The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ท30212ภาษาไทยเชิงวิเคราะห์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ท30212ภาษาไทยเชิงวิเคราะห์

แผนการจัดการเรียนรู้ท30212ภาษาไทยเชิงวิเคราะห์

๑ ใบความรู้ที่ ๑๑.๓ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการฟังและการดูสื่อต่างๆ ในปัจจุบันมนุษย์เรารับสื่อในรูปแบบที่หลากหลาย จึงจำเป็นที่จะต้องมีหลักเกณฑ์ในการเลือกฟังและเลือกดูสื่อต่างๆ ๑. หลักการฟังการดูจากบุคคลและกิจกรรมการแสดง ➢ สามารถเล่าเรื่องที่ฟัง ที่ดูได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ➢ แสดงความคิดเห็นหรือโต้แย้งเรื่องที่ฟัง ที่ดูได้ ➢ สามารถนำสิ่งที่ฟัง ที่ดูไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ ๒. หลักการฟังการดูคำอธิบาย ➢ จับใจความสำคัญของเรื่องได้ ➢ ตอบคำถาม อธิบาย หรือปฏิบัติตามได้ ➢ นำข้อความที่อธิบายไปใช้ประโยชน์หรือถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ ๓. หลักการฟัง การดูข่าวและเหตุการณ์ต่างๆ ➢ บอกที่มาของข่าวและเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ได้ถูกต้อง ➢ ถ่ายทอดเรื่องราวของข่าวและเหตุการณ์ได้อย่างครบถ้วน ➢ สามารถวินิจฉัยได้ว่า ข้อมูลนั้นเท็จจริงเพียงใด เชื่อถือได้หรือไม่ ๔. จุดมุ่งหมายในการฟังและการดู ➢ ฟังและดูเพื่อให้เกิดความรู้ ➢ ฟังและดูเพื่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน ➢ ฟังและดูเพื่อความบันเทิง ➢ ฟังและดูเพื่อความสุนทรีย์


๑ ใบงานที่ ๑๑.๑ เรื่อง สารประเภทให้ความรู้ คำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ ๑๑.๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู แล้วนำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาตอบคำถามให้ถูกต้อง ๑. สารให้ความรู้มีลักษณะอย่างไร ? .......................................................................................................... ............................................................................................................................. .................................................. ............................................................................................................................. .................................................. ............................................................................................................................. .................................................. ๒. จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ว่า เป็นสารประเภทให้ความรู้หรือไม่ ? ลำดับ ที่ ข้อความ ใช่ ไม่ใช่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ลูกเตชะไพบูลย์เซ็งชีวิตทิ้งธุรกิจไปทำนา ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ใช้กระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกระบวนการแก้ไขปัญหา มีแต่ได้.........ท่องโลกสดใสด้วยผ้าสี สดสวยกับผงซักฟอกสะเต๊ะ มีนักวิชาการของสหรัฐฯ พบผู้ป่วยเป็นโรคไซนัสเรื้อรัง ๑๔๗ ราย มีความผิดปกติของหน่วยถ่ายพันธุ์อยู่ถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ อันว่าความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน สุขภาพสบายทั่วกายอบอุ่นด้วยฝักบัวออกแบบพิเศษ การกีฬาอนุมัติเงิน ๕๕ ล้าน ช่วย ๔๔ สมาคม ประเทศไทยมีระบบเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นแสงสว่างทางรอดเพียง อย่างเดียวเท่านั้น คือ ระบบสหกรณ์ รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ


๑ ใบความรู้ที่ ๑๑.๒ เรื่อง สารประเภทโน้มน้าวใจ คำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ ๑๑.๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟังการดู แล้วนำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาตอบคำถามให้ถูกต้อง ๑. สารโน้มน้าวใจมีลักษณะอย่างไร ? ............................................................................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ............................................................................................................................. ...................................... ๒. จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ว่า เป็นสารประเภทโน้มน้าวใจหรือไม่ ? ลำดับที่ ข้อความ ใช่ ไม่ใช่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ การปฏิบัติการเมืองซึ่งดำเนินมาหลายปี มีจุดเริ่มต้นที่สำคัญคือ การประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย โกหกครั้งนี้ไม่ธรรมดา มาเพื่อฆ่าความเครียดสถานเดียว แค่สมรักษ์คนเดียวที่สามารถทำให้เราเห็น สัจธรรมหลายๆ อย่างใน สังคมไทยนี้ สิ่งสำคัญควรระลึกไว้ตลอดเวลา คือ อย่าประมาทกับการใช้ชีวิต ปลอดภัยเป็นเยี่ยมประหยัดน้ำมันสุดยอด ขอให้พระคุ้มครองลูกให้ปลอดภัยตลอดการเดินทางนะจ๊ะ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ของทุกปี สหประชาชาติประกาศให้เป็นวันยุติ ความรุนแรงต่อสตรีสากล พอลูกป่วยทำให้เรารู้ถึงหัวอกของคนเป็นแม่ว่ารักและห่วงลูกมากแค่ไหน ร่วมกันต่อต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่สนับสนุนคนทำผิดกฎหมาย


๑ เรื่อง สารประเภทจรรโลงใจ เรื่อง สารประเภทจรรโลงใจ คำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ ๑๙.๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟังการดู แล้วนำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาตอบคำถามให้ถูกต้อง ๑. สารจรรโลงใจมีลักษณะอย่างไร ? .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. .................................................................................. ๒. จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ว่า เป็นสารประเภทให้ความรู้หรือไม่ ? ใช่ ข้อความ ไม่ใช่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ เมืองใดไม่มีกวีแก้ว เมืองนั้นไม่แคล้วคนหยาม กำหนดจิตกำหนดดวงชะตากรรมชีวิตเอง ดวงดีหรือไม่ดีนั้น ไม่ใช่อยู่ที่ ดวงหรือที่หมอดูผูกดวง มันอยู่ที่การกระทำของเราทุกคน คืนนี้บอลยุโรปปืนใหญ่เยือนลาซิโอ ตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับใหลลุ่มหลง กระทรวงมหาดไทยจัดงานรณรงค์ให้ประชาชนสนใจและสนับสนุน การใช้สินค้าผลิตภัณฑ์จากชุมชนและเกษตรปลอดสารพิษ ไม่ต้องรักเท่าฟ้า แต่ขอให้รักเท่าเดิม .................................................................. โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบ กรอบนโยบายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(อี-คอมเมิร์ซ) ของประเทศไทย มัน.......... แบบเสือ เพราะ...... แบบเสือ กับการรวมเพลงที่ดีที่สุดของเสือ ตบมือข้างเดียวกี่ครั้ง มันก็ดังไม่ได้............................................. เพื่อนๆ ช่วย อธิบายด้วยครับ


๑ ใบงานที่ ๑๑.๔ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟังสารและการดูสื่อ คำชี้แจง ให้นักเรียนปฏิบัติตามกิจกรรมต่อไปนี้ ตอนที่ ๑ ให้นักเรียนฟังเรื่องที่กำหนดให้ ๕ เรื่องต่อไปนี้ แล้ววิเคราะห์และตอบคำถามให้ถูกต้อง เรื่องที่ ๑ “เวลาว่าง” ถ้าคนไหนมีเวลาว่างไม่มีงานทำ จิตไม่สงบ คิดไปในทางต่ำเหมือนจิตเป็นน้ำจะไหลไปสู่ที่ต่ำเสมอ จะไม่มี ความคิดดีมีปัญญาแต่ประการใด ถ้ามีงานทำมันจะเพลิดเพลินจะไม่ประมาท จิตท่านจะสงบ (หนังสือ ชีวิตนี้มีค่า-คุณค่าของชีวิต ธรรมะบรรยายโดยพระราชสุทธิ์ญาณมงคล วัดอัมพวัน จ. สิงหบุรี หน้า ๒) เรื่องที่ ๒ “มัทนะพาธา” ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน ไม่ยินและไม่ยล อุปะสัคคะใดใด ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้ ก็โลดจากคอกไป บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง (มัทนะพาธา พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖) เรื่องที่ ๓ “การเมืองประชาชน” ในเวลา ๒๗ ปีผ่านมา การปกครองประชาธิปไตยของประเทศไทยยังลุ่มๆ ดอนๆ และล้มลุกคลุกคลาน มาโดยตลอดจากการปฏิวัติ รัฐประหารหลายครั้งแม้ว่าในระยะหลังๆ นี้ ระบบรัฐสภาจะมีอายุยืนยาวพอสมควร และก้าวหน้ามาโดยลำดับ จากรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ๒๕๑๗ มาในประชาธิปไตยครึ่งใบปี ๒๕๒๑ และ ๒๕๓๔ จนถึงรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๓ บทความ “การเมืองประชาชน” หน้า ๓) เรื่องที่ ๔ “อมตะ” มนุษย์ใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๔ ล้านปี เพื่อแสวงหาความเป็นอมตะให้แก่ชีวิตคน แต่ครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาล้วนล้มเหลว ชีวิตพวกเขายังคงเกิด แก่ เจ็บ ตาย ตลอดมา เพราะขาดมรรควิถีแห่งวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี บัดนี้..........มนุษยชาติสามารถ สลัดทิ้งความตายที่เกาะกินชีวิตได้ด้วยการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ...............ครั้งแล้วครั้งเล่าตราบเท่าที่เราพอ ข้าพเจ้าขอประกาศว่า “กฎไตรลักษณ์ได้ถูกท าลายลงแล้ว ......................วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันวิเศษสุดของเรา มนุษยชาติจะเป็นอมตะตลอดไป......... (เรื่อง อมตะ ของวิมล ไทรนิ่มนวล)


