๑ คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม ๕.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี ๕.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ๕.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่น ในการทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ประเมินคุณค่า การสังเคราะห์และการวิเคราะห์ ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๔ คาบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบายหลักและวิธีการพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหาได้ ๒. พิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหาได้ ๓. พิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหาของโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหาได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ฝึกวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการวิเคราะห์ ๓. สาระสำคัญ วรรณคดีจัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติเปรียบเสมือนแหล่งบันทึกข้อมูลทางสังคมที่สะท้อนให้เห็นประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยม ความคิด ความเชื่อที่สืบทอดต่อๆ กันมาของบุคคลแต่ละยุค แต่ละสมัย การอ่านพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหาเป็นการ อ่านพิจารณารายละเอียดของเรื่อง ตั้งแต่รูปแบบการเขียน โครงเรื่อง กลวิธีการนำเสนอ การใช้ถ้อยคำสำนวน และที่สำคัญสารที่ ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึงผู้อ่าน เพื่อที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๔. สาระการเรียนรู้ แนวทางการพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา วรรณคดีเพื่อการพิจารณาคุณค่าด้านเนื้อหา : โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม
๑ C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)…………………….
๑ อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ผลงานการวิเคราะห์วรรณคดีด้านเนื้อหา ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ ๑ - ๒ ๑. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๒. ครูนำสนทนาเกี่ยวกับประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิตว่า มีทั้งเรื่องที่ประทับใจและเรื่องที่ทำให้เสียใจ แล้วถาม นักเรียนว่า ใครมีประสบการณ์ที่ประทับใจบ้างและสุ่มนักเรียนออกมาเล่าประสบการณ์หน้าชั้น ๒-๓ คน ๓. ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการจากหนังสือเรียนสาระพื้นฐานภาษาไทย ม.๓ ๔. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ ๖.๑ และทำใบงานที่ ๖.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา ๕. นักเรียนและครูร่วมกันเฉลยใบงานที่ ๖.๑ ๖. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้รับได้ว่า หลักและวิธีการพิจารณาคุณค่าวรรณคดี ด้านเนื้อหา คาบที่ ๓ - ๔ ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่เคยทำในอดีต ที่ไม่ควรทำเพราะเป็นเหตุให้เกิดความรู้สึกเสียใจ ที่ทำไปแล้ว ๒. นักเรียนแบ่งเป็น ๑๐ กลุ่ม กลุ่มละเท่าๆ กัน คละความสามารถ ส่งตัวแทนกลุ่มจับสลากหัว ข้อเรื่องในโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ กลุ่มละ ๑ หัวข้อ แสดงบทบาทสมมติให้เห็นถึงกิจที่ทำแล้วไม่เกิดความเสียใจ ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ เพราะทำความดีทั่วไป กลุ่มที่ ๒ เพราะไม่ได้พูดร้ายต่อใครเลย กลุ่มที่ ๓ เพราะถามฟังความก่อนตัดสิน กลุ่มที่ ๔ เพราะคิดเสียก่อนจึงพูด กลุ่มที่ ๕ เพราะงดพูดในเวลาโกรธ กลุ่มที่ ๖ เพราะได้กรุณาต่อคนที่ถึงอับจน กลุ่มที่ ๗ เพราะขอโทษบรรดาที่ได้ผิด กลุ่มที่ ๘ เพราะอดกลั้นต่อผู้อื่น กลุ่มที่ ๙ เพราะไม่ฟังคำคนเพศนิทาน
๑ กลุ่มที่ ๑๐ เพราะไม่หลงเชื่อข่าวร้าย ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มประชุมระดมความคิด กำหนดเรื่องสั้นๆ ที่จะแสดงบทบาทสมมติให้ตรงกับแนวคิดที่จับสลากได้ ๔. กำหนดให้นักเรียนแยกเป็นกลุ่มฝึกซ้อมบทบาทสมมติ ๑๐ นาที โดยไม่ส่งเสียงดังรบกวน กลุ่มอื่นๆ ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มแสดงบทบาทสมมติหน้าชั้นเรียนกลุ่มละ ๓ นาที ๖. นักเรียนและครูร่วมกันชื่นชมผลงานของนักเรียนแต่ละกลุ่ม ๗. นักเรียนและครูสรุปคุณค่าด้านเนื้อหาที่ได้รับจากโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ๘. ให้นักเรียนทำใบงานที่ ๖.๑ เรื่อง นิทานสอนใจ ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ ใบความรู้ที่ ๖.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา ๑๐.๑.๒ ใบความรู้ที่ ๖.๒ เรื่อง โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ ๑๐.๑.๓ ใบงานที่ ๖.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา ๑๐.๑.๔ ใบงานที่ ๖.๒ เรื่อง นิทานสอนใจ ๑๐.๒ แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๒.๑. ห้องสมุด ๑๐.๒.๒ ห้องเรียนออนไลน์ (E-learning) และใน Google classroom https://class.rachinuthit.ac.th/class/course/view.php?id=24 https://classroom.google.com/u/0/h ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ -ศึกษาใบความรู้ที่ ๖.๑ -ศึกษาใบความรู้ที่ ๖.๒ แบบสังเกต มีความรู้ความเข้าใจ ร้อยละ ๙๐ ด้านทักษะกระบวนการ -ทำใบงานที่ ๖.๑ -ทำใบงานที่ ๖.๒ -แสดงบทบาทสมมุติ ใบงาน ๖.๑ ใบงาน ๖.๒ แบบประเมิน การแสดงบทบาทสมมุติ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐
๑ ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ มีความเอาใจใส่ ในการเรียน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. .............................................................................. ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
............................................................................................................................. .............................................................................. ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ภาคผนวก
๑ ใบความรู้ที่ ๖.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา แนวทางการพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้าน เนื้อหา คุณค่าด้านเนื้อหา หลักเกณฑ์การพิจารณา หนังสือ รูปแบบการเขียนบท ร้อยกรอง การพิจารณาเนื้อหา ที่ให้คุณประโยชน์ ลักษณะบังคับ ความเหมาะสม เนื้อหาสาระ ที่ให้แนวคิด กลวิธีการเขียน แนวคิด ลึกซึ้งคมคาย แนวคิด แปลกใหม่ แนวคิด ที่เป็นประโยชน์ การวางโครงเรื่อง และด าเนินเรื่อง การตั้งชื่อเรื่อง การใช้ค า และส านวนโวหาร การสร้างบรรยากาศ และส ะท้อนความ รู้สึก
๑ ใบความรู้ที่ ๖.๒ เรื่อง โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ
๑ ใบงานที่ ๖.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านโคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ โดยใส่เครื่องหมายถูก หน้าข้อความที่ถูกต้อง และใส่เครื่องหมายกากบาท หน้าข้อความที่ผิด ..................... ๑. โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการเป็นวรรณคดีประเภทคำสอน ..................... ๒. ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นิยมแต่งโคลงสี่สุภาพและกลอนสุภาพ ..................... ๓. โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์เป็นพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕ ..................... ๔. ไขษย แปลว่า ความพยายาม ความตั้งใจจริง ความถือตัว ..................... ๕. จานเจือ แปลว่า เผื่อแผ่ อุดหนุน ..................... ๖. โคลงสุภาษิตบทที่ ๔ มีความหมายตรงกับสำนวนว่า ฟังหูไว้หู กระต่ายตื่นตูม ..................... ๗. ห่อน ไป่ บ้าย บ่ ประจุบัน จัดเป็นคำภาษาโบราณ ..................... ๘. “พูดแล้ว ดีเรา เสียเขา” ควรพูดอย่างยิ่ง ..................... ๙. “พูดแล้ว ดีทั้งเราและเขา” ควรพูดอย่างยิ่ง ..................... ๑๐. โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการนี้ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเพื่อให้โอวาทแก่พระราชโอรส ..................... ๑๑. ฆราวาสธรรม ๔ เป็นธรรมที่ส่งเสริมให้การอยู่ร่วมกันสงบสุข ..................... ๑๒. ปิยวาจา คือ การพูดที่ไพเราะอ่อนหวาน พูดดีมีความจริงใจ ..................... ๑๓. เด็ดด้วน หมายถึง ห้วน, สั้น, ทำให้สั้น ..................... ๑๔. ควรทำความดีกับบุคคลทั่วไป ตรงกับโคลงบทที่ ๑ ..................... ๑๕. ควรพูดด้วยความรู้จักผิดและถูก ตรงกับโคลงบทที่ ๔ ..................... ๑๖. บัณฑิต ทศ อาฆาต ขันตีกาล จัดเป็นคำบาลีสันสกฤต ..................... ๑๗. เพราะไม่ฟังคำคนพูดเพศนิทาน หมายถึง การไม่เชื่อข่าวลือ ข่าวร้าย ..................... ๑๘. โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการอยู่ในยุคเดียวกับสุภาษิตพระร่วง
๑ ใบงานที่ ๖.๒ เรื่อง นิทานสอนใจ คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านนิทานเรื่องต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามให้ถูกต้อง ๑. นักเรียนควรตั้งชื่อนี้ว่าอะไร ? ............................................................................................................................. ........................ ๒. แนวคิดที่ผู้เขียนสื่อสารให้แก่ผู้ฟังคืออะไร ? ............................................................................................................................. ........................ ๓. แนวคิดที่ผู้เขียนสื่อสารให้แก่ผู้ฟังเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร ? ............................................................................................................................. ........................ ๔. ลักษณะการนำเสนอเป็นงานเขียนประเภทใด ? ..................................................................................................................................................... ๕. ลักษณะการใช้ถ้อยคำภาษาในการเขียนเป็นอย่างไร ? ............................................................................................... ...................................................... มีนก ๒ ตัวพี่น้อง อาศัยอยู่ในป่ าแห่งหนึ่งกับพ่อนกในป่ าอาหารการกินอัตคัด เพราะ นกมีจ านวนมาก กลางแม่น ้าไกลออกไป มีเกาะอยู่เกาะหนึ่งมีอาหารอุดมสมบูรณ์ แต่มนุษย์ ที่นั่นใจร้าย ชอบจับนกเป็นอาหาร พ่อนกจึงสอนลูกนกทั้งสองว่า ที่เกาะนั้นพ่อเคยไปมาแล้ว อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ดีหรอก แต่ต้องระวังตัว มิฉะนั้นจะถูกมนุษย์จับเป็นอาหาร ลูก นกทั้งสองได้ฟังก็อยากไปหากินที่เกาะนั้น รุ่งเช้านกตัวพี่ตัดสินใจบินไปที่กลางเกาะ แต่นก ตัวน้องคิดถึงค าเตือนของพ่อขึ้นมาจึงไม่กล้าไป นกตัวพี่ได้กินอาหารอิ่มหน าส าราญดี จนลืม นึกถึงค าเตือนของพ่อ มัวหากินเพลินจนค ่า เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบกลับ ขณะบินกลับรังบังเอิญมี พายุฝน ท าให้บินได้ช้าและหมดก าลัง ในที่สุดนกตัวพี่ก็กลายเป็นอาหารอันโอชะของมนุษย์ ที่แอบติดตามอยู่ ส่วนนกผู้น้องไม่ได้ไปหากินที่เกาะจึงปลอดภัย
๑ ใบงานที่ ๖.๓ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านใบความรู้ที่ ๖.๑เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา และใบความรู้ ๖.๒ เรื่อง โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ แล้วช่วยกันวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา ..................... ๑. .................... ๗. .................... ๑๓. ..................... ๒. .................... ๘. .................... ๑๔. ..................... ๓. .................... ๙. .................... ๑๕. ..................... ๔. .................... ๑๐. .................... ๑๖. ..................... ๕. .................... ๑๑. .................... ๑๗. ..................... ๖. .................... ๑๒. .................... ๑๘. เรื่อง นิทานสอนใจ ๑. ไม่เชื่อฟัง, ตามใจปาก, ลืมตัว ๒. การอยู่ร่วมกันในสถาบันครอบครัว ลูกต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ๓. ถ้าสถาบันครอบครัวเข้มแข็ง สังคมหรือประเทศชาติก็จะมั่นคงเข้มแข็งตามไปด้วย ๔. นิทาน ๕. ใช้ถ้อยคำภาษาง่าย กะทัดรัด ฟังแล้วเข้าใจได้ดี อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ใบงานที่๖.๑ ใบงานที่๖.๒ เฉลย ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ใบงานที่๖.๓
๑ แบบสังเกตพฤติกรรมการศึกษาใบความรู้ คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุลของ ผู้รับการประเมิน ความมีวินัย เอาเอาใจใส่ รวม ๘ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน
๑ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๗ - ๘ ดีมาก ๕ - ๖ ดี ๓ - ๔ พอใช้ ต่ำกว่า ๓ ปรับปรุง แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมุติ คำชี้แจง : ผู้สอน ประเมินการแสดงบทบาทสมมุติของนักเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ กันทำกิจกรรม การแสดง ความคิดเห็น ความมั่นใจ ความสมจริง ของบทบาท การแก้ไข ปัญหา/หรือ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม ๒๑ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน
๑ ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๑ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๑ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๑ ปรับปรุง แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมาย ของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ๑.๓ ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชนและสังคม ๑.๔ เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้องความเป็นชาติไทย ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของ ศาสนาและเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน ๑.๖ เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ สถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจพระปรีชาสามารถของ พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์
๑ ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตามสัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่างที่ดีด้านความซื่อสัตย์ ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ ถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลา ในการปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน ปฏิบัติเป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ๔.๒ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๔.๓ สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม ๕.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษา ดูแลอย่างดี ๕.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ๕.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน
๑ ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่น ในการทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชนเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ ประเมินคุณค่า การสังเคราะห์และการวิเคราะห์ ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องการวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านสังคม ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๒ คาบ ............................................................................................................................................................................................... ๔. ผลการเรียนรู้
๑ อธิบายหลักและวิธีการพิจารณาคุณค่าวรรณคดีและวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านสังคมได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านสังคมได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ฝึกวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านสังคม ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการวิเคราะห์ ๓. สาระสำคัญ เรื่องราวในวรรณคดีมักสะท้อนให้เห็นเกี่ยวกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ความคิดความเชื่อของคนในยุคสมัย ที่ประพันธ์วรรณคดีเรื่องนั้นๆ ๔. สาระการเรียนรู้ การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านสังคม ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ)
๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ผลการวิเคราะห์วรรณคดีคุณค่าด้านสังคม ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ ๑ - ๒ ๑. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๒. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ๓. ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ ๗.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านสังคมแล้วช่วยกันสรุปการพิจารณาคุณค่า วรรณคดีด้านสังคม ครูอธิบายเพิ่มเติม
๑ ๔. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๓ กลุ่มเท่าๆ กัน คละความสามารถ ตัวแทนกลุ่มจับสลากชื่อเรื่อง วรรณคดี ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ เสภาขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา กลุ่มที่ ๒ สามก๊ก ตอนกวนอูไปรับราชการกับโจโฉ กลุ่มที่ ๓ สามัคคีเภทคำฉันท์ ๕. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเข้าห้องสมุดเพื่อทำใบงานที่ ๖.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านสังคมตามที่ กลุ่มตนจับสลากได้ ๖. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอหน้าชั้นเรียน นักเรียนกลุ่มอื่นๆ ร่วมกันซักถามและแสดงความคิดเห็น ครูติชมและอธิบายเพิ่มเติม ๗. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านสังคม ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ หนังสือเรียนภาษาไทย ม.๖ ๑๐.๑.๒ ใบความรู้ที่ ๖.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านสังคม ๑๐.๑.๓ ใบงานที่ ๖.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านสังคม ๑๐.๑.๔ ห้องสมุด ๑๐.๒ แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๒.๑. ห้องสมุด ๑๐.๒.๒ ห้องเรียนออนไลน์ (E-learning) และใน Google classroom https://class.rachinuthit.ac.th/class/course/view.php?id=24 https://classroom.google.com/u/0/h ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ศึกษาใบความรู้ที่ ๖.๑ ใบความรู้ที่ ๖.๑ ร้อยละ ๖๐ ด้านทักษะกระบวนการ ตรวจผลการปฏิบัติ กิจกรรมในใบงานที่ ๖.๑ ใบงานที่ ๖.๑ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ความเอาใจใส่ต่อ การศึกษาใบความรู้ สังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ระดับ ๒
และการทำใบงาน ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ..................................................................................................................... ...................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๑ ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................................................... ........ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ
๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ภาคผนวก
๑ ใบความรู้ที่ ๖.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านสังคม การอ่านวรรณคดีเพื่อพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านสังคม เป็นการอ่านที่ต้องใช้กระบวนการวิเคราะห์โดยเฉพาะเรื่องที่มีตัว ละครหลากหลาย พฤติกรรมของตัวละคร วิธีคิด คำพูดซึ่งจะทำให้เห็นความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์ นอกเหนือจากนั้นยังต้อง วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของทุกๆส่วน ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ได้แก่ สภาพความเป็นอยู่ วิถีชีวิต การแต่งกาย ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อ ค่านิยม และจริยธรรมของคนในสังคม วรรณคดีทุกเรื่องย่อมได้รับอิทธิพลของสังคมไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้น วรรณคดีในยุคนั้นๆ ย่อมจะสะท้อนให้เห็นสภาพสังคมในยุคนั้นๆ ด้วย เรื่อง เสภาขุนช้างขุนแผน ตอน พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม เนือ้เรื่องย่อ ในแผ่นดินสมเด็จพระพันวษาแห่งกรุงศรีอยุธยา มีครอบครัวขุนนาง ๓ ครอบครัว ครอบครัวแรก คือ ขุนไกรพลพ่ายและนางทองประศรี มีลูกชายชื่อพลายแก้ว ครอบครัวที่สอง คือ ขุนศรีวิชัยและนางเทพทองมีลูก ชายชื่อขุนช้าง ครอบครัวที่สาม คือ พันศรโยธาและนางศรีประจันมีลูกสาวชื่อนางพิมพิลาไลย เมื่อครั้งเป็นเด็กทั้ง สามเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมาก คราวหนึ่งพลายแก้วออกความคิดเล่นกันในหมู่เด็กๆ ให้ขุนช้างกับพิมพิลาไลย เล่นเป็นผัวเมียกัน พลายแก้วเป็นคนไปชิงเอาตัวพิมพิลาไลยไป ต่อมาครอบครัวของขุนไกรพลพ่ายประสบเคราะห์ ร้าย ตัวขุนไกรพลพ่ายต้องพระราชอาญาถึงประหาร เนื่องจากไปฆ่าควายป่ าต่อหน้าที่นั่ง นางทองประศรีพาพลาย แก้วหนีราชภัยไปอยู่กาญจนบุรี เมื่อโตขึ้นก็น าไปฝากให้เรียนกับหลวงตาคง วัดแค จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วได้บวช เป็นสามเณรเรียนเวทมนตร์คาถาจนเก่ง และเทศน์มหาชาติได้ไพเราะ โดยเฉพาะกัณฑ์มัทรีเป็นที่จับใจพิมพิลาไลย เจ้าของกัณฑ์ยิ่งนัก ความรักฉันเพื่อนของพลายแก้วและพิมพิลาไลยก็กลายเป็นความรักฉันหนุ่มสาว พลายแก้วจึง ให้นางทองประศรีไปสู่ขอพิมพิลาไลยจากนางศรีประจัน เมื่อตกลงยกให้แล้วต่างฝ่ายก็จัดเตรียมพิธีแต่งงาน เรื่อง จบตอนที่นางศรีประจันสั่งสอนนางพิมพิลาไลยถึงหลักการครองเรือนก่อนที่จะพานางพิมพิลาไลยไปส่งที่เรือนหอซึ่ง พลายแก้วคอยอยู่
๑ ตัวอย่างแบบบันทึกการพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านสังคม วรรณคดีที่พิจารณา เรื่อง .............................................................................................. ๑. ผู้แต่ง............................................................................................................................. .............. ๒. ลักษณะคำประพันธ์.................................................................................................................... ๓. ที่มาของเรื่อง............................................................................................................................. .. .................................................................................................................................................... ๔. จุดประสงค์ในการแต่ง................................................................................................................ ๕. คุณค่าด้านสังคมที่ปรากฏ ได้แก่ ............................................................................................................................. ....................... ................................................................................................... ................................................. ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... ............................................................................................................................. ....................... เรื่องเดิมเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาสมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จ พระพันวษา เสภาขุนช้างขุนแผน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กลอนเสภา ➢ ความนิยมในการรับราชการ ซึ่งจะเห็นได้จากการรับราชการของขุนไกรพลพ่าย ขุนศรีวิชัย พันศรโยธา ต่างก็เป็นขุนนางรับราชการทั้งสามคน ➢ ความนิยมทางสังคมในด้านการศึกษา จะเห็นได้จากการบวชเรียนของพลาย แก้ว ในสมัยนั้นลูกผู้ชายต้องบวชเรียน ➢ คุณสมบัติของผู้ชายและผู้หญิง ผู้ชายต้องเคยบวชเรียนเขียนอ่าน ขยันท าการงาน ผู้หญิงต้องเป็นงานบ้านงานเรือน ➢ ประเพณีการสู่ขอ การแต่งงาน ซึ่งจะเห็นได้จากพิธีสู่ขอนางพิมให้แก่พลายแก้ว เพื่อใช้ในการขับเสภา
๑ ใบงานที่ ๖.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านสังคม คำชี้แจง ให้นักเรียนพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านสังคมลงในแบบบันทึกด้านล่างนี้ (เฉลยตามความคิดเห็นของนักเรียน และอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) วรรณคดีที่พิจารณา เรื่อง ................................................................................................................................... ๑. ผู้แต่ง............................................................................................................................. .......................... ๒. ลักษณะคำประพันธ์............................................................................................................................. ... ๓. ที่มาของเรื่อง............................................................................................................................. .............. ............................................................................................................................. ................................... ๔. จุดประสงค์ในการแต่ง............................................................................................................................. ๕. คุณค่าด้านสังคมที่ปรากฏ ได้แก่ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ......................................
๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์ ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๓ คาบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………..………………………………. ๕. ผลการเรียนรู้ วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์ได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) วิเคราะห์หลักการอ่านวรรณคดีเพื่อพิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์ พิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์เรื่องกาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเศร ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) พิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์ได้ ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการวิเคราะห์ ๓. สาระสำคัญ การศึกษาวรรณคดีเป็นการศึกษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในด้านความรู้ ความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี ตลอดจนวิธีชีวิตในแต่ละยุคสมัยที่สั่งสม สืบทอดและแสดงออกทางวรรณคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งวรรณคดีมรดก การศึกษาวรรณคดี ให้ลึกซึ้งจะต้องพิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์ให้ถี่ถ้วนจึงจะเห็นแง่งามและเกิดสุนทรียรสในการอ่าน เพราะวรรณคดีเป็นงานประพันธ์ ที่ใช้ศิลปะทางภาษาในการเรียบเรียงคัดสรรถ้อยคำ สำนวนดโวหาร สมควรที่ชนชาวไทยทุกคนควรศึกษาและพิจารณาให้เห็นซึ้ง ถึงความรุ่งเรืองทางภาษาของชนชาติไทย ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การอ่านวรรณคดีเพื่อพิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ➢ ความหมายของวรรณศิลป์ ➢ รสวรรณคดีไทย ➢ โวหารในวรรณคดีไทย ๒. วรรณคดีเพื่อการพิจารณาคุณค่าด้านวรรณศิลป์บทละครรามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๑ ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ
๑ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ผลงานการวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ ๑ ๑. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๒. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ๓. ครูสุ่มให้นักเรียนอ่านบัตรกิจกรรมแล้วแสดงความคิดเห็นร่วมกันว่า คำประพันธ์ที่นักเรียนได้อ่านมีความงาม คุณค่า หรือให้ความรู้สึกอย่างไรตามความคิดของนักเรียน บัตรกิจกรรมที่ ๑
๑ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรหรือเจ้าฟ้ากุ้ง เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรหรือเจ้าฟ้ากุ้ง ๔. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๗-๘ คน คละความสามารถเพื่อศึกษา เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์ใน เพาเวอร์พอยท์เรื่องการวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์ ๕. ครูสุ่มให้นักเรียนนำเสนอความรู้แต่ละช่วง พร้อมทั้งใช้เทคนิคการตั้งคำถาม ถามนักเรียน เพื่อให้ช่วยกันเสนอความรู้ และข้อคิดเห็นต่างๆ เพิ่มเติม และช่วยกันสรุปประเด็นความรู้ ๖. ให้แต่ละกลุ่มตั้งคำถามกลุ่มอื่น ผลัดกันถาม-ตอบตามเนื้อหาที่ได้ศึกษามา ครูสังเกตการตั้งคำถามและการตอบเพื่อ ช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข หรือเพิ่มเติมให้เข้าใจชัดเจน คาบที่ ๒ - ๓ ๑. ให้นักเรียนจับกลุ่ม ๕ คน คละความสามารถ แล้วแบ่งกันอ่านเนื้อหาเรื่องกาพย์เห่เรือ ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร แล้วถ่ายทอดความรู้กัน ดังนี้ ➢ ประวัติผู้แต่ง ➢ ความรู้เสริมเรื่องการเห่เรือ ➢ ลักษณะคำประพันธ์ บัตรกิจกรรมที่๒
๑ ➢ ตัวละครสำคัญ ➢ เรื่องย่อ ๒. ให้แต่ละกลุ่มตั้งคำถามถามกลุ่มอื่น ผลัดกันถาม-ตอบตามเนื้อหาที่ได้ศึกษามา ครูสังเกตการตั้งคำถามและการตอบเพื่อ ช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมให้เข้าใจชัดเจน ๓. ให้นักเรียนแต่ละคนอ่านเนื้อหาเรื่องกาพย์เห่เรือ ๔. เลือกนักเรียนมาเป็นผู้ดำเนินรายการ ๑ คน ให้นักเรียนอ่านคำถามที่ครูเตรียมไว้ และให้ตัวแทนแต่ละฝ่าย ผลัดกันตอบ ฝ่ายใดได้คะแนนมากกว่าเป็นฝ่ายชนะ ตัวอย่างคำถาม ๑. กาพย์เห่เรือจะพรรณนาถึงอะไรบ้าง ? แนวคำตอบ : กาพย์เห่เรือ พรรณนาถึงรูปลักษณ์สวยงามแปลกตาสมรรถนะของเรือพระที่นั่งและเรือลำต่างๆ กระบวนเห่เรือ ตลอดจนความสามัคคี พรักพร้อมของพลพายที่ร่วมกระบวน ๒. ความเป็นมา แนวคำตอบ : ประเพณีการเห่เรือ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ในปัจจุบันก็ยังถือว่าเป็นพระราชพิธีที่สำคัญ อย่างหนึ่ง การเห่เรือหลวงจะใช้กาพย์เห่เรือประกอบการเห่ในพระราชพิธีทางชลมารค การเห่เรือสำหรับพลพายในกระบวนเรือเสด็จ เพื่อเป็นเครื่องผ่อนแรงและให้เกิดความเพลิดเพลิน ตลอดจน ทำให้เกิดจังหวะพายพร้อมเพรียงกัน กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร เป็นพระนิพนธ์ที่มีค่ายิ่งในวรรณคดีไทย เพราะทรงนิพนธ์กาพย์เห่เรือขึ้น เป็นพระองค์แรก จึงถือว่าเป็นฉบับครู และเป็นต้นแบบให้กวีในสมัยหลังนิยมใช้คำประพันธ์ประเภทกาพย์เห่เรือตามแบบของ พระองค์ ๓. ลักษณะการแต่งกาพย์เห่เรือประกอบด้วยอะไรบ้าง ? แนวคำตอบ : โคลงสี่สุภาพ ๑ บท ใช้เป็นบทนำกระบวนความพรรณนาแต่ละตอน กาพย์ยานี ๑๑ ไม่จำกัดจำนวนบทจนจบตอนขึ้นต้นตอนใหม่ด้วยโคลงสี่สุภาพอีก ๑ บท ตามด้วยกาพย์ยานี ๑๑ ๔. ความหมายเห่ชมกระบวนเรือ กล่าวถึงอะไรบ้าง แนวคำตอบ :ความหมายเห่ชมกระบวนเรือ เรือกระบวนพยุหยาตรา ทั้งเรือพระที่นั่ง เรือพระบรมวงศานุวงค์ เรือขุนนางข้าราชการ เรือครุฑจับนาค (ครุฑยุดนาค) หรือเรือไกรสมุข เรือศรีสมรรถชัย เรือสุพรรณหงส์ เรือชัย เรือคชสีห์ เรือม้า เรืองสิงห์ เรือนาควาสุกรี เรือมังกร เรือเลียงผา เรืออินทรี ทรงพรรณนาความวิจิตรงดงามของเรือต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงแสงยานุภาพของกระบวนเรือพยุหยาตรา ๖. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปประเด็นสำคัญ ประโยชน์และข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ๗. ให้นักเรียนจับกลุ่ม ๔ คน ทำใบงานที่ ๘.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์ จากเรื่องกาพย์เห่เรือ ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรและนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ตามหัวข้อต่างๆ ที่ได้ศึกษา ๘. ครูสุ่มให้ตัวแทนกลุ่มนำเสนอตัวอย่างแต่ละหัวข้อ กลุ่มอื่นๆ และครูร่วมกันพิจารณาความถูกต้อง ๙. ให้ตัวแทนกลุ่มที่นำเสนอผลงานรวบรวมใบงานจากทุกกลุ่มมาเรียบเรียงเป็นชุดแล้วถ่ายเอกสาร
แจกเพื่อนในชั้นเรียน ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ หนังสือเรียนภาษาไทยพื้นฐาน วรรณคดี ม.๖ ๑๐.๑.๒ เพาเวอร์พอยท์ เรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์ ๑๐.๑.๓ ใบงานที่ ๘.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์ เรื่องกาพย์เห่เรือ ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ๑๐.๑.๔ บัตรกิจกรรม ๑๐.๒ แหล่งเรียนรู้ ๑. ห้องสมุด ๒. ห้องเรียนออนไลน์ (E-learning) และใน Google classroom https://class.rachinuthit.ac.th/class/course/view.php?id=24 https://classroom.google.com/u/0/h ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ -ศึกษาเพาเวอร์พอยท์ สังเกต มีความรู้ความเข้าใจ ร้อยละ ๑๐๐ ด้านทักษะกระบวนการ ทำใบงาน ๘.๑ ใบงาน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ความเอาใจใส่ในการศึกษา เพาเวอร์พอยท์และใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม แบบประเมิน การนำเสนอผลงานกลุ่ม เกณฑ์ผ่าน ระดับ ๒
๑ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ..................................................................................................................................................................................... ........................... ................................................................................................................ ...................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๑ ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ภาคผนวก
๑ เพาเวอร์พอยท์ เรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑ ใบงานที่ ๘.๑ เรื่อง การพิจารณาคุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์เรื่องกาพย์เห่เรือ ของ เจ้าฟ้าธรรมธิเศร หรือเจ้าฟ้ากุ้ง ตอนที่ ๑ ให้นักเรียนพิจารณาเนื้อหาเรื่องกาพย์เห่เรือ ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร แล้วคัดลอกบทที่มีรสวรรณคดีที่นักเรียนชื่น ชอบมา ๓ รสวรรณคดี พร้อมทั้งบอกเหตุผลประกอบ (เฉลยตามความคิดเห็นของนักเรียน และอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) รสวรรณคดี ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... .......................................................................... ....... .......................................................................... ........ .......................................................................... ........ รสวรรณคดี ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... รสวรรณคดี ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... .......................................................................... .......................................................................... ....... .......................................................................... ........ .......................................................................... ........ .......................................................................... ........
๑ ตอนที่ ๒ ให้นักเรียนคัดลอกบทประพันธ์ที่เป็นโวหารภาพพจน์จากกาพย์เห่เรือ ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร พร้อมทั้งระบุด้วยว่าเป็นโวหารภาพพจน์ประเภทใด (เฉลยตามความคิดเห็นของนักเรียน และอยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) .................................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .................................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .................................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .................................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... .......................................... ..........................................
๑ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ กันทำกิจกรรม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ทำงาน การแก้ไข ปัญหา/หรือ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม ๒๑ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๑ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี
๑ ๑๑ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๑ ปรับปรุง แบบประเมินการนำเสนอผลงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานกลุ่ม แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน น้ำเสียง บุคลิก ความมั่นใจ การตั้งใจ ทำงาน เนื้อหา รวม ๒๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
๑ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๑ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๑ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๑ ปรับปรุง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ประเมินคุณค่า การสังเคราะห์และการวิเคราะห์ ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องการอ่านวิเคราะห์และประเมินค่า ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๔ คาบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ๖. ผลการเรียนรู้ อ่านวิเคราะห์และประเมินค่าได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) วิเคราะห์และประเมินค่าได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ฝึกวิเคราะห์และประเมินค่า ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการวิเคราะห์และประเมินค่า ๓. สาระสำคัญ การอ่านเพื่อวิเคราะห์และประเมินค่างานเขียนจากสื่อต่างๆ สามารถนำความรู้ความคิดที่ได้จากการอ่าน ไปใช้ในการดำเนินชีวิต ๔. สาระการเรียนรู้
๑ การอ่านเพื่อวิเคราะห์และประเมินค่างานเขียนจากสื่อต่างๆ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
๑ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ผลงานการอ่านวิเคราะห์และประเมินค่ารายกลุ่มและรายบุคคล ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่คิดสี่สหาย คาบที่ ๑ - ๒ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูนำตัวอย่างงานเขียนที่เป็นบทความมาให้นักเรียนอ่านแล้วช่วยกันวิจารณ์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน เพื่อประเมินค่างานเขียน จากนั้นครูสุ่มนักเรียน ๒-๓ คน ออกมา แสดงความคิดเห็นของตนหน้าชั้นเรียน ๒. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด - การอ่านประเมินค่างานเขียน มีลักษณะอย่างไร (การอ่านประเมินค่างานเขียน เป็นการอ่านเพื่อวินิจฉัยว่า งานเขียนนั้นดีหรือไม่ดี สามารถแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น และควรพิจารณางานเขียนอย่างรอบด้าน) ขั้นสอน ๑. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน: ๒. นักเรียนศึกษาเพาเวอร์พอยท์เรื่อง “การอ่านเชิงวิเคราะห์” ๓. นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ ๙.๑ การอ่านเพื่อวิเคราะห์และประเมินค่า คาบที่ ๓ - ๔ ๔. นักเรียนทำใบงานที่ ๙.๑ การอ่านเพื่อวิเคราะห์เพลงที่นักเรียนชอบ
๕. นักเรียนทำใบงานที่ ๙.๒ การอ่านเพื่อวิเคราะห์และประเมินค่าบทร้อยกรอง ๖. นักเรียนรวมกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑) ให้แต่ละกลุ่มเลือกงานเขียนที่นักเรียนชื่นชอบหรือสนใจ กลุ่มละ ๑ เรื่อง จากหนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม ห้องสมุด และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ๗. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนองานเขียนหน้าชั้นเรียน ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ๘. ครูให้นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ ๙.๑ เรื่อง การวิเคราะห์บทเพลงที่ชอบ ๙. เมื่อนักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ ๙.๑ เสร็จแล้ว ให้จับคู่กับเพื่อน ผลัดกันอธิบายคำตอบของตนให้เพื่อนฟัง ๑๐.นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (๗-๘ คน) แล้วผลัดกันอธิบายคำตอบของคู่ตน ให้เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง เสร็จแล้วร่วมกันสรุปคำตอบใน ใบงานที่ ๙.๑ และเก็บรวบรวมใบงานส่งครู นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง มารยาทในการอ่าน ขั้นสรุป ๑. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู้เรื่อง การอ่านเพื่อประเมินค่างานเขียน จากนั้นให้นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนได้รับประโยชน์จากการอ่านเพื่อประเมินค่างานเขียนอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๒. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑.๑ ใบความรู้ที่ ๙.๑ การอ่านเพื่อวิเคราะห์และประมินค่า ๑๐.๑.๒ ใบงานที่ ๙.๑ เรื่อง การวิเคราะห์บทเพลงที่ชอบ ๑๐.๑.๓ ใบงานที่ ๙.๒ เรื่อง การวิเคราะห์และประเมินค่าบทร้อยกรอง
๑ ๑๐.๒ แหล่งการเรียนรู้ ๑๐.๒.๑ ห้องสมุด ๑๐.๒.๒ แหล่งข้อมูลสารสนเทศ https://classroom.google.com/u/0/c/MzI4MDA4ODI3MTk1 ม.๖/๑๐ https://classroom.google.com/u/0/c/MzI4MDA4NTQ0MTk0 ม.๖/๑๑ https://classroom.google.com/u/0/c/MzI4MDA4NTQ0NTY3 ม.๖/๑๒ https://classroom.google.com/u/0/c/MzI4MDA4ODI3MDEx ม.๖/๑๓
๑ https://classroom.google.com/u/0/c/MzI4MDA4ODI3MDg3 ม.๖/๑๔ https://class.rachinuthit.ac.th/class/course/view.php?id=24 ห้องเรียนออนไลน์ E-learning Group Line ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ศึกษาใบความรู้ การอ่านเพื่อ วิเคราะห์และ ประเมินค่า แบบสังเกต พฤติกรรม มีความรู้ความเข้าใจร้อยละ ๙๐ ด้านทักษะกระบวนการ ทำใบงานที่ ๙.๑ ใบงาน ๙.๑ เกณฑ์ผ่านร้อยละ ๘๐