Many pupils of our school have interesting hobbies. Lyla is 11 years old.
She likes writing poems and painting pictures. Thomas is 15 years old and
he has very interesting hobbies. He likes dancing, designing Internet
websites and playing piano. Liam is almost 13 years old. His hobbies are
playing football and reading detective stories. Our pupils do many
interesting things and they are very busy. They also love different
subjects. Thomas is the best pupil at math. Lyla is good at art and
literature and Liam is one of the best pupils at PE. Their hobbies help
them study well too.
1. How old is Liam?___________________
2. Who has the most hobbies? Copy the sentence that helped
you decide.__________
3. Is Thomas older than Liam?_____________
4. Who likes playing football?_____________
5. Is playing piano Lyla’s hobby?___________
6. Who writes the article about hobbies?_____
7. Who is the best pupil in math?___________
8. Who is 13 years old?__________________
9. The hobbies help them ________________.
10. Liam is the best pupil at_____________.
22.ผูเ้ รียนฝึ กปฏบิ ตั กิ จิ กรรม Workshet 4: Fill in the text with the following
words
“on – more - many – about – stand - nicer - can – once - even - than –
horse - First – enough – else”
I have got _________ (1) hobbies. __________(2), I’m really crazy
________ (3) movies, that’s why I go to the cinema at least,
____________ (4) a week. I like all kinds of films. It makes me forget real
life and imagine I’m someone _________ (5). Indeed, one day, I
____________ (6) be an adventurer, another day a special agent working
for the FBI or ______ (7) a super hero saving people from bad guys!
I’m also keen _________(8) sports. Thus, I practice football twice a
week. On the contrary, I hate basketball. I think that the rules are more
stupid ______ (9) football. Besides, I’m not tall ________ (10) to reach the
basket. I never win at that game, which is far from being fun! Winning is
__________ (11) than losing and so I think that football is better than
basketball. There is another sport that I can’t __________(12). It’s
________ (13) riding because I’m afraid of horses. They must feel it and
when I try to get on a horse, it makes me fall which is not pleasant at all.
However, what I like the most is watching TV. It is __________ (14)
relaxing than running on a football field but it is also less enthralling!!!
23.ผูเ้ รียนฝึ กปฏบิ ตั กิ จิ กรรม Workshet 5: Complete the passage about
Nicky, Tom, and Alex hobbies.
Nam Age Likes Doesn’t Favorite
e like
Nick 12 playing the hiking Singer - Beyonce
y piano
13 playing football reading a Food - hamberger
Tom book
Alex 11 riding a bike, doing Reading comic
jogging jigsaw books -
“ The fantastic
Four”
Nicky____ 12 years old and she likes________. Her favorite singer
is ________. She _____________ hiking.
Tom is_______ years old. He _______ playing football but he
doesn’t like ________. His favorite food is ________.
Alex likes ______ and ______. He _______ doing jigsaw. He _____
reading comic books and his favorite is_____________.
24.ผูเ้ รียนฝึ กปฏบิ ตั กิ จิ กรรม Workshet 6: Read the letter that Jane wrote
to Leya and answer the questions. (ใส่ Format เป็ นรูปจดหมาย)
August 14th, 2013
Dear Leya,
How are you? I'm fine. I am very busy lately with school and my
hobbies. I have basketball practice twice a week – every Tuesday and
Thursday afternoons. I play basketball quite well. Each practice is two
hours and then I have to go home and do my homework. Every Friday we
have a math quiz (a short exam). So I have to work extra hard on school
work after my basketball Thursday practice. I'm quite good at math, but
still it is very tiring. I often have to take a cold shower so I can concentrate
on my school work.
Also, every Saturday morning I enjoy jogging around the park. I like
taking my dog, Jimmy, with me. We like running quickly together. Saturday
evenings I like watching football games on the television. My father often
watches the games too, but he can't always do that. He sometimes doesn't
come home from work on time. My mother can watch with us, but she
doesn't like football so much. She enjoys painting pictures. She can paint
very well! My sister goes riding on Sunday mornings. Her horse is called
Johnny. He is a little slow because he is old. But when he was young he
was very quick.
Well, I have to run. I still have homework to do and I can't do it if I go on
writing to you, which I like doing ;-)
Yours,
Jane
1. Who writes the letter?
a. Jenny b. Anna c. Leya d. Jane
2. What sport does the writer play?
a. Baseball b. Football c. Basketball d. Soccer
3. When does she play?
a. Mondays and Thursdays b. Tuesdays and Thursdays
c. Wednesdays and Thursdays d. Sundays and Thursdays
4. How well does the writer play this sport?
a. well b. quite well c. very well d. not well
d. not well
5. How well is the writer in math?
a. well b. quite well c. very well
6. What does the writer enjoy doing with the dog?
a. watching television b. jogging
c. painting d. swimming
25.ผูเ้ รยี นฝึ กปฏบิ ตั กิ จิ กรรม Workshet 7 : Guess what activities do these
people like and dislike.
1. I go to the skate park every day . I love ……………………………..
2. I like ……………………. . I’ve got hundreds of postcards from all
over the world .
3. I love ……………………. .Do you want to see my paintings ?
4. I like ……………………. .I like rap, techno and jazz .
5. I like going to shops and buying new clothes . I’m really into
…………………….. .
6. I’ve got a great digital camera . My interest is ………………………… .
7. Horse is my favorite animal, I usually ……………………….. . every
weekend.
8. I like ……………………… . I love everything about computer and
games.
9. My hobby is …………………….. . I’ve got lots of books and comics
.
10. I go to the disco every week . I like ……………………. . Salsa is
my favorite .
26.ครูแนะนาใหผ้ ูเ้ รยี นรจู้ กั ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั
และพอเพยี งแกก่ ารดาเนินชีวติ ในปจั จบุ นั และเป็ นคนมจี ติ ใจเมตตา
ชว่ ยเหลอื ผอู้ นื่ ดว้ ยความจรงิ ใจ
ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต์
27.ค รู ส รุ ป บ ท เรี ย น โ ด ย ใ ช้ CD แ ล ะ PowerPoint ห รื อ ห นั ง สื อ เรี ย น
และอภปิ รายซกั ถามขอ้ สงสยั
28.ค รู แ ล ะ ผู้ เรี ย น ส รุ ป ก า ร ส น ท น า โ ต้ ต อ บ กัน ร ะ ห ว่ า ง ผู้ เรี ย น แ ล ะ ค รู
และระหวา่ งผเู้ รยี นดว้ ยกนั เอง
29. ท า Worksheet ต่ อ เ น่ื อ ง แ ล ะ ท า ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ก า ร เ รี ย น รู ้
ซง่ึ ครผู ูส้ อนพจิ ารณาตามความเหมาะสม
30.ประเมนิ ผูเ้ รียนตามแบบฟอร์มตอ่ ไปน้ี
ชือ่ ผเู้ รยี น ธรรมชาตขิ องผูเ้ รียน วธิ กี ารเรยี นรู้
1. ความสนใ สตปิ ญั วุฒภิ าว
2. จ ญา ะ
3.
4.
5.
แบบประเมนิ ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้
ชือ่ ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้
วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าภาษาองั กฤษฟงั -พดู 1 ของสานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์ คา่ นิยม
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส์ สอื่ CD และสอื่ PowerPoint
4.แบบประเมนิ ผล Worksheet
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเช็คชือ่
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4 ตรวจแบบประเมนิ ผล Worksheet
5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผูเ้ รยี น)
4. แบบประเมนิ ผล Worksheet
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละผูเ้ รยี น รว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50 % ขนึ้ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50% ขน้ึ ไป)
4. แบบประเมนิ ผล Worksheet มเี กณฑ์ผา่ น 50%
5 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
แนะนาใหผ้ ูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั และการพดู
โดยการสนทนาโตต้ อบกนั เป็ นภาษาองั กฤษ
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบรู ณากา หน่วยที่ 11
รที่ 16
รหสั วชิ า 20000-1202 ภาษาองั กฤษฟงั -พูด สอนครง้ั ที่ 16
(31-32)
0-2-1
ชอื่ หน่วย/เรอื่ ง การใหแ้ ละการไดร้ บั คาชมเชย จานวน 2 ช.ม.
