๑ ทำใบงานที่ ๙.๒ แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ใบงาน ๙.๒ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ เกณฑ์ผ่านร้อยละ ๘๐ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความตั้งใจและ เอาใจใส่ใน การศึกษาใบ ความรู้และ ทำใบงาน แบบประเมิน คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ................................................................................................................ .................................................................................. ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
๑ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ................................................................................................................ ...................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
๑ ภาคผนวก แบบทดสอบก่อนเรียน คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านบทความที่กำหนดให้แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว การรักษากายและใจยามเจ็บป่วยด้วยกำลังใจของตนเอง เรื่องเจ็บป่วยเป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกคน น้อยคนนักที่ไม่เคยเจ็บป่วยเลย ก็นับว่าเป็นความโชคดีดังพระพุทธ องค์ตรัสไว้ว่า “อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” คำกล่าวนี้คงไม่มีใครซาบซึ้งใจในคำนี้เท่ากับตัว ของผู้ป่วยเอง เมื่อมีความเจ็บป่วยแล้วจะทำอย่างไรกับตัวเอง 1. ค 2. ข 3. ค 4. ง 5. ก 6. ข 7. ง 8. ก 9. ข 10. ก
๑ ชีวิตของคนเอาประกอบด้วยกายและจิต กายกับจิตผูกพันกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อกายป่วยจิตใจก็จะแปรปรวนเจ็บป่วย ไปด้วย จิตใจจะนึกคิดมากมาย สร้างจินตนาการต่าง ๆ นานา วิตกกังวลเกี่ยวกับโรค ญาติพี่น้อง เพื่อนร่วมงาน หน้าที่การ งานและอื่น ๆ มากมาย หากหยุดยั้งไม่ได้ก็จะทำให้อาการเจ็บป่วยเป็นมากขึ้น “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” คำกล่าวนี้บ่งบอกให้รู้ว่าจิตเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถควบคุมร่างกายได้ แม้ร่างกาย เจ็บป่วย ขอให้ป่วยเฉพาะร่างกาย จิตใจไม่ป่วยไปด้วย มีสติรับรู้ความเจ็บปวดของร่างกายอยู่ตลอดเวลา ไม่ฟุ้งซ่าน แปรปรวนไปตามสภาพของร่างกาย เมื่อจิตใจมีสติมั่นคง ร่างกายก็จะค่อย ๆ ลดความเจ็บปวดลง จากประสบการณ์ของผู้เขียน เมื่อป่วยหนักทำให้ได้ประสบการณ์พิเศษ ถือเป็นบททดสอบชีวิตที่สำคัญ ทำให้ได้ ข้อคิดสำคัญนำมาสอนใจตนเองได้เป็นอย่างดียิ่งว่า เมื่อความเจ็บป่วยมาเยือน ผู้ป่วยต้องยอมรับความเป็นจริงของความ เจ็บปวดร่างกายอยู่ตลอดเวลา เจ็บก็รู้ว่าเจ็บให้มีสติกำกับอยู่เสมอ ตามดูความรู้สึกของตนเองด้วยความอดทน อดกลั้น หาก รู้สึกเจ็บปวดมาก ใช้จิตสัมผัสกับส่วนของร่างกายที่รู้สึกเจ็บ อาจจะช่วยคลายความเจ็บปวดได้บ้างชั่วขณะหนึ่ง สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ผู้ป่วยต้องการกำลังใจ “กำลังใจจากใครหนอ ขอเป็นทานให้ฝันให้ใฝ่ ให้ชีวิตได้มีแรงใจ ให้ดวงใจลุกโชนความหวัง...”กำลังใจซึ่งหลายคนมักจะคิดว่ากำลังใจจากญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด จากมิตรผู้หวังดี จะเป็นสิ่ง สำคัญช่วยผลักดันให้ผู้ป่วยมีพลังในการต่อสู้ชีวิตต่อไป กำลังใจสำคัญที่สุดคือคือกำลังใจของตนเองที่จะเติมเต็มให้เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ให้ต่อสู้ชีวิตต่อไปอย่างมีความหวัง กำลังใจที่ประกอบด้วยความอดทน อดกลั้น ความพยายามต่อสู้กับความเจ็บปวดอย่างมีสติ รู้เท่าทันจิตของตนเองอยู่ ตลอดเวลา เจ็บก็รู้ว่าเจ็บ วุ่นวายก็รู้ว่าวุ่นวาย โกรธก็รู้ว่าโกรธ ฯลฯ จิตจะมีสติที่มั่นคง สังเกตให้ร่างกายปรับเปลี่ยน อิริยาบถเพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด เปลี่ยนจากการนอนเป็นการเดิน พินิจพิจารณารับรู้ถึงความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา อาการเจ็บป่วยหายไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อรู้สึกเจ็บปวดอีกก็เดินอีกเหมือนเดินจงกรม วันหนึ่ง ๆ เดินหลาย ๆ รอบ เมื่อรู้สึก ปวดก็เดิน เมื่อหายก็กลับไปนอน สลับกันครั้งแล้วครั้งเล่าจนจิตใจไม่ทุกข์ไปกับร่างกาย จิตใจพร้อมที่จะรักษาร่างกายให้ หายป่วยด้วยการรับประทานอาหารและยาได้ดี ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง มีกำลังและกลับไปอยู่ในสภาพปกติเหมือนไม่เคย เจ็บป่วยมาก่อน
๑ ๑. จากบทความนี้ กำลังใจที่สำคัญที่สุดที่ผู้เขียนกล่าวถึง คือกำลังใจจากบุคคลใด ? ก. กำลังใจจากคนรัก ข.กำลังใจจากเพื่อนร่วมงาน ค. กำลังใจจากพ่อแม่ ง. กำลังใจจากตนเอง ๒. “เรื่องเจ็บป่วยเป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกคน น้อย คนนักที่ไม่เคยป่วยเลย” จากข้อความข้างต้นนี้ หมายถึง อะไร ? ก. ความเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่เกิดคู่กับร่างกาย ข. ความเจ็บป่วยทำให้เกิดความทุกข์ ค. ไม่มีใครไม่เคยป่วย ง. เจ็บไข้ได้ป่วยทำให้ทุกข์ใจ ๓. “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” จากบทความข้างต้นมี ความหมายว่าอย่างไร ? ก. จิตเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมร่างกายให้ทำงานตามที่ ต้องการได้ ข. จิตทำหน้าที่เป็นเจ้านาย ส่วนกายทำหน้าที่เป็นเจ้าบ่าว ค. จิตเดินนำหน้า กายเดินตามหลัง ง. จิตเป็นผู้คิดให้กายกระทำ ๔. ข้อใดเป็นความจริง? ก. คนที่มีความมั่นใจในตนเองสูงย่อมให้กำลังใจตนเอง ได้ดีมาก ข. ความวิตกกังวลทำให้อาการเจ็บป่วยหนักขึ้น ค. คนโกรธง่ายย่อมฝึกการให้กำลังใจตนเองได้ดีที่สุด ง. ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ๕. จากเรื่องนี้นักเรียนคิดว่านักเรียนชายและนักเรียนหญิง หายโกรธได้อย่างไร ? ก. ด้วยการรู้จักทำใจให้มีความสุข ข. ด้วยการได้กำลังใจจากเพื่อน ค. ด้วยการรู้เท่าทันจิตของตนเอง ง. ด้วยการยอมรับความจริง ๖. “กำลังใจจากใครหนอ ขอเป็นทานให้ฝันให้ใฝ่ ให้ชีวิต ได้มีแรงใจ ให้ดวงใจลุกโชนความหวัง...” จากข้อความข้างต้น ผู้เขียนต้องการสื่อถึงอะไร ? ก. หากชีวิตมีกำลังใจ ชีวิตก็จะมีความหวัง ข. ขอเพียงมีกำลังใจจากใครสักคน ค. โปรดให้กำลังใจเป็นทาน ง. ชีวิตผ่านพ้นด้วยกำลังใจ ๗.ผู้เขียนเรื่องนี้มีจุดประสงค์อย่างไร ? ก. เพื่อชี้ให้เห็นประโยชน์ของการให้กำลังใจตนเองและ ปฏิบัติตตาม ข. เพื่อให้รู้เท่าทันความคิดของตนเอง ค. เพื่อให้มีความหวังในการรักษาโรคให้หาย ง. เพื่อให้ยอมรับความเป็นจริง ๘. จากเรื่องนี้ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึงเรื่องออะไร ? ก. อย่ายอมแพ้ความเจ็บป่วย ข. ก าลังใจจากตนเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ค. ขอก าลังใจจากใครสักคนที่หวังดี ง. ให้รักษาใจของตนเอง ๙. จากเรื่องนี้ข้อใดสรุปขั้นตอนของการปฏิบัติในการ รักษากายและใจยามเจ็บป่ วยได้ถูกต้อง ก. ยอมรับความจริง สร้างจินตนาการว่าหายป่วย ให้ก าลังใจตนเอง ข. ให้ก าลังใจตนเอง สร้างจินตนาการว่าหายป่วย มีสติ ค. มีสติ สร้างจินตนาการว่าหายป่วย ให้ก าลังใจ ตนเอง ง. ยอมรับความจริง มีสติ ให้ก าลังใจตนเอง ๑๐. “อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็ นลาภ อนั ประเสริฐ” ข้อความนี้ หมายถึงข้อใด ? ก. หากไม่มีโรคก็ไม่มีลาภ ข. ร่างกายไม่เจ็บป่วยท าให้ได้ลาภมาก ค. ร่างกายส าคัญกว่าทรัพย์สินเงินทอง ง. ทรัพย์สินหรือลาภยศใด ๆ ก็ไม่ส าคัญ เท่ากับการมีสุขภาพกายดี เฉลย ๑. ง ๒. ค ๓. ก ๔. ง ๕. ง ๖. ค ๗. ก ๘. ข ๙. ง ๑๐. ง แบบทดสอบหลังเรียน
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑ -๒ “ทุกครั้งที่อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ ก็เกิดปัญหากับภาษา ที่หนังสือพิมพ์ใช้ บางครั้งต้องตีความกันใหม่ ครั้นกับไปฟังข่าวทางโทรทัศน์ก็ยิ่งไม่แน่ใจ เพราะบางคำยาวบ้างสั้นบ้างจึงเกิดการอภิปรายขึ้น” ๑. ข้อความนี้ข้อใดเป็นปัญหาสำคัญ ? ก. หนังสือพิมพ์ใช้ภาษายากเกินไป ข. ผู้อ่าน ผู้ฟัง ทำให้เกิดการอภิปราย ค. ผู้ฟัง ผู้อ่านต้องตีความกับภาษาหนังสือพิมพ์ ง. โทรทัศน์กับหนังสือพิมพ์ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง ๒. ข้อความนี้จัดเป็นปัญหาประเภทใด ? ก. ปัญหาสังคม ข.ปัญหาเฉพาะบุคคล ค. ปัญหาเฉพาะกลุ่ม ง. ปัญหาชุมชน ๓. ข้อใดเข้าลักษณะวิธีคิดเชิงประเมินค่า ? ก. โฆษกโทรทัศน์ช่อง ๗ วิจารณ์ข่าวกีฬา ข. คณะกรรมการรวบรวมผลงานที่ส่งเข้าประกวด ทั้งหมด ค. รัฐบาลกำลังคิดหาสาเหตุที่ค่าเงินตกต่ำขณะนี้ ง. คณะกรรมการกำลังพิจารณาตัดสินหนังสือนวนิยาย ยอดเยี่ยม ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๔ -๖ (ก) การสกัดฤทธิ์ของตัวยาในสมุนไพร เพื่อนำมา ผลิตเป็นยารักษาโรค (ข) พวกเราลองมาหาวิธีการปลูกมะม่วงให้เจริญ และได้ผลสวยกันเถอะ (ค) นารีเขียนกลอนสุภาพองยพรวันเกิดให้เพื่อน (ง) คณะกรรมการพิจารณาวรรณกรรมซีไรท์ตัดสิน ให้ “ชักม้าชมเมือง”ของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นวรรณกรรมซีไรท์ (จ) มหาวิทยาลัยเป็นพียงปัจจัยหนึ่งในบรรดาปัจจัย ทั้งหลายของความเจริญ หากปัจจัยอื่น ๆ ไม่ พร้อมที่จะให้มหาวิทยาลัยเข้าไปร่วมสนับสนุน การมีมหาวิทยาลัยก็จะเป็นสิ่งที่มีราคาแพง เกินไปสำหรับประเทศยากจนอย่างประเทศไทย ๔. ข้อความใดใช้ระเบียบวิธีการคิดเชิงสังเคราะห์? ก. ข้อ (ก) และ (จ) ข. ข้อ (ข) และ (ค) ค. ข้อ (ก) และ (ค) ง. ข้อ (ค) และ (ง) ๕. ข้อความใดใช้ระเบียบวิธีการคิดเชิงประเมินค่า ? ก. ข้อ (ง) และ (จ) ข. ข้อ (ค) และ (ง) ค. ข้อ (ก) และ (ง) ง. ข้อ (ข) และ (จ) ๖. ข้อความใดใช้ระเบียบวิธีการคิดเชิงวิเคราะห์? ก. ข้อ (ก) ข. ข้อ (ข) ค. ข้อ ค ง. ข้อ (ง) ๗. ข้อใดใช้ระเบียบวิธีการคิดเชิงประเมินค่า ? ก. งมเข็มในมหาสมุทร ข.ไก่ได้พลอย ค. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ง. ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
๑ ๘. “สายชลกับเพื่อนตกลงกันว่าจะไปชมภาพยนตร์เรื่อง “บางระจัน” เพราะเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นภาพยนตร์ที่ มีคุณค่าให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์” ข้อความนี้แสดงถึงระเบียบวิธีคิดแบบใด ? ก. ประเมินค่า ข. วิเคราะห์และสังเคราะห์ ค. สังเคราะห์และประเมินค่า ง. วิเคราะห์และประเมินค่า ๙. ถ้านักเรียนจะวิเคราะห์เรื่อง ความงามในภาษา จาก เรื่องกาพย์เห่เรือ นักเรียนจะต้องมีความรู้เรื่องอะไรเป็น สำคัญ ? ก.ที่มาของเรื่องและสมัยที่แต่ง ข. ชื่อเรือ ปลา ต้นไม้ นก ค. ลักษณะของเนื้อหาของเรื่อง ง. ลักษณะของฉันทลักษณ์และศิลปะการประพันธ์ ๑๐. “ผลไม้นอกจากจะมีรสชาติอร่อยถูกใจแล้วยังมีสาร ที่ร่างกายต้องการล้วนแต่มีประโยชน์ เช่นแคลเซียม วิตามิน เด็ก ๆ จึงควรรับประทานผลไม้มากกว่าขนม หวาน” ข้อความนี้ใช้ระเบียบวิธีคิดแบบใด ? ก. วิเคราะห์และสังเคราะห์ ข. สังเคราะห์และประเมินค่า ค. วิเคราะห์และประเมินค่า ง. บรรยายและประเมินค่า เฉลย ๑. ค ๒. ข ๓. ง ๔. ค ๕. ก ๖. ข ๗. ง ๘. ง ๙. ง ๑๐. ค
๑ ใบความรู้ที่ ๙.๑ การอ่านเพื่อวิเคราะห์และประเมินค่า วิเคราะห์ คือแยกออกเป็นส่วน ๆ ในการอ่านเพื่อวิเคราะห์ ผู้อ่านต้องอ่านเอาเรื่องทั้งหมดแล้วแบ่งส่วนว่า ใคร ทำอะไร ที่ ไหน อย่างไร และขยายย่อยออกไปอีกว่า เป็นอะไร อย่างไร ทำไม มีเหตุผลอะไร มีความเป็นไปได้ สมจริงหรือไม่ เหมาะสมเพียงใด ประโยชน์ของการอ่านวิเคราะห์ ๑. จะเกิดการรู้ข้อมูลที่สูงขึ้น ๒. มีความเข้าใจและประทับใจในหนังสือที่อ่าน ๓. สามารถรู้ถึงความสำคัญหลักของเรื่อง ๔. สามารถเห็นคุณค่าความงดงามที่แฝงอยู่อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น แยกแยะข้อดี ข้อบกพร่องทั้งด้านศิลปะการเขียนและเนื้อเรื่อง ความคิดรวบยอดการอ่านเพื่อวิเคราะห์ กำหนดจุดมุ่งหมายว่าต้องการทราบแนวใด ฯ คุณสมบัติของผู้วิเคราะห์สาร ๑. เป็นผู้มีใจเป็นกลาง เที่ยงธรรม ๒. มีความรู้และประสบการณ์ในการอ่าน ๓. มีความเข้าใจในการจับใจความสำคัญหรือแก่นของเรื่อง สามารถวิเคราะห์ แยกแยะส่วนย่อยจากข้อความได้ถูกต้อง ๔. มีวิจารณญาณสามารถคาดคะเนหยั่งรู้แก่นหรือใจความสำคัญของเรื่องอย่างมีเหตุผลเหมาะสม ๕. มีความสามารถในการนำความรู้ที่ได้รับจากการอ่านรวมทั้งความเพลิดเพลิน คติธรรม คำสอนมาวิเคราะห์วิจารณ์อย่าง น่าฟังในการเสนอเรื่องโดยอาจมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมด้วย หลักการวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องที่อ่าน ๑. ผู้อ่านต้องทราบข้อมูลเรื่องที่อ่าน ดังนี้ ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง ประเภทของหนังสือ สำนักพิมพ์ ครั้งและปีที่พิมพ์ จำนวน หน้า ราคา แนวเรื่อง เรื่องย่อ เหมาะสำหรับวัยใด ๒. อ่านหนังสือให้ละเอียดตลดเรื่อง โดยหาความสำคัญหลัก (แก่น) และหาความสำคัญรองที่แฝงอยู่ในแต่ละบรรทัด
๑ ๓. ถ้ามีข้อความที่ไม่เข้าใจหรือมีความรู้ไม่เพียงพอก็ควรค้นคว้าเพิ่มเติม ๔. เรียงลำดับความสำคัญหลักและความสำคัญรองเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์ได้ไม่สับสน ๕. แยกข้อดี ข้อบกพร่องที่ปรากฏในเรื่องไว้ต่างหาก ๖. เปรียบเทียบผลงานของนักเขียนหนังสือแนวเดียวกัน ๗. การวิเคราะห์วิจารณ์ต้องยึดเหตุผลให้เหมาะสมและยกตัวอย่างประกอบ ๘. ผู้วิเคราะห์วิจารณ์ต้องคิดถึงเนื้อเรื่องเป็นสำคัญจะต้องไม่ยึดถือบุคคลที่แต่งหนังสือ การประเมินค่าสารที่อ่าน เป็นการสังเกตความคิดเห็นภายในตัวผู้อ่านเองซึ่งอาจจะต้องใช้แบบประเมินผลการอ่านเป็นข้อ ๆ ใหสามารถตอบคำถาม และอธิบายได้ เช่น ๑. ผู้อ่านได้รับความบันเทิง ความเพลิดเพลินจากเรื่องและถ้อบคำโวหารสุภาษิตอย่างไรบ้าง ๒. ผู้อ่านได้รับความรู้เพิ่มเติมทางด้านวิชาการ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครองรวมทั้ง ความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ อะไรบ้าง ๓. ผู้อ่านได้รับข้อคิด ปรัชญาในการดำรงชีวิต ผลของการทำความดีความชั่ว หรือความไม่แน่นอนในชีวิตอย่างไรบ้าง ๔. การประเมินคุณค่าสารคดีการประเมินคุณค่าสารคดีควรพิจารณาประเมินให้ครอบคลุม ๔ ประเด็นใหญ่ๆ ดังนี้ ๑. เนื้อหา มีเนื้อหาสะท้อนแนวคิดสร้างสรรค์ที่เป็นสากล และแนวคิดเฉพาะตน รวมทั้งพิจารณาความถูกต้อง ของเนื้อหาที่นำเสนอ มีการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ๒. วิธีการนำเสนอ พิจารณาชื่อเรื่องต้องมีความน่าสนใจ กระชับตรงประเด็น เปิดเรื่องอย่างมีศิลปะ ลำดับเรื่อง ชวนติดตาม ปิดเรื่องอย่างน่าประทับใจ กลวิธีในการนำเสนอเหมาะสมกับเนื้อหาและน้าสนใจ กลั่นกรองข้อมูลและ นำเสนอในรูปแบบที่เหมาะสมถูกต้อง นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้อ่านควรรู้และเกิดประโยชน์ต่อสังคม ไม่สอดแทรก ความคิดเห็นส่วนตัว
๑ ๓. การใช้ภาษา ใช้ภาษาถูกต้องชัดเจน การใช้สำนวนภาษามีพลังในการส่งสาร ใช้ภาษาที่สื่อความหมายได้ อย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งเลือกใช้ศัพท์เฉพาะหรือศัพท์บัญญัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับเรื่อง หากจำเป็นต้องใช้ ภาษาต่างประเทศควรมีการอธิบายให้ชัดเจนด้วย เพื่อให้ผู้อ่านซึ่งมีความรู้พื้นฐานแตกต่างกันเข้าใจเรื่องที่อ่านได้ ตรงกัน ๔. คุณค่าของสารคดี เป็นงานที่เรียบเรียงขึ้นจากเรื่องจริงที่ให้ทั้งความรู้ความคิด และสอดแทรกความบันเทิง ไว้ด้วย ช่วยเพิ่มพูนความรู้ความคิดให้กับผู้อ่าน รวมทั้งช่วยเปิดโลกทัศน์ของผู้อ่านให้กว้างไกล ทำให้เป็นคนที่มี ความรู้ที่ทันสมัยทันโลกตลอดเวลา ๕. การประเมินคุณค่างานกวีนิพนธ์ การประเมินคุณค่างานกวีนิพนธ์ควรประเมินให้ครอบคุลมทั้ง ๔ ประเด็นใหญ่ๆ ดังนี้ คือ ๑. เนื้อหา สะท้อนแนวคิดสร้างสรรค์ มีความเป็นสากล สะท้อนแนวคิดเฉพาะตน ๒. รูปแบบคำประพันธ์ พิจารณาจากการมีรูปแบบตามฉันทลักษณ์หรือประยุกต์จากฉันทลักษณะเดิมหรือมี รูปแบบที่คิดขึ้นเอง โดยรูปแบบนั้นมีความเหมาะสมกับเนื้อหา ๓. ความงามด้านการประพันธ์มีการเล่นเสียง การสรรคำ มีเสียงเสนาะ มีการใช้โวหารภาพพจน์อย่างมีชั้น เชิงและมีการเสนออย่างมีเอกภาพ ๔. คุณค่ากวีนิพนธ์ บทกวีก่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจ สร้างจินตนาการ ให้ข้อคิด ทำให้ตระหนักและเข้าใจ ชีวิตอย่างลุ่มลึก หรือเสนอแนวคิดแก่ผู้อ่านและมีโครงเรื่องจรรโลงสังคม หลักการประเมินค่างานเขียน ๑. ต้องรู้ประเภทของหนังสือหรืองานเขียนนั้นๆ ว่าเป็นงานเขียนประเภทใด เป็นร้อยแก้วหรือ ร้อยกรอง เป็นนวนิยาย เรื่องสั้น นิทาน บทละคร หรือบทสารคดีเพราะงานเขียนแต่ละประเภทมี วิธีการอ่าน การพิจารณาและการประเมินคุณค่าที่แตกต่างกัน ควรจับสาระสำคัญของเรื่องที่อ่านให้ได้
๑ ๒. อ่านอย่างถี่ถ้วน เพื่อการวิเคราะห์แยกแยะรายละเอียดของเรื่องที่อ่าน โดยพิจารณาความสัมพันธ์ของ โครงสร้างในส่วนต่างๆ ของเรื่อง เช่น เนื้อหา แนวคิด รูปแบบและกลวิธีใน การนำเสนอเรื่อง การใช้สำนวน ภาษา เป็นต้น ๓. ตีความ เป็นการทำความเข้าใจความหมายของคำและประโยคต่างๆ ที่ผู้เขียนอาจซ่อนความหมายแฝง ซึ่ง ไม่ได้สื่อความหมายตามรูปคำ ผู้อ่านต้องอ่านเรื่องราวทั้งหมดอย่างน้อย ๒ รอบ เพื่อสังเกตให้เห็นถึง ความเด่นที่ แปลกออกไปจากข้อความปกติซึ่งผู้อ่านจะต้องอาศัยความรู้ประสบการณ์และภูมิหลังของผู้อ่าน เพื่อค้นหาสารที่ ผู้อ่านต้องการสื่อถึงผู้อ่าน ๔. ประเมินคุณค่า เป็นการตัดสินหรือตีค่าสิ่งที่อ่าน ผู้อ่านจะต้องประเมินค่าเรื่องที่อ่าน ถึงความ น่าเชื่อถือ ความสมบูรณ์และความถูกต้องของการนำเสนอเรื่อง ซึ่งควรเป็นการตัดสินอย่างมีเหตุผลโดยใช้เกณฑ์ มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ เป็นเครื่องมือในการตัดสินประเมินคุณค่า แนวทางการประเมินคุณค่างานเขียน การประเมินคุณค่าเรื่องสั้น ควรประเมินครอบกลุ่ม ๔ ประเด็นคือ ๑. เนื้อหาและแนวคิด มีความเป็นสากลและมีลักษณะเฉพาะ ๒. กลวิธีในการนำเสนอเรื่อง พิจารณาองค์ประกอบดังนี้ ๒.๑ โครงเรื่อง ควรมีโครงเรื่องเดียว โครงเรื่องมีการสร้างปมปัญหาหรือความขัดแย้งและคลี่คลายปมปัญหา ได้อย่างน่าสนใจ ๒.