The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยเล่ม 1 รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอำเภอบ้านไผ่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sisakot25, 2022-11-25 08:08:04

วิจัยเล่ม 1 รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอำเภอบ้านไผ่

วิจัยเล่ม 1 รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอำเภอบ้านไผ่

141

ตารางท่ี 17 แสดงค่าเฉลยี่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเหน็ ของผู้สูงอายุ ท่มี ตี ่อ
คุณภาพชีวติ ท่ีดีของผสู้ ูงอายุ โดยภาพรวมและรายด้าน

ดา้ นที่ คณุ ภาพชวี ติ ที่ดีของผสู้ ูงอายุ ค่า สว่ นเบย่ี งเบน ระดับ
เฉลีย่ มาตรฐาน
1 คณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ีดา้ นสุขภาพ
2 คุณภาพชวี ิตทีด่ ดี า้ นจิตใจและอารมณ์ 3.32 .839 ปานกลาง
3 คุณภาพชวี ติ ที่ดีด้านคณุ คา่ ในตนเอง
4 คณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ีด้านสติปัญญา 3.64 .816 สูง
5 คณุ ภาพชีวิตที่ดีด้านยอมรบั ตนเอง
3.80 .782 สูง
โดยรวม
3.69 .766 สูง

3.79 .754 สูง

3.64 .517 สงู

ผลจากตารางที่ 16 พบวา่ ผู้สงู อายุอาเภอบ้านไผ่ มคี วามคิดเห็นต่อคณุ ภาพชีวิตทดี่ ีของผูส้ ูงอายุ
อาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.64, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .517) เมื่อ
จาแนกออกเป็นรายด้านโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า ด้านท่ีมีค่าเฉลี่ย
ลาดับแรก คือ คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านคุณค่าในตนเอง (ค่าเฉลี่ย = 3.80, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .782)
รองลงมา คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านยอมรับตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 3.79, สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .754) และราย
ด้านท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสติปัญญา (ค่าเฉลี่ย = 3.69, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
.766) ส่วนรายด้านที่ค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านสุขภาพ (ค่าเฉลี่ย = 3.32, ส่วน
เบีย่ งเบนมาตรฐาน = .839)


142

ตารางที่ 18 แสดงคา่ เฉลี่ย ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเหน็ ของผสู้ ูงอายุ ทีม่ ีต่อ
คณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ีของผู้สูงอายุ คุณภาพชวี ติ ทดี่ ีด้านสขุ ภาพ

คุณภาพชีวิตทดี่ ีของผู้สูงอายุ ค่า สว่ นเบี่ยงเบน ระดบั
1. ท่านดูแลสขุ ภาพร่างกาย ทาให้ท่านมีสมรรถภาพ เฉล่ยี มาตรฐาน

3.44 .889 ปานกลาง

รา่ งกายท่ีแขง็ แรงคล่องแคลว่

2. ท่านมีกาลงั เพียงพอสามารถตอบสนองต่อความต้องการ 3.45 .841 ปานกลาง

ทางกายภาพได้

3. ทา่ นมปี จั จัยทจ่ี าเป็นพอเพียงต่อการดารงชวี ติ 3.31 .927 ปานกลาง

4. ท่านไม่มอี ุบัตภิ ยั หรืออันตรายใดๆ ในชีวิตประจาวนั 3.06 1.191 ปานกลาง

5. ท่านออกกาลังกายและรบั ประทานอาหารทม่ี ีประโยชน์ 3.30 1.069 ปานกลาง

อยูเ่ สมอ

6. ทา่ นไม่เสพส่ิงเสพติดทุกชนิด 3.37 1.446 ปานกลาง

โดยรวม 3.32 .839 ปานกลาง

ผลจากตารางที่ 18 พบว่า ผู้สงู อายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคณุ ภาพชีวิตท่ีดีด้านสุขภาพ
ของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 3.32, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
= .839) เม่อื จาแนกออกเปน็ รายข้อโดยเรียงลาดับคา่ เฉลี่ยจากมากไปหานอ้ ย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่
มีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุมีกาลังเพียงพอสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางกายภาพได้
(คา่ เฉล่ีย = 3.45, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .841) รองลงมา ผู้สูงอายุดูแลสขุ ภาพร่างกาย ทาให้ผู้สูงอายุมี
สมรรถภาพรา่ งกายท่ีแข็งแรงคล่องแคลว่ (ค่าเฉลย่ี = 3.44, สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = .889) และรายข้อที่
มีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุไม่เสพสิ่งเสพติดทุกชนิด (ค่าเฉล่ีย = 3.37, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
1.446) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุไม่มีอุบัติภัยหรืออันตรายใดๆ ในชีวิตประจาวัน
(คา่ เฉลยี่ = 3.06, ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน = 1.191)


143

ตารางท่ี 19 แสดงค่าเฉล่ยี สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เหน็ ของผู้สงู อายุ ทมี่ ตี ่อ
คณุ ภาพชีวิตที่ดีของผ้สู งู อายุ คุณภาพชวี ติ ท่ดี ีด้านจิตใจ อารมณ์

คุณภาพชวี ิตท่ีดีของผ้สู ูงอายุ ค่า สว่ น ระดับ
เฉล่ีย เบี่ยงเบน
1. ทา่ นมวี ถิ ชี วี ติ ที่ร่ืนรมย์สนุกสนาน มาตรฐาน สงู
2. ท่านชอบทากิจกรรมทกี่ ่อให้เกดิ อารมณ์เปน็ สุข สงู
3. ทา่ นมีจิตใจสดชื่นแจม่ ใสกระปร้ีกระเปรา่ 3.65 .909 สูง
4. ทา่ นมกี ิจกรรมทช่ี ่วยลดความเครยี ดหรอื กังวลใหท้ า่ น สงู
3.68 .898 สงู
โดยรวม
3.63 .890

3.61 .895

3.64 .816

ผลจากตารางที่ 19 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจ
อารมณข์ องผสู้ ูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยูใ่ นระดับมาก (ค่าเฉล่ีย = 3.64, สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
= .816) เมือ่ จาแนกออกเปน็ รายข้อโดยเรียงลาดับคา่ เฉลี่ยจากมากไปหานอ้ ย 3 ลาดับแรก พบว่า รายขอ้ ท่ี
มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุชอบทากิจกรรมท่ีก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุข (ค่าเฉล่ีย = 3.68, ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน = .898) รองลงมา ผู้สูงอายุมีวิถีชีวิตท่ีร่ืนรมย์สนุกสนาน (ค่าเฉลี่ย = 3.65, ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน = .909) และรายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุมีจิตใจสดชื่นแจ่มใส
กระปรกี้ ระเปรา่ (ค่าเฉลี่ย = 3.63, สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .890) ส่วนรายขอ้ ท่ีคา่ เฉล่ียลาดบั สดุ ทา้ ย คือ
ผู้สูงอายุมีกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียดหรือกังวลให้ตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 3.61, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.895)


144

ตารางท่ี 20 แสดงคา่ เฉลีย่ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเห็นของผสู้ งู อายุ ที่มตี ่อ
คณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ีของผสู้ ูงอายุ คณุ ภาพชวี ิตทด่ี ีดา้ นคุณค่าในตนเอง

คุณภาพชวี ิตที่ดีของผสู้ ูงอายุ ค่า สว่ น ระดับ
1. ท่านรสู้ กึ พึงพอใจในชีวิตของท่าน เฉลย่ี เบย่ี งเบน
มาตรฐาน

3.77 .918 สงู

2. ทา่ นรสู้ กึ ความภาคภูมิใจในตนเอง 3.81 .877 สงู

3. ทา่ นมีความเช่ือมัน่ ในตนเอง 3.79 .863 สงู

4. ทา่ นเหน็ คุณคา่ ในตนเองและยอมรับนบั ถือตนเอง 3.83 .890 สงู

5. ทุกครง้ั ที่ทา่ นท้อแท้ ท่านสามารถให้ก าลงั ใจตนเองได้ 3.78 .893 สูง

6. ทา่ นมีสว่ นร่วมในการชว่ ยเหลอื ผ้อู ่นื ในสงั คมอย่เู สมอ 3.74 .894 สงู

โดยรวม 3.80 .782 สงู

ผลจากตารางที่ 20 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีด้านคุณค่า
ในตนเองของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.80, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .782) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก
พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าในตนเองและยอมรับนับถือตนเอง (ค่าเฉล่ีย =
3.83, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .890) รองลงมา ผู้สูงอายุรู้สึกความภาคภูมิใจในตนเอง (ค่าเฉลี่ย = 3.81,
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .877) และรายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุมีความเช่ือม่ันในตนเอง
(ค่าเฉล่ีย = 3.79, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .863) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุมีส่วน
รว่ มในการชว่ ยเหลอื ผ้อู ่ืนในสงั คมอยู่เสมอ (คา่ เฉล่ีย = 3.74, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .894)


145

ตารางที่ 21 แสดงคา่ เฉลีย่ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เห็นของผ้สู ูงอายุ ท่ีมตี ่อ
คณุ ภาพชีวิตที่ดีของผสู้ ูงอายุ คุณภาพชีวติ ทดี่ ีดา้ นสติปญั ญา

คุณภาพชวี ติ ท่ีดีของผู้สูงอายุ คา่ ส่วนเบ่ยี งเบน ระดบั
เฉลีย่ มาตรฐาน สูง
1. ท่านสามารถจาสงิ่ ต่างๆ และคดิ อยา่ งมีเหตุมผี ล สงู
2. ทา่ นสามารถวางแผนและการแก้ไขปัญหาได้ 3.70 .899 สงู
3. ทา่ นสามารถสื่อสารได้อย่างมีเหตผุ ล สงู
4. ทา่ นสามารถจัดการส่งิ ต่างๆในชวี ติ ประจาวันของท่าน 3.65 .859
สงู
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ 3.71 .832
โดยรวม
3.69 .887

3.69 .766

ผลจากตารางที่ 21 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตที่ดีด้าน
สติปัญญาของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ีย = 3.69, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .766) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก
พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุสามารถสื่อสารได้อย่างมีเหตุผล (ค่าเฉลี่ย = 3.71, ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน = .832) รองลงมา ผู้สูงอายุสามารถจาสิ่งต่างๆ และคิดอย่างมีเหตุมีผล (ค่าเฉล่ีย =
3.70, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .899) และรายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุสามารถการจัดการสิ่ง
ตา่ งๆในชีวิตประจาวันของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ค่าเฉลี่ย = 3.69, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .887)
ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุสามารถวางแผนและการแก้ไขปัญหาได้ (ค่าเฉลี่ย = 3.65,
ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน = .859)


146

ตารางท่ี 22 แสดงคา่ เฉล่ีย สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเห็นของผูส้ ูงอายุ ท่มี ตี ่อ
คณุ ภาพชีวิตทีด่ ีของผู้สงู อายุ คุณภาพชีวิตทีด่ ีด้านยอมรับตนเอง

คณุ ภาพชีวติ ทด่ี ีของผสู้ ูงอายุ คา่ ส่วน ระดับ
เฉลี่ย เบ่ยี งเบน
1. ทา่ นสามารถรบั รู้ความรูส้ ึกของตนเอง 3.80 มาตรฐาน สูง
2. ทา่ นเขา้ ใจความรสู้ ึกของตนเอง 3.81 สูง
3. ทา่ นรจู้ ักควบคุมอารมณ์ของท่านเอง 3.77 .860 สูง
4. ทา่ นสามารถจดั การกบั สภาวะอารมณข์ องท่านท่ีเกิดขนึ้ 3.76 .845 สูง
.873
ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 3.85 .858 สงู
5. ท่านสามารถผ่อนคลายให้เกิดความสขุ สงบกับตนเองได้ 3.79 สงู
6. ทา่ นสามารถในการปรับตวั ยอมรับสภาพส่ิงทเ่ี กิดขึ้น .828
3.79 .869 สงู
ตามความเปน็ จริงได้
โดยรวม .754

ผลจากตารางที่ 22 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตที่ดีด้านยอมรับ
ตนเองของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ีย = 3.79, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .754) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก
พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุสามารถผ่อนคลายให้เกิดความสุขสงบกับตนเองได้
(คา่ เฉล่ีย = 3.85, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .828) รองลงมา ผู้สูงอายุเขา้ ใจความรู้สึกของตนเอง (ค่าเฉล่ีย
= 3.81, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .845) และรายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุสามารถรับรู้
ความรู้สึกของตนเอง (ค่าเฉลี่ย = 3.80, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .860) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉลี่ยลาดับ
สดุ ท้าย คือ ผู้สูงอายุสามารถจัดการกับสภาวะอารมณ์ของตนเองท่ีเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ค่าเฉลี่ย
= 3.76, สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .858)


147

ตารางท่ี 23 คา่ สถิติพื้นฐานของปัจจัยทีส่ ัมพนั ธ์กับคณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่

ตวั แปร Mean Std. แปลผล
Deviation
1. ปัจจยั การรับรู้สภาวะสขุ ภาพของตนเอง(h) 3.31 ปานกลาง
2. ปจั จัยสมรรถภาพทางจติ ใจ(m) 3.84 .802 มาก
3. ปัจจยั ความสมั พันธใ์ นครอบครัว(f) 3.91 .733 มาก
4. ปจั จยั การพฒั นาจติ ใจ(d) 3.43 .816
5. ปจั จัยสถานการณด์ า้ นการเงนิ (b) 3.06 .913 ปานกลาง
6. ปจั จยั การมีสว่ นรว่ มการทาประโยชน์เพ่ือสังคม(c) 3.37 .956 ปานกลาง
7. ปัจจัยสังคมและเพื่อนฝูง(s) 3.32 .868 ปานกลาง
8. ปจั จยั เสรีภาพส่วนบุคคล(i) 3.42 .856 ปานกลาง
9. ปจั จัยคา่ นิยมส่วนบุคคล(v) 3.82 .871 ปานกลาง
10. ปัจจัยการใชส้ งั คมออนไลน์(o) 2.21 .775
11. คุณภาพชวี ติ ท่ดี ี(g) 3.64 1.146 มาก
นอ้ ย
.517 สงู

