The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ 1.64 ม.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thipsuda, 2022-05-20 01:09:20

แผนการจัดการเรียนรู้ ม.5

แผนการจัดการเรียนรู้ 1.64 ม.5

แผนการจัดการเรยี นรู้

รายวชิ าโลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 รหสั วชิ า ว30213
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5

ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

จัดทำโดย
นางสาวทพิ ย์สดุ า หอมนาน

ตำแหน่ง ครูผชู้ ว่ ย

โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ

สำนักคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ

บันทึกการอนุมตั ิการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้

รายละเอียดประกอบแแผนการจดั การเรยี นรู้ ผลการนเิ ทศและตรวจสอบ

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ .........................................................................................
และอวกาศ 3 รหสั วชิ า ว30213 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 .........................................................................................
.........................................................................................
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
จำนวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ชั่วโมง

ลงช่ือ......................................................... ลงชอ่ื ........................................................
(นางสาวทพิ ยส์ ดุ า หอมนาน) (นายนันท์ ก้อคำ)

ผู้จดั ทำ/ ผู้ใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ขอ้ คิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะ

.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................
(นายวชิ า ภิมุข)

ผชู้ ่วยผ้อู ำนวยกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ

ขอ้ คิดเหน็ และกลัน่ กรอง

 เหน็ ควรอนมุ ตั ิ  ไม่เหน็ ควรอนมุ ัติ เน่ืองจาก .................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.........................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )

รองผูอ้ ำนวยการฝ่ายบรหิ ารวิชาการ

 อนมุ ัตใิ หใ้ ช้ได้ การพจิ ารณา / อนุมตั ิ / สัง่ การ
 ไมอ่ นมุ ัติ เน่ืองจาก ............................................................................................

ลงช่ือ.......................................................
(นางวลิ าวลั ย์ ปาล)ี

ผู้อำนวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จงั หวดั พะเยา

จุดม่งุ หมายของหลกั สูตรโรงเรียนราประชานเุ คราะห์ 24 จังหวดั พะเยา

จดุ มุง่ หมายของหลักสูตร
หลักสูตรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ
จึงกำหนดเป็นจดุ หมาย เพือ่ ให้เกิดกบั ผเู้ รยี นเมื่อจบการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ดงั น้ี

1. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มที่พึงประสงค์ เหน็ คุณค่าของตนเอง มีวินยั และปฏบิ ตั ิตน
ตามหลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทีต่ นนับถือ ยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

2. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้
เทคโนโลยแี ละมที กั ษะชวี ติ

3. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตทด่ี ี มสี ขุ นิสยั และรกั การออกกำลงั กาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ
การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข
5. มจี ติ สำนกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนรุ กั ษ์และพัฒนาส่ิงแวดล้อม
มีจิตสาธารณะที่มุ่งมั่นทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมี
ความสขุ

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

หลักสูตรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา มุ่งพัฒนาผู้เรียน ให้มีคุณภาพตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ ซ่ึงการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดนั้น จะช่วยให้ผู้เรียน
เกดิ สมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดงั นี้

1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการ
ใชภ้ าษาถ่ายทอดความคดิ ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สกึ และทัศนะของตนเอง เพอื่ แลกเปลี่ยนข้อมูล
ขา่ วสารและประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคมรวมทง้ั การเจรจาต่อรอง
เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล
และความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อ
ตนเองและสังคม

2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบเพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์
องค์ความรหู้ รือสารสนเทศเพ่ือการตัดสินใจเกีย่ วกบั ตนเองและสังคมได้อยา่ งเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ
ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมแสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้
มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาและมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบ
ทเ่ี กิดข้ึนต่อตนเอง สงั คมและส่ิงแวดลอ้ ม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้
ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงานและ
การอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหา
และความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ
สภาพแวดล้อม และการรจู้ ักหลีกเล่ียงพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ นื่

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยี
ด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการ
เรยี นรู้ การส่ือสารการทำงาน การแกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ต้องเหมาะสม และมีคุณธรรม

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

หลักสตู รโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จงั หวัดพะเยา มุ่งพฒั นาผเู้ รยี นใหม้ คี ณุ ลักษณะอัน
พึงประสงคเ์ พื่อให้สามารถอยรู่ ว่ มกับผู้อื่นในสงั คมได้อยา่ งมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพล
โลก ดังน้ี

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซือ่ สัตยส์ ุจรติ
3. มวี นิ ัย
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อย่อู ยา่ งพอเพียง
6. มุง่ มั่นในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

คณุ ภาพผู้เรียน

เมื่อจบชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5

เขา้ ใจปัจจยั สำคญั ท่ีมผี ลต่อการรับและปลดปล่อยพลังงานจากดวงอาทิตย์ กระบวนการท่ีทำ
ให้เกิดสมดุลพลังงานของโลก ผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิส
แรงสู่ศูนย์กลางและแรงเสียดทานที่มีต่อการหมุนเวียนของอากาศ การหมุนเวียนของอากาศตามเขต
ละตจิ ดูและผลที่ภูมิอากาศปัจจัยที่ทำให้เกิดการแบ่งชั้นน้ำและการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร
รูปแบบการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรและผลของการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรที่มีต่อ
ลักษณะลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ระหว่างเสถียรภาพอากาศและการเกิด
เมฆ การเกิดแนวปะทะอากาศแบบต่าง ๆ และลักษณะลมฟ้าอากาศที่เกี่ยวข้อง ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผล
ต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก รวมทั้งการแปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศ และการ
พยากรณล์ ักษณะลมฟ้าอากาศเบ้ืองต้น จากแผนที่อากาศและข้อมลู สารสนเทศ

ผลการเรียนรู้

วิชาโลก ดาราศาสตร์ 3 รหัสวชิ า ว30213 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

ผลการเรยี นรู้

1. อธบิ ายปัจจัยสำคัญที่มผี ลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่างกันและผลที่

มีตอ่ อณุ หภูมิอากาศในแตล่ ะบรเิ วณของโลก

2. อธิบายกระบวนการที่ทำให้เกิดสมดลุ พลงั งานของโลก

3. อธิบายผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิส แรงสู่

ศูนยก์ ลาง และแรงเสียดทานที่มตี อ่ การหมนุ เวยี นของอากาศ

4. อธบิ ายการหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจูด และผลทม่ี ีต่อภูมิอากาศ

5. อธิบายปัจจัยท่ที ำให้เกดิ การแบง่ ชน้ั น้ำในมหาสมุทร

6. อธบิ ายปัจจยั ที่ทำใหเ้ กิดการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของ

น้ำในมหาสมทุ ร

7. อธิบายผลของการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรที่มีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิต

และสง่ิ แวดลอ้ ม

รวมทัง้ หมด 7 ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ า

วิชาโลก ดาราศาสตร์ 3 รหัสวชิ า ว30213 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต

ศกึ ษากระบวนการที่ทำให้เกิดสมดลุ พลังงานของโลก ปจั จยั ท่ีสง่ ผลต่อการรับรังสีดวงอาทิตย์

ของพื้นผิวโลก ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนทีแ่ ละการหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจูดและผลท่มี ี

ต่อภูมอิ ากาศ ปจั จัยทที่ ำให้เกิดการแบ่งชัน้ นำ้ ในมหาสมุทร ปัจจัยทท่ี ำให้เกิดการหมุนเวียนของน้ำใน

มหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวยี นของน้ำในมหาสมุทร ผลการหมนุ เวยี นของนำ้ ในมหาสมุทรที่มีต่อ

ลักษณะลมฟา้ อากาศ สง่ิ มชี วี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สืบเสาะหาความรู้ สืบค้นข้อมูล สังเกต วิเคราะห์

สังเคราะห์อธิบาย อภิปรายและสรุปกระบวนการกลุ่ม เพื่อให้เกิดความรู้ความคิด ความเข้าใจ มี

ความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง และดูแลรักษา

สิ่งมชี วี ิตอ่ืนๆ เฝา้ ระวังและพฒั นาสงิ่ แวดลอ้ มอย่างยงั่ ยืน

เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการนำความรู้ ความเข้าใจ ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์

ซ่อื สัตย์สุจรติ มีวนิ ัยใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มงุ่ มน่ั ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ

รวมถึงการมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น ป้องกันตนเองให้

ห่างไกลจากสารเสพติด น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในการดำเนิน

ชวี ติ ประจำวนั ไดอ้ ย่างเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้

1. อธิบายปจั จัยสำคัญที่มีผลต่อการรบั และคายพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่างกันและผลท่ี

มตี ่ออณุ หภมู อิ ากาศในแต่ละบริเวณของโลก

2. อธบิ ายกระบวนการทีท่ ำให้เกิดสมดุลพลังงานของโลก

3. อธิบายผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิส แรงสู่

ศนู ย์กลาง และแรงเสยี ดทานท่มี ตี อ่ การหมุนเวียนของอากาศ

4. อธบิ ายการหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจูด และผลท่ีมตี ่อภูมิอากาศ

5. อธิบายปัจจัยทีท่ ำให้เกดิ การแบง่ ชน้ั น้ำในมหาสมุทร

6. อธบิ ายปัจจัยที่ทำให้เกิดการหมนุ เวยี นของน้ำในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของ

น้ำในมหาสมทุ ร

7. อธิบายผลของการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรที่มีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิต

และสิ่งแวดล้อม

รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรยี นรู้

ผลการเรยี นรู้และสาระการเรียนรู้

วชิ าโลก ดาราศาสตร์ 3 รหัสวิชา ว30213 กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต

ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายปจั จัยสำคัญท่ีมผี ลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่างกันและผลที่

มีตอ่ อุณหภูมอิ ากาศในแต่ละบรเิ วณของโลก
2. อธบิ ายกระบวนการทีท่ ำใหเ้ กดิ สมดุลพลงั งานของโลก
3. อธิบายผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิสแรงสู่

ศูนย์กลาง และแรงเสยี ดทานทมี่ ีต่อการหมนุ เวียนของอากาศ
4. อธบิ ายการหมุนเวยี นของอากาศตามเขตละติจูด และผลท่ีมตี อ่ ภูมอิ ากาศ
5. อธิบายปจั จยั ท่ีทำให้เกิดการแบ่งชัน้ น้ำในมหาสมุทร
6. อธบิ ายปจั จยั ท่ีทำใหเ้ กิดการหมนุ เวียนของน้ำในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของ

น้ำในมหาสมุทร
7. อธิบายผลของการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรที่มีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิต

และสงิ่ แวดลอ้ ม
สาระการเรียนรู้

1. พลงั งานจากดวงอาทิตย์
2. สมดลุ พลงั งานของโลก
3. ความกดอากาศ
4. การแบ่งชั้นน้ำในมหาสมทุ ร
5. การหมนุ เวียนของน้ำในมหาสมุทร

โครงสร้างรายวิชา

วิชาโลก ดาราศาสตร์ 3 รหัสวชิ า ว30213 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต

หน่วย ชือ่ หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา คะแนน
ที่ (ช่วั โมง)