๒ แก่นเรื่อง มีแก่นเรื่องเดียวและมีความชัดเจน ๒.๓ การดำเนินเรื่อง มีการเปิดเรื่องน่าสนใจ ดำเนินเรื่องตามปมปัญหาหรือความขัดแย้งอย่างชัดเจนน่า ติดตาม เสนอเหตุการณ์ในระยะรวบรัดและปิดเรื่องอย่าน่าประทับใจ อาจปิดเรื่องด้วยการคลายปมปัญหา หรือการ ทิ้งเรื่องไว้ให้ผู้อ่านนำไปขบคิดต่อ จะทำให้ผู้อ่านเกิดความประทับใจและจดจำเรื่องนั้นไว้ในใจ ๒.๔ ฉาก ต้องสอดคล้องกับเหตุการณ์ในเรื่อง ทำให้เข้าใจลักษณะนิสัย และอารมณ์ของตัวละครชัดเจน ขึ้น ก่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจ ช่วยสร้างจินตภาพของผู้อ่านที่มีต่อตัวละครได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ๒.๕ ตัวละคร ต้องสอดคล้องกับแนวเรื่อง ตัวละครมีการพัฒนานิสัยอย่างสมเหตุสมผลและมีบทบาทสัมพันธ์ กับเรื่อง ๒.๖ บทสนทนา ช่วยในการดำเนินเรื่อง บทสนทนาต้องสอดคล้องกับตัวละครและใช้ภาษาสอดคล้องกับเนื้อ เรื่อง
๑ ๗. การใช้ภาษา เหมาะสมกับลักษณะของเรื่องและภาษามีลีลาเฉพาะตัว ๔. คุณค่าของเรื่อง เนื้อเรื่องให้ความบันเทิง ให้ข้อคิดที่ทำให้ตระหนักและเข้าใจชีวิตอย่างลุ่มลึกหรือเสนอแง่คิดแก่ ผู้อ่าน รวมทั้งมีเนื้อเรื่องจรรโลงใจหรือสังคม ตัวอย่างการวิเคราะห์และประเมินค่าบทร้อยกรอง ผู้อ่านต้องถอดคำประพันธ์เป็นข้อความร้อยแก้วก่อน จึงวิเคราะห์และประเมินค่า เช่น บทดอกสร้อย “รำพึงในป่าช้า” วังเอ๋ยวังเอย หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยค่อยผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน ชาวนาเหนื่อยอ่อนต่างจรกลับ ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล
๑ และทิ้งตนตูเปลี่ยวอยู่เดียวดาย พระยาอุปกิตศิลปะสาร ๑)ตัวอย่างการวิเคราะห์สารที่อ่าน (๑) แสดงลักษณะคำประพันธ์ประเภทกลอนดอกสร้อย (๒) แสดงให้เห็นธรรมชาติตอนเย็นใกล้ค่ำของชนบท (๓) นำเสียงระฆังที่ดังจากวัดเรียกว่า “ย่ำค่ำ” บอกเวลาแทนนาฬิกา ซึ่งทางวัดจะตีกลองสลับกับเคาะระฆังเป็น จังหวะให้รู้ว่าใกล้ค่ำแล้ว (๔) แสดงลักษณะของการกลับบ้าน ทั้งวัวควายและชาวนาต่างเหน็ดเหนื่อยจากการทำนามาทั้งวันเดินกลับบ้าน อย่างอ่อนล้า (๕) เมื่อสิ้นแสงตะวัน ท้องทุ่งท้องนาก็มืดมัวและมืดสนิทอยู่เดียวดาย ๒) ตัวอย่างการประเมินค่าสารที่อ่าน ๑) ได้เห็นความหมุนเวียนเคลื่อนไหวของเวลาทำให้คนและสัตว์เคลื่อนไหวและมีการดำเนินชีวิตตามไปด้วย โดยเฉพาะให้เห็นชีวิตประจำวันของชาวนา ๒) ได้เห็นคุณค่าของชาวนาที่เรียกว่า “กระดูกสันหลังของชาติ” ที่ปลูกข้าวเลี้ยงคนไทยทั้งประเทศ และส่งไปขาย ต่างประเทศเพื่อนำเงินตราเข้ามาทำนุบำรุงประเทศชาติ คนไทยจึงควรยกย่องชาวนาของเรา ๓) ได้เห็นความอดทน ความเหนื่อยยากของชาวนาและวัวควายที่ช่วยทำนาซึ่งปัจจุบันมีการใช้รถไถแทน เกือบหมด เพาเวอร์พอยท์การอ่านเชิงวิเคราะห์
๑ เพาเวอร์พอยท์การอ่านวิเคราะห์และประเมินค่าวรรณกรรม
๑ ใบงานที่ ๙.๑ คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกบทเพลงที่ชอบและเขียนวิเคราะห์บทเพลงตามตัวอย่างที่เรียนมา (๑๐ คะแนน) บทวิเคราะห์เพลง……………………… ๑. จุดประสงค์ของเพลงนี้คือ................................................................................................... ......................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................ ๒. เพลงนี้มีเนื้อหาครบถ้วนหรือไม่................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ ๓. ใจความของบทเพลงนี้น่าเชื่อถือหรือไม่อย่างไร.......................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ ๔. เพลงนี้มีคุณค่าทางจิตใจ อารมณ์และสังคมอย่างไร.................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ ๕. เพลงนี้มีคุณค่าทางภาษาไทยอย่างไร.......................................................................................................................................... ๕.๑ ด้านหลักภาษาไทย.......................................................................................................... ..................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ ๕.๒ ด้านวรรณศิลป์............................................................................................................ ......................................................... ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................
