288 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 27 ผลงานช่างทองหลวง เทคนิคเชิงช่างงานครา ่เงิน ครา ่ทอง ภาพที่ 23 พระขรรคแ ์ ละกรรไกเทคนิคงานครา ่ทอง ภาพที่ 13-23 พระขรรค์และกรรไกเทคนิคงานคร ่าทอง
289 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 28 ภาพที่ 13-24 มีดเจียนหมากและผอบเทคนิคงานคร ่าทอง
290 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 29 รปูแบบงานช่างทองหลวง งานลงยาสี งานเครื่องประดับทองค าที่มีลวดลายและสีสันอื่นๆเพิ่มเติมจากสีทองค า ซึ่งการลงยาคือการใช้ สีหรือน ้ายามีการแต่งแต้มลงบนลวดลายที่ช่างทองออกแบบ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้สีแดง สีเขียว สีน ้า เงิน สีขาว และสีฟ้า ซึ่งการลงยาจะมีทั้งหมดอยู่ 2 วิธี ได้แก่ ลงยาร้อน และ ลงยาเย็น ยาสีร้อน เป็นก้อนเล็กๆก่อนที่จะใช้ต้องน าไปบดให้เป็นผง และแตะน ้าเล็กน้อย แล้วจึงค่อยแต่งแต้มสีลง บนลวดลายของเครื่องประดับทองค า จากนั้นจึงค่อยใช้ไฟเป่าเพื่อให้ตัวสีนั้นติดกับทองค า ยาสีราชาวดีเป็น ยาสีที่นิยมลงในงานช่างทองหลวงในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 ยาสีราชาวดีประกอบด้วยยาสี สีแดง,สีเขียว, สี ขาว,สีชมพู และสีฟ้า การลงยาเย็น เป็นเซรามิคชนิดหนึ่ง มีลักษณะเหมือนสีน ้าทั่วไป วิธีการท านั้นจะแต่งแต้มน ้ายาลงไปใน บริเวณที่ต้องการลงยา แล้วอบต่อด้วย UV ให้แห้งจากนั้นจึงเป็นการเสร็จสมบูรณ์ การลงยาทองค าเป็นเทคนิคการตกแต่งเครื่องประดับที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะนอกจากความสวยงาม แล้วยังสามารถเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของเครื่องประดับได้อีกด้วย ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีการติดต่อซื้อขาย ทองลงยา เป็นครั้งแรกๆที่เครื่องประดับลงยาทองค าเป็นที่รู้จักของคนไทย เนื่องจากในสมัยกรุงศรีอยุธยา นั้นได้มีการติดต่อซื้อขายทองลงยาจากต่างประเทศ เช่น เปอร์เซีย กรีก อียิปต์จีน และโรมัน ซึ่งในประเทศ เหล่านี้ได้มีความนิยมอยู่ก่อนแล้ว และในช่วงหลังของสมัยกรุงศรีอยุธยาจนมาถึงต้นสมัยกรุงสุโขทัยยังมีการ นิยมลงยาตกแต่งบนภาชนะอีกด้วย ซึ่งจะเป็นจ าพวกเครื่องใช้ราชูปโภคต่างๆของพระมหากษัตริย์ในยุคนั้น การลงยาทองค านั้นมีความนิยมสูงสุดในช่วงของสมัยรัชกาลที่
291 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 30 ผลงานช่างทองหลวง งานลงยาสีเทคนิคกนั้ขอบลาย ภาพที่ 13-25 รัดเกล้าและกรรเจียกจรเทคนิคงานลงยาสี
292 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 31 ภาพที่ 13-26 ทับทรวงเทคนิคงานลงยาสี
293 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 32 ภาพที่ 13-27 ชายไหวชายแครงเทคนิคงานลงยาสี
294 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 33 ภาพที่ 13-28 พานพระศรีเทคนิคงานลงยาสี
295 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 34 ภาพที่ 13-29 รองพระบาทและพานรองเทคนิคงานลงยาสี
296 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 35 ภาพที่ 13-30 พระเต้าทองค าเทคนิคงานลงยาสี
297 แบบประเมินความรล ู้ายไทยในงานช่างทองหลวง วิชาการเขียนลวดลายไทย แบบประเมินความร้ลูวดลายไทยในงานช่างทองหลวงวิชาการเขียนลวดลายไทย ระดบัชนั้ปวช. สาขาวิชาช่างทองหลวง จ านวน 40 ข้อ เวลา 40 นาที คะแนนเต็ม 20 คะแนน ค าชี้แจง 1. ข้อสอบแบบ ปรนัย จ านวน 30 ข้อ จากข้อ 1- 30 ให้นักเรียนท าเครื่องหมาย x ในค าตอบที่ถูกต้อง 2. ข้อสอบแบบจับคู่ จ านวน 10 ข้อ จากข้อ 31- 40 ให้นักเรียนเขียนค าตอบลงในช่อง ก. ให้เลือกเทคนิค เชิงช่างงานศิลปกรรมไทยให้ตรงกบัรปูภาพที่กา หนดให้ 1.ความหมายค าว่าลายกนกในงานศิลปกรรมไทย มีความหมายตรงกับข้อใด ก. ลายดอกบัว ข. ลายประจ ายาม ค. ลายทอง ง. ลายใบเทศ 4.การเขียนลายใบเทศมีแรงบันดาลใจมาจากข้อใด ก. รูปทรงเรขาคณิต ข. ดอกใบฝ้าย ค. รวงข้าว ง. เปลวไฟ 2. ข้อใดคือแรงบันดาลใจการเขียนลายไทยมาจากอะไร ก. ธรรมชาติ ข. รูปทรงเรขาคณิต ค. หลักค าสอนด้านศาสนา ง. ถูกทุกข้อ 5. การเขียนลายหางไหลในงานลวดลายไทยได้รับแรง บันดาลใจมาจากข้อใด ก. ใบไม้ ข. สายน ้า ค. ดอกไม้ ง. เปลวไฟ 3. รูปทรงการเขียนช่อลายกนกมีรูปทรงตรงกับข้อใด ก. รูปทรงสามเหลี่ยม ข. รูปทรงสี่เหลี่ยม ค.รูปทรงกลม ง. รูปทรงรี 6. การบากลายในงานการเขียนลายไทยมีจุดประสงค์ ตรงกับข้อใดมากที่สุด ก. แบ่งมิติตัวลาย ข. แบ่งขนาดตัวลาย ค. แบ่งพื้นที่ตัวลาย ง. แบ่งช่อไฟตัวลาย
298 7.ความหมายของช่องไฟตรงกับข้อใดมากที่สุด ก. พื้นที่ตัวลาย ข. ขนาดตัวลาย ค. พื้นที่ว่างของตัวลาย ง. การแบ่งมิติตัวลาย 12. ลวดลายสลักดุนที่นิยมมาสลักบนเครื่องใช้มักเป็น ลวดลายอะไร ก. ลายกนก ข. ลายใบเทศ ค. ลายพุฒตาล ง. ลายก้านต่อดอก 8. ลายดอกพุฒตาลได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะชนชาติใด ก. ชนชาติเปอร์เซีย ข. ชนชาติอินเดีย ค. ชนชาติญี่ปุ่น ง. ชนชาติจีน 13. ชิ้นงานสลักดุนเมื่อท าเสร็จแล้ว มีผลงานคล้ายกับ งานศิลปะประเภทใด ก. งานประดับมุก ข. งานหล่อลอยตัว ค. งานนูนต ่า นูนสูง ง. งานแทงหยวก 9. งานช่างทองหลวง สามารถแบ่งกลุ่มงานเป็นกี่กลุ่ม ก. 2 กลุ่ม ข. 3 กลุ่ม ค. 4 กลุ่ม ง. 5 กลุ่ม 14. การลงยาสีใด ที่เป็นต้นแบบการลงสีราชาวดีใน รัชสมัยรัชกาลที่1 ก. สีแดง ข. สีเขียว ค. สีชมพู ง. สีฟ้า 10. ช่างทองหลวง มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด ก. ช่างทองที่ท าชิ้นงานให้ส านักพระราชวัง ข. ช่างทองที่มีความรู้ความช านาญสูง ค. ช่างที่มีอาวุโสมาก ง. ช่างทองทั่วไป 15. งานช่างศิลปกรรมไทยประเภทใดมีลักษณะลวดลาย ประเภทเดียวกันที่น ามาใช้ในงานเครื่องถม ก. ลายรดน ้า ข. ลายสลักดุน ค. ลายลงยาสี ง. ลายแกะไม้ 11. รูปแบบการรับค่าจ้างของช่างทองหลวงในสมัย รัชกาลที่ 3 เป็นอย่างไร ก. รับเป็นรายวัน ข. รับเป็นรายเดือน ค. รับเป็นรายปี ง. รับตามการท าชิ้นงาน 16. ลวดลายประเภทใดที่มีมีการก าหนดระนาบตัวลาย ลักษณะเดียวกันกับงานสลักดุน ก. งานคร ่าเงินคร ่าทอง ข. งานคมเงินถมทอง ค. งานประดับมุก ง. งานแกะสลักงานไม้
299 17. ลวดลายประเภทใดต่อไปนี้ไม่เข้าพวก มีความ แตกต่างในหลักการเขียนการก าหนดช่องไฟ ก. ลายรดน ้า ข. ลายถมเงินถมทอง ค. ลายประดับมุก ง. ลายลงยาสี 19. งานช่างทองหลวงประเภทใดที่ใช้เทคนิคการย ้าตัว ลายเช่นเดียวกันกับงานลงยาสีในตัวลาย ก. งานถมเงินถมทอง ข. งานลายรดน ้า ค. งานคร ่าเงินคร ่าทอง ง. งานประดับอัญมณี 18. งานประเภทใดต่อไปนี้ไม่เข้าพวก มีความแตกต่าง ในการเลือกใช้สีในงานลวดลายไทย ก. งานลงยาสี ข. งานคร ่าเงินคร ่าทอง ค. งานประดับกระจกสี ง. งานประดับอัญมณี 20. งานคร ่าเงินคร ่าทองผิวโลหะที่น ามาท าชิ้นงานคือ โลหะประเภทใด ก. โลหะทองเหลือง ข. โลหะทองแดง ค. โลหะส าริด ง. โลหะเหล็ก ข้อสอบจากข้อ 21-30 เป็ นแบบทดสอบความร้จูากการศึกษาชิ้นงานที่พิพิธภณัฑสถานศึกษา แห่งชาติโดยให้นักเรียนเลือกคา ตอบที่สดุเพียงข้อเดียว 21. พระราชวังหน้าสร้างขึ้นในยุคสมัยใด ก. รัชสมัยรัชกาลที่ 1 ข. รัชสมัยรัชกาลที่ 2 ค. รัชสมัยรัชกาลที่ 3 ง . รัชสมัยรัชกาลที่ 4 23. การจัดหมวดหมู่งานศิลปกรรมไทยในพิพิธภัณ ฑสถานศึกษาแห่งชาติแบ่งลักษณะงานตามข้อใด ก. ประเภทชิ้นงาน ข. วัสดุในการสร้างชิ้นงาน ค. วิธีการสร้างชิ้นงาน ง. ยุคสมัยที่สร้าง 22. พระที่นั่งพุทไธสวรรย์มีผลงานด้านศิลปกรรมที่ ส าคัญของชาติคือข้อใด ก. ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ข. ภาพลายก ามะลอ ค. งานแกะสลักงานไม้ ง. งานหล่อส าริด 24. งานที่จัดแสดงยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีชิ้นงานใดที่ แสดงถึงการมีความคิดสร้างสรรค์ศิลปะด้าน การตกแต่งร่างกายของคนยุคสมัยนั้น ก. สร้อยลูกปัด ข. เครื่องปั้นดินเผา ค. เครื่องนุ่งห่มหนังสัตว์ ง. เครื่องส าริด
300 25. ชิ้นงานศิลปกรรมสมัยทวารวดีชิ้นใด ที่เป็น เอกลักษณ์ส าคัญจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานศึกษา แห่งชาติ ก. พระอวโลติเกศร ข. พระพุทธรูปศิลาขาว ค. พระพุทธรูปทรงเครื่อง ง. พระพุทธสิหิงค์ 28. งานศิลปกรรมสมัยสุโขทัยชิ้นใดที่เป็นสินค้าน าไป ค้าขายกับต่างชาติ ก. เครื่องถ้วยชามสังคโลก ข. เครื่องหนัง ค. เครื่องหอม ง. เสื้อผ้า 26. ชิ้นงานศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยชิ้นใด ที่เป็น เอกลักษณ์ส าคัญจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานศึกษา แห่งชาติ ก. พระอวโลติเกศร ข. พระพุทธรูปศิลาขาว ค. พระพุทธรูปทรงเครื่อง ง. พระพุทธสิหิงค์ 29. ชิ้นงานศิลปกรรมสมัยอยุธยาชิ้นใด ที่เป็น เอกลักษณ์ส าคัญเป็นผลงานชิ้นเอกจัดแสดงใน พิพิธภัณฑสถานศึกษาแห่งชาติ ก. หลักศิลาจารึก ข. พระพุทธรูปศิลาขาว ค. สังเค็ด ง. บุษบก 27. เอกลักษณ์งานศิลปกรรมของชนชาติใดที่มีอิทธิพล ในงานศิลปกรรมสมัยลพบุรี ก. อินเดีย ข. จีน ค. พม่า ง. ขอม 30. งานศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ได้รับอิทธิพลด้าน ความงาม ความเชื่อในการสร้างชิ้นงานจาก ยุคสมัยใหนมากที่สุด ก. สมัยทวารวดี ข. สมัยศรีวิชัย ค. สมัยสุโขทัย ง. สมัยอยุธยา
301 จากข้อ 31- 40 ให้นักเรียนจับคู่เทคนิคการท าชิ้นงานศิลปกรรมไทยให้ตรงกับรูปภาพที่ก าหนด ให้ถูกต้อง ตรงกับเทคนิคเชิงช่างงานศิลปกรรม ให้เขียนลงกระดาษค าตอบ 31 32 33 34 35 36
302 37 38 39 40 ก. งานถมเงิน ข. งานถมทอง ค. งานลงยาสีแบบกั้นขอบ ง. งานลงยาสีแบบตัวลาย จ. งานลายรดน ้า ฉ. งานคร ่าเงิน คร ่าทอง ช. งานดัดลวด ซ. งานฉลุลาย ฌ. งานสลักดุน ฎ. งานประดับมุก
303 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 1 หลกัปรชัญาเศรษฐกิจพอเพียงกบัการอนุรกัษณ ์ งานศิลปะลวดลายไทย 1.1 สมรรถนะด้าน ความมีเหตุผล 1.1.1 การศึกษางานลวดลายไทยที่เกี่ยวข้องกับงานช่างทองหลวง 1.1.1.1 วิวัฒนาการลวดลายไทย 1. มีรูปแบบการพัฒนามายาวนาน เริ่มแรกได้รับอิทธิพลมาจากศิลปวัฒนธรรมอินเดีย เมื่อก่อนยุค ประวัติศาสตร์ชาติไทย คนที่อาศัยในดินแดนแถบสุวรรณถูมิมีอยู่หลายอาณาจักร อาณาจักรแรกที่ปรากฏหลักฐาน ด้านศิลปกรรมคืออาณาจักรทวารวดี ศาสนาพุทธมีบทบาทในด้านความคิดความเชื่อรูปแบบลวดลายไทยจึงมี รูปแบบลวดลายอินเดียสมัยคันธาราฐ สมัยมะทุราที่เป็นต้นก าเหนิดของลายไทยในปัจจุบัน ศิลปะสมัยทวารวดี ได้รับคติความเชื่อของศาสนาพุทธ นิกายหินยาน ลัทธิเถราวาทรูปแบบงานศิลปกรรมจะไม่เน้นความใหญ่โต หรือ ความอลังการ เน้นความเรียบง่ายการตกแต่งงานศิลปกรรมนิยมก่อสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน อิทธิพลสมัยทวารวดี ยังพบได้ทั่วไปในเขตจังหวัดภาคกลาง และเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปัจจุบัน 2. ศิลปะสมัยศรีวิชัย ได้รับอิทธิพลด้านศิลปกรรมที่มาจากอินเดียสมัยคุปตะ สมัยปาละเสนะ เป็นยุค ทองของศิลปกรรมอินเดียที่ปรากฏหลักฐานจากการสร้างถาวรวัตถุและศาสนสถานในพื้นที่ต่างๆในเกาะชวา ประเทศอินดดเนียเซียในปัจจุบัน เทวสถานส าคัญคือบุโรพุทโธ และเจดีย์ที่ปรากฏในจังหวัดสุราษฏธารีมีลวดลายที่ ได้รับอิทพลมาจากศิลปะอินเดียปรากฏอยู่ ศิลปะสมัยศรีวิชัยได้รับคติความเชื่อของศาสนาพุทธ นิกายหทายาน เชื่อ ในเรื่องพระโพธิสัตว์ ที่มีบทบาทส าคัญในการสร้างศิลปะและรูปแบบลวดลาย งานเทวสถานที่ส าคัญในสมัยศรีวิชัย พบที่เขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เขตเมืองโบราณเขาถมอรัตน์เมืองศรีเทพ การก่อสร้างโบราณสถานเป็นแบบก่ออิฐ ถือปูน 3. ศิลปะสมัยละโว้ หรือลพบุรี เป็นศิลปะไทยที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาณาจักรขอม ที่มีศูนย์กลาง อาณาจักรที่ประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน ลักษณะลวดลายได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะอินเดียยุคสมัยปาละเสนะ แต่ได้ มีวิวัฒนาการลวดลายแตกต่างจากแบบดั้งเดิม เนื่องจากการเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างเทวสถาน นิยมก่อสร้างด้วย หินทรายที่พบมากในพื้นที่ จึงท าให้เอกลักษณ์ลวดลายมีเอกลักษณ์รูปแบบเฉพาะตัว การขยายอิทธิพลด้านศาสนา ในยุคสมัยศิลปะละโว้ ได้รับิอทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ มีเทวสถานศาสนาพราหมณ์ในพื้นที่เขตภาคกลางและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อิทธิพลทางลวดลายที่มีต่อลวดลายไทยในงานศิลปกรรมมีพบเห็นเฉพาะเทวสถานที่ ก่อสร้างด้วยหินทรายเท่านั้น คติความเชื่อศาสนาพราหมณ์มีอิทธิพลในการก่อสร้างศิลกรรมไทยคือการก่อสร้าง แบบพระปรางค์ที่ถือแบบการจ าลองเขาพระสุเมรุ เข้มมาในศาสนาพุทธ 4. ศิลปะสมัยสุโขทัย อิทธิพลทางศิลปะได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธ นิกายเถราวาท ลัทธิเถราวาท แบบลังกาวงศ์ ที่น าเอาหลักศาสนาพุทธมาพัฒนางานศิลปกรรมลวดลาย รูปแบบลวดลายจะเป็นรูปแบบเอกลักษณ์ ลวดลายธรรมชาติ เช่นลายพรรณพกฤษา การก่อสร้างนิยมแบบก่ออิฐถือปูน การสร้างมีทั้งการวัด เจดีย์ และปรางค์
304 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 2 5. ศิลปะสมัยอยุธยา พัฒนาแบบลวดลายและศิลปกรรมที่เอกลักษณ์และรูปแบบเฉพาะตัว อิทธิพล ทางศิลปะไม่มีอิทธิพลจากอาณาจักรอื่น จึงเป็นรูปแบบเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถือว่าเป็นศิลปะแบบไทยแท้ รูปแบบ งานศิลปกรรม ลวดลาย การสร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปกรรมจึงเป็นการสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาที่ผ่านการขัดเกลาและ พัฒนามาเป็นของตนเอง การสร้างเทวสถาน สร้างงานสิ่งก่อสร้างนิยมก่อสร้างก่ออิฐถือปูน มีงานจิตรกรรม การ เขียนลวดลายทีมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัยยุคสมัยใดๆ 6. ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ยุคสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นยังคงรูปแบบศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอน ปลาย รูปแบบลวดลายยังคงรูปแบบดิมเมื่อครั้งสมัยอยุธยา ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเรียกได้ว่าเป็นยุคสมัยฟื้นฟู ศิลปกรรมไทยและวัฒนธรรมไทยแบบดั้งเดิม จนช่วงยุคสมัยรัชกาลที่ 4-5 เริมมีการติดต่อกับกลุ่มประเทศตะวันตก และเป็นยุคเริ่มต้นการล่าอาณานิคมของกลุ่มประเทศตะวันตก ศิลปกรรมไทยจึงเป็นยุคสมัยที่อิทธิพลศิลปะ ตะวันตกเข้ามามีอิทธิพล ทั้งงานสถาปัตยกรรมและงานลวดลายไทย ช่วงรัชกาลที่ 6 ยุคการสร้างรัฐนิยม การสร้าง งานศิลปกรรมจะแฝงความคิดเรื่องความรักชาติ การรวมชาติเป็นชนชาติไทย และในยุคสมัยปัจจุบันจึงมีวิวัฒนาการ เป็นเหมือนสายน ้าที่ไหลผ่านยุคสมัยจนเป็นกลายเป็นเอกลักษณ์และรูปแบบเฉพาะตัวเป็นศิลปกรรมไทยในยุคสมัย ปัจจุบัน 1.1.1.2 ลวดลายไทยในงานศิลปกรรมไทย รูปแบบเอกลักษณ์งานศิลปกรรมไทยมีองค์ประกอบหลายอย่างที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะ ประจ าชาติ และมีเทคนิคเชิงช่างในการสร้างสรรค์ชิ้นงานในแต่ละชนชาติ โดยส่วนใหญ่วิธีการสร้างสรรค์ผลงานจะ ไม่มีความแตกต่างกันมาก เช่นงานจิตรกรรม ก็จะใช้สีระบายป็นรูปภาพกันทุกชาติแตกต่างกันในเรื่องความคิดคติ ความเชื่อในเรื่องความงามที่แตกต่างกัน ท าให้การสร้างรูปทรง และการสร้างลวดลายมาประดับแตกต่างกัน ลวดลายไทยจึงเป็นเอกกลักษณ์ที่ส าคัญที่ต่างวัฒนธรรมและชนชาติที่มีคติความงามแตกต่างกัน จึงสร้างสรรค์ ชิ้นงานออกมาแตกต่างกัน ลวดลายไทยส่วนใหญ่มักมีแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ และรูปทรงเรขาคณิต การ ออกแบบลวดลายไทยมีแม่ลายหลากหลายแบบ และมีระเบียบหลักการใช้ลวดลายแตกต่างกัน เช่นการใช้ลวดลาย ในงานสถาปัตยกรรม มักมีระเบียบแบบแผนที่ตายตัว ผู้ออกแบบจึงต้องศึกษาและเข้าใจพื้นที่และการน าไปใช้ตาม จารีต คติความเชื่อความงามในงานศิลปกรรมไทย
305 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 3 1.1.1.3 ลวดลายไทยในช่างทองหลวง งานช่างทองหลวงมีรูปแบบเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน มีเทคนิคการสร้างสรรค์ชิ้นงานมีหลากหลายเทคนิค แต่ลักษณะงานที่สร้างสรรค์ลวดลาย การน าลวดลายไทยมาใช้ในการออกแบบชิ้นงานและจัดท าชิ้นงานเพื่อน าไปใช้ ประโบชน์ในการใช้สอยประกอบด้วยลักษณะงานที่น าลวดลายไปใช้ ดังนี้ 1. งานคร ่าเงิน คร ่าทอง 2. งานเครื่องถมเงิน ถมทอง 3. งานสลักดุน 4. งานลงยาสี ดังนั้นลักษณะงานช่างทองหลวงมีเทคนิคการท างานที่แตกต่างกันการท าชิ้นงานให้เกิดลวดลายจึงมี ความแตกต่างกัน งานในแต่ละเทคนิคจะใช้ลักษณะเอกลักษณ์ลายไทยมีความแตกต่างกัน การที่สามารถเลือกใช้ ลวดลายในแต่ละรูปแบบเอกลักษณ์จึงมีความจ าเป็นต้องเข้าใจในเอกลักษณ์ของลวดลาย และการน าไปสร้างสรรค์ ชิ้นงานให้มีความเหมาะสม การเข้าใจกับการน าไปใช้ขึ้นอยู่กับวัสดุในการท าชิ้นงาน วัสดุบางอย่างไม่สามารถ ถ่ายทอดลักษณะ ความงามของลวดลายตามการออกแบบเขียนแบบได้ ต้องมีการปรับปรุงลวดลายให้เหมาะสม กับเทคนิคการท าชิ้นงาน ดังนั้นการน าลวดลายไปใช้ต้องเข้าใจขอบเขตของเทคนิคการท าชิ้นงานจากวัสดุที่ลือก สร้างสรรค์ชิ้นงาน 1.2 สมรรถนะด้าน ความพอประมาณ 1.2.1 การมีความรู้จากการประเมินศักยภาพของตนเองส าหรับการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ การท าชิ้นงานใหม่ ส าหรับการออกแบบลวดลายไทยในการสร้างผลงาน มีหลักในการพัฒนาการท างาน ดังนี้ 1. ระยะเวลาในการท างาน 2. ต้นทุนส าหรับการท าชิ้นงาน 3. ความสามารถในการปฏิบัติงานตามเงื่อนไข 4. ทักษะฝีมือในการปฏิบัติงาน 1.2.2 หลักการประยุกต์ลวดลายไทยกับงานช่างทองหลวง โดยมีหลักการเลือกชิ้นงานเทคนิคการท างานให้เหมาะสมกับในงานช่างทองหลวง การศึกษา คติความงามด้านศิลปะลวดลายไทยจึงมีความจ าเป็นต่อการพัฒนาสร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ โดยมีหลักการศึกษา ด้านลวดลายไทย ดังนี้ 1. ด้านรูปทรง 2. ช่องไฟ 3. การก าหนดสีลวดลาย 4. รูปแบบและเอกลักษณ์ลวดลาย 5. การออกแบบเขียนแบบลวดลาย
306 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 4 1.2 สมรรถนะด้าน ความมีภมูิค้มุกนั 1.2.1 ความเข้าใจคุณค่างานช่างทองหลวงในงานศิลปกรรมไทย งานศิลปกรรมไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ผ่านการสั่งสมถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากยุคสมัยหนึ่งสู่ยุค สมัยหนึ่ง ผ่านการปรับเปลี่ยนวิวัฒนาการเข้ากับสงคม วิถีชีวิตความเป็นอยู่จนกลายเป็นเอกลักษณ์ใหม่ ศิลปวัฒนธรรมใหม่ งานศิลปกรรมมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้สอย งานช่างทอง หลวงเป็นรูปแบบศิลปกรรมเอกลักษณ์ประจ าชาติรูปแบบหนึ่ง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีเทคนิคการสร้างสรรค์ ผลงานจนกลายเป็นผลงานที่ส าคัญของชาติ 1. ความส าคัญของงานช่างทองหลวง มีวิวัฒนาการความเป็นมาควบคู่มากับประวัติศาสตร์ชาติไทย ช่างทอง หลวง คือช่างทองประจ าราชส านัก งานช่างทองหลวงที่ปรากฏหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์ที่ส าคัญช่วงยุคสมัย อยุธยาตอนต้นยุคสมัยเจ้าสามพระยา พบหลักฐานงานช่างทองหลวงที่กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ พบชิ้นงาน ทองค าจ านวนมากที่จัดท ายุคสมัยพระองค์ จากหลักฐานดังกล่าวจึงสรูปได้ว่างานช่างทองหลวงมีมาแล้วตั้งต่สมัย อยุธยาตอนต้น เมื่อเริ่มยุคสมัยรัตนโกสินทร์งานช่างหลวงปรากฏหลักฐานว่าเป็นช่างทองประจ าในราชส านัก มี รูปแบบการรับค่าตอบแทนรับเป็นเบี้ยหวัดเป็นรายปี กับช่างที่รับเบี้ยหวัดเป็นชิ้นงาน ช่างทองหลวงในสมัย รัตนโกสินทร์ช่วงเฟื่องฟูในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 ช่างทองหลวงจึงเป็นช่างที่มีความส าคัญในการสืบทอดภูมิปัญญางาน ช่างทองที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ความเป็นชาติ 2. ลักษณะช่างทองหลวง งานช่างทองหลวงมีรูปแบบเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน จ าแนกตามวัตถุประสงค์การ น าไปใช้สามารถแบ่งเป็นกลุ่มประเภทได้ 5 แบบ ประกอบด้วย 1. กลุ่มงานอิสริยยศ 2. กลุ่มงานเครื่องสักการะบูชา 3. กลุ่มงานเครื่องใช้ 4. กลุ่มงานประดับตกแต่งสถานที่ 5. กลุ่มงานเบ็ดเล็ด 2.1 เงื่อนไข ด้านความรู้และทักษะ 2.1.1 ความเข้าใจในหลัการการออกแบบเขียนแบบลวดลายไทย การออกแบบลวดลายไทยที่จะน ามาใช้ใหม่มีความจ าเป็นที่ต้องศึกษาลักษณะลวดลายไทยในแต่ละยุค สมัยให้รอบรู้ก่อน เข้าใจหลักการน าไปใช้ จึงจะสามารถน าไปออกแบบลวดลายใหม่ในการพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย และวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน
307 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 5 2.1.2 ความเข้าใจในหลัการการปรับประยุกต์การเขียนลวดลายไทยเข้ากับงานช่างทองหลวง การสืบทอดงานช่างทองหลวงให้ยั่งยืน ต้องมีการปรับประยุกต์การออกแบบลวดลายให้เข้ากับยุคสมัย การ สืบทอดงานช่างทองหลวงให้ยั่งยืนต้องพัฒนาเข้าสู่ระบบการศึกษา งานลวดลายต้องพัฒนาให้เข้ากับรูปแบบวิถีชีวิต ตนในปัจจุบัน งานศิลปวัฒนธรรมจึงจะสามารถสืบต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ การเข้าใจหลักความงามด้านศิลปะลวดลาย ไทยและการน าเอาหลักการน าไปใช้ เมื่อเข้าใจในหลักการจะส่งผลถึงการออกแบบลวดลายใหม่ๆ ที่จะไม่ท าลาย เอกลักษณ์เดิม หรือท าชิ้นงานโดยขาดรากฐานทางความคิดที่เชื่อมโยงกับรูปแบบลวดลายเดิมอาจเป็นการท าลาย คุณค่าเดิมที่มีอยู่ให้คุณค่าหายไป 2.2 เงื่อนไข ด้านคณุธรรม จริยธรรม ค่านิยม คณุลกัษณะที่พึงประสงค์ 2.2.1 ความใฝ่รู้ การพัฒนาตนเองเป็นส่วนส าคัญของแนวทางพัฒนาตามเป้าหมาย ต้องมีการพัฒนาทางด้านความรู้และ การฝึกฝนทางด้านทักษะฝีมือควบคู่กันไป การพัฒนาความรู้การเรียนรู้ในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องจึงมีความจ าเป็นต้อง พัฒนารูปแบบศิลปะ เนื่องจากรูปแบบศิลปะและวิถีชีวิตของมนุษย์ต้องมีการเปลี่ยนแปลง คติความเชื่อความงาม ของคนจึงเปลี่ยนตาม การศึกษาหาความรู้จากแหล่งอื่นจึงเป็นการพัฒนาตนและพัฒนาชิ้นงานอย่างเป็นแบบแผน ท าให้ความคลาดคลื่นการท างานไม่มีเป้าหมาย ซึ่งมีความจ าเป็นต่อการพัฒนาชิ้นงาน ความรู้ท าให้ความเสี่ยงใน การท าธุรกิจการปรับประยุกต์น้อยลง 2.2.2 ความคิดสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นหัวใจส าคัญในการท างานศิลปะ การสร้างแรงบันดาลใจในส่วน หนึ่งเกิดขึ้นจากการศึกษาผลงานศิลกรรมชิ้นเอกของไทยในแต่ละยุคสมัย ศึกษาหลักคิดและวิธีการสร้างสรรค์งาน น ามาสู่การคิดค้นหาวิธีการสร้างสรรค์ใหม่ หาเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานแบบใหม่ เพื่อน าเสนอผลงานที่เกิดจาก การคิดค้นและพัฒนา และมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับยุคสมัยของวิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนแปลง การสร้างสรรค์ งานให้เกืดชิ้นงานใหม่จึงเป็นการอนุรักษณ์รักษาให้คุณค่าศิลปกรรมไทยให้คงอยู่ 2.2.3 ขยัน พากเพียร รักษาเวลาตรงต่อเวลา การท างานศิลปกรรมต้องอาศัยความพากเพียร การเก็บเกี่ยวประสบการณ์เป็นระยะเวลานาน การสั่งสม ประสบการเรียนรู้และการฝึกฝนพัฒนาทักษะให้พัฒนาอยู่เสมอ การมีระเบียบวินัยต้องอาศัยระยะเวลาในการฝึกฝน เรื่องของเวลาเป็นสิ่งส าคัญทั้งในเรื่องงานที่ด้รับมอบหมาย การรักษาเวลาในการท างานที่ต้องตรงเวลา การฝึกเรื่อง ระเบียบวินัยจะช่วยสร้างการท างานอย่างเป็นระบบ การท างานบางอย่างจะปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปไม่ได้ อาจท า ให้เกิดความเสียหายต่อองค์กร หรือความไว้วางใจในการมอบหมายงาน ดังนั้นงานที่ท าในงานศิลปกรรมจึงต้องมี ความตรงต่อเวลาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
308 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 6 3. ผลกระทบเพื่อความสมดุล พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง 3.1 ด้านสังคม 3.1.1 การพัฒนาชิ้นงานช่างทองหลวง สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงท าให้งานช่างทองหลวงต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพของสังคมและวิถีชีวิตของคน ในสังคม งานศิลปะหัตกรรมบางอย่างเมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงการน าไปใช้ประโยชน์ไม่ตอบสนองความ ต้องการ หรือมีงานอื่นมาทดแทน ท าให้งานศิลปกรรมหลายๆ แขนงได้เลือนหายไปในสังคมไทย การปรับตัวในการ ท าชิ้นงาน การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการคนในสังคม บุคคลที่ท างานช่างทองหลวงต้องเตรียมการตั้ง รับและปรับตัวให้ได้กับยุคสมัย งานช่างทองหลวงเป็นรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์การสร้างคุณค่าให้เป็นที่ยอมรับของ คนในสังคม งานช่างทองหลวงก็จะยังคงอยู่ตามความต้องการของคนในสังคม 3.1.2 ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม การพัฒนาตนเองอย่างสม ่าเสมอทั้งในด้านความรู้ ความสามารถความมีระเบียบวินัย จึงเป็นการพัฒนา สังคมในทางอ้อม ความรับผิดชอบต่อตนเองจึงเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมทางหนึ่ง การเคารพกฎหมายกฏ ระเบียบขององค์กรจึงเป็นการส่งเสริมให้สภาพของสังคมดีขึ้นในทางอ้อม ความโอบอ้อมอารีความมีคุณธรรมการ เกื้อกูลคนอื่นตามก าลังความรู้ความสามารถก็เป็นทางหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมสงคมให่น่าอยู่และดีขึ้น ดังนั้นการพัฒนา สังคมต้องเริ่มจากการพัฒนาตนเอง แล้วขยายไปในสังคมรอบตัว 3.1.3 การมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ จรรยาบรรณในวิชาชีพช่างทองหลวงมีความส าคัญมากในการประกอบอาชีพนี้เนื่องจากต้องอยู่กับของมี ค่าและมูลค่าทางทรัพย์สินและคุณค่าทางจิตใจ ความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตนเองจึงต้องเป็นคนมีคุณธรรมสูง ต้อง สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้รับบริการหรือลูกค้ามีความเชื่อมั่น การท างานที่ซื่อตรงต่อตนเองหรือผู้ว่าจ้าง ความซื่อสัตย์ จะเป็นใบเบิกทางสร้างความส าเร็จ และความยอมรับในกลุ่มวิชาชีพนี้ 3.2 ด้านเศรษฐกิจ 3.2.1 การเป็นผู้ประกอบการด้านงานช่างทองหลวงและเครื่องประดับ การเรียนรู้ระบบการท าธุรกิจน ามาสู่การสร้างผลิตภัณฑ์และการเป็นผู้ประกอบการ การเรียนรู้เพื่อ เตรียมตัวเข้าสู่การประกอบธุรกิจ ต้องเรียนรู้เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ การเงินการบัญชี และ การท าแผนธุรกิจ ความรู้ที่เป็นพื้นฐานด้านการประกอบธุรกิจ มีความจ าเป็นส าหรับการเป็นผู้ประกอบการ การ วางแผนด้านการลงทุนกับความเสี่ยงในด้านธุรกิจให้เหมาะสมกับก าลังความสามารถเงินลงทุน เหมาะสมกับต้นทุน ที่สามารถบริหารได้ และเกินก าลังความสามารถในการบริหารในการท าธุรกิจ และการบริหารความเสี่ยงในการท า ธุรกิจ
309 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การศึกษาดูงานศิปกรรมไทย เรื่อง : ลายไทยในงานช่างทองหลวง หน้า 7 3.2.2 การสร้างสรรค์ชิ้นงานช่างทองหลวงชิ้นงานใหม่เข้าระบบธุรกิจ การท าแผนธุรกิจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต้องศึกษาความต้องการในตลาด กลุ่มผู้ใช้รูปแบบสินค้าที่ อยู่ในกระแสความนิยม การน าไปใช้ และเทคนิคการท าชิ้นงานใหม่ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยและตรงกับ ความต้องการของตลาด 3.3 ด้านวัฒนธรรม 3.3.1 การสืบทอดความรู้ การอนุรักษ์งานช่างทองหลวงที่ยั่งยืนที่สุดคือการสืบทอดการเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น มีการถ่ายทอดความรู้ อย่างเป็นระบบ มีการพัฒนาเข้าสู่การศึกษา และมีผู้เข้ารับการศึกษา และให้ความรู้ที่ถูกต้องในด้านศิลปวัฒนธรรม จะท าให้การสืบทอดความรู้เป็นอย่างต่อเนื่องจากรุนสู่รุ่น การสืบทอดความรู้ที่ส าคัญที่สุดคือการพัฒนาเข้าสู่ การศึกษา 3.3.2 การน าความรู้มาปรับประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสังคมปัจจุบัน การปรับประยุกต์ความรู้ให้เข้ากับสังคมและวิถีชิวิตของคนในสังคม เป็นการสืบสานความรู้ให้คงอยู่ในวิถี สังคมที่เปลี่ยนแปลงมีวัสดุมีงานหลากหลาย งานมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอมีการพัฒนา ต้องมีความมรู้ในด้านการ หาเทคนิคใหม่และรูปแบบการน าวัสดุใหม่น ามาท าชิ้นงานที่ท าให้งานมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลง มีการน าไปใช้ เมื่อมี การน าไปใช้งานช่างทองหลวงก็จะมีการพัฒนาต่อเนื่องอยู่เสมอ 3.4 ด้านสิ่งแวดล้อม 3.4.1 การรักษาสารที่เกี่ยวข้องงานช่างทองหลวงให้เหมาะสม ในการท างานช่างทองหลวงงานเครื่องประดับ มีสะสารเคมีที่ต้องน ามาใช้ในการท างานช่าง และสะสาร บางอย่างมี่อันตรายต่อผู้ท างาน และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเช่นกัน ดังนั้นในการท าชิ้นงานผู้ท างานต้องมี อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่อาจท าให้ตนเองไดรับผลกระทบทางร่างกายจากการรับสารเคมีเป็นเวลานาน การจัดการที่ ถูกต้องจึงมีการจัดเก็บสารเคมีที่เป็นอันตรายอย่างถูกต้อง และการน าไปใช้ต้องระวังใม่ปล่อยลงตามแหล่งน ้าใน ธรรมชาติที่อาจส่งผลต่อแหล่งน ้า ต้นไม้และสิ่งมีชิวิตในธรรมชาติ 3.4.2 การสร้างแรงบันดาลใจจากธรรมชาติมาสู่การออกแบบลวดลายไทย การสร้างแรงบันดาลใจส่วนใหญ่ของงานศิลปะและงานลวดลายไทยมักมีแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ การพัฒนางานศิลปะเช่นเดียวกัน การเรียนรู้ความงามจากธรรมชาติ จึงเป็นการส่งเสริมแนวคิดการสร้างสรรค์งาน ใหม่ๆให้เกิดขึ้น มีความรักและหวงแหนในธรรมชาติจะสร้างอุปนิสัยเป็นผู้อ่อนโยนรักในสภาพแวดล้อมช่วยส่งเสริม บรรยากาศที่ดีในการท างานให้ดียิ่งขึ้นไป ซึ่งเป็นอุปนิสัยที่ดีส าหรับคนที่ท างานศิลปะโดยทั่วไป
310 แบบประเมินความรู้หลกัปรชัญาเศรษฐกิจพอเพียงวิชาการเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนลายไทยกบังานช่างทองหลวง ระดบัชนั้ปวช.สาขาวิชาช่างทองหลวง จ านวน 9 ข้อ เวลา 30 นาที คะแนนเต็ม 10 คะแนน ค าชี้แจง 1. ข้อสอบแบบ อัตนัย มีจ านวน 10 ข้อ 2. ให้นักเรียนเขียนอธิบายคา ตอบลงในช่องคา ตอบ 1. ให้นักเรียนอธิบาย ความมีเหตุผล ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการออกแบบลวดลายไทย ต้องศึกษา ด้านใดบ้าง มาอย่างจ านวน 2 ข้อ พร้อมอธิบาย (1 คะแนน) 1........................................................................................................................................................................... 2…………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. ให้นักเรียนอธิบาย ความพอประมาณ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการออกแบบลวดลายไทย ต้อง ศึกษาด้านใดบ้าง มาอย่างจ านวน 1 ข้อ พร้อมอธิบาย (1 คะแนน) ........................................................................................................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. ให้นักเรียนอธิบายความมีภมูิค้มุกนั ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการออกแบบลวดลายไทย ต้องศึกษา ด้านใดบ้าง มาอย่างจ านวน 1 ข้อ พร้อมอธิบาย (1 คะแนน) ........................................................................................................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. ให้นักเรียนอธิบาย เงื่อนไข ด้านความรู้และทักษะ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการออกแบบลวดลาย ไทย ต้องศึกษาด้านใดบ้าง มาอย่างจ านวน 2 ข้อ พร้อมอธิบาย (1 คะแนน) 1........................................................................................................................................................................... 2…………………………………………………………………………………………………………………………….. 5. ให้นักเรียนอธิบาย เงื่อนไข ด้านคณุธรรม จริยธรรม ค่านิยม คณุลกัษณะที่พึงประสงค์ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ด้านการออกแบบลวดลายไทย ต้องศึกษาด้านใดบ้าง มาอย่างจ านวน 2 ข้อ พร้อมอธิบาย (2 คะแนน) 1………………………………………………………………………………………………………………………….. 2…………………………………………………………………………………………………………………………. 6. ให้นักเรียนอธิบาย ผลกระทบเพื่อความสมดุลพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ด้านสังคม ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ด้านการออกแบบลวดลายไทย ต้องศึกษาด้านใดบ้าง มาอย่างจ านวน 1 ข้อ พร้อมอธิบาย (1 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………….
311 7. ให้นักเรียนอธิบาย ผลกระทบเพื่อความสมดุลพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ด้านเศรษฐกิจ ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ด้านการออกแบบลวดลายไทย ต้องศึกษาด้านใดบ้าง มาอย่างจ านวน 1 ข้อ พร้อมอธิบาย (1 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………. 8. ให้นักเรียนอธิบาย ผลกระทบเพื่อความสมดุลพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ด้านวัฒนธรรม ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ด้านการออกแบบลวดลายไทย ต้องศึกษาด้านใดบ้าง มาอย่างจ านวน 1 ข้อ พร้อมอธิบาย (1 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………. 9. ให้นักเรียนอธิบาย ผลกระทบเพื่อความสมดุลพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ด้านสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ด้านการออกแบบลวดลายไทย ต้องศึกษาด้านใดบ้าง มาอย่างจ านวน 1 ข้อ พร้อมอธิบาย (1 คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………….
312 แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 5 หลักสูตร ประกาศนียบตัรวิชาชีพ พทุธศกัราช 2562 สอนครั้งที่ 14 รหสัวิชา 20315-2107 วิชา การเขียนลวดลายไทย หน่วยกิต 1-4-2 หน่วยการเรียนรู้ การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่องการเรียนรู้ การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน ทฤษฎี 1 ชม. ปฏิบัติ 4 ช.ม. 1. สาระส าคัญ ความรู้ ความเข้าใจ หลักการเขียนลายก้านต่อดอก และปฏิบัติงานเขียนลายก้านต่อดอก การลงแสงเงา ลายก้านต่อดอก การน าความรู้ไปปรับประยุกต์ใช้ ในการออกแบบลวดลาย การเขียนลายก้านต่อดอก มี ขั้นตอนวิธีการเขียนลายที่แตกต่างจากลายประเภทลายกนก การเขียนกลุ่มแม่ลายก้านต่อดอกมีการแบ่ง พื้นที่ ขนาดที่ชัดเจน การเขียนตัวลายมีการแบ่งขนาด พื้นที่เท่ากัน การน าตัวลายก้านต่อดอก สามารถ น าไปใช้กับงานช่างทองหลวง การออกแบบกลุ่มงานประเภทลายพื้นที่ที่มีขนาดแนวตั้งเช่นขอบ หรือกรอบ รูป ที่มีพื้นที่สี่เหลี่ยม ล้วนแล้วแต่ต้องน าความรู้ประเภทลายก้านต่อดอก ไปท าการออกแบบชิ้นงานทั้งสิ้น การเข้าใจในหลักการ วิธีการเขียน การแบ่งตัวลาย การเขียนลวดลาย และการลงแสงเงาจึงเป็นขั้นตอน พื้นฐานของการเขียนการออกแบบลวดลาย และการน าองค์ความรู้ไปปรับประยุกต์ใช้ในงานช่างทองหลวง เทคนิคงานสลักดุน 2. สมรถนะประจ าหน่วย 2.1 สมรรถนะประจ าหน่วย 2.1.1 สามารถแสดงความรู้เกี่ยวกับการเขียนลายก้านต่อดอก 2.1.2 สามารถปฏิบัติงานเขียนลายก้านต่อดอก 2.1.3 สามารถปฏิบัติงานเขียนลงแสงเงาลายก้านต่อดอก 2.1.4 ความละเอียดรอบคอบในการดูแลรักษา เครื่องมืออุปกรณ์ในการเขียนลาย 2.2เกณฑก์ารปฏิบตัิงานประจา หน่วย 2.2.1 แสดงขั้นตอนเขียนลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 2.2.2 แสดงขั้นตอนการลงแสงเงาเขียนลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 2.2.3 เลือกอุปกรณ์การเขียนลายก้านต่อดอกได้อย่างเหมาะสม 2.2.4 ปฏิบัติงานเขียนลายก้านต่อดอกครบตามจ านวน 1 ตัวลาย 2.2.5 ปฏิบัติงานลงแสงเงาเขียนลายก้านต่อดอกครบตามจ านวน 1 ตัวลาย 2.2.6 สามารถปฏิบัติงานตามขั้นตอนเขียนการเขียนลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 2.2.7 สามารถปฏิบัติงานลงแสงเงาตามขั้นตอนเขียนการเขียนลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 2.2.8 ผลงานเขียนลายก้านต่อดอกมีคะแนนผ่านเกณฑ์ประเมินไม่ต ่ากว่า 60 คะแนน 2.2.9 ผลงานการลงแสงเงาเขียนลายก้านต่อดอกมีคะแนนผ่านเกณฑ์ประเมินไม่ต ่ากว่า 60 คะแนน
313 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 จุดประสงค์ทั ่วไป 3.1.1 เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนลายก้านต่อดอก 3.1.2 เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจการน าไปใช้ของลายก้านต่อดอก 3.1.3 เพื่อให้มีทักษะในการปฏิบัติงานเขียนลายก้านต่อดอก 3.1.4 เพื่อให้มีทักษะในการปฏิบัติงานลงแสงเงาเขียนลายก้านต่อดอก 3.1.5 มีความละเอียดรอบคอบในการดูแลรักษา เครื่องมืออุปกรณ์ในการเขียนลาย 3.2 จดุประสงคเ์ชิงพฤติกรรม 3.2.1 อธิบายถึงการวิวัฒนาการวิวัฒนาการลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 3.2.2 อธิบายความหมายลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 3.2.3 สรุปที่มาแรงบันดาลใจลักษณะลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 3.2.4 วิเคราะห์การลงแสงเงาลวดลายก้านต่อดอกไปใช้ในงานช่างทองหลวง 3.2.5 แสดงขั้นตอนการเขียนลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 3.2.6 แสดงขั้นตอนการลงแสงเงาเขียนลายก้านต่อดอกได้อย่างถูกต้อง 3.2.7 แสดงวิธีการตรวจคุณภาพผลงานได้อย่างเหมาะสม 3.2.8 ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถามข้อสงสัยตามความเหมาะสม และท าความสะอาดห้องเรียนตามข้อตกลง 3.2.9 นักเรียนปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย ครบตามจ านวนและระยะเวลาในการปฏิบัติงาน 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 ความหมายลายก้านต่อดอก 4.2 ลักษณะลายก้านต่อดอก 4.3 หลักการเขียนลายก้านต่อดอก 5. กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1 การน าเข้าสู่บทเรียน ( 15 นาที) 5.1.1 ครูผู้สอนแจ้งวัตถุประสงค์การเรียน กิจกรรมการเรียนการสอนและวิธีการประเมินผล 5.1.2 ครูผู้สอนน าเข้าสู่บทเรียนซักถามความรู้เดิมหรือปูพื้นฐานความรู้ลายก้านต่อดอกประสบการณ์ การลงแสงเงาลวดลายไทย 5.1.3 ครูเปิด Power Point อธิบายความหมายของลายก้านต่อดอกการลงแสงเงาลายก้านต่อดอก และความสัมพันธ์ ความเกี่ยวเนื่องการน าลายก้านต่อดอกไปใช้ในการลงแสงเงา การปรับประยกต์ใช้ในงาน สลักดุนในงานช่างทองหลวง และสอดแทรกคุณธรรมการมีพฤติกรรมที่ดีในการเข้าเรียน ตรงต่อเวลา ซักถาม ข้อสงสัยตามความเหมาะสม
314 5.2 การเรียนรู้ 5.2.1(การเรียนภาคทฤษฎี 60 นาที) 5.2.1.1 ครูเปิด Power Point เรื่องความหมายความเป็นมาของลายก้านต่อดอกครูผู้สอน บรรยายด าเนินการสอนหรือประกอบกิจกรรมการเรียนโดยที่น าเสนอรูปภาพฉายประกอบ 5.2.1.2 ครูน ารูปภาพลายก้านต่อดอกและการลงแสงเงาลายก้านต่อดอกที่เกี่ยวเนื่องกับการลง แสงเงาลวดลายกับการน าไปใช้ในการเขียนลวดลายในงานสลักดุนมาประกอบการอธิบาย 1) ครูถาม-ตอบกับนักเรียน โดยครูยกตัวอย่างรูปภาพลายก้านต่อดอกแล้วถาม-ตอบเกี่ยวกับ ความหมายความเป็นมาของลายก้านต่อดอกกับการน าไปใช้ 2) การออกแบบลวดลายไทยลายก้านต่อดอกมีส่วนส าคัญต่อการเขียนลายไทยด้านใดบ้าง 3) การลงแสงเงาลายก้านต่อดอกมีความส าคัญต่อการสร้างความเข้าใจในการมองมิติตัวลาย ในงานสลักดุนงานช่างทองหลวง 4) ข้อสังเกตการเขียนลายก้านต่อดอกมีหลักการสังเกตอะไรบ้าง 5.2.1.3 ครูนักเรียนช่วยกันสรุปความหมายความเป็นมาของลายก้านต่อดอก 5.2.1.4 ครูนัเรียนช่วยกันสรุปการลงแสงเงานกับการน าไปใช้ในงานสลักดุน 5.2.2(การเรียนถาคปฏิบตัิ180 นาที ) 5.2.2.1 ครูอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานการเขียนลายก้านต่อดอก ตามใบขั้นตอนการปฏิบัติงาน ที่ครูสร้างขึ้น 5.2.2.2 ครูสาธิตการเขียนลายก้านต่อดอก บนกระดานด าให้นักเรียนดูป็นตัวอย่าง 5.2.2.3 ครูให้นักเรียนเปิดคลิปวีอีโอการลงแสงเงาลายก้านต่อดอก ในช่อง YouTube ที่ครูสร้าง ขึ้นให้นักเรียนศึกษาวิธีการลงแสงเงาลายก้านต่อดอก 5.2.2.4 ครูแจ้งค าสั่งการปฏิบัติงานเขียนและลงแสงเงาลายก้านต่อดอกตามใบงาน 5.2.2.5 ครูแจ้งเกณฑ์การประเมินผลงานการเขียนและลงแสงเงาลายก้านต่อดอก 5.2.2.6 ครูให้นักเรียนฝึกทักษะการเขียนและลงแสงเงาลายก้านต่อดอก ตามใบงานโดยให้เวลา ในการปฏิบัติงาน 60 นาที 5.2.2.7 ครูเรียกตรวจการเขียนลายและลงแสงเงาก้านต่อดอก เป็นรายบุคคลพร้อมชี้จุดแก้ไข เป็นรายบุคคล (ใช้เวลา 30 นาที) 5.2.2.8 ครูให้นักเรียนฝึกเขียนและลงแสงเงาลายก้านต่อดอก ตามใบงาน 5.2.2.9 ครูเดินตรวจผลงานนักเรียนตามโต๊ะท างาน ให้ค าแนะน าเป็นรายบุคคล 5.2.2.10 ครูให้หัวหน้ารวบรวมผลงานการเขียนและลงแสงเงาลายก้านต่อดอก ส่งที่ครู ชี้แจง นักเรียนที่ยังเขียนและลงแสงเงาลายก้านต่อดอก ไม่ครบจ านวนตามใบงาน ให้นักเรียนไปปฏิบัตงานเพิ่มเติม จนครบตามจ านวน หากมีข้อสงสัยในการปฏิบัติงานแนะน าให้นักเรียนเปิดวีดีโอการเขียนและลงแสงเงาลาย ก้านต่อดอก จากช่อง YouTube ที่ครูสร้างขึ้น
315 5.2.3 การสรุป ( 15 นาที) 5.2.3.1 ครูสุ่มนักเรียนเล่าความรู้เกี่ยวกับลายก้านต่อดอกความส าคัญด้านใดบ้าง 5.2.3.2 ครูสรุปเรื่องความหมายและเป็นมาของลายก้านต่อดอก 5.2.3.3 ครูสรุปหลักการสังเกตการณ์เขียนและลงแสงเงาลายก้านต่อดอกตามหลักการความงาม ด้านลวดลายศิลปะไทย 5.2.3.4 ครูสรุปความส าคัญการลงแสงเงาลวดลายกับการน าไปใช้ในการเขียนลวดลายในงานสลัก ดุน 5.3 ให้นักเรียนท าความสะอาดห้องเรียนตามข้อตกลงในชั้นเรียน ( 10 นาที) 5.4 การวดัและประเมินผล 5.4.1 เครื่องมือประเมิน 5.4.1.1 แบบประเมินผลพฤติกรรม 5.4.1.2 แบบประเมินผลงาน 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 สื่อโสตทัศน์ 6.1.1 คลิปวิดีโอ การเขียนลายก้านต่อดอก 6.2 โสตทัศน์อุปกรณ์ 6.2.1 คอมพิวเตอร์ 6.2.2 โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 6.2.3 แท็บเล็ต 6.3 สื่อสิ่งพิมพ์ 6.3.1 หนังสือ ลายไทย ภาพไทย. ปฏิพัทธ์ ดาระดาษ. (2539). 6.3.2 หนังสือ ลายไทย. ภิญโญ สุวรรณคีรี. (2546). 6.4 สื่อบทเรียนอิเลก ็ ทรอนิกส์ 6.4.1 ใบความรู้ลายก้านต่อดอก 6.4.2 ใบล าดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 6.4.3 Power Point 7. หลักฐานการเรียนรู้ 7.1 หลักฐานความรู้ 7.1.1 แผนการจัดการเรียนรู้ 7.1.2 ใบความรู้ 7.1.3 ใบล าดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 7.1.4 บันทึกหลังการสอน 7.2 หลกัฐานการปฏิบตัิงาน 7.2.1 ใบงาน 7.2.2 เกณฑ์การประเมินผลงาน
316 8. การวดัและประเมินผลการเรียนรู้ 8.1เครื่องมือการประเมิน 8.1.1 ก่อนเรียนรู้ 1) วิธีการวัดผล การสัมภาษณ์ การอภิปราย เครื่องมือวัด ค าตอบจากการสัมภาษณ์ แนวคิดจากการอภิปราย 8.1.2 ระหว่างเรียนรู้ 1) วิธีการวัดผล ท าแบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับลายก้านต่อดอก เครื่องมือวัด แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับลายก้านต่อดอก 2) วิธีการวัดผล ขั้นตอนในการปฏิบัติ เครื่องมือวัด การสังเกตุการปฏิบัติงานของนักเรียน 8.1.3 หลังเรียน 1) วิธีการวัดผล ผลงานการเขียนลายและลงแสงเงาลายก้านต่อดอก เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผลงานการเขียนลายและลงแสงเงาก้านต่อดอก 8.2 เกณฑก์ารประเมิน 8.2.1 เกณฑ์ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนผ่านเกณฑ์ประเมินตามขั้นตอนปฏิบัติงานการเขียนลายละ ลงแสงเงาลายก้านต่อดอก 8.2.2 แบบทดสอบความรู้ผลการประเมินผ่านด้านรู้ความเข้าใจต่อหลักการเขียนลายและลงแสง เงาลายก้านต่อดอก 8.2.3 เกณฑ์การประเมินการเขียนลายและลงแสงเงาลายก้านต่อดอกไม่ต ่ากว่าร้อยละ 60
317 9. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 9.1 ข้อสรุปหลังการจัดการเรียนรู้ ด้านผู้สอน การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ online off line สอนได้ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ สอนได้ไม่ครบตามหัวข้อที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ยังขาดหัวข้อ ดังนี้ แนวทางการแก้ปัญหาการสอนไม่ครบหัวข้อตามแผน ด้านความพร้อมและผลการเรียนรู้ของผู้เรียน จ านวนนักเรียนทั้งหมด คน จ านวนนักเรียนที่เข้าเรียน คน จ านวนนักเรียนที่ขาดเรียน คน เกณฑ์ที่แนะน า คิดเป็นร้อยละ ดีมาก(80-100) ดี (70-79) พอใช้ (60-69) ต้องปรับปรุง (ต ่ากว่า 60) 1 การตรงต่อเวลา ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 2 การแต่งกาย, การปฏิบัติตามระเบียบ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 3 ความพร้อม, ความตั้งใจในการเรียน ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 4 มีความรับผิดชอบงานที่มอบหมาย ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง 5 มีความรู้ ความสามารถ ตรงวัตถุประสงค์ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง อื่นๆ 9.2 ปัญหา อุปสรรค 9.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ปัญหา ลงชื่อ ผู้สอน ( นายพีระยศ แก้วปัญญา ) ลงชื่อ หัวหน้าสาขาวิชา ( นางสาวมาลาริน บุญวันต์ ) ลงชื่อ (นายธรรมนูญ เศวตสุทธิสิริกุล) ครู ท าหน้าที่ในต าแหน่ง รองผู้อ านวยการฝ่ายวิชาการ หมายเหตุปัญหา อุปสรรคและแนวทางแก้ปัญหา ผู้สอนน าไปพัฒนา ในรูปแบบของวิจัยชั้นเรียน หรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในครั้งต่อไป
318 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 1 เรื่องการเรียนรู้ที่ 14 การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน (สัปดาห์ที่ 14 ) ต้นก ำเนิดของลำยไทยก ำเนิดจำกรูปทรงธรรมชำติได้แก่ดอกบัว ดอกชัยพฤกษ์ ดอกมะลิ ดอกรัก ดอกพุดตำน ใบเทศ เปลวไฟ นอกจำกลำยที่เกิดจำกดอกบัวแล้ว ยังมีลำยที่เกิดขึ้นจำกใบไม้ต่ำง ๆ ใบฝ้ำย ใบ เทศดอก ใบเทศ ก้ำนขดใบเทศ 1.ก้ำน เศรษฐมันตร์ กำญจนกุล (2535 : 4) ก้ำนเป็นค ำเรียกเถำสั้น ๆ ใช้เชื่อมต่อดอกหรือใบในกำรผูก ลำยไทยเช่น ลำยก้ำนต่อดอก ลำยเกลียวและลำยก้ำนแย่ง ในกำรผูกลวดลำยชนิดที่เป็นเถำแบบหนึ่ง เรียกว่ำ กนกก้ำนขด หรือลำยก้ำนขด ลวดลำยแบบนี้อำศัยเถำเป็นหลักในกำรผูกลำย กำรผูกวำงเถำมีลักษณะเฉพำะที่ ต้องขมวดเป็นก้นหอย แม้ว่ำจะขยำยลำยออกไปเท่ำใดก็ต้องผูกประกอบเข้ำด้วยกัน ลักษณะคล้ำยช่อของเถำไม้ ตำมธรรมชำติ บำงครั้งในส่วนปลำยเถำในใจกลำงวง มักจะท ำเป็นช่อกนกหำงโตบ้ำง หรือสัตว์หิมพำนต์โผล่มำ แต่งเฉพำะส่วนหัวหรือท ำเป็นรูปเทวดำ อมนุษย์ก็มี จึงมีชื่อเรียกตำมแบบลำยที่ผูกขึ้น เช่น กนกก้ำนขด หน้ำ สิงห์ กนกก้ำนขดใบเทศ ฯลฯ กนกก้ำนขดนี้ ในกำรแกะสลักไม้นิยมบนบำนประตูบำนหน้ำต่ำงโบสถ์ วิหำร 1.1 ลำยก้ำนแย่ง ลำยไทยแบบหนึ่ง มีลักษณะกำรผูกเป็นแถวโค้งบรรจบกัน ตรงที่เถำบรรจบ กันนั้นผูกลำยเป็นดอกหรือเป็นพุ่มแบบต่ำง ๆ กัน ลงทุก ๆ ร่วมเถำ ท ำให้ดูคล้ำยกับว่ำเถำหรือก้ำนแย่งดอกกัน พบในกำรตกแต่งบนพื้นผนังหรือพื้นที่ที่มีควำมกว้ำงและพบเป็นลำยรดน ้ำในกลุ่มเรือรูปสัตว์ในกระบวนเรือพระ ยุหยำตรำ 1.2 ก้ำนต่อดอก ลำยไทยแบบหนึ่งเป็นลวดลำยผูกติดต่อ ซึ่งต่อเนื่องไปในพื้นที่หน้ำกระดำน ทำงตั้งลักษณะของลำยแบบนี้ ประกอบ ตัวแม่ลำยผูกเป็นช่อเล็ก ดอกจะต่อเรียงกันเป็นช่อขึ้นไป ถ้ำใช้กนก เปลวมำต่อเป็นดอกจะมีชื่อว่ำ ก้ำนต่อดอกกนกเปลว ถ้ำแม่ลำยประจ ำยำมมำผูก จะเรียกว่ำก้ำนต่อดอกประจ ำ ยำม 1.3 ก้ำนขด หมำยถึงลำยที่มีก้ำนม้วนขดเดินเป็นเถำรูปวงก้นหอยเรียงต่อเนื่องซ ้ำ ๆ กัน ก้ำนขดจัดเป็นลำยไทยชนิดหนึ่งที่มีวิวัฒนำกำรมำหลำยยุคหลำยสมัย หำกนับจำกหลักฐำนเก่ำแก่ น่าจะเริ่มมาจากศิลปะขอม มีการขดเป็นวงใหญ่ ๆ แทรกลวดลายภายในขดอย่างวิจิตรพิสดาร ลายก้านขด ในประเทศไทยมีการค้นพบมาตั้งแต่สมัยทวารวดีและสมัยอยุธยาตอนปลาย ซึ่งมักนิยมท าปลายก้านขดด้านใน ให้สวยงาม การตกแต่งบางทีน ารูปสัตว์หิมพานต์ เทพ ยักษ์ มาประกับจึงมีชื่อตามที่ประดิษฐ์ลายก้านขดจะ น ามาใช้กับพื้นผิวที่เรียบเป็นหน้ากระดานที่มีความกว้าง การตกแต่งนี้พบบนการตกแต่งของเรือพระที่นั่ง ดัง ภาพประกอบที่ 14-1 ถึง 14-4
319 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 2 ภาพที่ 14-1 ลายก้านต่อดอก ที่มา : มานะ ทองสอดแสง. (2545). หนังสือต ารา ศึกษาศิลปะลายไทย : 53.
320 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 3 ลำยก้ำนต่อดอกพุ่มข้ำวบิณฑ์ ลำยก้ำนต่อดอกพุดตำน วัดรำชบุรณะ วัดรำชบุรณะ ภำพที่ 14-2 ลำยก้ำนต่อดอก วัดรำชบุรณะ
321 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 4 ลายก้านต่อดอกพุดตาน บริเวณโดยรอบพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ภาพที่ 14-3 ลายก้านต่อดอก วัดบวรนิเวศวิหาร
322 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 5 ลายก้านต่อกระหนกพุ่มข้าวบิณฑ์บานประตูพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร ภาพที่ 14-4 ลายก้านต่อดอก วัดบวรนิเวศวิหาร
323 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 6 การลงแสงเงาในงานสลักดุน 1. การลงแสงเงา เป็นส่วนหนึ่งของงานวาดเขียนที่แสดงรูปภาพออกมาเป็นรูปแบบงานสามมิติ เพื่อแสดงระนาบมิติของพื้น ผิวชิ้นงานที่มีความสูงต ่า การลงแสงเงาจะมีค่าน ้าหนักแสงเงาเป็นภาพแสดงให้เกิดมิติ ส่วนใหญ่ในงานศิลปกรรม ไทยในงานจิตรกรรมไทยจะไม่มีการเขียนค่าน ้าหนักแสงเงานเป็นรูปแบบ 3 มิติ งานจิตรกรรมไทยมักนิยมเขียน ภาพเป็น รูปแบบ 2 มิติ เป็นภาพแสดงสัดส่วนเพียงความสูงและความกว้าง ไม่นิยมเขียนภาพแสดงความลึก การลงแสงเงาใน งานลวดลายไทยจึงเป็นการประยุกต์การเขียนรูปแบบลวดลายรูปแบบใหม่ ที่จะเป็นงานรูปแบบ การแสดงผลงานให้เห็นมิติตัวลาย ที่จะสามารถน าไปใช้ในการท างานสลักดุน ซึ่งเป็นเทคนิคเชิงช่างในงาน ช่างทองหลวง 2. ค่าน ้าหนักแสงเงา ดังภาพประกอบที่ 14-5 ภาพที่ 14-5 ค่าน ้าหนักแสงเงา
324 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 7 ความส าคัญของค่าน ้าหนักและการแรเงา ความส าคัญของค่าน ้าหนัก 1. ให้ความแตกต่างระหว่างรูปและพื้น หรือรูปทรงกับที่ว่าง 2. ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว 3. ให้ความรู้สึกเป็น 2 มิติ แก่รูปร่าง และความเป็น 3 มิติแก่รูปทรง 4. ท าให้เกิดระยะความตื้น - ลึก และระยะใกล้ - ไกลของภาพ 5. ท าให้เกิดความกลมกลืนประสานกันของภาพ เราสามารถสร้างค่าน ้าหนักให้ภาพโดยการแรเงา การแรเงาน ้าหนักเป็นการสร้างเงาในภาพ ให้ดูมีความลึกมีระยะใกล้ไกลและดูมีปริมาตร เปลี่ยนค่าของ รูปร่างที่มีเพียง 2 มิติให้เป็น 3 มิติ ท าให้รูปร่างที่มีเพียงความกว้าง-ยาวเปลี่ยนค่าเป็นรูปทรงมีความตื้นลึกหนา บางเกิดขึ้น ความตื้นลึกหนาบางนี่เป็นความรู้สึกเท่านั้น และการท าให้เกิดภาพเช่นนี้ก็คือ เทคนิคในการสร้าง ภาพลวงตา (ILLUSION) เป็นวิธีการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างหนึ่ง ดังภาพประกอบที่ 14-6 ภาพที่ 14-6 การลงแสงเงารูปทรงเรขาคณิต
325 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 8 แนวคิดในการแรเงา เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ เพราะอาศัยแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ หรือต้นแสงจากแหล่งก าเนิดอื่น เมื่อมี แสงสว่างก็ต้องมีเงาควบอยู่ด้วย และแสงเงาท าให้เรามองเห็นวัตถุที่ผิวสีเดียวกันมีน ้าหนักแตกต่างกัน เช่น วัตถุสีขาวส่วนที่ถูกแสงจะเป็นสีขาวสว่างจ้า แต่ส่วนที่ไม่ถูกแสงจะขาวหม่น ทั้งที่วัตถุนั้นก็เป็นสีขาวเท่ากัน ตลอดพื้นผิว เมื่อธรรมชาติของแสงเงาให้ผลที่มองเห็นเช่นนี้ ผู้เขียนจ าต้องเข้าใจการจัดน ้าหนักอ่อนแก่ให้ได้ ใกล้เคียงกับน ้าหนักของแสงที่ตกกระทบผิววัตถุ เพราะความแตกต่างของน ้าหนักท าให้เกิดความรู้สึกที่ต่างกัน ไปได้ เช่น น ้าหนักสีที่อ่อนให้ความรู้สึกเบา น ้าหนักสีที่แก่ท าให้ดูแล้วรู้สึกหนัก นอกจากนี้ยังท าให้เกิดระยะ ต่างๆ ในการมองเห็น ตลอดจนความรู้สึกด้านความงามในทางศิลปะ เทคนิคการการทา งานสลกัดนุ งานสลักดุน ราชอาณาจักรไทย ภาคเหนือ Northern Thailand งานช่างสลักดุนภาคเหนือ ส่วนใหญ่จะพบอยู่ในจังหวัดแถบภาคเหนือของไทย จะเป็นที่รู้จักในนามของ “ช่างเชียงใหม่” เนื่องจากเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายเชื้อชาติ อาทิ ยวน ลื้อ ลาว เขิน และชาวเขาอาศัยอยู่ รูปแบบของงานสลักดุน จะสะท้อนออกมาในศิลปะของเชิงช่างตามสาย สกุล สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ งานสลักดุนของสกุลช่างเชียงใหม่ จะมีลักษณะโดดเด่นกว่า งานสลักดุนของกลุ่มสกุลช่างอื่น ทั้งในส่วนของรูปทรงและลวดลาย โดยการแกะลายของช่างจะใช้กรรมวิธีการ แกะลายสองด้านและจะตอกลายจากด้านในหรือด้านหลังของชิ้นงานให้เป็นรอยนูนสูงตามโครงร่างภายนอก ของลายก่อน ซึ่งบางครั้งก็เรียกว่า การโกลนลาย หรือการขึ้นลาย จากนั้นจึงตีกลับจากด้านนอกเพียงด้านเดียว เพื่อเป็นการท ารายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งในกรณีของสกุลช่างอื่นๆ มักนิยมการแกะลายหรือตอกลายจากด้านนอก เป็นหลัก งานสลักดุนของสกุลช่างเชียงใหม่ จึงแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลผสมผสานของงานสลักดุนจากกลุ่ม วัฒนธรรมที่อยู่ใกล้เคียงรายรอบ เช่น อิทธิพลงานสลักดุนของกลุ่มวัฒนธรรมพม่า จีน ลาว เนื่องจากเชียงใหม่มี อาณาเขตติดต่อกับพม่า จีน และลาว ลักษณะงานสลักดุนภาคเหนือ มีแบบเฉพาะของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งแยกออกตามสายสกุลช่างต่างๆ เช่น สกุลช่างวัวลาย สกุลช่างสันป่าตอง สกุลช่างล าปางหลวง สกุลช่างแพร่ สกุลช่างน่าน และงานสลักดุน ชาวเขา ซึ่งงานชาวเขาที่ขึ้นชื่อมากที่สุดคือ งานสลักดุนของกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ ที่พบที่จังหวัดน่าน พะเยา และ เชียงราย แต่เชียงใหม่ก็ยังเป็นแหล่งผลิตงานสลักดุนที่หลากหลาย ที่มีการผลิตงานสลักดุนขึ้นใช้กันจนแทบจะ เป็นวิถีชีวิตของคนล้านนาไปแล้ว สิ่งที่นิยมใช้ในชีวิตประจ าวัน เช่น ขันหรือสลุง ตลับหมากหรือเชี่ยนหมาก พานทรงแบนขาสูง หรือขันดอก พานทรงสูงขาต ่า และเครื่องรูปพรรณต่างๆ เช่น ปิ่น หวีสับ ลานหูหรือต่างหู กรองคอ หัวเข็มขัด เป็นต้น เอกลักษณ์ ลวดลายที่ปรากฏบนงานสลักดุนภาคเหนือ จะนิยมลวดลาย เช่น ลายสับสองนักษัตร ลายชาดก ลายดอกกระถิน ลายดอกทานตะวัน ลายสับปะรด ลายนกยูง ลายดอกหมาก ดังภาพประกอบที่ 14-7
326 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 9 ภาพที่ 14-7 งานสลักดุนราขอาณาจักรไทย (ภาคเหนือ) ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
327 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 10 ภาคใต้Southern Thailand งานช่างสลักดุนของสกุลช่างภาคใต้ มีปรากฏพบส่วนใหญ่ที่นครศรีธรรมราช บางครั้งจึงมีผู้นิยมเรียก งานช่างสลักดุนนี้ว่า งานช่างสลักดุนสกุลช่างนครศรีธรรมราช สืบเนื่องจากท าเลที่ตั้งของเมืองนครศรีธรรมราช นั้นอยู่ในบริเวณคาบสมุทรภาคใต้ หรือที่ต่างประเทศเรียกว่า Southern Peninsula หรือ Malay Peninsula เป็น ดินแดนที่ตั้งอยู่บนเส้นทางผ่านของการเดินเรือ หรือการค้าทางทะเลมานับพันๆ ปี ดังนั้นศิลปะวิทยาการแขนง ต่างๆ จากหลากหลายประเทศทั้งในซีกโลกตะวันตก เช่น ประเทศสเปน ประเทศโปรตุเกส เอเชียกลาง เช่น ประเทศอิหร่าน เอเชียตะวันตก เช่น ประเทศอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศมาเลเซีย ประเทศ อินโดนีเซีย และเอเชียตะวันออก เช่น ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ท าให้รูปแบบของงานสลักดุนที่ ค้นพบในสกุลช่างภาคใต้นี้มีรูปทรงและลวดลายที่มีลักษณะผิดแปลกไปอย่างมาก ชิ้นงานสลักดุนในสกุลช่าง ภาคใต้ที่ค้นพบส่วนใหญ่จะมีอายุเก่าแก่ร่วมสมัยกับกรุงศรีอยุธยา แต่ก็ปรากฏว่ามีหลงเหลืออยู่เป็นจ านวนน้อย ชิ้นมาก ที่ยังปรากฏพบเหลืออยู่ในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่มีอายุร่วมสมัยกับกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีรูปทรง และ ลวดลายที่แสดงจากสกุลช่างมาเลค่อนข้างชัดเจน และที่ส าคัญที่สุดคือ งานช่างสลักดุนสกุลช่างภาคใต้ หรือสกุล ช่างนครศรีธรรมราชในปัจจุบันมีปรากฏพบเป็นจ านวนน้อยและมีชื่อเสียงไม่เทียบเท่ากับเครื่องถมตามที่ท ากัน ในปัจจุบัน ดังภาพประกอบที่ 14-8 ถึง 14-10 ภาพที่ 14-8 สายเข็มขัด งานช่างสลักดุน สกุลช่างภาคใต้ ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
328 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 11 ภาพที่ 14-9 สายเข็มขัด งานช่างสลักดุน สกุลช่างภาคใต้ ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์. ภาพที่ 14-10 กลัก งานช่างสลักดุน สกุลช่างภาคใต้ ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
329 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 12 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) Northeastern Thailand ในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสานของประเทศไทย จะพบชุมชนช่างเงินอยู่ตาม ท้องถิ่นที่เป็นเมืองเก่าหรือจังหวัดที่มีพื้นที่ดินแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาว และรู้จักกันใน นาม “ช่างเงิน-ช่างค า” เช่น จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม เป็นต้น ช่างสลักดุนส่วนใหญ่ มีเชื้อสายลาวเวียงจันทน์ มีฝีไม้ลายมือในการสร้างสรรค์รูปแบบงานสลักดุน ใน สกุลช่างไทย-ลาว ส่วนใหญ่จะมีผลิตงานสลักดุนขึ้นใช้ในชุมชน และจ าหน่ายในพื้นที่เขตภาคตะวัน ออกเฉียง เหนือ ประเภทงานสลักดุนที่พบได้แก่ เครื่องประดับชนิดต่างๆ เช่น สร้อยคอ ก าไล เข็มขัด เครื่องภาชนะ เช่น พาน ชัน และเชี่ยนหมาก เป็นต้น อีกสกุลช่างหนึ่งของภาคอีสาน คือ สกุลช่างอีสานใต้ ที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับประเทศกัมพูชา รูปแบบของ ช่างในชุมชนที่สืบทอดเชื้อสายมาจากช่างเขมร ลวดลายที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัฒนธรรมนี้ จะพบที่ชุมชนบ้านเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ชุมชนส่วย อ าเภอส าโรงทาบ จังหวัดศรีสะเกษ ส่วนใหญ่จะ สร้างสรรค์ผลงานออกมาในรูปเครื่องประดับ เช่น ลูกปะเกือม ตะเภา (ต่างหู) ดังภาพประกอบที่ 14-11 ถึง 14-13 ภาพที่ 14-11 แผ่นทองค าสลักดุนรูปพระพุทธรูป งานช่างสลักดุน สกุลช่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
330 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 13 ภาพที่ 14-12 ซองพลูช่างสลักดุน สกุลช่างนครพนม ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์. ภาพที่ 14-13 สร้อยปะเกือม หรือสร้อยประค า ช่างสลักดุน สกุลช่างหมู่บ้านโชค อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
331 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 14 งานสลักดุนราขอาณาจักรไทย ภาคกลาง Central Thailand ดังภาพประกอบที่ 14-14 ภาพที่ 14-14 ขันพานรองและถ้วยรางวัล ช่างสลักดุนสกุล ช่างภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ที่มา : สุขใจ ดอท คอม (2559). “สลักดุน” ภูมิปัญญาเชิงช่าง จากอดีต สู่ปัจจุบัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ: ออนไลน์.
332 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 15 ภาพลายเส้นลายกนก ภาพลายเส้นลายกนก แสดงแบบลายเส้นเป็นภาพ 2 มิติ ก่อนการลงแสงเงาเป็นลักษณะการเขียนลาย ศิลปกรรมไทยงานจิตรกรรมไทย ดังภาพประกอบที่ 14-15 ภาพที่ 14-15 ภาพลายเส้นช่อลายกนก
333 ใบความรู้ วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 16 ภาพการลงแสงเงาลายกนก ภาพการลงแสงเงาลายกนก แสดงการเขียนมิติแสงเงาลงในตัวลายกนก เพื่อสร้างความเข้าใจในการเขียนมิติตัว ลาย เพื่อน าไปใช้ในการท างานสลักดุนที่เกี่ยวข้องกับตัวลวดลายไทย ดังภาพประกอบที่ 14-16 ภาพที่ 14-16 ภาพการลงแสงเงาลายกนก
334 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 17 แผ่นที่ : 1 ขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน คา อธิบายขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน 1. 1.1 บอกชื่อและหน้าที่อุปกรณ์การเขียนลาย 2. 2.1 ก าหนดขนาดรูปทรงโครงสร้างความสูง ความกว้าง ลายก้านต่อดอก
335 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 18 แผ่นที่ : 2 ขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน คา อธิบายขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน 3. 3.1 ก าหนดขนาดรูปทรงลายก้านต่อดอก 4. 4.1 ร่างลวดลายลงในพื้นที่การเขียนลวดลายก้านต่อ ดอก
336 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 19 แผ่นที่ : 3 ขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน คา อธิบายขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน 5. 5.1 ร่างลายละเอียดลวดลายลงในพื้นที่การเขียน ลวดลายก้านต่อดอก 6. 6.1 ตัดเส้นลายละเอียดลวดลายลงในพื้นที่การเขียน ลวดลายก้านต่อดอก
337 ใบลา ดบัขนั้ตอนการปฏิบตัิงาน วิชา : การเขียนลวดลายไทย หน่วยการเรียนรู้ : การเขียนลวดลายไทยในงานช่างทองหลวง เรื่อง : การเขียนลายก้านต่อดอกและลงแสงเงาในงานสลักดุน หน้า 20 แผ่นที่ : 4 ข้อควรระวังการปฏิบตัิงาน คา อธิบายข้อควรระวังการปฏิบตัิงาน 1. 1.1 การแบ่งพื้นที่ลายก้านต่อดอกต้องมีจังหวะตัวลาย และระยะการเขียนตัวลายเท่ากัน 2. 2.1 การแบ่งพื้นที่ลายก้านต่อดอกต้องมีจังหวะตัวลาย และระยะการเขียนตัวลายเท่ากัน 2.2 ลักษณะตัวลายและก้านต่อดอกะจเป็นรูปแบบลาย สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดสลับกัน