ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6 ผลิตและจัดจำหนายโดย บริษัท สำนักพิมพวัฒนาพานิช จำกัด ว�ฒนาพานิช สำราญราษฎร 216–220 ถนนบำรุงเมือง แขวงสำราญราษฎร เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทร. 02 222 9394 • 02 222 5371–2 FAX 02 225 6556 • 02 225 6557 email: [email protected] • ออกแบบการเรียนรู้โดยใช้มาตรฐานการเรียนรู้และผลการเรียนรูเป็นเป้าหมาย • ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง • ใช้แนวคิด Backward Design ผสมผสานกับแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย • ออกแบบการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะสำคัญของนักเรียนในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้เทคโนโลยี • แบ่งแผนการจัดการเรียนรู้เป็นรายชั่วโมง สะดวกแกการใช้ • มีองค์ประกอบครบถ้วนตามแนวทางการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา • นำไปพัฒนาเป็นผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได้
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กลุมสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเพิ่มเติม สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย หามละเมิด ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร B สวนหนึ่งสวนใด เวนแตจะไดรับอนุญาต ī ISBN 978-974-18-6390-7 พิมพ์ที่ บริษัท โรงพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด นายเริงชัย จงพิพัฒนสุข กรรมการผู้จัดการ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) พระพุทธศาสนา ม. 1–3 ..................รศ. ดร.จรัส พยัคฆราชศักดิ์และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) หนาที่พลเมืองฯ ม. 1–3................................. รศ.ธวัช ทันโตภาส และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) เศรษฐศาสตร ม. 1–3...................................ดร.ขวัญนภา สุขคร และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) ประวัติศาสตรม. 1–3 .............................รศ. ดร.ไพฑูรยมีกุศล และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) ภูมิศาสตร ม. 1–3........................................ผศ.สมมต สมบูรณและคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) สังคมศึกษา ม. 1–3....................................... รศ.ธวัช ทันโตภาส และคณะ หนังสือเรียน • แผนฯ (CD) กฎหมายนารู ม. 1–3......................................................................................................ปรางคสุวรรณ ศักดิ์โสภณกุล ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) พระพุทธศาสนา 1 ม. 4–6...............รศ. ดร.จรัส พยัคฆราชศักดิ์และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) พระพุทธศาสนา 2 ม. 4–6...............รศ. ดร.จรัส พยัคฆราชศักดิ์และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) พระพุทธศาสนา 3 ม. 4–6...............รศ. ดร.จรัส พยัคฆราชศักดิ์และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) หนาที่พลเมืองฯ ม. 4–6 เลม 1...................... รศ.ธวัช ทันโตภาส และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) หนาที่พลเมืองฯ ม. 4–6 เลม 2...................... รศ.ธวัช ทันโตภาส และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) หนาที่พลเมืองฯ ม. 4–6................................. รศ.ธวัช ทันโตภาส และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) เศรษฐศาสตรม. 4–6...................................ดร.ขวัญนภา สุขคร และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) ประวัติศาสตรม. 4–6 เลม 1...................รศ. ดร.ไพฑูรยมีกุศล และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) ประวัติศาสตรม. 4–6 เลม 2...................รศ. ดร.ไพฑูรยมีกุศล และคณะ หนังสือเรียน • แบบฝกทักษะ • ฉบับสมบูรณแบบ • แผนฯ (CD) ภูมิศาสตรม. 4–6........................................ผศ.สมมต สมบูรณและคณะ หนังสือเรียน • แผนฯ (CD) กฎหมายที่ประชาชนควรรู ม. 4–6....................................................................................ปรางคสุวรรณ ศักดิ์โสภณกุล สื่อการเรียนรู้ระดับ ม.ตน–ม.ปลาย กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 • หนังสือเรียน (ศธ. อนุญาต) • แบบฝึกทักษะ • ฉบับสมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) ผูเรียบเรียง ปรางคสุวรรณ ศักดิ์โสภณกุล น.บ., ค.ม. บรรณาธิการ สุระ ดามาพงษ กศ.บ., กศ.ม. ดร.พิษณุ เพชรพัชรกุล ศษ.บ., ศศ.ม., กจ.ด. พงษศักดิ์ แคลวเครือ ศศ.บ. (เกียรตินิยม), ร.ม. กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6
คำนำ คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู ม. 4–6 ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย เลมนี้เปนสื่อการเรียนรูที่จัดทำขึ้นเพื่อใชเปนแนวทางในการจัดการเรียนรูโดยยึด หลักการออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design ที่เนนผูเรียนเปนศูนยกลาง (Child-Centered) ตามหลักการเนนผูเรียน เปนสำคัญ ใหนักเรียนมีสวนรวมในกิจกรรมและกระบวนการ เรียนรูสามารถสรางองคความรูไดดวยตนเอง ทั้งเปนรายบุคคลและเปนกลุม บทบาทของครูมีหนาที่เอื้อ อำนวยความสะดวกใหนักเรียนประสบผลสำเร็จ โดยสรางสถานการณการเรียนรูทั้งในหองเรียนและ นอกหองเรียน ทำใหนักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรูในกลุมสาระการเรียนรูอื่น ๆ ไดในเชิงบูรณาการ ดวยวิธีการที่หลากหลาย เนนกระบวนการคิดวิเคราะห สังเคราะห และสรุปความรูดวยตนเอง ทำให นักเรียนไดรับการพัฒนาทั้งดานความรูดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม และดานทักษะ/กระบวนการ ที่ดีนำไปสูการอยูรวมกันในสังคมอยางสันติสุข การจัดทำคูมือครู แผนการจัดการเรียนรูรายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู ม. 4–6 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เลมนี้ไดจัดทำตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ภายในเลมไดนำเสนอแผนการจัดการเรียนรูเปนรายชั่วโมงตามหนวยการเรียนรู เพื่อใหครูนำ ไปใชในการจัดการเรียนรูไดสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้แตละหนวยการเรียนรูยังมีการวัดและประเมินผล การเรียนรูทั้ง 3 ดาน ไดแก ดานความรูดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม และดานทักษะ/กระบวนการ ทำใหทราบผลการเรียนรูแตละหนวยการเรียนรูของนักเรียนไดทันที คูมือครูแผนการจัดการเรียนรูนำเสนอเนื้อหาแบงเปน 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 คำชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู ประกอบดวยแนวทางการใชแผนการจัดการ เรียนรู การออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design เทคนิคและวิธีการจัดการ เรียนรู–การวัดและประเมินผลการเรียนรูกลุมสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตารางวิเคราะห ผลการเรียนรูกับสาระการเรียนรูในหนวยการเรียนรูและโครงสรางการแบงเวลารายชั่วโมงในการจัดการ เรียนรู้ ตอนที่ 2 แผนการจัดการเรียนรูไดเสนอแนะแนวทางการจัดการเรียนรูแตละหนวยการเรียนรู ในหนังสือเรียน แบงเปนแผนยอยรายชั่วโมง ซึ่งแผนการจัดการเรียนรูแตละแผนมีองคประกอบครบถวน ตามแนวทางการจัดทำแผนการจัดการเรียนรูของสถานศึกษา ตอนที่ 3 เอกสาร/ความรูเสริมสำหรับครู ประกอบดวยแบบทดสอบตาง ๆ และความรูเสริม สำหรับครูซึ่งบันทึกลงในแผนซีดี(CD) เพื่ออำนวยความสะดวกใหครูใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรู คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู ม. 4–6 ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย เลมนี้ไดออกแบบการเรียนรูดวยเทคนิคและวิธีการสอนอยางหลากหลาย หวังวา จะเปนประโยชนตอการนำไปประยุกตใชในการจัดการเรียนรูใหเหมาะสมกับสภาพแวดลอมของนักเรียน ตอไป คณะผูจัดทำ
สารบัญ ตอนที่ 1 คำชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู................................................................1 G แนวทางการใชแผนการจัดการเรียนรู................................................................................. 2 G การออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design........................................... 5 G เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู–การวัดและประเมินผลการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม...................................................17 G ตารางวิเคราะหผลการเรียนรูกับสาระการเรียนรูในหนวยการเรียนรู.....................................19 G โครงสรางการแบงเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู........................................................20 ตอนที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู...................................................................................22 หนวยการเรียนรูที่ 1 ความหมายและลักษณะสำคัญของกฎหมาย .......................................23 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน............................................................23 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 ความหมายและลักษณะสำคัญของกฎหมาย...........................................24 แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย ............................................26 แผนการจัดการเรียนรูที่ 2 ความหมาย ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของกฎหมาย ..........29 แผนการจัดการเรียนรูที่ 3 ความสัมพันธระหวางกฎหมายกับศาสตรแขนงอื่น ....................33 หนวยการเรียนรูที่ 2 ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย ................................................37 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน............................................................37 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 2 ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย.....................................................38 แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย.....................................40 หนวยการเรียนรูที่ 3 ประเภทของกฎหมาย...................................................................45 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน............................................................45 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 ประเภทของกฎหมาย ..........................................................................46 แผนการจัดการเรียนรูที่ 5 ประเภทของกฎหมาย .......................................................48 หนวยการเรียนรูที่ 4 กระบวนการจัดทำกฎหมายลายลักษณอักษร ......................................52 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน............................................................52
ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 4 กระบวนการจัดทำกฎหมายลายลักษณอักษร..........................................53 แผนการจัดการเรียนรูที่ 6 ที่มาของกฎหมายและการยกรางกฎหมาย...............................55 แผนการจัดการเรียนรูที่ 7 การพิจารณาและขั้นตอนในการจัดทำกฎหมาย........................58 แผนการจัดการเรียนรูที่ 8 ลำดับชั้นของกฎหมายลายลักษณอักษร.................................62 หนวยการเรียนรูที่ 5 การบังคับใชกฎหมายและการสิ้นผลการบังคับใชกฎหมาย......................65 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน............................................................65 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ที่ 5 การบังคับใชกฎหมายและการสิ้นผลการบังคับใชกฎหมาย .....................66 แผนการจัดการเรียนรูที่ 9 การบังคับใชกฎหมายและการสิ้นผลการบังคับใชกฎหมาย ..........68 หนวยการเรียนรูที่ 6 รัฐธรรมนูญ...............................................................................72 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน............................................................72 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ที่ 6 รัฐธรรมนูญ........................................................................................73 แผนการจัดการเรียนรูที่ 10 รัฐธรรมนูญ .................................................................75 หนวยการเรียนรูที่ 7 หลักกฎหมายแพง.......................................................................79 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน............................................................79 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ที่ 7 หลักกฎหมายแพง...............................................................................80 แผนการจัดการเรียนรูที่ 11 หลักกฎหมายแพง .........................................................82 หนวยการเรียนรูที่ 8 หลักกฎหมายอาญา .....................................................................86 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน............................................................86 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ที่ 8 หลักกฎหมายอาญา.............................................................................87 แผนการจัดการเรียนรูที่ 12 หลักกฎหมายอาญา........................................................89 หนวยการเรียนรูที่ 9 กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน ..........................................................93 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน............................................................93 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ที่ 9 กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน .............94
