The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

26 53-01-0374 แผนฯ กฏหมายที่ประชาชนควรรู้ ม 4-6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pagemaha, 2023-09-29 21:23:04

26 53-01-0374 แผนฯ กฏหมายที่ประชาชนควรรู้ ม 4-6

26 53-01-0374 แผนฯ กฏหมายที่ประชาชนควรรู้ ม 4-6

คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 95 ขั้น​ที่ 2 ภาระงาน​และ​การ​ประเมิน​ผลการเรียน​รู​ซึ่ง​เปนหลักฐาน​ที่แสดง​วานักเรียน​มี​ผลการเรียน​รู ตามที่​กำหนด​ไวอยาง​แทจริง 1. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ • ศึกษาค้นคว้า อภิปราย และนำเสนอผลการศึกษาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร ​และบัตรประจำตัวประฃาชน 2. วิธีการ​และเครื่องมือ​ประเมิน​ผลการเรียน​รู 2.1 วิธีการประเมินผลการเรียนรู 1) การทดสอบ 2) การประเมินผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) การประเมินดานทักษะ/ก ้ระบวนการ 2.2 เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) แบบประเมินดานทักษะ/กระบวนการ ้ 3. สิ่ง​ที่​มุงประเมิน 3.1 ความสามารถ 6 ด้าน ได้แก่ การอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ ดัดแปลง และนำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึก ของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง 3.2 สมรรถนะสำคัญ ไดแก ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ​ความสามารถ ในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3.3 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ไดแก รักชาติศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย ​และมีจิตสาธารณะ ขั้น​ที่ 3 แผนการ​จัดการ​เรียน​รู​ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน เวลา 2 ชั่วโมง


96 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 แผนการจัดการเรียนรู้ที่13 กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน ​สังคมศึกษา ศาสนา และ​วัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสำคัญ กฎหมายวาดวยการทะเบียนราษฎรเปนกฎหมายที่มีความสำคัญเกี่ยวกับสถานะของบุคคล การ เปลี่ยนแปลงประชากร เชน การเกิด การตาย และการยายที่อยู เปนตน ​เปนหนาที่ของประชาชนทุกคน ที่จะตองปฏิบัติหรือการดำเนินการใหถูกตองตามกฎหมายวาดวยการทะเบียนราษฎร ถาฝาฝนจะมีความผิด และถูกลงโทษ สวนกฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน​​กำหนดใหบุคคลผูมีสัญชาติไทยที่มีอายุ 15 ปบริบูรณ ​จะตองมีบัตรประจำตัวประชาชน โดย​​​ตองปฏิบัติตามหลักเกณฑของการปฏิบัติตนเพื่อ ขอมีบัตรตามที่กฎหมายกำหนดไว 2. ผลการเรียนรู รู ​เขาใจ และตระหนักในความสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัว ประชาชน รวมทั้งสามารถนำไปปฏิบัติไดอยางถูกตอง 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. รูและเขาใจกฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน (K) 2. บอกระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการแจงเกิด แจงตาย และแจงยายที่อยู การขอมีบัตรประจำตัว ประชาชน ​ตลอดจนการแจงการสรางบานและการรื้อบานได(K) 3. ตระหนักในความสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน (A) 4. ปฏิบัติตนตามหลักกฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนไดอยางถูกตอง (P)


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 97 5. สาระการเรียนรู 1. การแจ้งเกิด 2. การแจ้งตาย 3. การย้ายที่อยู่ 4. ทะเบียนบ้าน 5. การสร้างบ้านและการรื้อบ้าน 6. กฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน 6. แนวทางการบูรณาการ ภาษาไทย • ฟัง พูด อ่าน และเขียนที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน การงานอาชีพฯ • ออกแบบแผนที่ความคิดที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียน ราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน 7. กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้น​ที่ 1 นำ​เขาสู​บทเรียน 1. ครูแจงผลการเรียนรูและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบวา นักเรียนจะไดศึกษา กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อใหตระหนักถึงความสำคัญ และ สามารถนำไปปฏิบัติไดอยางถูกตอง 2. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรียน 3. ครูใหนักเรียนดูตัวอยางสำเนาทะเบียนบาน สูติบัตร และมรณบัตร แลวซักถามนักเรียนวา เคยเห็นเอกสารเหลานี้หรือไม และคิดวาเอกสารเหลานี้มีความเกี่ยวของกับตนเองอยางไร 4. ครูเฉลยวา เอกสารเหลานี้คือ สำเนาทะเบียนบาน สูติบัตร และมรณบัตร เปนเอกสารที่ใชเปน หลักฐานทางทะเบียนราษฎร ซึ่งประชาชนทุกคนตองรูและปฏิบัติตาม ดาน​ความรู(K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ทดสอบก่อนเรียนและหลัง เรียน 2. ซักถามความรู้เกี่ยวกับ หลักกฎหมายที่เกี่ยวกับการ ทะเบียนราษฎรและบัตร ประจำตัวประชาชน 3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในดาน ความมีวินัย ความใฝ​เรียนรู ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู


98 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 5. ครูแจกบัตรหมายเลข 1–6 ใหแกนักเรียนทุกคน คนละ 1 หมายเลข โดยไมเจาะจงวาใคร จะไดหมายเลขใด 6. ครูแบงนักเรียนออกเปน 6 กลุม โดยสมาชิกของแตละกลุมจะมีบัตรหมายเลข 1–6 อยูในมือ ทุกคน 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมเลือกประธาน เลขานุการ และกำหนดหนาที่รับผิดชอบของสมาชิก ในกลุม ขั้น​ที่ 2 กิจ​กรรมการ​เรียนรู 8. ครูใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันวางแผนการทำงานโดยศึกษาจากจุดประสงคการเรียนรู เปนหลัก ครูช วยใหคำแนะนำจนไดประเด็นที่จะศึกษา และมอบหมายใหแต ละกลุ มรับผิดชอบ กลุมละ 1 ประเด็น ดังนี้ กลุมที่ 1 ศึกษาเรื่อง การแจงเกิด กลุมที่ 2 ศึกษาเรื่อง การแจงตาย กลุมที่ 3 ศึกษาเรื่อง การยายที่อยู กลุมที่ 4 ศึกษาเรื่อง ทะเบียนบาน กลุมที่ 5 ศึกษาเรื่อง การสรางบานและการรื้อบาน กลุมที่ 6 ศึกษาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับประจำตัวประชาชน 9. ครูใหนักเรียนแตละกลุมกำหนดหนาที่ของสมาชิกทุกคนในการทำงานรวมกัน เชน 1) การเปนตัวแทนกลุมในการนำเสนอผลงานรวมกับตัวแทนของกลุมอื่น 2) การแสดงความคิดเห็น 3) การคนควาเพิ่มเติม 4) การเขียนบทพูดเพื่อใชในการแสดงละคร หรือการแสดงบทบาทสมมุติ 5) การทำอุปกรณสำหรับเลนเกมหรือละคร 10. เมื่อทำกิจกรรมเสร็จทุกกลุมแลว ครูใหนักเรียนที่ไดหมายเลขเดียวกันเคลื่อนยายมานั่งรวมกัน เปนกลุมใหม โดยใหนักเรียนที่มาจากแตละกลุมถายทอดความรูที่ไดรับจากกลุมเดิมใหเพื่อนคนอื่น ๆ ตามกิจกรรมและประเด็นที่ศึกษามาจนครบทุกกลุม 11. ครูใหนักเรียนเลือกตัวแทนกลุมไวเพื่อออกมารายงานผลการศึกษาหนาชั้นเรียน 12. ครูใหตัวแทนของแตละกลุมออกมารายงานผลการศึกษากิจกรรมกลุมละ 1 คน จนครบ 6 กลุม 13. เมื่อตัวแทน​​ของแตละกลุมรายงานผลการศึกษาที่รับผิดชอบรวมกันแลว เปดโอกาสใหเพื่อน นักเรียนทุกคนมีสวนรวมโดยการซักถาม และแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม 14. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูที่ไดรับจากการทำกิจกรรม โดยใหนักเรียนสรุปเปนแผนที่ ความคิด 15. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลและเปนกลุม


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 99 ขั้น​ที่ 3 ฝกฝน​ผูเรียน 16. ครูใหนักเรียนทำใบงานเรื่อง ​กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัว ประชาชน 17. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตร ประจำตัวประชาชน ขั้น​ที่ 4 นำ​ไป​ใช 18. ครูแนะนำใหนักเรียนนำความรูที่ไดจากการศึกษาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ขั้น​ที่ 5 สรุป 19. ครูใหนักเรียนชวยกันสรุปความรูที่ไดจากการศึกษาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อเปนแนวทางในการปฏิบัติไดอยางถูกตอง แลวใหแตละคนบันทึกลงใน แบบบันทึกความรูเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน 20. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน และชวยกันเฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบและประเมิน ผลการเรียนรูของนักเรียน 8. กิจกรรมเสนอแนะ ใหนักเรียนที่มีประสบการณในการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหลายเรื่อง และกฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน ออกมาเลาประสบการณของตนให เพื่อน ๆ ฟงหนาชั้นเรียน แลวใหแตละคนซักถามประเด็นที่ยังสงสัยหรือไมเขาใจ จากนั้นครูสรุป สาระสำคัญใหนักเรียนฟง 9. สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2. ตัวอย่างสำเนาทะเบียนบ้าน สูติบัตร และมรณบัตร 3. บัตรหมายเลข 4. ใบงานเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน 5. แบบบันทึกความรู้เรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน 6. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ​ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพวัฒนาพานิช ์ จำกัด


100 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 1. ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู แนวทางการพัฒนา 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู แนวทางแกไข 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู ลงชื่อ ผูสอน / / 10. กระบวนการจัดการเรียนรู


คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 1. ซื่อสัตยสุจริต 2. มีวินัย 3. ใฝเรียนรู 4. มีจิตสาธารณะ ความรู 1. การปฏิบัติตอเด็ก 2. การสงเคราะหเด็ก 3. การคุมครองสวัสดิภาพเด็ก 4. การสงเสริมความประพฤตินักเรียน และนักศึกษา 5. บทกำหนดโทษ กฎหมายเกี่ยวกับ การคุมครอง​เด็ก ภาระงาน/ชิ้นงาน • ศึกษาคนควา อภิปราย และ นำเสนอขอมูลกฎหมาย เกี่ยวกับการคุมครองเด็ก ทักษะ/กระบวนการ 1. การสื่อสาร 2. การคิด 3. การแกปญหา 4. การใชทักษะชีวิต 5. การใชเทคโนโลยี ผังมโนทัศน์​เปาหมาย​การเรียน​รูและขอบ​ขาย​ภาระ​งาน กฎหมายเกี่ยวกับ ​การคุมครอง​เด็ก​ 10 หน่วยการเรียนรู้ที่ เวลา 2 ชั่วโมง


102 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่10 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง​เด็ก ขั้น​ที่ 1 ผลลัพธป​ลาย​ทาง​ที่​ตองการให​เกิด​ขึ้น​กับ​นักเรียน ผลการเรียน​รู รู้ เข้าใจ และตระหนักในความสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก ​รวมทั้งสามารถ นำไปปฏิบัติไดอยางถูกตอง ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเข้าใจว่า... พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ. 2546 เปนกฎหมายที่คุมครองเด็กใหมีความประพฤติ ที่เหมาะสม ปองกันมิใหเด็กถูกทารุณกรรมและ เปนเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชนโดย มิชอบ คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน พระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ. 2546 เปนกฎหมายที่บัญญัติเกี่ยวกับอะไร และมี ประโยชนตอตัวเด็กอยางไรบาง ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะรู้ว่า... 1. คำสำคัญ ไดแก สวัสดิภาพ ศาลเยาวชนและครอบครัว 2. กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็กเปน กฎหมายที่คุมครองสวัสดิภาพและสงเสริม ความประพฤติเด็กใหมีความเหมาะสม โดยได กำหนดขั้นตอนและปรับปรุงวิธีปฏิบัติตอเด็ก ในเรื่องของการอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน และวิธีการปฏิบัติเพื่อใหเด็กมีพัฒนาการที่ เหมาะสม ซึ่งจะสงผลใหสถาบันครอบครัว มีความมั่นคง ปองกันการทารุณกรรมเด็ก และปองกันมิใหเด็กตกเปนเครื่องมือในการ แสวงหาผลประโยชนโดยมิชอบหรือถูกเลือก ปฏิบัติโดยไมเปนธรรม ​ตลอดจนสงเสริม ความรวมมือในการคุมครองเด็กระหวาง หนวยงานของรัฐและเอกชน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่ ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. อธิบายกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก 2. ปฏิบัติตนตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง เด็ก


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   103 ขั้น​ที่ 2 ภาระงาน​และ​การ​ประเมิน​ผลการเรียน​รู​ซึ่ง​เปนหลักฐาน​ที่แสดง​วานักเรียน​มี​ผลการเรียน​รู ตามที่​กำหนด​ไวอยาง​แทจริง 1. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ • ศึกษาค้นคว้า อภิปราย และนำเสนอขอมูลกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก 2. วิธีการ​และเครื่องมือ​ประเมิน​ผลการเรียน​รู 2.1 วิธีการประเมินผลการเรียนรู 1) การทดสอบ 2) การประเมินผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) การประเมินดานทักษะ/ก ้ระบวนการ 2.2 เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) แบบประเมินดานทักษะ/กระบวนการ ้ 3. สิ่ง​ที่​มุงประเมิน 3.1 ความสามารถ 6 ด้าน ได้แก่ การอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ ดัดแปลง และนำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึก ของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง 3.2 สมรรถนะสำคัญ ไดแก ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ​ความสามารถ ในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3.3 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ​ไดแก รักชาติศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ ขั้น​ที่ 3 แผนการ​จัดการ​เรียน​รู​ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก เวลา 2 ชั่วโมง