จากตารางที่ 23 พบว่า ระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ เม่ือ
พจิ ารณาเป็นรายดา้ นเรียงลาดับตามคา่ เฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้ดงั น้ี ปัจจัยความสมั พันธใ์ นครอบครัว(f)
มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.91 ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ(m) มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.84 ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล(v)
มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.82 ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ(d) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.43 ปัจจัยเสรีภาพส่วนบุคคล(i) มี
ค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.42 ปัจจัยการมีส่วนร่วมการทาประโยชน์เพ่ือสังคม(c) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.37 ปัจจัย
สังคมและเพ่ือนฝูง(s) มีค่าเฉลี่ยเท่ากบั 3.32 ปัจจัยการรับรู้สภาวะสขุ ภาพของตนเอง(h) มีค่าเฉล่ียเท่ากับ
3.31 ปัจจัยสถานการณ์ด้านการเงนิ (b) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.06 ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์(o) มีค่าเฉล่ีย
เท่ากับ 2.21 ตามลาดับ และส่วนคุณภาพชีวิตท่ีดี(g) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.64 จึงมีคุณภาพชีวิตท่ีดีอยู่ใน
ระดบั สงู


148

ตารางท่ี 24 ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหวา่ งปัจจัยทีส่ มั พันธก์ ับคุณภาพชีวติ ท่ดี ีของผู้สงู อายุ

ตวั แปร h m f d b c s i v o g
h 1.00 .753** .703** .862** .649** .762** .768** .390** .729** .641** .746**
m 1.00 889** .822** .647** .765** .738** .564** .729** .585* .768**
f 1.00 .862** .649* .762** .768** .479** .729** .395** .814**
d 1.00 .864** .649** .732** .762** .878** .728** .749**
b 1.00 .860** .629** .766** .748** .374** .719**
c 1.00 .862** .649** .772** .753** .723**
s 1.00 .852** .647** .767** .741**
i 1.00 .869** .640** .732**
v 1.00 .347** .759**
o 1.00 .713**
g 1.00

** อย่างมรี ะดับนัยสาคัญที่ 0.01

จากตารางที่ 24 พบว่า ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ภายในตัวแปรพยากรณ์ท่ีสัมพันธ์กันมีค่า
ระหว่าง .347 ถึง .889 ซึ่งมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยตัวแปรคู่ท่ีมคี วามสัมพันธ์กันสูงสุด 3 ลาดับ
แรก คือ ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ(m) กบั ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว(f) ซึ่งมีคา่ ความสัมพันธ์เท่ากับ
.889 รองลงมาเป็นปัจจัยการพัฒนาจิตใจ(d) กับปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล(v) ซึ่งมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ
.878 และปัจจัยเสรีภาพส่วนบุคคล(i) กับปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล(v) ซ่ึงมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .869
ตามลาดับ

ค่าสัมประสิทธิ์สหสมั พันธร์ ะหว่างตัวแปรพยากรณ์กับคุณภาพชีวติ ทด่ี ีของผู้สงู อายุอาเภอบา้ นไผ่
มีค่าระหว่าง .692 ถึง .814 ซ่ึงมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยเรียงลาดับตัวแปรที่มีค่าความสัมพันธ์
มากท่ีสุดไปยังตัวแปรที่มีค่าความสัมพันธ์น้อยที่สุด ได้แก่ ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว(f) มีค่า
ความสัมพันธ์เท่ากับ .814 ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ(m) มีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .768 ปัจจัยค่านิยม
ส่วนบุคคล(v) มีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .759 ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ(d) มีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .749
ปจั จยั การรับรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง(h) มีคา่ ความสัมพันธ์เท่ากับ .746 ปจั จัยสงั คมและเพ่ือนฝูง(s) มคี ่า
ความสัมพันธ์เท่ากับ .741 ปัจจัยเสรภี าพส่วนบุคคล(i) มีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .732 ปัจจัยการมีส่วนร่วม
การทาประโยชน์เพ่ือสังคม(c) มีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .723 ปัจจัยสถานการณ์ด้านการเงิน(b) มีค่า
ความสมั พนั ธเ์ ทา่ กบั .719 ปจั จัยการใชส้ งั คมออนไลน์(o) มคี า่ ความสมั พันธเ์ ท่ากับ .713 ตามลาดับ


149

ตารางที่ 25 ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหคุ ณู ของปจั จัยท่สี ง่ ผลตอ่ คุณภาพชีวิตท่ีดขี องผู้สงู อายุ
อาเภอบ้านไผ่

ตัวแปรพยากรณ์ R R2 R2j SEest F Sig
m .000
.814 .662 .661 .177 630.704**
.000
m, f .834 .695 .693 .168 366.484**
.000
m, f, v .875 .764 .761 .148 258.824**
.000
m, f, v, d .874 .763 .761 .148 3443.036**
.000
f, d, v .869 .754 .751 .151 326.682**

R= .875 R2 = .764 R2j =.761 SEest = .148 F =258.824**

จากตาราง 25 พบว่า ปัจจัยท่ีสามารถพยากรณ์คุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่
อย่างมีระดับนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 คือ ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว(f) ปัจจัยสมรรถภาพทาง
จิตใจ(m) ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล(v) ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์พหุคูณ (R) เท่ากับ .875 ค่าสัมประสิทธ์ิ
พยากรณป์ รบั ปรุง (R2j) เท่ากับ .761 ความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (SEest) เท่ากับ .148 ซึง่ ตวั แปรพยากรณ์
ท้ัง 3 ตวั สามารถทานายได้รอ้ ยละ 87.50

ตารางท่ี 26 ผลการวิเคราะหป์ ัจจัยทีส่ ่งผลตอ่ คุณภาพชวี ติ ท่ีดขี องผูส้ ูงอายอุ าเภอบ้านไผ่

ตวั แปรพยากรณ์ b Std.Error Beta t Sig
.000
ปจั จยั สมรรถภาพทางจิตใจ(m) .563 .130 3.644** .000
.000
ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครวั (f) .164 .044 .203 3.746** .000
.429
ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ(d) .310 .036 .366 8.674** .514
.420
ปจั จยั คา่ นยิ มส่วนบุคคล(v) .288 .035 .381 8.135** .522
.421
ปัจจยั สถานการณ์ด้านการเงิน(b) .058 .073 .062 .703 .537

ปัจจยั มสี ว่ นร่วมทาประโยชนเ์ พื่อสังคม(c) .047 .072 .037 .654

ปัจจัยการรับรสู้ ภาวะสุขภาพของตนเอง(h) .052 .067 .067 .603

ปัจจัยสงั คมและเพอื่ นฝูง(s) .042 .066 .032 .754

ปัจจยั เสรภี าพสว่ นบคุ คล(i) .051 .070 .060 .803

ปจั จยั การใชส้ ังคมออนไลน์(o) .041 .065 .039 .659

R= .875 R2 = .764 R2j =.761 SEest = .148 F =258.824**

จากตารางที่ 26 พบวา่ ปจั จยั ท่สี ่งผลตอ่ คุณภาพชีวิตทีด่ ีของผู้สูงอายุ กศน.อาเภอบ้านไผ่ อย่างมี
นัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 โดยเรียงลาดับปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุดไปยังปัจจัยท่ีส่งผลน้อยท่ีสุด ดังนี้


150

ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ(d) ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล(v) ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว(f) ปัจจัยท้ัง 3 ตัว
สามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมจิตอาสาของประชาชนอาเภอบ้านไผ่ สามารถทานายได้ร้อยละ 87.50
มีความคลาดเคล่ือนของการพยากรณ์ SEest เท่ากับ .148 จึงได้นาค่าสัมประสิทธิ์ของตัวพยากรณ์มาสร้าง
เป็นสมการพยากรณไ์ ด้ดงั นี้

สมการพยากรณ์ในรปู คะแนนดบิ และคะแนนมาตรฐาน ไดด้ ังนี้
Y´ = .563 + .164f + .310d + .288v
z´ = .203Zf + .366Zd + .381Zv

สรุปผลการวจิ ัย
1. ผลการศึกษาระดับปัจจัยท่ีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่

เรียงลาดับจากมากไปหาน้อย คือ ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว(f) มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.91 ปัจจัย
สมรรถภาพทางจติ ใจ(m) มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.84 ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล(v) มคี ่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.82 ปัจจัย
การพัฒนาจติ ใจ(d) มีค่าเฉลี่ยเท่ากบั 3.43 ปัจจัยเสรีภาพสว่ นบุคคล(i) มีค่าเฉลี่ยเท่ากบั 3.42 ปจั จัยการมี
สว่ นร่วมการทาประโยชนเ์ พ่อื สังคม(c) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.37 ปัจจัยสังคมและเพ่ือนฝูง(s) มีค่าเฉลี่ยเทา่ กับ
3.32 ปัจจัยการรับรู้สภาวะสขุ ภาพของตนเอง(h) มีคา่ เฉลย่ี เท่ากับ 3.31 ปัจจัยสถานการณด์ ้านการเงิน(b)
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.06 ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์(o) มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 2.21 ตามลาดับ และส่วนคุณภาพ
ชวี ติ ทด่ี (ี g) มีค่าเฉล่ียเท่ากบั 3.64 จงึ มีคุณภาพชีวติ ทด่ี ีอย่ใู นระดับสงู

2. ตัวแปรทุกตวั มคี วามสัมพันธ์ทางบวกกับคณุ ภาพชวี ิตท่ีดีของผู้สูงอายอุ าเภอบ้านไผ่ โดย
มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ภายในตัวแปรพยากรณ์ท่ีสัมพันธ์กันมีค่าระหว่าง .347 ถึง .889 ซ่ึงมีนัยสาคัญ
ทางสถิติท่ีระดับ .01 โดยตัวแปรคู่ที่มีความสัมพันธ์กันสูงสุด 3 ลาดับแรก คือ ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ
(m) กับปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว(f) ซ่ึงมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .889 รองลงมาเป็นปัจจัยการ
พัฒนาจิตใจ(d) กับปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล(v) ซ่ึงมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .878 และปัจจัยเสรีภาพส่วน
บุคคล(i) กบั ปัจจัยคา่ นิยมส่วนบคุ คล(v) ซ่ึงมคี า่ ความสมั พันธ์เท่ากบั .869 ตามลาดับ

3. การสร้างสมการพยากรณ์คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ ตัวแปรที่สามารถ
พยากรณ์คุณภาพชีวิตที่ดี ได้แก่ ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ(d) ปัจจัยคา่ นิยมส่วนบุคคล(v) ปัจจัยความสัมพันธ์
ในครอบครัว(f) ปัจจัยทั้ง 3 ตัว สามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมจิตอาสาของประชาชนอาเภอบ้านไผ่
สามารถทานายได้ร้อยละ 87.50 มีความคลาดเคลื่อนของการพยากรณ์ SEest เท่ากับ .148 จึงได้นาค่า
สัมประสทิ ธ์ขิ องตวั พยากรณ์มาสรา้ งเปน็ สมการพยากรณไ์ ด้ดงั นี้

Y´ = .563 + .164f + .310d + .288v
z´ = .203Zf + .366Zd + .381Zv


151

วเิ คราะห์ระยะท่ี 2 รา่ งรปู แบบและแนวทางการพฒั นาคุณภาพชวี ิตทดี่ ีของผสู้ งู อายุ
การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนความคิดเห็นของผู้สูงอายุ อาเภอบ้านไผ่ท่ีมีต่อปัจจัย
ท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ อาเภอบ้านไผ่ และคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ท่ีมีกรอบ 15
ด้าน คือ ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ 1) ปัจจัยการรับรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง 2)
ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ 3) ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว 4) ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ 5) ปัจจัย
สถานการณ์ด้านการเงิน 6) ปัจจัยการมีส่วนร่วมการทาประโยชน์เพ่ือสังคม 7) ปัจจัยสังคมและเพื่อนฝูง 8)
ปัจจัยเสรีภาพส่วนบุคคล 9) ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล 10) ปัจจัยการใช้สงั คมออนไลน์ ส่วนคณุ ภาพชีวิตที่ดี
ของผูส้ ูงอายุ 1) คุณภาพชีวติ ท่ีดีดา้ นสุขภาพ 2) คุณภาพชีวติ ท่ีดีด้านจติ ใจ อารมณ์ 3) คณุ ภาพชวี ิตที่ดีดา้ น
คุณค่าในตนเอง 4) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านสติปัญญา 5) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านยอมรับตนเอง นาเข้าการศึกษา
ระยะท่ี 2 เพ่ือหารูปแบบและแนวทางการดูแลผูส้ ูงอายุเพ่ือคุณภาพชวี ิตที่ดี โดยใช้การสนทนากลุ่ม (Focus
Group) โดยมีผู้ร่วมสนทนากลุ่ม ได้แก่ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 14 ท่าน ผู้อานวยการโรงพยาบาลอาเภอ
บ้านไผ่ จานวน 1 ท่านและสาธารณสุขอาเภอ จานวน 1 ท่าน รวมเป็น 16 ท่าน ผลการสนทนากลุ่ม
(Focus Group) ผู้ร่วมสนทนาได้นาเสนอให้เพิ่มเติม โดยรปู แบบการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุใน
อาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ต้องมีจุดเน้นเพิ่มเติมในหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดแู ลผู้สูงอายุ เพราะจากผล
การศึกษาในระยะท่ี 1 ปัจจัยท่ีมีค่าเฉล่ียน้อยท่ีสุด คือ ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์ ท่ีมีค่าเฉล่ีย 2.21 และ
ปัจจัยสถานการณ์ด้านการเงิน ที่มีค่าเฉล่ีย 3.06 ส่วนปัจจัยท่ีมีค่าเฉลี่ยอยู่ลาดับ 1-3 คือ ด้านที่มีค่าเฉล่ีย
ลาดับแรก คือ ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว (ค่าเฉลี่ย = 3.91, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .816)
รองลงมา ปจั จัยสมรรถภาพทางจิตใจ (ค่าเฉลี่ย = 3.84, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .733) และรายด้านท่ีมี
ค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล (ค่าเฉลี่ย = 3.82, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .755) ซ่ึงเป็น
ปัจจัยท่ีผู้สูงอายุคิดเห็นว่ามีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ ดังน้ันกลุ่มสนทนาจึงสรุปรูปแบบและ
แนวทางการดูแลผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่เพื่อคุณภาพชีวิตท่ีดี ให้ใช้หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ
จานวน 420 ชวั่ โมง ท่ีมีจดุ เน้นให้ครอบครัวเขา้ มามีส่วนรว่ มในการดูแล รับรู้ให้กาลงั ใจ เพ่ือให้ผ้สู ูงอายุรู้สึก
มีคุณค้าในตนเอง จึงสรุปได้ว่ารูปแบบและแนวทางการดูแลผู้สูงอายุเพ่ือคุณภาพชีวิตท่ีดี คือ การใช้
หลักสูตรการฝกึ อบรมผ้ดู ูแลผูส้ งู อายุ จานวน 420 ชัว่ โมง ทม่ี ีจุดเน้น ในหลกั สูตร ดงั นี้