1 สมดลุ พลังงานของ 1. อ ธ ิ บ า ย ป ั จ จั ย เมื่อโลกได้รับพลังงานจาก 10 20

โลก สำคัญที่มีผลต่อการ ดวงอาทิตย์ โลกมีการ

รับและคายพลังงาน ปลดปล่อยพลังงานกลับสู่

จ า ก ด ว ง อ า ท ิ ต ย์ อวกาศในปริมาณที่เท่ากันซึ่ง

แตกต่างกันและผลที่ ทำให้เกิดสมดุลพลังงาน

มีต่ออุณหภูมิอากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของ

ในแต่ละบริเวณของ อากาศของโลกค่อนข้างคงท่ี

โลก การรักษาสมดุลพลังงาน

2. อธบิ ายกระบวน เกี่ยวข้องกับกระบวนการ

การที่ทำให้เกิดสมดุล ทางแสง กระบวนการถ่าย

พลังงานของโลก โ อ น ค ว า ม ร ้ อ น ซ่ึ ง

ก ร ะ บ ว น ก า ร เ ห ล ่ า น ี ้ มี

ความสัมพันธ์กับปัจจัยสำคญั

ได้แก่ สัณฐานและการเอียง

ของแกนโลก เมฆและละออง

ลอยแก๊สเรือนกระจก

ลักษณะของพื้นผิวโลก

กระบว นการและปัจจัย

เหล่านี้ส่งผลให้แต่ละบริเวณ

ของโลกได้รับพลังงานและมี

อณุ หภูมิแตกต่างกัน

2 การหมนุ เวียนของ 3. อธบิ ายผลของแรง การหมุนเวียนของอากาศ 14 30
อากาศบนโลก
เนือ่ งจากความแตก เกิดขึ้นจากความกดอากาศท่ี

ตา่ งของความกด แตกต่างกันระหว่างสอง

อากาศ แรงคอรอิ อ บรเิ วณ โดยอากาศ

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา คะแนน
ที่ (ช่วั โมง)

ลิสแรงส่ศู นู ย์กลาง เคล่อื นทจ่ี ากบริเวณท่ีมีความ

และแรงเสียดทานที่มี กดอากาศสูงไปยังบริเวณที่มี

ต่อการหมุนเวียนของ ความกดอากาศต่ำซึ่งจะเห็น

อากาศ ได้ชัดเจนในการเคล่ือนที่ของ

4. อธบิ ายการ อากาศในแนวราบ และเม่ือ

หมนุ เวยี นของอากาศ พิจารณาการเคลื่อนที่ของ

ตามเขตละติจูด และ อากาศในแนวดิ่งจะพบว่า

ผลทม่ี ีต่อภมู ิอากาศ อากาศเหนือบริเวณความกด

อากาศต่ำจะมีการยกตัวขึ้น

ขณะที่อากาศเหนือบริเวณ

ความกดอากาศสูงจะจมตัว

ลงโดยการเคลื่อนที่ของ

อากาศทั้งในแนวราบและ

แนวดิ่งนี้ทำให้เกิดเป็นการ

หมนุ เวียนของอากาศ

การหมุนรอบตัวเองของโลก

จะทำใหเ้ กดิ แรงคอริออลิสซึ่ง

มีผลให้ทิศทางการเคลื่อนท่ี

ของอากาศเบนไป โดย

อากาศที่เคลื่อนที่ในบริเวณ

ซีกโลกเหนือจะเบนไป

ทางขวาจากทิศทางเดิม ส่วน

บริเวณซีกโลกใต้จะเบนไป

ทางซ้ายจากทิศทางเดิม เช่น

ลมค้า มรสุม แต่ละบริเวณ

ของโลกมีความกดอากาศ

แ ต ก ต ่ า ง ก ั น ป ร ะ ก อ บ กั บ

อิทธิพลจากการหมุนรอบ

ตัวเองของโลกทำให้อากาศ

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา คะแนน
ท่ี (ชั่วโมง)

ในแต่ละซีกโลกเกิดการ

หมุนเวียนของอากาศตาม

เขตละติจูด แบ่งออกเป็น 3

แ ถ บ โ ด ย แ ต ่ ล ะ แ ถ บ มี

ภูมิอากาศแตกต่างกัน ได้แก่

การหมุนเวียนแถบขั้วโลกมี

ภ ู ม ิ อ า ก า ศ แ บ บ ห น า ว เ ย็ น

การหมุนเวียนแถบละติจูด

กลางมีภูมิอากาศแบบอบอุ่น

และการหมุนเวียนแถบเขต

รอ้ นมีภูมอิ ากาศแบบรอ้ นชนื้

บริเวณรอยต่อของการ

หมุนเวียนอากาศแต่ละแถบ

ละติจูดจะมีลักษณะลมฟ้า

อากาศท่ีแตกตา่ งกัน

เช่น บริเวณใกล้ศูนย์สูตรมี

ปริมาณหยาดน้ำฟ้าเฉลี่ยสูง

กว่าบริเวณอื่น บริเวณ

ละติจดู 30 องศา มีอากาศ

แห้งแล้ง ส่วนบริเวณละติจูด

60 องศา อากาศมีความ

แปรปรวน

3 การหมุนเวียนของน้ำ 5. อธบิ ายปจั จัยที่ทำ น้ำในมหาสมุทรมีอุณหภูมิ 12 20

ในมหาสมุทร ใหเ้ กิดการแบง่ ชัน้ น้ำ แ ล ะ ค ว า ม เ ค ็ ม ข อ ง น้ ำ

ในมหาสมุทร แตกต่างกันในแต่ละแถบ

6. อธิบายปจั จยั ที่ทำ ละตจิ ดู และแตล่ ะระดบั

ใหเ้ กิดการหมุนเวียน ความลึก ซึ่งหากพิจารณา

ของน้ำในมหาสมุทร มวลน้ำในแนวดิ่งและใช้

และรูปแบบการ

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา คะแนน
ที่ (ชั่วโมง)

หมุนเวียนของนำ้ ใน อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ จะ

มหาสมุทร สามารถแบ่งชนั้ น้ำ ไดเ้ ป็น

7. อธบิ ายผลของการ 3 ชั้น คือ น้ำชั้นบน น้ำช้ัน

หมนุ เวียนของนำ้ ใน เทอรโ์ มไคลน์ และน้ำชนั้ ล่าง

มหาสมทุ รทีม่ ีต่อ การหมุนเวียนของน้ำผิวหน้า

ลกั ษณะลมฟ้าอากาศ ในมหาสมุทรได้รับอิทธิพล

ส่งิ มชี ีวติ และ จากการหมุนเวียนของ

สง่ิ แวดลอ้ ม อากาศในแต่ละแถบละติจูด

เป็นปัจจัยหลัก ประกอบกับ

แรงคอริออลิสและขอบทวปี

ที่ขวางก้ันการไหลของนำ้ ทำ

ใ ห้ ก ร ะ แ ส น ้ ำ ผ ิ ว ห น้ า

มหาสมุทรไหลในทิศทางตาม

เข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ

และทวนเข็มนาฬิกาในซีก

โลกใต้ ซ่ึงกระแสน้ำผิวหน้า

มหาสมุทรมีทั้งกระแสน้ำอุ่น

และกระแสน้ำเย็น ส่วนการ

หมุนเวยี นของกระแสน้ำลึก

เกิดจากน้ำผิวหน้ามหาสมุทร

มีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นจึง

จมตัวลงและไหลอยู่ในระดับ

ลึก ทั้งกระแสน้ำผิวหน้า

มหาสมุทรและกระแสน้ำลึก

จะหมุนเวียนต่อเนื่องกันเกิด

เป็นการหมุนเวียนของน้ำใน

มหาสมทุ ร นอกจากนี้ชายฝ่งั

บ า ง บ ร ิ เ ว ณ อ า จ เ ก ิ ด น้ ำ ผุ ด

หรือน้ ำจม ซึ่งเป็นกา ร

หนว่ ย ชื่อหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา คะแนน
ที่ (ช่ัวโมง)

ห ม ุ น เ ว ี ย น ข อ ง น้ ำ ใ น

ม ห า ส ม ุ ท ร ร ู ป แ บ บ ห น ึ ่ ง ท่ี

ส่งผลต่อระบบนิเวศใน

มหาสมุทรการหมุนเวียน

อากาศและน้ำในมหาสมุทร

ส ่ ง ผ ล ต ่ อ ล ั ก ษ ณ ะ ล ม ฟ้ า

อากาศ สิ่งมีชีวิต และ

สิ่งแวดล้อมแตกต่างกันไป

หากการหมุนเวียนอากาศ

แ ล ะ น้ ำ ใ น ม ห า ส ม ุ ท ร เ กิ ด

ค ว า ม แ ป ร ป ร ว น จ ะ ท ำ ใ ห้

เ ก ิ ด ผ ล ก ร ะ ท บ เ ช่ น

ปรากฏการณ์เอลนีโญและ

ลานีญา ซึ่งเกิดจากความ

แปรปรวนของลมค้าและ

ส่งผลต่อสภาพลมฟ้าอากาศ

ของประเทศที่อยู่บริเวณ

มหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึง

บริเวณอ่นื ๆ บนโลก

รวมระหว่างภาค - 70

สอบกลางภาคและปลายภาคเรยี น 4 30

รวม 40 100

ผงั มโนทศั น์

วชิ าโลก ดาราศาสตร์ 3 รหสั วชิ า ว30213 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 5
เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

วิชาโลก ดาราศาสตร์ 3 การกำหนดสดั สว่ นคะแ
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5
รหัสวิชา ว302
เวลา 4

หนว่ ย ชือ่ หน่วย ผลการเรียนรู้
ที่

1 สมดลุ พลงั งานของโลก 1. อธิบายปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการรับ
และคายพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่าง
กันและผลที่มีต่ออุณหภูมิอากาศในแต่ละ
บริเวณของโลก

2. อธบิ ายกระบวน
การท่ีทำใหเ้ กิดสมดลุ พลงั งานของโลก

แนนและการวดั ผลประเมนิ ผล

213 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

คะแนน

ความ ู้ร (K) วิธีการวัดผล เคร่อื งมือ
ัทกษะ กระบวนการ (P)
คุณลักษณะ(A)
คะแนนรวม

5 3 2 10 - ทดสอบ - แบบทดสอบ
- สงั เกต - ใบงาน
- การปฏบิ ัติกิจกรรม
- แบบทดสอบ
5 3 2 10 - ทดสอบ - ใบงาน
- สงั เกต
- การปฏิบตั ิกิจกรรม

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรียนรู้
ที่

2 การหมนุ เวียนของอากาศ 3. อธิบายผลของแรงเน่ืองจากความแตก
บนโลก ต่างของความกดอากาศ แรงคอริออ
ลิสแรงสู่ศนู ย์กลาง และแรงเสียดทานทมี่ ี
ตอ่ การหมนุ เวียนของอากาศ

4. อธบิ ายการหมนุ เวยี นของอากาศตาม
เขตละตจิ ดู และผลทมี่ ตี ่อภมู ิอากาศ

3 การหมุนเวยี นของน้ำใน 5. อธบิ ายปัจจัยที่ทำใหเ้ กิดการแบง่ ชน้ั นำ้
มหาสมุทร ในมหาสมุทร

คะแนน

ความ ู้ร (K) วธิ ีการวดั ผล เครอ่ื งมอื
ัทกษะ กระบวนการ (P)
คุณลักษณะ(A)
คะแนนรวม

10 3 2 15 - ทดสอบ - แบบทดสอบ
- สังเกต - ใบงาน
- การปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
- แบบทดสอบ
11 3 1 15 - ทดสอบ - ใบงาน
- สงั เกต
- การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม - แบบทดสอบ
- ใบงาน
3 3 1 7 - ทดสอบ
- สงั เกต
- การปฏิบตั กิ ิจกรรม

หนว่ ย ช่อื หน่วย ผลการเรยี นรู้
ที่

6. อธบิ ายปจั จัยทท่ี ำให้เกดิ การหมุนเวยี น
ของนำ้ ในมหาสมุทรและรูปแบบการ
หมนุ เวยี นของน้ำในมหาสมุทร
7. อธบิ ายผลของการหมุนเวยี นของนำ้ ใน
มหาสมทุ รที่มีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศ
สิ่งมีชีวติ และส่ิงแวดลอ้ ม

ระหว่างเรียน
สอบกลางภาคเรียน
สอบปลายภาคเรยี น

รวม

คะแนน

ความ ู้ร (K) วธิ ีการวัดผล เครื่องมอื
ัทกษะ กระบวนการ (P)
คุณลักษณะ(A)
คะแนนรวม

3 3 1 7 - ทดสอบ - แบบทดสอบ
- สังเกต - ใบงาน
- การปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
- แบบทดสอบ
3 2 1 6 - ทดสอบ - ใบงาน
- สงั เกต
- การปฏิบตั ิกจิ กรรม

40 20 10 70
15 - - 15
15 - - 15
70 20 10 100

แผนการวดั ผลประเมนิ ผล

วิชาโลก ดาราศาสตร์ 3 รหัสวิชา ว30213 กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

1. อัตราส่วนการประเมนิ ผลการเรียนรู้

ระหว่างเรยี น กลางภาคเรียน ปลายภาคเรยี น

70 คะแนน 15 คะแนน 15 คะแนน

2. อัตราสว่ นการประเมนิ ผล KPA

ความรู้ (K) ทกั ษะ/กระบวนการ (P) คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
10 คะแนน
70 คะแนน 20 คะแนน

3. สดั ส่วนคะแนนของการประเมนิ ผล

การประเมิน ความรู้ สดั สว่ นคะแนน รวม
ทักษะ คุณลกั ษณะ
ระหว่างเรยี น 40 กระบวนการ อนั พงึ ประสงค์ 70
กลางภาคเรียน 15 20 10 15
ปลายภาคเรียน 15 15
40 -- 100
รวม --
20 10

กำหนดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

วิชาโลก ดาราศาสตร์ 3 รหัสวชิ า ว30213 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5
เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

หนว่ ยการเรียนรู้/แผนการ เร่อื ง เวลา/
จดั การเรียนรู้ จำนวนช่ัวโมง

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 สมดุลพลังงานของโลก 10
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 กระบวนการท่ีทำใหเ้ กิดสมดลุ พลังงานของโลก 4

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 ปัจจัยสำคญั ทีส่ ง่ ผลตอ่ การรับรังสีดวงอาทติ ย์ 6
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 ของพนื้ ผวิ โลก
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5
การหมุนเวียนของอากาศบนโลก 14
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 การเคลือ่ นท่ีและการหมนุ เวยี นของอากาศ 4
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8 การหมุนเวียนของอากาศบนโลก 6

ความสัมพนั ธข์ องการหมุนเวียนอากาศกับ 4

ภมู อิ ากาศ

การหมนุ เวียนของนำ้ ในมหาสมุทร 12

อุณหภูมิและความเค็มของมหาสมทุ ร 4

การหมนุ เวยี นนำ้ ในมหาสมทุ ร 4

การหมนุ เวียนนำ้ ในมหาสมทุ รกับลมฟ้าอากาศ 4

และภมู ิอากาศ

สอบกลางภาค 2

สอบปลายภาค 2

รวม 40

การออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่อื ง สมดุลพลังงานของโลก

รายวิชาโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 3 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 14 ชว่ั โมง ผู้สอน นางสาวทพิ ย์สุดา หอมนาน

1. เปา้ หมายการเรียนรู้

1.1 ความเขา้ ใจท่ีคงทน

โลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในปริมาณที่แตกต่างกัน เกิด

กระบวนการสะทอ้ นดดู กลืน และถ่ายโอนพลังงาน แล้วปลดปลอ่ ยกลับสอู่ วกาศ

1.2. ผลการเรยี นรู้

1. อธิบายปจั จยั สำคัญท่ีมผี ลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่างกันและผลที่

มีตอ่ อุณหภูมิอากาศในแตล่ ะบริเวณของโลก

2. อธบิ ายกระบวนการที่ทำให้เกดิ สมดุลพลงั งานของโลก

1.3 สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

เมือ่ โลกไดร้ บั พลงั งานจากดวงอาทิตย์ โลกมกี ารปลดปลอ่ ยพลังงานกลบั สู่อวกาศในปริมาณท่ี

เท่ากันซึ่งทำให้เกิดสมดุลพลังงาน ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศของโลกค่อนข้างคงที่ การรักษา

สมดุลพลังงานเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางแสง กระบวนการถ่ายโอนความร้อน ซึ่งกระบวนการ

เหล่านี้มีความสัมพันธ์กับปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สัณฐานและการเอียงของแกนโลก เมฆและละอองลอย

แก๊สเรือนกระจก ลกั ษณะของพ้ืนผิวโลก กระบวนการและปจั จยั เหล่านี้สง่ ผลให้แต่ละบริเวณของโลก

ไดร้ บั พลงั งานและมอี ุณหภูมิแตกตา่ งกัน

1.4 สาระการเรียนรู้

1. บริเวณต่าง ๆ ของโลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าใน

ปริมาณที่แตกต่างกัน เนื่องจากโลกมีสัณฐานคล้ายทรงกลมและแกนหมุนโลกเอียงทำมุมกับ

แนวตั้งฉากกับระนาบการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ส่งผลต่อการตกกระทบของรังสีดวงอาทิตย์

ซ่ึงส่วนทผ่ี า่ นเขา้ มาในชนั้ บรรยากาศจนถึงพื้นผวิ โลก จะเกดิ กระบวนการสะท้อนดูดกลืน และถ่ายโอน

พลงั งาน แลว้ ปลดปลอ่ ยกลบั สู่อวกาศแตกต่างกันเนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เชน่ ลกั ษณะของพ้ืนผิว ชนิด

และปรมิ าณของแกส๊ เรอื นกระจก ละอองลอย และเมฆ ทำให้พื้นผิวโลกแต่ละบริเวณมอี ณุ หภมู ิอากาศ

แตกต่างกนั

2. พลังงานจากดวงอาทิตย์โดยเฉลี่ยที่โลกได้รับเท่ากับพลังงานเฉลี่ยที่โลกปลดปล่อยกลับสู่

อวกาศ ทำให้เกดิ สมดลุ พลงั งานของโลก ส่งผลให้อณุ หภมู เิ ฉลี่ยของพนื้ ผิวโลกในแตล่ ะปีคอ่ นขา้ งคงท่ี

1.5 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ

1) ทักษะการสงั เกต
2) ทักษะการทดลอง
3) ทกั ษะการนำความรู้ไปใช้
4) ทกั ษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมลู
5) ทกั ษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
1.6 คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน
2. หลกั ฐานการเรียนรู้
2.1 ชิน้ งาน/ภาระงาน
- ผังมโนทศั น์ เร่อื ง สมดลุ พลังงานของโลก
2.2 การวดั และประเมินผลระหวา่ งการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
- การตรวจผลงาน ใบงาน
- พฤติกรรมการปฏิบตั งิ านในหอ้ งเรยี น
2.3 การวัดและประเมนิ ผลเมื่อส้นิ สดุ กิจกรรมการเรยี นรู้
- แบบทดสอบหลงั เรยี น

3. กิจกรรมการเรยี นรู้ (10 ชว่ั โมง)

ชอ่ื หนว่ ย กิจกรรม ชิ้นงาน/ภาระงาน จำนวน
การเรยี นรู้ - แบบทดสอบกอ่ นเรียน ช่ัวโมง
- แบบฝึกหดั
1. ครนู ำเข้าสูบ่ ทเรียนโดยให้ - กิจกรรมกระบวนการท่ีทำให้เกิด 4

นักเรียนรว่ มกันอภิปราย สมดุลพลงั งานของโลก 6

เกีย่ วกบั ความสมั พันธข์ องชั้น - แบบฝึกหดั
- กิจกรรม เรื่อง ปัจจัยสำคัญที่
บรรยากาศกับอุณหภูมเิ ฉลย่ี ส่งผลต่อการรับรังสีดวงอาทิตย์
ของพนื้ ผิวโลก
ของอากาศ โดยเปรียบเทียบ - แบบทดสอบหลงั เรยี น

อณุ หภูมเิ ฉล่ยี ของอากาศบน

โลกกับดวงจนั ทรจ์ ากขอ้ มูลท่ี

กำหนดให้และใช้คำถาม

2. ให้นักเรียนเปรยี บเทยี บ

ขอ้ มูลขนาด ระยะหา่ งจาก

ดวงอาทิตย์ ความหนาแนน่

สมดลุ พลังงาน ของบรรยากาศและอณุ หภมู ิ
ของโลก เฉลย่ี ของอากาศระหวา่ งโลก
และดวงจนั ทร์

3. นักเรยี นปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
7.1 กระบวนการทีเ่ ก่ียวข้อง
กบั สมดุลพลงั งานของโลก

1. ครใู ห้นกั เรียนสังเกตุภาพ

แสดงอุณหภูมเิ ฉลยี่ ของ

อากาศในเดือนมกราคม

ตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2482 – 2540

ในหนงั สือเรียนหน้า 9

จากน้นั ให้นกั เรยี นอภิปราย

ตามความคิดเห็นของตนเอง

โดยใชค้ ำถาม

ชอ่ื หน่วย กิจกรรม ช้ินงาน/ภาระงาน จำนวน
การเรียนรู้ ช่ัวโมง
2. นักเรยี นทำกจิ กรรม 7.2
มุมท่แี สงตกกระทบพื้นผวิ กับ 10
ขนาดของพื้นทรี่ บั แสง
3. ครนู ำอภิปรายเพิ่มเตมิ
เก่ียวกบั การที่แกนหมนุ โลก
เอียง 23.5 องศา กับ
แนวตั้งฉากกบั ระนาบ
การโคจรของโลกรอบดวง
อาทิตย์
4.นกั เรียนทำกจิ กรรม 7.3
แสงกบั ควัน

รวมเวลาเรียน

การออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เร่อื ง การหมุนเวียนของอากาศบนโลก

รายวิชาโลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 14 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวทพิ ย์สุดา หอมนาน

1. เปา้ หมายการเรยี นรู้

1.1 ความเข้าใจที่คงทน

การหมุนเวียนของอากาศเกดิ ขน้ึ จากความกดอากาศท่ีแตกต่างกันระหว่างสองบริเวณ แรงคอ

ริออลิสซงึ่ มผี ลใหท้ ิศทางการเคล่อื นทขี่ องอากาศเบนไป

1.2. ผลการเรียนรู้

3. อธิบายผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิส แรงสู่

ศนู ย์กลาง และแรงเสยี ดทานที่มตี อ่ การหมุนเวยี นของอากาศ

4. อธบิ ายการหมุนเวียนของอากาศตามเขตละตจิ ูด และผลทีม่ ตี ่อภมู อิ ากาศ

1.3 สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การหมุนเวียนของอากาศเกิดขึ้นจากความกดอากาศที่แตกต่างกันระหว่างสองบริเวณ โดย

อากาศเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงไปยังบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำซึ่งจะเห็นได้

ชัดเจนในการเคลื่อนที่ของอากาศในแนวราบ และเมื่อพิจารณาการเคลื่อนที่ของอากาศในแนวดิ่งจะ

พบว่าอากาศเหนือบริเวณความกดอากาศต่ำจะมีการยกตัวขึ้น ขณะที่อากาศเหนือบริเวณความกด

อากาศสูงจะจมตัวลงโดยการเคลื่อนที่ของอากาศทั้งในแนวราบและแนวดิ่งนี้ทำให้เกิดเป็นการ

