก้วปัญญา) ลงชื่อ (นายพรอนันต์ ภักดีบุญ) ผู้อ านวยการกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง
278 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 1 1. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.1 จุดประสงค์ทั่วไป 1.1.1 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบ เครื่องประดับทับทรวง 1.1.2 เพื่อให้มีทักษะการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบเครื่องประดับทับ ทรวง 1.1.3 เพื่อให้กิจนิสัยมีความรอบคอบและยอมรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น 1.2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.2.1 ระบุความหมายความเป็นมาเกี่ยวกับลักษณะการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการ ออกแบบเครื่องประดับทับทรวงได้อย่างถูกต้อง 1.2.2 บอกประเภทความหมายการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบ เครื่องประดับทับทรวงได้อย่างถูกต้อง 1.2.3 แสดงขั้นตอนการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบเครื่องประดับทับทรวง ได้อย่างถูกต้อง 1.2.4 ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถามข้อสงสัยตามความเหมาะสม และท า ความสะอาดห้องเรียนตามข้อตกลง 2. สมรรถนะ 2.1 มีความรู้ความเข้าใจความหมายลายใบเทศ 2.2 มีทักษะการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบเครื่องประดับทับทรวง 2.3 แก้ปัญหาจากการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศการออกแบบเครื่องประดับทับทรวงได้ 3. เนื้อหาสาระ (ใบความรู้)
279 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 2 เรื่องการเรียนรู้ที่ 15 การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี (สัปดาห์ที่ 15 ) 1. ความหมายของเครื่องประดับทับทรวง ทับทรวง คือ เครื่องประดับชนิดหนึ่ง รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ประดับเพชรพลอย ติดอยู่ตรงที่ไขว้สังวาล สะพายแล่งทับหน้าอก, ตาบหน้า หรือ ตาบทับ ก็เรียก ซึ่งมีรูปทรงดัดแปลงมาจากลายประจ ายาม ตรงกลางยกสูง ประดับพลอย ในส่วนลวดลายอาจเป็นลายไทย, เทศ ทับทรวง มี 2 ชนิดคือ จี้ตัวผู้ และจี้ตัวเมีย โดยจี้ตัวเมียมีขนาด ใหญ่กว่า และมีตุ้งติ้งห้อยตรงส่วนปลายของจี้ ส่วน จี้ตัวผู้ ไม่มีตุ้งติ้งห้อยตรงส่วนปลายของจี้ แต่แรกเริ่ม งานเครื่องประดับเริ่มจากฝีมือช่างจากฝีมือช่างไปสู่ชนชั้นสูง งานเครื่องประดับสนองความต้องการ ของชนชั้นสูง มากกว่าชนชั้นต ่า ทั้งนี้เนื่องจากอ านาจ และสภาพทางเศรษฐกิจนั่นเอง สาเหตุที่งานเครื่องประดับ เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ เพราะ ลักษณะงานเครื่องประดับในยุคนั้นท าจากวัสดุที่มีราคาแพง เช่น ทองค า เพชร พลอย เป็นต้น และจนปัจจุบันนี้งานเครื่องประดับ ก็ยังเป็นลักษณะงานที่ท าจากวัสดุที่มีราคาแพงอยู่ แม้จะเปลี่ยนวัสดุมาใช้ สิ่งของราคาถูกลงบ้างก็ตาม เครื่องประดับในปัจจุบัน ถือกันว่าเป็นงานวิจิตรศิลป์ เป็นลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับสุนทรียภาพ มีความ งดงามสมบูรณ์ อยู่ในตัวของมันเอง และในขณะเดียวกัน ก็เป็นสื่อสัญลักษณ์ของการแต่งงาน เป็นสัญลักษณ์ของการ เกิด และชัยชนะในบางครั้ง ในขณะเดียวกันก็เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงด้วย 2. เทคนิคเชิงช่างในการทา ทบัทรวง ในการจัดท าทับทรวงจะใช้เทคนิคงานช่างทองหลวงมาประกอบในการท าชิ้นงานให้สมบูรณ์ เทคนิคในการท า ชิ้นงานจะมีดังนี้ 2.1 การสลักดุนลวดลาย มักนิยมสลักดุนลวดลายเป็นลายใบเทศ สลักดุนให้เกิดมิติเป็นตัวลาย ขนาดความสูง ของชั้นลายมี 2 ชั้นบ้าง มี3 ชั้นบ้าง การสลักดุนถ้าเป็นชิ้นงานส าหรับเตรียมงานไว้ลงยาสีมักนิยมสลักดุนลายแบบกั้น ขอบ แต่ถ้าชิ้นงานไม่มีการลงยาสีนิยมสลักดุนแบบลวดลายให้เกิดมิติรูปนูนต ่า
280 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 3 2.2 การลงยาสีเครื่องประดับทับทรวงแบบโบราณมักนิยมลงยาสีเป็นยาสีร้อน นิยมลงยาสีเป็น 2 สี ประกอบด้วย 2.2.1 การลงยาสีทั่วไป ประกอบด้วยการลงยาสีแดง และยาสีเขียว การให้ค่าน ้าหนักสีลงในพื้นที่ตัวลาย นิยมลงพื้นที่ตัวลายสีแดงมากกว่าสีเขียว สีเขียวจะใช้ส าหรับการเพิ่มให้สีมีจุดเด่น แต่การลงสีเขียวเป็นการเสริมให้ เกิดลูกเล่นในการออกแบบสีในเครื่องประดับทับทรวงเท่านั้น 2.2.2 การลงยาสีราชาวดี ประกอบด้วยเทคนิคการลงยาสีร้อนที่มี 5 สีเป็นหลัก ค าว่าราชาวดีมี ความหมายในพจนานุกรมไทยหมายถึง เรียกการลงยาชนิดหนึ่งส าหรับเคลือบทองให้เป็นสีต่าง ๆ เช่นเขียว แดง ฟ้า ว่า ลงยาราชาวดี. (เปอร์เซีย). ราชาวดี2 : น. ชื่อไม้พุ่มชนิด Buddleja paniculata Wall. ในวงศ์ Buddlejaceaeดอกสี ขาวออกเป็นช่อยาว กลิ่นหอม. ดังนั้นงานลงยาราชาวดีจึงไม่ได้มีรูปแบบตายตัว แต่จากการศึกษางานช่างทองหลวง โบราณ พบว่า การลงงานยาสีราชาวดีมักนิยมลงยาสีด้วยกัน 5 สีด้วยกันประกอบด้วย 1) สีแดง 2) สีเขียว 3) สีขาว 4) สีชมพู 5) สีฟ้า หรือสีน ้าเงิน การลงยาสีจะลงสีลงในพื้นที่ลายถ้าแบ่งพื้นที่ออกเป็น 100 เปอร์เซ็น จะลงยาสีดังนี้ สีแดง ทั้งหมด 40 เปอร์เซ็น สีเขียว 20 เปอร์เซ็น สีขาว 10 เปอร์เซ็น หรือในบางครั้งนิยมเอาอัญมณีเพรชซีกเครื่องประดับ โบราณแทนการลงยาสีขาว สีชมพู 10 เปอร์เซ็น และสีฟ้าหรือสีน ้าเงิน 10 เปอร์เซ็น โดยจะเลือกการลงยาสีประเภทสี ใดสีหนึ่งไม่นิยมลงสีฟ้ากับสีน ้าเงินคู่กัน 2.2.2.1 งานช่างทองหลวงกับการลงยาสีในชิ้นงานในแต่ละรัชสมัยยังสามารถบ่งบอกว่าชิ้นงานช่างทอง หรือเครื่องประดับโบราณจัดสร้างขึ้นในยุคสมัยใด จากการศึกษาพบว่าในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 ชิ้นงานเครื่องประดับจะมี การลงยาสีฟ้าเข้าประกอบกับชิ้นงาน ลักษณะยาสีฟ้าจะเป็นยาสีที่น าเข้ามาจากเปอร์เซียร์ มีข้อมูลว่า ในสมัย รัตนโกสินทร์การท าเครื่องลงยาสีได้รับความนิยมมาก จะเห็นได้จากเครื่องราชูปโภคและราโชปโภคที่สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จะนิยมท าด้วยเครื่องลงยาราชาวดี เช่น พระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งท าด้วย ทองค าลงยาประดับเพชร พานพระขันหมากใหญ่ และพระโกฏิอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมชนก ซึ่งจะเป็นงานลงยาราชาวดี การท าเครื่องลงยามีความรุ่งเรืองถึงขีดสุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยมีพระเจ้าบรม วงศ์เธอกรมขุนวรจักรธรานุภาพทรงเป็นผู้ก ากับการช่างแขนงนี้ด้วยพระองค์เอง ต่อมาเครื่องราชูปโภคและราโชปโภค รวมทั้งเครื่องประกอบของเจ้านายตลอดจนขุนนางต่าง ๆ รวมถึงเครื่องประกอบสมณศักดิ์พระภิกษุสงฆ์ ล้วนเป็น เครื่องลงยาราชาวดีแทบทั้งสิ้น
281 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 4 2.2.2.2 งานลงยาสีในเครื่องราชูปโภคและราโชปโภคที่จัดสร้างในช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 5 มักนิยมลงยาสีมี สีชมพูเข้ามาประกอบ และมีพื้นที่การลงยาสีลงในตันลายด้วยยาสีชมพูมีจ านวนมาก ดังมีรูปแบบเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรายละเอียดดังนี้ ลักษณะและรูปแบบเฉพาะตัวของเครื่องราชูปโภคทองค าสมัยรัชกาลที่ 5 จากการติดต่อกับต่างชาติ และการรับศิลปวัฒนธรรมจากชาติตะวันตก นับเป็นปัจจัยส าคัญที่มีอิทธิพลต่อการสร้างเครื่องราชูปโภคทองค าสมัย รัชกาลที่ 5 ท าให้เครื่องราชูปโภคทองค าสมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากเครื่องราชูปโภคทองค าใน รัชกาลก่อน ๆ เครื่องราชูปโภคทองค าในศาลาเครื่องราชอิสริยยศฯ บางชิ้นมีประวัติการสร้างชัดเจน และมีลักษณะ เฉพาะตัว ท าให้สามารถคัดแยกเครื่องราชูปโภคทองค าทั้งหมดและก าหนดอายุสมัยได้ เครื่องราชูปโภคทองค าสมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะรูปแบบที่สืบทอดจากเครื่องราชูปโภคทองค าจากรัชกาล ก่อน และมีรูปแบบที่รับอิทธิพลจากต่างชาติเข้ามาผสม เปรียบเทียบกับเครื่องราชูปโภคทองค าที่จัดแสดงในศาลา เครื่องราชอิสริยยศฯ พบจุดสังเกตที่แสดงให้เห็นลักษณะของเครื่องราชูปโภคทองค าสมัยรัชกาลที่ 5 มีลักษณะ เฉพาะตัว 5 ประการ คือ การสลักตราพระราชลัญจกรประจ ารัชกาลหรือตราจุลมงกุฎ บริเวณด้านบนฝาของภาชนะ เช่น หีบหมาก กาทรงกระบอก และยังปรากฏบนงานประณีตศิลป์ อื่น ๆ ที่สร้างขึ้นใน สมัยเดียวกัน เช่น เครื่องกระเบื้อง เครื่องถ้วย และเครื่องโลหะอื่นๆ การประดับพระราชลัญจกรประจ ารัชกาลรูปพระเกี้ยวหรือจุลมงกุฎอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วย ฉัตรทั้งสองข้าง ในลักษณะสลักดุนลายที่พื้นผิว เป็นเครื่องหมายแสดงถึงผู้สร้างหรือผู้ครอบครอง รวมทั้งแสดงถึงรัช สมัยที่สร้างได้อย่างชัดเจน ดังภาพประกอบที่ 15-1ถึง 15-4 ภาพที่ 15-1 การสลักตราพระราชลัญจกรประจ ารัชกาลหรือตราจุลมงกุฎ ที่มา : พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์(2559). เครื่องราชูปโภคทองค าสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์: ออนไลน์.
282 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 5 ภาพที่ 15-2 เทคนิคลงยาสีชมพูในการตกแต่งลวดลาย ภาพที่ 15-3 ลักษณะลวดลายที่มีอิทธิพลต่างชาติเข้ามาผสม ภาพที่ 15-4 การลงยาสีเต็มพื้นลาย
283 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 6 2.2.2.3 การใช้เทคนิคการลงยาสีชมพูในการตกแต่งลวดลาย (ภาพที่ 15-2 ) ลักษณะการลงยาสีชมพูไม่ ปรากฏในเครื่องราชูปโภคทองค ารัชสมัยใดมาก่อน บางครั้งมักพบร่วมกับการสลักพระราชลัญจกรประจ ารัชกาลหรือ ตราจุลมงกุฎ หรือเครื่องราชูปโภคทองค าที่มีประวัติการสร้างสมัยรัชกาลที่ 5 โดยไม่พบในเครื่องราชูปโภคที่มีตราพระ ราชลัญจกรในรัชกาลอื่น ลักษณะการลงยาสีชมพูที่น่าจะได้รับอิทธิพลการผสมยาสีใหม่จากชาติตะวันตกที่รู้จัก การ ผสมยาสีชมพูมาก่อนสยาม นอกจากนี้การใช้สีชมพูตกแต่งบนเครื่องราชูปโภคทองค าที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ยังสัมพันธ์กับสีประจ าวัน พระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือสีพระราชนิยมที่พบในงานศิลปกรรมรัชสมัยนี้ ดังนั้นการ ลงยาสีชมพูจึงเป็นลักษณะเด่นของเครื่องราชูปโภคทองค าสมัยรัชกาลที่ 5 2.2.2.4 ลักษณะลวดลายที่มีอิทธิพลศิลปะต่างชาติเข้ามาผสม (ภาพที่ 15-3 ) เนื่องจากการติดต่อ สัมพันธ์กับชาติตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 5 ศิลปะตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลต่อศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์เป็นอย่างมาก เช่น ลายเครือเถาดอกไม้ หรือลายเลียนแบบธรรมชาติ ขณะเดียวกันคติความเชื่อเกี่ยวกับลวดลายมงคลแบบจีนได้เข้า มามีอิทธิพลในศิลปะไทยก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก ท าให้ลักษณะลวดลายที่ปรากฎบนเครื่องราชูปโภคทองค าสมัย รัชกาลที่ 5 มีรูปแบบลายที่รับอิทธิพลตะวันตก พร้อมกับน