บทท่ี 2 การจัดการความต้องการของลกู ค้าและการบริการลูกค้า 45
_________________________________________________________________________________
ตาราง 2.3 ความสาคญั และการดาเนนิ งานของผผู้ ลิตเครอ่ื งใช้ในสานักงานทม่ี ตี ่อการใหบ้ รกิ ารลกู ค้า
ตารางที่ 2.3 ( ต่อ )
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั
บทท่ี 2 การจัดการความต้องการของลูกค้าและการบรกิ ารลกู ค้า 46
_________________________________________________________________________________
หมายเหตุ : ค่าเฉลี่ยคิดจากลาดบั คะแนน 1 ( ไม่มีความสาคัญ ) ถงึ ( มคี วามสาคญั มาก )
- วดั ผลการให้บริการจรงิ ในแต่ละองค์ประกอบ
- วิเคราะห์คา่ ความเบีย่ งเบนระหว่างการใหบ้ ริการจรงิ กบั มาตรฐานทไ่ี ด้กาหนด
- นาการแกไ้ ขทต่ี อ้ งการไปสูก่ ารปฏบิ ัติ
ความรว่ มมือจากลกู ค้าเป็นสง่ิ จาเป็นสาหรับบรษิ ัท ในการเป็นข้อมลู เกีย่ วกับความรวดเร็วความ
นา่ เชอ่ื ถือ และเง่ือนไขในการจัดส่งสินค้าและเพอื่ ให้การดาเนินงานมีประสิทธิภาพยงิ่ ขึ้นกิจการจะตอ้ งทา
ให้ลูกค้าเช่ือว่า การวัดผลการให้บริการและการตรวจสอบติดตามนั้นจะสามารถช่วยปรับปรุงการ
ใหบ้ ริการในอนาคตได้
รูปที่ 2.4 หนา้ ท่ี 47 แสดงใหเ้ ห็นถงึ ปัจจัยท่ีจะน่ามาวดั ผลการให้บรกิ าร ซง่ึ แต่ละกจิ การอาจเน้น
ในองค์ประกอบท่ีแตกตา่ งกันตามเรอื่ งทลี่ ูกคา้ เห็นวา่ สาคญั องค์ประกอบของการใหบ้ ริการเชน่ ระดับสินค้า
คงคลังการจัดส่งสินค้าท่ีตรงเวลาสถานะของคาส่ังซื้อการติดตามคาสั่งซ้ือการจัดส่งสินค้าย้อนหลังน้ัน
ตอ้ งการการตดิ ต่อสือ่ สารทีด่ ีระหวา่ งกิจการกบั ลกู คา้
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลบั
บทที่ 2 การจัดการความต้องการของลกู คา้ และการบรกิ ารลกู ค้า 47
_________________________________________________________________________________
รปู ที่ 2.4 การวดั ผลการใหบ้ รกิ ารลูกค้า
รูปท่ี 2.4 แสดงตวั อยา่ งมาตรฐานในการให้บรกิ ารลูกคา้ ซึง่ การเลอื กมาตรฐานจะต้องสะทอ้ นส่งิ
ที่ลกู คา้ ต้องการไดด้ ีที่สดุ ไมใ่ ชส่ งิ่ ทผ่ี ู้บรหิ ารคิดว่าลกู คา้ ตอ้ งการพนักงานทถ่ี กู กาหนดจะตอ้ งได้รับการวดั ผล
และเปรียบเทียบผลการดาเนินงานการให้บริการกับมาตรฐานท่ีต้ังไว้และรายงานข้อมูลเหล่าน้ีไปยัง
ผูบ้ ริหารอยา่ งสมา่ เสมอเปน็ ประจา
ระบบข้อมลู สารสนเทศทางการบัญชีสามารถให้ขอ้ มลู สารสนเทศที่ทง้ั กิจการและลูกคา้ ตอ้ งการ
เพื่อปรับปรงุ การใหบ้ ริการและรายงานการจดั การการให้บริการลูกคา้ แก่กจิ การได้
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 2 การจดั การความต้องการของลกู ค้าและการบริการลกู ค้า 48
_________________________________________________________________________________
2.11. อุปสรรคของกลยุทธก์ ารใหบ้ รกิ ารลกู คา้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
กิจการหลายๆ กิจการ มีกลยุทธ์นโยบายหรือกาหนดการให้บริการท่ีไร้ประสิทธิภาพหรือไม่
สอดคล้องกัน แม้แตก่ ิจการท่ีดที ีส่ ดุ อาจพบความลา้ บากในการกาหนดกลยทุ ธ์ท่ดี ีได้
การกาหนดเป้าหมายบนพ้ืนฐานของการให้บรกิ ารทีต่ ้องการอาจล้มเหลวและผิดพลาดไดบ้ างครั้ง
ผู้บริหารอาจลังเลใจท่จี ะเสนอระดับการให้บริการที่หลากหลาย เน่ืองจากความกลวั ในกฎหมาย ป้องกัน
การผูกขาดการให้บริการท่ีแตกต่างจะถูกมองเหมือนความแตกต่างทางด้านราคา ซึ่งจะต้องมีการปรับ
ตน้ ทุน อย่างไรก็ตามกิจการส่วนใหญ่ไม่มีข้อมูลทางด้านต้นทุนที่เพียงพอ ดังนั้นผู้บรหิ ารจะสามารถหา
ส่วนแบ่งทางการตลาดได้จากการประเมินลูกค้าตามความสาคัญของการให้บริการในตลาด และต้องมี
ขอ้ มูลทางการเงนิ เพียงพอที่จะพิจารณาตน้ ทนุ โดยอาศยั เทคนคิ ทางการวิจยั ท่ีหลากหลายประกอบดว้ ย
พนักงานขายสามารถสรา้ งความคาดหวงั ในการให้บริการที่ไมเ่ ปน็ จรงิ ดว้ ยการสัญญาว่าจะจดั ส่ง
สนิ ค้าได้รวดเร็วข้ึนเพ่ือสร้างยอดขาย แต่คุณค่าท่ีลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการกค็ ือความน่าเชื่อถือและความ
แน่นอนในการจัดส่งมากกว่าความรวดเร็วในการการจัดส่งสินค้า ซึ่งผลที่สุดแล้ว การจัดส่งเพ่ิมสูงข้ึ น
เนื่องจากการเรง่ การจดั ส่งต้นทุนจะเพิ่มสูงขนึ้ เนื่องจากการแตกกระบวนการขั้นตอนปกติเพ่ือ“ เร่งการ
ทางาน” และเกิดปฏิกิริยา “โดมิโน” ตามข้ึนมา เม่ือพนักงานขายพยายามเอาชนะนโยบายการบริการ
ลกู ค้าดา้ นวันท่ีจัดส่ง ระยะเวลาเตรียมการจุดจัดส่ง และวิธีการจดั ส่งพนักงานขายเหล่านั้นได้ก่อให้เกิด
ความยุ่งยากกับคาส่ังซอ้ื ของลกู ค้ารายอน่ื และเป็นสาเหตใุ ห้ตน้ ทนุ ด้านโลจสิ ติกสเ์ พิ่มสงู ขึ้น
มาตรฐานการใหบ้ ริการและความคาดหมายในการใหบ้ ริการของกิจการจะสง่ ผลเปน็ อยา่ งมากต่อ
กิจการ ดังนั้น จึงเป็นเร่ืองสาคัญที่ผู้บริหารจะต้องเข้าใจบรรทัดฐานความคาดหมายและต้นทุนของ
อุตสาหกรรมท่ีตอ้ งการเพิ่มระดบั การใหบ้ รกิ ารทสี่ ูงขึ้น
อย่างไรก็ตามมีหลักฐานบ่งช้ีวา่ มีกิจการหลายกิจการไม่ได้วัดผลของประสิทธิภาพของต้นทุน ณ
ระดบั การให้บริการต่างๆ กันและไมม่ วี ิธที ีใ่ ช้ในการพิจารณากาหนดระดบั การให้บริการทม่ี ีประสิทธภิ าพ
ท่ีสดุ ข้อมลู ข่าวสารท่ีสง่ กลบั มายังกจิ การจากหน่วยขาย ก็คือการพิจารณายอดขายท่ีเพิ่มขึ้น หรอื ประวัติ
ของอุตสาหกรรม และลูกค้าที่มีประวัติไม่ดีผลสุทธิของข้อมูลสารสนเทศท่ีส่งกลับมา ก็คือกิจการอาจ
ตอบสนองมากเกินไป ต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในตลาด หรือแม้กระทั่งจากภายในองค์กรเองการพิจารณา
ยอดเงินรวมท่ีจา่ ยไปเพ่ือการวิจยั และพัฒนาและการโฆษณาอาจสร้างความรสู้ กึ ต่อตา้ นไมใ่ ห้กิจการมีการ
วิจัยในการกาหนดระดบั การให้บรกิ ารได้ท้งั ที่เรื่องนี้เปน็ เรือ่ งจาเป็นตอ่ ผลกาไรในระยะยาวในการพัฒนา
ธุรกิจ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 2 การจัดการความต้องการของลกู ค้าและการบรกิ ารลกู ค้า 49
_________________________________________________________________________________
2.12. การบรกิ ารลกู ค้าทั่วโลก
มุมมองในปัจจุบันที่มุ่งเน้นการมองหาอุปสงค์รวมในตลาดโลกมากกวา่ ท่ีจะแบ่งส่วนตลาด ด้วย
สินค้าที่แตกต่างกันในขณะที่ส่วนต่างๆของโลกต่างก็มีความต้องการในการให้บริการท่ีแตกต่างกัน
นอกจากนี้ ความแออัดโครงสร้างพื้นฐานชุมชนและเวลาท่ีแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นอาจทาให้การ
บริการลูกค้าในระดับสูงเปน็ ไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม บรกิ ารทก่ี ิจการนาเสนอออกไปจะต้องตรงตามความ
ตอ้ งการและความคาดหวงั ของลกู ค้าให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะเปน็ ไปได้
ตวั อย่าง เชน่ โคคาโคล่า ให้บริการท่มี ีความแตกต่างกนั ในญี่ปุ่นมากกว่าในสหรัฐฯ พนักงานขับ
รถในญ่ปี นุ่ นนั้ มงุ่ เน้นการขายกบั ซูเปอร์มารเ์ กต็ ชว่ ยเหลอื กระบวนการวางบิลและตอบสนองกบั ระบบการ
สอ่ื สารในเครื่องขายสินค้าหยอดเหรียญซงึ่ ทาให้ไม่เสียเวลาไปกบั การจดั ส่งเครื่องท่ีมสี ินค้าอยู่เต็มแล้วส่ิง
เหล่านีไ้ ด้สรา้ งนโยบายการบรกิ ารลูกค้าท่มี ปี ระสิทธิภาพและประสิทธิผลสงู สุดดีกวา่ การใช้วิธีการรปู แบบ
เดียวกันท่ัวโลก
การปรบั ปรุงการให้บริการระดับการให้บริการลกู คา้ ที่กิจการดาเนนิ อยนู่ ั้นสามารถปรบั ปรงุ ให้ดี
ข้นึ ได้ด้วยการดาเนนิ การดงั ตอ่ ไปน้ี
1. การวจิ ยั ถงึ ความต้องการของลกู คา้
2. การกาหนดระดับการให้บริการท่ีเป็นจริงโดยพิจารณาจากผลได้ผลเสียระหว่างรายได้และ
รายจา่ ย
3. การใช้เทคโนโลยลี า่ สุดในการดาเนนิ การคาสั่งซอ้ื
4. การวัดและประเมนิ ผลการใหบ้ รกิ ารในแตล่ ะกจิ กรรมของโลจสิ ติกส์
กลยุทธก์ ารบริการที่มีประสิทธภิ าพสงู สดุ จะต้องอยู่บนพ้ืนฐานของความเข้าใจว่าลูกค้ากาหนด
นิยามของการให้บริการอย่างไรการตรวจสอบการให้บริการจากทั้งภายใน และภายนอก และ
ความสามารถในการนาผลการตรวจสอบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ดว้ ยการนาข้อมูลที่ได้รบั จากลูกคา้ มาแปร
ใหก้ ลายเป็นกลยทุ ธ์ การให้บริการแผนงานและแผนกาหนดการตา่ งๆ
เม่ือกจิ การได้ทราบถงึ มุมมองทมี่ ตี ่อการบรกิ ารลูกคา้ ผู้บรหิ ารจะตอ้ งเลอื กกลยทุ ธ์ในการให้บรกิ าร
ซึ่งเปน็ ประโยชน์ต่อวตั ถุประสงค์ขององค์กรเพอ่ื ผลกาไรในระยะยาวและผลตอบแทนการลงทุนอย่างไรก็
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 2 การจดั การความต้องการของลกู ค้าและการบรกิ ารลกู ค้า 50
_________________________________________________________________________________
ตามระดบั การใหบ้ ริการลกู ค้าท่ีเหมาะสมที่สุด คือ จุดทกี่ ิจการสามารถสร้างและยงั คงรักษาลกู คา้ ท่ีสร้าง
ผลกาไรสงู สุดเอาไวไ้ ด้
การดาเนินการค้าสั่งซื้อส่งผลกระทบท่ีสาคัญต่อระดับการให้บรกิ ารและการรับรู้ของลูกค้าซึ่ง
หลายๆกิจการได้ใช้ระบบการดาเนินการ คาส่ังซ้ือแบบใหม่ ซึ่งดีกว่าระบบเดิม เช่น ระบบอัตโนมัติซึ่ง
ผลประโยชน์ในลาดับแรกของระบบอัตโนมัติ ก็คือการลดระยะเวลารอบการสง่ั ซ้ือแต่ถ้าลูกคา้ ส่วนใหญ่
พอใจรอบท่ีส้ันลงจากระยะเวลาท่ีกาหนดไวก้ ็ไม่มคี วามจาเป็นท่ีจะต้องใช้ระบบน้ีนอกจากว่าจะสามารถ
ลดระยะเวลาการสงั่ ซือ้ ดงั กลา่ วได้ แต่ถ้าหากกิจการใช้เวลาภายในเพิม่ ขนึ้ เพือ่ การวางแผนน้ีกิจการอาจจะ
สามารถประหยัดตน้ ทุนในการจัดส่งสินค้าคงคลังตน้ ทนุ การจดั เก็บสินค้าวางแผนการผลิตและการจัดซ้ือ
ได้
ระบบอัตโนมตั สิ ามารถปรับปรงุ การให้บรกิ ารไดโ้ ดยการสร้างประโยชนไ์ ปยังลกู ค้าดังนี้
- ชว่ ยใหม้ สี นิ ค้าจาหนา่ ยอยูต่ ลอดเวลา
- ช่วยใหใ้ บสง่ สินค้ามีความถูกต้องมากข้ึน-ลดระดับสนิ คา้ คงคลังและต้นทนุ ที่เก่ียวข้องในการ
จดั เกบ็ สินคา้
- ปรบั ปรงุ การเขา้ ถึงขอ้ มูลทแี่ สดงสถานะของคาสงั่ ซอื้
ในระยะสนั แลว้ ระบบคาสัง่ ซอ้ื สนิ คา้ อตั โนมัติจะเพ่มิ ความสามารถของกจิ การในการใหบ้ รกิ าร
ระหว่างและภายหลังการดาเนินการให้บริการในปัจจุบัน Proctor & Gamble (P $ G ) ได้รับ
ข้อมูลยอดขายสินค้า Pampers เป็นรายวันจากดาวเทียมของ Wal-Mart และมีการพยากรณ์ยอดขาย
และการจัดส่งสนิ ค้าโดยอตั โนมัติ ซง่ึ ผลจากการดาเนินการดังกล่าวหา Wal-Mart สามารถจดั เก็บสินค้า
ในจานวนนอ้ ยๆไดแ้ ละยังช่วยลดจานวนครง้ั ในการขาด Pampers ในตลาดนอกจากน P & G ยังสามารถ
เพม่ิ สดั ส่วนการจดั ส่งสินค้าไดต้ ามกาหนดจาก 94% เปน็ 99. 6% จากผลดังกลา่ วทาให้ยอดขายของ P &
G ที่ Wal-Mart โตขึน้ มากกว่า 40% หรือมากกวา่ 200, 000 ลา้ นเหรียญ
การพฒั นาการให้บรกิ ารทม่ี ีประสิทธภิ าพมากท่สี ดุ ตอ้ งการการกาหนดมาตรฐานซ่ึงมขี น้ั ตอนการ
ดาเนนิ การดังน้ี
- การสะท้อนความต้องการการบริการในมุมมองของลกู ค้า
ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 2 การจัดการความต้องการของลูกคา้ และการบรกิ ารลูกค้า 51
_________________________________________________________________________________
- การวดั ผลการดาเนนิ งานและการกาหนดวตั ถุประสงคใ์ นการให้บริการ
- การบรหิ ารและการกระตนุ้ ให้เกดิ การแก้ไขการปฏบิ ัติงาน
ผบู้ รหิ ารจะต้องวัดและประเมินผลกระทบ ท่ีเกดิ จากกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ ในส่วนท่เี ก่ยี วข้อง
กับการบริการลูกค้าในด้านต่างๆ ท้ังการขนส่งคลังสินค้า การบริหารสินค้าคงคลัง แผนการผลิต การ
จดั ซ้ือ และการดาเนนิ คาส่ังซอ้ื พนกั งานท่ีเกยี่ วขอ้ งจะตอ้ งรายงานผลความสาเรจ็ ในการดาเนินงานไปยัง
ผู้บรหิ ารในระดับทเ่ี หมาะสมเป็นประจาและผบู้ รหิ ารจะต้องเปรียบเทียบระหว่างผลการดาเนินงานจรงิ กับ
มาตรฐานที่กาหนดเพือ่ ดาเนนิ การแก้ไข
ความสาเร็จของกิจการมิได้อยู่ทีส่ ินค้าที่จะนามาจาหน่ายแตเ่ พียงอย่างเดียวอีกตอ่ ไป ประเดน็ น้ี
ถูกแทนท่ีด้วยมูลค่าเพ่ิม จากการให้บริการซ่ึงสามารถสร้างความแตกต่าง และความได้เปรียบเชิงการ
แข่งขนั ในระยะยาว ซ่ึงโลจิสติกสเ์ ป็นแหล่งสาคัญของความไดเ้ ปรียบในการใหบ้ รกิ ารดังกล่าว
ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทท่ี 2 การจัดการความต้องการของลูกค้าและการบริการลกู ค้า 52
_________________________________________________________________________________
คาถามทบทวนความรบู้ ทที่ 2
กจิ กรรมการใหบ้ ริการลูกคา้ (Customer Service) ในการจดั การโลจสิ ตกิ สม์ ีความเกี่ยวขอ้ งอยา่ งไรกบั
การตลาด และหากลกู คา้ มีความตอ้ งการขนส่งสินคา้ ดว่ นควรให้ความสาคญั ดา้ นใด “ความถกู ต้อง” ของ
การจัดการการบริการลูกค้า ใหร้ ะบุ 2 ลาดบั แรกทสี่ าคัญ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 3 การจดั หาและการจดั การผสู้ ่งมอบ 53
_________________________________________________________________________________
บทท่ี 3 การจัดหาและการจัดการผสู้ ่งมอบ
(Procurement and Supply Management)
วตั ถุประสงค์
1. เพอ่ื เขา้ ใจนิยามและแนวคิดของการจัดซ้ือ การจัดหาได้
2. เพ่อื เข้าใจขน้ั ตอนการจดั ซ้ือท่ีดไี ด้
3. เพ่ือเข้าใจบทบาทของการจดั ซ้อื ท่มี ตี ่อการจัดการโลจสิ ติกส์และโซ่อุปทานได้
3.1. การจัดซอ้ื
การจัดซื้อ (Purchasing หรือ Procurement) เป็นการได้มาซึ่งวัสดุชิ้นส่วนหรือสินค้า ท่ี
องค์การธุรกิจต้องการใช้ด้วยต้นทุนทีต่ ่าสดุ จากแหลง่ ผขู้ ายทีเ่ ชื่อถือได้ บางครัง้ จะตอ้ งมีการพิจารณาเลอื ก
ระหวา่ งการซื้อจากแหล่งภายนอก และการผลิตใช้เองภายในองคก์ าร การซื้อจากแหล่งท่ีขายภายนอกมี
สาเหตุจาก
1. ผู้ขายเชอ่ื ถือได้ คุณภาพของวตั ถดุ บิ สม่าเสมอ เวลารอคอยแนน่ อน ราคาสมเหตุสมผล
2. วัตถุดิบหรือชิน้ ส่วนที่จดั ซือ้ เปน็ ของท่มี มี าตรฐานหาซอ้ื ได้ง่าย
3. ต้นทุนจากการจดั ซอ้ื ต่ากวา่ การผลิตเอง
4. กาลังการผลิตท่ีมอี ย่ใู ชเ้ ต็มท่แี ลว้ และไมต่ ้องการเพิ่มกาลงั การผลติ อกี
5. เทคโนโลยกี ารผลิตชน้ิ ส่วนนน้ั เปลย่ี นแปลงเร็วมาก ในบางครั้งควรผลิตเองถ้ายังมีกาลงั การ
ผลติ เหลอื อยูบ่ างส่วน และต้องการใช้กาลงั การผลิตให้เต็มประสทิ ธภิ าพ
6. วตั ถดุ บิ หรอื ชน้ิ สว่ นทีใ่ ช้เปน็ ชน้ิ ส่วนเฉพาะทเ่ี ป็นลิขสทิ ธ์เิ ฉพาะสาหรบั ธุรกจิ
7. ตน้ ทุนจากการซื้อสูงกว่าการผลติ เอง
8. เป็นการรับประกันคณุ ภาพและปรมิ าณของวตั ถดุ บิ หรือชิ้นส่วนนั้น
9. ความต้องการของสนิ คา้ สาเร็จรูปท่ีใช้วัตถดุ ิบหรือชน้ิ สว่ นนั้นค่อนขา้ งสมา่ เสมอ
10. ตอ้ งการควบคมุ กระบวนการผลิตท้งั หมด
ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 3 การจัดหาและการจัดการผู้ส่งมอบ 54
_________________________________________________________________________________
3.2. ความหมายของการจัดซือ้
การจัดซ้ือ คือ การกาหนดปรมิ าณความตอ้ งการใช้ของกิจการ การสรรหา การคดั เลือกแหล่ง
ขายในราคาท่ีเหมาะสม เง่ือนไขการชาระเงินท่ีน่าพอใจ การจัดทาใบสั่งซ้ือ ก ารติดตามผลการเสนอ
เพ่ือใหไ้ ด้มา ซึง่ วสั ดอุ ปุ กรณใ์ นเวลาทกี่ าหนดไว้
การจดั ซือ้ คือ ภารกิจเพื่อวัตถุดิบ วัสดอุ ุปกรณ์ เคร่ืองมอื เครอ่ื งใช้ตามท่ีกจิ การต้องการโดยมี
คุณสมบัติทีถ่ ูกต้อง จานวนท่ถี ูกตอ้ ง จังหวะเวลาท่ถี ูกตอ้ ง ราคาทถ่ี ูกตอ้ ง จากแหล่งขายที่ถกู ตอ้ ง และจัด
ส่งไปยังสถานที่ท่ถี ูกตอ้ ง ในสภาพทีพ่ รอ้ มผลติ จัดจาหน่าย และเพื่อใช้งาน
3.3.ความรบั ผดิ ชอบของฝ่ายจดั ซ้อื
ฝ่ายจัดซื้อมีความรับผิดชอบในการส่ังซ้ือสินค้าให้ดีท่ีสุด ซึ่งมีนโยบายเพ่ือกากับวิธีการ
ปฏบิ ตั งิ านเพ่อื ใหไ้ ด้สนิ ค้าท่ดี ีท่ีสุด
1. คุณภาพสินค้าต้องถูกต้อง (Right Quality หรือ Right Specifications) หมายความว่า
จัดหาสินค้าท่ีตรงต่อข้อกาหนดรายละเอียดที่ท่ีตั้งจงไปใช้โดยมีจุดประสงค์ที่ชัดเจน และ
ลกู คา้ ต้องการให้มากที่สดุ และลูกคา้ พร้อมทจ่ี ะตดั สนิ ใจซือ้ ดงั น้ันคุณสมบัติจงึ มีราคาตงั้ แต่
ต่าสุดถึงราคาสงู สุดตามอานาจในการซื้อของผูบ้ ริโภคแต่ละราย ซ่ึงฝา่ ยขายและฝา่ ยจัดซ้ือ
สามารถวางแผนร่วมกัน โดยศึกษาจากประสบการณ์การขายสินค้าในอดีตท่ีผ่านมา
ตลอดจนศกึ ษารปู แบบของวงจรชีวติ ผลิตภณั ฑท์ ่ีมอี ยู่ในตลาดปัจจบุ ัน และพฤติกรรมในการ
บรโิ ภคของลูกคา้ ว่าเคยซื้อสินค้าจากแหล่งใด กาหนดคุณภาพที่ถกู ต้อง เป็นเรื่องสาคญั มาก
ซึ่งฝ่ายจดั ซ้ือตอ้ งระบุคณุ สมบตั ขิ องสนิ คา้ ทีต่ ้องการใหช้ ัดเจน โดยมรี ายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี
บอกตรายี่ห้อสินค้าที่ตอ้ งการใหช้ ัดเจน วิธนี ี้เหมาะสมสาหรับวตั ถุดบิ หรือสินคา้
ท่ีไม่อาจ บอกคุณลักษณะเฉพาะได้ อาจทาให้ต้องซื้อสินค้าราคาแพง และมี
โอกาสเลือกได้น้อยซ่ึงฝ่ายจดั ซื้อควรแก้ไขโดยกาหนดหลายยี่ห้อที่ได้ผ่านการ
ทดสอบแล้วว่าใชไ้ ด้เหมือนกนั
ระบคุ ณุ ลักษณะเฉพาะ ซ้ือขายกันตามคุณลักษณะเฉพาะ เสน้ บอกขนาด ความ
กวา้ งลกั ษณะการผลติ และผลการใช้งาน
กาหนดคุณสมบัติตามตัวอย่าง วิธีนี้ง่ายท่ีสุดโดยการยกตัวอย่างของวัสดุมาให้
ผ้ขู ายดี เหมาะสาหรับวัสดทุ ไี่ มไ่ ดซ้ อื้ เป็นประจา
วธิ ีผสม อาจใช้หลายวิธรี วมกันเพือ่ ความเหมาะสมที่สุดโดยคานึงถึงความเข้าใจ
ของผู้ขายและความสามารถในการหาวสั ดุให้ได้ตรงตามท่ีต้องการ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 3 การจัดหาและการจดั การผสู้ ่งมอบ 55
_________________________________________________________________________________
2. ปริมาณสินค้าที่ถูกต้อง (Right Quantity) จะต้องการศึกษาข้อมูลจากการซื้อการขายใน
อดีต และการคาดคะเนความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต ฤดูกาล และภาวะเศรษฐกิจ
หรอื รายได้ จงึ กาหนดจานวนประมาณการสนิ ค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค
ผลประโยชน์ท่ีจะได้รับในการจัดซื้อคร้ังละมาก ๆ โดยมีคลงั สนิ ค้าสนับสนนุ ต่อเน่ือง สนิ ค้า
ไมข่ าด ถงึ แมว้ ่าจะขายดีมากหรอื ขายไดน้ ้อยกต็ าม จานวนสนิ ค้าในคลังสินคา้ ยงั คงเกบ็ รกั ษา
ไว้ในปริมาณต่า การกะประมาณจานวนสินค้าท่ีซื้อให้ถูกต้องนี้ ฝ่ายจัดซ้ือคนคานวณจาก
ปริมาณการขาย รายการวัสดุที่ใช้ในการผลิต ขอ้ มูลแสดงอัตราการใช้วสั ดุและความสมดุล
ระหว่างจานวนความต้องการที่จะใชก้ ับผลประโยชน์ที่จะไดร้ ับจากการส่ังซื้อสินคา้ ในแต่ละ
คร้ัง โดยมีปจั จัยที่ควรพิจารณาในการสง่ั ซ้ือเพอื่ จานวนสินคา้ ทีถ่ ูกต้อง ได้แก่
ราคาและต้นทุนการผลิตสินคา้ ในแตล่ ะหน่วยของสินคา้
คา่ ใช้จา่ ยในการสงั่ ซ้ือสินค้า การออกใบส่ังซื้อ การเก็บรกั ษาสินค้า การเจรจา
ตกลงซอ้ื หรอื การเสย่ี งกบั วสั ดุขาดมอื
ผลกระทบท่อี าจเกดิ ข้นึ กับวสั ดุคงเหลอื ถา้ มีการสั่งซ้ือในจานวนที่ไม่เหมาะสม
อาจทาให้กิจการมีสนิ ค้าคงเหลอื ในปริมาณมากเกินไป ทาให้สูญเสยี ค่าใชจ้ ่าย
ในการเกบ็ รกั ษาสูง หรือเก่ียวกับสินค้าลา้ สมัยนี้
3. เวลาท่ีถูกต้องในการไดส้ นิ ค้า (Right Time) ในการสั่งซ้อื สนิ ค้าเชิงปฏิบัตินนั้ เกย่ี วกับจงั หวะ
เวลาในการซ้ือทตี่ ้องใหส้ อดคลอ้ งกับภาวะการตลาดซ่งึ มี 3 ลักษณะดังนี้
สั่งซื้อเมื่อสินค้าหมด วิธนี ีใ้ ช้เมื่อราคาตลาดมีแนวโน้มท่ีจะลดลงจงึ ซ้ือสินค้าแต่
พอใช้ก่อนหมดแลว้ จึงคอ่ ยสงั่ ใหม่ หรือกจิ การกาลงั ปรับปรุงสินค้าใหม่ไม่ให้ล้า
สมัน ไมต่ ้องการใหม้ เี งินทุนจม
สั่งซื้อเม่ือคาดว่าราคาสินค้าจะสูงขึ้น เป็นการสั่งซื้อเก็งกาไรในการขายต่อ
โดยทั่วไปถือว่าไม่ใช่หน้าท่ีปกติของผู้จัดซ้ือ แต่อาจเพ่ือความประหยัดต้นทุน
โดยเฉพาะถ้าใช้ปริมาณการสงั่ ซอื้ แบบประหยัด (EOQ)
สั่งซ้ือล่วงหน้า เป็นการสั่งซ้ือเกินความต้องการใช้สินค้าในปัจจุบันแต่ไม่เกิน
จานวนท่ีต้องใชจ้ ริงในอนาคตอันใกล้ เพ่ือไม่ตอ้ งเส่ียงกับการขาดแคลนสินค้า
การผลิตบางอย่างต้องทราบต้นทุนล่วงหน้าหรือในภาวะท่ีตลาดมีราคาไม่
แนน่ อน ราคาปัจจบุ ันเป็นท่ีพอใจแล้ว มักจะมีการสั่งซ้ือล่วงหน้าเพ่ือประหยัด
ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 3 การจดั หาและการจัดการผ้สู ่งมอบ 56
_________________________________________________________________________________
ค่าขนส่ง วิธีนี้มีข้อเสียคือ การเสี่ยงภัยด้านราคา ดังน้ันจึงควรวิเคราะห์ภาวะ
ตลาดให้แนน่ อนเพอ่ื ไมใ่ หเ้ กิดเงนิ ทุนจมในสินคา้
4. สถานท่ที ่ถี ูกตอ้ ง (Right place) สถานที่ท่ีขนึ้ อยู่กับนโยบายการเกบ็ รกั ษาและการคลงั สนิ คา้
ของแต่ละกจิ การ ซึง่ จัดวา่ เปน็ สว่ นประกอบทีส่ าคัญภายหลังการจดั ซ้ือท่ีดี
5. ราคาที่ถูกต้อง (Right price) ไม่ได้หมายถึงราคาที่ต่าท่ีสุด ต้องเป็นราคาที่ยุติธรรม (Fair
price) ท่ีผขู้ ายในราคานั้นไดก้ าไรพอสมควร และผจู้ ัดซื้อจะต้องเปรยี บเทยี บราคาจากผู้ขาย
รายอื่นประกอบ มิใช่ราคาต่าเพียงอย่างเดียวก็ตัดสินใจซ้ือ จะต้องพิจารณาจากอย่างอ่ืน
ประกอบด้วย เช่น ความต้องการของลูกค้า ดา้ นไขการส่งมอบ และเง่ือนไขการชาระเงนิ ซึ่ง
ราคาทยี่ ตุ ิธรรมซงึ่ มี 3 ลกั ษณะ คอื
ราคาท่ีเกิดจากอุปสงค์ (demand) และอุปทาน (Supply) ขึ้นอยู่กับตลาด
ภาวะการเมอื ง เศรษฐกจิ และปจั จัยอน่ื ที่เปน็ ปจั จยั ที่ไมส่ ามารถควบคุมได้
ราคาที่เกิดจากการแข่งขัน การมีผู้ขายหลายราย ราคาที่ต่างกันทาให้ผู้ซื้อมี
โอกาสเลือกซ้ือได้มากขนึ้ สามารถตรวจสอบราคาตามระยะเวลา และอาจเปิด
การประกวดราคาเพือ่ เปรียบเทยี บได้
ราคาท่ีความสัมพันธ์กับต้นทุน ราคาทคี่ านวณจากตน้ ทุนบวกกาไรทเ่ี หมาะสม
เพื่อความยุติธรรมทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ดังน้ันฝ่ายจัดซื้อควรเข้าใจถึงหลักการ
คานวณราคาต้นทนุ ของสินค้าด้วย หลักการน้ีนิยมใช้กนั มากโดยทาเป็นสัญญา
แบบมกี ารปรบั ราคาได้ ถ้ามกี ารเปลี่ยนแปลงราคาตามวตั ถุดบิ และคา่ แรง และ
มาเปน็ สญั ญาเวลานาน
6. ผู้ขายท่ีถกู ตอ้ ง (Right Source of Supply) ในทางปฏบิ ัตคิ วามยุ่งยากอยู่ทกี่ ารเลอื กผู้ขาย
แบ่งขายข้นึ อยู่กับลักษณะของการซ้ือ เช่น วัสดุในถ้าซือ้ บ่อย การเลือกซ้ือกจ็ ะงา่ ยเพียงไป
ติดต่อยงั แหล่งท่ีคณุ เคย แต่เป็นวสั ดุใหม่ราคาสูง ควรพิจารณาแหล่งขายให้รอบคอบ ข้อมูล
ท่ีเก่ยี วกับผขู้ ายแต่ละรายวา่ มีลกั ษณะหรอื คณุ สมบัติอยา่ งไร ผู้ซ้ืออาจทราบไดจ้ าก
ประสบการณ์ทีเ่ คยติดตอ่ ซ้ือขายกนั
การติดต่อกับบุคคลหรือกิจการ ซึ่งถือว่าทันสมัยมาก และแน่นอน เช่น
พนกั งานขาย บุคคลในโรงงานหรือกจิ การของผูข้ ายเอง
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 3 การจัดหาและการจดั การผสู้ ่งมอบ 57
_________________________________________________________________________________
แหล่งข่าวที่เป็นเอกสารต่าง ๆ เช่น ทะเบียนรายชื่อการค้า สมุดโทรศัพท์
รายนามบริษัท สมาคมการค้า
3.4. วงจรการจดั ซือ้
วงจรการจัดซ้ือ (Procurement Planning) ซื้อตามรูปที่ 3.1 มี 6 ขั้นตอน คือ การวางแผน
การจัดซื้อ (Procurement Planning) การกาหนดความต้องการ (Requirement Definition) การ
ประมูลหรือการจัดหา (Tendering or Sourcing) การประเมินและการคัดเลือก (Evaluation and
Selection) การออกใบคาสั่งหรือการว่าจ้าง (Contract Award) และการจัดการสัญญา (Contract
Management)
รปู ท่ี 3.1 วงจรการจดั ซ้ือ (Procurement Planning)
ในการดาเนินการธุรกิจเป็นกิจการของร้านค้าปลีก ค้าส่ง ซื้อมาขายไป อุตสาหกรรม หรือ
สานักงานก็ตาม การซ้ือสินค้ามีความสาคญั มากไม่วา่ กจิ การแบบเจา้ ของคนเดยี ว ห้างหนุ้ ส่วน บรษิ ทั เม่ือ
กิจการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จะมีฝ่ายจัด ซื้อทาหน้าที่ป้อนสินค้าให้กับฝ่ายขาย ข้อมูลรายละเอียดท่ี
ลกู ค้าต้องการตอ้ งจัดส่งให้กบั ฝ่ายจดั ซอ้ื เพอื่ ทาหนา้ ที่บริหารสินคา้ ใหถ้ ูกต้องและมปี ระสิทธภิ าพสูงสุด
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลบั
บทท่ี 3 การจัดหาและการจัดการผู้ส่งมอบ 58
_________________________________________________________________________________
3.5. นโยบายการจัดซ้ือ
นโยบายการจัดซื้อ หมายถึง การซ้ือสินค้า วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ท่ีดีท่ีสุด (Best-
Buy) ให้ได้คุณสมบัติที่ถูกต้อง ปริมาณท่ีถูกต้อง เวลาที่ถูกต้อง ราคาท่ีเหมาะสม จากแหลง่ ขายถูกต้อง
และจัดส่งไปยังสถานท่ีที่ถูกต้อง (To purchase materials of the right quality, in the right
quality, at the right time, at the right price, from the right source, with delivery at the
right place) การกาหนดนโยบายการจัดซ้ือที่ชัดเจนให้แก่ผู้ทาหน้าท่ีจัดซ้ือ เป็นงานข้ันแรกท่ีสาคัญใน
การบริหารการจัดซือ้ โดยการจดั ซ้ือมีขั้นตอนท่ีตอ้ งกาหนดไวใ้ นนโยบายของหน่วยงาน ดงั นี้
1. การเลือกแหล่งซื้อ เน่ืองจากมีผู้ขายและผู้ผลิตหลายรายในตลาดสินค้าประเภทเดียวกันแต่
ต่างกันในด้านคุณภาพ รูปแบบ ราคา ความสามารถในการจัดส่ง การพิจารณาผู้ขายต้อง
สอดคลอ้ งกับเงอื่ นไขในการจดั ซ้ือและนโยบายของกิจการ
2. กาหนดจานวนหน่งึ จะซือ้ ท่นี าเขา้ สู่การตัดสนิ ใจ กลยทุ ธ์การจดั ซื้อในซัพพลายเชนการเลือก
จดั ซ้ือสนิ ค้า ควรเลอื กจากผขู้ ายนอ้ ยราย 2-3 ราย เทา่ นนั้ และพฒั นาเปน็ พันธมิตร แต่ก็ไม่ใช่
พ้นื ทีต่ ายตัว ร้านโชวห์ ่วยนิยมซอ้ื จากพนักงานขายของผู้ผลิตโดยตรง เพราะซ้ือบ่อยครั้งและ
เป็นจานวนมาก การจัดซ้ือมักไม่มีปัญหามากนัก เพราะเจ้าของกิจการมักจัดการเองหรือ
ตัดสินใจเอง จึงสามารถปรบั ปรงุ นโยบายและวิธีการจดั ซ้ือได้ในกรณีทเ่ี กิดปัญหาข้ึน จึงทาให้
การตัดสินใจซื้อชัดเจนและถูกตอ้ งตามวตั ถุประสงค์ของกิจการ แตส่ าหรบั กิจการขนาดใหญ่ที่
ผู้บรหิ ารสูงสุดเป็นผู้กาหนดนโยบายการจัดซ้ือ โดยถ้าไม่ได้หารอื กับฝ่ายจัดซื้อ ทาให้ผู้จะซื้อ
อาจจะไม่สามารถจดั หาสินคา้ ท่ตี รงกับนโยบายสง่ เสรมิ การขายในแต่ละช่วงเวลา เชน่ ในชว่ งท่ี
หา้ งโลตสั หรือหา้ งเซ็นทรลั จัดรายการ “ลดราคาครงั้ ใหญ่ประจาปี” โดยมที ง้ั รายการลดราคา
มโี ฆษณามากเป็นพิเศษ และมีรายการโปรโมช่ันจงู ใจแบบอ่ืน ๆ ดว้ ยนนั้ ผซู้ อ้ื จะไดร้ ับนโยบาย
จากผบู้ รหิ ารใหต้ ่อรองราคากับผู้ขาย เพอื่ มารว่ มรายการน้ี ในกรณีนี้ถา้ ผู้จะซือ้ ได้รบั นโยบาย
ใหอ้ สิ ระในทางหาแหล่งซื้อเพ่ิมขน้ึ รวมทัง้ อานาจต่อรองเรอ่ื งเครดติ จานวนท่ซี อื้ และราคาจะ
ทาให้การจัดซอ้ื บรรลเุ ปา้ หมายมากขน้ึ โดยมขี ้อเสนอในการร่วมสง่ เสรมิ การขายสนิ คา้ กับหา้ ง
ฯ และการนาสินค้าไปรว่ มรายการ และนากลับหลงั จากช่วงส่งเสรมิ การขาย ซ่งึ ขอ้ ต่อรองต่าง
ๆ เหล่านี้ ฝ่ายบริหารต้องแนะนาและหารือกับฝ่ายจัดซ้ือ เพ่ือให้สามารถทางานได้บรรลุ
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์และเทคนิคทางการตลาดท่ีควรจะนามาใช้ ซึ่งพอสรุปเป็นหลักการ