หมนุ เวียนของอากาศ

การหมุนรอบตัวเองของโลกจะทำให้เกิดแรงคอริออลิสซึ่งมีผลให้ทิศทางการเคลื่อนที่ของ

อากาศเบนไป โดยอากาศที่เคลื่อนที่ในบริเวณซีกโลกเหนือจะเบนไปทางขวาจากทิศทางเดิม ส่วน

บริเวณซีกโลกใต้จะเบนไปทางซ้ายจากทิศทางเดิม เช่น ลมค้า มรสุม แต่ละบริเวณของโลกมีความกด

อากาศแตกต่างกันประกอบกับอิทธิพลจากการหมุนรอบตัวเองของโลกทำให้อากาศในแต่ละซีกโลก

เกดิ การหมนุ เวยี นของอากาศตามเขตละตจิ ูด แบ่งออกเปน็ 3 แถบ โดยแตล่ ะแถบมีภูมิอากาศแตกต่าง

กัน ได้แก่ การหมุนเวียนแถบขั้วโลกมีภูมิอากาศแบบหนาวเย็น การหมุนเวียนแถบละติจูดกลางมี

ภูมอิ ากาศแบบอบอุ่น และการหมนุ เวยี นแถบเขตร้อนมภี ูมิอากาศแบบร้อนชนื้ บริเวณรอยต่อของการ

หมุนเวยี นอากาศแต่ละแถบละติจูดจะมีลักษณะลมฟ้าอากาศท่ีแตกต่างกนั เช่น บรเิ วณใกล้ศูนย์สูตรมี

ปริมาณหยาดน้ำฟ้าเฉลี่ยสูงกว่าบริเวณอื่น บริเวณละติจูด 30 องศา มีอากาศแห้งแล้ง ส่วนบริเวณ

ละติจดู 60 องศา อากาศมคี วามแปรปรวน

1.4 สาระการเรยี นรู้
1. การหมุนเวียนของอากาศเกดิ ขึ้นจากความกดอากาศที่แตกต่างกันระหวา่ งสองบริเวณโดย
อากาศเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงไปยังบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำซึ่งจะเห็นได้
ชัดเจนในการเคลื่อนที่ของอากาศในแนวราบ และเมื่อพิจารณาในการเคลื่อนที่ของอากาศในแนวดิ่ง
จะพบว่าอากาศเหนือบรเิ วณความกดอากาศต่ำจะมีการยกตวั ขึ้น ขณะท่อี ากาศเหนือบริเวณความกด
อากาศสูงจะจมตัวลง โดยการเคลื่อนที่ของอากาศทั้งในแนวราบและแนวดิ่งนี้ ทำให้เกิดเป็นการ
หมุนเวยี นของอากาศ
2. การหมุนรอบตัวเองของโลกจะทำให้เกิดแรงคอริออลิสซึ่งมีผลให้ทิศทางการเคลื่อนที่ของ
อากาศเบนไป โดยอากาศที่เคลื่อนที่ในบริเวณซีกโลกเหนือจะเบนไปทางขวาจากทิศทางเดิม ส่วน
บริเวณซกี โลกใตจ้ ะเบนไปทางซ้ายจากทิศทางเดิม เชน่ ลมคา้ และมรสุม
3. แรงสู่ศูนย์กลางซึ่งทำให้เกิดการหมุนของลม เช่น พายุหมุนเขตร้อน ทอร์นาโด พายุ
งวงช้าง และแรงต้านการเคล่ือนท่ีของวัตถุ หรือแรงเสียดทานสง่ ผลต่ออัตราเรว็ ลม เชน่ พายไุ ตฝ้ ุ่นเมื่อ
เคล่อื นตัวเขา้ สูช่ ายฝง่ั จะลดระดับความรุนแรงลงเปน็ พายโุ ซนรอ้ นหรอื ดีเพรสชน่ั
4. แต่ละบริเวณของโลกมีความกดอากาศแตกต่างกันประกอบกับอิทธิพลจากการหมุนรอบ
ตัวเองของโลกทำให้อากาศในแต่ละซีกโลกเกิดการหมนุ เวียนของอากาศตามเขตละตจิ ูด แบ่งออกเป็น
๓ แถบ โดยแต่ละแถบมภี มู ิอากาศแตกต่างกัน ไดแ้ ก่ การหมนุ เวียนแถบข้วั โลกมีภูมิอากาศแบบหนาว
เย็น การหมุนเวียนแถบละติจูดกลางมีภูมิอากาศแบบอบอุ่น และการหมุนเวียนแถบเขตร้อนมี
ภูมิอากาศแบบร้อนชืน้
5. บริเวณรอยต่อของการหมุนเวียนอากาศแต่ละแถบละติจูด จะมีลักษณะลมฟ้าอากาศที่
แตกต่างกัน เช่น บริเวณใกล้ศูนย์สตู รมีปริมาณหยาดน้ำฟ้าเฉลี่ยสงู กว่าบริเวณอื่น บริเวณละติจูด 30
องศามีอากาศแหง้ แล้ง สว่ นบริเวณละติจดู 60 องศา อากาศมคี วามแปรปรวนสงู
1.5 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด

1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการทดลอง
3) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
4) ทักษะการจดั กระทำและส่ือความหมายข้อมูล
5) ทกั ษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรปุ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

1.6 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ

2. ใฝเ่ รียนรู้

3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน

2. หลกั ฐานการเรียนรู้

2.1 ชิน้ งาน/ภาระงาน

- ผังมโนทศั น์ เรือ่ ง การหมนุ เวียนของอากาศบนโลก

2.2 การวดั และประเมินผลระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

- การตรวจผลงาน ใบงาน

- พฤติกรรมการปฏบิ ตั งิ านในห้องเรียน

2.3 การวัดและประเมินผลเมื่อส้นิ สดุ กิจกรรมการเรยี นรู้

- แบบทดสอบหลังเรยี น

3. กิจกรรมการเรียนรู้ (14 ชัว่ โมง)

ชือ่ หน่วย กิจกรรม ชิน้ งาน/ภาระงาน จำนวน
การเรียนรู้ ชั่วโมง

1.ครนู ำเข้าสบู่ ทเรยี นโดยให้ - แบบทดสอบกอ่ นเรียน 4

นักเรียนพจิ ารณาภาพนำบทใน - แบบฝึกหดั

หน้า 25 แล้วรว่ มกนั อภิปรายตาม - กิจกรรม เรื่อง การเคลื่อนที่และ

ความคดิ เห็นของตนเอง โดยใช้ การหมนุ เวยี นของอากาศ

คำถาม

2. ครทู บทวนความรเู้ ดิมเรอ่ื งการ

การหมนุ เวยี นของ เคลอ่ื นท่ขี องอากาศ โดยใช้

อากาศบนโลก คำถาม

3. ครใู ช้คำถามนำ “การเคล่ือนที่

ของอากาศระหวา่ งบรเิ วณทม่ี ี

อุณหภูมิแตกต่างกนั จะมลี กั ษณะ

อย่างไร” ให้นกั เรยี นศกึ ษาไดจ้ าก

กจิ กรรม 8.1การเคลื่อนที่ของ

อากาศ

ช่ือหนว่ ย กจิ กรรม ชิน้ งาน/ภาระงาน จำนวน
การเรียนรู้ ชว่ั โมง

4. นักเรยี นทำกจิ กรรม 8.2การ 6
เคลื่อนท่ขี องวัตถุบนพน้ื ทีก่ ำลัง
หมุน
5. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอ
และร่วมกันอภปิ รายผลการทำ
กิจกรรม

1. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มเขยี น - แบบฝกึ หดั
รูปแบบการหมุนเวียนของอากาศ - กิจกรรม เรื่อง การหมุนเวียน
บนโลกตามความคดิ เหน็ ของ ของอากาศบนโลก

ตนเอง โดยใช้ความรจู้ ากกจิ กรรม
8.1 เร่อื งการหมุนเวยี นของ
อากาศ และความรูเ้ รือ่ งการรับ
รงั สจี ากดวงอาทติ ยบ์ ริเวณละตจิ ดู
ตา่ ง ๆ บนโลก โดยอาจใช้ภาพ
แสดงการรับรังสจี ากดวงอาทติ ยท์ ่ี
แตกต่างกนั ในแต่ละละติจูด
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอ
แบบจำลองการหมนุ เวยี นของ
อากาศบนโลกในข้อ 1
3. ครูใหน้ ักเรียนร่วมกนั อภปิ ราย
ตามความคิดของตนเองวา่
“แบบจำลองทใี่ ช้อธบิ ายการ
หมุนเวียนอากาศทส่ี อดคลอ้ งกับ
สภาพภมู อิ ากาศบนโลกควรเปน็
อย่างไร” จากน้นั ให้นักเรยี น
ปฏิบัตกิ ิจกรรม 8.3 การ
หมนุ เวียนอากาศของโลก

ช่ือหนว่ ย กจิ กรรม ชนิ้ งาน/ภาระงาน จำนวน
การเรียนรู้ ช่ัวโมง

4. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผล 4

การทำกิจกรรม และรว่ มกัน 14

อภปิ รายผลการทำกจิ กรรม

พรอ้ มตอบคำถามท้ายกจิ กรรม

1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยทบทวน - แบบฝกึ หัด

ความร้เู ร่ืองการยกตัวและจมตัว - กิจกรรม เร่อื ง ความสมั พันธ์ของ

ของอากาศจากแบบจำลอง ก า ร ห ม ุ น เ ว ี ย น อ า ก า ศ กั บ

การหมุนเวยี นอากาศแบบท่วั ไป ภมู ิอากาศ

โดยใช้คำถาม - แบบทดสอบหลังเรยี น

2. ครูให้นกั เรียนร่วมกันอภปิ ราย

ตามความคิดของตนเองว่า “การ

หมุนเวยี นอากาศกบั ภูมิอากาศใน

แตล่ ะเขตละตจิ ดู สมั พันธก์ นั

อยา่ งไร”

3. ครใู ห้นักเรียนสงั เกตรปู 8.18

และศกึ ษาข้อมลู หน้า 48-49

จากนน้ั ร่วมกันอภิปรายโดยใช้
คำถาม

รวมเวลาเรยี น

การออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร

รายวิชาโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 3 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรียน 14 ชัว่ โมง ผสู้ อน นางสาวทพิ ย์สุดา หอมนาน

1. เปา้ หมายการเรียนรู้

1.1 ความเขา้ ใจทีค่ งทน

นำ้ ในมหาสมทุ รมีอุณหภูมแิ ละความเค็มของน้ำแตกต่างกนั พจิ ารณามวลนำ้ ในแนวดิ่งและใช้

อุณหภูมิเป็นเกณฑ์แบ่งชั้นน้ำ ได้เป็น ๓ ชั้น คือ น้ำชั้นบน น้ำชั้นเทอร์โมไคลน์ และน้ำชั้นล่าง ทำให้

เกิดผลกระทบต่อสภาพลมฟ้าอากาศ เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานญี า

1.2. ผลการเรยี นรู้

5. อธิบายปัจจยั ที่ทำใหเ้ กิดการแบง่ ชน้ั น้ำในมหาสมุทร

6. อธบิ ายปจั จยั ท่ีทำใหเ้ กิดการหมนุ เวียนของน้ำในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของ

น้ำในมหาสมุทร

7. อธิบายผลของการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรที่มีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิต

และสง่ิ แวดล้อม

1.3 สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

น้ำในมหาสมุทรมีอุณหภูมิและความเค็มของน้ำแตกต่างกันในแต่ละแถบละติจูดและแต่ละ

ระดับความลึก ซึ่งหากพิจารณามวลน้ำในแนวดิ่งและใช้อุณหภูมิเป็นเกณฑ์ จะสามารถแบ่งชั้นน้ำ ได้

เป็น 3 ชั้น คือ น้ำช้นั บน น้ำชน้ั เทอรโ์ มไคลน์ และน้ำช้นั ลา่ ง

การหมุนเวียนของน้ำผวิ หน้าในมหาสมทุ รได้รบั อิทธิพลจากการหมนุ เวยี นของอากาศในแต่ละ

แถบละตจิ ูด เป็นปจั จัยหลัก ประกอบกบั แรงคอริออลสิ และขอบทวปี ทข่ี วางก้นั การไหลของน้ำ ทำให้

กระแสน้ำผิวหน้ามหาสมุทรไหลในทิศทางตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และทวนเข็มนาฬิกาในซีก

โลกใต้ ซึ่งกระแสน้ำผิวหน้ามหาสมุทรมีทั้งกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็น ส่วนการหมุนเวียนของ

กระแสน้ำลึกเกิดจากน้ำผิวหน้ามหาสมุทรมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นจึงจมตัวลงและไหลอยู่ในระดับลกึ

ทัง้ กระแสนำ้ ผิวหน้ามหาสมทุ รและกระแสน้ำลึกจะหมุนเวยี นต่อเน่ืองกนั เกดิ เปน็ การหมุนเวยี นของน้ำ

ในมหาสมุทร นอกจากนี้ชายฝัง่

บางบริเวณอาจเกิดน้ำผุดหรือน้ำจม ซึ่งเป็นการหมุนเวียนของนำ้ ในมหาสมทุ รรูปแบบหน่งึ ที่

ส่งผลต่อระบบนิเวศในมหาสมุทรการหมุนเวียนอากาศและน้ำในมหาสมุทร ส่งผลต่อลักษณะลมฟ้า

อากาศ สิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมแตกต่างกันไป หากการหมุนเวียนอากาศและน้ำในมหาสมุทรเกิด

ความแปรปรวนจะทำให้เกิดผลกระทบ เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา ซึ่งเกิดจากความ

แปรปรวนของลมค้าและส่งผลต่อสภาพลมฟ้าอากาศของประเทศที่อยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก
รวมถงึ บริเวณอนื่ ๆ บนโลก

1.4 สาระการเรยี นรู้
1. น้ำในมหาสมุทรมีอุณหภูมิและความเค็มของน้ำแตกต่างกันในแต่ละบริเวณ และแต่ละ
ระดับความลึก ซึ่งหากพิจารณามวลน้ำในแนวดิง่ และใช้อุณหภูมิเปน็ เกณฑ์ จะสามารถแบ่งชั้นนำ้ ได้
เป็น ๓ ชัน้ คอื น้ำช้นั บน น้ำชัน้ เทอร์โมไคลน์ และน้ำชัน้ ลา่ ง
2. การหมุนเวียนของกระแสน้ำผิวหน้าในมหาสมุทรได้รับอิทธิพลจากการหมุนเวียนของ
อากาศในแต่ละแถบละติจูดเปน็ ปจั จยั หลัก ประกอบกับแรงคอริออลิสทำให้บรเิ วณซีกโลกเหนือมีการ
ไหลเวียนของกระแสน้ำผิวหน้าในทิศทางตามเข็มนาฬิกา และทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต้ซ่ึง
กระแสน้ำผิวหน้าในมหาสมุทรมีทั้งกระแสน้ำอุ่น และกระแสน้ำเย็น ส่วนการหมุนเวียนกระแสน้ำลึก
เป็นการหมุนเวียนของน้ำชั้นล่าง เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิและความเค็มของน้ำ โดย
กระแสน้ำผวิ หน้าและ
3. การหมุนเวียนอากาศและน้ำในมหาสมุทร ส่งผลต่อลักษณะอากาศ สิ่งมีชีวิต และ
สิ่งแวดล้อมแตกต่างกันไป เช่น การเกิดน้ำผุดน้ำจม จะส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของชายฝั่ง เช่น
กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม ที่ทำให้บางประเทศในทวีปยุโรปไม่หนาวเย็นจนเกินไปนักและเมื่อการ
หมุนเวียนอากาศและน้ำในมหาสมุทรแปรปรวน ทำให้เกิดผลกระทบต่อสภาพลมฟ้าอากาศ เช่น
ปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา ซึ่งเกิดจากความแปรปรวนของลมค้าและส่งผลต่อสภาพลมฟ้า
อากาศของประเทศทอี่ ยบู่ ริเวณ
1.5 สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด

1) ทักษะการสังเกต
2) ทักษะการทดลอง
3) ทักษะการนำความรู้ไปใช้
4) ทกั ษะการจดั กระทำและสื่อความหมายข้อมูล
5) ทกั ษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
1.6 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั รบั ผดิ ชอบ
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน

2. หลกั ฐานการเรยี นรู้

2.1 ช้ินงาน/ภาระงาน

- ผงั มโนทศั น์ เรอื่ ง การหมนุ เวยี นของน้ำในมหาสมุทร

2.2 การวัดและประเมินผลระหว่างการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

- การตรวจผลงาน ใบงาน

- พฤติกรรมการปฏิบตั ิงานในหอ้ งเรียน

2.3 การวัดและประเมินผลเม่ือสิน้ สุดกจิ กรรมการเรยี นรู้

- แบบทดสอบหลังเรียน

3. กจิ กรรมการเรียนรู้ (12 ชวั่ โมง)

ชอ่ื หน่วย กิจกรรม ชน้ิ งาน/ภาระงาน จำนวน
การเรยี นรู้ ชั่วโมง

1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยให้ - แบบทดสอบก่อนเรียน 4

นกั เรยี นสังเกตรปู นำบทในหนังสือ - แบบฝกึ หดั

เรียนหน้า 53 จากนั้นร่วมกัน - กิจกรรม เรื่องอุณหภูมิและความ

อภิปรายโดยใชค้ ำถาม เคม็ ของมหาสมุทร

2. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมกับ

นักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของ

การหมนุ เวียนนำ้ ในมหาสมทุ ร

3. ครูให้นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายต

การหมนุ เวยี นของ วา ม ค วา ม ค ิ ด ของ ต นเ อ ง ว่ า
น้ำในมหาสมุทร น ั ก เ ร ี ย น เ ห ็ น ด ้ ว ย ห ร ื อ ไ ม ่ ว่ า
ม ห า ส ม ุ ท ร เ ป ็ น แ ห ล ่ ง ก ั ก เ ก็ บ

พลงั งานขนาดใหญข่ องโลก

4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายตาม

ความคิดของตนเองว่า “น้ำใน

มหาสมุทรจะมอี ุณหภูมิและความ

เคม็ เท่ากนั ทั้งหมดหรือไม่”

5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายตาม
ความคิดของตนเองว่า“ถ้าเป็นน้ำ

ในมหาสมุทรบริเวณเดียวกัน แต่

อยู่ในระดับความลึกต่างกันจะมี

ช่ือหนว่ ย กจิ กรรม ช้นิ งาน/ภาระงาน จำนวน
การเรียนรู้ ชั่วโมง

อุณหภูมิและความเค็มเหมือนกัน 4
หรือไม่อย่างไร” จากนั้นให้
นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม 9.1การ
แบ่งชั้นของนำ้

1. ครนู ำเข้าสู่บทเรียนโดยเลา่ - แบบฝกึ หดั
เหตุการณต์ คู้ อนเทนเนอรท์ ตี่ กลง - กิจกรรม เรื่อง การหมุนเวียนน้ำ
สมู่ หาสมทุ รตามหนังสือเรียนหน้า ในมหาสมุทร

65 – 66
2. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย
ต า ม ค วา ม ค ิ ด ของต นเ องว่า
“เพราะเหตุใดกระแสน้ำผิวหน้า
มหาสมุทรจึงมีทิศทางการไหลใน
ล ั ก ษ ณ ะ ด ั ง ก ล ่ า ว ” จ า ก น ั ้ น ใ ห้
นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม 9.2การ
ห ม ุ น เ ว ี ย น ข อ ง น้ ำ ผ ิ ว ห น้ า
มหาสมทุ ร
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผล
การทำกิจกรรม และร่วมกัน
อภิปรายผลการทำกิจกรรมพร้อม
ตอบคำถามท้ายกิจกรรม
4. นักเรียนศึกษาการหมุนเวียน
ของน้ำผิวหน้ามหาสมุทร จาก
หนังสอื เรยี นหน้า 68 - 69 จากน้นั
นำอภิปรายเพื่อเชื่อมโยงความรู้
จากกิจกรรมท่ี 9.1
5. ครูตรวจสอบความเข้าใจ
นักเรียนเกี่ยวกับการหมุนเวียน
ของกระแสน้ำผิวหน้ามหาสมุทร

ช่ือหนว่ ย กจิ กรรม ชนิ้ งาน/ภาระงาน จำนวน
การเรียนรู้ ชั่วโมง

โดยใช้คำถามในหนังสือเรียนหนา้ 4
70
6. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อ
ขยายความรู้เกี่ยวกับการ
หมุนเวียนของกระแสน้ำผิวหน้า
มหาสมทุ ร
7. นักเรียนร่วมกันอภิปรายตาม
ความคิดของตนเองว่า “การ
หมุนเวียนของน้ำลึกเกิดขึ้นได้
อย่างไร” และให้นักเรียนปฏิบัติ
กิจกรรม 9.3แบบจำลองการ
หมนุ เวยี นของนำ้ ลึก
8. นักเรียนร่วมกนั อภิปรายตาม
ความคิดของตนเองว่า “การยก
ตัวหรือจมตัวของน้ำบริเวณขอบ
ของมหาสมุทรเกิดขึ้นได้อย่างไร”
จากนั้นใหน้ กั เรียนปฏบิ ตั ิกิจกรรม
9.4น้ำเกิดการยกตัวหรือจมตัวได้
อย่างไร

1. ครูให้นักเรียนสังเกตรูป 9.10 - กิจกรรม เรื่อง ลมฟ้าอากาศและ
ในหนังสือเรียนหน้า 71 จากน้ัน ภมู ิอากาศ
ทบทวนความรู้เกี่ยวกับกระแสน้ำ - แบบทดสอบหลงั เรียน

ผิวหน้ามหาสมุทรโดยใช้ตัวอย่าง
คำถาม
2. นักเรียนร่วมกันอภิปรายตาม
ความคิดของตนเองว่า “การ
หมุนเวียนน้ำในมหาสมุทรกับลม
ฟ้าอากาศและภมู ิอากาศ”

ช่ือหนว่ ย กิจกรรม ชิน้ งาน/ภาระงาน จำนวน
การเรียนรู้ ชั่วโมง
3. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม 9.5-
9.7 12
4. นักเรียนแต่ล่ะกลุ่มนำเสนอผล
การทำ กิจกรรม และร่วมกัน
อภปิ รายผลการทำ กจิ กรรมพรอ้ ม
ตอบคำถามท้ายกจิ กรรม
5. ครูตรวจสอบความเข้าใจของ
นักเรยี น

รวมเวลาเรยี น

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1

รายวชิ า โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 รหสั วิชา ว30213
ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง เวลา 10 ชั่วโมง
เวลา 4 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 สมดุลพลงั งานของโลก

เรือ่ ง กระบวนการท่ที ำให้เกิดสมดลุ พลงั งานของโลก

1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชวี้ ัด
สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
2. เข้าใจสมดุลพลังงานของโลก การหมุนเวียนของอากาศบนโลก การหมุนเวียนของนํ้าใน

