แบบ ลท. ๖ ครุฑ ค ำสั่ง.....(ระบุชื่อองค์กำรบริหำรส่วนต ำบล) ที่....... /........(เลข พ.ศ.) เรื่อง ยกโทษ/งดโทษ/ลดโทษ/เพิ่มโทษ ตามค าสั่ง.....(ระบุชื่อองค์การบริหารส่วนต าบล)...........ที่............./..............ลงวันที่.................... พ.ศ..............................ลงโทษ...............(ระบุโทษและอัตราโทษ)......แก่................(ระบุชื่อผู้ถูกลงโทษ).............. พนักงานส่วนต าบล................................ต าแหน่ง..................................ระดับ................สังกัด.............................. ต าแหน่งเลขที่.........................รับเงินเดือนในอันดับ...............................ขั้น............................บาท ซึ่งกระท าผิด วินัยในกรณี..................................................(ระบุกรณีกระท าผิดโดยสรุป ถ้ามีหลายกรณีให้ระบุทุกกรณี) ...............................................................................อันเป็นการกระท าผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงฐาน ....................................................................................................................................................ตามข้อ.............. ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการด าเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้น .............(ระบุชื่อผู้ถูกลงโทษ)........................ได้อุทธรณ์ค าสั่งลงโทษดังกล่าว และคณะกรรมการ พนักงานส่วนต าบล......................................ในการประชุมครั้งที่............................................/(เลข พ.ศ.) เมื่อ วันที่.........................................พ.ศ...................ได้พิจารณาอุทธรณ์แล้ว เห็นว่า.........................(ระบุความเห็น ของคณะกรรมการพนักงานส่วนต าบล)............................................................. ............................................................................................................................. .................................................. จึงมีมติให้....................................(ระบุมติของคณะกรรมการพนักงานส่วนต าบล)................... ฉะนั้น อาศัยอ านาจตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และข้อ ๙ ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์และการร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๕๘ จึงให้....................................................................................... ทั้งนี้ ตั้งแต่..........................................................................................เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่.....................................................พ.ศ......... (ลงชื่อ) (............................ชื่อผู้สั่ง.................................) ...............................(ต าแหน่ง).......................... หมำยเหตุ๑. แบบ ลท. ๖ นายกองค์การบริหารส่วนต าบลเปลี่ยนแปลงค าสั่งตามมติคณะกรรมการ พนักงานส่วนต าบลตามข้อ ๕ ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิการอุทธรณ์ การ พิจารณาอุทธรณ์ และการร้องทุกข์พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒. การเพิ่มโทษหรือลดโทษให้ระบุด้วยว่าเพิ่มหรือลดจากสถานโทษและอัตราโทษใดเป็นสถานโทษ และอัตราโทษใดและส าหรับกรณีลดขั้นเงินเดือน ให้ระบุด้วยว่าให้ลดจากรับเงินเดือนในอันดับใด ขั้นใด เป็นให้รับเงินเดือนในอันดับใด ขั้นใด ๓. ค าสั่งงดโทษ หรือยกโทษ ไม่ต้องใช้ค าว่า “ทั้งนี้ ตั้งแต่.................................................เป็นต้นไป” ๔. ข้อความใดที่ไม่ใช้ให้ตัดออก
แบบ ลท. ๗ ครุฑ ค ำสั่ง.....(ระบุชื่อองค์กำรบริหำรส่วนต ำบล) ที่......./.......(เลข พ.ศ.) เรื่อง ยกโทษ/งดโทษ/ลดโทษ/เพิ่มโทษ และให้กลับเข้ำรับรำชกำร ตามค าสั่ง......(ระบุชื่อองค์การบริหารส่วนต าบล)..........ที่........./..............ลงวันที่............................ พ.ศ.........................ลงโทษ......................(ระบุโทษและอัตราโทษ)..........แก่...........(ระบุชื่อผู้ถูกลงโทษ).............. พนักงานส่วนต าบล......................ต าแหน่ง.........................................ระดับ....................สังกัด............................. ต าแหน่งเลขที่.......................................รับเงินเดือนในอันดับ..............ขั้น.........................บาท ซึ่งกระท าผิด วินัยในกรณี.................(ระบุกรณีกระท าผิดโดยสรุป ถ้าหลายกรณีให้ระบุทุกกรณี)......................... ............................................................................................................................................................................... อันเป็นการกระท าผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐาน..............................................................................................ตามข้อ ................ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัย และการด าเนินการทางวินัย พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้น ..............