The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานวิชาการ หลักสูตรนิติกร รุ่นที่ 50

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mangkorntusport, 2023-12-18 04:57:46

รายงานวิชาการ หลักสูตรนิติกร รุ่นที่ 50

รายงานวิชาการ หลักสูตรนิติกร รุ่นที่ 50

สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 146 146 ให้ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจออกข้อกำหนดของท้องถิ่นดังต่อไปนี้” หรือ “ในกรณีที่ยังมิได้มีการออก กฎกระทรวงกำหนดเรื่องใดตามมาตรา ๔ ให้ราชการส่วนท้องถิ่น มีอำนาจออกข้อบัญญัติท้องถิ่นกำหนดเรื่อง นั้นได้” องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย ดังนั้น ข้อบัญญัติจะมี เนื้อหา ที่ขัดแย้ง หรือนอกเหนือไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ได้ ขั้นตอนการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่น 1. การเสนอร่างข้อบัญญัติท้องถิ่น ๒. การพิจารณาร่างข้อบัญญัติท้องถิ่น 3. การให้ความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติท้องถิ่น ๔. การลงนามและการใช้บังคับ รูปแบบของข้อบัญญัติท้องถิ่น (ข้อ ๔๓) ร่างข้อบัญญัติต้องแบ่งเป็น ข้อ ๆ และ มีบันทึกดังต่อไปนี้ ๑. หลักการของร่างข้อบัญญัติ - ให้มีข้อบัญญัติ - ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบัญญัติ - ให้ยกเลิกข้อบัญญัติ ๒. เหตุผลที่เสนอร่างข้อบัญญัติ บทบาทของผู้บริหารท้องถิ่น ในการเสนอร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย และรายจ่าย เพิ่มเติม 1. การจัดทำงบประมาณรายจ่าย (ตามหนังสือ สถ. ที่ มท 0808.2/ว 1095 ลว. 28 พ.ค. 2564) 1.1 1.1 การจำแนกประเภทรายรับ-รายจ่าย - การจำแนกแผนงานตามรูปแบบงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - การจำแนกหมวดและประเภทรายรับ สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - การจำแนกงบรายจ่ายและประเภทรายจ่าย สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 1.2 รูปแบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ส่วนที่ 1 คำแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. … ส่วนที่ 2 ข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. .... (ข้อ 43 แบ่งเป็นข้อๆ และมีบันทึกหลักการของร่างข้อบัญญัติและเหตุผลที่เสนอร่าง ข้อบัญญัติ) ส่วนที่ 3 งบประมาณรายจ่ายเฉพาะการ 2.กรณีตั้งงบประมาณโครงการประเภทงานก่อสร้างให้จัดทำประมาณการค่าใช้จ่ายโครงการ โดยแสดงราคากลาง ค่าวัสดุ ครุภัณฑ์ ค่าแรงและราคาต่อหน่วย โดยให้จัดทำเป็นเอกสาร แยกต่างหากจากร่าง งบประมาณรายจ่ายประจำปี จัดส่งให้กับสภาท้องถิ่นพร้อมกับร่าง งบประมาณรายจ่ายประจำปี 3.การเขียนรายละเอียดคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถือ ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0808.2/ว 9076 ลว 17 พ.ค. 2566 4. ญัตติร่าง


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 147 147 ข้อบัญญัติงบประมาณ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นยื่นต่อสภาท้องถิ่นตามแบบและวิธีการ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ไว้ ข้อ 58 (ให้ผู้บริหารท้องถิ่นเสนอญัตติต่อประธานสภาท้องถิ่น ภายในวันที่ 15 สิงหาคม และก่อนวัน ประชุมสภาท้องถิ่น ไม่น้อยกว่า 5 วัน ข้อ 38) บทบาทประธานสภาท้องถิ่น ข้อ 43 วรรค 2 ๑. ตรวจสอบความถูกต้อง และบรรจุญัตติเข้าในระเบียบวาระ ๒. ให้ส่งสำเนาครบตามจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นให้สมาชิกสภาท้องถิ่นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า วันก่อนวันประชุม ๓. เว้นแต่เป็นการประชุมอันรีบด่วนแต่ไม่ให้น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมงก่อนกำหนดเวลานัดประชุม ๔. ถ้าตรวจแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้องให้แจ้งผู้บริหารท้องถิ่นทราบภายใน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับ ญัตตินั้น 5. ญัตติร่างข้อบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินที่ไม่มีคำรับรองของผู้บริหารท้องถิ่น ให้ประธานสภา ท้องถิ่นส่งร่างข้อบัญญัติไปให้ผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อพิจารณาให้คำรับรอง พิจารณาเป็น 3 วาระ วาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ วาระที่ 2 ขั้นแปรญัตติ 2.1 ขั้นแปรญัตติของคณะกรรมการแปรญัตติ 2.2 ขั้นแปรญัตติของในส่วนของสภาท้องถิ่น วาระที่ 3 ขั้นเห็นชอบให้ตราเป็น ข้อบัญญัติ ร่างข้อบัญญัติทั่วไป อาจพิจารณาเป็น ๓ วาระรวดเดียวได้ การเสนอให้สภาท้องถิ่นพิจารณาร่างข้อบัญญัติสามวาระรวด มีขั้นตอนดังนี้ ๑. ผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิกที่อยู่ในที่ ประชุมร้องขอ ๒. สภาท้องถิ่นมีมติเห็นชอบตามที่ร้องขอ ๓. ประธานสภาท้องถิ่นสั่งให้พิจารณาสามวาระรวด บทบาทประธานสภาท้องถิ่น สภาลงมติไม่ให้ตราเป็นข้อบัญญัติให้ร่างตกไปเว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น (ข้อ 53) สภาลงมติให้ตราเป็นข้อบัญญัติ ประธานสภาส่งร่างข้อบัญญัติให้ผู้กำกับดูแล พิจารณาให้ ความเห็นชอบ - อบต. เสนอนายอำเภอเพื่อขออนุมัติ (อบต. มาตรา 87) - อบจ./ ทน. / มาตรา เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา (อบจ. มาตรา 53 / เทศบาล มาตรา 62) - ทต. ต้องเสนอร่างผ่านนายอำเภอ เพื่อเสนอให้ ผวจ. พิจารณา


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 148 148 การให้ความเห็นชอบข้อบัญญัติ เมื่อ ผวจ./นอ.ให้ความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติแล้ว ให้ผู้บริหารท้องถิ่นลงชื่อ และประกาศใช้ เป็นข้อบัญญัติถ้า ผวจ./นอ.ไม่เห็นชอบด้วยกับร่างข้อบัญญัติให้ส่งคืนร่างข้อบัญญัติดังกล่าวให้สภา ท้องถิ่น ภายใน ๑๕ วัน เพื่อให้สภาท้องถิ่นพิจารณาทบทวนใหม่ หากไม่ส่งคืนภายใน ๑๕ วัน ให้ถือว่าเห็นชอบกับร่าง ข้อบัญญัติ กรณีที่ผู้กำกับดูแลไม่ให้ความเห็นชอบข้อบัญญัติงบประมาณ(องค์การบริหารส่วนจังหวัด และเทศบาล) กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นชอบร่างข้อบัญญัติแล้วส่งคืนร่างข้อบัญญัติให้สภาท้องถิ่น ทบทวน สภาจะต้องพิจารณาใหม่ - ถ้าสภายืนยันด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า ๒/๓ ของเท่าที่มีอยู่ ภายใน ๓๐ วัน ให้ประธานสภา ส่งนายกลงนาม พร้อมทั้งแจ้งให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด/นายก ทราบ - ถ้าสภาไม่ยืนยันภายใน ๓๐ วัน หรือยืนยันด้วยคะแนนไม่ถึง ๒/๓ ให้ร่าง ข้อบัญญัติตกไป กรณีที่ผู้กำกับดูแลไม่ให้ความเห็นชอบข้อบัญญัติงบประมาณ (องค์การบริหารส่วน ตำบล) ในกรณีที่นายกไม่อนุมัติร่างข้อบัญญัติแล้วส่งคืนร่างข้อบัญญัติงบประมาณให้สภาท้องถิ่น ทบทวนสภาจะต้องพิจารณาใหม่ ถ้าสภายืนยันตามร่างเดิม (คะแนนเสียงข้างมาก) ให้นายกส่งร่างฯ นั้น ไปยังผู้ว่าราชการ จังหวัด ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่สภา แจ้งมติยืนยัน เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา - หากผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบด้วยกับร่างฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่งร่างฯ ไปยังนายก เพื่อลงขออนุมัติ - หากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นชอบด้วยกับร่างฯ ให้ร่างฯ นั้นเป็นอันตกไป ข้อบัญญัติท้องถิ่นมีผลบังคับใช้เมื่อ - อบจ. เมื่อนายก อบจ. ลงนามใช้บังคับ และปิดประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทําการ อบจ. (มาตรา ๕๖) - เทศบาล เมื่อประกาศไว้โดยเปิดเผยที่สํานักงานเทศบาลแล้ว ๗ วัน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉิน ถ้า มีข้อความระบุไว้ในเทศบัญญัตินั้นว่าให้ใช้บังคับทันที ก็ให้ใช้บังคับในวันที่ได้ประกาศ (มาตรา๖๓) - อบต. เมื่อนายก อบต. ลงชื่อ และประกาศเป็นข้อบัญญัติ (มาตรา ๗๑)


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 149 149 สรุปสาระสำคัญรายวิชา ชื่อรายวิชา ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2566 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บรรยาย อ.ฐิติศักดิ์ วัฒนายนต์ และอ.นภาพรรณ แสงชาตรี วันที่ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เวลา 16.00-19.00 น. ชื่อผู้จดบันทึก นางสาวรุจิราสุริวงค์ วิชาการกลุ่ม ๔ หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ สาระสำคัญของกฎหมาย 1. หน่วยงาน องค์กร และเจ้าพนักงานของรัฐ กับอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ 2. มาตรการ ควบคุม กำกับดูแลการประกอบธุรกิจการขุดดินหรือถมดิน 3 การอุทธรณ์คำสั่งเจ้าพนักงาน 4. มาตรการลงโทษและบทเฉพาะการ ราชการส่วนท้องถิ่นตามมาตรา3 ให้ใช้บังคับในท้องที่ ดังนี้ 1. เทศบาล 2. กรุงเทพมหานคร 3. เมืองพัทยา 4. บริเวณ พ.ร.ฎ. ให้ใช้บังคับว่าด้วยการควบคุมอาคาร (มาตรา2 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร) 5. เขตผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง เจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามมาตรา 4 1 นายกเทศมนตรี สำหรับในเขตเทศบาล 2. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร 3. นายกเมืองพัทยา สำหรับในเขตเมืองพัทยา 4. ... อำนาจ หน้าที่ 1. ออกใบรับแจ้งขุดดิน มาตรา17 ถมดิน มาตรา 26 และสั่งแก้ไขเอกสารรับแจ้ง ขุดดิน มาตรา 17 วรรค 3 และสั่งแก้ไขเอกสารรับแจ้งถมดิน มาตรา26 วรรคท้าย 2. ออกคำสั่งให้ผู้แจ้งการดำเนินการขุดดิน มาตรา 17 และถมดิน มาตรา26 ที่ดำเนินการ ดังกล่าว จนมีผู้ได้รับความเสียหายหรือมีเหตุเชื่อว่าได้รับความเสียหาย ดำเนินการให้หยุดการขุดดินหรือ ถมดิน มาตรา29 3. ออกคำสั่งให้ผู้แจ้งการดำเนินการขุดดิน มาตรา17 และถมดิน มาตรา26 สั่งจัดการ ป้องกัน ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมาตรา 31 วรรคแรก เมื่อพนักงาน เจ้าหน้าที่รายงานว่าไปตรวจ พบว่าผู้แจ้งดำเนินการขุดดินหรือถมดินได้ก่อหรือชอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินผู้อื่น


