ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท5ี่ )
40.ครเู กรนิ่ ใหน้ กั เรยี นฟงั วา่
ปจั จบุ นั มบี รษิ ทั ของนกั ลงทนุ ตา่ งชาตมิ าลงทนุ ในประเทสไทย
หากเราเขยี นจดหมายธรุ กจิ ไดส้ อดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมของตา่ งชาตจิ ะยงิ่ สรา้ งความประทบั
ใจและทาใหก้ ารตดิ ตอ่ ทางธรุ กจิ เป็ นไปดว้ ยดี
ขน้ั สอน
41.ครอู ธบิ ายเรอื่ งจดหมายธรุ กจิ แบบตา่ งๆ
42.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของจดหมายทง้ั 3
ฉบบั และทาเครอื่ งหมายดอกจนั เพอื่ ใหเ้ ห็นความแตกตา่ ง
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท6ี่ )
43.ครูเขยี นคาวา่ “จดหมายเป็ นทางการ” และ “จดหมายไมเ่ ป็ นทางการ”
ไวบ้ นกระดาน
44.ครถู ามนกั เรยี นวา่ จดหมายทเี่ ขยี นถงึ ใครเป็ นทางการ
และถงึ ใครทไี่ มเ่ ป็ นทางการ จากนน้ั ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
45.ครูอธบิ ายเรอื่ งการเขียนจดหมายทางการและไมเ่ ป็ นทางการ
46.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 2.10 ใหอ้ า่ นจดหมาย 2 ฉบบั และตอบคาถาม
47.ครูสมุ่ ถามคาตอบจากนกั เรยี น
48.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 2.11 ใหน้ กั เรยี นเขยี น F
หน้าประโยคในจดหมายทางการและเขยี น I หน้าจดหมายทไี่ มเ่ ป็ นทางการ
49.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
50.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรุปและประยกุ ต์
51.ครูใหน้ กั เรยี นเขยี นจดหมายทเี่ ป็ นทางการและไมเ่ ป็ นทางการอยา่ งละ 1 ฉบบั
จากนน้ั ใหส้ ลบั กนั ตรวจสอบการสะกดคา ตาแหน่งทวี่ าง และไวยากรณ์
สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดเี สยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรียน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขนึ้ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นนาจดหมายทเี่ ป็ นทางการและไมเ่ ป็ นทางการทเี่ ขยี นและตรวจสอบกั
บเพอื่ นแลว้ จดั บอร์ดใหค้ วามรเู้ รอื่ งการเขยี นจดหมายแบบตา่ งๆ
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการที่ 4 หน่วยที่ 2
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
7-8 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย Bussiness letters
ช่วั โมง
แนวคดิ
จดหมายธรุ กจิ เป็ นเครือ่ งมอื ทสี่ าคญั ในการตดิ ตอ่ สอื่ สารทางธรุ กจิ
แมว้ า่ ในปจั จุบนั จะมวี ธิ กี ารตดิ ตอ่ ทางธุรกจิ ในรปู แบบอนื่ ๆทหี่ ลากหลายและสะดวกกวา่ จดห
มายธรุ กจิ แตล่ กั ษณะทสี่ าคญั ของจดหมายธรุ กจิ ก็คอื
สามารถใชโ้ ตต้ อบในสถานการณ์ทางธรุ กจิ มคี วามเป็ นทางการ
เป็ นการตดิ ตอ่ สอื่ สารทมี่ ลี กั ษณะเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษรชดั เจน สามารถใชย้ นื ยนั
และเป็ นหลกั ฐานในทางกฎหมายได้ ใน unit น้ี
ผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาความรพู้ ื้นฐานในการเขยี นจดหมายธรุ กจิ แบบฟอร์มของจดหมายธรุ กจิ
ประเภทของจดหมายธรุ กจิ การสอื่ สารทางจดหมายภายใตห้ วั ขอ้ ทมี่ กั พบในชวี ติ ประจาวนั
รวมถงึ รายละเอยี ดของผูร้ บั และผูส้ ง่ ทแี่ สดงถงึ หน่วยงานในองค์กรและหน้าทรี่ บั ผดิ ชอบ
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั
-อ ธิ บ า ย ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง จ ด ห ม า ย ธุ ร กิ จ
ตาแหน่งของสว่ นประกอบทนี่ ิยมวางในจดหมาย
-
เขา้ ใจรปู แบบของจดหมายธุรกจิ แยกแยะความแตกตา่ งระหวา่ งจดหมายทเี่ ป็ นทางการแ
ละไมเ่ ป็ นทางการ รวมถงึ
อา่ นเพอื่ ทาความเขา้ ใจจดหมายในสถานการณ์ตา่ งๆได้
-สามารถฟงั พดู อา่ น และเขียนคาศพั ทท์ สี่ าคญั ใน unit นี้ได้
สมรรถนะรายวชิ า
1. ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2. อา่ นเรือ่ ง เอกสารธรุ กจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
3. พูดโตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธุรกจิ
4. เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธรุ กจิ
5. ใชค้ าศพั ท์เทคนิคในงานธุรกจิ
สาระการเรียนรู้
-Requesting & providing information
-Placing an oeder & acknowledging an order
-Complaints and adjustments
-Collection
-Invitation
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครเคยเขยี นจดหมายขอขอ้ มลู หรอื ใหข้ อ้ มลู บา้ ง
2.ครใู หน้ กั เรยี นบอกเลา่ ประสบการณ์
ขน้ั สอน
3.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการขอใหใ้ หข้ อ้ มลู และภาษาทคี่ วรใช้
4.ครูถามคาถามใน exercise 2.12
ใหน้ กั เรยี นอภปิ รายความแตกตา่ งของจดหมายในหน้า 33- 34
5.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 2.13
โดยใหน้ กั เรียนเขยี นเนื้อความในจดหมายใหถ้ กู ตอ้ ง
6.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
7.ครสู มุ่ ถามนกั เรียนหวั ขอ้ ละ 2-3 คน
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
8.ครถู ามนกั เรยี นวา่ ใครเคยสง่ั ซอื้ สนิ คา้ หรือตอบรบั การสง่ั ซ้ือสนิ คา้ บา้ ง
สว่ นใหญน่ กั เรยี นใชว้ ธิ ใี ด ใหบ้ อกเลา่ ประสบการณ์
ขน้ั สอน
9.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการสง่ั ซื้อสนิ คา้ และการตอบรบั การส่งั ซ้อื สนิ คา้ ในรูปของจดหมาย
ธรุ กจิ ซง่ึ เป็ นทนี่ ิยมทสี่ ดุ ในปจั จบุ นั
10.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 2.14 ใหน้ กั เรยี นขีดเสน้ ใตค้ าตอบทถี่ กู ตอ้ ง
11.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
12.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท3ี่ )
13.ครบู อกเลา่ ประสบการณ์ การซื้อสนิ คา้ ทเี่ กดิ ขอ้ ผดิ พลาดและรอ้ งเรียน
ขน้ั สอน
14.ครูอธบิ ายเรอื่ งการแจง้ รอ้ งเรยี นปญั หาในฝ่งั ของผซู้ อื้ สนิ คา้
15.ครูอธบิ ายเรอื่ งการขอแกไ้ ขในฝ่งั ของผูข้ ายสนิ คา้
16.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 2.15 ใหน้ กั เรยี นขดี เสน้ ใตค้ าตอบทถี่ กู ตอ้ ง
17.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ กอ่ นเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท4ี่ )
18.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครบา้ งเคยเป็ นหน้ีเพอื่ น และใครบา้ งเคยใหเ้ พอื่ นยมื เงนิ
19.ครูใหน้ กั เรยี นทเี่ คยเป็ นเจา้ หน้ีบอกเลา่ ประสบการณ์การทวงหน้ี
20.ครูเสรมิ เรอื่ งจรยิ ธรรมความรบั ผดิ ชอบของลูกหนี้ทดี่ ี
และการไดร้ บั ความน่าเชือ่ ถือจากการเป็ นลูกหน้ีทดี่ ี
ขน้ั สอน
21.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการเขียนจดหมายทวงหนี้
และใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั อภปิ รายขอ้ เสยี ของการถกู ทวงหนี้
22.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 2.16 ใหน้ กั เรยี นนาคามาเตมิ ใหถ้ กู ตอ้ ง
23.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
24.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท5ี่ )
25.ครูถามนกั เรยี นวา่ การเช้ือเชญิ ในทางธรุ กจิ เกดิ ขนึ้ ไดใ้ นกรณีใดบา้ ง
26.ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
27.ครูอธบิ ายเรอื่ งการเขยี นจดหมายเชญิ
28.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 2.17
ใหน้ กั เรยี นอา่ นจดหมายเชญิ ดา้ นบนแลว้ ตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
29.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตรวจสอบคาตอบ
30.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรปุ และประยุกต์
31.ครสู ลากหวั ขอ้ จดหมายธรุ กจิ แบบตา่ งๆ
และใหน้ กั เรยี นจบั และเขยี นจดหมายมาสง่ ครู
32.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตรวจสอบการสะกดคา การใชภ้ าษา
ตาแหน่งทวี่ างและไวยากรณ์
สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดเี สยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรียน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขนึ้ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครูใหน้ กั เรยี นนาจดหมายแบบตา่ งๆทเี่ ขยี นและตรวจสอบกบั เพอื่ นแลว้
จดั บอรด์ ใหค้ วามรเู้ รอื่ งการเขยี นจดหมายแบบตา่ งๆ
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 5 หน่วยที่ 3
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
9-10 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย Business e-mail
ช่วั โมง
แนวคดิ
จาก unit ทผี่ า่ นมา
ผเู้ รียนไดศ้ กึ ษาเรือ่ งของจดหมายธรุ กจิ ซงึ่ โดยสว่ นใหญจ่ ะแสดงถงึ ความเป็ นทางการ
เนื่องจากการมลี ายลกั ษณ์อกั ษรทชี่ ดั เจน ตอ่ ไปใน unit นี้
ผเู้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาการสอื่ สารทางธรุ กจิ อกี วธิ ีหน่งึ ทมี่ คี วามงา่ ยและรวดเร็ว น่นั คอื Business
e-mails
Business e-mail ทจี่ ะไดศ้ กึ ษาใน unit นี้ จะกลา่ วถงึ e-mail ทมี่ กี ารสอื่ สารระหวา่ งองคก์ ร
