The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารคำสอนวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Boontaree C, 2020-07-01 13:42:05

เอกสารคำสอนวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

เอกสารคำสอนวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

Keywords: เอกสารคำสอน,โลจิสติกส์,โซ่อุปทาน

บทที่ 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ 95

_____________________________________________________________________________________

การหาขนาดการส่ังซอื้ ประหยดั (EOQ) และต้นทุนรวม (TC) จะทาไดจ้ าก

E=

T=

โดย EOQ = ขนาดการสัง่ ซอื้ ตอ่ ครง้ั ทีป่ ระหยดั
D = อุปสงค์หรือความต้องการสนิ คา้ ต่อปี (หน่วย)
CO = ตน้ ทุนการสั่งซือ้ หรือตน้ ทนุ การตงั้ เครอ่ื งจกั รใหมต่ ่อคร้ัง (บาท)
Cc = ต้นทนุ การเกบ็ รกั ษาต่อหน่อยตอ่ ปี (บาท)
Q = ปริมาณการส่ังซือ้ ตอ่ ครง้ั (หนว่ ย)
TC = ต้นทนุ สินคา้ คงคลงั โดยรวม (บาท)

ต้นทนุ การส่งั ซอ้ื ตอ่ ปี =

ตน้ ทุนการเก็บรักษาต่อปี =

จานวนการสัง่ ซอ้ื ต่อปี =

รอบเวลาการส่งั ซอื้ =

ถ้าต้องการต้นทุนรวมท่ีต่าสุด จานวนส่ังซ้ือต่อปีหรือรอบเวลาการส่ังซื้อที่จะสามารถ
ประหยัดได้มากทสี่ ดุ ให้แทน Q ดว้ ย EOQ หรือ Q* ทีค่ านวณได้
ตวั อย่างที่ 4.3. ธุรกิจจาหน่ายกระเบื้องได้ประมาณการว่าปีนี้จะมีอปุ สงค์รวม 40, 000 ตารางเมตร
ตน้ ทนุ การเก็บรักษาเท่ากับ 0. 75 บาทตน้ ทนุ การส่งั ซื้อคร้ังละ 150 บาท

จงหา
1.ขนาดการสั่งซอ้ื ทีป่ ระหยัด (EOQ)

EOQ =

=
= 4,000 ตารางเมตร
2.ต้นทนุ รวมทีต่ ่าทสี่ ดุ

T=

=
= 3,000 บาท

ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 96

_____________________________________________________________________________________

3.จานวนคร้งั ของการส่งั ซือ้ ท่ีประหยดั ท่ีสุด

= = 10 ครัง้ ตอ่ ปี

4.ถ้ากจิ การเปดิ ขาย 311วนั ต่อปี รอบการส่งั ซ้อื ประหยดั ที่สดุ คอื

==

= 31.10 หรอื 32 วนั

2. ขนาดการสั่งซื้อท่ีประหยัดมอี ปุ สงคค์ งท่แี ละมีสนิ ค้าขาดมือในบางชว่ ง
เนอื่ งจากการทข่ี องขาดมือกอ่ ใหเ้ กิดความประหยัดบางประการอันจะทาให้ตน้ ทนุ การส่ังซ้ือ

หรอื ตน้ ทุนการตั้งเครื่องใหมล่ ดต่าลงเพราะผลติ หรือสง่ั ซื้อของล็อตใหญข่ ึ้นสนิ คา้ นั้นมตี ้นทุนการเก็บ
รักษาสูงมากจึงไม่มีการเก็บของไว้เลยเชน่ ในร้านตวั แทนจาหนา่ ยรถยนตม์ กั จะเกดิ สภาวการณน์ ีเ้ พราะ
รถยนต์แต่ละคันมีราคาแพงจงึ มีการจอดแสดงอยู่เพียงคนั ละรุ่นเม่ือลูกค้าตกลงใจเลือกซื้อรถแบบท่ี
ต้องการแล้วก็จะเลอื กสีรถจากตัวอย่างสใี นใบรายการตัวแทนจาหน่ายจะรับคาสั่งซอ้ื น้ีไปสั่งรถจาก
กิจการผลิตและติดตั้งอุปกรณ์แต่งรถตามความต้องการของลูกค้าซ่ึงจะใชเ้ วลารอคอยสักระยะหนึ่ง
โดยท่ีตอ้ งระวังมใิ ห้นานเกนิ ไปข้อสมมติฐานของกรณนี ีม้ ีดังต่อไปนี้

1. เมื่อของล็อตใหม่ซงึ่ มจี านวนเทา่ กับ Q มาถงึ จะต้องรบี สง่ ตามจานวนทขี่ าดมอื (S) ท่คี า้ งไว้
กอ่ นทันทีส่วนของที่เหลือซ่ึงเท่ากบั (Q-S) จะเกบ็ เขา้ คลังสินค้า

2. ระดบั สนิ ค้าคงคลงั ตา่ สดุ เทา่ กบั -S ระดบั สินค้าคงคลังสงู สดุ เทา่ กบั Q-S
3. ระยะเวลาของสนิ คา้ คงคลัง (T) จะแบง่ ออกได้เปน็ 2 ส่วนคือ

• T1 คอื ระยะเวลาชว่ งที่มสี นิ ค้าจะขายได้
• T2 คอื ระยะเวลาช่วงทส่ี ินคา้ ขาดมอื
ขนาดการส่งั ซอื้ ที่ประหยดั ระดบั สนิ ค้าขาดมอื ทปี่ ระหยดั และ ต้นทนุ รวมจะหาได้จาก

=

=

TC =

โดยที่
= ขนาดการสง่ั ซอ้ื ท่ีประหยดั
= ระดบั สินคา้ ขาดมอื ทป่ี ระหยัด

Cg = ต้นทนุ สินคา้ ขาดมอื ต่อหน่วยตอ่ ปี

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลงั สินค้า 97

_____________________________________________________________________________________

ระดบั สินค้าคงคลงั เฉล่ยี =

ระยะเวลาช่วงท่ีมีสนิ คา้ ขาย =

ระยะเวลาช่วงทสี่ ินค้าขาดมอื =
เวลารอคอยของสนิ ค้าคงคลัง =+

=

=

3. ขนาดการสั่งซือ้ ท่ีประหยดั ที่ทยอยรบั ทยอยใชส้ นิ ค้า
สนิ คา้ คงคลังไม่ได้ถกู ซงึ่ มาพร้อมกันในคราวเดียวแต่ทยอยสง่ มาและในขณะน้ันมีการใช้สินค้าไปดว้ ย
โดยท่ีอัตราการรับ (p) ต้องมากกว่าอัตราการใช้ (d) ท้ังสองอัตรามีค่าเฉล่ียคงที่และไม่มีของขาดมือสินคา้ คง
คลงั จะสะสมสว่ นท่เี หลือจากการใช้มากขน้ึ เร่อื ยๆจนถงึ จดุ สงู สุด
การหาขนาดสง่ั ซอ้ื ท่ีประหยดั และต้นทุนรวมทาไดจ้ าก

=

C =

โดยที่
p = อตั ราการรบั สินค้า
d = อัตราการใชส้ นิ คา้
E = อัตราการตงั้ เครือ่ งจกั รใหมต่ ่อลอ็ ตการผลิตตวั แปรอ่นื เหมอื นกรณีที่ 1

ระดบั สนิ ค้าคงคลงั สูงสุด ==

ระดบั สนิ คา้ คงคลงั เฉล่ยี =

ระยะเวลาท่ีทยอยซอื้ ทยอยใชร้ ะยะเวลาท่ีใช้ =

สินค้าเพยี งอยา่ งเดยี วระยะเวลาของสนิ ค้าคงคลงั =
ระยะเวลาของสินคา้ คงคลัง =

==

ผูช้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทท่ี 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 98

_____________________________________________________________________________________

4. ขนาดการสั่งซื้อท่ีประหยัดที่มีส่วนลดปริมาณ (Quantity Discount) เพ่ือซื้อของจานวนมาก
ฝ่ายจัดซื้อมักจะต่อรองให้ราคาสินค้าต่อหน่วยลดลงซึ่งได้มีสมมติฐานว่าย่ิงจานวนที่ซ้ือมากเท่าไรราคาต่อ
หน่วยของสินคา้ ยง่ิ ลดลงเท่าน้ันนอกจากน้ันปริมาณสัง่ ซอ้ื ทีเ่ ปลี่ยนแปลงไปจะมีผลทาให้ต้นทุนการเก็บรกั ษา
เปล่ียน

ดังน้ันวธิ กี ารทจ่ี ะคานวณให้ได้ขนาดการส่งั ซื้อทีป่ ระหยัดท่ีสุดจึงตอ้ งพจิ ารณาตน้ ทุนของสนิ คา้ ท่รี าคา
ต่างกนั ดว้ ยขนั้ ตอนของการคดิ มีดังต่อไปนี้

1.คานวณหาขนาดการสง่ั ซือ้ ที่ประหยัดแล้วหาตน้ ทนุ สนิ ค้าคงคลงั รวมท่ี EOQ

ต้นทนุ สินคา้ คงคลงั รวม =

เมอ่ื P เป็นราคาของสินคา้ แตล่ ะระดบั ปริมาณการซือ้
Cc เป็นตน้ ทนุ การเกบ็ รกั ษาแต่ละระดบั ปริมาณการซอื้

ถา้ ขนาดการสั่งซื้อท่ีประหยัดท่ีคานวณได้อยู่ในช่วงปริมาณที่ส่ังซื้อได้ในระดับราคาตา่ สดขนาดการ
ส่ังซ้อื ท่ีประหยัดท่คี านวณได้คอื ปรมิ าณการส่ังซ้ือท่ปี ระหยัด

2. ถ้าขนาดการสั่งซอ้ื ทีป่ ระหยดั ทค่ี านวณได้ไม่อยูใ่ นช่วงปริมาณทีส่ ามารถสง่ั ซื้อได้ในระดับราคาต่าสดุ
ให้คานวณต้นทุนรวมของการเก็บสินค้าคงคลังที่ปริมาณการสง่ั ซื้อต่าสุดของระดับราคาสินคา้ ท่ีต่ากว่าระดับ
ราคาของขนาดการส่ังซือ้ ทป่ี ระหยดั ทคี่ านวณได้แลว้ เปรยี บเทยี บกบั ต้นทุนรวมทข่ี นาดการสงั่ ซอ้ื ที่ประหยัดเพื่อ
หาต้นทนุ ต่าสดุ แล้วกาหนดปรมิ าณการสั่งซ้อื ทป่ี ระหยดั

4.4.7. MRP (Material Requirement Planning)
MRP ย่อมาจาก Material Requirements Planning แปลว่า การวางแผนความต้องการ

วัสดุเป็นการวางแผนความต้องการวัสดุท่ีเปน็ ส่วนประกอบในระดับก่อนหน้าโดยคานวณปริมาณใน
รูปแบบของสูตรการผลิตใช้ในผลิตภัณฑ์ท่ีมีส่วนประกอบมากๆและมีการผลิตเป็นช่วงๆไม่ต่อเน่ือง
ปัจจุบันพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์เพ่อื การวางแผนการผลติ และควบคมุ คงคลังและขยายเป็นการวางแผน
ทรัพยากรการผลิต (Manufacturing Resource Planning: MRPII) ด้วยการเพิ่มการวางแผนด้าน
อน่ื ๆเช่นการใช้เครื่องหรอื กาลงั คนเปน็ ต้นและไดพ้ ฒั นาไปใชท้ ัง้ องค์การโดยรวมการวางแผนปจั จยั อนื่
เช่นระบบบญั ชแี ละการขายไปดว้ ยเรยี กวา่ การวางแผนทรพั ยากรขององคก์ ร (Enterprise Resource
Planning ERP)

ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลงั สินค้า 99

_____________________________________________________________________________________

การวางแผนความต้องการวัสดุเพ่ือการวางแผนการผลิตและควบคุมคงคลังเพ่ือให้บรรลุ

จุดประสงค์ 3 ประการคือ

1. ใหแ้ น่ใจวา่ วัสดแุ ละผลิตภัณฑม์ เี พยี งพอสาหรบั การผลิตและสง่ มอบให้แก่ลกู คา้

2. เพอื่ รักษาคงคลงั ให้อย่ใู นระดับตา่ สุดเท่าท่ีจะทาได้

3. เพอ่ื ใชว้ างแผนกจิ กรรมต่างๆในโรงงานทาตารางการสง่ มอบและจดั ซ้อื

ERP

MRP II
Closed Loop MRP

MRP

1960 1970 1980 1990 2000 1010
รปู ที่ 4.8 แสดงพฒั นาการจาก MRP สู่ ERP

ขอบเขตของ MRP ในการผลติ องค์กรการผลติ ตอ้ งเผชญิ กบั ปญั หาเดมิ ๆเป็นประจาและลูกค้านั้นยัง
ตอ้ งการผลติ ภณั ฑ์เร็วท่ีสดุ เทา่ ที่จะเปน็ ไปไดน้ ั่นหมายถึงระดบั ของการวางแผนการผลิตตอ้ งเป็นระบบ
มากขึน้
กิจการจาเปน็ ตอ้ งควบคมุ ชนดิ และปรมิ าณของวสั ดุที่ตอ้ งจดั ซอ้ื เพ่ือใหส้ ามารถรองรบั ต่อความต้องการ
ของลูกคา้ ได้ในอนาคตด้วยต้นทุนที่ตา่ ท่ีสุดแน่นอนว่าการตัดสินใจท่ีไม่ดพี อกจ็ ะทาให้กิจการสูญเสีย
รายได้ดงั สถานการณ์ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี
• ถ้ากิจการจดั ซ้ือในปริมาณทีไ่ มเ่ พยี งพอสาหรบั การผลติ หรือซ้ือผิดประเภทอาจจะไมส่ ามารถผลิตได้
ทนั เวลาทลี่ กู ค้าต้องการ
• ถา้ กิจการซื้อปรมิ าณมากเกนิ ไปเงินจะจมอยกู่ ับคงคลงั และอาจไม่ได้ถกู ใช้งานอีกต่อไปอย่างไรกต็ าม
การซือ้ บางอย่างอาจไม่สามารถซ้ือในปรมิ าณทีน่ ้อยทสี่ ุดท่ีเราตอ้ งการไดด้ ังน้ันการซ้ือเกินกว่าการใช้
งานจรงิ นนั้ อาจจาเป็น
• การผลติ งานท่ีผิดจากคาส่ังซื้อก็เป็นอีกสาเหตุหน่ึงที่ทาให้พลาดการส่งมอบให้กับลูกค้าได้เช่นกัน
MRP สามารถนาไปประยุกต์ใช้ไดท้ ้ังผูผ้ ลิต (Suppliers) ภายนอกกิจการและโรงงานรบั จา้ งผลิตหรือ
การผลติ ภายในกจิ การเองทมี่ ีความซบั ซ้อนของกระบวนการ

ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลงั สินค้า 100

_____________________________________________________________________________________

ขอ้ มลู ที่จาเป็นต้องพจิ ารณาประกอบดว้ ย

•รายการสุดทา้ ย (หรือรายการที่สรา้ งขึ้นมา) บางคร้งั เรียกว่า Independent De-mand หรือระดับ

“0” ทอี่ ย่บู น BOM (Bill of Materials)

•ปริมาณเท่าไรที่ต้องการ ณ เวลานั้น

•เมอ่ื ไรท่ีปรมิ าณทผ่ี ลติ ออกมาจะเพยี งพอกับความตอ้ งการ

•ช่วงอายุของวัสดุท่ีอยู่ในคงคลัง•การบันทึกสถานะของคงคลังคือมีอยู่จริงเท่าไรและกาลังส่ังซ้ืออีก

เทา่ ไรและจะไดเ้ มือ่ ไร

• Bills of Materials รายละเอียดของวัสดุอุปกรณ์และ Sub-assemblies ท่ตี ้องใชใ้ นการผลิต•ขอ้ มลู

การวางแผนประกอบไปดว้ ยตาแหน่งและทศิ ทางในการผลติ จนได้ผลติ ภณั ฑท์ ีต่ ้องการซงึ่ จะรวมไปถึง

เรื่องของเส้นทางการผลิตแรงงานและมาตรฐานของเครือ่ งจักรคุณภาพและมาตรฐานการทดสอบ

ผลิตภัณฑ์การวางแผนในระบบดึงและผลักขนาดของ Lot (เช่น Fixed Lot Size, Lot-For-Lot,

Economic Order Quantity) เปอร์เซน็ ต์ของเสียและแหล่งวัตถุดิบอน่ื ๆ

4.4.8. ผลลพั ธ์ (Outputs)
ผลลัพธ์มีสองผลลัพธแ์ ละหลากหลายขอ้ ความหรอื รายงานที่แจกจ่ายออกมาจากระบบ
ผลลพั ธท์ ่หี น่งึ คอื “ ตารางการผลติ ท่แี นะนา” ซงึ่ จะบอกรายละเอียดของความต้องการต่าสดุ และวันที่
ส้ินสุดการผลิตในแต่ละขั้นตอนและวัสดุที่ต้องใช้เพื่อให้เพียงพอกับคาส่ังจากตารางการผลิตหลัก (Master
Production Schedule; MPS)
ผลลัพธ์ทีส่ องคอื “ ตารางการจัดซ้ือทแ่ี นะนา” ซง่ึ จะบอกรายละเอียดท้งั วันทท่ี ี่จะไดร้ บั ของท่ีไดจ้ ัดซื้อ
ไปแล้วและวนั ท่คี วรจะจัดซ้ือเพือ่ ให้เหมะสมกบั ตารางการผลิต

4.4.9. ปญั หาของระบบ MRP
ปญั หาหลกั ๆของระบบ MRP ก็คือการรวบรวมขอ้ มูลทม่ี อี ยทู่ ง้ั หมดถ้ามขี ้อผิดพลาดใดๆของข้อมลู ทมี่ ี
อยู่น่ันหมายถึง Bill of Materials (BOM), Master Production Schedule (MPS) ก็จะให้ผลทไ่ี มถ่ ูกต้องไป
ด้วยหรือท่ีภาษาอังกฤษเรยี กอย่างย่อว่า GIGO (Garbage In, Garbage Out) โดยส่วนใหญ่แล้วการรวบรวม
ขอ้ มลู ให้ได้อย่างนอ้ ย 99% กถ็ อื วา่ เพียงพอสาหรบั การทางานท่ดี ีของระบบ
ปญั หาหลกั อกี ปญั หาหนึง่ ของระบบ MRP ก็คอื ความตอ้ งการท่ผี ใู้ ช้ระบุแบบเฉพาะเจาะจงในเรอ่ื งของ
ระยะเวลาในการผลติ ชน้ิ สว่ นหรอื แม้แต่การระบวุ ่าการผลิตจะใชเ้ วลาเทา่ เดิมตลอดเวลาโดยไมค่ านึงถงึ ปรมิ าณ
ท่ีจะผลติ หรอื ชนดิ ของผลิตภัณฑ์
การผลิตอาจจะมีอยู่หลายๆเมืองหรือหลายประเทศด้วยกันแต่ไม่ใช่เร่ืองดีสาหรับระบบ MRP ท่ีจะ
บอกว่าเราไม่จาเป็นต้องสั่งซื้อวัสดุเน่ืองจากเรายังมีอยู่จากโรงงานอื่นที่อยู่ห่างไกลหลายพันกิโลเมตร

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ

บทที่ 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 101

_____________________________________________________________________________________

เพราะฉะนั้นระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) จาเป็นตอ้ งถกู นามาใช้เฉพาะโรงงานนนั้ ๆไม่ควร

จะครอบคลมุ ทง้ั หมดทกุ โรงงาน

สิง่ น้กี ค็ งหมายถึงวา่ ระบบอ่นื ๆที่มอี ยู่จาเป็นต้องทางานอย่างถูกตอ้ งก่อนทจ่ี ะใช้งานระบบ MRP

การผลิตอาจจะกาลังผลิตบางชิ้นงานและอาจจะมีการเปล่ียนแปลงช้ินงานนั้นบางส่วนเป็นรุ่นใ หม่

เพราะฉะนั้นระบบจะต้องทาการรองรับในทั้งสองรุ่นพร้อมๆกันระบบ ERP จาเป็นต้องมีการสร้างรหัสของ

ชน้ิ ส่วนเพอื่ ให้ MRP สามารถคานวณไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งทัง้ สองร่นุ ดว้ ยเช่นกนั

ข้อเสียเปรียบหลักอื่นๆของระบบ MRP ก็คือไม่ได้ใช้ในส่วนของกาลังการผลิตในการคานวณซ่ึง