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 150 150 4. ออกคำสั่งให้ผู้แจ้งการดำเนินการขุดดิน มาตรา17 และถมดิน มาตรา26 สั่งจัดการ ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมาตรา 31 วรรคสอง กรณีมีเหตุฉุกเฉินเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รายงาน ว่าไปตรวจพบว่าผู้แจ้งดำเนินการขุดดิน หรือถมดิน ได้ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินผู้อื่นและ ได้ออกคำสั่งไปก่อนแล้วรายงาน ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายหลัง ตามมาตรา 31 วรรคสอง 5. เปรียบเทียบปรับผู้ต้องหา เมื่อผู้ต้องหายินยอมให้ทำการ เปรียบเทียบปรับตามมาตรา42 บรรดาความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ ยกเว้น มาตรา35วรรคสอง เช่นการขุดดินในที่ห้ามขุดดิน หรือถมดินในบริเวณ ห้ามถมดิน 6. ออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 4 พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 4 หมายถึง ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ อำนาจ หน้าที่ 1. ออกตรวจสอบสถานที่ที่มีการขุดดินตามมาตรา 17 และการถมดิน ตามมาตรา 26 ตาม คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและรายงานการดำเนินการของ ผู้แจ้งตามมาตรา 29 วรรคสอง มาตรา 30 2. ออกคำสั่งให้ผู้ดำเนินการขุดดินตามมาตรา 17 หรือถมดินตามมาตรา 26 หยุดดำเนินการ ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินเมื่อพบว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นและออกคำสั่งให้ ผู้ดำเนินการจัดการป้องกัน ความเสียหายและรายงานเหตุให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบตามมาตรา 31 วรรค สอง 7.พนักงานท้องถิ่นมอบหมาย หมายถึง ผู้ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มอบหมาย ให้มีอำนาจดำเนินการแทน ตาม พ.ร.บ.นี้ ตามมาตรา 42 มีอำนาจหน้าที่ คือ ทำการ เปรียบเทียบปรับผู้ต้องหา เมื่อผู้ต้องหายินยอมให้ทำ การเปรียบเทียบปรับใน บรรดาความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ ซึ่งอยู่ในอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ นอกจากความผิด ตามมาตรา 35 วรรคสอง เท่านั้นที่จะทำการเปรียบเทียบปรับไม่ได้ มาตรการควบคุม กำกับ ดูแล การประกอบธุรกิจ การขุดดินหรือท่าบ่อดิน ขั้นตอนที่ 1 การแจ้งการขุดดิน หรือทำบ่อดิน มาตรา 17 1. ผู้ขุดดิน จะต้องกระทำการขุดดินลึกจากพื้นดินเดิมเกินกว่า 3 เมตร 2. หรือ ความกว้างจากปากบ่อดินเกินกว่า 10,000 ตารางเมตร 3. หรือ ความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด สำหรับการยื่นเอกสารแจ้งข้อมูลการขุดดิน มีดังต่อไปนี้ 1. แผนผังบริเวณที่ประสงค์จะทำการขุดดิน 2. แผนผังแสดงเขตที่ดินและบริเวณข้างเคียง 3. รายการที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา16 4. วิธีการขุดดินละการขนดิน 5. ระยะเวลาในการขุดดิน 6. ชื่อผู้ควบคุมงานซึ่งต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง 7. ที่ตั้งสำนักงานของผู้แจ้ง 8. ภาระผูกพันต่างๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่ทำที่จะทำการขุด


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 151 151 9. เอกสารอื่นๆ ที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา **ก่อนที่ผู้แจ้งจะได้รับใบแจ้งการขุดดิน จะดำเนินการขุดดินก่อนไม่ได้ ขั้นตอนที่ 2 การพิจารณาการขุดดินของเจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้อง พิจารณา คำร้องให้แล้วเสร็จเพื่อออกใบรับแจ้งให้ผู้แจ้งการขุดดิน - เจ้าพนักงานท้องถิ่น ออกใบรับแจ้งภายใน 7 วัน - ระยะเวลาแก้ไขความบกพร่องแบบแจ้งการขุดดิน แจ้งให้ผู้แจ้งแก้ไขให้ เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน และผู้แจ้งไม่ดำเนินการภายใน 7 วัน เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจออกคำสั่งให้การแจ้งเป็นอัน สิ้นผล -ระยะเวลาพิจารณาหลังจากแก้ไขความบกพร่องการแจ้งการขุดดินออกใบรับ แจ้งให้แก่ผู้ แจ้งภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง -ค่าธรรมเนียม (1) ใบรับแจ้งการขุดดิน ฉบับละ 500 บาท /คัดสำเนา ฉบับละ 5 บาท (2) ให้กำหนดค่าใช้จ่าย (2.1) ค่าเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ เท่าที่จำเป็นและใช้จ่ายจริง (2.2) ค่าเบี้ยเลี้ยงในการเดินทางไปตรวจสอบ สถานที่ขุดดินหรือถมดินให้ใช้จ่ายที่ จำเป็น ตามระเบียบเท่าอัตราของทางราชการ ขั้นตอนที่ 3 การควบคุมระหว่างดำเนินการขุดดินหรือทำธุรกิจบ่อดิน หน้าที่ผู้แจ้ง ดำเนินการขุดดิน 1. ต้องแสดงเอกสารใบผู้รับแจ้ง ระหว่างการขุดดิน มาตรา19 (ถ้าเอกสารชำรุดต้องขอรับใบ แทนภายใน 30 วัน) 2. ต้องทำการขุดดินให้ถูกต้องตามที่ได้รับแจ้งไว้ต่อเจ้าพนักงาน มาตรา 20 (ผู้ขุดดินจะต้อง ทำการขุดดินให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา6) 3. ต้องคอยควบคุมลูกจ้างหรือตัวแทนให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวง มาตรา 21 4. ต้องรับผิดชอบความเสียหายระหว่างการขุดดิน ตามมาตรา 22 5. ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบ เมื่อขุดพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซากดึกดำบรรพ์ ภายใน 7 วัน (มาตรา 25) ขั้นตอนที่ 4 การควบคุมหลังจากดำเนินการขุดดินแล้ว ภายหลังจากการขุดดินแล้วเสร็จ ผู้ขุดดิน เจ้าของที่ดิน หรือผู้ครอบครองที่ดิน ต้องตรวจสอบ เสถียรภาพของดินให้มีความมั่นคงปลอดภัยอยู่เสมอ ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ 18 ในกฎกระทรวงฯ


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 152 152 มาตรการควบคุม กำกับ ดูแล การประกอบธุรกิจการถมดิน รายละเอียดขั้นตอน (หมวด 3 ตั้งแต่ มาตรา 26-28) ขั้นตอนที่ 1 การแจ้ง การถมดิน 1. ผู้ที่จะดำเนินการถมดินโดยมีความสูงเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ ข้างเคียงและมี พื้นที่ของเนินดินเกิน 2,000 ตรม. 2. ถ้าถมไม่เกินกว่า 2,000 ตรม. หรือถมดินมีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานถิ่น ประกาศกำหนด สำหรับการยื่นเอกสารแจ้งข้อมูลการถมดิน ใช้แนวทางเดียวกันกับการขุดดิน ตามข้อ 1-8 สำหรับข้อ 9 เอกสารอื่นๆ ที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในรากิจจานุเบกษา เช่น 9.1 แบบแปลน ได้แก่ แบบแสดงรายละเอียดขุดดินถมดิน 9.2 รายการประกอบแบบแปลน ได้แก่ ข้อความชี้แจงรายละเอียดที่ดินความลึกและ ขนาด ของบ่อดินที่จะขุด ความสูงและพื้นดินที่จะถมดิน ความลาดเอียงของบ่อ ดินหรือเนินดิน ระยะห่างจากบ่อดิน หรือเนินดินถึงเขตที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง บุคคลอื่น วิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง และวิธี ในการ ขุดดินถมดิน 9.3 รายการคำนวณ ได้แก่ รายการแสดงวิธีคำนวณหาค่าเสถียรภาพความลาด เอียงที่ ปลอดภัยในการ ขุดดินหรือถมดิน หรือรายการแสดงวิธีคำนวณความปลอดภัยของกำแพงกันดินหรือวิธี ป้องกันการพังทลายของดิน ขั้นตอนที่ 2 การพิจารณาการแจ้งการถมดินของเจ้าพนักงานท้องถิ่น มีสาระสำคัญเดียวกันกับการแจ้งการขุดดิน ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น กล่าวคือได้นำ มาตรา 17 วรรค 3, 4, 5 มาใช้บังคับกล่าวคือ -ระยะเวลาการพิจารณา เจ้าพนักงานท้องถิ่น ออกใบรับแจ้งภายใน 7 วัน -ระยะเวลาแก้ไขความบกพร่องแบบแจ้งการขุดดิน แจ้งให้ผู้แจ้งแก้ไขให้ เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน และผู้แจ้ง ไม่ดำเนินการภายใน 7 วัน เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจออกคำสั่งให้การแจ้งเป็นอันสิ้นผล - ระยะเวลาพิจารณาหลังจากแก้ไขความบกพร่องการแจ้งการขุดดินออกใบรับ แจ้งให้แก่ผู้ แจ้งภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง - ค่าธรรมเนียม (1) ใบรับแจ้งการขุดดิน ฉบับละ 500 บาท /คัดสำเนา ฉบับละ 5 บาท (2) ให้กำหนดค่าใช้จ่าย (2.1) ค่าเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ เท่าที่จำเป็นและใช้จ่ายจริง (2.2) ค่าเบี้ยเลี้ยงในการเดินทางไปตรวจสอบ สถานที่ขุดดินหรือถมดินให้ใช้จ่าย ที่ จำเป็น ตามระเบียบเท่าอัตราของทางราชการ ขั้นตอนที่ 3 การควบคุมระหว่าง การถมดิน มาตรา 26 ให้นำ มาตรา19 และ 22 มาใช้บังคับเรื่องการถมดิน เช่นเดียวกับการขุดดิน โดย อนุโลม


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 153 153 หน้าที่ผู้ดำเนินการถมดิน 1. ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวง กล่าวคือ มาตรา27 ต้องดำเนินการให้ ถูกต้องตาม กฎกระทรวง ข้อ 12 – 18 เช่น - การถมดินตาม มาตรา 26 วรรคสาม จะกระทำได้เฉพาะในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น ถึงพระ อาทิตย์ตก ถ้าจะกระทำนอกเหนือจากนี้ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น - การถมดิน พท. เกิน 2,000 ตรม. ความสูงเกิน 5 เมตร นับจากพื้นดินต่าง เจ้าของที่ ข้างเคียง ต้องมีแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการ คำนวณของผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบ วิชาชีพ - การถมดิน พท. เกิน 2,000 ตรม. ความสูงเกิน 2 เมตร ต้องมีผู้ควบคุมงานซึ่งเป็นผู้ได้รับ ใบอนุญาต - การถมดิน ส่วนฐานของดินต้องห่างจากแนวเขตที่ดินของบุคคลอื่นหรือที่สา ธารณะต้องไม่น้อยกว่าที่ดินที่จะถม เว้นแต่จะได้มีการจัดการการพังทลายของ ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง - การถมดินในบริเวณที่ติดกับทางสาธารณะ ผู้ถมดินต้องติดตั้งป้ายสะท้อนแสง เตือน อันตรายขนาดกว้าง ไม่น้อยกว่า 50 ซม. ยาวไม่น้อยกว่า 100 ซม. -ในระหว่างการถมดิน ผู้ถมดิน เจ้าของที่ดิน หรือผู้ครอบครองต้องรักษา เสถียรภาพของเนิน ดินให้มั่นคงปลอดภัยเสมอ 2. ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องเรียบร้อยไม่ก่อความเดือดร้อนให้ผู้ใด เช่น ผู้ดำเนินการถม ดินต้องจัด ให้มีการระบายน้ำอย่างเพียงพอ 3. ต้องเก็บรักษาเอกสารใบรับแจ้งไว้ระหว่างถมดิน ตามมาตรา19 หากชำรุดขอออกใบ แทน ภายใน 30 วัน 4. ต้องรับผิดชอบความเสียหายระหว่างถมดิน มาตรา22 5. ต้องคอยควบคุมให้ลูกจ้างหรือตัวแทนทำการถมดินให้ถูกต้องตามที่ได้รับแจ้ง มาตรา27 6. ต้องความรับผิดต่อลูกจ้างหรือตัวแทนในการถมดินเสมือนตนเอง มาตรา 28 ขั้นตอนที่ 4 การควบคุมภายหลังจากดำเนินการถมดินแล้ว สำหรับการควบคุมหลังจากที่ผู้ดำเนินการถมดินจนเสร็จสิ้นแล้วก็เป็นหน้าที่ ของผู้ดำเนินการ ถมดินจะต้องจัดการป้องกันความเสียหายหรือผลกระทบที่ อาจจะก่อให้เกิดขึ้นจากการถมดิน ซึ่ง พ.ร.บ.นี้ และ กฎกระทรวงเพื่อป้องกัน ความเสียหาย - มาตรา 26 วรรคแรก ต้องจัดให้มีการระบายน้ำอย่างเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความ เดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินข้างเคียง หรือบุคคลอื่น ซึ่งอาจมีผลกระทบจากการดำเนินการถมดิน - กฎกระทรวงฯ ข้อ 18 ภายหลังจากการถมดินแล้วเสร็จ ผู้ถมดินเจ้าของที่ดิน หรือ ผู้ ครอบครอง ต้องตรวจสอบเสถียรภาพของเนินดินให้มีความมั่นคง ปลอดภัยเสมอ มาตรการลงโทษ - ขุดดิน ถมดินโดยไม่มีใบรับแจ้ง มาตรา 35 จำคุก 1 ปี/ปรับ 50,000 บาท ( ถ้ากำหนดอยู่ ในบริเวณ ห้ามขุด ห้ามถม มาตรา 35 วรรคสอง จำคุก 2 ปี/ปรับ 100,000 บาท


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 154 154 - ขุดดิน ถมดินไม่เป็นไปตามกฎกระทรวง มาตรา 36 ปรับ 30,000 บาท/ปรับรายวัน ๆ ละ 1,000 บาท - ขุดดินลึก 3 ม. และห่างเขตที่ดินน้อยกว่า 2 เท่าของความ ลึกไม่มีการป้องกันการพังทลาย (มาตรา 24) หรือถมดิน ไม่ทำการระบายน้ำ (มาตรา 26 วรรคหนึ่ง) มาตรา 37 ปรับ 10,000 บาท - ขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา 38) ปรับ 2,000 บาท - ขุดดินพบของมีค่าแล้วไม่แจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายใน 7 วัน มาตรา 39 จำคุก 1 เดือน/ ปรับ 5,000 บาท - ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ เจ้าพนักงานท้องถิ่น สั่งให้หยุดขุดดิน&ถมดิน มาตรา40 จำคุก 1 ปี/ ปรับ 50,000 บาท - ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ เจ้าพนักงานท้องถิ่น สั่งให้จัดการป้องกัน/จัดการ แก้ไขพังทลายขุดดิน ถมดิน มาตรา 41 ปรับ 30,000 บาท/ปรับรายวัน วันละ 500 บาท


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 155 155 สรุปสาระสำคัญรายวิชา ชื่อรายวิชา คำวินิจฉัยศาลปกครองเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดด้านการเงินการคลังของเจ้าหน้าที่ ของรัฐองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บรรยาย อ.กิริณีจาระนุ่น วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 เวลา 08.30-12.00น. ชื่อผู้จดบันทึก นางสาวสุชาดาชุมนุม วิชาการกลุ่ม ๕ หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ หลักการปฏิบัติราชการทางปกครอง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง พ.ศ.2539


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 156 156


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 157 157


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 158 158 -4-


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 159 159


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 160 160 สรุปสาระสำคัญรายวิชา ชื่อรายวิชา ระเบียบฝึกอบรมและแนวทางการปฏิบัติในการจัดทำโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงาน ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บรรยาย อ.สุธารัตน์เอี่ยมชูกูล วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.00-16.00น. ชื่อผู้จดบันทึก นางสาวสุชาดาชุมนุม วิชาการกลุ่ม ๕ หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า ด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. 2557 การเบิกจ่ายและหลักฐานการเบิกจ่าย การเบิกจ่ายและหลักฐานการเบิกจ่ายซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงินการเก็บรักษาเงินและการตรวจเงินของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจ่ายเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ใช้ (1) ใบเสร็จรับเงิน หรือ (2) ใบสำคัญรับเงิน ซึ่งผู้รับเงินเป็นหลักฐานการจ่ายเป็นผู้ออกให้ หรือ (3) ใบรับรองการจ่ายเงิน หรือ (4) หลักฐานอื่นใดที่ มท กำหนดให้เป็นหลักฐานการจ่าย ใบเสร็จรับเงิน อย่างน้อยจะต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (1) ชื่อ สถานที่อยู่ หรือที่ทำการของผู้รับเงิน (2) วัน เดือน ปีที่รับเงิน (3) รายการแสดงการรับเงินและระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายอะไร (4) จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร (5) ลายมือชื่อพร้อมทั้งมีตัวบรรจงชื่อและสกุลของผู้รับเงิน


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 161 161 ค่าใช้จ่ายขององค์กรปกครองส่วนส่วนท้องถิ่นที่จัดการฝึกอบรมค่าใช้จ่ายที่จะเบิกได้ (1) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้และการตกแต่งสถานที่ฝึกอบรม (2) ค่าใช้จ่ายในพิธีเปิดและปิดการฝึกอบรม (3) ค่าวัสดุ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ (4) ค่าประกาศนียบัตร (5) ค่าถ่ายเอกสาร ค่าพิมพ์เอกสารและสิ่งพิมพ์ (6) ค่าหนังสือสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม (7) ค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร (8) ค่าเชาอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการฝึกอบรม (9) ค่ากระเป๋าหรือสิ่งที่ใช้บรรจุเอกสาร (10) ค่าของสมนาคุณในการดูงาน (11) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (12) ค่าสมนาคุณวิทยากร ตามระเบียบฯ ข้อ 17 (13) ค่าอาหาร (14) ค่าเช่าที่พัก (15) ค่ายานพาหนะตามระเบียบฯ ข้อ 20 (16) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นในการฝึกอบรม ประเภท ก. 1.บริหารท้องถิ่น ระดับสูง 2.อำนวยการท้องถิ่น ระดับสูง 3.วิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ประเภท ข 1.บริหารท้องถิ่น ระดับต้น / กลาง 2.อำนวยการท้องถิ่น ระดับต้น/กลาง 3.วิชาการ ระดับปฏิบัติ/ชำนาญการ/ชำนาญการพิเศษ 4.ทั่วไป ระดับ ปฏิบัติงาน/ปฏิบัติการ/อาวุโส


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 162 162 ค่าสมนาคุณวิทยากร (1) หลักเกณฑ์การจ่าย ก. บรรยายจ่ายได้ไม่เกิน 1 คน ข. อภิปรายจ่ายได้ไม่เกิน 5 คน ค. แบ่งกลุ่มทำกิจกรรม จ่ายได้ไม่เกิน 2 คน ง. วิทยากรเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ ตาม (ก) (ข) (ค) ให้เฉลี่ยจ่ายไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ จ. ให้นันช่วงพักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่มรวมไว้ด้วย บุคคลที่จะเบิกค่าใช้จ่ายได้ (1) ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรมแขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตามไม่เกิน 2 คน (2) เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการฝึกอบรม (3) วิทยากร (4) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม (5) ผู้สังเกตการณ์ ค่าสมนาคุณวิทยากร อัตราค่าสมนาคุณ • ประเภท ก 800 บาท • ประเภท ข และบุคคลภายนอก 600 บาท ไม่ใช่บุคคลของรัฐ ประเภท • ก 1,600 บาท • ประเภท ข และบุคคลภายนอก 1,200 บาท มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ทุกประเภท โดยความเห็นชอบผู้ว่าราชการจังหวัด


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 163 163 สรุปสาระสำคัญรายวิชา ชื่อรายวิชา สัมมนาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับที่สาธารณประโยชน์ ผู้บรรยาย อ.สรรเสริญ บุญฤทธิ์ (ผอ.ส่วนคุ้มครองที่ดินของรัฐสำนักจัดการที่ดินของรัฐ (สจร.) กรมที่ดิน วันที่ 2๙ พฤศจิกายน 2566 เวลา ๐๙.00-1๒.00น. ชื่อผู้จดบันทึก นายจำรัสศรีชุมพูวิชาการกลุ่ม ๑ หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ สัมมนาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับที่สาธารณประโยชน์ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๒ ที่ดินซึ่งมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ มาตรา ๘ บรรดาที่ดินทั้งหลายอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือ เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินนั้น ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้อธิบดีมีอำนาจ หน้าที่ดูแลรักษา และดำเนินการคุ้มครองป้องกันได้ ตามควรแก่กรณี อำนาจหน้าที่ดังว่านี้ รัฐมนตรีจะมอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้ใช้ก็ได้ ที่ดินของรัฐ คืออะไร ความหมาย “ที่ดินของรัฐ” ในประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่ใช้ในการปฏิบัติงานของกรมที่ดิน ไม่ได้ให้คำจำกัด ความของ “ที่ดินของรัฐ” ว่า หมายถึงที่ดินประเภทใดบ้าง คงมีเพียงบทบัญญัติในมาตรา ๑ ที่ได้บัญญัตินิยามของคำว่า “ที่ดิน” ไว้ ดังนี้ “ที่ดิน” หมายความว่า พื้นที่ดินทั่วไป และให้หมายความรวมถึง ภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำ น้ำ ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเลด้วย


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 164 164 การพิจารณาความหมายของ ที่ดินของรัฐ เมื่อพิจารณาบทบัญญัติมาตรา ๒ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ที่บัญญติว่า “ที่ดิน ซึ่งมิไดตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ บุคคลหนึ่งบุคคลใด ใหถือว่าเป็นของรัฐ” ดังนั้น “ที่ดินของรัฐ” ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงหมายถึง “ที่ดินอันเป็นอาณาเขตในบริเวณทั้งหมดที่เป็นราชอาณาจักรของประเทศไทย และที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของ ประเทศ ซึ่งบุคคลหนึ่งบุคคลใดยังไม่ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์” ที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดา ที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดา” หมายถึง ทรัพย์สินของแผ่นดินที่มิได้ใช้ เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน นั่นคือ ถ้าเป็นแต่เพียงทรัพย์สินของแผ่นดิน แต่ไม่ได้ ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ทรัพย์สินนั้น ยังหาเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่คงเป็นแต่เพียงทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดาเท่านั้น เช่น ที่ดินราชพัสดุ ที่ปลูกบ้านพักครูโรงเรียนนั้นใช้เพื่อ ประโยชน์แก่ครูโดยเฉพาะเท่านั้นหาเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนดังเช่นสำนักราชการบ้านเมืองไม่ ที่ดินราช พัสดุที่ใช้เป็น ที่ตั้งบ้านพักครูโรงเรียน จึงไม่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๒๓๐/๒๕๑๒) พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 แก้ไขเพิ่มเติม โดย พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551 มาตรา ๑๒๒ นายอำเภอมีหน้าที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลรักษาและคุ้มครอง ป้องกันที่ดิน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และสิ่งซึ่งเป็น สาธารณประโยชน์อื่นอันอยู่ในเขตอำเภอ นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจใช้หรือยินยอม ให้บุคคลอื่นใช้ ที่ดินตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดและปฏิบัติตาม ประมวลกฎหมายที่ดิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่มีข้อพิพาทหรือคดีเกี่ยวกับที่ดินตามวรรคหนึ่ง นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะร่วมกันดำเนินการหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการ ก็ให้มีอำนาจกระทำได้ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย จะวางระเบียบ กำหนดหลักเกณฑ์เป็นแนวปฏิบัติด้วยก็ได้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสามให้จ่ายจากงบประมาณขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ผลของการเป็นที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มาตรา 1305 ทรัพย์สินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นจะโอนแก่กัน มิได้เว้นแต่อาศัยอำนาจ แห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา มาตรา 1306 ท่านห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่อง ทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มาตรา 1307 ท่านห้ามมิให้ยึดทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่ว่าทรัพย์นั้นจะเป็น สาธารณสมบัติของ แผ่นดินหรือไม่


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 165 165 การเกิดและสิ้นไปของที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือ ที่สาธารณประโยชน์ การเกิดขึ้นของที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือที่สาธารณประโยชน์ มีได้ ๔ กรณี คือ ๑.จากสภาพธรรมชาติ ๒.จากการใช้ร่วมกันของประชาชน ๓.โดยทางนิตกรรม ๔.โดยผลของกฎหมาย การสิ้นไปของที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือที่สาธารณประโยชน์ มีได้ ๓ กรณี คือ ๑. การสิ้นไปตาม มาตรา ๘ วรรคสอง (๑) แห่ง ประมวลกฎหมายที่ดิน ๒. สิ้นไปตามกฎหมายเฉพาะ ๓. การสิ้นไปตามสภาพของตัวทรัพย์นั้น 1. การเกิดขึ้นโดยสภาพตามธรรมชาติ เช่น หนองน้ำที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติสำหรับราษฎรในหมู่บ้าน ใช้เป็นที่จับปลาและเลี้ยงสัตว์ร่วมกัน เป็นที่สาธารณสมบัติของ แผ่นดิน แม้ทางราชการจะไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นที่สาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน ก็ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญเพราะไม่มีกฎหมายบังคับว่า จะต้องกระทำดังกล่าว (ฎ.982/2522) 2. การเกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ร่วมกนของประชาชน ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่เป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมือง ใช้ร่วมกันนั้นเกิดขึ้นและเป็นอยู่ ตามสภาพของที่ดิน และการใช้ ร่วมกันของประชาชน โดยไม่ต้องมีประกาศพระราชกฤษฎีกาสงวนไว้ หรือขึ้น ทะเบียน หรือมีเอกสารของทางราชการกำหนดให้เป็น ที่สาธารณประโยชน์เช่นนั้น ทั้งผู้ใดไม่อาจยกอายุความ ขึ้นต่อสู้กับ แผ่นดินได้ (ฎ.100/2515) 3. การเกิดขึ้นโดยผลของนิติกรรมหรือโดยการอุทิศ 3.1 อุทิศโดยตรง เช่น การอุทิศที่ดิน ให้ใช้เป็นทางสาธารณะ เป็นการสละที่ดิน ให้เป็นสาธารณะ สมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งไม่จำเป็นต้อง จดทะเบียนอย่างการโอนให้แก่เอกชน (ฎ.843/2523) 3.2 อุทิศโดยปริยาย เช่น ราษฎรได้ใช้ทางพิพาทมานานเกินกว่า 10 ปี โดยไม่มีผู้ใดอ้างตนเองเป็น เจ้าของ และผู้ใช้ทางเดินดังกล่าวก็ไม่ต้องขออนุญาต ผู้ใด ถือว่าเป็นการอุทิศทางพิพาทให้เป็นทางสาธารณะ โดยปริยายแล้ว (ฎ.3859/2535) 4. การเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย เป็นการสงวนหวงห้ามตามกฎหมาย ประกอบด้วย 3 ช่วงเวลา พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 10 ที่ดินซึ่งได้หวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอัน เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พุทธศักราช 2478 หรือตามกฎหมายอื่นอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดิน ใช้บังคับ ให้คงเป็น ที่หวงห้ามต่อไป


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 166 166 “อำนาจหน้าที่และการบังคับใช้กฎหมายของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลรักษา ที่ดินสาธารณะตาม พระราชบัญญัติลักษณะ ปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457” โดย นายสหัส จิตปัญญา อดีตผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองที่ดินของรัฐ การสิ้นไปของที่ดินสาธารณประโยชน์ 1. ตามมมาตรา 8 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน 2. ตามบทกฎหมายเฉพาะ 3. ตามสภาพตัวทรัพย์ หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) - สำหรับที่ดินของรัฐที่อยู่ในการบริหารจัดการของกรมที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินไม่ว่าที่ดิน นั้น จะเกิดขึ้นเองตามสภาพธรรมชาติ หรือ เป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนใช้ ประโยชน์ร่วมกัน หรือโดยการอุทิศให้ หรือมีการสงวนหวงห้ามตามกฎหมาย ที่ดินของรัฐ เหล่านี้เป็นที่มาของ การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล) ตามมาตรา 8 ตรี แห่ง ประมวลกฎหมายที่ดิน - หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ( น.ส.ล.) ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน แต่เป็นเอกสารที่ทาง ราชการจัดทำขึ้นเพื่อบอกแนวเขตที่ดินของรัฐให้ชัดเจน ทำให้ประชาชนที่มีที่ดินติดกับเขตที่ดิน ของรัฐรู้ว่าเขตที่ดินของตนอยู่ที่ใด เป็นการป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ และเป็นการใช้ ประโยชน์ที่ดินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปัจจุบันประเทศไทยมีหนังสือสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) จำนวนรวมทั้งสิ้น 164,644 แปลง (ข้อมูล ณ วันที่ 15 พ.ค. 2566) การบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ที่ดินของรัฐ - เปลี่ยนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์จาการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่ง - การถอนสภาพที่ดิน - การจัดขึ้นทะเบียนที่ดิน ให้หน่วยงานของรัฐใช้ประโยชน์ - การขออนุญาตหรือขอให้ประโยชน์ชั่วคราว - การจัดหาผลประโยชน์ - การให้สัมปทาน การเปลี่ยนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์จากการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่ง เป็นการนำที่ดินสาธารณประโยชน์ซึ่งพลเมืองได้ใช้เพื่อประโยชน์ประเภทหนึ่งไปปรับปรุง พัฒนา เพื่อให้พลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันอีกประเภทหนึ่ง หลักเกณฑ์การเปลี่ยนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์จากการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างหนึ่งเป็นอีก อย่างหนึ่ง


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 167 167 - ดำเนินการตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปลี่ยนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจากการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่ง พ.ศ.2543 - ต้องเป็นที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และพลเมืองเลิกใช้ ร่วมกันแล้ว - ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการปรับปรุง พัฒนา ที่ดินดังกล่าว ให้พลเมืองได้ใช้ประโยชน์ ร่วมกัน การถอนสภาพที่ดิน มาตรา 8 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของ แผ่นดินโดยเฉพาะ หรือเป็นที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ตามความต้องการของทบวงการเมืองอาจ ถูกถอนสภาพหรือโอนไปเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่น หรือนำไปจัดเพื่อประชาชนได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ การถอนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์ มาตรา 8 วรรคสอง (1) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ถ้าทบวงการเมืองรัฐวิสาหากิจหรือเอกชน จัดหาที่ดินมาให้ พลเมืองรัฐวิสาหกิจหรือเอกชน จัดหาที่ดินมาให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนแล้ว การถอนสภาพหรือโอน ให้กระทำโดยพระราชบัญญัติ แต่ถ้าพลเมืองได้เลิกใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น หรือที่ดินนั้นได้เปลี่ยน สภาพไปจากการเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และมิได้ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดตามอำนาจ กฎหมายอื่นแล้ว การถอนสภาพให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา การถอนสภาพ ที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน - พลเมืองยังใช้อยู่ - พลเมืองเลิกใช้ หรือที่ดินเปลี่ยนสภาพไป ที่ดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือที่ได้มีการสงวนหรือหวงห้ามไว้ - ทบวงการเมืองเลิกใช้ หรือ - ไม่ต้องการสงวนหรือหวงห้ามอีกต่อไป การถอนสภาพตามกฎหมายอื่น พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๔๓ ที่ดินตาม ม.๑๓๐๔(๒) หรือ (๓) หรือ พลเมืองเลิกใช้ หรือเปลี่ยนสภาพ พ.ร.ฎ.มี ผลเป็น การถอนสภาพ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๖ พลเมืองเลิกใช้ หรือเปลี่ยนสภาพ พ.ร.ฎ. มีผลเป็นการถอนสภาพ พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 168 168 มาตรา ๓๖ ทวิ พลเมืองเลิกใช้ หรือเปลี่ยนสภาพ มท.ยินยอม กนอ.ชดใช้ค่าทดแทนแก่ กค. พ.ร.ฎ.มีผลเปนการถอนสภาพ การถอนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 169 169 การจัดขึ้นทะเบียนที่ดิน เป็นการนำที่ดินของรัฐไปดำเนินการให้ทบวงการเมืองใช้ประโยชน์ในราชการของหน่วยงานนั้น โดยมิได้มีการจัดหรือแสวงหารายได้ ประเภทของที่ดินที่จัดขึ้นทะเบียนที่ดิน - ที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง หรือ - ที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งได้ถอนสภาพแล้ว ผู้มีอำนาจจัดขึ้นทะเบียน - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย - ประกาศในราชกิจจานุเบกษา


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 170 170 สรุปสาระสำคัญรายวิชา ชื่อรายวิชา การพิจารณาคดีปกครอง,คำวินิจฉัยของศาลปกครองเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิด ด้านการเงินการคลังของเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บรรยาย อ.วิชญ์ชัย ธรรมประดิษฐ์ วันที่ วันที่ ๒ ธันวาคม 2566 เวลา ๐๙.00 - ๑๙.00 น. ชื่อผู้จดบันทึก จ่าเอกธนูศิลป์แก้วไพยทูล วิชาการกลุ่ม ๒ หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ แนวคิดพื้นฐานกฎหมายปกครอง กฎหมายปกครองเบื้องต้นเพื่อนำไปสู่การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาล ปกครองท่านรู้จักกฎหมายเหล่านี้หรือไม่ 1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2. พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ 3. พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 4. พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนฯ 5. กฎกระทรวง (พ.ศ. 2540) ออกตามความใน พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ลำดับชั้นของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ พระธาชบัญญัติฯ พระราชกำหนด (กฎหมายแม่บท) พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ระเบียบ ข้อบัญญัติท้องถิ่น (กฎหมายลูกบท กฎหมายลำดับรอง อนุบัญญัติ กฎ ) กฎหมายเอกชน เป็นกฎหมายกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอกชน + เอกชน ในฐานะเท่าเทียมกันตามกฎหมาย กฎหมายมหาชน เป็นกฎหมายกำหนดความสัมพันธ์ ระหว่างรัฐ + เอกชน โดยรัฐมีฐานะเหนือกว่าเอกชน ความหมายของกฎหมายปกครอง บรรดากฏเภณฑ์ทางกฎหมายทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและที่ไม่ได้บัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษร เกี่ยวกับการจัดองค์การของฝ่ายปกครอง การดำเนินงานของฝ่ายปกครอง การควบคุมการใช้อำนาจรัฐของ ฝ่ายปกครอง


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 171 171 ฝ่ายปกครองมีอะไรบ้าง 1. หน่วยงานของรัฐฝ่ายบริหาร 1.1 หน่วยงานในราชการส่วนกลาง เช่น กระทรวง 1.2 หน่วยงานในราชการส่วนภูมิภาค เช่น จังหวัด อำเภอ 1.3 หน่วยงานในราชการส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. 1.4 รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ เช่น กฟผ. ธกส. หรือพระราชกฤษฎีกา เช่น ขสมก. อจส. 1.5 หน่วยงานอื่น ๆ นอกจากข้อ 1.1 - 1.4 เช่น องค์การมหาชน 2. เจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายบริหาร (ฝ่ายปกครอง) - นายกรัฐมนตรี - คณะรัฐมนตรี -รัฐมนตรีคนหนึ่งคนใดหรือหลายคน - บรรดาเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในข้อ 1 เช่น ปลัดกระทรวง นายกท้องถิ่นฯ ฝ่ายปกครอง ประเภทนี้แบ่งเป็น องค์กรเดี่ยว และองค์กรกลุ่ม 3. องค์กรอิสระของรัฐ(องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ) : องค์กรที่รัฐธรรมนูญหรือ พรบ.ประกอบฯ หรือ พรบ.จัดตั้งขึ้นให้มีฐานะเป็นองค์กรอิสระของรัฐ เช่น ก.ก.ต ป.ป.ช. คกก.สิทธิมนุษยชนฯ เป็นต้น 4. หน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ : หน่วยงานที่รัฐธรรมนูญหรือ พรบ. ประกอบฯหรือ พรบ.จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ด้านธุรการ ด้านวิชาการ ให้องค์กรอิสระของรัฐ ศาล หรืออื่นๆ เช่น สนง.ศาลปกครอง สนง. ก.ก.ต. สนง.เลขาธิการสภาผู้แทนฯ เป็นต้น 5. บรรดาเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระไม่ว่าจะมีฐานะเป็นข้าราชการพนักงานของรัฐ หรืออื่นๆ เช่น ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ผู้ว่า สตง. เป็นต้น


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 172 172 นิติกรรมทางปกครอง 1. กฎ 2. คำสั่งทางปกครอง กฎ" หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดหรือบุคคลใดเป็น การเฉพาะ "คำสั่งทางปกครอง" หมายความว่า (1) การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับหรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการ ถาวรหรือชั่วคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติการวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับ จดทะเบียน แต่ไม่หมายความรวมถึงการออกกฎ (2) การอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง ลักษณะสำคัญของกฎ มีลักษณะสำคัญ 2 ประการ 1 . บุคคลที่ถูกบังดับตามกฎ มีการกำหนดหรือถูกนิยามไว้เป็นประเภท 2. สิ่งที่ต้องปฏิบัติตามกฎที่บุคคลที่ถูกนิยามไว้ต้องปฏิบัติตามกฎนั้น ได้มีการกำหนดไว้เป็นนามธรรม : เมื่อมีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นตามที่กำหนดไว้ บุคคลประเภทนั้นต้องปฏิบัติตามกฎซ้ำแล้วซ้ำอีก เขตอำนาจของศาลปกครอง 1.ลักษณะของคดีปกครองข้อพิพาทที่ถือเป็นคดีปกครองต้องพิจารณาจากองค์ประกอบ 2 ลักษณะ คือ คู่กรณีในคดีปกครอง (Actor เป็นใคร และ 2. ลักษณะของข้อเท็จจริง หรือการกระทำ (Action) เป็นอย่างไร 1. คู่กรณีในคดีปกครองต้องเป็น 1.1 หน่วยงานทางปกครอง 1.2 เจ้าหน้าที่ของรัฐ


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 173 173 "หน่วยงานทางปกกรอง" หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและ มีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราช กฤษฎีกา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทาง ปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง (มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ) ตามมาตรา 3 ดังกล่าว ใช้ถ้อยคำว่า"... และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทาง ปกกรองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง" ถ้อยคำกลุ่มนี้ ก่อนข้างความหมายกว้างและอาจรวมถึงหน่วยงาน เอกชน โดยสาระสำคัญ คือ หน่วยงานนั้นต้องได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการ ทางปกครอง เช่น - บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (กส. 190/2548) - โรงเรียนเบญจมราชทิศ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (กส. 194/2548) - บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (คส. 474/2549) - มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน (คส. 880/2549) - บริษัท กสท โทรคมนากม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย (กส. 406/2548 และที่ 211/2551) "เจ้าหน้าที่ของรัฐ" หมายความว่า (๑) ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง คณะบุคคล หรือผู้ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานทางปกครอง (๒) คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท คณะกรรมการหรือบุคคลซึ่งมีกฎหมายให้อำนาจในการออกกฎ คำสั่ง หรือมติใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อบุคคล และ (๓) บุคคลที่อยู่ในบังตับบัญชาหรือในกำกับดูแลของหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าของรัฐคาม (๑) หรือ (๒) มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติอัดตั้งศาลปกครองฯ) 2. ลักษณะของข้อเท็จจริง 2.1 การกระทำที่เป็นการใช้อำนาจฝ่ายเดียว 2.2 ละเลยต่อหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร 2.3 ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 174 174 2.1 การกระทำเป็นการใช้อำนาจฝ่ายเดียว - การกระทำของฝ่ายปกครอง และการกระทำที่มีลักษณะเป็น - การออกกฎ - การออกคำสั่ง - ปฏิบัติการทางปกครอง ลักษณะสำคัญของสัญญาทางปกครอง (1) 1. คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือบุคคลกระทำการแทนรัฐ 2. ข้อสัญญาหรือวัตถุประสงค์ของสัญญามีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทานหรือสัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ (มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองฯ) ลักษณะสำคัญของสัญญาทางปกครอง (2) - ข้อสัญญาที่ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเข้าดำเนินการ หรือเข้าร่วมดำเนินการบริการสาธารณะโดยตรง - ข้อสัญญาที่มีข้อกำหนดในสัญญาซึ่งมีลักษณะพิเศษแสดงถึงเอกสิทธิของรัฐ (ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกกรองสูงสุด ครั้งที่ 6/2544 วันที่ 10 ตุลาคม 2544) ตัวอย่างของสัญญาทางปกครอง 1. สัญญาจ้างที่ผู้ถูกฟ้องคดี (กองทัพเรือ) จ้างผู้ฟ้องคดีก่อสร้างหลักเทียบเรือ เพื่อใช้เทียบเรือระบายพล ขนาดใหญ่ เรือยกพอขนาดใหญ่ขนถ่ายรถรบฯ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินบริการสาธารณะให้ บรรลุผล จึงเป็นสัญญาทางปกครอง(คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ 21/2556 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2546) 2. ผู้ฟ้องคดี (กรมส่งเสริมสหกรณ์) ฟ้องสหกรณ์โคนม ให้รับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ เพื่อให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อดำเนินการตามโครงการพัฒนาธุรกิจโคนมแปรรูปจำหน่าย การให้ความช่วยเหลือด้าน การเงินแก่สมาชิกกลุ่มเกษตรกร เป็นวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ สัญญากู้ยืมเงินและข้อพิพาท เกี่ยวกับสัญญาค้ำประกัน ซึ่งเป็นสัญญาอุปกรณ์จึงเป็นสัญญาทางปกครอง (คำวินิจฉัยชี้ขาดๆ ที่ 80/2555 ลง วันที่ 25 ธันวาคม 2555) 3. สัญญาที่ให้ร่วมจัดทำบริการสาธารณะ - สัญญารับทุนการศึกษา - สัญญาอนุญาตให้ข้าราชการลาศึกษา - สัญญาการเป็นนักศึกษา / นักเรียน


