๔๕ ใบงานที่ ๒.๒ เรื่อง อ่านสำรวจตรวจความเข้าใจ คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกอ่านงานเขียนที่สนใจ แล้วเขียนแปลความ ตีความ และขยายความ ๑. แปลความ ๒. ตีความ ๓. ขยายความ บทความ/งานอ่านที่นักเรียนเลือก
๔๖ ใบงานที่ ๒.๒ เรื่อง อ่านสำรวจตรวจความเข้าใจ คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกอ่านงานเขียนที่สนใจ แล้วเขียนแปลความ ตีความ และขยายความ ๑. แปลความ ๒. ตีความ ๓. ขยายความ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) เฉลย บทความ/งานอ่านที่นักเรียนเลือก
๔๗ แบบบันทึกการอ่าน ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง นามปากกา สำนักพิมพ์ สถานที่พิมพ์ ปีที่พิมพ์ จำนวนหน้า ราคา บาท อ่านวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา ๑. สาระสำคัญของเรื่อง ๒. วิเคราะห์ข้อคิด/ประโยชน์ที่ได้จากเรื่องที่อ่าน ๓. สิ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๔. ข้อเสนอแนะของครู ลงชื่อ นักเรียน ลงชื่อ ผู้ปกครอง ( ) ( ) ลงชื่อ ครูผู้สอน ( ) เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานมีความสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๔ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย ให้ ๓ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน
๔๘ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับฟัง คนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม ๒๐ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง
๔๙ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง: ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียนแล้วขีด ✓ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมาย ของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ๑.๓ ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชน และสังคม ๑.๔ เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้อง ความเป็นชาติไทย ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา และเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน ๑.๖ เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตาม สัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่าง ที่ดีด้านความซื่อสัตย์ ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน ปฏิบัติ เป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ๔.๒ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๔.๓ สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม ๕.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี ๕.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ๕.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด
๕๐ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่น ในการทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชนเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน
๕๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ อ่านจับประเด็นเห็นคุณค่า ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องการพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๒ คาบ ......................................................................................................................................................................................... ๒. ผลการเรียนรู้ ๑. เก็บสาระจากเรื่องที่อ่านได้ ๒. แสดงทรรศนะในการอ่านโดยการวิเคราะห์และประเมินได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) เก็บสาระจากเรื่องที่อ่านได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ฝึกแสดงทรรศนะในการอ่านโดยการวิเคราะห์และประเมิน ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการเก็บสาระและแสดงทรรศนะ ๓. สาระสำคัญ การจะฝึกอ่านหนังสือให้เกิดประสิทธิภาพนั้น ต้องมีการพัฒนาสมรรถภาพการอ่านอยู่เสมอ ช่างสังเกต และเก็บสาระสำคัญ รวมทั้งประเมินคุณค่าของเรื่องราวนั้นๆ ได้อย่างสมเหตุสมผล สามารถ วิเคราะห์วิจารณ์สิ่งที่อ่านอย่างมีหลักการ การอ่านหนังสือ มิใช่แค่เพียงอ่านให้ผ่านไปเท่านั้น แต่ต้องรักและใส่ใจที่จะเก็บเกี่ยวเรื่องราวอันเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ไว้ เพื่อนำมาปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันต่อไป ๔. สาระการเรียนรู้ การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่น ข่าวสารจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆในชุมชน บทความ นิทาน เรื่องสั้น นวนิยาย วรรณกรรมพื้นบ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี บันเทิงคดี ปาฐกถา พระบรมราโชวาท เทศนา คำบรรยาย คำสอน บทร้อยกรองร่วมสมัย บทเพลง บทอาเศียรวาท คำขวัญ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้
๕๒ ๕๑ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ).............................................
๕๓ ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) การอ่านจับใจความสำคัญแบบ SQ4R ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ ๑ - ๒ ๑. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๒. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ๓. อ่านข้อความบนกระดานดำ แล้วร่วมกันทำกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ นายเกิ้งนำช้างพังแป้นน้อย เดินทางจากสุรินทร์มากรุงเทพฯ ตะลอนขอเงินซื้ออาหาร เลี้ยงชีวิตทั้งควาญและช้าง ครูตั้งคำถามว่า “สาระสำคัญของเรื่องนี้คืออะไร” แนวการตอบ : คนนำช้างจากป่าสู่กรุง มุ่งหากินเลี้ยงชีวิตคนและชีวิตช้าง ให้นักเรียนสังเกตการตอบของตนและเพื่อนว่าเรียงตามลำดับหรือไม่ ครูตั้งคำถามว่า “การวิเคราะห์คืออะไร” แนวการตอบ : การวิเคราะห์ คือการใคร่ครวญ แยกออกเป็นส่วนๆ จากนั้นครูให้นักเรียนแยกประเด็นออกเป็นส่วนๆ ตัวอย่าง เช่น นายเกิ้งนำช้างพังแป้นน้อยเดินทางจากสุรินทร์เข้ามากรุงเทพฯ ➢ ทำไมนายเกิ้งจึงต้องนำช้างพังแป้นน้อยเข้ามากรุงเทพฯ นายเกิ้งนำพังแป้นน้อยออกขอเงินเพื่อนำไปซื้ออาหาร ➢ ทำไมจึงต้องขอเขากิน นายเกิ้งไม่ทำงาน ช้างไม่ทำงานหารายได้ นายเกิ้งและช้างจะพักที่ไหน บ้านอันอบอุ่นของคน และป่า (บ้านอันอบอุ่นของช้างมีอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือไม่) ➢ สภาพถนนหนทาง คอนกรีต รถ ควันพิษ ฯลฯ เหมาะสมกับช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ต้องอยู่ในป่าใหญ่หรือไม่ (รายได้ที่ขอเขากินนี้ จะมากพอเลี้ยงช้างได้หรือ เพราะช้างเป็นสัตว์กินจุมาก) ครูตั้งคำถามให้นักเรียนแสดงทรรศนะและประเมินค่า เช่น ➢ เรื่องที่อ่านมีจุดประสงค์ในการเขียนอย่างไร ➢ ผู้เขียนมีจุดประสงค์ในการเสนอสารอย่างไร ➢ เรื่องที่อ่านมีคุณค่าในด้านใด แนวการตอบ : จุดประสงค์ในการเขียน-เพื่อนำเสนอข่าวสาร : จุดประสงค์ในการเสนอสาร - เพื่อเสนอให้รับทราบปัญหาสังคมอีกแง่มุมหนึ่ง : มีคุณค่าในด้าน - การช่วยกันแก้ไขปัญหาสังคมด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง ๔. นักเรียนช่วยกันตั้งประเด็นและร่วมอภิปราย ครูช่วยสรุปคำสำคัญที่ได้ศึกษาไป โดยเปิดคำท้ายประโยคให้นักเรียน ช่วยกันตอบดังนี้ ➢ การเล่าเรื่องตามลำดับเฉพาะประเด็นสำคัญนั้นเรียกว่า “การอ่านเก็บสาระ” ➢ การแยกแยะปัญหาเป็นส่วนๆ แล้วนำมาใคร่ครวญเพื่อหาเหตุผลในการแก้ปัญหานั้น เรียกว่า “การวิเคราะห์” ➢ การมองภาพรวมของสาร ผลลัพธ์ที่จะเกิด และจุดประสงค์การนำเสนอสาร เพื่อประมวลความคิดรวบยอดให้ เกิด เรียกว่า “การแสดงทรรศนะและประเมินค่า”
๕๔ ๕. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละ ๕ คน ศึกษาใบความรู้ที่ ๙.๑ เรื่องการอ่านเชิงวิเคราะห์และประเมินค่า ๖. แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ๗. ให้นักเรียนจับสลากทำใบงานที่ ๓.๑ กลุ่มละ ๑ เรื่อง โดยให้มีใบงานเพียงพอกับจำนวน นักเรียน แล้วทำกิจกรรมดังนี้ ➢ เรื่องที่ ๑ หญิงงามเมือง ➢ เรื่องที่ ๒ หม้อดินใบร้าว ➢ เรื่องที่ ๓ ใครผิด ➢ เรื่องที่ ๔ ลูกช้าง ➢ เรื่องที่ ๕ นัสรูดินกับปัญหามุสตาฟา เก็บสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน แสดงทรรศนะ วิเคราะห์และประเมินค่า นำผลงานมาพูดคุยแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายมุมมอง ๘. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้แล้วให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ ใบความรู้ที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน ๑๐.๑.๒ ใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ศึกษาใบความรู้ที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน ใบความรู้ที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน เข้าใจการพัฒนาสมรรถภาพการ อ่านร้อยละ ๙๐ ด้านทักษะ กระบวนการ ทำใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน ใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนา สมรรถภาพการอ่าน ทำใบงานผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๗๐ ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ความเอาใจใส่และตั้งใจในการศึกษา ใบความรู้และทำใบงาน สังเกตพฤติกรรม มีความเอาใจใส่ร้อยละ ๘๐ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ...................................................................................................................................................................................................... ..... ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๕๕ ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................................................................ .................................... ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
๑ ภาคผนวก
๕๗ ใบความรู้ที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน การอ่านในชีวิตประจำวัน มีหลักสำคัญ ๒ ประการคือ ๑. อ่านเก็บสาระ เป็นการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญของเรื่องผู้อ่านจะต้องเรียงลำดับเรื่องที่ อ่านได้อย่างถูกต้อง สามารถเล่าเรื่องได้ อธิบายขยายความได้ สรุปย่อได้ ๒. อ่านวิเคราะห์ประเมินค่า เป็นการอ่านอย่างละเอียด ใคร่ครวญ แยกแยะเรื่องออกเป็นส่วนๆ พิจารณาหาเหตุผล โต้แย้ง สนับสนุน ๒.๑ วิธีอ่านเชิงวิเคราะห์และประเมินค่า ➢ เพื่อให้ข้อเท็จจริง ➢ เพื่อให้ความรู้ ➢ เพื่อกระตุ้นให้ติดตาม ➢ เพื่อให้เสียดสีสังคม ➢ เพื่อให้จูงใจให้คล้อยตาม ➢ เพื่อให้ความบันเทิง ➢ เพื่อให้แง่คิดหรือแสดงทรรศนะ ๒.๒ รูปแบบการนำเสนอสาร พิจารณาว่าแต่งเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ๒.๓ ทรรศนะในการแต่ง วิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้เขียน ๒.๔ วิธีการเสนอสารของผู้เขียน เช่น ➢ แบบอธิบายตรงๆ ➢ แบบแก้ปัญหาด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ➢ แบบอุปมาอุปไมย ➢ แบบอารมณ์และความรู้สึกของผู้เขียน ๒.๕ เทคนิคในการนำเสนอสาร ๒.๖ การใช้ภาษาในการเขียน ๒.๗ การประเมินคุณค่าที่ได้จากการอ่าน ➢ คุณค่าด้านความรู้ ➢ คุณค่าด้านความคิด ➢ คุณค่าด้านอารมณ์ รู้แนวทางของการ พัฒนา สมรรถภาพการอ่าน แล้ว เพื่อนๆอย่าลืมน าไปใช้ นะครับ
๕๘ ใบงานที่ ๓.๑ เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน คำชี้แจง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านเรื่องราวที่กำหนดให้ในใบงานที่ ๙.๑ กลุ่มละ ๑ เรื่อง แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ เรื่องที่.................................................... ๑. เก็บสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ๒. แสดงทรรศนะ วิเคราะห์และประเมินค่า ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ รายชื่อผู้ร่วมงาน ............................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ ............................................................................................................................. ................ (เฉลยตามความคิดเห็นของนักเรียน และอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
๕๙ เรื่องที่ ๑ “หญิงงามเมือง” สมัยพุทธกาล มีหญิงงามเมืองคนหนึ่งตั้งท้องและคลอดลูกออกมาเป็นชาย จึงนำไปทิ้งที่กองขยะ พระเถระองค์หนึ่งไปพบเข้าและนำมาเลี้ยง แม้เด็กจะเติบโตอยู่ในวัดแต่คนทั่วไปทราบกำเนิดของเด็กว่าเป็นมาอย่างไร พอเด็กรู้ความ คนก็ล้อเลียนว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ เป็นลูกหญิงงามเมือง เด็กจึงเติบโตขึ้นมาด้วยความขมขื่นและ เกลียดแม่สุดหัวใจ วันหนึ่งพระเถระเห็นเด็กโตพอจะรู้เหตุรู้ผลจึงเรียกมาสนทนาด้วย โดยเริ่มถามว่า ถ้ามีใครเอาเงินกหาปณะหนึ่งมาให้ เด็กจะรู้สึกอย่างไรบ้าง (กหาปณะหนึ่งประมาณหนึ่งตำลึงหรือสี่บาทของเรา) เด็กตอบว่าดีใจและขอบคุณอย่างยิ่ง ท่านถามว่าทำไมจึงขอบคุณ เด็กตอบว่าเพราะไม่คาดคิด ท่านถามอีกว่า ถ้าคนนั้นให้เงินหนึ่งกหาปณะแต่ขอแลกกับชีวิตเล่าจะเอาไหม เด็กไม่ยอม ท่านเพิ่มเงินขึ้นเท่าไรๆ เด็กก็ยืนกราน ไม่ยอม เพราะเห็นชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถตีเป็นมูลค่าราคาใดๆ ได้ ท่านก็ต่อรองว่า ถ้างั้นไม่เอาถึงชีวิตดอก ขอเพียงแขนสักข้างเด็กก็ไม่ยอม แม้จนปลายนิ้วนิดหนึ่งหรือชิ้นส่วนใดๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะน้อยนิดแค่ไหน ก็ไม่ยอมแลกกับเงินไม่ว่าจะมากมายมหาศาลเพียงใดก็ตาม ท่านจึงสอนว่า ไม่ใช่เพราะแม่ดอกหรือที่ให้ร่างกาย อันนี้แก่เจ้า ถ้าแม่ไม่ทนทุกข์ยากอุ้มท้องมา หรือตอนคลอดแม่เกิดบีบจมูกทำให้เจ้าหายใจไม่ได้ เจ้าก็จะไม่ได้ร่างกาย อันนี้รอดเติบโตมาได้ ก็เมื่อแม่ให้สิ่งที่มีค่ามหาศาลถึงปานนี้ เจ้าจะไม่รู้สึกในบุญคุณบ้างเลยหรือ เด็กฟังแล้วก็ได้คิด จิตที่หนักไปด้วยความเกลียดชัง ขมขื่น ก็อ่อนโยน ปิติ ซาบซึ้งในบุญคุณของแม่ ท่านจึงสอนต่อไปว่า เพียงแค่แม่ได้ให้ลมหายใจแก่เจ้า ให้อัตภาพร่างกายที่เป็นมนุษย์บุญคุณนี้ย่อมท่วมท้นล้นฟ้า ไม่มีสิ่งใดจะทดแทนให้หมดสิ้นได้ ยิ่งหากพ่อแม่ฟูมฟักเลี้ยงดูให้การศึกษาให้ปัจจัยใช้สอยให้ทุกอย่างอีกด้วย บุญคุณอันนั้นยิ่งท่วมท้นทวีคูณขึ้นไปจนหาค่าประมาณมิได้ (จากหนังสือบัณฑิตที่แท้จริง ของอมรา มลิลา)
๖๐ เรื่องที่ ๒ “หม้อดินใบร้าว” ณ ประเทศอินเดีย มีชายคนหนึ่งแบกหม้อดินใบใหญ่บนบ่าของตนข้างละใบ หม้อดินใบหนึ่งมี รอยปริร้าว ขณะอีกใบหนึ่งสมบูรณ์สวยงามไม่มีที่ติ หม้อใบสวยสามารถบรรจุเอาน้ำไว้ได้เต็มเปี่ยม นับจากลำธาร จนถึงบ้านเจ้านาย ขณะที่อีกใบหนึ่งนั้น เมื่อถึงปลายทางกลับเหลือน้ำเพียงครึ่งเดียว เท่ากับว่าชายผู้นี้หาบน้ำได้ เที่ยวละหม้อครึ่งอยู่ทุกครั้ง แน่ละ หม้อดินใบสวยย่อมภาคภูมิใจในตนเอง ที่ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนนับจาก ต้นทางถึงปลายทาง ส่วนหม้อดินใบร้าว นอกจากอดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในความไม่สมประกอบของตนแล้ว มันยังรู้สึกผิดกับการทำหน้าที่ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกด้วย หลังจากสองปีเต็มที่มันทนแบกความทุกข์ระทมขมขื่นนั้น เอาไว้ วันหนึ่งมันจึงตัดสินใจเอ่ยกับคนหาบน้ำตรงลำธารว่า “ฉันรู้สึกละอายใจเหลือเกิน ฉันอยากจะขอโทษท่าน” “ทำไมล่ะ เธอมีความละอายใจอะไรกัน” คนหาบน้ำสงสัย “ตลอดสองปีมานี้ ฉันทำงานให้ท่านได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เนื่องจากเจ้ารอยร้าวบนตัวของฉันมัน ทำให้น้ำรั่วไหลไปตลอดทาง นี่ละทำให้ฉันรู้สึกผิด ท่านเองได้ทำงานของท่านอย่างเอาจริงเอาจัง แต่กลับไม่ได้ประโยชน์ สูงสุดจากสิ่งที่ท่านกระทำ” หม้อดินใบร้าวรำพัน เมื่อฟังเช่นนั้นแล้ว คนหาบน้ำก็พลอยรู้สึกเสียใจไปด้วย และแล้วเขาก็พูดขึ้นว่า “เอาละ ระหว่างทาง ที่เราจะเดินกลับไปบ้านเจ้านาย ฉันอยากให้เธอสังเกตดอกไม้สวยๆ ข้างทางเดินสักหน่อย” เมื่อพวกเขาเดินย้อนกลับไปทางเนินเขา เจ้าหม้อดินใบร้าวก็ได้แลเห็นแสงแดดที่กำลังให้ไออุ่นแก่ ดอกไม้ป่าระหว่างทางจริงๆ แต่ครั้นมาถึงปลายทาง มันก็ยังคงรู้สึกซึมเศร้าอยู่เช่นเดิม เพราะน้ำได้รั่วไหลหายไป อีกครึ่งหนึ่งจากที่มีอยู่ตอนแรก มันเลยต้องขอโทษขอโพยคนหาบน้ำอีกครั้ง แต่ชายผู้นั้นกลับกล่าวว่า “เธอไม่ได้สังเกตดอกหรือว่า ทำไมดอกไม้ป่าเหล่านั้นถึงได้งอกงามเฉพาะฝั่ง ที่ฉันแบกเธอเท่านั้น ทำไมมันไม่ขึ้นอีกฟากหนึ่งด้วยล่ะ นั่นเป็นเพราะฉันได้ตระหนักในข้อจำกัดของเธอ จึงอาศัยเงื่อนไขนี้ เพาะเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ป่าตรงทางที่ฉันแบกเธอเสมอมาและทุกๆ วันขณะที่เราเดินกลับบ้าน เธอเองก็ได้ช่วยรดน้ำให้มัน แล้วในสองปีนี้ฉันก็ได้เก็บดอกไม้สวยๆ นี้ไปปักแจกันให้เจ้านายของเราด้วย นี่หากไม่มีเธอแล้วละก็ เจ้านายของเรา คงไม่มีโอกาสได้ดอกไม้สวยๆ งามๆ มาประดับบ้านเป็นแน่”
๖๑ เรื่องที่ ๓ “ใครผิด” เศรษฐีชราคนหนึ่งมีภรรยาสาวสวยอยู่ในคฤหาสน์กลางน้ำ มีสะพานข้ามจากแผ่นดินสู่คฤหาสน์ ซึ่งสะพานนี้จะเปิด-ปิดเป็นเวลา เศรษฐีผู้นี้รักและหวงภรรยาสาวมาก ไม่ยอมให้ออกไปเที่ยวที่ใดเลย วันหนึ่งเศรษฐีชรา มีธุระจะต้องเข้าไปในเมือง จึงกำชับภรรยาว่า อย่าออกไปไหน ให้อยู่ดูแลบ้าน ฝ่ายภรรยาพอสามีออกไปแล้ว ก็มีความดีใจ จัดแจงแต่งตัวออกไปเที่ยว ไปซื้อของมากมาย เพลิดเพลินอยู่จนเย็นและใช้เงินจนหมด เมื่อเดินทางกลับ มาถึงท่าน้ำพบว่าสะพานที่จะเดินข้ามไปคฤหาสน์นั้นปิดเสียแล้ว หญิงสาวจึงเรียกคนแจวเรือว่าจ้างให้ไปส่งยัง คฤหาสน์ และจะชำระค่าโดยสารให้เมื่อถึงที่อยู่แล้ว ชายแจวเรือจ้างไม่ยอมบอกว่าถ้าไม่จ่ายเงินให้ก่อนจะไม่ยอม ออกเรือ หญิงสาวจึงไปบ้านเพื่อนออกปากขอยืมเงินเป็นค่าจ้างเรือกลับบ้าน เพื่อนเห็นว่าหญิงสาวเป็นเมียเศรษฐี แต่มาขอยืมเงินตน เพื่อนคิดว่าล้อเล่นหรืออาจมีปัญหาอื่นใดที่ตนไม่รู้จึงไม่ยอมให้ยืมเงิน หญิงสาวนั่งรออยู่ที่ท่าน้ำ อย่างหมดอาลัยตายอยาก เป็นกังวลว่าสามีจะคิดอย่างไรที่ไม่เห็นตนเองอยู่บ้าน เวลาก็ล่วงไป....จนดึกสงัด มีโจรมาชิงทรัพย์สิน และฆ่าหญิงสาวตายอย่างอนาถ เรื่องที่ ๔ “ลูกช้าง” มีลูกช้างตัวหนึ่ง เป็นลูกช้างที่เอาแต่ใจตัวเอง ใครบอกกล่าวอะไรก็ไม่ฟัง วันหนึ่งลูกช้างเดินไปเที่ยว พบแม่นกบินมาขอร้องลูกช้างว่า อย่าเดินไปเหยียบรังของตน เพราะมีลูกๆ สองตัวยังบินไม่ได้ ลูกช้างก็ไม่ฟัง เดินจนไป เหยียบรังลูกนกตายหมด แม่นกโศกเศร้าเสียใจมาก กบและแมลงวันที่เป็นเพื่อนแม่นกไต่ถามจนรู้ความและช่วยคิด ในที่สุดแมลงวันก็แนะให้แม่นกพยายามไปจิกตาลูกช้างให้เป็นแผลแล้วตนจะไปวางไข่ให้เกิดหนอนชอนไชจนลูกช้างตาบอด จากนั้นก็ให้กบไปพาเพื่อนมาร้องอยู่ที่ข้างเหว ลูกช้างจะได้สำคัญผิดว่าเป็นหนองน้ำ ครั้นเดินลงไปเพื่อกินน้ำ จะได้พลัดตกเหวตาย แม่นก แมลงวัน และกบได้ทำตามแผนจนสำเร็จยังผลให้ลูกช้างตกเหวตายไปจริงๆ
๖๒ เรื่องที่ ๕ “นัสรูดินกับปัญหาของมุสตาฟา” นัสรูดิน มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อมุสตาฟา มุสตาฟาเป็นคนที่ไม่ฉลาด นัสรูดินเป็นคนที่เฉลียวฉลาด แต่ชอบทำตัวเป็นคนโง่ และชอบล้อเลียนเพื่อน วันหนึ่งมุสตาฟาตื่นแต่เช้ามืดด้วยความท้อแท้ก็ไปหานัสรูดินบอกว่า “เพื่อนเอ๋ย บ้านที่ผมอยู่มันคับแคบ กลิ่นอับไม่คล่องตัวเลย ผมไม่มีความสุขเลย กลัดกลุ้มมาหลายปีแล้ว ช่วยผมหน่อยได้ไหม เงินที่จะขยายห้องก็ไม่มี” นัสรูดินบอกว่า “เอาละ แกต้องเชื่อข้านะ เชื่อทุกอย่างนะ แล้วจะช่วยให้สบายขึ้น” มุสตาฟาบอกว่า “ผมจะเชื่อทุกอย่างที่นายบอก” นัสรูดินได้ทีบอกว่า “คืนนี้นะ เอาแพะเข้าไปล่ามในห้องนอนของแก” มุสตาฟาก็งง แต่ก็เชื่อฟังนัสรูดิน รุ่งเช้าตื่นมาตาแดง มาหานัสรูดิน “ผมนอนหลับๆ ตื่นๆ เจ้าแพะวายร้ายมันร้องทั้งคืน ไหนว่าจะช่วยให้ผมมีความสุข” นัสรูดินบอกว่า “เอาน่า เชื่อฉัน คืนนี้เอาลาเข้าไปอีกตัวหนึ่ง ไปล่ามไว้ด้วยกัน” มุสตาฟาคนโง่ก็ทำตาม รุ่งเช้าก็โผเผมาบอกว่า “เจ้าแพะกับเจ้าลามันทะเลาะกันทั้งคืน ร้องและเตะกัน แล้วถ่ายมูลออกมา ห้องผมก็เล็ก อยู่แล้ว เหม็นคลุ้งไปหมด ไหนว่าจะช่วยผมให้สบายขึ้นไงล่ะ” นัสรูดินบอกว่า “เอาน่า คืนนี้ได้เรื่อง เอาม้าเข้าไปอีกตัวหนึ่ง” พอรุ่งเช้ามุสตาฟาไม่มีแรง เพราะไม่ได้นอนทั้งคืนบอกว่า “นัสรูดินช่วยผมด้วย ช่วยผมให้มีความสุขหน่อย” นัสรูดินบอกว่า “เอาละ ได้ที่แล้ว คืนนี้เอาแพะออกจากห้องไป” พอรุ่งเช้ามุสตาฟามาหานัสรูดิน ก็ถามว่า “เป็นไงบ้าง” มุสตาฟาตอบ “ค่อยยังชั่วนิดหนึ่งแล้ว” นัสรูดินบอกว่า “งั้นคืนนี้เอาลาออกไป “รุ่งเช้ามุสตาฟาบอกว่า “ผมรู้สึกว่าห้องผมกว้างขึ้น” นัสรูดินบอกว่า “เอ้า” งั้นคืนนี้เอาม้าออกไปจากห้อง” รุ่งเช้ามุสตาฟายืนยิ้มเผล่บอกว่า“แหม.....ผมรู้สึกเป็นสุขเหลือเกิน ห้องผมรู้สึกมันกว้างขวางดี”
๖๓ แบบทดสอบหลังเรียนเรื่องการพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ๑. การอ่านในชีวิตประจำวันข้อใดที่ต้องเก็บสาระสำคัญ อย่างถี่ถ้วน ? ก. อ่านนิทาน นิยาย นวนิยาย วรรณกรรม ข .อ่านวรรณคดีมรดก วรรณคดีที่ได้รับการยกย่อง ค. อ่านหนังสือเรียน ตำราวิชาการ หนังสืออ้างอิง ง. อ่านข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร ๒. การอ่านอย่างมีสมรรถภาพคือการอ่านอย่างไร ? ก.เล่าเรื่องที่อ่านได้อย่างละเอียด ข.รู้ความหมายศัพท์ยากในเรื่องที่อ่าน ค.อ่านเรื่องจบในเวลาอันรวดเร็ว ง.สรุปสาระสำคัญของเรื่องที่อ่านได้ ๓. นักเรียนอ่านวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ข้อใดคือสารที่นำเสนอตามแนวความเชื่อของคนไทย ? ก .ธรรมะย่อมชนะอธรรม ข. การปราบอธรรมของพระนารายณ์ ค. การบูชาเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ง. การพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นทุกข์ ๔. ความเข้าใจในสารที่อ่านเกิดประโยชน์อย่างไรแก่ผู้อ่าน ? ก. รับสารได้ตรงประเด็นของผู้ส่งสาร ข. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นในสารที่อ่านได้ ค .จัดลำดับเรื่องราวที่อ่านได้และบอกเล่าแก่ผู้อื่นได้ ง. สามารถวิเคราะห์วิจารณ์วินิจฉัยเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง ๕. ข้อใดมีความหมายถึงการวิเคราะห์ ก. มองต่างมุม ข. แยกออกเป็นส่วนๆ ค. ฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ง. ประกอบเข้าไปใหม่ทีละชิ้น ๖. ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ประเมิน ในการประเมินค่าเรื่องที่อ่าน ก. มีความรู้ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี ข. มีวิจารณญาณลึกซึ้งสุขุมคัมภีรภาพ ค .มีความสนใจเรื่องนี้เป็นเวลานาน ง. มีประสบการณ์ ชำนาญ และเชี่ยวชาญ ๗. “นานาประเทศล้วน นับถือ คนที่รู้หนังสือ อ่านได้ คนเกลียดอักษรคือ คนป่า ใครเยาะกวีไซร้ แน่แท้คนดง” สาระสำคัญของโคลงบทนี้ คือข้อใด ? ก. ใครดูถูกกวี เป็นคนไม่เจริญ ข. ผู้ที่ไม่รู้หนังสือเป็นผู้ไม่เจริญ ค. ทุกประเทศนับถือคนอ่านหนังสือออก ง. คนทั่วไปยกย่องผู้รู้หนังสือว่าเป็นผู้เจริญ ๘. ข้อใดไม่เป็นการแสดงทรรศนะ ? ก. จ้าจงมาเป็นสำเภาทองของพระบิดา ข. เจ้ายักคิ้วให้พี่ ชะรอยจะมีรักในอารมณ์ ค. นักร้อง ศิลปิน จัดเป็นคนที่มีอิทธิพลมากในสังคมไทย ง. การศึกษาได้ผลิตประชากรจำนวนมหาศาลที่สามารถ อ่านหนังสือได้ แต่ทว่าเขาไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไร ที่มีค่าควรอ่าน “หนังสือพิมพ์มีความสำคัญต่อการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ของคนในสังคมได้ หนังสือพิมพ์เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอด ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคมขณะนั้นออกมา ในลักษณะของข่าวและการแสดงความคิดเห็นให้ประชาชน ทราบ คนที่อ่านหนังสือพิมพ์เป็นประจำจะเป็นคนทันสมัย รู้เท่า ทันสถานการณ์” ๙. ข้อความนี้ผู้เขียนมีวิธีเสนอสารอย่างไร ? ก. แบบอธิบายตรงๆ ข. แบบอุปมาอุปไมย ค. แบบอารมณ์และความรู้สึกของผู้เขียน ง. แบบแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ๑๐. ข้อใดไม่ใช่การประเมินคุณค่าของเรื่องที่อ่าน ก. เรื่องนี้ให้ความรู้ถูกต้อง อธิบายให้เข้าใจได้ชัดเจน ข. การใช้ภาษางดงาม แพรวพราวด้วยการเล่นคำ และโวหาร ค. คติธรรมที่ได้จากการอ่านเรื่องนี้สอนใจผู้คน ในวัยเรียนได้ดี ง.รูปเล่มกะทัดรัด ตัวหนังสือโต พิมพ์สีสวยงาม น่าอ่านมาก เฉลย ๑. ค ๒. ง ๓. ก ๔. ข ๕. ข ๖. ง ๗. ข ๘. ก ๙. ค ๑๐. ง
๖๔ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ อ่านจับประเด็นเห็นคุณค่า ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา.............เรื่อง การเขียนกรอบความคิด ผังความคิด ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๓ คาบ ............................................................................................................................. ....................................................................... ๑. ผลการเรียนรู้ อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบความคิด ผังความคิด บันทึกและย่อความได้ถูกต้อง ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) เขียนกรอบความคิดและผังความคิดได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ฝึกเขียนกรอบความคิดและผังความคิด ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการเขียนกรอบความคิดและผังความคิด ๓. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ นั้น จะต้องรู้วิธีและเขียนกรอบแนวคิดหรือผังความคิดจากเรื่องที่อ่าน ๔. สาระการเรียนรู้ การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่น ข่าวสารจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน บทความ นิทาน เรื่องสั้น นวนิยาย วรรณกรรมพื้นบ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี บันเทิงคดี ปาฐกถา พระบรมราโชวาท เทศนา คำบรรยาย คำสอน บทร้อยกรองร่วมสมัย บทเพลง บทอาเศียรวาท คำขวัญ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม
๖๕ ๖๔ C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ผังความคิดสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานี
๖๖ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ ๑ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ครูติดแผนผังตัวละคร เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ให้นักเรียนดูบนกระดานแล้วให้นักเรียนช่วยกันอธิบายเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ของตัวละครแต่ละตัว ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ๑. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑) กำหนดหมายเลขประจำตัวให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม เป็นหมายเลข ๑-๔ ตามลำดับ แล้วให้นักเรียนแต่ละหมายเลขศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนกรอบแนวคิดจากการอ่าน จาก หนังสือเรียน หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม ห้องสมุด และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ตามประเด็นที่กำหนดให้ ดังนี้ - หมายเลข ๑ ศึกษาความรู้เรื่อง ความหมายและความสำคัญของการเขียนกรอบแนวคิด - หมายเลข ๒ ศึกษาความรู้เรื่อง องค์ประกอบของการคิด - หมายเลข ๓ ศึกษาความรู้เรื่อง กระบวนการเขียนกรอบแนวคิดจากการอ่าน - หมายเลข ๔ ศึกษาความรู้เรื่อง ตัวอย่างการสังเคราะห์ความรู้จากการอ่านโดยใช้กรอบแนวคิด แล้วบันทึกความรู้ที่ได้จากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอ่าน ๒. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด • การเขียนกรอบแนวคิดจากการอ่านสามารถใช้แหล่งข้อมูลเพียงแหล่งเดียวได้หรือไม่ เพราะเหตุใด (การอ่านจากแหล่งข้อมูลเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการเขียนกรอบแนวคิดความรู้บางเรื่องผู้อ่านต้องพิจารณาเนื้อหาสาระของ แหล่งข้อมูลที่อ่านเป็นหลักว่ามีข้อมูลหรือสาระสำคัญครบถ้วนหรือไม่ แต่เพื่อเป็นการได้ข้อมูลครอบคลุมควรพิจารณาหรืออ่าน ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เพื่อจะได้ความรู้ ความคิด ทำความเข้าใจและเชื่อมโยงความรู้จากแหล่งข้อมูลได้ครอบคลุม และสมบูรณ์) คาบที่ ๒ ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ๑. นักเรียนแต่ละหมายเลขนำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาอธิบายให้เพื่อนในกลุ่มฟัง เรียงตามลำดับหมายเลข ๑-๔ ผลัดกันซักถามหากมีข้อสงสัย และผลัดกันอธิบายจนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจชัดเจน ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การเขียนกรอบแนวคิดจากการอ่าน ในประเด็นต่อไปนี้ - ความหมายและความสำคัญของการเขียนกรอบแนวคิด - องค์ประกอบของการคิด - กระบวนการเขียนกรอบแนวคิดจากการอ่าน - ตัวอย่างการสังเคราะห์ความรู้จากการอ่านโดยใช้กรอบแนวคิด ๓. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
๖๗ คำถามกระตุ้นความคิด • นักเรียนสามารถนำการเขียนกรอบแนวคิดมาประยุกต์ใช้ในการเรียนของนักเรียนได้อย่างไรบ้าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) คาบที่ ๓ ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำใบงานที่ ๔.๑ เรื่อง เล่าเรื่องเป็นภาพ และใบงานที่ ๔.๒ เรื่อง สร้างกรอบแนวคิดจากข้อมูล ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องของใบงานที่ ๓.๑-๓.๒ หากมีข้อบกพร่องให้ช่วยกันแก้ไขเติมเต็ม ให้สมบูรณ์ ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานในใบงานที่ ๔.๑-๔.๒ หน้าชั้นเรียน โดยครูและเพื่อนนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและให้ข้อเสนอแนะ ๒. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด การเขียนกรอบแนวคิดจากการอ่านมีประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) • ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนทำสมุดบันทึกการอ่านในชีวิตประจำวัน โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด ดังนี้ ๑. การเขียนกรอบแนวคิดเรียงลำดับตามสาระสำคัญของเรื่อง ๒. การเขียนสังเคราะห์ความรู้ตามประเด็นจากเรื่องที่อ่าน ๓. การวิเคราะห์และประเมินการใช้ภาษา ๔. การใช้ภาษาในการเรียบเรียงข้อความการเสนอแนะในการนำไปใช้ ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม ๑๐.๑.๑.๑ แววมยุรา เหมือนนิล. (๒๕๔๑). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก. ๑๐.๑.๑.๒ ศิวกานท์ ปทุมสูติ. (๒๕๔๒). การอ่านเพื่อชีวิต. กรุงเทพฯ : บริษัทต้นอ้อ ๑๙๙๙. ๑๐.๑.๑.๓ สมบัติ จำปาเงิน. (๒๕๔๘). กลเม็ดการอ่านให้เก่ง. กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส์. ๑๐.๑.๑.๔ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (๒๕๔๕). เอกสารการสอนชุดวิชาการอ่านภาษาไทย หน่วยที่ ๑-๑๕. นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ๑๐.๑.๑.๑ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (๒๕๔๙). ประมวลสาระชุดวิชา ๑๐๑๖๑ ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. พิมพ์ครั้งที่ ๕. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ๑๐.๑.๑.๑ สุพรรณี วราทร. (๒๕๔๕). การอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๑๐.๑.๒ ผังตัวละคร เสภาเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ๑๐.๑.๓ ใบงานที่ ๔.๑ เรื่อง เล่าเรื่องเป็นภาพ ๑๐.๑.๔ ใบงานที่ ๔.๒ เรื่อง สร้างกรอบแนวคิดจากข้อมูล
๖๘ ๑๐.๒ แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๒.๑ ห้องสมุด ๑๐.๒.๑ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http://www.trueplookpanya.com/true/blog_diary_detail.php?diary_id=๑๕๖๙&friend_blog_id= ๒๒๔๑๙ - http://en.wikipedia.org/wiki/Mind_map - http://www.mindmapping.com ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ศึกษาใบความรู้เรื่อง การเขียนกรอบความคิด ใบความรู้เรื่อง การเขียนกรอบ ความคิด มีความรู้ความเข้าใจ ร้อยละ ๙๐ ด้านทักษะกระบวนการ ใบงานที่ ๔.๑ ใบงานที่ ๔.๒ ประเมินการนำเสนอผลงาน ใบงานที่ ๔.๑ บงานที่ ๔.๒ แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ความเอาใจใส่ในการทำ ใบงานและการนำเสนอ ผลงาน สังเกตพฤติกรรม มีความเอาใจใส่ในการทำใบ งานและการนำเสนอผลงาน ร้อยละ ๙๐ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๖๙ ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ .................................................................................................................................................................................... ............................ ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ภาคผนวก
๗๑ แบบประเมินสมุดบันทึกการอ่านในชีวิตประจำวัน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ การเขียนกรอบแนวคิดเรียงลำดับตามสาระสำคัญของเรื่อง ๒ การเขียนสังเคราะห์ความรู้ตามประเด็นจากเรื่องที่อ่าน ๓ การวิเคราะห์และประเมินการใช้ภาษา ๔ การใช้ภาษาในการเรียบเรียงข้อความ ๕ การเสนอแนะในการนำไปใช้ รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง
๗๒ เอกสารประกอบการสอน ผังตัวละคร เสภาเรื่อง ขุนช้าง-ขุนแผน ขุนไกร นางทอง ประศรี พันศร โยธา นางศรี ประจัน ขุนศรี วิชยั นางเทพ ทอง พลายแก้ว (ขุนแผน) พิมพิลาไลย (วันทอง) ขุนช้าง นางลาวทอง นางบัวคลี่ นางแก้วกิริยา พลายงาม (จมื่นไวยฯ) นางศรีมาลา นางสร้อยฟ้า พลายเพชร พลายยง พลายชุมพล
๗๓ ใบงานที่ ๔.๑ เรื่อง เล่าเรื่องเป็นภาพ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนกรอบแนวคิดจากข้อมูลที่นักเรียนค้นคว้า
๗๔ ใบงานที่ ๔.๑ เรื่อง เล่าเรื่องเป็นภาพ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนกรอบแนวคิดจากข้อมูลที่นักเรียนค้นคว้า (ตัวอย่าง) (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) เฉลย ความส าคัญของการ เขียนกรอบแนวคิด ช่วยในการสรุป เนื้อหาจาก ต ารา ช่วยพัฒนา ความคิดแบบมี วิจารณญาณ มารยาทในการเขียน กรอบแนวคิด ต้องบอกแหล่งที่มา ของข้อมูลเดิมเสมอ ไม่เขียนโดยใช้อารมณ์ ส่วนตัวเป็นบรรทัดฐาน ไม่เขียนเพื่อมุ่งเน้น ท าลายผู้อื่นต่อตนเอง และผู้อื่น รักษาความสะอาด เรียบร้อย เขียนด้วย ลายมือที่อ่านง่าย ไม่คัดลอกบทความ หรือเนื้อหาตอนใด ตอนหนึ่งมาโดย เจ้าของเรื่องไม่อนุญาต รูปแบบการเขียน กรอบแนวคิด แผนภูมิเวนน์ ผังก้างปลา ผังใยแมงมุม แนวทางการเขียน กรอบแนวคิด อ่านเนื้อเรื่องให้ละเอียด เพื่อมองหาประเด็นที่ ส าคัญต่างๆ ของเรื่อง จับหัวข้อหรือประเด็นรอง คิดหาหัวเรื่องที่ครอบคลุม ความส าคัญของเนื้อเรื่อง ทั้งหมด จัดแยกเนื้อหาสาระให้ เป็นหมวดหมู่ พยายามให้ รายละเอียดเพิ่มเติม ขยายต่อไปในแต่ละ หัวข้อรอง การเขียน กรอบ แนวคิด
๗๕ ใบงานที่ ๔.๒ เรื่อง การเขียนผังความคิด คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนผังความคิด เรื่อง ”สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานี” อย่างน้อย ๔ แห่ง
๗๖ แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ เนื้อหาละเอียดชัดเจน ๒ ความถูกต้องของเนื้อหา ๓ ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย ๔ ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ ๕ วิธีการนำเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๔ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ ๓ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง
๗๗ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม ๒ ความร่วมมือกันทำงาน ๓ การแสดงความคิดเห็น ๔ การรับฟังความคิดเห็น ๕ ความมีน้ำใจช่วยเหลือกัน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง
๗๘ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบาย ความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ๑.๓ ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชนและสังคม ๑.๔ เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้องความเป็นชาติไทย ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของ ศาสนาและเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน ๑.๖ เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และ ครูเป็นแบบอย่างที่ดีด้านความซื่อสัตย์ ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ ไม่ถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาในการ ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบ ในการทำงาน ปฏิบัติเป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ๔.๒ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๔.๓ สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล
๗๙ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม ๕.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษา ดูแลอย่างดี ๕.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ๕.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อ ผู้อื่นกระทำผิดพลาด ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่น ในการทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชนเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน
๘๐ หน่วยการเร ี ยนร ้ ท ู ี่๒ การประเม ิ นค่าสงัเคราะหแ ์ ละการว ิ เคราะห ์ (แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕-๙)
๘๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ประเมินคุณค่า การสังเคราะห์และการวิเคราะห์ ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา.............เรื่อง การอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๒ คาบ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ๒. ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายวิธีการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ได้ ๒. สังเคราะห์ความรู้จากการอ่านได้ถูกต้อง ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) อธิบายวิธีการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ได้ สังเคราะห์ความรู้จากการอ่านได้ถูกต้อง ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ฝึกสังเคราะห์ความรู้จากการอ่าน ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการสังเคราะห์ ๓. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความเพื่อสังเคราะห์ความรู้จากสื่อต่างๆ จะต้องปฏิบัติตามวิธีการอ่านอย่างถูกต้อง ๔. สาระการเรียนรู้ การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ เช่น ข่าวสารจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน บทความ นิทาน เรื่องสั้น นวนิยาย วรรณกรรมพื้นบ้าน วรรณคดีในบทเรียน บทโฆษณา สารคดี บันเทิงคดี ปาฐกถา พระ บรมราโชวาท เทศนา คำบรรยาย คำสอน บทร้อยกรองร่วมสมัย บทเพลง บทอาเศียรวาท คำขวัญ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๘๒ ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณและสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ).............................................
