The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2568 สพป อุดรธานี เขต 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pongsatut Jankhonkaen, 2025-11-09 23:23:21

รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2568 สพป อุดรธานี เขต 2

รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2568 สพป อุดรธานี เขต 2

๙๗รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒กิจกรรมที่ 2 การประชุมปฏิบัติการ AI-Empowered English Classroom: ยกระดับการสอนภาษาอังกฤษด้วยปัญญาประดิษฐ์ วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 จัดการประชุมปฏิบัติการ AI-Empowered English Classroom : ยกระดับการสอนภาษาอังกฤษด้วยปัญญาประดิษฐ์ ตามโครงการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุมร่วมคิด เวลา 08.30-16.30 น.ผู้เข้าร่วมประชุมคือ ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ จำนวน 190 คน ผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 178 คน ผลการดำเนินงาน พบว่า 1) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับมากที่สุด จำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 25.28 ระดับมาก จำนวน 101 คน คิดเป็นร้อยละ 56.74 ระดับปานกลาง จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 17.98 2) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าใจแนวคิดพื้นฐาน ครูในยุค AI ระดับมากที่สุด จำนวน 42 คนคิดเป็นร้อยละ 23.59 ระดับมาก จำนวน 105 คน คิดเป็นร้อยละ 58.99 ระดับปานกลาง จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 17.42 3) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าใจการเขียน Prompt เพื่อการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาอังกฤษ ระดับมากที่สุด จำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 25.28 ระดับมาก จำนวน 82 คน คิดเป็นร้อยละ46.07 ระดับปานกลาง จำนวน 51 คน คิดเป็นร้อยละ 28.65


๙๘รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒4) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าใจการออกแบบบทเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การออกแบบบทเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษ ระดับมากที่สุด จำนวน 58 คน คิดเป็น ร้อยละ 32.58 ระดับมาก จำนวน 108 คน คิดเป็นร้อยละ 60.67 ระดับปานกลาง จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 6.75 5) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจในความรู้ที่วิทยากรได้ถ่ายทอด ระดับมากที่สุด จำนวน 136 คน คิดเป็นร้อยละ 76.40 ระดับมาก จำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 23.60 6) ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถนำความรู้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปออกแบบบทเรียนในรายวิชาภาษาอังกฤษ ระดับมากที่สุด จำนวน 65 คน คิดเป็นร้อยละ 36.52 ระดับมาก จำนวน 103 คน คิดเป็นร้อยละ 59.87 ระดับปานกลาง จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 5.61


๙๙รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒กิจกรรมที่ 3 การประชุมปฏิบัติการพัฒนาครูภาษาอังกฤษไม่ตรงเอกด้วยการสอนแบบ Phonics วันที่ 16 สิงหาคม 2568สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 จัดประชุมปฏิบัติการพัฒนาครูภาษาอังกฤษไม่ตรงเอกด้วยการสอนแบบ Phonics ตามโครงการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ วันที่ 16 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมร่วมคิด ผู้เข้าร่วมประชุม คือ ครูผู้สอนภาษาอังกฤษไม่ตรงเอก จำนวน 50 คน ผู้เข้าร่วมประชุม จะได้มีความรู้ความเข้าใจ การสร้างพื้นฐานการออกเสียงที่ถูกต้อง และการพัฒนาทักษะการสะกดคำ งบประมาณ จำนวน 15,000 บาท วิทยากรจากชมรมครูภาษาต่างประเทศ สพป.อุดรธานี เขต 2 จำนวน 13 คน มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 48 คน ผลการดำเนินงาน พบว่า1) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าใจเรื่องพื้นฐานการออกเสียง ระดับมากที่สุด จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 22.92 ระดับมาก จำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 47.92 ระดับปานกลาง จำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 29.16 2) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าใจเรื่องทักษะการสะกดคำ ระดับมากที่สุด จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 10.42 ระดับมาก จำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 52.08 ระดับปานกลาง จำนวน 18 คน คิดเป็น ร้อยละ 35.503) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง Sight words / Magic e ระดับมากที่สุด จำนวน 13 คน คิดเป็น ร้อยละ 27.08 ระดับมาก จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 41.67 ระดับปานกลาง จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 31.25


๑๐๐รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ 4) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจในรูปแบบการประชุม ระดับมากที่สุด จำนวน 31 คน คิดเป็น ร้อยละ 64.58 ระดับมาก จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 35.42 5) ผู้เข้าร่วมประชุมผ่านการประเมินทักษะการออกเสียงและการผสมคำตามแนวการสอนแบบ Phonicsระดับมากที่สุด จำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 75.00 ระดับมาก จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 25.00 6) ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสอนแบบ Phonics ไปใช้ในห้องเรียน จำนวน 14 คน คิดเป็น ร้อยละ 29.17 ระดับมาก จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 45.83 ระดับปานกลาง จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 25.00


๑๐๑รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ปัญหาและอุปสรรค1. ครูมีภาระงานสอนและงานอื่น ๆ มาก ทำให้มีเวลาน้อย ในการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์อย่างละเอียด รวมทั้งการเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ย้อนหลัง ของโรงเรียนที่เพียงพอหรือไม่เป็นระบบ อาจทำให้ครูกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ได้ไม่ตรงจุด2. ครูกังวลเกี่ยวกับการใช้ AI ในการประเมิน หรือ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว ของข้อมูลนักเรียน อาจทำให้ครูไม่กล้าทดลองใช้เครื่องมือใหม่ ๆ3. ครูไม่ตรงเอกมองว่า Phonics เป็นเพียงแนวทางหนึ่ง และยังคงยึดติดกับวิธีการสอนแบบเดิม ๆ ที่เคยใช้ ทำให้ไม่เกิดการนำไปใช้ในห้องเรียนอย่างจริงจังข้อเสนอแนะ1. จัดกลุ่มย่อยครูตามระดับชั้น/ปัญหาที่คล้ายกัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและแบ่งเบาภาระในการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน โดยมีผู้เชี่ยวชาญทำหน้าที่เป็น \"Coach\" คอยให้คำแนะนำเฉพาะกลุ่ม2. สร้าง \"คลังไอเดียการใช้ AI\" (AI Prompt Library) รวบรวมและสาธิตตัวอย่างการใช้ AI ในบริบทการสอนภาษาอังกฤษจริง ๆ เช่น การสร้างบทสนทนา การสร้างแบบฝึกหัด การปรับระดับความยาก ของข้อความ เป็นต้น เพื่อให้ครูมีแนวทางที่ชัดเจนและเลือกใช้ได้ตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้3. กำหนด \"Phonics Buddy System\" จับคู่ครูไม่ตรงเอกกับครูภาษาอังกฤษตรงเอก (หรือครูที่มีทักษะ Phonics สูง) เพื่อให้เกิดการ โค้ชชิ่งและฝึกฝนการออกเสียง ในชีวิตประจำวัน และมีการนัดหมายเพื่อฝึกซ้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งหลังการอบรม


๑๐๒รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒17. โครงการนวัตกรรมเสริมสร้างแหล่งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย กิจกรรม การจัดการเรียนรู้ ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ผ่านสื่อสารร่วมสมัย กระบวนการดำเนินงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขต 2 มีการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ดังนี้ได้ดำเนินการ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการนวัตกรรมเสริมสร้างแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ใช้แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ผ่านสื่อร่วมสมัย และแนวทางการจัดการเรียนรู้ห้องเรียนวิถีใหม่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้านประวัติศาสตร์ ด้านหน้าที่พลเมือง ด้านศีลธรรม ให้กับครูผู้สอนประวัติศาสตร์ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 จำนวน 188 โรงเรียน โรงเรียนละ 1 คน จำนวน 188 คน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมร่วมคิดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2ได้มีการนิเทศ ติดตาม การจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาในสังกัดสถานศึกษาในสังกัด 188 โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ครูผู้สอนมีการประยุกต์ใช้ นวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการรักชาติศาสน์กษัตริย์สู่ห้องเรียนวิธีใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขต 2 ส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตยดังนี้ ส่งเสริมให้สถานศึกษาจำนวน 188 แห่ง มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ประชาธิปไตย1. ส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมเน้นการปลูกฝังคุณธรรมความเป็นพลเมืองที่ดี เช่น เคารพสิทธิผู้อื่น ยอมรับความแตกต่าง2. ส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมเลือกตั้งสภานักเรียนอย่างโปร่งใส และใช้เป็นตัวอย่างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย3. ส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกการมีส่วนร่วม การแสดงความคิดเห็น และการตัดสินใจร่วมกันผลที่ได้จากการดำเนินงานด้านครู1. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ด้านประวัติศาสตร์ ใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนและสื่อร่วมสมัย2. ด้านหน้าที่พลเมือง ครูบูรณาการกิจกรรม พัฒนา ผู้เรียน กิจกรรมจิตอาสาสภานักเรียน3. ด้านศีลธรรม ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชื่อมโยงในชีวิตประจำวัน เรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต มีน้ำใจช่วยเหลือ4. ด้านประชาธิปไตย จัดกิจกรรมเลือกตั้งสภานักเรียนอย่างโปร่งใสและใช้เป็นตัวอย่างในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ปลูกฝังความเป็นพลเมืองที่ดี เคารพสิทธิผู้อื่น ยอมรับความแตกต่างด้านนักเรียน1. นักเรียนได้ เรียนรู้กิจกรรมที่หลากหลายเปลี่ยนโลกทัศน์จากนามธรรมเป็นรูปธรรมสามารถเข้าใจง่ายและสนใจบทเรียนมากขึ้นเห็นความสำคัญของการเรียนรู้


๑๐๓รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒2. ด้านประวัติศาสตร์ นักเรียนความสนใจมากขึ้นครูใช้สื่อร่วมสมัยในการจัดกิจกรรมเช่น คลิป เกมการเรียนรู้3. ด้านหน้าที่พลเมือง นักเรียนมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ตนเองมากขึ้นรู้จักการอยู่ร่วมในสังคมด้วยความรับผิดชอบ4. ด้านศีลธรรมนักเรียนสะท้อนพฤติกรรมเชิงบวกเช่นเคารพกติกาการให้ความร่วมมือกับเพื่อน5. ด้านประชาธิปไตยนักเรียนได้ฝึกการมีส่วนร่วมการแสดงความคิดเห็นและการตัดสินใจร่วมกันปัญหาและอุปสรรค1. ข้อจำกัดด้านสื่อและแหล่งเรียนรู้เช่น ห้องเรียนบางห้องไม่เอื้ออำนวยต่อการทำกิจกรรมกลุ่ม หรืออุปกรณ์บางส่วนไม่เพียงพอ2. เวลาการจัดกิจกรรมในโรงเรียนมีจำกัด ทำให้บางกิจกรรมต้องย่อระยะเวลาข้อเสนอแนะ1. ฝึกอบรมทักษะการทำงานร่วมกันของนักเรียน เช่น การอภิปรายกลุ่ม การสร้างโครงเรื่อง และการนำเสนอผลงาน2. ติดตามผลและประเมินต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงกิจกรรมครั้งต่อไป


๑๐๔รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒18. โครงการขับเคลื่อนผลสัมฤทธิ์ PISA เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนกิจกรรมที่ นิเทศ ติดตามโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย 57 โรงเรียนกระบวนการดำเนินงาน1. แต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ ติดตาม2. จัดประชุมชี้แจงแก่โรงเรียนเป้าหมาย 57 โรงเรียน3. นิเทศติดตามการใช้ชุดพัฒนาความฉลาดรู้ และการทำข้อสอบ PISA Style ตามปฏิทิน4. สรุปผลการดำเนินงาน และคัดเลือกโรงเรียน Best Practiceผลที่ได้จากการดำเนินงานครูผู้สอนจาก 57 โรงเรียนเข้าร่วมครบถ้วน นักเรียน ม.1–ม.3 ร้อยละ 92 เข้าทำข้อสอบ PISA Style อย่างน้อย 3 ครั้ง โรงเรียนเป้าหมายทั้งหมดนำชุดพัฒนาความฉลาดรู้ไปใช้จริง ผลการคัดเลือก Best Practice บริหารการศึกษา: 1 ผลงาน ระดับ “ดีเยี่ยม”ผู้บริหารสถานศึกษา: 9 ผลงาน ระดับ “ดีเยี่ยม”ศึกษานิเทศก์การศึกษาหลัก: 1 ผลงาน ระดับ “ดีเยี่ยม”ครูด้านการอ่าน: 8 ผลงาน ระดับ “ดีเยี่ยม/ดีมาก”ครูด้านคณิตศาสตร์: 5 ผลงาน ระดับ “ดีเยี่ยม”ครูด้านวิทยาศาสตร์: 7 ผลงาน ระดับ “ดีเยี่ยม


