The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยเล่ม 1 รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอำเภอบ้านไผ่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sisakot25, 2022-11-25 08:08:04

วิจัยเล่ม 1 รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอำเภอบ้านไผ่

วิจัยเล่ม 1 รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอำเภอบ้านไผ่

รายงานการวิจัยและพัฒนา

เร่อื ง

รูปแบบการพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตทีด่ ขี องผูส้ ูงอายุในอาเภอบา้ นไผ่
จงั หวดั ขอนแกน่ : กรณศี ึกษาหลกั สูตรการฝกึ อบรมผดู้ แู ลผ้สู งู อายุ

ผลงานวิชาการประกอบการเสนอขอรับการประเมิน
ของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา
ขอมีหรือเลอ่ื นวทิ ยฐานะ เชี่ยวชาญ

โดย
อบุ ล สหี า

ตาแหนง่ ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา วิทยฐานะ ผู้อานวยการชานาญการพเิ ศษ

ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอบา้ นไผ่
สานกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจงั หวดั ขอนแกน่

สานักงานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศกึ ษาธิการ

กิตติกรรมประกาศ

รายงานผลงานวชิ าการฉบับนส้ี าเร็จลุล่วงไปด้วยดี ดว้ ยความช่วยเหลือให้คาปรกึ ษา
ด้านการบรหิ ารจดั การศึกษาต่อเนือ่ งของผ้อู านวยการสานักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศยั จังหวดั ขอนแก่น ทไ่ี ด้ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดข้ึนระหว่างการดาเนินงานด้วย
และในการศกึ ษาครั้งนจี้ ะมีคุณภาพในเชิงวชิ าการกด็ ้วยผเู้ ชีย่ วชาญท้ัง 3 ทา่ น ท่ีเป็นผเู้ ช่ียวชาญ
ในการตรวจสอบเคร่ืองมือ และได้ให้คาแนะนาและข้อคิดเห็นต่างๆ อนั เป็นประโยชน์อย่างยงิ่ ในการศกึ ษา
คร้งั นี้

ขอขอบคุณท่านผู้อานวยการสานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
จังหวดั ขอนแกน่ ขอขอบคุณภาคเี ครือขา่ ย สาหรบั ขอ้ แนะนาและความช่วยเหลอื ทกุ ด้านในการศึกษา
และขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาทุกท่านที่ช่วยในการให้คาช้ีแนะ นอกจากนี้ขอขอบคุณคณะครู
และบุคลากรของศนู ย์ กศน.อาเภอบ้านไผ่ ที่เป็นกาลังสาคญั ร่วมแรงรว่ มใจกันปฏบิ ตั ิงานจนเกดิ ผลดี
ต่อหน่วยงานและชุมชน และขอขอบคุณทุกๆ ท่านทไ่ี มไ่ ด้กลา่ วนามไว้ ณ ทีน่ ี้

สุดทา้ ยนี้ ผ้ศู กึ ษาขอขอบพระคณุ ผสู้ งู อายทุ ุกท่าน รวมท้ังบดิ า - มารดา และครอบครวั
ซ่ึงเปิดโอกาสให้ได้จัดทาผลงาน ตลอดจนคอยช่วยเหลือและให้กาลังใจผู้ศึกษาเสมอมาจนทาผลงาน
วชิ าการสาเร็จด้วยดี หากประโยชน์ใดท่ีเกิดเปน็ วทิ ยาทานจากผลงานนี้ ขออานวยพรให้กบั ทุกๆ ท่าน
ทงั้ ทก่ี ล่าวนามและมิไดก้ ล่าวนาม มา ณ โอกาสน้ี

อุบล สหี า



ช่ือเร่ือง รูปแบบการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ท่ีดขี องผู้สงู อายใุ นอาเภอบ้านไผ่ จงั หวดั ขอนแกน่ :
กรณีศกึ ษาหลกั สูตรการฝกึ อบรมผู้ดแู ลผ้สู งู อายุ

ช่ือผู้ศกึ ษา อุบล สีหา
ปที ศ่ี ึกษา 2564

บทคัดย่อ

การวิจยั คร้ังน้ี มีวัตถุประสงค์ เพ่อื ศึกษาปัจจัยท่มี ีอิทธิพลต่อคุณภาพชวี ิตที่ดีและสภาพคุณภาพ
ชีวิตท่ีดีของผู้สูงวัยในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของ
ผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแกน่ : กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สงู อายุ เพื่อทดลองใช้
รูปแบบการพฒั นาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบา้ นไผ่ จังหวดั ขอนแกน่ : กรณีศึกษาหลักสูตรการ
ฝกึ อบรมผู้ดแู ลผู้สูงอายุ เพื่อยืนยันรปู แบบการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ทดี่ ขี องผู้สูงอายใุ นอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผ้ดู ูแลผูส้ ูงอายุ การวจิ ยั ครงั้ นี้ประชากร/กลุ่มตวั อย่างท่ใี ช้ในการ
วิจัย คือ ผู้สูงวัยในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่นจานวน 420 คน ผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้อง จานวน 16 คน
ผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล จานวน 16 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 17 คน การสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีใช้
เลือกแบบเจาะจง การสุ่มตัวอย่างแบบอ้างอิงด้วยบุคคลและผู้เชี่ยวชาญ (Snowball Sampling) และสุ่ม
เลือกอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถ่ี ค่าร้อย
ละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าทดสอบ t-test Independent ค่าทดสอบ F-test ANOVA และ
คา่ สหสมั พนั ธ์

ผลการศึกษา พบวา่
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการวิเคราะห์เอกสาร (Document Research) ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อ
คุณภาพชีวิตทด่ี ีของผ้สู ูงอายุ อาเภอบ้านไผ่ และคุณภาพชีวติ ทด่ี ีของผู้สูงอายุ ท่ีมกี รอบ 15 ดา้ น คือ ปัจจัย
ท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ 1) ปัจจัยการรับรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง 2) ปัจจัย
สมรรถภาพทางจิตใจ 3) ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว 4) ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ 5) ปัจจัยสถานการณ์
การเงิน 6) ปัจจัยการมีส่วนร่วมการทาประโยชน์เพื่อสงั คม 7) ปัจจัยสงั คมและเพ่ือนฝูง 8) ปัจจยั เสรีภาพ
ส่วนบุคคล 9) ปจั จยั ค่านิยมส่วนบคุ คล 10) ปัจจยั การใช้สังคมออนไลน์
สว่ นคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สงู อายุ 1) คุณภาพชีวิตทีด่ ีด้านสุขภาพ 2) คุณภาพชีวิตท่ีดีดา้ นจติ ใจ อารมณ์ 3)
คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านคุณค่าในตนเอง 4) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านสติปัญญา 5) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านยอมรับ
ตนเอง
ผสู้ ูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยมีอิทธพิ ลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอ
บ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อจาแนกออกเป็นรายดา้ นโดยเรียงลาดับคา่ เฉล่ียจากมากไป
หานอ้ ย 3 ลาดบั แรก พบว่า ดา้ นท่มี คี า่ เฉลย่ี ลาดบั แรก คอื ปจั จยั ความสมั พนั ธ์



ในครอบครัว รองลงมา ปัจจยั สมรรถภาพทางจิตใจ และรายดา้ นทม่ี ีค่าเฉล่ียลาดบั 3 คือ ปัจจยั ค่านิยมส่วน
บคุ คล สาหรบั คุณภาพชวี ิตทด่ี ีของผ้สู งู อายุอาเภอบา้ นไผ่ พบว่า ผสู้ ูงอายุอาเภอบา้ นไผ่
มคี วามคิดเห็นต่อคณุ ภาพชีวิตทดี่ ีของผ้สู ูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก
เมือ่ จาแนกออกเปน็ รายดา้ นโดยเรยี งลาดบั คา่ เฉล่ยี จากมากไปหานอ้ ย 3 ลาดับแรก พบว่า
ด้านที่มีคา่ เฉลีย่ ลาดบั แรก คอื คณุ ภาพชวี ติ ทีด่ ดี า้ นคณุ ค่าในตนเอง รองลงมา คณุ ภาพชวี ิตท่ีดี
ดา้ นยอมรบั ตนเอง และรายดา้ นที่มคี ่าเฉลี่ยลาดบั 3 คือ คุณภาพชวี ิตที่ดีดา้ นสติปญั ญา ผลการศกึ ษาระดับ
ปัจจยั ท่สี ่งผลต่อคณุ ภาพชีวิตท่ีดีของผู้สงู อายุอาเภอบ้านไผ่ 3 ลาดบั แรก เรียงลาดับจากมากไปหานอ้ ย คือ
ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว(f) ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ(m) ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล(v) c]tปัจจัย
การพัฒนาจิตใจ(d) การสร้างสมการพยากรณ์คุณภาพชีวติ ทด่ี ีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ ตวั แปรท่ีสามารถ
พยากรณ์คณุ ภาพชวี ิตทดี่ ี ได้แก่ ปจั จัยการพฒั นาจิตใจ(d) ปจั จัยค่านยิ ม
ส่วนบุคคล(v) ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว(f) ปัจจัยทั้ง 3 ตัว สามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมจิต
อาสาของประชาชนอาเภอบ้านไผ่ สามารถทานายไดร้ ้อยละ 87.50

ร่างรูปแบบและแนวทางการพฒั นาคณุ ภาพชีวิตทดี่ ีของผสู้ งู อายุ คือ การใชห้ ลักสูตร
การฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ชั่วโมง ท่ีมีจุดเน้นในหลักสูตร 6 ข้อ ผลการทดลองใช้รูปแบบ
ผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตที่ดีเม่ือได้รับการดูแลจากผู้ดูแล
ผู้สูงอายุท่ีผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง เม่ือจาแนก
ออกเปน็ รายด้านอยใู่ นระดับสงู ทุกรายดา้ น เมอื่ เปรียบเทยี บระดบั ความคดิ เห็น
ของผู้สูงอายุทไ่ี ด้รบั การดแู ลจาแนกตามเพศและอายุ พบวา่ เพศและอายุท่ีแตกต่างกันไม่มผี ล
ต่อคุณภาพชีวติ ที่ดขี องผู้สูงอายอุ าเภอบ้านไผ่

ผู้ทรงคุณวุฒิ มีความคิดเห็นต่อแนวทางการดูแลผู้สูงอายุตามหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน
420 ช่วั โมง โดยรวม อยูร่ ะดับมาก เมอื่ จาแนกออกเปน็ รายดา้ นโดยเรยี งลาดบั คา่ เฉล่ีย
จากมากไปหาน้อย 3 ลาดบั แรก พบวา่ ด้านทม่ี ีค่าเฉลีย่ ลาดบั แรก คือ ดา้ นเนอื้ หาและกจิ กรรม
ของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ รองลงมา ด้านปัจจัยนาเข้าของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ และรายด้านที่มี
ค่าเฉลย่ี ลาดบั 3 คือ ด้านประโยชนข์ องจดุ เนน้ เสรมิ แนวทางการดแู ลผสู้ ูงอายุ และทกุ รายขอ้
แต่ละด้าน อยู่ในระดับมาก



สารบญั

เร่อื ง หน้า

บทคัดยอ่ ก
สารบัญ ค

สารบญั ตาราง จ
สารบัญแผนภาพ ซ

บทที่ 1 บทนา 1
ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา..................................................... 1
วัตถปุ ระสงค.์ .............................................................................................. 10
สมมติฐานการศึกษา................................................................................... 10
ขอบเขตการศึกษา...................................................................................... 10
นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ........................................................................................ 13
ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะได้รับ......................................................................... 16

บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจัยท่ีเกยี่ วข้อง 17
แนวคิด ทฤษฎเี กี่ยวกับผสู้ งู อายุ................................................................. 17
แนวคิด ทฤษฎีเก่ยี วกับคุณภาพชีวิตของผ้สู งู อายุ....................................... 26
หลกั สูตรผ้ดู ูแลผ้สู งู อายุ 420 ชัว่ โมง........................................................... 43
แนวคิด ทฤษฎเี ก่ยี วกับการบรหิ าร (Management) ................................ 60
ขอ้ มูลเบอ้ื งตน้ เก่ยี วกับอาเภอบ้านไผ่......................................................... 79
งานวจิ ัยทีเ่ ก่ียวข้อง..................................................................................... 92

บทที่ 3 วธิ ีดาเนินการวิจยั 111
รปู แบบการวิจยั 111
วิธดี าเนนิ การวิจยั 112
ขอบเขตการดาเนินการวิจยั 112
ประชากร/กลุ่มเป้าหมายและกลุ่มตวั อย่าง 115
ตวั แปรทใ่ี ช้ในการวิจัย 118

สารบญั (ตอ่ ) ง

เรอ่ื ง หน้า
119
เครื่องมอื ทีใ่ ชใ้ นการวจิ ัย 123
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล 124
การวเิ คราะหข์ ้อมลู 126
สถิติท่ีใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมลู

บทท่ี 4 ผลการดาเนินการวจิ ัย 127
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล.............................................................................. 127

บทที่ 5 สรุปผล อภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ 169
สรปุ ผลการศึกษา....................................................................................... 169
อภิปรายผลการศกึ ษา................................................................................ 179
ข้อเสนอแนะ............................................................................................. 181

บรรณานกุ รม............................................................................................................. 182

ภาคผนวก 188
ภาคผนวก ก แบบสอบถาม..................................................................... 190
ภาคผนวก ข หนังสือราชการ.................................................................. 212
ภาคผนวก ค หนงั สอื ราชการ.................................................................. 214

ประวัตผิ ู้ศกึ ษา.......................................................................................................... 221

สารบญั ตาราง จ

ตารางที่ หน้า
128
1 แสดงจานวนและร้อยละของผ้สู งู อายุ จาแนกตามเพศ 128
2 แสดงจานวนและร้อยละของผู้สงู อายุ จาแนกตามอายุ 128
3 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผสู้ ูงอายุ จาแนกตามความเปน็ สมาชกิ กลุม่ /ชมรม 129
4 แสดงจานวนและร้อยละของผสู้ ูงอายุ จาแนกตามการประกอบอาชีพ 129
5 แสดงจานวนและร้อยละของผ้สู งู อายุ จาแนกตามหน้ีสนิ 130
6 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเหน็ ของผสู้ งู อายุ ทม่ี ีต่อ 131
132
ปัจจัยทม่ี ีอทิ ธิพลต่อคุณภาพชีวิตทด่ี ี โดยภาพรวมและรายดา้ น 133
7 แสดงคา่ เฉลี่ย สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเหน็ ของผู้สูงอายุ ทมี่ ีตอ่ 134
135
ปัจจัยที่มอี ทิ ธิพลต่อคุณภาพชีวติ ทด่ี ี ปัจจยั การรับรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง
8 แสดงค่าเฉลย่ี ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเหน็ ของผู้สูงอายุ ท่ีมีตอ่ 136
137
ปจั จัยทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ คณุ ภาพชีวติ ทด่ี ี ปัจจยั สมรรถภาพทางจิตใจ 138
9 แสดงค่าเฉล่ยี ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของผสู้ ูงอายุ ทมี่ ีต่อ 139

ปัจจัยทีม่ ีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจัยความสมั พันธใ์ นครอบครวั
10 แสดงคา่ เฉลี่ย สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเหน็ ของผ้สู ูงอายุ ที่มีตอ่

ปัจจัยท่มี อี ิทธพิ ลตอ่ คุณภาพชีวิตทด่ี ี ปัจจยั การพัฒนาจิตใจ
11 แสดงคา่ เฉลี่ย สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเห็นของผสู้ ูงอายุ ทม่ี ีตอ่

ปจั จัยที่มอี ทิ ธิพลตอ่ คุณภาพชวี ติ ทด่ี ี ปัจจัยสถานการณ์ดา้ นการเงิน
12 แสดงคา่ เฉลย่ี ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เห็นของผสู้ ูงอายุ ทม่ี ีตอ่

ปัจจัยทม่ี อี ทิ ธิพลตอ่ คณุ ภาพชีวิตที่ดี ปัจจยั การมสี ว่ นรว่ มการทาประโยชนเ์ พ่อื
สังคม
13 แสดงค่าเฉลีย่ ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของผู้สงู อายุ ที่มีต่อ
ปัจจยั ทม่ี อี ิทธิพลตอ่ คุณภาพชีวิตทด่ี ี ปัจจัยสังคมและเพอื่ นฝูง
14 แสดงคา่ เฉลยี่ สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เหน็ ของผสู้ ูงอายุ ที่มีตอ่
ปจั จัยที่มีอิทธพิ ลตอ่ คุณภาพชวี ติ ทด่ี ี ปัจจยั เสรภี าพส่วนบุคคล
15 แสดงค่าเฉลย่ี สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เหน็ ของผู้สูงอายุ ที่มีต่อ
ปจั จัยที่มีอทิ ธพิ ลตอ่ คณุ ภาพชวี ติ ที่ดี ปัจจัยค่านยิ มสว่ นบคุ คล



สารบญั ตาราง (ต่อ)

ตารางท่ี หน้า

16 แสดงคา่ เฉลยี่ ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของผู้สงู อายุ ที่มีต่อ 140
ปัจจัยทมี่ ีอทิ ธพิ ลตอ่ คณุ ภาพชีวติ ท่ดี ี ปัจจัยการใชส้ ังคมออนไลน์
141
17 แสดงค่าเฉลี่ย สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเห็นของผู้สูงอายุ ทม่ี ีตอ่
คุณภาพชวี ติ ที่ดีของผสู้ งู อายุ โดยภาพรวมและรายด้าน 142

18 แสดงคา่ เฉลี่ย สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เห็นของผู้สงู อายุ ทม่ี ีตอ่ 143
คุณภาพชีวิตท่ีดีของผ้สู ูงอายุ คุณภาพชวี ติ ทด่ี ีด้านสขุ ภาพ
144
19 แสดงค่าเฉล่ยี สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเหน็ ของผ้สู งู อายุ ที่มีตอ่
คุณภาพชีวิตที่ดีของผสู้ งู อายุ คุณภาพชวี ิตที่ดีด้านจิตใจ อารมณ์ 145

20 แสดงคา่ เฉล่ีย ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เห็นของผสู้ งู อายุ ที่มีตอ่ 146
คุณภาพชวี ิตที่ดีของผู้สูงอายุ คณุ ภาพชีวิตที่ดีด้านคุณค่าในตนเอง 147
148
21 แสดงค่าเฉลยี่ สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเห็นของผสู้ งู อายุ ที่มีตอ่
คุณภาพชวี ติ ท่ีดีของผู้สูงอายุ คณุ ภาพชีวติ ทด่ี ีด้านสตปิ ญั ญา 149
149
22 แสดงค่าเฉลี่ย สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเห็นของผ้สู งู อายุ ท่ีมีต่อ 152
คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ คุณภาพชีวิตทด่ี ีดา้ นยอมรบั ตนเอง 153

23 คา่ สถิตพิ ื้นฐานของปจั จยั ที่สมั พนั ธก์ ับคุณภาพชวี ิตที่ดขี องผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ 153
24 คา่ สมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์ระหว่างปจั จยั ทสี่ ัมพนั ธ์กบั คณุ ภาพชวี ิตทดี่ ีของผู้สงู อายุ 154
25 ผลการวเิ คราะห์การถดถอยพหคุ ูณของปจั จัยทีส่ ง่ ผลต่อคุณภาพชีวิตท่ดี ีของผู้สูงอายุ
155
อาเภอบ้านไผ่
26 ผลการวิเคราะหป์ ัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดขี องผสู้ ูงอายุอาเภอบา้ นไผ่
27 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผู้สงู อายุ จาแนกตามเพศ
28 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผูส้ งู อายุ จาแนกตามอายุ
29 แสดงค่าเฉลย่ี สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเหน็ ของผสู้ ูงอายุที่ได้รับ

การดแู ลท่ีมตี อ่ คุณภาพชีวติ ที่ดี โดยภาพรวมและรายดา้ น
30 แสดงคา่ เฉลยี่ สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เห็นของผู้สูงอายุทไี่ ดร้ ับ

การดูแลทม่ี ตี ่อคุณภาพชวี ิตที่ดี คณุ ภาพชวี ิตที่ดีดา้ นสุขภาพ
31 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เหน็ ของผู้สงู อายุทีไ่ ดร้ บั

การดูแลท่ีมตี ่อคุณภาพชวี ิตท่ดี ี คุณภาพชวี ิตที่ดีด้านจิตใจ อารมณ์



สารบญั ตาราง (ต่อ)

ตารางที่ หน้า

32 แสดงค่าเฉล่ีย สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเห็นของผู้สงู อายุท่ไี ด้รับ 156
การดแู ลทมี่ ีตอ่ คุณภาพชวี ติ ทีด่ ี คณุ ภาพชีวิตที่ดีด้านคุณคา่ ในตนเอง 157
158
33 แสดงคา่ เฉลี่ย สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเห็นของผสู้ ูงอายุทไี่ ด้รบั
การดูแลที่มีตอ่ คุณภาพชวี ติ ทด่ี ี คุณภาพชีวิตทด่ี ีดา้ นสติปัญญา 159
160
34 แสดงคา่ เฉลย่ี สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เห็นของผสู้ ูงอายุท่ไี ดร้ บั 161
การดแู ลทมี่ ตี ่อคุณภาพชีวิตทด่ี ี คณุ ภาพชวี ิตทด่ี ีด้านยอมรับตนเอง 162
162
35 แสดงค่าเฉลยี่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เห็นของผ้สู ูงอายุท่ไี ด้รับ
การดูแลที่มตี อ่ คุณภาพชวี ติ ที่ดี คุณภาพชวี ติ ท่ีดีเม่อื ไดร้ ับการดแู ลโดยผู้ดูแล 164
ผูส้ งู อายุ
165
36 แสดงการเปรยี บเทยี บคา่ เฉล่ียและค่าเบยี่ งเบนมาตรฐานความคิดเหน็ ของผู้สงู อายุ
จาแนกตามเพศ 166

37 แสดงการทดสอบสมมติฐานความแตกต่างทางเพศท่ีมีผลต่อความคดิ เหน็ ของผู้สงู อายุ 167
ทไ่ี ดร้ บั การดแู ล

38 แสดงการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวของความคดิ เห็นของผู้สูงอายุทีไ่ ดร้ ับ
การดแู ลกับกลุ่มอายุ

39 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความคิดเห็นของผสู้ ูงอายุท่ีได้รบั การดแู ล
กับกลุ่มอายุ

40 แสดงค่าเฉลย่ี ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เหน็ ของผู้ทรงคุณวุฒิ
ทีม่ ตี ่อแนวทางการดแู ลผู้สูงอายุตามหลกั สูตรผดู้ แู ลผู้สูงอายุ จานวน 420 ชั่วโมง
โดยรวมและรายดา้ น

41 แสดงคา่ เฉลี่ย ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเหน็ ของผู้ทรงคณุ วุฒิ
ท่มี ตี ่อแนวทางการดแู ลผู้สูงอายุตามหลกั สตู รผู้ดแู ลผสู้ งู อายุ จานวน 420 ชว่ั โมง
โดยรวมดา้ นปัจจยั นาเขา้ ของแนวทางการดแู ลผ้สู ูงอายุ

42 แสดงค่าเฉลย่ี สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เห็นของผู้ทรงคณุ วุฒิ
ที่มตี ่อแนวทางการดแู ลผู้สงู อายุตามหลักสูตรผู้ดแู ลผ้สู งู อายุ จานวน 420 ช่วั โมง
โดยรวมด้านเนือ้ หาและกิจกรรมของแนวทางการดแู ลผู้สูงอายุ

43 แสดงคา่ เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ
ทม่ี ีต่อแนวทางการดูแลผู้สงู อายุตามหลักสูตรผดู้ ูแลผสู้ งู อายุ จานวน 420 ชวั่ โมง
โดยรวมดา้ นประโยชน์ของจดุ เนน้ เสริมแนวทางการดแู ลผู้สูงอายุ



สารบญั แผนภาพ

แผนภาพท่ี หน้า

1 ประโยชนข์ องการบรหิ ารจดั การ...................................................................................... 62
2 แผนท่ีแสดงขอบเขตแตล่ ะตาบลในอาเภอบ้านไผ่........................................................... 80

บทท่ี 1
บทนำ

ควำมเป็นมำและควำมสำคัญของปัญหำ

การเปล่ียนแปลงโครงสร้างของประชากรในการเข้าสสู่ งั คมผูส้ งู อายุ เป็นประเด็นทีไ่ ดร้ ับความ
สนใจกันเป็นอยา่ งมากทั้งในระดับชาติและในระดับโลก จากการท่ีอัตราการเกิดของประชากรท่ัวโลกที่มี
แนวโน้มลดลง บวกกับการท่ีประชากรมีอายุยืนยาวขึ้นเนื่องจากการรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพมาก
ข้ึน และประชากรที่เกิดในยุค Baby Boomers ได้เข้าสู่วัยสูงอายุ เป็นปัจจัยที่ทาให้หลายประเทศใน
โลกเกิดการเปล่ียนแปลงทางโครงสร้างสังคมที่สาคัญ นั่นคือ การเพิ่มข้ึนอย่างรวดเร็วของประชากร
สงู อายุ โดยเฉพาะในประเทศท่พี ัฒนาแล้ว อาทิ ฝร่ังเศส สวีเดน ญี่ปุ่น โดยองคก์ ารสหประชาชาติ (UN)
ได้นิยามว่าประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปี ขึ้นไป เป็นสัดส่วนเกินร้อยละ 10 หรือมีอายุ 65 ปีข้ึนไป
เกินร้อยละ 7 ของประชากรทั้งประเทศ ถือว่าประเทศนั้นได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ (Aging Society)
และจะเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) เม่ือสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปี ข้ึนไป เพ่ิมเป็น
ร้อยละ 20 และอายุ 65 ปี ขึ้นไปเพ่ิมเป็นร้อยละ 14 หากสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปี ขึ้นไป เพ่ิมเป็น
ร้อยละ 28 ก็จะเข้าสู่ความเป็นสังคมสูงอายุสูงสุด (Super-Aged Society)ข้อมูลขององค์การอนามัย
โลก (WHO) มีการคาดการณ์ว่าจานวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีข้ึนไป จะมีจานวนเพ่ิมข้ึนอย่างน้อยรอ้ ย
ละ 3 ต่อปี โดยในปี พ.ศ.2573 คาดวา่ จะมีจานวนประชากรสูงอายุมากถึงประมาณ 1.4 พันลา้ นคนและ
จะเพ่ิมข้ึนถึง 2 พันล้านคนในปี พ.ศ.2593 ทวีปเอเชียจะมีประชากรสูงวัยมากท่ีสุดในโลก โดยคาดว่า
สัดส่วนผู้ท่ีมีอายุ 60 ปีขึ้นไปในทวีปเอเชียจะเพ่ิมขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นซึ่งถือเป็น
ประเทศที่มปี ระชากรสูงวยั มากท่สี ุดในโลกและถือเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอยา่ ง
เต็มตัว (Super-aged Society) ซึ่งประเทศไทยก็เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงน้ีเช่นกัน โดยสถานการณ์
ผสู้ ูงอายใุ นประเทศไทย พบว่า จานวนผู้สูงอายมุ ีตัวเลขเทียบเท่ากับประเทศทีพ่ ัฒนาแล้วหลายประเทศ
ซ่ึงถือว่ามีอัตราการเติบโตเป็นอันดับ 3 ในทวีปเอเชีย รองมาจากประเทศเกาหลีใต้ และประเทศญ่ีปุ่น
โดยประเทศไทยได้เข้าใกล้สังคมสูงวัยมาต้ังแต่ปี พ.ศ.2548 นอกจากน้ีมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนา
ผู้สูงอายุไทย ระบุว่า 20 กว่าปี ท่ีผ่านมา ประชากรไทยเพ่ิมขึ้นด้วยอัตราที่ช้ามาก คือเพ่ิมไม่ถึงร้อยละ
0.5 ต่อปี ต่างกับในอดีตเมื่อคร่ึงศตวรรษก่อน ประชากรไทยเพิ่มข้ึนด้วยอัตราท่ีสูงมากคือเฉล่ียกว่าร้อย
ละ 3 ตอ่ ปี (มูลนิธิสถาบันวจิ ัยผู้สูงอายไุ ทย. 2564) ประเทศไทยมีประชากรครบ 60 ล้านคน เม่ือเดือน
พฤศจิกายนปี พ.ศ.2539 แต่จนถึงปัจจุบันเวลานานกว่า 20 กว่าปี ประชากรไทยยังคงมีจานวนอยู่ท่ี
หลัก 60 ล้านคน สาหรับอัตราการเกิดในปี พ.ศ.2562 พบว่ามีเด็กเกิดเพียง 6 แสนคนเท่านน้ั ในขณะท่ี
จานวนคนตายในประเทศเพิ่มข้ึนถึง 5 แสนคน ซึ่งปี พ.ศ.2562 ถือเป็นปีแรกที่จานวนคนตายใน
ประเทศไทยมีจานวนถึงหลัก 5 แสนคน จานวนเกิดท่ีลดลง แต่จานวนการตายที่เพิ่มข้ึนในปี พ.ศ.2562
นับเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์ท่ีประเทศไทยมีจานวนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าเด็กอายุต่า

2

กว่า 15 ปี (มูลนิธิสถาบันวิจัยผู้สูงอายุไทย. 2564) ทาให้สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ คาดการณ์วา่ ในปี 2571 ประชากรของไทยจะมีอัตรา “เพิ่มติดลบ” รายงานการคาดประมาณ
ประชากรของประเทศไทยปี 2553 - 2583 (ฉบับปรับปรุง) คาดประมาณว่า ในพื้นท่ีภาคเหนือจะเป็น
ภาคที่มีอัตราผู้สูงอายุสูงสุดคือร้อยละ 22 รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือท่ีคาดว่ามีอัตรา
ผูส้ ูงอายุรอ้ ยละ 20 ตามด้วยภาคกลางและภาคใตท้ มี่ อี ัตราผู้สูงอายุต่าสดุ คือประมาณรอ้ ยละ 15 และใน
ปี พ.ศ. 2566 ประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ คือสดั ส่วนประชากรอายุ 60 ปี ข้ึนไป ร้อย
ละ 20 กอ่ นท่ีในปี 2576 ประเทศไทยจะเป็นสังคมสูงอายรุ ะดบั สูงสุด หรอื มีสดั สว่ นประชากรสูงอายุ 60
ปีขึ้นไป สูงขึ้นถึงรอ้ ยละ 28 การเพิ่มข้ึนอยา่ งรวดเร็วของประชากรสงู อายนุ ี้ นับเป็นบริบทของรัฐในการ
จดั สวสั ดิการสังคมให้กับผู้สงู อายุ เพ่ือให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตท่ีดีในวาระสุดท้ายของชีวิตท่ีพึงจะได้รับ
จากรฐั

สาหรับสถานการณ์ในปัจจุบันจากผลสารวจของสานักงานสถิติแห่งชาติ 7 คร้ังที่ผ่านมา
พบว่า สานักงานสถิติแห่งชาติ ดาเนินการสารวจประชากรสูงอายุในประเทศไทยคร้ังแรกปี พ.ศ.2537
และการสารวจในปี พ.ศ.2564 น้ี นับเป็นการสารวจครั้งที่ 7 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล
ลักษณะทางประชากร เศรษฐกิจ สังคม ภาวะสุขภาพ การเก้ือหนุน ตลอดจนลักษณะการอยู่อาศัยของ
ผู้สูงอายุ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากครัวเรือนตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม พ.ศ.
2564 ซึ่งสรุปผลการสารวจท่ีสาคัญ พบว่า ลักษณะทางประชากรของผู้สูงอายุ ปี 2564 มีผู้สูงอายุ (60
ปีข้ึนไป) จานวน 13,358,751 คน หรือร้อยละ 19.6 ของประชากรทั้งหมด โดยแบ่งเป็นผู้สูงอายุชาย
5,974,022 คน (ร้อยละ 44.7) และผู้สูงอายุหญิง 7,384,729 คน (ร้อยละ 55.3) เมื่อแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุ
ตามช่วงวยั พบว่า มีผูส้ ูงอายุวัยต้น (60-69 ปี) จานวน 7,645,141 คน (ร้อยละ 57.2) วัยกลาง (70-79
ปี) จานวน 3,942,668 คน (ร้อยละ 29.5) วัยปลาย (80 ปี ข้ึนไป) จานวน 1,770,942 คน (ร้อยละ
13.3) ซึ่งในทุกช่วงวัยมีผู้สูงอายุหญิงมากกว่าชาย สาหรับแนวโน้มของผู้สูงอายุ พบว่า ประเทศไทยมี
จานวนและร้อยละของผสู้ ูงอายุเพม่ิ ข้ึนอย่างรวดเรว็ และตอ่ เน่ืองโดยเพ่มิ จากร้อยละ 6.8 ในปี พ.ศ.2537
เป็นร้อยละ 19.6 ในปี พ.ศ.2564 (สานกั งานสถิตแิ ห่งชาต.ิ 2564)

จากข้อมูลเบื้องต้นจะเห็นภาพปริมาณและทิศทางของความเป็นสังคมผู้สูงอายุ วัยสูงอายุ
นับว่าเป็นพัฒนาการในช่วงสุดท้ายของชีวิตมนุษย์ คาว่า ผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.
2546 (กระทรวงพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์. 2548) กาหนดว่า หมายถึงบคุ คลที่มีสัญ ชาติ
ไทยและมีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ส่วนสังคมผู้สูงอายุนั้นสรุปความหมายไว้ว่าหมายถึง สังคมที่มี
ประชากรวัย 60 ปีขึ้นไปเกินกว่าร้อยละ 10 ของจานวนประชากรในสังคมท้ังหมด ตามคานิยามนี้

ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุนับต้ังแต่ปีพ.ศ.2548 และไทยกาลังจะกลายเปน็ สังคมผู้สูงอายอุ ยา่ ง
สมบูรณ์ เม่อื มีสดั สว่ นประชากรอายุ 60 ปีขึน้ ไปมากวา่ ร้อยละ 20 โดยคาดว่าจะใชเ้ วลาเพียง 20 ปี การ
ใช้เวลาระยะสั้นเพียง 20 ปี ในการเปลี่ยนผ่านจากสังคมผู้สูงอายุสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ทาให้มี
เวลาในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงน้ีไม่มากนัก ผลท่ีตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ วัย
แรงงานอาจต้องรับภาระเพิ่มมากข้ึนในการดูแลประชากรสูงอายุทั้งทางตรงและทางอ้อม นอกจากน้ีท่ี

3

ผ่านมาการเปล่ียนแปลงทางด้านโครงสร้างประชากรอันเป็นผลมาจากการที่อัตราเกิดได้ลดต่าลง
ในขณะท่ีผู้คนมีอายุยืนยาวข้ึน (National Institute of Health. 2007) ทาให้สัดส่วนของประชากรวัย
เด็กและวัยแรงงาน มีแนวโน้มลดลง ในขณะท่ีสัดส่วนของประชากรสูงอายุมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนอย่าง
ต่อเนื่อง ซ่ึงการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุนาไปสู่การเพ่ิมข้ึนของประชากรท่ีอยู่ในวัยพึ่งพิง ทั้งในเชิง
เศรษฐกิจ สังคมและสุขภาพ การสูงวัยของประชากรย่อมมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศท้ังทางด้าน
เศรษฐกิจและสังคม ค่าใช้จ่ายท้ังของรัฐและครอบครัว ในเรื่องสวัสดิการและสุขภาพอนามัยจะเพ่ิม
สูงข้ึนอย่างมหาศาล

จากโครงสร้างประชากรในประเทศไทยท่ีกล่าวข้างต้น ในการสารวจประชากรสูงอายุของ
ประเทศไทยคร้ังแรกปี พ.ศ.2537 เปรยี บเทียบผลการสารวจประชากรสูงอายใุ นประเทศไทยคร้งั ท่ี 7 ใน
ปี พ.ศ.2564 พบว่า ในปี พ.ศ.2537 ประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15-59 ปี) จะต้องรับภาระดูแล
ผู้สูงอายุท้ังทางตรงและทางอ้อม โดยอัตราส่วนพ่ึงพิง (dependency ratio) ประชากรวัยแรงงาน :
ประชากรสูงอายุ มีอัตราส่วน 100 : 11 คน ส่วนปี พ.ศ.2564 ประชากรวัยแรงงาน (อายุ 15-59 ปี)
ต้องรับภาระเลย้ี งดูผู้สูงอายุท้งั ทางตรงและทางอ้อม โดยอัตราสว่ นพ่ึงพิงประชากรวัยแรงงาน:ประชากร
สูงอายุ มีอัตราส่วนพ่ึงพิง 100 : 31 คน ในส่วนของการเก้ือหนุนขณะท่ีในปี พ.ศ. 2537 จานวน
ประชากรวัยแรงงานที่สามารถให้การเกื้อหนุนผู้สูงอายุ 1 คนได้ โดยมีอัตราส่วนเก้ือหนุนเท่ากับ 1 : 9
คน ส่วนปี พ.ศ.2564 จานวนประชากรวัยแรงงานที่สามารถให้การเกื้อหนุนผู้สูงอายุ 1 คนได้ มี
อตั ราส่วนเกื้อหนุนเท่ากับ 1:3 คนนอกจากน้ียังพบวา่ ในปี พ.ศ.2564 ได้มีจังหวัดท่ีเข้าสู่สังคมสูงอายุ
สูงสุด (Super-Aged Society) โดยร้อยละประชากรอายุ 60 ปี ข้ึนไป มีมากกว่าร้อยละ 28 คือ
จังหวัดแพร่ อุตรดิตถ์ อุทัยธานี พิจิตร และลาปาง ส่วนจังหวัดที่มีจานวนผู้สูงอายุ มากท่ีสุด 5 ลาดับ
แรก เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ คือ จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่ อุบลราชธานี และ
นครศรธี รรมราช (สานักงานสถิตแิ หง่ ชาติ. 2564) นอกจากนบี้ ทสรุปเชงิ นโยบายของโครงการกิจกรรม
การเช่ือมโยงการวิจัยกับภาคนโยบาย พบบทสรุปเชิงนโยบายว่า จากโครงสร้างประชากรการเป็นสังคม
ผู้สูงอายุอาจนาไปสู่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต เนื่องจากอัตราการเกิดที่ต่าและการ
ชราภาพของแรงงานจะทาให้กาลงั แรงงานในอนาคตมีจานวนที่ลดลง และย่ิงประชากรมีอายุมากข้นึ เลย
วยั กลางคนก็ยงิ่ มีแนวโน้มที่จะมสี ่วนร่วมในกาลังแรงงานน้อยลง ทั้งน้ี ในกลุม่ ของผู้สูงวัยจากสถิตมิ ีเพียง
ร้อยละ 37.9 ของประชากรอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่ยังอยู่ในกาลังแรงงานและส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
เพศชาย การเปลย่ี นแปลงด้านโครงสรา้ งประชากรในประเทศที่มีอตั ราการเกิดต่ามผี ลต่อการเติบโตของ
รายได้ประชาชาติ (จีดีพี) โดยจะทาให้จีดีพีต่อหัวของคนในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ถ้ามองผลต่ออัตราการ
เติบโตของเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว การที่ประเทศเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุจะมีผลในทาง
ลบต่อแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจเนื่องจากการลดลงของกาลังแรงงานซ่ึงเป็นปัจจัยการผลิตที่
สาคัญ โดยภาวการณ์ขาดแคลนแรงงานจะทาให้ค่าแรงมีแนวโน้มปรับตัวสูงข้ึนและก่อให้เกิดแรงกดดัน
ทางด้านเงินเฟ้อได้ ในระยะยาวประเทศท่ีมีภาวะสังคมชราภาพมีความเส่ียงท่ีจะประสบกับภาวะการ
ออมและการลงทุนในประเทศท่ีลดตา่ ลง เนอื่ งจากกลุ่มประชากรท่ีเกษียณหรือเลิกทางานแล้วจะใชจ้ ่าย

4

จากการออมสะสม ทาให้ระดับการออมภาคครัวเรือนและการลงทุนของประเทศได้รับผลกระทบ ท้ังนี้
จากการรายงานผลสารวจประชากรสูงอายุในไทย เมื่อปี 2550 พบว่าแหล่งที่มาของรายได้/ทรัพย์สิน
ของผสู้ ูงอายุรอ้ ยละ 31.7 มาจากเงินออม แตแ่ ม้ว่าร้อยละ 68.7 ของผู้สงู อายุจะมีการเก็บออมทั้งในรูป
ของตัวเงินและทรัพยส์ ิน แต่ผ้สู งู อายุสว่ นใหญ่อาจมกี ารออมท่ีไม่เพียงพอสาหรับการดารงชพี เพราะเม่ือ
ย่ิงอายุมากขึ้นเงินออมที่มีอยู่ก็จะถูกใช้ไปเร่ือยๆ จนลดลงหรือหมดไป ด้านการคลังซึ่งเกี่ยวข้องกับ
รายรับและรายจ่ายภาครัฐ สังคมท่ีมีจานวนประชากรพน้ วัยทางานและเข้าสู่วัยชรามากข้ึนจะทาให้ฐาน
ภาษีของประเทศให้มีฐานที่แคบลง ส่งผลต่อการจัดเก็บรายรับจากภาษีเงินได้ของภาครัฐ ขณะที่ใน
สังคมผู้สูงอายุภาครัฐมีความต้องการใช้จ่ายมากข้ึนโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพและการ
รกั ษาพยาบาล การเพ่ิมสวัสดิการและเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้สูงอายุ ซึ่งรายจ่ายท่ีเพิ่มขึ้นนอ้ี าจนาไปสู่การ
ขาดดุลงบประมาณและการสะสมหนี้สาธารณะได้ ดังที่ปรากฏในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและกลุ่ม
ประเทศยุโรปตะวันตก ซึ่งสังคมผู้สูงอายุทาให้ภาครัฐมีภาระค่าใช้จ่ายทางด้านการใช้จ่ายด้าน
สาธารณสุขและสวัสดิการเพอ่ื ดแู ลประชากรที่สูงขนึ้ ตามไปด้วย สาหรับประเทศไทย แม้ว่าปรากฏการณ์
แรงกดดันทางด้านการคลังอันเนื่องมาจากสังคมผู้สูงวัยอาจยังไม่เป็นปัญหาใหญ่ในตอนนี้ เนื่องจาก
รายรับจากภาษีเงินได้ยังสามารถเติบโตได้จากการเติบโตทางเศรษฐกิจและจานวนของประชากรวัย
ทางานในประเทศ แตใ่ นระยะยาวภาครัฐอาจต้องคานงึ ถงึ เรือ่ งนีแ้ ละเตรยี มรับมือกบั ความท้าทายในการ
จดั การด้านการคลัง เพ่อื รักษาความย่ังยนื และเสถียรภาพทางด้านการคลังของประเทศ (สมประวิณ มัน
ประเสริฐ. 2010) จากผลการเป็นสังคมสูงอายุทาให้อัตราส่วนพึ่งพิงประชากรวัยแรงงาน:ประชากร
สูงอายุ มีอัตราส่วนพึ่งพิง 100 : 31 คน ซ่ึงมีทิศทางเพิ่มข้ึน และอัตราส่วนเกื้อหนุนประชากรสูงอายุ :
ประชากรวัยแรงงาน เท่ากับ 1 : 3 มที ิศทางลดลง หากพจิ ารณาสังคมสูงอายุถือเป็นปัญหาเชิงบริบท
ของประเทศ ทุกเรื่องทอี่ ยู่ในบริบทน้ลี ้วนได้รับผลกระทบหมด ไม่วา่ จะเป็นระบบเศรษฐกิจ การจา้ งงาน
สถาบันครอบครัว ชุมชน แม้กระทั่งระบบการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้รับผลกระทบ เพราะโครงสร้าง
ของประชากรเป็นส่ิงท่ีห่อหุ้มระบบต่างๆ ของประเทศ ฉะน้ันจะมองว่าเป็นเรื่องของผู้สูงอายุอย่างเดียว
ไม่ได้อีกต่อไป ท้ังนี้การขับเคลื่อนเรื่องเกี่ยวกับสังคมผู้สูงอายุ ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของคนสูงวัยแต่เป็น
เรื่องของคนทุกวัย ซึ่งจาเป็นจะต้องไดร้ ับความร่วมมอื ท้ังจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนเพ่ือ
ร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งคุณภาพชีวิต (Quality Of Life) ตามแนวคิดขององค์การอนามัยโลก
หมายถึง การรับรู้ในบริบทที่ดารงชีวิตภายใตว้ ัฒนธรรมและระบบคุณค่า ซ่ึงมีความสมั พันธก์ ับเป้าหมาย
ความคาดหวัง มาตรฐานและการตระหนักของแต่ละบุคคล เป็นการรับรู้ความพึงพอใจและการรับรู้
สมรรถนะด้านร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ทางสังคมและสภาพแวดล้อมของบุคคลในการดารงชีวิตใน
สังคม (World Health Organization. 2011) ดังนัน้ คุณภาพชีวิตจึงมคี วามสาคัญอย่างมากต่อผู้สูงอายุ
ในสังคม ผู้สูงอายุท่ีมีคุณภาพชีวิตท่ีดีจึงเป็นผู้สูงอายุท่ีสามารถดาเนินชีวิตอย่างผาสุกและมีสุขภาวะใน
บ้ันปลายของชีวิต (นริสา วงศ์พนารักษ์ และสายสมร เฉลยกิตติ. 2557) ซึ่งจากผลการศึกษาเกี่ยวกับ
คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุท่ีผ่านมา พบว่า คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในภูมิภาคต่างๆ ได้ผล การศึกษาสอดคล้อง
ไปในแนวทางเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ คือมีคุณภาพชีวิตระดับปานกลาง และผลการศึกษาท่ีผ่านมาพบว่า

5

ปัจจัยท่ีมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุประกอบด้วยปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ด้าน
สุขภาพร่างกาย ด้านจิตใจและดา้ นส่งิ แวดล้อม ซึ่งมคี วามแตกตา่ งกนั ไปในบริบทพ้ืนทีท่ ี่ทาการศึกษา จึง
เป็นท่ีมาของการศึกษาครั้งนี้ ได้นาเอาปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพร่างกาย ด้าน
จติ ใจและด้านสงิ่ แวดล้อม มาเป็นตัวแปรในการศกึ ษาเพ่ือทานายคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ในอาเภอบ้านไผ่
เพ่ือให้ได้ข้อมูลท่ีจะนาไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพ้ืนท่ีดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
นอกจากนั้นผลจากการวิจัยในคร้ังน้ีจะทาให้ผู้เก่ียวข้องในการดูแลผู้สูงอายุได้ตระหนักในความสาคัญ
ของปัญหาและเรง่ หาแนวทางในการพัฒนาหรือยกระดับคุณภาพชวี ิต จากการมีคุณภาพชีวิตระดบั ปาน
กลางไปสู่การมีคุณภาพชีวิตในระดบั สูงขึ้น ดังน้ันการศึกษาปจั จัยทม่ี ีผลต่อคุณภาพชีวิตของผสู้ ูงอายุ จึง
เป็นคาตอบที่มีความสาคัญย่ิงต่อการดูแลผู้สูงอายุในสังคม (นริสา วงศ์พนารักษ์ และสายสมร เฉลย
กิตติ. 2557) ผู้สูงอายุท่ีมีคุณภาพชีวิตท่ีดีคือ มีสุขภาพร่างกายดี สุขภาพจิตดี ครอบครัวมีความสุขมี
ความอบอุน่ มีสังคมทเี่ ออื้ อาทรซึง่ กนั และกนั มีความเป็นอยู่ในสภาพแวดลอ้ มท่ดี ี ปลอดภัย และมคี วาม
ม่ันคงในชีวิต ได้รับ สวัสดิการและการบริการทางสุขภาพอย่างเหมาะสม อยู่อย่างมีคุณค่ามีศักด์ิศรี
สามารถพงึ่ พาตนเองได้ เป็นท่ี ยึดเหนี่ยวทางจิตใจและมีส่วนร่วมในครอบครัว ชมุ ชนและสังคม มีโอกาส
เข้าถึงขอ้ มลู และขา่ วสารปจั จุบนั

เม่ือการเป็นสังคมสูงอายุเป็นปัญหาเชิงบริบทของประเทศ ในส่วนของรัฐบาลไทยได้มีแผน
ผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 พ.ศ.2545-2564 และพระราชบัญญัติผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ.2546 ท่ีมี
แนวทางวางอยู่บนการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ โดยมุ่งหวังให้ผู้สูงอายุได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทา
กจิ กรรม ซ่ึงภาครัฐให้ความสาคัญกับผู้สูงอายุในฐานะการเปน็ ผ้มู ีศกั ยภาพและความสามารถมากขน้ึ ทั้ง
ยงั กาหนดให้สังคมสูงอายุเป็นวาระแหง่ ชาติและได้สานต่อแผนปฏิบตั ิการด้านผูส้ ูงอายุ พ.ศ.2545-2565
เตรียมพร้อมสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2564 ซึ่งจากการประเมินผลแผนปฏิบัติ
การ พบการดาเนนิ งานบางด้านทต่ี อ้ งปรบั ปรงุ เช่น การเตรียมความพร้อมของประชากรเพื่อวยั สูงอายุที่
มีคุณภาพ การส่งเสริมและพัฒนาผู้สูงอายุ และการคุ้มครองทางสังคมสาหรับผู้สู งอายุ ดังนั้น
คณะกรรมการผสู้ ูงอายุแหง่ ชาติ จึงปรบั แผนปฏิบัตกิ าร พ.ศ.2563-2565 ซ่ึงเป็นการทางานร่วมกันของ
หลายหน่วยงาน โดยให้ความสาคัญกับประเด็นหลัก ได้แก่ 1) การรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงความ
จาเป็นของการเตรียมการเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุ คนวัยทางานมีความเข้าใจถึงการเตรียมตัวด้านต่างๆ
เช่น รายได้ สุขภาพ ท่ีอยู่อาศัย 2) สังคมมีทัศนะเชิงบวกต่อผู้สูงอายุ ไม่มองว่าผู้สูงอายุเป็นภาระต่อ
สงั คม 3) การจ้างงานผูส้ ูงอายุเพื่อใหร้ ู้สึกวา่ ตนมีคณุ ค่า ต้ังเป้าไว้ปี 2564 ผู้สูงอายุจานวน 1.95 แสนคน
มีงานทา 4) กลมุ่ ผู้สงู อายทุ ี่ครอบครัวยากจน จะเน้นให้ลูกหลานกลับมาอยู่กบั ครอบครัวมากข้ึน 5) การ
ปรับเปลี่ยนโรงเรยี นขนาดเลก็ ให้เปน็ สถานท่ีพฒั นาผสู้ ูงอายุในชุมชน 6) การส่งเสรมิ การออมท้ังแรงงาน
ในระบบและนอกระบบ เพอื่ มีเงินไว้ใช้ในวัยเกษยี ณ และ 7) การส่งเสรมิ และสนบั สนนุ ใหม้ ีการผลิตหรือ
ฝกึ อบรมบุคลากรดา้ นผสู้ ูงอายใุ นระดบั วิชาชพี อย่างเพียงพอและมมี าตรฐาน นอกจากนี้ ยงั มีเป้าหมายท่ี
จะยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนยก์ ลางทางการแพทย์และนวัตกรรมผ้สู ูงอายุของอาเซียน โดยได้ริเริ่ม
ผลักดันให้ประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมกันก่อต้งั ASEAN Centre for Active Ageing and Innovation

6

(ACAI) ข้ึน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาองค์ความรู้ สนับสนุนงานวิจัย ส่งเสริมนวัตกรรม และสร้าง
ฐานข้อมูลด้านการแพทย์ของอาเซียน ท่ีจะนาไปสู่การกาหนดนโยบายภายในประเทศ และเป็น
แนวทางที่จะพัฒนาร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก (กรมสุขภาพจิต. 2563) และจากบทสรุปเชิง
นโยบายของโครงการกิจกรรมการเชื่อมโยงการวิจัยกับภาคนโยบาย ได้ให้ข้อเสนอแนะในเชิงนโยบาย
ว่า จานวนและสัดส่วนของประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
ประชากรในไทยอาจนามาซ่ึงปญั หาและความท้าทายทั้งในด้านเศรษฐกจิ และสังคมในอนาคต ซ่งึ ภาครัฐ
และเอกชนต้องมีการเตรียมพรอ้ มเพ่ือรับมือ โดยในการแก้ไขปัญหาแนวโน้มการลดลงของกาลังแรงงาน
ในประเทศ ภาครัฐควรมีมาตรการเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกาลังแรงงานของประชากรในกลุ่ม
ประชากรสูงวัยโดยเฉพาะในสตรี โดยการทาให้ระบบการจ้างงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น จุดประสงค์
เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานและการสร้างโอกาสให้กับผู้สูงอายุกลุ่มที่ต้องการมีงานทาเพื่อเป็นรายได้ในการ
เลี้ยงชีพ เช่น ในส่วนของการจ้างงานภาคราชการควรมีการขยายเพดานการเกษียณอายุให้มีขอบเขตที่
ครอบคลุมกับกลุ่มลูกจ้างหลายกลุ่มข้ึน เป็นต้น สาหรับในส่วนของภาคเอกชนซึ่งพนักงานที่มีอายุมาก
อาจได้รับแรงกดดันให้เลิกทางานก่อนวัยเกษียณโดยเหตุผลอาจเนื่องมาจากสภาพการทางานหรือเป็น
เพราะฐานเงินเดือนที่สูงซ่ึงทาให้บริษัทมีความสนใจท่ีจะจ้างพนักงานรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ ผู้จ้างควร
ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อการจ้างงานของคนกลุ่มน้ีโดยควรมองผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรท่ีมีคุณค่าแทนท่ีจะ
เป็นต้นทุนขององคก์ รแต่เพียงอยา่ งเดียว ซึ่งภาครัฐสามารถเข้ามามีส่วนช่วยได้โดยการใช้มาตรการทาง
ภาษีหรือการให้เงินอุดหนุนเพ่ือจูงใจในการจ้างงานและกระตุ้นให้มีการฝึกอบรมพัฒนาทักษะแรงงาน
เช่น การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การเงิน บัญชี และทักษะใหม่อ่ืนๆ ท่ีเป็นประโยชน์อย่าง
ต่อเน่ือง ภาครัฐควรมีการปรับนโยบายอุตสาหกรรมและการลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
โครงสร้างประชากรและทิศทางของการพัฒนาประเทศในระยะยาวเพื่อทดแทนการการชะลอตัวของ
การเติบโตของกาลังแรงงานในประเทศในอนาคต ควรส่งเสริมอย่างจริงจังให้เกิดการเพิ่มมูลค่าเพิ่มของ
ภาคอุตสาหกรรมและบริการ เพ่ิมผลิตภาพการผลิต (Productivity) โดยการสนับสนนุ พัฒนานวตั กรรม
และเทคโนโลยี การใช้เครอื่ งจักรและการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ภาครัฐต้องมีการ
จัดระบบสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพเพื่อดูแลผู้สูงอายุซึ่งมีจานวนเพ่ิมขึ้นเร่ือยๆ การจัดสรรงบประมาณ
จึงต้องทาอย่างรอบคอบ ถึงกระน้ันก็อาจมีความจาเป็นที่จะต้องมีการขึ้นภาษีในอนาคตเพื่อไม่ให้เกิด
การขาดดุลงบประมาณเป็นระยะยาวซ่ึงอาจมีผลต่อเสถียรภาพทางการคลัง นอกจากนี้ส่วนของการ
ออม ควรมีการส่งเสริมการออมของประชากรทั้งในและนอกระบบประกันสังคมในอัตราที่มาก
ขึน้ สาหรบั แรงงานที่อยู่ในภาคเกษตรและแรงงานรับจ้างนอกระบบซึ่งเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ ควรต้องมี
การนาเข้ามารวมอยู่ในระบบและจัดการให้ได้รับการดูแลด้านสวัสดิการเช่นเดียวกัน ท้ายสุดเพ่ือเป็น
ยบั ย้ังการเป็นสังคมผสู้ ูงอายใุ นอัตราเร่งทร่ี ุนแรงมากขนึ้ จะต้องเพมิ่ อัตราการเจรญิ พันธุใ์ นประเทศ โดย
ควรจะมีนโยบายท่ีชว่ ยสนบั สนนุ ให้ครอบครัวมีบุตรมากขน้ึ เช่น การใช้มาตรการทางภาษีหรือการให้เงิน
อุดหนุนเพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเลี้ยงดูและให้การศึกษาสาหรับเด็ก เป็นต้น (สมประวิณ มัน
ประเสริฐ. 2010) ในมมุ มองระดับโลก นายเคลาส์ ชวาบ ผู้ก่อต้ังและประธานบริหารสภาเศรษฐกิจโลก

7

(World Economic Forum) กล่าวไว้อยา่ งนา่ สนใจว่าในโลกของเรามีการเปล่ียนแปลงหลายดา้ นแบบ
ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แต่ประเด็นสังคมผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปีข้ึนไป เป็นปัญหาที่เราสามารถ
คาดการณ์ได้และสามารถบริหารจัดการความเส่ียงเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุดได้ แต่ใน
ขณะเดียวกันปัญหาน้ีก็ถูกมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงท่ีสาคัญต่อความเจริญรุ่งเรืองของโลก เพราะปัญหา
สังคมสงู วยั มีผลกระทบทล่ี กึ ซ้งึ ทัง้ ด้านเศรษฐกจิ สังคม และการเมอื ง

ดังท่ีได้กล่าวขา้ งต้นว่าการเป็นสังคมสูงอายุเป็นปัญหาเชงิ บริบทของประเทศ ดังน้ันทุกระบบ
ท่ีอยู่ในบริบทเดียวกันล้วนได้รับผลท้ังทางตรงและทางอ้อม หากเกิดปัญหาหรือสภาพเชิงระบบทุกส่วน
ตอ้ งร่วมรับผิดชอบ สภาพของสังคมสูงอายุในประเทศไทยรฐั บาลมีแผนรองรับในขณะที่ระบบการศกึ ษา
ก็เป็นส่วนสาคัญท่ีจะรองรับสภาพของสังคมสูงอายุเช่นกัน โดยเฉพาะสานักงานส่งเสริมการศึกษานอก
ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ที่มีส่วนสาคัญในการจัดการศึกษาตลอดชีวิตให้กับประชาชนทุกคน
โดยสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยได้จัดทาจุดเน้นและนโยบาย
สานักงาน กศน. ปีงบประมาณ พ2564 .ศ. ที่มีวิสัยทัศน์ คือ คนไทยทุกช่วงวัยได้รับโอกาสทาง
การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีทักษะท่ีจาเป็นและสมรรถนะท่ีสอดรับกับทิศ
ทางการพัฒนาประเทศ สามารถดารงชีวิตได้อย่างเหมาะสมบนรากฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง มีพันธกิจสาคัญ คือ 1) จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยท่ีมี
คุณภาพ สอดคล้อง กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและ
สังคม เพื่อยกระดับการศึกษา และพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการเรียนรู้ของประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้
เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวในการดารงชีวิตได้อย่าง
เหมาะสม ก้าวสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างย่ังยืน 2) พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้ สอื่ และนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการศึกษา การวัดและประเมินผลในทกุ รูปแบบให้มี
คุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้และบริบท ในปัจจุบัน 3) ส่งเสริมและ
พัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และนาเทคโนโลยีมาพัฒนาเพ่ิมช่องทางและโอกาสการเรียนรู้ รวมถึง
การเพ่ิมประสิทธิภาพในการจัดและให้บริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยา ศัยให้กับ
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง 4) ส่งเสริมสนับสนุน แสวงหา และประสานความรว่ มมือเชิงรกุ กับ
ภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการสนับสนุนและจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัย และการเรยี นรู้ตลอดชีวิตในรปู แบบต่างๆ ให้กับประชาชน ซึ่งมีจดุ เน้นการดาเนนิ งานประจาปี
งบประมาณ พ2564 .ศ. ท่ีเป็นจุดเน้นท่ีเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ ตามข้อ 2 ข้อย่อย 2.3 คือ ส่งเสริมการ
เรียนการสอนที่เหมาะสมสาหรับผู้ท่ีเข้าสสู่ ังคมสูงวัย อาทิ ฝึกอบรมอาชีพท่ีเหมาะสมรองรับสังคมสูงวัย
หลักสูตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสมรรถนะผู้สูงวัย และหลักสูตรการดูแลผู้สูงวัย โดยเน้น
การมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมสูงวัย และข้อ 3 พัฒนา
หลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และรูปแบบ การจัดการศึกษาและ
การเรียนรู้ในทุกระดับ ทุกประเภท เพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาเหมาะสม กับทกุ กลุ่มเป้าหมาย มี
ความทันสมัย สอดคล้องและพร้อมรองรบั กับบริบทสภาวะสงั คมปัจจุบัน ความต้องการของผู้เรียน และ

8

สภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ตา่ งๆ ที่จะเกิดข้นึ ในอนาคต มีภารกจิ ต่อเน่อื งด้านการจดั การศึกษาและ
การเรียนรู้ ข้อ 1.การศึกษาต่อเน่ือง 3 ข้อย่อยท่ี2) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุก
กลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกับคนพิการ ผู้สูงอายุ ที่สอดคล้องกับความต้องการจาเป็นของแต่ละบุคคล
และมุ่งเน้นให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีทักษะการดารงชีวิตตลอดจนสามารถประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้ มี
ความรู้ ความสามารถในการบริหารจัดการชีวิตของตนเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถ
เผชิญสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจาวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมสาหรับการ
ปรับตัวให้ทันต่อการเปล่ียนแปลงข่าวสารข้อมูลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในอนาคต โดยจัดกิจกรรมที่มี
เนื้อหาสาคัญต่างๆ เช่น การอบรมจิตอาสา การให้ความรู้เพื่อการป้องการการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) การอบรมพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิต การอบรมคุณธรรม และ
จริยธรรม การป้องกันภัยยาเสพติด เพศศึกษา การปลูกฝังและการสร้างค่านิยมที่พึงประสงค์ ความ
ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ผ่านการอบรมเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ อาทิ ค่ายพัฒนาทักษะชีวิต การ
จัดต้ังชมรมชุมนุม การอบรมส่งเสริมความสามารถพิเศษต่างๆ เป็นต้น จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า
สานักงานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย กไ็ ด้ใหค้ วามสาคัญกับผู้สูงอายุเชน่ กัน
และขอบเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัย โดยมีพืน้ ท่ีดูแลทัง้ ประเทศ

อาเภอบ้านไผ่เป็นอาเภอ 1 ใน 26 อาเภอของจังหวัดขอนแก่น เป็นอาเภอที่มปี ระชากรมาก
เป็นลาดับท่ี 4 ของจังหวัดขอนแก่น คือ มีจานวนประชากร 100,443 คน เป็นชาย 49,489 คน เป็น
หญิง 50,954 คน โดยมีประชากรที่อายุ 60 ปี ข้ึนไป จานวน 20,149 คน เป็นชาย 9,076 คน เป็น
หญงิ 11,073 คน ประชากรผ้สู ูงอายคุ ิดเปน็ ร้อยละ 20.06 แต่จากการสารวจข้อมูลความจาเปน็ พนื้ ฐาน
ระดับอาเภอ ปี พ.ศ. 2564 พบว่า อาเภอบ้านไผ่มีจานวนประชากรที่อาศัยอยู่จริง ทั้งหมด 62,818 คน
เพศชาย จานวน 30,365 คน เพศหญิงจานวน 32,453 คน โดยมีประชากรท่ีอายุ 60 ปี ขึ้นไป จานวน
15,646 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 24.91 เพศชายจานวน 7,166 คน คิดเป็นร้อยละ 11.41 เพศหญงิ จานวน
8,480 คิดเป็นร้อยละ 13.50 ซ่ึงนับได้ว่าอาเภอบ้านไผ่เป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society)
และมแี นวโน้มจะเข้าสู่ความเป็นสังคมสงู อายุสงู สุด (Super-Aged Society) เมือ่ มสี ัดส่วนประชากรอายุ
60 ปี ข้ึนไป เพิ่มเป็นร้อยละ 28 ซ่ึงการเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) การเข้าสู่สังคม
ผู้สูงอายุมีผลต่อสภาพทางสังคม สภาวะเศรษฐกิจและการจ้างงาน ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรทาง
สุขภาพและสังคมของประเทศอย่างต่อเนื่องท้ังในระยะส้ันและระยะยาว อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงทาง
สังคมจากสังคมเกษตรเป็นสังคมอุตสาหกรรม ทาให้เกิดการย้ายถ่ินจากชนบทเข้าสู่ เมืองใหญ่ การ
เปลี่ยนแปลงขนาดของครอบครัว จากครอบครัวขยายเป็นครอบครัวเด่ียว สมาชิกใน ครอบครัวต้องดิ้น
รนเพื่อทางานเล้ียงชีพ ไม่มีเวลาในการดูแลสมาชิกในครอบครัว ทาให้ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง ด้วยสภาพ
สังคมท่ีเร่งรีบทางานแข่งกบั เวลา ประชาชนต้องมีความรับผิดชอบในการทางานนอกบ้าน อาจทาให้ไม่มี
เวลาเท่าที่ควร เกิดการละเลยการดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้สูงอายุ ทั้งด้านจิตใจ
และร่างกาย ซ่งึ มีปัญหาสุขภาพจากวยั ที่เส่ือมถอย มีโรคประจาตัวเรือ้ รงั ไม่มีผ้ดู ูแล ผู้สูงอายุ ถูกทาร้าย

9

บางคนมีภาวะซมึ เศรา้ เกิดปญั หาทางดา้ นสังคมหรือไมม่ กี ิจกรรมนนั ทนาการสาหรับผู้สูงอายุ (นงลักษณ์
พรหมติงการ และคณะ. 2562)

ดังนั้นผู้วิจัยในฐานะท่ีเป็นผู้อานวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ที่มีบทบาทและรบั ผิดชอบโดยตรงต่อการจัดการศึกษาตลอดชีวิตให้กับ
คนในชุมชนอันรวมถึงผู้สูงอายดุ ้วย และศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอบ้าน
ไผ่ ยังมีบทบาทรับผิดชอบหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ช่ัวโมง จึงมีความสนใจศึกษา
รูปแบบการดูแลสาหรับผู้สูงอายุในชุมชน โดยออกแบบการจัดบริการสาหรับผู้สูงอายุท่ีจะครอบคลุม
แบบองค์รวม ซ่ึงเป็นสิ่งสาคัญท่ีทุกชุมชนควรจะมีระบบการดูแลเพื่อสุขภาวะผู้สูงอายุในชมุ ชน รูปแบบ
การดูแลน้ันควรมีลักษณะที่พึงประสงค์ของชุมชนซ่ึงจะช่วยลดสภาวการณ์พึ่งพิงของผู้สูงอายุลง ดังนั้น
รูปแบบการให้บริการในชุมชนสาหรับผู้สูงอายุจึงควรมีการบริการ พยาบาล การดูแลที่บ้าน และการ
ดูแลโดยชุมชน ซ่ึงรูปแบบการดูแลสาหรับผู้สูงอายุในชุมชนนั้นมีรูปแบบท่ีได้จากการดูแลนอก
โรงพยาบาลมีชมรมผู้สูงอายุ มีศูนย์ดูแลช่วงกลางวัน การดูแลที่บ้านในชุมชนจึงมีความสาคัญมีการจัด
โดยทีมสุขภาพเป็นส่วนใหญ่ ที่ไปติดตามดูแลผู้ป่วยเรื้อรังท่ีบ้านหรือให้คาแนะนาเร่ืองการดูแลสุขภาพ
ให้แก่ประชาชนกลุ่มตา่ งๆ ในชุมชนที่เป็นรูปแบบการดแู ล ผสู้ งู อายุในชุมชนด้วยใจอย่างมีคณุ ภาพชีวติ ท่ี
ดี รูปแบบบริการท่ีใส่ใจผู้สูงอายุบุคลากรควรมีใจที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงอายุ ผู้ให้บริการท่ีมีเจตคติที่ดีต่อ
ผู้สูงอายุ และเข้าใจในความสูงอายุ มีความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุและมีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ยังมีประเด็นการจัดบรกิ ารสุขภาพสาหรับผู้สงู อายซุ ่ึงควรคานึงถึงประเดน็ ของความเสมอภาค
คณุ ภาพ และประสิทธภิ าพ ประเด็นเหลา่ นี้จะช่วยพัฒนาคุณภาพการดแู ลสาหรับผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี
ในขณะที่รัฐบาลได้ตระหนักและเล็งเห็นความสาคัญของการเตรียมการรองรับสังคมผู้สูงอายุ จึง
มอบหมายให้ คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) โดยคณะอนุกรรมการบูรณาการจัดทามาตรฐาน
การดแู ลผสู้ ูงอายุดาเนินการจดั ทามาตรฐานหลักสตู รการดแู ลผู้สูงอายขุ ้ันสงู จานวน 420 ช่ัวโมง ซ่ึงเป็น
หลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุท่ีเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร
การดูแลผู้สูงอายุท่ีมีอยู่เดิมของแต่ละหน่วยงานให้เป็นมาตรฐานหลักสูตรกลางของประเทศ โดยจะใช้
เปน็ แนวทางในการพัฒนาบุคลากรทีจ่ ะประกอบอาชพี ผดู้ ูแลผู้สงู อายุ ใหเ้ ปน็ ผมู้ คี วามรู้ ความสามารถให้
การดูแลผู้สูงอายุได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีทักษะและเจตคติที่ดีต่อผู้สูงอายุ และมีการปฏิบัติงานท่ีได้
มาตรฐาน รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุมีทักษะและความสามารถที่เหมาะสมกับค่าจ้างที่มีความ
สอดคล้องกับสถานการณ์สังคมปัจจุบัน การจัดอบรมหลักสูตรดังกล่าวสามารถนาไปดาเนินการจัดการ
เรียนการสอน เพื่อการสร้างผู้ดูแลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานของวิชาชีพ ซึ่งจะส่งผลให้ทรัพยากร
บุคคลในสาขาอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุมีจานวนเพิ่มมากขึ้นรองรับจานวนผู้สูงอายุที่เพ่ิมสูงข้ึนในอนาคต
ส่งผลให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่เหมาะสม โดยจะเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ มี
หลักประกันคุณภาพและบริการที่ได้มาตรฐาน ซ่ึงจะยังประโยชน์ให้ผู้สูงอายุดารงชีวิตได้อย่างมีศักด์ิศรี
ของความเป็นมนษุ ย์ ผู้วจิ ัยในฐานะของสถานศึกษาที่มหี ลักสตู รการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง
จดั ขน้ึ เพ่ือฝกึ อาชีพให้กับคนในชมุ ชนได้เขา้ รบั การอบรมการดูแลผู้สูงอายุ โดยผู้เขา้ รับการอบรมสามารถ

10

นาไปใช้ในการดูแลตนเอง หรือผู้สูงอายุในครอบครัว หรือนาไปประกอบอาชีพเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุได้ ใน
การดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้องและใส่ใจย่อมช่วยทาให้สภาพทางด้านร่างกาย จิตใจและอารมณ์ของ
ผู้สูงอายุดีข้ึน ซ่ึงก็คือคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุน้ันเอง ดังน้ันการวิจัยคร้ังนี้ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะ
ศึกษาวจิ ัยรูปแบบการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตทีด่ ีของผู้สงู อายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศกึ ษา
หลกั สูตรการฝกึ อบรมผูด้ ูแลผูส้ ูงอายุ เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ีของผูส้ งู อายุต่อไป

วัตถปุ ระสงค์ของกำรวจิ ัย
1. เพ่อื ศึกษาปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลต่อคณุ ภาพชีวติ ทดี่ ีและสภาพคณุ ภาพชวี ิตทด่ี ีของผู้สูงวยั ใน

อาเภอบา้ นไผ่ จังหวดั ขอนแก่น
2. เพ่ือสร้างรูปแบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ในอาเภอบ้านไผ่

จงั หวดั ขอนแกน่ : กรณศี ึกษาหลกั สตู รการฝกึ อบรมผู้ดูแลผูส้ ูงอายุ
3. เพ่อื ทดลองใช้รูปแบบและแนวทางการพฒั นาคุณภาพชีวติ ทดี่ ีของผูส้ ูงอายุ ในอาเภอบ้าน

ไผ่ จงั หวัดขอนแกน่ : กรณีศกึ ษาหลกั สตู รการฝกึ อบรมผดู้ ูแลผ้สู งู อายุ
4. เพือ่ ยนื ยนั รปู แบบการพัฒนาคุณภาพชวี ิตท่ีดีของผ้สู ูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวดั

ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผูด้ ูแลผ้สู งู อายุ

สมมติฐำนกำรวจิ ัย
ปัจจัยการรบั รสู้ ภาวะสขุ ภาพตนเอง ปจั จัยสมรรถภาพทางจติ ใจ ปัจจยั ความสมั พันธ์ใน

ครอบครวั ปัจจยั การพฒั นาจิตใจ ปจั จัยสถานการณ์ดา้ นการเงิน ปจั จัยการมีสว่ นร่วมในการทา
ประโยชนเ์ พือ่ สังคม ปัจจยั สังคมและเพ่ือนฝงู ปจั จยั เสรีภาพสว่ นบคุ คล ปัจจยั คา่ นิยมส่วนบุคคล ปัจจัย
การใช้สงั คมออนไลน์ และปจั จยั สัมพันธภาพทางเพศ เปน็ ปจั จัยที่คาดว่าจะมีอิทธิพลต่อ
คณุ ภาพชวี ิตที่ดีของผู้สูงวยั ในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

ขอบเขตกำรวิจยั
ขอบเขตของการวิจัยคร้ังนี้สามารถแบ่งได้ตามระยะของการวจิ ยั ดังนี้
กำรวจิ ยั ระยะท่ี 1 ศึกษำปัจจัยและสภำพคุณภำพชวี ติ ผู้สูงอำยุ
ในการศึกษาวจิ ัยระยะท่ี 1 ท่เี ป็นการศกึ ษาถึงปัจจยั และสภาพคุณภาพชีวิตผู้สงู อายุ โดย

มีขอบเขตของการวจิ ยั ดังนี้
1. ขอบเขตด้านเนื้อหา การวิจัยระยะที่ 1 ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ผู้วิจัยมุ่งศึกษา

เนื้อหา การศึกษาปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตและสภาพคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยในอาเภอบ้านไผ่
จังหวดั ขอนแกน่

11

2. ขอบเขตด้านประกรและกลมุ่ ตัวอย่าง มรี ายละเอยี ดดงั นี้
2.1 ประชากรท่ีใช้ในการวิจัยได้แก่ประชากรผู้สงู วยั ท่ีมอี ายุตั้งแต่ 60 ปีข้ึนไปและมี

ภูมิลาเนาในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จานวนท้ังสิ้น 15,646 คน ซึ่งเป็นผู้สูงอายุตามข้อมูลของ
จปฐ. ปี พ.ศ. 2564

2.2 กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจัยได้แก่ประชากรผู้สูงวัยที่มีอายุต้ังแต่ 60 ปีข้ึนไป
และมีภูมิลาเนาในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น กาหนดกลุ่มตัวอยา่ งโดยใช้สูตรของทาโรยามาเน ใช้
วธิ กี ารส่มุ ตวั อย่างแบบแบง่ ช้นั ภมู ิและสุ่มตัวอยา่ งแบบงา่ ย ไดก้ ล่มุ ตวั อยา่ ง จานวนท้งั สิ้น 420 คน

2.3 ขอบเขตด้านระยะเวลา การวิจัยระยะท่ี 1 ใช้ระยะเวลาการศึกษาตั้งแต่เดือน
พฤศจกิ ายน 2564

2.4 ขอบเขตด้านพื้นที่ การวิจัยระยะที่ 1 จากัดพื้นท่ีการวิจัยในอาเภอบ้านไผ่
จงั หวัดขอนแก่น

3. ขอบเขตดาเนนิ การ
3.1 ผู้ศึกษารวบรวมแนวคิด นโยบายของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง และแผนพัฒนา

พรอ้ มทงั้ วิเคราะห์สงั เคราะหะ์ สถานการณใ์ นปัจจบุ นั เพื่อกาหนดกรอบในการพฒั นา/
3.2 การสังเคราะห์จากแนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ศึกษาจาก

หนังสอื วารสาร บทความ งานวจิ ยั และเอกสารบนเว็บไซต์
.33 รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิต

และสภาพคุณภาพชีวติ ของผู้สูงวัยในอาเภอบา้ นไผ่ จงั หวัดขอนแก่น

กำรวจิ ัยระยะท่ี 2 รำ่ งรปู แบบและแนวทำงกำรพฒั นำคุณภำพชีวติ ทีด่ ขี องผู้สูงอำยุ
ในการศึกษาวิจัยระยะท่ี 2 ท่ีเป็นการศึกษาแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ มีขอบเขตในการวิจัย
ดงั น้ี

1. ขอบเขตด้านเน้ือหา การวิจัยระยะที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ซ่ึงผู้วิจัยมุ่งศึกษา
การสร้างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงวัยในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยอาศัย
ขอ้ สนเทศที่ได้รับจากการวิจัยระยะที่ 1

2. ขอบเขตด้านกลุ่มผู้ให้ข้อมูล มรี ายละเอียดดังนี้
สาหรบั กลุ่มผูใ้ ห้ขอ้ มูลท่ีใช้ในการวิจัยระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่

ผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 14 ทา่ น ผ้อู านวยการโรงพยาบาลอาเภอบา้ นไผ่ จานวน 1 ท่านและสาธารณสุข
อาเภอ จานวน 1 ท่าน รวมเป็น 16 ท่าน ใชว้ ธิ ีการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง )Purposive Sampling)

3. ขอบเขตด้านระยะเวลา การวิจัยระยะที่ 2 ใช้ระยะเวลาการศึกษา ธนั วาคม 2564
4. ขอบเขตด้านพื้นท่ี ในการวิจัยระยะที่ 2 จากัดพื้นที่การวิจัยในเขตอาเภอบ้านไผ่
จงั หวัดขอนแกน่

12

5. ขอบเขตดาเนนิ การ
5.1 การวิเคราะห์สังเคราะห์จากการจัดเวทีวิชาการร่วม กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ/

การพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงวัยในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ข้อมูลจากการประชุมพูดคุย
อยา่ งไม่เปน็ ทางการ

2. การประชุมระดมผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อใช้ออกแบบการจัดการเรียนรู้และ
กิจกรรม ตามรปู แบบในการสรา้ งคุณลักษณะจติ อาสา ของประชาชนอาเภอบา้ นไผ่

3. ร่างรูปแบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ อาเภอบ้านไผ่
จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยมีการกาหนดกรอบรูปแบบและ
แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ขี องผสู้ ูงอายุ

ระยะท่ี 3 กำรทดลองใช้รปู แบบ
ในการศึกษาวิจัยระยะท่ี 3 ท่ีเป็นการศึกษาถึงคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล โดยมี
ขอบเขตของการวจิ ยั ดังนี้

1. ขอบเขตด้านเน้ือหา การวิจัยระยะท่ี 3 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งผู้วิจัยมุ่งศึกษา
การสร้างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัย โดยอาศัยรูปแบบและแนวทางการพัฒนา
คณุ ภาพชีวติ ที่ดีของผ้สู ูงอายุ ในอาเภอบา้ นไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลกั สูตรการฝึกอบรมผู้ดูแล
ผูส้ ูงอายุ ท่ไี ดร้ บั จากการวจิ ยั ระยะท่ี 2

2. ขอบเขตดา้ นกลมุ่ เปา้ หมาย มีรายละเอียดดังน้ี
2.1 ผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแลจากผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแล

ผูส้ ูงอายุ 420 ช่ัวโมง กศนอาเภอ.บ้านไผ่
2.2 การประชมุ บุคลากร กศนอาเภอ.บา้ นไผ่

3. ขอบเขตด้านระยะเวลา การวิจยั ระยะที่ 3 ศึกษาวจิ ยั ในช่วง เดือนมกราคม2565
4. ขอบเขตด้านพ้ืนที่ ในการวิจัยระยะท่ี 3 จากัดพ้ืนที่การวิจัยในเขตอาเภอบ้านไผ่
จงั หวดั ขอนแกน่
5. ขอบเขตดาเนนิ การ

5 1 ทดลองใช้รปู แบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ดี ีของผสู้ ูงวยั
5 2 การประชุมระดมสมองครูอาเภอ.บุคลากร กศน/บ้านไผ่ นาผลการทดลองใช้
รปู แบบการพฒั นาคุณภาพชวี ิตทดี่ ขี องผสู้ ูงวยั
5.3 นาร่างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัย ระยะท่ี ประกอบด้วย 2
กรอบหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ช่ัวโมง ท่ีเสริมจุดเน้นเพ่ือการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดี
ปรับปรุงให้สอดคลอ้ งกบั ผลการศึกษาระยะท่ี 3

13

กำรวิจยั ระยะท่ี 4 ยนื ยนั รปู แบบและแนวทำงกำรดแู ลผู้สูงอำยุเพื่อคณุ ภำพชีวติ ทดี่ ี
ในการศึกษาระยะท่ี 4 ยืนยันรูปแบบการดูแลผู้สูงอายุเพ่ือคุณภาพชีวิตที่ดี ได้มีการกาหนด
ขอบเขตการวิจยั ดงั น้ี

1. ขอบเขตด้านเนื้อหา เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ซ่ึงผู้วิจัยมุ่งยืนยันความเหมาะสมของ
รูปแบบคุณภาพชีวิตที่ดีของผสู้ งู วัยในอาเภอบ้านไผ่ จงั หวดั ขอนแกน่ ทไี่ ด้รบั จากการวิจัยระยะที่ 2

2. ขอบเขตด้านกล่มุ ผู้ให้ข้อมูล มีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มผู้ให้ข้อมูลท่ีใช้ในการวิจัยระยะที่ 4 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ

ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผู้สูงอายุ จานวน 17 ท่าน โดยการประชุมกลุ่ม (Focus Group) กาหนดกลุ่ม
ตัวอย่าง ธานนิ ทร์ ศิลปจ์ ารุ), 2557) และใช้การส่มุ ตวั อย่างแบบแบบเจาะจง )Purposive Sampling)

3. ขอบเขตด้านระยะเวลา การวิจยั ระยะที่ 4 ใช้ระยะเวลาศึกษา พฤษภาคม 2565
4. ขอบเขตด้านพื้นท่ี การวิจัยระยะที่ 4 น้ีจากัดพ้ืนที่การวิจัยในเขตอาเภอบ้านไผ่
จงั หวัดขอนแก่น
5. ขอบเขตดาเนนิ การ

5.1 การจัดการประชุมกลุ่ม (Focus Group) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผู้สูงอายุ จานวน 17
ท่าน เพอื่ นาเสนอรา่ งรปู แบบการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ท่ีดีของผู้สงู วยั จากผลการศึกษาระยะที่ 2,3

5.2 นาร่างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัย ระยะที่ 3 ประกอบด้วย
กรอบหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผสู้ ูงอายุ 420 ช่ัวโมง ท่ีเสริมจุดเนน้ เพ่ือการพัฒนาคุณภาพชวี ิตทีด่ ีมา
ใหผ้ ู้ทรงคณุ วมุ ิประเมนิ ความเหมาะสม ความเปน็ ไปได้ และความเปน็ ประโยชน์

นิยำมศพั ทเ์ ฉพำะ

1. ผู้สูงวัย หมายถึง ประชากรผู้สงู วัยที่มอี ายุตัง้ แต่ 60 ปี ขึ้นไป และมีภูมิลาเนาในเขตอาเภอ
บ้านไผ่ จงั หวดั ขอนแกน่

2. คุณภาพชีวิตที่ดี หมายถึง การรบั รู้สภาพชีวิตท่ีเป็นสุขอันเปน็ ผลจากการมีวามสามารถใน
การจัดการปัญหาในการดาเนินชีวิตมีศักยภาพท่ีจะพัฒนาตนเองเพ่ือคุณภาพชีวิตที่ดีโดยครอบคลุมถึง
ความดีงามภายในจิตใจภายใต้สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมท่ีเป ลี่ย นแปลงไปโดยในการวิจัยคร้ังนี้
หมายถึง ความสุขของประชากรผู้สงู วัยท่ีมภี ูมลิ าเนาในอาเภอบา้ นไผ่ จงั หวัดขอนแกน่ ซึ่งสามารถแบ่ง
ออกไดเ้ ป็น 5 ดา้ น ท่ีสอดคลอ้ งกบั ความสุข 5 มิติ ดงั น้ี

2.1 คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ (Health) หมายถึง ความสามารถของผู้สูงอายุในการ
ดูแลสุขภาพร่างกายให้มีสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแรง คล่องแคล่ว มีกาลังสามารถตอบสนองต่อความ
ต้องการทางกายภาพได้ตามสภาพที่เป็นอยู่ มีเศรษฐกิจหรือปัจจัยท่ีจาเป็นพอเพียง ไม่มีอุบัติภัยหรือ
อนั ตราย มีสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพไม่ติดสงิ่ เสพติด โดยคุณภาพชวี ิตท่ีดีด้านสุขภาพ จะมีความ
สอดคล้องกับความสุขในมิตสิ ุขสบาย (Health) ของกรมสขุ ภาพจติ

14

2.2 คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจและอารมณ์ (Recreation) หมายถึง ความสามารถของ
ผู้สูงอายุในการเลือกวิถีชีวิตที่ร่ืนรมย์สนุกสนานด้วยการทากิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุขจิตใจสด
ชื่นแจ่มใส กระปรี้กระเปร่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีซ่ึงกิจกรรมที่เหล่านี้สามารถลดความซึมเศร้าความเครียด
และความวิตกกังวลได้ โดยคุณภาพชีวิตท่ีดีด้านจิตใจและอารมณ์ จะมีความสอดคล้องกับมิติสุขสนุก
(Recreation) ของกรมสุขภาพจิต

2.3 คุณภาพชวี ิตที่ดีดา้ นคุณค่าในตนเอง (Integrity) หมายถึง ความรสู้ ึกพงึ พอใจในชีวิต
ความภาคภูมิใจในตนเอง ความเช่ือมั่นในตนเองเห็นคุณค่าในตนเองการยอมรับนับถือตนเอง ให้
กาลังใจตนเอง ได้เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีลักษณะเอ้ือเฟื้อแบ่งปันและมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้อื่นใน
สังคม โดยคุณภาพชีวิตที่ดีด้านคุณค่าในตนเอง จะมีความสอดคล้องกับมิติสุขสง่า) Integrity) ของกรม
สุขภาพจิต

2.4 คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสติปัญญา (Cognition) หมายถึง ความสามารถของผู้สูงอายุ
ด้านความจา ความคิดอย่างมีเหตมุ ีผล การส่ือสาร การวางแผนและการแก้ไขปัญหา ความสามารถใน
การคิดแบบนามธรรม รวมท้ังความสามารถในการจัดการส่งิ ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคณุ ภาพ
ชีวติ ทีด่ ีดา้ นสติปัญญา จะมคี วามสอดคลอ้ งกบั มติ ิสุขสวา่ ง (Cognition) ของกรมสุขภาพจิต

2.5 คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านยอมรับตนเอง (Peacefulness) หมายถึง ความสามารถของ
บุคคลในการรับรู้ เข้าใจความรูส้ ึกของตนเอง รู้จักควบคุมอารมณ์และสามารถจัดการกับสภาวะอารมณ์
ท่ีเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถผ่อนคลายให้เกิดคุณภาพชีวิตท่ีดีสงบกับตนเองได้ รวมท้ัง
ความสามารถในการปรับตวั ยอมรบั สภาพสงิ่ ที่เกดิ ข้ึนตามความเปน็ จรงิ โดยคณุ ภาพชวี ิตท่ีดีด้านยอมรับ
ตนเอง จะมีความสอดคลอ้ งกับมติ สิ ุขสงบ (Peacefulness) ของกรมสขุ ภาพจิต

3. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัยในเขตอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
หมายถึง ตัวแปรเชิงสาเหตุของการวิจยั ซ่ึงหากมีการเปล่ียนแปลงไปจะมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของ
ผู้สูงวัยในเขตอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยอาจส่งผลให้เกิดความแตกต่างความแปรปรวนหรือ
การเปลี่ยนแปลงในทิศทางใดทิศทางหนึ่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัยในเขตอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น โดยอาจแปรตามกันหรือแปรผกผันกันกไ็ ด้ ประกอบดว้ ยดงั น้ี

3.1 ปัจจัยการรับรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง หมายถึง การรับรู้ถึงการเป็นโรคต่างๆ
ของผู้สูงอายุ โรคประจาตัวของผู้สูงอายุ โรคเร้ือรังโดยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แผนปัจจุบันว่าเป็น
โรคท่ตี อ้ งใชร้ ะยะเวลาในการรกั ษาและตดิ ตามดูแลในระยะยาวตดิ ต่อกันนานเกิน 3 เดือน

3.2 ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ หมายถึง การได้รับการตอบสนองทางด้านอารมณ์
ความรักความผูกพันการดูแลเอาใจใส่ความใกล้ชิดสนิทสนมและความไว้วางใจซ่ึงคันและกันเพ่ือให้ผู้
สูงวัยเป็นท่ีรักของบุคคลอ่ืนการที่ผู้สูงวัยได้รับการเคารพและการเห็นคุณค่าการยกย่องและชื่นชม
ความสามารถในบทบาททางสงั คมรวมถงึ การให้อภัยและให้โอกาสในการปรบั ปรุงตนเอง

15

3.3 ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว หมายถึง การท่ีผู้สูงอายุอยู่ร่วมกับลูกหลานมี
ค ว า ม สั ม พั น ธ์ อั น ดี กั บ บุ ต ร ห ล า น ใน ค ร อ บ ค รั ว ญ า ติ พี่ น้ อ ง ใน ค ร อ บ ค รั ว ไม่ ท ะ เล า ะ กั น ส ม า ชิ ก ใน
ครอบครัวใส่ใจในความเปน็ อยู่ของผู้สูงวัย

3.4 ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ หมายถึง การที่ผู้สูงวัยมีการเจริญสติอยู่เป็นประจา มีการ
ตระหนักรู้สภาพอารมณ์ของตนเองมีการเข้าร่วมกิจกรรมจิตภาวนาต่างๆรวมถึงมีการแสวงหาความรู้
และแนวทางในการพัฒนาจิตใจของตนเองอยเู่ ป็นประจา

3.5 ปัจจัยสถานการณ์ด้านการเงิน หมายถึง การท่ีผู้สูงอายุมีรายได้เป็นของตนเองที่
เพียงพอกบั ค่าใชจ้ ่ายในการด ารงชีวติ และเพยี งพอต่อการพกั ผ่อนหย่อนใจ

3.6 ปัจจัยสังคมและเพ่ือนฝูง หมายถึง การท่ีผู้สูงวัยได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมของ
สงั คมทาให้เกดิ การแลกเปลีย่ นความคดิ ความรูส้ ึกข้อมลู ข่าวสารความหว่ งใยและความเอื้ออาทรต่อกนั

3.7 ปัจจัยการมีส่วนร่วมในการทาประโยชน์เพ่ือสังคม หมายถึง การท่ีผู้สูงวัยได้มี
โอกาสเลี้ยงดูดูแลและช่วยเหลือผู้อ่ืนท าให้เกิดความรู้สึกว่าตนเป็นท่ีพึ่งและท่ีต้องการของผู้อื่นได้มีการ
แลกเปลย่ี นประโยชนซ์ ง่ึ กันและกัน

3.8 ปัจจัยเสรีภาพส่วนบุคคล หมายถึง การที่ผู้สูงวัยมีอิสระในการเดินทางไปยังที่
ต่างๆ ด้วยตนเองมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นในเร่ืองต่างๆภายในครอบครัวและต่อสาธารณะชน
รวมถึงมอี ิสระในการตัดสนิ ใจจบั จา่ ยใช้สอยด้วยตนเอง

3.9 ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล หมายถึง การที่ผู้สูงอายุมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอให้อภัย
ผอู้ นื่ อย่เู สมอมีความเหน็ อกเหน็ ใจผู้อ่ืนเป็นประจ าและการใสใ่ จในสขุ ภาพของตนเอง

3.10 ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์ หมายถึง การท่ีผู้สูงอายุเข้าใช้ส่ือสังคมออนไลน์ เช่น
ไลน์ เฟซบุ๊ค อินสตราแกรมเปน็ ประจา มีบัญชีสอ่ื สงั คมออนไลนเ์ ปน็ ของตนเอง มีการติดตามข่าวสารใน
สังคมออนไลน์เป็นประจา มีการโพสต์แชร์ข่าวสารต่างๆ รวมถึงมีแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ใน
สังคมออนไลน์

4. หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง หมายถึง หลักสูตรตามกรมสนับสนุน
บริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ท่ีเป็นหน่วยงานมีพันธกิจในการดาเนินการตามพระราชบัญญัติ
สถานประกอบการเพ่ือสุขภาพ พ.ศ.2559 ได้ประกาศคณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
เร่ือง หลักสูตรด้านการบริการเพ่ือสุขภาพอื่นๆ เพิ่มเติม ฉบับที่ (2) พ.ศ.2563 คือ หลักสูตรผู้ดูแล
ผูส้ งู อายุ 420 ชวั่ โมง ซ่งึ กศน.อาเภอบา้ นไผ่ ไดน้ ามาเปน็ หลกั สตู รในการฝกึ ดา้ นอาชพี ผดู้ ูแลผู้สูงอายุ

5. เพศ หมายถึง เพศของผู้สูงอายุในเขตอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ท่ีได้ระบุเอาไว้ใน
ทะเบียนราษฎร์ คอื เพศหญิงและเพศชาย

6. อายุ หมายถึง อายุของผู้สูงอายุในเขตอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ท่ีนับครบรอบปี
บริบรู ณต์ ามวนั เดือนปีเกิดท่รี ะบุไว้ในทะเบียนราษฎร์

7. อาชีพ หมายถึง อาชีพของผู้สูงอายุในเขตอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีการทางาน
แลพได้คา่ ตอบแทนกลับคนื มาทีเ่ ป็นเงิน

16

8. การเปน็ สมาชกิ กล่มุ ต่างๆ ในชุมชน หมายถงึ การท่ผี ้สู งู อายุในเขตอาเภอบา้ นไผ่ จังหวัด
ขอนแกน่ เปน็ สมาชิกกลุ่มต่างๆ ของชุมชน

9. ภาระหน้ีสิน หมายถึง การท่ีผู้สูงอายุในเขตอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น รับรู้การเป็น
ภาระหนสี้ ินทต่ี ีออกมาเปน็ จานวนเงิน

ประโยชน์ทค่ี ำดว่ำจะได้รับ

จากการศึกษาวิจัย เร่ือง รูปแบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ใน
อาเภอบ้านไผ่ จงั หวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลกั สูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ เกิดประโยชน์ท่ีคาดว่า
จะได้รับ คือ ทาให้ทราบปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีและสภาพคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงวัย ใน
อาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น สามารถสร้างรูปแบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของ
ผสู้ งู อายุ ในอาเภอบ้านไผ่ จงั หวัดขอนแก่น: กรณีศกึ ษาหลักสูตรการฝกึ อบรมผ้ดู แู ลผู้สูงอายุ ทาใหท้ ราบ
ผลทดลองใช้รูปแบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ สามารถยืนยันรูปแบบการพัฒนาคุณภาพ
ชวี ิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศกึ ษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ
จากผลของการได้ทราบข้อมูลดังกล่าวสามารถนาไปการพัฒนากิจกรรมและแนวทางการพัฒนาคุณภาพ
ชวี ติ ท่ีดีของผู้สูงอายุ และขยายผลการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ทด่ี ีของผสู้ ูงอายุ ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอบ้านไผ่ และศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอ
อ่นื ๆ ต่อไป โดยประโยชนท์ ่ีได้รับสอดคล้องกับวัตถปุ ระสงค์การวิจัย นอกจากนี้ยังเกดิ ประโยชน์ ในดา้ น
ตา่ งๆ ดังน้ี

1. ด้านวิชาการ ได้สารสนเทศและแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีสอดคล้องกับ
ความตอ้ งการสาหรบั ผู้สงู อายุในชุมชนและท้องถิน่ ท่ีศึกษา

2. ด้านนโยบาย หน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการพัฒนาชุมชนหรือท้องถิ่น สามารถนา
สารสนเทศ และแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับ
ความตอ้ งการ ของผสู้ ูงอายุในชมุ ชนหรอื ท้องถ่ินตอ่ ไป

3. ด้านสังคม เป็นแนวทางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะนาไปใช้ได้กับชุมชนหรือ
ท้องถ่ิน ผู้สูงอายุแหล่งอื่นๆ รวมถึงการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนและท้องถ่ินสู่การพัฒนาอย่าง
สรา้ งสรรคใ์ นอนาคตต่อไป

4. ด้านชุมชน ได้แนวทางสาหรับการสร้างภูมิคุ้มกันและการดูแลผู้สูงอายุท่ีดีให้กับ
ครอบครัวของผู้สูงอายุท่ีอาศัยอยู่ในชุมชน ให้มีคุณภาพชีวิตท่ดี ีและสามารถดารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม
ตอ่ ไป

บทที่ 2
เอกสารและงานวิจยั ท่ีเกย่ี วข้อง

ในการศึกษา เรื่อง รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ในคร้ังนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณและเชิง
คุณภาพ ด้วยรูปแบบการวิจัยเชิงสารวจ (Survey Research) ท้ังน้ีผู้วิจัยได้ทาการสังเคราะห์เอกสารและ
งานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องเรื่องคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า ปัจจัยหลายปัจจัยซึ่งมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิต
ผู้สูงอายุ ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจท่ีจะศึกษาถึงปัจจัยท่ีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุเพ่ือศึกษาว่ามีปัจจัย
ใดบ้างทส่ี ่งผลหรือมคี วามสัมพันธก์ ับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายแุ ละรปู แบบ วิธีการดูแลผู้สูงอายุเป็นอย่างไร และมี
แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไปในทางทิศทางใด โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิง
คุณภาพเพื่อประโยชน์ในการค้นหาปัจจัยที่มีความสาคัญต่อวิถีชีวิตของผู้สูงอายุให้มีการดูแลอย่างเหมาะสม
และเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในอนาคตต่อไป เอกสารและงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องมี
รายละเอียดการศึกษา คน้ คว้าเอกสารและงานวจิ ยั ที่เกยี่ วขอ้ ง ดังน้ี

แนวคิด ทฤษฎีเก่ียวกบั ผูส้ งู อายุ

แผนผ้สู งู อายแุ หง่ ชาติฉบับท่ี 2 (พ.ศ.2545-2564) เป็นแผนระยะยาวที่มีนโยบายใหค้ วามสาคญั ต่อ
“วงจรชวี ิต” และความสาคญั ของทกุ คนในสงั คมท่มี ีความเกีย่ วพันกบั ผู้สูงอายแุ ละคุ้มครองการสง่ เสรมิ การ
สนับสนนุ โดยเฉพาะการส่งเสรมิ ด้านการศึกษาและข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชนต์ ่อการดาเนนิ ชีวิต เพือ่ ช่วย
พัฒนาคณุ ภาพชีวิตและเตรยี มความพร้อมของผสู้ ูงอายุไทยใหเ้ ปน็ ผ้สู ูงอายุท่ีมีศกั ยภาพ เพราะผู้สูงอายเุ ปน็
บคุ คลทมี่ ปี ระโยชนต์ อ่ สังคมและควรสง่ เสรมิ ให้คงคณุ คา่ ไวใ้ ห้นานที่สุด โดยยดึ หลักผู้สงู วยั เปน็ หลกั ชัยของ
สงั คม พร้อมสรา้ งกระบวนการความมน่ั คงโดยการมีสว่ นรวมของทุกภาคสว่ น ซ่ึงมวี ตั ถุประสงค์ 5 ประการ
ดว้ ยกัน (กระทรวงพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์, 2552; มารษิ า รักษากจิ และ มารสิ า จนั ทร์ฉาย.
2564) คือ

1. เพ่ือส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการดารงชีวิตอย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี
พึ่งตนเองได้ และมหี ลกั ประกนั ท่มี ่นั คง

2. เพื่อสร้างจติ สานึกให้สงั คมไทยตระหนักถึงผู้สูงอายใุ นฐานะบคุ คลที่มปี ระโยชน์ต่อสว่ นรวม
และส่งเสรมิ ใหค้ งคณุ คา่ ไวใ้ ห้นานท่สี ดุ

3. เพ่ือให้ประชากรทุกคนตระหนักถึงความสาคัญของการเตรียมการและมีการเตรียมความ
พรอ้ มเพ่อื เปน็ ผสู้ งู อายุทีม่ คี ณุ ภาพ

4. เพ่ือให้ประชาชน ครอบครวั ชุมชน ท้องถิน่ องคก์ รภาครัฐและเอกชน ตระหนักและมีส่วน
รว่ มในภารกจิ ดา้ นผ้สู งู อายุ

5. เพอ่ื ให้มีกรอบและแนวปฏิบัตงิ านเก่ยี วกบั ผ้สู ูงอายุสาหรบั ทุกภาคส่วนทีเ่ กีย่ วข้อง อันจะ
นาไปสู่การบูรณาการงานดา้ นผู้สูงอายุตอ่ ไป

18

ในการศึกษาแนวทางการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีแนวคิดที่เป็นทิศทางใน
การศึกษาครงั้ น้ี ดังน้ี

แนวคิดเก่ียวกบั ผสู้ ูงอายุ
องค์กรสหประชาชาติ กาหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกว่า ผู้สูงอายุ คือ ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้น
ไป (The National, 2008) องค์การอนามัยโลก (WHO) กาหนดให้ผู้สูงอายุคือ ผู้ท่ีมีอายุ 60 ปีหรือมากกว่า
ในประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่จะใช้เกณฑ์ท่ีอายุ 65 ปี (World Health Organization, 2011) ใน
พระราชบญั ญัติผสู้ ูงอายุ พ.ศ. 2546 ไดแ้ บ่งกลมุ่ ผ้สู งู อายไุ ว้ 3 กลุ่ม ดงั น้ี

1. ผสู้ ูงอายตุ อนต้น อายุ 60-69 ปี เปน็ ผสู้ งู อายทุ ี่ยงั มกี าลงั ช่วยเหลอื ตนเองได้
2. ผูส้ ูงอายตุ อนกลาง อายุ 70-79 ปี เปน็ ผสู้ งู อายทุ ่ีเริ่มมีอาการเจบ็ ปว่ ย รา่ งกายเริ่ม อ่อนแอ
มโี รคประจาตัวหรือโรคเรื้อรงั
3. ผูส้ งู อายตุ อนปลาย อายุ 80 ปีขึน้ ไป เป็นผู้สูงอายุทเี่ จบ็ ปว่ ยบอ่ ยขนึ้ อวยั วะเสื่อมสภาพ
และอาจมีภาวะทุพพลภาพ

นอกจากนั้น ยังมีการแบ่งกลุ่มผู้สูงอายุเป็น 3 กลุ่ม ตามการประเมินสุขภาพของผู้สูงอายุ ได้ดังน้ี
(กลมุ่ พัฒนา อสม. ศนู ยฝ์ ึกอบรมและพฒั นาสุขภาพภาคประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 2554)

กลุ่มที่ 1 ติดสังคม ผู้สูงอายุท่ีช่วยเหลือตนเองได้ ช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม ชุมชนได้ สามารถ
เดินขึ้นบันไดเองโดยไม่ต้องช่วยเหลือ เดินออกนอกบ้านได้ เดินตามลาพังบนทางเรียบได้ รับประทานอาหาร
ดว้ ยตนเองได้ดี ใชส้ ขุ าดว้ ยตนเองไดอ้ ย่างเรียบร้อย

กล่มุ ที่ 2 ติดบา้ น ผู้สูงอายกุ ลุ่มทีช่ ่วยเหลือตนเองได้บ้าง ไม่สามารถเดินตามลาพงั บนทางเรยี บ
ได้ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ ต้องการความช่วยเหลือขณะรับประทานอาหาร ต้องการความ ช่วยเหลือพาไป
หอ้ งนา้

กลุม่ ท่ี 3 ตดิ เตยี ง ผู้สูงอายทุ ี่ป่วยและช่วยเหลอื ตนเองไม่ได้ พกิ าร/ทุพพลภาพ ไม่สามารถย้าย
ตนเองขณะน่ังได้ ไม่สามารถขยับได้ในท่านอน การรับประทานอาหารกลนื ลาบาก แม้ว่าผู้ดแู ลจะป้อนอาหาร
ให้ ตอ้ งขบั ถา่ ยในทา่ นอนหรอื อย่บู นเตยี ง สวมใส่ผา้ อ้อมตลอดเวลา ต้องเปล่ียนผ้าอ้อมเปน็ ประจา

1. ความหมายและแนวคดิ เก่ยี วกับผูส้ งู อายุ
“ผสู้ ูงอายุ” ตามพระราชบญั ญัติผู้สงู อายุ พ.ศ.2546 หมายความวา่ บุคคลซึ่งมีอายุเกินกว่าหก

สิบ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ให้ความหมายของคา
ว่า คนแก่ คือ มีอายมุ ากหรือ อยู่ในวัยชรา และให้ความหมายของคาว่า ชรา คือ แก่ด้วยอายุ ชารุดทรุดโทรม
นอกจากนั้นยังมีการเรียก ผู้สูงอายุว่าราษฎรอาวุโส (Senior citizen) องค์การสหประชาชาติได้ให้นิยาม

19

“ผู้สูงอายุ” คือ ประชากรท้ังเพศชายและเพศหญิงซ่ึงมีอายุ มากกวา่ 60 ปี ขึ้นไปโดยนิยามนับตั้งแต่อายุเกิด
(นัสมล บตุ รวิเศษ และอปุ ริฏฐา อินทรสาด. 2564)

สุทธิพงศ์ บุญผดุง (2554) กล่าวถึงคาว่า ผู้สูงอายุ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Elderly person
เป็นสภาวะของบุคคลที่มีอายุ ต้ังแต่ 60 ปีข้ึนไป มีความอ่อนแอทางร่างกายและจิตใจ มีเจ็บป่วยหรือความ
พิการเกิดร่วมด้วย เป็นวัยท่ีเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ความเส่ือมทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะมีความแตกต่างกัน
ในแต่ละบุคคล วยั สงู อายุเปน็ ระยะสุดท้ายของชีวิตอาจยาวนาน 10-20 ปี หรอื มากกว่านั้น ถ้ามีการเตรียมตัว
เตรียมใจก่อนเข้าสู่วัยน้ีมาตั้งแต่วัยกลางคน จะสามารถปรับตัวรับบทบาทวัยสูงอายุได้สมควรแก่ฐานะ ซ่ึง
เกณฑ์การตัดสินความชรา (cut-off point) อยู่ท่ี 60 ปี ท่ีใช้กาหนดผู้ท่ีมีอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นคนชรา หรือ
ผูส้ ูงอายุ ซึ่งสว่ นใหญจ่ ะเปน็ เกณฑ์ท่อี ิงกลุ่มประเทศโลกท่ีสาม

ความหมายของผู้สูงอายุว่า วัยผู้สูงอายุ หมายถึงผู้ท่ีมีอายุ 60 ปีขึ้นไป ท้ังเพศหญิงและเพศ
ชาย ถ้านับตามสภาพเศรษฐกิจก็จะเป็นผู้ทีเ่ กษียณอายุการทางานแล้ว สภาพร่างกายมีการเสอ่ื มถอยที่มนุษย์
ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อันส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม การเปลี่ยนแปลงในแต่
ด้านเป็นกระบวนการท่ีสัมพันธ์กับผู้สูงอายุแต่ละบุคคล ผู้สูงอายุแต่ละบุคคลอาจมีกระบวนการสูงอายุในแต่
ละดา้ นหรือรูปแบบแตกต่างกนั

พระราชบญั ญัติผ้สู ูงอายุ พ.ศ. 2546 ให้ความหมายของผ้สู งู อายุในมาตรา 3 หมายถึง บคุ คลท่ี
มีอายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไปปริบูรณ์ และมีสัญชาติไทย โดยใช้เกณฑ์อายุและสุขภาพในการกาหนดกลุ่ม
ผ้สู งู อายใุ นสงั คมไทย

องค์การอนามัยโลก ให้ความหมายของผู้สูงอายุไว้กว้างๆ สรุปว่า หมายถึง ผู้ที่มีอายุ 60 ปี
หรือมากกว่าเม่ือนับตามวัย หรือหมายถึง ผู้ท่ีเกษียณ อายุจากการท างานเมื่อนับตาม สภาพ
เศรษฐกิจ หรือหมายถึงผู้ที่สังคมยอมรับว่าสูงอายุจากการก าหนดของสังคม วัฒนธรรม หรือ วัย
สูงอายุเริ่มด้นอย่างน้อยท่ีสุดเม่ือเข้าสู่วัยรุ่น และเป็นขบวนการต่อเน่ืองไปตลอดช่วงชีวิต เม่ือนับตาม
ชวี วทิ ยา

องค์การสหประชาชาติได้ให้นิยามว่า “ผู้สูงอายุ” คือ ประชากรทั้งเพศชาย และเพศหญิงซ่ึงมี
อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป โดยเป็นการนิยามนับตั้งแต่อายุเกิด ส่วนองค์การอนามัยโลกยังไม่มีให้การนิยาม
ผู้สูงอายุ โดยมีเหตุผลว่าประเทศต่างๆท่ัวโลกมีการนิยามผู้สูงอายุต่างกัน ท้ังนิยามต่างอายุเกิดตามสังคม
วัฒนธรรม และสภาพร่างกาย เช่น ในประเทศที่เจริญแล้วมักจัดผู้สูงอายุนับจากอายุ 65 ปีข้ึนไป หรือบาง
ประเทศอาจนิยามผู้สูงอายุตามอายุก าหนดให้เกษียณงาน (อายุ 50 หรือ 60 หรือ 65 ปี) หรือนิยามตาม
สภาพรา่ งกาย โดยผหู้ ญิงสงู อายุอยใู่ นชว่ ง 45-55ปี สว่ นชายอายอุ ยใู่ นชว่ ง 55-75 ปี

สาหรับประเทศไทย “ผู้สูงอายุ” ตามพระราชบัญญัติ ผสู้ ูงอายุ พ.ศ. 2546 หมายถงึ “บุคคล”
ซึ่งมีอายุเกินกว่า 60 ปีบริบูรณ์ข้ึนไป และมีสัญชาติไทย คาว่า “ผู้สูงอายุ” ถูกบัญญัติข้ึนเพ่ือให้มีความ
สอดคล้องกับการประชุมสมัชชาโลกขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยผู้สูงอายุ (World assembly on
aging) และองค์การอนามัยโลกโดยกาหนดความหมายของผู้สูงอายุไว้ในระราชบัญญัติผู้สูงอายุปีพ.ศ.2546
ว่าผู้สูงอายุหมายถึงบุคคลซ่ึงมีอายุต้ังแต่ 60 ปีบริบูรณ์ข้ึนไปและมีสัญชาติไทย (กระทรวงพัฒนาสังคมและ

20

ความม่ันคงของมนุษย์, 2548) นอกจากน้ียังได้มีการแบ่งช่วงความสูงอายุไว้เป็น 3 ช่วงคือ 1) วัยสูงอายุ
ตอนต้นอายุระหว่าง 60-69 ปี 2) วัยสูงอายุตอนกลางอายุระหว่าง 70-79 ปี และ 3) วัยสูงอายุตอนปลาย
อายุ 80 ปหี รือมากกวา่ (วิไลวรรณ ทองเจรญิ , 2554)

อยา่ งไรก็ตามผู้สูงอายหุ รือวัยชรา ในแต่ละสังคม หรือแต่ละประเทศให้ความหมายแตกต่างกันทง้ั นี้
ข้ึนอยู่กับอายุโดยเฉล่ียของการทางานหรือสภาพทางร่างกายของผู้สูงอายุ สภาพทางสังคมและ เศรษฐกิจ
และวัฒนธรรมของแตล่ ะประเทศ เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา ถืออายุ 65 ปี กล่มุ ประเทศสแกนดเิ นเวีย ถือ
อายุ 67 ปี เป็นต้น แต่กระนั้น อาจไม่ใช่เป็นเครื่องบ่งชี้อย่างเดียว ว่าบุคคลใดจะเป็นคนชราภาพ หรือ
ผสู้ ูงอายุ

ส่วนคาว่า “สังคมผู้สูงอายุ” องค์กรสหประชาชาติ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับการก้าวเข้าสู่
ผู้สูงอายุ หรือระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ โดยให้นิยามของระดับ
ตา่ งๆ ซ่ึงทั้งประเทศไทย รวมทั้งประเทศต่างๆ ทั่วโลกใช้ความหมายเดียวกันในนิยามของทุกระดับของสังคม
ผสู้ ูงอายุ ดงั นี้

องค์การอนามยั โลกได้กาหนดผสู้ งู อายุ หมายถงึ ผ้ทู ่ีมีอายุ 60 ปี ขึน้ ไป โดยแบง่ ผสู้ ูงอายุออกเป็น
3 กลุม่ ได้แก่ (ศภุ วจี ภาษติ านนท์, 2560: 7)

1) ผูส้ ูงอายตุ อนตน้ อายุ 60-74 ปี
2) คนชรา อายรุ ะหวา่ ง อายุ 75-90 ปี
3) คนชรามาก อายุ 90 ปขี ้นึ ไป
ตามพระราชบญั ญัติผู้สงู อายุ พ.ศ. 2546 ไดจ้ ดั แบง่ กลุ่มผูส้ งู อายอุ อกเปน็ 3 ประเภท คอื
1) กลุ่มผสู้ ูงอายุ ระดบั ตน้ (อายุ 60-69 ป)ี เปน็ ช่วงท่ียังมีพลงั ในการชว่ ยเหลือตนเอง
2) กลมุ่ ผู้สูงอายุ ระดบั กลาง (อายุ 70-79 ปี) เรม่ิ ขน้ึ สู่วัยเส่อื ม คือเรม่ิ มีอาการเจบ็ ป่วย
ร่างกายเร่มิ ออ่ นแอ และมโี รคประจ าตวั หรือเรื้อรัง
3) กล่มุ ผู้สูงอายุ ระดบั สงู (อายุ 80 ปี ข้นึ ไป) เข้าสู่วยั เสอื่ ม เจ็บป่วยบอ่ ยขึ้น อวยั วะ
เส่อื มสภาพ และอาจมีทุพพลภาพ
กรมกิจการผู้สูงอายุ ได้จาแนกกลุ่มผู้สูงอายุไทยออกเป็น 3 ประเภท เพ่ือการดูแลผู้สูงอายุในด้าน
เศรษฐกิจ สงั คม สุขภาพ สภาพแวดล้อม และการบริการสาธารณะ ดังน้ี (ศุภวจี ภาษิตานนท์, 2560 : 8)
1) กลมุ่ ตดิ สังคม มีสขุ ภาพดี และสามารถอย่ไู ดต้ ามลาพัง
2) กลุ่มติดบา้ น ต้องการผูช้ ่วยเหลือในชวี ติ ประจาวัน
3) กลุ่มติดเตียง ต้องการดแู ลระยะยาวด้านการรักษาพยาบาลและสวสั ดิภาพสงั คม

ดังนั้น ความสูงอายุจึงมี 2 ลักษณะความสูงอายุแบบปฐมภูมิ (Primary aging) เป็นความ
สูงอายุท่ีจะต้องเกิดขึ้นกับทุกคนเป็นไปตามธรรมชาติ เป็นส่ิงท่ีหลีกเลี่ยงไม่ได้ กล่าวคือ เม่ืออวัยวะ
ต่างๆ เซลล์ต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ถูกใช้งานมานานก็ย่อมเกิดความเสื่อมโทรม เสื่อมสภาพไปตาม
อายุขัยของการทางาน ซึ่งความเส่ือมโทรมลงของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายนั้นจะส่งผลให้เห็นเด่นชัดขึ้นทีละน้อย

21

เช่น ผิวหนังเร่ิมเหี่ยวยน่ ผมเริ่มเปล่ียนเป็นสีขาว สายตายาวข้ึน พละกาลังเริม่ ถดถอยลง เป็นต้น ความสูงอายุ
แบบทุติยภูมิ (Secondary aging) เป็นความสูงอายุที่มนุษย์สามารถหลีกเลี่ยงได้ ความสูงอายุลักษณะนี้มักจะ
เกิดจากการปลอ่ ยปละละเลย ไม่ห่วงกังวลหรือไม่รักษา สขุ ภาพร่างกาย การใช้ร่างกายทางานหนักเกินไป การ
รับประทานอาหารมากเกินควร การท่ีร่างกายโรคมีโรคภัยมาเบียดเบียน เหล่านี้เป็นด้น ซ่ึงสามารถสรุปได้ว่า
ผูส้ ูงอายุ หมายถึง บุคคลที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ตามพรบ.ผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ. 2540 และสามารถแบ่ง
เกณฑผ์ ้สู งู อายตุ ามสภาพของการมอี ายเุ พิ่มขึน้ ในลักษณะของการแบ่งช่วงอายุของประเทศไทย ดงั น้ี

1. ผสู้ งู อายุ (Elderly) คอื อายรุ ะหวา่ ง 60-69 ปี
2. คนชรา (Old) คืออายุระหวา่ ง 70-79 ปี
3. คนชรามาก (Very old) คืออายตุ ั้งแต่ 80 ปีข้ึนไป
สาหรับการวิจัยคร้งั น้ีผ้ศู ึกษาได้กาหนดผสู้ งู อายุ คอื ผู้ทมี่ อี ายุตัง้ แต่ 60 ปบี ริบรู ณ์ ข้ึนไป
มีสญั ชาตไิ ทยที่มีภูมลิ าเนาอยู่ในเขตอาเภอบ้านไผ่ จงั หวัดขอนแก่น

3. ความต้องการที่สง่ ผลต่อความสขุ ของผูส้ งู อายุ
ผูส้ ูงอายุเป็นกลุ่มประชากรที่มจี านวนมากข้ึน ในขณะท่ีกลมุ่ ประชากรในวยั หน่มุ สาวมี สัดสว่ น

น้อยลง ท้ังที่ยังมีหน้าท่ีการงานอื่น ๆ ที่ต้องรับผิดชอบ ทาให้ผู้สูงอายุต้องประสบปัญหา ต่างๆ มากมาย ท้ัง
ทางด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ปัญหาทางด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ปัญหาท่ีอยู่อาศัย เป็นต้น ปัญหา
ดังกล่าวนอกจากจะกระทบต่อผู้สูงอายุโดยตรงแล้ว ยังส่งผลกระทบไปถึงครอบครัวของผู้สูงอายุที่ต้อง
รับภาระเล้ียงดู และต้องปรับตัวเข้าหากันระหว่างผู้สูงอายุและบุตรหลานอันส่งผลกระทบถึงสัมพันธภาพ
ระหว่างกันได้ นอกจากนี้ยงั ส่งผลกระทบไปถึงชุมชนและสังคมในภาพรวม ทีต่ ้องให้การดูแลและใหส้ วัสดิการ
ผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ เช่น การรักษาพยาบาล การให้สวัสดิการต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นปัญหาสาคัญ
ระดับชาติ ได้เน้นถึงความต้องการของผู้สูงอายซุ ่ึงมีผลต่อความสุข โดยยึดแนวคดิ ของ คลาร์ค (Clark) พบว่า
ผู้สูงอายุต้องการในสิ่งตอ่ ไปนี้

1) ตอ้ งการทาตน ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อสังคม
2) ต้องการมสี ว่ นร่วมหรอื เป็นส่วนหนง่ึ ของสังคมชมุ ชน
3) ตอ้ งการใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ หรอื ใหเ้ กิดความพึงพอใจแกต่ นเองทุกวถิ ีทาง
4) ต้องการเขา้ รว่ มสนุกกับเพอ่ื นตามปกติ
5) ต้องการการยอมรบั นับถอื
6) ต้องการแสดงออกในผลสาเร็จของตน

ความตอ้ งการของผสู้ ูงอายุท่มี ีผลตอ่ ความสขุ ออกเปน็ ดา้ นตา่ งๆ ดังน้ี
1) ความต้องการการสนับสนุนจากครอบครัว ผู้สูงอายุที่ถูกปล่อยให้อยู่โดดเดี่ยว

จะขาดความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจรวมทั้งเศรษฐกิจ จึงต้องหันไปพ่ึงการช่วยเหลือจากบุคคล
หรือองค์กรสังคมสงเคราะห์ภายนอกครอบครัว ผู้สูงอายุจึงมีความต้องการท่ีจะได้การสนับสนุนจาก

22

ครอบครัวของตนเองควบคู่ไปกับการช่วยเหลือจากภายนอกครอบครัว เช่น กลุ่มอาสาสมัครท้ัง
องคก์ รภาครัฐ และองค์กรภาคเอกชน

2) ความต้องการด้านการประกันรายได้ โดยเฉพาะการประกนั สังคมประเภทประกันชราภาพ
เมื่อเข้าสู่วัยชราและเลิกประกอบอาชีพแล้ว จะได้รับบ านาญชราภาพเพ่ือช่วยให้ สามารถดารงชีวิตอย่างมี
ความสขุ และมนั่ คงปลอดภัยตามควรแก'อัตภาพในบั้นปลายชีวติ ไมเ่ ปน็ ภาระแกบ่ ุตรหลานและสังคม

3) ความต้องการมีส่วนร่วมในชุมชน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในกิจกรรมบางประเภทใน
สังคม สังคมจึงควรให้โอกาสแก่ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงชีวิตของชุมชนให้ ดีข้ึน ให้มีโอกาสได้
เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในการพัฒนาตนเอง ในการปรับตัวให้พันสมัยกับการเปล่ียนแปลงต่างๆ ในการปรับปรุง
วฒั นธรรมและในการรกั ษาสุขภาพบง้ั ทางร่างกายและจิตใจให้ แขง็ แรงอยเู่ สมอ

4) ความต้องการที่ลดการพงึ่ พาตนเองให้น้อยลง หากครอบครัวและสังคมส่งเสริมให้ผสู้ ูงอายุ
ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในครอบครัวและสังคมแล้ว จะเป็นการช่วยผู้สูงอายุให้รู้จักพึ่งตนเอง ไม่เป็น
ภาระแกส่ งั คมในบัน้ ปลายชีวิต

5) ความต้องการทางสังคมของผสู้ งู อายุ ซ่ึงประกอบดว้ ย
5.1 ความต้องการเป็นส่วนหน่ึงของครอบครัว กลุ่มสงั คม
5.2 ความตอ้ งการการยอมรับ และเคารพยกย่องนบั ถือจากบุคคลในครอบครัว
5.3 ความต้องการเป็นบุคคลท่ีมีความสาคัญในสายตาของสมาชิกในครอบครัว ของกลุ่ม

ของชมุ ชน และของสังคม
5.4 ความต้องการมีความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลภายในครอบครัว ชุมชน และสังคม

สามารถปรับตวั ใหเ้ ข้ากับบุตรหลานในครอบครัวและสงั คมได้
5.5 ความต้องการมีโอกาสทาส่ิงที่ตนเองปรารถนาความต้องการทางกายและจิตใจ เป็น

ความต้องการขั้นพื้นฐานท่ีสดุ ในชีวติ มนุษย์ ความตอ้ งการทางด้านรา่ งกาย ไดแ้ ก่ ปัจจัย 4 ความต้องการด้าน
จิตใจ ได้แก่ ความม่ันคง ปลอดภัย โดยเฉพาะความต้องการด้านท่ีอยู่อาศัยท่ีปลอดภัย คลายจากความวิตก
กงั วลและความ หวาดกลวั

5.6 ความต้องการได้รับการยอมรับนับถือ ความต้องการที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็น
สมาชิก ของกลุ่ม สังคมและครอบครัว ความต้องการโอกาสก้าวหน้า โดยเฉพาะเร่ืองความสาเร็จของการ
ทางานในบน้ั ปลายชีวิต

5.7 ความต้องการด้านเศรษฐกิจ ต้องการได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากบุตร
หลานเพื่อสะสมไว้ใช้จ่ายในภาวะท่ีตนเองเจ็บป่วย ต้องการให้รัฐช่วยจัดหาอาชีพเพ่ือเป็นการ เพ่ิมพูนรายได้
ท้ังนี้ เพื่อตนจะได้มีบทบาททางเศรษฐกิจ ช่วยให้ตนพ้นจากภาวะความบีบค้ันของ เศรษฐกิจในสถานการณ์
ปจั จบุ ัน

23

ปัจจัยดา้ นความต้องการของผ้สู ูงอายุ
ผู้สูงอายุให้ข้อมูลตรงกันว่า การปรับตัวด้านร่างกายเป็นความต้องการพื้นฐาน เพื่อทาให้ร่างกาย
กนิ อาหารท่ีเป็นประโยชน์ถูกหลักอนามัย พักผ่อนเพยี งพอ ออกกาลังกายโดยการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม การ
ปอ้ งกันอุบัติเหตุท่ีอาจเกิดข้ึน การทากจิ วัตรประจาวนั งดส่งิ เสพตดิ ทุกชนิด การปฏิบัตติ นตามคาแนะนาของ
แพทย์ สาหรับการพัฒนาภูมิปัญญาและประสบการณ์เกิดจากการสะสมความร้แู ละประสบการณ์อันยาวนาน
ของผู้สูงอายุ โดยผา่ นกระบวนการเรยี นรู้ลกั ษณะตา่ งๆ แลว้ เลือกสรรนามาประพฤตปิ ฏบิ ัติ ปรับปรุงพฒั นาให้
เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเองและคนในสังคม แล้วถ่ายทอดสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันวิธีการถ่ายทอดภูมิ
ปัญญา มีหลายวิธีเช่น บอกเล่าบรรยายด้วยวาจา สาธิต ทาให้เห็นจริง (ปฏิบัติ) การเขียนเป็นลายลักษณ์
อักษร การแสดงออกซ่งึ ภมู ิปญั ญาทค่ี น้ พบ
จากการศึกษาสภาพปัญหาความต้องการในปัจจัยด้านต่างๆ ท่ีผู้สูงอายุได้ผ่านประสบการณ์ และ
ได้รับการตอบสนองจนเกิดความพึงพอใจทาให้ชีวิตมีสุขผลแห่งการได้รับเรื่องราวเหล่าน้ัน และได้วิ่งผ่านเข้า
มาในชีวิต ทาให้ผู้สูงอายุเกิดการรับรู้ และเกิดการเรียนรู้ตามมา เลือกส่ิงที่ดีเหมาะสมกับตนเองได้ ส่งผลให้
คุณภาพชีวิตเกิดความผาสุก ด้านจิตใจเพราะการรับรู้ (Perception) นั้น เป็นกระบวนการแปลหรือตีความ
ต่อสิ่งเร้า ข่าวสารที่ผ่านอวัยวะสัมผัส ท้ังหลาย และสมองทาหน้าที่เก็บข้อมูลน้ันไว้ กระบวนการรับรู้ของ
มนุษย์เริ่มต้นดว้ ยการสัมผัส (Sensation) และเกดิ การเรียนรู้ต่อไป ความผาสุกทางใจเป็นความรู้สกึ ตามการ
รับรขู้ องบุคคล ขน้ึ อยู่กบั สภาพสังคม วัฒนธรรม ถ้าหาก ผู้สงู อายทุ ่ไี ม่สามารถช่วยเหลอื ตนเองได้ ออกไปนอก
บ้านเกิดความเครียดจงึ จดั การความเครียด โดยใชว้ ิธีการทาใจ ปฏบิ ัตติ ามหลักคาสอนทางศาสนา การจัดการ
ความเครียดได้สาเร็จสร้างความสุขให้ผู้สูงอายุได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับ ผู้สูงอายุท่ีมีปัญหาด้านจิตใจนั่นหมายถึง
ขจัดความเครียดไม่ได้ ทาให้เกิดความเหงา ความหว้าเหว่ เกิดความท้อแท้ ส้ินหวัง ซึมเศร้าแยกตัวออกจาก
สังคม และนาไปสู่การฆ่าตวั ตายในที่สุด สาหรับในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2533 พบว่า ผู้สงู อายุทีม่ ีอายุมากกว่า
65 ปี ฆ่าตัวตายคิดเป็นร้อยละ 4.40 ของการฆ่าตัวตายทั้งหมด สาเหตุเกิดจากภาวะซึมเศร้า เหตุการณ์นี้จึง
เป็นวิกฤตการณ์ท่ีร้ายแรงของผู้สูงอายุ แนวทางการแก้ปัญหาข้างต้น คือ การส่งเสริมท้ังทางสุขภาพกาย
สุขภาพจิต โดยการเข้าร่วมกิจกรรมส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง อารมณ์แจ่มใสเบิกบานมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม
เพิ่มขึน้ รู้สึก ตนเองมีคุณค่าเกิดความผาสกุ ทางใจ (กิตติวงค์ สาสวด, 2560; รริ ร์ พิมมานุรักษ์, ปัณณทัต บน
ขุนทด และถาวรีย์ แสงงาม. 2562) การสนองตอบต่อความต้องการด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ซ่ึงเป็น
ปัจจัยหลักที่ทาให้บุคคลสามารถดารงชีวิตได้อย่างปกติสุขด้วยการมีสุขภาพดี มีรายได้พอเพียง ไม่มีภาวะ
กดดันด้านจติ ใจ และการไดร้ บั การเกื้อหนนุ จากครอบครวั และเพ่อื น (Ferrel et al., 1995)

จากแนวคิดสรุปได้ว่า ความต้องการของผู้สูงอายุเป็นปัจจัยหน่ึงซ่ึงมีผลต่อคุณภาพชีวิตของ
ผูส้ ูงอายุ การตอบสนองความตอ้ งการของผู้สูงอายจุ ึงเป็นแนวทางทีส่ าคัญในการพัฒนาใหผ้ ู้สูงอายุมคี วามสุข
ในชวี ิต ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ สามารถสรปุ ความต้องการต่างๆ ซ่ึงคาดว่าจะมผี ลต่อคุณภาพชีวิตของผสู้ ูงอายุ
ดังน้ี

24

4. ทฤษฎีทีเ่ กี่ยวข้องกบั ผสู้ ูงอายุ
ทฤษฎีท่ีเกย่ี วข้องกบั ผสู้ ูงอายุ แบ่งไดเ้ ป็น 3 ทฤษฎี คือ (สทุ ธิพงศ์ บญุ ผดงุ , 2554)
1. ทฤษฎีทางชีววิทยา อธิบายกระบวนการทางสรีรวิทยาและการเปล่ียนแปลงของ

โครงสรา้ งของอวัยวะต่างๆ ของทั้งการสญู เสยี ความสามารถในการตา้ นทานโรค
2. ทฤษฎีทางจิตวิทยา เป็นทฤษฎีมีความเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพและ

พฤติกรรมของผู้สูงอายุ เป็นการพัฒนาและปรับตัวเกี่ยวกับสติปัญญา ความนึกคิด ความจาและการ รับรู้
แรงจงู ใจรวมท้งั สังคมที่อยู่อาศยั และประสบการณ์ในอดตี

3. ทฤษฎีทางสังคมวิทยา เปน็ ทฤษฎที ่ีพยายามอธบิ ายสาเหตุทีท่ าให้ผู้สูงอายุมสี ถานะทาง
สังคมที่เปล่ียนไป เพราะมนุษย์จะต้องมีการพัฒนาในแต่ละบุคคล และส่ิงแวดล้อมจะมีผลต่อการปรับตัว
ทฤษฎีทางสังคมแบง่ ยอ่ ยออกเปน็

3.1 ทฤษฎีไร้ภาระผูกพัน อธิบายว่าการละบทบาททางสังคม ซ่ึงจะเป็นผลดีต่อท้ัง
สองฝ่าย คือ คนวยั หน่มุ สาวท่ีมีความรู้ความสามารถเข้ามาท าหนา้ ท่ี และสาหรบั ผู้สูงอายกุ ็ได้เตรียมตวั รับกับ
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขน้ึ

3.2 ทฤษฎีกิจกรรมกล่าวถึง การมีความสัมพันธ์ทางบวกระหว่างบุคคล การมี
ปฏิสัมพันธ์ การมีส่วนร่วมกิจกรรมในสังคม และความพึงพอใจในชีวิต เมื่อบุคคลมีอายุมากขึ้น สถานะทาง
สังคมจะลดลง บทบาทเก่าจะถูกถอดถอนตัวออกไป ผู้สูงอายคุ วรพอใจในการร่วมกิจกรรมสนใจและร่วมเป็น
สมาชิกในกิจกรรมตา่ งๆ

3.3 ทฤษฎคี วามต่อเนื่อง มาวเิ คราะห์รว่ มกันเพ่ือหาข้อสรุปใหม่ท่ีสามารถอธิบายชวี ิต
ที่แท้จริงของผู้สูงอายุได้ คือการท่ีผู้สูงอายุจะมีความสุขในบ้ันปลายชีวิตได้นั้น ข้ึนอยู่กับบุคลิกภาพ และ
รปู แบบการด าเนนิ ชวี ิตเดิมของผสู้ งู อาย

แนวคิดของการจัดการระบบดูแลผู้สูงอายุ
หลกั การในการดูแล ต้องผสมผสาน (Integrated care)

- การดูแลแบบองค์รวม โดยดูแลทั้งด้านร่างกาย ปัญหาสุขภาพท่ัวไป โรคเร้ือรังที่พบบ่อย
เบาหวาน ความดัน จิตใจ ภาวะเครียด/ซึมเศร้า เศรษฐกิจ/สังคม/ความยากจน/ถูกทอดท้ิง/ด้อย โอกาส จิต
วญิ ญาณ การขาดสงิ่ ยดึ เหนย่ี วทางจิตใจ การขาดความสุขในชวี ิต

- การดูแลในมิติการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสขุ ภาพ การป้องกันควบคุมโรคและการ ฟ้ืนฟู
สภาพ

- การดูแลท่ีครอบคลมุ ทง้ั กับผู้สงู อายุ ผู้ดูแล และครอบครัวชมุ ชน
- การดูแลทีค่ รอบคลุม Home care, day care, chronic care, terminal care
- การประสานการดูแลร่วมกันระหว่างหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง (Co-ordination) เพ่ือ
สนับสนุนการดูแลอย่างต่อเนื่อง ระบบสนับสนุน ได้แก่ กิจกรรม คู่มือแนวทางดูแล ระบบส่งต่อ ระบบให้
คาปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่ การเช่ือมระบบข้อมูลผู้ป่วย Social welfare จัดบริการทางด้าน สวัสดกิ ารสังคม จัด

25

สภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ส่งเสริมอาชีพ การหารายได้ เพื่อสร้าง ความภาคภูมิใจและลดการ
พึง่ พิง

- บทบาทชุมชน (รวมถึงผู้ดูแลและครอบครัว) การเตรียมชุมชนให้มีความเข้าใจสภาพ
ผู้สูงอายุท่ีมีการเปล่ียนแปลงทางร่างกาย จิตใจ และสังคม อาทิ การเตรียมความพร้อมต่อการลด ภาวะโรค
เร้ืองรังในผู้สูงอายุ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การสร้างการมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของ ปัญหาผู้สูงอายุ
ในชุมชน โดยผ่านชมรมผู้สูงอายุ แกนนาผู้สูงอายุ อาสาสมัครผู้สูงอายุ มีเวทีในการ แลกเปลี่ยนความรู้จาก
การทางานกิจกรรมต่อเน่ืองท่ีสอดคล้องกับวัฒนธรรมและศาสนา การระดม ความช่วยเหลือจากชุมชน การ
จัดต้ังกองทุนสนับสนุนผู้สูงอายุในด้านต่างๆ เช่น กองทุนกายอุปกรณ์ เคร่ืองมือแพทย์ การทอดผ้าป่า
ช่วยเหลือผสู้ ูงอาย/ุ ผดู้ ้อยโอกาสในชมุ ขน วดั ท้องถิ่นหน่วยงานท่ี เกยี่ วข้อง

- บ ทบ าทเจ้าหน้าที่ สาธารณ สุข Care Provider ให้บ ริการด้านสุขภ าพ ด้าน การ
รักษาพยาบาล ฟ้ืนฟูสภาพโดยตรง ให้ข้อมูลทางวิชาการ ระบุปัจจัยกระทบต่อสุขภาพ ในการ ปรับเปลี่ยน
พฤติกรรม การดูแลปอ้ งกัน สร้างเสริมสุขภาพในกลมุ่ ที่ป่วยและไมป่ ว่ ย Care manager สนบั สนนุ ต่อยอดสิ่ง
ท่ีท าดีอยู่แล้ว ประสานเชื่อมโยงกับแหล่งบริการ หรือแหล่งทรัพยากรอื่ น เพื่อให้ เกิดการดูแลท่ีมี
ประสิทธิภาพ คุณภาพอย่างต่อเน่ือง Advocate and empowerment กระตุ้น สนับสนุน และเสริม
ศักยภาพ ผู้สูงอายุ ผู้ดูแลชุมชน และผู้เกี่ยวข้องให้มีบทบาท เข้ามามีส่วนร่วมหลัก ในการดูแลและจัดการ
ปัญหา

- บทบาท อปท. Law enforcement พิทกั ษ์สิทธข์ิ องผสู้ ูงอายุท่เี ปน็ ผู้พกิ าร ผูด้ ้วยโอกาส ผ้ถู ูก
ทอดท้ิง ดาเนินการช่วยเหลือให้เป็นไปตามกฎหมาย Resource support สนับสนุนงบประมาณ กองทุน
ให้กบั ผสู้ งู อายใุ นชมุ ชนหรือหนว่ ยงานอ่นื ในการจดั การปัญหาผสู้ ูงอายุ

ผสู้ ูงอายุเป็นวยั ที่ต้องมกี ารดูแลเฉพาะแตกต่างจากวยั อ่ืนๆ เป็นวยั ท่ีมีความเสื่อมทางด้าน ร่างกาย
หากไม่ได้มีการดูแลตนเองท่ีเหมาะสม จะทาให้เกิดปัญหาสุขภาพท่ัวไปและเกิดความเจ็บป่วย ได้ง่าย เพ่ือให้
ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้อย่างเหมาะกับวัย อาการทุเลาหรือไม่มอี าการกาเกิบหรือ รุนแรง จึงต้องมีการ
ดูแลช่วยเหลือหรือแก้ไขความผิดปกติที่เกิดขึ้นท้ังด้านร่างกาย จิตสังคม และจิตวิญญาณโดยคานึงถึงความ
แตกต่างของบุคคล โดยให้ผปู้ ่วยและครอบครัวมสี ่วนรว่ มในการดูแลสุขภาพ รวมถงึ สนบั สนุนให้ครอบครัวได้
ใช้ศักยภาพในการดูแลสขุ ภาพผู้สงู อายุ การดแู ลผสู้ ูงอายุ ประกอบดว้ ย การดูแลการเปล่ียนแปลง 3 ด้านใหญ่
(นงลักษณ์ พรหมติงการ และคณะ. 2562) คือ

1) ด้านร่างกาย การดแู ลภาวะเจบ็ ปว่ ยเรื้อรังท่ีเกิดข้นึ จัดการปญั หาคกุ คามชีวิต การ
รับประทานอาหาร การทานยา การออกกาลงั กาย การผกั ผ่อนนอนหลับ การฟน้ื ฟูสภาพ การปอ้ งกัน
ภาวะแทรกซ้อน การเกดิ อบุ ตั ิเหตุเลก็ น้อย (อัญชลี ชมุ่ บัวทอง, วิจิตร ชะโลปถมั ภ์, พชิ ญา ทองอยเู่ ย็น ศรา
ยุทธ โชคชัยวรรตั น,์ กนั ตภณ ธรรม วฒั นา, บงั อร ฉางทรพั ย, และคณะ. 2558)

2) ด้านจิตใจ ดูแลให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกว่า ว้าเหว่ ไม่มี ความสุข ไม่ต้องการเป็นภาระ และเป็น
ส่วนเกินของครอบครัว เสริมสร้างพลังอานาจให้มีความรู้สึกว่าตนเองมีค่า มีความสามารถ มีความพอใจใน

26

ชีวิตที่เป็นอยู่ สามารถเผชิญโลกได้เอง มีความมั่นใจ และการจัดการกับความเครียด (วลัยพร นันท์ศุภวัฒน์.
2552)

3) ดา้ นสงั คม ส่งเสริมการร่วมกจิ กรรมในชุมชน และประสานความช่วยเหลือ ทางสังคม
ให้กับผสู้ ูงอายุ หน่วยบริกรสุขภาพในชมุ ชน หน่วยงานของรัฐ เปน็ ต้น ทง้ั นีใ้ นการดูแลผสู้ ูงอายุ พยาบาลหรือ
ผู้ดูแลผู้สงู อายคุ วรมีความเข้าใจในการดแู ลสขุ ภาพผูส้ ูงอายุ ประเมินสภาพ วางแผนการ พยาบาลทั้งในการ
ปอ้ งกันโรค การสง่ เสริมสขุ ภาพ และการดแู ลรกั ษาเมื่อเจบ็ ปว่ ยอยา่ งเหมาะสม (กิตตกิ ร นลิ มานัต, รดั ใจ เวช
ประสทิ ธิ์. 2559)

แนวคดิ ทฤษฎีเกีย่ วกบั คุณภาพชวี ติ ของผสู้ ูงอายุ

ความหมายของคุณภาพชีวติ
คุณภาพชวี ิตน้ันมาจากคาสองคาประกอบด้วยคณุ ภาพและชวี ิต หมายรวมถึงลักษณะทีด่ หี รือความ
เป็นอยู่ท่ีดีของบุคคล (ราชบัณฑิตยสถาน, 2542) ได้มีผู้ให้ความหมายของคุณภาพชีวิตไว้หลายลักษณะท่ี
คล้ายคลึงและแตกต่างกันเช่น ความพึงพอใจในชีวิต (Life satisfaction) ความสุข (Happiness) และผาสุก
(Well-being) (Campbell, 1976) และในอีกลักษณะหนึ่ง คุณภาพชีวิตคือการรับรู้สถานการณ์ในด้านต่างๆ
ของชีวิตเป็นการรับรู้ของบุคคลท่ีได้รับการสนองตอบต่อความต้องการด้านร่างกาย จิตใจและสังคม ซ่ึงเป็น
ปัจจัยหลักทาให้บุคคลสามารถดารงชีวิตได้อย่างปกติสุข ด้วยการมีสุขภาพดี มีรายได้พอเพียง ไม่มีภาวะ
กดดัน ดา้ นจติ ใจและการไดร้ ับการเกอื้ หนุนจากครอบครัวและเพอ่ื น (Ferrel et al., 1995) คณุ ภาพชวี ิตหรือ
การมีชีวิตท่ีมีคุณภาพ สามารถมองได้หลายแง่มุมขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการ เช่น ภูมิหลัง ความ
ต้องการของผู้ให้ความหมายหรือการตีความ ความต้องการของสังคม ค่านิยมของสังคม เป็นต้น จากการ
ประมวลเอกสารที่เก่ียวข้อง พบว่า มีองค์กรระดับโลกและ นักวิชาการท้ังชาวไทยและชาวต่างชาติให้นิยาม
ความหมายของคุณภาพชีวิตหลายมิติและหลายความหมาย ดังนี้
คุณภาพชีวิต หมายถึง ชีวิตที่มีความสุข สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ร่าเริงแจ่มใส มีศักยภาพท่ี
สามารถสร้างคุณประโยชน์สุขแก่บุคคลโดยรวม สามารถปรับตัวให้เขา้ กับสภาวะแวดล้อมและสังคมท่ี ตนอยู่
ได้อย่างดี ผู้สูงอายุท่ีมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข ย่อมนาประโยชน์สุขแก่ครอบครัวและ สังคมโดยรวม
ท้ังนี้ จิราภรณ์ ตั้งกิตติภาภรณ์ (2559: 420) และสนธยา สวัสด์ิ (2561: 11-12) ได้กล่าวถึงความหมายของ
คณุ ภาพชีวติ ท่ีครอบคลมุ ในทกุ มติ ิ ดังรายละเอยี ดตอ่ ไปนี้

1. คุณภาพชีวิตด้านจิตใจ หมายถึง สติสัมปชัญญะ คุณธรรมประจาใจ ความซ่ือสัตย์สุจริต
ความเมตตากรุณา ความชว่ ยเหลือเกื้อกูล ความกตัญญูกตเวที ความจงรักภักดี ความศรัทธาในศาสนา ความ
เสยี สละ ความมุ่งมนั่ ต่อการละเว้นจากอกุศลกรรมและอบายมขุ

2. คุณภาพชีวิตด้านความคิด หมายถึง ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลก ชีวิตและชุมชน การ
ดาเนินชีวิตและการปรับตัว ความตระหนักรู้และความรับผิดชอบตัวเอง ครอบครัว และชุมชน การสร้าง
ความสาเรจ็ ดว้ ยตนเอง การยอมรับตนเอง การยอมรบั สงั คม และการมเี ปา้ หมายชีวติ ทเี่ หมาะสม

27

3. คณุ ภาพชีวิตด้านอารมณ์ หมายถึง ความหนักแน่นม่ันคงทางอารมณ์ การพักผ่อนหย่อนใจ
ที่มีคุณประโยชน์ ความสัมพันธ์ท่ีอบอนุ่ ภายในครอบครัวและสังคม ความรักและความเป็นเจ้าของกลุ่ม ความ
นยิ มชมชอบในศลิ ปวฒั นธรรมท้องถ่ิน

4. คุณภาพชีวิตด้านร่างกาย หมายถึง สภาวะที่มีอาหาร น้า เคร่ืองนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่
อาศัย ส่ิงอานวยความสะดวกในครอบครัวและในการประกอบอาชีพท่ีเอ้ือต่อการส่งเสริมสุขภาพอนามัย มี
สภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีพัฒนาการสมวัย นอนหลับและพักผ่อนได้ ตามปกติ
มีสมรรถนะในการทางาน

5. คุณภาพชีวิตด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพ หมายถึง สภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ สะอาด
และเป็นระเบียบ ปราศจากมลภาวะในดิน น้า อากาศและเสียง มีทรัพยากรท่ีจาเป็นแก่การดารงชีวิต การ
คมนาคมทสี่ ะดวกและปลอดภยั

6. คุณภาพชีวิตด้านสภาพแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรม หมายถึง โอกาสในการศึกษาและ
การประกอบอาชีพ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การปกครองที่
ให้สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค ความร่วมมือร่วมใจในชุมชน ความเป็นระเบียบวินัย ค่านิยมท่ีสอดคล้อง
กับหลักธรรมของศาสนา

ความหมายของคุณภาพชีวิตของูผ้สงู อายุ
ความหมายคุณภาพชีวิต คุณภาพชีวิตมักต้ังอยู่บนรากฐานของความเชื่อ หรือแนวคิด
เกี่ยวกับชีวิตของคนซึ่งจะต้องประกอบด้วยกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม โดยท่ัวไปมนุษย์ทุกคน
ย่อมต้องการการมีชีวิตที่ดีพร้อมในทุกๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกับการดาเนินชีวิตในสังคม เช่น มีสุขภาพ
ดี มีอิสระเสรีในด้านความคิด การกระทา มีเป้าหมายของชีวิต คุณภาพชีวิตเป็นแนวคิดท่ีกาลังได้รับ
ความสนใจอย่างกว้างขวางเพราะเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาประเทศ เน่ืองจากคุณภาพชีวิตท่ี
ดีของประชากรจะทาให้การพัฒ นาด้านต่างๆ สามารถกระทาได้ดีหรือประสบผลสาเร็จอย่าง
รวดเรว็ คุณภาพชีวติ ผู้สูงอายุ เป็นการรับรเู้ กยี่ วกบั การใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ทส่ี ามารถอธิบายได้ดีทสี่ ุดจาก
ความพึงพอใจท่ีผู้สูงอายุแต่ละบุคคลได้รับ โดยจะวัดการรับรู้เก่ียวกับคุณภาพชีวิตผู้สงู อายุในแต่ละด้าน ดังน้ี
ด้านสภาพอารมณ์ที่ดี ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ด้านสภาพความเป็นอยู่ที่ดี ด้านสภาพร่างกายที่ดี
ด้านการรวมกลุ่มทางสังคม และด้านการตัดสินใจด้วยตนเอง จึงมีผู้ให้ความหมายคุณภาพชีวิตไว้อย่าง
หลากหลาย ดงั นี้

คณะทางานด้านคุณภาพชีวิตองค์การอนามัยโลก (2561: 64) ให้ความหมายคุณภาพ
ชี วิ ต ไว้ ว่ า คุ ณ ภ าพ ชี วิ ต เป็ น ค ว าม พึ งพ อ ใจ แ ล ะ ก า ร รั บ รู้ ส ถ า น ะ ข อ ง บุ ค ค ล ใน ก า ร ด า ร ง ชี วิ ต ใน สั งค ม
โดยจะสัมพันธ์กับเป้าหมายและความคาดหวังของตนเอง ภายใต้บริบทของวัฒนธรรม ค่านิยม
มาตรฐานของสังคมและสิ่งอ่ืนๆ ท่ีเกี่ยวข้อง เช่น ระบบบริการ สวัสดิการต่างๆ ตลอดจนการเมือง
และการปกครองของสงั คมทบ่ี ุคคลอาศัยอยู่

28

Schalock (2004 อ้างถึงใน สุทธิพงศ์ บุญผดุง, 2554) ได้สรุปข้อมูลการสังเคราะห์ตัวช้ีวัด
คุณภาพชีวิตจากงานวิจัยและบทความทางการศึกษา พบว่า ปัจจัยหลักของคุณภาพชีวิตพิจารณาจาก 8
ปจั จยั หลัก คือ สภาพอารมณ์ท่ีดี ความสัมพันธ์ระหว่างบคุ คล สภาพความเปน็ อยูท่ ี่ดี การพัฒนาตนเอง สภาพ
ทางรา่ งกายทดี่ ี การตดั สนิ ใจด้วยตนเอง การรวมกลุ่มทางสงั คม และสิทธิตามกฎหมาย

พนม ศรีพิกุล (2554 : 29-30) ได้ให้ความหมายคุณภาพชีวิต ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ
ส่วนแรก บุคคลได้มีส่ิงท่ีจ าเป็นแก่ความต้องการของชีวิต เช่น อาหาร บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย เส้ือผ้า สุขภาพ
แข็งแรงเจ็บป่วยน้อยครั้ง และมีความม่ันคงในชีวิต มีเศรษฐกิจดี สังคมดี และสนใจการเมือง ส่วนท่ีสอง
บุคคลมีค่านิยมท่ีเหมาะสมกับสังคม วัฒนธรรม การเมือง และส่ิงแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ซ่ึงแต่ละคนใช้เป็น
รากฐานการตัดสินใจในอันสาคัญของชีวิต มีความสมดุลระหว่างความปรารถนา และความเป็นไปได้ท่ีจะ
บรรลถุ งึ ความปรารถนา มจี ดุ ม่งุ หมายชีวิตมีความราบร่ืนในครอบครวั

Lawton (1985 อ้างถึงใน สุทธิพงศ์ บุญผดุง, 2554: 42) กล่าวว่า ผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่
ดีต้องประกอบด้วย 4 ด้าน คือ 1) มีความผาสุกด้านจิตใจ หมายถึงการที่บุคคลสามารถประเมินได้ว่า
ประสบการณใ์ นชีวิตที่ผ่านมามีคณุ ภาพ โดยประเมินได้จาก ผลกระทบระดบั ความสุข ท่ีได้รับและความสาเร็จ
ท่ีได้บรรลุตามความต้องการ หรือเป้าหมายท่ีต้ังไว้ 2) ความสามารถในการแสดงพฤติกรรม หมายถึง
ความสามารถในการทาหน้าที่ของบุคคล ซ่ึงรวมถึงการทาหน้าท่ีของร่างกาย การมีสุขภาพท่ีดี การรับรู้ท่ี
ถูกต้อง และการมพี ฤติกรรมทางสังคมท่ีถูกต้อง 3) ส่ิงแวดล้อมของบุคคล หมายถึง ส่ิงแวดล้อม ที่มอี ิทธิพล
ต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ประกอบไปด้วย 5 ส่วนสาคัญ ได้แก่ 3.1) สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ลักษณะ
ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และท่ีอยู่อาศัย 3.2) บุคคลท่ีมีความสาคัญต่อผู้สูงอายุ เช่น สมาชิกในครอบครัว
เพ่ือน 3.3) บุคคลอ่ืนทั่วไปท่ีมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สูงอายุ 3.4) สถานภาพทางสังคม อายุ เช้ือชาติและ
เศรษฐกิจ และ 3.5) สภาพสังคมและวัฒนธรรมภายในชุมชนที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ และ 4) การรับรู้คุณภาพ
ชีวิต หมายถึง การมีบุคคลมีการประเมินตนเองเกี่ยวกับความผาสุกทางด้านจิตใจ ความสามารถในการทา
หน้าท่ี ตลอดจนสงิ่ แวดล้อมท่มี อี ิทธิพลตอ่ บคุ คล

ส่วนนักวิชาการชาวต่างชาติให้ความหมายคุณภาพชีวิต เช่น Padilla และ Grant ท่ีได้ให้
ความหมายคุณภาพชีวิตว่าเป็นการรับรู้ความพึงพอใจที่เปล่ียนแปลงไปตามภาวะสุขภาพ นอกจากน้ัน
Ragsdale และ Morrow (1990) กล่าวว่า คุณภาพชีวิต หมายถึง การรับรู้การมีประสิทธิภาพ หรือ
ความสามารถในการกระทาอย่างมีความหมายเพื่อควบคุมหรือ จัดการกับสถานการณ์ท่ีเก่ียวข้องกับการ
เจ็บป่วยของตนด้านจิตอารมณ์ความคิดและการดูแลรักษา ส่วน Orem (2001) กล่าวว่า คุณภาพชีวิตก็คือ
ความผาสุก (Wellbeing) ซึ่งเป็นการรับรู้ของบุคคลต่อการ มีชีวิตอยู่ ตามประสบการณ์ของความพึงพอใจ
ความรู้สึกเป็นสุขภาพและสุขใจ ในขณะที่นักวิชาการด้าน สุขภาพส่วนใหญ่ให้ความหมายของคุณภาพชีวิต
โดยอาศยั แนวคิดจากองค์การอนามัยโลก จึงมงุ่ ให้ความ สนใจท่ีสุขภาวะทางกายและจิตใจ

29

ความสาคัญของคุณภาพชวี ิต
ศูนย์ประสานงานการพัฒนาชนบทแห่งชาติ ได้กล่าวถึง ความสาคัญของคุณภาพชีวิตว่า คุณภาพ
ชีวิตที่ดีนับเป็นส่ิงสาคัญและเป็นจุดหมายปลายทางของบุคคล ชุมชนและประเทศชาติโดยส่วนรวม ประเทศ
ใดหากประชากรในชาติโดยส่วนรวมด้อยคุณภาพ แมว้ ่าประเทศทรัพยากรธรรมชาติที่อดุ มสมบูรณ์ซกั เพยี งใด
กไ็ มอ่ าจทาให้ประเทศชาตินั้นเจรญิ และพัฒนาให้เท่าทันหรือเท่าเทียมกบั ประเทศท่ีมปี ระชากรท่ีมคี ุณภาพได้
คุณภาพของประชากรจึงเป็นปัจจัยที่ สาคัญและช้ีให้เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศใดจะ
เจริญก้าวหน้ากว่าอีกประเทศ ดังเช่น ประเทศญ่ีปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สภาพบ้านเมืองได้รับผลของ
สงคราม แต่ด้วยการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพของประชากรญี่ปุ่น ท้ังทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา จึงทา
ให้ประเทศญี่ปุ่นยกฐานะเป็นประเทศ มหาอานาจทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมได้อย่างรวดเร็ว
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2557) ที่ประกาศใช้
ต้ังแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2550 มีสาระสาคัญในมาตรา 73, 79 และ 80 ท่ีกาหนดให้รัฐต้องสนับสนุนการนา
หลักธรรมของศาสนามาใช้เพ่ือ เสริมสร้างคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต (มาตรา 73) ตลอดจนควบคุม
และกาจดั ภาวะมลพิษท่ีมตี ่อ สุขภาพอนามัย สวัสดภิ าพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน (มาตรา 79) และรัฐ
ต้องสงเคราะห์คนชรา ผู้ยากไร้ผู้พิการหรือทุพพลภาพและผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิตและพ่ึงตนเองได้
(มาตรา 80) พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติพ.ศ. 2550 (กระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์, 2554) มาตรา 11 (3) และมาตรา 19 ท่ีให้มีการช่วยเหลือ ส่งเสริม
สนับสนุนและ พฒั นาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน รวมท้ังให้การช่วยเหลือทางวิชาการในการวิจยั และพฒั นา
คณุ ภาพชีวิต เด็กและเยาวชน ดังน้ัน หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง
สาธารณสุข หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้
ให้ ความสาคญั และสนใจในเร่อื งนี้มากยงิ่ ข้ึน
พัชรี หล้าแหล่ง (2556) กล่าวถงึ ความสาคญั ของคณุ ภาพชวี ิต ไว้ดังนี้

1. ความสาคญั ของคณุ ภาพชีวิตระดับตนเองและครอบครัว คือ มีร่างกายที่สมบรู ณ์แข็งแรง มี
สุขภาพพลานามัยที่ดีไม่เจ็บป่วย ทาให้สามารถลดค่าใช้จ่ายส่วนตน และสามารถประกอบอาชีพการงาน ได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ทาให้ชวี ติ ความเปน็ อยู่ดีมคี รอบครวั ที่อบอนุ่ ไร้ซ่งึ ปญั หา

2. ความสาคัญของคณุ ภาพชีวติ ระดับสังคมและประเทศชาตเิ มื่อประชากรในสังคมมีคณุ ภาพ
ชวี ิตทีด่ ีย่อมทาให้คณุ ภาพชวี ิตในสังคมและประเทศชาติดขี ้ึนไปด้วย แต่ทั้งน้ีรัฐบาลจะต้องมนี โยบายที่เอื้อต่อ
การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร เช่น สภาพแวดล้อม การศึกษา การประกอบอาชีพและรายได้ของ
ประชากร เป็นต้น

3. แนวคิดการจดั สวสั ดกิ ารสงั คมแก่ผู้สูงอายุ
สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของผู้สูงอายุ ได้กาหนดในรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ใน

ปี พ.ศ. 2540 แนวทางปฏบิ ัติปรากฏในพระราชบัญญัติผู้สงู อายุ พ.ศ. 2546 ที่เป็นกฎหมายค้มุ ครอง ส่งเสริม
และสนับสนุนใหผ้ ู้สูงอายุได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยมุ่งให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งตนเองได้และดารงชีวติ อย่าง

30

มีคุณภาพชีวิตท่ีดี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับอีกหลาย
หน่วยงานสนับสนุนให้เกิดการปฏิบัติที่ชัดเจน กฎหมาย ประกาศและระเบียบท่ีออกตามความใน
พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ซึ่งครอบคลุมสิทธิด้านต่างๆ ดังน้ี (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
ม่ันของมนุษย์. 2548)

1. บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข เช่น ช่องทางเฉพาะสาหรับผู้สูงอายุในแผนก
ผ้ปู ่วยนอก โรงพยาบาลสงั กดั กระทรวงสาธารณสขุ เพื่อความสะดวกและรวดเรว็ ในการใชบ้ รกิ าร

2. การศึกษา เช่น การบริการการศึกษาต่อเน่ือง ศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน มีหลักสูตร
เกย่ี วกบั ผสู้ ูงอายุในการศึกษาขั้นพน้ื ฐานถงึ อุดมศึกษา

3. การประกอบอาชีพและการฝึกอาชีพ เป็นบริการจัดหางานทา การให้คาปรึกษา
เกี่ยวกบั ตลาดแรงงานจดั อบรมหรอื ฝึกอาชพี

4. การจัดหาตลาดรองรบั สินคา้ ให้ความรูเ้ ร่ืองการตลาด
5. การลดหย่อนค่าโดยสารและการอานวยความสะดวกในการเดินทาง เช่น รถโดยสาร
ประจาทาง รถไฟ และรถไฟฟา้ ใตด้ นิ ลดค่าโดยสารครึ่งราคา
6. การช่วยเหลือผู้สูงอายุท่ีได้รับอันตรายจากการถูกทารุณกรรมหรือถูกทอดทิ้งโดย
ช่วยเหลือตาม สภาพปัญหา และเบื้องต้นช่วยเหลอื 600 บาท
7. เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุทุกคนที่อายุ 60 ปีบริบูรณ์และข้ึนทะเบียนตามกาหนด (ยกเว้น
ข้าราชการบานาญ) ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 600 บาทตลอดชีวิต ต่อมาได้มีการเปล่ียนแปลงดัง
รายละเอยี ดท่ีจะเสนอตอ่ ไป
8. การช่วยเหลอื เงนิ สงเคราะห์จดั การศพรายละ 2,000 บาท
9. การลดหย่อนภาษีเงินได้ สาหรับผู้แสดงตนว่าดแู ลบดิ ามารดา หักลดหย่อนได้ 30,000
บาท ต่อผู้สูงอายุ 1 คน โครงการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของประเทศไทยเริ่มดาเนินโครงการมาตั้งแต่
พ.ศ. 2536 รับผดิ ชอบโดยกรมประชาสงเคราะห์ โครงการน้ีจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุท่ียากจน
ประสบปัญหาเดือดร้อน ขาดอุปการะเล้ียงดู ซ่ึงในระยะแรก (ปี พ.ศ. 2536-2537) ได้จัดสรรให้ผู้สูงอายุทุก
จงั หวัดหมบู่ า้ นละ 3-5 คน คนละ 200 บาทต่อเดือน จานวนผสู้ งู อายุทไ่ี ดร้ ับเบีย้ ยังชพี มที งั้ หมด 20,000 คน
การดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุให้มีความม่ันคงในชีวิตโดยเฉพาะสวัสดิการต่างๆ ให้ผู้สูงอายุมี
ความรู้สึกถึงความม่ันคงในชวี ิต ช่วยให้ผู้สูงอายุได้มีความสุขเบิกบานในจิตใจ สามารถใช้ศักยภาพของตนเอง
ในทางสร้างสรรค์กิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและครอบครัวรวมท้ังสังคมโดยรวม ชุมชน วัดที่เป็น
กิจกรรมทางศาสนา หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในชุมชนควรหันมาเอาใจในในสวัสดิการ โดยเฉพาะรายได้เพื่อการ
ยงั ชีพ การดแู ลสขุ ภาพอนามยั ของผสู้ ูงอายุ เปน็ ต้น
สานักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ให้นิยาม องค์ประกอบของรูปแบบ
การจัดสวสั ดิการสงั คมแก่ผสู้ งู อายุ 4 ดา้ น ดงั น้ี คอื (สดุ ารตั น์ สุดสมบรู ณ์, 2557)
1) การบริการสังคม คือการจัดบรกิ ารโดยภาครัฐที่ตอบสนองความต้องการขึน้ พ้นื ฐานของ
ประชาชนทค่ี รอบคลุม 5 ด้าน คอื

31

1.1) ด้านสขุ ภาพอนามยั ประกอบดว้ ย หลักประกนั สขุ ภาพถ้วนหนา้ การบริการทาง
การแพทยแ์ ละสาธารณสขุ โรงพยาบาลสขุ ภาพประจาตาบล การดแู ลท่ีบา้ น และโครงการอาสาสมคั รดูแล
ผู้สูงอายุ

1.2) ด้านการศึกษา ศูนย์สง่ เสรมิ การศกึ ษานอกโรงเรียนระบบ กล่มุ เป้าหมายพิเศษได้
พฒั นาแนวทางการศึกษานอกระบบสาหรบั ผ้สู งู อายตุ ามความต้องการและความสนใจชองผ้สู ูงอายุ เชน่ การ
ส่งเสริมการเรียนรูต้ ลอดชีวติ การเสริมสร้างคุณคา่ และการพัฒนาทีย่ งั่ ยนื

1.3) ด้านทอ่ี ยู่อาศัย เปน็ การจัดบรกิ ารในสถานสงเคราะห์เพ่อื การดแู ลและให้การ
สงเคราะห์ที่อยู่อาศัยให้แกผ่ ู้สูงอายุ

1.4) ด้านการมีงานทาและมรี ายได้ กองทุนสวสั ดิการผสู้ ูงอายุ และสถาบันพฒั นาองค์กร
ชมุ ชน ไดจ้ ัดทาโครงการและบรหิ ารจัดการสวัสดิการผู้สูงอายุโดยให้ผ้สู ูงอายมุ ีส่วนรว่ มในการกาหนด

1.5) ด้านการบรกิ ารสังคมและนนั ทนาการ มกี ารจัดต้ังชมรมผสู้ งู อายทุ ี่มีความ
ใส่ใจ รว่ มกนั ในการพฒั นาคุณภาพชวี ิตของผสู้ ูงอายุทงั้ ด้านร่างกาย จติ ใจ และสังคม

2) การชว่ ยเหลอื ทางสงั คม เป็นการสงเคราะห์แกผ่ ู้ทต่ี ้องการความชว่ ยเหลือ เนอ่ื งจาก
ชว่ ยเหลือตนเองไม่ได้ ด้อยโอกาสทางสังคม และไรท้ ่ีพึง่ โดยรูปแบบของสวสั ดิการประกอบด้วย เงินเบยี้ ยงั
ชีพผู้สงู อายุ กองทุนดูแลผสู้ ูงอายทุ ขี่ าดท่ีพงึ่ การให้รับค าปรกึ ษาทางคดี การชว่ ยเหลือจากกทารุณกรรมและ
ถกู ทอดทง้ิ การเย่ียมเข้าชมสถานท่ภี าครฐั ใหผ้ สู้ ูงอายุเข้าชมฟรี และการช่วยเหลอื ด้านค่าโดยสารสาธารณะ
ตามความเหมาะสม

3) การประกันทางสังคม เป็นการสร้างความม่ันคงในการด ารงชีวิตและคุ้มครองลูกจ้าง
เนื่องจากผู้สูงอายุประสบปัญหาการขาดรายได้เมื่อเกษียณอายุ ระบบประกันสังคมไทย ได้แก่ กองทุน การ
ออมชราภาพ

4) การช่วยเหลือเก้ือกูลของภาคประชาชน เปน็ การจัดสวัสดิการสังคมโดยมีกลุ่มองค์กรต่างๆ
ชุมชน เป็นผู้ดาเนินการหลัก เช่น การจัดสวัสดิการชุมชน ที่ครอบคลุมตั้งแต่การเกิด แก่ เจ็บ ตาย กลุ่มออม
ทรัพย์ รวมถึงภาคธุรกิจเอกชนที่เข้ามาช่วยเหลือร่วมรับผิดชอบปัญหาสังคมมากข้ึน และมีการจัดสวัสดิการ
โดยปัจเจกบคุ คล เชน่ ประกันชวี ิตรูปแบบต่างๆ ที่เขา้ มาช่วยยกระดบั สวสั ดิการแก่สงั คมมากขึน้

พนม ศรีพิกุล (2554 : 10) การจดั สวัสดกิ ารสังคมสาหรบั ผู้สงู อายไุ ทย มบี รกิ ารหลักสาคัญอยู่
3 รูปแบบ คอื

1. การดูแลผสู้ ูงอายใุ นสถาบันเป็นหลักบรกิ ารสาคญั สว่ นใหญจ่ ะเปน็ ภารกิจหลกั ของ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ ไดแ้ ก่

1.1) บรกิ ารสถานสงเคราะห์ เปน็ บริการที่อยู่อาศัยทปี่ ระสบปญั หาความทุกข์ยาก
เดอื ดรอ้ น เชน่ ถูกทอดทิง้ ไม่มีทีอ่ ยู่อาศัย ไม่มผี ู้อุปการะดูแลบริการที่จดั ให้ ได้แก่ บรกิ ารดา้ นปจั จัยสี่ บริการ

32

ตรวจสขุ ภาพทัว่ ไป การรักษาพยาบาล บรกิ ารดา้ นกายภาพบาบัด บรกิ ารให้คาปรกึ ษาแนะนา และการ
ปรบั ตัว ฯลฯ

1.2) ศูนย์บริการสังคมผู้สูงอายุ เป็นบริการให้แก่ผู้สูงอายุท่ีอยู่กับครอบครัวได้มาใช้
ปรึกษาและกิจกรรมภายในศูนย์ในลักษณะเข้าไปเย็นกลับ บริการท่ีจัดให้ภายในศูนย์ ได้แก่ บริการตรวจ
รักษาโรค บริการด้านกายภาพบาบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ บริการท่ีจัดให้ภายในศูนย์ ได้แก่ บริการตรวจ
รักษาโรค บริการด้านกายภาพบาบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ บริการให้คาปรึกษา แนะนา บริการนันทนาการ
กิจกรรมเสรมิ รายได้ บรกิ ารหนว่ ยเคลอ่ื นที่ และบรกิ ารบ้านพักฉุกเฉนิ

1.3) ศูนย์บริการผู้สูงอายุในวัด โดยชุมชนเป็นการสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมใน
การดูแลผสู้ ูงอายุในชุมชนของตนเอง

2. การดูแลผ้สู งู อายุโดยลดการพง่ึ พาสถาบัน บรกิ ารดูแลผูส้ งู อายุ โดยลดการพ่ึงพา
สถาบันท่สี าคญั คือ บรกิ ารการสงเคราะห์เบี้ยยงั ชีพผ้สู ูงอายุ เป็นการสนับสนนุ ใหผ้ สู้ ูงอายุ โดยไมต่ อ้ งเข้ามา
อย่ใู นสถานสงเคราะห์

3. บรกิ ารประกันสังคมสาหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากสภาพปญั หาดา้ นรายได้ ถือเป็นปัญหา
หลกั ของผู้สงู อายุไทยและบริการทรี่ ฐั จดั ให้ผูส้ งู อายุ มักเป็นบรกิ ารทีม่ งุ่ ชว่ ยเหลือผู้สงู อายทุ ีย่ ากจน ขาดการ
อปุ การะ และชว่ ยเหลือ่ ตนเองไม่ได้ในรปู ของการใหส้ ง่ิ ของและบรกิ าร และในระยะหลงั เปล่ยี นมาในรูปของ
เงินในโครงการเบ้ยี ยังชีพ มคี ิดคานวณออกมาเปน็ ตัวเงินแลว้ จะมจี านวนนอ้ ยมาก และไม่สามารถกระจายไป
ยงั ผสู้ ูงอายุได้อย่างท่ัวถงึ และเหมาะสมกบั คามตอ้ งการของผูส้ งู อายุ
สรุป การจัดสวัสดกิ ารในสงั คมไทยจะเปน็ ลกั ษณะผสมผสานใน 3 รปู แบบ คอื มีการชว่ ยเหลือ
ประชาชน บรกิ ารสังคม และประกันสงั คม

ตัวชว้ี ัดความสุขสาหรบั ผู้สงู อายุในประเทศไทย
สาหรับตัวชี้วัดความสุขสาหรับผู้สูงอายุในประเทศไทยน้ัน กรมสุขภาพจิต (2563: 13) ได้มี
การศึกษ าค้น คว้าการพั ฒ น าความ สุขเชิงจิตวิท ยาใน ผู้สูงอายุโดยเฉพ าะโดยได้ดา เนิ นการสร้างตัวชี้วัด
ความสุขสาหรับผู้สูงอายุใน 5 มิติ เพื่อให้สามารถนามาปฏิบัติและสามารถวัดในเชิงสัมพันธ์ได้ซ่ึงมี
รายละเอียด ดงั น้ี

ด้านท่ี 1 สุขสบาย (Health) หมายถึง ความสามารถของผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพ
ร่างกาย ให้มีสมรรถภาพร่างกายท่ีแข็งแรงคล่องแคล่ว มีกาลังสามารถตอบสนองต่อความต้องการทาง
กายภาพได้ตามสภาพท่ีเป็นอยู่ มีเศรษฐกิจหรือปัจจัยที่จาเป็นพอเพียง ไม่มีอุบัติภัยหรืออันตรายมี
สภาพแวดล้อมทีส่ ง่ เสรมิ สุขภาพ ไมต่ ิดสิ่งเสพตดิ

ด้านท่ี 2 สุขสนุก (Recreation) หมายถึงความสามารถของผู้สูงอายุในการเลือกวิถีชีวิตท่ี
รื่นรมย์ สนุกสนานด้วยการทากิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุข การสร้างจิตใจสดชื่นแจ่มใส
กระปรี้กระเปร่ามีคุณ ภ าพชีวิตที่ดีซึ่งกิจกรรมเหล่ านี้ สามารถลดความซึมเศร้าคว ามเครียดแล ะความ
วิตกกงั วลได้

33

ด้านท่ี 3 สุขสง่า (Integrity) หมายถึงความรู้สึกพึงพอใจในชีวิตความภาคภูมิใจในตนเอง
ความเช่ือม่ันในตนเองเห็นคุณค่าในตนเองการยอมรับนับถือตนเองให้กาลังใจตนเองได้เห็นอกเห็นใจผู้อ่ืนมี
ลักษณะเอ้อื เฟ้อื แบง่ ปันและมีส่วนรว่ มในการช่วยเหลือผู้อ่ืนในสงั คม

ด้านท่ี 4 สุขสว่าง (Cognition) หมายถึงความสามารถของผู้สูงอายุด้านความจาความคิด
อย่างมีเหตุมีผลการสื่อสารการวางแผนและการแก้ไขปัญหาความสามารถในการคิดแบบนามธรร มรวมท้ัง
ความสามารถในการจัดการสิง่ ตา่ งๆไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ

ด้านที่ 5 สุขสงบ (Peacefulness) หมายถึงความสามารถของบุคคลในการรับรู้-เข้าใจ
ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง ต น เอ ง รู้ จั ก ค ว บ คุ ม อ า ร ม ณ์ แ ล ะ ส า ม า ร ถ จั ด ก า ร กั บ ส ภ า ว ะ อ า ร ม ณ์ ที่ เกิ ด ข้ึ น ได้ อ ย่ า ง มี
ประสิทธิภาพสามารถผ่อนคลายให้เกิดความสุขสงบกับตนเองได้รวมทั้งความสามารถในการปรับตัวยอมรับ
สภาพส่ิงที่เกิดข้นึ ตามความเป็นจรงิ

สรุปได้ว่าการวัดความสุขน้ันสามารถทาได้ในหลายองค์ประกอบ ท้ังน้ีผู้วิจัยได้เลือกใช้ตัวชี้วัดใน
การวัดความสุขสาหรับผู้สูงอายุใน 5 มิติตามแนวคิดของกรมสุขภาพจิต เน่ืองจากเป็นเครื่องมือสาเร็จรูปซ่ึง
ออกแบบมาสาหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย รวมถึงได้มีการทดลองใช้แล้วว่ามีความเหมาะสมกับการวัด
ความสขุ ของผูส้ ูงอายใุ นบริบทของประเทศไทย

ปจั จัยที่สง่ ผลต่อคุณภาพชีวติ ท่ีดขี องผสู้ ูงอายุ
ทงั้ นผ้ี ู้วิจัยไดท้ าการสงั เคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในเร่ืองคณุ ภาพชวี ิตผู้สูงอายุ พบว่า
มปี ัจจัยหลายปัจจัยซ่ึงมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตผสู้ ูงอายุ ดังนั้นผู้วิจัยจงึ สนใจท่ีจะศกึ ษาถงึ ปจั จัยทส่ี ่งผล
ต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุเพื่อศึกษาว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลหรือมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
และรูปแบบ วิธีการดูแลผู้สูงอายุเป็นอย่างไร และมีแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไปในทางทิศทาง
ใด โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อประโยชน์ในการค้นหาปัจจัยที่มีความสาคัญต่อ
วถิ ีชีวิตของผู้สงู อายุให้มีการดูแลอยา่ งเหมาะสมและเปน็ แนวทางในการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ผู้สงู อายใุ นอนาคต
ตอ่ ไป
วัยสูงอายเุ ป็นวัยมีการเปลย่ี นแปลงดา้ นร่างกาย จิตใจ สงั คม การเปลี่ยนแปลงทางด้านรา่ งกายอัน
เป็นผล มาจากความเส่ือม ความสามารถในการทา หน้าที่ลดลง ซ่ึงก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา กระดูก
เปราะหักง่าย เคล่ือนไหวช้า การทรงตัวไมด่ ีอาจทาให้เกิดอบุ ัติเหตไุ ดง้ ่าย รวมถึงความสามารถในการมองเห็น
การได้ยินลดลง การรับรู้กลิน่ ลดลง ระบบการย่อยและการดูดซึมอาหาร ลดลง ท้องอืด แน่นท้อง เบ่ืออาหาร
เกิดการเปลี่ยนแปลง ทางจิตใจ เพราะต้องเผชิญกับการเปล่ียนแปลงในหน้าที่ การงาน ทา ให้รายได้และ
ความภาคภูมิใจในตนเองลดลง มีการสูญเสียคู่สมรส หรือเพ่ือนฝูงท่ีใกล้ชิด ทาให้รู้สึกท้อแท้ หมดหวัง
บุคลิกภาพเปลี่ยนไป รู้สึกน้อยใจ อ่อนไหวง่าย วิตกกังวล รู้สึกไม่ม่ันคงปลอดภัย ขาดความอบอุ่นก่อให้เกิด
ความเครียด ซึมเศร้า บทบาทในการเป็นหัวหน้าครอบครัวลดลง เนื่องจากกลับเป็นผู้ท่ีต้องได้รับการเล้ียงดู
จากบุตรหลาน และผสู้ ูงอายุบางคนถกู ทอดทง้ิ ให้อยู่ตามลาพัง และการเกษยี ณอายุราชการสง่ ผลให้ผู้สงู อายุมี

34

บทบาทและเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมลดน้อยลง ซ่ึงผลจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุท้ังด้าน
รา่ งกาย จิตใจ และสังคม ทาให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายลดลงเช่นกัน ดังน้ันแนวทางในการดูแลผู้สูงอายุคือ
ช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขและพึงพอใจ สามารถดารงชีวิตในสังคมได้ช่วยเหลือตนเอง
ได้ตามอัตภาพ ไม่เป็นภาระให้แก่ผู้อ่ืนและดารงไว้ซึ่งการมีคุณค่าในตนเอง จากรายงานการวิจัยของ
ชนกนันท์ แสงศักดช์ิ ัย (2554) พบว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะใช้จา่ ยเก่ียวกับการจัดซ้ือ
อาหารเพ่ือการยังชพี ทาบุญ บริจาคและให้ลูกหลานไปโรงเรียน ซ่ึงผลจากการจัด สวัสดิการเบี้ยยงั ชีพ ทาให้
ผู้สูงอายุมีความรู้สึกว่าได้รับการเอาใจใส่มากข้ึน มีเงินใช้เพ่ือการยังชีพมากขึ้น มีสุขภาพดีขึ้น มีหลักประกัน
ชีวิตและรู้สกึ วา่ ตนเองมคี วามสาคญั มากข้ึน

คณุ ภาพชวี ิตที่ดีด้านสมรรถภาพท่ดี ีของร่างกาย
ภาวะสขุ ภาพ คือ การมีสุขภาพที่ดไี ม่ใช่แต่ รา่ งกายเท่าน้ันทแ่ี ข็งแรง แตร่ วมท้งั จติ ใจและสังคม นั่น
คือ การมีร่างกายท่ีสมบูรณ์ มีจิตใจที่แจ่มใส ทาตามบทบาท หน้าท่ีความรับผิดชอบของตนเองและการมี
ความสมั พันธ์ที่ดที ้ังกับครอบครัวและผู้อน่ื (Orem, 1991:51-52; Orem, 2001:74; Pender, 2011: 22) ซึ่ง
สอดคล้องทฤษฎีใหม่ด้านสุขภาพที่กล่าวว่า คาว่าสุขภาพที่ดีคือการมีดุลยภาพ ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคมและ
สิ่งแวดล้อม โดยรู้จักท่ีจะเรียน รู้ในเรื่องของการดูแลสุขภาพ หาทางเลือกอื่นในการรักษา ไม่ใช่พ่ึงพาแต่
เทคโนโลยี สขุ ภาพกายของผูส้ งู อายนุ ้ันเปน็ เร่ืองที่สงั เกตง่ายไม่ว่าจะ เปน็ สายตา ทเ่ี มอ่ื อายุมากขึน้ สายตาจะ
ยาวออก มองเห็น ไม่ชัดเจน หู มักจะหูหนวกหูตึง การได้ยินจึงไม่ชัดเจน ฟัน ย่ิงมีอายุมากขึ้นโอกาสเกิดฝันผุ
หรือหลุดนั้นย่อมมีมาก ซ่ึงการสูญเสียฟันอาจทาให้ต้องใส่ฟันปลอม ระบบขับถ่าย เสื่อมถอยซึ่งเกิดจากการ
เส่ือมสภาพของกล้ามเนื้อหูรูด เมื่อร่างกาย เกิดความเสื่อมถอยย่อมส่งผลให้ความสามารถในการทากิจวัตร
ประจาวันของผู้สูงอายุลดลง จากสามารถทาได้ด้วยตนเอง มาเป็นทาได้แต่ต้องใช้คนหรืออุปกรณ์ช่วยหรือไม่
สามารถทาเลย เช่น การทาความสะอาดร่างกาย การรับประทานยา รับประทานอาหาร การเดินทางคนเดียว
การนงั่ ยองๆ เป็นต้น (กรมการแพทย์, 2557: 58-59) สาหรับสุขภาพทางจิตนนั้ เป็นส่ิงที่สังเกตได้ยากกวา่ และ
มีความสาคัญต่อสุขภาพกาย การที่ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดีย่อมส่งผลดีต่อร่างกาย เห็นได้จากเมื่อบุคคลมี
สุขภาพจิตที่ไม่ดี มักจะมีอารมณ์เศร้าหมอง กังวล เบื่อหน่าย ท้อแท้ ย่อมส่ง ผลให้ร่างกายทรุดโทรม เบื่อ
อาหาร (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, 2554: 30) และจากการทบทวนแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่
เกี่ยวข้อง ยังพบว่ามีปัจจัยอ่ืนท่ีมีอานาจในการทานายภาวะสุขภาพ ได้แก่ คุณลักษณะส่วนบุคคล การ
สนบั สนนุ ทางสังคมและการดูแลสขุ ภาพ
การมีสมรรถภาพร่างกายท่ีดี เป็นการดูแลสุขภาพให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ ช่วยให้
สามารถทางานในชีวิตประจาวันได้ดี การมีสมรรถภาพของร่างกายท่ีดี มีปัจจัยที่เก่ียวข้อง 3 ประการ ซ่ึง
กิจจา บานชนื่ (2559: 159) ได้กลา่ วไว้ ดังตอ่ ไปน้ี

1. ความอดทน ช่วยให้คนเรามีพลังในการทางานได้ยาวนาน ความอดทนจะเกิดขึ้นได้ เมื่อ
หวั ใจ และปอดทางานไดด้ ี สง่ ผลใหก้ ลา้ มเนอ้ื ทางานไดด้ ีดว้ ย

35

2. ความยึดหยุ่นหรือความอ่อนตัว ทาให้เคลื่อนไหวข้อต่อและกล้ามเน้ือได้มากกว่า สะดวก
คล่องแคล่ว ช่วยป้องกนั การบาดเจ็บของข้อต่อ กล้ามเนื้อ เอน็ และกระดูก

3. ความแข็งแรง พลังของกล้ามเน้ือทาให้สามารถทางานหนักได้ หามหรือห้ิวส่ิงของต้องใช้
กล้ามเนื้อไหล่ ลาตัวและขาที่แข็งแรง กล้ามเน้ือท่ีแข็งแรงจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหลัง และรักษา
ขนาดของรอบเอวไว้ได้

การเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา โดยการทากิจกรรมให้
เหมาะสม เช่น การออกกาลังกายอย่างถูกวิธี การเคลื่อนไหวร่างกายทางานอย่างถูกหลักการเพื่อลดการ
บาดเจ็บของร่างกาย โดยเฉพาะผสู้ ูงอายุทโี่ ครงสร้างทางร่างกาย กล้ามเนือ้ สว่ นต่างๆ เรม่ิ เส่ือมสมรรถภาพลง
ไปมาก ควรได้เรยี นรแู้ ละเข้าใจหลกั ของการเคล่อื นไหวและการออกกาลังกายอยา่ งถกู ต้อง

การดูแลสุขภาพทางเลือก
การมีชีวิตอยู่ของผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะเน้นในเร่ืองของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เป็นการจัด
สภาพแวดลอ้ มและการดูแลช่วยเหลอื ทางการแพทยไ์ ปพร้อมๆ กัน สถาบนั สุขภาพแหง่ ชาติแห่งสหรฐั อเมรกิ า
(National Institute of Healing) จดั ประเภทการดูแลสุขภาพทางเลอื กออกเป็น 7 กลมุ่ ซ่ึง ธญั ญภัสร์ ศิรธัช
นราโรจน์ (2559: 191) กลา่ วสรปุ ไว้ ดังน้ี

1. พฤติกรรมชีวิภาพ (bio-behavioral method) ได้แก่ การบาบัดจิตและกายด้วยการ
สะท้อนข้อมูลทางชีวิภาพของบุคคล (bio-feedback) การผ่อนคลายความเครียด (relaxation) การปฏิบัติ
สมาธิ (meditation) การทาจิตบาบัด (psycho therapy) การเจริญสติภาวนา (prayer) ศิลปะบาบัด (art
therapy) ดนตรีบาบดั (music therapy) และการฝึกโยคะ (yoga)

2. การใช้สนามไฟฟ้าชีวิภาพ (bio-electromagnetic) เช่น กระตุ้นภูมิต้านทางของร่างกาย
ด้วยเครอื่ งมือไฟฟา้ เชน่ เครื่องนวดไฟฟา้ เกา้ อค้ี ลายเครยี ด หรือเครอ่ื งไฟฟ้ากระต้นุ ประสาท

3. ระบบแพทย์ทางเลือก (alternative system of medical practice) เช่น การใช้ยา
แพทย์แผนโบราณ การปฏิบัติสมาธิแบบอายุรเวท ธรรมชาติบาบัด (naturopathic) เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
(environmental medicine)

4. การบาบัดเยียวยาด้วยมือ (manual healing methods) เช่น การนวด (massage
therapy) กายภาพบาบดั (physical therapy) และการรักษาด้วยการสมั ผสั (therapeutic touch)

5. การรักษาด้วยยาและสารชีวภาพ (pharmacologic and biologic treatments) ได้แก่
การใชย้ า และวัคซนี เช่น โอโซนแอนติออกซิแดนท์

6. การใชพ้ ชื สมุนไพร (herbal medicine) เช่น สมนุ ไพรทั้งหลายท่ีใชร้ ักษาโรค
7. การใช้อาหารโภชนาการและการปรบั เปลี่ยนวิถีชวี ิต (diet, natrition and lifestyle) เช่น
การสง่ เสริมอาหารพวกวติ ามิน เกลือแร่ อาหารเสรมิ และปรับนิสัยการรับประทาน การดารงชีวิตใหม่
จากที่กล่าวมาสรุปได้ว่า การสร้างความงอกงามให้ชีวิตโดยการดูแลรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์
แข็งแรงการใช้ธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้องร่วมกับการบาบัดรักษาตนเอง การพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความ

36

สมบูรณ์แขง็ แรงให้ชีวติ โดยการมุ่งหวังใหส้ ุขภาพร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปญั ญา มีความสมดุลกันอยา่ ง
รเู้ ทา่ ทนั เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกลมกลืนกนั จะนามาซึ่งความสุขสมบูรณม์ ากย่งิ ขนึ้ ตอ่ ไป

คณุ ภาพชวี ิตท่ีดีดา้ นการมคี ุณค่าในตนเอง
ในการดารงชีวิตอย่างมีคุณค่าของของผอู้ ายนุ ั้น ผู้สูงอายุไทยจดั ได้ว่า เป็นกลุ่มประชากรที่เป็นพลัง
สาคัญ แทนท่ีจะเป็นภาระของครอบครัว ชุมชนและสังคมไทย คนรุ่นใหม่ควรมีมุมมองใหม่ในการสร้างเสริม
ให้ผู้สูงอายุไทย ดารงชีวิตอย่างมีคุณภาพ อีกทั้งยังนาพาชีวิตสุขสันต์ด้วยตัวของผู้สูงอายุเป็นหลัก เจียรนัย
ทรงชัยกุล (2563 : ออนไลน์) กล่าวถึงการดารงชีวิตอย่างมีคุณค่าของผู้สูงอายุไทยโดยวิธีการ “จ-ห-ร”
วิธีการ “จ-ห-ร” (ยอ่ มาจาก เจตคติ-ผูใ้ ห้-ผรู้ ับ) จะช่วยสร้างเสรมิ ให้ผสู้ ูงอายุไทยดารงชีวิตอย่างมีคุณค่านาพา
ชวี ติ สขุ สนั ต์ ดว้ ยตวั ของผสู้ งู อายเุ องเป็นหลกั ประกอบดว้ ยวธิ กี ารทส่ี าคญั 3 ข้อ ตามลาดบั ต่อไปน้ี

1. การสร้างเสริมให้ตนเองมีเจตคติท่ีดีต่อการมีชีวิตยืนยาว (“จ”) ผู้สูงอายุควรดาเนินการ
สร้างเสรมิ ให้ตนเองมีเจตคติทด่ี ตี อ่ การดารงชวี ติ ยนื ยาว ด้วยขน้ั ตอน 3 ประการ ตามลาดบั ดังน้ี

ข้ันตอนท่ี 1 แสวงหาความรู้ใหม่และข้อเท็จจริงเพ่ิมเติมเก่ียวกับประโยชน์ของการมีชีวิต
ยืนยาว ผู้สูงอายุอาจแสวงหาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการมีชีวิตยืนยาวได้จากบุคคลอ่ืน
วิทยุ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หนังสือพิมพ์ วารสาร หนังสือ และประสบการณ์ตรงของตนเอง เป็นต้น
ประโยชน์ของการมีชวี ิตยนื ยาวซ่งึ ผ้สู ูงอายุจะได้เรียนรู้ มตี วั อย่าง เชน่ การมเี วลามากขน้ึ ท่ีจะเลือกทากจิ กรรม
ต่างๆ ได้ตามความสนใจและความต้องการ การมีโอกาสใช้ชีวิตอย่างอิสระมากขึ้น ซึ่งปลอดโปร่งจาก
พันธนาการ และภารกิจจาเป็นต่างๆ ซ่ึงตนได้แบกรับภาระมาเน่ินนาน การมีโอกาส ช่วยเหลือผู้อ่ืน ชุมชน
และสงั คมได้มากข้ึนและยาวนานขึ้น

ข้ันตอนท่ี 2 ส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจต่อการมีชีวิตยืนยาว เมื่อผู้สูงอายุเห็น
ประโยชน์ของการมีชีวิตยืนยาวแล้ว ผู้สูงอายุควรได้รับการส่งเสริมจากผู้รู้ ผู้เช่ียวชาญ ให้มีโอกาสได้สังเกต
และเรยี นรู้จากผ้สู ูงอายุตน้ แบบท่ีเป็นตัวอย่างท่ีดี ท้ังโดยทางตรงและทางอ้อม เป็นต้น ความรู้สึกพึงพอใจต่อ
การมีชีวติ ยืนยาว ซึ่งน่าจะเกิดข้ึนกับผูส้ ูงอายุ มีตวั อย่าง เช่น ความชน่ื ชอบการมีชีวิตยืนยาว ซ่ึงเป็นช่วงเวลา
ได้ตักตวงกาไรของชีวิต ความพอใจท่ีจะดูแลรกั ษาตนเองให้มีชวี ติ ยืนยาวอยา่ งมีความสขุ ความอยากเอาอย่าง
ผู้สงู อายตุ ้นแบบที่มีชีวติ ยืนยาวและมากด้วยคุณค่า

ขั้นตอนที่ 3 หม่ันกระทาพฤติกรรมซึ่งสนับสนุนเจตคติท่ีดีต่อการมีชีวิตยืนยาว เมื่อ
ผู้สูงอายุเกิดความรู้สึกพึงพอใจต่อการมีชีวิตยืนยาวแล้ว ผู้สูงอายุน่าจะมีแนวโน้มที่จะหมั่นกระทาพฤติกรรม
ซึ่งสนับสนุนเจตคติที่ดีต่อการมีชีวิตยืนยาว ตัวอย่างเช่น การกาหนดเป้าหมายเพ่ือการมีชีวิตยืนยาวอย่าง มี
ความสุขทั้งเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ควรกาหนดครั้งละ 1 เป้าหมาย และควรเป็น
เป้าหมายท่ีสามารถทาให้สาเร็จได้ การวางแผนสู่เป้าหมายเพื่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีความสุข ความมุ่งม่ัน
ลงมือทาให้เกิดผลสาเร็จตามแผน เช่น การดูแลตนเองให้พร้อมเสมอท่ีจะพึ่งพาตนเองได้ดี ท้ังด้านสุขภาพ
ด้านเศรษฐกิจ ด้านท่อี ยอู่ าศัยและสภาพแวดล้อมเพ่ือการมีชวี ิตยืนยาวอยา่ งมีความสขุ การให้กาลงั ใจ/รางวัล

37

แกต่ นเองทุกคร้ังเมอื่ เกดิ ผลสาเรจ็ ตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ การกาหนดเป้าหมายลาดบั ต่อไป แลว้ ดาเนินการ
อย่างต่อเนือ่ งเร่ือยไปไมห่ ยดุ ยง้ั

2. การมุ่งม่ันเป็นผู้ใหท้ ่ีดอี ย่างต่อเน่อื ง (“ห”) ผสู้ ูงอายุควรท่ีจะมุ่งม่ันเป็นผู้ให้ท่ีดีอยา่ งต่อเนือ่ ง
ได้ ตัวอย่างเช่น การให้ความรู้ ความคิด ให้แนวทาง ให้คาแนะนา ให้การปรึกษา ให้ข้อคิดจากการมีชีวิตยืน
ยาว ตลอดจนแบ่งปันประสบการณ์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ท่ีขอร้อง การให้ความรัก ความอบอุ่น ให้ความ
เมตตา ให้ความเห็นอกเห็นใจ ให้ความ เอาใจใส่ ให้กาลังใจแก่สมาชิกในครอบครัว ผู้ร่วมงาน และผู้ที่ด้อย
โอกาสในสงั คม การให้ส่งิ ท่ีมมี ากเกิน พอแก่ผ้อู น่ื ท่มี ีความจาเป็น ต้องใชป้ ระโยชนต์ ามความเหมาะสม

3. การปฏิบัติตนเป็นผู้รับที่ดีอยู่เสมอ (“ร”) ผู้สูงอายุควรต้องปฏิบัติตนเป็นผู้รับท่ีดีอยู่เสมอ
ตัวอย่างเช่น การน้อมรับคาแนะนา ความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้ด้วยดี เม่ือประสบปัญหาท่ีเกินกาลัง และ
สติปัญญาของตนเพียงลาพังท่ีจะแก้ไขได้ โดยไม่อวดดี อวดรู้ อวดหยิ่ง การยอมรับความรู้และประสบการณ์
ใหม่ๆ เพื่อช่วยให้ตนสามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันกับการเปล่ียนแปลงของโลก การรบั ความไม่แน่นอนและ
ความไม่สมหวังที่เกิดข้ึนได้อย่างมีสติและสงบ การยินดีรับเพ่ือนใหม่ได้ ผูกมิตรเป็นท้ังกับบุคคลวัยเดียวกัน
และต่างวัยกันทจี่ ะชว่ ยให้ตนมีชีวติ ชีวาขึ้น และช่วยเพ่ิมความหมายในการดารงชวี ิต การรับธรรมะเขา้ มาหล่อ
เลย้ี งใจได้อย่างถูกต้อง เพียงพอและเหมาะสมกับโอกาส เพื่อให้จิตมีคุณภาพสูง และมีพลังการดารงชวี ิตอยา่ ง
มีคุณค่าของผู้สูงอายุจะนาพาความสุข ความมีชีวิตชีวา ความหวัง ความหมาย การเห็นคุณค่าและความ
ภาคภูมิใจในตนเองมาสู่ตัวผู้สูงอายุเองทุกขณะในช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต อีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่
บุคคลใกล้ชิด ผทู้ ี่เก่ียวขอ้ งกบั ผู้สูงอายุ ตลอดจนชมุ ชนและสังคมของผู้สูงอายุอีกดว้ ย ดังนั้นผู้สูงอายุจงึ ไม่ควร
ปล่อยให้วันเวลาล่วงผ่านเป็นเพียงการเพิ่มความชราให้แก่ชีวิต แต่ควรเพ่ิมความงดงามและคุณค่าให้แก่ชีวิต
ทุกขณะเม่อื วันเวลาลว่ งผา่ น

ความสมั พันธ์ภายในครอบครัวของผู้สูงอายุ
การครองตนในครอบครัวของผู้สูงอายุอย่างมีความสุข ผู้สูงอายุโดยท่ัวไปจะดารงชีวิตอย่างมี
ความสุขตามอัตภาพได้นั้น มีสาเหตุพื้นฐานที่สาคัญบางประการมาจากการท่ีผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง
พึ่งพาตนเองได้ทางเศรษฐกิจ และจัดการด้านท่ีอยู่อาศัยของตนเองได้อย่างเหมาะสม นอกจากน้ีการท่ี
ผูส้ งู อายจุ ะดาเนินชีวติ ร่วมกับสมาชกิ ในครอบครัวอย่างมีความสุขทางใจได้ผ้สู ูงอายุจาเป็นตอ้ งมีความสัมพันธ์
ท่ีดีอย่างต่อเนื่องกับสมาชิก ในครอบครัวทุกคน ซึ่งอาจจะประกอบไปด้วย คู่สมรส ลูก หลาน ญาติ มิตร
วธิ ีการสร้างเสริมความสัมพันธ์ท่ีดีอย่างต่อเน่ืองระหว่างผ้สู ูงอายุกับสมาชิกในครอบครัวโดยนาหลักธรรมของ
พุทธศาสนามาใช้ เพื่อให้การครองตนในครอบครัวของผู้สูงอายุดาเนินไปอย่างราบร่ืนและมีความสุข โดย
วิธีการที่เรียกว่า “พ-อ-ส” ย่อจากอักษรตัวแรกจากหลักธรรม 3 หมวดของพุทธศาสนา คือ “พรหมวิหาร 4”
“อธิษฐาน 4” และ “สังคหวัตถุ 4” ซึ่งได้นามาประยุกต์ใช้เป็นวิธีการสร้างเสริมความสัมพันธ์ท่ีดีอย่าง
ต่อเน่ืองระหว่างผู้สูงอายุกับสมาชิกในครอบครัว วิธีการ “พ-อ-ส” มีสาระสาคัญ ซึ่ง เจียรนัย ทรงชัยกุล
(2563 : ออนไลน์) กลา่ วไว้ ดงั นี้

38

1. การมีธรรมประจาใจ 4 ประการของผู้มีจิตใจย่ิงใหญ่ (พรหมวิหาร 4) การมีธรรมประจาใจ
4 ประการของผู้มจี ิตใจย่งิ ใหญ่ หรือ “พ4” ประกอบด้วย การมีความรักอย่างไม่มีเงอ่ื นไขมอบใหเ้ พื่อนมนษุ ย์
การมีความสงสาร การมีความเบิกบานพลอยยินดี การมีใจเป็นกลาง ซ่ึงผู้สูงอายุสามารถนาไปประยุกต์ใช้
สร้างเสรมิ ความสมั พนั ธท์ ีด่ อี ยา่ งต่อเนอ่ื งกับสมาชิกในครอบครวั มสี าระสาคญั พอสรปุ ได้ ดงั น้ี

1.1 การมีความรักอย่างไม่มีเง่ือนไขมอบให้เพ่ือนมนุษย์ (เมตตา) ผู้สูงอายุควรมีความ
ปรารถนาดี การมองกันในแงด่ ี ความเห็นใจ ความห่วงใยและการมไี มตรี มอบใหแ้ ก่สมาชกิ ทกุ คนในครอบครัว
อยู่เสมอ เพราะการมีความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขเป็นรากฐานก่อให้เกิดความปรองดองและความผูกพันอย่าง
แน่นแฟ้นระหว่างผู้สงู อายุกบั สมาชกิ ในครอบครัว นอกจากนั้นผู้สูงอายุควรมีความเต็มใจช่วยเหลือสมาชิกใน
ครอบครัวทาภารกิจต่างๆ ตามอัตภาพและตามบทบาทหน้าที่ทางสังคมของตน เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกใน
ครอบครวั ได้ประโยชน์และมคี วามสุข ความสบาย

1.2 การมีความสงสาร (ความกรณุ า) ผสู้ ูงอายคุ วรพยายามชว่ ยเหลอื สมาชิกในครอบครัว
ทกุ คนให้ผา่ นพ้นจากความทุกข์ยาก เดือดรอ้ น ผสู้ งู อายุควรดแู ลเอาใจใส่สมาชิกในครอบครัวที่มีประสบการณ์
น้อยหรอื ด้อยโอกาส ซึ่งจะชว่ ยผ่อนปรนหรือหลีกเลีย่ งความยากลาบากท่สี มาชิกในครอบครัวเผชญิ อยู่อีก ท้ัง
ยังช่วยสร้างเสริมความมั่นคงทางจิตใจและสร้างภูมิคุ้มกันท่ีสามารถใช้รักษาตัวรอดได้ต่อไปในอนาคต หาก
สมาชิกในครอบครัวผู้ใดทาผิดพลาด ผู้สูงอายุก็ควรให้อภัยและให้โอกาสแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องและ
เหมาะสมยงิ่ ขนึ้

1.3 การมีความเบิกบานพลอยยินดี (มุทิตา) ผู้สูงอายุควรประคับประคองจิตใจให้แช่มชื่น
เบิกบาน ถ้ามีสมาชิกในครอบครัวพบความก้าวหน้าทางการศึกษา หรือมีความสาเร็จจากการประกอบ
สัมมาชีพ หรือมคี รอบครัวท่ีมั่นคง หรอื มีสมาชิกใหมเ่ พม่ิ ข้ึนในครอบครัว ผู้สูงอายุควรแสดงความชื่น ชมยินดี
กับสมาชิกในครอบครัวผู้นั้นอย่างจริงใจทั้งต่อหน้าและลับหลัง เพ่ือจูงใจให้เขามุ่งมั่นก้าวสู่เป้าหมายอ่ืนๆ
ต่อไปอีก จนพบกับความสาเร็จและมีความสุขเรื่อยไป ขณะเดียวกันผู้สูงอายุก็ไม่ควร ละเลยที่จะสนับสนุน
อุปถัมภค์ ้าชสู มาชิกในครอบครวั ทกุ คนให้พยายามกา้ วสเู่ ปา้ หมายท่ีดงี ามจนพบ กับความสาเร็จและมคี วามสุข
ดว้ ยโดยถ้วนหนา้

1.4 การมีใจเป็นกลาง (อุเบกขา) ผู้สูงอายุควรพิจารณาส่ิงต่างๆ ตามความเป็นจริงและ
ปราศจากอคติ แล้วปฏิบัติไปตามหลักการเหตุผลท่ีถูกต้องเท่ียงธรรมโดยไม่หวั่นไหว เช่น ผู้สูงอายุควร
ยอมรับขอ้ ดแี ละข้อดอ้ ยของตนเองไดต้ ามความเป็นจริง และยอมรับข้อดีและขอ้ ดอ้ ยของสมาชกิ ครอบครัวแต่
ละคนได้ตามความเป็นจริงเช่นเดียวกัน ผู้สูงอายุควรยอมรับและเคารพในความแตกต่าง ของสมาชิก ใน
ครอบครวั แตล่ ะคนได้ รวมทงั้ ให้ความเป็นธรรมแก่สมาชิกในครอบครัวอย่างเท่าเทียมกนั ดว้ ย

2. การมีหลักธรรม 4 ประการเป็นทยี่ ดึ มัน่ สาหรับปฏบิ ตั ิตาม (อธิษฐาน 4) การมหี ลกั ธรรม 4
ประการเป็นที่ยึดม่ันสาหรับปฏิบัติ หรือ “อ4” ประกอบด้วย การใช้ปัญญา-การรักษาความสัตย์ความยินดี
เสียสละ-การหาความสุขสงบ มสี าระสาคญั พอสรปุ ได้ดังนี้

2.1 การใช้ปัญญา ผู้สูงอายุควรอยู่ร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวโดยใช้ปัญญาเหนือ
อารมณ์ เช่น หากมีส่ิงใดที่ไม่พึงปรารถนาเกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัว ผู้สูงอายุก็สามารถเป็นที่ปรึกษา

39

อาวุโสที่ได้รับการเคารพนับถือของคนในครอบครัว มาช่วยเสนอแนะทางออกในการแก้ไข ปัญหาอุปสรรคที่
กาลังเผชิญอยู่ได้ โดยแนะนาวิธีคิดอย่างมีเหตุผลและมีวิจารณญาณ การรู้จักนา ข้อมูลท่ีเก่ียวข้องมาร่วม
พิจารณาประกอบการตัดสินใจ การยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน อย่างเพียงพอและการมีวิธีการ
ตัดสินใจอย่างชาญฉลาด เปน็ ต้น

2.2 การรักษาความสัตย์ ผู้สูงอายคุ วรดารงตนให้ม่นั คงอยใู่ นความจรงิ และรักษาความจริง
กับสมาชิกในครอบครัวทุกคน เช่น ผู้สูงอายุจะปฏิบัติกับสมาชิกในครอบครัวทุกคนด้วยความจริงใจ ซ่ือตรง
รกั ษาคาพูด มกี ารปฏิบัติหรือการกระทาที่สอดคลอ้ งกันกับการพูด มคี วาม นา่ เชอ่ื ถอื ไว้วางใจได้ ผูส้ ูงอายุเป็น
ตวั แบบทด่ี ใี หส้ มาชิกในครอบครัวไดเ้ ห็น ศรัทธาและอยากทาตาม

2.3 ความยินดีเสียสละ ผู้สูงอายุควรยินดีเสียสละความสุขสบายเฉพาะของตนเองได้เพ่ือ
ความสุขสบายของสมาชกิ ในครอบครัว ผู้สูงอายุควรมีจติ ใจเออ้ื เฟื้อเผ่ือแผ่ รจู้ ักการให้ การเกอ้ื กูลกันระหว่าง
สมาชกิ ในครอบครัว เพราะการเสียสละจะชว่ ยให้ผ้สู ูงอายเุ กดิ ปีติ มีเสน่ห์ และมีสุขภาพจติ ดขี ึน้

2.4 การหาความสุขสงบ ผู้สูงอายุควรหาความสุขสงบทางจิตใจ รู้รสของความสงบและ
สนั ติสุข รูจ้ กั ทาจิตใจให้ผ่องใส ไมห่ ลงใหลในวตั ถุ ลาบ ยศ สรรเสรญิ หมั่นอบรมขัดเกลาจติ ใจของตนเองดว้ ย
การศึกษาหลักธรรมคาสอนของศาสนาหรือการสวดมนต์ การทาสมาธิ การคิดในเชิงบวกและการปล่อยวาง
เป็นต้น เมื่อผู้สูงอายุมีความสุขสงบทางจิตใจ ย่อมเป็นการลดละ ความเครียดและความขัดแย้งระหว่าง
สมาชิกในครอบครวั

3. การมีธรรมยึดเหนี่ยวใจคนและประสานหมู่ชนไว้ในสามัคคี (สังคหวัตถุ 4) การมีธรรมยึด
เหนี่ยวใจคนและประสานหมู่ชนไว้ในสามัคคี หรือ “ส4” ประกอบด้วย การแบ่งปัน การพูดอย่างรักกัน การ
ทาประโยชน์แกเ่ ขา การเอาตวั เข้าสมาน มีสาระสาคญั สรุปไดด้ งั น้ี

3.1 การแบ่งปัน (ทาน) ผู้สูงอายุควรแบ่งปันลาภผลที่ได้มาหรือสะสมไว้ให้แก่สมาชิกใน
ครอบครัวทุกคนอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ควรช่วยเหลือเกื้อกูลสมาชิกทุกคนในครอบครัวด้วยการให้ทรัพย์
สงิ่ ของ รวมทั้งการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ท่ีมปี ระโยชน์ใหต้ ามความเหมาะสม

3.2 การพดู อยา่ งรกั กนั (ปิยวาจา) ผสู้ งู อายุควรพูดด้วยถ้อยคาสุภาพ ไพเราะ ชวนฟัง ใน
การสนทนากับสมาชกิ ในครอบครัว อกี ท้ังผู้สูงอายคุ วรชี้แจงแนะนาส่งิ ท่ีเป็นประโยชน์ ชกั จูงส่ิงท่ีดีงาม ให้แก่
สมาชิกในครอบครัว ตลอดจนสร้างความเข้าใจท่ีดีให้เกิดข้ึนระหว่างสมาชิกในครอบครัว โดย การพูดให้ก
าลังใจ พูดให้เกิดความสบายใจและเกิดไมตรีที่ดีต่อกัน ขณะเดียวกันผู้สูงอายุก็ควรเป็น ผู้ฟังที่ดีในระหว่าง
การสนทนากบั สมาชกิ ในครอบครวั ดว้ ย

3.3 การทาประโยชน์แก่เขา (อัตถจริยา) ผู้สูงอายุควรขวนขวายช่วยเหลือแบ่งเบาภารกิจ
ต่างๆ ของสมาชิกในครอบครัวเท่าที่จะทาได้ เช่น ช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านที่ไม่หนักหรือซับซ้อน ช่วย
รับผิดชอบค่าใช้จ่ายบางส่วนของครอบครัว ช่วยฝึกฝนอบรมจริยธรรมให้สมาชิกผู้เยาว์วัยในครอบครัว ช่วย
ดแู ลตน้ ไม้ สัตว์เลี้ยงและชว่ ยรับโทรศพั ทใ์ หส้ มาชิกในครอบครวั

3.4 การเอาตัวเข้าสมาน (สมานัตตตา) ผู้สูงอายุควรปรับตัวให้เข้ากับสมาชิกทุกคนใน
ครอบครัว ได้ดี ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างวัย ให้ความร่วมมือกับผู้อื่นได้ เคารพในบทบาทหน้าที่ของกัน

40

และกัน ไม่เอาเปรียบ ไม่เรียกร้องความสนใจ ความเห็นใจจากสมาชิกในครอบครัวจนเกิดความพอดีพองาม
ผู้สูงอายุควรร่วมสุข ร่วมทุกข์ และร่วมกันแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ของสมาชิกในครอบครัว โดยไม่ย่อท้อ
เพ่ือให้เกิดประโยชน์สุขร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งผู้สูงอายุควรวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย
ปฏิบัติตัวสม่าเสมอ และให้ความเสมอภาคในครอบครัว การวางตนในครอบครัวอย่างมีความสุขของ
ผูส้ ูงอายุ โดยวิธี “พ-อ-ส” ซง่ึ มุ่งเน้นการสรา้ งเสริม ความสัมพนั ธท์ ี่ดีอย่างต่อเนือ่ งระหวา่ งผู้สูงอายกุ ับสมาชิก
ในครอบครวั จะเกิดประโยชนส์ าหรบั ผ้สู ูงอายุแต่ละคนมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับผู้สูงอายุแต่ละคนจะนา
วิธีการ “พ-อ-ส” ทงั้ 12 ประการ ไปใชป้ ฏิบตั ิจริงกับตนเองในชีวิตประจาวัน จนเกิดผลสาเร็จทพี่ ึงปรารถนา
ความสขุ ใน ครอบครวั ยอ่ มจะเกดิ ขน้ึ กบั ตวั ผสู้ ูงอายุเองและสมาชิกทุกคนในครอบครวั โดยถว้ นหน้ากัน

คุณค่าของผู้สูงอายุ เมื่อพิจารณาถึงมุมมองของตัวผู้สูงอายุเองในเร่ืองของคุณค่าในตัวผู้สูงอายุ
พบว่า ตัวผู้สูงอายุเองเห็นว่าทุกคนมีคุณค่า คนท่ียังมีชีวิตอยู่ทุกคน ไม่ว่าจะแก่สักเพียงใด ก็ยังมีโอกาสสร้าง
คุณค่าให้กับตนเองหรือเป็นคนที่มีค่าของคนอื่นได้ โดยคุณค่าของคนแก่มีได้เพราะ หรือจะมีมากหรือน้อยก็
ด้วยเงื่อนไข ซ่ึง ปรีชา อุปโยคิน และคณะ; 2541 (อ้างอิงจาก รศรนิ ทร์ เกรย์ และคณะ; 2556: 18) ได้กลา่ ว
ไว้ ดงั ต่อไปน้ี

1. มีคุณค่าเพราะเกิดมานาน มีประสบการณ์มาก สามารถถ่ายทอดส่ิงต่างๆ ไปให้ลูกหลานได้
ประสบการณท์ มี่ ีอยู่ย่อมเปน็ ประโยชนแ์ ละมคี ุณคา่ ต่อคนรุ่นหลงั

2. มีคุณค่าเพราะความดี ท้ังน้ีความดีเกิดจากการมีศาสนา การทาบุญทาทานที่วัด การอยู่ใน
ศลี ในธรรม มีเมตตากรุณา จนถึงปฏิบัติตัวไม่ให้เปน็ ท่ีราคาญของลูกหลาน เช่น ไม่พูดมาก ไม่พูดเพ้อเจ้อและ
เป็นคนใจดี มคี นนบั ถือ

3. มีคณุ ค่าเพราะมีโภคทรพั ย์ หรือทรพั ยส์ นิ เงินทอง หรอื สมบัติที่ผู้สูงอายุเปน็ เจา้ ของประเด็น
น้ีมีความคิดความเช่ือว่า “คนทั่วไปจะเห็นคุณค่าของคนแก่ถ้าเป็นผู้ที่มีสมบัติ” ดงั น้ันคนแก่คนใดที่มีสมบัติก็
จะมีคณุ ค่า คนแกท่ ่ไี ม่มสี มบตั ิมีฐานะยากจนกไ็ ม่มีคุณค่า เพราะลูกหลานไม่สนใจ

4. มีคุณคา่ เพราะมีบุญคุณ จากการท่ีผสู้ ูงอายมุ ีสถานภาพความเปน็ พอ่ แม่จงึ มบี ุญคุณด้วยการ
ใหก้ าเนิด อบรมเล้ียงดลู ูกๆ มา

5. มีคณุ ค่าเพราะยังท าประโยชน์ให้กับครอบครัวและสังคมได้
6. มีคุณค่าเพราะเป็นท่ีพ่ึงทางใจ แม้ผู้สูงอายุจะทาอะไรไม่ได้ ไม่มีประโยชน์ในการช่วยงาน
ต่างๆ ไม่มเี งนิ ทองทรพั ยส์ มบัติ แตผ่ ู้สงู อายุก็ยังเชอื่ วา่ ตนเองมีคณุ ค่าทางจิตใจให้ลกู หลานได้
7. มีคุณค่าเพราะมีคนให้คุณค่า เช่น ลูกหลานให้ค่าด้วยการปฏิบัติที่แสดงความเคารพ เอาใจ
ใส่ ดแู ล ปรนนบิ ตั ิ
สังคมไทยมีวัฒนธรรมการให้ความเคารพนับถือผู้สูงอายุ มักจะให้เกียรติ ยกย่องผู้สูงอายุด้วยการ
รบั ฟังความคิดเห็นและปฏิบัติตามคาส่ังสอนของผู้อาวุโส ด้วยความเชื่อท่ีว่าผู้ใหญ่เป็นผู้ท่ีอาบน้าร้อนมาก่อน
จึงถือไดว้ ่าผสู้ ูงอายุเป็นผ้สู ืบทอดทางวัฒนธรรมท่ีดงี ามเป็นแบบอย่างท่ีดีแก่ลูกหลาน เป็นท่ีพึ่งทางใจด้วยการ
กราบไหว้ขอพรจากผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุที่มีทรัพย์สมบัติเพื่อตกทอดถึงบุตรหลานย่อมทาให้ได้รับการ


Click to View FlipBook Version