๑ สมาชิกแต่ละคนนำความรู้ที่ได้ศึกษาค้นคว้ามาเป็นพื้นฐานในการทำ ใบงานที่ ๑.๑ เรื่อง จากภาพสู่ตัวอักษร ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ๑. ครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมานำเสนอผลงานในใบงานที่ ๑.๑ หน้าชั้นเรียน โดยครูตรวจสอบความถูกต้องและให้ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ในส่วนที่บกพร่อง ๒. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนสามารถนำการเขียนโดยใช้โวหารแบบต่างๆ มาปรับใช้กับงานเขียนของนักเรียนได้หรือไม่อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ ๑๐.๑ หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.๖ ๑๐.๒ บัตรภาพ ๑๐.๓ ใบงานที่ ๑๔.๑ เรื่อง จากภาพสู่ตัวอักษร แหล่งเรียนรู้ ห้องสมุด ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ ๑๔.๑ ใบงานที่ ๑๔.๑ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ด้านทักษะกระบวนการ ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบันทึกการอ่าน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้...................
๑ ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ................................................................................................................ ...................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ
............................................................................................................................. ................................................................................... ................................................................................................................ ...................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
๑ ภาคผนวก บัตรภาพ
ภาพที่ ๑ ภาพที่ ๒
๑ ใบงานที่ ๑๔.๑ เรื่อง จากภาพสู่ตัวอักษร คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนถ่ายทอดเรื่องราวจากภาพ โดยเลือกใช้โวหารที่ได้ศึกษา โวหารที่ใช้ในการเขียน คือ
๑ เฉลยใบงานที่ ๑๔.๑ เรื่อง จากภาพสู่ตัวอักษร คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนถ่ายทอดเรื่องราวจากภาพ โดยเลือกใช้โวหารที่ได้ศึกษา (ตัวอย่าง) โวหารที่ใช้ในการเขียน คือ พรรณนาโวหาร หลังจากชาวประมงลงไซหาปลาตามจุดต่างๆ ในบึงน้ำแล้ว แสงแดดยามสายเริ่มกระจายทั่วท้องฟ้า ชาวประมงก็ขับเรือ และเริ่มเก็บและปลดไซออกจากไม้ที่ผูกทีละลูกที่ลงไว้ตามจุดต่างๆ มาวางเรียงซ้อนกันสองแถวอย่างเป็นระเบียบจนเต็มลำเรือ ส่วนไม้ที่ผูกไซก็วางยาวขนานกับตัวเรือและยาวออกมากว่าตัวเรือทั้งหัวเรือและท้ายเรือ ไซที่วางเรียงกันเต็มเรือนั้นสูงท่วมหัว จนมองไม่เห็นทางและไม่สามารถนั่งขับเรือได้ ชาวประมงจึงยืนขับเรือ มือซ้ายจับประคองไซไว้เพื่อไม่ให้ไซนั้นตกน้ำไป ชาวประมงต้องโน้มกายมาด้านขวาเพื่อบังคับเรือ โดยใช้มือขวาขับและบังคับเรือให้แล่นไปตามร่องน้ำเพื่อขับเรือกลับเข้าฝั่ง อย่างช้าๆ
๑ (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) แบบบันทึกการอ่าน ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง นามปากกา สำนักพิมพ์ สถานที่พิมพ์ ปีที่พิมพ์ จำนวนหน้า ราคา บาท อ่านวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา ๑. สาระสำคัญของเรื่อง ๒. วิเคราะห์ข้อคิด/ประโยชน์ที่ได้จากเรื่องที่อ่าน ๓. สิ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ๔. ข้อเสนอแนะของครู ลงชื่อ นักเรียน ลงชื่อ ผู้ปกครอง ( ) ( )
๑ ลงชื่อ ครูผู้สอน ( ) เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานมีความสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๔ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย ให้ ๓ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ความตั้งใจใน การทำงาน ความ รับผิดชอบ การตรงต่อ เวลา ความสะอาด เรียบร้อย ผลสำเร็จของ งาน รวม ๒๐ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ คะแนน
๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับฟัง คนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม ๒๐ คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑
๑ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ นำเสนอเนื้อหาในผลงานได้ถูกต้อง ๒ การลำดับขั้นตอนของเนื้อเรื่อง
๑ ๓ การนำเสนอมีความน่าสนใจ ๔ การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม ๕ การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๔ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ ๓ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง: ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียนแล้วขีด ✓ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน
คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมาย ของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ๑.๓ ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชน และสังคม ๑.๔ เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้อง ความเป็นชาติไทย ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา และเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน ๑.๖ เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตาม สัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่าง ที่ดีด้านความซื่อสัตย์ ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน ปฏิบัติ เป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ๔.๒ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๔.๓ สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม ๕.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี
๑ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๕.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ๕.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่น ในการทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย ๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชนเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน
๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๕ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ รายวิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ รู้งานเขียนสื่อสาร ฝึกการพูดในสังคม ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ เรื่องการพูดในสังคม ช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช เวลา ๓ คาบ ..................................................................................................................................................................................................... ๑๑. ผลการเรียนรู้ พูดในโอกาสต่างๆ ได้ถูกต้องตามหลักการและความเหมาะสม ๒. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ ด้านความรู้ (K) อภิปรายหลักการสนทนาอย่างไม่เป็นทางการและเป็นทางการ ๒.๒ ด้านทักษะกระบวนการ (P) พูดในโอกาสต่างๆ ได้ถูกต้องตามหลักการและความเหมาะสม ๒.๓ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) มีมารยาทในการพูด ๓. สาระสำคัญ ในชีวิตประจำวันบางครั้งเรามีความจำเป็นที่จะต้องพูดต่อที่ชุมชนในโอกาสต่างๆ ทั้งที่ได้เตรียมตัวมาก่อน และมีผู้เชิญให้พูดโดย ฉับพลัน รวมทั้งการสนทนาในสังคมอันเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ดังนั้นจึงควรมีความรู้เรื่องการพูดและฝึกฝนการพูดเพื่อเตรียมตัว ที่จะพูดต่อที่ชุมชนในโอกาสต่างๆ ไว้บ้าง ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงจุดมุ่งหมายในการพูด การใช้ภาษาและวิธีการพูดให้ถูกต้องเหมาะสมกับโอกาส และสถานที่ ๔. สาระการเรียนรู้ การสนทนาอย่างเป็นทางการและการสนทนาอย่างไม่เป็นทางการการใช้ภาษาและวิธีการพูดให้ถูกต้องเหมาะสม กับโอกาสและสถานที่ ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา
๑ ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. จุดเน้นสู่การพัฒนาผู้เรียน ความสามารถและทักษะของผู้เรียนศตวรรษที่ ๒๑ (๓R ๘C ๒L) (เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) R๑-Reading(อ่านออก) R๒-(W)Riting(เขียนได้) R๓-(A)Rithmetics(คิดเลขเป็น) C-๑ Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ C-๒ Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม C-๓ Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิด ข้ามวัฒนธรรม C-๔ Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะความเป็นผู้นำ C-๕ Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการรู้เท่าทันสื่อ C-๖ Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี C-๗ Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ C-๘ Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย L-๑ Learning (ทักษะการเรียนรู้) L-๒ Leadership (ทักษะความเป็นผู้นำ) ๗. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ(เฉพาะที่เกิดในแผนการจัดการเรียนรู้นี้) บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School) IS ๑ การศึกษาค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) IS ๒ การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) IS ๓ การนำความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) บูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บูรณาการกับประชาคมอาเซียน บูรณาการกับค่านิยม ๑๒ ประการ มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงาม มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง
๑ มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกิน พอใช้ ถ้าเหลือ ก็แจกจ่ายจำหน่ายและพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความ ละลายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง บูรณาการโรงเรียนวิถีพุทธ บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้(ระบุ)……………………. อื่น ๆ (ระบุ)............................................. ๘. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ฝึกการพูดในสถานการณ์ต่าง ๆ ๙. กิจกรรมการเรียนรู้ คาบที่ ๑ ๑. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๒. ครูสุ่มนักเรียน ๑ คน กล่าวอวยพรวันเกิดให้เพื่อน แล้วให้เพื่อนในชั้นเรียนช่วยกันระดมความคิดเห็นว่า การใช้ภาษา ลีลาท่าทาง เหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่ ๓. นักเรียนช่วยกันสรุปเหตุผล ความจำเป็นในการฝึกฝนการพูดต่อที่ชุมชน หรือการสนทนาในสังคมปัจจุบัน ๔. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มล่วงหน้า กลุ่มละ ๓ คน โดยคละความสามารถเก่ง กลาง และอ่อนด้านความสามารถ ในทักษะการพูด ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้ที่ ๑๖.๑ แล้วทำใบงานที่ ๑๖.๑ เรื่อง การสนทนาอย่างเป็นทางการและ ไม่เป็นทางการ ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มจับคู่กันตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมอภิปรายแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ๗. สุ่มนักเรียนในแต่ละกลุ่มตอบคำถามในใบงานที่ ๑๖.๑ ตามความเหมาะสม ๘. นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อหาข้อสรุปของการสนทนาอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ คาบที่ ๒ - ๓
๑ ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้ที่ ๑๕.๒ เรื่อง การสนทนาอย่างเป็นทางการ การอภิปราย ๒. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันคิดหัวข้อเรื่องในการอภิปราย โดยคำนึงถึงประเด็นต่อไปนี้ ขั้นตอนการพูดที่ถูกต้องตามหลักการพูด การใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล การใช้ถ้อยคำ คำพูดที่ถูกต้องตรงกับเนื้อหา การรู้จักใช้ถ้อยคำที่ชัดเจนตรงกับความคิดทั้งความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอการอภิปราย โดยกำหนดเวลาให้กลุ่มละ ๑๐-๑๕ นาที ๔. กำหนดให้นักเรียนกลุ่มอื่นประเมินผลตามแบบประเมินการพูดอภิปราย และนำเสนอให้กลุ่มผู้ถูกประเมินยอมรับ หรือ ชี้แจงเหตุผลให้เพื่อนๆ เข้าใจ ๕. นักเรียนและครูสรุปความรู้ที่ได้รับจากเรื่อง การสนทนาอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ๖. นักเรียนทำใบงานที่ ๑๕.๒ เรื่อง การพูดในสังคม และสรุปความรู้ที่ได้รับลงในสมุดบันทึก ๗. ทำแบบทดสอบหลังเรียนของแผนการจัดการเรียนรู้ทั้งหมด ๑๐. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ ๑๐.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑. ใบความรู้ที่ ๑๕.๑ เรื่อง การสนทนาอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ๒. ใบความรู้ที่ ๑๕.๒ เรื่อง การสนทนาอย่างเป็นทางการ การอภิปราย ๓. ใบงานที่ ๑๕.๑ เรื่อง การสนทนาอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ๔. ใบงานที่ ๑๕.๒ เรื่อง การพูดในสังคม ๑๐.๒ แหล่งเรียนรู้ ๑. ห้องสมุด ๒. ตัวอย่างการพูดในห้องเรียนออนไลน์ ท๓๐๒๑๒ (E-learning) และใน Google classroom https://class.rachinuthit.ac.th/class/course/view.php?id=24 https://classroom.google.com/u/0/h
๑ ๑๑. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ศึกษาใบความรู้ที่ ๑๕.๑ สังเกต มีความรู้ความเข้าใจ ศึกษา ใบความรู้ที่ ๑๕.๒ ร้อยละ ๙๐ ด้านทักษะกระบวนการ ทำใบงานที่ ๑๕.๑ ใบงาน เกณฑ์ผ่าน ร้อยละ ๘๐ ทำใบงานที่ ๑๕.๒ ฝึกการพูด แบบประเมิน การพูด ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ด้านคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ สังเกต แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๑๒. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา ๑๒.๑ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................... ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ................................................................................................................ ...................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางจุฬาลักษณ์ บุญไชย) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๑๒.๒ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๑. ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
๒. การจัดกิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป ๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ ๔. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ................................................................................... ..................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................... (นางมณีรัตน์ ศรีจันทร์) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารวิชาการ ๑๓. บันทึกผลหลังการสอน ๑๓.๑ สรุปผลการเรียนการสอน ๑. นักเรียนจำนวน.....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้...........................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ไม่ผ่านจุดประสงค์........................................คน คิดเป็นร้อยละ........................... ๒. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ (K) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๓. นักเรียนมีความรู้เกิดทักษะ (P) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. นักเรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๒ ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๑๓.๓ ข้อเสนอแนะ ๑๓.๓.๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยจัดชมรมวาทศิลป์ ฝึกการพูดในโอกาสต่างๆ ๑๓.๓.๒ จัดกลุ่มอาสาสมัครโครงการ “มัคคุเทศก์น้อย” ใช้ในโอกาสมีผู้มาเยี่ยมเยียนโรงเรียน ๑๓.๓.๓ จัดประกวดพิธีกรรุ่นเยาว์ เพื่อให้นักเรียนมีความตื่นตัวที่จะฝึกฝนทักษะการพูด