หมายความว่ามันจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ที่เน่ืองจากยังขาดในเร่ืองของการจัดการด้านกาลังคนหรือ

เคร่อื งจักรหรือ Supplier อย่างไรก็ตามส่งิ เหล่านไี้ ดถ้ กู นาไปแก้ไขด้วยระบบ MRP II

โดยทัว่ ๆ ไป MRP II จะอ้างถงึ ระบบทางด้านการเงินด้วยระบบ MRP Iสามารถวางแผนกาลังการผลิต

อยา่ งมขี อบเขตหรอื ไมม่ กี ็ไดแ้ ตถ่ า้ จะพิจารณาระบบ MRP I อย่างถูกตอ้ งตอ้ งรวมทางดา้ นการเงินเข้าไปด้วย

หลักการของ MRP II (หรือ MRP 2) การแปรผันของข้อมูลการพยากรณ์จะถูกนาไปคิดด้วยโดย

รวมเข้ากบั ตารางการผลติ หลกั (Master Production Schedule; MPS) อีกประการหนง่ึ ของระบบ MRP 2 ท่ี

จะต้องมจี ะต้องรวมไปถึงระบบของการจดั ซือ้ การตลาดและการเงิน (รวมทกุ ๆหนา้ ที่ท่ีมีอยูใ่ นกจิ การ) ERP ก็

จะเปน็ ขั้นตอนถัดไป

4.5. คลงั สนิ คา้

4.5.1 ความหมายของคลังสินคา้
คลงั สินคา้ (Warehouse) คอื สถานท่ีสาหรบั วางจดั เกบ็ พกั และกระจายสินค้าคงคลงั โดยอาจเรียกเปน็
ช่ืออื่นๆเช่นศูนย์กระจายสินค้าศูนย์จาหน่ายสินค้าคลังสินค้าโกดังท่ีเก็บของท่ีเป็นสินค้าคลังพัสดุแท็งก์เก็บ
ของเหลวหรือคลังทัณฑ์บนไมว่ า่ จะเรยี กว่าอะไรโกดังก็ทาหน้าที่เหมือนกันคอื เปน็ สถานท่ีเกบ็ รกั ษาสินคา้ หรือ
วัตถดุ บิ หรอื สิ่งของตา่ งๆเพอื่ สนบั สนุนในกิจกรรมต่างๆของกระบวนการจัดส่งสนิ ค้าโกดงั เป็นทร่ี ับสินคา้ เขา้ มา
ทาการคัดแยกแล้วกระจายออกไปเรยี กวา่ ศูนยก์ ระจายสนิ คา้ ในขณะท่ีโกดงั บางแห่งมฟี ังก์ชน่ั เพ่มิ ขึ้นมาคือหลัง
รับสินค้าเข้าแล้วก็เก็บสินค้าไว้และทาหน้าท่ีจัดสรรสินค้าก่อนส่งมอบตามคาสั่งซื้อจึงมีขั้นตอนย่อย
ประกอบด้วยรบั สินค้าเข้าจัดเก็บจัดสินค้าตามใบสั่งซื้อตรวจสอบหีบห่อและจัดส่งกล่าวคือรบั หน้าที่ในการ
จาหนา่ ยไว้ด้วยจึงเรียกว่าศูนย์จาหนา่ ยสินคา้
เราสามารถลดข้ันตอนและเวลาในโกดังสินค้าโดยการนาคอมพิวเตอร์ช่วยออกใบสั่งซื้อ ข้อควร
คานงึ ถึงเกีย่ วกบั โกดงั สินค้ายังรวมถึงการกระจายสินคา้ ซึ่งอาจไม่มีโกดังจัดเกบ็ สนิ ค้าเปน็ ของตัวเองไม่ต้องการ
สร้างโกดังจัดเก็บสินค้าเองแต่อาจใช้บริการเช่าโกดังจัดเก็บสินค้าสาธารณะส่วนประเด็นเกี่ยวกับสถานที่ต้ัง
โกดังสินคา้ ควรตัง้ ในจุดท่ีตอบสนองผ้ใู ชไ้ ด้อย่างลงตวั

ผูช้ ่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 102

_____________________________________________________________________________________

โกดงั จัดเก็บสินค้ามที ้ังสว่ นนาสนิ คา้ เข้าและส่วนนาสินคา้ ส่งออกโกดังจัดเก็บสินค้ามหี ลายประเภทมี

ทง้ั วัตถดุ บิ และสนิ ค้าช้ินส่วนอปุ กรณท์ ใ่ี ช้ในการบารุงรกั ษาและสนบั สนนุ การผลิต

โกดังมีความสาคัญเน่ืองจากเป็นทางเข้าและทางออกของวัตถุดิบไปจนถึงสินค้าการผลิต ฯลฯ

สาเรจ็ รปู ชว่ ยสนับสนนุ การผลติ ใหส้ มา่ เสมอสามารถรองรบั อปุ สงค์ทเ่ี ปลย่ี นแปลงได้ดังนั้นจาเป็นตอ้ งเขา้ ใจการ

จัดหาวัตถุดบิ หรอื สนิ คา้ เขา้ ใจแนวคิดการจัดการวตั ถุดิบและแนวคิดการกระจายสินค้าเพือ่ ให้สามารถจัดการ

ระบบโดยรวมและรองรับอุปสงคไ์ ดอ้ ย่างครบถว้ น

4.5.2. หน้าท่ีพ้นื ฐานของโกดัง
1. การขนถา่ ยสินค้าการรับสินค้าการตรวจสอบและการจัดการสินคา้ ขาเข้า
2. การเคลอ่ื นยา้ ยสนิ คา้ ในคลังเพ่ือวางในท่ีจัดเกบ็ รวมท้งั การเคล่อื นยา้ ยไปยงั พ้นื ท่ีสาหรบั รอ

การขนส่งไปยังลกู คา้
3. จดั เก็บสนิ ค้า (การเบิกจ่ายการนาออกและการทดแทน)
4. การหยบิ สินคา้ จากทจี่ ัดเกบ็ ตามใบส่ังซือ้ การค้นหาและการตรวจสอบ
5. การบรรจหุ บี ห่อการปิดผนึกหบี หอ่ การชั่งนา้ หนักและการออกเอกสารการขนส่ง
6. การติดเครอื่ งหมาย / ตราการขนถ่ายข้นึ ยานพาหนะและการสง่ มอบ
7. การจัดการสนิ ค้าส่งคนื สินค้าหมดอายแุ ละการจัดเก็บเพ่อื รอการเปล่ียน
8. การบารุงรักษาสขุ อนามัยและการป้องกันความสญู เสยี
9. การควบคุมดแู ลลานจอดรถท้งั ขาเข้าและขาออก

4.5.3. ชนิดของคลังสินคา้ ในโรงงาน
1. คลังวัตถดุ ิบ
2. คลงั เกบ็ ของระหว่างการผลิต
3. คลงั สนิ คา้
4. คลังเกบ็ ของใชต้ า่ งๆ
5. คลังเกบ็ ของเครอ่ื งมือพเิ ศษ
6. คลงั สานกั งาน

4.5.4. ประเภทของคลังสนิ คา้
1. คลังสินค้าทว่ั ไป
2. คลังสินค้าอาหาร
3. คลงั สนิ คา้ ทณั ฑบ์ น
4. คลงั สินคา้ ภาษศี ุลกากร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 103

_____________________________________________________________________________________

5. คลังสนิ คา้ ควบคมุ อุณหภมู ิ

6. คลังสินคา้ วสั ดอุ นั ตราย

7. คลงั สินคา้ ของเหลวและของแห้งเทกองและการขนถา่ ย

4.5.5. ปจั จยั ท่ีต้องคานึงเก่ยี วกับสนิ คา้
1. ความคลา้ ยคลงึ กันของสนิ ค้า
2. ความนิยมของสินค้า
3. ขนาดนา้ หนักและปรมิ าณของสนิ คา้
4. ลักษณะพิเศษของสนิ คา้ (อันตรายสญู หายเสอ่ื มสภาพความจ)ุ

4.5.6. ปจั จยั ท่ีตอ้ งคานึงเกยี่ วกับพื้นท่ี
1.โครงสรา้ ง
2. เน้ือที่สนบั สนนุ
3. ทางเดิน
4. เนอื้ ท่สี าหรบั วางสนิ ค้า

4.5.7. ประเภทของคลังสินคา้ แบ่งตามลักษณะทางกายภาพ
1. คลังท่ีมิดชิดมีกาแพงเพดานและประตู ได้แก่ คลังสินค้าทั่วไปบางแห่งจะมีการควบคุม

อุณหภมู ิ
2. คลังที่มีแต่หลังคาแต่ไม่มีผนังใช้ในการเก็บสินค้าซึ่งไม่เสียหายจากสภาวะอากาศมกั เป็น

สนิ ค้าขนาดใหญ่และมีน้าหนักมโี อกาสทีจ่ ะเสยี หายได้ยาก
3. คลังกลางแจ้งพื้นเป็นคอนกรตี มีการยกพ้ืนมีระบบป้องกันน้าท่วมไม่มีหลังคา หากไม่มี

คณุ สมบตั ิดังกล่าวก็ไม่ถอื เป็นคลังสินค้ากลางแจ้ง แต่อาจเปน็ ลานวางสินค้าทั่วไปคลงั กลางแจ้งอาจ
ได้แก่ลานท่ีใช้ในการเรียงกองตู้คอนเทนเนอร์ เช่น ท่าเรือหรือและสนามบินนอกากน้ียังได้แก่
คลังสินค้ากลางแจ้งใชเ้ ป็นสินคา้ ที่มีขนาดใหญ่หรือสินค้าเททองหรอื พืชไรแ่ ร่ธาตุต่างๆ

4. คลงั ทีเ่ ปน็ ดังทีส่ นิ คา้ นาเข้าหรือเอาออก โดยวธิ ีดูดผ่านท่อเช่นคลังสินคา้ เก็บน้ามนั เกบ็ เคมี
หรือถังเก็บอาหารสตั วแ์ ละสนิ ค้าการเกษตรต่างๆ

5. คลังเคลอื่ นที่ได้ ไดแ้ ก่ ระวางของเรอื สินค้าหรือเครอื่ งบนิ หรือโบทเ่ี ป็นสนิ ค้าของรถไฟหรือ
ตคู้ อนเทนเนอรท์ ่ใี ชใ้ นการขนส่งสินคา้ ท่ใี ช้เปน็ สถานที่เกบ็ สนิ คา้ เพื่อรอการสง่ มอบ

6. คลังเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เช่นเครื่องแม่ข่ายที่ใช้เก็บข้อมูลซึ่งปัจจุบันถือเป็นสินค้า
ประมาทหนึ่งซึ่งสามารถสง่ มอบให้ผู้ที่ตอ้ งการโดยวธิ ดี าวน์โหลดผา่ นเครือขา่ ย เชน่ เว็บไซต์ เป็นต้น

ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 104

_____________________________________________________________________________________

4.5.8 กิจกรรมหลักของคลงั สินค้า

1. กระบวนการรับสินค้า เป็นการนาสินค้าเข้าเพื่อทาการจัดเก็บมีการตรวจสอบสินค้าได้

อย่างละเอียดท้ังจานวนขนาดน้าหนักราคาตลอดจนช่วยคานวณยอดสินค้าที่ยังคงค้างอยู่ในสต็อก

เพอื่ ให้สามารถจดั สรรพน้ื ทท่ี ีจ่ ะนาสินคา้ เข้าไปเกบ็

2. ระบบเก็บสินค้า เป็นการตรวจสอบขนาดของพื้นที่และช้ันเก็บของต่างๆว่ามีขนาดและ

น้าหนักเท่าไหร่เพียงพอต่อสินค้าท่ีจะนาเข้ามาเก็บหรือไม่อีกท้ังยังจาแนกประเภทของสินค้าที่จะ

นามาเก็บอีกดว้ ย

3. การแปลงหน่วย เพ่ือให้การจ่ายหรือการจัดการเกี่ยวกับคลังทางานได้สะดวกจึงมีการ

แปลงหน่วยเหลา่ นั้นใหเ้ ป็นหนว่ ยเดยี วกนั ในกรณขี องสินค้าอาจทมี่ ีหน่วยการจดั เกบ็ แตกต่างกัน

4. การจา่ ยสินค้าเม่ือมีการสั่งสินค้า จะมีการจดั การเกี่ยวกับการจ่ายสินคา้ เพ่ือนาสินค้าที่

จัดเกบ็ ไว้มาทาการตดั จา่ ยโดยจะมกี ารจัดการสว่ นของการตดั ยอดสต็อกว่าสินคา้ ใดถกู จ่ายบา้ งจานวน

เท่าใด

5. การตรวจนบั คลังสินคา้ เป็นการตรวจสอบจานวนสินค้าทม่ี ีอยจู่ ริงในคลังสินค้าเพื่อปรับ

ยอดคงเหลือให้ตรงกับระบบโดยปกติจะมีการตรวจนับข้ันต่าอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งหรืออาจใช้

โปรแกรมจัดการคลังสินค้าซึ่งจะช่วยให้ง่ายแก่การตรวจนับสามารถตรวจนับเม่ือไหร่ก็ได้โดยไม่

จาเปน็ ต้องรอถงึ สน้ิ เดือนหรอื สนิ้ ปซี ึ่งอาจจะเปน็ ระบบแบบ Realtime มกี ารใชง้ านควบคกู่ บั เคร่อื งยงิ

บาร์โค้ดกไ็ ด้

4.5.9. การพิจารณาออกแบบวางแผนผังโกดัง
1. วตั ถปุ ระสงค์การวางผงั คลังสินคา้
• การใช้ประโยชน์จากพนื้ ท่ีใช้สอยสูงสุด
• การจัดการการไหลของสินค้าต้ังแตจ่ ุดรบั การจดั เก็บและการขนส่งเป็นไปอยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ
• การจดั เตรียมพ้ืนทีก่ ารเข้าถึงสนิ ค้าและการหมนุ เวียนของสินค้าอย่างมปี ระสิทธิผล
• ลดค่าใชจ้ า่ ยและตน้ ทุน
• ปรับปรงุ และเพ่มิ ผลผลติ ด้านการปฏิบตั งิ านของบุคลากร
2. หลักการวางผังคลงั สนิ ค้า
• มที างเดินทเี่ พียงพอ
• มีทิศทางการไหลของสนิ คา้ และจานวนสนิ ค้าทีจ่ ดั เกบ็ เหมาะสม
• จดั หาพื้นท่ีปฏบิ ัตงิ านสาหรบั สนิ คา้ แตล่ ะหนว่ ย
• มคี วามสูงของเพดานท่ีเพียงพอกับเครื่องมืออปุ กรณ์สาหรับการขนถา่ ยสินค้า
• มพี น้ื ทสี่ าหรับเครื่องมืออปุ กรณ์ดบั เพลิงและการรกั ษาความปลอดภยั

ผูช้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทที่ 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 105

_____________________________________________________________________________________

• มีสถานทส่ี นบั สนุนการปฏิบตั ิงาน

• มีพืน้ ทีส่ าหรับการดาเนินงานปัจจุบนั และการขยายคลงั สนิ คา้ ในอนาคต

• ใช้การขนส่งโดยแรงโน้มถ่วงมีการผสมผสานกันกับเคร่ืองจักรกลและเครื่องมือ

อุปกรณ์อตั โนมัติ

3. องค์ประกอบสาคญั ในการออกแบบคลัง
ในการออกแบบคลงั ต้องพิจารณาองค์ประกอบที่สาคัญ ไดแ้ ก่ พืน้ ทจ่ี ัดเกบ็ สินคา้ และปริมาณสินค้าท่ี
จะจดั เกบ็ การกาหนดขนาดของคลงั สินค้ามี 2 ลักษณะดงั น้ี
1. พื้นที่ในการจัดเก็บพิจารณาจากขนาดของพ้ืนท่ีโดยวัดระยะทางในโกดังด้วยการคูณความกว้าง
และความยาว
2. ปรมิ าตรในการจัดเกบ็ เป็นการใช้ประโยชน์จากพ้ืนท่จี ัดเก็บโดยนาความสูงของคลงั สินค้าเข้ามา
คานวณดว้ ยการกาหนดขนาดของคลังสินค้าเปน็ ลกู บาศก์เมตรจะทาให้สามารถใชป้ ระโยชน์จากพน้ื ที่ไดม้ ากขึน้
คดิ จากผลคูณของความกวา้ งความยาวและความสงู

4. วธิ กี ารวางผังคลงั สินค้า
1. วิธีเขียนผังอย่างหยาบๆ (Block Layout Method) เป็นการวางผงั โดยยดึ ขนาดโครงสร้างของ
คลังสินค้าท้งั หมดคิดเปน็ ตารางเมตรและกาหนดพื้นทแ่ี ตล่ ะส่วนตามลักษณะหน้าทีเ่ ฉพาะการวางผังแบบนจ้ี ะ
ช่วยใหส้ ามารถมองภาพการไหลของวตั ถุดบิ หรือสินค้าทจ่ี ดั เกบ็ ในแตล่ ะส่วนไดอ้ ย่างชัดเจน
2. ใช้แมแ่ บบ (Templates Method) การวางผังทยี่ ึดขนาดของอปุ กรณ์การขนถา่ ยวัสดุมาตรฐาน
เป็นการวางผังในตอนแรกโดยยึดหลัก 2 มิติคอื กวา้ งคณู ยาวและแบ่งพ้ืนทอ่ี อกเป็นส่วนๆเทา่ กนั
3. ใช้พิมพ์เขียว (Conventional or Drawing Method) เป็นการวางผังด้วยการวาดแผนผัง
คลังสินค้าโดยอาจใช้คอมพิวเตอร์วาดภาพซึ่งจะแบ่งพนื้ ที่คลังสินค้าใน 2 มิติคอื กว้าง x ยาวแสดงพ้ืนท่ีแต่ละ
ส่วนตามลกั ษณะของอุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุทางานการวางผังแบบน้ีจะทาให้สามารถมองเห็นภาพการจัดเตรียม
เครื่องมอื อปุ กรณก์ ารขนถ่ายวสั ดุภายในคลังสนิ คา้
4. ใชแ้ บบจาลอง 3 มิติ (Model Method) เป็นรูปแบบท่พี ิจารณาในมมุ มอง 3 มิติคอื กว้าง x ยาว
x สูงสามารถมองเหน็ การไหลของวัตถุดิบหรอื สินค้าในคลังสินคา้ ได้ 3 มติ ิแต่มีค่าใช้จา่ ยในการออกแบบสงู
5. การคานวณหาพ้ืนท่ีคลังสินค้า ขอยกตัวอย่างโดยสมมติว่าจากการสารวจปรากฏว่าสินค้า
สามารถจัดวางกองได้ในจานวนสูงเฉล่ีย 5. 00 เมตรแต่ปรากฏว่าสินค้าใช้พื้นที่อยู่ปัจจุบันจานวน 4 , 000
ตารางเมตรมีความสูงของการกองโดยเฉลย่ี 4. 00 เมตรหากสนิ คา้ เหล่าน้ีไดจ้ ัดเกบ็ โดยใช้ความสามารถในทาง
สูงอยา่ งเต็มท่แี ลว้ จะต้องการพ้นื ทโ่ี กดังเป็นจานวนกี่ตารางเมตร

ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 106

_____________________________________________________________________________________

ตัวอยา่ งวิธีคานวณ

ขน้ั ท่ี 1 หาประสิทธิผลในการใช้เน้ือทค่ี ลงั สนิ ค้าทางตง้ั

P = ความสงู ของการจดั เกบ็ ทสี่ ามารถทาได้ (Potential Storage Height)

A = ความสงู ในการจดั เกบ็ จริงในเน้ือที่ปจั จบุ ัน (Actual Storage Height)

E = ประสทิ ธผิ ลในการใชเ้ นอ้ื ท่คี ลงั สนิ ค้าทางตัง้ (Vertical Space E Utilization Effectiveness)

สตู ร E = ( A/P ) × 100

E = (4/5 ) × 100

= 80 %

ขั้นที่ 2 หาจานวนตารางเมตรท่ีแทจ้ รงิ ในการจดั เก็บสนิ คา้ นน้ั

S = จานวนตารางเมตรท่จี ัดเกบ็ สนิ คา้

E = ประสิทธผิ ลในการใช้เนือ้ ทคี่ ลังสนิ ค้าทางต้ัง

R = จานวนตารางเมตรทตี่ ้องการสาหรับสินคา้

สตู ร S × E = R

4, 000 × 0. 80 = 3, 200

เนือ้ ที่ของโกดงั ในการออกแบบผังโรงงานจะเปน็ เท่าไรน้ันขน้ึ อยู่กบั ขอ้ มลู การวางแผนการผลติ ตามที่

กล่าวมาแล้วนอกจากนี้ก็ยงั ขึน้ อยู่กับวิธีการเก็บเคร่อื งมือที่ช่วยในการเก็บนโยบายการเก็บเมื่อได้ขอ้ มูลต่างๆ

แล้วก็สามารถหาเน้อื ท่ขี องโกดงั ได้

6. วิธกี ารเกบ็
การเก็บสินคา้ อาจเก็บในโรงงานหรอื นอกโรงงานก็ได้ในกรณีของวตั ถดุ ิบหรือช้ินงานที่ไม่มีผลเสยี หาย
จากสภาพอากาศกม็ ักจะเปน็ การเกบ็ นอกโรงงาน แต่วัตถดุ ิบสนิ ค้าอาจเสยี หายไดจ้ ากสภาพอากาศกจ็ ะทาการ
สร้างอาคารคลงั สินค้าขน้ึ มา
1. การเก็บบนพ้นื โรงงาน เป็นการเก็บที่เปลืองเนื้อที่มากมีความเป็นระเบียบน้อยและมีคา่ ใช้จา่ ยใน
การขนถา่ ยวสั ดุสูง
2. เกบ็ ในกล่องแล้ววางเปน็ ช้ัน เหมาะสาหรับชน้ิ งานเลก็ ๆและมจี านวนมาก
3. การจัดเก็บบนชั้นเก็บสินค้าขนาดใหญ่แบบเก็บทางลึก เมื่อชิ้นส่วนมีขนาดใหญ่ขึ้นการที่จะใช้
กลอ่ งอย่างเดยี วอาจไมเ่ หมาะสม
4. การเก็บของบนชั้นวางสินคา้ ขนาดยาว เชน่ ท่อไม้แทง่ เหลก็
5. การเก็บของซอ้ น เช่น การซ้อนกนั ของพาลเลตหรอื ลังเปน็ ตน้
6. การเก็บบนสายพานลาเลียง การใชล้ ูกกลิ้งหรอื สายพานที่เก็บสามารถใชใ้ นการแก้ปญั หาของเข้า
กอ่ นออกกอ่ นไดด้ ี

ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 107

_____________________________________________________________________________________

4.5.10. การพิจารณาทาเลท่ตี ั้งคลังสินคา้ จัดเกบ็ สินคา้

1. กลยุทธ์การเลอื กทาเลท่ีตง้ั โกดังอาจพิจารณาจากกลยทุ ธ์ด้านการตลาดกลยุทธด์ ้านสินค้าและกล

ยุทธ์ปรับตาแหน่งผลิตภัณฑ์

2. ขน้ั ตอนการตัดสินใจเลอื กทาเลท่ตี งั้ มขี ้ันตอนโดยสรปุ คอื การศึกษาเบื้องตน้ การพจิ ารณาทางเลือก

และการตดั สินใจเลอื ก

3. ปัจจัยข้อพจิ ารณาการเลือกทาเลท่ีตั้งสามารถใช้วิธเี ดยี วกบั การเลอื กทาเลท่ีตงั้ ของโรงงานที่กล่าว

ไว้ในบทท่ี 3 คือ

(1) ปัจจยั เชิงคุณภาพแหล่งวัตถดุ บิ หรือสนิ ค้าเสน้ ทางคมนาคมแรงงานสาธารณูปโภคพืน้ ฐาน

ทัศนคตขิ องชุมชนส่งิ แวดล้อมและมาตรการจูงใจจากภาครัฐ

(2) ปัจจัยเชิงปริมาณการเปรียบเทียบต้นทุนแบบจาลองการเลือกทาเลท่ีต้ัง เช่นการ

วิเคราะหจ์ ุดคุ้มทุนวธิ ีหาจดุ ศูนยถ์ ว่ งและแบบจาลองการขนสง่ เป็นต้น

4.5.11. การตงั้ รหัสพน้ื ที่การจัดเกบ็
เพ่ือใหก้ ารจัดเก็บส่งิ ของเป็นไปด้วยความเรียบรอ้ ยและมีประสิทธิภาพซึง่ อาจใชร้ ะบบตวั เลข

9 ตัวในการเก็บของในโกดงั ดังตัวอย่างทแี่ สดงในรูปท่ี 4.9

รูปที่ 4.9 แสดงตัวอยา่ งการใช้ระบบตวั เลข 9 ตวั ในการเกบ็ ของในคลงั

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลงั สินคา้ 108

_____________________________________________________________________________________

4.5.12. ประโยชน์ของคลงั สนิ ค้าและการจดั เก็บ
• ทาให้ตน้ ทนุ ของสินค้าลดลง
• เป็นการปอ้ งกนั การขาดมอื ของสินคา้ ท่ีจะขาย
• ช่วยลดปัญหาอนั จะเกดิ ขนึ้ เนอ่ื งจากการขนส่ง
• สามารถผลติ ไดใ้ นปริมาณเกินกว่าความต้องการตามฤดกู าล
• ตอบสนองความต้องการของผบู้ รโิ ภค
• ชว่ ยใหก้ ารผลิตดาเนินไปไดโ้ ดยปกติ
• ช่วยให้ราคาสนิ คา้ มเี สถียรภาพ
• ชว่ ยเกบ็ พักสินคา้ ชวั่ คราวทจี่ ะตอ้ งสง่ ออกไปต่างประเทศอกี ตอ่ หนึง่

4.5.13. ระบบบารโ์ ค้ด (Barcode)
ระบบบารโ์ คด้ เปน็ ระบบทใ่ี ชช้ ว่ ยในการระบุสนิ คา้ สาหรับระบบรบั เข้าและจ่ายออกของโกดัง

ซ่ึงมรี ายละเอยี ดดังนี้
1.ความหมายของบาร์โค้ด คือสัญลักษณ์รหสั แท่งที่ใช้แทนข้อมูลตัวเลขเพอื่ อ่านข้อมูลเข้า

เก็บในคอมพิวเตอร์โดยตรงไม่ต้องผ่านการกดปุ่มที่แป้นพิมพ์มีลักษณะเป็นแถบมีความหนาบาง
แตกต่างกันการอา่ นข้อมูลจะอาศัยหลักการสะท้อนแสงซ่ึงเป็นมาตรฐานสากลท่ีนิยมใช้กนั ท่ัวโลกการ
นาเข้าข้อมูลจากรหัสแถบของสินค้าเป็นวิธีที่รวดเรว็ และน่าเชื่อถอื ใหค้ วามสะดวกแกผ่ ูใ้ ชง้ าน

2. องคป์ ระกอบของบาร์โคด้
• ลายเส้นซง่ึ เปน็ ลายเสน้ สขี าวและสดี ามีขนาดความกว้างของลายเสน้ ตามมาตรฐาน

แต่ละชนดิ ของบาร์โคด้ .
• ขอ้ มูลตวั อกั ษรเป็นส่วนท่ีแสดงความหมายของข้อมลู ลายเสน้ สาหรับให้อ่านเขา้ ใจ

ได้
• แถบว่างเป็นส่วนท่ีเคร่ืองอ่านบาร์โค้ดใช้กาหนดขอบเขตของบาร์โค้ดและ

กาหนดค่าใหก้ ับสขี าวโดยแต่ละเส้นจะมีความยาวเท่ากันเรยี งตามลาดับในแนวนอนจากซ้าย
ไปขวา
3. มาตรฐานบาร์โค้ด การกาหนดมาตรฐานบาร์โคด้ เพอ่ื ใหเ้ ครอื่ งอิเล็กทรอนกิ ส์สามารถอา่ น
ข้อมูลได้โดยถูกต้องโดยท่ีรูปแบบของบาร์โค้ดมีหลายชนิดเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานใน
ปัจจบุ นั แต่ละชนดิ มีรูปแบบเฉพาะทจี่ ัดทาเป็นมาตรฐานบาร์โค้ดซงึ่ เรม่ิ พัฒนากันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.
1967 มาตรฐานบาร์โค้ดที่มีใช้กันมากคือ EAN (European Artide Number) และ UPC
(Universal Product Code)

ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลงั สินค้า 109

_____________________________________________________________________________________

4.5.14. ระบบ RFID (Radio Frequency Identification)

ระบบ RFID (Radio Frequency Identification) เป็นอีกระบบหนึ่งท่ีใช้ช่วยในการระบุ

สนิ ค้าสาหรับระบบรบั เขา้ และจ่ายออกของโกดงั ซ่ึงมรี ายละเอียด ดังนี้

1. ความ เป็ นม าข องระบ บ RFID โด ย RFID ย่อ ม าจาก คาว่า Radio Frequency
Identification เป็นระบบฉลากที่ได้ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 โดยที่อุปกรณ์ RFID ท่ีมีการ
ประดิษฐ์ขึ้นใช้งานเป็นครั้งแรกนั้นเป็นผลงานของ Leon Theremin ซ่ึงสร้างให้กับรัฐบาลของ
ประเทศรัสเซียในปี ค.ศ. 1945 ซ่ึงอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมาในเวลานั้นทาหน้าท่ีเป็นเคร่ืองมือดักจับ
สัญญาณไม่ได้ทาหนา้ ทเี่ ป็นตัวระบเุ อกลกั ษณ์อยา่ งทีใ่ ช้งานกนั อยูใ่ นปจั จบุ ัน

RFID เป็นป้ายอิเล็กทรอนิกส์ท่ีสามารถอ่านค่าได้โดยผ่านคลื่นวิทยุจากระยะห่างเพื่อตรวจ
ติดตามและบันทึกข้อมูลท่ีติดอยู่กับป้ายซึ่งนาไปฝังหรือติดกับวัตถุต่างๆเช่นผลิตภัณฑ์กล่องหรือ
ส่ิงของให้สามารถติดตามข้อมูลตามที่บันทึกไว้รวมท้ังตาแหน่งท่ีต้ังของวัตถุนั้นๆว่าอยู่ที่ใดโดยไม่
จาเป็นต้องสัมผัส (Contact-Less) หรือต้องเห็นวัตถุนั้นๆก่อนทางานโดยใช้เคร่ืองอ่านที่ส่ือสารกับ
ป้ายด้วยคล่นื วิทยุ

2. RFID มีข้อได้เปรียบเหนือกว่าระบบบารโ์ ค้ด ดังน้ี
• มีความละเอียดและสามารถบรรจุข้อมูลได้มากกว่าซ่ึงทาให้สามารถแยกความ

แตกต่างของสนิ คา้ แตล่ ะช้นิ แมจ้ ะเป็นสินค้าชนิดเดยี วกันกต็ าม
• ความเร็วในการอา่ นข้อมลู จากแถบ RFID เร็วกวา่ การอา่ นข้อมูลจากแถบบาร์โค้ด
• สามารถอา่ นข้อมูลไดพ้ รอ้ มกันหลายๆแถบ
• สามารถสง่ ขอ้ มูลไปยงั เครอ่ื งรบั ได้โดยไม่จาเป็นตอ้ งนาไปไว้ในมมุ ท่เี หมาะสมอยา่ ง

การใชเ้ ครือ่ งอ่านบาร์โค้ด
• ค่าเฉลยี่ ความถกู ต้องของการอ่านข้อมลู ดว้ ย RFID นั้นสูงกวา่ โดยจะอยทู่ ป่ี ระมาณ

99. 5 เปอร์เซ็นต์ขณะท่ีความถูกต้องของการอ่านข้อมูลด้วยระบบบาร์โค้ดอยู่ที่ 80
เปอรเ์ ซน็ ต์

• สามารถเขียนทับขอ้ มลู ไดจ้ ึงทาให้สามารถนากลับมาใช้ใหมไ่ ด้ซง่ึ จะลดต้นทนุ ของ
การผลติ ปา้ ยสนิ คา้

• สามารถขจัดปัญหาที่เกิดข้ึนจากการอ่านข้อมูลท่ีอาจเกิดข้ึนจากระบบบาร์โค้ด•
ความเสียหายของป้ายช่ือน้อยกว่าเนื่องจากไม่จาเป็นต้องตดิ ไว้ภายนอกบรรจุภัณฑ์•ระบบ
ความปลอดภัยสงู กวา่ ซึ่งยากต่อการปลอมแปลงและลอกเลยี นแบบ•ทนทานตอ่ ความเปยี กชนื้
แรงสัน่ สะเทือนและการกระทบกระแทก
3. ลักษณะการทางานของระบบ RFID จะบรรจุอุปกรไวก้ ับโลหะท่ยี ืดหยนุ่ ไดโ้ ดยทาหนา้ ที่
เป็นเสาอากาศดว้ ยมีคนมลิ ลเิ มตรสามารถทาเป็นแผ่นบางอดั เปน็ ช้นั ๆระหวา่ งกระดาษแผ่นพทีใ่ ช้เป็น

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทท่ี 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 110

_____________________________________________________________________________________

เครื่องหมายหรือฉลากได้ทาจากวัสดุท่ีมีราคาไม่แพงจึงทา 1 RFID จะบรรจุอุปกรณ์และวงจร

อิเล็กทรอนิกส์หน้าที่เป็นเสาอากาศด้วยมีความหนาสูงสุดอยู่ท่ี 0. 375 กงอัดเป็นชั้นๆ ระหว่าง

กระดาษแผ่นฟิล์มหรือพลาสติกหรอฉลากได้ทาจากวัสดุท่ีมีราคาไม่แพงจึงทาให้ง่ายต่อการติดเป็น

ป้ายชื่อหรอื ฉลากของชิ้นงาน

RFID เป็นระบบท่ีนาเอาคล่ืนวิทยุมาเป็นคล่ืนพาหะ เพ่ือใช้ในการส่ือสารข้อมูลระหว่าง

อปุ กรณ์ 2 ชนิดท่ี เรยี กว่าแท็ก TT และตัวลา่ งข้อมูล (Reader) ซึ่งที่เรียกว่าแทก็ (Tag) และตัวอ่าน

ขอ้ มูล (Reader) ซึ่งเป็นการสื่อสารแบบไร้สาย (Wireless) โดยการส่งต้องมอดูเลต (Modulation)

ขอ้ มูลกับคลนื่ วิทยุแล้วสง่ ออกผา่ นทางสายอากาศที่อยู่ในตัวรับข้อมลู ดังแผนผังการทางานของระบบ

RFID

รูปท่ี 4.10 แสดงแผนผังการทางานของระบบ RFID
4. หลกั การทางานเบอ้ื งตน้ ของระบบ RFID

• ตัวอ่านขอ้ มูลจะปล่อยคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาตลอดเวลาและคอยตรวจจบั ว่ามี
แท็กเข้ามาอยูใ่ นบริเวณสนามแม่เหลก็ ไฟฟา้ หรือไม่

• เมือ่ มแี ท็กเข้ามาอยูใ่ นบรเิ วณสนามแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ แทก็ จะไดร้ ับพลงั งานไฟฟา้ ท่ีเกิด
จ า ก ก า ร เห น่ี ย วน า ข อ งค ลื่ น แ ม่ เห ล็ ก ไฟ ฟ้ าเพ่ื อ ให้ แ ท็ ก เร่ิ ม ท าง า น แ ล ะ จ ะ ส่ ง ข้ อ มู ล ใ น
หน่วยความจาทีผ่ ่านการมอดเู ลตกับคล่นื พาหะแลว้ ออกมาทางสายอากาศทีอ่ ยภู่ ายในแทก็

• คลื่นพาหะทถ่ี กู ส่งออกมาจากแท็กจะเกดิ การเปลีย่ นแปลงแอมพลิจดู ความถี่หรือ
เฟสขนึ้ อย่กู ับวธิ ีการมอดูเลต

• ตัวอ่านข้อมูลจะตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของคลื่นพาหะแปลงออกมาเป็น
ข้อมูลแลว้ ทาการถอดรหัสเพื่อนาข้อมลู ไปใชง้ านตอ่ ไป
5. การประยุกต์ใช้ระบบ RFID ในงานต่างๆ ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างกว้างขวางดัง
ตัวอยา่ งต่อไปนี้

• อุตสาหกรรมรถยนต์ใช้ในการติดตามส่วนประกอบรถยนต์การบริหารสินค้าคง
คลงั การประกอบรถยนตก์ ารป้องกนั การขโมยการยนื ยันความถกู ต้องของตวั สนิ ค้าว่าเปน็ ของ
แท้หรือไมก่ ารบารงุ รักษาและการนากลับมาใช้ใหม่นอกจากนั้นยังประยกุ ต์ใช้กับตัวรถยนต์

ผูช้ ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 111

_____________________________________________________________________________________

โดยใหค้ วามสาคัญในเรื่องการแสดงตัวของรถยนตแ์ ต่ละคนั เช่นการอนุญาตการเขา้ -ออกเป็น

ต้น

• หอ้ งสมุดนาระบบ RFID มาใช้ในกระบวนการยืมและคืนหนังสอื ดว้ ยตนเองแทน

การยืมและคืนทรพั ยากรสารสนเทศท่ีใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ดที่สามารถอ่านได้คร้ังละเล่มแต่

สาหรบั RFID นน้ั นอกจากจะแสดงรหสั หนงั สือแลว้ ยงั สามารถรองรบั ความตอ้ งการอีกหลายๆ

อย่างที่บาร์โค้ดไม่สามารถตอบสนองได้กล่าวคือป้าย RFID สามารถอ่านและบันทึกข้อมูล

เพิ่มเติมนอกเหนือจากตัวเลขและเพิ่มเติมข้อมูลภายหลังได้ระบบ RFID เป็นเทคโนโลยีท่ี

สามารถสง่ ข้อมูลทุกอยา่ งผ่านคล่ืนความถีว่ ิทยดุ ังน้ันไม่จาเป็นต้องเหน็ ปา้ ยข้อมลู ก็อา่ นขอ้ มูล

ไดท้ าใหผ้ ใู้ ชส้ ามารถยมื และคนื ทรพั ยากรได้ดว้ ยตนเอง

• การแพทย์ตัวอย่างเชน่ ในสหรัฐอเมรกิ าอนญุ าตใหม้ ีการใช้เครอ่ื งมือซ่ึงทางานด้วยระบบ

RFID ฝังเข้าสู่ผิวหนังผู้ป่วยได้โดยมีลักษณะเป็นไมโครชิปท่ีมีขนาดเล็กเท่ากับเมล็ดข้าวใช้

สาหรบั ชว่ ยเก็บข้อมลู ในทางการแพทย์เช่นข้อมูลกรุ๊ปเลือดขอ้ มลู ลกั ษณะเฉพาะของผู้ปว่ ยแต่

ละบุคคลเพอ่ื ใหแ้ พทยช์ ว่ ยรักษาและวินิจฉยั ให้ตรงกับโรคมากที่สดุ

4.6. การจดั การคลงั สนิ คา้

4.6.1. การจัดการคลังสนิ ค้า
กิจกรรมเบอื้ งตน้ ในคลงั สินคา้ และการจดั การคลังสินคา้ ให้มปี ระสทิ ธิภาพมรี ายละเอียดดงั ตอ่ ไปน้ี

1.1.คลงั สินคา้ และประโยชน์ของคลงั สินค้า (Warehouse and its contribution)

เนื้อหาส่วนน้ีจะกลา่ วถึงความหมายของคลงั สินค้า และประโยชนข์ องคลังสนิ ค้า ซึง่ มรี ายละเอยี ด

ดงั ต่อไปน้ี
ความหมายของคลังสนิ ค้า
คลังสินค้า หมายถึง สิ่งปลูกสร้างที่มีไว้เพื่อใช้ในการพักและเก็บรักษาสินค้าในปริมาณที่มาก ซึ่งจะ

เก่ียวข้องกบั การเคลือ่ นยา้ ยสนิ ค้าหรือวัตถดุ บิ การจัดเกบ็ โดยไมใ่ หส้ ินค้าเสือ่ มสภาพหรอื แตกหกั เสียหาย
คลังสินคา้ โดยท่ัวไปจะทาหน้าท่ีจัดเก็บวัตถุดิบ หรือ สนิ ค้าสาเร็จรูป เป็นหลกั หรือบางคร้ังอาจใช้

เก็บงานระหว่างการผลิต ช้ินส่วนหรือสินค้าก่ึงสาเร็จรูปบ้าง ซ่ึงในการจัดเก็บสินค้าหรือวัตถุดิบจาพวกนี้
จาเปน็ ต้องมกี ารจดั การทีม่ ีประสิทธิภาพเพ่ือให้เกดิ การทางานทีม่ ีประสทิ ธภิ าพสูงสดุ และไม่เกิดความเสียหาย
ต่อสินคา้ หรือวัตถดุ ิบที่เกบ็ อยภู่ ายในคลังสนิ ค้า นอกจากนี้แลว้ คลังสินค้ายงั แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ คลัง
ส่วนตัว (Private warehouse) และคลังสาธารณะ (Public warehouse) ซึ่งแต่ละประเภทมีข้อดี ข้อเสีย
ดังตอ่ ไปน้ี

ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 112

_____________________________________________________________________________________

ขอ้ ดขี องคลังสาธารณะ

1. มีการใชป้ ระโยชนข์ องเงินทุนมากขึน้ เน่ืองจากคลงั ทส่ี รา้ งไดใ้ ห้บรกิ ารแกล่ ูกคา้ หลายคน

2. มีการใช้ประโยชนจ์ ากพืน้ ทไี่ ด้ดกี ว่า เพราะมีการใหบ้ รกิ ารแก่ลกู คา้ หลายคน

3. เป็นการลดความเสยี่ งจากการว่างของคลงั สินคา้

4. มีการใช้ประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐศาสตร์ (Economies of scale) มากกว่า

5. มคี วามยืดหยนุ่ สงู

6. มคี วามรู้และความเชี่ยวชาญในเร่อื งการจัดเกบ็ และเคลอื่ นยา้ ยมากกว่า

ขอ้ เสยี ของคลงั สาธารณะ
1. อาจมีปญั หาเรอื่ งการสอื่ สาร เพราะระบบการสอ่ื สารอาจมีความแตกต่างกนั มาก
2. อาจไมม่ กี ารบริการพิเศษบางประการ ซึ่งเป็นความต้องการเฉพาะดา้ นของสนิ ค้า
3. พ้ืนทอ่ี าจไมเ่ พยี งพอในบางช่วงของความต้องการ

ขอ้ ดีของคลงั สว่ นตวั
1. มีการควบคมุ ท่ที าได้ง่าย
2. มตี ้นทนุ ต่ากว่าในระยะยาว
3. มกี ารใชแ้ รงงานท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพสงู

ขอ้ เสยี ของคลังส่วนตัว
1. ขาดความยดื หยุ่น
2. ขอ้ จากัดทางด้านการเงนิ
3. ผลตอบแทนตอ่ การลงทุนตา่

วตั ถุประสงคแ์ ละประโยชน์ของคลังสินคา้
คลงั สินค้ามีวตั ถปุ ระสงคห์ ลายด้าน คอื เพอ่ื รักษาระดับสินค้าคงคลังเพ่อื สนบั สนุนระบบการผลติ หรือ
การขาย เปน็ จดุ รวมผลติ ภัณฑเ์ พ่ือดาเนนิ การจดั ส่งสินคา้ เพ่อื ใชป้ ระโยชนใ์ นการรวบรวมสินค้าก่อนจดั ส่ง หรือ
ทาหน้าทเ่ี ปน็ ศูนย์กระจายสนิ ค้าได้ประโยชนข์ องคลงั สินคา้ มีมากมายซึ่งสามารถสรปุ ได้ดังตอ่ ไปน้ี
- เพ่ือใหเ้ กดิ ประโยชน์ในเร่อื งการขนส่ง
- เพ่ือให้เกดิ การประหยดั ในระบบการผลิต (Production smoothing)
- เพื่อใหเ้ กิดประโยชน์ในเรื่องการสัง่ ซ้อื ในปริมาณมาก (Economies of scale)

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 113

_____________________________________________________________________________________

- เพ่ือใช้เปน็ แหลง่ ของวัตถดุ ิบเพ่อื รองรบั ตอ่ ความไม่แนน่ อนของการซื้อวตั ถดุ บิ (Supply

uncertainty)

- เพอื่ รองรบั ตอ่ ความไมแ่ น่นอนของการขาย (Demand uncertainty)

- เพือ่ ใหเ้ กดิ การบริหารต้นทนุ โลจสิ ตกิ สท์ ีต่ า่

1.2. การจัดการคลงั สินค้า (Warehouse management)
ความหมายของการจดั การคลังสินคา้
การจัดการคลังสินค้า หมายถึง การจัดระเบียบในด้านการเคล่ือนย้าย การจัดเก็บ การวางและการ
รกั ษาสินค้าอย่างเป็นระบบ มีระเบียบแบบแผน เพ่ือป้องกนั และรกั ษาสนิ ค้าให้อยู่ในสภาพท่ี ด้วยต้นทุนการ
ดาเนนิ งานทีต่ ่า เพื่อช่วยในการดาเนนิ งาน และกาไรให้กับกิจการ การดาเนนิ งานในลักษณะนี้จะเกิดจากการ
บริหารทรัพยากรท้ังหมดภายในคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดซ่ึงเก่ียวข้อ งกับโครงสร้างพื้นฐานของ
คลังสินค้า ระบบการตรวจติดตามสถานะ (Tracking System) และการสื่อสารภายในคลังสินค้า
(ดูภาพประกอบด้านล่าง) ทัง้ น้ีการคลังสนิ ค้ามีวตั ถปุ ระสงค์ดงั ตอ่ ไปนี้
- เพื่อลดระยะทางในการเคลอื่ นย้ายให้มากท่ีสดุ
- เพอ่ื ให้เกิดการใชพ้ ้ืนที่และปรมิ าตรในการจดั เกบ็ มากทส่ี ดุ
- สร้างความมนั่ ใจไดว้ ่ามีอปุ กรณ์เคร่อื งมอื และระบบสนบั สนนุ ตา่ งท่เี พยี งพอ
- สร้างความพงึ พอใจในการปฏบิ ตั ิงานของผทู้ เี่ ก่ยี วข้องท้งั หมดเช่นพนกั งานจัดเกบ็ สินค้าพนักงานขน
ถ่าย เป็นตน้
- เพ่อื ให้เกดิ การบรหิ ารต้นทนุ พสั ดุคงคลงั ให้มปี ระสทิ ธิภาพสูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 114

_____________________________________________________________________________________

รูปที่ 4.11 แสดงตัวอย่างการจดั การคลงั สนิ ค้า
ขอบเขตของการจัดการคลงั สินค้า
การจดั การคลงั สนิ คา้ มกี จิ กรรมหลายดา้ น ภาพดา้ นล่างแสดงถงึ ภาพรวมของกิจกรรมตา่ งๆ ของการ
จดั การคลังสินคา้ โดยจะเรม่ิ ท่ีการเลอื กทาเลท่ีต้งั ของคลงั สนิ คา้ (Location selection) การกาหนดขนาดของ
คลงั สนิ ค้า (Sizing) การออกแบบผงั ของคลงั สินคา้ (Layout) การออกแบบกระบวนการจดั การคลงั สนิ คา้
(Warehouse management System) การควบคมุ การปฏิบตั ิงาน (Location Control) การจดั ส่ง
(Delivery) และการรายงานและจดั เกบ็ ข้อมลู (Record and data)

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 115

_____________________________________________________________________________________

รปู ท่ี 4.12 แสดงภาพรวมของขอบเขตการจัดการคลงั สินค้า
ความสัมพนั ธ์ของการคลังสนิ คา้ และกจิ กรรมดา้ นอืน่ ๆ
ก) การจดั การคลงั สนิ คา้ กบั การผลิต

การคลงั สินคา้ กับการผลติ มคี วามสัมพันธก์ นั มาก กล่าวคือ การผลติ ท่ผี ลติ เปน็ ปริมาณนอ้ ยเปน็
การผลิตบ่อยๆ หรือการผลิตที่ผลิตตามคาสั่งซ้ือของลูกค้า หรือท่ีเรียกว่าระบบการผลิตแบบตามคาส่ังซ้ือ
(Make to order) น้ันจะทาให้ตน้ ทุนด้านพสั ดคุ งคลังน้อย แต่ต้นทนุ การต้ังสายการผลิตสงู (Setup cost) ซ่ึง
อาจจะสูงมาก จนทาให้ต้นทุนรวมของการผลิตสูง ในทางตรงกันข้ามในระบบการผลิตท่ีผลิตต่อ คร้ังเป็น
ปริมาณมาก (Make to stock) ซึ่งจะทาให้ต้นทุนการตั้งสายการผลิตต่าแต่ต้องมีต้นทุนพัสดุคงคลังสูง
(Inventory carrying cost) ซง่ึ มคี วามจาเปน็ ต้องสร้างคลงั สินค้ารองรบั และมีระบบการจดั การคลังสนิ ค้าที่มี
ประสิทธภิ าพ

ข) การจดั การคลงั สนิ คา้ กบั การขนส่ง

การคลังสนิ ค้ากบั การขนสง่ มคี วามสมั พนั ธ์กันมาก กล่าวคือ ในการขนสง่ ทต่ี อ้ งการรวบรวม
สินค้าก่อนการขนส่ง (Consolidate) เพื่อประโยชน์ของการขนส่งท่ีเป็นปริมาณมาก นั้นจาเป็นต้องใช้
คลังสินค้าเป็นจุดรวบรวมและกระจายสินค้า (Consolidate point) ท้ังน้ีเพ่ือเป็นการประหยัดค่าขนส่ง
(Transportation cost) ถึงแม้ว่าการขนส่งบางประเภทจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งลงได้โดยไม่ต้องใช้
คลังสนิ ค้าช่วย เชน่ ระบบการขนสง่ แบบ Milk run แตก่ ต็ ้องใชร้ ะบบการจดั การผลิตท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพและต้อง
อาศัยการแบ่งปนั ขอ้ มลู ที่มากและยงั ตอ้ งการระบบการจดั การท่ีมีประสทิ ธภิ าพสูงดว้ ย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทที่ 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 116

_____________________________________________________________________________________

ค) การจดั การคลงั สนิ ค้ากบั การบรกิ าร

การคลังสินค้ากับการบรกิ ารมคี วามสมั พนั ธก์ ันมาก กล่าวคือ ในกิจการบางประเภทตอ้ งการระดบั
การตอบสนองต่อความต้องการของลูกคา้ ทรี่ วดเร็วและแม่นย่า เช่น ระบบ Quick response ในธุรกิจสนิ ค้า
อุปโภคบริโภค (Consumable product) น้ัน จาเป็นต้องใช้คลังสินค้าและระบบการจัดการคลังสินค้าท่ีมี
ประสิทธิภาพเพ่ือตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าไดอ้ ย่างรวดเร็ว ซ่ึงเป็นการเพ่ิมความสามารถในการ
แขง่ ขนั ของธรุ กจิ เป็นต้น

1.3 กิจกรรมภายในคลงั สนิ ค้า
คลังสินค้ามีกิจกรรมมากมายเพ่ือให้เกิดการทางานท่ีมีประสิทธิภาพ เนื้อหาต่อไปนี้อธิบายกิจกรรม

ตา่ งๆ ที่สาคญั ภายในคลังสนิ ค้า ทีค่ วรได้รบั การจัดระบบการงานเป็นอยา่ งดี
ก) การรับสนิ ค้าและการชบ้ี ่งสถานะของสนิ ค้า

กระบวนการรบั สินค้าเขา้ คลงั ซ่ึงจะเก่ียวข้องกับการตรวจสอบสนิ ค้า (ตรวจปรมิ าณ) การบนั ทึก
ขอ้ มลู ทีเ่ กยี่ วข้อง และ การช้ีบ่งสถานะของสินค้า เปน็ ต้น

รปู ที่ 4.13 แสดงตวั อย่างกระบวนการรับสนิ คา้ ของบริษัทแห่งหน่ึง

ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 117

_____________________________________________________________________________________

รูปที่ 4.14 แสดงป้าย (Tag) แสดงสถานะของสนิ คา้
ข) การเคลอื่ นย้ายภายในคลงั สินค้า
การเคลื่อนย้ายสินคา้ ภายในคลังรวมถึงการเคลื่อนย้ายทุกประเภทซึ่งตอ้ งใชอ้ ปุ กรณ์ขนถา่ ยตา่ งๆ
ค) การจดั เกบ็
การจัดเก็บสินคา้ ภายในคลังเป็นเรอ่ื งเกี่ยวการนาสินค้าเข้าจดั เก็บ ซึ่งต้องไมท่ าให้สินค้าเส่ือมสภาพ
หรอื แตกหักเสียหายซึ่งมีคาแนะนาในการจดั เก็บหลายประการคือการจัดเกบ็ สนิ คา้ ทนี่ า้ หนักมากไว้ทด่ี า้ นล่าง
หรือการเกบ็ สนิ คา้ ทเี่ คลอื่ นไหวเรว็ ไว้ใกลป้ ระตู นอกจากนี้แลว้ ยงั รวมถงึ การกาหนดตาแหน่งของสถานทีจ่ ดั เกบ็
(Location address) ดว้ ย

รูปที่ 4.15 แสดงตาแหน่งทีอ่ ยู่ (Location address) ของสถานท่ีจดั เก็บ

ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 118

_____________________________________________________________________________________

ง) การหยิบสินค้า
การหยิบสนิ คา้ เรอ่ื งทส่ี าคัญอกี เรอื่ งหนึ่งของการจดั การ แต่โดยพน้ื ฐานแล้วการหยิบสนิ ค้ามหี ลกั การ
3 ประการคือผู้หยบิ เดินไปยงั ตาแหนง่ ของสินค้าผหู้ ยบิ ขบั ขไ่ี ปยงั ตาแหนง่ ของสนิ คา้ และสนิ คา้ เคล่ือนทม่ี ายงั
ตาแหน่งของผหู้ ยบิ

รปู ท่ี 4.16 แสดงตัวอยา่ งของกระบวนการหยบิ สินคา้ ของบริษทั แห่งหน่ึง

จ) การบรรจแุ ละหบี ห่อ
สินค้าจะได้รับการบรรจุ เพ่ือป้องกันการชารุดระหว่างการเคล่ือนย้าย ซ่ึงบรรจุภัณฑ์ต้องคานึงถึง
ความหลากหลายของผลิตภัณฑน์ โยบายและกฎเกณฑต์ ่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับการขนส่งทงั้ ทางบก ทางน้า และ
ทางอากาศการเดินทาง การจราจร สงิ่ ทค่ี วรพจิ ารณาคอื กล่องหรอื ตจู้ ดั เก็บสินคา้ และคา่ ใช้จา่ ยทพี่ ง่ึ จะเกิดขนึ้
ฉ) การขนสง่
การขนส่งที่ดีเพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ถูกต้องและตรงตามเวลา ซ่ึงควรพิจารณาส่ิงต่อไปน้ี คือ
ปริมาณของสนิ ค้าที่จะขนส่งท้ังหมด น้าหนักหรือปริมาตรของสินค้าทั้งหมด จานวนของจุดขนส่ง ระยะทาง
เกี่ยวข้องรูปแบบการขนสง่ วนั ทีต่ อ้ งส่งสินค้าไปถึง เอกสารทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการขนสง่ และความปลอดภัยจากการ
ขนสง่
ช) การช่งั ตวง วดั และการตรวจนับ
การชั่ว ตวง วดั และการตรวจนับซ่งึ อาจจะทาเปน็ การตรวจนบั ประจาปีหรือการตรวจนับทุก 6 เดอื น
หรือการตรวจนับอย่างตอ่ เน่ืองตลอดเวลาเป็นตน้ ท้ังน้ีเพ่ือเป็นการทวนสอบว่าปริมาณสินค้าในบัญชี ตรงกับ
ปริมาณทม่ี อี ย่จู ริงมากน้อยเพยี งใด

ผูช้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 119

_____________________________________________________________________________________

ซ) การจัดเก็บและสง่ ถา่ ยข้อมลู
งานเอกสารและการเปน็ บันทึกของกจิ กรรมท้ังหมดของคลังสินค้า ซง่ึ อาจเป็นในรูปของเอกสารหรือ
เป็นข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งน้ีต้องสามารถนาข้อมูลออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เพื่อการ
ประสิทธิภาพในการทางานของคลงั สินค้าประจาปี หรอื การสอบกลับของลกู คา้ เมอ่ื สินคา้ มีปัญหา เป็นตน้

1.4 ดัชนีวดั ประสิทธภิ าพการทางานของคลังสนิ คา้
การชี้บง่ วา่ คลงั สนิ ค้ามปี ระสทิ ธภิ าพหรอื ไม่ จาเป็นตอ้ งใชด้ ัชนีชีว้ ดั เพือ่ วัดผลการทางานซึง่ ดัชนีช้ี

วัดผลการทางานของคลงั สินค้ามอี ยมู่ ากมาย ในเอกสารสว่ นนีจ้ ะอธิบายดชั นีบางประเภทซึ่งเป็นท่ใี ช้กันท่ัวไป
ก) อตั ราการใช้ประโยชนข์ องพ้ืนที่ (Space utilization)
ข) ระยะทางการขนถ่ายรวม (การจดั เกบ็ และหยบิ สนิ คา้ ) (Distance)
ค) เวลาในการนาสินค้าเข้าจัดเกบ็
ง) เวลาในการหยบิ สินคา้ (Picking time)
จ) อตั ราการหยบิ ของผดิ พลาด (Picking error)
จ) อตั ราการแตกหกั เสยี หายของสินคา้ และอัตราการเกิดอบุ ตั เิ หตุภายในคลงั สนิ ค้า

4.6.2. การหาทาเลทต่ี ้ังขนาดของคลงั และการวางผังคลงั สนิ คา้
การเลือกทาเลทีต่ ้ังของคลงั สินคา้ (Location selection) แนวทางการกาหนดขนาดของคลงั สนิ คา้
และการวางผังคลงั สนิ ค้า (Layout)

1. การเลอื กทาเลทตี่ ้งั คลงั สินคา้
การพิจารณาเลือกทาเลที่ต้ังของคลังสินค้าเป็นการตัดสินใจขั้นต้น ของการจัดการคลังสินค้า
(Warehousing Magnent) ในอดีตมีผู้เช่ียวชาญได้เสนอไว้หลายวิธีท้ังการพิจารณาในระดับมหาภาคและ
จุลภาคแต่อย่างไรก็ตามในเอกสารส่วนนี้จรพิจาณาตามแนวทางของ Edgar M. Hoover (อ้างถึงในทานาย
2546) ซึง่ ได้เสนอแนวทางการพิจารณาไว้ 3 แนวทางดังต่อไปน้ี
ก) การเลอื กทาเลใกลแ้ หลง่ ตลาด

การสรา้ งคลงั สนิ ค้าใกลแ้ หลง่ ตลาดคอื การกาหนดกลยทุ ธ์ในการตอบสนองตอ่ ความต้องการของ
ลูกค้าได้รวดเร็วทส่ี ดุ โดยการกาหนดทาเลที่ตงั้ ใหใ้ กล้กับแหล่งตลาดต้องคานึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้านดังต่อไปน้ี
เช่น รอบเวลาในการสงั่ สนิ ค้า ขนาดในการส่งั สินค้า ค่าขนสง่ รปู แบบการขนส่งยานพาหนะในการขนส่ง การ
บรรจุภณั ฑ์ โดยคลังสินคา้ ที่ใกลแ้ หล่งตลาดนี้ เหมาะสาหรบั สินค้าที่ต้องการความรวดเรว็ ในการตอบสนองต่อ
ผู้บรโิ ภค สินค้าท่ีสามารถขนสง่ ไดเ้ ป็นจานวนมากๆ จากแหลง่ ผลติ ไปยังคลงั สินคา้ สนิ ค้าทม่ี ีการบรรจภุ ัณฑ์ที่

ผชู้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 120

_____________________________________________________________________________________

เหมาะสมตอ่ การขนสง่ แบบปรมิ าณมาก (Mass Transportation) เช่น การขนสง่ ด้วยรถบรรทกุ ขนาดใหญ่การ

ขนส่งด้วยรถไฟ เปน็ ตน้

ข) การเลอื กทาเลใกลแ้ หลง่ ผลิต

การสร้างคลงั หรอื โรงงานใกลแ้ หลง่ ผลิตหรือแหล่งวัตถุดิบ จะทาใหค้ วามสามารถในการตอบ
สนองต่อความต้องการของลูกคา้ ลดลง แต่มูลเหตุทีต่ ้องสร้างคลังสินค้าหรือโรงงานไว้ใกล้แหล่งวัตถุดิบ ก็
เพื่อต้องการประหยัดค่าขนส่งวัตถุดิบ มายังโรงงานหรือคลัง (โดยทั่วไปเป็นคลังวัตถุดิบ) และยังเป็นการ
สะดวกและง่ายต่อการนาวัตถุดิบเข้าไปแปรรูปยังโรงงานต่อไป ทั้งนี้ปัจจัยท่ีส่งผลให้กลังต้องอยู่ใกล้แหล่ง
วตั ถดุ ิบคือ อายุของวัตถดุ บิ การกระจายตวั ของพ้ืนที่เพาะปลูก (หรือแหล่งวตั ถุดบิ ) เป็นต้น ตัวอยา่ งเช่น การ
สรา้ งคลังวัตถุดิบของมันสาปะหลงั (ลานมัน) ตามบรเิ วณไร่มัน หรอื การสรา้ งโรงงานแปรรปู มันสาปะหลังตาม
บรเิ วณท่ี1ไร่มันสาปะหลงั หนาแนน่ เป็นต้น ท้ังนี้เพ่ือประโยชนข์ องการขนส่งหวั มันสาปะหลงั สดจากไร่ ไปยัง
ลานมนั หรือโรงงานแป้งมนั เปน็ ตน้

ค) การเลอื กทาเลอยกู่ งึ่ กลางระหว่างตลาดและแหลง่ ผลติ

การเลือกทาเลท่ตี ้งั ท่อี ยู่ก่งึ กลางระหวา่ งตลาดและแหล่งผลติ จะให้ความสามารถในการตอบสนอง
ตอ่ ลูกค้าได้ดีกวา่ แบบที่สองแต่ต่ากว่าแบนท่หี นึ่ง โดยทาเลที่ต้ังแบบนีเ้ หมาะสาหรบั การผลิตที่มโี รงงานหลาย
แห่ง กระจายอยู่ในหลานพื้นที่ โดยคลังสินค้าแบบนี้จะทาหน้าท่ีเหมือนจุดรวบรวมและกระจายสินค้าอิสระ
(Consolidate point) ซ่งึ การเลอื กทาเลที่ตง้ั ท่เี หมาะสมตอ้ งคานงึ ถึงตน้ ทนุ การขนสง่ โดยรวม เป็นหลกั

การพจิ ารณาเลอื กทาเลที่ต้ังตามแนวทางทัง้ สามเป็นการพิจารณาเชิงคุณภาพ แต่อยา่ งไรก็ตามในอดตี
ได้มผี ู้พฒั นาตัวแบบในการเลือกทาเลทีต่ ้ังเชิงปรมิ าณไว้มากมาย ในเอกสารฉบบั นจี้ ะกล่าวถงึ ตวั แบบการเลือก
ทาเลทีต่ ัง้ บางตวั แบบเทา่ น้นั ซ่ึงเป็นที่รจู้ กั กันโดยทั่วไปและมีรายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปนี้

- ตัวแบนจุดศนู ย์ถว่ ง (Centre of Gravity Model)

ตัวแบบการคานวณหาจดุ ศูนยถ์ ่วง (Gravity point) ซ่งึ จะใช้เปน็ จดุ ท่ีตงั้ ของคลงั สนิ คา้ จาเปน็

ต้อง ใชข้ ้อมูล 2 รายการ คอื ปริมาณอุปสงค์ของการขนสง่ (Transportation demand) และคา่ ตาแหน่งพกิ ัด
(Coordinate) ของพืน้ ทต่ี า่ งๆโดยท่วั ไปจะกาหนดสญั ลกั ษณ์ประกอบการอธบิ ายดังต่อไปนี้

ให้ แทน ดัชนีแสดงตาแหนง่ ของจดุ ต่างๆโดยทัง้ จดุ ต้นทางและปลายทางการขนส่ง

แทนอปุ สงค์ของการขนสง่ ท่ีตาแหน่ง ท้ังขนเขา้ และขนออก (Transportation
demand)

แทนค่าพกิ ัดในแนวดงิ่ ของตาแหน่ง (ดว้ ยระบบ GPS แบบ UTM ซง่ึ ใชท้ ่วั ไปในทางทหาร)
แทนคา่ พกิ ดั ในแนวราบของตาแหนง่

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 121

_____________________________________________________________________________________

ดงั น้นั จะสามารถคานวณหาคา่ พกิ ดั ของจุดศูนย์ถ่วง ( , ) ทัง้ ในแนวดง่ิ และแนวราบได้สมการต่อไปนี้

= (1)
= (2)

ตวั อย่างตอ่ ไปนีแ้ สดงการประยกุ ต์ใช้ตัวแบบจุดศูนย์ถ่วง เพอื่ คานวณหาตาแหนง่ ที่ตงั้ ของคลงั สนิ คา้

สมมุตวิ า่ ตารางต่อไปนีแ้ สดงอุปสงคข์ องการขนส่งและตาแหน่งพกิ ัดของจังหวดั ตา่ งๆ ท่ีเปน็ ต้นทางหรอื ปลาย

การขนสง่

ตารางแสดงตัวอย่างการคานวณหาจุดศูนยถ์ ว่ งเพ่ือหาตาแหน่งที่ตั้งของคลังสนิ ค้า

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณ (ตนั ) N(X) E(Y)

1 เลย 1,306,014 17.41309 101.68712

2 หนองบวั ลาภู 661,107 17.16886 102.32376

3 อุดรธานี 4,288,614 17.41583 102.97412

4 หนองคาย 620,209 18.03875 103.21835

5 สกลนคร 922,453 17.46248 103.78090

6 นครพนม 423,788 17.46797 104.47516

7 มุกดาหาร 953,584 16.57612 104.52182

8 ยโสธร 488,935 15.97516 104.31052

9 อาอาจเจรญิ 411,084 15.82972 104.63432

10 อุบลราชธานี 1,244,057 15.35224 104.98009

11 ศรีสะเกษ 1,070,680 14.99824 104.36266

12 สุรนิ ทร์ 1,431,341 14.81713 103.66564

13 บุรรี มั ย์ 2,120,138 14.88848 103.02626

14 มหาสารคราม 1,236,307 16.01906 103.13328

15 รอ้ ยเอด็ 1,321,568 15.88734 103.76443

16 กาฬสนิ ธิ์ 3,691,603 16.64747 103.60802

17 ขอนแก่น 5,396,658 16.37306 102.60915

18 ชยั ภมู ิ 3,854,758 15.92302 101.95604

19 นครราชสมี า 10,606,820 15.28912 102.32925

Gravity Point 16.06911 102.93042

- การพจิ ารณาปจั จัยแบบถ่วงน้าหนกั (The Weighted-Factor Rating Model)

ผูช้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ

บทที่ 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 122

_____________________________________________________________________________________

การพิจารณาเลือกทาเลท่ตี งั้ ของคลงั สนิ ค้าดว้ ยการพจิ ารณาปัจจยั แบบถ่วงน้าหนกั มขี ้นั ตอนดงั ตอ่ ไปนี้

1. กาหนดปจั จัยทม่ี คี วามสาคญั ในการคดั เลอื กที่ตง้ั โดยสามารถกาหนดไดโ้ ดยความคิดเหน็ ของ
ผ้เู ช่ยี วชาญหลายๆทา่ นหรือการทบทวนวรรณกรรมหรอื งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวข้อง

2. ใหน้ ้าหนักของแตล่ ะปจั จยั ซง่ึ โดยปกตจิ ะมคี ่าน้าหนกั ของแต่ละปจั จัยตั้งแต่ 0 ถงึ 1 โดยท่ีนา้ หนัก
ของทุกปจั จัยรวมกันได้ 1

3. กาหนดตัวเลอื กของสถานท่ตี งั้ คลงั สนิ คา้ หลายๆ ที่ (Candidate)
4. พจิ ารณาใหค้ ะแนนแต่ละสถานทีใ่ นแตล่ ะปจั จัยโดยมคี า่ คะแนนต้งั แต่ 0-100
5. คณู คะแนนในแต่ละปัจจยั กบั น้าหนกั ของแตล่ ะปจั จัย
6. สถานท่ตี งั้ ทีไ่ ดค้ ะแนนรวมสงู สุดจะเป็นสถานทตี่ ง้ั ที่สมควรเลอื ก
ตารางต่อไปน้ีแสดงตัวอย่างการประยุกต์ใช้การพิจารณาปัจจัยแบบถ่วงน้าหนัก เพื่อหาท่ีต้ังของ
คลงั สินค้าจากตารางปัจจยั ทมี่ ีผลต่อการเลือกสถานที่ต้ังมที ง้ั หมด 5 ปัจจัย คือ ตน้ ทนุ ค่าแรงของแตล่ ะสถานท่ี
ความใกลช้ ิดตลาด หว่ งโซอ่ ุปทานทีร่ องรบั คณุ ภาพชีวติ และความม่ังคงของรัฐบาลท้องถ่ิน โดยทส่ี ถานทีท่ เี่ ป็น
ตัวเลอื กมีท้งั หมด 3 ประเทศ คือ จีน สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย จากการพิจารณาคะแนนของแต่ละสถานทีใ่ น
แต่ละปัจจัยและนาผลมาคูณกันตามขั้นตอนท่ี 5 จะได้ว่า ประเทศจีน เป็นประเทศที่เป็นทางเลือกของตั้ง
คลังสนิ ค้าสาหรับตัวอย่างน้ี เพราะมีคะแนนรวมสูงที่สุด คือ 84 คะแนนโดยทป่ี ระเทศท่มี ีคะแนนเป็นลาดับที่
สองคือสิงคโปร์ (74 คะแนน) และประเทศอินโดนีเซียเปน็ ลาดับสดุ ทา้ ย (68 คะแนน)

ตารางแสดงตวั อย่างของการประยกุ ตใ์ ช้การพิจารณาปัจจยั แบบถ่วงน้าหนกั

คะแนน

ปจั จัย น้าหนกั จนี สงิ คโปร์ อินโดนเี ซีย
90
ต้นทนุ คา่ แรง 0.20 100 40 80
60
ความใกล้ชดิ ตลาด 0.15 100 60 60
50
หว่ งโซ่อปุ ทานที่รองรบั 0.25 80 80 68

คุณภาพชีวิต 0.30 70 90

ความมน่ั คงของรัฐบาล 0.10 80 100

คะแนนถว่ งนา้ หนัก 84 74

จากการใช้ตัวแบบจุดศูนย์ถ่วงและการพิจารณาปัจจัยแบบถ่วงน้าหนักแล้วการเลือกทาเลท่ีตั้งของ
คลังสินค้ายังสามารถทาได้อีกหลายวิธี เช่น การใช้ตัวแบบคณิตศาสตร์ (Optimization) การวิเคราะห์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ 123

_____________________________________________________________________________________

จุดคุ้มทุน (Break even point analysis) การประยุกต์ใช้การตัดสินใจแบบการวิเคราะห์เชิงลาดับชั้น

(Analytical Hierarchy Process) เปน็ ต้น

2. แนวทางการกาหนดขนาดของคลังสนิ คา้
การกาหนดขนาดของคลังสนิ คา้ เปน็ เร่อื งท่ีสาคญั ทงั้ นขี้ นาดของคลงั สินคา้ จะแปรผกผนั กับจานวน
คลงั สนิ คา้ โดยทป่ี ัจจยั ตา่ งๆ ที่ควรคานงึ ถงึ ในการกาหนดขนาดของคลงั สนิ ค้ามดี ังตอ่ ไปน้ี
ก) ขนาดของสินค้าหรือบรรจุภณั ฑแ์ ละปรมิ าณของสินค้าท่ตี อ้ งจดั เกบ็ ทั้งนส้ี ามารถคานวณหาได้โดย
พิจารณาถึงความสามารถในการจัดเก็บของคลังสินค้า (Capacity) กล่าวได้ว่าต้องพิจารณาหาว่าคลังสินค้า
ตอ้ งการเกบ็ สนิ ค้าเปน็ ปรมิ าณกช่ี ้นิ กกี่ ล่อง กีต่ นั กี่ลิตรหรอื กี่พาเลท เปน็ ตน้
ข) ระดบั การบรกิ ารของคลังสินค้า โดยที่คลังสินค้าทม่ี ีระดับการบรกิ ารสูงจะต้องการใช้พนื้ ทมี่ ากส่วน
คลังทมี่ รี ะดับการบรกิ ารตา่ จะตอ้ งใชพ้ น้ื ทน่ี อ้ ยลง ทง้ั นสี้ ถานทตี่ ั้งของคลงั สนิ ค้ากจ็ ะมผี ลเชน่ เดียวกัน
ค) รอบเวลาในการนาสนิ ค้าเข้าหรอื ออก ทัง้ นส้ี นิ ค้าทม่ี รี อบระยะเวลาในการนาเข้าหรือออกทน่ี านจะ
ต้องการพื้นท่ีในการจัดเก็บที่มากขึ้น ส่วนคลังสินค้าท่ีมีรอบระยะเวลาในการนาสินค้าเข้าและออกที่ส้ันจะ
สามารถลดพ้ืนท่ีของคลังสนิ ค้าลงได้ ตัวอย่างเช่นคลงั สินค้าแบบ Cross docking อาจจะไม่ต้องมีพ้ืนที่ในการ
จัดเกบ็ สนิ ค้าเลยหรอื มีปรมิ าณทีน่ ้อยก็ไดเ้ ปน็ ต้น
ง) การกาหนดขนาดของคลังสินค้าต้องคานึงปริมาณของสินค้าที่ต้องการจัดเก็บมากที่สุดเท่าท่ี
ต้องการ และรวมกับพื้นที่สาหรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดข้ึนภายในคลังสินค้าดัง เช่น รูปแบบการวางผัง
คลงั สนิ ค้า ประเภทของชั้นวางการจัดเกบ็ การเคล่อื นยา้ ย อุปกรณข์ นถา่ ย และทางเดินหรือทางถนนที่ตอ้ งการ
และการใชพ้ นื้ ท่ใี นแนวสงู เป็นต้น

3 การวางผังคลงั สินคา้
ภายหลังจากการเลือกทาเลที่ตัง้ และกาหนดขนาดของคลังสินคา้ แล้ว การดาเนินการในขั้นตอนต่อไป
คือการวางผังคลังสนิ ค้าซึ่งก็คอื การกาหนดตาแหน่งท่ตี งั้ ของหนว่ ยงานต่างๆ ภายในคลังสนิ ค้าการกาหนดที่ต้ัง
ของช้ันวางสินค้าและการกาหนดทางเดินหรือทางรถวิ่งหรือการจราจรภายในคลังสินค้า ท้ังนี้เพื่อให้เกิด
ประสทิ ธิภาพการทางานที่ดที ี่สุด เช่น มีการใช้พ้ืนที่ที่มากท่ีสุดมีการเคลื่อนย้ายสินค้าที่มีประสิทธภิ าพสงู สุด
เป็นต้น ภาพด้านล่างแสดงตัวอย่างของผังของคลังสินค้าชนิดหน่ึง ซึ่งจะแสดงถึงพ้ืนที่ในการวางสินค้าและ
ทางเดนิ ในการนาสนิ คา้ เข้าและออกจากคลงั สินค้า

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทที่ 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลงั สินคา้ 124

_____________________________________________________________________________________

รปู ท่ี 4.16 แสดงตวั อยา่ งของคลังสินค้า

รูปแบบการวางสนิ ค้าและอุปกรณช์ ้นั วางสนิ ค้า
การวางผังคลังสินค้าต้องคานึงองค์ประกอบหลายดา้ น องค์ประกอบที่สาคญั ที่สุดคือรูปแบบของการ
จดั วางสนิ คา้ และอุปกรณท์ ี่ใช้ในการจดั เก็บ (ช้ันวาง) รายละเอียดตอ่ ไปนจ้ี ะแสดงถงึ ข้อมูลเบื้องตน้ ของรูปแบบ
การวางสนิ ค้าและอปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นการจดั เกบ็ สนิ ค้าแบบต่างๆ
ก) การวางสินค้าแบบ Block Stacking

รูปแบบการวางสินค้าทเี่ ปน็ พื้นฐานคือการวางสนิ คา้ บนพื้นโดยไม่ได้ใช้ชั้นวางสินคา้ (Shelf or
Rack) การวางสินคา้ แบบนี้มีชื่อเรยี กว่า Block Stacking เป็นวิธจี ัดเก็บแบบพน้ื ฐานที่สดุ นั่นคือการตั้งสินค้า
บนพาเลท (Pallet) โดยตงั้ ขนึ้ จากด้านล่างกับพื้นคลงั สินคา้ และตง้ั ซ้อนพาเลท 2-3 ชัน้ ขึ้นอยูก่ บั ความแขง็ แรง
ของบรรจุภัณฑ์ ข้อเด่นของการจัดวางแบบ Block Stack คือประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านอุปกรณ์ มีความ
ยืดหยุ่นพอสมควรในการจัดเรียงพื้นท่ีท่ีใช้ต้ังบนพาเลท และเปลี่ยนสถานที่จัดเก็บได้ง่าย ข้อเสีย คือการ
จดั เรยี งกองไมส่ ามารถทาเป็นกองโตมิ ฉะนัน้ จะไม่สามารถหยบิ สนิ ค้าทีว่ างอยู่ตรงกลางหรือทอ่ี ยลู่ ึกเขา้ ไปได้วิธี
จดั เก็บนี้เหมาะสาหรับสินค้าทม่ี ีการเคล่อื นไหวเข้าออกเรว็

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ

บทที่ 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ 125

_____________________________________________________________________________________

รูปที่ 4.17 แสดงตัวอยา่ งของการวางสนิ ค้าแบบ Block Stacking
ข) การวางสนิ ค้าด้วยชั้นวางแบบ Selective Pallet Racking

Selective Pallet Racking ประกอบดว้ ยโครงเหลก็ ที่จดั ในแนวตัง้ และประกอบด้วย Load Beam
สาหรบั Selective เปน็ วธิ ีจดั เกบ็ ที่มีแพรห่ ลายสาหรบั สินค้าที่ตั้งบนพาเลท (Palletized Goods) และเปน็
ระบบการจัดเก็บทงี่ า่ ยและถกู กวา่ ระบบจัดเกบ็ อื่นๆ ยกเวน้ Block Stacking ภาพตอ่ ไปน้ีแสดงตัวอย่างของ
Selective Pallet Racking

รูปท่ี 4.18 แสดงตวั อย่างของการวางสินค้าด้วยชน้ั วางแบบ Selective Pallet Racking
ค) การวางสนิ ค้าดว้ ยชัน้ วางแบบ Drive in Racking
Drive in Racking เป็นวธิ ีจดั เกบ็ ทมี่ ีปรมิ าณ Pallet จดั เกบ็ จานวนต่อเนือ่ งโดยไม่มที างเดินระหว่าง
Rack ภาพตอ่ ไปนแ้ี สดงตวั อยา่ งของ Drive in Racking

รปู ท่ี 4.19 แสดงตัวอยา่ งของการวางสินค้าด้วยชัน้ วางแบบ Selective Pallet Racking

ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลงั สินคา้ 126

_____________________________________________________________________________________

ง) การวางสนิ ค้าดว้ ยชัน้ วางแบบ Pallet flow rack

Pallet flow rack เป็นวิธจี ัดเกบ็ ทม่ี ี Pallet จดั เกบ็ อยา่ งตอ่ เน่ือง โดยทพี่ าเลทจะไหลเคลอ่ื นท่ี โดยมี
ทศิ ทางการไหลดงั ภาพตอ่ ไปนี้

รปู ท่ี 4.20 แสดงตัวอย่างของการวางสินค้าดว้ ยช้ันวางแบบ Pallet flow rack
จ) การวางสินค้าดว้ ยชั้นวางแบบ Mobile pallet racking
Mobile pallet racking เปน็ วธิ ีจัดเกบ็ โดยท่ชี นั้ วางสามารถเคลื่อนท่ไี ด้ ดงั รปู

รูปที่ 4.21 แสดงตัวอย่างของการวางสินคา้ ด้วยช้นั วางแบบ Mobile pallet racking
นอกจากนี้ยงั มีชั้นวางสนิ ค้าแบบตา่ งๆ ซึง่ มคี วามหลากหลายดงั ได้แสดงดังรปู ตอ่ ไปนี้

รูปท่ี 4.22 แสดงตวั อย่างของการวางสินคา้ ดว้ ยช้ันวางแบบ Standard shelving

ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 127

_____________________________________________________________________________________

รปู ที่ 4.23 แสดงตัวอย่างของการวางสนิ คา้ ดว้ ยชน้ั วางแบบ Small part shelving

รปู ที่ 4.24 แสดงตัวอยา่ งของการวางสนิ คา้ ดว้ ยชน้ั วางแบบ Carton live shelving

รูปที่ 4.25 แสดงตวั อยา่ งของการวางสินค้าดว้ ยชั้นวางแบบ Long span shelving

ผูช้ ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินค้า 128

_____________________________________________________________________________________

การวางผังคลงั สินคา้

การวางผงั คลงั สินค้าตอ้ งคานงึ องคป์ ระกอบหลายดา้ น นอกเหนือจากรปู แบบและรูปร่างของอปุ กรณ์

ตา่ งๆ และชั้นวางแล้วยงั ต้องคานึงถงึ องค์ประกอบทส่ี าคญั ๆ ดงั ต่อไปนี้

- ประสทิ ธิภาพสงู สดุ ในการใช้พืน้ ทีต่ ่างๆ เช่น พน้ื ทจ่ี ัดเก็บสานกั งานจุดรับจุดสง่ สินคา้ เป็นต้น

- กระบวนการเคลอื่ นย้ายสนิ คา้ ภายในพนื้ ท่จี ดั เกบ็ ควรต้องมปี ระสิทธิภาพโดยมรี ะยะทางโดยรวม

ตา่ ท่ีสดุ

- ลดคา่ ใช้จ่ายดาเนินการและคา่ ใช้จา่ ยประเภทการจดั เกบ็ ตามความเหมาะสม

- ลดการบรหิ ารและกจิ กรรมท่ีไม่เก่ียวข้องกับการเคลอื่ นสินคา้

- ให้มากทส่ี ุดใหม้ ีความยืดหยุ่นในการเกบ็ และการกระจายสนิ ค้า

- บรรยากาศการทางานและระดบั การใหบ้ รกิ ารแก่ลกู คา้

หลกั การวางผงั คลงั สนิ ค้าทส่ี าคัญคอื
- ควรให้เสน้ ทางการทางานเปน็ เสน้ ตรง ซง่ึ จะสามารถทาใหส้ นิ คา้ ต่างๆ มีการเคลือ่ นทไ่ี ปในทศิ ทาง

เดียวกนั ทาใหง้ า่ ยต่อระบบการขนถา่ ย การวางผงั ในลักษณะนีเ้ ป็นรปู แบบท่ีไดร้ ับความ
นิยมโดยทัว่ ไป

- ควรใหม้ คี วามยดื หยุ่นพอสมควร และไมย่ ดื หยนุ่ มากจนเกินไป จนทาให้ขาดประสทิ ธภิ าพในการ
ดาเนนิ งาน

- การกาหนดจุครบั จดุ สง่ สินค้า ทเ่ี หมาะสม ซง่ึ อาจใชเ้ ป็นจดุ เดยี ว กนั หรอื ใกล้เคียงกันก็ได้แต่ควร
เลือกจุดทท่ี าใหเ้ กดิ การดาเนนิ งานทม่ี ีประสิทธภิ าพสูงสดุ

การวางผังท่ีมีระยะทางเคล่ือนที่ส่วนมากเป็นเส้นตรง ระยะการเคลอื่ นท่ีของพนักงานและสินค้าตอ้ ง
ส้นั กะทัดรัด ดังน้ันช่องทางเดินควรจะแคบทส่ี ุดเท่าท่ีจะทาได้และไม่ควรเปน็ ทางตนั โดยทั่วไปยังคลงั สนิ ค้า
ควรมีความยดื หยุน่ สามารถเปล่ยี นแปลงการจัดเกบ็ ได้พอสมควร ไม่มกี ารกาหนดเส้นแบ่งชอ่ งทางเดิน แตย่ ัง
คงไวซ้ ึ่งประสิทธิภาพในการทางาน โดยทวั่ ไปขัน้ ตอนในการออกแบบคลังสนิ คา้ มี 6 ขนั้ ตอนดงั นี้

- กาหนดวัตถุประสงค์ของการวางผังคลังสินค้า เช่น ต้องการออกแบบให้คลังสินค้ามีระดับการ
บริการท่ดี ี (Service level) มรี ะยะเวลาในการหยิบสินค้าทนี่ อ้ ย (Picking time) หรอื ตอ้ งการผัง
ท่ีใช้ประโยชน์พื้นท่ีได้มากที่สุด (Space utilization) หรือเป็นคลังสินค้าแบบ Cross docking

หรือต้องการผังคลงั สนิ คา้ ทีม่ ีความยืดหยุ่นสูงเพราะมแี บบของผลิตภัณฑเ์ ปน็ จานวนมาก เป็นต้น

- ดาเนินการเกบ็ ข้อมลู ท่ีเก่ียวข้อง ได้แก่ ขนาดของพ้ืนท่ีและอุปกรณ์ตา่ งๆ รายละเอียดของสินค้า
คงคลัง ยอดขายและความถ่ใี นการจัดเก็บและหยบิ สินคา้ ขนาดของสานักงาน ขนาดของเส้นทาง

ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทที่ 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 129

_____________________________________________________________________________________
ต่างๆ ท่ีต้องการ ขนาดของอาคาร ช้ันวาง ความสูงแนวดิ่ง ประตู ดาดฟ้า เพดาน ถังดับเพลิง

ปลักไฟ ตลอดจนเอกสารตา่ งๆ ท่ีเกีย่ วขอ้ ง เป็นต้น

- วเิ คราะห์ขอ้ มูลต่างๆ เพ่อื กาหนดแผนที่ตง้ั ของหนว่ ยงานหรอื กิจกรรมตา่ งๆ ไดแ้ ก่

ก) การประเมินข้อมูลด้านต่างๆ เพ่ือกาหนดอุปกรณ์ในการขนถ่าย (Material handling)

เช่นการวิเคราะหร์ ายการสินค้าหรือ SKU-Stock Keeping Unit ประเภทของหีบห่อ (Package

type) จานวนหีบห่อในหน่ึงหน่วยขนถ่าย (Unit load หรือ pallet) ขนาดความกว้าง x ยาว x

สูง และนา้ หนักของหนง่ึ หน่วยขนถา่ ย เปน็ ต้น

ข) การประเมนิ กาหนดทต่ี ้ังของสถานทีจ่ ดั เกบ็ ชัน้ วางตา่ งๆกลา่ วคือกาหนดช่องและตาแหน่ง

ท่วี างของชนั้ จดั เห็บต่างๆและการออกแบบระบบจัดเกบ็ สินค้าซง่ึ

ค) การประเมินทางเดิน ในการคานวณพ้ืนท่ีทั้งหมดของคลังสินค้าจะต้องพิจารณาความ

ตอ้ งการของพน้ื ที่ทางเดนิ เป็นสง่ิ จาเปน็ สาหรบั การเข้าถงึ จดุ เก็บสนิ ค้า และใชเ้ พื่อผ่านไปตามส่วน

ต่างๆ ของคลังสินค้า การพิจารณาทางเดินต้องคานึงถึง การนาสินค้าเข้าเก็บกับการสินค้ าให้

เกดิ ขึ้นในเวลาเดียวกนั หรอื ไม่ คนจดั สินคา้ จะทางานทท่ี างเดินระหวา่ งทรี่ ถฟอร์คลฟิ ท์ (Forklift)

ทางานหรอื ไม่จะต้องประเมนิ ถงึ เปอร์เซ็นต์พื้นทว่ี ่างในการจัดเก็บที่จงึ เกิดขึน้ โดยเฉพาะอย่างย่ิง

ถา้ จดั เก็บและกระจายสินคา้ แบบคงที่ (Fixed Storage) พ้ืนที่ว่างจะเกิดขนึ้ ได้ถงึ 20% ในขณะที่

จดั แบบส่มุ (Random System) เปอร์เซ็นต์สูญเสยี จะนอ้ ง

ง) สรุปความต้องการใช้พื้นท่ีในคลังสินค้า โดยคานวณพื้นที่ที่ใช้ในการจัดเก็บสินค้า สรุป

ประเภทการจัดเก็บ เช่น ประเภทและขนาดของพาเลทและช้ันวาง (Pallet and rack) ความ

กว้างความยาวของทางเดิน พื้นทีว่ า่ งที่จะพึงเกดิ ขึ้นจากประเภทของการจัดเกบ็ พื้นที่ท่เี ปน็ จุดพกั

สินค้า สาหรับการรับสนิ คา้ และการจ่ายสนิ คา้ และสานกั งาน

- กาหนดแผนและแนวทางเลอื ก โดยกาหนดระยะเวลาในการดาเนนิ การสรา้ งตา่ งๆ
ตลอดจนการสร้างแบบจาลองซงึ่ อาจเป็นกระดาษแข็ง พิมพเ์ ขียวหรอื พลาสติก เปน็ ต้น

- คาเนนิ การตามแผนการดาเนินงาน
- การติดตามผลงาน

ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลงั สินค้า 130

_____________________________________________________________________________________

4.6.3. การประยกุ ต์ระบบ SLP (Systematic Layout Planning) ในการวางผังคลงั สนิ ค้า

ในบทนี้จะอธิบายถึงประยกุ ต์วธิ ีการวางผงั แบบ SLP (Systematic Layout Planning) เพ่อื ทาการ

วางผังคลงั สินคา้ ซึง่ มรี ายละเอียดดงั ต่อไปนี้

1 แนวคิดการวางผงั ดว้ ยวยั SLP

กระบวนการวางผังแบบ SLP เป็นกระบวนการวางผังแบบลองผิดลองถูก (Trail and error) ซึ่ง

มุ่งเน้นไปที่ระดับของความสัมพนั ธ์ระหว่างแผนกต่างๆ หรือกิจกรรมตา่ งๆ วา่ ควรมีการวางใกล้กนั หรือไมโ่ ดย

พิจารณาระดับความใกล้ชิดของแต่ละแผนกทีละคู่จนครบทุกคู่ ตัวอย่างต่อไปน้ีแสดงข้ันตอนการใช้

กระบวนการ SLIP เพ่อื วางผงั รา้ นค้าแหง่ หน่ึง

ก) การกาหนดเหตผุ ลเพอ่ื กาหนดระดับความสมั พันธ์

ขั้นตอนแรกในกระบวนการ SLP คือ การกาหนดสญั ลกั ษณข์ องเหตผุ ลตา่ งๆ ทจ่ี ะใชใ้ นการ
ประเมินระดับความสัมพันธ์ระหวา่ งแผนกต่างๆ หรอื กิจกรรมตา่ งๆ ตารางขา้ งลา่ งแสดงตัวอยา่ งของการ
กาหนดสญั ลกั ษณ์ (Code) ของเหตผุ ล เพ่อื ใช้ในการประเมนิ ระดบั ความสมั พนั ธ์

ของเหตผุ ลทีใ่ ชใ้ นการกาหนดตารางแสดงสัญลักษณ์ระดบั ความสมั พันธ์

ข) การกาหนดสัญลกั ษณแ์ สดงระดบั ความใกล้ชดิ
ขนั้ ตอนต่อไปของกระบวนการ SLP คือ การกาหนดสญั ลกั ษณ์เพอื่ ใช้แสดงระดับความใกลช้ ดิ

ซง่ึ จะใช้เป็นตัวบง่ ชี้ถงึ ระดบั ความสัมพันธร์ ะหวา่ งแผนก หรอื กิจกรรมตา่ งๆ ว่าควรอยูใ่ กล้ชดิ กนั หรอื ห่างกัน
มากนอ้ ยเพยี งใด ตารางด้านล่างแสดงตวั อย่างของการกาหนดสัญลักษณเ์ พือ่ แสดงระดับความใกลช้ ิด

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 131

_____________________________________________________________________________________

ตารางแสดงสญั ลกั ษณ์แสดงระดบั ความใกลช้ ิดของแผนกตา่ งๆ

ค) การประเมินความสมั พนั ธร์ ะหว่างแผนกตา่ งๆ เป็นค่ๆู
ข้นั ตอนตอ่ ไปของกระบวนการ SLP คอื การทาสญั ลักษณ์แสดงเหตผุ ล และสญั ลกั ษณ์แสดง

ความใกล้ชดิ มาทวนสอบความสัมพันธ์ของแผนกต่างๆ โดยการประเมินระดับความสัมพันธ์เป็นคู่ๆ ซง่ึ ในการ
ประเมินนอ้ี าจจะใช้ความคิดเหน็ ของผเู้ ชี่ยวชาญ หรือการระดมสมองของผู้ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกไ็ ด้ ตารางด้านลา่ งเป็น
ตัวอยา่ งของการประเมินความสมั พันธ์เปน็ คูๆ่ ของธรุ กิจแห่งหนงึ่

ตารางแสดงตัวอยา่ งการประเมนิ ระดับความใกลช้ ดิ ของแผนกต่างๆ

ง) การวาดแผนผงั แสดงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งแผนก (Relationship diagram)
ข้นั ตอนตอ่ ไปของกระบวนการ SLP คือการนาผลการประเมนิ ความสมั พันธ์มาสรา้ งเป็น

แผนผงั แสดงความสมั พันธ์เพือ่ สะท้อนภาพรวมของระดับความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งแผนกต่างๆ

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ 132

_____________________________________________________________________________________

รูปที่ 4.26 แสดงตัวอย่างของแผนผังแสดงความสัมพนั ธ์ (Relationship diagram)

จ) พัฒนาผงั โดยพจิ ารณาจากผงั แสดงความสมั พนั ธร์ ะหว่างแผนก
ขัน้ ตอนต่อไปของกระบวนการ SLP คือ การนาผงั แสดงความสัมพันธร์ ะหวา่ งแผนก มาพัฒนา

ผังจริง โดยวางแผนกตา่ งๆ ลงพน้ื ที่จริง โดยพยายามเรยี งแผนกตา่ งๆ โดยให้สอดคล้องกบั ผังแสดงความ
สัมพันธ์ระหวา่ งแผนกท่ีได้รบั ในการพฒั นาผังจรงิ นี้ อาจจะต้องมีการปรับผังด้วยกระบวนการลองผดิ ลองถูก
(Trail and error) เพือ่ ใหไ้ ดผ้ งั จริงท่ีสอดคล้องกบั ผังแสดงความสมั พันธร์ ะหว่างแผนกมากที่สุด

รูปท่ี 4.27 แสดงตวั อย่างของผังจริงที่ไดโ้ ดยพิจารณาจากแผนผังแสดงความสัมพันธ์

2. การประยกุ ต์ SLP เพอ่ื วางน่ังกิจกรรมของคลงั สินค้า
ภาพต่อไปนแี้ สดงความสมั พันธ์ของกจิ กรรมตา่ งๆ ภายในคลงั สนิ คา้ ตวั อยา่ งแหง่ หนง่ึ จาก

แผนภาพจะพบว่าที่คลงั สนิ ค้าตัวอยา่ งมกี จิ กรรมทงั้ หมด 10 กจิ กรรม ซงึ่ ต้องการวางแผนวา่ จะวางกิจกรรม
ต่างๆ ไว้ในสว่ นใดของคลงั สนิ คา้ ดว้ ยหลักการของ SLP ดังนั้น จึงมคี วามจาเปน็ ตอ้ งวเิ คราะห์ความสัมพันธ์
ของแตล่ ะกจิ กรรมวา่ ควรมคี วามใกลช้ ดิ กนั มากนอ้ ยเพียงใด

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 133

_____________________________________________________________________________________

รปู ท่ี 4.28 แสดงตวั อย่างผังการกาหนดความสมั พันธก์ ิจกรรมคลงั สนิ ค้า
ในการวิเคราะห์ความสัมพันธร์ ะหว่างกจิ กรรม ตอ้ งกาหนดสญั ลกั ษณข์ องความสมั พนั ธ์ก่อน ซง่ึ
โดยทว่ั ไปจะกาหนดสญั ลกั ษณ์ดังตารางตอ่ ไปน้ี

จากแผนภาพความสัมพันธ์จะได้ว่า กิจกรรมการรับสินค้า และกิจกรรมการตรวจสอบสินค้า มี
ความสมั พนั ธ์กนั ในระดับ A คือ มีความจาเป็นอย่างย่งิ ดว้ ยเหตุผลข้อที่ 5 คอื เป็นเร่ืองของการควบคมุ สินค้า
ดังนั้นในแผนภาพความสัมพันธ์จึงให้ระดับคะแนนไว้ที่ A-5 เป็นตน้ ในระดับคะแนนของกิจกรรมอ่ืนๆ ก็จะ
พจิ ารณาด้วยหลักการเดียวกนั คอื การพจิ าณาเป็นคๆู่ โดยต้องพิจารณาใหค้ รบทุกคู่ สาหรับในการใหค้ ะแนนนั้น
คงใชเ้ ปน็ การระดมความเหน็ หรอื การสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก เน่อื งจาก

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ 134

_____________________________________________________________________________________

กระบวนการ SLP นี้เปน็ การวิเคราะห์เชงิ คุณภาพเป็นหลกั เมอ่ื พจิ ารณาครบทุกคูแ่ ลว้ กจ็ ะสามารถนา

แผนภาพความสัมพนั ธร์ ะหว่างกจิ กรรมไปสร้างเป็น แผนภาพแสดงความสมั พนั ธ์ (Relationship diagram)

ได้ตัวอย่างต่อไปนี้

รูปท่ี 4.29 แสดงตวั อย่างแผนภาพความสัมพนั ธ์ของกจิ กรรมคลังสนิ ค้าต่างๆ (Relationship diagram)

จากแผนภาพความสัมพันธ์จะทราบถึงกิจกรรมทคี่ วรอย่ใู กลช้ ดิ กัน และกิจกรรมที่ควรอยหู่ ่างกันจาก
แผนภาพจะสามารถกล่าวได้ว่า กจิ กรรมที่ควรอยใู่ กล้กันคือ กิจกรรมการรบั สินคา้ การตรวจสอบสินค้าและ
คลงั สนิ ค้าอตั โนมตั ิ สว่ นกจิ กรรมทคี่ วรอย่ใู กล้กนั ในระดับรองลงมาคือ การตรวจสอบ การจดั เกบ็ การเบกิ จา่ ย
จากชน้ั วางนอกจากน้กี ิจกรรมการเบิกจากตู้ชัน้ วางควรอยู่ใกลก้ บั พ้นื ทีจ่ ัดส่ง และกิจกรรมการรับสนิ ค้าควรอยู่
ใกลก้ บั การจดั วาง ส่วนกิจกรรม การบริการของพนักงาน กระบวนการข้อมลู และการเบิกสนิ คา้ ควรอย่ใู กล้ดว้ ย
ระดบั ปกติ เป็นต้น

จากผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ดังแผนภาพ จะสามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดตาแหน่งของ
กจิ กรรมต่างๆ ลงในผังของคลังสินค้า และจะได้ดาเนนิ การสร้างแบบจาลองของผังของคลงั สินค้า เปน็ ลาดับ
ต่อไป

3. การแบง่ กล่มุ สนิ คา้ การนาสนิ คา้ เข้าคลงั และการจดั เกบ็ และการนาสินค้าออกจากคลัง
ถงึ แมว้ ่ากจิ กรรมในคลงั สนิ คา้ จะมมี ากมาย แต่กิจกรรมทีม่ คี วามสาคญั มากนน้ั มี 3 กจิ กรรม คอื การ
แบ่งกล่มุ สินคา้ การนาเข้าสนิ คา้ เข้าคลัง และ การจัดเกบ็ สินคา้ และการนาสนิ ค้าออกจากคลงั ในบทนจี้ ะให้
รายละเอยี ดเก่ียวกบั กจิ กรรมดังกลา่ ว

1. การจดั กลมุ่ ABC และหลักการของพาเรโต (ABC Analysis or Pareto 's Law)
การนาเข้าสินค้าเข้าคลังและการจัดเก็บสินค้านั้น เป็นกิจกรรมท่ีสาคัญท่ีส่งผลต่อ
ประสิทธภิ าพในการดาเนินงานของคลังสินค้า สืบเนื่องจากคลังอาจมีปรมิ าณสินคา้ เป็นจานวนมาก

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลับ

บทที่ 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 135

_____________________________________________________________________________________

และจานวนมากมายหลายชนิด การจัดแบ่งกลุ่มสินค้าจึงเป็นเรื่องที่สาคัญ การวิเคราะห์แบบ ABC

(ABC Analysis) เป็นแนวคิดที่ให้ความสาคัญกับสินค้าตามกลุ่มสินค้าโดยการจัดลาดับสินค้าตาม

ยอดขายหรือส่วนแบ่งกาไรของสินค้านั้น ซึ่งสินคา้ ทจ่ี ัดอยใู่ นกลมุ่ A จะประกอบด้วยสินค้าเพียงไม่ก่ี

ประเภทหรือมีจานวน SKU (Stock Keeping Unit) น้อยแตเ่ ปน็ สินค้าทมี่ ียอดขายหรือสว่ นแบง่ กาไร

มากท่ีสุด ส่วนสนิ คา้ ทม่ี ยี อดขายหรอื สว่ นแบ่งกาไรรองลงไปจะไดร้ ับความสาคญั น้อยลงเป็น B และ C

ตามลาดับ

รปู ที่ 4.30 แสดงหลักการแบ่งกลุม่ ABC ตามหลักการของพาเรโต
James แ ล ะ Jerry (19 9 8 ) ได้ ก ล่ าวไว้ใน ห นั งสื อ เรื่อ ง The Warehouse Management
Handbook: the second edition ในเรื่องการจัดตาแหน่งการวางสินค้า (Stock location assignment)
โดยได้กล่าวถึงเกณฑ์การจัดกลุ่ม ABC ไว้ว่าเป็นเกณฑ์ท่ีนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในเร่ืองการจัดกลุ่มเพ่ือ
กาหนดตาแหน่งการวางสินค้า โดยจะจัดกลุ่มตามการเคล่ือนไหว (Movement) ของสินค้า โดยจากการจัด
สินคา้ ตามเกณฑ์ดังกล่าวจะพบวา่ สินค้าที่มจี ้านวนเพียง 20% นนั้ จะมีการเคล่ือนไหวของสินค้ามากถึง 80%
ของสินคา้ ทงั้ หมด

ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 136

_____________________________________________________________________________________

ตารางแสดงการจัดกลมุ่ ตามวิธกี าร ABC

Classification Percent of SKUS Percent of Movement

A 20% 80%

B 25-30% 15%

C 50-55% 5%

โดยสินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่ม A น้ันควรเป็นสนิ ค้าท่ีองค์กรควรให้ความสาคัญและควรมีการติดตามหรือ
การจัดการดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นสินค้าท่ีขายดีและควรจัดตาแหน่งในการจัดเก็บให้อยู่ในตาแหน่งที่
สะดวกตอ่ การจดั เกบ็ และสะดวกตอ่ การหยบิ (Pick) มากท่ีสุดมากกว่าสินค้าประเภท B และ C แตท่ ้ังน้ีในการ
ใชเ้ กณฑ์ ABC นนั้ อาจมกี ารจัดแบ่งกลุม่ สนิ ค้าเปน็ กลุม่ ยอ่ ยลงไดม้ ากกว่า 3 อันดบั เช่นอาจจัดแบง่ เป็น A, B, C
และ D ตามลาดับเพื่อเป็นการกระจายเปอรเ์ ซ็นการเคลือ่ นไหวหรอื ยอดขายของสินค้าในกลุ่ม A ออกมาเช่น
สินค้าท่ีมีการเคลื่อนไหว (Movement) หรือมียอดขาย 5096 ให้จัดอยู่ในกลุ่ม A สินค้ากลุ่ม B เท่ากับ 30%
สินค้ากลุ่ม C เทา่ กบั 12% และสนิ ค้ากลมุ่ D เทา่ กับ 8% เป็นตน้

2. การนาสินคา้ เขา้ คลังและการจัดเก็บ (Storage)
James และ Jerry (1998) ได้กล่าวไว้ในหนังสือเร่ือง The Warehouse Management
Handbook, the second edition ในเรื่องการนาสินค้าเข้าคลังและการจัดเก็บ (Stock location
methodology) โดยมกี ารจดั แบ่งรูปแบบในการจดั เก็บสนิ ค้าน้ันออกเป็น 6 แนวคดิ คือ

ก) การจดั เก็บแบบไมเ่ ป็นทางการ (Informal system)
การจดั เก็บแบบไม่เปน็ ทางการ เปน็ รปู แบบการจัดเกบ็ สินคา้ ท่ีไมม่ กี ารบนั ทึกตาแหน่งการจดั เก็บเข้า
ไว้ในระบบ และสินค้าทุกชนิดสามารถจัดเก็บไว้ตาแหน่งใดก็ได้ในคลังสินค้า ซึ่งพนักงานที่ปฏิบัติงานใน
คลังสินค้า น้ันจะเป็นผู้ท่ีรู้ตาแหน่งในการอัดเก็บรวมท้ังจานวนที่จัดเก็บซึ่งจะเห็นได้ว่ารูปแบบการจัดเกบ็ น้ี
เหมาะสาหรับคลงั สินคา้ ที่มขี นาดเลก็ มีจานวนสนิ ค้าหรอื SKU นอ้ ย และมีจานวนตาแหน่งจัดเก็บ (Location)
ทจ่ี ัดเกบ็ นอ้ ยดว้ ย สาหรับในการทางานนนั้ จะมกี ารแบ่งพนกั งานทรี่ บั ผิดชอบ เฉพาะเปน็ โซนๆโดยทแี่ ต่ละโซน
นั้นไม่ไดม้ แี นวทางการปฏบิ ตั ิในเรอื่ งการจดั เก็บทแี่ น่นอน แล้วแต่พนักงานที่ปฏบิ ัติงานในโซน ดงั นนั้ จงึ ไม่ได้มี
แนวทางท่เี หมอื นกนั จงึ ทาใหอ้ าจเกดิ ปัญหาการจดั เกบ็ หรอื การท่ีหาสินคา้ น้ันไมเ่ จอในวันที่พนักงานท่ีประจา
ในโซนน้ันไม่มาทางาน ตารางด้านล่างจะแสดงการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของรปู แบบการจัดเก็บสนิ ค้า
แบบไมเ่ ป็นทางการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลับ

บทท่ี 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 137

_____________________________________________________________________________________

ตารางแสดงขอ้ ดแี ละข้อเสียของการจัดเก็บไมเ่ ปน็ ทางการ (Informal system)

ข้อดี ขอ้ เสยี

-การบารงุ รกั ษาต่า -ยากต่อการชตี้ าแหนง่ ของสนิ ค้า

-มีความยืดหยุ่นสูง -ขน้ึ กับการทางานของพนังงาน

-ขาดประสทิ ธภิ าพ

ข) การจดั เกบ็ แบบคงตาแหน่ง (Fixed location System)
แนวความคิดในการจัดเกบ็ สินคา้ รูปแบบน้เี ป็นแนวคิดท่ีมาจากทฤษฎีที่ว่า คือ สนิ คา้ ทกุ ชนิดหรอื ทุก
SKU น้ันจะมีตาแหน่งจัดเกบ็ ที่กาหนดไว้ตายตัวอยู่แล้ว ซึ่งการจัดเก็บรปู แบบนี้เหมาะสาหรับคลังสินค้าที่มี
ขนาดเล็ก มีจานวนพนักงานท่ีปฏบิ ัติงานไม่มากและมีจานวนสินค้าหรือจานวน SKU ท่ีจัดเกบ็ น้อยด้วย โดย
จากการศึกษาพบว่าแนวคิดการจัดเก็บสินค้าน้ีจะมีข้อจากัดหากเกิดกรณีท่ีสินค้านั้นมีการสั่งซ้ือเข้ามาทีละ
มากๆจนเกินจานวนตาแหน่งจดั เกบ็ (Location) ทีก่ าหนดไวข้ องสินคา้ ชนดิ นัน้ หรอื ในกรณที ี่สินค้าชนดิ นน้ั มี
การส่งั ซ้ือเข้ามาน้อยในช่วงเวลานน้ั จะทาให้เกิดพื้นท่ที ีเ่ ตรียมไว้สาหรับสินคา้ ชนิดน้ันวา่ ง ซึ่งเป็นการใช้พืน้ ที่ท่ี
ขาดประสิทธภิ าพ (Low utilization)

ตารางแสดงข้อดแี ละขอ้ เสียของรปู แบบการจดั เก็บสนิ ค้าแบบคงตาแหน่ง (Fixed location

System)

ขอ้ ดี ขอ้ เสยี

-งา่ ยตอ่ การจดั ตง้ั คลงั -ประสทิ ธิภาพการใชพ่ ้ืนทีต่ า่

-ง่ายตอ่ การดูแลรกั ษา -มพี ืน้ ทวี่ ่างสาหรบั สินค้าทม่ี ีสตอ๊ กตา่

-ตอ้ งกาหนดพื้นทสี่ าหรบั คา่ สตอ๊ กสงู สดุ ของแตล่ ะ

สินค้า

ค) การจดั เกบ็ แบบตามเลขสินคา้ (Part number System)
การจัดเก็บแบบตามเลขสินค้า (Part number System) มีแนวคิดใกล้เคียงกับการจัดเก็บแบบคง
ตาแหน่ง (Fixed location system) โดยข้อแตกต่างนั้นจะอยู่ท่ีการเก็บแบบตามเลขสินค้า Part number
system) น้ันจะมีเจ้าดับการจัดเก็บเรียงกัน เช่น เลขสินค้าหมายเลข A123 นั้นจะถูกจัดเก็บก่อนเลขสินค้า
หมายเลข B123 เป็นต้นซ่ึงการจัดเก็บแบบนี้จะเหมาะกับบริษัทท่ีมคี วามต้องการส่งเข้าและนาออกของเลข
สินคา้ (Part number) ทมี่ ีจานวนคงทีเ่ น่อื งจากมกี ารกาหนดตาแหน่งการจัดเก็บไว้แลว้ ในการจัดเก็บเเบบเลข
สนิ ค้า (Part number) นจ้ี ะทาให้พนักงานรู้ตาแหน่งของสนิ ค้าไดง้ า่ ยแต่จะไม่มีความยืดหยุ่นในกรณีท่ีองค์กร
หรือบรษิ ทั นัน้ กาลงั เติบโตและมคี วามตอ้ งการขยายฐานวน SKU ซึง่ จะทาให้เกิดปัญหาเรือ่ งพืน้ ท่ีในการจดั เก็บ

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ

บทที่ 4 การจัดการสินคา้ คงคลังและคลงั สินคา้ 138

_____________________________________________________________________________________

ตารางแสดงข้อดแี ละข้อเสียของการจัดเก็บแบบตามเลขสนิ คา้ Part number system)

ขอ้ ดี ขอ้ เสยี

- งา่ นต่อการคน้ หาสนิ คา้ - ขาดความยืดหยนุ่

- ง่ายต่อการเข้าถงึ สินคา้ - ยากตอ่ การปรับค่าปรมิ าณ

- งา่ ยตอ่ การจดั ต้ังคลงั - การเพ่ิมชนิดของผลิตภัณฑ์ ทาให้ต้องขยับสินค้า

ท้งั หมด

- ประสทิ ธภิ าพการใชพ้ ื้นทีต่ ่า

ง) การจัดเก็บตามประเภทสนิ ค้า (Commodity System)
การจัดเก็บตามประเภทสินค้าเป็นรูปแบบการจดั เก็บสินค้าตามประเภทของสนิ คา้ (Product type)
โดยมกี ารจดั ตาแหน่งการวางคล้ายกับรา้ นค้าปลกี หรือตามซูเปอรม์ าเกต็ (Supermarket) ทว่ั ไปท่ีมกี ารจัดวาง
สนิ ค้าในกลุ่มเดียวกนั หรอื ประเภทเดียวกันไวท้ ี่ตาแหน่ง (Location) ทใ่ี กลก้ ัน ซ่ึงรูปแบบในการจัดเก็บสินค้า
แบบนีจ้ ัดอยู่ในประเภทผสม (Combination System) ซึง่ จะช่วยในการเพิ่มประสทิ ธิภาพในการจัดเก็บสินค้า
คอื มีการเน้นเร่อื งการใช้พื้นท่ี (Space utilization) มากข้ึนและยังง่ายต่อพนักงานหยิบ (Pick) สินค้าในการ
ทราบถึงตาแหน่งของสินค้าท่ีจะต้องไปหยิบ แต่มีข้อเสียเช่นกันเน่ืองจากพนักงานที่หยิบสินค้าจาเป็นต้องมี
ความรใู้ นเรื่องของสนิ ค้าแตล่ ะชนดิ หรอื แตล่ ะยี่หอ้ ท่จี ัดอยู่ในประเภทเดียวกันไม่เช่นนน้ั อาจเกิดการหยิบสินค้า
ผิดชนิดไดต้ ารางดา้ นลา่ งแสดงข้อดแี ละข้อเสียของการจัดเกบ็ ในรูปแบบนี้

ตารางแสดงขอ้ ดีและข้อเสียของการจัดเกบ็ ตามประเภทสนิ ค้า (Commodity System)

ข้อดี ขอ้ เสยี

-มกี ารจดั กลุ่มสนิ ค้า -มโี อกาสในการหยบิ พลาด

-สามารถเพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการหยิบได้ -ตอ้ งมค่ี วามรู้สนิ ค้าแต่ละประเภท

-มคี วามยืดหยนุ่ เพม่ิ ขึน้ -เพิ่มประสทิ ธภิ าพใชพ้ ืน้ ท่ี แตไ่ ม่ดที ส่ี ดุ

-มีความยากในการจดั กลุ่มแตล่ ะสนิ ค้า

จ) การจดั เกบ็ แบบสุม่ (Random location system)
การจัดเก็บแบบสุ่มเป็นการจัดเก็บที่ไม่ได้กาหนดตาแหน่งตายตัว ทาให้สินค้าแต่ละชนิดสามารถถูก
จัดเก็บไว้ในตาแหน่งใดก็ได้ในคลังสินค้า แต่รูปแบบการจัดเก็บแบบนี้จาเป็นต้องมีระบบสารสนเทศในการ
จัดเก็บและติดตามข้อมูลของสินค้าว่าจัดเก็บอยู่ในตาแหน่งใด โดยต้องมีการปรับ (Update) ข้อมูลอยู่
ตลอดเวลาด้วย ซึ่งในการจัดเก็บแบบนี้จะเป็นรูปแบบท่ีใช้พ้ืนที่จัดเก็บอย่างคุ้มค่าเพ่ิมอัตราการใช้พ้ืนที่
(Space utilization) และเปน็ ระบบทถ่ี ือว่ามีความยืดหยนุ่ สูงเหมาะกับคลังสนิ ค้าทุกขนาด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลบั

บทที่ 4 การจัดการสินค้าคงคลังและคลังสินคา้ 139

_____________________________________________________________________________________

ตารางแสดงข้อดีและขอ้ เสียของการจัดเก็บแบบสุม่ (Random location system)

ข้อดี ข้อเสีย

-การใช้พน้ื ทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ -ตอ้ งการระบบบนั ทกึ ทด่ี ี

-มคี วามยดื หยุด -ตอ้ งการรายละเอยี ดมากในการบันทกึ

-งา่ นตอ่ การขยาย

-เข้าใจง่าย

ฉ) การจดั เกบ็ แบบผสม (Combination System)
การจัดเก็บแบบผสมเปน็ รปู แบบการจดั เกบ็ ท่ีผสมผสานหลักการของรปู แบบการจดั เก็บในขา้ งตน้ โดย
ตาแหน่งในการจดั เก็บนั้นจะมีการพิจารณาจากเง่ือนไขหรือข้อจากัดของสนิ ค้าชนิดน้ันๆ เชน่ หากคลงั สนิ ค้า
น้ันมีสนิ คา้ ท่เี ป็นวตั ถุอันตรายหรอื สารเคมีตา่ งๆ รวมอยูก่ บั สินคา้ อาหาร จึงควรแยกการจดั เก็บสินคา้ อันตราย
และสินค้าเคมีดังกล่าวให้อยหู่ ่างจากสินค้าประเภทอาหารและเครื่องด่ืมเป็นต้นซึ่งถือเป็นรูปแบบการจัดเก็บ
แบบคงตัว (Fix location) สาหรบั พืน้ ทท่ี ่ีเหลือในคลงั สินค้านั้นเนื่องจากมกี ารคานึงถงึ เร่ืองการใชพ้ ื้นที่ ดงั น้ัน
จงึ จัดเก็บในพ้ืนที่ส่วนทเ่ี หลือแบบสุ่ม (Random) โดยรปู แบบการจัดเกบ็ แบบนี้เหมาะสาหรับคลังสนิ คา้ ทุกๆ
แบบโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ คลังสนิ คา้ ท่ีมีขนาดใหญ่และสนิ ค้าท่จี ัดเกบ็ นัน้ มคี วามหลากหลาย

ตารางแสดงข้อดแี ละข้อเสยี ของการจดั เก็บแบบแบบผสม (Combination System)

ขอ้ ดี ขอ้ เสีย

- การใช้พ้ีนทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพ - สรา้ งความสับสนได้

- มคี วามยืดหยุน่

- งา่ ยตอ่ การขยาย

- การควมคุมทาไดง้ า่ ย

นอกจากรูปแบบการจัดเก็บ 6 แบบแล้วยังมีหลักการจัดพ้ืนท่ีเพื่อการจัดเก็บสินค้าในแต่ละประเภท

ด้วยท้งั นเ้ี พื่อเปน็ การเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการทางานซึง่ มีรายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปนี้

- สินค้าท่เี ขา้ ออกบ่อยวางไวใ้ กลป้ ระตู (Fastest turning closest to the door)

- สินคา้ เคล่อื นไหวเรว็ วางไวใ้ กล้ประตูประตู (Fast rnover closest to the door)

- สนิ ค้าคงคลังนอ้ ยวางไวใ้ กล้ประตปู ระตู (Small inventory closest to the door)

- สนิ คา้ นา้ หนกั มากวางไวใ้ กลป้ ระตู (High weight closest to the door)

ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั

บทที่ 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลังสินค้า 140

_____________________________________________________________________________________

4.7. การหยบิ สนิ ค้า (Order picking)

Halsey (2003) (อา้ งถึงในวันนี้วัด 2551) ไดอ้ ธิบายหลักการท่ีสาคญั ที่เก่ียวข้องกับการปรับปรุงการ
ทางานในส่วนของการหยิบ (Pick) สนิ ค้าซง่ึ จะมผี ลทาให้การหยิบสินคา้ น้นั ทาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพมากยิง่ ข้นึ
ดังนี้

ก) การใชห้ ลักของพาเรโต ในการจัดประเภทสินคา้ ตามลาดับความสาคญั ของมลู ค่าหรอื ปริมานการ
ขายของสนิ ค้า โดยการจดั สนิ คา้ ตามหมวดหมู่ตามเกณฑ์ดงั กล่าวจะทาให้ชว่ ยลดระยะเวลาที่ตอ้ งใช้ในการหยิบ
สนิ ค้า (Picking time) ลงได้

ข) การหยบิ สนิ ค้าทมี่ ีประสิทธภิ าพนั้นตอ้ งมาจากการจดั ตาแหน่งการวางสินค้าอยา่ งเป็นระบบและมี
ประสิทธิภาพ เพ่ือท่ีพนักงานจะได้หยิบสินค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาในการหาตาแหน่งที่ใช้
จัดเก็บสนิ ค้า ดงั นั้นจึงควรมีการระบุตาแหนง่ ของสินคา้ ท่จี ดั เก็บไวอ้ ย่างชัดเจน

การหยิบสินคา้ เปน็ การนาสินคา้ ออกจากคลงั การหยิบสนิ ค้าท่ีมีประสิทธิภาพต้องใช้เวลาในการหยิบ
ตา่ (Picking time) และมีระยะเวลาในการหยบิ ท่ีดี (Picking distance) และท่ีสาคัญควรมีความผิดพลาดจาก
การหยิบที่ทาด้วย Picking error) ตลอดจนไม่ทาให้สินค้าแตกหักเสียหายในระยะกระบวนการหยิบสินค้า
Vaugan และ Petersen (1999) (อา้ งถึงในวันนวิ ัต 2551) ไดอ้ ธิบายแนวคิดพื้นฐานในการหยิบสินคา้ คอื แต่
ละชอ่ งทางหลักจะเขา้ มาหยิบสนิ คา้ เพียงหน่ึงครงั้ เท่าน้นั และจะหยบิ ในแถวแรกให้หมดก่อนจึงจะย้ายไปหยิบ
ต่อในแถวถัดไปสาหรับเส้นทางเดินไปแถวถัดไปจะไปทางใดนั้นต้องพิจารณาว่าทางใดเป็นทางที่สั้นท่ีสุดให้
เลือกทางนนั้ และในตอนเรม่ิ ตน้ ของกระบวนการหยบิ สินคา้ น้ัน จะต้องเร่มิ จากจดุ เริ่มตน้ (Depot) ไปทางชอ่ ง
ซ้ายสุดที่มีสินค้าที่ต้องการอยู่เม่ือหยิบสินค้าท่ีต้องการหมดทุกรายการในใบรายการหยิบสินค้า Picking
assignment หรอื Picking list) แล้วจะต้องเดนิ กลับไปยงั จุดเร่มิ ต้น (Depot) เพอื่ จบการทางาน

4.8. ระบบข้อมลู และเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง

ระบบขอ้ มลู และเอกสารพื้นฐานของการจัดการคลังสินคา้ น้ันมคี วามสาคัญเป็นอย่างมาก ทง้ั นีใ้ นอดีต
ระบบข้อมูลและเอกสารจะอาศัยการใช้ระบบกระดาษเป็นสาคัญ เช่น เอกสารใบตรวจรบั สินค้าการลงบัตร
บันทึกสต๊อก (Stock card) เอกสารการนาส่งหรือเบิกสินค้าออกจากคลัง เป็นต้นแต่ในปัจจุบันเทคโนโลยี
ทางการสือ่ สารไดก้ ้าวหนา้ ไปมากจงึ ได้มีการประยกุ ต์เทคโนโลยีตา่ งๆ กันงานการจดั การคลังสินคา้ มากขึน้ เชน่
การให้รหสั แท่ง (Barcode) หรอื การใชเ้ ทคโนโลยีการ์เคฟไอดี (RFID) เป็นต้น ทง้ั นี้ในบทนจ้ี ะอธบิ ายถึงระบบ
เอกสารทีจ่ าเป็นเบ้ืองต้นสาหรับงานการจดั การคลงั สินค้า

ก) เอกสารใบตรวจรับสินค้าเอกสารใบตรวจรับสินค้าเป็นเอกสารที่ใช้ในการตรวจรับสินค้าเพ่ือนา
สินคา้ เข้าสู่คลงั สินค้า ทงั้ นี้เน้ือหาสาระสาคัญควรมีประเภทของสินค้าจานวนหรือปรมิ าณของสินค้า วันท่ีนา
สินค้าเข้า (เพื่อใช้ประโยชน์ในการเบิกด้วยระบบเข้าก่อนกอกก่อน FIFO) รายช่ือพนักงานผู้ตรวจรับสินค้า
แหล่งท่มี าของสินคา้

ข) ในบันทึกสตอ๊ กของสนิ ค้า (Stock card)

ผูช้ ่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 4 การจดั การสินคา้ คงคลังและคลังสินคา้ 141

_____________________________________________________________________________________

เอกสารที่สาคัญในลาดบั ถดั มาขน้ึ ใบบันทกึ สตอ๊ กของสินคา้ (Stock card) ซงึ่ จะเปน็ เอกสารท่บี ่งบอก

ถงึ สถานะของสินค้าแตล่ ะรายการว่ามเี หลอื อยู่เป็นปรมิ าณเทา่ ไหร่ จดั เก็บอยทู่ ตี่ าแหน่งไหน (Location) ทัง้ น้ี

เป็นการควบคุมปริมาณของสินคา้ เป็นสาคญั

ค) ปา้ ยชี้บง่ สถานะของสนิ คา้ (Tag)

ปา้ ยชี้บ่งสถานะของสินค้าหรือท่ีเรียกว่า TAG มีความสาคญั มาก โดยทั่วไปจะตดิ อยู่ที่ตัวสินค้าหรือ

ภาชนะทีบ่ รรจุสนิ ค้าทั้งน้ีเพอ่ื ชบ้ี ง่ และใหข้ ้อมลู ต่างๆท่ีเก่ียวขอ้ งกบั สนิ คา้ เชน่ ประเภทของสินค้า จานวนสนิ ค้า

วันท่ีนาสินคา้ เข้า และผูต้ รวจรบั สนิ คา้ ตาแหนง่ ท่ีจัดเกบ็ สินคา้ เป็นต้น

ข) เอกสารใบเบกิ สนิ คา้ หรอื ใบจัดสง่ สินค้า

จ) เอกสารใบเบิกสินค้าหรอื ใบจดั สง่ สินคา้

เปน็ เอกสารทใ่ี ช้อา้ งองิ เมือ่ ทาการเบิกสินคา้ ออกจากคลัง ท้งั นี้ต้องนายอดของการเบิกไปตัดยอดออก

จากใบบันทึกสต๊อกของสินคา้ (Stock Card) เอกสารนคี้ วรมีรายละเอยี ด คือ วันทที่ าการเบกิ ประเภทสนิ ค้าที่

เบิกจานวนหรือปรมิ าณทีเ่ บิก ผ้ทู ที่ าการเบกิ และรายการสินค้าทีไ่ ด้เบกิ ออกไปและขอ้ มลู ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับสนิ ค้า

รุน่ นนั้ ๆรายช่ือลกู คา้ หรือแผนกทที่ าการเบกิ เปน็ ต้น

แต่อย่างไรก็ตามในปจั จุบันเทคโนโลยกี ารสอื่ สารได้ก้าวหน้าไปมาก ในงานการจดั การคลงั สินค้าได้มี

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวบางประเภท เช่น การใช้รหัสแท่ง หรือ อาร์เอฟไอดีเป็นต้นดังนั้นด้วย

เทคโนโลยีใหมๆ่ นสี้ ามารถทาใหง้ านการจดั เก็บขอ้ มูล การคน้ หา การแสดงผล และการส่งผา่ นขอ้ มูล หรอื การ

วิเคราะห์ข้อมูล ทาได้ง่ายข้ึนดังนั้นระบบการช้ีบ่งสินค้าท่ีดีจะให้เกิดการติดตามตาแหน่งของสินค้าได้อย่าง

แม่นยา พร้อมทั้งทาให้การสอบกลับข้อมูลของสินค้าทาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในบางคร้ังอาจมีการ

ปฏิบัติงานภายในคลังสินค้าโดยไม่มีเอกสารเลยก็ได้ เพียงแต่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสื่อสารได้อย่าง

เหมาะสมท้ังน้ีเพื่อเป็นการลดความผิดพลาดท่ีอาจเกิดขน้ึ ได้จากพนักงาน (Human error) และยงั ทาให้การ

สบื คน้ ข้อมูลทาได้อยา่ งรวดเร็วและมปี ระสิทธภิ าพอกี ดว้ ย

วัชรี (2547) และเศรษฐพงศ์ (2547) (อ้างถึงในวันนิวัต 2551) ได้ระบุถึงระบบการช้ีบ่งอัตโนมัติไว้

ดังน้ี

-ระบบรหัสแท่งท่ีเป็นบาร์โค้ด 1 มิติหมายถึงระบบสัญลักษณ์หรือเคร่ืองหมายของสินค้าแทนเลข

รหัสซ่งึ เป็นระบบมาตรฐานสากล ประกอบไปด้วยแถบสีดาสลบั สขี าวหลายๆเส้น ซง่ึ มคี วามหนาบางไม่เทา่ กัน

แถบเสน้ เหลา่ นจี้ ะถูกกาหนดและสร้างข้ึนโดยเป็นตัวเลขทัง้ ชุดเพื่อบอกถงึ ประเทศที่ผลติ ผู้ผลิต และชนิดของ

สนิ ค้าระบบบาร์โคด๊ สามารถใช้ได้ต้ังแต่หน่วยของผลิตภัณฑ์ หน่วยการค้า (ลังหบี กล่อง) และหน่วยของการ

ขนส่ง (พาเลท คอนเทนเนอร์ กะบะ)

-ระบบรหัสแท่ง ท่ีเป็นบาร์โค้ด 2 มิติเป็นระบบสัญลักษณ์สาหรับใช้ติดที่สินค้า ซึ่งสามารถบรรจุ

ข้อมลู ไดม้ ากกวา่ ระบบบารโ์ คด้ 1 มิติมากมาย และมขี นาดท่ีเลก็ กวา่ ทาใหเ้ ครือ่ งบ้านมขี นาดเลก็ ลงมาก และมี

ความรวดเรว็ ง่ายในการสแกนมีความละเอียดสูง ยากต่อการปลอมแปลงและสามารถเขียนลงไปในเซน” โดย

ยงได้ซง่ึ จะใช้มากในอุตสาหกรรมอเิ ลก็ ทรอนกิ และพลาสติก เป็นต้น

ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั

บทท่ี 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 142

_____________________________________________________________________________________

-ระบบอกั ขระพิเศษ เป็นระบบทีอ่ อกแบบมาใหส้ ามารถอ่าน ได้ทงั้ ตาเปลา่ และใช้เครื่องอา่ นจดุ เด่นคอื

สามารถบันทึกข้อมูลได้มากและสามารถอ่านได้ด้วยตาเปล่าซึ่งสามารถพบได้จากการออกเช็คของธนาคาร

ตา่ งๆ

-ระบบสมาร์ทการค์ (Smart card) ซ่ึงสามารถอา่ นขอ้ มลู ไดจ้ ากการรูดบตั รกับเครือ่ งอ่าน

-ระบบ Biometric คอื ระบบทตี่ รวจสอบลักษณะเฉพาะของกลุม่ เชน่ ลามพมิ พ์นิ้วมือ เปน็ ต้น

-ระบบ RFID ซึง่ เปน็ ระบบท่ีอาศยั คลื่นแม่เหล็กไฟฟา้ ในชว่ งความถ่วี ิทยใุ นการตดิ ตอ่ ส่อื สารเป็นระบบ

ท่ใี กล้เคยี งกับระบบบารโ์ คด๊ แต่ไม่ต้องนาเคร่อื งอา่ นมาใกล้ตวั ชนิ้ งานซ่งึ ทาให้การทางานสะดวกมากข้ึนเพราะ

เปน็ การใช้คลืน่ เปน็ พาหะในการเดนิ ทางเพ่ืออา่ นข้อมลู จากแท็ก (Tag) ทต่ี ิดอย่กู บั ท่สี ินค้าสาหรับประวัติขอ้ มูล

พื้นฐานต่างๆของระบบอารเ์ อฟไอดีสามารถดไู ด้ที่ WWW.autoidcenter.org หรือ members. Surfbest.net

โครงสรา้ งของเทคโนโลยอี าร์เอฟไอดี
โครงสร้างของเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีประกอบไปด้วยส่วนหลกั ๆ 3 สว่ นคือ
ก) แทก็ อาร์เอฟไอดี (RFID Tag / Transponder) ซ่ึงโดยทั่วไปจะมีองค์ประกอบ 2 ส่วน คือ ส่วนแรก
เป็นขดลวดขนาดเลก็ ซ่ึงทาหน้าทเ่ี ป็นเสาอากาศสาหรบั รับสง่ สญั ญานคลน่ื ความถ่วี ิทยุและสร้างพลังงานป้อน
ใหส้ ว่ นที่สอง ซง่ึ กค็ อื ไมโครชฟิ ซ่ึงทาหนา้ ที่เกบ็ ขอ้ มลู ตา่ งๆ ของสินคา้ เชน่ รหัสของสินค้า เปน็ ตน้ สาหรบั การ
แบ่งประเภทของแท็กสามารถแบ่งได้ 2 ชนิดคือแบบ Passive และแบบ Active หรอื แบน Read-only หรือ
Read-Write ซึ่งจะมีลัก ษณ ะการใช้งาน ท่ี แตกต่ างกัน รายละเอียด สามารถศึกษาเพิ่ มเติมได้ ที่
WWW.simat.co.th
ข) เครื่องอา่ นแท็กอาร์เอฟไอดี ทาหน้าท่ีเป็นตัวอา่ นข้อมลู จากแทบ็ เละสามารถทาการบันทึกข้อมูล
ใหม่เข้าไปในแท็กได้อีกด้วย โดยสัญญาณความถว่ี ิทยุภายใน เครือ่ งอ่านแท็กจะประกอบไปดว้ ย เสาอากาศที่
ทาจากขดลวดทองแดงเพ่ือใช้รับและสง่ สญั ญาณวทิ ยเุ ครอื่ งอา่ นแท็กสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทคือแบบพกพา
ได้ (Handheld) และแบบอยู่กบั ท่ี (Fixed reader)
ค) โปรแกรมการจัดการอาร์เอฟไอดี ซงึ่ จะทาการประมวลผลข้อมูลต่างๆ ท่ีได้จากเครื่องอ่านแท็ก
เช่นโปรแกรมทางด้านการจัดการสนิ คา้ คงคลงั เปน็ ตน้

ผู้ชว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลบั

บทท่ี 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลงั สินคา้ 143

_____________________________________________________________________________________

รปู ท่ี 4.31 แสดงโครงสรา้ งพืน้ ฐานของระบบอาร์เอฟไอดี

การประยุกตเ์ ทคโนโลยีอาร์เอฟไอดกี บั การจัดการคลงั สินค้า
สถาบันรหัสสากล ได้ศึกษาเกี่ยวกับการนาระบบอาร์เอฟไอดี ไปประยุกต์ใช้ในงานการจัดการ
คลงั สินคา้ จงึ พบวา่ ทกุ ฝ่ายมคี วามเข้าใจเป็นอนั ดีถงึ ข้อได้เปรยี บและประโยชน์ของเทคโนโลยอี าร์เอฟไอดี แต่
ยังมีขอ้ สงสัยถึงความคมุ้ ค่าในการลงทนุ โดยในทางปฏิบตั ิก่อนท่จี ะมกี ารพจิ าณาถึงประโยชนข์ องการนาระบบ
อาร์เอฟไอดีไปใช้ ควรพิจารณาเปรียบเทยี บประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รบั กับสภาพปญั หาของคลังสนิ ค้าทเ่ี กดิ ข้ึน
ในปัจจุบันก่อน โดยทาการเปรียบเทียบต้นทุนท่ีลดลงเมื่อมีการนาระบบอาร์เอฟไอติมาใช้แทนท่ีระบบการ
ทางานเดิม เชน่ ระบบบาร์โค้ดเปน็ ต้นซึง่ ในการเปรียบเทียบดังกล่าวต้องรวมถึงประสิทธภิ าพในด้านของความ
แม่นยาของการทางาน และความรวดเรว็ ในการทางานแนะทาการเปรยี บเทยี บเงินลงทุนตา่ งๆ และระยะเวลา
ในการคนื ทุนและควรมกี ารพิจารณาถึงอตั ราดอกเบ้ียของเงนิ ลงทุนด้วยเพ่ือ ให้เกิดการลงทนุ ที่รอบคอบและ
เหมาะสมมากที่สุด

6. อุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า
อุปกรณ์ขนถา่ ยหรอื เคล่ือนย้ายสินค้าเป็นส่งิ ทีส่ าคัญ ท่ีจะสะท้อนถงึ ประสทิ ธิภาพของการทางานของ

คลังสินคา้ หรือสามารถกล่าวได้ว่าประสิทธิภาพของการจดั การคลังสนิ ค้า ขนึ้ อย่กู บั อปุ กรณใ์ นการขนถ่ายเป็น
สาคัญ อุปกรณใ์ นการขนถ่ายทด่ี ีและเหมาะสมจะสามารถทาให้พนักงานทางานได้อยา่ งรวดเรว็ แม่นยาและไม่
เกดิ ความเสียหายกบั ตัวสนิ ค้าหรือบรรจุภัณฑ์ พนักงานสามารถนาสินค้าไปจัดเกบ็ ไดอ้ ย่างรวดเร็วและมีความ
คล่องตวั ในการทางานมีความปลอดภัยในการเคล่อื นย้ายสินค้าทั้งต่อตัวสินคา้ และตัวพนกั งานเองและไมส่ ่งผล
ให้พนกั งานมคี วามเม่อื ยล้าหรอื บาดเจบ็ จากการทางานด้วย

การลงทุนในการสรา้ งหรือซื้ออุปกรณ์ขนถ่ายในคลงั สินคา้ โดยมากมักจะมีการลงทุนในช่วงเริ่มแรกที่
สูง โดยระบบการขนถ่ายท่ีทันสมัยที่สุด ท่ีเป็นระบบการขนถ่ายท่ีควบคุมการทางานดว้ ยระบบคอมพิวเตอร์
ท้ังหมด (Automated Warehouse) และสามารถนาสินค้าเข้าไปจดั เก็บ ตลอดจนนาสนิ คา้ ลอกจากคลังด้วย
เขนกลหรืออุปกรณ์ท่ีควบคุมการทางานด้วยเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ในบางครง้ั ได้มกี ารพฒั นารถขนถ่ายซ่ึงสามารถ

ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลับ

บทท่ี 4 การจดั การสินค้าคงคลังและคลงั สินค้า 144

_____________________________________________________________________________________

ทางานอัตโนมัติโดยปราศจากการควบคุมการทางานด้วยคนโดยรถขนถ่ายสามารถวิ่งไปตามรางหรือเส้น

สะท้อนแสงนาทางไปยังจุดหมายปลายทางได้

แต่อย่างไรก็ตามการขนถ่ายในช่วงเร่ิมแรกนั้นเป็นการขนถ่ายด้วยมือเป็นเสียส่วนใหญ่ เช่น การยก

สนิ ค้าขน้ึ บนชัน้ วางการยกกระสอบข้าวสารข้นึ บนไหล่ เปน็ ต้น และในยุคต่อมากเ็ กิดการพฒั นาอปุ กรณ์ชว่ ยขน

ถา่ ยเพ่อื ผ่อนแรงในการทางานและสามารถทางานได้มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น โดยหลักการพัฒนาเครื่องมือ

อุปกรณ์เหล่านี้ก็คือ ใช้หลักการของหนึ่งหน่วยขนถ่าย (One Unit Load) เพ่ือทาการขนถ่ายให้ได้ปริมาณท่ี

มากท่ีสุดต่อหนึ่งครั้งของการขนถ่าย แต่อย่างไรก็ตามการขนถ่ายในหนึ่งคร้ังก็ยังถูกจากัดไปด้วยเร่ืองความ

ปลอดภัยในขณะขนถ่ายและความมั่งคงแข็งแรงของตัวสินค้าหรือพัสดุท่ีใช้หีบห่อสินค้าด้วย โดยการพัฒนา

อปุ กรณ์ช่วยขนถ่ายในยุคแรกๆ คือ การใช้พ้นื เอียง เช่น การขนถ่ายน้ันเข็งก้อนบนรถบรรทุกผ่านพ้ืนเอียงลง

บนพ้ืน หรือการดึงหรอื ดนั หินผ่านพื้นเอยี ง เพ่ือก่อสร้างรามดิ เป็นต้น ในยุคต่อมาเกิดการพัฒนาอปุ กรณ์ขน

ถ่ายท่ีชว่ ยผ่อนแรงมากขนึ้ เชน่ การใช้รถเข็น รถบรรทกุ (Truck) เครนและสายพานลาเลียง เปน็ ต้น

หลักการของหนึง่ หนว่ ยขนถา่ ย (One Unit Load)
จากแผนภาพจะเหน็ ไดว้ า่ การขนถ่ายด้วยมอื เปน็ การขนถา่ ยท่งี ่ายที่สุด และเป็นการขนถา่ ยระบบแรก
ท่ีเกิดขึน้ ซ่งึ ตามหลกั การแล้วการขนถ่ายดว้ ยมือ จะสามารถขนถ่ายไดท้ ีละหนึง่ กลอ่ ง (ตูภาพประกอบ) ซึ่งการ
ทางานดว้ ยวิธีนถี้ ือว่าขาดประสิทธภิ าพเป็นอยา่ งมาก เพราะตอ้ งทาการขนถ่ายเป็นจานวนหลายครง้ั และใช้
เวลาในการทางานมากจากภาพจะเหน็ ไดว้ า่ วิธีการขนถา่ ยอื่นๆเรม่ิ มปี ระสทิ ธภิ าพมากข้นึ เพราะสามารถขนถา่ ย
ได้เป็นจานวนมาก (ต่อการขนถ่ายเพียงหนึ่งคร้ัง) หรือบางระบบของการขนถ่ายจะไม่มีการเคล่ือนที่ของ
พนักงานหรือมีการใชล้ อ้ ช่วยจึงเป็นการเพิ่มประสทิ ธิภาพในทางานอย่างเห็นได้ชดั แต่อยา่ งไรก็ตามการขนถา่ ย
ทมี่ ีประสิทธภิ าพมากขึ้นนย้ี งั ตอ้ งอาศัยอุปกรณข์ นถ่ายเพ่ือช่วยในการผ่อนแรงและสามารถขบได้คร้ังละหลายๆ
กลอ่ ง เช่น การใชเ้ ครน รถฟอร์คลฟิ ท์รอก สายพานลาเลยี ง เป็นต้น

รปู ที่ 4.32 แสดงหลักการของหนึ่งหนว่ ยขนถ่าย
สาหรับผู้ประกอบการต่างๆสามารถจัดหาอุปกรณ์ขนถ่ายเหล่าได้สองแนวทาง คือ การจัดซื้อจัดหา
จากแหล่งภายนอกองค์กรโดยซอื้ จากบริษัทผู้จัดจาหนา่ ยอปุ กรณ์ช่วยขนถ่ายโดยตรง อีกแนวทางหนึ่งคอื การ
พัฒนาอุปกรณ์ช่วยขนถ่ายขึ้นเองซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาหรือออกแบบอุปกรณ์ดังกล่าว แต่

ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลับ


Click to View FlipBook Version