กาหนดวิธีปฏบิ ตั ิในการส่งั ซ้อื สนิ ค้าได้ดังนี้
การปฏบิ ัตงิ านท่กี าหนดไว้ต้องเหมาะสม ให้ผลสาเร็จรวดเร็ว งา่ ยทีส่ ุด มีความ
แน่นอน และเป็นทพ่ี ึงพอใจตอ่ ผู้ปฏบิ ตั ิงาน
ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 3 การจดั หาและการจดั การผ้สู ่งมอบ 59
_________________________________________________________________________________
ยึดหลักความง่ายเป็นสาคัญ (Simplicity) ควรตัดระบบขั้นตอนท่ียุ่งยาก
ซบั ซ้อนอันเป็นสาเหตุ ทาให้การสง่ั ซื้อลา่ ช้า และมีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย การ
จดั ซ้อื สินค้าของกิจการขายปลีกต้องอาศัยความรวดเร็ว ถูกต้อง และได้รับผล
กาไร ส่วนการจดั ซือ้ ของกจิ การโรงงานผลติ ต้องเปน็ ไปตามกาหนดตารางเวลา
การผลิต
วิธีปฏิบัติในการสั่งซอ้ื สินค้าจะต้องมีกาหนดไว้อย่างแนน่ อน ผปู้ ฏิบตั งิ านทกุ คน
เข้าใจระเบียบแบบแผนในการจัดซ้ือ คร้ังน้ีเพื่อลดความขัดแย้ง (Conflict)
ขจดั ข้อสงสัยที่จะทาให้เกิดการโต้แย้งผิดใจกนั ระหว่างผู้ร่วมงาน และเป็นการ
ป้องกนั การปฏบิ ัตงิ านซา้ ซอ้ น
ทุกข้ันตอนของการปฏิบัติงานจัดซื้อ จะต้องกาหนดอานาจหน้าท่ีความ
รับผิดชอบและขอบเขต การปฏิบัติงานทุกคนในฝ่ายไว้อย่างแน่นอน การ
ปฏิบัตงิ านจดั ซ้ือยืดหยุน่ ได้ ปรบั ให้เขา้ กับสถานการณ์ฝ่ายขาย ฝ่ายส่งเสรมิ การ
ขาย และสอดคลอ้ งประสานงานกบั ทกุ ฝ่ายทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
3.6. วัตถปุ ระสงค์ของการจดั ซือ้
การดาเนนิ กจิ กรรมการจัดซ้อื มีวตั ถุประสงคต์ า่ งๆ กัน แล้วแตล่ ักษณะของกิจการ ดงั นี้
1. สามารถจดั ซื้อวัสดุ มีสินคา้ เป็นไปตามข้อกาหนดรายละเอยี ดในเอกสารสั่งซอ้ื และสามารถ
ใช้งานได้ตามความตอ้ งการขององค์กร ด้วยความรวดเร็ว ไม่มีความเสย่ี ง สินค้าราคาต่าสุด
ทาให้กจิ การมีกาไรมากข้ึนในภาวะที่สามารถแข่งขันกับผคู้ ้ารายอนื่ ๆ ได้
2. เพื่อใหไ้ ด้สนิ คา้ ทม่ี ีคุณภาพ และปริมาณทเี่ หมาะสม กับผซู้ ้อื และผใู้ ช้งาน ความตอ้ งการของ
ฝา่ ยต่าง ๆ ในองค์การและสอดคลอ้ งกับนโยบายขององคก์ าร
3. เพื่อให้ได้สินค้าตามจานวนโดยไม่ขาดตอน และการลงทุนในสต๊อกต่าสุด สอดคล้องกับ
จานวนสัง่ ซ้ือทป่ี ระหยดั ตามสภาวะความตอ้ งการของตลาด นอกจากน้ียงั มวี ัตถุประสงคเ์ พ่ือ
หลกี เลี่ยงปัญหาการซอื้ สนิ ค้าซา้ ซ้อน สินคา้ ชารุด เสยี หายและลา้ สมยั
4. หาแหล่งจัดซ้ือในระดับสากลท้ังการจัดซื้อแบบธรรมดา และการจัดซ้ือในตลาดกลาง
อิเล็กทรอนิกส์โดยใช้มาตรฐานพาเรโต มูลค่าสูง แต่จานวนผู้ขายและรายการสินค้าน้อย
จัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนประกอบเพ่ือนาผลิตสินค้าเพ่ือส่งมอบให้แก่ลูกค้า ท่ีมีคุณภาพดี
ปรมิ าณถกู ตอ้ ง ตรงเวลาสถานท่ที ่ีกาหนด ราคาที่เหมาะสมและแนน่ อน และการจา่ ยเงิน ใน
การลงทนุ ต้องเหมาะสมกับวัสดุ หรอื สินคา้ และเป็นไปตามราคาทต่ี กลงกนั ไว้
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลบั
บทท่ี 3 การจดั หาและการจัดการผู้ส่งมอบ 60
_________________________________________________________________________________
5. สามารถนาความล้าสมัย และเทคโนโลยี เพือ่ นามาจดั ซ้ือ และนาข้อมลู ที่ได้จากการปอ้ นเข้า
และผลลัพธ์ที่ได้มาเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว เพื่อ
หลีกเล่ยี งปัญหาในการสัง่ ซ้ือสนิ คา้ ซ้าซอ้ น ชารดุ ล้าสมยั
6. สามารถนากลยุทธ์จัดซ้ือมาเพื่อให้สามารถประสานงานกับลูกคา้ และผู้ขายปัจจัยการผลิต
เพื่อสรา้ งขดี ความสามารถในการแข่งขันทางธรุ กิจ และแข่งขนั กับคแู่ ข่งได้
ดังน้นั เพื่อให้การจัดซอื้ บรรลุตามเป้าหมายท่ีตั้งไว้ ผู้รบั ผิดชอบในการจดั ซ้อื ต้องพยายาม
จดั ซื้อให้ดี ทส่ี ุด คือจัดซื้อวัสดุใหไ้ ด้คณุ สมบัติถูกต้องในจานวนที่ถูกตอ้ ง ในจังหวะเวลาท่ีถกู ต้อง
และผขู้ ายที่ถกู ต้อง และนาส่ง ณ สถานท่ีทถี่ ูกตอ้ ง ดงั ได้กล่าวมาแลว้
3.7. หน้าทเ่ี ก่ียวกับการจัดซอื้ สนิ ค้า
บทบาทหน้าที่งานจัดซ้ือ (Purchasing Roles) มีบทบาทหน้าที่ตอ้ งประสานงานกับฝา่ ยบัญชี
การเงิน (Finance) ฝ่ายขายการตลาด (Sale and Marketing) ฝ่ายผลิต (Production) ฝ่ายกระจาย
สนิ ค้า (Distribution) ลูกค้า (Customers) เพื่อซ้ือวัตถุดิบและสินค้าจากผู้ขายปัจจัยการผลิตช้ันที่ 1-3
(1st Tier Supplier-3rd Tier Supplier) จากรูปที่ 3.2 บทบาทหน้าท่ีงานจดั ซื้อมี ดงั นี้
1. รับผดิ ชอบในการวางแผน เพอื่ ดาเนินการจัดซือ้ ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร
2. ประสานงานกับทกุ ฝา่ ยเพอื่ ให้ได้มาซ่งึ วัตถุดิบ สนิ คา้ ท่ตี อ้ งการ
3. รับผดิ ชอบในการออกใบสง่ั ซอื้ การรับสนิ ค้า จนถึงการสง่ สนิ ค้าเก็บเงนิ เขา้ คลังสินคา้
4. กาหนดทิศทางในการจดั ซื้อ โดยการหาทางเลือกระหว่างการจัดซอื้ การกระจายสนิ ค้า และ
การจดั เก็บว่าวธิ ีใดสง่ ผลดีทสี่ ุด
5. รับผิดชอบในการบริหารสารสนเทศท่ีเก่ียวกับงานจัดซื้อ รับผิดชอบในการนาเสนอ
สารสนเทศมาใชใ้ นการวางแผน ปฏิบัติงาน และควบคมุ ใหก้ ารจดั ซ้อื เปน็ ตามขอ้ กาหนด
6. รบั ผดิ ชอบในการนาเสนอสารสนเทศมาประกอบการตดั สนิ ใจ เพอ่ื ให้ระดับสินคา้ คงคลังเวลา
นาและการลงทุนในสินคา้ คงคลงั และงานจดั ซอื้ ตา่ สดุ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 3 การจดั หาและการจดั การผู้ส่งมอบ 61
_________________________________________________________________________________
รปู ที่ 3.2 บทบาทหนา้ ท่งี านจดั ซ้อื
แต่ละกิจการควรมีการแบ่งหน้าทต่ี ่างๆ เกย่ี วกับการจัดซ้ือตลอดจนการรบั ของ และการจ่ายเงิน
ค่าสนิ ค้าออกจากกัน เพื่อประโยชนใ์ นการควบคุมภายในและตอ้ งมกี ารกาหนดวิธีการให้รดั กุมตลอดจน
การใหแ้ บบฟอร์ม เอกสารต่างๆ เพอื่ ให้เกิดประสิทธิภาพสงู สดุ หน้าท่ีในการจดั ซ้ือสามารถจาแนกได้เป็น
3 ประเภท ดงั นี้
1. หนา้ ทห่ี ลกั หน้าที่หลักของการจดั ซือ้ สินค้า ได้แก่
การเก็บและรวบรวมข่าวสารเก่ียวกับการจัดซ้ือ เช่น ราคาวัสดุอัตราการใช้
คุณลักษณะเฉพาะวธิ ีการผลิต
การค้นควา้ วิจัยตลาด เศรษฐกิจ ความเปล่ียนแปลงของวัสดุกรวิเคราะห์วสั ดุและ
ราคาวัสดุ
การจดั ซอ้ื สนิ ค้า โดยเรมิ่ จากการตรวจสอบคาขอหรอื ใบเบกิ วัสดกุ ารวิเคราะห์ราคา
การพิจารณาเลือกแบบสัญญา การกาหนดราคาซื้อและการนาส่ง การเจรจา
ต่อรองการทาสัญญา การตรวจสอบเง่ือนไขสัญญา การตรวจรับวัสดุและการ
ตรวจสอบใบเสรจ็ รบั เงิน การมหี นงั สือโตต้ อบกับผู้ขาย
การจัดการงานวัสดุ เช่น การรักษาวัสดุคงคลังให้ต่าที่สุด รักษาคุณภาพของวัสดุ
ปรับปรุงอัตราหมุนเวียนของสินค้าให้เหมาะสม การโยกย้ายวัสดุ การกาหนด
มาตรฐานหีบห่อและการรายงานสถานภาพของวัสดุตามระยะเวลา
2. หน้าท่ีรอง เป็นหน้าที่ที่ฝ่ายจัดซ้ือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติในบางคราว เช่น การกาหนด
มาตรฐานวัสดุ การกาหนดคุณลักษณะเฉพาะ การทางานประมาณวัสดุ การควบคุมวัสดุ
และการพิจารณาว่าจะซอ้ื เช่า หรือผลิตสนิ คา้ เอง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 3 การจดั หาและการจัดการผสู้ ่งมอบ 62
_________________________________________________________________________________
3. หน้าที่อ่ืนท่ีเก่ียวข้องกับการจัดซ้ือ เช่น การประกันภัยสินค้า การตรวจสอบวัสดุ การ
จาหนา่ ยของเสียหรือของเหลือใช้ และงานคลังวัสดุ
หรือกลา่ วในอกี ลกั ษณะหน่ึงหากเน้นถึงกระบวนการการจดั ซือ้ สนิ ค้ามหี นา้ ท่ีท่สี รุปได้ คอื
การเสนอซอ้ื หรือการขออนมุ ัติซอื้ สินค้า การสั่งซอื้ สนิ คา้ การตรวจรับสนิ ค้า และการตรวจสอบ
เอกสารหลกั ฐานเก่ยี วกบั การจัดซอ้ื และทาใบสาคัญสงั่ จา่ ย
เมอ่ื ฝ่ายจัดซ้ือทราบข้อมลู ของผขู้ ายแลว้ ควรพจิ ารณาเลอื กแหลง่ ผขู้ ายโดยตรง โดยพิจารณาจาก
คณุ สมบัตขิ องผ้ขู าย และปจั จยั ต่อไปน้ีเพื่อการประเมินผ้ขู าย
มีวิสัยทศั น์ท่ดี ี และมแี ผนธรุ กจิ ทแ่ี น่นอน หรือไม่
มีฐานความร้ใู นผลติ ภณั ฑข์ องตนเองและซพั พลายเชนทีเ่ กีย่ วข้องหรอื ไม่
ซือ่ สัตย์ จรงิ ใจ และยุติธรรม ต่อผจู้ ัดซ้อื อย่างไร
มคี วามคดิ ก้าวหน้าในการจดั ส่งสินค้าและกรรมวิธีใหด้ ีอยเู่ สมอหรอื ไม่
มีฐานะการเงินเป็นอย่างไร ซึ่งมีผลกระทบต่อการส่งสินค้าครบตามจานวน
บางครั้งผู้ขายทาเงิน
ทุนหมุนเวียน ทาใหก้ ารผลติ ตอ้ งหยุดชะงัก
มีความสามารถที่จะจัดส่งสินค้าได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และตรงต่อเวลา
หรือไม่
มีการกาหนดราคาพอสมควร จากแหลงผลิต แหล่งผู้ขาย ท่ีจะทาให้ผู้จัดซื้อ
กาหนดราคาขายปลกี แล้วมกี าไร และสามารถตอ่ สู้กบั คูแ่ ข่งขนั ได้อย่างดี
มีความสัมพันธ์ และอัธยาศยั ไมตรีจิตท่ีดีตอ่ ผู้ซอื้ และได้รบั ความสะดวกในการ
เคลอ่ื นยา้ ยและขนส่งสินค้าทีท่ าใหป้ ระหยดั คา่ ใชจ้ า่ ย
คณุ สมบัติสินค้าท่ีต้องการซ้ือ ความก้าวหน้าเทคโนโลยี กรรมวิธีในการผลิตที่
ถูกตอ้ ง
มรี าคาท่เี หมาะสม ยุติธรรมต่อลูกคา้ ไมใ่ ชก่ ารคา้ กาไรเกินควร
จานวนทีถ่ กู ต้องครบถว้ นตามท่ีสัง่ ซ้ือ
การจัดส่งสนิ ค้าไดท้ ันเวลาตามกาหนดและสถานทีท่ ่ตี ้องการ
บรกิ ารดา้ นอน่ื ๆ ท่ีมีใหเ้ ป็นการเครดติ ลูกคา้
ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 3 การจดั หาและการจัดการผสู้ ่งมอบ 63
_________________________________________________________________________________
อยา่ งไรก็ตามการเลอื กซ้อื ผขู้ ายปจั จัยการผลิตมกั ประสบกับปัญหาหลายประการ เชน่
1. การพิจารณาเลือกซื้อหลายแหล่งหรือแหล่งเดียว จึงจะเหมาะสมและดีที่สุด ในทาง
ปฏิบตั ิมักไมน่ ิยมซอ้ื จากหลายสว่ นมาก ประมาณ 2-3 แหล่ง เพื่อเก็บไว้เป็นสารอง
2. การเลอื กซื้อจากผู้ขายภายในทอ้ งถิน่ โดยทวั่ ไปนิยมสงั่ ซ้อื สนิ ค้าจากผขู้ ายภายในท้องถ่ิน
เพราะแน่นอนว่าการว่าในการได้รับบริการ รวดเร็ว ค่าขนส่งถูก อีกทั้งยังเป็นชุมชน
เดยี วกนั สงั คมเดยี วกัน
3. การพจิ ารณาซื้อจากโรงงานผลิตโดยตรงหรือผา่ นคนกลาง โดยหลักแล้วการซ้ือโดยตรง
จากผ้ผู ลติ น่าจะดีท่ีสุด แต่บางครั้งการส่ังซื้อโดยผ่านคนกลางก็เกิดประโยชน์ให้แก่ผ้ถู ือ
ไดม้ าก เป็นต้น
4. การนานโยบายการให้ความช่วยเหลือซง่ึ กนั และกันมาใช้ หมายถึง การตกลงในระดบั สูง
ของกิจการการเกื้อหนุนซ่ึงกันและกัน การให้ความร่วมมือกันในการจัดซื้อบริษัทที่มี
เจ้าของร่วมกันเป็นบริษัทในเครือนิยมใช้นโยบายนี้เป็นส่วนมาก วิธีนี้โดยท่ัวไปมักเกิด
ปญั หาในทางบรหิ ารมากกวา่ ดา้ นการขาย
จากท่กี ลา่ วมาทัง้ หมดน้ีถอื เป็นหนทางท่จี ะทาให้กิจกรรมบรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดซอ้ื ได้ดซี ึ่ง
เรียกวา่ 6 R’s หรอื ความถูกต้อง 6 ประการ การทจ่ี ะจัดซือ้ ไดด้ ตี ้องทาการสารวจความต้องการของลูกค้า
ก่อน
3.8. การสารวจความตอ้ งการของลกู คา้
การสารวจความต้องการของลูกค้า (Planning for Consumer Demand Strategy) การท่ีจะ
ทราบวา่ ผู้บรโิ ภคตอ้ งการทาอะไร (What) ต้องการเม่อื ไร (When) ผู้บรโิ ภคทม่ี คี วามตอ้ งการสนิ ค้านั้นอยู่
ท่ีไหน (Where) ตลอดจนถึงปริมาณท่ีต้องการ (In What Quantities) ในราคา (Price) ท่ีเขาพึงพอใจ
และสามารถซื้อได้น้ันเป็นเร่ืองยากพอสมควร การหาสินค้าท่ีลูกค้าพึงพอใจ ในขณะที่ความต้องการ
(Demand) และความต้องการ (Want) ของผูบ้ ริโภคย่อมเปลยี่ นแปลงไปตามกาลเวลานน้ั สิ่งทฝี่ ่ายจดั ซื้อ
จะต้องพจิ ารณา ไดแ้ ก่
1. การเลือกสรรสินค้า (Merchandise Assortments) การเลือกสรรสินค้าให้เหมาะสม
กจิ การแต่ละประเภทนั้นมหี ลกั อยู่ 3 ประการ คือ
ความกว้าง (Width) คือการมีสินค้า หรือการผลิตหลายชนิด มีขนาดความกว้างท่ี
เหมาะสมกับสถานที่จัดจาหน่ายแต่ละประเภท เช่น โรงงาน คลังสินค้า
ห้างสรรพสินค้า ร้ายขายของชา แต่ถ้าเป็นร้านขายอัญมณี หรือสินค้าแฟชัน่ จะมี
ความกว้างของสนิ คา้ มากนัก
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 3 การจัดหาและการจดั การผู้ส่งมอบ 64
_________________________________________________________________________________
ความลึก (Depth) คือ การมีสินค้าน้อยประเภท แต่ในประเภทนั้นอาจจะมีหลาย
ตราหลายย่ีห้อ หลายขนาด หลายสี หลายรุ่น เช่น คลังสินค้าอัตโนมัติของซันโย
หรือปัจจุบันเป็นของพานาโซนิค จะเก็บตู้เย็น เครื่องซักผ้าหลายรุ่น ที่มีหลายสี
แตกตา่ งกนั
การมสี ินค้าท่ีสมา่ เสมอ (Consistency) คือ การจัดหาสินคา้ ใหม้ ีตลอดเวลา มคี วาม
สมบูรณ์ครบถ้วนตามท่ีลูกค้าต้องการ สามารถคาดหวังได้ว่าจะหาสินค้าชนิดน้ีได้
จากสถานที่ใด เช่น ร้ายขายอุปกรณ์เคร่ืองเขียน ควรมรสมุด ปากกา กระดาษ แฟ้ม
แผ่นซีดี การท่ีมีความต้องการสินค้าท่ีครบถว้ น หลากหลายอาจจะทาให้รา้ นคา้ หา
สินค้ามาเพิ่มมากข้ึนเพ่ือตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นปัญหาในการ
ลงทนุ ฉะนน้ั จากความหลากหลายกลายมาเป็นรา้ นจาหน่ายสนิ คา้ เฉพาะอยา่ ง เช่น
พาวเวอรบ์ าย ขายเครื่องใชไ้ ฟฟา้ B2S ขายหนังสือ เปน็ ต้น
หากหารเลือกสรรสินค้าท่ีจะนะมาขายในร้านน้ัน มีท้ังความกว้าง ความลึก ความสมบูรณ์
ครบถ้วน อาจทาใหร้ า้ นพบกบั ปญั หาของตวั สนิ คา้ มากเกินไป จนไม่สามารถเปลีย่ นให้ทนั กบั ความตอ้ งการ
ของลูกค้า ตัวอย่างกรณี ของรา้ นสะดวกซื้อทว่ั ไป มีสถิตว่าตอ้ งมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนสินค้ารายการ
สินค้าถึงปีละ 3,000 รายการ รวมท้งั รายการสินคา้ ทอี่ อกใหมใ่ นแต่ละปีด้วย ทาใหร้ ้านขนาดเลก็ มสี ินค้า
แนน่ เกินกวา่ ทจี่ ะจัดแสดงได้ ถา้ ตดั สนิ ใจไมด่ ีก็อาจทาใหส้ ตอ็ กเหลือมากเกินไป
2. วงจรชีวิตสินค้า (Product Life Cycle) ถ้าฝ่ายจัดซื้อศึกษาและเข้าใจถึงวงจรชีวิตสินค้า
แลว้ จะทาให้เขาตัดสินใจเลือกสนิ คา้ ไดด้ ีขนึ้ สินค้าบางชนดิ มวี งจรที่ยาวนานมาก แต่สินค้า
ประเภทแฟชั่นอาจล้าสมัยอย่างรวดเร็วถ้ามีแฟช่ันใหม่ออกมา วงจรชีวิตของสินค้าแบ่ง
ออกเปน็ 5 ขน้ั ตอน
ขั้นแนะนา (Introduction) คอื ขนั้ ตอนสาหรบั สนิ ค้าใหมท่ ่ีเพิง่ สตู่ ลาด ผู้บริโภคยัง
ไม่ค่อยรู้จกั มากนัก ช่วงน้ีตอ้ งมกี ารจัดรายการสงเสรมิ การขายมาก ต้นทนุ สงู กาไร
นอ้ ย
ขั้นเจริญเติบโต (Growth) คือ สินค้าท่ีตกอยู่ในขั้นน้ี จะมีตัวเลขการขายเพ่ิมขึ้น
อย่างรวดเร็ว โดยอยู่ในรปู สมการยกกาลงั สอง เป็นผลต่อเนื่องจากการลงทุนสูงใน
ขัน้ แนะนาสนิ ค้า ช่วงนีค่ า่ ใช้จ่ายเฉลี่ยจะลดลง กาไรสูงขน้ึ
ข้นั เติบโตเต็มที่ (Maturity) คอื สนิ คา้ ที่อยใู่ นชว่ งท่มี ชี ื่อเสียงเปน็ ทีร่ จู้ กั เปน็ ทยี่ อมรบั
กับดแี ลว้ มักจะมคี ู่แข่งมาชว่ งชิงตลาดมากมายหลายตราย่หี ้อ จึงต้องมกี ารแข่งขัน
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั
บทท่ี 3 การจัดหาและการจัดการผู้ส่งมอบ 65
_________________________________________________________________________________
กันท้ังในด้านการส่งเสริมการขายและในด้านการลดราคามาก กาไรต่อหน่วยจะ
น้อยลง แตอ่ าศัยการขายได้ปริมาณมาก
ข้นั อ่ิมตัว (Saturation) คือ สินค้าท่ีอยู่ในชว่ งการขายสูงสุดแล้ว และจะเป็นช่วงท่ี
ขายในระดับนอี้ ย่างสม่าเสมอตดิ ต่อกนั เป็นเวลานาน หรือยอดขายเพิ่มลดไมม่ าก ไม่
อาจยึดเป็นตัวเลขเปล่ียนแปลงได้ เพราะอาจมีลูกค้าใหม่เข้ามาใช้สินค้า ในขณะท่ี
ลูกคา้ เก่าก็หันไปทดลองใช้ตรายี่หอ้ อน่ื ๆ สินค้าทอ่ี ยใู่ นข้ันนี้ยอดจะยอดขายจะคงที่
หรือเร่ิมลดลง อาจจะมีการปรับปรุงเปล่ียนแปลงใหม่ หรือโหมโฆษณา
ประชาสมั พันธ์ เพอื่ ดงึ ดูดลูกคา้ กลบั มาใช้อกี
ขน้ั ถดถอย (Decline) คือ ช่วงท่ีมีสินค้าใหม่เข้ามาแทนที่สินค้าตัวเก่าในตลาด ซึ่ง
อาจจะเป็นสินค้าท่ีมีวิวัฒนาการใหม่ มีการพัฒนาคุณภาพหรือรูปแบบของสินค้า
ใหม่เข้ามาจนทาให้ผู้บรโิ ภคหันมานิยมใช้สินคา้ ใหม่แทน เช่น การท่ีมีปลากระป๋อง
ซาร์ดีนรุ่นเก่า ไขมันสูง และมีรุ่นใหม่ซ่ึงไขมันต่า ยอดขายรุ่นเก่าอาจจะชะงักต่า
อย่างรวดเร็วในระยะสั้น ๆ ทาให้ฝ่ายจัดซื้อต้องระมัดระวัง เพื่อไม่ให้สินค้าค้าง
สต็อก กลายเป็นสินคา้ ตกรนุ่ ขายไม่ไดใ้ นท่ีสุด ถ้ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น อาจจะ
ต้องรีบจดั การลดราคาสนิ คา้ เพ่อื จาหน่ายใหห้ มด เพื่อลดความเสย่ี ง
3.9. หลกั การพจิ ารณาจดั ซอ้ื สนิ คา้
ดงั ที่ทราบวัตถปุ ระสงคข์ องการจัดซอื้ เพ่อื ใหไ้ ดส้ ินคา้ ทม่ี ีคุณภาพ ปรมิ าณทีค่ รบถ้วนถกู ต้อง ซึ่งใน
การจัดซ้ือสินค้าคงคลังน้ันฝ่ายบริหารมีแนวทางในการกาหนดนโยบาย และมีความคาดหวังที่จะได้
ประโยชนจ์ ากการจัดซือ้ หลายประการ ฉะน้ันนโยบายการจัดซื้อสินค้าคงคลังของฝ่ายบรหิ ารมดี ังน้ี
1. ผู้รับผิดชอบฝ่ายจัดซ้ือสินค้าต้องจัดซื้อสินค้าให้ดีที่สุด (Best Buy) โดยที่ได้สินค้าที่มี
คุณภาพ คุณสมบัติปริมาณที่ถูกต้อง ตามจังหวะเวลาในเวลา จากแหล่งขายที่ถูกต้อง
นอกจากนนั้ แลว้ การจัดส่งสนิ คา้ ไปยงั สถานทที่ ี่ถูกตอ้ งด้วย
2. นโยบายการจัดซ้ือสินค้าต้องชัดเจน โดยครอบคลุมถึงการเลือกซื้อสินค้าเพราะมีผู้ขาย
หลายรายคุณภาพและแบบสินค้าแตกต่างกัน ซึ่งก็ไม่ได้สินค้าตามนโยบายหลักของ
กจิ การ
3. ควรเลือกซื้อสนิ คา้ จากพ่อคา้ ส่ง พนักงานขาย หรอื โรงงานผู้ผลิต ตัวแทนจาหนา่ ยสินค้า
เพียง 2-3 รายเท่านั้น แต่ไม่ใช้หลักเกณฑ์ตายตัวอาจปรับเปลี่ยนได้ เพ่ือไม่ให้เกิดการ
สับสน และยุ่งยาก โดยท่ัวไปร้านค้าปลีกขนาดเล็กนิยมจัดซื้อสินค้าจากพ่อค้าส่ง การ
จัดซ้อื ไปบอ่ ยนกั ส่วนร้านค้าปลกี ขนาดใหญ่ นยิ มจัดซื้อจากโรงงานผลิตโดยตรง หรอื จาก
พนักงานขาย และมกี ารจัดซอื้ บ่อยคร้งั ในปริมาณมาก
ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 3 การจดั หาและการจดั การผสู้ ่งมอบ 66
_________________________________________________________________________________
4. ควรสนับสนุนสินค้าท่ีผลิตข้ึนภายในประเทศ ทีม่ ีคุณภาพระดบั ปานกลาง ให้มีมากที่สุด
เทา่ ท่จี ะทาได้ และใหเ้ หมาะสมกบั ความตอ้ งการของลูกคา้ ทางด้าน ราคา คุณภาพ แบบ
สี และขนาด
5. ฝา่ ยจดั ซ้ือตอ้ งดาเนนิ งานจดั ซ้ือให้บรรลตุ ามเป้าหมายทตี่ ้ังไว้ และสอดคล้องกับนโยบาย
หลักของกิจการดว้ ย
6. ฝ่ายจัดซื้อควรมีการประสานงาน ร่วมมือกับฝ่ายอื่น ๆ ของกิจการเพื่อดาเนินงาน มุ่ง
บรรลุเปา้ หมายของกิจการเป็นสาคัญ
7. ฝา่ ยจัดซอ้ื ควรเจรจาตกลงจดั ซอ้ื กับผขู้ าย หรอื ตัวแทนจาหนา่ ย ดว้ ยความยตุ ธิ รรมเห็นอก
เห็นใจ อย่างมศี กั ด์ศิ รี โดยรกั ษาไวซ้ ึง่ มาตรฐานของความสัมพันธ์ที่ดีของกจิ การด้วย
ในขณะเดียวกันฝา่ ยจัดซอ้ื มกั มุง่ หวังใหฝ้ า่ ยบรหิ ารมคี วามคดิ กา้ วหนา้ ในเชงิ ปฏิบตั ิ และฝ่ายจัดซ้อื
มีความต้องการท่ีจะตัดสินใจดาเนินการเก่ียวกับนโยบายการจัดซ้ือเอง เพื่อความสะดวก รวดเร็ว
นอกจากน้ีมุ่งหวงั ให้ฝา่ ยบรหิ ารรบั ฟังข้อเสนอแนะต่าง ๆ อนั จะเป็นประโยชน์แก่การดาเนินการจดั ซอ้ื จาก
ฝ่ายอีกดว้ ย
การจัดซ้ือจัดหานัน้ ไมเ่ พียงแค่เป็นเฉพาะการทาธุรกรรมดา้ นการจัดซื้อใหถ้ กู อยา่ งเดยี วแต่รวมถึง
การบรหิ ารการจดั การทางดา้ นวัตถดุ ิบในการผลติ เปน็ การทาใหม้ ั่นใจไดว้ า่ โรงงานจะตอ้ งมีวัตถุดบิ พรอ้ มใช้
ตลอดเวลาและต้องมีคุณภาพท่ีตรงตามความตอ้ งการ
จากแนวคิดโซ่คุณค่า (Value Chain) เป็นแนวคิดที่ถูกนามาใช้อย่างแพร่หลายเพ่ือพิจารณาหา
ความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทกิจกรรมคือกิจกรรมหลัก
(Primary Activities) ได้แก่ กิจกรรมในฝา่ ยต่างๆเช่นการขนส่งวตั ถดุ ิบขาเข้า (Inbound Logistics), การ
ปฏิบัติการ (Operations), การขนส่งสินค้าขาออก (Outbound Logistics), การขายและการตลาด
(Marketing and Sales), การบริการลูกค้า (Service) และกิจกรรมสนับสนุน (Support Activities)
ได้แก่ กิจกรรมในสวนสาธารณูปโภคต่างๆเช่นการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource
Management), การพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Development), การจัดหา (Procurement)
และส่ิงอานวยความสะดวกพ้ืนฐานขององค์กร (Firm Infrastructure) ซึ่งกิจกรรมทสี่ นับสนุนเหล่าน้ีจะ
ถูกจดั ตัง้ ข้ึนเป็นแผนกตา่ งๆแยกออกจากกิจกรรมหลักภายในธุรกิจอยา่ งชดั เจน
ทงั้ นี้ความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันทางธรุ กิจจะได้มาจากวิธที ่ีธุรกจิ จัดการและปฏิบัติกจิ กรรม
ต่างๆเหลา่ นภี้ ายในห่วงโซ่คณุ ค่าเพื่อชิงความได้เปรียบเหนือคแู่ ขง่ ธุรกจิ และจะตอ้ งหาวธิ สี ง่ คุณคา่ ต่างๆไป
ยังลูกค้าโดยผ่านการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆเหล่านี้โดยเพ่ิมประสิทธิภาพให้มากกว่าคู่แข่งหรอื สร้างความ
แตกต่างจากคู่แข่งซ่ึงจากกิจกรรมในห่วงโซ่คุณค่าจะเห็นได้ว่าการจัดซื้อจัดหา (Procurement) เป็น
กิจกรรมหนึง่ ในกจิ กรรมสนับสนนุ ดว้ ย
ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลบั
บทท่ี 3 การจดั หาและการจดั การผสู้ ่งมอบ 67
_________________________________________________________________________________
นอกจากนี้ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันผู้บ ริหารขององค์กร ต่างได้เล็งเห็นถึง
ความสาคัญของการลดต้นทุนจากการจัดซื้อการปรับปรุงคุณภาพของห่วงโซ่อุปทานการสรรหาแหล่ง
เทคโนโลยแี ละวธิ ีการเพื่อปรบั ปรงุ ระยะเวลาการทางาน (Cycle Time) การให้ผ้ขู าย (Supplier) เข้ามามี
สว่ นร่วมในการพฒั นาปรับปรงุ ผลิตภณั ฑ์และกระบวนการผลติ และการปรบั ปรุงกระบวนการใหก้ ระชบั ข้ึน
(Streamline Process) รวมไปถึงการให้ความสาคัญในการคดั สรรบุคลากรที่ทาหน้าทจี่ ัดซื้อด้วย
จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว่าการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดหาน้ันมีความสาคัญ
อยา่ งยิง่ ในการเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขนั หรอื ทาใหอ้ งคก์ รประสบความสาเร็จทางธรุ กิจและไดผ้ ล
กาไรสงู สุดได้ดังนั้นในการปรบั ปรงุ เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการจัดซื้อจัดหาให้สัมฤทธ์ิผลได้น้ันจาเป็น
อย่างยง่ิ ท่ตี ้องทราบ
3.10. ความหมายและคาจากดั ความท่เี ก่ยี วขอ้ งของการจดั ซ้อื จดั หา
การจัดซื้อจัดหา (Procurement) หมายถึง การบริหารจัดการแหล่งทรัพยากรกายขององค์กร
หรือกระบวนการที่องคก์ รต่างๆทาสัญญากับบุคคลฝ่ายทส่ี ามเพ่ือให้ไดม้ าซงึ่ สนิ คา้ และบริการที่ต้องการ
เพอ่ื ใหบ้ รรลุถงึ วัตถุประสงค์ของธรุ กจิ อยา่ งมีจังหวะเวลาและมีดับหนท่เี หมาะสมโดยมีเป้าหมายเพื่อใหไ้ ด้
สนิ ค้าหรอื บรกิ ารท่ีมีคณุ ภาพปริมาณที่ถกู ต้องตรงตามเวลาที่ต้องการและในราคาที่เหมาะสมจากแหล่ง
ขายที่มคี วามน่าเชอื่ ถอื ปัจจุบันไดเ้ กิดมีการจดั ซ้อื แบบลนี (Lean Purchasing) หรือการจดั การพัสดุแบบ
ลีน (Learn Supply Management) การจัดซื้อแบบลีนน้ันได้ถูกนามาใช้ก่อนในอุตสาหกรรมการผลิต
สินค้าซ่ึงเป็นการนาเอาระบบการผลิตแบบทนั เวลา (Just In Time, JIT) และเทคนิคต่างๆมาใช้เพ่ือเพิ่ม
มูลค่าในกระบวนการจดั ซ้อื จดั หาพสั ดุลดระดับสนิ คา้ คงคลงั และลดระยะเวลาระหว่างกระบวนการให้นอ้ ย
ทสี่ ดุ เทา่ ทจ่ี ะทาไดจ้ ึงจาเปน็ อย่างยิ่งท่จี ะต้องมกี ารตดิ ตอ่ สอ่ื สารและแบง่ ปันขอ้ มูลแบบต่อเนื่องและทนั ที
การจัดซ้ือแบบลนี ยังมีแนวคิดทม่ี งุ่ เน้นไปท่กี ารจัดการเพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการดาเนนิ งานภายใน
โรงงานซึ่งน่ันเป็นเพียงส่วนหน่ึงขององค์กรแบบลีน (Lean Enterprise) และหากพิจารณาให้ดีแล้วจะ
พบวา่ ต้นทนุ คร่ึงหน่ึงของการจดั ซ้อื จดั หาน้ันมากกว่าต้นทุนท่ีใชใ้ นกระบวนการผลติ ขององคก์ รด้วยเหตุนี้
เองแนวคิดท่ีเกยี่ วกบั การจดั หาแบบลนี (Lean Procurement) จึงเกิดข้ึนโดยมีเป้าหมายเพือ่ ลดความสูญ
เปล่า (Waste) ท้ัง 7 ประการทีไ่ ม่จาเปน็ ทเ่ี กิดขึ้นในกระบวนการท้ังภายในองคก์ รเองและระหวา่ งองคก์ ร
ต่อองค์กรซึ่งสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการจัดซ้ือจัดหาแบบท่ัวไปและการจดั ซื้อจัดหา
แบบลนี ได้ดังน้ี
ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 3 การจดั หาและการจดั การผู้ส่งมอบ 68
_________________________________________________________________________________
ตารางที่ 11. 1 แสดงการเปรียบเทียบความแตกต่างระหวา่ งการจดั ซ้อื จดั หาแบบท่ัวไปและการ
จัดซอื้ จดั หาแบบลนี
การจัดซอ้ื หาแบบทว่ั ไป การจดั ซอื้ หาแบบลนี (Leen)
1. มีจานวนผู้ส่งมอบวัตถุดิบ (Supplier) หลายราย 1. มีจานวนผู้ส่งมอบวัตถุดิบ (Supplier) น้อยราย
โดยแบง่ กลุ่มของผ้สู ง่ มอบวัตถุดิบออกเป็นลาดบั ช้ัน
ตามเกณฑท์ ่ีกาหนดเพื่อง่ายต่อการพิจารณาหาผสู้ ่ง
มอบวตั ถดุ บิ ทีเ่ หมาะสม
2. มีข้อจากัดทางด้านความรู้ความเข้าใจในเรื่อง 2. มีความพยายามในการสร้างสรรค์เครือข่ายของ
สายธารคุณคา่ (Value Stream) การผลติ ให้มคี วามยดื หยนุ่
3. มีความสัมพันธ์กับผูส้ ่งมอบวตั ถุดิบแบบหลวมๆ 3.มีความสมั พันธ์กับผู้ส่งมอบวัตถุดิบในเชิงลึกและ
และไมม่ ีข้อตกลงระยะยาว มขี อ้ ตกลงระยะยาว
4. การเจรจาต่อรองกับผ้สู ่งมอบวัตถดุ ิบเป็นแบบผู้ 4. การรักษาผลประโยชน์ระหว่างกันเป็นแบบผู้
ชนะ-ผู้แพ้ (Win-Lose) ชนะผู้ชนะ (Win-Win)
5. มีข้อจากัดทางดา้ นการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลข่าวสาร 5. เป็นการสื่อสารแบบสองทางมีส่วนร่วมในการ
ซึ่งกนั และกนั แก้ไขปัญหาท่ีเกิดข้ึนและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่
รว่ มกัน
6. ผู้ส่งมอบวัตถุดิบไม่ได้รับการตรวจสอบยืนยัน 6. ผู้ส่งมอบวัตถุดิบได้รับการตรวจสอบยืนยัน
คณุ ภาพของสนิ คา้ คุณภาพของสินค้า
7. ตอ้ งทาการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าจากผู้ส่ง 7. ทาการตรวจสอบคณุ ภาพและข้อจากดั ของสนิ คา้
มอบวัตถุดิบกอ่ นเสมอ ตัง้ แตอ่ ยใู่ นกระบวนการผลติ ของผสู้ ่งมอบวัตถุดบิ
8. ทาการตัดสินใจเลือกซ้ือสินค้าโดยอิงราคาของ 8. ทาการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าโดยอิงคุณภาพ
สินคา้ เปน็ หลัก และราคาควบคูก่ ัน
9. ผู้ส่งมอบวัตถุดิบไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไข 9. มีข้อตกลงร่วมกันในการปรับปรุงคุณภาพอย่าง
ปัญหาหรอื การปรับปรุง ต่ อ เนื่ อ ง โ ด ย ก า ร ป ร ะ ส า น ร่ วม มื อ กั บ ผู้ ส่ ง ม อ บ
วัตถุดบิ ในการปรับปรงุ กระบวนการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 3 การจัดหาและการจดั การผู้ส่งมอบ 69
_________________________________________________________________________________
3.11. วตั ถุประสงคก์ ารจดั ซื้อจดั หา
ตามความคิดสมัยด้ังเดิมน้ันวัตถุประสงค์ของการจัดซ้ือคือเพ่ือทาการซื้อวัสดุและบริการให้มี
คณุ ภาพที่ถูกตอ้ งในปริมาณที่ถูกตอ้ งโดยมีราคาทีถ่ ูกตอ้ งจากแหล่งขายท่ีถูกต้องและในเวลาที่ถกู ต้องใน
ปจั จบุ ันวัตถุประสงคข์ องการจัดซื้อมุ่งท่กี ารบรหิ ารทว่ั ไปด้วยวตั ถปุ ระสงค์ในลกั ษณะเช่นน้สี ามารถอธบิ าย
แยกยอ่ ยได้ 10 ประการคือ
1. เพอื่ สนับสนุนการดาเนินงานของบริษทั ดว้ ยการจดั วสั ดแุ ละบริการสนองให้โดยไมข่ าดสายเพือ่
มิให้กระบวนการผลติ หยดุ ชะงกั เนื่องจากการขาดวสั ดุ
2. ทาการซ้ือโดยได้ราคาไม่เกนิ กว่าคู่แข่งขันและทาการเสาะแสวงหาสิ่งทมี่ คี ณุ ค่าท่ดี กี ว่าในราคา
ทีต่ อ้ งจา่ ยไป
3. รักษาคุณภาพของวสั ดุท่ีทาการซื้อใหอ้ ยใู่ นมาตรฐานเพยี งพอสาหรับใช้งาน
4. รกั ษาระดับความเสียหายอันเกิดแก่การลงทุนในวสั ดุให้น้อยที่สุดโดยขจัดการซ้ือซ้ากันความ
สูญเสียและล้าสมัยอนั เนือ่ งมาจากการเก็บรกั ษาทข่ี าดประสทิ ธิภาพ
5. สร้างแหลง่ ขายสินคา้ ทเี่ ชื่อถอื ไดไ้ ว้เปน็ แหล่งสารองในการจดั หาวัสดุ
6. รกั ษาฐานะการแขง่ ขันให้กับบรษิ ัท
7. พัฒนาใหเ้ กิดความสัมพนั ธ์กับผู้ขายสนิ คา้ เพื่อขจดั ปญั หาต่างๆและยงั ทาใหก้ ารจัดซอื้ สิง่ ของได้
ในราคาและบรกิ ารท่ีดีและมีภาพพจน์ท่ีดี
8. แสวงหาความร่วมมือกับแผนกอ่ืนๆในบริษัทซ่ึงก็ต้องทาความเข้าใจถึงความต้องการของ
แผนกอ่นื เพื่อท่ีจะให้การสนับสนนุ ทางด้านวสั ดไุ ด้ดกี วา่
9. ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรฝา่ ยจัดซื้อเพอื่ ให้เกิดแรงจงู ใจในการทางานให้แผนกและบริษัท
จนประสบความสาเร็จ
10. จดั ทานโยบายและวิธีการเพ่ือใหบ้ รรลถุ ึงวัตถุประสงค์ต่างๆที่กลา่ วมาขา้ งต้นโดยให้มีตน้ ทุน
ในการดาเนินการตามความเหมาะสม
วัตถุประสงค์ทั้งหมดที่ไดก้ ล่าวมาน้ีใชไ้ ด้กับการจัดซ้ือในอุตสาหกรรมทุกประเภทนอกจากนี้ยัง
ใช้ได้กบั อุตสาหกรรมการผลิตสนิ ค้าหน่วยราชการมหาวทิ ยาลัยโรงพยาบาลและประเภทอืน่ ๆทไ่ี มใ่ ช่การ
ซอ้ื เพื่อนาไปขายตอ่ ไดอ้ กี ด้วย
ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลับ
บทท่ี 3 การจดั หาและการจัดการผ้สู ่งมอบ 70
_________________________________________________________________________________
3.12. นโยบายการจดั ซ้ือจัดหา
จากวัตถปุ ระสงคข์ องการจดั ซอ้ื ที่กลา่ วมาแล้วนั้นองค์กรจะกาหนดนโยบายการจัดซอ้ื เพื่อทาให้
การจัดซอื้ ประสบผลสาเรจ็ ตามวัตถปุ ระสงคท์ ่ีกาหนดไว้โดยจะกาหนดนโยบายไว้ดังนี้
1. การจดั ซอ้ื พัสดุทีไ่ ดค้ ุณภาพถูกต้อง (Right Quality)
2. ปริมาณท่ถี กู ตอ้ ง (Right Quantity)
3. จังหวะเวลาถูกต้อง (Right Time)
4. ราคาทถี่ ูกต้อง (Right Price)
5. แหล่งขายทถี่ กู ต้อง (Right Source)
6. สถานท่ีถูกตอ้ ง (Right Place)
หน้าทค่ี วามรบั ผิดชอบในการจัดซ้ือจดั หา
1. พิจารณาและคัดเลือกผู้ขาย (Evaluate and Select Suppliers)
2. ตรวจสอบข้อมลู คุณสมบัติทางด้านเทคนิคของพสั ดุทจี่ ะจัดซื้อ (Review Spe cification)
3. เปน็ ผูต้ ิดต่อประสานงานคนแรกกับผู้ขาย (Act as Primary Contact with Suppliers)
4. เลือกวิธจี ดั ซ้ือจดั จ้าง (Determine the Method of Awarding Purchase Contracts)
กระบวนการจัดซ้ือจัดหา
1. การตรวจสอบความตอ้ งการพัสดุ (Product) หรอื งานบรกิ าร (Service) ของผใู้ ช้งาน (User)
2. การประเมนิ ศักยภาพของผูข้ าย (Supplier)
3. การประกวดราคา (Bidding) ต่อรองราคา (Negotiation) และคัดเลือกผู้ขาย (Supplier
Selection)
4. การอนุมัตกิ ารจดั ซอ้ื (Purchase Approval)
5. การปลอ่ ยและรับความต้องการจดั ซ้อื (Release and Receive Purchase Requirements)
6. การประเมนิ ผขู้ าย (Measure Supplier Performance)
ข้ันตอนการจัดซอื้
1. การวิเคราะหจ์ ากภายในองคก์ ร (Internal Analysis)
• ทาการวิเคราะห์ให้เกิดความเข้าใจในบทบาทของการจัดซ้ือจัดหาในแต่ละประเภทของ
ผลิตภัณฑ์สินค้าท่ีมีต่อเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจเมื่อเราทราบวา่ สินค้าท่ีเราจะจัดซอื้ อยู่ในประเภท
ไหนจะทาใหเ้ ราตัดสนิ ใจเลอื กใช้กลยุทธ์การจัดซ้อื จดั หาไดเ้ หมาะสม
• ทาการวเิ คราะหต์ ลาดผู้จดั จาหนา่ ยว่าผ้จู ดั จาหนา่ ยท่ีเราจะซอ้ื เขาเป็นอยา่ งไรผกู ขาดอยหู่ รอื มีผู้
จดั จาหนา่ ยจานวนมากท่ีขายสินคา้ อยา่ งเดียวกนั
ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลบั
บทที่ 3 การจัดหาและการจัดการผ้สู ่งมอบ 71
_________________________________________________________________________________
•วิเคราะห์ผ้จู ดั จาหนา่ ยแต่ละรายดวู า่ ผจู้ ดั จาหน่ายมคี วามพร้อมมากพอที่จะซัพพลายใหเ้ ราขนาด
ไหนคณุ ภาพเป็นอยา่ งไรรับไดไ้ หมราคาสูงเกนิ ไปหรอื ไม่
• ระบุรายช่ือผู้จัดจาหน่ายเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้จัดจาหน่ายคัดกรองผู้จัดจาหน่ายที่ไม่ผ่าน
เกณฑ์ออกทาบัญชีรายชื่อผู้จัดจาหน่ายแล้วนามาวิเคราะห์เชิงลึกเช่นการขอส่งคนไปตรวจสอบวิธีการ
ทางานแล้วทาการประเมนิ (ตัวอย่างใบประเมนิ ผูจ้ ัดจาหน่ายจะแนบมาในภาคผนวกดา้ นหลงั )
2. วางกลยทุ ธ์ในการกาหนดประเภทของผลติ ภัณฑใ์ นการจัดซ้อื จัดหาทง้ั หมดทจี่ ะเปน็ ไปได้
วางกลยุทธใ์ นการกาหนดประเภทของผลิตภัณฑ์ในการจดั ซื้อจัดหาทง้ั หมดท่ีจะเปน็ ไปได้และจัด
กลุ่มผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับแต่ละกลยุทธ์นั้นๆเราอาจจะใช้แบบจาลองการจัดหาเชิงกลยุทธ์ (The
Four Sourcing Quadrants) มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการกาหนดกลยทุ ธ์การจดั ซอ้ื ในแตล่ ะผลิตภัณฑ์ได้
สงู การบริหารจัดการในเชิงการจัดหา การบริหารจัดการในเชงิ ซพั พลาย
ป ร ะ เภ ท ข อ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ท่ี มี ร ะ ดั บ ป ร ะ เภ ท ข อ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ มี ร ะ ดั บ
ความสาคัญต่าควรถูกบริหารจัดการวิธีการทา ความสาคัญสูงและค่อนข้างซับซ้อนควรที่จะ
สญั ญาซอ้ื -ขายระยะยาวกับผูจ้ ดั จาหนา่ ย บริหารด้วยการเข้าร่วมเปน็ ห้นุ สว่ นทางธรุ กิจกนั
ความซับซ้อน การบริหารจัดการในเชงิ วัตถดุ บิ
ของผลติ ภณั ฑ์ การบรหิ ารจัดการในเชงิ การจัดซอื้
ป ร ะ เภ ท ข อ ง ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ที่ มี ร ะ ดั บ ประเภทของผลิตภัณฑ์ท่ีมีลักษณะเป็น
ความสาคัญต่าควรได้รับการดูแลเอาใจใส่เพียง สินค้าโภคภัณฑ์ด้วยวิธีเพ่ิมอานาจต่อรองเพ่ือให้
เล็กน้อยด้วยกระบวนการส่ังซื้อโดยระบบการ ต้นทุนต่าท่สี ุด
ต่า จัดซือ้ ทเ่ี ป็นไปโดยอตั โนมตั ิ สงู
ระดับความสาคญั ของผลติ ภัณฑส์ ินคา้ ทจ่ี ัดซอ้ื จดั หา
รปู ที่ 3-3 แสดงแบบจาลองการจดั หาเชงิ กลยทุ ธ์
จากรปู ที่ 3-3 แบบจาลองการจัดหาเชงิ กลยุทธ์เป็นแค่การบอกว่าให้รู้วา่ สินค้าที่ต้องการซื้อนั้น
เป็นประเภทไหนต้องไปใส่ใจอะไรกับมันขนาดไหนปัจจัยน้ันมาจากเรื่องของราคาและความห ายากของ
สนิ ค้านน้ั ๆเปน็ หลักเชน่ ถ้าราคาแพงแตซ่ อื้ ง่ายเราก็ควรจะหาวธิ ใี นการเพมิ่ อานาจต่อรองใหไ้ ด้ของถูกท่สี ุด
ใชก้ ารบรหิ ารการจดั การเชิงวตั ถุดิบ
ความสาคัญของผลิตภณั ฑส์ ินคา้ ท่ีจดั ซอื้
•มูลคา่ โดยรวมของผลติ ภัณฑ์สินคา้ ที่จัดซอื้ จดั หา
•ผลกระทบทม่ี ีตอ่ คณุ ภาพของผลิตภัณฑส์ นิ คา้ / บรกิ ารขององค์กรธรุ กจิ
•ผลกระทบทีม่ ตี ่อการเตบิ โตขององค์กรธุรกิจ
•ผลกระทบที่มตี ่อปจั จยั เชิงคุณภาพ (เช่นความปลอดภยั สิ่งแวดล้อม ฯลฯ)
ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 3 การจดั หาและการจดั การผสู้ ่งมอบ 72
_________________________________________________________________________________
ความซบั ซ้อนของตลาดผูจ้ ัดจาหนา่ ย
• ความยาก-งา่ ยในการจัดซ้ือจัดหา
• จานวนของผจู้ ัดจาหน่ายทีม่ ีอย่ใู นตลาด
• ระดบั ความเสี่ยงของระยะเวลาในการสง่ มอบ
• โอกาสทีจ่ ะใชส้ ินค้าอื่นทดแทนกนั ได้
• โอกาสท่สี ินค้าจะหมดอายแุ ละความเสยี่ งในการถอื ครอง
ถดั จากนน้ั ทาการเปรียบเทียบกลยทุ ธก์ ารจัดซ้อื จดั หาในลกั ษณะตา่ งๆดังแสดงในรปู ท่ี 3.4
การบรหิ ารจดั การ การบรหิ ารจดั การใน การบริหารจดั การในเชงิ การบรหิ ารจดั การในเชิง
ในเชงิ จดั ซอ้ื เชงิ วัตถุดบิ จดั หา ซพั พลาย
จุดมุ่งเน้นในการ ผลิตภณั ฑ์ท่ไี มส่ าคญั ผลิตภณั ฑ์ทส่ี าคัญต่อการ ผลติ ภณั ฑ์ที่อาจทาให้ ผลติ ภัณฑ์ทีส่ าคัญตอ่ การ
จดั ซือ้ จดั หา ตอ่ การผลิต ผลิต สายการผลิตหยดุ ชะงัก ดาเนนิ กลยทุ ธ์ขององคก์ ร
แหลง่ ท่มี า ผจู้ ัดจาหน่ายใน ผู้จดั จาหนา่ ยหลายแหล่ง ผจู้ ดั จาหนา่ ยระดับประเทศ ผู้จัดจาหนา่ ยระดบั ประเทศ
ทอ้ งถน่ิ ซงึ่ สว่ นใหญ่อยูใ่ นท้องถิ่น ส่วนใหญ่เปน็ หน้าใหม่
กรอบระยะเวลา 12 เดือน 12 – 14 เดือน แปรเปลย่ี นไปตามสถานการณ์ ตอ่ เนื่องในระยะยาว
ของกลยุทธ์
ตลาดผู้จดั จาหน่าย มีมากมายใน มีมากมายในท้องตลาด ฐานการผลิตมีอยูอ่ ย่างจากดั โดยธรรมชาตแิ ล้วค่อนข้างหา
ทอ้ งตลาด ยาก
ลกั ษณะการ กระจายอานาจ กระจายอานาจโดยมกี าร ในหน่วยงานทอ้ งถ่ินออกใบส่ัง รวมอานาจไวท้ ีส่ ่วนกลางอยา่ ง
ตดั สนิ ใจ ประสานงานร่วมกนั ซือ้ ไดภ้ ายใต้เงื่อนไขและ เบ็ดเสร็จ
ข้อตกลงที่สว่ นกลางเป็นผู้
ภารกจิ ทส่ี าคญั การกาหนดมาตรฐาน การใชป้ ระโยชน์จากการ กาหนดเทา่ น้นั การคาดคะเนถงึ อปุ สงค์อยา่ ง
ของผลติ ภณั ฑ์ที่จะ เจรจาต่อรองอย่างเต็มที่ การรับประกันการมีอยู่ของ ถูกต้อง แมน่ ยา เนน้
ผู้มีอานาจในการ จดั ซ้ือการทาใหส้ ินคา้ การใช้ผลิตภัณฑอ์ ่ืน ผลติ ภณั ฑก์ ารมรี ะดบั สินคา้ คง สมั พนั ธภาพในระยะยาว
ตัดสนิ ใจ คงคลังอยใู่ นระดบั ท่ี ทดแทน คลงั อย่ใู นระดบั ที่ปลอดภยั ต่อ
เหมาะสม สายการผลิต ในระดับสูงสดุ
ในระดับกลาง ในระดบั กลาง
ในระดบั สงู
ระดับความยุ่งยากซบั ซ้อนในกลยทุ ธก์ ารจัดซอื้ จัดหาท่ีมมี ากขึ้น
รูปที่ 3.4 แสดงการเปรยี บเทยี บกลยทุ ธก์ ารจดั ซ้ือจดั หาในลักษณะตา่ งๆ
ภายหลังจากที่ได้ระบุกาหนดตาแหน่งประเภทผลิตภัณฑ์ที่ต้องการซ้ือลงในแกนมิติของ
แบบจาลองแล้วเราอาจเลือกแนวทางในการจัดซื้อในรูปแบบใดรูปแบบหน่ึงดังแสดงในรูปท่ี 3.4 การ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 3 การจดั หาและการจัดการผูส้ ่งมอบ 73
_________________________________________________________________________________
กาหนดแนวทางการจัดซ้อื จัดหาขึน้ อย่กู ับลักษณะของจุดม่งุ เน้นในการจดั ซ้ือตัวผู้จัดจาหนา่ ยระยะเวลา
ของกลยุทธ์ดังแสดงในรูปที่ 3.4 ที่แสดงให้เห็นถึงการจัดหมวดหมู่ตามลาดับความซับซ้อนของตลาดผู้
จาหนา่ ยและระดบั ความสาคญั ของสนิ คา้ ท่ีต้องซือ้
แนวทางการเลอื กกระบวนการจัดหาเชงิ กลยทุ ธ์ในรูปแบบต่างๆ
สูง รว่ มพฒั นาไปพรอ้ มกบั ผู้
จดั จา้ ง รวมกลมุ่ ใน จาหน่าย ควบรวบกิจการ
ภายนอก การจดั ซือ้ รวมกลมุ่ จดั ตงั้ หนุ้ สว่ นทาง
ธรุ กิจ
จดั ซือ้ เชิงประกวด
จดั ซือ้ ในราตคลาาดทนั ที
จดั ซือ้ โดยอิสระในแตล่ ะ
สว่ นงานภายในองคก์ ร สงู
ต่า
ระดบั ความสาคญั ของผลติ ภณั ฑ์
รูปที่ 3.5 แสดงแนวทางการเลอื กกระบวนการจัดหาเชงิ กลยทุ ธใ์ นรปู แบบตา่ งๆ
3. การกาหนดกลยทุ ธใ์ นการรว่ มดาเนนิ งานกับผ้จู ัดจาหนา่ ยในแต่ละราย
การกาหนดกลยุทธ์ในการร่วมดาเนินงานกับผู้จัดจาหน่ายในแต่ละรายซึ่งรูปแบบและความ
ต้องการใช้งานของผลิตภณั ฑท์ ตี่ ้องการซอื้ นัน้ มคี วามแตกตา่ งกันไปจงึ จาเป็นตอ้ งกาหนดกลยทุ ธก์ ารจดั ซือ้
ท่ีต่างกันโดยการกาหนดกลยุทธ์นจ้ี ะส่งผลตอ่
• การจากดั จานวนของซพั พลายเออรห์ ลักที่เหมาะสม (Number of Supplier)
• การมุ่งเน้นในการทาใบขอเสนอราคา (Request for Proposa; RFP)
• กระบวนการในการเจรจาต่อรอง (Negotiation Process)
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 3 การจดั หาและการจัดการผ้สู ่งมอบ 74
_________________________________________________________________________________
แนวทางการเลอื กผจู้ ัดจาหนา่ ย
รูปท่ี 3.6 แสดงแนวทางการเลือกผจู้ ัดจาหนา่ ย
4. ทาการวางกลยทุ ธก์ ารเจรจาต่อรองบนพืน้ ฐานแห่งขอ้ เท็จจริง
•กาหนดกลยุทธ์ในการเจรจาเราต้องมีจุดยืนของเราก่อนว่าจะซ้ือของแบบไหนอย่างไร
แลว้ ทาการส่งใบขอข้อมูลที่สาคัญๆไปใหก้ บั ผูจ้ ดั จาหน่ายทกุ ๆราย (Request for Information,
RFI)
•ดูปฏิกิรยิ าของซัพพลายเออร์ว่าเป็นอย่างไรกบั จุดยนื ของเราเราอาจจะมีการคาดการณ์
ไว้ลว่ งหน้าสาหรบั การตอบโต้ของซพั พลายเออรแ์ ต่ละราย
•วางแผนการเจรจาตอ่ รองไตร่ตรองและหาขอ้ สรปุ
•เมื่อรู้แล้วผู้จัดจาหน่ายเจ้าไหนท่ีผ่านการคัดเลือกเร่ืองบ้างก็จัดทาใบเสนอราคา
(Request for Quotation, RFP, RFQ)
•ทาการคัดเลือกและประเมินผลผู้จัดจาหน่ายซึ่งเราอาจจะทาเป็นการให้คะแนนต าม
เกณฑท์ ตี่ ้ังไวโ้ ดยแต่ละเกณฑ์จะมคี า่ นา้ หนักแตกต่างกนั ไป
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั
บทท่ี 3 การจัดหาและการจัดการผู้ส่งมอบ 75
_________________________________________________________________________________
3.13. E-Procurement (ระบบการจดั ซอื้ จดั จ้างภาครัฐดว้ ยอเิ ลก็ ทรอนกิ ส)์
ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (E-Procurement) คือระบบสารสนเทศท่ี
สนับสนุนการให้บริการที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมการจัดซ้ือจัดจ้างของภาครัฐเช่นการตกลงราคาการสอบ
ราคาการประกวดราคาและการจัดซื้อรวมแบบออนไลน์รวมถึงการลงทะเบียนบริษัทผู้ค้าการทา E-
Catalog และการทางานอื่นๆท่เี กยี่ วข้องในกระบวนการจัดซ้ือที่เป็น Web Based Application เพอื่ ทา
ให้ระบบการจัดซอ้ื จัดจา้ งของภาครฐั มปี ระสทิ ธิภาพมากยงิ่ ข้นึ กลา่ วคือใช้ระยะเวลาจดั หาพัสดุน้อยลงและ
ไดพ้ สั ดุที่มีคณุ ภาพในราคาท่เี หมาะสมรวมทง้ั เพมิ่ ความโปร่งใสของกระบวนการจดั หาและสามารถติดตาม
ตรวจสอบกระบวนการทางานได้
1. ขน้ั ตอนของระบบ E-Procurement
1. คน้ หาสินค้า / บริการที่จะซอื้ ผา่ น E-Catalog
2. เลอื กหมวดสนิ ค้าท่ตี อ้ งการจะซ้อื ผ่าน E-Shopping List
3. จัดประกาศเชิญชวนผา่ นเว็บไซต์
4. ผขู้ ายเสนอคุณสมบตั ิของสนิ คา้ ทางอินเทอร์เนต็ (E-REP)
5. ผซู้ ้ือตรวจสอบราคากลาง (E-REQ) และ Track Record ของผ้ชู าย
6. ประมลู ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Auction)
7. ประกาศผลผูช้ นะและสง่ มอบ / ตรวจรับพสั ดุ
8. จา่ ยเงนิ ตรงดว้ ยระบบ E-Payment
2. องค์ประกอบของระบบ E-Procurement
1. ระบบ E-Catalog เป็นมาตรฐานระบบ Catalog ที่รวบรวมรายละเอียดของสินค้า
และบริการซึ่งอานวยความสะดวกใหผ้ คู้ า้ / ผู้รับจ้าง (Suppliers) ท่มี คี ณุ สมบัติในการทาธุรกรรมสามารถ
เขา้ มาทาการแจ้งและปรบั ปรุงรายการสินค้า / บริการของตนเองได้
2. ระบบ e-RFP (Request for Proposal) / e-RFO (Request for Quotation) เป็น
ระบบทอี่ านวยความสะดวกในข้นั ตอนการจดั ซอื้ จดั จ้างทางอิเล็กทรอนิกสโ์ ดยวิธีสอบราคาหรือ
วธิ ตี กลงราคา
3. ระบบ e-Auction แบง่ ได้เปน็ 2 ส่วน ได้แก่
• Reverse Auction เป็นระบบที่อานวยความสะดวกในด้านการประมูลซ้ือให้
ไดร้ าคาต่าสดุ
• Forward Auction เป็นระบบท่ีอานวยความสะดวกในดา้ นการประมูลขายซ่ึง
สามารถประยกุ ต์ใชก้ บั การจาหนา่ ยพัสดุทีห่ มดความจาเป็นของหน่วยงานภาครัฐโดยวิธี
ขายทอดตลาดซึง่ เปน็ การประมูลขายแบบผูช้ นะคือผู้ทีเ่ สนอราคาสงู สดุ
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 3 การจดั หาและการจดั การผู้ส่งมอบ 76
_________________________________________________________________________________
3.14. VMI (Vendor Managed Inventory)
VMI คือระบบการบริหารคลังสินค้าโดยผู้ขายกล่าวคือการที่ผู้ผลิตเข้าไปจัดการคลังสินค้าของ
ลูกค้านั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น บรษิ ัทไทยน้าทิพย์เขา้ ไปดูแลน้าอัดลมในคลังของท็อปส์ซเู ปอร์มาร์เกต็ แล้ว
นาสินคา้ มาส่งทนั ตามกาหนดเวลา (Just In Time; JIT)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 3 การจัดหาและการจดั การผู้ส่งมอบ 77
_________________________________________________________________________________
คาถามทบทวนความร้บู ทท่ี 3
“เจ้าหนา้ ทจ่ี ดั ซือ้ จัดหาของบริษัท AAA จากดั ไดท้ าการจดั ซือ้ วตั ถุดิบไม่มีคณุ ภาพตามกาหนดทาใหบ้ รษิ ัท
ไม่สามารถผลติ และสง่ สินคา้ ได้ไม่ทนั ตามเวลาท่ีตกลงกบั ลกู คา้ ไว้” จากขอ้ ความน้ี จงอธิบายวา่ การจดั ซื้อ
จัดหามคี วามสาคัญอยา่ งไรกบั การจดั การโลจิสตกิ ส์และโซอ่ ปุ ทาน และการจัดซอื้ จดั หาที่ดคี วรดาเนนิ การ
อย่างไร
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ 78
_____________________________________________________________________________________
บทที่ 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินค้า
(Inventory and Warehousing Management)
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อเข้าใจความหมายและความสาคัญของสนิ คา้ คงคลงั และคลังสนิ ค้าได้
2. เพอื่ เขา้ ใจหลักการจดั การสนิ คา้ คงคลังเบื้องตน้ ได้
3. เพือ่ เข้าใจความสมั พันธร์ ะหว่างสนิ ค้าคงคลังและคลงั สินคา้ ได้
4. เพื่อเข้าใจบทบาทของการจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ ตอ่ การจัดการโลจิสติกส์และ
โซ่อุปทาน
ปัจจุบันการจัดการคลังสินค้าเป็นองค์ประกอบท่ีสาคัญอย่างยิ่ง ในการจัดโซ่อุปทานและโลจิสติกส์
เพอ่ื ใหอ้ งคก์ รสามารถตอบสนองความตอ้ งการของลกู ค้าไดอ้ ย่างรวดเรว็ ดว้ ยตน้ ทนุ ทตี่ ่า ดงั น้นั องค์กรสมัยใหม่
จึงต้องมีการบรหิ ารจดั การคลงั สินคา้ แบบบูรณาการ ท้งั ระดับกลยทุ ธ์และระดับปฏิบัติการต้ังแตก่ ารเลือกทาเล
ทตี่ ง้ั และการออกแบบคลงั สนิ ค้าการกาหนดมาตรฐานขัน้ ตอนการทางานต่างๆ เชน่ การรบั การจัดเก็บการจา่ ย
การตรวจนบั สินค้าการสร้างมูลค่าเพิ่ม ฯลฯ อย่างมปี ระสิทธภิ าพรวมทั้งสามารถเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศ
และอุปกรณ์ขนถ่ายพสั ดมุ าประยุกตใ์ ชไ้ ดอ้ ย่างเหมาะสม
4.1. ความหมายและความสาคัญของสินคา้ คงคลงั
4.1.1. ความหมายของสินค้าคงคลงั
สินค้าคงคลังหรือวสั ดุคงคลัง หมายรวมถึง สินคา้ และวัสดทุ ่เี ก็บไว้อยู่ในกระบวนการผลติ ท้ัง
ก่อนผลติ ระหวา่ งผลติ และผลิตสาเรจ็ รอจาหน่ายในบางบริบทอาจหมายถงึ สนิ ค้าสาเรจ็ เทา่ น้ันสินคา้
คงคลงั ถือว่าเปน็ สินทรัพย์ขององค์กรธรุ กิจและเพื่อไมใ่ ห้การดาเนนิ ธรุ กิจขาดตอนจงึ จาเป็นตอ้ งมีการ
จดั การสินคา้ คงคลงั
4.1.2. องค์ประกอบของการจัดการสนิ คา้
คงคลังสนิ ค้าคงคลงั (Inventory) จัดเปน็ สนิ ทรัพยห์ มุนเวยี นชนดิ หนึ่งซึ่งกจิ การตอ้ งมีให้เพื่อ
ขายหรือผลิต หมายถงึ
• วัตถุดิบคือสิง่ ของหรอื ช้ินส่วนที่ซ้อื มาเพื่อใชใ้ นการผลติ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลงั สินค้า 79
_____________________________________________________________________________________
• งานระหวา่ งกระบวนการผลติ เป็นชน้ิ งานท่ีอยู่ในขั้นตอนการผลิตหรือรอคอยท่ีจะผลิตใน
ขั้นตอนตอ่ ไปโดยท่ยี งั ผ่านกระบวนการผลติ ไม่ครบทุกขัน้ ตอน
• วัสดุซ่อมบารุงคือช้ินส่วนหรืออะไหล่เคร่ืองจักรท่ีสารองไว้เพื่อเปล่ียนเม่ือชิ้นส่วนเดิม
เสยี หายหรือหมดอายุการใช้งาน
• สินคา้ สาเร็จรูปคือปจั จยั การผลิตที่ผา่ นทุกกระบวนการผลติ ครบถว้ นพรอ้ มที่จะนาไปขายให้
ลกู คา้ ได้
• แรงงาน
• เงินลงทุน
• เคร่อื งมอื เครื่องจักร อปุ กรณ์
4.1.3. บทบาทของสินค้าคงคลงั ในโซ่อุปทาน
สินค้าคงคลงั มสี ่วนในการสรา้ งความสมดลุ ของโซ่อุปทาน เพ่อื ใหร้ ะดบั สนิ ค้าคงคลังต่าสดุ โดย
ไม่กระทบต่อระดับการให้บริการโดยปัจจัยนาเข้าของกระบวนการผลิตที่มีความสาคัญอย่างยิ่งคือ
วตั ถุดิบช้ินส่วน และวัสดุต่างๆ ท่ีเรียกรวมกันว่า สินค้าคงคลัง ซ่ึงเป็นองค์ประกอบท่ีใหญ่ท่ีสุดของ
ต้นทุนการผลิตผลิตภัณฑ์หลายชนิด นอกจากนั้น การที่สินค้าคงคลังเพียงพอยังเป็นการตอบสนอง
ความพงึ พอใจของลูกคา้ ได้ทันเวลา จงึ เห็นไดว้ ่าสินค้าคงคลังมีความสาคัญต่อกจิ กรรมหลักของธุรกิจ
เปน็ อยา่ งมาก การบริหารสินคา้ คงคลังท่มี ีประสิทธภิ าพจึงส่งผลกระทบตอ่ ผลกาไรโดยตรง
ในปัจจุบันนี้มี การนาเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาจัดการข้อมูลของสินค้าคงคลัง
เพื่อใหเ้ กิดความถกู ต้องแมน่ ยาและทันเวลามากย่ิงขน้ึ การจัดซอ้ื สินคา้ คงคลังมา
ในคุณสมบัติท่ีตรงตามความตอ้ งการปริมาณเพียงพอ ราคา เหมาะสมทันเวลาที่ต้องการซื้อ
จากผู้ขายที่ไว้วางใจได้ และนาส่งยงั สถานที่ท่ีถูกต้องตามหลักการจัดซื้อท่ีดีท่ีสุด เป็นจดุ เริ่มต้นของ
การบริหารสินค้าคงคลัง การจัดการสนิ ค้าคงคลงั มีวตั ถุประสงคห์ ลกั อยู่ 2 ประการใหญ่ คอื
1. สามารถมีสินค้าคงคลังบริการลูกค้าในปริมาณท่ีเพียงพอ และทันต่อความต้องการของ
ลูกค้าเสมอ เพื่อสร้างยอดขายและรกั ษาระดบั ของสว่ นแบ่งตลาดไว้
2. สามารถลดระดับการลงทุนในสนิ ค้าคงคลงั ต่าทส่ี ดุ เทา่ ทจี่ ะทาได้เพอื่ ทาให้ตน้ ทนุ การผลติ
ต่าลงด้วย
แต่วัตถุประสงคส์ องข้อน้ี จะขัดแย้งกนั เพราะการลงทุนในสนิ ค้าคงคลังต่าทส่ี ุดมักจะต้องใช้
วิธีลดระดบั สินค้าคงคลังให้เหลือแคเ่ พียงพอใช้ปอ้ นกระบวนการผลิตเพ่อื ให้สามารถดาเนินการผลติ ได้
โดยไมห่ ยดุ ชะงักแตร่ ะดบั สินคา้ คงคลงั ที่ตา่ เกินไป ก็ทาให้บริการลูกคา้ ไมเ่ พียงพอหรอื ไม่ทันใจลูกค้า
ในทางตรงกนั ข้ามการถือสนิ ค้าคงคลงั ไวม้ ากเพื่อผลติ หรือส่งให้ลูกคา้ ไดเ้ พียงพอและทนั เวลาเสมอจะ
ทาให้ตน้ ทนุ สินค้าคงคลังสงู ข้ึน ดังนน้ั การบรหิ ารสินค้าคงคลงั โดยรักษาความสมดุลของวัตถุประสงค์
ท้ังสองข้อนจ้ี ึงไม่ใช่เร่อื งง่าย
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 80
_____________________________________________________________________________________
และเน่ืองจากการบริหารการผลิตในปจั จบุ ัน จะต้องคานึงถึงคุณภาพเป็นหลักสาคัญซ่ึงการ
บริการลูกคา้ ท่ดี กี ็เป็นสว่ นหนึ่งของการสร้างคุณภาพที่ดีซง่ึ ทาให้ลูกค้ามีความพงึ พอใจสงู สุดดว้ ย จงึ ดู
เหมือนว่าการมสี นิ ค้าคงคลังในระดับสงู จะเป็นประโยชน์กบั กิจการในระยะยาวมากกวา่ เพราะจะรกั ษา
ลกู ค้าและส่วนแบ่งตลาดได้ดแี ตอ่ ันที่จริงแลว้ ต้นทุนสินค้าคงคลงั ทสี่ ูงซึ่งทาให้ตน้ ทุนการผลติ สูงดว้ ยมี
ผลให้ไม่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งในด้านราคาได้จึงต้องทาให้ต้นทุนต่าคุณภาพดีและบริการ ท่ีดีด้วยใน
ขณะเดยี วกนั
4.1.4. ประโยชน์ของสินคา้ คงคลังมีหลายแนวทาง ดังนี้
1. ตอบสนองความต้องการของลูกค้าท่ีประมาณการณ์ไว้ในแต่ละช่วงเวลา ทั้งในและนอก
ฤดูกาลโดยธรุ กจิ ต้องเก็บสนิ ค้าคงคลงั ไว้ในคลังสินคา้
2 รักษาการผลิตให้มีอัตราคงท่ีสม่าเสมอ เพ่ือรักษาระดับการว่าจ้างแรงงาน การเดิน
เครือ่ งจักร ฯลฯ ใหส้ มา่ เสมอไดโ้ ดยจะเก็บสนิ คา้ ท่ีขายไมห่ มดในช่วงขายไม่ดีไว้ขายตามช่วงขายดี ซึ่ง
ชว่ งน้ันอาจจะผลิตไมท่ ันขาย
3. ทาใหธ้ ุรกจิ ได้ส่วนลดปริมาณจากการจัดซ้ือจานวนมากต่อครั้ง ป้องกนั การเปลี่ยนแปลง
ราคาและผลกระทบจากเงินเฟ้อเม่อื สนิ คา้ ในท้องตลาดมีราคาสงู ขึ้น
4. ป้องกันของขาดมือด้วยสินค้าเผื่อขาดมือ เมื่อเวลารอคอยล่าช้าหรือบังเอิญได้คาสั่งซื้อ
เพิ่มข้ึนกะทนั หนั
5. ทาให้กระบวนการผลิตสามารถดาเนนิ การตอ่ เนื่องอยา่ งราบรน่ื ไม่มีการหยดุ ชะงัก เพราะ
ของขาดมอื จนเกิดความเสยี หายแกก่ ระบวนการผลิต ซึ่งจะทาให้คนงานวา่ งงานเครื่องจกั รถกู ปิดผลิต
ไม่ทันคาสง่ั ซือ้ ของลกู ค้า
4.1.5. สินคา้ คงคลงั และการจดั การคณุ ภาพ
การจัดการคุณภาพเปน็ เรือ่ งท่ีเกีย่ วขอ้ งกับบุคคล 2 กล่มุ คอื ลูกคา้ และเจา้ ของผลติ ภณั ฑ์ โดย
ลูกค้าจะพิจารณาเรอ่ื งลกั ษณะสินค้าราคาทีส่ ามารถซื้อไดแ้ ละเวลาที่สง่ มอบในทางตรงกันขา้ มเจ้าของ
ผลิตภัณฑ์ต้องจัดหาทรัพยากรที่เป็นปัจจยั นาเข้าไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบแรงงานเครื่องจักรและเงินเพื่อ
นามาผลติ ให้มีสนิ ค้าตามทลี่ กู ค้าตอ้ งการในตน้ ทนุ ทดี่ ไี มข่ าดทนุ และจดั สง่ ใหล้ กู คา้ ทันเวลา โดยไมเ่ สีย
ค่าปรับ ซ่ึงปัญหาส่วนมากในซัพพลายเชนจะเกิดจากปัจจัยภายนอก ไม่วา่ จะเป็นเศรษฐกิจ สังคม
การเมอื ง คู่แข่งลกู ค้าผขู้ ายปจั จยั การผลิตจึงเกดิ การจัดเก็บสินคา้ คงคลงั เพือ่ รองรบั ระบบคณุ ภาพ
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 81
_____________________________________________________________________________________
4.1.6. ต้นทนุ ของสนิ คา้ คงคลงั
ตน้ ทุนของสนิ คา้ คงคลังมี 4 ชนิด คอื
1. ค่าใช้จ่ายในการส่งั ซ้ือ (Ordering Cost) คือค่าใช้จ่ายท่ีต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาซ่งึ สินค้า
คงคลงั ทต่ี ้องการ ซึ่งจะแปรผนั ตามจานวนครั้งของการสัง่ ซอื้ แต่ไม่แปรผันตามปริมาณสินคา้ คงคลัง
เพราะการสั่งซ้ือของมากเท่าใดก็ตามในแต่ละคร้ัง ค่าใช้จ่ายในการส่ังซ้ือก็ยังคงท่ี แต่ถ้ายิ่งสั่งซ้ือ
บ่อยครั้งค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อจะยิ่งสูงข้ึน ค่าใช้จ่ายใน-ส่ังซื้อ ได้แก่ ค่าเอกสารใบสั่งซื้อ ค่าจ้าง
พนักงานจัดซื้อ ค่าโทรศัพท์ ค่าขนส่งสินค้า ค่าใช้จ่ายในการตรวจรับของและเอกสารค่าธรรมเนียม
การนาของออกจากศุลกากร และค่าใชจ้ ่ายในการชาระเงิน เปน็ ตน้
2. ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา (Carrying Cost) คอื ค่าใชจ้ ่ายจากการมีสินค้าคงคลังและ
การรกั ษาสภาพใหส้ ินค้าคงคลงั นน้ั อยใู่ นรูปท่ใี ช้งานได้ ซ่ึงจะแปรผันตามปรมิ าณสินคา้ คงคลังทถ่ี ือไว้
และระยะเวลาท่ีเก็บสินค้าคงคลังนนั้ ไว้ ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา ได้แก่ ตน้ ทุน เงินทุน ที่จมอยู่กับ
สินค้าคงคลงั ซง่ึ กค็ ือคา่ ดอกเบ้ยี จ่าย ถา้ เงนิ ทุนนั้นมาจากการกู้ยืมหรือเป็นคา่ เสยี โอกาส ถา้ เงินทนุ นน้ั
เป็นส่วนของเจา้ ของ คา่ คลังสนิ คา้ ค่าไฟฟ้าเพอื่ การรักษาอณุ หภมู ิ ค่าใช้จ่ายของสินค้าทช่ี ารดุ เสียหาย
หรือหมดอายุเส่ือมสภาพจากการเก็บนานเกินไป ค่าภาษีและการประกันภัย ค่าจ้างพนักงานรักษา
ความปลอดภัยและพนกั งานประจาคลงั สินค้า เปน็ ตน้
3. ค่าใช้จ่ายเน่ืองจากสินค้าขาดแคลน (Shortage Cost หรือ Stock out Cost) คือ
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการมีสินค้าคงคลังไม่เพียงพอต่อการผลิต ทาให้ลูกค้ายกเลิกคาส่ังซ้ือ ขาด
รายได้ท่ีควรได้กิจการเสียชื่อเสียงกระบวนการผลิตหยุดชะงัก เกิดการว่างงานของเคร่ืองจักรและ
คนงาน เปน็ ต้น ค่าใช้จา่ ยนี้จะแปรผกผนั กบั ปริมาณสนิ ค้าคงคลงั ทถ่ี อื ไว้ น้ันคือถา้ ถอื สินค้าไว้มาก จะ
ไมเ่ กิดการขาดแคลน แตถ่ ้าถอื สินค้าคงคลงั ไวน้ อ้ ยก็อาจเกิดโอกาสท่ีจะเกิดการขาดแคลนได้มากกว่า
และมีค่าใช้จา่ ยเนอ่ื งจากสินคา้ ขาดแคลนนขี้ ึน้ อย่กู บั ปรมิ าณการขาดแคลนรวมทัง้ ระยะเวลาทเี่ กิดการ
ขาดแคลนขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายเนอ่ื งจากสินคา้ ขาดแคลน ได้แก่ คาส่ังซือ้ ของลอ็ ตพิเศษทางอากาศ เพ่ือ
นามาใช้แบบฉกุ เฉนิ ค่าปรบั เน่ืองจากส่งสนิ ค้าใหล้ ูกคา้ ล่าชา้ คา่ เสียโอกาสในการขายและค่าใช้จ่ายท่ี
เกิดขน้ึ จากการเสยี คา่ ความนิยม เปน็ ต้น
4. ค่าใช้จ่ายในการต้ังเครื่องจักรใหม่ (Setup Cost) คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดข้ึนจากการที่
เคร่อื งจักรจะต้องเปลีย่ นการทางานหนง่ึ ไปทางานอีกอย่างหนง่ึ ซ่ึงจะเกดิ การวา่ งงานชวั่ คราว สินค้า
คงคลังจะถูกทง้ิ ให้รอกระบวนการผลิตท่ีจะตั้งใหม่ ค่าใช้จ่ายในการต้ังเคร่ืองจักรใหมน่ ้ีจะมลี ักษณะ
เป็นต้นทนุ คงท่ตี อ่ ครัง้ ซ่งึ จะข้นึ อยู่กบั ขนาดของลอ็ ตการผลิตถา้ ผลิตเป็นลอ็ ตใหญ่ มีการตั้งเครอ่ื งใหม่
นานคร้ัง คา่ ใช้จ่ายในการต้ังเครอ่ื งใหม่ก็จะต่า แต่ยอดสะสมของสนิ คา้ คงคลังจะสูง ถ้าผลติ เป็นล็อต
เล็ก มีการต้ังเครือ่ งใหม่บ่อยครั้งคา่ ใชจ้ ่ายในการตั้งเคร่อื งใหมก่ จ็ ะสูง แต่สินคา้ คงคลงั จะมรี ะดบั ต่าลง
และสามารถส่งมอบงานให้แกล่ กู ค้าไดเ้ ร็วขน้ึ
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 82
_____________________________________________________________________________________
4.2. ระบบการควบคุมสนิ ค้าคงคลัง
ภาระงานอนั หนักประการหนง่ึ ของการบรหิ ารสินคา้ คงคลงั คือ การลงบญั ชแี ละตรวจนบั สนิ ค้าคงคลัง
เพราะแต่ละธุรกิจจะมีสนิ ค้าคงคลงั หลายชนิด แต่ละชนิดอาจมีความหลากหลาย เชน่ ขนาดรูปถา่ ยสผี า้ ซงึ่ ทา
ให้การตรวจนับสินค้าคงคลังตอ้ งใชพ้ นักงานจานวนมากเพ่ือให้ได้จานวนท่ีถกู ต้องภายใต้ระยะเวลาที่กาหนด
เพ่ือท่ีจะได้ทราบว่าชนิดสินค้าคงคลังที่เริ่มขาดมือต้องซ้ือมาเพ่ิมและปริมาณการซื้อที่เหมาะสมระบบการ
ควบคมุ สนิ คา้ คงคลังมอี ยู่ 3 วิธี คือ
4.2.1. ระบบสินคา้ คงคลังเมอื่ สน้ิ งวด
ระบบสนิ ค้าคงคลังเม่อื ส้ินงวดเป็นระบบสินคา้ คงคลังท่ีมวี ิธีการลงบัญชีเฉพาะในช่วงเวลาท่ี
กาหนดไว้เทา่ นั้น เช่น ตรวจนับและลงบัญชีทุกปลายสัปดาห์หรือปลายเดือนเม่อื ของถกู เบิกไปก็จะมี
การสั่งซื้อเข้ามาเติมให้เต็มระดับที่ต้ังไว้ระบบน้ีจะเหมาะกับสินค้าที่มีการสั่งซ้ือและเบิกใช้เป็น
ชว่ งเวลาท่ีแน่นอน เช่น ร้านขายหนังสือของซีเอ็ดจะมีการสารวจยอดหนังสือในแต่ละวัน และสรุป
ยอดตอนสิ้นเดือน เพื่อดูปริมาณหนังสือคงค้างในร้านและคลังสินค้าและยอดหนังสือท่ีต้องเตรียม
จัดส่งให้แก่ร้านค้าตามที่ต้องการส่ังซ้ือโดยท่ัวไปแล้วระบบสินค้าคงคลัง เมื่อส้ินงวดมักจะมีระดับ
สินคา้ คงคลังเหลอื สงู กวา่ ระบบสนิ คา้ คงคลังอยา่ งต่อเนอื่ งเพราะจะมกี ารเพอ่ื สารองการขาดมอื โดยไม่
คาดคิดไว้ก่อนล่วงหน้าบ้างและระบบนี้จะทาให้มีการปรับปริมาณการส่ังซ้ือใหม่เมื่อความต้องการ
เปลี่ยนแปลง ไปด้วยการเลอื กใชร้ ะบบสนิ ค้าคงคลังแบบต่อเนอ่ื งและระบบสนิ คา้ คงคลงั เม่อื ส้ินงวดมี
ข้อดีของแต่ละแบบดังนเ้ี ป็นระบบสนิ คา้ คงคลังท่มี วี ิธีการลงบญั ชที กุ ครงั้ ท่มี ีการรับและจา่ ยของ ทาให้
บัญชีคุมยอดแสดงยอดคงเหลือท่ีแท้จริงของสินค้าคงคลังอยู่เสมอ ซึ่งจาเป็นอยา่ งยิ่งในการควบคุม
สนิ คา้ คงคลังรายการท่ีสาคัญทีป่ ล่อยให้ขาดมอื ไมไ่ ด้แต่ระบบน้ี เป็นวิธีที่มคี ่าใชจ้ ่ายด้านงานเอกสาร
ค่อนข้างสูง และต้องใช้พนักงานจานวนมากจึงดูแลการรับจ่ายได้ทั่วถึง ในปัจจุบันการนา เอา
คอมพิวเตอรเ์ ขา้ มาประยกุ ต์ใช้กบั งานสานักงานและบญั ชีสามารถช่วยแก้ไขปัญหาในข้อนี้ โดยการใช้
รหัสแหง่ (Bar Code) หรอื รหัสสากลสาหรบั ผลิตภัณฑ์ (EAN13) ติดบนสนิ ค้าแล้วใชเ้ ครือ่ งอ่านรหัส
แห่ง (Laser Scan) ซึ่งวิธีน้ีนอกจากจะมีความถูกต้องแม่นยาและเท่ียงตรงแล้วยังสามารถใช้เป็น
ฐานข้อมลู ของการบรหิ ารสนิ คา้ คงคลงั ในโซอ่ ปุ ทานของสินคา้ ไดอ้ ีกด้วย
4.2.2. ระบบสนิ คา้ คงคลงั เม่ือสิ้นงวด
ระบบสินค้าคงคลังเมอื่ ส้ินงวดเปน็ ระบบสินค้าคงคลังทมี่ วี ิธีการลงบัญชีเฉพาะ ในช่วงเวลาท่ี
กาหนดไว้เทา่ น้ัน เชน่ ตรวจนบั และลงบญั ชีทกุ ปลายสปั ดาห์ หรือปลายเดือน เม่อื ของถูกเบิกไปกจ็ ะมี
การส่ังซ้ือเข้ามาเติมให้เต็มระดับที่ต้ังไว้ระบบนี้จะเหมาะกับสินค้าที่มีการส่ังซื้อและเบิกใช้เป็น
ชว่ งเวลาท่ีแน่นอน เชน่ รา้ นขายหนังสือของซีเอด็ จะมกี ารสารวจยอดหนังสือในแตล่ ะวันและสรุปยอด
ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 83
_____________________________________________________________________________________
ตอนส้ินเดือนเพื่อดูปริมาณหนังสือคงค้างในร้าน และคลังสินค้าและยอดหนังสือที่ต้องเตรียมจัดส่ง
ให้แก่ร้านคา้ ตามทต่ี ้องการส่ังซื้อ
โดยท่ัวไปแล้วระบบสินค้าคงคลังเมื่อสนิ้ งวด มักจะมีระดับสินค้าคงคลังเหลือสูงกว่าระบบ
สินค้าคงคลงั อย่างต่อเน่อื ง เพราะจะมีการเพื่อสารองการขาดมือ โดยไม่คาดคิดไวก้ ่อนล่วงหน้าบา้ ง
และระบบน้ีจะทาใหม้ กี ารปรบั ปรมิ าณการสงั่ ซอื้ ใหมเ่ ม่อื ความต้องการเปลย่ี นแปลงไปดว้ ยการเลอื กใช้
ระบบสินคา้ คงคลงั แบบต่อเนอื่ งและระบบสนิ ค้าคงคลงั เมอ่ื สน้ิ งวดมขี ้อดขี องแตล่ ะแบบ ดงั นี้
ข้อดขี องระบบสินคา้ คงคลังแบบตอ่ เนื่อง
1. มสี ินค้าคงคลังเพ่ือขาดมือน้อยกว่า โดยจะเผื่อสินค้าไวเ้ ฉพาะช่วงเวลารอคอยเท่าน้ัน แต่
ละระบบเม่ือสิ้นงวดตอ้ งเผอื่ สินคา้ ไวท้ ้งั ช่วงเวลารอคอยและเวลาระหวา่ งการส่ังซ้อื แต่ละคร้งั
2. ใช้จานวนการสัง่ ซ้อื คงทซ่ี ่งึ จะทาให้ไดส้ ่วนลดปริมาณได้งา่ ย
3. สามารถตรวจสนิ ค้าคงคลงั แตล่ ะตัวอยา่ งอิสระและเจาะจงเขม้ งวดเฉพาะรายการท่ีมรี าคา
แพงได้
ข้อดขี องระบบสนิ คา้ คงคลังเมอ่ื ส้ินงวด
1. ใช้เวลานอ้ ยกวา่ และเสยี ค่าใช้จ่ายในการควบคุมน้อยกวา่ ระบบต่อเนอื่ ง
2. เหมาะกับการส่ังซื้อของจากผู้ขายรายเดียวกันหลายๆชนิด เพราะจะได้ลดค่าใช้จ่าย
เกยี่ วกบั เอกสารลดคา่ ใช้จา่ ยในการส่งั ซื้อและสะดวกตอ่ การตรวจนบั ยง่ิ ข้นึ
3. คา่ ใชจ้ ่ายในการเก็บข้อมูลสนิ ค้าคงคลงั ต่ากวา่
4.2.3. ระบบการจาแนกสินคา้ คงคลงั เป็นหมวด ABC
ระบบนี้เป็นวิธีการจาแนกสินค้าคงคลังออกเป็นแต่ละประเภท โดยพิจารณาปริมาณและ
มูลค่าของสนิ คา้ คงคลังแต่ละรายการเป็นเกณฑ์ เพือ่ ลดภาระในการดแู ลตรวจนบั และควบคมุ สินค้าคง
คลังที่มีอยู่มากมาย ซ่ึงถา้ ควบคุมทุกรายการอย่างเข้มงวดเท่าเทียมกันจะเสยี เวลาและค่าใชจ้ ่ายมาก
เกินความจาเป็นเพราะในบรรดาสินค้าคงคลังทั้งหลายของแต่ละธุรกิจมักจะเป็นไปตามเกณฑ์
ดงั ต่อไปน้ี
A เป็นสินค้าคงคลังท่ีมีปริมาณน้อย (5-15% ของสินค้าคงคลังท้ังหมด) แต่มีมูลค่ารวม
ค่อนข้างสงู (70-80% ของมูลคา่ ทงั้ หมด)
B เป็นสินค้าคงคลังท่ีมีปรมิ าณปานกลาง (30% ของสนิ ค้าคงคลังท้ังหมด) และมีมูลค่ารวม
ปานกลาง (15% ของมลู คา่ ท้ังหมด)
C เป็นสินค้าคงคลังที่มีปริมาณมาก (50-60% ของสินค้าคงคลังท้ังหมด) แต่มีมูลค่ารวม
ค่อนขา้ งตา่ (5-10% ของมลู ค่าท้ังหมด
ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ 84
_____________________________________________________________________________________
4.3. การพจิ ารณารปู แบบการจดั การคลงั สนิ ค้า
การพิจารณารูปแบบการจดั การคลังสินคา้ คงคลงั อาจพจิ ารณาโดยใช้แนวทางการวเิ คราะห์เชงิ มูลค่า
ตอ่ หนว่ ย และปริมาณการใชส้ าหรบั กาหนดวธิ ีการหรอื นโยบายในการจดั เก็บให้เหมาะสมตามแนวทางดังแสดง
ในรูปท่ี 4.1 ซึง่ อาจแบง่ แยกไดเ้ ป็น 4 กลุ่มดงั ตอ่ ไปนี้
1. FH (Fast-High), FM (Fast-Medium) และ MH (Medium-High): ใช้ระบบการสั่งซื้อแบบ EOQ
และ ROP
2. FL (Fast-Low) และ MM (Medium-Medium): ใช้ระบบการส่ังซือ้ แบบ Min Max Model
3. ML (Medium-Low), SM (Slow-Medium) และ SL (Slow-Low): ใช้ระบบการสงั่ ซ้ือแบบ Two
Bin System
4. SH (Slow-High): ไข้ระบบการสั่งซ้ือแบบ MRP และดูความวิกฤตสาหรับกาหนดปริมาณการ
จดั เก็บ
รปู ที่ 4.1 แสดงการวเิ คราะหเ์ ชิงมูลค่าและปริมาณการใช้
4.3.1 ระบบการจาแนกสนิ คา้ คงคลังเป็นหมวด ABC
ระบบนี้เป็นวิธีการจาแนกสินค้าคงคลัง ออกเป็นแต่ละประเภท โดยพิจารณาปริมาณและ
มลู ค่าของสนิ คา้ คงคลงั แต่ละรายการเป็นเกณฑ์ เพ่ือลดภาระในการดูแลตรวจนับ และควบคุมสินค้า
คงคลังที่มีอยู่มากมาย ซึ่งถ้าควบคุมทุกรายการอย่างเข้มงวดเท่าเทียมกันจะเสียเวลาและค่าใช้จ่าย
มากเกินความจาเป็นเพราะในบรรดาสินค้าคงคลังทั้งหลายของแต่ละธุรกิจมักจะเป็นไปตามเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลบั
บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลงั สินค้า 85
_____________________________________________________________________________________
A เป็นสินค้าคงคลังที่มีปริมาณน้อย (5-15% ของสินค้าคงคลังทั้งหมด) แต่มีมูลค่ารวม
คอ่ นขา้ งสูง (70-80% ของมูลค่าทง้ั หมด)
B เป็นสนิ ค้าคงคลังที่มีปริมาณปานกลาง (30% ของสินค้าคงคลังทั้งหมด) และมีมลู ค่ารวม
ปานกลาง (15% ของมลู คา่ ทัง้ หมด)
C เป็นสินค้าคงคลังท่ีมีปริมาณมาก (50-60% ของสินค้าคงคลังทั้งหมด) แต่มีมูลค่ารวม
ค่อนขา้ งตา่ (5-10% ของมูลค่าท้ังหมด)
รูปที่ 4.2 แสดงการแยกชนิดความสาคญั ของวัสดุคงคลัง ABC
ตัวอยา่ งท่ี 4.1 ฝ่ายซ่อมบารงุ ในโรงงาน ABC รับผิดชอบในการสารองอะไหลใ่ นการซ่อมบารุงเครอื่ งจกั รซ่งึ ได้
เกบ็ ประวัติการใช้งานทผี่ า่ นมามหี มายเลขช้นิ ส่วนราคาตอ่ หนว่ ยและการใชง้ านดังแสดงในตารางตอ่ ไปน้ี
ผ้ชู ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ 86
_____________________________________________________________________________________
ซ่งึ สามารถหาช้ันของอะไหล่โดยคูณระหวา่ งต้นทนุ ตอ่ หน่วยกบั อุปสงค์ตอ่ ปแี ละจัดช้ันได้ ดงั นี้
การจาแนกสนิ ค้าคงคลงั เป็นหมวด ABC จะทาให้การควบคมุ สินค้าคงคลงั แตกต่างกนั ดังตอ่ ไปนี้
A .ควบคุมอย่างเข้มงวดมาก ด้วยการลงบัญชีทุกคร้ังท่ีมีการรับจ่ายและมีการตรวจนับ
จานวนจรงิ เพือ่ เปรียบเทียบกับจานวนในบัญชอี ยบู่ อ่ ยๆ (เช่นทกุ สปั ดาห)์ การควบคมุ จึงควรใช้ระบบ
สนิ คา้ คงคลังอย่างต่อเนื่อง และต้องเก็บของไว้ในที่ปลอดภัยในด้านการจัดซื้อก็ควรหาผู้ขายไวห้ ลาย
รายเพื่อลดความเสย่ี งจากการขาดแคลนสินค้าและสามารถเจรจาต่อรองราคาได้
B .ควบคุมอย่างเข้มงวดปานกลาง ด้วยการลงบญั ชีคมุ ยอดบันทกึ เสมอ เช่นเดยี วกับ A ควร
มกี ารเบกิ จา่ ยอย่างเป็นระบบเพ่ือป้องกนั การสญู หาย การตรวจนบั จานวนจรงิ ก็ทาเช่นเดียวกับ A แต่
ความถ่ีน้อยกว่า (เช่นทุกส้ินเดือน) และการควบคุม B จึงควรใช้ระบบสินค้าคงคลังอย่างต่อเน่ือง
เชน่ เดียวกบั A
C. ไม่มีการจดบันทึกหรือมีก็เพียงเล็กน้อย สินคา้ คงคลังประเภทนี้จะวางให้หยบิ ใช้ไดต้ าม
สะดวกเน่ืองจากเป็นของราคาถูกและมีปริมาณมาก ถ้าทาการควบคุมอย่างเข้มงวดจะทาให้มี
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลบั
บทท่ี 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลงั สินค้า 87
_____________________________________________________________________________________
คา่ ใชจ้ ่ายมาก ซ่งึ ไมค่ ุ้มค่ากับประโยชน์ท่ีไดป้ ้องกนั ไมใ่ ห้สูญหายการตรวจนับ C จะใช้ระบบสินค้าคง
คลงั แบบสิ้นงวดคือเว้นไว้สกั ระยะแลว้ ค่อยมาตรวจนับดูว่าพร่องไปเทา่ ใดแลว้ กซ็ ้อื มาเติมหรืออาจใช้
ระบบ 2 กล่องซึ่งมีกล่องวัสดุอยู่ 2 กล่องเป็นการเผ่ือไว้พอใช้ของในกล่องแรกหมดก็นาเอากล่อง
สารองมาใช้แลว้ รบี ซอื้ ของเติมใส่กลอ่ งสารองแทนซึ่งจะทาใหไ้ ม่มีการขาดมอื เกิดขึน้
4.3.2. การตรวจนับจานวนสนิ คา้ คงคลงั
การตรวจนบั จานวนสินคา้ คงคลังเป็นการตรวจนับสินค้าเพื่อใหเ้ กิดความม่ันใจวา่ สินคา้ มีอยู่
จรงิ และในบญั ชีตรงกันมีหลายวิธีดงั น้ี
1. วิธีปิดบัญชีตรวจนับ คือเลือกวันใดวันหนึ่งท่ีจะทาการปิดบัญชีแล้วห้ามมิให้มีการ
เบิกจา่ ยเพ่ิมเตมิ หรอื เคลอื่ นย้ายสินค้าคงคลงั ทกุ รายการโดยตอ้ งหยดุ การซือ้ - ขายตามปกตแิ ลว้ ตรวจ
นบั ของท้งั หมดวธิ ีน้ีจะแสดงมูลคา่ ของสินค้าคงคลงั ณ วันทตี่ รวจนบั ได้อย่างเทยี่ งตรงแต่กท็ าให้เสีย
รายได้ในวันท่ีตรวจนับของ
2. วิธีเวียนกันตรวจนับ จะปิดการเคล่ือนย้ายสินคา้ คงคลังเพือ่ ตรวจนับเม่ือส่วนใดตรวจนับ
เสร็จก็เปิดขายหรือเบกิ จา่ ยได้ตามปกตแิ ละปิดแผนกอืน่ ตรวจนบั ต่อไปจนครบทกุ แผนกวธิ นี จี้ ะไมเ่ สีย
รายได้จากการขายแต่โอกาสทีจ่ ะคลาดเคลอื่ นมีสูง
4.4. การจัดการสนิ คา้ คงคลงั
การจัดการสินค้าคงคลังนั้นเพือ่ ให้มีวัตถุดิบและสนิ ค้ารองรับการผลิตและการตลาดทัง้ การบรกิ าร
ลกู ค้าที่ดีและมีตน้ ทุนสินค้าคงคลงั รวมทีอ่ ยูร่ ะดบั ต่าสามารถทาได้หลายวิธีขึ้นอย่กู ับลักษณะของความต้องการ
สนิ ค้าทรัพยากรความพรอ้ มของบคุ ลากรท่ีเก่ียวขอ้ งการจดั การโซ่อปุ ทาน ตลอดจนลักษณะของกระบวนการ
ผลิตสินค้านอกจากนั้นความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศยังช่วยให้การสร้างระบบการจัดการสินคา้ คง
คลังมคี วามหลากหลายมากขน้ึ ทาให้ผบู้ รหิ ารสามารถเลอื กใช้ระบบท่เี หมาะสมกบั กิจการของตนไดม้ ากขึ้นด้วย
เช่นกันระบบการจดั การสินค้าคงคลงั ทเ่ี ป็นท่นี ิยมใช้กนั แพรห่ ลายในธรุ กิจอตุ สาหกรรมมีดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ระบบขนาดส่งั ซื้อท่ปี ระหยดั (EOQ)
2. ระบบการวางแผนความต้องการวสั ดุ (MRP)
3. ระบบสนิ คา้ คงคลังของการผลติ แบบทนั เวลาพอดี (JIT)
4.4.1. ระบบการสัง่ ซ้อื และการเตมิ เตม็
ระบบส่ังซื้อและการเตมิ เต็มอธบิ ายไดด้ ังในรปู ท่ี 4. 3 โดยแกนนอนเป็นเวลาสว่ นแกนตงั้ เป็น
จานวนเมอ่ื เรมิ่ การสั่งซ้ือที่จุดส่ังซือ้ ในเส้นล่างในช่วงท่ี 1 จะเริ่มส่งั ซื้อให้ไดเ้ ทา่ กบั จานวนส่ังซอ้ื ในเส้น
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั
บทที่ 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 88
_____________________________________________________________________________________
บนแต่เมื่อส่ังซ้ือไปแล้วจะต้องใช้เวลาระยะหน่ึงกว่าของจะมาซ่งึ เรียกว่าระยะเวลานาเมื่อของมาถึง
จานวนของในสต็อกก็เป็น 0 พอดีเมื่อของมาถึงก็เรม่ิ ใช้ไปจานวนก็ลดลงไปและเร่ิมสั่งซอ้ื ใหม่เมอ่ื ถึง
จุดสั่งซื้ออีกคร้ังเป็นอยา่ งนี้ตลอดไปอย่างไรก็ดีในระบบน้ี เราสมมติว่ามกี ารใช้คงท่ีและระยะเวลานา
คงที่ทีเ่ ราเรยี กวา่ ระบบในอุดมคติแต่ในความเปน็ จรงิ คา่ ดังกลา่ วมีความแปรปรวนจึงตอ้ งมีการเผอ่ื ตาม
ระดบั ความเช่อื มัน่ หรอื ระดับการให้บรกิ ารซึง่ จะได้กล่าวต่อไป
รูปที่ 4.3 แสดงระบบการจดั การวสั ดุคงคลงั จดุ ส่งั ซือ้ และจานวนทีส่ ่ังซื้อ
4.4.2. ระบบ Two-Bin
Two-Bin System เป็นระบบกาหนดจุดส่งั สินค้าสว่ นท่ีแตกต่างอยา่ งชัดเจนคือไมต่ อ้ งมีการ
บันทึกความเคลื่อนไหวของสนิ ค้าแบบต่อเน่ืองระบบ Tow-Bin น้ีทางานโดยใชภ้ าชนะ 2 ชดุ เช่นใช้ถัง
2 ถังถังท่ีหน่งึ ใส่สินค้าไว้เท่ากับปริมาณที่จุดส่ังซื้อถังทีส่ องใสส่ ินค้าไว้เท่ากับสว่ นต่างของจุดสั่งซ้ือถึง
ระดับสูงสดุ ท่จี ะเก็บการเบกิ ใช้ให้ใช้ถังทส่ี องกอ่ น
เมื่อสินค้าหมดถังที่สองแล้วจึงใช้ถังที่ห นึ่งทันทีที่ใช้สินค้าในถังท่ีหนึ่งให้ทาการสั่งซ้ื อใน
ปริมาณทก่ี าหนดเมื่อรับสินคา้ ที่สั่งซอ้ื แลว้ จงึ เตมิ สินคา้ ลงในทงั้ 2 ถงั วิธนี ้เี หมาะสมกับสินค้าท่มี ีมลู ค่า
ต่าและไม่ตอ้ งบันทกึ ปริมาณการใช้จดุ เดน่ ของวธิ ีน้ี คอื ลดปริมาณงานทไี่ ม่สาคญั
ผูช้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลงั สินคา้ 89
_____________________________________________________________________________________
รปู ที่ 4.4 แสดง Tow – Bin System
4.4.3. ระบบ Kanban-Pull
ระบบ Kanban หรือระบบป้ายเบอร์ คือ ระบบหลายถังทพ่ี ัฒนามาจากระบบ 2 ถังนน่ั เอง
ทั้งน้ีเพื่อใหป้ รับจานวนให้ได้หลายระดับมากขึ้นความจาเป็นท่ีต้องใช้ Kanban หรือป้ายเกิดขน้ึ เมื่อ
แผนกอยู่ห่างกันจึงไม่สะดวกในการใช้ถังจึงใช้ป้ายแทนท่ีนิยมกันเป็นประเภท 2 ใบที่เรียกว่า Dual
Kanban เม่อื มกี ารใช้งานก็จะใช้ Kanban เบิกและส่งต่อไปอีกแผนกโดยเปลี่ยนเป็น Kanban ผลิต
ระบบ Kanban ถกู นาไปใช้ในองค์กรรว่ มกับระบบซูเปอร์มาเก็ตท่ีเตมิ สินค้าบนช้ันวางตาม
จานวนท่ีขาดเรยี กว่าระบบ Pull System โดยจะวางแผนและบริหารจดั การฟังก์ช่ันธรุ กิจของตนเอง
จาก Real Demands หรอื คาส่ังซอื้ / ความต้องการจริงจากลูกค้าหรือผบู้ ริโภค
ในมิติของ“ Demand Management” ระบบ Pull จึงหมายถึง การท่ีกิจการจะไม่มีการ
สต๊อกสนิ คา้ หรอื ผลติ สินคา้ ล่วงหนา้ ไวก้ ่อนถ้ายงั ไมม่ คี าสั่งซ้ือจริง
การทาระบบ Pull System หัวใจสาคัญจึงอยู่ทีก่ ิจการจะต้องบรหิ ารจัดการทุกส่วนหรือทุก
ฟงั ก์ชั่นจากคาสง่ั ซ้อื จรงิ ให้มากทีส่ ดุ เท่าท่ีจะเปน็ ไปได้กิจการท่ีทาระบบ Pull System จะพยายามไม่
สตอ็ กวตั ถดุ บิ ชิ้นสว่ นหรอื สินค้าตราบใดกต็ ามที่ยังไม่มีคาสั่งซื้อจรงิ หรอื มกี ารจองล่วงหนา้ จากลูกค้า
Pull System ในด้านของการจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) จะเน้น
เร่ืองระยะเวลาการส่งมอบท่ีรวดเร็วกาลังการผลิตที่แน่นอนและเพียงพอและการจัดหาวัตถุดิบท่ี
ปราศจากปญั หา“
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 90
_____________________________________________________________________________________
รูปที่ 4.5 แสดงระบบ Pull System – Kanban
ตัวอย่างระบบ Trigger Line Kanban จะใช้เสน้ เป็นตวั กาหนดระดบั ของกลอ่ งใส่สนิ คา้ / ชน้ิ งานโดย
เม่ือกล่องลดลงเหลือระดับต่าสุด (Min) แผนกก่อนหน้าหรือผู้ส่งสินค้าชิ้นงานก็จะนากล่องมาเติมจนเต็มถึง
ระดบั สงู สดุ (Max) ดังแสดงในรูปท่ี 4. 6
รปู ท่ี 4.6 Trigger Line Kanban
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทท่ี 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 91
_____________________________________________________________________________________
4.4.4. ระบบการสงั่ ซอื้ แบบ Max-Min
รูปที่ 4.7 แสดงระบบการจดั การคลงั สินคา้ : ระบบส่ังซอ้ื แบบ Max – Min
การกาหนดปริมาณ Max-Min น้ันพิจารณาระดับของสินค้า a, b, c, d และ e เมื่อถึงใน
ระดับ Min จงึ ดาเนนิ การส่ังซอื้ เพอื่ ใหอ้ ยู่ในระดบั ทเ่ี หมาะสมคอื ควรสงู กวา่ ระดับ Min แตไ่ ม่เกินระดับ
Max
ปริมาณสินค้าคงคลังท่ีมากท่ีสุดท่ีควรจะมี (Maximum Stock) หมายถึง ปริมาณสินค้าคง
คลังท่ีมากท่ีสุดที่สามารถมีได้แต่ไม่ควรจะมีสินค้าคงคลังมากกว่าน้ีโดยทั่วไปมักจะไม่ค่อยได้มีการ
กาหนดปริมาณสินค้าคงคลังที่มากท่ีสดุ เอาไว้ เนอ่ื งจากองคก์ รมกั จะไม่ยอมใหม้ ีปริมาณสนิ ค้าคงคลัง
มากเกินไปอยู่แล้วแต่การกาหนดปริมาณสนิ ค้าคงคลังที่มากทสี่ ุดจะเปน็ ตวั วัดผลที่ช่วยใหก้ ารบริหาร
สินคา้ คงคลังทาได้ง่ายขนึ้
ปริมาณสินค้าคงคลังที่น้อยที่สุดท่ีต้องมี (Minimum Stock / Safety Stock / Buffer
Stock) หมายถึงปริมาณสินค้าคงคลังท่ีนอ้ ยที่สุดท่ีจะตอ้ งมีเพ่ือใช้ในการตอบสนองต่อความต้องการ
ของลูกค้าในขณะทป่ี จั จัยภายในต่างๆได้รบั การควบคุม (หรือประมาณการ) ไว้
4.4.5. ระบบจดุ ส่งั ซ้อื ใหม่ (Reorder Point)
ในการจัดซื้อสินค้าคงคลังเวลาก็เป็นปัจจัยท่ีสาคัญอย่างยิ่งตัวหน่ึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า
ระบบการควบคุมสินค้าคงคลังของกิจการเป็นแบบต่อเน่ืองจะสามารถกาหนดการสั่งซื้อใหม่ได้เมื่อ
พบว่าสินค้าคงคลังลดเหลือระดับหนง่ึ กจ็ ะสั่งซือ้ ของมาใหมใ่ นปริมาณคงท่ีเท่ากับปรมิ าณการสง่ั ซอื้ ที่
กาหนดไวซ้ ่ึงเรียกว่า Fixed Order Quantity System การกาหนดจุดสั่งซื้อต้องคานึงถึงสต็อกเพื่อ
ความปลอดภยั และระดบั การใหบ้ ริการ คือ
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 92
_____________________________________________________________________________________
1. สต็อกเพ่ือความปลอดภัย เป็นสต็อกที่ต้องสารองไว้กันสินค้าขาดเมื่อสินค้าถูกใช้และ
ปริมาณลดลงจนถึงจุดส่ังซื้อ (Reorder Point) เป็นจุดที่ใช้เตือนสาหรับการสั่งซื้อรอบถัดไปเม่ืออุป
สงค์สูงกว่าสินค้าคงคลงั ท่ีเก็บไว้เป็นการป้องกันสนิ ค้าขาดมือไวล้ ่วงหน้าหรืออีกคาอธิบายหนึ่งก็คือ
เป็นการเก็บสะสมสินค้าคงคลงั ในช่วงของรอบเวลาในการสั่งซอ้ื
2. ระดับการให้บริการ เป็นวิธกี ารวดั ปริมาณสต็อกเพือ่ ความปลอดภัยเพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกับ
ขอ้ กาหนดในดา้ นคุณภาพโดยปกตใิ นระบบคุณภาพลกู ค้าจะมีการคาดหวังในระดับทก่ี าหนดเป็นร้อย
ละของการส่ังซ้ือว่าสามารถจัดส่งได้หรือไม่ซึ่งขึ้นกับนโยบายที่ป้องกันสต็อกขาดมือโดยข้ึนอยู่กับ
ตน้ ทุนสาหรับสต็อกเพม่ิ เตมิ และเสยี ยอดขายเนือ่ งจากไมส่ อดคลอ้ งกบั อุปสงค์
จดุ สั่งซื้อใหม่นน้ั มคี วามสัมพันธ์แปรตามตวั แปร 2 ตัวคืออัตราความต้องการใช้สินคา้ คงคลัง
และรอบเวลาในการสง่ั ซอื้ (Lead Time) แบง่ ได้เปน็ 5 กรณดี ังต่อไปน้ี
1.จดุ ส่ังซื้อใหม่ในอัตราความต้องการสนิ คา้ คงคลงั คงทแี่ ละรอบเวลา คงทเ่ี ป็นสภาวะทไี่ ม่เสย่ี งทีจ่ ะ
เกดิ สินค้าขาดมือเลยเพราะทุกสง่ิ ทุกอยา่ งแน่นอนจงึ ไม่ต้องเพื่อค่าสตอ็ กเพอื่ ความปลอดภยั ซงึ่ มสี ูตรดังนี้
จุดส่ังซอื้ ใหม่ R = d x L
โดยที่ d = อัตราความตอ้ งการสินค้าคงคลงั
L = เวลารอคอย
2. จุดสั่งซอื้ ใหม่ในอัตราความต้องการสนิ ค้าคงคลังท่ีแปรผนั และรอบเวลา คงที่เป็นสภาวะที่อาจ
เกดิ ของขาดมือได้เพราะวา่ อัตราการใช้หรือความต้องการสินค้าคงคลังไมส่ ม่าเสมอจึงต้องมีการเก็บสินคา้ คง
คลังเพ่ือขาดมือ (Cycle-Service Level) ซึ่งจะเป็นโอกาสทไ่ี ม่มขี องขาดมอื
จดุ สั่งซื้อใหม่ = ( อตั ราความตอ้ งการ × รอบเวลา ) + สนิ คา้ คงคลงั เพอื่ ความปลอดภยั
= )
โดยท่ี
= อตั ราความตอ้ งการสินคา้ โดยเฉลย่ี
= รอบเวลาคงท่ี
= คา่ ระดับความเชอ่ื ม่ันว่าจะมีสนิ คา้ เพียงพอตอ่ ความตอ้ งการ
= ความเบี่ยงเบนมาตรฐานของอัตราความตอ้ งการสนิ ค้าระดบั วงจรของการบริการ
ระดับวงจรของการบรกิ าร ระดบั วงจรของการบริการ = 100% -โอกาสท่ีจะเกิดของขาดมอื
ตัวอย่าง 4.2. สินค้า A มีความต้องการเฉลี่ยวันละ 20 ช้ินพบว่าการกระจายเป็นแบบปกติและมีความ
เบี่ยงเบนมาตรฐาน 2 ชิ้นระยะเวลาในการสั่งซื้อ 2 วันถ้าต้องการระดับการให้บริการประมาณร้อยละ 95
จงหาจุดสง่ั ซ้อื และระดบั สต็อกเพื่อความปลอดภยั ของสนิ ค้า A
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลงั สินคา้ 93
_____________________________________________________________________________________
ระดบั การใหบ้ ริการประมาณรอ้ ยละ 95 เปิดดูตารางพบวา่ คา่ Z = 1. 65
จุดสั่งซอ้ื ใหม่ =
= +( )
= 44.67 = 45 ช้ิน
3. จุดสั่งซื้อในอัตราความต้องการสินค้าคงคลังคงท่ีและรอบเวลาแปรผัน เป็นภาวะท่ีรอบเวลามี
ลกั ษณะการกระจายของของขอ้ มลู แบบปกติ
จดุ สงั่ ซื้อใหม่ = )
โดยที่
= อัตราความตอ้ งการสินคา้ โดยเฉลยี่
= รอบเวลาคงที่
= คา่ ระดับความเชอื่ มน่ั วา่ จะมสี ินค้าเพยี งพอตอ่ ความตอ้ งการ
= ความเบีย่ งเบนมาตรฐานของอตั ราความตอ้ งการสินค้าระดบั วงจรของการบริการ
= ค่าเบ่ยี งเบนมาตรฐานของรอบเวลา
4. จุดส่ังซื้อใหม่ในอัตราความต้องการสินค้าแปรผันและรอบเวลาแปรผัน โดยท่ีทั้งอัตราความ
ต้องการสินคา้ และรอบเวลามลี ักษณะการกระจายของขอ้ มูลแบบปกติทงั้ สองตัวแปร
จุดสัง่ ซอื้ ใหม่ =
โดยท่ี
= อัตราความต้องการสินคา้ โดยเฉล่ีย
= รอบเวลาคงที่
= ค่าระดบั ความเชื่อม่นั วา่ จะมสี นิ ค้าเพยี งพอตอ่ ความต้องการ
= คา่ เบย่ี งเบนมาตรฐานของรอบเวลา
5. การพิจารณาจุดสง่ั ซ้ือใหม่ในกรณีท่กี ารตรวจสอบสินคา้ คงคลังเป็นแบบสิ้นงวดเวลาท่ีกาหนด
ไว้ (Fixed Time Period System) จะแตกต่างกบั การตรวจสอบสินค้าคงคลังแบบต่อเน่ืองตรงทีป่ รมิ าณการ
ส่ังซื้อแต่ละคร้ังจะไม่คงที่และขนึ้ อยู่กับว่าสินค้าพรองลงไปเทา่ ใดกซ็ อ้ื เติมให้เต็มระดบั เดิม
ชว่ งของการป้องกันสินค้าขาดมือ (Protection Interval ปริมาณการสั่งซ้ือ +ปริมาณการสั่งซื้อ =
สนิ คา้ คงคลงั เพอ่ื ขาดมือ - สินค้าคงคลงั ที่เหลือในมอื ณ จุดสงั่ ซ้ือใหม่
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 94
_____________________________________________________________________________________
Q=
โดยท่ี
= ชว่ งเวลาท่ีหา่ งกนั ในการสงั่ ซื้อแตล่ ะครง้ั
= สนิ ค้าคงคลงั ในสตอ็ ก (รวมทงั้ ของทกี่ าลังส่ังซอ้ื ดว้ ย)
= อัตราความตอ้ งการเฉลี่ย
= รอบเวลาการสัง่ ซ้อื สนิ คา้
= สตอ็ กเพอ่ื ความปลอดภยั
ระบบการจดั การสนิ ค้าคงคลงั ในปัจจบุ นั มี 2 ชนิดคอื แบบตอ่ เน่อื งและแบบสนิ คา้ ปลายงวดซึ่งระบบ
การสัง่ ซ้ือมหี ลายแบบจาลองในการคานวณขน้ึ กับสภาวการณต์ า่ งๆเพือ่ กาหนดจานวนท่ีสงั่ ซ้อื เวลาในการส่ังซ้ือ
และจดุ สั่งซ้ือใหม่ท่นี ยิ มใช้มากท่ีสดุ คือการสั่งแบบตอ่ เน่ืองเมื่อสนิ ค้าถกู ใชแ้ ละการส่งั ซ้อื เมือ่ จานวนสินค้าเหลอื
ตามจานวนทีก่ าหนด
ซึ่งนิยมการส่ังซื้อโดยใช้แบบจาลองปริมาณการสั่งซ้ือแบบประหยัด (EOD) เพ่ือใช้เป็นทางเลือก
ระหว่างต้นทุนค่าจัดเก็บและต้นทุนการสั่งซื้อสินค้านอกจากน้ันยังสามารถใช้ในการตดั สินใจในการพิจารณา
เลอื กการลงทนุ ให้มตี น้ ทุนการส่งั ซือ้ ต่าสดุ และสามารถลดต้นทุนสนิ คา้ คงคลังทัง้ ระบบในโซอ่ ปุ ทานตา่ สุด
4.4.6. ขนาดการส่งั ซ้ือท่ีประหยดั
ระบบขนาดการสั่งซื้อท่ีประหยัดจะพิจารณาต้นทุนรวมของสินค้าคงคลงั ท่ีต่าสุด (TC) เป็น
หลกั เพื่อกาหนดระดบั ปริมาณการสง่ั ซอื้ ตอ่ คร้ังท่เี รียกว่า “ ขนาดการสัง่ ซื้อทป่ี ระหยัด”
โดยสมการ TC เบอ้ื งตน้ คอื
TC = ตน้ ทนุ การสัง่ ซอื้ หรอื ต้นทนุ การต้ังเครื่องจักรใหม่ + ต้นทุนการเก็บรกั ษา
การใชร้ ะบบขนาดการสั่งซื้อทป่ี ระหยดั แบ่งไดเ้ ปน็ 4 กรณดี ังตอ่ ไปนี้
1.ขนาดการสั่งซื้อท่ีประหยัดมีอปุ สงค์คงท่ีและสนิ ค้าคงคลังไมข่ าดมือ โดยมีสมมติฐานที่
กาหนดเปน็ ขอบเขตไว้วา่
1. ทราบปริมาณอปุ สงคอ์ ยา่ งชัดเจนและอุปสงคค์ งที่
2. ได้รับสนิ ค้าทสี่ งั่ ซื้อพร้อมกนั ทง้ั หมด
3. รอบเวลาในการสง่ั ซื้อซ่ึงเปน็ ชว่ งเวลาตงั้ แตส่ ั่งซอ้ื จนได้รับสินค้าคงท่ี
4. ต้นทุนการเก็บรักษาสนิ คา้ และต้นทุนการสั่งซอ้ื คงท่ี
5. ราคาสนิ ค้าทส่ี ่ังซือ้ คงที่
6. ไมม่ ีสภาวะของขาดมอื เลย
ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