ลงชื่อ........................................................ (นางช้องมาศ จารุพงษ์ทวิช) ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ภาคผนวก
๑ ใบความรู้ที่ ๑๕.๑ เรื่อง การสนทนาอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ การพูดในสังคมปัจจุบัน มีระดับของการสนทนาอยู่ ๒ รูปแบบ คือ ๑. การสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ ได้แก่ การทักทาย การตั้งคำถาม ๒. การสนทนาอย่างเป็นทางการ ได้แก่ การพูดคุยต่อหน้าชุมชนในโอกาสต่างๆ เป็นการพูดอย่างมีแบบแผนเป็นพิธีการ จึงต้อง อาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะตัวและมีศิลปะในการพูด เช่น การกล่าวอวยพร การกล่าวแนะนำ การอภิปราย การสนทนาทั้ง ๒ รูปแบบ จำเป็นต้องมีคุณธรรมประกอบ เพื่อเป็นนักพูดที่มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบในสิ่งที่พูด การสนทนาอย่างเป็นทางการที่จะกล่าวถึง ได้แก่ การกล่าวอวยพร การกล่าวแนะนำ การกล่าวขอบคุณ การกล่าวอวยพร การกล่าวอวยพรให้แก่กันในโอกาสต่างๆ เช่น อวยพรปีใหม่ วันเกิด วันครู เป็นการแสดงความปรารถนาดี ความเคารพรัก และความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน มีลักษณะสำคัญดังนี้ ๑. โอกาสที่กล่าวคำอวยพร ๒. บุคคลที่อวยพร ๓. ถ้อยคำ สำนวน ภาษาที่ใช้ การกล่าวแนะนำ เป็นการเกริ่นให้ผู้ฟังทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้บรรยาย ผู้อภิปรายเพื่อเป็นการจูงใจ หรือโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังสนใจมากยิ่งขึ้น มีลักษณะสำคัญ คือ ๑. การแนะนำการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่ ความสามารถพิเศษ อาจสอบถามข้อมูลจากผู้ได้รับการแนะนำเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน ตรงกับความต้องการของผู้ได้รับการแนะนำ ๒. การใช้ภาษาต้องให้เหมาะสมกับผู้ฟัง ๓. เน้นจุดสนใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้ได้รับการแนะนำกับหัวข้อ และเรื่องที่ท่านจะพูด ๔. จบลงด้วยการประกาศชื่อผู้ที่ได้รับการแนะนำ การกล่าวขอบคุณ เป็นการกล่าวในโอกาสที่การบรรยายหรือการอภิปรายจบลง เป็นการแสดงความขอบคุณผู้พูด มีลักษณะสำคัญ คือ ๑. ขอบคุณผู้พูด แล้วพูดถึงความสำคัญของเรื่องที่พูดจบไปนั้นอย่างสั้นๆ ๒. เน้นประโยชน์ที่ผู้ฟังได้รับ จบลงด้วยการกล่าวขอบคุณผู้พูดอีกครั้งหนึ่ง
๑ ใบความรู้ที่ ๑๕.๒ เรื่อง การสนทนาอย่างเป็นทางการ การอภิปราย การเตรียมตัวพูดต่อที่ชุมชน ๑. กำหนดจุดมุ่งหมายของการพูด ๒. วิเคราะห์ผู้ฟัง ๓. กำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะพูด ๔. รวบรวมเนื้อหาที่จะพูด ๕. กำหนดเค้าโครงลำดับเรื่องที่จะพูด ๖. เลือกใช้ถ้อยคำ ภาษาที่เข้าใจง่าย กะทัดรัดและมีความหมายชัดเจน ๗. ซักซ้อมการพูด จุดมุ่งหมายของการพูด ๑. เพื่อให้ความรู้ ๒. เพื่อโน้มน้าวใจ ๓. เพื่อจรรโลงใจ ๔. เพื่อค้นหาคำตอบ การใช้ภาษาในการพูด ฐานะของบุคคล โอกาสและกาลเทศะในการพูด เป็นสิ่งกำหนดให้ระดับของภาษามีความลดหลั่นต่างๆ กันไป ถ้าใช้คำผิดระดับอาจทำให้การพูดไม่สัมฤทธิผล การจัดคำของภาษาแบ่งออกเป็น ๕ ระดับ คือ ๑. ระดับพิธีการ ๒. ระดับทางการ ๓. ระดับกึ่งทางการ ๔. ระดับสนทนา ๕. ระดับกันเอง การพูดต่อทชีุ่มชน
๑ การอภิปรายเป็นคณะ ผู้อภิปรายจะเป็นผู้เชี่ยวชาญมีความรู้ในเรื่องที่จะอภิปราย มีการเตรียมตัวค้นคว้ามาเป็นอย่างดี การ อภิปรายจะแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ ผู้อภิปรายแต่ละคนจะร่วมกันแสดงความคิดเห็นในหัวข้อแต่ละหัวข้อ อาจมีการสนับสนุนหรือ คัดค้านซึ่งกันและกันได้ เมื่อจบการอภิปรายแล้วผู้ฟังสามารถร่วมซักถามได้ การดำเนินการอภิปราย ผู้ดำเนินการอภิปรายจะมีบทบาทมาก การอภิปรายจะได้ผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับการดำเนินการอภิปราย โดยปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ ๑. ผู้ดำเนินการกล่าวเปิดการอภิปรายด้วยการทักทายผู้ฟัง และผู้ร่วมอภิปรายแนะนำหัวข้อที่จะอภิปรายให้เกิดความน่าสนใจ ๒. แนะนำผู้ร่วมอภิปรายตามลำดับ เพื่อให้รู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น บอกความสามารถพิเศษ ตำแหน่งหน้าที่ แต่จะต้องแนะนำอย่าง ถูกต้องด้วยการเตรียมข้อมูลมาเป็นอย่างดี ๓. เชิญผู้ร่วมอภิปรายพูดตามลำดับหรือตามหัวข้อที่กำหนด พยายามให้พูดโดยทั่วถึงกันทุกคน ๔. สรุปการอภิปรายเมื่อผู้ร่วมอภิปรายพูดจบทีละคน สรุปแต่เพียงสั้นๆ อย่าเสริมความหรือขยายความ ๕. ถ้าเกิดปัญหา เช่น การถกเถียง ขัดแย้ง การไม่รักษาเวลา ผู้ดำเนินการอภิปรายต้องแก้ปัญหาให้ได้ ๖. พยายามให้การอภิปรายอยู่ในขอบเขตด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ถามปัญหา สรุปใจความ ๗. ผู้ดำเนินการอภิปรายจะต้องเชื่อมโยงระหว่างผู้อภิปรายและผู้ถามเมื่อการอภิปรายสิ้นสุดลง ๘. สรุปผลการอภิปรายทั้งหมดเมื่อจบการอภิปราย ๙. กล่าวขอบคุณผู้ร่วมอภิปรายและผู้ฟัง ๑๐. กล่าวปิดการอภิปราย การอภิปราย
