รายงานวจิ ัยฉบบั สมบรู ณ์
“…กฎหมายมีไวส้ าหรับให้มีความสงบสุขในบ้านเมือง มิใช่ว่ากฎหมายมีไว้
สาหรับบงั คบั ประชาชน ถา้ มุ่งหมายท่ีจะบงั คบั ประชาชนกก็ ลายเป็นเผดจ็ การ กลายเป็น
ส่ิงที่บุคคลหมู่นอ้ ยจะตอ้ งบงั คบั คนหมู่มาก ในทางตรงกนั ขา้ ม กฎหมายมีไวส้ าหรับให้
บุคคลส่วนมากมีเสรีและอยไู่ ดด้ ว้ ยความสงบ บางทีเราต้งั กฎหมายข้ึนมากด็ ว้ ยวชิ าการซ่ึง
ไดจ้ ากต่างประเทศ เพราะว่าวิชากฎหมายน้ีเป็ นเป็ นวิชาท่ีกวา้ งขวาง จึงตอ้ งมีอะไรทา
อย่างหน่ึง แต่วิชาการน้นั อาจไม่เหมาะสมกบั สถานการณ์หรือทอ้ งท่ีของเรา บางทีเคย
ยกตวั อยา่ งมาเกี่ยวขอ้ งกบั ที่ดิน เก่ียวขอ้ งกบั การทามาหากินของประชาชนท่ีอยทู่ างไกล
...ในป่ าสงวนฯ ซ่ึงทางราชการขีดเส้นไวว้ ่าเป็ นป่ าสงวนหรือป่ าจาแนก แต่เราขีดเส้นไว้
ประชาชนกม็ ีอยใู่ นน้นั แลว้ เราจะเอากฎหมายป่ าสงวนไปบงั คบั คนท่ีอยใู่ นป่ าท่ียงั ไม่ได้
สงวนแลว้ เพิ่งไปสงวนทีหลงั โดยขีดเส้นบนกระดาษกด็ ูชอบกลอยู่ แต่มีปัญหาเกิดข้ึนท่ี
เม่ือขีดเส้นแลว้ ประชาชนทีอยู่ในน้นั เป็ นผูฝ้ ่ าฝื นกฎหมายไป ถา้ ดูในทางกฎหมาย เขาก็
ฝ่ าฝื นเพราะว่าตรามาเป็นกฎหมายโดยชอบธรรม แต่วา่ ถา้ ตามธรรมชาติใครเป็นผทู้ าผิด
กฎหมาย ก็ผูท้ ี่ขีดเส้นน่ันเองเพราะว่าบุคคลท่ีอยู่ในป่ าน้ันเขาอยู่มาก่อน เขามีสิทธิใน
ความเป็ นมนุษย์ หมายความว่า ทางราชการบุกรุกบุคคล ไม่ใช่บุคคลบุกรุกกฎหมาย
บา้ นเมือง..."
พระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9
พระราชทานแก่คณะกรรมการจดั งาน “วนั รพ”ี หรือ วนั นักกฎหมาย
เม่ือวนั ที่ 27 มถิ ุนายน พทุ ธศักราช 2516
ประกาศคุณูปการ
รายงานวิจยั เรื่องการบริหารจดั การท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์อย่างยงั่ ยืน พ้ืนท่ีแถบ
เทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง สาเร็จลุล่วงไดด้ ว้ ยดีไดน้ ้นั ขอขอบพระคุณรองผวู้ า่ ราชการจงั หวดั
พทั ลุง นายกองค์การบริหารส่วนจงั หวดั พทั ลุง นายอาเภอ ปลัดอาเภอ นายกเทศมนตรี สมาชิกสภา
เทศบาล นายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบล รองนายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบล ปลดั องคก์ ารบริหารส่วน
ตาบล สมาชิกองค์การบริหารส่วนตาบล เจา้ หน้าที่องค์การบริหารส่วนตาบล กานันและผูใ้ หญ่บา้ น
ผบู้ ริหารและเจา้ หนา้ ที่อุทยานแห่งชาติเขาป่ ู-เขายา่ ผูบ้ ริหารและเจา้ หน้าท่ีเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าป่ าเขา
บรรทดั องคก์ รชุมชน ภาคประชาชนและสมาชิกพรรคคอมมิวนิสตแ์ ห่งประเทศไทย (พคท.) หรือ ผรู้ ่วม
พฒั นาชาติไทย (ผรท.) ตลอดจนนกั วชิ าการท่ีให้ความร่วมมือเป็ นอยา่ งดีในการเขา้ ร่วมการประชุมแบบ
มีส่วนร่วม การให้การสัมภาษณ์และให้ขอ้ มูลเอกสาร ตลอดจนเปิ ดโอกาสให้เขา้ ร่วมการสังเกตการณ์
และเขา้ การร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในพ้นื ท่ี
ขอขอบพระคุณรองศาสตราจารย์ ดร. วิชัย ชานิ อธิการบดี มหาวิทยาลัยทักษิณ
ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ กาญจนมุกดา รองอธิการบดีฝ่ ายวางแผน การคลงั และกิจการสภา
มหาวิทยาลยั รักษาการแทนผูอ้ านวยการวิทยาลยั การจดั การเพ่ือการพฒั นา คณาจารยแ์ ละบุคลากร
วทิ ยาลยั การจดั การเพือ่ การพฒั นา
ขอขอบพระคุณศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ นรนิติผดุงการ รองศาสตราจารย์
ดร.ประมาณ เทพสงเคราะห์ และอาจารย์ ดร.นวลพรรณ วรรณสุธี ผทู้ รงคุณวุฒิท่ีไดก้ รุณาใหค้ วาม
อนุเคราะห์ตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือวิจยั สละเวลาให้คาปรึกษาให้ขอ้ แนะนาและขอ้ คิดเห็นที่
เป็นประโยชน์ตอ่ การทาวจิ ยั ในทุกข้นั ตอน
ขอขอบคุณ ผูอ้ านวยการสถาบนั วิจยั และพฒั นา บุคลากรของสถาบนั วิจยั และพฒั นา
มหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ ที่คอยใหค้ วามช่วยเหลือและอานวยความสะดวกในดา้ นต่าง ๆ เพื่อนาไปสู่การ
พฒั นางานวจิ ยั และสร้างองคค์ วามรู้ดา้ นการวจิ ยั
ผเู้ ขียนขอขอบพระคุณและขอมอบความสาเร็จท้งั หมดจากการทาวจิ ยั ฉบบั น้ีแด่ดวงวญิ ญาณ
ของบรรพชนผู้กล้าท่ีและประชาชนผู้ต่อสู้เพ่ือความสงบร่วมเย็นแห่งวิถีคนเขาบรรทัด ตลอดจน
นายประจวบ นางเตือนจิตร ฤทธิมา ผูซ้ ่ึงเป็ นบิดามารดา พ่ีสาวและน้องชาย ญาติพ่ีน้องและเพ่ือนของ
ผเู้ขียนที่ช่วยส่งเสริม สนบั สนุนและเป็ นกาลงั ใจที่สาคญั ย่งิ ของผูเ้ ขียนตลอดมา จนทาใหก้ ารวจิ ยั ในคร้ัง
น้ีประสบผลสาเร็จไดต้ ามที่ต้งั ไว้
อาจารย์ ดร.ววิ ฒั น์ ฤทธิมา และคณะ
ก
บทคดั ย่อ
การวิจยั น้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือ 1)ศึกษาสภาพและลกั ษณะของการบริหารจดั การท่ีดินทากิน
และแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ พ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง 2)
ศึกษาและวิเคราะห์แนวทางในการบริหารจดั การที่ดินทากินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนท่ีป่ า
อนุรักษ์ พ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง และ 3) เสนอรูปแบบในการบริหารจดั การ
ที่ดินทากินและรูปแบบแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ พ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขต
จงั หวดั พทั ลุงอย่างยงั่ ยนื โดยศึกษาจากขอ้ มูลเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึกจานวน 175 คนและการ
สมั ภาษณ์ไม่เป็นทางการบุคคลที่เก่ียวขอ้ งกบั การบริหารจดั การท่ีดินทากินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทา
กินในพ้ืนที่ และการจดั ประชุมแบบมีส่วนในพ้ืนท่ี จานวน 17 คร้ัง
จากการศึกษาพบวา่ สภาพและลกั ษณะของการบริหารจดั การท่ีดินทากินน้นั ประชาชนเขา้
มาแผว้ ถางพ้ืนท่ีป่ าเพ่ือใช้ที่ทากินและอยู่อาศยั ดว้ ยวิถีท่ีผูกพนั และอยู่ร่วมกบั ป่ าอย่างสมดุล ต่อมา
ภาครัฐไดเ้ ขา้ มาบริหารจดั การที่ดินดว้ ยการกาหนดใหเ้ ป็นพ้ืนท่ีป่ าสงวนและกาหนดใหป้ ่ าสงวนใน
บางพ้ืนที่เป็ นเขตรักษาพนั ธ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่า ซ่ึงก่อให้เกิด
การทบั ซอ้ นกบั ที่ดินทากินและที่อยู่อาศยั เดิมของประชาชน นาไปสู่การรวมตวั ของประชาชนและ
องคก์ รชุมชนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและสิทธ์ิในท่ีดิน ภาครัฐจึงไดก้ าหนดนโยบายเพ่ือแกไ้ ข
ปัญหาการบริหารจดั การท่ีดินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดิน แต่ถูกต่อตา้ นจากภาคประชาชนและองคก์ ร
ชุมชนโดยไดแ้ นวแกไ้ ขปัญหาการบริหารจดั การท่ีดินและแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินตามวิถีเดิมของ
ชุมชน
แนวทางในการบริหารจดั การที่ดินทากินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินน้ันจะตอ้ งยุติการ
จบั กุมและดาเนินคดีกับประชาชน ปรับปรุงกฎหมายและนโยบายท่ีไม่สอดคลอ้ งกับการแก้ไข
ปัญหา และปรับระบบการบริหารจดั การและใช้ประโยชน์ในท่ีดิน ในส่วนของรูปแบบในการ
บริหารจดั การที่ดินทากินอย่างยง่ั ยืนน้ันจะตอ้ งดาเนินการปลูกตน้ ไมก้ นั แนว ปลูกพืชตามวิถีและ
ปลูกพืชตามลกั ษณะที่ดิน และรูปแบบแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินอย่างยง่ั ยืนไดน้ ้ันจะตอ้ งดาเนินการ
จดั ทาแนวเขตของที่ดินทากินและการรับรองเอกสารสิทธ์ิในที่ดิน
การแก้ไขปัญหาการบริหารจดั การที่ดินทากินและแก้ไขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ า
อนุรักษ์ พ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงไดอ้ ย่างยง่ั ยืนก่อให้เกิดการสมประโยชน์
ของภาคประชาชน องคก์ รชุมชนและภาครัฐ
คำสำคญั : การบริหารจดั การที่ดินทากิน,พ้นื ท่ีป่ าอนุรักษ,์ พ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง
ข
Abstract
This qualitative research aims 1) to study the condition and the system of the arable
land management and the problem-solving of a workplace in the Conservative Forest at Banthat
Mountain range in Phatthalung province area. 2) to study and analyze guidelines management of
arable land and solve problems of arable land in Conserved Forest at Banthat Mountain range in
Phatthalung province area. And 3) to study and proffer the sustainable process management for
the arable land and offer them the sustainable problem-solving for the workplace in conservation
forest at Banthat Mountain range in Phatthalung province area model. This study was conducted
by reviewing related literatures, conducting indeep interviews with 175 people and informal
interviews with people who suffer arable land management and solve problem of arable land , and
arranging 17 focus group.
The result showed that conditions and characteristics management the locals had
settled down their home here for a living. They lived with a deep bond and balance towards the
forest. The government invaded this land afterward to determine the area as the Conservative
Forest and also defined some areas as the Wildlife refuges, Banthat Mountain Range, and as Khao
Pu Khao Ya national park which caused the overlapping of the arable land and locals living
places. This problem led to protests of the locals to demand fairness themselves on the land.
Then, the government specified the policy to solve the arable land management. In contrast, they
were opposed by locals and the community organization by requesting themselves to have their
former life as they were.
The management of the arable land and the problem-solving should terminate arresting
and the persecution the locals, and rectify the regulation and policy which is not involved to the
solution of the arable land problem.
For the sustainable management of the arable land should plant the trees as a line to
divide the area base on the locals’ lifestyle and the land condition. Besides, they should set up the
boundary line and certificate of ownership of the land to the locals.
ค
The solution of the arable land management and the problem- solving of the workplace
in the conservative forest, in Banthat Mountain Range, Phatthalung Province area, brings about
the benefit to the locals themselves, community organization, and government.
Keywords : Arable Land Management, Conservation Forest, Banthat Range Phatthalung
Province Area
สารบัญ
หนา้
บทคดั ยอ่ ………………………………………………………………………………………….. ก
สารบญั …………………………………………………………………………………………... จ
สารบญั ตาราง……………………………………………………………………………………. ซ
สารบญั ภาพ……………………………………………………………………………………… ฌ
บทที่
1 บทนา……………………………………………………………………………………… 1
ความเป็นมาและความสาคญั ของปญั หา……………………………………………… 1
วตั ถปุ ระสงค์การวิจยั ………………………….……………………………………… 5
ขอบเขตของการวจิ ัย………………………………………………………………….. 6
ประโยชน์ท่ีไดร้ บั …………………………………………………………….……… 11
นิยามศพั ท์เฉพาะ…………………………………………………………………….. 12
2 เอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง……………………………………………………………. 16
แนวคิดเกีย่ วกับการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและที่ดนิ ในพน้ื ท่ีป่าอนุรกั ษ์…………. 16
แนวคดิ เกย่ี วกบั สิทธชิ ุมชน…………………………………………………………… 44
แนวคดิ เก่ียวกับการมสี ่วนร่วมของประชาชน………………………………………… 51
เอกสารและงานวิจัยเกีย่ วขอ้ งกบั ปญั หาทีด่ ินทากนิ ในพืน้ ทปี่ ่าอนุรักษ์………………. 60
เอกสารและงานวิจัยเกี่ยวขอ้ งกับการแกไ้ ขปญั หาทด่ี ินทากินในพ้นื ทป่ี ่าอนรุ ักษ์.……. 67
บริบทของพ้นื ทแ่ี ละสภาพในการบริหารจดั การที่ดนิ ทากนิ ในพ้ืนทีป่ ่าอนรุ กั ษพ์ ื้นที่
แถบเทอื กเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง…………………………………………….. 72
กรอบแนวคิดในการวิจัย……………………………………………………………… 78
ฉ
สารบัญ (ต่อ)
บทที่ หน้า
3 วธิ ีดาเนินการวจิ ยั .………………………………………………………………..…….......... 82
วธิ กี ารวิจยั …………………………………………………………………….….…… 82
ขน้ั ตอนดาเนนิ การวิจัย ……………………………………………………………….. 91
กลุม่ ผใู้ หข้ อ้ มลู หลกั …………………………………………………………………... 94
การสร้างเคร่ืองมือและตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมอื ทีใ่ ช้ในการวจิ ยั ……………… 99
เครื่องมือท่ีใชใ้ นการวิจยั …………………………………………………….………. 102
วธิ ีการเก็บรวบรวมขอ้ มูล……………………………………………………………. 104
การวเิ คราะหข์ อ้ มูล…………………..………………………………………………. 107
4 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู …………………………………………………………………….... 111
การกาหนดพื้นทปี่ ่าอนุรกั ษ์ พนื้ ท่ีแถบเทอื กเขาบรรทดั ในเขตจังหวดั พทั ลงุ ……….. 112
สภาพพ้ืนท่ีป่าอนรุ กั ษ์ พนื้ ท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจังหวดั พทั ลุงในปัจจุบนั ……... 121
การบริหารจัดการทด่ี ินทากินในพื้นทป่ี ่ าอนรุ กั ษ์ พืน้ ทีแ่ ถบเทอื กเขาบรรทดั
ในเขตจงั หวดั พัทลุง ……………………………………………………………………136
การดาเนินการเพือ่ แก้ไขปญั หาที่ดินทากนิ ในพ้ืนที่ป่าอนรุ กั ษ์ พืน้ ท่ี
แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจังหวดั พัทลุง ………………………………………………160
แนวทางในการบริหารจดั การที่ดนิ ทากินและแกไ้ ขปญั หาทดี่ นิ ทากินในพ้ืนทปี่ ่ าอนรุ กั ษ์
แถบเทอื กเขาบรรทดั ในเขตจังหวดั พัทลงุ ……………………………………………….188
รูปแบบในการบริหารจัดการท่ดี นิ ทากนิ ในพน้ื ท่ีป่าอนรุ กั ษ์ พ้นื ท่ีแถบเทอื กเขาบรรทดั
ในเขตจงั หวดั พทั ลุงอยา่ งยงั่ ยนื ………………………………………………………….201
รูปแบบแกไ้ ขปญั หาทดี่ นิ ทากนิ ในพื้นท่ปี ่าอนุรกั ษ์ พ้นื ที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขต
จังหวดั พทั ลงุ อย่างยัง่ ยืน………………………………………………………………. 208
5 อภปิ รายผลสรุปและขอ้ เสนอแนะ……………………………………………………..…... 223
สรุปผลการวจิ ัย…..……………………………………………………………..…… 224
อภิปรายผล…...………………………………………………………………..……. 226
ขอ้ เสนอแนะ…………………………………………………………………….….. 236
ช
สารบญั (ต่อ)
บรรณานุกรม………………………………………………………………………………… 240
ภาคผนวก…………………………………………………………………………………….. 246
ภาคผนวก ก….………………………………………………………………………... 247
ภาคผนวก ข …………………………………………………………………………… 267
ภาคผนวก ค …………………………………………………………………………… 323
ประวตั ิผเู้ ขียน…………………………………………………………………………………...334
สารบญั ตาราง
ตารางที่ หน้า
ตารางท่ี 1 : พื้นทีศ่ ึกษา …...……………………………………………………………………. 7
ตารางที่ 2 : รูปแบบการจัดการทรัพยากรแบบมสี ่วนร่วมของประชาชนตามการสรุป
ของ Borrini-Feyerabend (Borrini-Feyerabend etal., 2004) ..………………….. 58
ตารางที่ 3 : ความสมั พนั ธข์ องวิธกี ารวิจัยกบั วตั ถุประสงค์การวิจัย ……………………………… 87
ตารางท่ี 4 : กลุ่มผใู้ หข้ อ้ มลู หลกั …………………………………………………………….. 96
ตารางท่ี 5 : รายชอื่ ผทู้ รงคณุ วฒุ ิท่ที าการตรวจสอบคณุ ภาพของเครื่องมือในการวิจยั ...……... 102
ตารางที่ 6 : เขตพ้นื ทขี่ องอุทยานแหง่ ชาติเขาปู่-เขายา่ และพืน้ ที่ทบั ซอ้ น…………......……... 123
ตารางท่ี 7 : เขตพื้นทขี่ องเขตรกั ษาพนั ธุ์สตั วป์ ่าเขาบรรทดั และพื้นท่ีทบั ซ้อน………...…….. 125
ตารางที่ 8 : พฒั นาการการบริหารจัดการทดี่ นิ ทากินของภาครัฐ …...……….………...…….. 145
ตารางท่ี 9 : สรุปการบริหารจดั การและแกไ้ ขปญั หาท่ดี ินทากนิ ทด่ี ินทากนิ ในพนื้ ท่ี
ป่าอนรุ ักษ์ พื้นท่ีแถบเทอื กเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง………………………187
ตารางที่ 10 : สรุปชว่ งเวลาในการถือครองในที่ดินในพนื้ ที่ป่าอนรุ ักษ์ พืน้ ทีแ่ ถบเทอื กเขาบรรทดั
ในเขตจังหวดั พัทลุง…………………………………………….………...…….. 217
สารบัญภาพ
ภาพท่ี หนา้
1 พน้ื ที่เขตรกั ษาพนั ธสุ์ ตั วป์ ่าเขาบรรทดั ……………………………………………………. 8
2 พ้ืนทีอ่ ุทยานแห่งชาติเขาป่เู ขาย่า….……………………………………………………….. 9
3 ระบบกรรมสิทธ์ิ (วฑิ ูรย์ เลีย่ นจารญู ,2548)………………………………….…………....... 47
4 ภาพถ่ายทางอากาศพนื้ ท่อี ทุ ยานแห่งชาติเขาป่เู ขายา่ ……………………………………... 73
5 ขอบเขตพืน้ ท่เี ขตรกั ษาพนั ธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทดั ………………………………………….. 77
6 กรอบแนวคิดการวิจยั ………………………………..…………………………………... 79
7 วธิ ีการวิจยั …………………………………………..…………………………………… 83
8 การตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมอื ที่ใช้ในการวจิ ยั ..………………………………….. 100
9 ป่าเทือกเขาบรรทดั แปลงที่ 1 ตอนที่ 2 ……………………….……………………….. 112
10 ป่าเทอื กเขาบรรทดั แปลงที่ 1 ตอนที่ 3 ………………………………………………. 113
11 พ้นื ที่ขอบเขตรกั ษาพนั ธสุ์ ัตวป์ ่าเขาบรรทดั ...………………………………………… 114
12 ป่าเทือกเขาบรรทดั แปลงท่ี 2 ตอนท่ี 3 …………………………...………………….. 116
13 ป่าเทือกเขาบรรทดั แปลงท่ี 2 ตอนที่ 2 …………………….…………………………. 117
14 ป่าเทือกเขาบรรทดั แปลงท่ี 2 ตอนที่ 1……………..…………………………………. 118
15 ป่าเทือกเขาบรรทดั แปลงที่ 1 ตอนท่ี 1 ……………………………………………….. 119
16 ขอบเขตพ้นื ที่อทุ ยานแห่งชาตเิ ขาปู่-เขาย่า …………………..………………………… 120
17 เขตพนื้ ทขี่ องอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขายา่ และพน้ื ท่ีทบั ซอ้ น………………………………. 122
18 เขตพน้ื ท่เีขตรักษาพนั ธส์ุ ัตวป์ ่าเขาบรรทดั และพ้นื ทที่ บั ซ้อน……………………………….. 124
19 เขตพืน้ ทขี่ องอุทยานแห่งชาตเิขาปู่-เขาย่าและพืน้ ที่ทบั ซอ้ นของตาบลเกาะเตา่
อาเภอป่าพะยอมจงั หวดั พทั ลุง………...……………………………………….................. 126
20 เขตพืน้ ที่ของอทุ ยานแห่งชาตเิ ขาปู่-เขาย่าและพื้นทท่ี บั ซ้อนของตาบลลานขอ่ ย
อาเภอป่าพะยอม จังหวดั พทั ลงุ ..….………………………………………………….. 126
21 เขตพ้ืนท่ขี องอทุ ยานแหง่ ชาติเขาปู่-เขาย่าและพืน้ ทท่ี บั ซ้อนของตาบลเขาปู่
อาเภอศรีบรรพต จงั หวดั พทั ลงุ ..……..……………………………………………….. 127
ญ
สารบัญภาพ (ต่อ)
ภาพที่ หน้า
22 เขตพน้ื ทขี่ องอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขายา่ และพื้นทที่ บั ซอ้ นของตาบลเขายา่
อาเภอศรีบรรพต จังหวดั พทั ลงุ ……………...……………………………………….. 127
23 เขตพ้นื ทีข่ องอุทยานแหง่ ชาติเขาปู่-เขาย่าและพน้ื ท่ีทบั ซ้อนของตาบลตะแพน
อาเภอศรีบรรพต จังหวดั พทั ลงุ ……………………………………………………….. 128
24 เขตพ้นื ทข่ี องอุทยานแหง่ ชาตเิ ขาปู่-เขายา่ และพ้ืนทท่ี บั ซ้อนของตาบลชุมพล
อาเภอศรีบรรพต จงั หวดั พทั ลุง……………………………………….......................... 128
25 เขตพนื้ ทข่ี องอุทยานแหง่ ชาติเขาปู่-เขาย่า พ้นื ท่ีเขตรกั ษาพนั ธ์สุ ัตวป์ ่าเขาบรรทดั
และพนื้ ทที่ บั ซ้อนของตาบลลาสินธ์ อาเภอศรีนครินทร์ จงั หวดั พทั ลุง………………... 129
26 เขตพน้ื ที่ของอุทยานแหง่ ชาติเขาปู่-เขาย่า พืน้ ท่ีเขตรักษาพนั ธุส์ ตั วป์ ่าเขาบรรทดั
และพื้นที่ทบั ซ้อนของตาบลบ้านนา อาเภอศรีนครินทร์ จังหวดั พทั ลงุ ……………….. 129
27 เขตพ้นื ที่ของอุทยานแหง่ ชาติเขาปู่-เขายา่ พื้นทเี่ ขตรกั ษาพนั ธสุ์ ตั วป์ ่าเขาบรรทดั
และพน้ื ที่ทบั ซอ้ นของตาบลคลองเฉลมิ อาเภอกงหรา จังหวดั พทั ลุง………………… 130
28 เขตพื้นทข่ี องอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาปู่-เขาย่า พน้ื ที่เขตรักษาพนั ธสุ์ ตั ว์ป่าเขาบรรทดั
และพน้ื ท่ีทบั ซอ้ นของตาบลคลองทรายขาว อาเภอกงหรา จังหวดั พทั ลุง ……………. 130
29 เขตพน้ื ทข่ี องอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาปู่-เขายา่ พื้นทเ่ี ขตรักษาพนั ธส์ุ ตั ว์ป่าเขาบรรทดั
และพ้นื ที่ทบั ซ้อนของตาบลกงหรา อาเภอกงหรา จังหวดั พทั ลุง……………………... 131
30 เขตพน้ื ที่ของอทุ ยานแหง่ ชาติเขาปู่-เขาย่าและพ้ืนที่ทบั ซ้อนของตาบลสมหวงั
อาเภอกงหรา จงั หวดั พทั ลุง…………………………………………………………… 131
31 เขตพ้ืนทขี่ องอุทยานแหง่ ชาตเิ ขาปู่-เขายา่ และพนื้ ท่ที บั ซ้อนของตาบลชะรดั
อาเภอกงหรา จังหวดั พทั ลงุ ……………………………………………………………. 132
32 เขตพนื้ ที่เขตรักษาพนั ธส์ุ ัตว์ป่าเขาบรรทดั และพื้นท่ีทบั ซ้อนของตาบลตะโหมด
อาเภอตะโหมด จังหวดั พัทลงุ ……………………………………………………….…… 132
33 เขตพื้นที่เขตรักษาพนั ธสุ์ ัตวป์ ่าเขาบรรทดั และพ้นื ทท่ี บั ซอ้ นของตาบลคลองใหญ่
อาเภอตะโหมด จงั หวดั พทั ลงุ ………………………………………………….…...... 133
34 เขตพน้ื ทเ่ี ขตรักษาพนั ธ์สุ ัตว์ป่าเขาบรรทดั และพื้นท่ีทบั ซ้อนของตาบลหนองธง
อาเภอป่าบอน จงั หวดั พทั ลุง ………………………………………..……………….. 133
ฎ
สารบญั ภาพ (ต่อ)
ภาพที่ หนา้
35 เขตพนื้ ทเ่ี ขตรักษาพนั ธ์ุสตั วป์ ่าเขาบรรทดั และพ้ืนทท่ี บั ซอ้ นของตาบลทงุ่ นารี
อาเภอป่าบอน จงั หวดั พทั ลงุ ………………….………………………………………. 134
36 การบริหารจดั การที่ดินทากินในพื้นที่ป่าอนุรกั ษพ์ ืน้ ท่ีแถบเทอื กเขาบรรทดั ในเขต
จังหวดั พทั ลงุ ………………………....……………………………………………….. 137
37 การบริหารจัดการทด่ี นิ ทากนิ ของภาคประชาชนในพ้ืนที่ป่าอนรุ ักษพ์ ื้นที่
แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลงุ ………………………………………......... 138
38 การบริหารจดั การทดี่ นิ ทากนิ ขององคก์ รชุมชนในพนื้ ทปี่ ่าอนุรกั ษพ์ ืน้ ที่
แถบเทอื กเขาบรรทดั ในเขตจังหวดั พทั ลุง……………...……………........................... 152
39 หนงั สือรบั รองขอ้ มลู ในการทากนิ ในทีด่ นิ เดิมขององคก์ รชุมชนในพนื้ ท่ีป่า
อนรุ ักษพ์ น้ื ที่แถบเทอื กเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลงุ …………...………………….. 159
40 การแก้ไขปญั หาท่ีดนิ ทากินในพื้นท่ีป่ าอนุรักษ์ พ้นื ทีแ่ ถบเทือกเขาบรรทดั
ในเขตจังหวดั พทั ลุง…………………………………………….…………………….. 161
41 การแก้ไขปญั หาท่ดี นิ ทากินของภาครัฐในพ้นื ที่ป่าอนุรกั ษ์
พนื้ ที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจังหวดั พทั ลงุ ...…..…………………………………. 168
42 การแก้ไขปญั หาท่ดี ินทากนิ ขององคก์ รชมุ ชนพน้ื ท่ีแถบเทอื กเขาบรรทดั
ในเขตจังหวดั พทั ลงุ …………………….….…………………………………………. 179
43 แนวทางในการบริหารจัดการท่ดี ินทากินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพนื้ ที่
ป่าอนรุ กั ษ์ แถบเทอื กเขาบรรทดั ในเขตจังหวดั พทั ลุง…....….………………………… 188
44 รูปแบบในการบริหารจัดการท่ีดนิ ทากนิ ในพ้ืนทปี่ ่าอนุรักษ์ พน้ื ทแ่ี ถบเทือก
เขาบรรทดั ในเขตจังหวดั พทั ลุงอย่างยงั่ ยนื ……………………………………………. 201
45 รูปแบบแกไ้ ขปญั หาที่ดนิ ทากนิ ในพ้ืนทปี่ ่าอนุรักษ์ พนื้ ท่ีแถบเทอื ก
เขาบรรทดั ในเขตจังหวดั พทั ลุงอยา่ งยง่ั ยนื ……………………………………………. 208
บทท่ี 1
บทนำ
ควำมเป็ นมำและควำมสำคัญของปัญหำ
วิถีการอยู่ร่วมกนั ของคนกบั ป่ าน้นั เป็นวิถีที่ก่อใหเ้ กิดความรักความผูกพนั และหวงแหน
ต่อป่ าที่เกิดการการพ่ึงพาระหว่างกนั กบั ป่ าอย่างสมดุลระหวา่ งคนกบั ป่ า แต่ดว้ ยเหตุผลและความ
จาเป็ นเพ่ือการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงดารงอยู่ของภาครัฐ ภาครัฐจึงเขา้ มามีบทบาทใน
การบริหารจดั การที่ดินดว้ ยการกาหนดใหเ้ ป็นเขตพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษท์ ่ีนาไปสู่การปักปันเขตพ้ืนท่ีและ
กาหนดการใช้ท่ีดินแต่ละประเภทดว้ ยการนานโยบาย กฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั มาบงั คบั ใช้
ซ่ึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดารงชีพของประชาชนเน่ืองจากการบริหารจดั การที่ดินของภาครัฐ
ด้วยการกาหนดพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ก่อให้เกิดการทบั ซ้อนกับพ้ืนท่ีทากินและพ้ืนที่อยู่อาศยั เดิมของ
ประชาชน ก่อให้เกิดความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินและการบริหารจดั การที่ดินระหว่างภาคประชาชนกบั
ภาครัฐข้ึน
การบริหารจดั การท่ีดินของภาครัฐว่าด้วยการกาหนดให้เป็ นเขตพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์และ
ดาเนินการบงั คบั นโยบาย กฎหมายและระเบียบขอ้ บังคบั ว่าดว้ ยการกาหนดพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์ใน
รูปแบบต่าง ๆ ท่ีได้กาหนดข้ึนน้ันก่อให้เกิดปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินข้ึนในพ้ืนท่ีชุมชนแถบ
เทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงและไดท้ วีความรุนแรงมาจนถึงปัจจุบนั ซ่ึงชุมชนแถบเทือกเขา
บรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงน้นั เป็ นชุมชนเก่าแก่ท่ีมีประวตั ิความเป็ นมากว่า 400 ปี โดยมีการเขา้ มาต้งั
ถิ่นฐานและก่อต้งั ชุมชนในพ้ืนท่ีภายใตว้ ิถีแห่งการพ่ึงพาและอยู่ร่วมกบั ป่ าอย่างสมดุลมาอยา่ งยาวนาน
เมื่อภาครัฐเขา้ มามีบทบาทในการบริหารจดั การที่ดินดว้ ยการกาหนดให้เป็ นพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ ต้งั แต่การ
กาหนดให้เป็นเขตป่ าสงวนท่ีพฒั นาไปสู่การเป็นเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าและอุทยานแห่งชาติซ่ึงทบั ซ้อน
กบั พ้ืนท่ีทากินและพ้ืนท่ีอยู่อาศยั เดิมของประชาชนก่อให้เกิดความทุกขย์ ากและเกิดผลกระทบต่อการ
ดารงชีพของประชาชน นามาสู่การเกิดปัญหาในการบริหารจดั การท่ีดินและปัญหาความขัดแยง้ ด้าน
ท่ีดินข้ึนระหว่างภาคประชาชน องค์กรชุมชนกับภาครัฐในพ้ืนท่ีชุมชนแถบเทือกเขาบรรทัดในเขต
จงั หวดั พทั ลุง ซ่ึงการบริหารจดั การที่ดินของภาครัฐพ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงมี
จุดเร่ิมตน้ ข้ึนดว้ ยการกาหนดใหพ้ ้ืนที่บางส่วนเป็นพ้ืนท่ีป่ าสงวนตามความในมาตราท่ี 10 และมาตราที่
26 แห่งพระราชบญั ญัติคุม้ ครองและสงวนป่ า พุทธศกั ราช 2481 ในช่วงปี พุทธศกั ราช 2501 ถึง 2502
นาไปสู่การกาหนดให้เป็นเขตรักษาพนั ธุส์ ัตวป์ ่ าเขาบรรทดั ตามพระราชกฤษฎีกากาหนดใหบ้ ริเวณที่ดิน
ป่ าเขาบรรทดั ในทอ้ งที่ตาบลบา้ นนา ตาบลกงหรา ตาบลคลองเฉลิม อาเภอเมืองพทั ลุง ตาบลตะโหมด
2
อาเภอเขาชัยสน ตาบลป่ าบอน อาเภอปากพะยูน จงั หวดั พทั ลุงเป็ นเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทัด
อาศยั อานาจตามความมาตราท่ี 19 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุม้ ครองสัตว์ป่ าพุทธศกั ราช 2503
ต่อมาได้ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ า 2535 ตามความในมาตราท่ี 33
“เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรกาหนดบริเวณที่ดินแห่งใดให้เป็ นท่ีอยู่อาศยั ของสัตว์ป่ าโดยปลอดภยั
เพื่อรักษาไวซ้ ่ึงพนั ธุ์สัตวป์ ่ าให้กระทาไดโ้ ดยตรงเป็ นพระราชกฤษฎีกาและให้มีแผนท่ีแสดงแนวเขต
แห่ งบ ริ เวณ ท่ี ก าห น ดน้ั น แน บ ท้ ายพ ระราชกฤษ ฎี กาด้วยบ ริ เวณ ท่ี ก าห น ดน้ี เรี ยกว่ า
“เขตรักษาพนั ธุ์สัตว์ป่ า” ที่ดินท่ีกาหนดให้เป็ นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ าน้ันตอ้ งเป็ นที่ดินท่ีมิได้อยู่ใน
กรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายท่ีดินของบุคคลใดซ่ึงมิใช่ทบวงการเมือง” ดงั น้ัน
เจา้ ของท่ีดินที่มีโฉนดหรือ น.ส. 3, น.ส. 3 ก ซ่ึงมีกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองโดยชอบดว้ ยกฎหมาย
ทางกระทรวงเกษตรจะประกาศท่ีน้ันเป็ นเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าไม่ได้ ที่ดินที่จะประกาศเขตรักษาพนั ธุ์
สัตวป์ ่ าไดต้ อ้ งเป็ นที่ดินของรัฐเท่าน้ัน ซ่ึงอาจเป็ นที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่พลเมืองใช้ร่วมกนั หรือท่ีป่ า
สงวนก็ไดต้ ามปกติแลว้ เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ ามกั มาจากท่ีป่ าหรือท่ีป่ าสงวนเป็นจานวนมากท่ีสุดโดยมี
เหตุผลที่ว่าสภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมโดยท่ัวไปเป็ นเทือกเขายาว ประกอบด้วยภูเขาสูงชัน
สลบั ซับซอ้ นเป็นป่ าดงดิบ มีตน้ น้าลาธารไหลหล่อเล้ียงลาห้วยตลอดปี หลายสาย มีแหล่งน้าและแหล่ง
อาหารของสัตวป์ ่ าอยา่ งอุดมสมบูรณ์และมีสัตวป์ ่ าหลายชนิดอาศยั อยู่ ประกอบกบั กรมป่ าไมไ้ ดจ้ ดั ต้งั
ศูนยศ์ ึกษาธรรมชาติและสัตวป์ ่ าในบริเวณป่ าเขาช่องซ่ึงเป็ นส่วนหน่ึงของป่ าเขาบรรทดั อีกดว้ ย ฉะน้ัน
เพ่ือให้เป็ นที่อยู่อาศยั ของสัตวป์ ่ าโดยปลอดภยั และรักษาไวซ้ ่ึงพนั ธุ์ของสัตวป์ ่ าเพ่ือการศึกษาคน้ ควา้
และขยายพนั ธุ์สัตวป์ ่ าและเพื่อเป็ นการช่วยบรรเทาอุทกภยั โดยป้องกนั รักษาตน้ น้าลาธารและป่ าไมใ้ ห้
คงอยู่ตลอดไป สมควรกาหนดบริเวณที่ดินดงั กล่าวให้เป็ นเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าในวนั ท่ี 22 สิงหาคม
พุทธศกั ราช 2518 (สานกั อนุรักษส์ ัตวป์ ่ า เขตรักษาพนั ธุส์ ัตวป์ ่ าเขาบรรทดั , 2558)
ต่อมาในวนั ท่ี 27 พฤษภาคม 2525 กาหนดให้ท่ีดินพ้ืนที่ชุมชนแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขต
จังหวัดพัทลุงในพ้ืนท่ีกิ่งอาเภอศรีนครินทร์ อาเภอศรีบรรพต อาเภอป่ าพะยอม อาเภอกงหลา
จงั หวดั พทั ลุง เป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าตามพระราชบญั ญตั ิอุทยานแห่งชาติพุทธศกั ราช 2504
มาตราที่ 4 ให้นิยามคาว่าอุทยานแห่งชาติไวว้ า่ “อุทยานแห่งชาติ หมายความวา่ ที่ดินท่ีไดก้ าหนดให้เป็ น
อุทยานแห่งชาติตามพระราชบญั ญตั ิน้ี” ส่วนที่ดินที่จะกาหนดให้เป็ นอุทยานแห่งชาติน้ันเป็ นไปตาม
พระราชบญั ญตั ิอุทยานแห่งชาติตามมาตราที่ 6 “เม่ือรัฐบาลเห็นสมควรกาหนดบริเวณที่ดินแห่งใดที่มี
สภาพธรรมชาติ เป็ นท่ีน่าสนใจให้คงอยูใ่ นสภาพธรรมชาติเดิมเพื่อสงวนไวเ้ ป็ นประโยชน์แก่การศึกษา
และรื่นรมยข์ องประชาชนก็ให้มีอานาจกระทาไดโ้ ดยประกาศพระราชกฤษฎีกาและให้มีแผนท่ีแสดง
แนวเขตแห่ งบริ เวณท่ีกาหนดน้ันแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย บริ เวณท่ีกาหนดน้ี เรี ยกว่า
“อุทยานแห่งชาติ” ท่ีดินท่ีจะกาหนดให้เป็ นอุทยานแห่งชาติน้ันตอ้ งเป็ นที่ดินท่ีมิได้อยู่ในกรรมสิทธ์ิ
3
หรือครอบครองโดยชอบดว้ ยกฎหมายของบุคคลใดซ่ึงมิใช่ทบวงการเมือง” น้ันหมายความวา่ ที่ดินของ
เอกชนที่เจา้ ของมีกรรมสิทธ์ิในท่ีดินแลว้ เช่นเป็ นที่ดินที่มีโฉนดที่ดินหรือเจา้ ของมีสิทธิครอบครอง
โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น มี น.ส. 3 หรือ ส.ค. 1 โดยชอบ ประเภทน้ีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
การเกษตรจะประกาศเป็ นเขตอุทยานแห่งชาติไม่ได้ แต่ถา้ ท่ีดินมีโฉนดหรือ น.ส. 3 อยู่ในครอบครอง
ของทบวงการเมืองใด เช่นเป็ นท่ีราชพสั ดุและที่น้ันมีสภาพธรรมชาติเป็ นท่ีน่าสนก็จะประกาศเป็ น
อุทยานแห่งชาติได้ ดว้ ยเหตุผลที่วา่ เพ่ือคุม้ ครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีอยู่ เช่นพนั ธุ์ไมแ้ ละของป่ า
สัตวป์ ่ าตลอดจนทิวทศั น์ ป่ าและภูเขาให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิมมิให้ถูกทาลายหรือเปล่ียนแปลงไป
เพื่ออานวยประโยชนท์ ้งั ทางตรงและทางออ้ มแก่รัฐและประชาชน (อทุ ยานแห่งชาติเขาป่ ู-เขายา่ , 2558)
กาหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ าเขาบรรทัดและอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าในพ้ืนท่ีแถบ
เทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงนามาสู่การเกิดปัญหาของการบริหารจดั การที่ดินและความขดั แยง้
ดา้ นท่ีดินในรูปแบบและลกั ษณะต่าง ๆ ข้ึน เนื่องจากไดท้ บั ซ้อนกบั ท่ีดินซ่ึงเป็ นท่ีอยู่อาศยั และทามาหา
กินเดิมของประชาชน เกิดความบกพร่องในการดาเนินงานของเจา้ หน้าท่ีภาครัฐท่ีละเลยในการปฏิบตั ิ
หน้าท่ี ขาดการสารวจบริบทของพ้ืนท่ี อีกท้ังนโยบาย กฎหมายและระเบียบข้อบงั คบั ในการบริหาร
จดั การท่ีดินว่าดว้ ยการอนุรักษ์พ้ืนท่ีป่ าไมข้ องภาครัฐน้นั ขาดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ขาดการ
ทาความเขา้ ใจและดาเนินการให้เป็ นรูปธรรมท่ีเด่นชัดและดาเนินการกาหนดเขตแนวของพ้ืนที่ให้มี
ความชดั เจน อีกท้งั ก่อใหเ้ กิดความทุกขย์ ากกบั ประชาชนในแต่ละพ้ืนที่ ส่งผลให้ประชาชนท่ีทากินและ
อย่อู าศยั ในพ้ืนท่ีทบั ซ้อนน้ันกลบั กลายเป็นบุคคลที่อยู่อาศยั และทากินอย่างผิดกฎหมาย ตลอดจนไดร้ ับ
ผลกระทบในการดาเนินชีวิตจากการคุกคามและเขา้ มาดาเนินการจบั กุม ถูกดาเนินคดีท้งั ทางแพ่งและ
ทางอาญาในขอ้ หาบุกรุกท่ีดินของรัฐ ประชาชนในพ้ืนท่ีจึงไดร้ วมตวั กนั เพ่ือเรียกร้องให้หน่วยงานของ
ภาครัฐลงมาดาเนินการแกไ้ ขปัญหาความผิดพลาดที่เกิดข้ึน แต่ภาครัฐกลบั ไม่ให้ความสาคญั และไม่
ยอมรับกบั ความผิดพลาดท่ีเกิดข้ึนจากการกาหนดเขตป่ าสงวน เขตป่ าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพนั ธุ์สัตว์
ป่ าเขาบรรทดั และอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าทบั ซอ้ นกบั ท่ีทากินและท่ีอยอู่ าศยั เดิมของประชาชนส่งผล
ใหป้ ัญหาและความขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินในพ้ืนที่จึงไม่ไดร้ ับการแกไ้ ขอย่างเป็ นรูปธรรม จึงนามาสู่การเกิด
ปัญหาและความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินระหว่างภาครัฐกบั ประชาชนในพ้ืนท่ีซ่ึงไดท้ วีความรุนแรงเพ่ิมข้ึนอยู่
เรื่อยมา
ท้งั น้ีเพื่อยุติปัญหาจากการบริหารจดั การท่ีดินและแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นท่ีดิน ภาครัฐ
จึงไดม้ ีมติคณะรัฐมนตรีเรื่องแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าไมเ้ ม่ือวนั ที่ 30 มิถุนายน พุทธศกั ราช
2541 และกาหนดใชเ้ ป็ นนโยบายในการบริหารจดั การท่ีดินและแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินใน
พ้ืนท่ีป่ า แต่เมื่อภาครัฐได้นาหลักการและแนวทางตามมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 30 มิถุนายน
พุทธศักราช 2541 เร่ืองแก้ไขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าไมเ้ ขา้ มาบงั คับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาความ
4
ขดั แยง้ ดา้ นที่ดินและใช้เป็ นแนวทางเพื่อการบริหารจดั การท่ีดิน แต่กลบั ไม่สามารถแกไ้ ขปัญหาความ
ขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินและดาเนินการบริหารจดั การท่ีดินได้ อีกท้งั การดาเนินการตามมติดงั กลา่ ว ย่งิ ก่อใหเ้ กิด
ปัญหาการบริหารจดั การท่ีดินและความขดั แยง้ ด้านที่ดินระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพ้ืนที่แถบ
เทือกเขาบรรทัดในเขตจงั หวดั พทั ลุงเพ่ิมมากยิ่งข้ึน เน่ืองจากมีภาคประชาชนในบางส่วนไม่ยอมรับ
หลกั การและแนวทางของภาครัฐท่ีดาเนินการ โดยมีมุมมองว่ามติดงั กล่าวเอาเปรียบประชาชนและขาด
การมีส่วนร่วมจากประชาชน ต่อมาในปี พุทธศกั ราช 2543 ประชาชนท่ีทากินและอยอู่ าศยั ในพ้ืนท่ีแถบ
เทือกเขาบรรทัดในเขตจังหวดั พัทลุงที่ประสบกับปัญหาความขัดแยง้ ด้านท่ีดินได้เข้าร่วมชุมชุม
ประทว้ งและเรียกร้องให้รัฐบาลในขณะน้ันดาเนินการแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินและกาหนด
แนวทางเพื่อการบริหารจดั การท่ีดินในพ้ืนท่ี ซ่ึงรัฐบาลจึงไดม้ ีการแต่งต้งั คณะกรรมการในการเดินแนว
เขตพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์เพ่ือสร้างความชดั เจนและแบ่งแนวเขตระหว่างพ้ืนท่ีทากินของประชาชนกบั พ้ืนที่
ป่ าอนุรักษ์ แต่ผลจากการดาเนินงานดงั กล่าวน้ันก็ไม่ก่อให้เกิดการแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ด้านที่ดิน
และกาหนดแนวทางในการบริหารจดั การท่ีดินในพ้ืนที่ได้ กระทงั่ ในปี พุทธศกั ราช 2544 รัฐบาลไดม้ ีมติ
เห็นชอบผ่อนผนั ใหร้ าษฎรสามารถอยอู่ าศยั ทากินไดต้ ามวถิ ีชีวติ ปกติและพฒั นาสาธารณูปโภคในพ้ืนท่ี
ไดโ้ ดยไม่มีการจบั กุมคุกคามหรือโยกยา้ ยราษฎรและแต่งต้งั กรรมการแกไ้ ขปัญหาป่ าไมภ้ าคใตข้ ้ึน แต่ก็
ไม่สามารถแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ และกาหนดแนวทางที่ชดั เจนในการบริหารจดั การท่ีดินในพ้ืนที่ได้
ต่อมาในปี พุทธศกั ราช 2553 รัฐบาลได้มีนโยบายเพ่ือดาเนินการท่ีดินทากินและอยู่อาศยั
ใหก้ บั ประชาชนดว้ ยหลกั การของโฉนดชุมชน แต่อย่างไรก็ตามหลกั การและกระบวนการคิดของโฉนด
ชุมชนน้ันไม่ตรงกับความตอ้ งการท่ีแทจ้ ริงของประชาชนท่ีทากินและอยู่อาศยั ในพ้ืนท่ีแถบเทือกเขา
บรรทัดในเขตจงั หวดั พทั ลุงซ่ึงได้รวมตัวเป็ นครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทดั (พทั ลุง ตรัง
นครศรีธรรมราช) ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนไม่ยอมรับและดาเนินการตามหลกั การของโฉนดชุมชน
ในขณะเดียวกนั น้นั การแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินและการบริหารจดั การท่ีดินตามหลกั การของ
โฉนดชุมชนก็ไม่ก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาท่ีเป็ นรูปธรรมได้ (วิวัฒน์ ฤทธิมา,2554) และในปี
พุทธศักราช 2557 รัฐบาลได้มีการกาหนดแผนแม่บทการพิทักษ์ทรัพยากรป่ าไม้โดยดาเนินการ
ยทุ ธศาสตร์การพิทกั ษท์ รัพยากรป่ าไมท้ ่ีมีการยึดคืนพ้ืนท่ีป่ า ยบั ย้งั การบุกรุกป่ าและแกป้ ัญหาป่ าบุกรุก
คนจากการกาหนดพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ครอบคลุมพ้ืนท่ีของประชาชนโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศเป็ น
หลกั ฐานร่วมกบั หลกั ฐานอ่ืนที่เกี่ยวขอ้ ง ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนในพ้ืนท่ีมองวา่ การดาเนินการของ
ภาครัฐจะก่อเกิดบทเรียนแห่งความปวดร้าวในลกั ษณะเดียวกบั เร่ืองแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ า
ไม้ตามมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวนั ที่ 30 มิถุนายน พุทธศักราช 2541 ประชาชนที่ทากินและอยู่อาศัยใน
พ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ของภาคใตไ้ ดร้ วมตวั กนั ชุมนุมและเคลื่อนไหวเพ่ือแสดงสัญลกั ษณ์ของการไม่ยอมรับ
หลกั การตามยุทธศาสตร์การพิทักษ์ทรัพยากรป่ าไม้และตอ้ งการสร้างการมีส่วนร่วมในการร่วมกัน
5
แกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ และการบริหารจดั การท่ีดินในพ้ืนท่ี ตลอดจนพยายามกาหนดแผนแม่บทการ
พทิ กั ษท์ รัพยากรป่ าไมฉ้ บบั ของภาคประชาชนเพ่ือเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐ(วิวฒั น์ ฤทธิมา,2559)
ท้งั น้ีจากแนวทางและรูปแบบในการบริหารจดั การท่ีดินและแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนที่
ป่ าอนุรักษด์ ว้ ยการนานโยบาย กฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ว่าดว้ ยการอนุรักษพ์ ้ืนที่ป่ าไมม้ าบงั คบั ใช้
ไม่สามารถบริหารจดั การป่ าไมแ้ ละแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
ได้ แต่กลบั นามาสู่การเกิดปัญหาความขดั แยง้ ด้านท่ีดินเพิ่มมากยิ่งข้ึน อีกท้งั แนวทางและวิธีการเพื่อ
บริหารการจดั การป่ าไมแ้ ละแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์ของภาครัฐที่นามาใช้แก้ไข
ปัญหาในพ้ืนที่น้ันขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชนไม่สอดคลอ้ งกบั สภาพความเป็ นจริงในเชิงบริบท
พ้ืนท่ีและความตอ้ งการของประชาชนในพ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง
จึงมีความจาเป็นอยา่ งยงิ่ ในการดาเนินการศึกษาวิจยั ถึงสภาพและลกั ษณะของการบริหารจดั การที่ดินทา
กินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ วิเคราะห์แนวทางในการบริหารจดั การที่ดินทากิน
และแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินและเสนอรูปแบบในการบริหารจดั การที่ดินทากินและรูปแบบแกไ้ ขปัญหา
ท่ีดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์ พ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงท่ีอยู่ในเขตรักษาพนั ธุ์
สตั วป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอทุ ยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ อยา่ งยงั่ ยืน
วตั ถุประสงค์กำรวจิ ัย
การวิจัยเร่ืองการบริหารจดั การที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์อย่างยงั่ ยืน พ้ืนที่แถบ
เทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลงุ มีวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีประกอบไปดว้ ย
1. เพื่อศึกษาสภาพและลกั ษณะของการบริหารจดั การท่ีดินทากินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดิน
ทากินในพ้นื ท่ีป่ าอนุรักษ์ แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง
2. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์แนวทางในการบริหารจดั การท่ีดินทากินและแก้ไขปัญหา
ที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์ แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง
3. เพ่อื เสนอรูปแบบในการบริหารจดั การท่ีดินทากินและรูปแบบแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากิน
ในพ้นื ท่ีป่ าอนุรักษ์ แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงอยา่ งยง่ั ยนื
6
ขอบเขตกำรวจิ ัย
การวิจัยเรื่องการบริหารจดั การท่ีดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์อย่างยงั่ ยืน พ้ืนที่แถบ
เทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงได้กาหนดขอบเขตการดาเนินงานประกอบไปดว้ ยขอบเขตดา้ น
ของเน้ือหา ขอบเขตของพ้ืนท่ีศึกษา ขอบเขตของระยะเวลาที่ทาการศึกษาและขอบเขตของผใู้ หข้ อ้ มลู ดงั น้ี
1. ขอบเขตดา้ นของเน้ือหา
ขอบเขตดา้ นเน้ือหาน้นั เป็ นการดาเนินการศึกษาถึงสภาพสภาพและลกั ษณะของการบริหาร
จดั การท่ีดิน สภาพปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ สภาพและลกั ษณะของการ
แกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ นโยบาย กฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คบั ว่าดว้ ยการแกไ้ ข
ปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินและการแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์ แนวทางและกลไกเพ่ือ
การแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ แนวทางและรูปแบบเพื่อการบริหารจดั การที่ดินทากิน
ในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษอ์ ย่างยง่ั ยนื สภาพและลกั ษณะของการบริหารจดั การที่ดินพ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั
ในเขตจงั หวดั พทั ลุง สภาพปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์พ้ืนที่แถบเทือกเขา
บรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลงุ สภาพและลกั ษณะของการแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษพ์ ้ืนท่ี
แถบเทือกเขาบรรทัดในเขตจงั หวดั พทั ลุง นโยบาย กฎหมายและระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการแก้ไข
ปัญหาความขดั แยง้ ด้านท่ีดินและการแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์พ้ืนที่แถบเทือกเขา
บรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง แนวทางและกลไกเพ่ือการแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษพ์ ้ืนท่ี
แถบเทือกเขาบรรทัดในเขตจงั หวดั พทั ลุง แนวทางและรูปแบบเพื่อการบริหารจัดการที่ดินทากินใน
พ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์พ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทัดในเขตจังหวดั พัทลุงอย่างยงั่ ยืนตลอดจนการศึกษาจาก
แนวคิดเก่ียวกับแนวคิดเก่ียวกับการจดั การทรัพยากรธรรมชาติ แนวคิดเก่ียวกับสิทธิชุมชน แนวคิด
เก่ียวกับการมีส่วนร่วมของประชาชน แนวคิดเกี่ยวกับการจดั การความขัดแยง้ เอกสารและงานวิจยั
เก่ียวขอ้ งกับปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ เอกสารและงานวิจยั เก่ียวขอ้ งกับการแกไ้ ขปัญหา
ที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์
2. ขอบเขตของพ้ืนที่ศึกษา
สาหรับพ้ืนท่ีศึกษาน้ันมุ่งศึกษาในพ้ืนที่ที่ประสบกบั ปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์
มาเป็ นเวลาอันยาวนานและมีการดาเนินการแก้ปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ ตลอดจนมี
การดาเนินการเสนอแนวทางและรูปแบบในการบริหารจดั การท่ีดินและแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ น
ที่ดิน เสนอแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินและการบริหารจดั การที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์
รูปแบบแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินและรูปแบบการบริหารจดั การท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์
อย่างยงั่ ยืนดว้ ยวิธีการและลกั ษณะต่าง ๆ ในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์พ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั
พทั ลุงอย่างยง่ั ยืนในพ้ืนท่ีเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั ประกอบไปด้วย 9 ตาบล ในเขต 4 อาเภอ
7
อนั ไดแ้ ก่ตาบลบา้ นนาและตาบลลาสินธุ์ อาเภอศรีนครินทร์ ตาบลคลองเฉลิม ตาบลคลองทรายขาว และ
ตาบลกงหรา อาเภอกงหรา ตาบลตะโหมดและตาบลคลองใหญ่ อาเภอตะโหมด และพ้ืนท่ีตาบลทุ่งนารี
และตาบลหนองธง อาเภอป่ าบอน จังหวัดพัทลุง พ้ืนที่อุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าประกอบไป
ด้วย 13 ตาบล ในเขต 5 อาเภอ อันได้แก่ ตาบลคลองทรายขาว ตาบลคลองเฉลิมและตาบลสมหวงั
อาเภอกงหรา ตาบลชุมพล ตาบลลาสินธุ์และตาบลบ้านนา อาเภอศรีนครินทร์ ตาบลตะแพนและ
ตาบลเขาป่ ู อาเภอศรีบรรพต และพ้ืนท่ีตาบลเกาะเต่าและตาบลลานข่อย อาเภอป่ าพะยอม จงั หวดั พทั ลุง
ตามสภาพของบริบทพ้ืนที่ในปัจจุบนั
ตารางที่ 1 : พ้ืนที่ศึกษา
ลำดับ เขตพื้นท่ี จำนวนพื้นท่ีศึกษำ
ที่
1 พ้ืนที่เขตรักษาพนั ธุ์สัตว์ พ้ืนที่เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั ประกอบไปดว้ ย 9 ตาบล
ป่ าเขาบรรทดั ในเขต 4 อาเภอ อันได้แก่ตาบลบ้านนาและตาบลลาสิ นธุ์
อาเภอศรีนครินทร์ ตาบลคลองเฉลิม ตาบลคลองทรายขาว และ
ตาบลกงหรา อาเภอกงหรา ตาบลตะโหมดและตาบลคลองใหญ่
อาเภอตะโหมด และพ้ืนท่ีตาบลทุ่งนารีและตาบลหนองธง
อาเภอป่ าบอน จังหวดั พัทลุง ตามสภาพของบริบทพ้ืนท่ีใน
ปัจจุบนั
2 พ้ืนท่ีอุทยานแห่งชาติเขา พ้ืนที่อุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ ประกอบไปดว้ ย 13 ตาบล ใน
ป่ เู ขายา่ เขต 4 อาเภอ อนั ไดแ้ ก่ ตาบลคลองทรายขาว ตาบลคลองเฉลิม
ตาบลกงหรา ตาบลชะรัดและตาบลสมหวงั อาเภอกงหรา
ตาบลชุมพล ตาบลลาสินธุ์และตาบลบ้านนาอาเภอศรีนครินทร์
ตาบลตะแพน ตาบลเขาย่าและตาบลเขาป่ ู อาเภอศรีบรรพต
และพ้ืนที่ตาบลเกาะเต่าและตาบลลานข่อย อาเภอป่ าพะยอม
จงั หวดั พทั ลงุ ตามสภาพของบริบทพ้ืนท่ีในปัจจุบนั
8
ภาพที่ 1 : พ้ืนที่เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั
9
ภาพท่ี 2 : พ้นื ที่อุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่
10
3. ขอบเขตของระยะเวลาที่ทาการศึกษา
เพ่ือให้การดาเนินเป็ นไปด้วยความเรียบร้อยจึงได้กาหนดระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา
ของโครงการวิจยั การบริหารจดั การที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์อย่างยงั่ ยืน พ้ืนที่แถบเทือกเขา
บรรทัดในเขตจงั หวดั พทั ลุงได้กาหนดขอบเขตของระยะเวลาท่ีทาการศึกษาโดยเร่ิมต้ังแต่วนั ท่ี 1
มิถนุ ายน พุทธศกั ราช 2560 ถึงวนั ท่ี 31 เดือนพฤษภาคม พุทธศกั ราช 2561 ประกอบไปดว้ ย
1. การศึกษาเอกสารเป็ นการศึกษาจากข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) โดยดาเนิน
การศึกษาและวิเคราะห์ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากเอกสาร หนงั สือ งานวิจยั บทความและส่ือสารสนเทศต่าง ๆ ท่ี
เกี่ยวขอ้ ง ดาเนินการระหวา่ งเดือนมิถนุ ายน พุทธศกั ราช 2560 ถึง เดือนพฤษภาคม พุทธศกั ราช 2561
2. การสัมภาษณ์ ประกอบไปดว้ ยการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็ นทางการและการสัมภาษณ์
เชิงลึกโดยการใชแ้ บบสัมภาษณ์ ดาเนินการระหว่างเดือนกนั ยายน พุทธศกั ราช 2560 ถึงเดือนเมษายน
พทุ ธศกั ราช 2561
3. การจดั ประชุมแบบมีส่วนร่วมกบั เจา้ หน้าท่ีของรัฐ เจา้ หน้าที่ป่ าไม้ ผนู้ าทอ้ งถิ่นและ
ผูน้ าท้องท่ี ภาคประชาชนที่อยู่อาศยั และทากินและองค์กรชุมชนท่ีอยู่อาศยั และทากิน ตลอดจนมี
ความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาท่ีดินทากินพ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทัดในเขต
จงั หวดั พทั ลุงท่ีต้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่า ดาเนินการ
ระหวา่ งเดือนมิถุนายน พทุ ธศกั ราช 2560 ถึงเดือนกมุ ภาพนั ธ์ พุทธศกั ราช 2561
4. ขอบเขตของผใู้ หข้ อ้ มลู
กลุ่มผูใ้ ห้ขอ้ มูลหลกั ประกอบไปดว้ ยผูใ้ ห้ขอ้ มูลดว้ ยการสัมภาษณ์และผูใ้ ห้ขอ้ มูลดว้ ยการ
ร่วมการจดั ประชุมแบบมีส่วนร่วมซ่ึงประกอบไปดว้ ย นกั วิชาการหรือปราชญช์ าวบา้ น เจา้ หนา้ ที่ของ
รัฐ เจา้ หนา้ ท่ีป่ าไม้ ผนู้ าทอ้ งถ่ินและผูน้ าทอ้ งท่ี ผแู้ ทนจากองคก์ รชุมชนและภาคประชาชนที่มีบทบาท
และเขา้ ใจถึงปัญหาท่ีดินทากิน มีความรู้ความเขา้ ใจถึงปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาท่ีดินทากิน
พ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงที่อยู่ต้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตว์ป่ าเขาบรรทัดและเขต
อทุ ยานแห่งชาติเขาป่ เู ขายา่
4.1 การสมั ภาษณ์เชิงลึกโดยการใชแ้ บบสมั ภาษณ์ท้งั หมดจานวน 175 คน
4.1.1 นกั วิชาการหรือปราชญช์ าวบา้ นซ่ึงเป็นผมู้ ีความรู้ความเขา้ ใจถึงปัญหาและแนว
ทางแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินพ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงท่ีอยู่ต้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์
สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ จานวน 15 คน
4.1.2 เจา้ หน้าท่ีของรัฐอนั ไดแ้ ก่ รองผูว้ ่าราชการจงั หวดั ปลดั จงั หวดั ผูบ้ ริหารและ
เจา้ หนา้ ท่ีของสานกั บริหารพ้ืนท่ีอนุรักษท์ ่ี 5 ผบู้ ริหารและเจา้ หนา้ ที่ของสานกั งานทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดลอ้ มจงั หวดั ป่ าไมจ้ งั หวดั และทอ้ งถ่ินจงั หวดั นายอาเภอและทอ้ งถิ่นอาเภอ ปลดั อาเภอ
11
เจา้ หนา้ ที่ดูแลงานดา้ นความมนั่ คงซ่ึงมีความเกี่ยวขอ้ งมีความเขา้ ใจถึงปัญหาและแนวทางแกไ้ ขปัญหา
ที่ดินทากินพ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงท่ีอยตู่ ้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั
และเขตอทุ ยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ จานวน 12 คน
4.1.3 เจา้ หน้าที่ป่ าไม้ อนั ไดแ้ ก่ ผูบ้ ริหาร พนักงานประจาหรือลูกจา้ งของเขตรักษา
พนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และอทุ ยานแห่งชาติเขาป่ เู ขายา่ จานวน 12 คน
4.1.4 ผู้นาท้องถ่ินและผู้นาท้องท่ี คือ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวดั พัทลุง
รองนายกองค์การบริหารส่วนจงั หวดั พทั ลุง สมาชิกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั พทั ลุง นายกองค์การ
บริหารส่วนตาบล สมาชิกองค์การบริหารส่วนตาบล นายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศมนตรี กานัน
ผูใ้ หญ่บา้ นและผูช้ ่วยผูใ้ หญ่บา้ นซ่ึงเป็ นผูท้ ่ีมีความมีความรู้ความเขา้ ใจถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข
ปัญหาท่ีดินทากินพ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงที่อยู่ต้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขา
บรรทดั และเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ จานวน 25 คน
4.1.5 ผแู้ ทนจากองคก์ รชุมชนและภาคประชาชนที่อยู่อาศยั และทากิน และมีความรู้
ความเขา้ ใจถึงปัญหาและแนวทางแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินพ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั
พทั ลุงที่อยตู่ ้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สตั วป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอทุ ยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ จานวน 111 คน
4.2 สาหรับผูท้ ี่เข้าร่วมการจัดประชุมแบบมีส่วนร่วมน้ันเป็ นลักษณะของการจัด
กระบวนการจัดประชุมร่วมกับเจ้าหน้าท่ีของรัฐ เจ้าหน้าที่ป่ าไม้ ผูน้ าท้องถ่ินและผูน้ าท้องที่
ภาคประชาชนที่อยู่อาศยั และทากินและองคก์ รชุมชนท่ีอยอู่ าศยั และทากิน ตลอดจนมีความรู้ความ
เขา้ ใจถึงปัญหาและแนวทางแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินพ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง
ที่อยู่ต้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่า ท้งั หมดจานวน 17คร้ัง
โดยมีผูเ้ ขา้ ร่วมท้งั หมด 2,482 คน โดยคณะผวู้ ิจยั จะคดั เลือกผูท้ ่ีเขา้ ร่วมประชุมแบบมีส่วนร่วมเพ่ือ
เป็นกลุ่มผูใ้ ห้ขอ้ มูลหลกั ในการสัมภาษณ์เชิงลึก ดว้ ยการพิจารณาจากคณะผวู้ ิจยั ซ่ึงมองวา่ เป็นผูท้ ่ี
สามารถใหข้ อ้ มลู ท่ีเป็นประโยชน์ในการดาเนินการวิจยั
ประโยชน์ทีค่ ำดว่ำจะได้รับ
1. ทราบถึงสภาพและลกั ษณะของการบริหารจดั การที่ดินทากินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทา
กินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง
2. ทราบแนวทางในการบริหารจดั การที่ดินทากินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ า
อนุรักษ์ แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง
3. เกิดรูปแบบในการบริหารจดั การที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ แถบเทือกเขาบรรทดั ใน
เขตจงั หวดั พทั ลงุ อยา่ งยงั่ ยนื
12
4. เกิดรูปแบบการแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขต
จงั หวดั พทั ลุงอยา่ งยง่ั ยนื
5. นาไปสู่การบริหารจดั การที่ดินทากินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์
แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื
6. รูปแบบการบริหารจดั การที่ดินทากินและแก้ไขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์
แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงไดอ้ ยา่ งยงั่ ยืนน้นั เป็นตวั แบบท่ีนาไปสู่การแกไ้ ขปัญหาที่ดิน
ทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษข์ องประเทศไทยและเป็ นแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ า
อนุรักษใ์ นพ้ืนท่ีอื่น ๆ ได้
7. เกิดการส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดการใช้และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติหรือ
ส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งยงั่ ยนื
8. เกิดการส่งเสริมและพฒั นาใหเ้ กิดการบริหารจดั การที่ดินทากินและแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทา
กินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื
9. การบริหารจัดการท่ีดินทากินและแก้ไขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์ แถบ
เทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงไดอ้ ย่างยงั่ ยืนน้ันส่งเสริมให้เกิดความรักสามคั คี ปรองดองและ
ความรู้ที่เนน้ การแกป้ ัญหาดว้ ยวิธีสมานฉนั ท์
10. รูปแบบการบริหารจดั การท่ีดินทากินและแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์
แถบเทือกเขาบรรทัดในเขตจงั หวดั พทั ลุงได้อย่างยง่ั ยืนน้ันก่อให้ความมน่ั คงทางอาหารแก่ชุมชุน
ทอ้ งถ่ินอยา่ งยง่ั ยนื
นิยำมศัพท์เฉพำะ
สาหรับการวิจยั เรื่องการบริหารจดั การท่ีดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษอ์ ย่างยง่ั ยนื พ้ืนท่ีแถบ
เทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงน้นั เพ่ือใหเ้ กิดความเขา้ ใจตรงกนั ในการศึกษาในคร้ังน้ีผศู้ ึกษาจึง
ไดก้ าหนดนิยามศพั ทเ์ ฉพาะไวด้ งั น้ี
ปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ คือ มุมมองและความคิดเห็นที่แตกต่างกนั ในแกไ้ ข
ปั ญหาท่ี ดิ นท ากิ นและการบริ หารจัดการที่ ดิ นท ากิ น ในพ้ืนท่ี แถบเทื อกเขาบรรทัดในเขตจังหวดั
ระหว่างภาครัฐ นโยบายของรัฐและเจา้ หนา้ ที่ของรัฐกบั ภาคประชาชนท่ีก่อใหเ้ กิดปัญหาความขดั แยง้
และนามาสู่การคดั คา้ นและการต่อตา้ นแนวทางการแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินและการบริหารจดั การท่ีดิน
ทากินที่เกิดข้ึนพ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงที่ต้งั อยู่ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตว์ป่ าเขา
บรรทดั และเขตอทุ ยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่
13
การแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ คือ การนานโยบาย ขอ้ กฎหมาย ตลอดจน
ระเบียบข้อบงั คับต่างของหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน องค์กรชุมชนเพ่ือใช้เป็ นแนวทางหรือ
เครื่องมือเพ่ือบริหารจดั การที่ดินในลกั ษณะและรูปแบบต่าง ๆ เพอ่ื การแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินและการ
บริหารจดั การท่ีดินทากิน ตลอดจนเป็ นการควบคุมการใช้ประโยชน์ในท่ีดินในพ้ืนที่แถบเทือกเขา
บรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงที่ต้งั อยู่ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ู
เขายา่
พ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์ คือ พ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงท่ีอยู่ในเขตรักษาพนั ธุ์
สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั ประกอบไปดว้ ย 9 ตาบล ในเขต 4 อาเภอ อนั ไดแ้ ก่ตาบลบา้ นนาและตาบลลาสินธุ์
อาเภอศรี นคริ นทร์ ตาบลคลองเฉลิม ตาบลคลองทรายขาว และตาบลกงหรา อาเภอกงหรา
ตาบลตะโหมดและตาบลคลองใหญ่ อาเภอตะโหมด และพ้ืนที่ตาบลทุ่งนารีและตาบลหนองธง
อาเภอป่ าบอน จังหวัดพัทลุง และพ้ืนที่อุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าประกอบไปด้วย 13 ตาบล
ในเขต 4 อาเภอ อันได้แก่ ตาบลคลองทรายขาว ตาบลคลองเฉลิม ตาบลกงหรา ตาบลชะรัดและ
ตาบลสมหวงั อาเภอกงหรา ตาบลชุมพล ตาบลลาสินธุ์และตาบลบ้านนา อาเภอศรีนครินทร์
ตาบลตะแพน ตาบลเขายา่ และตาบลเขาป่ ู อาเภอศรีบรรพต และพ้ืนที่ตาบลเกาะเตา่ และตาบลลานข่อย
อาเภอป่ าพะยอม จงั หวดั พทั ลงุ ตามสภาพของบริบทพ้ืนที่ในปัจจุบนั
ท่ีดินทากิน คือ ที่ดินสาหรับการประกอบอาชีพและอยู่อาศยั ของประชาชนท่ีอยู่ในพ้ืนท่ี
แถบเทือกเขาบรรทัดในพ้ืนที่เขตรักษาพนั ธุ์สัตว์ป่ าเขาบรรทดั ประกอบไปด้วย 9 ตาบล ในเขต 4
อาเภอ อันได้แก่ตาบลบา้ นนาและตาบลลาสินธุ์ อาเภอศรีนครินทร์ ตาบลคลองเฉลิม ตาบลคลอง
ทรายขาว และตาบลกงหรา อาเภอกงหรา ตาบลตะโหมดและตาบลคลองใหญ่ อาเภอตะโหมด และ
พ้ืนที่ตาบลทุ่งนารีและตาบลหนองธง อาเภอป่ าบอน จงั หวดั พทั ลุง และพ้ืนท่ีอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขา
ยา่ ประกอบไปดว้ ย 13 ตาบล ในเขต 4 อาเภอ อนั ไดแ้ ก่ ตาบลคลองทรายขาว ตาบลคลองเฉลิม ตาบล
กงหรา ตาบลชะรัดและตาบลสมหวงั อาเภอกงหรา ตาบลชุมพล ตาบลลาสินธุแ์ ละตาบลบา้ นนา อาเภอ
ศรีนครินทร์ ตาบลตะแพน ตาบลเขาย่าและตาบลเขาป่ ู อาเภอศรีบรรพต และพ้ืนท่ีตาบลเกาะเต่าและ
ตาบลลานข่อย อาเภอป่ าพะยอม จงั หวดั พทั ลุง ตามสภาพของบริบทพ้ืนท่ีในปัจจุบนั
การบริหารจัดการที่ดิน คือ การนานโยบาย มาตรการ ข้อกฎหมาย ตลอดจนระเบียบ
ขอ้ บงั คบั ต่างของหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน องคก์ รชุมชนเพ่ือใชเ้ ป็นแนวทางหรือเครื่องมือเพ่ือ
บริหารจดั การที่ดินในลกั ษณะและรูปแบบต่าง ๆ เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ดินทากินและการบริหาร
จดั การที่ดินทากิน ตลอดจนเป็ นการควบคุมการใช้ประโยชน์ในที่ดินในพ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ใน
เขตจังหวัดพัทลุงที่อยู่ในพ้ืนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ าเขาบรรทัดประกอบไปด้วย 9 ตาบล
ในเขต 4 อาเภอ อันได้แก่ตาบลบ้านนาและตาบลลาสินธุ์ อาเภอศรีนครินทร์ ตาบลคลองเฉลิม
14
ตาบลคลองทรายขาว และตาบลกงหรา อาเภอกงหรา ตาบลตะโหมดและตาบลคลองใหญ่ อาเภอตะ
โหมด และพ้ืนท่ีตาบลทุ่งนารีและตาบลหนองธง อาเภอป่ าบอน จงั หวดั พัทลุง และพ้ืนที่อุทยาน
แห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าประกอบไปดว้ ย 13 ตาบล ในเขต 4 อาเภอ อนั ได้แก่ ตาบลคลองทรายขาว ตาบล
คลองเฉลิม ตาบลกงหรา ตาบลชะรัดและตาบลสมหวงั อาเภอกงหรา ตาบลชุมพล ตาบลลาสินธุ์และ
ตาบลบา้ นนา อาเภอศรีนครินทร์ ตาบลตะแพน ตาบลเขาย่าและตาบลเขาป่ ู อาเภอศรีบรรพต และพ้ืนท่ี
ตาบลเกาะเตา่ และตาบลลานข่อย อาเภอป่ าพะยอม จงั หวดั พทั ลุงตามสภาพของบริบทพ้ืนที่ในปัจจุบนั
เจ้าหน้าท่ีของรัฐ คือ รองผูว้ ่าราชการจังหวดั พัทลุง ปลัดจังหวดั พัทลุง ผู้บริหารและ
เจา้ หนา้ ที่ของสานกั บริหารพ้นื ที่อนุรักษท์ ่ี 5 ผบู้ ริหารและเจา้ หนา้ ท่ีของสานกั งานทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดลอ้ มจงั หวดั ป่ าไม้จงั หวดั และทอ้ งถิ่นจงั หวดั นายอาเภอและทอ้ งถิ่นอาเภอ ปลดั อาเภอ
เจา้ หนา้ ที่ดูแลงานดา้ นความมน่ั คงซ่ึงมีความเก่ียวขอ้ งมีความเขา้ ใจถึงปัญหาและแนวทางแกไ้ ขปัญหา
ท่ีดินทากินพ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงท่ีอยู่ต้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั
และเขตอทุ ยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่
เจ้าหน้าที่ป่ าไม้ คือ ผูบ้ ริหาร พนักงานประจาหรือลูกจ้างของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ าเขา
บรรทดั และอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าที่ปฏิบตั ิงานในพ้ืนที่ศึกษาและมีความเขา้ ใจถึงปัญหาและแนว
ทางแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินพ้นื ท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง
ภาคประชาชน คือ ประชาชนที่อยู่อาศยั และทากินในพ้ืนที่เขตพ้ืนท่ีเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ า
เขาบรรทัดและเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าซ่ึงไดร้ ับความเดือดร้อนในการดาเนินวิถีชีวิตและมี
ความเกี่ยวขอ้ งกบั ปัญหาท่ีดินทากินและการบริหารจดั การท่ีดินทากิน
ผูน้ าทอ้ งถ่ินและผนู้ าทอ้ งท่ี คือ นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั พทั ลุง รองนายกองคก์ าร
บริหารส่วนจงั หวดั พทั ลุง สมาชิกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั พทั ลุง นายกองค์การบริหารส่วนตาบล
สมาชิกองคก์ ารบริหารส่วนตาบล นายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศมนตรี กานัน ผใู้ หญ่บา้ นและผชู้ ่วย
ผใู้ หญ่บา้ นซ่ึงเป็นผูท้ ่ีมีความมีความรู้ความเขา้ ใจถึงปัญหาและแนวทางแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินพ้ืนที่
แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงท่ีต้งั อยู่ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอุทยาน
แห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ ซ่ึงยงั คงดารงตาแหน่งในปัจจุบนั และผทู้ ่ีเคยดารงตาแหน่งมาก่อน
องคก์ รชุมชน คือ หน่วยงานภาคประชาชนท่ีเกิดข้ึนจากการรวมตวั ของประชาชนในฃพ้ืนท่ี
แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงท่ีต้งั อยู่ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอุทยาน
แห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ ซ่ึงการรวมตวั กนั น้นั เพื่อปรึกษาหารือและร่วมกาหนดแนวทางในการแกไ้ ขปัญหา
ที่ดินทากินและการบริหารจดั การท่ีดินทากิน ตลอดจนร่วมแก้ไขและเสนอแนวทางในการแก้ไข
ปัญหาท่ีดินทากินและการบริหารจดั การท่ีดินทากินด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากประชาชนใน
ชุมชน
15
กลไกของการแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินและการบริหารจดั การที่ดิน คือ บทบาท
และหน้าที่ของการเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการในการแก้ไขปัญหาความขัดแยง้ ด้านท่ีดิน
การบริหารจดั การที่ดินขององค์กรต่าง ๆ ท้งั ภาครัฐ องคก์ รชุมชน และภาคประชาชน เพ่ือการแกไ้ ข
ปัญหาที่ดินทากินและการบริหารจดั การท่ีดินทากินพ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงที่
ต้งั อยใู่ นเขตรักษาพนั ธุส์ ัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ เพื่อก่อให้เกิดความยง่ั ยนื
รูปแบบการแก้ไขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์ คือ หลักการ กลไกอันได้แก่
(องค์กรหรือกลุ่มคนและบุคคล) และวิธีการของการแก้ไขปัญหาท่ีดินทากินและการบริหารจดั การ
ท่ีดินทากินท่ีมีความเหมาะสมและสอดคลอ้ งกับบริบทของพ้ืนที่ท่ีจะก่อให้เกิดการนาไปใช้ในการ
แกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ู
เขาย่า ได้อย่างยง่ั ยืนท่ีก่อให้เกิดแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขดั แยง้ ด้านที่ดินท่ีสามารถนาไป
ประยกุ ตใ์ ชไ้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสมท้งั ในระดบั ทอ้ งถิ่นและระดบั ประเทศ
บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วข้อง
การวิจัยเร่ืองการบริหารจดั การที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์อย่างยงั่ ยืน พ้ืนที่แถบ
เทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุง ผูศ้ ึกษาไดค้ น้ ควา้ แนวคิด เอกสารและงานวิจยั ที่เก่ียวขอ้ งเพื่อ
ใชเ้ ป็นกรอบในการศึกษา ดงั น้ี
2.1 แนวคิดเก่ียวกบั การจดั การทรัพยากรธรรมชาติและท่ีดินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์
2.2 แนวคดิ เก่ียวกบั สิทธิชุมชน
2.3 แนวคิดเกี่ยวกบั การมีส่วนร่วมของประชาชน
2.4 เอกสารและงานวิจยั เกี่ยวขอ้ งกบั ปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์
2.5 เอกสารและงานวิจยั เกี่ยวขอ้ งกบั การแกไ้ ขปัญหาที่ดินทากินในพ้นื ท่ีป่ าอนุรักษ์
2.6 บริบทของพ้ืนท่ีและสภาพในการบริหารจดั การท่ีดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษพ์ ้นื ที่
แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลงุ
2.7 กรอบการวจิ ยั
โดยมีรายละเอียดดงั น้ี
2.1 แนวคิดเกย่ี วกบั การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและท่ดี ินในพืน้ ท่ีป่ าอนุรักษ์
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มน้ันเป็ นการกาหนดแนวทางในการ
บริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติท่ีก่อให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพที่อานวยสุขให้กับ
ประชาชนและก่อให้เกิดความเสมอภาคในการเขา้ ถึงทรัพยากรธรรมชาติผ่านการกาหนดเป็ น
กฎหมาย ระเบียบและขอ้ บงั คบั ตลอดจนนโยบายในลกั ษณะต่าง ๆ เพื่อใชเ้ ป็ นแนวทางและวิธีการ
ในการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากฎหมาย ระเบียบและขอ้ บงั คบั
ตลอดจนนโยบายในลักษณะต่าง ๆ เพื่อใช้เป็ นแนวทางและวิธีการในการบริ หารจัดการ
ท รัพ ยากรธรรม ช าติ น้ ัน ก ลับ มี การบังคับ ใช้ท่ี ไร้ป ระสิ ท ธิ ภ าพ จึ งส่ งผล ให้ การบ ริ ห าจัดก าร
ทรัพ ยากรธรรมชาติ ไม่มีประสิ ทธิ ภาพหรื อไม่ก่อให้เกิ ดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ สามารถ
เอ้ืออานวยต่อประชาชนอยา่ งเสมอภาคและเท่าเทียมกนั ไดอ้ ีกท้งั การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย ระเบียบและ
ขอ้ บงั คบั ตลอดจนนโยบายเพื่อใชเ้ ป็นแนวทางและวิธีการในการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติ
โดยรวมของประเทศ ยงั นาไปสู่การเกิดความขดั แยง้ ในรูปแบบต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนจากมุมมองและ
ความแตกต่างของความคิดหรือแนวทางปฏิบตั ิติ จึงมีความจาเป็ นอย่างย่ิงท่ีจะตอ้ งให้ความสาคญั
17
กบั แนวทางในการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติที่ก่อให้เกิดความสอดคลอ้ งกบั บริบทของแต่
ละพ้ืนท่ีและท่ีสาคญั สุดกค็ ือจะตอ้ งนาไปสู่การสร้างความเท่าเทียมเสมอภาคและประโยชน์สุขของ
ประชาชนโดยรวม
2.1.1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
สาหรับการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและท่ีดินน้นั รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย
พุท ธศักราช 2560 กาห น ดให้ประชาชนมี สิ ทธิ ใน การปกป้ องและการบริ ห ารจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและตามหมวดที่ 3 ว่าด้วยเรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยน้ันใน
มาตราที่ 43 บุคคลและชุมชนย่อมมีสิ ทธิ (2) จัดการ บารุ งรักษาและใช้ประโยชน์ จาก
ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ มและความหลากหลายทางชีวภาพอยา่ งสมดุลและยงั่ ยนื ตามวิธีการท่ี
กฎหมายบญั ญตั ิและหน้าท่ีของรัฐในการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติตามหมวดท่ี 5 หน้าท่ี
ของรัฐในมาตราท่ี 57 น้ันรัฐตอ้ ง (2) อนุรักษ์ คุม้ ครอง บารุงรักษา ฟ้ื นฟู บริหารจดั การและใชห้ รือ
จดั ให้มีการใชป้ ระโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม และความหลากหลายทางชีวภาพให้
เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยงั่ ยนื โดยตอ้ งให้ประชาชนและชุมชนในทอ้ งถ่ินที่เกี่ยวขอ้ งมีส่วน
ร่วมดาเนินการและไดร้ ับประโยชน์จากการดาเนินการดงั กล่าวดว้ ยตามที่กฎหมายบญั ญตั ิ ตลอดจน
ในหมวดท่ี 6 ว่าดว้ ยเรื่องแนวนโยบายแห่งรัฐน้ันตามมาตราที่ 73 รัฐพึงดาเนินการเกี่ยวกบั ที่ดิน
ทรัพยากรน้าและพลงั งาน ดงั ต่อไปน้ี (1) วางแผนการใชท้ ี่ดินของประเทศให้เหมาะสมกบั สภาพ
ของพ้ืนที่และศกั ยภาพของท่ีดินตามหลกั การพฒั นาอย่างยงั่ ยนื (2) จดั ให้มีการวางผงั เมืองทุกระดบั
และบงั คบั การให้เป็ นไปตามผงั เมืองอยา่ งมีประสิทธิภาพรวมตลอดท้งั พฒั นาเมืองให้มีความเจริญ
โดยสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของประชาชนในพ้ืนท่ี (3) จดั ให้มีมาตรการกระจายการถือครอง
ที่ดินเพื่อให้ประชาชนสามารถมีท่ีทากินไดอ้ ย่างทว่ั ถึงและเป็ นธรรม (4) จดั ให้มีทรัพยากรน้าท่ีมี
คุณภาพและเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมท้ังการประกอบเกษตรกรรม
อุตสาหกรรม และการอื่น และ(5) ส่งเสริมการอนุรักษ์พลงั งานและการใช้พลงั งานอย่างคุม้ ค่า
รวมท้งั พฒั นาและสนบั สนุนให้มีการผลิตและการใชพ้ ลงั งานทางเลือกเพ่ือเสริมสร้างความมนั่ คง
ด้านพลังงานอย่างยง่ั ยืน ประกอบกับในหมวดที่ 16 การปฏิรูปประเทศน้ัน ในมาตราท่ี 258 ให้
ดาเนินการปฏิรูปประเทศ ขอ้ ช. ด้านอ่ืน ๆ (2) กาหนดให้มีการจดั ให้มีการกระจายการถือครอง
ท่ีดินอย่างเป็ นธรรม รวมท้งั การตรวจสอบกรรมสิทธ์ิและการถือครองที่ดินท้งั ประเทศเพื่อแกไ้ ข
ปัญหากรรมสิทธ์ิและสิทธิครอบครองท่ีดินอยา่ งเป็นระบบ
ท้งั น้ีสามารถกล่าวไดว้ ่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทยพุทธศกั ราช 2560 น้ันมุ่งให้
เกิดการปกป้องและการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติโดยภาคประชาชนและส่วนงานราชการที่
เกี่ยวขอ้ งเขา้ มามีบทบาทในการร่วมดาเนินงาน สนับสนุนและส่งเริมให้เกิดการอนุรักษ์ คุม้ ครอง
18
บารุงรักษา ฟ้ื นฟู บริหารจัดการและใช้หรือจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
ส่ิงแวดลอ้ มและความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยง่ั ยืนท่ีอยู่บน
พ้ืนฐานของพ้ืนที่และชุมชนน้นั ๆ ในส่วนของการบริหารจดั การที่ดินน้นั ก็ถือวา่ มีความสาคญั ยิ่งท่ี
ภาคประชาชนจะตอ้ งเขา้ มามีบทบาทตามสิทธ์ิท่ีพึงมีและร่วมดาเนินการร่วมกบั หน่วยงานภาครัฐ
และภาคประชาชนสังคมในการบริหารจดั การและแกไ้ ขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดข้ึน โดยเฉพาะปัญหา
ท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ พ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงท่ีอยู่ต้งั ในเขตรักษา
พันธุ์สัตว์ป่ าเขาบรรทัดและเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าจะต้องเข้ามามีบทบาทและสร้าง
กระ บ วนก ารมี ส่ วน ร่ วม ใน ก ารดาเนิ น ก าร บ ริ ห ารจัดก ารและ แก้ไข ปั ญ ห าการบ ริ ห ารจัดก าร
ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกนั ตามสิทธ์ิของความถูกตอ้ งแห่งหลกั ของวิถีและหลกั ของกฎหมายเพื่อ
นาไปสู่ความยง่ั ยนื ในการบริหารจดั การและแกไ้ ขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติในพ้ืนท่ี โดยเฉพาะใน
ประเด็นการบริ หารจัดการที่ดินทากินและแก้ไขปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนที่ด้วยการสร้าง
กระบวนการมีส่วนร่วมเพ่ือกาหนดวิธีการและแนวทางเพ่ือการบริหารจดั การท่ีดินทากินและแกไ้ ข
ปัญหาท่ีดินทากินในพ้ืนท่ีตามสิทธ์ิของความถกู ตอ้ งแห่งหลกั ของวิถีและหลกั ของกฎหมาย
2.1.2 แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาตฉิ บับที่ 12 (พุทธศักราช 2560-2564)
สาหรับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและที่ดินตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติฉบับท่ี 12 (พ.ศ.2560-2564) น้ันสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ (2559) ไดก้ าหนดยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ มเพ่ือการพฒั นาอยา่ งยงั่ ยืน
ที่มุ่งรักษา ฟ้ื นฟทู รัพยากรธรรมชาติและมีการใชป้ ระโยชน์อย่างยง่ั ยนื และเป็นธรรม สร้างความมน่ั คง
ด้านน้าของประเทศและบริหารจัดการทรัพยากรน้าท้ังระบบให้มีประสิทธิภาพ บริหารจัดการ
ส่ิงแวดลอ้ มและลดมลพิษใหม้ ีคณุ ภาพดีข้ึนและพฒั นาขีดความสามารถในการลดกา๊ ซเรือนกระจกและ
การปรับตวั เพ่ือลดผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศและการรับมือกบั ภยั พิบตั ิ ดว้ ยการ
การรักษาฟ้ื นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สร้างสมดุลของการอนุรักษแ์ ละใช้ประโยชน์อยา่ งยงั่ ยืนและเป็ น
ธรรม ใชป้ ระโยชน์จากทุนธรรมชาติโดยคานึงถึงขีดจากดั และศกั ยภาพในการฟ้ื นตวั รักษาความมน่ั คง
ของฐานทรัพยากร สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยง่ั ยืนและเป็ นธรรม
รวมท้งั ผลกั ดนั แนวทางการประเมินมูลค่าของระบบนิเวศและการสร้างรายไดจ้ ากการอนุรักษ์เพ่ือใช้
ในการบริหารจดั การที่มีประสิทธิภาพเพิ่มข้ึนดว้ ยการ
1. อนุรักษฟ์ ้ื นฟูทรัพยากรป่ าไมเ้ พื่อสร้างสมดุลธรรมชาติ ปกป้องและฟ้ื นฟูทรัพยากร
ป่ าไมแ้ ละสัตวป์ ่ าใหเ้ กิดผลในทางปฏิบตั ิอยา่ งเป็นรูปธรรม หยดุ ย้งั การทาลายป่ าเพื่อรักษาพ้ืนท่ีป่ าไม้
102.3 ลา้ นไร่ใหค้ งอยู่ โดยสนธิกาลงั ของทุกภาคส่วนนาระบบสารสนเทศมาใชเ้ พื่อการบริหารจดั การ
บงั คบั ใช้กฎหมายอยา่ งมีประสิทธิภาพและเป็ นธรรม เร่งรัดดาเนินการแกไ้ ขปัญหาการทบั ซ้อนแนว
19
เขตท่ีดินของรัฐโดยใช้หลกั เกณฑก์ ารปรับปรุงแผนที่แนวเขตท่ีดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map)
ให้แลว้ เสร็จเป็ นรูปธรรมโดยเร็ว สนับสนุนการปลูกและฟ้ื นฟูป่ าไมต้ ามแนวพระราชดาริ “ปลูกป่ า
ปลูกคน” โดยประยุกต์ความสาเร็จจากโครงการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถมั ภ์ ในการ
ปลูกป่ าและยกระดบั คุณภาพชีวิตของชุมชนไปพร้อมกนั ส่งเสริมการปลกู ฟ้ื นฟูป่ าในพ้ืนที่วา่ งของรัฐ
ตามแนวกันชนและการเชื่อมต่อผืนป่ า ส่งเสริมการจดั การป่ าชุมชน และป่ าครัวเรือน สนับสนุน
กฎหมายเกี่ยวกับป่ าชุมชน สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการฟ้ื นฟูและดูแลผืนป่ า เพ่ิมพ้ืนที่ป่ า
เศรษฐกิจเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายร้อยละ 15 ของพ้ืนท่ีประเทศโดยส่งเสริมการปลูกไมม้ ีค่าทางเศรษฐกิจ
ระยะยาว อาทิไมส้ ัก ไมม้ ะค่าและไมพ้ ะยูง โดยปรับปรุงกฎระเบียบเพ่ือส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้
ภาคเอกชน ภาคประชาชนและเกษตรกรรายย่อยในการปลูกไมม้ ีค่าทางเศรษฐกิจระยะยาว อาทิไมส้ ัก
ไมม้ ะค่าและไมพ้ ะยงู หรือปรับเปลี่ยนจากการปลูกไมเ้ ศรษฐกิจระยะส้ันมาเป็ นไมม้ ีค่าระยะยาวจดั ต้งั
ตลาดกลางคา้ ไม้ พฒั นาระบบโลจิสติกส์ในการคา้ และขนส่งไม้ สนบั สนุนกลไกทางการเงินเพื่อการ
ปลูกป่ า อาทิการออกพนั ธบตั รป่ าไม้ ธนาคารตน้ ไมห้ รือกองทุนส่งเสริมการปลูกป่ า ส่งเสริมการวิจยั
และพฒั นาการปลูกพืชแซมในสวนป่ า การทาวนเกษตรเพื่อสร้างรายไดใ้ หเ้ กษตรกรระหวา่ งท่ีไมย้ งั ไม่
เติบโตและส่งเสริมการวิจยั และนวตั กรรมในการสร้างมูลค่าเพ่ิมจากไม้ รวมท้งั พฒั นาสนับสนุนแนว
ทางการสร้างรายได้จากการอนุรักษ์ อาทิการพฒั นาระบบการจดั การพ้ืนที่อนุรักษ์เพ่ือส่งเสริมการ
ทอ่ งเที่ยวอยา่ งยงั่ ยนื หรือพฒั นาท่องเท่ียวของชุมชนที่มีบทบาทโดดเด่นดา้ นการอนุรักษ์
2. อนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยงั่ ยืน ปกป้องและ
อนุรักษท์ รัพยากรพนั ธุกรรม อนุรักษพ์ นั ธุกรรมและภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน สนบั สนุนธนาคารพนั ธุกรรมที่
มีการดาเนินการอยู่แลว้ อย่างเป็ นระบบ ท้งั พืช สัตวแ์ ละจุลินทรีย์ ส่งเสริมการใชป้ ระโยชน์ การสร้าง
มูลค่าเพ่ิมจากทรัพยากรชีวภาพและใหม้ ีการแบ่งปันผลประโยชน์อยา่ งเป็นธรรม จดั ทาชุดการวิจยั เพื่อ
การพฒั นาผลิตภณั ฑ์อย่างเป็ นระบบ ผลกั ดนั ให้มีการนางานวิจยั ท่ีมีอยู่มาพฒั นาต่อยอดทางธุรกิจ
สนบั สนุนยุทธศาสตร์การพฒั นาสมุนไพรท่ีเป็ นยาและเครื่องสาอางที่มีศกั ยภาพและมีความตอ้ งการ
ของตลาด เชื่อมโยงการพฒั นาผลิตภณั ฑ์ชีวภาพใหม่กบั กระบวนการพฒั นาสินคา้ ชุมชนหน่ึงตาบล
หน่ึงผลิตภัณฑ์ โดยค้นหาเอกลักษณ์และศกั ยภาพที่แท้จริงของทรัพยากรชีวภาพ ภูมิปัญญาและ
วฒั นธรรมของทอ้ งถิ่นเพ่ือพฒั นาผลิตภณั ฑใ์ หมท่ ่ีมีนวตั กรรมและมีมลู คา่ สูง
3. พฒั นาระบบบริหารจดั การท่ีดินและแก้ไขการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยจดั ทาระบบ
ฐานขอ้ มูลเพื่อการบริหารจดั การที่ดิน จดั ทาหลกั ฐานการถือครองที่ดินของรัฐทุกประเภทให้ครบถว้ น
ชดั เจน ปรับปรุงกลไกการบริหารจดั การที่ดินให้มีเอกภาพเพ่ือทาหนา้ ท่ีกาหนดภาพรวมนโยบายดา้ น
ที่ดินและกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยใชก้ ลไกเคร่ืองมือทางเศรษฐศาสตร์สนับสนุน
การจดั ที่ดินทากินให้ชุมชนโดยให้สิทธิในลกั ษณะแปลงรวมและการรวมกลุ่ม เพื่อพฒั นาระบบการ
20
ผลิตและการสร้างรายไดข้ องชุมชน พฒั นาระบบเช่าที่ดินใหม้ ีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างโอกาสในการใช้
ประโยชน์ที่ดินให้กบั ประชาชน จดั เก็บภาษีที่ดินในอตั รากา้ วหน้า กาหนดมาตรการป้องกันการถือ
ครองท่ีดินของคนต่างชาติ รวมท้งั อนุรักษ์ทรัพยากรดินและที่ดินให้มีคุณภาพเหมาะสมต่อการใช้
ประโยชน์
4. ปกป้องทรัพยากรทางทะเลและป้องกันการกัดเซาะตลิ่งและชายฝ่ัง พัฒนาพ้ืนท่ี
ชายฝ่ังโดยคานึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดลอ้ มและความยง่ั ยืนระยะยาว ลดความขดั แยง้ เชิงนโยบาย
ระหวา่ งการพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐาน การท่องเท่ียว การประมงและวิถีชีวิตของชุมชน โดยการจาแนก
แนวเขตการใชป้ ระโยชนใ์ นพ้ืนท่ีทะเลและชายฝั่งที่ผา่ นกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ตดั สินใจ และ
จดั การร่วมของภาคีที่เก่ียวขอ้ ง พฒั นาระบบบริหารจดั การและการจดั เก็บรายไดจ้ ากการท่องเที่ยวใน
พ้ืนที่อนุรักษ์ทางทะเล หมู่เกาะและชายหาด เพ่ือนามาใช้ในการอนุรักษ์และพฒั นาแหล่งท่องเที่ยว
ธรรมชาติให้คงความสมบูรณ์และสวยงามตลอดไป ปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล กาหนด
พ้ืนท่ีคุม้ ครองทางทะเลและชายฝ่ัง กาหนดมาตรการควบคุมการจบั สัตวน์ ้า ห้ามการจบั สัตวน์ ้าวยั อ่อน
ควบคมุ เคร่ืองมือทาประมงท่ีผิดกฎหมาย คุม้ ครองประมงพ้ืนบา้ น รวมท้งั แกไ้ ขปัญหาการกดั เซาะตลิ่ง
ริมแม่นา้ และชายฝ่ังโดยคานึงถึงพลวตั การเปลี่ยนแปลงของระบบชายหาด ใชแ้ นวคดิ การจดั การระบบ
กลุ่มหาด (Littoral Cell) โดยจาแนกชายหาดตามลกั ษณะธรณีสัณฐานและออกแบบระบบป้องกนั และ
การลดพลงั งานคลื่นลมอย่างบูรณาการภายในกลุ่มหาดน้ัน เพ่ือมิให้การก่อสร้างในพ้ืนที่ชายฝ่ังส่ง
ผลกระทบกบั พ้ืนท่ีขา้ งเคยี ง
5. วางแผนบริหารจัดการทรัพยากรแร่เพ่ือให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดและลด
ผลกระทบต่อสิ่งแวดลอ้ มและประชาชน กาหนดปริมาณที่เหมาะสมในการนาแร่มาใช้ประโยชน์
คานึงถึงความจาเป็นและมูลค่าในอนาคต จากดั การส่งออกทรัพยากรแร่ในรูปวตั ถุดิบ หวงหา้ มการทา
เหมืองแร่ในพ้ืนท่ีลุ่มน้าช้นั 1 และเขตอนุรักษข์ องกรมศิลปากร ควบคุมผลกระทบจากการทาเหมืองแร่
ท่ีก่อมลพิษต่อสภาพแวดลอ้ มและสุขภาพอนามยั ของประชาชนอยา่ งเขม้ งวด จดั ทายุทธศาสตร์ระยะ
ยาวเพ่ือบริหารจดั การแร่ท่ีมีมูลค่าสูง โดยเปิ ดเผยต่อสาธารณชนมีการประเมินผลตอบแทนทาง
เศรษฐกิจเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายทางดา้ นสุขภาพและการจดั การสิ่งแวดลอ้ ม มีกระบวนการรับฟัง
ความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาลและมีการชดเชยเยียวยาท่ี
เหมาะสมกับผู้ได้รับผลกระทบ โดยผู้ประกอบการจะต้องเป็ นผู้รับผิดชอบ พัฒนากลไกท่ีมี
ประสิทธิภาพเพ่ือจดั การความขดั แยง้ ระหว่างชุมชนกบั ผูป้ ระกอบการเหมืองแร่โดยคานึงถึงสิทธิ
ชุมชนและความเป็ นธรรมทางสังคม
21
การบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติตามแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบบั ที่
12 (พ.ศ.2560-2564) น้ัน ถือว่าสาคญั อย่างย่ิงในการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติท่ีนาไปสู่ความ
ยงั่ ยนื และก่อใหเ้ กิดความสมดุลทางธรรมชาติ โดยเพราะการดาเนินการเพื่ออนุรักษฟ์ ้ื นฟูทรัพยากรป่ า
ไมเ้ พ่ือสร้างสมดุลธรรมชาติ ปกป้องและฟ้ื นฟูทรัพยากรป่ าไมแ้ ละสัตว์ป่ าให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
อย่างเป็นรูปธรรม หยดุ ย้งั การทาลายป่ า เพ่ือรักษาพ้ืนที่ป่ าไมใ้ ห้คงอยู่ ซ่ึงถือวา่ มีความสาคญั และเป็ น
แนวทางที่ดีในการดาเนินการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการดาเนินการแกไ้ ขปัญหา
ที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักน์ ้นั มีความจาเป็นอยา่ งยง่ิ ที่จะตอ้ งดาเนินการแกไ้ ขปัญหาท่ีอยบู่ นพ้ืนฐาน
ของความเหมาะสมและการดาเนินการกาหนดรูปแบบหรือแนวทางในการบริหารจดั การที่ก่อให้เกิด
ความสอดคลอ้ งกบั บริบทของพ้ืนท่ี ตลอดจนมุ่งดาเนินการเพื่อก่อให้เกิดรูปแบบและแนวทางในการ
บริหารจดั การที่ดินและการแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากินและอย่อู าศยั ในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์
สาหรับปัญหาที่ดินทากินและความขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินทากินพ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ในเขต
จงั หวดั พทั ลุงที่อยูต่ ้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สตั วป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าน้นั เป็นผล
สืบเนื่องมาจากการการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติตามแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ในฉบบั ต่าง ๆ ท่ีผ่านมา ซ่ึงมุ่งพฒั นาเศรษฐกิจบนพ้ืนฐานของการทาลายทรัพยากร ส่งเสริมให้มีการ
บุกรุกแผว้ ถางพ้ืนที่ป่ าเพ่ือขยายพ้ืนท่ีทาการเกษตรและอย่อู าศยั เพ่ือให้ภาครัฐไดม้ าซ่ึงผลผลิตทางการ
เกษตรในการพฒั นาเศรษฐกิจและขยายฐานการคา้ แต่จากการส่งเสริมของภาครัฐกลบั ก่อใหเ้ กิดปัญหา
ความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินในเร่ืองสิทธิในท่ีดินทากินและท่ีอยู่อาศยั จนก่อให้เกิดปัญหาความขดั แยง้ ดา้ น
ท่ีดินและการบริหารจดั การท่ีดินในรูปแบบต่าง ๆ ข้ึน โดยเฉพาะปัญหาความขดั แยง้ จากการบริหาร
จดั การท่ีดินและการแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินระหว่างภาครัฐกบั ภาคประชาชนและองคก์ ร
ชุมชน ท้งั น้ีเป็ นผลมาจากระบบและกลไกในการบริหารจดั การการบริหารจดั การที่ดินและการแกไ้ ข
ปัญหาความขัดแยง้ ด้านท่ีดินของประเทศไทยน้ันไม่มีประสิทธิภาพและขาดการบูรณาการถึง
กระบวนการดาเนินงาน มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างในการบริหารงานและปรับเปล่ียนระบบการ
บริหารงาน ตลอดจนการเขา้ มาดาเนินงานของหน่วยงานภาครัฐเพื่อการบริหารจดั การที่ดินและการ
แกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินน้ันไม่ก่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงนามาสู่
การเกิดปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินและการบริหารจดั การที่ดินทากินในพ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั ใน
เขตจงั หวดั พทั ลุงท่ีอยตู่ ้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอทุ ยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่
2.1.3 กฎหมายเกยี่ วกบั การปกครองท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและทดี่ ิน
สาหรับการปกครองทอ้ งถ่ินในการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและที่ดินน้ันไดม้ ีกฎหมายท่ี
กาหนดให้องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเขา้ มาคุม้ ครอง ดูแลและบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมในเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบตามมาตราท่ี 250 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
22
พุทธศักราช 2560 น้ันได้กาหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีหน้าท่ีและอานาจดูแลและจดั ทา
บริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในทอ้ งถ่ินตามหลกั การพฒั นา
อยา่ งยง่ั ยืน รวมท้งั ส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั การศึกษาให้แก่ประชาชนในทอ้ งถิ่นตามที่กฎหมาย
บญั ญตั ิขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นน้นั ท้งั น้ีองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินจะมีบทบาทและความ
แตกต่างในการดาเนินในการจดั การทรัพยากรธรรมชาติตามพระราชบญั ญัติสภาตาบลและองค์การ
บริหารส่วนตาบลพุทธศกั ราช 2537 ในมาตราท่ี 23(4) และมาตราที่ 67(7) ระบุไวว้ า่ ภายใตบ้ งั คบั แห่ง
กฎหมาย องคก์ ารบริหารส่วนตาบลมีหนา้ ท่ีตอ้ งคุม้ ครอง ดูแลและบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อมในเขตองค์การบริหารส่วนตาบล (พระราชบญั ญตั ิสภาตาบลและองค์การบริหารส่วน
ตาบลพุทธศกั ราช 2537, 2537) แต่สาหรับพระราชบญั ญตั ิองค์การบริหารส่วนจงั หวดั พ.ศ. 2540 น้ัน
ระบุไวใ้ นมาตราที่ 45 โดยให้องค์การบริหารส่วนจังหวดั มีอานาจหน้าท่ีในการบริหารจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติ (7) คุม้ ครอง ดูแลและบารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มและ (7 ทวิ)
29 บารุ งรักษาศิลปะ จารี ตประเพณี ภู มิปั ญญาท้องถ่ินและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
(พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจงั หวดั พุทธศกั ราช 2540, 2540) ตลอดจนในพระราชบญั ญัติ
กาหนดแผนและข้นั ตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินพุทธศกั ราช 2542 ใน
มาตราที่ 16 (24) และมาตราท่ี 17 (5) กาหนดไวว้ ่าให้เทศบาล เมืองพัทยาและองค์การบริหารส่วน
ตาบลมีอานาจและหนา้ ที่ในการจดั ระบบการบริการสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของประชาชนในทอ้ งถ่ิน
ของตนเองในการจดั การ การบารุงรักษาและการใชป้ ระโยชน์จากป่ าไม้ ที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอ้ ม (พระราชบญั ญตั ิกาหนดแผนและข้นั ตอนการกระจายอานาจให้แก่องคก์ รปกครองส่วน
ท้องถ่ินพุทธศกั ราช 2542, 2542) สาหรับการจดั การทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยน้ันแมจ้ ะ
บญั ญตั ิไวใ้ นรัฐธรรมนูญ ซ่ึงเป็ นกฎหมายสูงสุดของประเทศและในขณะเดียวกันก็ได้มีหลกั การใน
การกระจายอานาจเพื่อการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติจากส่วนกลางไปสู่องคก์ รปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่นและชุมชนน้ันไม่ได้เป็ นไปตามหลกั การที่ได้กาหนดไว้ เนื่องจากในทางปฏิบตั ิน้ันพบว่า
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินและชุมชนไม่สามารถดาเนินการไดอ้ ย่างเป็ นรูปธรรม อนั เน่ืองมาจาก
ประเด็นของความชดั เจนในอานาจหน้าท่ีอย่างเบ็ดเสร็จ มีขอ้ กฎหมายของหน่วยงานราชการอื่น ๆ
ซ้าซอ้ นและมีอานาจในการควบคมุ เหนือกวา่ ในขณะเดียวกนั ไม่มีกฎหมายในการรองรับการใชอ้ านาจ
ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินและชุมชนอย่างชดั เจน ส่งผลให้ไม่สามารถที่จะดาเนินแกไ้ ขปัญหา
และการบริ หารการจัดการทรั พยากรธรรมชาติ ในชุ มชนท้องถ่ิ นที่ ก่ อให้เกิ ดความเหมาะสมและ
สอดคลอ้ งกบั บริบทของชุมชนได้
23
สาหรับการบริหารจัดการที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์อย่างยงั่ ยืน พ้ืนที่แถบเทือกเขา
บรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงน้ันแมม้ ีองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเขา้ มาร่วมดาเนินการแกไ้ ขปัญหา
และเสนอแนวทางเพื่อการบริหารจดั การที่ดินทากินและแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นที่ดิน แต่เนื่อง
ดว้ ยความไม่ชดั เจนของอานาจและกระบวนการดาเนินงาน ประกอบกับมีความซ้าซ้อนเชิงอานาจ
ของกฎหมายและขอ้ จากดั ทางดา้ นองคค์ วามรู้ กาลงั คนและงบประมาณ ตลอดจนความไมช่ ดั เจนของ
ระบบการบริหารจดั การท่ีดินและการแก้ไขปัญหาความขัดแยง้ ด้านท่ีดินของภาครัฐและการไม่
ยอมรับหลกั การและแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทากิน และการบริหารจดั การที่ดินทากินใน
พ้ืนท่ีของภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐจึงไม่สามารถดาเนินการบริหารจดั การและแกไ้ ขปัญหาท่ี
เกิดข้ึนในพ้ืนท่ีไดอ้ ย่างเป็นรูปธรรมได้ ส่งผลการบริหารจดั การที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์อยา่ ง
ยง่ั ยนื พ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงยงั คงไวซ้ ่ึงปัญหาที่ดินทากินและปัญหาความ
ขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินทากินระหวา่ งภาครัฐกบั ภาคประชาชนและองคก์ รชุมชนน้นั ยงั คงอยแู่ ละยง่ิ ทวีความ
รุนแรงเพิ่มมากข้ึน จึงมีความจาเป็ นอย่างยิ่งที่จะดาเนินการศึกษาเพ่ือกาหนดรูปแบบในการบริหาร
จดั การท่ีดินทากินและแกไ้ ขปัญหาปัญหาที่ดินทากินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษแ์ ละการบริหารจดั การที่ดิน
ทากินในพ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงที่อยูต่ ้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั
และเขตอทุ ยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ ใหค้ วามเหมาะสมและก่อให้เกิดความยงั่ ยนื
2.1.4 กฎหมายทีเ่ กยี่ วกบั การจัดการท่ดี ินและการกาหนดพื้นท่ีป่ าอนุรักษ์
การจดั การทรัพยากรธรรมชาติและท่ีดินของภาครัฐน้นั มีความมุ่งหมายเพื่อรักษาและดารง
ไวซ้ ่ึงทรัพยากรธรรมชาติให้คงเดิมและเกิดประสิทธิภาพในการบริหารจดั การจึงกาหนดออกมาใน
รูปแบบของกฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั และนโยบายเพื่อบงั คบั ใชใ้ นลกั ษณะเดียวกนั ท้งั ประเทศ แต่
ในความเป็ นจริงแลว้ การนากฎหมาย ระเบียบ ขอ้ บงั คบั และนโยบายว่าดว้ ยการการบริหารจดั การ
ทรัพยากรธรรมชาติของภาครัฐมาบงั คบั ใชน้ ้นั กลบั ส่งผลกระทบต่อการดารงชีพของประชาชนนามา
สู่การเกิดปัญหาความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ เกิดการแย่งชิงความเป็ นเจ้าของใน
ทรัพยากรธรรมชาติและก่อให้เกิดผลกระทบต่อวิถีเดิมด้งั ของประชาชน ตลอดจนการเขา้ มาบริหาร
จดั การทรัพยากรธรรมชาติของภาครัฐน้ันไม่ให้ความสาคญั กับหลักภูมิปัญญาท้องถ่ินและกลับ
ทาลายลา้ งภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน สาหรับกฎหมายท่ีเกี่ยวกบั การจดั การพ้นื ท่ีป่ าอนุรักษห์ รือพ้ืนท่ีคุม้ ครอง
และกฎหมายท่ีดินที่เก่ียวขอ้ งซ่ึงมีความสอดคลอ้ งกบั การศึกษาเรื่องการบริหารจดั การท่ีดินทากินใน
พ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์อย่างยงั่ ยืน พ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทัดในเขตจงั หวดั พทั ลุงน้ัน ประกอบไปด้วย
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายท่ีดินพุทธศกั ราช 2497 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ
พทุ ธศกั ราช 2504 พระราชบญั ญตั ิป่ าสงวนแห่งชาติพุทธศกั ราช 2507 และพระราชบญั ญตั ิสงวนและ
คุม้ ครองสตั วป์ ่ าพทุ ธศกั ราช 2535
24
พระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายท่ีดินพุทธศกั ราช 2497 กาหนดในมาตราที่ 5 ให้ ผู้
ที่ได้ครอบครองและทาประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวนั ท่ีประมวลกฎหมายท่ีดินใช้บังคบั โดยไม่มี
หนังสือสาคญั แสดงกรรมสิทธ์ิท่ีดิน แจง้ การครอบครองที่ดินต่อนายอาเภอทอ้ งที่ภายในหน่ึงร้อย
แปดสิบวนั นับแต่วนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการท่ีรัฐมนตรีกาหนดโดย
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถ้าผูค้ รอบครองและทาประโยชน์ในท่ีดินซ่ึงมีหน้าที่แจ้งการ
ครอบครองที่ดินไม่แจ้งภายในระยะเวลาตามที่ระบุไวใ้ นวรรคแรก ให้ถือว่าบุคคลน้ันเจตนาสละ
สิทธิครอบครองที่ดิน รัฐมีอานาจจดั ท่ีดินดงั กล่าวตามบทแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เวน้ แต่ผูว้ ่า
ราชการจงั หวดั จะไดม้ ีคาสั่งผ่อนผนั ให้เป็นการเฉพาะรายการแจง้ การครอบครองตามความในมาตรา
น้ี ไม่ก่อใหเ้ กิดสิทธิข้ึนใหม่แก่ผูแ้ จง้ แต่ประการใด ในมาตราท่ี 6 กล่าวไวว้ ่าบุคคลท่ีครอบครองและ
ทาประโยชน์ในท่ีดินอยู่โดยชอบดว้ ยกฎหมายก่อนวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิออกโฉนดท่ีดิน (ฉบบั ท่ี 6)
พุทธศักราช 2479 ใช้บังคับและผูร้ ับโอนที่ดินดังกล่าวให้มีสิทธิขอรับโฉนดท่ีดินตามบทแห่ง
ประมวลกฎหมายที่ดิน สาหรับบุคคลที่ครอบครองท่ีดินต้งั แต่วนั ที่พระราชบญั ญตั ิออกโฉนดที่ดิน
(ฉบบั ที่ 6) พทุ ธศกั ราช 2497 ใชบ้ งั คบั เป็นตน้ มาและก่อนวนั ท่ีประมวลกฎหมายที่ดินใชบ้ งั คบั ถา้ ไม่
ดาเนินการให้ชอบด้วยกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะน้ันการออกโฉนดที่ดินให้เป็ นไปตาม
หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการท่ีกาหนดโดยกฎกระทรวง และให้พระราชบญั ญตั ิออกโฉนดที่ดิน (ฉบบั ท่ี 6)
พุทธศกั ราช 2497 คงใช้บงั คบั ต่อไป และในมาตราที่ 7 ที่ดินท่ีไดร้ ับอนุญาตให้จบั จองไวแ้ ลว้ ตาม
พระราชบัญญัติออกโฉนดท่ีดิน (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2479 และยงั มิได้รับคารับรองว่า ได้ทา
ประโยชน์แลว้ ก่อนวนั ท่ีพระราชบญั ญัติน้ีใช้บงั คบั ให้ถือว่าผูไ้ ดร้ ับอนุญาตยงั มีสิทธิที่จะมาขอคา
รับรองจากนายอาเภอไดจ้ นกวา่ จะครบกาหนดหน่ึงร้อยแปดสิบวนั นบั จากวนั สิ้นสุดเวลาแห่งการจบั
จองตามพระราชบญั ญตั ิดงั กล่าว ในกรณีระยะเวลาแห่งการจบั จองดังกล่าวในวรรคแรกสิ้นสุดลง
ก่อนวนั ที่ประมวลกฎหมายท่ีดินใชบ้ งั คบั หากปรากฏวา่ การทาประโยชน์จากท่ีดินท่ีไดร้ ับอนุญาต
ให้จับจองอยู่ในสภาพท่ีจะพึงขอคารับรองว่า ได้ทาประโยชน์ดังกล่าวแล้วได้ ให้ย่ืนคาขอต่อ
นายอาเภอเพื่อขอคารับรองเสียภายในกาหนดหน่ึงร้อยแปดสิบวนั นบั แต่วนั ท่ีประมวลกฎหมายท่ีดิน
ใช้บงั คบั เม่ือพน้ กาหนดเวลาดงั กล่าว ให้ถือวา่ ที่ดินน้ันปลอดจากการจบั จองเวน้ แต่นายอาเภอไดม้ ี
คาส่ังผ่อนผนั ใหเ้ ป็นการเฉพาะราย ท้งั น้ีตามประมวลกฎหมายท่ีดินในหมวดท่ี 1 บทเบ็ดเสร็จทว่ั ไป
ในมาตราที่ 1 กาหนดไวว้ ่า “ท่ีดิน” หมายความว่า พ้ืนท่ีดินทว่ั ไป และให้หมายความรวมถึง ภูเขา
ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลาน้า ทะเลสาบ เกาะและท่ีชายทะเลดว้ ย “สิทธิในท่ีดิน” หมายความว่า
กรรมสิทธ์ิ และให้หมายความรวมถึงสิทธิครอบครองดว้ ย “ใบจอง” หมายความวา่ หนงั สือแสดงการ
ยอมให้เขา้ ครอบครองท่ีดินชั่วคราว “หนังสือรับรองการทาประโยชน์” หมายความว่า หนังสือคา
รับรองจากพนักงานเจ้าหน้าท่ีว่าไดท้ าประโยชน์ในท่ีดินแลว้ “ใบไต่สวน” หมายความว่า หนังสือ
25
แสดงการสอบสวนเพื่อออกโฉนดท่ีดิน และให้หมายความรวมถึงใบนาด้วยและ “โฉนดท่ีดิน”
หมายความวา่ หนงั สือสาคญั แสดงกรรมสิทธ์ิท่ีดิน และให้หมายความรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตรา
จอง และตราจองท่ีตราว่า “ได้ทาประโยชน์แล้ว” ในมาตราที่ 2 กาหนดว่าท่ีดินซ่ึงมิได้ตกเป็ น
กรรมสิทธ์ิของบุคคลหน่ึงบุคคลใด ให้ถือว่าเป็ นของรัฐ ซ่ึงในมาตราท่ี 3 ระบุไวว้ ่าบุคคลย่อมมี
กรรมสิทธ์ิในท่ีดินประกอบดว้ ย (1) ไดม้ าซ่ึงกรรมสิทธ์ิตามบทกฎหมายก่อนวนั ที่ประมวลกฎหมาย
น้ีใช้บังคบั หรือได้มาซ่ึงโฉนดที่ดินตามบทแห่งประมวลกฎหมายน้ี (2) ได้มาซ่ึงกรรมสิทธ์ิตาม
กฎหมายว่าดว้ ยการจดั ท่ีดินเพ่ือการครองชีพ หรือกฎหมายอื่น มาตราที่ 4 ระบุวา่ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา
ที่ 6 บุคคลใดได้มาซ่ึงสิทธิครอบครองในที่ดินก่อนวนั ท่ีประมวลกฎหมายน้ีใช้บังคบั ให้มีสิทธิ
ครอบครองสืบไปและให้คุม้ ครองตลอดถึงผูร้ ับโอนดว้ ยและในมาตราท่ี 5 กาหนดให้ผูใ้ ดมีความ
ประสงค์เวนคืนสิทธิในท่ีดินให้แก่รัฐ ให้ย่ืนคาขอเวนคืนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 71
(พระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายที่ดินพุทธศกั ราช 2497,2497)
พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติพุทธศักราช 2504 ตามนิยามในมาตราที่ 4 ระบุไวว้ ่า
อุทยานแห่งชาติไวว้ ่า “อุทยานแห่งชาติ หมายความว่า ท่ีดินท่ีไดก้ าหนดให้เป็ นอุทยานแห่งชาติตาม
พระราชบญั ญัติน้ี” ส่วนการกาหนดท่ีดินให้เป็ นอุทยานแห่งชาติน้ันตามมาตราท่ี 6 ระบุไวว้ ่าเม่ือ
รัฐบาลเห็นสมควรกาหนดบริเวณที่ดินแห่งใดท่ีมีสภาพธรรมชาติ เป็ นท่ีน่าสนใจให้คงอยู่ในสภาพ
ธรรมชาติเดิมเพ่ือสงวนไวเ้ ป็นประโยชน์แก่การศึกษาและรื่นรมยข์ องประชาชนก็ใหม้ ีอานาจกระทา
ไดโ้ ดยประกาศพระราชกฤษฎีกาและใหม้ ีแผนที่แสดงแนวเขตแห่งบริเวณท่ีกาหนดน้นั แนบทา้ ยพระ
ราชกฤษฎีกาด้วย บริเวณที่กาหนดน้ีเรียกว่า “อุทยานแห่งชาติ” ท่ีดินท่ีจะกาหนดให้เป็ นอุทยาน
แห่งชาติน้นั ตอ้ งเป็นท่ีดินท่ีมิไดอ้ ย่ใู นกรรมสิทธ์ิหรือครอบครองโดยชอบดว้ ยกฎหมายของบุคคลใด
ซ่ึงมิใช่ทบวงการเมือง สาหรับการขยายหรือการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติตามมาตราท่ี 7 ในการขยาย
หรือการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติไม่ว่าท้งั หมดหรือบางส่วนให้กระทาโดยพระราชกฤษฎีกาและใน
กรณีที่มิใช่เป็นการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติท้งั หมด ให้มีแผนที่แสดงเขตที่เปล่ียนแปลงไปแนบทา้ ย
พระราชกฤษฎีกาดว้ ย และมาตราท่ี 8 ใหพ้ นกั งานเจา้ หนา้ ท่ีจดั ใหม้ ีหลกั เขตและป้ายหรือเครื่องหมาย
แสดงเขตอุทยานแหงชาติไวต้ ามสมควร เพื่อใหป้ ระชาชนเห็นไดว้ ่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ในการ
ประกาศใช้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติพุทธศักราช 2504 มีเหตุผลที่ว่าเพื่อคุ้มครองรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยเู่ ช่น พนั ธุ์ไมแ้ ละของป่ า สัตวป์ ่ า ตลอดจนทิวทศั น์ ป่ าและภเู ขาใหค้ งอยใู่ น
สภาพธรรมชาติเดิมมิให้ถกู ทาลายหรือเปลี่ยนแปลงไป เพ่ืออานวยประโยชน์ท้งั ทางตรงและทางออ้ ม
แก่รัฐและประชาชน (พระราชบญั ญตั ิอทุ ยานแห่งชาติพทุ ธศกั ราช 2504, 2504)
พระราชบัญญัติป่ าสงวนแห่งชาติพุทธศักราช 2507 ตามนิยามในมาตรา 4 ระบุไวว้ ่า
“ป่ าสงวนแห่งชาติ” หมายความว่า ป่ าที่ได้กาหนดให้เป็ นป่ าสงวนแห่งชาติตามพระราชบญั ญัติน้ี
26
สาหรับการกาหนดป่ าสงวนแห่งชาติตามมาตราท่ี 6 กาหนดไวว้ า่ บรรดาป่ าที่เป็นป่ าสงวนอยแู่ ลว้ ตาม
กฎหมายว่าด้วยการคุม้ ครองและสงวนป่ าก่อนวนั ท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคบั ให้เป็ นป่ าสงวน
แห่งชาติตามพระราชบญั ญตั ิน้ี เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรกาหนดป่ าอ่ืนใดเป็ นป่ าสงวนแห่งชาติ เพ่ือ
รักษาสภาพป่ า ไม้ ของป่ าหรือทรัพยากรธรรมชาติอ่ืน ให้กระทาไดโ้ ดยออกกฎกระทรวงซ่ึงตอ้ งมี
แผนท่ีแสดงแนวเขตป่ าที่กาหนดเป็ นป่ าสงวนแห่งชาติน้ันแนบทา้ ยกฎกระทรวงดว้ ยและในมาตรา
ท่ี 7 กาหนดเร่ืองการเปล่ียนแปลงเขตหรือการเพิกถอนป่ าสงวนแห่งชาติไวว้ ่า ในการเปล่ียนแปลง
เขตหรือการเพิกถอนป่ าสงวนแห่งชาติ ป่ าใดไม่ว่าท้ังหมดหรือบางส่วน ให้กระทาได้โดยออก
กฎกระทรวงและเฉพาะกรณีท่ีมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนบางส่วนให้มีแผนที่แสดงแนวเขตที่
เปล่ียนแปลงหรือเพิกถอนน้นั แนบทา้ ยกฎกระทรวงดว้ ย และในมาตราที่ 8 กาหนดไวว้ า่ ให้พนกั งาน
เจา้ หนา้ ท่ีจดั ใหม้ ีหลกั เขตและป้ายหรือเครื่องหมายอื่นแสดงแนวเขตป่ าสงวนแห่งชาติไวต้ ามสมควร
เพ่ือให้ประชาชนเห็นได้ว่าเป็ นเขตป่ าสงวนแห่งชาติ ซ่ึงการประกาศใช้พระราชบญั ญัติฉบบั น้ีมี
เหตุผลท่ีว่าสืบเน่ืองจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะช่วยเหลือราษฎรท่ีมีความจาเป็ นในการครองชีพ
สามารถเขา้ ทากินในเขตป่ าสงวนแห่งชาติไดโ้ ดยไม่เดือดร้อนและโดยมีที่อยู่เป็ นหลกั แหล่งจึงได้
แกไ้ ขกฎหมายให้ทางราชการมีอานาจอนุญาตให้บุคคลเขา้ ทาประโยชน์หรืออยูอ่ าศยั ในเขตป่ าสงวน
แห่งชาติไดเ้ ป็นคราว ๆ ท้งั ในระยะส้ันและระยะยาว โดยกาหนดว่าในระยะส้ันอนั เป็นการช่วยเหลือ
ชวั่ คราวตามความจาเป็ น อนุญาตไดค้ ราวละไม่เกินห้าปี นอกจากน้ันไดแ้ กไ้ ขบทบญั ญตั ิอื่น ๆ ที่ยงั
ไม่เหมาะสมกบั สภาพความเป็ นจริงและสะดวกแก่การปฏิบตั ิราชการ เช่น อนุญาตให้ทางราชการ
และองค์การของรัฐใช้ประโยชน์ในเขตป่ าสงวนแห่งชาติเป็ นการช่ัวคราวได้โดยคล่องตวั ยิ่งข้ึน
(พระราชบญั ญตั ิป่ าสงวนแห่งชาติพุทธศกั ราช 2507, 2507)
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ า 2535 ตามมาตราท่ี 33 ซ่ึงระบุไว้ว่าเมื่อ
คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรกาหนดบริเวณท่ีดินแห่งใดให้เป็นที่อยอู่ าศยั ของสัตวป์ ่ าโดยความปลอดภยั
เพื่อรักษาไวซ้ ่ึงพนั ธุ์สัตวป์ ่ า ก็ใหก้ ระทาไดโ้ ดย ตราเป็ นพระราชกฤษฎีกาและใหม้ ีแผนที่แสดงแนว
เขตแห่งบริเวณท่ีกาหนดน้ันแนบทา้ ยพระราชกฤษฎีกาดว้ ย บริเวณที่กาหนดน้ีเรียกว่า “เขตรักษา
พนั ธุ์สัตวป์ ่ า”ท่ีดินที่กาหนดให้เป็ นเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าน้ัน ตอ้ งเป็ นที่ดินที่มิไดอ้ ยู่ในกรรมสิทธ์ิ
หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินของบุคคลใดซ่ึงมิใช่ทบวงการเมืองและมาตราที่ 34
ระบุไวว้ ่าในการขยายหรือการเพิกถอนเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ า ไม่วา่ ท้งั หมดหรือบางส่วน ให้กระทา
ไดโ้ ดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และในกรณีท่ีมิใช่เป็ นการเพิกถอน เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าท้งั หมด
ให้มีแผนที่แสดงเขตที่เปลี่ยนแปลงไปแนบท้าย (พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ า
พทุ ธศกั ราช 2535, 2535)
27
สาหรับการศึกษาวิจยั เร่ืองการบริหารจดั การท่ีดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์อย่างยงั่ ยืน
พ้ืนท่ีแถบเทือกเขาบรรทดั ในเขตจงั หวดั พทั ลุงอยู่ต้ังในเขตรักษาพนั ธุ์สัตว์ป่ าเขาบรรทดั และเขต
อุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขายา่ น้นั เกิดข้ึนมาจากการเขา้ มาดาเนินการบริหารจดั การท่ีดินของภาครัฐตาม
หลกั การของกฎหมายที่เก่ียวกบั การจดั การป่ าไมต้ ามพระราชบญั ญตั ิอุทยานแห่งชาติพุทธศกั ราช
2504 พระราชบญั ญตั ิป่ าสงวนแห่งชาติพุทธศกั ราช 2507 พระราชบญั ญตั ิสงวนและคุม้ ครองสัตวป์ ่ า
พุทธศกั ราช 2535 และพระราชบญั ญตั ิใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายที่ดินพุทธศกั ราช 2497 น้นั นาไปสู่การ
สร้างความทุกขย์ ากในการดาเนินตามวิถีชีวิตของประชาชน ส่งผลให้ประชาชนท่ีอยู่อาศยั และทากิน
ในพ้ืนที่เดิมก่อนที่จะนากฎหมายท่ีเก่ียวกบั การจดั การป่ าไมม้ าบงั คบั ใชต้ อ้ งกลบั กลายเป็นบุคคลที่อยู่
อาศยั และทากินอย่างผิดกฎหมาย ถูกรังแกจากเจา้ หนา้ ที่ของรัฐดว้ ยหลกั การของกฎหมาย จากการเขา้
มาดาเนินการบริหารจดั การท่ีดินของภาครัฐท่ีส่งผลกระทบต่อประชาชน จึงได้รวมตัวกันเพ่ือ
เรี ยกร้องให้ภาครัฐแก้ไขปั ญหาที่เกิดข้ ึนจากการดาเนิ นงานของภาครัฐและเสนอแนวทางในการ
แกไ้ ขปัญหาและการบริหารจดั การท่ีดินทากิน แต่ภาครัฐไม่ให้ความสาคญั และมุ่งบงั คบั ดาเนินการ
ตามกฎหมายจึงก่อให้เกิดความขดั แยง้ ดา้ นท่ีดินและการบริหารจดั การที่ดินทากินและยิ่งทวีความ
รุนแรงมากยิ่งข้ึนเมื่อภาคประชาชนได้รวมตวั กนั เป็ นองค์กรชุมชนและจดั ต้งั เป็ นเครือข่ายองค์กร
ชุมชนเพ่ือต่อสู้กบั อานาจการบงั คบั ใช้กฎหมายของภาครัฐและเรียกร้องความเป็ นธรรมจากความ
ผิดพลาดของการดาเนินงานของภาครัฐท่ีเกิดข้ึนจากการประกาศพระราชบญั ญตั ิอุทยานแห่งชาติ
พุทธศกั ราช 2504 พระราชบญั ญตั ิป่ าสงวนแห่งชาติพุทธศักราช 2507 พระราชบัญญัติสงวนและ
คุม้ ครองสัตวป์ ่ าพทุ ธศกั ราช 2535 ทบั ซอ้ นที่ทากินและอยอู่ าศยั เดิมของประชาชน
2.1.5 นโยบายการแก้ไขปัญหาที่ดนิ ในพืน้ ท่ปี ่ าอนุรักษ์
สาหรับนโยบายการแกไ้ ขปัญหาที่ดินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษข์ องภาครัฐน้นั มุ่งแกไ้ ขปัญหาท่ี
เกิดข้นึ จากการบริหารจดั การท่ีดินและเพ่ือใชเ้ ป็นแนวทางในการบริหารจดั การและแกไ้ ขปัญหาท่ีดิน
ในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษ์ สาหรับนโยบายการแก้ไขปัญหาท่ีดินในพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษ์ที่สอดคล้องกับ
การศึกษาเรื่องการบริหารจดั การที่ดินทากินในพ้ืนที่ป่ าอนุรักษอ์ ยา่ งยง่ั ยนื พ้ืนที่แถบเทือกเขาบรรทดั
ในเขตจงั หวดั พทั ลุงอย่ตู ้งั ในเขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ าเขาบรรทดั และเขตอุทยานแห่งชาติเขาป่ ูเขาย่าน้นั
ประกอบไปด้วยมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวนั ที่ 30 มิถุนายน พุทธศกั ราช 2541 เร่ืองมาตรการและแนว
ทางแก้ไขปัญหาท่ีดินในพ้ืนท่ีป่ าไม,้ ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจดั ให้มีโฉนดชุมชน
พุทธศกั ราช 2553, แผนแม่บทแกไ้ ขปัญหาการทาลายทรัพยากรป่ าไม้ การบุกรุกท่ีดินของรัฐและการ
บริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มอย่างยงั่ ยนื คาแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พล
เอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติในวนั ศุกร์ที่ 12
กนั ยายน พุทธศกั ราช 2557 คาส่ังคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 64/2557 เรื่องการปราบปรามและ
28
การหยุดย้งั การบุกรุกทาลายทรัพยากรป่ าไม้ คาส่ังคณะรักษาความสงบแห่งชาติท่ี 66 / 2557 เรื่อง
เพ่ิมเติมหน่วยงานสาหรับการปราบปราม หยุดย้งั การบุกรุกทาลายทรัพยากรป่ าไมแ้ ละนโยบายการ
ปฏิบตั ิงานเป็นการชว่ั คราวในสภาวการณ์ปัจจุบนั สภาปฏิรูปแห่งชาติในวาระปฏิรูปที่ 25 เร่ืองระบบ
การบริหารจดั การทรัพยากร : ระบบการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มและ
ยทุ ธศาสตร์กรมป่ าไม้ พ.ศ. 2559-2564 กรมป่ าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
1. ตามมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวนั ที่ 30 มิถุนายน พุทธศกั ราช 2541 เรื่องมาตรการและแนว
ทางแกไ้ ขปัญหาที่ดินในพ้ืนท่ีป่ าไม้ น้ันเป็ นแนวทางและวิธีการเพ่ือแกไ้ ขปัญหาการทากินและอยู่
อาศยั ของประชาชนที่เกิดจากการประการพ้ืนท่ีป่ าสงวน ป่ าคุม้ ครองของภาครัฐ ซ่ึงไดท้ บั ซ้อนท่ีทา
กินและถ่ินฐานเดิมของประชาชน และแกไ้ ขปัญหาการบุกรุกแผว้ ถางพ้ืนที่ป่ าไมข้ องประชาชน ใน
วนั ที่ 30 มิถุนายน พุทธศกั ราช 2541 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบกับมาตรการและแนว
ทางแกไ้ ขปัญหาท่ีดินในพ้นื ท่ีป่ าไม้ โดยมาตรการและแนวทางแกไ้ ขปัญหาท่ีดินในพ้ืนที่ป่ าไมน้ ้นั ได้
กาหนดไว้ 2 ดา้ น คอื
1. ดา้ นการจดั การทรัพยากรท่ีดินและป่ าไม้ จาแนกพ้ืนท่ีเป็ น 3 ประเภท คือ ป่ าสงวน
แห่งชาติ ป่ าอนุรักษ์ตามกฎหมาย และป่ าอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี พ้ืนที่อื่น ๆ ท่ีสงวนหรือ
อนุรักษไ์ วเ้ พอ่ื กิจการป่ าไม้
2. ดา้ นการป้องกนั พ้ืนท่ีป่ าและอื่น ๆ ท้งั น้ีมาตรการและแนวทางการแกไ้ ขปัญหาใน
พ้ืนที่ปาอนุรักษต์ ามกฎหมาย เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพนั ธุ์สัตวป์ ่ า เขตหา้ มล่าสัตวป์ ่ าและป่ า
อนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี (พ้ืนท่ีลุ่มน้าช้นั ท่ี 1 ช้นั ท่ี 2 และเขตอนุรักษป์ ่ าชายเลน) ไดก้ าหนด 1)
ให้กรมป่ าไมด้ าเนินการสารวจพ้ืนที่ที่มีการครอบครองให้ชดั เจนและข้ึนทะเบียนผูค้ รอบครองเพ่ือ
นามาใช้เป็ นขอ้ มูลในการจดั การเพ่ือการอนุรักษ์และพฒั นาอย่างยงั่ ยืน 2) ให้กรมป่ าไมด้ าเนินการ
ตามแผนจัดการทรัพยากรท่ีดินและป่ าไม้ระดับพ้ืนที่ (มติคณะรัฐมนตรี วันท่ี 16 กันยายน
พุทธศกั ราช 2540)
แนวทางการดาเนินงานท่ีประกอบไปดว้ ย
1. ดาเนินการสารวจ-ตรวจสอบในขอบเขตพ้ืนที่ป่ าเป้าหมายด้วยการสารวจ-
ตรวจสอบสภาพป่ าและการใชท้ ี่ดินป่ าไม้ เพ่ือให้ไดจ้ านวนเน้ือที่รวมท้งั หมดของการใชท้ ี่ดินป่ าไม้
และสภาพป่ าที่เหลืออยู่ สารวจการถือครองพ้ืนท่ีป่ าไม้ เพื่อให้ไดข้ อ้ มูลวา่ ในจานวนการใชท้ ี่ดิน ป่ า
ไม้ท้งั หมดน้ัน ใครเป็ นผูใ้ ช้ ครอบครองใช้ทาอะไรโดยทาการสารวจพ้ืนที่ที่ครอบครองและข้ึน
ทะเบียนบคุ คลผคู้ รอบครอง รวมถึงการสารวจลกั ษณะสภาพพ้ืนท่ีและช้ีตาแหน่งท่ีต้งั ดว้ ยและสารวจ
ขอ้ มูล ขอ้ เทจ็ จริง สภาพปัญหาต่าง ๆ ท่ีมีในพ้นื ท่ีน้นั
29
2. สรุปผลข้อมูลการสารวจซ่ึงเป็ นสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดข้ึน นามาพิจารณา
ประเมินเชิงภาพรวม ช้ีปัญหาและกาหนดสิ่งท่ีตอ้ งดาเนินการเพ่ือแกไ้ ขปัญหาเหลา่ น้นั
3. ตรวจสอบสภาพการใช้ที่ดินจากภาพถ่ายทางอากาศท่ีถ่ายภาพบริเวณพ้ืนท่ีป่ า
เป้าหมายไวเ้ ป็ นคร้ังแรก (ภายหลงั จากประกาศเป็ นพ้ืนที่ป่ าไมต้ ามกฎหมายคร้ังแรก) และถ่ายทอด
ขอบเขตอา้ งอิงลงในพ้นื ที่ภมู ิประเทศจริง
4. สารวจและวางแผนกาหนดความเหมาะสมการใช้พ้ืนท่ีโดยพิจารณาผลการ
ตรวจสอบร่องรอยการทาประโยชน์ประกอบพยานหลักฐานอื่นในพ้ืนที่เป้าหมาย พิจารณาลกั ษณะ
ทางกายภาพของพ้ืนที่น้ัน ๆ ว่าล่อแหลมคุกคามต่อระบบนิเวศหรือไม่ โดยผลการพิจารณาเป็ น
ประการใดจะตอ้ งดาเนินการต่อไปดงั น้ี
4.1 กรณีเป็ นพ้ืนท่ีล่อแหลมคุกคามระบบนิเวศจะต้องทาการสารวจหาพ้ืนท่ีท่ี
เหมาะสมเพอ่ื รองรับการเคลื่อนยา้ ย
4.2 กรณีท่ีรอการเคลื่อนยา้ ยจะตอ้ งวางแผนกาหนดการใช้ท่ีดินเพื่อลด ควบคุม
ผลกระทบที่เกิดข้ึนต่อทรัพยากรธรรมชาติและ/หรือสิ่งแวดลอ้ ม
4.3 กรณีที่เป็ นพ้ืนที่อยู่ในเกณฑ์อนุญาตให้มีการใชท้ ่ีดินในบริเวณเดิมไดจ้ ะตอ้ ง
วางแผนกาหนดมาตรการเช่นเดียวกบั ขอ้ ที่ 2 ในการตรวจสอบสิทธ์ิน้นั ตามขอ้ ท่ี 2
5. การตรวจพิสูจน์และรับรองสิทธ์ิการอยอู่ าศยั ทากินใหด้ าเนินการดว้ ยกระบวนการดงั น้ี
5.1 กรณีตรวจพิสูจน์แลว้ วา่ เป็ นพ้ืนที่ที่อยู่มาก่อนการประกาศเป็นพ้ืนที่ป่ าไมแ้ ละ
ไม่เป็นพ้ืนท่ีล่อแหลมคุกคามต่อระบบนิเวศจะทาการออกหนงั สืออนุญาต สทก. ใหเ้ พ่ือการอย่อู าศยั
ทากินตอ่ ไป
5.2 กรณีท่ีอยูม่ าก่อนการประกาศเป็ นพ้ืนที่ป่ าไม้ แต่เป็นพ้ืนท่ีล่อแหลมคุกคามต่อ
ระบบนิเวศ จะตอ้ งกาหนดแผนความช่วยเหลือหรือยา้ ยไปในพ้ืนที่ที่เหมาะสมซ่ึงหากอยใู่ นเขตพ้ืนท่ี
ป่ าไม้ ก็จะตอ้ งมีการออกหนงั สืออนุญาตรับรองสิทธ์ิให้เช่นเดียวกนั
5.3 กรณีตรวจสอบพิสูจน์แลว้ ปรากฏว่าเป็ นการอยอู่ าศยั ภายหลงั การประกาศเป็ น
พ้ืนที่ป่ าจะตอ้ งพิจารณาดาเนินการจดั ทาแผนการเคลื่อนยา้ ยต่อไปและหากยงั ไม่สามารถเคลื่อนยา้ ย
ไดท้ นั ทีจะตอ้ งทาการจดั ระเบียบท่ีอยอู่ าศยั ทากินใหเ้ พียงพอกบั การดารงชีพ
6. ขอบเขตพ้ืนท่ีอนุญาต หรือจดั ให้อยู่อาศยั ทากินจะมีการจดั ทาขอบเขตให้เป็ นท่ี
ทราบอยา่ งชดั เจนโดยทวั่ กนั เพื่อป้องกนั การขยายพ้นื ที่หรือรุกล้าเขา้ ไปในเขตอนุรักษ์
7. การใช้ที่ดินในพ้ืนท่ีท่ีอนุญาตหรือจดั ให้ จะกาหนดเง่ือนไขการใช้ที่ดินเพื่อลด
ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและ หรือสิ่งแวดลอ้ ม รวมท้งั การหา้ มขยายพ้นื ที่รุกล้าเขา้ ไปในเขต
อนุรักษ์
30
8. พิจารณาจดั ทาแผนการปฏิบตั ิต่อเนื่อง เพ่ือสนบั สนุนโครงการแลว้ แต่กรณี เช่น การ
พฒั นาคุณภาพชีวิต การส่งเสริมอาชีพท้งั ในและนอกภาคเกษตร การสนับสนุนดา้ นสาธารณูปโภค
สาหรับการดาเนินการข้นั ตอนตรวจพิสูจน์และรับรองสิทธ์ิจะดาเนินการใน 2 ลกั ษณะ คือกรณีพ้ืนที่
ป่ าอนุรักษ์ตามกฎหมาย (อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพนั ธุ์สัตว์ป่ า) กาหนดในรูปโครงการจัดการ
ทรัพยากรท่ีดินและป่ าไมใ้ นเขตพ้ืนท่ีป่ าอนุรักษภ์ ายใตแ้ ผนงานเร่งรัดพิสูจน์สิทธ์ิ ในกรณีป่ าสงวน
แห่งชาติ กาหนดให้ดาเนินการในรูปโครงการจดั การทรัพยากรที่ดินและป่ าไม้ ตามแผนจัดการ
ทรัพยากรท่ีดินและป่ าไมร้ ะดบั พ้ืนที่ตามมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวนั ที่ 16 กนั ยายน พุทธศกั ราช 2540
(สานกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี, 2541)
เม่ือภาครัฐดาเนินการแก้ไขปัญหาท่ีดินในพ้ืนที่ป่ าไม้ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ
วนั ที่ 30 มิถุนายน พุทธศกั ราช 2541 เร่ืองมาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาท่ีดินในพ้ืนที่ป่ าไม้
ประสบกบั ความลม้ เหลวและตอ้ งหยดุ ชะงกั ไป เนื่องจากตอ้ งประสบกบั ปัญหาความขดั แยง้ ดา้ นที่ดิน
ท่ีเพ่ิมมากข้ึน เพราะประชาชน องค์กรชุมชนไม่ยอมรับและดาเนินการตามหลักการของตามมติ
คณะรัฐมนตรีเม่ือวนั ท่ี 30 มิถุนายน พุทธศกั ราช 2541 เรื่องมาตรการและแนวทางแกไ้ ขปัญหาท่ีดิน
ในพ้ืนท่ีป่ าไม้ ส่งผลให้การดาเนินงานของภาครัฐตอ้ งชะลอไป แต่ความขดั แยง้ ดา้ นที่ดินที่เกิดจาก
การดาเนินงานของภาครัฐยงั คงดาเนินต่อไปและก่อให้เกิดความรุนแรงมากยง่ิ ข้ึน เมื่อภาคประชาชน
ผไู้ ดร้ ับผลกระทบจากการเขา้ มาดาเนินการของภาครัฐตอ้ งทนทุกขอ์ ยูก่ บั ความหวาดระแวง และมอง
ว่าภาครัฐน้นั เอารัดเอาเปรียบภาคประชาชน ท้งั น้ีแสดงให้เห็นไดอ้ ย่างชดั จนว่าการดาเนินงานตาม
หลกั การของตามมติคณะรัฐมนตรีเม่ือวนั ที่ 30 มิถุนายน พุทธศกั ราช 2541 เรื่องมาตรการและแนว
ทางแกไ้ ขปัญหาท่ีดินในพ้ืนที่ป่ าไมป้ ระสบกบั ความลม้ เหลว
2. ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีวา่ ดว้ ยการจดั ใหม้ ีโฉนดชุมชนพทุ ธศกั ราช 2553
เพ่ือแก้ไขปัญหาที่ดินทากินให้กับประชาชน รัฐบาลในขณะน้ันจึงไดก้ าหนดระเบียบ
สานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจดั ให้มีโฉนดชุมชนพุทธศกั ราช 2553 ซ่ึงตามขอ้ ที่ 3 แห่งระเบียบ
สานกั นายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการจดั ให้มีโฉนดชุมชนพุทธศกั ราช 2553 ให้นิยามคาวา่ “โฉนดชุมชน”
ว่าเป็นหนงั สืออนุญาตให้ชุมชนร่วมกนั บริหารจดั การ การครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินของ
รัฐเพื่อสร้างความมน่ั คงในการอยู่อาศยั และการใชป้ ระโยชน์ในท่ีดินของชุมชน ซ่ึงชุมชนมีหน้าท่ี
ตอ้ งดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ตลอดจนปฏิบัติตามเง่ือนไขท่ีกาหนดไวโ้ ดย
กฎหมายและระเบียบน้ี และให้คานิยามของคาว่า “ชุมชน” คือกลุ่มประชาชนท่ีรวมตัวกันโดยมี
วตั ถุประสงคร์ ่วมกนั เพ่ือการจดั การดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และวฒั นธรรม รวมท้งั การมีส่วนร่วมใน
การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มและมีการวางระบบบริหารจดั การและการแสดง
31
เจตนาแทนกลุ่มได้ โดยดาเนินการอย่างต่อเน่ืองเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามปี ก่อนวนั ที่ระเบียบน้ี
ใชบ้ งั คบั
หลักเกณฑ์ของโฉนดชุมชนจะมุ่งเน้นส่ งเสริ มให้ประชาชนในชุมชนร่ วมมือกันรักษา
ทรัพยากรธรรมชาติ โดยการร่วมมือของคนท้งั ชุมชนและเกิดกติกาและจะตอ้ งถูกกากบั โดยชุมชน
อาศยั หลกั ระบบสิทธิการร่วมกนั ของชุมชนโดยมีหลกั การสาคญั ดงั น้ี
1. เป็ นการดาเนินการในพ้ืนท่ีของรัฐท่ีมีความขดั แยง้ การถือสิทธิการครอบครองและ
ที่ดินยงั เป็นของรัฐ
2. ตอ้ งเป็ นชุมชนที่มีอยู่ก่อนระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจดั ให้มีโฉนด
ชุมชนพุทธศกั ราช 2553 ใชบ้ งั คบั ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือเป็ นชุมชนท่ีอาศยั อยู่ก่อนวนั ที่ 12 มิถุนายน
พุทธศกั ราช 2550
3. ใหส้ ิทธิชุมชนโดยการรับรองสิทธิทากิน คุม้ ครองให้ทาเกษตรกรรมและท่ีอยู่อาศยั
เรียกวา่ “โฉนดชุมชนท้งั ผืน”และมอบใหช้ ุมชนเก็บรักษาแต่จะไมใ่ หส้ ิทธิกบั ปัจเจกหรือเฉพาะบุคคล
4. ตอ้ งร่วมกนั รักษาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มโดยไม่ใหม้ ีการบกุ รุกป่ าเพมิ่ เติม
5. สามารถดาเนินการเพิกถอนได้ หากดาเนินการผิดระเบียบและเง่ือนไขการใช้
ประโยชน์ที่ดิน
6. รัฐเขา้ ไปพฒั นาคุณภาพชีวิตและร่วมมือกันสร้างความเขม้ แข็งของชุมชน โดยมี
ชุมชนเป็นหลกั ในการดาเนินการ (สานกั งานโฉนดชุมชน, 2553)
หลกั การตามระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการจดั ให้มีโฉนดชุมชนพุทธศกั ราช 2553
ถือว่าเป็ นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขดั แยง้ ด้านท่ีดินและการบริหารจดั การท่ีดินที่เกิดข้ึนมา
ยาวนานอย่างหน่ึงไดด้ ี แต่ดว้ ยความตอ้ งการที่ดินในรูปแบบปัจเจกบุคคลส่งผลให้ประชาชนบางส่วน
ไม่ยอมรับในหลกั การของระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจดั ให้มีโฉนดชุมชนพุทธศักราช
2553 และไม่ยอมเข้าร่วมดาเนินงานใด ๆ ในขณะเดียวกันน้ันประชาชนที่ยอมรับตามหลักการและ
ดาเนินการตามตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการจัดให้มีโฉนดชุมชนพุทธศกั ราช 2553 ใน
บางพ้ืนท่ีก็ประสบความสาเร็จในการออกโฉนดชุมชน แตบ่ างพ้ืนที่ก็ออกไม่ได้ เน่ืองดว้ ยต้งั อยใู่ นพ้ืนท่ี
ป่ าสงวน ป่ าคุม้ ครองและตอ้ งหยดุ ชะงกั ไป อีกท้งั บางพ้ืนท่ีกาลงั ดาเนินการเพื่อออกโฉนดชุมชน แต่ก็
ตอ้ งหยดุ ะงกั ไปดว้ ยสภาวการณ์เมืองที่เปล่ียนข้วั อานาจ สุดทา้ ยการดาเนินงานเพื่อแกไ้ ขปัญหาท่ีดินทา
กินของประชาชนตามระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการจดั ให้มีโฉนดชุมชนพุทธศกั ราช 2553 ก็
ตอ้ งหยดุ ไป เมื่อข้วั อานาจทางการเมืองใหม่ไมใ่ หค้ วามสาคญั
3. คาแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา
32
พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรีท่ีไดแ้ ถลงต่อสภานิติบญั ญตั ิแห่งชาติในวนั ศุกร์
ที่ 12 กนั ยายน พุทธศกั ราช 2557 จากท่ามกลางความขดั แยง้ ทางการเมืองส่งผลให้การบริหารบา้ นเมือง
ประสบกบั ความยุ่งยากและวุ่นวายในหลากหลายดา้ น ตลอดจนเกิดความขดั แยง้ ระหว่างภาคประชาชน
เพื่อนาบา้ นเมืองเขา้ สู่สภาวการณ์ปกติจึงไดม้ ีการจดั ต้งั รัฐบาลทหารข้ึนมาบริหารประทศ ซ่ึงในดา้ นการ
จดั การทรัพยากรธรรมชาติน้นั รัฐบาลชุดน้ีถือเป็นนโยบายท่ีมีความสาคญั เป็นอย่างมาก ซ่ึงจากคาแถลง
นโยบายของคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรีท่ีได้แถลงต่อสภานิติบญั ญัติ
แห่งชาติในวนั ศุกร์ที่ 12 กันยายน พุทธศกั ราช 2557 ไดม้ ีนโยบายด้านการรักษาความมัน่ คงของฐาน
ทรัพยากรและการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษก์ บั การใชป้ ระโยชน์อย่างยงั่ ยืน โดยมีเหตุผลที่ว่าใน
ปัจจุบันน้ันมีการบุกรุกท่ีดินของรัฐและตัดไม้ท้าลายป่ ามากข้ึน ทรัพยากรธรรมชาติและความ
หลากหลายทางชีวภาพที่เคยอุดมสมบูรณ์ เช่น ป่ าไม้ สัตว์ป่ า พันธุ์พืชและแร่ธาตุถูกทาลายหรือ
นาไปใช้ประโยชน์ทางพาณิชยโ์ ดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็ นอนั มาก ท้งั ปัญหาภาวะมลพิษโดยเฉพาะ
ขยะประเภทต่าง ๆ ก็รุนแรงยง่ิ ข้นึ
รัฐบาลจึงมีนโยบายจะรักษาความมนั่ คงของฐานทรัพยากรธรรมชาติโดยสร้างสมดุลระหวา่ ง
การอนุรักษแ์ ละการใชป้ ระโยชน์อย่างยงั่ ยนื ดว้ ยการดาเนินการดงั น้ีในระยะเฉพาะหนา้
1. เร่งปกป้องและฟ้ื นฟูพ้ืนที่อนุรักษ์ ทรัพยากรป่ าไมแ้ ละสัตวป์ ่ าโดยให้ความสาคญั ใน
การแกไ้ ขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ จดั ทาแนวเขตท่ีดินของรัฐให้ชดั เจน เร่งรัดกระบวนการพิสูจน์
สิทธิการถือครองที่ดินในเขตที่ดินของรัฐโดยนาระบบสารสนเทศมาใชเ้ พ่ือการบริหารจดั การ ปรับปรุง
กฎหมายให้ทนั สมยั และสร้างบรรทดั ฐานในการบงั คบั ใช้กฎหมาย อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
โดยเฉพาะในพ้ืนที่ป่ าตน้ น้าและพ้ืนที่อนุรักษ์ท่ีมีความสาคญั เชิงนิเวศ กาหนดพ้ืนท่ีแนวกนั ชนและท่ี
ราบเชิงเขาให้เป็ นพ้ืนท่ียุทธศาสตร์การปลูกป่ าเพ่ือป้องกันภยั พิบตั ิและป้องกันการบุกรุกป่ า ขยายป่ า
ชุมชนและส่งเสริมการปลูกไมม้ ีค่าทางเศรษฐกิจในพ้ืนที่เอกชนเพ่ือลดแรงกดดนั ในการตดั ไมจ้ ากป่ า
ธรรมชาติ รวมท้งั ผลักดนั แนวทางการประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของระบบนิเวศและการสร้าง
รายไดจ้ ากการอนุรักษ์
2. ส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพและความหลากหลายทาง
ชีวภาพอย่างยงั่ ยืน คานึงถึงขีดจา้ กดั และศกั ยภาพในการฟ้ื นตวั สร้างโอกาสในการเขา้ ถึงและแบ่งปัน
ผลประโยชน์อนั เกิดข้ึนจากการใชท้ รัพยากรพนั ธุกรรมอยา่ งยตุ ิธรรมและเท่าเทียมเพื่อสร้างความเป็นอยู่
ท่ีดีของประชาชน ความมนั่ คงทางดา้ นอาหาร สุขอนามยั สนบั สนุนวิถีชีวิตของชุมชน และการพฒั นา
เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมท้งั ใหก้ ารคุม้ ครองเพื่อใหเ้ กิดความปลอดภยั ทางชีวภาพ
ซ่ึงในระยะต่อไปจะดาเนินการในเรื่องการพฒั นาระบบบริหารจดั การที่ดินและแกไ้ ขการ
บุกรุกท่ีดินของรัฐโดยยึดแนวพระราชดาริที่ให้ประชาชนสามารถอยรู่ ่วมกบั ป่ าได้ พ้ืนที่ใดท่ีสงวน
33
หรือกันไว้เป็ นพ้ืนที่ป่ าสมบูรณ์ก็ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด พ้ืนท่ีใดสมควรให้
ประชาชนใช้ประโยชน์ไดก้ ็จะผ่อนผนั ให้ตามความจาเป็ นโดยใช้มาตรการทางการบริหารจดั การ
มาตรการทางสังคมจิตวิทยาและการปลูกป่ าทดแทนเขา้ ดาเนินการ ท้งั จะให้เชื่อมโยงกบั การส่งเสริม
การมีอาชีพและรายไดอ้ ื่นอนั เป็ นบ่อเกิดของเศรษฐกิจชุมชนท่ีต่อเน่ือง เพื่อให้คนเหล่าน้ันสามารถ
พ่ึงพาตนเองไดต้ ามหลกั เศรษฐกิจพอเพียงโดยที่ดินยงั เป็ นของรัฐจะจัดทาฐานขอ้ มูลเพื่อการบริหาร
จดั การ จดั ทาทะเบียนผูถ้ ือครองท่ีดินในท่ีดินของรัฐ ปรับปรุงกลไกการบริหารจดั การที่ดินของรัฐ
และเอกชนให้มีเอกภาพเพื่อทา้ หนา้ ท่ีกาหนดนโยบายดา้ นที่ดินในภาพรวมและปรับปรุงกลไกภาษี
เพื่อกระจายการถือครองท่ีดิน เร่งรัดการจดั สรรที่ดินให้แก่ผูย้ ากไร้โดยไม่ตอ้ งเป็ นกรรมสิทธ์ิ แต่
รับรองสิทธิร่วมในการจัดการท่ีดินของชุมชน กาหนดรูปแบบท่ีเหมาะสมของธนาคารที่ดินเพ่ือให้
เป็นกลไกในการนา้ ทรัพยากรที่ดินมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด
4. แผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทาลายทรัพยากรป่ าไม้, การบุกรุกท่ีดินของรับและการ
บริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งยง่ั ยืนดว้ ยการกาหนดยุทธศาสตร์การพิทกั ษ์
ทรัพยากรป่ าไม้
ทางกองอานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) และกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม (2557) ไดด้ าเนินการจดั ทาแผนแม่บทแกไ้ ขปัญหาการทาลาย
ทรัพยากรป่ าไม้, การบุกรุกที่ดินของรัฐและการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
อยา่ งยงั่ ยนื ดว้ ยการกาหนดยทุ ธศาสตร์การพิทกั ษท์ รัพยากรป่ าไม้ ท่ีประกอบไปดว้ ย
1. ผนึกกาลงั ป้องกนั และปราบปรามการบุกรุกทาลายทรัพยากรป่ าไมด้ ว้ ยการหยุดย้งั
การบุกรุกทาลายทรัพยากรธรรมชาติจดั ต้งั หน่วยเฉพาะกิจป้องกนั และปราบปรามการตดั ไมท้ าลาย
ป่ า ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกนั และปราบปรามการตดั ไมท้ าลายป่ าและดาเนินการยึดคืน
พ้ืนที่ป่ า ยบั ย้งั การบุกรุกป่ าและแกป้ ัญหาป่ าบุกรุกคนโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศเป็ นหลกั ฐานหลกั
ร่วมกบั หลกั ฐานอื่นท่ีเก่ียวขอ้ ง
2. ปลุกจิตสานึกรักผืนป่ าของแผน่ ดินดว้ ยการกาหนดใหก้ ารแกไ้ ขปัญหาการบุกรุกตดั
ไม้ทาลายป่ าเป็ นวาระแห่งชาติ จัดต้งั องค์กรแนวร่วมภาคประชาชนเพื่อปลุกจิตสานึกและปลูก
จิตสานึกใหเ้ จา้ หนา้ ที่มีความภาคภูมิใจในการปฏิบตั ิงาน
3. ปฏิรูประบบการพิทักษ์ทรัพยากรป่ าไม้ ด้วยการปรับปรุงระบบการพิทักษ์
ทรัพยากรป่ าไม้ ดาเนินการพิจารณาจดั ต้งั หน่วยงานดา้ นการบริหารจดั การป่ าไมท้ ้งั ระดบั จงั หวดั และ
อาเภอ จัดทาแนวเขตทรัพยากรป่ าไม้ทุกประเภทให้เป็ นแนวเดียวท่ีชัดเจน จาแนกเขตการ ใช้
ประโยชน์ทรัพยากรและท่ีดินป่ าไม้ (Zoning) และปรับปรุงกฎหมายและระเบียบท่ีเป็ นอุปสรรคใน
การพิทกั ษท์ รัพยากรป่ าไม้
34
4. ฟ้ื นฟูและดูแลรักษาป่ าอย่างยง่ั ยืนดว้ ยการจดั ระบบการดูแลรักษาทรัพยากรป่ าไม้
อยา่ งยง่ั ยืนโดยการมีส่วนร่วมกบั ประชาชน จดั ระบบการปลูกไมเ้ ศรษฐกิจของประเทศเพื่อทดแทน
ความต้องการและลดการบุกรุกตัดไม้ทาลายป่ า จัดให้คนอยู่กับป่ าพ่ึงพากันอย่างมีความสุข
เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการฟ้ื นฟูและดูแลป่ าอย่างยง่ั ยืน และส่งเสริมและ
สนบั สนุนการวจิ ยั เพอื่ พฒั นาการบริหารจดั การทรัพยากรป่ าไม้
5. คาส่ังคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 64/2557 เรื่องการปราบปรามและการหยุดย้งั การ
บกุ รุกทาลายทรัพยากรป่ าไม้
สาหรับคาส่ังคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 64/2557 เรื่องการปราบปรามและการหยดุ ย้งั
การบุกรุกทาลายทรัพยากรป่ าไม้ เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการ
ปราบปรามและหยุดย้งั การบุกรุกทาลายทรัพยากรป่ าไมใ้ นพ้ืนที่ต่าง ๆ เป็ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถลดผลกระทบท่ีจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดลอ้ มของ
ประเทศโดยรวม คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคาส่ังคณะรักษาความสงบแห่งชาติท่ี 64/2557
เรื่องการปราบปรามและการหยดุ ย้งั การบกุ รุกทาลายทรัพยากรป่ าไมด้ งั น้ี
1. ให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สานักงานตารวจแห่ งชาติ กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม กองกาลงั รักษาความสงบเรียบร้อย กองกาลงั ปhองกนั ชายแดน
ของกองทพั บกและกองทพั เรือ ตลอดจนหน่วยงานท่ีมีภารกิจและอานาจหนา้ ที่ท่ีเก่ียวขอ้ งดาเนินการ
ปราบปรามและจบั กุมผูบ้ ุกรุก ยึดถือครอบครอง ทาลายหรือกระทาด้วยประการใด ๆอนั เป็ นการทา
ให้เสื่อมเสียแก่สถาพป่ า รวมท้ังผูส้ มคบและสนับสนุนช่วยเหลือให้ได้ผลอย่างจริงจงั ในทุกพ้ืนท่ี
รวมท้งั สกดั ก้นั การลกั ลอบตดั ไมม้ ีค่าหรือไมห้ วงห้าม การนาเขา้ และส่งออกไมท้ ี่ผิดกฎหมาย ตลอด
แนวชายแดน ตลอดจนปราบปรามเครือข่ายขบวนการตดั ไมท้ าลายป่ าในทุกหมู่บา้ นและชุมชนทวั่
ประเทศ
2. ให้หน่วยงานท่ีรับผิดชอบ ควบคุม ตรวจสอบ กิจการการแปรรูป การต้งั โรงงานแปร
รูปไม้ การคา้ ไมแ้ ปรรูป ตลอดจนการค้าหรือมีไวใ้ นครอบครองซ่ึงไม้หวงห้ามและสิ่งประดิษฐ์ใด
เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดที่ทาด้วยไม้หวงห้าม หากพบมีการปล่อยปละละเลยหรือมีเจตนาจงใจไม่
ปฏิบตั ิตามระเบียบกฎหมายท่ีบญั ญตั ิไว้ให้ดาเนินการลงโทษตรากฎหมายอย่างเด็ดขาดกบั เจ้าของ
หรือผปู้ ระกอบการโดยทนั ที
3. ให้ หน่วยงานท่ีรับผิดชอบ ติดตามผลคดีป่ าไมแ้ ละดาเนินการพ้ืนฟูพ้ืนท่ีป่ าท่ีถูกบุก
รุกทาลายให้คืนสภาพป่ าท่ีสมบูรณ์ดังเดิมโดยประสานกับทุกหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องรวมท้ังภาค
ประชาชนและองคก์ รชุมชนไดเ้ ขา้ มีส่วนรวมในการดาเนินการดงั กล่าวอยา่ งจริงจงั
35
4. เจา้ หน้าที่ของรัฐผูใ้ ดปล่อยปละละเลยหรือเขา้ ไปมีส่วนเก่ียวขอ้ งกบั การกระทาผิด
ตามกรณีดงั กล่าวขา้ งตน้ จะตอ้ งถูกดาเนินการท้งั ทางวินยั และทางอาญาเด็ดขาดโดยทนั ที
5. ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม ติดตามผลการดาเนินการตามขอ้
1-4 และรายงานผลการปฏิบตั ิให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบอย่างต่อเน่ือง (คาสั่งคณะรักษา
ความสงบแห่งชาติท่ี 64 / 2557, 2557)
6. คาสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 66 / 2557 เรื่อง เพ่ิมเติมหน่วยงานสาหรับการ
ปราบปราม หยุดย้งั การบุกรุกทาลายทรัพยากรป่ าไมแ้ ละนโยบายการปฏิบตั ิงานเป็ นการชว่ั คราวใน
สภาวการณ์ปัจจุบนั
สาหรับคาส่ังคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 66 / 2557 เรื่อง เพ่ิมเติมหน่วยงานสาหรับ
การปราบปราม หยดุ ย้งั การบุกรุกทาลายทรัพยากรป่ าไมแ้ ละนโยบายการปฏิบตั ิงานเป็นการชว่ั คราว
ในสภาวการณ์ปัจจุบนั เพื่อให้การดาเนินการและการประสาน งานในการปราบปรามและหยุดย้งั การ
บุกรุกทาลายทรัพยากรป่ าไมใ้ นพ้ืนที่ต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยง่ิ ข้ึน สามารถลดผลกระทบ
ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และส่ิงแวดลอ้ มของประเทศโดยรวมจึงให้
ปฏิบตั ิดงั น้ี
1. ให้กองอานวยการรักษาความมน่ั คงภายในราชอาณาจกั รเป็ นหน่วยงานที่มีหน้าที่
รับผิดชอบดงั กล่าวเพิม่ เติม ท้งั น้ีการปฏิบตั ิอ่ืน ๆ ให้เป็นไปตามคาสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติท่ี
64/2557 ลง วนั ที่ 14 มิถุนายน พุทธศกั ราช 2557 เรื่อง การปราบปรามและหยุดย้งั การบุกรุกทาลาย
ทรัพยากรป่ าไม้
2. ใหท้ ุกหน่วยที่เก่ียวขอ้ งยดึ ถือนโยบายการปฏิบตั ิงานเป็ นการชวั่ คราวในสภาวการณ์
ปัจจุบนั ดงั น้ี
2.1 การดาเนินการใด ๆ ตอ้ งไม่ส่งผลกระทบต"อประชาชนผูย้ ากไร้ ผูท้ ่ีมีรายได้
นอ้ ย และผไู้ ร้ท่ีดินทากิน ซ่ึงไดอ้ าศยั อยใู่ นพ้ืนท่ีเดิมน้นั ๆ ก่อนคาส่ังน้ีมีผลบงั คบั ใชย้ กเวน้ ผูท้ ี่บุกรุก
ใหม่จะตอ้ งดาเนินการสอบสวนและพิสูจน์ทราบ เพ่ือกาหนดวิธีปฏิบตั ิท่ีเหมาะสมและดาเนินการ
ตามข้นั ตอนต่อไป
2.2 การดาเนินการเร่งด่วนในปัจจุบนั คอื การป้องกนั ไม่ใหม้ ีการบุกรุกเพ่ิมเติมดว้ ย
การบงั คบั ใชก้ ฎหมายอยา่ งเขม้ งวดและเด็ดขาด
2.3 การดาเนินการแก้ไขปัญหาท่ีส่ังสมมาต้ังแต่เดิมให้หน่วยงานที่เก่ียวข้อง
ร่วมกนั พิจารณากาหนดมาตรการและวิธีดาเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อเสนอขออนุมตั ิจากคณะรักษา
ความสงบแห่งชาติโดยด่วน
36
2.4 กรณี ใด ๆ ซ่ึงยังอยู่ระหว่างการดาเนินการตามกระบวนการยุติธรรมให้
ดาเนินการต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการท่ีกาหนด (คาส่ังคณะรักษาความสงบแห่งชาติท่ี 66 /
2557, 2557)
7. สภาปฏิรูปแห่งชาติในวาระปฏิรูปท่ี 25 เรื่องระบบการบริหารจดั การทรัพยากร : ระบบ
การบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
สาหรับสภาปฏิรูปแห่งชาติในวาระปฏิรูปที่ 25 เรื่องระบบการบริหารจดั การทรัพยากร :
ระบบการบริ หารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิ งแวดล้อมโดยคณะกรรมาธิการปฏิรู ป
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มเห็นควรให้มีการปฏิรูปการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดลอ้ มของประเทศ โดยจดั สมดุลใหม่ในการจัดการทรัพยากรด้วยการสร้างความเป็ น
หุ้นส่วนให้ทุกภาคส่วนมีความเขา้ ใจ เรียนรู้ เชื่อใจและมีความรู้สึกเป็ นเจา้ ของร่วมกันรวมท้งั การ
กาหนดภาระรับผิดชอบ (Accountability) ของทุกภาคส่วนให้มีบทบาทและหนา้ ท่ีร่วมกนั กบั ภาครัฐ
ในการใชป้ ระโยชน์และบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มของประเทศ ต้งั แตก่ ารเขา้
มามีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น ร่วมตดั สินใจ ร่วมดาเนินการ ร่วมรับผลที่เกิดข้ึนและร่วม
ติดตามตรวจสอบการดาเนินการ ซ่ึงจะส่งผลให้การใชป้ ระโยชน์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอ้ มของประเทศเป็ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและเป็นธรรมนาประเทศไปสู่การ
พฒั นาท่ียงั่ ยืนอย่างแทจ้ ริงและไดก้ าหนดขอ้ เสนอปฏิรูปและแนวทางการดาเนินการทรัพยากรดิน
และท่ีดินและทรัพยากรป่ าไมด้ งั น้ี
1. แนวทางการดาเนินการทรัพยากรดิน
1.1 จัดทาแผนการใช้ที่ดินของชาติท้ังระบบให้สอดคล้องและเหมาะสมกับ
ศกั ยภาพของพ้ืนที่และการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยสนบั สนุนการมีส่วนร่วมจาก
ทกุ ภาคส่วนและทกุ ระดบั ต้งั แต่ระดบั ชาติ ระดบั จงั หวดั และระดบั ทอ้ งถ่ิน
1.2 พฒั นากลไกการบริหารจดั การท่ีดินแบบมีส่วนร่วมของผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสียเพ่ือ
ลดการกระจุกตัวของการถือครองท่ีดินและให้มีการกระจายการถือครองที่ดินที่เป็ นธรรม เช่น
ปรับปรุงระบบการจดั เก็บภาษีท่ีดิน การจดั ต้งั ธนาคารท่ีดิน เป็ นตน้ รวมท้งั พฒั นากลไก ช่องทาง
และรูปแบบการมีส่วนร่วมของผูม้ ีส่วนได้ส่วนเสียและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการติดตาม
ตรวจสอบการบริหารจดั การท่ีดิน
1.3 เร่งสารวจและจดั ทาแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐให้ชดั เจน ครอบคลุมและเป็ น
มาตรฐานเดียวกนั เพ่ือลดปัญหาความขดั แยง้ ท่ีดินระหวา่ งรัฐกบั เอกชนและให้มีแผนท่ีที่มีมาตรฐาน
เดียวกนั ในหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง