The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารคำสอนวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Boontaree C, 2020-07-01 13:42:05

เอกสารคำสอนวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

เอกสารคำสอนวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

Keywords: เอกสารคำสอน,โลจิสติกส์,โซ่อุปทาน

บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลงั สินค้า 145

_____________________________________________________________________________________

อย่างไรก็ตามไม่วา่ จะเป็นการซ้ืออุปกรณ์จากแหล่งภายนอกหรอื การพฒั นาอุปกรณ์ด้วยตนเองก็ควรคานึงถึง

หลกั การพ้นื ฐานดงั ต่อไปน้ี

- ควรซื้อหรอื สร้างอปุ กรณ์ขนถา่ ยให้เป็นมาตรฐานมากที่สุด

- อุปกรณ์ขนถา่ ยควรขนถ่ายได้ปรมิ าณมากทส่ี ดุ ทั้งนเี้ จ้ากัดด้วยเร่ืองความปลอดภยั ในการขนถ่ายเป็น

สาคัญ

- ควรประยุกต์ใช้แรงโนม้ ถ่วงของโลกช่วยในการขนถ่าย-มีการง่ายและสะดวกในการบารุงรักษาของ

อปุ กรณข์ นถา่ ย

สาหรับสถาบนั ท่ีกาหนดมาตรฐานอุปกรณ์การเคลอ่ื นย้ายในระดบั สากล คือ Handling Institute of

America (MHIA) ซึ่งเป็นสถาบันการค้าของผู้ผลิตอุปกรณ์ช่วยขนถ่ายต่างๆ โดยอปุ กรณ์มีความหลากหลาย

มากขึ้นตามสภาพการใช้งานและกิจกรรมต่างๆในคลังสินค้า อุปกรณ์ต่างๆต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างของอุปกรณ์

การขนถ่ายที่ได้รับความนยิ มทัว่ ไป

ก) ตะกรา้ และรถเข็น

ตะกรา้ และรณข้ึนเปน็ อุปกรณ์พนื้ ฐานของระบบการขนถ่ายพัสดุ ซงึ่ ได้รบั ความนยิ มท่วั ไปโดย
หลักการ คือ ตะกร้าจะสามารถขนถ่ายได้ครั้งละหลายๆขึ้น หรือเรียกได้วา่ หนึ่งหนว่ ยขนถ่ายคือหนึ่งตะกร้า
นั่นเอง และการเคล่ือนย้ายตะกร้าสามารถทาได้โดยรถเข็น ซ่ึงโดยทั่วไปรถเป็นหนึ่งคันสามารถใส่ได้หลาย
ตะกร้า ซง่ึ จะเป็นการเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการทางาน ช้ินสว่ นท่สี าคญั ของรถเขน็ คือล้อ เพราะจะส่งผลต่อการ
เคล่ือนด้วยของรถเข็น โดยทั่วไปแล้วรถเข็นที่ล้อเล็กจะสามารถใช้ได้ดีกับพ้ืนท่ีมีความเรียบและรถเขน็ ท่มี ีล้อ
ขนาดใหญ่จะสามารถใช้ไดด้ ีถึงแม้วา่ พื้นจะมีขรุขระบ้าง ในการออกแบบตะกร้าและรถเขน็ ควรคานึงถึงหลัก
ของหน่งึ หน่วยขนถา่ ย รูปทรงผลิตภณั ฑ์ ปริมาณและน้าหนักของการขนถ่าย ภาพดังต่อไปนแี้ สดงตัวอยา่ งของ
ตะกรา้ และรถเป็นทีใ่ ชใ้ นคลงั สนิ คา้ ท่ัวไป

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 146

_____________________________________________________________________________________

รปู ท่ี 4.33 แสดงตัวอยา่ งตะกรา้ และรถเข็น
ข) แฮนด์ทกั ค์ (Hand Truck) และแฮนด์ลฟิ ท์ (Hand Lift)
แฮนดท์ ักคแ์ ละ แฮนดล์ ิฟทเ์ ปน็ อุปกรณ์ขนถา่ ยทีใ่ ชร้ ะบบผ่อนแรงช่วยขนถ่าย เชน่ ระบบไฮโดรลิค
ในการยกสินค้าโดยใชแ้ รงงานคนในการควบคุม แต่ในปัจจุบันได้มีการใช้ระบบไฟฟ้ามาควบคุมระบบไฮโดร
ลิกทดแทนคน โดยท่วั ไปแฮนด์ทกั ค์และแฮนดล์ ิฟท์สามารถยกน้าหนักไดโ้ ดยประมาณ 1, 000 กิโลกรัม และ
เหมาะสาหรับพื้นท่ีท่ีมีทางแคบและรถเข้าไมถ่ งึ ภาพตอ่ ไปนี้แสดงตัวอย่างของแฮนด์ทกั คแ์ ละแฮนดล์ ิฟท์ชนิด
ตา่ งๆ

รูปที่ 4.34 แสดงตวั อย่างของแฮนดท์ กั ค์และแฮนด์ลฟิ ท์
ค) สแด็กเกอร์ (Stracker) และทกั ต์ (Truck)

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ 147

_____________________________________________________________________________________

เปน็ รถบรรทกุ เชน่ รถฟอรค์ ลฟิ ทเ์ พือ่ ขนถา่ ยโดยมงี าย่นื ออกมาคล้ายซอ้ ม เอาไวช้ อ้ นสนิ คา้ รถฟอร์

คลิฟทข์ ับเคลือ่ นดว้ ยแกส น้ามัน หรือไฟฟ้าสามารถยกของหนักไดถ้ งึ 5, 000 กิโลกรัม (ในบางประเภท) และ

สามารถยกสนิ ค้าได้สูงถงึ 4. 5 16. 50 เมตร (ในบางประเภท) โดยรถฟอรค์ ลฟิ ทต์ อ้ งอาศัยวงเล้ียว ในการเลีย้ ว

โดยทัว่ ไปรถฟอรค์ ลฟิ ท์มีความกว้าง 1. 2 เมตร (บางร่นุ 90 เซนตเิ มตร) และตอ้ งมรี ะบบรกั ษาความปลอดภัย

สูงสดุ เพราะอาจเกดิ อบุ ัติเหตุได้ เชน่ การเคลอ่ื นท่ีชนคน หรอื การหลน่ ของสนิ คา้ พนกั งานผู้ขับรถต้องมีความ

ชานาญสงู หรือได้รบั การฝกึ ฝนมาเป็นอยา่ งดี ในการเลอื กใชร้ ถฟอร์คลฟิ ท์ตอ้ งพจิ ารณาจากคู่มอื ของผู้ขายเป็น

อยา่ งดีและยงั ควรพจิ ารณาถึงความยากง่ายในการดูแลรกั ษาตลอดถึงอัตราการส้นิ เปลอื งพลงั งานด้วย

รูปท่ี 4.35 แสดงตวั อยา่ งของสแด็กเกอรแ์ ละทักค์แบบ

ง) เลอ่ื นหรอื สายพานลาเลียง (Conveyor)
สายพานลาเลยี งใช้ประโยชน์ในการลาเลียงสินค้าในแนวราบและแนวเอยี ง ซง่ึ สามารถลาเลียง

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลงั สินคา้ 148

_____________________________________________________________________________________

สินค้าแทนรถทกั คไ์ ดซ้ ง่ึ สามารถแบบใหเ้ ปน็ แบบสายพาน ลกู กลงิ้ หรอื ได้อกี หลายรปู แบบ ภาพต่อไปนแ้ี สดง

ตัวอยา่ งของสายพานลาเลียงแบบลูกกลงิ้

รูปท่ี 4.36 แสดงตัวอย่างของรางเล่อื นและสายพานลาเลยี ง

จ) พาเลท (Pallet)
พาเลทเปน็ อุปกรณท์ ีใ่ ชใ้ นการรวบรวมสนิ ค้าเพือ่ ทาใหส้ ามารถขนถา่ ยได้ปรมิ าณท่ีมากขนึ้ โดยพาเลท
สามารถทาไดจ้ ากไม้ เหล็ก หรอื พลาสตกิ (PP / HD / PE / ABS / PC) ซง่ึ จะตน้ ทนุ และลกั ษณะการใช้งานท่ี
แตกตา่ งกนั ไป โดยขนาดของพาเลทจะมมี าตรฐานกากบั เชน่ มาตรฐาน ASTM, DIN, ISO, JIS เปน็ ตน้ พาเลท
มีหลายประเภทแต่โดยท่ัวไปแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คือ วางสินคา้ ได้ค้านเดยี ว (Single deck) และวางสินคา้
ไดส้ องด้าน (Reversible) และพาเลทยงั ออกแบบใหส้ ามารถตกั ไดส้ องทิศทางหรือส่ีทิศทาง (ดกั ไดร้ อบด้าน)
พาเลทบางประเภทจะมีพื้นท่ีใหญข่ ึน้ โดยการขยายขอบให้มคี วามกว้างมากขึน้ (Wing) เพอื่ ใหส้ ามารถรองรบั
สินค้าได้ปรมิ าณมากข้นึ ในการเลอื กพาเลทควรพจิ ารณาจากขนาด นา้ หนักของพาเลท และน้าหนกั สงู สุดท่พี า
เลทรบั ได้ และชนดิ ของพาเลทความสามารถในการทนกรดทนต่าง เปน็ ตน้ ภาพตอ่ ไปนี้แสดงตัวอยา่ งของพา
เลทประเภทต่างๆ

รปู ที่ 4.37 แสดงตัวอย่างพาเลทประเภทต่างๆ

ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 149

_____________________________________________________________________________________

คาถามทบทวนความร้บู ทท่ี 4

ข้อ 1. การจดั การสนิ ค้าคงคลงั และคลังสนิ คา้ มีความสมั พันธ์กนั อยา่ งไร
ข้อ 2. พิจารณาภาพต่อไปนแ้ี ลว้ ตอบคาถาม

ภาพข้างตน้ น้ีเรียกว่าอะไร มบี ทบาทตอ่ การจดั การคลงั สนิ ค้าอยา่ งไร

ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทที่ 5 การจัดการการขนส่ง 150

_________________________________________________________________________________

บทท่ี 5 การจัดการการขนสง่
(Transportation Management)

วัตถุประสงค์

1. เพ่ือเข้าใจความหมายและความสา้ คัญของการขนส่ง และการจดั การการขนส่ง
2. เพ่อื เขา้ ใจรูปแบบการขนสง่ และขอ้ ดี ข้อเสียในแตล่ ะรูปแบบการขนส่ง
3. เพ่ือเข้าใจบทบาทของการจัดการการขนสง่ ต่อการจัดการโลจิสตกิ ส์และโซ่อปุ ทาน

การขนส่ง เป็นกจิ กรรมทสี่ า้ คัญของระบบโลจสิ ตกิ สแ์ ละโซอ่ ปุ ทาน เพราะในปจั จบุ นั ค่านา้ มันเชื้อเพลงิ
ได้ถีบตัวสูงข้ึน ฉะน้ันส่ิงที่กลยุทธ์โลจิสติกส์ต้องค้านึงถึง ได้แก่ ตลาดท่ีให้บริการขอบเขตผลิตภัณฑ์ท่ีมีความ
ต้องการในตลาด ความต้องการของลกู คา้ วธิ ีการ เวลา สถานที่ ในกระบวนการการผลิตปริมาณสตอ็ กที่เก็บไว้
และจา้ นวนผูข้ ายปัจจัยการผลิต

5.1. ความหมายของการขนส่ง

การขนสง่ หมายถงึ การเคลือ่ นย้ายบคุ คลหรอื ส่ิงของจากท่ีหนง่ึ ไปยังอกี ที่หนึ่งถา้ เปน็ การเคลอื่ นย้าย
บคุ คล เรยี กวา่ การขนสง่ ผ้โู ดยสารหากเปน็ การเคลือ่ นยา้ ยสตั วห์ รือสิง่ ของตา่ ง ๆ เรียกว่า การขนสง่ สนิ ค้า

5.2. บทบาทหน้าท่ขี องการขนสง่

การขนส่งมบี ทบาทสา้ คญั ตอ่ การสนับสนุนการกระจายสินค้าสู่ตลาด เพราะการขนส่งท้าหนา้ ทใี่ นการ
เคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตจากแหล่งผลิตต่าง ๆ มาสู่โรงงาน เพ่ือใช้ในการผลิตสินค้า เม่ือผลิตเป็นสินค้า
ส้าเร็จรูปแล้ว ก็น้ามาเก็บไว้ในคลังสินค้า เพื่อจัดส่งผ่านไปยังพ่อค้าคนกลาง จนกระท่ังถึงผูบ้ ริโภคในเวลาที่
ผู้บริโภคต้องการ และในสถานท่ีท่ีผู้บริโภคสะดวกที่จะซ้ือหา นอกจากน้ีการขนส่งยังมีผลต่อต้นทุนรวม
ในการสนบั สนนุ การกระจายสนิ ค้าสู่ตลาดอีกดว้ ย เพราะคา่ ใชจ้ ่ายในการขนสง่ สนิ คา้ ถือเปน็ ตน้ ทุนส่วนหน่ึงใน
การน้ามาก้าหนดราคาสินคา้ ท่จี ้าหน่ายในตลาด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ

บทท่ี 5 การจดั การการขนสง่ 151

_________________________________________________________________________________

5.3. ประโยชน์ของการขนสง่

1. ท้าให้เกดิ ความสะดวกสบายตอ่ ปจั จยั ส่ี: การเคล่ือนย้ายวัสดุสินค้าและบริการตา่ งๆท่เี รยี กว่าปัจจัย
สี่ตอบสนองผบู้ ริโภคน้นั จ้าเปน็ ตอ้ งอาศัยการขนส่งท้งั ส้ิน

2. ท้าให้เกิดชุมชนใหม่: การขนส่งก่อให้เกิดการกระจายผู้คนสัตว์และส่ิงของไปยังแหล่งต่างๆ เมื่อ
ส่งไปถึงแหลง่ ใด แหล่งนนั้ มกั มีชุมชนใหม่เกดิ ขึ้นเสมอ

3. ท้าให้เกิดตลาดสินค้าและบริการ: กระบวนการผลิตและการกระจายสินค้าจ้าเป็นต้องอาศัยการ
ขนสง่ เปน็ ส่วนช่วยทีส่ ้าคัญทา้ ใหต้ ลาดสินคา้ และบริการเกดิ ขนึ้ ไดท้ ุกหนทุกแหง่

4. ท้าให้เกิดอรรถประโยชน์และมลู คา่ ตา่ งๆ

5. ใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ การพัฒนาประเทศ

5.4. ประเภทของการขนสง่

การขนสง่ สนิ ค้าสามารถขนส่งไดห้ ลายประเภทซง่ึ แบ่งได้เปน็ 5 ประเภทคอื
1. การขนสง่ ทางรถไฟ (Train) หรอื ราง (Rail)
2. การขนสง่ ทางรถยนต์ (Car) หรือรถบรรทกุ (Truck)
3. การขนสง่ ทางนา้ (Water)
4. การขนส่งทางอากาศ (Air)
5. การขนสง่ ทางท่อ (Pipeline)

การขนสง่ แต่ละประเภทมขี อ้ ดแี ละขอ้ เสียท่แี ตกตา่ งกันออกไปดังนี้
5.4.1.การขนส่งทางรถไฟ (Train) หรือราง (Rail)

การขนส่งทางรถไฟ (Train) หรือราง (Rail) เป็นวิธีการขนส่งที่ประหยัดเหมาะส้าหรับการ
ขนสง่ สินคา้ ท่ีมีนา้ หนักมากและมรี ะยะทางไกล

ผ้ชู ่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลับ

บทท่ี 5 การจัดการการขนสง่ 152

_________________________________________________________________________________

ข้อดี

1. เหมาะสมส้าหรับการขนส่งในระยะทางปานกลาง หรือไกล ๆ เพราะในระยะ
ไกล ๆ ที่รางรถไฟสามารถไปถึงน้ัน ค่าขนส่งสินค้าต่อหน่วยจะต้่า เมื่อเปรียบเทียบกบั การขนสง่ ทาง
รถยนต์ทคี่ ดิ ตามระยะทาง

2. สามารถขนสง่ สนิ คา้ ได้ครัง้ ละมาก ๆ

3. ปรับตัวตามปริมาณการขนส่งได้ตามความต้องการ เพราะสามารถท่ีจะเพมิ่ หรือ
ลดจา้ นวนตู้ได้ง่ายมคี วามปลอดภัยจากอบุ ตั ิเหตทุ ่ีอาจจะเกดิ ขน้ึ

ข้อเสีย

1. ส่งสนิ ค้าได้จ้ากัดเพยี งทีส่ ถานแี ละตามเส้นทางท่รี างรถไฟไปถึงเท่านั้นไม่สามารถ
ส่งสินคา้ ถึงบา้ นได้

2. การขนถ่ายสินค้าไมส่ ะดวก เพราะต้องขนส่งสนิ ค้าไปยังสถานรี ถไฟ และรบั สินคา้
จากสถานีเองเชน่ กัน จงึ ตอ้ งอาศัยการขนส่งประเภทอื่นประกอบ หากสถานตี ้นทางหรือปลายทางอยู่
ห่างจากแหล่งทีต่ อ้ งการขนส่งสนิ ค้าไปให้

5.4.2.การขนส่งทางรถยนต์ (Car) หรือรถบรรทุก (Truck)

การขนส่งทางรถยนต์ (Car) หรือรถบรรทุก (Truck) เป็นวิธีการขนส่งท่ีสะดวกท่ีสุด เพราะ
สามารถส่งถึงจุดหมายไดโ้ ดยไม่ตอ้ งมกี ารขนถ่ายสินคา้ จากการเปล่ียนยานพาหนะมคี วามยืดหยนุ่ ดา้ น
เวลาค่อนข้างสูงและสามารถควบคุมเวลาได้ดีส่งสินค้าได้หลากหลายประเภทและได้ทั้งจ้านวนมาก
และจา้ นวนนอ้ ย

ข้อดี

1. ใชเ้ งนิ ลงทุนน้อยเมอ่ื เปรียบเทยี บกบั การขนสง่ ประเภทอน่ื ๆ

2. สะดวกและรวดเร็ว

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 5 การจดั การการขนสง่ 153

_________________________________________________________________________________

3. มีความยืดหยุ่นสูงทั้งในขนาดระวางบรรทุก และบริการสามารถปรับเปลี่ยน
เส้นทาง และขนาดรถบรรทกุ ให้มคี วามเหมาะสมกับสภาพแวดลอ้ มได้งา่ ย

4. สามารถให้บริการถึงบ้านได้เน่ืองจากการขนส่งประเภทอ่ืน เช่น รถไฟหรือ
เครอื่ งบินกต็ ้องอาศัยรถยนต์อีกทอดหน่งึ

5. สามารถบรกิ ารได้ตลอดเวลาและทันเวลาไม่จา้ เป็นต้องมตี ารางเวลาเหมอื นรถไฟ
หรอื เคร่อื งบนิ

ขอ้ เสยี

1. บรรทุกได้เฉพาะสินค้าท่ีมีน้าหนักไม่มากนักเนื่องจากรถจะมีความจุน้อยเม่ือ
เปรยี บเทยี บกบั เรอื

2. เหมาะส้าหรับการขนส่งในระยะทางใกล้ถึงปานกลางเท่านั้น

3. มกี ารแข่งขนั กนั มากเพราะผู้ประกอบการสามารถใชบ้ ริการขนส่งแบบนี้ได้มาก

5.4.3.การขนสง่ ทางนา้ (Water)

การขนส่งทางน้า (Water) เป็นวิธีการขนส่งท่ีมีค่าใช้จ่ายต้่าท่ีสุดส่วนใหญ่นิยมส่งสินค้าท่ีมี
ราคาตอ่ หน่วยไมส่ ูงนักมีปริมาณมากและน้าหนกั มาก

ข้อดี

1. สามารถขนสง่ ในแต่ละคร้งั ได้ปรมิ าณมาก

2. อตั ราคา่ ขนส่งถูกกวา่ การขนส่งประเภทอน่ื

3. เหมาะกบั การขนสง่ สนิ ค้าทีม่ ีน้าหนักมากท่ีตอ้ งขนส่งในระยะไกลโดยเฉพาะการ
ขนสง่ ระหว่างประเทศ

ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 5 การจัดการการขนสง่ 154

_________________________________________________________________________________

ข้อเสยี

1. ใชร้ ะยะเวลาในการขนส่งมากกว่าการขนสง่ ประเภทอ่ืน

2. เส้นทางเดินเรือบางแห่งสามารถใช้ไดเ้ ป็นฤดูกาลเทา่ น้ัน

3. ได้รับผลกระทบจากการเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติมากเช่นเกิดมรสุมน้าแห้ง
หรอื น้าทว่ มเปน็ ตน้

4. ต้องอาศยั การขนสง่ ประเภทอ่ืนประกอบเพื่อสง่ สนิ คา้ ถึงผูร้ ับสนิ ค้า

5.4.4.การขนส่งทางอากาศ (Air)

การขนส่งทางอากาศ (Air) เป็นวิธีการขนสง่ ทีร่ วดเรว็ ที่สุดแต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดเช่นกันจงึ
นิยมใชก้ บั การขนส่งที่มีขอ้ จา้ กดั ทเ่ี ครง่ ครดั ทางดา้ นเวลา

ขอ้ ดี

1. ใช้เวลาในการขนสง่ นอ้ ย

2. สินค้าแบบใหม่ ๆ โดยเฉพาะสินค้าประเภทแฟชั่นสามารถส่งไปยังตลาดต่าง ๆ
ทั่วโลกได้ในเวลาที่รวดเร็วขอ้ เสีย

ข้อเสีย

1. เสียค่าใช้จ่ายในการด้าเนินงานค่อนข้างสูง เพราะมีอัตราค่าขนสง่ สินค้าสูงกว่า
อัตราค่าขนสง่ ประเภทอ่ืน ๆ

2. การขนส่งข้ึนอยู่กับสภาพภูมิอากาศท้าให้เป็นอุปสรรคต่อการขนสง่ หากสภาพ
ภมู ิอากาศไมเ่ ออื้ อ้านวย

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 5 การจดั การการขนสง่ 155

_________________________________________________________________________________

5.4.5.การขนสง่ ทางท่อ (Pipeline)

การขนส่งทางท่อ (Pipeline) เป็นวิธีที่นิยมใช้ส้าหรับส่งสินค้าเฉพาะอย่างเท่านั้น คือ ก๊าซ
และน้ามัน ซง่ึ จะส่งผลให้มีความคลอ่ งตัวในการขนถ่ายสินค้าจา้ นวนมากดว้ ยต้นทุนที่ตา้่ มากสามารถ
ขนส่งได้ถึงสถานทีท่ ี่ต้องการเวลาในการขนส่งไม่จา้ กัดสามารถขนส่งได้ตลอดเวลา 24 ช่ัวโมงทุกวัน
ค่าใช้จ่ายในเร่ืองการบ้ารุงรักษาและค่าแรงงานค่อนข้างต้่าแต่ต้นทุนในการลงทุนครั้งแรกสูงเม่ือ
พิจารณาถงึ อายุการใช้งานทีย่ าวนานและการขนส่งสินคา้ ในปรมิ าณมากวธิ กี ารขนส่งชนดิ นค้ี ุ้มคา่ มาก

ขอ้ ดี

1. สามารถขนส่งไดต้ ลอด 24 ชว่ั โมง

2. เป็นการขนส่งท่ีสร้างความม่ันใจได้ว่าสินค้าจะถึงจุดหมายปลายทางโดย
ปลอดภยั

ข้อเสีย

1. ตอ้ งใช้เงินลงทุนสูง

2. ข้อจ้ากัดด้านเส้นทางการขนส่งโดยเส้นทางของท่อท่ีผ่านอาจประสบอุปสรรค
จากลกั ษณะธรรมชาตเิ ช่นผา่ นหบุ เขาเป็นตน้

3. มสี ินค้าทจี่ ะขนส่งโดยวธิ นี ีเ้ พยี งไมก่ ่ีชนดิ เชน่ นา้ มันเปน็ ตน้

5.5. โครงสร้างของระบบขนสง่ (Transportation Structure)

5.5.1.แบ่งตามกจิ กรรมการผลติ

1. การขนส่งขาเขา้ (Inbound Transportation)

• เป็นการขนส่งสินค้า (วัตถุดิบส่วนประกอบและสินค้าส้าเร็จรูปเป็นต้น) จาก
หนว่ ยงานอ่ืนๆเขา้ มายังหน่วยงานหนง่ึ

2. การขนส่งขาออก (Outbound Transportation)

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 5 การจัดการการขนส่ง 156

_________________________________________________________________________________

• เป็นการขนส่งสนิ คา้ ออกจากหนว่ ยงานหนึง่ ไปยงั หน่วยงานอนื่ ๆ

3. การขนสง่ ระหว่างประเทศ (International Transportation)

• เป็นการขนส่งสนิ ค้าระหวา่ งประเทศ•ระยะทางไกลอาศัยผใู้ ห้บรกิ ารในระดบั สากล
เชน่ เรอื เดินสมุทรและเคร่อื งบนิ เปน็ ต้น

5.5.2. แบ่งตามดา้ นกายภาพ
1. การขนสง่ ทางรถยนต์ (Motor Transportation)
• ใชร้ ถบรรทกุ สินค้าในการขนสง่
2. การขนส่งทางราง (Rail Transportation)
• เปน็ การขนส่งผา่ นระบบรางคือรถไฟหรอื รถราง
• มขี อ้ จา้ กดั ในดา้ นสถานทตี่ ัง้ ของสถานบี รกิ าร
• มีตน้ ทนุ การขนสง่
• บรรทุกสินค้าไดค้ รงั้ ละมาก ๆ ไม่ตอ้ งการความรวดเรว็

5.6.ปัจจัยทม่ี ผี ลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ทา้ การขนส่ง
เปา้ หมายของผู้ทา้ การขนส่ง คือ การตัดสินใจด้านการลงทนุ และการต้ังนโยบายในการปฏบิ ัติงานท่ีทา้

ให้เกิดผลประโยชน์จากการลงทุนบนสินทรัพย์ต่าง ๆ เหล่านั้นให้มากที่สดุ ผู้ท้าการขนสง่ จะต้องพิจารณาถงึ
คา่ ใช้จา่ ยตอ่ ไปนี้ เมอื่ มีการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ หรอื ท้าการตัง้ ราคาและนโยบายในการปฏิบตั ิงาน

1.ค่าใช้จ่ายท่ีเกี่ยวข้องกับยานพาหนะ คือ ค่าใช้จ่ายท่ีผู้ท้าการขนส่งใช้ส้าหรับการซื้อหรอื
เชา่ ยานพาหนะส้าหรับใช้ในการขนส่งสินค้า คา่ ใชจ้ ่ายทเ่ี ก่ียวข้องกบั ยานพาหนะนจ้ี ะถกู คดิ ไม่ว่ายานพาหนะ
นั้นจะถูกใช้หรือไม่และจะถูกพิจารณาให้เหมาะสมส้าหรับการตัดสินใจด้านการปฏิบัติงานในช่วงเวลาส้ัน ๆ
โดยผูท้ ้าการขนส่ง เม่อื มกี ารตดั สินใจด้านกลยุทธ์ในแบบชว่ งเวลาระยะยาว หรอื แบบช่วงเวลาระยะปานกลาง

ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ

บทที่ 5 การจัดการการขนสง่ 157

_________________________________________________________________________________

นั้น ค่าใช้จ่ายเหล่าน้ีจะเป็นใช้จ่ายแปรผันและจ้านวนของยานพาหนะท่ีถูกซื้อหรือเช่าน้ันจะเป็นหนึ่งใน
ทางเลือกที่ผู้ท้าการส่งนั้นจะสรา้ งขึ้น ค่าใช้จ่ายทีเ่ ก่ียวข้องกับยานพาหนะน้ีจะเป็นสดั สว่ นโดยตรงกบั จา้ นวน
ยานพาหนะทถ่ี ูกเช่าหรือซือ้

2. ค่าใช้จ่ายคงท่ีในการปฏิบัติงาน คือ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับสถานีประตูใน
สนามบิน และค่าแรงงานท่ีถูกก่อขึ้นไม่ว่ายานพาหนะจะถูกใช้หรือไม่ก็ตาม ตัวอย่างต่าง ๆ จะรวมถึง
ค่าใช้จ่ายคงที่ของสิ่งอา้ นวยความสะดวก ณ สถานีที่ใช้ในการขนสง่ หรอื จุดศูนยก์ ลางของสนามบนิ ทไ่ี มข่ นึ้ กบั
จ้านวนของรถบรรทุกทเี่ ข้ามาแวะในสถานีหรอื เท่ียวบินต่าง ๆ ท่ีลงจอดในจุดศูนย์กลางการบินนั้นหากผูข้ บั
จะต้องจ่ายและไม่ขึ้นกับตารางการขนส่งที่วางไว้ เงินเดือนของพนักงานจัดอยู่ในหมวดนี้ด้วย ส้าหรับการ
ตัดสนิ ใจด้านการปฏบิ ัตงิ านนั้นค่าใชจ้ ่ายเหล่านจ้ี ะถูกก้าหนดใหค้ งทส่ี ้าหรบั การวางแผนและการตัดสินใจด้าน
กลยุทธท์ เ่ี กยี่ วขอ้ งกับท้าเลท่ีตง้ั และขนาดของส่งิ อา้ นวยความสะดวกเป็นค่าใช้จ่ายแปรผัน ส่วนคา่ ใช้จ่ายคงที่
ในการปฏิบัติงานจะเปน็ สดั สว่ นโดยตรงกับขนาดของส่ิงอ้านวยความสะดวกในการปฏิบตั งิ าน

3. ค่าใช้จ่ายท่ีเกี่ยวข้องกับการเดินทาง คือ ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางแต่ละครั้ง รวมถึง
ค่าแรงงานและค่าเช้ือเพลิง ค่าใช้จ่ายน้ีจะขึ้นกับระยะทางและระยะเวลาของการเดินทาง แต่เป็นอิสระกบั
ปริมาณที่จะท้าการขนส่ง ค่าใช้จ่ายนี้เป็นค่าใช้จ่ายแปรผัน เม่ือมีการตัดสินใจด้านกลยุทธ์หรือการวางแผน
และการตัดสินใจด้านการปฏบิ ัตงิ าน จะมผี ลกระทบตอ่ ระยะทางและระยะเวลาของการเดินทาง

4. ค่าใช้จ่ายท่ีเกยี่ วขอ้ งกับปริมาณ คือ ค่าใช้จ่ายด้านการขนสนิ ค้าข้ึนและลง และสดั สว่ น
ของค่าใชจ้ า่ ยดา้ นเช้ือเพลิงท่จี ะเปลีย่ นไปตามปริมาณทจี่ ะถกู สง่ ไป คา่ ใชจ้ า่ ยนี้จะมีลักษณะผนั แปรไปในทกุ ๆ
การตดั สินใจดา้ นการขนสง่ ถ้าหากแรงงานท่ีใช้ในการน้าสินค้าเข้าและออกถกู กา้ หนดไว้คงท่ี

5. ค่าโสหุ้ย คือ ค่าใช้จ่ายในการวางแผนและการจัดตารางเวลาของเครือข่ายการขนส่ง
รวมทัง้ การลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศ เม่อื บริษทั ทร่ี บั ท้าการขนสง่ ดว้ ยรถบรรทกุ มีการลงทุนในซอฟต์แวร์
ด้านเส้นทางท่ีจะช่วยให้ผู้จัดการสามารถก้าหนดเส้นทางในการขนส่งของท่ีดี การลงทุนซอฟต์แวร์และ
การปฏิบัติงานนี้จะถกู รวมเข้าไปในคา่ โสหุย้ และสายการบนิ จะรวมคา่ ใช้จ่ายของกลุม่ ตา่ ง ๆ ที่ไดจ้ ดั ตารางและ
วาดเสน้ ทางเครื่องบนิ และลกู เรอื ในค่าโสหุ้ย

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 5 การจัดการการขนส่ง 158

_________________________________________________________________________________

5.7. ต้นทนุ การขนสง่

5.7.1.ตน้ ทุนคงที่ (Fixed Cost)

• ต้นทุนคงท่เี ปน็ ค่าใช้จ่ายคงทีไ่ มข่ ้นึ อยกู่ บั ระยะทางปริมาณหรอื ขนาดของสนิ ค้าทีข่ นสง่

• ค่าเชา่ คา่ เสื่อมราคาและเงนิ เดอื นเป็นต้น

5.7.2.ตน้ ทนุ แปรผนั (Variable Cost)
• เป็นคา่ ใชจ้ า่ ยท่ีขนึ้ อยู่กบั ระยะทางหรอื ปริมาณของสนิ ค้าทขี่ นส่ง
• ค่าแรงงานค่าน้ามนั เชอื้ เพลงิ และคา้ ขนส่ง เป็นต้น

5.8. ปจั จยั ดา้ นตน้ ทนุ การขนส่ง

การเพมิ่ หรือลดของตน้ ทนุ การขนส่งมาจากปัจจยั 2 ปัจจัยซึง่ สามารถแสดงได้ดงั ตอ่ ไปนี้
5.8.1.ปัจจัยดา้ นผลิตภณั ฑ์ (Product Related Factors)

ปัจจัยด้านผลิตภณั ฑ์เปน็ ปจั จยั ลักษณะของสนิ ค้าทม่ี ีผลต่อตน้ ทุนการขนสง่
•คณุ ลกั ษณะทางกายภาพ
- ปรมิ าตรน้าหนกั
•คุณลักษณะดา้ นการจัดเกบ็ (Stow Ability)
- ความสามารถในการซอ้ นทบั ความเปน็ ในการรักษาระดับอณุ หภมู ิ
•ความยากงา่ ยในการขนถ่าย (Ease / Difficulty of Handling)
- ความยากง่ายในการขนถา่ ยน้าเสียงขึ้นหรือลง
•ความรับผดิ ชอบหรือการรับประกันของเสียหาย (Lability)
- เปน็ ข้อสญั ญาสา้ หรับสินค้าทมี่ ีลักษณะพเิ ศษ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 5 การจัดการการขนส่ง 159

_________________________________________________________________________________

5.8.2. ปจั จยั ด้านตลาด (Market Related Factors)

ปัจจยั ดา้ นตลาดเป็นปจั จัยที่เก่ียวกบั สภาพแวดล้อมที่ทา้ การขนส่ง

• ท่ีตง้ั ของตลาด

- บางสถานท่ีมีข้อจ้ากัดการขนส่งการจราจรติดขัด•การเช่ือมโยงระหว่าง
ช่องทางการขนส่งตา่ งๆ

- ที่ตง้ั ของท่าเรอื กบั สถานรี ถไฟ

•ความสมดุลระหวา่ งสนิ ค้าขาไปและขากลับ

- การสง่ และรบั สินคา้ ในเที่ยวเดยี วกัน

- การขนสง่ ในประเทศและต่างประเทศ

5.9. การจัดการการขนส่ง (Transportation Management)

เปน็ การวางนโยบายเชงิ กลยุทธ์ของระดบั ผ้บู รหิ ารจนถงึ ระดับผปู้ ฏบิ ตั ิ
1. การวิเคราะห์การไหลของสนิ คา้ ในเชงิ เครอื ขา่ ย (Network of Flow Analysis)
2. การวเิ คราะหร์ ายเสน้ ทาง (Lanes Analysis)
3. การศกึ ษารปู แบบการขนส่งปัจจุบัน (Current Transportation Study)
4. การตัดสินใจเลอื กช่องทางและพาหนะสา้ หรับการขนสง่ (Mode Selection)
5. การตดั สนิ ใจก้าหนดเสน้ ทางและตารางการจดั ส่ง (Routing and Scheduling)

ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ

บทที่ 5 การจดั การการขนสง่ 160

_________________________________________________________________________________

5.10. การออกแบบการขนส่ง (Transportation Design)

การออกแบบการขนส่งมหี ลายวิธซี ึง่ สามารถออกแบบไดด้ งั นี้

5.10.1.การขนสง่ ทางตรง (Direct Shipment)

การขนส่งทางตรงคือการสง่ สนิ ค้าจากโรงงานเต็มคันรถตรงไปให้ลกู ค้าแต่ละรายโดยสนิ ค้า
จะไม่ผา่ นคลงั สนิ คา้ หรอื ศนู ย์กระจายสนิ คา้ และไม่มกี ารเปลยี่ นถา่ ยยานพาหนะระหว่างทางข้อดีการ
ขนส่งตรง คือ ไมต่ ้องใชค้ ลงั สนิ คา้ รวดเร็วและระยะทางขนสง่ สั้น

5.10.2.การขนส่งตรงแบบ Milk Run

การขนส่งตรงแบบ Milk Run เป็นวธิ ีการขนสง่ เพ่ือใช้ระวางยานพาหนะใหไ้ ด้ประโยชนส์ ูงสดุ
หรือเตม็ คนั รถ ประกอบดว้ ยการขนส่งตรงแบบรวบรวมสนิ คา้ จากผูผ้ ลิตหลายรายไปใหล้ ูกค้ารายเดยี ว
การขนสง่ ตรงจากโรงงานไปใหล้ ูกค้าหลายรายและขนสง่ ตรงแบบรวมสนิ ค้าจากผูผ้ ลติ หลายรายไปให้
ลูกคา้ หลายราย

Milk Run เป็นรูปแบบการจัดการงานจดั สง่ ทบี่ รหิ ารโดยทางบรษิ ทั ผผู้ ลติ ทา้ การสง่ั ซอ้ื วตั ถดุ บิ
หรือช้ินส่วนเพื่อน้าไปใช้ท้าการประกอบ ซ่ึงความสามารถในการบรรทุกในการออกแบบ Supply
Part ของ Milk Run Delivery System จะต้องยึดหลักทางดา้ นการเคลอื่ นยา้ ยหรือจดั สง่ (Logistics)
โดยมีหัวข้อหลัก ดังน้ี

• Cyclic Rotation รปู แบบการจัดสง่ จะตอ้ งเป็นลกั ษณะวงรอบสามารถหมุนเวยี นได้

• Short Lead-Time ในการ Supply Part จะตอ้ งสนั้ มากแม่นย้ากับการผลิตที่แท้จริง

• High Loading Efficiency มีขดี ความสามารถสูงในรถบรรทกุ

• Flexible to Change สามารถยดื หย่นุ ในรปู แบบการจัดส่งได้

การด้าเนินงานของระบบ Milk Run ในช่วงแรกเป็นการส้ารวจและเก็บรวบรวมด้านข้อมลู
พื้นฐานของ Supplier ท้ังในเรื่องของข้อมูลการผลิตข้อมูลการจัดส่งข้อมูลเส้นทาง Supply Part
สู่บริษัทผู้ผลิตแล้วท้าการก้าหนดตารางเวลาการเดินรถ (Schedule) ว่าออกจากบริษัทผู้ผลิตแล้ว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 5 การจัดการการขนส่ง 161

_________________________________________________________________________________

จะต้องไปรับชิ้นส่วนท่ี Supplier ท่ีใดเวลาเท่าไหร่ ซึ่งการก้าหนดตารางเวลาการเดินรถจะมีการใช้
ระบบ e-Kamban ทีเ่ ชอ่ื มโยงระหวา่ งบริษัทผผู้ ลติ และ Supplier เข้าด้วยกนั กบั ระบบเครือขา่ ยท้าให้
Supplier สามารถท่ีจะรับใบสงั่ ซ้ือลว่ งหน้าจากผผู้ ลิตได้ส่วนระยะเวลาในการส่งสินค้าตามใบสง่ั ซื้อ
ล่วงหนา้ น้ันจะข้ึนอยู่กบั Lead Time และความสามารถในการผลติ ของ Supplier แต่ละรายในส่วน
ของการเคล่อื นยา้ ยชนิ้ ส่วนโดยปกตจิ ะใช้เวลาคร้ังละประมาณ 20 นาที

การน้าแนวความคิด Milk Run ไปปฏิบตั ใิ ห้ประสบความสา้ เร็จนั้นมอี งค์ประกอบหลกั ๆ อยู่
3 ประการคอื

1.การจัดเตรียมบุคลากร บุคลากรที่ใชเ้ พือ่ การจัดสง่ แบบ Milk Run สามารถแบ่งได้ 2 สว่ น
คือ ส่วนวางแผนและส่วนปฏิบัติการ โดยท้ังสองกลุ่มจะมีรูปแบบของงานที่ต่างกันแต่ต้องมีการ
ตดิ ต่อสื่อสารถงึ กนั อยู่เสมอ

2.การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ก่อนที่จะมีการน้าแนวความคิดนี้มาใช้ ผู้จัดส่งแต่ละรายใช้
บรรจภุ ณั ฑท์ มี่ ีลักษณะและขนาดตา่ ง ๆ กนั ออกไปความแตกต่างของบรรจุภัณฑเ์ หลา่ น้เี กิดผลกระทบ
โดยตรงต่อระบบการขนส่งแบบ MIK Run ซึ่งถ้าไม่มีระเบยี บปฏิบัติในการด้าเนนิ งานมาตรฐานของ
การบรรจภุ ณั ฑ์ของกล่มุ ผจู้ ัดสง่ จะทา้ ให้ประสิทธิภาพในการขนส่งไมเ่ ปน็ ไปตามทก่ี า้ หนด

3. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ ในการขนส่งแบบ Milk Run ได้มีการน้า
เทคโนโลยีและระบบต่าง ๆ เข้ามาใช้ในการสั่งซื้อสินค้าไปยังผู้จัดส่งท้าให้ข้อมูลมีความแม่นย้า
และรวดเรว็ ข้ึนระบบต่าง ๆ เหลา่ นีม้ กี ารเชื่อมต่อและเก่ียวข้องกันเช่นระบบ EDI (Electronic Data
Interchange) หรือระบบ Intranet เพื่อเป็นการสง่ ถ่ายข้อมลู ระหว่างบรษิ ัทผู้ผลติ และ Supplier
ในแต่ละราย

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 5 การจัดการการขนสง่ 162

_________________________________________________________________________________

5.10.3.การขนสง่ ผา่ นศนู ยก์ ระจายสนิ ค้า (Trans-Shipment)

การขนส่งผ่านศูนย์กระจายสินค้า (Trans-Shipment) คือการรับสินค้าจากผู้ผลติ หลายราย
มาไว้ทศี่ ูนยก์ ระจายสินคา้ และทา้ การขนถ่ายสนิ คา้ ไปสู่การขนส่งปลายทาง

5.10.4.ผลประโยชนท์ ี่ได้รับจากการออกแบบการขนสง่
1. ในแง่ของระบบการผลติ

•เป็นการลด Inventory Stock ของบรษิ ัทผผู้ ลติ และ Supplier
•ท้าให้ตน้ ทนุ ทางดา้ นการจดั ส่งลดลงซง่ึ เปน็ ผลดีทั้งผซู้ ้อื และผขู้ าย
•การเขา้ สง่ ของชน้ิ ส่วนจงึ เปน็ ลักษณะทมี่ ีความสม้า่ เสมอการเข้าของเวลาสามารถก้าหนดได้
ทา้ ใหจ้ ดุ รับสนิ คา้ สามารถแบ่งปรมิ าณงานได้อยา่ งเหมาะสมโดยรวม
2. ในแง่ของส่ิงแวดล้อม สามารถช่วยลดจ้านวนรถท่ีมาส่งชิ้นส่วนให้น้อยลงเป็นผลท้าให้
กา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซดท์ ่ปี ลอ่ ยสบู่ รรยากาศ ซงึ่ เป็นมลพษิ ทางอากาศท่เี กิดจากปฏกิ ิริยาการเผาไหม้ทีส่ มบรู ณ์
ของเชื้อเพลิงน้อยลงและเป็นการชว่ ยลดปัญหาโลกรอ้ น

ผ้ชู ่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 5 การจดั การการขนส่ง 163

_________________________________________________________________________________

วิธีการขนส่ง Transportation Mode

ประเภทการขนสง่

การขนส่งโดยทวั่ สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ การขนสง่ ทางบก การขนส่ง
ทางน้า เลขการขนส่งทางอากาศ ซ่ึงแบ่งตามลักษณะของเส้นทางหรืออุปกรณ์ท่ีใช้ในการขนส่งแล้วเป็น
6 ลักษณะ ไดแ้ ก่ การขนสง่ ทางถนน การขนสง่ ทางรถไฟ การขนส่งทางน้า การขนส่งทางอากาศ การขนสง่ ทาง
ทอ่ และการขนสง่ ลกั ษณะอ่ืน ๆ โดยส่วนประกอบของการขนสง่ ทางถนน สว่ นประกอบท่ีส้าคญั ของการขนส่ง
ทางถนนมี 4 ส่วน คอื เสน้ ทางในการขนสง่ และสัมปทาน อปุ กรณ์ในการขนสง่ สถานีการขนสง่ ผูป้ ระกอบการ
หรือผู้ด้าเนินการส่ง โดยมีรายละเอียดของส่วนประกอบของการขนส่งในแต่ละประเภทของการขนส่งดัง
ละเอยี ดตอ่ ไปนี้

1.การขนสง่ ทางถนน หรือทางรถยนต์ (Road Transportation)

เป็นการขนส่งทน่ี ิยมใชก้ นั มากทีส่ ุดในการขนส่งภายในประเทศ เปน็ วธิ ีการขนส่งท่ีสะดวกท่สี ดุ เพราะ
สามารถส่งถึงจุดหมายได้โดยไม่ต้องมีการขนถ่ายสินค้าจากการเปลี่ยนพาหนะ มีความยืดหยุ่นในด้านเวลา
ค่อนข้างสูง รวดเร็ว และคุมเวลาได้ดี สามารถขนสง่ สินค้าได้หลากหลายประเภท ต้ังแต่ปริมาณนอ้ ยไปจนถงึ
ปริมาณมาก จ้านวนเที่ยวที่ออกรถมีบ่อยครง้ั ตามทตี่ ้องการ ครอบคลมุ พ้ืนที่การบรกิ ารขนสง่ ได้กว้างไกลกวา่
แต่มีข้อเสียคือ ถ้าปริมาณสินค้ามากหรือระยะทางไกลจะมีต้นทุนค่าขนส่งสูงกว่ารถไฟ ในระบบการบรหิ าร
แบบทันเวลาพอดีนยิ มใช้เพราะต้องขนสง่ บอ่ ย ๆ แต่ละครั้งจ้านวนไมม่ าก และต้องมคี วามเท่ยี งตรงของเวลา
ค่อนข้างสูง บริษัทช้ันน้าท่ีมีการขนส่งมากจะใช้บริษัทผู้ให้บริการตามสัญญาจากภายนอก (3PL) เช่น ซี.พี.
เซเว่นอีเลฟเวน่ จะใชไ้ ดนามคิ โลจสิ ติกส์ บริษัทในเครือซีเมนตไ์ ทยจะใชก้ ารบรกิ ารด้านโลจสิ ติกส์ จากซีเมนต์
ไทยโลจิสติกส์ (CTL) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ การขนส่งโดยรถบรรทุกน้ีมักจะใช้รวมกับการขนส่งวิธีอื่น เช่น
การขนส่งโดยรถไฟ แล้วขนสินค้าลงเมือ่ ถงึ สถานปี ลายทางกอ่ นทจี่ ะขนขึ้นรถบรรทกุ ไปสง่ ถึงที่หมาย

การขนส่งทางถนนเร่ิมมีมาต้ังแต่แรกเริม่ ของมนุษย์สมัยโบราณกาล ซึ่งอารยธรรมต่าง ๆ ตลอดจน
ความเจรญิ ของมนุษยส์ ่วนใหญก่ ็มาจากการขนสง่ เริ่มด้วยมนุษย์เราร้จู ักบุกปา่ ฝ่าดง ฆา่ สัตว์ และหาอาหารเพอื่
การดา้ รงชีพ รู้จักการนา้ เอาอาหาร อปุ กรณต์ ่าง ๆ ติดตวั ไป โดยการถอื หว้ิ สะพาย แบกหรอื หาม ต่อมารจู้ กั
การใช้เลื่อน (Sledge) ในการขนสัมภาระต่าง ๆ รู้จักการน้าเอาสัตว์มาเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารและใช้งาน
โดยใช้บรรทุกสิ่งของต่าง ๆ ต่อมารู้จักใช้ให้สัตว์เล้ียงเหล่าน้ันลากเล่ือนให้เลื่อนไป ต่อมารู้จักการใช้หิน
หรือไม้กลมๆ มารองให้สัตว์ลากเลื่อนให้ผ่านไปบนหมอนท่ีรองไว้เป็นทอด ๆ จนรู้จักตัดแปลงมาใช้ล้อแทน

ผูช้ ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 5 การจัดการการขนสง่ 164

_________________________________________________________________________________

ระยะแรกเริ่มนั้นก็มีสภาพง่าย ๆ เป็นเกวียน (Cart) เม่ือมีเกวียนเกิดขึ้นถนนหรือเส้นทาง ส้าหรับให้เกวียน
หรือล้อเล่ือนต่างๆ สามารถวิ่งผ่านไปได้ นับเป็นวิวัฒนาการเร่ิมแรกของการขนส่งทางถนน ต่อมามีการคิด
ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้าขึ้น (โดยเจมส์ วัตต์ ค.ศ.1776) นายนิโคลาส คโยต์ ได้น้าเอาเครื่องจักรไอน้าไป
ประกอบเป็นรถยนต์สามารถเคล่ือนท่ีได้ด้วยพลังของไอน้า ต่อมามีผู้คิดและประดิษฐ์ เคร่ืองจักรกลและ
อุปกรณ์ต่าง ๆ เพ่ิมมากข้ึน ก็ได้ถูกน้ามาใช้ดัดแปลงเป็นอุปกรณ์ในการขนส่ง ต่อมามีการคิดค้นประดิษฐ์
เครื่องจักรกลที่ใช้น้ามันข้ึน (ระหว่างปลายศตวรรษที่ 19) จะ จึงเกิดเครื่องยนต์สันดาปภายใน และ
ถูกน้ามาใช้แทนรถยนตท์ ่ีใช้เคร่อื งจกั รไอน้า ท้าให้รถยนต์ที่เคล่อื นทีด่ ้วยเคร่อื งยนต์สนั ดาปภายในแพร่หลาย
และนยิ มใช้กันมากจนถงึ ปัจจุบนั

1.1 เสน้ ทางการขนสง่ ทางรถยนต์ เป็นเสน้ ทางส้าหรบั การขนสง่ ทางรถยนต์ รถยนต์จะวิ่งบรกิ ารไป
ยังท่ีต่าง ๆ ได้ ถ้ามีถนนไปถึง ได้มีวิวัฒนาการมานานแล้วต้ังแตส่ มัยอียิปต์เป็นต้นมา โดยรู้จักการน้าเอาวัสดุ
ตา่ ง ๆ มาใชใ้ นการสร้างเสน้ ทาง เช่น ใชด้ นิ ใช้หนิ ใช้ทราย ใช้กรวด ใช้ลกู รัง เป็นตน้ ต่อมารู้จักใชถ้ นนทีล่ าด
ด้วยยาง และพัฒนามาเปน็ ถนนคอนกรีตในท่ีสุด เส้นทางในการขนส่งทางรถยนต์ในปัจจุบนั นีน้ อกจากจะอยู่
บนดินธรรมดาแล้ว ยังมีการสร้างเป็นสะพาน สร้างเปน็ อุโมงค์อยู่ใต้พ้ืนดิน ใต้น้า และอยู่เหนือพื้นดนิ อกี ด้วย
เส้นทางของการขนสง่ ทางรถยนต์ อาจสามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็

1) ถนนส่วนบคุ คล เป็นถนนที่บคุ คลใดบคุ คลหน่ึงหรือคณะบุคคลหนงึ่ เปน็ เจา้ ของ โดยไมไ่ ด้
เปดิ ใหบ้ คุ คลอ่ืนทีม่ ิได้เกย่ี วขอ้ งหรือไม่ได้รบั อนญุ าตและในการกอ่ สรา้ ง ตลอดจนการดูแลและบา้ รุงรักษาถนน
ส่วนบคุ คลน้ผี ู้เป็นเจ้าของเป็นผู้รับผิดชอบทงั้ สิน้

2) ถนนสาธารณะ เป็นถนนท่ีบุคคลทุก ๆ คนสามารถใช้ได้ โดยรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ
หรือเอกชนที่ได้รับมอบหมายเป็นผรู้ ับผิดชอบในการก่อสร้าง ซ่อมบ้ารุง และดูแลรักษา ในการใช้เส้นทางนี้
อาจจะให้ใชโ้ ดยไมต่ อ้ งจา่ ยคา่ ธรรมเนยี มใด ๆ หรอื อาจจะมีการเกบ็ คา่ ธรรมเนียมในการใชเ้ สน้ ทางก็ได้

นอกจากน้ีอาจพิจารณาเสน้ ทางในอีกลกั ษณะหน่ึงก็ได้ โดยแบง่ ออกเป็น

1. ถนนในเมอื ง เป็นถนนท่อี ยู่ในเขตชุมชน ใชต้ ิดตอ่ เพื่อการขนส่งภายในเขตพื้นท่ีของ
เมืองนน้ั ๆ
2. ถนนนอกเมืองหรือระหว่างเมอื ง เป็นถนนท่ีอยู่นอกเขตชุมชน ใช้ติดต่อกันระหว่าง
เมอื งตอ่ เมอื ง ชุมชนตอ่ ชุมชน

ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลบั

บทที่ 5 การจดั การการขนส่ง 165

_________________________________________________________________________________

1.2 อุปกรณ์ของการขนส่งทางรถยนต์ มีวิวัฒนาการมานานแล้ว เช่นเดียวกันกับเส้นทาง โดยเร่ิม
ต้งั แต่การใช้ลอ้ เลอ่ื น ใชเ้ กวียน ใชร้ ถมา้ ซงึ่ ใช้กา้ ลังสัตว์เปน็ เครอื่ งฉดุ ลากเคลอื่ นที่ไปได้ ตอ่ มานา้ เอาเคร่อื งจกั ร
ไอน้ามาใช้แทนก้าลังสัตว์ และในที่สุดก็ใช้เคร่ืองยนต์ สันดาปภายในแทนโดยใช้น้ามันเป็นเชื้อเพลิงส้าหรบั
อุปกรณข์ องการขนส่งทางถนนกม็ มี ากมายหลายชนดิ หลายประเภท เช่น รถจกั รยาน รถจักรยานยนต์ รถยนต์
ส้าหรับการขนสง่ ทางถนน (รถยนต์) ประเทศไทยเรานั้นเร่ิมมีการใช้รถเทยี มมา้ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั รัชกาลที่ 4 และได้ทรงโปรดเกล้าใหส้ ร้างถนนขึ้นหลายสายท้ังในและนอกกา้ แพงพระ
นคร ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว (พระปิยะมหาราช) รัชกาลที่ 5 รถเทียม
ม้าก็มีมากขึ้นและนิยมใช้กันมากยิ่งขึ้น บ้านเมืองเจริญขึ้นตามล้าดับ มีประวัติว่ารถยนต์คันแรกที่เข้ามาใน
เมืองไทยเป็นของเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ต่อมากรมหลวงราชบุรีเป็นผู้น้ามาเอาเข้ามาแล้วน้อมเกล้าถวายให้
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 5 หลังจากน้ันได้มีการส่ังเข้ามาอีกเป็นจ้านวนมาก และ
เป็นที่แพร่หลายนับแต่นั้นมา ก็เร่ิมมีการน้ามาว่ิง และใช้กันมากขึ้นในกรุงเทพฯ และเป็นเจ้าถนนมาจนถึง
ปจั จุบนั น้ี ส่วนถนนทส่ี ร้างน้ันถือได้วา่ ถนนเจรญิ กรงุ (New Road) เปน็ ถนนสายแรกและตอ่ มากม็ ถี นนบ้ารุง
เมือง ถนนเฟ่ืองนคร และถนนสายอนื่ ๆ อกี จนกระท่งั มีการถมคลองตา่ ง ๆ มาสรา้ งเป็นถนนจวบจนทุกวันนี้
ยานพาหนะซึ่งเปน็ อปุ กรณข์ องการขนสง่ ทางถนนแบ่งออกเปน็ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1) รถยนต์โดยสาร เป็นรถยนต์ท่ีสร้างขึ้นเพื่อใช้งานด้านการขนส่งบุคคล อุปกรณ์เพื่อการ
ขนสง่ ผูโ้ ดยสาร สรา้ งขึ้นมาเพ่ือใชง้ านด้านการขนส่งบคุ คล เช่น รถยนตน์ ง่ั รถจกั รยาน เป็นตน้

2) รถยนต์บรรทุก เป็นรถยนต์ท่ีใช้ในการบรรทุกขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ อุปกรณ์เพื่อการ
ขนส่งสินค้าและบริการ สรา้ งข้ึนมาเพื่อใช้งานด้านการขนส่งสนิ ค้า และบริการโดยทั่ว ๆ ไป หรือใช้
เฉพาะอย่าง เช่น รถบรรทกุ รถน้ามัน เปน็ ตน้

อุปกรณ์ของการขนส่งทางรถยนต์ได้มีการพัฒนา เล็บปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีอยู่
ตลอดเวลา และถา้ เราพจิ ารณาตามลักษณะของการใช้งานแลว้ ยังอาจแบ่งออกได้เป็น

1) รถยนต์สาธารณะ หมายถึง รถท่ีใช้รับจ้างขนส่งมแี บบรถยนต์ประจา้ ทาง และรถยนต์ไม่
ประจา้ ทาง

2) รถยนต์บริการ เป็นรถท่ีให้เช่าหรือรบั จา้ ง เชน่ รถบรกิ ารทัศนาจร รถเช่า

3) รถยนต์ส่วนบคุ คล เป็นรถทใ่ี ชใ้ นกิจการส่วนตวั เช่น รถเก๋ง รถบรรทกุ สนิ ค้าส่วนบุคคล

ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 5 การจดั การการขนสง่ 166

_________________________________________________________________________________

1.3 สถานีของการขนส่งทางรถยนต์ ก็อาจแบ่งออกไดเ้ ปน็

1) สถานีสา้ หรับขนสง่ ผโู้ ดยสาร

2) สถานขี นส่งสนิ ค้าและบริการ

สถานีในการขนส่งทางถนนน้ี โดยท่ัว ๆ ไปจะมอี ยแู่ พรห่ ลายกระจายทั่วไปตามเสน้ ทางทีก่ าร
ขนส่งทางถนนไปถึง โดยอาจจะมีสถานที เ่ี ป็นจุดใหญ่ ๆ หรือจุดศนู ยก์ ลางหรอื จดุ ตน้ ทาง ปลายทาง และจะมี
สถานีระหว่างเส้นทาง ซ่ึงอาจจะอยู่ในชุมชนหรือในตวั เมอื ง หรือตามทางแยก โดยภายในสถานีขนส่งท่ีดีนัน้
จะมีเครื่องอ้านวยความสะดวกและเคร่ืองอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้คอยให้บริการแก่ผู้ท่ีใช้บริการตลอดเวลา เช่น
หอ้ งพกั ห้องฝากสิ่งของ ร้านอาหาร โทรศพั ท์ เป็นต้น

1.4 ผปู้ ระกอบการขนส่งทางรถยนต์ ผปู้ ระกอบการขนสง่ ทางถนนกม็ ีทั้งที่เปน็ ของรัฐและเอกชนโดย
ผู้ประกอบการขนสง่ นนั้ สามารถแบง่ ออกได้หลายประการ เชน่

1) ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ (Common Carrier) ผู้รับจา้ งขนสง่ โดยทวั่ ไป เพ่ือสินจ้าง
รางวัล โดยไม่จ้ากัดเส้นทางและเวลา มีทง้ั ประจ้าทาง และไม่ประจ้าทาง

2) ผู้ประกอบการขนสง่ ตามสญั ญา (Contact Carrier) เปน็ ผ้ปู ระกอบการขนส่ง เพ่ือบ้าเหนจ็
รางวัลตอบแทน โดยมกี ารทา้ สญั ญาตกลงกันก่อนท่ีจะทา้ การขนสง่

3) ผูป้ ระกอบการขนส่งส่วนบคุ คล (Private Carrier) เป็นผู้ประกอบการขนสง่ เพอ่ื กจิ การคา้
ของตนเอง สว่ นใหญเ่ ป็นกจิ การประเภทอุตสาหกรรม

4) ผู้ประกอบการขนสง่ แบบรับจองระวาง (Freight Forwarder) เป็นผู้ประกอบการขนสง่ ที่
เป็นผู้รับจ้างจัดการรวบรวมเพื่อใหม้ ีการขนส่งเกิดข้ึน โดยเมื่อรวบรวมได้แล้วก็จะมอบให้ผ้ปู ระกอบการอ่ืน
ท้าการขนส่งอีกต่อหนึ่ง แต่ความรับผิดชอบโดยตรงยังคงอยู่กับผู้รับจัดการขนส่ง โดยในบางกรณีอาจจะมี
ลักษณะเป็นนายหน้าหรือตัวแทน ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าคอมมิชช่ัน (Commission) แต่ความ
รบั ผดิ ชอบ จะไมต่ กอยกู่ ับนายหนา้ หรือตัวแทน

5) ผู้ประกอบสถานีขนส่ง หมายถึง การด้าเนนิ งานใหร้ ถยนต์เข้าไปจอดรบั ผู้โดยสารหรอื ขน
ถ่ายสินค้าในสถานที ี่ก้าหนดไว้ โดยปกติรัฐบาลจะเปน็ ผ้ดู ้าเนินการขนส่งเอง และจะประกาศก้าหนดสถานีให้
รถยนตเ์ ขา้ ไปจอดรับส่งสินค้าและผู้โดยสาร

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 5 การจัดการการขนส่ง 167

_________________________________________________________________________________

6) การขนส่งในความรับผิดชอบของรับวิสาหกิจ เช่น องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์
(ร.ส.พ.) ซึ่งจัดต้ังขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งองคก์ ารรับสนิ ค้าและพสั ดุภัณฑ์ พ.ศ.2496 ในปัจจบุ ันผล
ประกอบการขาดทุนได้ยกเลกิ แลว้ นอกจากนนั้ ยงั มกี ารรถไฟแห่งประเทศไทย องคก์ ารขนส่งมวลชน เป็นตน้

1.5 ข้อได้เปรียบเสียเปรยี บของการขนส่งทางรถยนต์ การขนส่งทางถนนหรือทางรถยนต์นนั้ เปน็ ท่ี
นิยมใช้กันมากในปัจจบุ ัน ซึ่งพอทจี่ ะสรุปถึงลักษณะข้อได้เปรียบและเสยี เปรยี บของการขนสง่ ทางรถยนต์ได้
ดังน้ี

ข้อไดเ้ ปรยี บ

1) สามารถให้บริการถึงบ้านได้ (Door to Door Service) เป็นข้อท่ีเปรียบเทียบอย่างเห็นได้ชัด
การขนสง่ ด้วยวธิ ีการอื่น เช่น รถไฟ หรอื เครือ่ งบนิ ก็ยังต้องอาศัยรถยนต์อกี ทอดหน่งึ

2) มีความคล่องตวั สูง สะดวก รวดเร็ว และใหบ้ ริการได้ทกุ จุดตลอดระยะทาง
3) สามารถบริการได้ตลอดเวลาและทันเวลา ไม่จ้าเป็นต้องมีหมายก้าหนดการเหมือนรถไฟหรือ

เคร่ืองบนิ
4) ใชใ้ นการขนสง่ ไดท้ กุ ระยะ โดยเฉพาะระยะทางใกลแ้ ละปานกลาง
5) ใช้เช่ือมโยงหรอื ประสานกับการขนส่งประเภทอนื่ ๆ
6) สามารถลงทุนดว้ ยเงินจ้านวนน้อยเม่ือเปรยี บเทียบกบั การขนส่งแบบอน่ื เป็นแบบของการขนสง่ ที่

มขี นาดเล็กทส่ี ดุ แคร่ ถ 1 คัน ก็สามารถใช้ขนส่งได้แลว้ ตลอดจนการขยายกจิ การท้าไดง้ า่ ย
7) ผู้ประกอบการมากมาย สามารถเลอื กรับบรกิ ารได้
8) การเลกิ กจิ การทา้ ได้งา่ ย ผลเสียหายมนี ้อย
9) ไม่จ้าเป็นต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ความช้านาญเฉพาะอย่าง จึงสามารถขยายกิจการได้ง่าย การ

ด้าเนินงานไมย่ ุ่งยาก บุคคลท่ัวไปสามารถด้าเนนิ การได้

2.การขนสง่ ทางรถไฟ (Railroad Transportation)

การขนสง่ ทางรถไฟเปน็ วิธหี น่ึงที่สามารถเคลอื่ นยา้ ยสง่ิ ของและบคุ คลไปได้ไกลด้วยต้นทนุ การขนสง่ ตา้่
มีความปลอดภัยจากอุบตั ิเหตุสูงกว่าการขนส่งประเภทอื่น เพราะเปน็ เครอื่ งท่ีอยู่ในเสน้ ทาง (ราง) ท่ีสร้างขนึ้
โดยเฉพาะนนั่ เอง ลักษณะเด่นของการขนส่งทางรถไฟ คือ การท่ีขบวนรถไฟแต่ละขบวนสามารถพว่ งตบู้ รรทุก
หรอื ผโู้ ดยสารได้คราวละมาก ๆ จึงสามารถให้บรกิ ารโดยประหยัดเหมาะสมกับสินค้าน้าหนักมาก ปริมาณมาก
กินเนื้อที่มากและบรรทุกเป็นระยะทางไกล ๆ สินค้าที่นิยมขนได้แก่ เช่น ปูนซีเมนต์ ถ่านหิน น้ามัน

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 5 การจัดการการขนส่ง 168

_________________________________________________________________________________

ตู้คอนเทนเนอร์ เหมาะกับการขนสง่ ระยะทางไกล ใกลจ้ ะถงึ ทหี่ มายชา้ กว่ารถบรรทุก และต้องขนยา้ ยเปล่ียน
พาหนะ แต่ถ้าขนส่งระยะไกลจะใช้เวลาพอกัน แต่รถไฟมีข้อจ้ากัดที่ต้องวิ่งบนรางที่มีเส้นทางจ้ากัดตายตัว
ท้าให้มีความยืดหยุ่นในการขนส่งน้อย นอกจากนั้นยังมีข้อเสียคือ มักล่าช้าบ่อย ๆ คุณภาพของการบริการ
ค่อนขา้ งตา้่ เวลาออกรถกา้ หนดตายตัวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตามความต้องการได้

การขนสง่ ทางรถไฟเริม่ มมี านานแล้วตง้ั แตส่ มยั โบราณ เกิดขึน้ หลงั จากยุคท่มี นุษยเ์ รารูจ้ กั ใช้วงล้อเข้า
มาช่วยในการขนสง่ ในระยะเรมิ่ แรก ใช้แรงสตั ว์ เช่น ม้าวัวควายช้างลา เป็นต้น ลากให้เคลอื่ นท่ีไปตามรางที่
ก้าหนดไว้ โดยใช้วงลอ้ นัน้ ท้าด้วยไม้ ต่อมาก็มวี ิวัฒนาการมาเร่ือย ๆ จนรู้จักใช้เหลก็ แทนไม้ และมีการน้าเอา
เคร่ืองจกั รไอน้ามาใชแ้ ทนก้าลังสัตว์ การขนส่งทางรถไฟนี้เป็นการขนประเภททถ่ี อื วา่ เป็นประเภทบุกเบกิ ของ
การขนสง่ เกอื บทกุ ๆ ประเทศกอ่ นท่กี ารขนส่งประเภทอน่ื ๆ จะเจรญิ ประเทศอังกฤษเปน็ ประเทศแรกท่ีมกี าร
ขนสง่ ทางรถไฟเกดิ ขน้ึ ตอ่ มาไดแ้ พร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ ท้ังยุโรป อเมริกา และท่ัวโลก

ส้าหรับกิจการขนส่งทางรถไฟในประเทศเรานั้น ในปีรัตนโกสินทร์ศก 105 ตรงกับปี พ.ศ. 2429
กิจการรถไฟได้ถือก้าเนดิ เปน็ ครง้ั แรก เม่ือรัฐบาลได้อนุมัติสมั ปทานแกบ่ รษิ ัทชาวเดนมารก์ ใหส้ รา้ งทางรถไฟ
กรุงเทพฯถึงสมุทรปราการ ระยะทาง 21 กิโลเมตร เปิดเดินรถไฟเป็นคร้ังแรกในเส้นทาง
กรุงเทพ-สมุทรปราการ เม่ือวันท่ี 13 กันยายน 2429 ในเวลาเดียวกันได้ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ให้ท้าการ
สา้ รวจเสน้ ทางเพ่อื สร้างรถไฟจากกรงุ เทพถึงเชียงใหม่ และมที างแยกไปนครราชสีมาที่สระบุรดี ้วย หลงั จากนน้ั
ได้มีพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างเส้นทางจากกรุงเทพถึงนครราชสีมาเป็นเส้นทางแรก หลังจากน้ันในเดอื น
ตุลาคม พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั ได้ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า กรมรถไฟหลวง
ขึน้ สงั กดั กระทรวงโยธาธกิ าร คร้ันเมอ่ื วนั ท่ี 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 พระองค์จึงเสดจ็ ทรงประกอบพระราชพธิ ี
เปิดการเดนิ รถไฟระหว่างกรุงเทพฯ-อยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร ซ่ึงทางการได้ถอื เอาวนั น้ีเป็นวันสถาปนา
กิจการรถไฟหลวง

ความกว้างของรางรถไฟเมื่อสร้างทางฝ่ังตะวันออกของแม่น้าเจ้าพระยาเป็นรางกว้าง 1.435 เมตร
ระยะทางท้ังหมด 1076 กิโลเมตร ส่วนทางฝั่งตะวันตกของแม่น้า เป็นรางกว้าง 1.00 เมตร นาด 1.00 เมตร
ก็เพอ่ื ใหม้ ีขนาดเท่ากบั ของประเทศเพือ่ นบ้านทัง้ หลาย คอื มาเลเซยี พม่า เขมร ต่อจากนนั้ พระบาทสมเด็จพระ
มงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หวั จึงทรงให้เปล่ียนขนาดรางขนาด 1.435 เมตร ทางฝง่ั ตะวันออกทีส่ ร้างไปหมดแลว้ ท้งั หมด
เป็นขนาด 1.00 เมตร โดยใช้เวลาทั้งส้ิน 10 ปี แล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2469 ปี 2504 ได้เริ่มโครงการ
Dieselization โดยทยอยจัดหารถจักรดีเซลมาใช้แทนรถจักรไอน้า ซ่ึงใช้เวลา 14 ปี จึงแล้วเสร็จในระหว่าง
สงครามโลกครั้งที่ 2 กิจการรถไฟประสบภัยสงครามอย่างหนักทรัพย์สนิ ทั้งทางอาคาร และรถจักรล้อเลอ่ื น

ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 5 การจดั การการขนสง่ 169

_________________________________________________________________________________

ได้รับความเสียหายมากจ้าต้องเรง่ บูรณะฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว ถ้าจะอาศัยเงินทุนจากงบประมาณ
ของรัฐอย่างเดียวจะไม่ทันการ รัฐบาลจึงต้องขอกู้เงินจากธนาคารโลก ในระหว่างการเจรจากู้เงินนั้น
ธนาคารโลกได้เสนอใหร้ ฐั ปรับปรุงองคก์ รของกรมรถไฟหลวงใหม้ อี ิสระกว่าที่เป็นอยู่ เพ่ือใหเ้ กดิ ความคล่องตัว
ในการบริหารกิจการในเชิงธุรกิจกรมรถไฟหลวง จึงเปล่ียนฐานะมาเป็นรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปการ
ภายใต้ชื่อว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้ังแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2494 เป็นต้นมา โดยด้าเนินการอยู่
ภายใต้พ.ร.บ.การรถไฟฯ ฉบบั พ.ศ. 2494 ซง่ึ ในหลกั การรฐั คมุ การ แต่งต้ังและปลดผู้บรหิ ารคุมอัตราเงินเดือน
พนักงาน คุมอัตราค่าโดยสาร และค่าระวาง คุมการปิดเปิดเสน้ ทางและการบริการและคุมการลงทนุ ทั้งหมด
ด้าเนนิ งานขาดทุนรฐั จะชดเชยให้เทา่ จา้ นวนที่ขาด ตอ่ มากจิ การรถไฟได้เพ่มิ การขยายตวั โดยมีการเพ่มิ เส้นทาง
ให้มากขน้ึ และเปดิ เดนิ รถไฟในเส้นทางต่าง ๆ อยู่ตลอดจนถงึ ปัจจบุ นั

2.1 เส้นทางการขนสง่ ทางรถไฟ เสน้ ทางส้าหรบั การขนสง่ ทางรถไฟไดม้ กี ารพัฒนา มาต้ังแต่
เร่ิมมีรถไฟเกดิ โดยใช้ไม้ท้าเป็นราง เพื่อให้รถว่ิงไปได้ ต่อมาก็ดัดแปลงเป็นใช้เหล็กแทน ทางรถไฟต้องมีการ
สร้างเฉพาะเปน็ พิเศษของตัวเอง กับการขนส่งแบบอื่น ๆ ได้ ทางรถไฟหมอนรองทางรถไฟไว้ ซ่ึงแต่เดิมก็ใช้
ไมเ้ ปน็ หมอนรองรางรถไฟ แตป่ จั จุบนั ก็เปลี่ยนมาใชว้ ัสดุอนื่ แทน คือ ใชค้ อนกรีตแทนหมอนไม้

เสน้ ทางรถไฟแตล่ ะสายกอ่ สรา้ งข้ึนตามความต้องการทางเศรษฐกจิ การเมอื ง และสงั คม ความยาวของ
แต่ละสายไม่เท่ากัน ส่วนทางด้านการเดินรถไฟมี 2 ระบบ คือ ระบบการเดินรถบนทางเดียว (Single Track)
และระบบการเดนิ รถบนทางคู่ (Double line) ซึ่งมรี ะบบท่แี ตกตา่ งกนั คอื ระบบการเดนิ รถบนทางเดย่ี วนั้นรถ
ท่ีสวนกันจะต้องหลีกกันในสถานีใดสถานีหน่ึง ซึ่งมีทางหลีกหากรถไฟขบวนใดขบวนหน่ึงเกิดความล่าช้า
เสียเวลาทา้ ต้องเปลยี่ นหลกี กันใหม่ จะท้าให้ขบวนอื่นท่ีเดินตามก้าหนดเวลาพลอยช้าไปด้วย ในประเทศไทย
ระบบรางเป็นระบบไม่เป็นมาตรฐานสากล เพราะความกว้างระหว่างทางมีเพียง 1 เมตร ซ่ึงมาตรฐานโลก
ประมาณ 1.45 เมตร

2.2 อุปกรณ์ของการขนส่งทางรถไฟ ได้แก่ รถไฟ หรือขบวนรถไฟน่ันเอง ซ่ึงเราสามารถ
แบ่งพจิ ารณาออกได้เปน็ ดังน้ี

1) รถไฟ (หวั รถจกั ร) ใชเ้ พ่อื การขบั เคลอื่ น ลากจูงใหข้ บวนรถไฟวง่ิ ได้

2) ตูร้ ถไฟบรรทกุ ผู้โดยสาร ใชส้ า้ หรับบรรทุกผูโ้ ดยสาร

3) รถไฟบรรทกุ สินค้าและบริการ ใช้ส้าหรับบรรทุกสินค้าและบริการต่างๆ โดยท่ัวๆ ไปการ
ขนส่งประเภทของขบวนรถทใี่ ช้ส้าหรับการให้บริการในตา่ งประเทศแบ่งเปน็ นี้ ดงั นี้

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 5 การจดั การการขนส่ง 170

_________________________________________________________________________________

1.การบริการก้ากับประจ้าวันท่ีเป็นมาตรฐาน (Standard Day Coaches Services) เป็น
ขบวนรถไฟท่วี ิ่งเป็นประจ้าวันได้มาตรฐานและยังสามารถแบง่ ตามประเภทเสน้ ทาง ไดค้ ือ

- เสน้ ทางหลัก (Through Main Line)

- เสน้ ทางหลกั ในท้องถน่ิ (Local Main Line) ใชว้ ิง่ ในระยะใกล้ๆ เป็นช่วงส้นั ๆ

- บริการวิ่งในเส้นทางสาขาท่ีก้ากับรายวัน (Branch Line Day Coaches Services) ใช้วิ่ง
บริการเปน็ ประจา้ ทกุ วัน

2.ตู้นอนและตู้รับแขก (Sleeper and Parlor Car Services) วันที่มีการบรกิ ารพิเศษมอี าหาร
ตู้นอน ระบบปรับอากาศ ตู้รับแขก และเช่าเปน็ กระบวนเป็นได้

3.กระบวนเดินระหว่างทีท่ า้ งานกับบา้ น หรือรถชานเมือง (Commuter Services) เป็นรถทว่ี ่งิ
ไปกลบั ในวนั เดยี ว วงิ่ ไปชานเมือง

ส้าหรับขบวนรถไฟของไทยที่เราพบเห็นกันอยู่เสมอ เช่น รถด่วน รถเร็ว รถธรรมดา รถดีเซลราง
เป็นรถท่ใี ช้สา้ หรบั ขนสง่ ผู้โดยสาร ขบวนรถเชา่ พิเศษ ส่วนรถที่ใชส้ า้ หรบั ขนสง่ สินคา้ และบริการ ก็คอื รถสนิ คา้
นอกจากน้ียังมีรถอีกประเภทหน่ึงที่ใช้ขนส่งผู้โดยสารและสินค้าพร้อมกันก็คือ รถร่วม ซ่ึงมีรายละเอียดดัง
ตอ่ ไปนี้

ขบวนรถด่วนพิเศษ เป็นขบวนรถท่ีจัดเดินระยะทางไกล หยุดสถานีที่ส้าคัญ ๆ เท่านั้น รถพ่วง
ส่วนใหญจ่ ะเป็นรถนอนธรรมดาและปรับอากาศ โดยชนิดรถท่ีใหบ้ รกิ าร เป็นรถปรับอากาศนง่ั และนอนชั้นท่ี 1
(บนอ.ป.) รถโบกี้น่ังและนอนช้ันที่ 2 (บนท.) รถปรับอากาศน่ังและนอนช้ันท่ี 2 (บนท.ป.) มีเส้นทาง
ที่จัดบริการ คือ ขบวนรถด่วนพิเศษ (นครพิงค์) ระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ขบวนรถด่วนพิเศษ
(ระหว่างประเทศ) ระหว่างกรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ ธ-กรุงเทพฯ และขบวนรถด่วนพิเศษ (ทักษิณ) ระหว่าง
กรุงเทพฯ-สไุ หงโกลก- กรุงเทพฯ

ขบวนรถด่วน เป็นขบวนรถที่จดั เดินระยะทางไกล หยุดสถานทีท่ สี่ ้าคัญ ๆ เท่านั้น รถพ่วงจะเป็นรถ
นอนธรรมดาและปรับอากาศ โดยจะมีรถโดยสารชนิดเน่าพว่ งรวมอยดู่ ้วยในบางขบวน ค่าธรรมเนียมขบวนรถ
มีชนดิ รถที่ให้บรกิ ารคือ รถปรบั อากาศนง่ั และนอนชนั้ ท่ี 1 (บนอ.ป.) รถโบกี้นัง่ และนอนชนั้ ที่ 2 (บนท.) รถปรบั
อากาศน่ังและนอนชั้นท่ี 2 (บนท.ป.) รถปรับอากาศช้ันที่ 2 (บชท.ป.) รถโบก้ีช้ันท่ี 2 (บชท.) รถโบก้ีช้ันที่ 3
(บชส .) รถปรับอากาศชั้นท่ี 3 (บชส.ป.) ซึ่งมีเส้นทางที่จัดบริการ คือ ขบวนรถด่วน ระหว่าง

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ

บทที่ 5 การจัดการการขนสง่ 171

_________________________________________________________________________________

กรงุ เทพฯ-อบุ ลราชธานี-กรุงเทพฯ ขบวนรถด่วน ระหว่างกรงุ เทพฯ-หนองคาย-กรุงเทพฯ ขบวนรถดว่ นระหวา่ ง
กรุงเทพฯ-ตรัง-กรงุ เทพฯ และขบวนรถด่วน ระหว่างกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช-กรงุ เทพฯ

รถวิ่งระหว่างเมืองใหญ่ (Intercity) เป็นขบวนรถที่จะเดินเพอื่ รบั /ส่งผูโ้ ดยสารระหว่างเมืองใหญ่ ๆ
หยุดเฉพาะสถานที ี่สา้ คัญ ๆ เท่านน้ั ขบวนรถจะเปน็ รถดีเซลรางช้นั 2 นัง่ ปรับอากาศ ทง้ั ขบวนคดิ ค่าธรรมเนยี ม
ปรับอากาศพรอ้ มบริหารกล่องและของว่าง ชนิดรถท่ีให้บริการ คือ รถกา้ ลังดเี ซลรางปรับอากาศไมห่ อ้ งขบั รถ
ก้าลังดีเซลรางปรับอากาศมีห้องขับ (กซม.ป. และ กซข.ป.) มีเส้นทางท่ีจัดบริการ ระหว่างกรุงเทพฯ-
นครสวรรค์ ระหว่างกรุงเทพฯ-หนองคาย-กรุงเทพฯ ระหว่างกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ ระหว่าง
กรุงเทพฯ-กันตงั -กรุงเทพฯ ระหวา่ งกรงุ เทพฯ-สไุ หงโกลก-กรุงเทพฯ ระหวา่ งกรุงเทพฯ-ยะลา-กรุงเทพฯ

ขบวนรถท่องเท่ียว เป็นขบวนรถท่ีจัดเดิมเพ่ือให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
และวันหยุดราชการ หยุดเฉพาะสถานีที่เป็นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวเท่าน้ัน ขบวนรถจะเป็นรถดีเซลรางธรรมดาและ
ปรับอากาศ ค่าโดยสารคิดอัตราพิเศษตามแต่ละรายการ มีชนิดรถที่ให้บริการ เป็นรถดีเซลรางธรรมดา
รถดีเซลรางปรับอากาศ เส้นทางท่ีจัดบริการ กรุงเทพฯ-สวนสนประดิพัทธ์ กรุงเทพฯ-น้าตก (กาญจนบุรี)
กรงุ เทพเข่ือนป่าสกั ชลสิทธิ์ (เฉพาะฤดูกาล)

ขบวนรถธรรมดา เปน็ ขบวนรถทีจ่ ดั เดินเพือ่ ให้บริการผโู้ ดยสาร จากกรุงเทพฯไปยังจังหวัด สา้ คญั ๆ
ในแต่ละภูมิภาค โดยมีระยะทางระหว่าง 151-600 กม. และหยุดทุกสถานีและป้ายหยุดรถ มีชนิดรถท่ี
ให้บริการ รถโบก้ีช้ันที่ 3 (บชส.) รถโบก้ีช้ันท่ี 2 (บชท.) ด้วยเส้นทางทีจ่ ดั บริการ กรุงเทพฯ-เด่นชัย-กรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ-พิษณุโลก-กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-ตะพานหนิ -กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-นครสวรรค์-กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-
บ้านตาคลี-กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-นครราชศรีมา-กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-
สุรินทร์-กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ-กรงุ เทพฯ กรุงเทพฯ-กบินทร์บุรี-กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-บ้านพลูตา
หลวง-กรงุ เทพฯ ธนบรุ ี-ประจวบคีรีขันธ์-ธนบุรี ธนบุรี-หลงั สวน-ธนบุรี และ ธนบุรี-น้าตก-ธนบุรี

รถชานเมือง เป็นขวนรถท่ีจัดเพ่ือให้บรกิ ารแก่ผู้โดยสารในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรศั มี
ไม่เกิน 150 กม. เพ่ือใช้เดินทางไปท้างาน ศึกษาเล่าเรียน และติดต่อค้าขาย หยุดทุกสถานีและป้ายหยุดรถ
มีชนดิ รถท่ีใหบ้ ริการ ส่วนใหญ่จะเป็นรถน่งั ช้นั 3 โดยจะมีรถนัง่ ช้นั 2ปรับอากาศบา้ งในบางขบวน เสน้ ทางท่ี
จัดบริการ กรุงเทพฯ-ลพบุรี ระยะทาง 133 กม กรุงเทพฯ-แก่งคอย ระยะทาง 125 กม. สายตะวันออกจาก
กรุงเทพฯ-ปราจีนบุรี ระยะทาง 122 กม. สายใต้จากกรุงเทพฯ-ราชบุรี ระยะทาง 117 กม. และ
กรงุ เทพฯ-สพุ รรณบุรี ระยะทาง 158 กม. กรงุ เทพฯ-แก่งคอย ระยะทาง 125 กม.

ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทท่ี 5 การจัดการการขนส่ง 172

_________________________________________________________________________________

ขบวนรถท้องถ่ิน เปน็ ขบวนรถทจี่ ดั เดินเพือ่ ให้บริการแก่ผโู้ ดยสาร หยุดทกุ สถานแี ละป้ายหยดุ รถพ่วง
จะเปน็ รถโดยสารน่ังช้ัน 3 ตลอดทง้ั ขบวน มีชนิดรถทใ่ี ห้บรกิ ารรถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.) โดยจะมรี ถดีเซลรางช้นั
3 ให้บริการบ้างบางขบวน มีเส้นทางที่จัดบริการ เป็นขบวนท่ีรถจัดบริการแก่ผู้โดยสารท้องถ่ิน ให้สาม ารถ
เดินทางเชือ่ มตอ่ ระหว่างจังหวดั สา้ คัญๆ ที่มีเส้นทางรถไฟผา่ น รวมทง้ั ในทางแยกสายต่าง ๆ ในภาคใต้

ขบวนรถร่วม เป็นขบวนรถทจ่ี ัดเดนิ เพอื่ ใหบ้ รกิ ารแกผ่ ู้โดยสาร หยุดทุกสถานแี ละปา้ ยหยดุ รถ รถพว่ ง
จะเป็นรถโดยสารน่ัง 3 ชั้น และมีรถสนิ ค้าพ่วงไปด้วยเพอ่ื รับส่งสนิ ค้า ชนิดรถที่ให้บริการ เป็นรถโบกี้ช้ันท่ี 3
(บชส.) สา้ หรับผโู้ ดยสารและรถตูส้ นิ คา้ สา้ หรบั บรรทกุ สนิ ค้า เสน้ ทางทีจ่ ัดใหบ้ รกิ ารในปัจจบุ ันมขี บวนรถรวม
ใหบ้ รกิ ารในภาคตะวนั ออก และภาคใต้ รวม 8 ขบวนต่อวัน

ขบวนรถสินคา้ ปูนซเี มนต์ ผู้ใชก้ ารขนส่ง คือ บรษิ ทั ซเี มนตไ์ ทย โลจสิ ติกส์ จ้ากัด บริษัท ปนู ซีเมนต์
นครหลวง จ้ากัด (มหาชน) บริษัท ทีพีไอ โพลีน จ้ากัด (มหาชน) และบริษัท ชลประทานซีเมนต์ จ้ากัด
(มหาชน) บรษิ ัทการขนส่ง : 1.9 ลา้ นตันต่อปี ปริมานการขนส่งตอ่ ขบวน 700 ตัน เส้นทางการขนสง่ จากสถานี
บ้านหมอ, โพนทอง, บ้านช่องใต,้ มาบกะเบา, หนิ ลบั , ชะอา้ – ไซโล, ยา่ นพหลโยธิน (บางซ่อื ) และคลังสินค้า
ของบริษัทต่างๆท่ัวทุกภาค มีลักษณะการขนส่งจัดเดินเป็นขบวนรถปูนซีเมนต์ผงวันละ 9 ขบวน (บรรทุก)
มีรายได้คา่ ระวางประมาณ 246 ลา้ นบาทต่อปี

ขบวนรถสนิ ค้าผลติ ภัณฑ์น้ามันเชือเพลิงสา้ เรจ็ รูป มีผู้ ใชก้ ารขนส่ง ได้แก่ บริษัทเชลล์แห่งประเทศ
จ้ากัด บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จ้ากัด (มหาชน) บริษัทน้ามัน คาลเท็กซ์ (ไทย) จ้ากัด บริษัท ปตท. จ้ากัด
(มหาชน) ปริมาณการขนส่ง 1.4 ล้านกิโลเมตรต่อปี ปริมาณการขนส่งต่อขบวน 800 กิโลเมตร (684 ตัน)
เส้นทางการขนส่งดงั น้ี

- ต้นทาง (คลังน้ามัน) สถานแี มน่ ้า บา้ นป๊อกแปก๊ มาบตาพุด
- ปลายทาง (คลงั น้ามัน) สถานนี ครสวรรค์ บึงพระ พษิ ณโุ ลก เด่นชยั ล้าปาง เชียงใหม่ อุบลราชธานี

ขอนแก่น อุดรธานี มีลักษณะการขนส่งจัดเดินเป็นขบวนรถน้ามันวันละ 10 ขบวน (บรรทุก)
รายได้คา่ ระวาง 471 ลา้ นบาทตอ่ ปี

ขบวนรถสินค้าน้ามันดิบ ผู้ใช้การขนส่ง บริษัท ไทยเชลล์ เอ็กซพลอเรช่ัน แอนด์ โปรดั๊กชั่น จ้ากัด
ปรมิ าณการขนส่ง 13 ลา้ น กิโลเมตรต่อปี ปรมิ าณการขนสง่ ตอ่ ขบวน 1,204 กิโลเมตร (840 ตนั ) เสน้ ทางการ

ผ้ชู ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 5 การจัดการการขนสง่ 173

_________________________________________________________________________________

ขนส่งจากสถานบี ึงพระถึงสถานีแม่น้า และสถานีแหลมฉบงั มีลักษณะการขนส่งจัดเดินเปน็ ขบวนรถน้ามันดิบ
วันละ 4 ขบวน (บรรทุก) รายไดค้ า่ ระวาง 340 ล้านบาทตอ่ ปี

ขบวนรถสินค้าก๊าซแอลพีจี ผู้ใช้การขนส่งการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ปริมาณการขนส่ง
550,000 กิโลเมตรต่อปี ปริมาณ การขนส่งตอ่ ขบวน 1,204 กิโลเมตร(459 ตัน) เส้นทางการขนส่งจากสถานี
บางละมุง-สถานีนครสวรรค์ สถานีล้าปาง สายตะวันออกเฉียงเหนือ จากสถานีบางละมุง-สถานีส้าราญ
(ขอนแก่น) ลักษณะการขนสง่ จัดเดินเปน็ ขบวนรถก๊าซวันละ 1-2 ขบวน (บรรทุก) รายได้ค่าระวาง 140 ล้าน
บาทตอ่ ปี

ขบวนสินค้าท่ัวไป ให้บริการด้านการขนสง่ สนิ ค้า “ประเภทเหมาคัน” ทั้งภายในประเทศและเพือ่
ส่งออกประเทศมาเลเซีย ที่สถานีปลายสุไหงโกลก และสถานีปาดังเบซาร์ ซ่ึงเป็นสถานีรถไฟชายแดน จัด
เดินขบวนรถสินค้าทั่วไป แบ่งเป็นทางสายเหนือ ทางสายตะวันออก เส้นทางสายใต้ ปรมิ าณการขนสง่ 600-
800 ตันต่อขบวน ชนิดของรถทใี่ ห้บรกิ ารแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ รถปิด รถเปดิ

- รถปดิ ไดแ้ ก่ รถทม่ี ีหลงั คาครอบคลุม และประตูปิดมดิ ชดิ แบ่งเป็น 2 จ้าพวก รถ 4 ลอ้ เช่น รถตู้
ใหญ่ (ตญ.) รถบรรทกุ เกลือ (รก.) ใช้บรรทกุ สินค้าที่มนี ้าหนกั ไม่เกิน 13,500 กโิ ลกรมั – 15,000
กโิ ลกรัม รถ 8 ล้อ เชน่ รถโบกี้ตู้ใหญ่ (บตญ.) ใชบ้ รรทกุ สนิ ค้าท่ีมนี ้าหนักไม่เกิน 25,000 กิโลกรมั
-36,000 กโิ ลกรัม

- รถเปดิ ไดแ้ ก่ รถทไี่ ม่มหี ลงั แบ่งออกเป็น 2 จ้าพวก รถ 4 ล้อ เชน่ รถข้างต่้า (ขต.) ใชบ้ รรทกุ สนิ คา้
ที่มีน้าหนักไม่เกิน 13,500 กิโลกรัม รถข้างสูง (ขส.) ใช้บรรทุกสินค้าที่มีน้าหนักไม่เกิน 15,000
กิโลกรัม รถ 8 ล้อ เช่นรถโบก้ีข้างต้่าส้าหรับบรรทกุ ยานขนาดหนัก (บขน.) ใช้บรรทุกสินค้าทมี่ ี
น้าหนัก 23,000 กิโลกรมั – 24,000 กิโลกรมั รถโบกขี้ ้างต้า่ (บขต.) ใชบ้ รรทุกสินคา้ ทม่ี ีน้าหนกั ไม่
เกิน 28,000 กิโลกรัม รถโบก้ีข้างสงู (บขส.) ใช้บรรทุกสนิ ค้าทม่ี ีนา้ หนัก ต้ังแต่ 26,000 กิโลกรมั
– 28,000 กิโลกรมั

2.3 สถานีขนสง่ ทางรถไฟ การขนส่งทางรถไฟก็จ้าเป็นต้องมีสถานีสา้ หรบั ขนส่งผ้โู ดยสาร สนิ ค้าและ

บริการ เชน่ เดยี วกันกบั การขนส่งประเภทอื่น ๆ ซึง่ สถานใี นการขนส่งทางรถไฟก็มลี กั ษณะคลา้ ยกบั การขนส่ง

ทางรถยนต์ กล่าวคือ สามารถแบ่งออกได้เปน็ สถานีต้นทาง สถานชี มุ ทาง และสถานรี ายทาง

สถานขี นส่งทางรถไฟ ไมว่ ่าจะเปน็ สถานีตน้ ทาง/ปลายทาง/รายทาง หรือสถานีชมุ ทาง ตา่ งก็ต้องมสี ่ิง
อ้านวยความสะดวกได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นห้องพัก ร้านอาหาร ร้านขายของใช้ และสิ่งอ้านวยความ
สะดวกอืน่ ๆ อีก

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 5 การจดั การการขนสง่ 174

_________________________________________________________________________________

2.4 ผปู้ ระกอบการขนส่งทางรถไฟ ผ้ปู ระกอบการขนสง่ ทางรถไฟกามารถท่ีจะแบ่งออกได้ 3 ลักษณะ
ดังนี้

1) ผปู้ ระกอบการของรัฐ เปน็ กจิ การท่ีรฐั เปน็ ผลู้ งทุน และดา้ เนนิ กิจการเองทง้ั หมด

2) รถไฟผู้รับอนุญาต หมายถึง กิจการรถไฟซึ่งรัฐบาลอนุญาตให้เอกชน เป็นผู้ด้าเนินการ
จดั สรา้ งและบรกิ ารเดนิ รถภายใตก้ ารควบคมุ ของรฐั ในประเทศไทยรฐั บาลยงั ไม่อนญุ าตใหเ้ อกชนท้าอยา่ งแต่มี
กรณีทีม่ ีการร่วมมือกับเอกชน เช่น บรษิ ทั ปูนซีเมนต์ไดต้ กลงกบั การรถไฟ ทา้ รางและตู้พิเศษเพ่ือขนสง่ ซีเมนต์
เข้าสโู่ รงงาน แตม่ ีค่าระวางในการขนสง่ ก็ยังจ่ายใหท้ างการรถไฟ

3) รถไฟเฉพาะ หมายถึง กิจการรถไฟท่ีได้สร้างขึ้นเฉพาะเพื่อใช้กับกิจการใดกิจการหน่ึง
โดยมิได้เก็บคา่ โดยสารหรือค่าระวางบรรทุกสนิ ค้า เชน่ รถไฟของบริษัทปา่ ไมห้ รอื เหมอื งแร่

ซ่ึงผู้ประกอบการให้การบรกิ ารรบั -ส่งสินค้า 2 ประเภท คือ สินค้าประเภทเหมาหลงั (Carload)และ
ปะเภทหีบห่อวัตถุ (Less than Carload) ซ่ึงมีรายละเอียดการให้บรกิ ารดังน้ี

1)ประเภทเหมาหลัง หมายถึง การขนส่งสินค้าโดยท่ีลูกค้าเหมารถสินค้าท้ังหลัง เพ่ือบรรจุ
สินค้าของตนสง่ ไปยังสถานีปลายทางแหง่ ใดแห่งหน่ึง ผ้ทู ่ีประสงคจ์ ะเหมารถสินค้าต้องขอรถไวล้ ว่ งหน้า

2)ประเภทหีบห่อวตั ถุ คือ การขนส่งสินคา้ หีบห่อทีร่ วบรวมจากลูกค้าหลายคน เพ่ือน้าส่งไป
ยังสถานีต่าง ๆ ในแต่ละวันโดยพนักงานจะท้าการบรรจุหีบห่อเข้าสู่รถสินค้าแยกตามสถานีและเส้นทาง
และจะพ่วงรถสนิ ค้าเหล่าน้เี ข้ากบั ขบวนรถสินค้าหรอื รถรวมเพอื่ ส่งไปยังจุดหมาย

2.5 ข้อได้เปรียบเสียเปรียบของการขนส่งทางรถไฟ การขนส่งทางรถไฟ มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบ
ดังน้ี

ข้อได้เปรียบ

1) สามารถบรรทกุ ผ้โู ดยสารและสนิ คา้ ไดค้ ร้งั ละมาก ๆ
2) สามารถปรับตัวตัวตามปริมาณที่บรรทุกได้ โดยสามารถเพิ่มหรือลดตู้ได้ง่าย ท้าให้

สามารถปรบั ตวั ตามปรมิ าณการขนส่งไดง้ า่ ย
3) มคี วามปลอดภัยมากทีส่ ุด ในแงป่ ลอดภยั จากอบุ ัติเหตุ

ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 5 การจัดการการขนสง่ 175

_________________________________________________________________________________

4) เป็นบริการท่ีเหมาะสมส้าหรับระยะทางปานกลางหรือไกล ๆ เพราะในระยะไกล ๆ ค่า
ขนสง่ สินคา้ ตอ่ หนว่ ยจะต่า้ เม่ือเปรียบเทียบกับการขนสง่ ทางรถยนต์ท่ีคดิ ตามระยะทาง

5) ผลกระทบจากดินฟา้ อากาศนอ้ ยกวา่ การขนสง่ แบบอ่ืน ๆ

ข้อเสียเปรยี บ

1) มีความคลอ่ งตวั น้อยกวา่ แบบอนื่ มขี อ้ จา้ กดั กว่าการขนสง่ สินค้าไม่สามารถขนส่งสินค้าถงึ
บ้านได้ ผรู้ ับสนิ ค้าต้องมารบั ท่สี ถานรี ถไฟ จงึ ส่งสนิ ค้าและผู้โดยสารได้จ้ากดั เพยี งทส่ี ถานี
และตามทเี่ ส้นทางรางรถไฟไปถึงนั้น

2) ไม่สามารถบรกิ ารได้แบบถึงประตูบา้ น (Door to Door Services) การขนถ่ายสินคา้ ไม่
ค่อยสะดวก เพราะต้องขนสินค้าไปยังสถานีรถไฟและรับสินค้าจากสถานีเองเช่นกัน
จึงต้องอาศัยการขนส่งประเภทอื่น ๆ ประกอบหากสถานีต้นทางหรือปลายทางอยหู่ ่าง
จากแหล่งที่ต้องการขนสนิ ค้า

3) เปน็ กจิ การที่ต้องลงทนุ มหาศาล ใชเ้ งนิ ลงทุนสงู เปน็ กจิ การใหญ่
4) ต้องอาศยั การขนสง่ ชนิดอน่ื เขา้ มาช่วย
5) การเลกิ กจิ การการทา้ ใหเ้ สยี หายมาก

3.การขนสง่ ทางนา้ (Water Transportation)

เป็นวิธีการขนส่งท่ีค่าใช้จ่ายต้่าสุด มักใช้สินค้าท่ีราคาต่อหน่วยไม่สูง มีปริมาณและน้าหนักมาก
เช่น ไม้ซุง ข้าว ทราย เรือบรรทุกสนิ คา้ มักมรี ะวางความจุสงู บรรทุกของได้มาก เหมาะกบั การขนสง่ ระยะไกล
แต่มีข้อจ้ากัดหลายประการ คือ ค่อนข้างล่าช้า มีเส้นทางขนสง่ ท่ีจา้ กดั เป็นคลอง ทะเล แม่น้า เป็นแหล่งน้า
เท่านัน้ อย่างไรกด็ ีการขนส่งโดยเรอื เป็นวธิ ีทน่ี ิยมใชแ้ พรห่ ลายท่สี ุดในการค้าระหวา่ งประเทศ

การขนส่งทางน้า เริ่มตั้งแต่มนุษย์เราเริ่มว่ายน้าข้ามล้าธาร ต่อมารู้จักการใช้แพและขอนไม้เป็น
อุปกรณ์ในการขนส่งทางน้า หลังจากนั้นรู้จักการขุดต้นไม้ให้เป็นเรือเพ่ือใช้ขนส่งคนและส่ิงของต่าง ๆ
ข้ามล้าธารหรือลอ่ งไปตามลา้ น้า เม่ือมีการคิดประดิษฐ์เครื่องจกั รไอนา้ ก็ถูกดัดแปลงมาใช้เปน็ เรือทีเ่ คลือ่ นท่ี
ดว้ ยพลงั ไอนา้ หรือเคร่อื งจกั รแทนก้าลงั ลมหรือพาย นอกจากนนั้ ยงั รู้จักการนา้ เอาวัสดุอ่ืน เชน่ เหลก็ มาใช้ต่อ
เรอื แทนไม้ ววิ ัฒนาการของการขนส่งทางน้าได้มีการพฒั นาตลอดเวลา มีการปรบั ปรงุ สมรรถภาพตา่ ง ๆ ไม่ว่า
จะเป็นประสิทธิภาพด้านเวลา ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย โดยใช้พลังงานรูปต่าง ๆ ในการ
ขบั เคล่ือน การเดนิ เรอื ในสมัยก่อนใชก้ ารสงั เกตจากทวิ ทศั นข์ องฝง่ั ทะเลเปน็ เครือ่ งหมายในการเดินทางและใน

ผูช้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 5 การจดั การการขนส่ง 176

_________________________________________________________________________________

เวลากลางคนื ใช้ลกั ษณะของดวงดาวบนทอ้ งฟา้ เปน็ เครอ่ื งหมายในการสังเกต แต่ปัจจุบันได้มาการคิดประดิษฐ์
เขม็ ทศิ ข้ึนมาใชส้ า้ หรับการเดนิ เรอื เพ่ือให้เกิดความสะดวกขน้ึ การขนส่งทางน้ามีมานานแลว้ เปน็ การขนส่งใน
ลา้ นา้ หรอื ชายฝั่งเท่านั้น ซึ่งในปี พ.ศ.2035 คลิสโตเฟอร์ โคลัมบัสกับคณะ ได้แลน่ เรือขา้ มมหาสมทุ รแอตแลน
ติค จากทวีปแอฟริกาฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวนั ออกของทวีป และถือเป็นต้นต้ารับของการเดนิ เรอื ดว้ ย

- การขนส่งทางล้าน้า เป็นการขนส่งโดยใช้ล้าน้า ในประเทศไทยในสมัยก่อนการขนส่งทางน้า
เป็นการขนส่งที่มีความส้าคัญที่สุดและยังเป็นการขนส่งที่ประหยัดที่สุด ในระยะหลังหลังน้กี าร
ขนส่งประเภทอ่ืน เช่น การขนส่งทางบกหรือทางอากาศมีบทบาทมากขึ้น การขนส่งทางน้า
จงึ ลดความสา้ คญั ลง

- การขนสง่ ทางทะเล เปน็ องคป์ ระกอบทส่ี า้ คัญระหวา่ งการค้าระหว่างประเทศ การขนสง่ สนิ คา้ เข้า
และสินค้าออกจะใช้การขนส่งทางทะเลประมาณร้อยละ 90 การขนส่งทางทะเลจึงมีการ
พฒั นาขนึ้ เร่ือย ๆ และมีความส้าคัญเพ่มิ ขึ้นเท่า ๆ กบั การคา้ ระหวา่ งประเทศทีข่ ยายตัวเพมิ่ ขนึ้

การขนส่งทางน้านอกเหนือจาก 2 ประเภทนี้แล้ว ส้าหรับประเทศไทยมีการขนส่งทางน้า
อีกประเภทหนึ่ง คือ การขนส่งโดยเรือชายฝง่ั เป็นการขนสง่ สนิ ค้าระหว่างเกาะกับชายฝ่ังโดยใชเ้ รอื
ซ่งึ ในปจั จุบนั ยงั ไม่ไดร้ บั ความนิยมเท่าทีค่ วรท้งั ๆ ทมี่ ีมานานแลว้

3.1 เส้นทางของการขนส่งทางน้า เส้นทางของกรขนสง่ ทางน้า โดยส่วนใหญ่ก็คือ แม่น้า ล้าคลอง
ทะเล และมหาสมุทรนนั่ เอง โดยถ้าเราพจิ ารณาแบง่ ออกเปน็ ประเภทแลว้ จะได้ดงั น้ี

1) เสน้ ทางเดินเรอื ภายในประเทศ ไดแ้ ก่ ในประเทศไทยกม็ ีแมน่ า้ ส้าคัญหลายสาย เช่น แม่นา้
เจา้ พระยา แม่นา้ แม่กลอง แม่น้าท่าจีน

2) เส้นทางการเดินเรือตามชายฝ่ังทะเล เป็นเส้นทางเลียบชายฝั่งทะเลของประเทศนั้น ๆ
ส้าหรับประเทศไทยมชี ายฝั่งดา้ นมหาสมุทรอินเดียและอา่ วไทย

3) เส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ เป็นการเดินเรือตามเส้นทางการค้าของโลกเพื่อขนส่ง
ระหวา่ งประเทศต่าง ๆ หรือระหวา่ งทวีป ซึง่ เส้นทางเดนิ เรือระหว่างประเทศนีม้ เี สน้ ทางทสี่ ้าคัญอยู่ 8 เสน้ ทาง
คือ

- North Atlantic Route ระหว่างยุโรปกับอเมริกาเหนือดา้ นตะวนั ออก

- North Pacific Route ระหวา่ งเอเชยี กับอเมรกิ าเหนือด้านตะวนั ตก

ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 5 การจัดการการขนสง่ 177

_________________________________________________________________________________

- South Pacific Route ระหว่างยโุ รป อเมรกิ า และออสเตรเลีย

- South Africa Route ระหวา่ งยโุ รป อเมรกิ า และแอฟริกา

- South American Route ระหว่างยโุ รปกบั อเมริกาใต้

- Panama Canal Route ระหวา่ งนวิ ยอร์ค ซานฟรานซสิ โก
และโยโกฮามา

- Soez Canal Route ระหว่างเอเชยี ยโุ รป และอเมรกิ า

- Caribbean Sea Route ระว่างอ่าวเมก็ ซิโกกบั ทะเลแครบิ เบียน

3.2 อุปกรณ์ส้าหรับการขนสง่ ทางนา้ คอื เรอื แพ ซ่งึ เราใช้กนั มาตง้ั แตส่ มัยโบราณ โดยมีการพฒั นา
ใหเ้ กดิ ความสะดวก และรวดเรว็ เปน็ สา้ คัญ ทงั้ นีด้ ้วยการน้าเอาเทคโนโลยตี า่ ง ๆ มาดัดแปลง เพือ่ ใหเ้ หมาะสม
กบั สภาวการณ์ แค่เดิมเราใช้ขอนไม้เป็นอปุ กรณน์ ้ามาผกู รวมกนั เป็นแพ รูจ้ กั นา้ ไม้มาขดุ ให้เป็นเรือนา้ เอาเหลก็
มาท้าให้เป็นเรือแทนไม้ และใช้เครื่องจักรเครื่องยนต์ต่าง ๆ เป็นอุปกรณ์ช่วยให้วิ่งได้รวดเร็ว ฉะนั้นถ้าเรา
พจิ ารณาแลว้ สามารถแบ่งประเภทของเรือออกไดเปน็ ประเภทใหญ่ ๆ 2 ประเภท คือ

1) เรือที่ไม่ได้ใช้เคร่ืองจักรกล เป็นเรือที่เคล่ือนท่ีไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่ได้ใช้
เครื่องจกั รหรือเคร่อื งกลใดๆ ในการขับเคล่ือนเลย เช่น แพ เรือใบ เรือส้าเภา เรือภาย เรือแจว เรือกรรเชยี ง
แพขนานยนต์ เปน็ ตน้

2) เรือท่ีใช้เคร่ืองจักรกล เป็นเรือที่ใช้เคร่ืองจักรหรือเคร่ืองกลต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนให้
เคลื่อนท่ไี ปยังจุดหมายไดด้ ังเชน่ เรือที่เราพบเหน็ อยใู่ นปัจจบุ นั

ถ้าพิจารณาในแงข่ องลักษณะการขนส่งแลว้ อุปกรณ์สา้ หรบั การขนส่งทางน้า สามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็
3 ประเภทใหญ่ ๆ คอื เรือโดยสาร เรอื สนิ ค้า และเรอื เฉพาะกจิ

เรอื โดยสาร เปน็ เรือท่ีมีไว้ส้าหรบั ขนสง่ ผูโ้ ดยสาร มีท้งั ประจา้ เสน้ ทางและไม่ประจา้ เสน้ ทาง ซ่งึ อาจจะ
วิ่งเป็นช่วงเวลาหรือตลอดเวลา และวิ่งภายในประเทศก็มีวิ่งระหว่างประเทศก็มี ส่วนเรือสินค้าก็เป็นเรือท่ีใช้
ส้าหรับขนส่งสินค้าซึ่งปัจจุบันก็มีอยู่ 2 ประเภท คือ เรือสินค้าธรรมดา (Conventional) กับเรือสินค้าแบบ
คอนเทนเนอร์ (Container) และส้าหรับเรือเฉพาะกิจน้ัน เป็นเรอท่ีสร้างไว้เพ่ือประโยชน์ใดประโยชน์หน่ึง

ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 5 การจัดการการขนสง่ 178

_________________________________________________________________________________

เฉพาะ เช่น เรือบรรทุกน้ามัน เปน็ ต้น โดยผู้ประจ้าเรอื น้ันประกอบด้วย นายเรือหรือกัปตันเรือเปน็ ผูค้ วบคุม
เรือและก็มลี กู เรอื ซ่ึงคอื คนที่ท้าหน้าท่บี นเรือนอกเหนอื จากกัปตัน

3.3 สถานีส้าหรับการขนส่งทางน้า สถานีส้าหรับการขนส่งทางน้าก็คือ ท่าเรือ (Port) เป็นสถานที่
ส้าหรบั จอดเรอื เพื่อท้าการขนถ่ายสินค้าและบริการตลอดจนผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังเป็นสถานท่ีท่ีต้องอ้านวย
ความสะดวกให้ถึงเรอื ท่ีเข้ามาจอดด้วย ดงั้ นัน้ ท่าเรอื จึงมีหน้าทีส่ ้าคญั อยู่ 2 ประการ คอื

1) การให้บริการแก่ผู้โดยสารและสินค้า เช่น บริการยกขนสินค้า บริการเก็บรักษาสินค้า
การคลงั สินคา้ ด้านบริการทพ่ี ัก การศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง เปน็ ต้น

2) การใหบ้ รกิ ารแกเ่ รอื เช่น บรกิ ารน้าร่อง บรกิ ารเรือลากจูง บรกิ ารกเู้ รอื บริการน้า บริการ
น้ามัน การใหบ้ รกิ ารด้านเสบียงอาหาร บริการซอ่ มเรือ การซอ่ มบ้ารุง เปน็ ต้น

ทา่ เรือนัน้ กจ็ ะมีท้งั ทา่ เรอื ทวั่ ไปซ่ึงเรือขนาดเลก็ จะใช้ทา่ เรือนอี้ ยูแ่ ละจะอยใู่ กลส้ ถานทีส่ ้าคญั ๆ สา้ หรบั
เรอื ขนาดใหญ่หรอื เรือเดนิ ทะเลนั้นกจ็ ะเปน็ ทา่ เรอื นา้ ลกึ นอกจากนี้กย็ ังมีท่าเรือเฉพาะกจิ ซึ่งใชส่ า้ หรับเรอื บาง
ชนิดอีกด้วย

จากการทท่ี ่าเรอื ตอ้ งคอยให้บรกิ ารแกผ่ ูโ้ ดยสาร สินคา้ และเรอื แล้ว เราควรมาพิจารณาวา่ ทา่ เรอื ทีด่ ี
น้นั ควรจะประกอบด้วยระบบอา้ นวยความสะดวกดงั ตอ่ ไปน้ี

1) ท่าเทยี บเรอื (Quay) และที่จอดเรือ (Berth)
2) บรกิ ารเรอื น้ารอ่ งและเรือลากจูง
3) โรงพักสินค้าหรอื คลงั เกบ็ สนิ คา้
4) อปุ กรณ์ เครอื่ งมือ เคร่ืองใช้ในการยกขนสินค้า
5) อ่บู ริการซ่อมและบ้ารุงรกั ษาเรือ
6) บรกิ ารน้าจืดและเชอื้ เพลงิ
7) หน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองและศลุ กากร
8) การขนสง่ ประเภทอน่ื ทเ่ี ช่อื มโยง เชน่ ถนน ทางรถไฟ
9) การให้บรกิ ารอื่นๆ เช่น สโมสร สถานท่ีพกั ผ่อน อาคารทพี่ กั เปน็ ต้น

ผูช้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 5 การจดั การการขนส่ง 179

_________________________________________________________________________________

3.4 ผู้ประกอบการขนสง่ ทางนา้ ผปู้ ระกอบการขนส่งทางนา้ สามารถแบ่งออกได้ดังน้ี

1) ผู้ประกอบการเดินเรือประจ้าทาง (Lines Operation) เป็นการด้าเนินธุรกิจเดนเรือท่ีมี
เส้นทางเดินเรอื ประจา้ คล้ายกับรถประจ้าทางแต่เปน็ ทางน้า ดังน้ันการเดินเรือแต่ละเท่ียวจะมีการก้าหนดไว้
ล่วงหน้า ค่าบริการก็ถูกก้าหนดไว้ล่วงหน้า ค่าบริการก็ถูกก้าหนดไว้ล่วงหน้าเช่นกัน ผู้ประกอบการธุรกิจ
เดินเรือประจา้ ทางมักจะมเี จา้ หน้าที่และทที่ ้าการตามทา่ เรือต่าง ๆ เพื่ออา้ นวยความสะดวกแกผ่ ้ทู จี่ ะใชบ้ ริการ
เพอ่ื ให้บรกิ ารแก่ผโู้ ดยสารและสนิ คา้ ประจ้าทาง อาจจะเป็นผู้ประกอบการภายในประเทศหรือเส้นทางเดนิ เรอื
ระหว่างประเทศก็ได้

2) ผู้ประกอบธุรกิจเรือจร (Tramp Operation) ประกอบธุรกิจประเภทน้ีจะเป็นการ
ใหบ้ รกิ ารเดินเรอื แบบไมม่ เี สน้ ทางประจา้ การใหบ้ รกิ ารขึ้นอยกู่ บั ขอ้ ตกลงหรอื สญั ญาในการขนสง่ ว่าจะใหไ้ ปสง่
ณ จดุ ใดซึ่งอาจจะอยใู่ นรูปของการเชา่ เปน็ คร้งั คราวกไ็ ด้ ทา้ การตกลงใหเ้ ชา่ เรือเป็นการเฉพาะราย การบรกิ าร
เดินเรอื ประเภทนม้ี ิไดก้ ้าหนดเที่ยวเรอื ไวล้ ว่ งหน้า การเช่าเรือประเภทนม้ี ีอยู่ 4 วิธี คอื

- การเช่าเป็นเทีย่ ว (Voyage charter)

- การเชา่ เปน็ เวลา (Time charter)

- การเช่าเรอื เปลา่ (Bare boat a demise charter)

- การเช่าเหมาเรือ (Lump-sum basis charter)

นอกจากน้ีผู้ประกอบการขนส่งทางน้าอาจจะอยู่ในรูปขอ งตัวแทนบริษัทเรือ
(Ship’s agents) หรือชมรมผู้เดินเรือ (Conference) ซึ่งบริษัทตัวแทนและชมรมการเดินเรือนี้ จะท้าหน้าที่
แทนบริษัทเรือ ตามทา่ เรอื ต่าง ๆ เพราะจะเป็นผทู้ ี่ชา้ นาญและร้จู ักสถานที่ดกี วา่ บริษทั เรอื เอง ตัวแทนบริษัท
จะทา้ หน้าที่หาสนิ คา้ ให้บริษทั เรอื รวมท้ังดูแลเมื่อเทยี บทา่ โดยจะไดค้ า่ นายหน้าเป็นค่าตอบแทน สว่ นใหญ่แล้ว
จะเดินเรือประจ้ามีอัตราค่าบริการตามท่ีมขี ้อตกลงกันไว้เทา่ กันทุกบริษัทเหมือนๆกัน ส่วนเรือท่ีไม่มีเส้นทาง
ประจ้าหรือเรือจรจะคิดอัตราค่าบริการต้่ากว่าเรือซึ่งอยู่ในชมรมผู้เดินเรือ เรือจรน้ีบางคร้ังอา จจะเรียกว่า
เรือทไี่ มไ่ ด้อยู่ในชมรมผู้เดนิ เรอื (Non- Conference)

การขนส่งทางน้าจึงจ้าเป็นต้องอาศัยหน่วยงานอน่ื ๆ ท่ีเข้ามาเก่ียวข้องด้วย นอกเหนือจาก
หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ก็ยังมีหน่วยงานอื่นอีก เช่น หน่วยงานด้านการพยากรณ์
ลักษณะภูมอิ ากาศ หนว่ ยงานดา้ นการประกันภัยทางทะเล และหนว่ ยงานด้านการติดตอ่ ส่อื การ เป็นตน้

ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 5 การจดั การการขนสง่ 180

_________________________________________________________________________________

3.5 ข้อได้เปรยี บเสยี เปรยี บของการขนสง่ ทางน้า การขนสง่ ทางนา้ มีขอ้ ไดเ้ ปรยี บและข้อเสียเปรียบ
พอที่จะสรุปได้ดงั นี้

ข้อไดเ้ ปรยี บ

1. การขนส่งทางน้าไม่ต้องเสียค่าปรับปรุงหรือบ้ารุงเส้นทางหรือซ่ อมแซมเส้นทาง
เพราะโดยส่วนใหเ้ กดิ จากธรรมชาติและรัฐเป็นผูจ้ ดั การดแู ล

2. สามารถขนส่งได้ปรมิ าณคร้งั ละมาก ๆ เหมาะกับการขนส่งสินค้าที่มนี ้าหนักมากท่ีตอ้ ง
ขนสง่ ในระยะไกล โดยเฉพาะอย่างย่งิ การค้าระหวา่ งประเทศ

3. อัตราคา่ บริการขนส่งจะถูกกวา่ การขนส่งประเภทอนื่
4. การใชเ้ สน้ ทางในการขนส่งไมต่ ้องเสียค่าใช้จ่าย (ยกเว้นคลองขดุ )

ขอ้ เสยี เปรียบ

1. ความลา่ ช้า โดยเปรียบเทยี บแล้วการขนส่งทางน้าจะล่าชา้ กว่าการขนส่งประเภทอ่นื ๆ
2. เส้นทางเดินเรือบางแหง่ สามารถใช้ได้เป็นฤดูกาลเท่าน้ัน เช่น ทางเหนอื ของยุโรปในฤดู

หนาวนา้ จะเปน็ น้าแข็งเป็นอปุ สรรคต่อการเดนิ เรอื มาก
3. ถูกแรงกระทบจกธรรมชาติมาก เช่น เกิดมรสมุ หรอื น้าแห้ง น้าท่วม ซึ้งเป็นอุปสรรคต่อ

การเดินเรือ
4. การขนส่งทางน้าต้องอาศัยการขนส่งทางอืน่ ต่อไปอีก ไม่สามารถส่งสินค้าถึงแหลง่ ผ้รู ับ

สินคา้ ได้

การขนสง่ ทางน้าจา้ เป็นต้องอาศัยหน่วยงานอื่น ๆ ท่เี ขา้ มาเกย่ี วขอ้ งด้วยนอกเหนือจากหน่วยงานด้าน
ตรวจคนเข้าเมืองและศลุ กากรแลว้ กย็ ังมีหนว่ ยงานอืน่ อกี เชน่ หน่วยงานดา้ นการพยากรณ์ ลักษณะภูมอิ ากาศ
หนว่ ยงานด้านการประกนั ภยั ทางทะเล และหน่วยงานดา้ นการตดิ ตอ่ สื่อการ เปน็ ต้น

4.การขนส่งทางอากาศ

การขนส่งทางอากาศเป็นการขนสง่ ที่ใหค้ วามรวดเรว็ กว่าการขนสง่ ประเภทอื่น ๆ และสามารถขนส่ง
สินค้าในระยะทางไกล ๆ ไดอ้ ย่างรวดเร็ว เป็นวิธีการท่ีรวดเรว็ ที่สุด แตก่ ม็ ีราคาแพงท่สี ดุ จงึ นิยมใชก้ ารขนสง่ ท่ี
มีข้อจ้ากัดทางด้านเวลา เช่น การส่ังซื้ออะไหล่ด่วนพิเศษ การขนส่งผัก ผลไม้และดอกไม้ระหว่างประเทศ
การขนสง่ ไปรษณียภ์ ัณฑ์ด่วน เชน่ Fedex, UPS, DHL ค่าขนส่งต่อหนว่ ยของน้าหนักท่ีคอ่ นขา้ งสูง ทา้ ให้การ
ขนส่งทางอากาศใช้กับสินค้าที่มีน้าหนักเบา การขนส่งทางอากาศจะมีก้าหนดเวลาตามเท่ียวบินพาณิชย์

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 5 การจัดการการขนส่ง 181

_________________________________________________________________________________

เพราะสนิ คา้ ทีบ่ รรลทุ างเครอ่ื งบนิ (Air Cargo) จะส่วนหน่งึ ของเคร่ืองบนิ พาณิชย์ด้วย จึงท้าให้เวลาการขนสง่
มคี วามแนน่ อนสงู

การขนส่งทางอากาศเกิดขึ้นมาจากการคิดฝันของมนุษย์เราที่ตอ้ งการจะบนิ ไปไหนมาไหนได้เหมอื น
นก จากการที่มนุษย์เรารูจ้ ักการเลน่ ว่าว จึงพยายามคิดที่จะท้าความฝันให้เป็นจรงิ ข้ึนมาใหไ้ ด้ โดยในปี ค.ศ.
1903 พ่ีน้องตระกูลไรท์ ชาวอเมริกัน ไดป้ ระสบผลสา้ เรจ็ ในการสรา้ งอะไรทส่ี ามารถบรรทุกคนและบินได้เป็น
ผลสา้ เรจ็ ซ่ึงถอื ได้วา่ เปน็ ยุคเร่มิ แรกของการขนส่งทางอากาศ ต่อมาไดม้ กี ารพฒั นาทางดา้ นวิชาการและความ
เจริญดา้ นเทคโนโลยตี ่าง ๆ อย่างมาก โดยเฉพาะศาสตรท์ เี่ กีย่ วกบั การบิน จงึ ท้าใหก้ ารขนส่งทางอากาศมีความ
เจริญกา้ วหน้าอยา่ งรวดเรว็ ซึง่ ในสมยั สงครามโลกครั้งที่ 1 และคร้ังท่ี 2 การขนสง่ ทางอากาศได้มีบทบาทอยา่ ง
มาก และมีผลท้าให้กิจการด้านการขนส่งทางอากาศมีความเจริญ และขยายตัวอย่างกว้างขวางเมื่อสงคราม
สงบลง การขนสง่ ทีใ่ ช้ในการท้าศึกสงครามก็ถกู ดัดแปลงมาใช้ในกจิ การของพลเมอื ง และได้รับความนยิ มเปน็
อย่างสูง จึงมีการสร้างเครื่องบินท่ีมีขนาดใหญ่ขึ้น มีความเร็วสูงขึ้น มีเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ มากขึ้น
เชน่ เครื่องบนิ ฯลฯ

ส้าหรับการขนส่งทางอากาศในประเทศไทยเรานั้น เร่ิมเกิดข้ึนเม่ือปี พ.ศ. 2457 โดยพลโทพระยา
เฉลิมอากาศได้ด้าเนินการจัดต้ังกองบินขึ้นอยู่ในสังกัดทหารบก ต่อมา พ.ศ. 2461 กรมอากาศยานทหารบก
ปี พ.ศ. 2462 ไดเ้ กิดการบนิ พลเรอื นขน้ึ โดยใช้การขนสง่ ทางอากาศ ขนส่งทางไปรษณยี ์ นับเปน็ ครั้งแรกทีเ่ ป็น
ประโยชน์ส้าหรับขนส่งพลเรอื นโดยท้าการขนส่งไปรษณีย์ภัณฑ์จากกรงุ เทพไปจันทบุรี ส้าหรับการบินขนสง่
ผู้โดยสารนั้นได้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2474 อย่างเป็นทางการ โดยจัดต้ังเป็นบริษัท เดินอากาศ จ้ากัด ท้าหน้าที่
รับส่งผู้โดยสารและสนิ ค้า ต่อมา พ.ศ. 2482 ได้เปลี่ยนชื่อเปน็ บริษัท ขนส่ง จ้ากัด โดยรวมเอาการขนส่งทาง
บกและทางอากาศเข้าไว้ด้วยกัน จนในท่ีสุด พ.ศ. 2494 จึงกลับมาใช้ช่ือ บริษัท เดินอากาศไทย จ้ากัด
จนถึงปัจจบุ ัน นอกจากนป้ี ระเทศไทยยังมีบริษทั ท่ีเก่ียวขอ้ งในเรือ่ งการบนิ อีกหลายบริษัท เชน่ บริษัท การบนิ
ไทย จา้ กัด (ด้าเนนิ กิจการเดนิ อากาศระหว่างประเทศ) บริษัท การบินแอร์สยาม จ้ากัด (ปัจจบุ นั เลกิ กจิ การไป
แล้ว) บริษัท กรุงเทพสหกล จ้ากัด บริษัท พีระแอร์ทรานสปอร์ต จ้ากัด บรษัทแอร์เซอร์วิส จ้ากัด
และ บริษัท ฟ้าสยาม จ้ากัด ในปัจจุบนั มีสายการบนิ ในประเทศเกิดขึ้นมากมาย เช่น นกแอร์ แอร์เอเชีย บีพี
แอร์ ภเู ก็ตแอร์ เปน็ ต้น

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 5 การจดั การการขนส่ง 182

_________________________________________________________________________________

ดังน้นั สินคา้ ที่เหมาะกับการขนส่งทางอากาศสามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 4 ประเภท คือ

1) สินค้าท่ีเก็บไว้ได้ไม่นาน ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเกษตรกรรมซึ่งเน่าเสียได้ง่าย
(Perishable goods) ได้แก่ ผลไม้สด ดอกไม้สด ต้นไม้ สัตว์มีชีวิต และเส้ือผา้ ตามสมัย
นยิ ม เป็นต้น

2) สินค้าประเภทความต้องการรีบด่วน เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์หรือความต้องการ ได้แก่
เครื่องช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ (Relief supplies) ท่ีจะมอบให้แกผ่ ไู้ ด้รับความเดือดร้อน
จากภยั ธรรมชาติหรือภัยสงคราม เปน็ ตน้

3) สินค้าที่ต้องการอย่างฉุกเฉิน (Emergency Goods) ได้แก่ สินค้าที่มีความต้องการอย่า
งบปัจจุบันทันดว่ นเป็นต้นเครื่องจักรของโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหน่ึงเกิดความเสียหาย
ไมส่ ามารถใช้งานได้และตอ้ งการอะไหล่เพื่อเปล่ียนโดยด่วน

4) สินคา้ ประจา้ วัน เชน่ หนังสอื พิมพ์ เอกสารและวารสาร เปน็ ตน้

4.1 เสน้ ทางส้าหรบั การขนสง่ ทางอากาศ การขนส่งทางอากาศเราอาจจะเห็นวา่ ไม่จา้ เป็นทจี่ ะต้องมี
เพราะบนท้องฟ้าออกกว้างขวางจะบนิ ไปอย่างไรก็ได้ แต่โดยความจริงแล้วการขนส่งทางอากาศก็มี
เส้นทางของการขนส่งเช่นเดียวกับการขนส่งโดยท่ัว ๆ ไป เหมือนกัน โดยพิจารณาออกได้เป็น
2ลกั ษณะ คือ เส้นทางในอากาศ (Air) และเส้นทางบนพืน้ ดนิ (Ground)

เส้นทางในอากาศ ในสมัยก่อนหรือระยะเร่มิ แรกใช้แสงสว่างจากกระโจมไฟเปน็ เคร่ืองนา้
ทาง ตอ่ มามกี ารพฒั นาอย่ตู ลอดเวลาโดยใช้คลืน่ เสียงที่มีความถ่ีต้่าและสงู ซ่งึ มีเคร่อื งอา้ นวยความสะดวกต่าง
ๆอีกมาก เช่น สถานีสัญญาณวิทยุ หอควบคุมจราจรทางอากาศ เรดาร์ และอื่น ๆ เป็นต้น ค้าว่า
“เสน้ ทางอากาศ” มีคา้ จา้ กัดความวา่ เป็นชอ่ งทางท่ีกา้ หนดไวใ้ นอากาศ ซึ่งเคร่อื งบินจะถกู นา้ ทางให้เคล่ือนท่ี
ไปตามนนั้ จากทห่ี น่ึงไปยังอกี ท่ีหนง่ึ โดยปกติเส้นทางอากาศน้จี ะมคี วามกวา้ งชอ่ งละ 10 ไมล์ มีหลายเสน้ ทาง
ซ้อนกนั เป็นชัน้ ๆ เป็นระดบั ๆ ซง่ึ เส้นทางแตล่ ะเส้นทางจะมีระยะหา่ งกันประมาณ 1,000 ฟตุ

เส้นทางบนพืนดิน น้ันจะแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ทางวิ่ง (Runway) และทางขับ (Taxi
way) โดยทางวิ่งนัน้ เปน็ ทางทใ่ี ช้ส้าหรบั อากาศยานหรือเครื่องบนิ ใช้ในการว่ิงข้ึนและลง สว่ นทางขับเปน็ ทางท่ี
ใชส้ า้ หรบั เครื่องบินว่ิงระหวา่ งทางวิ่งกบั อาคารสถานท่ีหรอื ทา่ อากาศยาน

4.2 อุปกรณ์ส้าหรับการขนส่งทางอากาศ คือ เคร่ืองบินหรืออากาศยาน (Aircraft) น่ันเอง ส้าหรบั
อากาศยานสามารถทจี่ ะแบ่งพจิ ารณาออกไดเ้ ป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คอื

ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 5 การจัดการการขนส่ง 183

_________________________________________________________________________________

1) อากาศยานส่วนบุคคล (Private Aircraft) เป็นอากาศยานท่ีบุคคลมีไว้เป็นส่วนบุคคล
ไม่ได้ใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยทั่วไปเพ่ือใช้ในการบินสา้ หรับการกีฬา เป็นเครื่องรอ่ นต้องได้รับอนุญาตให้มไี วใ้ น
ครอบครองและมีใบขับข่ีประเภทส่วนบุคคล

2) อากาศยานเพ่ือบริการ (Aerial Service Aircraft) เป็นอากาศยานทม่ี ีไว้เพื่อใช้ประโยชน์
ด้านการบริการโดยเฉพาะ เช่น การให้เช่าหรือเหมาไปส่ง ณ จุดใด ๆ การโฆษณาทางอากาศ การบินตาม
โครงการพัฒนาตา่ ง ๆ เป็นต้น

3) อากาศยานเพื่อการพาณิชย์หรือขนส่ง (Commercial and Transport Aircraft) เป็น
อากาศยานท่ีมีไว้เพื่อขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้า โดยท่ัวไปจะมีเส้นทางบินประจ้า มีก้าหนดเวลาในการบิน
แน่นอน อากาศยานประเภทนี้ถือได้ว่าส้าคัญและมีประโยชน์มากที่สุดส้าหรับการขนส่งทางอากาศ และยัง
สามารถแบง่ ออกได้เปน็ 2 แบบ คอื

ก. อากาศยานแบบ Turbo-prop เป็นอากาศยานที่ใชเ้ ครื่องยนตต์ ิดใบพัดใช้ในการบินระยะ
สัน้ ความเร็วต่้า เพดานในการบินต่้า ระยะแรกใชอ้ ากาศยานประเภทน้ี แตต่ ่อมามกี ารพฒั นาอากาศยานแบบ
อ่ืนข้นึ การใช้ในการขนสง่ จึงมนี ้อยลง แตย่ ังมใี ช้อยู่ในปจั จบุ ัน

ข. ท่าอากาศยานแบบ Turbo-Jet เปน็ อากาศยานแบบที่ใชเ้ คร่อื งบินไอพน่ โดยมเี ครือ่ งยนต์
ใชต้ งั้ แต่ 2 เครื่องข้ึนไป (ประมาณ 2, 4 เครือ่ ง) ใชใ้ นการบนิ ที่ตอ้ งการความเรว็ สูง เพดานบนิ สงู มาก ปัจจุบนั
นยิ มใช้กนั มากเพราะประหยัดเวลาในการเดนิ ทางและขนสง่ ไดม้ าก ใช้ในการขนสง่ ระยะไกล ๆ ได้ผลดมี าก

ปัจจุบันนี้อากาศยานที่นิยมใช้กันมากในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า เช่น DC-3, DC-10, Boeing
737, Boeing 747, Boeing 767, Concorde (Super Sonic) และ Air Bus

นอกจากประเภททกี่ ลา่ วมาข้างต้นนี้ทั้ง 3 ประเภทนีแ้ ล้ว ยงั มีประเภทที่ใช้ในกิจการพเิ ศษอีกประมาณ
หนึ่ง คือ เครื่องบินทหาร หรืออากาศยานเพื่อการป้องกันประเทศ เป็นอากาศยานที่ใช้ในการระวังรักษา
ป้องกันความปลอดภัยของประเทศ มีอุปกรณ์พิเศษโดยเฉพาะซง่ึ แตกต่างออกไปจากเครอ่ื งบินทใ่ี ช้ในการบนิ
พลเรือน

ผูช้ ่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 5 การจดั การการขนส่ง 184

_________________________________________________________________________________

4.3 สถานใี นการขนสง่ ทางอากาศ หรอื ทา่ อากาศยาน (Airport) นัน่ เอง เปน็ บรเิ วณที่ใช้สา้ หรบั การ
ขนึ้ ลง ว่งิ และหยดุ ของอากาศยาน โดยแตล่ ะแห่งต้องประกอบดว้ ยสว่ นท่ีสา้ คัญ 3 สว่ นใหญ่ ๆ คือ

1) อาคารผโู้ ดยสารหรือสถานทีท่ า้ การ (Terminal Building) เปน็ อาคารทีใ่ ชส้ า้ หรับกจิ กรรม
ต่างๆทั้งที่เก่ยี วข้องโดยตรงและไมเ่ ก่ียวข้องโดยตรงกบั การขนส่งทางอากาศ บริเวณอาคารผู้โดยสารโดยรวม
จะต้องประกอบดว้ ย

- บรเิ วณท่เี ป็นสา้ นักงานที่ตงั้ ของทา่ อากาศยาน

- บรเิ วณส้าหรับบริษทั การบินต่าง ๆ

- บรเิ วณสา้ หรับ คลังสนิ คา้ และ การขนสง่ สินค้า

- บริเวณส้าหรับการขนสง่ ผโู้ ดยสาร

- อุปกรณใ์ นการอา้ นวยความสะดวกสา้ หรับผ้โู ดยสารและสินคา้

- สถานีท่ีตง้ั สา้ หรบั หนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้องกับการขนสง่ ทางอากาศ เชน่ หอควบคุมการจราจร
ทางอากาศ โทรคมนาคมการบิน อุตุนยิ มวทิ ยาการบนิ เปน็ ตน้

- สถานท่ีตงั้ ส้าหรบั หนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ งโดยออ้ มกบั การขนส่งทางอากาศ เช่น การไปรษณยี ์
โทรเลข การตรวจคนเข้าเมือง การศลุ กากร การสาธารณสุข สถานบรกิ ารต่าง ๆ รา้ นขายของทร่ี ะลึก เป็นตน้

2) ทางวิ่งและทางขับ (Runway และ Taxiway) เป็นบริเวณที่ใช้สา้ หรับการเคลื่อนไหวการ
ขนึ้ การลงจอด การว่งิ ของอากาศยาน

3) ลานจอด (Aporn) เป็นบรเิ วณส้าหรบั จอดอากาศยาน เพ่อื วัตถปุ ระสงค์ต่าง ๆ เชน่ ใช้ขน
ถ่ายผู้โดยสารและสินค้า จอดพกั เพ่อื ตรวจสอบ เลบ็ เพิม่ เตมิ วสั ดอุ ุปกรณ์ต่าง ๆ ส้าหรบั อากาศยาน จอดอากาศ
ยานเพ่อื เติมนา้ มันเชอ้ื เพลงิ การซอ่ มบ้ารงุ ต่างๆ เป็นตน้

4.4 ผ้ปู ระกอบการสา้ หรับการขนส่งทางอากาศ ผ้ปู ระกอบการในการขนสง่ ทางอากาศ ก็มลี ักษณะ
คล้ายกับผู้ประกอบการของการขนสง่ โดยทัว่ ๆ ไป คอื มที ้งั ทีเ่ ปน็ ของรฐั และเอกชน ซง่ึ โดยปกตแิ ล้วถา้ เป็นการ
บนิ ระหว่างชาติหรอื ระหว่างประเทศแลว้ จะมลี ักษณะเปน็ ผู้ประกอบการของรฐั เป็นสว่ นใหญ่ แตถ่ ้าเป็นการบนิ
ภายในประเทศก็จะมีลักษณะเป็นท้ังของรัฐและเอกชน ดังน้ันเมื่อพิจารณาแล้วจะมีลักษณะท่ีว่าถ้าเป็น

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 5 การจดั การการขนส่ง 185

_________________________________________________________________________________

ผู้ประกอบการโดยรัฐ จะเป็นสายการบินแห่งชาติเพ่ือการขนสง่ ผู้โดยสารสินค้า และบริการระหว่างประเทศ
และถ้าเปน็ ของเอกชนกเ็ พอื่ บรกิ ารสาธารณะ เพ่อื กจิ กรรมบางอย่างหรือใหเ้ ชา่

บริษัทการบินเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศโดยขายบริการให้แก่ผู้ใช้บริการ ประกอบด้วย
บริษัทการบนิ ท่ีบรกิ ารภายในประเทศ และบริษัทการบนิ ที่บริการระหว่างประเทศ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
ใหญ่ๆ คือ

1) บรษิ ทั การบนิ ทบ่ี รกิ ารประจา้ ตามก้าหนดเวลา เปน็ บริษทั ที่บริการประจ้าเส้นทางที่กา้ หนดและมี
ตารางบนิ ที่แนน่ อน

2) บรษิ ทั การบินทีบ่ ริการไมป่ ระจา้ เช่น บริษทั การบนิ เช่าเหมา เป็นต้น

โดยท่ัวไปแลว้ การขนสง่ ทางอากาศจะอยู่ในลกั ษณะของผปู้ ระกอบการท่เี ปน็ ของรัฐซ่ึงเรียกว่า “สาย
การบนิ แหง่ ชาติ” การที่ทกุ ประเทศมกี ารจดั ตั้งสายการบนิ แห่งชาติขึน้ ก็มวี ตั ถปุ ระสงค์ดังต่อไปน้ี

1) เพื่อชือ่ เสียงของประเทศชาติ
2) เพอ่ื ใหบ้ ริการพลเรอื นของประเทศ
3) เพื่อลดดุลการชา้ ระเงินระหว่างประเทศ
4) เพอื่ ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหวา่ งประเทศ
5) เพอ่ื พฒั นาประเทศและส่งเสรมิ อุตสาหกรรมการทอ่ งเทย่ี ว

4.5 ขอ้ ไดเ้ ปรยี บ และขอ้ เสยี เปรยี บของการขนส่งทางอากาศ การขนสง่ ทางอากาศก็มีขอ้ ได้เปรียบ
และขอ้ เสียเปรยี บ เช่นเดยี วกับการขนส่งประเภทอน่ื ๆ โดยพจิ ารณาไดว้ า่

ข้อไดเ้ ปรียบ การขนส่งทางอากาศกม็ ีข้อได้เปรยี บหรอื ขอ้ ดีดังน้ี

1) มคี วามเร็วสูงทา้ ใหใ้ ช้เวลาในการขนส่งนอ้ ย ประหยัดเวลาในการเดินทาง
2) สามารถขนส่งไปยังถน่ิ ทุรกนั ดารทก่ี ารขนส่งทางอ่นื เขา้ ไปไมถ่ งึ ได้
3) เส้นทางการเดินทาง คือ อากาศ ดังน้ันไม่ต้องเสียค่าบ้ารุงรักษาเหมือนทางถนนหรอื

รถไฟ
4) การขนสง่ ทางอากาศอาจเปน็ การขนสง่ ท่รี าคาถูกได้ถ้าคา้ นงึ ถงึ ตน้ ทุนรวม ตวั อย่างเช่น

เคร่ืองจักรท่ีจะน้ามาใช้เม่ือขนส่งทางอากาศต้องเสียค่าขนส่งแพง ได้รับเคร่ืองจาก
ภายใน 1 สปั ดาห์ และ สามารถนา้ มาใชผ้ ลิตสินค้าได้ทันที มผี ลประโยชน์มาใช้ แทนที่
จะเสยี เวลาส่งมาทางเรือซ่ึงตอ้ งใชเ้ วลาเป็นเดอื น ท้าให้เสียโอกาสทีจ่ ะเพิม่ รายได้ไป

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 5 การจัดการการขนสง่ 186

_________________________________________________________________________________

5) สินค้าแบบใหม่ ๆ โดยเฉพาะสินค้าประเภทแฟชั่น สามารถส่งไปถึงตลาดในที่ต่าง ๆ
ทว่ั โลก ไดใ้ นเวลาอันรวดเร็ว

6) ไมต่ ้องพะวงถงึ ปัญหาการลักขโมยมากนัก เนือ่ งจากการขนสง่ จากตน้ ทางถึงปลายทาง
ใช้เวลาเพียงเลก็ นอ้ ย

7) มีความตรงตอ่ เวลาและมีการก้าหนดเวลาทแี่ น่นอน

ข้อเสียเปรียบ การขนส่งทางอากาศมขี อ้ เสยี เปรยี บดังตอ่ ไปนี้

1) อตั ราคา่ ระวางสูง อตั ราคา่ ระวางขนสง่ สินค้าทางอากาศก้าหนด โดยสมาคมขนส่งทาง
อากาศระหวา่ งประเทศ (International Air Transport Association หรือ IATA)โดย
คิดอัตราค่าขนส่งจากสนามบินหนึ่งไปยังสนามบนิ หนึ่ง (ระหว่างสถานีต้นทาง-สถานี
ปลายทาง) เมื่อเปรียบเทียบอัตราค่าระวางการขนส่งทางอากาศกับอัตราค่าระวาง
ขนส่งสินค้าทางอื่นแล้ว จะเห็นได้ว่าอัตราค่อนข้างสูง ท้ังนี้เน่ืองจากการด้าเนินงาน
ด้านบริหารการขนส่งทางอากาศ ผู้ประกอบการต้องลงทุนและเสียค่าใช้จ่ายในการ
ด้าเนินงานค่อนข้างสูงดังน้ันจึงมีผลท้าให้อัตราค่าขนส่งทางอากาศสูงกว่าอัตราค่า
ขนส่งทางอืน่ ๆ

2) เทคนิคการบินต้องใชบ้ ุคคลท่มี คี วามรู้ความสามารถ และความชา้ นาญมากเฉพาะและ
มจี า้ นวนน้อย

3) คา่ ใชจ้ า่ ยในการดา้ เนินการขนสง่ ทางอากาศและการลงทุนสงู
4) การบนิ ข้ึนอยูก่ ับสภาพภูมิอากาศ
5) การบินระหวา่ งประเทศต้องอาศยั ความรว่ มมือระหว่างประเทศ เพราะเสน้ ทางบินต้อง

เก่ยี วขอ้ งกบั ตา่ งประเทศ
6) การลงทุนสงู ใช้เทคโนโลยีตา่ ง ๆ มาก
7) มีความเสี่ยงสูงมาก ความปลอดภัยน้อยกวา่ การขนสง่ ประเภทอนื่ ๆ

4.6 หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับกิจการการบิน ในการขนส่งทางอากาศมีกิจการที่ส้าคัญ ซ่ึงมีส่วน

เกีย่ วขอ้ งกบั เครือ่ งบนิ เช่น

1) องค์การการพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization :
ICAO) องค์การนมี้ สี า้ นักงานใหญอ่ ยู่ทปี่ ระเทศแคนาดา เมอื ง Montreal ได้จดั ตงั้ ข้ึนเม่อื ปี พ.ศ. 2487
(โดยผแู้ ทนประเทศตา่ งๆ 54 ประเทศ) องค์การนม้ี ีหน้าที่ส้าคญั คอื

- พัฒนาการขนส่งระหว่างประเทศใหเ้ จริญกา้ วหนา้

ผูช้ ่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 5 การจัดการการขนส่ง 187

_________________________________________________________________________________

- ควบคุมการปฏิบัติต่าง ๆ ของประเทศสมาชิก ตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ เละข้อก้าหนด
มาตรฐานตา่ ง ๆ ระหวา่ งประเทศ

- เปน็ อนญุ าโตตุลาการสอบสวนข้อเทจ็ จรงิ หรืออุปสรรคตา่ ง ๆ

2) สมาคมผู้ประกอบกิจการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA : International Air
Transport Association) สมาคมน้ีก่อต้งั ขึ้นเพอ่ื ท้าหนา้ ท่ดี งั ต่อไปนี้

- พจิ ารณากา้ หนดค่าอัตราบรกิ าร (คา่ โดยสารหรือค่าระวาง)

- การงานดา้ นการจา้ หน่ายต๋วั เครื่องบนิ ตลอดจนการปฏบิ ัตติ ่าง ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ ง

- เป็นผู้ช้าระบญั ชีระหวา่ งสายการบนิ ของประเทศที่เป็นสมาชกิ

3) คณะกรรมการการบินพลเรือน (Civil Aeronautics Board : CAB) เป็นคณะกรรมการท่ี
ต้ังข้ึนเพอ่ื ให้แต่ละประเทศใชเ้ จรจาตกลงกนั ในเรือ่ งสทิ ธิการบิน ซึง่ ถอื หลกั อยู่ 3 ประการใหญ่ ๆ คอื

- เส้นทางการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ตอ้ งแลกเปลยี่ นตามหลกั การเสมอภาค

- สมรรถนะของเคร่ืองบนิ ท่ใี ชต้ ้องทา้ การตกลงกันดว้ ย

- ก้าหนดข้อตกลง ระเบยี บ ข้อบงั คับเกี่ยวกับอัตราคา่ บริการซ่งึ กันและกนั

4) ศนู ยบ์ ริการควบคุมการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Control Service) เป็นหน่วยงานท่ี
คอยให้บริการแก่การจราจรทางอากาศ ในเรือ่ งต่างๆ ทจ่ี ้าเปน็ ในการเดินทาง เช่น การใชเ้ ส้นทางบน
พืน้ ดนิ ในการวิ่ง การขน้ึ และลง การใชเ้ สน้ ทางในขณะท่ีก้าลงั บินอยูใ่ นอากาศ

จากน้ียังมีหน่วยงานอ่ืน เช่น อุตุนิยมวิทยาการบิน (Meteorology) โทรคมนาคมการบิน
(Telecommunication) องค์การอนามัยโลก สหภาพการไปรษณีย์สากลและองค์การกรรมกร
ระหว่างประเทศ ฯลฯ

4.5 การขนส่งทางทอ่ (Pipelines Transportation)

5.1 เส้นทางส้าหรับการขนส่ง การขนส่งด้วยระบบท่อ ในปัจจุบันมีบทบาทอย่างมากใน
ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างย่งิ การขนส่งน้ามนั เชื้อเพลิงและกา๊ ซธรรมชาติ ดังนน้ั การปิโตรเลียม แห่งประเทศ
ไทย (ปตท.) จ้ากัด (มหาชน) จึงได้มีการประสานงานกับภาคเอกชนท่ีท้าธุรกิจค้าน้ามันจัดต้ัง บริษัท ท่อสง่

ผูช้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 5 การจดั การการขนส่ง 188

_________________________________________________________________________________

ปโิ ตรเลียมไทย จา้ กัด และกล่มุ ธรุ กิจกา๊ ซธรรมชาติ นอกจากนนั้ บรษิ ัท การบนิ ไทย จ้ากัด (มหาชน) ก็ได้จดั ต้งั
ระบบโครงข่ายทอ่ FPT เพื่อให้บริการในการขนสง่ น้ามนั เชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการท่อส่งนา้ มนั ในประเทศไทยมี 2 สว่ นดว้ ยกนั คอื โครงข่ายท่อสง่ น้ามนั FPT (บางจาก-บางปะอิน) และ
โครงข่ายทอ่ ส่งน้ามัน THAPPLINE ซ่งึ มีทอ่ ส่งน้ามัน FPT มรี ะยะทางรวมท้ังสน้ิ ถกู 68 กโิ ลเมตร โดยแบ่งเป็น
ชว่ งระหว่างบางจาก-เชลล์ 7 กโิ ลเมตร คาลเทก็ ซ์-เชลล์ 2 กโิ ลเมตร เชลล์-บาฟส์ (บรเิ วณสนามบนิ ดอนเมือง)
25 กิโลเมตร และบาฟส์-บางปะอิน 34 กิโลเมตร ท่อทั้งหมดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 14 นิ้ว ท่อส่งน้ามัน
THAPPLINE มที างรวมท้ังสิ้น 360 กิโลเมตร โดยแบง่ เปน็ ชว่ งระหว่างศรรี าชา-ลา้ ลูกกา ล้าลกู กา-ดอนเมอื ง ล้า
ลกู กา-สระบรุ ี มาบตาพดุ -ศรีราชา และล้าลูกกา-สนามบินสวุ รรณภมู ิ

ชว่ งศรีราชา-ลา้ ลกู กา ระยะทาง 134 กโิ ลเมตร ใช้ท่อขนาด 24 น้วิ แบง่ เป็น

- วางท่อจากสถานีสูบจ่ายตน้ ทางทศี่ รีราชา ไปถึงทางรถไฟแหลมฉบัง

- วางท่อตามแนวเขตรถไฟไปถงึ ลาดกระบัง

- จากลาดกระบังในแนวเขตไดส้ ายสง่ ไฟฟ้าแรงสูงจนถึงคลงั น้ามันล้าลูกกา

- มีทอ่ แยกเขา้ โรงไฟฟา้ หนองจอก

- มสี ถานคี วบคุมฉุกเฉนิ (BLOCK VALVE 611-629)

ช่วงล้าลูกกา- ดอนเมอื ง ระยะทาง 29 กโิ ลเมตร ใช้ท่อขนาด 10 นวิ้ แบง่ ออกเปน็

-วางท่อตามแนวเขตสายสง่ ไฟฟา้ แรงสงู จนไปถงึ ทางรถไฟรังสิต

- วางท่อตามแนวเขตทางรถไฟ

- มสี ถานีควบคมุ ฉกุ เฉนิ (BLOCK VALVE 621)

ช่วงลา้ ลูกกา-สระบุรี ระยะทาง 92 กิโลเมตร ใช้ทอ่ ขนาด 18 นวิ้ แบ่งออกเปน็

- วางท่อจากแนวเขตใตส้ ายส่งไฟแรงสงู ไปจนถงึ ทางรถไฟรงั สิต

-วางท่อตามแนวเขตใตส้ ายส่งไฟแรงสูง ขนึ้ ไปทางเหนือจนถึงคลงั นา้ มันสระบรุ ี

- มสี ถานีควบคุมฉกุ เฉิน (BLOCK VALAE 631-637)

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทที่ 5 การจัดการการขนสง่ 189

_________________________________________________________________________________

ชว่ งตอ่ ขยายมาบตาพดุ -ศรรี าชา ระยะทาง 67 กิโลเมตร ใชท้ อ่ ขนาด 14 นิว้ แบ่งเปน็

- วางทอ่ ไปนคิ มอุตสาหกรรม 5.3 กโิ ลเมตร

- วางทอ่ ในเขตใต้สายสง่ ไฟฟา้ แรงสูง 18.9 กโิ ลเมตร

- วางท่อในเขตทางหลวงหมายเลข 36 30.0 กิโลเมตร

- วางท่อในแนวเขตทางหลวงชนบท 12.8 กิโลเมตร

ชว่ งต่อขยายล้าลกู กา-สนามบินสุวรรณภูมิ ระยะทาง 38 กิโลเมตร ท่อขนาด 18 นิ้ว แบ่งออกเปน็

- วางทอ่ ในเขตทางหลวง ถนนวงแหวนตะวนั ออก 23.0 กิโลเมตร

- วางท่อตามแนวเขตทางพเิ ศษ กรงุ เทพ-ชลบุรี สายใหม่ (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7) 7.9

กิโลเมตร

- วางท่อในเขตทางหลวงชนบท 7.1 กโิ ลเมตร

- มีสถานคี วบคมุ ฉกุ เฉนิ 4 สถานี

ส่วนการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ นิยมส่งก๊าซธรรมชาติที่มีสถานะเป็นก๊าซ ที่มีความถ่วงจ้า
ประมาณ 0.74-0.85 ซึ่งมีน้าหนักเบากว่าอากาศ ดังนั้นถ้าเกิดการร่ัวซึมก๊าซจะลอยตัวข้ึนสู่อากาศ โดยไม่
สะสมตัว อุณหภูมิทส่ี ามารถท้าให้ก๊าซธรรมชาตติ ิดไฟได้เองสงู ถึง 540 องศา ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เส้นแรกใน
ประเทศไทยวางจากแท่นผลติ เอราวัณในอา่ วไทยถงึ มาบตาพุด จงั หวดั ระยอง เป็นท่อเหล็กกล้า ขนาด 34 น้ิว
ยาว 415 กิโลเมตร ให้บริการเม่ือ พ.ศ. 2524 โดยปัจจุบันโครงข่ายท่อส่งก๊าซมีความยาวรวมท้ังส้ิน 2,660
กิโลเมตร เลขเป็นพ่อในทะเลยาว 1369 กโิ ลเมตรและท่อบนบกยาว 1291 กิโลเมตร นอกจากนนั้ ยงั มีระบบทอ่
ก๊าซท่สี ่งมาจากโรงแยกในบริเวณนคิ มอตุ สาหกรรมมาบตาพุด มายังชลบรุ ี และกรงุ เทพฯ

เส้นทางในการขนสง่ ทางท่อ จะถูกจัดสร้างโดยรัฐหรอื เอกชน เพ่ือวัตถุประสงค์บางอย่าง เส้นทาง
จะเป็นไปตามจุดประสงคข์ องผ้สู ร้าง เช่น เสน้ ทางจากแหล่งวัตถดุ บิ ไปยังโรงงานโดยตรง หรอื จากโรงงานไปยงั
ลูกคา้ เป็นตน้ เส้นทางของการขนส่งทางทอ่ อาจจะอยบู่ นดิน ใตด้ ิน ใตน้ ้า หรือวางไวเ้ หนือพนื้ ดิน ทั้งน้ีแลว้ แต่
สภาพของลักษณะของภูมิประเทศ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการลงทุน ส่วนอุปกรณ์ในการขนส่งทางท่อนั้น
ก็คือท่อ (Pipeline) หรือสายท่อซึ่งอุปกรณ์ในการคลงั ถ้วนน้ีแตกต่างกบั อุปกรณ์ของการขนสง่ แบบอน่ื ดังท่ไี ด้
กล่าวมาข้างต้น ท่อหรือสายท่ออาจจะท้าด้วย ยาง พลาสติก เหล็ก หรือวัสดุอย่างอ่ืน ส้าหรับสถานีในการ

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทที่ 5 การจดั การการขนส่ง 190

_________________________________________________________________________________

ขนสง่ ทางท่อก็มสี ถานตี น้ ทาง สถานปี ลายทาง สถานีแยก สถานสี บู ดนั (เพ่มิ ดนั แรง) และผู้ประกอบการขนส่ง
ทางท่อกจ็ ะมสี องประเภทใหญ่ ๆ คือ ผู้ประกอบการที่เปน็ ของรฐั และผปู้ ระกอบการเอกชน โดยท่วั ไปแล้วการ
ขนสง่ ทางทอ่ เทา่ ที่เปน็ อยู่ กเ็ ชน่ กจิ การน้ากินน้าใช้ กิจการน้ามันปิโตรเลียม การขนสง่ แก๊ส เปน็ ต้น

5.2 อุปกรณ์ส้าหรับการขนส่ง การขนส่งทางท่อนับได้ว่าเป็นระบบของการขนส่งที่ถือว่ามี
ประสิทธภิ าพอย่างย่ิง เพราะทา้ ใหเ้ กิดความมั่นใจในการขนส่ง และเป็นไปอยา่ งปลอดภยั และถือวา่ เป็นระบบ
การขนส่งท่ีผิดกับการขนส่งประเภทอ่ืน ๆ กลา่ วคอื การขนสง่ แบบอื่นนน้ั จะต้องมีเครือ่ งมือหรืออุปกรณ์ที่ตอ้ ง
เคล่ือนที่ในขณะท่ีท้าการขนส่ง แต่ส้าหรับการขนส่งทางท่อน้ันปรากฏว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่งไม่ต้อง
เคล่ือนที่ นอกจากนี้การขนส่งทางทอ่ จะใช้กับการขนสง่ สนิ ค้าและบริการเท่านั้น และส้าหรับสินค้าท่ีท้าการ
ขนส่งน้นั จะต้องเป็นของเหลวหรอื กา๊ ซ เป็นต้น

5.3 สถานขี นส่งทางเส้นท่อ ในประเทศไทยบนเส้นท่อจะใชใ้ นของเหลวและก๊าซซ่ึงจะอยู่ในรูปโรง
กลั่นน้า ถังเก็บน้า ซ่ึงจะกลา่ วในอุตสาหกรรมน้ามนั นอกจากท่โี รงกลน่ั น้ามนั ในภาคตะวันออกแลว้ ยังมคี ลงั
น้ามันและสถานีสง่ น้ามันทีส่ ้าคญั ในระบบการขนสง่ ทางทอ่ ประกอบด้วย

- คลังน้ามันสระบุรี มคี วามจถุ งั รวม 174 ล้านลติ ร สามารถจ่ายน้ามันให้รถบรรทุกได้ 20 คัน
ตอ่ คร้ังและสามารถจา่ ยน้ามันให้รถไฟได้ 14 ตตู้ อ่ คร้ัง

- คลังนา้ มนั ล้าลกู กา มคี วามจถุ งั รวม 130 ลา้ นลิตร สามารถจ่ายน้ามันรถบรรทุกได้ 8 คนั ตอ่
คร้งั

- สถานสี ง่ น้ามนั ตน้ ทางศรีราชา มีขนาดปัม๊ เท่ากับ 2*1,530 ลูกบาศกเ์ มตรตอ่ ชั่วโมง มกี า้ ลัง
ขับเทา่ กบั 4 เมกกะวัตต์ มีแรงดันด้วยปม๊ั ตวั เดียวเท่ากับ 80 บาร์ (โดยประมาณ)

5.4 ขอ้ ไดเ้ ปรยี บและเสยี เปรียบของการขนสง่ ทางทอ่

ข้อไดเ้ ปรียบ การขนส่งทางทอ่ ก็มีข้อไดเ้ ปรียบหือขอ้ ดีดังนี้

1) สามารถท้าการขนส่งไดท้ ุกเวลา ตลอดเวลาและทุกฤดูกาล การขนสง่ ทางท่อสามารถใช้
ขนส่งได้ตลอด 24 ชว่ั โมง ในอตั ราความเร็วสูง

2) ขนส่งไดป้ ริมาณไมจ่ า้ กัด การขนสง่ ทางท่อจะสามารถแขง่ ขนั กับการขนส่งประเภทอ่ืนท่ี
เป็นเหมาะสา้ หรับการขนสง่ ในระยะทางที่ส้นั และขนสง่ ได้ในปริมาณจา้ กดั

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทที่ 5 การจัดการการขนส่ง 191

_________________________________________________________________________________

3) ส้าหรับการขนสง่ ทางบกในแหล่งทมี่ ีการจราจรคับคั่งมาก การขนส่งทางท่อกไ็ ด้เปรยี บ
เชน่ กัน สามารถประหยดั เปน็ เวลาและค่าใชจ้ า่ ย

4) การขนสง่ ทางท่อเป็นการขนส่งทนี่ ่าเช่ือถอื ประเภทหนง่ึ สนิ คา้ จะมาถึงจดุ หมายปลายทาง
โดยปลอดภยั

5) สินค้าจะไมเ่ สยี หายหรือสญู หาย การขนส่งในเสน้ ทอ่ จะสูญหายต่อเม่ือระบบทอ่ รั่วหรือ
แตกเท่าน้นั

6) ใช้ก้าลังคนนอ้ ย ลดปญั หาดา้ นแรงงานสมั พนั ธ์

ขอ้ เสยี เปรียบ การขนสง่ ทางท่อมขี ้อเสียเปรียบดังตอ่ ไปนี้

1) การขนส่งทางท่อน้ีก็ต้องใช้การลงทุนสูง ยังต้องอาศัยการตกลงเจรจาขอผ่านท่อจาก
เจา้ ของทดี่ นิ หลายแหล่ง ตอ้ งมีการขุดคเู พอ่ื ฝงั่ ทอ่ ลึกประมาณ 1 เมตร ตอ้ งมกี ารวางท่อ
ลงในคู ตอ้ งมกี ารสรา้ งสถานีเพือ่ เพิม่ ก้าลังเป็นระยะๆ

2) เส้นทางทีส่ ายทอ่ จะผ่านอาจประสบอุปสรรคจากลกั ษณะธรรมชาติ เช่น หบุ เขา หว้ ยลกึ
เป็นตน้ และเมอ่ื ไหร่ก็ตามทเี่ สน้ ทางไดส้ รา้ งเสรจ็ แลว้ ก็จะลา้ บากต้องใช้เสน้ ทางนน้ั ตลอด
ดังนน้ั กอ่ นทจี่ ะตัดสนิ ใจเลอื กเสน้ ทางของท่อ ต้องแน่ใจว่าจะเปน็ เส้นทางทีจ่ ะใช้ไปตลอด

3) ข้อจ้ากัดการขนส่งทางท่อคือ ตัวผลิตภัณฑ์ที่จะขนส่งโดยวิธีน้ีน้ันค่อนข้างจ้ากัด เช่น
ถ้าใช่ส่งน้ามันแล้ว ก็ไม่มีใครใช้สง่ เบยี รห์ รอื นม อย่างไรก็ตามข้อเสียเปรียบข้อนี้ไม่คอ่ ย
ส้าคัญมากนัก เพราะผู้ที่ขนส่งทางท่อมักจะสร้างข้ึนมาเพ่ือส่งสินค้าชนิดใดชนิดหน่ึง
โดยเฉพาะอยแู่ ลว้

4) การขนส่งทาท่อท่ีต้องผ่านหลายประเทศอาจประสบกับภาวการณ์เมือง เพราะบาง
ประเทศอาจจะไมอ่ นญุ าตให้ผ่านท่อกไ็ ด้

5) การตรวจสอบหาจุกบกพร่องท้าได้ยากมาก สิ่งท่ีต้องระวังอีกประการหน่ึงส้าหรับการ
ขนส่งทางท่อก็คือ การร่ัว ท่อจะมีรอยต่อหลายแหง่ ที่ต้องระวังการร่ัว นอกจากนี้ความ
ดนั อากาศทั้งภายในและภายนอกท่อกเ็ ปน็ จดุ ออ่ นอีกประการหนงึ่ ได้

6) ปัญหาใหญ่ของการขนส่งทางท่อคือ การที่ท่อผุหรือเปน็ สนิม ปัจจุบันได้มีการค้นหาวิธี
ป้องกันสนมิ โดยใชแ้ ร่ใยหินหรือไฟเบอรม์ าห่อหมุ้ ตอ้ งดแู ลและบา้ รงุ รกั ษาอยปู่ ระจ้า

ในปัจจุบันการขนส่งสนิ คา้ มักจะบรรจุในตู้สินค้า (Container) เพอื่ ความปลอดภัยของสภาพสินค้า

จากการขนส่งซึ่งจะมีการกระทบกระแทก สินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิก็สามารถใช้ต้สู ินค้าที่ปรับอุณหภูมิได้
นอกจากนัน้ ตสู้ นิ คา้ ยังสามารถเคลื่อนยา้ ยไดด้ ้วยที่วธิ ีท่เี ปน็ มาตรฐานคือ ใชป้ ั้นจน่ั ยก จงึ มกี ารใชต้ ู้สนิ ค้าในการ

ขนส่งสินค้าในปริมาณสงู กับการขนสง่ รถบรรทุก รถไฟ เรือเดินสมุทร ตลอดจนเคร่ืองบนิ ซ่ึงการเคลื่อนยา้ ย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 5 การจัดการการขนส่ง 192

_________________________________________________________________________________

จากพาหนะหน่ึงไปสูอ่ ีกพาหนะอีกอย่างหน่ึงก็สามารถทา้ ได้ง่าย การขนส่งที่ไม่เต็มขนาดของรถบรรทุกหรอื
รถไฟมักจะก่อให้เกดิ ค่าขนสง่ ต่อหน่วยท่สี ูงท้าให้ตอ้ งมกี ารขนส่งสินค้าหลายประเภททม่ี ีเส้นทางการเดนิ ทาง
เดียวกนั ไปดว้ ยกนั เพ่อื ช่วยกนั เฉลี่ยคา่ ขนสง่ ตอ่ หนว่ ยเรยี กว่า Freight Consolidation ทง้ั ขาไปและขากลบั ซึง่
จะท้าให้สามารถมีจ้านวนเท่ียวออกรถท่ีบ่อยข้ึน ไม่ต้องรอให้มีค้าส่ังซ้ือสินค้าชนิดเดียวกัน เต็มคันรถเพ่ือ
ประหยัดคา่ ขนสง่ วิธกี ารขนส่งมักจะต้องใชผ้ สมกันหลายวธิ ี ซ่งึ วิธกี ารทม่ี ตี น้ ทุนการขนสง่ รวมต่้าสดุ ตอ้ งอาศัย
การค้านวณเฉพาะกรณีเป็นรายๆ ไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 5 การจดั การการขนสง่ 193

_________________________________________________________________________________

ค้าถามทบทวนความรู้บทท่ี 5

จงอ่านโจทยแ์ ละตอบค้าถาม
โจทย์

ธุรกิจแห่งหนง่ึ ต้องการส่งนมกลอ่ ง (ตามภาพ) ทผ่ี ลติ ณ โรงงานในจงั หวัดราชบรุ ี ไปขายยงั ร้านมินิมารท์ (Mini
Mart) ณ ประเทศฟิลปิ ปินส์ โดยมยี อดการสงั่ ซ้ือ เดือนละ 2 ครงั้ ครัง้ ละ 12,000 กล่อง อย่างตอ่ เนือ่ ง

จงตอบค้าถามตอ่ ไปน้ี

จงระบรุ ูปแบบการขนสง่ พรอ้ ม อธบิ ายขอ้ ดีขอ้ เสยี ของแตล่ ะรูปแบบการขนส่งท่ีทา่ นเลอื ก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทท่ี 6 โลจสิ ตกิ สแ์ ละการจดั การโซ่อปุ ทานระหว่างประเทศ 194

_________________________________________________________________________________

บทท่ี 6 โลจิสตกิ ส์และการจัดการโซ่อปุ ทานระหวา่ งประเทศ
(Logistics and International Supply Chain Management)

วตั ถุประสงค์
1. เพื่อเข้าใจและวเิ คราะหร์ ะบบการจัดการโซ่อุปทานระหวา่ งประเทศได้
2. เพ่ือเขา้ ใจอทิ ธพิ ลท่ีผลกั ดนั ธุรกจิ ใหเ้ ข้าสกู่ ารคา้ ระหว่างประเทศ
3. เพื่ออธิบายความเสย่ี งและข้อไดเ้ ปรยี บของการจดั การโซ่อปุ ทานระหว่างประเทศ

6.1. การจดั การโซอ่ ุปทานระหวา่ งประเทศ

การบริหารจัดการโซ่อุปทานระหว่างประเทศจะเหมือนกับการบริหารจัดการโซ่อุปทาน
ภายในประเทศ แต่จะขยายพ้ืนที่การดาเนินงานออกไปอย่างกว้างขวาง ซ่ึงการมีเครือข่ายโซ่อุปทาน
ระหวา่ งประเทศที่จะก่อให้เกิดผลประโยชนอ์ ย่างมหาศาล หากมีการดาเนินการอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ แต่
ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาและอุปสรรคเพิ่มข้ึนมา ซง่ึ องคก์ รต่าง ๆ ต้องระมัดระวงั ในการดาเนนิ การทา
ธรุ กจิ ระดับประเทศ

ขอบเขตของการจัดการโซ่อุปทานระหว่างประเทศน้ัน สามารถเร่ิมจากบริษัทดาเนินกิจการ
ภายในประเทศโดยติดตอ่ ส่ังซ้ือวัตถุดิบจากต่างประเทศในบางรายการไปจนถึงการประสานความรว่ มมือ
ในโซ่อุปทานระหว่างประเทศท้ังหมด โดยการจัดการโซ่อุปทานระดับประเทศน้ันเกี่ยวข้องกับระบบใด
ระบบหน่ึงหรอื มากกว่า ดังน้ี

- ซพั พลายเออรร์ ะหวา่ งประเทศ (International Supplier) ในระบบน้ี วตั ถุดิบและช้ินส่วน
หรือสว่ นประกอบได้ทาการประกอบแลว้ โดยซพั พลายเออร์ต่างประเทศ แต่การประกอบข้ัน
สุดท้ายจะเกิดข้ึนภายในประเทศ ในบางกรณี ผลิตภณั ฑส์ าเร็จรูปที่ประกอบเสร็จแล้วจะถูก
สง่ ไปขายในตลาดต่างประเทศ

- การผลิตในประเทศอนื่ (Offshore Manufacturing) ในระบบน้ี ผลิตภณั ฑ์จะซอ้ื และผลิตใน
ประเทศใดประเทศหนึ่ง แล้วขนส่งกลับมายังคลังสินค้าประเทศแมเ่ พ่ือดาเนินการขายและ
กระจายสินค้า

- ระบบการกระจายสินคา้ ระหว่างประเทศ (International Distribution System) ในระบบ
นี้ จะดาเนินการผลิตข้ึนภายในประเทศ แต่การกระจายสินค้าและการตลาดบางส่วนจะ
ดาเนนิ การในตลาดต่างประเทศ

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ


Click to View FlipBook Version