The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการปฏิบัติงานภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nongbest.nonggrace, 2021-04-06 08:43:03

รายงานการปฏิบัติงานภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

รายงานการปฏิบัติงานภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

3.ซดี เี สยี ง
หลกั ฐาน

1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรียน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ขน้ึ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขนึ้ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นจดั บอร์ดเกยี่ วกบั สว่ นประกอบของ dictionary

บนั ทกึ หลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาทพี่ บ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ญั หา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 17 หน่วยที่ 8

รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่

33-34

ชือ่ หน่วย Business world จานวนช่วั โมง 2

ช่วั โมง

แนวคดิ

สาหรบั ผทู้ ตี่ อ้ งการฝึ กฝนการใชภ้ าษาองั กฤษในงานอาชีพธุรกจิ

เรือ่ งหน่ึงทสี่ าคญั อยา่ งมากก็คอื

การรจู้ กั และเขา้ ใจคาศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ ทมี่ กี ารใชอ้ ยใู่ นปจั จุบนั

ในกลมุ่ คาศพั ท์ทคี่ วรทราบสว่ นใหญจ่ ะมาจากเรอื่ งราวหรอื สถานการณ์ทเี่ กดิ ขนึ้ ในโลกของ

ธุรกจิ ซง่ึ ประกอบไปดว้ ยธรุ กจิ หรืออตุ สาหกรรมทมี่ คี วามหลากหลายไปตามสนิ คา้ และบรกิ า

รทนี่ ามาซอ้ื ขายกนั ใน unit

นี้จะนาผูเ้ รยี นเขา้ สกู่ ลมุ่ คาศพั ทใ์ นโลกของธรุ กจิ ทแี่ บง่ ไปตามประเภทของธรุ กจิ

หรืออตุ สาหกรรมทถี่ อื วา่ เป็ นสว่ นประกอบหลกั ในระบบเศรษฐกจิ ของประเทศไทย

ผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาคาศพั ท์พน้ื ฐานและเรอื่ งน่ารเู้ กยี่ วกบั ธุรกจิ หรืออตุ สาหกรรมในแตล่ ะชนิ

ด ไดแ้ ก่ ธรุ กจิ ทเี่ กยี่ วกบั Education (การศกึ ษา) Health Care

(การรกั ษาโรคและการดแู ลสขุ ภาพ) Hospitality (การตอ้ นรบั และการบรกิ าร) Agency

(การเป็ นตวั แทน/นายหน้า) Banking (การธนาคารX) Manufacturing (การผลติ ) Retailing

(การคา้ ปลีก) และ Trading (การซอ้ื มาขายไป)

ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั

-รจู้ กั และเพม่ิ พนู คาศพั ท์เทคนิคในงานอาชีพธุรกจิ ทมี่ ใี ชอ้ ยูใ่ นปจั จบุ นั
-มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในธรุ กจิ เกยี่ วกบั การศกึ ษา การรกั ษาโรคและเป็ นการดูแลสขุ ภาพ
การตอ้ นรบั และการบรกิ าร
การเป็ นตวั แทน การธนาคาร การผลติ การคา้ ปลีก และการซ้อื มาขายไป
-
สามารถอา่ นเพอื่ ทาความเชา้ ใจและตอบคาถามจากเนื้อเรอื่ งทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั ธุรกจิ ประเภท
ตา่ งๆทไี่ ดเ้ รียนใน unit นี้
-ส า ม า ร ถ ใ ช้ พ จ น า นุ ก ร ม แ ล ะ Online dictionary
มาชว่ ยในการหาความหมายของคาศพั ท์ พรอ้ มทง้ั ปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั
การฟงั พูด อา่ น เขยี นคาศพั ทท์ สี่ าคญั ใน unit น้ีได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.อา่ นเรือ่ ง เอกสารธุรกจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
2.เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธุรกจิ
3.ใชค้ าศพั ท์เทคนิคในงานธรุ กจิ
4.ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพธุรกจิ พรอ้ มแ
สดงหลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้

หน่วยที่ 8 Business world

-Educational business

-Health care business

-Hospitality industry

-Agency business

-Banking industry

-Manufacturing industry

-Retail business
-Trading business
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครถู ามนกั เรยี นวา่ ธรุ กจิ การศกึ ษาคอื อะไร
2.ครูถามนกั เรยี นเกยี่ วกบั ธรุ กจิ การศกึ ษาทนี่ กั เรียนรจู้ กั ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
3.ครอู ธบิ ายเรอื่ งธุรกจิ การศกึ ษา
4.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 8.1 โดยใหน้ กั เรียนอา่ นบทอา่ นและตอบคาถาม
5.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
6.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
7.ครูเปิ ดซีดี exercise 8.2 และใหน้ กั เรียนฟงั
และนาคามาเตมิ ในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
8.ครูถามนกั เรยี นวา่ ธรุ กจิ ทเี่ กยี่ วกบั การรกั ษาโรคและการดแู ลสขุ ภาพคอื อะไร
9.ครใู หน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งธุรกจิ เกยี่ วกบั การรกั ษาโรคและการดแู ลสขุ ภาพทนี่ กั เรยี
นรจู้ กั
ขน้ั สอน
10.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 8.3 โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นแลว้ ตอบคาถาม
11.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
12.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
13.ครูเปิ ดซดี ี exercise 8.4
ใหน้ กั เรยี นฟงั และนาคาทกี่ าหนดใหม้ าเตมิ ในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง
14.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
15.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท3ี่ )
16.ครูถามนกั เรยี นวา่ กลมุ่ ธรุ กจิ การตอ้ นรบั และการบรกิ ารคอื อะไร
17.ครใู หน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งกลมุ่ ธรุ กจิ การตอ้ นรบั และการบรกิ ารทนี่ กั เรียนรจู้ กั
ขน้ั สอน
18.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 8.5 โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นแลว้ ตอบคาถาม
19.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
20.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
21.ครูเปิ ดซดี ี exercise 8.6
ใหน้ กั เรยี นฟงั และนาคาทกี่ าหนดใหม้ าเตมิ ในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
22.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
23.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท4ี่ )
24.ครูถามนกั เรยี นวา่ กลมุ่ ธุรกจิ ตวั แทนคอื อะไร
25.ครใู หน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งธรุ กจิ ตวั แทนทนี่ กั เรียนรจู้ กั
ขน้ั สอน
26.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 8.7 โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นแลว้ ตอบคาถาม
27.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
20.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั

28.ครเู ปิ ดซีดี exercise 8.6
ใหน้ กั เรยี นฟงั และนาคาทกี่ าหนดใหม้ าเตมิ ใตภ้ าพใหถ้ กู ตอ้ ง

29.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
30.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที5่ )
31.ครูถามนกั เรยี นวา่ กลมุ่ ธุรกจิ ธนาคารคอื อะไร
32.ครใู หน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งกลมุ่ ธรุ กจิ ธนาคารทนี่ กั เรยี นรจู้ กั
ขน้ั สอน
33.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 8.9 โดยใหน้ กั เรียนอา่ นบทอา่ นแลว้ ตอบคาถาม
34.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
35.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
36.ครูเปิ ดซีดี exercise 8.10
ใหน้ กั เรยี นฟงั และนาคาทกี่ าหนดใหม้ าเตมิ ในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
37.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
38.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
39.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 8.11
ใหน้ กั เรยี นจบั คธู่ นาคารภาไทยกบั ภาษาองั กฤษใหถ้ กู ตอ้ ง
40.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 8.12 ใหน้ กั เรยี นจบั คู่ logo
ธนาคารกบั ชือ่ ใหถ้ ูกตอ้ ง
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที6่ )
41.ครูถามนกั เรยี นวา่ กลมุ่ ธุรกจิ การผลติ คอื อะไร
42.ครูใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งกลมุ่ ธรุ กจิ การผลติ นกั เรยี นรจู้ กั
ขน้ั สอน
43.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 8.13 โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นแลว้ ตอบคาถาม
44.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
45.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
46.ครูเปิ ดซีดี exercise 8.14
ใหน้ กั เรยี นฟงั และนาคาทกี่ าหนดใหม้ าเตมิ ในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
47.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
48.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที7่ )
49.ครถู ามนกั เรยี นวา่ ธรุ กจิ คา้ ปลกี คอื อะไร
50.ครใู หน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งธรุ กจิ คา้ ปลกี ทนี่ กั เรยี นรจู้ กั
ขน้ั สอน
51.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 8.15 โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นแลว้ ตอบคาถาม
52.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
53.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
54.ครูเปิ ดซีดี exercise 8.16
ใหน้ กั เรยี นฟงั และนาคาทกี่ าหนดใหม้ าเตมิ ในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
55.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
56.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที8่ )
57.ครูถามนกั เรยี นวา่ กลมุ่ ธรุ กจิ ซื้อมาขายไปคอื อะไร

58.ครูใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งธุรกจิ ซ้อื มาขายไปทนี่ กั เรยี นรจู้ กั
ขน้ั สอน
59.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 8.17 โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นบทอา่ นแลว้ ตอบคาถาม
60.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
61.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
62.ครูเปิ ดซดี ี exercise 8.18
ใหน้ กั เรยี นฟงั และนาคาทกี่ าหนดใหม้ าเตมิ ในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ตอ้ ง
63.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
64.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรุปและประยุกต์
65.ครเู ขยี นคาวา่ “Business world”ไวบ้ นกระดาน
จากนน้ั ถามนกั เรยี นวา่ มกี ลมุ่ ธรุ กจิ อะไรบา้ ง
66.ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
67.ครถู ามนกั เรยี นวา่ แตล่ ะกลมุ่ ธุรกจิ มลี กั ษณะและความสาคญั อยา่ งไร
สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซดี ีเสยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ขน้ึ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ

4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)

5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ

1.ครแู บง่ นกั เรยี นออกเป็ น 8 กลุม่ จดั บอร์ดหรอื ทาโปสเตอร์ เรอื่ ง Business
world ในหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี

-Educational business
-Health care business
-Hospitality industry
-Agency business
-Banking industry
-Manufacturing industry
-Retail business
-Trading business

บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรุปหลงั การสอน

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาทพี่ บ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ญั หา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการที่ 18 หน่วยที่ -
สอนครง้ั ที่
รหสั วชิ า 2000-1208

35-36

ชือ่ หน่วย สอบปลายภาค
จานวนช่วั โมง 2 ช่วั โมง
แนวคดิ
การสอบปลายภาคเป็ นการวดั ความรแู้ ละความเขา้ ใจในหน่วยการเรยี นรหู้ น่วยที่ 5-
8

บนั ทกึ หลงั การสอบ

ขอ้ สรปุ หลงั การสอบ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั หาทพี่ บ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

แนวทางแกป้ ญั หา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

รายการตรวจสอบและอนุญาตใหใ้ ช้

 ควรอนุญาตใหใ้ ชใ้ นการสอนได้
 ควรปรบั ปรงุ ในสว่ นทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั
………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ …………………………………………………

()
หวั หน้าหมวด/แผนกวชิ า

……………./…………………./…………………
 ควรอนุญาตใหใ้ ชใ้ นการสอนได้
 ควรปรบั ปรงุ ดงั เสนอ
 อนื่ ๆ……………………………… ……………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ …………………………………………………
()

รองผูอ้ านวยการฝ่ ายวชิ าการ
……………./…………………./…………………
 ควรอนุญาตใหใ้ ชใ้ นการสอนได้
 อนื่ ๆ……………………………… ……………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ …………………………………………………
()

ผูอ้ านวยการ
……………./…………………./…………………

ภาคผนวก ก
แบบประเมนิ ดว้ ยแฟ้ มสะสมผลงาน (Portfolio)

ประเมนิ จากผลงานทนี่ กั เรยี นจดั ทาและนามาจดั เก็บไวใ้ นแฟ้ ม แฟ้ มนน้ั จะประกอบดว้ ย
1. ปก
2. คานา
3. ขอ้ มลู สว่ นตวั
4. สารบญั
5. จดุ ประสงค์
6. เกณฑ์การประเมนิ งาน

7. งานทง้ั หมด
8. แบบทดสอบตา่ งๆ
9. งานทมี่ อบหมาย/ใบงาน
10. การประเมนิ ตนเอง/เพอื่ น/ผูส้ อน/ผูป้ กครอง
11. ความคดิ เหน็ ตอ่ วชิ า

ตวั อยา่ งขอ้ มลู สว่ นตวั
1. ชือ่ ……………………………………………………………………………………………………….
2. เกดิ วนั ท…ี่ ………………………เดือน………………………………พ.ศ. ………………….………
3. ชือ่ บดิ า…………………………………………ชือ่ มารดา…………………………………………….

พ…ี่ …………………………………………คน น้อง…………………………...………………คน
4. ทอี่ ยู…่ …………………………………………………………………………………………………..
5. วชิ าทชี่ อบ……………………………………………………………………………………………….
6. กจิ กรรมทชี่ อบ………………………………………………………………………………………….
7. สง่ิ ทปี่ ระทบั ใจในการเรยี น……………………………………………………………………………...
8. รางวลั ทเี่ คยไดร้ บั ……………………………………………………………………………………….
9. ความสามารถพเิ ศษ…………………………………………………………………………………….
10. อดุ มคตขิ องการทางาน…………………………………………………………………………………
11. ผลงานทสี่ ะสม…………………………………………………………………………………………..
หมายเหตุ : สะสมงานไดท้ กุ หน่วย นกั เรยี นนาผลงานทพี่ อใจใสแ่ ฟ้ มสะสมไว้

ภาคผนวก ข

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั งิ านรายบคุ คล

พฤตกิ รรม ความสน การแสดง การตอบ การยอม ทางาน หมายเ
ที่ ใจ ความคดิ เ คาถาม รบั ฟงั คน ตามทไี่ ด้ หตุ
รบั มอบห
ชือ่ -สกุล หน็ อนื่
มาย

43214321432143214321

เกณฑ์การวดั ผล ใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี

ดีมาก = 4 สนใจฟงั ไมห่ ลบั ไมพ่ ูดคยุ ในชน้ั มคี าถามทดี่ ี ตอบคาถามถูกตอ้ ง
ทางานสง่ ครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑ์ประมาณ 50%
ปรบั ปรุง = 1 เขา้ ชน้ั เรียน แตก่ ารแสดงออกน้อยมาก สง่ งานไมค่ รบ ไมต่ รงเวลา

ลงชือ่ ……………………………….ผูส้ งั เกต
(……………………………….)
…………/…………/………..

ภาคผนวก ค

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่

กลมุ่ ที…่ ………..ชน้ั /แผนก………………

ลาด ั พฤตกิ รรม

ที่ ชือ่ -สกุล ความรว่ ม การแสดง การรบั ฟงั ความตง้ั ใจ การมสี ว่ น รว
สมาชกิ กลมุ่ มือ ความคดิ เ ความคดิ เ ในการทาง รว่ มในกา ม

ห็น ห็น าน รอภปิ ราย

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ 90-100% หรอื ปฏบิ ตั บิ อ่ ยครง้ั
ดีมาก = 4 ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ 70-89% หรือปฏบิ ตั บิ างครง้ั
ดี = 3 ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ 50-69% หรือปฏบิ ตั คิ รง้ั เดยี ว
ปานกลาง = 2 ประสทิ ธภิ าพต่ากวา่ เกณฑ์ 50% หรือไมป่ ฏบิ ตั เิ ลย
ปรบั ปรุง = 1

ลงชือ่ ………………………………ผูส้ งั เกต
(…………………………….)
………./……………/………

ภาคผนวก ง

แบบประเมนิ การนาเสนอผลงานรายบุคคล

พฤตกิ รรม บคุ ลกิ มารยาทใ การใช้ วธิ กี าร เน้ือหาที่ รวม
การแตง่ ก นการพดู ภาษา นาเสนอ นาเสนอ 50
ชือ่ -สกลุ
าย 10 10 10 10
1.
2. 10
3.
4.
5.
6.

ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….

เกณฑ์ผา่ น 25 คะแนน

เกณฑ์การสงั เกต
บคุ ลกิ การแตง่ กาย : มคี วามเชือ่ มน่ั ในตนเอง แตง่ กายสะอาด ถกู ระเบยี บ

เสอื้ ไมห่ ลดุ ลยุ่ ลอยชาย
มารยาทในการพดู : มองหน้าและสบตาผูฟ้ งั ไมเ่ หน็บแนม เสยี ดสผี ูอ้ นื่
การใชภ้ าษา : ชดั เจน ตามหลกั ภาษา ตวั ร ล คาควบกลา้ ถอ้ ยคาขอ้ ความสภุ าพ
วธิ กี ารนาเสนอ : น่าสนใจหลากหลาย เชน่ ใชแ้ ผน่ ใส รปู ภาพ ตง้ั คาถาม เลน่ เกม

ไมเ่ ยน่ิ เยอ้
เน้ือหาทนี่ าเสนอ : มสี าระสาคญั ตรงกบั หวั ขอ้ เรอื่ ง ใชเ้ วลาตามทกี่ าหนด

ลงชือ่ ……………………………….ผูส้ งั เกต
(……………………………….)

…………/…………/………..

ภาคผนวก จ

แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ชือ่ ผปู้ ระเมนิ /กลมุ่ ประเมนิ …………………………………………………………………………………………..
ชือ่ กลุม่ รบั การประเมนิ ………………………………………………………………………………………………
ประเมนิ ผลครง้ั ท…ี่ ………………....…….. วนั ที่ ……………..…. เดือน ………..………. พ.ศ. ……...….…...
เรอื่ ง…………………………………………………………………………………………………………………….
ระดบั พฤตกิ รรม
ควรคปุ รบั ป
ที่ คณุ ลกั ษณะ/พฤตกิ รรมบง่ ช้ี ใช้ได้ รุง คะแนนทีไ่ ด้
=1
=0

1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
 แสดงกริ ยิ าทา่ ทางสุภาพตอ่ ผูอ้ นื่
 ใหค้ วามรว่ มมอื กบั ผูอ้ นื่

2 ความมวี นิ ยั
 ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั
และขอ้ ตกลงตา่ งๆ ของวทิ ยาลยั ไดแ้ ก่
แตง่ กายถกู ตอ้ งตามระเบียบ
และขอ้ บงั คบั ตรงตอ่ เวลา

3 ความรบั ผดิ ชอบ
 มกี ารเตรียมความพรอ้ มในการเรียนและ
การปฏบิ ตั งิ าน
 ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความตง้ั ใจ
 มคี วามเพียรพยายามในการเรยี นและก

ารปฏบิ ตั งิ าน

4 ความเชือ่ ม่นั ในตนเอง
 กลา้ แสดงความคดิ เห็นอยา่ งมเี หตผุ ล

5 ความสนใจใฝ่ รู้
 ซกั ถามปญั หาขอ้ สงสยั

6 ความรกั สามคั คี
 รว่ มมอื ในการทางาน

7 ความกตญั ญูกตเวที
 มีสมั มาคารวะตอ่ ครู-
อาจารย์อยา่ งสม่าเสมอ
ทง้ั ตอ่ หน้าและลบั หลงั

รวมคะแนนทไี่ ดท้ ง้ั หมด = …………… คะแนน
หมายเหตุ : แบบประเมนิ น้ีใชแ้ บบเดียวกนั ทง้ั ครูและประธานกลุม่

และประเมนิ คณุ ลกั ษณะดงั กลา่ วตลอดภาคการศกึ ษา

ภาคผนวก ฉ

แบบรวมคะแนนการประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ชือ่ -สกุล…………………………………………………………....รหสั ประจาตวั …………………………………
ระดบั ชน้ั ………………..กลมุ่ ………………...แผนกวชิ า…………………….……………………………………

ครง้ั ทปี่ ระเมนิ
1
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ 2
ประสงค์ 3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
คะแนนรวม
หารจานวนคร้ังที่ปร
ะเมิน
คะแนน ีท่ได้

คะแนนทไี่ ด้

1.
ความมีมนุษ

ยสมั พนั ธ์
2. ความมีวนิ ยั

3. ความรบั ผดิ ชอบ
4.

ความเชือ่ ม่นั
ในตนเอง
5. ความสนใจใฝ่ รู้

6. ความรกั สามคั คี
7.

ความกตญั ญู
กตเวที

ลงชือ่ …………………………….ผูป้ ระเมนิ
(…………………………….)
.………/…………/……….

หมายเหตุ : แบบรวมคะแนนนี้ใชแ้ บบเดียวกนั ทง้ั ครูและประธานกลมุ่

ภาคผนวก ช
แบบสรุปผลการประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม

และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ภาคเรียนท…ี่ ………………ปี การศกึ ษา………………….

รหสั วชิ า…………………………………….. ความมีม ุนษยสัมพัน ์ธ
ชือ่ วชิ า……………………………………… ความมีวินัย
ระดบั ชน้ั …………………………………… ความร ับผิดชอบ
แผนก/กลมุ่ …………………………….…. ความเชื่อ ่มันในตนเอง
ความสนใจใ ่ฝ ูร้
ความร ักสาม ัคคี
ความกต ัญญูกตเวที
รวม (ในส่วนของผู้สอน)
รวม
(ในส่วนของประธานกลุ่ม)
รวมคะแนน ีท่ได้จากท้ัง 2
ส่วน

ลาดบั รหสั ชือ่ -สกุล 2 1 3 1 1 1 1 10 10 20
ที่ ประจาต ั



ภาคผนวก ซ
บนั ทกึ หลงั การสอน

ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………

ผลการเรียนของนกั เรียน
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………

ผลการสอนของครู
…………………………………………………………………………………………………………….…...…
……………………………………………………………………………………………………………..……..
………………………………………………………………………………………………………

……………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………

หมายเหตุ : ลงชือ่ ……………………………….ผูบ้ นั ทกึ
(……………………………….)
…………/…………/………..

บนั ทกึ น้ีใชบ้ นั ทกึ ทกุ แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคผนวก ฌ

บนั ทกึ หลงั การสอน

ชือ่ ผสู้ อน……………………………………….………….. วชิ า ภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์ 2000-
1208
ภาคเรยี นท…ี่ ……………………………………….... ปี การศกึ ษา………………………………

หอ้ งเรยี น วนั /เดอื น/ปี เวลา บนั ทกึ ความคดิ เห็น หมายเหตุ

หมายเหตุ : บนั ทกึ น้ีใชบ้ นั ทกึ ทา้ ยสดุ ของทกุ แผนการจดั การเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรมู้ งุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและ
บรู ณาการปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

วชิ า ภาษาองั กฤษสาหรบั งานชา่ งอตุ สาหกรรม
รหสั วชิ า 20000 1209

จดั ทาโดย
นางณิชาภา ศรธี รณ์

ครูอตั ราจา้ ง

แผนกวชิ าสามญั สมั พนั ธ์หมวดวชิ าภาษาตา่ งประเทศ
วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง

สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

แผนการจดั การเรยี นรแู ้ บบบูรณากา หน่วยที ่1
รที่ 1

รหสั วชิ า 20000-1209 สอนครง้ั ที่ 1

ภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง (1-1)

ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง ปฐมนิเทศ + My first day จานวน 2
ช่วั โมง
at college

แนวคดิ
การทกั ทายเป็ นวฒั นธรรมทีเ่ กดิ ขนึ้ ทกุ ทีใ่ นโลกและเป็ นเรือ่ งพ้นื ฐานทสี่ ุดของการใช้

ภาษาองั กฤษ

ใ น unit น้ี จ ะ ศึ ก ษ า เ กี่ ย ว กั บ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร ทั ก ท า ย
ประโยคทกั ทายที่ใช้ใน ชีวิตประจาวนั ประโยคเพื่อใช้ถามข้อมูลส่วนตวั เช่น ชื่อ

สาขาทเี่ รยี น นอกจากนี้ใน unit นี้จะกลา่ วถงึ คาศพั ทท์ เี่ กยี่ วกบั สาขาวชิ าทเี่ รียนในวทิ ยาลยั
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั

- บอกใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากบทสนทนาทฟี่ งั
- ระบคุ าสาคญั และสานวนตา่ งๆ จากเรอื่ งทฟี่ งั
- บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการฟงั
- สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
- บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
- โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพูดอยา่ งเหมาะสม
- บรู ณาการใชภ้ าษาพูดไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
- บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพดู
- บอกความหมายของคาศพั ท์และสานวน
- บอกใจความสาคญั รายละเอยี ดและตอบคาถามจากเนื้อเรอื่ งได้
- บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการอา่ น
- เขียนคาศพั ทแ์ ละประโยคทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เนื้อหาได้
- บรู ณาการการใชภ้ าษาเขียนไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
- บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขยี น
- สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
- บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
- โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพดู อยา่ งเหมาะสม
- บรู ณาการการใชภ้ าษาพดู ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
- บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพดู
- เขยี นประโยคใหส้ มบรู ณ์ได้
- บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขียน

สมรรถนะรายวชิ า
1. ฟงั -ดู การสาธติ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ งจากสอื่ โทรทศั น์
2. อา่ นเรือ่ ง กฎระเบยี บ คมู่ อื และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ ง
3. อา่ นเครอื่ งหมาย สญั ลกั ษณ์ ป้ ายเตอื น ป้ ายประกาศในสถานทปี่ ฏบิ ตั งิ าน
4. สาธติ และนาเสนอขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านชา่ ง
5. ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานชา่ ง
6.
ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพชา่ งพรอ้ มแสดง

หลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง

สาระการเรียนรู้
ปฐมนิเทศ

Unit 1 My first day at college

Section I Talking to your new friends

-Listening

-Speaking

-Reading

-Writing
กระบวนการจดั การเรยี นรู้

(ปฐมนิเทศ)
1. ครูแนะนาตวั เอง และให้ผู้เรียนแนะนา ด้วยข้อมูลง่ายๆ เช่น ชื่อ-นามสกุล,
ชือ่ เลน่ เป็ นตน้
2. ครูชี้ แจงจุดประสงค์รายวิชา มาตรฐานรายวิชา และสมรรถนะรายวิชา
แนวทางการวดั ผลและการ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ตลอดจนกฎกตกิ าในการเรยี น
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 1)
1. ครวู าดตวั การ์ตนู รปู คนไวบ้ นกระดาน 2 ตวั และเขียน I และ II กากบั ไว้
และอธบิ ายวา่ สรรพนามบรุ ุษที่ 1 คอื ผพู้ ดู และสรรพนามบรุ ษุ ที่ 2 คอื ผฟู้ งั
หากนกั เรียนเขา้ ใจดแี ลว้ ครอู าจเกรนิ่ ถามวา่ สรรพนามบรุ ษุ ที่ 3 คอื ใคร
2. ครสู มุ่ ถามนกั เรยี น และครเู ฉลย (ผูท้ ถี่ ูกกลา่ วถงึ )
ขน้ั สอน
3. ครเู ปิ ดซีดกี จิ กรรมที่ 1.1 ใหน้ กั เรียนฟงั และดหู นงั สอื ตามไปดว้ ย
4. ครูเปิ ดซดี ีอกี ครง้ั และหยดุ ทลี ะประโยค และใหน้ กั เรยี นดตู ามทลี ะกรอบ
และครูอธบิ ายทลี ะกรอบ
5. ครเู ปิ ดซดี ีใหน้ กั เรียนฟงั อกี ครง้ั

ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
6. ค รู ว ง ก ล ม ล้ อ ม ร อ บ รู ป ว า ด ที่ มี เ ล ข II ก า กั บ

และถามนักเรียนว่าในซีดีเรียกสรรพนามบุคคลที่ 2 ว่าอย่างไรบ้าง ( man, buddy)

ครเู ขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
7. ครูเปิ ดซีดกี จิ กรรมที่ 1.2 ใหน้ กั เรียนฟงั และออกเสยี งตาม
8. ครูสมุ่ เลือกนกั เรยี นใหย้ นื ขน้ึ และครูสนทนา
9. ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั สนทนา
10. ครูใหน้ กั เรยี นเปลยี่ นคกู่ นั สนทนาอกี ครง้ั
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 3)
11. ครูเขยี นคาวา่ career ไวบ้ นกระดานและวงกลมลอ้ มรอบไว้

ถามนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นตอ้ งการจะประกอบอาชีพอะไรในอนาคต
12. ครเู ขยี นอาชีพทนี่ กั เรียนใฝ่ ฝนั ไวบ้ นกระดานเป็ นผงั มโนทศั น์
13. ครถู ามวา่ นกั เรยี นทราบหรือไมว่ า่ ตอ้ งเรียนสาขาอะไร
ขน้ั สอน
14. ครูใหเ้ วลานกั เรยี น 5 นาที อา่ นบทอา่ นและตอบคาถาม
15. ครใู หน้ กั เรยี นตอบคาถาม
16. ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
17. ครูอา่ นและอธบิ ายบทอา่ นพรอ้ มนกั เรยี นอกี ครง้ั และอธบิ ายตามไปดว้ ย
18. ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั เฉลย
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (เรอื่ งที่ 4)
19. ครูถามนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นทราบชือ่ สาขาวชิ าทเี่ รียนอะไรบา้ ง
20. ครูเขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
21. ครูใหน้ กั เรยี นเขยี นชือ่ สาขาวชิ าทโี่ จทยก์ าหนดใหเ้ ป็ นภาษาไทย
22. ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
23. ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั และอธบิ าย
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (เรอื่ งที่ 5)
24. ครถู ามนกั เรยี นวา่ เวลาพบกนั นกั เรยี นทกั ทายกนั อยา่ งไรบา้ ง
ขน้ั สอน
25. ครอู ธบิ ายเรอื่ งการกลา่ วทกั ทายและการตอบการทกั ทาย
26. ครูสมุ่ เลือกนกั เรยี นใหย้ นื ขนึ้ และครูสนทนา
27. ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั สนทนา
28. ครูใหน้ กั เรยี นเปลยี่ นคกู่ นั สนทนาอกี ครง้ั

ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 6)
29.
ครใู หน้ กั เรยี นดทู รี่ ูปภาพและลองเดาวา่ น่าจะเป็ นการสนทนาเกยี่ วกบั เรอื่ งอะไร
ขน้ั สอน
30. ครูใหน้ กั เรยี นเตมิ บทสนทนาใหถ้ กู ตอ้ ง
31. ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
32. ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรียนทง้ั ชน้ั
33. ครสู มุ่ เลือกนกั เรยี นเพอื่ ใหส้ นทนาตามสถานการณ์คลู่ ะ 1 สถานการณ์

ขน้ั สรปุ
34.
ครูถามนกั เรียนว่าการทกั ทายและการตอบรบั การทกั ทายใช้ประโยคใดได้บ้าง
ครเู ขียนไวบ้ นกระดาน
35. ครูใหน้ กั เรยี นลองลงในสมดุ
สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง
2. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3. ซดี ีเสยี ง
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอนของครู
2. ใบเช็ครายชือ่
3. แผนการจดั การเรียนรู้
4. Activity ในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1. ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
5. การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครือ่ งมอื วดั ผล
1. แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. Activity ในหนงั สอื เรยี น
3. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
5. การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเองเกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2. Activity ในหนงั สอื เรยี นเกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
3. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คลตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุม่ คือ ปานกลาง (50%
ขนึ้ ไป)
5. การสงั เกตและประเมิน ผลพ ฤติกรรมด้านคุณ ธรรม จริยธรรม ค่านิ ยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคค์ ะแนนขน้ึ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ครูใหน้ กั เรยี นคดิ สถานการณ์การสนทนาทกั ทาย

จากนน้ั ขออาสาสมคั รออกมาแสดงการสนทนาหน้าชน้ั เรยี น
2. ครูใหน้ กั เรยี นจดั บอร์ดเกีย่ วกบั การทกั ทายและการตอบรบั การทกั ทาย

แผนการจดั การเรยี นรแู ้ บบบูรณากา หน่วยที ่1
รที่ 2

รหสั วชิ า 20000-1209 สอนครง้ั ที่ 2

ภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง (3-4)

ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง My first day at college จานวน 2
ช่วั โมง

แนวคดิ
การทกั ทายเป็ นวฒั นธรรมทเี่ กดิ ขน้ึ ทกุ ทใี่ นโลกและเป็ นเรือ่ งพนื้ ฐานทสี่ ดุ ของการใช้

ภาษาองั กฤษ

ใน unit น้ีจะศกึ ษาเกยี่ วกบั ภาษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นการทกั ทาย
ประโยคทกั ทายทใี่ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั ประโยคเพอื่ ใชถ้ ามขอ้ มลู สว่ นตวั เชน่ ชอื่

สาขาทเี่ รียน นอกจากน้ีใน unit นี้จะกลา่ วถงึ คาศพั ทท์ เี่ กยี่ วกบั สาขาวชิ าทเี่ รยี นในวทิ ยาลยั
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั

-บอกใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากบทสนทนาทฟี่ งั
-ระบคุ าสาคญั และสานวนตา่ งๆ จากเรอื่ งทฟี่ งั
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการฟงั
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพูดอยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการใชภ้ าษาพูดไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพูด
-บอกความหมายของคาศพั ทแ์ ละสานวน
-บอกใจความสาคญั รายละเอยี ดและตอบคาถามจากเน้ือเรอื่ งได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการอา่ น
-เขยี นคาศพั ท์และประโยคทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เนื้อหาได้
-บรู ณาการการใชภ้ าษาเขยี นไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขียน
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพูดอยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการการใชภ้ าษาพดู ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพูด
-เขียนประโยคใหส้ มบรู ณ์ได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขยี น

สมรรถนะรายวชิ า
1. ฟงั -ดู การสาธติ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ งจากสอื่ โทรทศั น์
2. อา่ นเรือ่ ง กฎระเบยี บ คมู่ อื และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ ง
3. อา่ นเครอื่ งหมาย สญั ลกั ษณ์ ป้ ายเตือน ป้ ายประกาศในสถานทปี่ ฏบิ ตั งิ าน

4. สาธติ และนาเสนอขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านชา่ ง
5. ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานชา่ ง
6.
ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพชา่ งพรอ้ มแสดงหลกั ฐา
นการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น(เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูสมุ่ เลอื กนกั เรยี นขน้ึ มาสนทนาเรือ่ งการทกั ทายและการตอบรบั การทกั ทาย
2.ครูใหน้ กั เรยี นทคี่ รูเลอื กมาสนทนา เลือกเพอื่ นมาสนทนา
จากนน้ั ใหเ้ รียกไปเรอื่ ยๆ สกั 4-5 คู่
ขน้ั สอน
3.ครเู ปิ ดซดี ีกจิ กรรมที่ 1.7 ใหน้ กั เรยี นฟงั และดูหนงั สอื ตามไปดว้ ย
4.ครเู ปิ ดซีดีอกี ครง้ั และหยดุ ทลี ะประโยค และใหน้ กั เรยี นดตู ามทลี ะกรอบ
และครอู ธบิ ายทลี ะกรอบ
5.ครเู ปิ ดซีดีใหน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
6.ครูเขียนคาวา่ Long time no see. และ Hoe about you?
จากนน้ั ถามนกั เรียนวา่ หมายถงึ อะไร
ขน้ั สอน
7.ครูใหน้ กั เรยี นดทู แี่ บบฟอร์มการแนะนาตวั และใหน้ กั เรยี นเตมิ ขอ้ มลู ลงไป
8.ครูสมุ่ เลือกนกั เรยี นใหย้ ืนขนึ้ และพดู แนะนาตวั
9.ครูอธบิ ายเรอื่ งความสาคญั ของการแนะนาตวั
10.ครใู หน้ กั เรยี นมาแนะนาตวั หน้าชน้ั เรยี น
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 3)
11.ครเู ขยี นคาวา่ C E I L A E N C T I R
ไวบ้ นกระดานและถามนกั เรยี นวา่ คานี้เมอื่ เขยี นใหถ้ ูกตอ้ งหมายถงึ คาใด
12.ครใู หเ้ วลานกั เรยี น 2 นาทแี กป้ ญั หาและเขยี นคาตอบของนกั เรยี นไว้
13.ครสู มุ่ ถามนกั เรยี นวา่ คาทถี่ กู ตอ้ งคอื คาวา่ อะไร (ELECTRICIAN)
ขน้ั สอน
14.ครูใหเ้ วลานกั เรยี น 5 นาที อา่ นบทอา่ น
15.ครเู ดนิ ดูการทากจิ กรรม
16.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั อภปิ ราย
17.ครอู า่ นและอธบิ ายบทอา่ นพรอ้ มนกั เรยี นอีกครง้ั และอธบิ ายตามไปดว้ ย
18.ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั อภปิ รายรว่ มกนั ทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (เรอื่ งที่ 4)
19.ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั คดิ วา่ ธรุ กจิ ใดบา้ งทตี่ อ้ งใชช้ า่ งไฟฟ้ า
20.ครูใหเ้ วลานกั เรยี น 2 นาที
เขียนใหไ้ ดม้ ากทสี่ ดุ จากนน้ั ครถู ามและใครเขยี นไดม้ ากสดุ เป็ นผูช้ นะ
ขน้ั สอน
21.ครใู หน้ กั เรยี นนาขอ้ มลู ในบทอา่ นมาตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
22.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
23.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั และอธบิ าย

24.ครใู หเ้ วลานกั เรยี น 3 นาทที ากจิ กรรมหาศพั ท์ที่ 1.11
25.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
26.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
27.ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรมที่ 1.12
และใหก้ รอกขอ้ มลู เพอื่ นของนกั เรยี นลงไปในแบบฟอร์ม
28.ครใู หน้ กั เรยี นเจา้ ของขอ้ มลู ตรวจสอบขอ้ มลู
29.ครูอธบิ าย Grammar focus และใหน้ กั เรยี นบนั ทกึ ลงในสมดุ
ขน้ั สรุป
30.ครใู หน้ กั เรยี นทา Activity 1.13 Self check เพอื่ ทดสอบความเขา้ ใจ
31.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซดี ีเสยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.Activityในหนงั สอื เรยี น

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม

และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.Activityในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม

และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเองเกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
2.Activityในหนงั สอื เรยี นเกณฑผ์ า่ น 50% ขน้ึ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คลตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ

4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)

5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์คะแนนขนึ้ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นศกึ ษา Activity 1.14 Independent study และอภปิ รายรว่ มกนั

แผนการจดั การเรยี นรแู ้ บบบูรณากา หน่ วยที ่ 2
รที่ 3

รหสั วชิ า 20000-1209 สอนครง้ั ที่ 3

ภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง (5-6)

ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง Size and shape จานวน 2
ช่วั โมง

แนวคดิ

ขนาด (size) และรปู รา่ ง (shape)

ของวตั ถุสง่ิ ของเป็ นเรอื่ งใกลต้ วั มากในงานชา่ งอตุ สาหกรรม

เนื่องจากชา่ งจาเป็ นตอ้ งเกยี่ วขอ้ งกบั การวดั ขนาด

บรรยายลกั ษณะรปู พรรณสณั ฐานของชนิ้ งานทตี่ อ้ งทาอยตู่ ลอดเวลา

ใน unit น้ีจะศกึ ษาเกยี่ วกบั ภาษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นการบอกขนาด รปู รา่ ง รูปทรง สี

และความเหมอื น ความคลา้ ยรวมถงึ เครอื่ งมอื ชา่ งเบอ้ื งตน้ ทใี่ ชใ้ นงานอตุ สาหกรรม

ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั

-บอกใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากบทสนทนาทฟี่ งั
-ระบคุ าสาคญั และสานวนตา่ งๆจากเรอื่ งทฟี่ งั
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการฟงั
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพดู อยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการใชภ้ าษาพูดไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพูด
-บอกความหมายของคาศพั ทแ์ ละสานวน
-บอกใจความสาคญั รายละเอยี ดและตอบคาถามจากเนื้อเรอื่ งได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการอา่ น
-เขยี นคาศพั ทแ์ ละประโยคทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เนื้อหาได้
-บรู ณาการการใชภ้ าษาเขยี นไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขยี น
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพดู อยา่ งเหมาะสม

-บรู ณาการการใชภ้ าษาพูดไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพูด
-เขยี นประโยคใหส้ มบรู ณ์ได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขยี น

สมรรถนะรายวชิ า
1. ฟงั -ดู การสาธติ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ งจากสอื่ โทรทศั น์
2. อา่ นเรือ่ ง กฎระเบยี บ คมู่ อื และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ ง
3. อา่ นเครอื่ งหมาย สญั ลกั ษณ์ ป้ ายเตือน ป้ ายประกาศในสถานทปี่ ฏบิ ตั งิ าน

4. สาธติ และนาเสนอขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านชา่ ง
5. ใชค้ าศพั ท์เทคนิคในงานชา่ ง
6.
ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพชา่ งพรอ้ มแสดงหลกั ฐา
นการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้
Unit 2 Size and shape
Section I Size does matter

-Listening
-Speaking
-Reading
-Writing
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น(เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูใหน้ กั เรยี นดทู ภี่ าพและใหน้ กั เรยี นลองเดาสถานการณ์
2.ครสู มุ่ ถามนกั เรียน
ขน้ั สอน
3.ครเู ปิ ดซดี กี จิ กรรมที่ 2.1 ใหน้ กั เรยี นฟงั และดูหนงั สอื ตามไปดว้ ย
4.ครูเปิ ดซีดอี กี ครง้ั และหยุดทลี ะประโยค และใหน้ กั เรยี นดตู ามทลี ะกรอบ
และครูอธบิ ายทลี ะกรอบ
5.ครเู ปิ ดซีดีใหน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
6.ครูถามขอ้ มลู นกั เรยี น หลงั จากทนี่ กั เรยี นตอบ ครพู ูดวา่ Oh, really?
และออกเสยี งใหน้ กั เรยี นฟงั
ขน้ั สอน
7.ครเู ปิ ดซีดีกจิ กรรมที่ 2.2 ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
8.ครูสมุ่ เลือกนกั เรยี นใหย้ นื ขน้ึ และครูสนทนา
9.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั สนทนา
10.ครใู หน้ กั เรยี นเปลยี่ นคกู่ นั สนทนาอกี ครง้ั

ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (เรอื่ งที่ 3)
11.ครเู ขยี นคาวา่ towerไวบ้ นกระดานและวงกลมลอ้ มรอบไว้
ถามนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นรจู้ กั ตกึ ทมี่ ชี ือ่ เสยี งอะไรบา้ งในประเทศไทย
12.ครเู ขยี นชือ่ ตกึ ทนี่ กั เรียนพูดไวบ้ นกระดานเป็ นผงั มโนทศั น์
13.ครูถามวา่ นกั เรียนวา่ เคยเห็นตกึ ดงั กลา่ วหรอื ไม่
ขน้ั สอน
14.ครใู หเ้ วลานกั เรยี น 5 นาที อา่ นบทอา่ นและตอบคาถาม
15.ครูใหน้ กั เรยี นตอบคาถาม
16.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
17.ครอู า่ นและอธบิ ายบทอา่ นพรอ้ มนกั เรยี นอกี ครง้ั และอธบิ ายตามไปดว้ ย
18.ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั เฉลย

ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 4)
19.ครวู าดรูปรูปทรงทมี่ คี วามกวา้ ง ยาว สงู ไวบ้ นกระดาน

20.ครถู ามนกั เรยี นวา่ สว่ นใดเรยี กวา่ กวา้ ง ยาว สงู
ขน้ั สอน
21.ครอู ธบิ ายเรอื่ งความกวา้ ง ยาว สงู และความลกึ
22.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการถามความกวา้ ง ยาว สงู และความลกึ
23.ครูใหน้ กั เรยี นตอบคาถาม และจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 5)
24.ครถู ามนกั เรยี นวา่ มเี ครือ่ งมอื ชา่ งอะไรบา้ ง จากนน้ั เขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
25.ครูอธบิ ายเรอื่ งการออกเสยี งเกยี่ วกบั เครอื่ งมอื ชา่ ง
26.ครูสมุ่ เลอื กนกั เรยี นใหอ้ อกเสยี ง
27.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั คนหนึ่งช้ีทคี่ าศพั ท์ อกี คนออกเสยี ง
28.ครใู หน้ กั เรยี นสลบั กนั ชี้และออกเสยี ง

ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 6)
29.ครูใหน้ กั เรยี นดทู รี่ ูปภาพและถามชือ่ ในภาษาไทย
ขน้ั สอน
30.ครูใหน้ กั เรยี นเตมิ คาศพั ทใ์ หถ้ ูกตอ้ ง
31.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
32.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
33.ครสู มุ่ เลอื กนกั เรยี นวาดภาพและเขยี นศพั ทล์ งในสมดุ
ขน้ั สรปุ
34.ครูถามนกั เรยี นวา่ การถามเกยี่ วกบั รปู รา่ งมอี ะไรบา้ ง
35.ครูใหน้ กั เรยี นลอกลงในสมดุ
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดีเสยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.Activityในหนงั สอื เรยี น
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง

2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.Activityในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเองเกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2.Activityในหนงั สอื เรยี นเกณฑผ์ า่ น 50% ขน้ึ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คลตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์คะแนนขนึ้ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครูใหน้ กั เรยี นคดิ สถานการณ์การสนทนา
จากนน้ั ขออาสาสมคั รออกมาแสดงการสนทนาหน้าชน้ั เรยี น
2.ครูใหน้ กั เรยี นจดั บอร์ดเกยี่ วกบั เครอื่ งมอื ชา่ งชนิดตา่ งๆ

แผนการจดั การเรยี นรแู ้ บบบรู ณากา หน่วยที ่2

รที่ 4

รหสั วชิ า 20000-1209 สอนครง้ั ที่ 4

ภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง (7-8)

ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง Size and shape จานวน 2
ช่วั โมง

แนวคดิ

ขนาด (size) และรปู รา่ ง (shape)

ของวตั ถุสง่ิ ของเป็ นเรอื่ งใกลต้ วั มากในงานชา่ งอตุ สาหกรรม

เนื่องจากชา่ งจาเป็ นตอ้ งเกยี่ วขอ้ งกบั การวดั ขนาด

บรรยายลกั ษณะรปู พรรณสณั ฐานของชนิ้ งานทตี่ อ้ งทาอยตู่ ลอดเวลา

ใน unit น้ีจะศกึ ษาเกยี่ วกบั ภาษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นการบอกขนาด รปู รา่ ง รูปทรง สี

และความเหมอื น ความคลา้ ยรวมถงึ เครอื่ งมอื ชา่ งเบอ้ื งตน้ ทใี่ ชใ้ นงานอตุ สาหกรรม

ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั

-บอกใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากบทสนทนาทฟี่ งั
-ระบคุ าสาคญั และสานวนตา่ งๆจากเรอื่ งทฟี่ งั
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการฟงั
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพดู อยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการใชภ้ าษาพูดไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพูด
-บอกความหมายของคาศพั ท์และสานวน
-บอกใจความสาคญั รายละเอยี ดและตอบคาถามจากเน้ือเรอื่ งได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการอา่ น
-เขยี นคาศพั ทแ์ ละประโยคทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เนื้อหาได้
-บรู ณาการการใชภ้ าษาเขียนไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขียน
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพูดอยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการการใชภ้ าษาพดู ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพดู
-เขยี นประโยคใหส้ มบรู ณ์ได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขียน

สมรรถนะรายวชิ า
1. ฟงั -ดู การสาธติ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ งจากสอื่ โทรทศั น์
2. อา่ นเรือ่ ง กฎระเบยี บ คมู่ อื และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ ง

3. อา่ นเครอื่ งหมาย สญั ลกั ษณ์ ป้ ายเตือน ป้ ายประกาศในสถานทปี่ ฏบิ ตั งิ าน
4. สาธติ และนาเสนอขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านชา่ ง
5. ใชค้ าศพั ท์เทคนิคในงานชา่ ง
6.
ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพชา่ งพรอ้ มแสดงหลกั ฐา
นการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรยี นรู้
Section II Getting to know shapes and colors

-Listening
-Speaking
-Reading
-Writing
-True or false
-Missing word puzzle
-Self check
-Independent study
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น(เรอื่ งท1ี่ )
1.ครสู มุ่ เลอื กนกั เรยี นขนึ้ มาสนทนาเรอื่ งการถามรูปรา่ งและการตอบ
2.ครใู หน้ กั เรยี นทคี่ รเู ลอื กมาสนทนา เลือกเพอื่ นมาสนทนา
จากนน้ั ใหเ้ รียกไปเรอื่ ยๆ สกั 4-5 คู่
ขน้ั สอน
3.ครูเปิ ดซดี ีกจิ กรรมที่ 2.7 ใหน้ กั เรยี นฟงั และดูหนงั สอื ตามไปดว้ ย
4.ครเู ปิ ดซีดอี กี ครง้ั และหยดุ ทลี ะประโยค และใหน้ กั เรยี นดตู ามทลี ะกรอบ
และครูอธบิ ายทลี ะกรอบ
5.ครูเปิ ดซดี ีใหน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
6.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใสเ่ สอ้ื size ใด s, m ,L,
XLจากนน้ั ถามนกั เรยี นวา่ หมายถงึ อะไร
ขน้ั สอน
7.ครใู หน้ กั เรยี นดทู คี่ าศพั ท์เกยี่ วกบั รปู รา่ งประเภทตา่ งๆ
8.ครใู หน้ กั เรยี นวาดรปู และเขียนคาศพั ทล์ งในสมดุ
9.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั สนทนา
10.ครใู หน้ กั เรยี นเปลยี่ นคกู่ นั สนทนา
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 3)
11.ครูเขยี นคาวา่ K H S A A C W และ D H S A A N W
ไวบ้ นกระดานและถามนกั เรยี นวา่ คานี้เมอื่ เขียนใหถ้ ูกตอ้ งหมายถงึ คาใด
12.ครใู หเ้ วลานกั เรยี น 2 นาทแี กป้ ญั หาและเขยี นคาตอบของนกั เรยี นไว้
13.ครสู มุ่ ถามนกั เรยี นวา่ คาทถี่ กู ตอ้ งคอื คาวา่ อะไร (HACKSAW และ
HANDSAW)
ขน้ั สอน
14.ครใู หเ้ วลานกั เรยี น 5 นาที อา่ นบทอา่ น
15.ครูเดนิ ดูการทากจิ กรรม
16.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั อภปิ ราย

17.ครูอา่ นและอธบิ ายบทอา่ นพรอ้ มนกั เรยี นอกี ครง้ั และอธบิ ายตามไปดว้ ย
18.ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั อภปิ รายรว่ มกนั ทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 4)
19.ครูใหน้ กั เรยี น 3 นาทที บทวนคาศพั ท์หน้า 29
20.ครใู หน้ กั เรยี นเขยี นศพั ท์ตามคาบอก
ขน้ั สอน
21.ครูใหน้ กั เรยี นนาขอ้ มลู ในบทอา่ นมาตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
22.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
23.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั และอธบิ าย
24.ครใู หเ้ วลานกั เรยี น 3 นาทที ากจิ กรรมตอบวา่ ถูก (T) หรือผดิ (F)
25.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
26.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
27.ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรมที่ 2.12
โดยเตมิ ตวั อกั ษรทขี่ าดหายไปใหค้ าศพั ทส์ มบรู ณ์
28.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
29.ครอู ธบิ าย Grammar focus และใหน้ กั เรยี นบนั ทกึ ลงในสมดุ
ขน้ั สรปุ
30.ครใู หน้ กั เรยี นทา Activity 2.13 Self check เพอื่ ทดสอบความเขา้ ใจ
31.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดเี สยี ง

หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.Activity ในหนงั สอื เรยี น

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม

และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.Activity ในหนงั สอื เรียน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่

5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเองเกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2.Activityในหนงั สอื เรยี นเกณฑผ์ า่ น 50% ขน้ึ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คลตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขนึ้ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นศกึ ษา Activity 2.14 Independent study และอภปิ รายรว่ มกนั

แผนการจดั การเรยี นรแู ้ บบบูรณาก หน่ วยที ่ 3
ารที่ 5

รหสั วชิ า 20000-1209 สอนครง้ั ที่ 5 (9-

ภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง 10)

ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง Different uses จานวน 2 ช่วั โมง

แนวคดิ
ในภาษาองั กฤษ คาวา่ use

เป็ นคาทมี่ ปี ระโยชน์มากและใชใ้ นสถานการณ์เนื่องจากลกั ษณะการใชแ้ ละความหมายของ
คาเหลา่ นี้มคี วามหลากหลาย แตก่ ระนน้ั การใชค้ าวา่ use ตรงสว่ นทสี่ าคญั มากๆ
สาหรบั วชิ าชีพชา่ งก็คอื การใชค้ าวา่ use เพอื่ บอกวตั ถุประสงค์

ใน unit
นี้จะศกึ ษาเกยี่ วกบั ภาษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นการบอกวตั ถุประสงคค์ วบคกู่ บั การแนะนาเครอื่ งมอื
ชา่ งอตุ สาหกรรมเบอ้ื งตน้ เพมิ่ เตมิ จาก unit ทผี่ า่ นมา การใชค้ าวา่ use
ประกอบกบั คาอนื่ ๆทเี่ ราสามารถนาไปใชเ้ ป็ นภาษาในการปฏบิ ตั งิ านและสนทนาท่วั ไปได้
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั

-บอกใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากบทสนทนาทฟี่ งั
-ระบคุ าสาคญั และสานวนตา่ งๆจากเรอื่ งทฟี่ งั
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการฟงั
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพูดอยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการใชภ้ าษาพดู ไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพูด

-บอกความหมายของคาศพั ทแ์ ละสานวน
-บอกใจความสาคญั รายละเอยี ดและตอบคาถามจากเนื้อเรอื่ งได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการอา่ น
-เขยี นคาศพั ทแ์ ละประโยคทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เนื้อหาได้
-บรู ณาการการใชภ้ าษาเขยี นไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขยี น
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพดู อยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการการใชภ้ าษาพูดไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพดู
-เขียนประโยคใหส้ มบรู ณ์ได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขยี น
สมรรถนะรายวชิ า

1. ฟงั -ดู การสาธติ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ งจากสอื่ โทรทศั น์
2. อา่ นเรือ่ ง กฎระเบยี บ คมู่ อื และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ ง
3. อา่ นเครอื่ งหมาย สญั ลกั ษณ์ ป้ ายเตือน ป้ ายประกาศในสถานทปี่ ฏบิ ตั งิ าน
4. สาธติ และนาเสนอขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านชา่ ง
5. ใชค้ าศพั ท์เทคนิคในงานชา่ ง
6.
ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพชา่ งพรอ้ มแสดงหลกั ฐา
นการเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรียนรู้
Unit 3 Different uses
Section I What is it used for?

-Listening
-Speaking
-Reading
-Writing
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น(เรอื่ งท1ี่ )
1.ครใู หน้ กั เรยี นดทู ภี่ าพและใหน้ กั เรยี นลองเดาวา่ ตวั ละครอยูท่ ใี่ ด
2.ครสู มุ่ ถามนกั เรียน
ขน้ั สอน
3.ครเู ปิ ดซดี ีกจิ กรรมที่ 3.1 ใหน้ กั เรยี นฟงั และดูหนงั สอื ตามไปดว้ ย
4.ครูเปิ ดซีดีอกี ครง้ั และหยุดทลี ะประโยค และใหน้ กั เรยี นดตู ามทลี ะกรอบ
และครอู ธบิ ายทลี ะกรอบ
5.ครูเปิ ดซีดใี หน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
6.ครถู ามขอ้ มลู นกั เรียน โดยใชป้ ระโยควา่ Do you know…?
และใหน้ กั เรยี นตอบวา่ I guess it is …
ขน้ั สอน
7.ครเู ปิ ดซดี ีกจิ กรรมที่ 3.2 ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
8.ครสู มุ่ เลือกนกั เรยี นใหย้ ืนขนึ้ และครูสนทนา
9.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั สนทนา

10.ครูใหน้ กั เรยี นเปลยี่ นคกู่ นั สนทนาอกี ครง้ั
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 3)
11.ครเู ขยี นคาวา่ Multi meter ไวบ้ นกระดานและ
ถามนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นรจู้ กั อปุ กรณ์นี้หรือไม่
12.ครูใหน้ กั เรยี นออกมาวาดรปู
13.ครถู ามวา่ นกั เรยี นวา่ ทราบหรือไมว่ า่ อปุ กรณ์นี้เอาไวท้ าอะไร
ขน้ั สอน
14.ครูใหเ้ วลานกั เรยี น 5 นาที อา่ นบทอา่ นและตอบคาถาม
15.ครูใหน้ กั เรยี นตอบคาถาม
16.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
17.ครอู า่ นและอธบิ ายบทอา่ นพรอ้ มนกั เรยี นอกี ครง้ั และอธบิ ายตามไปดว้ ย
18.ครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั เฉลย
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 4)
19.ครูถามนกั เรยี นวา่ Multi meter เอาไวท้ าอะไร ดว้ ยประโยค What is it used
for? จากนน้ั เรยี นคาถามไวบ้ นกระดานแลว้ วงกลมลอ้ มรอบไว้
20.ครูเขยี นคาถามWhat is it used for? ไวบ้ นกระดานแลว้ วงกลมลอ้ มรอบไว้
ขน้ั สอน
21.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการถามและตอบเกยี่ วกบั วตั ถปุ ระสงค์ในการใชง้ าน
22.ครใู หน้ กั เรยี นเตมิ คาตอบใหถ้ กู ตอ้ ง
23.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 5)
24.ครูเขยี นคาวา่ How to ไวบ้ นกระดาน และถามนกั เรยี นวา่ แปลวา่ อะไร
ขน้ั สอน
25.ครูอธบิ ายเรอื่ งการใช้ How to
26.ครูสมุ่ เลือกนกั เรยี นใหพ้ ูดประโยค
27.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั คนถามอกี คนหนึง่ ตอบ
28.ครูใหน้ กั เรยี นสลบั กนั ถามและตอบ
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 6)
29.ครูเขยี นคาวา่ hand tool, machine, device, instrument
ไวบ้ นกระดานและถามนกั เรยี นวา่ หมายถงึ อะไร
ขน้ั สอน
30.ครูใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาคาศพั ท์ทกี่ าหนดใหแ้ ละตอบวา่ อยใู่ นเครอื่ งมอื หมวดใด
31.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
32.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
33.ครใู หน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งเครอื่ งมอื แตล่ ะหมวดเพม่ิ เตมิ อกี หมวดละ 2 ชนิด
และครเู ขียนเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สรุป
34.ครถู ามนกั เรยี นวา่ การถาม How to ใชเ้ พอื่ อะไร ครูเขยี นแนวคดิ ลงบนกระดาน
35.ครูใหน้ กั เรยี นลอกลงในสมดุ
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซดี เี สยี ง

หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.Activity ในหนงั สอื เรยี น

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม

และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.Activity ในหนงั สอื เรียน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม

และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเองเกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2.Activityในหนงั สอื เรยี นเกณฑผ์ า่ น 50% ขน้ึ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คลตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%

ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม

และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์คะแนนขน้ึ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครูใหน้ กั เรยี นคดิ สถานการณ์การสนทนา

จากนน้ั ขออาสาสมคั รออกมาแสดงการสนทนาหน้าชน้ั เรยี น

แผนการจดั การเรยี นรแู ้ บบบูรณาก หน่ วยที ่ 3
สอนครง้ั ที่ 6
ารที่ 6
(11-12)
รหสั วชิ า 20000-1209
ภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง

ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง Different uses จานวน 2 ช่วั โมง

แนวคดิ
ในภาษาองั กฤษ คาวา่ use

เป็ นคาทมี่ ปี ระโยชน์มากและใชใ้ นสถานการณ์เนื่องจากลกั ษณะการใชแ้ ละความหมายของ
คาเหลา่ น้ีมคี วามหลากหลาย แตก่ ระนน้ั การใชค้ าวา่ use ตรงสว่ นทสี่ าคญั มากๆ
สาหรบั วชิ าชีพชา่ งก็คอื การใชค้ าวา่ use เพอื่ บอกวตั ถปุ ระสงค์

ใน unit
นี้จะศกึ ษาเกยี่ วกบั ภาษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นการบอกวตั ถปุ ระสงค์ควบคกู่ บั การแนะนาเครอื่ งมอื
ชา่ งอตุ สาหกรรมเบอื้ งตน้ เพม่ิ เตมิ จาก unit ทผี่ า่ นมา การใชค้ าวา่ use
ประกอบกบั คาอนื่ ๆทเี่ ราสามารถนาไปใชเ้ ป็ นภาษาในการปฏบิ ตั งิ านและสนทนาทว่ั ไปได้
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั

-บอกใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากบทสนทนาทฟี่ งั
-ระบคุ าสาคญั และสานวนตา่ งๆจากเรอื่ งทฟี่ งั
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการฟงั
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพูดอยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการใชภ้ าษาพดู ไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพูด
-บอกความหมายของคาศพั ท์และสานวน
-บอกใจความสาคญั รายละเอยี ดและตอบคาถามจากเน้ือเรอื่ งได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการอา่ น
-เขียนคาศพั ทแ์ ละประโยคทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เนื้อหาได้
-บรู ณาการการใชภ้ าษาเขียนไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขียน
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพดู อยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการการใชภ้ าษาพูดไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพดู
-เขยี นประโยคใหส้ มบรู ณ์ได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขยี น

สมรรถนะรายวชิ า
1. ฟงั -ดู การสาธติ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ งจากสอื่ โทรทศั น์
2. อา่ นเรือ่ ง กฎระเบยี บ คมู่ อื และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ ง
3. อา่ นเครอื่ งหมาย สญั ลกั ษณ์ ป้ ายเตือน ป้ ายประกาศในสถานทปี่ ฏบิ ตั งิ าน

4. สาธติ และนาเสนอขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านชา่ ง
5. ใชค้ าศพั ท์เทคนิคในงานชา่ ง
6.
ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพชา่ งพรอ้ มแสดงหลกั ฐา
นการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรียนรู้

Section II Other forms of “Use”

-Listening
-Speaking
-Reading
-Writing
-Odd one out
-Cloze test
-Self check
-Independent study
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 1)
1.ครูสมุ่ เลอื กนกั เรยี นดภู าพวา่ ตวั ละครในรปู น่าจะอยทู่ ใี่ ด
2.ครูสมุ่ เลอื กนกั เรยี นใหต้ อบคาถาม
ขน้ั สอน
3.ครูเปิ ดซีดกี จิ กรรมที่ 3.7 ใหน้ กั เรยี นฟงั และดหู นงั สอื ตามไปดว้ ย
4.ครเู ปิ ดซดี อี กี ครง้ั และหยดุ ทลี ะประโยค และใหน้ กั เรยี นดตู ามทลี ะกรอบ
และครอู ธบิ ายทลี ะกรอบ
5.ครูเปิ ดซีดีใหน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
6.ครถู ามนกั เรยี นวา่ เคยไปทตี่ า่ งๆหรอื ไมด่ ว้ ยประโยค Have you ever been
to…? และเชียนประโยคไวบ้ นกระดาน
ขน้ั สอน
7.ครอู ธบิ ายประโยคเกีย่ วกบั การถามและตอบประโยค Have you ever been
to…?
8.ครูอธบิ ายเรอื่ งการใช้ I used to
9.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั สนทนา
10.ครูใหน้ กั เรยี นเปลยี่ นคกู่ นั สนทนา
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (เรอื่ งที่ 3)
11.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครทมี่ ี e-mail บา้ ง
12.ครูถามนกั เรยี นวา่ นกั เรียนใช้ e-mail ของเว็บไซต์ใด
13.ครสู มุ่ ถามนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นใชป้ ระโยชน์จาก e-mail อยา่ งไรบา้ ง
ขน้ั สอน
14.ครใู หเ้ วลานกั เรยี น 5 นาที อา่ นบทอา่ น
15.ครเู ดนิ ดูการทากจิ กรรม
16.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั อภปิ ราย
17.ครูอา่ นและอธบิ ายบทอา่ นพรอ้ มนกั เรยี นอกี ครง้ั และอธบิ ายตามไปดว้ ย
18.ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั อภปิ รายรว่ มกนั ทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 4)

19.ครูใหน้ กั เรยี นดูทรี่ ปู ภาพและถามวา่ ชือ่ ไทยเรยี กวา่ อะไร
20.ครูถามนกั เรยี นวา่ อปุ กรณ์ในรปู ภาพใชท้ าอะไร
ขน้ั สอน
21.ครใู หน้ กั เรยี นนาชือ่ เครอื่ งมอื และหมวดหมมู่ าเตมิ ใหถ้ กู ตอ้ ง
22.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
23.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั และอธบิ าย
24.ครูใหเ้ วลานกั เรยี น 3 นาทที ากจิ กรรมที่ 3.11 หาสงิ่ ทแี่ ปลกแยกไปจากพวก
25.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
26.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
27.ครใู หน้ กั เรยี นทากจิ กรรมที่ 3.12 โดยใหน้ กั เรียนเตมิ ประโยคใหส้ มบรู ณ์
28.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
29.ครูอธบิ าย Grammar focus และใหน้ กั เรยี นบนั ทกึ ลงในสมดุ
ขน้ั สรปุ
30.ครใู หน้ กั เรยี นทา Activity 3.13 Self check เพอื่ ทดสอบความเขา้ ใจ
31.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซดี ีเสยี ง

หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.Activity ในหนงั สอื เรยี น

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม

และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.Activity ในหนงั สอื เรียน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม

และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเองเกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
2.Activityในหนงั สอื เรยี นเกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป

3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คลตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขนึ้ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์คะแนนขนึ้ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นศกึ ษา Activity 3.14 Independent study และอภปิ รายรว่ มกนั

แผนการจดั การเรยี นรแู ้ บบบรู ณาก หน่ วยที ่ 4
สอนครง้ั ที่ 7
ารที่ 7
(13-14)
รหสั วชิ า 20000-1209
ภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง

ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง Take steps จานวน 2 ช่วั โมง

แนวคดิ

ก า ร น า เส น อ ก า ร ส า ธิ ต

เป็ น ทัก ษ ะที่นัก เรีย น ช่ างทุ ก ค น ค ว รศึก ษ าแ ละฝึ ก ไ ว้ก่อ น ที่จะสาเร็ จ ก ารศึ ก ษ า

เนื่องจากในชีวติ การทางานจรงิ มกั เจอสถานการณ์ทตี่ อ้ งอธบิ ายนาเสนอและสาธติ เพอื่ ทาให้

ผูอ้ นื่ เกดิ ความเขา้ ใจ

ใ น unit นี้ จ ะ ศึ ก ษ า เ กี่ ย ว กั บ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร ส า ธิ ต

ก า ร บ อ ก ทิ ศ ท า ง แ ล ะ ก า ร อ ธิ บ า ย ด้ า น อื่ น ๆ

ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร น า เ ส น อ อ อ ก ม า ใ น รู ป แ บ บ ข อ ง ก า ร พู ด แ ล ะ ก า ร เ ขี ย น

อกี ทง้ั ผูเ้ รยี นจะไดฝ้ ึ กทกั ษะในการฟงั และการอา่ นในเรอื่ งทเี่ กยี่ วขอ้ งดว้ ย

ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั

-บอกใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากบทสนทนาทฟี่ งั
-ระบคุ าสาคญั และสานวนตา่ งๆจากเรอื่ งทฟี่ งั
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการฟงั
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพูดอยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการใชภ้ าษาพูดไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพูด
-บอกความหมายของคาศพั ทแ์ ละสานวน
-บอกใจความสาคญั รายละเอยี ดและตอบคาถามจากเน้ือเรอื่ งได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการอา่ น
-เขยี นคาศพั ทแ์ ละประโยคทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เนื้อหาได้
-บรู ณาการการใชภ้ าษาเขยี นไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขยี น
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้

-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพูดอยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการการใชภ้ าษาพูดไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพูด
-เขยี นประโยคใหส้ มบรู ณ์ได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขยี น

สมรรถนะรายวชิ า
1. ฟงั -ดู การสาธติ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ งจากสอื่ โทรทศั น์
2. อา่ นเรือ่ ง กฎระเบยี บ คมู่ อื และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ ง

3. อา่ นเครอื่ งหมาย สญั ลกั ษณ์ ป้ ายเตือน ป้ ายประกาศในสถานทปี่ ฏบิ ตั งิ าน
4. สาธติ และนาเสนอขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านชา่ ง
5. ใชค้ าศพั ท์เทคนิคในงานชา่ ง
6.
ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนภาษาองั กฤษในงานอาชีพชา่ งพรอ้ มแสดง
หลกั ฐานการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
สาระการเรียนรู้
Unit 4 Take steps
Section I Demonstrations

-Listening
-Speaking
-Reading
-Writing
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 1)
1.ครูใหน้ กั เรยี นดูทภี่ าพและหาคาวา่ “Yeb”
2.ครสู มุ่ ถามนกั เรยี น วา่ หมายความวา่ อยา่ งไร
ขน้ั สอน
3.ครเู ปิ ดซีดีกจิ กรรมที่ 4.1 ใหน้ กั เรยี นฟงั และดูหนงั สอื ตามไปดว้ ย
4.ครูเปิ ดซีดอี กี ครง้ั และหยุดทลี ะประโยค และใหน้ กั เรยี นดตู ามทลี ะกรอบ
และครอู ธบิ ายทลี ะกรอบ
5.ครูเปิ ดซีดีใหน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 2)
6.ครูถามขอ้ มลู นกั เรียน โดยใชป้ ระโยควา่ Do you like…?
และใหน้ กั เรยี นตอบจากนน้ั ครใู หน้ กั เรยี นถามกนั เอง หากคาตอบวา่ ใช่
ใหน้ กั เรยี นตอบเพอื่ นโดยใชค้ าวา่ “Yeb”
ขน้ั สอน
7.ครเู ปิ ดซีดกี จิ กรรมที่ 4.2 ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
8.ครูสมุ่ เลือกนกั เรยี นใหย้ ืนขนึ้ และครสู นทนา
9.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั สนทนา
10.ครูใหน้ กั เรยี นเปลยี่ นคกู่ นั สนทนาอกี ครง้ั
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 3)
11.ครเู ขยี นคาวา่ Vernierไวบ้ นกระดานและ
ถามนกั เรยี นวา่ นกั เรยี นรจู้ กั อปุ กรณ์น้ีหรอื ไม่
12.ครใู หน้ กั เรยี นออกมาวาดรปู
13.ครถู ามวา่ นกั เรยี นวา่ ทราบหรือไมว่ า่ อปุ กรณ์นี้เอาไวท้ าอะไร
ขน้ั สอน
14.ครใู หเ้ วลานกั เรยี น 5 นาที อา่ นบทอา่ นและตอบคาถาม
15.ครูใหน้ กั เรยี นตอบคาถาม
16.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
17.ครูอา่ นและอธบิ ายบทอา่ นพรอ้ มนกั เรยี นอกี ครง้ั และอธบิ ายตามไปดว้ ย
18.ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั เฉลย
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (เรอื่ งที่ 4)
19.ครใู หน้ กั เรยี นดทู รี่ ปู หน้า 55 และถามวา่ คอื อะไร

20.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครเคยใชเ้ ครอื่ งไมโครเวฟบา้ ง
ขน้ั สอน
21.ครอู ธบิ ายเรือ่ งภาษาทใี่ ชใ้ นการบอกลาดบั
22.ครใู หน้ กั เรยี นเตมิ คาตอบใหถ้ ูกตอ้ ง
23.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (เรอื่ งที่ 5)
24.ครูเขยี นคาวา่ How to use vernier และใหน้ กั เรยี นชว่ งกนั ตอบ
โดยใชภ้ าษาทใี่ ชใ้ นการบอกลาดบั จากนน้ั เขยี นไวบ้ นกระดาน
ขน้ั สอน
25.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการนาเสนอขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน
26.ครูสมุ่ เลอื กนกั เรยี นใหพ้ ูดประโยค
27.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั คนถามอกี คนหน่งึ ตอบจากนน้ั สลบั กนั
28.ครูใหน้ กั เรยี นดตู วั อยา่ งการนาเสนอ
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (เรอื่ งที่ 6)
29.ครูเขยี นคาวา่ manual ไวบ้ นกระดานและถามนกั เรยี นวา่ หมายถงึ อะไร
และในฟงั ก์ช่นั การใชง้ านมกั จะอยคู่ ตู่ รงขา้ มกบั คาใด (auto)
ขน้ั สอน
30.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการเขยี นคมู่ อื การใชง้ านแบบ manual
31.ครูใหเ้ วลานกั เรยี น 10
นาทเี ลือกและเขยี นคมู่ อื การใชง้ านหวั ขอ้ ใดหวั ขอ้ หน่ึงในกจิ กรรม B หน้า 58
32.ครสู มุ่ เลือกนกั เรยี นออกมานาเสนอหน้าชน้ั เรียน
33.ครใู หเ้ พอื่ นในชน้ั ใหข้ อ้ เสนอแนะ

ขน้ั สรุป
34.ครูแจกกระดาษ A4
ใหน้ กั เรยี นวาดรูปและนาขอ้ เขียนเกยี่ วกบั คมู่ อื การใชง้ านทปี่ รบั แกแ้ ลว้
มาทาเป็ นโปสเตอร์ใหส้ วยงาม
35.ครใู หน้ กั เรยี นตดิ ลงทบี่ อร์ดหลงั หอ้ ง
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดีเสยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.Activity ในหนงั สอื เรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่

5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.Activityในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเองเกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
2. Activity ในหนงั สอื เรยี นเกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คลตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.เขยี นศพั ทต์ ามคาบอกจากหนงั สอื เรยี นหน้า 52-53

แผนการจดั การเรยี นรแู ้ บบบูรณาก หน่ วยที ่ 4
สอนครง้ั ที่ 8
ารที่ 8
(15-16)
รหสั วชิ า 20000-1209
ภาษาองั กฤษเทคนิคสาหรบั งานชา่ ง

ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง Take steps จานวน 2 ช่วั โมง

การนาเสนอ การสาธติ

เป็ นทกั ษะทนี่ กั เรยี นชา่ งทกุ คนควรศกึ ษาและฝึ กไวก้ อ่ นทจี่ ะสาเร็จการศกึ ษา

เนื่องจากในชีวติ การทางานจรงิ มกั เจอสถานการณ์ทตี่ อ้ งอธบิ ายนาเสนอและสาธติ เพอื่ ทาให้

ผูอ้ นื่ เกดิ ความเขา้ ใจ

ใน unit นี้จะศกึ ษาเกีย่ วกบั ภาษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นการสาธติ

การบอกทศิ ทางและการอธบิ ายดา้ นอนื่ ๆ

ทใี่ ชใ้ นการนาเสนอออกมาในรปู แบบของการพดู และการเขยี น

อกี ทง้ั ผูเ้ รยี นจะไดฝ้ ึ กทกั ษะในการฟงั และการอา่ นในเรอื่ งทเี่ กยี่ วขอ้ งดว้ ย

ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั

-บอกใจความสาคญั และรายละเอยี ดจากบทสนทนาทฟี่ งั
-ระบคุ าสาคญั และสานวนตา่ งๆจากเรอื่ งทฟี่ งั
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการฟงั
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพูดอยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการใชภ้ าษาพดู ไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพูด
-บอกความหมายของคาศพั ท์และสานวน

-บอกใจความสาคญั รายละเอยี ดและตอบคาถามจากเน้ือเรอื่ งได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการอา่ น
-เขียนคาศพั ท์และประโยคทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั เนื้อหาได้
-บรู ณาการการใชภ้ าษาเขียนไดเ้ หมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขียน
-สนทนาในเรอื่ งทกี่ าหนดใหแ้ ละกลา้ แสดงออก
-บรรยาย อธบิ าย และตอบคาถามได้
-โตต้ อบโดยใชภ้ าษาพูดอยา่ งเหมาะสม
-บรู ณาการการใชภ้ าษาพูดไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการพดู
-เขียนประโยคใหส้ มบรู ณ์ได้
-บรู ณาการการใชส้ อื่ เพอื่ พฒั นาทกั ษะการเขยี น

สมรรถนะรายวชิ า
1. ฟงั -ดู การสาธติ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ งจากสอื่ โทรทศั น์
2. อา่ นเรือ่ ง กฎระเบยี บ คมู่ อื และขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพชา่ ง


Click to View FlipBook Version