๑๐๕รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ปัญหาและอุปสรรค1. ปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตในบางโรงเรียน2. ครูบางส่วนยังไม่มั่นใจในการออกแบบกิจกรรม PISA3. ระยะเวลาการนิเทศจำกัดข้อเสนอแนะ1. จัดสรรงบประมาณสนับสนุนระบบ ICT โรงเรียน2. จัดอบรมครูเชิงลึกในแต่ละโดเมน PISA (Reading, Math, Science)3. ขยายผลการเผยแพร่ Best Practice ผ่านเครือข่ายโรงเรียน


๑๐๖รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒19. โครงการการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสู่มืออาชีพกิจกรรม การพัฒนาศักยภาพครูผู้ช่วยด้วยระบบออนไลน์กระบวนการดำเนินงาน1. สพป.อุดรธานี เขต 2 กำหนดเป็นนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสู่มืออาชีพ 2. ชี้แจงสร้างความตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของพัฒนาตนเอง พัฒนาวิชาชีพของ ข้าราชกาครูและบุคลากรทางการศึกษา3. ประชุมวิทยากรและผู้เกี่ยวข้อง 4. ดำเนินการพัฒนาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ ได้กำหนดพัฒนาครูผู้ช่วยสู่การเป็นครู มืออาชีพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖8 โดยกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาครั้งนี้ประกอบด้วยครูผู้ช่วย ในสังกัด จำนวนทั้งสิ้น 72 ราย วิทยากรประกอบด้วย1. นายประสิทธิ์ คำกิ่ง ผู้อำนวยการ สพป.อุดรธานี เขต ๒2. นายอดิศร โยธะชัย รองผู้อำนวยการ สพป.อุดรธานี เขต 23. นายวิรยุทธ ชัยดินี รองผู้อำนวยการ สพป.อุดรธานี เขต 24. นายธีรภัทร์ ภาวะรีย์ รองผู้อำนวยการ สพป.อุดรธานี เขต 25. นายวัชรพล วิทยากร ผู้อำนวยการโรงเรียนร่มเกล้า 2 5. รายงานการ ดำเนินการพัฒนาผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568


๑๐๗รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ผลที่ได้จากการดำเนินงานเชิงปริมาณครูผู้ช่วย จำนวน 72 คน คิดเป็นร้อยละ 100 เข้ารับการอบรมพัฒนาตนเอง เชิงคุณภาพ1. ครูผู้ช่วยมีความรู้ ความสามารถ ทักษะและเจตคติของครูผู้ช่วย ให้มีการประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นครูที่ดีและการสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ2. ครูผู้ช่วยมีความรู้ด้านระเบียบ กฎหมาย จรรยาบรรณวิชาชีพ สร้างจิตสำนึก และศรัทธาในวิชาชีพปัญหาและอุปสรรคครูผู้ช่วยบางคนยังขาดความตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการพัฒนาผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพข้อเสนอแนะ1. สร้างความตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการอบรมพัฒนาตนเอง 2. พัฒนาครูช่วยให้มีความต้องเนื่องในทุกปี


๑๐๘รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒กิจกรรม การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษากระบวนการดำเนินงาน1. สพป.อุดรธานี เขต 2 กำหนดเป็นนโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาสู่มืออาชีพ 2. ชี้แจงสร้างความตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของพัฒนาตนเอง พัฒนาวิชาชีพ ของข้าราชกาครูและบุคลากรทางการศึกษา3.ประชุมวิทยากรและผู้เกี่ยวข้อง 4.ดำเนินการพัฒนาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ จึงกำหนดอบรมเชิงปฏิบัติการการสร้างสมรรถนะของครูผู้สอนในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕6๘ ซึ่งได้มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนการสอน รองรับการปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพสำหรับรายละเอียดการอบรม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ กำหนดอบรมเชิงปฏิบัติการการสร้างสมรรถนะของครูผู้สอนในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕68ให้แก่ครูผู้สอน จำนวน 2 รุ่นรุ่นที่ 1 วันที่ 21 ธันวาคม 2567 ครูผู้สอนอำเภอกุมภวาปีและอำเภอศรีธาตุรวมจำนวน 104 คน รุ่นที่ 2 วันที่ 23 ธันวาคม 2567 ครูผู้สอนอำเภอวังสามหมอ,อำเภอโนนสะอาด, อำเภอหนองแสง และอำเภอประจักษ์ศิลปาคม รวมจำนวน 100 คน ด้านวิทยากรที่มาให้ความรู้ในวันนี้ ได้รับเกียรติจากทีมอาจารย์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ประกอบด้วย1. รศ.ดร.กริช สมกันธา 2. อ.ภาณุพันธุ์ ชื่นบุญ 3. อ.ขวัญชัย สุขแสน 4.อ.คุณาวุฒิ บุญกว้างผลที่ได้จากการดำเนินงานเชิงปริมาณข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาผ่านการอบรม ผ่านการอบรม จำนวน 201 คนเชิงคุณภาพ1.ครูและบุคลากรทางการศึกษามีทักษะด้านดิจิทัล 2.ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยวิธีการจัดการเรียนการสอน ในรูปแบบเครื่องมือที่หลากหลายด้วยการใช้ห้องเรียนเสมือน (Virtual Classroom) ซึ่งเป็นการสอนผ่านเครือข่ายที่อาศัยเทคโนโลยีและการสื่อสาร สามารถจัดได้ทั้งในสถานที่ นอกสถานที่และการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต


๑๐๙รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ปัญหาและอุปสรรคครูและบุคลากรทางการศึกษาส่วนใหญ่ยังขาดทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลข้อเสนอแนะ1. สร้างความตระหนักให้เห็นถึงประโยชน์ของการใช้ด้านเทคโนโลยีด้านดิจิทัล 2. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความต้องเนื่องในทุกปี


๑๑๐รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒กิจกรรม การยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษากระบวนการดำเนินงาน๑. ศึกษาวิเคราะห์ รวบรวมข้อมูลความจำเป็น กำหนดกลุ่มเป้าหมาย วัตถุประสงค์ กำหนดระยะเวลาในการพัฒนา รูปแบบการพัฒนา แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามกิจกรรม กำหนดงบประมาณ จัดเตรียมสถานที่ การกำกับติดตามประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ๒. กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และลูกจ้างประจำ3. กำหนดกิจกรรมยกยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา ในวันที่ 26 กันยายน 2568 ณ โรงแรมสยามแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ๔. สรุปและรายงานผลการพัฒนาภายในเดือนกันยายน 2568ผลที่ได้จากการดำเนินงานดำเนินกิจกรรมการยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำปี 2568 ในวันที่ 26 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมร่วมคิด สพป.อุดรธานี เขต 2 และหอประชุมโรงเรียนบ้านดงเมือง (ดงเมืองวิทยา) เชิงปริมาณข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน รวมทั้งสิ้น 130 คนเชิงคุณภาพ๑. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การเกษียณอายุราชการของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ให้สามารถใช้ชีวิตหลังการเกษียณอายุราชการอย่างมีความสุข๒. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีความภาคภูมิใจ และขวัญกำลังใจที่ดีในการปฏิบัติงานในหน้าที่อย่างเต็มความรู้ ความสามารถ ส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพปัญหาและอุปสรรคข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นกลุ่มเป้าหมายไม่ครบ ๑๐๐ % เพราะไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้เนื่องจากป่วยหรือติดภารกิจข้อเสนอแนะ1. ควรมีการจัดพัฒนาและยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด2. ควรมีการจัดพัฒนาและยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด3. ควรมีการจัดพัฒนาและยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด


๑๑๑รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒


๑๑๒รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒20. โครงการทดสอบความรู้เบื้องต้นสำหรับผู้บริหารและครูผู้ปฏิบัติงานอาหารกลางวันในโรงเรียน ประถมศึกษา ประจำปี 2568 ผ่านระบบออนไลน์ กิจกรรม ทดสอบความรู้เบื้องต้นสำหรับผู้บริหารและครูผู้ปฏิบัติงานอาหารกลางวันในโรงเรียนฯกระบวนการดำเนินงานกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา รับผิดชอบดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ออกข้อสอบสำหรับวัดความรู้สำหรับครู และผู้บริหารสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมกับประชาสัมพันธ์ กำหนดการ และช่องทางการสมัครลงทะเบียนเข้าทำแบบทดสอบผ่านระบบออนไลน์ ให้กลุ่มเป้าหมายทราบพร้อมกัน ในวันที่ 23 ธันวาคม 2567 จัดเรียงผลคะแนนเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน จัดทำเกียรติบัตรออนไลน์ยกย่องชมเชยผู้ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกของแต่ละประเภท จะได้รับเกียรติบัตรฉบับจริงจากผู้อำนวยการ สพป.อุดรธานี เขต 2 เนื่องในโอกาสวันประชุมผู้บริหารสถานศึกษาประจำเดือน ณ ห้องประชุมร่วมคิด


๑๑๓รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ผลที่ได้จากการดำเนินงานทั้งนี้มีผลการดำเนินงานดังนี้ ประเภทครูผู้สอน จำนวน 127 คน สอบผ่านเกณฑ์ 102 คน คิดเป็น ร้อยละ 80 ประเภทผู้บริหารสถานศึกษา เข้าร่วม 28 คน สอบผ่านเกณฑ์ 21 คน คิดเป็นร้อยละ 75ปัญหาและอุปสรรคสพฐ.ไม่มีนโยบายและงบประมาณในการสนับสนุนหรือขับเคลื่อนงานอาหารกลางวันในโรงเรียนเป็นการเฉพาะข้อเสนอแนะสพฐ.ควรจัดสรรงบประมาณพัฒนาบุคลากรด้านอาหารกลางวันมาที่ สพท.อย่างทั่วถึง เพื่อให้การขับเคลื่อนงานในระดับภูมิภาค สามารถขับเคลื่อนตามบริบทที่เหมาะสม


๑๑๔รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒21. โครงการจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์กระบวนการดำเนินงาน1. เดินทางไปรับเหรียญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามที่ได้รับจัดสรรที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 จำนวน 114 เหรียญ2. แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรให้ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยผู้ได้รับจัดสรร ดังนี้2.1 เป็นผู้บริหารสถานศึกษา2.2 เป็นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรานี เขต 22.3 กำหนดสัดส่วนให้แต่ละอำเภอ โดยจัดสรรตามอายุราชการ3. กำหนดวันจัดพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุม สพป.อุดรธานี เขต 24. แต่งตั้งคณะกรรมการจัดพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จัดเตรียมสถานที่5. ดำเนินการตามกำหนดการที่กำหนดผลที่ได้จากการดำเนินงานข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เสนอขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี ได้รับการจัดสรรเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ได้รับจัดสรร จำนวน 113 ราย ดังนี้ ชั้นตรา ท.ช.จำนวน 41 เหรียญบุรุษ จำนวน 13 เหรียญสตรี จำนวน 28 เหรียญชั้นตรา ท.ม. จำนวน 8 เหรียญบุรุษ จำนวน 4 เหรียญสตรี จำนวน 4 เหรียญชั้นตรา ต.ช.. จำนวน 1 เหรียญบุรุษ จำนวน 1 เหรียญสตรี จำนวน 0 เหรียญชั้นตรา ต.ม. จำนวน 14 เหรียญบุรุษ จำนวน 4 เหรียญสตรี จำนวน 10 เหรียญร.จ.พ. จำนวน 50 ราย (ตามรายชื่อมี 49 ราย)บุรุษ จำนวน 17 เหรียญสตรี จำนวน 32 เหรียญ


๑๑๕รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ปัญหาและอุปสรรคข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประจำปี 2565 – 2567 มีจำนวนมากกว่าเหรียญเครื่องอิสริยาภรณ์ที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สืบเนื่องจากถูกจำกัดในเรื่องของบประมาณที่จะผลิตเหรียญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ข้อเสนอแนะ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ควรได้รับจัดสรรเหรียญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกรายที่เสนอขอ


๑๑๖รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒22. โครงการการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง(PA) และประเมินผลการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กระบวนการดำเนินงานการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA) และการประเมินผลการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 1-ระหว่างวันที่ 1 – 30 มีนาคม 2568 ติดตามการดำเนินการตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) และประเมินผลการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ครั้งที่ 1 -โดยคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA) และคณะกรรมการเก็บรวบรวมผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ณ ที่ตั้ง ครั้งที่ 21. ประเมินผลการประเมินการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA) และประเมินผลการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา โดยคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA) และคณะกรรมการเก็บรวมรวมผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ณ ที่ตั้ง 2. การประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA) ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 3. การประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA) ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และศึกษานิเทศก์ ณ ที่ตั้ง โดยคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA)


๑๑๗รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ผลที่ได้จากการดำเนินงาน1. ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้รับการเลื่อนเงินเดือนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 2 ครั้ง ครบทุกคน2. ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้รับการประเมินตำแหน่ง และคงวิทยฐานะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครบทุกคนปัญหาและอุปสรรคการจัดทำเอกสารเบิกจ่ายค่าตอบแทน เพื่อนำส่งกลุ่มบริหารงานการเงินล่าช้าข้อเสนอแนะจัดทำเอกสารเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนกรรมการให้เร็วขึ้น


๑๑๘รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒23. โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานในหน้าที่ สายงานบริหารสถานศึกษากิจกรรม ประเมินผลสัมฤทธิ์การปฏิบัติงานในหน้าที่ ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา และรองผู้อำนวยการสถานศึกษากระบวนการดำเนินงาน1. เมื่อมีการบรรจุแต่งตั้ง ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 แต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 1) คณะกรรมการที่ปรึกษา/พี่เลี้ยง 2) คณะกรรมการประเมินสัมฤทธิ์ผลการปฏิบัติงาน ตามองค์ประกอบ ดังนี้๑. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ประธานกรรมการ๒. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารการศึกษา กรรมการ๓. ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีผลการปฏิบัติงาน กรรมการและเลขานุการ2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 กำหนดเงื่อนไขข้อตกลงในการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษา ตั้งแต่เริ่มต้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาในระยะเวลา 1 ปีซึ่งจะอยู่ภายใต้คำแนะนำ ปรึกษาของคณะกรรมการที่ปรึกษา (Coaching Team) และคณะกรรมการประเมินสัมฤทธิ์ผล (Evaluation Team) โดยจะต้องจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานในหน้าที่ (Performance Agreement) กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อจะนำไปสู่การประเมินสัมฤทธิ์ผลการปฏิบัติงานในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง 3. คณะกรรมการประเมินสัมฤทธิ์ผล มีการประเมิน 2 ครั้ง ทุก 6 เดือน ครั้งที่ 1 (6 เดือนแรก และครั้งที่ 2 (ผลการประเมินรวมทั้ง 2 ครั้ง) จากการทำงานตามสภาพจริง ประเมินด้วยวิธีการหลากหลาย เช่น สังเกตสัมภาษณ์สอบถาม สอบถามแหล่งข้อมูลยืนยันผลการปฏิบัติงานจากครูนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน เน้นพิจารณากระบวนการทำงานควบคู่ผลการปฏิบัติงาน โดยดำเนินการประเมินตามองค์ประกอบ ตัวชี้วัด คะแนนการประเมิน เกณฑ์การตัดสิน และวิธีการประเมิน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด และรายงานผลการประเมินสัมฤทธิ์ผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษาเป็นระยะเวลา 1 ปี ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 ทราบ เพื่อรายงานต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 ต่อไป4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 แจ้งผลการประเมินสัมฤทธิ์ผล การปฏิบัติงานในระยะเวลา 1 ปีให้ผู้รับการประเมินทราบ5. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 รายงานผลการประเมินต่อเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานผลที่ได้จากการดำเนินงานผู้บริหารสถานศึกษาที่บรรจุใหม่ ร้อยละ 100 ได้รับการประเมินสัมฤทธิ์ผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ในระยะเวลา 1 ปี เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยมีการประเมินสัมฤทธิ์ผลการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ตามตัวชี้วัดที่กำหนด จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกประเมินเมื่อปฏิบัติงานครบ 6 เดือนแรกและประเมินครั้งที่ 2 เมื่อปฏิบัติงานครบ 6 เดือนหลัง ส่งผลให้ผู้บริหารสถานศึกษามีศักยภาพ มีภาวะผู้นำ มีความสามารถรอบด้านทั้ง “เก่งคน เก่งงาน และเก่งวิชาการ” เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาบรรลุตามองค์ประกอบ และตัวชี้วัด ตามที่กำหนด 3 องค์ประกอบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับคุณภาพ และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง คือ ผู้เรียน ครู ดังนี้


๑๑๙รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒1) การบริหารจัดการสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ2) ผลการดำเนินการตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน3) ผลงานที่เกิดจากการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษาปัญหาและอุปสรรคไม่มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ เนื่องจากผู้บริหารสถานศึกษา มีความพร้อมได้รับการประเมินสัมฤทธิ์ผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ในระยะเวลา 1 ปี เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยมี การประเมินสัมฤทธิ์ผลการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ตามตัวชี้วัดที่กำหนด ซึ่งจะอยู่ภายใต้คำแนะนำ ปรึกษาของคณะกรรมการที่ปรึกษา (Coaching Team) และคณะกรรมการประเมินสัมฤทธิ์ผล (Evaluation Team)ข้อเสนอแนะ-ไม่มี-


๑๒๐รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒24. โครงการการสรรหาและบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากิจกรรม การประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์กำหนดในการสรรหาและบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (1) และ (2)กระบวนการดำเนินงาน1. การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา38 ค. (2)1) สำรวจตำแหน่งว่างที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ตำแหน่ง ซึ่งเป็นตำแหน่งว่างที่มีอัตราเงินเดือน และเป็นตำแหน่ง ตามกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด มาใช้สำหรับการย้าย การเปลี่ยนตำแหน่งและการโอนแล้วแต่กรณี2) นำตำแหน่งว่างที่ไม่มีเงื่อนไขการใช้ตำแหน่ง ซึ่งเป็นตำแหน่งว่างที่มีอัตราเงินเดือนและเป็นตำแหน่งตามกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด เสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาอนุมัติมาใช้สำหรับการย้าย3) อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ประกาศรับย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง และการโอนก่อนวันรับสมัครไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยระบุตำแหน่งว่างที่จะรับย้าย คุณสมบัติของผู้ขอย้ายและองค์ประกอบการประเมินตัวชี้วัด แบบประเมิน คะแนนการประเมินและเกณฑ์การให้คะแนน ตามที่ส่วนราชการกำหนด รวมทั้งข้อความอื่นที่ผู้ขอย้ายควรทราบ โดยปิดประกาศในที่เปิดเผยและประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ ตามความเหมาะสม และรับสมัครไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ4) อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ตั้งคณะกรรมการ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และ ความเหมาะสม ไม่น้อยกว่า 5 คน ทำหน้าที่ประเมินความรู้ความสามารถ และความเหมาะสมของผู้ขอเปลี่ยนตำแหน่ง ย้าย หรือโอน ที่ยื่นคำขอไว้ตามองค์ประกอบการประเมิน และตัวชี้วัดที่ สพฐ.กำหนด2. การเลื่อนระดับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)1) เสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อขออนุมัติใช้ตำแหน่งตาม ในการประเมินบุคคล เพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษ และประกาศรับสมัครประเมินบุคคล เพื่อเลื่อน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ระดับชำนาญการพิเศษ2) ประกาศรับสมัครประเมินบุคคลเพื่อเลื่อน และแต่งตั้งฯตามองค์ประกอบตัวชี้วัดและวิธีการประเมินบุคคลรวมทั้งเกณฑ์การตัดสินตามที่ส่วนราชการกำหนดไม่น้อยกว่า 7 วันทำการก่อนวันเปิดรับสมัคร3) รับสมัครประเมินบุคคลเพื่อเลื่อน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษ พร้อมทั้งให้ผู้สมัครจัดส่งเอกสารประกอบการประเมินบุคคลตามที่ส่วนราชการกำหนด4) รวบรวมข้อมูลเสนอคณะกรรมการประเมินบุคคลที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้ง และให้คณะกรรมการประเมินบุคคลดำเนินการประเมินบุคคลตามองค์ประกอบตัวชี้วัด วิธีการประเมินบุคคลและเกณฑ์การตัดสินตามที่ส่วนราชการกำหนด5) รายงานผลการพิจารณาบุคคลพร้อมทั้งเหตุผลในการพิจารณาต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อพิจารณา6) ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินบุคคลตำแหน่งละหนึ่งคน โดยประกาศอย่างเปิดเผย


๑๒๑รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ทั้งนี้ให้ระบุชื่อและเค้าโครงผลงานรวมทั้งข้อเสนอแนวคิดที่จะเสนอขอประเมินสัดส่วนของผลงานในส่วนที่ตนเองปฏิบัติและรายชื่อผู้ร่วมจัดทำผลงาน (ถ้ามี)ของผลงาน7) แจ้งผู้ผ่านการประเมินทราบ และส่งผลงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามจำนวนและเงื่อนไข8) เสนออ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลงาน9) คณะกรรมการประเมินผลงาน การประเมินผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ก.ค.ศ.กำหนดและตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน10) ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 แต่งตั้งผู้ผ่านการประเมินจากคณะกรรมการประเมินโดยอนุมัติอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา โดยให้แต่งตั้งได้ไม่ก่อนวันที่หน่วยงานการศึกษาได้รับคำขอประเมินผลงานและข้อเสนอแนวคิด ในการพัฒนางาน หรือปรับปรุงงานที่มีเอกสารหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์สามารถนำไปประกอบการพิจารณาได้ทันทีโดยไม่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่เป็นสาระสำคัญของผลงาน และข้อเสนอแนวคิดในการพัฒนางานหรือปรับปรุง3. การคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (1) ตำแหน่งศึกษานิเทศก์1) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จัดทำรายละเอียดอัตราว่าง ร่างประกาศคัดเลือก2) จัดทำข้อมูล และรายละเอียดเพื่อขออนุมัติอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ดังนี้1. กาหนดตำแหน่งว่างที่จะบรรจุและแต่งตั้งศึกษานิเทศก์2. กำหนดข้อตกลงในการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อประเมินสัมฤทธิ์ผลการปฏิบัติงานในหน้าที่3. กำหนดองค์ประกอบ ตัวชี้วัด คะแนนการประเมิน และวิธีการประเมินสัมฤทธิ์ผลการปฏิบัติงานใน หน้าที่ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด4. ดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือก ดังนี้ (1) ประกาศรับสมัคร (2) รับสมัคร (3) กลั่นกรองความเหมาะสมเบื้องต้นตามแนวทาง และวิธีการที่กำหนด (4) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับ การคัดเลือกที่ผ่านการกลั่นกรองความเหมาะสมเบื้องต้น (5) ประเมินด้านผลงานตามองค์ประกอบการประเมิน และตัวชี้วัดที่กำหนด (6) ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกด้านผลงาน วัน เวลา และสถานที่ประเมิน ด้านความสามารถ ในการนิเทศการศึกษา (7) ประเมินด้านความสามารถในการนิเทศการศึกษาตามองค์ประกอบ การประเมิน และตัวชี้วัด ที่กำหนด (8) ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดารงตำแหน่งศึกษานิเทศก์3) ตั้งกรรมการประเมินสัมฤทธิ์ผลฯ ประเมินตามระยะเวลาที่กำหนด4) รายงานผลการประเมินให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งทราบ


๑๒๒รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ผลที่ได้จากการดำเนินงานข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (1) และ (2) มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ส่งผลให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีความสุข มีความก้าวหน้าในสายงาน ปฏิบัติหน้าที่สายสนับสนุนสถานศึกษาได้ดี มีศักยภาพในบริบทงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการดำเนินการเป็นไปด้วยความยุติธรรม และมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลเป็นไปตามระบบคุณธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับคุณภาพ และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง คือสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้เรียน และคณะกรรมการสถานศึกษา ปัญหาและอุปสรรคไม่มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ เนื่องจากดำเนินการเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดข้อเสนอแนะ-ไม่มี-


๑๒๓รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒25. โครงการการจัดประชุมเพื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษากระบวนการดำเนินงาน1.1 การดำเนินการก่อนการประชุม 1) สพป.อุดรธานี เขต 2 ในฐานะเลขานุการ จัดทำแฟ้มระเบียบ กฎหมาย หนังสือสั่งการ หลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติ ประกาศหรือ คำสั่งที่เกี่ยวข้องการปฏิบัติหน้าที่ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ประกอบพิจารณาวาระการประชุม 2) รวบรวมเรื่องที่จะเสนอเข้าที่ประชุม โดยประสานงานจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในแต่ละงานของกลุ่มบริหารงานบุคคล และกลุ่มอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้ความเห็นชอบนำเรื่องนั้น ๆ เข้าที่ประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 3) การจัดทำระเบียบวาระการประชุม นำเรื่องที่ได้รับความเห็นชอบ มาจัดทำระเบียบวาระ การประชุมให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณพ.ศ.2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และเป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2559 และกฎหมาย กฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง 4) สพป.อุดรธานี เขต 2 ในฐานะเลขานุการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา กำหนดวันประชุมสรุปหัวข้อเรื่องที่จะเข้าประชุมเสนอต่ออนุกรรมการ เสนอประธาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาฯ ซึ่งมีอำนาจในการกำหนดวันประชุม และเชิญประชุมอนุกรรมการ 5) ส่งหนังสือเชิญประชุมถึงอนุกรรมการทุกคนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน กรณีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ประธาน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาจะนัดประชุมเป็นอย่างอื่นก็ได้ และต้องแนบสิ่งที่ส่งมาด้วย ได้แก่ ระเบียบวาระการประชุม รายงานการประชุมครั้งที่แล้ว และเอกสารประกอบการประชุม เพื่อให้อนุกรรมการ ทุกคนได้ศึกษารายละเอียดล่วงหน้า และประสานงานกับอนุกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุม เพื่อให้ทราบว่าอนุกรรมการท่านใดมาประชุมได้หรือไม่ 6) จัดเตรียมเบี้ยประชุม โดยทำบันทึกเสนอขออนุมัติเงินทดรองค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการประชุมจากเงินงบประมาณ งบดำเนินงาน ค่าตอบแทน ใช้สอย และวัสดุ โดยเบิกจ่ายตามที่กำหนดตาม พระราชกฤษฎีกา เบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2547 และประกาศกระทรวงการคลังเรื่องกำหนด รายชื่ออนุกรรมการ และคณะกรรมการที่มีสิทธิ ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายเดือน และอัตราเบี้ยประชุมเป็นรายเดือน และเป็นรายครั้งสำหรับกรรมการ อนุกรรมการ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ พ.ศ. 2551 7) จัดทำเอกสารประกอบการประชุมในการประชุม ถ้าหากมีเอกสารประกอบการประชุมและต้องให้อนุกรรมการรับทราบ หรือพิจารณาจะต้องเตรียมเอกสารนั้นไว้มอบให้อนุกรรมการ และผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน 8) จัดเตรียมสถานที่ หรือห้องประชุม การจัดเตรียมโต๊ะ เก้าอี้ ตลอดจนถึงอุปกรณ์ อำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น จัดระบบเครื่องเสียง โดยจัดให้เหมาะสม ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ระบบไฟฟ้าจะต้อง มีการทดสอบให้แน่ใจว่าพร้อมที่จะใช้การได้ โดยบันทึกขอใช้ห้องประชุมไว้ล่วงหน้า 9) เตรียมอาหารว่าง และเครื่องดื่มในระหว่างประชุม และอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ แก่ผู้ที่มาประชุม โดยจัดที่นั่ง ป้ายชื่ออนุกรรมการทุกคน 10) จัดทำเอกสารเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมสนาม และตรวจดูแลความเรียบร้อยของห้องประชุมโดยตรวจความพร้อมก่อนกำหนดเวลาการประชุม เช่น ระบบเครื่องเสียง ป้ายชื่ออนุกรรมการ โต๊ะเก้าอี้ เอกสารประกอบการประชุม เป็นต้น


๑๒๔รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒1.2 การดำเนินการระหว่างการประชุม 1) จัดเตรียมเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณาในที่ประชุม 2) อำนวยความสะดวก และให้บริการ เช่น อาหารว่าง เครื่องดื่ม ในการประชุม 3) เป็นผู้ช่วยเลขานุการในระหว่างการประชุมโดยจดบันทึกการประชุมได้แก่ ข้อพิจารณาประเด็น ที่เสนอ และมติที่ประชุม 4) จ่ายเงินค่าตอบแทนเบี้ยประชุม ค่าพาหนะหรือค่าชดเชยค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแก่อนุกรรมการที่มีสิทธิ์ได้รับตามระเบียบ ๆ ที่กำหนด 5) จัดระบบรักษาความปลอดภัยตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติพ.ศ.2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม1.3 การดำเนินการหลังการประชุม 1) จัดเก็บ และรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประชุม พร้อมทั้งรวบรวมหรือประมวล ประชุมที่สำคัญไว้ เพื่อเป็นแนวหรือเพื่อความสะดวกในการอ้างอิง 2) ดำเนินการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการประชุม เอกสารหลักฐานการจ่ายเงินในสำคัญ คู่จ่ายพร้อมทั้งเงินเหลือจ่ายคืนเจ้าหน้าที่การเงิน เพื่อส่งใช้เงินยืมภายหลังจากการดำเนินการประชุม เสร็จสิ้นแล้วภายในกำหนดระยะเวลา 30 วัน 3) จัดทำรายงานการประชุม เสนอผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตรวจสอบความ ถูกต้อง และส่งรายงานการประชุมให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งส่งให้ อนุกรรมการทุกคน เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบระเบียบวาระรับรองรายงานการประชุม ในครั้งต่อไป 4) นำมติที่ประชุมแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อดำเนินการเป็นไปตามมตินั้น ๆ และเผยแพร่ ให้ทราบโดยทั่วกันตามระเบียบของทางราชการ 5) ติดตามการดำเนินการตามมติที่ประชุม แล้วรวบรวมไว้เพื่อรายงานให้ที่ประชุมทราบผลการดำเนินการในการประชุมครั้งต่อไปผลที่ได้จากการดำเนินงานอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาทุกคน ตระหนักถึงบทบาท อำนาจ และหน้าที่ของตนเอง ใช้หลักการบริหารงานบุคคลที่เป็นไปตามคุณธรรม ยึดความถูกต้องเป็นธรรม คำนึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการได้รับเป็นสำคัญมีการดำเนินงานตามขั้นตอน กระบวนการ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และข้อกฎหมายที่กำหนด การบริหารงานบุคคลโดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 กระบวนการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ดังนี้ 1. การพิจารณาและให้ความเห็นชอบการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในเขตพื้นที่การศึกษา โดยยึดหลักของความโปร่งใสถูกต้อง ทั่วถึง และเป็นธรรม โดยเฉพาะการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้ายและการพิจารณาความดีความชอบ ทั้งผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครูฯ 2. สพป.อุดรธานี เขต 2 ร่วมกับองค์คณะดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาการเสริมสร้างขวัญกำลังใจ การปกป้องคุ้มครองระบบคุณธรรม การจัดสวัสดิการและการยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ในหน่วยงานการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อส่งผลให้กับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เข้มแข็ง


๑๒๕รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ 3. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ และกฎหมายอื่น หรือตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมายโดยยึดหลักธรรมาภิบาลในการทำงาน ได้แก่ การมีส่วนร่วม การปฏิบัติตามกฎหมาย ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความสอดคล้อง ความเสมอภาค การมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การมีเหตุผล 4. ยินดีรับใช้ รับฟัง ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะที่เป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของพี่ เพื่อน น้อง ผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครูฯ ที่ถูกต้อง ทั่วถึง และเป็นธรรม พร้อมทั้งจะต่อสู้ ผลักดันให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง ชัดเจน 5. สพป.อุดรธานี เขต 2 ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ดำเนินการจัดทำข่าวสารประชาสัมพันธ์แจ้งผลการประชุมที่สามารถเปิดเผยได้ และไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ อย่างสม่ำเสมอปัญหาและอุปสรรคไม่มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการจัดประชุม เนื่องจากฝ่ายเลขาได้มีการจัดเตรียมวาระการประชุมที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ กฎหมาย หนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง และการพิจารณาเป็นไปตามหลักธรรมมาภิบาลข้อเสนอแนะ-


๑๒๖รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒กลยุทธ์ที่ ๓ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา1. โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษากิจกรรม อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านการจัดทำข้อมูลนักเรียนรายบุคคลระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center) ผ่านระบบระบบออนไลน์Zoom Meetingกระบวนการดำเนินงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 โดยกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้จัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นในการจัดการข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรในสถานศึกษา รวมถึงการใช้งานระบบข้อมูลสารสนเทศในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดเพื่อให้การดำเนินการจัดทำข้อมูลตามกำหนดการปฏิทินจัดเก็บข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน โดยมีการดำเนินกิจกรรมของโครงการดังนี้ 1.2 วิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งสภาพปัญหาปัจจุบัน การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษาในสังกัด เพื่อให้ทราบว่าควรต้องพัฒนาอะไรบ้าง 2. ออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรม (Curriculum Design) 2.1 รวบรวมข้อมูลจากการสำรวจ เพื่อจัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมที่ตรงกับความต้องการแแนวโน้มการใช้ข้อมูลสารสนเทศในอนาคต 4. ดำเนินการฝึกอบรม (Training Implementation) 4.1 การอบรมในรูปแบบสัมมนาเชิงปฏิบัติการในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting 5. ประเมินผลและตรวจสอบความก้าวหน้า (Evaluation and Monitoring) 5.1 ตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินการจากการจัดทำข้อมูลและนำส่งข้อมูลผ่านระบบบริหารจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่มีความถูกต้อง และทันตามกำหนดเวลา 6. จัดทำรายงานสรุปและแผนพัฒนาในอนาคต (Reporting and Future Planning) 6.1 สรุปผลการดำเนินงานของโครงการ รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาผลที่ได้จากการดำเนินงานสรุปผลที่เกิดจากการดำเนินการ แบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้ด้านความรู้และทักษะบุคลากร1. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา2. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีทักษะในการใช้งานระบบฐานข้อมูล การประมวลผล และการจัดเก็บข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นระบบมากขึ้น 1. สำรวจความต้องการการพัฒนา (Needs Assessment) 1.1 ทำการสำรวจและวิเคราะห์ความต้องการที่จะพัฒนา โดยใช้ Google Form ข้าราชการครูและบุคลากรในสถานศึกษาที่ดูแลรับผิดชอบการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ


๑๒๗รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ 3. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการจัดการข้อมูลสารสนเทศ 1. การเก็บรวบรวมและจัดทำข้อมูลของสถานศึกษามีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันมากขึ้น 2. สามารถลดความซ้ำซ้อนและข้อผิดพลาดในการกรอกหรือรายงานข้อมูล ด้านผลต่อองค์กร ข้าราชการครูและบุคลากรมีเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากรในสังกัดปัญหาและอุปสรรค1. ข้าราชการครูและบุคลากรบางส่วนมีภาระงานประจำจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ครบถ้วนทุกครั้ง 2. ผู้เข้าร่วมมีพื้นฐานความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแตกต่างกัน ส่งผลให้การเรียนรู้และการฝึกปฏิบัติบางช่วงไม่เท่าเทียมข้อเสนอแนะ1. ควรวางแผนจัดอบรมในช่วงเวลาที่ไม่กระทบต่อภาระงานหลักของครู เช่น ช่วงปิดภาคเรียน หรือจัดเป็นรุ่นย่อยตามความเหมาะสม 2. ควรมีการสร้างกลุ่มเครือข่าย (Community of Practice) ระหว่างครูและบุคลากร เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ปัญหา และแนวทางแก้ไขอย่างต่อเนื่อง


๑๒๘รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒2. โครงการอบรมชี้แจงเกี่ยวกับการขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ปี 2568กระบวนการดำเนินงาน1. แจ้งผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัด ประชาสัมพันธ์ระยะเวลาในการจัดเตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ปี 2568 ให้ข้าราชการครู และลูกจ้างประจำที่จะเกษียณอายุราชการ ผ่านระบบ AMSS++ พร้อมแจ้งให้เข้าร่วมไลน์กลุ่มเกษียณ ปี 2568 โดยกลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์เป็นผู้สร้างไลน์กลุ่ม เพื่อเป็นช่องทางในการประสานงานในครั้งต่อไป2. นัดหมายข้าราชการครู และลูกจ้างประจำที่จะเกษียณอายุราชการ ที่ยื่นคำขอเพื่อตรวจสอบเอกสารรายบุคคล ที่กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ ในวันและเวลาราชการ3. ตรวจสอบเอกสารทางทะเบียนราษฎร์ ชื่อ-สกุล วันเดือนปีเกิด วันเริ่มต้นรับราชการ ที่อยู่ปัจจุบัน E-mail และเบอร์โทรศัพท์ให้ตรงกับระบบทะเบียนประวัติในระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension), วันทวีคูณ, การเป็นสมาชิก กบข. และ กสจ.4. แจ้งกลุ่มบริหารงานบุคคลจัดส่งแบบ 5302 และ กพ.7 ฉบับจริง ส่งกลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์5. ยื่นขอรับบำเหน็จบำนาญในระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) ที่กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ พิมพ์แบบคำขอรับบำเหน็จบำนาญและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและให้ผู้ยื่นคำขอลงชื่อ อธิบายรายละเอียดและเตรียมส่งให้สำนักงานคลังเขต 4 ดำเนินการต่อไป6. แจ้งกำหนดการจัดอบรมและรายละเอียดให้ข้าราชการครู และลูกจ้างประจำที่จะเกษียณอายุราชการและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบผ่านช่องทางไลน์กลุ่มเกษียณปี 2568 และ ผ่านระบบ AMSS++ เพื่อเข้าร่วมอบรม7. จองห้องประชุมร่วมคิดผ่านระบบ AMSS++ และประสานกลุ่มอำนวยการจัดเตรียมสถานที่8. ทำหนังสือเชิญวิทยากรจากสำนักงานคลังเขต 4 และสมาคมฌาปนกิจ เสนอผู้บังคับบัญชาลงนาม และจัดส่งผ่านทางไลน์สำนักงานคลังเขต 4, E-mail และทางไปรษณีย์9. ทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน เสนอผู้บังคับบัญชาลงนามอนุมัติและแจ้งผู้เกี่ยวข้องรับทราบผ่านระบบ AMSS++10. จ้างเหมาทำอาหารกลางวันและอาหารว่าง โดยมอบกลุ่มอำนวยการดำเนินการ11. จ้างทำเอกสารประกอบการอบรม12. เชิญผู้อำนวยการเขตฯ เป็นประธานเปิดการอบรม13. จัดอบรมชี้แจงเกี่ยวกับการขอรับบำเหน็จบำนาญด้วยตนเองทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ปี 2568 และให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ ระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมร่วมคิด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 2 14. กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์จัดส่งแบบคำขอรับบำเหน็จบำนาญในระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) และเอกสารฉบับจริงที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานคลังเขต 4 ตรวจสอบและอนุมัติสั่งจ่าย 15. กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ตรวจสอบและจัดพิมพ์รายละเอียดแบบขอรับบำเหน็จบำนาญในระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล (Digital Pension) และจัดเก็บเอกสาร16. รับ กพ.7 ฉบับจริงคืนจากสำนักคลังเขต 4 และจัดส่งคืนข้าราชการครู และลูกจ้างประจำที่จะเกษียณอายุราชการ เพื่อให้เก็บรักษาไว้


๑๒๙รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ผลที่ได้จากการดำเนินงานจำนวนข้าราชการครูและลูกจ้างประจำที่จะเกษียณอายุราชการเข้าร่วมอบรมครบ จำนวน 57 คนจำนวนข้าราชการและลูกจ้างประจำที่จะเกษียณอายุราชการยื่นคำขอผ่านระบบฯครบ จำนวน 57 คนจำนวนเจ้าหน้าที่และผู้สนใจเข้าร่วมอบรมในปี 2568 จำนวน 30 คนปัญหาและอุปสรรค1. ข้าราชการครูและลูกจ้างประจำที่จะเกษียณอายุราชการ จำนวน 57 ราย ใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่คล่อง และยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง2. พ.ศ. 2568 ระบบ e-Filling ของกรมบัญชีกลางปิดปรับปรุง ยังไม่มีกำหนดเปิดให้ใช้งานข้อเสนอแนะประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจแก่ข้าราชการครูและลูกจ้างประจำในสังกัดที่จะเกษียณอายุราชการ เพิ่มเติมในกรณีที่ยังไม่เข้าใจในกลุ่มไลน์บำนาญ


๑๓๐รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒3. โครงการการประชุมเพื่อยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษากิจกรรม ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด/ประชุมประธานกลุ่ม,นายกสมาคม/ประชุมผอ.สพท.ทั่วประเทศ/ประชุมผู้รับผิดชอบมาตรฐานเขตฯ/ประชุมสรรหา อกคศ.เขต กระบวนการดำเนินงาน1. จัดทำโครงการปฏิทินกำหนดวันประชุม2. แจ้งกำหนดการให้ผู้เข้าประชุมทราบ3. ประชุมคณะทำงานเพื่อกำหนดเนื้อหาสาระในการประชุม4. ประสานเรื่องสถานที่ประชุม อาหารว่างและเครื่องดื่ม5. จัดทำเอกสารการประชุม6. ดำเนินการประชุม(ตามปฏิทิน)7. จัดทำรายงานการประชุมผลที่ได้จากการดำเนินงาน1. ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด ผู้อำนวยกลุ่ม ศึกษานิเทศก์ จำนวน 217 คน เข้าร่วมประชุมครบตามจำนวน 2. ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3. ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 4. ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แลกเปลี่ยนและหาแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรค1.กลุ่ม/หน่วย ส่งวาระให้กลุ่มอำนวยการช้า2.ขาดเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนเนื่องจากกลุ่มอำนวยการมีบุคลากรน้อย3.งบประมาณในการจัดสรรไม่เพียงพอเนื่องจากมีการประชุมเพิ่มขึ้นตามแผนที่วางไว้ข้อเสนอแนะ1.จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอสำหรับการประชุม2.ขอความร่วมมือทุกกลุ่ม/หน่วยงาน ส่งวาระการประชุมให้ทันตามกำหนด3.ขอความร่วมมือเจ้าหน้าธุรการแต่ละกลุ่มช่วยลงทะเบียน


๑๓๑รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒กิจกรรม ประเพณีสงกรานต์ กระบวนการดำเนินงาน1. วางแผนกำหนดการกิจกรรม2. แจ้งกำหนดการให้บุคลากรในหน่วยงานทราบ3. ประชุมคณะทำงาน4. จัดกิจกรรมตามกำหนดการที่วางไว้5. รายงานกิจกรรมผลที่ได้จากการดำเนินงาน1. ครูและบุคลากร เห็นความสำคัญ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของวันสงกรานต์2. ครูและบุคลากรมีคุณธรรม และจริยธรรม3. ครูและบุคลากรได้รู้จักและอนุรักษ์ ประเพณี ขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ของชาติ4. หน่วยงานราชการ วัด ชุมชนมีส่วนร่วมและถ่ายทอดประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของท้องถิ่นปัญหาและอุปสรรคงบประมาณในการจัดสรรไม่เพียงพอสำหรับการทำกิจกรรมข้อเสนอแนะจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอสำหรับการประชุม


๑๓๒รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒4. โครงการส่งเสริมพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษากระบวนการดำเนินงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 จัดทำโครงการส่งเสริมพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จัดสรรงบประมาณ จำนวน 12,750 บาท มีรายละเอียด ดังนี้กิจกรรมที่ 1 การประชุมชี้แจงตัวชี้วัด การประเมินภายนอก กิจกรรมที่ 2 การนิเทศติดตามออนไลน์ สถานศึกษาที่รับการประเมินคุณภาพภายนอก กิจกรรมที่ 3 คลินิกประกันคุณภาพการศึกษา : \"สร้างความเชื่อมั่น : ดำเนินงานประกันคุณภาพภายในเพื่อการรับการประเมินภายนอก\" ณ โรงเรียนบ้านโคกสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานีกิจกรรมที่ 4 การประชุมปฏิบัติการวิเคราะห์ประสิทธิภาพและโอกาส สังเคราะห์ SAR 2567 ผลที่ได้จากการดำเนินงานกิจกรรมที่ 1 การประชุมชี้แจงตัวชี้วัดการประเมินภายนอก (พ.ศ. 2567-2571)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 จัดประชุมออนไลน์การชี้แจงตัวชี้วัด การประเมินคุณภาพภายนอก (พ.ศ. 2567-2571) มีวัตถุประสงค์ เพื่อชี้แจงตัวชี้วัดและรายละเอียดการประเมินคุณภาพภายนอกและเพื่อเตรียมความพร้อม ให้กับสถานศึกษาในสังกัดในการรับการประเมินคุณภาพภายนอก ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00-15.00 น . ZOOM MEETING (Meeting ID: 98489813507 Passcode: 373012) กลุ่มเป้าหมาย คือผู้บริหารสถานศึกษาและครูของสถานศึกษาที่มีรายชื่อเข้ารับ การประเมินคุณภาพภายนอก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 49 โรง มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 300 คน ผลการดำเนินงานจากการตอบแบบสอบ จำนวน 258 คน พบว่า 1) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ความเข้าในเรื่องตัวชี้วัดการประเมินคุณภาพภายนอก (พ.ศ. 2567-2571) ระดับมากที่สุด จำนวน 47 คน คิดเป็นร้อยละ 18.22 ระดับมาก จำนวน 211 คน คิดเป็นร้อยละ 81.78 2) ผู้เข้าร่วมประชุมมีสามารถจัดเตรียมเอกสารแต่ละตัวชี้วัด ระดับมากที่สุด จำนวน 102 คน คิดเป็นร้อยละ 39.53 ระดับมาก จำนวน 75 คน คิดเป็นร้อยละ 29.07 ระดับปานกลาง จำนวน 81 คน คิดเป็น ร้อยละ 31.403) ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ระดับมากที่สุดจำนวน 208 คน คิดเป็นร้อยละ 80.62 ระดับมาก จำนวน 50 คน คิดเป็นร้อยละ 19.38 4) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจในรูปแบบการประชุมออนไลน์ ระดับมากที่สุด จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 13.57 ระดับมาก จำนวน 104 คน คิดเป็นร้อยละ 40.31 ระดับปานกลาง จำนวน 101 คน คิดเป็นร้อยละ 39.15 ระดับน้อย จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 4.65 ระดับน้อยที่สุด จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 2.335) ผู้เข้าร่วมประชุมมีความพึงพอใจในความรู้ที่วิทยากรได้ถ่ายทอด ระดับมากที่สุด จำนวน 125 คน คิดเป็นร้อยละ 48.45 ระดับมาก จำนวน 120 คน คิดเป็นร้อยละ 46.51 ระดับปานกลาง จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 5.05


๑๓๓รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒กิจกรรมที่ 2 การนิเทศติดตามออนไลน์ สถานศึกษาที่รับการประเมินคุณภาพภายนอก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 ดำเนินการนิเทศติดตามออนไลน์ สถานศึกษาที่รับการประเมินคุณภาพภายนอก จำนวน 53 โรงเรียน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อนิเทศติดตามการเตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา และผู้สนใจ ดำเนินการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาเพื่อเตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอกมีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น จำนวน 98 คน พบว่า สถานศึกษามีความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอก (พ.ศ. 2567-2571) ระดับมากที่สุด จำนวน 17 โรง คิดเป็นร้อยละ 32.08 ระดับมาก จำนวน 23 โรง คิดเป็นร้อยละ 43.40 ระดับปานกลาง จำนวน 13 โรง คิดเป็นร้อยละ 24.53


๑๓๔รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒กิจกรรมที่ 3 คลินิกประกันคุณภาพการศึกษา : \"สร้างความเชื่อมั่น: ดำเนินงานประกันคุณภาพภายในเพื่อการรับรองภายนอก\" ณ โรงเรียนบ้านโคกสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 ดำเนินการจัดกิจกรรม เฉพาะกลุ่มสนใจ เข้าร่วมคลินิกประกันคุณภาพการศึกษา : \"สร้างความเชื่อมั่น: ดำเนินงานประกันคุณภาพภายในเพื่อการรับการประเมินภายนอก\" ณ โรงเรียนบ้านโคกสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ในวันที่ 27 มีนาคม 2568 โดย ดร.ประสิทธิ์ คำกิ่ง ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 2 ได้มอบหมายให้หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา นางสาววริศรา เชิญชม และคณะนำโรงเรียนในสังกัด จำนวน 4 โรงเรียน คือ โรงเรียน บ้านนาแบก โรงเรียนบ้านนาฝาย โรงเรียนบ้านท่าม่วงเวียงคำ และโรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชีศรีสวัสดิ์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานประกันคุณภาพภายในเพื่อการรับรองภายนอก ณ โรงเรียนบ้านโคกสว่าง อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานประกันคุณภาพภายใน เพื่อการรับการประเมินภายนอกของโรงเรียนบ้านโคกสว่าง (สถานศึกษาที่รับประเมินแล้ว) และโรงเรียนที่สนใจ จำนวน 4 โรง (สถานศึกษาที่รับประเมินปีงบประมาณ พ.ศ. 2568) ผลการดำเนินงาน พบว่า ผู้บริหารและครูที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 42 คน มีความพึงพอใจในกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในระดับมากที่สุด จำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ผู้บริหารและครูสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเตรียมหารเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับมากที่สุด จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33 ระดับมาก จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67


๑๓๕รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒กิจกรรมที่ 4 การประชุมปฏิบัติการวิเคราะห์ประสิทธิภาพและโอกาส สังเคราะห์ SAR 2567 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 จัดประชุมปฏิบัติการสังเคราะห์ SAR ปีการศึกษา 2567 และการใช้งานระบบ e-SAR วัตถุประสงค์เพื่อให้ครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพการศึกษาเข้าร่วมสังเคราะห์ SAR ปีการศึกษา 2567 และวิเคราะห์ประสิทธิภาพและโอกาสของสถานศึกษา ระดับการศึกษาปฐมวัย และการศึกษาขั้นพื้นฐานในวันที่ 11มิถุนายน 2568 เวลา 08.30 -12.00 น. ณ ห้องประชุมร่วมคิด ผู้เข้าร่วมประชุม คือ ครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนละ 1 คน มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น จำนวน 188 คน มีผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. ผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย ปีการศึกษา 2567 จำนวน 178 โรงเรียนมฐ. รายละเอียดระดับคุณภาพของตัวบ่งชี้ในแต่ละมาตรฐาน(1)กำลังพัฒนา(2)ปานกลาง(3)ดี(4)ดีเลิศ(5)ยอดเยี่ยม1 คุณภาพเด็ก 0 0 0 63 1152 กระบวนการบริหารและจัดการ 0 0 0 86 923 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก0 0 0 78 100สรุปภาพรวม 0 0 0 77 101ร้อยละ 0 0 0 43.26 56.74


๑๓๖รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ผลการพัฒนาสถานศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 เป็นการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย ปีการศึกษา 2567 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 จำนวน 187 โรงเรียน มีดังนี้ สรุปผลการประเมินคุณภาพภายใน ภาพรวมระดับปฐมวัย อยู่ในระดับดีเลิศ จำนวน 77 โรง คิดเป็นร้อยละ 43.26 อยู่ในระดับยอดเยี่ยม จำนวน 101 โรง คิดเป็นร้อยละ 56.74 เมื่อพิจารณารายมาตรฐาน พบว่า มาตรฐานที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก ผลการประเมิน อยู่ในระดับดีเลิศ จำนวน 63 โรง คิดเป็นร้อยละ 35.39 อยู่ในระดับยอดเยี่ยม จำนวน 115 โรง คิดเป็นร้อยละ 64.61 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ อยู่ในระดับ ดีเลิศ จำนวน 86 โรง คิดเป็นร้อยละ 48.31 อยู่ในระดับยอดเยี่ยม จำนวน 92 โรง คิดเป็นร้อยละ 51.69 มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ อยู่ในระดับดีเลิศ จำนวน 78 โรง คิดเป็นร้อยละ 43.82 อยู่ในระดับยอดเยี่ยม จำนวน 100 โรง คิดเป็นร้อยละ 56.18 2. ผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา มาตรฐานระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2567 จำนวน 187 โรงเรียน หมายเหตุ มี SAR จำนวน 187 เล่ม เนื่องจากโรงเรียนบ้านท่าลาด และ โรงเรียนบ้านท่าลาด สาขาแหลมทอง ใช้ SAR เล่มเดียวกันผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า สถานศึกษา จำนวน 187 โรงเรียน สรุปผลการประเมินคุณภาพภายในภาพรวมระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับดีจำนวน 1 โรง คิดเป็นร้อยละ 0.53 อยู่ในระดับดีเลิศ จำนวน 151 โรง คิดเป็นร้อยละ 80.75 อยู่ในระดับยอดเยี่ยม จำนวน 35 โรง คิดเป็นร้อยละ 18.72 เมื่อพิจารณารายมาตรฐาน พบว่า มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ผลการประเมินรายโรงเรียน พบว่า อยู่ในระดับ ดี จำนวน 3 โรง คิดเป็นร้อยละ 1.60 อยู่ในระดับ ดีเลิศ จำนวน 150 โรง คิดเป็นร้อยละ 80.21 อยู่ในระดับยอดเยี่ยม จำนวน 34 โรง คิดเป็นร้อยละ 18.18 มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ อยู่ในระดับ ดี จำนวน 1 โรง คิดเป็นร้อยละ 0.53 อยู่ในระดับดีเลิศ จำนวน 135 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 72.19 อยู่ในระดับยอดเยี่ยม จำนวน 51 โรง มฐ. รายละเอียดระดับคุณภาพของตัวบ่งชี้ในแต่ละมาตรฐาน(1)กำลังพัฒนา(2)ปานกลาง(3)ดี(4)ดีเลิศ(5)ยอดเยี่ยม1 คุณภาพของผู้เรียน 0 0 3 150 342 กระบวนการบริหารและการจัดการ0 0 1 135 513 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ0 0 1 147 39สรุปภาพรวม 0 0 1 151 35ร้อยละ 0 0 0.53 80.75 18.72


๑๓๗รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒คิดเป็นร้อยละ 27.72 มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อยู่ในระดับดี จำนวน 1 โรง คิดเป็นร้อยละ 0.53 อยู่ในระดับดีเลิศ จำนวน 147 โรง คิดเป็นร้อยละ 78.61 อยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม จำนวน 39 โรง คิดเป็นร้อยละ 20.863.สรุปผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพและโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ ปีการศึกษา 2567 ระดับปฐมวัย จัดกลุ่มตามประสิทธิภาพ จำนวน 178 โรง ดังนี้ผลการวิเคราะห์ จำนวนสถานศึกษาจำนวน ร้อยละYYY 137 76.97NYY 39 21.91YNY 1 0.56NYN 1 0.56YYN 0 0YNN 0 0NNY 0 0NNN 0 0ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ และโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ ปีการศึกษา 2567 ระดับปฐมวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 จำนวน 178 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 พบว่า ผลการวิเคราะห์ YYY มีค่าเท่ากับ 137 โรง คิดเป็นร้อยละ 79.97 ผลการวิเคราะห์NYY มีค่าเท่ากับ 39 โรง คิดเป็น ร้อยละ 21.91 ผลการวิเคราะห์YNY มีค่าเท่ากับ 1 โรง คิดเป็นร้อยละ 0.56 ผลการวิเคราะห์ NYN มีค่าเท่ากับ 1 โรง คิดเป็นร้อยละ 0.56 โดยผลการดำเนินงานเป็น ดังนี้1. ความพร้อมด้านปัจจัยนำเข้า (Input)1) ด้านกายภาพ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 ร้อยละ 87.64 มีความพร้อมด้านปัจจัยนำเข้า โดยพิจารณาจากความพร้อมของสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน อาคารเรียน ห้องเรียนต่างๆ สื่อ เทคโนโลยีประกอบการสอน บุคลากร ผู้บริหาร ครูผู้สอน การพัฒนาตนเองของครู ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้มีการนำเนินการ ในส่วนของเรื่อง งบประมาณ ในการซ่อมแซมบำรุงให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติ แต่เนื่องจากโรงเรียนในสังกัดมีจำนวนมาก ทำให้เพียงพอในการสนับสนุนไปทุกโรงเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งพิจารณาจากความเพียงพอและความเหมาะสมของทรัพยากร และสิ่งสนับสนุนการศึกษาทั้งด้านกายภาพด้านบุคลากร และด้านการสนับสนุนจากภายนอกสถานศึกษา ซึ่งโรงเรียนในกลุ่ม YYY เด็กปฐมวัยมีห้องเรียนที่ครบชั้น มีบรรยากาศในห้องเรียนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ มีมุมประสบการณ์ที่หลากหลาย มีสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัย 2) ด้านบุคลากร โรงเรียนร้อยละ 71.91 มีความพร้อมด้านปัจจัยนำเข้า โดยพิจารณาจากความพร้อมด้านบุคลากร ผู้บริหาร ครูผู้สอน การพัฒนาตนเองของครู ซึ่งสิ่งที่สำนักงานเขตได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนคือการพัฒนาบุคลกรในสังกัดอย่างเป็นระบบ มีการนิเทศ กำกับติดตามผ่านชุมชนการเรียนรู้ PLC มีการขับเคลื่อนการพัฒนาความรู้แก่บุคลากรในระดับกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง


๑๓๘รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ 3) ด้านการสนับสนุนจากภายนอก โรงเรียนในสังกัดร้อยละ 100 ได้รับความร่วมมือจากชุมชนตามศักยภาพของชุมชนเป็นอย่างดี แม้ว่ามีนักเรียนจำนวนไม่มาก สามารถอยู่ในแผนการควบรวมโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ชุมชนเป็นส่วนในการขับเคลื่อนให้โรงเรียนคงอยู่และร่วมมือพัฒนาสถานศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ และโรงเรียนที่มีความพร้อมด้านชุมชน ทุกกิจกรรม โครงการต่างๆของโรงเรียนสามารถดำเนินการได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เป็นที่พอใจของชุมชน2. ด้านกระบวนการ (Process)พิจารณ าจากผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาในมาตรฐานที่2 กระบวนการบริหาร และการจัดการ และมาตรฐานที่3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญพบว่าด้านกระบวนการบริหารจัดการมีคุณภาพระดับดี ขึ้นไป โดยสถานศึกษาได้มีการจัดระบบคุณภาพที่เปิดให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการคุณภาพสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ เช่น มีการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขตสองที่ได้มีการกำกับติดตามให้โรงเรียนมีการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและต้องส่งเสริมให้มีจุดเน้น ปฐมวัย ส่งผลให้โรงเรียน ในสังกัด ร้อยละ 100 มีความพร้อมในด้านกระบวนการบริหาร สถานศึกษาสามารถดำเนินงานด้านกระบวนการได้ตามมาตรฐาน ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ โดยโรงเรียนในสังกัดมีการกำหนด เป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจไว้อย่างชัดเจน และมีความสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการพัฒนาของสถานศึกษา ความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น วัตถุประสงค์ของแผนการศึกษาชาติ นโยบายของรัฐบาลและของต้นสังกัด โรงเรียนในสังกัด มีการจัดทำหลักสูตรที่ครอบคลุมพัฒนาการทั้งสี่ด้านสอดคล้องกับหลักสูตรปฐมวัย และบริบทของท้องถิ่น มีการกำหนดโครงการและกิจกรรม เช่นการพัฒนาจัดทำหลักสูตรการสถานศึกษาปฐมวัย การจัดทำแผนการจัดประสบการณ์ ที่สอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียนโดยใช้รูปแบบ PLC ในการขับเคลื่อนโครงการกิจกรรม มีแผนพัฒ นาบุคลากรส่งเสริมให้ครูปฐมวัยมีความเชี่ยวชาญ ด้านการจัดประสบการณ์ และจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัยโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานีเขต 2 ได้มอบภารกิจให้ครูในสังกัด จัดการเรียนรู้ปฐมวัยโดยใช้แนวคิดแบบไฮสโคป ให้โรงเรียนมีการกำหนดจุดเน้น และแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดไฮสโคปให้สภาพแวดล้อม การจัดห้องเรียน สำหรับนักเรียนได้เรียนรู้ ผ่านการเล่น และการวางแผน อย่างเป็นลำดับขั้นตอน และมีการพัฒนาครูผู้สอนปฐมวัยให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้แบบไฮสโคป และบูรณาการกิจกรรมการเรียนรู้ให้เป็นเป็นตามที่หลักสูตรสถานศึกษากำหนด เช่น การเรียนรู้กิจกรรมสืบเสาะผ่านกิจกรรม โครงการ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย โดยครูจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุล และเต็มศักยภาพจัดประสบการณ์ให้เด็กได้พัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการวิเคราะห์เด็กเป็นรายบุคคลจัดทำ แผนการเรียนรู้สำหรับเด็กเป็นรายบุคคลสำหรับแผนการจัดประสบการณ์จัดให้สอดคล้องกับพัฒนาการทั้งสี่ด้าน การหลักหกกิจกรรมมีการบันทึกผลการจัดประสบการณ์ จัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายจิตใจอารมณ์สังคมและสติปัญญาโดยจะกระบวนการเป็นการบูรณาการด้วยการเล่นแบบองค์รวม มีการสอนโครงงานสำหรับเด็กประถมไว้ตามกิจกรรมโครงการสะเต็มศึกษาบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มีกิจกรรมส่งเสริมโรงเรียนคุณธรรม ในสัดส่วนร้อยละ 70 เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ส่งผลให้บางโรงเรียนไม่มีผู้บริหารตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ครูยังสามารถปฏิบัติรักษาราชการแทนและมีการสร้างความร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาโรงเรียน และจัดการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาได้


๑๓๙รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒3. ด้านผลลัพธ์ (Output/Outcome)พิจารณาจากผลการประเมินตนเองของสถานศึกษาในมาตรฐานที่หนึ่งคุณภาพเด็กพบว่าสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขต 2 ทุกโรงเรียน ในมาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็กพบว่าทุกโรงเรียนในสังกัดมีคุณภาพระดับดีขึ้นไปโดยเด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกายแข็งแรงมีสุขขาลักษณะนิสัยที่ดีมีการดูแลความปลอดภัยของตนเองได้มีพัฒนาการทางด้านอารมณ์จิตใจ ร่างกาย และแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างดีมีพัฒนาการทางด้านสังคมช่วยเหลือตนเองและเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมและมีพัฒนาการที่ดี ด้านสติปัญ ญ าสามารถสื่อสารได้มีทักษะการคิดขั้นพื้นฐานแสวงหาความรู้ซึ่งมีผลการประเมิน เป็นไปตามเป้าหมายของสถานศึกษาที่กำหนด ร้อยละ 100 แม้ว่าในบางแห่งสถานศึกษาจะไม่มีความพร้อม ด้านกระบวนการบริหาร ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้เข้าไปนิเทศกำกับติดตามการจัดการเรียนรู้ เด็กปฐมวัยโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมบริหารโดยใช้กลุ่มเครือข่ายเป็นฐานอีกทั้งขับเคลื่อนนโยบาย FAST6 Model นโยบายที่ 5 การศึกษาปฐมวัยที่ส่งเสริม สนับสนุนให้ทุกโรงเรียนในสังกัด ดำเนินการจัดการศึกษาปฐมวัยให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพทุกโรงเรียน โอกาสในการพัฒนาของสถานศึกษาและแนวทางในการส่งเสริม นิเทศ ติดตามของหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษา1. ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูทุกคนพัฒนาศักยภาพด้านการทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดประสบการณ์ให้เป็นแบบอย่างแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice)2. จัดกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติสถานศึกษาที่เป็นต้นแบบสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา อย่างน้อยปีการศึกษาละ 1 ครั้ง 3. ส่งเสริมให้สถานศึกษามีโครงการกิจกรรมพัฒนาเด็กที่เน้นการปฏิบัติจริงและมีประสบการณ์ตรงโดยมีผลงานและชิ้นงาน4. ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็ก5. สนับสนุน เครือข่ายครูปฐมวัยในสังกัด ให้มีการขับเคลื่อนในรูปแบบ PLC พัฒนาสื่อ ที่สอดคล้องกับกิจกรรมอย่างหลากหลาย 4. การสรุปผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพและโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ ปีการศึกษา 2567ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผลการวิเคราะห์ จำนวนสถานศึกษาจำนวน ร้อยละYYY 128 68.45NYY 58 30.48YNY 1 0.53NYN 1 0.53YYN 0 0YNN 0 0NNY 0 0NNN 0 0


๑๔๐รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒จัดกลุ่มตามประสิทธิภาพ จำนวน 187 โรง ดังนี้ ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ และโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ ปีการศึกษา 2567 ระดับปฐมวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 จำนวน 187 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 พบว่า ผลการวิเคราะห์ YYY มีค่าเท่ากับ 128 โรง คิดเป็นร้อยละ 68.45 ผลการวิเคราะห์NYY มีค่าเท่ากับ 57 โรง คิดเป็น ร้อยละ 30.48 ผลการวิเคราะห์YNY มีค่าเท่ากับ 1 โรง คิดเป็นร้อยละ 0.53 ผลการวิเคราะห์NYN มีค่าเท่ากับ 1 โรง คิดเป็นร้อยละ 0.53 โดยผลการดำเนินงานเป็น ดังนี้1. ความพร้อมด้านปัจจัยนำเข้า (Input) 1) ด้านกายภาพ โรงเรียนในสังกัดร้อยละ 90.90 มีความพร้อมด้านปัจจัยนำเข้า โดยพิจารณาจากความพร้อมของสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน อาคารเรียน ห้องเรียนต่างๆ สื่อ เทคโนโลยีประกอบการสอน บุคลากร ผู้บริหาร ครูผู้สอนการพัฒนาตนเองของครู ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้มีการนำเนินการในส่วนของเรื่อง งบประมาณ ในการซ่อมแซมบำรุงให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติ แต่เนื่องจากโรงเรียนในสังกัดมีจำนวนมาก ทำให้ไม่เพียงพอในการสนับสนุนไปทุกโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างต่อเนื่อง 2) ด้านบุคลากร โรงเรียนร้อยละ 74.86 มีความพร้อมด้านปัจจัยนำเข้า โดยพิจารณาจากความพร้อมด้านบุคลากร ผู้บริหาร ครูผู้สอน การพัฒนาตนเองของครู ซึ่งสิ่งที่สำนักงานเขตได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนคือการพัฒ นาบุคลกรในสังกัดอย่างเป็นระบบ มีการนิเทศ กำกับติดตามผ่านชุมชนการเรียนรู้ PLC มีการขับเคลื่อนการพัฒนาความรู้แก่บุคลากรในระดับกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง 3) ด้านการสนับสนุนจากภายนอก โรงเรียนในสังกัดร้อยละ 100 ได้รับความร่วมมือจากชุมชน ตามศักยภาพของชุมชนเป็นอย่างดี แม้ว่ามีนักเรียนจำนวนไม่มาก สามารถอยู่ในแผนการควบรวมโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ชุมชนเป็นส่วนในการขับเคลื่อนให้โรงเรียนคงอยู่และร่วมมือพัฒนาสถานศึกษาอย่างเต็มศักยภาพและโรงเรียนที่มีความพร้อมด้านชุมชน ทุกกิจกรรม โครงการต่าง ๆ ของโรงเรียนสามารถดำเนินการได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เป็นที่พอใจของชุมชน2. ด้านกระบวนการ (Process)ด้านกระบวนการบริหารจัดการ โรงเรียนในสังกัด ร้อยละ 100 มีความพร้อมในด้านกระบวนการบริหาร สถานศึกษาสามารถดำเนินงานด้านกระบวนการได้ตามมาตรฐาน ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ โดยโรงเรียนในสังกัดมีการกำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจไว้อย่างชัดเจน และมีความสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการพัฒนาของสถานศึกษา ความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น วัตถุประสงค์ของแผนการศึกษาชาติ นโยบายของรัฐบาลและของต้นสังกัด รวมทั้งทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม มีการบริหารจัดการคุณภาพอย่างเป็นระบบ มีแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา มีการนำแผนไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีการติดตามตรวจสอบประเมินผลและปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง มีการบริหารอัตรากำลัง ทรัพยากรทางการศึกษา และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีการนิเทศภายใน และมีการนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาบุคลากร มีระบบการบริหารงานและพัฒนางานวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนอย่างรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย เชื่อมโยงกับชีวิตจริง และเป็นแบบอย่างได้ ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโรงเรียนในสังกัดร้อยละ 90.90 มีการนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาบุคลากร มีระบบการบริหารงานและพัฒนางานวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนอย่างรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา โดยขับเคลื่อนตามนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา คือ 6 มิติ คุณภาพสู่การปฏิบัติ ได้แก่มิติที่ 1 การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้เป็น


๑๔๑รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ปัจจุบัน สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนตนเองอย่างถูกต้อง มิติที่ 2 การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ยึดรูปแบบ Active learning หากโรงเรียนไม่มีความพร้อมให้ใช้รูปแบบ DLTV ซึ่งผู้เรียนจะได้รับประสบการณ์อย่างหลากหลาย และมิติที่ 3 การวัดและประเมินผลที่เน้นการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาและเป็นไปตามที่ระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลของสถานศึกษากำหนด มิติที่ 4 สื่อ ส่งเสริม สนับสนุนให้ครูได้พัฒนาสื่ออย่างหลากหลาย หรือให้ช่องทางในการนำสื่อไปใช้ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของผู้เรียน และมิติที่ 5 การนิเทศภายใน มีการดำเนินการในทุกสถานศึกษามีการ Plc ในโรงเรียนเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนการสอน และมิติที่ 6 วิจัยในชั้นเรียน ครูทุกคนในสังกัดมีการพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพ และมีกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้น เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ครูมีความรู้ความสามารถ มีทักษะ มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และมีชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่ได้รับการขับเคลื่อนโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 มาใช้ในการพัฒนางานและการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนมีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน โดยคำนึง ถึงความปลอดภัย และจัดสภาพแวดล้อมทางสังคม ที่ส่งเสริม เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้เป็นรายบุคคลและกลุ่มอย่างมีคุณภาพตามนโยบายโครงการกิจกรรมโรงเรียนสะอาดมีบรรยากาศการเรียนรู้ 3. ด้านผลลัพธ์ (Output/Outcome)พิจารณาจากผลการประเมินตนเอง รายงาน SAR ของสถานศึกษา ในสังกัด ร้อยละ 100 มีผลการประเมินตนเอง รายงาน SAR อยู่ในระดับ ดี ขึ้นไปในมาตรฐานที่ 1 คุณภาพผู้เรียน พบว่า คุณภาพ ของผู้เรียนอยู่ในระดับดีเลิศ โดยผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด สามารถอ่านออก และอ่านคล่อง เขียนได้ตามมาตรฐานการอ่านในแต่ระดับชั้น สามารถเขียน สื่อสารและคิดคำนวณได้สูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา กล้าคิด กล้าแสดงออก แสดงความคิดเห็น มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม มีความสามารถสืบค้นข้อมูลและแสวงหาความรู้จากสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ด้วยตนเอง รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลสิ่งไหนดี เหมาะสม หรือไม่ดีรู้เท่าทันสื่อและสังคมที่เปลี่ยนแปลง มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และ เจตคติที่ดีพร้อมที่จะศึกษาในระดับชั้นที่สูงขึ้น และการทำงานหรือการประกอบอาชีพ ในส่วนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 100 มีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีสูงกว่าป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด มีความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย รู้จักการยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย มีสุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคมที่ดี โอกาสในการพัฒนาของสถานศึกษา และแนวทางในการส่งเสริม นิเทศ ติดตามของหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษา1. ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูทุกคนได้รับการพัฒนาศักยภาพ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา พัฒนาสร้างสื่อ นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้และพัฒนาเพื่อเป็นแบบอย่างและแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice)2. จัดกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติส่งเสริมให้สถานศึกษาเป็นต้นแบบ ให้คำแนะนำช่วยเหลือรวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานอย่างน้อยปีการศึกษาละ 1 ครั้ง 3. สร้างเครือข่ายร่วมมือ กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้มีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการจัดการศึกษา และการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษาเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มากขึ้น


๑๔๒รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒4. พัฒนาหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นโดยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบูรณาการสาระการเรียนรู้ให้สอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับสภาพบริบทให้เด่นชัดในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ยิ่งขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้แบบบูรณาการและผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะ ทักษะที่จำเป็น สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้5. ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูผู้สอนจัดกระบวนการเรียนการสอนด้วยวิธีการที่หลากหลายสอดคล้อง กับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดตามหลักสูตรของสถานศึกษามีการวัดและประเมินผลที่หลากหลายการวัด และประเมินผลการเรียนรู้เป็นไปตามสภาพจริงสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดและธรรมชาติของรายวิชาสามารถตรวจสอบและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ หลากหลายและเน้นการประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพ6. จัดกิจกรรมที่ปลูกฝังให้ผู้เรียนรักความเป็นไทย มีเจตคติและค่านิยมที่ดีต่อประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย7. พัฒนาสื่อแหล่งเรียนรู้จัดห้องเรียนปฏิบัติการให้อยู่ในสภาพที่ดีและพร้อมใช้งานปัญหาและอุปสรรคมีการเปลี่ยนคนรับผิดชอบงานประกันคุณภาพในสถานศึกษาทำให้ขาดประสบการณ์ในการดำเนินงานข้อเสนอแนะ1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 ควรมีการกำกับ ติดตาม ในการพัฒนากระบวนการบริหารและจัดการ และ การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และคุณภาพผู้เรียนเพื่อการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ 2. สำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 ควรมีกิจกรรม ให้เป็นสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ในระดับยอดเยี่ยม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านกระบวนการบริหารและจัดการ การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และคุณภาพผู้เรียน กับสถานศึกษาอื่นในสังกัด และหน่วยงานอื่น


๑๔๓รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒5. โครงการการตรวจสอบและติดตาม การใช้จ่ายเงินงบประมาณทุกประเภท เพื่อส่งเสริมพัฒนาการบริหารจัดการงบประมาณ ให้ได้มาตรฐานตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กระบวนการดำเนินงานกิจกรรมที่ 1 การคัดเลือกสถานศึกษาเป้าหมายในสังกัด เพื่อเข้ารับการตรวจสอบ จำนวน 30 แห่ง และกลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด ที่เป็นหน่วยรับตรวจ รวม 31 แห่ง ดังนี้ 1.1 การคัดเลือกสถานศึกษาเป้าหมายในสังกัดโดยพิจารณาคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อเข้ารับการตรวจสอบ 1.2 การจัดทำและขออนุมัติโครงการฯ ตามแผนปฏิบัติการประจำปี1.3 วางแผนการปฏิบัติงานตรวจสอบ/ จัดทำปฏิทินการตรวจ และจัดเตรียมเครื่องมือการตรวจ(กระดาษทำการตรวจสอบ) ตามประเด็น ที่ทาง สพฐ. กำหนด 1.4 แจ้งปฏิทินการออกตรวจสอบให้กับหน่วยรับตรวจคือสถานศึกษาเป้าหมาย เพื่อจัดเตรียมข้อมูลฯ และเอกสาร/หลักฐาน สำหรับเข้ารับตรวจสอบ 1.5 การตรวจสอบสถานศึกษาเป้าหมายที่เป็นหน่วยรับตรวจ (ม.ค.68–ก.พ.68) และดำเนินการตรวจสอบฯ ตามแผนปฏิบัติการประจำปีกิจกรรมที่ 2 การตรวจสอบ และประเมินผลการตรวจสอบ ของหน่วยรับตรวจ 2.1 ตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านการเงิน การบัญชี ในระบบ New GFMIS และให้คำปรึกษาแนะนำด้านการเงิน การบัญชี ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 25682.2 ดำเนินการตรวจสอบตามแผนปฏิบัติการประจำปี ตามรายการ ดังนี้ 1) การเงิน การบัญชี และพัสดุ ของสถานศึกษาเป้าหมายในสังกัด 2) การจัดซื้อจัดจ้าง ตาม พรบ. การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560และระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 3) เงินโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4) เงินรายได้สถานศึกษา 2.3 งานตรวจสอบที่บูรณาการร่วมกับ ผู้ตรวจสอบภายใน สพฐ. ตรวจสอบการใช้จ่ายค่าสาธารณูปโภคของส่วนราชการ (ตามนโยบายคณะรัฐมนตรี) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาทุกแห่ง โดยนำข้อมูลลงในระบบ ARS ตามที่ สพฐ. กำหนด2.4 สรุปผลการตรวจสอบการดำเนินงานและจัดทำรายงานผลตรวจสอบเสนอผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และรายงานผลการตรวจสอบฯ กิจกรรมที่ 3 การนิเทศ ติดตาม และสรุปรายงานผลการตรวจสอบ 3.1 ประมวลผลการตรวจสอบ/ วิเคราะห์ข้อมูล/ จัดลำดับผลการตรวจสอบ 3.2 สรุปผลการตรวจสอบและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบฯ รอบที่ 1 และรอบที่ 2 ส่งให้ สพฐ. ตามระยะเวลาที่กำหนด 3.3 การนิเทศ ติดตาม และตรวจสอบผลการปฏิบัติงานของหน่วยรับตรวจ พร้อมทั้ง แนะนำแนวทางการปฏิบัติงานให้ประสบผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ


๑๔๔รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ผลที่ได้จากการดำเนินงาน1.กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2 มีการเบิกจ่ายเงินทุกประเภทอย่างถูกต้อง ตามระเบียบของทางราชการ มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ และมีผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ2. สถานศึกษาเป้าหมายในสังกัด จำนวน 30 แห่ง ที่ได้รับการตรวจสอบตามแผนการตรวจสอบภายในประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 สามารถบริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับและใช้จ่ายงบประมาณทางด้านการศึกษา อย่างคุ้มค่า ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดและเกิดประโยชน์ต่อนักเรียนเป็นสำคัญ 3. สถานศึกษาที่เป็นหน่วยรับตรวจ สามารถพิสูจน์ความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและตัวเลขต่างๆ ทางด้านงบประมาณ การเงิน การบัญชี และด้านอื่น ๆ รวมทั้งจัดทำรายงานทางด้านการเงิน การบัญชี ได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ ทันเวลาตามระยะเวลาที่กำหนด 4. ฝ่ายบริหารงบประมาณของสถานศึกษาในสังกัด ได้รับการพัฒนาทางด้านด้านการเงิน การบัญชี และพัสดุ มีลำดับขั้นตอนและแนวทางในการปฏิบัติงานตามหลักการบริหารงบประมาณ และมีผลการปฏิบัติงาน ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น


๑๔๕รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒ปัญหาและอุปสรรค1. บุคลากรในสถานศึกษามีไม่เพียงพอ และยังมีภาระงานทางด้านการสอนเป็นสำคัญ จึงทำให้การ จัดทำระบบงานทางด้านการเงิน การบัญชี และพัสดุ ไม่เป็นปัจจุบัน และยังไม่ถูกต้อง2. บุคลากรในสถานศึกษามีความรู้และความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติงานทางด้านการเงิน การบัญชี และพัสดุค่อนข้างน้อย จึงทำให้การดำเนินงานทางด้านระบบการเงิน การบัญชี ได้ตามศักยภาพและบริบทของแต่ละโรงเรียน อีกทั้งมีระเบียบ กฎหมาย เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ 3. บุคลากรในสถานศึกษาที่ปฏิบัติงานทางด้านการเงิน การบัญชี ไม่ได้จัดทำเอกสาร/หลักฐาน ในการเบิก - ถอนเงิน แต่ละรายการในการจัดซื้อ/จ้าง ให้เป็นปัจจุบัน จึงทำให้เกิดปัญหา ในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ไม่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ 4. สถานศึกษามีการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทางด้านการเงิน การบัญชี และพัสดุ อยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่องและไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควรข้อเสนอแนะ1. ควรจัดให้มีการอบรมสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานทางด้านการเงิน การบัญชี ในสถานศึกษา และแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชีและพัสดุ ให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย ของทางราชการ2. ควรมีการนิเทศ ติดตาม และตรวจสอบ พร้อมทั้งชี้แนะแนวทางการปฏิบัติงานให้ประสบผลสำเร็จ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ มีการใช้เงินงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ สูงสุดต่อทางราชการ


๑๔๖รายงานผลการดำเนินงาน ปีงบประมาณ ๒๕๖8 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒6. โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ แนวปฏิบัติราชการ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖8กิจกรรมที่ บรรยายให้ความรู้ด้านกฎหมายเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ แนวปฏิบัติราชการ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระบวนการดำเนินงาน1. ทำหนังสือเชิญวิทยากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ขอนแก่น เขต 4 มาบรรยายให้ความรู้ด้านกฎหมาย2. ทำหนังสือเชิญ ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัด สพป.อุดรธานี เขต 2 มาให้รับฟังการบรรยาย3. ประชุมเตรียมความพร้อมในวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมร่วมคิด สพป อุดรธานี เขต 24. จัดเตรียมสถานที่การอบรมให้ความรู้ ณ ห้องประชุมร่วมคิด สพป อุดรธานี เขต 2 ในวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568 5. จัดเตรียมอาหารกลางวัน และอาหารว่างเช้าบ่ายให้ผู้เข้าร่วมอบรมและวิทยากรผลที่ได้จากการดำเนินงานผู้บริหารสถานศึกษามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมาย ระเบียบ แนวปฏิบัติราชการ กระบวนการในการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง โดยที่ผู้บริหารสถานศึกษาควรจะมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวพอสมควร เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการและควบคุมกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชามิให้กระทำผิดวินัย กลุ่มกฎหมายและคดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุดรธานี เขต 2


Click to View FlipBook Version