104 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 แผนการจัดการเรียนรู้ที่14 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง​เด็ก​ สังคมศึกษา ศาสนา และ​วัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง​เด็ก เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสำคัญ กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็กเปนกฎหมายที่คุมครองสวัสดิภาพและสงเสริมความประพฤติ เด็กใหมีความเหมาะสม โดยไดกำหนดขั้นตอนและปรับปรุงวิธีปฏิบัติตอเด็กเกี่ยวกับการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และวิธีการสงเสริมใหเด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสม ซึ่งจะสงผลใหสถาบันครอบครัวมี ความมั่นคง ปองกันการทารุณกรรมเด็กและมิใหเด็กตกเปนเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน โดยมิชอบหรือถูกเลือกปฏิบัติโดยไมเปนธรรม และสงเสริมความรวมมือในการคุมครองเด็กระหวาง หนวยงานของรัฐและเอกชน เพื่อใหสอดคลองกับอนุสัญญาวาดวยสิทธิเด็ก รัฐธรรมนูญ และแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ 2. ผลการเรียนรู รู​ ​เขาใจ และตระหนักในความสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก รวมทั้งสามารถนำไป ปฏิบัติไดอยางถูกตอง 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายเนื้อหาสาระที่สำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็กแตละเรื่อง เชน การปฏิบัติ ตอเด็ก การสงเคราะหเด็ก การคุมครองสวัสดิภาพเด็กได(K) 2. ตระหนักและเห็นความสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก (A) 3. แนะนำใหผูอื่นรูถึงสิทธิและหนาที่ของตนที่จะไดรับการคุมครองตามกฎหมายเกี่ยวกับการ คุมครองเด็ก (P) 4. ปฏิบัติตนตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็กไดอยางถูกตองและเหมาะสม (P) 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดาน​ความรู(K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ทดสอบก่อนเรียนและหลัง เรียน 2. ซักถามความรู้เกี่ยวกับ กฎหมายเกี่ยวกับการ คุมครองเด็ก 3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในดาน ความมีวินัย ความใฝเรียนรู ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   105 5. สาระการเรียนรู 1. การปฏิบัติตอเด็ก 2. การสงเคราะหเด็ก 3. การคุมครองสวัสดิภาพเด็ก 4. การสงเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา 5. บทกำหนดโทษ 6. แนวทางการบูรณาการ ภาษาไทย • ฟง พูด อาน และเขียนเรื่องที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก การงานอาชีพฯ • ออกแบบแผนที่ความคิดที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง เด็กในรูปแบบของ PowerPoint ศิลปะ • แสดงละครหรือแสดงบทบาทสมมุติที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการ คุมครองเด็ก 7. กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้น​ที่ 1 นำ​เขาสู​บทเรียน 1. ครูแจงผลการเรียนรูและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบวา นักเรียนแตละกลุมจะได ชวยกันศึกษาวิเคราะหในเรื่องที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็กวาเปนกฎหมายที่คุมครอง สวัสดิภาพและสงเสริมความประพฤติเด็กใหมีความเหมาะสม ซึ่งจะสงผลใหสถาบันครอบครัวมีความ มั่นคง 2. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรียน 3. ครูแจกหมายเลข 1–5 ใหกับนักเรียนทุกคน คนละ 1 หมายเลข โดยไมเจาะจงวาใครจะได หมายเลขใด 4. ครูใหนักเรียนที่ไดหมายเลขเดียวกันใหมานั่งรวมกันเปนกลุมตามแผนผังที่ครูเขียนไวบน กระดานดำ 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมเลือกประธานและเลขานุการกลุม ​พรอมทั้งกำหนดหนาที่รับผิดชอบ ของสมาชิกในกลุม ขั้น​ที่ 2 กิจ​กรรมการ​เรียนรู 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันวางแผนการทำงานโดยศึกษาจากจุดประสงคการเรียนรูเปนหลัก ครูชวยใหคำแนะนำจนไดประเด็นที่จะศึกษา และมอบหมายใหแตละกลุมรับผิดชอบกลุมละ 1 ประเด็น ดังนี้ กลุมที่ 1 ศึกษาเรื่อง การปฏิบัติตอเด็ก กลุมที่ 2 ศึกษาเรื่อง ​การสงเคราะหเด็ก กลุมที่ 3 ศึกษาเรื่อง การคุมครองสวัสดิภาพเด็ก กลุมที่ 4 ศึกษาเรื่อง ​การสงเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา กลุมที่ 5 ศึกษาเรื่อง บทกำหนดโทษ


106 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมกำหนดหนาที่ของสมาชิกแตละคนในการทำงานรวมกัน เชน 1) การแสดงความคิดเห็น 2) การจดบันทึกความคิดเห็นของกลุม 3) การคนควาเพิ่มเติม 4) การเขียนบทพูดเพื่อใชในการแสดงละครหรือบทบาทสมมุติ 5) การทำอุปกรณสำหรับเลนเกม ฯลฯ 8. หลังจากที่แตละกลุมปฏิบัติกิจกรรมเสร็จแลว ครูใหตัวแทนนักเรียนแตละกลุมออกมาเสนองาน ที่รับผิดชอบรวมกันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ดังนี้ 1) การรายงานหนาชั้นเรียน 2) การเลนเกม 3) การแสดงบทบาทสมมุติหรือการแสดงละคร 9. เมื่อตัวแทนนักเรียนแตละกลุมเสนองานที่รับผิดชอบรวมกันแลว เปดโอกาสใหเพื่อนนักเรียน ทุกคนมีสวนรวมโดยการซักถามและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ครูอธิบายเพิ่มเติม แลวใหแตละคน สรุปผลลงในแบบบันทึกผลการนำเสนอผลงานเรื่อง ​กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก 10. ครูใหตัวแทนนักเรียนแตละกลุมเปลี่ยนกันออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรายงาน การเสนอผลงาน หรือการแสดงละคร การแสดงบทบาทสมมุติฯลฯ ติชมการทำงานเพื่อนำไปสูการ ปรับปรุงแกไขในครั้งตอไป 11. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลและเปนกลุม ขั้น​ที่ 3 ฝกฝน​ผูเรียน 12. ครูใหนักเรียนทำใบงานเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก 13. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก และชวยกันเฉลย คำตอบ ขั้น​ที่ 4 นำ​ไป​ใช 14. ครูแนะนำใหนักเรียนนำความรูที่ไดจากการศึกษาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองเด็ก ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ขั้น​ที่ 5 สรุป 15. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปความรูที่ไดรับจากการศึกษาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง เด็กโดยใหนักเรียนสรุปเปนแผนที่ความคิดในรูปแบบของ PowerPoint 16. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน และชวยกันเฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบและประเมินผล การเรียนรูของนักเรียน


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   107 8. กิจกรรมเสนอแนะ ครูใหนักเรียนรวบรวมขาวจากสื่อตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับกฎหมายการคุมครองเด็ก เชน การใช แรงงานเด็ก การลวงละเมิดทางเพศตอเด็ก เปนตน แลวจัดทำเปนสมุดขาว การคุมครองสิทธิเด็ก 9. สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2. บัตรหมายเลข 3. ใบงานเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก 4. แบบบันทึกผลการนำเสนอผลงานเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองเด็ก 5. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพวัฒนาพานิช ์ จำกัด 10. กระบวนการจัดการเรียนรู 1. ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู แนวทางการพัฒนา 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู แนวทางแกไข 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู ลงชื่อ ผูสอน / /


คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 1. มีวินัย 2. ใฝเรียนรู 3. อยูอยางพอเพียง 4. มีจิตสาธารณะ ความรู 1. พระราชบัญญัติคุมครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 2. พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ผูบริโภค พ.ศ. 2551 กฎหมายเกี่ยวกับ การ​คุมครอง ผู​บริโภค ภาระงาน/ชิ้นงาน • ศึกษาคนควาและนำเสนอ เรื่องที่เกี่ยวของกับกฎหมาย เกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค ทักษะ/กระบวนการ 1. การสื่อสาร 2. การคิด 3. การแกปญหา 4. การใชทักษะชีวิต 5. การใชเทคโนโลยี ผังมโนทัศน์​เปาหมาย​การเรียน​รูและขอบ​ขาย​ภาระ​งาน กฎหมายเกี่ยวกับ ​การคุมครองผู​บริโภค​ 11 หน่วยการเรียนรู้ที่ เวลา 2 ชั่วโมง


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   109 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่11 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผู​บริโภค ขั้น​ที่ 1 ผลลัพธป​ลาย​ทาง​ที่​ตองการให​เกิด​ขึ้น​กับ​นักเรียน ผลการเรียน​รู รู้ เข้าใจ และตระหนักในความสำคัญของกฎหมายคุมครองผูบริโภค ​รวมทั้งสามารถ นำไปปฏิบัติไดอยางถูกตอง ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเข้าใจว่า... กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค เปนกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุมครองผูบริโภคให ไดรับความเปนธรรมจากการเลือกใชสินคาหรือ บริการตาง ๆ จากผูผลิตหรือจำหนายสินคาหรือ บริการเหลานั้น คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน กฎหมายคุมครองผูบริโภคเปนกฎหมายที่ กำหนดเกี่ยวกับเรื่องใด และกอใหเกิดประโยชน ตอประชาชนอยางไร ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะรู้ว่า... 1. คำสำคัญ ไดแก ​ผูบริโภค ​คาฤชาธรรมเนียม 2. กฎหมายคุมครองผูบริโภค ไดแก พระราชบัญญัติคุมครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 เปนกฎหมายที่กำหนดเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการ คุมครองผูบริโภค สำหรับในสวนของการ ดำเนินคดีที่เกี่ยวของกับการคุมครองผูบริโภค ในศาลยุติธรรมจะมีพระราชบัญญัติวิธี พิจารณาคดีผูบริโภค พ.ศ. 2551 มารองรับ กฎหมายฉบับนี้กำหนดใหผูพิพากษามีบทบาท สำคัญในการแสวงหาขอเท็จจริง รวมทั้งการ ดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีในศาล เชน การซักถามพยานเกี่ยวกับขอเท็จจริงเพื่อให การดำเนินคดีมีความสะดวก รวดเร็ว ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่ ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. บอกหลักการสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับ การคุมครองผูบริโภค 2. อธิบายวิธีการคุมครองผูบริโภคตามที่กำหนด ไวในกฎหมายคุมครองผูบริโภค ขั้น​ที่ 2 ภาระงาน​และ​การ​ประเมิน​ผลการเรียน​รู​ซึ่ง​เปนหลักฐาน​ที่แสดง​วานักเรียน​มี​ผลการเรียน​รู ตามที่​กำหนด​ไวอยาง​แทจริง 1. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ • ศึกษาค้นคว้าและนำเสนอขอมูลเกี่ยวกับกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค


110 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 2. วิธีการ​และเครื่องมือ​ประเมิน​ผลการเรียน​รู 2.1 วิธีการประเมินผลการเรียนรู 1) การทดสอบ 2) การประเมินผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) การประเมินดานทักษะ/ก ้ระบวนการ 2.2 เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 3) แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) แบบประเมินดานทักษะ/กระบวนการ ้ 3. สิ่ง​ที่​มุงประเมิน 3.1 ความสามารถ 6 ด้าน ได้แก่ การอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ ดัดแปลง และนำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึก ของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง 3.2 สมรรถนะสำคัญ ไดแก ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ​ความสามารถ ในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3.3 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ไดแก รักชาติศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย ​และมีจิตสาธารณะ ขั้น​ที่ 3 แผนการ​จัดการ​เรียน​รู​ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค เวลา 2 ชั่วโมง


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   111 แผนการจัดการเรียนรู้ที่15 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผู​บริโภค​ สังคมศึกษา ศาสนา และ​วัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หน่วยการเรียนรู้ที่ 11 กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง​ผู​บริโภค เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสำคัญ พระราชบัญญัติคุมครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 เปนกฎหมายที่กำหนดเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ การคุมครองผูบริโภค สำหรับในสวนของการดำเนินคดีที่เกี่ยวของกับการคุมครองผูบริโภคในศาลยุติธรรม จะมีพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค พ.ศ. 2551 มารองรับ กฎหมายฉบับนี้กำหนดใหผูพิพากษา มีบทบาทสำคัญในการแสวงหาขอเท็จจริง รวมทั้งการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีในศาล เชน การ ซักถามพยานเกี่ยวกับขอเท็จจริงเพื่อใหการดำเนินคดีมีความสะดวกรวดเร็ว 2. ผลการเรียนรู รูเขาใจ และตระหนักในความสำคัญของกฎหมายคุมครองผูบริโภค รวมทั้งสามารถนำไปปฏิบัติ ไดอยางถูกตอง 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายเนื้อหาสาระที่สำคัญของกฎหมายคุมครองผูบริโภคแตละเรื่องได(K) 2. ตระหนักและเห็นความสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค (A) 3. ปฏิบัติตนตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภคไดอยางถูกตอง (P) 4. แนะนำใหผูอื่นรูถึงสิทธิและหนาที่ของตนที่จะไดรับการคุมครองตามกฎหมายเกี่ยวกับการ คุมครองผูบริโภค (P) 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดาน​ความรู(K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ทดสอบก่อนเรียนและหลัง เรียน 2. ซักถามความรู้เกี่ยวกับ กฎหมายเกี่ยวกับการ คุมครองผูบริโภค 3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในดาน ความมีวินัย ความใฝ​เรียนรู ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ


112 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 5. สาระการเรียนรู 1. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 2. พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 6. แนวทางการบูรณาการ ภาษาไทย • ฟง พูด อาน และเขียนเรื่องที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง ผูบริโภค การงานอาชีพฯ • ออกแบบแผนที่ความคิดและสรุปความคิดรวบยอดที่เกี่ยวของกับกฎหมาย เกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภคในรูปแบบของ PowerPoint ศิลปะ • แสดงละครหรือแสดงบทบาทสมมุติที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการ คุมครองผูบริโภค 7. กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้น​ที่ 1 นำ​เขาสู​บทเรียน 1. ครูแจงผลการเรียนรูและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบวา นักเรียนแตละกลุมจะได ชวยกันศึกษา เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจในกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภคที่สำคัญ 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติคุมครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค พ.ศ. 2551 2. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรียน 3. ครูแจกหมายเลข 1–5 ใหกับนักเรียนทุกคน คนละ 1 หมายเลข โดยไมเจาะจงวาใครจะได หมายเลขใด 4. ครูใหนักเรียนที่ไดหมายเลขเดียวกันใหมานั่งรวมกันเปนกลุมตามแผนผังที่ครูเขียนไวบน กระดานดำ 5. ​​ครูใหนักเรียนแตละกลุมเลือกประธาน เลขานุการ และกำหนดหนาที่รับผิดชอบของสมาชิก ในกลุม ขั้น​ที่ 2 กิจ​กรรมการ​เรียนรู 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันวางแผนการทำงาน โดยศึกษาจากจุดประสงคการเรียนรู เปนหลัก ครูชวยใหคำแนะนำจนไดประเด็นที่จะศึกษา และมอบหมายใหแตละกลุมรับผิดชอบกลุมละ ประเด็น ดังนี้ กลุมที่ 1 ศึกษาเรื่อง สิทธิของผูบริโภค กลุมที่ 2 ศึกษาเรื่อง ​คณะกรรมการคุมครองผูบริโภค กลุมที่ 3 ศึกษาเรื่อง การคุมครองผูบริโภคดานการโฆษณา กลุมที่ 4 ศึกษาเรื่อง การคุมครองผูบริโภคในดานฉลากและสัญญา กลุมที่ 5 ​ศึกษาเรื่อง การอุทธรณและบทกำหนดโทษ 7. ครูใหนักเรียนแต่ละกลุ่มกำหนดหน้าที่ของสมาชิกแต่ละคนในการทำงานร่วมกัน เช่น 1) การแสดงความคิดเห็น


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   113 2) การจดบันทึกความคิดเห็นของกลุ่ม 3) การค้นคว้าเพิ่มเติม 4) การเขียนบทพูดเพื่อใช้ในการแสดงละคร หรือการแสดงบทบาทสมมุติ 5) การทำอุปกรณ์สำหรับเล่​นเกม 8. ครูนำสื่อคอมพิวเตอรชวยสอนมา​​เปดใหนักเรียนดู และใหนักเรียนมีสวนรวมในการคิด วิเคราะหความรูเกี่ยวกับกฎหมายคุมครองผูบริโภค 9. หลังจากที่แตละกลุมปฏิบัติกิจกรรมเสร็จแลว ​ครูใหแตละกลุมสงตัวแทนจำนวน 1 คน ออกมา นำเสนอผลงานรวมกับกลุมอื่น ๆ ในลักษณะของ 1) การรายงานหนาชั้นเรียน 2) การเลนเกม 3) การแสดงบทบาทสมมุติหรือการแสดงละคร 10. เมื่อตัวแทนนักเรียนแตละกลุมนำเสนอผลงานที่รับผิดชอบรวมกันแลว ​เปดโอกาสใหเพื่อน นักเรียนทุกคนมีสวนรวมโดยการซักถามและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม 11. ครูใหตัวแทนนักเรียนแตละกลุมเปลี่ยนกันออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรายงาน การนำเสนอผลงาน หรือการแสดงละคร หรือการแสดงบทบาทสมมุติฯลฯ ติชมการทำงานเพื่อนำไปสู การปรับปรุงแกไขในครั้งตอไป 12. ครูสรุปความรูจากการทำกิจกรรมใหนักเรียนฟง แลวใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันสรุปเนื้อหา ประเด็นที่กลุมของตนรับผิดชอบลงในแผนที่ความคิด (Mind Mapping) และสรุปเปนรายบุคคลลงใน แบบบันทึกความรูเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค 13. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลและเปนกลุม ขั้น​ที่ 3 ฝกฝน​ผูเรียน 14. ครูใหนักเรียนทำใบงานเรื่อง ​กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค 15. ครูใหนักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค และชวย กันเฉลยคำตอบ ขั้น​ที่ 4 นำ​ไป​ใช 16. ครูแนะนำใหนักเรียนนำความรูที่ไดจากการศึกษาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน 17. ครูแนะนำใหนักเรียนสำรวจสินคาและบริการตาง ๆ ที่มีอยูในชุมชนของตนเองวามีการละเมิด สิทธิของผูบริโภคหรือไม อยางไร ​แลวนำขอมูลมาแลกเปลี่ยนเรียนรูกันในชั้นเรียน ขั้น​ที่ 5 สรุป 18. ครูใหนักเรียนแตละคนสรุปความคิดรวบยอดของการศึกษาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง ผูบริโภค ​เปนเกมปริศนาอักษรไขว/สื่อคอมพิวเตอร(PowerPoint) สงครู 19. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน และชวยกันเฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบและประเมินผล การเรียนรูของนักเรียน


114 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 8. กิจกรรมเสนอแนะ ครูใหนักเรียนรวบรวมขาวเกี่ยวกับการกระทำการละเมิดสิทธิผูบริโภค แลวนำขาวนั้นมาชวยกัน วิเคราะหโดยใชความรูที่ไดจากการศึกษาเรื่อง ​กฎหมายเกี่ยวกับการคุมครองผูบริโภค 9. สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2. บัตรหมายเลข 3. สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 4. แบบบันทึกความรู้เรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค 5. ใบงานเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค 6. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพวัฒนาพานิช ์ จำกัด 10. กระบวนการจัดการเรียนรู 1. ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู แนวทางการพัฒนา 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู แนวทางแกไข 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู ลงชื่อ ผูสอน / /


คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 1. รักชาติศาสนกษัตริย 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มุงมั่นในการทำงาน 4. มีจิตสาธารณะ ความรู 1. ขั้นตอนการรับราชการทหาร 2. บุคคลผูไดรับการยกเวนไมตองไปแสดงตน เพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน 3. บุคคลผูไดรับการยกเวนไมตองรับราชการ ทหารกองประจำการ 4. บุคคลผูไดรับการผอนผันไมตองเขารับการ ตรวจเลือกเปนทหารกองประจำการ 5. บุคคลผูไดรับการผอนผันไมตองเรียกเขารับ ราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบหรือ ฝกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพรอม 6. การเปลี่ยนแปลงตำบลที่อยู ชื่อตัว หรือ ชื่อสกุล กฎหมายเกี่ยวกับ การ​รับราชการ​ทหาร ภาระงาน/ชิ้นงาน • อภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวของกับ กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการ ทหาร ทักษะ/กระบวนการ 1. การสื่อสาร 2. การคิด 3. การแกปญหา 4. การใชทักษะชีวิต 5. การใชเทคโนโลยี ผังมโนทัศน์​เปาหมาย​การเรียน​รูและขอบ​ขาย​ภาระ​งาน กฎหมายเกี่ยวกับ ​การรับราชการ​ทหาร​ 12 หน่วยการเรียนรู้ที่ เวลา 2 ชั่วโมง


116 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่12 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการ​ทหาร ขั้น​ที่ 1 ผลลัพธป​ลาย​ทาง​ที่​ตองการให​เกิด​ขึ้น​กับ​นักเรียน ผลการเรียน​รู รู้ เข้าใจ และเห็นความสำคัญของการรับราชการทหาร รวมทั้งปฏิบัติตนตามกฎหมายเกี่ยวกับ การรับราชการทหารไดอยางถูกตอง ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเข้าใจว่า... กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร กำหนดหลักเกณฑในการรับราชการทหารซึ่งเปน หนาที่ที่ชายไทยทุกคนตองปฏิบัติ คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร กำหนดเรื่องอะไรไวบาง ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะรู้ว่า... 1. คำสำคัญ ไดแก ภูมิลำเนาทหาร ทหารกองหนุน 2. กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหารเปน กฎหมายที่กำหนดหนาที่ของชนชาวไทย โดยเฉพาะอยางยิ่งชายไทยทุกคน ใหมีหนาที่ ปองกันและรักษาความมั่นคงใหกับประเทศ ชาติโดยการเขารับราชการทหารตามที่ กฎหมายกำหนด แตก็มีบุคคลบางประเภทที่ กฎหมายใหการผอนผันหรือยกเวนใหไมตอง เขารับราชการทหาร ซึ่งอาจจะเปนระยะเวลา หนึ่งหรือตลอดไปแลวแตกรณี ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่ ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. บอกหลักการสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการ รับราชการทหารได 2. ปฏิบัติตนตามกฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการ ทหารไดอยางถูกตอง 3. อธิบายขั้นตอนของการรับราชการทหารได ขั้น​ที่ 2 ภาระงาน​และ​การ​ประเมิน​ผลการเรียน​รู​ซึ่ง​เปนหลักฐาน​ที่แสดง​วานักเรียน​มี​ผลการเรียน​รู ตามที่​กำหนด​ไวอยาง​แทจริง 1. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ • อภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร 2. วิธีการ​และเครื่องมือ​ประเมิน​ผลการเรียน​รู 2.1 วิธีการประเมินผลการเรียนรู 1) การทดสอบ 2) การประเมินผลงาน/กิจกรรม เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม 2.2 เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   117 3) การประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) การประเมินดานทักษะ/ก ้ระบวนการ 3) แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม 4) แบบประเมินดานทักษะ/กระบวนการ ้ 3. สิ่ง​ที่​มุงประเมิน 3.1 ความสามารถ 6 ด้าน ได้แก่ การอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ ดัดแปลง และนำไปใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญและใส่ใจในความรู้สึก ของผู้อื่น และการรู้จักตนเอง 3.2 สมรรถนะสำคัญ ไดแก ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ​ความสามารถ ในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3.3 คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม ​ไดแก รักชาติศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ ขั้น​ที่ 3 แผนการ​จัดการ​เรียน​รู​ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร เวลา 2 ชั่วโมง


118 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 แผนการจัดการเรียนรู้ที่16 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการ​ทหาร สังคมศึกษา ศาสนา และ​วัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หน่วยการเรียนรู้ที่ 12 กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการ​ทหาร เวลา 2 ชั่วโมง 1. สาระสำคัญ กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหารเปนกฎหมายที่กำหนดหนาที่ของชนชาวไทย โดยเฉพาะ อยางยิ่งชายไทยทุกคน ใหมีหนาที่ปองกันและรักษาความมั่นคงใหกับประเทศชาติโดยการเขารับ ราชการทหารตามที่กฎหมายกำหนด แตก็มีบุคคลบางประเภทที่กฎหมายใหการผอนผันหรือยกเวนให ไมตองเขารับราชการทหาร ​ซึ่งอาจจะเปนระยะเวลาหนึ่งหรือตลอดไปแลวแตกรณี 2. ผลการเรียนรู รู ​เขาใจ และเห็นความสำคัญของการรับราชการทหาร ​รวมทั้งปฏิบัติตนตามกฎหมายเกี่ยวกับการ รับราชการทหารไดอยางถูกตอง 3. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายความสำคัญและความจำเปนของการรับราชการทหารตามกฎหมายได(K, A) 2. ระบุขั้นตอนที่กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหารกำหนดไวได(K) 3. ตระหนักในความสำคัญของการรับราชการทหาร (A) 4. ปฏิบัติตนตามกฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหารไดอยางถูกตอง (P) 4. การวัดและประเมินผลการเรียนรู ดาน​ความรู(K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (A) ดานทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ทดสอบก่อนเรียนและหลัง เรียน 2. ซักถามความรู้เกี่ยวกับ กฎหมายเกี่ยวกับการรับ รับราชการทหาร 3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลในดาน ความมีวินัย ความใฝ​เรียนรู ฯลฯ • ประเมินพฤติกรรมในการ ทำงานเป็นรายบุคคลและ เป็นกลุ่มในด้านการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา ฯลฯ