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 175 175 - สัญญาจ้างลูกจ้างของส่วนราชการ - สัญญาจ้างให้เป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บขยะมูลฝอย ฯลๆ 4. สัญญาอุปกรณ์ของสัญญาทางปกครอง - สัญญาค้ำประกับสัญญาทางปกครอง - การรับสภาพความรับติดในหนี้ที่เกิดจากสัญญาทางปกครอง (คส.708/2549) - สัญญารับดูแลรักษาทรัพย์จำนำตามสัญญาจำนำเพื่อประกันหนี้เงินกู้ยืม (กส. 902/2549) ประเภทของคดีปกครอง เป็นการพิจารณาเพื่อให้ได้กำตอบว่า คดีปกครองนั้น(ต้องผ่านการพิจารณาในหัวข้อลักษณะของกดีปกครอง มาแล้ว)เป็นคดีปกครองที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองที่จะรับไว้พิจารณาได้หรือไม่ในชั้นเบื้องต้นนี้ ให้ พิจารณาจาก 1. มาตรา 9 วรรคหนึ่ง + มาตรา 72 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองๆ และ 2. อย่าลืมมาตรา 9 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ประเภทของคดีปกครอง มี 6 ประเภท คือ 1. คดีพิพาทเกี่ยวกับการใช้อำนาจในการออกกฎ คำสั่งหรือ การกระทำอื่นใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2. คดีพิพาทเกี่ยวกับการละเลยต่อหน้าที่/ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า 3.คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นอันสืบเนื่องจากข้อ 1. หรือ 2. 4. คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง 5. คดีที่มีกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้บุคคลต้อง กระทำการหรือละเว้นกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด 6. คดีที่กฎหมายกำหนดให้อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง คดีพิพาทเกี่ยวกับการใช้อำนาจฝ่ายเดียวตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) การกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมายในการออกกฎ คำสั่ง/การกระทำอื่น เนื่องด้วยเหตุดังนี้ ก. กระทำโดยไม่มีอำนาจ ข. กระทำโดยนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ค. กระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ง. กระทำโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนหรือวิธีการที่เป็นสาระสำคัญ จ. กระทำโดยไม่สุจริต


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 176 176 ฉ. กระทำโดยเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรม ย. มีการสร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็น/ สร้างภาระเกินสมควร ช. ใช้ดลพินิจโดยไม่ชอบ คดีพิพาทเกี่ยวกับการใช้อำนาจฝ่ายเดียว ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) ก. กระทำโดยไม่มีอำนาจ : กรณีผู้กระทำการไม่เป็นหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยถูกต้อง ตามกฎหมาย หรือเป็นหน่วยงานทางปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ใช่หน่วยงานทางปกกรองหรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจกระทำการในเรื่องนั้น ข. กระทำโดยนอกเหนืออำนาจหน้าที่ :เป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยถูกต้องตาม กฎหมาย และมีอำนาจหน้าที่ที่จะดำเนินการตามกฎหมายด้วย แต่กระทำการไปนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ค. กระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย :กรณีหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยสำคัญผิด ในข้อเท็จจริงหรือสำคัญผิดในข้อกฎหมาย หรือปรับข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกฎหมายผิดพลาด ง. กระทำโดยไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนหรือวิธีการที่เป็นสาระสำคัญ : - รูปแบบที่เป็นสาระสำคัญ เช่น การไม่ระบุเหตุผลในคำสั่งทางปกครอง เป็นต้น - ขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญ เช่น การสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงข้าราชการ แต่ไม่ได้แจ้ง ข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ผู้ถูกกล่าวหา (ดพษ. ศาลปกครองกลาง ที่ 2244/2545) จ. กระทำโดยไม่สุจริต :การใช้อำนาจที่กฎหมายให้ไว้โดยมีเจตนา หรือวัตถุประสงค์อย่างอื่นอันมิใช่เจตนารมณ์ ของกฎหมายไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือของบุคคลอื่น หรือเพื่อหมู่คณะ หรือแม้ จะเป็นเจตนาเพื่อส่วนรวม แต่มิใช่เจตนารมณ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ฉ. กระทำโดยเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรม :การกระทำที่ขัดต่อหลักความเสมอภาค (คพษ.ศาลปกครองกลาง ที่ 901/2554) ช. มีการสร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็น/ สร้างภาระเกินสมควร :เป็นการสร้างขั้นตอนที่หน่วยงานทางปกครองหรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐสร้างขึ้นเองโดยไม่จำเป็นแก่การกระทำทางปกครอง ซ. ใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ เช่น เมื่อหน่วยงานทางปกดรอง เคยใช้ดุลพินิจวินิจฉัย ข้อเท็จจริงใด ต่อมา ปรากฏ ข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันนั้น หน่วยงานทางปกครองมีหน้าที่ต้องผูกพันในการใช้คลพินิจวินิจฉัยข้อเท็จจริงอย่าง เดียวกันไม่สามารถใช่ดลพินิจที่แตกต่างจากเดิม (คพษ.ศาลปกครองกลาง ที่ 273/2545)


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 177 177 คำบังคับที่ศาลปกครองมีอำนาจสั่งได้(ม.72 แห่ง พรบ.จัดตั้งศาลฯ สั่งเพิกถอนกฎ/ดำสั่ง หรือห้ามการกระทำทั้งหมด/บางส่วน สั่งให้หัวหน้าหน่วยงานฯ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ภายในเวลาที่ศาลกำหนด สั่งให้ใช้เงิน/ส่งมอบทรัพย์สิน/ให้กระทำการ หรืองดเว้น กระทำการ อาจกำหนดเวลา/เงื่อนไข (ละเมิด/สัญญาทางปกครอง) สั่งให้ถือปฏิบัติต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล สั่งให้บุคคลกระทำหรือละเว้นกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด คดีปกครองที่ไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง 1. การดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร 2. การดำเนินการของ ก.ต. 3. คดีปกครองที่กฎหมายกำหนดให้อยู่ในอำนาจของศาลชำนัญพิเศษ ลักษณะของนิติกรรมทางปกครอง 1. เป็นองค์กรของรัฐฝ่ายปกดรอง องค์กรอื่นของรัฐหรือองค์กรเอกชน อาศัยอำนาจตาม พรบ. หรือกฎหมาย ที่คำบังคับเสมอกับ พรบ. ทำลงแทนหน่วยงานของรัฐและในนามของหน่วยงานเพื่อแสดงเจตนาในปรากฏ ต่อบุคคลหรือคณะบุคคล 2. เจตนาที่แสดงออกนั้นเป็นเจตนาที่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมายอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้น 3. ผลทางกฎหมายที่เกิดจากการแสดงเจตนานั้น เป็นการก่อนิติสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานฯ กับบุคคลหรือ คณะบุคคล 4.นิติสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเกิดขึ้นโดยเจตนาที่องค์กรของรัฐ แสดงออกมาฝ่ายเดียวโดยผู้รับการกระทำไม่ ต้องให้ความยินยอม เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกตำแหน่งจะต้องมีวาระการดำรงตำแหน่งเสมอจะไม่ดำรงตำแหน่งไปตลอดชีวิต และเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วจะไม่ตกเป็นมรดก ถ้าพระมหากษัตริย์เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วจะตกเป็นมรดก อำนาจทางบริหารตามกฎหมายหรืออำนาจทางปกครอง ซึ่งอำนาจตามกฎหมายนั้น หมายความว่า จะต้องเป็นกฎหมายตั้งแต่ระดับพระราชบัญญัติหรือเทียบเท่าพระราชบัญญัติ คำสั่งคณะปฏิวัติต่างๆ ข้าราชการการเมืองได้แก่บุคคลซึ่งรับราชการในตําแหน่งข้าราชการ การเมือง ดังต่อไปนี้ (๑) นายกรัฐมนตรี(๒) รองนายกรัฐมนตรี(๓) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง (๔) รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี (๕) รัฐมนตรีว่าการทบวง (๖) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง (๗) รัฐมนตรีช่วยว่าการทบวง (๘) ที่ปรึกษา


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 178 178 นายกรัฐมนตรี(๙) ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี(๑๐) ที่ปรึกษารัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตร (๑๑) เลขาธิการนายกรัฐมนตรี(๑๒) รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (๑๓) โฆษก ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี(๑๔) รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี(๑๕) เลขานุการรัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี(๑๖) ประจําสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(๑๗) เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง (๑๘) ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง (๑๙) เลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวง (๒๐) ผู้ช่วยเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการทบวง รัฐวิสาหกิจ (Public enterprise) หมายถึง หน่วยงานหรือองค์การของรัฐที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยมี จุดมุ่งหมายทางด้านธุรกิจ ซึ่งเกี่ยวโยงกับกิจการที่เป็นสาธารณูปโภค หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ในการผลิต สินค้า หรือบริการ หรือสาธารณูปการที่มีความสำคัญหรือจำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน ซึ่งสามารถ เรียก เก็บค่าบริการจากประชาชนผู้ใช้บริการได้ หรือเพื่อแสวงหากำไร การจัดตั้งรัฐวิสาหกิจ ๑. ตราเป็นพระราชบัญญัติ จะขึ้นต้นด้วยการ เช่น การไฟฟ้า ๒. ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เช่น ขสมก องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ องค์การคลังสินค้า องค์การจัดการน้ำเสีย ๓. จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น บขส ๔. จัดตั้งโดยมติ ครม เช่น โรงงานสุรา โรงงานไพ่ คำสั่งทางปกครอง หมายความว่า การใช้อำนาจตามกฎหมายของ เจ้าหน้าที่ที่มีเป็นการสร้าง นิติ สัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิ หรือ หน้าที่ของบุคคล แต่ไม่หมายรวมถึงกฎ องค์ประกอบอันเป็นสาระสำคัญของคำสั่งทางปกครองได้ ๕ ประการ ๑. เป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ ๒. เป็นการใช้อำนาจรัฐ ๓. เป็นการกำหนดสภาพทางกฎหมาย ๔. เกิดผลเฉพาะกรณี ๕. มีผลภายนอกโดยตรง กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ ออกตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ๒๕๓๙ กำหนดให้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้ เป็นคำสั่งทางปกครอง ๑. การดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหา หรือให้สิทธิประโยชน์ในกรณีดังต่อไปนี้(๑) การสั่งรับหรือไม่รับคำเสนอขาย รับจ้าง แลกเปลี่ยน ให้เช่า ซื้อ


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 179 179 เช่า หรือให้ สิทธิประโยชน์(๒) การอนุมัติสั่งซื้อ จ้าง แลกเปลี่ยน เช่า ขาย ให้เช่า หรือให้สิทธิประโยชน์ (๓) การสั่งยกเลิกกระบวนการพิจารณาคำเสนอหรือการดำเนินการอื่นใดใน ลักษณะเดียวกัน (๔) การสั่งให้เป็นผู้ ทิ้งงาน ๒. การให้หรือไม่ให้ทุนการศึกษา ถือเป็นคำสั่งทางปกครอง ตัวอย่างประกาศประกวดราคาจ้างบริการงานด้านระบบไฟฟ้าแบบราคาคงที่ไม่จํากัดจํานวนให้กับ การ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคใต้) จังหวัดเพชรบุรีด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นการใช้อํานาจของ หน่วยงานทาง ปกครองที่แม้จะมีผลเป็นการทั่วไป (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 57/2554) ประกาศของเทศบาล เมืองปากช่องและ นายกเทศมนตรีเมืองปากช่อง เรื่อง ประมูลรถยนต์บรรทุกเอนกประสงค์และรถยนต์บรรทุก ขยะมูลฝอย เป็นคําสั่ง ทางปกครองทั่วไป (คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 547/2554)


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 180 180 สรุปสาระสำคัญรายวิชา ชื่อรายวิชา การจัดทำและการพิจารณาข้อบัญญัติท้องถิ่น ผู้บรรยาย อ.พีรพงศ์ ทองคำ วันที่ วันที่ ๔ ธันวาคม 2566 เวลา ๐๙.00-1๒.00 น. ชื่อผู้จดบันทึก นางสาวปัทมนันท์อ่อนคำ วิชาการกลุ่ม ๓ หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กระทำละเมิด ปพพ. ม.420 คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ. 101/2548 ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.55/2557 (ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน) คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.15/๒๕๕๕ (ขอใช้รถราชการ แต่แวะผ่านงานศพ) เป็นเจ้าหน้าที่ ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 869/2542 (ลูกจ้าง ๒ ประเภท) กรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ เรื่องเสร็จที่ 757/2552 ไม่เป็นการกระทำละเมิด อ.855/2561 การเบิกจ่ายข้ามปีไม่ได้ขออนุมัติจากผู้บริหารท้องถิ่น อ.2024/2559 ไม่ต้องรับผิดเพราะไม่มีอำนาจอนุมัติ อ.๘๘๐/๒๕๖๑ รำวงย้อนยุค


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 181 181 ที่มาของการตรวจพบความเสียหาย กรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินชี้มูลความผิด (รายงานการตรวจสอบสืบสวน) - มาตรา 85 (ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ ครม. หรือแบบแผนการปฏิบัติ ราชการ) - ถ้าก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับตรวจที่ไม่เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการเงินการคลัง ให้ผู้ว่าการแจ้งให้ผู้รับตรวจพิจารณาดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐหรือหน่วย ตรวจสอบหรือดำเนินการทางวินัยแล้วแต่กรณี แจ้งผู้ว่าการทราบ - มาตรา 95 วรรค 2 ในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง ของรัฐในกรณีที่ข้อบกพร่องที่ตรวจพบมีลักษณะทุจริต ให้ผู้ว่าการส่งเรื่องให้ ปปช. ดำเนินการ ตามหน้าที่และอำนาจต่อไป - วรรคสาม ในกรณีที่ข้อบกพร่องที่ตรวจพบมีลักษณะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือหน่วยรับ ตรวจหรือมีลักษณะเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ ให้ผู้ว่าการ แจ้งให้พิจารณาดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ หรือดำเนินการทางวินัยแล้วแต่กรณีแจ้งผู้ว่า การทราบ - มาตรา 96 ถ้าไม่ดำเนินการตามที่ผู้ว่าการกำหนด ตามมาตรา 85 หรือ 95 โดยไม่มีเหตุอัน สมควร ผู้ว่าการจะเสนอคณะกรรมการให้ลงโทษทางปกครองแก่ผู้รับตรวจผู้นั้นก็ได้ - มาตรา 98 โทษทางปกครอง มีดังต่อไปนี้ (1) ภาคทัณฑ์ (๒) ตำนิโดยเปิดเผยต่อสาธารณชน (๓) ปรับทางปกครอง (ปรับเงินเกินเงินเดือน 12เดือน ของผู้ถูกลงโทษมิได้) หากเป็นกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินชี้มูลตามข้อ 103 ของระเบียบ มท. ว่าด้วยการรับ เงิน การเบิก จ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินของ อปท. พ.ศ.2547 คำสั่งศาลปกครองที่ 61/2557 คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 111/2545 1. อปท.ชี้แจงข้อทักท้วง 2. สตง.ยืนยันว่าไม่มีเหตุผลหักล้าง 3. อปท. ชี้แจงเหตุผลและรายงานผู้ว่าราชการจังหวัด ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับรายงานจาก สตง. 4. อปท.แจ้งผลการวินิจฉัยภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับรายงานจาก อปท. 5. อปท. จะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดให้เสร็จภายใน 45 วัน


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 182 182 แนวทางการกำหนดสัดส่วนความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ นส.มท. 0804.4/ว3986 ลว. 23 พฤศจิกายน 2550 คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.126/2561 สัดส่วนความรับผิดเป็นแนวทางเบื้องต้น การพิจารณาของหน่วยงาน อ.37/2552 จงใจกรณีรู้อยู่แล้วว่าผิดระเบียบกลับมีคำสั่งอนุมัติ 1. เจ้าหน้าที่กระทำโดยจงใจ/ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (ม.8 วรรค1) 2. คำนึงถึงความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรม (ม.8 วรรค2) 3. หักส่วนความเสียหาย (ม.8 วรรค3) 4. ไม่นำหลักเรื่องลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับ (ม.8 วรรค4)


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 183 183 อายุความกาาเรียกชดใช้ค่าเสียหาย ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการผ่อนชำระหนี้ของเจ้าหน้าที่ ลงวันที่ 29 กันยายน 2545


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 184 184 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2. พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง พ.ศ.2542 3. พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 4. พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เจตนารมณ์แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ 1. กำหนดสิทธิได้รู้ของประชาชนให้แจ้งชัด 2. ระบบราชการ โปร่งใส ตรวจสอบได้ 3. ป้องกันการทุจริต 4. ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองสามารถคุ้มครองตนเอง & ใช้สิทธิทางการเมืองได้ถูกต้อง หลักการของกฎหมาย การเปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิรับรู้ ไม่ต้องมีส่วนได้เสีย สรุปมาตรา พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ มาตรา 7 ลงพิมพ์ราชกิจจานุเบกษา มาตรา 9 การจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดู มาตรา 11 ยื่นคำขอเฉพาะราย มาตรา 12 ข้อมูลไม่อยู่ในความรอบครอง มาตรา 15 ข้อมูลลับ มาตรา 24 ข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 26 เอกสารทางประวัติศาสตร์ การใช้ดุลยพินิจก่อนมีคำสั่งไม่เปิดเผย 1. การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ 2. ประโยชน์สาธารณะ 3. ประโยชน์ของเอกขนที่เกี่ยวข้อง กระบวณการใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ประชาชนใช้สิทธิโดยยื่นคำขอ หน่วยงานที่ครอบครองข้อมูลพิจารณา/จัดหา เปิดเผยข้อมูล/จัดทำคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูล ประชาชนใช้สิทธิ ร้องเรียน / อุทธรณ์คำสั่ง


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 185 185 คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัย วินิจฉัยให้แก้ไข/ยืนยันคำสั่ง การใช้สิทธิอุทธรณ์ อุทธรณ์ 3 กรณี 1.ยื่นคำขอแล้วหน่วยงานไม่เปิดเผย (ม.18) 2.เจ้าหน้าที่ไม่รับฟังคำคัดค้านนี้ (ม.17 วรรคสาม,ม.18) 3.หน่วยงานรัฐไม่แก้ไขตามคำขอ (ม.25 วรคคสี่) ขั้นตอนการอุทธรณ์ 1. พิจารณาว่าหน่วยงานของรัฐมีคำสั่ง ดังนี้หรือไม่ • มีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลตามคำขอ • คำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้าน • คำสั่งไม่แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ขอ 2. ยื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อ สขร. 3. รอหนังสือแจ้วผลการพิจารณา/คำวินิจฉัยภายใน 60 วัน


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 186 186 พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการปกครอง พ.ศ.2539 1. มุ่งคุ้มครองประโยชน์และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของรัฐ 2. มุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน แนวคิดการออกกฎหมาย 1. การดำเนินงานของภาครัฐ ”โปร่งใส” 2. ระบบความรับผิดชอบที่สามารถตรวจสอบได้ โดยเน้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม 3. ควบคุมการตรวจสอบการกระทำของฝ่ายปกครองโดยองค์กรศาล มาตรา 3 ข้อยกเว้นที่มิให้นำ พ.ร.บ. นี้ไปใช้กับ 1. กฎหมายเฉพาะกำหนดหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมไม่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.นี้ 2 .กฎหมายเฉพาะกำหนดมาตราฐานในการปฏิบัติราชการไม่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.นี้ 3. การพิจารณาของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีในงานทางนโยบายโดยตรง 4. การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี การวางทรัพย์ 5. การพิจารณาวินิจจัยเรื่องร้องทุกข์และคำสั่งการตามกฎหมายว่าด้วยกรรมการกฤษฎีกา 6. การดำเนินงานเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ 7. การดำเนินงานเกี่ยวกับราชการทหารหรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ทางยุทธการร่วมกับทหารในการ ป้องกันประเทศ และรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักรจากภันคุกคามทั้งภายนอกและภายในประเทศ 8. การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา 9.การดำเนินการขององค์กรทางศาสนา คำสั่งทางปกครอง 1. การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะ ก่อปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของ บุคคล ไม่ว่าเป็น การถาวรหรือชั่วคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการจด ทะเบียน แต่ไม่หมายความรวมถึงการออกกฎ 2. การอิ่นที่กำหนดในกฎกระทรวง เป็นการกระทำโดย “เจ้าหน้าที่” เป็นการใช้อำนาจของรัฐ (ใช้อำนาจตามกฎมาย) มุ่งเกิดผลทางกฎหมาย กฎ พระราบกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศ กระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่นระเบียบข้อบังคับ หรือ บทบัญญัติที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไปโดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 187 187 สิทธิได้รับแจ้งวิธีการอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งทางปกครอง (มาตรา40) การกำหนดเงื่อนไขในคำสั่งทางปกครอง มาตรา 39 1. การกำหนดให้สิทธิหรือภาระหน้าที่เริ่มมีผลหรือสิ้นผล ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง 2. การกำหนดให้มีการเริ่มมีผลหรือสั้นผลของสิทธิหรือภาระหน้าที่ต้องขึ้นกับเหตุการณ์ในอนาคตที่ ไม่แน่นอน 3. ข้อสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกคำสั่งทางปกครอง 4. การกำหนดให้ผู้ได้รับประโยชน์ต้องกระทำหรืองดเว้นกระทำหรือต้องมีภาระหน้าที่หรือยอมรับ ภาระหน้าที่หรือความรับผิดชอบบางประการ หรือการกำหนดข้อความในการจัดให้มีเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่ม ข้อกำหนดดังกล่าว การสิ้นผลของคำสั่งทาฝปกครอง มาตรา 42 คำสั่งทางปกครองย่อมมีผลตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอน หรือสิ้นผลลงโดยเงื่อนไขหรือเหตุอื่น 1. สิ้นผลตามกำหนดเวลา 2. เพิกถอนในกระบวนการอุทธรณ์ 3. เพิกถอนโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้บังคับบัญชา 4. เพิกถอนโดยการขอให้พิจารณาใหม่ 5. เพิกถอนโดยศาลปกครอง


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 188 188 คำสั่งทางปกครองที่อุทธรณ์ไม่ได้ 1. คำสั่งทางปกครองของรัฐมนตรี มาตรา 44 2. คำสั่งทางปกครองที่มีกฎหมายกำหนดขั้นตอนการอุทธรณ์ไว้เป็นการเฉพาะ มาตรา 44 3. คำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการ มาตรา 48 การพิจารณาอุทธรณ์ของผู้ทำคำสั่งปกครอง มาตรา 45 การพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งปกครอง มาตรา 46 1. เจ้าหน้าที่ทบทวนคำสั่งทางปกครองในปัญหาข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย 2. ความเหมาะสมของการทำคำสั่งทางปกครอง 3. มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองเดิมหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งนั้น 4. เพิ่มภาระหรือลดภาระ หรือใช้ดุลพินิจแทน การขอให้พิจารณาใหม่ มาตรา 54 1. ต้องมีการยื่นคำขอโดยคู่กรณีผู้ได้รับคำสั่งทางปกครอง 2. คำสั่งทางปกครองนั้นได้พ้นระยะเวลาที่จะอุทธรณ์


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 189 189 3. คู่กรณีต้องไม่ทรายเหตุแห่งการขอให้พิจารณาใหม่ในการพิจารณาครั้งที่แล้วมาก่อนโดยมิใช่ความผิด ของตน 4. คำขอให้พิจารณาใหม่ต้องยื่นภายใน 90 วัน นับแต่วันได้รู้ถึงเหตุซึ่งอาจขอให้มีการพิจารณาใหม่ได้ เหตุที่มีการขอให้พิจารณาใหม่ มาตรา 54 1. มีพยานหลักฐานใหม่อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วนั้นเปลี่ยนแปลงไป 2. คู่กรณีที่แท้จริงมิได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองหรือได้เข้ามาในกระบวสการพิจารณา ครั้งกทอนแล้ว แต่ถูกตัดโอกาสโดยไม่เป็นธรรมในการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาทางปกครองใน เรื่องนั้น 3. เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจที่จะทำสั่งทางปกครองในเรื่องนั้น 4. คำสั่งทางปกครองได้ออกโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใด และต่อมาข้อเท็จจริงหรือข้อ กฎหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญในทางที่จะเป็นประโยชน์แก่คู่กรณี ขอบเขตการบังคับทางปกครอง


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 190 190 หลักการบังคับทางปกครอง 1. หลักความสมเหตุสมผล มาตรา 56 2. หลักการบังคับเท่าที่จำเป็น มาตรา 59 3. หลักความแน่นอนและชัดเจน มาตรา59 มาตรา 60) การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง มาตรา 49 - มาตรา 53


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 191 191 สรุปสาระสำคัญรายวิชา ชื่อรายวิชา การบริหารงานบุคคลและความก้าวหน้าสิทธิประโยชน์ของข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บรรยาย อ.สถาพร เสนาวงค์ วันที่ วันที่ ๕ ธันวาคม 2566 เวลา ๐๙.00-1๒.00 น. ชื่อผู้จดบันทึก น.ส.รุจิรา สุริวงค์ วิชาการกลุ่ม ๔ หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ โครงสร้างการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) มีอำนาจหน้าที่ - กำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ - คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเบื้องต้น • อัตราตำแหน่งและมาตรฐานของตำแหน่ง - อัตราเงินเดือนและวิธีการจ่ายเงินเดือน และประโยชน์ตอบแทนอื่น - หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการคัดเลือก การบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ และการเลื่อนขั้นเงินเดือน - วินัยและการรักษาวินัย และการดำเนินการทางวินัย - การให้ออกจากราชการ - สิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์และการร้องทุกข์ - กำหนดโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ วิธีการบริหาร การปฏิบัติงาน และการบริหาร งานบุคคล - ให้ข้อคิดเห็น ค่าปรึกษาในการปฏิบัติงาน ก.จังหวัด


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 192 192 - กำกับดูแล แนะนำและชี้แจง ส่งเสริมและพัฒนาความรู้ - กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้แทน อปท. และผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ระดับจังหวัด) มีอำนาจหน้าที่ - กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่มีความจำเป็น - กำหนดจำนวนและอัตราตำแหน่ง อัตราเงินเดือนและวิธีการจ่าย เงินเดือน และประโยชน์ ตอบแทนอื่น - กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการคัดเลือก การบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ - การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออก จากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ - กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการบริหารและการปฏิบัติงาน - กำกับ ดูแล ตรวจสอบ แนะนำและชี้แจง ส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ทั้งนี้ ต้องได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการกลางข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น แผนอัตรากำลัง 3 ปี - โครงสร้างการบริหารงานที่เหมาะสมไม่ซ้ำซ้อน - กำหนดตำแหน่งและจัดอัตรากำลังให้เหมาะสม - ควบคุมภาระค่าใช้จ่ายด้าน HR ไม่ให้เกิน 40 % - สามารถกำหนดแนวทางการพัฒนา อปท. การกำหนดตำแหน่งข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น - บริหารท้องถิ่น ตำแหน่ง ปลัด อปท. และ รองปลัด อปท. หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น ตามที่ ก.กลาง - อำนวยการท้องถิ่น ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานระดับฝ่าย ระดับส่วน ระดับกอง ระดับ สำนัก หรือตำแหน่งระดับที่เรียกชื่ออย่างอื่น ตามที่ ก.กลางกำหนด - วิชาการ ตำแหน่งที่จำเป็นต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตามมาตรฐานทั่วไปที่ ก. กลาง กำหนด - ทั่วไป ตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งประเภทบริหารท้องถิ่น อำนวยการท้องถิ่นและวิชาการ ตาม มาตรฐานทั่วไปที่ ก.กลาง กำหนด


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 193 193 การกำหนดตำแหน่งพนักงานส่วนท้องถิ่น การสรรหาบุคลากรท้องถิ่น 1) การสอบแข่งขัน 2) การคัดเลือก 3) การสอบคัดเลือก 4) การคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษ 5) การคัดเลือกเพื่อรับโอน การแต่งตั้งผู้ผ่านการสรรหา 1) บัญชีผู้ผ่านการสรรหาในตำแหน่งและสายงานใด ให้ใช้แต่งตั้งในตำแหน่งและสายงานนั้น 2) พนักงานส่วนท้องถิ่นประเภทใดต้องเป็นผู้ผ่านการสรรหาของประเภทนั้น ไม่สามารถข้าม ประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ 3) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน 4) ต้องได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าอัตราเงินเดือนขั้นต่ำของประเภทและระดับที่ได้รับการแต่งตั้ง นับตั้งแต่วันสมัคร 5) ต้องเป็นตำแหน่งว่างที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รายงานให้ ก.กลาง ดำเนินการ สรรหา 6) ตำแหน่งที่จะแต่งตั้งต้องจัดสรรเงินงบประมาณตั้งเป็นอัตราเงินเดือน และเงินประจำ ตำแหน่งครบถ้วน 7) ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายด้านบริหารงานบุคคลไม่เกินร้อยละสี่สิบ


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 194 194 การคัดเลือกกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน 1) ผู้ที่ได้เล่าเรียนหลวง ทุนรัฐบาล หรือทุนของ อปท. 2) ผู้สำเร็จการศึกษาในคุณวุฒิที่ ก.กลาง กำหนด 3) ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ระดับประเทศให้ดำรงตำแหน่งมาราชการครู อปท. 4) ผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่ ก.กลางกำหนด 5) คนพิการเข้ารับราชการ 6) กรณีอื่น ๆ ตามที่ ก.กลางกำหนด 7) ผู้สอบแข่งขันได้ อยู่ในระหว่างการรับราชการทหาร ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการ ทหาร 8) ผู้สอบแข่งขันได้ ซึ่งถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 9) บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถเข้ารับราชการในฐานะผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ชำนาญการพิเศษ การโอนและรับโอนพนักงานส่วนท้องถิ่น 1) การโอนและรับโอนผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สอบคัดเลือกได้ หรือผู้ได้รับการคัดเลือก เพื่อแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น 2) การโอนและรับโอนในตำแหน่งประเภท สายงาน ระดับ และตำแหน่งเดียวกันในตำแหน่ง ที่ว่าง 3) การโอนและรับโอนสับเปลี่ยนกันในตำแหน่งประเภท สายงาน ระดับและตำแหน่งเดิม ระหว่าง อปท. 4) การโอนและรับโอนตำแหน่งประเภทสายงาน และระดับเดิม โดยตำแหน่งต่ำกว่าเดิม หรือ ประเภท สายงานเดิม โดยระดับต่ำกว่าเดิม (สมัครใจ) 5) การโอนและรับโอนผู้ที่ดำรงตำแหน่งต่ำกว่าเดิม ตามข้อ 4 แล้วประสงค์ขอโอนหรือ ขอย้ายไปแต่งตั้งในตำแหน่งเดิม สิทธิและสวัสดิการข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น 1) เงินเดือน เงินตอบแทน 2) เครื่องราชอิสริยาภรณ์ 3) การศึกษาบุตร 4) เงินสวัสดิการ 3 จังหวัดภาคใต้ 5) การรักษาพยาบาล 6) บำเหน็จ บำนาญ 7) เงินรางวัล 8) เงินสวัสดิการพื้นที่พิเศษ 9) การลา 10) การเดินทางไปราชการ 11) ค่าเช่าบ้าน 12) เงินทำขวัญ


สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น หลักสูตร นิติกร รุ่นที่ ๕๐ กล่มุงานวชิาการ นติกิร รุ่นที่๕๐ 195 195 สิทธิการลา การขอพระราชทาเครื่องราชอิสริยภรณ์ ต้องมีระยะเวลารับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี บริบูรณ์ นับตั้งแต่วันเริ่มเข้ารับ ราชการจนถึงวันก่อนวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของปีที่จะขอพระราชทานไม่น้อยกว่า 60 วัน (บรรจุก่อนวันที่ 29 พ.ค. ของทุกปี)


Click to View FlipBook Version