ภาษาไทยรามคํ แหงมหาิวทยาลยย สงครามกับความรัก รวมเรื่องสั้นผลงานนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออกคณะมนุษยศาสตรมหาวิทยาลัยรามคําแหง
สงครามกับความรัก รวมเรื่องสั้นผลงานนักศึกษาส่วนหน ึ่งของการเร ียนการสอนกระบวนว ิชาTHA2101 ความรู้ทั่วไปในการเข ียน(INTRODUCTION TO WRITING) ป ีการศ ึกษา ๒๕๖๘สาขาว ิชาภาษาไทย ภาคว ิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออกคณะมนุษยศาสตร์มหาว ิทยาลัยรามคําแหง
สงครามกับความรัก ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสํานักหอสมุดแห่งชาติมหาวิทยาลัยรามคําแหง. คณะมนุษยศาสตร์. สาขาวิชาภาษาไทย. สงครามกับความรัก.-- กรุงเทพฯ : สาขาวิชาภาษาไทย ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคําแหง, 2569.221 หน้า.1. เรื่องสั้นไทย. I. ชื่อเรื่อง.895.91301ISBN 978-616-7843-52-0จัดทําโดยสาขาวิชาภาษาไทย ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคําแหงที่ปรึกษานายปฏิญญา บุญมาเลิศ หัวหน้าสาขาวิชาภาษาไทยบรรณาธิการนายวรารก์เพ็ชรดีนางสาวธนพร ศิริพันธ์นางสาวฤทัยวรรณ ปานชา
ผู้ประพันธ์นางสาวโชติมา อาจพรม นายสิทธิศักดิ์สทอนเมืองนางสาวนภาภัทร์สุภาวิตา นางสาวจุฑามณีจีนแสนางสาววาสนา ศรีสุวรรณ นางสาวพัชธิดา จําปาทินางสาวภัทรสุดา พลไชย นางสาวสุพรรษา โบยหอยนางสาวอิสรียา สิงห์เนี่ยว นางสาวณัฐธิดา รักษาพลนางสาวสุภัชชา โพธิวิสุทธิ์วาที นางกรกช ทองมีนางสาววันวิสาข์แสงจันทร์ นายณหพล คันฉ่องนางสาวพรรณภัทร ภู่กลาง นางสาวจิณห์วรา พาสากลนางสาวปพิชญา สนั่นเมือง นายธาวิน ศรีรมย์นางสาววันวิษา สทอนเมือง นางสาวบุญสุดา พิมหนองโพนภาพปกGoogle DeepMind. (2569). สงครามกับความรัก [ภาพที่สร้างโดย AI]. Gemini. https://gemini.google.comลิขสิทธิ์ของผลงานประพันธ์แต่ละเรื่องเป็นของผู้ประพันธ์เจ้าของสิทธิ์มีสิทธิ์ในการทําซํ้า ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน และรับผิดชอบผลงานของตน
Google DeepMind. (2569). สงครามกับความรัก [ภาพที่สร้างโดย AI]. Gemini. https://gemini.google.com
สงครามกับความรัก-กคลํานําบนโลกใบเดิมที่ระงมด้วยเสียงครวญคลั่งของยุคสมัย... สงครามไม่เคยหลับใหล มันเพียงย้ายสมรภูมิจากแดนไกลโพ้นขยับเข้ามาประชิดรั้วบ้าน และลุกลามเข้าสู่ดินแดนสมมติในโลกเสมือน ในขณะที่ทหารหาญสาดกระสุนจริงกลืนกินชีวิตผู้คนบนผืนดิน มนุษย์อีกกลุ่มกลับสาดถ้อยคําอาบยาพิษเข่นฆ่ากันบนหน้าจออย่างเลือดเย็น ในโลกที่ทุกคนต่างสถาปนาตนเองเป็นนักรบ... เราต่างมีบาดแผลที่มองไม่เห็นติดตัวอยู่เสมอทว่า ท่ามกลางควันปืนที่บดบังทัศนียภาพอันงดงาม ใครเล่าจะหยั่งรู้ถึงต้นตอที่แท้จริง ว่าแท้จริงแล้วเราจับอาวุธขึ้นฟาดฟันกันเพื่อสิ่งใด ? เรารบเพราะหัวใจเปี่ยมด้วย “ความรัก” รักในมาตุภูมิรักในศักดิ์ศรีรักในเผ่าพันธุ์หรือแท้จริงแล้ว เราเพียงปล่อยให้“ความเกลียดชัง” เข้ามาสิงสู่... เกลียดในความต่าง ชังในความคิด และปฏิเสธตัวตนของกันและกันเมื่อเกราะเหล็กแห่ง “หน้าที่” ถูกสวมทับ บดบังเสียงเต้นของหัวใจ นักรบจํานวนมากจึงลืมเลือนตัวตน ลืมเลือนแม้กระทั่งความรู้สึกดั้งเดิมของมนุษย์“สงครามกับความรัก” รวมเรื ่องสั้นเล ่มนี้จึงกําเนิดขึ้นเพื่อพาท่านดิ่งลึกสลัดเปลือกนอกของความขัดแย้ง เพื ่อไปพานพบแง ่มุมอันย้อนแย้งว่า... ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและเขม่าปืนในสมรภูมิรบเปลวไฟแห่งรักยังคงไหวระริกอย่างโดดเดี่ยว และในทางกลับกัน บนผืนเสื่อ
สงครามกับความรัก-ขแห ่งความรักอันแสนหวาน มนุษย์เราก็ยังคงต้องจับอาวุธขึ้นฟาดฟันเพื่อหยัดยืนอยู่เช่นกันบางที... คําตอบสําเร็จรูปอาจไม่มีอยู่จริงในโลกใบนี้หรือแท้จริงแล้ว“คําตอบ” ที่ท่านตามหา อาจซ่อนอยู่ในรูปแบบของ “คําถาม” ข้อใหม่หากท่านพร้อมจะเปลือยความรู้สึกเพื่อเผชิญหน้ากับสัจธรรมข้อนี้ขอเชิญพลิกหน้ากระดาษ ก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งวรรณกรรมไปพร้อมกันสมร ภูมิรXบัก
สงครามกับความรัก-คสารบัญเรื่อง หน้ารอยแยก…ระหว่างเรา มาโช่ (Macho)๑จดหมายฉบับสุดท้าย สุภาวิตา๑๓หวนกลิ่นรักใต้ผืนปฐพี ศรีสุวรรณ๒๓แรงใจวัยฝัน พลไชย๓๓บ้านเกิดฉันสวยมาก สิงห์เนี่ยว๔๑รักตัวเอง โพธิวิสุทธิ์๕๓รักเธอ (ไม่ได้) แสงจันทร์๖๕
สงครามกับความรัก-งสารบัญ (ต่อ)เรื่อง หน้าสงครามของสองเรา ภู่กลาง๘๑หน้าที่และชีวิต สนั่นเมือง๘๙ฝันที่ใฝ่กับใจที่รอ สทอนเมือง๑๐๑สงครามที่ไม่มีเสียงปืน สทอนเมือง ๒๑๑๑ชั่งใจ จีนแส๑๒๓ฤดูกาลที่สี่ จําปาทิ๑๓๓กว่าจะรู้ว่ายังรัก โบยหอย๑๔๓
สงครามกับความรัก-จสารบัญ (ต่อ)เรื่อง หน้าสงครามดวงใจ ณ รามคำแหง รักษาพล๑๕๕ศึกรักของนักรบ ทองมี๑๖๓ใต้ร่มเงาพ่อขุน... บนรอยพรุนของกาลเวลา คันฉ่อง๑๗๕เส้นทางที่ไม่ยอมแพ้ พาสากล๑๘๕สงครามรามคำแหง ศรีรมย์๑๙๓แผลในดิน คุณงอกงาม๒๐๑
สงครามกับความรัก-ฉ-“ทำไมแกถึงช่วยฉันอีกแล้ว”…“ถ้าแกตาย ฉันก็รอดยาก”-----------------------โชติมา อาจพรม๖๓๐๒๐๐๔๒๘๕
-๑-รอยแยก…ระหวางเรา มาโช่ (Macho)เสียงระเบิดและเสียงหวีดหวิวของกระสุนเป็นหมื่นนัดดังก้องไปทั่วมหาวิทยาลัยรามคําแหง ที่บัดนี้ไม่เหลือเค้าเดิมของสถานศึกษากลับกลายเป็นสมรภูมิรบที่เต็มไปด้วยลวดหนามและซากรถถัง อาคารเรียนสูงตระหง่านกลายเป็นเพียงฉากกําบังของเหล่าทหารทั้งสองฝ่าย เพราะใต้มหาวิทยาลัยนี้มีจุดเชื่อมต่อพลังงานปรมาณูโบราณ แหล่งพลังงานบริสุทธิ์อานุภาพสูงที่สามารถทําลายล้างทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ได้จนทําให้กองกําลังพิทักษ์น ่านฟ้าและภาคีปลดแอกดินแดน ต ่างต้องการครอบครองเพื ่อชิงความได้เปรียบในสงครามล่าอาณานิคมที่ยืดเยื้อมานานนับสิบปีภูวินทร์นายทหารหนุ่มในชุดลายพรางสีฟ้า พลปืนฝีมือดีที่ชอบทํางานคนเดียวและไม่เคยสุงสิงกับใคร กําลังประทับปืนแนบแก้ม เล็งผ่านศูนย์กล้องไปยังอีกฝั่งของลานพ่อขุนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เป้าหมาย
สงครามกับความรัก-๒-ของเขาคือเงาตะคุ่มในชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าที่ถูกปลูกฝังให้เกลียดชังมาตลอดชีวิต“เจอตัวแล้ว...” ภูวินทร์พึมพัม นิ้วชี้ค่อย ๆ แตะไกปืนหมายจะสังหารฝั่งตรงข้ามคนนั้นเสียทว่าทันใดนั้น ท้องฟ้าด้านบนกลับกลายเป็นสีส้มเข้ม ขีปนาวุธลูกมหึมาที่ไม่ทราบว่ามาจากฝั่งใดพุ่งตกลงมาใจกลางลานพ่อขุน แรงระเบิดมหาศาลบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่าง มันเจาะทะลุชั้นดินจนกระชากทุกอย่างลงสู่ความมืดมิด ร่างของเขาและศัตรูที่เล็งอยู่ร่วงหล่นลงสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่างที่ลึกเกินจะจินตนาการภูวินทร์ฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งซี่โครงกลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นคาวประหลาดโชยเข้าจมูก แสงสลัวจากรอยแยกไกลลิบเบื้องบนเผยให้เห็นโลกใต้ดินที่กว้างใหญ่ไพศาล มันคือโพรงถํ้าโบราณที่เต็มไปด้วยรากไม้ขนาดใหญ่พันเกี่ยวฐานตึกเรียนราวกับงูยักษ์เขาขยับตัวอย่างยากลําบาก มือควานหาปืนคู่ใจ แต่เสียงขึ้นลํากล้องที่ดัง แกรก ทําให้เขาชะงักห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร นรสิงห์ทหารฝ่ายศัตรูคนที่เขาเล็งเมื่อครู่กําลังนั่งพิงก้อนหิน ใบหน้าซีกหนึ่งอาบไปด้วยเลือด ต้นขามีแผลฉกรรจ์ปืนพกในมือเล็งตรงมาที่เขา ภูวินทร์ไม่รอช้าคว้าปืนขึ้นเล็งกลับเตรียมจะยิงอีกครั้งหลังจากที่พลาดไปในครั้งแรก
รอยแยก…ระหว่างเรา-๓-ท่ามกลางแรงอาฆาตของทั้งสองฝ่าย เสียง ครืด... ครืด... เหมือนเสียงของกรงเล็บขูดหินดังมาจากเงามืด สิ่งมีชีวิตผิวสีซีดเผือด รูปร่างบิดเบี้ยวแต่กํายํา สูงราวสองเมตร ดวงตาดําโปนพุ ่งเข้าจู ่โจมภูวินทร์อย่างรวดเร็วจากมุมอับ ภูวินทร์ที ่ยังไม ่ทันตั้งตัวทําได้เพียงยกปืนขึ้นรับแรงปะทะ กรงเล็บนั้นเกือบจะถึงลําคอของเขาอยู่แล้ว แต่ในเสี้ยววินาทีเสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้น ปัง ! กระสุนเจาะเข้าที่หัวของมันอย่างแม่นยํานรสิงห์ได้ยิงสัตว์ประหลาดนั่นตายลงทั้งคู่หวาดผวากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า“ตัวอะไรวะเนี่ย” ภูวินทร์สบถออกมา“น่าจะเป็นผลจากการกลายพันธุ์เพราะรังสีของพลังปรมาณูที่พวกเราแย่งกันเป็นแน่ตอนนี้รวมกันเราอยู่แยกกันเราตาย แกว่าไง”นรสิงห์บอกภูวินทร์ที่กําลังมองเขาด้วยความสับสน ใจของภูวินทร์อยากจะปลิดชีพให้สิ้น แต่เมื่อเห็นซากสัตว์ประหลาดวินาทีนั้นความเกลียดชังศัตรูที่มีอยู่ถูกแทนที่ด้วยความกลัวตายตามสัญชาตญาณ“ก็ได้” ภูวินทร์กัดฟันตอบ “แค่จนกว่าจะหาทางออกเจอเท่านั้นนะ”ทั้งสองต้องรอนแรมผ ่านถํ้าที ่สลับซับซ้อนท ่ามกลางการดักซุ่มของพวกสัตว์ประหลาดยาวนานหลายชั ่วโมง การต ่อสู้กับพวกมันเกิดขึ้นนับไม่ถ้วน ในช่วงหนึ่งของการปะทะ ทั้งคู่ต่างคนต่างสู้เพื่อเอาชีวิตรอดภูวินทร์พยายามจะข้ามรอยแยกของโขดหินเพื่อหาชัยภูมิที่ดีกว่า แต ่หิน
สงครามกับความรัก-๔-ที่เขาเหยียบกลับร่วงหล่นลงสู่เหวที่มองไม่เห็นก้น ร่างของภูวินทร์เสียหลักถลาลงไป มือของเขาคว้าได้เพียงอากาศอันหนาวเหน็บในจังหวะที่ความตายกําลังจะมาถึง มือที่หยาบกร้านแต่แข็งแกร่งของนรสิงห์ก็พุ่งมาคว้าข้อมือของภูวินทร์ไว้ได้ทัน นรสิงห์ใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงร่างของภูวินทร์ขึ้นมาบนพื้นหินอย่างทุลักทุเล ทั้งคู่นอนหอบหายใจรดต้นคอกันและกันบนพื้นถํ้าที่เย็นเฉียบ“ทําไมแกถึงช่วยฉันอีกแล้ว” ภูวินทร์ถามพลางมองข้อมือที่ยังมีรอยแดงจากการถูกบีบ“ถ้าแกตาย ฉันก็รอดยาก” นรสิงห์ตอบห้วน ๆ เขาลุกขึ้นแล้วพยุงภูวินทร์ลุกตาม จากนั้นทั้งคู่ก็ประคองกันเดินหาทางออกกันต่อสัตว์ประหลาดยังถาโถมเข้ามาเป็นระลอกไม่หมดสิ้น พวกเขาต่อสู้กันจนเหนื่อยล้าเต็มทน นรสิงห์เห็นซอกถํ้าเล็ก ๆ ที ่สามารถพักชั่วคราวได้โดยที่สัตว์ประหลาดมองไม่เห็น จึงชวนภูวินทร์ให้ไปหลบในนั้นก่อน ต่างคนต่างนั่งนอนในมุมของตน ระหว่างพักภูวินทร์สังเกตเห็นแผลที่ต้นขาของนรสิงห์เลือดไหลเรื่อย ๆ ไม่หยุด เขาตัดสินใจหยิบชุดปฐมพยาบาลชุดสุดท้ายออกมา นรสิงห์สะดุ้งเฮือกเมื ่อภูวินทร์ขยับเข้าไปใกล้คิดว่าจะมาทําร้าย แต่ภูวินทร์เพียงแค่จับขาของเขาตั้งขึ้นมา“อยู ่นิ ่ง ๆ ถ้าแกตาย ฉันก็รอดยาก” ภูวินทร์พูดเลียนแบบเสียงของนรสิงห์ ทั้งสองพากันหัวเราะเบา ๆ นรสิงห์มองภูวินทร์ที่บรรจง
รอยแยก…ระหว่างเรา-๕-เช็ดเลือดและพันแผลให้อย่างชํานาญ ความรู้สึกเกลียดชังต่อศัตรูตรงหน้าเริ่มเบาบางลง“ที่บ้านฉัน... น้องสาวฉันกําลังรอฉันกลับบ้านอยู่” จู่ๆ นรสิงห์ก็พูดขึ้นมา เขาหยิบรูปเด็กหญิงผมเปียในชุดมัธยมปลายออกมาจากกระเป๋าเสื้อ“เราเหลือกันแค่สองคนพี่น้อง ใจจริงก็ภาวนาให้สงครามมันจบลงสักทีตอนนี้ก็มาเจออะไรแบบนี้อีก แม้โอกาสจะริบหรี่แต่ฉันก็อยากรอดกลับไปเจอ”ภูวินทร์ชะงักมือไปครู่หนึ่ง เขามองหน้านรสิงห์ที่กําลังเงยหน้าพร้อมลืมตาค้างไว้เพื่อไม่ให้นํ้าตาไหลออกมา“เหมือนกันเลยเนอะ แม่ฉันก็รอฉันกลับบ้านเหมือนกัน” นรสิงห์ได้ยินภูวินทร์พูด เขาก็มองภูวินทร์ที่ก้มหน้ากลั้นนํ้าตาไว้ไม่ต่างจากเขาทั้งสองเข้าใจความรู้สึกข้างในใจของอีกฝ่ายอย่างถ่องแท้“แต่ถ้าเรารอดกลับขึ้นไปได้แกก็หนีกลับบ้านเลย ฉันจะไม่บอกว่าแกรอดให้พวกของฉันตามไปเก็บหรอก ฉันสัญญา” คําพูดจากภูวินทร์ที่ตอนนี้กําลังตั้งใจทําแผลให้เขาต่อ ทําให้นรสิงห์แอบยิ้มเล็ก ๆ“เออ เหมือนกัน”พวกเขาพูดคุยกันต่อเล็กน้อยแบ่งปันนํ้าที่เหลือเพียงน้อยนิดให้แก่กัน มันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ไม่มีฝ่าย ไม่มีศัตรูตามที่กองทัพสอนมา มีเพียงมนุษย์สองคนที่มีหัวใจเปราะบางและต้องการที่พึ่งพิงเท่านั้น
สงครามกับความรัก-๖-แต่ความสงบอยู่ได้ไม่นาน มีฝูงสัตว์ประหลาดนับสิบตัว พวกมันได้กลิ่นเลือดต่างวิ่งกรูกันเข้ามาการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่านเริ่มต้นขึ้น ภูวินทร์ใช้ปืนยิงระยะไกล ส่วนนรสิงห์ใช้ความคล่องตัวเข้าประชิดด้วยมีดพกกระสุนของภูวินทร์หมดลงในเวลาอันรวดเร็ว เขาต้องใช้พานท้ายปืนฟาดฟันศัตรูทั้งสองคนถูกต้อนจนแผ่นหลังชนกัน พวกเขาหมุนตัวต ่อสู้ราวกับเป็นคนคนเดียวกัน นรสิงห์ก้มหลบกรงเล็บที่ฟาดมาเพื่อให้ภูวินทร์ใช้ปลายปืนแทงข้ามไหล่เขาไป ภูวินทร์ใช้ตัวกระแทกสัตว์ประหลาดที่กําลังจะกัดแขนนรสิงห์จนกระเด็น เลือดของสัตว์ประหลาดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนชุดเครื ่องแบบต ่างสีจนกลายเป็นสีเดียว ในวินาทีความเป็นความตายนั้นพวกเขาเชื่อใจกันและกันอย่างหมดหัวใจ ไม่มีคําสั่ง ไม่มีอุดมการณ์มีเพียงจังหวะการหายใจที่สอดประสานกันเพื่อความอยู่รอด จนสามารถจัดการสัตว์ประหลาดพวกนั้นลงได้ทั้งหมดระหว่างที่พวกเขากําลังเดินไปเรื่อย ๆ แสงของดวงจันทร์สาดส่องจ้าลงมากระทบที่ใบหน้าของพวกเขา หอนาฬิกาที่เคยตั้งสูงตระหง่านได้ทรุดตัวลงมาจากผลของขีปนาวุธในตอนแรก หอนั่นเอียงพาดกับช่องเล็กๆด้านบน ปรากฏเป็นทางออกที่เหมือนมีบันไดให้ปีนขึ้นไปอย่างง่ายดายแต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด มีสัตว์ประหลาดตัวยักษ์ใหญ่ ดุร้าย และแข็งแกร่งกว่าที่เคยเจอมาหลายเท่า มันกําลังจ้องมาที่พวกเขา ทั้งคู่มองและพยักหน้าพร้อมกัน เข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดอะไร
รอยแยก…ระหว่างเรา-๗-ภูวินทร์และนรสิงห์เข้าจู่โจมประสานงานกันอย่างดุเดือดการต่อสู้เป็นไปอย่างวินาศสันตะโร ภูวินทร์วิ่งเบี่ยงเบนความสนใจขณะที่นรสิงห์เข้าประชิดเพื่อใช้ระเบิดลูกสุดท้ายที่มีขว้างใส่มัน แรงระเบิดทําให้สัตว์ประหลาดตัวยักษ์ฟุบสลบแน่นิ่งลงไป ทั้งคู่ไม่รอช้า รีบพากันวิ่งไปที่ซากหอฬิกาเพื่อปีนขึ้นสู่อิสรภาพด้านบนที่เฝ้าคอยมานานแสนนานนรสิงห์ให้ภูวินทร์ขึ้นไปก่อน ภูวินทร์ขึ้นมาถึงบนขอบช่องทางออกแล้ว เขาหันกลับไปยื่นมือให้นรสิงห์ที่กําลังปีนตามขึ้นมาติด ๆ แต่ในจังหวะที่มือของทั้งคู่กําลังจะสัมผัสกัน สัตว์ประหลาดตัวยักษ์ที่ควรจะตายกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา มันพุ ่งเข้าหาด้วยความโกรธแค้นและใช้กรงเล็บยักษ์ใหญ่คว้าข้อเท้าของนรสิงห์ไว้ได้“เฮ้ยนาย !” ภูวินทร์ร้องตะโกน พุ่งตัวลงไปคว้าแขนของนรสิงห์ไว้แน่น หยดเหงื่อผสมเลือดไหลเข้าตาจนแสบพร่า แต่ภูวินทร์ไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา เขากัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ตัวสั่นเทาจากแรงของเขาที่พยายามดึงนรสิงห์ขึ้นและสัตว์ประหลาดที่พยายามจะลากนรสิงห์ลงไปเบื้องล่าง นรสิงห์เงยหน้าขึ้นมองภูวินทร์แววตาของเขาไม ่มีแม้แต่ความเจ็บปวด มีเพียงความสงบและรอยยิ้มบาง ๆ เขาเขย่าแขนที่ภูวินทร์จับไว้พร้อมพูดด้วยนํ้าเสียงที่แผ่วเบา“ปล ่อยเถอะนาย... ไปเถอะ” นรสิงห์ส ่งสัญญาณด้วยสายตาที่แน่วแน่ เพราะเขารู้ดีว่าถ้าภูวินทร์ยังไม่ปล่อย ทั้งคู่อาจจะตายอยู่ที่นี่
สงครามกับความรัก-๘-ในหัวของภูวินทร์ปั่นป่วนไปด้วยพายุทางความคิด กลายเป็นสมรภูมิที่ยากลําบากยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ คนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเป้าสังหารกลับกลายเป็นคนที่พาพ้นจากความตายครั้งแล้วครั้งเล่า หากเขายอมเสี่ยงอีกเพียงนิด รวมกําลังเฮือกสุดท้ายเพื่อกระชากขึ้นมา นรสิงห์จะได้กลับไปใช้ชีวิตที่ไม่ต้องเป็นเพียงเครื่องมือสงคราม ได้กลับไปหาน้องสาวตามที่เขาเฝ้าฝันมาตลอด ได้กลับไปเห็นแสงตะวันอีกครั้ง แต่ถ้าเขาพลาด ทั้งเขาและนรสิงห์อาจจะกลายเป็นซากใต้พื้นนี้เหมือนสัตว์ประหลาดที่พวกเขาฆ่าแม่ที่เฝ้ารอการกลับไปของเขาจะต้องร้องไห้ไปอีกกี่ครั้ง ต้องเศร้าโศกไปอีกนานแค่ไหน หรือถ้าเขาปล่อยนรสิงห์ไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ เขาจะรอดกลับบ้าน แต่รอดไปพร้อมกับความรู้สึกผิด พร้อมกับหัวใจที่แหลกสลายรอยยิ้มสุดท้ายของนรสิงห์จะติดอยู่เป็นตราบาปที่หลอกหลอนเขาไปชั่วชีวิตหัวใจของของภูวินทร์เต้นรัวจนแทบจะระเบิดออกนอกอก เขาหลับตาลงแน่น ความคิดสุดท้ายแล่นผ่านเข้ามาในหัว เขาสูดลมหายใจลึกเข้าปอดจนเจ็บร้าวไปถึงกระดูกซี่โครง เพื่อรวบรวมความกล้าครั้งสุดท้ายและลงมือทําในสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจแสงอาทิตย์ยามเช้าของวันใหม่สาดส่องลงมายังซากหอนาฬิกาที ่โผล ่พ้นมาแค ่ปลายยอด หน ่วยกู้ชีพรุดเข้าจุดเกิดเหตุและจัดการพื้นที่ที่ตอนนี้เงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด เสียงตะโกนเรียกและเสียงอุปกรณ์
รอยแยก…ระหว่างเรา-๙-กู้ภัยดังระงมไปทั่วมหาวิทยาลัย พวกเขาพบทหารหนุ่มในชุดลายพรางสีฟ้านั่งพิงซากอิฐอยู่เพียงลําพัง ภูวินทร์มีบาดแผลเต็มตัว เสื้อผ้าขาดวิ่นและเต็มไปด้วยคราบเลือดจนแยกไม ่ออกว ่าเป็นเลือดใคร เขานั ่งอยู ่อย ่างนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่าสีหน้าเรียบเฉยราวกับรูปปั้นที่ไร้ความรู้สึกไม่มีความเศร้าไม่มีความดีใจและไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวปรากฏออกมาให้เห็น“เจอตัวแล้ว ร้อยเอกภูวินทร์ใช่ไหมครับ ?” เจ้าหน้าที ่คนหนึ่งตะโกนถามพรางรีบเข้าไปตรวจชีพจร เขามองไปรอบ ๆก่อนจะถามภูวินทร์“มีคนอื่นเหลือรอดอีกไหมครับ ? พอดีเราได้รับรายงานว่ามีทหารอีกฝ่ายตกลงไปพร้อมกับคุณ”ภูวินทร์นิ่งเงียบ เขามองหน้าเจ้าหน้าที่กู้ชีพด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกก่อนจะตอบด้วยนํ้าเสียงที่ราบเรียบ“ไม่มี… ไม่มีใครเหลือรอดอยู่ด้านล่างนั่นแล้วครับ”เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ แม้ร่างกายจะโงนเงนแต่เขาก็ปฏิเสธการพยุงจากใครทั้งสิ้น เขาหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือป้ายชื่อโลหะของทหารฝ่ายตรงข้ามที่สลักชื่อบนนั้นว่า “นรสิงห์อัครชน” เขาเก็บไว้ตั้งแต่ตอนทําแผลให้ในซอกถํ้าและยังไม่มีโอกาสคืนให้กับเจ้าของป้ายสะท้อนแสงแดดเป็นประกายวับแวม เขาใช้นิ้วโป้งลูปแผ่นโลหะนั้นเบาๆ“ชื่อนายเท่ดีนะ ถึงจะไม่ได้เจอกันแล้ว แต่นายคงจะเป็นเพียงคนเดียวที่ฉันจะไม่มีวันลืมเลย นรสิงห์…เพื่อนรัก”
สงครามกับความรัก-๑๐-ภูวินทร์รําพึงในใจ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนหน้า ทิ้งปมปริศนาไว้ให้เพียงสายลมและพื้นที่สงครามนี้เป็นผู้เก็บรักษาไว้ตลอดกาล.
รอยแยก…ระหว่างเรา-๑๑-
สงครามกับความรัก-๑๒-“หากต้องย้อนกลับมามองในบทบาทของ “ลูกชาย” เขาจะเป็นแบบใดกัน ระหว่าง ทหารผู้ยืนหยัดคอยปกป้องประเทศชาติกับ บุตรผู้เป็นดวงใจของครอบครัว”-----------------------นภาภัทร์สุภาวิตา๖๔๕๔๐๐๑๖๖๗
-๑๓-จดหมายฉบับสุดทาย เมื่อพูดถึงคําว่า “ทหาร” ทุกคนคงนึกถึง การสู้รบ การปกป้องประเทศชาติและสงครามการเป็น “ทหาร” มักมาพร้อมกับคําว่าหน้าที่และการเสียสละอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะในบริบทของตําแหน่ง “ราชการ” หรือ “บุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัว” ภายใต้ใบหน้าอันเคร่งขรึม และ การเสียสละอันยิ่งใหญ่ เช่นนี้หากต้องย้อนกลับมามองในบทบาทของ “ลูกชาย” เขาจะเป็นแบบใดกัน ระหว่าง ทหารผู้ยืนหยัดคอยปกป้องประเทศชาติกับบุตรผู้เป็นดวงใจของครอบครัวบนโต๊ะไม้เก่าครํ่าคร่าที่เต็มไปด้วยกองเอกสารมากมาย ‘ภูมิ’ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคําแหงชั้นปีที่สอง ที่พึ่งจะอายุครบ ๒๐ ปีเมื่ออาทิตย์ก่อน มือเรียวใหญ่ของชายหนุ่มในชุดนักศึกษาค่อย ๆ เปิดซอง
สงครามกับความรัก-๑๔-มาอ่านทีละฉบับอย่างไม่รีบร้อนนัก มีทั้งบิลค่านํ้า ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆมากมาย สีหน้าของภูมิบ่งบอกได้ถึงความเครียด พร้อมกับบ่นพึมพําออกมา“จะเอาจากไหนมาจ่ายวะเนี่ย”ถ้าเป็นเมื่อสามปีที่แล้ว ภูมิคงมีเงินใช้จ ่ายได้อย ่างไม ่ขาดมือเพราะพ่อเขาเป็นถึงเจ้าของสวนไร่ แต่เมื่อ ๒ ปีก่อน ประเทศได้มีการสู้รบกับประเทศเพื่อนบ้าน และทางการก็ได้มีประกาศให้อพยพออกจากพื้นที่ทางบ้านของภูมิก็ได้เก็บข้าวของเตรียมอพยพ แต่พ่อของภูมิที่รักสวนไร่ของเขามากเพราะมันเป็นทั้งสมบัติและเครื่องมือทํามาหากินเพียงอย่างเดียวที่คอยดูแลทุกคนในบ้านพ ่อของภูมิได้ขอไปดูสวนสักครู่เพื่อความแน ่ใจว่ามันจะยังอยู่ดีและระหว่างนั้นที่พ่อได้ออกไปดูสวน ภูมิและแม่ก็พลอยยืนมองสวนจากไกล ๆ เช่นกัน แต่ทันใดนั้นกลับมีการปล่อยระเบิดจากการปะทะลงมาที่สวนของพ่อเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ทุกอย ่างตรงหน้าก็หายไปหมดเหลือเพียงกองไฟและควันจากการเผาไหม้ผมแทบทรงตัวไม่ไหว ทุกอย่างในหัวมันขาวโพลนไปหมด ความรู้สึกของผมในตอนนั้นมันไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคําพูดได้เลย‘ตาภูมิมากินข้าวลูก’ เสียงของแม่ตะโกนเรียกผมจากในห้องครัวภูมิสะบัดหัวเพื่อหลุดออกจากภวังค์ความคิด “ครับแม่ !”
จดหมายฉบับสุดท้าย-๑๕-ภูมิเดินลงบันไดเพื่อตรงไปยังห้องครัว เห็นแม่กําลังยกกับข้าวมาวางที่โต๊ะ“ภูมิช่วยนะแม่”แม่และภูมินั่งกินข้าวพร้อมกับพูดคุยเรื่องต่าง ๆ“แม่ครับ”แม่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าลูกชาย“ภูมิจะไปรับหมายเรียกเกณฑ์ทหารพรุ่งนี้นะแม่”ผู้เป็นแม่พยักหน้ารับ แต่ในใจกลับรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยเลยหลังจากทานข้าวเสร็จภูมิก็เดินทางไปเรียนที่มหาลัยตามปกติพร้อมกับความรู้สึกที่หนักอึ้ง วันถัดมาภูมิก็ได้เดินทางไปรับหมายเรียกที่อําเภอ“เรียบร้อยครับ เมษาปีหน้าก็มาแสดงตัวนะ” สัสดีกล่าว“ขอบคุณครับ” ภูมิยกมือไหวขอบคุณอย่างนอบน้อมแล้วเวลาก็ผ่านไปวันแล้ววันเล่า จนมาถึงเดือนเมษาในปีถัดมาที่ผ่านมาภูมิทั้งทํางานไปด้วยแล้วก็เรียนไปด้วย เพื่อหาค่าใชจ่ายต่าง ๆภายในบ้าน เพื่อที่จะดูแลแม่และไม่เป็นภาระให้แม่แล้วภูมิตั้งใจอย่างมากในเชาวันหนึ่ง ภูมิได้นั่งอ่านชีทเรียนอยู่ที่โต๊ะไม้เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดภูมิจึงตั้งใจว่าจะนั่งอ่านทบทวนบทเรียนทั้งวัน และบอกเรื่องสําคัญกับผู้เป็นแม่ในใจของภูมิตื่นเต้นอย่างมาก ไม่รู้ว่าแม่จะมีสีหน้าแบบไหนกัน
สงครามกับความรัก-๑๖-ภูมิที่เห็นแม่กลับมาจากตลาด ก็รีบวิ่งปรี่เข้าไปช่วยแม่ถือของเก็บเข้าในบ้าน พร้อมกับรินนํ้าเย็น ๆ ให้แม่ที่นั่งพักได้หายเหนื่อย“แม่ครับ”ผู้เป็นแม่เห็นลูกชายที่สีหน้าเคร่งเครียด ก็วางแก้วนํ้าลงและรอฟังอย่างตั้งใจ“ว่าไงลูก”“อาทิตย์หน้าภูมิต้องไปรายงานตัวจับทหารแล้วนะแม่”ใจแม่กระตุกวูบ เวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน แม่ยังคงไม่พูดอะไรแล้วตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกชายจะพูดต่อ“ภูมิมีบางอย่างที่ยังไม่ได้บอกกับแม่ แต่ภูมิเองตัดสินใจมาดีแล้วและคิดมาอย่างดีแล้ว ภูมิจะไม่จับใบดําใบแดงนะแม่ แต่ภูมิจะสมัครเป็นทหาร” ภูมิตั้งใจรอดูปฏิกิริยาของผู้เป็นแม่แม่นิ่งเงียบไปอยู่เพียงครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับลูกชายว่า“เอาตามที่ภูมิว่าเลยลูก แม่ยอมรับนะว่าแม่เป็นห่วงลูกมาก ๆเพราะชีวิตแม่ตอนนี้ก็มีเพียงแค่ลูก ถ้าภูมิได้ตัดสินใจแล้วแม่ก็เคารพการตัดสินใจของภูมิ”ภูมิโผเข้ากอดแม่พร้อมนํ้าตา“ภูมิสัญญานะแม่ ภูมิจะโทรหาแม่ตลอดเลย”
จดหมายฉบับสุดท้าย-๑๗-ในวันรายงานตัวภูมิก็ได้สมัครเป็นทหารตามที่ได้บอกกล่าวกับแม่ไว้ในวันเข้ากรมภูมิก็กอดลากับแม่อีกครั้งก่อนที่จะเดินทาง“ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะตาภูมิ”“แม่ก็ด้วยนะ แล้วภูมิจะโทรหานะแม่” ภูมิกับแม่ได้รํ่าลากันครั้งสุดท้ายก่อนที่ภูมิจะออกเดินทางในวันแรกของการเข้ากรม เขาก็จะแจงกฎต่าง ๆ แจกเสื้อผ้า และยึดโทรศัพท์ในวันเริ่มฝึกทุก ๆ วันเป็นไปอย่างหนักหน่วง บางวันเขาก็จะมีการคืนโทรศัพท์ให้ภูมิก็จะโทรหาแม่ถามไถ่สุขภาพ และบอกให้แม่คลายกังวล พอครบเวลาภูมิก็จะต้องนําโทรศัพท์ไปคืนตามเดิม วนอยู่แบบนี้จนกระทั่งครบ ๑ ปีในขณะที่กําลังรวมแถวตามคําสั่งผู้บังคับบัญชา “ทหาร ! แถวตรง !”“วันนี้ผมมีเรื่องจะแจง อย ่างที ่ทุกคนได้ทราบกันอยู ่แล้วว่าในตอนนี้ได้มีเหตุปะทะเกิดขึ้นอีกครั้ง และทางการได้ขอกําลังสนับสนุนเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ที่แนวหน้า ผมจึงอยากขออาสาสมัคร ผู้ที่พร้อมจะสู้รบเพื่อประเทศชาติของเรา พลทหารท ่านใดที่สนใจให้มาเขียนกรอกข้อมูลได้หลังเลิกแถวนะครับ ทั้งหมด ! เลิกแถว !”
สงครามกับความรัก-๑๘-ภูมิยืนนิ่งความคิดในหัวมันตีปะปนกันไปหมด สุดท้ายภูมิก็ตัดสินใจกรอกใบสมัครอาสา พอตกเย็น ทางกรมได้คืนโทรศัพท์ให้พลทหารภูมิก็โทรหาแม่ตามเดิม ถามไถ่สุขภาพเช่นเดิมผู้เป็นแม่สังเกตได้ว่านํ้าเสียงลูกชายดูเครียด ๆ จึงถาม“ภูมิเป็นอะไรรึเปล่าลูก”“เปล่าครับแม่ ภูมิแค่เหนื่อย ๆ” ภูมิตอบผู้เป็นแม่“งั้นภูมิพักเถอะลูก แม่ก็จะไปทํากับข้าวแล้ว”“ครับแม่”หลังจากวางสายภูมิก็คิดกับตัวเองว่าควรจะบอกแม่ดีมั้ย เพราะการสู้รบนี้มันทําให้พ่อต้องเสียไป แม่จะเสียใจมั้ย แม่จะเครียดหรือเปล่าแล้วถ้าหากเขาไม ่บอกแม่ เขาจะเป็นลูกที ่แย ่มั้ย ภูมินั ่งคิดจนถึงเวลาที่จะต้องนําโทรศัพท์ไปคืนหลังจากผ่านไปหลายวัน ตอนนี้ภูมิได้ก้าวเข้าสู ่สนามรบแล้วเหตุการณ์ยิ่งแย่ขึ้นเรื่อย ๆ มีผู้คนล้มตาย แต่ละวันที่ผ่านพ้นไม่สามารถหลับตาได้อย่างสนิทเลยสักวันวันนี้เป็นวันที่จะต้องออกตรวจพื้นที่ในป ่าว่าได้มีการวางกับดักระเบิดหรือไม่ ในขณะที่กําลังออกตรวจภูมิก็ได้พบกับวัตถุต้องสงสัย ภูมิก็ได้วอรบอกคนในทีมให้มาตรวจสอบ
จดหมายฉบับสุดท้าย-๑๙-ในขณะที่คนในทีมกําลังเดินมา ภูมิก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างหลังพุ่มไม้ข้างหลังทีม ทันใดนั้นศัตรูก็ได้ออกมาจากพุ่มไม้นั้นและเล็งปืนมาที่คนในทีมภูมิที่เห็นจึงรีบวิ่งไปพร้อมตะโกน“หมอบ !”หลังจากนั้นภูมิก็ได้ทําการยิงสวนกลับไป ศัตรูโดนยิงล้ม พร้อมกับภูมิที่ล้มลงพร้อมมือที่กุมหน้าท้อง คนในทีมวิ่งมาดูภูมิพร้อมวอรขอหน่วยพยาบาลมาในพื้นที่ภูมิยื่นกระดาษบางอย่างให้เพื่อนร่วมทีมพร้อมกล่าวเสียงแผ่วเบาว่า“ฝากให้แม่” แล้วก็หลับตาลงไปในวันต่อมา ที่บ้านของภูมิแม ่ของภูมิได้ยินเสียงคนเรียกจึงออกมาดูพบกับบุคคลใส่ชุดทหารยืนที่หน้าบ้าน“มีอะไรรึเปล่าคะ ตาภูมิเป็นอะไรหรือเปล่า”ทหารที่ได้ยินถึงกับหน้าเศร้าพร้อมบอกว่า“มีจดหมายมาส่งครับ”แม่ของภูมิยื่นมือไปรับด้วยความสั่นเทาแล้วค่อย ๆ เปิดจดหมายขึ้นมาอ่าน ด้วยใจที่สั่นกลัวเหลือเกิน ‘แม่ครับ หากแม่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ภูมิคงอยู่ในสนามรบแล้วภูมิไม่กล้าบอกแม่เพราะครอบครัวเราได้เสียพ่อไปแล้วคนนึงเพราะเหตุการณ์การสู้รบนี้ภูมิกลัวแม่จะเสียใจ จะผิดหวัง
สงครามกับความรัก-๒๐-ในตัวภูมิภูมิเป็นลูกที่แย่มากเลยใช่มั้ย ยังไงภูมิก็จะกลับไปหาแม่ให้ได้แม่แม่ไม่ต้องห่วงนะ ดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะแม่ ภูมิรักแม่นะ’หลังจากที่ได้อ่านจดหมาย ผู้เป็นแม่ก็รํ่าไห้กอดจดหมายฉบับนั้นเดินกลับเข้าบ้านพร้อมกับวางจดหมายฉบับนั้นที่รูปถ่ายของลูกชายพร้อมกับนั่งรํ่าไห้และบอกกับลูกชายว่า“แม่ภูมิใจในตัวลูกมากนะตาภูมิ”
จดหมายฉบับสุดท้าย-๒๑-
สงครามกับความรัก-๒๒-แต่ความหวังมันช่วยอะไรไม่ได้สงครามฟิสิกส์มันคือแรงปะทะการทำลายล้างและก็ตายจริงเจ็บจริงนะมินตราเมื่อกระสุนนัดแรกวิ่งผ่านหัวเธอไปบนท้องฟ้าแล้วเธอจะรู้ว่าความจริงและในโลกอ่อนโยนที่เธอสร้างไว้มันสวนทางกัน-----------------------วาสนา ศรีสุวรรณ๖๕๐๔๐๑๓๗๕๓
-๒๓-หวนกลิ่นรักใตผืนปฐพี พุทธศักราช ๒๕๒๕ณ มหาวิทยาลัยรามคําแหง คณะวิศวกรรมศาสตร์ร ่างสูงใหญ่ของปฐวีชายหนุ่มโยธานักศึกษาวิศวะปี๔ ดีกรีทหารนายช่างที่กําลังจดจ่ออยู่กับแบบแปลนโครงสร้างอาคารต่าง ๆ เขาใช้เวลาทั้งวันในการออกแบบโครงสร้างการรองรับนํ้าหนักของอาคารที่ใช้ความแม่นยําสูง ซึ ่งปฐวีมีโพรเจกต์สําคัญที่ต้องนําเสนอในวันพรุ่งนี้อีกฟากหนึ ่งของมหาวิทยาลัยที ่คณะศึกษาศาสตร์มินตรานักศึกษาเอกวิชาภาษาไทยชั้นปี๔ ที ่เป็นทั้งเพื ่อนและดวงใจของปฐวีซึ่งเธอกําลังขะมักเขม้นกับการอ่านหนังสือและการเตรียมสื่อทําแผนการสอนในการสอบสอนอาทิตย์หน้า แต่ทว่าเสียงไซเรนในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นไซเรนฉุกเฉินก็ดังขึ้น เป็นเสียงที่ร้องระงําไปทั่วสารทิศทั้งที่ก่อนหน้านี้ในมหาวิทยาลัยก็เป็นเหตุการณ์ที่ปกติครึกครื้น แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วย
สงครามกับความรัก-๒๔-เหล่าทหารพรานจํานวนมากและรถถังที่ใช้ในทางทหารพร้อมอาวุธครบครันเข้ามาช่วยอพยพเหล่านักศึกษาไปยังที่ปลอดภัย เพราะเกิดเหตุการณ์สงครามกะทันหัน ทั้งเสียงหวอดเสียงคนเสียงไซเรนที่ร้องไปทั่วอากาศคํารามโหยหวนทําให้ผู้คนผวาและแตกตื่นทางฝั ่งปฐวีไม ่รอช้ารีบวิ ่งไปหาแฟนสาวทันทีเพื ่อพาไปยังที่ปลอดภัย แต่ก็โล่งอกที่แฟนสาวนั้นปลอดภัยดีไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใดเขาจึงรีบพาแฟนสาวออกจากจุดนั้นทันทีและวิ่งขึ้นไปบนรถทหารซึ่งจอดบริเวณหน้าลานพ่อขุนที่เตรียมสําหรับอพยพเมื่อปฐวีเห็นแฟนสาวปลอดภัยแล้วเขาจึงต้องไปทําหน้าที่ปกป้องรักษาชาติและด้วยจิตวิญญาณของชายชาติทหารที่มีอยู่เต็มเปี่ยมนั้น แม้เขาจะไม่ค่อยได้จับอาวุธเท่าไรนักเพราะตัวเขาใช้เวลาไปกับการเรียนวิศวะอย่างหนักตลอด ๔ ปีจากคนที่เคยจับแต่แบบแปลนและดินสอในการร่างโครงสร้างความสมดุลความแข็งแรงของอาคารตึก เขาจึงเกิดความคิดว่าจะสามารถนําวิชาโยธาที่เรียนมาประยุกต์ใช้ได้ด้านใดบ้าง และเขาก็ค้นพบว่าการคํานวณนี่แหละคือหัวใจหลักของสมรภูมิปฐวีวิเคราะห์ว ่าหากรากฐานตรงนี้รับแรงนํ้าหนักจากปืนใหญ่ไม่ได้อาคารนี้ก็จะกลายเป็นสถานที่นองเลือดของผู้คนนับพัน บัดนี้นัยน์ตาที่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นและหัวใจที่แกร่งดั่งหินผา ปฐวีย้อนนึกถึงคําพูดพ่อมาตลอดว่าชื่อปฐวีความหมายคือแผ่นดินเป็นสิ่งที่เขายึดมั่นอย่างหนักแน่น
หวนกลิ่นรักใต้ผืนปฐพี-๒๕-ด้วยความศรัทธา ในตอนนี้เขาก็ได้แบกนํ้าหนักของแผ่นดินนี้ไว้จริง ๆ ในฐานะวิศวะและผู้รักษาผืนแผ่นดินทันทีที่แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ปฐวีมาเยี่ยมมินตราที่ค่ายศูนย์พักพิงตึกเรียนรวม มินตรานั้นได้รับหน้าที่เป็นหน่วยพยาบาลอาสาจําเป็นชั่วคราวคอยปฐมพยาบาลรวมถึงดูแลความเรียบร้อยคือเด็ก ๆคนทั่วไปในศูนย์อพยพ ทางด้านมินตราเห็นว่าปฐวียังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่ช่วงเหตุการณ์ชุลมุน เธอจึงนําข้าวกล่องมาให้และทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆพูดกับปฐวีด้วยรอยยิ้ม“ทานข้าวบ้างนะเป็นห่วง เธอยังไม่ได้พักผ่อนเลยนี่นา”มินตราพูดด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยนและให้กําลังใจตามจิตวิญญาณของความเป็นครูที่ส่งผ่านมาถึงปฐวีปฐวีรับข้าวกล่องมาอย่างเต็มใจและพูดกับมินตราว่า “เธอเข้มแข็งมากเลยนะ เข้มแข็งกว่าที่ฉันคิดเสียอีก”มินตราส่ายหน้ายิ้ม ๆ แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นและพูดกับปฐวีว่า “ฉันทําเพื่อเด็ก ๆ เพื ่อความหวังและเป็นแสงสว ่างให้กับเด็กเหล ่านั้นอย ่างไรล ่ะปฐวีไม่ใช่เพราะเสียงระเบิดเหล่านั้นที่จะมาทําลายหน้าที่ในการสอนของฉันได้ถ้าไม ่มีครูแล้วความหวังของเด็กเหล ่านั้นล่ะจะเป็นอย่างไร”ปฐวีจึงตอบด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า “แต่ความหวังมันช่วยอะไรไม่ได้สงครามฟิสิกส์มันคือแรงปะทะการทําลายล้างและก็ตายจริงเจ็บจริงนะ
สงครามกับความรัก-๒๖-มินตรา เมื่อกระสุนนัดแรกวิ่งผ่านหัวเธอไปบนท้องฟ้า แล้วเธอจะรู้ว่าความจริงและในโลกอ่อนโยนที่เธอสร้างไว้มันสวนทางกัน”มินตราจึงตอบทันควันไปว่า “แต่มันคือสิ่งสําคัญที่ทําให้เรารู้ว่าเรายังเป็นมนุษย์ที่ยังมีชีวิต มีความรู้สึกและมีหัวใจนะปฐวี” เธอจึงสบตาปฐวีเป็นระยะเพื่อสื่อสารสิ่งที่อยู่ภายในใจคําพูดของมินตรานั้นเปรียบเหมือนสายธารเย็น ๆ ที่มาชโลมแผ่นดินอย่างปฐวีให้เย็นขึ้น ความคิดเหล่านั้นมันทําให้เขามีสติอยู่เสมอ แต่ใครจะรู้เล่าว่าภายใต้วิศวะผู้เข้มแข็งคนนี้กลับมีปมในใจบางอย่างที่ผ่านช่วงชีวิตมาอย่างขมขื่นพลางนึกย้อนไปช่วงอดีต พ่อของเขาซึ่งเป็นวิศวกรโยธาอาสาเคยเสียชีวิตในสงครามครั้งก่อนเพราะสะพานถล่มและถูกระเบิดในขณะที่กําลังสํารวจงานปฐวีจึงตั้งมั่นกับตนเองว่าจะต้องไม่มีใครตายในงานที่เขาสร้างด้วยมือของเขาเองในฐานะของวิศวกรมินตรารับรู้ความรู้สึกของปฐวีอย่างเข้าใจลึกซึ้งมือเล็กจึงเอื้อมไปกุมมือหนาของปฐวีไว้แน่น ๆ เพื่อเป็นการปลอบประโลมและให้กําลังใจวันต่อมาในเช้าวันใหม่ช่วงสายท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใส แต่บัดนี้กลับกลายเป็นสีครามอึมครึมเสียจนมืดมิด เสียงปืนใหญ่ขึ้นเป็นระยะใกล้เข้ามาทุกทีดังอึกทึกก้องกังวานไปทั่วฟ้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากองฝ่ายกําลังตรงข้ามกําลังมุ่งหน้ามายังถนนรามคําแหงโดยมีฐานทัพหลักที่มหาวิทยาลัย
หวนกลิ่นรักใต้ผืนปฐพี-๒๗-รามคําแหง ทางกองทัพมีคําสั่งให้หน่วยทหารช่างของปฐวีให้ทําลายสะพานข้ามคลองแสนแสบทุกจุดเพื่อตัดทางลําเลียงปฐวีได้รับคําสั่งและลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีและหาจุดเชื่อมต่าง ๆและการลําเลียง เขาคํานวณได้อย่างแม่นยําแล้ววางแผนมาอย่างดีแล้วว่าจุดไหนที่ทําให้โครงสร้างถล่มได้ดีและแม่นยําที่สุดเสียงวิทยุสื่อสารจากลูกน้องในทีมรายงานมาว่า “เรียบร้อยครับพี่ปฐวี”และในวินาทีที ่บีบคั้นหัวใจก็คือในตอนที ่ปฐวีกําลังจะกดปุ่มสั่งการระเบิด แต่ตรงข้ามกับเห็นมินตราที่หลบอยู่กับเด็ก ๆ ซึ่งเธอได้เป็นพยาบาลอาสาชั่วคราวมาทําหน้าที่ดูแลเด็ก ๆ เป็นกลุ ่มเด็กจํานวนหนึ่งที่กําลังหนีเอาชีวิตรอดและจะข้ามฝั่งมา ซึ่งเป็นวินาทีเฉียดตาย หัวใจปฐวีในตอนนี้ราวกับจะหลุดออกมาจากอกเสียให้ได้ปฐวีจึงตะโกนบอกลูกน้องว่า “อย่า อย่าเพิ่งกดเด็ดขาดมีเด็กและผู้หญิงอยู่ตรงนั้น”ท ่ามกลางความโกลาหลเสียงปืนและกระสุนที ่ลอยบนท้องฟ้าดังอึกทึก ศัตรูกําลังจะบุกรุกเข้ามาซึ่งอยู่ใกล้ๆ ที่มินตราหลบอยู่ หากเขารอมินตราก็จะรอดและศัตรูก็จะบุกเข้ามาได้แต่ถ้ากดระเบิดมินตราและเด็ก ๆ ก็อาจถูกลูกหลงและตึกถล่มทับได้ด้วยเหตุการณ์ฉุกละหุก หัวหน้าของปฐวีจึงสั ่งการผ ่านวิทยุสื่อสารมาว่ากดเดี๋ยวนี้เราไม่มีเวลาแล้ว ก้อนเนื้อข้างซ้ายของปฐวีเต้นตึกตัก
สงครามกับความรัก-๒๘-สั่นระรัวราวกับกลองความลุ้นระทึกที่อยู่บนจุดเส้นเสี่ยงตายเพราะเขาต้องเลือกระหว่างหน้าที่ในการรักษาชาติและผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด เขาค่อย ๆตั้งสติและมีสมาธิให้ได้มากที่สุดและนึกถึงทฤษฎีศาสตร์ทั้งหมดที่เคยเรียนมาจากการคํานวณต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโครงสร้างและแรงปะทะที่ศึกษามาอย่างชํานาญกับตัวอาคารเหล่านั้นปฐวีคิดแก้ไขสถานการณ์ว่าถ้าทําลายเพียงช่วงล่างของอาคารและเปลี่ยนมุมของแรงระเบิดก็อาจรอด ปฐวีรีบวิ ่งไปที ่สะพานทันทีท่ามกลางกระสุนแห่งความเป็นความตายแต่เขาไม่ได้หนีเพียงแค่ไปปรับตําแหน่งระเบิดใหม่ด้วยมือเปล่าเพราะไม่มีเวลาให้คิดแล้วปฐวีจึงถอดบางส ่วนในระเบิดออกและย้ายจุดตําแหน ่งซึ ่งเป็นความเชี่ยวชาญในด้านนี้อยู่แล้วเขาจึงไม่ลังเลที่จะทําทันทีปฐวีส่งเสียงสุดชีวิต “มินตรารีบวิ ่งหนีไปเดี๋ยวนี้ห้ามหันหลังกลับมามองเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”มินตรามองเห็นปฐวีด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว แต ่ขณะนี้เธอไม่สามารถที่จะลังเลได้อีกต่อไป มินตรารวบรวมความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีในจิตวิญญาณของความเป็นครูที่เปี่ยมล้นรีบอุ้มเด็ก ๆ และคนที่เหลือข้ามสะพานไปทันทีในวินาทีที่คนสุดท้ายวิ่งข้ามผ่านไปได้อย่างหวุดหวิดปฐวีจึงกระโดดลงจากขอบสะพานและกดชนวนระเบิดทันที
หวนกลิ่นรักใต้ผืนปฐพี-๒๙-บรึ้ม ตู้ม ! เสียงที่ระเบิดปะทุออกมาก้องกังวานไปทั่วอาณาเขตแรงระเบิดทําให้ส่วนหนึ่งมีความเสียหายแต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด จึงทําให้สะพานส่วนที่เหลือครึ่งหนึ่งถล่มลงไปในท่าเอียงเป็นแพหลังจากที่ควันไฟระเบิดจางลงปฐวีตะเกียกตะกายขึ้นมาจากริมฝั่ง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลและคราบเขม่าจากไฟทางด้านมินตราด้วยความตกใจที่แฟนหนุ่มได้รับบาดเจ็บและความรู้สึกห่วงใยที่ท่วมท้น เธอจึงรีบวิ ่งตรงดิ ่งเข้ามาหาทันทีและไม ่คิดกลัวตาย ไม่สนเสียงระเบิด ไม่สนเสียงปืนที่ยังคงดังต่อเนื่องก้องกังวานอยู่ทั่วสารทิศ มินตราจึงรีบวิ่งเข้าไปกอดปฐวีไว้ในอ้อมแขนในทันทีมินตรากล่าวว่า .เธอทําลงไปได้อย่างไรปฐวีสะพานนั่น”ปฐวีจึงตอบคนรักไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ “ฉันไม่ได้ทําลายแผ่นดินที่เธอรักนะ ฉันแค่ไปปรับเปลี่ยนแก้ไขปัญหาและปกป้องทุกคนไว้มินตราฟังฉันนะ ความเป็นครูของเธอความเสียสละของเธอที่มีให้กับเด็ก ๆวันนี้ฉันได้สัมผัสแล้วและนั่นคือสิ่งที่ฉันทําอยู่ในตอนนี้คือสิ่งที่ทําให้คนเรากล้าวิ่งฝ่าความตายเพื่อช่วยคนอื่น”การปลดล็อกหัวใจของปฐวีในปมปัญหาครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงการแก้ปัญหาทางวิศวกรรมเท่านั้นแต่เป็นการปลดล็อกหัวใจทั้งหมดของปฐวีเขาไม่ได้เดินตามรอยความตายของพ่อแต่เขากลับได้ใช้ความรู้ทฤษฎีและทักษะทั้งหมดที่เขาเรียนมาและใช้ได้จริงเพื ่อช ่วยชีวิตคนอื ่นอีกหลายชีวิตและเป็นเส้นทางที่ใช้หัวใจเพื่อรักษาสิ่งนั้นไว้ไม่ใช่ทําลาย
สงครามกับความรัก-๓๐-หลายเดือนต่อมา สงครามสิ้นสุดลงและมหาวิทยาลัยรามคําแหงได้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง สะพานที่พังทลายถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยวิศวกรที่ชื่อปฐวีคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาควิชาโยธา โดยมีนักศึกษาครูตัวเล็กจ้อยที่ชื่อมินตรายอดดวงใจของนายปฐวีและขวัญใจเด็ก ๆ ตลอดไปปฐวีได้พูดกับมินตราว่า “เธอคือแสงสว่างในชีวิตของฉันนะ”หลังจากวันนั้นปฐวีจึงได้เรียนรู้ว่าการเสียสละและการช่วยเหลือชีวิตคนอื่นนั้นมีคุณค่ามากเพียงใดแผ่นดินแห่งนี้เป็นบ้านเกิดของเราทุกคนปฐวีจึงตั้งมั่นว่าจะรักษาผืนแผ่นดินเพื่อลูกหลานในอนาคตให้คงอยู่สืบไปตราบเท่าชีวิตในฐานะผู้พิทักษ์คนหนึ่งที่เสียสละเพื่อบ้านเกิดของตนและมิยอมให้ผู้ใดมารุกราน ความตั้งใจของปฐวีคือจะใช้ศาสตร์และวิชาความรู้นั้นมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นปฐวีจึงได้ให้ของสําคัญที่สุดสื่อถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขานั่นก็คือสร้อยเกียร์วิศวะที่เปรียบเสมือนฟันเฟืองที่เป็นแรงขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้า เขามอบสร้อยนั้นให้เธอกับมือ มินตราตอบรับยิ้มอย่างอ่อนโยนและนํ้าตารื่นด้วยความยินดีปลื้มใจท้ายที่สุดนั้นไม่ว่าเราจะอยู่ในบทบาทใดหรือหน้าที่ใดก็ตามทุกคนล้วนสามารถที ่จะปกป้องชาติในแบบของตนเองเท ่าที ่จะทําได้ไม ่จําเป็นต้องเป็นคนที ่เก ่งมากหรือเป็นฮีโร่ที่มีพลังวิเศษแต่อย่างใดเพียงแค่เราเป็นคนธรรมดาที่รักษาชาติและหน้าที่ด้วยหัวใจอย่างเช่นปฐวีและมินตราที่แม้จะเรียนต่างสายงาน แต่พวกเขาก็สามารถเป็นฮีโร่ช่วยเหลือ
หวนกลิ่นรักใต้ผืนปฐพี-๓๑-คนอื่นได้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยกําลังใจที่เข้มแข็ง อย ่างเช ่นมินตราเรียนครูเธอมีจิตวิญญาณของความเป็นครูที่มีความเมตตาช่วยเหลือเด็ก ๆ และเป็นพยาบาลอาสาชั่วคราวที่ศูนย์อพยพช่วยเหลือเพื่ิอนมนุษย์ในช่วงสงครามส่วนปฐวีเรียนวิศวะและนําศาสตร์ที่ศึกษามาใช้ได้จริงนั่นก็คือเหตุการณ์ระเบิดสงครามที่ผ่านมา เขาใช้ความรู้วิศวะทั้งหมดที่มีทําหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อช่วยเหลือคนที่เขารักและเพื่อนมนุษย์ร่วมแผ่นดินเกิดแห่งนี้ได้มีชีวิตรอดอย่างปลอดภัยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสะพานข้ามคลองแสนแสบสถานที่สําคัญแห่งนี้จึงกลายเป็นสะพานแห่งความทรงจําว่าครั้งหนึ่งเคยเกิดสงครามการปะทะหรือเหตุการณ์อย่างไรบ้างที่เกิดขึ้นและจารึกไว้ว่า “แผ ่นดินที่รองรับเรา แผ่นดินที่เราเกิดมา และหัวใจที่นําทางเราไปสู่สันติภาพที่แท้จริง”
สงครามกับความรัก-๓๒-อาศัยเพียงข่าวลือของใครสักคนมาใช้เป็นที่ระบายอารมณ์วิพากษ์วิจารณ์ราวกับการทำสงครามท่ามกลางวงสนทนาของผู้คนมากมายไม่ว่าเรื่องจะจริงหรือไม่เหล่านักวิจารณ์มือฉมังเหล่านั้นก็ไม่เคยปราณีใช้ความสนุก เมามันเข้าว่า-----------------------ภัทรสุดา พลไชย๖๕๕๔๐๐๒๑๘๕
-๓๓-แรงใจวัยฝน “กษมา เดี๋ยวพรุ่งนี้เธอไปสัมภาษณ์ที่กองปิ๊งรักยัยซุป’ตาร์ด้วยนะ”“ในตารางไม่ใช่กองนี้นี่คะ”“ข้างบนเขาส่งมา ทําไปเถอะเดี๋ยวอีกกองค่อยไปอีกวันก็แล้วกัน”“ค่ะ พี่ปริม ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินอะไรแบบนี้นับตั้งแต่เธอเรียนจบจากคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคําแหง บริษัทสองสีก็เป็นบริษัทแรกที่เธอเข้าทํางานเป็นนักข่าวตามความใฝ่ฝันของเธอ แผนกที่เธอประจําอยู ่ก็คือแผนกข ่าวบันเทิง โดยปกติแล้วเธอมักจะได้รับหน้าที่ให้ไปรับสัมภาษณ์ตามงานอีเวนต์กองละครต่าง ๆ ที่กําลังออกอากาศเป็นกระแสหรือเหล่าคนดังที่กําลังเป็นกระแสทว่าบางครั้งเธอก็มักได้รับคําสั่งแทรกเช่นนี้อยู่เสมอ ก็นะสมัยนี้เราอยู่ในสังคมทุนนิยมอีกทั้งถ้ามันไม่เกินไปหรือไปทําร้ายคนอื่นเธอก็คิดว่าแค่ทําตามไปก็ได้ยังไงมันก็คือส่วนหนึ่งในงานของเธอ
สงครามกับความรัก-๓๔-นอกจากชีวิตการทํางานแล้วเธอก็ยังมีอีกมุมหนึ่งในการใช้ชีวิตก็คือการ ‘เป็นติ่ง’ นภาดลดาราสาวที ่เธอชอบเป็นดาราหน้าใหม ่ที ่เพิ่งเข้าวงการได้๒ ปีนภาดลเองก็เป็นนักศึกษา ม.ราม เช่นเดียวกันกับเธอเธอเคยเจอตัวจริงเจ้าหล่อนที่มหาวิทยาลัยอยู่ ๔-๕ ครั้งได้และเจอตามงานอีเวนต์ไม่มากนัก งานของเธอกับเจ้าหล่อนมักไม่ตรงกันเสมอไม่รู้ว่าทําไมทั้ง ๆ ที่ก็อยู่สายงานเดียวกันแท้ๆ และเธอก็ภาวนาให้เจอหล่อนอยู่บ่อย ๆเสมอเธอรู้จักนภาดลครั้งแรกในโฆษณาประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย รอยยิ้มที่สดใสนั่นเปลี่ยนเลนส์การมองเห็นโลกของเธอภายนอกเจ้าหล่อนดูเป็นคนสดใสน่ารัก แต่จริง ๆ มีความเป็นผู้ใหญ่และจริงจังสูงมาก มีทัศนคติการใช้ชีวิตที่น่าสนใจ อีกทั้งผลงานการแสดงของเธอก็เยี่ยมยอดสร้างความบันเทิงใจให้แก่ผู้รับชมได้เป็นอย่างดีแม้ว่าในปัจจุบันกษมาเริ่มเบื่อหน่ายในการเป็นนักข่าววงการบันเทิง เธออยากลองไปทําสายเศรษฐกิจมากกว่าเพราะเป็นเรื่องที่เธอสนใจมาตั้งแต่แรก แต่ก็นะเพิ่งเข้ามาทํางานใหม่ ๆ เธอเองก็เลือกสายงานไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่เพราะนภาดลเธอเลยคิดว่าสายงานนี้ก็อาจจะไม่แย่เท่าไหร่โดยที ่ไม ่รู้เลยว ่าไม ่กี ่เดือนต ่อจากนี้เธอต้องเจอเข้ากับเหตุการณ์สําคัญที่เปลี่ยนส่วนหนึ่งของชีวิตเธอไป“กษมา เธอเห็นโพสต์ล่าสุดของเนี้ยบเลียบคลองหรือยัง”“ยังเลยค่ะ มีอะไรหรือคะ”
แรงใจวัยฝัน-๓๕-“คราวนี้เป็นเรื่องของนภาดล ดาราดาวรุ่งหน้าใหม่คนนั้นไง”ตึง ! ! เสียงในหัวของเธอหยุดชะงัก มือที ่กําลังจัดของบนโต๊ะก็พลอยหยุดชะงักไปด้วย เพจเนี้ยบเลียบคลองนั้นเป็นเพจที่เขียนเกี่ยวกับข่าวลือของคนเหล่าคนดังต่าง ๆ บ้างก็เป็นข่าวจริง บ้างก็เพียงลือกันสนุกปาก แต่ทว่ากลับมีผู้ติดตามถึงเกือบ ๒๐ ล้านคน อาศัยเพียงข่าวลือของใครซักคนมาใช้เป็นที่ระบายอารมณ์วิพากษ์วิจารณ์ราวกับการทําสงครามท่ามกลางวงสนทนาของผู้คนมากมาย ไม่ว่าเรื่องจะจริงหรือไม่ เหล่านักวิจารณ์มือฉมังเหล่านั้นก็ไม่เคยปราณีใช้ความสนุก เมามันสเข้าว่า แม้มีการเปิดเผยภายหลังว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ดีหน่อยอย่างมากก็มีคนพิมพ์ว่า ‘ขอโทษนะ ไม่รู้มาก่อนเลย’ ‘เสียใจด้วยจริง ๆ’ ... ทว่าคราวนี้ถึงทีของคนที่เธอชอบ“พบนางเอกสาวดาวรุ่ง นอ.หนูสุมหัวเสพไอซ์ดาดฟ้าย่านเงินหล่อ”“เธอว่าจริงไหมล่ะ”“จริงไม่จริงตอนนี้เค้าก็เชื่อว่าจริงแล้วแหละ ถามรูปก็เบลอ ๆ”“นั่นสิแต่เหมือนมากเลยนะ”“ก็เหมือนสิอาจจะจริงก็ได้นะหล่อน” หลังจากนั้นหูเธอก็ไม่ได้ยินอะไรอีก พลางคิดว่าจะช่วยอะไรเธอคนนั้นได้บ้างแน่นอนว่าเธอไม่เชื่อว่าข่าวนั้นเป็นเรื่องจริงเธอเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของนภาดลว่าเธอเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่อบอุ่นนักและข้องเกี่ยวอบายมุขเหล่านั้นอยู่เนือง ๆ นภาดลต้องถีบตัวเองกว่าจะมาถึง
สงครามกับความรัก-๓๖-จุดนี้ได้กษมาไม่เชื่อว่าเธอจะกลับไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้นอีก ทั้งเธอกับนภาดลยังเคยไปทํางานอาสาสมัครในชมชุมเพื่อช่วยเยาวชนที่มีปัญหาครอบครัวจากยาเสพติดอีกด้วยวันนั้นทั้งวันกษมาก็ไม่ได้มีสมาธิทํางานมากนัก เธอจึงทักนภาดลไปด้วยแอคเค้าท์‘นภาดล FC แอคใหญ่ ๑๘ หลุม’ ซึ่งมีแฟนคลับของนภาดลติดตามอยู่กว่าแสนคน“สวัสดีค่ะ ฉันเชื่อว่านั้นไม่ใช่รูปของเธอ และเธอก็ไม่มีทางทําแบบนั้น สารภาพเลยนะคะฉันเป็นนักข ่าวของช ่องสองสีและเป็นแฟนคลับคุณค่ะ มีอะไรที่ฉันสามารถช่วยได้ก็บอกนะคะ”ปึ่ง ! หลังจากกดส่งข้อความนั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกโล่งใจขึ้นเลยกลับกันเธอหวังว่านภาดลจะตอบกลับมาโดยเร็ว ทว่ารอมาทั้งคืน นภาดลก็ไม่ได้รับจ้อความตอบกลับมาแต่อย่างใดเธอจึงมาทํางานด้วยความสมัครใจติ๊ง! และแล้วเสียงที่เธอรอคอยก็มาถึง นภาดลรีบเปิดเข้ากล่องข้อความที่เธอรอมาตลอดตั้งแต่เมื่อวานนี้“คุณพูดจริงหรือคะ แล้วคุณจะช่วยฉันได้ยังไง ขนาดต้นสังกัดก็จะลอยแพฉันอยู่แล้ว ฉันจะเชื่อใจคุณได้จริง ๆ เหรอคะ”“ใจเย็น ๆ ก่อนนะ เธอสามารถเชื่อใจฉันได้จริง ๆ ความจริงแล้วเราก็เคยเรียนที่เดียวกัน แต่ฉันบอกเธอไม่ได้จริง ๆ ว่าฉันเป็นใคร เอางี้อยู่กับใคร” ฉันถามด้วยความกังวลใจ
แรงใจวัยฝัน-๓๗-“ไม่มีค่ะฉันนอนอยู่บ้าน หลังจากถ่ายละครเสร็จ บังเอิญพี่ผู้จัดการมีธุระเลยกลับไปก่อน ฉันเลยรีบขับรถกลับบ้านไปคนเดียว ไม่มีใครยืนยันที่อยู่ให้เลยค่ะ”“งั้นเธอขับรถมาจากที่ไหนเหรอ มีใครเห็นเธอออกจากกองบ้างเราจะได้ดูเวลากับระยะในการขับรถจากกองถ่ายไปบ้าน”“แถวสุขุมวิทน่ะ จอดรอดไว้ในตึกจอดรถข้าง ๆ กองถ่าย”“เดี๋ยวนะตึกจอดรถมีบัตรจอดรถไหม”“จริงด้วย ! มีค่ะ ยังเก็บไว้อยู่”“งั้นก็โอเค แล้วเธอสะดวกไปตรวจสารเสพติดที่ รพ. ไหม ยังไงถ้ามีหลักไปยืนยันกับสื่อมันก็จะดูน่าเชื่อถือกว่านะ”“โอเคงั้นก็จัดงานแถลงข่าวพรุ่งนี้เลยไหมเดี๋ยวจะจะช่วยติดต่อนักข่าว แล้วช่วยดูบทร่างในการสัมภาษณ์กับสื่อให้”“ได้ค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ”“อ้อ จริงสิเราต้องจัดตั้งทีมทนายด้วยเอาไว้ฟ้องคนที่ด่าเธอให้เป็นตัวอย่างด้วยนะ ทีหลังคนอื่นจะได้ไม่มาด่าเธอพรํ่าเพรื่อ เป็นดาราก็ไม่ใช่ว่าต้องยอมให้คนอื่นมาด่านะ ต้องรู้จักปกป้องตัวเองด้วย”“ค่ะ ขอบคุณจริง ๆ นะคะที่ยื่นมือมาช่วยฉัน”คืนนั้นทั้งสองคนก็ยุ่งวุ่นวายกับการติดต่อทีมทนายและเตรียมงานแถลงข่าวที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้
สงครามกับความรัก-๓๘-ณ งานแถลงข่าว“ค่ะ จากหลักฐานที ่ได้ชี้แจงกับพี่ ๆ นักข่าวไปนะคะดิฉันก็ขอยืนยันค่ะว่าในรูปไม่ใช่ดิฉันอย่างแน่นอนค่ะ แล้วดิฉันก็ไม่เคยใช้สารเสพติดด้วยค่ะ ดิฉันจะขอดําเนินการแจ้งความกับผู้ที่เผยแพร่ภาพนี้และทําให้ดิฉันเสียหาย พร้อมกับฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับดิฉันด้วยค่ะ โดยดิฉันหวังเป็นอย ่างยิ ่งว ่าจะไม ่เกิดเหตุการณ์เช ่นนี้ขึ้นอีกท ่ามกลางเหตุการณ์สงครามข่าวสารมากมายอย่างน้อยดิฉันก็ยากให้เรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นเรื่องจริงค่ะ” และงานแถลงข่าวก็จบลงด้วยดีพร้อมกับเป็นที่พูดถึงในโลกอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับงานแถลงข่าวนี้เย็นวันนั้นภายในห้องคอนโดหรูย่านใจกลางเมืองแห่งหนึ่งก็ได้มีเสียงข้อความดังขึ้นติ้ง !“ทําได้ดีแล้วนะเธอรับมือกับมันได้เก่งมากเลยวันนี้”หลังจากอ่านข้อความนั้นจบก็ผุดรอยยิ้มประหลาดขึ้นกับผู้ที่ได้รับข้อความแล้วพิมพ์ตอบกลับไปว่า“ขอบคุณสําหรับวันนี้มากนะ” ขอบคุณจริง ๆ กษมา เธอทําให้อะไร ๆ ของฉันมันง่ายขึ้นเยอะเลย