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   119 5. สาระการเรียนรู 1. ขั้นตอนการรับราชการทหาร 2. บุคคลผูไดรับการยกเวนไมตองไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน 3. บุคคลผูไดรับการยกเวนไมตองรับราชการทหารกองประจำการ 4. บุคคลผูไดรับการผอนผันไมตองเขารับการตรวจเลือกเปนทหารกองประจำการ 5. บุคคลผูไดรับการผอนผันไมตองเรียกเขารับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบหรือ ฝกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพรอม 6. การเปลี่ยนแปลงตำบลที่อยู ชื่อตัว ​หรือชื่อสกุล 6. แนวทางการบูรณาการ ภาษาไทย • ฟง พูด อาน และเขียนเรื่องที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการ ทหาร การงานอาชีพฯ • ออกแบบแผนที่ความคิดที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการ ทหาร 7. กระบวนการจัดการเรียนรู ขั้น​ที่ 1 นำ​เขาสู​บทเรียน 1. ครูแจงผลการเรียนรูและจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบวา นักเรียนจะไดศึกษา กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหารเพื่อที่จะไดมีความรู ความเขาใจ และเห็นความสำคัญของการ รับราชการทหาร รวมทั้งปฏิบัติตนตามกฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหารไดอยางถูกตอง 2. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรียน 3. ครูสนทนาซักถามนักเรียนวา นักเรียนรูไหมวาชายไทยทุกคนเมื่อมีอายุครบ 20 ปบริบูรณ มีหนาที่ตองทำอะไร หลังจากนั้นนำภาพเกี่ยวกับการตรวจเลือกเขารับราชการทหารใหนักเรียนดู พรอม กับเฉลยคำตอบวา ชายไทยทุกคนเมื่อมีอายุครบ 20 ปบริบูรณจะตองเขารับการตรวจเลือกรับ ราชการทหาร ขั้น​ที่ 2 กิจ​กรรมการ​เรียนรู 4. ครูอธิบายเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหารใหนักเรียนฟง แลวซักถามนักเรียน เกี่ยวกับเรื่องที่อธิบาย 5. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4–6 คน แลวใหแตละกลุมรวมกันอภิปรายในประเด็น ตอไปนี้ 1) การรับราชการทหารคืออะไร เกี่ยวของกับตนเองอยางไรบาง 2) การรับราชการทหารมีขั้นตอนอยางไรบาง 3) เพราะเหตุใดกฎหมายจึงกำหนดใหมีการยกเวนหรือผอนผันเกี่ยวกับการรับราชการทหาร 4) หากไมปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหารจะมีผลเสียตอตนเองและสังคม อยางไรบาง


120 คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 6. หลังจากที่แตละกลุมอภิปรายเสร็จสิ้นแลว ครูใหนักเรียนแตละคนบันทึกผลการอภิปรายของ กลุมตนเองลงในแบบบันทึกผลการอภิปรายเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร 7. ครูใหแตละกลุมสงตัวแทนนำเสนอผลการอภิปรายหนาชั้นเรียน 8. เมื่อนำเสนอผลการอภิปรายครบทุกกลุมแลว ครูกลาวชมเชยนักเรียน และสรุปความรู เพิ่มเติม 9. ในขณะปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียน ครูสังเกตพฤติกรรมในการทำงานและการนำเสนอผลงาน ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทำงานเปนรายบุคคลและเปนกลุม ขั้น​ที่ 3 ฝกฝน​ผูเรียน 10. ครูให้นักเรียนทำใบงานเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร 11. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมที่เกี่ยวของกับกฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร และชวยกัน เฉลยคำตอบ ขั้น​ที่ 4 นำ​ไป​ใช 12. ครูแนะนำใหนักเรียนนำความรูที่ไดจากการศึกษาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ขั้น​ที่ 5 สรุป 13. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปเนื้อหาเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร แลวใหนักเรียน สรุปเปนแผนที่ความคิด 14. ครูใหนักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนและชวยกันเฉลยคำตอบเพื่อตรวจสอบและประเมินผล การเรียนรูของนักเรียน 8. กิจกรรมเสนอแนะ ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 5–7 คน ศึกษาคนควาเพิ่มเติมเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการรับ ราชการทหาร และนำขอมูลมาแลกเปลี่ยนเรียนรูกันในชั้นเรียน ​จากนั้นรวมกันอภิปรายแสดงความ คิดเห็น 9. สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 2. ภาพเกี่ยวกับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร 3. แบบบันทึกผลการอภิปรายเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร 4. ใบงานเรื่อง กฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหาร 5. หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ​ม. 4–6 บริษัท สำนักพิมพวัฒนาพานิช ์ จำกัด


คูมือครูแผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   121 1. ความสำเร็จในการจัดการเรียนรู แนวทางการพัฒนา 2. ปญหา/อุปสรรคในการจัดการเรียนรู แนวทางแกไข 3. สิ่งที่ไมไดปฏิบัติตามแผน เหตุผล 4. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู ลงชื่อ ผูสอน / / 10. กระบวนการจัดการเรียนรู


ตอน​ที่ 3 เอกสาร/ความรูเสริมสำหรับ​ครู ​รายวิชา​เพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รู กลุม​สาระ​การเรียน​รูสังคมศึกษา ศาสนา และ​วัฒนธรรม 1. ผล​การ​เรียน​รูจุด​ประสงค​การ​เรียน​รูและ​สาระ​การ​เรียน​รู รายวิชาเพิ่มเติม ส 302_ _ กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 2. ​โครง​งาน (Project Work) 3. ​แฟมสะสม​ผลงาน (Portfolio) 4. ​ผังการ​ออกแบบ​การจัดการ​เรียน​รูตาม​แนว​คิด​Backward Design 5. ​รู​ปแบบแผนการจัดการ​เรียน​รู​ราย​ชั่วโมง 6. ​แบบ​ทดสอบ​กอน​เรียน​และ​หลังเรียน 7. ​แบบ​ทดสอบ​ปลาย​ป 8. ​ใบ​งาน แบบบันทึก และ​แบบ​ประเมิน​ตาง ๆ​


140 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 ผลการเรียนรู้ที่ 1 ตระหนักในความสำคัญของกฎหมายวามีประโยชนและจำเปนตอการ ดำรงอยูของสังคม ผลการเรียนรู้ที่ 2 รูและเขาใจเกี่ยวกับที่มาของกฎหมายและระบบกฎหมาย อันเปนพื้นฐาน สำคัญในการศึกษาวิชากฎหมาย จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. อธิบายความหมายของกฎหมายได 2. วิเคราะหลักษณะสำคัญของกฎหมายได 3. เปรียบเทียบความแตกตางระหวางกฎหมาย กับจารีตประเพณี ศีลธรรม และศาสนาได 4. วิเคราะหไดวากฎหมายมีความสำคัญหรือ กอใหเกิดประโยชนแกนักเรียน ครอบครัว และสังคมได 5. อธิบายความสัมพันธระหวางกฎหมายและ และศาสตรอื่น ๆ ได 1. ความหมายของกฎหมาย 2. ลักษณะสำคัญของกฎหมาย 3. ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ศีลธรรม จารีตประเพณี และกฎหมาย 4. ความสำคัญของกฎหมาย 5. ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับศาสตร์ แขนงอื่น จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. อธิบายถึงที่มาของกฎหมายหรือบอเกิดของ กฎหมายได 2. เปรียบเทียบความแตกตางระหวางกฎหมาย ลายลักษณอักษรที่บัญญัติขึ้นโดยฝายตาง ๆ ได 3. ​วิเคราะหที่มาของกฎหมายที่ไมเปน ลายลักษณอักษรได 4. ​จำแนกระบบกฎหมายที่ใชอยูในบางประเทศ ที่เกี่ยวของกับประเทศไทยได 5. บอกที่มาของกฎหมายที่ใชอยูในประเทศไทย ในปจจุบันได 1. ที่มาของกฎหมาย 1.1 กฎหมายลายลักษณอักษร 1.2 กฎหมายที่ไมเปนลายลักษณอักษร 2. ​ระบบกฎหมาย 2.1 ระบบกฎหมายลายลักษณอักษร 2.2 ระบบกฎหมายที่ไมเปนลายลักษณอักษร 1. ผลการเรียนรู้ ​จุด​ประสงค​การเรียน​รูและ​สาระ​การเรียน​รูรายวิชาเพิ่ม​เติม ส 302_ _ กฎหมาย​ที่ประชาชน​ควร​รูม. 4–6


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   141 ผลการเรียนรู้ที่ 3 รูและเขาใจเกี่ยวกับกฎหมายประเภทตาง ๆ ที่จะนำมาบังคับใชในสังคม ทั้งสังคมภายในประเทศและสังคมนานาประเทศ ผลการเรียนรู้ที่ 4 รูและเขาใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำ ตลอดจนขั้นตอนตาง ๆ ของการ รางและการประกาศใชกฎหมายลายลักษณอักษร จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. จำแนกประเภทของกฎหมายตามลักษณะแหง การใชได 2. ​จำแนกประเภทของกฎหมายตามความสัมพันธ ของคูกรณีที่เกี่ยวของกับกฎหมายได 3. ​วิเคราะหความแตกตางระหวางกฎหมาย สารบัญญัติและกฎหมายวิธีสบัญญัติได 4. วิเคราะหความแตกตางระหวางกฎหมายเอกชน กฎหมายมหาชน และกฎหมายระหวาง ประเทศได 5. ​ระบุไดวากฎหมายฉบับใดเปนไดทั้งกฎหมาย เอกชนและกฎหมายสารบัญญัติ หรือเปนได ทั้งกฎหมายมหาชนและกฎหมายวิธีสบัญญัติ 1. ประเภทของกฎหมายแบงตามลักษณะแหง การใชกฎหมาย 1.1 กฎหมายสารบัญญัติ 1.2 กฎหมายวิธีสบัญญัติ 2. ประเภทของกฎหมายแบงตามความสัมพันธ ของคูกรณีที่เกี่ยวของกับกฎหมายและเนื้อหา ของกฎหมาย 2.1 ​กฎหมายเอกชน 2.2 ​กฎหมายมหาชน 2.3 กฎหมายระหวางประเทศ จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. อธิบายที่มาของรางกฎหมายได 2. ​จำแนกขั้นตอนในการจัดทำกฎหมาย ลายลักษณอักษรไดพอสังเขป 3. ​เปรียบเทียบกระบวนการจัดทำกฎหมาย ลายลักษณอักษรของฝายตาง ๆ ได 4. สรุปขั้นตอนตาง ๆ ของการรางและการ ประกาศใชกฎหมายลายลักษณอักษรแตละ ฉบับได 5. ​จำแนกลำดับชั้นหรือลำดับศักดิ์ของกฎหมาย ลายลักษณอักษรได 1. ​ที่มาของรางกฎหมายและการยกรางกฎหมาย 2. การพิจารณาและขั้นตอนในการจัดทำกฎหมาย 2.1 ​กฎหมายลายลักษณอักษรที่บัญญัติขึ้น โดยฝายนิติบัญญัติ 2.2 ​กฎหมายลายลักษณอักษรที่บัญญัติขึ้น โดยฝายบริหาร 2.3 กฎหมายลายลักษณอักษรที่บัญญัติขึ้น โดยองคกรปกครองสวนทองถิ่น 3. ​ลำดับชั้นของกฎหมายลายลักษณอักษรหรือ ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย


142 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 ผลการเรียนรู้ที่ 5 รูและเขาใจเกี่ยวกับการบังคับใชกฎหมายและการสิ้นผลการบังคับใช กฎหมายในสังคมไทย ผลการเรียนรู้ที่ 6 รูและเขาใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญวาเปนกฎหมายสูงสุดที่วาดวยการจัด ระเบียบแหงอำนาจรัฐและกำหนดหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งเปน กฎหมายที่มีฐานะเหนือกวาบรรดากฎหมายและกฎเกณฑทั้งปวงที่มีการ ตราออกมาใชบังคับ จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. ​อธิบายถึงวิธีการประกาศใชและวันเริ่ม บังคับใชกฎหมายได 2. ​ระบุอาณาเขตและบุคคลที่กฎหมาย ใชบังคับได 3. ​สามารถเขาใจหลักการตีความในกฎหมาย 4. บอกประโยชนของการอุดชองวาง ในกฎหมายได 5. ​อธิบายถึงการสิ้นผลการบังคับใช กฎหมายได 1. การบังคับใชกฎหมาย 1.1 การประกาศใชกฎหมาย 1.2 ​วันเริ่มบังคับใชกฎหมาย 1.3 อาณาเขตที่กฎหมายใชบังคับ 1.4 บุคคลที่กฎหมายใชบังคับ 1.5 บุคคลและสถาบันที่เกี่ยวของกับการ บังคับใชกฎหมาย 2. การสิ้นผลการบังคับใชกฎหมาย 2.1 ​การยกเลิกกฎหมายโดยตรงหรือโดยชัดแจง 2.2 ​การยกเลิกกฎหมายโดยปริยาย 2.3 ​การยกเลิกกฎหมายโดยศาลรัฐธรรมนูญ 2.4 การยกเลิกกฎหมายโดยคำพิพากษาของศาล 2.5 ผลบางประการของการยกเลิกกฎหมาย จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. ​บอกความเปนมาของรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย ตั้งแตเปลี่ยนแปลงการ ปกครอง พ.ศ. 2475 จนถึงปจจุบันได 2. ​เปรียบเทียบความแตกตางของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทยแตละฉบับในสาระ สำคัญที่เห็นเดนชัดได 3. สรุปสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทยฉบับปจจุบันในแตละ หมวดไดโดยสังเขป 4. อธิบายหลักเกณฑสำคัญที่กำหนดไวใน รัฐธรรมนูญ ซึ่งเปนหลักในการอำนวย การปกครองประเทศได 5. ​สรุปโครงสรางและอำนาจหนาที่ของฝาย นิติบัญญัติ ฝายบริหาร และฝายตุลาการ ที่กำหนดไวในรัฐธรรมนูญฉบับปจจุบันได 1. ความเปนมาของรัฐธรรมนูญไทย 2. ​ความแตกตางของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักร ไทยแตละฉบับที่ไดมีการประกาศใช 3. ​สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 4. หลักเกณฑสำคัญที่กำหนดไวในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปนหลักในการจัดการปกครองประเทศ 4.1 ฐานะของพระมหากษัตริย 4.2 ​รัฐสภา 4.3 ​คณะรัฐมนตรี 4.4 ​ตุลาการ 4.5 ​สิทธิ เสรีภาพ และหนาที่ของปวงชนชาวไทย 5. ​สรุปโครงสรางและอำนาจหนาที่ของฝายนิติบัญญัติ ฝายบริหาร และฝายตุลาการ 5.1 สรุปโครงสรางและอำนาจหนาที่ของ ฝายนิติบัญญัติ


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   143 จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 5.2 ​คณะกรรมการการเลือกตั้ง 5.3 สรุปโครงสรางและอำนาจหนาที่ของฝายบริหาร 5.4 ​สรุปโครงสรางและอำนาจหนาที่ของฝายตุลาการ ผลการเรียนรู้ที่ 7 รู เขาใจ และเห็นความสำคัญของกฎหมายแพง รวมทั้งสามารถนำไปปฏิบัติ เพื่อใหเกิดประโยชนสำหรับตนเอง ครอบครัว และสังคมไดอยางถูกตอง จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. อธิบายองคประกอบของหลักกฎหมายแพง ที่สำคัญและประชาชนควรรู ซึ่งบัญญัติอยูใน ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยได 2. จำแนกเนื้อหาสาระสำคัญของกฎหมายแพง แตละเรื่อง เชน นิติกรรม บุคคล หนี้ สัญญา ตาง ๆ ทรัพย ครอบครัว และมรดกได 3. ระบุหลักเกณฑของกฎหมายแตละเรื่อง เชน หลักเกณฑการทำสัญญาซื้อขาย หลักเกณฑ การหมั้น ฯลฯ และยกตัวอยางได 4. เปรียบเทียบความเปนโมฆะและโมฆียะ ที่บัญญัติไวในกฎหมายแตละเรื่องได 5. ​ระบุไดวาในกฎหมายแตละเรื่องผูใดมีสิทธิ และผูใดมีหนาที่ 1. การใชกฎหมายแพงเพื่อประโยชนในการ ดำรงชีวิตในสังคม 2. กฎหมายแพงวาดวยเรื่องบุคคล 2.1 ​บุคคลธรรมดา 2.2 ​นิติบุคคล 3. นิติกรรม 3.1 ความหมายของนิติกรรม 3.2 ​ประเภทของนิติกรรม 3.3 สัญญา 3.4 โมฆะกรรมและโมฆียกรรม 4. กฎหมาย “หนี้” 4.1 ความหมายของหนี้ 4.2 ​วัตถุแหงหนี้ 4.3 บอเกิดแหงหนี้ 4.4 การบังคับชำระหนี้ 4.5 ความระงับแหงหนี้ 5. ​เอกเทศสัญญา 5.1 ​ซื้อขาย     5.4 กูยืมเงิน 5.2 ​เชาทรัพย      5.5 ค้ำประกัน 5.3 เชาซื้อ 6. ทรัพย 6.1 ความหมายของคำวาทรัพยและทรัพยสิน 6.2 ​ลักษณะสำคัญของทรัพยและทรัพยสิน 6.3 ประเภทของทรัพยสิน 6.4 บุคคลสิทธิและทรัพยสิทธิ 6.5 ทรัพยสินของแผนดิน


144 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 7. ครอบครัว 7.1 ​การหมั้น 7.2 ​การสมรส 7.3 ความสัมพันธระหวางสามีและภริยา 7.4 ทรัพยสินระหวางสามีภริยา 7.5 ​การสิ้นสุดแหงการสมรส 7.6 ​บิดามารดากับบุตร 7.7 สิทธิหนาที่ของบิดามารดาและบุตร 7.8 บุตรบุญธรรม 8. มรดก 8.1 ​ผูมีสิทธิไดรับมรดก 8.2 ​การแบงมรดกระหวางทายาทโดยธรรม 8.3 ​ทายาทเสียสิทธิในการรับมรดก 8.4 ​พินัยกรรม ผลการเรียนรู​ที่ 8 รูและเขาใจในหลักกฎหมายอาญาวามีความสำคัญในการควบคุมพฤติกรรม ของบุคคลในสังคมใหเคารพสิทธิ เสรีภาพ และปฏิบัติตอกันอยางถูกตอง ภายใตกรอบแหงกฎหมาย ไมประพฤติฝาฝนกฎหมาย ซึ่งจะมีความผิด และถูกลงโทษ จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. ​อธิบายความหมายของกฎหมายอาญาได 2. บอกลักษณะสำคัญของกฎหมายอาญาได 3. ​จำแนกประเภทโทษทางอาญาและความรับผิด ทางอาญาได 4. ​บอกหลักเกณฑการพิจารณาโทษทางอาญาได 5. วิเคราะหลักษณะความผิดอาญาบางลักษณะ ที่ประชาชนควรรูได 1. ความหมายของกฎหมายอาญา 2. ลักษณะสำคัญของกฎหมายอาญา 3. โทษทางอาญาและความรับผิดทางอาญา 3.1 โทษทางอาญา 3.2 ความรับผิดทางอาญา 4. หลักการพิจารณาโทษทางอาญา 4.1 ​ตองมีการกระทำ 4.2 ​ตองเขาองคประกอบที่กฎหมายกำหนด 4.3 ไมมีอำนาจตามกฎหมายที่ใหกระทำได 4.4 ผูกระทำบังคับตนเองได 4.5 ผูกระทำไดกระทำโดยเจตนา 4.6 ผูกระทำไดกระทำโดยประมาท 4.7 การกระทำนั้นไมมีเหตุที่กฎหมายยกเวน โทษให 5. การพยายามกระทำความผิด 6. บุคคลผูกระทำผิดในทางอาญา 6.1 ตัวการ 6.2 ​ผูใชใหกระทำความผิด


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   145 จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 6.3 ผูสนับสนุนการกระทำความผิด 7. ความผิดอาญาบางลักษณะที่ประชาชนควรรู 7.1 ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและรางกาย 7.2 ​ความผิดเกี่ยวกับทรัพย 7.3 ​ความผิดเกี่ยวกับเพศ 8. ความผิดลหุโทษ 9. ​อายุความ ผลการเรียนรู​ที่ 9 รู เขาใจ และตระหนักในความสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการทะเบียน ราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน รวมทั้งสามารถนำไปปฏิบัติไดอยาง ถูกตอง จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. บอกระเบียบปฏิบัติในการแจงเกิดและ แจงตายได 2. ​ระบุขั้นตอนในการยายที่อยูได 3. อธิบายหลักเกณฑในการแจงการสรางบาน และการรื้อบานได 4. ​ระบุความผิดและโทษของการฝาฝนกฎหมาย ทะเบียนราษฎรได 5. บอกประโยชนของการปฏิบัติตามกฎหมาย ทะเบียนราษฎรได 6. ระบุคุณสมบัติและขั้นตอนของการทำบัตร ประจำตัวประชาชนได 1. การแจงเกิด 1.1 ​หลักเกณฑของการแจงเกิด 1.2 ความสำคัญของสูติบัตร 1.3 การเก็บรักษาสูติบัตร 2. ​การแจงตาย 3. การยายที่อยู 4. ทะเบียนบาน 5. การสรางบานและการรื้อบาน 6. กฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน 6.1 คุณสมบัติของผูขอมีบัตรและหลักเกณฑ ในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน 6.2 การทำบัตรประจำตัวประชาชนในกรณีที่ ไมทราบวันเกิด 6.3 ​การทำบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคล ผูมีแตชื่อตัว แตไมมีชื่อสกุล 6.4 ความผิดและโทษ ผลการเรียนรู​ที่ 10 รู เขาใจ และตระหนักในความสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง เด็ก รวมทั้งสามารถนำไปปฏิบัติไดอยางถูกตอง จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. อธิบายเนื้อหาสาระที่สำคัญของ พระราชบัญญัติคุมครองเด็กแตละเรื่อง เชน 1. ​การปฏิบัติตอเด็ก 2. ​การสงเคราะหเด็ก


146 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 ผลการเรียนรู​ที่ 11 รู เขาใจ และตระหนักในความสำคัญของกฎหมายเกี่ยวกับการคุมครอง ผูบริโภค รวมทั้งสามารถนำไปปฏิบัติไดอยางถูกตอง จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. อธิบายเนื้อหาสาระที่สำคัญของกฎหมาย คุมครองผูบริโภคแตละเรื่อง เชน สิทธิของ ผูบริโภคที่ไดรับการคุมครองได 2. ​ปฏิบัติตามกฎหมายคุมครองผูบริโภคได อยางถูกตอง 3. ​แนะนำใหผูอื่นรูถึงสิทธิและหนาที่ของตนที่จะ ไดรับการคุมครองตามกฎหมายคุมครอง ผูบริโภค 1. ​พระราชบัญญัติคุมครองผูบริโภค พ.ศ. 2522 1.1 ​การคุมครองสิทธิของผูบริโภค 1.2 คณะกรรมการคุมครองผูบริโภค 1.3 การคุมครองผูบริโภค 1.4 การอุทธรณ 1.5 บทกำหนดโทษ 2. ​พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผูบริโภค พ.ศ. 2551 ผลการเรียนรู​ที่ 12 รู เขาใจ และเห็นความสำคัญของการรับราชการทหาร รวมทั้งปฏิบัติตน ตามกฎหมายเกี่ยวกับการรับราชการทหารไดอยางถูกตอง จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. ​อธิบายความสำคัญและความจำเปนของ การรับราชการทหารได 2. ​ระบุขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไวเกี่ยวกับ การรับราชการทหารได 3. ​บอกคุณสมบัติของบุคคลที่มีหนาที่ตองเขา รับราชการทหารได 4. จำแนกประเภทของบุคคลผูไดรับการผอนผัน และไดรับการยกเวนการเขารับราชการทหาร ได 1. ขั้นตอนการเขารับราชการทหาร 1.1 ​การลงบัญชีทหารกองเกิน 1.2 การตรวจคัดเลือกทหารกองเกินใหเปน ทหารกองประจำการ 3. บุคคลผูไดรับการยกเวนไมตองรับราชการ ทหารกองประจำการ 4. บุคคลผูไดรับการผอนผันไมตองเขารับการ ตรวจเลือกเปนทหารกองประจำการ 5. บุคคลผูไดรับการผอนผันไมตองเรียกเขา รับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ หรือฝกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความ พรั่งพรอม จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู การปฏิบัติตอเด็ก การสงเคราะหเด็ก การ คุมครองสวัสดิภาพเด็กได 2. ​ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุมครองเด็กได 3. ​แนะนำใหผูอื่นรูถึงสิทธิและหนาที่ของตนที่จะ ไดรับการคุมครองตามพระราชบัญญัติ คุมครองเด็ก 3. ​การคุมครองสวัสดิภาพเด็ก 4. การสงเสริมความประพฤตินักเรียน และนักศึกษา 5. บทกำหนดโทษ


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   147 จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 6. ​การเปลี่ยนแปลงตำบลที่อยู ชื่อตัว หรือ ชื่อสกุล ผลการเรียนรู​ที่ 13 รูและเขาใจกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ รวมทั้งสามารถนำไปใช แกปญหาและแนะนำใหผูอื่นปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงการ กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษในสังคมไทยและสังคมระดับ โลก จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. ​บอกความหมายของยาเสพติดใหโทษได 2. จำแนกประเภทของยาเสพติดใหโทษได 3. ​ระบุอันตรายและลักษณะของผูติดยาเสพติด ใหโทษบางประเภทได 4. ยกตัวอยางการกระทำความผิดและอัตราโทษ ตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษได 5. ​วิเคราะหโทษและพิษภัยของยาเสพติดใหโทษ ได 6. ​บอกแนวทางในการปองกันและแกไขปญหา ยาเสพติดใหโทษในสังคมไทยและสังคมระดับ ประเทศได 1. ความหมายของยาเสพติดใหโทษ 2. ​ประเภทของยาเสพติดใหโทษ 3. การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต เกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษ 4. ​บทกำหนดโทษ 5. บทลงโทษเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษที่สำคัญ 6. วิธีสังเกตอาการของผูใชยาเสพติดใหโทษ 7. สาเหตุของการติดยาเสพติดใหโทษ 8. โทษพิษภัยของยาเสพติดใหโทษ 9. การบำบัดรักษาผูติดยาเสพติดใหโทษ 10. การบำบัดรักษาฟนฟูสมรรถภาพผูติด ยาเสพติดใหโทษ 11. การปองกันและปราบปรามยาเสพติดใหโทษ ของหนวยงานที่เกี่ยวของ ผลการเรียนรู​ที่ 14 ตระหนักถึงปญหาการใชกฎหมายในสังคมไทย และสามารถหาแนวทาง ปองกันแกไขได จุด​ประสงค​การเรียน​รู สาระ​การเรียน​รู 1. บอกปญหากฎหมายที่เกิดจากประชาชน ผูใชกฎหมายได 2. บอกปญหากฎหมายที่เกิดจากเจาหนาที่ ผูใชกฎหมายได 3. ​บอกปญหาที่เกิดจากตัวบทกฎหมายได 4. บอกแนวทางแกไขปญหาตาง ๆ ที่เกิดจาก การใชกฎหมายในสังคมไทยได 1. ​ปญหาการใชกฎหมายที่เกิดจากประชาชน ผูใชกฎหมาย 2. ​ปญหาการใชกฎหมายที่เกิดจากเจาหนาที่ ผูใชกฎหมาย 3. ​ปญหาที่เกิดจากตัวบทกฎหมาย