แผนการจัดการเรียนรูที่ 13 กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน.............................................96 หนวยการเรียนรูที่ 10 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก................................................101 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน..........................................................101 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ที่ 10 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก ....................................................102 แผนการจัดการเรียนรูที่ 14 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก ....................................104 หนวยการเรียนรูที่ 11 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค ...........................................108 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน..........................................................108 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ที่ 11 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค .............................................109 แผนการจัดการเรียนรูที่ 15 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค..............................111 หนวยการเรียนรูที่ 12 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร...........................................115 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน..........................................................115 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ที่ 12 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร................................................116 แผนการจัดการเรียนรูที่ 16 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร................................118 หนวยการเรียนรูที่ 13 กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ ..............................................122 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน..........................................................122 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ที่ 13 กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ....................................................123 แผนการจัดการเรียนรูที่ 17 กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ...................................125 หนวยการเรียนรูที่ 14 ปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทยและแนวทางปองกันแกไข..............129 ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรู้และขอบขายภาระงาน..........................................................129 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ที่ 14 ปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทยและแนวทางปองกันแกไข...............130 แผนการจัดการเรียนรูที่ 18 ปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทย และแนวทางปองกันแกไข .............................................132
ตอนที่ 1 คำชี้แจงการจัดแผนการจัดการเรียนรู รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
2 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 1. แนวทางการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ คูมือครู แผนการจัดการเรียนรู รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู ม. 4–6 เลมนี้ จัดทำ ขึ้นเพื่อเปนแนวทางใหครูใชประกอบการจัดการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งการแบงหนวยการเรียนรูสำหรับจัดทำแผนการจัดการเรียนรู รายชั่วโมงในคูมือครู แผนการจัดการเรียนรูเลมนี้แบงเนื้อหาเปน 14 หนวย เพื่อใหสามารถใชควบคูกับ หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู ม. 4–6 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได ประกอบดวยหนวยการเรียนรู ดังนี้ หนวยการเรียนรูที่ 1 ความหมายและลักษณะสำคัญของกฎหมาย หนวยการเรียนรูที่ 2 ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย หนวยการเรียนรูที่ 3 ประเภทของกฎหมาย หนวยการเรียนรูที่ 4 กระบวนการจัดทำกฎหมายลายลักษณอักษร หนวยการเรียนรูที่ 5 การบังคับใชกฎหมายและการสิ้นผลการบังคับใชกฎหมาย หนวยการเรียนรูที่ 6 รัฐธรรมนูญ หนวยการเรียนรูที่ 7 หลักกฎหมายแพง หนวยการเรียนรูที่ 8 หลักกฎหมายอาญา หนวยการเรียนรูที่ 9 กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน หนวยการเรียนรูที่ 10 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก หนวยการเรียนรูที่ 11 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค หนวยการเรียนรูที่ 12 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร หนวยการเรียนรูที่ 13 กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ หนวยการเรียนรูที่ 14 ปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทยและแนวทางปองกันแกไข คูมือครู แผนการจัดการเรียนรูเลมนี้ไดนำเสนอรายละเอียดไวครบถวนตามแนวทางการจัด แผนการจัดการเรียนรู นอกจากนี้ยังไดออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนใหนักเรียนไดพัฒนา องคความรู สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงคไวอยางครบถวนตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ครูควรศึกษาคูมือครู แผนการจัดการเรียนรูเลมนี้ใหละเอียด เพื่อปรับใชใหสอดคลองกับสภาพแวดลอม สถานการณ และสภาพของนักเรียน ในแตละหนวยการเรียนรูจะแบงแผนการจัดการเรียนรูออกเปนรายชั่วโมง ซึ่งมีจำนวนมากนอย ไมเทากัน ขึ้นอยูกับความยาวของเนื้อหาสาระ และในแตละหนวยการเรียนรูมีองคประกอบดังนี้ 1.ผังมโนทัศนเปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน แสดงขอบขายเนื้อหาการจัดการเรียนรู ที่ครอบคลุมความรู ทักษะ/กระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม คานิยม และภาระงาน/ชิ้นงาน 2.กรอบแนวคิดการออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด BackwardDesign (Backward Design Template) เปนกรอบแนวคิดในการจัดการเรียนรูของแตละหนวยการเรียนรู แบงเปน 3 ขั้น ไดแก
คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 3 ขั้นที่ 1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผล การเรียนรูตามที่กำหนดไวอยางแทจริง ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู จะระบุวาในแตละหนวยการเรียนรูแบงเปนแผนการจัดการ เรียนรูกี่แผน และแตละแผนใชเวลาในการจัดกิจกรรมกี่ชั่วโมง 3. แผนการจัดการเรียนรูรายชั่วโมง เปนแผนการจัดการเรียนรูตามกรอบแนวคิดการออกแบบ การจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design ประกอบดวย 3.1 ชื่อแผนการจัดการเรียนรู ประกอบดวยลำดับที่ของแผน ชื่อแผน และเวลาเรียน เชน แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 เรื่อง ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย เวลา 1 ชั่วโมง 3.2 สาระสำคัญ เปนความคิดรวบยอดของเนื้อหาที่นำมาจัดการเรียนรูในแตละแผนการจัดการ เรียนรู 3.3 ผลการเรียนรู เปนการระบุผลการเรียนรูที่สอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรูของแผน การจัดการเรียนรูนี้ 3.4 จุดประสงคการเรียนรู เปนสวนที่บอกจุดมุงหมายที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ภายหลังจากการเรียนจบในแตละแผน ทั้งในดานความรู (K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) และดานทักษะ/กระบวนการ (P) ซึ่งสอดคลองสัมพันธกับผลการเรียนรูและเนื้อหาในแผนการ จัดการเรียนรูนั้น ๆ 3.5 การวัดและประเมินผลการเรียนรู เปนการตรวจสอบผลการจัดการเรียนรูวาหลังจาก จัดการเรียนรูในแตละแผนการจัดการเรียนรูแลว นักเรียนมีพัฒนาการ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตาม เปาหมายที่คาดหวังไวหรือไม และมีสิ่งที่จะตองไดรับการพัฒนาปรับปรุงสงเสริมในดานใดบาง ดังนั้น ในแตละแผนการจัดการเรียนรูจึงไดออกแบบวิธีการและเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานตาง ๆ ของนักเรียนไวอยางหลากหลาย เชน การทำแบบทดสอบ การตอบคำถามสั้น ๆ การตรวจ ผลงาน การสังเกตพฤติกรรมทั้งที่เปนรายบุคคลและเปนกลุม เปนตน โดยเนนการปฏิบัติใหสอดคลอง และเหมาะสมกับจุดประสงคการเรียนรูและผลการเรียนรู วิธีการและเครื่องมือในการวัดและประเมินผลการเรียนรูเหลานี้ครูสามารถนำไปใชประเมิน นักเรียนได ทั้งในระหวางการจัดการเรียนรูและการทำกิจกรรมตาง ๆ ตลอดจนการนำความรูไปใชใน ชีวิตประจำวัน 3.6 สาระการเรียนรู เปนหัวขอที่นำมาจัดการเรียนรูในแตละแผนการจัดการเรียนรู ซึ่ง สอดคลองกับสาระการเรียนรูแกนกลาง 3.7 แนวทางการบูรณาการ เปนการเสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรูในเรื่อง ที่เรียนรูของแตละแผนใหเชื่อมโยงสัมพันธกับสาระการเรียนรูอื่น ๆ ไดแก ภาษาไทย คณิตศาสตร วิทยาศาสตร สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาตางประเทศ เพื่อให การเรียนรูสอดคลองและครอบคลุมสถานการณจริง 3.8 กระบวนการจัดการเรียนรู เปนการเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรูเนื้อหาใน แตละเรื่อง โดยใชแนวคิดและทฤษฎีการเรียนรูตาง ๆ ตามความเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อใหครูนำไปใชประโยชน
4 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 ในการวางแผนการจัดการเรียนรูไดอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนรูประกอบดวย 5 ขั้น ไดแก ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน ขั้นที่ 4 นำไปใช ขั้นที่ 5 สรุป 3.9 กิจกรรมเสนอแนะ เปนกิจกรรมเสนอแนะสำหรับใหนักเรียนไดพัฒนาเพิ่มเติมใน ดานตาง ๆ นอกเหนือจากที่ไดจัดการเรียนรูมาแลวในชั่วโมงเรียน กิจกรรมเสนอแนะมี 2 ลักษณะ คือ กิจกรรมสำหรับผูที่มีความสามารถพิเศษและตองการศึกษาคนควาในเนื้อหานั้น ๆ ใหลึกซึ้งกวางขวาง ยิ่งขึ้น และกิจกรรมสำหรับการเรียนรูใหครบตามเปาหมาย ซึ่งมีลักษณะเปนการซอมเสริม 3.10 สื่อ/แหลงการเรียนรู เปนรายชื่อสื่อการเรียนรูทุกประเภทที่ใชในการจัดการเรียนรู ซึ่งมีทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ สื่อเทคโนโลยี และสื่อบุคคล เชน หนังสือ เอกสารความรู รูปภาพ เครือขายอินเทอรเน็ต วีดิทัศน ปราชญชาวบาน เปนตน 3.11 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู เปนสวนที่ใหครูบันทึกผลการจัดการเรียนรูวาประสบ ความสำเร็จหรือไม มีปญหาหรืออุปสรรคอะไรเกิดขึ้นบาง ไดแกไขปญหาและอุปสรรคนั้นอยางไร สิ่งที่ ไมไดปฏิบัติตามแผนมีอะไรบาง และขอเสนอแนะสำหรับการปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรูครั้งตอไป นอกจากนี้ยังอำนวยความสะดวกใหครู โดยจัดทำแบบทดสอบตาง ๆ และความรูเสริมสำหรับ ครูบันทึกลงในแผนซีดี (CD) ประกอบดวย 1.แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน เปนแบบทดสอบเพื่อใชวัดและประเมินผลนักเรียน กอนการจัดการเรียนรูและหลังการจัดการเรียนรู 2.แบบทดสอบปลายปเปนแบบทดสอบเพื่อใชวัดและประเมินผลการเรียนรูปลายป 3 ดาน ไดแก 1) ดานความรู มีแบบทดสอบทั้งที่เปนแบบปรนัยและแบบอัตนัย 2) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม เปนตารางการประเมิน 3) ดานทักษะ/กระบวนการ เปนตารางการประเมิน 3. ใบงาน แบบบันทึก และแบบประเมินตาง ๆ 4. เอกสาร/ความรูเสริมสำหรับครูเปนการนำเสนอความรูในเรื่องตาง ๆ แกครู เชน 4.1 ผลการเรียนรู จุดประสงคการเรียนรู และสาระการเรียนรู รายวิชาเพิ่มเติม ส 302 _ _ กฎหมายที่ประชาชนควรรู ม. 4–6 4.2 โครงงาน (Project Work) 4.3 แฟมสะสมผลงาน (Portfolio) 4.4 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design 4.5 รูปแบบแผนการจัดการเรียนรูรายชั่วโมงที่ออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design ครูควรศึกษาแผนการจัดการเรียนรูเพื่อเตรียมการสอนอยางมีประสิทธิภาพ จัดกิจกรรมใหนักเรียน ไดพัฒนาครบทุกสมรรถนะสำคัญที่กำหนดไวในหลักสูตร กลาวคือ สมรรถนะในการสื่อสาร การคิด
คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 5 การแกปญหา การใชทักษะชีวิต และการใชเทคโนโลยี รวมถึงคุณลักษณะอันพึงประสงคตามหลักสูตร และกิจกรรมเสนอแนะเพื่อการเรียนรูเพิ่มเติมใหเต็มตามศักยภาพของนักเรียนแตละคน ซึ่งไดกำหนดไว ในแผนการจัดการเรียนรูนี้แลว นอกจากนี้ครูสามารถปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรูใหสอดคลองกับสภาพความพรอมของ นักเรียน และสถานการณเฉพาะหนาได ซึ่งจะใชเปนผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะได แผนการจัดการเรียนรู นี้ไดอำนวยความสะดวกใหครู โดยไดพิมพโครงสรางแผนการจัดการเรียนรูที่ออกแบบการจัดการเรียนรู ตามแนวคิด Backward Design ใหครูเพิ่มเติมเฉพาะสวนที่ครูปรับปรุงเองไวดวยแลว 2. การออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design การจัดการเรียนรูหรือการสอนเปนงานที่ครูทุกคนตองใชกลวิธีตาง ๆ มากมายเพื่อใหนักเรียน สนใจที่จะเรียนรูและเกิดผลตามที่ครูคาดหวัง การจัดการเรียนรูจัดเปนศาสตรที่ตองใชความรูความ สามารถตลอดจนประสบการณอยางมาก ครูบางคนอาจจะละเลยเรื่องของการออกแบบการจัดการเรียนรู หรือการออกแบบการสอน ซึ่งเปนงานที่ครูจะตองทำกอนการเขียนแผนการจัดการเรียนรู การออกแบบการจัดการเรียนรูทำอยางไร ทำไมจึงตองออกแบบการจัดการเรียนรู ครูทุกคนผานการศึกษาและไดเรียนรูเกี่ยวกับการออกแบบการจัดการเรียนรูมาแลว ในอดีต การออกแบบการจัดการเรียนรูจะเริ่มตนจากการกำหนดจุดประสงคการเรียนรู การวางแผนการจัดการ เรียนรู การดำเนินการจัดการเรียนรู และการวัดและประเมินผลการเรียนรู ปจจุบันการเรียนรูไดมีการ เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดลอม เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงดานวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีที่เขามามีบทบาทตอการเรียนรูของนักเรียน ซึ่งนักเรียนสามารถเรียนรูไดจากสื่อและ แหลงการเรียนรูตาง ๆ ที่มีอยูรอบตัว ดังนั้นการออกแบบการจัดการเรียนรูจึงเปนกระบวนการสำคัญ ที่ครูจำเปนตองดำเนินการใหเหมาะสมกับศักยภาพของนักเรียนแตละบุคคล วิกกินสและแมกไท นักการศึกษาชาวอเมริกันไดเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบการจัดการ เรียนรู ซึ่งเขาเรียกวา Backward Design ซึ่งเปนการออกแบบการจัดการเรียนรูที่ครูจะตองกำหนด ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนกอน โดยเขาทั้งสองใหชื่อวา ความเขาใจที่คงทน (Enduring Understanding) เมื่อกำหนดความเขาใจที่คงทนไดแลว ครูจะตองบอกใหไดวาความเขาใจ ที่คงทนของนักเรียนนี้เกิดจากอะไร นักเรียนจะตองมีหรือแสดงพฤติกรรมอะไรบาง ครูมีหรือใชวิธีการ วัดอะไรบางที่จะบอกวานักเรียนมีหรือแสดงพฤติกรรมเหลานั้นแลว จากนั้นครูจึงนึกถึงวิธีการจัดการ เรียนรูที่จะทำใหนักเรียนเกิดความเขาใจที่คงทนตอไป แนวคิด BackwardDesign Backward Design เปนการออกแบบการจัดการเรียนรูที่ใชผลลัพธปลายทางเปนหลัก ซึ่งผลลัพธ ปลายทางนี้จะเกิดขึ้นกับนักเรียนก็ตอเมื่อจบหนวยการเรียนรู ทั้งนี้ครูจะตองออกแบบการจัดการเรียนรู โดยใชกรอบความคิดที่เปนเหตุเปนผล มีความสัมพันธกัน จากนั้นจึงจะลงมือเขียนแผนการจัดการเรียนรู ขยายรายละเอียดเพิ่มเติมใหมีคุณภาพและประสิทธิภาพตอไป
6 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 กรอบความคิดหลักของการออกแบบการจัดการเรียนรูโดย Backward Design มีขั้นตอนหลัก ที่สำคัญ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 กำหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ขั้นที่ 2 กำหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียน มีผลการเรียนรูตามที่กำหนดไวอยางแทจริง ขั้นที่ 3 วางแผนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1กำหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน กอนที่จะกำหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนนั้น ครูควรตอบคำถามสำคัญ ตอไปนี้ 1. นักเรียนควรจะมีความรู ความเขาใจ และสามารถทำสิ่งใดไดบาง 2. เนื้อหาสาระใดบางที่มีความสำคัญตอการสรางความเขาใจของนักเรียน และความเขาใจที่คงทน (Enduring Understanding) ที่ครูตองการจัดการเรียนรูใหแกนักเรียนมีอะไรบาง เมื่อจะตอบคำถามสำคัญดังกลาวขางตน ใหครูนึกถึงเปาหมายของการศึกษา มาตรฐานการเรียนรู ดานเนื้อหาระดับชาติที่ปรากฏอยูในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รวมทั้ง มาตรฐานการเรียนรูระดับเขตพื้นที่การศึกษาหรือทองถิ่น การทบทวนความคาดหวังของหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจากมาตรฐานแตละระดับจะมีความสัมพันธกับเนื้อหาสาระตาง ๆ ซึ่งมีความ แตกตางลดหลั่นกันไป ดวยเหตุนี้ขั้นที่ 1 ของ Backward Design ครูจึงตองจัดลำดับความสำคัญ และเลือกผลลัพธปลายทางของนักเรียน ซึ่งเปนผลการเรียนรูที่เกิดจากความเขาใจที่คงทนตอไป ความเขาใจที่คงทนของนักเรียน ความเขาใจที่คงทนคืออะไร ความเขาใจที่คงทนเปนความรูที่ลึกซึ้ง ไดแก ความคิดรวบยอด ความ สัมพันธ และหลักการของเนื้อหาและวิชาที่นักเรียนเรียนรู หรือกลาวอีกนัยหนึ่งเปนความรูที่อิงเนื้อหา ความรูนี้เกิดจากการสะสมขอมูลตาง ๆ ของนักเรียนและเปนองคความรูที่นักเรียนสรางขึ้นดวยตนเอง การเขียนความเขาใจที่คงทนในการออกแบบการจัดการเรียนรู ถาความเขาใจที่คงทนหมายถึงสาระสำคัญของสิ่งที่จะเรียนรูแลว ครูควรจะรูวาสาระสำคัญ หมายถึงอะไร คำวา สาระสำคัญ มาจากคำวา Concept ซึ่งนักการศึกษาของไทยแปลเปนภาษาไทยวา สาระสำคัญ ความคิดรวบยอด มโนทัศน มโนมติ และสังกัป แตการเขียนแผนการจัดการเรียนรูนิยม ใชคำวา สาระสำคัญ สาระสำคัญเปนขอความที่แสดงแกนหรือเปาหมายเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อใหไดขอสรุปรวม และขอแตกตางเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยอาจครอบคลุมขอเท็จจริง กฎ ทฤษฎี ประเด็น และ การสรุปสาระสำคัญและขอความที่มีลักษณะรวบยอดอยางอื่น ประเภทของสาระสำคัญ 1. ระดับกวาง (Broad Concept) 2. ระดับการนำไปใช (Operative Concept หรือ Functional Concept)
คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 7 ตัวอยางสาระสำคัญระดับกวาง – อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ตัวอยางสาระสำคัญระดับการนำไปใช – อำนาจอธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดที่ใชในการปกครองประเทศ แบงเปน 3 อำนาจ ไดแก อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ แนวทางการเขียนสาระสำคัญ 1. ใหเขียนสาระสำคัญของทุกเรื่อง โดยแยกเปนขอ ๆ (จำนวนขอของสาระสำคัญจะเทากับ จำนวนเรื่อง) 2. การเขียนสาระสำคัญที่ดีควรเปนสาระสำคัญระดับการนำไปใช 3. สาระสำคัญตองครอบคลุมประเด็นสำคัญครบถวน เพราะหากขาดสวนใดไปแลวจะทำให นักเรียนรับสาระสำคัญที่ผิดไปทันที 4. การเขียนสาระสำคัญที่จะใหครอบคลุมประเด็นสำคัญวิธีการหนึ่ง คือ การเขียนแผนผัง สาระสำคัญ ตัวอยางการเขียนแผนผังสาระสำคัญ สาระสำคัญของรูปแบบองคกรปกครองสวนทองถิ่นของไทย: องคกรปกครองสวนทองถิ่นของ ไทยมี 5 รูปแบบ คือ องคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล องคการบริหารสวนตำบล เมืองพัทยา และ กรุงเทพมหานคร แตละรูปแบบมีโครงสรางและอำนาจหนาที่เปนของตนเอง 5. การเขียนสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องใดควรเขียนลักษณะเดนที่มองเห็นไดหรือนึกไดออกมา เปนขอ ๆ แลวจำแนกลักษณะเหลานั้นเปนลักษณะจำเพาะและลักษณะประกอบ 6. การเขียนขอความที่เปนสาระสำคัญ ควรใชภาษาที่มีการขัดเกลาอยางดี เลี่ยงคำที่มีความหมาย กำกวมหรือฟุมเฟอย รูปแบบองคกรปกครอง สวนทองถิ่นของไทย องคการบริหารสวนตำบล เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร เทศบาล องคการบริหารสวนจังหวัด โครงสราง อำนาจหนาที่ โครงสราง อำนาจหนาที่ โครงสราง อำนาจหนาที่ โครงสราง อำนาจหนาที่ โครงสราง อำนาจหนาที่
8 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 ตัวอยางการเขียนสาระสำคัญ เรื่อง กฎหมาย สาระสำคัญของกฎหมาย: กฎหมายเปนคำสั่งที่เกิดจากผูปกครอง ใชควบคุมความประพฤติ ของประชาชน หากไมปฏิบัติตามถือวามีความผิดและจะถูกลงโทษตามที่กำหนดไว กฎหมายบางประเภท จะมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการวางระเบียบเรื่องความสัมพันธระหวางบุคคลกับบุคคล และบางประเภท จะกำหนดวาการกระทำหรือการงดเวนการกระทำใดเปนความผิด และมีการกำหนดโทษไว ขั้นที่ 2 กำหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียน มีผลการเรียนรูตามที่กำหนดไวอยางแทจริง เมื่อครูกำหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนแลว กอนที่จะดำเนินการขั้นตอไป ขอใหครูตอบคำถามสำคัญตอไปนี้ – นักเรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกในลักษณะใดจึงทำใหครูทราบวา นักเรียนบรรลุผลลัพธ ปลายทางตามที่กำหนดไวแลว – ครูมีหลักฐานหรือใชวิธีการใดที่สามารถระบุไดวานักเรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกตาม ผลลัพธปลายทางที่กำหนดไว การออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design เนนใหครูรวบรวมหลักฐาน การวัดและประเมินผลการเรียนรูที่จำเปนและมีหลักฐานเพียงพอที่จะกลาวไดวา การจัดการเรียนรูทำให นักเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์แลว ไมใชเรียนแคใหจบตามหลักสูตรหรือเรียนตามชุดของกิจกรรมการเรียนรู ที่ครูกำหนดไวเทานั้น วิธีการของ Backward Design ตองการกระตุนใหครูคิดลวงหนาวา ครูควรจะ กำหนดและรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษอะไรบางกอนที่จะออกแบบหนวยการเรียนรู โดยเฉพาะ อยางยิ่งหลักฐานดังกลาวควรจะเปนหลักฐานที่สามารถใชเปนขอมูลยอนกลับที่มีประโยชนสำหรับนักเรียน และครูไดเปนอยางดี นอกจากนี้ครูควรใชวิธีการวัดและประเมินแบบตอเนื่องอยางไมเปนทางการและ เปนทางการ ตลอดระยะเวลาที่ครูจัดกิจกรรมการเรียนรูใหแกนักเรียน ซึ่งสอดคลองกับแนวคิดที่ตองการ ใหครูทำการวัดและประเมินผลการเรียนรูระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่เรียกวา สอนไปวัดผลไป กฎหมาย ลักษณะจำเพาะ ลักษณะประกอบ เปนคำสั่งของผูปกครอง 3 – ใชควบคุมความประพฤติของประชาชน 3 – หากไมปฏิบัติตามถือวามีความผิดและจะถูกลงโทษ ตามที่กำหนดไว 3 วางระเบียบเรื่องความสัมพันธระหวางบุคคลกับ บุคคล– 3 กำหนดวาการกระทำหรือการงดเวนการกระทำใด เปนความผิด และมีการกำหนดโทษไว – 3
คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 9 จึงกลาวไดวาขั้นนี้ครูควรนึกถึงพฤติกรรมหรือการแสดงออกของนักเรียน โดยพิจารณาจาก ผลงานหรือชิ้นงานที่เปนหลักฐานเชิงประจักษ ซึ่งแสดงใหเห็นวานักเรียนเกิดผลลัพธปลายทางตาม เกณฑที่กำหนดไวแลว และเกณฑที่ใชประเมินควรเปนเกณฑคุณภาพในรูปของมิติคุณภาพ (Rubrics) อยางไรก็ตาม ครูอาจจะมีหลักฐานหรือใชวิธีการอื่น ๆ เชน การทดสอบกอนและหลังเรียน การสัมภาษณ การศึกษาคนควา การฝกปฏิบัติขณะเรียนรูประกอบดวยก็ได การกำหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผล การเรียนรูตามผลลัพธปลายทางที่กำหนดไวแลว หลังจากที่ครูไดกำหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียนแลว ครูควรกำหนด ภาระงานและวิธีการประเมินผลการเรียนรู ซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรูตาม ผลลัพธปลายทางที่กำหนดไวแลว ภาระงาน หมายถึง งานหรือกิจกรรมที่กำหนดใหนักเรียนปฏิบัติ เพื่อใหบรรลุตามจุดประสงค การเรียนรู/ผลการเรียนรูที่กำหนดไว ลักษณะสำคัญของงานจะตองเปนงานที่สอดคลองกับชีวิตจริงใน ชีวิตประจำวัน เปนเหตุการณจริงมากกวากิจกรรมที่จำลองขึ้นเพื่อใชในการทดสอบ ซึ่งเรียกวา งานที่ ปฏิบัติเปนงานที่มีความหมายตอผูเรียน (Meaningful Task) นอกจากนี้งานและกิจกรรมจะตองมี ขอบเขตที่ชัดเจน สอดคลองกับจุดประสงคการเรียนรู/ผลการเรียนรูที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ทั้งนี้เมื่อไดภาระงานครบถวนตามที่ตองการแลว ครูจะตองนึกถึงวิธีการและเครื่องมือที่จะใชวัด และประเมินผลการเรียนรูของนักเรียนซึ่งมีอยูมากมายหลายประเภท ครูจะตองเลือกใหเหมาะสมกับ ภาระงานที่นักเรียนปฏิบัติ ตัวอยางภาระงานเรื่อง ปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทยและแนวทางปองกันแกไข รวมทั้ง การกำหนดวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรูของนักเรียนดังตาราง
10 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6ตัวอย่างภาระงาน/ชิ้นงาน แผนการจัดการเรียนรูที่ 18 เรื่อง ปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทยและแนวทางปองกันแกไขรายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูผลการเรียนรู้ที่ 1ตระหนักถึงปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทยและสามารถหาแนวทางปองกันแกไขไดจุดประสงค การเรียนรูสาระการเรียนรูภาระงาน/ ผลงาน/ชิ้นงานการวัดและประเมินผลกิจกรรม การเรียนรูสื่อการเรียนรูวิธีการเครื่องมือเกณฑ 1. บอกปญหา กฎหมายที่เกิด จากประชาชน ผูใชกฎหมาย ตัวบทกฎหมาย และเจาหนาที่ ผูใชกฎหมายได 2. วิเคราะหแนวทาง แกไขปญหา ตาง ๆที่เกิดจาก การใชกฎหมาย ในสังคมไทยได 3. ตระหนักถึง ความจำเปนใน การแกไขปญหา ตาง ๆที่เกิดจาก การใชกฎหมาย ในสังคมไทยได 1. ปญหาการใช กฎหมายที่เกิด จากประชาชน ผูใชกฎหมาย 2. ปญหาการใช กฎหมายที่เกิด จากเจาหนาที่ ผูใชกฎหมาย 3. ปญหาที่เกิด จากตัวบท กฎหมาย • อภิปรายเกี่ยว กับปญหาการ ใชกฎหมาย ในสังคมไทย และแนวทาง ปองกันแกไข 1. การอภิปราย 2. ตรวจผลงาน 3. สังเกตการ ทำงานกลุม1. แบบบันทึกผล การอภิปราย 2. แบบประเมิน ผลงาน 3. แบบสังเกต การทำงาน กลุม เกณฑคุณภาพ 4 ระดับ เกณฑคุณภาพ 4 ระดับ เกณฑคุณภาพ 4 ระดับ1. การ แบงกลุม2. การ อภิปราย 3. การ บันทึกผล 4. การ นำเสนอ ผลงาน 1. ภาพขาวเกี่ยวกับ ปญหาการใช กฎหมาย 2. สื่อคอมพิวเตอรชวย สอนเกี่ยวกับปญหา การใชกฎหมายใน สังคมไทยและแนว ทางปองกันแกไข 3. แบบบันทึกผลการ อภิปรายเรื่อง ปญหา การใชกฎหมายใน สังคมไทยและ แนวทางปองกันแกไข 4. ใบงานเรื่อง ปญหา การใชกฎหมายใน สังคมไทยและแนว ทางปองกันแกไข
คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 11 ความเข้าใจที่คงทนจะเกิดขึ้นได้ นักเรียนจะต้องมีความสามารถ 6 ประการ ได้แก่ 1. การอธิบาย ชี้แจง เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการอธิบายหรือชี้แจงในสิ่ง ที่เรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง สอดคล้อง มีเหตุมีผล และเป็นระบบ 2. การแปลความและตีความ เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการแปลความ และตีความได้อย่างมีความหมาย ตรงประเด็น กระจ่างชัด และทะลุปรุโปร่ง 3. การประยุกต์ ดัดแปลง และนำไปใช้ เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการนำสิ่ง ที่ได้เรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล มีประสิทธิภาพ และคล่องแคล่ว 4. การมีมุมมองที่หลากหลาย เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการมีมุมมองที่ น่าเชื่อถือ เป็นไปได้ มีความลึกซึ้ง แจ่มชัด และแปลกใหม่ 5. การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออก โดยการมีความละเอียดรอบคอบ เปิดเผย รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ระมัดระวังที่จะไม่ให้เกิดความ กระทบกระเทือนต่อผู้อื่น 6. การรู้จักตนเอง เป็นความสามารถที่นักเรียนแสดงออกโดยการมีความตระหนักรู้ สามารถ ประมวลผลข้อมูลจากแหล่งที่หลากหลาย ปรับตัวได้ รู้จักใคร่ครวญ และมีความเฉลียวฉลาด นอกจากนี้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไดกำหนดสมรรถนะ ้ สำคัญของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรไว้ 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารและประสบการณ อันจะเป ์ ็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรอง่ เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและ ความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง และสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่ เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เปนความสามารถในการนำกระบวนการต ็ ่าง ๆ ไปใชในการ ้ ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันใน สังคม ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จัก หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น
12 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือกและใช้เทคโนโลยีด้าน ต่าง ๆ มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การ สื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม นอกจากสมรรถนะสำคัญของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่กลาวแล่ ้วข้างต้น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อ ให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ 1. รักชาติศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ ธำรงไว้ซึ่ง ความเป็นชาติไทย ศรัทธา ยึดมั่นในศาสนา และเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ที่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ มีความสามัคคีปรองดอง ภูมิใจ เชิดชูความเป็น ชาติไทย ปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ และแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในความถูกต้อง ประพฤติตรงตาม ความเป็นจริงต่อตนเองและผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา และใจ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตจะประพฤติตรง ตามความเป็นจริงทั้งทางกาย วาจา ใจ และยึดหลักความจริง ความถูกต้องในการดำเนินชีวิต มีความ ละอายและเกรงกลัวต่อการกระทำผิด 3. มีวินัย เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑ์ และระเบียบข้อบังคับ ของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ผู้ที่มีวินัยจะปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์และระเบียบข้อบังคับ ของครอบครัว โรงเรียน และสังคมเป็นปกติวิสัย ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น 4. ใฝ่เรียนรู้ เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน แสวงหา ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ผู้ที่ใฝ่เรียนรู้จะแสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ แสวงหาความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ทั้งภายใน และภายนอกโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 5. อยู่อย่างพอเพียง เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และปรับตัวเพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ผู้ที่อยู่อย่าง พอเพียงจะดำเนินชีวิตอย่างประมาณตน มีเหตุผล รอบคอบ ระมัดระวัง อยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความ รับผิดชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ มีการวางแผนป้องกันความเสี่ยง และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจและรับผิดชอบในการทำหน้าที่ การงานด้วยความเพียรพยายาม อดทน เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย ผู้ที่มุ่งมั่นในการทำงานจะแสดง ออกถึงความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยความเพียรพยายาม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนดด้วยความรับผิดชอบ และมี ความภาคภูมิใจในผลงาน 7. รักความเป็นไทย เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ร่วมอนุรักษ์ สืบทอดภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ผู้ที่รักความเป็นไทยจะมีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม มีส่วนร่วม
คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 13 ในการอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทย มีความกตัญญูกตเวที ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 8. มีจิตสาธารณะ เป็นคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น ชุมชน และสังคม ด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้น โดยไม่หวังผลตอบแทน ผู้ที่มีจิตสาธารณะจะเป็นผู้ให้และช่วยเหลือผู้อื่น แบ่งปันความสุขส่วนตนเพื่อทำประโยชน์แก่ส่วนรวม เข้าใจ เห็นใจผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดในชุมชน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ดังนั้นการกำหนดภาระงานให้นักเรียนปฏิบัติ รวมทั้งการเลือกวิธีการ เครื่องมือวัดและประเมิน ผลการเรียนรู้นั้น ครูควรคำนึงถึงความสามารถของนักเรียน 6 ประการตามแนวคิด Backward Design สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เพื่อให้ภาระงาน วิธีการ และเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ครอบคลุมสิ่งที่ สะท้อนผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียนอย่างแท้จริง นอกจากนี้การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward design ในขั้นที่ 2 นี้ ครูจะ ต้องคำนึงถึงภาระงาน วิธีการ เครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีความเที่ยงตรง เชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ ตรงกับสภาพจริง มีความยืดหยุ่น และให้ความสบายใจแก่นักเรียนเป็นสำคัญ ขั้นที่ 3วางแผนการจัดการเรียนรู เมื่อครูมีความรูความเขาใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับ นักเรียน รวมทั้งกำหนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนเกิด การเรียนรูตามที่กำหนดไวอยางแทจริงแลว ขั้นตอไปครูควรนึกถึงกิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ ที่จะจัดให แกนักเรียน การที่ครูจะนึกถึงกิจกรรมตาง ๆ ที่จะจัดใหนักเรียนไดนั้น ครูควรตอบคำถามสำคัญ ตอไปนี้ – ถาครูตองการจะจัดการเรียนรูใหนักเรียนเกิดความรูเกี่ยวกับขอเท็จจริง ความคิดรวบยอด หลักการ และทักษะกระบวนการตาง ๆ ที่จำเปนสำหรับนักเรียน ซึ่งจะทำใหนักเรียนเกิดผลลัพธ ปลายทางตามที่กำหนดไว รวมทั้งเกิดเปนความเขาใจที่คงทนตอไปนั้น ครูสามารถจะใชวิธีการงาย ๆ อะไรบาง – กิจกรรมการเรียนรูที่จะชวยเปนสื่อนำใหนักเรียนเกิดความรูและทักษะที่จำเปนมีอะไรบาง – สื่อและแหลงการเรียนรูที่เหมาะสมและดีที่สุด ซึ่งจะทำใหนักเรียนบรรลุตามมาตรฐานของ หลักสูตรมีอะไรบาง – กิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ ที่กำหนดไวควรจัดกิจกรรมใดกอนและควรจัดกิจกรรมใดภายหลัง – กิจกรรมตาง ๆ ออกแบบไวเพื่อตอบสนองความแตกตางระหวางบุคคลของนักเรียนหรือไม เพราะเหตุใด การจัดกิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ เพื่อใหนักเรียนเกิดผลลัพธปลายทางตามแนวคิด Backward Design นั้น วิกกินสและแมกไทไดเสนอแนะใหครูเขียนแผนการจัดการเรียนรูโดยใชแนวคิดของ WHERETO (ไปที่ไหน) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
14 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 W แทน กิจกรรมการเรียนรูที่จัดใหนั้นจะตองชวยใหนักเรียนรูวาหนวยการเรียนรูนี้จะดำเนิน ไปในทิศทางใด (Where)และสิ่งที่คาดหวังคืออะไร (What) มีอะไรบาง ชวยใหครูทราบวานักเรียน มีความรูพื้นฐานและความสนใจอะไรบาง (Where) H แทน กิจกรรมการเรียนรูควรดึงดูดความสนใจนักเรียนทุกคน (Hook) ทำใหนักเรียนเกิด ความสนใจในสิ่งที่จะเรียนรู (Hold) และใชสิ่งที่นักเรียนสนใจเปนแนวทางในการจัดการเรียนรู E แทน กิจกรรมการเรียนรูควรสงเสริมและจัดให (Equip) นักเรียนไดมีประสบการณ (Experience) ในแนวคิดหลัก/ความคิดรวบยอด และสำรวจ รวมทั้งวินิจฉัย (Explore) ในประเด็น ตาง ๆ ที่นาสนใจ R แทน กิจกรรมการเรียนรูควรเปดโอกาสใหนักเรียนไดคิดทบทวน (Rethink) ปรับ (Revise) ความเขาใจในความรูและงานที่ปฏิบัติ E แทน กิจกรรมการเรียนรูควรเปดโอกาสใหนักเรียนไดประเมิน (Evaluate) ผลงาน และสิ่งที่เกี่ยวของกับการเรียนรู T แทน กิจกรรมการเรียนรูควรออกแบบ (Tailored) สำหรับนักเรียนเปนรายบุคคลเพื่อให สอดคลองกับความตองการ ความสนใจ และความสามารถที่แตกตางกันของนักเรียน O แทน การจัดกิจกรรมการเรียนรูตาง ๆ ใหเปนระบบ (Organized) ตามลำดับการเรียนรู ของนักเรียนและกระตุนใหนักเรียนมีสวนรวมในการสรางองคความรูตั้งแตเริ่มแรกและตลอดไป ทั้งนี้ เพื่อการเรียนรูที่มีประสิทธิผล อยางไรก็ตาม มีขอสังเกตวา การวางแผนการจัดการเรียนรูที่มีการกำหนดวิธีการจัดการเรียนรู การลำดับบทเรียน รวมทั้งสื่อและแหลงการเรียนรูที่เฉพาะเจาะจงนั้นจะประสบผลสำเร็จไดก็ตอเมื่อ ครูไดมีการกำหนดผลลัพธปลายทาง หลักฐาน และวิธีการวัดและประเมินผลที่แสดงวานักเรียนมี ผลการเรียนรูตามที่กำหนดไวอยางแทจริงแลว การจัดกิจกรรมการเรียนรูเปนเพียงสื่อที่จะนำไปสู เปาหมายความสำเร็จที่ตองการเทานั้น ดวยเหตุนี้ถาครูมีเปาหมายที่ชัดเจนก็จะชวยทำใหการวางแผน การจัดการเรียนรูและการจัดกิจกรรมการเรียนรูสามารถทำใหนักเรียนเกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไวได โดยสรุปจึงกลาวไดวา ขั้นนี้เปนการคนหาสื่อการเรียนรู แหลงการเรียนรู และกิจกรรมการเรียนรู ที่สอดคลองเหมาะสมกับนักเรียน กิจกรรมที่กำหนดขึ้นควรเปนกิจกรรมที่จะสงเสริมใหนักเรียนสามารถ สรางและสรุปเปนความคิดรวบยอดและหลักการที่สำคัญของสาระที่เรียนรู กอใหเกิดความเขาใจที่คงทน รวมทั้งความรูสึกและคานิยมที่ดีไปพรอม ๆ กับทักษะความชำนาญ
คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 15 Backward Design Template ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ขั้นที่ 1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ผลการเรียนรู ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเข้าใจว่า… 1. 2. คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน 1. 2. ความรูของนักเรียนที่นำไปสูความเขาใจที่คงทน นักเรียนจะรูวา… 1. 2. 3. ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่ ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. 2. 3. ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง 1. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ 1.1 1.2 2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้ 2.1 วิธีการประเมินผลการเรียนรู 1) 2) 2.2 เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู 1) 2) 3. สิ่งที่มุงประเมิน 3.1 3.2 ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้
16 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 รูปแบบแผนการจัดการเรียนรูรายชั่วโมงจากการออกแบบการจัดการเรียนรู ้ ตามแนวคิด Backward ้ Design เขียนโดยใช้รูปแบบของแผนการจัดการเรียนรู้แบบเรียงหัวข้อ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ชื่อแผน... (ระบุชื่อและลำดับที่ของแผนการจัดการเรียนรู้) ชื่อเรื่อง... (ระบุชื่อเรื่องที่จะทำการจัดการเรียนรู้) สาระ... (ระบุสาระที่ใช้จัดการเรียนรู้) ชั้น... (ระบุชั้นที่จัดการเรียนรู้) หน่วยการเรียนรู้ที่... (ระบุชื่อและลำดับที่ของหน่วยการเรียนรู้) เวลา... (ระบุระยะเวลาที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ต่อ 1 แผน) สาระสำคัญ... (เขียนความคิดรวบยอดหรือมโนทัศน์ของหัวเรื่องที่จะจัดการเรียนรู้) ผลการเรียนรู้... (ระบุผลการเรียนรู้ที่ใช้เป็นเป้าหมายของแผนการจัดการเรียนรู้) จุดประสงค์การเรียนรู้... (กำหนดใหสอดคล้ องกับสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค ้ ์ ของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่ง ประกอบด้วยด้านความรู้ (Knowledge: K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (Affective: A) และ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Performance: P)) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้... (ระบุวิธีการและเครื่องมือวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้ทั้ง 3 ด้าน) สาระการเรียนรู้... (ระบุสาระและเนื้อหาที่ใช้จัดการเรียนรู้ อาจเขียนเฉพาะหัวเรื่องก็ได้) แนวทางบูรณาการ... (เสนอแนะและระบุกิจกรรมของกลุ่มสาระอื่นที่บูรณาการร่วมกัน) กระบวนการจัดการเรียนรู้... (กำหนดให้สอดคล้องกับธรรมชาติของกลุ่มสาระและการ บูรณาการข้ามสาระ) กิจกรรมเสนอแนะ... (ระบุรายละเอียดของกิจกรรมที่นักเรียนควรปฏิบัติเพิ่มเติม) สื่อ/แหล่งการเรียนรู้... (ระบุสื่อ อุปกรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้) บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้... (ระบุรายละเอียดของผลการจัดการเรียนรูตามแผนที่กำหนดไว ้ ้ อาจนำเสนอข้อเด่นและข้อด้อยให้เป็นข้อมูลที่สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำวิจัยในชั้นเรียนได้) ในส่วนของการเขียนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นั้น ให้ครูที่เขียนแผนการจัดการเรียนรู้นำขั้นตอน หลักของเทคนิค วิธีการของการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เช่น การเรียนแบบแก้ปัญหา การศึกษาเป็นรายบุคคล การอภิปรายกลุ่มย่อย/กลุ่มใหญ่ การฝึกปฏิบัติการ การสืบค้นข้อมูล ฯลฯ มาเขียนในขั้นสอน โดยให้คำนึงถึงธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การใช้แนวคิดของการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design จะช่วยให้ครู มีความมั่นใจในการจัดการเรียนรู้และใช้แผนการจัดการเรียนรู้ของ ˛ ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่าง มีประสิทธิภาพต่อไป
คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 17 พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 24 (2) และ (3) ได ่ ระบุแนวทางการจัดการ ้ เรียนรู้ โดยเน้นการฝึกทักษะกระบวนการคิด การฝึกทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่งการ เรียนรู้ที่หลากหลาย การฝึกปฏิบัติจริงและการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อการป้องกันและแก้ปัญหา ดังนั้น เพื่อให้การจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวนี้ การจัดทำการแผนการจัดการเรียนรู้ในคู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6 เล่มนี้ จึงยึดแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้น ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child-Centered) เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และเน้นการเรียนรู้แบบ บูรณาการที่ผสมผสานเชื่อมโยงสาระการเรียนรูต้ ่าง ๆ กับหัวข้อเรื่องหรือประเด็นที่สอดคล้องกับชีวิต จริง เพื่อให้นักเรียนเกิดการพัฒนาในองค์รวม เป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับสภาพและปัญหาที่เกิดใน วิถีชีวิตของนักเรียน แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ได้เปลี่ยนแปลงบทบาทของครูจากการ เป็นผู้ชี้นำหรือถ่ายทอดความรู้ ไปเป็นผู้ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และส่งเสริมสนับสนุนนักเรียน โดยใช้วิธีการต่าง ๆ อย่างหลากหลายรูปแบบ เพื่อใหนักเรียนเกิดการสร ้ ้างสรรค์ความรู้และนำความรู้ ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6 เล่มนี้ จึงได้นำเสนอทฤษฎีและเทคนิควิธีการเรียนการสอนต่าง ๆ มาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ เช่น การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning–BBL) เป็นวิธีการจัดการ เรียนรู้ที่อิงผลการวิจัยทางประสาทวิทยา ซึ่งได้เสนอแนะไว้ว่า ตามธรรมชาตินั้นสมองเรียนรู้ได้อย่างไร โดยได้กล่าวถึงโครงสร้างที่แท้จริงของสมองและการทำงานของสมองมนุษย์ที่มีการแปรเปลี่ยนไปตาม ขั้นของการพัฒนา ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิดของการสร้างสรรค์การจัดการเรียนรู้ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning–PBL) เป็นวิธีการ จัดการเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้ นักเรียนร่วมกันแก้ปัญหาภายใต้การแนะนำของครู ให้นักเรียนช่วยกันตั้งคำถามและช่วยกันค้นหา คำตอบ โดยใช้อาจใช้ความรู้เดิมมาแก้ปัญหา หรือศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมสำหรับการแก้ปัญหา นำข้อมูล ที่ได้จากการค้นคว้ามาสรุปเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหา แล้วช่วยกันประเมินการแก้ปัญหาเพื่อใช้ในการ แก้ปัญหาครั้งต่อไป การจัดการเรียนรูแบบพหุปัญญา ้ (Multiple Intelligences) เปนการพัฒนาองค ็ รวมของนักเรียน ์ ทั้งสมองด้านซ้ายและสมองด้านขวา บนพื้นฐานความสามารถและสติปัญญาที่แตกต่างกันของแต่ละ บุคคล มุงหมายจะให ่ นักเรียนสามารถแก ้ ป้ัญหาหรือสรางสรรค้ สิ่งต ์ ่าง ๆ ภายใตความหลากหลายของ้ วัฒนธรรมหรือสภาพแวดล้อม การจัดการเรียนรูแบบร้ วมมือ ่ (Cooperative Learning) เปนการจัดสถานการณ ็และบรรยากาศ์ ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ฝึกให้นักเรียนที่มีลักษณะแตกต่างกันทั้งสติปัญญาและความถนัด ร่วมกันทำงานเป็นกลุ่ม ร่วมกันศึกษาค้นคว้า 3. เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู–การวัดและประเมินผลการเรียนรู กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
18 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 การจัดการเรียนรู้แบบใช้หมวกความคิด 6 ใบ (Six Thinking Hats) ให้นักเรียนฝึกตั้งคำถาม และตอบคำถามที่ใช้ความคิดในลักษณะต่าง ๆ โดยสามารถอธิบายเหตุผลประกอบ หรือวิเคราะห์ วิจารณ์ได้ การจัดการเรียนรู้แบบสืบสวนสอบสวน (Inquiry Process) เป็นการฝึกให้นักเรียนค้นหา ความรู้ด้วยตนเอง เพื่ออธิบายสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ มีหลักเกณฑ์ โดยนักเรียนจะต้องใช้ความ สามารถของตนเองคิดค้น สืบเสาะ แก้ปัญหาหรือคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ด้วยตนเอง การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา (Problem Solving) เป็นการฝึกให้นักเรียน เรียนรู้จากการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา ดำเนินการแก้ปัญหา และตรวจสอบหรือมองย้อนกลับ การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Work) ซึ่งเป็นวิธีการจัดการเรียนรู้รูปแบบหนึ่งที่ ส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการแสวงหาความรู้หรือ ค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่นักเรียนอยากรู้หรือสงสัย ด้วยวิธีการต่าง ๆ อย่างหลากหลาย การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ (Active Learning) ให้นักเรียนได้ทดลองทำด้วยตนเอง เพื่อจะได้เรียนรู้ขั้นตอนของงาน รู้จักวิธีแก้ปัญหาในการทำงาน การจัดการเรียนรู้แบบสร้างผังความคิด (Concept Mapping) เป็นการสอนด้วยวิธีการจัดกลุ่ม ความคิดรวบยอด เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์กันระหว่างความคิดหลักและความคิดรองลงไป โดยนำเสนอ เป็นภาพหรือเป็นผัง การจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experience Learning) เป็นการจัดกิจกรรม หรือจัด ประสบการณให์ นักเรียนเกิดการเรียนรู ้ จากการปฏิบัติ แล ้วกระตุ้ นให ้ นักเรียนพัฒนาทักษะใหม ้ ๆ เจตคติ ่ ใหม่ ๆ หรือวิธีการคิดใหม่ ๆ การเรียนรู้โดยการแสดงบทบาทสมมุติ(Role Playing) เป็นการจัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ แสดงบทบาทในสถานการณ์ที่สมมุติขึ้น โดยอาจกำหนดให้แสดงบทบาทสมมุติที่เป็นพฤติกรรมของ บุคคลอื่น หรือแสดงพฤติกรรมในบทบาทของตนเองในสถานการณ์ต่าง ๆ การเรียนรู้จากเกมจำลองสถานการณ์ (Simulation Gaming) เป็นเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่ คล้ายกับการแสดงบทบาทสมมุติ แต่เป็นการให้เล่นเกมจำลองสถานการณ์ โดยครูนำสถานการณ์จริง มาจำลองไว้ในห้องเรียน โดยการกำหนดกฎ กติกา เงื่อนไขสำหรับเกมนั้น ๆ แล้วให้นักเรียนไปเล่นเกม หรือกิจกรรมในสถานการณ์จำลองนั้น การจัดการเรียนรู้ต้องจัดควบคู่กับการวัดและการประเมินผลตามภาระงาน/ชิ้นงานที่สอดคล้อง กับผลการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ได้เสนอการวัดและประเมินผลครบทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านความรู้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม และด้านทักษะ/กระบวนการ เน้นวิธีการวัดที่หลากหลายตาม สถานการณ์จริง การดูร่องรอยต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการดูกระบวนการทำงาน และผลผลิตของงาน โดย ออกแบบการประเมินก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน และแบบทดสอบประจำหน่วยการเรียนรู พร้อม แบบฟอร์มและเกณฑ์การประเมิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ครูไว้พร้อม ทั้งนี้ครูอาจเพิ่มเติมโดยการ ออกแบบการวัดและประเมินด้วยมิติคุณภาพ (Rubrics)
คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 19 4. ตารางวิเคราะหผลการเรียนรูกับสาระการเรียนรูในหนวยการเรียนรู สาระการเรียนรู ผลการเรียนรูที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 หนวยการเรียนรูที่ 1 ความหมายและลักษณะสำคัญของ กฎหมาย • หนวยการเรียนรูที่ 2 ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย • หนวยการเรียนรูที่ 3 ประเภทของกฎหมาย • หนวยการเรียนรูที่ 4 กระบวนการจัดทำกฎหมายลายลักษณ อักษร • หนวยการเรียนรูที่ 5 การบังคับใชกฎหมายและการสิ้น ผลการบังคับใชกฎหมาย • หนวยการเรียนรูที่ 6 รัฐธรรมนูญ • หนวยการเรียนรูที่ 7 หลักกฎหมายแพง • หนวยการเรียนรูที่ 8 หลักกฎหมายอาญา • หนวยการเรียนรูที่ 9 กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน • หนวยการเรียนรูที่ 10 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก • หนวยการเรียนรูที่ 11 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค • หนวยการเรียนรูที่ 12 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร • หนวยการเรียนรูที่ 13 กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ • หนวยการเรียนรูที่ 14 ปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทย และแนวทางปองกันแกไข •
20 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 หนวยการเรียนรู/ แผนการจัดการเรียนรู เรื่อง เวลา/ จำนวนชั่วโมง หนวยการเรียนรูที่ 1 ความหมายและลักษณะสำคัญของกฎหมาย 3 แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย 1 แผนการจัดการเรียนรูที่ 2 ความหมาย ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของ กฎหมาย 1 แผนการจัดการเรียนรูที่ 3 ความสัมพันธระหวางกฎหมายกับศาสตรแขนงอื่น 1 หนวยการเรียนรูที่ 2 ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย 2 แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย 2 หนวยการเรียนรูที่ 3 ประเภทของกฎหมาย 2 แผนการจัดการเรียนรูที่ 5 ประเภทของกฎหมาย 2 หนวยการเรียนรูที่ 4 กระบวนการจัดทำกฎหมายลายลักษณอักษร 3 แผนการจัดการเรียนรูที่ 6 ที่มาของกฎหมายและการยกรางกฎหมาย 1 แผนการจัดการเรียนรูที่ 7 การพิจารณาและขั้นตอนในการจัดทำกฎหมาย 1 แผนการจัดการเรียนรูที่ 8 ลำดับชั้นของกฎหมายลายลักษณอักษร 1 หนวยการเรียนรูที่ 5 การบังคับใชกฎหมายและการสิ้นผลการบังคับใช กฎหมาย 3 แผนการจัดการเรียนรูที่ 9 การบังคับใชกฎหมายและการสิ้นผลการบังคับใช กฎหมาย 3 หนวยการเรียนรูที่ 6 รัฐธรรมนูญ 3 แผนการจัดการเรียนรูที่ 10 รัฐธรรมนูญ 3 หนวยการเรียนรูที่ 7 หลักกฎหมายแพง 3 แผนการจัดการเรียนรูที่ 11 หลักกฎหมายแพง 3 หนวยการเรียนรูที่ 8 หลักกฎหมายอาญา 3 แผนการจัดการเรียนรูที่ 12 หลักกฎหมายอาญา 3 หนวยการเรียนรูที่ 9 กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน 2 แผนการจัดการเรียนรูที่ 13 กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน 2 5. โครงสรางการแบงเวลารายชั่วโมงในการจัดการเรียนรู
คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 21 หนวยการเรียนรู/ แผนการจัดการเรียนรู เรื่อง เวลา/ จำนวนชั่วโมง หนวยการเรียนรูที่ 10 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก 2 แผนการจัดการเรียนรูที่ 14 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก 2 หนวยการเรียนรูที่ 11 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค 2 แผนการจัดการเรียนรูที่ 15 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค 2 หนวยการเรียนรูที่ 12 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร 2 แผนการจัดการเรียนรูที่ 16 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร 2 หนวยการเรียนรูที่ 13 กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ 3 แผนการจัดการเรียนรูที่ 17 กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ 3 หนวยการเรียนรูที่ 14 ปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทย และแนวทางปองกันแกไข 3 แผนการจัดการเรียนรูที่ 18 ปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทย และแนวทางปองกันแกไข 3
ตอนที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 1. ซื่อสัตยสุจริต 2. มีวินัย 3. ใฝเรียนรู 4. มีจิตสาธารณะ ความรู 1. ความหมายของกฎหมาย 2. ลักษณะสำคัญของกฎหมาย 3. ความสัมพันธระหวางศีลธรรม จารีต ประเพณีและกฎหมาย 4. ความสำคัญของกฎหมาย 5. ความสัมพันธระหวางกฎหมาย และศาสตรแขนงอื่น ความหมาย และลักษณะสำคัญ ของกฎหมาย ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ กฎหมายกับสังคม 2. ตอบคำถามเกี่ยวกับความหมาย และลักษณะสำคัญของกฎหมาย 3. อภิปรายความแตกตางและ ความสัมพันธระหวางกฎหมาย กับศาสตรตาง ๆ ทักษะ/กระบวนการ 1. การสื่อสาร 2. การคิด 3. การแกปญหา 4. การใชทักษะชีวิต 5. การใชเทคโนโลยี ผังมโนทัศน์เปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน ความหมาย และลักษณะสำคัญของกฎหมาย 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ เวลา 3 ชั่วโมง
24 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่1 ความหมายและลักษณะสำคัญของกฎหมาย ขั้นที่ 1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ผลการเรียนรู ตระหนักในความสำคัญของกฎหมายวามีประโยชนและจำเปนตอการดำรงอยูของสังคม ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเข้าใจว่า... กฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญที่นำมาใช้ เพื่อให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติสุข คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน กฎหมายคืออะไร มีความสำคัญอยางไร ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะรู้ว่า... 1. คำสำคัญ ได้แก่ รัฎฐาธิปัตย์ จารีตประเพณี 2. กฎหมายเป็นสาขาหนึ่งของวิชาสังคมศาสตร์ที่ ใช้เป็นเครื่องมือควบคุมให้มนุษย์อยู่รวมกัน ในสังคมได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและ สงบสุข 3. กฎหมาย คือ กฎเกณฑ์ คำสั่ง หรือข้อบังคับ ที่รัฐบัญญัติขึ้นเพื่อใช้ควบคุมความประพฤติ ของประชาชนในรัฐ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความ ผิดและต้องถูกลงโทษ กฎหมายยังเป็นกติกา ของสังคมที่บังคับใหทุกคนปฏิบัติตาม ้ โดยจะ กำหนดสิทธิและหน้าที่ให้แก่บุคคลในสังคม ทั้งนี้การอางวาไม่รู่กฎหมาย้ จะไมเป่นข็อแก้ ตัว้ ใหพนผิดได 4. กฎหมายมีความสัมพันธกับศาสตร ์ แขนงอื่น ์ๆ มากมาย เช่น ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ จริยศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่ ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. อธิบายลักษณะทั่วไปของกฎหมาย และทั้ง อธิบายความสัมพันธ์ของกฎหมายกับศาสตร์ สาขาอื่น ๆ ได้ 2. อธิบายความหมายและความสำคัญของ กฎหมาย 3. อภิปรายความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมาย กับศาสตร์แขนงอื่น ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรู ตามที่กำหนดไวอยางแทจริง 1. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ 1.1 แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายกับสังคม 1.2 ตอบคำถามเกี่ยวกับความหมายและลักษณะสำคัญของกฎหมาย 1.3 อภิปรายความแตกต่างและความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศาสตรแขนงต่าง ๆ
คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 25 2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู 2.1 วิธีการประเมินผลการเรียนรู 1) การทดสอบ 2) การประเมินผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) การประเมินดานทักษะ/ก ้ระบวนการ 2.2 เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) แบบประเมินดานทักษะ/กระบวนการ ้ 3. สิ่งที่มุงประเมิน 3.1 ความสามารถ 6 ด้าน ได้แก่ การอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ ดัดแปลง และนำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรูสึก ของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง 3.2 สมรรถนะสำคัญ ไดแก ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3.3 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ไดแก รักชาติศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย เวลา 1 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ความหมาย ลักษณะสำคัญ เวลา 1 ชั่วโมง และความสำคัญของกฎหมาย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศาสตร์แขนงอื่น เวลา 1 ชั่วโมง
26 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 แผนการจัดการเรียนรู้ที่1 ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความหมายและลักษณะสำคัญ ของกฎหมาย เวลา 1 ชั่วโมง 1. สาระสำคัญ ทุกสังคมตองมีกฎหมายมาเปนกรอบความประพฤติของสมาชิก เพื่อใหสมาชิกสามารถดำรง ชีวิตรวมกันไดอยางเปนระเบียบเรียบรอย สงบสุข และเพื่อความดำรงอยูของสังคม 2. ผลการเรียนรู ตระหนักในความสำคัญของกฎหมายวามีประโยชนและจำเปนตอการดำรงอยูของสังคม 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายความหมายของกฎหมายได(K) 2. วิเคราะหลักษณะสำคัญของกฎหมายได(K) 3. เปรียบเทียบความแตกตางระหวางกฎหมายกับจารีตประเพณีศีลธรรม และศาสนาได(P) 4. วิเคราะหไดวากฎหมายมีความสำคัญหรือกอใหเกิดประโยชนแกนักเรียน ครอบครัว และ สังคมได(A) 5. อธิบายความสัมพันธระหวางกฎหมายและศาสตรแขนงอื่น ๆ ได(A) 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู(K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ทดสอบก่อนเรียน 2. ซักถามความรูเกี่ยวกับ ้ ความจำเป็นที่สังคมต้องมี กฎหมาย 3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในดาน ความมีวินัย ความใฝเรียนรู ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ 5. สาระการเรียนรู ความหมาย ลักษณะสำคัญ ความสัมพันธของกฎหมายกับศีลธรรม จารีตประเพณี ความ สัมพันธของกฎหมายกับศาสตรแขนงอื่น ๆ
คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 27 6. แนวทางการบูรณาการ ภาษาไทย • ฟง พูด อาน และเขียนเกี่ยวกับกฎหมาย การงานอาชีพฯ • สืบคนขอมูลเกี่ยวกับกฎหมายจากอินเทอรเน็ต 7. กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจงผลการเรียนรูและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบ 2. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรียน 3. ครูใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยาง คำสั่ง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับ กฎหมาย ฯลฯ ซึ่ง นำมาใชควบคุมพฤติกรรมของมนุษยในสังคม 4. ครูสุมนักเรียนจำนวน 20 คน ใหยกตัวอยางกฎหมายที่ใชบังคับอยูในสังคมไทยปจจุบัน เชน รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ. ยาเสพติดใหโทษ พ.ศ. 2522 5. ครูใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางกฎเกณฑระเบียบ ขอบังคับ ฯลฯ ที่มีลักษณะเชนเดียวกับ กฎหมาย คือ ใชควบคุมพฤติกรรมของมนุษยในสังคม 6. ครูใหนักเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่วา “ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย” ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 7. ครูแจกใบงานที่ 1 เรื่อง ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย ใหนักเรียนทำและแสดงความ คิดเห็นตามประเด็นปญหาขอที่ 1 และ 2 8. หลังจากที่นักเรียนทำใบงานเสร็จแลว ครูสุมนักเรียนตอบขอคิดเห็นตามประเด็นปญหาทีละขอ รวบรวมคำตอบที่เหมือนกันหรือคลายกันไวเปนหมวดหมูเดียวกัน 9. ครูสรุปคาตอบใหนักเรียนฟงวา จากประเด็นปญหาที่ 1: ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นจะตองมีกฎหมาย เพราะเมื่อมนุษยมาอยูรวมกัน เปนสังคมอาจมีการขัดแยง ความไมเปนระเบียบ ตลอดถึงความไมสงบเกิดขึ้น จึงจำเปนตองมีระเบียบ กฎเกณฑขอบังคับ และกฎหมายมาใชควบคุมพฤติกรรมของมนุษยในสังคม จากประเด็นปญหาที่ 2: กฎหมายตองมีลักษณะเปนคำสั่งหรือขอบังคับของผูมีอำนาจใน แผนดิน (รัฏฐาธิปตย) ใชไดทั่วไป และตองมีสภาพบังคับ ทั้งยังทำใหเกิดความสงบขึ้นในแผนดิน ทำให ประชาชนรูจักสิทธิและหนาที่ของตนตามกฎหมาย สรุปความคิดรวบยอด ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นจะตองมีกฎหมาย 10. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลและเปนกลุม ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 11. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับกฎหมายที่ประชาชนควรรูและชวยกันเฉลยคำตอบ ขั้นที่ 4 นำไปใช 12. ครูแนะนำใหนักเรียนหาขาวที่เกี่ยวของกับการใชกฎหมายในสังคมไทย แลวนำมาวิเคราะห ถึงความสำคัญของกฎหมายตอสังคมไทย
28 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 ขั้นที่ 5 สรุป 13. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปถึงความจำเปนที่สังคมตองมีกฎหมาย แลวใหนักเรียนสรุปลงใน ใบงานที่ 2 เรื่อง ความจำเปนที่สังคมตองมีกฎหมาย 8. กิจกรรมเสนอแนะ ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4–6 คน อภิปรายเรื่อง หากสังคมไมมีกฎหมาย สังคมนั้น จะเปนอยางไร แลวสงตัวแทนนำเสนอผลงานหนาชั้นเรียน 9. สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน 2. ใบงานที่ 1 เรื่อง ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย 3. ใบงานที่ 2 เรื่อง ความจำเปนที่สังคมตองมีกฎหมาย 4. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพวัฒนาพานิช จำกัด 10. กระบวนการจัดการเรียนรู 1. ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู แนวทางการพัฒนา 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู แนวทางแกไข 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู ลงชื่อ ผูสอน / /
คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 29 แผนการจัดการเรียนรู้ที่2 ความหมาย ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของกฎหมาย สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความหมายและลักษณะสำคัญ ของกฎหมาย เวลา 1 ชั่วโมง 1. สาระสำคัญ กฎหมาย คือ กฎเกณฑ คำสั่ง หรือขอบังคับที่รัฐบัญญัติขึ้นเพื่อใชควบคุมความประพฤติของ ประชาชนในรัฐ หากผูใดฝาฝนจะมีความผิดและตองถูกลงโทษ กฎหมายยังเปนกติกาของสังคมที่บังคับ ใหทุกคนปฏิบัติตาม โดยจะกำหนดสิทธิและหนาที่ใหแกบุคคลในสังคม นอกจากนี้การอางวาไมรู กฎหมายไมเปนขอแกตัวใหพนผิดได 2. ผลการเรียนรู ตระหนักในความสำคัญของกฎหมายวามีประโยชนและจำเปนตอการดำรงอยูของสังคม 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายความหมายของกฎหมายได(K) 2. ตระหนักว่ากฎหมายมีความสำคัญหรือก่อให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียน ครอบครัว และ สังคม (A) 3. วิเคราะหลักษณะสำคัญของกฎหมายได(K) 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู(K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ซักถามความรูเรื่อง ้ ความหมาย ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของกฎหมาย 2. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในดาน ความมีวินัย ความใฝเรียนรู ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ 5. สาระการเรียนรู 1. ความหมายของกฎหมาย 2. ลักษณะสำคัญของกฎหมาย 3. ความสัมพันธ์ระหว่างศีลธรรม จารีตประเพณีและกฎหมาย 4. ความสำคัญของกฎหมาย
30 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 6. แนวทางการบูรณาการ ภาษาไทย • ฟัง พูด อ่าน และเขียนเกี่ยวกับความหมาย ลักษณะสำคัญ และความ สำคัญของกฎหมาย การงานอาชีพฯ • สืบค้นข้อมูลเรื่อง ความหมาย ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของ กฎหมายจากอินเทอรเน็ต ศิลปะ • จัดป้ายนิเทศเรื่อง ความหมาย ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของ กฎหมาย 7. กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจ้งผลการเรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 2. ครูให้นักเรียนดูภาพตัวอย่างจากหน้าหนังสือพิมพ์ ทั้งภาพที่เป็นด้านบวกของผู้ที่ปฏิบัติตาม กฎหมายและภาพด้านลบของผู้ที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในสังคม 3. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่าง “ปัญหากฎหมาย” ที่มีผู้เขียนมาถามตามคอลัมน์ถาม–ตอบ ปัญหากฎหมายจากหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารต่าง ๆ แล้วให้นักเรียนที่ยกตัวอย่างปัญหากฎหมาย ดังกล่าวนำปัญหานั้นไปเขียนหรือพิมพ์ใส่กระดาษขนาด A 4 และเก็บไว้ในแฟ้มสะสมงาน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 4. ครูแบงนักเรียนออกเปน 5 กลุม ชี้แจงใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมที่กำหนดให 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมเขียนชื่อสมาชิกทั้งหมดในกลุมสงครู 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมลงมือปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ กลุมที่ 1 ทำกิจกรรมที่ 1 เรื่อง กฎหมายเปนคำสั่งหรือขอบังคับที่มาจากรัฏฐาธิปตย กลุมที่ 2 ทำกิจกรรมที่ 2 เรื่อง กฎหมายเปนคำสั่งหรือขอบังคับที่ใชไดทั่วไป กลุมที่ 3 ทำกิจกรรมที่ 3 เรื่อง กฎหมายเปนคำสั่งหรือขอบังคับที่ใชไดตลอดไป กลุมที่ 4 ทำกิจกรรมที่ 4 เรื่อง กฎหมายเปนคำสั่งหรือขอบังคับที่ตองปฏิบัติตาม กลุมที่ 5 ทำกิจกรรมที่ 5 เรื่อง กฎหมายตองมีสภาพบังคับ 7. ครูให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ เชน 1) หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพ์ วัฒนาพานิช จำกัด 2) หนังสือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายของคณะนิติศาสตร์ทุกมหาวิทยาลัย 3) ใบความรู้เกี่ยวกับปัญหากฎหมายที่ปรากฏในสังคมปัจจุบัน 4) ข่าวจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสารต่างๆ 5) สืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต 8. เมื่อทำกิจกรรมเสร็จทุกกลุมแล่ว้ ใหทุกกลุมบันทึกขอสรุปลงในใบกิจกรรมที่ครูแจกใหหลังจาก นั้นครูให้นักเรียนจัดกลุ่มใหม่ โดยให้มีสมาชิกจำนวนเท่ากับกลุ่มเดิมและสมาชิกแต่ละคนจะต้องมาจาก กลุ่มเดิมอยางนอยกลุ่มละ 1 คน
คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 31 9. ครูให้นักเรียนเลือกตัวแทนกลุ่มไว้เพื่อส่งเป็นตัวแทนนำเสนอผลการศึกษาหน้าชั้นเรียน 10. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมารายงานผลการศึกษากิจกรรมกลุ่มละ 1 คน จนครบ ทั้ง 5 กลุ่ม 11. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูจากการทำกิจกรรม 12. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลและเปนกลุม ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 13. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับความหมาย ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของกฎหมาย และช่วยกันเฉลยคำตอบ ขั้นที่ 4 นำไปใช 14. ครูใหนักเรียนเผยแพร ้ความรู่ เกี่ยวกับความหมาย ้ ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของกฎหมาย ให้กับบุคคลในครอบครัว พร้อมทั้งบันทึกผลย้อนกลับจากการเผยแพร่ความรู้นั้น ขั้นที่ 5 สรุป 15. ครูใหนักเรียนดูแผนภูมิสรุปเกี่ยวกับความหมาย ้ ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของกฎหมาย ประกอบการแสดงความคิดเห็น พร้อมทั้งสรุป 16. ครูให้นักเรียนช่วยกันสรุปเนื้อหาที่เรียนไปทั้งหมดในเรื่อง ความหมาย ลักษณะสำคัญ และ ความสำคัญของกฎหมาย แล้วสรุปลงในใบงานที่ 3 เรื่อง ความจำเป็นที่จะต้องรู้กฎหมาย และความ สำคัญของกฎหมายที่มีต่อสังคม 8. กิจกรรมเสนอแนะ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3–5 คน จัดป้ายนิเทศเรื่อง ความหมาย ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของกฎหมาย เพื่อเผยแพร่ความรู้ในโรงเรียน 9. สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. ภาพตัวอย่างจากหน้าหนังสือพิมพ์ ทั้งภาพที่เป็นด้านบวกของผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายและ ภาพด้านลบของผู้ที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในสังคม 2. ใบงานที่ 3 เรื่อง ความจำเป็นที่จะต้องรู้กฎหมาย และความสำคัญของกฎหมายที่มีต่อสังคม 3. ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง กฎหมายเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับที่มาจากรัฏฐาธิปัตย์ 4. ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง กฎหมายเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับที่ใช้ได้ทั่วไป 5. ใบกิจกรรมที่ 3 เรื่อง กฎหมายเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับที่ใช้ได้ตลอดไป 6. ใบกิจกรรมที่ 4 เรื่อง กฎหมายเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตาม 7. ใบกิจกรรมที่ 5 เรื่อง กฎหมายต้องมีสภาพบังคับ 8. แผนภูมิสรุปเกี่ยวกับความหมาย ลักษณะสำคัญ และความสำคัญของกฎหมาย 9. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพวัฒนาพานิช ์ จำกัด
32 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 10. กระบวนการจัดการเรียนรู 1. ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู แนวทางการพัฒนา 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู แนวทางแกไข 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู ลงชื่อ ผูสอน / /
คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 33 แผนการจัดการเรียนรู้ที่3 ความสัมพันธระหวางกฎหมายกับศาสตรแขนงอื่น สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความหมายและลักษณะสำคัญ ของกฎหมาย เวลา 1 ชั่วโมง 1. สาระสำคัญ กฎหมายมีความสัมพันธกับศาสตร ์ แขนงอื่น ์ๆ มากมาย เชน่ ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ จริยศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น 2. ผลการเรียนรู ตระหนักในความสำคัญของกฎหมายว่ามีประโยชนและจำเป ์ ็นต่อการดำรงอยู่ของสังคม 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายความสัมพันธ์ของกฎหมายกับศาสตร์แขนงอื่น ๆ ได้ (K) 2. ตระหนักในความสำคัญของกฎหมายที่มีต่อศาสตร์แขนงอื่น ๆ (A) 3. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของกฎหมายกับศาสตร์แขนงอื่น ๆ ได้ (P) 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู(K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ซักถามความรูเรื่องความ ้ สัมพันธระหวางกฎหมายกับ ศาสตรแขนงอื่น 2. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3. ทดสอบหลังเรียน • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในดาน ความมีวินัย ความใฝเรียนรู ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ
34 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 5. สาระการเรียนรู • ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศาสตร์แขนงอื่น 1) ประวัติศาสตร์ 2) รัฐศาสตร์ 3) จริยศาสตร์ 4) เศรษฐศาสตร์ 6. แนวทางการบูรณาการ ภาษาไทย • ฟัง พูด อ่าน และเขียนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของกฎหมายกับศาสตร์ แขนงอื่น การงานอาชีพฯ • สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธของกฎหมายกับศาสตรแขนงอื่นจาก อินเทอรเน็ต 7. กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจ้งผลการเรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 2. ครูให้นักเรียนอ่านข่าวจากหนังสือพิมพที่เตรียมมาล ์ ่วงหน้าและแสดงความคิดเห็นในประเด็น ต่อไปนี้ 1) ถ้าสังคมใดไม่มีกฎหมายที่จะนำมาใช้ควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกในสังคม จะใช้สิ่งใด เป็นตัวควบคุม 2) ถ้าสังคมใดไม่มีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ใด ๆ เลย ที่จะมาใช้ควบคุมพฤติกรรมของสมาชิก ในสังคมนั้น สังคมดังกล่าวจะมีสภาพอย่างไร และจะดำรงอยู่ได้หรือไม่ 3. ครูสุ่มนักเรียนแสดงความคิดเห็นประเด็นละ 1–3 คน ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 4. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 6–7 คน ศึกษาและสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ ความสัมพันธของกฎหมายกับศาสตรแขนงอื่นจากสื่อการเรียนรูตาง ๆ เชน หนังสือเรียน หนังสือใน หองสมุด อินเทอรเน็ต เพื่ออภิปรายความแตกต่างและความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ กลุ่มที่ 1 อภิปรายเรื่อง กฎหมายกับศาสนา กลุ่มที่ 2 อภิปรายเรื่อง กฎหมายกับศีลธรรมและจริยธรรม กลุ่มที่ 3 อภิปรายเรื่อง กฎหมายกับจารีตประเพณี กลุ่มที่ 4 อภิปรายเรื่อง กฎหมายกับประวัติศาสตร์ กลุ่มที่ 5 อภิปรายเรื่อง กฎหมายกับรัฐศาสตร์ กลุ่มที่ 6 อภิปรายเรื่อง กฎหมายกับเศรษฐศาสตร์
คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 35 5. หลังจากที่อภิปรายจบลง ให้แต่ละกลุ่มสรุปผลการอภิปรายลงในแบบบันทึกผลการอภิปราย เรื่อง ความแตกต่างและความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศาสตร์แขนงต่าง ๆ แล้วส่งตัวแทนนำเสนอ ผลการอภิปรายหน้าชั้นเรียน 6. ครูใหนักเรียนทุกคนช วยกันวิเคราะหแสดงความคิดเห็นเมื่อแต ละกลุ มนำเสนอผลการ อภิปรายจบแลว และเขียนความคิดเห็นลงในแบบบันทึกความคิดเห็นเรื่อง ความแตกตางและความ สัมพันธของกฎหมายกับศาสตรแขนงตาง ๆ 7. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลและเปนกลุม ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 8. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมเกี่ยวกับความสัมพันธของกฎหมายกับศาสตรแขนงอื่นและชวยกัน เฉลยคำตอบ ขั้นที่ 4 นำไปใช 9. ครูแนะนำใหนักเรียนนำความรูจากการเรียนเรื่อง ความสัมพันธของกฎหมายกับศาสตรแขนง อื่น ไปวิเคราะหวาการศึกษากฎหมายมีประโยชนตอการศึกษาวิชาอื่น ๆ ในหลักสูตรมัธยมศึกษา ตอนปลายของนักเรียนอยางไรบาง ขั้นที่ 5 สรุป 10. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปถึงความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศาสตร์แขนงอื่น และบันทึก ลงในใบงานที่ 4 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศาสตร์แขนงอื่น 11. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน และช่วยกันเฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบและประเมิน ผลการเรียนรู้ของนักเรียน 8. กิจกรรมเสนอแนะ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3–5 คน ทำรายงานเรื่อง ความสัมพันธ์ของกฎหมายกับศาสตร์ แขนงอื่น แล้วส่งตัวแทนนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 9. สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2. แบบบันทึกผลการอภิปราย เรื่อง ความแตกตางและความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศาสตร์ แขนงตาง ๆ 3. แบบบันทึกความคิดเห็นเรื่อง ความแตกตางและความสัมพันธ์ระหวางกฎหมายกับศาสตร์ แขนงตาง ๆ 4. ใบงานที่ 4 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศาสตร์แขนงอื่น 5. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพวัฒนาพานิช ์ จำกัด
36 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 1. ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู แนวทางการพัฒนา 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู แนวทางแกไข 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู ลงชื่อ ผูสอน / / 10. กระบวนการจัดการเรียนรู
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 1. มีวินัย 2. ใฝเรียนรู 3. มุงมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ ความรู 1. ที่มาของกฎหมาย 2. ระบบกฎหมาย ที่มาของกฎหมาย และระบบกฎหมาย ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. ศึกษาคนควาและทำรายงาน เกี่ยวกับที่มาของกฎหมายและ ระบบกฎหมาย 2. ศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับ ที่มาของกฎหมายและระบบ กฎหมาย ทักษะ/กระบวนการ 1. การสื่อสาร 2. การคิด 3. การแกปญหา 4. การใชทักษะชีวิต 5. การใชเทคโนโลยี ผังมโนทัศน์เปาหมายการเรียนรูและขอบขายภาระงาน ที่มาของกฎหมาย และระบบกฎหมาย 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ เวลา 2 ชั่วโมง