๑ คำชี้แจง นักเรียนอ่านเรื่องทั้ง ๕ เรื่องแล้ว ตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง ๑. ข้อความที่ฟังเป็นสารประเภทใด ? เรื่องที่ ๑.............................................. เรื่องที่ ๒................................................ เรื่องที่ ๓............................................. เรื่องที่ ๔................................................. เรื่องที่ ๕................................................ ๒. ใจความสำคัญของข้อความที่ฟังคืออะไร ? เรื่องที่ ๕ “ศึกศักดิ์ศรี” ..................ถึงตอนนี้ พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบ.ตร. และพล.ต.ท.อนันต์ ภิรมย์แก้ว ผบ.ช.น. ได้ แจ้งความดำเนินคดีนักการเมืองฝีปากกล้าผู้นี้แล้วเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อเรียกศักดิ์ศรี คืน พร้อมทั้งสั่งการให้ตำรวจทุกโรงพักกวดขันสถานบริการและแหล่งอบายมุขอย่างเข้มงวด มองแล้วเหมือน เป็นการยอมรับข้อมูลของนักการเมืองคู่กรณี เห็นใจตำรวจที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างนักการเมืองมาตลอด ถ้า ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา กวดขัน กวาดล้างอบายมุขและสถานเริงรมย์ให้ปิดตรงเวลา ข้อ กล่าวหานี้ย่อมไม่มีน้ำหนักเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นเป็นการเอาตัวรอด ในแบบนักการเมือง ผู้เจนเวที การเรียกศักดิ์ศรีของตำรวจจึงไม่ควรจบแค่การใช้สิทธิตามกฎหมายแต่ต้องแก้ที่ต้นเหตุคือปัญหา ยาบ้า สถานบริการเปิดเกินเวลาและยุติการรีดไถ (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๓ บทความ “ศักดิ์ศรีของสหบาท” หน้า ๖) เรื่องที่ ๑ ........................................................................................... ........................................................................................... ........................................................................................... ........................................................................................... ........................................................................................... ........................................................................................... เรื่องที่ ๒


๑ ๓. ข้อความที่ฟังมีจุดมุ่งหมายอย่างไรบ้าง ? เรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ เรื่องที่ ๔ เรื่องที่ ๕ ๔. ข้อความที่ฟังให้ความรู้อะไรบ้าง เรื่องที่ ๓ เรื่องที่ ๔ เรื่องที่ ๕ เรื่องที่ ๑ ......................................................................................................................... ......................................................................................................................... ......................................................................................................................... เรื่องที่ ๒ ......................................................................................................................... ......................................................................................................................... ......................................................................................................................... เรื่องที่ ๓ ......................................................................................................................... ......................................................................................................................... ......................................................................................................................... เรื่องที่ ๔ ......................................................................................................................... ........................................................................................................................ ........................................................................................................................ เรื่องที่ ๕ ........................................................................................................................


๑ ๕. คุณค่าที่ได้จากการฟังข้อความที่กำหนดให้ มีอะไรบ้าง ? ๖. นักเรียนสามารถนำสิ่งที่ได้จากการฟังไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ? เรื่องที่ ๑ .............................................................................................................. ............................................................................................................................. ............ เรื่องที่ ๒ .............................................................................................................. ............................................................................................................................. ............ เรื่องที่ ๓ .............................................................................................................. ............................................................................................................................. ............ เรื่องที่ ๔ .............................................................................................................. ............................................................................................................................. ............ เรื่องที่ ๕ .............................................................................................................. ............................................................................................................................. ............ คุณค่าทไี่ด้รับ ............................................................................................................................. .............. ............................................................................................................................. ........................... ............................................................................................................................. ...........................


ใบงานที่ ๑๑.๕ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟังสารและการดูสื่อ คำชี้แจง ให้นักเรียนฟังเรื่องต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ..............มันเป็นบรรยากาศที่ตึงเครียดมาก ทุกคนที่อยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นรวมทั้งฉันด้วย “เครียด” ฉันยอมรับว่าฉันเครียด แต่เป็นความเครียดที่ฉันไม่รู้ตัว เป็นความเครียดที่ก่อตัวเงียบๆ และทยอย มาเรื่อยๆ ฉันจำได้ว่าเช้าวันพุธที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๓ เวลา ๐๖.๓๐ น. ฉันพร้อมกับหลานสาวเดินทางมาถึง สถานที่ที่ใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉันว่าเป็นเวลาค่อนข้างเช้า แต่ปรากฏว่าพอฉันลงรถฉันก็เห็นทั้งนักเรียน และผู้ปกครองเต็มไปหมด นักเรียนบางคนนั่งอ่านหนังสือ บางคนทบทวนความรู้อยู่กับเพื่อน ผู้ปกครองก็นั่ง ส่งน้ำ ส่งขนม ส่งผลไม้ให้ลูกกิน บางคนก็นั่งมองหน้าลูกเฉยๆ เพื่อให้กำลังใจ ฉันคิดว่าทุกคนมีความหวัง หวังที่จะสอบให้ได้คะแนนดี หวังที่จะเป็นหนึ่งในอีกหลายๆ คนที่เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยปิดและคณะที่ ตัวเองปรารถนา แต่วันนี้ฉันว่าทางทบวงมหาวิทยาลัยค่อนข้างจะโหดกับนักเรียนมากไป เพราะเป็นการสอบ ที่เริ่มต้นที่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๐.๓๐ น. สอบวิชาภาษาไทย เวลา ๑๒.๐๐ น. ถึง ๑๔.๐๐ น. สอบวิชา ภาษาอังกฤษ และเวลา ๑๕.๐๐-๑๗.๐๐ น. สอบวิชาสังคมศึกษา อย่างนี้จะไม่เรียกว่าโหดได้อย่างไร ถ้าจะ คิดว่านักเรียนทุกคนต้องพร้อมที่จะสอบก็น่าจะคิดต่อไปอีกว่า แต่ละวิชาที่สอบมุ่งที่จะให้นักเรียนฝึก ความคิด ยิ่งคิดก็ยิ่ง “มึน” ฉันในฐานะผู้ปกครองไม่ได้สอบ เพียงแต่ไปนั่งคอยให้กำลังใจส่งเสบียงอาหารให้ หลานสาวฉันยังมึน เพราะเห็นสภาพของนักเรียนแต่ละคนที่ลงมาจากห้องสอบ นั่งพักประมาณ ๑ ชั่วโมง ก็ เตรียมตัวขึ้นไปสอบวิชาต่อไปแล้ว ฉันได้ยินนักเรียนชายคนหนึ่งพูดว่า “แม่ครับ แม่คงไม่เสียใจนะครับถ้าผม สอบได้คะแนนไม่ดี” เสียงแม่พูดว่า “แม่ไม่เสียใจหรอก ลูกของแม่ทำดีที่สุดแล้ว เหนื่อยไหมลูก หิวไหมลูก นั่งพักเสียลูก” ฉันคิดว่าถ้าพ่อแม่ทุกคนเป็นกำลังใจให้ลูกแบบนี้ พวกเราคงไม่ต้องเสียใจที่เห็นเด็กวัยรุ่นของ เรา ตกเป็นทาส ของสารเสพติด ความใกล้ชิด ความอบอุ่นของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เด็กอาจจะผิดจะ พลาดไปบ้าง ถ้าผู้ใหญ่ให้อภัยและช่วยประคับประคองให้เขากลับมาเดินในทางที่ถูก เขาก็จะเป็นคนดี คนมี ความสุขสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้ ช่วยกันเถอะค่ะ วันนั้นฉันเดินออกจากสถานที่แห่งนั้นประมาณ ๑๗.๓๐ น. ฉันยังเห็นสภาพความเครียดของ บรรยากาศเหมือนเดิม นักเรียนแต่ละคนเดินเหมือนคนหมดแรง ผู้ปกครองเดินถือของตาม ทุกคนมุ่งที่จะ กลับบ้านเพื่อมาสอบในวันรุ่งขึ้นอีก ฉันคิดว่าทบวงมหาวิทยาลัยควรจะทบทวนตารางสอบเข้ามหาวิทยาลัย บ้าง เพื่อประโยชน์ต่อเด็กที่จะเป็นอนาคตของชาติต่อไป ขอฝากถึงนักเรียนทุกคนว่า................ในวันนี้เธอนั้นจงยืนหยัด และลุกขึ้นอีกครั้งด้วยพลังในหัวใจ อย่าไปยอมแพ้ให้กับปัญหาใดๆ จงพร้อมจะอดทน ก้าวไปสู่หนทางที่ฝันใฝ่ด้วยตนเอง ก้าวไปสู่แสงทองของวัน ใหม่ด้วยตัวเอง......................


๑ ๑. จากเรื่องที่ฟัง ควรตั้งชื่อว่าอย่างไร ? ............................................................................................................................. ........................ ............................................................................................................................. ........................ ๒. ใจความสำคัญจากเรื่องที่ฟัง มีอะไรบ้าง เป็นสารประเภทใด และมีคุณค่าในการนำไปใช้ให้ เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ? ลำดับที่ ข้อความ ประเภทของสาร คุณค่า/ประโยชน์ ๑ ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ................................................. ................................................. ................................................. ................................................. ๒ ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ................................................. ................................................. ................................................. ................................................. ๓ ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ............................................... ................................................. ................................................. ................................................. ................................................. ................................................. .................................................


๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู เรื่อง สารประเภทให้ความรู้ ๑. สารที่ให้ความรู้ มีลักษณะเป็นสารให้ความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่ได้รับฟังหรือดู ได้อย่างกระจ่างชัดเจน และยังเป็นแนวในการ เกิดความริเริ่มสร้างสรรค์ได้ ๒. พิจารณาข้อความว่าเป็นสารประเภทให้ความรู้หรือไม่ เรื่อง สารประเภทโน้มน้าวใจ ๑. สารโน้มน้าวใจ มีลักษณะเป็นสารที่โน้มน้าวใจให้ผู้ฟังหรือผู้ดูปฏิบัติตามในสิ่งที่ผู้พูดหรือผู้สื่อสารแสดงออกมา โดยผู้รับสาร จะต้องใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบ ๒. พิจารณาข้อความว่าเป็นสารประเภทโน้มน้าวใจหรือไม่ เรื่อง สารประเภทจรรโลงใจ ๑. สารจรรโลงใจ มีลักษณะเป็นสารที่ฟังหรือดูแล้วเกิดความรู้สึกผ่อนคลายจากความตึงเครียดเกิดจินตนาการ เกิดความซาบซึ้ง และได้รับความสุขใจ เป็นการช่วยยกระดับจิตใจของมนุษย์ให้สูงขึ้น ๒. พิจารณาข้อความว่าเป็นสารประเภทจรรโลงใจหรือไม่ เฉลย ใบงานที่ ๑๑.๑ ๑. ไม่ใช่ ๒. ใช่ ๓. ไม่ใช่ ๔. ใช่ ๕. ไม่ใช่ ๖. ไม่ใช่ ๗. ไม่ใช่ ๘. ใช่ ๙. ไม่ใช่ ใบงานที่๑๑.๒ ๑. ไม่ใช่ ๒. ใช่ ๓. ไม่ใช่ ๔. ใช่ ๕. ใช่ ๖. ไม่ใช่ ๗. ไม่ใช่ ๘. ไม่ใช่ ๙. ใช่ ใบงานที่๑๑.๓ ๑. ใช่ ๒. ไม่ใช่ ๓. ไม่ใช่ ๔. ใช่ ๕. ไม่ใช่ ๖. ใช่ ๗. ไม่ใช่ ๘. ไม่ใช่ ๙. ใช่


๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟังสารและการดูสื่อ ๑. ข้อความที่ฟังเป็นสารประเภทใด เรื่องที่ ๑ สารโน้มน้าวใจ เรื่องที่ ๒ สารจรรโลงใจ เรื่องที่ ๓ สารให้ความรู้ เรื่องที่ ๔ สารให้ความรู้ เรื่องที่ ๕ สารโน้มน้าวใจ ๒. ใจความของข้อความที่ฟังคืออะไร เรื่องที่ ๑ ประโยชน์ของการใช้เวลาว่าง เรื่องที่ ๒ อิทธิพลของความรัก เรื่องที่ ๓ ประชาธิปไตยกับประเทศไทย เรื่องที่ ๔ ชีวิตที่เกิดจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องที่ ๕ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ๓. ข้อความที่ฟังมีจุดมุ่งหมายอย่างไรบ้าง เรื่องที่ ๑ รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เรื่องที่ ๒ รู้จักและเข้าใจอิทธิพลของความรัก เรื่องที่ ๓ เข้าใจคำว่าประชาธิปไตย เรื่องที่ ๔ เรียนรู้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เรื่องที่ ๕ รู้จักปฏิบัติตามกฎหมาย ๔. ข้อความที่ฟังให้ความรู้อะไรบ้าง เรื่องที่ ๑ การใช้เวลาว่าง การทำใจให้สงบ สติทำให้เกิดปัญญา เรื่องที่ ๒ ความรักบันดาลได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น ความรักในวัยหนุ่มสาว เรื่องที่ ๓ การปกครองระบอบประชาธิปไตย เรื่องที่ ๔ ความเจริญทางการแพทย์ กฎไตรลักษณ์ เรื่องที่ ๕ กฎหมายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตาม ๕. คุณค่าที่ได้รับจากการฟังมีอะไรบ้าง เรื่องที่ ๑ การปฏิบัติได้ถูกต้องเหมาะสมกับภาวะ เรื่องที่ ๒ การวางตัวให้เหมาะสมเมื่อยามมีความรัก ต้องมีสติเตือนตัวเอง อย่าทำเหมือนคนตาบอด เรื่องที่ ๓ ประเทศไทยควรมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง เรื่องที่ ๔ มนุษย์ควรยอมรับความเป็นจริงในกฎไตรลักษณ์ เรื่องที่ ๕ ทุกคนควรทำทุกอย่างเพื่อความถูกต้อง เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง ๖. นักเรียนสามารถนำสิ่งที่ได้จากการฟังไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ➢ มนุษย์ควรใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าทำประโยชน์สุขให้แก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติ ใบงานที่๑๑.๔


๑ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการเลือกฟังและดูสื่อต่าง ๆ ๑. จากเรื่องที่ฟังควรตั้งชื่อเรื่องว่า การศึกษาเพื่อชีวิต, การศึกษาให้คุณค่าแก่ชีวิต เป็นต้น ๒. ใจความสำคัญของเรื่องที่ฟัง มีอะไรบ้าง เป็นสารประเภทใดและมีคุณค่าในการนำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ลำดับที่ ๑ ข้อความ ➢ ผู้ปกครองนั่งส่งน้ำ ส่งผลไม้ ส่งขนมให้ลูกกิน ประเภทของสาร ➢ สารจรรโลงใจ คุณค่า/ประโยชน์ ➢ กำลังใจจากผู้ปกครองมีคุณค่ายิ่งสำหรับชีวิตของเด็ก ลำดับที่ ๒ ข้อความ ➢ ฉันคิดว่าทุกคนมีความหวัง ประเภทของสาร ➢ สารจรรโลงใจ คุณค่า/ประโยชน์ ➢ ขอให้ทุกคนมีความหวัง เพราะความหวังจะเป็นพลังผลักดัน ให้เราเดินไปข้างหน้า ลำดับที่ ๓ ข้อความ ➢ อย่าไปยอมแพ้ให้กับปัญหาใดๆ จงพร้อมจะอดทน ประเภทของสาร ➢ สารโน้มน้าวใจ คุณค่า/ประโยชน์ ➢ ขอให้ทุกคนอดทน มีความพยายาม พร้อมที่จะเผชิญอุปสรรค ขวากหนาม และปัญหาด้วยสติปัญญาในการใช้ชีวิต ใบงานที่๑๑.๕


๑ แบบฝึกหัด เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ๑. ข้อใดไม่ใช่การใช้วิจารณญาณในการฟัง ก. พิจารณาความมุ่งหมายของผู้พูด ข. พิจารณาความจริงใจของผู้พูด ค. พิจารณาลักษณะท่าทางของผู้พูด ง. พิจารณาวิธีการพูดหรือวิธีการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผู้พูด ๒. ข้อใดเป็นกระบวนการขั้นสูงสุดของการฟังอย่างมีวิจารณญาณ ก. ประเมินค่าผู้พูด ข. ประเมินค่าข้อความที่ฟัง ค. แยกแยะข้อเท็จจริงกับความคิดเห็น ง. แยกแยะใจความสำคัญกับพลความ ๓. ข้อใดไม่ใช่การใช้วิจารณญาณในการฟัง ก. พิจารณาความเป็นไปได้ของเรื่อง ข. พิจารณาความน่าเชื่อถือของเรื่อง ค. พิจารณาสารประโยชน์ของเรื่อง ง. พิจารณาความยาวของเรื่อง ๔. ข้อใดเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดของการฟังอย่างมีวิจารณญาณ ก. อารมณ์ ข. พื้นความรู้ ค. ประสบการณ์ ง. ความรู้สึกที่เป็นอคติ ๕. ข้อความต่อไปนี้เป็นสารประเภทใด ก. ให้ความรู้ ข. โน้มน้าวใจ ค. จรรโลงใจ ง. แสดงทรรศนะ ๖. ข้อความต่อไปนี้เป็นสารประเภทใด ........................................ความจริงค าว่า เมดอินไทยแลนด์ ถ้าจะแปลให้ตรงต้องแปลว่า ท าในประเทศไทย ซึ่งไม่เหมือนกับ ไทยท า เพราะสินค้าที่ท าในประเทศไทยนั้น ไม่จ าเป็นที่คนไทย จะเป็นผู้ท าเสมอไป สินค้าจ านวนมากเป็นประเภท ต่างชาติท าไม่ใช่ ไทยท าเพราะเขาย้ายโรงงาน จากประเทศเขามาสร้างในผืนแผ่นดินไทย “คนไทยแย่ง ส.ค.ส ขอความสุข แต่คนส่งเป็นทุกข์เพราะเป็นหนี้ ครั้นไม่ส่งก็ไม่ได้ เหมือนไม่ดี ธรรมเนียมสร้างมาอย่างนี้จึงท าไป”


๑ ก. ให้ความรู้ ข. โน้มน้าวใจ ค. จรรโลงใจ ง. แสดงทรรศนะ ๗. ข้อความต่อไปนี้เป็นสารประเภทใด ? ก. ให้ความรู้ ข. โน้มน้าวใจ ค. จรรโลงใจ ง. แสดงทรรศนะ ๘. ในการฟังสารที่ให้ความรู้อย่างมีวิจารณญาณควรใช้วิธีการฟังที่สำคัญที่สุดข้อใด ก. ประเมินค่าของสาร ข. แยกแยะข้อเท็จจริงจากความคิดเห็น ค. พิจารณากลวิธีของผู้พูดในการเสนอความรู้ ง. วินิจสารหรือจับความหมายที่แท้จริงของสาร ๙. การฟังสารที่โน้มน้าวใจควรใช้วิจารณญาณที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับเรื่องใด ก. ความน่าสนใจหรือความน่าเชื่อถือของสาร ข. ความสามารถในการสนองความต้องการขั้นพื้นฐานแก่ผู้ฟัง ค. ความสามารถในการใช้ภาษาในการโน้มน้าวใจให้เกิดอารมณ์แก่ผู้ฟัง ง. ความสามารถในการเร่งเร้าให้เกิดความเชื่อถือ ความคิด หรือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งใด สิ่งหนึ่งแก่ผู้ฟัง ๑๐. การฟังสารจรรโลงใจควรใช้วิจารณญาณที่สำคัญที่สุดข้อใด ก. พิจารณาภาษาที่ใช้ว่าเหมาะสมหรือไม่ ข. ทำใจสบายไม่เคร่งเครียดในขณะที่ฟัง ค. ทำความเข้าใจเนื้อหาสำคัญและจุดประสงค์ของสาร ง. พิจารณาว่าสารนั้นจรรโลงใจในแง่ใดเพียงใดและสมเหตุสมผลหรือไม่ แบบฝึกหัด “ข้าศึกที่มาประชิดบ้านเมืองสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนฉันใด ความโลภที่กลุ้มรุม จิตใจก็ยังรุ่มร้อนแก่จิตใจฉันนั้น และประชาชนกลับอยู่เย็นเป็นสุขก็เพราะใช้กองทหารตีข้าศึกให้ แตกไปฉันใด จิตใจจะ สงบเย็นก็เพราะได้ก าจัดความโลภและเผื่อแผ่ความสุขด้วยการให้ทานฉันนั้น ทานกับการรบจึงมีลักษณะที่เปรียบกันได้ ดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกมาเป็นกระทู้ว่า ทานญฺจ ยุทธญฺจสมาน พาหุ ท่านว่าทาน และการรบเสมอกัน” เฉลย


๑ เรื่อง การใช้วิจารณญาณในการฟัง การดู ๑. ค. ๒. ข. ๓. ง. ๔. ง. ๕. ก. ๖. ค. ๗. ค. ๘. ง. ๙. ง. ๑๐. ง. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เจาะประเด็นในการฟังและดู ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา.............เรื่อง แนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๑ คาบ ………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๐. ผลการเรียนรู้ ประเมินเรื่องที่ฟังและดู แล้วกำหนดแนวทางนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) อธิบายแนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดูได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) ประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดูตามแนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดูได้ ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการประเมินค่า ๓. สาระสำคัญ แนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู ควรประเมินในด้านรูปแบบ ภาษา และแนวคิดของเรื่องที่ฟังและดู เพื่อเป็นแนวทางใน การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๔. สาระการเรียนรู้ การประเมินเรื่องที่ฟังและดู เพื่อกำหนดแนวทางนำไปประยุกต์ใช้ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต


๑ ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


๑ รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ใบงานการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่คิด ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๓. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ๔. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองหรือเรื่องราวต่างๆ แล้วถามนักเรียนว่า มีแนวทางในการประเมินค่าเรื่อง ที่ฟังและดูอย่างไร ๓. ครูสุ่มเรียกนักเรียน ๔-๕ คน ออกมาแสดงความคิดเห็นหน้าชั้นเรียน คำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนเคยวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดูบ้างหรือไม่ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นสอน นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑) ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง แนวทางการ ประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู จากหนังสือเรียน ๒. ครูอธิบายแนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู พร้อมยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย ๓. ครูให้นักเรียนเลือกฟังและดูรายการที่กำหนดให้ดังต่อไปนี้ แล้วประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู ๓.๑ ภัตตาคารบ้านทุ่ง ทาง ไทพีบีเอส ๓.๒ ละครบ้านนี้มีรัก ทาง Youtube ๓.๓ เรื่องเล่าเช้านี้ ทาง ไทยทีวีสีช่อง ๓ ๔. นักเรียนแต่ละคนทำใบงานที่ ๑๒.๑ เรื่อง แนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู เมื่อทำเสร็จแล้วให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนในกลุ่มผลัดกันอภิปรายคำตอบของตนเองให้คู่ของตนฟัง ๕. ครูสุ่มเรียกนักเรียนแต่ละคู่ออกมานำเสนอใบงานที่ ๑๒.๑ แล้วร่วมกันเฉลยคำตอบในใบงาน


๑ ขั้นสรุป ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง แนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู ๒.นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด • นักเรียนมีแนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดูอย่างไร และสามารถนำแนวทางนั้นมาประยุกต์ใช้ในการเรียนได้อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๖ ๑๐.๒ ใบงานที่ ๑๒.๑ เรื่อง แนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู แหล่งเรียนรู้ ห้องสมุด ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ ๒.๑ ใบงานที่ ๒.๑ มีความรู้ความเข้าใจร้อยละ ๙๐ ด้านทักษะกระบวนการ ประเมินการนำเสนอ ผลงาน แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน เกณฑ์ผ่านร้อยละ ๘๐ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ และมุ่งมั่นใน การทำงาน แบบประเมิน คุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่


๑ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ................................................................................................................ ........................................................................ ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ................................................................................................................ ...................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน


๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ


ภาคผนวก


๑ ใบงานที่ ๑๒.๑ เรื่อง แนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู จากบทโทรทัศน์รายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง ตามประเด็นที่กำหนดให้ ๑. จากรายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง มีการนำเสนอน่าสนใจหรือไม่ อย่างไร ? เครื่องแนม - เครื่องเคียง ชาย : เรียบร้อยแล้วครับพี่ พิชญทัฬห จันทร์พุฒ : จ้ะ จ้ะ ขอบใจจ้ะ ทิน โชคกมูลกิจ : ไหน ไหน โห! น้ำพริกกะปิ มีปลาทูเป็นเครื่องเคียงด้วย น่าทานจังเลย พิชญทัฬห จันทร์พุฒ : เขาเรียกว่าเครื่องแนมค่ะพี่ทิน ไม่ใช่เครื่องเคียง ทิน โชคกมูลกิจ : ใช่เหรอ พี่เคยได้ยินแต่เครื่องเคียง เครื่องแนมไม่เคยได้ยินเลย มันคืออะไร คำบรรยาย เครื่องแนม คือ อาหารที่รับประทานประกอบกับอาหารหลักค่ะ มีลักษณะเป็นชุดเดียวกัน โดยเฉพาะอาหาร ประเภทเครื่องจิ้มต่างๆ เช่น น้ำพริกกะปิมีปลาทูทอดเป็นเครื่องแนม ข้าวคลุกกะปิมีหมูหวานเป็นเครื่องแนม สะเดา น้ำปลาหวานมีปลาดุกย่างเป็นเครื่องแนม ส่วนเครื่องเคียงเป็นอาหารคนละอย่าง แต่นำมารับประทานด้วยกันเพื่อเสริม รสชาติซึ่งกันและกัน อย่างเนื้อเค็มเป็นเครื่องเคียงกับแกงเผ็ด ปลาสลิดหรือไข่เจียวเป็นเครื่องเคียงของแกงส้ม เครื่องแนม และเครื่องเคียงเป็นศิลปะในการประกอบและการรับประทานอาหารของคนไทยมาแต่โบราณค่ะ พิชญทัฬห จันทร์พุฒ : ชัดเจนไหมคะคราวนี้ ทิน โชคกมูลกิจ : เข้าใจแล้วครับ เครื่องแนม หมายถึง อาหารที่ทานประกอบกับอาหารหลัก ส่วนเครื่องเคียง หมายถึง อาหารคนละอย่างกัน แต่นำมารับประทานด้วยกันเพื่อ เสริมรสชาติซึ่งกันและกัน ใช่ไหมฮะ พิชญทัฬห จันทร์พุฒ : ถูกต้องแล้วค่ะ ทิน โชคกมูลกิจ : ถ้าอย่างนั้นปลาทูนี้กับน้ำพริกนี้พี่ขอไปล่ะ พิชญทัฬห จันทร์พุฒ : ไม่ได้ค่ะพี่ทิน เพราะนี่คืออุปกรณ์ประกอบฉาก วางไว้ค่ะ ที่มา : http://www.thaipbs.or.th/Clip/ โดยถอดบทโทรทัศน์จากรายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง ของ ราชบัณฑิตยสถาน


๑ ๒. ข้อคิดหรือความรู้ที่ได้รับจากรายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง คืออะไร ? ๓. สาระสำคัญหรือประเด็นสำคัญของรายการที่ฟังและดูมีอะไรบ้าง ? ๔. รายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง มีความโดดเด่นในด้านใด ? ๕. รายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ? เฉลยใบงานที่ ๑๒.๑ เรื่อง แนวทางการประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนประเมินค่าเรื่องที่ฟังและดู จากบทโทรทัศน์รายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง ตามประเด็นที่กำหนดให้ เครื่องแนม - เครื่องเคียง ชาย : เรียบร้อยแล้วครับพี่ พิชญทัฬห จันทร์พุฒ : จ้ะ จ้ะ ขอบใจจ้ะ ทิน โชคกมูลกิจ : ไหน ไหน โห! น้ำพริกกะปิ มีปลาทูเป็นเครื่องเคียงด้วย น่าทานจังเลย พิชญทัฬห จันทร์พุฒ : เขาเรียกว่าเครื่องแนมค่ะพี่ทิน ไม่ใช่เครื่องเคียง ทิน โชคกมูลกิจ : ใช่เหรอ พี่เคยได้ยินแต่เครื่องเคียง เครื่องแนมไม่เคยได้ยินเลย มันคืออะไร คำบรรยาย เครื่องแนม คือ อาหารที่รับประทานประกอบกับอาหารหลักค่ะ มีลักษณะเป็นชุดเดียวกัน โดยเฉพาะอาหาร ประเภทเครื่องจิ้มต่างๆ เช่น น้ำพริกกะปิมีปลาทูทอดเป็นเครื่องแนม ข้าวคลุกกะปิมีหมูหวานเป็นเครื่องแนม สะเดา น้ำปลาหวานมีปลาดุกย่างเป็นเครื่องแนม ส่วนเครื่องเคียงเป็นอาหารคนละอย่าง แต่นำมารับประทานด้วยกันเพื่อเสริม รสชาติซึ่งกันและกัน อย่างเนื้อเค็มเป็นเครื่องเคียงกับแกงเผ็ด ปลาสลิดหรือไข่เจียวเป็นเครื่องเคียงของแกงส้ม เครื่องแนม และเครื่องเคียงเป็นศิลปะในการประกอบและการรับประทานอาหารของคนไทยมาแต่โบราณค่ะ พิชญทัฬห จันทร์พุฒ : ชัดเจนไหมคะคราวนี้ ทิน โชคกมูลกิจ : เข้าใจแล้วครับ เครื่องแนม หมายถึง อาหารที่ทานประกอบกับอาหารหลัก ส่วนเครื่องเคียง หมายถึง อาหารคนละอย่างกัน แต่นำมารับประทานด้วยกันเพื่อ เสริมรสชาติซึ่งกันและกัน ใช่ไหมฮะ พิชญทัฬหจันทร์พฒ:ถกต้องแล้วค่ะ


๑ ๑. จากรายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง มีการนำเสนอน่าสนใจหรือไม่ อย่างไร ? การนำเสนอของรายการพูดจาภาษาไทยน่าสนใจ เพราะใช้วิธีสมมติสถานการณ์ด้วยการสนทนา โดยมีอุปกรณ์ประกอบ เพื่ออธิบายเรื่องที่ต้องการให้ผู้ฟังและผู้ดูรับทราบจึงทำให้เข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อสารได้ชัดเจนภายใน ระยะเวลาที่ จำกัดแต่สามารถนำเสนอประเด็นได้ชัดเจน ๒. ข้อคิดหรือความรู้ที่ได้รับจากรายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง คืออะไร ? ผู้ฟังและผู้ดูได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้คำมากขึ้น เพราะได้อธิบายให้เข้าใจความหมายของคำว่า “เครื่องเคียง” และ “เครื่องแนม” ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจและไม่ทราบว่ามีคำว่า “เครื่องแนม” ที่ใช้เรียกของที่ทานกับอาหาร อื่นๆ ๓. สาระสำคัญหรือประเด็นสำคัญของรายการที่ฟังและดูมีอะไรบ้าง ? รายการนี้อธิบายความหมายและการใช้คำว่า “เครื่องแนม” และ “เครื่องเคียง” ที่ใช้เรียกอาหารที่ทานประกอบหรือ ร่วมกับอาหารหลัก ซึ่งอธิบายว่า เครื่องแนม หมายถึง อาหารที่ทานประกอบกับอาหารหลัก ส่วนเครื่องเคียง หมายถึง อาหารคนละอย่างกันแต่นำมารับประทานด้วยกันเพื่อเสริมรสชาติซึ่งกันและกัน ๔. รายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง มีความโดดเด่นในด้านใด ? รายการพูดจาภาษาไทยมีความโดดเด่นด้านการนำเสนอที่ใช้นักแสดงมาช่วยในการนำเสนอข้อมูล และวิธีการอธิบายที่ สามารถอธิบายได้เข้าใจชัดเจนภายในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้ยังได้นำเสนอเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเกี่ยวกับการใช้คำเรียก ทำให้เห็นความสำคัญของภาษาไทย ว่าควรใช้คำเรียกหรือพูดให้ถูกต้อง ๕. รายการพูดจาภาษาไทย ตอน เครื่องแนม-เครื่องเคียง มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ? รายการนี้มีความน่าเชื่อถือ เพราะเป็นรายการที่ผลิตโดยราชบัณฑิตยสถานซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวที่มีผู้ทรงคุณวุฒิในสาขา ต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น ภาษาไทย


๑ แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ เนื้อหาละเอียดชัดเจน ๒ ความถูกต้องของเนื้อหา ๓ ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย ๔ ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ ๕ วิธีการนำเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................


๑ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๔ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ ๓ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ความมีวินัย ความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ เสียสละ การรับฟัง ความคิดเห็น การแสดง ความคิดเห็น การตรงต่อ เวลา รวม ๒๐ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑


๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับ ชื่อ-สกุล ความร่วมมือ การแสดง การรับฟัง การตั้งใจ การแก้ไข รวม


ที่ ของผู้รับการ ประเมิน กันทำกิจกรรม ความคิดเห็น ความคิดเห็น ทำงาน ปัญหา/หรือ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม ๒๐ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง


๑ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่น ในการทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชนเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน


๑ หน่วยการเร ี ยนร ้ ท ู ี่๔ รู้งานเขียนสื่อสารฝึ กการพูดในสังคม (แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓-๑๕)


๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๓ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ประเทืองปัญญางานเขียนสื่อสาร ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องการเขียนเรียงความ ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๓ คาบ .................................................................................................................................................................................................ผลการ เรียนรู้ เขียนเรียงความได้ ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) อธิบายความหมายของเรียงความได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) บอกองค์ประกอบของเรียงความและกลวิธีการเขียนองค์ประกอบแต่ละอย่างและอธิบายถึงลักษณะ ของเรียงความที่ดีได้ ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการเขียนเรียงความ ๓. สาระสำคัญ นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการเขียนเรียงความและสามารถเขียนเรียงความได้อย่างสละสลวยและถูกต้องเรียงความ เป็น งานเขียนร้อยแก้วที่นำเสนอเรื่องราวต่างๆ โดยใช้กระบวนการคิด กลวิธีในการเขียน ที่เป็นระบบสู่ผู้อ่าน ๔. สาระการเรียนรู้


๑ เรียงความเป็นงานเขียนชนิดหนึ่ง ที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์จะถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจและความรู้สึกนึกคิดของตนออกมาเป็น เรื่องราวให้ผู้อ่านทราบและเข้าใจการรู้หลักในการเขียนเรียงความ จะทำให้เขียนเรียงความไดอย่างสละสลวยและบรรลุตาม วัตถุประสงค์ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม


๑ กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ๘.๑ ตรวจใบงาน ๘.๒ ตรวจแบบฝึกหัด ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ ๑ ๑. ครูนำแจกันใส่ดอกกุหลาบสีชมพู มาวางไว้หน้าห้องเรียน แล้วถามนักเรียนว่า เมื่อนักเรียนเห็น แจกันกุหลาบ นักเรียนมีความรู้สึกหรือนึกถึงอะไร แล้วให้นักเรียนตอบอย่างอิสระเพื่อไม่ให้เป็น การปิดกั้นความรู้สึกและจินตนาการของนักเรียน ๒. ครูสรุปผลการตอบคำถามของนักเรียนในประเด็นที่แตกต่างกัน เช่น - แจกันใส่ดอกกุหลาบสีชมพูให้ความรู้สึกถึงความรักของหนุ่มสาว - แจกันใส่ดอกกุหลาบสีชมพูให้ความรู้สึกสดชื่น มีความสุข


๑ ๓. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า สิ่งที่นักเรียนได้ตอบไปนั้นถือว่า เป็นกระบวนการคิด และสามารถ นำมาจัดระบบ เรียบเรียง แล้วสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจความรู้สึกของตนเองสู่ผู้อื่นได้ โดยเฉพาะการใช้กระบวนการคิดในการเขียนเรียงความ ๔. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง กระบวนการคิดในการเขียนเรียงความ จากหนังสือเรียน ๕. ให้นักเรียนเปรียบเทียบความแตกต่างของกระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการคิดสังเคราะห์ และกระบวนการคิดสร้างสรรค์ว่า มีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วให้นักเรียนช่วยกันสรุปผลการ เปรียบเทียบกระบวนการคิด ๖. ครูกำหนดหัวข้อในการเขียนเรียงความเพื่อให้นักเรียนฝึกวางโครงเรื่องร่วมกันได้อย่างถูกต้อง โดยใช้กลวิธีการเขียนเป็นผังมโนทัศน์ แล้วให้ตัวแทนออกมาเขียนบนกระดาน ๗. นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง หรือแก้ไขผังมโนทัศน์ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ๘.ให้นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง กระบวนการคิดในการเขียนเรียงความ แล้วครูช่วยเสนอแนะเพิ่มเติมหากนักเรียนสรุป ความรู้บกพร่อง ๙.ให้นักเรียนทำใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง ผังมโนทัศน์เกี่ยวกับข้าว เมื่อนักเรียนทำใบงานเสร็จแล้วให้ตรวจสอบความถูกต้อง ความสะอาดเรียบร้อย ก่อนนำส่งครูตรวจ คาบที่ ๒ ๑. ครูให้นักเรียนอธิบายขั้นตอนการเขียนเรียงความ แล้วร่วมกันบอกความหมายตามประเด็นที่ครูกำหนด - การกำหนดหัวเรื่อง และการกำหนดจุดประสงค์ มีประโยชน์ต่อการเขียนเรียงความอย่างไร - การจัดลำดับความคิดจะทำให้เรียงความมีลักษณะอย่างไร - การเขียนเรียงความจำเป็นต้องมีการรวบรวมข้อมูลความรู้ก่อนลงมือเขียนหรือไม่ อย่างไร ๒. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนทราบว่า การเขียนเรียงความที่ดีนั้นจะต้องมีขั้นตอนในการเขียน เพื่อช่วยในการจัดลำดับ เรียบเรียงเนื้อหา และสามารถปรับปรุงแก้ไขเรียงความได้ง่ายขึ้น ๓. ครูนำตัวอย่างการเขียนเรียงความ ๒ แบบ มาอ่านให้นักเรียนฟัง แล้วอ่านความนำให้นักเรียนฟัง ใหม่อีกครั้ง เช่น - ความนำหมายเลข ๑ คุณรู้จักคนไทยดีแค่ไหน - ความนำหมายเลข ๒ ใครหลายคนคงได้ยินกันอย่างคุ้นหูว่า ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ๔. ครูถามนักเรียนว่า การเขียนเรียงความแต่ละหมายเลขนั้นมีความแตกต่างกัน นักเรียนคิดว่า การ เขียนเรียงความแต่ละหมายเลขใช้กลวิธีการเขียนแตกต่างกันอย่างไร ๕. ครูอธิบายให้นักเรียนทราบว่า กลวิธีที่ใช้ในการเขียนเรียงความ หมายเลข ๑ ใช้การเริ่มต้นด้วย คำถาม ชวนให้ผู้อ่านติดตามเรื่องราวของเรียงความ ส่วนหมายเลข ๒ ใช้กลวิธีการเขียนเรียงความ ด้วยการยกคำพังเพยขึ้นมากล่าวอ้าง เพื่อให้ผู้อ่านมีความคล้อยตาม หรือเห็นด้วย ๖. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง กลวิธีการเขียนเรียงความ จากหนังสือเรียน เมื่อศึกษาจบแล้ว ให้ร่วมกันสรุปความรู้ ๗. ให้นักเรียนทำใบงานที่ ๑.๒ เรื่อง เรียงความอย่างมีกลวิธี เมื่อทำเสร็จแล้วให้อ่านทบทวนก่อน นำส่งครูตรวจ คาบที่ ๓ ๑. ครูถามนักเรียนว่า หากนักเรียนอ่านเรียงความ นักเรียนจะตัดสินใจว่า เรียงความดี หรือไม่ดี จะมี


หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ๒. ครูอธิบายให้นักเรียนทราบว่า การอ่านเรียงความนั้นจะต้องมีหลักในการพิจารณาและการใช้ ภาษาในเรียงความนั้นๆ ด้วย ๓. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง หลักในการพิจารณาและการใช้ภาษาเรียงความ จากหนังสือเรียน ๔. ครูมอบหมายให้นักเรียนวางโครงเรื่องเรียงความในเรื่องที่สนใจ ๑ เรื่อง แล้วตรวจสอบว่า ครอบคลุมเนื้อหาหรือไม่ แล้วนำมาเขียนเรียงความอย่างสร้างสรรค์ เสร็จแล้วนำส่งครูตรวจ เพื่อประเมินผล ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑ แจกันใส่ดอกกุหลาบสีชมพู ๑๐.๒ ตัวอย่างการเขียนเรียงความ ๑๐.๓ ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง ผังมโนทัศน์เกี่ยวกับข้าว ๑๐.๔ ใบงานที่ ๑.๒ เรื่อง เรียงความอย่างมีกลวิธี แหล่งเรียนรู้ ๑) ครูระพีร์เว็บบล็อก ๒) สหวิชาดอทคอม ๓) ห้องสมุด ๔) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ www.dtl-law.com/index.php?lay=show&ac=article www.eppo.go.th/encon/contest/index.html ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ใบงาน ๑.๑ ใบงาน ๑.๒ มีความรู้ความเข้าใจร้อยละ ๙๐ ด้านทักษะกระบวนการ แบบประเมินการ เขียนเรียงความ แบบสังเกต พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล เกณฑ์ผ่านร้อยละ ๖๐ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์


๑ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ


๑ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ


ภาคผนวก


๑ แบบประเมินการเขียนเรียงความ ชื่อ-นามสกุล………………………………………………………….………..ชั้น…….….……….เลขที่………….…… ลำดั บที่ รายการประเมิน คุณภาพผลงาน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ การวางโครงเรื่อง ๒ การลำดับความคิด ๓ กลวิธีการเขียน ๔ การใช้ภาษา รวม ลงชื่อ....................................................................ผู้ประเมิน ......................./.........................../........................ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑


๑ ตัวอย่างการเขียนเรียงความ แม่ จากดวงดาวแห่งความศรัทธา กำเนิดเจ้ามาด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ เจ้าคือแก้วตาดวงใจ สายใยลูกโซ่แห่งความรัก ผ่านลมฝน ผ่านร้อนผ่านหนาว ใต้ร่มเงาให้ใจคอยพักพิง ลูกเอยพ่อเคยพร้อมทุกสิ่ง บางสิ่งหายไปกับตา แม่เจ้าเหมือนแก้วตา ด่วนลาพ่อลาเจ้า ไป ลูกรักจงอย่าได้หวั่นเกรง เพลงที่แม่กล่อม จากนี้พ่อจะร้องเอง ใครจะมาข่มเหงไม่มีวัน หลับเถิดหนาแก้วตาดวงใจ หลับให้สบาย ไม่นานคงพบกัน จากไปไม่ใช่ชั่วนิรันดรสักวันพ่อจะตามไป คุ้มครอง เจ้าคือดวงดาวน้อยของพ่อ จับมือพ่อเอาไว้ พ่อจะพาเจ้าเดิน ข้ามไป สู่ปลายทางที่ดี ไม่มีรักครั้งไหน รักมากแค่ไหนยิ่งใหญ่เกิน ยิ่งใหญ่เกินเหนื่อยแค่ไหนไม่ท้อ ทนได้เสมอขอให้ลูกมีความสุขให้ เจ้าเดินต่อไปไม่น้อยหน้าใครๆ ถ้าพูดถึงพ่อ คงไม่มีใครหรอกที่เกิดมาโดยไม่มีพ่อ แต่เราจะได้มีโอกาสเห็นหน้าพ่อหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่ กับบุญวาสนาของเรา บางคนเกิดมามีทั้งพ่อมีทั้งแม่ก็ถือว่าเป็นบุญวาสนาของเขาไป แต่มีอีกหลายคนที่เกิดมาอาภัพนัก มีแต่ผู้เป็น พ่อคนเดียวเท่านั้น แต่เขาก็มีชีวิตอยู่ได้อย่างสบายเพราะสามารถเป็นได้ทั้งพ่อเป็นได้ทั้งแม่ และเป็นได้ทั้งเพื่อน ยามใดที่เราท้อแท้ พ่อก็คอยให้กาลังใจ ยามที่เราร้องไห้พ่อก็คอยปลอบโยนเรา พ่อสามรถทาให้เราได้ทุกอย่าง เมื่อตอนที่ฉันยังเด็กพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า พ่อเลี้ยงดูฉันมาเป็นอย่างดี บางครั้งพ่อชงนมให้ฉันกินในยามที่ฉันร้องไห้ ในคืนที่ฝนตก พ่อกอดฉันให้ความอบอุ่นแก่ฉัน จนฉันหลับ ไปในอ้อมกอดของพ่อ ฉันได้รู้สึกถึงความอบอุ่นทุกครั้งที่พ่อกอดฉัน ฉันซาบซึ้งถึงความรักความเอ็นดูจากพ่อทุกครั้งที่พ่อจูบแก้มฉัน พ่ออบรมสั่งสอนฉันให้ฉันเป็นเด็กดี พ่อไม่เคยตีฉันเพียงแต่ทุกครั้งที่ฉันทาผิดพ่อจะดุฉัน เมื่อฉันเรียนสูงขึ้นพ่อต้องไปทางาน บางครั้ง เป็นเดือนกว่าที่พ่อจะกลับ ฉันต้องอยู่กับแม่ แม่เองก็รักและเอ็นดูดูฉันได้ไม่น้อยไปกว่าพ่อเลย บางคืนแม่สะอื้นร้องไห้ ลูกแกล้งหลับ ไปทั้ง ที่ได้ยินเสียงสะอื้นของแม่ พ่อทาทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีความสุขสบาย ความรักของพ่อที่มีให้กับฉันมันไม่ สามารถที่จะทดแทนได้หมดเลย แต่ฉันจะทาทุกอย่างเพื่อให้พ่อมีความสุขให้พ่อสบายใจ ฉันจะเป็นลูกที่ดีของพ่อและแม่ แต่บางคน อาจจะไม่เป็นเช่นนั้น ลูกบางคนตอบแทนพระคุณของพ่อโดยการทาตัวเกเร เหลวไหลไม่ตั้งใจเรียน บ้างก็ติดยาเสพย์ติด ซึ่งก็เท่ากับ เป็นการทาลายอนาคตของตัวเอง ทาลายความหวังของพ่อ พ่ออยากให้เรามีงานดี ๆ ทา เพื่อที่จะได้สบายในภายภาคหน้า มิหนาซ้า ลูก ๆ บางคน เมื่อพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองแก่ชรา ก็พาพ่อไปทิ้งยังบ้านพักคนชรา โดยไม่คิดจะเหลียวกลับมาดูแลพ่อเลย นี่หรือ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๔ - ๑๖ ๑๑ - ๑๓ ๘ - ๑๐ ต่ำกว่า ๘ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง


๑ ผลตอบแทนที่เรามีให้กับพ่อ บางครอบครัวมีลูก 4 คน 5 คน แต่ไม่มีใครเลยสักคนที่จะสามารถเลี้ยง ดูพ่อได้ เราเคยคิดบ้างไหมว่าที่ ลูกกี่คนพ่อเลี้ยงได้อย่างสบาย แต่ลูกคนจะดูแลพ่อในยามชราได้ พ่อไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าความรักความห่วงใย ถึงแม้กาลเวลา จะผ่านไปนานสักแค่ไหน ความรักของพ่อที่มีให้กับลูกก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และไม่เคยลดน้อยลงมีแต่จะเพิ่มขึ้น ๆ ไม่มีวันที่จะสิ้นสุด แต่ฉันก็ยังมีพ่ออยู่อีกหนึ่งคน ที่คอยดูแลฉันอยู่ห่าง ๆ นั้นคือในหลวงของเรานี้เอง พ่อเพียงคนเดียวสามารถที่จะดูแลลูก ๆ กว่าเจ็ด สิบล้านคนได้ หยาดเหงื่อของพ่อคือความเจริญและความมั่นคงของประเทศ พระองค์สามารถเดินไปได้ทุกที่ ถึงแม้หนทางจะยากลา บากสักเพียงใด พ่อไม่เคยบ่นสักคาว่าเหนื่อย พ่อทรงจัดทาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริขึ้นมากมาย อาทิเช่น โครงการรัก บ้านเกิด โครงการพัฒนาประมงพื้นบ้านเป็นต้น พ่อทรงช่วยเหลือลูก ๆ ทุกวิถีทาง พ่อพยายามให้ลูกทุกคนได้เรียนหนังสือ พ่อทรง ช่วยเหลือชาวเกษตรทุกพื้นที่ พ่อทรงบริจาคปุ๋ยให้ชาวสวน ชาวนา เมื่อฟูดแล้งมาถึง พ่อทรงคิดการทาฝนเทียมขึ้น เพื่อไม่ให้ชาวเกษตรกร ต้องได้รับความเดือดร้อน ยามใดที่เกิดอุทุกภัย พ่อก็ทรงส่งเครื่องยังชีพไปให้ลูก ๆ พ่อต้องยอมสละความสุขของตนเอง เพื่อให้ลูก ๆ มี ความสุข แล้วเราได้ตอบแทนอะไรให้แก่พ่อบ้าง บางคนอาจจะตอบว่าทามาตั้งหลายอย่างแล้ว แต่บางคนแคคิดก็ยังไม่เคย หยุดคิดสักนิด ก่อนที่จะสายเกินไป ประเทศไทยจะเจริญได้ ถ้าเราทุกคนร่วมมือกัน ดังนั้นคงไม่สายเกินไปที่เราจะทดแทนพระคุณของพ่อ พ่อคือคนที่เรารักและพ่อคือคนที่เรารัก เราควรที่จะรักพ่อบ้าง ห่วงใยพ่อบ้าง ดูแลพ่อให้ดีกว่านี้ อย่าได้ทาให้พ่อเสียใจอีกเลย บอกรักพ่อให้ทุกวัน ให้พ่อได้ชื่นใจ สิ่งที่พ่อต้องการ คือความรักจากเรา ให้เราเป็นลูกที่ดีของ พ่อแม่ เพียงแค่นี้ท่านก็มีความสุขแล้ว ตอบแทนพระคุณของพ่อตั้งแต่ตอนนี้ บอกความในใจบางอย่างให้พ่อฟัง ว่า พ่อค่ะหนูรักพ่อมากที่สุด ในโลกเลยค่ะ เพียงแค่แคนี้พ่อก็เป็นสุขแล้ว ใบงานที่ ๑๓.๑ เรื่อง ผังมโนทัศน์เกี่ยวกับข้าว คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนผังมโนทัศน์เกี่ยวกับข้าว เพื่อแสดงกระบวนการคิดในการเขียนเรียงความ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนผังมโนทัศน์เกี่ยวกับข้าว เพื่อแสดงกระบวนการคิดในการเขียนเรียงความ ใบงานที่ ๑๓.๑ เรื่อง ผังมโนทัศน์เกี่ยวกับข้าว ข้าวเป็นอาหารหลักของ คนไทย อาหารที่ทำจากข้าว ประเภทของข้าว/พันธุ์ข้าว


๑ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ใบงานที่ ๑๓.๒ เรื่อง เรียงความอย่างมีกลวิธี คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกเขียนเรียงความในหัวเรื่องที่กำหนดโดยใช้กลวิธีการเขียนเรียงความที่เหมาะสม และสอดคล้องกับเรื่อง ประเพณีเกี่ยวกับข้าว ขนมที่ทำจากข้าว การทำนาข้าว กระแสแฟชั่นกับวัยรุ่น วิถีชีวิตของคนในสังคมไทย สายน้ำกับชีวิต


๑ คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกเขียนเรียงความในหัวเรื่องที่กำหนดโดยใช้กลวิธีการเขียนเรียงความที่เหมาะสม และสอดคล้องกับเรื่อง ใบงานที่ ๑๓.๒ เรื่อง เรียงความอย่างมีกลวิธี กลวิธี กระแสแฟช่ันกับวัยรุ่น วิถีชีวิตของคนใน สายน ้ากับชีวิต สังคมไทย


๑ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ลำดับ ชื่อ – สกุล การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี การตรงต่อ รวม


ที่ ของผู้รับ การ ประเมิน ความ คิดเห็น ฟังความ คิดเห็นของ ผู้อื่น ตามหน้าที่ที่ได้ รับมอบหมาย น้ำใจ เวลา ๒๐ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘-๒๐ ๑๔-๑๗ ๑๐-๑๓ ต่ำกว่า ๑๐ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง


๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ รู้งานเขียนสื่อสารฝึกการพูดในสังคม ภาคเรียนที่.....ปีการศึกษา............. เรื่องการใช้โวหารภาพพจน์ ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๒ คาบ .................................................................................................................................................................................................๑. ผล การเรียนรู้ เขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง มีข้อมูลและสาระสำคัญชัดเจน ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) อธิบายวิธีการเขียนโวหารประเภทต่างๆ ได้อธิบายโวหารภาพพจน์ต่างๆ ได้ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) เขียนบรรยายโดยใช้โวหารประเภทต่างๆ ได้ ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีความตั้งใจและเอาใจใส่ในการใช้โวหารประเภทต่าง ๆ ๓. สาระสำคัญ การเขียนเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารช่วยแพร่กระจายความรู้ ความคิดให้กว้างไกล ซึ่งการเขียนบรรยายและการเขียน พรรณนาผู้เขียนจะต้องอธิบายวิธีการเขียนและเขียนให้ตรงตามวัตถุประสงค์ จึงจะสามารถเขียนบรรยายโวหารและพรรณนาโวหาร ได้อย่างถูกต้อง ๔. สาระการเรียนรู้ การเขียนบรรยายโดยใช้โวหารประเภทต่างๆ ได้ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม


๑ และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ผลงานการเขียนบรรยายโดยใช้โวหารประเภทต่างๆ ได้ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้


๑ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้(Inquiry Method : ๕E) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ๑. ครูสุ่มเรียกนักเรียน ๒-๓ คน ออกมาเล่าถึงวิธีการเดินทางจากบ้านมาโรงเรียน และพบเห็นสิ่งใดระหว่างการเดินทางบ้าง เมื่อนักเรียนเล่าจบ ครูถามนักเรียนว่าเพื่อนแต่ละคนมีวิธีการเล่าอย่างไร และเห็นภาพตามที่เพื่อนเล่ามากน้อยเพียงใด ๒. ครูนำบัตรภาพมาให้นักเรียนดู แล้วสุ่มเรียกนักเรียน ๒ คน ออกมาบรรยายภาพที่ดูให้เพื่อนฟังตามความเข้าใจของตนเอง เมื่อนักเรียนบรรยายเสร็จแล้วให้เปรียบเทียบวิธีการบรรยายว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ๓. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด การเขียนบรรยายกับการเขียนพรรณนามีความเหมือนหรือแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ๑. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๘ คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และอ่อน แล้วให้แต่ละกลุ่มช่วยกันศึกษาความรู้เกี่ยวกับการใช้โวหารและโวหารภาพพจน์ จากหนังสือเรียน โดยจับคู่กัน ศึกษาคู่ละ ๑ หัวข้อ ดังนี้ - คู่ที่ ๑ ศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนบรรยายโวหารและการเขียนพรรณนาโวหาร - คู่ที่ ๒ ศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนเทศนาโวหารและการเขียนอุปมาโวหาร - คู่ที่ ๓ ศึกษาความรู้เรื่อง การเขียนสาธกโวหาร - คู่ที่ ๔ ศึกษาความรู้เรื่อง โวหารภาพพจน์ แล้วบันทึกความรู้ที่ได้จากการศึกษาลงในแบบบันทึกการอ่าน นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ ๑-๒ คำถามกระตุ้นความคิด ๑. เมื่อนักเรียนอ่านงานเขียนแล้วสามารถจำแนกได้หรือไม่ว่างานเขียนนั้นใช้โวหารใด (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๒. การเขียนงานเขียนสามารถใช้วิธีการเขียนทั้งบรรยายและพรรณนา เพื่อเขียนในสิ่งที่ต้องการนำเสนอได้หรือไม่ เพราะเหตุใด (ได้ เพราะงานเขียนไม่จำเป็นต้องใช้การเขียนแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเด็นหรือสิ่งที่ต้องการนำเสนอ ว่าต้องการจะถ่ายทอดและมีจุดมุ่งหมายอย่างไร) ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ นักเรียนแต่ละคู่ผลัดกันอธิบายความรู้ที่คู่ของตนได้ศึกษามาให้เพื่อนคู่อื่นภายในกลุ่มฟัง แล้วผลัดกันซักถามความรู้ จนมีความเข้าใจชัดเจน ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ


Click to View FlipBook Version