(Giving and Receiving Compliments)
สาระสาคญั
คาชมเชย (Compliments) นน้ั สามารถสรา้ งความพงึ พอใจใหแ้ กผ่ ูฟ้ งั ได้
ผูท้ ถี่ ูกชมเชยจะไดต้ ง้ั ใจทาความดตี อ่ ไป
ผูเ้ รยี นจงึ ควรใชส้ านวนภาษาองั กฤษสอื่ สารโตต้ อบกนั อยา่ งเหมาะสมตามมารยาทและวฒั น
ธรรมไดอ้ ยา่ งเขา้ ใจและถูกตอ้ ง
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู ้
1.อธบิ ายความหมายและลกั ษณะคาชมเชยได้
2.ฟงั ดแู ละสนทนาโตต้ อบเกยี่ วกบั โอกาสในการใชค้ าชมเชยโอกาสตา่ งๆ ได้
3.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผูส้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
ทคี่ รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอื่ ง
3.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
3.2 ความมวี นิ ยั
3.3 ความรบั ผดิ ชอบ
3.4 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ
3.5 ความเชือ่ มน่ั ในตนเอง
3.6 การประหยดั
3.7 ความสนใจใฝ่ รู้
3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
3.9 ความรกั สามคั คี
3.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาโตต้ อบในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทสี่ นใจในชวี ติ ประจาวนั
2.พดู สอื่ สารสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั และสถานประกอบการ
3.ใชส้ านวนภาษาไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
4.ใชว้ จั นะภาษาและอวจั นะภาษาสอื่ ความหมายไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
5.ใชภ้ าษาตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนการฟงั พดู
พรอ้ มแสดงหลกั ฐานการเรียนรู้
ดว้ ยตนเอง
เนือ้ หาสาระ
1.ความหมายและลกั ษณะคาชมเชย
2.โอกาสในการใชค้ าชมเชย
กจิ กรรมการเรยี นรู ้
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1.ครูและผูเ้ รยี นสนทนากบั ถงึ คาชม (Compliments) คอื
คาชมสามารถสรา้ งความพงึ พอใจใหค้ นฟงั และควรกลา่ วชมเชยพวกเขา
เพอื่ เป็ นการแสดงใหเ้ หน็ วา่ คณุ รบั ทราบถงึ การกระทาอนั ดนี น้ั
คนถกู ชมกจ็ ะเต็มใจทจี่ ะทาดีตอ่ ไปและความสมั พนั ธ์ดา้ นการงานระหวา่ งพวกเขาและคณุ จ
ะเป็ นไปดว้ ยดดี ว้ ย
2.ผูเ้ รยี นยกตวั อยา่ งคาชม ทีส่ ว่ นมากนยิ มใชก้ นั และยกตวั อยา่ งคาชมทไี่ มเ่ หมาะสม
ขน้ั สอน
3.ครูแลษะผูเ้ รยี นอธบิ ายถงึ ความหมายและลกั ษณะของคาชมเชยควรจะมลี กั ษณะ
ดงั ตอ่ ไปน้ี
คาชมตอ้ งใหด้ ว้ ยความจรงิ ใจ และบรสิ ทุ ธ์ใจ
การชมทดี่ คี วรระบใุ หช้ ดั เจนวา่ ชมเชยเรอื่ งอะไร เชน่ พดู วา่
“เราขอชมเชยทเี่ ธอทางานไดล้ ะเอยี ดถูกตอ้ งและสง่ งานตามเวลา” จะดีกวา่ การพดู วา่
“ทาดมี ากเราขอชมเชย”
คาชมเชยควรจะเป็ นสงิ่ ทใี่ หก้ าลงั ใจ
พยายามหลีกเลยี่ งหวั ขอ้ ทกี่ ระทบกระเทอื นความรสู้ กึ ของคนฟงั ไดง้ า่ ยอยา่ งเชน่ น้าหนั
กหรือคณุ ลกั ษณะทางกาย
คาชมเชยเป็ นวธิ ที จี่ ะแสดงถงึ ความหว่ งใยและมนั เป็ นวธิ ีท่ จี่ ะแสดงออกวา่ คณุ คิ
ดถงึ ความรสู้ กึ ของผูอ้ นื่ มากเพียงไร
แตไ่ มค่ วรไมใ่ ชม้ นั บอ่ ยเกนิ ไป ผูฟ้ งั อาจจะเรมิ่ คดิ วา่ ดูไมจ่ รงิ ใจ
พยายามมงุ่ ความสนใจไปทสี่ งิ่ ของหรอื ของใชท้ จี่ ะทาใหค้ าชมของคณุ ถูกยมิ้ รบั
ดว้ ยความชอบใจของคนฟงั และบางทคี ณุ อาจไดเ้ ป็ นฝ่ ายรบั คาชมบา้ งก็ได้
4.ครอู ธบิ ายวธิ กี ารนาคาศพั ท์และประโยคไปใชใ้ นการชมเชยใหเ้ หมาะสม
โดยการชมเชย อาจจะใชใ้ นโอกาสดงั ตอ่ ไปนี้
คาชมเชยเกยี่ วกบั การกระทา, หน้าทกี่ ารงาน, และความสาเร็จ (Giving
compliment on actions, work, achievement)
วลหี รือประโยคภาษาองั กฤษทมี่ กั ใชก้ ลา่ วชมกนั
ถา้ หากฝ่ ายหนึ่งทาอะไรเป็ นผลสาเร็จอยา่ งงดงาม ไมว่ า่ จะเป็ นดา้ นการงาน ทางธรุ กจิ
การเลน่ กีฬา การเรยี น หรอื งานอดเิ รกตา่ งๆ มตี วั อยา่ งเชน่
Great job! Nice effort!
Congratulation! Well done.
Good work. You did a great job on the
presentation.
You did a great job. Your presentation was very
interesting.
I liked the way you gave the You (really) did a good job!
presentation.
I think your idea is great. Your speech was excellent.
Great work today! That’s excellent.
I can tell that you are trying You played a good game.
really hard. Thanks!
I love your work. You played a great game
today.
Nice game! Congratulations on your
promotion.
Congratulations on
finishing your studies.
5.ครอู ธบิ ายประโยคการตอบรบั คาชมเชย มตี วั อยา่ งเชน่ (Accepting
compliments) และแปลความหมายคาศพั ท์แตล่ ะประโยค ดงั นี้
Thank you. Thank you very much.
Thanks, I appreciate that. Thank you, that's a really
lovely thing to say.
Thanks, that makes me feel Thank you, that means a lot to
really good. me.
How kind of you to say so. It’s kind of you to say so.
Thank you. It's nice of you to It was fabulous.
say.
6.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั จาก LISTENING 11.1 : Listen to the
conversations about giving compliments on actions, work, achievement.
โดยครเู ปิ ด CD และผูเ้ รยี นสนทนาโตต้ อบกนั
A.
Kate: Congratulations on your promotion, I would like to compliment
you on your recent achievement.
Ben: Thank you for saying so.
B.
Ben: The essay you wrote was superb. I'd like to use it as a model
for other students.
Jennifer: Thank you. I'd be so honored.
C.
Jennifer: I've never heard any singer perform that song so
beautifully.
Nina: Thank you very much. It's really nice to hear that from
someone with your experience.
7.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั จาก SPEAKING 11.2 : Practice the
conversations with your friends.
1. A: You did an excellent job yesterday! I really enjoyed your
presentation.
B: Do you really think so?
A: Oh, yeah, it was fabulous.
2. A: So, I listened to one of your grammar challenges the
other day I thought it
was fantastic.
B: Ah well, it’s very nice of you to say so, thanks
8.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู จาก SPEAKING 11.3: Changed the underlined
sentences to the sentences given in the table and practices with your
friends.
(a) (b)
You did a great job. Thank you very much.
I think your idea is great. Thanks, I appreciate that.
You did a great job on the Thank you, that means a lot to
presentation. me.
Your presentation was very It’s kind of you to say so.
interesting. Thanks, that makes me feel
You played a great game today. really good.
1. A: You did a great job.
(a)
B: Thank you, that means a lot to me.
2. A: I think your idea is great.
B: Thank you very much.
(b)
9.ครอู ธบิ ายการนาคาศพั ทไ์ ปใชใ้ นประโยคทกี่ ลา่ วถงึ คาชมเชยเกยี่ วกบั รูปรา่ งหน้าต
าและการแตง่ กาย Giving compliment on talent, looks, appearance
การกลา่ วชมทรงผมหรอื การแตง่ กายของบคุ คลอนื่
ควรระวงั อยา่ งหน่ึงเกยี่ วกบั การชมรูปรา่ งหน้าตาวา่ อยา่ พูดถงึ สว่ นใดสว่ นหน่ึงของรา่ งกายโ
ดยเฉพาะ อยา่ งเชน่ "I like your lip,"
นน้ั หา้ มพดู เป็ นอนั ขาดนอกเสยี จากวา่ คณุ สนิทกบั คนๆ นน้ั มากจรงิ ๆ
คาชมเชยมตี วั อยา่ งเชน่ That’s excellent.
That’s nice. You have such beautiful hair.
Stunning. That color looks great on you.
I really like your hairstyle.
You look amazing. You look fantastic.
You look wonderful. That was amazing.
You got a new haircut, it looks
great.
การตอบรบั คาชมเชย มตี วั อยา่ งเชน่ (Accepting compliments)
Thank you. Thank you very much.
Thanks, I appreciate that. Thank you, that's a really lovely
thing to say.
Thanks, that makes me feel Thank you, that means a lot to
really good. me.
Thanks. So are you! Thank you. I'm glad you like it.
How kind of you to say so. It’s kind of you to say so.
Thank you. Yours is also very Thank you. It's nice of you to say.
nice.
Thank you. That's a nice
compliment.
10.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั จาก LISTENING 11.4 : Listen to the
conversations about giving compliments on talent, looks, appearance.
William : Hello Kelly!
Kelly : Hello William!
William: I just wanted to say you’re looking fantastic today.
As always, actually! You’re
so smart….
Kelly: Thank you so much, that’s very kind. I got my shirt
from Hong Kong actually
very cheap shop there. It didn’t cost me a lot of money
but I think it’s nice,
and you think it’s nice.
11.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู จาก SPEAKING 11.5 : Practice the
conversations with your friends.
1. A: I think your new hairstyle is lovely.
B: That's nice of you to say so. I love yours, too.
2. A: I really like your blue eyes. They make you look
like a movie star.
B: Thank you. That's a nice compliment.
3. A: You're looking great!
B: Thanks. So are you!
12.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั จาก LISTENING 11.3 : Listen to this
conversation between two co-workers at an office. โดยใชส้ อื่ CD และ
PowerPoint หรอื หนงั สอื เรยี น ประกอบการเรยี น จากนน้ั ผูเ้ รยี นจบั คสู่ นทนากนั
13.ครูอธบิ ายการใชค้ าศพั ท์ และประโยคคาถาม-
คาตอบเกยี่ วกบั คาชมเชยเกยี่ วกบั สงิ่ ของทมี่ ใี นครอบครอง (Giving compliment on
purchases)
โดยคนทใี่ ชภ้ าษาองั กฤษมกั กลา่ วชมกนั เกยี่ วกบั สงิ่ ของทแี่ ตล่ ะฝ่ ายมหี รือเป็ นเจา้ ของ
อยา่ งเชน่ ถา้ เพอื่ นรว่ มงานคณุ มโี ทรศพั ท์มอื ถืออนั ใหม่
หรอื ถา้ คณุ ไดร้ บั เชญิ ใหไ้ ปบา้ นคนอนื่
ตามมารยาทคณุ ควรกลา่ วชมบา้ นใหเ้ จา้ ของเขาภมู ใิ จหรอื ชี้เฉพาะเจาะจงอะไรบางอยา่ งเป็
นพเิ ศษ
คาชมเชยมตี วั อยา่ งเชน่
That’s nice shirt. I love your new car.
What a nice bag! Your watch is very beautiful.
That’s a lovely shirt. Oh, that new bag is so cute.
What a cool phone! I love this couch.
You have a beautiful home. What a lovely home!
Your house looks wonderful. I like your new watch, it is very
beautiful.
14.ครูยกตวั อยา่ งการใชป้ ระประโยคในการตอบรบั คาชมเชย มตี วั อยา่ งเชน่
(Accepting compliments)
Thank you. Thank you very much.
Thanks, I appreciate that. Thank you, that's a really lovely thing to
say.
Oh, thanks. My friend gave it to Oh, thank you. I just got it yesterday.
me.
How kind of you to say so. It’s kind of you to say so.
Thank you. It's nice of you to
say.
15.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั ตาม LISTENING 11.7 : Listen to the
conversation between daughter and mother about giving compliment.
Daughter: That's a nice sweater, Mom.
Mother : Thanks. This is a new one, I just got it yesterday.
Daughter: It s very nice. Where did you get it?
Mother : I got it at SWAP shop in exchange for the red bag.
Daughter: Oh, you got rid of the red bag?
Mother : Yeah. Well, that’s too old. I got it few years ago.
Daughter: You look great with this new bag, Mom.
Mother : Thank you.
16.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู ตาม SPEAKING 11.8: Practice the
conversations with your friends.
17.ผูเ้ รียนฝึ กทกั ษะการฟงั ตาม LISTENING 11.9 : Listen to Not alie and
Sam talking about her new apartment.
18.ครูอธบิ ายการใชป้ ระโยคทมี่ ีคาชมเชยเกยี่ วกบั อาหาร (Giving compliment
on food)
คาชมเชยมตี วั อยา่ งเชน่
It’s nice. It’s excellent.
It’s wonderful. This is delicious.
This dish is delicious, my Good Food
compliments to the chef.
Excellent food Absolutely amazing food
Fantastic food
ครแู ละผูเ้ รยี นแสดงการใชป้ ระโยคในการตอบรบั คาชมเชย มตี วั อยา่ งเชน่
(Accepting compliments)
Thank you. Thank you very much.
Thanks, I appreciate that. Thank you, that's a really lovely thing
to say.
Thanks, that makes me feel Thank you, that means a lot to me.
really good.
How kind of you to say so. It’s kind of you to say so.
Thank you. It's nice of you I'm glad you like it.
to say.
Thank you. I'm glad you like Thank you. I’ll be sure to let the chef
it. know.
19.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพูดจาก SPEAKING 11.10 : Changed the
underlined sentences to the sentences given in the table and practices
with your friends.
(a) (b)
It’s excellent. Thanks, I appreciate that.
This is delicious. I'm glad you like it.
Absolutely amazing food. Thank you, that's a really lovely thing to say.
Fantastic food. Thank you. I'm glad you like it.
This dish is delicious, my Thank you. I’ll be sure to let the chef know.
compliments to the chef.
1. A: : This soup tastes good, it’s excellent.
B: : Thank you, that means a lot to me.
2. A : The chicken was delicious.
B : Thanks, I appreciate that.
20.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั จาก LISTENING 11.11: Listen to Peter giving
compliments on Blair’s cooking
21.ครแู ปลความหมายของคาศพั ท์
และแสดงประโยคทใี่ ชใ้ นการถามและตอบในการใช้คาชมเชยเกยี่ วกบั ครอบครวั (Giving
compliment on family)
คาชมเชยมตี วั อยา่ งเชน่
Your children seem so cute. You have such beautiful
children.
You have a lovely family. What a nice family!
You have a wonderful family. Congratulations on your new
baby.
Congratulations on your You have a wonderful family.
wedding.
ครแู ละผูเ้ รยี นใชป้ ระโยคการตอบรบั คาชมเชย มตี วั อยา่ งเชน่ (Accepting
compliments)
Thank you. Thank you very much.
It’s kind of you to say so.
Thanks, I appreciate that. Thank you. It's nice of you to say.
How kind of you to say so.
Thank you. Yours is also
very nice.
22.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู จาก SPEAKING 11.12 : Practice the
conversation with your friend.
A: Do you have any siblings?
B: No, I am an only child. What about you?
A: I have 2 brothers.
B: Wow, a big family… I would have liked a brother.
A: Yes, my brothers are both married and have kids. Family
gatherings can be quite
lively.
B: What a nice family, so you have nieces and nephews then?
A: Thank you. It's nice of you to say. And yes, they are so
wonderful.
B: Your parents must be very proud!
A: Yes, they are!
23.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั จาก LISTENING 11.13 : Listen to Dave talking
about his lovely family.
Jane : How many brothers and sisters do you have?
Dave : I have an older sister and two younger brothers.
Jane: Do you live with your parents?
Dave: No, I don’t. They live in Chiang Mai. This is a photo of my
family. This is my
dad, that is my mom, and those are my two younger brother
and my older sister.
Jane: Thank you for sharing your photos. I love the photos of
you and your family. I
can see that you have a wonderful family.
Dave: Thanks, I appreciate that.
24.ผูเ้ รียนฝึ กปฏบิ ตั กิ จิ กรรม Worksheet ดงั ตอ่ ไปนี้
Worksheet 1: Read the dialogue between two friends and
answer the questions.
Worksheet 2: Write the correct word on the line that will
complete the sentence.
Worksheet 3: Match the appropriate responses with the
questions. Put the correct
number of the question or statement on the line.
Worksheet 4: Read the following statement if it is a
Compliment or positive
statement?
Worksheet 5: Listen to this conversation between two
relatives.
Worksheet 6: Choose the best answer.
Worksheet 7: Choose the best answer.
Worksheet 8: Write compliments on the following
occasions.
25.ครูกลา่ วเพมิ่ เตมิ ถงึ เรอื่ งเศรษฐกจิ พอเพียง
ซง่ึ เป็ นปรชั ญาทชี่ ้ีถงึ การดารงและปฏบิ ตั ติ นของประชาชนในทกุ ระดบั ตง้ั แตร่ ะดบั บคุ คล
ระดบั ครอบครวั ระดบั ชุมชนจนถงึ ระดบั รฐั
ทง้ั ในการพฒั นาและการบรหิ ารประเทศใหด้ าเนินไปบนทางสายกลาง
โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกจิ เพอื่ ใหก้ า้ วทนั ตอ่ โลกยคุ โลกาภวิ ตั น์
ซง่ึ เป็ นเศรษฐกจิ ของทกุ คนและทกุ อาชีพ
ซง่ึ การนาไปปฏบิ ตั กิ ็ตอ้ งเหมาะสมกบั อาชีพของตนเองดว้ ย
ขน้ั สรุปและการประเมนิ ผล
26.ครูและผูเ้ รยี นสรุปโดยการฟงั และพดู จากการสนทนาโตต้ อบระหวา่ งกนั เป็ นภาษา
องั กฤษ
/ค.สรุปเนื้อหาในหน่วยการเรยี นอกี ครง้ั โดยวธิ ถี าม–ตอบและซกั ถามขอ้ สงสยั
ผูเ้ รียนทา Worksheet ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ และแบบประเมนิ ตนเอง
รายการประเมนิ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
=9- =7-8 =5-6 =ต่ากวา่ 5
10คะแนน คะแนน
1.การกลา่ วนา แนะนาตวั
และเพอื่ นรว่ มงาน
2.จดุ ประสงคใ์ นการทางาน แหลง่ ขอ้ มลู
วธิ ีการทางาน
3.ออกเสยี ง ชดั เจน ถูกตอ้ ง
4.น้าเสยี งเหมาะสม
5.ตวั อยา่ งประกอบมสี อื่ ชดั เจน
6.ลาดบั ความคดิ ไดด้ ี
7.ทา่ ทางเหมาะสม
แบบประเมนิ ประสบการณ์พนื้ ฐานการเรยี นรู้
ชือ่ ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้ วธิ กี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าภาษาองั กฤษฟงั -พดู 1 ของสานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์
2.รูปภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส์ สอื่ CD และสอื่ PowerPoint
5.แบบประเมนิ ผล Worksheet
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเช็คชือ่
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4 ตรวจแบบประเมนิ ผล Worksheet
5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอื่ งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผูเ้ รยี น)
4. แบบประเมนิ ผล Worksheet
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
โดยครแู ละผูเ้ รยี นรว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50% ขนึ้ ไป)
4. แบบประเมนิ ผล Worksheet มเี กณฑ์ผา่ น 50%
5 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.แนะนาใหผ้ ูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั และการพูดอยา่ งสมา่ เสมอ
โดยการสนทนากนั เป็ นภาษาองั กฤษทกุ วนั
2.อา่ นและทบทวนเน้ือหา
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาก หน่วยที่ 12
ารที่ 17
รหสั วชิ า 20000-1202 ภาษาองั กฤษฟงั - สอนครง้ั ที่ 17
พูด 0-2-1 (33-34)
ชอื่ หน่วย/เรอื่ ง การขออนุญาต จานวน 2 ช.ม.
การตอบรบั การขออนุญาต (Asking for giving and
refusing permission)
สาระสาคญั
การกลา่ วขออนุญาต ถือเป็ นมารยาททางสงั คมและเป็ นการใหเ้ กยี รตผิ ูอ้ นื่
ในกรณีทตี่ อ้ งการบางสงิ่ บางอยา่ งจงึ ควรขออนุญาตกอ่ นเพอื่ ไมใ่ หร้ บกวนผูอ้ นื่ ดงั นน้ั
ผูเ้ รยี นควรตอ้ งศกึ ษาการใชส้ านวนเกยี่ วกบั การขออนุญาต การตอบรบั การขออนุญาต
และการปฏเิ สธการขออนุญาต
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู ้
1.ฟงั ดู พูด อา่ น เขียน และสนทนาโตต้ อบเกยี่ วกบั การขออนุญาตโดยใช้ Can/
Could/ May ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
2.ฟงั ดู พดู อา่ น เขยี น และสนทนาโตต้ อบเกยี่ วกบั การตอบรบั การขออนุญาตโดยใช้
Can/ Could/ May ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
3.ฟงั ดู พดู อา่ น เขยี น และสนทนาโตต้ อบเกยี่ วกบั การปฏเิ สธการขออนุญาต โดยใช้
Can/ Could/ May ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
4.การพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผูส้ าเร็จการศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
ทคี่ รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรอื่ ง
4.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
4.2 ความมวี นิ ยั
4.3 ความรบั ผดิ ชอบ
4.4 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ
4.5 ความเชือ่ มน่ั ในตนเอง
4.6 การประหยดั
4.7 ความสนใจใฝ่ รู้
4.8 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
4.9 ความรกั สามคั คี
4.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาโตต้ อบในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทสี่ นใจในชีวติ ประจาวนั
2.พูดสอื่ สารสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั และสถานประกอบการ
3.ใชส้ านวนภาษาไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
4.ใชว้ จั นะภาษาและอวจั นะภาษาสอื่ ความหมายไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
5.ใชภ้ าษาตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนการฟงั พดู
พรอ้ มแสดงหลกั ฐานการเรียนรู้
ดว้ ยตนเอง
เนือ้ หาสาระ
1.การขออนุญาต (Asking for permission)
2.การตอบรบั การขออนุญาต (Giving Permission) และการปฏเิ สธการขออนุญาต
(Prefusing permission) โดยใช้ Can/ Could/ May
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน
1.ครูและผู้เรียน สน ทน าถึงการกล่าวขออนุ ญ าต (Asking for Permission)
ถือเป็ นมารยาททางสงั คมอกี
อ ย่ า ง ห นึ่ ง แ ล ะ ถื อ เ ป็ น ก า ร ใ ห้ เ กี ย ร ติ ผู้ อื่ น เ ร า ค ว ร ที่ จ ะ ข อ อ นุ ญ า ต
เมอื่ เราตอ้ งการทาอะไรบางอยา่ งทอี่ าจจะเป็ น
การรบกวนคนอื่น ดงั น้นั ในบทนี้นกั เรียนจะได้เรียนรู้สานวนเกี่ยวกบั การขออนุญาต
(Asking for Permission),
การตอบรบั การอนุญาต (Giving permission), และการปฏเิ สธการอนุญาต (Refusing
permission)
2.ค รู แ ส ด ง รู ป ภ า พ PowerPoint ห รื อ ห นั ง สื อ เรี ย น ป ร ะ ก อ บ ก า ร เรี ย น
เพอื่ เชือ่ มโยงใหเ้ ขา้ เน้ือหาการเรียนการสอนใน
สปั ดาหน์ ้ี
ขน้ั สอน
3.ครบู อกหลกั เกณฑ์วธิ ใี ชก้ รยิ าชว่ ย และกรยิ าวลีในประโยคทมี่ ีการขออนุญาต
(Asking for Permission), การตอบรบั การอนุญาต (Giving permission),
และการปฏเิ สธการอนุญาต (Refusing permission) โดยใช้ Can/Could/May
กรยิ าชว่ ย กรยิ าวลี การตอบรบั การอนุญา การปฏเิ สธการอนุญ
ต าต
Can borrow your pen? Yes, you can. No, you can’t.
Could use your phone Yes, you could. No, you couldn’t.
charger?
May ask you something? Yes, you may. No, you may not.
** Mayเป็ นภาษาแบบทางการนิยมใชน้ ้อยกวา่ canหรอื could
**Could นน้ั จะสภุ าพและเป็ นทางการกวา่ can
นอกจากการตอบรบั การอนุญาตและการปฏเิ สธการอนุญาตขา้ งตน้ แลว้
ยงั มคี าอนื่ ทสี่ ามารถใชไ้ ดเ้ ชน่ กนั
การตอบรบั การอนุญาต การปฏเิ สธการอนุญาต
Yes, please do. No, please don’t.
Sure, go ahead. I’m sorry, but that’s not possible.
Sure. I'm afraid, but you can't.
No problem.
Please feel free.
Sure.
Certainly
Go ahead.
No problem.
4.ครแู ละผูเ้ รยี นชว่ ยกนั ยกตวั อยา่ งประกอบการเรยี นการสอน Example
กรยิ าชว่ ย การตอบรบั การอนุญาต การปฏเิ สธการอนุญาต
May A : May I borrow your A : May I borrow
pen? your pen?
B : Yes, you may. B : No, you may not.
Can A : Can I borrow your A : Can I borrow
pen? your pen?
B : Yes, you can. B : No, you can’t.
Could A : Could I open the A : Could I open the
window? window?
B : Yes, you could. B : No, you couldn’t.
5.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู จาก SPEAKING 12.1 : Practice the
conversations with your friends.
โดยครเู ป็ นผูใ้ หค้ าแนะนาและปรกึ ษาในการเรยี น
6.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั จาก LISTENING 12.2 : Liza is an eight years
old, is asking her mother for permission to use the computer...Listen to the
conversation between Liza and her mother.
Liza : Please mum, can I use the computer?
Her mother : No, dear you can't. It's time to go to bed.
Liza : May I read a story before I sleep?
Her mother : Sure! But try to sleep early.
Liza : Thanks a lot mummy.
7.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู จาก SPEAKING 12.3: Practice asking for
permission by using May I …..? and Can I….. ? by changing the underlined
verb phrases to (1-6) below. โดยครเู ป็ นผูใ้ หค้ าแนะนาและปรกึ ษาในการเรียน
1. borrow your book 2. close the window
3. open the door 4. use mobile phone here
5. leave now 6. park my car in front of the building
A: May I borrow your book?
B: Yes, you may.
1. borrow your bike 2. take the day off tomorrow
3. have some more candy 4. use your phone charger
5. go home now 6. go outside
A : Can I borrow your bike?
B : No, you can't.
8.ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา่ นอกจากกรยิ าชว่ ย (May, Can, Could) แลว้ ยงั สามารถใช้
“Be allowed to” ในการขออนุญาตไดเ้ ชน่ กนั แต่ “Be”
ตอ้ งมกี ารเปลีย่ นรูปตามเวลาของเหตกุ ารณ์ วา่ เกดิ ขนึ้ ในอดีต, ปจั จบุ นั , อนาคต (Past,
Present, Future) คอื was, were (อดตี ) / is, am, are (ปจั จบุ นั ) / will be (อนาคต)
9.ครแู ละผูเ้ รยี นแสดงประโยคและบอกสว่ นประกอบของประโยคทใี่ ชใ้ นการขออนุ
ญาตโดยใช้ “Be allowed to” ถา้ เหตกุ ารณ์เกดิ ขนึ้ ในอดีต (Past)
ประธาน การขออนุญาต การตอบรบั การอนุญาต การปฏเิ สธการอนุญาต
I Was I allowed to take the day Yes, I was. No, I wasn't.
off tomorrow?
You Were you allowed to play in Yes, I were. No, I weren't.
the garden?
He Was ( he, she) allowed to Yes, (he, she) was. No, (he, she)
She take the day off tomorrow? wasn't.
They Were (they, we) allowed to Yes, (they, we) No, (they, we)
We play in the garden? were. weren't.
10.ครแู สดงสว่ นประกอบตา่ งๆ ของประโยคการขออนุญาตโดยใช้ “Be allowed
to” ถา้ เหตุการณ์เกดิ ขน้ึ ในปจั จุบนั (Present)
ประธาน การขออนุญาต การตอบรบั การอ การปฏเิ สธการอ
นุญาต นุญาต
I Am I allowed to take the day Yes, I am. No, I am not.
off tomorrow?
You Are you allowed to play in Yes, I am. No, I am not.
the garden?
He, She Is (he, she) allowed to go Yes, (he, she) No, (he, she)
home now? is. isn't.
They, Are (you, they, we) allowed Yes, (they, No, (they, we)
We to play in the garden? we) are. aren't.
11.ครูบอกหลกั เกณฑ์ในการแตง่ ประโยคในการตอบรบั หรอื ปฏเิ ศษในการขออนุญ
าตโดยใช้ “Be allowed to” ถา้ เหตุการณ์เกดิ ขน้ึ ในอนาคต (Future)
ประธาน การขออนุญาต การตอบรบั การอนุ การปฏเิ สธการอนุญา
ญาต ต
I Will (I, he, she, they, Yes, (I, he, she, No, (I, he, she,
He you, we) be allowed they, you, we) they, you, we) will
She to take the day off will not.
You
They tomorrow?
We
12.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพูดตาม SPEAKING 12.4 : Practice asking for
permission by using Be allowed to...... ? with your friends by using the
dialogues below.
1. A:Are you allowed to wear jeans at school.
B:No, I am not. Everyone has to wear a school uniform.
2. A:Are you allowed to drive your father's car?
B:Yes, I am. He taught me to drive last year and now I
am using his car.
3. A:What age were you allowed to play computer games?
years old. B:I was allowed to play computer games when I was 12
13.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั จาก LISTENING 12.5 : Listen to the Sarah who
is the new worker at the company ask her workmate, Bella questions
about company policies.
Sarah : How long are we allowed to go for lunch?
Bella : It is 30 minutes for lunch break.
Sarah : If it is only 30 minutes break, can I leave 30
minutes early?
Bella : No, I am afraid you can't.
Sarah : And is there a strict policy on working hours?
Bella : Yes, there is. Everyone has to start work at 8am
and finish work at 4pm.
Sarah : Are we allowed to start work an hour later if
we work an hour more?
Bella : No, you we aren't. We have to follow the company
policy.
Sarah : What is the dress code here? Are we allowed
to wear casual clothes on
Friday?
Bella : No, we aren't. We need to wear a uniform
everyday that we come to work.
Is there any more questions? I think we should get
back to work.
Sarah : Oh, just one more question. If I have 10 days
vacation days, am I allowed to
use them all at once.
Bella : This one you can. But you need to give them 1
month notice.
Sarah : Thank you for answering me all the
questions, I really appreciate that.
14.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพูดจาก SPEAKING 12.6 : Ask your friends these
questions and put their answers in the box.
What are you allowed to do?
15.ครูกลา่ วเพม่ิ เตมิ วา่
นอกจากนี้ยงั มวี ลขี น้ึ ตน้ ประโยคแสดงการขออนุญาตแบบสภุ าพอนื่ ๆ เชน่
การถามคาถามโดยใชค้ าวา่ “Do you mind if I borrow your pencil?”
ซงึ่ เหมอื นกบั ในภาษาไทยวา่ “จะ
เป็ นการรบกวนหรือเปลา่ ครบั ถา้ จะขอยมื ดนิ สอหน่อยครบั ” เวลาตอบควรระวงั ใหด้ ีเพราะ
ถา้ ตอบวา่ No I don’t mind. จะหมายความวา่ เราเต็มใจใหย้ ืมดนิ สอ แตถ่ า้ ตอบวา่ Yes.
จะหมายความวา่ ไมต่ อ้ งการใหย้ มื ดนิ สอครบั
ควรระวงั
กรยิ าทใี่ ชห้ ลงั ประโยค Would you mind if I ....+ V2
กรยิ าทใี่ ชห้ ลงั ประโยค Would it be alright if I…….?(+V.2)
16.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู จาก SPEAKING 12.7 : Practice the
conversation with your friend.
17.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั จาก LISTENING 12.8 : Jenna is calling Rob to
ask him a permission to borrow his digital camera, listen to the
conversation between them.
Rob: Hello.
Jenna: Hi, Rob. This is Jenna.
Rob: Oh, hi, Jenna. What’s up?
Jenna: I’m going to my best friend’s wedding this weekend. I’d
love to take some pictures for his Web site. Would you mind if I
borrowed your new digital camera?
Rob: Um, no. That’s OK, I guess. I don’t think I’ll need it for
anything.
Jenna: Thank you so much.
Rob: Sure. But have you used a digital camera before? It’s sort of
complicated.
Jenna: Uh-huh, sure, a couple of times. Would it be okay if I
picked it up on Friday night?
Rob: Yeah, I guess so.
18.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการพดู จาก SPEAKING 12.9 : Practice asking for
permission by using Would you mind if I…..? and Is it okay if I……? by
changing the underlined phrases to the phrases (1-6) below.
1. asked you something 2. borrowed your book today
3. turned on air-conditioning 4. listened to the music
5. went out to eat 6. changed TV channel
A: Would it be alright if I asked you something?
B: No, of course not.
A: Is it okay if I drive to school?
B: Yes, it is.
19.ผูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั จาก LISTENING 12.10 : Listen to the
conversation between Chris and Laura about arranging party.
20.ผูเ้ รียนปฏบิ ตั กิ จิ กรรม Worksheet ดงั ตอ่ ไปน้ี
Worksheet 1: Listen to the dialogue and fill in the blanks using
the provided words.
Worksheet 2: Complete the following sentences using the
verbs from the list. Make sure to use the correct verb form.
Worksheet 3: Write down the polite requests.
Worksheet 4: Match the sentences (a-h) with the correct reactions
(1-8).
Worksheet 5: Read the conversations below and fill in the gaps with
the words and phrases from the lists.
Worksheet 6: Choose the best answer.
Worksheet 7: Draw a line from the column on the left to the column
on the right. And write the sentences.
Worksheet 8: Choose the right answer.
21.ครแู นะนาการใชช้ วี ติ ประจาวนั ของผูเ้ รียน
เพอื่ ใหพ้ จิ ารณาความสามารถในการพง่ึ ตนเอง ทเี่ น้นความสมดลุ ทง้ั 3 คณุ ลกั ษณะ
คอื พอประมาณ มเี หตมุ ผี ลและมภี มู คิ มุ้ กนั มาประกอบการตดั สนิ ใจเรอื่ งตา่ งๆ
อยา่ งเป็ นขน้ั เป็ นตอน รอบคอบ ระมดั ระวงั พจิ ารณาถงึ ความพอดี พอเหมาะ
พอควรและพรอ้ มรบั การเปลยี่ นแปลงทีอ่ าจจะเกดิ ขน้ึ ไดต้ ลอดเวลา
ขน้ั สรุปและการประยกุ ต์
22. ค รู แ ล ะ ผู ้ เ รี ย น ส รุ ป ก า ร ฟั ง แ ล ะ ก า ร พู ด
โดยจบั คสู่ นทนาโตต้ อบเป็ นภาษาองั กฤษระหวา่ งกนั
23.ครสู มุ่ ถามตอบผูเ้ รยี นเกยี่ วกบั การสนทนาแตะ่ ละกจิ กรรม
24. ผู้ เ รี ย น ท า Worksheet เ พื่ อ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก า ร เ รี ย น รู้
และประเมนิ ตนเองจากแบบประเมนิ ตนเอง รวมทง้ั กจิ กรรมการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
ธรรมชาตขิ องผูเ้ รียน
ชือ่ ผเู้ รยี น ความสนใ สตปิ ญั วุฒภิ าว วธิ กี ารเรยี นรู้
จ ญา ะ
1.
2.
3.
4.
5.
แบบประเมนิ ผลประสบการณ์พนื้ ฐานการเรยี นรู้
ชือ่ ผเู้ รยี น ประสบการณ์พน้ื ฐานการเรยี นรู้
วธิ ีการเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สอื่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี น วชิ าภาษาองั กฤษฟงั -พดู 1 ของสานกั พมิ พ์เอมพนั ธ์
2.รปู ภาพ
3.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.สอื่ อเิ ล็กทรอนิกส์ สอื่ CD และสอื่ PowerPoint
6.แบบประเมนิ ผล Worksheet
หลกั ฐาน จรยิ ธรรม คา่ นิยม
1.บนั ทกึ การสอน
2.ใบเช็คชือ่
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4 ตรวจแบบประเมนิ ผล Worksheet
5. การสงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผูเ้ รยี น)
4. แบบประเมนิ ผล Worksheet
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
โดยครแู ละผูเ้ รยี นรว่ มกนั ประเมนิ
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50 % ขนึ้ ไป)
3. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง
(50% ขน้ึ ไป)
4. แบบประเมนิ ผล Worksheet มเี กณฑ์ผา่ น 50%
5 แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.แนะนาใหผ้ ูเ้ รยี นฝึ กทกั ษะการฟงั และการพดู
โดยสนทนากนั เป็ นภาษาองั กฤษอยา่ งสมา่ เสมอ
2.อา่ นและทบทวนเน้ือหา
แผนการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการ หน่วยที่ -
ที่ 18 สอนครง้ั ที่ 18(35-
36)
รหสั วชิ า 20000-1202 ภาษาองั กฤษฟงั -พูด
0-2-1 จานวน 2 ช.ม.
ชอื่ หน่วย/เรอื่ ง ทบทวน/สอบปลายภาคเรยี น
สาระสาคญั
จากการทผี่ ูเ้ รยี นไดศ้ กึ ษาวชิ านี้ จะไดร้ บั ความรคู้ วามเขา้ ใจ
และเกดิ ทกั ษะการฝึ กปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรยี นโดยเน้นผูเ้ รียนเป็ นศนู ย์กลาง ใหผ้ ูเ้ รยี นฝึ กคดิ
เพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 (แกไ้ ขปรบั ปรุงเพมิ่ เตมิ
พ.ศ. 2545) โดยยดึ หลกั การนาไปใชใ้ หเ้ กดิ ไปประโยชน์ในการพฒั นาสงั คม
พรอ้ มทง้ั นาหลกั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผูส้ าเรจ็ การศกึ ษา
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา มาประยกุ ต์ใชก้ บั กจิ กรรมการเรยี นอยา่ งเหมาะสม
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู ้
1. นาเรอื่ งทที่ บทวนตามเนื้อหาวชิ าไปใชป้ ระโยชน์ได้
2. แจง้ คะแนนระหวา่ งภาคเรียนใหผ้ ูเ้ รียน
3. แกป้ ญั หาการเรยี นของผูเ้ รยี นได้
4. ผูเ้ รยี นนาความรทู้ ศี่ กึ ษามาไปสอบปลายภาคเรยี นได้
5.มกี ารพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผูส้ าเร็จการศกึ ษาสานกั งานคณะกรรมการการอา
ชีวศกึ ษา ทคี่ รสู ามารถสงั เกตไดข้ ณะทาการสอนในเรือ่ ง
5.1 ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
5.2 ความมวี นิ ยั
5.3 ความรบั ผดิ ชอบ
5.4 ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ
5.5 ความเชือ่ ม่นั ในตนเอง
5.6 การประหยดั
5.7 ความสนใจใฝ่ รู้
5.8 การละเวน้ สงิ่ เสพตดิ และการพนนั
5.9 ความรกั สามคั คี
5.10 ความกตญั ญกู ตเวที
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาโตต้ อบในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ทสี่ นใจในชวี ติ ประจาวนั
2.พดู สอื่ สารสถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั และสถานประกอบการ
3.ใชส้ านวนภาษาไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
4.ใชว้ จั นะภาษาและอวจั นะภาษาสอื่ ความหมายไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์
5.ใชภ้ าษาตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
6.ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสบื คน้ และฝึ กฝนการฟงั พดู
พรอ้ มแสดงหลกั ฐานการเรยี นรู้
ดว้ ยตนเอง
เน้ือหาสาระ
1. ทบทวนเนื้อหาวชิ าทไี่ ดศ้ กึ ษามาแบบยอ่
2. รวบรวมคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น
3. ปญั หาการเรยี นของผูเ้ รียน
4. สอบปลายภาคเรยี น
กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครูแจง้ ใหผ้ ูเ้ รียนทราบคะแนนระหว่างภาค และกลางภาค
จุดประสงค์ทผี่ ุเ้ รียนยงั ไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิ หรือไมผ่ า่ น
หรือไมไ่ ดส้ อบ
ใหผ้ ูเ้ รียนดาเนนิ การโดยพบครผู สู้ อนกาหนดวนั เวลาทีจ่ ะปฏิ
บตั หิ รือสอบ หรือเรียนเพม่ิ เตมิ
2. ผูเ้ รยี นรบั ทราบจดุ ประสงคก์ ารสอบปลายภาควา่ จะมกี ารสอบเรอื่ งใดบา้ ง
ผุเ้ รียนไมเ่ ขา้ ใจเรอื่ งใดก็ใหซ้ กั ถาม
3. ครแู ละผูเ้ รียนรว่ มกนั ทบทวนบทเรียนทผี่ า่ นมาโดยสรปุ
สอื่ และแหล่งการเรยี นรู ้
1.ขอ้ มลู การเก็บคะแนนของผูเ้ รยี น
2.จดุ ประสงคก์ ารสอบปลายภาค
หลกั ฐาน
1.ใบเช็ครายชือ่ เขา้ หอ้ งเรยี น และเขา้ หอ้ งสอบ
2.ขอ้ สอบ
3.เอกสารในการสอบตา่ ง ๆ
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
เป็ นไปตามเกณ์ทไี่ ดแ้ จง้ ไวใ้ นแผนการจดั การเรียนรสู้ ปั ดาหท์ ี่ 1-18
กจิ กรรมเสนอแนะ
แจง้ การประเมนิ ผลนกั เรยี นทตี่ ดิ ร, มส
รายการตรวจสอบและอนุญาตใหใ้ ช้
ควรอนุญาตใหใ้ ชก้ ารสอนได้
ควรปรบั ปรงุ เกยี่ วกบั ......................................................................................
...........................................
......................................................................................................................
.................................................
......................................................................................................................
.................................................
..............................................
ลงชือ่ (..............................................)
หวั หน้าหมวด/แผนกวชิ า
............../..................../............
เหน็ ควรอนุญาตใหใ้ ชก้ ารสอนได้
ควรปรบั ปรงุ ดงั เสนอ
อนื่ ๆ
......................................................................................................................
..................................
......................................................................................................................
..................................................
......................................................................................................................
..................................................
..............................................
ลงชือ่ (..............................................)
รองผูอ้ านวยการฝ่ ายวชิ าการ
............../..................../...........
อนุญาตใหใ้ ชก้ ารสอนได้
อนื่ ๆ
......................................................................................................................
..................................
......................................................................................................................
..................................................
......................................................................................................................
..................................................
..............................................
ลงชือ่ (..............................................)
ผูอ้ านวยการ
............../..................../.........
แผนการจดั การเรียนรมู้ งุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณา
การปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
วชิ า ภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
รหสั วชิ า 2000 1208
จดั ทาโดย
นางณิชาภา ศรีธรณ์
ครอู ตั ราจา้ ง
แผนกวชิ าสามญั สมั พนั ธ์หมวดวชิ าภาษาตา่ งประเทศ
วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 1 หน่วยที่ 1
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
1-2 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย ปฐมนิเทศ + Bussiness conversation
ช่วั โมง
แนวคดิ
การสนทนาเป็ นเรอื่ งพนื้ ฐานของการสอื่ สารทางธุรกจิ
ไมว่ า่ จะเป็ นการสนทนาทางโทรศพั ท์ หรือการพบปะพูดคยุ กนั
ลว้ นแลว้ แตเ่ ป็ นจดุ เรม่ิ ตน้ ทจี่ ะนาไปสกู่ ารเจรจาทาธุรกจิ ระหวา่ งกนั ใน unit
แรกนี้ผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาภาษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นการสนทนางานดา้ นธรุ กจิ ขน้ั พนื้ ฐาน
การโตต้ อบในสถานการณ์ทางธรุ กจิ ตา่ งๆทผี่ ูเ้ รยี นควรทราบ เชน่ การตดิ ตอ่ ทางโทรศพั ท์
ระหวา่ งหน่วยงานในองค์กร การนดั หมาย การรบั รองแขก การถามเพอื่ ขอขอ้ มลู
และการใหบ้ รกิ ารลกู คา้ เป็ นตน้
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั
-มี ค ว าม รู้ค ว าม เข้ าใจ ค าศัพ ท์ แ ล ะวลี ที่เกี่ ย วข้ องกับ ก าร ติด ต่อ ท างโท รศัพ ท์
การพูดหมายเลขโทรศพั ท์ การรบั ฝาก
ข้อค วามท างโทรศัพ ท์ ก ารนัด ห มาย ก ารรับรองแ ข ก การถ ามเพื่ อข อรับข้อมู ล
และการใหบ้ รกิ ารลกู คา้
-สามารถฟงั พูด อา่ นและเขยี นคาศพั ทท์ สี่ าคญั ใน unit นี้ได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.พดู โตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ
3.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
สาระการเรียนรู้
ปฐมนิเทศ
หน่วยที่ 1 Bussiness conversation
-Managing telephone calls
-Saying telephone numbers
-Talking and leaving messages on the phone
-Making an appointment
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
(ปฐมนิเทศ)
1.ครแู นะนาตวั เอง และใหผ้ ูเ้ รยี นแนะนา ดว้ ยขอ้ มลู งา่ ยๆ เชน่ ชือ่ -นามสกลุ , ชือ่ เลน่
เป็ นตน้
2.ครชู ีแ้ จงจดุ ประสงคร์ ายวชิ า มาตรฐานรายวชิ า และสมรรถนะรายวชิ า
แนวทางการวดั ผลและการ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ตลอดจนกฎกตกิ าในการเรยี น
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครถู ามนกั เรยี นวา่ เวลารบั สายโทรศพั ท์นกั เรยี นพูดวา่ อยา่ งไร
2.ครสู มุ่ ถามอกี สกั 2-3 คน และถามวา่ มใี ครทแี่ ตกตา่ งจากน้ีหรือไม่
ขน้ั สอน
3.ครเู ปิ ดซดี ี exercise 1.1 ใหน้ กั เรยี นฟงั
4.ครหู ยุดทลี ะประโยคใหน้ กั เรยี นออกเสยี งตาม
5.ครอู ธบิ ายทลี ะ situation
6.ครูเปิ ดซดี อี กี ครง้ั
7.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 1.2 ใหน้ กั เรยี นจบั คปู่ ระโยคทสี่ มั พนั ธ์กนั
8.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
9.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น(เรอื่ งที่ 2)
10.ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพและลองเดาวา่ น่าจะเกดิ อะไรขนึ้ กบั ตวั ละคร
ขน้ั สอน
11.ครเู ปิ ดซดี ี exercise 1.3 ใหน้ กั เรยี นฟงั
12.ครอู ธบิ ายสถานการณ์ทลี ะกรอบ ตลอดจนอธบิ ายการใชภ้ าษา
13.ครเู ปิ ดซดี ใี หน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
14.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตอบคาถามดา้ นลา่ ง
15.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท3ี่ )
16.ครเู ขยี นหมายเลข โทรศพั ท์ของครู บนกระดาน
จากนน้ั ครอู า่ นหมายเลขโทรศพั ทข์ องครใู หน้ กั เรยี นฟงั
ขน้ั สอน
17.ครูอธบิ ายเรอื่ งการอา่ นหมายเลขโทรศพั ท์
18.ครสู มุ่ เลอื กนกั เรยี นออกมาหน้าชน้ั เรยี น
และเขียนหมายเลขโทรศพั ทข์ องนกั เรยี นบนกระดาน จากนน้ั อา่ นใหเ้ พอื่ นฟงั
และใหเ้ พอื่ นในชน้ั ตอบวา่ อา่ นถกู หรือผดิ จากนน้ั ใหอ้ า่ นพรอ้ มกนั ทง้ั ชน้ั
19.ครูสมุ่ เรียกมาอกี สกั 2-3 คน
20.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 1.4
21.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
22.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 4)
23.ครูถามนกั เรยี นวา่ เมอื่ มธี ุระจาเป็ นตอ้ งตดิ ตอ่ กบั เพอื่ แตไ่ มส่ ามารถตดิ ตอ่ ไดน้ กั เ
รียนจะทาอยา่ งไร
24.ครูสมุ่ ถามวธิ กี ารจากนกั เรยี น
ขน้ั สอน
25.ครูอธบิ ายความหมายและความสาคญั ของการฝากขอ้ ความทางโทรศพั ท์
26.ครูเปิ ดซีดี exercise 1.5 ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
27.ครูอธบิ ายทลี ะประโยค
28.ครเู ปิ ดซีดใี หน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
29.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 1.6
30.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
31.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
32.ครเู ปิ ดซดี ี exercise 1.7 ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
33.ครูอธบิ ายทลี ะประโยค
34.ครูเปิ ดซีดใี หน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
35.ครูใหน้ กั เรยี นดภู าพใน exercise 1.8
และถามวา่ ตวั ละครน่าจะอยใู่ นสถานการณ์ใด
36.ครูเปิ ดซดี ี exercise 1.8 ใหน้ กั เรยี นฟงั และตอบคาถาม
37.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท4ี่ )
38.ครูเขยี นคาวา่ Appointment ไวบ้ นกระดาน
39.ครถู ามนกั เรยี นวา่ หมายถงึ อะไร (การนดั หมาย)
จากนน้ั ครูถามนกั เรียนตอ่ วา่ การนดั หมายทดี่ ีควรทาอยา่ งไร
และครเู ขียนเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
40.ครเู ปิ ดซีดี exercise 1.9ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
41.ครอู ธบิ ายทลี ะประโยค และเปรยี บเทยี บความแตกตา่ ง
42.ครเู ปิ ดซีดีใหน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
43.ครเู ปิ ดซีดี exercise 1.10 ใหน้ กั เรยี นฟงั และออกเสยี งตาม
44.ครูอธบิ ายทลี ะประโยค และใหน้ กั เรยี นจดเกร็ดทคี่ วรทราบลงในสมดุ บนั ทกึ
45.ครเู ปิ ดซีดใี หน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
46.ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพใน exercise 1.11
และถามวา่ ผูช้ ายเสอื้ สเี ขยี วน่าจะคยุ อยกู่ บั ใคร (พนกั งานผูช้ ว่ ยของคลนิ กิ ทาฟนั )
47.ครูเปิ ดซดี ี exercise 1.11ใหน้ กั เรยี นฟงั
48.ครูอธบิ ายทลี ะกรอบ
49.ครูใหน้ กั เรยี นตอบคาถามดา้ นลา่ ง
50.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
51.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรปุ และประยุกต์
52.ครสู มุ่ เลอื กนกั เรยี นและใหส้ ถานการณ์
จากนน้ั ถามนกั เรยี นวา่ จะใชค้ าพดู เชน่ ไรจงึ จะเหมาะสม
53.ครูทาเชน่ น้ีสกั 3-4 คน
สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดีเสยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรยี น
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขน้ึ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขน้ึ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยกู่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั คดิ บนสนทนาในหวั ขอ้ ทไี่ ดศ้ กึ ษาไป
จากนน้ั ครสู มุ่ เลอื กใหม้ าแสดงสถานการณ์จาลองทหี่ น้าชน้ั เรยี น
และใหเ้ พอื่ นนกั เรยี นชว่ ยกนั โหวตวา่ คใู่ ดแสดงไดด้ ีทสี่ ดุ
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 2 หน่วยที่ 1
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
3-4 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย Bussiness conversation
ช่วั โมง
แนวคดิ
การสนทนาเป็ นเรอื่ งพืน้ ฐานของการสอื่ สารทางธุรกจิ
ไมว่ า่ จะเป็ นการสนทนาทางโทรศพั ท์ หรือการพบปะพูดคยุ กนั
ลว้ นแลว้ แตเ่ ป็ นจดุ เรมิ่ ตน้ ทจี่ ะนาไปสกู่ ารเจรจาทาธรุ กจิ ระหวา่ งกนั ใน unit
แรกน้ีผูเ้ รียนจะไดศ้ กึ ษาภาษาองั กฤษทใี่ ชใ้ นการสนทนางานดา้ นธรุ กจิ ขน้ั พนื้ ฐาน
การโตต้ อบในสถานการณ์ทางธรุ กจิ ตา่ งๆทผี่ ูเ้ รียนควรทราบ เชน่ การตดิ ตอ่ ทางโทรศพั ท์
ระหวา่ งหน่วยงานในองค์กร การนดั หมาย การรบั รองแขก การถามเพอื่ ขอขอ้ มลู
และการใหบ้ รกิ ารลกู คา้ เป็ นตน้
ผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั
-มี ค ว าม รู้ค ว าม เข้ าใจ ค าศัพ ท์ แ ล ะวลี ที่เกี่ ย วข้ องกับ ก าร ติด ต่อ ท างโท รศัพ ท์
การพูดหมายเลขโทรศพั ท์ การรบั ฝาก
ข้อค วามท างโทรศัพ ท์ ก ารนัด ห มาย ก ารรับรองแ ข ก การถ ามเพื่ อข อรับข้อมู ล
และการใหบ้ รกิ ารลูกคา้
-สามารถฟงั พูด อา่ นและเขยี นคาศพั ทท์ สี่ าคญั ใน unit นี้ได้
สมรรถนะรายวชิ า
1.ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2.พูดโตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธุรกจิ
3.ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
สาระการเรยี นรู้
-Hospitality
-Inquiries
-Customer service
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูถามนกั เรยี นวา่ เวลามแี ขกมาบา้ นนกั เรียนทาอยา่ งไรบา้ ง
2.ครสู มุ่ ถามอกี สกั 2-3 คน และถามวา่ มใี ครทแี่ ตกตา่ งจากนี้หรอื ไม่
ขน้ั สอน
3.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 1.12
ใหน้ กั เรยี นเลอื กประโยคทแี่ สดงถงึ การรบั รองแขกทเี่ หมาะสม
4.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
5.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
6.ครูเปิ ดซดี ี exercise 1.13 ใหน้ กั เรยี นฟงั
7.ครูอธบิ ายทลี ะ situation ตลอดจนอธบิ ายการใชภ้ าษา
8.ครเู ปิ ดซีดีใหน้ กั เรยี นฟงั อกี ครง้ั
9.ครูใหน้ กั เรยี นดภู าพใน exercise 1.14
และถามวา่ ตวั ละครน่าจะอยใู่ นสถานการณ์ใด
10.ครูเปิ ดซดี ี exercise 1.14
ใหน้ กั เรยี นฟงั และตอบคาถามโดยโยงเสน้ จบั คใู่ หส้ มั พนั ธ์กนั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
11.ครเู ขยี นคาวา่ Question words ไวบ้ นกระดาน
12.ครถู ามนกั เรยี นวา่ ใครทราบบา้ งวา่ Question words มอี ะไรบา้ ง
ครเู ขยี นเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
13.ครูอธบิ ายเรอื่ ง Question words
14.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 1.15
15.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
16.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
17.ครูใหน้ กั เรยี นดูภาพใน exercise 1.16
และถามวา่ ตวั ละครน่าจะอยใู่ นสถานการณ์ใด
18.ครเู ปิ ดซีดี exercise 1.16 ใหน้ กั เรยี นฟงั
19.ครสู มุ่ เลอื กนกั เรยี นใหต้ อบคาถามดา้ นลา่ งแบบปากเปลา่
20.ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพใน exercise 1.17
และถามวา่ ตวั ละครน่าจะอยใู่ นสถานการณ์ใด
21.ครูเปิ ดซดี ี exercise 1.17 ใหน้ กั เรยี นฟงั
22.ครูใหน้ กั เรยี นตอบคาถามดา้ นลา่ ง
23.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรียบเทยี บคาตอบ
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท3ี่ )
24.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครเคยไดร้ บั การบรกิ ารทนี่ ่าประทบั ใจบา้ ง ใหย้ กตวั อยา่ ง
25.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครเคยไดร้ บั การบรกิ ารทีไ่ มน่ ่าประทบั ใจบา้ ง ใหย้ กตวั อยา่ ง
ขน้ั สอน
26.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 1.18 เลือกความหมายของ customer services
27.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
28.ครใู หน้ กั เรยี นดูภาพใน exercise 1.19
และถามวา่ ตวั ละครน่าจะอยใู่ นสถานการณ์ใด
29.ครูเปิ ดซีดี exercise 1.19 ใหน้ กั เรยี นฟงั
30.ครใู หน้ กั เรยี นตอบคาถามดา้ นลา่ ง
31.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
32.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั สรุปและประยกุ ต์
33.ครสู มุ่ เลือกนกั เรยี นและใหส้ ถานการณ์
จากนน้ั ถามนกั เรียนวา่ จะใชค้ าพดู เชน่ ไรจงึ จะเหมาะสม
34.ครูทาเชน่ น้ีสกั 3-4 คน
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1.หนงั สอื เรยี นวชิ าภาษาองั กฤษสาหรบั งานพาณิชย์
2.กจิ กรรมการเรยี นการสอน
3.ซีดเี สยี ง
หลกั ฐาน
1.บนั ทกึ การสอนของครู
2.ใบเช็ครายชือ่
3.แผนการจดั การเรยี นรู้
4.exercise ในหนงั สอื เรียน
การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1.ประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2.ประเมนิ ความเรยี บรอ้ ยของใบงาน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เครือ่ งมอื วดั ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง
2. exercise ในหนงั สอื เรียน
3.สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
4.ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1.แบบประเมนิ ผลความกา้ วหน้าของตนเอง เกณฑผ์ า่ น 50% ขนึ้ ไป
2. exercise ในหนงั สอื เรียน เกณฑ์ผา่ น 50% ขนึ้ ไป
3.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรงุ
4.เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50%
ขนึ้ ไป)
5.การสงั เกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม
และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขนึ้ อยูก่ บั การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
1.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั คดิ บนสนทนาในหวั ขอ้ ทไี่ ดศ้ กึ ษาไป
จากนน้ั ครสู มุ่ เลอื กใหม้ าแสดงสถานการณ์จาลองทหี่ น้าชน้ั เรยี น
และใหเ้ พอื่ นนกั เรยี นชว่ ยกนั โหวตวา่ คใู่ ดแสดงไดด้ ที สี่ ดุ
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หาทพี่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางแกป้ ญั หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรียนรแู้ บบบรู ณาการที่ 3 หน่วยที่ 2
รหสั วชิ า 2000-1208 สอนครง้ั ที่
5-6 จานวนช่วั โมง 2
ชือ่ หน่วย Bussiness letters
ช่วั โมง
แนวคดิ
จดหมายธรุ กจิ เป็ นเครือ่ งมอื ทสี่ าคญั ในการตดิ ตอ่ สอื่ สารทางธรุ กจิ
แมว้ า่ ในปจั จุบนั จะมวี ธิ กี ารตดิ ตอ่ ทางธรุ กจิ ในรปู แบบอนื่ ๆทหี่ ลากหลายและสะดวกกวา่ จดห
มายธรุ กจิ แตล่ กั ษณะทสี่ าคญั ของจดหมายธรุ กจิ ก็คอื
สามารถใชโ้ ตต้ อบในสถานการณ์ทางธรุ กจิ มคี วามเป็ นทางการ
เป็ นการตดิ ตอ่ สอื่ สารทมี่ ลี กั ษณะเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษรชดั เจน สามารถใชย้ นื ยนั
และเป็ นหลกั ฐานในทางกฎหมายได้ ใน unit นี้
ผูเ้ รยี นจะไดศ้ กึ ษาความรพู้ ้นื ฐานในการเขยี นจดหมายธุรกจิ แบบฟอร์มของจดหมายธรุ กจิ
ประเภทของจดหมายธรุ กจิ การสอื่ สารทางจดหมายภายใตห้ วั ขอ้ ทมี่ กั พบในชีวติ ประจาวนั
รวมถงึ รายละเอยี ดของผูร้ บั และผูส้ ง่ ทแี่ สดงถงึ หน่วยงานในองคก์ รและหน้าทรี่ บั ผดิ ชอบ
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั
-อ ธิ บ า ย ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง จ ด ห ม า ย ธุ ร กิ จ
ตาแหน่งของสว่ นประกอบทนี่ ิยมวางในจดหมาย
-
เขา้ ใจรูปแบบของจดหมายธรุ กจิ แยกแยะความแตกตา่ งระหวา่ งจดหมายทเี่ ป็ นทางการแ
ละไมเ่ ป็ นทางการ รวมถงึ
อา่ นเพอื่ ทาความเขา้ ใจจดหมายในสถานการณ์ตา่ งๆได้
-สามารถฟงั พูด อา่ น และเขยี นคาศพั ทท์ สี่ าคญั ใน unit นี้ได้
สมรรถนะรายวชิ า
1. ฟงั -ดู การสนทนาในสถานการณ์ตา่ งๆ การปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ จากสอื่ โทรทศั น์
2. อา่ นเรือ่ ง เอกสารธรุ กจิ กฎระเบยี บการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพธรุ กจิ
3. พดู โตต้ อบ ปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั
สาธติ และนาเสนอตามขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านอาชีพธรุ กจิ
4. เขยี นใหข้ อ้ มลู บนั ทกึ ขอ้ ความสน้ั ๆ
และกรอกแบบฟอร์มเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านธุรกจิ
5. ใชค้ าศพั ทเ์ ทคนิคในงานธรุ กจิ
สาระการเรยี นรู้
หน่วยที่ 2 Bussiness letters
-Main elements of a business letter
-Additional elements of a business letter
-Styles of business letters
-Formal letter & Informal letters
กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท1ี่ )
1.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครเคยเขยี นจดหมายธุรกจิ บา้ ง
2.ครูถามนกั เรยี นวา่ จดหมายควรประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง ครูเขยี นเป็ นผงั มโรทศั น์
ขน้ั สอน
3.ครอู ธบิ ายตาแหน่งของ sender’s address
4.ครูถามคาถามใน exercise 2.1 ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามปากเปลา่
5.ครูอธบิ ายเรอื่ งการลงวนั ที่ แตต่ าแหน่งทนี่ ยิ มใสใ่ นจดหมาย
6.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 2.2 โดยใหเ้ ปลยี่ นวนั ทจี่ าก British English เป็ น
American English
7.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
8.ครเู ฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
9.ครูอธบิ ายเรอื่ งการเขยี นทอี่ ยขู่ อง recipient’s address
10.ครูถามคาถามใน exercise 2.3 ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามปากเปลา่
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท2ี่ )
11.ครูถามนกั เรยี นวา่ การเขยี นจดหมายในภาษาไทยมคี าขน้ึ ตน้ จดหมายแบบใดบา้
ง ครเู ขียนเป็ นผงั มโนทศั น์
ขน้ั สอน
12.ครูอธบิ ายเรอื่ งคาขน้ึ ตน้ จดหมาย
13.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการใชเ้ ครือ่ งหมายวรรคตอนใน situation แบบตา่ งๆ
14.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 2.4
ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบทถี่ ูกตอ้ งทสี่ ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
15.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ กอ่ นเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
16.ครูอธบิ ายเรอื่ งการเขยี นเนื้อหาจดหมาย และตาแหน่งทวี่ าง
17.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 2.5 ใหน้ กั เรยี นนาคามาเตมิ ใหถ้ ูกตอ้ ง
18.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
19.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
20.ครอู ธบิ ายเรอื่ งคาลงทา้ ยจดหมายแบบตา่ งๆ
21.ครอู ธบิ ายเรอื่ งการใชเ้ ครือ่ งหมายวรรคตอนลงทา้ ยคาลงทา้ ยแบบตา่ งๆ
22.ครูใหน้ กั เรยี นทา exercise 2.6และเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งที่ 3)
23.ครูถามนกั เรยี นวา่ ใครมลี ายเซ็นทไี่ มใ่ ชเ่ ฉพาะการเขยี นชือ่ บา้ ง
24.ครใู หน้ กั เรยี นออกมาเซ็นชือ่ ทบี่ นกระดานใหเ้ พอื่ นๆดูสกั 2-3 คน
ขน้ั สอน
25.ครูอธบิ ายความหมายและความสาคญั ของลายเซ็น
26.ครอู ธบิ ายการวางตาแหน่งของลายเซ็น
27.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 2.7 ใหน้ กั เรยี นทาเครอื่ งหมาย
หน้าขอ้ ความทถี่ กู ตอ้ ง และเครือ่ งหมาย X หน้าขอ้ ความทผี่ ดิ
28.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตรวจสอบคาตอบ
29.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
30.ครอู ธบิ ายเรอื่ งชือ่ และตาแหน่งของผูส้ ง่
31.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 2.8 ใหน้ กั เรยี นทาเครอื่ งหมาย
หน้าขอ้ ความทถี่ กู ตอ้ ง และเครือ่ งหมาย X หน้าขอ้ ความทผี่ ดิ
32.ครูใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั ตรวจสอบคาตอบ
33.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั
ขน้ั นาเขา้ สกู่ ารเรยี น (เรอื่ งท4ี่ )
34.ครเู ขยี นคาวา่ logo ไวบ้ นกระดาน
35.ครถู ามนกั เรยี นวา่ หมายถงึ อะไร และมคี วามสาคญั อยา่ งไร
เพราะเหตใุ ดจงึ ตอ้ งปรากฏในจดหมาย
ขน้ั สอน
36.ครูอธบิ ายเรอื่ งหวั จดหมายแบบตา่ งๆ
37.ครใู หน้ กั เรยี นทา exercise 2.9 ใหน้ กั เรยี นโยงเสน้ จบั คใู่ หถ้ กู ตอ้ ง
38.ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ นั เปรยี บเทยี บคาตอบ
39.ครูเฉลยพรอ้ มนกั เรยี นทง้ั ชน้ั