The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการปฏิบัติงานภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nongbest.nonggrace, 2021-04-06 08:43:03

รายงานการปฏิบัติงานภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

รายงานการปฏิบัติงานภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านและผลการประเมนิ ตนเองรายบคุ คล
ภาคเรยี นที่ ๒/๒๕๖๓

และผลการประเมนิ ตนเองรายบคุ คล

นางณชิ าภา ศรธี รณ์
ตาแหนง่ ครอู ตั ราจา้ ง
หมวดวชิ าภาษาตา่ งประเทศ

วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง
อาเภอเมอื ง จงั หวดั ระยอง
สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา

ดา้ นท1ี่

ดา้ นจดั การเรยี นการสอน

1.1
การสรา้ งและพฒั นาหลกั สตู ร

1.2
การจดั การเรียนรูแ้ ละคณุ ภาพผเู้ รยี น

1.3 การสรา้ งและพฒั นาสอื่
นวตั กรรม

เทคโนโลยที างการศกึ ษาและแหลง่ เรยี นรู้

1.4
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรแู้ ละการศกึ ษา

1.5 ศกึ ษา วเิ คราะห์ สงั เคราะห์

หรือวจิ ยั

เพอื่ แกป้ ญั หาหรือพฒั นาการเรยี นรูท้ สี่ ง่
ผลตอ่ คณุ ภาพผเู้ รียน

แบบประเมนิ ครูอตั ราจา้ ง วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง

ชอื่ ผรู้ บั การประเมนิ นางณิชาภา ศรธี รณ์ สาขาวชิ าภาษาองั กฤษ

หวั ขอ้ ประเมนิ หมายเหตุ
ดา้ นท1ี่ ดา้ นจดั การเรียนการสอน

1.1 การสรา้ งและพฒั นาหลกั สูตร
1.2 การจดั การเรยี นรูแ้ ละคณุ ภาพผเู้ รียน
1.3 การสรา้ งและพฒั นาสอื่ นวตั กรรม
เทคโนโลยที างการศกึ ษาและแหลง่ เรยี นรู้
1.4 การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรแู้ ละการศกึ ษา
1.5 ศกึ ษา วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ หรอื วจิ ยั
เพือ่ แกป้ ญั หาหรอื พฒั นาการเรียนรทู้ สี่ ง่ ผลตอ่ คณุ ภาพผเู้ รยี น

รายงานการประเมนิ หลกั ฐ

- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ
- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ
- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ
-
แผนการสอนรายวชิ าภาษาองั
- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
-
โครงการสอนรายวชิ าภาษาอ
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา

- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ
- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ
- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ

-
แผนการสอนรายวชิ าภาษาองั
- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
-
โครงการสอนรายวชิ าภาษาอ
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ

- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ
- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ
รจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล/แผนการสอนรายบุคคล/แผนจดั ประสบการณ์ -
แผนการสอนรายวชิ าภาษาองั
- แผนการสอนรายวชิ าภาษาอ
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
-
โครงการสอนรายวชิ าภาษาอ

- โครงการสอนรายวชิ าภาษา
-สือ่ การสอน PPT VDO ใบง

- ผลการเรียน วผ.1 ใบเช็คชือ่
- จติ พสิ ยั

ยน
เรียน

ศกึ ษา - สือ่ ตา่ งๆ เชน่ สมาร์ทโฟนสบื
เพือ่ แกป้ ญั หาหรือพฒั นาการเรยี นรทู้ สี่ ง่ ผลตอ่ คณุ ภาพผเู้ รียน YOUTUBE GOOGLE

- แบบทดสอบ แบบสรุปคะแ

- งานวจิ ยั เรอื่ ง
การฝึ กทกั ษะการอา่ นภาษาองั
ปวช.1/1 แผนกวชิ าเทคโนโ
วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง

เอกสารอา้ งองิ ดา้ นที่ 1

1.1การสรา้ งและพฒั นาหลกั สตู ร

1.2
การจดั การเรยี นรแู้ ละคณุ ภาพผเู้ รียน

แผนการสอน

มงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการปรชั ญาของเศรษ
ฐกจิ พอเพียง

วชิ า ภาษาองั กฤษฟงั -พดู

รหสั วชิ า 20000 1202
หลกั สตู รประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศกั ราช

2561
ประเภทวชิ าสามญั

สาขาวชิ าท่วั ไป
ภาคเรยี นที่ 1 ปี การศกึ ษา 2563

จดั ทาโดย
นางณิชาภา ศรีธรณ์
หมวดวชิ าภาษาตา่ งประเทศ
วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการ หน่วยที่ 1
สอนครง้ั ที่ 1 (1-1)
ที่ 1

รหสั วชิ า 20000-1202 ภาษาองั กฤษฟงั -พดู

ชือ่ หน่วย/เรือ่ ง การทกั ทาย (Greeting) จานวนช่วั โมง 1 ช.ม.
การแนะนา (Introduction) การกลา่ วลา
(Saying Goodbye)

สาระสาคญั

การศกึ ษาวชิ าน้ีเป็ นวชิ าทเี่ น้นผูเ้ รียนเป็ นสาคญั
เพอื่ ปลกู ฝงั ใหพ้ ฒั นาตนเองเขา้ สอู่ าชีพอยา่ งสมา่ เสมอ
และนาไปประยุกต์เพอื่ วางแผนใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ตอ่ ไป
และยงั เป็ นการใหผ้ ูเ้ รยี นไดม้ โี อกาสฝึ กทกั ษะความชานาญการเรียนรดู้ า้ นความรู้

ความสามารถพอื่ มสี ว่ นรว่ มในการเรียนอยา่ งเตม็ ทใี่ นการฝึ กทกั ษะการปฏบิ ตั จิ รงิ
เพอื่ พฒั นาทกั ษะ ความรู้ และความสามารถรวมทง้ั สตปิ ญั ญาเพอื่ แกป้ ญั หาได้
ผูเ้ รยี นวชิ านี้นอกจากจะไดค้ วามรทู้ ถี่ ูกตอ้ งแลว้
สามารถนาไปประยุกต์ใชเ้ พอื่ เป็ นเครือ่ งมอื ทสี่ าคญั ในการแกป้ ญั หาในชีวติ ประจาวนั อกี ดว้


จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู ้
1.บอกจดุ ประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคาอธบิ ายรายวชิ าตามหลกั สตู รฯ
ได้
2.บอกแนวทางวดั ผลและการประเมนิ ผลการเรียนรไู้ ด้
3.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ าเรจ็ การศกึ ษา

สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
ทคี่ รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอื่ ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.2 ความมวี นิ ยั 3.9 ความรกั สามคั คี
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ 3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
3.4 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ
3.5 ความเชือ่ มน่ั ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝ่ รู้

สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาโตต้ อบในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทสี่ นใจในชวี ติ ประจาวนั
2.พดู สอื่ สารสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั และสถานประกอบการ
3.ใชส้ านวนภาษาไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
4.ใชว้ จั นะภาษาและอวจั นะภาษาสอื่ ความหมายไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
5.ใชภ้ าษาตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
6.ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนการฟงั พูด

พรอ้ มแสดงหลกั ฐานการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง

เน้ือหาสาระ

1.บอกจดุ ประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคาอธบิ ายรายวชิ าตามหลกั สตู รฯ
ได้

2.บอกแนวทางวดั ผลและการประเมนิ ผลการเรียนรไู้ ด้

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

1.ครผู ูส้ อนแนะนาจดุ มงุ่ หมายทผี่ ูเ้ รยี นจะไดจ้ ากหลกั สตู ร
โดยกาหนดใหผ้ ูเ้ รยี นทกุ คนตอ้ งมคี วามรู้
ความสามารถและมที กั ษะในการประกอบอาชีพทกุ ประเภท
2.ผูเ้ รยี นยกตวั อยา่ งคาทกั ทาย (Greeting) เชน่ Good morning เป็ นตน้

ขน้ั สอน

3.ครผู ูส้ อนชแี้ จงหลกั สตู รการเรยี นการสอนวชิ านี้
และบอกแนวทางการวดั ผล ประเมนิ รวมทงั้
การประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นในขณะเรยี นวชิ านี้

4.ผเู้ รียนรบั ฟงั คาชแ้ี จงสงั เขปรายวชิ าและการวดั ประเมนิ ผ

ซกั ถามขอ้ สงสยั และปัญหารวมทงั้ แสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั การเรยี นวิ
ชานี ้

