224
ตอนที่ 4 เชื่อมโยงโครงข่ายแหล่งท่องเที่ยวชุมชนภายในเส้นทางท่องเที่ยวตามระดับศักยภาพและกิจกรรมที่มี
ความสอดคล้องสัมพนั ธ์กนั ในรูปแบบเส้นทางท่องเที่ยวแบบวงรอบ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (The Research and Development) เป็นลักษณะหนึ่งของการวิจัย
เชิงปฏิบัติการ (Action Research) ที่ใช้กระบวนการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ มุ่งพัฒนาทางเลือกหรือวิธีการ
ใหม่ ๆ ดา้ นการท่องเทย่ี วชมุ ชน เพ่อื ใชใ้ นการยกระดับคุณภาพของระบบบริหารจัดการโครงข่ายการท่องเทยี่ วชุมชน
เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนาระบบบริหารจัดการ
โครงขา่ ยการท่องเท่ียวชุมชนเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดโดยการเช่ือมโยงโครงข่ายแหล่งท่องเท่ียวแต่ละพ้ืนท่ีภายใน
เส้นทางท่องเที่ยวตามระดับศักยภาพและกิจกรรมที่มีความสอดคล้องสัมพันธ์กันในรูปแบบเส้นทางท่องเที่ยวแบบ
วงรอบ โดยความรว่ มมือระหวา่ งชุมชน สมาชกิ ภายในองค์กรเครือขา่ ยการท่องเท่ียวโดยชุมชน 3 ตำบลเขตเศรษฐกิจ
พิเศษและพื้นที่ใกล้เคียง ทีมนักวิจัยแบ่งประเด็นการศึกษาการเชื่อมโยงครือข่ายการท่องเที่ยวเที่ยวตำบลแม่กาษา
แม่ปะ ท่าสายลวดทีมนักวิจยั แบง่ ประเด็นศึกษาออกเป็น 4 สว่ น ดังน้ี
สว่ นท่ี 1 ผลการศึกษาและการสำรวจ กระบวนการกอ่ เกิดของชมุ ชน 3 ตำบล
ส่วนที่ 2 ผลการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในชุมชน ตวั แทนของชุมชนทจี่ ัดการท่องเที่ยวตำบลแม่กาษา
แมป่ ะ ท่าสายลวด
ส่วนที่ 3 ผลการสรา้ งโมเดลระบบบริหารจัดการโครงขา่ ยการท่องเท่ยี ว
ส่วนท่ี 4 ผลการวิเคราะห์ความเหมาะสมของโครงข่ายการท่องเทยี่ ว
ส่วนท่ี 1 ผลการศกึ ษาและการสำรวจ กระบวนการก่อเกิดของชมุ ชน 3 ตำบล
การศึกษาและการสำรวจ กระบวนการก่อเกิดของชุมชน 3 ตำบลปญั หาตา่ ง ๆ ที่เกิดข้ึนหลังจากชุมชนผ่าน
กระบวนการวิจัยจนกลายเป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน บริบทของชุมชนและบรบิ ทของแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงเรื่อง
องค์ประกอบทางการท่องเที่ยว และพฤติกรรมความสนใจของนักทอ่ งเที่ยวชาวไทยทีม่ ีต่อการท่องเที่ยวชุมชม พบวา่
การดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนในช่วงระยะเริ่มต้นของการทำวิจัยทั้ง 3พื้นท่ี โดยในเบื้องต้นชวนคนเข้า
ร่วมโดยคำถึงการทำงานแกนหลักทั้งสามพื้นที่ได้กลุ่มคนครบและมาร่วมทำงานได้ระยะหนึ่งแต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถ
ร่วมทีมวิจัยได้ในทีมแม่กาษาต้องขาดสมาชิกทีมแกนหลักที่เป็นนักวิจัยไป แต่พอดำเนินการในระยะหนึ่งทีมจึง
ปรบั เปลยี่ นวธิ ีการทำงานเป็นแกนประสานสอื่ สารในพ้ืนทเี่ พ่อื เชอ่ื มโยงการทำกิจกรรมการท่องเท่ียว โดยเนน้ เป็นกลุ่ม
ที่มีในชุมชนมาเป็นกิจกรรมเส้นทางการการท่องเที่ยวเช่นกลุ่มดนตรีพื้นบ้าน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มแกนนำชุมชน กลุ่มน
วัตวิถีเดิม และวัดไทยสามัคคีมาร่วมเป็นแกนนำในพ้ืนที่เพื่อการดำเนินการท่องเท่ียวร่วมกันผลปรากฏว่าได้รับความ
ร่วมมืออย่างเต็มที่โดยกลุ่มนี้มีความเต็มใจร่วมกิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนอย่างเต็มกำลังเมื่อมีภาระกิจก็จะร่วมแรง
ร่วมใจกนั ทำงาน ส่วนกลุ่มตำบลแมป่ ะมที มี นกั วจิ ยั ชุมชนร่วมทำงานและร่วมเรยี นรู้มาตลอดการดำเนินการวิจัยแต่ใน
ระยะกลางการดำเนินกิจกรรมทีมนกั วจิ ยั ตำบลแม่ปะตดิ ภาระกจิ ขาดการประชุมอยู่บ่อยคร้ังและไมม่ ีเวลาเข้าร่วมการ
พัฒนาศักยภาพจึงได้ชักชวนแกนนำทีมใหม่และได้สมาชิกทีมนักวิจัยมาร่วมงานทำให้การดำเนินงานพื้นที่แม่ปะ
สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ส่วนทีมนักวิจัยท่าสายลวดเป็นทีมที่มีศักยภาพและมีความตั้งใจในการทำงานสามารถ
225
ขับเคลื่อนและเข้าร่วมการดำเนินการวิจัยตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นจนสิ้นสุดงานวิจัย การชักชวนทีมและกลุ่ม
คนทำงานถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายเพื่อกำหนดรูปแบบในการติดต่อสื่อสารในระดับพื้นที่เกิดการเชื่อมร้อยจากคน
เป็นกลมุ่ คนในชมุ ชนเร่ิมการขับเคลื่อนเช่อื มรอ้ ยจากในระดบั พ้ืนทช่ี ุมชนเพ่ือศึกษาสำรวจบริบทพ้ืนที่ วิถีถ่ินประเพณี
วัฒนธรรมและทรัพยากรสถานที่ที่สำคัญในชุมชนและร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นปัญหาในพื้นที่ตำบลแม่กาษา แม่ปะ
ทา่ สายลวด โดยสรปุ วา่ พ้นื ท่ีมีสถานทท่ี ่องเทีย่ วที่เป็นท่ีรู้จัก ทงั้ วดั ไทวัฒนาราม วดั โพธิคุณ วัดไทยสามัคคีแหล่งท่อง
เที่ยธรรมชาติ น้ำตกแม่กาษา อโรคยาโป่งคำราม น้ำพุร้อนแต่การท่องเที่ยวเดินทางไปมาของนักท่องเที่ยวนั้นไม่
สามารถสร้างรายได้ให้กับชมุ ชนในพื้นที่ได้กลับกลายเป็นการมาเท่ียว ทำบุญ ถ่ายรูป ชาวบ้านจึงรวมกลุ่มกันจัดการ
ท่องเที่ยวแต่เป็นเพียงการจัดการท่องเที่ยวแยกส่วนเป็นแต่ละพื้นที่ ซึ่งยังไม่มีพลังดึงดูดนักท่องเที่ยวเท่าที่ควร
ทีมนักวจิ ัยสามารถสรปุ ข้ันตอนการเชื่อมรอ้ ยภาคีโดยมีรปู แบบ ดงั น้ี
ภาพท่ี 4.74 รปู แบบที่ 1 การเชอ่ื มภาคีการทอ่ งเทีย่ ว
ส่วนที่ 2 ผลการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในชุมชน ตัวแทนของชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวตำบลแม่
กาษา แม่ปะ ทา่ สายลวด
การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในชุมชน ตัวแทนของชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวตำบลแม่กาษา แม่ปะ
ท่าสายลวด ด้านการบริการและจัดจำหน่ายสินค้าผ่านระบบพาณิชย์ พบว่า การดำเนินการระยะแรกที่ผ่านการค้น
ทุนที่เป็นทรัพยากรบุคคลเพื่อมาศึกษาบริบทพื้นที่เพื่อให้มีทีมแกนนำในแต่ละพื้นที่แล้วนำข้อมูลผ่านกระบวนการ
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจึงนำภาคีระดับชุมชนร่วมวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการท่องเที่ยวโดยการเชื่อมโยง
ทั้ง 3 พื้นที่ โดยทีมวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดังนี้ กลุ่มคนในชชุมชนทั้งชาวบ้านและกลุ่มแกนนำในพื้นที่
กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการทั้งด้านที่พัก รถโดยสาร หรือธุรกิจร้านอาหาร ร้านค้า ร้านกาแฟ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และหน่วยงานหนุนเสริมนอกพื้นที่ตลอดจพื้นที่ใกล้เคียงที่เป็นกลุ่มธุรกิจบริการที่มี
ความสนใจในการเข้าร่วมภาคีเครือข่าย เมื่อสามารถวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเข้าร่วมพัฒนาระบบโครงข่าย
แล้ว เพื่อให้การดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเกิดผลสิ่งสำคัญที่ต้องเติมเต็มคือการชวนคิด ชวนคุยสร้างวงสนทนาเพื่อ
226
หาแนวทางในการพัฒนาขบั เคล่ือนภาคีเครือข่าย เพ่ือสร้างการมสี ่วนรว่ มในทุกข้ันตอน ภาคีเครือข่ายในระดับพื้นท่ี
มีการเชื่อมร้อยในรดับระหว่างชุมชนเกิดขึ้นทั้งสามพื้นที่วางแผนงานกำหนดเป้าหมายร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนให้เกิด
การเชื่อมโยงโครงข่ายการท่องเที่ยวที่เป็นรูปธรรมเครือข่ายกลุ่มธุรกิจและบริการมีความสามารถในการจำหน่าย
สินค้าผ่านส่อื ออนไลน์แต่กลมุ่ ประประชนที่ทำการท่องเท่ียวเป็นองค์ความรู้ใหม่ทตี่ ้องใชเ้ วลาและต้องมีการจัดอบรม
ให้เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ที่ละกลุ่มที่ละชุมชนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสามารถทำได้ในเบื้องต้นเป็นการพัฒนาด้านการ
ถ่ายภาพเพื่อให้ทุกคนสามารถถ่ายภาพกิจกรรม เส้นทาง หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน และการตัดต่อวิดีโอเพื่อให้
สามารถถ่ายคลิปนำเสนอผ่านสื่อได้ พัฒนาด้านการทำเพจทีมนักวิจัยชุมชนสามารถสรุปรูปแบบที่ 2 ของการ
เชอื่ มร้อยเครือข่ายท้ัง 3 พน้ื ที่ ดงั ภาพ
ภาพท่ี 4.75 รปู แบบที่ 2 การเช่ือมรอ้ ยภาคีการท่องเทย่ี ว
สว่ นท่ี 3 ผลการสร้างโมเดลระบบบริหารจัดการโครงขา่ ยการท่องเท่ียว
การสร้างโมเดลระบบบริหารจัดการโครงข่ายฯ ทีมนักวิจัยชุมชนได้แบ่งประเด็นศึกษาออกเป็น 2 ประเด็น
ดังนี้ 1. การลงพื้นที่สัมภาษณ์ข้อมูลกลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องด้านที่พักและร้าน ร้านอาหารร้านกาแฟ
2.ผลการประเมินการทดลองการเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวเพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดรูปแบบการ
ท่องเทยี่ วเพ่ือให้ทราบถึงความต้องการ ความสนใจ ท่ีมีตอ่ การท่องเที่ยวชุมชน
3.1 ผลสรปุ จากการศึกษาข้อมูลการให้บรกิ ารแกน่ ักท่องเท่ียว ดา้ นที่พกั และดา้ นร้านอาหารคาเฟ่
1) กราฟแสดงผลการสำรวจการให้บรกิ ารแกน่ ักท่องเท่ียว ธุรกิจท่พี ักและรา้ นอาหารการรับบริการของ
ทมี วิจัยได้เก็บขอ้ มูลจากผู้ประกอบการเพือ่ นำมาเป็นสว่ นประกอบในการศกึ ษาขอ้ มลู คนท่ีมาใช้บริการ
227
1.1 ธุรกจิ ที่พกั
ภาพท่ี 4.76 กราฟแสดงผลการสำรวจการใหบ้ รกิ ารแก่นักทอ่ งเที่ยวธรุ กจิ ทพ่ี ัก
สรุปผล จากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลธุรกิจที่พัก แบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักได้ทั้งหมด 3 กลุ่ม
ได้แก่ กลุ่มเซลล์/คนขาย กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ จัดลำดับนักท่องเที่ยวที่เดินทาง
มาพกั ได้ดังนี้ ลำดับที่ 1 คือกลุม่ เซลล์/คนขาย ลำดบั ท่ี 2 กลุม่ นักท่องเที่ยวชาวไทย กลุ่มที่ 3 นักท่องเที่ยวต่างชาติ
จากการสัมภาษณ์กลุ่มนักธุรกิจให้ข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะพักในตัวเมืองอำเภอแม่สอดเพราะมีส่ิง
อำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ และอาหารเช้า ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและกลุ่มเซลล์/คนขาย จะมาพักใน
เขตตำบลแม่กาษา ตำบลแมป่ ะ ตำบลทา่ สายลวด เพราะราคาประหยดั และได้สัมผัสกบั ธรรมชาติ
1.2 ธุรกจิ รา้ นอาหาร/คาเฟ่ (Cafe)
ภาพท่ี 4.77 กราฟแสดงผลการสำรวจการให้บริการแก่นกั ทอ่ งเทีย่ วธุรกิจรา้ นอาหาร/คาเฟ่ (Cafe)
228
สรุปผลจากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลธุรกิจร้านอาหาร/คาเฟ่ แบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา
ร้านอาหาร/คาเฟ่ ในตำบลแม่กาษา ตำบลแม่ปะ และท่าสายลวด ได้ทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มคนในพื้นที่
กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ จัดลำดับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาใช้บริการ ลำดับที่ 1
กล่มุ คนในพื้นท่ี 2 กลุ่มนกั ทอ่ งเที่ยวชาวไทย ลำดับท่ี 3 นักทอ่ งเท่ียวต่างชาติ แตด่ ้วยสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19
ทำใหห้ ลายกิจการไดป้ ิดตวั ลงส่งผลให้จำนวนท่องเท่ียวลดลงเกือบเทา่ ตวั ธรุ กจิ ต้องหยุดกจิ การไปถึงแม้จะมีมาตรการ
เว้นระห่างก็ยงั ไม่สามารถดำเนินธรุ กจิ ต่อได้
3.2 ผลการประเมินการทดลองการเช่ือมโยงเครือขา่ ยการท่องเท่ียวโดยชุมชนตบลแม่กาษา แม่ปะ
ท่าสายลวด
ผลสรุปจากการประชุมการดำเนินกิจกรรมทำทัวร์นำร่องจากทีมนักวิจัยชุมชน กลุ่มแกนนำ
ผู้ประกอบการในพื้นท่ีด้านรถบริการ ด้านอาหาร หน่วยงานภาครัฐ (อบต. ททท. พช.) ภาควิชาการ นักท่องเที่ยว ส่ือ
ททท. และภาคีเกี่ยวข้องพบว่าด้านการบริการ ด้านการบริการเป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่าง
เป็นมิตรและเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ กิจกรรมน่าสนใจดึงดูด มีความหลากหลาย มีการจำหน่ายสินค้าชุมชน
แต่ไม่เพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตรปลอดสาร เพราะการจับจ่ายซื้อของอาจเกินความ
คาดหมายของผู้ขาย ข้อค้นพบคือสินค้าที่ขายดีและขายได้ตลอดคือสินค้าทางการเกษตรและสุขภาพที่นักท่องเที่ยว
ได้เห็นและสัมผัสถึงแรงบันดาลใจของคนทำสวนและมั่นใจในความปลอดภัยของสินค้าประเด็นนี้จะเป็นแนวทางท่ี
ทมี จะนำไปกำหนดเป็นรูปแบบเป้าหมายการจดั กจิ กรรมเส้นทางต้อนรบั นักทอ่ งเท่ยี วและสง่ เสริมการขายต่อไป
ด้านกิจกรรมนำเที่ยว ด้านการนำเที่ยวในแต่ละพื้นที่มีการส่งต่อกันอย่างเป็นระบบ แบ่งหน้าที่กัน
ชัดเจนเมื่อเข้าพื้นที่ใด ๆ ก็จะมีนักสื่อความหมายของพื้นที่นั้น ๆ ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากการดำเนินงานในจุดน้ี
เห็นพลังความร่วมมือที่แต่ละพื้นที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพพื้นที่และยังแสดงให้เห็นถึงพลังการร่วมคิด ร่วมทำ
การมีส่วนร่วมของทุกฝา่ ยทั้ง 3 พื้นที่
ด้านอาหาร มีความสะอาดคนประกอบอาหารมีการแต่งกายตามหลักสุขอนามัย ด้านอาหารเป็นที่
ประทับใจเพราะเป็นอาหารพื้นถิ่น ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีวัฒนธรรมไทใหญ่ที่มีความโดดเด่นของพื้นที่
ทา่ สายลวดและนักท่องเท่ียวยงั ได้ลงมือทำดว้ ยตนเอง สร้างความตืน่ เตน้ สนใจให้กับนักท่องเท่ียวที่ได้มโี อกาศสัมผัส
ประสบการณ์วถิ ีวัฒนธรรมไทใหญ่อย่างเต็มรูปแบบ
ดา้ นเวลา การจดั สรรดา้ นเวลาในแตล่ ะพื้นทีใ่ ช้เวลาได้พอเหมาะ
ด้านการจัดการ การจัดการกับจำนวนกลุ่มนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่การใช้เครื่องขยายเสียงติดตัว
อาจเสียงดังไม่พอต้องใช้เครื่องเสียงที่มีกำลังเสียงมากกว่าไมด์ติดตามตัว ในจุดวัดไทยวัฒนารามควรมีการแบ่ง
กลุม่ กัน นกั ท่องเท่ียว 10-15 คนตอ่ คน นำเที่ยว 2 คนและสลับฐานกันเพ่ือลดการแออัดกันและเพ่ือการจัดสรรเวลา