38 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่2 ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย ขั้นที่ 1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ผลการเรียนรู รู้และเข้าใจเกี่ยวกับที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษา วิชากฎหมาย ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเข้าใจว่า... กฎหมายมีที่มาจาก 2 ทาง คือ กฎหมาย ลายลักษณอักษรและกฎหมายที่ไมเปนลายลักษณ อักษร กฎหมายนิยมแบงเปน 2 ระบบ ไดแก ระบบกฎหมายลายลักษณอักษร และระบบ กฎหมายที่ไมเปนลายลักษณอักษร คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน 1. กฎหมายมีที่มาอย่างไร 2. กฎหมายแบงออกเป็นกี่ระบบ อะไรบ้าง ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะรู้ว่า... 1. คำสำคัญ ได้แก่ ราชกิจจานุเบกษา กฎหมาย สิบสองโตะ พระธรรมศาสตรกฎหมาย- ตราสามดวง 2. การศึกษาถึงที่มาของกฎหมายทำใหเขาใจถึง ตนกำเนิดของกฎหมายหรือกฎเกณฑความ ประพฤติของมนุษยวามีที่มาอยางไรและ ความคลี่คลายขยายตัวของกฎเกณฑเหลานั้น จนปรากฏเปนลักษณะของระบบกฎหมายที่ ประกอบดวยกฎเกณฑที่มีลักษณะละเอียด ออนและสลับซับซอนในปจจุบัน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่ ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. อธิบายที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย ได้ 2. วิเคราะห์ที่มาของระบบกฎหมาย และจำแนก ระบบกฎหมายที่ประเทศไทยและประเทศอื่น ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรูซึ่งเปนหลักฐานที่แสดงวานักเรียนมีผลการเรียนรู ตามที่กำหนดไวอยางแทจริง 1. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ 1.1 ศึกษาค้นคว้าและทำรายงานเกี่ยวกับที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย 1.2 ศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย
คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 39 2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู 2.1 วิธีการประเมินผลการเรียนรู 1) การทดสอบ 2) การประเมินผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) การประเมินดานทักษะ/ก ้ระบวนการ 2.2 เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) แบบประเมินดานทักษะ/กระบวนการ ้ 3. สิ่งที่มุงประเมิน 3.1 ความสามารถ 6 ด้าน ได้แก่ การอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ ดัดแปลง และนำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึก ของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง 3.2 สมรรถนะสำคัญ ไดแก ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3.3 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ไดแก รักชาติศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย เวลา 2 ชั่วโมง
40 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 แผนการจัดการเรียนรู้ที่4 ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ที่มาของกฎหมาย และระบบกฎหมาย เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสำคัญ การศึกษาถึงที่มาของกฎหมายทำใหเขาใจถึงตนกำเนิดของกฎหมายหรือกฎเกณฑความประพฤติ ของมนุษยวามีที่มาอยางไรและความคลี่คลายขยายตัวของกฎเกณฑเหลานั้นจนปรากฏเปนลักษณะ ของระบบกฎหมายที่ประกอบดวยกฎเกณฑที่มีลักษณะละเอียดออนและสลับซับซอนในปจจุบัน 2. ผลการเรียนรู รู้และเข้าใจเกี่ยวกับที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาวิชา กฎหมาย 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายถึงที่มาของกฎหมายหรือบ่อเกิดของกฎหมายได้ (K) 2. บอกที่มาของกฎหมายที่ใช้อยู่ในประเทศไทยในปัจจุบันได้ (K) 3. วิเคราะห์ที่มาของกฎหมายที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ (P) 4. จำแนกระบบกฎหมายที่ใช้อยู่ในบางประเทศที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยได้ (P) 5. เห็นคุณค่าและความสำคัญของกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่บัญญัติขึ้นโดยฝ่ายต่าง ๆ (A) 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดานความรู(K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน 2. ซักถามความรูเกี่ยวกับที่มา ้ ของกฎหมายและระบบ กฎหมาย 3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในดาน ความมีวินัย ความใฝเรียนรู ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ
คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 41 5. สาระการเรียนรู 1. ที่มาของกฎหมาย 2. ระบบกฎหมาย 6. แนวทางบูรณาการ ภาษาไทย • ฟัง พูด อ่าน และเขียนเกี่ยวกับที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย การงานอาชีพฯ • จัดป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับ “วิวัฒนาการระบบกฎหมายไทย” และ สืบคนข้ อมูลจากอินเทอร ้ ์เน็ตเกี่ยวกับที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย 7. กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้นที่ 1 นำเขาสูบทเรียน 1. ครูแจ้งผลการเรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบว่า กฎเกณฑ์ต่าง ๆ จารีต ประเพณีและกฎหมายที่ใช้อยู่ในสังคมไทยแต่ละยุคสมัยย่อมมีที่มาหรือบ่อเกิดที่แตกต่างกัน นักเรียน จะได้ช่วยกันวิเคราะห์ถึงที่มาของกฎหมายประเภทต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ในการศึกษา เกี่ยวกับระบบกฎหมาย ตลอดจนที่มาของกฎหมายทำให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้มาใช้วิเคราะห์ กฎหมายที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันได้ 2. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน 3. ครูใหนักเรียนดูภาพการดำรงชีวิตและวิถีชีวิตของคนในสังคมไทยสมัยโบราณ ้ เพื่อเปรียบเทียบ กับสมัยปัจจุบันว่ามีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง ขั้นที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู 4. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน แบ่งกันรับผิดชอบศึกษาเนื้อหาคนละ 1 หัวข้อ ดังนี้ 1) ที่มาหรือบ่อเกิดของกฎหมายลายลักษณ์อักษร 2) กฎหมายลายลักษณ์อักษรที่บัญญัติขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติ 3) กฎหมายลายลักษณ์อักษรที่บัญญัติขึ้นโดยฝ่ายบริหาร 4) กฎหมายลายลักษณ์อักษรที่บัญญัติขึ้นโดยองค์กรปกครองสวนทองถิ่น 5) ลักษณะสำคัญของกฎหมายจารีตประเพณี 6) หลักกฎหมายทั่วไป (หมายเหตุ การแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นการแบ่งกลุ่มล่วงหน้าให้ไปศึกษาค้นคว้าข้อมูลก่อนถึง ชั่วโมงเรียน) 5. ครูให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากห้องสมุดโรงเรียน หอสมุดคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ศึกษาค้นคว้าในหนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช จำกัด 6. ครูใหนักเรียนแต ้ละกลุ่ มสรุปข ่ อมูลที่ได ้ จากการศึกษาค ้นคว้ าในรูป ้แบบรายงานรายบุคคลตาม หัวข้อที่ตนรับผิดชอบ
42 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 7. เมื่อทำกิจกรรมล่วงหน้าก่อนเข้าชั้นเรียนเสร็จทุกกลุ่มแล้ว เมื่อเข้าสู่ชั้นเรียนครูให้นักเรียนจัด กลุมใหม ่ ่ ใหมีสมาชิกเท ้ ากับกลุ ่ มเดิม ่ และสมาชิกแตละคนจะต่องมาจากกลุ้ มเดิมอยาง ่ นอยกลุมละ่ 1 คน 8. สมาชิกของกลุ่มใหม่แต่ละคนจะต้องถ่ายทอดสิ่งที่ตนศึกษาจากกลุ่มเดิมให้เพื่อนฟังจนครบ ทุกคนทุกหัวข้อ 9. ครูสุมนักเรียนออกมานำเสนอ ่ผลการศึกษาหนาชั้นเรียนในหัวข ้ อที่เพื่อน ้ๆ ในหองเป็นผู ้ กำหนด ้ และนักเรียนทุกคนนำรายงานมาส่งครูตามหัวข้อที่ตนรับผิดชอบ 10. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนที่นั่งใกล้เคียงกันออกเปนกลุม กลุมละ 2–4 คน จำนวน 11 กลุ่ม เพื่อ ศึกษาความรู้จากหนังสือเรียน ห้องสมุด หรืออินเทอร์เน็ต กลุมละ 1 หัวขอ ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ศึกษาเรื่อง ที่มาหรือบ่อเกิดของกฎหมายโดยทั่วไป กลุ่มที่ 2 ศึกษาเรื่อง กฎหมายลายลักษณ์อักษรที่มาจากฝ่ายนิติบัญญัติ กลุ่มที่ 3 ศึกษาเรื่อง กฎหมายลายลักษณ์อักษรที่มาจากฝ่ายบริหาร กลุ่มที่ 4 ศึกษาเรื่อง กฎหมายลายลักษณ์อักษรที่มาจากองค์กรปกครองสวนทองถิ่น กลุ่มที่ 5 ศึกษาเรื่อง กฎหมายที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรที่มาจากจารีตประเพณี กลุ่มที่ 6 ศึกษาเรื่อง กฎหมายที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรที่มาจากกฎหมายทั่วไป กลุ่มที่ 7 ศึกษาเรื่อง ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษรหรือระบบประมวลกฎหมาย กลุ่มที่ 8 ศึกษาเรื่อง ระบบกฎหมายที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือระบบกฎหมายจารีต ประเพณี กลุ่มที่ 9 ศึกษาเรื่อง ระบบกฎหมายโซเซียลลิสต์ กลุ่มที่ 10 ศึกษาเรื่อง ระบบกฎหมายศาสนา กลุ่มที่ 11 ศึกษาเรื่อง ความเป็นมาของกฎหมายไทยก่อนการใช้ระบบประมวลกฎหมาย 11. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นตามประเด็นหัวข้ออภิปราย ใช้เหตุผล หลักการ หรือกฎเกณฑ์ตามหลักวิชากฎหมาย 12. ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นโต้แย้งตามหลักการ ข้อเท็จจริง และเหตุผล ปรับความคิด ของตนให้เข้ากับกลุ่มเพื่อน 13. ครูใหนักเรียนทุกกลุ ้ มสรุปประเด็นอภิปรายเป็นความคิดเห็นของกลุ ่ม่ บันทึกลงในแบบบันทึก ผลการอภิปรายเรื่อง ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย 14. ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมารายงานผลการอภิปรายหน้าชั้นเรียน พรอมทั้งเปิดโอกาส ให้เพื่อนกลุ่มอื่นวิจารณ์แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม 15. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลและเปนกลุม 16. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูที่ไดรับจากการอภิปรายเกี่ยวกับที่มาของกฎหมายและ ระบบกฎหมาย ขั้นที่ 3 ฝกฝนผูเรียน 17. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย
คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 43 18. ครูให้นักเรียนช่วยกันจัดป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับ “วิวัฒนาการระบบกฎหมายไทย” (ช่วยกันทำในช่วงคาบเรียนอิสระ พักกลางวัน และตอนเย็นหลังเลิกเรียน) 19. ครูให้นักเรียนช่วยกันเขียนบทสัมภาษณ์บุคคลในอาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เช่น นิติกร ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา อาจารย์ผู้สอนวิชากฎหมาย ฯลฯ โดยนักเรียนจะตกลงแบ่งกัน ไปสัมภาษณ์ในเวลา 1 สัปดาห์ จากนั้นนำผลงานที่ได้จากการสัมภาษณ์มาติดที่ป้ายนิเทศวิวัฒนาการ ระบบกฎหมายของไทย แลวให้คณะกรรมการที่นักเรียนเลือกไว้ 3 คน ช่วยกันตัดสินว่ากลุ่มใดสามารถ สัมภาษณ์ได้น่าสนใจที่สุด และมอบรางวัลให้นักเรียนกลุ่มนั้น ขั้นที่ 4 นำไปใช 20. ครูแนะนำใหนักเรียนอธิบายเรื่อง ้ ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย ใหคนในครอบครัวฟ ้งั ขั้นที่ 5 สรุป 21. ครูให้นักเรียนทุกคนช่วยกันสรุปผลการศึกษาเรื่อง ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย ครู ช่วยดูแลความถูกต้อง ขณะที่นักเรียนช่วยกันสรุป แลวใหแตละคนบันทึกลงในแบบบันทึกความรู 22. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน และช่วยกันเฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบและประเมิน ผลการเรียนรู้ของนักเรียน 8. กิจกรรมเสนอแนะ 1. ครูและนักเรียนจัดโต้วาทีในญัตติที่เกี่ยวข้องกับระบบกฎหมาย เช่น ระบบกฎหมาย ลายลักษณ์อักษรเหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุด 2. ครูนำนักเรียนไปทัศนศึกษายังรัฐสภา และสร้างสถานการณ์จำลองเกี่ยวกับขั้นตอนในการ ออกพระราชบัญญัติ 3. ครูนำนักเรียนไปตอบปัญหากฎหมาย ณ หน่วยงานจากภายนอกทั้งของภาครัฐและเอกชนที่มี หนังสือเชิญไปร่วม เช่น ศาล มหาวิทยาลัย เป็นต้น 9. สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2. ภาพการดำรงชีวิตและวิถีชีวิตของคนในสังคมไทยสมัยโบราณกับสมัยปัจจุบัน 3. แบบบันทึกผลการอภิปราย เรื่อง ที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย 4. แบบบันทึกความรู้ 5. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพวัฒนาพานิช ์ จำกัด
44 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรูม. 4–6 1. ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู แนวทางการพัฒนา 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู แนวทางแกไข 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู ลงชื่อ ผูสอน / / 10. กระบวนการจัดการเรียนรู