ขน้ั สรุปและการประยกุ ต์
5.ผูเ้ รยี นวางแผนการนาคาทกั ทายตา่ ง ๆ

เพอื่ นาไปประยกุ ต์ใชก้ บั งานในชวี ติ ประจาวนั ทจี่ าเป็ นโดยทว่ั ไป
ซง่ึ ทกุ คนจะตอ้ งใชใ้ นอนาคต

สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าภาษาองั กฤษฟงั -พดู 1 ของสานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์
2.สอื่ แผน่ ใส สอื่ คอมพวิ เตอร์ สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส์ และ CD
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน

หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเช็คชือ่
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่

3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ จรยิ ธรรม คา่ นิยม

4. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครอื่ งมอื วดั ผล

1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่

3. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
โดยครแู ละนกั เรยี น รว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑ์การประเมนิ ผล

1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ

2. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50 % ขน้ึ ไป)

3. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50% ขน้ึ ไป)

4.แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

แนะนาใหฝ้ ึ กทกั ษะการฟงั และการพูดจากสอื่ ตา่ ง ๆ

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการ หน่วยที่ 1

ที่ 1(ตอ่ )

รหสั วชิ า 20000-1202 ภาษาองั กฤษฟั ง- สอนครง้ั ที่ 1 (2-
พูด 2)

ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง การทกั ทาย (Greeting) การแนะนา จานวน 1 ช.ม.
(Introduction) การกลา่ วลา (Saying Goodbye)

สาระสาคญั

การทกั ทาย (Greeting) ในภาษาองั กฤษจะแบง่ การทกั ทายออกเป็ น 2 ระดบั
ตามสถานการณ์คอื การทกั ทายอยา่ งเป็ นทางการ (Formal Greeting)
ซง่ึ ใชก้ บั ผทู้ อี่ าวุโสกวา่ เจา้ นาย หรอื คนทไี่ มค่ นุ้ เคย และการทกั ทายอยา่ งไมเ่ ป็ นทางการ
(Informal Greeting) ใชก้ บั เพอื่ นหรอื คนใกลช้ ดิ และการตอบรบั การทกั ทาย
ควรจะเป็ นในระดบั เดยี วกบั คาทกั ทาย

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู ้
1.ใชค้ าศพั ท์ สานวนภาษาในการฟงั ดแู ละสนทนาโตต้ อบสอื่ สารในการทกั ทาย
2.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม

และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ าเร็จการศกึ ษาสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ
ษา ทคี่ รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอื่ ง

2.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
2.2 ความมวี นิ ยั
2.3 ความรบั ผดิ ชอบ
2.4 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ
2.5 ความเชือ่ ม่นั ในตนเอง
2.6 การประหยดั
2.7 ความสนใจใฝ่ รู้
2.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
2.9 ความรกั สามคั คี
2.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาโตต้ อบในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทสี่ นใจในชวี ติ ประจาวนั
2.พดู สอื่ สารสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั และสถานประกอบการ
3.ใชส้ านวนภาษาไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
4.ใชว้ จั นะภาษาและอวจั นะภาษาสอื่ ความหมายไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
5.ใชภ้ าษาตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนการฟงั พดู

พรอ้ มแสดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอ
เน้ือหาสาระ

1.การทกั ทาย (Greeting)

กจิ กรรมการเรยี นรู ้

ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

1.ครผู ูส้ อนชี้ใหผ้ ูเ้ รยี นไดเ้ ห็นความสาคญั ของการทกั ทาย (Greeting)
จะชว่ ยทาใหผ้ ูเ้ รยี นมที กั ษะและ

ประสบการณ์ในการฟงั -พดู สอื่ สารระหวา่ งกนั ไดม้ ากขน้ึ

2.ครเู น้นใหผ้ ูเ้ รียนเหน็ วา่ การทกั ทาย (Greeting)
เปรยี บเสมอื นความประทบั ใจแรก ซงึ่ มคี วามสาคญั

มากกบั ทกุ วฒั นธรรมทกุ ชาตทิ กุ ภาษา
ดงั นน้ั นกั เรยี นจงึ ควรเรยี นรกู้ ารทกั ทายและแนะนาตวั เองอยา่ งถูกตอ้ ง

ขน้ั สอน

3.ครูและผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะโดยการกลา่ วคาทกั ทายอยา่ งเป็ นทางการ (Formal
Greeting) เชน่

Good morning (สวสั ดตี อนเชา้ ใชก้ ลา่ วสวสั ดตี ง้ั แตเ่ ชา้ จนถงึ เทยี่ งวนั )

Good afternoon
(สวสั ดีตอนบา่ ยใชก้ ลา่ วสวสั ดีตง้ั แตห่ ลงั เทยี่ งจนถงึ เวลาหกโมงเยน็ )

Good evening (สวสั ดีตอนเย็น ใชก้ ลา่ วสวสั ดี
ตง้ั แตห่ ลงั หกโมงเย็นจนถงึ เวลากลางคนื )

4.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะฟงั และพูด โดยการทกั ทายอยา่ งเป็ นทางการ (Informal
Greeting) เชน่ Hello
(สวสั ด)ี หรือ Hi (สวสั ด)ี

ซง่ึ โดยท่วั ไปแลว้ เวลาเราทกั ทายใคร หากเราทราบชือ่ ของเขา
เราก็ควรพดู ชือ่ ของเขาในคาทกั ทายนน้ั

เชน่ Good morning, Lilly แตห่ ากเราไมท่ ราบชือ่ อาจใชค้ าวา่ “Sir”
เวลาทกั ทายผูท้ อี่ าวโุ สกวา่ ทเี่ ป็ นผชู้ าย หรอื “Madame” กบั ผทู้ อี่ าวุโสกวา่ ทเี่ ป็ นผหู้ ญงิ เชน่
Good evening, Sir. หรอื Good evening, Madame.

5.ครูกลา่ ววา่ ในภาษาองั กฤษนน้ั
เป็ นธรรมเนียมทหี่ ลงั จากทกั ทายแลว้ จะตอ้ งมกี ารถามทกุ ข์สขุ ซงึ่ ไม่

ไดม้ คี วามหมายลกึ ซง้ึ แตเ่ ป็ นธรรมเนียมทเี่ ราควรจะตอ้ งถาม คาถามในภาษาองั กฤษ
ทมี่ คี วามหมายวา่ สบายดหี รือ เป็ นอยา่ งไรบา้ ง มอี ยูห่ ลายประโยค ตวั อยา่ งเชน่

การถามวา่ สบายดหี รือ เป็ นอยา่ งไรบา้ ง การตอบรบั

How do you do? How do you do?
How are you? (คาถามทเี่ ป็ นทางการ) I’m very well, thank you.
How are you today? (การตอบรบั ทเี่ ป็ นทางการ)
How are you this morning? I’m fine, thank you.
How are you this afternoon? (การตอบรบั ทเี่ ป็ นทางการ)
How are you this evening? I’m doing good.
How are you doing ? I’m okay.
How is everything ? Great, thank you.
How is it going ? Good, thanks.
How are things with you? Alright, thanks.
How have you been? Pretty good, thank you.
(เป็ นอยา่ งไรบา้ ง Not too bad, thanks.
ใชส้ าหรบั ถามกรณีทไี่ มไ่ ดพ้ บกนั นาน)

Note ** How do you do?
เป็ นการทกั ทายเมอื่ เจอกนั ครง้ั แรก
และไมใ่ ชค่ าถาม

6.ผูเ้ รยี นฟงั การสนทนาโตต้ อบกนั ตาม LISTENING 1.1 : Listen to the
conversation and practice

with your friends. โดยเปิ ด CD ประกอบ ดงั นี้

7.ผูเ้ รยี นฝึ กพดู โดยการสนทนาโตต้ อบกนั ตาม SPEAKING 1.2 : Practice
the following

conversation with friends. โดยฝึ กพูดจากการเปิ ดแผน่ CD ดงั น้ี

8.ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั การทกั ทายวา่ เป็ นมารยาททเี่ ราควรถามกลบั วา่
“แลว้ คณุ ละ่ เป็ นอยา่ งไร
บา้ ง” หลงั จากนน้ั ก็ตอ้ งมกี ารถามถงึ สขุ ภาพหรอื อาจจะพดู ถงึ สถานการณ์ทว่ั ไป
ซง่ึ เป็ นมารยาททคี่ วรทาและ
เป็ นเรอื่ ง ทสี่ าคญั ในภาษาองั กฤษ

การถามคาถามกลบั เมอื่ มคี นถามเรา (ถา้ เราสบายดี)
And you?
How about you?
What about you?