ที่กระชับขึ้นนักท่องเที่ยวจะได้มีเวลาเก็บภาพสวยงามในแต่ละจุดมากขึ้นเพราะจุดนี้นักท่องเที่ยวใส่ชุดไทใหญ่
สถานทใี่ นวัดสวยงามดงึ ดูดเป็นแหตุให้นักท่องเที่ยวไมส่ นใจฟังเรื่องเล่าและเสียเวลากับการรอคนให้พร้อมเพรียงกัน
229
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
1. การต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มการแสดงต้อนรับและคนในชุมชนกับนักท่องเที่ยวอาจมีจำนวนมาก
ทำอาจทำให้ดูคึกคักเกินไปไม่สามารถแยกแยะได้ระหว่างนักท่องเที่ยวหรือคนในพื้นที่ที่มารอชมการแสดงต้อนรับ
ควรมีการแบง่ โซนกันอยา่ งชัดเจน
2. รถรับสง่ นกั ทอ่ งเที่ยวควรรับส่งนกั ท่องเท่ียวใหข้ ึ้นลงในจดุ ทส่ี ะดวกสบายและเดินน้อยทส่ี ุดแล้ว
คอ่ ยถอยไปจอดอีกท่ี ณ จุดทจี่ ัดไว้
3. ตลอดช่วงทางนัง่ รถไปยังจุดตา่ ง ๆ ควรมีการเลา่ สื่อความหมาย พูดคุยกับนักท่องเที่ยวให้เห็น
ความสำคญั ของพืน้ ทีเ่ พอื่ สร้างความเพลดิ เพลนิ ให้กับนักทอ่ งเท่ียว
4. คนนำเที่ยวประจำรถควรจัดนักท่องเที่ยวในการขึ้นรถและคอยดูและนับจำนวนก่อนรถออกไป
ยังจุดต่าง ๆ ทุกครงั้ จนสง่ นกั ทองเทีย่ วกลับบ้าน
5. ในแต่ละจุดมีระบบการป้องกันการระบาดโควดิ 19 ตามมาตราการของจังหวัด
6. ควรมกี ารจัดการท่องเที่ยวแบบเชิงรุกแบบเชื่อมโยงอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพือ่ กระตุ้นเศรษฐกิจ
ระดับชมุ ชนกระจายราได้ใหค้ นในพ้นื ที่ และเพื่อสร้างพัฒนาระบบโครงข่ายให้เป็นรูปธรรม
สรุปผลการสร้างโมเดลระบบบรหิ ารจัดการโครงขา่ ย ตำบลแม่กาษา ตำบลแม่ปะ ตำบลท่าสายลวด
จากการร่วมวิเคราะห์และประเมินผลการเชื่อมโยงโครงข่ายการท่องเที่ยวจากภาคีทุกภาคส่วน สรุปเป็นรูปแบบ
โครงขา่ ยฯ ไดด้ งั ภาพ
ภาพท่ี 4.78 รปู แบบที่ 3 การเชอื่ มโยงโครงข่ายการท่องเท่ียว
230
สว่ นที่ 4 ผลการวิเคราะหค์ วามเหมาะสมของโครงข่ายการท่องเที่ยว
การวิเคราะห์ความเหมาะสมของโครงข่ายการท่องเที่ยวหลังจากได้ออกแบบและสร้าง เส้นทางเรียบร้อย
แล้ว โดยมีกระบวนการทดลองโครงข่ายการท่องเที่ยวจากภาคีที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมกับการปรับปรุงแก้ไขให้
เรียบร้อยด้วยการประเมินผลภาพรวมของระบบบริหารจัดการโครงผลการเชื่อมโยงโครงข่ายแหล่งท่องเที่ยวชุมชน
ภายในเสน้ ทางท่องเท่ียวตามระดับศักยภาพ และกจิ กรรมที่มีความสอดคล้องสัมพันธก์ ันในรูปแบบเส้นทางท่องเที่ยว
แบบวงรอบ พบว่า การเชื่อมโยงโครงข่ายด้านการท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับปัจจัยและองค์ประกอบที่สำคัญ คือ
1.) การศึกษาวิเคราะห์บริบทพื้นที่ในการเชื่อมโยงโครงข่ายทีมนักวิจัยได้ศึกษาศักยภาพทุนท่ี มีทั้งด้าน
ทรัพยากรธรรมชาติ สถานที่สำคัญด้านวิถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมและกลุ่มคน แกนนำ เพื่อร่วมพัฒนาและ
ขับเคลื่อนการสร้างภาคีในระดับพื้นที่เพื่อให้คนในชุมชนได้เห็นและตระหักในคุณค่าทรัพยากรที่มี 2.) วิเคราะห์ผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียสร้างภาคีที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมโดยเริ่มจากบุคลในชุมชน เป็นกลุ่มในระดับชุมชนและ
ขยายภาคีออกเป็นระหว่างตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด รวมไปถึงภาคเอกชนกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและ
บริการทั่งในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง ที่เข้ามาอยู่ในระบบบริหารโครงข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลแม่กาษา
แม่ปะ ท่าสายลวดที่เน้นการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดการพัฒนาการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงมี
ความสำคัญกับระบบบริหารโครงข่ายฯ 3.) การค้นหาทีมกลุ่มคนที่ร่วมพัฒนาเน้นการเข้าร่วมอย่างมีอิสระในการ
สร้างภาคีที่จะให้ยั่งยืนและเป็นรูปธรรมต้องมีการสร้างความเข้าใจต้องผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และปฏิบัติกาน
ร่วมกันเกิดเป็นทีมร่วมพัฒนาจึงจะสามารถสร้างภาคีได้ ดังนั้นสิ่งจำเป็นในการค้นหาทีมเพื่อพัฒนาศักยภาพต้อง
สร้างความเชื่อมั่น ไว้ใจ จริงใจในการพัฒนาและทำอย่างต่อเนื่องเริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหา หาทางออก หาวิธี
ปฏิบัติร่วม 4.) การวางเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจนเมื่อมีกลุ่มแกนนำต้องร่วมวางแผนการทำงานกำหนดเป้าหมาย
แนวปฏบิ ตั ิร่วมทีช่ ดั เจน โดยคำนึงถงึ การสรา้ งการมีสว่ นร่วมตั้งแต่กระบวนการเร่ิมต้นจนเกิดภาคีการเชื่อมโยงภาคีสู่
การพัฒนาระบบโครงข่าย 5.) พัฒนาโครงข่ายเป็นการเสริมพลังทางบวกที่หนุนเสริมให้โครงข่ายได้รับการพัฒนา
และการพฒั นาอย่างต่อเนื่องในทักษะท่ีจำเป็นเพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะและยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ท่ีดีในระบบเพ่ือให้
เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เห็นอกเห็นใจกันเครือข่ายที่มีก็จะเกิดพลังสามัคคีและเข้าใจกันมากขึ้น 6.) การสื่อสาร
อย่างสร้างสรรค์เป็นทักษะที่จำเป็นในการพัฒนาระบบนอกจากวิถีการสื่อสารผ่านสื่อต่าง ๆ แล้วการเชื่อมภาคีและ
การพัฒนาระบบต้องมีการพัฒนาศักยภาพให้มีการสื่อสารกันอย่างสร้างสรรค์ รับฟัง เห็นใจและเข้าใจเข้าถึงการ
สื่อสารและเจตนาของผู้ส่งสารอย่างแท้จริงที่บางครั้งอาจสื่อสารออกมาผ่านการพูด การแสดงออก และการนิ่งไม่
ส่ือสารผรู้ ับสารอาจต้องใช้วิธีการฟังและซักถามเพื่อให้เกิดการสนทนาท่ีเข้าใจเจตนาผู้สื่อสารอย่างแท้จริง หรืออาจ
ต้องใช้เทคนิคในการสื่อสารและรับฟังผู้ส่งสารอย่างเข้าใจ ทักษะการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาระบบ
โครงขา่ ยท่สี รา้ งการมสี ว่ นร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนาทีต่ ้องการส่ือสาร
231
ภาพที่ 4.79 รปู แบบท่ี 4 ระบบบริหารโครงข่ายการทอ่ งเท่ยี วตำบลแมก่ าษา
ตำบลแม่ปะ ตำบลท่าสายลวด
บทท่ี 5
อภิปรายและวิจารณ์ผล
การวิจัยเร่ือง การพัฒนาระบบบริหารโครงข่ายการท่องเท่ียวโดยชุมชนตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด
อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นการวิจัยและพัฒนาทีมวิจัยได้ใช้กระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นท่ีคนในชุมชน
มีส่วนร่วมเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติการวิจัยในทุกข้ันตอน จนได้ข้อสรุปหรือแนวทางที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการ
ออกแบบและแก้ปัญหาการพัฒนาระบบโครงข่ายการท่องเท่ียวโดยชุมชน โดยในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ทบทวนศักยภาพการจัดการ CBT และกำหนดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวของตำบลแม่กาษา แม่ปะ และท่าสายลวด
โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนท้องถ่ิน สร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน สมาชิกภายในองค์กรเครือข่าย
การท่องเท่ียวโดยชุมชนอำเภอแม่สอด จังหวัดตากและพื้นท่ีใกล้เคียง พัฒนาขีดความสามารถเครือข่ายตำบล
แม่กาษา แม่ปะ และท่าสายลวด ในการบริหารจัดการ การตลาด และการพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงข่าย CBT
เชื่อมโยงโครงข่ายแหล่งท่องเที่ยวชุมชนภายในเส้นทางท่องเท่ียวตามระดับศกั ยภาพและกิจกรรมท่ีมีความสอดคล้อง
สมั พนั ธ์กนั ในรูปแบบเส้นทางท่องเท่ียวแบบวงรอบ
สรปุ ผล
ผลการทบทวนศักยภาพการจัดการ CBT และกำหนดกิจกรรมเสน้ ทางท่องเที่ยวของตำบลแมก่ าษา แม่ปะ
และท่าสายลวด โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนท้องถ่ินพบว่าเป็นชุมชนพหุวัฒนธรรมชายแดนมีประเพณี
วัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทใหญ่และล้านนา มีประวัติศาสตร์ชุมชนยาวนาน ทรัพยากร
อุดสมบูรณ์ คนในชุมชนที่มีการตั้งรับปรับตัวต่อสถานการณ์ท่ีเผชิญ มีระบบการจัดการตนเองสร้างทางเลือก
ทางรอดอยเู่ สมอทา่ มกลางกระแสการเปล่ยี นแปลง
ผลการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน สมาชิกภายในองค์กรเครือข่ายการท่องเท่ียว โดยชุมชน
อำเภอแม่สอด จังหวัดตากและพ้ืนท่ีใกล้เคียงพบว่า องค์กรภาคีเครือข่ายร่วมพัฒนาประกอบด้วย 4 ส่วนดังน้ี
1.) องคก์ รเครอื ข่ายภายในคือกลุ่มแกนนำ ผปู้ ระกอบการในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน 2.) องค์กรหนนุ เสริมภายนอก
หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ส่ือประชาสัมพันธ์ 3.) กลุ่มผู้ประกอบการผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการ
4.) กลุ่มผูใ้ ชป้ ระโยชนจ์ ากงานวิจยั
ผลการพัฒนาขีดความสามารถเครือข่ายตำบลแม่กาษา แม่ปะ และท่าสายลวดในการบริหารจัดการ
การตลาด และการพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงข่าย CBT พบว่า การพัฒนาศักยภาพด้วยกระบวนการงานวิจัย
เพื่อท้องถิ่น (CBR) เพ่ือพัฒนาการท่องเที่ยวท่องเท่ียวโดยชุมชน (CBT) สามารถสร้างการเปล่ียนแปลงในชุมชน
พื้นที่ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลและร่วมประเมินผล ส่งผลดีต่อการพัฒนาระบบ
โครงข่ายให้เกิดรูปธรรม จากการพัฒนาศักยภาพชุมชนสามารถสรุปเป็นอัตลักษณ์ คือ “ท่องเที่ยววิถีชุมชน
มนตเ์ สนห่ ์เมืองพหวุ ัฒนธรรมชายแดน”
233
ผลการเชื่อมโยงโครงข่ายแหล่งท่องเที่ยวชุมชนภายในเส้นทางท่องเท่ียวตามระดับศักยภาพและกิจกรรม
ท่ีมีความสอดคล้องสัมพันธ์กันในรูปแบบเส้นทางท่องเท่ียวแบบวงรอบ พบว่า การเช่ือมโยงโครงข่ายด้านการ
ทอ่ งเท่ียวขนึ้ อยู่กบั ปัจจัยและองคป์ ระกอบที่สำคญั คือการ 1.) การศึกษาวิเคราะห์บริบทพ้ืนท่ี 2.) วเิ คราะห์ผมู้ ีสว่ น
ได้ส่วนเสีย 3.) การค้นหาทีมกลุ่มคนท่ีร่วมพัฒนาเน้นการเข้าร่วมอย่างมีอิสระ 4.) การวางเป้าหมายร่วมกันที่
ชัดเจน 5.) พัฒนาโครงข่ายอย่างต่อเน่ือง 6.) การส่ือสารอยา่ งสร้างสรรค์
การอภปิ รายผลการวิจัย
ผลการทบทวนศักยภาพการจัดการ CBT และกำหนดกิจกรรมเสน้ ทางท่องเที่ยวของตำบลแม่กาษา แม่ปะ
และท่าสายลวด โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนท้องถิ่นพบว่าเป็นชุมชนพหุวัฒนธรรมชายแดน มีประเพณี
วัฒนธรรมท่ีโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทใหญ่และล้านนา มีประวัติศาสตร์ชุมชนยาวนาน ทรัพยากร
อุดสมบูรณ์ คนในชุมชนที่มีการตั้งรับปรับตัวต่อสถานการณ์ท่ีเผชิญมีระบบการจัดการตนเองสร้างทางเลือก
ทางรอดอยู่เสมอท่ามกลางกระแสการเปล่ียนแปลงโดยสรุปประเด็นสำคัญได้ 3 ประเด็น 1.ชุมชนพหุวัฒนธรรม
ชายแดนดังนี้ 1.1) ชุมชนไทใหญ่ 1.2) ชุมชนล้านนา 2.มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วย 2.1) ทรัพยากร
ธรรมชาติ น้ำตก น้ำพุร้อน ป่าชุมชุมชน น้ำตก 2.2) สถานที่สำคัญ วัดไทยวัฒนารามสถาปัตยกรรมสวยงาม
คอกช้างเผือก วัดโพธิคุณเขตพุทธอุทยาน วัดไทยสามัคคีพิพิธภัณฑ์ไม้แกะสลัก 2.3) สิ่งอำนวยความสะดวก
การคมนาคมสะดวก มีสนามบิน สถานประกอบการที่พักร้านอาหาร 3.เป็นชุมชนจัดการตนเองด้าน 3.1) การ
ท่องเที่ยวโดยชมุ ชน 3.2) การปรับตวั ต่อสถานการณ์การเปล่ยี นแปลง
ผู้วิจัยเห็นว่าสังคมพหุวัฒนธรรมเน้นการยอมรับ การอยู่ร่วมกันและการบูรณาการของความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรมของแตล่ ะชาติพันธ์ุ มุ่งไปสู่การตระหนักรถู้ ึงการรวมอยู่ร่วมกันและความเป็นหน่ึงเดยี วกันของสังคม
เคารพและยอมรับในความแตกต่างชุมชนตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวดต่างมีจุดเด่นท่ีแตกต่างกันด้วย
กระบวนการงานวิจัยเพ่ือท้องถิ่นสร้างการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำตั้งแต่ต้นทำให้เกิดการนำเอาทรัพยกร
ธรรมชาติและวัฒนธรรมชุมชนท่ีแตกต่างมาผสมผสานเป็นกิจกรรมเส้นทางการท่องเที่ยวท่ีผ่านการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ หารือ หาทางออกร่วมกัน จนเกิดเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สร้างเสน่ห์ สร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยว
หรือผู้สนใจได้สัมผัสความแตกต่างของสังคมพหุวัฒนธรรมของเมืองชายแดนที่ยังคงมีความโดดเด่น ความภาคภูมิใจ
ของประเพณวี ฒั นธรรมท่ีเป็นรากฐานของพ้ืนทีท่สี ร้างความประทับใจให้นักท่องเท่ียว
สอดคล้องกับงานวิจัยของ (ศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา 2549, บัญญัติ ยงย่วน 2551,
ดุสิต หวันเหล็ม 2552, เอกรินทร์ สังข์ทอง 2552) กล่าวว่า สังคมพหุวัฒนธรรม หมายถึง ประชากรกลุ่มคน
หลากหลายชาติพันธุ์มาอยู่รวมกันในสังคมหนึ่ง ซึ่งมีความแตกต่างทางด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา
วัฒนธรรม ศาสนา ความเช่ือ รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน วิธีการคิด การมีปฏิสัมพันธ์ การส่ือสาร รวมถึง
บุคคล ที่มาจากพื้นฐานหรืออัตลักษณ์เดียวกัน เป็นไปตามทฤษฎีสังคมพหุวัฒนธรรมคือกลุ่มคนท่ีท่ีหลากหลายชาติ
พันธุ์มาอยรู่ วมกัน และคำกล่าวของ นภาภรณ์ หะวานนท์และคณะ (2550) ความสามารถในการพ่ึงตนเองของชุมชน
หมายถึง การที่ชมุ ชนมีความเป็นอสิ ระที่จะกำหนดทางเลือกในการจัดการกบั ปญั หาและดำเนนิ กิจกรรมตา่ ง ๆ เพือ่ ให้
234
เกิดประโยชน์ต่อชุมชนโดยไม่หวังพึ่งภายนอก ท้ังนี้ยังมีมุมมองว่าการพึ่งตนเองของชุมชนนั้น ชุมชนจะต้องมีอำนาจ
ในการต่อรองเพอ่ื ใหเ้ ป็นไปตามเจตจำนงคข์ องชมุ ชน และสามารถระดมทนุ เพ่อื นำมาใช้ประโยชน์ต่อชมุ ชนด้วย
ผลการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน สมาชิกภายในองค์กรเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน
อำเภอแม่สอด จังหวัดตากและพ้ืนท่ีใกล้เคียงพบว่า องค์กรภาคีเครือข่ายร่วมพัฒนาประกอบด้วย 4 ส่วน ดังน้ี
1.) องค์กรเครือข่ายภายในคือกลุ่มแกนนำ ผู้ประกอบการในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน 2.) องค์กรหนุนเสริมภายนอก
หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อประชาสัมพันธ์ 3.) กลุ่มผู้ประกอบการผู้ประกอบการท่องเท่ียวและบริการ
4.) กลุ่มผู้ใชป้ ระโยชน์จากงานวจิ ัย
ผู้วิจัยเห็นว่าการดำเนินการเชื่อมร้อยภาคีเครือข่ายเพ่ือร่วมพัฒนาชุมชนพ้ืนที่สามารถสร้างการ
เปล่ียนแปลงด้วยการบูรณาการทรัพยากรที่มีเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเน่ือง สร้างพลังของการจัดการ
ท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวดที่มีลักษณะท่ีโดดเด่นของพื้นที่ตามบริบท เม่ือคนในชุมชน
สร้างภาคีที่เข้มแข็งภายในและสร้างการมีส่วนร่วมหนุนเสริมเพื่อพัฒนาพ้ืนท่ีสู่การจัดการท่องเท่ียวโดยใช้
กระบวนการงานวิจัยเพ่ือท้องถิ่นเช่ือมร้อยสร้างแรงดึงดูดที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวเร่ิมจากกการสร้างภาคีภายใน
ขยายเป็นภาคีระหว่างตำบลและเชื่อมร้อยภาคีหน่วยงานและขยายภาคีสู่วงกว้างข้ึนเป็นการสร้างรูปแบบการ
ท่องเท่ียวด้วยภาคีท่ีเก่ียวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเอกลักษณ์เฉพาะที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวได้
ภายใต้บรบิ ทเมอื งชายแดน
สอดคล้องกับคำกล่าวของ สนธยา พลศรี (2550) กล่าวว่าเครือข่ายความสัมพันธ์ท่ีเชื่อมโยงระหว่าง
สมาชิกอาจเป็นบุคคลต่อบุคคล บุคคลต่อกลุ่ม กลุ่มต่อกลุ่ม เครือข่ายต่อเครือข่าย กลายเป็นเครือข่ายย่อยภายใต้
เครือข่ายใหญ่ในการเชื่อมโยงเป็นเครอื ข่ายไม่ได้เป็นเพียงการรวมตัวกันโดยท่ัวไปแต่มีเป้าหมายในการทำกิจกรรม
ร่วมกันทั้งเป็นครั้งคราวหรืออาจเป็นกิจกรรมท่ีต่อเนื่อง จึงเป็นการเชื่อมโยงคนที่มีความสนใจร่วมกัน พบปะ
สังสรรค์และพัฒนาไปสูก่ ารลงมือร่วมกันทำกิจกรรมต่าง ๆ ดว้ ยเป้าหมายและจุดประสงค์เดียวกัน ดังน้ันเครือข่าย
จึงไม่ใช่เป็นเพียงการรวบรวมรายละเอียดบุคคลที่เป็นสมาชิกเท่านั้น แต่มีการจัดระบบให้สมาชิกสามารถดำเนิน
กิจกรรมรว่ มกันเพื่อบรรลุจดุ หมายที่สมาชิกเหน็ พอ้ งต้องกัน สิ่งท่เี ช่อื มโยงสมาชกิ เข้าด้วยกัน คอื วัตถปุ ระสงค์หรือ
ผลประโยชน์ที่ต้องการบรรลุผลรว่ มกัน การสนบั สนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซ่ึง พจนา สวนศรี (2546) ได้จัดกลุ่ม
ภาคีทเี่ ก่ียวข้องเป็น 3 กลมุ่ ดังน้ี
1. ระดับชุมชนประกอบด้วย กลุ่มจัดการท่องเท่ียวโดยชุมชน กลุ่มร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก
กลุ่มยานพาหนะในท่องถิ่น วัด โรงเรียน อนามัย สถานที่สำคัญในชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กรพัฒนา
เอกชนและเจ้าที่ของรัฐที่ทำงานในพื้นท่ี เชน่ พัฒนากร เกษตรตำบล เป็นตน้
2. ระดับอำเภอ/จังหวัด ประกอบด้วยกลุ่มเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน สำนักงานจังหวัดการ
ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระดับจังหวัดหรือภาค ผู้ประกอบธุรกิจท่องเท่ียว มัคคุเทศก์ท้องถ่ิน และกลุ่มรถ
เรอื ให้เช่า และส่อื มวลชนท้องถิ่น
3. รับชาติประกอบด้วยเครือข่ายท่องเท่ียว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบธุรกิจท่องเท่ียว
ส่ือมวลชน นกั ท่องเท่ยี ว สถาบนั วจิ ัย และสถาบันการศึกษา
235
ผลการพัฒนาขีดความสามารถเครือข่ายตำบลแม่กาษา แม่ปะ และท่าสายลวดในการบริหารจัดการ
การตลาด และการพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงข่าย CBT พบว่า การพัฒนาศักยภาพด้วยกระบวนการงานวิจัย
เพื่อท้องถ่ิน (CBR) เพื่อพัฒนาการท่องเท่ียวท่องเท่ียวโดยชุมชน (CBT) สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชนพ้ืนท่ี
ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผล และร่วมประเมินผล ส่งผลดีต่อการพัฒนาระบบโครงข่ายให้
เกิดรูปธรรม จากการพัฒนาศักยภาพชุมชนสามารถสรุปเป็นอัตลักษณ์ คือ “ท่องเที่ยววิถีชุมชน มนต์เสน่ห์เมือง
พหุวัฒนธรรมชายแดน”และผลจากการประเมินความพึงพอใจของนักท่องเท่ียวต่อการให้บริการโดยสรุปการ
วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย x̅ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ความพึงพอใจต่อการให้บริการจากการทดลองทำทัวร์
นำร่องจากกลุ่มตัวอย่าง (n=40) โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 3.95, S.D = 0.63) จำแนกเป็นด้านความสามารถ
ในการจัดการและให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวอยู่ระดับมาก (x̅ = 4.32, S.D. = 0.44)
ด้านความปลอดภัย/การป้องกันอันตรายที่เกิดแก่นักท่องเท่ียวอยู่ระดับปานกลาง ( ̅= 3.09, S.D. = 1.01)
ด้านมัคคุเทศก์อยู่ระดับมาก ( ̅= 4.19, S.D. = 0.55) ด้านการบริการนำเสนอกิจกรรมเส้นทางการท่องเที่ยวโดย
ชุมชนอยู่ระดับมาก (x̅ = 4.16, S.D. = 0.59) ด้านการบริการนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวโดยชุมชน (2) อยู่ระดับ
มาก ( ̅ = 4.03, S.D. = 0.87)
ผู้วิจัยเห็นว่าการทำงานวิจัยโดยใช้กระบวนการงานวิจัยเพ่ือท้องถ่ินสามารถพัฒนาศักยภาพชุมชน
ในด้านการจัดการท่องเท่ียวได้ด้วยคนในชุมชน ทีมวิจัยได้เรียนรู้การวางแผนงาน การจัดการอย่างเป็นระบบ
กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บมาได้ รู้จักการทำงานเป็นทีม การติดต่อประสานงาน
พบเห็นส่ิงแปลกใหม่ มีโอกาสได้พบปะแลกเปล่ียนประสบการณ์กับชุมชนอ่ืน และได้ประสบการณ์จากการไป
ศึกษาดูงานท่ีทาง วช. หนุนเสริมจัดให้ และการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพทีมนักวิจัยชุมชนและภาคี
ซ่ึงทำให้ทีมนักวิจัยสามารถสรุปประเด็นจากการศึกษาดูงานได้แนวคิดและแรงบันดาลใจในการพาชุมชนไป
สู่เป้าหมาย มีเวทีสนทนา เวทีพูดคุยกันบ่อยคร้ังจนสมาชิกในทีมและชุมชนเกิดความคุ้นเคยกันเสมือนญาติ
ทุกกระบวนการ ทุกข้ันตอน มีอาจารย์พ่ีเล้ียงที่คอยสนับสนุน สอนวิธีการ หลักคิดและคอยให้คำปรึกษา
กระบวนการทำงานทั้งยังปรับกระบวนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นระบบอย่างเป็นกันเอง
เป็นการรว่ มงานท่มี ีความสขุ สบายใจและเป็นกนั เอง
สอดคล้องกับคำกล่าวของ เจษฎา นกน้อย (2554) สมรรถนะ หมายถึงกลุ่มของคุณลักษณะใด ๆ
ท่ีอยู่ภายในตัวบุคคล อันมีผลต่อการแสดงออกในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานให้สำเร็จดีขึ้น
มีประสิทธิภาพมากขึ้นและได้ดังมาตรฐานท่ีกำหนดไว้ ใช้ประโยชน์ต่อชุมชนด้วย ในการพัฒนาศักยภาพชุมชน
ด้านการท่องเที่ยว ตามท่ี สินธ์ุ สโรบล (2549) กล่าวว่าการท่องเท่ียวโดยชุมชนเป็นทางเลือกในการจัดการการ
ท่องเที่ยวท่ชี ุมชนเข้ามากำหนดทิศทางของการท่องเที่ยวบนฐานคิดท่ีวา่ ชาวบ้านทุกคนเป็นเจา้ ของ ทรัพยากรและ
เป็นผู้มีส่วนได้เสียจากการท่องเที่ยว โดยการนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถ่ินด้านต่าง ๆ ไม่ว่าธรรมชาติ
ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและวิถีการผลิตของชุมชน มาใช้เป็นต้นทุนหรือปัจจัยในการจัดการ
ท่องเท่ียวอย่างเหมาะสม รวมท้ังมีการพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความรู้ความสามารถและบทบาท
ท่สี ำคัญในการดำเนนิ งานตงั้ แต่การตัดสนิ ใจ การวางแผน การดำเนนิ งาน
236
ผลการเช่ือมโยงโครงข่ายแหล่งท่องเท่ียวชุมชนภายในเส้นทางท่องเที่ยวตามระดับศักยภาพและกิจกรรม
ที่มีความสอดคล้องสั มพั นธ์กันในรูปแบบเส้นทางท่องเท่ียวแบบวงรอบ พบว่าการเชื่ อมโยงโครงข่ายด้ านการ
ทอ่ งเท่ียวขน้ึ อยู่กับปัจจัยและองค์ประกอบท่ีสำคญั คือการ 1.) การศึกษาวิเคราะห์บรบิ ทพ้ืนท่ี 2.) วิเคราะห์ผูม้ ีส่วน
ได้ส่วนเสีย 3.) การค้นหาทีมกลุ่มคนท่ีร่วมพัฒนาเน้นการเข้าร่วมอย่างมีอิสระ 4.) การวางเป้าหมายร่วมกันที่
ชดั เจน 5.) พัฒนาโครงขา่ ยอย่างต่อเน่ือง 6.) การสอื่ สารอย่างสร้างสรรค์ ดังภาพ
ภาพที่ 5.1 ภาพระบบโครงข่ายการท่องเทีย่ วตำบลแม่กาษา แม่ปะ ทา่ สายลวด
ผู้วิจัยเห็นว่าการเช่ือมโยงโครงข่ายแหล่งท่องเท่ียวทั้ง 3 ตำบล เป็นการเช่ือมร้อยที่สร้างพลังการ
ขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรมแต่ในการเช่ือมโยงโครงข่ายต้องเร่ิมจากการเช่ือร้อยภาคีทีละกลุ่มจนเกิดความเข้าใจ
และเกิดการพัฒนาในระดับหนึ่งก่อน จึงขยับการเช่ือมร้อยภาคีไปสู่วงกว้างขึ้นมรีรูปแบบ มีการกำหนดเป้าหมาย
ร่วมกันและต้องมีการพัฒนาศักยภาพ ร่วมคดิ ร่วมทำ ร่วมรับผล และร่วมประเมิน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม
ในการพฒั นาแกป้ ัญหาชุมชนได้
สำนักส่งเสริมศักยภาพชุมชน กรรพัฒนาชุมชน, (2547) เครือข่ายชุมชน หมายถึง กลุ่มองค์กรหลายกลุ่ม
มารวมตัวกันประสานเชื่อมโยง สร้างความสัมพันธ์ ถักทอ สร้างสรรค์กิจกรรมบนพ้ืนฐานของความเอ้ืออาทร
เกิดพลงั ในการทำงานให้บรรลเุ ป้าหมายทุกองค์กรและใหช้ ุมชนเข้มแข็ง
สอดคล้องกับคำกล่าวของ สำนักงานพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการ
ท่องเท่ียวและกีฬา (2550) ได้จัดทำหนังสือเร่ือง “CBT Network Handbook” หรือ “คู่มือเครือข่ายการ
ท่องเท่ียวโดยชุมชน” ซึ่งส่วนหนึ่งในหนังสือได้กล่าวไว้ว่า “ในขณะที่เราพัฒนาการท่องเท่ียวโดยชุมชนไปน้ัน
ชมุ ชนอื่น ๆ ทั้งใกล้และไกล ตา่ งก็พากันหาหนทางในการพัฒนาตนเองเช่นกัน โดยการอนุรกั ษ์รักษาเพ่ือหล่อเล้ียง
วิถีชีวิตของคนในชุมชน ในรูปแบบของแหล่งหาอาหาร แหล่งเรียนรู้ แหล่งสืบสานประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ
237
และแหล่งหารายได้จากการท่องเท่ียว จึงต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนหรือชุมชนอ่ืน ๆ ท่ีมีลักษณะ
บางอย่างใกล้เคียงกัน มาร่วมกันคิด เพื่อการแลกเปล่ียนประสบการณ์ ทักษะ การเรียนรู้ระหว่างกัน ขยายโอกาส
ประสบการณ์ การเรยี นรู้ให้กวา้ งขวาง สร้างความเข้าใจ รวมถึงการมีข้อตกลงร่วมกันในรปู แบบตา่ ง ๆ ทางวิชาการ
เรียกว่า “เครือข่าย” แต่สิ่งท่ีงานวิจัยคันพบคือการสื่อสารเป็นส่ิงสำคัญเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งประการเพราะการ
สอื่ สารอย่างสรา้ งสรรค์เป็นพลังเชิงบวกทต่ี ้องใชใ้ นการบรหิ ารระบบโครงข่ายการท่องเท่ียวโดยชุมชนท้ัง 3 พื้นท่ี
บทที่ 6
สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ
1. สรปุ ผลการวจิ ัย
ผลการทบทวนศักยภาพการจัดการ CBT และกำหนดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวของตำบลแม่กาษา แม่ปะ
ท่าสายลวด โดยการมสี ่วนรว่ มของคนในชุมชนท้องถิ่นพบว่า เปน็ ชุมชนพหวุ ัฒนธรรมชายแดน มีประเพณีวฒั นธรรม
ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทใหญ่และล้านนา มีประวัติศาสตร์ชุมชนยาวนาน ทรัพยากรอุดสมบูรณ์ คนใน
ชุมชนที่มีการตั้งรับปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เผชิญมีระบบการจัดการตนเอง สร้างทางเลือกทางรอดอยู่เสมอ
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงโดยสรุปประเด็นสำคัญได้ 3 ประเด็น 1.ชุมชนพหุวัฒนธรรมชายแดน 1.1) ชุมชน
ไทใหญ่ เป็นกลมุ่ ชมุ ชนท่ีอาศยั อยู่บริเวณตำบลท่าสายลวดมีขนบธรรมเนียมประเพณวี ัฒนธรรม อาหาร การแต่งกาย
และวิถีถิ่น ที่ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสจนกลายเป็นมนต์เสน่ห์แห่งเมืองชายแดนที่มีความงดงามของ
ประเพณีวัฒนธรรมในเมืองการค้าชายแดน 1.2) ชุมชนล้านนาชาวล้านนาอาศัยอยู่บริเวณตำบลแม่ปะและ
ตำบลแม่กาษา มีรากวัฒนธรรมเดิมเป็นชาวล้านนาจากหลักฐานการอพยพส่วนใหญ่มาจากทางตอนเหนือ เช่น
ลำปาง ลำพูน เถิน อพยพมาอำเภอบ้านตากผ่านเส้นทางมาแม่ระมาด กระจายอยู่ในพื้นที่แม่ระมาด แม่สอด
พบพระ ชาวล้านนายังคงรักษาประเพณี วัฒนธรรมล้านนา เช่น ดนตรี วิถีถิ่นอาหารอยู่กันแบบเครือญาติ ในพื้นท่ี
ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่น เช่น มอญ พม่า กะเหรี่ยง บะโอ อาศัยอยู่ประปราย ทั่วทั้งอำเภอแม่สอด จากหลักฐานที่
ค้นพบกลุ่มคนอพยพโดยสรุปมี 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ประกอบด้วย กลุ่มพ่อค้าวัวต่างที่มาค้าขายเห็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ก็
ตั้งหลักปักฐานและชวนญาติมิตรมาอยู่ กลุ่มที่อพยพมาจากเมียนมาจากความไม่สงบการรบกันระหว่างทหารเมียน
มากับทหารกะเหรี่ยง และกลุ่มที่อพยพมาจากทางตอนเหนือด้วยสาเหตุความแห้งแล้ง บริบทพื้นที่ตำบลแม่กาษา
แม่ปะ ท่าสายลวด สภาพพื้นที่ตำบลแม่แม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วย
2.1) ทรัพยากร ธรรมชาติ น้ำตก น้ำพุร้อน ป่าชุมชน น้ำตก ในพื้นที่ตำบลแม่กาษาและแม่ปะมีพื้นที่ป่าชุมชนท่ี
อุดมสบูรณ์และยังมีน้ำตกแม่กาษา น้ำพุร้อน พื้นที่ส่วนใหญ่ทำการเกษตร 2.2) สถานที่สำคัญ วัดไทยวัฒนาราม
สถาปัตยกรรมสวยงามตั้งอยู่พื้นที่ตำบลท่าสายลวดและมีโบราณสถานคอกช้างเผือกที่มีประวัติความเป็นมาสมัย
พ่อขุนรามคำแหง วัดโพธิคุณเขตพุทธอุทยานตั้งอยู่พื้นที่แม่ปะเป็นวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของ
คนแม่สอด ภายในวัดสงบ ร่มรื่น ส่วนพื้นที่ตำบลแม่กาษามีวัดไทยสามัคคีที่เป็นวัดวิถีล้านนาผสมผสานกับคน
ในชุมชนสรา้ งสีสันความมีชีวิตชีวาและมีพลังศรัทธาของผู้คนท่ีนักท่องเที่ยวมาเท่ียวชม สักการะบูชาไหว้พระขอพร