๑ ใบงานที่ ๑๕.๑ เรื่อง การสนทนาอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ คำชี้แจง นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้ และระบุว่าเป็นการกล่าวเนื่องในโอกาสใด ใครพูดกับใคร ๑. ขอให้เธอไปดี ขอให้มีความสุข ............................................................................................................................. ........................ ............................................................................................................................. ........................ ๒. ขอให้อายุมั่นขวัญยืน มีความสุขตลอดไป ............................................................................................................................. ........................ ............................................................................................................................. ........................ ๓. ขอให้ครองรักกันยั่งยืนตลอดไป ............................................................................................................................. ........................ ............................................................................................................................. ........................ ๔. ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้คุณยายมีความสุข สดชื่นตลอดไป ............................................................................................................................. ........................ ............................................................................................................................. ........................
๑ ใบงานที่ ๑๕.๒ เรื่อง การพูดในสังคม คำชี้แจง จงพิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ในงานมงคลสมรส ของนายเดชลูกชายผู้ใหญ่ชัย กำนันเป้าได้ไปร่วมรับประทานอาหาร ฉลองมงคลสมรสอยู่ด้วย พิธีกรได้ประกาศว่า “ขอเรียนเชิญท่านกำนันเป้าขึ้นมาอวยพรคู่บ่าว สาวครับ” กำนันเป้าสะดุ้งโหยง ยิ้มแหยๆ แล้วค่อยๆ เดินขึ้นบนเวทียืนอยู่หน้าไมโครโฟนอยู่ พักใหญ่ “สะ........สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องญาติสนิทมิตรสหายทั้งที่รู้จักดีและไม่รู้จัก ผมดีใจจริงๆ มีโอกาสปราศรัยในงานมงคลนี้ คือผมเป็นกำนันมาหลายปี มีลูกบ้านมาขอความช่วยเหลือ อยู่บ่อยๆ ผมก็ช่วยไปตามหน้าที่ คราวนี้ผมก็ช่วยขึ้นมาปราศรัยให้กับผู้ใหญ่ชัยเขาเพราะลูกชายเขา แต่งงาน ผมดีใจจริงๆ ที่ได้มาพูด สวัสดีครับ” แล้วกำนันเป้าก็เดินลงเวทีอย่างผึ่งผาย รู้สึกภูมิใจที่ได้แสดงความสามารถในการพูด อย่างจับใจผู้ฟัง ๑. คำกล่าวของกำนันเป้าบกพร่องหรือไม่ อย่างไร ❑ บกพร่อง ❑ ไม่บกพร่อง เหตุผล............................................................................................................................. ............. ............................................................................................................................. ........................ ๒. ถ้าจะขึ้นไปพูดต่อประชุมชน จำเป็นต้องฝึกฝนหรือไม่ อย่างไร ❑ จำเป็น ❑ ไม่จำเป็น เหตุผล............................................................................................................................. ............. ............................................................................................................................. ........................ ............................................................................................................................. ........................ ๓. กรณีที่กำนันเป้าขึ้นไปพูดอวยพรคู่บ่าวสาวนี้ สิ่งใดที่บกพร่องที่สุด การกล่าวทักทายผู้ฟัง เนื้อหาของบทอวยพร บุคลิกของผู้พูด การใช้ภาษาในการพูด เหตุผล............................................................................................................................. ............ ............................................................................................................................. ........................
๑ ๔. ถ้านักเรียนเป็นกำนันเป้าจะกล่าวอย่างไร ? ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................ ........................................................................................................
๑ ใบงานที่ ๑๕.๑ เรื่อง การสนทนาอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ๑. การกล่าวอวยพรในการเดินทาง เพื่อน เพื่อน ๒. การกล่าวอวยพรในงานวันเกิด ญาติผู้ใหญ่ ผู้มีอายุน้อยกว่า ๓. การกล่าวอวยพรในงานแต่งงาน ญาติผู้ใหญ่ คู่บ่าวสาว ๔. การกล่าวอวยพรในวันขึ้นปีใหม่, วันเกิด หลาน ยาย ๑. คำกล่าวของกำนันเป้าบกพร่องหรือไม่ อย่างไร บกพร่อง ไม่บกพร่อง เหตุผล > ไม่เหมาะกับกาลเทศะ และไม่ได้กล่าวอวยพรคู่บ่าวสาว ๒. ถ้าจะขึ้นไปพูดต่อประชุมชน จำเป็นต้องฝึกฝนหรือไม่ อย่างไร จำเป็น ไม่จำเป็น เหตุผล > ในการพูดต้องมีการเตรียมตัวและฝึกฝน ดังนี้ ๑. กำหนดจุดมุ่งหมายของการพูด ๒. วิเคราะห์ผู้ฟัง ๓. กำหนดขอบเขตของเรื่องที่พูด ๔. รวบรวมข้อมูลในการพูด ๕. ทำเค้าโครงลำดับเรื่อง ๖. เตรียมวิธีใช้ภาษาให้เหมาะสมกับบุคคลและกาลเทศะ ๗. ซักซ้อมการพูดเพื่อความมั่นใจ โดยเฉพาะการใช้สำนวนภาษา ๘. แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะ ๓. กรณีกำนันเป้าขึ้นไปอวยพรคู่บ่าวสาวนี้ สิ่งใดบกพร่องที่สุด มารยาทในการพูด เหตุผล > การพูดต้องให้เกียรติผู้ฟังและเจ้าของงาน ต้องพูดให้ถูกกาลเทศะ ๔. ถ้านักเรียนเป็นกำนันเป้าจะกล่าวอย่างไร > สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผมดีใจที่มีโอกาสมากล่าวคำอวยพรแด่คู่บ่าวสาว ขอให้ทั้งสองจงใช้ชีวิตกัน อย่างมีความสุข ถนอมรักให้ยืนยาว ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้อภัยกัน จงจำความรู้สึกที่ดีวันนี้ไว้ ขอให้ครองรักกันยืนยาวตลอดไป สวัสดีครับ เฉลย ใบงานที่๑๕.๒
๑ แบบประเมินการพูด คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับ คะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ นำเสนอเนื้อหาในผลงานได้ถูกต้อง ๒ การลำดับขั้นตอนของเนื้อเรื่องและการพูด ๓ การนำเสนอมีความน่าสนใจและมีความมั่นใจ ๔ การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม ๕ การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ ๔ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ ๓ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ ๒ คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ ๑ คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๐ ปรับปรุง
๑ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง: ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียนแล้วขีด ✓ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๑.๑ ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมาย ของเพลงชาติ ๑.๒ ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ๑.๓ ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชน และสังคม ๑.๔ เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้อง ความเป็นชาติไทย ๑.๕ เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา และเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน ๑.๖ เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ๒.๑ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง ๒.๒ ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตาม สัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่าง ที่ดีด้านความซื่อสัตย์ ๒.๓ ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ ๓. มีวินัย รับผิดชอบ ๓.๑ ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ
๑ กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน ปฏิบัติ เป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๔.๑ แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ๔.๒ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ ๔.๓ สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม ๕.๒ ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ ๕.๓ ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ๕.๔ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด ๕.๕ วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ๕.๖ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ๖. มุ่งมั่น ในการทำงาน ๖.๑ เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ๖.๒ ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๓ ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ ๖.๔ ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ๖.๕ พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ ๖.๖ ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ ๗. รักความเป็นไทย ๗.๑ มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ๗.๒ เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย
๘. มีจิตสาธารณะ ๘.๑ รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน ๘.๒ อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา ๘.๓ ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน ๘.๔ เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชนเพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ ๓ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ ๒ คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ ๑ คะแนน
๑ แบบทดสอบหลังเรียน โรงเรียนสตรีราชินูทิศ อุดรธานี ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ วิชาภาษาไทยเชิงวิเคราะห์ รหัสวิชา ท๓๐๒๑๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๒๐ นาที ข้อสอบปรนัย จำนวน ๒๐ ข้อ คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน ............................................................................................................................. .............................................. คำสั่ง ให้นักเรียนทุกคนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดลงในกระดาษคำตอบและห้ามขีดเขียนข้อความใด ๆ ลงในกระดาษคำถาม ๑. ประโยคใดมีลักษณะโครงสร้างเป็นภาษาไทยมากที่สุด ? ก. ลำไยโดยสารรถประจำทางไปโรงเรียน ข. สำหรับลุงพล ตำรวจปล่อยตัวไปแล้ว ค. ทอรุ้งจะมาในชุดราตรีในงานแฟชั่นไหมไทย ง. ฝนเทียมนำมาซึ่งประโยชน์อย่างใหญ่หลวง ๒. “เจ้านกกาเหว่าเอย ไข่ไว้ให้แม่กาฟัก แม่กาก็หลงรัก นึกว่าลูกในอุทร คาบเอาข้าวมาเผื่อ คาบเอาเหยื่อมาป้อน” คำประพันธ์ที่ยกมานี้จัดว่าเป็นภาษาประเภทใด ? ก. ภาษาช่วยจรรโลงใจ ข. ภาษาช่วยกำหนดอนาคต ค. ภาษาช่วยธำรงสังคม ง. ภาษาช่วยแสดงความเป็นปัจเจกบุคคล ๓. คำในข้อใดมิได้เลียนเสียงธรรมชาติ ? ก. น้ำค้างหยดลงเผาะๆ เป็นหยาดน้ำตาสวรรค์ ข. ขอเป็นเกือกทองรองบาทา ไปจนกว่าชีวินจะบรรลัย ค. สายธาราดั่งนาฬิกาแก้ว แว่วแว่วจ๊อกจ๊อกเซาะซอกหิน ง. ตะแล้กแต้กแต้กตะแล้กแต้กแต้ก กระเดื่องดังแซกสำรวลสรวลสันต์ ๔. ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ครบห้าเสียง ? ก. ข้อสอบชุดนี้ยากมาก ข. ยากกว่าชุดที่แล้วมาเหรอ ค. ฉันคิดว่าน่าจะใช่นะ ง. อ่านหนังสือน้อยไปมั้ย ๕. ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ไม่ครบห้าเสียง ? ก. ฉันรักภาษาไทยมากที่สุด ข. ฉันชอบอ่านวรรณคดีไทยมาก ค. ฉันภาคภูมิใจในภาษาไทยของเรา ง. เพื่อนของฉันมักกล่าวว่าภาษาไทยค่อนข้างยาก ๖. ข้อใดใช้ภาษาต่างระดับกับข้ออื่น ? ก. ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ข. ศิลปินแห่งชาติเป็นบุคคลผู้สร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะอันทรงคุณค่า ค. ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นสมาชิกแห่งราชบัณฑิตยสถาน ย่อมถือว่าได้รับการยกย่องอย่างสูง ง. พฤติกรรมความเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม เจ้าที่เจ้าทาง และเครื่องตกแต่งบ้านในเมืองไทยดูจะเป็นพิธีการ เพื่อตัวเอง ๗. ข้อใดเป็นภาษาแบบแผน ? ก. คุณก็รู้ดีว่าเราต้องร่วมมือกัน ข. เขาเป็นคนมีน้ำใจคนหนึ่งทีเดียว ค. ข้าราชการต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้านาย ง. บรรดาชายและหญิงล้วนอุทิศตนเพื่อสังคม ๘. ความหมายของสำนวนคู่ใดไม่เป็นไปในทำนองเดียวกัน? ก. ขิงก็ราข่าก็แรง – ขนมผสมน้ำยา ข. ยุให้รำตำให้รั่ว – เสี้ยวเขาควายให้ชนกัน ค. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ – ตำข้าวสารกรอกหม้อ ง. แกว่งเท้าหาเสี้ยน – เอามือซุกหีบ ๙. ข้อใดใช้สำนวนผิด ? ก วารุณีไม่ชอบทำงานเพราะเธอเป็นคนประเภท ถนิมสร้อย ข. ผู้ใหญ่จะสอนเสมอว่าเวรกรรมนั้นจะส่งผล ต่อผู้ทำเหมือนกงเกวียนกำเกวียน ค. เขาเอาใจออกห่างโดยไปเข้ากับศัตรูของเรา ง. ความรู้ที่เธอสอนเขานั้นยากเกินที่เขาจะรับ ได้เหมือนกับสีซอให้ควายฟัง
๑ ๑๐. ข้อใดสื่อความหมายนัยตรง ? ก. คนที่เข้าตามตรอกออกตามประตูย่อมปลอดภัยเสมอ ข. งานช้างสุรินทร์ปีนี้เป็นงานช้างจริง ๆ ช้างก็มาก คนชมก็มาก ค. เรือลำนี้ขึ้นคานแล้วเพราะเจ้าของใช้เรือที่ เพิ่งต่อมาใหม่แทน ง. บรรดาเพื่อน ๆ มักมาล้มทับเขา ทำให้เขาไม่สามารถตั้งตัวได้ ๑๑. ข้อใดเรียงลำดับข้อความจากที่กำหนดให้ได้ถูกต้อง ? ๑. หากยังมีความเป็นเหตุเป็นผลระหว่าง มนุษย์กับมนุษย์ ๒. มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เกิดมา ๓. ซึ่งมิได้เกิดมาอย่างโดดเดี่ยว ๔. จากกระแสภายในระบบการเปลี่ยนแปลง ของธรรมชาติ ๕. และระหว่างมนุษย์กับสิ่งต่าง ๆ บนพื้นฐานความจริงอีกด้วย ก. ๑ ๓ ๒ ๕ ๔ ข. ๔ ๕ ๓ ๑ ๒ ค. ๑ ๒ ๕ ๔ ๓ ง. ๒ ๔ ๓ ๑ ๕ ๑๒. ข้อใดใช้ภาษาได้ถูกต้อง ? ก. รสชาติอาหารที่นี่ถูกคอพวกเรา ข. ชาวบ้านช่วยกันปรับปรุงดินเพื่อสร้างศาลาวัด ค. ในที่สุดทุกคนก็ออมชอมกันได้ ง. เขาเป็นคนที่คำนึงถึงประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง ๑๓. ข้อใดเป็นการใช้ภาษาแบบอนุมานจาก สาเหตุไปหาผลลัพธ์ ? ก. สมคิดสอบคัดเลือกไม่ได้ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนช่างคิดช่างเขียน ข. สมใจขาดสอบ ๑ วิชา เขาก็ยังสอบเข้าได้ ๑๔. ข้อใดไม่ใช่การคิดเชิงโต้แย้ง ? ก. เรียนอะไรก็ได้ที่ชอบ ตรวจสอบตัวเองให้ดี ข. การแข่งขันเป็นสิ่งดี แต่คิดอีกทีเหมือนดาบสองคม ค. สายวิทย์อย่าคิดว่าแน่ สายศิลป์ที่ร็จริงน่ะเก่งแท้ ง. มหาวิทยาลัยเปิด มหาวิทยาลัยปิด จบเป็นบัณฑิตไม่ต่างกัน ๑๕. ข้อใดใช้ภาษาเหมาะสมในการโต้แย้ง ? ก. ข้อเสนอที่ว่านั้นใช้ไม่ได้เลย เพราะไม่ได้ตั้งอยู่ บนเหตุและผล ข. ข้อเสนอดังกล่าวนั้น ผมเองมีความเห็นที่ แตกต่างไปบ้าง ค. ผมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนั้นเพราะไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริง ง. ผมขอให้นำข้อเสนอนี้กลับไปคิดใหม่เพื่อให้ชัดเจน มากกว่านี้ ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ ๑๖-๑๗ ดอกไม้ไทยเป็นดอกไม้ที่สวยงาม คงทน และมีกลิ่นหอม ละมุนรื่นจมูก ช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลายได้อย่างดีเยี่ยม ด้วย เหตุนี้ช่างสตรีไทยจึงได้ใช้ดอกไม้สดมาประดิดประดอยเป็นงาน ดอกไม้รูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาลัยดอกไม้สด จัดแจกัน จัดพาน เป็นต้น” ๑๖. ข้อใดคือใจความสำคัญของข้อความข้างต้น ? ก. ดอกไม้สามารถนำมาจัดได้หลายรูปแบบ ข. ดอกไม้ไทยสวย ทน และหอมเหมาะสำหรับ ช่างสตรีไทย ค. ความงามอยู่ได้นาน กลิ่นหอมคือคุณสมบัติ ของดอกไม้ไทย ง. ดอกไม้ไทยมีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการนำมา จัดให้เป็นรูปสวยงาม
เนื่องจากเขาเก่งมาก ค. สมหวังไม่เคยอ่านหนังสือมาทั้งปีก็ไม่แปลกเลย ที่การสอบของเขาไม่สมหวัง ง. ดิฉันยอมทำตามข้อเสนอของคุณด้วยพิจารณาแล้ว เห็นว่าโครงการนี้ดีจริง ๆ ๑๗. ข้อใดคือความหมายของคำว่า “ประดิดประดอย” ? ก. ประดิษฐ์อย่างช้า ๆ ข. สร้างขึ้นใหม่ให้สวยงาม ค. ทำงานฝีมืออย่างละเอียดลออ ง. ทำงานอย่างตั้งใจ ช้าแต่งาม
๑ ข้อ ๑๘ - ๒๐ ข้อใดมีคำที่เขียนสะกดไม่ถูกต้อง ๑๘. ก. ฉะนั้น พะเน้าพะนอ ข. ผาสุข ผัดวันประกันพรุ่ง ค. อาเพศ ลมปราณ ง. เปอร์เซ็นต์ ผูกพัน ๑๙. ก. ตระเวณ คอนเสิร์ต ข. ปรามาส มาดหมาย ค. รุ่มร่าม ก๋วยเตี๋ยว ง. รสชาติ คลินิก ๒๐. ก. กอปร จันทน์กะพ้อ ข. ขะมักเขม้น มอเตอร์ไซค์ ค. คะนอง บิณฑบาตร ง. ไอศกรีม วอลเลย์บอล เฉลย ๑. ก ๒. ก ๓. ข ๔. ข ๕. ค ๖. ง ๗. ง ๘. ค ๙. ก ๑๐. ค ๑๑. ง ๑๒. ง ๑๓. ค ๑๔. ก ๑๕. ข ๑๖. ข ๑๗. ค ๑๘. ข ๑๙. ก ๒๐. ค