าลวดลายสัญลักษณ์มงคลตามคติความเชื่อแบบจีนเข้าไป ผสมอยู่ด้วย แต่ยังคงรักษาลักษณะรูปแบบของเครื่องราชูปโภคในแบบไทยไว้ ลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเครื่อง ราชูปโภคทองค าสมัยรัชกาลที่ 5 จึงมีลักษณะที่ไม่ยึดติดกับกระแสอิทธิพลศิลปะจากต่างชาติแบบใด แบบหนึ่ง ลักษณะดังกล่าวจึงเป็นลักษณะเฉพาะของเครื่องราชูปโภคทองค าสมัยรัชกาลที่ 5 2.2.2.5 การลงยาสีเต็มพื้นลาย (ภาพที่15-4 ) เป็นการลงยาสีทั้งพื้นลายและตัวลายเต็มพื้นที่ทั้งชิ้นงาน เหลือแต่ส่วนที่เป็นพื้นผิวทองค าเฉพาะบริเวณเส้นลายเท่านั้น ในลักษณะเส้นลายดุนนูนเพื่อให้เกิดเป็นร่องลาย ป้องกันไม่ให้ยาสีในตัวลายกับพื้นลายปนกัน ส่วนใหญ่นิยมลงยาพื้นลายเป็นสีแดง ตัวลายสีเขียวหรือสีแดงหรือสีชมพู ตัดด้วยพื้นผิวสีทองที่ถูกดุนนูนเป็นเส้นลาย ลักษณะเช่นนี้มักปรากฏร่วมกับลักษณะเฉพาะอื่นที่กล่าวแล้วข้างต้นร่วม ด้วย เช่น การลงยาสีชมพู การสลักตราจุลมงกุฎ และลายที่รับอิทธิพลจากต่างชาติ ดังนั้นในเครื่องราชูปโภคทองค าสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ละชิ้นอาจไม่ปรากฏลักษณะเฉพาะทั้ง 4 ประการ แต่อาจมี เพียงบางส่วน หรือมีเพียงลักษณะเฉพาะประการเดียวปรากฏอยู่ก็ได้ 2.3 งานฉลุลาย เป็นเทคนิคที่น ามาใช้ในการฉลุช่องไฟของตัวลายออก ด้วยงานทับทรวงบางชิ้นงานมักนิยม จะแสดงให้เห็นเฉพาะตัวลาย เพื่อให้ลวดลายมีความโดดเด่นจึงนิยมฉลุพื้นที่ช่องไฟออก นอกจากนี้ยังเป็นการฉลุลาย พื้นที่รูปทรงให้มีลวดลายแยกออกจากพื้นที่ช่องไฟ
284 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 7 2.4 งานประดับอัญมณี เป็นเทคนิคหนึ่งที่น ามาอัญมณีมาประกอบในชิ้นงานเครื่องประดับทับทรวงโดยส่วน ใหญ่ในงานช่างทองหลวงโบราณจะนิยมเอาเทคนิคการประดับอัญมณีแบบฝังหุ้ม และฝังแบบเขี้ยวหมู เพื่อเพิ่มให้ ชิ้นงานมีมูลค่าโดยน าอัญมณีมาประดับ โดยส่วนใหญ่อัญมณีที่น ามาประดับจะเป็นอัญมณีที่มีอยู่ภายในประเทศ ยกเว้นเพชรซีก ต้องน าเข้ามาจากประเทศอินเดีย ส่วนใหญ่อัญมณีในที่น ามาประดับในทับทรวงพบว่าค่านิยมของคน ไทยมักนิยมประดับอัญมณีเป็นพลอยนพเก้า คืออัญมณี 9 ชนิด ประกอบด้วย 1) เพชร 2) ทับทิม 3) มรกต 4) บุษราคัม 5) โกเมน 6) ไพลิน 7) เพทาย 8) มุกดา 9) ไพทูรย์ แต่ในอัญมณีนพเก้าทั้งหมด ถือว่าเพชรมีคุณค่ามาก ที่สุด ถือว่าเป็นยอดอัญมณี รูปพลอยนพเก้า 2.5 งานเชื่อมประกอบ เป็นเทคนิคของการสร้างชิ้นงานเครื่องประดับที่ต้องใช้โดยทั่วไป เพื่อสร้างรูปทรงให้ เป็นตามต้องการ การเชื่อบประกอบเพื่อให้ผิวโลหะติดกันให้แน่นหนามั่นคง ตามรูปทรงที่ก าหนดและออกแบบไว้ 3. การออกแบบลวดลายเครื่องประดับทับทรวง การออกแบบเครื่องประดับทับทรวงมีขั้นตอนในการออกแบบดังนี้ 3.1 การออกแบบรูปทรง เป็นการน าเอารูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นไทย มาออกแบบโดย ส่วนใหญ่มักนิยมเอารูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนมาออกแบบ 3.2 การออกแบบลวดลาย ในการออกแบบเครื่องประดับทับทรวงมักนิยมน าเอาลวดลายใบเทศมาออกแบบ ลวดลาย เนื่องจากลายใบเทศถ้าน ามาสลักดุนโดยที่ไม่มีเทคนิคการลงยาสี ก็จะมีความสวยงามอ่อนช้อยเนื่องจากลาย ใบเทศมีลักษณะลายธรรมชาติ แต่เมื่อน าลวดลายมาออกแบบงานลงยาสีก็สามารถน าไปประยุกต์ประดับอัญมณีเข้ากับ งานยาสีได้ 3.3 การออกแบบเทคนิคเชิงช่างผสมการออกแบบลวดลาย การออกแบบเทคนิคเชิงช่างเป็นการเพิ่มเสน่ห์ ในงานศิลปะการออกแบบลวดลายให้มีลูกเล่น เป็นการผูกลวดลายให้เข้ากับงานช่างทองหลวง อีกยังเป็นการเพิ่มมิติ ของชิ้นงานให้มีความสลับซับซ้อน เพิ่มคุฯค่าของลวดลาย คุณค่าของชิ้นงานด้วยการน าเอาเทคนิคเชิงช่างมาประกอบ 3.4 การออกแบบการระบายสี เป็นรูปแบบการก าหนดการลงยาสีหรือการประดับสีของอัญมณีประกอบเข้า กับชิ้นงาน ก่อนการด าเนินงานจัดท าเครื่องประดับทับทรวง