มหาสมุทรการเกิดเมฆ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก และผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง
การพยากรณ์อากาศ

ผลการเรียนรู้
2. อธิบายกระบวนการทีท่ ำใหเ้ กดิ สมดลุ พลังงานของโลก

2. สาระสำคัญ
เมื่อโลกได้รบั พลังงานจากดวงอาทิตย์ โลกมีการปลดปล่อยพลงั งานกลับสอู่ วกาศในปริมาณที่

เท่ากันซึ่งทำใหเ้ กิดสมดุลพลังงาน ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลีย่ ของอากาศของโลกค่อนขา้ งคงท่ี การรักษา
สมดุลพลังงานเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางแสง กระบวนการถ่ายโอนความร้อน ซึ่งกระบวนการ
เหล่านี้มีความสัมพันธ์กับปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สัณฐานและการเอยี งของแกนโลก เมฆและละอองลอย
แก๊สเรอื นกระจก ลักษณะของพ้นื ผวิ โลก กระบวนการและปจั จยั เหล่านี้สง่ ผลให้แต่ละบริเวณของโลก
ได้รับพลงั งานและมีอณุ หภมู แิ ตกตา่ งกัน
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1) นักเรยี นสามารถอธิบายกระบวนการทที่ ำให้เกิดสมดุลพลังงานของโลกได้

3.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรยี นสามารถปฏิบตั ิกิจกรรมที่ 7.1 กระบวนการท่ีเกยี่ วขอ้ งกับสมดุลพลงั งานของโลกได้

3.3 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1) เปน็ ผู้มคี วามมงุ่ มัน่ ในการทำงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าเพิ่มเตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ปกี ารศึกษา 1/2564
ผู้สอน นางสาวทพิ ยส์ ดุ า หอมนาน ตำแหน่งครูผูช้ ่วย

4. สาระการเรยี นรู้
1) บริเวณต่าง ๆ ของโลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าใน

ปริมาณที่แตกต่างกัน เนื่องจากโลกมีสัณฐานคล้ายทรงกลมและแกนหมุนโลกเอียงทำมุมกับ
แนวตั้งฉากกับระนาบการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ส่งผลต่อการตกกระทบของรังสีดวงอาทิตย์
ซงึ่ สว่ นทผี่ า่ นเข้ามาในชัน้ บรรยากาศจนถึงพื้นผวิ โลก จะเกิดกระบวนการสะท้อนดูดกลนื และถา่ ยโอน
พลงั งาน แลว้ ปลดปล่อยกลับสอู่ วกาศแตกต่างกนั เน่ืองจากปัจจยั ตา่ ง ๆ เชน่ ลกั ษณะของพื้นผวิ ชนิด
และปรมิ าณของแกส๊ เรือนกระจก ละอองลอย และเมฆ ทำให้พนื้ ผิวโลกแตล่ ะบริเวณมอี ณุ หภูมิอากาศ
แตกตา่ งกนั

2) พลังงานจากดวงอาทิตย์โดยเฉลี่ยที่โลกได้รับเท่ากับพลังงานเฉลี่ยที่โลกปลดปล่อยกลับสู่
อวกาศ ทำใหเ้ กดิ สมดลุ พลังงานของโลก ส่งผลใหอ้ ุณหภมู เิ ฉลย่ี ของพ้นื ผวิ โลกในแตล่ ะปีค่อนขา้ งคงท่ี
5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผเู้ รียน

1) มวี ินัย
2) ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการสือ่ สาร (อ่าน ฟัง พดู เขยี น)
2) ความสามารถในการคิด (สังเกต วิเคราะห์ จดั กล่มุ สรปุ )
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 ข้ันสร้างความสนใจ
1) ครูทบทวนการจัดการเรียนการสอนในคาบที่ผ่านมา โดยครูเปิดประเด็นคำถามกับ
นักเรียนดังต่อไปน้ี
- การเรียนรายวิชาโลกดาราศาสตร์และอวกาศ 3 นักเรียนศึกษาเรื่องอะไรบ้าง (สุ่มเลขท่ี
นักเรียน ) ( แนวการตอบ นกั เรยี นเรียนเรอ่ื งปัจจยั ท่ีมีผลต่อการรับและคายพลงั งานจากดวงอาทิตย์
แตกต่างกันและผลที่มีต่ออุณหภูมิอากาศในแต่ละบริเวณของโลก กระบวนการที่ทำให้เกิดสมดุล
พลังงานของโลก ผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิส แรง สู่
ศูนย์กลางและแรงเสียดทานที่มตี อ่ การหมนุ เวยี นของอากาศ การหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจูด
และผลที่มีต่อภูมอิ ากาศ ปัจจยั ที่ทำให้เกิดการแบ่งชั้นนำ้ ในมหาสมุทร ปัจจยั ทีท่ ำใหเ้ กดิ การหมุนเวียน
ของน้ำในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร ผลของการหมุนเวียนของน้ำใน
มหาสมุทรทีม่ ีต่อลักษณะลมฟ้าอากาศ ส่ิงมชี วี ติ และส่ิงแวดลอ้ ม )
2) ครูให้นักเรียนตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียนที่นักเรียนเคยเรียนมาหรือเป็นความรู้
พื้นฐานของนักเรียน โดยให้นักเรียนนั้นตรวจสอบความรู้ก่อนเรียนลงในหนังสือเรียนหน้าที่ 2 (
หนังสือเรียนรายวชิ าเพิ่มเติม โลกดาราศาสตร์และอวกาศ เลม่ 3 )

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาเพ่ิมเติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ปีการศึกษา 1/2564
ผู้สอน นางสาวทิพย์สุดา หอมนาน ตำแหนง่ ครผู ูช้ ่วย

3) ครูให้นักเรียนปฏิบัติตรวจสอบความรู้โดยให้เวลาประมาณ 5 นาที และเมื่อนักเรียน
ตรวจสอบความร้เู รยี บร้อยแล้ว ครไู ด้ทำการเฉลยใหน้ ักเรยี นดังตอ่ ไปน้ี

ข้อที่ ความรูพ้ ืน้ ฐาน คำตอบ
1 ดวงอาทิตย์หา่ งจากโลกเป็นระยะทางไกลมาก ดังนน้ั รงั สดี วงอาทิตยท์ ่ีมาถงึ

โลกจงึ เปน็ รงั สีขนาน
2 ดวงอาทติ ย์แผร่ งั สีในรปู คล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า

3 สเปกตรมั ของคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าเรียงลำดับตามความยาวคลืน่ จากมากไป 
นอ้ ย ดังน้ี คล่ืนวิทยุ คลืน่ ไมโครเวฟ คล่นื อนิ ฟราเรด แสงท่ีมองเหน็ รังสี
อัลตราไวโอเลต รังสเี อกซ์ และรังสีแกมมา 

4 โลกมสี ณั ฐานคล้ายทรงกลมและแกนหมนุ โลกเอียงประมาณ 23.5 องศากับ
เส้นตัง้ ฉากของระนาบการโคจรของโลกรอบดวงอาทติ ย์

5 วตั ถุชนิดเดียวกนั มีลักษณะพ้นื ผวิ เหมือนกนั วตั ถทุ ่ีมีสขี าวจะสะทอ้ นแสงได้
ดีกวา่ วัตถุทีม่ สี ีดำ

6 ถ้าพ้นื ดินและพ้นื นำ้ ได้รับรงั สดี วงอาทิตย์เทา่ กัน พื้นน้ำจะมอี ุณหภูมิเพิ่มขน้ึ
เรว็ กวา่ พืน้ ดินเน่ืองจากดดู กลืนรังสดี วงอาทิตย์ได้ดกี วา่ ( พืน้ ดินมอี ณุ หภมู ิ
เพิ่มข้ึนเรว็ กวา่ พื้นนำ้ เนื่องจากพืน้ ดินมคี วามจุความร้อนต่ำกว่า )

7 การแผ่รังสเี ปน็ การถ่ายโอนพลังงานท่เี กิดข้นึ ในอวกาศเท่านั้น ( การแผร่ ังสี
เกดิ ขน้ึ ได้ทุกบริเวณ )

8 บรรยากาศประกอบด้วยแกส๊ ชนดิ ต่าง ๆ และละอองลอยในปรมิ าณคงท่ี
( แกส๊ บางชนิดมีปรมิ าณคงที่เชน่ ออกซิเจน ไนโตรเจน แก๊สบางชนิดปรมิ าณ
เปลย่ี นไปตามสภาพแวดล้อม เชน่ คารบ์ อนไดออกไซด์ ไอนำ้ รวมท้ังละออง
ลอย )

9 ไอนำ้ ในบรรยากาศ มีสมบัตเิ ป็นแกส๊ เรือนกระจก

10 ถา้ โลกไมม่ ีแก๊สเรือนกระจกจะทำให้อณุ หภมู ขิ องโลกในเวลากลางวนั และ

กลางคืนตา่ งกันมาก

ขั้นที่ 2 ข้นั สำรวจและค้นหา
1) ครูให้นักเรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็น 9 กลุ่มเท่าๆ กันตามความสมัครใจของนักเรียน จากน้ัน
ครูให้นักเรียนร่วมกันศึกษาบทเรียนโดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของชั้น
บรรยากาศกับอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศ โดยเปรียบเทียบอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกกับดวง

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาเพิ่มเตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ปกี ารศึกษา 1/2564
ผู้สอน นางสาวทิพยส์ ดุ า หอมนาน ตำแหนง่ ครูผชู้ ว่ ย

จนั ทร์จากขอ้ มูลทกี่ ำหนดใหแ้ ละใชค้ ำถามดังตัวอย่างต่อไปน้ี 2.4 นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ทำกจิ กรรม เรือ่ ง
ลักษณะการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย และบันทึกผลการทำกิจกรรมลงในใบกิจกรรมที่
กำหนดให้

ตารางเปรียบเทยี บขอ้ มูลระหว่างโลกและดวงจันทร์

โลก ดวงจนั ทร์

เส้นผา่ นศูนยก์ ลาง 12,742 กม. 3,474 กม.

ระยะห่างจากดวงอาทติ ย์ (ลา้ นกโิ ลเมตร) ประมาณ 150 ประมาณ 150
ความหนาแน่นของบรรยากาศ 2.5 x 1025 2 x 105
โดยประมาณ (อนภุ าคตอ่ ซม.³) (ทรี่ ะดบั น้ำทะเล)

อณุ หภูมิเฉลย่ี ของอากาศ(องศาเซลเซยี ส) 15 -23

ที่มา: http://spacemath.gsfc.nasa.gov , https://en.wikipedia.org , หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเตมิ

โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เลม่ 3

จากข้อมูล ให้นักเรียนเปรียบเทียบข้อมูลขนาด ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ ความหนาแน่นของ

บรรยากาศและอณุ หภมู ิเฉลีย่ ของอากาศระหวา่ งโลกและดวงจันทร์

แนวการตอบ

เปรียบเทยี บระหว่างโลกกับดวงจนั ทร์

1. ขนาด โลกมีขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์มาก

2. ระยะห่างจากดวงอาทิตย์ ใกลเ้ คยี งกัน

3. ความหนาแนน่ ของบรรยากาศ แตกตา่ งกนั โดยดวงจันทร์มบี รรยากาศหนาแนน่ นอ้ ยกวา่ โลกมาก

4. อุณหภูมเิ ฉลี่ยของอากาศ ดวงจันทรม์ อี ณุ หภมู ิเฉล่ยี ของอากาศต่ำกวา่ โลกมาก

2) ครใู ห้นักเรียนตอบคำถามดังน้ี
2.1) อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกและดวงจันทร์แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร

( แนวคำตอบ แตกต่างกัน ปัจจุบันพบว่าโลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศประมาณ 15 องศาเซลเซยี ส
แตกตา่ งจากดวงจนั ทร์ทม่ี อี ุณหภมู เิ ฉล่ยี ของอากาศประมาณ -23 องศาเซลเซยี ส )

2.2) นักเรยี นคาดว่าปัจจัยใดท่ีทำใหอ้ ุณหภมู ิเฉลย่ี ของอากาศบนโลกและดวงจันทร์
แตกต่างกัน ( แนวคำตอบ อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศบนโลกและดวงจันทร์แตกต่างกันเนื่องจากโลก

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าเพมิ่ เติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ปกี ารศึกษา 1/2564
ผูส้ อน นางสาวทพิ ย์สุดา หอมนาน ตำแหน่งครูผู้ช่วย

และดวงจันทร์มีความหนาแน่นของบรรยากาศ แตกต่างกันมาก โดยพบว่าดวงจันทร์มีบรรยากาศที่
เบาบางมาก มผี ลทำให้อณุ หภูมิเฉลยี่ ของอากาศบนดวงจันทรต์ ำ่ กว่าโลก )

2.3) นักเรียนคิดว่าเหตุใดความหนาแน่นของบรรยากาศที่แตกต่างกันจึงมีผลต่อ
อุณหภูมเิ ฉลี่ยมกี ระบวนการใดท่สี ่งผลต่ออุณหภมู ิภายในบรรยากาศบ้าง ( แนวคำตอบ ตอบตามความ
คดิ เห็นของตนเอง )

3) ครใู หน้ กั เรียนนั่งตามกลมุ่ ของนกั เรียนทจี่ ดั ไว้จากคาบทแี่ ล้ว และใหน้ กั เรยี นรว่ มกันปฏิบัติ
กิจกรรมที่ 7.1 กระบวนการเกี่ยวข้องกับสมดุลพลังงานของโลก โดยครูแจ้งจุดประสงค์ให้นักเรียน
ทราบกลา่ วคือเพ่ือวิเคราะห์และเปรยี บเทยี บปรมิ าณพลงั งานทีโ่ ลกไดร้ บั และปลดปลอ่ ยกลับสู่อวกาศ
จากแผนภาพท่กี ำหนดและเพอื่ วเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายกระบวนการท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การรับและปลดปล่อย
พลังงานกลับสอู่ วกาศ โดยครูตอ้ งเตรยี มแผนภาพแสดงกระบวนการสมดลุ พลังงานของโลก ดังน้ี

( ตัวอยา่ ง )

ทมี่ า : https://www.bkairsupply.com/content

4) ครูให้นักเรียนดำเนินกิจกรรมตามหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม โลกดาราศาสตร์และ
อวกาศ เล่ม 3 หน้า 4 โดยมีวิธกี ารปฏิบัติกิจกรรมดังน้ี

4.1) ศึกษาแผนภาพแสดงกระบวนการสมดลุ พลังงานของโลก เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล
การรบั และปลดปลอ่ ยพลงั งานกลบั สอู่ วกาศของโลกในภาพรวม

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าเพิม่ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ปกี ารศึกษา 1/2564
ผสู้ อน นางสาวทิพย์สุดา หอมนาน ตำแหน่งครผู ชู้ ว่ ย

4.2) ศกึ ษากระบวนการรับและปลดปลอ่ ยรงั สคี ลนื่ สัน้ จากดวงอาทติ ย์ของพื้นผิวโลก

บรรยากาศและเมฆ จากแผนภาพท่กี ำหนดวิเคราะห์และระบุขอ้ มลู ตามประเดน็ ต่อไปน้ี

- ปริมาณพลังงานทงั้ หมดท่โี ลกได้รับ และแหลง่ พลังงาน

- ปริมาณพลงั งานท่ีโลกปลดปลอ่ ยกลับสูอ่ วกาศ แหลง่ พลังงาน และกระบวนการท่ี

เกยี่ วข้อง

4.3) ศึกษากระบวนการรับและปลดปล่อยรังสีคลื่นยาวของพื้นผิวโลก บรรยากาศ

และเมฆจากแผนภาพทีก่ ำหนด วเิ คราะห์และระบขุ ้อมูลในประเด็นต่อไปนี้

- ปริมาณพลังงานที่โลกปลดปล่อยกลับสู่อวกาศ ช่วงคลื่น แหล่งพลังงานและ

กระบวนการท่เี กี่ยวข้อง

4.4) จากการศึกษาในข้อ 3 วิเคราะห์และสรุปกระบวนการรับและปลดปล่อย

พลังงานระหว่างพนื้ ผิวโลกและบรรยากาศ

4.5) สรุปและอธิบายกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการรับและปลดปล่อย

พลังงานของโลกกลบั สอู่ วกาศ

5) เมือ่ นกั เรยี นศึกษาเรียนรอ้ ยแล้วให้นกั เรยี นแลกเปลย่ี นเรียนรู้กนั ในกลุม่

ขนั้ ท่ี 3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป

1) หลงั จากปฏิบตั ิกจิ กรรมแลว้ ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ กิจกรรมดงั นี้

ตวั อยา่ งผลการทำกิจกรรม

พลังงานทีโ่ ลกไดร้ ับจากดวงอาทิตย์ พลงั งานที่โลกปลอ่ ยกลบั สอู่ วกาศ

ปริมาณ ชว่ งคล่ืน แหลง่ ปรมิ าณ ช่วงคลน่ื แหลง่ กระบวนการ

พลงั งาน พลังงาน พลังงาน พลังงาน

100 คลื่นสั้น ดวงอาทติ ย์ 29 คล่นื ส้ัน บรรยากาศ การสะท้อนแสง

เมฆ และพ้ืน

ผวิ โลก

12 คลน่ื ยาว พ้นื ผวิ โลก การแผร่ งั สี

รวมปริมาณพลงั งาน 100 59 คลืน่ ยาว บรรยากาศ 1. การแผ่รงั สี
เมฆ และพ้ืน 2. การพาความ
ผิวโลก ร้อน
3. การเปลี่ยน
สถานะของนำ้

รวมปริมาณพลังงาน 100

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาเพม่ิ เติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ปีการศกึ ษา 1/2564
ผู้สอน นางสาวทพิ ย์สดุ า หอมนาน ตำแหนง่ ครผู ชู้ ่วย

2) ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปกิจกรรม กลา่ วคือ โลกมีกระบวนการตา่ ง ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั การ
รับพลงั งานจากดวงอาทติ ยแ์ ละปลดปล่อยพลังงานกลบั สอู่ วกาศทีท่ ำใหเ้ กดิ สมดุลพลงั งานของโลก

3)ครนู ำอภิปรายเพื่อสรุปความรู้โดยมแี นวทางการสรปุ ดงั น้ี
3.1) เมื่อพลังงานจากดวงอาทิตย์เข้ามาสู่บรรยากาศของโลก ทั้งเมฆและ

องค์ประกอบตา่ ง ๆ ท่อี ยู่ในบรรยากาศ รวมทัง้ พื้นผวิ โลกจะสะท้อนรังสที ่ีมีความยาวคล่ืนสั้นกว่าแสง
ที่มองเห็นบางส่วนกลับสู่อวกาศในทันทีร้อยละ 29 ส่วนพลังงานที่เหลือประมาณร้อยละ 71 จะถูก
ดูดกลืนโดยบรรยากาศ เมฆ และพื้นผิวโลก ก่อนที่พลังงานจะถูกปล่อยกลับสู่อวกาศอกี ครั้งโดยการ
แผ่รงั สีคล่นื ยาว

3.2) พลังงานที่พืน้ ผิวโลกดูดกลืนไว้นั้นร้อยละ 71 จะถูกปลดปล่อยกลับออกมาใน
รปู รงั สีอนิ ฟราเรดซึ่งเป็นพลังงานความร้อนท่มี ชี ว่ งคลื่นยาว พลังงานความรอ้ นส่วนหนึง่ ประมาณร้อย
ละ 12 จะถูกปลดปลอ่ ยออกสูอ่ วกาศโดยตรงจากการแผ่รงั สี สว่ นพลงั งานความร้อนส่วนทีเ่ หลือจะถูก
ดูดกลืนไว้โดยแก๊สเรือนกระจกและเมฆในบรรยากาศ รวมทั้งอยูใ่ นกระบวนการพาความร้อนที่ทำให้
อากาศเกิดการยกตัวขึ้น และกระบวนการเปลี่ยนสถานะของน้ำที่ทำให้เกิดเมฆส่วนบรรยากาศจะ
ปลดปล่อยพลังงานความร้อนโดยการแผร่ งั สีอินฟราเรดที่ดูดกลนื ไว้สว่ นหนง่ึ มายงั พ้นื ผิวโลก จากน้ัน
พ้นื ผิวโลกจะดูดกลนื พลังงานดงั กลา่ วไว้ ในขณะเดยี วกนั
พื้นผวิ โลกยงั คงได้รบั พลังงานจากดวงอาทติ ย์ท่ีเข้ามาใหม่ทกุ วนั ซ่งึ พืน้ ผิวโลกจะปลดปล่อยพลังงานนี้
โดยการแผ่รังสีเข้าสู่บรรยากาศและกลับสู่อวกาศด้วยกระบวนการเดมิ ดังที่กล่าวมาข้างต้น ท้ายที่สุด
บรรยากาศจะปลดปลอ่ ยพลังงานกลบั สู่อวกาศประมาณรอ้ ยละ 59

3.3) จากกระบวนการทั้งหมดข้างต้นแสดงให้เห็นวา่ โลกไม่ได้ดดู กลืนพลังงานจาก
ดวงอาทิตย์ที่ผ่านเข้ามายงั บรรยากาศไว้ทั้งหมด จึงทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศและพื้นผิวโลกใน
ช่วงเวลากลางวันไม่สูงมากจนเกินไป และพลังงานความร้อนที่ถ่ายโอนระหว่างบรรยากาศและ
พนื้ ผวิ โลกน้ีเองทท่ี ำให้อณุ หภูมเิ ฉล่ียของอากาศและพน้ื ผิวโลกในเวลากลางคนื ไม่ลดต่ำจนเกินไป

3.4) พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่เข้ามาสู่บรรยากาศโลกคิดเป็นร้อยละ 100 โลกจะ
ค่อย ๆปลดปล่อยพลังงานกลับสู่อวกาศในปริมาณที่เท่ากัน โดยกระบวนการต่าง ๆ และทำให้เกิด
สมดุลพลังงาน ส่งผลใหโ้ ลกมีอุณหภมู ิเฉล่ียของอากาศคอ่ นขา้ งคงทเ่ี ปน็ ระยะเวลานาน

4) ครูอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่บกพร่อง และเปิดโอกาสให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตั้งประเด็น
คำถาม กลมุ่ ละ 1 ประเด็น เพอ่ื ใหค้ รูช่วยอธบิ ายขอ้ สงสยั

ขน้ั ที่ 4 ขั้นขยายความรู้
1) ครูใหน้ กั เรยี นรว่ มกันตอบคำถามท้ายกิจกรรมเพอื่ เป็นการทบทวนและสร้างความเข้าใจท่ี
ดีย่งิ ขน้ึ โดยใชค้ ำถามต่อไปนี้

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาเพมิ่ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ปีการศกึ ษา 1/2564
ผ้สู อน นางสาวทพิ ย์สดุ า หอมนาน ตำแหน่งครผู ู้ช่วย

1.1) เมือ่ รงั สดี วงอาทติ ย์มาสชู่ น้ั บรรยากาศโลก รงั สดี วงอาทติ ย์ผา่ นมายังพ้ืนผิวโลก
ทั้งหมดหรือไม่ เพราะเหตุใด ( แนวคำตอบ รังสีดวงอาทิตย์ไม่ได้ผ่านมาพื้นผิวโลกทั้งหมด แต่รังสี
บางส่วนสะท้อนกลบั สอู่ วกาศ และบางส่วนถกู กลนื ไวโ้ ดยบรรยากาศ และเมฆ )

1.2) ถ้าพลงั งานจากดวงอาทิตย์ท่ีโลกได้รบั ทงั้ หมดคิดเป็นรอ้ ยละ 100 ปริมาณ
พลังงานสะท้อนกลับสู่อวกาศทันทีมีค่าประมาณเท่าใด และปริมาณพลังงานที่โลกดูดกลืนไว้มี
ค่าประมาณเท่าใด และดูดกลืนไว้ที่ใดบ้าง ( แนวคำตอบ พลังงานสะท้อนกลับสู่อวกาศทันทีมี
คา่ ประมาณรอ้ ยละ 29 ปริมาณพลงั งานทโี่ ลกดูดกลืนไว้มีค่าประมาณรอ้ ยละ 71 หน่วย โดยดดู กลืนไว้
ในบรรยากาศ เมฆและพ้ืนผิวโลก )

1.3) ปริมาณพลังงานที่พื้นผิวโลกปลดปล่อยกลับสู่อวกาศโดยตรงมีค่าเท่าไร และ
ปลดปล่อยกลับสู่อวกาศโดยกระบวนการใด ( แนวคำตอบ พลังงานที่พื้นผิวโลกปลดปล่อยกลับสู่
อวกาศโดยตรงมคี ่าประมาณรอ้ ยละ 12โดยปลดปลอ่ ยกลบั ดว้ ยกระบวนการแผ่รงั สี )

1.4) พื้นผิวโลกปล่อยพลังงานความร้อนในรูปรังสีคลื่นยาวเข้าสู่บรรยากาศด้วย
กระบวนการอะไรบ้าง ( แนวคำตอบ การเปลยี่ นสถานะของนำ้ การพาความรอ้ น การแผร่ ังสี )

1.5) พื้นผวิ โลกไดร้ บั พลงั งานจากแหลง่ ใดบ้าง มชี ว่ งคล่ืนเหมอื นกนั หรือไม่ อย่างไร
( แนวคำตอบ พื้นผิวโลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์โดยตรงในรูปรังสีคลื่นสั้น นอกจากนั้น
พนื้ ผิวโลกยงั ไดร้ บั พลังงานที่บรรยากาศแผก่ ลับมาซ่งึ พลงั งานนอ้ี ยใู่ นรปู ของรงั สีคล่ืนยาว )

1.6) ปริมาณพลังงานความรอ้ นในรูปรงั สีคลนื่ ยาวท่ีบรรยากาศ เมฆ และพื้นผิวโลก
ปล่อยกลับสู่อวกาศมีคา่ เทา่ ใด ( แนวคำตอบ พลังงานความร้อนในรูปรงั สีคลื่นยาวที่บรรยากาศ เมฆ
และพนื้ ผวิ โลกปล่อยกลบั สอู่ วกาศมีค่าประมาณรอ้ ยละ 71 )

1.7) ปริมาณพลังงานทงั้ หมดทโ่ี ลกได้รบั และท่ีโลกปลดปล่อยสอู่ วกาศเท่ากันหรือไม่
อย่างไร ( แนวคำตอบ เท่ากัน พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่เข้ามาสู่โลกบางส่วนจะสะท้อนกลับออกสู่
อวกาศทนั ที ในขณะท่ีพลงั งานบางสว่ นหมุนเวยี นอยู่ภายในโลกดว้ ยกระบวนการทางแสงและการถ่าย
โอนความรอ้ น ก่อนทพี่ ลงั งานเหล่านนั้ จะค่อย ๆ กลบั สอู่ วกาศซึ่งพลังงานทโี่ ลกไดร้ ับจากดวงอาทิตย์
จะเทา่ กับพลงั งานทีโ่ ลกปลดปล่อยกลับสู่อวกาศทำใหเ้ กิดสมดุลพลงั งาน (energy balance) )

2) ครูอาจใช้สื่อ Power point เรื่อง กระบวนการทำให้เกิดสมดุลพลังงานของโลกอธิบาย
นักเรยี น

3) ครูแนะนำให้นักเรียนศึกษาเว็บไซด์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการทำให้เกิดสมดุล
พลังงานของโลกเชน่

- http://www.lesa.biz/earth/earth-system/greenhouse.

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาเพ่ิมเติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ปีการศึกษา 1/2564
ผสู้ อน นางสาวทพิ ย์สดุ า หอมนาน ตำแหนง่ ครผู ู้ชว่ ย

4) ครูแนะนำให้นักเรียนเข้าดูวดี ิทัศน์ ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย เร่อื ง กระบวนการทำ

ใหเ้ กิดสมดลุ พลังงานของโลก

ข้ันที่ 5 ขั้นประเมินผล

1) นกั เรียนสามารถอธบิ ายกระบวนการท่ที ำให้เกดิ สมดุลพลงั งานของโลกได้

2) การอภปิ รายกลมุ่ กจิ กรรมที่ 7.1 กระบวนการท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั สมดุลพลงั งานของโลก

3) การทำแบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยที่ 7 สมดุลพลงั งานโลก

4) การตอบคำถามของนกั เรียนภายในชน้ั เรียน

8. สื่อการเรยี นรแู้ ละแหล่งเรียนรู้

8.1 สอ่ื การเรียนรู้

1) เวบ็ ไซตอ์ งค์การบริหารการบนิ และอวกาศแหง่ ชาติ หรอื องคก์ ารนาซา

http://www.nasa.gov

2) วีดิทัศน์ใน QR ประจำบท

3) หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศช้ัน

มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 เลม่ 3

8.2 แหลง่ เรียนรู้

1) หอ้ งสมดุ

2) อินเทอร์เน็ต

9. ช้ินงาน/ภาระงาน

1) กิจกรรมท่ี 7.1 กระบวนการทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั สมดุลพลังงานของโลกได้

10. การวัดผลและประเมนิ ผล

10.1 การประเมินก่อนเรยี น

สงิ่ ทจ่ี ะวัด วธิ ีการวัดผล เครอื่ งมือการวัดผล การประเมนิ ผล

ความรู้ - ทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น -

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1

สมดลุ พลังงานของโลก

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวิชาเพม่ิ เติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ปีการศกึ ษา 1/2564
ผู้สอน นางสาวทิพย์สดุ า หอมนาน ตำแหน่งครผู ู้ชว่ ย

10.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ส่ิงท่จี ะวัด วธิ ีการวดั ผล เครือ่ งมอื การวัดผล การประเมนิ ผล

1. ความรู้ 1. การตอบคำถามในชนั้ 1. แบบประเมินการ เกณฑผ์ ่าน ร้อยละ 50

เรียน ตอบคำถาม จากคะแนน

2. ทกั ษะ/ 1. ตรวจกิจกรรมที่ 7.1 1. กิจกรรมที่ 7.1 เกณฑ์ผา่ น ร้อยละ 50

กระบวนการ กระบวนการที่เก่ยี วขอ้ ง กระบวนการที่ จากคะแนนจากการ

กับสมดลุ พลงั งานของ เก่ียวขอ้ งกับสมดลุ ตรวจผลงานแตล่ ะ

โลกได้ พลงั งานของโลกได้ กจิ กรรม

3. คุณลกั ษณะ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ คะแนนการประเมิน

อนั พึงประสงค์ คุณลกั ษณะอนั พึง คุณลกั ษณะ เกณฑ์ผา่ นระดับ 2

ประสงค์ อนั พึงประสงค์ ขึ้นไป

1. มีวินยั

2. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน

4. สมรรถนะ 1. สังเกตพฤตกิ รรม 1. แบบประเมนิ เกณฑก์ ารตัดสนิ

สำคญั ของผู้เรยี น ด้านความสามารถ สมรรถนะสำคญั ของ ผา่ น ในระดับ 2 ข้ึนไป

ในการส่อื สาร ผเู้ รียนด้าน

2. สงั เกตพฤตกิ รรม ความสามารถในการ

ด้านความสามารถ ส่อื สาร

ในการคิด 2. แบบประเมนิ

สมรรถนะสำคัญของ

ผเู้ รยี นดา้ น

ความสามารถในการคิด

10.4 การประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

สิง่ ทต่ี ้องการวัด วธิ ีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารวัดผล
แบบฝึกหดั แบบฝึกหัด
1. ความรู้ ตรวจการตอบคำถาม ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 50

แผนการจดั การเรียนรู้ รายวิชาเพ่ิมเติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ปกี ารศึกษา 1/2564
ผสู้ อน นางสาวทพิ ย์สดุ า หอมนาน ตำแหน่งครผู ู้ช่วย

11. กจิ กรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชอื่ ผ้สู อน
(นางสาวทิพย์สดุ า หอมนาน)

12. ข้อคิดเห็นของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงช่อื ...............................................................
(นายนนั ท์ กอ้ คำ)

หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

13. ข้อคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะผชู้ ว่ ยผอู้ ำนวยการกลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชื่อ...............................................................
(....................................................)

ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ

การอนมุ ตั ิการใช้แผนการจดั การเรียนรู้จากฝ่ายบริหาร
ความคดิ เหน็ ของรองผ้อู ำนวยการฝ่ายวชิ าการ

..............................................................................................................................................................
 เหน็ สมควรอนุมตั ิให้ใช้ในการจดั การเรียนการสอน
 เห็นสมควรไม่อนมุ ตั ิใหใ้ ช้ในการจัดการเรียนการสอน เพราะ..........................................

.............................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................................
(นายนพดล ธรรมใจอดุ )

รองผู้อำนวยการโรงเรียนฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าเพิ่มเตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 ปีการศกึ ษา 1/2564
ผ้สู อน นางสาวทิพยส์ ดุ า หอมนาน ตำแหน่งครูผชู้ ่วย

การอนมุ ตั ิจากผู้อำนวยการโรงเรยี น
 อนุมัตใิ ห้ใช้ในการจดั การเรยี นการสอน
 ไม่อนุมัติให้ใช้ในการจดั การเรยี นการสอน เพราะ..............................................................

..............................................................................................................................................................
ลงช่ือ.......................................................................................
(นางวิลาวลั ย์ ปาลี)
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเพม่ิ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ปกี ารศึกษา 1/2564
ผสู้ อน นางสาวทิพย์สุดา หอมนาน ตำแหนง่ ครผู ูช้ ว่ ย

บนั ทกึ ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1

วชิ า โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 รหัสวิชา ว30213 ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5

เรือ่ ง กระบวนการท่ที ำให้เกิดสมดลุ พลงั งานของโลก เวลา 4 ชัว่ โมง

……………………………………………………………….

1. จำนวนนักเรียนท่ีสอน

ระดับชั้น จำนวนนักเรียน (คน)

ม.5/1

รวม

2. บนั ทกึ ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
2.1 ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.2 ขอ้ สงั เกต/ข้อค้นพบ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.3 ปญั หา/อปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2.4 ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาเพ่มิ เติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ปกี ารศึกษา 1/2564
ผู้สอน นางสาวทพิ ยส์ ุดา หอมนาน ตำแหน่งครูผูช้ ่วย


Click to View FlipBook Version