และภายในองคก์ รเดยี วกนั เนื้อหาจะเรมิ่ ตง้ั แตค่ วามรพู้ น้ื ฐานของ e-mail โครงรา่ ง e-mail
ความแตกตา่ งระหวา่ ง internet กบั intranet เน้ือหาและภาษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นการเขยี น Business
e-mails ในสถานการณ์ตา่ งๆ
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั
-อ ธิ บ า ย ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ พื้ น ฐ า น ข อ ง โ ค ร ง ร่ า ง e-mail
เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกตา่ งในการเขียน Business
letters และ Business e-mails รวมถงึ รจู้ กั Internet และ Intranet ได้
-เ ข้ า ใ จ ค า ศั พ ท์ พื้ น ฐ า น แ ล ะ เ ขี ย น ป ร ะ โ ย ค ง่ า ย ๆ ที่ เ กี่ ย ว กั บ e-mail
พรอ้ มทง้ั สามารถอา่ นเพอื่ จบั ใจความและตอบ
ค าถ าม ที่เกี่ย วกับ เนื้ อห า e-mail ใน สถ าน ก ารณ์ ต่างๆ เช่ น ก ารถ าม ต อบ ข้อมู ล
การแจง้ ใหท้ ราบ การแจง้ เตือน และการ
ประกาศแจง้
-สามารถฟงั พูด อา่ นและเขยี นคาศพั ท์ทสี่ าคญั ใน unit นี้ได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธรุ กจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
3. พดู โตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธุรกจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธรุ กจิ
5.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธรุ กจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้
หน่วยที่ 3 Business e-mail
-E-mail
-Layout of E-mail
-Internet and intranet
-Inquiry & Reply e-mail
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครมี e-mail บา้ ง
2.ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ยกตวั อยา่ ง website ทสี่ ามารถสรา้ ง e-mailได้
ขน้ั สอน
3.ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นเรือ่ ง e-mail ใน exercise 3.1
4.ครอู ธบิ ายเนื้อความในบทอา่ น
5.ครูใหน้ กั เรยี นวงกลมลอ้ มรอบคาตอบทถี่ กู ตอ้ ง
6.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
7.ครูสมุ่ ถามนกั เรยี นหวั ขอ้ ละ 2-3 คน
8.ครูเปิ ดซดี ี exercise 3.2 ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
9.ครใู หน้ กั เรยี นทาexercise 3.3 โดยใหพ้ จิ ารณาวา่ คาวา่ e-mail ในประโยคเป็ น
noun หรือ verb
10.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
11.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
12.ครใู หน้ กั เรยี นลองหลบั ตาแลว้ ใหน้ กั เรยี นนกึ วา่ e-mailมสี ว่ นประกอบใดบา้ ง
13.ครเู ขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
14.ครูอธบิ ายโครงรา่ งของขอ้ ความใน e-mail
15.ครูใหน้ กั เรยี นศกึ ษาโครงรา่ งของ e-mail ในexercise 3.4
16.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 3.5 ใหพ้ จิ ารณารูปโครงรา่ ง e-
mailแลว้ ตอบคาถาม
17.ครูใหน้ กั เรยี นอา่ น webboard ในexercise 3.6 และตอบคาถาม
18.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
19.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 3)
20.ครเู ขยี นคาวา่ Internet กบั Intranet
ไวบ้ นกระดานและถามนกั เรยี นวา่ ใครทราบความแตกตา่ งระหวา่ ง 2 คาน้ีบา้ ง
ใหอ้ อกมาอธบิ ายทหี่ น้าชน้ั
ขน้ั สอน
21.ครเู ปิ ดซดี ี exercise 3.7 ใหน้ กั เรยี นฟงั
22.ครเู ปิ ดซีดีอกี ครง้ั หยดุ ทลี ะกรอบและอธบิ าย
23.ครูเปิ ดซดี อี กี ครง้ั หนึ่ง
24.ครใู หน้ กั เรยี นตอบคาถามโดยเขยี น true ในประโยคทถี่ ูกตอ้ ง และ false
ในประโยคทผี่ ดิ
25.ครูถามนกั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
26.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท4ี่ )
27.ครทู บทวนเรอื่ งการเขยี นจดหมายขอและตอบขอ้ มลู อกี ครง้ั หน่ึงวา่ ควรมโี ครงสร้
างใดบา้ ง
28.ครเู ขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
29.ครูอธบิ ายเรอื่ งการเขยี นเพอื่ ถามขอ้ มลู e-mail
30.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 3.8
ใหน้ กั เรยี นวงกลมเลอื กคาตอบทถี่ กู ตอ้ งทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดียว
31.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
32.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการเขยี นเพอื่ ตอบขอ้ มลู e-mail
33.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 3.9
ใหน้ กั เรยี นวงกลมเลือกคาตอบทถี่ ูกตอ้ งทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดียว
34.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
35.ครใู หน้ กั เรยี นดโู ครงสรา้ งการเขยี นประโยคถามและตอบขอ้ มลู ใน exercise
3.10 จากนน้ั ใหล้ องฝึ กเขียนประโยค
36.ครูใหน้ กั เรยี นสลบั กนั ตรวจภาษาและไวยากรณ์
ขน้ั สรุปและประยุกต์
37.ครใู หน้ กั เรยี นเปิ ดตวั อยา่ งการเขียน e-mail เพอื่ ถามขอ้ มลู หน้า 47
จากนน้ั ลองรา่ งฉบบั ของนกั เรยี นเอง จากนน้ั สลบั กบั เพอื่ นเพอื่ นตรวจสอบภา โครงสรา้ ง
และไวยากรณ์
38.ครูใหน้ กั เรยี นเปิ ดตวั อยา่ งการเขยี น e-mail เพอื่ ตอบขอ้ มลู หน้า 48
จากนน้ั ลองรา่ งฉบบั ของนกั เรยี นเองจากนน้ั สลบั กบั เพอื่ นเพอื่ นตรวจสอบภา โครงสรา้ ง
และไวยากรณ์
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดเี สยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขนึ้ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นนาการเขยี น e-mail เพอื่ ขอและตอบขอ้ มลู ไปตดิ บอร์ดหลงั หอ้ ง
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 6 หน่วยที่ 3
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
11-12 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย Business e-mail
ช่วั โมง
แนวคดิ
จาก unit ทผี่ า่ นมา
ผูเ้ รยี นไดศ้ กึ ษาเรอื่ งของจดหมายธรุ กจิ ซงึ่ โดยสว่ นใหญจ่ ะแสดงถงึ ความเป็ นทางการ
เนื่องจากการมลี ายลกั ษณ์อกั ษรทชี่ ดั เจน ตอ่ ไปใน unit น้ี
ผูเ้ รียนจะไดศ้ กึ ษาการสอื่ สารทางธรุ กจิ อกี วธิ ีหน่งึ ทมี่ คี วามงา่ ยและรวดเร็ว น่นั คอื Business
e-mails
Business e-mail ทจี่ ะไดศ้ กึ ษาใน unit น้ี จะกลา่ วถงึ e-mail ทมี่ กี ารสอื่ สารระหวา่ งองค์กร
และภายในองคก์ รเดยี วกนั เนื้อหาจะเรม่ิ ตง้ั แตค่ วามรพู้ นื้ ฐานของ e-mail โครงรา่ ง e-mail
ความแตกตา่ งระหวา่ ง internet กบั intranet เนื้อหาและภาษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นการเขยี น Business
e-mails ในสถานการณ์ตา่ งๆ
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั
-อ ธิ บ า ย ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ พื้ น ฐ า น ข อ ง โ ค ร ง ร่ า ง e-mail
เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกตา่ งในการเขยี น Business
letters และ Business e-mails รวมถงึ รจู้ กั Internet และ Intranet ได้
-เ ข้ า ใ จ ค า ศั พ ท์ พื้ น ฐ า น แ ล ะ เ ขี ย น ป ร ะ โ ย ค ง่ า ย ๆ ที่ เ กี่ ย ว กั บ e-mail
พรอ้ มทง้ั สามารถอา่ นเพอื่ จบั ใจความและตอบ
ค าถ าม ที่เกี่ย วกับ เนื้ อห า e-mail ใน สถ าน ก ารณ์ ต่างๆ เช่ น ก ารถ าม ต อบ ข้อมู ล
การแจง้ ใหท้ ราบ การแจง้ เตือน และการประกาศแจง้
-สามารถฟงั พดู อา่ นและเขยี นคาศพั ท์ทสี่ าคญั ใน unit น้ีได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธุรกจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธุรกจิ
3. พูดโตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธรุ กจิ
5.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธรุ กจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้
-Notification e-mail
-Reminder e-mail
-Announcement e-mail
-Invitation e-mail
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครถู ามนกั เรยี นวา่ e-mail มปี ระโยชน์อะไรบา้ ง
ขน้ั สอน
2.ครูใหน้ กั เรยี นทาexercise 3.13 โดยใหต้ อบคาถามปากเปลา่
3.ครใู หน้ กั เรยี นดูโครงสรา้ งประโยคใน exercise 3.14
และใหน้ กั เรยี นลองแตง่ ประโยค
4.ครูใหน้ กั เรยี นสลบั กบั เพอื่ นเพอื่ ตรวจสอบภาษาและไวยากรณ์
5.ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งตวั อยา่ งประโยคหน้า 51 ทลี ะคน
6.ครูใหน้ กั เรยี นแปลประโยคในหน้า 52 เป็ นภาษาองั กฤษใหถ้ ูกตอ้ ง
7.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
8.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
9.ครูใหน้ กั เรยี นทาexercise 3.3 โดยเตมิ คาวา่ or หรือ that
ลงในประโยคเพอื่ ใหป้ ระโยคมใี จความทถี่ ูกตอ้ งสมบรู ณ์
10.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
11.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
12.ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั คดิ วา่ กรณีใดบา้ งทหี่ น่วยงานจะมกี ารแจง้ เตอื น
13.ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
14.ครูอธบิ ายเรอื่ งการแจง้ เตอื นและการเขยี น e-mail ในการแจง้ เตือน
15.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
16.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
17.ครใู หน้ กั เรยี นพจิ ารณาโครงสรา้ งประโยคใน exercise 3.18
และใหน้ กั เรยี นลองแตง่ ประโยค
18.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตรวจสอบภาษาและไวยากรณ์
19.ครใู หน้ กั เรยี นเรียงประโยคในหน้า 54 ใหถ้ ูกตอ้ ง
20.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
21.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 3)
22.ครูถามนกั เรยี นวา่ การแจง้ ประกาศสามารถทาวธิ ใี ดไดบ้ า้ ง
ครเู ขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
23.ครูอธบิ ายเรอื่ งการแจง้ ประกาศ โดยการเขียน e-mail
24.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 3.19 โดยใหน้ กั เรยี นทาเครอื่ งหมาย
เลือกสงิ่ ทคี่ วรเขยี นลงใน e-mail เพอื่ แจง้ ประกาศ
25.ครถู ามนกั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
26.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
27.ครใู หน้ กั เรยี นดโู ครงสรา้ งการแจง้ ประกาศใหท้ ราบและแจง้ ใหท้ ราบใน
exercise 3.20 และใหน้ กั เรยี นลองรา่ งประโยคตวั อยา่ ง
28.ครใู หน้ กั เรยี นสลบั กบั เพอื่ นเพอื่ ตรวจสอบภาษาและไวยากรณ์
29.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการเขียนเพอื่ ถามขอ้ มลู e-mail
30.ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นคาถามในหน้า 56
และวงกลมเลือกตวั อกั ษรเอยี งทผี่ ดิ หลกั ไวยากรณ์จากนน้ั แกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
31.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท4ี่ )
32.ครถู ามนกั เรยี นใหท้ บทวนเรอื่ งการเขยี นจดหมายเช้ือเชญิ ทไี่ ดเ้ รยี นมาแลว้ วา่ มอี
ะไรบา้ ง และครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
33.ครูอธบิ ายเรอื่ งการเขียน e-mail เพอื่ แจง้ เชญิ
34.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 3.9 ใหใ้ ชd้ ictionary ชว่ ยหาคาตอบ
จากนน้ั ตอบคาถามปากเปลา่
35.ครูใหน้ กั เรยี นดูโครงสรา้ งประโยคในการเขยี น e-mail เพอื่ เชื้อเชญิ
จากนน้ั ลองใหน้ กั เรียนแตง่ ประโยค
36.ครูใหน้ กั เรยี นแทนทปี่ ระโยคในหน้า 57จากคาวา่ attend เป็ น participate in
, take part in และ join
37.ครูใหน้ กั เรยี นดู e-mail ทง้ั 2 ฉบบั ใน exercise 3.23
จากนน้ั ตอบคาถามโดยทาเครอื่ งหมาย เลอื กวา่ เป็ น e-mail 1 หรือ e-mail 2
38.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
39.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรปุ และประยกุ ต์
40.ครูให้ e-mail address ของครแู กน่ กั เรยี น จากนน้ั ใหน้ กั เรียนพมิ พ์ e-mail
แบบตา่ งๆดงั นี้ มาสง่ ครภู ายในเวลาทกี่ าหนด
-Notification e-mail
-Reminder e-mail
-Announcement e-mail
-Invitation e-mail
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดเี สยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขนึ้ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขนึ้ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นจดั บอร์ดเรือ่ งการเขยี น e-mail แบบตา่ งๆ
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 7 หน่วยที่ 4
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
13-14 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย Miscellaneous correspondence
ช่วั โมง
แนวคดิ
จาก unit ทผี่ า่ นมา ผูเ้ รยี นไดศ้ กึ ษาการสอื่ สารทางธรุ กจิ ในลกั ษณะของ Business letters
และ E-mails มาแลว้ ตอ่ ไปใน unit น้ีผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาการสอื่ สารทางธรุ กจิ ในรูปแบบอนื่ ๆ
ทนี่ อยมใชใ้ นงานธรุ กจิ เชน่ กนั ก็คอื การสอื่ สารระหวา่ งองค์กร ไดแ้ ก่ fax (แฟกซ์)
และการสอื่ สารระหวา่ งหน่วยงานภายในองคก์ รหรอื สานกั งานไดแ้ ก่ Memo (บนั ทกึ ), Report
(รายงาน) Notice (ขอ้ ความแจง้ ใหท้ ราบ), Appointment (การแตง่ ตง้ั )ม Instructions
(คาส่งั ใหป้ ฏบิ ตั ติ าม) และ Policies & Regulations (นโยบายและกฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ าน)
นอกจากนี้ใน unit เดยี วกนั ผูเ้ รยี นจะไดเ้ รยี นรสู้ ถานการณ์ทางธุรกจิ
หน่วยงานในองคก์ รและหน้าทีร่ บั ผดิ ชอบทหี่ ลากหลายขน้ึ
โดยมกี ารนาการสอื่ สารในรูปแบบตา่ งๆมาประยกุ ต์ใช้
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั
-มีความรู้ ความเข้าใจคาศพั ท์ สานวนภาษาองั กฤษพื้นฐานทีเ่ กี่ยวกบั Fax, Memo,
Report, Notice, Appointment
(การแตง่ ตง้ั ), Instructions, Policies & Regulations, Appointment (การนดั หมาย)
และ Reservation (การจอง)
-สามารถฟงั พูด อา่ นและเขียนคาศพั ท์ทสี่ าคญั ใน unit น้ีได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธุรกจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
3. พูดโตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธุรกจิ
5.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธรุ กจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้
หน่วยที่ 4 Miscellaneous correspondence
-Fax
-Memo
-Report
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครทเี่ คยสง่ fax บา้ ง และนกั เรยี นใช้ fax เพอื่ การใด
ขน้ั สอน
2.ครูอธบิ ายเรอื่ ง fax และใหน้ กั เรยี นทา exercise 4.1 โดยเรยี งประโยคใหถ้ ูกตอ้ ง
3.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
4.ครูใหเ้ ฉลยพรอ้ มนกั เรียนทง้ั ชน้ั
5.ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นทา exercise 4.2 โดยทาเครอื่ งหมาย
หน้าประโยคทกี่ ลา่ วถกู ตอ้ งเกยี่ วกบั fax
6.ครใู หน้ กั เรยี นศกึ ษาตวั อยา่ ง fax ใน exercise 4.3 และตอบคาถามปากเปลา่
7.ครูสมุ่ เลือกนกั เรยี นตอบคาถามคนละขอ้
8.ครูถามนกั เรยี นวา่ ตวั ละครในภาพหน้า 61 น่าจะอยทู่ ีใ่ ด
9.ครเู ปิ ดซีดี exercise 4.4 ใหน้ กั เรยี นฟงั
10.ครเู ปิ ดซดี ีอกี ครง้ั และหยดุ ทลี ะกรอบเพอื่ อธบิ าย
11.ครเู ปิ ดซดี ีใหน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั หน่ึง
12.ครูเปิ ดซีดแี ละใหน้ กั เรียนออกเสยี งตาม
13.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 4.5
โดยขีดเสน้ ใตค้ าตอบทถี่ ูกตอ้ งเกยี่ วกบั เน้ือเรอื่ ง
14.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
15.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
16.ครูเขยี นคาวา่ Memo ไวบ้ นกระดานแลว้ ถามนกั เรยี นวา่ ยอ่ มาจากอะไร
(Memorandum)
ขน้ั สอน
17.ครใู หน้ กั เรยี นพจิ ารณาโครงสรา้ ง memo ใน exercise
4.6และใหน้ กั เรยี นลองเขยี น
18.ครใู หน้ กั เรยี นอา่ น memo ทง้ั 2 ฉบบั และทา exercise 4.7
19.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
20.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
21.ครูใหน้ กั เรยี นลองเดาวา่ ตวั ละครใน exercise 4.8 อยทู่ ใี่ ด
22.ครเู ปิ ดซดี ี exercise 4.8 ใหน้ กั เรยี นฟงั
23.ครหู ยุดทลี ะประโยคและอธบิ าย
24.ครูเปิ ดซดี ีใหน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
25.ครเู ปิ ดซีดีใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
26.ครใู หน้ กั เรยี นฝึ กพดู ประโยค
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท3ี่ )
27.ครูถามนกั เรยี นวา่ เคยไดย้ นิ คาวา่ การเขยี น”รายงาน” ในการทางานหรือไม่
มคี วามเหมอื นหรอื ความแตกตา่ งจากรายงานทนี่ กั เรยี นทาหรือไม่
ขน้ั สอน
28.ครูอธบิ ายเรอื่ งการเขยี นรายงานทางธรุ กจิ
29.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 4.9 โดยใชโ้ ยงเสน้ จบั คขู่ อ้ ความทสี่ มั พนั ธ์กนั
30.ครูอธบิ ายเรอื่ งสว่ นประกอบของรายงานตาม exercise 4.10
31.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 4.11
โดยใหน้ กั เรยี นลองเขยี นรายงานตามองคป์ ระกอบทกี่ าหนด
32.ในตอนถดั มา ครูใหน้ กั เรยี นดูสว่ นประกอบและเรยี งลาดบั ใหถ้ กู ตอ้ ง
33.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คแู่ ละเปรยี บเทยี บคาตอบ
34.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
35.ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นรายงานใน exercise 4.12 และตอบคาถาม
36.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
37.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรุปและประยุกต์
38.ครใู หน้ กั เรยี นลองเขยี นรายงานเกยี่ วกบั ยอดจาหน่ายสนิ คา้ ในเดือนปจั จุบนั น้ี
และใหเ้ พอื่ นนกั เรยี นใหข้ อ้ เสนอแนะ
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซดี ีเสยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ขนึ้ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ เป็ น 3 กลุม่ จดั บอร์ดใหค้ วามรเู้ รอื่ งตอ่ ไปน้ี
-Fax
-Memo
-Report
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 8 หน่วยที่ 4
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
15-16 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย Miscellaneous correspondence
ช่วั โมง
แนวคดิ
จาก unit ทผี่ า่ นมา ผูเ้ รยี นไดศ้ กึ ษาการสอื่ สารทางธรุ กจิ ในลกั ษณะของ Business letters
และ E-mails มาแลว้ ตอ่ ไปใน unit นี้ผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาการสอื่ สารทางธรุ กจิ ในรปู แบบอนื่ ๆ
ทนี่ อยมใชใ้ นงานธรุ กจิ เชน่ กนั ก็คอื การสอื่ สารระหวา่ งองคก์ ร ไดแ้ ก่ fax (แฟกซ์)
และการสอื่ สารระหวา่ งหน่วยงานภายในองคก์ รหรือสานกั งานไดแ้ ก่ Memo (บนั ทกึ ), Report
(รายงาน) Notice (ขอ้ ความแจง้ ใหท้ ราบ), Appointment (การแตง่ ตง้ั )ม Instructions
(คาส่งั ใหป้ ฏบิ ตั ติ าม) และ Policies & Regulations (นโยบายและกฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ าน)
นอกจากน้ีใน unit เดยี วกนั ผูเ้ รยี นจะไดเ้ รยี นรสู้ ถานการณ์ทางธรุ กจิ
หน่วยงานในองค์กรและหน้าทรี่ บั ผดิ ชอบทหี่ ลากหลายขน้ึ
โดยมกี ารนาการสอื่ สารในรูปแบบตา่ งๆมาประยุกต์ใช้
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั
-มีความรู้ ความเข้าใจคาศพั ท์ สานวนภาษาองั กฤษพื้นฐานทีเ่ กี่ยวกบั Fax, Memo,
Report, Notice, Appointment
(การแตง่ ตง้ั ), Instructions, Policies & Regulations, Appointment (การนดั หมาย)
และ Reservation (การจอง)
-สามารถฟงั พูด อา่ นและเขยี นคาศพั ทท์ สี่ าคญั ใน unit น้ีได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธรุ กจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
3. พดู โตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธุรกจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธุรกจิ
5.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธุรกจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้
-Notice
-Appointment
-Instructions
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูทบทวนการเขยี น fax , Memo และ รายงาน
ขน้ั สอน
2.ครูอธบิ ายเรอื่ ง Notice
3.ครใู หน้ กั เรยี นดขู อ้ ความใน exercise 4.13
และใหน้ าตวั อกั ษรหน้าขอ้ ความทสี่ มั พนั ธ์กนั มาเตมิ ใหถ้ ูกตอ้ ง
4.ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นใน exercise 4.14
5.ครูสมุ่ เลอื กนกั เรยี นตอบคาถามปากเปลา่
6.ครใู หน้ กั เรยี นอา่ น Notice ใน exercise 4.3
และตอบคาถามโดยทาเครอื่ งหมาย หน้าขอ้ ความทถี่ ูกและเครือ่ งหมาย X
หน้าขอ้ ความทผี่ ดิ
7.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
8.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
9.ครูเขียนคาวา่ appointment ไวบ้ นกระดาน แลว้ ถามนกั เรยี นวา่ แปลวา่ อะไร
นอกจาก “การนดั หมาย”
ขน้ั สอน
10.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการแตง่ ตง้ั
11.ครใู หน้ กั เรยี นฟงั ซดี ี exercise 4.16 และลองเขยี นประโยค
12.ครูใหน้ กั เรยี นสลบั กบั เพอื่ เพอื่ ตรวจสอบภาและไวยากรณ์
13.ครูใหน้ กั เรยี นแปลประโยคจากไทยเป็ นองั กฤษใหถ้ กู ตอ้ ง
14.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตรวจสอบภาษาและไวยากรณ์
15.ครูสมุ่ ถามนกั เรยี น
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท3ี่ )
16.ครูถามนกั เรยี นวา่ ในบรษิ ทั หนึ่งๆ นกั เรียนรูจ้ กั ตาแหน่งใดบา้ ง
17.ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
18.ครูใหน้ กั เรยี นอา่ น บทอา่ นใน exercise 4.17 และตอบคาถาม
19.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
20.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
21.ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นใน exercise 4.8 และวงกลมเลอื กคาตอบทถี่ ูกตอ้ ง
22.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท4ี่ )
23.ครูถามนกั เรยี นวา่ เมอื่ ผมู้ อี านาจในองคก์ รไมอ่ ยู่ จะมผี ูท้ าหน้าทแี่ ทน
เรียกวา่ อะไร (ทาหน้าทแี่ ทน, รกั ษาการแทน)
ขน้ั สอน
24.ครูอธบิ ายเรอื่ งการทาหน้าทแี่ ทน/รกั ษาการแทน
25.ครูใหน้ กั เรยี นอา่ น e-mail ใน exercise 4.19 และตอบคาถาม
26.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
27.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท5ี่ )
28.ครใู หน้ กั เรยี นดูรปู ทหี่ น้า 76 และใหน้ กั เรยี นลองเดาวา่ ตวั ละครอยทู่ ใี่ ด
ขน้ั สอน
29.ครอู ธบิ ายเรอื่ งคาส่งั ของผบู้ งั คบั บญั ชา
30.ครูเปิ ดซีดี exercise 4.20 ใหน้ กั เรยี นฟงั
31.ครูหยุดซดี ีทลี ะกรอบและอธบิ าย
32.ครเู ปิ ดซีดีใหน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
33.ครใู หน้ กั เรยี นตอบคาถามปากเปลา่
34.ครูใหน้ กั เรยี นนาขอ้ มลู ใน exercise 4.20 มาตอบคาถามใน exercise 4.21
วา่ เป็ น e-mail ฉบบั ใด
35.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรุปและประยกุ ต์
36.ครูใหน้ กั เรยี นสมมตวิ า่ องคก์ รนกั เรยี นจะจดั งานปี ใหม่ ลองเขยี น Notice
เชญิ ชวนพนกั งานรว่ มเลยี้ งสงั สรรค์และใหเ้ พอื่ นนกั เรยี นใหข้ อ้ เสนอแนะ
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซดี ีเสยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรียน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ขนึ้ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นนา Notice ทนี่ กั เรยี นเขยี นมาตดิ บอร์ดหลงั หอ้ ง
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการที่ 9 หน่วยที่ 4
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
17-18 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย Miscellaneous correspondence
ช่วั โมง
แนวคดิ
จาก unit ทผี่ า่ นมา ผูเ้ รยี นไดศ้ กึ ษาการสอื่ สารทางธรุ กจิ ในลกั ษณะของ Business letters
และ E-mails มาแลว้ ตอ่ ไปใน unit นี้ผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาการสอื่ สารทางธรุ กจิ ในรูปแบบอนื่ ๆ
ทนี่ อยมใชใ้ นงานธุรกจิ เชน่ กนั กค็ อื การสอื่ สารระหวา่ งองคก์ ร ไดแ้ ก่ fax (แฟกซ์)
และการสอื่ สารระหวา่ งหน่วยงานภายในองคก์ รหรือสานกั งานไดแ้ ก่ Memo (บนั ทกึ ), Report
(รายงาน) Notice (ขอ้ ความแจง้ ใหท้ ราบ), Appointment (การแตง่ ตง้ั )ม Instructions
(คาส่งั ใหป้ ฏบิ ตั ติ าม) และ Policies & Regulations (นโยบายและกฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ าน)
นอกจากน้ีใน unit เดยี วกนั ผูเ้ รยี นจะไดเ้ รยี นรสู้ ถานการณ์ทางธรุ กจิ
หน่วยงานในองค์กรและหน้าทรี่ บั ผดิ ชอบทหี่ ลากหลายขน้ึ
โดยมกี ารนาการสอื่ สารในรูปแบบตา่ งๆมาประยุกต์ใช้
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั
-มีความรู้ ความเข้าใจคาศพั ท์ สานวนภาษาองั กฤษพื้นฐานทีเ่ กี่ยวกบั Fax, Memo,
Report, Notice, Appointment
(การแตง่ ตง้ั ), Instructions, Policies & Regulations, Appointment (การนดั หมาย)
และ Reservation (การจอง)
-สามารถฟงั พดู อา่ นและเขยี นคาศพั ทท์ สี่ าคญั ใน unit นี้ได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธรุ กจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
3. พูดโตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธุรกจิ
5.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสืบคน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธุรกจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรียนรู้
-Polices & regulations
-Appointment
-Reservation
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครถู ามนกั เรยี นวา่ ในทที่ างานควรจะมกี ฎระเบยี บเรอื่ งอะไรบา้ ง
2.ครูถามนกั เรยี นวา่ เพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งมกี ฎระเบยี บ
ขน้ั สอน
3.ครูอธบิ ายเรอื่ ง company policies
4.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 4.22 โดยใหน้ กั เรยี นทาเครอื่ งหมาย
เลอื กสงิ่ ทลี่ กู จา้ งจาเป็ นตอ้ งทราบเกีย่ วกบั บรษิ ทั
5.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
6.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
7.ครูเปิ ดซีดี exercise 4.23 ใหน้ กั เรยี นฟงั และจาแนกบคุ คล
8.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
9.ครูเปิ ดซดี ี exercise 4.24 และตอบคาถามวา่ Yes หรอื No
10.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
11.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
12.ครเู ขยี นคาวา่ Appointment บนกระดาน แลว้ ถามนกั เรยี นวา่
คราวทแี่ ลว้ เราเรยี นวา่ แปลวา่ อะไร (การแตง่ ตง้ั ) แตค่ ราวน้ีเราจะเรียน Appointment
ในความหมายวา่ การนดั หมาย
ขน้ั สอน
13.ครเู ปิ ดซีดี exercise 4.25 ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
14.ครูเปิ ดซีดี exercise 4.26 ใหน้ กั เรยี นฟงั และดหู นงั สอื ตามไปดว้ ย
15.ครูหยดุ ซดี ีทลี ะกรอบและอธบิ าย
16.ครูเปิ ดซีดใี หน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
17.ครูเปิ ดซดี แี ละใหน้ กั เรยี นออกเสยี งตาม
18.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 4.27 โดยแปลภาษาจากไทยเป็ นองั กฤษ
19.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตรวจสอบภาษาและไวยากรณ์
20.ครูสมุ่ เลือกนกั เรยี นใหพ้ ูดประโยค
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท3ี่ )
21.ครเู ขยี นคาวา่ “reservation” ไวบ้ นกระดาน
22.ครูถามนกั เรยี นวา่ แปลวา่ อะไร (การจอง) และการจองจะใชใ้ นการใดบา้ ง
ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
23.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการจอง
24.ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นบทสนทนาใน exercise 4.28 และใหน้ กั เรยี นเตมิ ลงใน
booking form ใหถ้ กู ตอ้ ง
25.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
26.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรปุ และประยุกต์
27.ครูใหน้ กั เรยี นสมมตวิ า่ หอ้ งเรยี นเป็ นบรษิ ทั
ใหล้ องรา่ งนโยบายหรือระเบยี บการปฏบิ ตั ขิ องหอ้ งเรียนนกั เรยี น
จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นสลบั กนั ตรวจภาษาและไวยากรณ์
สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดเี สยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรียน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขนึ้ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นนานโยบายและระเบยี บของหอ้ งเรียนทนี่ กั เรยี นรา่ งตดิ ไวท้ บี่ รเิ วณห้
องทเี่ หน็ ไดช้ ดั เจน
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการที่ 10 หน่วยที่ -
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
19-20
ชือ่ หน่วย สอบกลางภาค
จานวนช่วั โมง 2 ช่วั โมง
แนวคดิ
การสอบกลางภาคเป็ นการวดั ความรแู้ ละความเขา้ ใจในหน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1-4
บนั ทกึ หลงั การสอบ
ขอ้ สรุปหลงั การสอบ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 11 หน่วยที่ 5
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
21-22 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย Business documents
ช่วั โมง
แนวคดิ
เอกสารทางธรุ กจิ เป็ นเรอื่ งสาคญั ยงิ่ ในงานธรุ กจิ การเสนอราคา การสง่ั ซ้อื
การสง่ ของ การรบั เงนิ ลว้ นแลว้ แตต่ อ้ งมเี อกสารทเี่ ป็ นลายลกั ษณ์อกั ษรกากบั ใน unit
น้ีผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาเนื้อหาทเี่ กยี่ วกบั เอกสารทางธรุ กจิ ทจี่ าเป็ นตอ้ งทราบในการทาธุรกจิ
การซือ้ ขาย รวมถงึ แบบฟอร์มตา่ งๆและแผน่ พบั โดยผูเ้ รยี นจะไดน้ าความรทู้ ไี่ ดศ้ กึ ษา
และทกั ษะทไี่ ดฝ้ ึ กใน unit กอ่ นหน้ามาใชเ้ ชน่ กนั
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั
-มีความรู้ ความเข้าใจพ้ืนฐานในเรื่องของ Quotation (การเสนอราคา) Purchase
Order (คาสง่ั ซอื้ หรือใบส่งั ซื้อ)
Invoice (ใบแจง้ หนี้) Tax Invoice (ใบกากบั ภาษี) Receipt (ใบเสร็จรบั เงนิ ) Contract
(สญั ญา) Pamphlet (แผน่ พบั ) และ Banking document (เอกสารทเี่ กยี่ วกบั ธนาคาร)
-สามารถฟงั พดู อา่ นและเขียนคาศพั ทท์ สี่ าคญั ใน unit น้ีได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธุรกจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธุรกจิ
3. พดู โตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธุรกจิ
5.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธุรกจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรียนรู้
หน่วยที่ 5 Business documents
-Quotation
-Purchase order
-Invoice & Tax invoice
-Receipt
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครถู ามนกั เรยี นวา่ หากนกั เรียนเป็ นองค์กรธรุ กจิ
นกั เรยี นตอ้ งการซ้อื สนิ คา้ ทมี่ ลี กั ษณะใด
2.ครเู ขียนคาวา่ การเสนอราคาไวบ้ นกระดาน
ขน้ั สอน
3.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการเสนอราคา
4.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 5.1
โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นและวงกลมเลือกคาตอบทถี่ กู ตอ้ งทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดียว
5.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
6.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
7.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 5.2 โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นจดหมายและตอบคาถาม
8.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
9.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 5.3 โดยใหน้ กั เรียนอา่ นจดหมายและตอบคาถาม
10.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
11.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
12.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 5.4
โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นใบเสนอราคาและครอู ธบิ ายคาศพั ท์สาคญั จากนน้ั ใหเ้ ปิ ด dictionary
เพอื่ เขียนความหมายของคาศพั ท์
13.ครูสมุ่ ถามความหมายจากนกั เรียนคนละขอ้
14.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 5.5 โดยใหน้ กั เรียนศกึ ษาคาศพั ทใ์ นใบเสนอราคา
จากนน้ั ใหว้ งกลมเลอื กคาตอบทถี่ กู ตอ้ ง
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
15.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใบเสนอราคาควรจะตอ้ งมสี ว่ นประกอบใดบา้ ง
16.ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
17.ครเู ปิ ดซดี ี exercise 5.6 และใหน้ กั เรยี นดหู นงั สอื ตามไปดว้ ย
18.ครเู ปิ ดซีดแี ละหยดุ ตามทลี ะกรอบ จากนน้ั ครอู ธบิ าย
19.ครูเปิ ดซดี ใี หน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
20.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 5.7 โดยศกึ ษาคาศพั ท์ในใบสง่ั ซ้ือ
21.ครูเปิ ดซีดี exercise 5.8 และใหน้ กั เรยี นออกเสยี งตาม
22.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 5.9
ใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นและเตมิ คาลงในใบส่งั ซอื้
23.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
24.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท3ี่ )
25.ครูถามวา่ หน้าทขี่ องพลเมอื งไทยมอี ะไรบา้ ง
26.ครบู อกนกั เรยี นวา่ การเสยี ภาษีเป็ นหน้าทที่ สี่ าคญั ของคนไทย
ขน้ั สอน
27.ครอู ธบิ ายเรอื่ งใบแจง้ หนี้และใบกากบั ภาษี
28.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 5.10
ใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นและขดี เสน้ ใตค้ าทถี่ ูกตอ้ ง
29.ครูเปิ ดซดี ี exercise 5.11 ใหน้ กั เรยี นฟงั และอภปิ รายความแตกตา่ งระหวา่ ง
invoice และ tax invoice
30.ครูใหน้ กั เรยี นดูใบแจง้ หน้ีใน exercise ท5ี่ .12 และทาเครอื่ งหมาย
เลือกหวั ขอ้ ทปี่ รากฏในใบแจง้ หน้ี
31.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 5.13 ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 4)
32.ครูถามนกั เรยี นวา่ เวลาซ้อื ของใครทเี่ ก็บใบเสร็จรบั เงนิ ไวบ้ า้ ง
33.ครสู มุ่ ถามนกั เรยี นวา่ ใบเสร็จรบั เงนิ มคี วามสาคญั อยา่ งไร
ขน้ั สอน
34.ครูอธบิ ายความหมายและความสาคญั ของใบเสร็จรบั เงนิ
35.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 5.14
โดยอา่ นบทอา่ นดา้ นลา่ งแลว้ ตอบคาถามวา่ ถกู หรือผดิ
36.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
37.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
38.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 5.15
โดยอา่ นบทอา่ นดา้ นลา่ งแลว้ เตมิ ใบเสร็จใหส้ มบรู ณ์
36.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
37.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรปุ และประยุกต์
38.ครูเขยี นคาวา่ invoice และ tax invoice ไวบ้ นกระดาน
จากนน้ั ใหน้ กั เรียนอธบิ ายความแตกตา่ ง
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดเี สยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรียน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ขน้ึ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นนาตวั อยา่ งเอกสารทไี่ ดเ้ รยี นในช่วั โมงเรยี นน้ีทเี่ ป็ นภาษาองั กฤษมา
ตดิ ไวท้ บี่ อรด์ หลงั หอ้ ง
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 12 หน่วยที่ 5
สอนครง้ั ที่
รหสั วชิ า 2000-1208
23-24
ชือ่ หน่วย Business documents จานวนช่วั โมง 2
ช่วั โมง
แนวคดิ
เอกสารทางธรุ กจิ เป็ นเรอื่ งสาคญั ยง่ิ ในงานธรุ กจิ การเสนอราคา การสง่ั ซ้ือ
การสง่ ของ การรบั เงนิ ลว้ นแลว้ แตต่ อ้ งมเี อกสารทเี่ ป็ นลายลกั ษณ์อกั ษรกากบั ใน unit
นี้ผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาเน้ือหาทเี่ กยี่ วกบั เอกสารทางธรุ กจิ ทจี่ าเป็ นตอ้ งทราบในการทาธุรกจิ
การซอื้ ขาย รวมถงึ แบบฟอร์มตา่ งๆและแผน่ พบั โดยผูเ้ รยี นจะไดน้ าความรทู้ ไี่ ดศ้ กึ ษา
และทกั ษะทไี่ ดฝ้ ึ กใน unit กอ่ นหน้ามาใชเ้ ชน่ กนั
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั
-มีความรู้ ความเข้าใจพ้ืนฐานในเรื่องของ Quotation (การเสนอราคา) Purchase
Order (คาส่งั ซอ้ื หรอื ใบส่งั ซือ้ )
Invoice (ใบแจง้ หน้ี) Tax Invoice (ใบกากบั ภาษี) Receipt (ใบเสร็จรบั เงนิ ) Contract
(สญั ญา) Pamphlet (แผน่ พบั ) และ Banking document (เอกสารทเี่ กยี่ วกบั ธนาคาร)
-สามารถฟงั พดู อา่ นและเขยี นคาศพั ทท์ สี่ าคญั ใน unit นี้ได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธุรกจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
3. พูดโตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธรุ กจิ
5.ใชค้ าศพั ท์เทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธุรกจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้
-contract
-Pamphet
-Banking documents
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูเขยี นคาวา่ สญั ญา ไวบ้ นกระดาน
2.ครูถามนกั เรยี นวา่ สญั ญาทนี่ กั เรยี นรจู้ กั มอี ะไรบา้ ง
จากนน้ั ครเู ขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
3.ครูอธบิ ายเรอื่ งสญั ญา
4.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 5.16 โดยใหน้ กั เรยี นเลอื กวา่ ใครพูดนิยามของ
contract ไดถ้ กู ตอ้ ง
5.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
6.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
7.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 5.17
โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นและวงกลมเลือกคาตอบทถี่ ูกตอ้ ง
8.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
9.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 5.18
โดยใหน้ กั เรียนอา่ นสญั ญาและอภปิ รายเกยี่ วกบั สญั ญา
10.ครใู หน้ กั เรยี นโยงเสน้ จบั คคู่ วามหมายใหถ้ กู ตอ้ ง
11.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
12.ครูแสดงแผน่ พบั ใหน้ กั เรยี นดูและถามวา่ คอื อะไร
ขน้ั สอน
13.ครูอธบิ ายเกยี่ วกบั แผน่ พบั
14.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 5.19 โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นแผน่ พบั และตอบคาถาม
15.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 5.20 และใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาและใสห่ มายเลข 1
หรือ 2 ใหถ้ กู ตอ้ ง
16.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
17.ครใู หน้ กั เรยี นอภปิ รายหวั ขอ้ exercise 5.21
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 3)
18.ครถู ามนกั เรยี นวา่ ใครเคยทาธรุ กรรมกบั ธนาคารบา้ ง
19.ครูถามนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นทาธรุ กรรมประเภทใดกบั ธนาคาร
ขน้ั สอน
20.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 5.22
โดยใหน้ กั เรียนดรู ปู แลว้ ตอบวา่ เป็ นเอกสารของธนาคารประเภทใด
21.ครูใหน้ กั เรยี นดตู วั อยา่ งการกรอกเอกสารใน exercise 5.23
และใหน้ กั เรยี นฝึ กกรอก
22.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 5.24โดยใหน้ กั เรยี นฝึ กกรอกใบถอนเงนิ
23.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ขน้ั สรปุ และประยกุ ต์
24.ครูถามนกั เรยี นวา่ การทาธรุ กรรมกบั ธนาคารมอี ะไรบา้ ง
และมคี วามสาคญั กบั ระบบธรุ กจิ อยา่ งไร
สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดเี สยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขนึ้ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นนาเอกสารธุรกรรมของธนาคารมาจดั บอร์ดใหค้ วามรู้
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรุปหลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการที่ 13 หน่วยที่ 6
สอนครง้ั ที่
รหสั วชิ า 2000-1208
25-26
ชือ่ หน่วย Business meeting จานวนช่วั โมง 2
ช่วั โมง
แนวคดิ
การประชุม เป็ นรปู แบบการสอื่ สารทางธรุ กจิ ทตี่ อ้ งอาศยั การสนทนาพูดคยุ กนั
การประชุมเกดิ ขน้ึ เสมอเมอื่ มคี นตง้ั แต่ 2 คนขนึ้ ไปเขา้ มาอยูใ่ นทเี่ ดยี วกนั
พบปะกนั เพอื่ พูดคยุ แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็
วเิ คราะหแ์ ละนาเสนอในหวั ขอ้ หรือประเดน็ ตา่ งๆ
ใน unit น้ีผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาภาษาองั กฤษทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การประชุม
เรม่ิ ตง้ั แตค่ วามรทู้ ว่ั ไปเรอื่ งการประชุม การปิ ดประชุม การเลอื่ นนดั ประชุม
ระเบยี บวาระการประชุม การจดั การปฏบิ ตั งิ านประชุม การบนั ทกึ การประชุม
และการนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ยแผนภาพ ตาราง
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั
-มีความรู้ ความเข้าใจ พื้นฐานในเรือ่ งของการ Meetings(การประชุม) Scheduling
a meeting (การนดั ประชุม)
Rescheduling a meeting (การเลือ่ นนดั ประชุม) Agenda (ระเบยี บวาระการประชุม)
Minutes (บนั ทกึ การประชุม) Presentations skills (ทกั ษะการนาเสนอ)
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธุรกจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธุรกจิ
3. พดู โตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธรุ กจิ
5.ใชค้ าศพั ท์เทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธุรกจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้
หน่วยที่ 6 Business meeting
-Meetings
-Scheduling a meeting
-Rescheduling a meeting
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครถู ามนกั เรยี นวา่ การประชุมมคี วามสาคญั อยา่ งไร
2.ครสู มุ่ ถามนกั เรียนและเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
3.ครูอธบิ ายเรอื่ งการประชุม
4.ครเู ปิ ดซีดี exercise 6.1 โดยใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
5.ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งอกี ครง้ั
6.ครใู หน้ กั เรยี นจดคาศพั ทส์ าคญั ลงในสมดุ บนั ทกึ
7.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 6.2
โดยใหน้ กั เรียนจบั คคู่ วามหมายของคาใหถ้ กู ตอ้ ง
8.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
9.ครูเปิ ดซดี ี exercise 6.3
โดยใหน้ กั เรยี นฟงั แนวคดิ ของคนตา่ งๆเกยี่ วกบั การประชุม
10.ครูใหน้ กั เรยี นเขียนปญั หาของการประชุมอยา่ น้อย 3 ขอ้
11.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ บั เพอื่ นเพอื่ ตรวจภาและไวยากรณ์
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
12.ครูถามนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นคดิ วา่ การนดั ประชุมเวลาใดเหมาะสมทสี่ ดุ
เพราะเหตุใด ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
13.ครูอธบิ ายเกยี่ วกบั การนดั ประชุม
14.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 6.4
โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นและตอบคาถามโดยวงกลมเลอื กคาตอบทถี่ ูกตอ้ ง
15.ครูเปิ ดซดี ี exercise 6.5 และใหน้ กั เรยี นฟงั และดูรูปตามไปดว้ ย
16.ครูหยุดและอธบิ ายทลี ะกรอบ
17.ครูใหน้ กั เรยี นขีดเสน้ ใตเ้ ลอื กคาตอบทสี่ อดคลอ้ งกบั เรอื่ งราว
จากนน้ั สมุ่ เลอื กนกั เรียนเฉลย
18.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 6.6 ใหน้ กั เรยี นเลอื กคามาเตมิ ในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
19.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 3)
20.ครูถามนกั เรยี นวา่ การเปลีย่ นแปลงเวลานดั ประชุมเกดิ ขน้ึ ในกรณีใดไดบ้ า้ ง
ครเู ขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
21.ครูอธบิ ายเรอื่ งการเปลยี่ นแปลงเวลาประชุม
22.ครเู ปิ ดซดี ี exercise 6.7 โดยใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
23.ครูเปิ ดซีดี exercise 6.8 โดยใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
24.ครใู หน้ กั เรยี นแปลประโยคใน exercise 6.9 เป็ นภาษาองั กฤษ
25.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตรวจสอบคาตอบ
26.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
27.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 6.10
28.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
29.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรปุ และประยุกต์
30.ครเู ปิ ดซดี ี exercise 6.7 อกี ครง้ั ใหน้ กั เรยี นออกเสยี งตาม เขยี นประโยค
และคาแปลใหถ้ กู ตอ้ ง จากนน้ั ใหจ้ บั คกู่ นั ตรวจสอบการใชภ้ าและไวยากรณ์
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดเี สยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั คดิ ประโยคสนทนาเกยี่ วกบั การนดั ประชุมและการเลือ่ นการ
ประชุม จากนน้ั ครสู มุ่ ใหอ้ อกมาแสดงบทบาทสมมตหิ น้าชน้ั เรยี น
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการที่ 14 หน่วยที่ 6
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
27-28 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย Business meeting
ช่วั โมง
แนวคดิ
การประชุม เป็ นรปู แบบการสอื่ สารทางธรุ กจิ ทตี่ อ้ งอาศยั การสนทนาพูดคยุ กนั
การประชุมเกดิ ขนึ้ เสมอเมอื่ มคี นตง้ั แต่ 2 คนขนึ้ ไปเขา้ มาอยูใ่ นทเี่ ดยี วกนั
พบปะกนั เพอื่ พดู คยุ แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็
วเิ คราะหแ์ ละนาเสนอในหวั ขอ้ หรอื ประเดน็ ตา่ งๆ
ใน unit น้ีผูเ้ รียนจะไดศ้ กึ ษาภาษาองั กฤษทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การประชุม
เรมิ่ ตง้ั แตค่ วามรทู้ ว่ั ไปเรอื่ งการประชุม การปิ ดประชุม การเลอื่ นนดั ประชุม
ระเบยี บวาระการประชมุ การจดั การปฏบิ ตั งิ านประชุม การบนั ทกึ การประชุม
และการนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ยแผนภาพ ตาราง
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั
-มีความรู้ ความเขา้ ใจ พ้ืนฐานในเรือ่ งของการ Meetings(การประชุม) Scheduling
a meeting (การนดั ประชุม)
Rescheduling a meeting (การเลือ่ นนดั ประชุม) Agenda (ระเบียบวาระการประชุม)
Minutes (บนั ทกึ การประชุม) Presentations skills (ทกั ษะการนาเสนอ)
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธรุ กจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
3. พูดโตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธุรกจิ
5.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสืบคน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธุรกจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรียนรู้
-Agenda
-Managing meetings
-Minutes
-Presentation skills
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูถามนกั เรยี นวา่ ระเบยี บวาระการประชุมควรมอี ะไรบา้ ง
2.ครูสมุ่ ถามนกั เรียนและเขียนเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
3.ครอู ธบิ ายเรอื่ งระเบยี บวาระการประชุม
4.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 6.11
โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นและตอบวา่ ถกู หรอื ผดิ
5.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
6.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
7.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 6.12 โดยใหน้ กั เรียนยอ้ นกลบั ไปดู exercise 4.3
ในหน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 และดูเรือ่ งวาระการประชุม
8.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 6.13 โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นวาระการประชุมทง้ั 2
วาระและตอบคาถามปากเปลา่
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
9.ครูถามนกั เรยี นวา่ ผดู้ าเนินการประชุมคอื ใคร และมหี น้าทอี่ ยา่ งไร
ขน้ั สอน
10.ครูอธบิ ายเรอื่ งการจดั การปฏบิ ตั งิ านประชุม
11.ครเู ปิ ดซีดี exercise 6.14 ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
12.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 6.15 และวงกลมลอ้ มรอบคาตอบทถี่ ูกตอ้ ง
13.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
14.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 3)
15.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครเคยจดบนั ทกึ การประชุมบา้ ง
ขน้ั สอน
16.ครูอธบิ ายเรอื่ งบนั ทกึ การประชุม
17.ครใู หน้ กั เรยี นดู exercise 6.16 แลว้ บอกความแตกตา่ งระหวา่ ง
วาระการประชุมกบั บนั ทกึ การประชุม
18.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 6.17 ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาวา่ เป็ น Agenda (A)
หรอื Minutes (M)
19.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
20.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 6.18
ใหน้ กั เรยี นอา่ นบนั ทกึ การประชุมแลว้ ตอบคาถาม
21.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
22.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 4)
20.ครูถามนกั เรยี นวา่ การนาเสนอทดี่ คี วรมอี ะไรบา้ ง ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
21.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการนาเสนอ
22.ครูเปิ ดซีดี exercise 6.19 โดยใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
23.ครูเปิ ดซดี ี exercise 6.20โดยใหน้ กั เรียนฟงั และอา่ นบทอา่ นตามไปดว้ ย
จากนน้ั ครูอธบิ าย
24.ครูเปิ ดซดี ี exercise 6.21 โดยใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
25.ครูอธบิ าย example sentences หน้า 117
26.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 6.22 โดยใหน้ กั เรยี นดกู ราฟแลว้ ตอบคาถาม
27.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
28.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรปุ และประยุกต์
29.ครวู าด degree of movement แบบตา่ งๆบนกระดาน
จากนน้ั ถามนกั เรียนวา่ แปลความวา่ อะไร
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดีเสยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขนึ้ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นฝึ กการนาเสนอ
โดยสมมตวิ า่ นกั เรยี นเป็ นหวั หน้าทมี ฝ่ ายขายและนาเสนอผลประกอบการแกบ่ รษิ ทั
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 15 หน่วยที่ 7
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
29-30 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย With the help of IT
ช่วั โมง
แนวคดิ
ในปจั จบุ นั กจิ กรรมทางธุรกจิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การใหข้ อ้ มลู การทาใหเ้ ป็ นทรี่ จู้ กั
การเสนอขายผลติ ภณั ฑ์ สนิ คา้ และบรกิ าร มปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ
เนื่องจากมกี ารนาเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ ใน Unit นี้ ผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาภาษาองั กฤษ
โดยการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศมาชว่ ยสบื คน้ ในหวั ขอ้ ทเี่ กยี่ วกบั ความแตกตา่ งระหวา่ งสนิ
คา้ กบั บรกิ าร การโฆษณาสนิ คา้ การนาเสนอสนิ คา้ เวปไซต์ การบอกตาแหน่ง
ทตี่ ง้ั ในงานพาณิชย์ พาณิชย์อเิ ลก้ ทรอนิกส์ การใชพ้ จนานุกรมและ online dictionary
มาชว่ ยทาความเขา้ ใจคาศพั ทเ์ ทคนิคในงานธุรกจิ
รวมถงึ การฝึ กฝนการใชภ้ าษาองั กฤษในงานอาชีพธรุ กจิ
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั
-สามารถบอกความแตกต่างระหว่าง Product (สินค้า, ผลิตภณั ฑ์ ) กบั service
(บรกิ าร)ได้
-เข้าใจรูป แ บ บ วัต ถุ ป ระสงค์ รวม ถึงป ระโยช น์ ข อง Advertising & Product
Presentation (การโฆษณาและการนาเสนอ
สิ น ค้ า ) Website (เ ว ป ไ ซ ต์ ) Map, Location & Directions (แ ผ น ที่ ที่ ต้ั ง
และการบอกตาแหน่ง) E-commerce (พาณิชย์
อเิ ล็กทรอนิกส์)
-ส า ม า ร ถ ใ ช้ พ จ น า นุ ก ร ม แ ล ะ online dictionary
มาชว่ ยทาความเขา้ ใจคาศพั ทเ์ ทคนิคในงานธุรกจิ
-
สามารถใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสืบคน้ และฝึ กฝนการใชภ้ าษาองั กฤษในงานอาชีพธรุ กิ
จ
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธุรกจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
3. พูดโตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธุรกจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธรุ กจิ
5.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธุรกจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้
หน่วยที่ 7 With the help of IT
-Products & services
-Advertising & Product presentation
-Website
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูเขียนคาวา่ “สนิ คา้ ” และ “บรกิ าร” และถามนกั เรยี นใหย้ กตวั อยา่ ง
2.ครูสมุ่ ถามนกั เรียนและเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
3.ครูอธบิ ายเรอื่ งสนิ คา้ และบรกิ าร
4.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 7.1
โดยใหน้ กั เรียนอา่ นขอ้ ความและเลอื กวา่ เป็ นสนิ คา้ หรอื บรกิ าร
5.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
6.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
7.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 7.2 โดยใหน้ กั เรียนพจิ ารณาวา่ เป็ นสนิ คา้ หรือบรกิ าร
8.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
9..ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
10.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 7.3 และ 7.4 เป็ นการบา้ น
(ตอ้ งสบื คน้ ในอนิ เตอร์เนท)
11.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 7.5
ใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ บั เพอื่ นเพอื่ หาความหมายของคาทโี่ จทย์กาหนดให้
12.ครูสมุ่ เลอื กนกั เรยี นใหเ้ ฉลย
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
13.ครูถามนกั เรยี นวา่ การโฆษณาพบไดท้ ใี่ ดบา้ ง จากนน้ั ครเู ขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
14.ครูถามนกั เรยี นวา่ การโฆษณามคี วามสาคญั อยา่ งไร
จากนน้ั ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
15.ครูใหน้ กั เรยี นดูภาพใน exercise 7.6 และตอบวา่ คอื โฆษราอะไร
ใครทราบใหย้ กมอื ตอบ
16.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 7.7 ใหน้ กั เรยี นขดี เสน้ ใตเ้ ลือกคาตอบทถี่ ูกตอ้ ง
17.ครูใหน้ กั เรยี นดูจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
18.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
19.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise7.8 เป็ นการบา้ น (ตอ้ งสบื คน้ ในอนิ เตอร์เนท)
20.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครรจู้ กั billboard บา้ ง จากนน้ั ครอู ธบิ ายและใหน้ กั เรยี นทา
exercise 7.9 และทาเครอื่ งหมาย เลือกคาตอบทถี่ กู ตอ้ ง
21.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
22.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
23.ครูใหน้ กั เรยี นดู billboard ในexercise 7.10
และตอบวา่ เป็ นของหน่วยงานใด
24.ครูใหน้ กั เรยี นดู billboard ในexercise 7.11และตอบวา่ เป็ นผลติ ภณั ฑ์ใด
25.ครถู ามนกั เรยี นวา่ ใครรจู้ กั โบชวั ร์หรอื ไม่ จากนน้ั ครอู ธบิ าย
26.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 7.12
ใหน้ กั เรยี นวงกลมเลือกคาตอบทถี่ ูกตอ้ งทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
27.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
28.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
29.ครถู ามนกั เรยี นวา่ ใครเคยเหน็ กระดาษโฆษณาบนถาดหรือไม่
จากนน้ั ครูใหน้ กั เรียนอธบิ าย
30.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 7.13
ใหน้ กั เรยี นบอกเลา่ ประสบการณ์เกยี่ วกบั กระดาษโฆษณาบนถาด
31.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครรจู้ กั คาโปรยหรือไม่ จากนน้ั ครูใหน้ กั เรียนยกตวั อยา่ งสกั
2-3 ตวั อยา่ ง
32.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 7.14
ใหน้ กั เรยี นจบั คคู่ าโปรยกบั ผลติ ภณั ฑ์ใหถ้ กู ตอ้ ง
33.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
34.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท3ี่ )
35.ครสู มุ่ ถามนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นมกั เขา้ เวปไซต์ใด
36.ครถู ามเหตผุ ลจากนกั เรียน
ขน้ั สอน
37.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 7.15 โดยใหน้ กั เรยี นทาเครอื่ งหมาย
เลือกคาตอบทเี่ หมาะสม
38.ครูใหน้ กั เรยี นดูเวปไซต์ใน exercise 7.16 โดยใหน้ กั เรยี นดหู น้าเวปไซต์
และเลือกคาตอบทถี่ กู ตอ้ งทสี่ ดุ
39.ครสู มุ่ เลือกนกั เรยี นใหต้ อบคาถาม
40.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 7.17 โดยใหน้ กั เรยี นดภู าพแลว้ ตอบคาถาม
41.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
42.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรปุ และประยกุ ต์
43.ครูถามนกั เรยี นวา่ การโฆษณาสามารถทาไดใ้ นวธิ ีใดบา้ ง
จากนน้ั ครเุ ขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซดี เี สยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ขน้ึ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขนึ้ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครูใหน้ กั เรยี นจดั บอรด์ เกยี่ วกบั การโฆษณาแบบตา่ งๆ
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 16 หน่วยที่ 7
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
31-32
ชือ่ หน่วย With the help of IT จานวนช่วั โมง 2
ช่วั โมง
แนวคดิ
ในปจั จุบนั กจิ กรรมทางธรุ กจิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การใหข้ อ้ มลู การทาใหเ้ ป็ นทรี่ จู้ กั
การเสนอขายผลติ ภณั ฑ์ สนิ คา้ และบรกิ าร มปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้
เนื่องจากมกี ารนาเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ ใน Unit นี้ ผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาภาษาองั กฤษ
โดยการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศมาชว่ ยสบื คน้ ในหวั ขอ้ ทเี่ กยี่ วกบั ความแตกตา่ งระหวา่ งสนิ
คา้ กบั บรกิ าร การโฆษณาสนิ คา้ การนาเสนอสนิ คา้ เวปไซต์ การบอกตาแหน่ง
ทตี่ ง้ั ในงานพาณิชย์ พาณิชย์อเิ ลก้ ทรอนิกส์ การใชพ้ จนานุกรมและ online dictionary
มาชว่ ยทาความเขา้ ใจคาศพั ทเ์ ทคนิคในงานธุรกจิ
รวมถงึ การฝึ กฝนการใชภ้ าษาองั กฤษในงานอาชพี ธรุ กจิ
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั
-สามารถบอกความแตกต่างระหว่าง Product (สินค้า, ผลิตภณั ฑ์ ) กบั service
(บรกิ าร)ได้
-เข้าใจรูป แ บ บ วัต ถุ ป ระสงค์ รวม ถึงป ระโยช น์ ข อง Advertising & Product
Presentation (การโฆษณาและการนาเสนอ
สิ น ค้ า ) Website (เ ว ป ไ ซ ต์ ) Map, Location & Directions (แ ผ น ที่ ที่ ต้ั ง
และการบอกตาแหน่ง) E-commerce (พาณิชย์
อเิ ล็กทรอนิกส์)
-ส า ม า ร ถ ใ ช้ พ จ น า นุ ก ร ม แ ล ะ online dictionary
มาชว่ ยทาความเขา้ ใจคาศพั ท์เทคนิคในงานธรุ กจิ
-
สามารถใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนการใชภ้ าษาองั กฤษในงานอาชีพธุรกิ
จ
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธรุ กจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
3. พดู โตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ
4.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธรุ กจิ
5.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
6.ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธรุ กจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรียนรู้
-Map, location & directions
-E-commerce
-Using a dictionary
-Online Dictionary
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครถู ามนกั เรยี นเกยี่ วกบั ประโยชน์แผนที่
2.ครสู มุ่ ถามนกั เรยี นและเขียนเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
3.ครูอธบิ ายเรอื่ งแผนที่
4.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 7.18 โดยใหน้ กั เรียนดแู ผนทแี่ ละตอบคาถาม
5.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
6.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
7.ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นใน exercise 7.19 และใหอ้ ภปิ รายคาตอบกบั เพอื่ น
8.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 7.20
บอกเสน้ ทางการเดนิ ทางจากสนามบนิ สวุ รรณภมู ถิ งึ โรงแรม interContinental Hotel
9..ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
10.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 7.21
11.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตรวจสอบภาษาและไวยากรณ์
12.ครูสมุ่ เลือกนกั เรยี นใหเ้ ฉลย
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
13.ครูเขยี นคาวา่ e-commerce ไวบ้ นกระดาน
14.ครูถามนกั เรยี นวา่ คอื อะไร และ ใครเคยซือ้ สนิ คา้ ผา่ น e-commerce บา้ ง
ขน้ั สอน
15.ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นใน exercise 7.22 และตอบคาถาม
16.ครใู หน้ กั เรยี นดจู บั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
17.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
18.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise7.23 โดยใหน้ กั เรยี นอภปิ รายกบั เพอื่ น
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท3ี่ )
19.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครนา dictionary มาโรงเรยี นบา้ ง
20.ครใู หน้ กั เรยี นแสดงใหเ้ พอื่ นในชน้ั ดู
ขน้ั สอน
21.ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นเรือ่ ง What is a dictionary? ใน exercise 7.24
แลว้ ตอบคาถาม
22.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
23.ครอู ธบิ ายสว่ นประกอบตา่ งๆของ Dictionary และใหน้ กั เรียนดหู น้า 133
ตามไปดว้ ย
24.ครูใหน้ กั เรยี นดู exercise 7.25
และใหน้ กั เรยี นขดี เสน้ แสดงสว่ นตา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท4ี่ )
25.ครถู ามนกั เรยี นวา่ ใครเคยใชป้ ระโยชน์จาก online dictionary บา้ ง
ขน้ั สอน
26.ครูอธบิ ายเรอื่ ง online dictionary
27.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 7.26-7.28 เป็ นการบา้ น
(ตอ้ งสบื คน้ จากอนิ เทอรเ์ นท)
ขน้ั สรุปและประยุกต์
28.ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั เปรยี บเทยี บขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี ของ Dictionary และ Online
dictionary
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน