บทที่ 6 โลจิสติกสแ์ ละการจดั การโซ่อปุ ทานระหวา่ งประเทศ 195
_________________________________________________________________________________
- การประสานงานกันในโซ่อุปทานระหว่างประเทศหรือระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ (Fully
Integrated Global Supply Chain) ในระบบน้ี ผลิตภัณฑ์จะถูกจัดหา ผลิต และกระจาย
จากโรงงานหรอื หลายแหง่ ซง่ึ ต้ังอย่ทู ัว่ โลก โซอ่ ุปทานระดบั โลกจะถกู ออกแบบใหไ้ รพ้ รมแดน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณค่าที่แท้จริงของการจัดการโซ่อุปทานระดับโลกน้ันอยู่ท่ีการ
นาเอาข้อได้เปรยี บจากแต่ละประเทศรวมเขา้ ไว้ดว้ ยกัน
โซ่อุปทานของแต่ละบริษัทสามารถดาเนินการได้มากกว่าแบบใดแบบหนึ่งท่ีได้กล่าวมาน้ี
ซง่ึ บริษทั จานวนมากจาเป็นตอ้ งเขา้ สู่ระบบธุรกิจระหว่างประเทศและเก่ยี วกบั การจัดการโซ่อุปทานระดับ
โลกไมก่ รณีใดกรณหี น่ึง ซึ่ง Dornier และคณะ(1998) ไดช้ ้ีใหเ้ หน็ ถึงอิทธิพลทผ่ี ลกั ดันให้บริษัทเหลา่ นั้นเขา้
สกู่ ารเปน็ โลกาภิวัตน์(Globalization) ดังน้ี
- อทิ ธิพลของตลาดโลก (Global Market Forces)
อิทธพิ ลของตลาดโลกเกี่ยวข้องกับความกดดันจากคู่แข่งขันต่างประเทศ และโอกาสที่จะสร้าง
ลูกค้าในตลาดตา่ งประเทศ ถึงแม้ว่าบรษิ ัทเหล่าน้จี ะไม่ได้ทาธุรกิจในต่างประเทศกต็ าม ตลาดในประเทศ
ถูกกดดันจากคู่แข่งขันต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบกับธุรกิจในประเทศได้อย่างมีนัยสาคัญ และเพ่ือที่
บริษัทของตนจะประสบความสาเร็จในการแข่งขันแล้ว หลายบริษัทจาเป็นท่ีจะต้องขยายตัวเข้าสู่ตลาด
ต่างประเทศ
สาเหตุหนึ่งของการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุปสงค์ของสินค้ากระจายไปท่ัวโลกน้ัน สืบ
เน่ืองมาจากการแพรก่ ระจายของข้อมูลข่าวสาร เชน่ ทางโทรทศั น์ การสง่ ข้อมูลขา่ วสารระหว่างประเทศ
โดยใชอ้ เี มล์ นอกจากนรี้ ะบบอนิ เตอร์เน็ตยงั ช่วยใหธ้ รุ กจิ สามารถติดตอ่ ซือ้ ขายกนั ระหวา่ งประเทศได้อย่าง
รวดเร็วโดยสามารถสั่งซ้ือสินค้าจากประเทศหน่ึงไปยังอีกประเทศหน่ึงโดยผู้ที่ทาธุรกิจไม่จาเป็นต้อง
เสียเวลาเดนิ ทางไปเจรจาติดต่อ
แนวโน้มที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมต่างๆ ก็คือ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มักจะถูกออกแบบให้มีรปู แบบท่ี
สามารถใช้ได้ท่ัวไปและสามารถขายได้ท่ัวโลก เน่ืองจากถ้าบริษัทต่าง ๆ ตัดสินใจเข้าสู่ตลาดสากลแล้ว
คู่แข่งขันของบริษัทเหล่านั้นก็จะมีแนวโน้มเข้าสู่ตลาดสากลด้วยเพื่อแข่งขันด้วย ดังนั้นบริษัทต่างๆได้
พยายามที่เขา้ สคู่ วามเปน็ สากลดว้ ยการมีผลิตภัณฑท์ ่ีสามารถใชไ้ ด้ท่วั ไป และเพื่อมีโอกาสวา่ จา้ งพนักงาน
ท่มี คี วามสามารถเฉพาะทางไดท้ ว่ั โลก
ในแนวโน้มทค่ี ลา้ ยคลงึ กัน การมงุ่ เนน้ ตลาดท่ีเฉพาะเจาะจงก็เพ่อื ผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยใี ห้
ก้าวหน้า การแข่งขันในตลาดนี้ บริษัทต่างๆก็จะถูกผลักดันให้พัฒนาและปรับปรุงให้เป็นผู้นาด้าน
เทคโนโลยีและตัวผลิตภัณฑ์ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่าน้ีจะถูกผลิตข้ึนใช้เพ่ือรักษาตาแหน่งในตลาดหรือเพ่ือ
ความก้าวหน้าในตลาดภูมิภาคน้ัน อาทิ บริษัทใดต้องการก้าวนาในด้านซอฟแวร์ก็จะต้องไปแข่งขันกับ
ผูช้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 6 โลจิสตกิ ส์และการจัดการโซ่อุปทานระหวา่ งประเทศ 196
_________________________________________________________________________________
ตลาดอเมริกา หรือหากดาเนินธุรกิจด้านเครื่องมือหรือเคร่ืองยนต์แล้วจะต้องไปแข่งขันกับประเทศ
เยอรมัน หรือประเทศญปี่ ุ่นก็จะเป็นคูแ่ ข่งขนั ของบริษัทต่างๆที่ทาธุรกิจในดา้ นเครื่องใช้ไฟฟา้ ในครัวเรอื น
เป็นต้น
- อทิ ธพิ ลดา้ นเทคโนโลยี (Technological Forces)
อิทธิพลด้านเทคโนโลยจี ะมีความสัมพันธก์ ับตัวผลิตภัณฑ์ ซึง่ ชนิ้ ส่วนหรือส่วนประกอบมากมาย
และเทคโนโลยตี ่าง ๆ กระจายอย่ทู ่ัวไปในภมู ิภาคต่างๆทวั่ โลก บรษิ ทั ทีป่ ระสบความสาเรจ็ ทั้งหลายจะตอ้ ง
มีความสามารถท่ีจะใชท้ รัพยากรเหล่านั้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซ่ึงบริษัทเหล่านั้นจะประสบ
ผลสาเร็จได้จาเป็นต้องมีการศึกษา วิจัย ออกแบบ และจัดต้ังโรงงานผลิตหรืออยู่ใกล้กับภูมิภาคที่มีสิ่ง
อานวยความสะดวกต่อธุรกิจ โดยอาศัยแนวความคิดเดียวกันนี้จะสามารถประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความ
ร่วมมือกัน และเกดิ การพัฒนาโครงการภายในหนว่ ยงานด้วย เพ่ือเข้าถึงตลาดหรือเทคโนโลยีต่าง ๆ แล้ว
บรษิ ทั ทอ่ี ยใู่ นภูมิภาคตา่ งๆ จะต้องมกี ารติดตอ่ การประสานงานกนั อย่างสม่าเสมอ ซ่ึงอาจจะสง่ ผลให้เกิด
การจัดต้งั สถานท่เี พอื่ อานวยความสะดวกรว่ มกันโดยตง้ั อยใู่ กล้กบั ประเทศคคู่ า้ ประเทศใดประเทศหนึง่
นอกจากนี้ การจัดตั้งหน่วยวิจัยและพัฒนาก็กลายเป็นสิ่งจาเป็นอันเนื่องมากจากเหตุผล 2
ประการ คือ 1) ปัจจุบันวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์มีอายุส้ันลง ดังน้ัน เวลาในการส่งมอบผลิตภัณฑ์จึงมี
ความสาคัญมากยง่ิ ข้ึน บรษิ ทั ต่าง ๆ จงึ ควรพิจารณาว่าจะมีประโยชน์มากนอ้ ยเพียงใดถ้าจดั ต้ังหนว่ ยงาน
วจิ ัยและพฒั นาใกล้กับโรงงานผผู้ ลติ ซึง่ จะสามารถนาเอาเทคโนโลยีที่พฒั นาขึน้ ไปใชใ้ นการพฒั นาการผลิต
รวมท้ังสามารถติดตามแก้ปัญหาท่ีจะเกิดขึ้นกับกระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็ว และ 2) ในบางคร้ัง
ผ้เู ชยี่ วชาญในบางเร่ืองจะมีอยู่ในบางภมู ิภาคเท่าน้ัน ตัวอยา่ งเช่น เม่ือไม่นานมานี้ บริษัท Microsoft ได้
จัดต้ังห้องปฏิบัตกิ ารในเมืองแคมบรดิ จ์ (Cambridge) ประเทศองั กฤษ เพ่ือสร้างข้อได้เปรยี บขององคก์ ร
ทางดา้ นผเู้ ช่ียวชาญเกยี่ วกับเทคโนโลยีข้ึนในทวีปยุโรป
- อทิ ธิพลด้านตน้ ทุนระดบั โลก (Global Cost Forces)
ต้นทนุ มีอิทธพิ ลในการเลอื กทาเลทต่ี ้งั ในแตล่ ะประเทศ ในอดีตที่ผ่านมา การตัดสินใจในการเลือก
ทาเลท่ีตั้งมักจะคานึงถึงประเทศท่ีมีต้นทุนแรงงานของพนังงานท่ีไม่มีทักษะ มีค่าแรงงานท่ีต่า แต่จาก
การศึกษาพบว่าในหลายบริษัท ค่าแรงงานของคนงานทไ่ี มม่ ีทักษะเหล่าน้นั จะสง่ ผลต่อค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ท่ี
เพิ่มข้ึนตามมาในการดาเนินงาน เพราะที่ตั้งโรงงานอยู่ในทาเลหรือภูมิภาคท่ีห่างไกล ก็ต้องจัดหา
สิ่งอานวยความสะดวกใหก้ ับอนาคต ดังน้นั บางกรณี แม้พบว่าค่าจ้างแรงงานจะเป็นปจั จยั ท่ีสาคัญในการ
เลือกสถานทตี่ ั้งโรงงานในต่างประเทศ แต่พบว่าอิทธพิ ลของคา่ ใช้จา่ ยดา้ นอนื่ ๆ ก็มีความสาคัญเทา่ เทียม
กันทีผ่ ู้ประกอบการเหลา่ น้นั ควรให้ความสาคัญมากข้นึ ด้วย
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทท่ี 6 โลจิสติกส์และการจดั การโซ่อุปทานระหวา่ งประเทศ 197
_________________________________________________________________________________
จากที่กล่าวมาแล้ววา่ ซัพพลายเออร์และลูกค้าในโซ่อุปทานต้องมีการประสานความร่วมมือกัน
เพื่อให้การจัดส่งสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซ่ึงถ้าองค์กรต่าง ๆ ในโซ่อุปทาน สถานที่ต้ังของสิ่ง
อานวยความสะดวกอย่ใู กล้กันกจ็ ะทาให้เกิดประสิทธภิ าพในดา้ นต้นทุนที่ตา่ ลงด้วย ซึ่งจาเปน็ ต้องมีการ
ประสานความรว่ มมอื กันในตลาดที่แตกต่างกนั ดว้ ย
ประการสุดท้าย ตน้ ทนุ เกย่ี วกบั การก่อสรา้ งส่ิงอานวยความสะดวกใหม่ มักมีความสาคัญโดดเด่น
กวา่ ตน้ ทนุ ดา้ นแรงงาน ซ่งึ จะพบว่ารัฐบาลในประเทศตา่ งๆ มกั จะใหข้ ้อเสนอแกผ่ ู้ลงทุนโดยการใหส้ ่วนลด
ดา้ นภาษี หรือว่าจดั หาผู้ร่วมลงทุนเพื่อลดคา่ ใช้จ่ายในการก่อสรา้ งส่ิงอานวยความสะดวกลง นอกจากนี้
ระดบั ราคาสว่ นลดตา่ ง ๆ ของซัพพลายเออร์และการลงทุนก็เป็นปจั จัยตอ่ การตัดสนิ ใจของผปู้ ระกอบการ
ท่คี านึงถงึ ตน้ ทุนเป็นหลัก
- อทิ ธิพลด้านการเมอื งและเศรษฐกิจ (Political and Economic Forces)
อิทธิพลด้านการเมืองและเศรษฐกิจเป็นปัจจัยที่สาคัญอย่างยิ่งที่ผลักดันให้บริษัทต่างๆ เข้าสู่
โลกาภิวัตน์ ซ่ึงสามารถพจิ ารณาไดห้ ลากหลายปจั จัย ตวั อย่างเชน่ ขอ้ ตกลงทางการดาเนินงานในภมู ภิ าค
อาจจะเป็นปัจจยั ท่ีผลักดันให้บริษทั ขยายกิจการไปในภมู ิภาคน้ัน ซ่ึงทาให้บรษิ ัทเหล่านั้น ได้เปรยี บด้าน
วัตถุดบิ และการขนส่งจากโรงงานไปยงั โรงงานท่ีตง้ั อยู่ภายในเขตการคา้ ในทวปี ยโุ รป ประเทศแถบชายฝ่ัง
มหาสมุทรแปซฟิ กิ และทวีปอเมริกาเหนือ และยังพบว่าในหลายบริษทั แมจ้ ะทาการออกแบบวตั ถุดบิ หรอื
ช้นิ ส่วนเหล่าน้นั แลว้ ก็จะทาการออกแบบกระบวนการผลติ ใหมข่ ้ึนเพ่อื หลีกเลยี่ งอตั ราพิกัดภาษี รวมท้งั ยัง
พบว่าสินค้าท่ีผลิตใกล้เสร็จ (ยงั ไมเ่ ป็นสินคา้ สาเร็จรูป) จะถูกส่งมายงั เขตการคา้ เหล่าน้เี พื่อหลีกเลยี งภาษี
ที่จะถูกเก็บจากสนิ คา้ สาเร็จรูปทผ่ี ลติ เสรจ็ แล้ว
ทานองเดียวกัน กลไกท่ีป้องกันทางด้านการค้าเสรีก็อาจจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับ
โซ่อุปทานระหว่างประเทศ เช่น ภาษีศุลกากร (Tariffs) และการจากัดโควตา (Quota) ฯลฯ จะเป็น
ตัวกาหนดว่าสินค้าหรือวัตถุดิบอะไรบ้างที่จะสามารถส่งออกได้ และอาจจะเป็นปัจจัยสาคัญท่ีจะช่วย
ตัดสินใจวา่ ควรจะไปต้ังโรงงานผลติ ในประเทศหรือภูมภิ าคทเ่ี ปน็ ตลาดหลักนนั้ หรือไม่ ซึ่งข้อปฏิบัตติ ่าง ๆ
เหล่าน้ี รวมทงั้ รายละเอียดความตอ้ งการของประเทศนัน้ ๆ ได้ส่งผลตอ่ โซอ่ ุปทาน นอกจากน้ัน นโยบาย
การจัดซือ้ จัดหาของรัฐบาลก็จะมผี ลตอ่ ความสามารถของบรษิ ทั ระหว่างประเทศทีจ่ ะประสบความสาเร็จ
ในตลาดต่าง ๆ อกี ด้วย
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ
บทท่ี 6 โลจิสติกสแ์ ละการจดั การโซ่อุปทานระหวา่ งประเทศ 198
_________________________________________________________________________________
6.2. ความเสีย่ งและขอ้ ได้เปรียบของการจดั การโซ่อปุ ทานระหวา่ งประเทศ
การจัดการโซ่อุปทานระหว่างประเทศหรือระดับโลก อาจก่อให้เกิดความเส่ียงหลายประการ
ประการแรก อัตราแลกเปล่ยี นเงินตรา ซึ่งทาให้มลู ค่าของการผลติ และกาไรจากสินค้าในแตล่ ะประเทศมี
ความแตกต่างกัน ต้นทุนจากการผลิต การเก็บกักตุนสินค้า การกระจายสินค้า หรือการขายสินค้าจาก
ภูมิภาคหน่ึง ณ ราคาหนงึ่ สามารถเปล่ยี นกาไรจากกาไรทบี่ ริษัทควรจะไดร้ ับกลับกลายเป็นการขาดทุนก็
เป็นได้ ประเด็น ดังกล่าวน้ันก็สามารถเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการท่ีดาเนินกิจการภายในประเทศด้วย
บางภูมิภาคในแต่ละประเทศก็จะมีค่าใช้จ่ายในการเกบ็ กักตุนสินค้า หรือการผลิตที่ต่ากว่าภูมิภาคอื่น ๆ
ภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของต้นทุนของแต่ละประเทศในภูมิภาคเดียวกันจะไม่
แตกต่างกนั มากเหมอื นกบั จากประเทศอ่ืนในต่างภูมภิ าค ซึง่ ตน้ ทนุ เหลา่ นัน้ มกั จะไม่เปลยี่ นแปลงบอ่ ยนัก
กลยุทธ์หนึ่งที่มักจะถูกนามาประยุกต์ใช้ในการบริหารความเส่ียงของการจัดการโซ่อุปทาน
ระหว่างประเทศ คือ กลยุทธ์ความยืดหยุ่น โดยถ้าโซ่อุปทานได้ถูกออกแบบได้อย่างเหมาะสมแล้วจะมี
วิธกี ารจัดการดงั ต่อไปน้ี
- การเคลือ่ นย้ายฐานการผลติ (Production Shifting) ความยืดหยนุ่ ของโรงงาน รวมทง้ั กาลัง
การผลิตและซพั พลายเออร์ที่เกินความจาเปน็ นั้น สามารถย้ายฐานการผลิตจากภมู ิภาคหนึ่ง
ไปยงั ภูมิภาคหน่งึ ได้เพ่อื สร้างข้อไดเ้ ปรยี บจากสถานการณ์ปัจจบุ ันทเ่ี กิดขนึ้ อันเนอ่ื งมาจาก
อตั ราการแลกเปล่ยี นเงนิ ตรา ต้นทนุ แรงงาน และอน่ื ๆ ที่มกี ารเปลี่ยนแปลง
- การแลกเปลีย่ นขอ้ มูล (Information Sharing) การขยายตัวของตลาดปัจจุบันทาใหเ้ กดิ การ
เพมิ่ ข้ึนของข้อมูลข่าวสาร โดยขอ้ มลู เหลา่ น้ใี ช้เพ่ือช้ีใหเ้ ห็นถึงการเปลยี่ นแปลงของตลาดและ
แสวงหาตลาดใหม่
- การประสานงานในระดบั โลก (Global Coordination) เนื่องจากการมีสถานท่ีอานวยความ
สะดวกทเ่ี พมิ่ มากข้นึ การประสานความรว่ มมือกันระดบั โลกจะชว่ ยให้บริษัทมคี วามคลอ่ งตัว
ในตลาดมากขึ้น เมื่อผลิตภัณฑ์หลักเหล่านั้นถูกโจมตีจากคู่แข่งขันก็จะสามารถตอบโต้ได้
อย่างทันท่วงที แต่อย่างไรก็ตาม การดาเนินการใด ๆ ก็จะต้องอยู่ภายใต้ข้อจากัดด้าน
กฎหมายระหวา่ งประเทศ
นอกจากน้ีอิทธิพลทางการเมือง (Political Leverage) อิทธิพลทางด้านการเมืองมีผลต่อการ
เคลื่อนย้ายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ อาทิเช่น นโยบายของรัฐบาลเก่ียวกับสัญญาการค้าหรือ
กฎหมายระหว่างประเทศ รวมทัง้ ระบบภาษตี า่ ง ๆ จะมีผลตอ่ การตัดสนิ ใจย้ายฐานการผลติ และนโยบาย
ต่าง ๆ เหล่านี้ในบางคร้ังก็จะนามาใช้เพื่อป้องกันนักการเมืองภายในประเทศที่จะดาเนินการใด ๆ โดยมิ
ชอบ
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 6 โลจสิ ตกิ ส์และการจัดการโซ่อปุ ทานระหวา่ งประเทศ 199
_________________________________________________________________________________
6.3. ขอ้ กาหนดสาหรับการนากลยทุ ธร์ ะดับโลกไปประยุกต์ใช้
ถึงแม้องค์กรต่าง ๆ จะมีขนาดใหญ่ระดับบริษทั โลก ก็ไม่ไดห้ มายความวา่ องค์กรเหล่าน้ันมีความ
พร้อมที่จะนาการบริหารการจัดการโซ่อุปทานระดับโลกมาใช้ในทันทีทันใด McGrath และ Hoole ได้
กล่าวว่าประเด็นสาคัญในการพัฒนาปรับปรงุ องค์กรเพื่อสามารถนาเอาการประสานความร่วมมือระดับ
โลกมาใชน้ นั้ จะต้องปรับปรุงขน้ั ตอนดาเนินงานต่าง ๆ ในองคก์ รโดยอยบู่ นปัจจัยพน้ื ฐาน 5 ขั้น ดังนี้
- การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ (Product Development) เปน็ ส่ิงสาคัญท่ีจะต้องออกแบบผลิตภณั ฑ์
ให้ง่ายต่อการปรับปรุงสาหรับตลาดหลัก และสามารถผลิตได้ในโรงงานท่ีต้ังอยู่ทั่วไป
ถึงแม้ว่ายังเป็นการเสี่ยงท่ีจะออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานระดับกลางเพื่อใช้ใน
หลากหลายตลาดกอ็ าจจะเป็นไปได้ทจ่ี ะออกแบบผลิตภณั ฑ์ข้นั พ้ืนฐาน หรือผลติ ภัณฑ์ทีง่ า่ ย
ต่อการปรับปรุงในหลายตลาดซึ่งทีมงานนักออกแบบระหว่างประเทศควรเข้ามามีบทบาท
กากบั ดูแลและรับผดิ ชอบในเรอ่ื งน้ี
- การจดั ซ้อื (Purchasing) บริษัทมีทีมผูบ้ ริหารทจ่ี ะรับผิดชอบต่อการซื้อวตั ถุดิบที่สาคัญจาก
ผู้ขายทั่วโลกปัจจยั การผลิตจะเป็นประโยชน์อย่างมากตอ่ บรษิ ัทต่าง ๆ ในกรณนี ้ีจะเป็นการ
สะดวกยงิ่ ขน้ึ ถ้าหากว่ามที างเลอื กเกีย่ วกับคุณภาพและระยะเวลาการส่งมอบทคี่ ล้ายคลึงกัน
เพื่อทมี งานจะไดส้ ามารถเปรยี บเทียบด้านราคาระหว่างซพั พลายเออรต์ ่าง ๆ ได้ โดยทมี งาน
จะตอ้ งสามารถรับประกันไดว้ ่าจะสามารถจดั หาซพั พลายเออรไ์ ดเ้ พียงพอในภมู ภิ าคตา่ ง ๆ ท่ี
เข้าไปลงทุนเพ่ือความมั่นใจในความยืดหยุ่นที่จะเกิดขึ้นจากการได้เปรียบจาก การจัดการ
โซ่อุปทานระดับโลก
- การผลิต (Production) ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า กาลังการผลิตที่เกินพอและโรงงานที่ตั้งใน
ภูมิภาคต่าง ๆ จะเป็นปัจจัยสาคัญในการพิจารณาใช้ประโยชน์จากการจัดการโซ่อุปทาน
ระดับโลกโดยการเคล่ือนย้ายกาลังการผลิตภายใต้เง่ือนไขที่รับประกันได้ อย่างไรก็ตาม
การดาเนนิ การภายใตก้ ลยุทธไ์ ด้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพนน้ั จะตอ้ งมีการตดิ ต้ังระบบการสอ่ื สาร
ท่ีเหมาะสม รวมทั้งการบริหารจัดการแบบรวมอานาจก็เป็นสิ่งที่จาเป็นในระบบน้ี ซึ่ง
หมายความรวมถึงว่าข้อมูลข่าวสารแบบรวมศูนย์กลางจะต้องสามารถจัดหาได้ ข้อมูล
เกยี่ วกบั สถานะปจั จุบันของโรงงาน ซพั พลายเออร์ และสินค้าคงคลังเปน็ สิ่งท่ีจาเป็นอย่างยิ่ง
ต่อการตัดสินใจของนกั ลงทนุ นอกจากนี้ โรงงานแต่ละแห่งจะต้องเออ้ื อานวยความสะดวกซึ่ง
กันและกันในโซ่อุปทานท่ีมีความซับซ้อน ดังนั้น การแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารระหว่าง
โรงงานจะต้องมีความเปน็ ไปไดใ้ นระบบบรหิ ารจัดการแบบรวมอานาจน้ี
- การบรหิ ารจดั การอุปสงค์ (Demand Management) โดยทั่วไปแล้วการบริหารจัดการอุป
สงค์มกั จะเก่ียวข้องกับการวางแผนทางดา้ นการตลาดและการขาย บนพื้นฐานความต้องการ
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 6 โลจิสติกสแ์ ละการจดั การโซ่อปุ ทานระหว่างประเทศ 200
_________________________________________________________________________________
และผลิตภัณฑท์ ่สี ามารถจดั หาไดใ้ นแตล่ ะภูมภิ าค สาหรบั การบริหารจดั การในรูปแบบบรู ณา
การในโซ่อุปทานแลว้ ย่างนอ้ ยจะตอ้ งมีสว่ นประกอบจานวนหนงึ่ ทอ่ี ยใู่ นศูนยก์ ลาง ซึ่งจาเป็น
จะต้องมขี ้อมูลข่าวสารในตลาดพน้ื ฐานสาหรบั ผู้จัดการที่อยู่ในแต่ละภูมิภาคจะเห็นไดช้ ัดว่า
ขอ้ มลู ข่าวสารเป็นสว่ นประกอบที่สาคัญอย่างหน่ึงในการบริหารจดั การโซ่อุปทานระดับโลก
- การเติมเต็มสินค้า (Order Fulfillment) ความสาเร็จจากการนาระบบการบริหารจัดการ
โซ่อุปทานท่ีมีความยืดหยุ่นไปประยุกต์ใช้น้ัน ระบบการรวมอานาจเข้าสู่ศูนย์กลางจาเป็น
จะต้องมีการวางแผนดาเนินการเพ่ือใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานว่า ลูกค้าท่ีอยู่ในแต่ละภูมิภาค
ส า ม า ร ถ ได้ รั บ สิ น ค้ า จ า ก โซ่ อุ ป ท า น ร ะ ดั บ โล ก เ ท่ า เ ที ย ม กั บ ก า ร จั ด ก า ร โซ่ อุ ป ท า น
ภายในประเทศหรือภายในภูมิภาค ความยืดหยุ่นในระดับโลกจะไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้
เลย ถ้าระบบต่าง ๆ ที่เชอ่ื มต่อกันน้ันทาให้ลกู คา้ ไมไ่ ด้รับความพึงพอใจ ดังนน้ั องคก์ รแต่ละ
องค์กรจะต้องมีการวางแผนเตรียมพร้อมสาหรับการนากลยุทธ์ความยืดหยุ่นมาใช้ในการ
บรหิ ารจดั การโซอ่ ปุ ทานระดบั โลก เพื่อสรา้ งข้อไดเ้ ปรยี บให้กบั องค์กรของตนได้
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 6 โลจสิ ติกส์และการจัดการโซ่อุปทานระหวา่ งประเทศ 201
_________________________________________________________________________________
คาถามทบทวนความร้บู ทที่ 6
บริษัท ผลิตภณั ฑ์อาหารกวา้ งไพศาล จากัด (มหาชน) ผผู้ ลิต “ปลากระป๋องปมุ้ ปยุ้ ” ท่ีตั้งอยจู่ งั หวดั ตรงั ซึ่ง
ปลากระป๋องปุ้มปุ้ยนี้ มีองค์ประกอบหลักอยู่ 3 อยา่ ง คือ ปลา ซอสมะเขอื เทศ และกระปอ๋ ง
สาหรบั ปลา ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่สาคัญในการนาเข้าสู่กระบวนการผลิตปลากระป๋อง โดยปลาที่จะนามา
ผลิตปลากระป๋องจะมาจากทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ซึ่งมีปลา 5 ชนิด ได้แก่ ปลาซาร์ดีน ปลาลัง
(ปลาทูยาว) ปลาโอ ปลาตาโต และปลาทแู ขก ส่วนปลาทน่ี ิยมใช้มากทส่ี ดุ คือปลาทแู ขก อยใู่ นตระกลู ปลา
แมคคอลแลล ซ่ึงในอดีตจะใช้ปลาซาร์ดีนเป็นวัตถุดิบหลัก แต่เน่ืองจากปลาชนิดน้ีเร่ิมลดน้อยลง เม่ือ
ชาวประมงจับปลาได้ก็จะมีการใส่น้าแข็งทันทีเพ่ือให้ปลาคงความสดก่อนจะนาส่งไปยังสะพานปลา
จากน้ันเม่ือจดั ส่งใหก้ บั พอ่ ค้าปลาทสี่ ะพานปลา จังหวดั ภเู กต็ จากนั้นก็จะทาการขนสง่ ดว้ ยความรวดเร็ว
และมีประสทิ ธิภาพ โดยจะนาส่งยังโรงงานผลิตปลากระป๋องก่อนนาไปแปรรปู ต่อไป ซ่งึ ผู้บรหิ ารจะต้อง
ตดั สนิ ใจถึงจานวนปรมิ าณปลาทจี่ ะซือ้ และเก็บไวใ้ นห้องเย็นดว้ ย
ส่วนซอสมะเขือเทศเข้มข้นก็เป็นวัตถุดิบที่สาคัญอันดับสองอีกอย่างหนึ่งที่ใช้ประกอบในการผลิตปลา
กระป๋องได้มาจากอาเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ซึ่งมีโรงงานผลิตซอสมะเขือเทศเข้มข้นในพ้ืนที่
และมกี ารส่งเสริมให้เกษตรกรปลกู มะเขือเทศเปน็ จานวนมากเพอ่ื ปอ้ นใหก้ บั โรงงานผลติ มะเขอื เทศ แต่ก็มี
ข้อจากัดตรงท่ีว่ามะเขือเทศนั้นเป็นพืชผลทางการเกษตรที่จะให้ผลผลิตตามฤดูกาลคือในช่วงเดือน
กมุ ภาพนั ธ์และเดอื นมีนาคมเท่านั้น ดังนนั้ การแปรรูปมะเขือเทศจงึ ต้องต้ังอยูใ่ นแหล่งพ้ืนที่ปลูกวตั ถุดิบ
ซ่งึ จะทาใหโ้ รงงานแปรรูปมะเขือเทศไดเ้ ปรยี บ 3 ประการ คือ 1. เรอื่ งวัตถุดบิ กจ็ ะได้มะเขือเทศท่สี ดใหม่
2.เม่ือแปรรูปแล้ว จะทาให้การขนส่งสินค้าที่แปรรูปแล้วมีต้นทุนการขนส่งที่ต่าและมีประสิทธิภาพ
มากกว่าการตงั้ โรงงานที่ไกลจากแหลง่ วตั ถดุ ิบ และ 3. มีความสะดวกในการจดั เกบ็ สินค้าที่แปรรูปแล้ว
วตั ถดุ ิบสดุ ท้ายคอื กระปอ๋ ง ซึง่ โรงงานผลิตกระปอ๋ งอย่ทู ่ีจังหวดั ตรัง ซึ่งเปน็ บรรจภุ ัณฑ์ท่ีสาคัญอกี อย่างท่ี
อยใู่ กลก้ บั โรงงานผลิตปลากระปอ๋ งราว 2 กิโลเมตร ทาใหผ้ ู้ประกอบการแห่งนีไ้ ม่ตอ้ งสต็อกกระปอ๋ งไวเ้ ปน็
จานวนมากเหมือนโรงงานอืน่ ๆ จึงได้เปรยี บในเรอ่ื งของเวลา คา่ ขนส่ง และสถานทจ่ี ดั เก็บ เม่อื วตั ถดุ ิบทงั้
3 อย่าง คอื ปลา ซอสมะเขือเทศ และกระปอ๋ ง มาพรอ้ มแลว้ กระบวนการผลติ ก็เรมิ่ ขึน้ ต้ังแต่ลา้ งปลา ตัด
บรรจุ น่ึง ฆ่าเชอ้ื ไล่อากาศ รวมถึงกิจกรรมอ่ืน ๆ ที่เกี่ยวข้อง เชน่ เมอ่ื ผลิตแลว้ มีการบรรจหุ บี หอ่ จะมกี าร
พมิ พว์ นั หมดอายุ สนิ ค้าคงคลงั และคลังสินค้าจะตอ้ งสอดประสานกันคอื สินค้าที่ผลิตกอ่ นจะต้องจาหนา่ ย
ออกไปก่อน ซึ่งเป็นการบริหารจัดการลาดบั กอ่ นหลังในการรักษาคุณภาพก่อนถึงมือผู้บริโภค และการ
กระจายสนิ คา้ ในการจดั สง่ สนิ คา้ รวมถงึ การขนสง่ ทีร่ วดเรว็ และมปี ระสทิ ธิภาพ เพอื่ ให้สนิ คา้ มวี างจาหนา่ ย
ให้ผู้บริโภคเหน็ และตดั สนิ ใจก่อนสนิ ค้าของคแู่ ขง่ ขันจะทาใหม้ ีโอกาสทางการตลาดตอ่ การตดั สินใจซ้ือของ
ผบู้ ริโภคได้อย่างทันทว่ งที
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 6 โลจิสติกสแ์ ละการจัดการโซ่อุปทานระหว่างประเทศ 202
_________________________________________________________________________________
หากบรษิ ัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จากัด (มหาชน) ตอ้ งการขยายธุรกิจให้มีขนาดใหญ่ข้ึน และมี
ความจาเป็นท่ีต้องมีการดาเนินการในต่างประเทศ ให้นักศึกษาออกแบบการจัดการโลจิสติกส์และโซ่
อุปทานระหวา่ งประเทศใหก้ บั ธุรกิจน้ี
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 7 เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรบั โลจิสตกิ สแ์ ละโซ่อุปทาน 203
___________________________________________________________________________
บทท่ี 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรับโลจิสติกสแ์ ละโซ่อปุ ทาน
(Logistics in Supply Chain Information Technology)
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเขา้ ใจความสัมพันธข์ องเทคโลยสี ารสนเทศกบั การจัดการโลจสิ ติกส์และโซอ่ ปุ ทาน
2. เพ่อื ทราบชนิดของเทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรับโลจิสตกิ ส์และโซ่อุปทาน
7.1. ความรทู้ ่วั ไปเกย่ี วกบั เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรบั โลจสิ ติกสแ์ ละโซ่อปุ ทาน
เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับโลจิสติกสเ์ ป็นการนาระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการปรับปรงุ กระบวนการ
ทางดา้ นโลจิสติกสแ์ ละโซอ่ ปุ ทานให้สามารถบรหิ ารจดั การได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
ระบบสารสนเทศ (Information System) หมายถึง ระบบหรือเทคโนโลยีท่ีมีการนาระบบ
คอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ในการรวบรวบข้อมูล การจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูล และการนาเสนอข้อมลู โดยมี
วัตถุประสงคเ์ พอ่ื รายงานผลการตัดสนิ ใจ การวางแผน และอน่ื ๆ ทสี่ ามารถลดข้นั ตอนและอานวยความสะดวก
ให้ง่ายต่อการใช้งานมากข้ึนจากเดิม ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการ 3 กระบวนการ คือ การนาข้อมูล
เข้าสู่ระบบ (Input) การประมวลผล (Processing) และการนาเสนอผลลัพธ์ (Output) ระบบสารสนเทศ
อาจจะมกี ารสะทอ้ นกลับ (Feedback) เปน็ ต้น (บณั ฑิต ศรสี วสั ดิ์, 2560)
ปจั จุบนั การจัดการโลจิสตกิ ส์ เป็นเป้าหมายสาคัญทผ่ี ปู้ ระกอบการสามารถใช้เปน็ แหล่งทม่ี าของความ
ได้เปรียบในการแข่งขัน ท้ังในระดบั ธุรกิจและระดับประเทศ เนื่องจากด้วยกระแสโลกาภิวัตนท์ ี่ส่งผลให้มกี าร
แขง่ ขันทางธรุ กจิ ที่รนุ แรงเพ่ิมมากขึ้น และการเปิดเสรีทางการค้าท่ีมากขน้ึ สง่ ผลให้ภาคธุรกจิ จงึ ต้องยกระดับ
ความสามารถในการดาเนนิ ธรุ กจิ ในทุกวิถที างทเ่ี ปน็ ไปได้ ท้ังการลดต้นทุนธุรกิจ และการสร้างมลู คา่ เพิ่มใหม่ ๆ
เสนอลูกค้า การบริหารจัดการกระบวนการนาส่งสินค้าจากผู้ผลติ ถึงผ้บู ริโภคตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซ่ึงในการ
ประกอบธุรกิจท่วั ไป ผู้ประกอบการจะคานึงถึงต้นทุนการผลิตเปน็ หลัก และพยายามหาวิธีลดต้นทนุ การผลติ
ให้ตา่ ลง เพอ่ื แขง่ ขนั กบั คู่แขง่ รายอน่ื ๆ ที่อยู่ในตลาด เนอ่ื งจากการเพิม่ ราคาสนิ ค้าเพอ่ื รกั ษาระดับรายไดใ้ หเ้ ทา่
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 7 เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรบั โลจิสตกิ สแ์ ละโซ่อปุ ทาน 204
___________________________________________________________________________
เดิมน้ันคอ่ นขา้ งจะเป็นไปไดย้ าก สาหรบั ลกั ษณะโครงสรา้ งตลาดและภาวะทางการแข่งขนั ในปัจจบุ ัน (อุมาพร
มณเี นยี ม, 2559)
โดยเปา้ หมายของ การจดั การโลจสิ ตกิ ส์ สามารถสรปุ ออกเปน็ 6 ขอ้ ดงั น้ี
1. ความรวดเรว็ ในการสง่ มอบสนิ ค้า
2. การไหลลน่ื ของสินค้า
3. การไหลลน่ื ของข้อมลู ขา่ วสาร
4. การสรา้ งมลู ค่าเพม่ิ ในกิจกรรมทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั ความต้องการของตลาด
5. ลดตน้ ทนุ ในส่วนทเ่ี กี่ยวกบั ดาเนนิ การเกยี่ วกบั สินคา้ และการดูแลและขนสง่ สนิ คา้
6. เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพของการแข่งขนั
ซึ่งเหตผุ ลหลกั ท่ตี ้องนา Information Technology (IT) เขา้ มาใชใ้ นระบบโลจสิ ตกิ ส์ คอื
1. โลจสิ ติกสต์ อ้ งการความรวดเร็วในการขนสง่ อย่างถกู ตอ้ งแม่นยา
2. ระบบโลจสิ ตกิ สต์ ้องมีการแลกเปล่ียนข้อมลู กันตลอดเวลา
3. สารสนเทศทถ่ี กู ตอ้ งและทนั เวลาจะชว่ ยกจิ การลดระดบั สนิ คา้ คงคลงั ได้
4. IT จะช่วยเรอ่ื งการปรบั เส้นทางและตารางเวลาขนสง่ ใหเ้ หมาะสม
5. ชว่ ยเพิ่มประสิทธภิ าพการบรกิ ารแกล่ ูกคา้
6. สามารถช่วยลดคา่ แรงงานในการบรหิ ารโลจิสตกิ ส์ได้
7. ช่วยเพ่ิมอตั ราการใชป้ ระโยชนจ์ ากปรมิ าตรในคลงั สินคา้ ได้
ผูช้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 7 เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับโลจิสติกสแ์ ละโซ่อุปทาน 205
___________________________________________________________________________
รูปที่ 7.1. แสดงความสมั พันธข์ องระบบสารสนเทศกับโลจิสติกส์
(ทม่ี า: ณัฐพนธ์ เกษสาคร, 2560)
7.2. การนาเทคโนโลยที เ่ี หมาะสมมาใชใ้ นงานด้านโลจสิ ตกิ ส์ (Implementing the right
technology to be used in the logistics.)