(ระบุชื่อผู้ถูกลงโทษ).......................ได้อุทธรณ์ค าสั่งลงโทษดังกล่าว และคณะกรรรมการ พนักงานส่วนต าบล..................................ในการประชุมครั้งที่......./.......(เลข พ.ศ.) เมื่อวันที่..............พ.ศ ............ได้พิจารณาอุทธรณ์แล้วเห็นว่า...........................(ระบุมติคณะกรรมการพนักงานส่วน ต าบล)................................................................................ ฉะนั้น อาศัยอ านาจตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และข้อ ๙ ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์และการร้องทุกข์ พ.ศ. ๒๕๕๘ จึงให้................................................และให้.................................................................................... (ระบุชื่อผู้ถูกลงโทษ)..............................กลับเข้ารับราชการในต าแหน่ง.............................................................. ระดับ................................สังกัด................................ต าแหน่งเลขที่..................................รับเงินเดือนในอันดับ ....................................ขั้น...................บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่.............................................................................................เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่.............................................................พ.ศ............. (ลงชื่อ) (...............................ชื่อผู้สั่ง...............................) ..............................(ต าแหน่ง)........................... หมำยเหตุ๑. แบบ ลท. ๗ นายกองค์การบริหารส่วนต าบลเปลี่ยนแปลงค าสั่งตามมติคณะกรรมการ พนักงานส่วนต าบลตามข้อ ๙ ของมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับสิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์ และการร้องทุกข์พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒. การเพิ่มโทษหรือลดโทษให้ระบุด้วยว่าเพิ่มหรือลดจากสถานโทษและอัตราโทษใดเป็นสถานโทษ และอัตราโทษใดและส าหรับกรณีลดขั้นเงินเดือน ให้ระบุด้วยว่าให้ลดจากรับเงินเดือนในอันดับ ใด ขั้นใด เป็นให้รับเงินเดือนในอันดับใด ขั้นใด ๓. ค าสั่งงดโทษ หรือยกโทษ ไม่ต้องใช้ค าว่า “ทั้งนี้ ตั้งแต่........................................เป็นต้นไป” ๔. ข้อความใดที่ไม่ใช้ให้ตัดออก
มีผู้คัดค้านรับคำ ขอ นัดรังวั/ สอบไม่ฟ้องศาลภายใน 60 วัน ให้ออก น.ส.ล. ตาม ผลการรังวัด ไม่มีผู้คัดค้าน ออก น.สล. ตามผลการรังวัด หัวหน้าหน่วย/หน้างาความถูกต้อง เสนอไม่มีผู้คัดค้าน ฝ่ายรังวัด ดำ เนินการต่อไป เจ้าพนักงา/สาขา พิจาทบวงการเมืแสดงความปรขั้นตอนการออก หนังสือสำ คัญ สำ หรับที่หลวง ไม่มีหลักฐานแสดงสิทธิในที่ดิน ผู้คัดค้านไปใช้สิทธิทางศาล ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คัดค้าน ประกฟ้องศาลภายใน 60 วัน ให้ออก น.ส.ล. เฉพาะส่วนที่ไม่มีการ คัดค้าน ผูัว่าราชการจังหวัด ลงนามออก น.ส.ล. ประโยชน์ที่ได้รับ เพื่อให้ทราบถึงขอบเขตหรือแนวเขต ตำ แหน่งที่ตั้เข้าทำ ประโยชน์โดยไม่ถูกกฎหมายและลดข้อพิพในที่สาธารณหลักสูตรนิติสถาบันพัฒนาบุคคลากรท้องถิ่กรมส่งเสริมการปกครองท้สัมมาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ ที่สาธารณะประโยชน์
น - พิสูจน์สิทธิ วัด ทำ การรังวัด บสวน าน/หัวหน้าฝ่าย ตรวจสอบ เจ้าพนักงานที่ดินพิจารณา อาจารย์ ยุพยงค์ สุวรรณนิช ผู้อำ นวยการโครงการฝึกอบรม านที่ดินจังหวัด ารณารับคำ ขอ องผู้มีอำ นาจหน้าที่ดูแลรักษา (อำ เภอ/อปท./ธนารักษ์) ระสงค์ พร้อมหลักฐานต่อสำ นักงานที่ดินจังหวัด /สาขา กาศ 30 วัน มีหลักฐานแสดงสิทธิในที่ดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบ สิทธิในที่ดินว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ได้มาโดยชอบ - ให้ระงับการ ออก น.ส.ล เฉพาะส่วนที่ได้มา โดยการคัดค้านนั้น - แจ้งผู้คัดค้านโดยเร็ว ได้มาโดยไม่ชอบ - ให้ออก น.ส.ล จ้งผู้คัดค้านภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ทราบผล มีผู้คัดค้าน - ทำ แผนที่แสดงเขตคัดค้าน บันทึกถ้อยคำ ผู้คัดค้าน ไม่รับคำ ขอ ให้รายงานกรมที่ดิน ตั้ง ขนาดรูปร่าง เนื้อที่ที่ดินสาธารณประโยชน์ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการบุกรุก พาทเรื่องแนวเขตที่ดิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต จากการหาประโยชน์ ณประโยชน์ของเจ้าหน้าที่หรือผู้ไม่หวังดี ติกร รุ่นที่ 50 ถิ่น กลุ่มบริหารการฝึกอบรม 3 ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
(๑) เป็นคู่กรณีเอง (๒) เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี (๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้พิทักษ์หรือผู้แทนหรือตัวแทนของคู่ กรณี (๕) เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้าง ของคู่กรณี (๖) กรณีอื่นตามที่ กำ หนดในกฎกระทรวง เหตุต้องห้ามตาม พรบ. วิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง (มาตรา 13 ) เหตุ มิให้เจ้าหน้าที่ ทำ การพิจารณาทางปกครอง ต้องห้าม เหตุต้องห้ามตามกฎกระทรวงกำ หนด กรณีอื่นที่เจ้าหน้าที่จะทำ การพิจารณา ทางปกครองไม่ได้ พ.ศ. ๒๕๖๖ (๑) เคยเป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี (๒) เป็นหรือเคยเป็นผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยา โดยมิได้จดทะเบียนสมรสกับคู่กรณี (๔) เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานในความเป็น จริงไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือเป็นพี่น้องหรือ ลูกพี่ลูกน้องในความเป็นจริงนับได้เพียงภายใน สามชั้นของคู่กรณี (๕) เป็นหรือเคยเป็นบุตรบุญธรรม ของคู่กรณี หรือเป็นหรือเคยเป็น ผู้รับคู่กรณีเป็นบุตรบุญธรรม (๖) เป็นลุง ป้า น้า อา ของคู่กรณี (๗) เป็นผู้พักอาศัยอยู่ร่วมกับ คู่กรณีในสถานที่เดียวกันในลักษณะครัวเรือน เดียวกัน (๘) เป็นลูกจ้างหรือ ที่ปรึกษาซึ่งได้รับ ค่าตอบแทนของคู่กรณี ประโยชน์ที่ได้รับ : ทำ ให้ทราบถึงเหตุต้อง ห้าม กรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำ การ พิจารณาทางปกครองได้ เพื่อให้การ พิจารณาทางปกครองเกิดความเป็นกลาง ไม่เอื้อประโยชน์หรือเป็นผลร้ายแก่คู่กรณี (๓) เป็นญาติของคู่ กรณี คือ เป็นบุพการี หรือผู้สืบสันดานไม่ว่า ชั้นใด ๆ หรือเป็นพี่ น้อง หรือลูกพี่ลูกน้อง นับได้เพียงภายในสาม ชั้น หรือเป็นญาติเกี่ยว พันทางแต่งงานนับได้ เพียงสองชั้น (๓) เป็นหรือเคยเป็นผู้ซึ่งอยู่ กินกับคู่กรณีที่เป็นบุคคลเพศ เดียวกันโดยกำ เนิด ในลักษณะเดียวกันกับชาย หญิงที่อยู่กินกันฉันสามีภริยา หลักสูตรนิติกร รุ่นที่ 50 สถาบันพัฒนาบุคคลากรท้องถิ่น กลุ่มงานบริหารการฝึกอบรม 3 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย อ. วิชญ์ชัย ธรรมประดิษฐ์ อธิบดีศาลปกครองภูเก็ต อ. ยุพยงค์ สุวรรณนิช ผู้อำ นวยการโครงการฝึกอบรม
ประมาทเลินลิเล่อล่อย่าย่งร้าร้ยแรง คือคืกระทำ โดยขาดความระมัดมัระวังวัที่เ ที่ บี่ย บี่ งเบนไป จากมาตรฐานอย่าย่งมาก เช่นช่คาดเห็นห็ ได้ว่ด้าว่ความ เสียสีหายอาจเกิดกิขึ้น ขึ้ ได้หด้รือรืหากระมัดมัระวังวัสักสัเล็กล็ น้อน้ยก็คก็งได้คด้าดเห็นห็การเกิดกิความเสียสีหายเช่นช่นั้น นั้ มาตรา ๕ หน่วน่ยงานของรัฐรัต้อต้งรับรัผิดผิต่อต่ผู้เผู้สียสีหายในผลแห่งห่ละเมิดมิที่เ ที่ จ้าจ้หน้าน้ที่ข ที่ องตนได้กด้ระทำ ใน การปฏิบัฏิติบัหติน้าน้ที่ ในกรณีนี้ณีผู้ นี้ เผู้สียสีหายอาจฟ้อฟ้งหน่วน่ยงานของรัฐรัดังดักล่าล่วได้โด้ดยตรง แต่จต่ะฟ้อฟ้งเจ้าจ้ หน้าน้ที่ไที่ ม่ไม่ด้ ถ้าถ้การละเมิดมิเกิดกิจากเจ้าจ้หน้าน้ที่ซึ่ ที่ ง ซึ่ ไม่ไม่ด้สัด้งสักัดกัหน่วน่ยงานของรัฐรัแห่งห่ ใด ให้ถืห้อถืว่าว่กระทรวง การคลังลัเป็น ป็ หน่วน่ยงานของรัฐรัที่ต้ ที่ อต้งรับรัผิดผิตามวรรคหนึ่ง นึ่ มาตรา ๖ ถ้าถ้การกระทำ ละเมิดมิของเจ้าจ้หน้าน้ที่มิ ที่ ใมิช่กช่ารกระทำ ในการปฏิบัฏิติบัหติน้าน้ที่ เจ้าจ้หน้าน้ที่ต้ ที่ อต้งรับรัผิดผิ ในการนั้น นั้ เป็น ป็ การเฉพาะตัวตั ในกรณีนี้ณีผู้ นี้ เผู้สียสีหายอาจฟ้อฟ้งเจ้าจ้หน้าน้ที่ไที่ ด้โด้ดยตรง