The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความสัมพันธ์ไทย-จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์ หยวน หมิง ชิง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จักรวาลมนุษย์, 2023-10-31 09:20:59

ความสัมพันธ์ไทย-จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์ หยวน หมิง ชิง

ความสัมพันธ์ไทย-จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์ หยวน หมิง ชิง

243 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๒๒๘. วันกุ่ยโฉ่ว เดือนเก้า ปีที่สิบสองแห่งรัชศกกวางซี่ (๒๐ ตุลาคม ๑๘๘๖/๒๔๒๙) ให้การสงเคราะห์ ตามธรรมเนียมแก่ชาวเซียนหลัวผู้ประสบวาตภัย (จดหมายเหตุรัชกาลเต๋อจง “เต๋อจงสือลู่” บรรพ ๒๓๒ หน้า ๑๔) ๒๒๙. วันซินโฉ่ว เดือนเก้า ปีที่สามสิบสองแห่งรัชศกกวางซี (๑๓ พฤศจิกายน ๑๙๐๖/๒๔๔๙) หลิวซื่อซิ่นราชทูตประจำฝรั่งเศส กราบบังคมทูลว่า “พิจารณาตามสถานการณ์ทั่วไปของเอเชีย ใคร่จะขอให้ทำ สนธิสัญญาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับตุรกี เปอร์เซีย และเซียนหลัว เพื่อจะได้มีสัมพันธภาพกับนานาชาติ ที่ตั้งอยู่ห่างไกลอย่างกว้างขวาง” ให้แจ้งกรมการต่างประเทศเพื่อทราบ (จดหมายเหตุรัชกาลเต๋อจง “เต๋อจงสือลู่” บรรพ ๕๖๔ หน้า ๒๒) ๒๓๐. วันอู้หยิน เดือนแปด ปีที่สามสิบสามแห่งรัชศกกวางซี่ (๒๖ กันยายน ๑๙๐๗/๒๔๕๐) สภาตรวจราชการแผ่นดิน1 กราบบังคมทูลแทนข้อคิดเห็นของนักศึกษาจีนในประเทศญี่ปุ่นชื่อเฉินฟาถาน มีความว่า “พ่อค้าวาณิชชาวจีนที่ไปอาศัยในเซียนหลัวนับวันมีมากขึ้น สมควรแต่งตั้งราชทูตหรือกงสุลไปประจำ เซียนหลัว เพื่อคุ้มครองกิจการการค้าและเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศดังกล่าว” จึงสั่งการไปยังสภาตรวจ ราชการแผ่นดินให้มีหนังสือราชการถึงกรมการต่างประเทศและหยางซื่อฉี2 ให้พิจารณาดำเนินการ ต่อมา สภาตรวจราชการแผ่่นดิินกราบบัังคมทููลว่่า “เมื่่อประเทศทั้้�งสองมีีการติิดต่่อค้้าขายซึ่่งกัันและกััน ทั้้�งสอง ฝ่่ายย่่อมมีีสิิทธิิที่่จ ะทำสำนธิิสััญญากัันและส่่งทููตไปประจำอีำ ีกฝ่่ายหนึ่่งอยู่่แล้้ว ยิ่่งกว่่านั้้�น เซีียนหลััวมีีพรมแดน ต่อกับภาคใต้ของมณฑลหยุนหนัน และมีเรื่องต้องเจรจากับอังกฤษและฝรั่งเศสในเรื่องปัญหาพรมแดนกับ เหมี่ยนเตี้ยนและอันหนันบ่อยครั้ง ดังนั้น ย่อมมีความสำคัญทั้งต่อการเสริมความมั่นคงทางชายแดนและ การคุ้มครองพ่อค้าวาณิช ขอให้ทรงมีรับส่งไปถึงกรมการต่างประเท ัศให้พิจารณาดำเนินการเมื่อโอกาสอำนวย” จักรพรรดิทรงเห็นด้วย (จดหมายเหตุรัชกาลเต๋อจง “เต๋อจงสือลู่” บรรพ ๕๗๘ หน้า ๔) 1 คณะขุนนาง มีหน้าที่เสนอข้อท้วงติงข้อราชการ และแจ้งกล่าวโทษขุนนางทุจริตต่อจักรพรรดิ 2 รองเจ้ากรมเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และพาณิชย์


244 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ภาคผนวก ความสััมพัันธ์์ไทย - จีีน ในระบบจิ้้มก้้อง : จุุดเริ่่�มต้้นและการสิ้้นสุุด รศ. วุุฒิิชััย มููลศิิลป์์ * จิ้้มก้้องและระเบีียบโลกของจีีน 1 จิ้้�มก้้อง หรืือจิ้้�นก้้งในภาษาจีีนกลาง หมายถึึง การถวายเครื่่องราชบรรณาการจากประเทศราชแด่่จัักรพรรดิิจีีน เพื่่อให้้จัักรพรรดิิจีีนยอมรัับฐานะและพระราชทานตราตั้้�งเป็็นกษััตริิย์์ดัังที่่พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงกล่่าวไว้้ จิ้้�มก้้องเป็็นส่่วนหนึ่่งของระเบีียบโลกในทััศนะของจีีน ซึ่่งวิิวััฒนาการมาตั้้�งแต่่ราชวงศ์์ฮั่่น พ.ศ. ๓๓๗ - ๕๕๒, ๒๐๖ ปีีก่่อน ค.ศ. - ค.ศ. ๙ และ พ.ศ. ๕๖๘ - ๗๖๓, ค.ศ. ๒๕ - ๒๒๐ ที่่ว่่าจีีนเป็็นศููนย์์กลางของโลกหรืือเทีียนเซี่่ย (ใต้ส้วรรค์์) จนกระทั่่ง สมััยราชวงศ์์ชิิง โดยจีีนแบ่่งประเทศที่่อยู่่ล้้อมรอบเป็็น ๓ ประเภท ตามใกล้้ไกล คืือ (๑) เขตรัับวััฒนธรรมจีีน เช่่น เกาหลีี เวีียดนาม (๒) เขตเอเชีียใน เช่่น มองโกเลีีย เอเชีียกลาง (๓) เขตนอกที่่อยู่่ห่่างไกล เช่่น สยาม โปรตุุเกส 2 ตามระเบีียบโลกของจีีน ซึ่่งใช้้กัันต่่อมา แม้้ว่่าจีีนจะอยู่่ภายใต้้การปกครองของต่่างชาติิ คืือ พวกมองโกลที่่ตั้้ �งราชวงศ์์ หยวน (พ.ศ. ๑๘๒๒ - ๑๙๑๑, ค.ศ. ๑๒๗๙ - ๑๓๖๘) และพวกแมนจููที่่ตั้้�งราชวงศ์ชิ์ ิงปกครองจีีน ก็็ใช้้ระเบีียบโลกตามแบบจีีน เช่่นกััน กระทรวงที่่ดููแลรัับผิิดชอบเกี่่ยวกัับเรื่่องนี้้�คืือ กระทรวงพิิธีีการ3 ประเทศราชจะต้้องนำำเครื่่องราชบรรณาการมาถวาย ตามเวลาและขึ้้�นที่่เมืืองท่่าตามที่่กำำ หนดไว้้ก่่อนจะเดิินทางสู่่เมืืองหลวง เพื่่อถวายเครื่่องราชบรรณาการและเฝ้้าจัักรพรรดิิ โดยสมััยราชวงศ์์ชิิงมีีข้้อกำำ หนดไว้้ดัังนี้้� เกาหลีีถวายปีีละ ๔ ครั้้�ง ผ่่านเมืืองมุุกเด็็นและด่่านซานไห่่กวน เวีียดนามถวาย ๒ ปีีต่่อครั้้�ง ผ่่านเมืืองเจิ้้�นหนานกวาน และกว่่างซีีสยามถวาย ๓ ปีีต่่อครั้้�ง ผ่่านเมืืองกวางตุ้้ง (กว่่างโจว) โปรตุุเกส ฮอลัันดา อัังกฤษ ไม่่กำำหนดเวลาที่่ชััดเจนและให้้ผ่่านเมืืองมาเก๊๊า * ราชบัณฑิต, ประธานคณะกรรมการชำ ระประวัติศาสตร์ไทย1 บทความนี้ใช้ พ.ศ. ยกเว้นที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สากล จะระบุ ค.ศ. ไว้ด้วย เพ่อให้ง่ายต่อความเข้าใ ืจ การนับศักราช ใช้ตามแบบเก่าคือ ขึ้นปีใหม่ในเดือนเมษายน 2 John K. Fairbank, The Chinese World Order, pp. 4 - 14 และสืบแสง พรหมบุญ, ความสัมพันธ์ ในระบบบรรณาการระหว่างจีนกับไทย, กาญจนี ละอองศรี แปล, หน้า ๓ - ๔.3จีนแบ่งการปกครองส่วนกลางเป็น ๖ กระทรวง คือ กระทรวงฝ่ายพลเรือน (มหาดไทย) ภาษีอากร (คลัง) พิธีการ สงคราม (กลาโหม) การลงโทษ (ยุติธรรม) และงานสาธารณะ (โยธาธิการ) จนปลายราชวงศ์ชิง จึงตั้งกระทรวงการต่างประเทศ เพราะถูกชาติตะวันตกบีบบังคับให้ตั้ง นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานระดับสูงสุด คือ สำ นักราชเลขาธิการ (Neige - grand secretaries) สภาสูงสุด (Junji chu - สำ นักกิจการทหาร) ต่อมาทำ หน้าที่ฝ่ายพลเรือน จึงเรียกว่า Junji dachen - Grand Council, Immanuel C.Y. Hsu, The Rise of Modern China, Fourth Edition, p. 56.


ภาคผนวก 245 เสนาบดีีกระทรวงพิิธีีการ เป็็นผู้้นำ ำราชทููตและคณะเข้้าเฝ้้าจัักรพรรดิิที่่พ ระราชวัังหลวง เมื่่อเข้้าเฝ้้า คณะราชทููตต้้อง “กุ๋๋ย” หรืือเกาเตา (โค่่วโถว ในภาษาจีีนกลาง) คืือการทำำความเคารพแบบจีีนโดยคุุกเข่่า ๓ ครั้้�ง แต่่ละครั้้�งต้้องก้้มศีีรษะ ๓ ครั้้�ง ให้้หน้้าผากจรดพื้้�น รวมต้้องก้้มศีีรษะ ๙ ครั้้�ง เรื่่องเกาเตาเป็็นปััญหาใหญ่่เมื่่ออัังกฤษ ส่่งทููตไปเจรจากัับจีีน ตั้้�งแต่่ลอร์์ด แมกคาร์์ทนีีย์์ ไปจีีนเมื่่อ พ.ศ. ๒๓๓๖ (ค.ศ. ๑๗๙๓) โดยลอร์์ด แมกคาร์์ทนีีย์์ ไม่่ยอมทำำเกาเตา ทำำ ให้้ไม่่มีีการเจรจากััน สำำหรัับเครื่่องราชบรรณาการที่่นำำ ไปถวายจัักรพรรดิิจีีน กรณีีของไทยมัักเป็็นของพื้้�นเมืือง ในสมััยธนบุุรีี เมื่่อจัักรพรรดิิเฉีียนหลง (Qianlong พ.ศ. ๒๒๗๙ - ๒๓๓๘, ค.ศ. ๑๗๓๖ - ๑๗๙๕) จัักรพรรดิิที่่ยิ่่งใหญ่่ของราชวงศ์์ชิิง ให้้การยอมรัับสถานะของสมเด็็จพระเจ้้าตากสิินมหาราช เครื่่องราชบรรณาการที่่พระองค์์ส่่งไปถวายจัักรพรรดิิจีีน ใน พ.ศ. ๒๓๒๔ คืือ ฝาง ๑๐,๐๐๐ หาบ งาช้้าง ๑๐๐ หาบ ดีีบุุก ๓๐๐ หาบ นอระมาดหนััก ๑ หาบ พริิกไทย ๓๐๐ หาบ ช้้างพลาย ๑ ช้้าง1ถึึงสมััยรััตนโกสิินทร์์ เมื่่อบ้้านเมืืองมีีความสงบสุุขและมั่่นคงมากขึ้้�น พระบาทสมเด็็จ พระพุุทธยอดฟ้้าจุุฬาโลกมหาราช ทรงเพิ่่มเครื่่องราชบรรณาการมากขึ้้�น แม้้ในระยะแรกอาจจะใช้้ของอย่่างอื่่นแทนบ้้าง เช่่น ช้้าง ๒ ช้้าง นอระมาด งาช้้าง อำำพััน หางนกยููง การบููร เปลืือกกานพลููเอาเปลืือกสมุุลแว้้งแทน และถวายทั้้�ง “ข้้างหน้้า” คืือ จัักรพรรดิิ และ “ข้้างใน” คืือ มเหสีีส่่วนสิ่่งของที่่จีีนให้้ตอบแทน เป็็นแพรชนิิดต่่าง ๆ มอบให้้ ทั้้ง�ข้้างหน้้าและข้้างในเช่่นกััน 2 ในบััญชีีรััฐบรรณาการของจีีนในสมััยราชวงศ์์ชิิงที่่กล่่าวมา จะเห็็นได้้ว่่า จีีนกล่่าวเหมารวมทุุกประเทศที่่ ติิดต่่อค้้าขายกัับจีีน โดยเฉพาะประเทศตะวัันตก ส่่วนประเทศในเอเชีียตะวัันออกก็็มีีความแตกต่่างในการที่่จีีนเรีียกว่่า บรรณาการเหมืือนกััน เกาหลีีและเวีียดนาม มีีข้้าหลวงจีีนมาปกครอง และมีีบางเวลาที่่ชาติิทั้้�งสองพยายามต่่อสู้้ เพื่่อปลดแอกจีีน ส่่วนไทยนั้้�น จีีนไม่่เคยส่่งข้้าหลวงมาปกครอง แต่่ยอมรัับกษััตริิย์์ไทยและพระราชทานตราตั้้�ง เมื่่อเกิิด ปััญหาหรืือความยุ่่งยากใด ๆ ไทยไม่่เคยขอความช่่วยเหลืือจากจีีน หรืือจีีนมีีการส่่งกองทััพมาช่่วยเหลืือ เมื่่อไทยไม่่ส่่ง ก้้องให้้จีีนก็็ไม่่เคยใช้้กองทััพมาโจมตีีเพื่่อบีีบบัังคัับให้้ไทยส่่งก้้องแต่่อย่่างใด อย่่างไรก็็ดีี กษััตริิย์์ไทยมีีการส่่งจิ้้�มก้้อง เป็็นประจำำ และมีีบางครั้้�งส่่งจิ้้�มก้้องไปติิด ๆ กััน คืือทุุกปีี หรืือ ๒ ปีี/ครั้้�ง แทนที่่ ๓ ปีี/ครั้้�ง จนทางการจีีนเตืือน ให้้ไทยปฏิิบััติิตามข้้อกำำ หนดให้้เคร่่งครััด ความสำำคััญของการจิ้้มก้้องต่่อไทย (พ.ศ. ๑๘๓๕ - ๒๓๙๖) หลัักฐานการติิดต่่อกัับจีีนในสมััยแรก ๆ เราต้้องใช้้หลัักฐานที่่จีีนจดบัันทึึกไว้้ หลัักฐานของไทยที่่ยัังมีีอยู่่จะเป็็น สมััยธนบุุรีีเป็็นต้้นมา ในการใช้้หลัักฐานของจีีนแม้้จะเป็็นที่่ยอมรัับกัันว่่า จีีนให้้ความสำำคััญในการจดบัันทึึกและมีีเจ้้าหน้้าที่่ 1กองจดหมายเหตุแห่งชาติ, สัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน, หน้า ๑๘. 2 เพิ่งอ้าง, หน้า ๓๕ - ๓๖. เป็นเครื่องราชบรรณาการ พ.ศ. ๒๓๒๙


246 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ในเรื่่องนี้้�โดยเฉพาะ ซึ่่งจะทำำการจดบัันทึึกความจริิงอย่่างซื่่อสััตย์์และเที่่ยงตรง แม้้จัักรพรรดิิจะขอดููที่่จดบัันทึึกก็็ไม่่ยอม จนมีีการเรีียกหลัักฐานนี้้�ว่่า “สืือลู่่” (Shilu - บัันทึึกตามความจริิงหรืืออย่่างเที่่ยงตรง)1หรืือประวััติิศาสตร์์ราชวงศ์์ ซึ่่งผ่่านการชำำ ระโดยคณะกรรมการของราชวงศ์์ใหม่่ที่่ครองอำำนาจต่่อมา จากหลัักฐานต่่าง ๆ รวมถึึงสืือลู่่ เป็็นประวััติิศาสตร์์ ฉบัับหลวงหรืือฉบัับราชการเรีียกว่่า “สื่่อ” (Shi - ประวััติิศาสตร์์ฉบัับหลวง)2 เช่่น หยวนสื่่อ (Yuanshi - ประวััติิศาสตร์์ราชวงศ์์ หยวนฉบัับหลวง) แต่่แม้้จะบัันทึึกตามความจริิงหรืือผ่่านการชำำระมาแล้้ว ใช่่ว่่าจะไม่่มีีข้้อผิิดพลาด ที่่สำำคััญ การรัับรู้้ข้ ้อมููล จากรายงาน ถ้้าผู้้รายงานไม่่รู้้จริ ิงหรืือรายงานไปไม่่ถููกต้้อง การบัันทึึกหรืือชำำระก็็ย่่อมผิิดพลาดได้้ดัังจะได้้กล่่าวต่่อไป ในกรณีี ประวััติิศาสตร์์ไทยบางเรื่่อง เอกสารจีีนที่่บัันทึึกไว้้เกี่่ยวกัับความสััมพัันธ์์กัับไทยสมััยสุุโขทััย อยุุธยา และรััตนโกสิินทร์์ที่่สำำคััญ คืือ หยวนสื่่อ หมิิงสืือลู่่ชิิงสืือลู่่ โดยทั่่วไปมัักจะกล่่าวกัันว่่า การติิดต่่อระหว่่างไทยกัับจีีนในระบบจิ้้�มก้้องเริ่่มในสมััยสุุโขทััย ความเห็็นนี้้ใ�ช้้การสถาปนา กรุุงสุุโขทััยเป็็นราชธานีีของคนไทยเป็็นจุุดเริ่่มต้้น แต่่นั่่นไม่่ได้้หมายความว่่าผู้้คนหรืืออาณาจัักรในดิินแดนไทยปััจจุุบััน ไม่่เคย ติิดต่่อกัับจีีนมาก่่อน หลัักฐานจีีนระบุุว่่า กษััตริิย์์ทวารวดีีส่่งทููตนำำเครื่่องราชบรรณาการไปถวายจัักรพรรดิิราชวงศ์์ถััง ใน พ.ศ. ๑๑๘๑, ๑๑๘๓, ๑๑๘๖ และ ๑๑๙๒ (ค.ศ. ๖๓๘, ๖๔๐, ๖๔๓ และ ๖๔๙) ตามลำำดัับ3 หลอหููหรืือละโว้้ (ลพบุุรีี) ส่่งทููตนำำเครื่่องราชบรรณาการไปถวายจัักรพรรดิิราชวงศ์์ซ่่งใน พ.ศ. ๑๖๙๘ (ค.ศ. ๑๑๕๕) และยัังคงส่่งไปต่่อมาอีีก เมื่่อกุุบไลข่่าน หรืือคููบิิไลข่่าน พิิชิิตราชวงศ์์ซ่่งใต้้ได้้ใน พ.ศ. ๑๘๒๒ (ค.ศ. ๑๒๗๙) ทำำ ให้้พวกมองโกลปกครองจีีน ได้้ทั้้�งหมด ก็็ได้้ส่่งทููตไปเรีียกร้้องให้้หลายชาติิที่่อยู่่ใกล้้เคีียงให้้ยอมอ่่อนน้้อมและไปถวายเครื่่องราชบรรณาการ บางชาติิยอม แต่่บางชาติิไม่่ยอม เช่่น ญี่่ปุ่่ น ทำำ ให้้กุุบไลข่่านส่่งกองทััพเรืือไปโจมตีี ๒ ครั้้�ง แต่่ไม่่สำำเร็จ็ เพราะถููกไต้้ฝุ่่น ฝุ่่ (ซึ่่งต่่อมาญี่่ปุ่่นเรีียกว่่า กามิิกาเซ่่ - พายุุสวรรค์์) พััดกองทััพเรืือเสีียหายอย่่างหนัักจนต้้องถอยทัพักลัับ กุุบไลข่่านส่่งทููตมาที่่สุุโขทััยใน พ.ศ. ๑๘๒๕ สมััยพ่่อขุุนรามคำำแหงมหาราช (พ.ศ. ๑๘๒๒ - ๑๘๔๑) แต่่ทููตเดิินทาง มาไม่่ถึึง ถููกพวกจามฆ่่าตายระหว่่างทาง ต่่อมาจึึงส่่งทููตตามมาอีีก ทำำ ให้้พ่่อขุุนรามคำำแหงมหาราชส่่งราชทููตและเครื่่องราช บรรณาการไปถวาย ขณะเดีียวกัันพระองค์์กัับพระสหาย คืือ พระยางำเมืืองแห่่งแคว้้นพะเยาและพระยามัังรายแห่่งแคว้้นล้้านนา ก็็ได้้เตรีียมการเป็็นพัันธมิิตรเพื่่อช่่วยเหลืือกัันเผื่่อจะถููกกองทััพของกุุบไลข่่านโจมตีีเหมืือนหลายอาณาจัักร เช่่น พม่่า เวีียดนาม ในสมััยสุุโขทััย ราชวงศ์์หยวนของพวกมองโกลส่่งทููตมา ๔ ครั้้�ง แต่่ถึึงสุุโขทััย ๓ ครั้้�ง 1Endymion Wilkinson, Chinese History, A New Manual, p. 611. 2 Ibid, p.622.3Han Bielenstein, Diplomacy and Trade in the Chinese World 589 - 1276, pp. 56 - 57.


ภาคผนวก 247 กษััตริิย์์สุุโขทััยส่่งราชทููตนำำเครื่่องราชบรรณาการไปถวายจัักรพรรดิิราชวงศ์์หยวนครั้้�งแรก พ.ศ. ๑๘๓๕ ครั้้�งรั้้สุุดท้้าย ใน พ.ศ. ๑๘๖๕ สมััยพระยาเลอไทย (พ.ศ. ๑๘๔๑ - ประมาณ พ.ศ. ๑๘๖๖) หลัังจากนี้้�ก็็หยุดไป ประกอบุกัับในจีีน จัักรพรรดิิ ที่่ครองราชย์์ต่่อมาไม่มี่ ีความสามารถ มีีการแย่่งชิิงอำำนาจและปกครองในเวลาสั้้�น ๆ รวมจำำนวนที่่สุุโขทััยส่่งราชทููตไป ๑๔ ครั้้ง � จึงเึห็นไ ็ด้ว่้า ความ่สัมัพันัธ์เ์ป็นไปใน ็ลักษณะการยอมัรับใน ัอำำนาจที่่เหนือกืว่าตามระเ่บียบโลกของ ีจีน ีส่วนความ่สัมัพันัธ์์ ทางเศรษฐกิิจมีีน้้อยกว่่า และไม่่เด่่นชััดเหมืือนสมััยอยุุธยา เมื่่อสมเด็็จพระรามาธิิบดีีที่่ ๑ (พระเจ้้าอู่่ทอง พ.ศ. ๑๘๙๓ - ๑๙๑๒) สถาปนากรุุงศรีีอยุุธยาเป็็นราชธานีี แล้้วระยะหนึ่่ง ทางจีีนมีีการเปลี่่ยนแปลงที่่สำำคััญคืือ ราชวงศ์์หยวนหมดอำำนาจลง ราชวงศ์์หมิิงของคนจีีนขึ้้�นมา ปกครองจีีนต่่อ ระหว่่าง พ.ศ. ๑๙๑๑ - ๒๑๘๗ (ค.ศ. ๑๓๖๘ - ๑๖๔๔) จัักรพรรดิิราชวงศ์์หมิิงได้้รื้้�อฟื้้นการทวงก้้อง จากอาณาจัักรต่่าง ๆ และประสบผลสำำเร็็จที่่ยิ่่ งใหญ่่ในสมััยจัักรพรรดิิหย่่งเล่่อ เมื่่อส่่ง “กองเรืือมหาสมบััติิ” (เป่่าฉวน) ภายใต้้การนำำของนายพลเรืือ เจิ้้�งเหอ (ซานเป่่า พ.ศ. ๑๙๑๔ - ๑๙๗๖, ค.ศ. ๑๓๗๑ - ๑๔๓๓ ไทยรู้้จัักดีีในชื่่อ ซำำ ปอกง) ผู้้เป็็นขัันทีีและนัับถืือศาสนาอิิสลาม เพื่่อแสดงแสนยานุุภาพ หรืือเพื่่อตามหาจัักรพรรดิิผู้้ถููกหย่่งเล่่อแย่่งชิิง ราชสมบััติิและกล่่าวว่่าหลบหนีีมายัังเอเชีียตะวัันออกเฉีียงใต้้ กองเรืือมหาสมบััติิออกสำำรวจทางทะเลถึึง ๗ ครั้้�ง ระหว่่าง พ.ศ. ๑๙๔๘ - ๑๙๗๖ (ค.ศ. ๑๔๐๕ - ๑๔๓๓) และไปไกลถึึงแอฟริิกาตะวัันออก กองเรืือมหาสมบััติิมีีขนาดใหญ่่และลููกเรืือจำำนวนมาก เช่่น ในการเดิินทางครั้้�งที่่ ๑ (พ.ศ. ๑๙๔๘, ค.ศ. ๑๔๐๕) มีีเรืือขนาดใหญ่่ ๖๒ ลำำ ขนาดย่่อม ๒๕๕ ลำำลููกเรืือทั้้�งหมด ๒๗,๘๗๐ คน ครั้้ง�ที่่ ๗ ซึ่่งเป็็นครั้้�งสุุดท้้าย (พ.ศ. ๑๙๗๔ - ๑๙๗๖, ค.ศ. ๑๔๓๑ - ๑๔๓๓) กองเรืือมีีเรืือขนาดใหญ่่ ๑๐๐ ลำำลููกเรืือ ๒๗,๕๐๐ คน แน่่นอนว่่ากองเรืือขนาดใหญ่่เช่่นนี้้�ย่อม่ทำำ ให้้ เกิิดความน่่าเกรงขามแก่่ผู้้ครองเมืืองและอาณาจัักรทั้้�งหลายที่่กองเรืือไปถึึง และปรากฏว่่ามีีกษััตริิย์์ ๔ พระองค์์ทููตมากกว่่า ๓๐ อาณาจัักร ได้้เดิินทางไปจีีนและนำำเครื่่องราชบรรณาการไปถวาย1 สำำหรัับอยุุธยา กองเรืือบางส่่วนของเจิ้้�งเหอได้้แวะมา ๒ ครั้้�ง ในการเดิินทางครั้้�งที่่ ๒ (พ.ศ. ๑๙๕๐ - ๑๙๕๒, ค.ศ. ๑๔๐๗ - ๑๔๐๙) ตรงกัับสมััยสมเด็็จพระรามราชาธิิราช (พ.ศ. ๑๙๓๘ - ๑๙๕๒) และในการเดิินทางครั้้�งที่่ ๖ (พ.ศ. ๑๙๖๔ - ๑๙๖๕, ค.ศ. ๑๔๒๑ - ๑๔๒๒) ตรงกัับสมััยสมเด็็จพระอิินทราชา (เจ้้านครอิินทร์์, พ.ศ. ๑๙๕๒ - ๑๙๖๗) ราชทููตชุุดแรกของไทยสมััยอยุุธยาที่่ไปจิ้้�มก้้องจีีนมีีขึ้้�นใน พ.ศ. ๑๙๑๔ สมััยสมเด็็จพระบรมราชาธิิราชที่่ ๑ (ขุุนหลวงพ่่องั่่ว, พ.ศ. ๑๙๑๓ - ๑๙๓๑) หลัังจากจัักรพรรดิิหงอู่่ ปฐมจัักรพรรดิิของราชวงศ์์หมิิงส่่งทููตมาเรีียกร้้อง 1 วุฒิชัย มูลศิลป์, “เมื่อประวัติศาสตร์โลกเกือบเปลี่ยนโฉมหน้า : การสำรวจทางทะเลของจีนสมัยต้นราชวงศ์หมิง (Ming)” วารสารราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๑๘ ฉบับที่ ๑ ตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๓๕ หน้า ๓๗ - ๕๐ และ Edward L. Dreyer, Zheng He, pp. 49 - 163. เมื่อเปรียบเทียบกองเรือของเจิ้งเหอกับกองเรือของวาสโก ดา กามา ที่มาถึงอินเดียเที่ยวแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๐๔๑ (ค.ศ. ๑๔๙๘) จะพบว่ากองเรือ ของเจิ้งเหอมีขนาดใหญ่กว่ามากมาย เพราะกองเรือของวาสโก ดา กามา มีเรือมาเพียง ๔ ลำ ลูกเรือไม่ถึง ๒๐๐ คน


248 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง เครื่่องราชบรรณาการ หลัังจากนี้้�ความสััมพัันธ์์ในระบบบรรณาการเป็็นไปอย่่างคึึกคััก ในสมััยราชวงศ์์หมิิง มีีทููตจีีนมา ๑๗ ครั้้�ง และทางอยุุธยาส่่งราชทููตไป ๑๐๒ ครั้้�ง1ซึ่่งนัับว่่ามากทีีเดีียว และมีีบางสมั ัย ทางอยุุธยาส่่งราชทููตไป บ่่อยทุุกปีี หรืือปีีละ ๒ ครั้้�ง ที่่บ่ ่อยมากเป็็นพิิเศษคืือ ในสมั ัยจัักรพรรดิิหย่่งเล่่อที่่ส่ ่งกองเรืือ “มหาสมบััติิ” มาอวด แสนยานุุภาพ ทำำ ให้้สมเด็็จพระรามราชาธิิราช (พ.ศ. ๑๙๓๘ - ๑๙๕๒) ส่่งราชทููตไปจีีน ๔ ครั้้�งในหนึ่่งปีี (พ.ศ. ๑๙๔๙) และ ๓ ครั้้งใน �พ.ศ. ๑๙๕๑ การติิดต่่อกัับจีีนในระบบบรรณาการในสมััยอยุุธยามีีความสำคัำ ัญมากขึ้้�น เพราะราชธานีีอยู่่ใกล้้ทะเลมากกว่่าเดิิม การค้้าทางทะเลจึึงมีีความสำำคััญมากกว่่าสมััยสุุโขทััย ทำำ ให้้มีีการติิดต่่อค้้าขายกัับต่่างชาติิมากขึ้้�น โดยเฉพาะตั้้�งแต่่ โปรตุุเกสเริ่่มเข้้ามาติิดต่่อค้้าขายใน พ.ศ. ๒๐๕๔ ติิดตามด้้วยชาติิตะวัันตกอีีกหลายชาติิ และเปอร์์เซีีย การจิ้้�มก้้องจีีน จึึงเป็็นไปทั้้�งการยอมรัับอำำนาจจี ีนและผลประโยชน์์ทางการค้้า ทั้้�งที่่ซื้้ �อมาเพื่่อใช้้ภายในและขายต่่อให้้ต่่างชาติิ ซึ่่งในเวลานั้้�นชาติิตะวัันตกยัังติิดต่่อค้้าขายกัับจีีนได้้อย่่างจำำกััด โดยจีีนทั้้�งสมััยราชวงศ์์หมิิงและราชวงศ์์ชิิงที่่ปกครอง ต่่อมา กำำ หนดให้้ชาติิตะวัันตกทำำการค้้าที่่เมืืองกวางตุ้้ง (กว่่างโจว) และเมื่่อหมดฤดููการค้้า ต้้องไปพำำนัักที่่มาเก๊๊า จนกระทั่่งมีีการทำำสนธิิสััญญาหนานจิิง พ.ศ. ๒๓๘๕ (ค.ศ. ๑๘๔๒) ชาติิตะวัันตกจึึงทำำการค้้าได้้มากขึ้้�นในเมืืองท่่า ตามสนธิิสััญญา ผลประโยชน์์ทางเศรษฐกิิจในระบบบรรณาการที่่ไทยได้้มีีทั้้�งที่่เป็็นสิินค้้าที่่สำำคััญ คืือ ผ้้าไหม เครื่่องเคลืือบ และมีี ช่่างฝีีมืือเกี่่ยวกัับเครื่่องเคลืือบมาสอน ทำำ ให้้ไทยสามารถผลิิตและส่่งไปขายต่่างประเทศ แหล่่งใหญ่่คืือ เตาเผาที่่แม่่น้ำำ�น้้อย จัังหวััดสิิงห์์บุุรีี ไทยได้้เครื่่องชั่่ง ตวง วััด จากจีีน ทำำ ให้้การค้้าขายสะดวกขึ้้�น มีีชาวจีีนเริ่่มเข้้ามารัับราชการและตั้้�งชุุมชนโดยเฉพาะ ที่่อยุุธยา การจิ้้�มก้้องหยุุดชะงัักเมื่่อไทยเสีียกรุุงศรีีอยุุธยา พ.ศ. ๒๑๑๒ แต่่ได้้รัับการฟื้้นฟููอย่างรวดเ่ร็็วในสมััยสมเด็็จพระนเรศวร มหาราช (พ.ศ. ๒๑๓๓ - ๒๑๔๘) และพระองค์์ยัังเสนอจะช่่วยจีีนรบกัับญี่่ปุ่่นที่่มารุุกรานเกาหลีีซึ่่งเป็็นประเทศราชของจีีน 2 และยัังร่่วมมืือกัับจีีนปราบพม่่าที่่ไปโจมตีีชายแดนจีีนทางมณฑลหยุนหนาน ( ุ ยููนนาน) ในภาพรวม การค้้าระหว่่างไทยกัับจีีนรุ่่งเรืืองขึ้้�นเรื่่อย ๆ แม้้ว่่าบางระยะนโยบายของจีีนเปลี่่ยนไปในการห้้าม การค้้าตามชายฝั่่งทะเลมณฑลฝููเจี้้�ยน และเจ้้อเจีียง เพราะการปล้้นสะดมของโจรสลััดญี่่ปุ่่น แต่่พ่่อค้้าเอกชนจีีน ยังัมีีการติิดต่่อค้้าขายต่่อมา และมีีความสำำคััญมากขึ้้�นเรื่่อย ๆ เมื่่อพวกแมนจููเข้้ายึึดครองจีีนและตั้้�งราชวงศ์์ชิิงใน พ.ศ. ๒๑๘๗ (ค.ศ. ๑๖๔๔) ไม่่นานนััก ไทยสมััยสมเด็็จ พระเจ้้าปราสาททองเริ่่มติิดต่่อกัับจีีนขอเปลี่่ยนเอกสารหรืือใบคำำหัับ (ใช้้ตรวจเมื่่อผ่่านด่่าน เพื่่อยืืนยัันความถููกต้้อง)3 เพื่่อจะได้้ 1สืบแสง พรหมบุญ, ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนกับไทย, หน้า ๓๘, ๖๒ - ๖๘. 2 สืบแสง พรหมบุญ, เล่มเดิม, หน้า ๑๑๙ - ๑๓๒.3 คำ หับ มาจากภาษาจีนว่า คั่นเหอ แปลว่า นำ มาเทียบกัน ดูรายละเอียดใน ปิยดา ชลวร “ความสัมพันธ์อยุธยา - ราชวงศ์ หมิงในระบบบรรณาการ (๒) พาสปอร์ตของคณะทูต” ศิลปวัฒนธรรม, ปีที่ ๒๗ ฉบับที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙.


ภาคผนวก 249 ไปจิ้้�มก้้อง และการค้้าก็็ได้้เริ่่มต้้นใหม่่ คราวนี้้�ข้้าวได้้เป็็นสิินค้้าสำำคััญของไทยที่่ส่่งเข้้าไปขายในจีีน เมื่่อจีีนเกิิดขาดแคลนอาหาร ทั้้�งนี้้�มีีหลัักฐานชััดเจนว่่าการค้้าข้้าวเริ่่มเมื่่อ พ.ศ. ๒๒๖๕ (ค.ศ. ๑๗๒๒) ซึ่่งเป็็นปีีสุุดท้้ายของจัักรพรรดิิคัังซีีผู้้ยิ่่งใหญ่่ และไทย ในสมััยสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่หััวท้้ายสระ (พ.ศ. ๒๒๕๑ - ๒๒๗๕)1 และจากนี้้�ข้้าวที่่ส่่งออกมีีปริิมาณมากขึ้้�นและเป็็นส่่วนสำำคััญ ในระบบจิ้้ม�ก้้อง จนกระทั่่งก่่อนการเสีียกรุุงศรีีอยุุธยาครั้้�งที่่ ๒ พ.ศ. ๒๓๑๐ การเสีียกรุุงศรีีอยุุธยาใน พ.ศ. ๒๓๑๐ ทำำ ให้้การส่่งจิ้้�มก้้องหยุุดชะงัักไประยะหนึ่่ง แต่่แสดงให้้เห็็นความสำำคััญ ของเรื่่องนี้้�อย่่างชััดเจนยิ่่งกว่่าที่่ผ่่านมา เพราะเป็็นทั้้�งความมั่่นคงทางการเมืือง และการฟื้้นตััวทางเศรษฐกิิจในระยะแรก และความรุ่่งเรืืองของกรุุงรััตนโกสิินทร์์ในเวลาต่่อมา สมเด็็จพระเจ้้าตากสิินมหาราช (พ.ศ. ๒๓๑๐ - ๒๓๒๕) ทรงเพีียรพยายามอยู่่จน พ.ศ. ๒๓๑๕ กว่่าจัักรพรรดิิเฉีียนหลงที่่ยิ่่งใหญ่่และครองราชย์์ยาวนานจะให้้การยอมรัับ และรัับรองฐานะของพระองค์์ 2 เพราะในระบบของจีีน การแย่่งชิิงราชสมบััติิเป็็นเรื่่องไม่่ถููกต้้อง (แม้้ว่่าจริิง ๆ แล้้ว จีีน ก็็มีีการแย่่งชิิงราชสมบััติิทั้้�งในราชวงศ์์เดีียวกัันและการโค่่นราชวงศ์์เดิิม) และในกรณีีพระบาทสมเด็็จพระพุุทธยอดฟ้้า จุุฬาโลกมหาราช (พ.ศ. ๒๓๒๕ - ๒๓๕๒) ครองราชสมบััติิต่่อ หลัักฐานจีีน (ชิิงสืือลู่่) ระบุุว่่า พระองค์์เป็็นพระราชโอรส ของสมเด็็จพระเจ้้าตากสิินมหาราช และใช้้แซ่่เจิ้้�ง (หรืือ แต้้ ในภาษาแต้้จิ๋๋ว) พระนามคืือ เจิ้้�งหััว ส่่วนพระนามสมเด็็จ พระเจ้้าตากสิินมหาราช คืือ เจิ้้�งเจา 3 ซึ่่งทำำ ให้้จีีนรัับรองฐานะของพระองค์์โดยไม่่มีีอุุปสรรค และมีีการจิ้้�มก้้องตามปกติิ ในสมััยรััตนโกสิินทร์์ จนถึึง พ.ศ. ๒๓๙๖ ซึ่่งเป็็นปีีสุุดท้้าย ไทยส่่งจิ้้�มก้้องให้้จีีนรวม ๕๔ ครั้้�ง4 ซึ่่งนัับว่่าถี่่มาก เฉลี่่ยปีีครึ่่งต่่อครั้้�ง จนกระทั่่งจีีนได้้เตืือนไทย ขอให้้ส่่งจิ้้�มก้้องทุุก ๓ ปีี ตามกฎเกณฑ์์อย่่างเคร่่งครััด แน่่นอนว่่า การค้้าในระบบบรรณาการโดยเรืือสำำเภา ทำำ ให้้เศรษฐกิิจไทยฟื้้นตััวได้้จากความเสีียหายอย่่างย่่อยยัับคราวเสีียกรุุงศรีีอยุุธยา ครั้้�งที่่ ๒ ได้้อย่่างรวดเร็็วในรััชสมััยพระบาทสมเด็็จพระพุุทธยอดฟ้้าจุุฬาโลกมหาราช และรุ่่งเรืืองในรััชกาลที่่ ๒ และรััชกาลที่่ ๓ สิินค้้าสำำคั ัญของไทยที่่จีีนต้้องการมาก เช่่น ข้้าว ฝ้้าย พริ ิกไทย น้ำ�ำตาล ไม้้แดง หนัังสััตว์์ โดยข้้าวเป็็น สิินค้้าสำำคั ัญที่่สุุด 5 ส่่วนสิินค้้าของจีีนที่่ไทยซื้้�อมา เช่่น เครื่่องเคลืือบ ภาชนะทองแดง เครื่่องปั้้นดิินเผา ของไหว้้เจ้้า (เช่่น กระดาษทอง ธููป) ผ้้า กระดาษ6 (ซื้้�อเข้้ามามาก) 1สารสิน วีรผล, จิ้มก้องและกำ ไร, พรรณงาม เง่าธรรมสาร และคณะ แปล, หน้า ๘๒ - ๑๐๗. 2 ดูรายละเอียดใน วุฒิชัย มูลศิลป์ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กับจักรพรรดิเฉียนหลงในความสัมพันธ์ไทย - จีน” ประวัติศาสตร์ ไทยสมัยธนบุรี, หน้า ๓๔๔ - ๓๗๙.3 รัชกาลที่ ๒ พระนามตามหลักฐานจีนว่า เจิ้งฝอ และพระนามรัชกาลที่ ๓ และที่ ๔ คือ เจิ้งฝู และเจิ้งหมิง ตามลำดับ 4 สืบแสง พรหมบุญ, เล่มเดิม, หน้า ๗๐ - ๗๑. 5 เจนนิเฟอร์ เวย์น คุชแมน, การค้าทางเรือสำ เภาจีนสยามยุคต้นรัตนโกสินทร์, ชื่นจิตต์ อำ ไพพรรณ แปล, หน้า ๖๓ และ ๑๑๑ - ๑๑๒. 6 เพิ่งอ้าง, หน้า ๗๑ - ๗๒.


250 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ในสมััยรััตนโกสิินทร์์ตอนต้้น คนจีีนอพยพเข้้ามาเมืืองไทยเพิ่่มขึ้้�นเรื่่อย ๆ จากปีีละหลายพัันคน เป็็นปีีละเกิินหมื่่นคน ระหว่่างปลายพุุทธศตวรรษที่่ ๒๔ ถึึงต้้นพุุทธศตวรรษที่่ ๒๕ ซึ่่งเซึ่่ป็็นการเพิ่่มความสำำคััญในความสััมพัันธ์์อย่างเ่ ป็็นทางการ แม้้ว่่า ในบางเวลา ราชวงศ์์ชิิงมีีการควบคุุมและจำำกััดการค้้าขายกัับอาณาจัักรทางทะเล และมีีการควบคุุมพ่่อค้้าจีีนไปค้้าขายต่่างแดน ได้้ไม่่เกิิน ๓ ปีี แต่่เนื่่องจากปััญหาภายในจีีนนัับแต่่กลางพุุทธศตวรรษที่่ ๒๔ (ปลายคริิสต์์ศตวรรษที่่ ๑๘) ราชวงศ์์ชิิงเริ่่มเสื่่อมอำำนาจ เกิิดกบฏภายใน (คืือสมาคมลัับดอกบััวขาว และกบฏอื่่น ๆ ในเวลาต่่อมา โดยเฉพาะกบฏไท่ผิ่ ิง หรืือไต้้เผ็็ง) การฉ้้อราษฎร์์บัังหลวง ภััยธรรมชาติิ ประชากรเพิ่่มขึ้้นมาก แ�พ้้สงครามกัับชาติิตะวัันตก โดยเฉพาะสงครามฝิ่่น ๒ ครั้้�ง สาเหตุุทั้้�งหลายดัังกล่่าว ทำำ ให้้คน จีีนอพยพเข้้ามาเมืืองไทยมากขึ้้นเ�รื่่อย ๆ และประกอบอาชีีพหลากหลาย เช่่น เป็็นแรงงาน ทำำสวน ทำำ ไร่่ ช่่างฝีมืีือ ค้้าขาย เจ้้าภาษีี นายอากร กรมการเมืือง เจ้้าเมืือง เสนาบดีี เจ้้าสััว ทำำ ให้้มีีความสำำคััญทั้้�งทางเศรษฐกิิจและการปกครองของไทย ยุุติิการไป “จิ้้มก้้อง” (พ.ศ. ๒๓๙๖) ราว พ.ศ. ๒๓๙๖ หลัังจากขึ้้�นครองราชสมบััติิเพีียง ๒ ปีีพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงประกาศ อย่่างเด็็ดเดี่่ยวและกล้้าหาญว่่า ต่่อไปไทยจะไม่่แต่่งราชทููตนำำเครื่่องราชบรรณาการไปถวายจัักรพรรดิิจีีนอีีกแล้้ว โดยประกาศนี้้� เท่่ากัับเป็็นการพลิิกโฉมความสััมพัันธ์์ระหว่่างไทยกัับจีีนที่่ดำำเนิินมาถึึง ๕๖๓ ปีี โดยไม่่กลััวว่่าจะเกิิดผลทั้้�งโดยทางตรง และทางอ้้อมแก่่ไทยแต่่อย่่างใด พระเจ้้ากรุุงปัักกิ่่�งก็็เสด็็จออกรัับพระราชสาส์์นแลทููตไทย รัับเมืืองไทย เป็็นเมืืองก้้อง คืือ รัับอย่่างหััวเมืืองขึ้้�น... พระราชทานหอง... เปรีียบเหมืือนว่่า สััญญาบััตรตั้้�งหััวเมืืองทั้้ง�หลาย... เพราะไทยถููกหลอกถููกลวง จึึงเสีียพระเกีียรติิยศพระเจ้้าแผ่่นดิินตลอด ลงมาถึึงกรุุงเทพมห านครนี้้� ครั้้ �นแผ่่นดิินพระบาทสมเด็็จพระเจ้้าอยู่่ หััวทรงทราบ การนี้้�แล้้วก็็กลัับพระทััย หาได้้ส่่งบรรณาการแก่่กรุุงปัักกิ่่�งอีีกไม่่ 1 ทำำ ไมพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวจึึงตััดสิินพระราชหฤทััยเช่่นนั้้�น ใน “ประกาศเรื่่องราชทููต ไปเจริิญทางพระราชไมตรีี” ทรงบรรยายถึึงการเริ่่มต้้นการติิดต่่อระหว่่างไทยกัับจีีนว่่า เริ่่มจากมีีพ่่อค้้าจีีนเข้้ามา ค้้าขายกัับไทย และปรารถนาจะซื้้�อสิินค้้าไทยไปขายที่่จีีน กษััตริิย์์ไทยเองก็็ปรารถนาจะค้้าขายกัับจีีนด้้วย แต่่พ่่อค้้าจีีนกราบทููลว่่า “ไทยจะไปค้้าขายในเมืืองจีีนนั้้�นไม่่ได้้ด้้วยเหตุุว่่าพระเจ้้าแผ่่นดิินไทย ยัังไม่่รู้้จัักพระเจ้้าแผ่่นดิิน จีีน... ถ้้าพระองค์์จะอยากไปค้้าขายที่่เมืืองจีีน จะต้้องมีีพระราชสาส์์นและเครื่่องมงคลราชบรรณาการพอสมควร 1กรมศิลปากร, “ประกาศเรื่องราชทตไทยไปเูจริญทางพระราชไมตรี,” ใน ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม ๑๓ (กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๖๐), หน้า ๓๓๓ - ๓๓๔, ๓๔๑.


ภาคผนวก 251 ให้้ทููตไทยออกไปเจริิญทางพระราชไมตรีี...”1พระราชสาส์์นแต่่งเป็็นภาษาไทย พ่่อค้้าจีีนแปลเป็็นภาษาจีีน แต่่ไม่่ตรง กัับภาษาไทย กลายเป็็นว่่า “พระเจ้้าแผ่่นดิินไทยลุุกขึ้้�นยืืนกุ๋๋ยไปถึึงพระเจ้้าแผ่่นดิินกรุุงปัักกิ่่ง ขออ่่อนน้้อมยอมตััวถวาย เป็็นข้้าขอบขััณฑเสมาอาณาจัักรของพระเจ้้ากรุุงปัักกิ่่ง แลขอถวายเมืืองเป็็นเมืืองก้้อง ๓ ปีี ครั้้�งหนึ่่ง...” ซึ่่งจัักรพรรดิิจีีน ก็็ยอมรัับและให้้ไทยปฏิิบััติิตามระเบีียบกฎเกณฑ์์ของจีีน ทำำ ให้้ไทยค้้าขายกัับจีีนได้้โดย “ไม่่มีีความกระดากกระเดื่่องว่่า พวกจีีนล่่อลวงให้้เสีียยศ จีีนสั่่งให้้ไปก้้องเมื่่อไรก็็ไปเมื่่อนั้้�น ถููกลวงทั้้�งก้้อง ทั้้�งซิ่่ว ไม่่มีีอายขายหน้้า... ความโง่่เป็็นไปทั้้�งนี้้� ต้้นเหตุุใหญ่่ เพราะว่่าหนัังสืือจีีนรู้้โดยยากที่่สุุด...”2 ในประกาศเรื่่องราชทููตไปเจริิญทางพระราชไมตรีีกล่่าวต่่อมาว่่า มีีอยู่่ระยะหนึ่่ง มีีล่่ามจีีนคนหนึ่่งเป็็นคน ซื่่อสััตย์์ บอกไทยว่่า พระราชสาส์์นของไทย ล่่ามจีีนแต่่เดิิมแปลไม่่ถููกต้้อง ไทยเสีียหาย ครั้้�นไทยทราบ ก็็หาล่่ามจีีน ที่่ซื่่อสััตย์์มาแปลพระราชสาส์์นให้้ข้้อความภาษาไทยและภาษาจีีนตรงกััน แต่่เมื่่อไปถึึงเมืืองกว่่างโจว ก็็ถููกจีีนขู่่ว่่า ถ้้าไทยใช้้พระราชสาส์์นฉบัับที่่ไทยแปลเป็็นภาษาจีีนเอง จีีนจะตััดการค้้าขาย ทั้้�ทั้้งไม่่ให้้เรืือค้้าขายไทยไปจีีน และ เรืือค้้าขายจีีนที่่มาเมืืองไทยก็็ห้้ามมา ไทยจึึงต้้องยอมเพราะ “เมืืองไทยในเวลานั้้�น ไม่่มีีทางค้้าขายกัับเมืืองต่่างประเทศ ฝ่่ายทะเล มีีแต่่เมืืองจีีนแห่่งเดีียว”3 การติิดต่่อกัับจีีนจึึงเป็็นไปในลัักษณะนี้้� เป็็นเวลา ๕๐๐ ปีีเศษ จนเป็็นธรรมเนีียม เพราะไทยถููกล่่อลวง หรืือไทยหมายจะพึ่่งอำำนาจจีีน หรืือ “ไทยหููสั้้�นตาสั้้�น” จึึง “ทำำ ให้้เสีียพระเกีียรติิยศของพระเจ้้า แผ่่นดิินไทยไปต่่าง ๆ” แต่่ “ครั้้�นแผ่่นดิินพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงทราบการนี้้�แล้้ว ก็็กลัับพระทััย หาได้้ส่่ง บรรณาการแก่่กรุุงปัักกิ่่งอีีกไม่่” 4 นี่่คืือเหตุุผลสำำคั ัญที่่พ ระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หั ัวทรงยกเลิิกการส่่ง “ก้้อง” ไปจีีน โดยทรงเห็็นว่่า เกีียรติิยศของพระเจ้้าแผ่่นดิินไทยหรืือของบ้้านเมืืองเป็็นเรื่่องสำำคััญ แต่่ทำำ ไมจึึงทรงยกเลิิกในทัันทีีทัันใด ทั้้�ง ๆ ที่่ ก่่อนหน้้านั้้�น พระองค์์ก็็ได้้ทรงแต่่งราชทููตนำำเครื่่องราชบรรณาการไปถวายจัักรพรรดิิจีีนถึึง ๒ ครั้้�ง ในทัันทีีที่่ขึ้้�นครอง ราชสมบััติิ โดยครั้้�งแรกใน พ.ศ. ๒๓๙๔ คณะราชทููตเดิินทางไปเมืืองกว่่างโจว (ปกติิใช้้เวลาราว ๑๖ - ๑๘ วััน) แต่่ทางจีีน บอกว่่า จัักรพรรดิิเสีียนเฟิิงที่่เพิ่่งขึ้้�นครองราชย์์ (พ.ศ. ๒๓๙๔ - ๒๔๐๔, ค.ศ. ๑๘๕๑ - ๑๘๖๑) อยู่่ระหว่่างการไว้้ทุุกข์์ ให้้จัักรพรรดิิเต้้ากวงที่่สวรรคต จึึงไม่่ต้้อนรัับราชทููต ขอให้้กลัับประเทศก่่อนและให้้เดิินทางมาใหม่่ในปีีหน้้า ปีีถััดมา พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงส่่งคณะทููตไปจีีนเป็็นครั้้�งที่่ ๒ ประสบการณ์์ในการเดิินทางของคณะทููตครั้้�งนี้้� มีีความสำำคััญ เพราะไทยจะใช้้เป็็นเหตุุผลในการไม่่ส่่งก้้องหรืือเป็็นข้้อต่่อรองในการส่่งก้้องให้้จีีนในเวลาต่่อมา 1พระบาทสมเด็จพ ระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่องประชุมประกาศ ในรัชกาลที่ ๔, หน้า ๔๙๐. 2 เพิ่งอ้าง, หน้า ๔๙๑.๓ เพิ่งอ้าง, หน้า ๔๙๕. 4 เพิ่งอ้าง, หน้า ๔๙๙.


252 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ประสบการณ์์ของคณะทููตมีีทั้้�งดีีและเลวร้้ายมาก ที่่ดีีคืือ การได้้เข้้าถวายเครื่่องราชบรรณาการแด่่จัักรพรรดิิ และรัับเสด็็จในโอกาสอื่่น ได้้ชมบ้้านเมืือง ย่่านการค้้า วััด ได้้รัับการต้้อนรัับอย่่างดีีจากเจ้้าเมืืองทั้้�งหลายตามเส้้นทาง ทั้้�งการเลี้้�ยงดููต้้อนรัับและให้้ความบัันเทิิง และได้้เห็็น “ของประหลาดปลิิวมาแต่่อากาศ ตกลงในแผ่่นดิิน ของที่่ ปลิิวมานั้้�นสััณฐานเหมืือนปุุยนุ่่นปุุยฝ้้าย ถ้้าตกลงที่่แผ่่นดิินก็็ละลายเป็็นน้ำ�ำ ” 1 ของประหลาดที่่ว่่านี้้�สำำหรัับเราในปััจจุุบััน ก็็คืือ หิิมะ นั่่นเอง แต่่เพราะบ้้านเมืืองเราไม่่มีีหิิมะจึึงเป็็นของประหลาดสำำหรัับคนที่่ไม่่เคยเห็็น ส่่วนประสบการณ์์ที่่เลวร้้ายมาก คืือ ถููกโจรปล้้น โจรในที่่นี้้�คืือ พวกกบฏไท่่ผิิง (ไต้้เผ็็ง) ที่่เริ่่มก่่อการตั้้�งแต่่ พ.ศ. ๒๓๙๓ (ค.ศ. ๑๘๕๐) และขยายตััวอย่่างรวดเร็็วจากทางใต้้ขึ้้�นไปทางลุ่่มแม่่น้ำำ�ฉางเจีียง (แยงซีี) ในขากลัับจาก กรุุงปัักกิ่่งลงมาระยะหนึ่่ง คณะทููตก็็ได้้พบผู้้คนอพยพหนีีพวกโจรและได้้รัับคำำบอกเล่่าให้้หลบหนีีพวกโจรด้้วย แต่่คณะทููตถููกปล้้นก่่อน พระราชสาส์์น เครื่่องบรรณาการตอบแทน และทรััพย์์สิินส่่วนตััวของคณะราชทููตถููกปล้้น ไปหมด “ชั้้�นกระดาษและผ้้าขี้้�ริ้้�วก็็ไม่่เหลืือ” คืือ ถููกปล้้นไปหมดเหลืือแต่่ชุุดติิดกาย บุุคคลในคณะราชทููตต่่าง หลบหนีีเอาตััวรอด พลััดพรากกัันไปคนละทาง สุุดท้้ายแม้้พบกัันได้้แต่่ก็็สููญหายไป ๑ คน การโจมตีีเมืืองต่่าง ๆ ของพวก กบฏไท่่ผิิงทำำ ให้้การขอความช่่วยเหลืือยากยิ่่งขึ้้�น บางเมืืองเข้้าเมืืองไม่่ได้้ ไม่่ได้้กิินอาหารเป็็นวััน ๒ วััน ต้้องขออาหาร จากชาวบ้้าน ซึ่่งก็็ช่่วยเหลืือดีี “ให้้กิินข้้าวต้้มคนละถ้้วยกะลา” เมืืองที่่เป็็นปกติิก็็ให้้ความช่่วยเหลืือดีีทั้้�งเลี้้�ยงรัับรอง ให้้เงิิน มีีงิ้้�วให้้ดูู และส่่งต่่อไปเรื่่อย ๆ ทางด้้านตะวัันตกเฉีียงใต้้ที่่พ วกโจรไท่่ผิิงโจมตีีไปไม่่ถึึง เจ้้าเมืืองแห่่งหนึ่่งถึึงกัับกล่่าวว่่า “ตั้้�งแต่่ห้้าร้้อยปีีมาถึึงปีีนี้้�ยัังไม่่มีีไทยมาทางนี้้�เลย... เพราะเป็็นทางกัันดารยิ่่งนััก”2 สุุดท้้ายมาถึึงเมืืองกว่่างโจวด้้วยการล่่องเรืือ แต่่คณะทููตต้้องคอยพระราชสาส์์นและเครื่่องราชบรรณาการตอบแทนที่่ส่่งมาให้้ใหม่่แทนของที่่ถููกปล้้นไป ที่่กล่่าวมาค่่อนข้้างยาวถึึงเหตุุการณ์์นี้้� เพราะมีีความสำำคััญในการที่่ไทยใช้้เป็็นเหตุุผลต่่อรองกัับทางการจีีน ที่่ไม่่ส่่งก้้องไป หรืือถ้้าส่่งก้้องก็็ขอให้้เรืือคณะราชทููตไปขึ้้�นฝั่่งที่่เมืืองเทีียนจิิน (เทีียนสิิน) ที่่อยู่่เหนืือขึ้้�นไปและใกล้้กรุุงเป่่ย์์จิิง ซึ่่งมีีความปลอดภััยกว่่า ทั้้�งนี้้�ประกอบกัับความไม่่สงบจากกบฏไท่่ผิิงที่่ยืืดเยื้้�อถึึง ๑๔ ปีี ถึึง พ.ศ. ๒๔๐๗ จึึงปราบได้้ เหตุุผลสำำคััญอีีกประการที่่ทำำ ให้้พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงยุุติิการส่่งก้้อง คืือ ราชทููต ชุุดที่่กล่่าวมาเมื่่อเดิินทางไปที่่เกาะฮ่่องกงก่่อนกลัับ และเซอร์์จอห์์น เบาว์์ริิง ข้้าหลวงเกาะฮ่่องกงและผู้้ตรวจการค้้า ของอัังกฤษในจีีน ได้้เชิิญราชทููตไปพบและบอกกัับราชทููตว่่า “ให้้กราบบัังคมทููลพระเจ้้าอยู่่หััวสยามว่่า กรุุงสยาม ทุุกวัันนี้้เ�ป็็นบ้้านเมืืองใหญ่่กว่่าแต่ก่่ ่อน มีีอำำนาจเสมออัังกฤษ ฝรั่่งเศส และอเมริิกาแล้้ว ไม่่ควรจะไปก้้องจีีน”3 1พระอินทรมนตรี (แย้ม), “ระยะทางราชทูตไทยไปกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน” แถลงงานประวัติศาสตร์และเอกสาร โบราณคดี ปีที่ ๘ เล่ม ๑ - ๓ เดือนมกราคม - ธันวาคม ๒๕๑๗, หน้า ๒๒. บันทึกนี้ทำ ขึ้นเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๔ นายแย้มเคยร่วมไปคณะราชทูตบรรณาการที่รัชกาลที่ ๔ ส่งไปจีนทั้ง ๒ ครั้ง ในครั้งที่ ๒ เป็นหลวงบวรเสน่หาอุปทูต ต่อมาคือ พระยาสรรพากร 2 เพิ่งอ้าง, หน้า ๔๐.3 เพิ่งอ้าง, หน้า ๔๔.


ภาคผนวก 253 นอกจากนี้้�สถานการณ์์การค้้าเปลี่่ยนไป คืือ “การค้้าสำำเภา” หรืือการค้้าโดยใช้้เรืือสำำเภาลดความสำำคััญลง เพราะการเข้้ามาของเรืือที่่มีีประสิิทธิิภาพมากกว่่าทั้้�งขนาดและความเร็็ว คืือ เรืือกำำปั่่ นและเรืือกลไฟ1 ซึ่่งทำำ ให้้ ผลประโยชน์์ทางการค้้ากัับจีีนลดลง และหลัังจากสงครามฝิ่่น จีีนถููกบัังคัับในสนธิิสััญญาหนานจิิง ให้้เปิิดเมืืองท่่า ๕ เมืือง คืือ กว่่างโจว เอ้้หมึึง (ปััจจุุบัันคืือ เซี่่ยเหมิิน) ฝููโจว หนิิงปอ และช่่างไห่่ (เซี่่ยงไฮ้้) ซึ่่งทำำ ให้้ชาติิตะวัันตก ติิดต่่อค้้าขายกัับจีีนได้้โดยตรงมากขึ้้�น จีีนยัังถููกบัังคัับให้้เปิิดเมืืองท่่าอีีกหลายเมืืองในเวลาต่่อมา พ่่อค้้าชาติิตะวัันตกจึึง เข้้าถึึงสิินค้้าจีีนได้้โดยสะดวก ไม่่ต้้องซื้้�อที่่ไทยอีีกต่่อไป ในลัักษณะเช่่นนี้้�การค้้ากัับจีีนจึึงลดความสำำคััญลง แต่่การค้้ากัับ ชาติิตะวัันตกมีีความสำำคััญมากขึ้้�น เมื่่อไทยมีีการทำำสนธิิสััญญากัับอัังกฤษ (พ.ศ. ๒๓๖๙) และกัับสหรััฐอเมริิกา (พ.ศ. ๒๓๗๕) ความเปลี่่ยนแปลงดัังที่่กล่่าวมา พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวย่่อมทรงทราบดีีเป็็นแน่่ เพราะแม้้แต่่พระบาทสมเด็็จพระนั่่งเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว (พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๓๙๔) ยัังทรงทราบดีีดัังที่่มีีพระบรมราโชวาทก่่อนการ เสด็็จสวรรคตว่่า ให้้ระมััดระวัังชาติิตะวัันตก ซึ่่งเข้้ามาเป็็นตััวแปรสำำคััญแทนพม่่าและเวีียดนาม “การงานสิ่่งใดของเขาที่่ดีี ควรจะเรีียนร่ำำ เอาไว้้ก็็เอาอย่างเขา แ่ต่่อย่่าให้้นัับถืือเลื่่อมใสไปทีีเดีียว” จีีนทวงก้้อง ไทยต่่อรอง (พ.ศ. ๒๓๙๖ - ๒๔๒๗) หลัังจากพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงยุุติิการส่่ง “ก้้อง” ให้้จีีนมาหลายปีีจน พ.ศ. ๒๔๐๕ จีีนส่่ง พระราชสาส์์นแจ้้งเรื่่องพระเจ้้าฮำำฮองหรืือเสีียนเฟิิงสวรรคต พระเจ้้าทองตี้้� (ถงจื้้�อ) ครองราชย์์ต่่อ พร้้อมกัันนั้้�นได้้ทวงก้้อง ว่่า ไทยค้้างส่่งก้้อง ๕ ก้้องในแผ่่นดิินเก่่าและแผ่่นดิินใหม่่ 2 ไทยตอบไปว่่า “ก็็คิิดจะไปจิ้้�มก้้องอยู่่ทุุกคราวก้้อง มิิให้้เสีียทาง พระราชไมตรีี” แต่มี่ ีเหตุุติิดขััดด้้วยความไม่่สงบในจีีนลุุกลามมากขึ้้�น คืือ กบฏไท่่ผิิงยังไัม่่สงบ ต่่อมาเกิิดสงครามทั้้ง�ที่่เมืืองกวางตุ้้ง และที่่ปัักกิ่่งคืือ สงครามฝิ่่นครั้้�งที่่ ๒ (พ.ศ. ๒๓๙๙ - ๒๔๐๓) จนจัักรพรรดิิเสีียนเฟิิงต้้องหลบหนีีจากปัักกิ่่งไปอยู่่ที่่เมืืองเร่่อเหอ (ปััจจุุบัันคืือ เฉิิงเต๋๋อ) เหตุุทั้้งหลาย�ทำำ ให้้ไทยส่่งราชทููตไปไม่ส่ะดวก ถ้้าบ้้านเมืืองเป็็นปกติสุิุข “ก็็จะได้้แต่่งทููตานุุทููตออกมาเจริิญ ทางพระราชไมตรีี” 3 เห็็นได้้ว่่าการตอบของไทยเป็็นไปทั้้งตาม�ธรรมเนีียมการทููตและไม่ต้่ ้องการส่่ง “ก้้อง” จีีนยัังพยายามทวงก้้องจากไทย เพื่่อแสดงให้้เห็็นว่่ามีีอำำนาจเหนืือรััฐบรรณาการทั้้�งหลายอยู่่ แม้้ว่่าราชวงศ์์ชิิง ที่่ปกครองจีีนในเวลานั้้�น นั้้แพ้้สงครามแก่่ชาติิตะวัันตกถึึง ๒ ครั้้�ง ส่่วนภายในจีีน การกบฏหลายกลุ่่มหลายบริิเวณก็็ยััง ปราบปรามได้้ไม่่หมด ใน พ.ศ. ๒๔๐๖ มีีหนัังสืือทวงก้้องมาถึึงไทยอีีก และว่่าจีีนยิินดีีให้้ไทยส่่งก้้องไปที่่เมืืองกว่่างโจว 1เจนนิเฟอร์ เวย์น คุชแมน, เล่มเดิม, หน้า ๑๑๙. และสารสิน วีรผล, เล่มเดิม, หน้า ๒๒๑ - ๒๒๒. 2 เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค), พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๔, หน้า ๑๘๐ - ๑๘๑. ตัวเลข การนับแตกต่างกันบ้าง3 เพิ่งอ้าง, หน้า ๑๘๒.


254 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง แล้้วทางจีีนจะนำำ ไปกรุุงปัักกิ่่งเอง พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวมีีพระราชดำำริิว่่า ไทยอาจนำำก้้องไปขึ้้�นที่่เมืือง เทีียนจิิน (เทีียนสิิน) แทน และทรงปรึึกษากัับพระเจ้้าน้้องยาเธอ กรมหลวงวงษาธิิราชสนิิท (ต่่อมาคืือ พระเจ้้าบรมวงศ์์เธอ กรมหลวงวงษาธิิราชสนิิท) และเจ้้าพระยาศรีีสุุริิยวงศ์์ (ช่่วง บุุนนาค ต่่อมาคืือ สมเด็็จเจ้้าพระยาบรมมหาศรีีสุุริิยวงศ์์) ซึ่่งมีีความเห็็นร่่วมกัันว่่า ถ้้าต้้องไปขึ้้น� ที่่เทีียนจิินก็็จะมีีปััญหาหลายอย่่าง จึึงไม่่ควรตอบพระราชสาส์์นของจีีน “ให้้งดไปก่่อน”1 แม้้ไทยจะไม่่ไปส่่งก้้อง แต่่จีีนยัังถืือว่่าไทยเป็็นรััฐบรรณาการและพยายามทวงก้้องจากไทยมาตลอด ในต้้น รััชสมััยพระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว หนัังสืือพิิมพ์์ The North China Herald ซึ่่งออกในเมืืองจีีน ตีีพิิมพ์์ข้้อความว่่า ไทยและอีีกหลายประเทศเป็็นรััฐบรรณาการของจีีนมานาน และขณะนี้้�ไทยไม่่ได้้ส่่งบรรณาการ แก่่จีีน ข่่าวนี้้�หนัังสืือพิิมพ์์ในเมืืองไทยนำำมาถ่่ายทอดต่่อ เจ้้าพระยาศรีีสุุริิยวงศ์์ (ช่่วง บุุนนาค) ผู้้สำ ำเร็็จราชการแผ่่นดิิน จึึงสั่่งให้้เลขานุุการซึ่่งเป็็นฝรั่่งทำำจดหมายชี้้�ชี้้แจงว่่า ไทยแตกต่่างกัับเวีียดนามซึ่่งเป็็นรััฐบรรณาการจริิง ๆ การเรีียกไทย ว่่าเป็็นรััฐบรรณาการของจีีนจึึงไม่่ถููกต้้อง จดหมายนี้้�พิิมพ์์ในหนัังสืือพิิมพ์์ Siam Repository ฉบัับเดืือนเมษายน ค.ศ. ๑๘๗๐ (พ.ศ. ๒๔๑๓)2 ครั้้�นพระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงบรรลุุนิิติิภาวะและทรงปกครองประเทศด้้วยพระองค์์เอง ได้้ไม่่นาน ทางจีีนก็็มีีจัักรพรรดิิองค์์ใหม่่คืือ กวางซี่่ (พ.ศ. ๒๔๑๘ - ๒๔๕๑, ค.ศ. ๑๘๗๕ - ๑๙๐๘) ขึ้้�นครองราชย์์ แต่่ยัังไม่่ทรงบรรลุุนิิติิภาวะ ต้้องมีีผู้้สำ ำเร็็จราชการแผ่่นดิินเป็็นสตรีี ๒ พระองค์์คืือ พระนางฉืืออััน และพระนางฉืือซีี (ซููสีี) แล้้วจีีนก็็ทวงก้้องจากไทยอีีก ในต้้น พ.ศ. ๒๔๑๙ เจ้้าพระยาพระคลัังได้้ตอบไปว่่า ไทยยิินดีีจะส่่งคณะก้้อง แต่่ขอขึ้้�น ที่่เมืืองท่่าเทีียนจิิน ซึ่่งตอนนี้้เ�ทีียนจิินก็็ได้้เปิิดเป็็นเมืืองท่่าแก่่ชาติิตะวัันตกหลายชาติิแล้้ว แต่่จีีนปฏิิเสธ ปลาย พ.ศ. ๒๔๑๙ จีีนทวงก้้องมาอีีก ในครั้้�งนี้้�พระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวโปรดเกล้้าฯ ให้้พระบรมวงศ์์ผู้้ใหญ่่ เสนาบดีีที่่ปรึึกษาราชการแผ่่นดิิน (เคาน์์ซิิลลอร์์ ออฟ เสตท) และที่่ปรึึกษาในพระองค์์ (ปรีีวีี เคาน์์ซิิลลอร์์) ที่่ทรงตั้้�งเมื่่อ พ.ศ. ๒๔๑๗ ร่่วมกัันทููลเกล้้าฯ ถวายความเห็็นว่่า ควรส่่งก้้องหรืือไม่่ หรืือควรทำำอย่่างไร มีีผู้้ทููลเกล้้าฯ ถวายความเห็็นรวม ๑๕ ท่่าน สรุุปได้้ว่่า มีีผู้้ทููลเกล้้าฯ ถวายความเห็็นว่่า ควรไป ๔ ท่่าน ควรรอ ๕ ท่่าน และไม่่ควรไป ๖ ท่่าน เหตุุผลของความเห็็นมีีแตกต่่างกััน บางท่่านเขีียนยาว บางท่่านเขีียนสั้้�น ที่่ทำำร่่วมกัันก็็มีี ท่่านที่่ถวายความเห็็นยาวเป็็นของสมเด็็จกรมพระบำำ ราบปรปัักษ์์พระยาภาสกรวงศ์์ (ต่่อมาเป็็น เจ้้าพระยาภาสกรวงศ์์) เจ้้าพระยาธรรมจรรยานุุกููลมนตรีีท่่านที่่ถวายความเห็็นให้้ส่่งก้้อง นอกเหนืือจากเหตุุผลว่่าเป็็นธรรมเนีียมแล้้ว ยัังมีี 1 เพิ่งอ้าง, หน้า ๑๙๔. 2 ท่านผู้หญิงวรุณยุพา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, “จดหมายชี้แจงเรื่องความสัมพันธ์ทางการทูตสยามและจีน,” ประวัติศาสตร์ปริทรรศน์, วินัย พงศ์ศรีเพียร บรรณาธิการ, หน้า ๑๓๑ - ๑๓๗.


ภาคผนวก 255 ความกลััวว่่าจีีนอาจยกทััพมาโจมตีีไทย หรืือจีีนอาจมาทำำส นธิิสััญญาที่่มีีสิิทธิิพิิเศษแบบชาติิตะวัันตกและขอตั้้�งกงสุุล แล้้วใช้้สิิทธิิปกครองคนจีีนในไทยว่่าเป็็นคนในบัังคัับ (สัับเยกต์์) ทำำ ให้้ไทยปกครองคนจีีนในไทยลำำบากขึ้้�น ความเห็็นที่่ว่่าควรรอ คืือต่่อรองขอให้้คณะราชทููตส่่งก้้องไปขึ้้�นบกที่่เมืืองท่่าเทีียนจิิน ซึ่่งรู้้ว่่าจีีนจะไม่่ยอมเพราะผิิดธรรมเนีียม และคอยดููส ถานการณ์์ ตามความจำำเป็็น ส่่วนความเห็็นที่่ว่่าไม่่ควรส่่งก้้อง เหตุุผลสำำคััญคืือไทยเป็็นประเทศเอกราช ถ้้าไปจะเสื่่อมเสีียเกีียรติิยศ ความเห็็นนี้้�ที่่เด็็ดขาดมากเป็็นของพระยาภาสกรวงศ์์ แต่่เกืือบทั้้�งหมดเห็็นว่่าควรคอยดููทีีท่่าของจีีนต่่อไป และมีีความเห็็นว่่า การไปจิ้้�มก้้องเป็็นการขััดกัับพระราโชบายของพระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว เห็็นได้้ว่่าความเห็็นทั้้�งหมดนี้้เ�ป็็นความเห็็น ที่่ไม่่เด็็ดขาด พระบาทสมเด็จพ็ระจุุลจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวซึ่่งน่่าจะไม่่เห็็นด้้วยกัับการส่่งก้้อง จึึงไม่่ทรงตอบจีีน สี่่ปีีต่่อมา จีีนแจ้้งเรื่่องฮองไทเฮาสิ้้�นพระชนม์์ (น่่าจะเป็็นพระนางฉืืออััน ผู้้สำ ำเร็็จราชการร่่วมกัับพระนางฉืือซีี) และตอนท้้ายหนัังสืือก็็ทวงก้้องอีีก พระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวจึึงโปรดเกล้้าฯ ให้้เจ้้าพระยาพลเทพ (รอด กััลยาณมิิตร ต่่อมาคืือ เจ้้าพระยารััตนบดิินทร์์) เจ้้าพระยาศรีีพิิพััฒน์์ (แพ บุุนนาค) และเจ้้าพระยามหิินทรศัักดิ์์� ธำำ รง (เพ็็ง เพ็็ญกุุล) ถวายความเห็็น โดยเจ้้าพระยามหิินทรศัักดิ์์�ธำำรงทููลเกล้้าฯ ถวายความเห็็นว่่า ไม่่ควรไป ซึ่่งแตกต่่าง จากคราวก่่อนที่่ว่่าควรรอ ส่่วนเจ้้าพระยาทั้้�งสองเห็็นว่่า ถ้้าจีีนให้้คณะก้้องไทยขึ้้�นที่่เมืืองท่่าเทีียนจิิน ก็็จะไป แต่่จีีนไม่่ ตอบมาจึึงไม่่มีีการดำำเนิินการใด ๆ1จน พ.ศ. ๒๔๒๗ จีีนทวงก้้องมาอีีกครั้้�ง โดยหลี่่ หงจาง ข้้าหลวงใหญ่่มณฑลจื่่อลี่่2 เตืือนให้้ข้้าหลวงมณฑลกว่่างตง ทวงก้้องจากไทย ความในตอนต้้นหนัังสืือมีีว่่า “ด้้วยกรุุงสยามเปนเมืืองขึ้้�นของจีีน ซึ่่งได้้ส่่งบรรณาการมาเสมอ... แลได้้สำำแดงความอ่่อนน้้อมนัับถืือมาแต่่ก่่อนจนบััดนี้้�...”3 แต่่ไทยก็็ไม่่ได้้ส่่งก้้อง มาหลายปีีแล้้ว ขอให้้สั่่งไปยััง “พระเจ้้าแผ่่นดิินสยามและขุุนนางสยาม” ให้้ถืืออย่่างธรรมเนีียมที่่เคยปฏิิบััติิมา “แลให้้ส่่งบรรณาการมา” 4 พระยาโชฎึึกราชเศรษฐีี เจ้้ากรมท่่าซ้้าย ซึ่่งรัับผิิดชอบเรื่่องจีีน ได้้ตอบจีีนว่่า ไทยระลึึกถึึง ทางพระราชไมตรีีกัับจีีนอยู่่เสมอ แต่่เป็็นที่่เสีียใจเรื่่องที่่ไทยขอมา คืือ คณะราชทููตส่่งก้้องขอไปขึ้้�นที่่เมืืองเทีียนจิิน ทางจีีน ไม่่ยิินยอม จึึง “ไม่่ได้้จััดราชทููตมาเจริิญทางพระราชไมตรีีได้้ ตามความปรารถนานั้้น”� 5 1 เพิ่งอ้าง, หน้า ๒๔๑ - ๒๔๓. การทวงก้องใน พ.ศ. ๒๔๒๔ ยังไม่ใช่ครั้งสุดท้ายดังที่เข้าใจกัน แต่ครั้งสุดท้ายมีขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๒๗ ดังที่ผู้เขียนพบหลักฐาน และกรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ (ต่อมาคือ สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ) ก็ได้กล่าวไว้ว่าคือ ร.ศ. ๑๐๓ (พ.ศ. ๒๔๒๗) อ้างใน พลกูล อังกินันทน์, บทบาทชาวจีนในประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, หน้า ๒๐๘. 2 เอกสารออกเสียง หลี่ หงจาง ว่า หลี ฮองเจียง, หลี ฮุงแชง และมณฑลจื่อลี่ว่า เมืองจิตดี3สำ นักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ, เอกสารรัชกาลที่ ๕, สบ. ๑๖.๔.๓/๕๖ จีนทวงก้อง เม.ย. ๒๔๒๗. 4 เพิ่งอ้าง.5 เพิ่งอ้าง.


256 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง แม้้ว่่าจะมีีการตอบเรื่่องการทวงก้้องของจีีน โดยชั้้�นเชิิงทางการทููตและดููว่่าการทวงก้้องไม่่น่่ากลััวเท่่าใดนััก แต่่ ก็็มีีแรงกดดัันใหม่่ต่่อไทยเกิิดขึ้้�นด้้วย เพราะในเวลาเดีียวกัันนี้้�เริ่่มเกิิดการสู้้รบระหว่่างจีีนกัับฝรั่่งเศสด้้วยเรื่่องตัังเกี๋๋ย หรืือเวีียดนามตอนเหนืือ เพราะจีีนไม่่ยอมรัับสััญญาที่่เวีียดนามทำำกัับฝรั่่งเศส พ.ศ. ๒๔๒๖ (ค.ศ. ๑๘๘๓) ว่่า ตัังเกี๋๋ย จะอยู่่ภายใต้้การอารัักขาของฝรั่่งเศส โดยจีีนถืือว่่าตัังเกี๋๋ยเป็็นรััฐบรรณาการของตน และยัังไปจิ้้�มก้้องจีีนอยู่่ ประกอบกัับ ในเวลานั้้�น ในจีีนกลุ่่มนิิยมการสงคราม (war party) มีีอิิทธิิพลในการปกครอง จึึงหนุุนให้้มีีการทำำส งครามกัับฝรั่่งเศส โดยส่่งทหารจากมณฑลหยุุนหนาน (ยููนนาน) และกว่่างซีี (กวางสีี) เข้้าไปในตัังเกี๋๋ย การสู้้รบกัับทหารฝรั่่งเศส เกิิดขึ้้�น ในเดืือนมีีนาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ (ค.ศ. ๑๘๘๔) สงครามยืดเื ยื้้�อจนถึึงฤดููร้้อน พ.ศ. ๒๔๒๘1 เมื่่อสงครามจีีน - ฝรั่่งเศสเริ่่มต้้น พระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงมีีความกัังวลมากต่่อท่่าทีี แข็็งกร้้าวของจีีน ทรงเกรงว่่าจีีนจะส่่งทหารมาเพื่่อปราบไทย เพราะไม่่ยอมส่่งก้้อง หลัังจากที่่จี ีนทวงก้้องและไทยได้้ตอบจีีน ไปแล้้ว โดยในปลายเดืือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๒๗ ทรงส่่งสำำ เนาแปลหนัังสืือที่่จีีนทวงก้้องไปให้้พระองค์์เจ้้าปฤษฎางค์์ ราชทููตไทยประจำำทวีีปยุโรป เุพื่่อทรงปรึึกษา พระองค์์เจ้้าปฤษฎางค์์กราบทููลมาในวัันที่่ ๑๑ กรกฎาคม ว่่า “เรื่่องรื่่จีีนทวงก้้องนั้้น� เหนด้้วยเกล้้าฯ ตามพระราชดำำริิห์ทุ์ ุกประการ เปนเพราะพวกวอปาร์์ตี้้�มีีอำำนาจเปนเสนาบดีีขึ้้น�อีีก จึ่่งคิิดที่่จะทำำการเบีียดเบีียน ไทย...” และ “ถ้้าไทยจััดการรัักษาบ้้านเมืืองให้้แขงแรงดีีแล้้ว เรื่่องจีีนทวงก้้องนั้้�นไม่่ต้้องวิิตกเลย จีีนไม่่มีีอำำนาจภอที่่จะรบ เมืืองอื่่นในเวลานี้้เปนแ�น่่ แลที่่ฝรั่่งเศสจะยุุแหย่่ให้้จีีนทวงก้้องนั้้�น ก็็ยัังไม่่มีีช่่องที่่จะคบคิิดกัับจีีนได้้...”2 แต่่ก่่อนที่่พระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวจะได้้รัับหนัังสืือกราบทููลของพระองค์์เจ้้าปฤษฎางค์์ ที่่กล่่าวข้้างต้้น ในปลายเดืือนมิิถุุนายน พ.ศ. ๒๔๒๗ ก็็ทรงมีีพระราชหััตถเลขาถึึงพระองค์์เจ้้าปฤษฎางค์์อีีกว่่า ได้้ทรง เตรีียมการป้้องกัันจีีน เผื่่อจีีนคิิดจะใช้้กำำลัังกัับไทย ซึ่่งพระองค์์เจ้้าปฤษฎางค์์กราบทููลในวัันที่่ ๒ สิิงหาคม พ.ศ. ๒๔๒๗ ว่่าเห็็นด้้วย ดัังนี้้� “มีีความยิินดีีเปนล้้นพ้้นฯ ที่่ได้้ทราบเกล้้าฯ เรื่่องจีีนทวงก้้องว่่าเปนการไม่่หนัักหนา เปนที่่เข้้าใจไป เรื่่องหนึ่่ง แต่่การที่่ได้้โปรดเกล้้าฯ ให้้จััดการป้้องกัันเรื่่องจีีนที่่ทำำ ให้้มีีเหตุุก่่อการป้้องกัันขึ้้�นนั้้�น คิิดมากว่่าเวลานี้้�จะไม่่ เปนที่่หวาดหวั่่นภอที่่จะต้้องถึึงจััดการป้้องกัันแขงแรงก็็ดีีที่่ได้้โปรดเกล้้าให้้จััดแล้้วแลจะคิิดจััดอีีกต่่อไป แลสร้้างสม เครื่่องศาสตราวุุธไว้้ให้้พร้้อมดีีนั้้�น เปนการระวัังไม่่ประมาทต่่อสััตรูู...”3 1สงครามจีน - ฝรั่งเศสไม่ได้สู้รบเฉพาะในตังเกี๋ย แต่ฝรั่งเศสได้ส่งเรือรบขึ้นไประดมยิงเมืองท่า โดยเฉพาะเมืองฝูโจว ด้วยปืนใหญ่และตอร์ปิโด ทำ ให้เรือรบจีนที่เมืองดังกล่าวจมหมด สุดท้ายจีนทำสนธิสัญญาเทียนจินกับฝรั่งเศสใน พ.ศ. ๒๔๒๘ (ค.ศ. ๑๘๘๕) จีนยอมรับสัญญาที่ฝรั่งเศสทำกับเวียดนาม นั่นคือฝรั่งเศสเป็นผู้อารักขาตังเกี๋ยและอันนัม 2 ม.ล.มานิจ ชุมสาย (ผู้คัดลอก), ประมวลจดหมายของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ ราชทูตองค์แรกของไทยประจำ ทวีป ยุโรป, หน้า ๙๕ และ ๙๖. (เสียดายที่ไม่พบพระราชหัตถเลขา)3 เพิ่งอ้าง, หน้า ๑๐๙.


ภาคผนวก 257 พิิจารณาท่่าทีีของไทยในการดำำเนิินนโยบายเกี่่ยวกัับจีีน จนถึึงกลางรััชสมััยพระบาทสมเด็็จพระจุุลจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว สามารถกล่่าวได้้ว่่า คืือไม่่อยากส่่งก้้องแต่่ไม่่กล่่าวอย่่างตรงไปตรงมา หากใช้้วิิธีีต่่อรองคืือ เปลี่่ยนเมืืองท่่าที่่ขึ้้�นของคณะราชทููต จากเมืองกืว่างโ ่จว ไปขึ้้น� ที่่เมืองเืทียนีจิน โดย ิที่่รู้ ดี้ดีว่ีา่จีนีจะต้องไ ้ม่ยอมเ่พราะผิดิธรรมเนียมี ที่่เป็นกฎเกณ็ฑ์ว่์า คณะ่ก้องของประเท ้ศใด ต้้องขึ้้�นที่่เมืืองท่่าใด ดัังที่่กล่่าวข้้างต้้น ขณะเดีียวกััน แม้้จีีนจะผ่่อนปรนว่่า คณะก้้องของไทยให้้ขึ้้�นที่่เมืืองกว่่างโจว แล้้วไม่่ต้้อง เดิินทางไปกรุุงปัักกิ่่ง โดยทางการจีีนจะนำำเครื่่องราชบรรณาการขึ้้�นไปกรุุงปัักกิ่่งเอง และนำำเครื่่องราชบรรณาการตอบแทนลงมา ให้้คณะทููตไทย ซึ่่งรออยู่่ที่่เมืืองกว่่างโจว ซึ่่งในลัักษณะนี้้�คณะก้้องไทยก็็จะไม่่มีีอัันตรายใด ๆ แต่่ข้้อผ่่อนปรนของจีีนเช่่นนี้้� ทางการไทยก็็ไม่่ยอมรัับ จนถึึง พ.ศ. ๒๔๒๗ ภายในจีีนเอง อำำนาจที่่เคยมีีก็็เสื่่อมลงไปมากแล้้ว และเป็็นมัังกรที่่ไม่่มีีเรี่่ยรี่่วแรง เพราะแพ้้สงคราม ชาติิตะวัันตก ๒ ครั้้�ง แม้้จะปราบกบฏภายในลงได้้หมด แต่่ความพยายามปรัับปรุุงประเทศตามนโยบาย “เลีียนแบบชาติิตะวัันตก” และ “ทำำตนเองให้้เข้้มแข็็ง” ก็็ไม่่ประสบผลสำำเร็็จเท่่าที่่ควร ซึ่่งสะท้้อนให้้เห็็นจากการแพ้้ฝรั่่งเศสในสงครามเกี่่ยวกัับเวีียดนาม (พ.ศ. ๒๔๒๗ - ๒๔๒๘, ค.ศ. ๑๘๘๔ - ๑๘๘๕) และต่่อมาแพ้้ญี่่ปุ่่ นในสงครามเกี่่ยวกัับเกาหลีี (พ.ศ. ๒๔๓๗ - ๒๔๓๘, ค.ศ. ๑๘๙๔ - ๑๘๙๕) ซึ่่งทั้้�ง ๒ ประเทศเป็็นรััฐบรรณาการของจีีนอย่่างแท้้จริิง และแตกต่่างจากกรณีีของไทย จึึงกล่่าวได้้ว่่า พ.ศ. ๒๔๒๗ ซึ่่งจีีนทวงก้้องจากไทยเป็็นครั้้�งสุุดท้้าย เป็็นจุุดเปลี่่ยนในระเบีียบโลกของจีีน ที่่เกี่่ยวกัับไทย คืือมีีการเปลี่่ยนท่่าทีีไปบ้้าง แต่่ไทยเองก็็ยัังระมััดระวัังและมีีความเกรงกลััวจีีนที่่เป็็นประเทศใหญ่่ และ มีีอำำนาจแต่่เดิิมมา อีีกทั้้�งในเมืืองไทยก็็มีีคนจีีนอพยพเข้้ามามาก มีีทั้้�งทำำคุุณประโยชน์์และก่่อความไม่่สงบ เป็็นอั้้�งยี่่ ในบ้้านเมืือง ประกอบกัับช่่วงเวลานั้้�น จัักรวรรดิินิิยมตะวัันตกก็็คุุกคามเพื่่อนบ้้านของไทยอย่่างหนััก จนเป็็นที่่หวาด เกรงกัันว่่า ไทยก็็อยู่่ในภาวะอัันตรายอย่่างยิ่่ง ดัังที่่คณะเจ้้านายและข้้าราชการที่่สถานทููตประจำำกรุุงลอนดอนและ กรุุงปารีีสกราบทููลถวายความเห็็นในปลาย พ.ศ. ๒๔๒๗ การที่่พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงยุุติิการส่่งก้้องให้้เมืืองจีีน นัับเป็็นจุุดเปลี่่ยนในประวััติิศาสตร์์ไทย ที่่สำำคััญประการหนึ่่ง เพราะเป็็นการยกเลิิกธรรมเนีียมที่่ปฏิิบััติิมานานถึึง ๕๖๑ ปีีซึ่่งเคยมีีผลต่่อทั้้�งความมั่่งคั่่งทางเศรษฐกิิจ และความมั่่นคงทางการเมืืองของไทย โดยในคำำ ประกาศยกเลิิกการส่่งก้้อง ทรงให้้เหตุุผลสำำคััญคืือ เรื่่องเกีียรติิยศศัักดิ์์�ศรีี ของประเทศ เพราะจีีนถืือว่่าการส่่งก้้องคืือการเป็็นรััฐบรรณาการหรืือเป็็นเมืืองขึ้้�นของจีีน การตััดสิินพระราชหฤทััยของ พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หั ัวอาจมี ีเหตุุผลอื่่นประกอบด้้วย เช่่น การเสื่่อมอำำนาจของจีีน ความเปลี่่ยนแปลงโฉมหน้้า ทางการค้้า เพราะเรืือกำำปั่่นและเรืือกลไฟเข้้ามาแทนเรืือสำำเภาที่่ล้้าสมััย ชาติิตะวัันตกเข้้ามาติิดต่่อค้้าขายกัับภููมิิภาคเอเชีีย ตะวัันออกเฉีียงใต้้มากขึ้้�น และในจีีนเอง ชาติิตะวัันตกได้้เข้้าไปติิดต่่อโดยตรงมากขึ้้นห�ลัังสนธิิสััญญาหนานจิิง ความเปลี่่ยนแปลงดัังกล่่าว พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หั ัวน่่าจะทรงตระหนัักดีี เมื่่อขึ้้�นครองราชย์์ จึึงทรงติิดต่่อกัับข้้าหลวงอัังกฤษที่่สิิงคโปร์์และฮ่่องกงทัันทีี เพื่่อแจ้้งว่่าไทยยิินดีีแก้้ไขสนธิิสััญญากัับอัังกฤษที่่หยุุดชะงััก ไปในปลายรััชสมััยพระบาทสมเด็็จพระนั่่งเกล้้าเจ้้าอยู่่หััว พระองค์์ได้้โอกาสเหมาะเมื่่อคณะทููตที่่ไปจิ้้�มก้้องจีีนใน พ.ศ. ๒๓๙๕


258 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ถููกโจรหรืือที่่จริิงคืือ พวกกบฏไท่่ผิิงปล้้นในขากลัับจากกรุุงปัักกิ่่ง เครื่่องราชบรรณาการที่่จีีนให้้เป็็นการตอบแทนก็็ถููกปล้้น ไปด้้วย พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวจึึงทรงประกาศยกเลิิกการส่่งก้้องไปเมืืองจีีนทัันทีี การที่่พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงยุุติิการส่่งก้้อง น่่าจะก่่อให้้เกิิดความตระหนกแก่่ขุุนนาง จำำ นวนไม่่น้้อย ว่่าจะมีีผลต่่อไทยในหลายด้้าน เช่่น ไทยจะอยู่่ได้้อย่่างไรถ้้าจีีนไม่่ยอมให้้ไทยค้้าขาย รวมทั้้�งความมั่่นคง ซึ่่งมีีความกลััวเกรงว่่าจีีนอาจส่่งกองทััพมาโจมตีีไทยก็็ได้้ แต่่พระบาทสมเด็็จพระจอมเกล้้าเจ้้าอยู่่หััวทรงคาดการณ์์ เตรีียมการ และดำำเนิินการไว้้แล้้ว คืือการทำำสนธิิสััญญากัับนานาประเทศ ทำำ ให้้การยุุติิการส่่งก้้องไม่่มีีผลกระทบต่่อไทยทั้้�ทั้้งทางตรง และทางอ้้อม แม้้ว่่าจีีนได้้ทวงก้้องจากไทยหลายต่่อหลายครั้้�ง จนถึึง พ.ศ. ๒๔๒๗ เป็็นครั้้�งสุุดท้้าย นัับเป็็นเวลา ๓๑ ปีี


Click to View FlipBook Version