๑ ............................................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................................ ใบงานที่ ๙.๒ คำชี้แจง อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้ววิเคราะห์และประเมินค่า เขียนด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัด (๑๐ คะแนน) บทกลอนสุภาพ เรื่อง “วารีดุริยางค์” เลิกความคิดขันแข่งปรุงแต่งจิต เลิกชีวิตวุ่นวายในทุกที่ เลิกเดือดร้อนดิ้นรนคนไยดี ไม่ต้องมีปรารถนาในอารมณ์ ฟังต้นไม้สายน้ำย้ำให้หยุด หยุดเสียทีเถิดมนุษย์หยุดสะสม หยุดปรุงแต่งแสร้งตามความนิยม สร้างสังคมโสโครกโลกจึงร้อน เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ๑. วิเคราะห์ (อย่างน้อย ๒ ข้อ ๕ คะแนน) ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... ๒. ประเมินค่า (อย่างน้อย ๒ ข้อ ๕ คะแนน)
๑ ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ นำเสนอเนื้อหาในผลงานได้ถูกต้อง ๒ การลำดับขั้นตอนของเนื้อเรื่อง ๓ การนำเสนอมีความน่าสนใจ ๔ การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม ๕ การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๔ คะแนน
๑ ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ ๓ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ กันทำกิจกรรม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ทำงาน การแก้ไข ปัญหา/หรือ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม ๒๐ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑
๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมาย ของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง
๑ ๑.๓ ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชนและสังคม ๑.๔ เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้องความเป็นชาติไทย ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของ ศาสนาและเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน ๑.๖ เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชม ในพระราชกรณียกิจพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่างที่ดีด้านความซื่อสัตย์ ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทาง ที่ไม่ถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ
กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน ปฏิบัติ เป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ๔.๒ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๔.๓ สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม ๕.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแล อย่างดี ๕.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ๕.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่นในการ ทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน
๑ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน หน่วยการเร ี ยนร ้ ท ู ี่๓ เจาะประเด็นในการฟังและดู (แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐-๑๒)
๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เจาะประเด็นในการฟังและดู ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา.............เรื่อง การฟังและดู ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๒ คาบ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ๘. ผลการเรียนรู้ ประเมินเรื่องที่ฟังและดู แล้วกำหนดแนวทางนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) อธิบายความหมายและแนวทางฝึกทักษะการฟังและดูอย่างมีประสิทธิภาพได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ฝึกmทักษะการฟังการดู ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีมารยาทในการฟังและดู ๓. สาระสำคัญ การฟังและการดูเป็นทักษะการรับสารจึงจำเป็นต้องเลือกฟังและดูสิ่งที่เกิดประโยชน์ และจะต้องทราบความหมาย ความสำคัญและแนวทางของการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู ๔. สาระการเรียนรู้ การประเมินเรื่องที่ฟังและดู เพื่อกำหนดแนวทางนำไปประยุกต์ใช้ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้)
๑ R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา
๑ คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) การฝึกทักษะการฟังและการดู ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : ๕E) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ๑. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องที่อยู่ในความสนใจในปัจจุบัน แล้วสุ่มเรียกนักเรียน ๔-๕ คน ออกมาแสดง ความคิดเห็นหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับแนวทางการฟังและดูอย่างมีประสิทธิภาพ ตามความเข้าใจของตนเอง ๒. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ๑ - ๒ คำถามกระตุ้นความคิด ๑. นักเรียนสามารถฝึกทักษะการฟังและการดูให้พัฒนาและมีประสิทธิภาพได้อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียนโดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๒. การประเมินค่าสิ่งที่ฟังและดูมีความสำคัญอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ๑. ครูให้นักเรียนรวมกลุ่ม ๔ คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง แนวทางฝึกทักษะการฟังและดูอย่างมีประสิทธิภาพ จากหนังสือเรียน ๓. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนมีแนวทางหรือวิธีการปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะการฟังและดูอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ๓.๑ นักเรียนร่วมกันอภิปรายแนวทางฝึกทักษะการฟังและดูอย่าง มีประสิทธิภาพ โดยแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกัน ภายในกลุ่ม เพื่อตรวจสอบความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกัน ๓.๒ นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกเรื่องฟังและดูในประเด็นที่สนใจ กลุ่มละ ๑ เรื่อง จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ เป็นต้น จากนั้นบันทึกข้อมูลลงในสมุด ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ ๔.๑ นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปสาระสำคัญจากเรื่องที่กลุ่มตนเองเลือก ลงใน ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง สรุปสาระจากเรื่องที่ฟังและดู
๑ ๔.๒ นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด • การฝึกทักษะการฟังและดูอย่างมีประสิทธิภาพ มีประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอใบงานที่ ๑.๑ หน้าชั้นเรียน โดยครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและ ตรวจสอบความถูกต้อง ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๖ ๑๐.๒ ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง สรุปสาระจากเรื่องที่ฟังและดู แหล่งเรียนรู้ • แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http://www.skoolbuz.com/library/content/๑๓๗๒ - http://shost.rmutp.ac.th/๐๗๕๓๕๐๓๐๕๐๙๘-๕/Fang.html - http://www.sopon.ac.th/sopon/thai/dand๒/Index/P๔N๑.htm - http://www.enfe.go.th/enfe_๒๕๔๘/thai/thai๐๓/thai๓๑๐๔๐.html ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ ๑.๑ ใบงานที่ ๑.๑ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะกระบวนการ - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล -สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม -แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล -แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ด้านคุณลักษณะ สังเกต แบบประเมิน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์
๑ อันพึงประสงค์ คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ................................................................................................................ ........................................................................ ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ................................................................................................................ ...................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช)
ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ภาคผนวก
๑ ใบงานที่ ๑๐.๑ เรื่อง สรุปสาระจากเรื่องที่ฟังและดู คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนสรุปสาระสำคัญจากเรื่องที่ฟังและดู ๑ เรื่อง ตามแนวทางการฝึกทักษะการฟังและดู อย่างมีประสิทธิภาพ
๑ เฉลยใบงานที่ ๑๐.๑ เรื่อง สรุปสาระจากเรื่องที่ฟังและดู คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนสรุปสาระสำคัญจากเรื่องที่ฟังและดู ๑ เรื่อง ตามแนวทางการฝึกทักษะการฟังและดู อย่างมีประสิทธิภาพ
๑ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ เนื้อหาละเอียดชัดเจน ๒ ความถูกต้องของเนื้อหา ๓ ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย ๔ ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ ๕ วิธีการนำเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
๑ ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๔ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ ๓ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ความมีวินัย ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ เสียสละ การรับฟัง ความคิดเห็น การแสดง ความคิดเห็น การตรงต่อ เวลา รวม ๒๐ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑
๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน
ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับฟัง คนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม ๒๐ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง
๑ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบาย ความหมายของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ๑.๓ ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชนและสังคม ๑.๔ เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้องความเป็นชาติไทย ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของ ศาสนาและเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน ๑.๖ เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่างที่ดีด้านความซื่อสัตย์ ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทาง ที่ไม่ถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลา ในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบ ในการทำงาน ปฏิบัติเป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ๔.๒ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๔.๓ สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล
๑ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม ๕.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี ๕.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ๕.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่น ในการทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เจาะประเด็นในการฟังและดู ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องการใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๔ คาบ .................................................................................................................................................................................... ๙. ผลการเรียนรู้ มีวิจารณญาณในการฟังและดู ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) อธิบายหลักการใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) วิเคราะห์กระบวนการฟัง การดู อย่างมีวิจารณญาณได้และมีหลักเกณฑ์ในการเลือกฟัง เลือกดูสื่อต่างๆ ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการวิเคราะห์ ๓. สาระสำคัญ ในสังคมปัจจุบันเราต้องรับสารต่างๆ มากมาย ผู้ฟังต้องมีวิจารณญาณในการฟัง การดู วิเคราะห์เรื่องที่ฟังที่ดูนั้นว่าเชื่อถือได้ หรือไม่ มีคุณค่าควรแก่การฟัง การดูหรือไม่ การฟังการดูอย่างมีวิจารณญาณจึงเป็นทักษะที่จำเป็นต้องฝึกฝน เพื่อเป็นประโยชน์ใน การรับสารในชีวิตประจำวัน ๔. สาระการเรียนรู้ การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดูโดยมีหลักเกณฑ์ในการฟัง และการดูสื่อต่าง ๆ ทำให้การสื่อสารเกิดประสิทธิผล ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด
๑ ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
๑ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ใบงานการใช้วิจารณญาณในการฟังและดู ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ ๑ - ๒ ๑. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๒. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ๓. กำหนดให้นักเรียนฟังข่าว ดูสื่อต่างๆ มาล่วงหน้า แล้วช่วยกันวิเคราะห์ประโยชน์แง่คิด ความน่าเชื่อถือของข่าวหรือสื่อ โดยร่วมกันอภิปรายกันในหัวข้อต่อไปนี้ ๓.๑ วันนี้นักเรียนฟังข่าว ดูสื่อเกี่ยวกับอะไรบ้าง และเล่าให้เพื่อนฟังคร่าวๆ ๓.๒ เพื่อนๆ ช่วยกันวิเคราะห์เรื่องที่ฟังที่ดูว่ามีประโยชน์อย่างไร และนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ๓.๓ เรื่องที่ฟังที่ดูได้แง่คิดอะไรบ้าง ๔. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความจำเป็นในการใช้วิจารณญาณในการฟัง การดูข่าวสารในชีวิตประจำวัน ๕. นักเรียนแบ่งกลุ่มล่วงหน้า กลุ่มละ ๓ คน โดยคละความสามารถเก่ง ปานกลาง อ่อน และกำหนดหมายเลขประจำตัว ๑, ๒ และ ๓ นักเรียนรวมกลุ่มกันเรียกว่า กลุ่มบ้าน ๖. ชี้แจงให้นักเรียนทราบว่าสมาชิกทุกคนมีความสำคัญสำหรับกลุ่มเท่าเทียมกัน ทุกคนจะต้องไปเข้ากลุ่มใหม่เพื่อเป็น กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ โดยทำหน้าที่ศึกษาความรู้ในใบความรู้ และทำกิจกรรมตามที่กำหนดให้ในใบงานจนมีความเข้าใจชัดเจนแล้ว กลับมาให้ความรู้เพื่อนกลุ่มบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มเดิมของตน ดังนั้นทุกคนจะต้องมีความรับผิดชอบในงานที่กำหนดให้ ๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มแยกย้ายไปรวมกลุ่มใหม่โดยผู้ที่มีหมายเลขเดียวกันไปรวมอยู่ด้วยกัน โดยให้แต่ละกลุ่มเลือกตั้ง ตัวแทนกลุ่มอ่านใบความรู้และใบงานให้สมาชิกฟัง ดังนี้ กลุ่มหมายเลข ๑ ศึกษาใบความรู้ที่ ๑๑.๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู และทำใบงานที่ ๑๑.๑ เรื่อง สารประเภทให้ความรู้ กลุ่มหมายเลข ๒ ศึกษาใบความรู้ที่ ๑๑.๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู และทำใบงานที่ ๑๑.๒ เรื่อง สารประเภทโน้มน้าวใจ กลุ่มหมายเลข ๓ ศึกษาใบความรู้ที่ ๑๑.๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู
๑ และทำใบงานที่ ๑๑.๓ เรื่อง สารประเภทจรรโลงใจ ๘. นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญกลับเข้ากลุ่มบ้านแล้วนำความรู้ที่ตนได้ศึกษามาผลัดกันอธิบายให้สมาชิกคนอื่นๆ ฟัง และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่เข้าใจได้ซักถามจนกระจ่าง ๙. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มตอบคำถามในใบงานที่ ๑๑.๑ - ๑๑.๓ ตามความเหมาะสม ๑๐. นักเรียนและครูสรุปความรู้ที่ได้คือ นักเรียนสามารถบอกได้ว่าเรื่องที่กำหนดให้เป็นสารประเภทใด คาบที่ ๓ ๑. นักเรียนอ่านข้อความแล้วตอบว่าเป็นสารประเภทใด เพื่อทบทวนความรู้เดิม ๑.๑ ธรรมะย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม ๑.๒ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นการคัดเลือกนักเรียนที่มีความสามารถจริงหรือ ๑.๓ นวนิยายเรื่อง อมตะ ๒. นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็น ความจำเป็นในการใช้วิจารณญาณในการ ฟังสารแต่ละประเภทว่าสารประเภทใดต้องใช้วิจารณญาณมากที่สุด ด้วยเหตุผลใด ๓. นักเรียนอ่านข้อความในใบความรู้ที่ ๑๑.๒ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟังสารและการดูสื่อ แล้วทำใบงานที่ ๑๑.๔ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟังสารและการดูสื่อ (กำหนดเรื่อง ๕ เรื่อง เวลาประมาณ ๑๕ - ๒๐ นาที) ๔. นักเรียนจับคู่กันตรวจสอบคำตอบในใบงานที่ ๑๑.๔ ว่าถูกต้องหรือไม่ หรือแก้ไขอย่างไร แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น ๕. ครูสุ่มนักเรียนแต่ละคู่ตอบคำถามในใบงานที่ ๑๙.๔ ตามความเหมาะสมกับเวลา ๖. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้ คือ นักเรียนสามารถบอกใจความสำคัญของเรื่องที่ฟัง วิเคราะห์เรื่องที่ฟังว่าเชื่อถือได้ หรือไม่ และมีคุณค่าในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร คาบที่ ๔ ๑. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน อ่านเรื่องที่กำหนดให้ในใบความรู้ที่ ๑๑.๓ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเลือกฟัง และดูสื่อต่างๆ แล้วทำใบงานที่ ๑๑.๕ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเลือกฟังและดูสื่อต่างๆ ๒. ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาอ่านคำตอบในใบงานที่ ๑๑.๕ หน้าชั้นเรียน โดยกำหนดให้เพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งตรวจสอบ ความถูกต้อง ๓. นักเรียนและครูสรุปความรู้ที่ได้คือ นักเรียนสามารถบอกประเภทของสิ่งที่ได้ฟัง สรุปใจความสำคัญของเรื่อง วิเคราะห์เรื่อง ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ เพียงไร และมีคุณค่าในด้านสาระประโยชน์และวรรณศิลป์อย่างไร ๔. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนโดยใช้ข้อสอบปรนัยจำนวน ๑๐ ข้อ ๕. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยและบันทึกคะแนน แล้วเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียน-หลังเรียน พิจารณาผลการพัฒนา ทักษะการฟัง การดูอย่างมีวิจารณญาณ ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑ ใบความรู้ที่ ๑๑.๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู ๑๐.๒ ใบความรู้ที่ ๑๑.๒ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟังสารและการดูสื่อ ๑๐.๓ ใบความรู้ที่ ๑๑.๓ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเลือกฟังและดูสื่อต่างๆ
๑๐.๔ ใบงานที่ ๑๑.๑ เรื่อง สารประเภทให้ความรู้ ๑๐.๕ ใบงานที่ ๑๑.๒ เรื่อง สารประเภทโน้มน้าวใจ ๑๐.๖ ใบงานที่ ๑๑.๓ เรื่อง สารประเภทจรรโลงใจ ๑๐.๗ ใบงานที่ ๑๑.๔ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟังสารและการดูสื่อ ๑๐.๘ ใบงานที่ ๑๑.๕ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเลือกฟังและดูสื่อต่างๆ แหล่งเรียนรู้ ห้องสมุด ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ศึกษาใบความรู้ ใบความรู้ มีความรู้ความเข้าใจร้อยละ ๙๐ ด้านทักษะกระบวนการ ทำใบงาน ใบงาน เกณฑ์ผ่านร้อยละ ๘๐ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สังเกตการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ................................................................................................................ ...................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๑ ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ
๑ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ ๑๓.๓.๑ นักเรียนฟังข่าวหรือดูสื่อแล้วสรุปใจความสำคัญ วิเคราะห์ข่าวว่าควรเชื่อถือหรือไม่ และมีคุณค่าที่จะ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร ๑๓.๓.๒ นักเรียนนำบทวิเคราะห์ข่าวมาจัดป้ายนิเทศหน้าห้องภาคภาษาไทย หมุนเวียนสัปดาห์ละ ๑ ห้องเรียน และประกวดป้ายนิเทศว่าห้องเรียนใดจัดได้น่าสนใจที่สุด ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ภาคผนวก
๑ ใบความรู้ที่ ๑๑.๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู ในการฟังการดู ผู้รับสารควรแยกแยะสารที่ได้รับว่าเป็นสารประเภทใด เพื่อประกอบในการตัดสินใจ ซึ่งสามารถแบ่งสารได้ เป็น ๓ ประเภท คือ ๑. สารประเภทให้ความรู้ สารประเภทให้ความรู้มีประโยชน์ทำให้ผู้ฟัง หรือผู้ดู มีความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่ได้ฟัง หรือดูได้กระจ่าง ชัดเจน และยังเป็นแนวให้เกิดการริเริ่มสร้างสรรค์ได้ เช่น ❑ ความรู้ด้านการเมือง ❑ ความรู้ด้านเศรษฐกิจ ❑ ความรู้ด้านการศึกษา ❑ ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ฯลฯ ๒. สารประเภทโน้มน้าวใจ สารประเภทโน้มน้าวใจเป็นสารที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อโน้มน้าวให้ผู้ฟัง ผู้ดูปฏิบัติตามในสิ่งที่ผู้พูดผู้สื่อสารต้องการ อาจ เป็นไปในทาง “วัฒนะ” หรือ “หายนะ” ได้ สารประเภทนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการฟังการดูอย่างรอบคอบ เช่น ❑ โน้มน้าวใจให้รักชาติบ้านเมือง ❑ โน้มน้าวใจให้รักษาสาธารณสมบัติ ❑ โน้มน้าวใจให้ซื้อสินค้า ❑ โน้มน้าวใจให้มีอารมณ์สะเทือนใจ ❑ โน้มน้าวใจให้รักความก้าวหน้าในชีวิต ฯลฯ ๓. สารประเภทจรรโลงใจ สารประเภทนี้เป็นสารที่ได้รับฟัง หรือดูแล้วรู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียด เกิดจินตนาการ เกิดความซาบซึ้งและ ได้รับความสุขใจ อาจช่วยยกระดับจิตใจของมนุษย์ให้สูงขึ้น เช่น ❑ บทเพลง ❑ คำประพันธ์ ❑ โอวาท ❑ พระธรรมเทศนา ฯลฯ
๑ ใบความรู้ที่ ๑๑.๒ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟังสารและดูสื่อ ในสังคมยุคข้อมูลข่าวสาร เราสามารถรับฟังข่าวสารต่างๆ ได้มากมายจากหลายแหล่งที่มาของสื่อต่างๆ การฟัง การดูจึง เป็นทักษะที่ใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน และเป็นทักษะที่สำคัญ การฟัง การดู ไม่ใช่เพียงการได้ยินหรือการมองเห็น แต่การฟัง การดูจะต้องประกอบด้วยความตั้งใจ ความคิด สติปัญญา ประการสำคัญจะต้องรู้จักใช้วิจารณญาณในการฟังการดูก็เป็น ทักษะที่จำเป็นจะต้องใช้ความรอบคอบ การฟัง การดูอย่างมีวิจารณญาณประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ได้ฟัง + ได้ดู รับรู้ เข้าใจ วิเคราะห์ ใคร่ครวญ วินิจฉัย ประเมินค่า ใช้ประโยชน์ การฟัง การดูอย่างมีวิจารญาณ การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดูทั้งสารให้ความรู้ สารโน้มน้าวใจ และสารจรรโลงใจ มีลักษณะดังนี้ ๑. บอกประเภทของสิ่งที่ฟังที่ดูได้ ๒. บอกใจความสำคัญของเรื่องที่ฟัง และความสำคัญของสารที่ดูได้ ๓. วิเคราะห์เรื่องที่ฟังที่ดูว่าเชื่อถือได้หรือไม่ เพียงใด ๔. วิเคราะห์คุณค่าของเรื่องที่ฟัง ที่ดูในด้านสาระประโยชน์และวรรณศิลป์ได้