เทคโนโลยมี ีความหมายตามท่รี ะบไุ ว้ในสารานุกรม คอื แนวคิดกวา้ ง ๆ ในการนาความรูแ้ ละเคร่ืองทุ่น
แรงมาประยุกต์ใช้เพอื่ อานวยประโยชน์ในการควบคุมหรือปรบั สภาพใหเ้ ข้ากบั ส่งิ แวดลอ้ ม โดยมนุษย์ไดม้ ีการ
นาเทคโนโลยีมาใช้จะเรม่ิ จากการแปลงทรัพยากรทีม่ อี ยูใ่ นธรรมชาตไิ ปเป็นเครื่องมือทีเ่ รียบงา่ ยในการอานวย
ความสะดวก โดยช่วยให้เกิดความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ในทางด้านโลจิสติกส์
เทคโนโลยีกเ็ ขา้ มามีสว่ นเก่ยี วขอ้ งอยา่ งมาก จนถือว่าเปน็ ปัจจยั ทส่ี าคัญทส่ี ดุ ตัวหน่ึงในการแข่งขัน เนอื่ งมาจาก
ความพร้อมของพลังการประมวลต้นทนุ ต่าได้กอ่ ให้เกิดการพฒั นาการสาคญั ในศาสตร์ของการจัดการโลจสิ ตกิ ส์
ความสามารถในการจัดการข้อมูลประมาณมหาศาลอย่างรวดเร็วและแม่นยาในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา ได้
เปลี่ยนแปลงวิธีการทาธุรกิจเกือบจะเรียกได้ว่าท้ังหมด เทคโนโลยีเหล่านี้ ถูกเรียกซ้าไปว่าเป็นการปฏิวัติ
อตุ สาหกรรมคร้ังทีส่ อง ความสามารถในการส่งขอ้ มลู ระหว่างคู่ค้าในโซ่อปุ ทานผ่านทางระบบแลกเปล่ยี นขอ้ มลู
ทางอิเล็กทรอนิกส์ถูกนามาใช้งานอย่างแพรห่ ลายมากขึ้นเร่ือย ๆ ในบริษัทตา่ ง ๆ ความสามารถท่ที าให้ฝงู ชน
สามารถเขา้ ถงึ อนิ เตอร์เน็ตไดเ้ ปน็ สง่ิ ท่ีจุดประกายกระแสการซอื้ สินค้าจากบ้านสานักงาน และยังไม่รวมถึงการ
ใช้อีเมล์เปน็ หนทางในการส่อื สารกับเพ่ือน และเพ่ือนรว่ มธุรกิจทวั่ โลก ระบบสารสนเทศระบบส่อื สารร่วมกบั
ฮาร์ดแวร์ท่ีเกี่ยวข้องที่ถูกนามาใช้ในการจัดการโซ่อุปทานจะช่วยในหลายบทบาทด้วยกัน อาจจะช่วยเหลอื
กระบวนการตัดสนิ ใจ ชว่ ยปฏบิ ตั กิ ารตดิ ตามควบคุมจดั เก็บและประมวลผลขอ้ มลู และช่วยเหลือในการส่ือสาร
ระหวา่ งบุคคล บริษทั และเคร่ืองจักร
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 7 เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับโลจิสติกสแ์ ละโซ่อปุ ทาน 206
___________________________________________________________________________
7.2.1. การนาเทคโนโลยีมาใช้ในการเคลื่อนย้ายวัสดุและผลิตภัณฑ์ ประเภทของอุปกรณ์
จัดเก็บและขนถา่ ยที่มใี ช้สาหรบั สินคา้ ที่อยบู่ นแพลเล็ต
1) การเคลือ่ นยา้ ยแพลเล็ต
2) ระบบจัดเก็บและหยิบเลอื กอตั โนมตั ิ
3) เทคโนโลยใี นการบง่ บอกและติดตามสินคา้
- บาร์โคด้
- RFID
- GPS
7.2.2. การนาเทคโนโลยมี าใชใ้ นการไหลของข้อมูลสารสนเทศ มดี ้วยกนั 4 ระบบดงั น้ี
1) ระบบการแลกเปลย่ี นข้อมูลทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (EDI)
2) ระบบสารสนเทศทว่ั ทัง้ องคก์ ร (ERP)
3) ระบบจดุ ขายทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (EPOS)
4) ระบบการคา้ ทางอเิ ล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)
7.2.3. การนาเทคโนโลยีมาใช้ในกิจกรรมการตัดสินใจและวางแผนเชิงโลจิสติกส์ ระบบ
จัดการโซ่อุปทานโดยทั่วไปแล้ว จะเป็นเครื่องมือสนับสนุน และวางแผนปฏิบัติการระบบเหล่าน้ี จะช่วยให้
บริษทั วางแผนและจดั การปฏบิ ัตกิ ารโลจสิ ติกส์ ผ่านทางการใชช้ ุดซอฟทแ์ วร์ทบี่ ูรณาการอย่ทู ั่วทงั้ ระบบ ซึ่งช่วย
ให้เกิดความกา้ วหน้าทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ในทางโลจิสติกสเ์ ทคโนโลยีก็เข้ามามีสว่ นเก่ียวขอ้ ง
อยา่ งมากจนถอื วา่ เป็นปัจจัยทสี่ าคัญที่สุดตวั หน่งึ ในการแขง่ ขัน โดยแบ่งตามกระบวนการได้ 6 ระบบ ดงั น้ี
1) ระบบการวางแผนและการจัดตารางอยา่ งก้าวหนา้ (APS)
2) ระบบการวางยุทธศาสตร์เครือขา่ ยโซ่อุปทาน
3) ระบบการจดั การคลงั สนิ ค้า
4) ระบบพยากรณ์และจัดการคลงั สนิ คา้
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรบั โลจิสติกส์และโซ่อปุ ทาน 207
___________________________________________________________________________
5) ระบบการวางแผนและควบคุมการผลิต
6) ระบบการวางแผนการขนสง่ และการกระจายสนิ ค้า
(โปรซอฟท์ คอมเทค, 2556)
เทคโนโลยีที่นามาใช้ในกิจกรรมการตัดสินใจและวางแผนเชงิ โลจสิ ติกส์
1. ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การตดั สนิ ใจ (Decision Support Systems : DSS)
ลักษณะการตัดสินใจทางธุรกจิ การตัดสินใจทางธุรกิจมลี กั ษณะบางประการที่เป็นลกั ษณะ
เดน่ ดงั น้ี
1. สามารถทาไดโ้ ดยลาพัง หรอื ร่วมกนั ตัดสนิ ใจเปน็ กลมุ่ ไดใ้ นบางกรณีท่ีปญั หาท่ีเกิดขน้ึ หรือ
ผลจากการตัดสินใจนั้นอาจส่งผลกระทบต่อบุคคล หรือหน่วยงานมากกว่าหน่ึงหน่วย เช่น การตัดสินใจ
เกี่ยวกับการนาซอฟต์แวร์การวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) มาใช้จะมีผลกระทบต่องานของหลายฝ่าย
ดงั นนั้ การตดั สินใจท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั การนาซอฟตแ์ วร์น้ีมาใช้ควรจะเปน็ การตดั สนิ ใจเปน็ กล่มุ
2. การตัดสนิ ใจอาจมีวตั ถปุ ระสงค์ของการตดั สินใจหลายประการที่ขดั แย้งกนั เช่น ในขณะที่
ฝ่ายคลังวัตถุดิบต้องการท่ีจะจัดเก็บวัตถุดิบให้มีจานวนน้อยท่ีสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อหลีกเล่ียงการจ่าย
ค่าวัตถดุ ิบล่วงหน้าก่อนผลติ เป็นเวลานาน และลดค่าใช้จ่าย และพนื้ ทใ่ี นการจัดเก็บแต่ฝา่ ยผลิตอาจต้องการให้
มจี านวนวตั ถดุ บิ มากเพียงพอเพื่อรองรบั ความตอ้ งการทางการผลติ ทีอ่ าจมขี ึ้นเปน็ จานวนมากโดยไมไ่ ดว้ างแผน
ไวล้ ่วงหน้า
3. มีแนวทางประกอบการพจิ ารณาตัดสนิ ใจหลายทางเลอื ก เช่น สาหรบั การตัดสนิ ใจเก่ียวกบั
การสร้างผลกาไรทเี่ พม่ิ ขนึ้ นั้น สามารถทาได้โดยการขยายตลาด ลดต้นทนุ การผลิต หรือ เพมิ่ สนิ คา้ หรอื บริการ
ใหม่ เป็นต้น
4. เป็นการตดั สนิ ใจแบบ “ลองผดิ -ลองถกู ” เนอื่ งจากในหลาย ๆ กรณีนัน้ ปัจจัยหรอื เง่อื นไข
ท่ีเก่ียวข้องกับปัญหานั้นมีจานวนมาก และบางปัจจัยเป็นปัจจัยที่นอกเหนือความควบคุมของผู้บริหารหรือ
องค์กร เชน่ ปัจจัยเก่ียวกับสภาวะเศรษฐกจิ ของประเทศ ซ่ึงทาให้การตดั สนิ ใจทางธรุ กจิ นั้นอาจจะตอ้ งเป็นไป
ในรูปแบบของการ ลองผดิ ลองถูก เน่อื งจากไม่สามารถสรปุ ทางเลอื กท่ีสมบูรณ์แบบได้
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 7 เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับโลจิสติกสแ์ ละโซ่อุปทาน 208
___________________________________________________________________________
ส่วนประกอบของ DSS สว่ นประกอบของระบบสนบั สนุนการตัดสนิ ใจสามารถจาแนกออกเปน็ 4 ส่วน
ท่ี สาคญั ไดด้ ังนี้
1) อุปกรณ์สาหรับระบบสนับสนุนการตัดสินใจ อุปกรณ์สามารถแบ่งได้เป็น อุปกรณ์
ประมวลผล ได้แก่ คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอรพ์ ีซี หรือ คอมพิวเตอร์แลปทอป อุปกรณ์แสดงผล
เช่น จอภาพ และ เคร่อื งพมิ พ์ โดยสาหรบั ระบบสนับสนนุ การตดั สนิ ใจ อุปกรณแ์ สดงผลควรจะเป็นอุปกรณท์ มี่ ี
คุณภาพ และความละเอียดสูงเน่ืองจากข้อมูลทางเลือกประกอบการตัดสินใจอาจมีรายละเอียดและรูปภาพ
เก่ยี วข้อง และอุปกรณ์สือ่ สาร ไดแ้ ก่ ระบบเครือขา่ ย (Network) ที่ถกู นาเขา้ มาใช้สาหรบั เชื่อมกบั ระบบอ่ืน ๆ
เช่น ระบบสนับสนนุ การตดั สนิ ใจอาจมีการไปดงึ เอาข้อมลู มาจากระบบประมวลผลการเปลีย่ นแปลงบางระบบ
2) ระบบการทางาน ในการทางานของระบบสนับสนนุ การตัดสินใจต้องอาศยั การทางานของ
ส่วนประกอบสาคญั 3 ส่วนคือ
- ชดุ คาสง่ั ของระบบสนับสนุนการตดั สินใจ
- ฐานแบบจาลองการตัดสินใจ
- ฐานขอ้ มลู
3) ข้อมูล ข้อมูลเป็นส่วนสาคัญที่จะช่วยในการประกอบการตัดสินใจ ถ้าข้อมูลท่ีสนับสนุน
การตดั สนิ ใจไม่มีคณุ ภาพเพียงพอ ก็จะไม่สามารถสนับสนนุ การใชง้ านได้อยา่ งเหมาะสม
4) บุคคลากร โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ผู้ใช้งานโดยตรงของระบบสนบั สนุนการตัดสนิ ใจจะเป็นผู้ท่ี
มสี ว่ นสาคัญในการพฒั นา DSS ต้งั แต่การกาหนดปญั หาและความตอ้ งการและการจาลองตัวแบบการตดั สินใจ
คุณลักษณะของ DSS ระบบสนับสนุนการตดั สินใจท่ดี ีควรมคี ณุ ลกั ษณะดงั ตอ่ ไปน้ี
- ง่ายต่อการเรียนรแู้ ละใช้งาน เน่ืองจากผใู้ ช้งานระบบสนับสนุนสว่ นใหญ่
จะเป็นผู้จัดการระดับกลางข้ึนไปซ่ึงมีเวลาจากัดในการศึกษาและติดตามความรู้ใหม่ ๆ
ทางด้านเทคโนโลยี ดังนั้นหากระบบทีพ่ ัฒนาขึ้นน้ันซับซ้อน และมีขั้นตอนมากในการใช้ก็จะ
ไมส่ ามารถสนบั สนุนการทางานของผ้บู ริหารได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
- สามารถโต้ตอบกับผู้ใชไ้ ด้อย่างรวดเรว็ เนื่องจากในการประเมินทางเลือก
ระบบ สนับสนุนการตดั สนิ ใจอาจต้องมีการรับขอ้ มลู บางอย่างจากผใู้ ช้แลว้ นาไปประมวลผล
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรบั โลจิสตกิ สแ์ ละโซ่อปุ ทาน 209
___________________________________________________________________________
และอาจมีการร้องขอข้อมูลเพิ่มจากผู้ใช้แล้วนาไปประมวลผลอีก ทาซ้า ๆ ไปจนกว่าจะ
สามารถประเมินทางเลือกทีเ่ หมาะสมได้ ดังนั้นระบบสนับสนุนการตัดสินใจควรจะมคี วาม
รวดเรว็ ในการโต้ตอบกับผู้ใช้
- มีข้อมูลและแบบจาลองสาหรับสนับสนุนท่ีเหมาะสมและสอดคล้องกับ
ปัญหา เน่ืองจากปัญหาแต่ละปัญหาภายใต้สถานการณ์ท่ีเหมือนหรือต่างกันล้วนต้องการ
ข้อมลู และตัวแบบการตัดสนิ ใจทต่ี ่างกนั
- สนับสนุนการตัดสนิ ใจแบบก่ึงโครงสรา้ งและไม่มโี ครงสร้าง ซ่ึงแตกตา่ ง
จากระบบ สารสนเทศสาหรับการจัดการท่ีผลิตรายงานท่ีเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจใน
ระดับทไี่ ม่ซบั ซ้อน และมโี ครงสรา้ งท่คี อ่ นข้างชดั เจน
- มีความยืดหยุ่นตอ่ ความต้องการของผูใ้ ช้ เน่ืองจากลักษณะของปัญหามี
ความไม่แน่นอน และค่อนข้างซับซอ้ น ดังนั้นระบบสนับสนุนการตัดสินใจท่ีดีควรจะมคี วาม
ยดื หยุน่ เพือ่ รองรบั ความตอ้ งการท่ีคอ่ นข้างหลากหลายได้
2. ระบบสนับสนนุ การตัดสนิ ใจเป็นกลมุ่ (Group Decision Support System)
เน่ืองจากการตัดสินใจในองค์กรธุรกิจในหลาย ๆ ครั้งไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจจากบุคคล
เพียงคนเดียว แต่ในหลาย ๆ ครั้งการตัดสินใจนั้นเป็นการตัดสินใจร่วมกันของทีมงานใดทีมงานหนึ่ง ระบบ
สนับสนุนการตดั สนิ ใจแบบกลุ่มจึงถกู พฒั นาข้ึนเพ่อื ให้เกิดการประสานงาน และแลกเปล่ยี นข้อมูลกันระหว่าง
สมาชิกภายในกล่มุ อย่างมีประสิทธภิ าพ ซอฟต์แวรแ์ ละระบบทจี่ ะชว่ ยในการสนบั สนนุ การตดั สนิ ใจเป็นกลมุ่ ทดี่ ี
จะต้องมสี ว่ นช่วยในเร่ืองของการแชร์ข้อมลู สารสนเทศระหว่างบุคคลในกลมุ่ และช่วยในเรือ่ งของการจัดกล่มุ
ความคิด รวมถึงอาจช่วยในการสนับสนุนสง่ เสริมใหม้ ีการระดมสมอง (Brainstorming) กันระหว่างบุคคลใน
กลมุ่ ซอฟต์แวรท์ ี่ช่วยงานในระบบสนับสนนุ การตัดสนิ ใจเปน็ กล่มุ ได้แก่
1. Electronic questionnaires สาหรับช่วยในการสารวจความคิดเห็นของผู้ท่ี
เก่ียวข้องผา่ นระบบอเิ ล็กทรอนิกส์
2. Electronic Brainstorming tools เป็นเคร่ืองมือท่ชี ว่ ยในการระดมความคดิ เห็น
ผ่านระบบอิเลก็ ทรอนิกส์ซึง่ จะช่วยให้สมาชิกแต่ละคนสามารถระดมความคิดเหน็ ได้ในเวลา
เดียวกันเกย่ี วกับหวั ขอ้ เรอ่ื งท่กี าลงั ประชุมอยูน่ น้ั
ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรบั โลจิสตกิ ส์และโซ่อุปทาน 210
___________________________________________________________________________
3. Idea organizers เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยอานวยความสะดวกในการจัดโครงสรา้ ง
และสังเคราะห์แนวคิดท่ีสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนนาเสนอระหว่าง ท่ีกาลังระดมความคิดกัน
4. Tools for voting or setting priorities จัดให้มีวิธีการต่าง ๆ สาหรับการ
ลงคะแนนเสยี งการจดั ลาดับความสาคญั และเทคนิคการใหน้ ้าหนกั แบบต่าง ๆ ในการกาหนด
ระดบั ความสาคญั ในการลงคะแนนเสยี ง
5. Policy formation tools จัดให้มีการสนับสนุนอย่างมีโครงสร้างต่อข้อตกลงท่ี
กาลังพัฒนาขึน้ มาใหอ้ ยู่ในรูปของนโยบายทเี่ ป็นลายลักษณ์อักษร
6. Group dictionaries ทาการจัดเก็บเอกสารที่เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับนิยามศัพท์
ตา่ ง ๆ ของคาพดู และคาศัพท์ทม่ี ีความสาคัญต่อโปรเจค
ประโยชนข์ อง GDSS ระบบสนับสนุนการตดั สนิ ใจกลมุ่ โดยมีการนาซอฟต์แวร์ตา่ ง ๆ ข้ันต้น
เขา้ มาชว่ ยในกิจกรรมตา่ ง ๆ สาหรบั การตดั สินใจเปน็ กลุม่ มีประโยชน์ดงั นี้
1. ช่วยในการเตรียมความพร้อมในการประชุม รวมถึงการจัดเตรียมข้อมูลและ
สารสนเทศที่เหมาะสมในการประชุม ซึ่งส่งผลในเร่ืองของการเพิ่มประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลของการทางานเปน็ กลมุ่ ลดเวลาในการตัดสนิ ใจ และจานวนครั้งของการประชมุ
2. สรา้ งบรรยากาศในการร่วมมอื กนั ระหวา่ งสมาชิก
3. สนบั สนุนการมสี ว่ นรว่ มและกระตนุ้ การแสดงความคดิ เหน็ ของสมาชิก
4. ชว่ ยในเร่ืองของการจัดลาดับความสาคญั ก่อนหลงั ของปัญหา
5. มีหลกั ฐานการประชุมแน่ชัด (วันชยั ขันตี, 2554)
ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 7 เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับโลจิสติกสแ์ ละโซ่อปุ ทาน 211
___________________________________________________________________________
7.3. เทคโนโลยีท่มี คี วามจาเปน็ ตอ่ การใช้งานโลจสิ ติกส์ในปจั จบุ นั
เทคโนโลยีที่มีความจาเป็นตอ่ การใชง้ านโลจสิ ติกสใ์ นปัจจบุ ัน ประกอบด้วย
1) ระบบการแลก เปล่ียนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange
System: EDI)
2) ระบบบาร์โค้ด (Barcode System)
3) รหสั บ่งชี้โดยใชค้ วามถี่ ของคลนื่ วิทยุ(Radio Frequency Identification: RFID)
4) ระบบกาหนดพิกัดท่ตี ้งั ดาวเทียม (Global Positioning System: GPS)
5) การวางแผนทรัพยากรองค์การโดยรวม (Enterprise Resource Planning: ERP)
6) ระบบการจัดการคลังสนิ ค้า (Warehouse Management System: WMS)
7) ระบบการจดั การการขนส่ง (Transportation Management System: TMS)
ซง่ึ แตล่ ะระบบมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
7.3.1 ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange
System: EDI)
เป็นระบบเทคโนโลยีท่ีมีการแลกเปล่ียนเอกสารทางธุรกิจระหว่างบริษัทคู่ค้า 2 ฝ่ายในรูปแบบ
มาตรฐานสากลจากคอมพิวเตอร์ เคร่ืองหน่ึงไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหน่ึง โดยจะมีการใช้เอกสารที่เป็น
อเิ ลก็ ทรอนิกส์มาแทนเอกสารทีเ่ ป็นกระดาษ เชน่ ใบส่งั ซื้อสนิ คา้ บัญชรี าคาสินคา้ ใบสง่ ของ รายงาน เปน็ ต้น
ภายใต้มาตรฐานทีก่ าหนดไว้ ซง่ึ จะทาให้เอกสารมกี ารแลกเปลย่ี นกนั ได้ (โซลูชน่ั คอร์ป, ม.ป.ป.)
ปัจจุบันองค์การหลายแห่งได้ใช้บริการของผู้ท่ีให้บริการ EDI (EDI Service Provider) มากกว่าท่ีจะ
สร้างเครือข่ายข้ึนมาเอง เน่ืองจาก ต้องใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งผู้ที่ให้บริการ EDI จะเป็นตัวกลางบริการเช่ือมโยง
ข้อมูลเรยี กว่า เครือข่ายเพิ่มมูลค่า VAN (Value Added Network: VAN) โดยจะมีการเกบ็ ค่าบริการเปน็ การ
เช่า โครงสรา้ งพนื้ ฐาน ซ่งึ สามารถแสดงการสง่ ผ่านข้อมูลของผ้ใู หบ้ รกิ าร EDI ไดด้ ังภาพ
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรับโลจิสตกิ สแ์ ละโซ่อปุ ทาน 212
___________________________________________________________________________
รูปท่ี 7.2 รปู แบบการใหบ้ รกิ ารการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลโดยผ่านทางผู้ให้บรกิ าร EDI
สว่ นประกอบที่จาเป็นของระบบ EDI
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เป็นองค์ประกอบที่สาคัญในการติดตั้ง
สาหรับการตดิ ต่อส่อื สาร โดย EDI จะเป็นตวั ทชี่ ว่ ยส่งผา่ นข้อมลู ระหวา่ งคู่คา้ ให้สามารถติดตอ่ กันได้
2. เครือข่ายโทรคมนาคม (Telecommunication Network) เครือข่ายจะใช้สายโทรศัพท์
(Telephone Line) ในการสง่ ผ่านข้อมลู ระหว่างผูส้ ่ง และผ้รู ับ โดยอาจมกี ารตดิ ตอ่ ผา่ นดาวเทียมก็ได้
3. ซอฟต์แวร์การติดต่อส่ือสาร (Communication Software) เป็นโปรแกรมท่ีใช้ในการสง่
และรับขอ้ มลู ซง่ึ จะมกี ารใสร่ หสั และ ถอดรหสั ขอ้ มูลระหว่างคอมพิวเตอร์ โดยทั้ง 2 ฝา่ ยจะสามารถตดิ ต่อกัน
ได้เนือ่ งจากมีการกาหนดมาตรฐานสากลในการใชง้ าน
ประโยชนข์ อง EDI
1. ชว่ ยลดข้อผิดพลาดจากการบันทึกข้อมลู เข้าระบบ และเม่อื ผู้ที่เกีย่ วขอ้ งนาไปใชง้ านกจ็ ะได้
ข้อมูลทถี่ กู ต้อง แมน่ ยาและรวดเรว็ มากข้ึน
2. ชว่ ยลดงบประมาณในเรือ่ งของเอกสาร และคู่มือการปฏิบตั งิ านท่ีซ้าซอ้ นขององคก์ าร
3. ช่วยเพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการปฏบิ ัติงาน สามารถทาให้ผ้ทู ีเ่ กย่ี วข้องโตต้ อบกบั คู่ค้าได้อย่าง
รวดเร็ว ซง่ึ จะทาให้เกดิ ประสทิ ธิภาพที่ดีในการทางานท้งั 2 ฝา่ ย
4. ชว่ ยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันองคก์ ารทมี่ กี ารนา EDI มาใช้ สามารถชว่ ยใหผ้ บู้ ริหาร
ตัดสนิ ใจไดอ้ ย่างรวดเร็วและถกู ต้อง ทาให้มคี วามไดเ้ ปรยี บทางการแข่งขนั มากกวา่ คู่แข่งขัน
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ
บทท่ี 7 เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรบั โลจิสตกิ สแ์ ละโซ่อปุ ทาน 213
___________________________________________________________________________
EDI ในปัจจุบัน
เน่ืองจากธุรกิจมกี ารเปลยี่ นแปลงอยูต่ ลอดเวลา และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีบทบาทตอ่ การ
ดาเนินงานขององค์การเป็นอย่างมาก จึงมีการสง่ ผา่ นข้อมูลของระบบ EDI แทนการสรา้ งเครือข่ายสว่ นตวั ทา
ให้ค่าใช้จ่ายในการติดต้ังและบารงุ รักษาระบบถูกลงมาก เม่ือเทียบกับในอดีต ดังนั้นในปัจจุบัน บริษัทขนาด
กลางและขนาดเล็กจงึ สามารถติดตัง้ ระบบ EDI ได้ง่ายข้ึน และสามารถใชง้ านไดห้ ลากหลาย เชน่ สามารถรบั สง่
แบบฟอร์มอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ระหว่างบริษัทจากโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ โดยผ่านเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ตได้ เปน็ ตน้
EDI สามารถใช้ในการสง่ ข้อมูลระหว่างฝ่ายในองค์การ อาทิ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายจัดซ้ือ ฝ่ายขาย และฝ่ายจัดส่ง
สินค้าฯ เพ่ือให้กระบวนการสั่งซ้ือสินค้าและการชาระเงินเป็นไปโดยอัตโนมัติ ช่วยเพ่ิมประสิทธิ ภาพ
ลดคา่ ใช้จา่ ยดา้ นเอกสารและบุคลากร ไมว่ า่ จะเป็นการจัดซอ้ื การจดั หาวตั ถดุ บิ หรอื การโอนชาระเงินของลกู คา้
หรือระหว่างบริษัทคู่คา้ ได้มีการนาระบบEDI มาใช้ท้ังภาคเอกชน เช่น ธุรกิจ การเงิน ธุรกิจค้าปลกี ผู้นาเขา้ -
ส่งออก และภาครัฐ เช่น กรม ศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ เปน็ ตน้
7.3.2 ระบบบาร์โค้ด (Barcode System)
บาร์โค้ดหรือรหัสแท่ง เป็นระบบบง่ ชี้ท่ีมีการนามาใช้งานมากที่สุด เมื่อเทียบกับระบบอ่ืน ๆ
เนื่องจากเป็นที่นิยมในการติดบนตัวสินค้า เพื่อต้องการทราบรหัสหมายเลขประจาตวั อันจะส่งผลให้กจิ การ
ทราบข้อมูลอื่น ๆ ของสินค้าได้รวดเร็ว เช่น ยอดขาย จานวนสินค้าที่ขาย จานวนสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้า
เป็นต้น บาร์โค้ดได้มีการบรรจุข้อมูลต่าง ๆ ท่ีจาเป็นต่อการทาธุรกิจ โดยมีองค์ประกอบที่สาคัญอยู่ 3 ส่วน
(พงษช์ ัย อธิคมรตั นกุล, 2550, 140) คือ
1) หมายเลขประจาตัวสนิ คา้ ประกอบด้วยแท่งสดี า และชอ่ งวา่ งระหว่างแท่งจะเปน็
สีขาว ซึง่ วางขนานไปในลักษณะแนวตงั้ ประกอบด้วยตัวเลข 13 หลกั ซึง่ เปน็ มาตรฐานสากลท่ีใชอ้ า้ งอิงทว่ั โลก
โดยรหัสถูกแบ่งออกเปน็ 4 ส่วน คือ ส่วนแรกมีตัวเลข 3 ตัวใช้แทนรหัสประเทศ ส่วนที่สองมตี ัวเลข 5 ตัวใช้
แทนรหสั ประจาตัวบรษิ ัท สว่ นท่ีสามมตี ัวเลข 4 ตัวใช้แทนรหัสสนิ ค้า และสว่ นสุดท้าย ซึ่งมตี ัวเลข 1 ตัวจะใช้
เปน็ รหัสหรอื ตวั เลขทีใ่ ชต้ รวจสอบขององค์การทอี่ อกบารโ์ คด้ ซงึ่ สามารถแสดงดงั ภาพ
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรบั โลจิสติกสแ์ ละโซ่อุปทาน 214
___________________________________________________________________________
รูปที่ 7.3. บารโ์ ค้ดที่แสดงหมายเลขประจาตวั สนิ คา้
ทมี่ า: http://www.gs1thailand.org/index.php?option=com_
content&view=article&id=47&Itemid=64
2) เคร่ืองพิมพ์แถบบาร์โค้ด ซึ่งก่อนเลือกเครื่องพิมพ์ ต้องพิจารณาท้ังอุปกรณ์ท่ใี ช้
งานในปัจจบุ ัน และเครอื่ งพมิ พท์ ่ีจะตอ้ งซื้อ ใช้งานในอนาคต ว่ามีความสอดคล้องกันหรอื ไม่ เพราะจะเป็นการ
ลงทุนที่ต้องผสมผสานอุปกรณ์หลายอย่างเข้าด้วยกัน และสามารถทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเทคโนโลยที ่นี ยิ มใช้คือ แบบอมิ แพค (Impact) แบบใช้อุณหภมู ิ (Thermal) แบบเลเซอร์ (Laser) และแบบ
อิงคเ์ จต็ (Ink-Jet)
3) เคร่อื งอา่ นบาร์โค้ด เป็นอุปกรณ์ทจ่ี ะใช้ในการอา่ นรหัสแท่ง โดยมกี ารแบง่ ไดเ้ ป็น
2 กล่มุ คอื แบบสัมผัส เชน่ เคร่อื งอา่ น แบบปากกา เครอ่ื งอ่านบัตร เปน็ ตน้ และแบบไมส่ ัมผัส เชน่ เครือ่ งอา่ น
แบบ CCD (Charge Coupled Device Scanner) เครื่องอ่าน แบบเลเซอร์ เป็นต้น นอกจากนี้เคร่ืองอ่านยงั
สามารถแยกตามลักษณะการเคล่ือนย้าย โดยแบ่งกลุ่มเป็นแบบเคลื่อนย้ายได้ และแบบยึดติดกับที่
โดยสามารถเลอื กใช้ไดต้ ามความเหมาะสมของงาน
4) เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมซอฟต์แวร์ (Computer and Software) ท่ีใช้ในการ
ประมวลผล เป็นอุปกรณท์ ่ใี ชเ้ มอ่ื ไดม้ ีการบนั ทกึ หมายเลขประจาตัวสนิ คา้ แล้ว เพื่อทาให้ผู้บริหารได้ทราบขอ้ มลู
สาหรบั การตดั สนิ ใจ ว่าควรจะจัดการกบั สินคา้ นนั้ ๆ อย่างไร เช่น ควรผลติ สนิ ค้าเพ่มิ หรอื ไม่ เนือ่ งจากสนิ คา้ มี
จานวนไม่มากในคลงั สนิ คา้ เปน็ ตน้
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรับโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน 215
___________________________________________________________________________
ประโยชน์ของบารโ์ คด้
1. ทาให้กระบวนการทางานทจี่ าเป็นต้องใช้ข้อมลู สินค้าสามารถทาได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง
มากขึ้น ไมว่ ่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้จัดจาหน่าย ผู้ซือ้ และผู้ให้บริการโลจิสตกิ ส์ สามารถใชร้ หสั บาร์ โค้ดทา
ธุรกรรมรว่ มกนั ได้
2. คู่ค้าทุกระดับต้ังแต่ต้นน้าจนถึงปลายน้า สามารถประหยัดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลา
และปญั หาท่อี าจเกดิ จากข้อผดิ พลาดในบันทึกขอ้ มูลตัวสินคา้ ได้
3. สามารถต่อยอดขีดความสามารถทางด้านโลจิสติกส์ ด้านอื่น ๆ เช่น ระบบบริหาร
คลังสินคา้ ระบบการจัดซื้อ ระบบขนส่งสนิ ค้า เปน็ ต้น
4. สามารถใช้โปรแกรมระบบการจัดการโลจิสติกส์สมยั ใหม่ได้ เช่น Cross-Docking, Just-
in-Time (JIT), Vendor Managed Inventory (VMI) เปน็ ตน้
5. สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับของสินค้า (Traceability) ทาให้ทราบว่าสินค้าน้ันมี
แหลง่ วัตถดุ บิ หรือ แหลง่ ผลิตจากทใี่ ด ตลอดทั้งระบบหว่ งโซอ่ ปุ ทาน
7.3.3 รหัสบ่งช้ีโดยใช้ความถข่ี องคลื่นวทิ ยุ (Radio Frequency Identification: RFID)
เป็นเทคโนโลยีที่ระบตุ าแหน่งของวัตถุ เช่น คน สัตว์ ส่ิงของ เป็นต้น ด้วยคลื่นความถ่ีวิทยุ
โดยมีการติดป้าย (RFID Tag) ที่วัตถุเหล่านั้น นอกจากน้ี RFID จะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาแทนท่ี
บารโ์ ค้ดในอนาคต เน่อื งจากมคี วามสะดวกและประสทิ ธิภาพการใชง้ านดกี วา่ แต่เนื่องจาก RFID ยังมี
ราคาสูง จึงทาให้บาร์โค้ดยังคงได้รบั ความนิยมอยู่ อย่างไรก็ตาม การนาระบบ RFID มาใช้ผู้บริหาร
ตอ้ งคานึงขอ้ จากดั ต่าง ๆ ของการใช้งาน เช่น กฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับระเบยี บการใช้คลื่นความถี่วิทยุ
และกาลังส่งของแต่ละประเทศ หรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในสภาพแวดล้อมทีแ่ ตกต่างกนั ของการใช้
เป็นต้น
ส่วนประกอบของ RFID
1. ป้าย (RFID Tag) ป้ายน้ีประกอบด้วย ชิป (Chip) หรือ หน่วยความจา สายอากาศ
แบตเตอร่ี (อาจจะมหี รอื ไมม่ กี ็ได้)
2. เครอ่ื งอ่าน (RFID Reader) ประกอบด้วยสายอากาศ โมดูลคลื่นวทิ ยุและสว่ นควบคุม
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 7 เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรับโลจิสติกสแ์ ละโซ่อุปทาน 216
___________________________________________________________________________
3. ตวั ควบคมุ (Controller) ทาหนา้ ท่ีเป็นฐานขอ้ มลู เชอ่ื ม ระหวา่ งเครอื่ งอ่านและซอฟต์แวร์
ทีใ่ ชใ้ นการอ่านป้าย
การส่ือสารระหว่างเคร่ืองอ่านและป้าย จะเกิดข้ึนเมื่อวัตถุ ท่ีติดป้าย RFID เข้าไปในบริเวณที่มี
สัญญาณจากเครือ่ งอ่าน ซึ่งจะเกิดคลืน่ สนามแม่เหล็กไฟฟ้า ทาให้ป้ายสร้างพลงั งานไฟฟา้ ส่งข้อมูลกลับไปยงั
เครื่องอ่านได้เช่น หมายเลข (Identification: ID) วันท่ีผลิต วันหมดอายุ แหล่งท่ีผลิต เป็นต้น หลังจากน้ัน
เครื่องอ่านก็จะส่งข้อมูลไปยังตัวควบคุม เพ่ือนาข้อมูลที่ได้ไปใช้ในงานที่เก่ียวข้องต่อไป เช่น การทาบัญชี
รายการสนิ ค้า การส่งข้อมูลไป ฝ่ายผลติ ฝ่ายจัดซ้ือ ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายขนสง่ เป็นต้น (สถาบัน ส่งเสริมความ
เป็นเลศิ ทางเทคโนโลยอี ารเ์ อฟไอดีแหง่ ประเทศไทย, ม.ป.ป.) ดังภาพ
รปู ท่ี 7.4 สว่ นประกอบของ RFID
ทม่ี า: https://www.rfid.or.th/2012/th/technology/component.asp
ประโยชน์ของ RFID
- ความถูกต้องมีค่าเฉลี่ยถงึ ร้อยละ 99.5 แต่การอา่ นจากบารโ์ คด้ อยู่ทีร่ อ้ ยละ 80
- มีความละเอียด และสามารถบรรจขุ ้อมูลได้มาก ซ่ึงสามารถแยกความแตกต่างของสินค้า
แต่ละชิ้นได้ แม้เปน็ สนิ คา้ (Stock Keeping Unit: SKU) ชนิดเดียวกัน
- สามารถอ่านข้อมูลสนิ คา้ จากแถบ RFID ได้พร้อมกนั จานวนมาก
- ความเร็วในการอา่ นข้อมลู จากแถบ RFID เร็วกวา่ การอ่านแถบจากบารโ์ คด้
- สามารถส่งข้อมลู ไปยังเครื่องอา่ นได้ โดยไม่จาเป็นต้อง นาไปอ่านข้อมูลให้ใกล้เหมือนกบั
บาร์โค้ด
ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทท่ี 7 เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรบั โลจิสตกิ ส์และโซ่อปุ ทาน 217
___________________________________________________________________________
- สามารถเขียนข้อมูลทับได้ จึงสามารถนากลับไปใช้ใหม่ได้ ซึ่งทาให้ลดต้นทนุ การผลิตปา้ ย
สินค้า
- ความเสยี หายของป้าย (RFID Tag) นอ้ ยกวา่ บาร์โคด้ เนือ่ งจากไมจ่ าเปน็ ต้องติดไว้ภายนอก
บรรจุภัณฑ์
- สามารถขจัดปญั หาการอ่านขอ้ มลู ซา้ ที่อาจเกดิ ข้ึนจากระบบบารโ์ คด้
- ระบบความปลอดภัยสงู ยากตอ่ การเปลย่ี นแปลงและลอกเลยี นแบบ
- ทนทานตอ่ ความเปยี กชื้น แรงส่ันสะเทอื น การกระทบ กระแทก
7.3.4 ระบบกาหนดพกิ ดั ทต่ี ั้งดาวเทียม (Global Positioning System: GPS)
เป็นระบบติดตามยานพาหนะแบบเรียลไทม์ท่ีใช้กันอย่างแพร่หลาย ในส่วนของงานการขนส่ง
สินค้าของธุรกิจ ซึ่งผู้บริหารอาจพบผู้ปฏิบัติงานมีการทางานท่ไี มเ่ ป็นไปตามแผนงานขององค์การ เช่น มีการ
จัดส่งสนิ ค้าล่าช้า มีการขนส่งสนิ ค้านอ้ ยกว่าเป้าหมาย มีการเบิกค่านา้ มันมากกว่าปกติ มีการนารถของธุรกจิ
ไปใชใ้ นงานสว่ นตัว เป็นต้น ซง่ึ ในอดตี จะไม่สามารถตรวจสอบ พฤติกรรมเหลา่ น้ไี ด้ ท้ังน้ี จะมีการตดิ ตง้ั อปุ กรณ์
GPS อยกู่ ับตัวรถบรรทกุ สินคา้ หรอื อาจตดิ อย่กู บั ตัวตู้บรรทกุ สนิ ค้า เพอ่ื แสดงตาแหน่งทีต่ ั้งของรถบรรทุกหรอื ตู้
บ ร ร ทุกสิน ค้ า เ พื่ อ ควบ คุม ให้พ นักง าน ขับรถปฏิ บัติ งา นอ ยู่ใ นขอบเ ขต ภารกิ จขององค์การ
การใช้เทคโนโลยีผ่านดาวเทียม ทาให้สามารถทราบตาแหน่งยานพาหนะได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
ด้วยสัญญาณผ่านดาวเทียมและสัญญาณโทรศัพท์ GSM และมีการส่งข้อความผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์
ซง่ึ สามารถแสดง ลกั ษณะการทางานของ GPS ได้ดังภาพ
รปู ท่ี 7.5. แสดงเครอื ข่ายระบบกาหนดพิกัดที่ตง้ั ดาวเทียม(GPS)
ท่มี า: http://bunloet3178.blogspot.com/2010/01/gps-tracking.html
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรับโลจิสติกสแ์ ละโซ่อุปทาน 218
___________________________________________________________________________
การวางแผนทรพั ยากรองคก์ ารโดยรวม (Enterprise Resource Planning: ERP)
ธุรกิจมีการใช้ทรัพยากรทางการจัดการ ประกอบด้วย คน เครื่องจักร วัตถุดิบ เงิน และการจัดการ
เพื่อทาให้การผลิตสินค้า และบริการ มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะทาให้เกิด
ประสทิ ธผิ ลทดี่ แี ละสามารถสร้างผลประโยชน์สงู สดุ แกอ่ งคก์ ารได้
ERP เปน็ ชดุ ระบบสารสนเทศทนี่ าแนวคดิ และวิธกี ารบรหิ าร มาทาให้เกดิ เป็นระบบเชิงปฏิบัติการใน
องค์การ จึงช่วยให้ผู้บริหารวางแผนและบูรณาการ กระบวนการหลากหลายหน้าที่กับงานหลักต่าง ๆ
ในองค์การ ERP จึงเป็นซอฟต์แวร์สาเร็จรูปท่ีมีชุดการทางานหลายชุด และแต่ละชุดมีการทางานที่เป็น
มาตรฐาน ปัจจุบันชุดทางานที่เป็นแบบมาตรฐาน และพอเพียงกับการใช้งาน มี 3 ชุด ทางาน คือ การเงิน
(Finance) การจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource) และโลจิสติกส์ (Logistics) แต่องค์การขนาด
ใหญ่อาจใช้ซอฟต์แวร์ ERP ที่มีลักษณะเฉพาะและมรี ูปแบบชุดทางานทแ่ี ตกต่างกันไปในแต่ละอุตสาหกรรม
ธุรกิจควรเลือกซอฟต์แวร์ทีใ่ ช้งานเท่าที่จาเป็นเทา่ น้นั เพราะถา้ ซ้อื มากเกินความจาเป็นก็จะเปน็ การเพม่ิ ต้นทนุ
ให้กับกิจการ และอาจทาให้ผู้ปฏิบัติงานมีความสับสนมากขึ้น ซ่ึงชุดการทางานท่ีสาคัญ 3 ชุด (คานาย
อภิปรชั ญาสกลุ , 2553) ประกอบดว้ ย
1. ชุดการทางานทางการเงิน (Financial Modules) ชุดการทางานนีท้ าให้เหน็ ภาพรวมทางบัญชีและ
การเงินสามารถสร้างรายงานได้อย่างรวดเร็ว ทาให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ ชุดการ
ทางานทางการเงินแยกออกเปน็ ชดุ หลกั ๆ คือ
1.1) ชุดบัญชีการเงิน มีชุดทางานย่อย เช่น บัญชีแยกประเภท บัญชีลูกหนี้การค้า บัญชี
เจา้ หนี้ บัญชีสินทรัพย์ การรวมบัญชจี าก บรษิ ัทในเครอื เปน็ ต้น
1.2) ชุดการควบคุม เป็นชุดการทางานที่สัมพันธ์กับต้นทุนฐานกิจกรรม การควบคุมต้นทุน
การผลิต และสนิ คา้ สาเรจ็ รปู การวเิ คราะหค์ วามสามารถในการทากาไร
1.3) ชุดควบคุมองค์การ เป็นชุดที่ใช้ติดตามปัจจัยความสาเร็จ และจุดสาคัญท่ีต้องมีการ
ควบคมุ เชน่ ระบบขอ้ มลู ของผ้บู รหิ าร ระบบการรวบรวมการจดั การ บญั ชีศูนย์กลางกาไร เปน็ ต้น
1.4) การจดการเงินลงทุน เป็นชุดทางาน เพื่อวางแผนและจัดการโครงการ เงินลงทุนและ
งบประมาณ และจัดการทรพั ยส์ ินทีม่ ีตัวตน
2. ชุดการทางานระบบทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Modules) ชุดการทางานนี้สามารถ
จัดการทรัพยากรมนษุ ย์ ใหม้ ปี ระสิทธิภาพ ตัง้ แต่การสรรหาบคุ คลจนถงึ การประเมนิ ผลงาน การจ่ายเงินเดือน
การฝึกอบรม ชดุ การทางานระบบ ทรัพยากรมนุษยม์ ีการแยกออกเป็นชดุ หลัก ๆ คือ
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 7 เทคโนโลยีสารสนเทศสาหรบั โลจิสติกสแ์ ละโซ่อปุ ทาน 219
___________________________________________________________________________
2.1) การบริหารงานบุคคลเป็นชุดการทางานที่ใชส้ าหรับการวางแผนกาลังคน การรบั สมัคร
บคุ ลากร การจัดการเวลา และการจดั การผลตอบแทนทั้ง คา่ จา้ ง เงนิ เดือน โบนัส ฯลฯ
2.2) การพฒั นาบุคลากร เป็นชุดการทางานทเี่ กี่ยวกับการพฒั นาบุคลากร การจดั การองคก์ าร
การจัดการอบรม/สัมมนา และการวางแผนการใช้หอ้ งประชุม
3. ชุดการทางานระบบโลจิสติกส์ (Logistics Modules) เป็นชุดการทางานท่ีใหญ่ท่ีสุดเพราะ
ครอบคลุมระบบห่วงโซอ่ ปุ ทานของสนิ ค้า ตั้งแตก่ ารจัดซอ้ื วตั ถุดิบจนถงึ การจดั ส่งสินค้าใหก้ บั ลูกคา้ คนสุดท้าย
ชดุ การทางานน้จี ะมคี วามสลบั ซับซอ้ น เพราะมคี วามสัมพนั ธแ์ ละเชอื่ มตอ่ กบั ทกุ ชุดทางาน ท้งั การเงนิ การผลติ
การตลาดทรพั ยากรมนุษย์ โดยโลจสิ ติกส์ สามารถแบง่ เป็นชดุ ย่อย ดังนี้
3.1) โลจสิ ตกิ สท์ ั่วไป จะเกีย่ วข้องกับระบบสารสนเทศ โลจิสติกสก์ ารพยากรณ์ เปน็ ตน้
3.2) การจัดการวัสดุจะเกี่ยวข้อง กับระบบการจัดการสินค้าคงคลังการจัดซ้ือการจัดการ
คลังสินค้า เป็นตน้
3.3) การวางแผนการผลิต จะเกย่ี วขอ้ งกบั ระบบการประกอบตามคาส่ังซอื้ การวางแผนความ
ต้องการกาลังการผลติ การวางแผนความตอ้ งการวัสดุ การออกใบสง่ั ผลิต การวางแผนการดาเนินงาน
และการขาย เป็นต้น
3.4) การซ่อมบารุงโรงงาน จะเกยี่ วข้องกับระบบสารสนเทศซ่อมบารงุ โรงงาน การบริหารการ
ซ่อมบารุง การจัดการคาสั่งซอ่ มบารุง เป็นต้น
3.5) ระบบโครงการ จะเกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศโครงการ การวางแผนโครงการ
โครงสรา้ งการดาเนนิ งาน เป็นตน้
3.6) ระบบการจัดการคุณภาพ จะเก่ียวข้องกับการประมวลผลการตรวจสอบ เคร่ืองมือใน
การวางแผน การแจง้ เตอื นดา้ นคณุ ภาพ เปน็ ตน้
3.7) การขายและการจัดจาหน่ายสินค้า จะเกี่ยวข้องกับระบบใบเรียกเก็บเงิน การ
แลกเปล่ียนขอ้ มูลทางอิเลก็ ทรอนิกส์ การค้ากบั ตา่ งประเทศ การจัดส่ง การขาย การขนส่ง เปน็ ต้น
ผูช้ ่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรับโลจิสติกส์และโซ่อปุ ทาน 220
___________________________________________________________________________
คุณสมบตั ทิ ่ดี ีของ ERP
1. โปรแกรมสามารถปรับตามการใช้งานของผู้ใช้ (User) เพราะเป็นระบบเปิด (Open
Source) โดยปรบั ได้ตามความต้องการของผู้ใช้
2. เป็นซอฟต์แวร์สาเร็จรูปท่ีมีชุดการทางานหลายชุด ซึ่งมีความสามารถสูงสาหรับทางาน
หลักๆ รว่ มกันของธุรกิจได้
3. มรี ะบบสนบั สนนุ การดแู ลและบารุงรักษาระบบ
4. มขี ้นั ตอนและวิธีการในการติดต้งั ระบบ ERP ในองค์การ ท่ีพร้อมและชัดเจน
5. สามารถพัฒนาในส่วนของงานที่ยังมีการใช้ระบบเดิมอยู่ และสามารถใช้ข้อมูลร่วมกับ
โปรแกรมทม่ี ีอยู่ในบริษทั ได้โดยการเชือ่ มโยงข้อมลู เชน่ การวางแผน การบญั ชีต้นทุน บญั ชเี งินเดือน
การส่งออก เปน็ ต้น
ปัจจุบันองค์การทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก มีความมุ่งมั่นท่ีจะแก้ปัญหาการจัดการ
องคก์ ารด้วยการนา ERP มาใช้ แต่เพอื่ ให้การนา ERP มาใช้เปน็ ไปอย่างถกู ต้อง สิง่ ท่ีขาดไมไ่ ด้ กค็ อื การสร้าง
ระบบสารสนเทศองค์การใหม่ ซึ่งต้องเร่ิมจากกิจกรรมเพ่ือเปลยี่ นแปลงจิตสานึกให้เห็นความสาคัญของการ
ปฏริ ูปองคก์ าร เพือ่ ทาใหเ้ กิดความเขา้ ใจในแนวคิดของ ERP ท่ัว ทงั้ องคก์ าร ต่อจากน้ันต้องทบทวนห่วงโซ่ของ
มูลค่า (Value Chain) เดมิ และสร้างระบบใหมข่ ้ึน ใหส้ ามารถสรา้ งมูลค่าเพิม่ เพ่ือสนอง ตอบความตอ้ งการของ
ลูกคา้ ได้ดียิง่ ขนึ้
ระบบการจดั การคลังสนิ คา้ (Warehouse Management System: WMS)
ปัจจุบันการบริหารคลังสินค้าจาเป็นต้องใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน เนื่องจากงานมี
ปริมาณและความซับซ้อนที่มากข้ึน โดยได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ข้ึนมาเรียกว่า ระบบการจัดการคลังสินค้า
(Ware house Management System: WMS) ทถี่ ูกพฒั นาขน้ึ มา เพ่ือช่วยให้การปฏบิ ตั ิงานภายในคลงั สนิ ค้า
และการ บริหารสต็อกใหเ้ ป็นโดยอัตโนมตั ิมีความถูกต้องรวดเร็วและแม่นยามากขนึ้ สามารถดาเนินการผ่าน
หน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยไม่จาเป็นต้องอาศัยงานท่ีใช้กระดาษ (Paperless) ระบบการจัดการคลังสินค้ามี
ความสามารถทีช่ ว่ ยแก้ไข ปญั หาโลจสิ ติกส์ดังนี้
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลบั
บทที่ 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรับโลจิสติกส์และโซ่อปุ ทาน 221
___________________________________________________________________________
1. การรับสินคา้ (Receiving) ระบบสามารถจองพน้ื ท่ีว่าง หรือจองพน้ื ที่ไวล้ ว่ งหน้า
เพ่ือช่วยในการวางแผนการจัดวางในคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรับสินค้าโดยไม่มีการวางแผน
การจดั เกบ็ จะมีผล ทาใหต้ ้นทุนของกิจการมากข้ึนเพราะต้องเสียเวลาในการคน้ หาสนิ คา้ นน้ั ๆ
2. การจดั เกบ็ (Put Away) ระบบสามารถแนะนาตาแหน่งท่เี หมาะสมในการจัดเก็บ
และมีการยืนยันตาแหน่งท่ีจัดเก็บได้อย่างถูกต้อง โปรแกรม WMS ในส่วนของการจัดเก็บ สามารถทางาน
ร่วมกับ ERP และบารโ์ ค้ดสแกนเนอร์ เพื่อทาใหท้ ราบตาแหน่งที่แม่นยา และชดั เจน
3. การหยิบสินค้า (Picking) ระบบจะชว่ ยหาตาแหน่งของสนิ คา้ ท่ีมกี ารจดั เกบ็ ไว้ได้
อย่างงา่ ย ทาให้ผปู้ ฏบิ ตั ิงานสามารถหยิบสนิ ค้าไดถ้ กู ตอ้ งและรวดเรว็
ระบบการจดั การการขนสง่ (Transportation Management System: TMS)
ปัจจุบันระบบการจัดการขนส่งนิยมใช้ซอฟต์แวร์ท่ีพัฒนา โดยมีการใช้งานผ่านทางเครือข่าย
อนิ เทอร์เนต็ อินทราเนต็ และ เอ็กซท์ ราเน็ต ซึง่ ซอฟต์แวร์TMS มีระบบยอ่ ยท่ีสาคัญ ประกอบดว้ ย
1. การจัดการขนส่ง มีงานท่เี กย่ี วข้อง เช่น การวางแผน บรรทกุ การเลอื กวธิ ีการขนสง่ การ
จัดซ้ือในงานขนส่ง การจัดการเส้นทางขนส่ง การควบคุมการขนส่ง การติดตามการจัดส่ง การจัดทารายงาน
และปรับตามความต้องการของลูกคา้ เปน็ ต้น
2. การจัดการยานพาหนะ มีงานที่เก่ียวข้อง เช่น การบริหารยานพาหนะ การจัดการเช่า
ยานพาหนะ การจัดการน้ามันเชื้อเพลิง การจัดการอุบัติเหตุ การจัดการบุคคล การซ่อมบารุงภายใน
การจดั การอะไหล่ และการจดั การเรยี กเก็บเงิน เปน็ ตน้
3. การจัดการผรู้ ับขน มีงานที่เก่ยี วข้อง เช่น การวางแผนขนส่ง/เวลาในการบรรทุก การจัด
ตารางการขนส่ง การสรรหาพนักงานขับรถ การกาหนดชั่วโมงพนักงานขับรถ การบารุงรักษายานยนต์ และ
การสนับสนุนการขนส่งสนิ ค้าขากลบั เป็นตน้
4. การออกแบบเครือข่ายมีงานท่ีเกี่ยวข้อง เช่น การเลือกทาเลท่ีต้ังการกระจายสินค้าใน
ระดับดีท่ีสุด การวางแผนกาลังการผลิต การให้บริการคลังสินค้า แต่ละพ้ืนท่ีให้ดีที่สุดและการประเมินผล
กลยุทธ์โลจิสติกส์ เปน็ ต้น
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลบั
บทที่ 7 เทคโนโลยสี ารสนเทศสาหรับโลจิสตกิ สแ์ ละโซ่อุปทาน 222
___________________________________________________________________________
คาถามทบทวนความรบู้ ทที่ 7
ข้อ 1 อนิ เทอร์เน็ตมปี ระโยชน์ตอ่ การจดั การโลจสิ ตกิ สแ์ ละโซ่อุปทานอย่างไร และใหย้ กตัวอย่างเทคโนโลยที ี่นา
อินเทอร์เน็ตเขา้ มาใช้รว่ มเพอ่ื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพในการทางาน พรอ้ มอธบิ ายประโยชนข์ องการใชง้ านเทคโนโลยี
พรอ้ มยกตัวอย่างมาอยา่ งละเอยี ด
ข้อ 2
สิ่งนี้เรียกว่าอะไร มีประโยชน์ตอ่ การจัดการโลจสิ ติกส์และโซอ่ ปุ ทานอย่างไร และแนวโนม้ การพฒั นาเทคโนโลยี
ที่ต่อเน่ืองจากส่งิ นเ้ี ป็นอย่างไรบ้าง
ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 8 ความสัมพนั ธใ์ นโลจิสตกิ สแ์ ละผใู้ หบ้ รกิ ารภายนอกดา้ นโลจิสติกส์ 223
___________________________________________________________________________
บทท่ี 8 ความสมั พนั ธใ์ นโลจสิ ตกิ สแ์ ละผู้ใหบ้ รกิ ารภายนอกด้านโลจิสตกิ ส์
(Logistics Relationship and Third Party Logistics)
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเขา้ ใจความสมั พนั ธ์ในการโลจิสติกสแ์ ละผู้ให้บรกิ ารภายนอกดา้ นโลจสิ ตกิ สไ์ ด้
2. เพ่ือทราบชนดิ ของผใู้ หบ้ ริการภายนอกดา้ นโลจิสตกิ ส์ได้
3. เพ่ือทราบหลักในการเลอื กผใู้ ห้บริการภายนอกด้านโลจสิ ตกิ ส์
ในสภาวะปัจจุบัน ผู้ประกอบการทุก ๆ กิจการต้องพยายามบรหิ ารต้นทุนในการดาเนินงานใหน้ อ้ ย
ท่สี ดุ เทา่ ทจี่ ะทาได้เพอื่ ท่กี จิ การจะไดม้ ีกาไรมากท่ีสุดและสามารถอยู่รอดไดใ้ นสภาพเศรษฐกิจปัจจุบนั อกี ทง้ั มี
การแข่งขันท่ีรุนแรงมากขึ้นนอกจากต้นทุนทางด้านการผลิตท่ีพยายามควบคุมกันอยู่ แล้วนั้น ปัจจุบัน
ผู้ประกอบการไทยเรมิ่ ให้ความสนใจการลดต้นทุนที่เกี่ยวกบั ทางดา้ นโลจิสติกส์มากข้ึน และกลยุทธ์ในการลด
ตน้ ทนุ ก็สามารถทาได้หลายวิธี เช่น การลดสนิ ค้าคงคลังใหม้ ปี ริมาณน้อยทส่ี ุดโดยใช้กลยุทธ์การจดั ซอ้ื แบบ JIT
และปัจจุบันกาลังเป็นที่นิยมมากขึ้นคือ การ Outsource ด้าน IT และการ Outsource ด้าน Logistics
เป็นตน้ ซึ่ง ณ ท่ีน้ี ผู้เขยี นจะกล่าวถงึ การ Outsource ด้าน Logistics ท่ีเกี่ยวกับการขนสง่ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
Outsourcing หมายถึงการจัดหาจากภายนอก เป็นวิธีการที่องค์กรธุรกิจจัดหาวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์
และบรกิ ารตา่ ง ๆ ซึง่ ครัง้ หนึ่งอาจจะเคยถกู ดาเนินการภายในองคก์ รมาเป็นการจดั หาจากแหลง่ ภายนอกแทน
จะทาให้องค์กรเล็กลงแต่คล่องตัวข้ึน ทาให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ ลงได้ และสามารถเน้นการ
ดาเนินการเฉพาะแต่กิจกรรมทเี่ ปน็ กิจกรรมหลัก ซ่ึงองค์กรมีความถนดั ทาให้สามารถสรา้ งความไดเ้ ปรยี บใน
การแข่งขนั หรือเพิ่มขีดความสามารถทางการแขง่ ขนั มากขน้ึ
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จันทร์กลบั
บทท่ี 8 ความสัมพันธใ์ นโลจสิ ติกส์และผูใ้ หบ้ รกิ ารภายนอกดา้ นโลจิสติกส์ 224
___________________________________________________________________________
8.1. ประโยชน์ของการ Outsourcing
8.1.1. สามารถควบคุมงบประมาณได้ง่ายข้ึน เน่ืองจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่องค์กรเคยปฏิบัติได้
มอบหมายให้กบั หนว่ ยงานที่รับ Outsource แบบเบด็ เสรจ็ ซ่ึงทาใหอ้ งค์กรจดั งบประมาณได้สะดวกขึน้ โดยไม่
ต้องมคี ่าใช้จ่ายอืน่ ๆ ตามมา
8.1.2. สามารถเพมิ่ ขีดความสามารถทางการแขง่ ขันได้ ในการ Outsource นน้ั ถา้ เราเลอื กใช้บริการ
ผู้ที่มีช่ือเสียงในการทากิจกรรมนั้น ๆ ก็จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ทาให้ลูกค้ามีความเชื่อถือ และ
สามารถยกระดับการแข่งขันทางธุรกจิ ได้ เพ่ิมจุดแข็งให้กับองค์กรได้ อีกทั้งองค์กรจะมีเวลาในการท่มุ เทกับ
กิจกรรมหลักมากขน้ึ และมคี วามคล่องตัวในการบรหิ ารงานมากขึน้ เช่น การ Outsource ด้านขนส่งจากเดิมที่
องคก์ รดาเนินการเอง ซง่ึ ตอ้ งรับภาระในเรื่อง การซ่อมการบารงุ รกั ษาค่าแรงหรอื แม้กระท่งั ต้องมีค่าใช้จ่ายใน
เรอ่ื งค่าเสอื่ มราคาของรถทุกปแี ลว้ เปลี่ยนมาใช้การ Outsource กจ็ ะทาให้องค์กรหมดภาระดงั กลา่ วทั้งหมด
8.1.3. ลดความเสี่ยง กิจกรรมใดท่ีองค์กรไม่ถนดั กท็ าการ Outsource ซ่ึงก็จะทาให้ลดความเสี่ยงใน
การบรหิ ารเพราะถ้าหากลงมอื ปฏิบตั ิเองก็จะสง่ ผลใหม้ คี วามล่าชา้ ในการปฏบิ ตั งิ านหรือความเสย่ี งที่จะขาดทนุ
ได้
8.1.4. สามารถลดต้นทุนในการดาเนินงานดา้ น Logistics ไดเ้ น่ืองจากผู้ใหบ้ รกิ ารมลี กู ค้า หลายรายจงึ
ทาใหผ้ ้ใู ห้บรกิ ารสามารถใชท้ รพั ยากรท่ีมอี ยู่อย่างค้มุ คา่ ต้นทนุ ต่อหนว่ ยของผู้ใหบ้ ริการจะตา่ กว่าท่อี งคก์ รผผู้ ลติ
หรอื เจ้าของสินคา้ ปฏบิ ัตเิ อง โดยสามารถลดต้นทุนจากการใชบ้ รกิ ารของผ้ใู ห้บริการ Logistics ประกอบด้วย
1. การลดต้นทุนรวม (Total Cost Reduction) ซ่ึงในการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์ ต้องมี
การลงทนุ ทั้งทางด้านเทคโนโลยีเคร่อื งมอื ในการปฏิบัตงิ าน ซ่ึงมีราคาแพงแต่ถ้าเราใช้ บริการของผใู้ ห้บริการ
ตน้ ทุนในส่วนนก้ี จ็ ะเฉล่ยี กบั ลกู คา้ ของผู้ให้บริการอกี หลาย ๆ ราย
2. การลดตน้ ทุนจากการขยายขอบเขตงาน (Economics of Scope) เนื่องจากขอบเขตงาน
บางอย่างผู้ผลติ หรอื เจ้าของสินค้าไม่สามารถทีป่ ฏิบตั ิเองได้หรือหากปฏิบตั ิเองก็จะมีต้นทุนที่สงู แต่ถ้าเราใช้
ประโยชน์จากผู้ให้บริการองค์กรก็จะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากข้ึน เช่น การจัดส่งสินค้าไปยังต่างจังหวัด
ซึ่งอยหู่ ่างไกลจากองค์กรเมื่อเราใชบ้ รกิ ารของผู้ใหบ้ ริการ กจ็ ะสามารถส่งสินคา้ ให้กับลกู คา้ ทอี่ ย่ตู ่างจังหวัดได้
เนื่องจากผู้ใหบ้ รกิ ารมเี ครือขา่ ยอยู่ท่วั ประเทศ
3. การลดต้นทุนโดยการใช้เครือข่ายร่วมกัน (Network Value) เนื่องจากผู้ให้บริการบางรายจะมี
เครือข่ายท่ีอยู่ต่างประเทศและผู้ใช้บริการก็สามารถใช้เครือข่ายของผู้ให้บริ การในการขยายตลาด
สตู่ ลาดสากลได้โดยไม่ต้องลงทุนเองในต่างประเทศ
ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จันทร์กลับ
บทท่ี 8 ความสัมพนั ธใ์ นโลจิสติกส์และผู้ให้บรกิ ารภายนอกดา้ นโลจิสติกส์ 225
___________________________________________________________________________
8.2. การเลอื กใชผ้ ู้ให้บรกิ ารดา้ นขนส่ง
การเลอื กใชผ้ ู้ให้บรกิ ารด้านขนสง่ หากเราเลอื กใชผ้ ู้ใหบ้ รกิ ารทด่ี ี และมแี นวความคิดในทิศทางเดยี วกัน
กบั องคก์ รก็จะส่งผลดีกบั องคก์ รเป็นอยา่ งยงิ่ และจะมคี วามสมั พนั ธก์ ันไปในระยะยาวพร้อมท้งั ยังเปน็ การสรา้ ง
Supply Chain ให้มคี วามแขง็ แกร่งมากขนึ้ ดว้ ยการพจิ ารณาคุณสมบตั ิของผใู้ ห้บริการให้เหมาะสมแต่ละธุรกิจ
ไม่จาเป็นต้องมีรูปแบบที่เหมือนกันต้องมีการปรับเปลี่ยนใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของโครงสร้างธุรกิจ
วัฒนธรรมขององค์กรรวมทั้งทักษะบคุ ลากร และลกั ษณะของธรุ กจิ ด้วย แตส่ งิ่ ที่ทุกองคก์ รควรจะมแี นวทางใน
การพิจารณาเหมือนกนั ดังน้ี
8.2.1. ควรพิจารณาลักษณะงานท่ีจะ Outsource ขององค์กร หมายความว่าต้องดูความ
ต้องการขององคก์ รก่อนวา่ มีความต้องการทีใ่ ช้บรกิ ารผ้ใู ห้บริการด้านขนสง่ มากน้อยเพียงใด เชน่ เราตอ้ งการที่
จะใช้บริการเพียงขนส่งแค่ภายในประเทศก็ไม่จาเป็นต้องเลือกใช้ผู้ให้บริการที่เป็นองค์กรที่เป็น Global
Network อีกทงั้ ความใกลช้ ิด และรายละเอียดหรอื การให้ความสาคัญของผใู้ หบ้ ริการทมี่ ีตอ่ องคก์ รกจ็ ะน้อยลง
ดว้ ย ตามทฤษฎวี ่าด้วย 20/80 เพราะเราเป็นเพยี งลูกคา้ รายยอ่ ย เปน็ ตน้
8.2.2. เลอื กใช้ผใู้ หบ้ ริการที่สามารถใหบ้ รกิ ารภายใตต้ ้นทนุ การจัดการทถี่ กู กวา่ ภายในจดั การ
เอง หมายถึง ในการพิจารณาทจี่ ะใช้บรกิ าร Outsource แลว้ น้นั จะต้องพยายามบริหารจดั การใหม้ ีต้นทุนทีถ่ กู
กว่าท่ีองค์กรปฏิบัติเองซ่ึงก็จะส่งผลให้การดาเนินงานทางด้าน Supply Chain ประสบผลสาเร็จในการลด
ต้นทุนด้วย อย่างไรก็ตามก่อนท่ีจะมีการ Outsource บุคคลภายนอกให้ปฏิบัติงานแทนเรานั้นทางองค์กร
จะตอ้ งมกี ารจดั แบง่ หน่วยงานทม่ี ีหน้าที่รับผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน เพ่ือไม่ให้เกดิ การสับสนในการประสานงานกบั
ผู้ให้บริการ รวมท้ังมีการอบรมพนักงานขององค์กรให้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าท่ีของตนเองให้ชัดเจน และ
ปลูกฝังแนวความคิดท่ีว่า ผู้ให้บริการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เพ่ือที่จะเกิดการสร้างความสัมพันธ์กับผู้
ใหบ้ รกิ ารเป็นอยา่ งดี หลกั การสาคญั ในการบริหาร Outsource ด้านขนส่ง ประกอบด้วย
1. การควบคมุ ประสิทธิภาพด้านต้นทุนและผลลพั ธข์ องงาน (Cost and Outcome
Efficiency) ต้องจดั ใหม้ รี ะบบการตรวจสอบผลการปฏิบัตงิ านอยา่ งเปน็ ระบบ
2. เครื่องมือชี้วัด (Key Performance Indicator) ควรมีเครื่องมือช้ีวัดเพ่ือใช้เป็น
เคร่ืองมือ ตรวจสอบการทางานของผู้ให้บริการขนส่งซ่ึงจัดให้มีมาตรฐานในการตรวจสอบการดาเนินงาน
ในข้ันตอนต่าง ๆ ในกิจกรรมการขนส่ง เช่น การรับ-ส่งมอบวัตถุดิบหรอื สินค้าให้กับลกู ค้าตามเงอ่ื นไข และ
เวลาท่ีได้ตกลงกันไว้
3. มีการติดตามงานทางอเิ ล็คทรอนิคส์ (Just in Time Monitor) เป็นการนาระบบ
การติดตามงานทางอิเล็กทรอนิกส์ ท่ีเรียกว่า Electronic Tracking ซ่ึงเป็นระบบการติดตามงานทาง
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 8 ความสัมพนั ธใ์ นโลจสิ ติกส์และผ้ใู ห้บรกิ ารภายนอกด้านโลจิสตกิ ส์ 226
___________________________________________________________________________
อิเล็กทรอนิกส์แบบ Tracking Online โดยเชื่อมข้อมูลทางอิเลก็ ทรอนิกสแ์ บบ B2B มาใช้ในการติดตามการ
กระจายสินค้า เชน่ GPS Systems ซงึ่ สามารถทาใหเ้ รารู้ตาแหนง่ ของรถขนส่งได้ตลอดเวลา
4. นาระบบโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ เชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลข่าวสารกับ
ผู้ให้บริการ (ERP: Enterprise Resource Planning) ท้ังในส่วนที่เกี่ยวกับการรับ -จ่ายสินค้าคงคลัง
การบรรจุหีบหอ่ การส่งมอบและการรับสินค้าของลกู ค้าซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้านโลจสิ ติกส์ เพ่ือใหล้ กู ค้า
มีความพงึ พอใจ
5. มีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง (Parameter Performance Evaluate) เช่น
ประเมิน ทกุ ๆ 3 เดอื นพรอ้ มท้ังต้องแจ้งใหผ้ ู้ใหบ้ ริการรบั ทราบในการประเมนิ ผล และใหผ้ ู้บรกิ ารแจง้ แนวทาง
ในการปรับปรุงการทางานท่ีชัดเจน และมีประสิทธิภาพ
6. มกี ารร่วมมือและประสานงานกนั ในฐานะเป็นหนุ้ สว่ นธุรกิจกบั ผใู้ หบ้ รกิ าร (Chain
Collaborate) ถือว่าเป็นหัวใจของการบริหาร ซึ่งการจะประสบความสาเร็จในการบริหาร Outsource ได้ดี
และมีประสทิ ธภิ าพน้ันจะต้องคานงึ เสมอวา่ ผู้ให้บรกิ ารเปน็ ส่วนหนง่ึ ของระบบซัพพลายเชนขององคก์ ร
ธนิตโสรัตน์(2546) ได้เขียนบทความและกล่าวถึงการเลือกใช้ผู้ให้บริการภายนอก (Outsourcing
Logistics) ดังนคี้ อื
Lomas (1997) ได้ให้คานิยามการ Outsource หรือกิจกรรมทางด้านผู้ให้บริการ Logistics ไว้ว่า
“การเลือกสรรใหอ้ งคก์ รภายนอกมาดาเนนิ กจิ กรรม Logistics บางส่วน หรอื ทั้งหมดใหก้ บั บริษทั ภายใตส้ ญั ญา
เพ่ือแลกเปลี่ยนกับค่าธรรมเนียม” โดยบริษัทท่ีเลือกใช้บริการ Outsource ได้คานึงถึงความจาเป็นที่จะตัด
คา่ ใชจ้ า่ ยด้วยเทคโนโลยีทางดา้ น Logistics ซง่ึ มีการเตบิ โตที่มคี วามซับซ้อน
สาหรับผู้เขียนให้คาจากัดความ “Outsource” ว่าเป็นกลุ่มของบุคคลหรือผู้ประกอบการภายนอก
ซึ่งมีความเช่ียวชาญเฉพาะด้านในงานหนึ่งงานใด ซ่ึงมีความสามารถท่ีจะเข้ารับบทบาททางานน้ันได้ดีกวา่ ที่
องค์กรจะดาเนินการด้วยตนเองโดยมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าท้ังประสิทธิภาพและประสิทธิผล หรืออีกนัยหน่ึง ก็คือ
การให้ผู้ประกอบการใหบ้ รกิ ารภายนอกรบั งานท่มี คี วามสาคญั ทนี่ ้อยกวา่ ไปทา โดยองค์กรเลอื กท่จี ะดาเนินงาน
เฉพาะที่มีความสาคัญท่ีคุ้มค่ากว่า” หรืออาจให้คานิยาม Outsource ได้ว่ากิจกรรมทางด้านผู้ให้บริการ
Logistics ไว้ว่า“การเลือกสรรให้องค์กรภายนอกมาดาเนินกิจกรรม Logistics บางส่วนหรือทั้งหมดให้กับ”
บริษทั ภายใตส้ ญั ญา เพื่อแลกเปล่ยี นกบั คา่ ธรรมเนยี ม
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 8 ความสัมพนั ธใ์ นโลจิสติกส์และผ้ใู ห้บริการภายนอกดา้ นโลจิสตกิ ส์ 227
___________________________________________________________________________
8.3. ประเภทของผู้ใหบ้ รกิ ารงาน Outsource
ผใู้ ห้บริการงาน Outsource อาจแบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท
8.3.1. Subcontractor เป็นรูปแบบการให้บริการแบบดั้งเดิมโดยการตัดช่วงงานมีการแบ่งงานท่ี
ไม่ซับซอ้ นใหก้ บั ผใู้ ห้บรกิ ารภายนอกรบั เหมาไปจัดการซึง่ อาจเปน็ งานท่เี กยี่ วข้องกับผปู้ ระกอบการในลักษณะที่
ไมต่ ้องใชแ้ รงงานทกั ษะ หรือเทคโนโลยมี ากนกั หรือเป็นงานท่ใี ช้ความเสี่ยงทีส่ งู ซึ่งจะเปน็ การประหยดั กว่าให้
ผใู้ หบ้ ริการภายนอกรับงานไป
8.3.2. Logistics Provider เป็นลักษณะของการให้บริการจัดการงานในส่วนทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับ Logistics
โดยงานที่ให้บริการจะเป็นกิจกรรมท่ีสัมพันธ์เป็นกระบวนการซ่ึงลักษณะงานจะมีการ ซับซ้อนกว่า
Subcontract ต้องใชท้ ักษะความชานาญเฉพาะด้าน และเทคโนโลยี แตก่ ารมอบหมายงานยังมีลกั ษณะไม่เปน็
เชิงบูรณาการโดยผู้ว่าจ้าง (User) อาจใช้ Provider หลายราย โดยผู้ว่าจ้างยังคงเข้าไปมีส่วนในการบริหาร
จดั การเพือ่ ให้งานซ่งึ มอบหมายให้กบั Logistics Provider แต่ละรายมีการเชื่อมโยงกนั
8.3.3. Third Party Logistics (3PL) เป็นผใู้ หบ้ ริการงานทเ่ี กีย่ วกับ Logistics ซงึ่ การใหบ้ รกิ ารจะตอ้ ง
อาศัยทักษะและเครอื ข่ายธรุ กจิ ในระดบั Global Network โดยมเี ครอื่ งมือเครอ่ื งใช้ เทคโนโลยี และการลงทนุ
โดยลักษณะงานท่ใี หบ้ รกิ ารจะมีขอบเขตความรับผิดชอบท่กี ว้างขวางโดยเป็นตัวแทนของผู้ว่าจ้าง (User) กบั
ลูกค้าหรือคู่ค้า และมีการเช่ือมโยงมีความเป็นบูรณาการโดยผู้ใช้บริการจะเป็น Real User ค่อนข้างแท้จริง
ผู้ให้บริการลักษณะนี้ได้จะต้องมีการลงทุนที่สูงโดยเฉพาะจะต้องมีเครือข่ายในระดับโลกการพัฒนา
ผู้ให้บริการโลจิสติกส์จะต้องเข้าใจถึงโครงสร้างของประเภทผู้ให้บริการโดยจะต้องไม่ยึดถื อตามรูปแบบ
หรอื ทฤษฎี ซงึ่ ถึงแม้ว่าจะมีการแบ่ง Outsourcing ข้างตน้ แต่โดยแก่นแท้ของผ้ปู ระกอบการ (Provider) ไม่ได้
มีการแบ่งไปตามกฎเกณฑ์น้ันการให้บริการเป็นไปตามลักษณะความเป็นมา และการพัฒนาการของแต่ละ
ธรุ กจิ สาหรับในประเทศไทยผ้ใู ห้บริการโลจิสติกสซ์ ่งึ เป็นของธรุ กิจของคนไทยจะอยใู่ นระดบั Subcontractor
และ Logistics Provider จะมีเพียงน้อยรายสาหรับ Third Party Logistics ท้ังหมดเป็นของบริษัทข้ามชาติ
ดังนัน้ การพัฒนาผใู้ หบ้ รกิ ารโลจสิ ติกสจ์ ึงจะตอ้ งเขา้ ใจ โครงสรา้ งของผปู้ ระกอบการ Provider ในประเทศไทย
Logistics เป็นกระบวนการส่วนหน่ึงอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management : SCM)
โดยโลจิสติกส์จะเกี่ยวข้องกับการเคล่ือนย้ายและการไหลลื่น (Moving & Flow) ของสินค้าและบริการ
ข้อมูลข่าวสาร และทุน ปัจจัยสาคัญของการนาระบบโลจิสติกส์มาใช้ก็เพื่อสนับสนุนกระบวนการต่าง ๆ ใน
Supply Chain ให้สามารถบรรลเุ ปา้ หมายท่สี าคัญ ได้แก่ การเพิ่มขดี ความสามารถ ซงึ่ จะเปน็ เรื่องทีเ่ กย่ี วข้อง
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลบั
บทท่ี 8 ความสัมพันธ์ในโลจสิ ตกิ สแ์ ละผู้ใหบ้ รกิ ารภายนอกด้านโลจิสติกส์ 228
___________________________________________________________________________
กับประสิทธิภาพของการลดต้นทุนซ่ึงกุญแจสาคัญจะเกี่ยวข้องกับการกระจายต้นทุน และความเส่ียงไปยัง
ผู้ให้บริการภายนอก (Outsourcing) ดังนั้นการพัฒนาโลจิสติกส์จะต้องพัฒนาท้ังผู้ประกอบการในฐานะ
ผู้รับบริการ (Service User) กับผู้ให้บริการ (Logistics Service) การจัดการโลจิสตกิ ส์ Logistics เป็นการลด
ตน้ ทนุ รวมโดย วธิ ี Cost Sharing คอื เฉลย่ี ตน้ ทนุ เท่าทใ่ี ช้จรงิ โดยลดต้นทุนคงที่ให้มากท่ีสดุ ซ่ึงตน้ ทุนสว่ นเกิน
นจี้ ะถูกผลกั ไปใหผ้ ใู้ ห้บรกิ ารภายนอกท่ีเรยี กว่า Logistics Services Provider หรอื เรียกว่า Outsources โดย
องค์ประกอบของกิจกรรมโลจิสติกสห์ ลกั เกณฑ์ท่ใี ช้ในการตัดสินใจท่ีจะบริหารกิจกรรมโลจิสติกส์ด้วยตนเอง
หรือวา่ จ้างบรษิ ทั ภายนอกมีเหตุผลดังน้ี
- การลดต้นทุนโดยรวม (Total Cost Reduction)
- แบง่ งานให้ผทู้ ่ีมีตน้ ทุนในการดาเนินงานทต่ี ่ากว่า และทางานไดด้ กี ว่าไปทา (Division of Labour)
- การลดขอ้ จากัดดา้ นภูมิประเทศกฎหมายและการเมืองและสังคม
- เพมิ่ ประสิทธภิ าพในการแขง่ ขันและทากาไรไดด้ ีกวา่
- เพอ่ื ท่จี ะได้นาทรัพยากรท่ีมีไปใช้ในงานท่ีมีความสาคญั กว่า
ความสาเร็จของโลจสิ ติกสจ์ ะม่งุ ไปสู่การลดตน้ ทุน และความรวดเร็วเพิม่ ศักยภาพการแข่งขนั ลดตน้ ทนุ
คงท่ี (Fixed Cost) ทส่ี งู ดังนัน้ ความสาเรจ็ จะอยทู่ ใี่ ห้มีธุรกิจภายนอกรับงาน ไปทาโดยองคก์ รจะจา่ ยเงินเท่าที่
ผลิตสินค้า เพื่อขายไม่ใช่ผลิตเพ่ือนาไปเป็น Stock โดยทาให้ค่าใช้จ่ายด้าน Supply Chain เป็นค่าใช้จ่าย
ผันแปร ( Variable Cost) ให้มากที่สุดเพื่อที่จะขจัดแรงงานส่วนเกิน ( Head Count Reduction)
จานวนมากหรือมีคลังสินค้าขนาดใหญ่ท่ีเต็มไปด้วยสินค้า และวัตถุดิบ มีรถขนส่งของตนเองจอดเรียงราย
ซึ่งท้งั หมดล้วนแตเ่ ป็นต้นทุนทั้งส้ิน
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 8 ความสัมพนั ธใ์ นโลจสิ ติกส์และผูใ้ หบ้ รกิ ารภายนอกดา้ นโลจิสตกิ ส์ 229
___________________________________________________________________________
8.4. ผใู้ ห้บรกิ ารโลจิสตกิ ส์ (Logistics Service Provider)
ภาพที่ 8.1. ผใู้ ห้บริการโลจสิ ตกิ ส์
ผูใ้ หบ้ รกิ ารโลจสิ ตกิ ส์ แบ่งออกเป็น 5 รูปแบบ
1. First-party Logistics Service Provider : 1PL หมายถงึ ซัพพลายเออร์ทเี่ ปน็ ผทู้ าธุรกรรมทาง
โลจสิ ตกิ ส์ด้วยตนเอง เช่น ผูข้ ายสินคา้ เป็นผู้ขนสง่ สินคา้ ไปให้ลกู คา้ ดว้ ยตนเอง
2. Second-party Logistics Service Provider : 2PL หมายถึง ลูกค้าเป็นผู้ทาธุรกรรมด้าน
โลจิสติกส์ หรือผู้ใหบ้ ริการการขนส่งสินค้า (การขนส่งทางบก , การขนส่งทางน้า หรือการขนส่งทาง
อากาศ) เช่น ลูกค้าเป็นผู้ท่ีไปรับสินค้าจากซัพพลายเออร์ หรือผู้ให้บริการขนส่งสินค้าด้วยตนเอง
รูปแบบธรุ กรรมโลจิสติกส์แบบนอี้ าจมีนอ้ ยกว่า 1PL
3. Third Party Logistics Service Provider: 3PL หมายถึง ผู้ให้บริการซึ่งกระทากิจกรรมทั้งหมด
บางส่วนของกิจกรรมโลจิสติกส์ เช่น บริการด้านการขนส่ง, ด้านคลังสินค้า, การกระจายสินค้า,
บริการด้านการเงนิ ซึ่งต้องมกี ารเชื่อมโยงและรบั ช่วงต่อการขนส่งในแต่ละโหมดของการขนส่งสินค้า
จากต้นทางจนถึงจุดหมายปลายทาง
4. Fourth Party Logistics Service Provider: 4PL หมายถงึ ผ้ใู ห้บรกิ ารทีม่ กี ารพฒั นารูปแบบจาก
3PL โดยมีการเพิ่มการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการให้คาปรึกษาเก่ียวกับการ
พฒั นาระบบโลจิสติกส์และพัฒนาเครือข่ายการจดั การภายในหว่ งโซ่อปุ ทาน (Supply Chain)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 8 ความสัมพนั ธใ์ นโลจิสตกิ สแ์ ละผูใ้ หบ้ รกิ ารภายนอกดา้ นโลจิสติกส์ 230
___________________________________________________________________________
5. Fifth Party Logistics : 5PL หมายถึง ธุรกิจที่ถูกพัฒนาเพื่อการให้บริการ E-Business Market
ซึ่งเป็นผู้จัดหา 3PL และ 4PL เหล่านี้จะทาการบริหารผู้มีส่วนร่วมในโซ่อุปทาน ผ่านระบบ
E-Commerce โดยเป็นกุญแจเพ่ือความสาเร็จในด้านระบบสารสนเทศ ในการออกแบบ และการ
ดาเนินสร้างสรรค์ความยืดหยุ่นและคุ้มค่าสูงโซ่อุปทานทวั่ โลกจะมาถึงรูปแบบกลยุทธ์มากข้ึนในการ
จัดการห่วงโซอ่ ุปทาน (ผใู้ หบ้ รกิ ารรปู แบบน้ีเป้นผ้ใู ห้บริการท่มี ีขึ้นมาใหม่)
8.4.1. บทบาทของผู้ให้บรกิ ารภายนอก (External Logistics Service)
ในปัจจุบัน พบวา่ ธรุ กิจทป่ี ระสบความสาเรจ็ น้ันกว่า 70-75% ไดใ้ ชผ้ ู้ใหบ้ รกิ ารภายนอก หรอื
Outsource เป็นผู้ให้บริการในงานท่ีเกี่ยวกับโลจิสติกส์และซัพพลายเชน โดยเคล็ดลับที่สาคัญในการใช้
Outsources นี้จะอยู่ที่การมีปฏิสัมพันธ์แบบหนุ้ สว่ นธุรกิจ (Business Partnership) โดยต่างจะมีส่วนร่วมใน
การกระจายความเสีย่ ง (Shared Risk) ทีเ่ กิดจากความแปรผันของตน้ ทนุ และมสี ว่ นรับจากผลกาไรทจี่ ะได้จาก
การทาธรุ กจิ ร่วมกัน (Business Reward)
8.4.2. เหตุผลท่ีผู้บริหารควรตัดสินใจใช้ Outsources ในการดาเนินกิจกรรม Logistics &
Supply Chain
1. ทาให้รู้ความต้องการของตลาดไดล้ ว่ งหน้าโดยอาศัยผใู้ ห้บริการ Logistics ซ่ึงสัมผสั ลกู คา้
อยา่ งใกล้ชิดและเห็นภาพของการเคลือ่ นไหวของตลาดได้ดีกว่า เนือ่ งจากใหบ้ ริการกับธรุ กิจหลายรายสามารถ
นาขอ้ มูลท่ไี ดจ้ าก Outsources มาวเิ คราะหใ์ นการคาดคะเนยอดขายได้แม่นยากว่า
2. ทาใหม้ ีการบริหารจัดการแบบเครือข่าย (Network) เพิ่มประสทิ ธิภาพและประสทิ ธผิ ลต่อ
การสนองตอบความตอ้ งการของลกู ค้าทีห่ ลากหลาย
3. ลดต้นทุนในการเก็บรกั ษาสินคา้ โดยใช้การจัดการแบบสตอ็ กเปน็ ศูนย์ (Zero Stock)
4. มีสภาพคล่องทางการเงิน (Cash Flow Improvement) เน่ืองจากมีการลดเงินลงทุนใน
Fixed Asset คือ ทรัพย์สนิ ถาวรโดยการใช้บรกิ ารของ Logistics Provider หรือ Outsource เช่น การลงทุน
ในการสร้างคลังสินค้า และอุปกรณ์ในการเคล่ือนย้ายสินค้า และพาหนะในการขนส่ง ทาให้มีเงินสดในมือ
สามารถนาไปใชใ้ นกจิ กรรมท่ีมีความจาเป็นเช่นในการลงทนุ เกีย่ วกับการผลติ เพ่มิ Productivity
5. ลดต้นทุนเกีย่ วกบั คน (Reduction in Labour Cost) โดยใช้คนเพยี งเท่าที่จาเป็น ไม่เป็น
ภาระกบั กิจการเน่ืองจาก Outsource จะมกี ารใชจ้ า่ ยด้านคา่ แรงทต่ี า่ กวา่
6. ลดต้นทุนด้านการขนสง่ ทาให้มีประสิทธิภาพในการจดั สง่ สินค้า และการจัดส่งเป็นแบบ
Just In Time
ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทที่ 8 ความสัมพันธใ์ นโลจิสติกสแ์ ละผู้ให้บรกิ ารภายนอกดา้ นโลจิสตกิ ส์ 231
___________________________________________________________________________
7. มีความยืดหยุ่นเปล่ียนแปลงได้ดีกว่า (More Flexibility) หาก Outsources ไม่สามารถ
ดาเนินการได้อยา่ งมีประสิทธิภาพก็สามารถเปลยี่ นได้ ซ่ึงหากทาเองก็จะต้องใช้เวลามากกว่าในการปรบั ปรุง
งาน
8. การใช้ Outsources จะทาใหไ้ ดผ้ ู้เช่ียวชาญเฉพาะงานในการใหบ้ รกิ ารแก่องค์กร และเปน็
ผู้เชยี่ วชาญในระดับ Best-In-Class และให้การบรกิ ารและทางานไดด้ กี ว่า เพราะมกี ารแข่งขันกันเพ่ือความอยู่
รอดในระหว่าง Outsources
9. ทาให้มีการผนึกกาลังทางธุรกิจ (Business Synergies) หรือเรียกว่า Multi - Business
Co-Operation คือ เกิดความร่วมมือจากธุรกิจต่างๆที่หลากหลายโดยมารวมมือการทางาน โดยมีเป้าหมาย
เดยี วทาให้การดาเนินธรุ กจิ เป็นบรู ณาการ ซึ่งก็เปน็ เป้าหมายของ Supply Chain ซ่ึงกค็ ือห่วงโซ่ของอปุ ทานให้
สอดคล้องรายรอบลกู ค้าที่เรยี กว่า Customer Center ซ่ึงทาให้คู่แข่งท่ีดาเนินกจิ กรรมในอาณาบริเวณเดียวกนั
ไม่สามารถที่จะมชี อ่ งวา่ งที่จะเขา้ มาแข่งขนั กับองคก์ รที่มกี ารจัดการโดยใช้ Outsources ทีม่ ีคณุ ภาพ
8.4.3. ประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้ผู้ให้บริการภายนอก (Third Party Logistics Service
Provider)
1. Gain Output ได้ผลลพั ธ์ท่ดี ีกวา่ และคมุ้ ค่ากว่าทจี่ ะทาเอง
2. Synergy Value เป็นการผนึกกาลงั ทางความรว่ มมือทางธุรกิจสร้างคุณค่าทางการตลาด
ก่อให้เกิด Value Added ท่ีเกี่ยวกับความร่วมมือใน Collaborative Outsource ในกระบวนการ Supply
Chain
3. Total Cost Reduction ลดต้นทุนรวมของกิจกรรม
4. Time Interest ได้รับประโยชน์จากการใช้เวลาท่ีเหลอื ไปในภารกิจทีส่ าคัญกว่า เช่น การ
เพม่ิ Market Share, การ Research & Development
5. Cash Flow ทาให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนมากข้ึนเนื่องจากไม่ต้องไปลงทุนเก่ียวกับ
Fixed Asset ทเ่ี ก่ียวข้องกบั Logistics และ Supply Chain ทาใหเ้ พิ่มประสทิ ธิภาพของเงนิ ทนุ หมนุ เวยี นมผี ล
ต่อ Return of Equity ทาให้ธุรกจิ มสี ภาพคล่องทางการเงิน
6. Price Relative สามารถใชย้ ุทธศาสตร์ด้านราคาในการเพ่มิ ศกั ยภาพการแข่งขนั เนอ่ื งจาก
สามารถกาหนดงบประมาณและค่าใชจ้ า่ ยได้แม่นยา
7. Core Competent เพิ่มขีดความสามารถที่เหนือกว่าคู่แข่งในการใช้ห่วงโซ่วงแหวนของ
การจัดการ Supply Chain โดยใช้กลยทุ ธ์ “ลูกค้าเปน็ ศูนยก์ ลาง” ท่ีเรียกวา่ Customer Center
8. Sales Increase เป็นการเพิ่มยอดขายซ่ึงเกิดจากความมีศักยภาพในการแข่งขัน
(Competitiveness)
9. Profit / Gain Increase การเพิม่ ขนึ้ ของผลกาไรจากการดาเนินงาน
ผูช้ ่วยศาสตราจารยบ์ ณุ ฑรี จนั ทร์กลบั
บทที่ 8 ความสัมพนั ธใ์ นโลจิสตกิ สแ์ ละผใู้ ห้บริการภายนอกดา้ นโลจิสตกิ ส์ 232
___________________________________________________________________________
8.4.4. สาเหตทุ ่กี ารนา Outsource มาใชใ้ นองค์กรไม่ประสบความสาเรจ
1. ผู้บริหารองค์กรขาดความเข้าใจในการเลือกสรร Outsource ที่มีความสามารถ หรือ
ประสบการณใ์ นงาน
2. ขาดความตงั้ ใจจริงท่ีจะนา Outsource มาใช้ในองค์กรเพราะถือวา่ เป็นการปันฐานอานาจ
เน่ืองจากยังมีผู้บริหารบางคนชอบที่จะมีพนักงานจานวนมาก เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา คือ ยังติดยึดและชอบ
อานาจทจ่ี ะปกครองลกู น้องโดยตรงมากกวา่ ทจ่ี ะใช้ Outsource
3. องค์กรยังขาดความเข้าใจในการบริหารงาน และทางานกับ Outsource ในฐานะ
“หุ้นส่วนทางธุรกิจ” หรือ Business Partner ไม่ใช่ในฐานะคู่แข่งทางการค้าหรือ “แพะรับบาป” คืออะไรก็
โทษแต่ Outsource และมไี ว้เรยี กรอ้ งหรอื ชดใชค้ า่ เสยี หาย
4. พนักงานมกี ารต่อต้านการใช้ Outsource เน่ืองจากมองว่าเป็นคู่แขง่ ในการทางานตวั เอง
จะต้องเกง่ กวา่ Outsource หรอื มองวา่ Outsource จะเป็นภัยคกุ คามตอ่ การตกงาน
5. การเสยี ผลประโยชน์สว่ นตวั ของพนักงานในองคก์ รเนื่องจากมกี ารนา Outsource มาใช้จงึ
มีการกลัน่ แกลง้ เพ่ือให้ทางานไม่ไดห้ รอื เรียกรอ้ งผลประโยชนจ์ าก Outsource
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จันทร์กลับ
บทที่ 8 ความสัมพนั ธ์ในโลจิสตกิ ส์และผใู้ หบ้ รกิ ารภายนอกด้านโลจิสตกิ ส์ 233
___________________________________________________________________________
คาถามทบทวนความรบู้ ทที่ 8
ขอ้ 1 จงอ่านขอ้ ความต่อไปนีแ้ ล้วตอบคาถาม
บรษิ ัท ไปรษณียไ์ ทย เตรยี มเปดิ บรษิ ัทลูก เพิม่ ขดี ความสามารถด้านโลจิสติกส์ พรอ้ มเพิม่ จดุ บรกิ ารชายแดน รับการ
เปิดประชาคมอาเซียน
นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จากัด เปิดเผยว่า ได้เตรียมวางแผน
ดาเนินการบริษัทลูก หลังคณะรัฐมนตรี อนุมัติทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์กลางบริหารการจัดส่ง
และกระจายสินค้า มุ่งเน้นให้บริการผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือผผู้ ลิตสินค้าโอทอ็ ป เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึง
ลกู ค้าให้มากขึน้ และเพิ่มขดี ความสามารถการให้บรกิ ารของไปรษณีย์ไทยด้านธุรกจิ โลจิสติกส์ ที่เป็นกลไกเชอ่ื มต่อ
โครงการดา้ นโลจสิ ตกิ สข์ องประเทศ และพัฒนาความสามารถการแขง่ ขนั ด้านขนสง่ ของไทย
ส่วนการเตรยี มพรอ้ มรองรบั ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น ดว้ ยการเพิม่ จุดสง่ ของในพ้ืนทจ่ี ังหวัดชายแดน บรเิ วณ อ.
แม่สอด จ.ตาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ จ.มุกดาหาร คาดว่าจะเพ่ิมขึ้นกว่าร้อยละ 20 พร้อมขยายบรกิ าร
เช่าพ้ืนที่อาคารไปรษณีย์กลาง สาขาบางรัก เป็นธุรกิจสร้างรายได้เพ่ิมข้ึน โดยเร่ิมเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นเดือน
สิงหาคมที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าสร้างรายได้ปีละ 100 ล้านบาท และคาดว่ารายได้รวมผลประกอบการปีน้ีจะอยู่ที่
ประมาณ 1 หมื่น 9 พนั ลา้ นบาท
จากข้อความข้างต้น ท่านเห็นด้วยกับแนวทางในการพัฒนาธุรกิจของบริษัท ไปรษณีย์ไทย หรือไม่ อย่างไร และ
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จากัด ควรมีแนวทางในการพัฒนาธุรกิจต่อไปอยา่ งไร ให้ท่านเสนอแนะโดยแยกเป็นประเด็น
พร้อมอธิบายอย่างละเอียด
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์บณุ ฑรี จนั ทร์กลับ
บทท่ี 8 ความสัมพันธใ์ นโลจสิ ติกสแ์ ละผู้ให้บริการภายนอกดา้ นโลจิสตกิ ส์ 234
___________________________________________________________________________
ขอ้ ที่ 2 บรษิ ัท ไปรษณีย์ไทย จากัด จัดเป็นผใู้ ห้บรกิ ารภายนอกด้านโลจสิ ตกิ สห์ รอื ไม่ หากเป็นโปรดระบุ
รูปแบบ พร้อมเหตผุ ลประกอบอยา่ งละเอียด
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์บุณฑรี จนั ทร์กลับ
บทท่ี 9 การประเมนิ ความสามารถของโลจสิ ติกสแ ละโซอ ปุ ทาน 235
_____________________________________________________________________________________
บทท่ี 9 การประเมินความสามารถของโลจสิ ตกิ สแ ละโซอุปทาน
(Logistics and Supply Chain Performance Measurement)
วัตถุประสงค
1. เพือ่ เขา ใจความสําคญั ของการประเมนิ ความสามารถของโลจสิ ติกสแ ละโซอ ปุ ทาน
2. เพื่อเขา ใจเกณฑการประเมินความสามารถของโลจสิ ตกิ สแ ละโซอปุ ทาน
นักวจิ ัยและผูเ ชย่ี วชาญดา นโลจสิ ตกิ สส ว นใหญแ ลว จะใหความสําคัญกับการวัดผลการดําเนินงานดาน
คณุ ภาพมาเปนอนั ดับแรก รองลงมาคือการวดั ผลการดําเนนิ งานดา นเวลา และดา นตนทุน ซึ่งทง้ั สามมิตินี้ถือได
วาเปนมิติของการวัดผลการดําเนินงานดานโลจิสติกสท่ีจะขาดไมไดเลย หรือกลาวไดวาในการวัดผลการ
ดาํ เนินงานดานโลจิสติกสจ ําเปนที่จะตองมกี ารวัดผลการดําเนินงานในมิตดิ านคุณภาพ เวลา และตนทุนเสมอ
นอกจากน้ียังมีการวัดผลการดําเนินงานทางดา นโลจิสติกสในมิติอ่ืน ๆ รวมอยูดวยในบางครั้ง ซ่ึงจะข้ึนอยูกับ
เร่อื งหรือหัวขอท่ีทําการศึกษาน้ัน ๆ อาทิเชน การวัดผลการดําเนินงานดานโลจิสติกสทางดาน Productivity
และ Asset Management ซึ่งตอไปก็จะขออธิบายถึงการวัดผลการดําเนินงานดานโลจิสติกสในมิติตาง ๆ
เหลา น้อี ยางละเอยี ดตอไป
9.1 การวัดผลการดําเนนิ งานดานโลจิสติกส
9.1.1 การวัดผลการดาํ เนนิ งานทางดานคณุ ภาพ (Quality) ของโลจิสติกส
คุณภาพทางดานการจัดการโลจิสติกสถือเปนองคประกอบหนึ่งของการบริการลูกคา
ดังที่ Mentzer et al. (2001) กลาวไววา “Logistics quality is a component of overall customer
service,” แมวาการวัดผลการดําเนินงานดานโลจิสติกสทางดานคุณภาพจะมีการระบุถึงมากที่สุด แตทวา
ยังไมมีมาตรฐานท่ัวไปท่ีใชใ นการวัดผลการดําเนินงานโลจิสติกสทางดานคุณภาพที่สามารถประยุกตใชไ ดกับ
ทกุ อุตสาหกรรม (Frazelle, 2002, p.54)
อยางไรกด็ ี การวดั ผลการดําเนินงานโลจสิ ติกสทางดานคณุ ภาพจะเก่ียวของกับการใหบริการ
และความพึงพอใจของลูกคา (Bowersox et al., 2002, p.559) จากการทบทวนวรรณกรรมเก่ียวกับตัวชี้วัดที่
ผชู วยศาสตราจารยบ ณุ ฑรี จันทรก ลบั
บทที่ 9 การประเมนิ ความสามารถของโลจสิ ติกสและโซอ ุปทาน 236
_____________________________________________________________________________________
ใชในการวัดผลการดําเนนิ งานโลจิสติกสในมติ ิคณุ ภาพ พบวา นักวิจัยและผูเช่ียวชาญดานโลจิสติกสสวนใหญ
จะใชต ัวช้ีวัดผลการดําเนินงานโลจิสติกสทางดานคุณภาพดังท่ีถูกระบุมากท่ีสุดเปนอันดับแรก คือ Fill rate
และรองลงมาคือ Processing Accuracy สวนตัวช้ีวัดผลการดําเนินงานทางดานคุณภาพของชองทาง
โลจิสตกิ สอื่น ๆ ที่มกี ารนาํ มาใชก็มีอาทิเชน Customer Satisfaction, Forecasting Accuracy, Planning
Accuracy, Perfect Order Fulfillment และDamage Frequency
9.1.2 การวดั ผลการดําเนนิ งานทางดานเวลา (Time) ของโลจสิ ตกิ ส
เวลาถือเปนตัวชี้วัดพืน้ ฐานทีใ่ ชในการวัดผลการดําเนนิ งานโลจิสติกสดังคํากลาวที่วา “Time
has traditionally been accorded attention as an important barometer of logistics
performance.” (Coyle et al., 2003) ท้ังนี้ ตัวช้ีวัดผลการดําเนนิ งานของชองทางโลจิสติกส ทางดานเวลา
น้ัน สามารถแบงออกไดเปน 2 ประเภทคือ ตัวชี้วัดที่ใชในการวัดชวงเวลาท่ีใชในการดําเนินกิจกรรมตาง ๆ
(The elapsed time for the activity) และตัวชี้วัดทีใ่ ชในการวัดความนาเชอื่ ถือ (Reliability) หรือความ
เบย่ี งเบน (Variability) ในการดําเนนิ กจิ กรรมตาง ๆ (Keebler et al., 1999)
จากการทบทวนวรรณกรรมเก่ียวกับตวั ช้ีวัดท่ีใชในการวัดผลการดาํ เนินงานโลจิสติกสใ นมิติ
เวลา พบวา นักวิจัยและผูเชย่ี วชาญดานโลจิสติกสส วนใหญจะใชตัวชี้วัดผลการดําเนินงานโลจิสตกิ ส ทางดาน
เวลาดังท่ีถูกระบมุ ากท่ีสดุ เปนอันดับแรก คือ On-time delivery และรองลงมาคือ Order Cycle time
สวนตัวชวี้ ัดผลการดําเนินงานโลจิสติกสทางดานเวลาอ่ืน ๆ ทีม่ กี ารนํามาใชก็มีอาทิ เชน Order cycle time
variability, Response time, Forecasting / Planning cycle time และ Transit time
สําหรบั On-time delivery นั้น หมายถงึ อัตราสวนรอยละของจํานวนการสงสินคาตรงตามเวลาท่ีไดต กลงไว
กับลูกคา (Bowesox et al., 2002; Frazelle, 2002) สวน Order cycle time น้ัน หมายถึง ชวงระยะเวลา
นับต้ังแตท่ไี ดรับคําส่ังซ้ือ (Order entry time) จนถึงการสงสนิ คา (Finished goods delivery time)
ใหลูกคา (Stainer, 1997; Bowersox et al., 2002; Frazelle, 2002) ซ่ึงเปนเคร่อื งมือท่ีกอ ใหเกิดความได
เปรียบในการแขงขัน และเปนปจจัยที่เปนเคร่ืองมือในการสรางความพอใจใหกับลูกคาดวย
(Gunasekaran, 2001)
ผูชวยศาสตราจารยบ ุณฑรี จันทรก ลบั
บทที่ 9 การประเมนิ ความสามารถของโลจสิ ตกิ สแ ละโซอ ปุ ทาน 237
_____________________________________________________________________________________
สําหรับงานวิจัยนี้จะใชตัวช้ีวัดผลการดาํ เนินงานโลจิสติกสทางดานเวลาท่ีถูกระบุมากท่ีสุด
เปนอันดับสองคือ Order Cycle time ซึ่งเปนตวั ชีว้ ัดท่ีสามารถสะทอนเวลาที่ใชในการจัดการโลจิสติกส
เพื่อการตอบสนองความตองการของลกู คาไดชดั เจนทสี่ ุด
9.1.3 การวัดประสิทธิภาพทางดานตนทนุ (Cost) ของโลจิสติกส
การวัดผลการดาํ เนินงานทางดานตนทุนของโลจิสตกิ สสามารถสะทอนผลการดําเนนิ งานดาน
โลจิสตกิ สไดชัดเจนที่สุดดังคาํ กลาวของ Bowersox et al. (2002) ท่ีระบุวา “The most direct reflection
of logistics performance is the actual cost incurred to accomplish specific operations.”
ซ่ึงคํากลาวนี้สะทอนถึงความสําคัญของการวัดผลการดําเนินงานของชองทางโลจิสติกสทางดานตนทุน
ไดชดั เจนและยงั สอดคลองกนั กับคาํ กลาวของ Stock and Lambert (2001) ทรี่ ะบุวา “Total cost analysis
was an important performance measure” นอกจากน้ีการวัดผลการดําเนินงานของชองทางโลจิสติกส
ดานตนทนุ ยังสะทอน Efficiency ของชองทางโลจสิ ติกสอกี ดว ย (Coyle et al., 2003)
การทบทวนวรรณกรรมเกยี่ วกบั ตวั ชี้วดั ท่ใี ชในการวัดผลการดําเนินงานโลจิสตกิ สในมิติตนทุน
พบวา นกั วิจยั และผเู ชย่ี วชาญดา นโลจิสติกสสวนใหญจะใชตัวชี้วัดผลการดําเนินงานโลจิสติกสทางดานตนทุน
ดังที่ถูกระบุมากท่ีสุดเปนอันดับแรก คือ ตนทุนโลจิสติกสโดยรวมตอหนวย (Total logistics cost per unit)
และรองลงมาคือ Cash-to-cash cycle time หรือ Cash Conversion Cycle สวนตัวช้ีวัดผลการดําเนินงาน
โลจิสตกิ สทางดานเวลาอื่น ๆ ท่ีมีการนํามาใชก ็มี อาทิเชน Finished Goods Inventory Turn, Days Sales
Outstanding, Cost to serve, Cost of Excess Capacity, Cost of Capacity shortfall เปนตน
สําหรับ Cash Conversion Cycle ถอื เปนตัวช้ีวัดทางการเงินท่ีสําคัญตัวชี้วัดหน่ึง เนื่องจาก
Cash Conversion Cycle สามารถสะทอนประสิทธภิ าพทางดานการดําเนินงานออกมาเปนใน 2 มิติ คอื
มิติทางดานการบัญชีจะเปนตัวชี้วัดถึงสภาพคลองและมูลคาของบริษัท และมิติทางดานการจัดการโซอุปทาน
เพือ่ นาํ มาใชในการบรหิ ารจดั การใหสามารถตอบสนองความพอใจของลูกคา ซง่ึ เปนปจจัยสําคัญในการอยูรอด
ของบริษทั (Farris, 2002)
งานวิจัยน้ีจะใชตัวชี้วัดผลการดําเนินงานโลจิสติกสทางดานตนทุนที่ถูกระบุมากที่สุดเปน
อันดับหน่งึ คอื ตน ทุนโลจสิ ตกิ สโ ดยรวมตอหนว ย และอันดับสองคือ Cash Conversion Cycle ซ่ึงเปนตัวชี้วดั
ผชู ว ยศาสตราจารยบ ุณฑรี จันทรก ลับ
บทที่ 9 การประเมนิ ความสามารถของโลจสิ ติกสและโซอ ุปทาน 238
_____________________________________________________________________________________
ทัง้ สองน้สี ามารถสะทอนประสิทธิภาพของตนทนุ ท่ีใชในการจัดการโลจสิ ตกิ ส เพื่อตอบสนองความตอ งการของ
ลูกคาไดช ัดเจนมากทส่ี ุด ทง้ั น้ี ในการคิดตนทนุ โลจสิ ติกสจะใชวิธีการแบงแยกตนทุนโลจิสติกสเปน 5 ประเภท
ตามแนวคิดของ รศ.ดร. รธุ ิร พนมยงค (2547) ดงั น้ี
1. ตนทุนการจดั ซือ้ จดั หา (Procurement cost)
2. ตนทนุ การถอื ครองสนิ คาคงคลงั (Inventory holding cost)
3. ตนทุนการบรหิ ารคลงั สนิ คา (Warehousing management cost)
4. ตนทนุ การจดั การขนสงสนิ คา (Transportation cost)
5. ตนทุนการขนสงสนิ คา เพ่ือการสงออก (Logistics Cost for Export)
สวนการวัดผลการดําเนินงานโลจิสติกสทางดานตนทุนโดยใชตัวช้ีวัด Cash Conversion
Cycle สามารถคํานวณไดจากระยะเวลาระหวางท่ีตองจัดหาเงนิ ทุนเพื่อนํามาใชซ้อื วัตถุดิบ การจายชําระเงิน
สดใหก ับเจาหน้แี ละการจายชาํ ระเงนิ สดจากลูกคา
9.1.4 การวดั ผลการดาํ เนินงานทางดานการผลิต (Productivity) ของโลจิสติกส
การวัดผลการดําเนินงานทางดานการผลิต เปนการวัดความสัมพันธหรือสัดสวนระหวาง
สินคาทีผ่ ลิตได หรือบริการ เปรียบเทียบกับทรัพยากรตาง ๆ ที่ใชไป การวัดผลการดําเนินงานดานการผลิต
เปนเคร่ืองมือที่นิยมใชกันทั่วไป แตมีจุดออน คือ ในกรณีที่สินคาท่ีผลิตได และทรัพยากรท่ีใชไปไมสามารถ
วัดเปนสัดสวนท่ีถูกตอ งได หรือในกรณที ่สี นิ คา ที่ผลติ ได หรือทรัพยากรทีใ่ ชไปเปนสวนผสมท่ีมกี ารเปล่ียนแปลง
อยูเสมอ หรือในกรณีท่ีขอมูลไมไดมีการจัดเก็บ รวบรวมไวอยางชัดเจน จะทําใหผลท่ีไดไมสะทอนถึงผล
การดาํ เนินงานทางดานการผลิตอยางถูกตอ ง ดชั นีท่ใี ชในการวดั ผลการดําเนินงานทางดานการผลิต เชน Units
shipped per employee, Units per labor dollar, Orders per sales representatives, Order entry
productivity, Transportation labor productivity และ Warehouse labor productivity เปนตน
9.1.5 การวัดผลการดําเนินงานทางดานการจัดการทรัพยสิน (Asset Management)
ของโลจสิ ติกส
การวัดผลการดําเนินงานทางดานการจัดการทรัพยสินของโลจิสติกสจะมุงเนนท่ีการวัด
ประสิทธิภาพของการใชสินทรัพย เชน เครื่องมือ เครื่องจักร หรืออุปกรณตาง ๆ รวมทั้งเงินลงทุน ในสินคา
คงคลัง ซ่ึงในสวนที่เกี่ยวของกับเคร่ืองมือ เคร่ืองจักร หรืออุปกรณตาง ๆ จะทําการวัดออกมาในมุมมอง
ผูช ว ยศาสตราจารยบณุ ฑรี จนั ทรก ลับ
บทท่ี 9 การประเมนิ ความสามารถของโลจสิ ติกสแ ละโซอ ปุ ทาน 239
_____________________________________________________________________________________
ของการใชเงนิ ทุนในการผลติ ในสวนที่เก่ยี วของกันสนิ คา คงคลัง การวดั ผลการดาํ เนนิ งานของการจัดการทรัพย
สินมกั จะใชอัตราสวนการหมุนของสนิ คาคงคลัง (Inventory Turnover) เปนสวนใหญ แตมีจุดออนในการ
คํานวณอัตราสวนประเภทน้ี คือ การจัดเกบ็ ขอมูลท่อี าจจะไมสะทอนความมปี ระสิทธภิ าพของการใชไปของเงิน
ลงทุนในสินทรัพย สําหรับผูบรหิ ารจะเปนสาเหตุนําไปสูการตัดสินใจจากขอมูลท่ีผิดพลาดได ดัชนีท่ีใชในการ
วัดผลการดําเนนิ งานของการจัดการทรัพยสิน เชน Inventory turnover, Obsolete turnover, Return on
net assets, Return on inventory, Economic value add
9.2 คมู ือวินิจฉัยความสามารถทางดานโลจิสติกสของผปู ระกอบการธุรกิจ (ฉบับพ้นื ฐาน)
โครงการสรางดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส เปนโครงการจัดทําดัชนีเพ่ือใชวัดและ
ประเมนิ ประสทิ ธภิ าพการจดั การโลจิสติกส ซึง่ ประกอบดวยดัชนชี ้ีวัด 4 ดาน ไดแก ดัชนีชว้ี ัดดานการบริหาร
ตนทุน (Cost Management Index) เปนดชั นีท่ีแสดงถึงสัดสวนตนทุนของกิจกรรมโลจิสติกสทั้ง 9 กิจกรรม
เปรียบเทียบกับยอดขายประจําปทั้งหมดของกิจการ ดัชนีน้ีมีความสําคัญตอการเพิ่มผลผลิต เนื่องจากเปน
ตัวบงช้ีถึงตนทุนประเภทตาง ๆ ของกิจการ ซ่ึงสามารถนําไปใชเปนแนวทางในการปรับหรือควบคุมตนทุน
สวนเกินท่ีไมจําเปนของกิจการได อยางไรก็ตามการลดตนทุนดังกลาวจะตองไมสง ผลเสียตอคุณภาพของ
ผลิตภัณฑ ดชั นีชี้วัดดานเวลา (Lead Time Index) เปนดัชนีที่ใชขอมูลระยะเวลาของการเคลื่อนยาย
สินคาและขอมูลทเี่ กิดข้ึนในแตละกิจกรรมโลจิสติกส ซึ่งการวัดระยะเวลาการเคล่ือนยายของสินคาจะไมรวม
ระยะเวลาที่สินคาอยูในชวงของกระบวนการผลิต สวนระยะเวลาการเคลื่อนยายของขอมูลจะเริ่มนับตั้งแต
การรับขอมูล และส้ินสุดที่การสงมอบขอมูลใหแกลูกคาหรือแผนกตอไป ดัชนีชี้วัดดานความนาเชื่อถือ
(Reliability Index) เปนดัชนีท่ีใชวัดความนาเชื่อถือเก่ียวกับการสงมอบสินคา และขอมูล โดยสามารถ
แบงดัชนีกลุมน้อี อกเปน 2 ลักษณะ คอื ดัชนีดานการสงมอบตรงเวลา (On-time) และดัชนีดานการสงมอบ
ครบจํานวน (In-full) แตเนื่องจากดัชนีทง้ั สองมีหนวยการวดั ที่แตกตางกัน คอื เวลาและจํานวน ดังนั้นในการ
ประเมินดัชนีช้ีวัดดานความนาเชื่อถือจะแสดงผลในรูปของสัดสวนแทน ดัชนีช้ีวัดดานทรัพยากรบุคคล
(Human Resource Management Index) เปนดัชนีท่ีใชขอมูลเก่ียวกับบุคลากรภายในองคก ร โครงสราง
ภายในขององคกร (Internal Structure) และโครงสรางแบบโซอปุ ทาน (Supply Chain Structure)
ผชู วยศาสตราจารยบ ุณฑรี จันทรก ลับ
บทที่ 9 การประเมินความสามารถของโลจสิ ติกสและโซอ ุปทาน 240
_____________________________________________________________________________________
อนึ่ง การจัดสรางดัชนีช้ีวัดประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกสดังกลาว ไดรับความอนุเคราะห
อยางมากจากบริษัทตาง ๆ ซึ่งไดชี้แนะ และใหคําแนะนําในการคัดเลือกดัชนีช้ีวัดประสิทธิภาพตาง ๆ
โดยพิจารณาจากความเหมาะสมและลกั ษณะของแตละอุตสาหกรรม
9.2.1 ดชั นดี านการบรหิ ารตน ทนุ (Cost Management Index)
1) สัดสวนตนทุนการใหบริการลูกคาตอมูลคายอดขาย (Ratio of Customer Service Cost
Per Sale)
เปนการเปรียบเทยี บสัดสวนระหวางตนทุนการใหบริการลูกคาตอปกับยอดขายตอปของบริษัท
ซ่ึงตนทุนการใหบริการลูกคา ไดแก คาใชจายตาง ๆ ของแผนกการตลาด หรือแผนกขาย เชน เงนิ เดือน
พนักงานฝายบรกิ ารลกู คา คาลวงเวลา เปนตน รวมท้ังคาใชจายในการบริการหลังการขาย และกิจกรรม
สนับสนุนตาง ๆ แตไ มร วมคา ใชจ า ยในการประชาสัมพนั ธ เชน การ โฆษณา โดยคํานวณหาไดดงั น้ี
สัดสวนตน ทนุ การใหบรกิ ารลูกคา ตอมูลคายอดขาย = ตน ทนุ การใหบริการลกู คาตอ ป
มลู คายอดขายตอ ป
2) สัดสวนตน ทุนการจัดซ้อื จดั หาตอมูลคา ยอดขาย (Ratio of Procurement Cost Per Sale)
เปนการเปรียบเทียบสัดสวนระหวางตนทุนการจัดซื้อจัดหาตอปกับยอดขายตอปของบริษัท
ซึ่งตนทุนการจัดซ้ือจัดหา ไดแก (1) คาใชจายของพนักงานแผนกจัดซื้อ เชน เงินเดือน คาลวงเวลา
คานํ้ามัน เปนตน (2) คาโสหุยสําหรับการดําเนินการจัดซ้ือ เชน คาใชจายในการติดตอสื่อสาร เปนตน
โดยคาํ นวณหาไดดังนี้
สัดสวนตน ทุนการจัดซอื้ จดั หาตอมูลคายอดขาย = ตน ทุนการจัดซ้ือจัดหาตอป
มลู คายอดขายตอป
3) สัดสวนมูลคา การลงทนุ เก่ียวกับการติดตั้งระบบการสื่อสารภายในองคกรตอมูลคายอดขาย
(Ratio of Information Processing Cost Per Sale)
เปนการเปรยี บเทียบสัดสวนระหวางตน ทุนการลงทนุ เก่ียวกับการติดตัง้ ระบบการสื่อสารภายใน
องคกรตอปกับยอดขายตอปของบริษัท โดยตนทุนดังกลาวไดแก (1) คาใชจายในการลงทุนติดตั้งระบบ
ผูชว ยศาสตราจารยบ ณุ ฑรี จันทรก ลับ
บทท่ี 9 การประเมินความสามารถของโลจสิ ติกสและโซอ ุปทาน 241
_____________________________________________________________________________________
สารสนเทศเพ่ือการสื่อสารในองคกรตอป (Software) เชน โปรแกรม หรือซอฟตแวรตาง ๆ ท่ีใชใน
การสือ่ สารภายในองคกร (2) คาใชจา ยในการลงทุนติดต้ังอุปกรณตาง ๆ ที่ใชในการสื่อสารภายในองคกร
ตอป (Hardware) เชน คอมพิวเตอร โทรศัพท Printer, Fax เปนตน โดยคาํ นวณหาไดดังน้ี
สดั สวนมลู คาการลงทุนติดตง้ั ระบบการ = มลู คาการลงทนุ เกยี่ วกบั การติดตัง้
ส่ือสารภายในองคกรตอ มูลคา ยอดขาย ระบบการสอ่ื สารภายในองคกรตอ ป
มลู คา ยอดขายตอป
4) สัดสวนตน ทุนการขนสงตอมูลคา ยอดขาย (Ratio of Transportation Cost Per Sale)
เปนการเปรียบเทียบสัดสวนระหวางตนทนุ การขนสงตอปก ับยอดขายตอปของบรษิ ัท โดยตนทุน
การขนสง ไดแก
(1) คาใชจายในแผนกขนสงของบริษัท (กรณีที่บริษัทดําเนินการขนสงสินคาดวยตนเอง
(Inhouse) ประกอบดวย คาใชจายของพนักงานแผนกขนสง เชน เงินเดือน คาแรงงาน คาลวงเวลา
คาน้ํามันรถ เปนตน คา เสื่อมราคาของรถตอป ตนทุนการบํารุงรกั ษารถตอป และตนทุนอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวของ
การกบั แผนกขนสง
(2) คา ใชจายทบ่ี ริษัทวาจางผูใ หบรกิ ารขนสงภายนอกเปนผูดําเนินการขนสงสินคา (Outsource)
ประกอบดวย คาใชจายในการขนสงสินคามายังโรงงานทั้งหมด (สําหรับในกรณีนําเขาใหนับคาใชจาย
เฉพาะคาขนสงจากทาเรือหรือสนามบินในประเทศมายังโรงงานเทานั้น) คาใชจายในการ
ขนสงสินคาไปยังลูกคา (สําหรับในกรณีสงออก ใหนับเฉพาะคา ใชจายในการขนสงสินคาจากโรงงานไปยัง
ทาเรือ หรอื สนามบินภายในประเทศเทานน้ั ) โดยคาํ นวณหาไดดังนี้
สดั สวนตน ทนุ การขนสงตอ มูลคา ยอดขาย = ตนทุนการขนสงตอ ป
มูลคา ยอดขายตอ ป
5) สัดสวนตน ทนุ การบรหิ ารคลังสินคาตอ ยอดขาย (Ratio of Warehousing Cost Per Sale)
เปนการเปรียบเทียบสดั สวนระหวางตน ทนุ การบรหิ ารคลงั สนิ คา ตอปกับยอดขายตอปของบรษิ ัท
โดยตนทุนการบรหิ ารคลงั สินคา ไดแก
ผูชว ยศาสตราจารยบ ณุ ฑรี จนั ทรก ลับ
บทที่ 9 การประเมินความสามารถของโลจสิ ติกสและโซอ ปุ ทาน 242
_____________________________________________________________________________________
(1) คา ใชจ ายของพนักงานแผนกคลงั สินคา ไดแ ก เงนิ เดือน คาแรงงาน คาลว งเวลา คานาํ้ มนั
เปนตน
(2) ตนทุนคงที่ในการบริหารคลังสินคา ไดแ ก คาประภยั ภัยคลังสินคาตอป คา เสื่อมราคาของคลัง
สินคาตอป
(3) ตนทุนในการใชบริการคลังสนิ คาภายนอก เชน คา เชาพนื้ ท่ี เปนตน
สัดสวนตน ทนุ การบริหารคลงั สินคาตอ ยอดขาย = ตนทุนการบรหิ ารคลังสนิ คาตอ ป
มูลคายอดขายตอป
6) สัดสวนตน ทุนการพยากรณความตองการของลูกคาตอยอดขาย (Ratio of Forecasting
Cost Per Sale)
เปนดชั นที ี่ใชช้ีวดั ตนทุนของบริษัทที่ใชในการพยากรณความตองการของลูกคา โดยเปรียบเทียบ
สัดสวนระหวางตนทุนการพยากรณความตองการของลูกคาตอปกับยอดขายตอปของบริษัท ตนทุน
การพยากรณความตองการของลูกคา ไดแก เงนิ เดือนเฉล่ียของพนักงานทเ่ี ก่ียวขอ งกับการพยากรณความ
ตองการของลูกคาคูณกับระยะเวลาทพี่ นกั งานทเ่ี กีย่ วของใชในการพยากรณ โดยคํานวณหาไดดังน้ี
สดั สวนตน ทนุ การพยากรณความ ตนทุนการพยากรณความ
ตองการของลูกคาตอ ยอดขาย = ตองการของลูกคาตอป
มูลคายอดขายตอป
7) สัดสวนตนทุนการถือครองสินคาตอยอดขาย (Ratio of Inventory Holding Cost Per
Sale)
เปนดัชนีที่ใชวัดตนทุนคาเสียโอกาสในการถือครองสินคา ณ ชวงเวลาท่ีบริษทั ไดทําการจัดเก็บ
สนิ คาไวในคลงั สนิ คา ของบรษิ ัท รวมทง้ั ตนทุนในการถือครองสินคาอื่น ๆ เชน คา ประกันภัยสินคา คาเส่ือม
ราคาของสินคา ณ ชวงเวลาทจี่ ดั เก็บสนิ คา เปนตน โดยคาํ นวณหาไดดงั น้ี
สดั สวนตน ทุนการถอื ครองสินคาตอยอดขาย = ตนทนุ การถือครองสนิ คาตอ ป
มลู คายอดขายตอ ป
ผูชวยศาสตราจารยบณุ ฑรี จนั ทรก ลบั
บทท่ี 9 การประเมนิ ความสามารถของโลจสิ ตกิ สและโซอ ปุ ทาน 243
_____________________________________________________________________________________
8) สดั สวนมูลคาสนิ คา ทีเ่ สยี หายตอยอดขาย (Ratio of Value Damaged Per Sale)
เปนดชั นที ใี่ ชวัดมูลคา ของสินคาที่เกิดการเสียหายนับตั้งแตกระบวนการผลิตเสร็จสิ้น การจัดเก็บ
จนกระท่งั กอนการจัดสงสนิ คา โดยคํานวณหาไดดังนี้
สัดสวนมลู คาสินคา ท่ีเสยี หาย มลู คา สินคา ท่ีเสยี หายนับตั้งแต
ตอยอดขาย = ผลิตเสร็จจนกระทั่งกอนการจัดสง
มูลคายอดขายตอ ป
9) สดั สวนมูลคาสินคา ที่ถูกตกี ลบั ตอยอดขาย (Ratio of Returned Goods Value Per Sale)
เปนดัชนที ใี่ ชวัดมูลคา ของสนิ คาที่ถูกตีกลับมาจากลูกคา อันเนื่องมาจากความเสียหายของสนิ คา
หรือสินคาผลิตไมไ ดตามมาตรฐานทกี่ ําหนด โดยคาํ นวณหาไดดังน้ี
สัดสวนมลู คาสินคาท่เี สยี หายตอ ยอดขาย = มูลคาสนิ คา ท่ีถูกตีกลับตอป
9.2.2 ดัชนดี านเวลา (Lead Time Index) มลู คา ยอดขายตอป
1) ระยะเวลาเฉล่ียการตอบสนองคาํ สัง่ ซ้อื จากลกู คา (Average Order Cycle Time)
เปนดัชนีท่ีใชวัดระยะเวลาในการตอบสนองคําสั่งซื้อจากลูกคาโดยนับตั้งแตบริษัทยืนยันรับคํา
สั่งซอื้ จากลูกคาผลิตจนกระทัง่ สงมอบสนิ คา ใหกบั ลกู คา โดยคาํ นวณหาไดดังนี้
ระยะเวลาเฉล่ียการตอบ ระยะเวลาเฉลยี่ นบั ตั้งแตบรษิ ัทยนื ยันรับคําส่งั ซ้อื จากลูกคา
สนองคาํ สัง่ ซื้อจากลูกคา = ผลติ จนกระท่งั บรษิ ัททาํ การสงมอบสนิ คา ใหกบั ลูกคา
2) ระยะเวลาเฉล่ียการจัดซื้อ (Average Procurement Cycle Time)
เปนดัชนีท่ีใชวัดระยะเวลาในการจัดซ้ือวัตถุดบิ หรือสินคา โดยนับต้ังแตบริษัทไดรับการยืนยัน
รับคําสง่ั ซ้อื จาก Supplier จนกระทั่ง Supplier สง มอบวัตถุดิบหรือสนิ คาใหกับบรษิ ัท โดยคํานวณหาได
ดังน้ี
ผชู วยศาสตราจารยบุณฑรี จันทรก ลับ
บทท่ี 9 การประเมนิ ความสามารถของโลจสิ ตกิ สแ ละโซอ ปุ ทาน 244
_____________________________________________________________________________________
ระยะเวลาเฉลี่ยการจัดซือ้ = ระยะเวลาเฉล่ยี นับตั้งแตบรษิ ทั ไดรับการยนื ยันรับคาํ สั่งซ้อื
วัตถุดิบหรือสินคาจาก Supplier จนกระทง่ั Supplierไดทาํ
การสง มอบวัตถดุ บิ หรือสนิ คา ที่ส่งั ซ้อื ดังกลาวใหกบั บรษิ ทั
3) ระยะเวลาเฉล่ยี การสงคาํ สง่ั ซ้อื ภายในองคกร (Average Order Processing Cycle Time)
เปนดัชนีที่ใชวัดระยะเวลาเฉลี่ยท่ีฝายการตลาดสงคําส่ังซ้ือไปยังแผนกตาง ๆ ภายในองคกร
โดยนับต้ังแตระยะเวลาที่ฝายการตลาดไดรับยืนยันคําส่ังซื้อจากลูกคา จนกระทั่งฝายการตลาดไดสง
คาํ ส่งั ซ้ือไปยงั แผนกตาง ๆ ภายในองคก ร โดยคาํ นวณหาไดดงั น้ี
ระยะเวลาเฉลย่ี การสงคําส่ังซื้อภายในองคกร = ระยะเวลาเฉลี่ยนับตั้งแตฝายการตลาดไดรบั ยืนยันคาํ สั่งซื้อ
จ า ก ลู ก ค า จ น ก ร ะ ท่ั ง ฝ า ย ก า ร ต ล า ด ไ ด ส ง ข อ มู ล คํ า สั่ ง ซ้ื อ
ไปยังแผนกตางๆ ที่เกย่ี วขอ งภายในองคกร
4) ระยะเวลาเฉลย่ี การจัดสงสนิ คา (Average Delivery Cycle Time)
เปนดชั นที ใี่ ชวดั ระยะเวลาในการจัดสงสินคา ใหกับลูกคาโดยนับตง้ั แตการจัดสงสนิ คา ข้นึ รถ
และขนสงสินคาไปยังสถานทขี่ องลกู คา จนกระทงั่ ลูกคา ไดร บั สนิ คา โดยคาํ นวณหาไดดังน้ี
ระยะเวลาเฉลย่ี การจัดสง สินคา = ร ะ ย ะ เ ว ล า เ ฉ ล่ี ย นั บ ตั้ ง แ ต ก า ร จั ด ส ง สิ น ค า ข้ึ น ร ถ แ ล ะ ทํ า ก า ร
ขนสง สินคาไปยังสถานทขี่ องลกู คาจนกระท่ังลกู คาไดร ับสนิ คา
ผูชวยศาสตราจารยบ ณุ ฑรี จนั ทรก ลบั