รูปที่ 10.12 แสดงปั๊มดูดไอเสียพร้อมกระดาษกรอง ไอเสียเครื่องยนต์ดีเซลมีส่วนประกอบ ของ C0 น้อยกว่าเครื่องยนต์เบนซิน แต่มีควัน ดำมากกว่าเครื่องยนต์เบนซินทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งาน สภาพเครื่องยนต์และการปรับทั้งระบบน้ำมันดีเซล ที่จะให้ เกิดควันมากน้อยตามปริมาณการฉีดน้ำมัน ควันทำให้เกิดมลภาวะไม่มีพิษ แต่ทำให้อากาศมืดมัวอันตรายต่อการ สัญจรไปมาบนถนน รูปที่ 10.13 แสดงมิเตอร์อ่านค่าและวงจรมิเตอร์วัดค่าควันดำ ข.การทำงานเครื่องตรวจวัดควันดำไอเสีย เครื่องตรวจวัดควันดำไอเสียระบบกระดาษกรอง มีปั๊มดูดไอเสียเข้าไปผ่าน กระดาษกรองด้วยปริมาณจำกัด นำกระดาษกรองที่ติดควันดำไปตรวจ ด้วยหลอดไฟมิเตอร์อ่านค่าควันดำ ลำแสง บางส่วน สะท้อนกลับไปกระทบโฟโตเซลในมิเตอร์ เกิดกระแสไฟฟ้าวัดได้ด้วยไมโครแอมมิเตอร์ นำผลจากการอ่าน สเกลมิเตอร์ไปเปรียบเทียบกับตัวเลขในกราฟค่าควันไอเสีย หลอดไฟเป็นหลอดฮาโลเจน ส่องแสงผ่าน ท่อวัดไอเสีย แสงสว่างบางส่วนถูกควันไอเสียปิดบังไว้ แสง สว่างที่ไปกระทบโฟโตเซลจึงเหลือเพียงส่วนน้อย กระแสไฟฟ้าที่เกิดจากโฟโตเซลไหลไปยังไมโครแอมมิเตอร์ สเกล ที่ไมโครแอมมิเตอร์แสดง ระดับความดำของควันไอเสีย หรือแสดงปริมาณลำแสงที่ผ่านควันดำไปยังโฟโตเซล 2.การตรวจวัดควันดำที่รถยนต์
รูปที่ 10.14 แสดงการยึดกระบอกปั๊มดูดไอเสียเข้ากับปลายท่อไอเสียรถยนต์ การตรวจวัดควันดำให้ทำดังนี้ 1.ยึดตัวกระบอกปั๊มติดกับปลายท่อไอเสีย 2.สอดหัวที่ดูดไอเสียเข้าไปในท่อไอเสียให้ลึกที่สุด 3.ให้เร่งเครื่องยนต์ตามกำหนด บีบลูกยางคลายล็อกแกนปั๊มดูดไอเสียทันที ลูกสูบจะดูดไอเสียเข้าไปในกระบอกปั๊ม กระดาษกรองจะกรองเอาควันดำทั้งหมดไว้ 4.ถอดกระดาษกรองออกจากกระบอกปั๊มดูดไอเสีย 5.ให้หัวอ่านค่าควันดำวางประกบกระดาษที่กรองควันดำให้แนบสนิท กดสวิตช์ มิเตอร์อ่านคาควันดำ หน้าปัดจะแสดงค่าของควันดำ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับกราฟค่าควันดำ ดังรูปที่ 10.15 รูปที่ 10.15 แสดงกราฟค่าควันดำเรียงลำดับจากน้อยสุด = 0 สูงสุด = 10 7.2เครื่องตรวจวัดควันดำแบบทึบแสง 1.ส่วนประกอบของเครื่องตรวจวัดควันดำไอเสีย
เครื่องตรวจวัดควันดำไอเสียนี้ เป็น ระบบดิจิตอล Opacimeter ของ NEXTECH รุ่น NDO 6000 เป็นระบบไหลผ่านบางส่วน (Partial Flow Opacity) โดยการเก็บตัวอย่าง ไอเสียบางส่วนเข้าไป ภายในช่องวัดแสงของมิเตอร์ และวิเคราะห์ค่าความทึบแสงที่ทะลุผ่านมิเตอร์ควันดำ (Opacimeter) ควบคุมการ ทำงานด้วยรีโมทคอนโทรลแบบสาย รูปที่ 10.16 แสดงเครื่องตรวจวัดไอเสียรถยนต์ดีเซลแบบดิจิตอล 2.ข้อมูลทางเทคนิคเครื่องตรวจวัดควันดำไอเสีย สำหรับตรวจวัดควันดำไอเสียจากรถยนต์ดีเซลขณะเร่งเครื่องยนต์ไม่มีภาระ (Free Acceleration) ที่ความเร็วคงที่ (Steady State Test) ดังข้อมูลทางเทคนิคต่อไปนี้ 1.จอแสดงผลเป็นหลอด LED (Light Emitting Diode) คือ ไดโอดเปล่งแสง แสดงผล การ ตรวจวัดควันดำอย่างต่อเนื่องเป็นตัวเลขดิจิตอล 2.มีเครื่องพิมพ์ผลการวัดติดตั้งอยู่กับตัวมิเตอร์ (Built-in Printer) 3.มีพัดลมระบายเขม่า เพื่อกำจัดไอเสียตกค้างภายในตัวเครื่องตรวจวัด 4.แสดงผลการตรวจวัดเป็นค่าร้อยละของความทึบแสง (Smoke Opacity) ระหว่าง 0.0-100.0% 5.แสดงผลเป็นค่าสัมประสิทธิการดูดกลืนแสง (Absorption Coefficient: K) ระหว่าง
0.0-21.42 m-1 6.วัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ดีเซล ช่วงการวัดตั้งแต่ 0-8,000 รอบ/นาที 7.วัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่องยนต์ ช่วงการวัดตั้งแต่ 0-50°C 8.ใช้ไฟฟ้าในโรงงาน 220 โวลต์ 50 Hz คำถาม แบบประเมินผลการเรียนรู้ท้ายหน่วยที่ 10 ตอนที่ 1 1.คาร์บอนมอนอกไซด์ CO พบมากที่ใด ก. ในเมือง ข. นอกเมือง ค. จราจรติดขัด ง. อู่ซ่อมรถยนต์ 2.เชื้อเพลิงรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คืออะไร ก. LPG และ NGV ข. น้ำมันเบนซิน ค. น้ำมันดีเซล ง. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 3.ไฮโดรคาร์บอน HC เกิดจากอะไร ก. การเผาไหม้ส่วนผสมไอดีบาง ข. การเผาไหม้ส่วนผสมไอดีหนา ค. ห้องเผาไหม้ที่อุณหภูมิต่ำ ง. การเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูง 4.ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) เกิดจากอะไร ก. การเผาไหม้ส่วนผสมไอดีบาง ข. การเผาไหม้ส่วนผสมไอดีหนา ค. ห้องเผาไหม้ที่อุณหภูมิต่ำ
ง. การเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูง 5.มิเตอร์วิเคราะห์ไอเสีย ใช้ตรวจอะไร ก. คาร์บอนมอนอกไซด์ ( CO ) ข. ไฮโดรคาร์บอน ( HC ) ค. ออกไซด์ของไนโตรเจน ( NOx ) ง. CO-HC และ NOx 6.ตัวฟอกไอเสียรถยนต์ ทำหน้าที่อะไร ก. ลด CO ข. ลด CO2 ค. ลด HC ง. ลดสารพิษในไอเสีย 7.ตัวฟอกไอเสียแปรสภาพ CO-HC และ NOx เป็นอะไร ก. CO2 และ N2 ข. N2 และ H2O ค. H2O + CO2 และ N2 ง. ไอเสียที่ไม่ร้อนจัด 8.ตัวฟอกไอเสียที่ดีอุณหภูมิทางเข้าเป็นอย่างไร ก. ต่ำกว่าทางออก ข. เท่ากับทางออก ค. สูงกว่าทางออก ง. เดินเบาสูงกว่า 9.เซนเซอร์ออกซิเจน ทำหน้าที่อะไร ก. กำจัด CO ข. กำจัด HC ค. กำจัด NOx ง. ส่งสัญญาณให้กล่อง ECU 10.เซนเซอร์ออกซิเจนไม่ทำงานทราบได้อย่างไร ก. เครื่องยนต์เดินสะดุด ข. ไอเสียมีกลิ่นเหม็น ค. เครื่องยนต์เดินเบาตับ ง. ไฟ CHECK ENGINE ติด 11.ควันดำในไอเสีย เกิดจากการเผาไหม้อย่างไร ก. ขาดออกซิเจน (O2 )
ข. ขาดไฮโดรเจน (HC) ค. การเผาไหม้ร้อนจัด ง. เร่งเครื่องยนต์ทันทีทันใด 12.ควันดำในไอเสียมีผลกระทบอะไร ก. บดบังการมองเห็น ข. เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ ค. เกิดโรคมะเร็งในปอด ง. บดบังและเกิดโรคทั้ง 2 โรค 13.CO เครื่องยนต์ดีเซลมากน้อยเพียงใด ก. น้อยกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ข. มากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ค. เดินเบามากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ง. เดินเบาน้อยกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 14.มิเตอร์อ่านค่าควันดำเป็นมิเตอร์แบบใด ก. แอมมิเตอร์ ข. ไมโครแอมมิเตอร์ ค. โวลต์มิเตอร์ ง. ไมโครโวลต์มิเตอร์ 15.มิเตอร์อ่านค่าควันดำ เกิดกระแสไฟฟ้าอย่างไร ก. แสงส่องมิเตอร์ ข. แสงส่องกระดาษกรอง ค. กระดาษกรองบังแสง ง. กระดาษกรองบังหลอดไฟ 16.สอดท่อดูดไอเสียเข้าท่อไอเสียลึกเพียงใด ก. ลึกเล็กน้อย ข. ลึกครึ่งท่อดูด ค. ลึกที่สุดที่เข้าได้ ง. ลึกเพียงย่านสะอาด 17.ควันดำสูงสุดจากกราฟค่าควันดำมีค่าเท่าใด ก. สูงสุด 4 ข. สูงสุด 6 ค. สูงสุด 8 ง. สูงสุด 10
18.จากกราฟค่าควันดำอ่านได้อย่างไร ก. เครื่องขนาดเล็กเกิดควันดำน้อย ข. เครื่องขนาดเล็กเกิดควันดำมาก ค. ควันดำขึ้นอยู่กับการใช้เครื่องยนต์ ง. เครื่องยนต์เดินเบาควันดำน้อย 19.การตรวจวัดไอเสียระบบทึบแสงกำหนดค่าเท่าใด ก. ไม่เกินร้อยละ 15 ข. ไม่เกินร้อยละ 25 ค. ไม่เกินร้อยละ 35 ง. ไม่เกินร้อยละ 45 20. การตรวจวัดไอเสีย 2 ครั้ง ให้ใช้ค่าอะไร ก. ค่าตรวจวัดครั้งแรก ข. ค่าตรวจวัดครั้งสอง ค. ค่าเฉลี่ย ง. ค่าสูงสุด ตอนที่ 2 1.สาเหตุของการเกิด C0 ในไอเสียเครื่องยนต์เบนซิน มี 6 ข้อ คืออะไร 2.หน้าที่ของมิเตอร์วิเคราะห์ไอเสียเครื่องยนต์เบนซิน คืออะไร 3.การเตรียมรถยนต์เพื่อตรวจไอเสียด้วยมิเตอร์วิเคราะห์ไอเสีย มี 5 ข้อ คืออะไร 4.เซนเซอร์ออกซิเจนส่งสัญญาณอย่างไร 5.จงเขียนกราฟปริมาณ CO มีผลกระทบต่อสุขภาพ มา 1 ภาพ 6.สาเหตุของการเกิดควันดำในไอเสียเครื่องยนต์ มี 5 ข้อ คืออะไร 7.วิธีการตรวจวัดและเกณฑ์การตัดสินด้วยเครื่องตรวจวัดควันดำระบบกระดาษกรอง มี 6 ข้อ คืออะไร 8.วิธีการตรวจวัดและเกณฑ์การตัดสินด้วยเครื่องตรวจวัดระบบทึบแสง มี 2 ข้อ คืออะไร 9.คุณลักษณะของเครื่องตรวจวัดควันดำไอเสียระบบกระดาษกรองเป็นอย่างไร 10.จงเขียนแผนภูมิวิเคราะห์ไอเสียเครื่องยนต์ดีเซลมีควันดำ มา 1 แผนภูมิ เฉลยคำถาม ตอนที่ 1 1. ค 2. ก 3. ค 4. ก 5. ข 6. ง 7. ก 8. ง 9. ง 10. ก 11. ก 12. ข 13.ค 14. ข 15. ง 16. ข 17. ค 18. ก 19. ก 20. ง เอกสารอ้างอิง
งานปรับแต่งเครื่องยนต์เบื้องต้น 20101-2109 รศ.อำพล ซื่อตรง พส.12 ใบความรู้ (Information Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามระยะ เรื่อง การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามระยะ จำนวนชั่วโมงสอน 7 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์ทั่วไป 1.เข้าใจจุดมุ่งหมายและการอ่านตารางการบำรุงรักษา ตามระยะ 2.ทราบการบำรุงรักษาน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเครื่อง 3.ทราบการบำรุงรักษากรองอากาศและสายพานปั๊มน้ำ 4.ทราบการบำรุงรักษาแบตเตอรี่และหัวเทียน 5.ทราบการบำรุงรักษาลิ้นเครื่องยนต์ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.บอกจุดมุ่งหมายและการอ่านตารางการบำรุงรักษา ตามระยะได้ 2.ปฏิบัติการบำรุงรักษาน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเครื่องได้ ถูกต้อง 3.ปฏิบัติการบำรุงรักษากรองอากาศและสายพานปั๊มน้ำ ได้ 4.ปฏิบัติการบำรุงรักษาแบตเตอรี่และหัวเทียนได้ 5.ปฏิบัติการบำรุงรักษาลิ้นเครื่องยนต์ได้ 1.จุดมุ่งหมายและการอ่านตารางการบำรุงรักษาตาม ระยะ 2.การบำรุงรักษาน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเครื่อง 3.การบำรุงรักษากรองอากาศและสายพานปั๊มน้ำ 4.การบำรุงรักษาแบตเตอรี่และหัวเทียน 5.การบำรุงรักษาลิ้นเครื่องยนต์ แบบประเมินผลการเรียนรู้ท้ายหน่วยที่ 11 เนื้อหาสาระ
เครื่องยนต์ที่ใช้งานไปนาน ๆ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงของชิ้นส่วนที่อยู่ภายในเกิดขึ้น เนื่องมาจากการสึก หรอของชิ้นส่วนที่เป็นไปตามสภาวะการใช้งานที่แตกต่างกัน สภาพการสึกหรอของ ชิ้นส่วนจะไม่สามารถชี้เฉพาะ ลงไปได้อย่างชัดเจนว่าชิ้นส่วนใดควรจะได้รับการซ่อมแซม เปลี่ยนออก หรือบำรุงรักษาเท่านั้น ดังนั้น การบำรุงรักษาตามระยะทางหรือช่วงเวลาที่กำหนดตามคู่มือที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ได้กำหนดบ่งชัด ถึงการที่จะต้องตรวจสอบเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามระยะเวลา หรือเป็นการป้องกัน การชำรุดเสียหายของ เครื่องยนต์ที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาค่าใช้จ่ายทีเกิดขึ้นจาก การชำรุดเสียหาย อันเนื่องมาจาก สาเหตุของการขาดการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ที่ดี ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามระยะทางหรือช่วงเวลาทีกำหนด เพื่อให้ผู้ที่ใช้รถ ปฏิบัติได้ การบำรุงรักษารถนั้น ต้องแบ่งเวลาดูแลรถก่อน ใช้งาน เพื่อให้ปลอดภัยในการใช้งาน และยืดอายุการใช้ งานให้นานที่สุด ผลดีผลเสียจากการบำรุงรักษารถ มีดังต่อไปนี้ ผลดีจากการบำรุงรักษา ผลเสียจากการขาดการบำรุงรักษา 1.ทำให้การทำงานของเครื่องยนต์มี ประสิทธิภาพสูง ไม่ขัดข้อง 2.การสึกหรอชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ ลดน้อยลง ยืด อายุการใช้งาน 3.เครื่องยนต์มีกำลังสม่ำเสมอ สมรรถนะการใช้งาน ดีมีความสุขในการใช้งาน 4.อายุการใช้งานของเครื่องยาวนาน 5.ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง 1.ประสิทธิภาพการทำงานลดลง อาจเกิด ปัญหา ข้อขัดข้อง 2.การสึกหรอของชิ้นส่วนเร็วกว่าเวลาอันควร สิ้นเปลืองค่าซ่อม 3.อาจทำให้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเสียหาย เพิ่มขึ้น เสีย อารมณ์ในการใช้งาน 4.เสียเวลาในการซ่อมเครื่องบ่อย ๆ 5.สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น 1.จุดมุ่งหมายและการอ่านตารางการบำรุงรักษาตามระยะ 1.1จุดมุ่งหมายการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามระยะ รถยนต์แต่ละคันประกอบด้วยชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 5,000 ชิ้น ประสิทธิภาพของส่วน ประกอบ (มีการหล่อลื่น) จะลดลงตามการสึกหรอที่เพิ่มขึ้น การเสื่อมสภาพ การผุกร่อน ฯลฯ การเปลี่ยนแปลง เหล่านี้ จะปรากฏขึ้นทีละเล็กทีละน้อยกับทุกชิ้นส่วนในขณะที่รถยนต์ทำงานตามปกติ เพราะใช้ในสภาวะที่แตกต่าง คัน และไม่ได้ขับขี่โดยบุคคลเดียวเสมอไป เพราะฉะนั้นรูปแบบของการสึกหรอและการเสื่อมสภาพของ ส่วนประกอบของแต่ละอย่าง จึงไม่สามารถระบุและชี้ชัดลงไปได้ ทางผู้ผลิตจึงกำหนดการตรวจตามระยะเวลาที่แน่นอน และกำหนดการปรับแต่ง หรือการเปลี่ยน ชิ้นส่วน นั่นคือสามารถคาดคะเนถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนตามระยะเวลาได้
ดังนั้น จุดมุ่งหมายของการบำรุงรักษาตามระยะจึงเป็นการทำให้สามารถคงสภาพการทำงาน ที่ดี ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในขณะเดียวคันก็ป้องกันการเสียหายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะกลายเป็นการเสียหายอย่างหนักใน อนาคตด้วยและเพื่อให้แน่ใจว่าสภาพของรถยนต์มีความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมายเมื่อผ่านการบำรุงรักษา ตามระยะที่กำหนด เจ้าของรถมั่นใจได้ว่ารถยนต์มีอายุการใช้งานได้นานขึ้น การสิ้นเปลืองน้อยลง การทำงานของ รถยนต์ไว้วางใจได้เมื่อใช้รถ โดยมีหลักการบำรุงรักษาตามระยะต่อไปนี้ 1.หลักการบำรุงรักษา (Periodic Maintenace) -การตรวจ (Inspection) -การปรับปรุง (Adjustment) -การเปลี่ยนชิ้นส่วน (Replacement) 2.ผลการบำรุงรักษาตามระยะ (Vehicle Maintained in best Condition) -ป้องกันปัญหาและข้อขัดข้อง (Pervention of Problems) -การขับขี่อย่างปลอดภัย (Safe Driving) -ความถูกต้องตามกฎหมาย (Conformity to Local Laws) 3.ความพึงพอใจ (Customer Statisfaction) -รถยนต์มีอายุการใช้งานยาวนาน (Long Vehicle Life) -มีความประหยัดในการขับขี่ (Good Driving Economy) -ไว้วางใจได้เมื่อใช้งาน (Reliable Operation)
1.2ตัวอย่างตารางการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ I = Inspection (การตรวจ) R = Replacement (การเปลี่ยนชิ้นส่วน) รายการ ระยะทางหรือระยะเวลา (เดือน) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ปี - 1 2 3 4 5 6 10 X 1,000 km 1 20 40 60 80 100 120 200 เบนซิน ดีเซล 1 น้ำมันเครื่อง • R R R R R R R - • R R R R R R R - 2 สายพานอัลเตอร์เนเตอร์ • • I I I I I I I I 3 จานจ่าย ฝาครอบ หัวโรเตอร์ • - - I I I I 4 สายพานหรือโซ่ไทมิ่ง • • R : ทุกๆระยะ 100,000กม. 5 ระบบควบคุมไอน้ำมันเครื่อง • I I I I 6 หัวเทียน ธรรมดา • - R: ทุกๆระยะ 40,000กม. แพลทินัม • - R : ทุกๆระยะ 100,000กม. 7 ท่อยางหม้อน้ำ • • - - I I I I 8 น้ำหล่อเย็น • • I I R I R I R R 9 กรองอากาศ • • - I R I R I R R 10 น้ำมัน เกียร์ อัตโน มัติ รุ่นขับหน้า DIA QUEEN ATFSP • • - I R I R I R I รุ่นขับหลัง ATF DEXRON II • • - I I I I I I I ขับเคลื่อน 4 ล้อ ATF DEXRON II • • - I R I R I R I 11 เบรก คลัตช์ น้ำมัน • • I: ครั้งแรก 1,000 กม.และครั้งต่อ ๆ ไปทุก ๆ 10,000 กม. ระยะฟรีขาเบรก/ขาคลัตช์ • • - - R - R - R - 12 แบตเตอรี่ • • I: ครั้งแรก 1,000 กม.และครั้งต่อ ๆ ไปทุก ๆ 10,000 กม. 13 หัวฉีดน้ำมันดีเซล - • I: ทุก ๆ 50,000 กม. หรือ 2.5 ปี 14 กรองน้ำมัน เชื้อเพลิง เครื่องยนต์ดีเซล - • - R R R R R R R เครื่องยนต์เบนซิน • - - - - R - - R -
15 เซนเซอร์ออกซิเจน • - - - I I I I I I 2.การบำรุงรักษาน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเครื่อง 2.1 การบำรุงรักษาน้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์ 1.ความจำเป็นในการบำรุงรักษา น้ำหล่อเย็นที่ใช้อยู่เป็นน้ำสะอาด หรือเป็นน้ำผสมน้ำยาป้องกันการกัดกร่อน น้ำหล่อเย็น ทั้ง 2 ชนิด จะเสื่อมคุณสมบัติลง อันเนื่องมาจากความร้อนและการเปลี่ยนแปลงทางเคมีตาม ระยะเวลา ดังนั้น จึง มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายตามระยะเวลาที่กำหนด 2.การตรวจระดับน้ำหล่อเย็น 1.กรณีระบบน้ำหล่อเย็นมีหม้อสำรองน้ำ ให้ตรวจที่หม้อสำรองน้ำ ไม่ให้เปิดฝาหม้อน้ำ 2.เติมหม้อน้ำสะอาดให้อยู่ระดับ FULL เสมอ รูปที่ 11.1 การตรวจระดับน้ำหล่อเย็น 3.การตรวจคุณภาพน้ำหล่อเย็น 1.ระบบน้ำหล่อเย็นที่ดี น้ำหล่อเย็นต้องสะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกและสนิม 2.เปิดฝาหม้อน้ำตรวจสภาพน้ำหล่อเย็นที่หัวหม้อน้ำด้วยตาเปล่า รูปที่ 11.2 การตรวจคุณภาพน้ำหล่อเย็น 4.การเปลี่ยนน้ำหล่อเย็น
1.เปิดฝาหม้อน้ำออก 2.เปิดก๊อกถ่ายที่หม้อน้ำและที่เครื่องยนต์ 3.เติมน้ำไล่ความสกปรกออกจากระบบน้ำหล่อเย็น 4.ปิดก๊อก เติมน้ำให้เต็มระบบน้ำหล่อเย็น 5.ติดเครื่องยนต์เดินเบาจนเครื่องร้อนแล้วตรวจ การรั่วซึมของก๊อกถ่ายน้ำฝาอัดความดัน และ อื่น ๆ รูปที่ 11.3 การเปลี่ยนน้ำหล่อเย็น 2.2การบำรุงรักษาน้ำมันเครื่อง 1.ความจำเป็นในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่องช่วยลดการสึกหรอ และลดความแดของลูกสูบ แบริ่ง และชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ เคลื่อนไหว ยังช่วยป้องกันการรั่วของแก๊สซึ่งมีความดันสูงและอุณหภูมิสูงภายในห้องเผาไหม้เป็น ตัวส่งถ่ายความ ร้อน จากส่วนที่มีความร้อนสูงไปสู่อ่างน้ำมันเครื่อง ระบายความร้อนไปกับอากาศ น้ำมันเครื่องยังป้องกันการกัด กร่อนของชิ้นส่วนเป็นโลหะ และรองรับชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว เป็นตัวดูดซับสารพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ของ เครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี จากการทำงานในหน้าที่หลายอย่างนี้ ทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมประสิทธิภาพลงเมื่อถูกใช้ งาน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนดและสภาพการใช้งานอย่าง เหมาะสม 2.ตรวจสภาพน้ำมันเครื่อง 1.ตรวจการสกปรกตามอายุการใช้งาน 2.ตรวจสิ่งเจือปน เช่น น้ำหล่อเย็นหรือเศษโลหะ ข้อควรจำ น้ำมันเครื่องจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเมื่อ สัมผัสกับอากาศ ตังนั้น หลังจากเปิดใช้แล้ว ให้ปิดให้แน่นก่อน 3.อุ่นเครื่องยนต์
เครื่องยนต์ไม่เย็นและไม่ร้อนเกินไป ถ้าเครื่องยนต์ เย็นให้อุ่นเครื่องให้ร้อน 5-6 นาที 4.งานถ่ายน้ำมันเครื่อง 1.ถอดฝาปิดช่องเติมน้ำมันเครื่องบนฝาครอบลิ้นออก 2.ยกรถขึ้นแนวระนาบ และจัดวางอ่างรองรับน้ำมันเครื่องไว้ที่ใต้รูถ่ายน้ำมันเครื่อง 5.เติมน้ำมันเครื่อง เลือกใช้น้ำมันเครื่องโดยเลือกเกรดคุณภาพ และค่าความหนืดที่เหมาะสม 6.ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง 3.การบำรุงรักษากรองอากาศและสายพานปั๊มน้ำ 3.1การบำรุงรักษาหม้อกรองอากาศ 1.ความจำเป็นในการบำรุงรักษา อากาศที่เครื่องยนต์ดูดเข้าห้องเผาไหม้ จะประกอบด้วยฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ซึ่ง เป็น เหตุให้ช่องทางภายในคาร์บูเรเตอร์อุดตันเกิดการสึกหรอของกระบอกสูบอย่างรวดเร็ว และ ทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อม เร็ว กรองอากาศจะดักจับฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ จากอากาศด้วยไส้กรอง เพื่อไม่ให้ผ่านเข้าไปยังห้องเผาไหม้ ของเครื่องยนต์ ถ้าไส้กรองอุดตันจะทำให้อากาศไหลเข้าได้ลดลง ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์จะลดลงตามด้วยเหตุ นี้จึงต้องทำการตรวจเปลี่ยนไส้กรองอากาศตามระยะเวลาที่กำหนด 2.ถอดไส้กรองอากาศ 1.คลายนอตหางปลาและปลดเหล็กล็อกออก 2.ถอดฝาครอบกรองอากาศแล้วนำไส้กรองออก 3.ตรวจไส้กรองอากาศ 1.ถ้าไส้กรองอากาศสกปรกมีฝุ่นมากให้เปลี่ยน 2.ไส้กรองอากาศจะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี ต่อเมื่อได้รับการเปลี่ยนใหม่ตาม ระยะเวลาที่กำหนดของเก่ารูอุดตัน 3.ไส้กรองอากาศที่เปียกน้ำหรือน้ำมันต้องเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากรูอุดตัน 4.ทำความสะอาดไส้กรองอากาศ โดยใช้ลมเป่าฝุ่นออกจากด้านในสู่ด้านนอก 5.ทำความสะอาดเสื้อหม้อกรองอากาศ 1.ใช้ผ้าเช็ดด้านในของเสื้อหม้อกรองอากาศ แล้วใช้ลมเป่า ข้อควรจำ ระวังอย่าให้มีสิ่งแปลกปลอมเล็ก ๆ เข้า ไปในเครื่องยนต์ 2.ตรวจว่าปะเก็นยางบนเสื้อหรือที่ฝาครอบไม่หลุดออก ถ้าหลุดออกให้ติดกาวหนังแกไข ให้เรียบร้อย
รูปที่ 11.4 การเป่าทำความสะอาดกรองอากาศ 3.2การบำรุงรักษาสายพานปั๊มน้ำ 1.ความจำเป็นในการบำรุงรักษาสายพานปั๊มน้ำ สายพานปั๊มน้ำเป็นตัวส่งผ่านกำลังของเครื่องยนต์จากมู่เล่เพลาข้อเหวี่ยง เพื่อขับชิ้นส่วน ของอุปกรณ์ประกอบ เช่น เพลาข้อเหวี่ยง พัดลมระบายความร้อน อัลเตอร์เนเตอร์ ปั๊มน้ำมันเพาเวอร์ พวงมาลัย คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ สายพานปั๊มน้ำใหม่จะมีความยืดหยุ่นดี จะค่อย ๆ สึกหรอ แข็งขึ้น และเริ่มแตก เมื่อใช้งาน จึงมีความจำเป็นที่ต้องตรวจและเปลี่ยนสายพาน ปั๊มน้ำตามระยะเวลา 2.การตรวจความเสียหายของสายพานตัววี การที่จะตัดสินว่า สายพานนั้นสึกหรอโดยดูจากการที่สายพานจมลงไปในร่องมู่เล่ ถ้าท้อง สายพานสัมผัสกับส่วนในสุดของร่องมู่เล่แสดงว่าสายพานสึกหรอ นอกจากนั้น ให้ตรวจสภาพการแตกร้าวและสึกหรอทั่วไปด้วย รูปที่ 11.5 สภาพความเสียหายของสายพานวี และสายพานแบน 3.การตรวจความเสียหายสายพานแบน 1.ด้านข้างสายพานแบนชำรุดเกิดจากการเสียดสีด้านข้าง 2.ร่องสายพานแบนแตกหัก ตามอายุการใช้งานของยาง 4.ตรวจระยะหย่อนสายพานปั๊มน้ำ 1.สายพานปั๊มน้ำควรมีระยะหย่อนดังนี้คือ สายพานใหม่ 8 มม. เก่า 10 มม. 2.ถ้ามีเสียงสายพานลื่นขณะออกรถ แสดงว่าสายพานปั๊มน้ำหย่อน ต้องปรับให้ตึง
รูปที่ 11.6 แสดงระยะหย่อนสายพาน 4.การบำรุงรักษาแบตเตอรี่และหัวเทียน 4.1การบำรุงรักษาแบตเตอรี่ในรถยนต์ 1.ความจำเป็นในการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ (Battery) แบตเตอรี่เป็นตัวจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ระบบจุดระเบิด ระบบสตาร์ต ไฟแสงสว่างและ อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ แบตเตอรี่เป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้าที่จ่ายมาจากอัลเตอร์เนเตอร์ในรูปของพลังงานเคมี และจะ เปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเมื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้า ความเข้มข้นน้ำกรดแบตเตอรี่จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อแบตเตอรี่จ่ายกระแสไฟฟ้า รวมทั้งการ ระเหยเป็นไอด้วย แบตเตอรี่ที่หมดอายุ มีผลกระทบต่ออัลเตอร์เนเตอร์ด้วย เพราะอัลเตอร์เนเตอร์ ต้องจ่ายไฟ ประจุแบตเตอรี่มากตลอดเวลา ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องตรวจระดับน้ำกรด และตรวจค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรด (ถพ.) ถ้าประจุไฟฟ้าที่มีอยู่ในแบตเตอรี่น้อย ค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดจะต่ำ 2.การตรวจระดับน้ำกรดแบตเตอรี่ ระดับน้ำกรดควรจะอยู่ระหว่างขีดบน (UPPER LEVEL) และขีดล่าง (LOWER LEVEL) ข้อควรจำ ถ้าอ่านระดับน้ำกรดยาก ให้ขย่มตัวรถเบาๆ ระดับน้ำกรดจะกระเพื่อมทำให้ อ่านได้ง่ายขึ้น 3.การเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ 1.เปิดจุกแบตเตอรี่ทุกจุก 2.ตรวจระดับน้ำกรดแบตเตอรี่ 3.เติมด้วยน้ำกลั่นสำหรับเติมแบตเตอรี่ ข้อควรจำ ขั้วแบตเตอรี่มีขี้เกลือ ให้ใช้น้ำล้างพร้อมแปรงขัดคราบเกลือและจาระบี 4.2การบำรุงรักษาหัวเทียน 1.ความจำเป็นในการบำรุงรักษา
หัวเทียนเป็นตัวทำให้เกิดประกายไฟเพื่อจะจุดระเบิดไอดีในห้องเผาไหม้ เกิดการเผาไหม้ มี อุณหภูมิสูงกว่า 2,000°c และมีความดันสูงกว่า 40 บาร์ เขี้ยวหัวเทียนจะสึกหรอตามอายุ ใช้งาน ช่องว่างของเขี้ยว หัวเทียนจะกว้างขึ้น ทำให้เกิดประกายไฟเป็นไปได้ยาก ในขณะเดียวกัน เขม่าที่ ห้องเผาไหม้จะไปเกาะติดอยู่ที่ ปลายฉนวนและเขียวหัวเทียน เป็นเหตุให้ไฟแรงสูงลัดวงจร แทนที่จะ ไปกระโดดข้ามที่เขี้ยวหัวเทียนเป็นประกาย ไฟจุดระเบิดเพื่อประสิทธิภาพในการจุดระเบิดไอดี ทำความสะอาดหัวเทียนและเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด 2.การตรวจสภาพหัวเทียน 1.ตรวจสภาพเขี้ยวหัวเทียน ถ้าสึกกร่อนให้เปลี่ยนใหม่ทั้งชุด 2.ตรวจประเมินการทำงานของเครื่องยนต์จากเขม่าจับหน้าหัวเทียน 3.การตรวจระยะห่างเขี้ยวหัวเทียนด้วยเกจ สอดเกจวัดที่มีขนาดตามค่ากำหนดเข้าระหว่างเขี้ยวกลางและเขี้ยวลงดินของหัวเทียนเพื่อ ตรวจระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียน โดยทั่วไปกำหนดไว้ที่ 0.7 – 1.1 มม. รูปที่ 11.7 การตรวจระยะห่างและการปรับตั้งเขี้ยวหัวเทียน ข้อควรจำ ถ้าระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียนแบบแพลทินัม มีค่ามากกว่าค่ากำหนดสูงสุด ให้ เปลี่ยน หัวเทียนใหม่ไม่ต้องปรับ 4.การปรับตั้งระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียน ถ้าระยะห่างมากเกินไป ให้งอเขี้ยวลงดินของหัวเทียนเข้าหาเขี้ยวกลางอย่างระมัดระวัง ถ้าเป็นหัว เทียนใหม่ ต้องแน่ใจว่าได้ตรวจระยะห่างของเขี้ยวหัวเทียนก่อนแล้ว 5.การบำรุงรักษาลิ้นเครื่องยนต์ 1.ความจำเป็นในการบำรุงรักษา เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลิ้นจะต้องสัมผัสกับบ่าลิ้นอย่างสนิทเมื่อปิด เพื่อป้องกันแก๊สรั่ว ให้แน่ใจว่ามีช่องว่างที่เรียกว่า ระยะห่างลิ้น (Valve Clearance) ที่อยู่ระหว่างตีนลิ้น ที่ติดกับ ลูกเบี้ยว ขึ้นอยู่กับแบบของเครื่องยนต์ ช่องว่างนี้อาจอยู่ระหว่างตีนลิ้นกับลูกเบี้ยว เมื่อลิ้นปิดสุดระยะห่างลิ้นนี้จะ ยอมให้ลิ้นกลับมาสัมผัสกับบ่าลิ้นได้สนิทในขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน ถึงแม้ว่าจะมีการขยายตัวของชิ้นส่วนอัน เนื่องมาจากความร้อนก็ตาม ลิ้นและลูกเบี้ยวจะเกิดการสึกหรอ เป็นเหตุให้ระยะห่างของลิ้นเปลี่ยนไป
ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ลดลง และมีเสียงดังของลูกกระทุ้งลิ้นมากขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องทำการตรวจและปรับตั้ง ระยะห่างลิ้นตามระยะเวลา รูปที่ 11.8 การปรับตั้งระยะห่างลิ้นด้วยกระเดื่องกดลิ้น 2.ระยะห่างลิ้น ระยะห่างตั้งลิ้นมีความจำเป็นต้องมี เพราะว่าชิ้นส่วนแต่ละชิ้นของเครื่องยนต์ เช่น เสื้อสูบ ฝาสูบ ลิ้น และก้านกระทุ้งลิ้น จะขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน ระยะห่างลิ้นเครื่องยนต์มีระยะห่างโดยประมาณดังนี้ ระยะห่างลิ้นไอดีประมาณ 0.2 – 0.3 มม. ระยะห่างลิ้นไอเสียประมาณ 0.3 – 0.4 มม. การตั้งลิ้นปรับตั้งได้ด้วยสกรูหรือด้วย แผ่นชิม สำหรับแผ่นชิม มีทั้งแบบแผ่นชิมแบนและ แผ่นชิม เอียง รายละเอียดการตั้งลิ้นอาจแตกต่างกัน ให้ดูรายละเอียดเฉพาะแต่ละรุ่น เช่น กำหนดให้ ปรับตั้งลิ้นขณะเครื่อง เย็นหรือเครื่องร้อน รูปที่ 11.9 การปรับตั้งระยะห่างลิ้นด้วยแผ่นชิมตั้งลิ้น ข้อควรจำ ระยะห่างลิ้นที่ไม่เพียงพอเมื่อเครื่องยนต์ร้อน ทำให้ลิ้นปิดไม่สนิท เป็นผลให้ห้องเผาไหม้ รั่วได้ เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เป็นปกติ ระยะห่างลิ้นลิ้นที่มีมาทเกินไป ทำให้เกิดเสียงดังผิดปกติ อันเนื่องมาจากการกระทบ กัน ระหว่างกระเดื่องกดลิ้นกับตีนลิ้น เพราะมีช่วงกระแทกแรง
คำถาม แบบประเมินผลการเรียนรู้ท้ายหน่วยที่ 11 ตอนที่ 1 1.ใครเป็นผู้กำหนดการบำรุงรักษาตามระยะ ก. ผู้ผลิตรถ ข. ผู้จัดการฝ่ายขาย ค. ผู้จัดการศูนย์บริการ ง. ผู้จัดการศูนย์อบรม 2.หลักการบำรุงรักษาตรมระยะ คืออะไร ก. การตรวจ ข. การปรับปรุง ค. การเปลี่ยนชิ้นส่วน ง. ถูกทุกข้อ 3.จุดมุ่งหมายการบำรุงรักษาตามระยะ คืออะไร ก. ให้รถคงสภาพการทำงานนาน ข. ให้รถคงสภาพเดิม ค. ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ง. ป้องกันเครื่องยนต์ดับ 4.ผลการบำรุงรักษาตามระยะ คืออะไร ก. ประหยัดเชื้อเพลิง ข. เพิ่มสมรรถนะ ค. เดินเบาไม่ดับ ง. ไอเสียไม่มีควันดำ 5.ความพึงพอใจในการบำรุงรักษา คืออะไร ก. เพิ่มสมรรถนะ ข. อัตราเร่งดี ค. เดินเบาไม่ดับ ง. อายุการใช้งานนาน 6.เครื่องยนต์เบนซิน ควรใช้น้ำมันเครื่องอะไร ก. ความหนืด SAE30 ข. ความหนืด 20W-40 ค. ความหนืด 15W-40
ง. ความหนืด 10W-30 7.สายพานปั๊มน้ำมีระยะหย่อนเท่าใด ก. ใหม่4.0 เก่า 6.0มม. ข. ใหม่ 6.0 เก่า 8.0มม. ค. ใหม่ 8.0 เก่า 10.0มม. ง. ใหม่ 10.0 เก่า 12.0 มม. 8.ช่วงกำหนดบริการกำหนดด้วยอะไร ก. ความเหมาะสม ข. ตามฤดูกาลที่ใช้รถยนต์ ค. เกจความเร็วรถยนต์ ง. เกจบันทึกระยะทางการใช้รถยนต์ 9.ระยะห่างเขี้ยวหัวเทียนกำหนดเท่าใด ก. ห่าง0.4-6.6 มม. ข. ห่าง 0.6-0.8 มม. ค. ห่าง 0.8-1.0 มม. ง. ห่าง 1.0-1.2 มม. 10.การตั้งลิ้นทั่วไปมีระยะห่างเท่าใด ก. อย่างน้อยลิ้นไอดี 0.1 ไอเสีย 0.2 มม. ข. อย่างน้อยลิ้นไอดี 0.2 ไอเสีย 0.3 มม. ค. อย่างน้อยลิ้นไอดี 0.3 ไอเสีย 0.4 มม. ง. อย่างน้อยลิ้นไอดี 0.4 ไอเสีย 0.5 มม. ตอนที่ 2 1.จุดมุ่งหมายของการบำรุงรักษาตามระยะ มีความสำคัญอย่างไร 2.ความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะอย่างไร 3.ความจำเป็นที่ต้องบำรุงแบตเตอรี่ตามระยะเวลาอย่างไร 4.ความจำเป็นที่ต้องปรับตั้งระยะห่างลิ้นตามระยะเวลาอย่างไร 5.จงเขียนแผนภูมิหลักการบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะเวลา มา 1 แผนภูมิ เฉลยคำถาม ตอนที่ 1 1. ค 2. ก 3. ค 4. ก 5. ข 6. ง 7. ก 8. ง 9. ง 10. ก เอกสารอ้างอิง งานปรับแต่งเครื่องยนต์เบื้องต้น 20101-2109 รศ.อำพล ซื่อตรง
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การใช้มัลติมิเตอร์ปรับแต่งเครื่องยนต์ เรื่อง การใช้มัลติมิเตอร์ปรับแต่งเครื่องยนต์ จำนวนชั่วโมงสอน 14 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.อธิบายการทำงานและการใช้มัลติมิเตอร์แบบ อนาล็อกและแบบดิจิตอล 2.แนะนำการบำรุงรักษามัลติมิเตอร์ 3.อธิบายการตรวจไดโอด คอนเดนเซอร์ และคอยล์ จุดระเบิด 4.อธิบายการตรวจแรงดันไฟรั่วและแรงดันไฟตก 5.อธิบายการตรวจไฟสตาร์ตและไฟประจุแบตเตอรี่ 1.การทำงานและการใช้มัลติมิเตอร์แบบอนาล็อกและแบบ ดิจิตอล 2.การบำรุงรักษามัลติมิเตอร์ 3.การตรวจไดโอด คอนเดนเซอร์ และคอยล์จุดระเบิด 4.การตรวจแรงดันไฟรั่วและแรงดันไฟตก 5.การตรวจไฟสตาร์ตและไฟประจุแบตเตอรี่ ข้อควรระวัง 1.ตรวจสอบย่านวัดของมิเตอร์ก่อนใช้งาน 2.อย่าทำมิเตอร์ตกลงพื้น เปียกน้ำ หรืออุณหภูมิสูง มอบงาน 1.ปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 1 – 5 ตามใบปฏิบัติงาน บันทึกลง ในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การใช้คู่มือซ่อมรถยนต์และเครื่องมือพิเศษ เรื่อง การใช้คู่มือซ่อมรถยนต์และเครื่องมือพิเศษ จำนวนชั่วโมงสอน 7 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.แนะนำผลดี/ผลเสียและผลกระทบจากการปรับแต่ง เครื่องยนต์ 2.อธิบายการถอดและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ 3.อธิบายการจำลองสภาพปัญหาเครื่องยนต์ 4.อธิบายการตรวจสอบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 5.อธิบายการตรวจการขาดและลัดวงจรไฟฟ้า 1. ผลดี/ผลเสียและผลกระทบจากการปรับแต่งเครื่องยนต์ 2. การถอดและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3. การจำลองสภาพปัญหาเครื่องยนต์ 4. การตรวจวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 5. การตรวจการขาดและการลัดวงจรไฟฟ้า ข้อควรระวัง มอบงาน 1.ปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 1 – 2 ตามใบปฏิบัติงาน บันทึกลง ในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การตรวจระบบระบายความร้อนและหล่อลื่นเครื่องยนต์ เรื่อง การตรวจระบบระบายความร้อนและหล่อลื่นเครื่องยนต์ จำนวนชั่วโมงสอน 14 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.อธิบายวิธีการวิเคราะห์ข้อขัดข้องระบบระบาย ความร้อนได้ถูกต้อง 2.อธิบายการทำงานและการตรวจความดันระบบน้ำ หล่อเย็นได้ถูกต้อง 3.ตรวจการทำงานและการตรวจเทอร์โมสตัตได้ ถูกต้อง 4.อธิบายการทำงานและตรวจสภาพพัดลมไฟฟ้าได้ ถูกต้อง 5.อธิบายการทำงานและตรวจความดันน้ำมันเครื่องได้ 1.การวิเคราะห์ข้อขัดข้องระบบระบายความร้อน 2.การทำงานและการตรวจความดันระบบน้ำหล่อเย็น 3.การทำงานและการตรวจเทอร์โมสตัต 4.การทำงานและตรวจสภาพพัดลมไฟฟ้า 5.การทำงานและตรวจความดันน้ำมันเครื่อง ข้อควรระวัง มอบงาน 1.ปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 1 – 5 ตามใบปฏิบัติงาน บันทึกลง ในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การตรวจแบตเตอรี่รถยนต์ เรื่อง การตรวจแบตเตอรี่รถยนต์ จำนวนชั่วโมงสอน 7 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.อธิบายแบตเตอรี่แบบต้องบริการและไม่ต้องบริการ ได้ 2.ตรวจสภาพแบตเตอรี่เบื้องต้นได้ 3.อธิบายปัญหาการประจุไฟมากและน้อยเกินไปได้ ถูกต้อง 4.ตรวจวัดความสามารถในการจ่ายไฟของแบตเตอรี่ ได้ 1.แบตเตอรี่แบบต้องบริการและไม่ต้องบริการ 2.การตรวจสภาพแบตเตอรี่เบื้องต้น 3.ปัญหาการประจุไฟมากและน้อยเกินไป 4.การตรวจวัดความสามารถในการจ่ายไฟของแบตเตอรี่ ข้อควรระวัง มอบงาน 1.ปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 1 – 2 ตามใบปฏิบัติงาน บันทึกลง ในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การวัดกำลังอัดเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เรื่อง การวัดกำลังอัดเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล จำนวนชั่วโมงสอน 14 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.บอกวัตถุประสงค์และอธิบายสาเหตุการวัดกำลังอัด ได้ 2.ตรวจวัดกำลังอัดเครื่องยนต์เบนซินได้ 3.ตรวจวัดกำลังอัดเครื่องยนต์ดีเซลได้ 1.วัตถุประสงค์การวัดกำลังอัดและสาเหตุการวัดกำลังอัด 2.การวัดกำลังอัดเครื่องยนต์เบนซิน 3.การวัดกำลังอัดเครื่องยนต์ดีเซล ข้อควรระวัง มอบงาน 1.ปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 1 – 4 ตามใบปฏิบัติงาน บันทึกลง ในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การปรับแต่งระบบน้ำมันดีเซล เรื่อง การปรับแต่งระบบน้ำมันดีเซล จำนวนชั่วโมงสอน 14 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.วิเคราะห์สาเหตุข้อขัดข้องระบบน้ำมันดีเซลได้ ถูกต้อง 2.ตรวจสภาพปั๊มป้อนน้ำมันดีเซลแบบแถวเรียงได้ ถูกต้อง 3.อธิบายการใช้เกจตรวจวัดความดันน้ำมันดีเซลที่ เครื่องยนต์ได้ถูกต้อง 4.ตรวจระบบปั๊มดีเซลแบบจานจ่ายได้ 5.อธิบายการตรวจระบบปั๊มดีเซลแบบคอมมอนเรลได้ ถูกต้อง 1.การวิเคราะห์สาเหตุข้อขัดข้องระบบน้ำมันดีเซล 2.การตรวจสภาพปั๊มป้อนน้ำมันดีเซลแบบแถวเรียง 3.การใช้เกจตรวจวัดความดันน้ำมันดีเซลที่เครื่องยนต์ 4.การตรวจระบบปั๊มดีเซลแบบจานจ่าย 5.การตรวจระบบปั๊มดีเซลแบบคอมมอนเรล ข้อควรระวัง มอบงาน 1.ปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 1 – 3 ตามใบปฏิบัติงาน บันทึกลง ในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การปรับแต่งระบบไฟประจุแบตเตอรี่ เรื่อง การปรับแต่งระบบไฟประจุแบตเตอรี่ จำนวนชั่วโมงสอน 7 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.อธิบายการแปลงกระแสไฟฟ้าและตรวจการควบคุม การจ่ายได้ 2.ตรวจแรงดันไฟตกในวงจรไฟอัลเตอร์เนเตอร์ได้ 3.ตรวจการจ่ายไฟของอัลเตอร์เนเตอร์ได้ 1.การแปลงกระแสไฟฟ้าและการควบคุมการจ่ายไฟ 2.การตรวจแรงดันไฟตกในวงจรไฟอัลเตอร์เนเตอร์ 3.การตรวจการจ่ายไฟของอัลเตอร์เนเตอร์ ข้อควรระวัง มอบงาน 1.ปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 1 – 3 ตามใบปฏิบัติงาน บันทึกลง ในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การปรับแต่งระบบไฟสตาร์ตเครื่องยนต์ เรื่อง การปรับแต่งระบบไฟสตาร์ตเครื่องยนต์ จำนวนชั่วโมงสอน 7 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.อธิบายการแก้ปัญหาข้อขัดข้องของระบบสตาร์ตได้ 2.ปฏิบัติการใช้แคลมป์มิเตอร์ตรวจกระแสไฟสตาร์ต ได้ 3.ตรวจสภาพมอเตอร์สตาร์ตบนรถยนต์ได้ 4.ตรวจแรงดันไฟตกในระบบสตาร์ตได้ 1.การแก้ปัญหาข้อขัดข้องของระบบสตาร์ต 2.การใช้แคลมป์มิเตอร์ตรวจกระแสไฟสตาร์ต 3.การตรวจสภาพมอเตอร์สตาร์ตบนรถยนต์ 4.การตรวจแรงดันไฟตกในระบบสตาร์ต ข้อควรระวัง มอบงาน 1.ปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 1 – 4 ตามใบปฏิบัติงาน บันทึกลง ในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การปรับแต่งระบบไฟจุดระเบิด เรื่อง การปรับแต่งระบบไฟจุดระเบิด จำนวนชั่วโมงสอน 14 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.ใช้มิเตอร์วัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ได้ 2.ตรวจคอยล์จุดระเบิดได้ถูกต้อง 3.ปรับแต่งไฟจุดระเบิดด้วยไทมิ่งไลต์ได้ 4.ปรับแต่งระบบไฟจุดระเบิดแบบจานจ่ายรวม อุปกรณ์จุดระเบิดได้ถูกต้อง 5.อธิบายการปรับแต่งเครื่องยนต์ตามสภาพหน้าหัว เทียนได้ 1.มิเตอร์วัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ 2.การตรวจคอยล์จุดระเบิดเครื่องยนต์ 3.การปรับแต่งไฟจุดระเบิดด้วยไทมิ่งไลต์ 4.การปรับแต่งระบบไฟจุดระเบิดแบบจานจ่ายรวม อุปกรณ์จุดระเบิด 5.การปรับแต่งเครื่องยนต์ตามสภาพหน้าหัวเทียน ข้อควรระวัง มอบงาน 1.ปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 1 – 4 ตามใบปฏิบัติงาน บันทึกลง ในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การวิเคราะห์ไอเสียเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เรื่อง การวิเคราะห์ไอเสียเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล จำนวนชั่วโมงสอน 14 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.บอกประเภทและการเกิดมลพิษในไอเสียรถยนต์ได้ 2.บอกถึงอันตรายและวิธีกำจัดควันดำในเครื่องยนต์ ดีเซลได้ 3.ใช้มิเตอร์วิเคราะห์ไอเสียเครื่องยนต์เบนซินได้ 4.ตรวจวัดไอเสียรถยนต์เบนซินและดีเซลด้วย เครื่องวัดได้ 5.อธิบายการทำงานและตรวจสภาพตัวฟอกไอเสียได้ 6.อธิบายการทำงานและตรวจสภาพออกซิเจน เซนเซอร์ได้ 7.อธิบายการทำงานของเครื่องตรวจวัดควันดำแบบ กระดาษกรองและแบบทึบแสงได้ 1.ประเภทและการเกิดมลพิษในไอเสียรถยนต์ 2.อันตรายและวิธีกำจัดควันดำในเครื่องยนต์ดีเซล 3.มิเตอร์วิเคราะห์ไอเสียเครื่องยนต์เบนซิน 4.การตรวจวัดไอเสียรถยนต์เบนซินและดีเซลด้วย เครื่องวัด 5.การทำงานและตรวจสภาพตัวฟอกไอเสีย 6.การทำงานและตรวจสภาพออกซิเจนเซนเซอร์ 7.การทำงานของเครื่องตรวจวัดควันดำแบบกระดาษกรอง และแบบทึบแสง ข้อควรระวัง มอบงาน 1.ปฏิบัติตามกิจกรรมที่ 1 – 3 ตามใบปฏิบัติงาน บันทึกลง ในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.13 ใบงาน (Job Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามระยะ เรื่อง การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามระยะ จำนวนชั่วโมงสอน 7 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ รายการเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.บอกจุดมุ่งหมายและการอ่านตารางการบำรุงรักษา ตามระยะได้ 2.ปฏิบัติการบำรุงรักษาน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเครื่อง ได้ถูกต้อง 3.ปฏิบัติการบำรุงรักษากรองอากาศและสายพานปั๊ม น้ำได้ 4.ปฏิบัติการบำรุงรักษาแบตเตอรี่และหัวเทียนได้ 5.ปฏิบัติการบำรุงรักษาลิ้นเครื่องยนต์ได้ 1.จุดมุ่งหมายและการอ่านตารางการบำรุงรักษาตามระยะ 2.การบำรุงรักษาน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเครื่อง 3.การบำรุงรักษากรองอากาศและสายพานปั๊มน้ำ 4.การบำรุงรักษาแบตเตอรี่และหัวเทียน 5.การบำรุงรักษาลิ้นเครื่องยนต์ ข้อควรระวัง มอบงาน 1.ปฏิบัติการตรวจสภาพรถยนต์ตามคู่มือซ่อมบำรุง บันทึกลงในสมุดบันทึก วัดผล/ประเมินผล -Ratting scale
พส.14 ใบปฏิบัติงาน (Operation Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย มัลติมิเตอร์ปรับแต่งเครื่องยนต์ เรื่อง มัลติมิเตอร์ปรับแต่งเครื่องยนต์ จำนวนชั่วโมงสอน 14 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.อธิบายการทำงานและการใช้มัลติมิเตอร์แบบอนาล็อกและแบบดิจิตอล 2.แนะนำการบำรุงรักษามัลติมิเตอร์ 3.อธิบายการตรวจไดโอด คอนเดนเซอร์ และคอยล์จุดระเบิด 4.อธิบายการตรวจแรงดันไฟรั่วและแรงดันไฟตก 5.อธิบายการตรวจไฟสตาร์ตและไฟประจุแบตเตอรี่ เครื่องมือ-อุปกรณ์-วัสดุ 1.เครื่องมือประจำตัว 2.มัลติมิเตอร์แบบอนาล็อก 3.มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล ลำดับขั้นการปฏิบัติงาน 1.ศึกษาการทำงานของมัลติมิเตอร์ 2.ปฏิบัติการตรวจสภาพต่างๆ แล้วบันทึกลงในสมุดบันทึกงาน 3.ทำความสะอาดเครื่องมือและบริเวณที่ปฏิบัติงาน
กิจกรรมที่ 1.1 จงเติมข้อความหลักการใช้มัลติมิเตอร์และข้อควรระวังในการปฏิบัติงานลงในตารางต่อไปนี้ เครื่องมือ การใช้ การปฏิบัติงาน ข้อควรระวัง 1.หลอดไฟทดสอบ เพื่อตรวจหาการขาด หรือลัดวงจร 1.ต่อหลอดไฟทดสอบ ระหว่างวงจรที่จะวัดกับ .......................................... 2.หลอดไฟทดสอบจะ สว่างถ้ามีกระแสไฟฟ้า ........................................ 1.หลอดไฟทดสอบไฟใช้ 12 โวลต์ 1.4วัตต์ หรือ......................... 2.การใช้หลอดไฟที่มีวัตต์ มาก เกินไปอาจทำให้.............................. 2.โวลต์มิเตอร์ สำหรับวัด แรงดันไฟฟ้าในวงจร และการขาดหรือ ลัดวงจร 1.ต่อสายบวก (+) กับ ......................................... 2.ต่อสายลบ (-) กับ ......... ........................................ 1.ต่อโวลต์มิเตอร์เช้ากับวงจร ไฟฟ้าแบบ...................................... 2.ปรับย่านวัดแรงดันไฟฟ้า.............. ........................................................ 3.เสียบสายโวลต์มิเตอร์เข้ากับ........ ........................................................ 3.โอห์มมิเตอร์ สำหรับตรวจการต่อ วงจรและตรวจความ ต้านทาน 1.ปรับตั้ง........................... 2.ตัดวงจรไม่ให้กระแส ไฟฟ้าไหล.......................... 3.ต่อสายไฟอนุกรมเข้ากับ จุดที่.................................. 1.ปรับตั้ง 0 Ω …………………………… …………………………………………………. 2.ก่อนใช้โอห์มมิเตอร์ให้ปิดสวิตช์จุด ระเบิด OFF หรือถอดสายขั้วลบ แบตเตอรี่เพื่อ……………………………… ………………………………………………… 4.แอมมิเตอร์ สำหรับตรวจการใช้ กระแสไฟฟ้าเพียงเล็ก น้อย เพราะเป็น มิเตอร์ขนาดเล็ก 1.ต่อแอมมิเตอร์เข้ากับ วงจรแบบ…………………….. 2.ต่อสายบวกเข้ากับด้านที่ มีกระแสไฟฟ้าและสายลบ เข้ากับ………………………….. ข้อควรระวัง แอมมิเตอร์ในมัลติมิเตอร์ใช้วัด กระแสไฟชาร์จและไฟสตาร์ตไม่ได้ เพราะ………………………………………..
กิจกรรมที่1.2 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตรวจสอบคอยล์เครื่องยนต์คาร์บูเรเตอร์ และระบบฉีดเบนซิน แล้วกรอกผลลงใน ตาราง 1.จงตรวจแรงดันไฟเข้าคอยล์ ถ้าไม่มีประกายไฟออกจากคอยล์ ให้วัด แรงดันไฟฟ้าที่เข้าคอยล์ขณะเปิดสวิตช์จุดระเบิด ON กำหนดให้(V) ผลการวัด(V) สภาพ(ดี/ไม่ดี) 12 2.จงตรวจความต้านทานขดลวดไฟแรงต่ำ เครื่องยนต์ กำหนดให้ (Ω) ผลการวัด (Ω) สภาพ (ดี/ไม่ดี) คาร์บูเรเตอร์ 0.9 – 1.1 ระบบฉีดเบนซิน 0.8 – 1.0 3.จงตรวจความต้านทานขดลวดไฟแรงสูง เครื่องยนต์ กำหนดให้ (kΩ) ผลการวัด (kΩ) สภาพ (ดี/ไม่ดี) คาร์บูเรเตอร์ 10 – 16 ระบบฉีดเบนซิน 10 – 16 4.จงตรวจฉนวนขั้วต่อกับแกนคอยล์ ใช้ Megger Tester ตรวจความต้านทานฉนวน กับแกนคอยล์ กำหนดให้ (MΩ) ผลการวัด (MΩ) สภาพ(ดี/ไม่ดี) 500
กิจกรรมที่1.3 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตรวจวัดแรงดันไฟแบตเตอรี่และไฟประจุแบตเตอรี่ แล้วกรอกผลลงในตาราง 1.จงตรวจแรงดันไฟตกที่ขั้วแบตเตอรี่ แรงดันไฟ กำหนดให้ (V) ผลการวัด (V) แรงดันไฟปกติ 13.0 แรงดันไฟตกที่ขั้วลบ 0.5 แรงดันไฟตกที่ขั้วบวก 0.5 แรงดันไฟตกเกิดจาก……………………………………………….. 2.จงตรวจแรงดันไฟแบตเตอรี่ ขณะเปิด/ปิด เครื่องปรับอากาศและสตาร์ตเครื่องยนต์ แรงดันไฟ กำหนดให้ (V) ผลการวัด (V) ก่อนสตาร์ต 13.0 ปิดเครื่องปรับอากาศ 10.0 เปิดเครื่องปรับอากาศ 9.0 3.จงตรวจวัดแรงดันประจุแบตเตอรี่ที่ขั้วแบตเตอรี่ขณะ มี/ไม่มี ภาระทางไฟฟ้า แรงดันไฟ กำหนดให้ (V) ผลการวัด (V) ก่อนสตาร์ต 13.0 เดินเบาไม่เปิดไฟหน้า 13.8 2,000 เปิดไฟ 14.2 4,000 เปิดไฟ 14.2 อัลเตอร์เนเตอร์จ่ายไฟได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ…………. ……………………………………………………………………………..
กิจกรรมที่1.4 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตรวจไดโอดสภาพต่างๆ 10 ตัว ด้วยมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล แล้วกรอกผลลงใน ช่องว่างต่อไปนี้ 1. การตรวจตรงตามขั้ว ต่อสายบวกของโอห์มมิเตอร์เข้ากับขาแอโนด (Anode) ต่อสายลบเข้ากับขา แคโทด (Cathode) ค่าความต้านทานที่อ่านได้จะมีค่าเท่ากับ……………………………..หรือใกล้………………………………………………. 2. สลับสายวัดค่าความต้านทาน โดยต่อสายบวกเข้ากับขาแคโทด และต่อสายลบเข้ากับขาแอโนด ค่า ความ ต้านทานจะอ่านค่าได้เป็น…………………………………………………………………………………………………………………… 3. ถ้าค่าความต้านทานในข้อ 1) และข้อ 2) เป็นศูนย์ แสดงว่าไดโอด……………………………………..แต่ถ้าอ่าน ค่าได้เป็น OL แสดงว่าไดโอด…………………………………………………………………………………………………………… ตัวที่ ไดโอดบวก ไดโอดลบ ขาดวงจร ลัดวงจร ดีหรือเสีย 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
กิจกรรมที่ 1.5 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตรวจไดโอด (Diode) ทั้งดีและไม่ดี แล้วกรอกผลลงในตาราง สภาพ ไดโอด วัดตรงตามขั้ว (V) วัดสลับขั้ว (V) (+ ต่อ + และ - ต่อ -) (+ ต่อ - และ - ต่อ +) ดี ตรง……….ถึง………… ………….ถึง……………. สลับ………ถึง………... ………….ถึง……………. เสีย ตรง……….ถึง………… ………….ถึง……………. สลับ………ถึง………... ………….ถึง……………. ตรง……….ถึง………… ………….ถึง……………. สลับ………ถึง………... ………….ถึง……………. ตรง…………………… …………………… สลับ…………………… …………………… ข้อควรจำ ไดโอดที่ดี จะอ่านค่าจากจอได้ค่าต่ำเมื่อวัดตามขั้ว และจะอ่านได้ค่าสูงเมื่อวัดสลับขั้ว ไดโอดที่เสียจะอ่าน ค่าจากจอได้เหมือนกันทั้งการวัดที่ต่อตามขั้วและสลับขั้ว ค่าที่อ่าน ได้จะอยู่ระหว่าง 1.0 ถึง 3.6 โอห์ม ข้อควรระวัง - ข้อเสนอแนะ - การประเมินผล -Ratting scale เอกสารอ้างอิง งานปรับแต่งเครื่องยนต์เบื้องต้น 20101-2109 รศ.อำพล ซื่อตรง หมายเหตุ ควรมีภาพประกอบแสดงการปฏิบัติงานในแต่ละขั้น
พส.14 ใบปฏิบัติงาน (Operation Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การใช้คู่มือซ่อมรถยนต์และเครื่องมือพิเศษ เรื่อง การใช้คู่มือซ่อมรถยนต์และเครื่องมือพิเศษ จำนวนชั่วโมงสอน 7 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.แนะนำผลดี/ผลเสียและผลกระทบจากการปรับแต่งเครื่องยนต์ 2.อธิบายการถอดและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 3.อธิบายการจำลองสภาพปัญหาเครื่องยนต์ 4.อธิบายการตรวจสอบวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 5.อธิบายการตรวจการขาดและลัดวงจรไฟฟ้า เครื่องมือ-อุปกรณ์-วัสดุ 1.มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล 2.คู่มือซ่อมรถยนต์ 3.ฟิวส์เสียบ ลำดับขั้นการปฏิบัติงาน 1.ศึกษาการใช้งานคู่มือซ่อมรถยนต์และเครื่องมือพิเศษ 2.ปฏิบัติงานตามกิจกรรมต่างๆ แล้วบันทึกลงในสมุดบันทึกงาน 3.ทำความสะอาดเครื่องมือและบริเวณที่ปฏิบัติงาน
กิจกรรมที่2.1 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม/ถอด/ตรวจ และต่อขั้วสายไฟเข้าด้วยกันแล้วเติมคำลงในช่องว่างต่อไปนี้ 1.จงถอดขั้วต่อสายไฟออกจากกัน 1. ปลดล็อกก่อน.................................................... 2. จับที่ขั้วต่อดึง..................................................... ข้อควรจำ อันตรายถ้าจับที่สายไฟดึง....................................... 2. จงสวมขั้วต่อสายไฟเข้าด้วยกัน 1. สวมเข้าให้.......................................................... 2. ตรวจการยึดแน่นเข้า…………………………………… ข้อควรจำ ขั้วต่อสายไฟเข้าล็อกจะมี....................................... 3. จงถอดยางกันน้ำเพื่อตรวจวัดไฟที่ขั้วต่อสายไฟ 1. พิจารณาส่วนประกอบเพื่อหาวิธีดึงยางกันน้ำ และยางยึด สายไฟออกพอ...................................... 2. ดึงยางกันน้ำ.................................................... 4. จงตรวจวัดไฟที่ขั้วต่อสายไฟ 1. สอดปลายด้ามมิเตอร์เข้าทางด้าน...................... 2. ประกอบยางกันน้ำให้........................................ ข้อควรจำ ถ้าน้ำเข้าขั้วต่อสายไฟได้ จะเป็นอันตรายต่อ........ ................................................................................
กิจกรรมที่2.2 ให้ผู้เรียนตรวจวงจรและเติมลำดับปฏิบัติงานต่อไปนี้ 1.จงตรวจแรงดันไฟฟ้าด้วยโวลต์มิเตอร์ 1. สร้างเงื่อนไขในการจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้กับจุดที่ทำการ ตรวจ เช่น A = ช่วงจากสวิตช์............................................................... B = ช่วงสวิตช์จุดระเบิดและ................................................. C = ช่วงสวิตช์จุดระเบิด สวิตช์ 1 รีเลย์ตัดวงจร และ........... .............................................................................................. 2. ใช้โวลต์มิเตอร์ต่อสายวัดลบเข้ากับ................................... ตัวถังที่ดี หรือขั้วลบ.............................................................. 3. ต่อสายวัดบวกเข้ากับ....................................................... ของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มาจากสวิตช์จุดระเบิด เพื่อหาช่วงที่ ลัดวงจรหรือขาดวงจรทีละ.................................................... 2. จงตรวจวงจรขาดด้วยหลอดไฟทดสอบ 1. ถอดฟิวส์ที่......................................................................... 2. ต่อหลอดไฟทดสอบ (Test Lamp) ระหว่าง..................... .............................................................................................. 3. สภาพปกติ หลอดไฟจะ..................................................... 3. ตัวอย่างการต่อลัดวงจร A = ช่วงสวิตช์...................................................................... B = ช่วงสวิตช์จุดระเบิดและ................................................. C = ช่วงสวิตช์จุดระเบิด สวิตช์ SW 1 รีเลย์ตัดวงจร 1. ให้ปลดสายไฟลัดวงจร A-B หรือ C แตะกลับ เพื่อหา ช่วงที่.................................................................................. 2. หากปรากฏว่า วงจรใดวงจรหนึ่งขาด หรือลัดวงจร ให้ ค้นหาตำแหน่งขาดหรือ......................................................
ข้อควรระวัง - ข้อเสนอแนะ - การประเมินผล -Ratting scale เอกสารอ้างอิง งานปรับแต่งเครื่องยนต์เบื้องต้น 20101-2109 รศ.อำพล ซื่อตรง หมายเหตุ ควรมีภาพประกอบแสดงการปฏิบัติงานในแต่ละขั้น พส.14 ใบปฏิบัติงาน (Operation Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การตรวจระบบระบายความร้อนและหล่อลื่นเครื่องยนต์ เรื่อง การตรวจระบบระบายความร้อนและหล่อลื่นเครื่องยนต์ จำนวนชั่วโมงสอน 14 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1.อธิบายวิธีการวิเคราะห์ข้อขัดข้องระบบระบายความร้อนได้ถูกต้อง 2.อธิบายการทำงานและการตรวจความดันระบบน้ำหล่อเย็นได้ถูกต้อง 3.ตรวจการทำงานและการตรวจเทอร์โมสตัตได้ถูกต้อง 4.อธิบายการทำงานและตรวจสภาพพัดลมไฟฟ้าได้ถูกต้อง 5.อธิบายการทำงานและตรวจความดันน้ำมันเครื่องได้ เครื่องมือ-อุปกรณ์-วัสดุ 1.เครื่องทดสอบรั่วหม้อน้ำ 2.เทอร์โมมิเตอร์ 3.หม้อต้มน้ำ
4.เกจวัดแรงดันน้ำมันเครื่อง ลำดับขั้นการปฏิบัติงาน 1.ศึกษาการทำงานของระบบระบายควาร้อนและหล่อลื่น 2.ปฏิบัติงานตามกิจกรรมต่างๆ แล้วบันทึกลงในสมุดบันทึกงาน 3.ทำความสะอาดเครื่องมือและบริเวณที่ปฏิบัติงาน กิจกรรมที่3.1 จงเติมข้อความวิธีการแก้ไขปัญหาระบบระบายความร้อน และระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ลงในตาราง ต่อไปนี้ ข้อขัดข้อง สาเหตุที่เป็นไปได้ วิธีการแก้ไขปัญหา 1.เครื่องยนต์ร้อนจัด 1.สายพานปั๊มน้ำหย่อนหรือขาด 2.ปะเก็นฝาสูบรั่ว 3.เทอร์โมสตัตบกพร่อง 4.คลัตช์พัดลมไม่ดี 5.ปั๊มน้ำรั่ว 6.ฝาหม้อน้ำชำรุด 1.................................................. 2.................................................. 3.................................................. 4................................................... 5................................................... 6................................................... 2.น้ำมันเครื่องรั่วซึม 1.ซีลรั่ว 2.ปะเก็นรั่ว 1.................................................. 2.................................................. 3.ความดันน้ำมันเครื่องต่ำ 1.ระดับน้ำมันเครื่องต่ำมาก 2.ลิ้นระบายน้ำมันเครื่องชำรุด 3.ปั๊มน้ำมันเครื่องชำรุด 4.แบริ่งเพลาข้อเหวี่ยงชำรุด 5.แบริ่งก้านสูบชำรุด 6.ไส้กรองน้ำมันเครื่องตัน 1.................................................. 2.................................................. 3.................................................. 4................................................... 5................................................... 6................................................... 4.ความดันน้ำมันเครื่องสูงมาก 1.ลิ้นระบายติดขัด 2.สปริงลิ้นระบายแข็งเกิน 1.................................................. 2.................................................. 5.เปลืองน้ำมันเครื่องมาก 1.แหวนลูกสูบติดแน่นหรือหลวม 1..................................................
2.ลูกสูบหรือกระบอกสูบไม่ดี 3.น้ำมันเครื่องรั่วซึม 2.................................................. 3.................................................. 6.ไฟเตือนน้ำมันเครื่องไม่ดับ 1.ระดับน้ำมันเครื่องต่ำ 2.แรงส่งน้ำมันเครื่องต่ำ 3.สวิตช์ไฟเตือนเสีย 1.................................................. 2.................................................. 3.................................................. กิจกรรมที่3.2 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตรวจความดันเปิดลิ้นหม้อน้ำ และความดันน้ำรั่วในระบบน้ำหล่อเย็น 1.จงตรวจปะเก็นฝาหม้อน้ำ 1. ถอดฝาหม้อน้ำออกจากหม้อน้ำ 2. ตรวจสภาพปะเก็นฝาหม้อน้ำ ดี ไม่ดี พอใช้ 2.จงตรวจลิ้นสุญญากาศฝาหม้อน้ำ 1. ทำความสะอาดลิ้นสุญญากาศ 2. ดึงตรวจการสปริงตัวของสปริงลิ้นสุญญากาศ ดี ไม่ดี พอใช้ 3.จงตรวจความดันเปิดลิ้นฝาหม้อน้ำ 1. ติดตั้งปั๊มตรวจความดันเข้ากับฝาหม้อน้ำ 2. ปั๊มลมเปิดลิ้นฝาหม้อน้ำ กำหนดให้ (บาร์) ผลการวัด (บาร์) สภาพ (ดี/ไม่ดี) 0.8 – 1.1 ...................... .......................
4.จงตรวจความดันน้ำรั่วในระบบน้ำหล่อเย็น 1. ติดตั้งปั๊มตรวจความดันเข้ากับหม้อน้ำ 2. ปั๊มลมเข้าในระบบน้ำหล่อเย็นประมาณ 1.0 บาร์ (14 ปอนด์/ตร.นิ้ว) 3. หลังปั๊มลมเข้าประมาณ 10 วินาที ตรวจเข็มเกจ วัดความดัน กำหนดให้ (บาร์) ผลการวัด (บาร์) สภาพ (ดี/ไม่ดี) 0.8 – 1.1 ...................... ....................... กิจกรรมที่3.3 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตรวจเทอร์โมสตัดในระบบน้ำหล่อเย็น ดังต่อไปนี้ 1.จงตรวจสภาพสกรูและลิ้นระบายอากาศ 1.ตรวจรูระบบระบายอากาศ (Air Bleeder) รู ระบายอากาศ...................................................... 2. ตรวจลิ้นระบายอากาศ (Jiggle Valve) ลิ้น ระบายอากาศ........................................................ 2.จงตรวจเทอร์โมสตัดด้วยน้ำต้ม ข้อควรจำ ที่อุณหภูมิห้องทั่วไปลิ้นเทอร์โมสตัตจะปิด สนิท หากไม่สนิทหรือเปิดค้างแสดงว่าเทอร์โมสตัต .......................................... 1.ต้มเทอร์โมสตันในน้ำร้อน 2. บันทึกอุณหภูมิน้ำต้มที่เทอร์โมสตัตเริ่มเปิด และเปิดสุด ลำดับ กำหนดให้ ( °c ) ผลการวัด ( °c ) สภาพ เริ่มเปิด 80-85 ................. .................
เปิดสุด 95 ................. ................. ข้อควรจำ เทอร์โมสตัตที่ดีจะปิดทางน้ำ ให้น้ำหล่อเย็น ร้อน ถึงอุณหภูมิ..................................และจะรักษา อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นไว้ให้คงที่ เพื่อลดการสึกหรอ ของ.................................................................. กิจกรรมที่3.4 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตรวจสวิตช์พัดลมไฟฟ้า แล้วกรอกลงในตาราง 1.จงตรวจอุณหภูมิควบคุมสวิตช์พัดลมไฟฟ้า การตรวจอุณหภูมิควบคุมสวิตช์พัดลมไฟฟ้าด้วย เทอร์โมมิเตอร์หรือมัลติมิเตอร์ สวิตช์ พัดลม กำหนดให้ ( °c ) ผลการวัด ( °c ) สภาพ (ดี/ไม่ดี) ต่อวงจร 85 ±3 ................. ................. ตัดวงจร 81 ±3 ................. ................. หมายเหตุ อย่าปลดสายไฟสวิตช์พัดลมหม้อน้ำขณะเปิดสวิตช์จุด ระเบิด ON เพราะ............................................................. 2.จงตรวจความต้านทานสวิตช์พัดลมไฟฟ้า ตรวจความต้านทานของสวิตช์พัดลมไฟฟ้าด้วยมัลติมิเตอร์ กำหนดให้ (Ω) ผลการวัด (Ω) สภาพ (ดี/ไม่ดี) สูงสุด 5 ...................... .......................
3.จงตรวจด้วยการต้มในน้ำร้อน เพื่อความเที่ยงตรง ให้ถอดสวิตช์พัดลมไฟฟ้าตรวจด้วยน้ำ ต้ม โดยใช้เทอร์โมมเตอร์วัดอุภหภูมิน้ำต้มและโอหม์มิเตอร์ วัดความต้านทาน ลำดับ กำหนดให้ ( °c ) ผลการวัด ( °c ) สภาพ (ดี/ไม่ดี) ต่อวงจร 85 ±3 ................. ................. ตัดวงจร 81 ±3 ................. ................. ข้อสังเกต อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นตัดต่อวงจรของสวิตช์พัดลมไฟฟ้า หม้อน้ำ จะต่างกันประมาณ.................................................. กิจกรรมที่3.5 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตรวจความดันน้ำมันเครื่องตามหัวข้อต่อไปนี้ แล้วกรอกผลลงในช่องว่าง 1.จงเตรียมตรวจความดันน้ำมันเครื่อง 1. ถอดสวิตช์...................................................................... 2. ต่อเกจวัดความดัน......................................................... แทน.............................................................................. 2.จงตรวจความดันน้ำมันเครื่อง ตรวจความดันน้ำมันเครื่องขณะเครื่องยนต์ร้อนปกติ ความเร็วรอบ (รอบ/นาที) กำหนดให้ (บาร์) ผลการวัด (บาร์) เดินเบา ...................... ....................... 3,000 ...................... ....................... ผลการตรวจ : ดี ไม่ดี
3.จงตรวจความดันน้ำมันเครื่องที่ปั๊มสุญญากาศท้ายอัลเตอร์ เนเตอร์ 1. ถอดท่อน้ำมันเครื่องที่................................................. 2. ปล่อยน้ำมันเครื่องลงใน.............................................. ............................................................................................ 3. ต่อเกจ......................................................................... ข้อควรระวัง - ข้อเสนอแนะ - การประเมินผล -Ratting scale เอกสารอ้างอิง งานปรับแต่งเครื่องยนต์เบื้องต้น 20101-2109 รศ.อำพล ซื่อตรง หมายเหตุ ควรมีภาพประกอบแสดงการปฏิบัติงานในแต่ละขั้น พส.14 ใบปฏิบัติงาน (Operation Sheets) รหัสวิชา 20101 - 2109 วิชา งานปรับแต่งเครื่องยนต์ ชื่อหน่วย การตรวจแบตเตอรี่รถยนต์ เรื่อง การตรวจแบตเตอรี่รถยนต์ จำนวนชั่วโมงสอน 7 ชั่วโมง จุดประสงค์การเรียนรู้ - จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1..อธิบายแบตเตอรี่แบบต้องบริการและไม่ต้องบริการได้ 2.ตรวจสภาพแบตเตอรี่เบื้องต้นได้ 3.อธิบายปัญหาการประจุไฟมากและน้อยเกินไปได้ถูกต้อง 4.ตรวจวัดความสามารถในการจ่ายไฟของแบตเตอรี่ได้ เครื่องมือ-อุปกรณ์-วัสดุ
1.แบตเตอรี่ 2.ไฮโดรมิเตอร์ 3.มัลติมิเตอร์ 4.แอมมิเตอร์ ลำดับขั้นการปฏิบัติงาน 1.ศึกษาการหลักการของแบตเตอรี่และการใช้งานเครื่องมือวัดแบตเตอรี่ 2.ปฏิบัติงานตามกิจกรรมต่างๆ แล้วบันทึกลงในสมุดบันทึกงาน 3.ทำความสะอาดเครื่องมือและบริเวณที่ปฏิบัติงาน กิจกรรมที่ 4.1 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตรวจสภาพการจ่ายไฟของแบตเตอรี่ตามหัวข้อต่อไปนี้ 1.จงตรวจสภาพน้ำกรดแบตเตอรี่ ช่องที่ สี ถพ. สภาพ 1 แดง .................. .................. 2 แดง .................. .................. 3 น้ำเงิน .................. .................. 4 น้ำเงิน .................. .................. 5 น้ำเงิน .................. .................. 6 น้ำเงิน .................. ..................
2.จงอ่านค่า ถพ. ตามอุณหภูมิของน้ำกรด ลำดับ (0C) ต้องชาร์จ ไม่มีไฟ 20 .................. .................. 30 .................. .................. ข้อควรจำ อุณหภูมิน้ำกรดยิ่งสูง ถพ. น้ำกรดยิ่งลด 3.จงตรวจแบตเตอรี่ด้วยโหลดมอเตอร์สตาร์ต แรงดันไฟฟ้า (V) กำหนดให้ (V) ผลการวัด (V) ก่อนสตาร์ต .................. .................. ขณะสตาร์ต .................. .................. ขณะล็อกเบรก .................. .................. ข้อควรจำ ขณะล็อกเบรก หมายถึง ดึงเบรกค้างไว้ เข้าเกียร์ 3 หรือ 4 ปล่อยคลัตช์ เหบียบเบรกแล้ว สตาร์ตรถ ไม่ให้......................................................... กิจกรรมที่ 4.2 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตรวจสภาพการจ่ายกระแสไฟแบตเตอรี่ 2 ลูก ดังต่อไปนี้ 1.จงตรวจสภาพการจ่ายกระแสไฟรวม 1.ต่อสายไฟบวกเข้ากับ..............................................................
2.ต่อสายไฟลบเข้ากับ................................................................ 3.ปรับปุ่มโหลดไฟฟ้าให้แบตเตอรี่จ่ายไฟเป็น 3 เท่าของ Ah เป็นเวลา.................วินาทีพร้อมอ่านโวลต์ มิเตอร์และหมุนปมปรับ โหลดคืน.................................................... ลูกที่ ขนาดแบตเตอรี่ (Ah) จ่ายกระแสไฟฟ้า (A) แรงดันไฟฟ้า(V) สภาพ 1 ....................................... ....................................... ....................................... ................... 2 ....................................... ....................................... ....................................... ................... ข้อควรจำ แรงดันไฟฟ้าต้องเหลือไม่ต่ำกว่า................โวลต์ ถ้าต่ำกว่า.........โวลต์ แสดงว่าแบตเตอรี่ ไม่มีไฟ หรือ..................................... ให้ประจุไฟด้วยเครื่องชาร์จเร็วแล้วตรวจอีกครั้ง 2.จงประจุไฟแบตเตอรี่ที่ไม่มีไฟด้วยเครื่องชาร์จเร็ว พร้อมวัดแรงดันไฟแบตเตอรี่ 1.ประจุไฟแบตเตอรี่ด้วยกระแสไฟประมาณ...................แอมป์ 2.ตรวจแรงดันไฟแบตเตอรี่ภายใน..................นาที ลูกที่ กำหนดให้ (V) ผลการวัด (V) สภาพ 1 สูงกว่า............................. ....................................... แผ่นธาตุเป็น.................................................. 2 สูงกว่า............................. ....................................... เซลล์แบตเตอรี่บางเซลล์................................ ข้อควรระวัง - ข้อเสนอแนะ - การประเมินผล -Ratting scale เอกสารอ้างอิง งานปรับแต่งเครื่องยนต์เบื้องต้น 20101-2109 รศ.อำพล ซื่อตรง หมายเหตุ ควรมีภาพประกอบแสดงการปฏิบัติงานในแต่ละขั้น พส.14