ไม่ขาดสาย และชมความประณีตละเอียดอ่อนของช่างแกะสลักไม้ในพิพิธภัณฑ์ไม้แกะสลักหรือพิพิธภัณฑ์โฮงหลวง
2.3) ส่ิงอำนวยความสะดวก การคมนาคมสะดวก มีสนามบิน สถานประกอบการที่พักร้านอาหารในพ้นื ท่ีมีสิ่งอำนวย
ความสะดวกมากมายรองรับการจัดการท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก รถโดยสารบริการรับส่ง ห้างสรรพสินค้า
ขนาดใหญ่ โรงแรมและคอนโดมิเนียม 3.เป็นชุมชนจัดการตนเอง ตำบลแม่ปะเป็นชุมชนจัดการตนเองเพราะมีความ
พร้อมในด้านทรัพยากรมนุษย์หน่วยงานหนุนเสริมเป็นพื้นที่แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร แหล่งเรียนรู้ด้านการ
จดั การป่า การบริหารจดั การนำ้ และมกี ลมุ่ ผลิตภณั ฑ์ชุมชนท่ีหลากหลายท้งั ด้านสขุ ภาพและอาหาร 3.1) การท่องเท่ียว
239
โดยชุมชนชุมชนที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการนวัตวิถี กลุ่มฮักนะแม่กาษาที่ดำเนินการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่
แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิตเดิมของคนพื้นถิ่นและการทอผ้าฝ้ายจนเป็นที่รู้จักและมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ
3.2) การปรับตัวต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงแรงกระแทกการเป็นพื้นที่ชายแดน ความไม่สงบของประเทศเพ่ือน
บ้าน สถานการณ์แรงงานข้ามชาติ ประชาคมอาเซียน จีนเมืองใหม่ การเคลื่อนย้ายเข้าออกของผู้คน การเป็นพื้นที่
เขตเศรษฐกิจพิเศษและการระบาดโควิด 19 คนในพื้นที่มีการตื่นตัวและหาทางเลือกทางรอดอยู่เสมอจึงทำให้
คนแม่สอดมีความตนื่ ตวั อยู่ตลอด
การบริหารจัดการในพื้นที่ต่างมีการพัฒนาเกิดขึ้นทั้งเรื่องการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน นวัตวิถีที่
ได้รับการพัฒนาด้านการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ยังมีอยู่ คือ กลุ่มฮักนะแม่กาษา และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจ
พอเพียงตำบลแม่ปะ กลุ่มแกนนำปราชญ์ด้านดนตรีพืน้ เมือง การแสดงศิลปะ วัฒนธรรม แต่กลุ่มต่าง ๆ ยังไม่มีการ
เชื่อมร้อยกันในรูปแบบวงรอบ ต่างมีจุดเด่นในแต่ละทีท่ ี่มีศักยภาพ ทุนทรัพยากรธรรมชาติและมรดกวัฒนธรรมท่ี
พร้อมแต่ขาดการเชื่อมโยงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดพลังการพัฒนาที่หนุนเสริมซึ่งกันและกัน จากการศึกษา
สำรวจ สัมภาษณ์ ทีมนักวิจัยสามารถสรุปได้ว่าท้ังสามพื้นที่มีความพร้อมในการพัฒนาเชื่อมโยงโครงข่ายการ
ท่องเที่ยวเพียงแต่ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาและหารูปแบบที่เหมาะสมของระบบเครือข่ายการท่องเที่ยวโดย
ชุมชน
ผลการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน สมาชิกภายในองค์กรเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน
อำเภอแม่สอด จังหวัดตากและพื้นที่ใกล้เคียงพบว่า องค์กรภาคีเครือข่ายร่วมพัฒนาประกอบด้วย 4 ส่วน ดังน้ี
1.องค์กรเครือขา่ ยภายในคือกลุ่มแกนนำ ผปู้ ระกอบการในชุมชน ปราชญ์ ชาวบ้านกลุ่มนี้มคี วามสำคญั ในระดับต้น
ที่จะสร้างการมีส่วนร่วมในการคิด การแก้ปัญหา และการพัฒนาชุมชนของตนและเมื่อมีการดำเนินกิจกรรมกลุ่ม
อาจต้องมีข้อตกลงร่วม มีการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน คือ การพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยการเป็น
ชุมชนท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ 2.) องค์กรหนุนเสริมภายนอก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อ
ประชาสัมพนั ธ์ กลุม่ นมี้ ีความสำคัญในด้านการหนุนเสริม ส่งเสรมิ และพัฒนากลุ่มคนในข้อที่ 1. ตามบทบาทหน้าที่
และยังสามารถต่อยอดการพัฒนานำไปกำหนดเป็นนโยบายหรือแผนพัฒนาชุมชนในพื้นที่ 3.) กลุ่มผู้ประกอบการ
ท่องเที่ยวและบริการ กลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวธุรกิจที่พักโรงแรม ร้านอาหาร กลุ่มผู้
จำหน่ายสินค้า กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวตามปกติกลุ่มคนเหล่านี้เมื่อมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวก็สามารถ
ขายสินค้า ผลิตภัณฑ์และการบริการได้แต่หากสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยว
หรือผู้รับบริการจะมีส่วนช่วยหนุนเสริมเพิ่มปริมาณความต้องการผู้รับบริการมากขึ้น สะดวกขึ้น 4.) กลุ่มผู้ใช้
ประโยชน์จากงานวิจัยกล่มุ น้เี ป็นกลุม่ ทเ่ี ขา้ มามีสว่ นในรปู แบบภาคเี พราะจะเป็นส่วนช่วยบอกตอ่ ขยายผลสร้างคุณค่า
ใหง้ านวิจัยเกิดประโยชน์ต่อคนมากขึน้ และสามารถสร้างพลงั การเปลี่ยนแปลงสู่ชุมชนพนื้ ที่ได้
การสร้างความร่วมมือจะเกิดผลลัพธ์ได้นั้นต้องใช้เวลาและอาจไม่มีรูปแบบที่ตายตัว แต่มีระดับการสร้าง
เครือข่ายเร่ิมจากภายในชมุ ชน ระดับชมุ ชนและองค์เครือข่ายตามลำดับ ตอ้ งมกี ารเชื่อมร้อยภาคีไปพร้อมกัน ๆ ใน
แต่ละพ้ืนที่ เมอื่ เกิดการเช่ือมร้อยภายในชุมชนที่เข้มแข็งจึงเช่ือมร้อยระดับชุมชนและดึงศักยภาพภาคีร่วม กำหนด
เป้าหมายที่ชดั เจนสรา้ งการมีสว่ นร่วม เครอื ข่ายจะเกดข้ึนยังมอี งค์ประกอบหลายด้านที่ต้องนำมาเกี่ยวข้อง กระตุ้น
240
หรือเสริมพลัง ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลและร่วมประเมินเพ่ือหาแนวทาง แนวปฏิบัติและความเหมาะสม
ความพอใจของภาคีโดยนำหลักคิด หลักปฏิบัติในการสร้างภาคีนำแบบไม่นำและผลัดกันนำ ผลัดกันตาม
ปรับเปล่ยี นตามความเหมาะสมความถนัดของภาคี สรา้ งความเชื่อมนั่ ความไวใ้ จและมรี ะบบการสือ่ สารที่ชัดเจน
สมำ่ เสมอ
ผลการพัฒนาขีดความสามารถเครือข่ายชุมชนตำบลแม่กาษาอแม่ปะและท่าสายลวด ในการบริหาร
จัดการ การตลาด และการพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงข่าย CBT พบว่า การพัฒนาศักยภาพด้วยกระบวนการ
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น (CBR) เพ่อื พฒั นาการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน (CBT) สามารถสรา้ งการเปลี่ยนแปลงในชุมชนพื้นท่ี
ด้วยการสรา้ งการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ รว่ มรบั ผลและรว่ มประเมินผล ส่งผลดตี ่อการพัฒนาระบบโครงข่ายให้
เกิดรูปธรรม จากการพัฒนาศักยภาพชุมชนสามารถ สรุปเป็นอัตลักษณ์ คือ “ท่องเที่ยววิถีชุมชน มนต์เสน่ห์เมือง
พหุวัฒนธรรมชายแดน” ในการกำหนดกิจกรรมเส้นทางการท่องเที่ยวทีมนักวิจัยได้ศึกษากลุ่มตวั อย่างดว้ ยวิธีการ
เลือกแบบไม่เจาะจงสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาเที่ยวแม่สอดจำนวน 30 คน จำแนกเป็น
เพศชาย จำนวน 7 คน คดิ เป็นร้อยละ 23.30 และเพศหญิง จำนวน 23 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 76.70 จำแนกตามอายุ
31-40 ปี มีจำนวน 12 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 40 อายุ 41-50 ปี มจี ำนวน 6 คน คดิ เป็นร้อยละ 20 และอายุ 51-60 ปี
มีจำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 20 จุดประสงค์ของการมาท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ
30.00 เป็นสถานท่ีทีม่ ีชื่อเสียง จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 26.70 การเดินทางสะดวก จำนวน 8 คน คิดเป็นรอ้ ยละ
26.70 นักทอ่ งเทยี่ วเดินทางมาเท่ยี ววันหยดุ นักขตั ฤกษ์ จำนวน 11 คน คดิ เป็นร้อยละ 36.70 ช่วงเวลาการเดินทาง
มาเที่ยวเวลา 11.00-14.00 น.จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 60.00 สถาปัตยกรรมวัด จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ
40.00 ธรรมชาติ น้ำพุร้อน น้ำตก ถ้ำ จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 36.70 ประเพณีวัฒนธรรม จำนวน 4 คน
คิดเปน็ รอ้ ยละ 13.30 ชมธรรมชาติจำนวน 11 คน คิดเปน็ ร้อยละ 36.70 พกั ผอ่ นหย่อนใจ จำนวน 11 คน คิดเป็น
ร้อยละ 36.70 นักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจเกี่ยวกับปัจจัยทางด้านส่วนประสมทางการตลาด โดยรวมอยู่ใน
ระดับมาก (x̅= 3.89, S.D = 0.23) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านผลิตภัณฑ์, ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย,
ด้านสง่ เสรมิ การตลาด, ดา้ นความปลอดภยั มคี วามพงึ พอใจอย่ใู นระดบั มาก และดา้ นราคาในการท่องเที่ยว มีความ
พงึ พอใจอยุ่ในระดับปานกลาง
ทีมนักวิจัยนำผลการวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวมาเป็นส่วนประกอบในการจัดกิจกรรมเส้นทาง
เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของกิจกรรมเส้นทางอีกครั้ง จากการทดลองทำทัวร์นำร่องเพื่อนำผลมาพัฒนา
ปรบั ปรงุ กจิ กรรมเส้นทางและการเชอื่ มโยงระบบโครงขา่ ยการท่องเท่ยี วสรปุ ผล ดงั น้ี
จากการประเมนิ ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวในการทดลองทำทวั รน์ ำรอ่ งจำนวน 40 คน พบว่า ความพงึ พอใจ
ต่อการให้บริการด้านต่าง ๆ ในการให้บริการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด
จังหวัดตาก โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 3.95, S.D = 0.63) ด้านด้านความสามารถในการจัดการและให้บริการสิ่ง
อำนวยความสะอาดในแหล่งท่องเที่ยวโดยรวมอยู่ระดับมาก (x̅= 4.32, S.D. = 0.44 ) ด้านความปลอดภยั /การป้องกัน
อันตรายที่เกิดแก่นักท่องเที่ยว โดยรวมอยู่ระดับปานกลาง (x̅= 3.09, S.D. = 1.01) ด้านมัคคุเทศก์ โดยรวมอยู่
241
ระดับมาก (x̅= 4.19, S.D. = 0.55) ด้านการบริการ นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวโดยชุมชน (1) โดยรวมอยู่ระดับมาก
(x̅= 4.16, S.D. = 0.59)
การพัฒนาขีดความสามารถเครือข่ายชุมชนตำบลแม่กาษา แม่ปะ และท่าสายลวดในการบริหารจัดการ
การตลาด และการพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงข่าย CBTชุมชนและภาคีมีศักยภาพในการจัดการด้านการ
ท่องเที่ยว การตลาด ด้านพัฒนาระบบโครงข่ายได้รับการพัฒนาในการสร้างภาคีระดับชุมชน การพัฒนาระหว่าง
ชุมชน การพัฒนาภาคีภาคเอกชนผู้ประกอบการและองค์กรสนับสนุนเป็นรูปแบบการเชื่อมโยงโครงข่ายที่ทีม
นักวิจัยศึกษาพัฒนาและค้นพบและได้รูปแบบระบบโครงข่ายที่เช่ือมโยง 3 พื้นที่ภายใต้ทุน บริบทพื้นท่ี
ทรัพยากรธรรมชาติ สถานที่สำคัญ วิถีชีวิต มาพัฒนาเป็นกิจกรรมเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนและมีกลุ่ม
ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมหนุนเสริมและภาคีระดับองค์ภาครัฐที่สนับสนุน พัฒนาศักยภาพระบบโครงข่าย
อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
ผลการเชื่อมโยงโครงข่ายแหล่งท่องเที่ยวชุมชนภายในเส้นทางท่องเที่ยวตามระดับศักยภาพและกิจกรรม
ที่มีความสอดคล้องสัมพันธ์กันในรูปแบบเส้นทางท่องเที่ยวแบบวงรอบ พบว่า การเชื่อมโยงโครงข่ายด้านการ
ท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับปัจจัยและองค์ประกอบที่สำคัญคือการ 1.) การศึกษาวิเคราะห์บริบทพื้นท่ีในการเชื่อมโยง
โครงข่าย ทีมนักวิจัยได้ศึกษาศักยภาพทุนที่มีทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สถานที่สำคัญ ด้านวิถีชีวิต ประเพณี
วฒั นธรรม และกลุม่ คนแกนนำ เพือ่ รว่ มพัฒนาและขับเคลื่อนการสร้างภาคีในระดับพ้ืนท่ีเพ่ือให้คนในชุมชนได้เห็น
และตระหักในคุณค่าทรัพยากรที่มี 2.) วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สร้างภาคีที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม
โดยเริ่มจากบุคลในชุมชน เป็นกลุ่มในระดับชุมชนและขยายภาคีออกเป็นระหว่างตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด
รวมไปถึงภาคเอกชนกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการท้ังในพื้นทีแ่ ละพื้นที่ใกล้เคียง ที่เข้ามาอยู่ในระบบบริหาร
โครงข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด ที่เน้นการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิด
การพัฒนาการวิเคราะห์ผู้มสี ่วนได้ส่วนเสียจงึ มีความสำคัญกับระบบบริหารโครงข่ายฯ 3.) การค้นหาทีมกลุ่มคนที่
ร่วมพัฒนาเน้นการเข้าร่วมอย่างมีอิสระ ในการสร้างภาคีที่จะให้ย่ังยืนและเป็นรูปธรรมต้องมีการสรา้ งความเข้าใจ
ต้องผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และปฏิบัติกานร่วมกัน เกิดเป็นทีมร่วมพัฒนาจึงจะสามารถสร้างภาคีได้ ดังนั้น
สิง่ จำเป็นในการค้นหาทีมเพื่อพัฒนาศักยภาพต้องสรา้ งความเช่ือม่ัน ไว้ใจ จรงิ ใจในการพฒั นาและทำอย่างต่อเน่ือง
เริ่มจากการวิเคราะห์ปัญหา หาทางออก หาวิธีปฏิบัติร่วม 4.) การวางเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจนเมือ่ มีกลุม่ แกนนำ
ต้องร่วมวางแผนการทำงานกำหนดเป้าหมายแนวปฏิบัติร่วมที่ชัดเจนโดยคำนึงถึงการสร้างการมีส่วนร่วมตั้งแต่
กระบวนการเร่ิมตน้ จนเกดิ ภาคีการเช่ือมโยงภาคี สกู่ ารพัฒนาระบบโครงข่าย 5.) พฒั นาโครงข่ายเปน็ การเสริมพลัง
ทางบวกที่หนุนเสริมให้โครงข่ายได้รับการพัฒนาและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทักษะที่จำเป็นเพื่อเพิ่มพูน
สมรรถนะและยังเป็นการสร้างสมั พันธท์ ีด่ ีในระบบเพ่ือให้เกดิ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เหน็ อกเห็นใจกนั เครือข่ายที่มี
ก็จะเกิดพลังสามัคคีและเข้าใจกันมากขึ้น 6.) การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เป็นทักษะที่จำเป็นในการพัฒนาระบบ
นอกจากวิธีการสื่อสารผ่านสื่อต่าง ๆ แล้ว การเชื่อมภาคีและการพัฒนาระบบต้องมีการพัฒนาศักยภาพให้มีการ
สื่อสารกนั อย่างสร้างสรรค์ รบั ฟัง เห็นใจและเข้าใจ เข้าถงึ การส่ือสารและเจตนาของผสู้ ่งสารอย่างแท้จริงท่ีบางครั้ง
อาจสอ่ื สารออกมาผา่ นการพูด การแสดงออก และการน่ิงไม่ส่ือสารผ้รู ับสารอาจต้องใช้วิธีการฟังและซักถามเพื่อให้
242
เกิดการสนทนาที่เข้าใจเจตนาผู้สื่อสารอย่างแท้จริงหรืออาจต้องใช้เทคนิคในการสื่อสารและรับฟังผู้ส่งสารอย่าง
เข้าใจทักษะการส่ือสาร เปน็ ส่ิงสำคญั ในการพฒั นาระบบโครงข่ายทส่ี ร้างการมีสว่ นรว่ มได้อย่างมีประสิทธิภาพตาม
เจตนาท่ีตอ้ งการส่ือสาร
2. ข้อเสนอแนะ
2.1 ข้อเสนอแนะดา้ นนโยบาย
. 1. สำนักบริหารยุทธศาสตร์จังหวัดตากและสำนักงานยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ควรนำ
ผลการวิจัยใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ทั้งในระดับกลุ่มจังหวัดและระดับจังหวัด
โดยมุง่ ผลลัพธ์ไปท่ีการกระจายโอกาสทางการท่องเที่ยวและการพฒั นาการท่องเทย่ี วโดยชุมชนรว่ มกัน การผลักดัน
การใช้การท่องเที่ยวเชิงสรา้ งสรรค์เป็นเคร่ืองมือในการรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะ
วิถีชีวิตคนลมุ่ น้ำชายแดนและความหลากหลายของชาติพันธซุ์ ่ึงต้องอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชนในการธำรง
ไว้ซง่ึ อัตลักษณท์ างการท่องเท่ยี ว
2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยว ได้แก่ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สำนักงาน
การท่องเที่ยวจังหวัดตาก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเทศไทยประจำจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวัด พัฒนาชุมชน
สามารถนำผลวิจัยและข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติไปใช้ในการต่อยอดการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ
อยา่ งเป็นรปู ธรรม
3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้ประสานงานหลักของการพัฒนาการท่องเที่ยวของแต่ละพื้นที่
สามารถนำผลการวิจัยและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปใช้ในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยว
ทั้งในระยะยาวและระยะสั้น รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติไปใช้ในการประสานงานกับองค์กรภาคประชาชน
เพ่อื เตรียมความพร้อมให้กับชุมชนท่องเที่ยวที่มีศักยภาพได้รบั การพัฒนาต่อยอดสู่การเป็นมืออาชีพในการบริหาร
จัดการ CBT
4. วิทยาลัยชุมชนตากหนุนเสริมและพัฒนาศักยภาพชุมชนในด้านต่าง ๆ เช่น การแปรรูปผลิตภัณฑ์
การพัฒนาด้านทักษะและอาชีพ พฒั นาเปน็ แหล่งเรียนรชู้ ุมชนเป็นต้นแบบและเป็นศูนยบ์ ริการวชิ าการของวิทยาลัย
ชุมชนตาก ที่มีชุมชนเป็นฐานที่ใช้ในการศึกษาเรียนรู้ประสานงานในการร่วมพัฒนาและส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พัฒนาต่อยอดเป็นหลักสูตรพัฒนาทักษะอาชีพและกำหนดเป็นแผนการพัฒนาชุมชนจากฐานความต้องการของ
ชมุ ชน
5. สถาบันการศึกษาอื่นนำผลการวิจัยไปเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการเรียนการสอน กำหนดเป็นหลักสูตร
วชิ าเลือก เชน่ นักเรยี นสามารถศึกษาเรียนรเู้ รื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม คนในชมุ ชนหันกลับมารักและฟ้ืนฟูประเพณี
วฒั นธรรมชุมชน
6. ป่าไมจ้ งั หวัดตากนำผลการวิจยั ไปใช้เปน็ แผนพฒั นาปา่ ชมุ ชน
7. จังหวัดตากนำผลการวิจัยเรื่องชุมชนจัดการตนเอง เป็นต้นแบบให้กับชุมชนพื้นที่อื่นในจังหวัดตากและ
กำหนดเป็นนโยบายแผนพัฒนาชมุ ชนด้านการท่องเที่ยว
243
2.2. ขอ้ เสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใชป้ ระโยชน์
1. สำนักงานการท่องเทีย่ วและกีฬาจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ. และ อบต.) ใชเ้ ปน็ ข้อมูล
พื้นฐานในการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวสู่การปฏิบัติ โดยการบูรณาการความร่วมมือกับชุมชนในท้องถิ่นเพ่ือ
พฒั นาผลติ ภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรคต์ ามเส้นทางท่องเทย่ี วเช่ือมโยงประเทศเพ่ือนบ้าน
2. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคการพัฒนาต่อยอดการสื่อสารภาพลักษณ์
ตราการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “การท่องเที่ยววิถีไทยชุมชนชายแดน” ให้เกิดความชัดเจนและเป็นทางเลือกใหม่
ของตลาดการท่องเท่ียวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
3. สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ประสานงานกับผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว
เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับลักษณะการรับรู้ภาพลักษณ์ การท่องเที่ยวเชิง
สรา้ งสรรคใ์ นพ้ืนทรี่ วมถึงเชื่อมโยงกับชมุ ชนในท้องถิน่ เพ่ือรว่ มกนั พฒั นาผลติ ภัณฑ์การท่องเที่ยวเชงิ สร้างสรรค์
4. เครือข่ายชุมชนสามารถนำคู่มือโครงข่ายการท่องเที่ยวชุมชนตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด ไปใช้
ขยายผลในขณะปฏิบตั ิงาน และได้แนวทางแก้ไขและพัฒนาทักษะการทำงาน
5. เครอื ขา่ ยชุมชน CBT เกิดการเรียนรู้และพัฒนาการด้านช่องทางจัดจำหน่าย การใช้เทคโนโลยีเบื้องต้น
ประกอบการจัดการท่องเท่ียวชมุ ชนแบบโครงขา่ ยและเกิดความร่วมมือระหวา่ งชุมชนเปน็ โครงข่ายการท่องเท่ียวที่
เกิดมูลค่าเพ่ิมของการจัดการท่องเท่ยี ว
6. นำผลงานเรื่องโครงข่ายและเครือข่ายจากกรณีของชุมชนแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด ตีพิมพ์เผยแพร่
เพื่อประโยชน์ในการถ่ายทอดความรู้เป็นกรณีต้นแบบโครงข่ายและเครือข่ายชุมชน อบต. ชาวบ้าน เครือข่าย
นกั เรยี น นักศึกษา องคก์ รเครือข่ายการจัดการท่องเทีย่ วชุมชน นักวจิ ยั ททท. ท่องเทย่ี วและกีฬา สำนักวัฒนธรรม
วิทยาลัยชุมชนตาก
2.3 ข้อเสนอแนะในการวิจัยต่อไป (ให้เสนอแนะขอบข่ายของการวิจัยท่ีควรดำเนนิ การต่อเนื่องจากการ
วจิ ยั ครั้งนี้)
1. ควรมีการพัฒนาและยกระดับคนในชุมชนให้มีความรู้ความสามารถด้านการเป็นไกด์ทสี่ ามารถใช้ภาษา
ทสี่ องประกอบอาชีพดา้ นการท่องเท่ียวและบริการได้ เชน่ ภาษาพมา่ ภาษาจนี เปน็ ตน้
2. ควรมีการพัฒนาและยกระดับคนในชุมชนในการศึกษาและพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้บนฐาน
ทรพั ยากรและวิถีเดิมแต่ยังไม่เป็นระบบกลุ่มเป็นรูปธรรม ตา่ งคน ต่างทำ ทำการวิจัยและพัฒนาอาชีพท่ีเหมาะสม
กบั คนในพ้ืนที่กับกลุ่มผู้ประกอบการด้านอาหาร ด้านทพ่ี ักและบริการกลุ่มคนในระบบเครือข่ายการท่องเท่ียวแบบ
วงรอบ
3. การยกระดับชุมชนในจังหวัดตากหรือ 5 อำเภอฝั่งตะวันตก หรอื ทีมนักวิจัยชุมชนเดิมที่ทำงานวิจัยแต่
ยังไม่ได้รับการพัฒนาและยกระดับ ควรมีการพัฒนาต่อยอดเพื่อพัฒนาชุมชนในการยกระดับโครงข่ายการ
ทอ่ งเทย่ี วระดบั หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เปน็ ระดับจงั หวัด
244
4. ผลจากการดำเนินการวจิ ยั ทีมนักวิจยั มีข้อค้นพบทน่ี ่าสนใจและต่อยอดเรื่องเสน้ ทางการอพยพ เส้นทาง
ประวัติศาสตร์หรือเส้นทางธรรมชาติและสถานที่สำคัญ ควรนำมาศึกษาวิจัยและพัฒนาร้อยเรียงเป็นกิจกรรม
เส้นทางการท่องเที่ยวเพ่ือสร้างอาชีพ สร้างรายไดใ้ หค้ นคนในชุมชนและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
บรรณานุกรม
กองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ. (2542). การสังเคราะห์รปู แบบการพัฒนาศกั ยภาพของเดก็ ไทยดา้ นการ
ทำงานรว่ มกับผู้อื่น : พมิ พค์ ร้ังท่ี 1. กรุงเทพ ฯ.
โกวิทย์ พวงงาม. (2545). การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชมุ ชน. กรงุ เทพฯ : ม.ป.พ.
จรัส อติวิทยาภรณ์. (2553). หลักการและทฤษฎีทางการบริหาร. สงขลา : สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา :
คณะศึกษาศาสตร์มหาวทิ ยาลัยทักษิณ. (พิมพ์ครั้งท่ี 3).
จอมพงศ์มงคลวนิช. (2554). การศกึ ษาสูก่ ารพัฒนาทีย่ ั่งยืน. การบรหิ ารองค์การและบุคลากรทางการศึกษา.
กรุงเทพฯ.
จีรวทิ ย์ ม่นั คงวัฒนะ. (2557). การพฒั นาระบบภาคีเครือข่าย: ศนู ย์ศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศยั อำเภอจัตุรัส. ชัยภูมิ : สบื คน้ จาก
http://chaiyaphum.nfe.go.th/1005/index.php?name=knowledge1&file=readknowledge
&id=38. สืบคน้ เม่ือวนั ท่ี 28 พฤศจิกายน 2563.
นพศกั ดิ์ ว่องวัชรกลุ อนวิ ัช แก้วจำนงค์ และ อรจนั ทร์ ศิรโิ ชต. (2555). ปัญหาในการปฏิบตั งิ านและความ
ตอ้ งการพฒั นาตนเองของสมาชกิ กลุ่มเครือขา่ ยการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชน. จังหวดั สตูล :
มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ . สบื คน้ จาก
http://www.hu.ac.th/Symposium2014/proceedings/data/3304/3304-2.pdf. สืบค้นเมือ่
วันท่ี 5 พฤษจิกายน 2563
นรินทร์ชยั พัฒนพงศา. (2546). การมสี ว่ นรว่ ม หลกั การพื้นฐาน เทคนิคและกรณี ตัวอยา่ ง. กรงุ เทพฯ :
กองแปลและวิเทศสัมพันธ์ส านักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. แปลจาก Peter Oakley and
David Marsden. (ไม่ระบชุ อ่ื หนังสือ).
นิคม จารมุ ณี. (2544). การท่องเที่ยวและการจัดการอุตสาหกรรมท่องเท่ียว. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์
โอ.เอส.พร้นิ ต้งิ เฮาส.์
บญุ เลศิ จิตตง้ั วัฒนา. (2548). การพัฒนาการทอ่ งเท่ียวแบบยั่งยืนแบบมีสว่ นร่วม. กรงุ เทพฯ :
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร.์ QC. กรงุ เทพฯ : บรรณกจิ 1991.
ปรชี า แดงโรจน์. (2544). อุตสาหกรรมการท่องเท่ียวศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลัยรงั สติ .
พจนา สวนศร.ี (2546). ค่มู ือการจดั การท่องเที่ยวโดยชุมชน. กรุงเทพฯ : โครงการท่องเท่ยี วเพอ่ื ชีวิตและ
ธรรมชาติ.
พจนา สวนศร.ี (2546). เอกสารการสอนชุดวชิ าหน่วยท่ี 8-15 การจัดการนนั ทนาการและการทอ่ งเทย่ี วทาง
ธรรมชาติ. นนทบรุ ี : มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช.
มนสั สุวรรณ และคณะ. (2541). โครงการศึกษาแนวทางและการจัดการท่องเท่ียวในพ้ืนท่รี ับผดิ ชอบของ
องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลและสภาตำบล. กรุงเทพฯ : การท่องเทย่ี วแหง่ ประเทศไทย.
246
บรรณานุกรม (ต่อ)
ม่งิ สรรพ์ ขาวสะอาด. (2548). มลู ค่าเพม่ิ ในประเทศของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในจงั หวัดเชียงใหม่. เชยี งใหม่
: สถาบันวจิ ยั สังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม.่
วรี ะพล ทองมา. (2547). การท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism : CBT) สำหรบั การ
พัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนในเขตทดี่ ินป่าไม้. คณะพฒั นาการท่องเท่ียว : มหาวิทยาลยั แมโ่ จ้.
ศิรวิ รรณ เสรรี ตั น.์ (2546). การบริหารการค้าปลีก. กรุงเทพฯ : บริษัท ธรรมสาร จำกัด.
ศนู ย์พฒั นาพาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนิกส์ (2543). การพาณิชยอ์ ิเลก็ คทรอนิกส์. สืบค้นจาก
http://www.ecommerce.or.th/.สืบค้นเมือ่ 19 พฤศจกิ ายน 2563.
สถาบันการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน. (2557). ชมุ ชนท่องเทีย่ ว. สืบค้นจาก
http://www.cbti.org/?&start=0&page=1&ge=travel&categoryTravel=®ionTravel=&pro
vinceTravel=&keyword=&search=search. สืบคน้ เม่ือ 17 ธันวาคม 2553.
สถาบันเทคโนโลยสี ยาม.ชลยั รัตน์ศรเี อม. (2554). การจดั การเครอื ขา่ ยการท่องเที่ยวโดยชมุ ชนพื้นท่สี ูง
จังหวดั เพชรบรู ณ์ : การจดั การการตลาดเพอื่ การประชาสัมพนั ธเ์ ครือข่ายการท่องเท่ียว.
มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์.
สมชาย สนั่นเมือง. (2541). ชุมชนท้องถน่ิ กับการมสี ่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเท่ยี ว.
สญั ญา สัญญาววิ ัฒน.์ (2542). สังคมวิทยาปัญหาสังคม. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพจ์ ุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
สำนักพฒั นางานท่องเทยี่ วกระทรวงการทอ่ งเทยี่ วและกีฬา. (2550). คมู่ ือเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน :
กรงุ เทพฯ.
สินธุ์ สโรบล และคณะ. (2547). การจัดการ การทอ่ งเที่ยวชุมชน. ประชาคมวิจยั : สถาบนั วจิ ัยวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยแี ห่งประเทศ. เอกสารประกอบการประชมุ ระดมความคิดเหน็ คร้ังท่ี 2. กรุงเทพฯ.
สุกลั ยา กรรณสมบัติ . (2543). ศักยภาพของมคั คเุ ทศกต์ อ่ การเป็นผนู้ ำในการท่องเท่ียวเชงิ นิเวศ.
กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล.
สชุ าดา จกั รพสิ ุทธ.ิ์ (2547). ชมุ ชนกบั การมสี ่วนรว่ มจัดการศกึ ษา. วารสารศึกษาศาสตร์ :
มหาวิทยาลยั ขอนแก่น
เสรี พงศ์พิศ. (2548).แผนแม่บทสูว่ ิสาหกจิ ชุมชน. กรงุ เทพฯ : พลงั ปัญญา. สำนักพัฒนาแหล่งทอ่ งเทย่ี ว.
อุษาวดี พลพพิ ฒั น์. (2545). การท่องเท่ียวแบบยั่งยืน. กรณศี ึกษาการทอ่ งเทย่ี วเชิงนเิ วศโดยชมุ ชนในประเทศ
ไทย : จุลสารการท่องเท่ียว.
Brunet -Jailly. (2005). กล่าววา่ : พรมแดนคือพืน้ ทขี่ องอทิ ธิพลและปรากฎการณ์ทางเศรษฐกจิ การคา้
และการตลาดท่สี ง่ ผลใหเ้ กดิ ผลกระทบ : ต่อชายแดนท้งั ตอ่ รฐั และประชาชนในพ้นื ท่ี.
Getz, D. (1997). Event management and event tourism. New York Cognizant
Communication Corp. Wilson
247
บรรณานุกรม (ตอ่ )
Timur, S. (2012). Analyzing urban tourism stakeholder relationship: A network perspective.
สบื ค้นจาก
http://torc.linkbc.ca/torc/downs1/AnalyzingUrbanTourismStakeholderRelationships.pdf.
สบื ค้นเม่ือวนั ท่ี 5 พฤษจิกายน 2563.
ภาคผนวก ก
แบบสอบถาม
249
แบบสอบถาม
เร่ือง พฤติกรรมของนักท่องเทย่ี วชาวไทยทเี่ ดินทางมาท่องเทย่ี วอำเภอแม่สอด จงั หวัดตาก
แบบสอบถามน้จี ัดทำข้นึ เพ่ือเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาว ไทยที่เดินทาง
มาท่องเที่ยวตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คำตอบของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด
จะใช้เป็นข้อมูลเพื่อสรุปผลการศึกษา โดยผลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการศึกษา และเป็น
ข้อเสนอแนะสำหรบั หนว่ ยงานท่ีเก่ียวข้องต่อไป ซึ่งมีรายละเอยี ดแบ่งออกเป็น 4 ตอน ดังน้ี
ตอนท่ี 1 แบบสอบถามข้อมูลทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยว
ตำบลแม่ปะ แม่กาษา ทา่ สายลวด อำเภอแมส่ อด จงั หวดั ตาก
ตอนท่ี 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยทางด้านส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อ พฤติกรรมการ
ทอ่ งเทย่ี วของนักท่องเท่ียวชาวไทย
ตอนท่ี 4 แบบสอบถามเกี่ยวกับข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการท่องเท่ียวในตำบลแม่กาษา แม่ปะ
ทา่ สายลวด อำเภอแมส่ อด จงั หวดั ตาก
การตอบแบบสอบถามนี้ใช้เพื่อการวิจัย ผู้ตอบแบบสอบถามจะไม่มีผลกระทบจากการตอบแบบสอบถาม
แต่ประการใด ผู้วิจัยขอขอบพระคุณท่านที่ได้กรุณาให้ความอนุเคราะห์เวลาในการตอบแบบสอบถามที่เป็นเป็น
ประโยชน์อยา่ งย่ิงในการวจิ ัยคร้ังน้ี
ตอนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทัว่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
คำชแ้ี จง โปรดทำเครื่องหมาย √ ลงในชอ่ ง ตามความเป็นจริงหรือตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด
1. เพศ
1. ชาย 2. หญิง
2. สถานภาพสมรส
1. โสด 2. สมรส/อย่ดู ว้ ยกนั
3. หย่ารา้ ง/หมา้ ย/แยกกนั อยู่
3. อายุ
1. 15-20 ปี 2. 21-30 ปี
3. 31-40 ปี 4. 41-50 ปี
5. 51-60 ปี 6. 61 ปขี ้นึ ไป
250
4. การศกึ ษา 2. มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1. มธั ยมศกึ ษาตอนต้น 4. ปรญิ ญาตรี
3. อนปุ ริญญา/ปวส. 6. อื่น ๆ (โปรดระบ)ุ ................
5. สงู กวา่ ปรญิ ญาตรี
2. รบั จ้างท่วั ไป
5. อาชพี 4. คา้ ขาย
1. นักเรียน/นกั ศึกษา 6. อน่ื ๆ (โปรดระบ)ุ .............................................
3. รับราชการ/รฐั วิสาหกิจ
5. เจ้าของธุรกิจส่วนตัว 2. 10,001-20,000 บาท
4. 30,001 บาท ข้ึนไป
6. รายไดเ้ ฉล่ียตอ่ เดือน
1. ตำ่ กวา่ 10,000 บาท
3. 20,001-30,000 บาท
ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยว
ตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก
คำชี้แจง โปรดตอบคำถามทุกข้อ โดยทำเครื่องหมาย √ ลงในช่อง ตามความเป็นจริงหรือตรงกับ
ความคิดเห็นของทา่ นมากทสี่ ุด
1. วัตถุประสงคห์ ลกั ทท่ี ่านเลือกเดนิ ทางมาท่องเที่ยว อำเภอแม่สอด จังหวดั ตาก (ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ข้อ)
1. ทำบุญสะเดาะเคราะห์ 2. ขา้ มฝั่งช้อปชิมสินค้ามือสองและสินค้าปลอดภาษี
3. เปน็ สถานทีท่ ี่มชี อื่ เสียง 4. ท่องเทีย่ ว / พักผ่อน
5. การเดนิ ทางสะดวก 6. อ่ืนๆ (โปรดระบุ) ………………………….
2. การเดินทางมาใช้บริการสถานที่ท่องเที่ยวตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด
จงั หวดั ตาก ทา่ นเดนิ ทางมากบั ใคร
1.โดยลำพงั 2. ครอบครัว
3. เพอ่ื น 4. สถานศึกษา / บริษัท / องค์กร
5. อ่นื ๆ (โปรดระบุ) ………………………….
3. ท่านเดนิ ทางมาตำบลแม่กาษา แมป่ ะ ทา่ สายลวด อำเภอแม่สอด จงั หวัดตาก ใชย้ านพาหนะใด
1. รถยนต์ส่วนตวั 2. รถจักรยานยนต์
3. รถโดยสารประจำทาง 4. เคร่อื งบนิ
5. อ่นื ๆ (โปรดระบุ) ………………………….
251
4. ท่านเดินทางมาท่องเทย่ี วตำบลแมก่ าษา แมป่ ะ ท่าสายลวด อำเภอแมส่ อด จงั หวดั ตาก ในช่วงวนั ใด
1. วันจันทร์–วนั ศุกร์ 2. วนั เสาร์–วันอาทติ ย์
3. วนั หยุดนกั ขตั ฤกษ์ 4. วนั สำคญั ทางศาสนา
5. อนื่ ๆ (โปรดระบุ) ………………………….
5. ช่วงเวลาใดทที่ า่ นเดินทางมาตำบลแมก่ าษา แมป่ ะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
1. เวลา 08.00-11.00 น. 2. เวลา 11.00-14.00 น.
3. เวลา 14.00-17.00 น. 4. อนื่ ๆ (โปรดระบ)ุ ………………………….
6. จำนวนครั้งทีท่ ่านเดนิ ทางมาอำเภอแมส่ อดจงั หวดั ตาก
1. คร้ังน้เี ป็นคร้งั แรก 2. 1 ครงั้ / เดือน
3. 2 คร้ัง / เดือน 4. มากกวา่ 2 ครงั้ / เดอื น
5. อื่นๆ (โปรดระบ)ุ ………………………….
7. ท่านได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานที่และการบริการในตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด
อำเภอแม่สอด จงั หวดั ตาก (ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ข้อ)
1. นติ ยสาร / สือ่ ส่ิงพิมพ์ 2. อนิ เทอร์เนต็
3. รายการโทรทัศน์ 4. บรษิ ัท / องค์กร / สถานศึกษา
5. ครอบครวั / ญาติ / เพือ่ น / คนรจู้ กั 6. อนื่ ๆ (โปรดระบ)ุ ………………………….
8. สง่ิ ใดท่ีท่านประทับใจมากทส่ี ุด เม่ือเดินทางมาท่องเที่ยวตำบลแม่กาษา แม่ปะ ทา่ สายลวด
อำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก (ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ขอ้ )
1. สถาปตั ยกรรมวัด 2. ความหลากหลายของพลเมือง
3. ธรรมชาติ นำ้ พรุ อ้ น น้ำตก ถำ้ 4. ประเพณีวัฒนธรรม
5. ขา้ มฝ่ังไปบ่อนคาสิโน 6. เปน็ จดุ แวะพกั
7. ช้อปชิมสนิ ค้าปลอดภาษี ตลาดริมเมย 5. อ่ืนๆ (โปรดระบุ) ………………………….
9. เมื่อท่านเดินทางมาตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตากท่านทำกิจกรรมใด
(ตอบได้มากกว่า 1 ขอ้ )
1. ชมธรรมชาติ 2. สวดมนต์ / น่ังสมาธิ
3. ชอ้ ปสนิ คา้ ปลอดภาษี 4. แช่น้ำแร่
5. พักผ่อนหย่อนใจ 6. อน่ื ๆ (โปรดระบุ) ………………………….
252
10. ค่าใชจ้ ่ายเฉลี่ยต่อคนในการเดินทางมาท่องเท่ียวตำบลแม่กาษา แมป่ ะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด
จังหวดั ตาก
1. ตำ่ กวา่ 500 บาท 2. 500 – 1,000 บาท
3. 1,001-2,000 บาท 4. มากกว่า 2,000 บาท
ตอนที่ 3 แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยทางด้านส่วนประสมทางการการตลาดท่ีมีอิทธิพลตอ่ พฤติกรรม
การทอ่ งเท่ียวของนักท่องเทย่ี วชาวไทยท่เี ดินทางมาท่องเท่ยี วตำบลแม่กาษา แมป่ ะ ทา่ สายลวด อำเภอแม่สอด
จงั หวดั ตาก
คำชี้แจง โปรดพิจารณาคำถามทุกข้อ โดยทำเครื่องหมาย √ ลงในช่อง ตามความเป็นจริงหรือตรง
กบั ความคดิ เห็นของท่านมากทสี่ ดุ
ปัจจัยทางดา้ นส่วนประสมทางการตลาดที่มีอทิ ธพิ ล ความคิดเหน็ ของทา่ น
ข้อที่ ตอ่ พฤตกิ รรมการทอ่ งเทีย่ วของนกั ท่องเท่ียวชาวไทย มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย
ทีเ่ ดินทางมาท่องเท่ียวอำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก ทส่ี ดุ กลาง ทีส่ ุด
ปจั จยั ด้านผลติ ภณั ฑใ์ นอำเภอแม่สอด จังหวดั ตาก (แหลง่ ทอ่ งเท่ียวและการให้บรกิ าร)
1. ความน่าสนใจของแหลง่ ท่องเที่ยว
2. ความสะอาดและความสวยงามของแหล่งท่องเทย่ี ว
3. ส่ิงอำนวยความสะดวก เชน่ ห้องนำ้ มีความสะอาด
สะดวกสบาย ปลอดภยั และเพยี งพอกับจำนวนนักท่องเท่ียว
4. แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วมกี ารให้บริการด้านระบบ สาธารณูปโภคแบบ
ครบวงจร เชน่ ระบบการส่ือสารต่าง ๆ เชน่ สัญญาณมือถือ
ระบบสัญญาณ Wi-Fi
5. ข้อมูลแหลง่ ท่องเที่ยวมเี พียงพอ มปี ้ายแนะนำ บอกทิศทาง
ชดั เจน
6. การใหบ้ รกิ ารกับผู้ท่เี ดินทางมาทอ่ งเทยี่ ว เช่น ลานจอดรถมี
เพียงพอ
ปจั จัยด้านราคาในการท่องเทยี่ วอำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก
7. ราคาค่าบริการต่างๆ มีความเหมาะสม
8. คา่ ใชจ้ า่ ยในการเดินทางมีความเหมาะสมกบั การ ท่องเท่ยี ว
สะดวก
9. ราคาค่าบริการเมื่อเปรยี บเทียบกบั สถานท่ีใกลเ้ คยี ง
ปจั จยั ด้านชอ่ งทางการจัดจำหนา่ ยอำเภอแมส่ อด จงั หวัดตาก
10. สภาพถนนและการเชื่อมของเสน้ ทางคมนาคม
253
ปจั จัยทางด้านส่วนประสมทางการตลาดท่ีมีอิทธพิ ล ความคดิ เหน็ ของท่าน
ขอ้ ท่ี ต่อพฤติกรรมการท่องเท่ยี วของนกั ท่องเท่ียวชาวไทย มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย
ทีส่ ดุ กลาง ที่สุด
ทเ่ี ดนิ ทางมาท่องเท่ียวอำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก
11. ทำเลที่ต้ังของแหล่งทอ่ งเทีย่ วเดนิ ทางสะดวกสบาย และเข้าได้
หลายเสน้ ทาง
12. มปี ้ายบอกทางอยา่ งชัดเจน
13. สามารถหารายละเอยี ด เชน่ เส้นทางการเดนิ ทาง สถานท่ี
ทอ่ งเทีย่ วต่าง ๆ ไดจ้ ากทางเว็บไซต์โดยตรง ของแหลง่
ท่องเทย่ี ว
ปัจจัยด้านการสง่ เสริมการตลาดอำเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก
14. การเดินทางทอ่ งเท่ยี วได้ตลอดฤดกู าล
15. การประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านทางเว็บไซตโ์ ซเชียล
16. การประชาสมั พันธ์ผ่านทางสื่อมวลชนตา่ ง ๆ เช่น โทรทัศน์,
วทิ ยุ
17. การโฆษณาผา่ นรถโดยสารสาธารณะ (รถตู้ รถแท็กซ่)ี
18. การรบั รขู้ อ้ มูลข่าวสารการท่องเที่ยวตำบลแม่กาษา แมป่ ะ
ทา่ สายลวด อำเภอแม่สอด จังหวดั ตาก รบั รูไ้ ดจ้ ากทาง
โทรทศั น์, วทิ ยุ หรอื ทางอินเทอรเ์ นต็
ปจั จยั ดา้ นความปลอดภยั
19. มาตราการความปลอดภยั ในชีวิตและทรพั ยส์ ิน
20. มาตรการเกีย่ วกับการช่วยเหลอื นักทอ่ งเทยี่ ว
ตอนที่ 4 ข้อเสนอแนะและข้อคิดเหน็ เก่ยี วกบั การทอ่ งเทีย่ วตำบลแม่ปะ แมก่ าษา ทา่ สายลวด อำเภอแม่สอด
จังหวดั ตาก
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอขอบคุณในความร่วมมอื ตอบแบบสอบถาม
254
แบบสอบนักทอ่ งเทีย่ วท่ีมีต่อการบรกิ ารและการจัดการการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนในการทดลองกจิ กรรม
เสน้ ทางการท่องเทีย่ วชุมชนตำบลแมก่ าษา แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จงั หวัดตาก
เร่อื ง : ความพึงพอใจที่มีตอ่ การบรกิ ารในการทดลองกิจกรรมเสน้ ทางการทอ่ งเทีย่ วโดยชมุ ชนเพื่อนำมาพัฒนา
ปรับปรุงการบรกิ ารการท่องเทยี่ วโดยชุมชนตำบลแม่กาษา แมป่ ะ ท่าสายลวด
คำช้ีแจง
แบบสอบถามฉบับน้ีเป็นแบบสอบถามความพงึ พอใจทม่ี ีต่อการบรกิ ารการทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนตำบลแม่กาษา
แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เกี่ยวกับการบริการด้านต่าง ๆ ที่ชุมชนให้บริการต่อนักท่องเที่ยว
เพือ่ การจดั กิจกรรม่ีตอบสนองกบั ความต้องการของนักท่องเทย่ี ว และสอดคลอ้ งการจดั การทอ่ งเทย่ี วของชุมชนที่เน้น
การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้นักทอ่ งเที่ยวรวมถงึ การเรียนรู้วิถีถิ่น วัฒนธรรมของคนในพืน้ ท่ีอย่างเป็นมิตรตอ่
สงิ่ แวดลอ้ มและทรพั ยากรชุมชน พทุ ธศกั ราช 2564 คำตอบของท่านจะเป็นประโยชนอ์ ยา่ งยง่ิ ในการนำมาประมวลผล
ในการพัฒนาปรับปรุงการให้บริการ การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ดังนั้นคณะผู้ดำเนินการ จึงขอให้ตอบ
ตามความเป็นจริง สำหรับการพัฒนาชุมชนด้านการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างมืออาชีพของชุมชนตำบล
แม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อให้มีประสิทธิภาพและและประสิทธิผลมากที่สุด
โดยแบบสอบถามแบ่งเป็น 3 ตอน ดงั น้ี
ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 10 ขอ้
ตอนที่ 2 ความตอ้ งการเกี่ยวกับข้อมูลท้องถนิ่ จำนวน 5 ข้อ
ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ เพ่ิมเตมิ จำนวน 5 ขอ้
ตอนที่ 1 : สถานภาพและขอ้ มูลท่ัวไป
คำช้ีแจง : ให้ทำเครอื่ งหมาย (✓) ลงในชอ่ ง ทตี่ รงกับสถานสภาพและความคิดเห็น
1. เพศ 1. ชาย 2. หญงิ 2. อายุ .................. ปี
3. วุฒิการศึกษา
1.ตำ่ กว่าประถมศกึ ษา 5. ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี (ปวช.)
2. ประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6) 6. ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชั้นสูง (ปวส.)
3. มัธยมศกึ ษาปีที่ 3(ม.3) 7. ปรญิ ญาตรี
4. มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) 8. ปรญิ ญาโท
อนื่ ๆ (โปรดระบ)ุ ...............................................................................................................
255
4. อาชีพ / ตำแหนง่
รับราชการ พนักงานราชการ
พนกั งานองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน ลกู จา้ งประจำ/ชวั่ คราวของรฐั
พนกั งานรัฐวสิ าหกิจ ประกอบธุรกจิ สว่ นตวั /คา้ ขาย
พนกั งานบริษัท/ห้างรา้ น แมบ่ ้าน/พ่อบา้ น
เกษตรกร นกั เรยี น/นักศึกษา
รบั จา้ งทัว่ ไป อืน่ ๆ (โปรดระบุ).............................................
5. รายได้เฉลย่ี ต่อเดือน
1. ตำ่ กว่า 5,000 บาท 2. 5,001 - 10,000 บาท
3. 10,001 – 15,000 บาท 4. 15,001 – 20,000 บาท
5. 20,001 – 25,000 บาท 6. 25,001 – 30,000 บาท
7. อน่ื ๆ โปรดระบุ ......................................................................
6. ท่านอยู่อาศยั / ตั้งภูมลิ ำเนา ภาค/จงั หวัด …………………………………………/…………………..........................
7. ท่านเคยเดินทางรว่ มกิจกรรมการท่องเทีย่ วโยชุมชน มากอ่ นหรือไม่
เคย ไมเ่ คย
โปรดระบุสถานท่ี............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................
8. ทา่ นชอบการท่องเที่ยวเก่ียวกับ
ธรรมชาติสงิ่ แวดล้อม วิถชี วี ติ วัฒนธรรม
การท่องเทยี่ วเชงิ เกษตร การทอ่ งเที่ยวเชงิ สขุ ภาพ
อนื่ ๆ โปรดระบุ…………………………………………………………..
9. ช่วงเวลาที่ทา่ นชอบเดินทางทอ่ งเท่ียว
มกราคม- มีนาคม เมษายน- พฤษภาคม
มถิ นุ ายน-กรกฎาคม สงิ หาคม-กันยายน
ตลุ าคม-ธันวาคม อนื่ ๆ ระบุ
10. ท่านชอบการเดินทางท่องเทย่ี ว
คนเดยี ว ครอบครวั
กลมุ่ จัดทัวร์
อ่นื ๆ ระบุ
256
ตอนท่ี 2 : ความพึงพอใจต่อการให้บรกิ ารด้านต่าง ๆ ในการให้บรกิ ารการทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชนตำบลแม่กาษา แม่ปะ
ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงการบริการการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลแม่กาษา
แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก
คำช้แี จง : ทำเครื่องหมาย (✓) ในการพิจารณาความพึงพอใจเก่ียวกับการให้บริการการทอ่ งเทยี่ ว
ใหท้ ำเคร่ืองหมาย (✓) ในชอ่ งว่างตามลำดับความพงึ พอใจในการไดร้ ับการบรกิ ารของทา่ น ซึ่งมชี ่วงระดับ
ดังนี้
ระดับ 5 หมายถึง มคี วามพึงพอใจมากทีส่ ดุ
ระดบั 4 หมายถงึ มคี วามความพึงพอใจมาก
ระดบั 3 หมายถงึ มีความพึงพอใจปานกลาง
ระดบั 2 หมายถึง มีความความพงึ พอใจน้อย
ระดบั 1 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจน้อยทส่ี ุด
รายการ ไม่ ความพงึ พอใจ /
พอใจ ระดับความพึงพอใจ
0 12345
2.1 ความสามารถในการจดั การและให้บริการส่งิ อำนวย
ความสะอาดในแหล่งท่องเท่ียว
2.1.1 หอ้ งสุขา
2.1.2 ถงั ขยะ
2.1.3 ลานจอดรถ
2.1.4 รา้ นอาหาร - เครอื่ งดื่ม
2.1.5 ร้านขายผลติ ภัณฑ์ของชมุ ชน
2.1.6 สถานทจ่ี ัดิจกรรม
2.1.7 อน่ื ๆ……………………………………
2.2 ดา้ นความปลอดภัย/การปอ้ งกนั อันตรายทเ่ี กิดแก่
นกั ทอ่ งเท่ียว
2.2.1 มีระบบการดูแลความปลอดภยั นกั ท่องเท่ยี ว
2.2.1 ความน่าเชือ่ ถือของเจ้าหนา้ ท่ีรกั ษาความปลอดภัย
2.2.3 ความพรอ้ มเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นในกรณที ่ี
นักทอ่ งเที่ยวประสบเหตุ หรือเจบ็ ป่วย
2.2.4 มกี ารแจง้ เตือนจุดอนั ตราย จุดควรระวัง
2.2.5 มีอปุ กรณ์ป้องกันความปลอดภยั ในการใหบ้ ริการ
257
2.2.6 อ่ืน ๆ.........................................
2.3 มคั คุเทศก์ชุมชน
2.3.1 ความมมี นุษยสัมพนั ธข์ องมัคคุเทศก์
2.3.2 บุคลกิ ของมัคคุเทศก์ ช่างสงั เกต มีจติ บริการ
2.3.3 ความสามารถของมคั คุเทศก์ในการให้ขอ้ มูลต่อกจิ กรรม
เส้นทางและผลติ ภณั ฑ์การท่องเทีย่ วทีน่ ำเสนอ
2.3.4 ความสภุ าพของมัคคเุ ทศก์
2.3.5 หนา้ ตายมิ้ แย้มแจ่มใสเสมอ
2.3.๖ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ สนุกสนานเพลดิ เพลิน
๒.๓.๖ เวลาเหมาะสม กระชับ ตรงเวลา
2.3.๗ อนื่ ๆ...............................................
2.4 การบรกิ าร นำเสนอสินค้าการท่องเทยี่ วโดยชุมชน
2.4.1 ราคาเหมาะสมกบั กจิ กรรม เสน้ ทาง ผลติ ภัณฑก์ าร
ทอ่ งเทย่ี ว
2.4.2 การตอ้ นรับนักท่องเทีย่ วท่นี ่าประทับใจ ตน่ื เต้น อบอุ่น
2.4.3 กจิ กรรมเสน้ ทางการท่องเทย่ี ว สนุก นา่ สนใจ นา่
ประทบั ใจ
2.4.4 นำเสนอวถิ ีชุมชน อัตลักษณ์ สรา้ งประสบการณ์
2.4.5 อาหารเครื่องดมื่ สะอาดอร่อย
2.4.6 การบรกิ ารการทอ่ งเท่ยี วทเี่ ป็นมติ รกบั สิง่ แวดล้อม
2.4.7 กิจกกรมการท่องเที่ยวมคี วามชดั เจน ปลอดภัย
เหมาะสมกับสภาพชมุ ชน กลุ่มเปา้ หมาย และ ชว่ งเวลา
2.4.8 อ่นื ๆ........................................
2.5 การบรกิ าร นำเสนอสนิ คา้ การท่องเท่ียวโดยชุมชน
2.5.1 ราคาเหมาะสมกับกจิ กรรม เส้นทาง ผลิตภณั ฑ์การ
ทอ่ งเที่ยว
2.5.2 การตอ้ นรบั นักท่องเทย่ี วทน่ี ่าประทบั ใจ ตนื่ เต้น อบอุ่น
2.5.3 กิจกรรมเสน้ ทางการท่องเท่ียว สนกุ น่าสนใจ น่า
ประทบั ใจ
2.5.4 อืน่ ๆ.......................................
258
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ หรอื ความคิดเห็นอ่นื ๆ
1. ด้านพน้ื ที่ (แหล่งท่องเที่ยว)
1.1 ความมีเอกลักษณ์
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
1.2 ความเป็นธรรมชาติ
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................... ................................................................... ................
2. ด้านการจดั การ
2.1 การจัดการดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
............................................................................................................................. ............................................
.........................................................................................................................................................................
2.2 การจดั การดา้ นสิ่งอำนวยความสะดวก
................................................................................................................ .........................................................
............................................................................................................. ............................................................
2.3 การจดั การด้านสวัสดกิ าร
............................................................................................................................... ..........................................
......................................................................................... ................................................................................
2.4 การจัดการดา้ นพ้นื ที่
............................................................................................................................. ............................................
............................................................................................................. ............................................................
3.ด้านกจิ กรรมเพ่อื การท่องเท่ยี ว
3.1 ศูนยบ์ ริการนักท่องเท่ยี ว
............................................................................................................................. ............................................
.........................................................................................................................................................................
3.2 เสน้ ทางศกึ ษาธรรมชาติและวถิ วี ัฒนธรรมชุมชน
....................................................................................................... ..................................................................
............................................................................................................. ............................................................
3.3 ป้ายส่ือความหมาย
............................................................................................................................. ............................................
.........................................................................................................................................................................
259
3.4 มคั คเุ ทศกช์ มุ ชน
............................................................................................................................. ............................................
....................................................................................... ..................................................................................
4. ด้านการมีสว่ นร่วมของภาคีเครือข่าย
............................................................................................................................. ............................................
............................................................................................................. ............................................................
********** ขอขอบคณุ ในความร่วมมือ มา ณ โอกาสนี้ *************
260
แบบสมั ภาษณค์ วามคดิ เหน็ ของครัวเรือนในชมุ ชน
ท่มี ตี ่อการจดั การทอ่ งเท่ยี วโดยครวั เรือน ตำบลแม่สอด อำเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก
ตอนท่ี 1 ข้อมูลท่ัวไปเก่ยี วกับลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอยา่ ง
ชื่อผใู้ ห้ขอ้ มูล........................................................................บ้านเลขท่ี......................หมทู่ ี่.......................
ชือ่ หม่บู า้ น.........................................ตำบล........................อำเภอ........................จังหวัด........................
1.เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง
2.อายขุ องทา่ น................ปี
3. ท่านมรี ายได้แต่ละเดือนประมาณเทา่ ไหร.่ .......................................บาท
4.ฐานะการเงินในครอบครวั ท่านเปน็ อยา่ งไร
( ) 1. สมดุลกัน (พอมพี อใช)้
( ) 2. รายได้มากกวา่ รายจา่ ย (มีเหลือเก็บ)
( ) 3. รายจ่ายมากกว่ารายได้ (ไม่พอใช้)
5.อาชีพ
( ) 1.ทำไร่/ ทำสวน ( ) 4.เลยี้ งสตั ว์ ( ) 7.วา่ งงาน
( ) 2. หาของปา่ ( ) 5.ค้าขาย ( ) 8.อ่ืนๆ ระบ.ุ ................................
( ) 3.รับจ้างท่ัวไป ( ) 6.รบั ราชการ
6.ระดบั การศึกษา
( ) 1.ไม่ได้รบั การศึกษา ( ) 5.ระดับประกาศนียบัตร (ปวช.)
( ) 2.ระดบั ประถมศึกษา ( ) 6.ระดับประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชั้นสงู (ปวส.)
( ) 3.ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ ( ) 7.ระดบั ปรญิ ญาตรี
( ) 4.ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ( ) 8.อ่นื ๆ ระบ.ุ ...........................
7.สถานภาพการสมส
( ) 1.โสด ( ) 2.สมรส ( ) 3.หมา้ ย ( ) 4.หยา่ ( ) 5.แยกกันอยู่
8.จำนวนสมาชกิ ในครวั เรือน
( ) 1. 1-3 คน ( ) 2. 4-6 คน ( ) 2. 7-10 คน
9.ท่านอาศัยอยูใ่ นหมู่บา้ นมาเปน็ เวลา...............................ปี
( ) 1.1-10 ปี ( ) 2. 11-30 ปี ( ) 3. 31-50 ปี ( ) 4. 51 ปีข้นึ ไป
10.ท่านได้รับประโยชนจ์ ากการทอ่ งเท่ยี วของชุมชน หรือไม่
( ) 1.ไมไ่ ดร้ บั ( ) 2. ไดร้ บั
261
11.จากข้อ 10 ผลประโยชน์ท่ีท่านไดร้ ับเป็นลักษณะใด (เลอื กไดม้ ากกว่า 1 ข้อ)
( ) 1. มงี านทำ
( ) 2.ไดร้ บั พัฒนาด้านอาชีพ
( ) 3.มรี ายไดเ้ พิ่มขน้ึ จากการขายเคร่ืองอุปโภค บรโิ ภคแก่นักทอ่ งเท่ียว เชน่ อาหาร เครื่องด่ืม เปน็ ตน้
( ) 4.ผลติ ผลทางการเกษตรของตนขายได้มากข้ึน
( ) 5.สาธารณปู โภคทดี่ ขี ึน้ เชน่ ถนน ไฟฟา้ นำ้ ประปา โทรศพั ท์ เป็นต้น
( ) 6.สภาพชุมชนมคี วามสะอาด เปน็ ระเบยี บและความปลอดภยั เพม่ิ ข้นึ
( ) 7.ไดร้ ับความรู้ในเรื่องของทรัพยากรสิ่งแวดลอ้ มของชมุ ชนรวมถึงการอนุรักษ์เพิ่มมากข้ึน
( ) 8.รัก ภูมใิ จ หวงแหนชมุ ชน
( ) 9.ความเปน็ อยูด่ ีข้นึ
( ) 10.มคี วามรูส้ ึกมน่ั คงในชีวติ ไม่ตอ้ งย้ายถนิ่
( ) 11.อน่ื ๆ.............................................................................
12.ความคดิ เห็นของท่านที่มตี ่อการบรหิ ารจัดการท่องเท่ยี ว เปน็ อยา่ งไร
( ) 1.พอใจ ( ) 2.ไมพ่ อใจ
( ) 3.เหมาะสม ( ) 4.ไม่เหมาะสม
( ) 5.อื่นๆ..............................................................................
13.การมีนกั ทอ่ งเท่ียวเขา้ มาท่องเทย่ี วในชุมชนท่านมีความคิดเหน็ เป็นอยา่ งไร
( ) 1.พอใจ ( ) 2.ไมพ่ อใจ
( ) 3.ความเป็นส่วนตวั ลดลง ( ) 4.อ่ืนๆ..............................................................................
ขอขอบคณุ ในความรว่ มมอื ตอบแบบสอบถาม
ภาคผนวก ข
ประวัตยิ อ่ ของผ้วู จิ ยั
263
ประวัติย่อของผูว้ ิจยั
ชื่อ-สกุล นางสวาท ไพศาลศิรทิ รัพย์
วัน เดอื น ปี เกิด 21 กุมภาพันธ์ 2518
สถานทอ่ี ยู่ปจั จบุ ัน 42 หมู่ 4 ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จงั หวัดกำแพงเพชร 62000
ตำแหน่งหน้าที่การงาน ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการ
สถานที่ทำงานปจั จุบนั วทิ ยาลัยชมุ ชนตาก ถนนพหลโยธิน ตำบลหนองบัวใต้
อำเภอเมือง จงั หวัดตาก 63000
ประวตั กิ ารศกึ ษา
ปริญญาโท ศิลปศาสตร์มหาบัณฑติ สาขาภาษาองั กฤษ
มหาวิทยาลัยนเรศวร จงั หวดั พิษณุโลก
ปรญิ ญาตรี ศิลปะศาสตร์บณั ฑิต สาขาภาษาองั กฤษ
สถาบนั ราชภฏั กำแพงเพชร จงั หวดั กำแพงเพชร
ช่ือ-สกุล นายศุภวุฒ จารเุ ศรณี
วนั เดือน ปี เกิด 17 ธนั วาคม 2530
สถานท่ีอยู่ปจั จบุ นั 3/14 ถนนบัวคูณ ตำบลแมส่ อด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63110
ตำแหน่งหนา้ ท่กี ารงาน เจา้ หนา้ ท่บี รหิ ารงานทัว่ ไป
สถานที่ทำงานปัจจบุ นั วิทยาลยั ชุมชนตาก ถนนพหลโยธนิ ตำบลหนองบัวใต้
อำเภอเมือง จงั หวดั ตาก 63000
ประวัติการศกึ ษา
พ.ศ.2552 ปริญญาตรบี ริหารธุรกจิ บณั ฑิต สาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ธรุ กจิ
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏกำแพงเพชร จงั หวดั กำแพงเพชร
พ.ศ.2549 มัธยมศึกษาตอนปลาย แผนกวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
โรงเรยี นแมป่ ะวิทยาคม อำเภอแม่สอด จงั หวดั ตาก
264
ประวัติย่อของผู้วิจัย (ต่อ)
ชอ่ื -สกุล นางภญิ ญา เฮิงโม
วนั เดอื น ปี เกิด 26 ตุลาคม 2505
สถานที่อยู่ปจั จบุ ัน 105/2 หมู่ 1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแมส่ อด จงั หวัดตาก 63110
ตำแหนง่ หนา้ ที่การงาน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลทา่ สายลวด
สถานที่ทำงานปัจจุบัน เทศบาลตำบลท่าสายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก
ประวัติการศกึ ษา
พ.ศ.2530 ปริญญาตรีครุศาสตรบ์ ณั ฑติ สาขาวชิ าคหกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลยั ราชภฏั กำแพงเพชร จงั หวัดกำแพงเพชร
ชอ่ื -สกุล นางจิราภรณ์ ธรรมสนธเิ จริญ
วัน เดือน ปี เกดิ 9 มีนาคม 2507
สถานทอ่ี ยู่ปจั จบุ นั 466 หมู่ 1 ตำบลทา่ สายลวด อำเภอแมส่ อด จงั หวัดตาก 63110
ตำแหน่งหน้าทีก่ ารงาน ประธานสตรบี า้ นสหกรณ์ ตำบลท่าสายลวด
สถานท่ีทำงานปจั จบุ ัน 466 หมู่ 1 ตำบลทา่ สายลวด อำเภอแม่สอด จงั หวดั ตาก 63110
ประวตั กิ ารศกึ ษา
พ.ศ.2559 อนปุ รญิ ญาศิลปศาสตร์ สาขาวชิ าการปกครองท้องถิ่น
วิทยาลัยชุมชนตาก จงั หวัดตาก
ชื่อ-สกุล นางจงลกั ษณ์ เปรมเจริญ
วัน เดอื น ปี เกดิ 4 มิถนุ ายน 2501
สถานที่อยู่ปัจจุบนั 1150/12 หมู่ 1 ตำบลทา่ สายลวด อำเภอแม่สอด จงั หวดั ตาก 63110
ตำแหน่งหน้าที่การงาน กรรมการกองทุนหมู่บา้ นแม่ตาว หมู่ 1 ตำบลทา่ สายลวด
สถานที่ทำงานปัจจบุ นั 1150/12 หมู่ 1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก 63110
ประวัตกิ ารศึกษา
พ.ศ.2530 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวชิ าการบัญชี
วิทยาลัยเทคนคิ พาณิชยการพิษณุโลก จังหวดั พิษณุโลก
265
ประวัติยอ่ ของผ้วู ิจยั (ต่อ)
ชอ่ื -สกุล นางสาวกรกช สุภาโท้
วนั เดือน ปี เกดิ 8 กมุ ภาพันธ์ 2507
สถานที่อยู่ปจั จุบัน 1212/124 หมู่ 1 ตำบลทา่ สายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก 63110
ตำแหนง่ หน้าทีก่ ารงาน กรรมการกองทุนหมบู่ ้านแมต่ าว หมู่ 1 ตำบลทา่ สายลวด
สถานทท่ี ำงานปัจจุบัน 1212/124 หมู่ 1 ตำบลทา่ สายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก 63110
ประวัตกิ ารศกึ ษา
มธั ยมศึกษาตอนตน้
โรงเรียนบา้ นแม่ตาว ตำบลท่าสายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก
ชอ่ื -สกุล นางสาวยภุ า สขุ อ้าย
วนั เดือน ปี เกิด 12 สิงหาคม 2507
สถานทีอ่ ยู่ปจั จุบนั 297 หมู่ 1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จงั หวัดตาก 63110
ตำแหน่งหน้าทก่ี ารงาน กรรมการชุมชนบ้านเหนือ ตำบลทา่ สายลวด
สถานที่ทำงานปจั จบุ ัน 297 หมู่ 1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก 63110
ประวตั กิ ารศกึ ษา
ประถมศกึ ษาตอนปลาย
โรงเรียนบา้ นแม่ตาว ตำบลทา่ สายลวด อำเภอแม่สอด จังหวดั ตาก
ชอื่ -สกุล นางสาวเจนจลี า แสนใจนอ้ ย
วัน เดอื น ปี เกิด 15 พฤษภาคม 2521
สถานท่อี ยู่ปัจจบุ นั 44 หมู่ 5 ตำบลทา่ สายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก 63110
ตำแหนง่ หนา้ ทก่ี ารงาน เลขา กพสอ.แมส่ อด / ประธานกองทนุ หมบู่ ้านหนองกิ่งฟ้า
สถานที่ทำงานปัจจบุ ัน 44 หมู่ 5 ตำบลทา่ สายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก 63110
ประวัติการศกึ ษา
ปรญิ ญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการสือ่ สารมวลชน
มหาวทิ ยาลยั รามคำแหง กรุงเทพมหานคร
266
ประวัติย่อของผู้วิจยั (ต่อ)
ชอ่ื -สกุล นางสาวณฐั กานต์ มลึ เลอร์
วัน เดอื น ปี เกดิ 19 มนี าคม 2509
สถานทอ่ี ยู่ปจั จบุ นั 481/1 ม.1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จงั หวัดตาก 63110
ตำแหน่งหนา้ ท่กี ารงาน กลมุ่ สมาชกิ สตรตี ำบลท่าสายลวด
สถานท่ีทำงานปจั จุบนั 481/1 ม.1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จงั หวัดตาก 63110
ประวัติการศึกษา
มธั ยมศึกษาตอนตน้ โรงเรยี นแมส่ อด อำเภอแมส่ อด จงั หวัดตาก
ช่อื -สกุล นายสวุ รรณ กรณส์ นธิ์
วนั เดอื น ปี เกิด 5 ตลุ าคม 2504
สถานที่อยู่ปจั จบุ ัน 28 หมู่ 6 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จงั หวดั ตาก 63110
ตำแหน่งหนา้ ท่กี ารงาน ผู้ใหญบ่ ้านห้วยหินฝน ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จงั หวดั ตาก
สถานทท่ี ำงานปจั จบุ นั 28 หมู่ 6 ตำบลแมป่ ะ อำเภอแม่สอด จังหวดั ตาก 63110
ประวตั ิการศึกษา
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั
อำเภอแม่สอด จงั หวดั ตาก
ชอ่ื -สกุล นางภัคสรณ์ หล้าแปง
วนั เดือน ปี เกิด 1 ตุลาคม 2523
สถานที่อยู่ปัจจุบนั 493 หมู่ 3 ตำบลแม่ปะ อำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก 63110
ตำแหน่งหน้าทีก่ ารงาน ประธานกลุ่มคนไทยพลัดถ่ิน อำเภอแมส่ อด จงั หวดั ตาก
สถานท่ที ำงานปจั จบุ ัน 493 หมู่ 3 ตำบลแม่ปะ อำเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก 63110
ประวตั กิ ารศกึ ษา
พ.ศ.2563 มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย อำเภอแม่สอด
จังหวดั ตาก
267
ประวตั ยิ ่อของผวู้ ิจยั (ตอ่ )
ชอ่ื -สกุล นางจันทแ์ จ่ม เมืองต๊ิบ
วนั เดือน ปี เกดิ 24 กรกฎาคม 2515
สถานทอี่ ยู่ปัจจุบัน 872 หมู่ 2 ตำบลแมป่ ะ อำเภอแมส่ อด จงั หวัดตาก 63110
ตำแหน่งหน้าที่การงาน เจา้ หน้าท่กี องสวสั ดกิ ารและสังคม องค์การบรหิ ารส่วนตำบลแม่ปะ
สถานที่ทำงานปัจจบุ ัน องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
ประวตั กิ ารศึกษา
พ.ศ.2558 อนปุ รญิ ญาศลิ ปศาสตร์ สาขาวิชาการปกครองท้องถน่ิ
วิทยาลยั ชมุ ชนตาก จงั หวดั ตาก
ชอ่ื -สกุล นายธรี ะศักดิ์ เรือนใจดี
วนั เดอื น ปี เกดิ 16 กรกฎาคม 2531
สถานทอี่ ยู่ปจั จุบัน 74 ถนนสมคั รสรรพการ ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63110
ตำแหน่งหนา้ ที่การงาน เจ้าหน้าที่บริหารงานทวั่ ไป สังกัดสำนกั งานปลัดองค์การบริหารสว่ นตำบลแม่ปะ
สถานที่ทำงานปจั จบุ นั องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลแม่ปะ อำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก
ประวัติการศกึ ษา
ปรญิ ญาตรี หลักสูตรรฐั ประศาสนศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชา รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั กำแพงเพชร
ชอ่ื -สกุล นายศตวุฒิ คงเอย่ี ม
วนั เดือน ปี เกิด 10 มกราคม 2529
สถานทอ่ี ยู่ปจั จบุ นั 362 ม.3 ตำบลแมป่ ะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63110
ตำแหน่งหน้าทก่ี ารงาน เจา้ หน้าทีบ่ รหิ ารงานทว่ั ไป สงั กัดสำนักงานปลดั องคก์ ารบริหารสว่ นตำบลแม่ปะ
สถานท่ีทำงานปัจจุบนั องค์การบริหารสว่ นตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวดั ตาก
ประวัติการศกึ ษา
พ.ศ. 2557 ปรญิ ญาตรี (บธ.บ.) สาขาคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ
คณะวทิ ยาการจดั การ มหาวิทยาลยั ราชภัฏอดุ รธานี
268
ประวัติยอ่ ของผูว้ จิ ัย (ตอ่ )
ชอ่ื -สกุล นายสเุ ทพ ยะเขียว
วนั เดือน ปี เกิด 5 มีนาคม 2520
สถานที่อยู่ปัจจุบนั 106 ม.6 ตำบลแมป่ ะ อำเภอแมส่ อด จังหวัดตาก 63110
ตำแหน่งหนา้ ท่กี ารงาน ผูช้ ว่ ยผ้ใู หญ่บา้ น หมู่ 6 บา้ นหว้ ยหินฝน
สถานทท่ี ำงานปจั จบุ นั 106 ม.6 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63110
ประวัติการศกึ ษา
พ.ศ.2563 มัธยมศึกษาตอนปลาย
ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอแม่สอด
จังหวดั ตาก
ช่ือ-สกุล นายสมคิด แกว้ ทอง
วัน เดือน ปี เกดิ 27 กนั ยายน 2516
สถานที่อยู่ปจั จุบนั 131 ม.6 ตำบลแมป่ ะ อำเภอแม่สอด จงั หวดั ตาก 63110
ตำแหนง่ หน้าทก่ี ารงาน สมาชกิ องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลแม่ปะ
สถานทที่ ำงานปัจจบุ ัน องคก์ ารบริหารส่วนตำบลแม่ปะ อำเภอแมส่ อด จงั หวดั ตาก
ประวตั ิการศกึ ษา
ปริญญาตรี หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑติ
สาขาวิชา รฐั ประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั กำแพงเพชร
ภาคผนวก ค
แบบฟอร์มสรุปผลงานวิจยั /โครงการวิจัย 5 บรรทัด
แบบฟอร์มสรุปผลงานวจิ ัย/โครงการวจิ ัย 1 หนา้ กระดาษ A4 (สำหรบั ประชาสมั พันธ)์
แบบฟอร์มประเมินผลการวิจยั ในการนำไปใชป้ ระโยชน์อย่างเป็นรปู ธรรมทไี่ ดร้ ับการจัดสรรงบประมาณ
สำนกั งานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ผนวก 4
แบบฟอร์มสรปุ ผลงานวจิ ัย/โครงการวิจยั 5 บรรทัด
(สำหรบั เผยแพร่ในระบบ EXPLORE ผา่ นทางเวบ็ ไซต์ www.thai-explore.net)
(อยู่ในสว่ นภาคผนวก)
1. ชื่อผลงาน/โครงการ การพฒั นาระบบบริหารโครงข่ายการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชนตำบลแม่กาษา
แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
The Development of Community-Based Tourism Administration
System: Cases of Maekasa Maepa Thasailuat Sub-Districts,
Maesod, Tak
2. ช่อื นามสกุล นกั วิจัย นางสวาท ไพศาลศิริทรัพย์
Mrs. Sawart Phaisarnsirisap
3. ทอ่ี ยู่ที่ติดต่อได้ 42 หมู่ 4 ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จงั หวดั กำแพงเพชร 62000
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 08 6328 7999 E-mail [email protected]
4. ชือ่ หน่วยงาน วิทยาลัยชมุ ชนตาก
5. ปี พ.ศ. ทด่ี ำเนินการเสร็จ พ.ศ.2564
6. คำคน้ Keyword การพัฒนา ระบบบริหาร โครงข่าย การท่องเที่ยวโดยชุมชน
7. อ้างอิง(ใส่ URL ทสี่ ามารถเข้าถึงเอกสารได้กรณเี ผยแพรผ่ ลงานฉบบั เต็มทางอินเตอรเ์ น็ต ถ้าไม่มใี หเ้ วน้ วา่ งไว)้
8. รูปภาพ หรือภาพเคลื่อนไหว
9. คำอธิบาย 5 บรรทัด (font Tahoma ขนาด 10 แบบ Regular)
การพัฒนาระบบโครงข่ายการท่องเที่ยวตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด เป็นกระบวนการพัฒนาการ
เชื่อมร้อยภาคีเพื่อสร้างพลังการท่องเที่ยวด้วยกระบวนการ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลและร่วมประเมิน
แบง่ ออกเป็น 3 ระดบั คือ ระดับชมุ ชนกลุ่มคนแกนนำทีร่ ่วมพัฒนาชุมชนพื้นท่ีเชื่อมร้อยภาคีระหว่างชุมชน โดยการ
นำอัตลักษณ์ชุมชนของแต่ละพื้นที่มาพัฒนาเป็นสินค้าการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายดึงดูด น่าสนใจ โดยมี
ภาคีระดับองค์กรหนุนเสริมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ทุกช่วงของการพัฒนาระบบโครงข่ายฯ กระตุ้น
พลังเชงิ บวกดว้ ยการส่ือสาร
10. สรุปงานวิจยั ในรปู แบบ info graphic โดยใหม้ ตี ราสัญลกั ษณ์ของ วช. และหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวข้อง
นำเข้าข้อมูลสรุปผลงานวจิ ัย/โครงการวจิ ัย 5 บรรทดั ในระบบ EXPLORE ผา่ นทางเว็บไซต์
www.thai-explore.net
หน้า 1 ของจำนวน 1 หนา้
สำนกั งานการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.) ผนวก 4
หน้า 2 ของจำนวน 1 หนา้
สำนกั งานการวิจยั แห่งชาติ (วช.) ผนวก 4
แบบฟอร์มสรปุ ผลงานวิจัย/โครงการวิจัย 1 หน้ากระดาษ A4 (สำหรบั ประชาสัมพนั ธ์)
(อยู่ในส่วนภาคผนวก)
1. ชือ่ ผลงาน/โครงการ การพฒั นาระบบบริหารโครงข่ายการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนตำบลแมก่ าษา
แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวดั ตาก
The Development of Community-Based Tourism Administration
System: Cases of Maekasa Maepa Thasailuat Sub-Districts,
Maesod, Tak
2. ช่ือ นามสกุล นกั วจิ ัย นางสวาท ไพศาลศิรทิ รัพย์
Mrs. Sawart Phaisarnsirisap
3. ท่อี ยู่ท่ีติดต่อได้ 42 หมู่ 4 ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จงั หวดั กำแพงเพชร 62000
เบอร์โทรศัพท์ 08 6328 7999 E-mail [email protected]
4. ช่อื หน่วยงาน วทิ ยาลยั ชุมชนตาก
5. ปี พ.ศ. ที่ดำเนินการเสร็จ พ.ศ.2564
6. คำค้น Keyword การพฒั นา ระบบบริหาร โครงขา่ ย การท่องเที่ยวโดยชมุ ชน
7. อา้ งองิ (ใส่ URL ท่ีสามารถเข้าถงึ เอกสารไดก้ รณเี ผยแพรผ่ ลงานฉบบั เต็มทางอินเตอร์เน็ต ถ้าไม่มีใหเ้ ว้นวา่ ง
ไว้)
8. รูปภาพ หรือภาพเคล่อื นไหว (สามารถแยกไฟล์ หรอื ใสร่ วมไว้ในเนอ้ื หาได้)
9. คำอธบิ าย 1 หน้ากระดาษ A4 (font Tahoma ขนาด 10 แบบ Regular)
การพัฒนาระบบโครงข่ายการท่องเที่ยวตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด เป็นกระบวนการพัฒนา
การเชื่อมร้อยภาคีเพื่อสร้างพลังการท่องเที่ยวด้วยกระบวนการ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลและร่วมประเมิน
แบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับชุมชนกลุม่ คนแกนนำที่ร่วมพัฒนาชุมชนพื้นที่เชื่อมร้อยภาคีระหว่างชุมชน โดยการ
นำอัตลักษณ์ชุมชนของแต่ละพื้นที่มาพัฒนาเป็นสินค้าการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายดึงดูด น่าสนใจ โดยมี
ภาคีระดบั องค์กรหนนุ เสริมทง้ั ภาครฐั ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ทุกชว่ งของการพฒั นาระบบโครงข่ายฯกระตุ้นพลัง
เชิงบวกดว้ ยการส่อื สาร
หนา้ 1 ของจำนวน 1
หน้า
สำนกั งานการวิจยั แห่งชาติ (วช.) ผนวก 4
แบบฟอร์มประเมนิ ผลการวิจยั ในการนำไปใชป้ ระโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
ท่ีไดร้ ับการจัดสรรงบประมาณ
**********************************************
สว่ นที่ 1 ขอ้ มลู ทวั่ ไป
1. ชือ่ แผนงานวิจยั /ชือ่ โครงการวิจัย การพัฒนาระบบบริหารโครงข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลแม่กาษา
แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จงั หวดั ตาก
ช่ือนักวจิ ยั นางสวาท ไพศาลศริ ิทรัพย์ หนว่ ยงาน วิทยาลัยชมุ ชนตาก
งบประมาณท่ีไดร้ บั การสนับสนนุ 375,000 (บาท) ปีงบประมาณทีไ่ ด้รับการสนับสนนุ 2563
วัน/เดอื น/ปี ทด่ี ำเนนิ การวจิ ัยแลว้ เสร็จ 31 กรกฎาคม 2564
เป้าหมายดำเนินการ ตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแมส่ อด จงั หวัดตาก
พนื้ ทก่ี ารใชป้ ระโยชน์ ตำบลแม่กาษา แม่ปะ ท่าสายลวด อำเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก และพื้นทใ่ี กล้เคยี ง รวมถึง
หน่วยงานภาครฐั ในพน้ื ทแ่ี ละในจังหวัด เชน่ องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบล เทศบาล พัฒนาชุมชน การท่องเทยี่ วแห่ง
ประเทศไทย สำนักงานจงั หวัดตาก การทอ่ งเทยี่ วและกฬี า โรงเรยี นในพ้นื ท่ี เป็นตน้
สว่ นที่ 2 ผลการวิจยั และการนำไปใช้ประโยชนอ์ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม
2.1 การนำไปใชป้ ระโยชน์อย่างเป็นรปู ธรรม (สามารถตอบไดม้ ากกว่า 1 มติ ิ)
มิตินโยบาย หมายถึง การมเี อกสารแสดงความสนใจ ความตอ้ งการ หรอื การนำข้อมลู และแนวทางแก้ไขซึ่ง
ได้จากผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมมาใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาสำคัญและปัญหาเร่งด่วนของประเทศ
ในองคก์ ร หรอื หนว่ ยงานภาครฐั และภาคเอกชน
- ปัญหาสำคัญ/ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ คือ สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบ
ให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยซบเซาลง สร้างความเสียหาย ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยว
ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นลูกโซ่ที่ส่งผลกระทบมายังระดับภูมิภาค ระดับพื้นที่ และระดับชุมชน
จึงทำให้เกดิ ปญั หาการว่าง ตกงาน จึงทำใหค้ นกลับภูมิลำเนามากขน้ึ
- ช่อื องค์กร หรอื หนว่ ยงานภาครฐั และภาคเอกชน ทีน่ ำงานวิจยั ไปใช้ประโยชน์
วทิ ยาลัยชมุ ชนตาก องค์การบริหารส่วนตำบลแมก่ าษา องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลแม่ปะ
องค์การบริหารสว่ นตำบลทา่ สายลวด เทศบาลตำบลท่าสายลวด
- ช่วงเวลาท่ีนำงานวจิ ัยไปใชป้ ระโยชน์ (วนั /เดือน/ปี)
- ลักษณะการนำงานวิจยั ไปใช้ประโยชน์ (โปรดให้คำอธิบาย พร้อมแนบเอกสาร/ภาพประกอบ)
ลิงคข์ า่ ว https://www.nationtv.tv/main/content/378827039
- การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อองค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน (โปรดให้คำอธิบาย พร้อม
แนบเอกสาร/ภาพประกอบ) -
หน้า 1 ของจำนวน 2 หนา้