The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอน การจัดการโครงการขั้นสูง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by brother_dol, 2022-08-28 14:18:10

เอกสารประกอบการสอน การจัดการโครงการขั้นสูง

เอกสารประกอบการสอน การจัดการโครงการขั้นสูง

เอกสารประกอบการสอน
วชิ า การจัดการโครงการขั้นสงู

Advanced Project Management

พระครูวาทวี รวฒั น์,ดร.
วิทยาลัยสงฆร์ าชบุรี
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั



คำนำ

เอกสารประกอบการสอนเล่มน้ี ได้รวบรวมและเรียบเรียงเอกสาร
หนังสือ ประสบการณ์ต่าง ๆ มาจัดพิมพ์เพ่ือประโยชน์แก่ผู้ท่ีสนใจศึกษาใน
ประเด็นท่ีเก่ียวกับการจัดการโครงการข้ันสูง เพื่อจะได้มีองค์ความรู้ และเพื่อ
เป็นพน้ื ฐานในการประยกุ ตใ์ ช้ประโยชน์ในการบริหารจดั การต่อไป

โดยจุดมุ่งหมายของเอกสารประกอบการสอนเล่มน้ีเพ่ือให้นิสิตมี
ความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับทฤษฎี นิยามและความหมายของการจัดการ
โครงการ กระบวนการจัดการโครงการ การจัดการโครงการแบบบูรณาการ
การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในการจัดโครงการ การจัดการคุณภาพโครงการ
การจัดการความเสี่ยงของโครงการ การติดตามและการควบคุมโครงการ
เทคนิคและเคร่อื งมือการจัดโครงการ การประเมนิ โครงการ

ท้ายที่สุดน้ี ผู้เขียนหวังว่าเอกสารประกอบการสอนเล่มน้ีจะยัง
ประโยชน์ต่างๆ ให้เกิดข้ึนกับผู้เก่ียวข้องทุกท่านตามวัตถุประสงค์ของผู้เขียน
หากมีข้อบกพร่อง ผิดพลาดประการใดเกิดข้ึนในส่วนต่างๆ ของเอกสาร ต้อง
ขออภัยมา ณ โอกาสนี้

พระครวู าทวี รวัฒน์,ดร.
พฤษภาคม 2564



สารบญั

เรอื่ ง หน้า

คำนำ ก
สารบัญ ข
มคอ.3 ช

บทที่ ๑ ความร้เู บอ้ื งต้นเกี่ยวกับการจัดการโครงการ ๑
๑.๑ ความหมายและความสำคัญของการจัดการโครงการ 2
๑.๒ ประเภทการจดั การโครงการ 3
1.3 ความสำคัญของโครงการ 5
1.4 ลกั ษณะของโครงการ 6
1.5 กระบวนการจดั ทำโครงการ 9
1.6 การดำเนนิ งานตามโครงการ 11
1.7 การวเิ คราะห์โครงการ 18
1.8 การตัดสนิ ใจเลอื กโครงการ 20
1.9 การเขยี นโครงการ 22
คำถามประจำบท ๒5
อ้างองิ ประจำบท 25

บทท่ี ๒ กระบวนการจัดการโครงการ 28
2.๑ ความรู้เบื้องต้นของกระบวนการบริหารโครงการ 29
๒.2 กระบวนการของการจดั การโครงการ 31
2.๓ การวางแผนการประเมนิ โครงการ 33
2.๔ กระบวนการในการวางแผนประเมินโครงการ 38
คำถามประจำบท 54
อ้างอิงประจำบท 55



เร่ือง หน้า

บทท่ี ๓ การจดั การโครงการแบบบรู ณาการ 57
๓.๑ ความรเู้ บ้ืองต้นเกยี่ วกับการจัดการโครงการ 58
๓.๒ การบูรณาการโครงการ 61
๓.๓ สาระสำคญั ของการจดั การโครงการแบบบูรณาการ 67
๓.๔ การจัดการโครงการแบบบูรณาการโดยใข้แผนที่
ผลลพั ธ์ 69
๓.๕ การบรู ณาการเชงิ ยทุ ธศาสตร์ 86
คำถามประจำบท 91
อา้ งองิ ประจำบท 92

บทท่ี ๔ การวางแผนและดำเนินการโครงการ 93
๔.๑ การวางแผนโครงการ 94
๔.๒ การดำเนนิ การโครงการ 107
คำถามประจำบท 118
อ้างอิงประจำบท ๑19

บทที่ ๕ การจดั การทรพั ยากรในการจัดการโครงการ ๑20
๕.๑ ความรู้พ้นื ฐานเกีย่ วกับการจัดการทรัพยากรในการจดั
โครงการ ๑21
๕.๒ ทรพั ยากรท่ใี ชใ้ นการจดั การโครงการ ๑22
๕.๓ การใช้ทรัพยากรอยา่ งมีประสิทธิภาพ ๑23
๕.๔ การวางแผนการใช้ทรัพยากรภายใต้ข้อจำกัด ๑25
5.5 การจดั สรรการใชท้ รพั ยากรให้เหมาะสม 126
5.6 การกำหนดแผนการใช้ทรพั ยากรที่มีอยู่อยา่ งจำกัด 127
คำถามประจำบท 131
อา้ งอิงประจำบท ๑32



เรื่อง หน้า

บทท่ี ๖ การจดั การคณุ ภาพของโครงการ ๑33
๖.๑ ความรู้พื้นฐานเกยี่ วกับการจดั การคณุ ภาพโครงการ ๑34
๖.๒ การประกนั คุณภาพ QA ๑38
๖.๓ การควบคมุ คุณภาพ QC ๑38
๖.๔ การบรหิ ารคณุ ภาพ QM ๑38
๖.๕ การจดั การคณุ ภาพโดยรวม TQM ๑39
๖.๖ การจดั ระบบบรหิ ารงานคุณภาพ QMS ๑40
๖.๗ การจัดการคุณภาพแบบวงจรเดมม่งิ ๑41
๖.๘ กิจกรรม 5 ส. 145
6.9 กิจกรรม QCC 146
6.10 การบำรุงรกั ษาแบบมีสว่ นร่วม TPM 147
คำถามประจำบท 149
อ้างองิ ประจำบท 150

บทที่ ๗ การจดั การความเสยี่ งของโครงการ 151
๗.๑ ความรู้ทวั่ ไปเกย่ี วกับการจดั การความเส่ียง 152
๗.๒ ความหมายของความเสี่ยง 153
๗.๓ การจัดการความเสี่ยงของโครงการ 153
๗.๔ ประเภทความเส่ียง 155
๗.๕ การวิเคราะห์และการจัดการความเสี่ยง 158
7.6 ประโยชน์ของการวเิ คราะหก์ ารจัดการความเสี่ยง 158
7.7 การวางแผนการจัดการความเส่ียง 159
คำถามประจำบท 166
อา้ งอิงประจำบท 167



เรื่อง หน้า

บทท่ี ๘ การตดิ ตามและควบคมุ โครงการ 169

๘.๑ ความหมายของการติดตามโครงการ 170

๘.๒ ความหมายของการควบคุมโครงการ 171

๘.๓ ความสำคญั ระหว่างการติดตามและการควบคมุ

โครงการ 174

8.4 ระดบั ของการควบคุมโครงการ 175

8.5 ประโยชนข์ องการควบคุมโครงการ 178

8.6 ขั้นตอนการตดิ ตามและการควบคมุ โครงการ 179

8.7 เครือ่ งมือและเทคนคิ ทวั่ ไปท่ีใชใ้ นการควบคมุ โครงการ 181

คำถามประจำบท 188

อา้ งองิ ประจำบท 189

บทท่ี ๙ เทคนคิ และเครอ่ื งมือในการจดั การโครงการ 190
๙.๑ เทคนคิ และเครอ่ื งมอื 192
๙.๒ แผนภูมแิ กนต์ 193
๙.๓ ประวตั ิความเป็นมาของเทคนคิ และเคร่ืองมือ 195
๙.๔ การจดั การโครงการดว้ ยเทคนคิ และเคร่ืองมือ CPM 196
9.5 การสรา้ งโครงขา่ ยของโครงการ 197
9.6 ขั้นตอนการวางแผนโครงการดว้ ยเทคนิค CPM 201
9.7 การจัดการโครงการดว้ ยเทคนิคและเครื่องมือ PERT 204
คำถามประจำบท 208
อ้างองิ ประจำบท 209

เรอื่ ง ฉ

บทท่ี ๑๐ การประเมินโครงการ หน้า
10.1 การประเมนิ โครงการ
10.2 ประเภทของการประเมนิ โครงการ 210
10.3 รูปแบบการประเมินโครงการ 212
10.4 CIPP Model 213
10.5 รปู แบบการประเมนิ 217
10.6 ข้นั ตอนการประเมินโครงการ 219
10.7 การเขียนโครงการประเมนิ 220
คำถามประจำบท 225
อ้างองิ ประจำบท 228
231
บรรณานกุ รม 232
234

เอกสารประกอบการสอน วิชาการจดั การโครงการข้ันสูง ช

ช่ือสถาบันอุดมศึกษา รายละเอยี ดของรายวชิ า (มคอ.๓)
วทิ ยาเขต/คณะ/ภาควิชา
ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒอิ ดุ มศกึ ษา

มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
วิทยาลยั สงฆร์ าชบุรี

หมวดท่ี ๑ ขอ้ มลู โดยทว่ั ไป

๑. รหัสและช่ือรายวิชา
๖๑๔ 208 การจดั การโครงการขนั้ สูง

๒. หลักสตู รและประเภทของรายวชิ า (ระดบั ปริญญาโท)
พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ รายวชิ าบงั คับ

๓. อาจารยผ์ ู้รบั ผดิ ชอบรายวชิ าและอาจารย์ผสู้ อน
๓.๑ อาจารย์ผู้รบั ผดิ ชอบรายวิชา พระมหากังวาล ธรี ธมฺโม, ผศ.ดร.
๓.๒ อาจารย์ผ้สู อนรายวชิ า
พระครูวาทีวรวฒั น์,ดร. พธ.บ.(การจัดการเชิงพุทธ), พธ.ม.(การจัดการเชิงพุทธ), พธ.ด.(การจดั การเชิงพุทธ)

๔. ภาคการศกึ ษา / ชัน้ ปีทเี่ รียน
ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นปที ่ี ๑-๒๕๖4

๕. รายวชิ าที่ต้องเรียนมาก่อน (Pre-requisite) (ถา้ มี) - ไมม่ ี
๖. รายวชิ าท่ตี ้องเรียนพร้อมกัน (Co-requisites) (ถ้ามี) - ไมม่ ี
๗. สถานทเี่ รยี น

อาคารเรยี นวทิ ยาลยั สงฆ์ราชบุรี

๘. วันท่จี ดั ทำหรือปรบั ปรุงรายละเอียดของรายวิชาครัง้ ล่าสุด
๑5 พฤษภาคม ๒๕๖4



หมวดท่ี ๒ จุดมุ่งหมายและวตั ถุประสงค์

๑. จุดมงุ่ หมายของรายวิชา
๑) เพ่ือให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎี นิยามและความหมายของการจัดการโครงการ กระบวนการ

จัดการโครงการ การจัดการโครงการแบบบูรณาการ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในการจัดโครงการ การจัดการ
คุณภาพโครงการ การจัดการความเสี่ยงของโครงการ การติดตามและการควบคุมโครงการ เทคนิคและเคร่ืองมือการ
จดั โครงการ การประเมนิ โครงการ

๒) เพอ่ื ใหผ้ ู้ศกึ ษารู้วธิ ีการนำความรทู้ ่ีไดร้ ับไปใชก้ บั สภาพความเปน็ จริง และนำหลักเกณฑ์การวิเคราะห์
ตวั แปรทางองค์การทสี่ ำคัญ ๆ

๓) เพ่อื ใหผ้ ู้ศึกษาสามารถนำหลกั การทศ่ี ึกษาสามารถประยกุ ต์ในการบริหารได้

๒. วตั ถุประสงค์ในการพัฒนา/การบรู ณาการสอนในรายวชิ าฯ)
เพ่ือให้นิสิตได้รับความรู้เก่ียวกับแนวคิดสำคัญทางภาวะผู้นำทางการจัดการเชิงพุทธเข้ากับหลักของการบริหารได้

เป็นอยา่ งดแี ละมปี ระสิทธผิ ล

หมวดที่ ๓ ลักษณะและการดำเนินการ

๑. คำอธิบายรายวิชา

๖๑๔ ๒๐๘ การจัดการโครงการขนั้ สูง ๓(๓-๐-๖)

ศกึ ษาทฤษฎี นยิ ามและความหมายของการจัดการโครงการ กระบวนการจัดการโครงการ การจัดการ
โครงการแบบบูรณาการ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในการจัดโครงการ การจัดการคณุ ภาพโครงการ การจัดการความ
เสี่ยงของโครงการ การติดตามและการควบคุมโครงการ เทคนิคและเครือ่ งมือการจดั โครงการ การประเมนิ โครงการ
๒. จำนวนช่ัวโมงทใี่ ชต้ ่อภาคการศึกษา

บรรยาย สอนเสรมิ การฝึกปฏบิ ัติ/งาน การศึกษาด้วยตนเอง
ภาคสนาม/การฝึกงาน
บรรยาย ๔๕ ชว่ั โมงต่อภาค เชิญวทิ ยากรเพือ่ สอนเสรมิ การศกึ ษาดว้ ยตนเอง ๖
ไมม่ ีการฝกึ ค้นคว้าขอ้ มลู ใน ชว่ั โมงต่อสปั ดาห์
การศึกษา ตามความต้องการ ภาคสนาม

๓. จำนวนชวั่ โมงต่อสัปดาห์ทีอ่ าจารย์ใหค้ ำปรกึ ษาและแนะนำทางวชิ าการแกน่ สิ ติ เป็นรายบุคคล
- อาจารย์ประจำรายวชิ า ประกาศเวลาให้คำปรกึ ษารายบุคคล/กลมุ่ หรอื ผ่านเว็ปไซตข์ องวิทยาลยั สงฆ์ราชบรุ ี



หมวดที่ ๔ การพัฒนาการเรียนรู้ของนิสิต

๑. คุณธรรม จรยิ ธรรม

๑.๑ คุณธรรม จริยธรรมที่ต้องพัฒนา(โดยเปน็ ความรับผิดชอบหลักคือ ขอ้ ๓)
การพัฒนาผู้เรยี นให้มคี วามรบั ผิดชอบ มวี ินัย มีจรรยาบรรณวิชาชีพ เคารพในสิทธ์ขิ องข้อมูลสว่ นบุคคล การ

ไม่เปิดเผยข้อมูล การรักษาความลับของผู้ให้ข้อมูล การไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ทางเอกสาร/ตำราและไม่ละเมิดสิทธ์ทาง
ปญั ญา มคี วามซอื่ สตั ย์สุจรติ วิชาชีพ โดยมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมและมีคณุ สมบัติตามหลักสตู ร/สาขาวิชาฯ

๑) มีความสามารถในการใช้ดุลยพินิจเพื่อการแก้ปัญหาทางคุณธรรมและจริยธรรมท่ีซับซ้อนอย่างผู้รู้ใน
บริบทของศาสตร์ทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์

๒) มีความสามารถในการสนับสนุนอย่างจริงจังให้ผู้อ่ืนใช้ดุลยพินิจบนฐานความรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์ใน
การจัดการกับบรบิ ททม่ี ผี ลกระทบต่อตนเองและผอู้ ่นื

๓) มีภาวะผู้นำในการส่งเสริมให้มีการประพฤติปฏิบัติตามหลักคุณธรรม จริยธรรมในท่ีทำงาน และชุมชน
ทต่ี นเก่ยี วขอ้ ง (เน้น)

๔) มคี วามสามารถในการเปน็ แบบอย่างที่ดีงามของผู้อื่น
๑.๒ วธิ กี ารสอน

๑. ฝกึ ฝนภาวะความเป็นผู้นำ ผู้ตาม รวมถึงการเคารพสิทธิ และการรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นในการปฏิบัติงาน
เปน็ ทมี และการทำงานวจิ ัย

๒. การสอดแทรกความรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ในการเรียนการสอน ท้ังในด้านการดำรงชีวิตอยู่ในสังคม
และในการวิจยั
๑.๓ วิธีการประเมนิ ผล

๑. ประเมินจากการมวี ินยั ในการเรียน การตรงเวลาในการเขา้ ช้ันเรียน การทำงานเสรจ็ และส่งงานตามกำหนด
๒. ประเมินจากความรับผดิ ชอบในการปฏิบัตงิ านเป็นทีม การทำงานวิจัย และการเข้าร่วมกจิ กรรมในการใช้องค์
ความร้ทู างการศึกษาทำประโยชนต์ ่อสงั คม
๓. ประเมินจากความซ่ือสตั ย์ และจรรยาบรรณในการสอบ
๔. ผเู้ รยี นประเมินตนเอง และประเมินโดยเพ่อื นและอาจารย์ โดยใช้แบบประเมนิ และแบบวัดผล
๕. ภายหลงั สำเรจ็ การศกึ ษา ให้มหาบัณฑิตประเมินตนเอง ประเมินจากผใู้ ชม้ หาบัณฑิต และประเมินจาก
ผปู้ กครองของมหาบัณฑติ โดยใชแ้ บบสอบถาม

๒. ความรู้

๒.๑ ความรู้ทตี่ อ้ งได้รับ (เปน็ ความรับผิดชอบหลกั ขอ้ ๑)
๑) มีความสามารถในการพัฒนานวตั กรรมหรอื สรา้ งองคค์ วามรใู้ หม่ทเี่ ปน็ แกน่ ของสาขาวชิ าฯ
๒) มีความสามารถในการใช้เทคนิคการวิจัยและพัฒนาเพื่อหาข้อสรุปของปรากฏการณ์ในสาขาวิชารัการ

จัดการเชงิ พทุ ธ
๓) มีความเข้าใจอย่างลึกซ้ึงและกว้างขวางเก่ียวกับองค์ความรู้เชิงปฏิบัติการท่ีเปลี่ยนแปลงไปทั้งใน

ระดับชาตแิ ละนานาชาติ
๔) มคี วามสามารถในการปรับเปลีย่ นปจั เจกปัญญามาเป็นสาธารณปญั ญาทีก่ ่อให้เกิดคณุ คา่ ตอ่ สงั คม

๒.๒ วิธกี ารสอน
๑. จัดการเรียนรู้โดยผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และมุ่งเน้นให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจศาสตร์ในเชิงลึก ผสมผสานให้



นำไปสู่วิธีการดำเนินการที่เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้วิธีการเรียนการสอนท่ีเน้นหลักการทางทฤษฎี และการ
ประยุกต์ทางปฏิบัติในสภาพแวดล้อมจริง เป็นรูปแบบการเรียนรู้ท่ีกระตุ้นให้เกิดการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจด้วย
ตนเอง เช่นให้มีการนำเสนองาน การร่วมแสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม เพ่ือสนับสนุนให้นักศึกษาคิดเป็นและมี
นิสยั ใฝ่รู้

๒. การจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีอิสระในการแสวงหาความรู้โดยไม่ยึดติดกับการรับข้อมูลจากผู้สอนเพียงวิธี
เดยี ว

๓. การเรียนรแู้ บบมสี ่วนร่วม
๔. เรียนรูจ้ ากสถานการณจ์ ริง มีการเรยี นรทู้ ัง้ ในชั้นเรียนและศกึ ษาดูงาน
๕. การทำวจิ ยั ทงั้ ในรายวิชาทีเ่ กย่ี วข้องและวิทยานพิ นธ์
๖. การเรียนรทู้ ่เี น้นการนำความรไู้ ปประยุกต์ใชใ้ นการทำประโยชนต์ อ่ ชุมชน ท้องถิ่น และในระดบั ที่สูงขน้ึ
๒.๓ วิธกี ารประเมินผล
ประเมินจากผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นและการปฏิบัตขิ องนิสติ ให้ครอบคลมุ ในทุกดา้ น ด้วยวิธกี ารดังต่อไปน้ี
๑. การทดสอบยอ่ ย
๒. การสอบกลางภาคและปลายภาค
๓. วัดผลสำเรจ็ ของการปฏิบัติงานเปน็ ทีม
๔. การนำเสนอผลงาน

๓. ทักษะทางปญั ญา

๓.๑ ทกั ษะทางปญั ญาทตี่ ้องพัฒนา (เป็นความรับผิดชอบหลกั ข้อ ๑)
๑) สามารถใช้ความเข้าใจอันถ่องแท้ในทฤษฎแี ละเทคนคิ การแสวงหาความรูใ้ นการวิเคราะห์ประเด็นและ

ปัญหาสำคญั ไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์
๒) สามารถใช้ทฤษฎีและเทคนิคการแสวงหาความรู้ในพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการใหม่ๆท่ี

เกิดข้ึนจากการจดั การเชิงพุทธ
๓) สามารถสังเคราะห์ผลงานวิจัยและทฤษฎีเพื่อพัฒนาความรคู้ วามเข้าใจใหม่ๆท่ีสรา้ งสรรค์ รวมไปถึงการบูร

ณาการแนวคดิ ตา่ งๆ ท้ังภายในและนอกสาขาวชิ าการจดั การเชิงพุทธทศี่ กึ ษาในขัน้ สงู
๔) สามารถออกแบบและดำเนินการโครงการวิจัยที่สำคัญในเร่ืองที่ซับซ้อนท่ีเก่ียวกับการพัฒนาองค์ความรู้

ทางด้านรฐั ประศาสนศาสตรใ์ หม่ๆ จนกลายเป็นขอ้ เสนอเพ่ือการนำไปสกู่ ารปฏิบัตติ ่อไป
๓.๒ วธิ ีการสอน

เพ่ือให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา หลักสูตรจึงใช้กลยุทธใ์ นการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน
ดังน้ี

๑. ฝกึ ทักษะการคดิ และการแกไ้ ขปัญหา
๒. เน้นการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง และการปฏิบัติงานจริง
๓. เน้นการเรียนร้ทู ีส่ ามารถประยกุ ตใ์ ช้กับสถานการณ์จริง โดยใชป้ ญั หาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรยี นรู้
๓.๓ วธิ กี ารประเมินผล
ประเมนิ ทักษะทางปัญญาดว้ ยวธิ กี ารดังต่อไปน้ี
๑. วัดการแสดงออกทางการกระบวนการคดิ และการแก้ไขปญั หา
๒. วดั ผลการปฏิบัตงิ านที่ไดร้ ับมอบหมาย
๓. การนำเสนอผลงาน



๔. การอธบิ าย การตอบคำถาม
๕. การโต้ตอบส่อื สารกับผอู้ ่ืน

๔. ทกั ษะความสมั พันธร์ ะหวา่ งบุคคลและความรบั ผิดชอบ

๔.๑ ทกั ษะความสัมพันธ์ระหว่างบคุ คลและความรับผิดชอบทตี่ ้องพัฒนา (ความรบั ผิดชอบหลกั คอื ขอ้ ๔ )
๑) มีความสามารถสูงในใช้ความรู้ทางด้านการจัดการเชิงพุทธเพ่ือการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการได้

อยา่ งลกึ ซ้ึงและแหลมคม
๒) มีความสามารถในการใช้ความรู้ทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์เพ่ือการวางแผน วิเคราะห์และแก้ปัญหาที่

ซบั ซอ้ นสงู มากด้วยตนเอง รวมทั้งวางแผนในการปรับปรุงตนเองและองค์กรได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
๓) มคี วามสามารถสร้างปฏสิ ัมพันธใ์ นกิจกรรมกลมุ่ อยา่ งสร้างสรรค์
๔) มคี วามสามารรถในการแสดงออกถึงความโดดเด่นในการเป็นผู้นำในทางวชิ าการและสังคมท่ีซบั ซอ้ น

๔.๒ วธิ ีการสอน
เพื่อให้เกิดผลการเรียนรูด้ ้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความรับผิดชอบหลักสตู รจึงใช้กลยุทธ์ในการ

สอนเพื่อพัฒนาการเรียนร้ขู องผเู้ รียนดงั น้ี
๑. การจดั กจิ กรรมในรายวิชาทเ่ี นน้ การเรียนการสอนท่มี กี ารปฏิสมั พันธ์ทดี่ รี ะหว่างผู้เรียนและผูส้ อน
๒. ฝึกฝนภาวะความเป็นผู้นำ ผู้ตาม การแสดงออกถึงภาวะความเป็นผู้นำและผู้ตามท่ีดี การมีมนุษยสัมพันธ์ท่ีดี

กบั ผู้ร่วมงาน และการรับฟงั ความคดิ เห็นผู้อืน่ ในการปฏบิ ัตงิ านเป็นทีมและการทำงานวจิ ยั
๓. ฝกึ ฝนการทำกิจกรรมเพือ่ สงั คม
๔. ฝึกฝนการวางตัวทเี่ หมาะสมตอ่ กาลเทศะ
๕. ฝึกฝนการประสานงานกับผ้อู ืน่ ท้ังภายในและภายนอกสถาบนั การศกึ ษา

๔.๓ วธิ ีการประเมินผล
ประเมนิ ทักษะความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คลและความรับผดิ ชอบด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
๑. สังเกตุพฤติกรรมและการแสดงออกของนิสิตในหลายๆ ด้าน ระหว่างกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น

พฤติกรรมความสนใจ ต้งั ใจเรยี นรู้ และพฒั นาตนเอง
๒. สังเกตพุ ฤติกรรมการแสดงบทบาทภาวะผู้นำและผู้ตามท่ดี ี ความสามารถในการทำงานรว่ มกบั ผอู้ ื่น
๓. สังเกตุพฤติกรรมความรับผดิ ชอบในการเรียนและงานท่ีได้รับมอบหมาย การนำเสนอผลงาน การทำงานวิจัย

และการรว่ มทำกจิ กรรมเพ่ือสงั คม



๕. ทักษะการวเิ คราะห์เชิงตวั เลข การส่ือสาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

๕.๑ ทักษะการวเิ คราะหเ์ ชิงตวั เลข การสอื่ สาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศทีต่ อ้ งพฒั นา
(โดยความรบั ผดิ ชอบหลักคือข้อ ๓ )

๑) สามารถคัดกรองข้อมูลและใช้หลักตรรกะทางคณิตศาสตร์และสถิติ ในการศึกษาค้นคว้าปัญหา เชื่อมโยง
ประเด็นปญั หาท่ีสำคญั และซบั ซ้อน และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาในดา้ นตา่ งๆ โดยเฉพาะทางด้านการจัดการ
เชงิ พทุ ธในเชงิ ลกึ ได้

๒) สามารถส่ือสารโดยใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการพูด การอ่าน การฟัง การ
เขียน และการนำเสนอ และสื่อสารกับกลุ่มบุคคลต่างๆ ทั้งในวงการวิชาการและวิชาชีพ รวมถึงชุมชนท่ัวไปได้อย่าง
เหมาะสม

๓) สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอรายงานการวิจัย หรือโครงการค้นคว้าที่สำคัญ ทั้งใน
รูปแบบที่เป็นทางการและไมเ่ ป็นทางการ รวมถึงการตีพมิ พผ์ ่านส่ือทางวิชาการและวิชาชีพได้อย่างเหมาะสม

๕.๒ วธิ กี ารสอน
เพ่ือให้เกิดผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การส่ือสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

หลกั สตู รจงึ ใช้กลยุทธใ์ นการสอนเพ่ือพฒั นาการเรยี นรู้ของผเู้ รียนดงั นี้
๑. จัดการเรียนรายวิชาสัมมนาให้นิสิต โดยนิสิตทุกคนต้องลงทะเบียนเรียนโดยไม่นับหน่วยกิต ท้ังน้ีเพื่อให้นิสิต

ได้ฝึกทักษะทั้งด้านการวิเคราะห์ การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการค้นคว้าและนำเสนองานท้ังเป็น
ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ

๒. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรยี นได้ฝึกฝนทักษะการสื่อสาร และการนำเสนอโดยใช้เทคโนโลยี
ท้งั ดว้ ยตนเองและร่วมกับผูอ้ นื่ การอภปิ ราย

๓.จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนท่เี นน้ การวเิ คราะหป์ ญั หาจริงในการเรยี นร้แู ละการทำงานวิจยั
๕.๓ วธิ กี ารประเมินผล

ประเมินทกั ษะการวเิ คราะหเ์ ชิงตวั เลข การส่ือสาร และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ดว้ ยวิธกี ารดงั ตอ่ ไปน้ี
๑. การทดสอบความรู้และเทคนิคการวเิ คราะหแ์ ละแก้ปญั หาในสถานการณจ์ ำลองเสมือนจรงิ
๒. การทำงานวิจยั ตงั้ แต่เร่ิมตน้ จนถงึ ข้ันตอนการเขียนรายงาน และการนำเสนอผลงาน

หมวดท่ี ๕ แผนการสอนและการประเมินผล

๑. แผนการสอน

สปั ดาห์ หวั ข้อ/รายละเอยี ด จำนวน กจิ กรรมการเรียน การสอน ผสู้ อน
ท่ี ช่วั โมง ส่ือทใี่ ช้ (ถ้าม)ี
พระครูวาทวี รวฒั น,์ ผศ.ดร.
๑ แนะนำวิธีการศึกษาและวดั ๓ แนะนำกิจกรรมนิสิตและการวัด
พระครูวาทวี รวัฒน,์ ผศ.ดร.
ประเมินผลการศกึ ษาฯ ประเมินผล บรรยาย อภปิ ราย และ
การสรปุ สาระท่สี ำคัญๆ
- แนวการสอน/เนอื้ หารสาระ

- กจิ กรรมการเรียนการสอน

- การวัดและประเมินผลฯ

๒ ความรู้เบ้ืองตน้ เก่ียวกบั การ ๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ
จดั การโครงการขน้ั สูง
อภิปราย ซักถาม โตต้ อบ วิเคราะห์



สัปดาห์ หวั ข้อ/รายละเอยี ด จำนวน กิจกรรมการเรียน การสอน ผู้สอน
ที่ ช่ัวโมง สอ่ื ทใ่ี ช้ (ถ้าม)ี

โดยอาจารย์ผู้บรรยายร่วมกับนสิ ติ

๓ ทฤษฎกี ารจัดการโครงการ ๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ
อภิปราย ซักถาม โตต้ อบ วิเคราะห์ พระครวู าทวี รวัฒน,์ ผศ.ดร.

โดยอาจารย์ผู้บรรยายร่วมกับนสิ ติ

๔ นิยามและความหมายของการ ๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ
อภิปราย ซักถาม โตต้ อบ วิเคราะห์ พระครวู าทีวรวัฒน,์ ผศ.ดร.
จัดการโครงการ โดยอาจารย์ผู้บรรยายร่วมกบั นิสติ

๕ กระบวนการจดั การโครงการ ๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ

๖ การจดั การโครงการแบบบรู ณา อภิปราย ซักถาม โตต้ อบ วิเคราะห์ พระครวู าทีวรวัฒน,์ ผศ.ดร.
การ โดยอาจารยผ์ ู้บรรยายรว่ มกับนสิ ติ

๗ การจดั การทรัพยากรมนุษย์ใน ๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ
การจัดโครงการ
อภิปราย ซักถาม โต้ตอบ วิเคราะห์ พระครูวาทีวรวฒั น,์ ผศ.ดร.
๘ สอบวดั ผลกลางภาค โดยอาจารย์ผู้บรรยายร่วมกับนสิ ติ
๙ การจดั การคุณภาพโครงการ
๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ
๑๐ การจดั การความเส่ียงของ
โครงการ อภิปราย ซักถาม โตต้ อบ วิเคราะห์ พระครูวาทวี รวฒั น,์ ผศ.ดร.
โดยอาจารย์ผู้บรรยายร่วมกับนิสิต

๓ กิจกรรมสอบวัดผลกลางภาค

พระครูวาทวี รวัฒน,์ ผศ.ดร.

๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ

อภิปราย ซักถาม โต้ตอบ วิเคราะห์ พระครวู าทวี รวฒั น,์ ผศ.ดร.
โดยอาจารย์ผบู้ รรยายร่วมกับนสิ ิต

๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ

อภิปราย ซักถาม โตต้ อบ วิเคราะห์ พระครวู าทวี รวัฒน,์ ผศ.ดร.
โดยอาจารย์ผูบ้ รรยายรว่ มกับนสิ ติ

๑๑ การติดตามและการควบ คุ ม ๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ
อภิปราย ซักถาม โต้ตอบ วิเคราะห์ พระครูวาทวี รวัฒน,์ ผศ.ดร.
โครงการ โดยอาจารยผ์ บู้ รรยายร่วมกับนสิ ิต

๑๒ เทคนิคและเคร่ืองมือการจัด ๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ
อภิปราย ซักถาม โตต้ อบ วิเคราะห์ พระครูวาทีวรวัฒน,์ ผศ.ดร.
โครงการ โดยอาจารย์ผู้บรรยายรว่ มกับนิสติ

๑๓ เทคนิคและเคร่ืองมือการจัด ๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ
อภิปราย ซักถาม โต้ตอบ วิเคราะห์ พระครูวาทวี รวัฒน,์ ผศ.ดร.
โครงการ (ต่อ) โดยอาจารยผ์ บู้ รรยายร่วมกับนิสติ

๑๔ การประเมินโครงการ ๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ
อภิปราย ซักถาม โตต้ อบ วิเคราะห์ พระครวู าทีวรวัฒน,์ ผศ.ดร.

โดยอาจารยผ์ บู้ รรยายรว่ มกับนสิ ติ



สัปดาห์ หวั ข้อ/รายละเอียด จำนวน กิจกรรมการเรียน การสอน ผู้สอน
ท่ี ชั่วโมง ส่ือทใี่ ช้ (ถ้าม)ี
พระครูวาทีวรวัฒน,์ ผศ.ดร.
๑๕ การประเมนิ โครงการ (ต่อ) ๓ บรรยาย ยกตัวอย่างประกอบ พระครูวาทวี รวฒั น,์ ผศ.ดร.

๑๖ สอบปลายภาค อภิปราย ซักถาม โตต้ อบ วิเคราะห์
โดยอาจารยผ์ ูบ้ รรยายรว่ มกับนสิ ิต

๓ กจิ กรรมสอบวัดผลปลายภาค

๒ แผนการประเมินผลการเรียนรู้

ท่ี แผนการประเมนิ และ สัปดาห์ทป่ี ระเมิน สดั ส่วนเกณฑท์ ี่ประเมนิ ผล
วิธกี ารประเมิน ตลอดภาคการศึกษา ๗๐ %

มาตรฐานการเรยี นรู้ ๕ ด้าน

๑. ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม

ประเมนิ จากการมีวินัยในการ

เรยี น การตรงเวลาในการเข้าชน้ั

เรยี น การทำงานเสร็จและสง่

งานตามกำหนด และความ

รบั ผดิ ชอบในการปฏิบัตงิ านเป็น

ทมี การทำงานวจิ ยั และการเขา้

ร่วมกจิ กรรมในการใชอ้ งค์

ความรทู้ างการศึกษาทำ

ประโยชนต์ ่อสงั คม

๒. ความรู้ ประเมนิ จาก การ

ทดสอบย่อย การสอบปลายภาค

๑ และการนำเสนอผลงาน
๓. ทักษะทางปญั ญา ประเมิน

จากการแสดงออกทางการ

กระบวนการคิดและการแก้ไข

ปญั หา จากการปฏิบัติงานที่

ไดร้ บั มอบหมาย การนำเสนอ

ผลงาน และการอธิบาย การ

ตอบคำถาม

๔. ทกั ษะความสัมพนั ธ์

ระหว่างบุคคลและความ

รบั ผดิ ชอบประเมนิ จากสงั เกตุ

พฤติกรรมและการแสดงออก

ของนสิ ติ ในหลายๆ ด้าน

ระหว่างกจิ กรรมการเรียนการ

สอน เชน่ พฤติกรรมความสนใจ ฒ
๒๐%
ตัง้ ใจเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง

และสงั เกตุพฤติกรรมการแสดง

บทบาทภาวะผนู้ ำและผตู้ ามท่ีดี

ความสามารถในการทำงาน

ร่วมกบั ผอู้ ืน่

๕. ทกั ษะการวิเคราะห์เชิง

ตวั เลข การสอ่ื สาร และการใช้

เทคโนโลยสี ารสนเทศประเมิน

การทดสอบความรู้และเทคนิค

การวเิ คราะห์และแกป้ ัญหาใน

สถานการณ์จำลองเสมือนจริง

และการทำงานวจิ ยั ต้งั แต่

เรม่ิ ต้นจนถึงขน้ั ตอนการเขียน

รายงาน และการนำเสนอ

ผลงาน

การวเิ คราะหผ์ ลงานทม่ี อบหมาย

- การจัดทำรายงานกลุ่ม

- การตรวจและสรุปบทความ

- การสง่ งานตามทมี่ อบหมาย

มีชน้ิ งานตามจุดดำ(ความ

รับผดิ ชอบหลกั ) ท้ัง ๕ ด้าน

๑) มภี าวะผู้นำในการส่งเสริมให้

มกี ารประพฤติปฏบิ ัติตามหลัก

คณุ ธรรม จริยธรรมในท่ีทำงาน

และชมุ ชนท่ีตนเกีย่ วข้อง

๒ ๒) มีความสามารถในการพัฒนา ตลอดภาคการศกึ ษา
นวัตกรรมหรือสรา้ งองค์ความรู้

ใหมท่ ีเ่ ปน็ แกน่ ของสาขาวชิ าฯ

๓) สามารถใชค้ วามเขา้ ใจอนั

ถ่องแทใ้ นทฤษฎีและเทคนิคการ

แสวงหาความร้ใู นการวิเคราะห์

ประเดน็ และปญั หาสำคัญได้

อย่างสรา้ งสรรค์

๔) มคี วามสามารรถในการ

แสดงออกถึงความโดดเดน่ ใน

การเป็นผนู้ ำในทางวชิ าการและ

สังคมทซ่ี บั ซ้อน



๓) สามารถใช้เทคโนโลยี ตลอดภาคการศกึ ษา ๑๐%
สารสนเทศในการนำเสนอ -มเี อกสารรายงานฯ
รายงานการวิจยั หรือโครงการ
ค้นควา้ ท่สี ำคัญ ทั้งในรปู แบบที่
เปน็ ทางการและไม่เป็นทางการ
รวมถึงการตีพมิ พผ์ า่ นสื่อทาง
วิชาการและวชิ าชีพได้อย่าง

การเขา้ เรยี น/รว่ มทำกิจกรรม
๓ - การมีส่วนรว่ ม อธปิ ราย

- การเสนอความคดิ เห็นในกลมุ่

หมวดที่ ๖ ทรพั ยากรประกอบการเรยี นการสอน

๑. เอกสารและตำราหลัก
พระครูวาทีวรวัฒน์,ดร. เอกสารประกอบคำสอน. “การจัดการโครงการขั้นสูง”. วิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี,

มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๖4.
๒. เอกสารและข้อมูลสำคญั

---
๓. เอกสารและข้อมูลแนะนำ ม.มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั : WWW.mcu.ac.th , WWW.polmcu.com

- ทฤษฎอี งค์การและการจดั การ, https://docs.google.com/document/edit?id

- การค้นควา้ วทิ ยานิพนธ์ (Thesis) : WWW.ThaiLIS สภาพัฒนาเศรษฐกิจ (สศช) : WWW.nesdb.go.th

หมวดที่ ๗ การประเมินและปรับปรุงการดำเนนิ การของรายวชิ าฯ

๑. กลยุทธ์การประเมินประสิทธผิ ลของรายวิชาโดยนิสิต

๑.๑ นิสติ ประเมนิ ประสทิ ธิผลของรายวิชาฯ
๑) ดา้ นวิธีการสอนของอาจารย์
๒) ด้านการจดั กจิ กรรมในหอ้ งเรยี น
๓) ดา้ นการจัดกจิ กรรมนอกห้องเรยี น
๔) สง่ิ สนับสนุนการเรียนการสอนที่สง่ ผลกระทบตอ่ การเรียนรู้และผลการเรยี นรู้ 5 ดา้ นทีไ่ ดร้ ับ

๕) ขอ้ เสนอแนะเพื่อปรบั ปรุงรายวิชาด้วยระบบเครอื ข่ายของมหาวทิ ยาลัยฯ
๑.๒ อาจารย์ผูส้ อนประเมินพฤตกิ รรมการเรยี นของนสิ ติ

๑) การสงั เกตจากสนทนากลุ่มระหว่างอาจารย์ผู้สอนกบั ผูเ้ รียน
๒) การสังเกตการณ์จากพฤตกิ รรมของผูเ้ รียน

๑.๓ แบบประเมนิ ผสู้ อนและแบบประเมนิ รายวิชา
๑) แบบประเมินอาจารยผ์ สู้ อนและเอกสารรายงานท่สี รปุ ผลการประเมนิ
๒) แบบประเมินรายวชิ าฯ และเอกสารรายงานที่สรปุ ผลการประเมิน



๑.๔ ข้อเสนอแนะผ่านเว็บ ที่อาจารยผ์ ู้สอนได้จัดทำเปน็ ช่องทางการสอ่ื สารกับนิสิต
หลักฐานที่จะใชป้ ระเมินผลตาม มคอ.5 เชน่ เมล์ เวบ็ บอร์ด ฯลฯ

๒. กลยุทธ์การประเมินการสอน

๒.๑ การสอนเปน็ ไปในลกั ษณะท่ีเน้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ
- มกี ารบรรยายถงึ เน้ือหาหลักและแนะนำให้ผูเ้ รียนค้นควา้ หรอื ทำความเข้าใจปลีกย่อยดว้ ยตนเอง

๒.๒ การสอนหลกั การหรอื ทฤษฎแี ละกฎเกณฑ์ตา่ งๆ เพ่ือทดลองปฏิบัตจิ รงิ และใชเ้ คร่ืองมือด้วยตนเอง
- โดยสอนสอดแทรกเนือ้ หา/กจิ กรรมที่สง่ เสริมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม เพื่อทำใหผ้ ู้เรียนเกิดทักษะ
ในการเรยี นรู้ การนำเสนอ และการอภิปราย โดยใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการส่ือสารกบั ผู้อ่ืน

๒.๓ การวดั และประเมินการสอน:
- การกำหนดวธิ วี ัดผลการศึกษา โดยองิ มาตรฐานกลมุ่ หรืออิงเกณฑ์
- การสังเกตโดยอาจารย์ผสู้ อนจากการท่ีนสิ ิตมาขอคำปรกึ ษา

๓. การปรับปรุงการสอน

หลังจากผลการประเมินการสอนในข้อ ๒ จึงมีการปรับปรุงการสอน โดยจัดกิจกรรมในการระดม
สมอง และหาข้อมลู เพ่ิมเติมเพื่อปรับปรงุ การสอน ดังนี้

๓.๑ หลักสูตรฯ กำหนดให้ผู้สอนทบทวนและปรับปรุงกลยุทธ์และวิธีการสอนจากผลการประเมิน
ประสิทธิผลรายวิชาแล้วจัดทำรายงานผลดำเนินการรายวิชา(มคอ.5) ตามที่ สกอ.กำหนดให้จัดทำทุกภาค
การศึกษา (ภายใน ๓๐ วนั /เทอม)

๓.๒ หลักสูตรฯ ส่งเสริมให้อาจารย์ผู้สอนเข้ารับการอบรมถึงกลยุทธ์การสอน วิเคราะห์ผู้เรียนและการ
วิจัยในชั้นเรียนในรายวิชาท่ีมีปัญหาหรือมีประสิทธิผลจากการประเมินต่ำฯ อย่างน้อยภาคการศึกษาละ 1
รายวิชา

๓.๓ หลักสูตรฯ จดั ให้มกี ารประชุม/สัมมนากบั อาจารย์ผ้สู อนเพื่อปรกึ ษาหารือปัญหาการเรียนรขู้ องนิสิต
และวิธกี ารปรับปรุง/แก้ไขหรือพัฒนาให้ดีย่งิ ขน้ึ

๔. การทวนสอบมาตรฐานผลสมั ฤทธ์ขิ องนิสติ ในรายวิชา

ในระหว่างกระบวนการสอนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธ์ิในรายหัวข้อ ตามท่ีคาดหวังจากการ
เรียนรู้ในรายวิชา ๕ ดา้ น โดยสอบถามนิสติ หรอื สมุ่ ตรวจผลงานนสิ ติ รวมถงึ ผลการทดสอบย่อย ดงั น้ี

๔.๑ การแต่งตั้งคณะกรรมการทวนสอบฯ เพื่อตรวจสอบผลการประเมิน”ผลการเรียนรู้ 5 ด้าน”
ของนิสิต โดยการตรวจสอบกระบวนการเรียน-การสอนรายวชิ านั้นๆ เชน่ ตรวจ มคอ.3 เนือ้ หาในรายวชิ าและ
สื่อการสอน รวมท้ังเอกสารประกอบการสอน/ตำราที่ใช้ประกอบการสอนฯ (ตามหมวดท่ี ๒ การจัดการเรียน
การสอนของรายวชิ าฯ ใน มคอ.๕)

๔.๒ การตรวจสอบขอ้ สอบ ตรวจรายงาน และวธิ กี ารให้คะแนนสอบ การให้คะแนนพฤติกรรม และ
การให้คะแนนตามข้อกำหนดการวัดและประเมินผลรายวิชาตามท่ีกำหนดไว้ รวมทั้งพิจารณาจากผลการ
ทดสอบย่อยและใหค้ ำปรกึ ษาฯ

๔.๓ การทวนสอบผลการเรียนรายวิชาฯ มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ โดยรวมในรายวิชา ดังนี้
๑) การทวนสอบการให้คะแนนจากการสุ่มตรวจผลงานของนิสิต โดยอาจารย์อื่นที่ประจำ

สาขาวชิ าฯ
๒) การสอบถาม/สัมภาษณ์นิสิตฯเพื่อพิจารณาผลการเรยี นรู้ในรายวชิ าฯ โดยคณะกรรมการท่ี



รับผดิ ชอบและผู้เชย่ี วชาญ/ผู้ทรงคุณวุฒฯิ แตล่ ะสาขาวชิ าฯ เพื่อตรวจสอบผลประเมนิ ”ผลการเรยี นรู้ 5 ดา้ น”
และพฤติกรรมนสิ ิต/นิสติ ฯ

๕. การดำเนนิ การทบทวนและการวางแผนปรับปรุงประสทิ ธิผลของรายวิชา

จากผลการประเมินและทวนสอบผลสัมฤทธิ์ประสิทธิผลรายวิชา โดยสาขาวิชาและคณะวิชาฯ ได้มีการ
วางแผน การปรบั ปรุงการสอนและรายละเอยี ดของวิชา(มคอ.๓) เพือ่ ให้เกดิ คณุ ภาพมากขน้ึ ดงั นี้

๕.๑ การปรบั ปรงุ รายละเอยี ดของรายวิชาทกุ ภาคการศึกษาปี หรือตามขอ้ เสนอแนะและผลการทวน
สอบรายวิชาในมาตรฐานผลสัมฤทธติ์ ามขอ้ ๔

๕.๒ การเปลี่ยนหรือสลับอาจารย์ผู้สอนในรายวิชานี้ เพ่ือให้นสิ ิตได้มีมุมมองในเรื่องการประยุกตค์ วามรู้น้ี
กบั ปญั หาทีเ่ กิดจากปัจจยั ภายนอก/ปญั หาในสังคมหรอื หนว่ ยงานต่างๆ

๕.๓ การเชิญวิทยากร/อาจารย์ผู้สอนท่านอื่นฯ เพ่ือเข้าร่วมสอน ที่ทำให้นิสิตได้รับความรู้เพ่ิมหรือมี
มุมมองในเร่ืองประสบการณ์หรือการประยุกต์ความรู้น้ีกับปัญหาท่ีมาจากผลงานวิจัย/ประสบการณ์ของ
วทิ ยากร/ผูท้ รงคุณวุฒิฯ

ลงชอื่ ..................................................................................
อาจารยผ์ ูส้ อนรายวิชา พระครูวาทวี รวฒั น,์ ดร.

วันที่ ๑5 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖4

ลงชอ่ื ..................................................................................
อาจารยผ์ ู้รับผิดชอบรายวิชา พระมหากังวาล ธีรธมฺโม,ผศ.ดร.

วันที่ ๑5 เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖4

บทที่ ๑
ความร้เู บอ้ื งต้นเกีย่ วการจดั การโครงการ

แผนการเรยี นการสอน

1.ความหมายและความสำคัญของการจัดการโครงการ
2.ประเภทการจดั การโครงการ
3.ความสำคญั ของการจัดการโครงการ
4.กระบวนการจัดทำโครงการ
5.การวิเคราะหโ์ ครงการ
6.แนวทางการสรา้ งรายได้แก่โครงการจดั ทำธรุ กิจและบรกิ าร

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ให้นสิ ิตสามารถ

1.ทราบถึงความหมายและความสำคัญของการจดั การโครงการ
2.รแู้ ละเขา้ ใจประเภทการจัดการโครงการ
3.อธบิ ายความสำคญั ของการจัดการโครงการ
4.ทราบถงึ กระบวนการจดั ทำโครงการ
5.สามารถการวเิ คราะหโ์ ครงการ
6.อธิบายแนวทางการสรา้ งรายไดแ้ กโ่ ครงการจัดทำธุรกิจและ
บริการ

กิจกรรม

1. ฝึกทำแบบฝกึ หดั ทา้ ยบท
2. อ่านทบทวนและสรปุ สาระสำคัญ

การจดั การโครงการข้นั สูง 2

1.1 ความหมายและความสำคญั ของการจดั การโครงการ
งานใด ๆ ก็ตาม หากได้มีการกำหนดและบริหารงานในลักษณะ

ของโครงการ มีกระบวนการการจัดการโครงการที่ชัดเจน โครงการ
เห ล่ า น้ั น ย่ อ ม ส า ม า ร ถ ค ว บ คุ ม แ ล ะ ด ำ เนิ น ก า ร ให้ ส ำ เร็ จ ได้ อ ย่ า ง มี
ประสทิ ธิภาพ

1. ความหมายของงานท่ีจัดเป็นโครงการ๑
ลักษณะของงานทีเ่ หมาะสมในการดำเนนิ งานในรปู โครงการ คือ
1.1 มีวัตถปุ ระสงค์ชดั เจน โดยมเี ป้าหมายที่ตอ้ งการบรรลุ
1.2 ต้องอาศัยผู้ดำเนินงานอันเชี่ยวชาญจากต่างสาขาวิชา ท่ี
เกยี่ วข้องกนั มารว่ มทำงานนน้ั
1.3 งานพิเศษที่ไม่เคยได้มีการกระทำมาก่อน ไม่สามารถ
กำหนดแนวทางการทำงานท่ีมรี ปู แบบท่ชี ัดเจนไดจ้ ากงานครัง้ ก่อน
1.4 มกั เกย่ี วขอ้ งกบั เทคโนโลยใี หม่ ๆ
1.5 งานเฉพาะกจิ ช่ัวคราว มีกำหนดเวลาเริ่มต้นและส้ินสุดของ
งานชดั เจน
1.6 มีวงรอบการดำเนนิ งานเป็นแนวทาง ประกอบด้วยข้ันตอน
ต่าง ๆ กัน ทรัพยากรและกำลังคน ในแต่ละขันตอนของงานซ่ึงจะ
ปรับเปลี่ยนไปตามความจำเปน็

๑ นิคม ภคบณั ฑุ, การจัดการโครงการ, เอกสารการสอนชุดวชิ าสำนักงาน
อตั โนมัติ หน่วยที่ ๙-๑๕ พิมพค์ รง้ั ท่ี ๘, (นนทบรุ ี : โรงพมิ พ์สโุ ขทัยธรรมาธริ าช,
๒๕๕๒), หน้า ๑๐๕.

การจดั การโครงการข้ันสูง 3

1.2 ประเภทการจดั การโครงการ๒
1.2.1 การจัดการโครงขององคก์ รธุรกิจมแี สวงหากำไร
โครงการขององค์การธุรกิจจัดเป็นโครงการเชิงพาณิชย์

ผลิตสินค้าหรือบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เกณฑ์ใน
การวัดความสำเร็จหรือแรงกระตุ้นในการทำโครงการเชิงพาณิชย์ คือ
กำไร

1.2.2 การจัดการโครงการของรัฐท่ไี มม่ งุ่ หวงั กำไร
โครงการของรัฐส่วนใหญ่เป็นโครงการเพื่อการพัฒนา

เศรษฐกิจและสังคม เป็นโครงการที่ไม่หวังผลกำไรที่เป็นตัวเงิน แต่หวัง
ผลตอบแทนต่อความเจริญทางเศรษฐกิจของประเทศ และระดับความ
เปน็ อยูท่ ี่ดขี องประชาชน

1.2.3 ความหมายของการจัดการโครงการ
การจดั การโครงพฒั นาขึ้นมาจากหลายสาขารวมถึง การก่อสร้าง
วิศวกรรม และการทหาร ความหมายของการจัดการโครงการจึงมหี ลาย
นยั ข้ึนอยู่กบั ทศั นะของแต่ละทา่ น
เกรย์และลาร์สัน (Gray and Larson) ได้ให้ความหมายว่า
โครงการหมายถึงความพยายาม (...กระทำการ) ที่มีความสลับซับซ้อน
ไม่เป็นสิ่งปกติ ในช่วงเวลาหน่ึง ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา งบประมาณ
ทรพั ยากร และผลงานทีร่ ะบไุ วต้ ามความตอ้ งการของลูกค้า๓

๒ รตั นา สายคณิต , การบรหิ ารโครงการ : แนวทางส่คู วมสำเรจ็ , พิมพค์ รงั้ ที่
๔, (กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์แหง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย, ๒๕๕๒), หนา้ ๓๙.

๓ C.F. Gray/E.W. Larson, Project Management: The Managerial
Process. (Singapore: Irwin McGraw-Hill,2000),p.4 อา้ งใน รัตนา สายคณิต ,
การบรหิ ารโครงการ : แนวทางสู่ควมสำเรจ็ , พิมพ์คร้ังที่ ๔, (กรงุ เทพมหานคร: โรง
พิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , ๒๕๕๒), หนา้ ๒๖.

การจดั การโครงการขัน้ สูง 4

สุภาพร พิศาลบุตร ได้ให้ความหมายว่า โครงการเป็นแผนงาน
จัดทำขึ้นอย่างมีระบบ โดยประกอบด้วยกิจกรรมย่อยหลายกิจกรรมที่
ต้องใช้ทรัพยากรในการดำเนินงานและคาดหวังที่จะได้รับผลตอบแทน
อย่างคุ้มค่า จะต้องมีจุดเริ่มต้นและจุดส้ินสุดในการดำเนินงาน โดยมี
วัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจน มีพื้นที่ในการดำเนินงาน
เพ่ือให้บริการและตอบสนองความต้องการของกลุ่มบุคคลในพื้นที่ มี
บคุ คลหรือหน่วยงานรบั ผิดชอบในการดำเนินงาน หรือโครงการเป็นการ
กำหนดการปฏิบตั ิงานในรายละเอียดให้บรรลุวัตถปุ ระสงค์และเปา้ หมาย
ที่กำหนดไว้๔

การจัดการโครงการ เป็นศาสตร์ในการอำนวยการที่ผสมผสาน
การใชท้ รพั ยากรมนษุ ย์และวัสดเุ ครอื่ งมอื เครอ่ื งใช้ ตลอดระยะโครงการ
โดยอาศัยหลักวิชาการเทคนิคสมัยใหม่ เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายทั้งด้าน
ขอบเขตของงาน ภายใต้งบค่าใช้จ่ายที่ประมาณการ ในระยะเวลาที่
กำหนดพร้อมดว้ ยคณุ ภาพและทำใหผ้ ู้รว่ มงานพงึ พอใจ๕

จากความหมายท่ีกล่าวมาอาจสรุปได้ว่า โครงการ หมายถึง
กิจกรรมท่ีเก่ียวกับการผลิตหรือบริการ โดยมีการวางแผน จัดองค์การ
อำนวยการ ควบคุม ให้กิจกรรมดำเนินไปภายใต้ข้อจำกัดเพื่อให้บรรลุ
วตั ถุประสงคท์ ีต่ ้งั ไว้

1.2.4 ความสำคัญของการจดั การโครงการ
การจัดการโครงการมีความสำคัญ เพราะว่ารูปแบบการทำงาน
ในปัจจุบัน เปล่ียนไปเป็นการจัดตั้งหน่วยงานหน่ึงข้ึนมาดูแลและ

๔ สภุ าพ พศิ าลบุตร, การวางแผนและการบรหิ ารโครงการ, พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๔,
(กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยราชภฏั สวนดสุ ติ ,๒๕๔๗), หน้า ๗๘.

๕ นิคม ภคบณั ฑ,ุ การจดั การโครงการ, เอกสารการสอนชุดวิชาสำนกั งาน
อัตโนมัติ หน่วยท่ี ๙-๑๕ พมิ พ์ครงั้ ที่ ๘, (นนทบรุ ี : โรงพมิ พส์ โุ ขทยั ธรรมาธริ าช,
๒๕๕๒), หน้า ๑๐๗.

การจัดการโครงการข้ันสูง 5

รบั ผิดชอบโครงการ โดยมีผู้จัดการโครงการ เป็นผู้รับผิดชอบและกำกับ
ดูแลการจัดการโครงการภายใต้ขอ้ จำกัด 3 ประการ คอื ค่าใช้จ่าย เวลา
และผลงานตามวัตถุประสงค์ ถ้าบริหารได้อย่างเหมาะสมก็กล่าวได้ว่า
การจัดการโครงการเปน็ ไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ
2) ประโยชน์ของการจัดการโครงการ

1. การสรา้ งประสิทธภิ าพในการสงั่ การ
2. การสร้างความอสิ ระในการบริหารโครงการ
3. การลดความขัดแย้งและทำใหเ้ กดิ ความรว่ มมอื จากทุกส่วน
4. การเพม่ิ โอกาสในความสำเรจ็ ของงาน
5. การสรา้ งเปา้ หมายทช่ี ดั เจนของตนเอง
6. การสรา้ งผลงานจากโครงการ
7. การสร้างประสิทธภิ าพในการตดิ ตามงาน
8. การประหยัดต้นทุนในการดำเนนิ โครงการ
9. การนำเทคนคิ การจัดการใหม่เขา้ มาปรับใชใ้ นโครงการ
10. การสรา้ งความตอ่ เนือ่ งของงาน
11. การสร้างภาพลักษณท์ ด่ี ีตอ่ สาธารณชน

1.3 ความสำคัญของโครงการ๖
เนื่องจากโครงการเรียบเรียงข้ึนเป็นขั้นตอน และมีแผนปฏิบัติเพ่ือ

บรรลุวัตถุประสงค์ ดังน้ันโครงการจึงมีความสำคัญต่อแผนการปฏิบัติงาน
ดังต่อไปนี้

1. ช่วยชี้ให้เห็นถงึ ปญั หา และภูมติ หลังของการทำงาน
2. ช่วยให้การปฏิบตั งิ านตามแผนเป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ

๖ ประชุม รอดประเสริฐ, การบริหารโครงการ, พิมพ์ครั้งที่ 2, (กรุงเทพฯ:
เนติกลุ กำรพิมพ์, 2535), หน้า 69.

การจดั การโครงการข้ันสูง 6

3. ช่วยให้แผนงานมีความชัดเจน โดยบุคคลท่ีเกี่ยวข้องมีความเข้าใจ
และรบั รู้ถงึ ปญั หาร่วมกนั

4. ช่วยให้แผนงานมีทรัพยากรใช้อย่างเพียงพอ เหมาะสมกับสภาพ
ปฏบิ ตั ิจริง เพราะมรี ายละเอยี ดการใชท้ รัพยากรท่ีชดั เจน

5. ช่วยให้แผนงานมีความเป็นไปได้สูงเพราะมีผู้รบั ผิดชอบ และมีความ
เขา้ ใจในการดำเนินงาน

6. ช่วยลดความขัดแย้ง และขจัดความซ้ำซ้อนในหน้าที่ความ
รับผิดชอบของหน่วยงาน เพราะแต่ละหน่วยงานมีโครงการท่ีได้รับผิดชอบ
เปน็ การเฉพาะ เหมาะสมกับความรคู้ วามสามารถของบคุ คลในหน่วยงาน

7. สร้างทัศนคติท่ีดีต่อบุคลากรในหน่วยงาน เป็นการเสริมสร้าง
ความสามัคคี และความรับผิดชอบร่วมกันตามความรู้ ความสามารถ และ
ศกั ยภาพของแต่ละบุคคลอย่างเตม็ ที่

8. สร้างความมั่นคงให้กับแผนงาน และสร้างความม่ันใจในการ
ดำเนนิ งานใหก้ ับผู้มีหนา้ ทร่ี ับผิดชอบ

9. สามารถควบคุมการทำงานได้สะดวก ไม่ซ้ำซ้อน เพราะงานได้
แยกออกเปน็ สว่ นๆตามลกั ษณะเฉพาะของงาน

1.4 ลกั ษณะของโครงการ๗
โครงการ (project) หมายถึง การประดิษฐ์คิดค้น การสร้างผลงาน

การจัดการหรือการบริการทางวิชาชีพ ซึ่งผู้เรียนเป็นผู้ตัดสินใจในสิ่งท่ีจะทำ
โดยนำเทคโนโลยี ความรู้และประสบการณ์ มาบูรณาการในการปฏิบัติงาน
ดว้ ยตนเอง หรือหมูค่ ณะ โดยมีกระบวนการที่เปน็ ระบบชัดเจน และสามารถ
นำไปใช้ประโยชนไ์ ด้ในชวี ติ จรงิ

๗ เชาว์ อนิ ใย, การประเมนิ โครงการ. (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , 2553), หน้า 124.

การจดั การโครงการขนั้ สูง 7

ลักษณะการดำเนนิ งานของโครงการจะประกอบดว้ ย 3 ขนั้ ตอน
ดังน้ี๘

ขน้ั ที่ 1 การวางแผนในชั้นเรียน
อภิปรายเน้ือหาและขอบเขตของโครงการที่ผู้เรียนพัฒนาข้ึน และ
พิจารณาสาระสำคัญที่จำเป็นเฉพาะในรายวิชาต่างๆ เช่น การไปสัมภาษณ์
ผู้เชี่ยวชาญในงานท่ีตนสนใจ วิธีรวบรวมสาระสำคัญที่จำเป็นจากเอกสาร
ต่างๆ เพอื่ วางแผนโครงการใหเ้ หมาะสม
ขน้ั ที่ 2 ดำเนนิ งานตามโครงการ
ปฏิบัติงานตามโครงการที่วางแผนไว้ เช่น สัมภาษณ์ จดบันทึก หรือ
ปฏิบัติชิ้นงานท่ีกำหนด อาจเป็นงานรายบุคคลหรืองานกลุ่ม ซ่ึงผู้เรียนจะต้องใช้
ทักษะทั้งหมดในเชงิ บูรณาการท่ีเป็นธรรมชาติ
ขนั้ ที่ 3 การตรวจสอบและกำกับงาน
ควรจัดให้มีการอภิปรายในขั้นตอนน้ี และให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feed
Back) ท้ังในขณะจัดทำโครงการและเมอ่ื โครงการสนิ้ สดุ ลง โดยอาจารย์จะให้
คำแนะนำ คำวิพากษ์ กล่มุ ช่วยกันวิเคราะห์งาน และผรู้ ่วมโครงการทุกคนได้
กำกับดแู ลตนเอง

วัตถปุ ระสงคข์ องการจัดทำโครงการ
1. เพ่ือส่งเสริมผู้เรียนให้บูรณาการความรู้ความสามารถ ทักษะและ
ประสบการณ์ สามารถสร้างงาน ประดษิ ฐ์คิดค้น บรหิ ารจดั การหรือใหบ้ รกิ าร
และปฏิบตั ิงานจรงิ ได้
2. เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีมอย่างมีระบบ สามารถตรวจสอบ
ได้

๘ พรนภัส ฤกษ์นิรันทร์, การประเมินโครงการอาหารเสริมนม (นม) โรงเรียน
ในเขตเทศบาล ตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์, ปญั หาพเิ ศษรัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต,
สาขา การบริหารทั่วไป, วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ, มหาวิทยาลัยบูรพา, 2551), หน้า
135.

การจัดการโครงการขนั้ สูง 8

3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถ
แก้ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดข้ึนได้ อันจะเป็นการสร้างความเชื่อม่ันในการ
ประกอบอาชีพเมื่อสำเร็จการศึกษา

ประโยชน์ของการจัดทำโครงการ๙
1. ส่งเสริมให้ผู้เรียนนำความรู้ ทักษะไปบูรณาการสร้างงานและ
ปฏิบตั จิ รงิ ได้
2. สามารถวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบและสามารถ
ตรวจสอบได้
3. ฝกึ กระบวนการทำงานด้วยตนเองหรือรว่ มกันทำงานเปน็ กล่มุ
4. สร้างความคิดรเิ ริ่มสร้างสรรค์
5. พัฒนาผู้เรียนให้สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคท่ีเกิดขึ้นโดยไม่
คาดคิดจากการทำงานตลอดจนสามารถคิดป้องกันปัญหาที่อาจเกิดข้ึนไว้
ล่วงหนา้

ประเภทของโครงการท่ศี ึกษา
การจัดทำโครงการแบง่ เปน็ 3 ประเภท ได้แก่
1. โครงการส่งิ ประดษิ ฐ์/ ผลิตผลผลติ (Invention Project)
เป็นโครงการที่ศึกษาเกี่ยวกับการประยุกต์ทฤษฎีหรือหลักการท่ีเรียน
มาประดิษฐ์เป็นเคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ เพื่อประโยชน์การใช้สอยใน
ชีวิตประจำวัน ส่ิงประดิษฐ์ดังกล่าวอาจเป็นสิ่งใหม่ท่ีผู้เร่ิมเรียนคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ข้ึนเอง หรืออาจเป็นการปรับปรุงเปล่ียนแปลงจากของเดิมท่ีมีอยู่
แล้วให้มีประสิทธิภาพดีย่ิงข้ึนก็ได้ รวมถึงการสร้างแบบจำลองเพ่ืออธิบาย
แนวความคิดต่างๆ ในบางคร้ังเม่ือสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาแล้วอาจนำไปใช้ใน

๙ พิสณุ ฟองศรี, เทคนิควิธีการประเมินโครงการ, พิมพ์ครง้ั ท่ี 7, (กรุงเทพฯ:
ดำ่ นสทุ ธาการพิมพ,์ 2543), หน้า 24.

การจดั การโครงการข้ันสูง 9

การทดลองเรอื่ งใดเรื่องหน่ึงโดยเฉพาะก็ได้ โดยท่ัวไปผู้เรียนจะเลือกทำโครงการ
ประเภทนเ้ี ป็นสว่ นใหญ่

2. โครงการจดั ทำธุรกจิ หรือบริการ (Entrepreneurship Project)
เป็นโครงการท่ีเกี่ยวกับการฝึกและสร้างประสบการณ์เพื่อเตรียม
ความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการในอนาคต เหมาะสำหรับผู้เรียนที่มี
ความคิดสร้างสรรค์ในการหาข้อมูลหรือช่องทางในการดำเนินธุรกิจ มี
บคุ ลิกภาพและความรู้ ความสามารถ ชอบงานบรหิ าร ขยัน อดทน ต่อปัญหา
ตา่ งๆ
3. โครงการทดลองและวจิ ัย (Experimental Research Project)
เป็นโครงการท่ีทำการศึกษาค้นหาคำตอบของปัญหา โดยมีการ
ออกแบบการทดลอง และดำเนินการทดลอง เพื่อทดสอบสมมุติฐานท่ีต้ังไว้
โครงการประเภทนี้ต้องมีการจัดกระทำกับตัวแปรอิสระ หรือตัวแปรต้น ซึ่ง
จะมีผลต่อตัวแปรตามหรือ ตัวแปรท่ีต้องการศึกษา และต้องมีการควบคุมตัว
แปรอ่ืนๆ ทีไ่ ม่ต้องการศึกษาเอาไว้

1.5 กระบวนการจดั ทำโครงการ๑๐
การวางแผนจดั ทำโครงการ
1. การกำหนดหรอื เลอื กโครงการท่ีจะทำ
ผู้เรียนควรสำรวจความสนใจ ความพร้อมและความถนัดของตนเอง

ในดา้ นตา่ งๆ แล้วจึงเลือกโครงการทีเ่ หมาะสมกบั ตนเองมากทสี่ ุด
2. การเขยี นโครงรา่ งโครงการ
มีองคป์ ระกอบดังนี้
1) ชื่อโครงการ การกำหนดชื่อ ควรสื่อความหมายให้

ชัดเจน เขียนสน้ั ๆและใชภ้ าษากะทัดรัด เชน่ โครงการจัดทำผลไม้แปรรูปเพ่ือ
จำหน่าย

๑๐ มยุรี อนุมานราชธน, การบริหารโครงการ, (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ดาว,
2543), หน้า 91.

การจดั การโครงการข้ันสูง 10

2) หลักการและเหตุผล ความเป็นมา และความสำคัญของ
ปัญหา เป็นการช้ีแจงให้เห็นความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา หรือ
หลักการและเหตุผลในการจดั ทำโครงการ

3) วัตถุประสงค์ เป็นการระบุว่าจัดทำโครงการเพ่ืออะไร โดยท่ัวไป
การจดั ทำโครงการจะมีสาเหตุ 2 ประการคือ๑๑

3.1 แกป้ ัญหาการปฏิบตั งิ าน
3.2 พฒั นางานในหน้าทีร่ บั ผิดชอบ
4) เป้าหมาย ควรระบุให้ชัดเจนว่าผลงานที่ได้คืออะไร กำหนด
ปริมาณและคุณภาพให้ชัดเจน พร้อมท้ังระยะเวลาและงบประมารที่กำหนด
เพ่อื ประสทิ ธิภาพของโครงการ ดงั นี้
4.1 ปริมาณ ระบุปริมาณ/ ชนิดของผลผลิต หรือผลงาน
พร้อมจำนวนหรือปริมาณ
4.2 คุณภาพ ระบุคุณภาพของผลผลิต/ ผลงานที่คาดหวัง
อาจระบเุ ป็นมาตรฐานเกณฑ์ที่ชัดเจน
4.3 ระยะเวลา ระบุให้เหมาะสมกับผลผลิต หรือผลงานท่ี
ต้องการ ควรจัดทำในช่วงเวลาท่ีเหมาะสมและใช้ระยะเวลาพอเหมาะตาม
สภาพแวดลอ้ มของการดำเนินการ
4.4 งบ ประมาณ ระบุให้ชัดเจนลงไปว่าควรจะใช้
งบประมาณเท่าใด หรือไดร้ ับงบประมาณมาจากหน่วยงานใด
5) วิธีดำเนินงาน ควรระบุรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมดพร้อมท้ัง
ขั้นตอนในการปฏิบัติตั้งแต่ต้นจนส้ินสุดโครงการ โดยเขียนแผนปฏิบัติงาน
ประกอบด้วย โดยท่ัวไปมักนิยมเขียนในรูป Gantt Chart ซ่ึงแผนปฏิบัติงาน
จะมอี งคป์ ระกอบคือ

๑๑ เยาวดี รางชยั กุล วบิ ูลย์ศรี, การประเมินโครงการ:แนวคิดและแนวปฏบิ ัติ
, พิมพ์คร้ังท่ี2, (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542), หน้า
212.

การจัดการโครงการขั้นสูง 11

5.1 กิจกรรม จะระบุหัวข้อเก่ียวกับการเตรียมงานก่อนเริ่ม
โครงการ การดำเนินงานตามโครงการ การกำกับติดตาม ตลอดจนการ
ประเมนิ ผลโครงการ

5.2 ระยะเวลา ระบรุ ะยะเวลาดำเนินการตามแต่ละหวั ข้อ
6) ระยะเวลาและสถานท่ีดำเนินงาน กำหนดวันดำเนินการให้
ชัดเจนต้ังแต่วันท่ีเริ่มจนถึงวันสิ้นสุดโครงการ และระบุสถานที่จัดดำเนินการ
ให้ชัดเจนด้วย

6.1 ระยะเวลา กำหนดวันที่ดำเนินการให้ชัดเจน ตั้งแต่
วนั ท่ีเร่มิ ต้นโครงการจนถึงวนั ส้ินสดุ โครงการ

6.2 สถานท่ี ให้ระบสุ ถานทจ่ี ะจัดดำเนนิ การปฏิบตั ิงาน
7) คา่ ใช้จ่าย/งบประมาณ ระบุค่าใช้จา่ ยให้ชัดเจน
8) ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ ับ ระบผุ ลท่ีเกิดข้นึ เมื่อการดำเนินงานโครงการ
สนิ้ สดุ ลง รวมถึงผลกระทบจากโครงการ
9) การติดตามและประเมินผล ติดตามการดำเนินงานตามโครงการ
แต่ละขัน้ ตอนจนสนิ้ สดุ โครงการ และทำการประเมนิ ผล
10) ปัญหาหรืออุปสรรคที่คาดว่าอาจเกิดข้ึน ระบุปัญหาอุปสรรคท่ี
คาดว่าจะเกิดขนึ้ กับโครงการ และจะทำให้โครงการไม่บรรลตุ ามเป้าหมาย
11) ผู้รับผิดชอบโครงการ ให้ระบุช่ือบุคคลหรือกลุ่มบุคลที่ทำงาน
ร่วมกัน
12) ท่ีปรึกษาโครงการ ระบุชื่อทปี่ รึกษาในการทำโครงการ

1.6 การดำเนินงานตามโครงการ๑๒
การดำเนินงานตามโครงการ แบ่งออกเป็น 2 ข้นั ตอน ดังนี้
1. การปฏิบัติงานตามโครงการ เมื่อโครงการได้รับการอนุมัติให้

ดำเนินการได้แล้ว ผู้เรียนควรทบทวนลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงานให้เข้าใจ

๑๒ วัน เดชพิชัย, คู่มือการวิจัยและประเมินโครงการทางการศึกษาและ
พฤตกิ รรมศาสตร์, (ปัตตานี: โรงพมิ พ์มนตรีบริหาร, 2535), หน้า 52.

การจัดการโครงการข้ันสูง 12

ก่อนเร่ิมปฏิบัติงานตามแผน การปฏิบัติงานตามแผน ผู้เรียนต้องบันทึกผล
การปฏิบัติงานเปน็ ระยะๆเพอื่ รายงานความก้าวหนา้ ของโครงการ

2. การประเมินผู้ปฏิบัติงาน เม่ือผู้เรียนดำเนินการปฏิบัติงานตาม
โครงการตามขั้นตอนที่กำหนดแล้ว ควรวางแผนเก็บข้อมูลเพื่อประเมิน
โครงการแต่ละประเภท ซึ่งผเู้ รียนตอ้ งดำเนนิ การประเมินให้ชดั เจน

การจัดทำรายงาน๑๓
การจดั ทำรายงานประกอบด้วย 2 ส่วน ดงั นี้
1. การวิเคราะหแ์ ละสรุปผลการประเมิน เมื่อผู้เรยี นประเมินผลจาก
การทำโครงการตามแผนงานปฏิบัติแล้ว จะต้องทำการวิเคราะห์และสรุปผล
ให้ชัดเจน ว่าปฏิบัติงานโครงการเป็นอย่างไร มีปัญหาอุปสรรคเป็นอย่างไร
ตลอดจนมีข้อเสนอแนะในการทำโครงการ
2. การเขียนรายงาน หลังจากปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้จนสำเร็จ
หรือได้ผลงานแล้ว สุดท้ายก็ต้องเขียนรายงานเพื่อนำเสนอ เอกสารรายงาน
ประกอบดว้ ย 3 สว่ น คือ ส่วนนำ สว่ นเนื้อหา และภาคผนวก ดงั นี้
2.1 ส่วนนำ ประกอบด้วย ปก คำนำ และสารบัญ
2.2 สว่ นเน้อื หา ประกอบดว้ ย

(1) หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ เปา้ หมาย ประโยชน์
เป็นตน้

(2) วธิ ีดำเนินการแบ่งเปน็ 4 ข้นั ตอนดงั น้ี
ตอนท่ี 1 การเตรยี มการก่อนเรม่ิ โครงการ จะรายงานเกยี่ วกับ

- การศกึ ษาคน้ คว้า
- การเตรียมวัสดุ อปุ กรณ์
- บุคลากรมีความถนดั ในแต่ละดา้ นของการปฏิบัติ

โครงการ

๑๓ สมคิด พรมจุ้ย, เทคนิคการประเมินโครงการ, (นนทบุรี: ส ำนักพิมพ์มหำ
วิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช, 2542), หน้า 31.

การจัดการโครงการข้นั สูง 13

ตอนที่ 2 การดำเนินงาน เขียนข้ันตอนการทำโครงการ
ตอนที่ 3 ค่าใชจ้ ่าย ใหร้ ะบุคา่ ใช้จ่ายจรงิ ในการปฏิบตั ิโครงการ
ตอนที่ 4 สรุปผลการดำเนนิ งาน ให้สรุปวา่ ไดผ้ ลงานเปน็ ไปตาม
วตั ถปุ ระสงค์หรือไม่
2.3 ภาคผนวกและบรรณานุกรม

(1) ภาคผนวก ให้นำเอกสาร แบบฟอร์ม คำช้ีแจง
รายละเอียด และอ่ืนๆมาใส่ไว้ตามจำเปน็

(2) บรรณ านุ กรม เป็ นเอกสารที่ ใช้ ในการค้ น คว้า
ประกอบการทำโครงการทุกขั้นตอน

การประเมนิ ผลโครงการ๑๔
การประเมินผลโครงการควรพิจารณาประเมินให้ครบทง้ั 3 ระยะ
ของโครงการ ได้แก่
1. โครงรา่ งซงึ่ เป็นข้ันตอนของการวางแผนโครงการ
2. การดำเนนิ งานตามโครงการ
3. ผลของโครงการ/รายงาน
โดยกำหนดสัดส่วนการให้คะแนนที่เหมาะสมตามธรรมชาติของ
โครงการแต่ละประเภท ซ่ึงโดยทั่วไปจะใช้เกณฑ์การประเมนิ ดังน้ี

ส่วนท่ี 1 โครงร่างโครงการ (10%)
1. องคป์ ระกอบ

- ชื่อโครงการ
- หลกั การและเหตผุ ล
- วัตถปุ ระสงค์
- เปา้ หมาย

๑๔ สมหวัง พิธยิ านุวัฒน,์ รวมบทความทางการประเมนิ โครงการ, (กรงุ เทพฯ:
สำนกั พมิ พ์ แหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั , 2544), หน้า 82.

การจดั การโครงการขัน้ สูง 14

- การดำเนนิ งานและแผนปฏิบัตงิ าน
- ระยะเวลาและสถานท่ี
- งบประมาณ
- ผลทค่ี าดว่าจะไดร้ บั
2. ความตรงตามสาขาท่เี รียน
3. ความคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์
4. ความน่าสนใจ
5. ความเป็นไปได้

สว่ นที่ 2 การดำเนนิ งานตามโครงการ (70%)
1. ผลของโครงการ

- ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์
- ตรงตามเป้าหมาย
- งบประมาณท่ใี ช้
- งานเสร็จทันเวลา
2. การเขียนรายงาน
- องค์ประกอบการรายงานครบถว้ น
- รายงานชดั เจน
การเลอื กหวั ขอ้ โครงการ๑๕
เกณฑใ์ นการพิจารณาเลอื กหัวข้อโครงการ
การตดั สนิ ใจเลอื กโครงการ มเี กณฑ์ที่ควรพจิ ารณา ดังนี้
1. มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ความถนัดและความสนใจใน
โครงการทเ่ี ลือก
2. โครงการมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักสูตรทเี่ รียน
3. โครงการมคี วามเหมาะสมกบั สภาพทอ้ งถน่ิ หรอื ชุมชนของตนเอง

๑๕ สำรำญ มแี จง้ , การประเมินโครงการทางการศึกษา, (กรุงเทพฯ: นิชนิ แอด
เวอร์ไทซิ่งกรุฟ๊ , 2544), หน้า 241.

การจัดการโครงการขน้ั สูง 15

4. โครงการมีความเหมาะสมกับเพศ วัย กำลังความสามารถ และ
งบประมาณของตนเองหรือ ผู้ร่วมงาน ตลอดจนสถานทดี่ ำเนินการ

5. ช่วงระยะเวลาในการดำเนนิ งานโครงการไม่ควรสั้นเกินไป และไม่
ควรเกิน 1 ภาคเรยี น

6. ควรเป็นโครงการท่ีสามารถค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
แหลง่ ข้อมลู ตา่ งๆ เชน่ ทอ้ งถิน่ ภมู ิปญั ญาชาวบา้ น ฯลฯ

การเลือกโครงการประเภทสงิ่ ประดิษฐ์
โครงการสิง่ ประดิษฐ์ เป็นการประยุกตท์ ฤษฎีหรือหลกั การท่ีเรียนมา
มาประดิษฐ์เป็นเคร่ืองมือหรืออุปกรณ์เพ่ือประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวัน
สิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวอาจเป็นส่ิงใหม่ท่ีผู้เรียนคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ข้ึนเอง หรือ
อาจเป็นการปรับปรุงดดั แปลงจากของเดมิ ท่มี ีอยแู่ ล้วใหม้ ปี ระสิทธภิ าพยิ่งขึน้
โครงการสิ่งประดิษฐ์ท่ีผู้เรียนเลือกทำ ผู้เรียนจะต้องมีการพิจารณา
ตนเองหรือทีมงานก่อนตัดสินเลือก เพื่อให้โครงการหรือชิ้นงานที่ออกมามี
ประสิทธภิ าพ ซ่ึงคณุ ลกั ษณะของผู้เรียนหรอื ทีมงานควรเปน็ ดงั นี้
1. มีความรู้ทางด้านวิชาการ การประดิษฐ์สิ่งต่างๆย่อมต้องใช้
ความรู้ทางวิชาการอย่างแท้จริงมาเป็นพ้ืนฐานการทำงาน เพ่ือให้ได้ผลงานท่ี
ถกู ต้อง มีหลักการ และมีความเป็นไปได้ซึ่งหากผู้เรยี นรู้มีความสนใจประดิษฐ์
งานด้านใด กค็ วรเสาะแสวงหาความร้ทู างวชิ าการทเี่ กย่ี วข้องกับการประดิษฐ์
ช้ินงานให้ครอบคลุม และเป็นความรู้ท่ีถูกต้องเพื่อป้องกันความผิดพลาดซ่ึง
อาจเกดิ ความเสยี หายได้
2. มีทักษะในการปฏิบัติงาน ทักษะในการปฏิบัติงานมีความสำคัญ
ไม่น้อยไปกว่าความรู้ทางวิชาการ ความรู้ทางวิชาการสามารถหาได้จากการ
ค้นคว้าจากตำราหรือเรียนรู้จากผู้รู้ หรือผู้มีความชำนาญในงานน้ันๆ ส่วน
ทักษะเกดิ ขน้ึ จากการฝึกฝนจนเกิดความเชี่ยวชาญ
3. มีจรรยาบรรณ จรรยาบรรณเป็นส่ิงที่ทุกอาชีพพึงมี การมี
จรรยาบรรณทำให้อาชีพน้ันได้รับการยอมรับและเป็นสิ่งน่าเชื่อถือต่อบุคคล
ทว่ั ไป

การจัดการโครงการขน้ั สูง 16

4. มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ การเลือกประกอบอาชีพใดก็ตาม
บุคคลนั้นตอ้ งมีเจตคติท่ีดีต่ออาชีพท่ีเลือก จงึ จะปฏิบัติงานได้อย่างมคี วามสุข
การท่ีผู้เรียนเลือกปฏิบัติผลงานใดก็ตาม ย่อมต้องมีเจตคติท่ีดีต่องานน้ันด้วย
จึงจะทำให้ผลงานทอี่ อกมาประสบผลสำเรจ็ ได้ตามจดุ มุง่ หมายที่ตั้งไว้

ดังนั้น ผู้เรียนจึงควรเลือกทำโครงการท่ีเหมาะสมกับตนเอง ทีมงาน
ความรู้ ความสามารถ ความสนใจ ตลอดจนเวลาและงบประมาณท่ีต้องใช้
ด้วย เพื่อให้ผลงานที่ออกมานั้นประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ซ่ึงเป็นส่ิง
สำคัญทสี่ ุดของการทำโครงการ

ขอ้ กำหนดของโครงการสิ่งประดิษฐ์ มดี งั ต่อไปนี้
1. จะต้องเกิดจากความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคลหรือ
กลมุ่ โดยผ่านกระบวนการตัดสินใจและความเห็นชอบจากอาจารย์ทปี่ รกึ ษา
2. จะต้องเป็นการทำสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากการบูรณาการความรู้
ประสบการณ์และทกั ษะทเ่ี กดิ จากการปฏิบัตงิ าน
3. จะต้องเกิดจากการออกแบบขึ้นใหม่โดยคำนึงถึงรูปแบบความ
เหมาะสม ความสวยงามและประโยชนก์ ารใชง้ าน
4. จะตอ้ งเป็นงานท่ีสร้างสรรคแ์ ละพัฒนาความรใู้ ห้เกิดประโยชน์ใน
การประกอบอาชีพ
5. สามารถทำได้เป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-4 คน หรือตามความ
เหมาะสม
6. จะต้องผ่านความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ผู้สอน
และคณะกรรมการโครงการ

การจัดการโครงการขั้นสูง 17

การเลอื กโครงการจัดทำธุรกจิ หรอื บริการ๑๖
การเลือกทำโครงการประเภทโครงการจัดทำธุรกิจหรือบริการเป็น
การฝึกและสร้างประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็น
ผู้ประกอบการธุรกิจบริการ คือ จะต้องเป็นบุคคลท่ีมีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบ
งานบริการ ขยัน อดทนต่อปัญหาต่าง ๆ และพร้อมแกไ้ ขปญั หาอย่เู สมอ

แนวทางในการเลือกธุรกิจขึ้นอย่กู ับปัจจัยต่อไปนี้๑๗
1. ขนาดของเงินทนุ ทีม่ ีอยู่ หรอื ทคี่ าดวา่ จะหามาได้
2. ศกั ยภาพแหง่ การก่อรายได้และการเติบโตของธุรกจิ นนั้
3. ความเส่ยี งหรอื การแขง่ ขัน
4. ประสบการณ์ของผปู้ ระกอบการจากอดตี จนถึงปัจจุบัน
5. เป้าหมายในการประกอบธุรกิจ
6. ทั ศ น ค ติ บุ ค ลิ ก ภ าพ แ ล ะค ว าม รู้ ค วาม ส าม ารถ ข อ ง
ผปู้ ระกอบการ
7. สภาพเศรษฐกิจของประเทศ
8. ค่านยิ มของประชาชน

โอกาสในการทำธรุ กจิ
หลังจากท่ีผู้ประกอบการรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการทำธุรกิจ
แล้วยังไม่อาจตัดสินใจได้ สามารถหาข้อมลู เพมิ่ เติมไดจ้ ากแหล่งต่อไปนี้
1. เพ่ือน โดยถามเพื่อนๆ ว่ารู้สึกอย่างไรกับความคิดในการทำธรุ กิจ
น้ี ถึงแมว้ ่าจะไดร้ บั ความคิดเหน็ ทแ่ี ตกต่างจากท่หี วงั ไว้

๑๖ สุวมิ ล ตริ กำนนั ท์, การประเมินโครงการ: แนวทางสกู่ ารปฏิบัติ, พมิ พ์คร้ัง
ที่ 5, (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , 2547), หน้า 142.

๑๗ เนตร์พัฒนา ยาวิราช, การจัดการสมัยใหม่, พิมพ์ครั้งท่ี 2, (กรุงเทพฯ:
สำนกั พมิ พ์ เซน็ ทรัลเอ็กซเ์ พรส, 2546), หน้า 21.

การจดั การโครงการข้นั สูง 18

2. คนในวงการธุรกิจ คือ บุคคลที่อยู่ในสถานการณ์จริง ซ่ึงจะเป็น
คนที่รู้ดีที่สุดจึงสามารถให้คำตอบท่ีน่าสนใจ แล้วยังอาจช่วยเหลือ และ
สนบั สนุนด้านอนื่ อีกด้วย

3. นักธุรกิจท้องถิ่น เช่น หอการค้าท้องถ่ิน สาขาของธนาคาร
สำนักงานบัญชี บคุ คลเหลา่ นี้จะรู้จักตลาดในทอ้ งถ่นิ เปน็ อยา่ งดี

4. หนว่ ยงานของรฐั ที่เก่ยี วขอ้ งกับธุรกิจขนาดย่อม ซ่ึงนอกจากจะให้
ข้อมูลแล้วยังมีบริการจัดอบรมสัมมนาแก่ผู้ที่สนใจธุรกิจประเภทต่างๆ อีก
ดว้ ย

5. ห้องสมุดหรือร้านหนังสือท้องถ่ิน เป็นสถานที่ที่เราจะได้รับข้อมูล
ต่างๆ ท่ีมีการตีพิมพ์เผยแพร่ตำราเรียน หนังสือวิชาการ นิตยสารต่างๆ ซ่ึงได้มี
การให้ความรู้กับผู้สนใจทำธุรกจิ เพิม่ มากขึ้น

6. คณาจารย์ทางธุรกิจ ได้แก่ สถาบันต่างๆ ท่ีมีการจัดอบรม
หลักสูตรการประกอบธุรกิจ และเป็นเจ้าของกิจการ ซ่ึงสถาบันเหล่านี้จะ
ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิท่ีมีความรู้และความพร้อมท่ีจะให้คำปรึกษาถึง
แนวคดิ และแนวทางในการทำธุรกจิ ขนาดยอ่ ม

7. บริษัทท่ีปรึกษาธุรกิจขนาดย่อมเป็นการหาข้อมูลท่ีต้องเสีย
ค่าใช้จ่ายแต่ทำให้ได้ข้อมูลเฉพาะและเป็นคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญท่ีตรง
ตามความตอ้ งการ

8. ครอบครวั หรอื ญาติพี่นอ้ ง

1.7 การวเิ คราะหโ์ ครงการ๑๘
โดยวเิ คราะห์จาก 3 ดา้ นดงั นี้
1. ด้านการตลาด พิจารณาจาก ตัวสินค้า ความต้องการของ

ผูบ้ ริโภค คู่แขง่ ชอ่ งทางการจดั จำหน่าย และวตั ถุดบิ

๑๘ ประชมุ รอดประเสรฐิ , การบรหิ ารโครงการ, (กรุงเทพฯ: เนตกิ ุลการพมิ พ์,
2529), หน้า 10-13.

การจดั การโครงการข้ันสูง 19

2. ด้านเทคนิค คือ พิจารณาองค์ประกอบในด้าน เครื่องจักร
วตั ถดุ บิ และบุคคล

3. ด้านการเงิน เป็นการจัดเตรยี มงบประมาณด้านการเงนิ เพอ่ื ดคู วาม
เป็นไปไดใ้ นเชิงพาณชิ ย์

ขอ้ กำหนดของโครงการการจัดทำธรุ กจิ หรือบรกิ าร
1. จะต้องเกิดจากความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคลหรือ
กล่มุ โดยผา่ นกระบวนการตัดสนิ ใจและความเห็นชอบจากอาจารย์ทป่ี รกึ ษา
2. จะต้องเป็นการจัดกิจการในเชิงธุรกิจหรือบริการ โดยใช้ความรู้
ทกั ษะ และประสบการณ์ในงานอาชีพ
3. จะต้องมีการนำเสนอข้อมูล ลักษณะหรือประเภทของกิจการ
รูปแบบการดำเนนิ การทางธุรกิจหรือบรกิ ารชุมชน
4. การเสนอขออนุมัติโครงการจะต้องจัดทำแผนการเงิน การลงทุน
จดุ คุ้มทุน และกำไรท่ีคดิ ว่าจะได้รับโดยมขี อ้ มลู ท่ีนา่ เชื่อถอื
5. จะตอ้ งเป็นงานที่สร้างสรรค์และพัฒนาความร้ใู ห้เกิดประโยชน์ใน
การนำไปใช้ในชีวติ ประจำวันหรอื การประกอบอาชีพ
6. สามารถทำใหเ้ ป็นรายบุคคลหรือกลุ่ม กลุ่มละ 2-4 คน หรือตาม
ความเหมาะสม
7. โครงการจะต้องผ่านความเห็นชอบของอาจารย์ท่ีปรึกษา
อาจารยป์ ระจำวชิ า และคณะกรรมการโครงการ

การเลือกโครงการทดลองและวจิ ัย๑๙
โครงการทดลองและวิจยั เป็นโครงการท่ีทำการศกึ ษาหาคำตอบของ
ปัญหา ซ่ึงคำตอบของปัญหานั้นได้มาจากการสำรวจและรวบรวมข้อมูล นำ

๑๙ กรณ์ ปรียากร, การบริหารโครงการ: แนวคิดและแนวทางในการสร้าง
ความสำเร็จ, (กรุงเทพฯ : สำนกั พิมพเ์ สมาธรรม, 2548), หน้า 98.

การจัดการโครงการขน้ั สูง 20

ข้อมูลเหล่าน้ันมาจัดทำเป็นหมวดหมู่ แล้วนำเสนอเพื่อให้เห็นลักษณะหรือ
ความสัมพนั ธใ์ นเร่อื งทตี่ ้องการศึกษาได้ชดั เจนย่ิงขึน้

ข้อกำหนดของโครงการทดลองและวิจยั มีดังต่อไปน้ี
1. จะต้องเกิดจากความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคลหรือ
กลุ่ม โดยผ่านกระบวนการตัดสินใจและความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษา
จะต้องเกิดจากการสร้างสมมุติฐาน และการคาดหมายผลที่จะเกิดข้ึนตาม
หลักวิชา
2. จะต้องมีแผนการทดลองและวิจัย ประกอบด้วย สมมุติฐาน
ขั้นตอนการทดลองและวิจัย ระยะเวลาท่ีใช้ งบประมาณ และผลท่ีคาดว่าจะ
ได้รับจากการทดลองและวิจัย
3. จะต้องเป็นงานที่สร้างสรรค์และพัฒนาความรูใ้ หเ้ กิดประโยชน์ใน
การนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั หรือการประกอบอาชีพ
4. สามารถทำได้เป็นรายบคุ คลหรือเปน็ กลุ่มกไ็ ด้
5. จะต้องผ่านความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ประจำ
วิชา และคณะกรรมการโครงการ

1.8 การตดั สินใจเลือกโครงการ๒๐
การตัดสนิ ใจเลอื กโครงการประกอบด้วยขอ้ มูลดังนี้
1. ขอ้ มูลประกอบการตดั สินใจได้แก่
1.1 ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองคือข้อมูลต่างๆเก่ียวกับความ
พร้อมของตนเอง
1.2 ข้อมลู เกย่ี วกบั สิ่งแวดล้อม
1.3 ข้อมูลเก่ียวกับความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับความรู้พื้นฐาน
ทางวชิ าการของโครงการ

๒๐ ประสิทธ์ิ ตงยิ่งศิริ, การวิเคราะห์และประเมินโครงการ, (กรุงเทพฯ:
สถาบันบณั ฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2524), หน้า 54.

การจัดการโครงการขั้นสูง 21

1.4 ความสนใจและความถนัดแตล่ ะบุคคล
1.5 ความรกั และความต้องการท่ีแทจ้ รงิ
2.การศึกษาเอกสาร ขอ้ มูล และผลงานที่เก่ยี วขอ้ ง
2.1 เม่ือผู้เรียนตัดสินใจเลือกเร่ืองท่ีจะทำโครงการแล้ว
จะต้องศกึ ษาเอกสาร ขอ้ มูลและผลงานทเ่ี กี่ยวขอ้ งท่จี ะทำโครงการ
2.2 เม่ือให้คะแนนและรวมคะแนนแล้ว โครงการได้มี
คะแนนมากท่ีสุดนา่ จะเปน็ โครงการทผ่ี เู้ รยี นมคี วามพร้อมมากที่สุด
3. การวางแผน และการประมาณการโครงการ
3.1 ชอื่ โครงการควรเป็นข้อความทกี่ ะทดั รัดชัดเจน
3.2 ผู้จดั ทำโครงการ รายช่ือผทู้ ำโครงการรว่ มกัน และ
รายชอื่ อาจารยท์ ่ีปรึกษา
3.3 หลักการและเหตผุ ล
3.4 วัตถุประสงค์
3.5 เป้าหมาย
3.6 แนวความคิดในการออกแบบโครงการ
3.7 แหลง่ ความรู้
3.8 งบประมาณและทรัพยากร
3.9 วธิ ดี ำเนนิ งาน
3.10 การตดิ ตามและประเมินผล
3.11 ระยะเวลาและสถานท่ีดำเนนิ การ
3.12 ผลทีค่ าดวา่ จะได้รับ
4. การประมาณการโครงการ
แหล่งเงินทุนของการทำโครงการโดยทั่วไปมาจาก 2 แหล่ง
คือ แหล่งเงินทุนภายใน กับแหล่งเงินทุนภายนอก โดยผู้วางแผนโครงการ
ควรตอ้ งคำนงึ ถึงหลกั สำคัญ 4 ประการได้แก่
1.ความประหยดั
2. ความมปี ระสิทธภิ าพ
3. ความมีประสทิ ธผิ ล

การจัดการโครงการข้นั สูง 22

4. ความยตุ ธิ รรม
5.เสนอโครงการเพ่ือขออนมุ ัติ

เม่ือวางแผนและเขียนเค้าโครงของโครงการซ่ึงแสดงถึง
ความพร้อมในการดำเนินโครงการแลว้ หลังจากน้ันผู้เรียนต้องนำข้อมลู พร้อม
แผนการดำเนินงานนำเสนอตอ่ อาจารย์ที่ปรึกษา/คณะกรรมการโครงการเพ่ือ
ขออนมุ ตั ดิ ำเนนิ งานโครงการ

1.9 การเขยี นโครงการ๒๑
ส่วนประกอบของโครงการ
ในการเขียนโครงการจำเป็นต้องเข้าใจส่วนประกอบต่างๆเพื่อให้การ

เขียนโครงการเปน็ ไปตามลำดับขัน้ ตอนซ่ึงส่วนประกอบของโครงการแบ่งเป็น
3 ส่วนดงั นี้

1. ส่วนนำ หมายถึง ส่วนท่ีให้ข้อมูลเบื้องต้นเก่ียวกับโครงการนั้นๆ
ประกอบด้วย ปก คำนำ และสารบญั

2. ส่วนเน้ือหา หมายถึง ส่วนท่ีเป็นสาระสำคัญของโครงการ
ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ประโยชน์ ละวิธี
ดำเนนิ งาน

3. ภาคผนวกและบรรณานุกรม

ลำดับขั้นตอนการเขยี นโครงการ
ลำดับขนั้ ตอนของการเขยี นโครงการมดี งั ต่อไปน้ี
1.ช่อื โครงการ
ต้องมีความชัดเจน รัดกุม และเฉพาะเจาะจง ทำให้เกิดความเข้าใจ
ง่ายแก่ผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้นำโครงการไปปฏิบัติ ช่ือโครงการจะทำให้ทราบว่า

๒๑ พทุ ธชินราช, สหวิทยาลัย, เอกสารประกอบการสอนวิชาองค์การและการ
จัดการ, (พษิ ณุโลก: สหวิทยาลยั พทุ ธชนิ ราช, 2530), หนา้ 21-25.

การจดั การโครงการขน้ั สูง 23

จะทำส่ิงใด หรือ เสนอข้ึนเพ่ือทำอะไร โดยปกติชื่อโครงการจะแสดงลักษณะ
ของงานที่จะปฏบิ ตั ิ

2.หลกั การและเหตุผล ความเปน็ มา และความสำคัญของปัญหา
หลักการและเหตุผล หรืออาจจะเรียกว่า ความเป็นมาหรือภูมิหลัง
ของโครงการ หลักการและเหตุผลเป็นส่วนที่แสดงถึงปัญหาความจำเป็นที่
ตอ้ งจดั โครงการข้นึ
3.วตั ถุประสงค์
ควรเขียนให้อยู่ในรูปการลดหรือขจัดปัญหาหรือพัฒนาสิ่งท่ีต้องการ
เพิ่มข้ึน ไม่จำเป็นต้องเขียนวัตถุประสงค์หลายข้อ เพราะจำนวนข้อของ
วตั ถุประสงค์ไม่ได้แสดงถงึ ความมีคณุ ภาพของโครงการแต่อยา่ งใด ดงั น้นั ต้อง
ระบุให้ ชัดเจน รัดกุม และสามารถปฏิบัติได้จริง การเขียนวัตถุประสงค์ต้อง
ครอบคลุมเหตุผลท่ีจะทำโครงการ โดยจัดลำดับแยกเป็นข้อๆ เพ่ือความ
เข้าใจงา่ ยและชัดเจน
4.เป้าหมาย
เป้าหมายของโครงการเป็นการบอกถึงความต้องการหรือทิศทางใน
การปฏิบัติงานที่ระบุในเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ เวลาและพ้ืนท่ีในการ
ปฏบิ ัตงิ าน ใหส้ อดคล้องกบั วตั ถุประสงค์และกจิ กรรมของโครงการ
5.วธิ ดี ำเนินงาน
เป็นกล่าวถึงลำดับข้ันตอนการทำงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
ตามที่กำหนดในโครงการ วิธีดำเนินการมักจำแนกเป็นกิจกรรมย่อยๆ โดย
แสดงให้เห็นชัดเจนต้ังแต่เร่ิมต้นจนจบกระบวนการว่ามีกิจกรรมใดที่ต้องทำ
รวมทง้ั แสดงระยะเวลาดำเนนิ การควบคู่ไปด้วย
6.ระยะเวลาและสถานทีด่ ำเนินงาน
- ระยะเวลาในการดำเนินการ เป็นการระบุระยะเวลาต้ังแต่เริ่มต้น
โครงการจนกระทั่งสน้ิ สุดโครงการ
- สถานที่ดำเนินการ คือ สถานที่ บริเวณ พื้นที่ อาคารที่ใช้จัด
กจิ กรรมตามโครงการ

การจัดการโครงการขนั้ สูง 24

7.ค่าใช้จา่ ย/งบประมาณ
หรือค่าใช้จ่ายการดำเนินงานตามโครงการต้องใช้งบประมาณหรือ
ค่าใช้จ่ายที่ระบุถึงจำนวนเงิน จำนวนวัสดุ ครุภัณฑ์ หรือจำนวนบุคคล และ
ปัจจัยอ่ืนๆ ท่ีจำเป็นต่อการดำเนินการ สำหรับงบประมาณ ควรระบุให้
ชดั เจนเปน็ ขอ้ ๆ
8.ผลท่ีคาดว่าจะได้รบั
เป็ นก ารกล่าวถึงผลป ระโยชน์ ที่พึ งจะได้รับ จากความสำเร็จข อ ง
โครงการ เป็นการคาดคะเนผลท่ีจะได้รบั เม่ือสิ้นสุดการปฏบิ ัตโิ ครงการ ซึ่งผล
ท่ีไดร้ บั ตอ้ งเป็นไปในทางท่ดี ี ท้งั เชงิ ปรมิ าณและคณุ ภาพ
9.การติดตามและประเมนิ ผล
เป็นการประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการซ่ึงต้องระบุวิธีการ
ประเมินผลให้ชัดเจนว่าจะประเมินโดยวิธีใด อาจเขียนเป็นข้อๆหรือเขียน
รวมกนั กไ็ ด้
10.ปัญหาหรอื อปุ สรรคที่คาดวา่ อาจเกิดขึ้น
ให้ระบุปัญหาอุปสรรคที่ผู้จัดทำโครงการคาดว่าอาจเกิดข้ึน และจะ
ทำใหโ้ ครงการไม่บรรลผุ ลตามวัตถุประสงค์
11.ผู้รับผิดชอบโครงการ
ใหร้ ะบชุ อ่ื บุคคลหรอื กลุ่มบุคคลทท่ี ำงานร่วมกนั
12.ที่ปรกึ ษาโครงการ
ใหร้ ะบุชื่อทป่ี รึกษาในการทำโครงการ

การจดั การโครงการขั้นสูง 25

คำถามประจำบท

1. ความหมายและความสำคัญของการจดั การโครงการเปน็ อย่างไร
2.ประเภทการจดั การโครงการมอี ะไรบ้าง
3.ความสำคัญของการจดั การโครงการประกอบด้วยอะไรบ้าง
4.ให้นิสติ เขยี นกระบวนการจดั ทำโครงการมาพอสงั เขป
5.การวเิ คราะหโ์ ครงการมคี วามสำคญั อยา่ งไร
6.แนวทางการสร้างรายได้แก่โครงการจัดทำธุรกิจและบริการเป็น
อยา่ งไร

การจดั การโครงการข้นั สูง 26

อา้ งอิงประจำบท

กรณ์ ปรียากร. การบริหารโครงการ: แนวคดิ และแนวทางในการสร้าง
ความสำเร็จ. กรงุ เทพฯ : สำนักพิมพ์เสมาธรรม, 2548.

เชาว์ อนิ ใย. การประเมนิ โครงการ. กรุงเทพฯ: สำนกั พมิ พ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , 2553.

นคิ ม ภคบณั ฑุ. การจัดการโครงการ. เอกสารการสอนชุดวิชาสำนักงาน
อัตโนมัติ หนว่ ยที่ ๙-๑๕ พิมพ์ครั้งท่ี ๘. นนทบุรี : โรงพมิ พ์
สุโขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๕๒.

นิคม ภคบณั ฑุ. การจัดการโครงการ. เอกสารการสอนชุดวิชาสำนกั งาน
อัตโนมัติ หนว่ ยท่ี ๙-๑๕ พมิ พค์ ร้ังท่ี ๘. นนทบรุ ี : โรงพมิ พ์
สุโขทัยธรรมาธริ าช, ๒๕๕๒.

เนตร์พัฒนา ยาวิราช. การจัดการสมัยใหม่. พมิ พค์ รั้งที่ 2. กรงุ เทพฯ:
สำนกั พิมพ์ เซน็ ทรัลเอก็ ซ์เพรส, 2546.

ประชมุ รอดประเสรฐิ . การบริหารโครงการ. กรงุ เทพฯ: เนติกุลการพิมพ์,
2529.

ประชมุ รอดประเสริฐ. การบริหารโครงการ. พมิ พค์ รัง้ ที่ 2. กรงุ เทพฯ: เนติ
กลุ กำรพิมพ์, 2535.

ประสิทธิ์ ตงยิง่ ศริ ิ. การวเิ คราะห์และประเมินโครงการ. กรุงเทพฯ: สถาบนั
บณั ฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร์, 2524.

พรนภัส ฤกษ์นิรนั ทร์. การประเมินโครงการอาหารเสรมิ นม (นม) โรงเรียนใน
เขตเทศบาล ตำบลเจ้าพระยาสรุ ศกั ด์ิ. ปัญหาพิเศษรัฐ
ประศาสนศาสตรมหาบณั ฑติ . สาขา การบริหารท่วั ไป. วทิ ยาลยั
การบริหารรัฐกจิ . มหาวิทยาลยั บูรพา, 2551.

พิสณุ ฟองศรี. เทคนิควิธีการประเมนิ โครงการ. พมิ พ์ครั้งที่ 7. กรงุ เทพฯ:
ด่ำนสุทธาการพิมพ์, 2543.

พุทธชินราช. สหวิทยาลยั . เอกสารประกอบการสอนวิชาองค์การและการ
จัดการ. พษิ ณโุ ลก: สหวทิ ยาลยั พทุ ธชินราช, 2530.

การจัดการโครงการข้ันสูง 27

มยรุ ี อนมุ านราชธน. การบรหิ ารโครงการ. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ดาว, 2543.
เยาวดี รางชยั กุล วิบูลย์ศรี. การประเมนิ โครงการ:แนวคดิ และแนวปฏิบัติ.

พมิ พ์ครัง้ ที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนกั พิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย, 2542.
รัตนา สายคณิต . การบริหารโครงการ : แนวทางสู่ความสำเรจ็ . พิมพ์คร้งั ที่
๔. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
,๒๕๕๒.
วัน เดชพิชัย. คู่มือการวิจัยและประเมินโครงการทางการศึกษาและ
พฤตกิ รรมศาสตร์. ปัตตาน:ี โรงพมิ พ์มนตรบี ริหาร, 2535.
สมคิด พรมจุ้ย. เทคนิคการประเมินโครงการ. นนทบุรี: ส ำนักพิมพ์มหำ
วิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช, 2542.
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์. รวมบทความทางการประเมินโครงการ. กรุงเทพฯ:
สำนกั พมิ พ์ แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, 2544.
สำราญ มีแจ้ง. การประเมินโครงการทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: นิชินแอด
เวอร์ไทซ่ิงกรฟุ๊ , 2544.
สุภาพ พิศาลบุตร. การวางแผนและการบริหารโครงการ. พิมพ์ครั้งท่ี ๔.
กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลยั ราชภัฏสวนดุสติ , ๒๕๔๗.
สวุ ิมล ติรกำนันท์. การประเมินโครงการ: แนวทางสกู่ ารปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งท่ี
5. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2547.
C.F. Gray/E.W. Larson. Project Management: The Managerial
Process. (Singapore: Irwin McGraw-Hill.2000).p.4 อ้าง
ใน รัตนา สายคณิต . การบริหารโครงการ : แนวทางสู่ควม
สำเร็จ. พิมพ์ครั้งท่ี ๔ . กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่ง
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , ๒๕๕๒.

บทท่ี ๒

กระบวนการจัดการโครงการ

(project management process)

แผนการเรยี นการสอน

1. ความรู้เบอ้ื งตน้ ของกระบวนการบริหารโครงการ
2. กระบวนการของการจดั การโครงการ
3. การวางแผนการประเมินโครงการ
4. กระบวนการในการวางแผนประเมินโครงการ

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. มคี วามรเู้ บื้องตน้ เกยี่ วกับกระบวนการบริหารโครงการ
2. ทราบกระบวนการของการจดั การโครงการ
3. เขา้ ใจการวางแผนการประเมินโครงการ
4. ทราบกระบวนการในการวางแผนประเมินโครงการ

กิจกรรมการเรยี นการสอน

1. ฝกึ ทำแบบฝกึ หดั ท้ายบท
2. อา่ นทบทวนและสรปุ สาระสำคัญ

เอกสารประกอบการสอน วิชาการจดั การโครงการขัน้ สงู ๒๙

2.1 ความรเู้ บอื้ งต้นของกระบวนการบรหิ ารโครงการ

การจัดการโครงการ เป็นความรู้และข้ันตอนดำเนินงานในส่วนของ
การวางแผน การจัดการ การบริหารทรัพยากร เพ่ือทำให้โครงการแล้วเสร็จ
ตามเป้าหมายได้ถูกต้องตามที่วางแผนไว้ การวางแผนและการบริหาร
ทรัพยากรใดๆทั้งตัวมนุษย์และในเรื่องของงาน โดยคาดคะเนทิศทางของ
โครงการตั้งแต่วันเรมิ่ ต้นจนถงึ วันเสร็จงาน รวมถึงการกำหนดชว่ งเวลาในการ
ปฏิบัติงานท่ีจะทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพ และสามารถที่จะประมาณ
ราคาของโครงการได้ การบริหารโครงการมีหัวใจสำคัญคือการบริหาร
ความสัมพันธ์ระหว่าง เวลา ราคา และคุณภาพ ในทรพั ยากรทีก่ ำหนดเพื่อให้
ไดเ้ ป้าหมายตามตอ้ งการ๑

ดังนั้นการจัดการโครงการเป็นหัวใจของความสำเร็จหรือความ
ล้มเหลวของโครงการซึ่งนอกจากจะต้องดำเนินการโดยคณะบุคคลที่มคี วามรู้
ความเข้าใจโครงการนั้นอย่างดีพอแล้ว การจัดการโครงการย่อมต้องการ
ระบบและมีขั้นตอนของการดำเนินงาน ท่ีสำคัญการจัดการโครงการเป็นงาน
ชนิดหน่งึ ที่ผเู้ กี่ยวข้องทุกคนจะตอ้ งร่วมมือร่วมใจกนั ปฏบิ ัตงิ านนน้ั ให้บรรลถุ ึง
ความสำเร็จ หรือตามเป้าหมายที่บุคคลเหล่านั้นต้องการความสำเร็จจะ
เกดิ ข้ึนไดย้ อ่ มต้องอาศยั กระบวนการในการจัดการ

กระบวนการการบริหารโครงการ (Project initiation process)
แบ่งเปน็ ลำดับขนั้ ตอนในการบริหารโครงการ 6 ขนั้ ตอน ดงั น้ี

๑. การรเิ ร่ิมโครงการ (Project initiation)
๒. การวางแผนโครงการ (Project planning)
๓. การวิเคราะห์โครงการ (Project analysis) และการศึกษาความ
เป็นไปไดข้ องโครงการ (Project feasibility study)

๑วิกิ พี เดี ย ส ารานุ ก รม เส รี ,ก ารบ ริห ารโค รงก าร , แ ห ล่ งที่ ม า :
ttp://www.th.wikipedia.org/wiki ( ๑ ม.ี ค. ๒๕๕๔).

เอกสารประกอบการสอน วิชาการจดั การโครงการขัน้ สูง ๓๐

๔. การปฏิบัติการตามโครงการ (Project implementation): การ
กำหนดโครงสร้างโครงการ (Project structure) และการจัดหาทรัพยากร
มนุษย์ของโครงการ๒

๕. การควบคมุ โครงการ (Project control)
๕.๑ การตดิ ตามโครงการ (Project monitoring)
๕.๒ การประเมนิ โครงการ (Project evaluation)

สุชาติ ประสิทธ์ิรัฐสินธุ์ กล่าวว่า การประเมินผลโครงการ หมายถึง
กระบวนการศึกษาแสวงหาความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการดำเนินโครงการ
ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ มีปัญหา
และอุปสรรคอะไร และบรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการหรือไม่ มีผลกระทบใน
แง่มุมต่างๆ อยา่ งไรท่เี กดิ ขนึ้ จากโครงการ๓

สุภาพร พิศาลบุตร กล่าววา่ การประเมินผล หมายถึง กระบวนการ
ในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของการดำเนินโครงการและพิจารณา
บ่งช้ีให้ทราบถึงจุดเด่น หรือจุดด้อยของโครงการนั้นอย่างมีระบบแล้ว
ตัดสินใจว่าจะปรับปรุงแก้ไขโครงการน้ัน เพ่ือดำเนินงานต่อไปหรอื จะยตุ ิการ
ดำเนนิ โครงการน้นั เสยี ๔

๒ทวีป ศิริรัศมี, การวางแผนพัฒนาและประเมินโครงการสำนักงานกองทุน
สนับสนนุ งานวิจัย (สกว.), (กรงุ เทพมหานคร, 2545), หนา้ 13.

๓สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์, การประเมินผลโครงการ: หลักการและการ
ประยกุ ต,์ (กรุงเทพฯ : เฟ่อื งฟา้ พรนิ้ ต้ิง 2547), หนา้ ๒.

๔สุภาพร พิศาลบุตร, การประเมินโครงการ, (กรุงเทพมหานคร:ชวัชชัยการ
พิมพ์, 2547), หนา้ 223.


Click to View FlipBook Version