๘๓ ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ใบงานการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์ คาบที่ ๑ - ๒ ขั้นที่ ๑ นำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ๒. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๗-๘ คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลาง ค่อนข้างอ่อน และอ่อน แล้วครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารับตัวอย่างบทความที่หน้าชั้นเรียน ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอ่านตัวอย่างบทความที่ได้รับ แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น ในประเด็นต่อไปนี้ - บทความดังกล่าว เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร - ผู้เขียนบทความดังกล่าว ต้องการนำเสนออะไรโดยครูคอยกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการตอบคำถาม เพื่อประเมินความรู้ของนักเรียน คำถามกระตุ้นความคิด • นักเรียนมีวิธีการค้นคว้าแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อทำรายงานอย่างไรบ้าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ ๒ จัดการเรียนรู้ ๑. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้จากหนังสือเรียน หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม และ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ในประเด็นที่กำหนดให้ ดังนี้ - ความสำคัญของการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ - แนวทางการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ แล้วบันทึกความรู้ที่ได้จากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอ่าน ๒. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมายการสังเคราะห์ ความสำคัญของการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ และแนวทางการอ่านเพื่อ สังเคราะห์ความรู้ เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม หากมีข้อสงสัย ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเลือกข้อมูลที่กลุ่มสนใจ มา ๑ ประเด็น แล้วร่วมกันวางแผนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จากนั้นอ่านข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นแล้วร่วมกันสังเคราะห์ ข้อมูลที่ได้และเขียนสรุปสาระสำคัญลงในใบงานที่ ๕.๑ เรื่อง อ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ ๔. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในใบงานที่ ๑.๑ หากมีข้อบกพร่องให้ช่วยกันแก้ไขเติมเต็มให้สมบูรณ์ แล้วส่ง ตัวแทนออกมานำเสนอผลงานที่หน้าชั้นเรียน โดยครูและเพื่อนนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ ๑-๒ คำถามกระตุ้นความคิด ๑. การอ่านข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่ หลากหลายมีแนวทางการสังเคราะห์สารอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ใน ดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๒. นักเรียนคิดว่าการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้มีความสำคัญอย่างไร (ได้รับความรู้และพัฒนาความคิดมากขึ้นโดยนำสิ่งที่ได้จากการอ่านมาพัฒนางานของตน)
๑ ขั้นที่ ๓ สรุปและนำหลักการไปประยุกต์ใช้ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การอ่านเพื่อสังเคราะห์ ความรู้ในประเด็นที่กำหนดให้ ดังนี้ -ความสำคัญของการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ -แนวทางการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ ๒. ครูแนะนำให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ ในการศึกษาความรู้เรื่อง การอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ ใน ประเด็นอื่นๆ ต่อไป นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ ๑-๒ คำถามกระตุ้นความคิด ๑. การสรุปสาระสำคัญจากการอ่านเป็นการสังเคราะห์สารหรือไม่ (ไม่เป็นการสังเคราะห์สารแต่เป็นเพียงกระบวนการอย่างหนึ่งที่ใช้ในการสังเคราะห์ความรู้จากเรื่องที่อ่าน) ๒. นักเรียนสามารถใช้วิธีการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนอย่างไรบ้าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ ๔ วัดและประเมินผล ๑. ครูวัดและประเมินผลนักเรียนจากการทำใบงานที่ ๕.๑ ๒. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด การอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้มีประโยชน์ต่อนักเรียนมากน้อยเพียงไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม ๑๐.๑.๑.๑ แววมยุรา เหมือนนิล. (๒๕๔๑). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก. ๑๐.๑.๑.๒ ศิวกานท์ ปทุมสูติ. (๒๕๔๒). การอ่านเพื่อชีวิต. กรุงเทพฯ : ต้นอ้อ ๑๙๙๙. ๑๐.๑.๑.๓ สมบัติ จำปาเงิน. (๒๕๔๘). กลเม็ดการอ่านให้เก่ง. กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส์. ๑๐.๑.๑.๔ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (๒๕๔๕). เอกสารการสอนชุดวิชาการอ่านภาษาไทย หน่วยที่ ๑-๑๕. นนทบุรี : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ๑๐.๑.๑.๕ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (๒๕๔๙). ประมวลสาระชุดวิชา ๑๐๑๖๑ ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. พิมพ์ครั้งที่ ๕. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. ๑๐.๑.๑.๖ สุพรรณี วราทร. (๒๕๔๕). การอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๑๐.๑.๒ เอกสารประกอบการสอน : ตัวอย่างบทความประโยชน์ของการดื่มน้ำ ๑๐.๑.๓ ใบงานที่ ๕.๑ เรื่อง อ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้
๑ ๑๐.๒ แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๒.๑ ห้องสมุด ๑๐.๒.๒ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http://www.nrct.go.th - http://www.royin.go.th - http://www.tkpark.or.th - http://www.manager.com - http://www.matichon.co.th - http://www.sarakadee.com - http://www.thaiwriterassociation.org - http://www.sirindhorn.net/index.th.html ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผล ประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ ๕.๑ ใบงานที่ ๕.๑ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ ด้านทักษะ กระบวนการ ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบันทึกการอ่าน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ ด้านคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๑ ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... .......................................................................................................... .............................................................................. ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ภาคผนวก
๑ เอกสารประกอบการสอน ประโยชน์ของการดื่มน้ำ ประโยชน์ของการดื่มน้ำ “น้ำ คือ หนึ่งในโภชนาการเพื่อสุขภาพ และรูปร่างที่ดี” อาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่น้ำจะเป็นสิ่ง สำคัญที่มีส่วนช่วยในการดูแลรูปลักษณ์แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะต้องดื่มน้ำเพราะความจำเป็น แต่ในความเป็นจริง น้ำ เป็น “อาหารอันวิเศษ” ที่ช่วยในการดูแลรูปลักษณ์และสุขภาพอย่างถาวร ทานน้ำเพื่อให้ไตทำงาน ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพหากเราทานน้ำไม่เพียงพอ เมื่อไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ตับก็จะเป็นตัวที่ต้องทำงานหนักขึ้น หน้าที่หลัก ของตับ ก็คือ ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายให้เกิดเป็นพลังงานแต่ตับต้องมาทำหน้าที่ของไต ทำให้มันไม่ สามารถทำหน้าที่หลักได้อย่างเต็มที่ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้น้อยลง และยิ่งเพิ่มการสะสมไขมันใน ร่างกายมากขึ้นเป็นสาเหตุให้การดูแลรูปลักษณ์หยุดชะงักลงนำมาซึ่ง โรคอ้วน กักน้ำด้วยน้ำ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นการรักษาของเหลวไว้ได้ดีที่สุด เมื่อร่างกายได้รับน้ำน้อยมันจะรับรู้ว่าจะต้องรักษาความอยู่ รอด ไว้โดยจะต้องรักษาน้ำไว้ทุกหยด ร่างกายจะกักเก็บน้ำไว้ในที่ว่างพิเศษในโพรงเล็กๆ (ภายนอกเซลล์) ซึ่งจะเห็นได้จาก อาการบวม ที่เท้า มือ และขา การขับปัสสาวะจะช่วยให้ดีขึ้นชั่วคราว และจะบังคับให้ร่างกายเกิดความรู้สึกว่าจะต้องมีน้ำเข้า มากักเก็บไว้พร้อมกับความต้องการสารอาหารที่สำคัญบางชนิด เมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพออาการที่เกิดขึ้นก็จะหายเป็นปกติ วิธีที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดน้ำในร่างกายก็คือ เราจะต้องดื่มน้ำในปริมาณมากเพื่อที่ร่างกายจะมีน้ำไว้ใช้ยามขาดแคลน หากคุณมีปัญหาร่างกายขาดน้ำอาจมาจากสาเหตุที่ร่างกายได้รับปริมาณเกลือมากเกินไป ร่างกายของเราจะสามารถรับ ปริมาณโซเดียมได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่การกำจัดปริมาณเกลือที่ทานเข้าไปเกินความต้องการนั้นสามารถทำได้ง่าย เพียงแต่ ดื่มน้ำให้มากขึ้นเท่านั้น เพราะน้ำจะช่วยให้ไตขับโซเดียมออกมา คนที่มีน้ำหนักมากร่างกายต้องการน้ำมากกว่าคนผอม คนตัว ใหญ่จะมีการเผาผลาญที่มากกว่า น้ำจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีน้ำหนักมาก เพราะน้ำเป็นตัวสำคัญที่ช่วยในการ เผาผลาญไขมัน น้ำช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเรามีความชุ่มชื้น และทำให้ผิวหนังไม่เหี่ยวย่น หลังจากการดูแลรูปลักษณ์เซลล์ ขนาดเล็กสามารถลอยตัวอยู่ได้ด้วยน้ำทำให้ผิวหนังดูเปล่งปลั่งและสดใสชุ่มชื้น น้ำช่วยกำจัดของเสียในระหว่างการดูแล รูปลักษณ์ร่างกายจะมีของเสียโดยเฉพาะไขมัน ที่ต้องกำจัดออก ซึ่งถ้าหากร่างกายมีน้ำเพียงพอก็สามารถกำจัดของเสีย เหล่านี้ออกมาได้มาก ดังนั้น เพื่อให้โปรแกรมโภชนาการ เพื่อสุขภาพทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพคุณจึงต้องดื่มน้ำให้ เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกายอย่างน้อยวันละ ๒½ ลิตร ที่มา : http://www.siamhealthtoday.com/บทความสุขภาพ/ประโยชน์ของการดื่มน้ำ
๑ ใบงานที่ ๕.๑ เรื่อง อ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ คำชี้แจง ให้นักเรียนสรุปสาระสำคัญในข้อมูลที่นักเรียนสนใจจากบทความประโยชน์ของการดื่มน้ำ กลุ่มละ ๑ ประเด็น
๑ ใบงานที่ ๕.๑ เรื่อง อ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ คำชี้แจง ให้นักเรียนสรุปสาระสำคัญในข้อมูลที่นักเรียนสนใจจากบทความประโยชน์ของการดื่มน้ำ กลุ่มละ ๑ ประเด็น เฉลย
๑ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) แบบบันทึกการอ่าน ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง นามปากกา สำนักพิมพ์ สถานที่พิมพ์ ปีที่พิมพ์ จำนวนหน้า ราคา บาท อ่านวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา ๑. สาระสำคัญของเรื่อง ๒. วิเคราะห์ข้อคิด/ประโยชน์ที่ได้จากเรื่องที่อ่าน ๓. สิ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๔. ข้อเสนอแนะของครู
๑ ลงชื่อ นักเรียน ลงชื่อ ผู้ปกครอง ( ) ( ) ลงชื่อ ครูผู้สอน ( ) เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานมีความสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๔ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย ให้ ๓ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม ๒ ความร่วมมือกันทำงาน ๓ การแสดงความคิดเห็น ๔ การรับฟังความคิดเห็น ๕ ความมีน้ำใจช่วยเหลือกัน รวม
๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบาย ความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ๑.๓ ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน
๑ ชุมชนและสังคม ๑.๔ เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้องความเป็นชาติไทย ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของ ศาสนาและเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน ๑.๖ เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่างที่ดีด้านความซื่อสัตย์ ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ ไม่ถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาใน การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบใน การทำงาน ปฏิบัติเป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ๔.๒ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๔.๓ สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด