193 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๑๑๗. วันเกิงจื่อ เดือนสิบสอง ปีที่หกสิบแห่งรัชศกเฉียนหลง (๑ กุมภาพันธ์ ๑๗๙๖/๒๓๓๙) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ต้าวั่วชื่อ ในตำหนักฟูเฉินเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงราชทูตเฉาเซียน อันหนัน เซียนหลัว คว่อเออร์คา และพระราชทานรางวัลให้ตามฐานานุศักดิ์ (จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง “เกาจงสือลู่” บรรพ ๑๔๙๓ หน้า ๑๕) ๑๑๘. วัันติิงเว่่ย เดืือนสิิบสอง ปีีที่่หกสิิบแห่่งรััชศกเฉีียนหลง (๘ กุุมภาพัันธ์์ ๑๗๙๖/๒๓๓๙) จัักรพรรดิิ เสด็็จออก ณ ตำำหนัักเป่่าเหอเตี้้�ยน พระราชทานเลี้้�ยงปีีใหม่่แก่่เจ้้าเมืืองต่่างประเทศที่่ เข้้ามาถวายราชบรรณาการ ในเดืือนอ้้าย... ปีีกขวา... มีีพีีหย่า่ซััววาลี่่สุุนต้้วนยาป๋๋อลาเจาทูู 1 ราชทููตเซีียนหลััว... (จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง “เกาจงสือลู่” บรรพ ๑๔๙๓ หน้า ๑๕) ๑๑๙. วันซินไฮ่ เดือนอ้าย ปีที่หนึ่งแห่งรัชศกเจียชิ่ง2 (วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๑๗๙๖/๒๓๓๙) จักรพรรดิอัญเชิญไท่ซ่างหวงตี้ 3 เสด็จประทับที่ตำหนักหวงจี๋ในพระราชวังหนิงโซ่ว โปรดให้จัดงานเชียนโซ่วเยี่ยน4 พร้อมทั้งพระราชทานเลี้ยงแก่ราชทูตราชบรรณาการจากเฉาเซียน อันหนัน เซียนหลัว ฯลฯ (จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง “เกาจงสือลู่” บรรพ ๑๔๙๔ หน้า ๑๒) ๑๒๐. วัันเยิ่่นจื่่อ เดืือนอ้้าย ปีีที่่หนึ่่งแห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๑๓ กุุมภาพัันธ์์ ๑๗๙๖/๒๓๓๙) ไท่่ซ่่าง 1 พระยาสวัสดิ์สุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๓๘ เป็นพระสวัสดิ์ สุนทรอภัย ราชทูต) 2 นามรัชศกของจักรพรรดิยุ่ยตี้เหยินจง หรือนามแมนจูว่า ไอ้ซินเจี๋ยหลัวย้งเหยี่ยน (พ.ศ. ๒๓๓๙ - ๒๓๖๓)3หมายถึงจักรพรรดิหรือกษัตริย์ที่ได้สละราชสมบัติ ในที่นี้คือจักรพรรดิเฉียนหลงซึ่งได้สละราชสมบัติให้พระราชโอรส ต่อมาก็คือจักรพรรดิเจียชิ่ง 4 ตามศัพท์แปลว่า “งานเลี้ยงผู้อาวุโสพันคน” ในโอกาสนี้โปรดพระราชทานเลี้ยงผู้มีอายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป งานเลี้ยงครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม ๓,๕๖๐ คน นับตั้งแต่ที่ปรึกษาราชการ เสนาบดี จนถึงบรรดาสามัญชน
194 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง หวงตี้้� และจัักรพรรดิิเสด็็จออก ณ หอจื่่อกวางเก๋๋อ พระราชทานเลี้้�ยง...แก่่พีีหย่่าซััววาลี่่สุุนต้้วนป๋๋อล่่าเจาทูู 1 ราชทูต หลางวอเมินซุนหนีเสียอูป๋าทู อุปทูตจากเซียนหลัว และกาจีหน่ายเอ่อซิง ราชทูตคว่อเออร์คา พร้อมกับพระราชทานรางวัลตามฐานานุศักดิ์ (จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง “เกาจงสือลู่” บรรพ ๑๔๙๔ หน้า ๑๖) ๑๒๑. วันเยิ่นซี เดือนอ้าย ปีที่หนึ่งแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๒๓ กุมภาพันธ์ ๑๗๙๖/๒๓๓๙) ไท่ซ่างหวงตี้ และจักรพรรดิเสด็จออก ณ ตำหนักเจิ้งต้ากวางหมิงเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงปีใหม่บรรดาเจ้าเมืองต่างประเทศ ที่เข้ามาถวายราชบรรณาการ พีหย่าซัววาลี่สุนต้วนป๋อล่าเจาทู 2 ราชทูต หลางวอเมินซุนหนีเสียอูป๋าทู อุปทูต เซียนหลัว กาจีหน่ายเอ่อซิง ราชทูตคว่อเออร์คา ต่อท้ายเหล่าต้าเสียซื่อ3 ขุนนางผู้ใหญ่ และราชองครักษ์ เข้านั่งประจำที่ตามลำดับ ดนตรีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง “เกาจงสือลู่” บรรพ ๑๔๙๔ หน้า ๑๘ - ๒๒) ๑๒๒. วันเยิ่นเฉิน เดือนสิบสอง ปีที่หนึ่งแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๑๘ มกราคม ๑๗๙๗/๒๓๔๐) ไท่ซ่าง หวงตี้เสด็จออก ณ ศาลาหยิงไถ พีหย่าซัววาลี่สุนทุนว่อไพ่เหลาหล่าทู 4 ราชทูต และหลางวอเมินซุนหนี เสียว่อปาทู 5 อุปทูตเซียนหลัว เข้าเฝ้าชื่นชมพระบารมีที่นอกประตูซีหัวเหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง “เกาจงสือลู่” บรรพ ๑๔๙๕ หน้า ๒๕ - ๒๖) 1 พระยาสวัสดิ์สุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ปรากฏความในพระราชสาส์นสุพรรณบัฏ พ.ศ. ๒๓๓๘ ว่าราชทูตคือ พระสวัสดิ์สุนทรอภัย แต่ในพระราชสาส์นคำ หับซึ่งออกคู่กันระบุว่าราชทูตคือ พระยาสวัสดิ์สุนทรอภัย) 2 พระยาสวัสดิ์สุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ปรากฏความในพระราชสาส์นสุพรรณบัฏ พ.ศ. ๒๓๓๘ ว่าราชทูตคือ พระสวัสดิ์สุนทรอภัย แต่ในพระราชสาส์นคำ หับซึ่งออกคู่กันระบุว่าราชทูตคือ พระยาสวัสดิ์สุนทรอภัย)3 ราชบัณฑิตผู้อาวุโส 4 พระยาสวัสดิ์สุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ปรากฏความในพระราชสาส์นพระเจ้าเกียเข้ง ตอบพระราชสาส์นรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๓๔๑ ว่าราชทตคือ ูพระสวัสดิ์สุนทรอภัย แต่ในพระราชสาส์นคำ หับซึ่งออกคู่กัน ระบุว่าราชทูตคือ พระยาสวัสดิ์สุนทรอภัย) 5 หลวงบวรเสน่หา อุปทูต
195 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๑๒๓. วัันซิินโฉ่่ว เดืือนสิิบสอง ปีีที่่หนึ่่งแห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๒๗ มกราคม ๑๗๙๗/๒๓๔๐) ไท่่ซ่่างหวงตี้้� พร้้อมด้้วยจัักรพรรดิิเสด็็จออก ณ ตำำหนัักเป่่าเหอเตี้้�ยน พระราชทานเลี้้�ยงปีีใหม่่บรรดาเจ้้าเมืืองต่่างประเทศที่่เข้้ามา ถวายราชบรรณาการ พีีหย่่าซััววาลี่่สุุนทุุนว่่อไพ่่เหลาหล่่าทูู 1 ราชทููต และหลางวอเมิินซุุนหนีีเสีียว่่อปาทูู 2 อุุปทููต เซีียนหลััว ต่่อท้้ายขุุนนางฝ่่ายพลเรืือนและฝ่่ายทหารเข้้านั่่งประจำำที่่ตามลำำดัับ ดนตรีีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง “เกาจงสือลู่” บรรพ ๑๔๙๕ หน้า ๒๗ - ๓๐) ๑๒๔. วัันซิินไฮ่่ เดืือนอ้้าย ปีีที่่สองแห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๖ กุุมภาพัันธ์์ ๑๗๙๗/๒๓๔๐) ไท่่ซ่่างหวงตี้้� และจัักรพรรดิิเสด็็จออก ณ หอจื่่อกวางเก๋๋อ พระราชทานเลี้้�ยง... แก่่พีีหย่่าซััววาลี่่สุุนทุุนว่่อไพ่่เหลาหล่่าทูู ราชทููต หลางวอเมินซุนหนีเสียว่อปาทู อุปทูตเซียนหลัว อีกทั้งพระราชทานรางวัลตามฐานานุศักดิ์ (จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง “เกาจงสือลู่” บรรพ ๑๔๙๖ หน้า ๒ - ๓) ๑๒๕. วันปิงเฉิน เดือนอ้าย ปีที่สองแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๑๑ กุมภาพันธ์ ๑๗๙๗/๒๓๔๐) ไท่ซ่างหวงตี้ และจักรพรรดิเสด็จออก ณ ตำหนักเจิ้งต้ากวางหมิงเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงในโอกาสวันขึ้นปีใหม่แก่บรรดา เจ้าเมืองต่างประเทศที่เข้ามาถวายเครื่องบรรณาการ พีหย่าซัววาลี่สุนทุนว่อไพ่เหลาหล่าทู ราชทูต หลางวอเมินซุนหนีเสียว่อปาทู อุปทูตเซียนหลัว เข้าประจำที่ต่อท้ายต้าเสียซื่อและขุนนางผู้ใหญ่เข้านั่ง ประจำที่ตามลำดับ ดนตรีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง “เกาจงสือลู่” บรรพ ๑๔๙๖ หน้า ๓ - ๖) 1 พระยาสวัสดิ์สุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ปรากฏความในพระราชสาส์นสุพรรณบัฏ พ.ศ. ๒๓๓๘ ว่าราชทูตคือ พระสวัสดิ์สุนทรอภัย แต่ในพระราชสาส์นคำ หับซึ่งออกคู่กัน ระบุว่าราชทูตคือ พระยาสวัสดิ์สุนทรอภัย) 2 หลวงบวรเสน่หา อุปทูต
196 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๒๖. วัันเกิิงเซิิน ขึ้้�นหนึ่่งค่ำำ เดืือนอ้้าย ปีีที่่สี่่ แห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๕ กุุมภาพัันธ์์ ๑๗๙๙/๒๓๔๒) ไท่่ซ่่างหวงตี้้� เสด็็จออก ณ พระราชวัังเฉีียนชิิงกง ทรงรัับการถวายความเคารพจากจัักรพรรดิิ... ราชทููต เฉาเซียน และเซียนหลัว ถวายความเคารพที่นอกประตูเฉียนชิงเหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเกาจง “เกาจงสือลู่” บรรพ ๑๕๐๐ หน้า ๑) ๑๒๗.1 วันอู้เซิน ขึ้นหนึ่งค่ำ เดือนอ้าย ปีที่หนึ่งแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๙ กุมภาพันธ์ ๑๗๙๖/๒๓๓๙) จักรพรรดิ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พระราชวงศ์และขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารระดับต่าง ๆ แต่งชุดเข้าเฝ้าพร้อมกัน ต่อท้ายด้วยราชทูตเฉาเซียน อันหนัน เซียนหลัว คว่อเออร์คา (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๑ หน้า ๘ - ๙) ๑๒๘. วันซินไฮ่ เดือนอ้าย ปีที่หนึ่งแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๑๒ กุมภาพันธ์ ๑๗๙๖/๒๓๓๙) จักรพรรดิ โดยเสด็จพระราชบิดาไปยังวังหนิงโซ่ว ณ ตำหนักหวงจี้เตี้ยน ทรงจัดงานเชียนโซ่วเยี่ยน และพระราชทาน เลี้ยงราชทูตเฉาเซียน อันหนัน เซียนหลัว และคว่อเออร์คา (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๑ หน้า ๘ - ๙) ๑๒๙. วัันเยิ่่นจื่่อ เดืือนอ้้าย ปีีที่่หนึ่่งแห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๑๓ กุุมภาพัันธ์์ ๑๗๙๖/๒๓๓๙) จัักรพรรดิิ โดยเสด็็จพระราชบิิดาไปยัังหอจื่่อกวางเก๋๋อ พระราชทานเลี้้�ยงแก่่... ราชทููตเฉาเซีียน อัันหนััน เซีียนหลััว คว่อเออร์คา และพระราชทานของกำนัลตามฐานานุศักดิ์ (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๑ หน้า ๒๒ - ๒๓) ๑๓๐. วัันอู้้เฉิิน เดืือนอ้้าย ปีีที่่ส องแห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๒๓ กุุมภาพัันธ์์ ๑๗๙๗/๒๓๔๐) พระราชบิิดา 1 ตั้งแต่หัวข้อที่ ๑๒๗ เป็นต้นไป เป็นการเริ่มต้นการบันทึกจดหมายเหตุในรัชสมัยจักรพรรดิเหยินจงยุ่ยตี้
197 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย รัับสั่่งให้้จัักรพรรดิิมีีพระราชโองการถึึงเจิ้้�งหััว กษััตริิย์์เซีียนหลััว ความว่่า “ประชาทั่่วหล้้าน้้อมรัับคำำส อนและ กฎเกณฑ์์ที่่ได้้ตั้้�งไว้้ล้้วนตั้้�งอยู่่ในทำำนองคลองธรรม ท่่านได้้รัับพระราชทานชุุดเครื่่องยศถึึงสามครา พึึงมีี ความสุุขสำำราญที่่ได้้รัับความเมตตา ธรรมเนีียมเก่่าเคยปฏิิบััติิมาอย่่างไรเป็็นที่่ประจัักษ์์ชััดแจ้้ง แต่่คราวนี้้�กลัับ จะสร้้างธรรมเนีียมใหม่่ท่่านเจิ้้�งหััวกษััตริิย์์เซีียนหลััวทรงแต่่งทููตถวายราชบรรณาการอยู่่เนืืองนิิตย์์และได้้รัับ ฐานัันดรศัักดิ์์�มาช้้านาน มาบััดนี้้� ตรงกัับรััชศกเจีียชิ่่ง ปีีที่่ ๒ ได้้แต่่งราชทููตเข้้ามาถวายพระสุุพรรณบััฏ เราเห็็นว่่าท่่านมีีความจริิงใจ สมควรได้้รัับการยกย่่อง เมื่่อครั้้�งราชสำำนัักจีีนผลััดเปลี่่ยนรััชกาลและจััดงานมงคล ท่่านได้้ถวายสิ่่งของพื้้�นเมืืองเพิ่่มเติิมอีีกเท่่าตััว แสดงให้้เห็็นถึึงความจงรัักภัักดีีของท่่านไม่่ได้้ลดลง กลัับยิ่่ง นบนอบอ่่อนน้้อม น่่าชื่่นชมยิ่่งนััก ราชสำำนัักจีีนถืือหลัักมาน้้อยตอบแทนมาก เมตตาปรานีีต่่อผู้้น้ ้อยและ โอบอ้้อมอารีีต่่อประเทศที่่อยู่่แดนไกลเป็็นธรรมเนีียมอยู่่แล้้ว ยิ่่งคำำนึึงถึึงบ้้านเมืืองของท่่านซึ่่งอยู่่ไกลถึึง โพ้้นทะเล ต้้องข้้ามน้ำ�ำข้้ามทะเลมา ด้้วยเหตุุที่่ท่่านได้้นำำของถวายมาเป็็นที่่เรีียบร้้อยแล้้ว ถ้้าปฏิิเสธไม่่รัับ ก็็ จะสิ้้�นเปลืืองค่่าใช้้จ่่ายในการเดิินทาง จึึงสั่่งหน่่วยราชการที่่เกี่่ยวข้้อง ให้้รัับราชบรรณาการที่่นำำ มาในครั้้�งนี้้� ทั้้�งหมด และให้้ตอบแทนด้้วยผ้้าแพร แต่่นี้้�ไปให้้นำำของถวายมาชุุดเดีียวก็็พอ ไม่่ต้้องเพิ่่มเติิมมากกว่่านั้้�น หาก ท่่านยัังส่่งของถวายมาเป็็น ๒ ชุุด เราจะให้้ข้้าหลวงใหญ่่กว่่างตง กว่่างซีี และข้้าหลวงมณฑลกว่่างตงคืืนให้้ท่่าน ๑ ชุุด เพื่่อรัักษาระเบีียบแบบแผนที่่วางไว้้และแสดงความเห็็นใจ ท่่านจงน้้อมรัับความเมตตากรุุณาจาก เรา ถวายความจงรัักภัักดีียิ่่ง ๆ ขึ้้�นไป เพื่่อจะได้้รัับความเห็็นชอบให้้ปกครองไพร่่ฟ้้าและรัักษาขอบขััณฑสีีมา ตลอดไป จึึงแจ้้งมาเพื่่อทราบ” (จดหมายเหตุุรััชกาลเหยิินจง “เหยิินจงสืือลู่่” บรรพ ๑๓ หน้้า ๑๕ - ๑๖) ๑๓๑. วัันจี่่เว่่ย เดืือนสิิบสอง ปีีที่่ส ามแห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๒ กุุมภาพัันธ์์ ๑๗๙๙/๒๓๔๒) จัักรพรรดิิ เสด็็จออก ณ ตำำหนัักเป่่าเหอเตี้้�ยน พระราชทานเลี้้�ยงเนื่่องในโอกาสวัันขึ้้�นปีีใหม่่แก่่บรรดาเจ้้าเมืืองต่่าง ประเทศที่่มาเข้้าเฝ้้าถวายราชบรรณาการ ราชทููตเฉาเซีียน เซีียนหลััว ฯลฯ ติิดตามขุุนนางทั้้�งฝ่่ายพลเรืือนและ ฝ่่ายทหารเข้้านั่่งประจำำที่่ตามลำำดัับ ดนตรีีประโคม (จดหมายเหตุุรััชกาลเหยิินจง “เหยิินจงสืือลู่่” บรรพ ๓๖ หน้้า ๑๕ - ๑๖)
198 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๓๒. วัันปิิงหยิิน เดืือนอ้้าย ปีีที่่สี่่ แห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๑๑ กุุมภาพัันธ์์ ๑๗๙๙/๒๓๔๒) กรมหลี่่ปู้้ กราบบังคมทูลว่า “ตามธรรมเนียมแล้ว หากมีพระราชโองการไปถึงเฉาเซียน จะทรงแต่งตั้งราชทูต นายหนึ่งและอุปทูตอีกนายหนึ่งเป็นผู้อัญเชิญไป ถ้าหากราชทูตของประเทศนั้นมาอยู่ที่เมืองหลวง ก็ให้ราชทูต ดังกล่าวอัญเชิญไปเอง บัดนี้ ราชทูตเฉาเซียนและเซียนหลัวต่างก็อยู่ที่เมืองหลวงแล้ว ข้าพเจ้าเห็นว่า องค์พระราชบิดาเสด็จสวรรคต พสกนิกรทั่วหล้าอาลัยอาวรณ์เป็นหนักหนา อันเฉาเซียนนั้น สวามิภักด์ิต่อ ราชสำนักก่อนประเทศราชอื่น ๆ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณมากเป็นพิเศษ จึงสมควรกราบบังคมทูลขอให้ พระองค์ทรงแต่งตั้งราชทูตอัญเชิญไปให้จึงจะถูกต้องตามระเบียบแบบแผน ส่วนเซียนหลัวนั้น มอบให้ราชทูต ประเทศดังกล่าวอัญเชิญกลับไปได้ ประเทศอื่น ๆ เช่น อันหนัน เหมี่ยนเตี้ยน ฯลฯ สมควรส่งไปให้โดยผ่าน ข้าหลวงใหญ่หรือข้าหลวงมณฑล (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๗ หน้า ๒๖) ๑๓๓. วันติงไฮ่ เดือนอ้าย ปีที่สี่แห่งรัชศกเจียชิ่ง (๔ มีนาคม ๑๗๙๙/๒๓๔๒) เจิ้งหัวกษัตริย์ เซียนหลัวแต่งราชทูตนำสาส์นและราชบรรณาการเข้ามาถวาย จักรพรรดิพระราชทานบำเหน็จรางวัลตาม ฐานานุศักดิ์ (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๘ หน้า ๓๑) ๑๓๔. วันติงเว่ย เดือนเจ็ด ปีที่ห้าแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๑๕ กันยายน ๑๘๐๐/๒๓๔๓) จักรพรรดิ มีพระราชโองการถึงเจิ้งหัวกษัตริย์เซียนหลัว ความว่า “จี๋ชิ่งข้าหลวงใหญ่กว่างตง กว่างซี และหูถูหลี่ข้าหลวง กว่างตงได้นำสาส์นไว้อาลัยพระราชบิดาที่เสด็จสวรรคต พร้อมพระสุพรรณบัฏอีกฉบับหนึ่งจากพระองค์ เรารู้สึกซาบซึ้งในความจริงใจของพระองค์ ทำให้เราเศร้าโศกยิ่งนัก ทว่าตามธรรมเนียมเราไม่เคยให้ราชทูต ต่างประเทศถวายสักการะแด่จักรพรรดิที่เสด็จสวรรคต เมื่อปีที่แล้วหย่วนกวางต่วนกษัตริย์อันหนันได้ส่ง ราชทููตเข้้ามาที่่เมืืองหลวงเพื่่อถวายสัักการะพระราชบิิดาที่่เสด็็จสวรรคต เราแจ้้งไปว่่าได้้ย้้ายพระศพ
199 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย จัักรพรรดิิเกาจงฉุุนสู่่สุุสานหลวง1 แล้้ว คำำนวณเวลาดููก็ ็เห็็นว่่ากว่่าราชทููตดัังกล่่าวจะเดิินทางถึึงเมืืองหลวง เราได้้อััญเชิิญพระบรมศพบรรจุุไว้้ในสุุสานหลวงเป็็นการถาวรแล้้ว จึึงได้้สั่่งการไปยัังราชทููตประเทศดัังกล่่าว ไม่ต้องเดินทางเข้ามาเมืองหลวงและให้นำเครื่องประกอบพิธีเซ่นไหว้ทั้งหมดกลับเพื่อแสดงว่าเราเห็นใจ บัดนี้พระองค์ในฐานะกษัตริย์แห่งเซียนหลัวก็แต่งราชทูตเข้ามาเมืองหลวงด้วยกิจอย่างเดียวกัน เราแผ่เมตตา ธรรมคุ้มเกล้าพส กนิกรทั่วหล้าเหมือนกันหมด แม้นประเทศราชโพ้นทะเลก็มิได้ดูแคลน จึงได้สั่งการไปยังขุนนาง ประจำแว่นแคว้นชายแดนให้นำเครื่องประกอบพิธีเซ่นไหว้และสิ่งของพื้นเมืองคืนมอบให้ราชทูตนำกลับ ไปโดยไม่ต้องเหนื่อยยากเดินทางเข้ามาเมืองหลวง หวังว่าท่านคงเข้าใจและยิ่งทวีความนบนอบอ่อนน้อม เป็นที่เราโปรดปรานต่อไปตลอดกาลนาน แจ้งมาเพื่อทราบ” (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๗๑ หน้า ๒๖ - ๒๗) ๑๓๕. วันกุ่ยไฮ่ เดือนสิบสอง ปีที่หกแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๑๒ มกราคม ๑๘๐๒/๒๓๔๕) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ศาลาหยิงไถ ทอดพระเนตรการแสดงบนลานน้ำ แข็ง พีหย่าเซาหวาลี่สุนต้วนอาปาล่าเจาทู 2 ราชทูตเซียนหลัวพร้อมผู้ติดตามรวม ๓ คน เข้าเฝ้าที่นอกประตูราชอุทยานซีหยวน (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๙๒ หน้า ๒๘ - ๒๙) ๑๓๖. วันเยิ่นเซิน เดือนสิบสอง ปีที่หกแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๒ กุมภาพันธ์ ๑๘๐๒/๒๓๔๕) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่แก่บรรดาเจ้าเมืองต่างประเทศ ที่มาเข้าเฝ้าถวายราชบรรณาการ... ราชทูตและอุปทูตเซียนหลัว ต่อท้ายขุนนางฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร เข้าประจำที่ตามลำดับ ดนตรีประโคม (จดหมายเหตุุรััชกาลเหยิินจง “เหยิินจงสืือลู่่” บรรพ ๙๒ หน้้า ๓๘) 1 คือ ชิงตงหลิง อยู่ทางตะวันออกของกรุงปักกิ่ง 2 พระยาสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต
200 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๓๗. วัันปิิงจื่่อ เดืือนสิิบสอง ปีีที่่เก้้าแห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๒๑ มกราคม ๑๘๐๕/๒๓๔๘) จัักรพรรดิิเสด็็จออก ณ ศาลาหยิงไถ พีหย่าซัววาหลี่สุนต้วนอาผายลาเชอทู 1 ราชทูตเซียนหลัวพร้อมผู้ติดตามรวม ๔ คน เข้าเฝ้าที่ นอกประตูราชอุทยานซีหยวน (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๑๓๘ หน้า ๒๔) ๑๓๘. วันอี่โฉ่ว เดือนสิบสอง ปีที่เก้าแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๓๐ มกราคม ๑๘๐๕/๒๓๔๘) จักรพรรดิ เสด็็จออก ณ ตำำหนัักเป่่าเหอเตี้้�ยน พระราชทานเลี้้�ยงเนื่่องในโอกาสวัันขึ้้น�ปีีใหม่่แก่่บรรดาเจ้้าเมืืองต่่างประเทศที่่มา เข้้าเฝ้้าถวายราชบรรณาการ... ราชทููตเฉาเซีียนและเซีียนหลััว ต่่อท้้ายขุุนนางฝ่่ายพลเรืือนและฝ่่ายทหารเข้้านั่่งประจำำ ที่่ตามลำำดัับ ดนตรีีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๑๓๘ หน้า ๓๖) ๑๓๙. วันปิงหยิน เดือนสาม ปีที่สิบเอ็ดแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๖ พฤษภาคม ๑๘๐๖/๒๓๔๙) จักรพรรดิ มีพระราชโองการ (แก่จุนจีต้าเฉิน) อีกฉบับหนึ่งความว่า “... (ป๋อหลิน2 ) กราบบังคมทูลว่า ‘เจ้าเมือง เจี๋ยหยีล่า3 ที่ขึ้นต่อเซียนหลัวได้พบตราประจำตำแหน่งของเจ้าเมืองเมิ่งเหลียน4 ที่สูญหายไปและส่งมอบคืน มาให้ พร้อมกับแถลงว่า เมื่อใดจับกุมตัวผู้ร้ายที่สังหารเจ้าเมืองเมิ่งเหลียนได้ จะจัดการลงโทษ แสดงว่าเขา กลัวว่าจะมีความผิด ป๋อหลิน ฯลฯ’ สมควรมีสาส์นไปถึงเขาโดยมีใจความว่า “เมื่อท่านได้รับคำสั่งจากรองปลัด มณฑลและผู้บังคับการทหารรักษาชายแดนแจ้งว่า ตราเจ้าเมืองเมิ่งเหลียนได้สูญหายไป ก็ช่วยกันหากลับ คืนมาได้ทันท่วงที นับว่ามีความอ่อนน้อมน่าสรรเสริญ” ให้แจ้งไปอีกว่า “ที่แล้วมาฝ่ายผู้ใหญ่ของเหมี่ยนเตี้ยน 1 พระยาสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต 2 ข้าหลวงใหญ่มณฑลหยุนหนัน - กุ้ยโจว ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๔๗ - ๒๓๖๓3 พระยากาวิละ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ซึ่งสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล มีพระราชบัณฑูรแต่งตั้งเป็นพระยาเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๙ และต่อมาได้รับแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ใน พ.ศ. ๒๓๕๗ 4 สอบไม่พบว่าเป็นเมืองใด
201 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ถือเอาเรื่องตาวไพ่กงถูกสังหารเป็นข้ออ้าง ขอกำลังจากส่วนกลางให้ไปปราบปรามหลายครั้ง แต่ทางเราได้ แย้งไปว่าไม่อนุญาต ราชสำนักจีนคุ้มครองทั้งเมืองชั้นในและเมืองออก แผ่พระเมตตาโดยทั่วถึงกัน ดังนั้น เมื่อเหมี่ยนเตี้ยนขอให้ยกทัพออกไปปราบปราม เราก็ไม่ได้อนุญาตไป ในลักษณะเดียวกัน หากท่านมาขอให้ ราชสำนักจีนส่งกองกำลังไปสนับสนุนท่านสู้ศึกบ้าง ก็ย่อมได้รับการปฏิเสธอย่างแน่แท้ ส่วนตาวไพ่กงนำ กองกำลังท้องถิ่นออกนอกราชอาณาจักรไปช่วยเหมี่ยนเตี้ยนนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง หากเขายังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องถูกลงโทษ บัดนี้เมื่อเขาถูกสังหารไปแล้วก็ไม่ต้องพิจารณาโทษกันอีก ท่านจงป้องกันขอบขัณฑสีมา ด้วยความระมัดระวัง ทวีความนบนอบอ่อนน้อมยิ่ง ๆ ขึ้นไป ให้สมกับความเมตตากรุณาที่เรามีต่อท่าน แจ้งไปให้ชัดเจนตามนี้ เขาจะได้หวาดกลัวไม่กล้าบังอาจกระทำการอันมิชอบขึ้นมาอีก จงแจ้งพระราชโองการนี้ ไปยังเขาด้วย” (จดหมายเหตุุรััชกาลเหยิินจง “เหยิินจงสืือลู่่” บรรพ ๑๕๘ หน้้า ๒๑ - ๒๒) ๑๔๐. วันติงเว่ย เดือนเก้า ปีที่สิบสองแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๙ ตุลาคม ๑๘๐๗/๒๓๕๐) มีพระราชโองการ ถึงเจิ้งหัวกษัตริย์เซียนหลัวความว่า “เมื่อเดือนเก้า ปีที่สิบสอง รัชศกเจียชิ่ง อู๋สงกวงข้าหลวงใหญ่กว่างตงกว่างซี กราบบังคมทูลว่า ‘มีพ่อค้าเรือเดินทะเลชื่อจินเสียซุ่นและเฉินเฉิงฟาบรรทุกสินค้าของเซียนหลัวมาค้าขายที่ กว่างตง และขออนุญาตว่า เมื่อขนถ่ายสินค้าข้ึนฝั่งเรียบร้อยแล้วจะขอบรรทุกสินค้าของมณฑลกว่างตงกลับ ไปยังเซียนหลัวด้วย จากการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นปรากฏว่าจินเสียซุ่นเป็นชาวอำเภอถงอาน มณฑล ฝูเจี้ยน ส่วนเฉินเฉิงฟานั้นเป็นชาวอำเภอเฉิงไห่ มณฑลกว่างตง จึงได้เชิญราชทูตบรรณาการมาสอบถามดู ราชทูต ตอบว่าเรือของจินเสียซุ่นและเฉินเฉิงฟานั้นเป็นเรือที่ต่อขึ้นใหม่ในเซียนหลัวแล้วข้ามทะเลมาจีนจริง ๆ แต่คน ของเซียนหลัวไม่ชำนาญการขนส่งลำเลียงทางทะเล จึงได้ให้ชาวเรือฝูเจี้ยนและเฉาโจว 1 เป็นผู้บังคับการเดินเรือ แทนเป็นส่วนใหญ่ มิได้แอบอ้างแจ้งความเท็จแต่ประการใด พร้อมกับส่งคำให้การเป็นฉบับแปลภาษาจีน 1 เฉาโจว คือ แต้จิ๋ว
202 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง มาให้ด้วย ฯลฯ’ ราชสำนักจีนห่วงใยเอ้ืออาทรราษฎรที่อยู่ตามชายแดนขอบขัณฑสีมา อนุญาตให้ประชาชน นอกราชอาณาจักรเข้ามาซื้อขายสินค้าขนส่งในดินแดนจีนได้ ซึ่งเป็นการเอื้ออำนวยประโยชน์แก่คนที่อยู่ แดนไกล เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งแล้ว แต่ก็มีความแตกต่างกันกับคนในประเทศคือ ต้องมีการยื่นขอเสียภาษี และการอนุมัติโดยตั้งด่านตรวจตรา ซึ่งเป็นกฎข้อบังคับกำหนดชัดเจนมาแต่โบราณ บรรดาประเทศที่ได้รับ ความเอื้ออาทรและอยู่ในบังคับของราชสำนักจีน เช่น เฉาเซียน อันหนัน หลิวฉิว ฯลฯ ต่างก็นำเอาสิ่งของ พื้นเมืองมาขายที่ดินแดนจีนและได้ให้คนในชาติของเขาเองอาศัยโอกาสที่มีการถวายราชบรรณาการติดเรือ เข้ามาด้วย ไม่มีรายใดที่ให้คนจีนเป็นนายหน้าค้าแทนเลย บัดนี้จินเสียซุ่น และเฉินเฉิงฟาพ่อค้าวาณิชจีน ชาวหมิ่น ชาวฝูเจี้ยน และกว่างตงประกอบการขนส่งสินค้าลำเลียงแทนชาวเซียนหลัวย่อมเป็นการฝ่าฝืนกฎ ข้อห้าม ปกติพลเมืองดีของจีนจะอย่ในกรอบกฎหมายของบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด ูจะไม่กล้าแสวงหาผลประโยชน์ โดยละเมิดกฎระเบียบข้อบังคับโดยเด็ดขาด ส่วนบุคคลที่ลักลอบออกไปอยู่ต่างแดน ย่อมมีทั้งคนดีและคนชั่ว ปะปนกัน หากนำสินค้าไปจำหน่าย แล้วค้างชำระค่าของเกิดเป็นความฟ้องร้องกันขึ้นมาจะเป็นเรื่องยุ่งยาก สำหรับประเทศที่เป็นเจ้าของสินค้าได้ ความจริงควรนำตัวจินเสียซุ่นมาลงโทษตามกฎหมาย แต่เมื่อพิจารณา อีกแง่หนึ่ง เรือเหล่านี้เป็นของประเทศดังกล่าว เขาให้ชาวจีนเป็นผู้บังคับการเดินเรือแทนซึ่งเดิมทียังไม่มี ข้อห้ามที่เข้มงวดจึงให้ผ่อนหนักเป็นเบา ยกโทษให้ในครั้งนี้อีกทั้งยังกรุณาให้ขนสินค้าขึ้นฝั่งจำ หน่ายได้และออก หนังสืออนุญาตให้ซื้อสินค้าบรรจุเรือกลับไปได้ด้วย โดยให้มีพระราชโองการไปยังกษัตริย์เซียนหลัวแจ้ง ข้อห้ามให้ทราบชัดเจน ต่อแต่นี้เป็นต้นไปหากกษัตริย์ประเทศดังกล่าวมีเรือที่ต่อเองก็ต้องมีคนชาติเดียวกัน เป็นผู้บังคับการเดินเรือเอง และให้มีเจ้าหน้าที่นำมาด้วยจะได้เป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ จะให้ชาวจีนขนส่ง แทนเช่นแต่ก่อนไม่ได้อีกต่อไป หลังจากที่มีคำสั่งห้ามครั้งนี้แล้วหากยังปรากฏมีการมอบหมายให้พ่อค้าชาว จีนแอบอ้างไปติดต่อค้าขายโดยพลการเช่นที่แล้วมา เมื่อเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรตรวจพ บ นอกจากไม่อนุญาต ให้นำสินค้าขึ้นฝั่งแล้ว ยังจะลงโทษพ่อค้าผู้ทุจริตอีกด้วย แม้แต่กษัตริย์ประเทศนั้นก็ไม่อาจหลีกพ้นความ ผิดฐานละเมิดกฎระเบียบที่วางไว้ได้ ความเมตตากรุณาต่อผู้อยู่แดนไกลส่งผลให้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน ผ่อนปรนความผิดพลาดในอดีตเพื่อให้เห็นถึงพระมหากรุณาอันล้นพ้น เพื่อให้การปกครองแผ่นดินจีน
203 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและควบคุมบรรดาประเทศราชทั้งหลายให้อยู่ใต้บังคับบัญชา จึงประกาศกฎข้อห้ามไว้ อย่างชัดเจน จะได้ป้องกันอย่างเข้มงวดมิให้เกิดการละเมิดกฎเกณฑ์ที่วางไว้ หวังว่าท่านจะปฏิบัติตามนีอย่าได้ละเลย ้ จึงแจ้งมาเป็นพิเศษเพื่อทราบ” จักรพรรดิมีพระราชโองการถึงจุนจีต้าเฉินความว่า “อู๋สงกวงกราบบังคมทูลว่าสมควรสั่งห้ามพ่อค้า ชาวจีนเป็นตัวแทนบังคับการเดินเรือสินค้าเซียนหลัวนำสินค้าเข้าประเทศมาทำการค้า จะได้ปิดกั้นต้นตอที่จะ นำไปสู่การทุจริตมิชอบนั้น นับว่าเป็นความห่วงใยที่ชอบด้วยเหตุผล การที่ชาวต่างประเทศโพ้นทะเลจัดหาเรือ สินค้าเข้ามาขายในมณฑลกว่างตงเองนั้น สมควรให้เจ้าหน้าที่ประเทศนั้นบังคับการเดินเรือเอง จะให้พ่อค้า จีนขนสินค้ามาค้าขายแทนไม่ได้ บัดนี้จินเสียซุ่นและเฉินเฉิงฟาในฐานะพ่อค้าวาณิชในแผ่นดินจีนนำเรือ เซียนหลัวบรรทุกสินค้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศจีน เมื่อสอบถามแล้วได้รับการมอบหมายจากกษัตริย์ประเทศ ดังกล่าวจริง อีกทั้งมิได้ปลอมแปลงแอบอ้างและสอดแทรกสินค้าต้องห้าม แต่ทว่าเหตุไฉนกษัตริย์องค์ดังกล่าว จึงได้ยอมต่อเรือให้พวกเขาบังคับดูแลโดยพลการเล่า เรื่องนี้ใช่ว่าปราศจ ากข้อกังขาเสียเลย อนึ่ง เราเกรงว่า ปล่อยนานไปกลายเป็นธรรมเนียมจะเป็นโอกาสให้พวกที่คิดไม่ซื่อแอบออกไปต่างแดนซื้อสินค้าเงินเชื่อแล้ว ฉ้อฉลไม่ยอมจ่ายเงินหรือแอบอ้างว่าเป็นสินค้าต่างประเทศ แต่แท้จริงช่วยพวกคนร้ายจำหน่ายของโจร จึงจำ เป็นต้องป้องกันไว้แต่เนิ่น ๆ อู๋สงกวงขอส่งการไปยังกรมหลี่ป ัู้ นำเอาข้อห้ามนี้แจ้งให้ราชทูตบรรณาการ ได้ทราบเมื่อเขามาถึงเมืองหลวง แต่เราห่วงว่าเมื่อราชทูตกลับไปกราบทูลต่อกษัตริย์ได้ไม่ละเอียดครบถ้วน จึึงได้้มีีพระราชโองการถึึงกษััตริิย์์เซีียนหลััวต่่างหาก บอกกล่่าวธรรมเนีียมปฏิิบััติิทั้้�งภายในและภายนอกประเทศ ให้้เป็็นที่่ชััดแจ้้ง เพื่่อให้้กษััตริิย์์ดัังกล่่าวปฏิิบััติิตามอย่่างเข้้มงวด ในเมื่่อเรืือ ๒ ลำำที่่มีีจิินเสีียซุ่่นเป็็น ผู้้บัังคัับการได้้เทีียบท่่าแผ่่นดิินจีีนแล้้ว ให้้นำำสิินค้้าขึ้้�นฝั่่งแล้้วเสีียภาษีีก่่อน ค่่อยควบคุุมสิินค้้าใหม่่ลงเรืือ แล้วออกไปอนุญาตให้ชักใบเรือกลับออกไปได้ หลังจากสั่งห้ามครั้งนี้ไปแล้ว หากยังมีผู้ใดบังคับการเดินเรือแทนคน ต่างประเทศเข้าเมืองให้สอบสวนเป็นที่แน่ชัด แล้วจัดการลงโทษจะได้ไม่กลายเป็นเรื่องเสียหายลุกลามออกไป ส่วนเรื่องพ่อค้าวาณิชอำเภอเฉิงไห่ขอใบทะเบียนจะออกไปซื้อข้าวสารจากเซียนหลัวเพื่อนำกลับมาบรรเทาความ ขาดแคลนของชาวบ้านในแผ่นดินจีนนั้น แม้ได้ปฏิบัติกันมากว่าสี่สิบปีแล้ว แต่มีรายงานว่าเรือบรรทุกข้าวดังกล่าว
204 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง กลับเข้ามาแค่ห้าหรือหกส่วนในสิบส่วนเท่านั้น แม้จำนวนข้าวที่บรรทุกมากับเรือที่กลับเข้ามานั้นก็ไม่ได้ตรงตามที่ แจ้งไว้แต่เดิม แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะไม่เป็นการแจ้งเท็จเพื่ออำพรางการติดต่อและเลี้ยงดูโจรผู้ร้าย สมควรเลิกออก ใบทะเบียนให้อีกต่อไป จึงแจ้งมาเพื่อทราบ” (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๑๘๕ หน้า ๖ - ๑๐) ๑๔๑. วัันอู้้จื่่อ เดืือนสิิบสอง ปีีที่่สิิบสองแห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๑๘ มกราคม ๑๘๐๘/๒๓๕๑) จัักรพรรดิิ เสด็็จออก ณ พระราชอุุทยานเป่่ยไห่่ ทอดพระเนตรการแสดงบนลานน้ำำ�แข็็ง... พีีหย่่าสื่่อหวาหลี่่สุุนต้้วน น่่าเชอทูู 1 ราชทููตเซีียนหลััวพร้้อมผู้้ติ ิดตามรวม ๔ คน และเหลีียงปัังปี้้อุุปทููตหลิิวฉิิว เข้้าเฝ้้าที่่นอกประตูู เสินอู่เหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๑๙๐ หน้า ๑๔ - ๑๕) ๑๔๒. วันติงโฉ่ว เดือนสิบสอง ปีที่สิบสองแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๒๗ มกราคม ๑๘๐๘/๒๓๕๑) จักรพรรดิเสด็จออก ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่บรรดาเจ้าเมืองขอบขัณฑสีมาที่มาเข้าเฝ้า เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่... ราชทูตเฉาเซียน เซียนหลัว และหลิวฉิว ต่อท้ายขุนนางฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร เข้านั่งประจำที่ตามลำดับ ดนตรีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๑๙๐ หน้า ๒๕ - ๒๖) ๑๔๓. วันอู้เซิน เดือนสิบสอง ปีที่สิบสี่แห่งรัชศกเจียชิ่ง (๒๗ มกราคม ๑๘๑๐/๒๓๕๓) เจิ้งหัวกษัตริย์ เซียนหลัวแต่งราชทตนูำหนังสือถวายพระพรเฉลิมพระชนมพรรษา พร้อมราชบรรณาการเป็นของพนเมือง ื้จักรพรรดิ พระราชทานบำเหน็จรางวัลตามฐานานุศักดิ์และพระราชทานเลี้ยงตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๒๓ หน้า ๑๘) 1 พระยาสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต
205 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๑๔๔. วัันอี่่เหม่่า เดืือนสิิบสอง ปีีที่่สิิบสี่่แห่่งรััชศกเจีียชิ่่ง (๓ กุุมภาพัันธ์์ ๑๘๑๐/๒๓๕๓) จัักรพรรดิิ เสด็็จออก ณ ตำำหนัักเป่่าเหอเตี้้�ยน พระราชทานเลี้้�ยงแก่่บรรดาเจ้้าเมืืองขอบขััณฑสีีมาที่่มาเข้้าเฝ้้าเนื่่องในโอกาส วัันขึ้้�นปีีใหม่่... ราชทููตและอุุปทููตเฉาเซีียนและเซีียนหลััวต่่อท้้ายขุุนนางฝ่่ายพลเรืือนและฝ่่ายทหาร เข้้านั่่งประจำำที่่ ตามลำำดัับ ดนตรีีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๒๓ หน้า ๓๑) ๑๔๕. วันซินโฉ่ว เดือนสิบ ปีที่สิบห้าแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๑๖ พฤศจิกายน ๑๘๑๐/๒๓๕๓) จักรพรรดิ มีพระราชโองการ อีกฉบับหนึ่งความว่า “ไป่หลิง1 และคนอื่น ๆ กราบบังคมทูลเรื่องราชทูตถวายบรรณาการ ของเซียนหลัวเดินทางมาถึงกว่างตง ปรากฏว่า เรือราชบรรณาการของประเทศดังกล่าวเผชิญพายุไต้ฝุ่น ที่่น่่านน้ำ�ำเหอเปา อำำเภอเซีียงซานอัับปางจมลงกลางทะเล จนราชบรรณาการสููญหายซึ่่งสุุดวิิสััยที่่จะป้้องกััน ไว้้ได้้มิิใช่่เกิิดขึ้้�นเพราะความประมาทเลิินเล่่อของราชทููตแต่่อย่่างใด ดัังนั้้�นเครื่่องราชบรรณาการที่่จมน้ำ�ำ สูญหายไปนั้น ไม่ต้องเตรียมชุดใหม่เข้ามาถวายแทนอีก เพื่อให้เห็นถึงความเมตตากรุณาของเรา ส่วนเรื่องเจิ้งฝอ2 ประสงค์จะขอตราตั้งนั้น ให้คณะเสนาบดีจัดการตามธรรมเนียม เมื่อราชทูตกลับประเทศ เขาจะได้ อัญเชิญกลับไป” (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๓๕ หน้า ๒๑ - ๒๒) ๑๔๖. วันเกิงซี เดือนสิบสอง ปีที่สิบห้าแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๒๔ มกราคม ๑๘๑๑/๒๓๕๔) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่เจ้าเมืองขัณฑสีมาที่มาเข้าเฝ้าในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ราชทูตและอุปทูตของเฉาเซียนและเซียนหลัวต่อท้ายขุนนางผู้ใหญ่ฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร เข้านั่งประจำที่ ตามลำดับ ดนตรีประโคม… (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๓๗ หน้า ๓๓ - ๓๔) 1 ข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๕๒ - ๒๓๕๔ 2 พระนามของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่ใช้ติดต่อกับราชสำ นักจีน
206 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๔๗. วันัอู้ห้ยิน เิดือนือ้าย ้ ปีที่่ีสิ ที่่ ิบหกแห่ง่รัชัศกเจียีชิ่่ง ชิ่่ (๒๑ กุมุภาพันัธ์ ๑๘๑๑/๒๓๕๔) เ ์จิ้้งฝอ ก�จิ้้ษัตัริย์ิ์ เซียนหลัวแต่งราชทูตเข้ามาถวายราชบรรณาการเป็นสิ่งของพื้นเมืองพร้อมพระสุพรรณบัฏ จักรพรรดิพระราชทาน บำเหน็จรางวัลและพระราชทานเลี้ยงตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๓๘ หน้า ๑๖) ๑๔๘. วันซินโฉ่ว เดือนสิบสอง ปีที่สิบเจ็ดแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๒๔ มกราคม ๑๘๑๓/๒๓๕๖) จักรพรรดิ เสด็จประทับ ณ ศาลาหยิงไถ ทอดพระเนตรการแสดงบนลานน้ำ แข็ง ไพซ่ากู่หลี่สุนต้วนหย่าผายน่าเชอทู 1 ราชทูตเซียนหลัวและผู้ติดตามรวม ๒ คน เข้าเฝ้าที่หน้าประตูเสินอู่เหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๖๔ หน้า ๒๖) ๑๔๙. วันอู้เฉิน เดือนสิบสอง ปีที่สิบเจ็ด รัชศกเจียชิ่ง (๓๑ มกราคม ๑๘๑๓/๒๓๕๖) จักรพรรดิเสด็จ ประทับ ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่เจ้าเมืองขัณฑสีมาที่มาเข้าเฝ้าในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ราชทูต และอุปทูตจากเฉาเซียนและเซียนหลัวต่อท้ายขุนนางผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารเข้านั่งประจำที่ตามลำดับ ดนตรีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๖๔ หน้า ๓๓ - ๓๔) ๑๕๐. วันอี่เว่ย เดือนอ้าย ปีที่สิบแปดแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๒๗ กุมภาพันธ์ ๑๘๑๓/๒๓๕๖) เจิ้งฝอ กษัตริย์เซียนหลัวแต่งราชทูตเข้ามาถวายราชบรรณาการเป็นส่งของ ิพื้นเมืองพร้อมพระสุพรรณบัฏ จักรพรรดิ พระราชทานบำเหน็จรางวัลตามฐานานุศักดิ์และพระราชทานเลี้ยงตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๖๔ หน้า ๓๓ - ๓๔) 1 พระสวัสดิ์สุนทรอภัย ราชทูต
207 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๑๕๑. วันเจ่ยเซิน เดือนเก้า ปีที่ ีสิบแปดแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๑๔ ตุลาคม ๑๘๑๓/๒๓๕๖) จักรพรรดิ มีพระราชโองการ (ถึงคณะเสนาบดี) อีกฉบับหนึ่งความว่า “เจี่ยงโยวเซียน1 มีหนังสือกราบบังคมทูลเรื่อง เรือราชบรรณาการเอกของเซียนหลัวเกิดเพลิงไหม้ บัดนี้ เซียนหลัวครบกำหนดวาระต้องส่งราชบรรณาการ จึงได้นำราชบรรณาการพร้อมพระสุพรรณบัฏเดินทางเข้ามาถวาย แต่เรือราชบรรณาการเอกเกิดเพลิงไหม้ กลางมหาสมุทร เรือราชบรรณาการรองจึงมาถึงกว่างตงก่อน ขอให้สั่งการไปยังข้าหลวงใหญ่ดังกล่าวให้จัด เจ้าหน้าที่คุ้มกันทูตราชบรรณาการที่มาถึงแล้วเดินทางเข้าเมืองหลวงได้เลย ราชบรรณาการที่คงเหลืออยู่ สิบชนิดให้นำเข้ามาถวายด้วย ส่วนราชบรรณาการในเรือลำเอกที่จมหายไปไม่ต้องส่งเข้ามาชดเชยอีก เพื่อแสดงความเห็นใจ” (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๗๔ หน้า ๒๙) ๑๕๒. วันอี่เหม่า เดือนสิบสอง ปีที่สิบแปดแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๑๓ มกราคม ๑๘๑๔/๒๓๕๗) จักรพรรดิ มีพระราชโองการ (ถึงคณะเสนาบดี) อีกฉบับหนึ่งความว่า “หนังสือกราบบังคมทูลของเจี่ยงโยวเซียน ฉบับที่แล้วนี แ้จ้งว่าเรือราชบรรณาการเอกของเซียนหลัวเกิดเพลิงไหม้กลางทะเล ทตบรรณาการและบริวาร รวมถึงู พระสุพรรณบัฏและสิ่งของพื้นเมืองล้วนสูญหายไปกลางทะเลทั้งหมด มีแต่เรือราชบรรณาการรองที่เข้ามา เทียบท่าที่กว่างตงก่อน เวลานั้นเราได้มีพระราชโองการให้จัดเจ้าหน้าที่นำอุปทูตและเครื่องบรรณาการ ที่คงเหลืออยู่รวมสิบรายการเข้ามาที่เมืองหลวงโดยไม่ต้องจัดราชบรรณาการเอกเข้ามาทดแทนอีก บัดนี้ ได้รับ หนังสือกราบบังคมทูลจากเจ่ยงโยวเซียนอีกฉบับหนึ่งแ ีจ้งว่า หลางป๋าซานาพีเหวินจือทู 2 เป็นไข้หวัดตั้งแต่อยู่ บนเรือ พอทราบข่าวเรือราชบรรณาการเอกถูกเพลิงไหม้ก็ยิ่งตระหนกตกใจ ขณะนี้ล้มป่วยอยู่ยากที่จะ เดินทางได้ ต้องรอจนรักษาเยียวยาให้หายป่วยเสียก่อนค่อยคุ้มกันเข้ามานครหลวง ในเมื่อท่านอุปทูตเจ็บป่วยและ เป็นกังวล สมควรได้รับการรักษาเยียวยา ถ้าจะให้เดินทางเป็นระยะทางไกลคงไม่เหมาะสมยิ่งนัก บัดนี้ 1 ข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๕๔ - ๒๓๖๐ 2 หนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๕๖ - ๒๕๕๗ อุปทูตไทยคือ หลวงบวรเสน่หา
208 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ใกล้เทศกาลวันขึ้นปีใหม่แล้ว ไม่ต้องจัดให้เขาเข้ามาเมืองหลวงอีก แจ้งให้เขาทราบด้วยว่าจักรพรรดิ มีพระมหากรุณาธิคุณให้นำเอาราชบรรณาการที่คงเหลืออยู่รวมสิบรายการฝากไว้ก่อนกับคลังมณฑลกว่างตง ซึ่งอยู่ใกล้ แล้วค่อยให้ข้าหลวงใหญ่ดังกล่าวจัดเจ้าหน้าที่ส่งต่อไปยังนครหลวงทีหลัง ส่วนอุปทูตผู้นั้นให้พัก รักษาตัวอยู่ที่กว่างตงพร้อมทั้งให้การดูแลรักษาอย่างดี กษัตริย์ประเทศดังกล่าวถวายราชบรรณาการด้วย ความจงรักภักดี ถึงแม้ราชทูตและอุปทูตไม่สามารถเข้ามาถึงเมืองหลวงด้วยเหตุจำเป็นก็ตาม แต่ที่อุตสาหะ ข้ามน้ำ ข้ามทะเลกันมาได้แสดงถึงความนบนอบอ่อนน้อมเสมือนหนึ่งได้นำเข้ามาถวายแล้ว สำ หรับสิ่งของ ที่จะพระราชทานเป็นบำเหน็จรางวัลแก่กษัตริย์ ราชทูตและบริวารของประเทศดังกล่าว ตามธรรมเนียม ให้ฝ่ายพิธีการตรวจสอบเป็นที่แจ้งชัดแล้วกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ แล้วจึงนำของที่จะพระราชทานเป็น บำเหน็จรางวัลฝากข้าหลวงใหญ่ดังกล่าวส่งต่อไปยังอุปทูต เมื่อเขาหายป่วยแล้วจะได้นำกลับประเทศไปด้วย อนึ่ง แจ้งพระราชโองการฉบับนี้แก่กษัตริย์เซียนหลัวให้ทรงทราบด้วย จะได้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ที่เรามีต่อกษัตริย์ประเทศดังกล่าวซึ่งอยู่ ณ ดินแดนอันไกลโพ้น” (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๘๑ หน้า ๑๖ - ๑๗) ๑๕๓. วันจ่โฉ่ว เดือน ีสาม ปีที่ยี่สิบแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๒ พฤษภาคม ๑๘๑๕/๒๓๕๘) จักรพรรดิมี พระราชโองการถึงจุนจีต้าเฉินความว่า “เจ่ยงโยวเซียนกราบบังคมท ีูลว่า ‘อุปทูตเซียนหลัวขออยู่รอจนกว่าเรือ ราชบรรณาการเอกลำใหม่มาถึงที่กว่างโจวแล้ว จึงค่อยรับพระราชทานบำเหน็จรางวัลพร้อมกัน โดยจะขอชะลอ เวลาการเดินทางกลับประเทศออกไป’ ปีที่แล้วเซียนหลัวส่งทูตเข้ามาถวายราชบรรณาการชดเชย ปรากฏว่า เรือราชบรรณาการเอกถูกพายุพัดหายไปกลางทะเล ได้มีพระราชโองการให้เจี่ยงโยวเซียนนำราชบรรณาการ ที่บรรทุกมากับเรือราชบรรณาการรองเข้าคลังท้องที่ไว้ก่อน และให้เลี้ยงรับรองอุปทูตตามธรรมเนียม แล้ว ให้เขาเดินทางกลับประเทศไปก่อนเพื่อแสดงให้เห็นถึงความกรุณาที่เรามีต่อเขา บัดนี้ ได้รับหนังสือกราบ บังคมทูลมาว่า ราชทูตของประเทศดังกล่าวมีจดหมายถึงอุปทูตแจ้งว่าเรือราชบรรณาการเอกจอดอยู่ในน่านน้ำ อันหนัน รอจนกระทั่งลมใต้พัดมาตามฤดูกาลจึงออกเดินทางได้ ประมาณเดือนหกถึงเดือนเจ็ดสามารถถึง
209 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย กว่างโจว แต่อุปทูตถวายราชบรรณาการยินดีที่จะรออยู่ก่อนโดยชะลอเวลากลับประเทศออกไปนั้น เห็นว่ากษัตริย์ ประเทศดังกล่าวได้เตรียมราชบรรณาการชดเชยมอบหมายให้ราชทูตนำข้ามทะเลมาถวายอีกเนื่องจากเรือ ราชบรรณาการเอกเกิดเพลิงไหม้ก่อนหน้านั้น แสดงถึงความนบนอบอ่อนน้อมและจริงใจ จึงสมควรอนุญาต ให้เดินทางมาเมืองหลวง ถ้าหากเรือราชบรรณาการเอกมาถึงกว่างโจวในเดือนเจ็ด ให้ข้าหลวงใหญ่และ ข้าหลวงมณฑลจัดเจ้าหน้าที่คุ้มกันราชทูตและอุปทูต เดินทางมายังเมืองหลวงโดยให้ถึงเมืองหลวงปลายเดือน เก้า จะได้ให้เข้าร่วมถวายพระพรในพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา และรับพระราชทานเลี้ยงพร้อมเหล่าขุนนาง แต่หากเข้ามาถึงกว่างโจวเมื่อเข้าเดือนเก้าแล้ว ก็ให้เดินทางเข้ามาถึงเมืองหลวงในเดือนสิบสอง จะได้ เข้าเฝ้าพร้อมด้วยบรรดาเจ้าเมืองนอกขอบขัณฑสีมาและเหล่าขุนนางเพื่อถวายพระพรในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ขอให้ แจ้งรับสั่งฉบับนี้ให้เพื่อทราบด้วย” (จดหมายเหตุุรััชกาลเหยิินจง “เหยิินจงสืือลู่่” บรรพ ๓๐๔ หน้้า ๑๘ - ๑๙) ๑๕๔. วันเจี่ยอู่ เดือนเก้า ปีที่ยี่สิบ รัชศกเจียชิ่ง (๑๔ ตุลาคม ค.ศ. ๑๘๑๕/๒๓๕๘) มีพระราช โองการถึงคณะเสนาบดี ความว่า “เจ่ยงโยวเซียนกราบบังคมท ีูลว่า ‘เมื่อกษัตริย์เซียนหลัวทรงทราบว่าเรือ ราชบรรณาการปีก่อนเผชิญพายุจนชำรุดเสียหาย ก็ได้จัดเรือราชบรรณาการรองให้ราชทูตเข้ามาถึงกว่างตง เพื่อชดเชยแล้ว อันเรือราชบรรณาการเอก ปีที่สิบแปด รัชศกเจียชิ่ง ที่เซียนหลัวส่งมาเกิดเพลิงไหม้กลาง มหาสมุทร แต่บรรณาการที่บรรทุกมากับเรือราชบรรณาการรองเข้าถวายเรียบร้อยแล้ว ครั้นถึงปีที่สิบเก้า รัชศกเจียชิ่ง กษัตริย์ประเทศดังกล่าวได้เตรียมสิ่งของพื้นเมืองบรรจุเรือราชบรรณาการเอกและรองเข้ามา ถวายอีก บังเอิญเผชิญลมไต้ฝุ่นพลัดพรากกันไป แต่บัดนี้เรือราชบรรณาการเอกและเรือราชบรรณาการรอง ได้เข้ามาเทียบท่าตามลำดับแล้ว ราชทูตได้นำเอาพระสุพรรณบัฏและส่งของ ิพื้นเมืองไปเมืองหลวงแล้ว เห็นว่าการที่กษัตริย์เซียนหลัวเมื่อได้ทราบข่าวว่าเรือราชบรรณาการประสบวาตภัยและได้จัดส่งของ ิพื้นเมือง เป็นราชบรรณาการทดแทน ซึ่งเข้ามาถึงกว่างตงอีก แสดงให้ถึงความนบนอบอ่อนน้อมและจริงใจส มควรแก่ การยกย่องชมเชยโดยแท้ ตามธรรมเนียมปฏิบัติประเทศเซียนหลัวมีกำหนดให้ถวายราชบรรณาการสามปี
210 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ต่อครั้ง ปีหน้าก็จะถึงกำหนดอีกวาระหนึ่ง สมควรให้นำของพื้นเมืองที่นำมาถวายในครั้งนี้เป็นการถวาย ตามกำหนดวาระในปีที่ ๒๑ แห่งรัชศกเจียชิ่งก็แล้วกัน เพื่อแสดงถึงความกรุณา โดยมอบหมายให้ทางการมณฑล กว่างตงนำเข้าไปเก็บในคลังสินค้าท้องที่ก่อน ถึงปีหน้าค่อยจัดให้เจ้าหน้าที่นำส่งไปเมืองหลวง ส่วนเข่าหลวน เหวินซื่อทง ราชทูตประเทศดังกล่าวให้พักที่กว่างตงก่อน รอจนราชทูตทั้งหลายที่มาถวายบรรณาการที่เข้ามา ยัังนครหลวงเดิินทางกลัับไปถึึงกว่่างตง แล้้วจััดให้้มีีงานเลี้้�ยงรัับรองพร้้อมกัันและให้้เดิินทางกลัับประเทศ พร้้อมทั้้�งให้้แจ้้งกษััตริิย์์ประเทศดัังกล่่าวว่่า ปีีหน้้าไม่่ต้้องนำำพระสุุพรรณบััฏและสิ่่งของพื้้�นเมืืองข้้ามมหาสมุุทร เข้้ามาถวายอีีก เพื่่อให้้ซาบซึ้้งในความก�รุุณาที่่เรามีีต่่อเขา” (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๑๐ หน้า ๑๐) ๑๕๕. วันจี่โฉ่ว เดือนเก้า ปีที่ยี่สิบแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๒๙ พฤศจิกายน ๑๘๑๕/๒๓๕๘) พีหย่าซัววาลี่ สุนทุนยาปอล่าเจาทู 1 และผู้ติดตามรวม ๔ คน เข้าเฝ้าภายในประตูซีอานเหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๑๐ หน้า ๒๓) ๑๕๖. วันอี่เหม่า เดือนสิบ ปีที่ยี่สิบแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๔ พฤศจิกายน ๑๘๑๕/๒๓๕๘) เจิ้งฝอ กษัตริย์ เซียนหลัวทรงแต่งราชทตูเข้ามาถวายพระสพุรรณบัฏพร้อมราชบรรณาการและสิ่งของพนื้เมือง จกรัพรรดิพระราชทาน บำเหน็จรางวัลและพระราชทานเลี้ยงตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๑๑ หน้า ๓) ๑๕๗. วันอี่เว่ย ขึ้นหนึ่งค่ำ เดือนสิบเอ็ด ปีที่ยี่สิบสามแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๒๘ พฤศจิกายน ๑๘๑๘/๒๓๖๑) มีพระราชโองการถึงจุนจีต้าเฉินความว่า “หย่วนหยวน2 กราบบังคมทูลว่า เรือราชบรรณาการ เอกของเซียนหลัวประสบวาตภัยกลางมหาสมุทร ส่วนเรือราชบรรณาการรองได้มาถึงกว่างตงก่อนแล้ว กษัตริย์ เซียนหลัวทรงแต่งราชทูตนำราชบรรณาการเข้ามาถวายเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖๐ ปี ในปีหน้า นับว่ามีความนบนอบอ่อนน้อมยิ่งนัก บัดนี้ เรือราชบรรณาการรองเข้ามาถึงกว่างตงแล้ว แต่เรือ 1พระยาสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต 2 ข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๐ - ๒๓๖๙
211 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ราชบรรณาการเอกประสบวาตภัยกลางสมุทร ไม่สามารถเดินทางมาถึงเมืองหลวงได้ทันเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ จึงเห็นควรให้หย่วนหยวน แจ้งอุปทูตบรรณาการให้พักที่กว่างตงก่อน พร้อมกันนั้นให้สืบหาว่าราชทูต อยู่ที่ใด ถ้าหากสามารถตามมาถึงกว่างตงในไม่ช้านี้ ก็ให้ท่านข้าหลวงใหญ่พิจารณาจัดเจ้าหน้าที่คุ้มกันไปยัง เมืองหลวงในเดือนเก้าปีหน้า แต่หากไม่พบร่องรอยเรือราชบรรณาการเอก ก็ส่งให้อุปท ัูตบรรณาการ เดินทางไปเมืองหลวงในเดือนเก้าปีหน้าโดยนำเอาของพื้นเมืองที่บรรทุกมากับเรือราชบรรณาการรองเข้ามาด้วย ส่่วนสิ่่งของพื้้�นเมืืองที่่บรรทุุกมากัับเรืือราชบรรณาการเอกซึ่่งพลััดหายไปนั้้�น ให้้มีีหนัังสืือราชการแจ้้งไปยัังกษััตริิย์์ ประเทศดัังกล่่าวว่่า ไม่่ต้้องจััดราชบรรณาการทดแทนมาอีีกเพื่่อแสดงให้้เห็็นว่่าเรามีีความเห็็นอกเห็็นใจต่่อเขา ถ้้าหากตรวจสอบเป็็นที่่แน่่ชััดว่่าพลััดหายสาบสููญไปแล้้ว ก็็ให้้กราบบัังคมทููลมาโดยชััดเจนจะได้้แสดงความ เห็็นอกเห็็นใจมากเป็็นพิิเศษ” (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๔๙ หน้า ๒) ๑๕๘. วันจี่เหม่า เดือนเก้า ปีที่ยี่สิบสี่แห่งรัชศกเจียชิ่ง (๗ พฤศจิกายน ๑๘๑๙/๒๓๖๒) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ตำหนักฉินเจิ้งเตี้ยน ปาหลงจ่ามา ราชทูตหนันจ่าง1 และผู้ติดตามรวม ๒ คน หลางวอเหวินสุนเอ่อ เสียว่อปูทู่ 2 ราชทูตเซียนหลัวพร้อมผู้ติดตามรวม ๓ คน... เข้าเฝ้าตรงเชิงบันได พระองค์รับสั่งให้ตามเสด็จไปรับ พระราชทานเลี้ยงที่ราชอุทยานถงเล่อหยวน (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๖๓ หน้า ๒) ๑๕๙. วันเกิงหยิน เดือนสิบ ปีที่ยี่สิบส่แห่งรัช ีศกเจียชิ่ง (๑๘ พฤศจิกายน ๑๘๑๙/๒๓๖๒) หย่่วนฝููหยิิงกษััตริิย์์อัันหนััน เจิ้้�งฝอกษััตริิย์์เซีียนหลััว เจ้้าหมั่่งท่่าตู้้ล่ ่า 3 กษััตริิย์์หนัันจ่่าง ต่่างแต่่งราชทููต ถืือราชสาสน์์เข้้ามาถวายพระพรเนื่่องในวัันเฉลิิมพระชนมพรรษา พร้้อมทั้้�งถวายของพื้้�นเมืืองเป็็นราชบรรณาการ พระจัักรพรรดิิพระราชทานบำำเหน็็จรางวััลและพระราชทานเลี้้�ยงตามธรรมเนีียม (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๖๓ หน้า ๒) 1 ล้านช้าง 2 น่าจะเป็นคนเดียวกับที่ในหนังสือสัมพันธภาพไทย - จีน ระบุว่าเป็นหลวงบวรเสน่หา อุปทูต3 เจ้ามังธาตุราช กษัตริย์เมืองหลวงพระบาง (พ.ศ. ๒๓๕๙ - ๒๓๗๘)
212 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๖๐. วันเกิงซี เดือนสิบสอง ปีที่ยี่สิบสี่แห่งรัชศกเจียชิ่ง (๖ กุมภาพันธ์ ๑๘๒๐/๒๓๖๓) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ศาลาหยิงไถ ชมการแสดงบนลานน้ำ แข็ง... พีหย่าซัวหวาหลี่สุนต้วนฮาปาล่าเชอทู 1 ราชทูต เซียนหลัวพร้อมผู้ติดตามรวม ๔ คน เข้าเฝ้าที่นอกประตูเสินอู่เหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๖๕ หน้า ๒๙) ๑๖๑. วันติงซือ เดือนสิบสอง ปีที่ยี่สิบส่แห่งรัช ีศกเจียชิ่ง (๑๓ กุมภาพันธ์ ๑๘๒๐/๒๓๖๓) จักรพรรดิเสด็จออก ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่บรรดาเจ้าเมืองขัณฑสีมา ...ราชทูตและอุปทูต เฉาเซียนและเซียนหลัวเข้าประจำที่ต่อท้ายขุนนางอำมาตย์ทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร ดนตรีประโคม... (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๖๕ หน้า ๒๙) ๑๖๒. วันกุ่ยเว่ย เดือนอ้าย ปีที่ยี่สิบห้าแห่งรัชศกเจียชิ่ง (๑๐ มีนาคม ๑๘๒๐/๒๓๖๓) เจิ้งฝอ กษัตริย์เซียนหลัวแต่งราชทูตนำพระสุพรรณบัฏ พร้อมสิ่งของพื้นเมืองเป็นราชบรรณาการเข้ามาถวาย พระราชทาน บำเหน็จรางวัลและพระราชทานเลี้ยงตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๓๖๖ หน้า ๑๖) ๑๖๓. วัันอู้้เฉิิน เดืือนเก้้า ปีที่่ีที่่หนึ่่งแห่่งรััชศกเต้้ากวง2 (๑๖ ตุุลาคม ๑๘๒๑/๒๓๖๔) มีพีระราชโองการ ถึึงบรรดาจุุนจีีต้้าเฉิิน ความว่่า “หย่่วนหยวนถวายหนัังสืือกราบบัังคมทููลว่่า กษััตริิย์์เซีียนหลััวแต่่งราชทููต เข้้ามาเคารพพระศพ และถวายพระพรในการขึ้้�นครองราชย์์ของเรา เมื่่อเดืือนสิิบสองปีีที่่แล้้วเจ้้าเซิ่่นเจิิน ได้้กราบบัังคมทููลว่่า กษััตริิย์์อัันหนัันได้้แต่่งราชทููตเข้้ามาเคารพพระศพแล้้วครั้้�งหนึ่่ง แต่่เราได้้สั่่งการ ไปว่่า เราได้้กำำหนดเคลื่่อนหีีบพระศพของจัักรพรรดิิเหยิินจงยุ่่ยหวางตี้้�ไปบรรจุุ ณ สุุสานหลวงเมื่่อเดืือนสามปีีนี้้� 1 พระยาสวัสดิสุนทร ราชทูต (ในหนังสือความสัมพันธ์ระหว่างไทย - จีน เอกสารพระราชสาส์นไปเมืองจีน ครั้งรัชกาลที่ ๒ กรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๑๘๒ พ.ศ. ๒๓๖๓ ระบุว่าราชทูต คือ พระสวัสดิสุนทรอภัย) 2 นามรัชศกของจักรพรรดิเฉิงตี้เซียนจง นามแมนจูว่า ไอ้ซินเจี๋ยหลัวหมินหนิง (พ.ศ. ๒๓๖๔ - ๒๓๙๓)
213 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย กว่่าราชทููตดัังกล่่าวจะมาถึึงเมืืองหลวง เราก็็ได้้ฝัังพระศพเป็็นที่่เรีียบร้้อยแล้้ว จะไม่่ทัันเวลาประกอบพิิธีี บรรจุุพระศพ จึึงมีีรัับสั่่งให้้กษััตริิย์์ประเทศดัังกล่่าว ไม่่ต้้องแต่่งราชทููตเข้้ามาเคารพพระศพ อนึ่่ง สิ่่งของพื้้�นเมืืองที่่เป็็นของขวััญในโอกาสเฉลิิมฉลองการขึ้้�นครองราชย์์ก็็ไม่่ต้้องนำำมาถวาย การเข้้ามาเคารพ พระศพของราชทููตเซีียนหลััวในครั้้�งนี้้�เป็็นเวลาภายหลัังการไว้้ทุุกข์์ ๑ ปีี ตามประเพณีีจะไม่่มีีการนำำราชทููต ต่่างประเทศไปถวายบัังคม ณ สุุสานหลวงอีีก อีีกประการหนึ่่ง ภายใน ๒๗ วััน 1ก็็จะไม่่มีีการจััดงานเลี้้�ยง จึงสั่งการไปยังหย่วนหยวนให้แจ้งต่อราชทูตประเทศดังกล่าวว่าไม่ต้องเดินทางไปนครหลวง เครื่องเซ่นไหว้ และสิ่งของพื้นเมืองทั้งหมดที่นำเข้ามาถวายนั้นให้นำกลับไปเลย ส่วนสมควรจะจัดเสบียงอาหารให้ไปอย่างไร จงตระเตรียมไว้ให้ครบถ้วนตามธรรมเนียมทุกประการ แล้วให้แจ้งราชทูตคนดังกล่าวด้วยตนเองว่าเราได้ให้ ความเมตตากรุณาแก่บรรดาประเทศราชเสมอหน้ากันทุกประเทศ ในเมื่อไม่ให้ราชทูตอันหนันเข้าเมืองหลวง มาถวายคำนับ ราชทูตเซียนหลัวก็สมควรให้งดเว้นการเข้าเมืองหลวงด้วยเช่นกัน จะได้ไม่ต้องตรากตรำกับ การเดินทางไกล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรามีความเมตตาปรานีต่อเขา พร้อมกับออกหนังสือส่งการให้ข้าหลวง ั ใหญ่ดังกล่าวมอบให้ราชทูตนำกลับไป แล้วให้ข้าหลวงใหญ่มีสารแจ้งไปยังกษัตริย์เซียนหลัวให้ปฏิบัติตามที่สั่ง ทุกประการ แจ้งพระราชโองการฉบับนี้ไปให้หย่วนหยวนทราบด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๓ หน้า ๒๒ - ๒๓) ๑๖๔. วันเจี่ยซี เดือนเก้า ปีที่หนึ่งแห่งรัชศกเต้ากวง (๒๒ ตุลาคม ๑๘๒๑/๒๓๖๔) มีพระราช โองการไปยังเจิ้งฝอกษัตริย์เซียนหลัว ความว่า “หย่วนหยวนข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี นำถวาย พระสุุพรรณบััฏเคารพพระศพฉบัับ ๑ และพระสุุพรรณบััฏถวายพระพรอีีกฉบัับ ๑ จากท่่าน ความจริิงใจ ของท่่านทำำ ให้้เรายิ่่งเศร้้าสลด ทว่่าการที่่ท่่านรำำลึึกถึึงพระมหากรุุณาธิิคุุณของจัักรพรรดิิองค์์ก่่อนซึ่่งทรงแผ่่ พระเมตตากรุุณาธิิคุุณต่่อผู้้อยู่่แดนไกล จึึงได้้ทรงแต่่งราชทููตข้้ามทะเลมายัังราชสำำนัักด้้วยความนบนอบ 1 ต้นฉบับน่าจะผิด ที่ถูกควรเป็น ๒๗ เดือน
214 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง อ่่อนน้้อมนั้้�น เราขอรัับด้้วยความชื่่นชม แต่่ทว่่าที่่แล้้วมาไม่่เคยมีีประเพณีีนำำราชทููตไปเคารพพระศพ ณ สุุสานหลวง ปีีที่่แล้้วหย่่วนฟู่่เจี่่ยวกษััตริิย์์อัันหนัันได้้ส่่งราชทููตเข้้ามาขอเคารพพระศพเป็็นการพิิเศษ เราก็็ได้้มีีพระราชโองการให้้กษััตริิย์์องค์์ดัังกล่่าวไม่่ต้้องส่่งทููตเดิินทางไกลเข้้ามา เพราะว่่าได้้กำำหนดฤกษ์์นำำหีีบ พระศพจัักรพรรดิิยุ่่ยตี้้�เหยิินจงบรรจุุไว้้ ณ สุุสานหลวงในเดืือนสามปีีนี้้� ราชทููตดัังกล่่าวกว่่าจะเดิินทาง มาถึึงเมืืองหลวงก็็เป็็นเวลาที่่ได้้บรรจุุพระศพเป็็นการถาวรแล้้ว ส่่วนสิ่่งของพื้้�นเมืืองที่่นำำ มาถวายในพิิธีี เฉลิิมฉลองบรมราชาภิิเษกของเรานั้้�นก็็ไม่่ต้้องถวายแล้้ว บััดนี้้� กษััตริิย์์เซีียนหลััวส่่งทููตมาเคารพพระศพ ก็เลยกำหนดไว้ทุกข์หนึ่งปีด้วยซ้ำ ก็ถือว่าอยู่ในกรณีเดียวกัน เราคุ้มครองนานาประเทศทั่วหล้า แม้บรรดา ประเทศอื่น ๆ ที่อยู่โพ้นทะเลก็มิได้ยกเว้น เครื่องเซ่นไหว้หรือสิ่งของพื้นเมืองทุกอย่างที่พระองค์นำมาถวาย ก็ให้ ขุนนางท้องที่ชายแดนส่งคืนให้ราชทูตนำกลับไป จะได้ไม่ต้องเดินทางไกลไปเมืองหลวง ท่านคงซาบซึ้งในความ เมตตากรุณาของเราและยิ่งจะถวายความจงรักภักดีด้วยความซื่อสัตย์จะได้เป็นที่โปรดปรานของเราตลอดไป” (จดหมายเหตุรัชกาลเหยินจง “เหยินจงสือลู่” บรรพ ๒๓ หน้า ๓๐ - ๓๑) ๑๖๕. วันอู้เซิน เดือนแปด ปีที่สองแห่งรัชศกเต้ากวง (๒๑ กันยายน ๑๘๒๒/๒๓๖๕) มีพระราช โองการถึงจุนจีต้าเฉินความว่า “ส่อืจื้อกวง1 กราบบังคมทูลว่ากรณีเจ้าเมืองเซียนเว่ย2 ถูกหัวหน้าเหมี่ยนเตี้ยน หลอกไปที่เมิ่งเกิ้น 3 นั้น ผ่านการสอบสวนเป็นลำดับได้ความว่า ‘ท้องที่เมืองเซียนเว่ยขึ้นกับเมืองผูเอ่อในมณฑล หยุนหนัน มีพรมแดนติดต่อกับเซียนหลัว หนันจ่าง และเหมี่ยนเตี้ยน ตาวเสิงอู่เจ้าเมืองเซียนเว่ยแต่เดิม มีการติดต่ออย่างเป็นทางการกับประเทศราชทั้งหลายในแถบนั้น ในเดือนสองของปีนี้ ลาจ่าปู้ 4 เจ้าเมือง เจี๋๋ยหยีีล่่า5 ซึ่่งขึ้้�นตรงต่่อเซีียนหลััวพร้้อมด้้วยนายทหารหนัันจ่่างเดิินทางมาถึึงชายแดนเซีียนเวยและอ้้างว่่า 1 ข้าหลวงมณฑลหยุนหนัน ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๓ - ๒๓๖๕ 2 น่าจะหมายถึง แสนหวีเชียงรุ่ง3 เมิงเกิ้น สันนิษฐานว่าเป็นเมืองเขิน/ขืน หรือเมืองเชียงตุง 4 คำจีน มาจากคำว่า เจ้าราชบุตร 5 น่าจะมาจากคำว่ากาวิละ ในที่นี้น่าจะเกิดจากจีนเข้าใจผิดว่าเป็นชื่อเมืองที่ขึ้นต่อเซียนหลัว
215 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย กษััตริิย์์เซีียนหลััวทรงทราบมาว่่า ตาวไท่่คััง 1อดีีตผู้้ว่่าการแทนเจ้้าเมืืองเซีียนเวยได้้เอาสิ่่งที่่ฝ่่ายหนัันจ่่างให้้ ไว้้เป็็นของขวััญไปให้้เหมี่่ยนเตี้้�ยนอีีกต่่อหนึ่่ง อีีกทั้้�งยกดิินแดนของหนัันจ่่างให้้ฝ่่ายเหมี่่ยนเตี้้�ยน จึึงมาขอ เจรจาด้้วย เราได้้มีีคำำสั่่งให้้ทางเซีียนเว่่ย 2 รวบรวมกำำลัังท้้องถิ่่นเข้้าสกััดกั้้�น ขณะเดีียวกัันก็็ได้้ตรวจสอบหา ข้อเท็จจริงปรากฏว่าตาวไท่คังไม่เคยยกดินแดนให้ฝ่ายเหมี่ยนเตี้ยนแต่อย่างใด นอกจากนั้นเจี๋ยหยีล่า ยัังได้้ยุุยงแกมบัังคัับให้้นายทหารหนัันจ่่างลอบนำำกำำลัังจากท้้องที่่เจ้้าเมืืองหลงฮู่่ลอบเข้้ามาถึึงม่่านหม่่าน แต่่ถููกกองกำลัำ ังท้้องถิ่่นขัับออกไปในเขตเหมี่่ยนเตี้้�ยน และถููกพวกหม่่างจืือ 3 โจมตีีแตกพ่่ายกระเจิิง จึึงสั่่งให้้ ปรัับความเข้้าใจกัับฝ่่ายเจีียหยีีล่่า พร้้อมกัับจััดกำลัำ ังนายทหารรวม ๒๐๐ นาย ทำำการลาดตระเวนปราบปราม แถบแม่่น้ำำ�จิ่่ วหลง 4 ต่่อมาผู้้บััญชาการทหารและข้้าหลวงประจำำจัังหวััดรายงานว่่า พระบิิดาผู้้ล่่วงลัับของ เจ้้าซื่่อติ่่งเคยเป็็นหััวหน้้าเผ่่าคนท้้องถิ่่น ตราประจำำตำำแหน่่งเจ้้าเมืืองที่่ถืือครองอยู่่นั้้�นมิิได้้ส่่งคืืนทางการ ยัังคง อยู่่ในการครอบครองของเจ้้าซื่่อติิง บััดนี้้� ได้้ยึึดจดหมายภาษาเหมี่่ยนเตี้้�ยนประทัับตราเซีียนเว่่ยซืือจากพวก นายทหารหนัันจ่่างที่่รบแพ้้สาระของจดหมายเกี่่ยวกัับตาวเสิิงอู่่นััดหมายให้้พวกหนัันจ่่างกำำจััดตาวไท่่คััง และ มีข้อความว่าปรารถนาจะตีเอาเมิ่งเกิ้นซึ่งเป็นดินแดนที่ขึ้นต่อเหมี่ยนเตี้ยน หัวหน้าเหมี่ยนเตี้ยนที่เมิ่งเกิ้นนี้ มาจากตาล่อ เขาล่อหลอกตาวเสิงอู่และตาวซ่านชิงนายทหารท้องถิ่นให้เดินทางออกนอกพรมแดนไปยัง ท้องที่เมิ่งเกินซึ่งขึ ้ นต่อเหมี่ยนเตี ้ยน เ้พ่อให้ไปยืนยันกับคนหนัน ืจ่างที่เขาจับตัวมาได้ก่อน บัดนี เราก้ำลังดำเนินการ สอบสวนเป็นราย ๆ ไป และได้มีหนังสือราชการเป็นบันทึกไปถึงกษัตริย์เหมี่ยนเตี้ยน หนันจ่างและ เซียนหลัวแล้ว ฯลฯ เท่าที่ได้จัดการไปนั้น เราเห็นว่าเหมาะสมแล้ว การที่พวกเผ่าชนนอกอาณาเขตทะเลาะวิวาท กันโดยไม่มีเหตุผลนั้นถือเป็นเรื่องปกติ ที่จริงไม่จำเป็นต้องสอบสวน แต่คราวนี้คนเมืองเจ๋ยหยีล่ากล่าวเท็ ีจ ปั้นเรื่องและหลอกตาวเสิงอู่เจ้าเมืองเซียนเวยไปที่เมิ่งเกิ้นนั้น ย่อมต้องให้เข้าส่งตัวกลับไปโดยด่วน และที่แจ้ง 1 ตาวไท่คัง หรือท้าวมหาวัง ผู้เป็นอา ถูกตาวเสินอู่ หรือท้าวมหาน้อย (พ.ศ. ๒๓๔๖ - ๒๓๗๗) ผู้เป็นหลานชิงราชสมบัติ 2 ย่อจาก เซียนเว่ยซื่อ ในสมัยหมิงและชิง เป็นตำแหน่งปกครองสูงสุดที่แต่งตั้งให้หัวหน้าเผ่าชนกลุ่มน้อย3 หมายถึงคนพม่า 4 แม่่น้ำ ำ� สาขาของแม่่น้ำ ำ�โขง
216 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง มาว่าได้มีบันทึกไปถึงกษัตริย์เหมี่ยนเตี้ยน หนันจ่าง และเซียนหลัวเพ่อให้รับร ืู้เหตุการณ์อันแท้จริง ต่างฝ่าย ต่างถอนกำลังกลับประเทศโดยเร็วและมิให้มาหาเหตุก่อเรื่องราวที่ชายแดนเมืองเซียนเว่ยอีกนั้นให้ดำเนินการ ตามที่เสนอไปได้เลย ต้นฉบับบันทึกที่จะมีไปถึงกษัตริย์เซียนหลัวให้คัดลอกตามนั้น แล้วสั่งไปทางข้าหลวง ใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซีส่งต่อไปด้วย ท้องที่ชายแดนมีความสำ คัญอย่างยิ่งยวด จงสั่งการไปยังข้าหลวงใหญ่ เจ้าของท้องที่ให้กำชับบรรดาหัวหน้าเผ่าและหน่วยราชการท้องที่ให้เพิ่มกำลังทหารท้องถิ่นไปตั้งสกัดตาม ด่านชัยภูมิที่สำคัญ และให้กองทัพหลวงตั้งมั่นในสถานที่ที่ไข้ป่าไม่ชุกนัก เพ่อรักษาความ ืสงบเรียบร้อยและ ป้องกันเหตุร้าย อีกทั้งแสดงแสนยานุภาพอันเกรียงไกรเพ่อรักษาชายแดนให้ ืสงบสุข บัดนี้ หมิงซาน1 ได้ รับการแต่งตั้งให้ไปเป็นข้าหลวงใหญ่หยุนหนัน กุ้ยโจวแล้ว ก่อนที่เขาจะเข้าดำรงตำแหน่งให้สื่อจื้อกวงกับ หานเค่อจุน 2 จัดการเรื่องนี้เป็นที่เรียบร้อยอย่าให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีก แจ้งพระราชโองการนี้ให้เขา ได้รับทราบด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสื่อลู่” บรรพ ๓๙ หน้า ๑๓ - ๑๕) ๑๖๖. วันเยิ่นเซิน ขึ้นหนึ่งค่ำ เดือนเก้า ปีที่สองแห่งรัชศกเต้ากวาง (๑๕ ตุลาคม ๑๘๒๒/๒๓๖๕) มีพระราชโองการถึงจุนจีต้าเฉินอีกฉบับความว่า “หย่วนหยวนมีหนังสือกราบบังคมทูลมาว่า กษัตริย์เซียนหลัว แต่งราชทูตเข้ามาถวายราชบรรณาการตามวาระ และถวายราชบรรณาการเพ่อถวาย ืพระพรเนื่องในโอกาส เฉลิมพระชนมพรรษาในปีหน้าเป็นการล่วงหน้า เซียนหลัวจะครบกำหนดวาระถวายราชบรรณาการในปีนี้ และกษัตริย์ประเทศดังกล่าวได้แต่งราชทูตเข้ามาถวายตามกำหนด พร้อมกันนั้นยังได้แต่งราชทูตนำ พระสุุพรรณบััฏเข้้ามาเมืืองหลวงถวายพระพรเนื่่องในโอกาสเฉลิิมพระชนมพรรษาปีีกุ่่ยเว่่ย 3 ของเราด้้วย นัับว่่าทรงมีีความนบนอบอ่่อนน้้อมซื่่อสััตย์์สุุจริิตโดยแท้้ ราชบรรณาการที่่พระองค์์ถวายตามวาระนั้้�น 1 ข้าหลวงใหญ่มณฑลหยุนหนัน กุ้ยโจว ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๕ - ๒๓๖๗ 2 ข้าหลวงมณฑลหยุนหนัน ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๓ - ๒๓๖๘3 ตรงกับ พ.ศ. ๒๓๖๖
217 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ให้ถวายได้ในปีนี้สั่งการไปยังข้าหลวงใหญ่ให้จัดเจ้าหน้าที่คุ้มกันราชบรรณาการและราชทูตเดินทางมาถึง เมืองหลวงในเดือนเจ็ดปีหน้าจะได้ถวายได้ตามกำหนด เรือราชบรรณาการทุกลำทั้งเรือเอกและเรือรอง ให้กลับประเทศก่อนในปลายปีนี้ ให้ข้าหลวงใหญ่แจ้งพระราชโองการนี้ไปให้กษัตริย์เซียนหลัวได้ทรงทราบ และปฏิบัติตามนั้น แจ้งพระราชโองการนี้ให้ข้าหลวงใหญ่ ทราบด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๑ หน้า ๒ - ๓) ๑๖๗. วันเยิ่นซี เดือนสิบสอง ปีที่สองแห่งรัชศกเต้ากวง (๒ กุมภาพันธ์ ๑๘๒๓/๒๓๖๖) พีหย่าซอวา เฮยสุนต้วนฮาผายล่าเชอทู 1 ราชทูตเซียนหลัวและผู้ติดตามรวม ๔ คน เข้าเฝ้าที่นอกประตูเสินอู่เหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๗ หน้า ๒๐) ๑๖๘. วันเกิงอู่ เดือนสิบสอง ปีที่สองแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๐ กุมภาพันธ์ ๑๘๒๓/๒๓๖๖) จักรพรรดิเสด็จประทับ ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่บรรดาเจ้าเมืองต่างประเทศ... ราชทูตและ อุปทูตหลิวฉิว และเซียนหลัวต่อท้ายขุนนางทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนเข้าประจำที่ตามลำดับ ดนตรีประโคม... (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๗ หน้า ๓๖ - ๓๗) ๑๖๙. วันกุ่ยเว่ย เดือนอ้าย ปีที่สามแห่งรัชศกเต้ากวง (๒๓ กุมภาพันธ์ ๑๘๒๓/๒๓๖๖) เจิ้งฝอ กษัตริย์ เซียนหลัวแต่งราชทูตนำพระสุพรรณบัฏและราชบรรณาการเป็นสิ่งของพื้นเมืองเข้ามาถวาย จักรพรรดิพระราชทาน บำเหน็จรางวัลและพระราชทานเลี้ยงแก่ราชทูตตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๘ หน้า ๒๒ - ๒๓) 1พระยาสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๖๕ พระสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต แต่ในพระราชสาส์นคำ หับซึ่งออกคู่กันระบุว่าราชทูตคือ พระเจริญสุพรรณบัฏ ราชทูต)
218 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๗๐. วันเจี่ยอู่ เดือนอ้าย ปีที่สามแห่งรัชศกเต้ากวง (๖ มีนาคม ๑๘๒๓/๒๓๖๖) มีพระราชโองการ ถึงบรรดาจุนจีต้าเฉิน ความว่า “กรมหลี่ปู้กราบบังคมทูลวันนี้ว่า เมื่อพีหย่าซัววาหลี่สุนต้วนฮาผายล่าเชอทู 1 ราชทูตบรรณาการเซียนหลัวเดินทางมาถึงเมืองหลวง ได้นำเอกสารราชการมาให้ฉบับหนึ่ง เป็นสาสน์จาก กรมท่าของประเทศดังกล่าว ขอให้ช่วยกราบบังคมทูลขอพระราชทานบรรดาศักด์ิให้แก่วังยื่อเซิงผู้มีตำแหน่ง ท่องสื่อ ผ่านการสอบถามนายวังยื่อเซิงได้ความว่า เขาเองมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่อำเภอหย่งติ้ง เมืองติงโจว มณฑลฝูเจี้ยน เดินทางไปค้าขายที่เซียนหลัวเมื่อปีที่สิบแปด รัชศกเจียชิ่ง การมาครั้งนี้ได้รับมอบหมายจาก กษัตริย์ อันบรรดาขุนนางของประเทศต่าง ๆ ถวายหนังสือกราบบังคมทูลจักรพรรดิโดยผ่านกรมหลี่ปู้นั้น ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน บัดนี้ กรมท่าประเทศดังกล่าวกราบบังคมทูลขอบรรดาศักดิ์ให้แก่ทงซื่อดังกล่าวนั้น จึง เป็นการกระทำที่ผิดระเบียบแบบแผน อีกทั้งเอกสารที่ส่งมาก็มิได้มีตราประทับประเทศดังกล่าวด้วย สุดวิสัย ที่จะตรวจสอบได้ เกรงว่าท่องสื่อผู้นั้นอาจจะปั้นแต่งเรื่องขึ้นมาเองก็เป็นได้ ยิ่งไปกว่านั้นท่องสื่อผู้นั้นเป็นพลเมือง จีน แล้วจะไปรับมอบหมายจากกษัตริย์เซียนหลัวได้อย่างไร ที่เขาอ้างมาว่าเดินทางไปค้าขายที่เซียนหลัวเมื่อ ปีที่สิบแปด รัชศกเจียชิ่ง จึงยากที่ จะเชื่อได้ หลังจากหย่วนหยวนและเฉินจงฝู 2 คุมเรือราชบรรณาการของ เซียนหลัวไปถึงกว่างตงแล้ว ให้สอบถามท่องสื่อผู้นั้นให้กระจ่างแจ้งทันทีแล้วค่อยดำเนินการตามธรรมเนียม ปฏิบัติ เพื่อดูแลชายแดนให้สงบเรียบร้อย แจ้งพระราชโองการนี้ให้ทราบโดยทั่วกัน” ได้กราบบังคมทูลความว่า “วังยื่อเซิงทำการค้าอยู่ในเซียนหลัวอยู่ก่อน ดังกล่าวเห็นว่าเขารู้ภาษาท้องถิ่น พอถึงกำหนดถวาย ราชบรรณาการเมื่อปีที่แล้ว จึงมอบหมายให้เป็นท่องสื่อ เห็นว่าการกราบบังคมทูลขอบรรดาศักด์ิให้นั้น ผิดธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่จำเป็นต้องปรึกษาหารืออีก วังยื่อเซิงแม้ไม่ได้ปั้นเรื่องขึ้นมา แต่ได้ไปมาหาสู่ ประเทศดังกล่าวหลายปี เกรงว่าเรื่องดังกล่าวจะลุกลามออกไป เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้วให้ควบคุมคนนีให้เข้มงวด ้ อย่าให้ออกนอกประเทศได้อีก” ให้ปฏิบัติตามนี้ (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๘ หน้า ๓๒ - ๓๓) 1 พระยาสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๖๕ พระสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต แต่ในพระราชสาส์นคำ หับซึ่งออกคู่กันระบุว่าราชทูตคือ พระเจริญสุพรรณบัฏ ราชทูต) 2 ข้าหลวงมณฑลกว่างตง ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๕ - ๒๓๖๘
219 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๑๗๑. วันปิงอู่ เดือนยี่ ปีที่สามแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๘ มีนาคม ๑๘๒๓/๒๓๖๖) มีพระราชโองการ ถึงบรรดาจุนจีต้าเฉิน ความว่า “เราได้เขียนป้ายเปี่ยนเอ๋อ1 ป้ายหนึ่งมีความว่า “ดินแดนโพ้นทะเลที่มีวัฒนธรรม ร่วมกัน” ให้แก่กษัตริย์เฉาเซียน อีกป้ายหนึ่งมีความว่า “ปราการทางอาคเนย์” ให้แก่กษัตริย์หลิวฉิว และอีก ป้ายหนึ่งมีความว่า “รัฐโพ้นทะเลที่ถวายราชบรรณาการตลอดกาล” ให้แก่กษัตริย์เซียนหลัว บัดนี้ ราชทูต ของประเทศต่าง ๆ ก็ได้เดินทางออกจากเมืองหลวงแล้ว ให้จิ้นชาง 2 เจ้าเซิ่นเจิน3 และหย่วนหยวนเมื่อได้รับ ป้ายเปี่ยนเอ๋อที่เราเขียนให้ แล้วมอบให้ราชทูตดังกล่าว ขณะที่ผ่านแดนเพื่อจะได้นำกลับไปมอบให้กษัตริย์ ประเทศนั้น ๆ รับไปด้วยความนบนอบ จึงแจ้งพระราชโองการนี้ให้ทราบ” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๙ หน้า ๗) ๑๗๒. วัันจี่่ไฮ่่ เดืือนสาม ปีีที่่ส ามแห่่งรััชศกเต้้ากวง (๑๐ พฤษภาคม ๑๘๒๓/๒๓๖๖) (ถาวซู่่ ข้้าหลวงมณฑลอานฮุุย) กราบบัังคมทููลอีีกว่่า “ราชทููตเซีียนหลััวลัักลอบซื้้�อเด็็กชายหญิิงในดิินแดนจีีน สมควร ตรวจสอบและห้้ามกระทำำ ” มีีพระราชโองการลงมาว่่า “วัันนี้้�ถาวซู่่กราบบัังคมทููลว่่า ‘ราชทููตเซีียนหลััว เวลาผ่่านเข้้ามาในเขตแดนมณฑลอานฮุุยได้้พาเอาเด็็กชายหญิิงมาด้้วย สอบถามได้้ความว่่า เป็็นบ่่าวไพร่่ที่่ได้้ มาด้้วยการซื้้�อตััวในระหว่่างเดิินทางที่่ผ่ ่านมา จึึงสมควรให้้อายััดตััวเด็็กชายหญิิง ๘ คน ไว้้ตรวจส อบดำำเนิิน การต่่อไป ส่่วนตััวหวัังเหวิินเหยีียนขุุนนางที่่ได้้รัับมอบหมายให้้คุ้้มกัันนั้้�น ได้้เดิินทางจากซููเฉิิงไปเยี่่ยมญาติิ ผู้ใหญ่ที่อำเภอไท่ผิงภูมิลำเนาเดิม มิได้เข้ามาในเขตแดนถงเฉิง’ หวังเหวินเหยียนผู้ว่าการจังหวัดหลุยโจว ได้รับมอบหน้าที่จากทางมณฑลกว่างตงให้ทำหน้าที่คุ้มกันการเดินทางของราชทูตต่างแดน สมควรดูแลคณะ ของราชทูตตลอดทางให้ดี ไฉนกลับปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาและท่องสื่อกระทำการซื้อขายผู้คนโดยตัวเขาเอง ไม่รู้เลย หากพวกราชทูตต่างเอาเป็นเยี่ยงอย่างบ้างโดยนำเอาคนในแผ่นดินจีนไปใช้งานต่างแดนไกลโพ้น แล้วยังจะมีระเบียบแบบแผนอะไรเหลืออีกหรือ ขณะนี้คณะราชทูตได้เดินทางพ้นเขตมณฑลอานฮุย 1 เป็นป้ายมงคลหรือป้ายเชิดชูเกียรติ 2 ผู้บัญชาการทหารประจำ เมืองเซิ่งจิง (เสิ่นหยาง) ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๕ - ๒๓๗๐3 ข้าหลวงใหญ่มณฑลฝูเจี้ยน เจ้อเจียง ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๕ - ๒๓๖๘
220 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง เข้าเขตแดนหูเป่ยแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๒ เดือนสาม ให้หยางเหมาเถียน1 เมื่อได้รับพระราชโองการฉบับนี้แล้ว ให้เรียกตัวหวังเหวินเหยียนมาสอบสวนถึงเหตุที่หลบกลับภูมิลำเนาเดิมให้เป็นที่แน่ชัด แล้วกราบบังคมทูล ตามความเป็นจริงทุกประการ” ต่อมาจักรพรรดิทรงวินิจฉัยอีกว่า “เห็นได้ว่าข้าหลวงผู้นี้เป็นคนช่างสังเกต มีความละเอียดรอบคอบในกิจการทั้งปวง การสอบสวนและดำเนินการเรื่องนี้จัดทำ ได้อย่างเหมาะสมยิ่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ประพฤติละเมิดระเบียบวินัยเช่นกรณีนี้จะไม่ลงโทษมิได้ เพื่อให้หลาบจำ” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๕๐ หน้า ๔๐ - ๔๑) ๑๗๓. วันติงไฮ่ เดือนห้า ปีที่สามแห่งรัชศกเต้ากวง (วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๑๘๒๓/๒๓๖๖) มีพระราชโองการถึง (คณะเสนาบดี) อีกว่า “เรื่องหย่วนหยวนมีหนังสือกราบบังคมทูล กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ ผู้คุ้มกันการเดินทางของราชทูตเซียนหลัวซื้อตัวเด็กชายหญิงในระหว่างทาง โดยขอให้สอบสวนและปลดออกจาก ราชการนั้น ให้ปลดไป่ซุ่นอดีตผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าการเมืองเกาโจวและเหลียนโจว หวังเหวินเหยียนผู้ว่าการ เมืองเหลยโจว และเหวินไท่นายทหารระดับโหยวจีประจำค่ายหน้าถีเปียวทางบก ออกจากราชการ ให้ข้าหลวงใหญ่ ทำการสอบสวนคนทัง้สามพร้อมทังผ้้ใต้บังคับบัญชาอย่างละเอียด และก ูำหนดโทษตามกฎหมายแล้วกราบบังคมทล”ู (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๕๒ หน้า ๒๓ - ๒๔) ๑๗๔. วัันอู้้หยิิน เดืือนเจ็็ด ปีีที่่ส ามแห่่งรััชศกเต้้ากวง (๑๗ สิิงหาคม ๑๘๒๓/๒๓๖๖) หย่่วนหยวน ข้้าหลวงใหญ่่กว่่างตง กว่่างซีี กราบบัังคมทููลว่่า “ได้้ทำำการสอบสวนนายวัังยื่่อเซิิง ท่่องสื่่อเซีียนหลััวตามพระราช โองการแล้้ว ได้้ความว่่า ท่่องสื่่อผู้้นี้้�เป็็นราษฎรจีีน แม้้จะเดิินทางออกนอกราชอาณาจัักรโดยมิิได้้ละเมิิดข้้อห้้าม และมิิได้้จงใจปิิดบัังความทุุจริิต แต่่การขอพระราชทานบรรดาศัักดิ์์�ก็็เป็็นการขอที่่ผิิดระเบีียบแบบแผน จึึงไม่่ต้้อง พิิจารณาและให้ทาง้อำำเภอส่ง่ตัวไปใ ัห้ทาง้ภููมิลำิำเนาเดิมคอยิกำำกับัดููแลความประพฤติ” กราบ ิบังคมัทููลแล้ว ทรงอ้นุมัุติัิ (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๕๔ หน้า ๑๙ - ๒๐) 1 ข้าหลวงมณฑลหูเป่ย ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๔ - ๒๓๖๘
221 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๑๗๕. วันจี่ไฮ่ เดือนแปด ปีที่สามแห่งรัชศกเต้ากวง (๗ กันยายน ๑๘๒๓/๒๓๖๖) ไป๋จันหน่วนซัวฟาน นาคงล่าเชอทู 1 และคณะรวม ๒ คน เข้าเฝ้าที่นอกประตูเสินอู่เหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๕๖ หน้า ๙) ๑๗๖. วันเจี่ยเฉิน เดือนแปด ปีที่สามแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๒ กันยายน ๑๘๒๓/๒๓๖๖) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ราชอุทยานถงเล่อ พระราชทานเลี้ยงแก่... ราชทูตเซียนหลัว (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๕๖ หน้า ๑๖) ๑๗๗. วันอี่ซือ เดือนแปด ปีที่สามแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๓ กันยายน ๑๘๒๓/๒๓๖๖) เจิ้งฝู 2 กษัตริย์ เซียนหลัว แต่งราชทูตเข้ามาถวายพระพรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พร้อมกับถวายของพื้นเมือง จักรพรรดิ พระราชทานรางวัลและพระราชทานเลี้ยงตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๕๖ หน้า ๑๘) ๑๗๘. วันปิงอู่ เดือนแปด ปีที่สามแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๔ กันยายน ๑๘๒๓/๒๓๖๖) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ตำหนักเจิ้งต้ากวางหมิงเตี้ยน บรรดาราชโอรส พร้อมด้วยผู้มีบรรดาศักด์ิระดับหวาง ทั้งขุนนาง ฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร ตลอดจนหวางและเป้ยเล่อแห่งมองโกล รวมทั้งราชทูตเซียนหลัวพากันถวาย พระพร เมื่อจบพิธี จักรพรรดิเสด็จประทับ ณ ราชอุทยานถงเล่อ พระราชทานเลี้ยงบรรดาราชโอรส ขุนนาง ระดับหวาง กง พร้อมด้วยหวางและเป้ยเล่อแห่งมองโกล และราชทูตเซียนหลัว (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๕๖ หน้า ๑๙ - ๒๐) 1 พระเจริญสุพรรณบัฏ ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๖๕ เป็น พระสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต แต่ในพระราชสาส์นคำ หับซึ่งออกคู่กันระบุว่าราชทูตคือ พระเจริญสุพรรณบัฏ ราชทูต) 2 หมายถึง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งตามความจริงในขณะนั้นยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ จึงน่าจะเขียนผิด ที่ถูกควรเป็นเจิ้งฝอ หรือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
222 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๗๙. วัันอู้้เซิิน เดืือนแปด ปีีที่่ส ามแห่่งรััชศกเต้้ากวง (๑๖ กัันยายน ๑๘๒๓/๒๓๖๖) จัักรพรรดิิ ทรงประคองพระราชชนนีีเสด็็จราชอุุทยานถงเล่่อ เสวยพระกระยาหารที่่นั่่น พร้้อมกัับพระราชทานเลี้้�ยงแก่่บรรดา ราชโอรส ขุนนางุชั้้น�ผู้ให้ ญ่่ระดับหวาง กง ัพร้้อมด้้วยหวางและเป้้ยเล่่อแห่่งมองโกล และราชทููตเซียนหีลััว (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๕๖ หน้า ๒๐) ๑๘๐. วันปิงหยิน ขึ้นหนึ่งค่ำ เดือนเก้าปีที่สามแห่งรัชศกเต้ากวง (๔ ตุลาคม ๑๘๒๓/๒๓๖๖) มีพระราชโองการถึง (คณะเสนาบดี) อีกฉบับหนึ่งความว่า “หย่วนหยวนมีหนังสือกราบบังคมทูลเรื่องผลการ สอบสวนคดีเจ้าหน้าที่ซื้อหาเด็กชายหญิงระหว่างทางเสร็จสิ้น และถวายคำตัดสินฉบับร่างมาด้วย อันคดีนี้ ไป่ซุ่นอดีตผู้รักษาการรองข้าหลวงมณฑล ข้าหลวงเมืองเกาโจวและเหลียนโจว หวังเหวินเหยียนข้าหลวง เมืองเหลยโจว และเหวินไท่นายทหารระดับโหยวจีประจำ ค่ายหน้า ยศถีเปียวทางบก เนื่องในโอกาสได้รับ มอบหมายให้คุ้มกันการเดินทางของราชทูตเซียนหลัว ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาและท่องสื่อซื้อผู้คนระหว่าง การเดินทางตามอำเภอใจ หลังจากได้กราบบังคมทูลกล่าวโทษบุคคลดังกล่าว และได้ทำการสอบสวน เป็นที่แน่ชัดแล้ว ข้าหลวงใหญ่ได้ถวายร่างคำวินิจฉัย โดยขอให้เทียบเคียงกับคดีจิงเหวินเอี้ยน รองผู้บังคับการ ทหารรักษาพระราชวังซื้อเด็กชายหญิงระหว่างทางในขณะทำหน้าที่ดูแลราชทูตจากฮาซาเค่อ1 ผลคือ มีพระราชโองการให้ปลดออกจากตำแหน่ง การปลดไป่ซุ่นกับพวกออกจากตำแหน่ง จึงเหมาะสมแล้วกับความผิด ที่กระทำ หากแต่เด็กที่พาไป ปรากฏจากผลการสอบสวนว่า เป็นกรณีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาลักลอบซื้อหาโดย พลการ ประกอบกับผู้ได้รับมอบอำนาจดังกล่าวบกพร่องในการกวดขันห้ามปราม จึงแตกต่างกับกรณีซื้อหา ด้วยตนเอง จึงสามารถพิจารณาลดโทษได้ ให้ปรานีแก่ไป่ซุ่น หวังเหวินเหยียน และเหวินไท่ โดยลดชั้นลง ๕ ชั้น แต่ให้รับราชการต่อ โดยจะมีคำส่งโยกย้ายต่อไป นอก ัจากนั้น ให้เป็นไปตามที่ยกร่างและให้ถือว่า คดีถึงที่สุด” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๕๘ หน้า ๑ - ๒) 1 หมายถึง คาซัคสถาน
223 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๑๘๑. วันอู้เซิน เดือนสิบ ปีที่สามแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๕ พฤศจ ิกายน ๑๘๒๓/๒๓๖๖) มีพระราชโองการถึงคณะเสนาบดี ความว่า “หย่วนหยวนมีหนังสือกราบบังคมทูลเรื่องเรือที่มารับราชทูตกลับ เซียนหลัวประสบวาตภัยกลางมหาสมุทร ในเดือนเจ็ดปีนี้เรือราชบรรณาการเอกและเรือราชบรรณาการรอง ที่เซียนหลัวส่งมารับราชทูตกลับเมือง แล่นมาถึงน่านน้ำอำเภอซินอาน มณฑลกว่างตง เรือราชบรรณาการ เอกถูกคลื่นซัดไปชนอับปางลง เอกสารและสินค้าถูกพายุพัดพาสูญหายไป นายท้าย กะลาสีและผู้โดยสาร หลายคนจมน้ำถึงแก่ความตาย บัดนี้ ทางข้าหลวงใหญ่กำลังสอบสวนเป็นราย ๆ ไป จึงสั่งให้กะลาสีเรือชื่อ หวางต้งและคนอื่น ๆ ไปพักอยู่ ณ อี้ก่วน1 และให้ดูแลอย่างดี ส่วนผู้ประสบภัยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในมณฑล ดังกล่าว ก็ให้กลับภูมิลำเนาทันที” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๖๐ หน้า ๑๓ - ๑๔) ๑๘๒. วันเยิ่นเฉิน เดือนสิบเอ็ด ปีที่ห้าแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๘ ธันวาคม ๑๘๒๕/๒๓๖๘) มีพระราชโองการถึงคณะเสนาบดีความว่า “ตามหนังสือของหย่วนหยวนฉบับที่กราบบังคมทูลเรื่อง เรือราชบรรณาการเซียนหลัวประสบวาตภัยอับปาง เจิ้งฝู 2 รัชทายาทเซียนหลัวสมควรจะได้สืบสันตติวงศ์ ที่พระองค์ได้ทรงรักษาแผ่นดินมานานแล้ว แต่เนื่องจากครบวาระจะถวายราชบรรณาการ จึงได้ตระเตรียม ราชบรรณาการ แล้วแต่งราชทูตเข้ามาถวายพร้อมกับกราบบังคมทูลขอให้แต่งตั้งด้วย ราชทูตดังกล่าวประสบ วาตภัยกลางมหาสมุทรจนเรือแตก พระราชสาส์นและราชบรรณาการจมน้ำหมด กะลาสีหลายคนก็จมน้ำ เสียชีวิต เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก ราชทูตและคณะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมานับหมื่นลี้ เคราะห์ดียังรักษาชีวิต ไว้ได้ เราเห็นความจริงใจของเขาที่อุตสาหะเดินทางมาจากแดนไกล เปรียบเสมือนได้มาถวายถึงราชสำนัก แล้ว จึงสมควรให้สงเคราะห์ดูแลอย่างดี นอกจากทางข้าหลวงใหญ่ ฯลฯ ได้ให้บำเหน็จรางวัลและอาหารอย่างดี จัดหาเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อีกทั้งให้การรักษาเยียวยาตามธรรมเนียมแล้ว ให้ราชทูตและคณะพักฟื้นที่มณฑล 1 ที่พักแรมและเปลี่ยนม้ารายทาง 2 พระนามภาษาจีนของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. ๒๓๖๗ - ๒๓๙๔) ที่ใช้ติดต่อกับจีน
224 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง กว่างตงโดยไม่ต้องเดินทางไกลเข้าเมืองหลวง ส่วนพระราชสาส์นที่จะจำทูลกลับไปนั้น ให้หน่วยราชการที่ เกี่ยวข้องยกร่างตามระเบียบ เมื่อไปถึงมณฑลกว่างตง ให้ข้าหลวงใหญ่และข้าหลวงนั้นมอบราชทูตประเทศ ดังกล่าวอัญเชิญกลับเซียนหลัว ส่วนราชบรรณาการที่จมน้ำสู ญหายไป ไม่ต้องจัดมาถวายอีก เสากระโดง และส่งอื่น ๆ ที่งมได้ ให้ขายไปแล้วมอบเงินคืนแก่ราชท ิูต เพื่อแสดงให้เห็นความเมตตากรุณาที่เรามีต่อ ประเทศไกลโพ้น” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๙๑ หน้า ๙ - ๑๐) ๑๘๓. วันติงเหม่า เดือนเจ็ด ปีที่เจ็ดแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๔ กันยายน ๑๘๒๗/๒๓๗๐) มีพระราชโองการถึงจุนจีต้าเฉินความว่า “ตามหนังสือหลี่หงปิน1 ฉบับที่กราบบังคมทูลเรื่องกษัตริย์เซียนหลัว แต่งราชทูตนำพระราชสาส์นมาขอบพระทัย เนื่องจากเซียนหลัวได้รับตราตั้ง จึงแต่งราชทูตเข้ามาถวาย พระราชสาส์นและสิ่งของพื้นเมืองเพื่อขอบพระทัย ข้อความในพระราชสาส์นแสดงถึงความจริงใจอย่างยิ่ง จึงอนุญาตให้เข้ามาถวายได้ ให้ข้าหลวงใหญ่จัดเจ้าหน้าที่นำราชทูตเดินทางมาตามกำหนดได้ และให้ถึง เมืองหลวงก่อนวันหยุดราชการปีใหม่ สินค้าทั้งหมดที่มากับเรือราชบรรณาการเดิมให้งดเว้นการเสียภาษี ตามธรรมเนียม ให้ข้าหลวงใหญ่ฯ แจ้งไปยังกษัตริย์เซียนหลัวล่วงหน้าได้เลย พร้อมกับแจ้งพระราชโองการฉบับนี้ ให้ทราบทั่วกัน” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๒๒ หน้า ๑๗) ๑๘๔. วันเกิงจื่อ เดือนสิบสอง ปีที่เจ็ดแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๔ กุมภาพันธ์ ๑๘๒๘/๒๓๗๑) จักรพรรดิเสด็จออก ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่บรรดาเจ้าเมืองขอบขัณฑสีมาที่มาเข้าเฝ้า เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่... ราชทูตและอุปทูตเฉาเซียนและเซียนหลัวนั่งต่อท้ายข้าราชการทั้งฝ่ายพลเรือนและ ฝ่ายทหารเข้าประจำที่ตามลำดับ ดนตรีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๓๑ หน้า ๔๒ - ๔๓) 1 ข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๖๙ - ๒๓๗๕
225 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๑๘๕. วัันปิิงหยิิน เดืือนอ้้าย ปีีที่่แปดแห่่งรััชศกเต้้ากวง (๑๑ มีีนาคม ๑๘๒๘/๒๓๗๑) เจิ้้�งฝููกษััตริิย์์ เซีียนหลััวได้้แต่่งราชทููตเข้้ามาถวายพระราชสาส์์นเพื่่อขอบพระทััยที่่จัักรพรรดิิได้้พระราชทานตราลััญจกร และถวายสิ่งของพื้นเมือง จักรพรรดิพระราชทานสิ่งของและพระราชทานเลี้ยงตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๓๒ หน้า ๓๒) ๑๘๖. วันเกิงอู่ เดือนอ้าย ปีที่แปดแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๕ มีนาคม ๑๘๒๘/๒๓๗๑) ราชทูตเฉาเซียน และเซียนหลัว ทัง้สองประเทศถวายพระพรที่ประตซีอานเหมิน ูจักรพรรดิทรงไต่ถามทุกข์สุขและพระราชทานส่งของ ิ ตามฐานานุศักดิ์ (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๓๒ หน้า ๓๙) ๑๘๗. วันจี่ซือ เดือนแปด ปีที่เก้าแห่งรัชศกเต้ากวง (๕ กันยายน ๑๘๒๙/๒๓๗๒) มีพระราชโองการ ถึงบรรดาจุนจีต้าเฉิน ความว่า “หนังสือหลี่หงปินฉบับที่กราบบังคมทูลว่ากษัตริย์เซียนหลัวแต่งราชทูต นำพระราชสาส์นเข้ามาถวายราชบรรณาการเป็นการชดเชย นอกจากนั้นยังมีพระราชสาส์นถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเทียนส่ี 1 อีกฉบับหนึ่ง เนื่องด้วยกษัตริย์เซียนหลัวครบกำหนดต้องถวายราชบรรณาการ เมื่อปีกลาย และได้แต่งราชทูตเข้ามาถวายราชบรรณาการตามกำหนดแล้ว แต่ทว่าเรือประสบวาตภัย กลางมหาสมุทร ราชบรรณาการจมน้ำไปหมด บัดนี้พระองค์ได้แต่งราชทูตนำพระราชสาส์นพร้อมด้วย ราชบรรณาการของพื้นเมืองเข้ามาถวายอีกเป็นการชดเชย อนึ่ง เนื่องในโอกาสที่เราจับตัวกบฏแซ่จาง 2 ได้ จึงมีพระราชสาส์นมาถวายพระพร ควรแก่การชมเชยยิ่งนัก เรือราชบรรณาการที่จำต้องซ่อมแซม ให้เดินทางกลับบ้านกลับเมืองไปทำการซ่อมแซมก่อน ให้งดเก็บภาษีอับเฉาทุกอย่างตามธรรมเนียม บัดนี้ ราชทูตถวายราชบรรณาการดังกล่าวได้เดินทางมาถึงแถบตะวันออกของมณฑลกว่างตงแล้ว ให้สั่ง การไปทันทีว่าให้ออกเดินทางตามกำหนดได้เลย แม้จะถึงเมืองหลวงไม่ทันในปีนี้จะล่าช้ามาถึงในเดือนอ้าย ปีหน้าก็ไม่เป็นไร ให้แจ้งพระราชโองการฉบับนี้ให้หลี่หงปินได้ทราบด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๕๙ หน้า ๙ - ๑๐) 1 วันมงคล ในที่นี้เป็นวันที่ราชสำ นักชิงจีนปราบกบฏเผ่าหุย (พวกมุสลิมในมณฑลซินเจียง) ได้สำ เร็จ 2 หมายถึงจางเก้อเออ หัวหน้าเผ่าหุย (มุสลิมในมณฑลซินเจียง) ก่อกบฏที่อู่หลู่เล่อคาหลุน เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๘ ราชสำ นักชิงปราบได้สำ เร็จใน พ.ศ. ๒๓๗๑
226 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๘๘. วันกุ่ยเว่ย เดือนสิบสอง ปีที่เก้าแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๗ มกราคม ๑๘๓๐/๒๓๗๓) พีหย่าซัว ฮวาหลี่สุนต้วนอาปาล่าเชอทู่ 1 ราชทูตเซียนหลัวและคณะรวม ๔ คน เข้าเฝ้าที่หน้าประตูซีหยวนเหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๖๓ หน้า ๓๓) ๑๘๙. วันเกิงหยิน เดือนสิบสอง ปีที่เก้าแห่งรัชศกเต้ากวง (๒๔ มกราคม ๑๘๓๐/๒๓๗๓) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่บรรดาเจ้าเมืองที่เป็นรัฐบรรณาการซึ่งมาเข้าเฝ้า ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่... ราชทูตเฉาเซียนและราชทูตเซียนหลัวต่อท้ายบรรดาขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและ ฝ่ายทหารเข้าประจำที่ตามลำดับ ดนตรีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๖๓ หน้า ๓๘ - ๓๙) ๑๙๐. วันติงซือ เดือนอ้าย ปีที่สิบแห่งรัชศกเต้ากวง (๒๐ กุมภาพันธ์ ๑๘๓๐/๒๓๗๓) เจิ้งฝู กษัตริย์เซียนหลัวแต่งราชทูตนำสาส์นถวายพระพรเนื่องในโอกาสที่ดินแดนหุยมีความสงบสุขพร้อมกับถวาย ราชบรรณาการเป็นส่งของ ิพื้นเมืองด้วย จักรพรรดิพระราชทานบำเหน็จรางวัลและพระราชทานเลี้ยง ตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๖๔ หน้า ๑๙) ๑๙๑. วันปิงจ่อ เดือนเ ืจ็ด ปีที่สิบแห่งรัชศกเต้ากวง (๗ กันยายน ๑๘๓๐/๒๓๗๓) มีคำส่งถึง ั บรรดาจุนจีต้าเฉิน ความว่า “หลี่หงปินมีหนังสือกราบบังคมทูลว่า ‘กษัตริย์เซียนหลัวแต่งราชทูตเข้ามาถวาย ราชบรรณาการด้วยความคารวะก่อนถึงวาระ เพื่อรอคอยเวลาถวายพระพรเฉลิมพระชนมพรรษาในปีซินเม่า บัดนี้ ได้เดินทางมาถึงทางตะวันออกของมณฑลกว่างตงแล้ว’ การที่กษัตริย์เซียนหลัวแต่งราชทูตเข้ามาถวาย ราชบรรณาการล่วงหน้า เนื่องในโอกาสที่เรามีอายุครบ ๕๐ ปี ในปีหน้านั้น แสดงถึงความจริงใจ สมควร แก่การชมเชยเป็นอย่างยิ่ง บัดนี้ ราชทูตดังกล่าวได้เข้ามาถึงกว่างตงแล้ว ขอให้สั่งการไปทันทีให้จัดคุ้มกัน 1 พระยาสวัสดิ์สุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพ ไทย - จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๗๑ เป็นพระสวัสดิ์ สุนทรอภัย ราชทูต)
227 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ราชทูตเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อนวันหยุดราชการปีใหม่ เมื่อถึงวาระถวายพระพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ แล้วค่อยเข้าเฝ้าต่อท้ายขบวนขุนนาง เพ่อแืสดงให้เห็นว่าเขามีน้ำใจมาถวายพระพรต่อเรา แล้วให้เขา เดินทางกลับประเทศโดยเร็ว เพ่อแืสดงให้เห็นถึงพระกรุณาธิคุณของเรา ให้แจ้งพระราชโองการนี้ให้หลี่หงปิน ทราบด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๗๑ หน้า ๒๘) ๑๙๒. วันกุ่ยเหม่า เดือนสิบสอง ปีที่สิบแห่งรัชศกเต้ากวง (๑ กุมภาพันธ์ ๑๘๓๑/๒๓๗๔) เซี่ยงกว๋อปี้ ราชทูตหลิวฉิวและคณะรวม ๒ คน และไพเจินหลุนซู่พานน่ามี่1 ราชทูตเซียนหลัวและคณะรวม ๒ คน เข้าเฝ้านอกประตูเสินอู่เหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๘๒ หน้า ๕) ๑๙๓. วันเจี่ยหยิน เดือนสิบสอง ปีที่สิบแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๒ กุมภาพันธ์ ๑๘๓๑/๒๓๗๔) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่บรรดาเจ้าเมืองรัฐบรรณาการในโอกาสที่มาเข้าเฝ้าถวาย พระพรวันขึนปีใหม่ ราชท้ตและอุปท ู ตหลิวฉิว และเซียนหลัว ต่อท้ายขุนนางทั ูงฝ่าย้พลเรือนและฝ่ายทหารเข้าประจำ ที่ตามลำดับ ดนตรีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๘๒ หน้า ๓๔) ๑๙๔. วัันซิินซืือ เดืือนอ้้าย ปีีที่่สิิบเอ็็ดแห่่งรััชศกเต้้ากวง (๑๑ มีีนาคม ๑๘๓๑/๒๓๗๔) เจิ้้�งฝููกษััตริิย์์เซีียนหลััวทรงแต่่งราชทููตเข้้ามาถวายพระราชสาส์์นและราชบรรณาการเป็็นสิ่่งของพื้้�นเมืือง จักรพรรดิพระราชทานบำเหน็จรางวัลและพระราชทานเลี้ยงตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๘๓ หน้า ๔๖) 1เสียงจีนถอดจากคำ ไทยว่า พระเจริญสุพรรณบัฏ ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๗๑ เป็นพระสวัสดิ์สุนทรอภัย ราชทูต)
228 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๙๕. วันจี่ไฮ่ เดือนแปด ปีที่สิบเอ็ดแห่งรัชศกเต้ากวง (๒๕ กันยายน ๑๘๓๑/๒๓๗๔) มี พระราชโองการถึึงบรรดาจุุนจีีต้้าเฉิิน ความว่่า “จููกุ้้ยเจิิน 1มีีหนัังสืือกราบบัังคมทููลเรื่่องกษััตริิย์์เซีียนหลััว ทรงแต่่งตั้้�งราชทููตเข้้ามาถวายราชบรรณาการตามวาระ มีีความว่่า ปีีนี้้�นี้้เป็็นปีีที่่เซีียนหลััวถึึงวาระต้้องถวาย ราชบรรณาการ เจิ้้�งฝููกษััตริิย์์ประเทศดัังกล่่าวได้้ทรงแต่่งตั้้�งราชทููตนำำพระราชสาส์์นและสิ่่งของพื้้�นเมืือง เป็็นราชบรรณาการมาถึึงกว่่างตง อนึ่่ง อุุปทููตถวายราชบรรณาการที่่เดิินทางกลัับจากเมืืองหลวงเมื่่อปีีที่่แล้้ว ถึงแก่อนิจกรรมเพราะเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง จักรพรรดิพระราชทานเงิน ๓๐๐ ตำลึง กษัตริย์ประเทศ ดังกล่าวได้แสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ข้าฯ ได้ตรวจสอบและจัดการรับรองต่าง ๆ แล้ว เมื่อได้รับพระราชโองการเมื่อใด ก็จะจัดเจ้าหน้าที่คุ้มกันราชทูตออกเดินทางทันทีตามระเบียบ โดยกำหนด ให้ถึงเมืองหลวงก่อนสิ้นปี” ปีนี้เป็นปีซึ่งเซียนหลัวถึงกำหนดวาระต้องมาถวายราชบรรณาการ และราชทูต ดังกล่าวได้มาถึงกว่างตงแล้ว ขอให้สั่งการไปยังข้าหลวงใหญ่และข้าหลวงมณฑลให้จัดเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสม คุ้มกันราชทูตออกเดินทาง และให้มาถึงเมืองหลวงก่อนกำหนดวันหยุดราชการปีใหม่ อย่าให้เกิดผิดพลาด เป็นอันขาด สำ หรับหนังสือกราบบังคมทูลอีกฉบับหนึ่ง ความว่า “กษัตริย์เซียนหลัวทรงสงเคราะห์เงินทอง และเสบียงอาหารแก่ครอบครัวของอูจู๋ฟาง ข้าราชการรักษาการแทนตำแหน่งรองข้าหลวงหมู่เกาะเผิงหู ไต้หวัน ซึ่งประสบวาตภัย ถูกพายุพัดพาไปเทียบฝั่งดินแดนของประเทศนั้น และได้จัดให้อาศัยเรือราชบรรณาการ มาถึงกว่างตงแล้ว จะสมควรพระราชทานรางวัลหรือไม่ การที่ประเทศดังกล่าวได้ให้ความช่วยเหลือและ เลี้ยงดูขุนนางจีนที่ประสบวาตภัย แล้วยังให้อาศัยเรือมาส่งถึงกว่างตงนั้น นับว่ามีความนบนอบอ่อนน้อมเป็น อย่างมาก จึงสมควรมีพระราชโองการชมเชยและพระราชทานบำเหน็จรางวัลตามธรรมเนียม โดยให้ราชทูตที่ เข้ามาถวายราชบรรณาการนำกลับไปตอนขากลับ ให้ข้าหลวงใหญ่และข้าหลวงมณฑลแจ้งกษัตริย์ประเทศดังกล่าว ให้ทรงทราบก่อนเป็นการชมเชย และนำข้อความในพระราชโองการนี้ แจ้งเพื่อทราบด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๙๕ หน้า ๘ - ๙) 1 ข้าหลวงมณฑลกว่างตง ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๗๓ - ๒๓๗๖
229 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๑๙๖. วัันซิินโฉ่่ว เดืือนแปด ปีีที่่สิิบเอ็็ดแห่่งรััชศกเต้้ากวง (๒๗ กัันยายน ๑๘๓๑/๒๓๗๔) มีี พระราชโองการถึึงคณะเสนาบดีี ความว่่า “จููกุ้้ยเจิิน ข้้าหลวงกว่่างตงมีีหนัังสืือกราบบัังคมทููลว่่า ‘พีีหย่่าต่่าข่่าน เจ้้ากรมพระคลัังแห่่งเซีียนหลััวแจ้้งว่่าเดืือนสิิบสองปีีที่่แล้้ว ได้้กู้้เรืือลำำหนึ่่งจากเซี่่ยเหมิินซึ่่งอัับปางเพราะ ประสบวาตภััยกลางทะเลน่่านน้ำ�ำเมืืองลู่่คุุน 1ดิินแดนประเทศดัังกล่่าว สอบถามแล้้วได้้ความว่่าเป็็นของ ครอบครััวของอู่่จู้้ฟาง รัักษาการรองข้้าหลวงหมู่่เกาะเผิิงหูู ไต้้หวััน มณฑลฝููเจี้้�ยน จึึงได้้กราบบัังคมทููล กษััตริิย์์ได้้ทรงทราบ พระองค์์จึึงมีีพระราชโองการให้้ต้้อนรัับและเลี้้�ยงดูู บััดนี้้�ยัังได้้ถืือโอกาสที่่เข้้ามาถวาย ราชบรรณาการตามวาระกำำ หนด ให้้อาศััยเรืือส่่งกลัับมาที่่มณฑลกว่่างตงพร้้อมกัันนั้้�น ก็็ได้้รัับการรายงาน จากทางอำำเภอหนัันไห่่ว่่าเรืือราชบรรณาการซึ่่งให้้ครอบครััวขุุนนางจีีนดัังกล่่าวที่่อาศััยมาด้้วยนั้้�น ได้้รัับการ คุ้้มครองและส่่งขึ้้�นฝั่่งเรีียบร้้อยแล้้ว’ เซีียนหลััวอยู่่ฟากมหาสมุุทรไกลโพ้้น มีีความนบนอบอ่่อนน้้อมตลอดมา บััดนี้้� กษััตริิย์์ประเทศนั้้�นได้้เลี้้�ยงดููครอบครััวขุุนนางจีีนและให้้อาศััยเรืือราชบรรณาการเดิินทางกลัับมาถึึง กว่่างตง นัับว่่ามีีความซื่่อสััตย์์จริิงใจควรแก่่การสรรเสริิญ รัับสั่่งให้้จััดหยููอี้้� 2 ผ้้าต่่วนปัักลายงูู ผ้้าต่่วนเงาและ ผ้้าต่่วนลาย อย่่างละ ๒ พัับ ผ้้าต่่วนสีีและผ้้าต่่วนขาว อย่่างละ ๔ พัับ พระราชทานกษััตริิย์์เซีียนหลััวเป็็น รางวััล และให้้ข้้าหลวงใหญ่่กัับข้้าหลวงจััดรางวััลอย่่างดีีให้้แก่่เพ่่ยยาต่่าข่่านเจ้้ากรมพระคลัังด้้วย โดยมอบให้้ กษััตริิย์์เซีียนหลััวเป็็นผู้้พ ระราชทานให้้ทั้้�งนี้้�ให้้ราชทููตนำำ ไปตอนกลัับประเทศและให้้กระทรวงแห่่งนั้้�นมีีหนัังสืือแจ้้ง แก่่กษััตริิย์ประเท ์ศดัังกล่่าวได้้ทรงทราบก่่อน” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๑๙๕ หน้า ๑๐ - ๑๑) ๑๙๗. วัันอู้้เซิิน เดืือนสิิบสอง ปีีที่่สิิบเอ็็ดแห่่งรััชศกเต้้ากวง (๑ กุุมภาพัันธ์์ ๑๘๓๒/๒๓๗๕) จัักรพรรดิิ เสด็็จประทัับ ณ ตำำหนัักเป่าเหอเ่ ตี้้�ยน พระราชทานเลี้้�ยงแก่่บรรดาเจ้้าเมืืองรััฐขอบขััณฑสีีมาที่่มาเข้้าเฝ้้า ในวัันขึ้้�นปีีใหม่่... ราชทููตและอุุปทููตเฉาเซีียน เซีียนหลััวและหนัันจ่่าง ต่่อท้้ายบรรดาขุุนนางทั้้�งฝ่่ายพลเรืือนและฝ่่าย ทหารเข้้าประจำำที่่เป็็นลำำดัับ ดนตรีีประโคมพร้้อมกััน (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๒๓๐ หน้า ๓๔ - ๓๕) 1 เมืองนครศรีธรรมราช 2 แท่งหยก มักใช้ถือเป็นคทา มีลักษณะเป็นก้านยาวโค้ง ตอนปลายทำ เป็นรูปก้อนเมฆ หรือรูปเห็ดหลินจือ
230 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๑๙๘. วันเจี่ยซี เดือนอ้าย ปีที่สิบสองแห่งรัชศกเต้ากวง (๒๗ กุมภาพันธ์ ๑๘๓๒/๒๓๗๕) เจิ้งฝูกษัตริย์ เซียนหลัว ทรงแต่งราชทูตเข้ามาถวายพระราชสาส์นและราชบรรณาการเป็นสิ่งของพื้นเมือง จักรพรรดิพระราชทาน บำเหน็จรางวัลและพระราชทานเลี้ยงตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๒๐๓ หน้า ๒๗ - ๒๘) ๑๙๙. วันเจี่ยอู่ เดือนแปด ปีที่สิบสี่แห่งรัชศกเต้ากวง (๔ กันยายน ๑๘๓๔/๒๓๗๗) มีพระราชโองการ ถึงบรรดาจุนจีต้าเฉิน ความว่า “หลูคุน1 กราบบังคมทูลว่า ‘เซียนหลัวถึงวาระถวายราชบรรณาการในปีนี้ เจิ้งฝู กษัตริย์ดังกล่าวได้ทรงแต่งตั้งราชทูตเข้ามาถวายพระราชสาส์นและราชบรรณาการเป็นสิ่งของพื้นเมือง ตามกำหนด อีกทั้งยังมาแสดงความขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานหยูอี้ และผ้าแพรต่วน บัดนี้ ได้เดินทางมาถึงทางตะวันออกของมณฑลกว่างตงแล้ว’ กษัตริย์เซียนหลัวเป็นเจ้าเมืองรัฐขอบขัณฑสีมา ที่่มีีความนบนอบอ่่อนน้้อม ทรงแต่่งราชทููตเข้้ามาถวายราชบรรณาการตามวาระเสมอ ความจริ ิงใจของ พระองค์์ควรแก่่การสรรเสริิญ บััดนี้้� ราชทููตดัังกล่่าวได้้เดิินทางมาถึึงกว่่างตงแล้้ว ให้้จััดเจ้้าหน้้าที่่ที่่เหมาะสม คุ้้มกัันราชทููตเดิินทางให้้ถึึงเมืืองหลวงก่่อนวัันหยุุดราชการปีีใหม่่ สิินค้้าอัับเฉาที่่นำำมาด้้วยให้้งดเว้้นภาษีี ตามธรรมเนียม ส่วนเรื่องที่เจ้ากรมพระคลังขอให้เรือราชบรรณาการเดินทางกลับประเทศก่อน เพื่อจะได้ซ่อมแซม นั้น ก็ให้ทำตามที่ขอมา แจ้งพระราชโองการนี้ให้เพื่อทราบด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๒๕๕ หน้า ๒ - ๓) ๒๐๐. วัันกุ่่ยโฉ่่ว เดืือนสิิบสอง ปีีที่่สิิบสี่่แห่่งรััชศกเต้้ากวง (๒๑ มกราคม ๑๘๓๕/๒๓๗๘)... พีีหย่่าซอ ฮวาหลี่ซุนต้วนเออปาล่าเชอทู่ 2 ราชทูตเซียนหลัวและคณะ รวม ๔ คน เข้าเฝ้านอกประตูซีเอี๋ยนเหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๒๖๑ หน้า ๓๖) 1 ข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๗๒ - ๒๓๗๘ 2 พระยาสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๗๗ เป็นพระสวัสดิ สุนทรอภัย ราชทูต)
231 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๒๐๑. วันเกิงเซิน เดือนสิบสอง ปีที่สิบสี่แห่งรัชศกเต้ากวง (๒๘ มกราคม ๑๘๓๕/๒๓๗๘) จักรพรรดิ เสด็จออก ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่บรรดาเจ้าเมืองรัฐขอบขัณฑสีมาที่เข้ามาเฝ้าในโอกาส วันขึ้นปีใหม่... ราชทูตและอุปทูตเฉาเซียน หลิวฉิว และเซียนหลัว ตามบรรดาขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและ ฝ่ายทหารเข้าประจำที่เป็นลำดับ ดนตรีประโคม... (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๒๖๑ หน้า ๔๕ - ๔๖) ๒๐๒. วันปิงซี เดือนอ้าย ปีที่สิบห้าแห่งรัชศกเต้ากวง (๒๓ กุมภาพันธ์ ๑๘๓๕/๒๓๗๘) เจิ้งฝอ กษัตริย์เซียนหลัว... ทรงแต่งราชทูตเข้ามาถวายพระราชสาส์นและราชบรรณาการเป็นส่งของ ิพื้นเมือง จักรพรรดิพระราชทานบำเหน็จรางวัล และพระราชทานเลี้ยงตามธรรมเนียม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๒๖๒ หน้า ๓๖) ๒๐๓. วันเจ่ยเซิน เดือน ีสิบสอง ปีที่สิบห้าแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๖ เดือนกุมภาพันธ์ ๑๘๓๖/๒๓๗๙) จักรพรรดิเสด็จออก ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่บรรดาเจ้าเมืองรัฐขอบขัณฑสีมาที่เข้ามา เฝ้าในโอกาสวันขึ้นปีใหม่... ราชทูตเฉาเซียนและเซียนหลัว ตามบรรดาขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร เข้าประจำที่เป็นลำดับ ดนตรีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๒๗๖ หน้า ๓๑) ๒๐๔. วัันซิินเว่่ย เดืือนแปด ปีีที่่สิิบหกแห่่งรััชศกเต้้ากวง (๓๐ กัันยายน ๑๘๓๖/๒๓๗๙) อีีหลี่่ปู้้ ข้้าหลวงใหญ่่หยุุนหนััน กุ้้ยโจว กราบบัังคมทููลว่่า “เซีียนหลััวกัับหนัันจ่่างพิิพาทกััน หลัังจากเจรจาสงบศึึกแล้้ว เหตุุการณ์์ก็็สงบลง...” ทรงรัับทราบ (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๒๘๗ หน้า ๑๙) ๒๐๕. วัันกุ่่ยเหม่่า เดืือนเจ็็ด ปีีที่่สิิบเจ็็ดแห่่งรััชศกเต้้ากวง (๒๘ สิิงหาคม ๑๘๓๗/๒๓๘๐) มีี พระราชโองการถึึง คณะเสนาบดีี ความว่่า “เติ้้�งถิิงเจิิน 1 กราบบัังคมทููลว่่า ‘เซีียนหลััวแต่่งราชทููตเข้้ามาถวาย 1 ข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี
232 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ราชบรรณาการ เรืือมาถึึงมณฑลกว่่างตงแล้้ว’ สั่่งการไปให้้เขาจััดเจ้้าหน้้าที่่ที่่เหมาะสมคุ้้มกัันราชทููตเดิินทางถึึง เมืองหลวงก่อนวันหยุดราชการวันปีใหม่ในปีนี้” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๒๙๙ หน้า ๓๗) ๒๐๖. วันปิงหยิน เดือนสิบสอง ปีที่สิบเจ็ดแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๘ มกราคม ๑๘๓๘/๒๓๘๑) จักรพรรดิเสด็จออก ณ ตำหนักฉินเจิ้งเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่... ราชทูตเฉาเซียนและเซียนหลัว... และพระราชทานบำเหน็จรางวัลตามฐานานุศักดิ์... ...เผียวฉี่โซ่ว ราชทูตเฉาเซียนและคณะ ๓ คน กับ พีหย่าซ่าหวาหลี่สุนต้วนอาเป้ยนาเชอทู 1 ราชทูตเซียนหลัวและคณะรวม ๔ คนเข้าเฝ้านอกประตูซีเอี๋ยนเหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๓๐๔ หน้า ๓๒ ,๓๔) ๒๐๗. วันกุ่ยโฉ่ว เดือนสิบสอง ปีที่สิบเจ็ดแห่งรัชศกเต้ากวง (๒๕ มกราคม ๑๘๓๘/๒๓๘๑) จัักรพรรดิิเสด็็จออก ณ ตำำหนัักเป่่าเหอเตี้้�ยน พระราชทานเลี้้�ยงแก่่บรรดาเจ้้าเมืืองรััฐขอบขััณฑสีีมาที่่เข้้าเฝ้้า ในโอกาสวั ันขึ้้�นปีีใหม่่... ราชทููตคว่่อเอ่่อร์์คา เฉาเซีียน และเซีียนหลััว ตามบรรดาขุุนนางฝ่่ายพลเรืือนและ ฝ่ายทหารเข้าประจำที่เป็นลำดับ ดนตรีประโคมพร้อมกัน (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๓๐๔ หน้า ๓๘ - ๓๙) ๒๐๘. วันติงโฉ่ว เดือนอ้าย ปีที่สิบแปดแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๘ กุมภาพันธ์ ๑๘๓๘/๒๓๘๑) เจิ้งฝูกษัตริย์เซียนหลัวทรงแต่งราชทูตเข้าถวายพระราชสาส์นและราชบรรณาการเป็นสิ่งของพื้นเมือง จัักรพรรดิิพระราชทานบำำเหน็็จรางวััลและพระราชทานเลี้้�ยงตามธรรมเนีียม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๓๐๕ หน้า ๒๓) 1 พระยาสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย- จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๗๗ เป็น พระสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต)
233 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๒๐๙. วันติงซือ เดือนเก้า ปีที่สิบแปดแห่งรัชศกเต้ากวง (๕ พฤศจิกายน ๑๘๓๘/๒๓๘๑) ปลอบขวัญและสงเคราะห์ชาวเซียนหลัวที่ประสบวาตภัยตามที่เคยปฏิบัติกันมา (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๓๑๔ หน้า ๒๘) ๒๑๐. วันเกิงเซิน เดือนสาม ปีที่สิบเก้าแห่งรัชศกเต้ากวง (๗ พฤษภาคม ๑๘๓๙/๒๓๘๒) มีพระราชโองการถึงคณะเสนาบดี ความว่า “แต่เดิมมาอันหนันจะถวายราชบรรณาการสองปีครั้งหนึ่งและ สี่ปีจะส่งราชทูตมาเข้าเฝ้าหนึ่งครั้ง โดยรวมการถวายสองวาระมาเป็นครั้งเดียวกัน ประเทศหลิวฉิว ถวายปีหนึ่งเว้นปีหนึ่ง ส่วนประเทศเซียนหลัวนั้นถวายสามปีครั้ง ทั้งสามประเทศนี้หามีประเทศใดแสดงออกมา ว่ายากลำบากแต่กลับแสดงความจริงใจและนบนอบ แต่เราเห็นว่า เขาต้องเดินทางไกลลำบากตรากตรำ กรำฝน กรำหิมะ วาระที่กำหนดก็มีมาก ต้องถวายกันบ่อยนัก ซึ่งไม่อาจแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของเรา ต่อแต่นีไป อันหนัน หลิวฉิว และเซียนหลัว ล้วนให้เปลี่ยนวาระเป็น ้สี่ปีส่งทตเข้ามาถวายราชบรรณาการหนึ่งครัูง เ้พื่อให้ เห็นพระมหากรุณาธิคุณของเราต่อรัฐขอบขัณฑสีมาที่อย่ไกลโูพ้น ให้กรมนัน้ 1 ดำเนินการตามพระราชโองการนีทันที” ้ (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๓๒๐ หน้า ๓๗) ๒๑๑. วัันอู้้ซีี เดืือนเจ็็ดอธิิกมาส ปีีที่่ยี่่ สิิบสามแห่่งรััชศกเต้้ากวง (๒๑ กัันยายน ๑๘๔๓/๒๓๘๖) มีี พระราชโองการถึึงบรรดาจุุนจีีต้้าเฉิิน ความว่่า “ฉีีก้้ง 2 มีีหนัังสืือกราบบัังคมทููลว่่ากษััตริิย์์เซีียนหลััวทรงแต่่ง ราชทููตเข้้ามาถวายราชบรรณาการตามวาระ พร้้อมกัับถวายราชบรรณาการเนื่่องในวัันเฉลิิมพระชนมพรรษา ปีีที่่ยี่่ สิิบเอ็็ด (รััชศกเต้้ากวง) และถวายราชบรรณาการตามวาระของปีีที่่ยี่่ สิิบ (รััชศกเต้้ากวง) เป็็นการชดเชย ด้้วย บััดนี้้�ได้้เดิินทางมาถึึงกว่่างตงแล้้ว ก่่อนหน้้านี้้�มีีพระราชโองการเป็็นกรณีีพิิเศษว่่า ต่่อแต่่นี้้�นี้้ไปให้้เปลี่่ยน กำำหนดวาระการแต่่งราชทููตถวายราชบรรณาการของอัันหนััน หลิิวฉิิว และเซีียนหลััวเป็็นสี่่ปีีต่่อหนึ่่งครั้้�ง 1 หมายถึงกรมพิธีการ (หลี่ปู้) 2 ข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๘๔ - ๒๓๘๗
234 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง เหมืือนกัันหมด เพื่่อให้้ประจัักษ์์ในความเห็็นอกเห็็นใจของเรา บััดนี้้�ข้้าหลวงใหญ่่ดัังกล่่าวได้้กราบบัังคมทููล ว่่า เนื่่องจากกษััตริิย์์เซีียนหลััวยัังมิิได้้รัับหนัังสืือราชการที่่แจ้้งให้้เปลี่่ยนกำำหนดวาระถวายราชบรรณาการ กันใหม่ จึงยังคงแต่งราชทูตเข้ามาถวายราชบรรณาการเป็นสิ่งของพื้นเมืองตามธรรมเนียมปฏิบัติ พร้อมกันนั้น ก็ยังได้ถวายราชบรรณาการเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อปีที่ยี่สิบเอ็ด และถวายราชบรรณาการในวาระ ของปีที่ยี่สิบเป็นการชดเชย ซึ่งล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจขององค์กษัตริย์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง ราชบรรณาการทั้งปวงที่กล่าวมาข้างต้นอนุญาตให้เข้านำมาถวายในปีนี้ได้ ให้ข้าหลวงใหญ่จัดเจ้าหน้าที่ คุ้มครองราชทูตออกเดินทางได้ตามระเบียบ โดยให้ถึงเมืองหลวงปลายปีนี้ส่วนเรือราชบรรณาการทั้งเรือ เอกและเรือรองของกษัตริย์เซียนหลัวนั้น อนุญาตให้เดินทางกลับประเทศก่อนได้ และก็ยังคงให้ข้าหลวงใหญ่ เอาหนังสือราชการฉบับที่กล่าวแล้วข้างต้นของกรมหลี่ปู้มอบให้เรือราชบรรณาการของประเทศดังกล่าว ที่กำลังจะออกเดินทางกลับนั้นนำไปส่งให้ด้วย ต่อแต่นี้ไปให้ปฏิบัติตามพระราชโองการฉบับก่อนนั้น กล่าวคือให้ส่งทูตมาเข้าเฝ้าและถวายราชบรรณาการสี่ปีต่อหนึ่งครั้ง เพื่อให้เห็นถึงความกรุณาที่เรามีต่อเขา ให้ข้าหลวงใหญ่แจ้งพระราชโองการนี้ไปยังกษัตริย์เซียนหลัวปฏิบัติตามนี้ ให้แจ้งพระราชโองการนี้ แก่ข้าหลวงใหญ่เพื่อทราบด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๓๙๕ หน้า ๓๑ - ๓๒) ๒๑๒. วันปิงหยิน เดือนสิบสอง ปีที่ยี่สิบสามแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๖ กุมภาพันธ์ ๑๘๔๔/๒๓๘๗) พีเยซัวหลี่สุนต้วนยาไพ่หนาเชอทู 1 ราชทูตเซียนหลัวและคณะรวม ๔ คน เข้าเฝ้าที่นอกประตูอู่เหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๐๐ หน้า ๒๙) ๒๑๓. วันจี่โฉ่ว เดือนอ้าย ปีที่ยี่สิบส่แห่งรัช ีศกเต้ากวง (๑๐ มีนาคม ๑๘๔๔/๒๓๘๗) มีพระราชโองการ (ถึงบรรดาจุนจีต้าเฉิน) อีกฉบับหนึ่งความว่า “กรมหลี่ปู้กราบบังคมทูลว่า ตามหนังสือ 1 พระยาสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๘๖ เป็น พระสวัสดิ์สุนทรอภัย)
235 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ราชการของราชทูตถวายราชบรรณาการของเซียนหลัวอ้างว่า กษัตริย์ประเทศดังกล่าวรับส่งด้วย ัพระองค์เอง ให้ราชทูตของดเก็บภาษีในโอกาสที่เรือเข้ามารับราชทูตถวายราชบรรณาการกลับประเทศ แต่เดิมมา เมื่อราชทูตผู้ถวายราชบรรณาการของหลิวฉิวกลับประเทศตน จะมีเรือมารับหนึ่งลำ ซึ่งบรรทุกสินค้ามาด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ทางศุลกากรของมณฑลฝูเจี้ยนจะกราบบังคมทูลขอให้งดเว้นภาษี สำ หรับเซียนหลัวไม่มีธรรมเนียม ในเรื่องนี้และกรณีที่ราชทูตดังกล่าวของดเว้นการจัดเก็บภาษี ในครั้งนี้ไม่เห็นฉีก้งกราบบังคมทูลเข้ามา ให้ข้าหลวงใหญ่และข้าหลวงมณฑลตรวจสอบตามสมควร แล้วกราบบังคมทูลเข้ามาว่าเรือรับทูตบรรณาการ ของประเทศดังกล่าวทั้งหมด สมควรยึดถือปฏิบัติดังเช่นกรณีของประเทศเฉาเซียนหรือไม่ ถ้าหากเห็น สมควร ก็อนุญาตให้งดเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่บรรทุกมาในเรือลำเดียวเท่านั้น แต่ไม่อนุญาตให้นำเรือเข้ามา มากลำกว่านั้น โดยหมายจะได้รับการงดเว้นภาษีด้วย ให้จัดทำสำ เนาหนังสือกราบบังคมทูลของกระทรวงหลี่ปู้ และหนังสือราชการของราชทูตไปให้อ่านด้วย พระราชโองการนี้ให้แจ้งฉีก้ง เฉิงอีไฉ่1 และเหวินเฟิง2 เพื่อทราบด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๐๑ หน้า ๑๗) ๒๑๔. วัันกุ่่ยซืือ เดืือนอ้้าย ปีีที่่ยี่่สิิบสี่่แห่่งรััชศกเต้้ากวง (๑๔ มีีนาคม ๑๘๔๔/๒๓๘๗) เจิ้้�งฝูู กษััตริิย์์ เซีียนหลััวทรงแต่่งราชทููตเข้้ามาส่่งสาส์์นกราบบัังคมทููลถวายพระพรเนื่่องในโอกาสวั ันเฉลิิมพระชนมพรรษาและ ถวายราชบรรณาการเป็็นสิ่่งของพื้้�นเมืือง เฉพาะราชบรรณาการที่่ถวายมาตามปีีที่่กำำหนดเท่่านั้้�นให้้รัับไว้้ ส่่วนของ พื้้�นเมืืองที่่ถวายพระมเหสีีให้้คงไว้้เพื่่อทดแทนราชบรรณาการที่่ต้้องถวายในคราวต่่อไป พระราชทานบำำเหน็็จรางวััล และพระราชทานเลี้้ยงตาม�ธรรมเนีียม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๐๑ หน้า ๒๑) 1 ข้าหลวงมณฑลกว่างตง ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๘๕ - ๒๓๘๘ 2 ดำ รงตำ แหน่งผู้บังคับการกิจการทางทะเลเย่ไห่ เป็นผู้ช่วยฉีอิง ข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี ดำ เนินการเปิด เมืองท่า ๕ แห่ง ตามสนธิสัญญาหนันจิง (นานกิง) พ.ศ. ๒๓๘๕ ที่ทำกับอังกฤษ
236 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ๒๑๕. วันจี่โฉ่ว เดือนส่ ปีที่ยี่ ีสิบสี่แห่งรัชศกเต้ากวง (๒๙ พฤษภาคม ๑๘๔๔/๒๓๘๗) มีพระราชโองการถึงคณะเสนาบดี ความว่า “เฉิงอีไฉ่ มีหนังสือกราบบังคมทูลแจ้งผลการตรวจสอบเรื่อง เรือรับราชทูตถวายราชบรรณาการกลับประเทศ ของดเว้นภาษีตามแบบอย่างว่าสินค้าที่บรรทุกมากับ เรือราชบรรณาการทั้งเอกและรอง ได้รับงดเว้นภาษีตลอดมา แต่สำหรับเรือที่มารับราชทูตกลับประเทศนั้น ไม่เคยมีธรรมเนียมให้ยกเว้นมาก่อน แต่เห็นว่าประเทศดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่รัฐบรรณาการอย่างเคร่งครัด และมีความจริงใจ สมควรให้อนุเคราะห์เป็นกรณีพิเศษ เพ่อให้ซาบซึ ื้งในพระมหากรุณาธิคุณ จึงอนุญาต ให้ถือตามแบบอย่างที่ได้ปฏิบัติต่อหลิวฉิว ต่อแต่นี้เป็นต้นไป ให้งดเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่บรรทุกมากับเรือเอก ที่มารับราชทูตถวายราชบรรณาการเซียนหลัวกลับจากเมืองหลวง ส่วนสินค้าที่บรรทุกมากับเรือรองทุกลำ หรือเรือสินค้าที่มีมาต่างหาก ให้เรียกเก็บภาษีตามระเบียบเพื่อให้เป็นไปตามขอบเขตที่จำกัดในกฎเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ ให้กรมนั้น 1 ปฏิบัติตามนี้ทันที” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๐๔ หน้า ๑๒ - ๑๓) ๒๑๖. วันจ่เหม่า เดือนอ้าย ปีที่ยี่ ีสิบหกแห่งรัชศกเต้ากวง (๑๘ กุมภาพันธ์ ๑๘๔๖/๒๓๘๙) ให้ยกเลิกภาษีสินค้าที่บรรทุกมากับเรือรับราชทูตที่มาถวายราชบรรณาการกลับประเทศ ตามที่เซียนหลัว ได้ขออนุญาตมา (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๒๕ หน้า ๒๕) ๒๑๗. วันเจี่ยซี เดือนสิบสอง ปีที่ยี่สิบเจ็ดแห่งรัชศกเต้ากวง (๓ กุมภาพันธ์ ๑๘๔๘/๒๓๙๑) ซุ่ยม่อราชทูตเฉาเซียนและคณะรวม ๓ คน กับ พีหย่าซัวฮวาหลี่สุนต้วนอาผายเชอทู 2 ราชทูตเซียนหลัว และคณะรวม ๔ คน เข้าเฝ้านอกประตูอู่เหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๕๐ หน้า ๔๕) 1 หมายถึงกรมพิธีการ (หลี่ปู้) 2 พระยาสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต (ในหนังสือสัมพันธภาพระหว่างไทย - จีน ระบุว่า พ.ศ. ๒๓๘๖ เป็น พระสวัสดิ์สุนทรอภัย)
237 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ๒๑๘. วันอี่ไฮ่ เดือนสิบสอง ปีที่ยี่สิบเจ็ดแห่งรัชศกเต้ากวง (๔ กุมภาพันธ์ ๑๘๔๘/๒๓๙๑) จักรพรรดิเสด็จออก ณ ตำหนักเป่าเหอเตี้ยน พระราชทานเลี้ยงแก่บรรดาเจ้าเมืองรัฐขอบขัณฑสีมาที่เข้าเฝ้า เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่.... ราชทูตเฉาเซียนและราชทูตเซียนหลัวติดตามขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและ ฝ่ายทหารเข้าประจำที่ ดนตรีประโคม (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๕๐ หน้า ๔๕ - ๔๗) ๒๑๙. วันซินเหม่า เดือนอ้าย ปีที่ยี่สิบแปดแห่งรัชศกเต้ากวง (๒๐ กุมภาพันธ์ ๑๘๔๘/๒๓๙๑) มีพระราชโองการถึงคณะเสนาบดี ความว่า “ปีนี้ราชทูตคว่อเอ่อร์คา มาถึงเมืองหลวงล่าช้าไป ไม่ทันเข้ารับ พระราชทานเลี้ยงพร้อมบรรดาเจ้าเมืองรัฐบรรณาการ แต่เดิมมาราชทูตเฉาเซียนและราชทูตเซียนหลัว ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงที่กรมหลี่ปู้หนึ่งครั้งและที่สถานที่รับรองแขกต่างประเทศอีกหนึ่งครั้งตามธรรมเนียม ขอให้ราชทูตคว่อเอ่อร์คาร่วมด้วยเพื่อให้เห็นว่าเราให้เกียรติเป็นพิเศษ ขอให้ทางกรมหลี่ปู้ปฏิบัติตามนี้ด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเซียนจง “เซียนจงสือลู่” บรรพ ๔๕๑ หน้า ๑๒) ๒๒๐. วันติงเว่ย เดือนแปดอธิกมาส ปีที่หนึ่งแห่งรัชศกเสียนเฟิง1 (๑๘ ตุลาคม ๑๘๕๑/๒๓๙๔) มีพระราชโองการถึงบรรดาจุนจีต้าเฉิน ความว่า “สีกว่างจิ้น 2 และเย่หมิงเซิน3 กราบบังคมทูลว่า ‘กษัตริย์ เซีียนหลััวได้้รัับแจ้้งตามลำำดัับเรื่่องพระมเหสีีเซี่่ยวเหอรุ่่ย และจัักรพรรดิิเซีียนจงเฉิิงตี้้�สวรรคต จึึงได้้แต่่งราชทููต เข้้ามาถวายบัังคมพระศพ พร้้อมกัันนั้้�นยัังได้้ถวายพระราชสาส์์น ของพื้้�นเมืือง และถวายพระพรเนื่่องใน วาระที่เราได้เถลิงถวัลยราชสมบัติ ประจวบกับถึงกำหนดถวายราชบรรณาการ จึงได้ถวายราชบรรณาการ มาในคราวเดียวกัน’ ในระหว่างเดือนเจ็ดปีที่แล้วนั้น เจิ้งจู่เชิน4 ได้กราบบังคมทูลว่า กษัตริย์อันหนัน 1 นามรัชศกของจักรพรรดิเสี่ยนตี้เหวินจง นามแมนจูว่า ไอ้ซินเจี๋ยหลัวอี้จู่ (พ.ศ. ๒๓๙๔ - ๒๔๐๔) 2 ข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๙๑ - ๒๓๙๕3 ข้าหลวงมณฑลกว่างตง ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๙๑ - ๒๓๙๕ 4 ข้าหลวงมณฑลกว่างซี ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๘๙ - ๒๓๙๓
238 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ได้้แต่่งราชทููตเข้้ามาถวายบัังคม แต่่เราก็็ได้้มีีพระราชโองการว่่า หีีบพระศพ ของพระมเหสีีเซี่่ยวเหอรุ่่ย ไ รุ่่ ด้้อััญเชิิญ ไปยัังสุุสานหลวงในระหว่่างเดืือนสามแล้้ว ส่่วนหีีบพระศพจัักรพรรดิิเซีียนจงเฉิิงตี้้� 1 ได้้กำำหนดจะอััญเชิิญ ไปยัังสุุสานหลวงในระหว่่างเดืือนเก้้า ดัังนั้้�น การที่่กษััตริิย์์แห่่งประเทศนั้้�นจะทรงแต่่งราชทููตเข้้ามาถวายบัังคม ก็็คงล่่วงเลยพระราชพิิธีีอััญเชิิญหีีบพระศพไปแล้้ว และไม่่ทัันถวายบัังคมจึึงรัับสั่่งว่่าไม่่ต้้องแต่่งราชทููต เดินทางไกลมา และของพื้นเมืองที่จะถวายเพื่อเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชสมบัตินั้น ก็ไม่ต้องนำมาถวายด้วย บัดนี้ กษัตริย์เซียนหลัวจะแต่งราชทูตเข้ามาถวายบังคม แต่ก็คงเป็นเวลาหนึ่งปีไปแล้ว จึงขอให้สีกว่างจิ้น แจ้งราชทูตประเทศดังกล่าวว่าไม่ต้องเดินทางมาเมืองหลวง ส่วนเครื่องเซ่นไหว้ที่ใช้ในพิธีถวายบังคมและ ของพื้นเมืองทั้งหมดที่นำมาถวายให้ราชทูตนำกลับไป ส่วนราชบรรณาการที่นำมาถวายตามกำหนดนั้น เนื่องจาก ขณะนี้อยู่ภายในกำหนด ๒๗ เดือน ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งจะไม่รับการถวายพระพรเฉลิมฉลองและงดจัด งานเลี้ยง จึงให้เลื่อนการถวายไปในโอกาสที่กษัตริย์เซียนหลัวผู้สืบสันตติวงศ์กราบบังคมทูลขอพระราชทานตราตั้ง พร้อมกันไปเลย ให้ข้าหลวงใหญ่มีหนังสือแจ้งประเทศนั้นให้ปฏิบัติ ให้แจ้งพระราชโองการฉบับนี้เพื่อทราบด้วย (จดหมายเหตุรัชกาลเหวินจง “เหวินจงสือลู่” บรรพ ๔๒ หน้า ๑๑ - ๑๒) ๒๒๑. วันเจี่ยซี เดือนเก้า ปีที่หนึ่งแห่งรัชศกเสียนเฟิง (๑๔ พฤศจิกายน ๑๘๕๑/๒๓๙๔) มีีพระราชโองการถึึงเจิ้้�งหมิิง 2 กษััตริิย์์ผู้้สื ืบสัันตติิวงศ์์ของเซีียนหลััว ความว่่า “สีีกว่่างจิ้้�น ข้้าหลวงใหญ่่ มณฑลกว่่างตง กวางซีี เย่่หมิิงเชิิน ข้้าหลวงมณฑลกว่่างตงได้้ถวายหนัังสืือกราบบัังคมทููลของกษััตริิย์์เซีียนหลััว ที่่สืืบสัันตติิวงศ์์ ถวายพระราชสาส์์นเพื่่อถวายบัังคมและถวายพระพร รวม ๕ ฉบัับ แสดงถึึงความจริิงใจ ของพระองค์์ ทำำ ให้้เรายิ่่งทวีีความเศร้้าโศก พระองค์์ทรงได้้รัับพระมหากรุุณาธิิคุุณอย่่างมากจากจัักรพรรดิิองค์์ก่่อน 1 พระนามที่เฉลิมพระเกียรติให้จักรพรรดิเต้ากวงเมื่อสวรรคตแล้ว เป็นพระนามที่จะจารึกในศาลบรรพชน และถือเป็นชื่อเรียกเต็มยศอย่างเป็นทางการ 2 พระนามภาษาจีนของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. ๒๓๙๔ - ๒๔๑๑) ที่ใช้ติดต่อกับ ราชสำ นักจีน
239 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ซึ่งดูแลรับรองโปรดปรานผู้อยู่แดนไกล บัดนี้จึงได้แต่งราชทูตข้ามน้ำ ข้ามทะเลมายังราชสำนักด้วยความ นบนอบอ่อนน้อม ข้าฯ ขอรับด้วยความรู้สึกชื่นชมยิ่งนัก แต่ว่าเนื่องจากไม่เคยมีธรรมเนียมนำราชทูตต่างชาติ ไปถวายบังคม ณ สุสานหลวงมาก่อน ปีที่แล้ว หย่วนฝูสือกษัตริย์อันหนันแต่งราชทูตเข้ามาขอถวายบังคม แต่ก็ได้รับส่งไปว่า หีบ ัพระศพของพระมเหสีเซี่ยวเหอรุ่ยได้บรรจุในสุสานหลวงแล้วเมื่อเดือนสาม ส่วนหีบ พระศพจักรพรรดิเซียนจงเฉิงตี้ก็ได้ฤกษ์จะเคลื่อนไปบรรจุท ี่ สุสานหลวงในเดือนเก้า เมื่อถึงเวลาที่ราชทูต เดินทางมาถึงเมืองหลวง ก็จะล่วงเลยกำหนดเวลาพระราชพธิี ไม่ทันเวลาถวายบังคม จึงได้รับสั่งไปว่า ให้กษัตริย์ ประเทศดังกล่าวไม่ต้องแต่งราชทูตมาแต่แดนไกล และของพื้นเมืองที่จะถวายในโอกาสถวายพระพร เนื่องในวาระเถลิงถวัลยราชสมบัติก็ให้งดเสีย บัดนี้ กษัตริย์เซียนหลัวซึ่งสืบทอดราชสมบัติได้แต่งราชทูตมาขอ ถวายบังคม ซึ่งล่วงเลยเวลาหนึ่งปีแล้ว จึงเป็นกรณีเดียวกัน เรามีความเมตตาปกป้องคุ้มครองทวยราษฎร์ทั่วหล้า โดยมิได้เลือกที่รักมักที่ชัง เครื่องเซ่นไหว้และส่งของ ิพื้นเมืองทั้งหมดที่พระองค์ถวายนั้น ให้ขุนนางชายแดน มอบราชทูตนำกลับคืนไปโดยไม่ต้องเหนื่อยยากกับการเดินทาง หวังว่าพระองค์จะเข้าใจในจิตใจของเรา ที่เห็นถึงอกเขาอกเรา และทวีความซื่อสัตย์จงรักภักดี เป็นที่โปรดปรานยิ่งของเราตลอดกาลนาน” (จดหมายเหตุรัชกาลเหวินจง “เหวินจงสือลู่” บรรพ ๔๔ หน้า ๑๑ - ๑๒) ๒๒๒. วันติงโฉ่ว เดือนแปด ปีที่สองแห่งรัชศกเสียนเฟิง (๒ ตุลาคม ๑๘๕๒/๒๓๙๕) มีพระราช โองการถึงบรรดาจุนจีต้าเฉินความว่า “สีกว่างจิ้น กราบบังคมทูลว่า ‘กษัตริย์เซียนหลัวแต่งราชทูตมาถวาย ราชบรรณาการชดเชย และขอพระราชทานตราตั้้�ง บััดนี้้� ได้้เดิินทางมาถึึงทางตะวัันออกของมณฑล กว่่างตงแล้้ว 1 ฯลฯ’ เมื่่อปีีที่่แล้้วเซีียนหลััวถึึงกำำ หนดวาระมาถวายราชบรรณาการและได้้กราบบัังคมทููล 1มีหลักฐานเอกสารของพระสารภากร (แย้ม) เมื่อครั้งเป็นหลวงบวรเสน่หา ซึ่งเป็นอุปทูตไปเมืองจีน พ.ศ. ๒๓๙๕ (รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ได้เขียนรายงานทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ว่า การ “จิ้มก้อง” ครั้งนี้ ในการเดินทางคณะราชทูตสยามถูกปล้น เพราะในช่วงเวลานี้จีนเกิดกบฏไท่ผิง (พ.ศ. ๒๓๙๓ - ๒๔๐๗) เริ่มที่มณฑลกว่างซี ลุกลามไปถึง ๑๘ มณฑลของจีน
240 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง ขออนุุญาตแล้้ว แต่่เราได้้มีีพระราชโองการไปให้้เลื่่อนมาถวายพร้้อมกัับโอกาสที่่กราบบัังคมทููลขอตราตั้้�ง บัดนี้ การประเทศดังกล่าวก็ได้แต่งราชทูตเข้ามาถวายพระราชสาส์นและของพื้นเมืองเป็นการชดเชยแล้ว เห็นได้ว่ามีความนบนอบอ่อนน้อมโดยแท้ บัดนี้ ราชทูตถวายบรรณาการนั้นได้เดินทางมาถึงมณฑลกว่างตง แล้ว ขอให้จัดเจ้าหน้าที่ที่เหมาะสมคุ้มกันราชทูตเดินทาง โดยให้ถึงเมืองหลวงก่อนวันหยุดปีใหม่ปีนี้ ตามที่ เจ้ากรมพระคลังประเทศดังกล่าวได้ขออนุญาตให้เรือราชบรรณาการเดินทางกลับประเทศ ทำการซ่อมแซม ให้อนุญาตไปตามที่ขอได้ ส่วนสินค้าที่นำมากับเรือราชบรรณาการให้งดเว้นภาษีตามธรรมเนียม ส่วนเจิ้งหมิง กษัตริย์ซึ่งสืบสันตติวงศ์ทรงขอพระราชทานตราตั้งนั้น ได้รับสั่งให้กรมกองที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวปฏิบัติ และยกร่างพระราชโองการตามแบบแผน ครั้นเมื่อราชทูตเดินทางถึงเมืองหลวง ก็จะพระราชทานให้ เพ่ออัญเชิญกลับไป ให้ผ ืู้รักษาการแทนข้าหลวงใหญ่นั้นแจ้งไปยังกษัตริย์องค์ดังกล่าวเสียก่อน และให้แจ้ง พระราชโองการฉบับนี้เพื่อทราบด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลเหวินจง “เหวินจงสือลู่” บรรพ ๖๙ หน้า ๒๔) ๒๒๓. วันซินไฮ่ เดือนอ้าย ปีที่สามแห่งรัชศกเสียนเฟิง (๑๓ กุมภาพันธ์ ๑๘๕๓/๒๓๙๖) เจิ้งหมิงกษัตริย์เซียนหลัวแต่งราชทูตเข้ามาถวายพระราชสาส์นและราชบรรณาการเป็นสิ่งของพื้นเมือง จักรพรรดิพระราชทานบำเหน็จรางวัลตามธรรมเนียม พีเยซือฮ่วหลี่ ัสุนต้วนย่าไพ่น่าเชอทู 1 ราชทูตเซียนหลัวและ คณะรวม ๔ คน เข้าเฝ้านอกประตูอู่เหมิน (จดหมายเหตุรัชกาลเหวินจง “เหวินจงสือลู่” บรรพ ๘๑ หน้า ๑๒) ๒๒๔. วันอี่โฉ่ว เดือนสอง ปีที่สามแห่งรัชศกเสียนเฟิง (๑๙ มีนาคม ๑๘๕๓/๒๓๙๖) มีพระราชโองการ (ถึงคณะเสนาบดี) อีกฉบับหนึ่งความว่า “หลี่ฮุ่ย2 มีหนังสือกราบบังคมทูล กล่าวหาเจ้าหน้าที่ทุกคนที่คุ้มกัน 1 พระสวัสดิสุนทรอภัย ราชทูต 2 ข้าหลวงมณฑลซานตง ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๓๙๕ - ๒๓๙๖
241 ชิงสือลู่ (จดหมายเหตุราชวงศ์ชิง) ส่วนที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับไทย ราชทูตไปก่อเหตุยุ่งยากระหว่างทาง และขอให้ทรงมีพระบัญชาให้กรมต้นสังกัดพิจารณาลงโทษนั้น ปรากฏว่าหลิวสิน ข้าหลวงประจำเมืองเฉาโจว ซูเสียเจี้ยน ข้าหลวงประจำเมืองฮุ่ยโจวและเหลยซู่ซิน นายทหารผู้ดำรงตำแหน่งแทนซานเจี้ยงประจำค่ายเขียวขึ้นต่อข้าหลวงใหญ่ ทั้งสามเป็นขุนนางมณฑลกว่างตง ทำหน้าที่คุ้มกันราชทูตถวายราชบรรณาการของเซียนหลัว ออกเดินทางจากมณฑลซานตงมุ่งเข้าเมืองหลวง ตลอดทางเรียกใช้รถราและผู้คนมากกว่าข้าราชการรายอื่น ๆ เป็นหลายเท่า ขณะนั้นเป็นยามที่ราชการทหารกำลัง ประสบภาวะขาดแคลน จะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวอาศัยหน้าที่ราชการมาก่อความยุ่งยากเดือดร้อนแก่ท้องที่ ได้อย่างไร ให้เอาตัวหลิวสิน ซู่เสียเจี้ยน และเหลยซู่ซิน มอบให้กรมต้นสังกัดพิจารณาลงโทษอย่างเข้มงวด และ ให้กรมดังกล่าวคำนวณจำนวนรถม้า ล่อ ผู้คน เรือแพ ที่ต้องการใช้สำหรับราชทูตประเทศดังกล่าวในการ เดินทางกลับ แจ้งเบิกไปยังมณฑลต่าง ๆ ล่วงหน้าโดยด่วน ส่วนรถม้า ล่อ ที่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่คุ้มกันราชทูตใช้นั้น ให้เสียค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้นจะไปเบิกเอากับท้องที่ไม่ได้” (จดหมายเหตุรัชกาลเหวินจง “เหวินจงสือลู่” บรรพ ๘๔ หน้า ๔๙) ๒๒๕. วันเจ่ยอี ่ เดือนยี่ ปีทีู่สามแห่งรัชศกเสียนเฟิง (๒๘ มีนาคม ๑๘๕๓/๒๓๙๖) จักรพรรดิพระราชทาน ... ป้ายสรรเสริญพระเกียรติกษัตริย์เซียนหลัว โดยทรงพระอักษรเอง ความว่า “ปกป้องขัณฑสีมาโพ้นทะเล” (จดหมายเหตุรัชกาลเหวินจง “เหวินจงสือลู่” บรรพ ๘๔ หน้า ๔๙) ๒๒๖. วันเยิ่นอู่ เดือนเก้า ปีที่แปดแห่งรัชศกถงจื้อ 1 (๑๘ ตุลาคม ๑๘๖๙/๒๔๑๒) มีพระราช โองการถึงบรรดาจุนจีต้าเฉิน ความว่า “เดิมเหวินอี้ 2 ได้กราบบังคมทูลว่าเซียนหลัวขอถวายราชบรรณาการ โดยใช้เส้นทางจากเมืองเทียนจินเข้าเมืองหลวง จึงกราบบังคมทูลแทนตามที่ขอมา เราได้มอบให้กรมหลี่ปู้นำ ไป พิิจารณาก่่อนแล้้วกราบบัังคมทููล บััดนี้้� กรมดัังกล่่าวได้้กราบบัังคมทููลมาว่่า ‘เวลานี้้�ดิินแดนส่่วนกลางเป็็นที่่ ๑ นามรัชศกของจักรพรรดิอี้ตี้มู่จง นามแมนจูว่า ไอ้ซินเจี๋ยหลัวไจ่ฉุน (พ.ศ. ๒๔๐๕ - ๒๔๑๘) ๒ ผู้บัญชาการทหารฟู่โจว ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๔๑๑ - ๒๔๑๗
242 ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง สงบสุุขแล้้ว การเดิินทางจากกว่่างตงเข้้าเมืืองหลวง เส้้นทางสััญจรมิิได้้ติิดขััดประการใด แม้้จะมีีบางช่่วงต้้อง เดิินทางอ้้อมบ้้าง ก็็สามารถสั่่งการไปยัังเจ้้าหน้้าที่่ท้้องที่่คอยรัับส่่งดููแลอย่่างดีีได้้ แต่่ถ้้าจะมาทางทะเลขึ้้�นฝั่่ง ที่่เทีียนจิิน เกรงว่่าอาจต้้องประสบวาตภััย แล้้วเจ้้าหน้้าที่่ท้้องที่่ก็็สุุดวิิสััยที่่จ ะคุ้้มครองป้้องกัันได้้จึึงเห็็นว่่า ไม่บังควรที่จะไปเปลี่ยนแปลงธรรมเนียม’ ส่งการไปทันทีให้ปฏิบัติตามที่เ ัสนอมา กล่าวคือการถวาย ราชบรรณาการของเซียนหลัวนั้น ให้เดินทางโดยทางทะเลมาเทียบท่าที่หู่เหมิน มณฑลกว่างตงเช่นเดิม พอเข้าเส้นทางสัญจรทางบกให้เดินทางโดยวิธีอี้ก่วนไปเมืองหลวงทันที ไม่ต้องเปลี่ยนไปเทียบท่าที่เทียนจิน นับแต่ปีที่สองรัชศกเสียนเฟิงเป็นต้นมา ประเทศดังกล่าวว่างเว้นการถวายราชบรรณาการหลายวาระนั้น มีเหตุจำเป็นอันเนื่องมาจากเส้นทางมีอุปสรรค จึงสมควรยกเว้นการถวายราชบรรณาการชดเชยด้วยความกรุณา ให้เหวินอี้ อิงกุ้ย1 และเปี้ยนเป่าตี้ 2 แจ้งไปยังกษัตริย์เซียนหลัวให้ปฏิบัติตามนี้ เมื่อถึงวาระที่ประเทศดังกล่าว ถวายราชบรรณาการ เดินทางมาถึงหู่เหมิน ก็ให้ยุ่ยหลิน3 และหลี่ฟู่ไท่4 เลือกเฟ้นเจ้าหน้าที่ผู้เหมาะสมคุ้มกัน ราชทูตตลอดเวลาการเดินทาง พร้อมกันนั้นก็ให้ส่งการไปยังข้าหลวงใหญ่และข้าหลวงมณ ัฑลท้องที่ต่าง ๆ ที่ราชทูตเดินทางผ่าน ให้จัดเจ้าหน้าที่ไปรับไปส่งและคุ้มกันให้สมกับที่ราชสำนักมีความเมตตากรุณาต่อ ผู้มาจากแดนไกล แจ้งพระราชโองการฉบับนี้ไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องด้วย” (จดหมายเหตุรัชกาลมู่จง “มู่จงสือลู่” บรรพ ๒๖๖ หน้า ๓๑ - ๓๒) ๒๒๗. วันเกิงซี เดือนยี่ ปีที่สี่แห่งรัชศกกวางซี่5 (๒ เมษายน ๑๘๗๘/๒๔๒๑) เหอจิ่ง ข้าหลวงใหญ่ ฝูเจี้ยน เจ้อเจียง กราบบังคมทูลว่า “มีชาวเซียนหลัวทำร้ายร่างกายชาวจีนจนถึงแก่ความตายที่เมืองเซี่ยเหมิน สอบสวนเป็นที่แน่ชัดแล้ว เห็นสมควรส่งตัวคนกระทำผิดที่ชื่อว่า อาซาน ไปให้ประเทศดังกล่าวพิจารณาจัดการ กันเอง” รับสั่งให้ปฏิบัติตามที่เสนอมา (จดหมายเหตุรัชกาลเต๋อจง “เต๋อจงสือลู่” บรรพ ๖๘ หน้า ๒๗ - ๒๘) 1 ข้าหลวงใหญ่มณฑลฝูเจี้ยน เจ้อเจียง ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๔๑๑ - ๒๔๑๔ 2 ข้าหลวงมณฑลฝูเจี้ยน ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๔๑๐ - ๒๔๑๓3 ข้าหลวงใหญ่มณฑลกว่างตง กว่างซี ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๔๐๘ - ๒๔๑๗ 4 ข้าหลวงมณฑลกว่างตง ดำ รงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๔๑๐ - ๒๔๑๓ 5 นามรัชศกของจักรพรรดิจิ่งตี้เต๋อจง นามแมนจูว่า ไอ้ซินเจี๋ยหลัวไจ่เถียน (พ.ศ. ๒๔๑๘ - ๒๔๕๑)