แต่จต่ะฟ้อฟ้งหน่วน่ยงาน ของรัฐรั ไม่ไม่ด้ ประโยชน์ที่น์ ไที่ ด้รัด้บรัเพื่อ พื่ ให้ทห้ราบถึงถึการต้อต้งรับรัผิดผิทางละเมิดมิของเจ้าจ้หน้าน้ที่ใที่ นการปฏิบัฏิติบังติานในหน้าน้ที่ เฉพาะเมื่อ มื่ เป็น ป็ การจงใจกระทำ เพื่อ พื่ การเฉพาะตัวตัหรือรืจงใจให้เห้กิดกิความเสียสีหาย หรือรืประมาทเลินลิเล่อล่อย่าย่งร้าร้ยแรงเท่าท่นั้น นั้ และให้แห้บ่งบ่แยกความรับรัผิดผิของแต่ลต่ะคน มิใมิห้นำห้ นำหลักลัลูกลูหนี้ร่ นี้ วร่มมาใช้บัช้งบัคับคัทั้ง ทั้ นี้ เพื่อ พื่ ให้เห้กิดกิความเป็น ป็ ธรรมและเพิ่ม พิ่ พูนพูประสิทสิธิภธิาพ ในการปฏิบัฏิติบังติานของรัฐรั จงใจ คือคืจงใจให้เห้ขาเสียสีหาย รู้สำรู้ สำนึกนึของการกระทำ ว่าว่จะก่อก่ ให้เห้กิดกิความเสียสีหายต่อต่บุคบุคลอื่น อื่ แต่ไต่ม่หม่มายเลย ไปถึงถึกับกัว่าว่จะต้อต้งเจาะจงให้เห้กิดกิผลเสียสีหายอย่าย่งใดอย่าย่งหนึ่ง นึ่ โดยเฉพาะ เช่นช่ การกระทำ โดยเจตนาในทางอาญา • กรณีทุณีจทุริตริเป็น ป็ การกระทำ โดยจงใจ ประมาทเลินลิเล่อล่ คือคืการกระทำ โดยไม่เม่จตนา แต่เต่ป็นป็การกระทำ โดย ปราศจากความระมัดมัระวังวัซึ่ง ซึ่ บุคบุคลในภาวะเช่นช่นั้น นั้ จะ ต้อต้งมีตมีามวิสัวิยสัและพฤติกติารณ์ ผู้กผู้ ระทำ อาจใช้คช้วาม ระมัดมัระวังวัเช่นช่นั้น นั้ ได้ แต่หต่าได้ใด้ช้เช้พียพีงพอไม่ หลัก ลั ความรับ รั ผิดผิทางละเมิดมิ ของเจ้า จ้ หน้า น้ ที่ ตามพระราชบัญบัญัติญัคติวามรับรัผิดผิทางละเมิดมิของเจ้าจ้หน้าน้ที่ พ.ศ. 2539 หลักลัความรับรัผิดผิทางละเมิดมิของเจ้าจ้หน้าน้ที่ 1.ทำ โดยผิดผิกฎหมาย 2.จงใจหรือรืประมาทเลินลิเล่อล่ 3.เกิดกิความเสียสีหาย 4.ความเสียสีหายเป็นป็ผลจากการกระทำ นั้น นั้ ป.พ.พ. มาตรา 420 บัญบัญัติญั ไติว้ว่ว้าว่ ผู้ใผู้ดจงใจหรือรืประมาทเลินลิเล่อล่ทำ ต่อต่บุคบุคลอื่น อื่ โดยผิดผิกฎหมายให้เห้ขา เสียสีหายถึงถึแก่ชีก่วิชีตวิก็ดี ก็ ดีแก่ร่ก่าร่งกายก็ดี ก็ ดีอนามัยมัก็ดี ก็ ดีเสรีภรีาพก็ดี ก็ ดี ทรัพรัย์สิย์นสิหรือรืสิทสิธิอธิย่าย่งหนึ่ง นึ่ อย่าย่งใดก็ดี ก็ ดีท่าท่นว่าว่ผู้นั้ผู้ น นั้ ทำ ละเมิดมิ จำ ต้อต้งใช้ค่ช้าค่สินสิไหมทดแทนเพื่อ พื่ การนั้น นั้ เจ้าจ้หน้าน้ที่ไที่ ด้กด้ระทำ ละเมิดมิ ในการปฏิบัฏิติบัหติน้าน้ที่ ฟ้อฟ้งเจ้าจ้หน้าน้ที่ไที่ ด้หด้รือรืไม่ ? มาตรา ๘ ในกรณีที่ณีห ที่ น่วน่ยงานของรัฐรัต้อต้งรับรัผิดผิ ใช้ค่ช้าค่สินสิไหมทดแทนแก่ผู้ก่เผู้สียสีหายเพื่อ พื่ การละเมิดมิของเจ้าจ้ หน้าน้ที่ ให้หห้น่วน่ยงานของรัฐรัมีสิมีทสิธิเธิรียรีกให้เห้จ้าจ้หน้าน้ที่ผู้ ที่ ทำผู้ ทำละเมิดมิชดใช้ค่ช้าค่สินสิไหมทดแทนดังดักล่าล่ว แก่หก่น่วน่ยงานของรัฐรั ได้ ถ้าถ้เจ้าจ้หน้าน้ที่ไที่ ด้กด้ระทำ การนั้น นั้ ไปด้วด้ยความจงใจ หรือรื ประมาทเลินลิเล่อล่อย่าย่งร้าร้ยแรง มาตรา ๑๐ ในกรณีที่ณีเ ที่ จ้าจ้หน้าน้ที่เ ที่ป็นป็ผู้กผู้ ระทำ ละเมิดมิต่อต่หน่วน่ยงานของรัฐรั ไม่ว่ม่าว่จะเป็นป็หน่วน่ยงานของรัฐรัที่ผู้ ที่ นั้ผู้ น นั้ อยู่ใยู่ นสังสักัดกัหรือรืไม่ ถ้าถ้เป็นป็การกระทำ ในการปฏิบัฏิติบัหติน้าน้ที่ การเรียรีกร้อร้งค่าค่สินสิไหมทดแทนจากเจ้าจ้หน้าน้ที่ ให้ นำ บทบัญบัญัติญัมติาตรา ๘ มาใช้บัช้งบังคับคั โดยอนุโนุลม เจ้าจ้หน้าน้ที่ผู้ ที่ ทำผู้ ทำละเมิดมิต้อต้งรับรัผิดผิหรือรืไม่ ? หลักลัสูตสูรนิตินิกติร รุ่นรุ่ ที่ 50 สถาบันบัพัฒพันาบุคบุคลากรท้อท้งถิ่น ถิ่ กลุ่มลุ่ งานบริหริารการฝึกฝึอบรม 3 กรมส่งส่เสริมริการปกครองท้อท้งถิ่น ถิ่ กระทรวงมหาดไทย อาจารย์ กิริกิณีริ ณีจาระนุ่นนุ่ ตุลตุาการศาลปกครองสุพสุรรณบุรีบุรี อาจารย์ ยุพยุยงค์ สุวสุรรณนิชนิ ผู้อำผู้ อำนวยการโครงการฝึกฝึอบรม
ประวัติศาลสุพรรศาลปกครองสุพท ี ่ด ิ น เพ ื ่อใชส้ าหรบ ั ปกครองสุพรรณบุรีค ุ ณแม ่ ตลบ ั พลเสน ซึ1148-91146 รวมจ าพ ิ ธม ี อบโฉนด เม ื ่อวน ั ทีจากน ั ้ นไดเ ้ ร ิ ่มถมท ี ่ปท าความสะอาดศาล เ2559 เปิ ดท าการเม2561และจัดพิธีเปิด
ลปกครอง รณบุรี พรรณบุรี ได้รับบริจาค ก ่ อสรา ้ งอาคารศาล จากคุณพ่อเฉลียง ซึ ่งเป็ นโฉนดท ี ด่น ิ เลขท ี ่ นวน 20 ไร่ และได้ท า ท ี ่ 19 กันยายน 2555 ปรบ ั พ ื น ้ ในปี 2556 เม ื ่อวน ั ท ี ่ 25 เมษายน ม ื ่อวน ั ท ี ่ 1 ตุลาคม ดท าการศาลปกครอง
มเ ี ขตอา นาจตลอดทอ ้ ง1. จังหวัดกาญจนบุรี2. จังหวัดสุพรรณบุรี3. จังหวัดพระนครศรีเขตอ านาจศสุพรร
งท ี ่ 4. จังหวัดสิงห์บุรี 5. จังหวัดอ่างทอง รีอยุธยา ศาลปกครอง รณบุรี
รบ ั ฟั งการบรรยายร ูเ้จาก นายวิชัย เทพเทียน พการ และนายสุรเชษฏ ์ รอดช านาญการ
เ ก ี ่ยวกบ ั กฎหมายปกครอง นักงานคดีปกครองช านาญ ดทอง พนักงานคดีปกครอง
รบ ั ฟั งการบรรยายร ูเ้จาก นายวิชัย เทพเทียน พการ และนายสุรเชษฏ ์ รอดช านาญการ
เ ก ี ่ยวกบ ั กฎหมายปกครอง นักงานคดีปกครองช านาญ ดทอง พนักงานคดีปกครอง
รบ ั ฟั งการบรรยายร ูเ้จาก นายวิชัย เทพเทียน พการ และนายสุรเชษฏ ์ รอดช านาญการ
เ ก ี ่ยวกบ ั กฎหมายปกครอง นักงานคดีปกครองช านาญ ดทอง พนักงานคดีปกครอง
ความหมายขอคดีปกครอง คือระหว่างหน่วยงาน ทางของรัฐกับเอกชน หหน ่ วยงานทางการปกครด้วยกันเอง แบ่งออกเ
องคดีปกครอง อ คดีท ี ่ เป็ นข ้ อพ ิ พาท งปกครอง หรอ ื เจา ้ หนา ้ ท ี ่ รือข้อพิพาทระหว่าง อง หรอ ื เจา ้ หนา ้ ท ี ข่องรัฐ เป็ น 6 ประเภท ดง ั น ี ้
1. คดีพพ ิ าทเก ี ย่วกัปกครอง หรือเจา ้ หน้หรอ ื การกระทา อ ื น่ ใดโดยไม2. คดีพ ิ พาทเก ี ย่วกหรอ ื เจา ้ หนา ้ ท ี ข่องรฐ ั ละเลก าหนดใหต ้ อ ้ งปฏ ิ บต ั ิ หรืสมควร 3. คดพ ี ิ พาทเก ี ย่วกความรบ ั ผด ิ ชอบอย ่ างอ ื น่ขหรอ ื เจา ้ หน ้ าท ี ่ของรฐ ั อนัล่าช ้าเกินสมควร
กบ ั การท ี ห่น ่ วยงานทางการ นา ้ ท ี ข่องรฐ ั ออกกฎ ค าสั ่ง ม ่ชอบดว ้ ยกฎหมาย กบ ั หน ่ วยงานทางปกครอง ลยต ่ อหนา ้ ท ี ต่ามกฎหมาย รอ ื ปฏ ิ บต ั ิ หน ้ าท ี ่ล่าช ้าเกิน กบ ั การกระท าละเม ิ ด หรือ ของหน ่ วยงานทางปกครอง น เก ิ ดจากการใชอ ้ านาจ
4. คดพ ี พ ิ าทเก ี ย่วกั5.คด ี ท ี ่ม ี กฎหมายปกครอง หรอ ื เจา ้ ของรฐั บังคับให้บุคคลกระท าการห6. คดท ี ี ก่ฎหมายก าของศาลปกครอง เชน ่ กรชี ้ ข า ด ห ร ื อ บ ั ง ค ั บ อน ุญาโตต ุ ลาการเก ี ย่วกบัต้น
บ ั สญ ั ญาทางปกครอง ก าหนดใหห ้ น ่ วยงานทาง ฐ ตอ ้ งฟ้ องคด ี ต ่ อศาลเพ ื ่อ หรือละเว้นการกระท า าหนดใหอ ้ ย ่ ู ในเขตอ านาจ ณ ี ท ีฟ่้ องขอใหเ ้ พก ิ ถอนค า ต า ม ค า ชี ้ ข า ด ข อ ง บ สญ ั ญาทางปกครอง เป็ น
การแสวงหาขปกคมี 4 ข ั น ้ ต1. ค าฟ้ อง 2. ค าให้การ 3. ค าคัดค้าน4. คา ใหก ้ ารเ
ข้อเท็จจริงคดี ครอง ตอนดง ั น ี ้ นค าให้การ เพ ิ ม ่ เตม ิ
เจา ้ หน ้ าท ี พ ่ าคณะศึห้องพิจา
ก ึ ษาด ู งานเย ียมชม ่ รณาคดี
เจา ้ หน ้ าท ี พ ่ าคณะศึห้องพิจา
ก ึ ษาด ู งานเย ียมชม ่ รณาคดี
คณะศึกษาดูงานร่วปกครอง ระหว่าง องค ์กประจักษ์ (ผู้ฟ้ องคดี) กับ หดา กอ ่ สรา ้ ง ท ี ่ 1 กับพวก
มรับฟั งการพิจารณาคดี ารบริหารส่วนต าบลโพ ห้างหุ้นส่วนจ ากัด ธัญ 2 คน (ผู้ถูกฟ้ องคดี)
เจา ้ หน ้ าท ี ่พาคณะศึศาลปกครองอเ ิ ล ็ กทรอน ิ กแบบออนไลน์
ศก ึ ษาด ู งานเย ี ย่มชมหอง ้ ส์ซึ่งใหบ ้ รก ิ ารย ื น่ฟ้ องคดี
เจา ้ หน ้ าท ี ่พาคณะศึศาลปกครองอเ ิ ล ็ กทรอน ิ กแบบออนไลน์
ศก ึ ษาด ู งานเย ี ย่มชมหอง ้ ส์ซึ่งใหบ ้ รก ิ ารย ื น่ฟ้ องคดี
เจา ้ หน ้ าท ี ่พาคณะศึศาลปกครองอเ ิ ล ็ กทรอน ิ กแบบออนไลน์
ศก ึ ษาด ู งานเย ี ย่มชมหอง ้ ส์ซึ่งใหบ ้ รก ิ ารย ื น่ฟ้ องคดี
สวนกล้วยอู่ศูนย์เรียนรู้เศร
ย อู่ทอง รษฐกิจชุมชน
ให้พ ห้ อเพีย พี ง นั้น นั้ หมายความว่า ว่ มีกิมีกิแต่ว่า ว่ พอแม้บ ม้ างอย่า ย่ ง อาจจะดูฟุ่ดูถ้าทำ ได้ก็สามารถที่จะทำคำ พ่อสอน เศรษฐกิจพอเพียง
กิ กินอยู่ไยู่ ม่ฟุ่ม่ ฟุ่ ม ฟุ่ เฟื่อ ฟื่ ยไม่ห ม่ รูหราก็ได้ ฟุ่ ฟุ่ ม ฟุ่ เฟื่อ ฟื่ ยแต่ก็ทำ ให้มี ห้ ค มี วามสุข สุ ทำ สมควรที่จะปฎิบัติ บั ติ
ข่า ข่ ย -> กองกำ ลัขาย -> มั่น มั่ คง/ยั่ง ยั่ ยืนยืเก็บรัก รั ษา -> เคล็ทาน -> มีเ มี หลือกินเบุญ -> ทำ บุญ ทำ ทบันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง
ลังเกษตรในชั้น ชั้ น ค้าขายเป็นจะรวย ล็ดลับภูมิ ภู ปัมิ ปั ญญา เหลือใช้ ให้แ ห้ บ่ง บ่ ปัน าน ซื่อ ซื่ สัต สั ย์ กตัญญู
การดำ เนินงาน การใช้ชี ช้ วิ ชี ตวิตามแนวคิดที่พ่อ พ่ สอนการทำ สวนเกษต
ปรัชญ รั าของเศรษฐกิจพอเพีย พี ง ตรผสมผสาน
ปุ๋ยหมักอินทรีย์