The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความสัมพันธ์ไทย-จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์ หยวน หมิง ชิง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จักรวาลมนุษย์, 2023-10-31 09:20:59

ความสัมพันธ์ไทย-จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์ หยวน หมิง ชิง

ความสัมพันธ์ไทย-จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์ หยวน หมิง ชิง

43 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ตราแลคำหับที่สองประเทศนั้นได้รับพระราชทานไปจากราชสำนัก พวกเขาต่างแจ้งว่า ประชาชนของประเทศเขา อยู่อย่างหวาดกลัวแลไม่อาจอยู่อย่างสงบสุข บัดนี้จึงมีศุกสารไปถึงเจาสู่ฉินอิงตัวหลัวตีล่าความว่า “จัมปา สมุทระ มะละกา แลท่านต่างได้รับพระราชบัญชาของต้าหมิง หวางตี้ทัดเทียมเสมอกัน เหตุใดท่านจึงได้ใช้กำลังกักตัวราชทูตที่จะไปยังราชสำนัก แลยึดเอาตราประทับต่าง ๆ ไป วิถีแห่งสวรรค์อันแจ่มแจ้งแล้วคือความรุ่งโรจน์ของ ผู้กระทำดีแลความหายนะของผู้กระทำชั่วร้าย พวกโจรตระกูลหลี่แห่งอันหนาน ทั้งพ่อแลลูกได้ประสบความหายนะมาก่อนหน้านี้ ท่านอาจดูเป็นตัวอย่างได้เลย ขอจงรีบส่งตัวราชทูตจัมปาคืนไป แลส่งตราประทับแลคำหับที่ราชสำนักมอบให้ แก่มะละกาแลสมุทระ ต่อแต่นี้ไป ขอให้ท่านจงใส่ใจในบ้านเมืองท่านเองแลยึดถือ ความถูกต้องเหมาะสม อยู่อย่างสงบสุขกับเพื่อนบ้านของท่าน แลปกป้องดินแดน ของตนเอง โดยวิถีทางนี้ ท่านจักได้สันติสุขอันใหญ่หลวง” # ข้อมูลทั้งหมดนี้ตีความได้ว่า จีนได้ทำตนเป็นเจ้าอธิราชเหนือรัฐ บรรณาการทั้งหลาย โดยกล่าวว่าจ้านเฉิง (อาณาจักรจัมปา ซึ่งเดิมครอบครอง บริเวณที่เป็นเวียดนามในปัจจุบัน) ได้ฟ้องร้องว่า ราชทูตของประเทศนั้น ซึ่งอยู่ ในสำเภาถือเครื่องราชบรรณาการไปเมืองจีนได้ถูกพายุพัดไปถึงปาหัง ฝ่ายไทย ได้ข่มขู่ปาหังให้ส่งตัวราชทูตแก่ไทย นอกจากนี้จีนยังได้รับคำฟ้องว่า ทั้งสมุทระ (ปาไซ) ซึ่งตั้งอยู่ที่ปลายเกาะสุมาตรา และมะละกา ต่างถูกไทยยึดตราซึ่งทั้งสอง ประเทศนั้นได้รับแต่งตั้งจากต้าหมิงหวางตี้ไปด้วย การที่สมเด็จพระนครอินทร์ทรงแผ่อิทธิพลของสยามในอ่าวไทยและ คาบสมุทรมลายู มีเหตุสองประการ คือ เป็นความพยายามควบคุมการค้าทั้งการค้า ชายฝั่งและการค้าข้ามภูมิภาคในบริเวณอ่าวไทย ส่วนการยึดตราของสมุทระและ มะละกานั้น เป็นการตอบโต้เหตุเดิมที่กษัตริย์พระองค์แรกของมะละกาได้เคย


44 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ลอบสังหารข้าหลวงสยามที่ตูมาสิกหรือสิงคปุระใน ค.ศ. ๑๔๐๑/พ.ศ. ๑๙๔๔ แล้วหนีไปตั้งถิ่นฐานที่มะละกา และยังไม่ยอมอ่อนน้อมต่อไทย สำหรับสมุทระนั้น เป็นพันธมิตรกับมะละกา จึงได้รับผลกระทบไปด้วย ข้อมูลจากหมิงสือลู่ยืนยันว่า ปาหังหรือหัวเมืองมลายูฝั่งตะวันออก เป็นประเทศราชของไทยมาตั้งแต่สมัย ศรีอโยธยาตอนต้น หลักฐานโปรตุเกสกล่าวว่า ข้าหลวงไทยแห่งสิงคปุระที่ถูก ลอบสังหารนั้นเป็นพระราชโอรสของกษัตริย์อโยธยาที่ประสูติแต่ธิดาของ เจ้าเมืองปัตตานี ๗๖ | ๖ กันยายน ค.ศ. ๑๔๐๘/พ.ศ. ๑๙๕๑ ราชสำนักส่งขันทีจางหยวนจำทูลพระราชสาส์นไปยังเจาลู่ฉินอิงตัวหลัวตีล่า พระเจ้ากรุงสยาม เพ่อถวายผ้าไหมเนื ื้อดีปักดิ้นแลแพรต่วน โดยร่วมทางกับชาวสยามชื่อเป่ยเฮ่ยเดินทางกลับประเทศของเขา ก่่อนหน้้านี้้� เป่่ยเฮ่่ยแลคนอื่่น ๆ ได้้ติิดตามคณะราชทููตสยามเดิินทางจัักมาถวายเครื่่องราชบรรณาการ แต่่ระหว่่าง อยู่่ในทะเล พวกเขาประสบพายุุใหญ่่แลถููกซััดไปที่่อำำเภอยี่่อาน (Yi - An) ในอัันหนาน ณ ที่่แที่่ห่่งนั้้น�พวกโจรตระกููลลี่่ จัับกุุมแลกัักตััวพวกเขาไว้้ เมื่่อตอนที่่กองทััพของเฉีียนกั๋๋ว ผู้้กิินตำำแหน่่งมู่่เซิิง ยกไปถึึงยี่่อานได้้พบเป่่ยเฮ่่ย พวกเขา พยายามหาราชทูต ได้รู้ว่าราชทูตถูกพวกโจรตระกูลลี่สังหารเสียแล้วในครั้งกระนั้น มู่เซิงได้ส่งตัวเป่ยเฮ่ยมายัง ราชสำนัก เขาได้รับเครื่องนุ่งห่มแลความช่วยเหลือ แล้วจึงถกูส่งตัวกลับไปยังสยามโดยไปพร้อมกับขันทีหยวน พระเจ้า กรุงสยามได้รับพระราชบัญชาด้วยว่าให้แสดงน้ำพระทัยเมตตาครอบครัวของราชทูตซึ่งถูกพวกโจรตระกูลลี่สังหาร # ใน ค.ศ. ๑๔๐๐/พ.ศ. ๑๙๔๓ โห่กุยลี่ (Ho Qui Ly) อัครเสนาบดี แห่งราชสำ นักชัน (Tran) ของไดเวียดได้แย่งชิงราชสมบัติแลตั้งตนเป็นกษัตริย์ แต่เดิมราชสำนักหมิงให้การรับรอง จนกระทั่ง ค.ศ. ๑๔๐๔ หรือ พ.ศ. ๑๙๔๗ มีเจ้านายในราชตระกลเก่าอ้างว่ามีูสิทธิในราชบัลลังก์เพราะเป็นราชโอรสของกษัตริย์ ที่ถูกโค่นล้ม ฝ่ายราชวงศ์หมิงต้องการเข้าแทรกแซงกิจการบ้านเมืองของไดเวียด


45 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา อย่แล้ว ูจึงเปลี่ยนมารับรองเจ้านายองค์ดังกล่าว โห่กุยลี่ได้ต่อต้านการรุกรานของจีน จนถึงใน ค.ศ. ๑๔๐๗ หรือ พ.ศ. ๑๙๕๐ กองทัพของราชวงศ์หมิงก็ได้เข้ายึดครอง อันหนาน (ชื่อที่จีนเรียกญวนในฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งของจีนมาแต่ครั้งราชวงศ์ถัง) คำว่า โจรตระกูลลี่ จีนใช้เรียกราชวงศ์ของโห่กุยลี่อย่างเหยียดหยาม ข้อความตอนนี้แสดงว่า ราชทูตสยามที่ไปเมืองจีนก่อนปี ค.ศ. ๑๔๐๗/ พ.ศ. ๑๙๕๐ ได้ถูกจับกุมและถูกตระกูลลี่สังหาร จุดประสงค์อาจเพื่อต้องการ ยั่วยุจีน อย่างไรก็ตาม เมื่อกองทัพจีนยึดไดเวียดได้แล้ว ได้แสดงเจตนารมณ์ที่ดี ราชสำนักจีนได้จัดส่งชาวสยามที่ถูกพวกญวนจองจำไว้คืนแก่ฝ่ายสยาม ๗๗ | ๑๗ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๐๘/พ.ศ. ๑๙๕๑ ราชสำ นักส่งมหาขันทีเจิ้งเหอแลคณะทูตจำ ทูลพระราชโองการไปยังประเทศกาลิกุต มะละกา สมุทระ อะรุ เจียหยีเล่อ เจ่าวา สยาม จัมปา โคชิน อาโปปาตัน เซี่ยวเก้อหลาน หนานหวู่ลี่ แลกันปาลี่1 แลนำไหมปักดิ้น ไหมเนื้อละเอียดแลแพรต่วนเป็นของพระราชทานไปยังกษัตริย์ของประเทศเหล่านี้ # เจิ้งเหอเป็นมหาขันทีในรัชสมัยหย่งเล่อ เขาได้รับความไว้วางใจ ให้จัดกระบวนสำเภาออกสำรวจทางทะเล และแสดงแสนยานุภาพของจีนซึ่งดำเนิน ติดต่อกันไปถึงเจ็ดคร้ัง สำ หรับในปีแรกนี้ กองทัพสำเภาของเขาได้เดินทางมายัง พระนครศรีอโยธยาและเดินทางต่อไปยังชวา สุมาตรา ลังกา และอ่าวเปอร์เซีย ไปจรดชายฝั่งแอฟริกาตะวันออก เขาได้เดินทางเข้ามาที่พระนครครีอโยธยา อีกครั้งหนึ่งในภายหลัง ความสำ คัญของเจิ้งเหอและความทรงจำ เกี่ยวกับเขา อยู่ในรูปของตำนานเกี่ยวกับซำปอกง และพระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถ วัดพนัญเชิงที่อยุธยา และศาลเจ้าซำปอกงที่บางกอก 1Calicut, Melaka, Samudera, Aru, Jia - Yi - Le, Java, Siam, Champa, Cochin, A - Bo - Ba - Dan, Xiaoke - lan, Nan - Wu - Li, and Gan - Ba - Li


46 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๗๘ | ๒๓ ธันวาคม ค.ศ. ๑๔๐๘/พ.ศ. ๑๙๕๑ เจาล่ฉินอิงตัวหลัวตีล่า ูพระเจ้ากรุงสยาม ทรงแต่งคณะทตมีหูตู้หวู่เซี่ยเม่ย ไน่ยี่ ไน่เซี่ยฉืู อแลคนอื่น ๆ ้ มาถวายส่งของ ิพื้นเมืองเครื่องราชบรรณาการเป็นการยอมรับความผิดที่ได้กระทำตามที่ได้รับคำตำหนิอย่างรุนแรง ดังระบุในพระราชโองการ ๗๙ | ๕ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๔๐๙/พ.ศ. ๑๙๕๒ ไน่ฉ้ือไล่จู ราชทูตแลคณะ ซึ่งเจาสู่ฉินอิงตัวหลัวตีไล่ พระเจ้ากรุงสยาม ได้เข้ามาถวายเครื่องเซ่น สังเวยแต่พระอัครมเหสีเหรินเซี่ยวโปรดให้ขันทีแสดงสิ่งของเซ่นไหว้บนโต๊ะเล็กๆ แลเสื่อปูรอง ๘๐ | ๖ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๔๐๙/พ.ศ.๑๙๕๒ พระราชทานเลี้ยงราชทูตเกาหลีแลสยาม ๘๑ | ๗ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๔๐๙/พ.ศ. ๑๙๕๒ คุนเหวินคุนแลคณะราชทูตที่เจาสู่ฉินอิงตัวหลัวตีล่า พระเจ้ากรุงสยามส่งมา ได้เข้าเฝ้าถวายสุวรรณ พระราชสาส์นแลส่งของ ิพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ ได้พระราชทานเงินตราแลผ้าไหมแก่คณะทูตแลจัดการ ส่งกลับ ในครั้งนั้น ชาวจีนชื่อเหอเหรินกวนแลพวกได้ออกเดินทางเตร็ดเตร่ไปยังหมู่เกาะต่าง ๆ แลเข้ามาที่ประเทศ สยาม ดังนั้น เมื่อราชทูตเหวินคุณเดินทางกลับ พระเจ้ากรุงต้าหมิงผู้ใหญ่จึงมีพระราชบัญชามายังพระเจ้ากรุงสยาม ขอให้ส่งเหอเหรินกวนแลพวกที่มีชื่อกลับคืน แลยังบันทึกด้วยว่า พระเจ้ากรุงสยามจักต้องไม่รับพวกที่หลบลี้เหล่านี้ เพราะพลอยร่วมกระทำความผิดใหญ่หลวงไปด้วยพระเจ้ากรุงต้าหมิงผู้ใหญ่ได้พระราชทานผ้าไหมเป็นพับ แลไหมกรองทอง อีกทั้งผ้ากำมะหยี่ปักดิ้น # ราชสำนักจีนถือตามกฎระเบียบและทำเนียมที่ไม่เห็นชอบให้ราษฎร จีนออกไปค้าขายนอกประเทศ เพราะขัดกับวัฒนธรรมขงจื่อและยังอาจเป็นปัญหา เรื่องความมั่นคงด้วย กรณีของเหอเหรินกวนเป็นตัวอย่างหนึ่งของการที่คนจีน นักเผชิญโชคจักพาสมัครพรรคพวกออกไปดินแดนโพ้นทะเล และไปตั้งตนเป็นกลุ่ม


47 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา อิสระ กระทำตนเป็นสลัดในทะเลหลวง แต่ในบางครัง้กลับมีความผกูพันกับผปกครอง ู้ ของบางประเทศ ฝ่ายราชการจีนมองว่าพวกนีเป็นอาชญากรไม่ต้องการให้มีที่ ้พักพิง ดังนั้น ราชสำนักจีนจึงขอให้สยามส่งตัวเขาแก่เจ้าหน้าที่จีน ๘๒ | ๓๑ ธันวาคม ค.ศ. ๑๔๑๐/พ.ศ. ๑๙๕๓ เจาลู่่ฉิินอิิงตััวหลััวตีีล่่า พระเจ้้ากรุุงสยาม ทรงแต่่งให้้เซิิงโชวเซี่่ยน (Zeng Shou - Xian) เป็นราชทูตพร้อมคณะมาถวายม้าแลสิ่งของพื้นเมืองต่าง ๆ เป็นเครื่องราชบรรณาการ แลส่งมอบตัวพวกจีนเตร็ดเตร่ ได้พระราชทานเงินตราแลผ้าไหมแก่ราชทูตแลคณะ กรมพิธีการได้รับหมายรับส่งให้ ัส่งขันทีจางหยวนแลคณะ จำทูลพระราชสาส์นชมเชยไปยังพระเจ้ากรุงสยาม แลถวายผ้าไหมเนื้อดีมีลวดลายแลผ้าไหมกรองทอง # ราชสำ นักสยามมีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับราชวงศ์หมิง ทั้งสองฝ่าย ต่างให้การอนุเคราะห์กันในเรื่องของการส่งนักโทษหรือผู้เคราะห์ร้ายในต่างแดน แก่อีกฝ่ายหนึ่ง ในกรณีนี ราช้สำนักสยามส่งตัวเหอเหรินกวนและพวกแก่ทางการจีน ๘๓ | ๑ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๔๑๑/พ.ศ. ๑๙๕๔ พระราชทานเลียงแก่ราชท้ ตเซิงโชวเซี่ยนูจากประเทศสยาม...แลราชทตหลี่โหยวูจากทะเลตะวันออก ๘๔ | ๓๐ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๔๑๑/พ.ศ. ๑๙๕๔ เจาลู่ฉินอิงตัวหลัวตีล่า พระเจ้ากรุงสยาม แต่งให้ไน่ยี่ฉือแลคณะนำส่งของ ิพื้นเมืองมาถวายเป็น เครื่องราชบรรณาการ โปรดพระราชทานเงินตราแลผ้าไหมแก่บุคคลในคณะทูตตามลำดับศักดิ์ # นามราชทููตที่่จีีนออกเสีียงว่่าไนยี่่ชื่่อฉื้้�อ หรืือไน่่ยี่่สื้้�อ (Nai Yi - Shi) อาจตรงกัับ “นายญี่่สื่่ อสืือ” หรืือ “นายยี่่สืือ” (สืือ แปลว่่าหนัังสืือหรืือสาร) เฉพาะคำำว่่า ญี่่ นั้้�นพบว่่าเป็็นยศที่่ใช้้มากในราชสำำนัักสมััยศรีีอโยธยา อย่่างน้้อย ในรััชกาลสมเด็็จพระบรมราชาธิิราชที่่ ๒ (เจ้้าสามพระยา) ดัังปรากฏในพระราช


48 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง พงศาวดาร ฉบัับหอพระสมุุดวชิิรญาณ เช่่น นายญี่่ขรรค์์ นายญี่่เพชรรััตน์์ นายญี่่สาร เป็็นต้้น ในที่่นี้้� ขอเดาว่่า ไน่่ยี่่สื้้�อ อาจเป็็นคนเดีียวกัับไน่สื้้่�อเสีียน หรืือ “นาย [ญี่่] สื่่อสาร” ผู้เ้ป็็นทููตไปถึึงเมืืองจีีนเมื่่อวัันที่่ ๒๗ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๔๑๖/พ.ศ. ๑๙๕๙ อีีกครั้้�งหนึ่่ง ๘๕ | ๓ มกราคม ค.ศ. ๑๔๑๒/พ.ศ. ๑๙๕๕ พระราชทานเลี้้�ยงบรรดาทููตจากประเทศหลิิวฉิิวแลสยาม รวมทั้้�งหนางปี้้ (Nang Bi) ข้้าหลวง รัักษาความสงบแห่่งลู่่เจีียงในหยุุนหนาน”1 ๘๖ | ๑๘ มกราคม ค.ศ. ๑๔๑๒/พ.ศ. ๑๙๕๕ พระราชทานเลี้้�ยง... แลราชทููตจากประเทศเกาหลีีแลสยาม ๘๗ | ๑๕ มกราคม ค.ศ. ๑๔๑๓/พ.ศ. ๑๙๕๖ ลู่่ฉิินอิิงตััวหลััวตีีล่่า พระเจ้้ากรุุงสยาม ทรงแต่่งตั้้�งกุุนเหวิินกุุนแลคณะเข้้ามาถวายพระสุุพรรณบััฏ แลสิ่่งของพื้้�นเมืืองเป็็นเครื่่องราชบรรณาการ ได้้พระราชทานเงิินตราแลผ้้าไหมแก่่กุุนเหวิินกุุนแลคนอื่่น ๆ ตาม ลำำดัับศัักดิ์์�มีีพระราชโองการสั่่งให้้กรมพิิธีีการจััดส่่งขัันที่่หงเป่่าแลคณะนำำผ้้าไหมลายดอกเนื้้อ�ดีีแลแพรต่่วนไปถวาย แก่่พระเจ้้ากรุุงสยาม # นามราชทููตสยามที่่ไปเมืืองจีีนในครั้้�งนี้้�คืือ กุุนเหวิินกุุน ถอดเสีียงได้้อย่่าง มั่่นใจเฉพาะพยางค์แรก “ ์ขุน” เุพราะเป็นย็ศพยางค์ห์ลังัสุดคงเุป็น “็คุณ” ุกุนเหุวินิกุน ุ น่่าจะตรงกัับ “ขุุนวรรณคุุณ” แปลว่่า ขุุนผู้้รู้้วิิชาหนัังสืือ เหมาะกัับราชทููตดีี ๘๘ | ๑๗ มกราคม ค.ศ. ๑๔๑๓/พ.ศ. ๑๙๕๖ ได้้พระราชทานเลี้้�ยงแก่่กุุนเหวิินกุุน ราชทููตจากประเทศสยามแลประเทศอื่่น ๆ 1ราชสำ นักจีนมีทำ เนียมแต่งตั้งเจ้าเมืองชายแดนเป็นข้าราชการจีน เจ้าเมืองลู่เจียงในเวลานั้นน่าจะยังคงเป็นชาติพันธุ์ไท


49 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ๘๙ | ๒๗ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๔๑๖/พ.ศ. ๑๙๕๙ เมื่อวันที่ ๑ เดือน ๕ ปีที่ ๑๔ แห่งรัชศกหย่งเล่อ เจาลู่ฉินอิงตัวหลัวตีล่า กษัตริย์แห่งอาณาจักร สยามสวรรคต ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ พระราชโอรสของพระองค์ทรงจัดส่งราชทูตมีนามว่าไน่สื้อเสียนแลคณะ มาแจ้งข่าวการสวรรคตแลขอสืบสันตติวงศ์ ต้าหมิงหวางตี้มีพระราชโองการให้จัดส่งขันทีมีนามว่ากั๋วเหวิน ไปคำนับ พระศพของพระราชบิดา นอกจากนั้นยังทรงได้จัดส่งราชทูตไปอีกต่างหาก ให้จำทูลพระราชโองการแต่งตั้งให้ ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่เป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรสยาม พร้อมทัง้พระราชทานแพรลายดอกสีขาวเนอดี แ้ืพรโล่สีขาว ต่วนขนสัตว์สีขาว ไหม ผ้าพับ แลสิ่งของอื่น ๆ แล้วยังได้พระราชทานแพรไหมต่าง ๆ แก่ต้าคู่ เสนาบดีผู้ใหญ่ของ พระองค์แลคนอื่น ๆ ด้วย # ราชทููตสยามเดิินทางไปถึึงราชสำำนัักจีีน เพื่่อแจ้้งข่่าวการสวรรคต ของเจาลู่่ฉิ นิอิงิตัวหัลัวัตีล่ีา ห่รือืสมเด็จพ็จพระนครอินทรราชาิธิราช ิทููตทููสยามไปรายงาน ถึึงจีีนในเดืือนพฤษภาคม เพราะฉะนั้้�น สมเด็็จพระนครอิินทร์์สวรรคตในปลาย ค.ศ. ๑๔๑๕/พ.ศ. ๑๙๕๘ หรืือต้้น ค.ศ. ๑๔๑๖/พ.ศ. ๑๙๕๙ ซึ่่งนัับว่่าใกล้้เคีียง กัับประวััติิศาสตร์์สัังเขปพระเจ้้ากรุุงสยามของฟาน ฟลีีต ซึ่่งให้้ระยะเวลา การครองราชย์์ของ “นครอิินทร์์” ไว้้ในช่่วง ค.ศ. ๑๓๙๕/พ.ศ. ๑๙๓๘ - ค.ศ. ๑๔๑๔/พ.ศ. ๑๙๕๗ ในขณะที่่หมิิงสืือลู่่บอกว่่า พระเจ้้าแผ่่นดิินสยามพระองค์์ นี้้�ครองราชย์์ระหว่่าง ค.ศ. ๑๓๙๕/พ.ศ. ๑๙๓๘ - ค.ศ. ๑๔๑๕/พ.ศ. ๑๙๕๘ - ๙ ? คลาดเคลื่อนกันเพียงเล็กน้อยจนถึงกับอาจกล่าวได้ว่าตรงกันก็ไม่ผิดอะไร น่าที่จะ สันนิษฐานว่า การไปแจ้งข่าวแก่จีนอาจช้าเนื่องจากตอนผลัดเปลี่ยนแผ่นดินมีปัญหา ภายในอยู่บ้าง เช่น การจัดงานพระศพเจ้าอ้ายแลเจ้ายี่ผู้สิ้นพระชนม์จากการชนช้าง แย่งชิงราชสมบัติ


50 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ในขณะเดีียวกััน พระราชพงศาวดาร ฉบัับหลวงประเสริิฐฯ กลัับเสนอ เรื่่องราวว่่า เจ้้าพระยาราม พระราชโอรสของสมเด็จพ็ระราเมศวร ได้้ขึ้้�นครองราชย์์ ใน ค.ศ. ๑๓๙๕/พ.ศ. ๑๙๓๘ ซึ่่งเป็็นปีีที่่หมิิงสืือลู่่กล่่าวว่่า สมเด็็จพระนครอิินทร์์ ได้้ทรงส่่งราชทููตไปแจ้้งข่่าวแก่่จีีนว่่า พระราชบิิดาสวรรคตในปีีนั้้�น นอกจากนี้้� พระราชพงศาวดาร ฉบัับหลวงประเสริิฐฯ ยัังให้้รััชกาลของเจ้้าพระยาราม ค่่อนข้้างยาวจนถึึง ค.ศ. ๑๔๐๙/พ.ศ. ๑๙๕๒ ในขณะที่่ ประวััติิศาสตร์์สัังเขป พระเจ้้ากรุุงสยามของฟาน ฟลีีต กลัับให้้รััชกาลของ “พระราม” สั้้�นเพีียงระหว่่าง ค.ศ. ๑๓๙๓/พ.ศ. ๑๙๓๖ - ค.ศ. ๑๓๙๕/พ.ศ. ๑๙๓๘ โดยที่่ปีสิ้้ี�นสุุดรััชกาลนั้้�นตรง กัับปีีขึ้้�นครองราชย์์ของสมเด็็จพระนครอิินทร์์ ตามหลัักฐานร่่วมสมััยของจีีนพอดีี ในรััชกาลสมเด็็จพระนครอิินทร์์ มีีบัันทึึกการติิดต่่อระหว่่างประเทศสยาม กับจีนถึง ๒๗ รายการ มากเป็นอันดับสองรองจากรัชกาลก่อน และเป็นบันทึกเรื่อง จีนส่งทูตมาอโยธยาจำนวน ๗ - ๘ ครั้ง ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความสัมพันธ์ ที่ใกล้ชิดของทั้งสองราชอาณาจักร ดังนั้น ข้อมูลที่ได้จึงมีความน่าเชื่อถือสูง พระนามกษััตริิย์์พระองค์์ใหม่่คืือซานไล่่ปอหมอลาจ๋๋าตีีไล่่ หรืือสมเด็็จ พระบรมราชาธิิราช ตรงกัับในหลัักฐานไทย ส่่วนทููตสยามที่่ไปจีีนชื่่อไน่่ซื่่อเสีียน เป็็นขุุนนางระดัับ “นาย” ซึ่่งยัังเป็็นชั้้�นที่่มีีความสำำคััญในสมััยต้้นศรีีอโยธยา ส่วนชื่อตัวนั้นอาจเป็น “สือสยาม?” มีีข้้อความสำำคััญตอนท้้ายว่่า พระเจ้้ากรุุงจีีนได้้พระราชทานสิ่่งของมายััง บุุคคลผู้้หนึ่่งชื่่อว่่าต้้าคู่่ ซึ่่งเอกสารจีีนระบุุตามคำำแปลว่่าของ ดร. เจฟ เวด ว่่าเป็็น “his chieftain” หรือ “เสนาบดีผู้ใหญ่” ของพระเจ้ากรุงสยาม คำว่า ต้าคู่ แปลว่า คลังใหญ่ ในที่นี้ควรหมายถึงออกญาโกษาธิบดี ซึ่งดูแลกรมท่า


51 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ๙๐ | ๘ มกราคม ค.ศ. ๑๔๑๘/พ.ศ. ๑๙๖๑ เมื่อวันที่ ๒ เดือน ๑๒ ปีที่ ๑๕ แห่งรัชศกหย่งเล่อ พระเจ้ากรุงสยาม ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ ทรงจัดส่งราชทูตมีนามว่าไน่เจี้ยวแลคณะรวมร้อยกว่าคน มาถวายพระสุพรรณบัฏแลสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราช บรรณาการ แสดงความขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานเครื่องเช่นไหว้พระศพพระราชบิดา แลที่มี พระราชโองการให้สืบสันตติวงศ์ได้ จึงโปรดให้กรมพิธีการจัดแพรสีลายดอกกรองทองเนื้อดี แพรโล่ แลแพรแส เป็นของพระราชทานแก่กษัตริย์ พร้อมทั้งพระราชทานเงินตราแก่ไน่เจี้ยวแลคณะตามลำดับศักดิ์ # คณะทูตสยามที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ ทรงส่งไปเมืองจีน เพื่่อขอบพระทััยพระเจ้้ากรุุงจีีนที่่ได้้ส่่งทููตมาพระนครศรีีอโยธยาเพื่่อคำำนัับพระศพ พระราชบิิดาและให้้การรัับรองนั้้�น เป็็นคณะทููตชุุดใหญ่่เพราะประกอบไปด้้วยผู้้คน ทั้้งหมด ๑๐๐ คนเ�ศษ นามราชทูต “ไน่เจี้ยว” ตรงกับ “นายแก้ว” เป็นส่วนหนึ่งของราชทินนาม เต็มซึ่งจีนจดไว้ไม่ครบ ๙๑ | ๕ มิถุนายน ค.ศ. ๑๔๑๘/พ.ศ. ๑๙๖๑ เมื่อวันที่ ๒ เดือน ๕ ปีที่ ๑๖ แห่งรัชศกหย่งเล่อ อาณาจักรซูเหมินต๋าลา กานต๋าหลี สยาม และ หลิวฉิว ต่างก็จัดส่งราชทูตเข้าถวายส่งของ ิพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ โปรดพระราชทานเครื่องสวมศีรษะ พร้อมสายคาด เงินตรา แพรต่วน แพรแส แพรโล่ แลแพรสีเนื้อบาง แก่บรรดาราชทูตตามลำดับศักดิ์ # ซููเหมิินต๋๋าลา เป็็นคำำจี ีนเรีียกสมุ ุทระ (ปาไซ) รััฐสุุลต่่านตรงปลายสุุด แหลมสุุมาตราตอนบน ส่่วนกานต๋๋าหลีี ตรงกัับคำำสัันสกฤตว่่า กัันทลีีซึ่่งเป็็นชื่่อ ต้นไม้มีดอกสีขาวออกมากในฤดูฝน ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด สันนิษฐานว่าเป็นรัฐที่ติดต่อ กับจีนทางทะเลเหมือนกับราชทตรัฐอื่น ๆ ที่เข้าเฝ้า ูพระเจ้ากรุงจีนในคราวเดียวกันนี้


52 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๙๒ | ๑๘ มิถุนายน ค.ศ. ๑๔๑๘/พ.ศ. ๑๙๖๑ เมื่อวันที่ ๑๕ เดือน ๕ ปีที่ ๑๖ แห่งรัชศกหย่งเล่อ พระราชทานเลี้ยงรับรองบรรดาราชทูต จากอาณาจักรซูเหมินต๋าลา กานต๋าหลี สยาม หลิวฉิว แลเจ่าอัว # เจ่่าอััว ซึ่่งหมายถึึงชวา เพิ่่มเข้้ามาในที่่นี่่ แสดงว่่าอาลัักษณ์์คััดลอก ตกไปในรายงานวันที่ ๕ มิถุนายน เมื่อราชทูตประเทศต่าง ๆ เข้าเฝ้าต้าหมิงหวางตี้ เพื่อถวายเครื่องราชบรรณาการ ๙๓ | ๒๓ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๑๘/พ.ศ. ๑๙๖๑ เมื่อวันที่ ๒๔ เดือน ๙ ปีที่ ๑๖ แห่งรัชศกหย่งเล่อ ไน่เจี้ยวราชทูตและคณะแห่งอาณาจักรสยาม เดินทางกลับ ได้พระราชทานผ้ากำมะหยี่ปักและแพรสีขาวลายดอกสองหน้าแก่กษัตริย์แห่งอาณาจักรนั้น ๙๔ | ๓๐ ตุุลาคม ค.ศ. ๑๔๑๙/พ.ศ. ๑๙๖๒ เมื่่อวัันที่่ ๑๒ เดืือน ๑๐ ปีีที่่ ๑๗ แห่่งรััชศกหย่่งเล่่อ ต้้าหมิิงหวางตี้้�ทรงจััดส่่งราชทููตนำำ พระราชบัญชาไปแจ้งแก่ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ กษัตริย์แห่งอาณาจักรสยาม มีข้อความว่า “เราได้้รัับสนองบััญชาแห่่งสวรรค์์ ให้้ได้้ปกครองแผ่่นดิินจีีนแลบ้้านเมืือง ทั้้�งหลาย ในการปกครองของเรา เรายืืดมั่่นในความรัักแลความห่่วงใยของสวรรค์์ แลโลกเพ่อืสิ่งทังหลาย้จักอย่ในูสวัสดิสุขแลเห็นทุกคนเท่าเทียมกัน หาได้แยกว่าใครดี กว่าใคร ท่านเล่าก็เป็นกษัตริย์ที่เคารพสวรรค์แลรับใช้ผู้สูงกว่ากับได้ทำหน้าที่ส่ง เครื่่องราชบรรณาการโดยสมบููรณ์์ เราเองก็พ็ อใจมานาน เมื่่อไม่่นานมานี้้�อี่่สิิอี่่หัันต้้า เอ้้อซา (Yi - Si - Han - Da - Er Sha) เจ้้าเมืืองหม่่านลาเจีีย ได้้สืืบราชสมบััติิ ได้กระทำตามโอวาทของบิดาแลได้เดินทางพร้อมกับชายาแลบรรดาบุตรมาถวาย เครื่องราชบรรณาการถึงราชสำ นัก ความจงรักภักดีที่จักรับใช้ผู้ใหญ่กว่านี้หาได้


53 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา แตกต่างจากท่านไม่ เหตุใดเล่า เราจึงได้ยินมาว่า โดยไม่มีเหตุผล ท่านได้ตั้งใจ จักส่งทัพไปรุกรานเขา เมื่อทหารถืออาวุธร้ายแรงเข้าสรรพยุทธ์กัน มีหรือจักไม่ บาดเจ็บล้มตายกันมากมายทั้งสองฝ่าย ดังนั้น พวกที่นิยมใช้กำลังจึงถือว่ามีใจที่ ไร้คุณธรรม เจ้าเมืองมะละกาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเราแล้ว แลเป็นข้าราชสำนัก ผู้หนึ่ง ถ้าเขาได้กระทำผิดประการใด ท่านก็ควรทำรายงานส่งมายังราชสำนัก ต้องไม่ผลีผลามส่งกำลังเข้าโจมตี หากทำเช่นนั้นแล้วเหมือนดั่งว่าไม่มีราชสำนักอยู่ ใช่หรือไม่ การกระทำดังกล่าวหาใช่ความปรารถนาของท่านไม่ คงเป็นด้วย เสนาบดีมนตรีของท่านได้อาศัยนามของท่านส่งทหารออกไปด้วยเหตุวิวาท ส่วนตัว ท่านจงได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างลงลึก อย่าได้ปล่อยให้ถูกหลอกลวงอำพราง ถ้าท่านผูกมิตรไมตรีกับเพื่อนบ้าน แลไม่มุ่งก้าวร้าวต่อกัน ความรุ่งเรืองก็ไม่มี ขอบเขตเลย ขอพระเจ้ากรุงสยามจงยึดถือไว้ในพระทัยด้วยเถิด” # ราชสำำนัักหมิิงได้้ส่่งพระราชสาส์์นจากต้้าหมิิงหวางตี้้�จีีนมายัังกษััตริิย์์ สยามเพราะได้้รัับคำำร้้องเรีียนจากสุุลต่่านแห่่งหม่่านลาเจีีย หรืือมะละกา ว่่าไทย ได้ส่งกองทัพไปตีเมืองนั้น ฝ่ายจีนอ้างว่า ในเมื่อทั้งสองประเทศได้ยอมอ่อนน้อม ต่อต้าหมิงหวางตี้จีนแล้ว ก็ขอให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ทางฝ่ายจีนถือทำเนียมที่จะ ไม่ตำหนิกษัตริย์สยามโดยตรง หากโยนความผิดไปยังขุนนางใกล้ชิดว่า ได้กระทำ การไปโดยพลการ ความจริงข้อวิวาทระหว่างไทยกับมะละกามาจากการที่ราชสำนัก อโยธยาถือว่ามะละกาเป็นรัฐประเทศราชของสยาม แต่เห็นได้ชัดว่ามะละกาพยายาม หาความสนับสนุนจากจีนเพื่อควบคุมอิทธิพลไทย ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ผล นามของเจ้้าเมืืองหม่่านลาเจีีย หรืือมะละกาที่่จีีนจดไว้้คืือ อี่่สิิหัันต้้าเอ้้อซา ตรงกัับนามของสุุลต่่าน “อิิสกานดาร์์ ชาห์์” (Iskandar Shah)


54 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๙๕ | ๓ มิถุนายน ค.ศ. ๑๔๒๐/พ.ศ. ๑๙๖๓ เมื่อวันที่ ๒๒ เดือน ๗ ปีที่ ๑๘ แห่งรัชศกหย่งเล่อ ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ พระเจ้ากรุงสยาม ได้ส่งราชทูตมีนามว่าไน่อ่ายนา แลคณะรวมทั้งหมด ๘๐ คน เข้าถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ โปรดพระราชทานเงินตรา แลทรงจัดส่งขุนนางขันทีมีนามว่าหยางเหมียนแลคณะให้การอารักขาในการเดินทาง กลับอาณาจักร แลพระราชทานแพรสีลายดอกกรองทอง แพรโล่ แลแพรแส ให้แก่กษัตริย์แห่งอาณาจักรนั้น ๙๖ | ๒๐ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๔๒๑/พ.ศ. ๑๙๖๔ เมื่อวันที่ ๑๙ เดือน ๔ ปีที่ ๑๙ แห่งรัชศกหย่งเล่อ พระเจ้ากรุงสยามซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ ได้จัดส่งราชทูตนามว่าไน่ไหวแลคณะ รวม ๖๐ คน เข้าถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ แลขอพระราชทานอภัยโทษกรณีได้รุกรานหม่านลาเจีย ต้าหมิงหวางตี้พระราชทานเงินตรา แพรสีขาวลายดอกสองหน้า แพรแส แลแพรโล่ ตามลำดับศักดิ์ # การที่่หมิิงสืือลู่่บัันทึึกว่่า สมเด็็จพระบรมราชาธิิราชที่่ ๒ ทรงส่่งทููตไป ขออภััยโทษ น่่าจะเป็็นบัันทึึกแบบลากความเข้้าสู่่พิิ สู่่ ธีีกรรมการทููตของทููจีีนหรืือตีีความ ทััศนคติิของไทยต่่อมะละกาผิิดไป ๙๗ | ๒๙ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๒๑/พ.ศ. ๑๙๖๔ เมื่่อวัันที่่ ๔ เดืือน ๑๐ ปีีที่่ ๑๙ แห่่งรััชศกหย่่งเล่่อ ราชทููตนามว่่าอาฮาหมาแลคณะจากประเทศ สยามแลประเทศอื่่น ๆ รวมทั้้�งสิ้้�น ๕๖๕ คนได้้เข้้ามาถวายม้้าเป็็นเครื่่องราชบรรณาการ โปรดพระราชทานเลี้้�ยง แลพระราชทานเงินตราแลแพรไหมแก่พวกเขาตามลำดับศักดิ์ # นามราชทููตสยามในที่่นี้้� อาฮาหมา ฟัังเสีียงออกไปทางอะหะหมััด หรืือโมฮััมหมััด พวกมุุสลิิมหรืือเปอร์์เซีีย ซึ่่งเป็็นไปได้้มาก เนื่่องจากราชสำำนััก อโยธยาใช้ข้าราชการต่างชาติต่างภาษาในการค้ากับต่างประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่ปรากฏหลักฐานว่าสยามเคยใช้ชาวมุสลิมเป็นราชทูต ไปถวายเครื่องราชบรรณาการที่จีน


55 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ๙๘ | ๒ สิงหาคม ค.ศ. ๑๔๒๒/พ.ศ. ๑๙๖๕ เมื่่อวัันที่่ ๑๕ เดืือน ๗ ปีีที่่ ๑๐ แห่่งรััชศกหย่่งเล่่อ คุุนซืือลี่่อี๋๋ราชทููตของซานไล่่ปอหมอลาจ๋๋า ตีไล่ พระเจ้ากรุงสยาม แลปูซาผ้าอิ้วราชทูตของจัมปาธิราช (จ้านปาตีลา) พระเจ้ากรุงจัมปา (จ้านเฉิง) ได้เข้ามา ถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ มกุฎราชกุมารมีรับสั่งให้กระทรวงพิธีการจัดงานเลี้ยงรับรอง # ราชทูตสยามคือ คุนซือลี่อี๋ หรือ “ขุนศรีอิ…?” จ้านปาตีลา ตรงกับ [พระเจ้า] จัมปาธิราช เป็นพระสมญานามกษัตริย์จัมปา (จ้านเฉิง) ๙๙ | ๓ กันยายน ค.ศ. ๑๔๒๒/พ.ศ. ๑๙๖๕ เมื่่อวัันที่่ ๑๘ เดืือน ๘ ปีีที่่๒๐ แห่่งรััชศกหย่่งเล่่อ มหาขัันทีีเจิ้้งเหอแลคณะ ก�ลัับจากการเดิินทาง ไปทำำหน้้าที่่ราชทููตยัังบรรดารััฐต่่างแดน สยาม ซููเหมิินต๋๋าลา และอาตััน ได้้จััดส่่งราชทููตมาพร้้อมกัับเหอ เพื่่อถวาย สิ่่งของพื้้�นเมืืองเป็็นเครื่่องราชบรรณาการ # ข้อความนีแ้สดงว่า มหาขันทีเจงเหอได้เดินทางมายัง ิ้พระนครศรีอโยธยา เป็็นครั้้�งที่่สอง แลในตอนที่่เดิินทางกลัับ ราชทููตสยามกัับราชทููตประเทศอื่่น คืือ สมุ ุทระและอาตััน (เอเด็็น 哈丹) ได้้ติิดตามมายัังประเทศจี ีนเพื่่อถวาย เครื่องราชบรรณาการด้วย ดังนัน คณะท้ตชุดนี ู คงเป็นชุดที่ตามไป ้สมทบกับชุดที่เพิ่ง ไปถึงจีนก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งเดือน นามราชทูตสยาม อาฮาหมา ที่ติดมากับเจิ้งเหอไปปรากฎอยู่ตอนกล่าวถึง รับพระราชทานเลี้ยงในหัวข้อถัดไป ๑๐๐ | ๑๙ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๒๒/พ.ศ. ๑๙๖๕ เมื่่อวัันที่่๔ เดืือน ๑๐ ปีีที่่๒๐ แห่่งรััชศกหย่งเ่ล่่อ อาฮาหมาอััครราชทููตแห่่งอาณาจัักรสยามและอื่่น ๆ แจ้้งขอลาเดิินทางกลัับ ได้้พระราชทานเลี้้ยง�รัับรองและพระราชทานเงิินตราแก่่บุุคคลต่่าง ๆ ตามลำำดัับศัักดิ์์�


56 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๐๑ | ๒๓ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๔๒๒/พ.ศ. ๑๙๖๕ เมื่่อวัันที่่ ๑๐ เดืือน ๑๑ ปีีที่่ ๒๐ แห่่งรััชศกหย่่งเล่่อ คุุนซืือลี่่อี๋๋ ราชทููตแห่่งอาณาจัักรสยาม แลคณะออกเดิินทางกลัับ โปรดพระราชทานเครื่่องสวมศีีรษะพร้้อมสาย แลเงิินตราหนึ่่งร้้อยติ้้�งพร้้อมแพรต่่วน แลแพรโล่่อย่่างละ ๔ พัับ ให้้แก่่คุุนซืือลี่่อี๋๋ ส่่วนบุุคคลในคณะผู้้ติ ิดตามก็็พระราชทานตามลำำดัับศัักดิ์์� ในโอกาสนี้้� ได้้พระราชทานแพรกรองทอง ๔ พัับ แพรต่่วน แพรแส แลแพรโล่่ อย่่างละ ๑๖ พัับ ให้้แก่่ซานไล่่ปอหมอลาจ๋๋า ตีีไล่่ พระเจ้้ากรุุงสยาม ๑๐๒ | ๑๖ มีีนาคม ค.ศ. ๑๔๒๔/พ.ศ. ๑๙๖๗ เมื่อวันที่ ๑๖ เดือน ๒ ปีที่ ๒๒ แห่งรัชศกหย่งเล่อ ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ กษัตริย์แห่งอาณาจักร สยาม ได้จัดส่งราชทูตมีนามว่าคุนเหมย เข้าถวายส่งของ ิพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ โปรดพระราชทาน เงินตราแลแพรไหมแก่ราชทูต # ราชทููตที่่จีีนให้ชื่่้อไชื่่ว้้ว่่า คุุนเหมย อาจตรงกัับ “ขุุนไม [ตรีี…?]” ๑๐๓ | ๑๓ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๒๖/พ.ศ. ๑๙๖๙ เมื่อวันที่ ๑๓ เดือน ๙ ปีที่ ๑ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ พระเจ้ากรุงสยาม ได้จัดส่งราชทูตมีนามว่าเอี่ยเลี่ยเฉินเสียน มาถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ # นามราชทููตที่่ไปจากสยามในปีีนี้้�นี้้ ดร. เจฟ เวด ให้้ไว้้ต่่างออกไป เป็็นเอี่่ยเลี่่ยเฉิินเป่่า (Ya - Lie Chen Bao) คำว่ำ ่า เอี่่ยเลี่่ยเฉิินเสีียน ได้้อธิิบายไว้้ใน ข้้อ ๑๐๔ ๑๐๔ | ๕ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๔๒๖/พ.ศ. ๑๙๖๙ เมื่่อวัันที่่ ๖ เดืือน ๑๐ ปีีที่่ ๑ แห่่งรััชศกเซีียนเต๋๋อ ได้้พระราชทานแพรแส แพรโล่่ แพรสีี เครื่่องนุ่่งห่่ม เสื้้�อคลุุมสองชั้้�น ให้้เอี่่ยเลี่่ยฝููหงราชทููตแห่่งอาณาจัักรเจ่่าอััวแลคณะ รวม ๕๒ คน เช่่นเดีียวกัับ


57 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา เอี่่ยเสีียน ราชทููตแห่่งอาณาจัักรสยามแลคณะรวม ๒๙ คนตามลำำดัับศัักดิ์์� แล้้วยัังพระราชทานเครื่่องสวมศีีรษะ พร้้อมสายแก่่เอี่่ยเลี่่ยฝููหงและท่่องสื่่อ ตลอดจนบุุคคลระดัับหััวหน้้ารวม ๑๔ คน นอกจากนั้้�น ยัังมีีรัับสั่่งให้้ราชทููต ทั้้ง�สองนำำพระราชโองการแลแพรสีี แพรแส แพรโล่่ เป็็นของพระราชทานกลัับไปถวายแก่่กษััตริย์ิ์ของอาณาจัักรนั้้�น # คำว่ำ ่า เอี่่ยเลี่่ย ที่่ปรากฏในข้้อ ๑๐๓ และ ๑๐๔ นี้้�ในภาษาจีีนกวางตุ้้ง และแต้้จิ๋๋วออกเสีียงใกล้้กัับ อาเลีียกจึึงสัันนิิษฐานว่่ามาจากภาษาสัันสกฤตว่่า อาลัักษณ์์ในข้้อ ๑๐๓ กล่่าวนามทููตสยามว่่า เอี่่ยเลี่่ยเฉิินเสีียน ตรงกัับคำำเดิิมว่่า อาลัักษณ์์เชิิญสาส์์น ส่่วนที่่เขีียนว่่า เอี่่�ยเสีียน ในข้้อ ๑๐๔ เป็็นเพราะจีีนคััดลอก ตกหรืือคััดลอกอย่่างย่อ ่ เอี่่�ยเสี่่�ยเฉิินเสีียน ฉบัับของ ดร. เจฟ เวด เขีียนว่่า เอี่่ยเลี่่ย เฉิินเป่่า (Ya - Lie Chen Bao) ต่่างกัันที่่พยางค์์สุุดท้้าย เข้้าใจว่่าคััดมาผิิด คำำว่่า อาลักษณ์หรือผู้แต่งพระราชสาส์น อาจเป็นคำกลาง ๆ เพราะทูตชวาก็มีคำว่า เอี่ยเลี่ยนำหน้าเหมือนกัน ๑๐๕ | ๙ ธัันวาคม ค.ศ. ๑๔๒๖/พ.ศ. ๑๙๖๙ เมื่อวันที่ ๑๑ เดือน ๑๑ ปีที่ ๑ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ พระเจ้ากรุงสยาม ส่งราชทูตนามว่าไน่อุน มาถวายพระสุพรรณบัฏแลถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ # ชื่อราชทูตอโยธยาที่จีนจดไว้ คือ ไน่อุน หรือ ไน่เหวิน (Nai Wen) ตรงกับเสียงไทยว่า นายหมื่น ๑๐๖ | ๖ มกราคม ค.ศ. ๑๔๒๗/พ.ศ.๑๙๗๐ เมื่อวันที่ ๙ เดือน ๑๒ ปีที่ ๒ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ โปรดพระราชทานเงินตรา แพรต่วน แพรโล่ แลเครื่องนุ่งห่ม แพรโล่กรองทอง ให้แก่ไน่อุน ราชทตแห่งอาณาูจักรสยามแลคณะ ตามลำดับศักดิ์พร้อมกันนี้ ได้พระราชทานเครื่องสวมศีรษะพร้อมสายให้แก่ไน่อุนแลท่องสื่อ รวมทั้งบุคคลระดับหัวหน้ารวม ๕ คน


58 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๐๗ | ๑๘ มกราคม ค.ศ. ๑๔๒๗/พ.ศ. ๑๙๗๐ เมื่อวันที่ ๑๖ เดือนอ้าย ปีที่ ๒ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ เฉินเสียนราชทูตแห่งอาณาจักรสยาม ได้กราบบังคมทูลขอลากลับ มีพระราชกระแสรับสั่งให้เฉินเป่านำพระราชสาส์นพร้อมแพรแส แพรโล่ แลแพรสี ลายดอกกรองทองอันเป็นของพระราชทานกลับไปมอบแก่พระเจ้ากรุงสยามแลพระอัครมเหสี # นามราชทููตสยาม เฉิินเอี่่ยว ได้้คััดลอกมาผิิดกัันในแต่่ละฉบัับจำำลอง อาจารย์์ประพฤทธิ์์�ศุุกลรััตนเมธีี กล่่าวว่่า น่่าจะเป็็นเฉิินเสีียน เพราะเขีียนคล้้ายคลึึง กัันมาก แต่่อ่่านผิิดกััน อย่่างไรก็็ตาม ดร. เจฟ เวด ให้้นามทููตสยามว่่า เฉินเป่า หรือ เฉินเอี่ยว (Chen Bao Alt: Chen Yao) ๑๐๘ | ๑๒ มิถุิุนายน ค.ศ. ๑๔๒๗/พ.ศ. ๑๙๗๐ เมื่อวันที่ ๑๘ เดือน ๕ ปีที่ ๒ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ พระเจ้ากรุงสยาม ทรงจัดส่งราชทูตมีนามว่าหวงจื่อซุ่นแลคณะมาถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ # ทููตที่่ชื่่อหวงจื่่อซุ่่น (Huang Zi - Shun) นั้้�นั้้ คำำแรกน่่าจะตรงกัับ “หลวง…?” ๑๐๙ | ๑๖ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๔๒๗/พ.ศ. ๑๙๗๐ เมื่อวันที่ ๒๑ เดือน ๖ ปีที่ ๒ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ ต้าหมิงหวางตี้ได้พระราชทานเงินตรา แพรแส แพรโล่่ แพรสีี แพรต่่วนกรองทองสองหน้้าแลเครื่่องนุ่่งห่่ม แพรโล่่แก่่หวงจื่่อซุ่่น ราชทููตแห่่งอาณาจัักร สยามแลบุุคคลอื่่น ๆ ในคณะตามลำำดัับศัักดิ์์� นอกจากนี้้�ยัังพระราชทานเครื่่องสวมศีีรษะพร้้อมสายแก่่หลี่่เต๋๋อชง ผู้เป็นเจ้าหน้าที่จัดการของพวกเขากับคนอื่น ๆ รวม ๕ คน ส่วนบุคคลผู้ติดตามอื่น ๆ ได้พระราชทานเครื่องนุ่งห่ม ให้อย่างพร้อมหน้า ในการนี้ ต้าหมิงหวางตี้มีรับส่งให้ ัจ่อซุ่นน ื ำพระราชโองการพร้อมแพรต่วนสีลายดอก แพรแส แลแพรโล่ เป็นของพระราชทานสำหรับกษัตริย์แลพระมเหสีกลับไปแล้วยังมีรับสั่งให้กระทรวงพธิีการแห่งเมืองหลวง จัดเจ้าหน้าที่อารักขาจื่อซุ่นและคณะเดินทางไปยังกวางตุ้งเพื่อเดินทางกลับ


59 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ๑๑๐ | ๑๗ มีนาคม ค.ศ. ๑๔๒๘/พ.ศ. ๑๙๗๑ เมื่อวันที่ ๒ เดือน ๓ ปีที่ ๓ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ พระเจ้ากรุงสยาม ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ ได้จัดส่งราชทูตมีนามว่าไน่จู้เต๋อซื่อที่แลคณะ มาถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ # ไน่จู้เต๋อซื่อที่ พยางค์แรกบอกว่า ทูตผู้นี้เป็นขุนนางระดับ “นายโชดก เศรษฐี” ๑๑๑ | ๓๑ มีีนาคม ค.ศ. ๑๔๒๘/พ.ศ.๑๙๗๑ เมื่อวันที่ ๑๖ เดือน ๓ ปีที่ ๓ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ ต้าหมิงหวางตี้พระราชทานเงินตรา แพรสี ผ้าแพร แลผ้าฝ้าย แก่ไน่จู้เต๋อซื่อ [ที่] ราชทูตแห่งอาณาจักรสยามแลคณะรวม ๔๒ คน ตามลำดับศักดิ์ แล้วยัง พระราชทานเครื่องสวมศีรษะพร้อมสายแลเครื่องนุ่งห่มกรองทองให้แก่ไน่จู้เต๋อซื่อที่แลบุคคลอื่น ในการนี้ ต้าหมิง หวางตี้มีรับสั่งให้นำพระราชโองการพร้อมแพรต่วน แพรแส แพรโล่ แลแพรปักกรองทองกลับไปถวายแก่กษัตริย์ แลพระอัครมเหสีแห่งอาณาจักรนั้น นอกจากนี้ ยังมีรับส่งให้กระทรวง ัพิธีการเมืองหลวงจัดเจ้าหน้าที่อารักขา ไปถึงมณฑลกวางตุ้ง เพื่อส่งให้เดินทางกลับ ๑๑๒ | ๑๗ เมษายน ค.ศ. ๑๔๒๘/พ.ศ. ๑๙๗๑ เมื่อวันที่ ๑๕ เดือน ๔ (อธิกมาส) ปีที่ ๓ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ ซานไล่ปอหมอลาจ๋าตีไล่ กษัตริย์ แห่งอาณาจักรสยาม ได้จัดส่งราชทูตมีนามว่าไน่โกวแลคณะ มาถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ # ราชทูตสยามมีนามว่า ไน่โกว ถอดเสียงได้เฉพาะพยางค์แรก ตรงกับ (นาย…?) ๑๑๓ | ๑๘ มิถุนายน ค.ศ. ๑๔๒๘/พ.ศ. ๑๙๗๑ เมื่อวันที่ ๖ เดือน ๕ ปีที่ ๓ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ โปรดพระราชทานเงินตรา แพรสี แพรแส แพรโล่ แลเครื่องนุ่งห่มกรองทองให้แก่ไน่โกว ราชทูตแห่งอาณาจักรสยามแลคณะรวม ๔๕ คน ตามลำดับศักดิ์


60 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องสวมศีรษะพร้อมสายแก่ไน่โกวแลบุคคลอื่นรวม ๗ คน แลมีรับสั่งให้ไน่โกวจำทูล พระราชโองการแลแพรสี แพรแส แพรโล่ อันเป็นของพระราชทานแก่กษัตริย์แห่งอาณาจักรสยามและพระอัครมเหสี กลับไป ๑๑๔ | ๒๐ มีีนาคม ค.ศ. ๑๔๓๑/พ.ศ. ๑๙๗๔ เมื่อวันที่ ๗ เดือน ๒ ปีที่ ๖ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ อู๋เป่าชื่อหนาขุนนางระดับหัวหน้าของ อาณาจักรหม่านลาเจียแลคณะเดินทางมาถึงเมืองหลวงแจ้งว่า กษัตริย์แห่งอาณาจักรตนมีเจตจำนงใคร่มาถวาย เครื่องราชบรรณาการด้วยพระองค์เอง แต่พระเจ้ากรุงสยามได้ปิดกันเ้ส้นทาง พวกเขากล่าวว่า สยามได้มุ่งประทุษร้าย บ้านเมืองของเขา พวกเขาต้องการจักถวายรายงานเรื่องนี้ แต่หาผู้แต่งศุภสารแจ้งมิได้ ในครั้งนี้ เจ้าเหนือหัวของเขา จัดให้พวกเขา ๓ คน แอบอิงอาศัยมากับสำเภาถวายเครื่องราชบรรณาการแห่งซูเหมินต๋าลา ครั้นถึงเมืองหลวง จึงใคร่ขอกราบบังคมทูลขอให้ราชสำนักส่งขุนนางนำพ ระราโชวาทไปยังพระเจ้ากรุงสยาม ส่งให้เลิกข่มเหงรังแก ั ตามอำเภอใจ แลพวกเขาจักสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ต้าหมิงหวางตี้มีรับส่งให้กระทรวง ัพิธีการ แห่งเมืองหลวงมอบสิ่งของรางวัลแก่อ่เป้าชื่อหนาแลคณะ แลอาูศัยสำเภาของเจงเหอซึ่งเป็นขุนนางขันทีเดินทางกลับ ิ้ อาณาจักรของตน พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้เหอนำพระราโชวาทไปพระราชทานแก่กษัตริย์แห่งอาณาจักรสยามว่า “เราปกครองแผ่นดินทั้งหมดใต้หล้านี้โดยธรรมอย่างเสมอหน้า ท่าน เคารพนบนอบต่อราชสำนักจึงได้ส่งเครื่องราชบรรณาการเสมอมา เรายินดีกับท่าน นัก แต่เมื่อไม่นานมานี้ ทราบว่ากษัตริย์แห่งอาณาจักรหม่านลาเจีย ปรารถนาจักมา เข้าเฝ้าแต่ติดขัดด้วยท่านเป็นอุปสรรคขวางกัน เราเห็นว่า ท่านคงไม่ได้ประ ้สงค์กระทำ เช่นนั้น ทั้งนี้คงเป็นด้วยข้าบริพารผู้ใกล้ชิดบางคนของท่านมิได้ตรึกตรองสิ่งต่าง ๆ ให้ลึกซึ้ง จึงกีดขวางปิดกั้นเส้นทาง แลก่อการพิพาทกับอาณาจักรใกล้เคียง การทำเช่นนี้จักทำให้เกิดความสมบูรณ์พูนสุขได้ชั่วกาลนาน ท่านควรคำนับ รับปฏิบัติตามคำสั่งของเรา จงปรองดองด้วยสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้าน จับตาดู แลสั่งสอนผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านอย่าได้รุกรานประเทศเพ่อนบ้านตามอ ื ำเภอใจ


61 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ดังนี้จึงต้องด้วยความมุ่งมาดของเราที่จักดูแลทุกผู้ทุกนามอย่างเท่าเทียมกัน” กรมพิธีการกราบบังคมทูลว่า บรรดาทูตจากแว่นแคว้นแดนไกลมาถวาย เครื่องราชบรรณาการตามโบราณราชประเพณีจะมีการพระราชทาน (ของกำนัล) ให้เสมอ แต่อู๋เป่าซื่อหนามิได้มาถวายเครื่องราชบรรณาการ การพระราชทาน ให้จึงไม่ต้องด้วยโบราณราชประเพณี ต้าหมิงหวางตี้มีรับสั่งว่า “บุคคลจากแดนไกล หลายหมื่นลี้มาร้องเรียนขอความเป็นธรรม จะงดเว้นไม่พระราชทานให้อย่างไรได้” จึงได้พระราชทานเครื่องนุ่งห่ม แพรต่วน แพรสี แพรลายพื้น แลเครื่องนุ่งห่ม กรองทอง ตามลำดับศักดิ์ # ข้อความในหมิงสือลู่ ตอนนี้นับว่าน่าสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะเล่าเรื่อง ทูตจากมะละกาสามคน ได้อาศัยสำเภาทูตของอาณาจักรสมุทระที่มาถวายเครื่อง ราชบรรณาการเพื่อฟ้องร้องว่า ประเทศส ยามยังคงคุกคามมะละกาอยู่ แสดงว่า ฝ่ายสยามสามารถควบคุมเส้นทางสัญจรและสกัดการติดต่อของสำเภาทูตมะละกา ที่จะไปเมืองจีนได้ ต้าหมิงหวางตี้จีนจึงมีพระราชสาส์นมายังสมเด็จพระบรม ราชาธิราชที่ ๒ ขอให้ระงับการโจมตีมะละกา ๑๑๕ | ๑๙ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๓๓/พ.ศ. ๑๙๗๖ เมื่อวันที่ ๗ เดือน ๙ ปีที่ ๘ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ ซีหลี่หมาฮาไล่พระเจ้ากรุงสยาม ได้จัดส่งราชทูต มีนามว่าคุนซื่อลี่ฝูแลคณะมาถวายพระสุพรรณบัฏ แลถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ # เพียงอีกสองปีถัดมา พระนามของกษัตริย์สยามที่ส่งทูตไปราชสำนัก จีนได้เปลี่ยนไปเป็น ซีหลี่หมาฮาไล่ หรือ “ศรีมหาราช” แต่เนื่องจากไม่มีบันทึก บ่งชีแต่ประการใดว่า มีการ้ส่งทตูจากสยามไปแจ้งเรื่องพระมหากษัตริย์สวรรคต และ ไม่มีคณะทตูจีนมาถวายคารวะศพ ดังนัน ้จึงต้องหมายถึงสมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่ ๒ ดังเดิม ทตที่ไปูจีนครงนี ั้ มีชื่อว่า คุนซื่อลี่ฝ ้ ตรงกับูภาษาไทยว่า ขุนศรีภู [ริปรีชา?]


62 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๑๖ | ค.ศ. ๑๔๓๒/พ.ศ. ๑๙๗๕ [ศิิลาจารึึกหลัักหนึ่่งซึ่่งทำำอุุทิิศแก่่เทวีีในลััทธิิเต๋๋า ได้้พบอยู่่ที่่มณฑลฝููเจี้้�ยนใน ค.ศ. ๑๓๙๔/ พ.ศ. ๑๙๓๗ และพวกที่่ออกสำำรวจทางทะเลคงสถาบกไว้้ในราว ค.ศ. ๑๔๓๗/พ.ศ. ๑๙๘๐ มีีความว่่า] นัับแต่่ปีีที่่ ๓ แห่่งรััชศกหย่่งเล่่อ (ค.ศ. ๑๔๐๕/พ.ศ. ๑๙๔๘) จนถึึงบััดนี้้� เราได้้รัับภารกิิจเป็็นทููต ไปยัังประเทศในเขตทะเลตะวัันตก ประเทศไร้้อารยธรรมที่่เราได้้ไปเยี่่ยมเยืือนมีีมากมาย ถ้้าไปตามหนจ้้านเฉิิง เจ่่าวา ซัันโฟชี่่ และสยาม - ละโว้้ แล้้วตััดข้้ามตรงไปยัังซีีลัันซานในชมพููทวีีปตอนใต้้ ก็็มีกู่่ลี่่กู่่ลี่่ (กาลิิกััต) แลโขจี้้� (โคชิิน) เราได้้ท่่องไปถึึงย่่านตะวัันตก ซึ่่งอะดาน ซึ่่(เอเด็็น) มููกููตููซูู [โมกาดิิซูู] เป็็นต้้น ทั้้�งหมดกว่่า ๓๐ ประเทศทั้้�งใหญ่่แลเล็็ก พวกเราท่่องไปในทะเลกว้้างกว่่าล้้านลี้้� แลได้้ประสบคลื่่นทะเลที่่มหึึมาเหมืือนดัังเขาสาดกรรโชกฟ้้า แล้้วก็็ได้้เห็็น ดิินแดนของพวกด้้อยอารยธรรมซ่่อนลิิบ ๆ ไกลออกไปในแสงที่่กระทบไอจาง ๆ เป็็นสีีออกฟ้้า ในขณะที่่สำำเภา ของเราที่่มีีใบสููงลิ่่วคลี่่ออกดัังเมฆ แล่่นรี่่ต่่อไปด้้วยความเร็็วดั่่งดวงดาวทั้้�งกลางวัันแลกลางคืืน อกสำำเภาปะทะ คลื่่นกำำลัังแรงราวกัับเรากำำลัังเดิินทางบกไปตามทางถนนหลวง1 ๑๑๗ | ๑๖ พฤศจิิกายน ค.ศ. ๑๔๓๓/พ.ศ. ๑๙๗๖ เมื่่อวัันที่่ ๑๕ เดืือน ๙ ปีีที่่๘ แห่่งรััชศกเซีียนเต๋๋อ โปรดพระราชทานแพรสีี แพรโล่่ แพรสีีขาวลาย พื้้�น แพรกรองทอง แลเครื่่องนุ่่งห่่มกรองทองให้้แก่่คุุนซืือลี่่ฝููแลคณะ ตามลำำดัับศัักดิ์์�ส่่วนขุุนนางผู้้ติ ิดตามได้้รัับ พระราชทานเสื้้อค�ลุมุสองชั้้น แล� สิ่่งของอื่่น ๆ นอกจากนั้้น�ยังไัด้พ้ระราชทานเครื่่องสวมศีรษะีพร้อม้สายให้แ้ก่คุ่นุซือืลี่่ฝูู แลบุุคคลอื่่น พร้้อมกัันนั้้�นได้้มีีรัับสั่่งให้้นำำพระราชโองการ แลแพรสีีขาวกรองทอง แพรต่่วน แพรแส แลแพรโล่่ กลัับไปพระราชทานแก่่กษััตริิย์แ์ห่่งอาณาจัักรนั้้น� ๑๑๘ | ๑๓ มิถุิุนายน ค.ศ. ๑๔๓๔/พ.ศ. ๑๙๗๗ เมื่่อวัันที่่ ๗ เดืือน ๕ ปีีที่่๙ แห่่งรััชศกเซีียนเต๋๋อ ซีีหลี่่หมาฮาไล่่ กษััตริิย์์แห่่งอาณาจัักรสยาม ได้้ทรง จััดส่่งราชทููตมีีนามว่่าคุุนซืือลี่่ล่่าเจ่่อหว่่านจื๋๋อ แลคณะ มาถวายสิ่่งของพื้้นเ�มืืองเป็็นเครื่่องราชบรรณาการ # ทููตไทยชื่่อ คุุนซืือลี่่ล่่าเจ่่อหว่่านจื๋๋อ อาจเป็็น “ขุุนศรีีราชวัังชััย?” 1Christopher A. Ford. The Mind of Empire : China’s History and Modern - Foreign Relations. (Lexington, Kentucky : University Press of Kentucky, 2010), p. 107.


63 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ๑๑๙ | ๓ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๔๓๔/พ.ศ. ๑๙๗๗ เมื่อวันที่ ๗ เดือน ๕ ปีที่ ๙ แห่งรัชศกเซียนเต๋อ ต้าหมิงหวางตี้พระราชทานแพรสี แพรโล่ แพรสีขาวลายพื้น แพรกรองทอง เครื่องนุ่งห่มกรองทอง แลเครื่องนุ่งห่ม แพรสีขาวลายพื้น แก่คุนซือลี่ล่าเจ่อ หว่านจื๋อ ราชทูตแห่งอาณาจักรสยาม แลหย่วนไอ่ท่องสื่อกับคณะตามลำดับศักด์ิ นอกจากนั้นยังได้พระราชทาน เครื่องสวมศีรษะพร้อมสายแก่คุนซือลี่ล่าเจ่อหว่านจื๋อ พร้อมกันนั้นให้นำพระราชโองการแลแพรสีดอกกรองทอง แพรแส แลแพรโล่ กลับไปเป็นของพระราชทานแก่พระเจ้ากรุงสยาม ๑๒๐ | ๙ มิถุนายน ค.ศ. ๑๔๓๖/พ.ศ. ๑๙๗๙ เมื่อวันที่ ๒๕ เดือน ๕ ปีที่ ๑ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง ปูซาผ้าจี่เก๋ออัครราชทูตแลอุปทูตแห่งอาณาจักร จ้านเฉิงขอกราบบังคมทูลลากลับ ต้าหมิงหวางตี้มีรับสั่งให้นำพระราโชวาทไปพระราชทานแก่กษัตริย์แห่งอาณาจักร นั้นว่า “ท่านมีความเคารพสักการะต่อสรวงสวรรค์แลได้ปฏิบัติตามหน้าที่ ซึ่งมีต่อผู้อาวุโส ทั้งนี้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่บรรพบุรุษของเราได้ปกครองอยู่เป็นต้นมา ท่านได้ทำหน้าที่อย่างดีในการถวายเครื่องราชบรรณาการ แลความเคารพนับถือเช่นนี้ นัับวัันยิ่่งทวีีมากขึ้้�น ขณะนี้้�เมื่่อเราได้้สืืบทอดราชสมบััติิท่่านก็็ได้้จััดส่่งราชทููต มาถวายเครื่่องราชบรรณาการอีีก ความยึึดมั่่นในความสััตย์์ซื่่อเช่่นนี้้�สมควรแก่่การ ยกย่่องสรรเสริิญยิ่่งนััก เมื่่อไม่่นานมานี้้� ราชทููตแห่่งอาณาจัักรสยามได้้รายงานว่่า เมื่่อปีีที่่ ๔ แห่่งรััชศกเซีียนเต๋๋อ 1 อาณาจัักรแห่่งนี้้�ได้้จััดส่่งราชทููตแลคณะผู้้ติิดตาม เป็็นหญิิงหนึ่่งร้้อยกว่่าคน แต่่งสำำเภาบรรทุุกสิ่่งของพื้้�นเมืืองมาเพื่่อถวายเป็็นเครื่่อง ราชบรรณาการ ครั้้�นมาถึึงปากอ่่าวท่่าสำำเภาซิินโจวในอาณาจัักรของท่่าน ได้้ถููก 1ค.ศ. ๑๔๒๙/พ.ศ. ๑๙๗๒


64 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง คนของท่่านจัับกุุมคุุมขัังเมื่่อปีีที่่ ๖ แห่่งรััชศกเซีียนเต๋๋อ 1ขุุนนางทหารพลสำำเภา จำำ นวน ๒๐ กว่่าคนของราชสำำนััก (สยาม) ที่่เดิินทางไปซีีหยาง 2 โดยทางสำำเภา ได้้ประสบลมพายุุและถููกพััดพาไปยัังดิินแดนของอาณาจัักรท่่าน ได้้ถููกจัับกุุมตััวไว้้ เช่่นกััน ดัังนั้้�นเมื่่อพระราชโองการมาถึึงท่่านแล้้วจึึงขอให้ท่้ ่านปลดปล่่อยบุุคคลและ สิ่่งของพื้้�นเมืืองของสยามที่่กัักไว้นั้้้�น รวมทั้้�งขุุนนางทหารพลสำำเภาทั้้�งหมดที่่เดิินทาง ไปซีีหยางให้้กลัับคืืนทัันทีี เพื่่อให้้ประชาชนเหล่่านั้้�นต่่างก็็ได้รั้ับความสุุขชั่่วกาลนาน ด้้วย หากมิิเช่่นนั้้�นผีีสาง เทพยดาฟ้้าดิินคงจะไม่่ยกเว้้นโทษให้้แน่่นอน ขอให้้ท่่าน จงใช้วิจารณญาณไตร่ตรองให้จงดี และขอให้ตระหนักถึงความนึกคิดของตัวเราด้วย พร้อมกันนี้ต้าหมิงหวางตี้ได้พระราชทานแพรต่วนกรองทองมีลาย แพรโล่ แลแพรต่วนสี แก่กษัตริย์แลพระอัครมเหสีตามลำดับศักดิ์” # บันทึกส่วนนี้เป็นเรื่องที่ฝ่ายสยามได้ร้องเรียนแก่ต้าหมิงหวางตี้ว่า ชาวจามได้ทำการผิดต่อคณะทตูสยามซึ่งถกูพายพุัดสำเภาเข้าไปในเขตจัมปา เพราะ พวกจามได้จับกุมตัวคณะทตูสยามกว่า ๒๐ คนไว้ ต้าหมิงหวางตี้จึงมพีระราชโองการ ขอให้ฝ่ายจามปล่อยตัวชาวสยามเสีย ๑๒๑ | ๒๘ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๔๓๗/พ.ศ. ๑๙๘๐ เมื่อวันที่ ๒๖ เดือน ๖ ปีที่ ๒ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง เฉินอึ๋ง ผู้ว่าราชการเฉียงโจวฝู่ 3 แห่งมณฑล กวางตุ้้ง กราบบัังคมทููลว่่า “อาณาจัักรจ้้านเฉิิงได้้ถวายเครื่่องราชบรรณาการปีีละครั้้�ง แต่่เส้้นทางคมนาคมทั้้�งทาง บกและทางน้ำ�ำมีีระยะทางไกลมาก ราชทููตเดิินทางไปกลัับแต่่ละครั้้�ง ต้้องสิ้้�นเปลืืองค่่าใช้้จ่่ายจำำนวนมาก จึึงกราบ 1ค.ศ. ๑๔๓๑/พ.ศ. ๑๙๗๔ 2 แปลว่า “ทะเลตะวันตก” หมายถึง ทะเลมหาสมุทรและอาณาบริเวณชายฝั่งทางทิศตะวันตกของทะเลจีนใต้ ครอบคลุม ไปถึงอินเดียและภาคตะวันออกของทวีปแอฟริกา3 ฝ่ ู เป็นหน่วยการปกครองระดับท้องถิ่นที่มีฐานะอย่ระหวู่างมณฑลกับอำ เภอส่วนฉิงโจวปัจจุบันอย่บนเกาะไหหลูำ - ประพฤทธ์ิ


65 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา บัังคมทููลขอพระราชานุุญาตให้้ยึึดถืือตามแบบอย่่างอาณาจัักรสยามแลอื่่น ๆ คืือ ให้้ถวายเครื่่องราชบรรณาการ ๓ ปีีต่่อ ๑ ครั้้�ง” ครั้้�งนั้้�นพอดีีกัับปููซาผ้้าหม่่าสูู(Bu - Sha - Pa Ma - Shu) ราชทููตแห่่งอาณาจัักรจ้้านเฉิิงได้้กราบ บังคมทูลลากลับ ต้าหมิงหวางตี้มีรับสั่งให้นำพระราโชวาทไปพระราชทานแก่กษัตริย์แห่งอาณาจักรนั้น มีความว่า “ท่านได้ยึดถือวิถีแห่งสรวงสวรรค์ แลได้ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างนบนอบ ต่อราชสำนัก ปีหนึ่งถวายเครื่องราชบรรณาการหนึ่งครั้ง น้ำ ใจแห่งความสัตย์ซื่อ เป็นที่น่าสรรเสริญยิ่งนัก เมื่อไม่นานมานี้ เราทราบข่าวว่า ที่อาณาจักรของท่าน บรรดาขุนนางทหารแลราษฎรต่างประสบความยากเข็ญ ส่วยสาอากรเรียกเก็บกัน อย่างหนัก เราตระหนักดีว่า ผู้คนใต้หล้าเหนือดินอันที่จริงเป็นครอบครัวเดียวกัน จึงมีความรู้สึกเวทนาอย่างมาก อันว่าอาณาจักรแว่นแคว้นแดนไกลทั้งหลาย ต่างมา ถวายเครื่องราชบรรณาการกันสามปีครั้งหนึ่ง ดังนั้น นับแต่นี้เป็นต้นไป ท่านควรถือ ปฏิบัติเฉกเช่นกัน ด้วยหนทางนี ต่อผ้้อยู่เบืูอง้สูง ท่านก็จักไม่ยุ่งยากต้องส่งเครื่องราช บรรณาการถี่นัก ต่อเบืองล่างอนาประชาราษฎร์ก็ ้จักไม่เดือดร้อนอ่อนระอา ขอท่าน จงแสดงให้ประจักษ์ถึงความเอื้ออาทรของเราเถิด” ในการนี้้� ราชทููตได้้นำำสิ่่งของพระราชทานได้้แก่่ แพรแส แพโล่่ แลแพรปััก ไปถวายแก่่เจ้้าเมืือง [จััมปา] แลพระมเหสีี ๑๒๒ | ๑๘ ตุุลาคม ค.ศ. ๑๔๓๗/พ.ศ. ๑๙๘๐ เมื่อวันที่ ๑๙ เดือน ๙ ปีที่ ๒ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง จางจง ผู้ตรวจราชการซึ่งไปตรวจราชการมณฑล กวางตุ้ง กราบบังคมทลความว่าอาณาูจักรสยามได้จัดส่งราชทตมีนามว่าไน่ไอ่น่าป๋อลาแลคณะ เดินทางโดยทางทะเลู มาถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ เมื่อเร็ว ๆ นี้ปรากฏว่าหมาซา ซึ่งเป็นท่องสื่อแลพวกได้ขึ้นฝั่งแล้ว แต่สำเภาถูกลมพายุพัดหายสาบสูญไปจนตามไม่พบ มีพระราชดำริว่า สิ่งของพื้นเมืองไม่ใช่สิ่งอันพึงใส่ใจ จึงมีรับสั่ง พระราชทานค่าทำขวัญจำนวนมากแก่หมาซา แล้วจึงให้เดินทางกลับ


66 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง # นี่เป็นครั้งแรกที่จีนบันทึกว่า สำ เภานำเครื่องราชบรรณาการได้ไปถึง เมืองจีนแล้ว แต่ถูกพายุพัดเสียหาย ทำให้ไม่สามารถถวายเครื่องราชบรรณาการได้ ต้าหมิงหวางตี้ทรงส่งให้ ัจ่ายเงินทำขวัญจำนวนมากเป็นการตอบแทนน้ำ ใจ แล้วส่ง ทูตเดินทางกลับ # ชื่อราชทูตสยามที่จีนจดไว้คือ ไน่ไอ่น่าป๋อลา (นายอ้ายนพราช?) ๑๒๓ | ๑๒ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๔๓๘/พ.ศ. ๑๙๘๑ เมื่อวันที่ ๑๘ เดือนอ้าย ปีที่ ๓ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง หวางหยวนผู้ว่าราชการเฉาโจวฝู่ มณฑลกวางตุ้ง กราบบังคมทูลว่า “อาณาจักรสยามได้จัดส่งราชทตมีนามว่า ไน่ไอ่น่าเป๋ยลาแลคณะ เดินทางู โดยทางทะเลมาถวายเครื่องราชบรรณาการ เมื่อไน่หมาซาซึ่งเป็นท่องสื่อในคณะ กับพวกได้ขึ้นฝั่งแล้ว แต่สำ เภาถูกลมพายุพัดหายสาบสูญไปจนตามไม่พบ ซุนอี๋ ผู้บังคับกองพันเฉาโจวแลเว่ยกังผู้กอง ได้ใช้อุบายหลอกลวงเอาทองคำ มุก อัญมณีจากไน่หมาซา จึงขอให้ทรงวินิจฉัยลงโทษทัณฑ์” ต้้าหมิิงหวางตี้้�มีีรัับสั่่งว่่า คนมาจากต่่างถิ่่นแดนไกลมาตกทุุกข์์ได้้ยาก แต่่ซุุนอี๋๋กัับพวกแทนที่่จะ ช่่วยเหลืือทำำขวััญอย่่างดีี กลัับปอกลอกเอาทรััพย์์สิินของเขาไปเสีีย การกระทำำเช่่นนี้้�จะแตกต่่างอะไรจากโจร ผู้้ร้้ายเล่่า จึึงมีีรัับสั่่งให้้ผู้้ตรวจราชการจัับกุุมตััวนำำมาลงอาญา # ความตอนนี้้ก�ล่่าวว่่า ไน่่หมาซา ท่่องสื่่อที่่ไปจากสยามได้ถูู้กเจ้้าหน้้าที่่จีีน ที่จังหวัดเฉาโจว หรือแต้จิ๋ว หลอกลวงเอาสิ่งของมีค่าไป ต้าหมิงหวางตี้ทรงทราบ แลโปรดให้ลงโทษ ๑๒๔ | ๒๐ มีนาคม ค.ศ. ๑๔๓๘/พ.ศ. ๑๙๘๑ เมื่อวันที่ ๒๕ เดือน ๒ ปีที่ ๓ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง ซีหลีหมาฮาไล่กษัตริย์แห่งอาณาจักรสยาม ได้จัดส่งราชทตมีนามว่า หลัวเูจยนเซี่ยง แลคณะมาถวาย ี้พระสพุ รรณบัฏ แลถวายเครื่องราชบรรณาการ อันประกอบ


67 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ด้วยม้าแลสิ่งของพื้นเมือง ต้าหมิงหวางตี้ได้พระราชทานเลี้ยงรับรอง แลพระราชทานเครื่องนุ่งห่มแลแพรสี ตามลำดับศักดิ์ # ชื่อราชทูต หลัวเจี้ยนเซี่ยง สุดจะเดา พยางค์แรกคงเป็นหลวง... ๑๒๕ | ๓๐ มีนาคม ค.ศ. ๑๔๓๘/พ.ศ. ๑๙๘๑ เมื่อวันที่ ๕ เดือน ๓ ปีที่ ๓ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง หลัวเจี้ยนเซี่ยนราชทูตแห่งอาณาจักรสยามแลคณะ เดินทางกลับ ต้าหมิงหวางตี้มีรับสั่งให้นำพระราชโองการ แลแพรต่วน แพรสีขาวกรองทอง แพรแส แพรโล่ แลสิ่งของอื่น ๆ กลับไปให้แก่กษัตริย์แลพระอัครมเหสี ๑๒๖ | ๙ เมษายน ค.ศ. ๑๔๓๘/พ.ศ. ๑๙๘๑ เมื่อวันที่ ๑๕ เดือน ๓ ปีที่ ๓ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง ซีหลีหมาฮาไล่กษัตริย์แห่งอาณาจักรสยาม ได้ทรงส่งหัวหน้านายทหารท้องถิ่นมีนามว่าไน่ปี๋หลินแลคณะ มาถวายเครื่องราชบรรณาการ อันได้แก่ นกยงแลูส่งของ ิ พื้นเมือง ต้าหมิงหวางตี้พระราชทานเลี้ยงรับรอง แลพระราชทานแพรสีตามลำดับศักดิ์ # จีนระบุอย่างชัดเจนว่า สยามได้ส่งหัวหน้านายทหารท้องถิ่น (ภาษาจีน เรียกว่า ป๋าจ่ง) ชื่อว่าไน่ปี๋หลิน หรือ “นายพลิน?” เป็นราชทูตมาถวายเครื่องราช บรรณาการ นับว่าเป็นตัวอย่างเดียวของการส่งข้าราชการฝ่ายกลาโหมไปทำหน้าที่ทตู ๑๒๗ | ๑๒ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๓๘/พ.ศ. ๑๙๘๑ เมื่อวันที่ ๒๔ เดือน ๙ ปีที่ ๓ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง จ้านปาตีไล่กษัตริย์แห่งอาณาจักรจ้านเฉิง ได้้จััดส่่งราชทููตมีีนามว่่า ปููซาผ้้าหมอทููแลคณะ ซีีหลี่่หมาฮาไล่่พระเจ้้ากรุุงสยาม ได้้ทรงจััดส่่งท่่องสื่่อมีีนามว่่า ไน่่หมาซาแลคณะ มาถวายพระสุุพรรณบััฏแลถวายเครื่่องราชบรรณาการ อัันได้้แก่่ ม้้า ช้้าง แลนอระมาด อัันเป็็น สิ่่งของพื้้�นเมืือง ต้้าหมิิงหวางตี้้�พระราชทานเลี้้ยง�รัับรอง แลพระราชทานแพรลายดอกสีีขาวกรองทองแลสิ่่งของอื่่นๆ ตามลำำดัับศัักดิ์์�


68 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๒๘ | ๒๙ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๓๘/พ.ศ. ๑๙๘๑ เมื่่อวัันที่่ ๑ เดืือน ๑๐ ปีีที่่ ๓ แห่่งรััชศกเจิ้้�งถ่่ง ไน่่หมาซา ราชทููตแห่่งอาณาจัักรสยาม กราบบังคมทูลลากลับ ต้าหมิงหวางตี้โปรดพระราชทานพระราโชวาทแก่ซีหลี่หมาฮาไล่ กษัตริย์แห่งอาณาจักรนั้นว่า “ก่อนหน้านี้ ท่านได้จัดส่งราชทูตมีนามว่าไน่ซานอี้ 1 แลคณะมายัง ราชสำนัก พวกคนที่มาถูกลมพัดพาไปถึงท่าสำเภาของจ้านเฉิง ฝ่ายนั้นจับกุมกักตัว เอาไว้ ไน่ซานอี้แอบอาศัยสำเภาเล็กหลบหนีมาถึงเมืองหลวงแลถวายฎีการ้องเรียน อีกไม่นานต่อมา อาณาจักรของท่านส่งทูตมีนามว่าคุนซือเลี่ยฝู่ 2 มาเข้าเฝ้าอีก ก็ปรากฏว่าประจวบกับอาณาจักรจ้านเฉิงก็ได้ส่งราชทูตมีนามว่าปูซาผ้าจี้แลคณะ มาถึงพอดี เราจึงสั่งให้กรมพิธีการสอบสวนหาข้อเท็จจริง แล้วมีพระราชโองการ ให้อาณาจักรจ้านเฉิงปลดปล่อยผู้ที่ถูกกักตัวให้กลับคืนไปทั้งหมด เมื่อไม่นานมานี้ กรมพิธีการแจ้งว่า พระเจ้ากรุงจัมปาธิราชได้รายงานว่า เมื่อปีก่อนได้จัดส่ง อัครราชทูตมีนามว่าจูหลีหนี่หน่า กับอุปทูตไปยังซีเหวินลาหน่า3 ผู้ร้ายชื่อ คุนซีม่อไน่4 ซึ่งเคยเป็นคนของอาณาจักรของท่านกักตัวคนไว้แลยึดสำเภารวมทั้ง สิ่งของ พระเจ้ากรุงจัมปาธิราชขอให้ท่านส่งมอบคืนสิ่งที่ปล้นสะดมเอาไปนั้น แก่เขาเสีย แล้วฝ่ายนัน้จะส่งมอบคืนสิ่งที่กักเอาไว้ให้แก่ท่าน เราได้ส่งคำติเตียนไปยัง ฝ่ายนัน แลขอให้้จัดเจ้าหน้าที่นำคนแลสำเภารวมทัง้พระสพุ รรณบัฏมายังเมืองหลวง ในคราวเดียวกันเราได้มีคำสั่งมายังท่านขอให้ติดตามคุนซีม่อไน่กับพวกให้จงได้ แลให้ ปลดปล่อยทั้งคนแลสำเภา รวมทั้งทรัพย์สินสิ่งของทางจ้านเฉิงซึ่งได้ปล้นสะดม 1ดร. เจฟ เวด ให้ว่า ไน่ซานตั้ว (Nai San-Duo) 2 ดร. เจฟ เวด ให้ว่า คุนซือลี่ฝู่ (Kun Si - Li Fu)3 หมายถึง อาณาจักรสมุทระ (Xu - Wen - La - Na [Samudera]) 4 Kun Xu - Mo - Nai


69 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา เอาไว้นั้น เพื่อให้ทุกฝ่ายต่างก็มีชีวิตที่สงบสุข อันจะบังเกิดผลตามเจตนารมณ์ของ เราที่จะปฏิบัติต่อทุกฝ่ายอย่างเสมอภาค” # ราชทููตอโยธยาที่่ไปเมืืองจีีนชื่่อไน่่หมาซา (นาย… ) เมื่่อตอนกลัับ พระเจ้้า กรุุงจีีนโปรดให้้เชิิญพระราชสาส์์นเข้้ามาต่่อว่่าราชสำำนั ักสยามว่่า เดิิมทางฝ่่าย ราชสำำนัักไทยได้้แจ้้งให้้จีีนตำำหนิิจััมปาที่่กระทำำร้้ายต่่อคณะทููตไทย แต่่ทููตจามก็็ได้้ กล่่าวฟ้้องจีีนว่่า ขุุนนางอโยธยาชื่่อคุุนซีีม่่อไน่่ (ขุุนศรีี…? ) และพวก ได้้สกััดสำำเภาทููต จัมปาที่กำลังเดินทางไปยังประเทศซีเหวินลาหน่า หรือสมุทระ พร้อมทั้งจับชาวจาม และสิ่งของไว้ พระเจ้ากรุงจีนทรงขอให้ฝ่ายสยามปล่อยชาวจามและคืนสิ่งของ ข้อมูลนี้แสดงว่าราชสำนักอโยธยายังคงยึดถือนโยบายควบคุมการค้าทางทะเล ในอ่าวไทยอยู่ และทำให้ไทยมีปัญหากับมะละกา สมุทระ และจัมปาเสมอมา ๑๒๙ | ๒๙ มีนาคม ค.ศ. ๑๔๔๔/พ.ศ. ๑๙๘๗ เมื่่อวัันที่่ ๑๐ เดืือน ๓ ปีีที่่๙ แห่่งรััชศกเจิ้้ง�ถ่่ง ต้้าหมิิงหวางตี้้�มีีพระราชโองการไปยัังกู่่หรงอิ่่วที่่เซีีย พระเจ้้ากรุุงสยามว่่า “ท่านมีความเคารพสักการะต่อสรวงสวรรค์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งมีต่อผ้อาวุโ ูส บัดนี้ ท่านได้จัดส่งราชทูตมีนามว่าคุนซาฉิน แลคณะเดินทางจากแดนไกลมาถวาย เครื่องราชบรรณาการพร้อมทั้งรายงานว่า ตราชุบทองและคำหับที่พระราชทาน แก่อาณาจักรนี้ไว้แต่เดิมนั้น ได้ถูกเพลิงไหม้จนสูญเสียไปทั้งหมดแล้ว จึงขอของใหม่ ไปทดแทน เราคำนึงถึงอาณาจักรของท่านตั้งอยู่ ณ ดินแดนอันไกลโพ้น แลได้ยึดมั่น ในพระราชโองการของราชสำนักตลอดมา จึงอนุญาตเป็นกรณีพิเศษตามที่ขอ เราได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระทำตราประทับขึ้นใหม่แลรวบรวมแผ่นคำหับ ชุดหนึ่งมอบให้คุนซาฉินนำกลับไปมอบแก่ท่าน ในกาลข้างหน้า ขอจงได้ปฏิบัติ ตามเจตนารมณ์แห่งสรวงสวรรค์อย่างเคร่งครัดยิ่งขึ้น แลยึดมั่นในหน้าที่ของขุนนาง ผู้ใหญ่ รักมวลประชาพิทักษ์ขอบขัณฑสีมา เพื่อให้สมดั่งเจตนาอันดีของเรา”


70 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง # พระนามของกษััตริย์ิ์สยามที่่จีีนบัันทึึกไว้้คืือ กู่่หรงกู่่ อิ่่วที่่เซีีย นั้้�น ทราบได้้ ทัันทีีว่่าถอดจากเสีียงไทยว่่ากรุุงศรีีอโยธยา คำว่ำ ่า กรุุงในสมััยนั้้�นยัังใช้้ในความหมาย เดิิมของภาษาตระกููลมอญ - เขมร คืือ พระเจ้้าแผ่่นดิิน ราชทููตสยามที่่ไปเมืืองจีีนในครั้้�งนี้้�ได้้แจ้้งให้้ราชสำำนัักจีีนทราบว่่า สุุวรรณ ลััญฉกรและคำำหัับที่่ต้้องใช้้ในการติิดต่่อกัับจีีนได้้ถููกเพลิิงไหม้้ไปหมด พระราช พงศาวดารกรุุงศรีีอยุุธยา ฉบัับหอพระสมุุดวชิิรญาณ หมายเลขทะเบีียน ๒/ก.๑๐๔ กล่่าวว่่า ในรััชกาลนี้้�ได้้เกิิดเพลิิงไหม้้พระราชมณเฑีียรสถานใน จ.ศ. ๘๐๒ (ค.ศ. ๑๔๔๐/พ.ศ. ๑๙๘๓) และในปีีถััดมาได้้เกิิดเพลิิงไหม้้พระที่่นั่่งตรีีมุุขซ้ำำ�อีีก เหตุุเพลิิงไหม้้ครั้้ง�นี้้�น่่าจะทำำ ให้้ตราประทัับทองคำที่่ ำ ไที่่ด้รั้ับมาจากเมืืองจีีนสููญหายไป จีีนกล่่าวนามราชทููตสยามไว้ว่้่า คุุนซาฉิิน (Kun Sha - Qun) ๑๓๐ | ๒๑ เมษายน ค.ศ. ๑๔๔๖/พ.ศ. ๑๙๘๙ เมื่อวันที่ ๒๖ เดือน ๓ ปีที่ ๑๑ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง พระเจ้ากรุงสยามทรงแต่งอัครราชทูตแลอุปทูต พร้อมคณะมาถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ ได้พระราชทานเลี้ยงรับรองแลพระราชทานแพรสี เครื่องนุ่งห่ม รองเท้าหุ้มข้อ แลหมวกตามลำดับศักดิ์ # พระนามสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ ในหมิงสือลู่ ส่วนนี้คือ ซือหลี่ปอหลัวหมาหน่าเหร่อจื้อล่า หรือ สมเด็จพระศรีบรมมหาราชาธิราช ส่วนทูตมีนามว่า ไน่ซานตั้วไหม่ หรือ นายสันทวไม [ตรี?] ๑๓๑ | ๑๗ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๔๔๖/พ.ศ. ๑๙๘๙ เมื่อวันที่ ๒๒ เดือน ๔ ปีที่ ๑๑ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง ไน่ซานตั้วไหม่ราชทูตแห่งอาณาจักรสยาม แลคณะ ได้ถวายบังคมทลลากลับ ต้าหมิงหวางตีูมีรับ้ส่งให้น ั ำพระราชโองการแลแพรปักกรองทอง แพรต่วนสสีองหน้า แลของกำำนััลอื่่น ๆ เป็็นของพระราชทานไปมอบแก่่กษััตริิย์แล์พระอััครมเหสีีแห่่งอาณาจัักรนั้้น�


71 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ๑๓๒ | ๒๑ มิถุนายน ค.ศ. ๑๔๔๖/พ.ศ. ๑๙๘๙1 ซือหลี่ปอหลัวหมาหน่าเหร่อจื้อล่า พระเจ้ากรุงสยาม ส่งราชทูตนามว่าไน่ซานตั้วไหม่ มาถวาย สิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ โปรดพระราชทานแพรหลากชนิด เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เครื่องสวมศีรษะ แลสิ่งของอื่น ๆ ตามลำดับศักดิ์ ๑๓๓ | ๒๒ ตุุลาคม ค.ศ. ๑๔๔๖/พ.ศ. ๑๙๘๙ เมื่่อวัันที่่ ๓ เดืือน ๑๐ ปีีที่่ ๑๑ แห่่งรััชศกเจิ้้�งถ่่ง ซืือหลี่่ปอ หลััวหมาหน่่า เหร่่อจื้้�อล่่า พระเจ้้า กรุุงสยาม ส่่งคุุนผู่่ลุ่่นจื๋๋อ ราชทููตแลคณะ อาณาจัักรเจ่่าอััวได้้ส่่งหม่่าย่่งเหลีียงราชทููตแลคณะ ส่่วนหมอเฮอปี้้ไก กษัตริย์แห่งอาณาจักรจ้างเฉิงได้จัดส่งจั่วตงถีเผิง2 ซึ่งเป็นพระเชษฐา แลราชทูตนามว่า ปูซาผ้าจ้านฉือ ต่างมาถวาย สิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ ได้พระราชทานเลี้ยงรับรอง แลพระราชทานแพรสีสองหน้า แลของกำนัล อื่นๆ ตามลำดับศักดิ์ # คุุนผู่่ลุ่่นจื๋๋อ (Kun Pu - Lun - Zhi) ซึ่่งเป็็นชื่่อราชทููตสยาม ยากที่่จะเดา ได้้ว่่าเป็็นชื่่อไทยอย่างไร นอก ่จาก “ขุุน [ผลาญชััย? ]” ๑๓๔ | ๒๑ กัันยายน ค.ศ. ๑๔๔๗/พ.ศ. ๑๙๙๐ เมื่่อวัันที่่ ๑๒ เดืือน ๘ ปีีที่่ ๑๒ แห่่งรััชศกเจิ้้�งถ่่ง พระเจ้้ากรุุงสยาม ซืือหลี่่ปอหลััวหมาหน่่า เหร่อจอลา ทรงื้ส่งคุนผ่ลุ่นูจ๋อราชท ืตแลคณะมาถวายูพระสพุ รรณบัฏ แลถวายส่งของ ิพนเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ ื้ ได้พระราชทานเลี้ยงรับรอง แลพระราชทานแพรสีสองหน้าแลเครื่องนุ่งห่มกรองทอง พร้อมกันนี้ได้มีรับส่งให้น ั ำ พระราชโองการแลแพรสีสองหน้ากลับไปถวายแก่กษัตริย์แห่งอาณาจักรนั้นแลพระอัครมเหสี ๑๓๕ | ๕ ตุุลาคม ค.ศ. ๑๔๔๗/พ.ศ. ๑๙๙๐ เมื่อวันที่ ๒๖ เดือน ๘ ปีที่ ๑๒ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง กรมพิธีการได้กราบบังคมทูลแจ้งความของ คุนผู่ลุ่นจื๋อ ราชทูตแห่งอาณาจักรสยามซึ่งมีความว่า 1 ไม่มีในต้นฉบับที่อาจารย์ประพฤทธิ์แปลไว้เดิม 2 จั่วหลี่ถีเผิง (Zuo - Li - Ti - Peng) ตามฉบับของ ดร. เจฟ เวด


72 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง “อว่่านสืือจำำนวน ๑,๓๘๐ ชั่่ง ชั่่ที่่ได้้ถวายเป็็นเครื่่องราชบรรณาการนั้้�น หา ได้้เป็็นผลิิตผลของอาณาจัักรตนไม่่ แต่่ได้้มาจากการค้้าขายแลกเปลี่่ยนที่่ซีีหยาง ด้้วยความยากลำำบาก จึึงขอให้้คิิดราคาตามมาตรฐานของปีีที่่ ๒ แห่่งรััชศกเจิ้้�จิ้้งถ่่ง (ค.ศ. ๑๔๓๗/พ.ศ. ๑๙๘๐) ชั่่งหนึ่่งให้้ตีีราคาเป็็นเงิินตรา ๒๕๐ ก้้วน ได้้ตรวจสอบ แล้้วปรากฏว่่า เมื่่อปีีที่่๙ แห่่งรััชศกเจิ้้ง�ถ่่ง (ค.ศ. ๑๔๔๔/พ.ศ. ๑๙๘๗) คุุนซาฉิิน ราชทููตแห่่งอาณาจัักรนี้้�แลคณะได้นำ้ ำอว่่านสืือจำำนวน ๘,๐๐๐ ชั่่ง มาถึึงเมืืองหลวง มาถวายเป็็นเครื่่องราชบรรณาการ กรมพิิธีีการเห็็นว่่าสิ่่งนี้้�มิิใช่่ของที่่มีีคุุณค่่ามากนััก จึึงกราบบัังคมทููลให้ตี้ีราคาเป็็นเงิินตราชั่่งละ ๕๐ ก้้วน แลให้้เทีียบเงิินตรา ๒ ก้้วนให้้ เท่่ากัับแพรเนื้้อบาง ๒,๐๐๐ �พัับ แต่่โปรดให้้ลดจำำนวนลงครึ่่งหนึ่่ง เวลานี้้�คุุนผู่่ลุ่่นจื๋๋อ ขอร้องให้ยึดถือตามปีที่สองของรัชศกเจิ้งจื่อ จึงขอให้มีพระราชวินิจฉัย” ต่่อแต่่นี้้�ไปไม่่ต้้องนำำมาถวายเป็็นเครื่่องราชบรรณาการอีีก ได้้มีีพระกระแสรัับสั่่งมาว่่า ประเทศจีีน มีีอว่่านสืืออยู่่ไม่่ขาด มิิได้้เป็็นสิ่่งหายาก ให้กำ้ ำหนดราคา ๕๐ ก้้วนต่่อชั่่งหนึ่่ง แลแจ้้งแก่่พวกเขาว่่าต่่อไปไม่่ต้้องถวาย สิ่่งนี้้�เป็็นเครื่่องราชบรรณาการอีีก # ข้้อความในส่่วนนี้้�แสดงว่่า การค้้าในระบบบรรณาการเป็็นเรื่่อง ของกำไรขาดทุนและความเส่ยงของทั ี้งสองฝ่าย ทางราชสำนักสยามได้พยายาม หาสิินค้้าแปลก ๆ เพื่่อให้้ได้้ราคา ตามรายงานในหมิิงสืือลู่่ราชทููตสยามได้้ขอให้้ ฝ่่ายจีีนตีีราคาสิินค้้าอย่่างหนึ่่งคืืออว่่านสืือ (แปลว่่า หิินบาตร “bowl - stone” เป็็นแร่่ชนิิดหนึ่่ง น่่าจะใช้้เป็็นยา) ซึ่่งได้้มาด้้วยความยากลำำบากจากทะเลตะวัันตก (อิินเดีีย - อาระเบีีย) ดัังนั้้�น จึึงขอให้้จีีนรัับซื้้�อในราคาสููง ๒๕๐ ก้้วน แต่่ทางจีีน เห็็นเป็็นของไม่่สู้้มีีค่่าจึึงตีีราคาให้้เพีียง ๕๐ ก้้วน แลขอให้้เลิิกนำำมาถวายเป็็นเครื่่อง ราชบรรณาการอีีกในครั้้�งต่่อไป


73 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ๑๓๖ | ๑๐ ตุุลาคม ค.ศ. ๑๔๔๗/พ.ศ. ๑๙๙๐ เมื่อวันที่ ๑ เดือน ๙ ปีที่ ๑๒ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง กรมพิธีการถวายรายงานว่า คุนผู่ลุ่นจื๋อ ราชทูต แห่งอาณาจักรสยามมิได้เปลี่ยนเครื่องสวมศีรษะแลเข็มขัดทองจำหลักลวดลายเป็นเวลานาน สมควรทำให้ใหม่ ฝ่ายอุปทูต ท่องสื่อ หั่วจั่ง หัวหน้ากอง ก็มิได้มีเครื่องสวมศีรษะพร้อมสาย จึงขอให้เปลี่ยนของใหม่ให้ตามทำเนียม ตามปฏิบัติอยู่ก่อน มีพระราชดำริเห็นชอบ # ข้อมูลเรื่องขนบทำเนียมการทูตของจีนที่น่าสนใจคือ ราชทูตและคณะ ที่ไปเข้าเฝ้าถวายเครื่องราชบรรณาการต้องแต่งกายอย่างข้าราชการจีน เช่น มีการ สวมหมวกและสวมเครื่องแต่งกายแสดงยศตำแหน่ง และฐานะ กรมพิธีการมีหน้าที่ รับผิดชอบในเรื่องนี้ ในกรณีของคณะทูตไทยที่ไปจีนในครั้งนี้ ฝ่ายจีนได้มอบเครื่อง แต่งกายและหมวกยศให้ครบถ้วนตั้งแต่ราชทูต อุปทูต ท่องสื่อ หั่วจั่ง (ตามศัพท์ แปลว่าผู้จัดการทั่วไป คงหมายถึง นายสำเภา) ต้นหน และผู้ดูแลกิจการในสำเภา ๑๓๗ | ๒๒ ตุุลาคม ค.ศ. ๑๔๔๗/พ.ศ. ๑๙๙๐ เมื่อวันที่ ๑๓ เดือน ๙ ปีที่ ๑๒ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง กรมพิธีการนำความขึ้นกราบบังคมทูล เรื่องการร้องเรียนของคุนผู่ลุ่นจื๋อแห่งอาณาจักรสยามความว่า เดิมเมื่อปีที่ ๙ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง ค.ศ. ๑๔๔๔/ พ.ศ. ๑๙๘๗) อาณาจักรแห่งนี้ได้เข้ามาถวายเครื่องราชบรรณาการ1 ครั้งนั้น ไน่ไอ่ ท่องสื่อทำให้พระราชทรัพย์ ของกษัตริย์สูญหายไป จึงไม่ยอมกลับอาณาจักร เขาได้พาครอบครัวหลบหนีโดยอาศัยสำเภาหม่าย่งเหลียนราชทูต แห่งอาณาจักรเจ่าอัว บัดนี้บุคคลนี้ได้ติดตามราชทูตของเจ่าอัวมาอีกแลพำนักอยู่ที่กวางตุ้ง ต้าหมิงหวางตี้รับส่งให้ ั ซานซือแห่งกวางตุ้งกักตัวหม่าย่งเหลียนแลไน่ไอ่ เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงแลมีรับส่งให้ ัส่งมอบไน่ไอ่ให้แก่ คุนผู่ลุ่นจื๋อนำกลับไป 1 รายงานเกี่ยวกับคณะทูตสยามเข้ามาจีนในปีดังกล่าวไม่ปรากฏในหมิงสือลู่ชุดที่คัดลอกมาในที่นี้


74 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง # หมิงสือลู่ ตอนนี้ กล่าวถึงเรื่องการฉ้อฉลของไน่ไอ่ หรือ นายอ้าย ท่องสื่อหรือล่ามซึ่งติดตามคณะราชทูตสยาม เข้ามาถวายเครื่องราชบรรณาการ ใน พ.ศ. ๑๙๘๗ ท่องสื่อผ้นีูไม่ยอมกลับประเท้ศ แต่ได้ลักลอบหนีไปกับสำเภาทตชวา ู ทูตสยามที่ไปจีนในครั้งนี้ในช่วงเวลาเดียวกับทูตจากชวาจำนายอ้ายได้จึงแจ้ง ข้อเท็จจริงให้ราชสำนักจีนทราบ พระเจ้ากรุงจีนมีพระกระแสรับสั่งให้กุมตัวส่ง แก่คุนผู่ลุ่นจื๋อทูตไทย นำตัวกลับไปชำระโทษ ๑๓๘ | ๓๑ ตุุลาคม ค.ศ. ๑๔๔๗/พ.ศ. ๑๙๙๐ เมื่อวันที่ ๒๒ เดือน ๙ ปีที่ ๑๒ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง คุนผู่ลุ่นจื๋อราชทูตสยาม กราบบังคมทูลลากลับ ต้าหมิงหวางตี้พระราชทานพระราโชวาทไปยังซือหลี่บอหลัวหมาหน่าเหร่อจื้อลา กษัตริย์แห่งอาณาจักรนั้นว่า “ท่านมีความเคารพสักการะต่อสรวงสวรรค์แลปฏิบัติหน้าที่อันพึงมี ต่อผู้อาวุโสปกครองดินแดนแห่งหนึ่งอย่างมีความสุข แลปฏิบัติหน้าที่ถวาย เครื่องราชบรรณาการโดยที่ยิ่งนานวันก็ยิ่งจะจริงจังเคร่งครัด ครังนี้ ก็ได้ ้ส่งราชทตนูำ พระสุพรรณบัฏมาถวายแลนำสิ่งของพื้นเมืองมาถวายเป็นเครื่องราชบรรณาการ รวมทั้งยังได้เวนคืนตราที่ได้รับพระราชทานไว้แต่เดิม ความสัตย์ซื่อจริงใจเช่นนี้ น่่าสรรเสริิญยิ่่งนััก ในโอกาสที่่ราชทููตเดิินทางกลัับในครั้้�งนี้้�จึึงได้้มอบแพรสีีแล แพรปัักกรองทองแก่่ท่่านผู้้เป็็นกษััตริิย์์แลพระอััครมเหสีีเพื่่อปููนบำำเหน็็จน้ำำ�ใจ อัันจงรัักภัักดีีของท่่าน ขอท่่านจงยึึดมั่่นในหน้้าที่่ขุุนนาง พิิทัักษ์์ขอบขััณฑสีีมา แลให้้ความร่่มเย็็นแก่่อาณาประชาราษฎร์์ด้้วยวิิถีีทางนี้้�ท่่านจะได้้รัับแต่่ความ สัันติิสุุขอย่่างยาวนาน แลตรงกัับความปรารถนาของเราในการดููแลประชาราษฎร ด้วยความรักใคร่”


75 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ๑๓๙ | ๒๖ กันยายน ค.ศ. ๑๔๔๘/พ.ศ. ๑๙๙๑ หมอเหอกุ่ยไล่ พระราชนัดดาของพระเจ้ากรุงจัมปาธิราชส่งปู่ซาผาปูผอ ราชทูตแลคณะมาถวาย พระสุพรรณบัฏแลช้างแสนรู้ กับส่งของ ิพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ แล้วยังถวายสุวรรณพระราชสาส์น ความว่า “ราชทููตฉื้้�อจื่่อปัันแลคนอื่่น ๆ ได้้เดิินทางกลัับมาถึึงจากเมืืองหลวง1 แล้้ว แลเราได้้น้้อมรัับพระราชดำำรััสอัันแสดงถึึงความเห็็นอกเห็็นใจแลความห่่วงใยที่่มีีต่่อ ประเทศเล็ก ๆ ของเรา แลแจ้งเราเหมือนในพระราชสาส์นหลายฉบับก่อนหน้านี้ ให้เรามาถวายเค้ รื่่องราชบรรณาการทุกุสามปีีพระราโชวาทแลการให้กำ้ ำลังใัจให้ข้ยันั ขัันแข็็งทำำ ให้้พวกเราปีีตินัิัก อัันหนึ่่งเล่่า ก่่อนหน้้าที่่พระเจ้้ากรุุงจััมปาธิิราชพระองค์์ ก่่อนพิิราลััย ได้้มอบคำำสั่่ งไว้้แก่่เราว่่า ให้ยึ้ึดถืือบุุรพราชประเพณี อัีันดีีของกษััตริย์ิ์องค์์ ก่่อนๆ ในการจำำเริิญพระราชไมตรีีกัับราชสำำนัักของโอรสแห่่งสวรรค์ด้์ ้วยความจงรััก ภัักดีีแลไม่่ว่่างเว้้นที่่จัักถวายเครื่่องมงคลราชบรรณาการเป็็นประจำำปีี ณ กาลบััดนี้้� เราได้้รัับราชกิิจปกครองบ้้านเมืือง แต่่ยัังหาได้้รัับแจ้้งจากราชสำำนัักแต่่ประการใดไม่่ มองไปทางหนึ่่งนั้้�นเราอ่่อนน้้อมต่่อบุุญญาธิิการของพระเจ้้าต้้าหมิิงผู้้ใหญ่่ มองไป อีีกทางหนึ่่งเล่่า เรามิิอาจขััดพระราชบรรหารของบุุรพกษััตริิย์์ดัังนั้้�นจึึงได้ส่้ ่งเครื่่อง ราชบรรณาการมาในปีีนี้้� โดยหวัังว่่าราชสำำนัักจัักไม่่ปฏิิเสธความมุ่่งมาดปรารถนานี้้� สำหรับพระราชบรรหารก่อนหน้านี้ให้ค้นหาพลทหารซึ่งหายไปในทะเลตะวันตก แลพวกที่ยังพำนักอย่ที่มาูจากสยามได้กระทำแล้วอย่างเต็มที่ แต่หาร่างรอยพวกเขา มิได้ ดังนั้น จึงไม่อาจส่งคืนผู้ใดได้ ผู้น้อยอย่างเรา หมอเหอกุยไล่ สมควรถูกลงโทษ ถึงตาย ขอนำความกราบบังคมทูล” 1 หมายถึง นครปักกิ่ง


76 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๔๐ | ๒๓ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๔๔๙/พ.ศ. ๑๙๙๒ เมื่อวันที่ ๙ เดือน ๑๑ ปีที่ ๑๔ แห่งรัชศกเจิ้งถ่ง ก่อนนี้มีระเบียบว่าเมื่อราชทูตบรรณาการสยาม เจ่าอัว แลจ้านเฉิง จักเดินทางกลับประเทศ ให้ส่งเจ้าพนักงานเดินทางไปกวางตุ้ง เพื่อจัดงานเล้ียงรับรองแลดูแล จัดการเรื่องอาหารการกิน แลอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตลอดทาง ครั้งนี้ หยางซิ่นหมิง ตำแหน่งจ่วซันเ ัจิ้ง 1 กราบบังคมทูลเสนอความเห็นว่า “เมื่่อชาวฟานแลหยีี 2 เดิินทางไปแลที่่กวางตุ้้ง นอกจากมีีบรรดา ข้้าราชสำำนััก (เน่่ยสื่่อ) สื่่รัับผิิดชอบงานนี้้โดยเฉ�พาะแล้้ว ยังัมีีองครัักษ์์ผู้้ใหญ่่ ผู้ตรว้จ ราชการประจำำท้้องที่่แลเจ้้าพนัักงานในหน่่วยงานทั้้�งสาม (ซานซืือ) ควบคุุมให้้ กิินอยู่่สุุขสบายอีีกด้้วย จึึงของดเว้้นไม่่ต้้องจััดเจ้้าพนัักงานส่่วนกลางเดิินทางไกล มาเลี้้�ยงรัับรองอีีก” ทรงเห็นชอบ ๑๔๑ | ๓ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๔๕๐/พ.ศ. ๑๙๙๓ กรมพิธีการนำความขึ้นกราบบังคมทูลว่า “ท่่องสื่่อเจิ้้�งหงแลคณะจากประเทศหลิิวฉิิวแจ้้งว่่า เมื่่อเดิินทางกลัับจาก ราชสำำนัักหลัังจากถวายเครื่่องราชบรรณาการแล้้ว พวกเขาต้้องการเดิินทางต่่อไป ยัังประเทศสยาม เพื่่อซื้้อฝางแลสิิน�ค้้าอื่่น ๆ พวกเขาประสบวาตภััยอย่างไ ่ม่่คาดฝััน สำเภาได้รับความเสียหายแลไม่อาจเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนได้ [ดังนั้น] จึงปรารถนาจักใช้แพรพรรณต่าง ๆ แลสินค้าอื่น ๆ ที่ได้รับพระราชทานไปซื้อไม้ แลจ้างช่างต่อสำเภาสักลำหนึ่งเพื่อจักสามารถเดินทางกลับบ้านได้ คำร้องขอ 1 คือตำแหน่งปลัดมณฑลฝ่ายซ้าย 2 ชาวต่างชาติทางตะวันตก


77 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ของพวกเขาควรได้รับการอนุญาต แลควรส่งสารตราส่งให้หน่วยงานทั ั้งสามของ ฝเูจยนอนุญาตให้ ี้พวกเขาสร้างสำเภาเอง แต่ไม่อนุญาตให้พวกเขารบกวนกองทหาร แลประชาราษฎร” ๑๔๒ | ๑๙ มกราคม ค.ศ. ๑๔๕๓/พ.ศ. ๑๙๙๖ เมื่่อวัันที่่ ๑๐ เดืือน ๑๒ ปีีที่่ ๓ แห่่งรััชศกจิ่่งไท่่ อาณาจัักรสยามได้้จััดส่่งคุุนกัังเยี่่ยราชทููต แลคณะ มาถวายพระสุพรรณบัฏแลสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ ได้พระราชทานเลี้ยงรับรอง แลพระราชทานเครื่องนุ่งห่ม แพรลายดอกสีขาวกรองทองแลแพรสสีองหน้า รวมทัง้สิ่งของอื่น ๆ [คุน] กังเยี่ยแลคณะ ขอให้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานเครื่องสวมศีรษะพร้อมสายเข็มขัด โปรดพระราชทานเครื่องสวมศีรษะ พร้อมสายเข็มขัดทองจำ หลักลวดลายให้แก่กังเยี่ย เครื่องสวมศีรษะพร้อมสายเข็มขัดเงินจำ หลักลวดลายแก่ท่องสื่อ แลพระราชทานเครื่องสวมศีรษะพร้อมสายเข็มขัดเงินสีดำแก่หัวหน้ากองกลาง (總管) # คุุนกัังเยี่่ย (Kun Gang - Yue) ชื่่อราชทููตไทยที่่จีีนจดไว้้ เป็็นข้้าราชการ ระดัับขุุน ก่่อนหน้้านี้้�เคยมีีข้้าราชการที่่เป็็นทููตชื่่อ ขุุนกัังซิ่่น ทูตชุดนี้เป็นทูตชุดสุดท้ายที่ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ ทรงส่งไป เจริญสัมพันธไมตรีกับราชวงศ์หมิง ถ้าหมิงสือลู่ถูกต้อง (ซึ่งยังไม่มีเหตุผลไปหักร้าง ว่าเป็นอื่น) รัชกาลของพระองค์ยาวนานจาก ค.ศ. ๑๔๑๖/พ.ศ. ๑๙๕๙ ถึง ค.ศ. ๑๔๕๒/พ.ศ. ๑๙๙๕ หรือ ๓๖ ปี มีบันทึกในหมิงสือลู่ เกี่ยวกับการติดต่อ ทางการทูตระหว่างสองประเทศจำนวน ๒๘ รายการ อย่่างไรก็็ตาม หลัักฐานไทยให้้ระยะเวลาการครองราชย์์ของรััชกาลนี้้� แตกต่่างไป ประวััติิศาสตร์์สัังเขปพระเจ้้ากรุุงสยามของฟาน ฟลีีต กล่่าวว่่าสมเด็็จ พระบรมราชาธิิบดีีทรงครองราชย์์ระหว่่าง ค.ศ. ๑๔๑๔ - ๑๔๓๓/พ.ศ. ๑๙๕๗ - ๑๙๗๖ ปีีขึ้้�นครองราชย์์นี้้�ไม่่ถืือว่่าผิิดจากหมิิงสืือลู่่ เพราะไทยเพิ่่งไปแจ้้งข่่าว


78 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ใน ค.ศ. ๑๔๑๕/พ.ศ. ๑๙๕๘ และจีีนได้้รัับแจ้้งข่่าวในต้้น ค.ศ. ๑๔๑๖/ พ.ศ. ๑๙๕๙ มีีข้้อน่่าสัังเกตว่่า ค.ศ. ๑๔๓๓/พ.ศ. ๑๙๗๖ ซึ่่งเป็็น ปีสวรรคตของพระองค์และปีขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถนั้น ก็เกือบตรงกับ ค.ศ. ๑๔๓๔/พ.ศ. ๑๙๗๗ ซึ่งปรากฏพระนามกษัตริย์อโยธยา ในหมิิงสืือลู่่ว่่า “ศรีีมหาราช” แต่่ไม่่มีีข้้อบ่่งชี้้�ในเอกสารจีีนเลยว่่า มีีการแจ้้งการ เปลี่่ยนรััชกาลหรืือจีีนบัันทึึกเรื่่องการส่่งทููตมาเคารพพระศพ แต่่สิ่่งที่่ยิ่่งน่่าพิิศวง ก็็คืือ ปีีสวรรคตของสมเด็็จพระบรมไตรโลกนาถในจดหมายเหตุุฟาน ฟลีีต คืือ ค.ศ. ๑๔๕๒/พ.ศ. ๑๙๙๕ นั้้�น ตรงกัับปีีสวรรคตของสมเด็็จพระบรมราชาธิิราช ที่่ ๒ ส่่วนพระราชพงศาวดาร ฉบัับหลวงประเสริิฐฯ ให้้ช่่วงปีีรััชกาลสมเด็็จ พระบรมราชาธิิราชที่่ ๒ ว่่าอยู่่ระหว่่าง ค.ศ. ๑๔๒๔ - ๑๔๔๘ พ.ศ. ๑๙๖๗ - ๑๙๙๑ ซึ่่งผิิดจากของฟาน ฟลีีต และหมิิงสืือลู่่ ผู้้เขีียนเชื่่อว่่า จดหมายเหตุุ ฟาน ฟลีีต และหมิิงสืือลู่่ซึ่่งมีีอายุุเก่่ากว่่าพระราชพงศาวดาร ฉบัับหลวงประเสริิฐฯ ควรได้้รัับการพิิจารณาว่่าน่่าเชื่่อถืือกว่่าด้้วย ๑๔๓ | ๒๗ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๔๕๓/พ.ศ. ๑๙๙๖ เมื่อวันที่ ๑๙ เดือนอ้าย ปีที่ ๔ แห่งรัชศกจิ่งไท่ ต้าหมิงหวางตี้ทรงจัดส่งหลิวจู ตำแหน่งจี๋ซื่อจง 1 กับหลินโจ้ว2 ตำแหน่งสิงเหยินเป็นอัครราชทูตและอุปทูต รับพระราชโองการไปเพ่อประกอบ ืพิธีเคารพพระศพ ของปอหลัวหมอลาจ๋าตีลา พระเจ้ากรุงสยามผู้ทรงสวรรคาลัยแล้ว แลโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ป่าหลัวหลานหมี่ซุนลา โอรสของกษัตริย์ดังกล่าวเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรสยาม พระราชโองการมีความว่า 1 อาลักษณ์ผู้ใหญ่ 2 ฉบับของ ดร. เจฟ เวด เป็นหลิวไท่ (Liu Tai)


79 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา “พระเจ้ากรุงต้าหมิงผู้ใหญ่ปกครองชนใต้หล้าเสมอหน้ากัน คนที่ดีแล มีความสามารถย่อมเป็นแบบอย่างแก่ภูมิมณฑล แลจำเป็นอย่างยิ่งที่จักต้องมี ผู้้สืืบทอด เรารัับอาณัติัิจากสวรรค์์ให้้ปกครองดิินแดนทั่่วทิศิ แต่่งตั้้งเ�จ้้าเมืืองทั้้�งหลาย ไกลใกล้้เพีียงใดก็็ถืือว่่าเป็็นอัันหนึ่่งอัันเดีียว แล้้วสยามซึ่่งตั้้�งอยู่่บนฟากฝั่่งไกลโพ้้น แล้้ว จัักขาดผู้้ปกครองอย่่างไร ปอหลััวหมอลาจ๋๋าตีีลา ผู้้สวรรคาลััยแล้้ว เคารพ สวรรค์์แลปฏิิบััติิหน้้าที่่อย่่างดีีต่่อผู้้อาวุุโส โดยยึึดมั่่นในความสััตย์์ซื่่อเช่่นนี้้�ตลอดมา ได้้พิิทัักษ์์ขอบขััณฑสีีมาแลปรองดองกัับอาณาจัักรข้้างเคีียง อาณาประชาราษฎร์์ จึงมีความจงรักภักดีกันทั่วไป ครั้นถึงคราวสวรรคต จึงสมควรมีผู้สืบทอดราชสมบัติ ส่วนป่าหลัวหลานหมี่ซุนลาผู้เป็นโอรสเล่า มีอุปนิสัยที่ซื่อตรงซื่อสัตย์ มวลประชา แห่งอาณาจักรต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ บัดนี้จึงขอแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองสยาม ขอให้ ทุกผู้ทุกนามในราชอาณาจักร ข้าราชการผู้ใหญ่แลผู้น้อย ราษฎรทั้งหลาย จงอุทิศ ใจกายรับใช้ ขอให้ทุกคนปฏิบัติราชการของตน ไม่ละเมิดในหน้าที่ของตน ตังใ้จเชื่อฟัง แลจงรักซื่อสัตย์ตลอดไปเพื่อจะได้เสพศานติสุขสถาวร” ในวันเดียวกันนั้น คุนกังเยี่ย ราชทูตแห่งอาณาจักรสยามก็ได้กราบบังคมทูลลากลับ ต้าหมิง หวางตี้มีรับสั่งให้นำพระราชโองการแลแพรต่วนกรองทอง แพร่โล่ แลแพรปักกรองทอง กลับไปถวายแก่กษัตริย์แล พระอัครมเหสีแห่งอาณาจักรนั้น # จีนได้รับแจ้งข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ ในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๑๙๙๖ แสดงว่า พระองค์สวรรคตในปลายปี พ.ศ. ๑๙๙๕ (ถ้าคิดว่าสำเภาคณะทูตสยามต้องใช้เวลาหลายเดือนในการเดินทาง ไปถึงปักกิ่ง) พระนามกษัตริย์ที่ส่งทูตไปแจ้งข่าวคือ ป่าหลัวหลานหมี่ซุนลา หรือ พระรามเมศวรราช ซึ่งเป็นพระนามของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระราชพงศาวดาร ฉบับหลวงประเสริฐฯ กล่าวว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงขึ้นครองราชย์ใน ค.ศ. ๑๔๔๘/พ.ศ. ๑๙๙๑ ซึ่งเร็วกว่าหลักฐานร่วมสมัยของ จีนไป ๔ ปี


80 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๔๔ | ๑๒ มิถุนายน ค.ศ. ๑๔๕๕/พ.ศ. ๑๙๙๘ เมื่อวันที่ ๒๘ เดือน ๕ ปีที่ ๖ แห่งรัชศกจ่งไท่ ป่าหลัวหลานหมี่ซุนลา ิพระเจ้ากรุงสยาม ได้จัดส่งคุนกังเยี่ย ราชทูตแลคณะมาถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ พระราชทานเลี้ยงรับรอง แลพระราชทานแพรสีสองหน้า แลเครื่องนุ่งห่มแพรต่วน ๑๔๕ | ๒๕ มีีนาคม ค.ศ. ๑๔๕๗/พ.ศ. ๒๐๐๐ เมื่อวันที่ ๑ เดือน ๓ ปีที่ ๑ แห่งรัชศกเทียนซุ่น ต้าหมิงหวางตี้พระราชทานสายเข็มขัดทองจำหลัก ลวดลายให้แก่ตั้วป่าอีหน่า อัครราชทูต แลอุ๋ยกงจื๋อ อุปทูตแห่งอาณาจักรเจ่าอัว1 รวมทั้ง หม่าเซี่ยมั่ว2 อุปทูตแห่ง อาณาจักรสยาม ๑๔๖ | ๒๒ มิถุิุนายน ค.ศ. ๑๔๕๗/พ.ศ. ๒๐๐๐ เมื่่อวัันที่่ ๑ เดืือน ๖ ปีีที่่ ๑ แห่่งรััชศกเทีียนซุ่่น เฉิินเจิ้้�น ตำำแหน่่งกงบู้้อุ่่ยกวนจููซื่่อ 3 กราบบังคมทูลว่า “หม่าหวงเป้า ราชทูตจากประเทศสยาม ได้ซื้อบุตรหลานของชาวนา ที่ยากจนเนื่องจากนาล่ม ที่มณฑลซานตง เพื่อนำกลับไปเป็นข้ารับใช้ นี่ใช่ว่า ต่ำช้าแลไม่รู้กฎเกณฑ์เท่านั้น ยังจักทำให้พวกอาณาจักรนั้นหัวเราะเยาะแลดูหมิ่น จีนด้วย จึงขอให้จัดส่งเจ้าพนักงานติดตามไปโดยด่วน เมื่อพบตัวแล้วที่หน่วยราชการ ที่พบเห็น ให้นำเงินหลวงไถ่ตัวเด็กคืน หลังจากนั้นให้ส่งตัวกลับภูมิลำเนาไปอยู่กับ ครอบครัวเดิม” ทรงเห็นชอบ 1 ฉบับของ ดร. เจฟ เวด ว่าเป็น จ้านเฉิง หรือ จัมปา 2 ฉบับของ ดร. เจฟ เวด ว่าหม่าเซี่ยโหม่ว (Ma - Xia - Mou)3ผู้อำ นวยการกองจัดการฉางข้าวกรมนา


81 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา # ในการค้าระบบรัฐบรรณาการกับจีน ราชทูตจากประเทศสยามได้ซื้อ สิ่งของต่าง ๆ รวมทั้งข้าทาสจากเมืองจีนด้วย พวกนี้ส่วนหนึ่งอาจเป็นที่มาของขันที ในราชสำนักไทย อย่างไรก็ตาม ราชสำนักจีนเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าอับอายและ เสียเกียรติสำหรับจีน ๑๔๗ | ๑๘ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๖๒/พ.ศ. ๒๐๐๕1 เมื่อวันที่ ๒๖ เดือน ๙ ปีที่ ๖ แห่งรัชศกเทียนซุ่น เป่ยลาหลันหลัวเจ่อจื้อ ปอจื้อ พระเจ้า กรุงสยาม ส่งคุนผู่ลุ่นจื๋อเป็นราชทูตมาถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ มีรับส่งให้เ ัจ้าพนักงาน กรมพิธีการจัดเครื่องนุ่งห่มกรองทองแลแพรต่วนเพื่อพระราชทานที่อู่หมิน (ประตูหน้าพระราชวัง) # พระนามพระเจ้ากรุงสยามในที่นี้คงเป็นความพยายามที่จีนจะถอดจาก บรมราชาธิราชเจ้า พระเจ้า [กรุงพระนครศรีอโยธยาผู้ใหญ่] ๑๔๘ | ๒๘ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๔๗๑/พ.ศ. ๒o๑๔ เมื่อวันที่ ๑๗ เดือน ๑o ปีที่ ๗ แห่งรัชศกเฉิงหั้ว หงเหมี่ยน2 ซึ่งเป็นทหารท้องถิ่น อำเภอหลงชี มณฑลฝูเจี้ยน พร้อมกับพรรคพวกออกทะเลไปค้าขายกับอาณาจักรฟาน3 ได้ไปหม่านลาเจียแลอาณาจักรอื่น ๆ เพื่อทำการค้า ตอนขากลับยังได้ไปอาณาจักรสยามด้วย อ้างว่าเป็นราชทูตมาจากราชสำนักจึงเข้าเฝ้ากษัตริย์ของ ฟานได้ แลให้ภรรยาชื่อนางฝงเข้าเฝ้าพระมเหสีของกษัตริย์ฟานด้วย เหตุฉะนั้น จึงได้รับเพชรพลอยแลของอื่น ๆ เมื่อกลับมาถึงมณฑลฝูเจี้ยนก็เทียบสำเภาเข้าอ่าว ทหารของราชสำนักได้ไปจับกุมตัว กลับถูกฆ่าตายเสียหลายนาย แต่ในที่สุดจับกุมตัวหงเหมี่ยนได้ หงซิ่ง ยุกระบัตรมณฑลทำหนังสือกราบบังคมทูลเสนอให้ลงโทษความว่า 1 ไม่มีในฉบับของ ดร. เจฟ เวด 2 ตามฉบับของ ดร. เจฟ เวด เป็นฉิวหงหมิ่น (Qiu Hong - Min)3 หมายถึงอาณาจักรต่างแดนซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของจีน


82 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง “ควรมีพระราชโองการให้ประหารชีวิตหงเหมี่ยนกับพวกรวม ๒๙ คน ตามกระบิลเมือง แต่มีอีก ๓ คนอายุยังเยาว์นักน่าสงสาร ควรเนรเทศไปเป็นทหาร ประจำชายแดนที่มณฑลกว่างซี ส่วนนางฝงให้ไปเป็นข้ารับใช้ในบ้านของขุนนาง ที่มีความชอบ ส่วนพวกฟาน ๔ คน รวมทั้งไอ่หม่อซิ่น1 ซึ่งหงเหมี่ยนซื้อตัวมา ให้ส่งตัวไปเมืองหลวง เพื่อจัดการต่อไป” มีรับสั่งให้ออกคำสั่งไปตามที่ซิ่งเสนอมา ในครั้งนั้น ซิ่งยังได้กราบบังคมทูลว่า คังฉี่เต้ากับพวก รวม ๒๖ คน ซึ่งเป็นคนอำเภอเดียวกับหงเหมี่ยนก็ไปทำการค้ากับอาณาจักรฟานแลปฏิบัติตนเป็นโจรสลัดปล้นสะดม อยู่ในกลางทะเลด้วย ขอให้พิจารณาหยิบยกมาไต่สวน หากเป็นสัจก็ให้ประหารชีวิตกระบิลเมือง # ข้อความในหมิงสือลู่ตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าได้มีข้าราชการทหารจีน ได้ปลอมตัวและอ้างตัวเป็นทูตจีนมายังประเทศสยาม และยังหลอกราชสำนักสยาม ได้สำเร็จด้วย ทางการจีนได้ปราบปรามผู้กระทำผิดโทษถึงตาย ๑๔๙ | ๓๐ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๔๗๓/พ.ศ. ๒๐๑๖ เมื่่อวัันที่่ ๔ เดืือน ๕ ปีีที่่ ๙ แห่่งรััชศกเฉิิงหั้้�วหั้้ อาณาจัักรสยามได้้จััดส่่งคุุนเลี่่ยเจ่่อเผิ่่งซา ราชทููต มาถวายสิ่่งของพื้้�นเมืืองเป็็นเครื่่องราชบรรณาการ ได้้พระราชทานเลี้้�ยงรัับรองแลพระราชทานเครื่่องนุ่่งห่่ม เครื่่อง สวมศีีรษะพร้้อมสายแลแพรต่่วนสีีตามลำำดัับศัักดิ์์�พร้้อมกัันนี้้�ได้้ส่่งมอบแพรสีีขาวกรองทอง แลแพรต่่วนสีี ให้้ราชทููตเพื่่อนำำกลัับไปถวายแก่่กษััตริิย์์แลพระอััครมเหสีีแห่่งอาณาจัักรนั้้�น ราชทููตแจ้้งว่่าคำำหัับที่่ได้้รัับจาก ราชสำำนััก (จีีน) เมื่่อปีีที่่ ๑ แห่่งรััชศกเทีียนซุ่่น 2 ได้้ถููกมดปลวกกััดกิินเสีียหายหมด จึึงขอให้้จ่่ายใหม่่อีีก เพื่่อความสะดวกในการถวายเครื่่องราชบรรณาการแลการติดิต่อไปมา กรมพิิ ่ธีการถวายความเีห็น็ว่าควร่พระราชทาน ตามที่่อาณาจัักรนั้้นขอมา แล�มีรัีับสั่่งให้้ส่่งคืืนของที่่เสีียหายนั้้�นด้้วย 1ของอาจารย์ประพฤทธิ์ศุกลรัตนเมธี เป็น อ้ายติ ในที่นี้แก้เป็นไอ่หม่อซิ่น (Ai - Mo - Xin) ตามฉบับของ ดร. เจฟ เวด 2 ค.ศ. ๑๔๕๗/พ.ศ. ๒๐๐๐


83 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา # ราชทูตสยามไปแจ้งแก่จีนว่า คำหับที่จีนเคยส่งให้นั้น ชำรุดเพราะปลวก กัดกิน และขอให้ฝ่ายจีนออกคำหับใหม่ ฝ่ายจีนระมัดระวังพอที่จะให้ส่งเอกสาร ที่ชำรุดเสียหายคืนด้วย ชื่อราชทูตที่ไปคือ คุนเลี่ยเจ่อเผิ่งซา นั้น สุดเดาว่า เป็น “ขุน…” อะไร ๑๕๐ | ๑๕ เมษายน ค.ศ. ๑๔๗๕/พ.ศ. ๒๐๑๘ เมื่อวันที่ ๑๐ เดือน ๓ ปีที่ ๑๑ แห่งรัชศกเฉิงหั้ว สยามได้จัดส่งไน่อิงเจ่อเผิ่งซาเป็นราชทูต มาถวายพระสุพรรณบัฏ แลถวายส่งของ ิพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ ได้พระราชทานเลี้ยงแลพระราชทาน เครื่องสวมศีรษะพร้อมสาย เครื่องนุ่งห่มกรองทองแลแพรต่วนสี แลมีรับสั่งให้ราชทูตจำทูลพระราชโองการพร้อมกับ นำแพรสีขาวกรองทอง แพรต่วนสี กลับไปถวายแก่กษัตริย์และพระอัครมเหสีแห่งอาณาจักรนั้น # ชื่อราชทตูสยามว่า ไน่อิงเจอเผิ่งซา เดาได้เฉ ่พาะพยางค์แรกว่า “นาย…” ๑๕๑ | ๒๖ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๔๗๗/พ.ศ. ๒๐๒๐ เมื่อวันที่ ๑๔ เดือน ๔ ปีที่ ๑๓ แห่งรัชศกเฉิงหั้ว พระเจ้ากรุงสยามส่งคุนเทียนเซี่ยถี่1 อัครราชทูต มาถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ แลเพื่อแสดงการตอบรับพระมหากรุณาธิคุณต้าหมิงหวางตี้ พระราชทานแพรต่วนแลสายเข็มขัดเงินทองตามลำดับศักดิ์พร้อมกันนี้มีรับสั่งให้จำทูลพระราชโองการแลนำแพร สีขาว แพรต่วนสี กลับไปถวายแก่กษัตริย์แลพระอัครมเหสีแห่งอาณาจักรนั้น # คุนเทียนเซี่ยถี่ ชื่อราชทูตสยาม น่าจะตรงกับ “ขุนเทียรเศรษฐี” 1 ต้นฉบับของ ดร. เจฟ เวด เป็น คุนเที่ยเซี่ยถี่ (Kun Tie - Xie - Ti)


84 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๕๒ | ๒๑ ธัันวาคม ค.ศ. ๑๔๗๗/พ.ศ. ๒o๒o เมื่อวันที่ ๑๗ เดือน ๑๑ ปีที่ ๑๓ แห่งรัชศกเฉิงหั้ว คุนลู่ฉินเฉินถี อุปทูตแห่งอาณาจักรสยาม ซึ่งมาถึงทีหลัง ได้ถวายพระสพุ รรณบัฏแลถวายส่งของ ิพนเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ ต้าหมิงหวางตี ื้ ้พระราชทาน เลี้ยงรับรอง แลพระราชทานเสื้อกรองทองแลแพรต่วนสีตามลำดับศักดิ์ # เป็นที่น่าแปลกนักที่อุปทูตสยามชื่อ คุนลู่ฉินเฉินถี หรือ “ขุน…” ไปถึงเมืองจีนหลังราชทูตซึ่งไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมของปีเดียวกัน ชื่่อราชทููตในต้้นฉบัับของ ดร. เจฟ เวด เป็็น ขุุนลู่่ฉิินเซี่่ยซี่่ถี่่(Kun Lu Qun Xie - Ti) หรืือ ขุุน [นคร?] เศรษฐีี ซึ่่งฟัังดููจะถููกต้้องมากกว่่า ๑๕๓ | ๖ สิงหาคม ค.ศ. ๑๔๗๙/พ.ศ. ๒o๒๒ เมื่อวันที่ ๑๙ เดือน ๗ ปีที่ ๑๕ แห่งรัชศกเฉิงหั้ว แต่เดิม คุนลู่ฉิน ราชทูตแห่งอาณาจักรสยาม กราบบังคมทูลว่า เมื่อตอนที่มาถวายเครื่องราชบรรณาการ สำ เภาถูกลมทะเลทำให้เสียหาย ใคร่ขอพระราชทาน สร้างให้ใหม่ ต้าหมิงหวางตีทรง้สังเวชพระทัยที่บุคคลเหล่านีเป็นชาวอาณา ้จักรต่างแดนอย่ไกลแูสนไกล จึงมีราชานุญาต เป็นกรณีพิเศษ กรมพธิีการจึงได้แจ้งไปยังสำนักผ้ว่าราชการมณูฑลกวางตุ้งแต่หัวหน้าผ้ตรวูจราชการมณฑลมีนามว่า จูอิง เสนอว่า ควรให้เงิน ๒oo เหลี่ยง เพื่อให้สร้างสำเภาด้วยตนเอง ปรากฏว่าคุนลู่ฉินได้สั่งอย่างลับ ๆ แก่พวกใต้บังคับบัญชาให้กราบบังคมทูลใส่ความว่าอิงเรียกเอาส่งของมีค่า แต่ได้รับการปฏิเ ิสธ จึงมีเจตนาขัด พระราชโองการ กรมพิธีการกราบบังคมทูลว่า “ชาวต่างชาติเดินทางไปมาได้ตามประสงค์ เจ้าพนักงานที่นั่นหย่อนยาน ไม่ดูแลให้เรียบร้อย สมควรที่สั่งให้ผู้ตรวจราชการมณฑลสอบสวน แลเหมือนครั้ง ก่อน ๆ ควรสร้างสำเภาให้พวกเขาตามที่มีรับสั่งไว้แต่เดิม” ทรงเห็นชอบด้วยกับคำกราบบังคมทูล แลมีรับสั่งให้อิงกราบบังคมทูลข้อเท็จจริง


85 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ๑๕๔ | ๑ กัันยายน ค.ศ. ๑๔๘๐/พ.ศ. ๒๐๒๓ เมื่อวันที่ ๒๗ เดือน ๗ ปีที่ ๑๖ แห่งรัชศกเฉิงหั้ว ไน่ลาเผิ่งซา ราชทูตและอุปทูตแห่งอาณาจักร สยาม มาถวายเครื่องราชบรรณาการ ต้าหมิงหวางตี้พระราชทานเลี้ยงรับรอง แลพระราชทานเสื้อกรองทอง แลแพร ต่วนสีตามลำดับศักดิ์ # ไน่ลาเผิ่งซา ชื่อราชทูตสยามว่า “นายราชบัญชา?” ๑๕๕ | ๑๕ กันยายน ค.ศ. ๑๔๘๐/พ.ศ. ๒๐๒๓ เมื่่อวัันที่่ ๑๒ เดืือน ๘ ปีีที่่ ๑๖ แห่่งรััชศกเฉิิงหั้้�ว ไน่่ลาเผิ่่งซา ราชทููตของอาณาจัักรสยาม กราบบัังคมทููลว่่า สำำเภาเดิินทะเลที่่โดยสารมาเกิิดความเสีียหาย จึึงขอให้้มีีรัับสั่่งให้้หน่่วยงานที่่เกี่่ยวข้้องซ่่อมแซมให้้ แลจัักขอพระราชทานเสื้้�อคลุุมลายมัังกรแลแพรต่่วนเป็็นพัับสำำหรัับเจ้้าเหนืือหััวของตน เมื่่อเรื่่องไปถึึงกรมพิิธีีการ กรมพิธีการได้ขอให้ส่งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องช่วยซ่อมแซม ั สำเภาเดินทะเล แต่ไม่ต้องพระราชทานส่งของให้ ิ ส่วนพระเจ้ากรุงสยามได้พระราชทานเสื้อคลุมลายมังกรแพรโล่เป็นพิเศษ ๑๕๖ | ๑๙ สิงหาคม ค.ศ. ๑๔๘๑/พ.ศ. ๒o๒๔ เมื่อราชทูตจากทั้งสองประเทศคือ สยามแลสมุทระอยู่ระหว่างเดินทางกลับหลังจากถวายเครื่อง ราชบรรณาการแลกราบถวายบังคมทูลลาแล้ว พวกคนเรือของเขาได้ชี้ช่องทางว่าจักซื้อเด็กชายเด็กหญิงของคน ที่ยากจนเข็ญใจ ซื้อหาเกลือจำนวนมากจากราษฎร แลทำสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ อย่างไร เมื่อมาถึงที่หวยอัน ได้มี คนบอกแก่จางซันหัวหน้าใหญ่ผ้ตรวูจราชการ แล้วคนถือสารที่มากับคณะก็แจ้งเรื่องนีซัน้จึงส่งเจ้าพนักงานไปพร้อมกับ พวกถือสารเพื่อสอบสวน พบว่าเป็นสัจตามรายงาน ดังนั้นจึงได้ไถ่ตัวเด็ก ๆ ส่งคืนไปยังครอบครัว แลให้ลงโทษพวก คนเรือ ซันได้ถวายคำกราบบังคมทูลเสนอว่า ควรมีพระราชโองการสั่งไปยังประเทศต่าง ๆ ว่า ในเวลาที่เลือกผู้จัก ไปเป็นราชทูตให้เลือกคนที่รู้จักความเหมาะสมแลเคารพกฎเกณฑ์ ซันยังเสนอว่าควรกำหนดว่าการกระทำส่งใดิ ล่วงพระราชอาชญา แลควรประกาศให้ทราบทั่วกัน สำ นักงานผ้ตรวูจราชการได้ทำเรื่องกราบบังคมทลเูพื่อทรงทราบ แลได้รับความเห็นชอบ


86 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๕๗ | ๒๗ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๔๘๒/พ.ศ. ๒๐๒๕ เมื่อวันที่ ๑๒ เดือน ๗ ปีที่ ๑๘ แห่งรัชศกเฉิงหั้ว อาณาจักรเซียนหลัวได้ส่งคุนหวั่งฉินเซี่ยถี ราชทูต แลอุปทูต มาเข้าเฝ้าเพื่อขอให้มีพระราชโองการแต่งตั้ง 1 แลได้ถวายสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการ โปรด พระราชทานจัดเลี้ยงแลพระราชทานเสื้อกรองทองแพรต่วนสี แลแพรขาวพื้นลายดอก พร้อมทั้งพระราชทานเครื่อง สวมศีรษะพร้อมสายให้ด้วย พร้อมกันนี้มีรับสั่งให้นำพระราชโองการแลแพรสีขาวกรองทอง รวมทั้งแพรต่วนสี กลับไปถวายแก่กษัตริย์แลพระอัครมเหสีแห่งอาณาจักรนั้น # คุนหวั่งฉินเซี่ยถี ตรงกับ “ขุนวังจีนเศรษฐี” ๑๕๘ | ๒๘ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๔๘๒/พ.ศ. ๒๐๒๕ เมื่อวันที่ ๑๓ เดือน ๗ ปีที่ ๑๘ แห่งรัชศกเฉิงหั้ว มีพระราชบัญชาให้หลินเซียว ข้าทูลละออง ที่สิงเคอจ๋ซื่อีจง 2 เป็นราชทูต หยาวหลง ข้าทูลละอองที่สิงเหยิน3 เป็นอุปทูต จำ ทูลพระราชโองการไปแต่งตั้ง ให้กั๋วหลงปอลาสู่คุนสี่หลี่อิ๋วตี้ [ยา] พระราชโอรสของพระเจ้ากรุงสยามขึ้นเป็นกษัตริย์ # เอกสารจีนที่เป็นอิสระจากหมิงสือลู่ ยืนยันว่า พระเจ้ากรุงสยามเอง ได้แจ้งไปยังราชสำนักจีน ขอให้แต่งตั้งรัชทายาทขึ้นครองราชย์แทนเพราะทรง พระชราภาพขึ้น พระราชโอรสมีพระนามที่จีนจดไว้ว่า ถั๋วหลงป๋อลาลู่คุนสี่หลี่อิ๋ว ตี้ [ยา]4 หรือ “กรุงพระนครศรีอโยธยา” หมิงสือลู่ได้ระบุว่า ทูตจีนมาพระนคร 1 ในหนังสือจดหมายเหตุของหม่าจงซี (ค.ศ. ๑๔๔๖ - ๑๕๑๒/พ.ศ. ๑๙๘๙ - ๒๐๕๕) เรื่อง “ตงเถียนเหวินจื้อ” มีข้อความ น่าสนใจว่า “...ในปีเหยินอิน แห่งรัชศกเฉิงหั้ว (ค.ศ. ๑๔๘๒ - ๑๔๘๓/พ.ศ. ๒๐๒๕ - ๒๖) ราชทูตจากอาณาจักรสยาม มาถวาย คำกราบบังคมทลขอให้ทรงแต่งตัูง ฝ่ายต้าหมิงหวางตี้มี้พระทัยเมตตากษัตริย์แห่งอาณาจักรแห่งนัน ผู้้ทรงพระชราภาพมากแลเหนื่อยล้า จากพระราชกิจ จงทรงรีบมี ึพระราชโองการสถาปนาองค์รัชทายาทขึ้นไว้ในที่กษัตริย์” (คัดและแปลจากบทความของ ดร. เจฟ เวด. “The Ming Shi - lu as a Source for Thai History, 14th to 17th Century” เอกสารเสนอต่อที่ประชุมไทยศึกษานานาชาติ ที่ SOAS ลอนดอน ๑๙๙๓, หน้า ๑๒.) 2 เทียบได้กับเสนาบดีกระทรวงกฎหมายและยุติธรรม 3 เป็นตำแหน่งคล้ายอธิบดีกรมการทูต 4 ซ่อมข้อความตามข้อ ๑๔๓


87 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ศรีีอโยธยาเพื่่อนำำ ประกาศพระราชโองการแต่่งตั้้�งกษััตริิย์์พระองค์์ใหม่่ได้้กล่่าวมา แล้้วว่่า “กรุุง” ในภาษามอญ - เขมรโบราณแปลว่่า พระเจ้้าแผ่่นดิิน ในที่่นี้้� เป็็นการรัับรองฐานะของสมเด็็จพระบรมราชาธิิราชที่่๓ ซึ่่งในเอกสารของฟาน ฟลีีต และพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับความพิสดาร เรียกว่า พระอินทราชา หมิิงสืือลู่่ ดููมีีนััยสำำคััญอีีกครั้้�งหนึ่่ง ถ้้าพิิจารณาตามประวััติิศาสตร์์สัังเขป พระเจ้้ากรุุงสยามของฟาน ฟลีีต ซึ่่งกล่่าวว่่า สมเด็จพ็ ระบรมไตรโลกนาถเสด็็จออก ทรงพระผนวชเมื่่อทรงพระชราภาพ และยกราชสมบััติิแก่่พระอิินทราชา ซึ่่งเป็็น พระราชโอรส ๑๕๙ | ๖ กันยายน ค.ศ. ๑๔๘๔/พ.ศ. ๒๐๒๗ พระเจ้้ากรุุงอัันหนานส่่งหลี่่เต้้อชิิงเป็็นราชทููตพร้้อมคณะได้้มาถวายพระสุุพรรณบััฏแลสิ่่งของ พื้้�นเมืืองเป็็นเครื่่องราชบรรณาการ ได้้พระราชทานเลี้้�ยงแลพระราชทานเครื่่องแต่่งกายทำำจากไหมกรองทอง แพรสีี แพรโล่ แลสิ่งของอื่น ๆ ตามลำดับศักดิ์ เต้อชิงแลคณะรวม ๔ คนได้กราบบังคมทูลว่า เพื่อให้เหมือนกับสิ่งของ ที่พระราชทานแก่คณะราชทูตจากประเทศสยาม เจ่าวา แลจัมปา พวกเขาขอรับพระราชทานเครื่องสวมศีรษะ แลสายคาด พระราชทานตามขอ แต่มีรับสั่งว่าการพระราชทานนี้ไม่ให้ยึดถือสำหรับในกาลข้างหน้า ๑๖๐ | ๑๑ สิงหาคม ค.ศ. ๑๔๘๗/พ.ศ. ๒๐๓๐ พระเจ้ากรุงสยามทรงส่งอุปทูตคุนเจียงเยี่ย1 แลคณะมาถวายพระสุพรรณบัฏแลสิ่งของพื้นเมือง เป็นเครื่องราชบรรณาการ ได้พระราชทานเลี้ยงแลพระราชทานเครื่องแต่งกายตัดจากไหมกรองทอง แพรแส แพรโล่ แลสิ่งของอื่นๆ ตามสมควร แล้วมีพระราชกระแสให้ทูตจำทูลศุภสารแลผ้าปักดิ้น แพรแส แพรโล่ ไปถวายแก่กษัตริย์ แลพระอัครมเหสีในตอนขากลับ # ทูตสยามที่มาเมืองจีนในโอกาสนี้ใช้เพียงระดับอุปทูต 1 Khun Jiang - Yue


88 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๖๑ | ๓๐ กันยายน ค.ศ. ๑๔๘๗/พ.ศ. ๒๐๓๐ พระเจ้ากรุงสยาม กั๋วหลงโป่ลาลู่คุนซี่สี่โหยวตี้ยา ทรงแต่งคุนเจียงเยี่ยราชทูตแลคณะมาถวาย พระสุพรรณบัฏแลสิ่งของพื้นเมืองเป็นเครื่องราชบรรณาการด้วยรำลึกถึงพระบารมีของต้าหมิงหวางตี้พวกเขากราบ บังคมทูลว่า “ตามกฎระเบียบแต่ก่อน อักษรของเรา (番字) แลอักษรอาหรับ (回回字) ใช้อยู่ทั้งสองอย่าง แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีความแตกต่างระหว่างทั้งสอง ในพระสพุ รรณบัฏที่ขอให้พระราชทานตราตังแลในค้ำหับ พระเจ้าอย่หัวทรงูสงสัยว่า คนที่เขียนอักษรสยามคงมีส่วนในการปลอมแปลง จึงขอให้ช่วยสอบสวน” อย่างไรก็ดี อักษรสยามที่ใช้ในสุวรรณพระราชสาส์นอ่านยากจึงมพีระราชโองการให้ประเทศนัน้สอบสวนเอง พร้อมทั้งมีคำส่งว่าในกาลข้างหน้า ให้ใช้เฉ ัพาะอักษรอาหรับแลมิให้ใช้อักษรสยามที่อ่านยากเพ่อป้องกันการแก้ไข ื เปลี่ยนแปลง # ระบบการทูตของจีนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างจากการติดต่อกับรัฐในทาง ตะวันตกและน่าจะได้คุ้นกับอักษรอาหรับของชนมุสลิมมากขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ หยวนซึ่งปกครองหยุนหนานและดินแดนตะวันตก รัฐในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเขตภาคพื้นสมุทรและกลุ่มเกาะเป็นรัฐมุสลิมซึ่งใช้ภาษาอาหรับหรือที่พัฒนา มาจากภาษาอาหรับเป็นภาษากลาง ทำให้คนจีนคุ้นเคยมากกว่า การส่งคณะทตไปูจีน อาจมีสุวรรณพระราชสาส์นเป็นภาษาไทย แต่เนื่องจากมีท่องสื่อใหญ่และท่องส่อเล็ก ื เป็นล่าม ในทางปฏิบัติจึงใช้ภาษาจีนเป็นหลัก ในบางครั้งเมื่อการส่งเครื่อง ราชบรรณาการว่างเว้นไปเพราะเหตุวุ่นวายทางการเมือง ล่ามแปลภาษาไทยในกอง ลิปิกรมอาจขาดแคลนลง หรือไม่สามารถอาจเข้าใจได้ เนื่องจากภาษาอาหรับมลายู เป็นภาษากลางของภูมิภาค คณะทูตสยามอาจได้มีฉบับแปลภาษามลายูไปด้วย เนื่องจากทางฝ่ายจีนพูดถึงการให้คณะทูตสยามใช้เอกสารมลายู


89 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา ๑๖๒ | ๑๗ เมยายน - กันยายน ค.ศ. ๑๔๘๘/พ.ศ. ๒๐๓๑1 หลี่่เมิ่่งหยาง - หััวหน้้าอาลัักษณ์์กำำกัับกรมตรวจสอบพิิธีีการ กล่่าวถึึงเรื่่องห้้าประการ คืือ “...ข้อ ๒ เฉียงโจว 2 ตั้งอยู่ทางใต้ในทะเลอันกว้างใหญ่ ก่อนนี้เคยมี ตำแหน่งผู้ช่วยนายทหารฝ่ายกลาโหมอยู่ที่นั่น แต่ได้ถูกยกเลิกเสีย อย่างไรก็ตาม สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับพวกหยีชาติต่าง ๆ ไม่ว่าเจียวจื้อ จ้านเฉิง หรือสยาม เกรงว่าท้องทะเลจักกำบังพวกที่ได้หลบหนีแลกลายเป็นสลัด จึงใคร่ขอให้ตั้งหน่วย ฝ่ายทหารป้องกันขึ้นใหม่อีก” มีรับส่งให้กรมกองต่าง ๆ ปฤกษาหารือกันเกี่ยวกับเรื่องนี ั แลให้ถวายค้ำแนะนำขึนไป้ ๑๖๓ | ๒๙ กันยายน ค.ศ. ๑๔๘๙/พ.ศ. ๒๐๓๒3 พระเจ้้ากรุุงสยาม กั๋๋วหลงปอลาเลี่่ยคุุนสีีหลี่่อิ๋๋วตี้้�ยา ทรงส่่งราชทููตนามว่่า คุุนเถี่่ยเซี่่ยถี่่ (Kun Tie - Xie - Ti) พร้้อมอุุปทููตแลคณะมาถวายสุุวรรณพระราชสาส์์นแลสิ่่งของพื้้�นเมืืองเป็็นเครื่่องราชบรรณาการ โปรดพระราชทานเลี้ยงแลพระราชทานแพรแส แพรโล่ แพรต่วน แลเงินตรา แล้วราชทูตได้รับมอบผ้าปักลาย แลแพรต่าง ๆ อันเป็นของพระราชทานแก่พระเจ้ากรุงสยามแลพระอัครมเหสี ๑๖๔ | ๖ เมษายน ค.ศ. ๑๔๙๓/พ.ศ. ๒๐๓๖4 หมิินกุ้้ย เจ้้ากรมตรวจการณ์์ ซึ่่งเป็็นผู้้บั ัญชาการสููงสุุดของกวางตุ้้ง - กว่่างซีี ถวายใบบอกรายงานว่่า “บริเวณชายฝั่งกวางตุ้ง ชาวบ้านจำนวนมากแอบค้าขายกับพวกที่มา กับสำเภาต่างชาติ5 สำ เภาเหล่านั้นเข้ามาไม่ขาดสาย แลโดยเหตุที่ไม่ได้คอยให้ 1 ไม่มีในคำแปลเดิมของอาจารย์ประพฤทธิ์ ผู้เขียนแปลเพิ่มจากต้นฉบับของ ดร. เจฟ เวด 2 คือเกาะไหหลำ3 ไม่มีในคำแปลเดิมของอาจารย์ประพฤทธิ์ ผู้เขียนแปลเพิ่มเติมจากต้นฉบับของ ดร. เจฟ เวด 4 ไม่มีในคำแปลเดิมของอาจารย์ประพฤทธิ์ ผู้เขียนแปลเพิ่มเติมจากต้นฉบับของ ดร. เจฟ เวด 5 ในต้นฉบับภาษาจีนใช้คำว่า ฟาน แปลอย่างกว้าง ๆ ว่า พวกต่างชาติต่างภาษา


90 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ตรวจตราคำหับเสียก่อน พวกที่มากับสำเภาชาวต่างชาติก็เริ่มขายสินค้าเลยกอง ทหารราชสำ นักที่คอยป้องกันต่อต้านสลัดญี่ปุ่นรายงานว่าพวกพ่อค้าเหิมเกริม มากขึ้นแลไม่ยอมอยู่ในระเบียบ ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องจัดแจงสิ่งที่จำเป็น มากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นเป็นอันมาก การค้านี้ควรห้ามเสีย ยิ่งไปกว่านั้นพวก ต่างชาติเป็นพวกเจ้าเล่ห์เจ้ากลหนักหนา เกรงว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดคิดได้เราควร ประกาศกฎระเบียบที่วางไว้แต่ก่อนเกี่ยวกับกำหนดการเข้ามาถวายเครื่องราช บรรณาการให้เป็นที่รู้ทั่วกัน ณ สถานีเปลี่ยนเวรม้าเร็วที่ห้วยหยวน เมื่อสำเภา ต่างชาติเข้ามา กำลังทหารที่คอยป้องกันสลัดญี่ปุ่นควรส่งเจ้าพนักงานขึ้นบนสำเภา คุ้มกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของมณฑลเพ่อตรว ืจสอบคำหับ ถ้าพวกเขาไม่ละเมิด กำหนดการถวายเครื่องราชบรรณาการก็ให้ส่งเรื่องของพวกเขาไปยังหัวหน้าขันที ที่ดูแลสำนักการค้าทางทะเลแลผู้ตรวจราชการภาค เพื่อทำหนังสือถวายรายงาน แลส่งคณะทูตเดินทางต่อไปฝ่ายพวกที่ไม่ได้มาตรงตามกำหนด ให้กุมตัวไว้ก่อน แลส่งตัวไปให้สอบสวน ส่่วนคำำกราบบัังคมทููลรายงานได้้ส่่งไปที่่กรมพิิธีีการ ความว่่า “ตามที่่กุ้้ ยถวายคำำกราบบัังคมทููลนั้้�นนั้้ ปััญหาอยู่่ตรงที่่ว่ ่าสำำเภาของพวก ต่่างชาติิมีีเป็็นจำำนวนมากแลสร้้างความยากลำำบากแก่่หน่่วยงานต่่าง ๆ แต่่ที่่กรม พิิธีีการปรากฏว่่า นัับแต่่ปีีที่่หนึ่่ง รััชศกหงจื่่อ (ค.ศ. ๑๔๘๘ - ๑๔๘๙/พ.ศ. ๒๐๓๑ - ๒๐๓๒) สำำเภาต่่างชาติิที่่เข้้ามาถวายเครื่่องราชบรรณาการผ่่านทางกวางตุ้้ง มีเพียงลำหนึ่งจากจัมปาแลอีกลำหนึ่งจากสยาม ด้วยเหตุที่การห้ามสำเภาพ่อค้า ส่วนตัวเข้ามาไม่เข้มงวด จึงมีสำเภาประเภทนี้มาก ในขณะที่กวดขันสำเภาต่างชาติ พวกเขาเลยไม่เข้ามา ตอนนี้กลับมีความต้องการออกข้อห้ามให้ทั้งหลายได้รู้ การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ขัดขวางความปรารถนาที่จักเผยแผ่วัฒนธรรม หากยัง


91 จดหมายเหตุหมิงสือลู่ เกี่ยวกับอยุธยา เท่ากับช่วยเหลือสำเภาเอกชน ต่อไปข้างหน้า เมื่อสำเภาต่างชาติเข้ามาที่กวางตุ้ง ในชั้นต้นควรตรวจสอบเสียก่อน ถ้ามิได้ละเมิดกฎข้อบังคับใด ๆ พวกเขาควรได้รับ การเลี้ยงดูอย่างถูกต้องตามพิธีการที่เหมาะสมในสถานพำนัก แลให้ส่งใบบอกไปยัง ราชสำนักอย่างรีบด่วน หากพบว่าพวกเขาละเมิดขนบกฎเกณฑ์ให้หยุดรั้งไว้แล้ว ส่งกลับ ถ้าผ้มีูส่วนได้ส่วนเสียกับสำเภาเหล่านันถ้ กลงโทษแลมีกฎระเบียบเรื่อง ูสำเภา เข้าออกท่า เรือของพวกต่างชาติทั้งหลายก็จักได้มีใจอยากเข้ามา ในขณะเดียวกัน ถ้าสำเภาพ่อค้าถกลงโทษ ูพวกเขาก็จักไม่กล้ามา การปฏิบัติต่อพวกที่มาจากแดนไกล ด้วยความเมตตา ที่ก่อประโยชน์แก่บ้านเมือง ไม่ได้อยู่ในหลักการนี้ฤๅประการใด” ทรงเห็นชอบ ๑๖๕ | ๑ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๙๓/พ.ศ. ๒๐๓๖ พระเจ้ากรุงสยามทรงแต่งให้เหมินถ้วนหน่าเถี่ย ราชทูตแลคณะมาถวายเครื่องราชบรรณาการ ได้พระราชทานไหมปักดิ้น เครื่องนุ่งห่ม แลส่งของอื่น ๆ ตาม ิสมควรแก่พระเจ้ากรุงสยาม โปรดให้จัดเลี้ยงแล พระราชทานแพรต่าง ๆ รวมทั้งสิ่งของอื่น ๆ แก่ถ้วนหน่าเถี่ยแลคณะตามลำดับศักดิ์ # ราชทูตสยามชื่อตามที่จีนฟังและจดไว้คือเหมินถ้วนหน่าเถี่ย (Men Tuan - Na - Tie) น่าจะตรงกับ “หมื่นถ้วนนที” หมายถึง ท่องไปถ้วนน่านน้ำ หรือ “ทวนนที” หมายถึง ฝ่าน่านน้ำ ๑๖๖ | ๒๙ กันยายน ค.ศ. ๑๔๙๕/พ.ศ. ๒๐๓๘ พวกหยีสยามหกคนรวมทั้งไอ้หว่า (Ai Wa) ได้ถูกพายุพัดพามากับสำเภาพวกเขาจนถึงแดน เมืองเฉียงโจว สำนักผู้ตรวจตราแห่งกวางตุ้งได้ส่งใบบอกเข้ามา มีรับสั่งให้จัดหาธัญพืชให้ แลเมื่อสำเภาบรรณาการ เดินทางกลับ แลโปรดให้ราชทูตนำตัวกลับภูมิลำเนาด้วย


92 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๖๗ | ๒๘ กันยายน ค.ศ. ๑๔๙๗/พ.ศ. ๒๐๔๐ ท่องสื่อชื่อฉินลั่ว (Qin Luo หรือ Nai Luo) ซึ่งประเทศสยามส่งเข้ามานั้นกล่าวว่า เขามีภูมิลำเนา เดิมอยู่ที่ตำบลชิงหลิวในฝูเจี้ยน แต่เมื่อตอนข้ามสมุทร สำ เภาเขาถูกพัดพาไปนอกเส้นทาง เขาเลยต้องไปพักพิง อยู่ในสยาม ในครั้งนี้ เนื่องจากราชทูตจักกลับแล้ว แลเส้นทางที่พวกเขาจักไปมีความสะดวก เขาขออนุญาตไปเยี่ยม สุสานของตระกูล แลจากนั้นจักเดินทางกลับสยามตามกำหนด มีพระราชานุญาตตามขอ ๑๖๘ | ๒ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๙๗/พ.ศ. ๒๐๔๐ เมื่อก่อนหน้านี้ หว่านเยี่ย ราษฎรตำบลหนานเจิ้งในมณฑลเจียงซีไปค้าขายถึงเฉียงโจว แต่เขา ถกลมูพายุพัดนอกเส้นทางไปพำนักถึงที่สยาม ที่นั่นเขาได้ทำหน้าที่เป็นท่องสื่อ เขาเดินทางมากับคณะทตบรรณาการู หลายครัง้ ในครัง้นี เขาขอ้พระราชานุญาตที่จักกลับคืนไปภูมภูิลำเนาแลแจงความประ ้สงค์ที่จักทำงานช่วยพวกท่องสื่อ สยามในเมืองหลวง หนังสือของเขาถูกส่งไปที่กรมพิธีการซึ่งได้นำความกราบบังคมทูลว่า “ไม่มีตัวอย่างแบบนี้มาก่อนที่จักช่วยในการตัดสินใจ ถ้าเยี่ยไม่กลับคืนไป ต่างแดน เครื่องสวมศีรษะแลสายคาดที่ได้รับพระราชทานก็จักต้องถูกถอดถอนแล เขาควรได้รับอนุญาตให้กลับคืนภูมิลำเนาแลไปทำราชการที่นั่น” ทรงเห็นชอบ แต่มีรับสั่งให้ส่งคืนเครื่องสวมศีรษะแลสายคาดที่ได้รับ พระราชทาน ๑๖๙ | ๙ ตุลาคม ค.ศ. ๑๔๙๗/พ.ศ. ๒๐๔๐ คุนหมิงไจ้ราชทูต อุปทูต แลคณะซึ่งกั๋วหลงปอลาเลี่ยคุนสีหลี่อิ๋วตี้ยา พระเจ้ากรุงสยามแต่งตั้งมา ได้เข้าเฝ้าถวายเครื่องราชบรรณาการ ก่อนเดินทางกลับได้พระราชทานเลี้ยงแลพระราชทาน แพรแส แพรโล่ เครื่องแต่งกาย แลสิ่งของอื่น ๆ แก่คุนหมิงไจ้แลคณะตามลำดับศักดิ์ # นามราชทููตที่่จีีนจดว่่า คุุนหมิิงไจ้้ (Kun Ming - Zhai) ถอดเสีียงเป็็น ภาษาไทยได้ว่า “ขุนเมืองใจ” หรือ “ขุนมิ่งใจ” อย่างใดอย่างหนึ่ง


Click to View FlipBook Version