148 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 2. โครงงาน (Project Work) โครงงานเปนการจัดการเรียนรูที่สงเสริมใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติและศึกษาคนควาดวยตนเอง ตามแผนการดำเนินงานที่นักเรียนไดจัดขึ้น โดยครูชวยใหคำแนะนำ ปรึกษา กระตุนใหคิด และติดตาม การปฏิบัติงานจนบรรลุเปาหมาย โครงงานแบงออกเปน 4 ประเภท คือ 1. โครงงานประเภทสำรวจ รวบรวมขอมูล 2. โครงงานประเภททดลอง คนควา 3. โครงงานที่เปนการศึกษาความรู ทฤษฎี หลักการหรือแนวคิดใหม 4. โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ การเรียนรูดวยโครงงานมีขั้นตอน ดังนี้ 1. กำหนด​หัวขอ​ที่จะ​ศึกษา นักเรียนคิดหัวขอโครงงาน ซึ่งอาจไดมาจากความอยากรูอยากเห็น ของนักเรียนเอง หรือไดจากการอานหนังสือ บทความ การไปทัศนศึกษาดูงาน เปนตน โดยนักเรียน ตองตั้งคำถามวา “จะศึกษาอะไร” “ทำไมตองศึกษาเรื่องดังกลาว” 2. ศึกษา​เอกสาร​ที่​เกี่ยวของ นักเรียนศึกษาทบทวนเอกสารที่เกี่ยวของ และปรึกษาครูหรือผูที่มี ความรูความเชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ 3. เขียน​เคาโครง​ของ​โครงงาน​หรือ​สราง​แผนผัง​ความคิด โดยทั่วไปเคาโครงของโครงงานจะ ประกอบดวยหัวขอตาง ๆ ดังนี้ 1) ชื่อโครงงาน 2) ชื่อผูทำโครงงาน 3) ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน 4) ระยะเวลาดำเนินการ 5) หลักการและเหตุผล 6) วัตถุประสงค 7) สมมุติฐานของการศึกษา (ในกรณีที่เปนโครงงานทดลอง) 8) ขั้นตอนการดำเนินงาน 9) ปฏิบัติโครงงาน 10) ผลที่คาดวาจะไดรับ 11) เอกสารอางอิง/บรรณานุกรม 4. ปฏิบัติ​โครงงาน ลงมือปฏิบัติงานตามแผนงานที่กำหนดไว ในระหวางปฏิบัติงานควรมีการ จดบันทึกขอมูลตาง ๆ ไวอยางละเอียดวาทำอยางไร ไดผลอยางไร มีปญหาหรืออุปสรรคอะไร และ มีแนวทางแกไขอยางไร 5. เขียน​รายงาน เปนการรายงานสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อใหผูอื่นไดทราบแนวคิด วิธีดำเนินงาน ผลที่ไดรับ และขอเสนอแนะตาง ๆ เกี่ยวกับโครงงาน ซึ่งการเขียนรายงานนี้ควรใชภาษาที่กระชับ เขาใจงาย ชัดเจน และครอบคลุมประเด็นที่ศึกษา


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   149 3. แฟมสะสมผลงาน (Portfolio) 6. แสดงผล​งาน เปนการนำผลของการดำเนินงานมาเสนอ อาจจัดไดหลายรูปแบบ เชน การ จัดนิทรรศการ การทำเปนสื่อสิ่งพิมพ สื่อมัลติมิเดีย หรืออาจนำเสนอในรูปของการแสดงผลงาน การ นำเสนอดวยวาจา บรรยาย อภิปรายกลุม สาธิต แฟม​สะสม​ผล​งาน หมายถึง แหลงรวบรวมเอกสาร ผลงาน หรือหลักฐาน เพื่อใชสะทอนถึง ผลสัมฤทธิ์ ความสามารถ ทักษะ และพัฒนาการของนักเรียน มีการจัดเรียบเรียงผลงานไวอยางมีระบบ โดยนำความรู ความคิด และการนำเสนอมาผสมผสานกัน ซึ่งนักเรียนเปนผูคัดเลือกผลงานและมีสวนรวม ในการประเมิน แฟมสะสมผลงานจึงเปนหลักฐานสำคัญที่จะทำใหนักเรียนสามารถมองเห็นพัฒนาการของ ตนเองไดตามสภาพจริง รวมทั้งเห็นขอบกพรอง และแนวทางในการปรับปรุงแกไขใหดีขึ้นตอไป ลักษณะ​สำคัญ​ของ​การ​ประเมินผล​โดย​ใช​แฟม​สะสม​ผล​งาน 1. ครูสามารถใชเปนเครื่องมือในการติดตามความกาวหนาของนักเรียนเปนรายบุคคลไดเปน อยางดี เนื่องจากมีผลงานสะสมไว ครูจะทราบจุดเดน จุดดอยของนักเรียนแตละคนจากแฟมสะสม ผลงาน และสามารถติดตามพัฒนาการไดอยางตอเนื่อง 2. มุงวัดศักยภาพของนักเรียนในการผลิตหรือสรางผลงานมากกวาการวัดความจำจากการทำ แบบทดสอบ 3. วัดและประเมินโดยเนนผูเรียนเปนศูนยกลาง คือ นักเรียนเปนผูวางแผน ลงมือปฏิบัติงาน รวมทั้งประเมินและปรับปรุงตนเอง ซึ่งมีครูเปนผูชี้แนะ เนนการประเมินผลยอยมากกวาการประเมิน ผลรวม 4. ฝกใหนักเรียนรูจักการประเมินตนเองและหาแนวทางปรับปรุงพัฒนาตนเอง 5. ชวยใหนักเรียนเกิดความมั่นใจและภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง รูวาตนเองมีจุดเดนในเรื่อง ใด 6. ชวยในการสื่อความหมายเกี่ยวกับความรู ความสามารถ ตลอดจนพัฒนาการของนักเรียนให ผูที่เกี่ยวของทราบ เชน ผูปกครอง ฝายแนะแนว ตลอดจนผูบริหารของโรงเรียน ขั้นตอน​การ​ประเมินผล​โดย​ใช​แฟม​สะสม​ผล​งาน การจัดทำแฟมสะสมผลงานมี 10 ขั้นตอน ซึ่งแตละขั้นตอนมีรายละเอียด ดังนี้ 1. การวางแผนจัดทำแฟมสะสมผลงาน การจัดทำแฟมสะสมผลงานตองมีสวนรวมระหวางครู นักเรียน และผูปกครอง ครู การเตรียมตัวของครูตองเริ่มจากการศึกษาและวิเคราะหหลักสูตร คูมือครู คำอธิบายรายวิชา วิธีการวัดและประเมินผลในหลักสูตร รวมทั้งครูตองมีความรูและเขาใจเกี่ยวกับการประเมินโดยใช แฟมสะสมผลงาน จึงสามารถวางแผนกำหนดชิ้นงานได นักเรียน ตองมีความเขาใจเกี่ยวกับจุดประสงคการเรียนรู เนื้อหาสาระ การประเมินผลโดยใช แฟมสะสมผลงาน การมีสวนรวมในกิจกรรมการเรียนรู การกำหนดชิ้นงาน และบทบาทในการทำงานกลุม โดยครูตองแจงใหนักเรียนทราบลวงหนา


150 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 ผูปกครอง ตองเขามามีสวนรวมในการคัดเลือกผลงาน การแสดงความคิดเห็น และรับรูพัฒนาการ ของนักเรียนอยางตอเนื่อง ดังนั้นกอนทำแฟมสะสมผลงาน ครูตองแจงใหผูปกครองทราบหรือขอความ รวมมือ รวมทั้งใหความรูในเรื่องการประเมินผลโดยใชแฟมสะสมผลงานแกผูปกครองเมื่อมีโอกาส 2. การ​รวบรวม​ผล​งาน​และ​จัด​ระบบ​แฟม ในการรวบรวมผลงานตองออกแบบการจัดเก็บหรือ แยกหมวดหมูของผลงานใหดี เพื่อสะดวกและงายตอการนำขอมูลออกมาใช แนวทางการจัดหมวดหมู ของผลงาน เชน 1) จัดแยกตามลำดับวันและเวลาที่สรางผลงานขึ้นมา 2) จัดแยกตามความซับซอนของผลงาน เปนการแสดงถึงทักษะหรือพัฒนาการของนักเรียน ที่มากขึ้น 3) จัดแยกตามวัตถุประสงค เนื้อหา หรือประเภทของผลงาน ผลงานที่อยูในแฟมสะสมผลงานอาจมีหลายเรื่อง หลายวิชา ดังนั้นนักเรียนจะตองทำเครื่องมือ ในการชวยคนหา เชน สารบัญ ดัชนีเรื่อง จุดสี แถบสีติดไวที่ผลงานโดยมีรหัสที่แตกตางกัน เปนตน 3. การ​คัดเลือก​ผล​งาน ในการคัดเลือกผลงานนั้นควรใหสอดคลองกับเกณฑหรือมาตรฐานที่ โรงเรียน ครู หรือนักเรียนรวมกันกำหนดขึ้นมา และผูคัดเลือกผลงานควรเปนนักเรียนเจาของแฟมสะสม ผลงาน หรือมีสวนรวมกับครู เพื่อน และผูปกครอง ผลงานที่เลือกเขาแฟมสะสมผลงานควรมีลักษณะดังนี้ 1) สอดคลองกับเนื้อหาและวัตถุประสงคของการเรียนรู 2) เปนผลงานชิ้นที่ดีที่สุด มีความหมายตอนักเรียนมากที่สุด 3) สะทอนใหเห็นถึงพัฒนาการของนักเรียนในทุกดาน 4) เปนสื่อที่จะชวยใหนักเรียนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับครู ผูปกครอง และเพื่อน ๆ สวนจำนวนชิ้นงานนั้นใหกำหนดตามความเหมาะสม ไมควรมีมากเกินไป เพราะอาจจะทำให ผลงานบางชิ้นไมมีความหมาย แตถามีนอยเกินไปจะทำใหการประเมินไมมีประสิทธิภาพ 4. การ​สรางสรรค​แฟม​สะสม​ผล​งาน​ให​มี​เอกลักษณ​ของ​ตน​เอง โครงสรางหลักของแฟมสะสม ผลงานอาจเหมือนกัน แตนักเรียนสามารถตกแตงรายละเอียดยอยใหแตกตางกัน ตามความคิด สรางสรรคของแตละบุคคล โดยอาจใชภาพ สี สติกเกอร ตกแตงใหสวยงาม เนนเอกลักษณของเจาของ แฟมสะสมผลงาน 5. การ​แสดง​ความ​คิดเห็น​หรือ​ความรูสึก​ตอ​ผล​งาน ในขั้นตอนนี้นักเรียนจะไดรูจักการวิพากษ วิจารณ หรือสะทอนความคิดเกี่ยวกับผลงานของตนเอง ตัวอยางขอความที่ใชแสดงความรูสึกตอผลงาน เชน 1) ไดแนวคิดจากการทำผลงานชิ้นนี้มาจากไหน 2) เหตุผลที่เลือกผลงานชิ้นนี้คืออะไร 3) จุดเดนและจุดดอยของผลงานชิ้นนี้คืออะไร 4) รูสึกพอใจกับผลงานชิ้นนี้มากนอยเพียงใด 5) ไดขอคิดอะไรจากการทำผลงานชิ้นนี้


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   151 6. การ​ตรวจสอบ​ความ​สามารถ​ของ​ตน​เอง เปนการเปดโอกาสใหนักเรียนไดประเมินความสามารถ ของตนเอง โดยพิจารณาตามเกณฑยอย ๆ ที่ครูและนักเรียนชวยกันกำหนดขึ้น เชน นิสัยการทำงาน ทักษะทางสังคม การทำงานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด การขอความชวยเหลือเมื่อมีความจำเปน เปนตน นอกจากนี้การตรวจสอบความสามารถของตนเองอีกวิธีหนึ่ง คือ การใหนักเรียนเขียนวิเคราะหจุดเดน จุดดอยของตนเอง และสิ่งที่ตองปรับปรุงแกไข 7. การ​ประเมินผล​งาน เปนขั้นตอนที่สำคัญเนื่องจากเปนการสรุปคุณภาพของงานและความ สามารถหรือพัฒนาการของนักเรียน การประเมินแบงออกเปน 2 ลักษณะ คือ การประเมินโดยไมให ระดับคะแนน และการประเมินโดยใหระดับคะแนน 1) การประเมินโดยไมใหระดับคะแนน ครูกลุมนี้มีความเชื่อวา แฟมสะสมผลงานมีไวเพื่อ ศึกษากระบวนการทำงาน ศึกษาความคิดเห็นและความรูสึกของนักเรียนที่มีตอผลงานของตนเอง ตลอดจน ดูพัฒนาการหรือความกาวหนาของนักเรียนอยางไมเปนทางการ ครู ผูปกครอง และเพื่อนสามารถให คำชี้แนะแกนักเรียนได ซึ่งวิธีการนี้จะทำใหนักเรียนไดเรียนรูและปฏิบัติงานอยางเต็มที่ โดยไมตองกังวล วาจะไดคะแนนมากนอยเทาไร 2) การประเมินโดยใหระดับคะแนน มีทั้งการประเมินตามจุดประสงคการเรียนรู การประเมิน ระหวางภาคเรียน และการประเมินปลายภาค ซึ่งจะชวยในวัตถุประสงคดานการปฏิบัติเปนหลัก การ ประเมินแฟมสะสมผลงานตองกำหนดมิติการใหคะแนน (Scoring Rubrics) ตามเกณฑที่ครูและนักเรียน รวมกันกำหนดขึ้น การใหระดับคะแนนมีทั้งการใหคะแนนเปนรายชิ้นกอนเก็บเขาแฟมสะสมผลงาน และ การใหคะแนนแฟมสะสมผลงานทั้งแฟม ซึ่งมาตรฐานคะแนนนั้นตองสอดคลองกับวัตถุประสงคการ จัดทำแฟมสะสมผลงาน และมุงเนนพัฒนาการของนักเรียนแตละคนมากกวาการนำไปเปรียบเทียบกับ บุคคลอื่น 8. การ​แลกเปลี่ยน​ประสบการณ​กับ​ผูอื่น มีวัตถุประสงคเพื่อเปดโอกาสใหนักเรียนไดรับฟงความ คิดเห็นจากผูที่มีสวนเกี่ยวของ ไดแก เพื่อน ครู และผูปกครอง อาจทำไดหลายรูปแบบ เชน การจัด ประชุมในโรงเรียนโดยเชิญผูที่มีสวนเกี่ยวของมารวมกันพิจารณาผลงาน การสนทนาแลกเปลี่ยนระหวาง นักเรียนกับเพื่อน การสงแฟมสะสมผลงานไปใหผูที่มีสวนเกี่ยวของชวยใหขอเสนอแนะหรือคำแนะนำ ในการแลกเปลี่ยนประสบการณนั้นนักเรียนจะตองเตรียมคำถามเพื่อถามผูที่มีสวนเกี่ยวของ ซึ่ง จะเปนประโยชนในการปรับปรุงงานของตนเอง ตัวอยางคำถาม เชน 1) ทานคิดอยางไรกับผลงานชิ้นนี้ 2) ทานคิดวาควรปรับปรุงแกไขสวนใดอีกบาง 3) ผลงานชิ้นใดที่ทานชอบมากที่สุด เพราะอะไร ฯลฯ 9. การ​ปรับ​เปลี่ยน​ผล​งาน หลังจากที่นักเรียนไดแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และไดรับคำแนะนำ จากผูที่มีสวนเกี่ยวของแลว จะนำมาปรับปรุงผลงานใหดีขึ้น นักเรียนสามารถนำผลงานที่ดีกวาเก็บเขาแฟม สะสมผลงานแทนผลงานเดิม ทำใหแฟมสะสมผลงานมีผลงานที่ดี ทันสมัย และตรงตามจุดประสงค ในการประเมิน


152 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 10. การ​ประชา​สัมพันธ​ผล​งาน​ของ​นักเรียน เปนการแสดงนิทรรศการผลงานของนักเรียน โดย นำแฟมสะสมผลงานของนักเรียนทุกคนมาจัดแสดงรวมกัน และเปดโอกาสใหผูปกครอง ครู และ นักเรียนทั่วไปไดเขาชมผลงาน ทำใหนักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ผูที่เริ่มตนทำ แฟมสะสมผลงานอาจไมตองดำเนินการทั้ง 10 ขั้นตอนนี้ อาจใชขั้นตอนหลัก ๆ คือ การรวบรวมผลงาน และการจัดระบบแฟม การคัดเลือกผลงาน และการแสดงความคิดเห็นหรือความรูสึกตอผลงาน องคประกอบ​สำคัญ​ของ​แฟม​สะสม​ผล​งาน มีดังนี้ 1.สวน​นำ ประกอบดวย – ปก – คำนำ – สารบัญ – ประวัติสวนตัว – จุดมุงหมายของการทำ แฟมสะสมผลงาน 2. สวน​เนื้อหา​แฟม ประกอบดวย – ผลงาน – ความคิดเห็นที่มีตอผลงาน – Rubrics ประเมินผลงาน 3. สวนขอมูล​เพิ่มเติม ประกอบดวย – ผลการประเมินการเรียนรู – การรายงานความกาวหนาโดยครู – ความคิดเห็นของผูที่มีสวนเกี่ยวของ เชน เพื่อน ผูปกครอง


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   153 ​ผัง​การ​ออก​แบบ​การ​จัดการ​เรียนรู​(Backward Design Template) หนวย​การ​เรียนรู​ที่ ขั้นที่ 1 ผลลัพธปลายทางที่ตองการใหเกิดขึ้นกับนักเรียน ผลการเรียน​รู ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน นักเรียนจะเข้าใจว่า… 1. 2. คำถามสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจที่คงทน 1. 2. ความรูของนักเรียนที่นำไปสูความเขาใจที่คงทน นักเรียนจะรูวา… 1. 2. 3. ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นำไปสู่ ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ... 1. 2. 3. ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้  ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง 1. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ 1.1 1.2 2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้ 2.1 วิธีการประเมินผลการเรียนรู 1) 2) 2.2    เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู 1) 2) 3. สิ่งที่มุงประเมิน 3.1 3.2 ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ 4. ผังการออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design


154 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 ​เมื่อครูออกแบบการจัดการเรียนรูตามแนวคิด Backward Design แลว ครูสามารถเขียนแผนการ จัดการเรียนรูรายชั่วโมงโดยใชรูปแบบของแผนการจัดการเรียนรูแบบเรียงหัวขอ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ​ชื่อ​แผน...(ระบุชื่อและลำดับที่ของแผนการจัดการเรียนรู) ​ ​ชื่อเรื่อง...(ระบุชื่อเรื่องที่จะทำการจัดการเรียนรู) ​ ​สาระ...(ระบุสาระที่ใชจัดการเรียนรู) ​ชั้น...(ระบุชั้นที่จัดการเรียนรู) ​หนวย​การ​เรียนรู​ที่...(ระบุชื่อและลำดับที่ของหนวยการเรียนรู) ​เวลา...(ระบุระยะเวลาที่ใชในการจัดการเรียนรูตอ 1 แผน) ​สาระสำคัญ...(เขียนความคิดรวบยอดหรือมโนทัศนของหัวเรื่องที่จะจัดการเรียนรู) ผลการเรียน​รู...(ระบุผลการเรียนรูที่ใชเปนเปาหมายของแผนการจัดการเรียนรู) ​จุดประสงค​การ​เรียนรู...(กำหนดใหสอดคลองกับสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึง ประสงคของนักเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งประกอบดวยดานความรูความคิด (Knowledge: K) ดานคุณธรรม จริยธรรม และคานิยม (Affective: A) และดานทักษะ/กระบวนการ (Performance: P)) ​การ​วัด​และ​ประเมิน​ผลการเรียน​รู...(ระบุวิธีการและเครื่องมือวัดและประเมินผลที่สอดคลองกับ จุดประสงคการเรียนรูทั้ง 3 ดาน) ​สาระ​การ​เรียนรู...(ระบุสาระและเนื้อหาที่ใชจัดการเรียนรู อาจเขียนเฉพาะหัวเรื่องก็ได) ​กระบวนการ​จัดการ​เรียนรู...(กำหนดใหสอดคลองกับธรรมชาติของกลุมสาระและการบูรณาการ ขามสาระ) ​กิจกรรม​เสนอ​แนะ...(ระบุรายละเอียดของกิจกรรมที่นักเรียนควรปฏิบัติเพิ่มเติม) ​แนวทาง​บูรณาการ...(เสนอแนะและระบุกิจกรรมของกลุมสาระอื่นที่บูรณาการรวมกัน) ​สื่อ/​แหลง​การ​เรียนรู...(ระบุสื่อ อุปกรณ และแหลงการเรียนรูที่ใชในการจัดการเรียนรู) ​บันทึก​ผล​หลัง​การ​จัดการ​เรียนรู...(ระบุรายละเอียดของผลการจัดการเรียนรูตามแผนที่กำหนดไว อาจนำเสนอขอเดนและขอดอยใหเปนขอมูลที่สามารถใชเปนสวนหนึ่งของการทำวิจัยในชั้นเรียนได) 5. รูปแบบแผนการจัดการเรียนรู​รายชั่วโมง


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   155 6. แบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน ​แบบ​ทดสอบ​กอน​เรียน​และ​หลังเรียน หนวยการเรียน​รูที่1 ความ​หมาย​และ​ลักษณะ​สำคัญ​ของกฎหมาย คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ขอ​ใด​มี​ความแตกตางจาก​กฎหมาย​ใน ลักษณะ​ที่​เปน​กฎเกณฑ​ขอบังคับ​ของ​สังคม  ก ศาสนา ข ศีลธรรม ค จารีตประเพณี ง คานิยมของสังคม 2. ขอ​ใดมิใชสภาพ​บังคับ​ทางอาญา ก ปรับ ค ริบทรัพยสิน ข กักกัน ง ประหารชีวิต 3. คำ​สั่ง​หรือ​ขอบังคับ​ที่​ใชได​เสมอ​ หมายความวา​อยางไร ก ใชไดกับทุกคน ข ใชไดตลอดกาล ค ใชไดกับทุกสถานที่ ง ใชไดจนกวาจะถูกยกเลิก 4. ขอ​ใด​เปน​กฎหมาย​ที่​มาจาก​ขอหาม​ทาง ​ศาสนา​หรือ​ศีลธรรม ก การหยา ข การฟองลมละลาย ค การรับบุตรบุญธรรม ง การฆาผูอื่นตามประมวลกฎหมายอาญา 5. ขอ​ใด​คือ​สภาพ​บังคับ​ของ “จารีต​ประเพณี” ก การถูกริบทรัพยสิน ข การถูกไลออกจากสังคม ค การถูกลงโทษดวยการเฆี่ยนตี ง การถูกติฉินนินทาจากบุคคลอื่น ​ในสังคม 6. ​แมวาจะ​รูสึก​รอน​และ​อึดอัด แต​จอย​ก็​สวม หมวกนิรภัยทุกครั้ง​เมื่อ​ขับรถจักรยานยนต กรณี​นี้​แสดง​ให​เห็น​ถึงความ​สำคัญ​ของ กฎหมาย​ใน​ขอ​ใด ก เปนกติกาของสังคม ข ​กำหนดหนาที่ใหแกสมาชิกของสังคม ค ใหความคุมครองสมาชิกของสังคมใหได รับความปลอดภัยทั้งในชีวิตและรางกาย ง ​ถูกทุกขอ 7. ศาสตร​แขนง​ใด​ไมมีความ​สัมพันธกับ​วิชา​ กฎหมายนอย​ที่สุด ก รัฐศาสตร ค เศรษฐศาสตร ข คณิตศาสตร ง ประวัติศาสตร 8. คำ​วา “​รัฎฐาธิปตย” ของ​ไทย​ใน​ปจจุบัน​ หมายถึง​ใคร ก ศาล ค นายกรัฐมนตรี ข รัฐสภา ง พระมหากษัตริย 9. “ความ​ไมรู​กฎหมาย​ไม​เปน​ขอแกตัว” หมายความวา​อะไร ก บุคคลจะปฏิเสธความรับผิดเมื่อฝาฝน กฎหมายไมได ข บุคคลผูรูกฎหมายสามารถแกตัวให ตนพนความผิดได ค บุคคลผูไมมีความรูทางกฎหมายเมื่อ ทำผิด ตองรับผิด ง บุคคลที่กระทำการใดลงไปโดยไมรูวา เปนความผิด บุคคลนั้นไมตองรับผิด


156 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 10. ขอ​ใดผิด ก ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย ข กฎหมายแพงตองมีสภาพบังคับ ค สภาพบังคับทางแพงคือการชดใช คาเสียหาย ง กฎหมายจราจรวิวัฒนาการมาจาก ขอหามทางศีลธรรม 11. ศีลธรรม​และ​กฎหมาย​มี​สวน​คลายคลึง​กัน ​ใน​เรื่อง​ใด ก สภาพบังคับ ข จำนวนบุคคลที่ฝาฝน ค ความเชื่อถือของบุคคลในสังคม ง เปนกฎเกณฑขอบังคับของสังคม 12. จารีต​ประเพณี​เปน​กฎเกณฑ​ขอบังคับ​ที่​ใช​  ไดดี​ใน​สังคม​ที่​มี​ลักษณะ​อยางไร ก สังคมยุคเริ่มแรก ข สังคมดอยพัฒนา ค สังคมกำลังพัฒนา ง สังคมที่พัฒนาแลว 13. ขอ​ใด​เรียงลำดับ​โทษ​ใน​กฎหมายอาญา​จาก ​หนัก​ที่สุด​ไป​จนถึง​เบา​ที่สุด​ได​ถูกตอง ก ประหารชีวิต จำคุก ปรับ กักขัง ริบทรัพยสิน ข ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพยสิน ค ประหารชีวิต กักขัง จำคุก ริบทรัพยสิน ปรับ ง ประหารชีวิต กักขัง จำคุก ปรับ ริบทรัพยสิน 14. สาเหตุ​ที่​ทำให​กฎหมาย​ของ​แตละ​ประเทศ​ หรือ​แตละ​สังคม​มี​ความ​แตกตางกัน​คือ​อะไร ก มีจารีตประเพณีแตกตางกัน ข มีจำนวนประชากรแตกตางกัน ค มีระบบการเมืองการปกครองแตกตาง กัน ง มีรัฐสภาซึ่งเปนผูออกกฎหมายแตกตาง กัน 15. คำ​กลาว​ที่วา “ทุกคน​ตอง​เสมอภาค​กัน​ภายใต​กฎหมาย” หมายความวา​อยางไร ก ทุกคนตองอยูภายใตกฎหมายเดียวกัน ข ทุกคนมีสภาพและบทบาทอยางเดียวกันเสมอ ค บุคคลเมื่อทำความผิดจะตองไดรับโทษอยางเดียวกัน ง กฎหมายทุกฉบับตองใชบังคับแกบุคคลทุกเพศ ทุกวัย โดยเสมอภาคกัน


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   157 ​แบบ​ทดสอบ​กอน​เรียน​และ​หลังเรียน หนวยการเรียน​รูที่2 ที่มา​ของกฎหมายและ​ระบบ​กฎหมาย คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ขอ​ใด​เปน “บอเกิด” ของ​กฎหมาย ก ความเชื่อ ข คำพิพากษาของศาล ค กฎหมายสิบสองโตะ ง หลักกฎหมายโบราณ 2. ขอ​ใด​มิใชกฎหมาย​ลายลักษณ​อักษร​ที่​ บัญญัติ​ขึ้น​โดย​ฝาย​นิติบัญญัติ ก รัฐธรรมนูญ ข พระราชบัญญัติ ค ประมวลกฎหมาย ง ประกาศกระทรวง 3. กฎหมาย​ฉบับ​ใด​ที่​รัฐ​ตอง​บัญญัติ​ขึ้น​ใน ภาวะฉุกเฉิน​เรงดวน​เพื่อ​รักษา​ความ​มั่นคง​ และ​ปลอดภัย​แหง​รัฐ ก รัฐธรรมนูญ ข พระราชบัญญัติ ค พระราชกำหนด ง พระราชกฤษฎีกา 4. ขอ​ใด​เปน​กฎหมาย​ที่​มาจาก​จารีต​ประเพณี  ก การหยา ข คดีอุทลุม ค นิติกรรม สัญญา ง การรับบุตรบุญธรรม 5. จารีต​ประเพณี​ที่จะ​นำมาใช​เปน​หลัก กฎหมาย​ได​จะ​ตอง​มี​ลักษณะ​อยางไร ก ยอมรับเฉพาะในสังคมใดสังคมหนึ่งในรัฐ ข ไมขัดตอศีลธรรมและกฎหมายของ บานเมือง ค เปลี่ยนแปลงไดตามสภาวะแวดลอม ​ในปจจุบัน ง ปฏิบัติติดตอกันมาเปนเวลาชานาน ​ตั้งแต 100 ปขึ้นไป 6. ประมวล​กฎหมายแพง​และ​พาณิชย​กำหนด ​วา ถา​ไมมี​กฎหมาย​ลายลักษณ​อักษร​มา​ใช​ บังคับ​กับ​กรณี​ใด สามารถ​ใช​กฎหมาย​ใด​ แทน​ได​เปน​อันดับแรก ก กฎหมายทั่วไป ข กฎหมายศาสนา ค กฎหมายใกลเคียงกัน ง กฎหมายจารีตประเพณี 7. ขอ​ใด​เปนการ​ยก​กฎหมาย​จารีต​ประเพณี​ มา​ปรับ​ใชกับ​คดีอาญา ก สามีลักทรัพยภริยา ข นักมวยชกคูตอสูตายคาเวที ค ผูสืบสันดานพยายามฆาบุพการี ง หมอผาตัดเอาไตของคนไขไปขาย 8. ขอ​ใด​เปน​หลักกฎหมาย​ทั่วไป ก การครอบครองปรปกษ ข ผูรับโอนยอมไมมีสิทธิดีกวาผูโอน ค ผูเยาวยอมไมมีสิทธิทำนิติกรรม สัญญา ง ผูไรความสามารถตองใหผูอนุบาลทำ นิติกรรมแทน 9. ประเทศ​ใด​ตอไปนี้​ใช​ระบบ​กฎหมาย​อิสลาม ก ประเทศกรีก ข ประเทศอิสราเอล ค ประเทศเลบานอน ง ประเทศไทยในจังหวัดปตตานี สตูล ยะลา และนราธิวาส 10. ระบบ​กฎหมาย​ใด​ตอไปนี้​เปนระบบ​ กฎหมาย​ที่​ใชใน​ประเทศ​แถบภาคพื้น​ยุ​โร​ป ก ระบบกฎหมายอิสลาม ข ระบบกฎหมายสังคมนิยม ค ระบบกฎหมายจารีตประเพณี ง ระบบกฎหมายลายลักษณอักษร


158 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 11. ขอ​ใด​เปนกฎหมาย​ที่​มี​ความ​สำคัญ​และ​มี​ อิทธิพล​ตอ​ระบบ​กฎหมาย​ที่​ใช​อยู​ใน ประเทศ​แถบ​ภาคพื้น​ยุโรป​ใน​ปจจุบัน ก กฎหมายศาสนา ข กฎหมายของกรีก ค กฎหมายสิบสองโตะ ง กฎหมายของพระเจาฮัมมูราบี 12. ประเทศ​ใด​ตอไปนี้​ใช​ระบบ​กฎหมาย​ ​จารีตประเพณี ก ไทย–ญี่ปุน ข โปแลนด–อังกฤษ ค สหรัฐอเมริกา–ญี่ปุน ง อังกฤษ–สหรัฐอเมริกา 13. เนื้อหา​ของ​กฎหมาย​ระบบ​ลายลักษณ​- อักษร​มัก​อยู​ใน​รูป​ของ​บทบัญญัติ​ที่​เรียกวา​ อะไร ก พระราชกำหนด ข พระราชบัญญัติ ค ประมวลกฎหมาย ง คำพิพากษาของศาล 14. บอเกิด​ของ​กฎหมาย​ระบบ​ที่​ไม​เปน​ ลายลักษณ​อักษร​มาจาก​อะไร ก ศาสนาคริสต ข กฎหมายโรมัน ค หลักกฎหมายทั่วไป ง คำพิพากษาของศาล 15. เพราะ​เหตุใด​รัฐสภา​ของ​ประเทศ​อังกฤษ​จึง​ตองการ บัญญัติ​กฎหมาย​ลายลักษณ​อักษร​ออกมา​ใช​บังคับ ก นำมาใชบังคับเพื่อใหเปนรูปธรรม ข ใชเปนหลักในการพิพากษาคดีความของศาล ค อธิบายรายละเอียดของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ง เปลี่ยนแปลงยกเลิกกฎหมายเดิมที่ใชบังคับอยู


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   159 ​แบบ​ทดสอบ​กอน​เรียน​และ​หลังเรียน หนวยการเรียน​รูที่3 ประเภท​ของกฎหมาย คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. กฎหมาย​ใด​เปนได​ทั้ง​กฎหมาย​เอกชน​ ​และกฎหมาย​สาร​บัญญัติ ก ประมวลกฎหมายอาญา ข ​พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ค ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2. การ​แบงประเภท​ของ​กฎหมาย​ตาม​ลักษณะ​ แหง​การ​ใช​กฎหมาย จะ​แบง​กฎหมาย​ได​ ตาม​ขอ​ใด ก กฎหมายเอกชน–กฎหมายมหาชน ข กฎหมายเอกชน–กฎหมายระหวาง ​ประเทศ ค กฎหมายสารบัญญัติ–กฎหมายวิธี สบัญญัติ ง กฎหมายสารบัญญัติ–กฎหมายระหวาง ประเทศ 3. ขอ​ใด​เปน​กฎหมาย​เอกชน​ที่​กำหนด​เกี่ยวกับ  สิทธิ​และ​หนาที่​ของ​บุคคล​ตั้งแต​ปฏิสนธิ​ จนกระทั่ง​ตาย ก กฎหมายแพง ข กฎหมายพาณิชย ค กฎหมายปกครอง ง กฎหมายรัฐธรรมนูญ 4. กฎหมาย​ภาษีอากร หรือ​ประมวล​รัษฎากร จัด​อยู​ใน​กฎหมาย​ประเภท​ใด ก กฎหมายเอกชน ข กฎหมายมหาชน ค กฎหมายปกครอง ง กฎหมายรัฐธรรมนูญ 5. ประมวล​กฎหมายแพง​และ​พาณิชย​ของ ไทย​บรรพ​ใด​ที่​บัญญัติ​เกี่ยวกับ​นิติสัมพันธ​ ของ​บุคคล​กับ​บุคคล​ในทาง​การ​คา​พาณิชย ก บรรพ 1 ข บรรพ 2 ค บรรพ 3 ง บรรพ 4 6. กฎหมาย​รัฐธรรมนูญ​จัด​เปน​กฎหมาย​ ประเภท​ใด ก กฎหมายเอกชน ข กฎหมายมหาชน ค กฎหมายวิธีสบัญญัติ ง กฎหมายระหวางประเทศ 7. กฎหมาย​พระ​ธรรมนูญ​ศาลยุติธรรม​เปน​ กฎหมาย​เกี่ยวกับ​เรื่อง​อะไร ก กฎหมายที่เกี่ยวกับการปกครองรัฐ ข กฎหมายเกี่ยวกับการฟองรองคดีแพง ค กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิและหนาที่ของ บุคคล ง กฎหมายเกี่ยวกับศาลและอำนาจศาล ในการพิจารณาคดี 8. พระ​ราช​บัญญัติ​จราจร​ทางบก จัด​เปน​ กฎหมาย​ประเภท​ใด ก กฎหมายแพง ข กฎหมายเอกชน ค กฎหมายมหาชน ง กฎหมายระหวางประเทศ


160 คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6 9. กฎหมาย​ฉบับ​ใด​ตอไปนี้มิใชกฎหมาย อาญา ก พระราชบัญญัติปาไม ข พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ค พระราชบัญญัติสิทธิบัตร ง พระราชบัญญัติการศึกษา 10. หญิง​ไทย​ทำการ​สมรส​โดย​ถูกตอง​ตาม กฎหมาย​กับ​ชาย​ชาวอังกฤษ และ​ตอมา กฎหมาย​ของ​ประเทศ​อังกฤษ​รับรอง​ให หญิง​นั้น​ถือ​สัญชาติ​อังกฤษ​ตาม​สามี​ได เชนนี้รัฐบาล​อังกฤษ​ปฏิบัติ​ตามกฎหมาย​ใด ก ประมวลกฎหมายแพง ข ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ค กฎหมายระหวางประเทศแผนกคดีเมือง ง กฎหมายระหวางประเทศแผนกคดีบุคคล


คูมือครู แผนฯ รายวิชาเพิ่มเติม กฎหมาย​ที่​ประชาชน​ควร​รูม. 4–6   161 ​แบบ​ทดสอบ​กอน​เรียน​และ​หลังเรียน หนวยการเรียน​รูที่4 กระบวนการ​จัด​ทำกฎหมาย​ลายลักษณ​อักษร คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. การ​ออกกฎหมาย​ฉบับ​ใด​ไมตอง​ขอ​ ความ​เห็นชอบ​จาก​รัฐสภา​ไมวา​กรณี​ใด ๆ ก รัฐธรรมนูญ ค พระราชกำหนด ข กฎกระทรวง ง พระราชบัญญัติ 2. กฎหมาย​ใน​ขอ​ใด​ที่​คณะ​รัฐมนตรี​สามารถ ​นำ​ขึ้น​ทูลเกลาฯ ถวาย​พระมหากษัตริย​เพื่อ​ ทรง​ลง​พระ​ปรมาภิไธย​และ​ประกาศใช​ไป​ พลาง​กอน​แลวจึง​ขอ​ความ​เห็นชอบจาก รัฐสภาภายหลัง ก รัฐธรรมนูญ ค พระราชบัญญัติ ข กฎกระทรวง ง พระราชกำหนด 3. องคกร​ใด​ตอไปนี้​มี​หนาที่​ตัดสิน​วา​กฎหมาย อื่น ๆ ขัด​หรือ​แยง​กับ​รัฐธรรมนูญ​หรือไม ก รัฐสภา ข รัฐบาล ค ศาลรัฐธรรมนูญ ง คณะกรรมการกฤษฎีกา 4. องคกร​ใด​เปน​ผูจัดทำ​รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ ปจจุบัน ก รัฐสภา ข สภารางรัฐธรรมนูญ ค สภานิติบัญญัติแหงชาติ ง คณะมนตรีความมั่นคงแหงชาติ 5. ใคร​เปน​ผูลงนาม​รับสนอง​พระ​บรม​ราชโองการ​ใน​การ​ประกาศใช​รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ ปจจุบัน ก นายมีชัย ฤชุพันธ ข นายนรนิติ เศรษฐบุตร ค นายอนันท ปนยารชุน ง นายอุกฤษ มงคลนาวิน 6. ประชาชน​ผู​มี​สิทธิ​เลือกตั้ง​จำนวน​ไม​นอย กวา 10,000 คน ​มี​สิทธิ​เขาชื่อ​กัน​รองขอ​ ตอ​ประธาน​รัฐสภา​ให​ทำตาม​ขอ​ใด​ได ก แกไขรัฐธรรมนูญ ข พิจารณารางพระราชบัญญัติ ค ถอดถอนผูดำรงตำแหนงทางการเมือง ออกจากตำแหนง ง ถูกทุกขอ 7. ใน​กรณีที่​วุฒิสภา​ไมเห็นชอบดวย​กับ​ราง​ พระ​ราช​บัญญัติ​ที่​ผาน​การ​พิจารณา​จากสภา​ ผูแทน​ราษฎร​แลว วุฒิสภา​มี​สิทธิ​ตาม​ขอ​ใด ก ยับยั้งไว 180 วัน ข แกไขรางพระราชบัญญัตินั้น ค สงคืนสภาผูแทนราษฎรทันที ง สงใหนายกรัฐมนตรีพิจารณา 8. กรณี​ใด​จะ​ทำให​ทราบ​ได​ทันทีวา​ พระมหากษัตริย​ไม​ทรง​เห็นชอบ​ดวย​กับ​ราง​ พระ​ราช​บัญญัติ​ที่​กำลัง​พิจารณา​กัน​อยู ก พระราชทานคืนมายังรัฐสภาเมื่อพน 180 วัน ข พระราชทานคืนมายังรัฐสภาเมื่อพน 20 วัน ค ไมทรงลงพระปรมาภิไธยในราง พระราชบัญญัตินั้น ง พระราชทานรางพระราชบัญญัติ คืนมายังรัฐสภาทันที 9. กฎหมาย​ฉบับ​ใดไมใชกฎหมาย​ที่​ออก​โดย ​ฝาย​นิติบัญญัติ ก รัฐธรรมนูญ ค พระราชกำหนด ข พระราชบัญญัติง ประมวลกฎหมาย


Click to View FlipBook Version