285 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 8 ชื่อและหน้าที่วัสดุอุปกรณ์ในการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี ดินสอกดหรือดินสอด า ชนิด HB, 6B - ใช้ส าหรับร่างลายเขียนเส้นที่ต้องการ ยางลบ - ใช้ส าหรับลบเส้นดินสอที่ไม่ต้องการ ไม้บรรทัด - ใช้ส าหรับวัดขนาดรูปร่าง -รูปทรงเหลี่ยม กระดาษขนาด A4หรือกระดาษอาร์ต ชนิดเนื้อละเอียดเป็น มัน ขนาด 80-100 แกรม - ใช้ส าหรับเขียนลายไทยด้วยดินสอ ที่เหลาดินสอ - ใช้ส าหรับเหลาดินสอให้ไส้ดินสอมีความแหลม กระดาษช าระ - ใช้ส าหรับเช็ดผงดินสอที่ติดตามอุปกรณ์ -
286 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 9 ชื่อและหน้าที่วัสดุอุปกรณ์ในการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี ไม้บรรทัดเทมเพลต - ใช้ส าหรับวัดขนาดและเขียนขนาดอัญมณี แผ่นกันลบ - ใช้ส าหรับลบเส้นดินสอที่ไม่ต้องการ สีน ้าตลับ - ใช้ส าหรับระบายสีลงในชิ้นงานออกแบบให้เกิดสีสันตาม ความคิดสร้างสรรค์ พู่กันสีน ้า (กลม) - ใช้ส าหรับระบายสี แก้วน ้า - ใช้ส าหรับใส่น ้าล้างพู่กันและการเจือสีผสมสี ปากกาตัดเส้น PIGMA - ใช้ส าหรับตัดเส้นชิ้นงานการออกแบบเขียนแบบ -
287 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 10 แผ่นที่ : 1 ขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน คา อธิบายขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน 1. 1.1 บอกชื่อและหน้าที่อุปกรณ์การเขียนลาย 2. 2.1 ก าหนดขนาดเส้นแกนรูปทรงทับทรวง โดยก าหนด สัดส่วนให้มีความสมดุลย์ทั้งด้านซ้าย ขวา ดังภาพ
288 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 11 แผ่นที่ : 2 ขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน คา อธิบายขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน 3. 3.1 ก าหนดรูปทรงทับทรวงและรูปทรงพลอย ดังภาพ 4. 4.1 ร่างลวดลายลงในรูปทรงทับทรวง ดังภาพ
289 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 12 แผ่นที่ : 3 ขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน คา อธิบายขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน 5. 5.1 ลงรายละเอียดตัวลายและพลอย ดังภาพ 6. 6.1 คัดลอกลายลงอีกด้านของรูปทรงทับทรวง ให้เต็มรูทรง เครื่องประดับทับทรวง ดังภาพ
290 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน้า 13 แผ่นที่ : 4 ขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน คา อธิบายขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน 7. 7.1 ตัดเส้นรายละเอียดเครื่องประดับทับทรวงด้วย ปากกาหมึกสีด า (piqma) ห้เต็มพื้นที่ตัวลายใบเทศ การตัดเส้นอัญมณี และงานเทคนิคเชิงช่าง ดังภาพ
291 ใบงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน่วยที่ 5 สอนครั้งที่ 15 1. จดุประสงคเ์ชิงพฤติกรรม 1.1 จัดเตรียมอุปกรณ์การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีได้ 1.2 แสดงขั้นตอนการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีได้อย่างถูกต้อง 2. สมรรถนะ 2.1 มีทักษะการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี 2.2 แก้ปัญหาจากการเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสีได้ 3. เครื่องมือ วัสดุ และอุปกรณ์ ดินสอกดหรือดินสอด า 6B ยางลบ ไม้บรรทัด กระดาษขนาด A4 ที่เหลาดินสอ กระดาษช าระ เทมเพลต สี พู่กัน แก้วน ้า แผ่นกันลบ ปากกาตัดเส้น PIGMA 4. การประเมินผล ผลงานการลงแสงเงาลายก้านต่อดอกผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 60 5. เอกสารอ้างอิง/เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม ปฏิพัทธ์ ดาระดาษ. (2539). ลายไทย ภาพไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ: ม.ป.พ. ภิญโญ สุวรรณคีรี. (2546). ลายไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. โพธิ์ ใจอ่อนน้อม. (2522). คู่มือลายไทย. โรงพิมพ์ธนาคารออมสิน. พระเทวาภินิมมิต. (2530). สมุดต าราลายไทย. โรงพิมพ์คุรุสภา. สันติ เล็กสุขุม. (2539). กระหนกในดินแดนไทย. ส านักพิมพ์มติชน.
292 ใบงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หน่วยที่ 5 งานครั้งที่ 15 6. การมอบหมายงาน ค าสั ่งที่ 1ให้นักเรียนออกแบบลวดลายใบเทศประกอบเข้ากบัเทคนิคเชิงช่าง ลงในรปูทรงเครื่องประดบัทบั ทรวง ตามแบบที่ก าหนดให้ ตัดเส้นด้วยปากกาหมึกสีด า ก าหนดขนาดเครื่องประดับทับทรวง ขนาดความสูง 10-12 ซ.ม ขนาดความกว้างลวดลาย 10-12 ซ.ม ตัดเส้นลวดลายและส่วน ประกอบเทคนิคเชิงช่างและอญัมณีให้ครบถ้วนสวยงาม คะแนนเต็ม 100 คะแนน
293 7. เกณฑ์การประเมินผลงาน แบบประเมินผลงานนักเรียน ชื่อนักเรียน……………………………………………………………….เลขที่………………… ระดับชั้น ปวช. 2 สาขาวิชา ช่างทองหลวง วิชา การเขียนลวดลายไทย เรื่อง การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี หมายเหตุ ( X2 ) = จ านวนคูณค่าระดับคะแนนกับค่าคะแนนเกณฑ์ประเมิน เช่น X2 ค่าคะแนน 5 = 10 คะแนน ข้อ จดุประเมินคณุภาพผลงาน การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี ผลการประเมิน ระดับคะแนน คะแนนรวม เก ณ ท์ป ระเมิ น ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 5 4 3 2 1 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 การเตรียมอุปกรณ์การเขียนลาย ( X2 ) 2 การร่างสัดส่วนรูปทรง ( X2 ) 3 ความเหมาะสมของรูปทรง ( X4 ) 4 การเขียนส่วนประกอบเทคนิคเชิงช่าง ( X2 ) 5 การลงลายเส้นลายใบเทศ ( X6 ) 6 จ านวนการเขียนลายครบตามที่มอบหมาย( X2 ) 7 ความสะอาด ประณีตในการเขียนลาย( X2 ) ผลคะแนนรวม
294 7. เกณฑ์การประเมินผลงาน แบบสรปุผลการประเมินผลงานนักเรียน วิชา การเขียนลวดลายไทย เรื่องการเรียนที่15 การเขียนลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี ระดับชั้น ปวช.2 สาขาวิชา ช่างทองหลวง กาญจนาภิเษกวิทยาลยัช่างทองหลวง ล าดับที่ ชื่อ นามสกุล ผ้รูบัการประเมิน จดุประเมินคณุภาพชิ้นงาน คะแนนรวม 110 คะแนน ค่าเฉลี่ยร้อยละ เกณท์ที่ผ่า น ก า ร ป ระเมิ น ค่าเฉ ลี่ย ร้อ ย ละ 65 1. การเตรียมอุปกรณ์การเขียนลาย ( X2 ) 10 คะแนน 2. กการร่างสัดส่วนรูปทรง ( X2 ) 10 คะแนน 3. ความเหมาะสมของรูปทรง ( X4 ) 20 คะแนน 4. การเขียนส่วนประกอบเทคนิคเชิงช่าง( X2 ) 10คะแนน 5. การลงลายเส้นลายใบเทศ( X6 ) 30 คะแนน 6. จ านวนการเขียนลายครบตามที่มอบหมาย( X2 ) 10คะแนน 7. ความสะอาด ปราณีตในการเขียนลาย( X2 ) 10คะแนน ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ผลรวมคะแนนค่าเฉลี่ยร้อยละของนักเรียนทั้งหมด (…………………………………………) นานพีระยศ แก้วปัญญา ผ้ปูระเมิน
295 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 5 หลักสูตร ประกาศนียบตัรวิชาชีพ พทุธศกัราช 2562 สอนครั้งที่ 16 รหสัวิชา 20315-2107 วิชา การเขียนลวดลายไทย หน่วยกิต 1-4-2 หน่วยการเรียนรู้: การเขียนลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง เรื่องการเรียนรู้ : การระบายสีลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี ทฤษฎี 1 ชม. ปฏิบัติ 4 ช.ม. 1. สาระส าคัญ ความรู้ ความเข้าใจ หลักการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีเป็นส่วนหนึ่งของการ เรียนรู้สร้างความเข้าใจต่อการเรียนรู้การระบายสีตัวลาย การระบายสีอัญมณีเพื่อสร้างความเข้าใจในการ น าไปปรับประยุกต์ใช้ท างานเครื่องประดับทับทรวงงานลงยาสีการระบายสีตัวลายก าหนดการกั้นขอบในตัว ลาย จึงจ าเป็นต้องสร้างความเข้าใจการก าหนดเส้นกั้นขอบในตัวลายส าหรับงานลงยาสีเนื่องจากการท า เครื่องประดับทับทรวงเป็นงานช่างทองหลวงมีรูปแบบเอกลักษณ์การสลักลวดลายมีเทคนิคการสร้างสรรค์ งานเป็นเอกลักษณ์รูปแบบเฉพาะ ที่จะพัฒนาความรู้เทคนิคการท างานช่างทองหลวง และเป็นพื้นฐานของ การสร้างสรรค์ชิ้นงานแขนงงานช่างทองหลวงอื่นๆ ดังนั้นการเข้าใจในหลัการระบายสีเครื่องประดับทับทรวง การออกแบบลวดลายไทยส าหรับงานลงยาสี จึงมีความส าคัญต่อการน าองค์ความรู้ไปปรับประยุกต์ใช้ 2. สมรถนะประจ าหน่วย 2.1 สมรรถนะประจ าหน่วย 2.1.1 สามารถแสดงความรู้เกี่ยวกับการออกแบบลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง 2.1.2 สามารถแสดงความรู้เกี่ยวกับการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี 2.1.3 สามารถปฏิบัติงานระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี 2.1.4 ความละเอียดรอบคอบในการดูแลรักษา เครื่องมืออุปกรณ์ในการเขียนลาย 2.2เกณฑก์ารปฏิบตัิงานประจา หน่วย 2.2.1 สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับการออกแบบลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง 2.2.2 สามารถอธิบายความรู้เกี่ยวกับการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีได้อย่าง ถูกต้อง 2.2.3 สามารถปฏิบัติขั้นตอนการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีอย่างถูกต้อง 2.2.4 ความละเอียดรอบคอบในการดูแลรักษา เครื่องมืออุปกรณ์ในการระบายสีเครื่องประดับทับ ทรวงส าหรับงานลงยาสี3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 จุดประสงค์ทั ่วไป 3.1.1 เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกแบบลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง 3.1.2 เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี 3.1.3 เพื่อให้มีทักษะในการปฏิบัติงานการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี
296 3.1.4 มีความละเอียดรอบคอบในการดูแลรักษา เครื่องมืออุปกรณ์ในการระบายสีเครื่องประดับทับ ทรวงส าหรับงานลงยาสี 3.2 จดุประสงคเ์ชิงพฤติกรรม 3.2.1 ระบุหลัการวิธีการวิเคราะห์เกี่ยวกับการออกแบบลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง 3.2.2 ระบุความหมายความเป็นมาเกี่ยวกับการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีได้ อย่างถูกต้อง 3.2.3 บอกรูปแบบการลงยาสีกับการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีได้อย่าง ถูกต้อง 3.2.4 แสดงขั้นตอนการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีได้อย่างถูกต้อง 3.2.5 ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถามข้อสงสัยตามความเหมาะสม และท าความสะอาดห้องเรียนตามข้อตกลง 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การวิเคราะห์หลักการออกแบบลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง 4.2 งานการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี 4.3 ลักษณะการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี 4.4 หลักการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 การน าเข้าสู่บทเรียน 5.1.1 ครูผู้สอนแจ้งวัตถุประสงค์การเรียน กิจกรรมการเรียนการสอนและวิธีการประเมินผล 5.1.2 ครูผู้สอนน าเข้าสู่บทเรียนซักถามความรู้เดิมหรือปูพื้นฐานการระบายสีเครื่องประดับส าหรับงาน ลงยาสี 5.1.3 ครูเปิด e book อธิบายการวิเคราะห์การออกแบบลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง 5.1.4 ครูเปิด e book อธิบายความหมายของการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี และความสัมพันธ์ ความเกี่ยวเนื่องการน าลายใบเทศไปออกแบบเครื่องประดับไทยในรูปแบบเครื่องประดับ ชนิดอื่น และสอดแทรกคุณธรรมการมีพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถามข้อสงสัยตามความ เหมาะสม 5.2 การเรียนรู้ 5.2.1 ครูเปิด e book เรื่องการวิเคราะห์การออกแบบลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง และให้ นักเรียนเปิดสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองให้นักเรียนเรียนประกอบในชั่วโมงการเรียนและให้ทดลองท าแบบฝึกหัด ท้ายบทเรียน 5.2.2 ครูเปิด e book เรื่องความหมายความเป็นมาของการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับ งานลงยาสีครูผู้สอนบรรยายด าเนินการสอนหรือประกอบกิจกรรมการเรียนโดยที่น าเสนอรูปภาพฉาย ประกอบ
297 5.2.3 ครูน ารูปภาพระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีมาประกอบการอธิบาย 1) ครูถาม-ตอบกับนักเรียน โดยครูยกตัวอย่างรูปภาพการระบายสีเครื่องประดับทับทรวง ส าหรับงานลงยาสีแล้วถาม-ตอบเกี่ยวกับความหมายความเป็นมาของการระบายสีเครื่องประดับทับทรวง ส าหรับงานลงยาสีกับการน าไปใช้ 2) การระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีลายใบเทศมีส่วนส าคัญต่อการเขียน ลายไทยส าหรับงานลงยาสี ด้านใดบ้าง 3) ข้อสังเกตการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีมีหลักการสังเกตอะไรบ้าง 5.2.4 ครูนักเรียนช่วยกันสรุปความส าคัญต่อการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี 5.2.5 ครูให้นักศึกษาท าใบงานที่ 1 เรื่องความส าคัญการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลง ยาสีมีด้านใดบ้าง โดยให้นักเรียนเขียนลงในสมุดบันทึกความรู้ของตนเอง 5.2.6 ครูให้นักเรียนฝึกทักษะการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีตามใบงาน 5.2.7 ครูเรียกตรวจการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีลาย เป็นรายบุคคลพร้อมชี้ จุดแก้ไขเป็นรายบุคคล 5.2.8 ครูให้นักเรียนฝึกการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีต่อจนครบจ านวนการฝึก เขียนลายใบเทศ 5.3 การสรุป 5.3.1 ครูสุ่มนักเรียนเล่าความรู้เกี่ยวกับการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีมี ความส าคัญด้านใดบ้าง 5.3.2 ครูสรุปเรื่องความส าคัญการระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี 5.3.3 ครูสรุปหลักการสังเกตการณ์การระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสีตาม หลักการความงามด้านลวดลายศิลปะไทย 5.4 การวดัและประเมินผล 5.4.1 เครื่องมือประเมิน 5.4.2 แบบประเมินผลพฤติกรรม 5.4.3 แบบทดสอบความรู้ 5.4.4 แบบประเมินผลงาน 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อโสตทัศน์ 6.1.1 สื่อ e book การวิเคราะห์การออกแบบลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง 6.1.2 คลิปวิดีโอ การระบายสีเครื่องประดับทับทรวงส าหรับงานลงยาสี 6.2 โสตทัศน์อุปกรณ์ 6.2.1 คอมพิวเตอร์ 6.2.2 โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 6.2.3 แท็บเล็ต 6.3 สื่อสิ่งพิมพ์