ถา้ เพอื่ นหรือคนรจู้ กั ไมส่ บาย เราอาจจะพูดกบั คนเหลา่ นน้ั วา่
I hope you feel better soon!
Get well soon!

9.ผูเ้ รยี นฟงั การสนทนาจาก LISTENING 1.3 : Listen to the following
conversation and repeat. โดยครูเปิ ด CD ใหฟ้ งั การสนทนาโตต้ อบกนั ดงั น้ี

10.ผูเ้ รยี นจบั คกู่ นั เพอื่ ฝึ กพดู โตต้ อบระหวา่ งกนั จาก SPEAKING 1.4 : Practice
the conversation with your friends. โดยครูเปิ ด CD ใหฝ้ ึ กพดู และใชส้ อื่ Power
Point หรอื หนงั สอื เรยี นประกอบ ดงั นี้

11.ครแู นะนาใหผ้ ูเ้ รยี นทบทวนวา่ การรจู้ กั เพอื่ นทดี่ ีและมเี ครือขา่ ยทางสงั คมทดี่ นี น้ั
สาคญั ตอ่ การพฒั นาตนเองอยา่ งไร
โดยสามารถบรู ณาการกบั การรบั ผดิ ชอบตอ่ ชุมชนและสงั คมในประเทศไทย

ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์

12.ครูสมุ่ ตวั อยา่ งใหผ้ ูเ้ รยี นใหแ้ สดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั การฟงั การพดู การเขยี น
และการสนทนา

โตต้ อบระหวา่ งกนั เพอื่ นาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ตอ่ ไป

13.ครูและผูเ้ รยี นรว่ มกนั ยกตวั อยา่ งบทสนทนาระหวา่ งกนั และพดู โตต้ อบกนั
เพอื่ เป็ นการทบทวนอกี ครง้ั

14.สรปุ โดยการถาม-ตอบ
เพอื่ ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั และประเมนิ ผเู้ รียนตามแบบฟอร์มตอ่ ไปนี้

ชือ่ ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรียนรู้
วธิ ีการเรยี นรู้

ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู ้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าภาษาองั กฤษฟงั -พูด 1 ของสานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรียนการสอน
4.สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส์ แผน่ CD และ PowerPoint
5.Worksheet

หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเช็คชือ่
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4 ตรวจกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. ตรวจแบบประเมนิ Worksheet
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม

และคณุ ลกั ษณะอนั
พงึ ประสงค์

เครอื่ งมอื วดั ผล

1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผูเ้ รยี น)
4 ตรวจกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้
5. แบบประเมนิ ผล Worksheet

6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผูเ้ รยี น รว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง

(50 % ขนึ้ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง

(50% ขน้ึ ไป)
4. กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้ มเี กณฑ์ผา่ น 50%
5. แบบประเมนิ Worksheet มเี กณฑ์ผา่ น 50%
6. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คะแนนขน้ึ อยู่
กบั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ

1.ผูเ้ รยี นควรฝึ กทกั ษะการฟงั การพูด การเขยี น และการสนทนาโตต้ อบเกยี่ วกบั การทกั ทาย
เพอื่ นาไปใชไ้ ดจ้ รงิ ในชวี ติ ประจาวนั

2.ทากจิ กรรม Worksheet

แบบประเมนิ ผลการสง่ เสรมิ คณุ ธรรมพนื้ ฐาน

คาช้ีแจง เพื่อให้การขบั เคลื่อนคุณธรรมพ้ืนฐานมีความชดั เจน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

และนาไปสกู่ ารปฏบิ ตั ไิ ด้

อย่างเป็ น รูป ธรรม จึงมี ก ารป ระเมิน รายก ารแ ต่ละข้อแ ล้วเขี ยน เค รื่องห ม าย 

ลงในช่องระดบั คุณภาพตามความเป็ นจรงิ โดยกาหนดน้าหนกั คะแนน ดงั น้ี 5 = ดีมาก, 4

= ดี, 3 = พอใช,้ 2 = ควรปรบั ปรงุ , 1 = ใชไ้ มไ่ ด้

รายการ พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ระดบั คณุ ภาพ
54321

1.ความขยนั ผทู้ มี่ คี วามขยนั คอื
ผทู้ ตี่ ง้ั ใจทาจรงิ จงั ตอ่ เนื่องในเรอื่ งทถี่ กู ทคี่ วร สงู้ าน
มคี วามพยายาม ไมท่ อ้ ถอย อดทน กลา้ เผชญิ อปุ สรรค

2.ประหยดั  ผทู้ มี่ คี วามประหยดั คอื
ผทู้ ดี่ าเนนิ ชวี ติ ความเป็ นอยเู่ รียบงา่ ย
รจู้ กั ฐานะการเงนิ ของตน คดิ กอ่ นใชค้ ดิ กอ่ นซ้ือ เก็บออม
ถนอมใชท้ รพั ย์สนิ สง่ิ ของอย่างคมุ้ คา่ ไมฟ่ ่ มุ เฟื อย ฟ้ งุ เฟ้ อ
รจู้ กั ทาบญั ชีรายรบั -รายจา่ ยของตนเองเสมอ

3.ความซอื่ สตั ผทู้ มี่ คี วามซือ่ สตั ย์ คอื
ย์ ผทู้ มี่ คี วามประพฤตติ รงทง้ั ตอ่ หน้าที่ ตอ่ วชิ าชีพ ตรงตอ่ เวลา
ไมใ่ ชเ้ ลห่ ์กล คดโกง
รบั รหู้ น้าทขี่ องตนเองและปฏบิ ตั เิ ต็มทถี่ ูกตอ้ ง

ผทู้ มี่ วี นิ ยั คอื ผทู้ ปี่ ฏบิ ตั ติ นในขอบเขต กฎ
4.ความมวี นิ ยั ระเบยี บสถานศกึ ษา สถาบนั /องค์กร/สงั คมและประเทศ

โดยทยี่ นิ ดปี ฏบิ ตั อิ ยา่ งเต็มใจ

5.ความสภุ าพ ผทู้ มี่ คี วามสภุ าพ คอื
ผทู้ อี่ อ่ นน้อมถอ่ มตนตามสถานภาพและกาลเทศะ
ไมก่ า้ วรา้ ว วางอานาจขม่ ผอู้ นื่ เรียบรอ้ ย ออ่ นโยน
ละมนุ ละมอ่ ม มกี ริ ยิ ามารยาทดงี าม มสี มั มาคารวะ
แตใ่ นเวลาเดยี วกนั ยงั คงมคี วามมน่ั ใจในตนเอง
วางตนเหมาะสมตามวฒั นธรรมไทย

6.ความสะอา ผทู้ คี่ วามสะอาด คอื ผรู้ กั ษารา่ งกาย ทอี่ ยอู่ าศยั
ด สงิ่ แวดลอ้ มถกู ตอ้ งตามสขุ ลกั ษณะ
ปราศจากความมวั หมองทง้ั กาย ใจและสภาพแวดลอ้ ม
มคี วามผอ่ งใสเป็ นทเี่ จรญิ ตาแกผ่ พู้ บเห็น

7.ความสามคั ผทู้ มี่ คี วามสามคั คี คอื
คี ผทู้ เี่ ปิ ดใจกวา้ งรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ นื่
รบู้ ทบาทของตนในฐานะผนู้ าและผตู้ ามทดี่ ี
มงุ่ ม่นั ตอ่ การรวมพลงั ช่วยเหลอื เกอ้ื กูลกนั เพอื่ ใหง้ านสาเร็จ
แกป้ ญั หาและขจดั ความขดั แยง้ ได้ มเี หตผุ ล
ยอมรบั ความแตกตา่ งหลากหลายทางวฒั นธรรม ความคดิ
ความเชอื่ พรอ้ มทจี่ ะปรบั ตวั เพอื่ อยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติ

8.ความมนี ้าใ ผทู้ มี่ นี ้าใจ คอื ผใู้ หแ้ ละผอู้ าสาชว่ ยเหลอื สงั คม
จ รจู้ กั แบง่ ปนั เสยี สละความสุขสว่ นตน เพอื่ ประโยชน์แกผ่ อู้ นื่
เขา้ ใจ เห็นใจผทู้ มี่ คี วามเดอื ดรอ้ น
ลงมอื ปฏบิ ตั กิ ารเพอื่ บรรเทาปญั หา
หรือรว่ มสรา้ งสรรค์สง่ิ ดีงามใหเ้ กดิ ขนึ้ ในชุมชน

รวมคะแนนทีไ่ ด.้ .....................................คะแนน

ขอ้ คดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ ……….…………………………………….………………….………………………………..…

เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ ผูป้ ระเมนิ .....…………….............

28-30 คะแนน = ดมี าก 15-19 คะแนน =
ควรปรบั ปรุง

25-27 คะแนน = ดี 0-14 คะแนน =
ใชไ้ มไ่ ด้

20-24 คะแนน = พอใช้

แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้

คาชี้แจง ใหป้ ระเมนิ รายการแตล่ ะขอ้ แลว้ เขยี น เครอื่ งหมาย /
ลงในชอ่ งระดบั คณุ ภาพตามความเป็ นจรงิ โดยกาหนดน้าหนกั คะแนน ดงั นี้ 5 = ดมี าก, 4
= ดี, 3 = พอใช,้ 2 = ควรปรบั ปรุง, 1 = ใชไ้ มไ่ ด้

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ
5 432 1

1.ผลการเรียนทคี่ าดหวงั มคี วามชดั เจน
ครอบคลุมพฤตกิ รรมทกุ ดา้ น (KAP)

2.เนื้อหาสาระมคี วามถกู ตอ้ ง ครอบคลุม และชดั เจน

3.กจิ กรรมการเรยี นรสู้ อดคลอ้ งกบั ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั

4.กจิ กรรมการเรยี นรมู้ คี วามหลากหลาย
น่าสนใจและเน้นกระบวนการคดิ การฟงั การพดู การอา่ น
การดแู ละการเขียน

5.กจิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ใหผ้ ูเ้ รยี นลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ

6.กจิ กรรมการเรยี นรสู้ ง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นคน้ พบคาตอบดว้ ยตนเอง

7.กจิ กรรมการเรยี นรเู้ พยี งพอทจี่ ะสง่ ผลใหบ้ รรลผุ ลการเรยี นรทู้ คี่
าดหวงั

8.กจิ กรรมการเรยี นรทู้ กี่ าหนดสามารถนาไปปฏบิ ตั กิ ารสอนไดจ้
รงิ

9.มสี อื่ ทสี่ อดคลอ้ งกบั กจิ กรรมและเป็ นสอื่ ทเี่ น้นกระบวนการคดิ

10.มกี ารวดั ผลประเมนิ ผลทสี่ อดคลอ้ งกบั ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั

11.วธิ ีการวดั ผลสอดคลอ้ งกบั กจิ กรรมการเรยี นรู้

12.มกี ารกาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ผลไวอ้ ยา่ งชดั เจนและเหมาะ
สม

รวม

ขอ้ คดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ

1.กระบวนการคดิ ทใี่ ช้ คอื ……….…………………………………….………………….……….......……….………
……….……………………………………………………………………………..………........................................
2.สง่ิ ทคี่ วรปรบั ปรงุ คอื ……….…………………………………….…..…………………………….….......….……..
…………………………………………………………………………….……………………………………..………

ผูป้ ระเมนิ ……………………………………………

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณากา หน่วยที่ 1
รที่ 2

รหสั วชิ า 20000-1202 ภาษาองั กฤษฟั ง- สอนครง้ั ที่ 2 (3-
พูด 4)

ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง การทกั ทาย (Greeting) การแนะนา จานวน 2 ช.ม.
(Introduction) การกลา่ วลา (Saying Goodbye)

สาระสาคญั

การทกั ทาย (Greeting) ในภาษาองั กฤษจะแบง่ การทกั ทายออกเป็ น 2 ระดบั
ตามสถานการณ์คอื การทกั ทายอยา่ งเป็ นทางการ (Formal Greeting)
ซง่ึ ใชก้ บั ผูท้ อี่ าวุโสกวา่ เจา้ นาย หรือคนทไี่ มค่ นุ้ เคย และการทกั ทายอยา่ งไมเ่ ป็ นทางการ
(Informal Greeting) ใชก้ บั เพอื่ นหรอื คนใกลช้ ดิ และการตอบรบั การทกั ทาย
ควรจะเป็ นในระดบั เดยี วกบั คาทกั ทาย

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู ้

2.ใชค้ าศพั ท์ สานวนในการฟงั ดู และสนทนาโตต้ อบสอื่ สารในการแนะนา

3.ใชค้ าศพั ท์ สานวนภาษาในการฟงั ดู
และสนทนาโตต้ อบสอื่ สารในการกลา่ วลาได้

4.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ าเร็จการศกึ ษาสานกั งานคณะกรรมการการอา
ชีวศกึ ษา ทคี่ รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรือ่ ง

4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 4.6 การประหยดั
4.2 ความมวี นิ ยั 4.7 ความสนใจใฝ่ รู
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ 4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
4.5 ความเชือ่ มน่ั ในตนเอง 4.9 ความรกั สามคั คี

4.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาโตต้ อบในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทสี่ นใจในชีวติ ประจาวนั
2.พดู สอื่ สารสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั และสถานประกอบการ
3.ใชส้ านวนภาษาไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
4.ใชว้ จั นะภาษาและอวจั นะภาษาสอื่ ความหมายไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
5.ใชภ้ าษาตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
6.ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนการฟงั พูด

พรอ้ มแสดงหลกั ฐานการเรียนรู้
ดว้ ยตนเอง

เนือ้ หาสาระ
2.การแนะนา (Introduction)

3.การกลา่ วลา (Saying Goodbye)

กจิ กรรมการเรยี นรู ้
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

1.ครกู ลา่ วถงึ การสนทนาหลงั จากทมี่ กี ารทกั ทาย ก็ควรทจี่ ะมกี ารแนะนาตวั เอง
หรอื แนะนาใหบ้ คุ คลรจู้ กั กนั ซงึ่ เป็ นมารยาททดี่ ที างสงั คม
ซง่ึ เป็ นการเชือ่ มโยงบคุ คลใหร้ ูจ้ กั กนั เพอื่ ทจี่ ะมโี อกาส
สรา้ งสมั พนั ธไมตรกี นั ตอ่ ไปการแนะนาใหร้ จู้ กั กนั ควรทาใหถ้ ูกตอ้ งกาละเทศะเพอื่ เป็ นการ
สง่ เสรมิ ภาพลกั ษณ์ของเรา
การแนะนาแบง่ เป็ นสองแบบคอื การแนะนาบคุ คลใหร้ จู้ กั กนั และการแนะนาตวั เอง

2.ครูและผูเ้ รยี นชว่ ยกนั บอกหลกั ในการแนะนา ไดแ้ ก่
ควรบอกชือ่ และนามสกลุ ของบคุ คลทเี่ ราแนะนา
แนะนาผูท้ มี่ อี ายุน้อยใหร้ จู้ กั กบั ผใู้ หญ่
เอย่ ชือ่ ของบคุ คลทมี่ ตี าแหน่งสงู กวา่ กอ่ น
ถา้ เป็ นบคุ คลทมี่ ตี าแหน่งเทา่ เทยี่ มกนั เราควรแนะนาผูห้ ญงิ กอ่ น
ถา้ เป็ นการแนะนากลมุ่ ใหร้ จู้ กั บคุ คล ควรแนะนากลมุ่ กอ่ น
ควรใชน้ ้าเสยี งและถอ้ ยคาทสี่ ภุ าพออ่ นโยน

ขน้ั สอน
3.ครูอธบิ ายการแนะนาตวั เอง (Introducing yourself)
ซง่ึ การแนะนาตวั เองเป็ นเรอื่ จาเป็ น เนื่องจากวา่

คสู่ นทนาหรือผูฟ้ งั เป็ นบคุ คลทเี่ ราไมค่ นุ้ เคย ดงั นน้ั หลงั จากทมี่ กี ารทกั ทายเราควร บอกชือ่
นามสกุลของเราให้
คสู่ นทนารจู้ กั เพอื่ ทกั ทายกนั ในคราวตอ่ ไป
หลงั จากนน้ั อาจมกี ารบอกขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั ตวั เรา เชน่ บอกอายุ
อาชีพ ทอี่ ยู่ เป็ นตน้ สานวนการพดู แนะนาตนเอง เชน่

4.ผูเ้ รยี นฝึ กพดู แนะนาตวั เองจาก SPEAKING 1.5: Use the statement
below to introduce yourself to 5 of your friends, ask their names, and write
their names in the table below.

5.ครูใชเ้ ทคนิคการอธบิ ายการแนะนาบคุ คลอนื่ (Introducing Someone else)
โดยใชส้ อื่ PowerPoint หรอื หนงั สอื เรียนประกอบ
ซงึ่ เป็ นการแนะนาบคุ คลสองฝ่ ายทไี่ มเ่ คยพบกนั มากอ่ นใหร้ จู้ กั กนั
โดยมกี ารบอกชือ่ เต็มหรือ ชือ่ เลน่ ถา้ เป็ นการทกั ทายทเี่ ป็ นทางการ
อาจจะมกี ารบอกถงึ ตาแหน่งหน้าทกี่ ารงาน หลงั จากนน้ั อาจมกี ารพดู คยุ ถามถงึ
ดนิ ฟ้ าอากาศ, การเดนิ ทาง, ครอบครวั , เชื้อชาต,ิ บา้ นเกดิ , งานอดเิ รก ,......
(ไมค่ วรชวนคยุ เรอื่ ง ศาสนา หรอื การเมอื ง)

6.ครแู ละนกั เรยี นยกตวั อยา่ งประโยคทคี่ วรพดู แนะนาบคุ คลอนื่ ไดแ้ ก่

7.ครูแนะนาและใหข้ อ้ สงั เกตในการกลา่ วแนะนาบคุ คลอนื่ ดงั น้ี

Note :
Mr. (มสิ เตอร์) ใชก้ บั ผชู้ ายอายุมากกวา่ 18 ปี ทยี่ งั ไมแ่ ตง่ งานหรือแตง่ งานแลว้ ก็ได้

Mr. + ชือ่ และ นามสกุล เชน่ Mr. David Beckham

Miss. (มสิ ) ใชก้ บั ผหู้ ญงิ ทอี่ ายมุ ากกวา่ 18 ปี ทยี่ งั ไมแ่ ตง่ งาน

Miss + ชือ่ และ นามสกลุ เชน่ Miss Anne Hattaways

Mrs. (มสิ ซสิ ) ใชก้ บั ผหู้ ญงิ ทอี่ ายมุ ากกวา่ 18 ปี ทแี่ ตง่ งานแลว้

Mrs. + นามสกลุ เชน่ Mrs. Beckham (หมายถงึ Victoria Becham
ทแี่ ตง่ งานกบั Mr. David Beckham)

Ms. (มซิ ) ใชก้ บั ผูห้ ญงิ ทเี่ ราไมท่ ราบหรอื ไมแ่ น่ใจวา่ ผหู้ ญงิ คนนน้ั แตง่ งานหรือยงั

Ms. + ชือ่ และ นามสกลุ เชน่ Ms. Jennifer Aniston
8.ครใู ชเ้ ทคนิคการอธบิ ายถงึ การแสดงความยนิ ดที ไี่ ดร้ จู้ กั (Expressing pleasure to
have met someone)
โดยการบอกวา่ ยนิ ดที ไี่ ดร้ จู้ กั : หลงั จากทมี่ กี ารทกั ทายแลว้ ก็เป็ นมารยาททตี่ อ้ งบอกวา่
“ยนิ ดที ไี่ ดร้ จู้ กั ” (โดยสว่ นมากจะใชก้ บั บคุ คลทเี่ ราไมเ่ คยรจู้ กั มากอ่ น เชน่ เพอื่ น ลกู คา้
หรือบคุ คลทอี่ ายมุ ากกวา่ )

9.ครกู ลา่ วแสดงความยนิ ดีทไี่ ดร้ จู้ กั และผูเ้ รยี นมกี ารสนทนาตอบรบั ดงั นี้

10.ครแู นะนาการใช้ Nice to meet you ดงั นี้

Note : Nice to meet you. ใชใ้ นแสดงความยนิ ดเี มอื่ พบกนั ครง้ั แรก
เมอื่ ตอ้ งการแสดงความยนิ ดี ในการพบกนั ครง้ั ทสี่ องควรใช้ Nice to see you again.

11.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั โดยเปิ ด CD ตาม LISTENING 1.6 : Listen to
the following conversation and practice with friends. ดงั นี้

12.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพูด โดยเปิ ด CD ประกอบตาม SPEAKING 1.7 :
Use above conversation and practice with your friends.

13.ผูเ้ รียนฝึ กทกั ษะการฟงั โดยเปิ ด CD ประกอบตาม LISTENING 1.8 :
Introducing people.
Listening and complete the conversation by changing “A” and “B”to the
name given in the table.

14.ผูเ้ รยี นฝึ กพดู โดยเปิ ด CD ประกอบตาม SPEAKING 1.9 : Complete the
statement below by using your name and introduce yourself to 5 of your
friends. ดงั นี้

15.ครแู สดงประโยคการกลา่ วลา (Goodbye)
และอา่ นโดยออกเสยี งใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์ ดงั นี้

16.หลงั จากนน้ั อาจตามดว้ ย การอวยพรขอใหค้ นทเี่ ราพดู ดว้ ยมคี วามสขุ
17.ผูเ้ รียนฝึ กพูด SPEAKING 1.10: Practice the conversation with

your friends. ดงั น้ี

18.ผูเ้ รียนจบั คกู่ นั เพอื่ ฝึ กฟงั และพดู ตาม LISTENING 1.11 : Listen to the
conversation and repeat.
โดยเปิ ด CD ประกอบ ดงั นี้

19.ผูเ้ รยี นฝึ กปฏบิ ตั ทิ า Worksheet 1: Read the context for each
question, then arrange the words into sentences.

20.ผูเ้ รยี นฝึ กปฏบิ ตั ทิ า Worksheet 2: Listen to the conversations and
complete the dialogs. โดยแบง่ ผูเ้ รยี นตามรปู ภาพ ดงั น้ี

21.ผูเ้ รียนฝึ กปฏบิ ตั ทิ า Worksheet 3 : Choose the best answer.

22.ผูเ้ รยี นฝึ กปฏบิ ตั ทิ า Worksheet 4: Listen to the introductions and complete
the sentences.

1) Good morning, everybody. May I introduce myself? My name is
Jane Hudson. I come from ___________. I work for a computer company.
I’m an ___________

2) Good afternoon, my name Nick Johnson . I am ______ years old.
My main interest is international______________, and I would like to work
for an international company after I graduate.

3) Hello, allow me to introduce myself. I am __________ Anderson.
I'm 20 years old. I'm from England. I live in Dorchester. My mum is a
_____________ and my dad is a chef. I've got a little sister, her name is
Natalie.

4) Hi, my name is Rob. I am _________ years old. I am from Spain,
and I have got ________ brother. He's 1 year old, his name is Patric.

5) Let me introduce myself. My name is Emma. I am a student, I´m 18
years old. I study in a high school located in the beautiful city
of_______________. I love to travel with my friends and go camping. My
favorite colors are _________and brown. One of my passions is studying
english!!

23.ผูเ้ รยี นฝึ กปฏบิ ตั ทิ า Worksheet 5: Work in a group of 3. Talk about
the topics below with your friends.

24.ครเู นน้ ใหม้ กี ารบรู ณาการกบั วชิ าอนื่ ๆ เชน่ คอมพวิ เตอร์ ภาษาไทย
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง และอนื่ ๆ เป็ นตน้ ดงั น้ี

-การใชร้ ูปแบบของการเขยี น การรายงานหน้าชน้ั เรยี น
การอธบิ ายและอภปิ ราย

-การวพิ ากษ์วจิ ารณ์แสดงความคดิ เหน็ และการอา่ น เป็ นตน้

- การคน้ หาทางเว็บไซต์ และการพมิ พง์ านทางคอมพวิ เตอร์เพอื่ รายงาน

สรุปและการประยกุ ต์
25.ครสู มุ่ ตวั อยา่ งใหผ้ ูเ้ รยี นตอบคาถามเป็ นรายบคุ คล

26.ผูเ้ รยี นวเิ คราะหเ์ น้ือหาการเรยี นการสอนและหาขอ้ สรุปเป็ นความคดิ รวบยอดเพอื่ นา
ไปประยุกต์ใชต้ อ่ ไป พรอ้ มขอ้ เสนอแนะตนเอง

27.ประเมนิ ธรรมชาตขิ องผูเ้ รยี น
และวเิ คราะหผ์ ูเ้ รยี นเป็ นรายกลมุ่ ตามวธิ กี ารเรยี นรู้

ชือ่ ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผูเ้ รยี น วธิ กี ารเรยี นรู้

ความสนใ สตปิ ญั วุฒภิ าว
จ ญา ะ

1.

2.

3.

แบบวเิ คราะหผ์ ูเ้ รยี นเป็ นรายกลมุ่ ตามวธิ ีการเรยี นรู้
ชือ่ กลมุ่ ……………..

1.
2.
3.

สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าภาษาองั กฤษฟงั -พูด 1 ของสานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์
2.รูปภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.แผน่ ใส
5.สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส์ แผน่ CD, PowerPoint
6.แบบประเมนิ ผล Worksheet

หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเช็คชือ่
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวดั ผลและการประเมนิ ผล จรยิ ธรรม คา่ นิยม
วธิ วี ดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่

3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่

4. ตรวจ Worksheet

5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล

2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)

3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผูเ้ รยี น)

4. แบบประเมนิ ผล Worksheet

5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผูเ้ รยี นรว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑ์การประเมนิ ผล

1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง

2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50 % ขน้ึ ไป)

3. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50% ขน้ึ ไป)

เกณฑ์การประเมนิ มเี กณฑ์ 4 ระดบั คอื 4= ดมี าก, 3 = ด,ี 2 =

พอใช้ , 1= ควร ปรบั ปรงุ

4. แบบประเมนิ ผล Worksheet มเี กณฑ์ผา่ น 50%

5 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คะแนนขนึ้ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.แนะนาใหผ้ ูเ้ รยี นฟงั อา่ น พูด

เขยี นและสนทนาโตต้ อบเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั การแนะนา (Introduction)
และการกลา่ วลา (Saying Goodbye)

2.ทากจิ กรรมฝึ กทกั ษะ Worksheet

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณาการ หน่วยที่ 2
ที่ 3

รหสั วชิ า 20000-1202 ภาษาองั กฤษฟั ง- สอนครง้ั ที่ 3 (5-6)
พูด

ชอื่ หน่วย/เรอื่ ง ครอบครวั (Family) จานวน 2 ช.ม.

สาระสาคญั

ครอบครวั (Family) ถือเป็ นสถาบนั ทมี่ ีความสาคญั มาก
ขนาดของครอบครวั แตล่ ะครอบครวั จะแตกตา่ งกนั ไป
บางครอบครวั อาจมีเพียง พอ่ แม่ ลกู แตบ่ างครอบครวั มที ง้ั ป่ ู ยา่ ตา
ยาย พอ่ แม่ พีน่ ้อง เป็ นตน้ ดงั นน้ั
จงึ จาเป็ นตอ้ งมกี ารลาดบั ญาตใิ หถ้ ูกตอ้ ง
และนาคาศพั ท์ภาษาองั กฤษมาใชใ้ นการสนทนาโตต้ อบกนั ไดอ้ ยา่ งเหม
าะสม

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1.อธบิ ายคาศพั ท์เกยี่ วกบั การลาดบั ญาตไิ ด้

2.ฟงั พดู อา่ น เขยี น
และสนทนาโตต้ อบเกยี่ วกบั ครอบครวั ไดเ้ หมาะสมตามมารยาททางสงั คม
และวฒั นธรรม

3.ใช้ไวยากรณ์ การแสดงความเป็ นเจ้าของในการฟัง ดู พูด อ่าน เขียน
และสนทนาโตต้ อบไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

4.แสดงความรูเ้ กีย่ วกบั ปจั จยั ทีม่ ีอทิ ธพิ ลตอ่ การเลือกชอ่ งทางการจดั จาหน่ายได้
มี ก า ร พั ฒ น า คุ ณ ธ ร ร ม จ ริ ย ธ ร ร ม ค่ า นิ ย ม
แ ล ะ คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ อั น พึ ง ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง ผู้ ส า เ ร็ จ ก า ร ศึ ก ษ า
ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร อ า ชี ว ศึ ก ษ า
ทคี่ รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรือ่ ง

4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์ 4.6 การประหยดั
4.2 ความมวี นิ ยั 4.7 ความสนใจใฝ่ รู้
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ 4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
4.5 ความเชือ่ ม่นั ในตนเอง 4.9 ความรกั สามคั คี

4.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาโตต้ อบในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทสี่ นใจในชีวติ ประจาวนั
2.พดู สอื่ สารสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั และสถานประกอบการ

3.ใชส้ านวนภาษาไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
4.ใชว้ จั นะภาษาและอวจั นะภาษาสอื่ ความหมายไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
5.ใชภ้ าษาตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
6.ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนการฟงั พูด
พรอ้ มแสดงหลกั ฐานการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง
เน้ือหาสาระ
1.การลาดบั ญาติ (Family Tree)
2.การถามและการตอบเกยี่ วกบั ครอบครวั
3.ไวยากรณ์ (Grammar) การแสดงความเป็ นเจา้ ของ (Possessive Forms)

กจิ กรรมการเรยี นรู ้

ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน
1.ผูเ้ รยี นนารปู ภาพของบคุ ลลทอี่ ยภู่ ายในครอบครวั มาแสดงใหเ้ พอื่ นรว่ มชน้ั ดู
และรว่ มสนทนาพูดคยุ กนั เรอื่ งการเรยี กลาดบั ญาตขิ องตนเองแตล่ ะคน
2.ครแู ละผูเ้ รยี นคน้ หาคาศพั ทท์ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั การเรียกญาตแิ ตล่ ะคน
วา่ ควรจะใชค้ าใดจงึ จะเหมาะสมทสี่ ดุ
3.ผูเ้ รยี นอา่ นและออกเสยี งคาศพั ท์ภาษาองั กฤษทเี่ กยี่ วกบั ญาติ

ขน้ั สอน
4.ครผู ูส้ อนใชเ้ ทคนิคการอธบิ าย สาธติ แสดงรปู ภาพประกอบ
พรอ้ มทง้ั จบั คสู่ นทนาฝึ กฟงั และพูด และใชส้ อื่ Power Point หรอื หนงั สอื เรียน และเปิ ด
CD ประกอบการเรยี นการสอนเกยี่ วกบั

1) การลาดบั ญาติ (Family Tree)
2) การถามและการตอบเกยี่ วกบั ครอบครวั
3) ไวยากรณ์ (Grammar) การแสดงความเป็ นเจา้ ของ (Possessive
Forms)

5.ครูนาแผนผงั รปู ภาพการลาดบั ญาตมิ าแสดงใหผ้ ูเ้ รยี นดู
และอา่ นออกเสยี งคาศพั ทแ์ ตล่ ะคาใหถ้ กู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์ ดงั น้ี

6.ผูเ้ รยี นฝึ กฟงั และพดู ออกเสยี งคาศพั ท์ภาษาองั กฤษทนี่ ่าสนใจเกยี่ วกบั ครอบครวั
ดงั น้ี

7.ครเู ปิ ด CD ใหผ้ ูเ้ รยี นฟงั เกยี่ วกบั การลาดบั ญาตขิ องครอบครวั ปี เตอร์
8.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั LISTENING 2.1 : Listen about Robert’s family
from the family tree. ดงั นี้

9.ครอู ธบิ ายคาศพั ท์เกยี่ วกบั การถามและการตอบเกยี่ วกบั ครอบครวั
10.ครใู ชป้ ระโยคคาถาม และเป็ นผูถ้ ามในการสนทนากนั สว่ นผูเ้ รียนเป็ นผูต้ อบ

11.เมอื่ ผเู้ รยี นฝึ กฟงั และพดู จนเกดิ ความชานาญแลว้ ใหจ้ บั คสู่ นทนากนั ดงั นี้

12.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู ตาม Speaking 2.2 ดงั น้ีฃ

13.ผูเ้ รียนฝึ กทกั ษะการฟงั ตาม Listening 2.3 Ken and lilly are asking each
other about their family.

14.ครแู ละผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู ตาม Speaking 2.4 ดงั น้ี

15.ครูเปิ ด CD ใหผ้ ูเ้ รยี นฟงั และแปลคาศพั ท์ใหผ้ ูเ้ รยี นฟงั
จากนน้ั ใหผ้ ูเ้ รยี นเตมิ คาทจี่ ะพูดลงในชอ่ งวา่ งเกยี่ วกบั ครอบครวั น้ีใหส้ มบรู ณ์ ตาม
Listening 2.5 Listen about this family, complete the passage, then draw a
family tree.

16.ครูเปิ ด CD เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รียนฝึ กทกั ษะการพดู ตาม Speaking 2.6 Read the
conversation and practice with your friends. จากนน้ั
ครูและผูเ้ รยี นก็ชว่ ยกนั แปลความหมายของแตล่ ะประโยค

17.ผูเ้ รียนฝึ กพูดตาม Speaking 2.7 Read the conversation and practice
with your friends. จากนน้ั ครแู ละผูเ้ รียนชว่ ยกนั แปลความหมายของแตล่ ะประโยค ดงั น้ี

18.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั โดยครเู ปิ ด CD ใหฟ้ งั ตา Listening 2.8 Listen about
Ashley’s faily and answer the questions.

19.ครูอธบิ ายหลกั การใชไ้ วยากรณ์ (Grammar) การแสดงความเป็ นเจา้ ของ
(Possessive Pronoun)

เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รียนนาไปใชใ้ หถ้ กู ตอ้ ง ดงั นี้

20.ครูเน้นวธิ ีการใช้ The Apostrophe S เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รยี นนาไปใชใ้ หถ้ กู ตอ้ ง ดงั น้ี

The apostrophe s (‘s) คอื สว่ นทนี่ ามาแสดงความเป็ นเจา้ ของ
ของคานามทอี่ ยตู่ วั แรก (ใชก้ บั สง่ิ ทมี่ ชี ีวติ ) และตอ้ งตามดว้ ยคานานอกี ตวั หนึ่ง
คานามเอกพจน์ : ใหใ้ ส่ 's หลงั คานามนน้ั ไดเ้ ลย เชน่

Kate Kate’s dress . John John’s jeans .
My father My father’s coffee . Her friend Her friend’s shoes .
คานามพหพู จน์ : ลงทา้ ยดว้ ย s ใหใ้ สเ่ ฉพาะ ( ' ) เทา่ นน้ั เชน่

The boys The boys’ aeroplanes . The students The
students’ mobile phone.
My parents My parents’ clothes .

21.ผูเ้ รียนทกั ษะการฟงั จาก 2.9 Possessive Pronouns.

จากนน้ั ครแู ละผูเ้ รยี นชว่ ยกนั แปลความหมายของแตล่ ะประโยค ดงั นี้

22.ผูเ้ รียนฝึ กปฏบิ ตั ทิ ากจิ กรรม Worksheet 1; Complete the sentences
with the words given below.

23.ผูเ้ รียนฝึ กปฏบิ ตั ทิ ากจิ กรรม Worksheet 2; Complete the sentences with
possessive forms.

24.ผูเ้ รยี นฝึ กปฏบิ ตั ทิ ากจิ กรรม Worksheet 3; Describing family. Draw
Jennifer’s family tree.

25.ผูเ้ รยี นฝึ กปฏบิ ตั ทิ ากจิ กรรม Worksheet 4; Match the family members
with their meaning.

1. Grandfather a. Son or daughter of your
Grandmother ______ stepmother or stepfather
2. Brother-in-law / Sister- b. Your female or male child.
in-law ____ c. Your uncle or aunt child
3. Husband / Wife d. Your parents’ brother or sister
______________ e. The person that your mother or
4. Uncle / Aunt father remarries with.
______________ f. Brother or sister of the person
5. Stepfather / Stepmother you marry
_______ g. Father or mother of a person
6. Stepsister / Stepbrother you marry
_______ h. The man or woman you marry
7. Nephew / Niece i. Your parents’ parents
____________ j. Your brother or sister’s
8. Mother-in-law / Father- children.
in-law ____
9. Son / Daughter
_______________
10. Cousin
_______________

26.ผูเ้ รียนฝึ กปฏบิ ตั ทิ ากจิ กรรม Worksheet 5; Listen to the conversation
and choose the right answer. ดงั น้ี

1. A : So, what does your mother do for a living?
B : She's a _____________.

2. A : How many people are in your family?
B : There are _____________ people in my family.

3. A : How old is your sister?
B : She is _____________ years old.

4. A : Where do your parents live now?
B : They live in _____________ .

5. A : How many brothers and sisters do you have?
B : I have _____________ sisters.

6. A : What is your sister's name?
B : Her name is _____________.

7. A : Where does your mother work?
B : She works in a _____________.

8. A : How long have you been in Australia?
B : Since _____________.

9. A : Do you have any children?
B : Yes, I have _____________ sons.

10.A : Where did you and your wife meet?
B : We met at a _____________ party.

27.ผูเ้ รียนฝึ กปฏบิ ตั ทิ ากจิ กรรม Worksheet 6; Choose the best answer.

1. So, what does your mother do for a living?
A. She lives in Sydney. B. She's an engineer.
C. Her name is Jackie. D. She is very handsome.
2. How many people are in your family?
A. There are six people in my family. B. My father has three
brothers.
C. My brother isn't married. D. There are five trees in
the garden at my house.
3. How old is your cousin?
A. Since 1978. B. He's seventeen.
C. She turned 20 in June. D. I cannot remember.
4. What do your parents do?
A. They're both lawyers. B. They're from Australia.
C. They live in America. D. They are so nice.

5. How many sisters do you have? B. I have three sisters.
A. I'm single.
C. I live with my brothers. D. I am the only child.
6.What is your cousin’s name?
A. Her name is Kathy. B. Call me Kathy.
C. Everyone calls her Kathy. D. She is Kathy.
7.What does your aunty do?
A. She's a teacher. B. She loves her work.
C. She works in a library. C. She works at school.
8. When did you move to Bangkok?
A. From 1984. B. Since 1993.
C. On September 21st. D. For 1999.
9. Do you have any brother?
A. Yes, two daughters. B. Yes, I like children.
C. Yes, two brothers. D. No, I haven’t.
10. Where did you and your wife first meet?
A. We met last winter. B. We met at a Christmas party.
C. My wife and I got married in June. D. We met in Paris.

28.ผูเ้ รยี นแตล่ ะคนวาดแผนผงั การลาดบั ครอบครวั ของตนเอง Draw your family
tree.

29.ครูแนะนาใหผ้ ูเ้ รยี นปฏบิ ตั ติ นเป็ นพลเมอื งดี ชว่ ยเหลือเก้อื กลู กนั อยา่ งสมา่ เสมอ

ขน้ั สรุปและการประยกุ ต์

30.ครูและผูเ้ รยี นชว่ ยกนั สรปุ โดยการฝึ กฟงั และพูด
เป็ นการสนทนาโตต้ อบซงึ่ กนั และกนั

31.ประเมนิ ผูเ้ รยี นตามแบบฟอร์มตอ่ ไปนี้

ชือ่ ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผูเ้ รียน วธิ ีการเรยี นรู้

ความสนใ สตปิ ญั วฒุ ภิ าว
จ ญา ะ

1.

2.

3.

4.

5.

ชือ่ ผเู้ รยี น แบบประเมนิ ประสบการณ์พน้ื ฐาน
ประสบการณ์พนื้ ฐานการเรยี นรู้
วธิ ีการเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน

1.

2.

3.

4.

5.

สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าภาษาองั กฤษฟงั -พูด 1 ของสานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์
2.รูปภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส์ แผน่ CD และ PowerPoint
5.แบบประเมนิ ผล Worksheet

หลกั ฐาน จรยิ ธรรม คา่ นิยม
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเช็คชือ่
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4. ตรวจแบบประเมนิ ผล Worksheet
5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผูเ้ รยี น)
4. แบบประเมนิ ผล Worksheet
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
โดยครแู ละผูเ้ รยี นรว่ มกนั ประเมนิ

เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50 % ขนึ้ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50% ขนึ้ ไป)
4. แบบประเมนิ ผล Worksheet มเี กณฑ์ผา่ น 50%
5 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คะแนนขนึ้ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ทากจิ กรรมฝึ กทกั ษะจาก Worksheet
2.ผูเ้ รยี นควรฝึ กทกั ษะการฟงั และพูดจาก CD ประกอบการเรยี น

แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณากา
รที่ 4

รหสั วชิ า 20000-1202
ภาษาองั กฤษฟั ง-พูด

ชอื่ หน่วย/เรอื่ ง การบอกและการถามวนั ทแี่ ละเวลา
(Telling and asking date and time)

สาระสาคญั

การบอก หรือการถามเกีย่ วกบั วนั และเวลานน้ั ผูเ้ รียนควรจะใชค้ าศพั ทใ์ นการฟงั ดู
อา่ น เขียน และสนทนาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
จงึ ตอ้ งศกึ ษาและทาความเขา้ ใจเพอื่ นาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู ้

1.สามารถฟงั อา่ น และเขียนคาศพั ท์เกยี่ วกบั วนั และเวลาได้
2.สามารถฟงั อา่ น และเขยี นวนั ในหนึง่ อาทติ ย์ได้
3.สามารถฟงั อา่ น และเขียนวนั ในหนึ่งเดือนได้
4.สามารถอา่ น และเขยี นคาศพั ทข์ องเดอื นได้
5.สามารถอา่ น และเขียนคาศพั ท์ของปี
6.สามารถอา่ น และเขียนการเขียนวนั /เดอื น/ปี ได้
7.สามารถฟงั อา่ น ดูและสนทนาโตต้ อบเกยี่ วกบั วนั และวนั ทไี่ ด้
8.สามารถฟงั อา่ น ดู และสนทนาโตต้ อบเกยี่ วกบั เวลาได้
9.สามารถฟงั อา่ น และนา In At On กบั Time หรอื Date
มาใชใ้ นการสนทนาโตต้ อบได้

10.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผูส้ าเรจ็ การศกึ ษา

สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
ทคี่ รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอื่ ง

10.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
10.2 ความมวี นิ ยั
10.3 ความรบั ผดิ ชอบ
10.4 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ
10.5 ความเชือ่ มน่ั ในตนเอง
10.6 การประหยดั
10.7 ความสนใจใฝ่ รู้
10.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั

10.9 ความรกั สามคั คี
10.10 ความกตญั ญกู ตเวที

สมรรถนะรายวชิ า

1.ฟงั -ดู การสนทนาโตต้ อบในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทสี่ นใจในชวี ติ ประจาวนั

2.พดู สอื่ สารสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั และสถานประกอบการ

3.ใชส้ านวนภาษาไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์

4.ใชว้ จั นะภาษาและอวจั นะภาษาสอื่ ความหมายไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์

5.ใชภ้ าษาตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ

6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนการฟงั พดู
พรอ้ มแสดงหลกั ฐานการเรยี นรู้

ดว้ ยตนเอง

เนือ้ หาสาระ 2.วนั ในหน่ึงอาทติ ย์

1.คาศพั ท์เกยี่ วกบั วนั และเวลา

3.วนั ในหนง่ึ เดอื น 4.เดอื น

5.ปี 6.การเขียนวนั /เดือน/ปี

7.การถามเกยี่ วกบั วนั และวนั ที่ 8.เวลา

9.การใช้ In At On กบั Time หรอื Date

กจิ กรรมการเรยี นรู ้
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

1.ครูสนทนากบั ผเู้ รยี นเกยี่ วกบั วนั และเวลาตามปี ปฏทิ นิ ในประเทศไทยวา่ มกี ารนบั อ
ยา่ งไรบา้ ง

2.ครูและผู้เรียนช่วยกนั ทบทวนคาศพั ท์เกี่ยวกบั วนั เวลา ที่เคยศึกษามาบ้างแล้ว
เพอื่ ใหเ้ กดิ การเรยี นรใู้ นการนาเขา้ สบู่ ทเรยี นตอ่ ไป

ขน้ั สอน

3.ครูใชร้ ปู แบบการเรยี นแบบ TAI (Team Assisted Individualization)
เพอื่ เน้นผูเ้ รยี นใหม้ คี วามรู้ ความ
เขา้ ใจและนาทกั ษะการเรยี นรไู้ ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ การอา่ นคาศพั ทเ์ กยี่ วกบั วนั และเวล
า ดงั นี้

Day = วนั Week = สปั ดาห์
Month = เดือน Year = ปี
Weekend = Weekdays =

วนั สดุ สปั ดาห์(เสารแ์ ละอาทติ ย์) วนั ธรรมดาทไี่ มใ่ ชว่ นั เสาร์หรือวนั อาทติ ย์
Next week = สปั ดาหห์ น้า Yesterday = เมอื่ วานนี้
Today = วนั นี้ Tomorrow = พรงุ่ น้ี
This week = สปั ดาหน์ ี้ Last week = สปั ดาหท์ แี่ ลว้
Everyday = ทกุ ๆวนั

4.ครูและผูเ้ รยี นอา่ นคาศพั ท์ และแปลความหมายของคาศพั ทเ์ กยี่ วกบั วนั
ในหนงึ่ อาทติ ย์ (Days of the

week) ดงั นี้

Monday = Tuesday = Wednesday = วนั พธุ
วนั จนั ทร์ วนั องั คาร

Thursday = Friday = Saturday = วนั เสาร์
วนั พฤหสั บดี วนั ศกุ ร์

Sunday =
วนั อาทติ ย์

5.ครแู ละผูเ้ รยี นอา่ นคาศพั ท์ และแปลความหมายของคาศพั ท์เกยี่ วกบั วนั
ในหน่งึ เดอื น (Days of the month) ดงั นี้

1st First 2nd Second 3rd Third 4th Fourth

5th Fifth 6th Sixth 7th Seventh 8th Eighth

9th Ninth 10th Tenth 11th Eleventh 12th Twelfth

13th Thirteenth 14th 15th Fifteenth 16th
Fourteenth Sixteenth

17th 18th 19th 20th
Seventeenth Eighteenth Nineteenth Twentieth

21st Twenty- 22nd Twenty- 23rd Twenty- 24th Twenty-
first second third fourth

25th Twenty- 26th Twenty- 27th Twenty- 28th Twenty-
fifth sixth seventh eighth

29th Twenty- 30th Thirtieth 31st Thirty-
ninth first

6.ครแู ละผูเ้ รยี นชว่ ยกนั อา่ นและแปลความหมายของคาศพั ท์เกยี่ วกบั เดอื น
(Months)

January February March April
มกราคม กุมภาพนั ธ์ มนี าคม เมษายน

May June July August
พฤษภาคม มถิ ุนายน กรกฏาคม สงิ หาคม

Septembe October November December
r ตลุ าคม พฤศจกิ ายน ธนั วาคม
กนั ยายน

7.ครูและผูเ้ รยี นอา่ นออกเสยี งคาศพั ทภ์ าษาองั กฤษ และแปลความหมายของปี
(Year) ซง่ึ การ
อา่ นปี ค.ศ. เรามกั จะอา่ นแยกทลี ะ 2 ตวั คอื 2 ตวั แรกและ 2 ตวั หลงั จนถงึ ปี ค.ศ.1999
1800 อา่ นวา่ eighteen hundred
1721 อา่ นวา่ seventeen twenty-one
1909 อา่ นวา่ nineteen hundred and two หรอื nineteen-O-nine

1981 อา่ นวา่ nineteen eighty-one
สว่ นปี ค.ศ.2000 ขน้ึ ไปจะอา่ นแบบตวั เลขปกตกิ ็ได้ เชน่

2009 อา่ นวา่ two thousand and nine
2018 อา่ นวา่ two thousand and eighteen

8.ผูเ้ รยี นฝึ กการเขยี นวนั /เดอื น/ปี (Writing the date) โดยครคู อยใหค้ าแนะนา

รปู แบ British: Day-Month- American: Month-Day-
บ Year Year

1 the Fifteenth of April, April the Fifteenth, 2009
2009

2 15th April 2009 April 15th, 2009

3 15 April 2009 April 15, 2009

4 15/4/2009 4/15/2009

5 15/4/09 4/15/09

6 15/04/2009 04/15/09

9.ครูฝึ กทกั ษะใหผ้ ูเ้ รยี นเขียนประโยคคาถามเกยี่ วกบั วนั และวนั ที่ (Asking about
day and date) ดงั นี้
What’s today’s date? It’s March 10th.
What day is it today? It’s Tuesday.
What day was yesterday? It was Monday.
10.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู ตาม SPEAKING 3.1 : Ask your friend this
question and use the dates (American Style) in the table to answer your
question.
What’s today’s date?

20/04/2 09/01/20 30/07/20 17/03/20 01/01/20
013 11 12 09 08

02/02/2 31/08/20 16/04/20 22/09/20 23/10/20

007 07 03 05 09

11.ผูเ้ รียนฝึ กทกั ษะการพดู แลว้ จบั คเู่ พอื่ ฝึ กพูดสนทนาระหวา่ งกนั ตาม
SPEAKING 3.2 : Practice with your friends. โดยสรา้ งบทบาทสมมตติ ามตวั ละคร
และครูเป็ นทปี่ รกึ ษา
Patrick : Excuse me. What day is it today?
Jemma: It is Wednesday.
Patrick : Thank you.
Jemma : You’re welcome.
12.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั และออกเสยี งตาม LISTENING 3.3: Joey is
asking Ross about the date.
Joey : What day is it today?
Ross : It's Wednesday.
Joey : What is the date today?
Ross : It is eighth of April.
Joey : When is the Songkran Day?
Ross : The thirteenth of April.
Joey : Oh, I didn’t realize that Songkran Day is coming

next week.
Ross : Well, yes, it is.


Click to View FlipBook Version