1. ให้คนในครอบครัวได้รว่ มกิจกรรมตามหลักสูตร โดยแลกเปล่ียนบทบาทเป็นผู้ดูแลท่รี ับรู้
ความต้องการของผู้สูงอายุด้านความรัก ความเอาใจใส่ของคนในครอบครัว การได้รับความรัก ความผกู พัน
ความสมั พันธ์ทีด่ กี ับลกู หลาน

2. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ต้องสามารถทาให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้การใส่ใจในสุขภาพตนเอง ทั้งรับรู้
สภาวะสุขภาพของตนเอง ไดร้ ับรถู้ งึ การเป็นโรคต่างๆ ของผ้สู งู อายุเตรยี มความในการดแู ลสุขภาพ

3. ผูด้ ูแลผู้สูงอายุได้เรียนรแู้ นวทางการพัฒนาจิตใจผสู้ ูงอายุ เพอื่ ให้ตระหนกั รู้สภาพอารมณ์
ของตนเองและไดเ้ รยี นรู้การมอี ิสระกล้าในการแสดงความคิดเห็นเร่ืองต่างๆ ภายในครอบครัว
ทง้ั มองโลกในแงด่ อี ยู่เสมอให้อภยั ผอู้ ืน่ อยู่เสมอมีความเห็นอกเหน็ ใจผู้อ่ืนเป็นประจา


152

4. ผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เรียนรู้แนวทางการจัดหารายได้เป็นของตนเองเพื่อให้เพียงพอกับ
ค่าใช้จ่ายในการดารงชีวิต โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

5. ผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เรียนรู้แนวทางการสร้างความตระหนักถึงการมีส่วนร่วมการทา
ประโยชน์เพ่ือสังคม เพ่ือให้ผู้สูงอายุยินดีให้ความช่วยเหลือคนอื่นเมื่อเขาต้องการ ได้เรียนรู้การเข้าสังคม
และเพือ่ นฝูงเพ่อื แลกเปลย่ี นความคดิ ความร้สู กึ ต่อกัน

6. ผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้สูงอายุใช้สังคมออนไลน์ โดย
เขา้ ใชส้ อ่ื สงั คมออนไลนเ์ ชน่ ไลน์ เฟซบคุ๊ อื่นๆ เป็นประจา

วิเคราะห์ระยะที่ 3 การทดลองใช้รปู แบบ
ในการวิเคราะห์ความคิดเห็นของของผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล ท่ีมีต่อคุณภาพชีวิตท่ีดี โดยใช้

ค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เก็บข้ออมูลลจากผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ จานวน 50

คน ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล ดงั รายละเอยี ดตารางท่ี 23 ถงึ ตารางท่ี 35

สว่ นที่ 1 ข้อมลู เกยี่ วกับปัจจัยสว่ นบคุ คลของผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล
ข้อมูลเก่ียวกับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล ได้จากการตอบแบบสอบถามของ
ผูส้ ูงอายุ จานวน 50 คน แยกพจิ ารณาตามเพศและอายุ ดงั แสดงรายละเอียดในตารางที่ 23-24

ตารางที่ 27 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผูส้ งู อายุ จาแนกตามเพศ

เพศ สถานภาพ จานวน (คน) ร้อยละ
1. ชาย รวม
2. หญงิ 20 40.0
30 60.0
50 100.0

ตารางที่ 27 ผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า โดยส่วนใหญ่
เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือ เพศหญิง จานวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 60.0 รองลงมาเป็นเพศชาย
จานวน 20 คน คดิ เป็นร้อยละ 40.0


153

ตารางที่ 28 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผูส้ งู อายุที่ได้รับการดูแล จาแนกตามอายุ

สถานภาพ จานวน (คน) รอ้ ยละ
อายุ
16 32.0
1. อายุ 60-69 ปี 14 28.0
2. อายุ 70-79 ปี 20 40.0
3. อายุ 80 ปี ขน้ึ ไป 50 100.0

รวม

ตารางที่ 28 ผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า ส่วนใหญ่มีอายุ
80 ปี ข้ึนไป จานวน 20 คน คิดเป็น ร้อยละ 40.0 รองลงมามีอายุ 60-69 ปี และอายุ 70-79 ปีจานวน 16
คน และ 14 คิดเปน็ ร้อยละ 32.0 และ 28.0 ตามลาดบั

สว่ นท่ี 2 คุณภาพชวี ิตทีด่ ีของผ้สู งู อายุที่ไดร้ บั การดูแล
ในการวิเคราะห์ความคิดเห็นของของผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล ท่ีมีต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของ
ผ้สู ูงอายุ โดยใช้ค่าเฉล่ยี และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน จากผู้สูงอายุที่ไดร้ บั การดแู ล อาเภอบา้ นไผ่ จานวน 50
คน ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล ดงั รายละเอยี ดตารางท่ี 25 ถึงตารางที่ 34

ตารางท่ี 29 แสดงคา่ เฉล่ยี สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเหน็ ของผูส้ ูงอายุท่ีไดร้ บั การ
ดแู ลทม่ี ตี อ่ คุณภาพชีวิตทด่ี ี โดยภาพรวมและรายด้าน

ดา้ น คณุ ภาพชีวติ ท่ดี ีของผู้สูงอายุ ค่า ส่วน ระดับ
ท่ี เฉลีย่ เบีย่ งเบน
1 คณุ ภาพชวี ติ ทีด่ ีดา้ นสุขภาพ มาตรฐาน ปานกลาง
สงู
2 คณุ ภาพชีวติ ทีด่ ีดา้ นจิตใจและอารมณ์ 3.98 .334 สงู
สงู
3 คณุ ภาพชีวติ ท่ีดีดา้ นคณุ ค่าในตนเอง 4.02 .429 สูง
สูง
4 คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสตปิ ัญญา 4.15 .406

5 คุณภาพชวี ติ ที่ดีดา้ นยอมรับตนเอง 4.10 .404

6 คุณภาพชวี ิตท่ดี ีเม่อื ไดร้ ับการดูแลโดยผ้ดู ูแล 4.04 .355
ผูส้ ูงอายุ
4.17 .384
โดยรวม
4.07 .284 สงู


154

ผลจากตารางที่ 29 พบว่า ผู้สงู อายุที่ได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ มคี วามคดิ เห็นตอ่ คุณภาพชีวิต
ทีด่ ีเม่อื ได้รบั การดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมหลกั สูตรการฝกึ อบรมผูด้ ูแลผู้สงู อายุ โดยภาพรวม
อยู่ในระดับสูง (ค่าเฉล่ีย = 4.07, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .284) เม่ือจาแนกออกเป็นรายด้านโดย
เรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า ด้านที่มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ คุณภาพชีวิตที่ดี
เมื่อไดร้ บั การดูแลโดยผู้ดูแลผสู้ ูงอายุ (ค่าเฉล่ยี = 4.17, สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .384) รองลงมา คุณภาพ
ชีวิตที่ดีด้านคุณค่าในตนเอง (ค่าเฉลี่ย = 4.15, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .406) และรายด้านที่มีค่าเฉล่ีย
ลาดับ 3 คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสติปัญญา (ค่าเฉลี่ย = 4.10, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .404) ส่วนราย
ด้านท่ีค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านสุขภาพ (ค่าเฉล่ีย = 3.98, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.334)

ตารางที่ 30 แสดงคา่ เฉล่ีย สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เหน็ ของผ้สู งู อายุท่ีไดร้ บั การ
ดแู ลทีม่ ตี ่อคณุ ภาพชีวิตทดี่ ี คุณภาพชีวติ ทดี่ ีด้านสุขภาพ

คุณภาพชีวติ ทีด่ ีของผูส้ ูงอายุ คา่ ส่วน ระดับ
เฉลย่ี เบีย่ งเบน สงู
1. ผู้ดูแลทา่ นชว่ ยเหลอื แนะนาทา่ นดูแลสุขภาพร่างกาย 4.36 มาตรฐาน
ทาให้ทา่ นมีสมรรถภาพร่างกายท่แี ข็งแรงคล่องแคล่ว สูง
3.74 .631
2. ผดู้ แู ลทา่ นชว่ ยเหลอื แนะนาให้ทา่ นสรา้ งกาลงั เพียงพอ สูง
สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางกายภาพได้ 4.00 .487 สงู
3.78 สงู
3. ท่านมีปจั จัยทีจ่ าเปน็ พอเพยี งต่อการดารงชวี ิต 3.96 .833
4. ทา่ นไม่มีอุบัติภัยหรืออันตรายใดๆ ในชวี ิตประจาวนั .582 สูง
5. ทา่ นออกกาลงั กายและรบั ประทานอาหารท่มี ี 4.08 .880 สงู
3.98
ประโยชน์อย่เู สมอ .665
6. ทา่ นไม่เสพส่ิงเสพติดทุกชนดิ .334

โดยรวม

ตารางที่ 30 พบว่า ผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ด้านสุขภาพ เม่ือได้รับการดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุท่ีผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ
โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง (คา่ เฉลี่ย = 3.98, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .334) เมื่อจาแนกเป็นรายข้อโดย
เรยี งลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหานอ้ ย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อทมี่ ีค่าเฉลีย่ ลาดับแรก คือ ผดู้ ูแลช่วยเหลือ
แนะนาผู้สูงอายุดูแลสุขภาพร่างกาย ทาให้ผู้สูงอายุมีสมรรถภาพร่างกายท่ีแข็งแรงคล่องแคล่ว (ค่าเฉล่ีย =
4.36, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .631) รองลงมา ผู้สูงอายุไม่เสพส่ิงเสพติดทุกชนิด (ค่าเฉล่ยี = 4.08, ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน = .665) และรายข้ออที่มีค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุมีปัจจัยที่จาเป็นพอเพียงต่อการ


155

ดารงชวี ิต (ค่าเฉลย่ี = 4.00, ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = .833) สว่ นรายข้อทีค่ ่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คอื ผ้ดู ูแล
ช่วยเหลือ แนะนาให้ผู้สูงอายุสร้างกาลังเพียงพอ สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางกายภาพได้
(คา่ เฉล่ยี = 3.74, สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน = .487)

ตารางที่ 31 แสดงคา่ เฉลีย่ สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เหน็ ของผ้สู ูงอายุท่ีไดร้ บั การ
ดูแลท่ีมีตอ่ คุณภาพชีวิตท่ีดี คณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ีด้านจิตใจ อารมณ์

คณุ ภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ค่า ส่วน ระดบั
เฉล่ยี เบ่ียงเบน
1. ท่านมวี ถิ ชี ีวติ ทร่ี ืน่ รมยส์ นุกสนาน มาตรฐาน สูง
2. ทา่ นชอบทากิจกรรมทีก่ ่อใหเ้ กิดอารมณ์เปน็ สขุ สูง
3. ทา่ นมจี ติ ใจสดชื่นแจ่มใสกระปรี้กระเปร่า 4.10 .735 สงู
4. ท่านมีกจิ กรรมท่ชี ่วยลดความเครยี ดหรือกังวลให้ท่าน สูง
4.00 .670
โดยรวม สงู
3.98 .795

4.02 .589

4.02 .429

ตารางที่ 31 พบว่า ผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตท่ีดี
ด้านจิตใจ อารมณ์ เม่ือได้รับการดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแล
ผ้สู ูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง (ค่าเฉล่ีย = 4.02, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .429) เมื่อจาแนกเป็น
รายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ
ผู้สูงอายุมีวิถีชีวิตท่ีรื่นรมย์สนุกสนาน (ค่าเฉล่ีย = 4.10, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .735) รองลงมา
ผู้สูงอายุมีกิจกรรมท่ีช่วยลดความเครียดหรือกังวลให้ท่าน (ค่าเฉลี่ย = 4.02, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.589) และรายข้ออที่มีค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุชอบทากิจกรรมท่ีก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสขุ (ค่าเฉลย่ี =
4.00, ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน = .670) ส่วนรายขอ้ ท่ีค่าเฉลย่ี ลาดับสดุ ทา้ ย คอื ผู้สูงอายุมีจติ ใจสดชื่นแจม่ ใส
กระปรก้ี ระเปร่า (คา่ เฉลี่ย = 3.98, สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน = .795)


156

ตารางท่ี 32 แสดงค่าเฉลีย่ ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเหน็ ของผู้สูงอายุที่ไดร้ ับการ
ดูแลทม่ี ตี ่อคณุ ภาพชวี ติ ที่ดี คุณภาพชวี ติ ทดี่ ีดา้ นคุณค่าในตนเอง

คุณภาพชวี ิตทด่ี ีของผูส้ ูงอายุ ค่า สว่ น ระดับ
เฉลยี่ เบี่ยงเบน
1. ท่านรู้สึกพงึ พอใจในชีวติ ของท่าน มาตรฐาน สงู
2. ท่านรูส้ กึ ความภาคภูมิใจในตนเอง สูง
3. ทา่ นมคี วามเชื่อมน่ั ในตนเอง 4.24 .657 สงู
4. ท่านเหน็ คุณค่าในตนเองและยอมรบั นับถือตนเอง สงู
5. ทกุ คร้ังที่ท่านท้อแท้ ทา่ นสามารถใหก้ าลังใจตนเองได้ 4.16 .618 สงู
6. ท่านมสี ่วนรว่ มในการช่วยเหลอื ผู้อ่นื ในสังคมอยู่เสมอ สูง
4.22 .700
โดยรวม สงู
4.14 .670

4.20 .728

4.00 .700

4.15 .406

ตารางท่ี 32 พบว่า ผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ด้านคุณค่าในตนเอง เม่ือได้รับการดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแล
ผูส้ ูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง (ค่าเฉล่ีย = 4.15, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .406) เมื่อจาแนกเป็น
รายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ
ผู้สูงอายุรู้สึกพึงพอใจในชีวิตของท่าน (ค่าเฉลี่ย = 4.24, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .657) รองลงมา
ผู้สูงอายุมีความเชื่อม่ันในตนเอง (ค่าเฉลี่ย = 4.22, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .700) และรายข้ออท่ีมี
คา่ เฉล่ียลาดับ 3 คือ ทุกคร้ังท่ีท้อแท้ ผสู้ ูงอายุสามารถให้กาลังใจตนเองได้ (ค่าเฉลยี่ = 4.20, สว่ นเบ่ียงเบน
มาตรฐาน = .728) ส่วนรายข้อที่คา่ เฉลี่ยลาดับสดุ ท้าย คือ ผสู้ ูงอายุมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผูอ้ น่ื ในสังคม
อยู่เสมอ (ค่าเฉล่ีย = 4.00, สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน = .700)


157

ตารางที่ 33 แสดงคา่ เฉล่ีย ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเหน็ ของผู้สงู อายุที่ไดร้ บั การ
ดแู ลที่มตี ่อคุณภาพชวี ิตทีด่ ี คณุ ภาพชีวติ ท่ดี ีด้านสติปัญญา

คุณภาพชวี ิตท่ดี ีของผ้สู ูงอายุ ค่า สว่ น ระดับ
เฉลี่ย เบี่ยงเบน
มาตรฐาน

1. ทา่ นสามารถจาสิ่งต่างๆ และคิดอย่างมีเหตมุ ผี ล 4.02 .589 สูง

2. ทา่ นสามารถวางแผนและการแกไ้ ขปญั หาได้ 4.17 .766 สูง

3. ท่านสามารถส่ือสารได้อย่างมีเหตผุ ล 4.06 .470 สูง

4. ท่านสามารถจัดการสิ่งตา่ งๆในชีวติ ประจาวันของท่าน 4.16 .738 สงู

ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยรวม 4.10 .404 สงู

ตารางท่ี 33 พบว่า ผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตที่ดี
ด้านสติปัญญา เม่ือได้รับการดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ
โดยภาพรวม อยูใ่ นระดับสูง (คา่ เฉลี่ย = 4.10, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .404) เม่ือจาแนกเป็นรายข้อโดย
เรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุ
สามารถวางแผนและการแก้ไขปัญหาได้ (ค่าเฉลี่ย = 4.17, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .766) รองลงมา
ผู้สูงอายุสามารถจัดการสิ่งต่างๆในชีวิตประจาวันของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ค่าเฉล่ีย = 4.16, ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน = .738) และรายข้ออท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุสามารถสื่อสารได้อย่างมีเหตุผล
(ค่าเฉล่ีย = 4.06, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .470) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุ
สามารถจาสงิ่ ต่างๆ และคดิ อยา่ งมีเหตุมีผล (คา่ เฉล่ีย = 4.02, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .589)


158

ตารางที่ 34 แสดงคา่ เฉลี่ย สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเหน็ ของผู้สงู อายุที่ไดร้ ับการ
ดแู ลท่ีมตี อ่ คณุ ภาพชีวิตทด่ี ี คณุ ภาพชีวิตที่ดีดา้ นยอมรับตนเอง

คุณภาพชวี ิตทีด่ ีของผู้สูงอายุ ค่า ส่วน ระดับ
เฉล่ยี เบยี่ งเบน
1. ท่านสามารถรับรู้ความร้สู ึกของตนเอง 4.00 มาตรฐาน สงู
2. ท่านเข้าใจความรู้สึกของตนเอง 4.22 สงู
3. ทา่ นรจู้ ักควบคุมอารมณ์ของท่านเอง 4.08 .495 สูง
4. ท่านสามารถจัดการกบั สภาวะอารมณข์ องทา่ นทเ่ี กิดขึ้น 4.18 .708 สงู
.528
ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ 3.96 .748 สูง
5. ทา่ นสามารถผ่อนคลายให้เกดิ ความสขุ สงบกบั ตนเองได้ 3.80 สูง
6. ทา่ นสามารถในการปรับตัวยอมรบั สภาพส่ิงท่เี กิดขึ้น .493
4.04 .700 สงู
ตามความเปน็ จริงได้
.355
โดยรวม

ตารางท่ี 34 พบว่า ผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตท่ีดี
ด้านยอมรับตนเอง เมื่อได้รับการดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแล
ผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง (ค่าเฉล่ีย = 4.04, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .355) เม่ือจาแนกเป็น
รายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ
ผู้สูงอายุเข้าใจความรู้สึกของตนเอง (คา่ เฉล่ีย = 4.22, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .708) รองลงมา ผู้สูงอายุ
สามารถจดั การกับสภาวะอารมณ์ของท่านที่เกิดขึ้นไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ (ค่าเฉล่ีย = 4.18, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .748) และรายข้ออท่ีมคี ่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุรู้จกั ควบคมุ อารมณ์ของท่านเอง (ค่าเฉลี่ย
= 4.08, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .528) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุสามารถในการ
ปรบั ตัวยอมรบั สภาพสง่ิ ทเี่ กดิ ขึ้นตามความเปน็ จริงได้ (ค่าเฉลย่ี = 3.80, ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน = .700)


159

ตารางท่ี 35 แสดงค่าเฉลี่ย สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคิดเหน็ ของผู้สูงอายุที่ไดร้ บั การ
ดแู ลทมี่ ีตอ่ คณุ ภาพชวี ิตทดี่ ี คุณภาพชีวิตทีด่ ีเม่ือไดร้ ับการดแู ลโดยผูด้ แู ลผ้สู งู อายุ

คุณภาพชีวิตทดี่ ีของผสู้ ูงอายุ ค่า ส่วน ระดับ
1. เมอื่ ทา่ นได้รบั การดูแล ท่านได้เรยี นรู้ความสัมพนั ธใ์ น เฉล่ยี เบีย่ งเบน
มาตรฐาน

4.26 .633 สงู

ครอบครัวทาให้ทา่ นมคี วามสัมพันธท์ ่ีดีกบั ลูกหลาน

2. เมื่อทา่ นได้รบั การดแู ล ท่านได้เรยี นรกู้ ารใสใ่ จใน 4.04 .638 สงู

สขุ ภาพตนเอง

3. เมื่อท่านไดร้ บั การดแู ล ทา่ นได้รบั รสู้ ภาวะสขุ ภาพของ 4.18 .774 สงู

ตนเอง ไดร้ บั รู้ถึงการเป็นโรคตา่ งๆ ของผสู้ งู อายุ

4. เมอ่ื ท่านได้รบั การดูแล ท่านได้เรียนรู้การพัฒนาจิตใจ 3.98 .654 สงู

ตระหนกั รู้สภาพอารมณข์ องตนเอง

5. เม่ือท่านได้รบั การดแู ล ท่านได้เรยี นรู้การมีอิสระกลา้ ใน 4.16 .681 สูง

การแสดงความคิดเหน็ เรื่องตา่ งๆ ภายในครอบครัว

6. เมอื่ ท่านไดร้ ับการดแู ล ทา่ นได้ตระหนักถงึ การมีสว่ น 4.06 .682 สงู

รว่ มการทาประโยชนเ์ พอื่ สังคม ท่านยินดีใหค้ วาม

ช่วยเหลือคนอ่นื เมื่อเขาต้องการ

7. เม่ือทา่ นได้รับการดูแล ท่านได้เรียนรู้การเข้าสงั คมและ 4.30 .707 สงู

เพือ่ นฝงู เพ่ือแลกเปล่ยี นความคิด ความร้สู ึกต่อกนั

8. เมื่อทา่ นได้รบั การดูแล ทา่ นได้จดั หารายไดเ้ ปน็ ของ 4.24 .687 สูง

ตนเองเพอ่ื ให้เพียงพอกับคา่ ใชจ้ ่ายในการดารงชวี ติ

9. เมอ่ื ท่านได้รับการดแู ล ท่านได้เรียนรู้การใช้สงั คม 4.16 .650 สูง

ออนไลน์ โดยเข้าใช้สื่อสังคมออนไลน์เชน่ ไลน์ เฟซบคุ๊

อน่ื ๆ เปน็ ประจา

โดยรวม 4.17 .384 สงู

ตารางท่ี 35 พบว่า ผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตท่ีดี
เม่ือได้รับการดูแลโดยผู้ดูแลผู้สูงอายุ เม่ือได้รับการดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุท่ีผ่านการอบรมหลักสูตรการ
ฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.17, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .384)
เมื่อจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ย
ลาดับแรก คือ เม่ือผู้สูงอายุได้รับการดูแล ผู้สูงอายุได้เรียนรู้การเข้าสังคมและเพื่อนฝูง เพื่อแลกเปลี่ยน


160

ความคิด ความร้สู ึกต่อกัน (ค่าเฉล่ีย = 4.30, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .707) รองลงมา เม่ือผู้สูงอายุได้รับ
การดูแล ผสู้ ูงอายุได้เรยี นรู้ความสมั พนั ธ์ในครอบครัวทาให้ผู้สูงอายุมีความสัมพันธท์ ่ีดีกบั ลกู หลาน (คา่ เฉล่ีย
= 4.26, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .633) และรายข้ออท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ เมื่อผู้สูงอายุได้รับการดูแล
ผู้สูงอายุได้จัดหารายได้เป็นของตนเองเพื่อให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดารงชีวิต (ค่าเฉลี่ย = 4.24, ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน = .687) สว่ นรายข้อที่คา่ เฉลี่ยลาดับสุดทา้ ย คือ เม่ือผู้สูงอายุได้รับการดูแล ผสู้ ูงอายุได้
เรียนรู้การพัฒนาจิตใจ ตระหนักรู้สภาพอารมณ์ของตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 3.98, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.654)

สว่ นที่ 3 เปรียบเทยี บระดบั ความคดิ เหน็ ของผสู้ งู อายุที่ได้รับการดแู ล
การนาเสนอผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล ที่มี
ความแตกต่างตามเพศ และอายุ เพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และสมมติฐานการศึกษา และเพื่อตอบข้อ
คาถามนี้ ได้นาข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามของผู้ใช้บริการ รวมท้ังส้ิน 50 คน นามาวิเคราะห์และ
เสนอผลการวิเคราะห์ โดยใชต้ ารางประกอบคาบรรยาย ตารางท่ี 32-35

ตารางท่ี 36 แสดงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยและค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานความคิดเห็นของผู้สูงอายุ
จาแนกตามเพศ

Group Statistics

ตวั แปร เพศ N Mean Std. Std. Error
Deviation Mean

ความคดิ เห็นของ ชาย 20 4.1220 .27450 .06138

ผู้สูงอายุ หญงิ 30 4.0469 .29196 .05330

จากตารางท่ี 36 แสดงค่าเฉล่ียและค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน พบว่า ค่าเฉล่ียความคิดเห็นของ
ผู้สงู อายุทีไ่ ดร้ ับการดแู ล ในส่วนของเพศชาย มคี ่าเทา่ กบั 4.12 และในส่วนของเพศหญิง มคี ่าเทา่ กบั 4.04


162

ตารางที่ 38 แสดงการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวของความคิดเหน็ ของผสู้ ูงอายุท่ีได้รบั การ
ดูแลกับกลุ่มอายุ

ANOVA Sum of df Mean F Sig
Squares Square 2.344 .107
แหลง่ ความ 2
แปรปรวน .360 47 .180
Between Groups 3.611 49 .077
Within Groups 3.971
Total

ตารางท่ี 39 แสดงคา่ เฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความคิดเห็นของผสู้ งู อายุท่ีได้รบั การดูแลกับ
กลมุ่ อายุ

ระดับอายุ N Mean Std. Std. Error 95% Confidence
Deviation Interval for Mean
อายุ 60-69 ปี Lower Upper
อายุ 70-79 ปี
อายุ 80 ปี ขนึ้ ไป 16 4.0509 .20732 .05183 3.9405 4.1614

รวม 14 3.9689 .22494 .06012 3.8390 4.0988

20 4.1734 .34857 .07794 4.0102 4.3365

50 4.0769 .28469 .04026 3.9960 4.1579

จากตารางที่ 38 และ 39 พบว่า ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแสดงให้เห็นว่าความ
คิดเห็นของผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล ท่ีอยู่กลุ่มอายุแตกต่างกันท้ัง 3 กลุ่ม ไม่มีความแตกต่างกันในด้าน
ความคิดเห็นของผู้สูงอายุท่ีไดร้ ับการดแู ล อย่างมนี ัยสาคัญทางสถิติทร่ี ะดับ 0.05 (ค่า F-test = 2.344 และ
ค่า Sig. = .107 ซ่ึงค่า Sig. มีค่ามากกว่า .05 และเม่ือพิจารณาค่าเฉล่ียของแต่ละกลุ่มเห็นว่าอยู่ในระดับท่ี
ใกล้เคียงกัน ดังตารางที่ 39 ซ่งึ สรุปได้ว่า กลุ่มอายุท่ีแตกต่างกันไม่มีผลกับความคิดเห็นของผู้สูงอายุทไ่ี ด้รับ
การดแู ลทีแ่ ตกตา่ งกัน

วิเคราะห์ระยะที่ 4 ยืนยันรูปแบบและแนวทางการดแู ลผสู้ ูงอายุเพอื่ คุณภาพชีวติ ทดี่ ี
การศึกษาระยะที่ 4 เพื่อการยืนยนั รปู แบบและแนวทางการดแู ลผสู้ ูงอายุเพ่ือคุณภาพชวี ิตท่ดี ีของ

ผู้สูงอายุ โดยใช้การสนทนากลุ่ม (Focus Group) โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ 17 ท่าน สรุปผลการยืนยันรูปแบบ

และแนวทางการดูแลผู้สูงอายุเพื่อคุณภาพชีวิตท่ีดี ให้ใช้หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420

ช่ัวโมง ท่ีมีจุดเน้นให้ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล รับรู้ให้กาลังใจ เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่าใน


163

ตนเอง จึงสรุปได้ว่ารูปแบบและแนวทางการดูแลผู้สูงอายุเพ่ือคุณภาพชีวิตที่ดี คือ การใช้หลักสูตรการ
ฝึกอบรมผูด้ แู ลผสู้ ูงอายุ จานวน 420 ชว่ั โมง ทม่ี ีจุดเน้น ในหลักสตู ร ดงั น้ี

1. ให้คนในครอบครวั ได้รว่ มกิจกรรมตามหลักสูตร โดยแลกเปล่ียนบทบาทเป็นผู้ดูแลท่รี ับรู้
ความต้องการของผู้สูงอายุด้านความรัก ความเอาใจใส่ของคนในครอบครัว การได้รับความรัก ความผกู พัน
ความสัมพันธท์ ด่ี ีกับลูกหลาน

2. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ต้องสามารถทาให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้การใส่ใจในสุขภาพตนเอง ทั้งรับรู้
สภาวะสุขภาพของตนเอง ไดร้ บั ร้ถู ึงการเปน็ โรคตา่ งๆ ของผู้สูงอายุเตรยี มความในการดแู ลสขุ ภาพ

3. ผูด้ ูแลผู้สูงอายุได้เรยี นรูแ้ นวทางการพัฒนาจิตใจผูส้ ูงอายุ เพ่ือให้ตระหนักรู้สภาพอารมณ์
ของตนเองและไดเ้ รียนรู้การมอี ิสระกลา้ ในการแสดงความคดิ เหน็ เรื่องตา่ งๆ ภายในครอบครวั
ท้งั มองโลกในแง่ดอี ย่เู สมอใหอ้ ภัยผู้อนื่ อยู่เสมอมีความเห็นอกเหน็ ใจผู้อื่นเป็นประจา

4. ผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เรียนรู้แนวทางการจัดหารายได้เป็นของตนเองเพื่อให้เพียงพอกับ
ค่าใช้จา่ ยในการดารงชวี ติ โดยยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

5. ผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เรียนรู้แนวทางการสร้างความตระหนักถึงการมีส่วนร่วมการทา
ประโยชน์เพื่อสังคม เพ่ือให้ผู้สูงอายุยินดีให้ความช่วยเหลือคนอ่ืนเมื่อเขาต้องการ ได้เรียนรู้การเข้าสังคม
และเพื่อนฝูงเพ่ือแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกตอ่ กนั

6. ผู้ดแู ลผสู้ ูงอายุได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้สูงอายุใช้สังคมออนไลน์ โดย
เขา้ ใชส้ ่ือสังคมออนไลนเ์ ช่น ไลน์ เฟซบุค๊ อน่ื ๆ เปน็ ประจา


164

สว่ นที่ 1 การยนื ยนั แนวทางการดูแลผูส้ ูงอายุของผู้ทรงคุณวุฒิ
การวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ ท่ีมีต่อแนวทางการดูแลผู้สูงอายุตามหลักสูตรผู้ดูแล

ผู้สูงอายุ จานวน 420 ชั่วโมง โดยใช้ค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน จากผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 17 คน
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดงั รายละเอียดตารางท่ี 40 ถึงตารางที่ 43

ตารางที่ 40 แสดงคา่ เฉล่ยี ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิที่มตี ่อ
แนวทางการดแู ลผสู้ งู อายุตามหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ช่วั โมง โดยรวม
และรายดา้ น

ด้าน ความเหมาะสม/ความเปน็ ไปได้/ความมปี ระโยชน์ ค่า สว่ น ระดบั
ท่ี เฉลย่ี เบ่ยี งเบน
มาตรฐาน

1 ดา้ นปัจจยั นาเขา้ ของแนวทางการดูแลผู้สงู อายุ 4.38 .217 มากที่สดุ

2 ดา้ นเนื้อหาและกิจกรรมของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ 4.40 .238 มาก

3 ด้านประโยชน์ของจดุ เนน้ เสรมิ แนวทางการดแู ล 4.32 .149 มาก

ผสู้ งู อายุ

โดยรวม 4.37 .160 มาก

ผลจากตารางท่ี 40 พบว่า ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ มีความคิดเหน็ ต่อแนวทางการดแู ลผู้สงู อายุตามหลักสูตร
ผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ช่ัวโมง โดยรวม อยู่ระดับมาก (ค่าเฉล่ีย = 4.37, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.160) เม่ือจาแนกออกเป็นรายด้านโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า ด้านที่มี
ค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ด้านเน้ือหาและกิจกรรมของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ (ค่าเฉลี่ย = 4.40, ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน = .238) รองลงมา ด้านปัจจัยนาเข้าของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ (ค่าเฉล่ีย = 4.38,
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .217) และรายด้านท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ ด้านประโยชน์ของจุดเน้นเสริมแนว
ทางการดูแลผ้สู งู อายุ (คา่ เฉลีย่ = 4.32, ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = .149) ตามลาดับ


165

ตารางที่ 41 แสดงค่าเฉลีย่ สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เหน็ ของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีตอ่
แนวทางการดูแลผสู้ งู อายุ ตามหลกั สตู รผู้ดูแลผู้สงู อายุ จานวน 420 ชั่วโมง โดยรวม
ด้านปจั จัยนาเข้าของแนวทางการดแู ลผูส้ งู อายุ

ความเหมาะสม/ความเป็นไปได้/ความมปี ระโยชน์ คา่ สว่ นเบย่ี งเบน ระดับ
1. หลกั สูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ช่ัวโมงทมี่ จี ดุ เน้น เฉลย่ี มาตรฐาน

4.18 .393 มาก

สามารถนามาใช้ประโยชน์เพื่อดูแลผู้สงู อายุ ให้มคี ุณภาพชีวติ

ท่ดี ี

2. คุณวฒุ ิ คุณสมบตั ิและประสบการณ์ของวทิ ยากรและวิทยากร 4.29 .470 มาก

ผ้ชู ว่ ยภาคปฏิบตั ิ ตามหลักสูตรผู้ดแู ลผ้สู ูงอายุ จานวน 420

ชว่ั โมง มปี ระโยชน์ตอ่ แนวทางการดแู ลผสู้ งู อายุ

3. คุณสมบัติของผเู้ ข้าอบรม และจานวนผู้เข้าอบรมตามหลักสตู ร 4.53 .514 มาก

ผดู้ ูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ชัว่ โมง มคี วามเหมาะสม ท่สี ดุ

4. หลักสตู รผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ชวั่ โมง วธิ กี ารทดสอบ 4.24 .562 มาก

และเกณฑใ์ นการประเมนิ มีความเหมาะสมและความเปน็ ไปได้

5. หมวดวิชาท่อี ย่ใู นหลกั สตู รผูด้ ูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ช่วั โมง 4.71 .470 มาก

มคี วามเหมาะสมและความเป็นไปได้ ทีส่ ดุ

โดยรวม 4.38 .217 มาก

ผลจากตารางท่ี 41 พบว่า ผู้ทรงคุณวฒุ ิ มีความคดิ เห็นต่อแนวทางการดแู ลผสู้ งู อายุตามหลกั สตู ร
ผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ชั่วโมง ด้านปัจจัยนาเข้าของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ใน
ระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.38, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .217) เม่ือจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับ
ค่าเฉลี่ยจากมากไปหานอ้ ย 3 ลาดับแรก พบว่า รายขอ้ ทมี่ ีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คอื หมวดวิชาท่อี ยใู่ นหลักสูตร
ผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ช่ัวโมง มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ (ค่าเฉลี่ย = 4.71, ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน = .470) รองลงมา คุณสมบัติของผู้เขา้ อบรม และจานวนผู้เข้าอบรมตามหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ
จานวน 420 ช่ัวโมง มคี วามเหมาะสม (ค่าเฉล่ีย = 4.53, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .514) และรายข้ออที่มี
ค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ คุณวุฒิ คุณสมบัติและประสบการณ์ของวิทยากรและวิทยากรผู้ช่วยภาคปฏิบัติ ตาม
หลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ช่ัวโมง มีประโยชน์ต่อแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ (ค่าเฉลี่ย = 4.29,
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .470) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ หลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน
420 ชั่วโมงที่มีจุดเน้น สามารถนามาใช้ประโยชน์เพื่อดูแลผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี (ค่าเฉล่ีย = 4.18,
สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .393)


166

ตารางที่ 42 แสดงคา่ เฉล่ีย ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เหน็ ของผู้ทรงคุณวฒุ ิท่ีมีตอ่
แนวทางการดูแลผู้สูงอายุ ตามหลกั สูตรผู้ดูแลผู้สงู อายุ จานวน 420 ชวั่ โมง โดยรวม
ดา้ นเนอ้ื หาและกจิ กรรมของแนวทางการดูแลผูส้ ูงอายุ

ความเหมาะสม/ความเปน็ ไปได้/ความมีประโยชน์ ค่า ส่วน ระดับ
1. เนอ้ื หาและกิจกรรมหมวดความรทู้ ่วั ไปของผสู้ งู อายุ มี เฉลี่ย เบยี่ งเบน
มาตรฐาน

4.49 .511 มาก

ประโยชน์ต่อแนวทางการดูแลผูส้ งู อายุ

2. เนื้อหาและกจิ กรรมหมวดการส่งเสรมิ สุขภาพผสู้ งู อายุเป็น 4.24 .562 มาก

หมวดทีม่ ปี ระโยชน์ตอ่ แนวทางการดแู ลผู้สูงอายุ

3. เนื้อหาและกจิ กรรมหมวดการดูแลผูส้ ูงอายุ มปี ระโยชน์ 4.55 .514 มากทสี่ ุด

ตอ่ แนวทางการดแู ลผสู้ ูงอายุ

4. เน้อื หาและกิจกรรมหมวดการประเมินภาวะวกิ ฤต การ 4.29 .470 มาก

ชว่ ยชีวติ การปฐมพยาบาลและการส่งต่อ มีประโยชน์ตอ่

แนวทางการดูแลผสู้ งู อายุ

5. เน้อื หาและกิจกรรมหมวดโรคกลุ่มอาการ และปัญหาที่พบ 4.47 .514 มาก

บอ่ ยในผู้สงู อายุ มีประโยชน์ต่อแนวทางการดูแลผู้สงู อายุ

6. เนอื้ หาและกจิ กรรมหมวดแนวคดิ เกีย่ วกับผู้ดแู ล มี 4.35 .493 มาก

ประโยชน์ตอ่ แนวทางการดูแลผู้สูงอายุ

7. เน้อื หาและกจิ กรรมหมวดการฝึกทกั ษะอาชพี ดา้ นภาษา 4.41 .507 มาก

และคอมพิวเตอร์ มปี ระโยชน์ตอ่ แนวทางการดูแลผสู้ ูงอายุ

8. เนื้อหาและกิจกรรมหมวดการฝึกภาคปฏบิ ัติ มปี ระโยชน์ 4.35 .493 มาก

ตอ่ แนวทางการดูแลผสู้ ูงอายุ

9. แนวทางการวดั ผลและประเมินผลการอบรม ในหลักสูตร 4.53 .512 มากทีส่ ดุ

ผู้ดแู ลผู้สงู อายุ จานวน 420 ชว่ั โมง มีความเหมาะสม

ความเปน็ ไปได้

โดยรวม 4.40 .238 มาก

ผลจากตารางที่ 42 พบว่า ผู้ทรงคุณวฒุ ิ มีความคดิ เหน็ ต่อแนวทางการดแู ลผู้สูงอายุตามหลักสูตร
ผู้ดแู ลผู้สงู อายุ จานวน 420 ช่วั โมง ด้านเน้อื หาและกิจกรรมของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่
ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.40, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .238) เมื่อจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับ
ค่าเฉล่ียจากมากไปหานอ้ ย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ เน้อื หาและกิจกรรมหมวด


167

การดูแลผู้สูงอายุ มีประโยชน์ต่อแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ (ค่าเฉล่ีย = 4.55, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.514) รองลงมา แนวทางการวัดผลและประเมินผลการอบรม ในหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420
ชั่วโมง มคี วามเหมาะสม ความเป็นไปได้ (ค่าเฉลี่ย = 4.53, ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน = .512) และรายข้ออที่
มีค่าเฉล่ียลาดบั 3 คือ เนื้อหาและกิจกรรมหมวดความรู้ท่ัวไปของผู้สูงอายุ มีประโยชน์ต่อแนวทางการดูแล
ผสู้ งู อายุ (คา่ เฉลีย่ = 4.49, สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .511) ส่วนรายขอ้ ที่ค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ เนือ้ หา
และกิจกรรมหมวดการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเป็นหมวดที่มีประโยชน์ต่อแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ
(ค่าเฉลย่ี = 4.24, สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน = .562)

ตารางท่ี 43 แสดงคา่ เฉลี่ย ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคิดเห็นของผู้ทรงคณุ วุฒิท่ีมีตอ่
แนวทางการดูแลผู้สูงอายุ ตามหลกั สตู รผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ช่วั โมง โดยรวม
ดา้ นประโยชน์ของจดุ เนน้ เสริมแนวทางการดูแลผสู้ งู อายุ

ความเหมาะสม/ความเป็นไปได้/ความมีประโยชน์ คา่ สว่ นเบี่ยงเบน ระดับ
เฉล่ยี มาตรฐาน มาก
1. ทา่ นคิดวา่ จดุ เนน้ ท่ีให้คนในครอบครวั ไดร้ ว่ มกิจกรรมใน 4.29 .470
หลักสูตร โดยแลกเปลยี่ นบทบาทเป็นผดู้ ูแลท่รี ับรู้ความ มาก
ตอ้ งการของผูส้ งู อายุด้านความรกั ความเอาใจใส่ของคน 4.26 .470
ในครอบครัว มาก
4.41 .507
2. ทา่ นคดิ วา่ จุดเนน้ ที่ทาให้ผูส้ งู อายุไดเ้ รยี นรู้การใสใ่ จใน มาก
สขุ ภาพตนเอง ท้ังรับรสู้ ภาวะสขุ ภาพของตนเอง ไดร้ บั รู้ถงึ 3.88 .332 มากทสี่ ดุ
การเปน็ โรคตา่ งๆ ของผสู้ งู อายุเตรยี มความในการดแู ล 4.59 .507
สขุ ภาพ

3. ท่านคดิ วา่ จดุ เนน้ ท่ีให้ผู้สูงอายุไดเ้ รยี นรู้การพฒั นาจิตใจ
ผสู้ ูงอายุ การมีอสิ ระกลา้ แสดงความคิดเหน็ เร่ืองตา่ งๆ ใน
ครอบครวั ทั้งมองโลกในแง่ดี มีความเหน็ อกเหน็ ใจผู้อื่น
เปน็ ประจา

4. ท่านคิดว่าจุดเน้นท่ีให้ผสู้ งู อายุไดเ้ รียนรูแ้ นวทางการจัดหา
รายได้ใหเ้ พยี งพอกบั ค่าใชจ้ ่ายในการดารงชวี ติ โดยยึด
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

5. ท่านคดิ วา่ จุดเน้นที่ให้ผสู้ ูงอายุมีสว่ นรว่ มทาประโยชน์เพ่ือ
สงั คม ใหค้ วามช่วยเหลอื คนอ่ืนเม่อื เขาตอ้ งการ ได้เรยี นรู้
การเขา้ สงั คมและเพื่อนฝงู เพือ่ แลกเปลยี่ นความคิด
ความรู้สึกต่อกัน


168

6. ท่านคิดว่าจดุ เน้นท่ีให้ผู้สงู อายุไดเ้ รียนรกู้ ารใชส้ ังคม 4.47 .514 มาก
ออนไลน์ โดยเขา้ ใชส้ ื่อสังคมออนไลน์เชน่ ไลน์ เฟซบคุ๊ 4.32 .149 มาก
อน่ื ๆ เป็นประจา
โดยรวม

ผลจากตารางท่ี 43 พบว่า ผู้ทรงคณุ วุฒิ มีความคดิ เห็นต่อแนวทางการดแู ลผสู้ ูงอายุตามหลักสูตร
ผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ช่ัวโมง ด้านประโยชน์ของจุดเน้นเสรมิ แนวทางการดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม
อยู่ระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.32, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .149) เม่ือจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับ
ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีคา่ เฉล่ยี ลาดับแรก คือ ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ คดิ ว่าจดุ เน้น
ที่ให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมทาประโยชน์เพ่ือสังคม ให้ความช่วยเหลือคนอ่ืนเมื่อเขาต้องการ ได้เรียนรู้การเข้า
สังคมและเพ่ือนฝูงเพ่ือแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกต่อกัน (ค่าเฉลี่ย = 4.59, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
.507) รองลงมา ผู้ทรงคุณวุฒิคิดว่าจุดเน้นที่ให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้การใช้สังคมออนไลน์ โดยเข้าใช้สื่อสังคม
ออนไลน์เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ค อ่ืนๆ เป็นประจา (ค่าเฉล่ีย = 4.47, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .514) และราย
ข้ออท่ีมีค่าเฉลยี่ ลาดบั 3 คือ ผู้ทรงคุณวฒุ ิคดิ วา่ จดุ เนน้ ท่ีให้ผูส้ ูงอายุได้เรียนรู้การพัฒนาจิตใจผสู้ ูงอายุ การมี
อิสระกล้าแสดงความคิดเห็นเรื่องต่างๆ ในครอบครัวทั้งมองโลกในแง่ดี มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็น
ประจา (ค่าเฉล่ีย = 4.41, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .507) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ
ผู้ทรงคุณวุฒิคิดว่าจุดเน้นท่ีให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้แนวทางการจัดหารายได้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการ
ดารงชวี ิต โดยยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (คา่ เฉล่ีย = 3.88, ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน = .332)


ตารางที่ 37 แสดงการทดสอบสมมติฐานความแตกตา่ งทางเพศท่ีมีผลต่อความคดิ เ

Independent Samples Test

Levene's Test for
Equality of
Variances

F Sig. t

ความ Equal variances assumed .148 .702 .912
คิดเห็น
Equal variances not assumed .924

จากตารางท่ี 33 ผลการวิเคราะห์ไดค้ ่า Sig. 0.702 ซึ่งมากกว่า 0.05 แ
ของ Equal variances assumed และ ค่า t .912 และ ค่า Sig. 0.366 ซ่งึ มมี ากก
ชายไมแ่ ตกต่างจากกลุ่มเพศหญิง) แสดงวา่ ความแตกตา่ งระหวา่ งเพศของผู้สงู อายุท


เหน็ ของผู้สูงอายุที่ไดร้ ับการดแู ล

t-test for Equality of Means

df Sig. Mean Std. Error 95% Confidence Interval of
(2tailed) Difference Difference the Difference

Lower Upper

48 .366 .07508 .08232 -.09045 .24060

42.593 .361 .07508 .08130 -.08892 .23907

แสดงวา่ ยอมรบั และไดจ้ ากการอ่านผล t-test โดยดูผลความคิดเห็นของผู้สงู อายุส่วน
กว่า 0.05 แสดงว่า ยอมรับค่าเฉล่ียเพศชายเท่ากับค่าเฉล่ียหญิง (ค่าเฉล่ียของกลุ่มเพศ
ที่ได้รบั การดูแลไม่มผี ลต่อความคิดเห็น

161


บทท่ี 5
สรุปและอภปิ รายผล

การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่
จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยการศึกษามีวัตถุประสงค์ คือ เพ่ือ
ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีและสภาพคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัยในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพ่ือทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของ
ผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อยืนยัน
รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแกน่ : กรณีศึกษาหลักสูตรการ
ฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลในบทที่ 4 ผู้ศึกษานามาสรุปและอภิปรายผล ซึ่งมี
หวั ขอ้ ตามลาดับ ดังน้ี

1. สรุปผลการศกึ ษา
2. อภิปรายผลการศึกษา
3. ขอ้ เสนอแนะ

สรปุ ผลการศกึ ษา

ในการศึกษา เรื่อง รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ คร้ังน้ี ผู้ศึกษาทาการสรุปผลการศึกษาให้
สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการวิจัย 4 หัวข้อ คือ 1) สรุปผลการศึกษาปัจจัยและสภาพคุณภาพชีวิต
ผู้สูงอายุ 2) สรุปผลการร่างรูปแบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ 3) สรุปผลการ
ทดลองใช้รูปแบบ 4) สรุปผลยืนยันรูปแบบและแนวทางการดูแลผู้สูงอายุเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ซ่ึงผลจาก
การศกึ ษาสามารถสรุปได้ ดงั น้ี

ระยะที่ 1 ศึกษาปจั จยั และสภาพคุณภาพชวี ติ ผู้สงู อายุ
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการวิเคราะห์เอกสาร (Document Research) ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อ
คณุ ภาพชีวิตท่ีดีของผสู้ ูงอายุ อาเภอบ้านไผ่ และคณุ ภาพชีวติ ท่ีดีของผสู้ ูงอายุ ท่ีมีกรอบ 15 ด้าน คือ ปัจจัย
ท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ 1) ปัจจัยการรับรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง 2) ปัจจัย
สมรรถภาพทางจิตใจ 3) ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว 4) ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ 5) ปัจจัยสถานการณ์
การเงนิ 6) ปัจจัยการมีส่วนร่วมการทาประโยชน์เพื่อสังคม 7) ปัจจัยสังคมและเพ่ือนฝูง 8) ปัจจัยเสรีภาพ
ส่วนบุคคล 9) ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล 10) ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์ ส่วนคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ
1) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านสุขภาพ 2) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านจิตใจ อารมณ์ 3) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านคุณค่าใน
ตนเอง 4) คุณภาพชวี ิตที่ดีดา้ นสตปิ ญั ญา 5) คุณภาพชวี ติ ทีด่ ีด้านยอมรบั ตนเอง


170

ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือ เพศหญิง จานวน 254 คน
คิดเป็นร้อยละ 60.5 รองลงมาเป็นเพศชาย จานวน 166 คน คิดเป็นร้อยละ 39.5 มีอายุ 60-69 ปี จานวน
256 คน คิดเป็น ร้อยละ 61.0 รองลงมามีอายุ 70-79 ปี จานวน 131 คน คิดเป็นร้อยละ 31.1 ส่วนใหญ่
ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม/ชมรมใดๆ จานวน 255 คน คิดเป็นร้อยละ 60.7 รองลงมาเป็นสมาชิกกลุ่ม/ชมรม
จานวน 165 คน คิดเป็นร้อยละ 39.3 ไม่ได้ประกอบอาชีพใดๆ จานวน 280 คน คิดเป็นร้อยละ 66.7
รองลงมาประกอบอาชีพ จานวน 140 คน คิดเป็นร้อยละ 33.3 สาหรับการมีหน้ีสิน พบว่า ส่วนใหญ่ไม่มี
หน้ีสิน จานวน 165 คน คิดเปน็ ร้อยละ 71.9 มีหนี้สิน จานวน 118 คน คิดเป็นร้อยละ 28.1 โดยหนี้สินอยู่
ระหวา่ ง 5,000-2,000,000 บาท ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ จานวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 5.7 ของผู้มหี นี้สิน ซึ่งมี
หนสี้ นิ เป็นเงิน 10,000 บาท

ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอ
บ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ีย = 3.36, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .602) เม่ือ
จาแนกออกเป็นรายด้านโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า ด้านท่ีมีค่าเฉล่ีย
ลาดับแรก คือ ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว (ค่าเฉล่ีย = 3.91, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .816)
รองลงมา ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ (ค่าเฉลี่ย = 3.84, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .733) และรายด้านท่ีมี
คา่ เฉล่ียลาดับ 3 คือ ปัจจัยค่านยิ มสว่ นบุคคล (ค่าเฉลย่ี = 3.82, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .755) สว่ นราย
ด้านที่ค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์ (ค่าเฉล่ีย = 2.21, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
1.146) เม่ือพิจารณารายข้อแต่ละด้าน พบว่า ปจั จัยการรับรู้สภาวะสุขภาพของตนเองมีอทิ ธิพลต่อคุณภาพ
ชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 3.31, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .802) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก
พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุรับรู้ถึงการเป็นโรคต่างๆ ของผู้สูงอายุ (ค่าเฉล่ีย = 3.68,
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .950) รองลงมา ผู้สูงอายุเข้ารับการตรวจโรคต่างๆ ของผู้สูงอายุอยู่เป็นประจา
(ค่าเฉล่ยี = 3.49, ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = 1.041) และรายข้อท่ีมคี า่ เฉลีย่ ลาดับ 3 คือ ผสู้ ูงอายุปฏิบัติตน
อยา่ งถกู ตอ้ งเพื่อรักษาโรคประจาตัวผูส้ งู อายุ (ค่าเฉลย่ี = 3.39, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.063) สว่ นราย
ขอ้ ท่ีค่าเฉล่ียลาดับสดุ ท้าย คือ ผู้สูงอายุเป็นโรคเร้ือรังท่ีต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาและติดตามดูแลระยะ
ยาวติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน (ค่าเฉล่ีย = 2.69, ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = 1.257) ปัจจัยสมรรถภาพทาง
จิตใจมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉล่ีย =
3.84, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .733) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหา
น้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุได้รับความรัก ความผูกพันจากบุคคล
รอบข้างอยู่เสมอ (ค่าเฉลี่ย = 3.89, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .881) รองลงมา ผู้สงู อายุให้อภยั ตนเองและ
ผู้อ่นื เสมอ (ค่าเฉลี่ย = 3.88, สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = .826) และรายข้อที่มคี ่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สงู อายุ
ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากบุคคลรอบข้างอยู่เสมอ (ค่าเฉล่ีย = 3.87, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
.846) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ บุคคลทั่วไปเห็นคุณค่าและยกย่องในความสามารถของ
ผสู้ ูงอายุ (ค่าเฉล่ีย = 3.76, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .803) ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัวมีอิทธิพลต่อ


171

คุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก(ค่าเฉล่ีย = 3.91, ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน = .816) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก
พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์ท่ีดีกับลูกหลาน (ค่าเฉลี่ย = 4.06, ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน = .879) รองลงมา ผู้สูงอายุได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากบุคคลในครอบครัว
(ค่าเฉลี่ย = 3.96, ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน = .870) และรายข้อทม่ี ีค่าเฉล่ียลาดบั 3 คือ ผู้สูงอายุอยู่ร่วมกับ
ลูกหลาน (ค่าเฉล่ีย = 3.95, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .957) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ญาติ
พี่น้องในครอบครัวผู้สูงอายุไม่ทะเลาะกัน (ค่าเฉล่ีย = 3.70, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.009) ปัจจัยการ
พัฒนาจิตใจมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง
(ค่าเฉลี่ย = 3.42, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .913) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจาก
มากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุตระหนักรู้สภาพอารมณ์ของ
ตนเอง (ค่าเฉล่ยี = 3.61, สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .934) รองลงมา ผู้สงู อายมุ ีการเจรญิ สติอยู่เป็นประจา
(ค่าเฉล่ีย = 3.47, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.000) และรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุเข้าร่วม
กิจกรรมจิตภาวนาต่างๆ (ค่าเฉล่ีย = 3.33, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.106) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉลี่ยลาดับ
สุดท้าย คือ ผู้สูงอายุแสวงหาความรู้และแนวทางในการพัฒนาจิตใจของตนเองอยู่เป็นประจา (ค่าเฉล่ีย =
3.29, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.093) ปัจจัยสถานการณ์ด้านการเงินมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของ
ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ีย = 3.06, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
.956) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย พบว่า รายข้อท่ีมคี ่าเฉลี่ยลาดับ
แรก คือ ผู้สูงอายุมีรายได้เป็นของตนเองท่ีเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดารงชีวิต (ค่าเฉลี่ย = 3.09, ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน = .983) รองลงมา ผู้สูงอายุมีรายได้ของตนเองท่ีเพียงพอต่อการพักผ่อนหย่อนใจ
(ค่าเฉลย่ี = 3.05, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.013) ตามลาดับ ปัจจัยการมีส่วนร่วมการทาประโยชน์เพื่อ
สังคมมอี ิทธิพลตอ่ คณุ ภาพชวี ิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย
= 3.37, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .868) เมื่อจาแนกออกเป็นรายขอ้ โดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหา
น้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุยินดีให้ความช่วยเหลือคนอ่ืนเม่ือเขา
ต้องการ (ค่าเฉลี่ย = 3.45, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .977) รองลงมา ผู้สูงอายุยินดีเป็นท่ีพึ่งพิงให้บุคคล
อ่ืนเม่ือเขาเดือดร้อน (ค่าเฉลี่ย = 3.42, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .945) และรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยลาดับ 3
คือ ผู้สูงอายุช่วยเหลือผู้อ่ืนอยู่เสมอ (ค่าเฉล่ีย = 3.39, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .954) ส่วนรายข้อที่
คา่ เฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุมีโอกาสเล้ียงดูหรือดูแลผู้อ่ืน (ค่าเฉล่ีย = 3.25, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
= 1.007) ปัจจัยด้านสังคมและเพื่อนฝูงมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดย
ภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 3.32, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .856) เมื่อจาแนกออกเป็น
รายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ
ผู้สูงอายุเข้าสังคมเพื่อแลกเปล่ียนความคิด ความรู้สึกต่อกัน (ค่าเฉลี่ย = 3.39, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.884) รองลงมา การเข้าสังคมช่วยให้ผู้สูงอายุมีความห่วงใยและความเอ้ืออาทรต่อกัน (ค่าเฉลี่ย = 3.33,
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .918) และรายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุเข้าสังคมเพ่ือแลกเปลี่ยน


172

ข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน (ค่าเฉลี่ย = 3.31, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .935) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉลี่ยลาดับ
สุดท้าย คือ ผูส้ ูงอายุมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมของสังคมอยเู่ สมอ (ค่าเฉลี่ย = 3.30, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
= .941) ปัจจยั เสรีภาพส่วนบุคคลมีอทิ ธพิ ลต่อคุณภาพชวี ิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่
ในระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ีย = 3.42, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .871) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดย
เรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายขอ้ ท่ีมีค่าเฉลยี่ ลาดบั แรก คือ ผสู้ งู อายมุ ีอสิ ระ
ในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ภายในครอบครัว (ค่าเฉล่ีย = 3.54, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.953) รองลงมา ผู้สูงอายุมีอิสระในการตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยในเรื่องต่างๆ ด้วยตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 3.49,
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .993) และรายข้อที่มีค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุมีอิสระในการแสดงความ
คิดเห็นในเรื่องต่างๆ ต่อสาธารณะชน (ค่าเฉลี่ย = 3.36, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .988) ส่วนรายข้อท่ี
ค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุมีอิสระในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ด้วยตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 3.30, ส่วน
เบยี่ งเบนมาตรฐาน = 1.005) ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคลมอี ิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ดี ีของผู้สูงอายุอาเภอบ้าน
ไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลีย่ = 3.82, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .775) เมื่อจาแนกออกเป็น
รายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ
ผสู้ งู อายใุ ส่ใจในสุขภาพของตนเอง (ค่าเฉลี่ย = 3.86, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .905) รองลงมา ผูส้ ูงอายุมี
ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นประจา (ค่าเฉล่ีย = 3.85, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .836) และรายข้อท่ีมี
คา่ เฉลยี่ ลาดับ 3 คอื ผู้สูงอายใุ หอ้ ภัยผู้อนื่ อยู่เสมอ (ค่าเฉลี่ย = 3.84, สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .840) สว่ น
รายข้อท่ีค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ (ค่าเฉลี่ย = 3.78, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .863) ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์มีอิทธพิ ลตอ่ คณุ ภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดย
ภาพรวม อยู่ระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย = 2.21, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.146) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อ
โดยเรยี งลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหานอ้ ย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉล่ยี ลาดบั แรก คือ ผู้สงู อายุเข้า
ใช้ส่ือสังคมออนไลน์เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ค อื่นๆ เป็นประจา (ค่าเฉล่ีย = 2.30, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
1.217) รองลงมา ผู้สูงอายุติดตามข่าวสารในสังคมออนไลน์เป็นประจา (ค่าเฉลี่ย = 2.27, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = 1.250) และรายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุมีบัญชีสื่อสังคมออนไลน์เป็นของตนเอง
(คา่ เฉล่ีย = 2.22, สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.246) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุโพสต์
แชร์ ขา่ วสารต่างๆ รวมถงึ มีแสดงความคิดเห็นในเรือ่ งต่างๆ ในสังคมออนไลน์เป็นประจา (ค่าเฉลี่ย = 2.06,
ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน = 1.149)

สาหรับคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความ
คดิ เห็นต่อคุณภาพชีวติ ที่ดีของผสู้ งู อายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยใู่ นระดบั มาก (ค่าเฉลี่ย = 3.64, สว่ น
เบี่ยงเบนมาตรฐาน = .517) เม่ือจาแนกออกเป็นรายด้านโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3
ลาดับแรก พบว่า ด้านท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านคุณค่าในตนเอง (ค่าเฉลี่ย = 3.80,
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .782) รองลงมา คุณภาพชีวิตที่ดีด้านยอมรับตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 3.79, ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน = .754) และรายด้านที่มีค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสติปัญญา (ค่าเฉล่ีย
= 3.69, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .766) ส่วนรายด้านที่ค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ คุณภาพชีวิตท่ีดีด้าน


173

สุขภาพ (คา่ เฉล่ีย = 3.32, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .839) เม่ือพิจารณารายข้อแต่ละดา้ น พบวา่ คุณภาพ
ชีวิตที่ดีดา้ นสุขภาพของผู้สงู อายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยใู่ นระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ีย = 3.32, ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน = .839) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับ
แรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุมีกาลังเพียงพอสามารถตอบสนองต่อความต้องการ
ทางกายภาพได้ (คา่ เฉลยี่ = 3.45, สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .841) รองลงมา ผู้สงู อายุดูแลสุขภาพร่างกาย
ทาให้ผู้สูงอายุมีสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแรงคล่องแคล่ว (ค่าเฉลี่ย = 3.44, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
.889) และรายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุไม่เสพส่ิงเสพติดทุกชนิด (ค่าเฉล่ีย = 3.37, ส่วน
เบย่ี งเบนมาตรฐาน = 1.446) ส่วนรายข้อทค่ี ่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คอื ผู้สูงอายุไม่มอี ุบตั ิภยั หรอื อันตรายใดๆ
ในชีวิตประจาวัน (ค่าเฉล่ีย = 3.06, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.191) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านจิตใจ อารมณ์
ของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉล่ีย = 3.64, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.816) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มี
ค่าเฉล่ียลาดับแรก คอื ผู้สูงอายชุ อบทากิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุข (ค่าเฉล่ีย = 3.68, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .898) รองลงมา ผู้สูงอายุมีวิถีชีวิตที่รื่นรมย์สนุกสนาน (ค่าเฉล่ีย = 3.65, ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน = .909) และรายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุมีจิตใจสดช่ืนแจ่มใสกระปรี้กระเปร่า
(ค่าเฉลี่ย = 3.63, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .890) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุมี
กิจกรรมที่ช่วยลดความเครียดหรือกังวลให้ตนเอง (ค่าเฉลี่ย = 3.61, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .895)
คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉล่ีย =
3.80, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .782) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหา
น้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุเห็นคุณค่าในตนเองและยอมรับนับถือ
ตนเอง (ค่าเฉลีย่ = 3.83, ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = .890) รองลงมา ผสู้ งู อายุรูส้ ึกความภาคภูมิใจในตนเอง
(ค่าเฉล่ีย = 3.81, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .877) และรายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุมีความ
เชอ่ื มน่ั ในตนเอง (ค่าเฉล่ยี = 3.79, สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .863) ส่วนรายขอ้ ที่ค่าเฉลี่ยลาดับสดุ ท้าย คือ
ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้อ่ืนในสังคมอยู่เสมอ (ค่าเฉล่ีย = 3.74, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
.894) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านสติปัญญาของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง
(ค่าเฉลี่ย = 3.69, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .766) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจาก
มากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุสามารถสื่อสารได้อย่างมี
เหตุผล (ค่าเฉลี่ย = 3.71, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .832) รองลงมา ผู้สูงอายุสามารถจาส่ิงต่างๆ และคิด
อย่างมีเหตุมีผล (ค่าเฉล่ีย = 3.70, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .899) และรายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ
ผู้สูงอายุสามารถการจัดการสิ่งต่างๆในชีวิตประจาวันของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ค่าเฉล่ีย = 3.69,
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .887) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุสามารถวางแผนและการ
แก้ไขปัญหาได้ (ค่าเฉล่ีย = 3.65, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .859) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านยอมรับตนเองของ
ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 3.79, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.754) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มี


174

ค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุสามารถผ่อนคลายให้เกิดความสุขสงบกับตนเองได้ (ค่าเฉล่ีย = 3.85, ส่วน
เบยี่ งเบนมาตรฐาน = .828) รองลงมา ผสู้ ูงอายุเข้าใจความรูส้ ึกของตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 3.81, ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน = .845) และรายข้อที่มีคา่ เฉล่ยี ลาดับ 3 คอื ผู้สงู อายุสามารถรับรู้ความรู้สกึ ของตนเอง (คา่ เฉลี่ย
= 3.80, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .860) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุสามารถจัดการ
กบั สภาวะอารมณ์ของตนเองที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ค่าเฉล่ีย = 3.76, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
.858) จากผลการหาค่าสหสมั พนั ธ์ พบวา่

1. ผลการศึกษาระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่
เรียงลาดับจากมากไปหาน้อย คือ ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว(f) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.91 ปัจจัย
สมรรถภาพทางจิตใจ(m) มีค่าเฉลยี่ เท่ากับ 3.84 ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล(v) มีค่าเฉลี่ยเท่ากบั 3.82 ปัจจัย
การพัฒนาจิตใจ(d) มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.43 ปจั จัยเสรภี าพส่วนบุคคล(i) มคี ่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.42 ปัจจยั การมี
สว่ นร่วมการทาประโยชน์เพื่อสงั คม(c) มีค่าเฉล่ียเทา่ กับ 3.37 ปัจจัยสังคมและเพ่ือนฝูง(s) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ
3.32 ปัจจัยการรบั รู้สภาวะสุขภาพของตนเอง(h) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.31 ปัจจัยสถานการณ์ด้านการเงนิ (b)
มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.06 ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์(o) มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 2.21 ตามลาดับ และส่วนคุณภาพ
ชีวติ ทีด่ ี(g) มีคา่ เฉล่ียเทา่ กบั 3.64 จงึ มคี ุณภาพชวี ิตทีด่ อี ย่ใู นระดบั สงู

2. ตัวแปรทุกตัวมคี วามสัมพันธ์ทางบวกกับคุณภาพชีวิตทีด่ ขี องผู้สูงอายอุ าเภอบ้านไผ่ โดย
มีค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ภายในตัวแปรพยากรณ์ที่สัมพันธ์กันมีค่าระหว่าง .347 ถึง .889 ซ่ึงมีนัยสาคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .01 โดยตัวแปรคู่ที่มีความสัมพันธ์กันสูงสุด 3 ลาดับแรก คือ ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ
(m) กับปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว(f) ซ่ึงมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .889 รองลงมาเป็นปัจจัยการ
พัฒนาจิตใจ(d) กับปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล(v) ซ่ึงมีค่าความสัมพันธ์เท่ากับ .878 และปัจจัยเสรีภาพส่วน
บุคคล(i) กบั ปจั จัยค่านยิ มสว่ นบุคคล(v) ซึ่งมคี ่าความสัมพนั ธเ์ ทา่ กับ .869 ตามลาดบั

3. การสร้างสมการพยากรณ์คุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ ตัวแปรท่ีสามารถ
พยากรณ์คุณภาพชีวิตท่ีดี ได้แก่ ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ(d) ปัจจยั ค่านิยมส่วนบุคคล(v) ปัจจัยความสัมพันธ์
ในครอบครัว(f) ปัจจัยท้ัง 3 ตัว สามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมจิตอาสาของประชาชนอาเภอบ้านไผ่
สามารถทานายได้ร้อยละ 87.50 มีความคลาดเคลื่อนของการพยากรณ์ SEest เท่ากับ .148 จึงได้นาค่า
สมั ประสทิ ธิ์ของตวั พยากรณ์มาสรา้ งเปน็ สมการพยากรณไ์ ด้ดังน้ี

Y´ = .563 + .164f + .310d + .288v
z´ = .203Zf + .366Zd + .381Zv

จากการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ เม่ือจาแนกเป็นรายปัจจัยท่ีราย
ข้อมีค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว ผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์ท่ีดีกับลูกหลาน มี
ค่าเฉลย่ี 4.06 ปจั จยั สมรรถภาพทางจติ ใจ ผ้สู งู อายุไดร้ บั ความรกั ความผกู พนั จากบุคคลรอบขา้ งอยู่เสมอ มี
ค่าเฉล่ีย 3.89 ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล ผู้สูงอายุใส่ใจในสุขภาพของตนเอง มีค่าเฉลี่ย 3.86 ปัจจัยการรับรู้
สภาวะสุขภาพของตนเอง ผสู้ ูงอายุรบั รู้ถึงการเป็นโรคต่างๆ ของผู้สูงอายุ มีคา่ เฉลี่ย 3.68 ปัจจัยการพัฒนา


175

จิตใจ ผู้สูงอายุตระหนักรู้สภาพอารมณ์ของตนเอง มีค่าเฉล่ีย 3.61 ปัจจัยเสรีภาพส่วนบุคคล ผู้สูงอายุมี
อสิ ระในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ภายในครอบครัว มีค่าเฉลี่ย 3.54 ปัจจัยการมีส่วนร่วมการทา
ประโยชน์เพ่ือสังคม ผู้สงู อายยุ ินดีให้ความชว่ ยเหลือคนอืน่ เมือ่ เขาตอ้ งการ มีค่าเฉล่ีย 3.45 ปัจจัยด้านสังคม
และเพื่อนฝูง ผู้สูงอายุเข้าสังคมเพื่อแลกเปล่ียนความคิด ความรู้สึกต่อกัน มีค่าเฉล่ีย 3.39 ปัจจัย
สถานการณ์ด้านการเงิน ผู้สูงอายุมีรายได้เป็นของตนเองที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดารงชีวิต มีค่าเฉล่ีย
3.09 ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์ ผู้สูงอายุเข้าใช้สื่อสังคมออนไลน์เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ค อ่ืนๆ เป็นประจา มี
ค่าเฉลีย่ 2.30

ระยะท่ี 2 รา่ งรูปแบบและแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตท่ดี ขี องผู้สงู อายุ
การหารูปแบบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดี โดยใช้การสนทนากลุ่ม (Focus Group) โดยมีผู้ร่วม
สนทนากลมุ่ ได้แก่ ผู้ดูแลผสู้ ูงอายุ จานวน 14 ท่าน ผู้อานวยการโรงพยาบาลอาเภอบ้านไผ่ จานวน 1 ท่าน
และสาธารณสุขอาเภอ จานวน 1 ท่าน รวมเป็น 16 ท่าน ผลการสนทนากลุ่ม พบว่า ให้ใช้หลักสูตรการ
ฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ช่ัวโมง ที่มีจุดเน้นให้ครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล รับรู้ให้
กาลังใจ เพ่ือให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค้าในตนเอง จึงสรุปได้ว่ารูปแบบและแนวทางการดูแลผู้สูงอายุเพ่ือ
คุณภาพชีวิตทด่ี ี คอื การใช้หลกั สตู รการฝึกอบรมผู้ดูแลผูส้ ูงอายุ จานวน 420 ช่ัวโมง ที่มีจุดเนน้ ในหลกั สูตร
ดงั นี้

1. ให้คนในครอบครวั ได้รว่ มกิจกรรมตามหลักสูตร โดยแลกเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ดูแลท่รี ับรู้
ความต้องการของผู้สูงอายุด้านความรัก ความเอาใจใส่ของคนในครอบครัว การได้รับความรัก ความผูกพัน
ความสัมพนั ธท์ ี่ดกี บั ลูกหลาน

2. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ต้องสามารถทาให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้การใส่ใจในสุขภาพตนเอง ท้ังรับรู้
สภาวะสุขภาพของตนเอง ได้รบั รถู้ งึ การเปน็ โรคตา่ งๆ ของผูส้ ูงอายุเตรยี มความในการดูแลสขุ ภาพ

3. ผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เรยี นรู้แนวทางการพัฒนาจิตใจผูส้ ูงอายุ เพอ่ื ให้ตระหนกั รู้สภาพอารมณ์
ของตนเองและไดเ้ รียนรู้การมอี สิ ระกล้าในการแสดงความคิดเห็นเรอ่ื งต่างๆ ภายในครอบครัว
ทงั้ มองโลกในแง่ดีอยูเ่ สมอให้อภัยผูอ้ ื่นอยเู่ สมอมีความเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืนเป็นประจา

4. ผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เรียนรู้แนวทางการจัดหารายได้เป็นของตนเองเพ่ือให้เพียงพอกับ
ค่าใช้จ่ายในการดารงชวี ิต โดยยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

5. ผู้ดูแลผู้สูงอายุได้เรียนรู้แนวทางการสร้างความตระหนักถึงการมีส่วนร่วมการทา
ประโยชน์เพื่อสังคม เพ่ือให้ผู้สูงอายุยินดีให้ความช่วยเหลือคนอื่นเมื่อเขาต้องการ ได้เรียนรู้การเข้าสังคม
และเพื่อนฝงู เพอื่ แลกเปลยี่ นความคดิ ความรู้สกึ ตอ่ กัน

6. ผู้ดแู ลผู้สูงอายุไดเ้ รยี นรู้แนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้สูงอายุใช้สังคมออนไลน์ โดย
เขา้ ใชส้ ื่อสงั คมออนไลน์เช่น ไลน์ เฟซบคุ๊ อนื่ ๆ เป็นประจา


176

ระยะท่ี 3 การทดลองใชร้ ูปแบบ
ผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า โดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง
มากกว่าเพศชาย คือ เพศหญิง จานวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 60.0 รองลงมาเป็นเพศชาย จานวน 20 คน
คิดเป็นร้อยละ 40.0 สว่ นใหญ่มอี ายุ 80 ปี ขนึ้ ไป จานวน 20 คน คดิ เป็น ร้อยละ 40.0 รองลงมามีอายุ 60-
69 ปี และอายุ 70-79 ปีจานวน 16 คน และ 14 คดิ เป็นร้อยละ 32.0 และ 28.0 ตามลาดับ

ผูส้ ูงอายุที่ได้รับการดูแล อาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีเม่ือได้รับการดูแลจาก
ผดู้ ูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผสู้ ูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดบั สูง (ค่าเฉล่ีย
= 4.07, สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน = .284) เม่ือจาแนกออกเป็นรายด้านโดยเรยี งลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหา
น้อย 3 ลาดับแรก พบว่า ด้านท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ คุณภาพชีวิตที่ดีเม่ือได้รับการดูแลโดยผู้ดูแล
ผูส้ ูงอายุ (คา่ เฉลี่ย = 4.17, ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน = .384) รองลงมา คณุ ภาพชวี ิตทดี่ ีดา้ นคุณคา่ ในตนเอง
(ค่าเฉล่ีย = 4.15, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .406) และรายด้านที่มีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ คุณภาพชีวิตท่ีดี
ดา้ นสตปิ ัญญา (ค่าเฉล่ีย = 4.10, ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = .404) ส่วนรายด้านท่ีคา่ เฉล่ียลาดบั สุดทา้ ย คือ
คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสุขภาพ (ค่าเฉลี่ย = 3.98, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .334) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ
แต่ละด้าน พบว่า คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านสุขภาพ เม่ือได้รับการดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรม
หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 3.98, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .334) เมื่อจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า
รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ผู้ดูแลช่วยเหลือ แนะนาผู้สูงอายุดูแลสุขภาพร่างกาย ทาให้ผู้สูงอายุมี
สมรรถภาพร่างกายท่ีแข็งแรงคล่องแคล่ว (ค่าเฉล่ีย = 4.36, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .631) รองลงมา
ผู้สูงอายุไม่เสพสิ่งเสพติดทุกชนิด (ค่าเฉลี่ย = 4.08, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .665) และรายข้ออท่ีมี
ค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุมีปัจจัยที่จาเป็นพอเพียงต่อการดารงชีวิต (ค่าเฉล่ีย = 4.00, ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน = .833) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ ผู้ดูแลช่วยเหลือ แนะนาให้ผู้สูงอายุสร้างกาลัง
เพียงพอ สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางกายภาพได้ (ค่าเฉล่ีย = 3.74, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
.487) คณุ ภาพชีวิตท่ีดีดา้ นจติ ใจ อารมณ์ เมอ่ื ได้รับการดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการ
ฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.02, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .429)
เมื่อจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ย
ลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุมีวิถีชีวิตที่ร่ืนรมย์สนุกสนาน (ค่าเฉล่ีย = 4.10, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .735)
รองลงมา ผู้สูงอายุมีกิจกรรมท่ีช่วยลดความเครียดหรือกังวลให้ท่าน (ค่าเฉล่ีย = 4.02, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .589) และรายขอ้ อท่ีมีค่าเฉลย่ี ลาดบั 3 คือ ผู้สูงอายุชอบทากจิ กรรมทกี่ ่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุข
(ค่าเฉล่ยี = 4.00, สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .670) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉลย่ี ลาดับสุดท้าย คือ ผู้สงู อายุมีจิตใจ
สดช่ืนแจ่มใสกระปร้ีกระเปร่า (ค่าเฉล่ีย = 3.98, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .795) ต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีด้าน
คุณค่าในตนเอง เม่ือได้รับการดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายุท่ีผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ
โดยภาพรวม อยู่ในระดับสงู (ค่าเฉลีย่ = 4.15, ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน = .406) เมอื่ จาแนกเป็นรายขอ้ โดย


177

เรียงลาดับคา่ เฉล่ียจากมากไปหานอ้ ย 3 ลาดบั แรก พบว่า รายขอ้ ท่ีมคี า่ เฉลยี่ ลาดับแรก คอื ผ้สู ูงอายุรู้สึกพึง
พอใจในชีวติ ของทา่ น (ค่าเฉล่ยี = 4.24, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .657) รองลงมา ผ้สู ูงอายุมีความเช่ือม่ัน
ในตนเอง (ค่าเฉลี่ย = 4.22, สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .700) และรายข้ออที่มีค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ ทกุ คร้ัง
ที่ท้อแท้ ผสู้ ูงอายุสามารถให้กาลังใจตนเองได้ (ค่าเฉล่ยี = 4.20, สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .728) ส่วนราย
ขอ้ ที่ค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้อ่ืนในสังคมอยู่เสมอ (ค่าเฉลี่ย = 4.00,
สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = .700) คุณภาพชีวิตท่ีดีดา้ นสติปัญญา เมอื่ ได้รับการดแู ลจากผู้ดแู ลผู้สูงอายุท่ีผา่ น
การอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง (ค่าเฉล่ีย = 4.10, ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน = .404) เมื่อจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก
พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คอื ผู้สงู อายุสามารถวางแผนและการแกไ้ ขปัญหาได้ (คา่ เฉลยี่ = 4.17,
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .766) รองลงมา ผู้สูงอายุสามารถจัดการส่ิงต่างๆในชีวิตประจาวันของท่านได้
อย่างมีประสิทธิภาพ (ค่าเฉล่ีย = 4.16, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .738) และรายข้ออท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับ 3
คือ ผู้สูงอายุสามารถส่ือสารได้อย่างมีเหตุผล (ค่าเฉล่ีย = 4.06, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .470) ส่วนราย
ขอ้ ที่ค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุสามารถจาสิ่งต่างๆ และคิดอย่างมีเหตุมีผล (ค่าเฉล่ีย = 4.02, ส่วน
เบย่ี งเบนมาตรฐาน = .589) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านยอมรับตนเอง เมื่อได้รบั การดูแลจากผู้ดูแลผู้สูงอายทุ ่ีผา่ น
การอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับสูง (ค่าเฉล่ีย = 4.04, ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน = .355) เม่ือจาแนกเป็นรายขอ้ โดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก
พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุเข้าใจความรู้สึกของตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 4.22, ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน = .708) รองลงมา ผู้สูงอายุสามารถจัดการกับสภาวะอารมณ์ของท่านท่ีเกิดข้ึนได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ (ค่าเฉลี่ย = 4.18, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .748) และรายข้ออที่มีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ
ผูส้ ูงอายุรู้จักควบคุมอารมณ์ของท่านเอง (ค่าเฉล่ีย = 4.08, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .528) ส่วนรายข้อที่
ค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุสามารถในการปรับตัวยอมรับสภาพสิ่งท่ีเกิดขึ้นตามความเป็นจริงได้
(ค่าเฉล่ีย = 3.80, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .700) คุณภาพชีวิตท่ีดีเมื่อได้รับการดูแลโดยผู้ดูแลผู้สูงอายุ
เมื่อไดร้ ับการดแู ลจากผู้ดแู ลผู้สูงอายุทผ่ี า่ นการอบรมหลกั สูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผสู้ งู อายุ โดยภาพรวม อยู่
ในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย = 4.17, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .384) เมื่อจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับ
คา่ เฉลย่ี จากมากไปหานอ้ ย 3 ลาดบั แรก พบว่า รายขอ้ ที่มีค่าเฉลีย่ ลาดับแรก คือ เม่อื ผู้สูงอายุได้รับการดแู ล
ผู้สูงอายุได้เรียนรู้การเข้าสังคมและเพ่ือนฝูง เพ่ือแลกเปล่ียนความคิด ความรู้สึกต่อกัน (ค่าเฉลี่ย = 4.30,
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .707) รองลงมา เม่ือผู้สูงอายุได้รับการดูแล ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ใน
ครอบครัวทาให้ผู้สงู อายุมีความสมั พันธ์ทดี่ ีกับลูกหลาน (ค่าเฉล่ีย = 4.26, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .633)
และรายข้ออท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ เม่ือผู้สูงอายุได้รับการดูแล ผู้สูงอายุได้จัดหารายได้เป็นของตนเอง
เพ่ือให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดารงชีวิต (ค่าเฉลี่ย = 4.24, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .687) ส่วนราย
ข้อที่ค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ เมื่อผู้สูงอายุได้รับการดูแล ผู้สูงอายุได้เรียนรู้การพัฒนาจิตใจ ตระหนักรู้
สภาพอารมณ์ของตนเอง (ค่าเฉล่ยี = 3.98, ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = .654)


178

เมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลจาแนกตามเพศและอายุ
พบว่า เพศและอายุท่แี ตกต่างกนั ไม่มผี ลตอ่ คณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ขี องผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่

ระยะที่ 4 ยืนยันรปู แบบและแนวทางการดูแลผู้สงู อายุเพื่อคณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ี
ผู้ทรงคุณวุฒิ มีความคิดเห็นต่อแนวทางการดูแลผู้สูงอายุตามหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน
420 ช่ัวโมง โดยรวม อยู่ระดับมาก (ค่าเฉล่ีย = 4.37, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .160) เม่ือจาแนก
ออกเป็นรายด้านโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า ด้านท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก
คือ ด้านเนื้อหาและกิจกรรมของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ (ค่าเฉลี่ย = 4.40, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน =
.238) รองลงมา ด้านปัจจัยนาเข้าของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ (ค่าเฉล่ีย = 4.38, ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน
= .217) และรายด้านท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ด้านประโยชน์ของจุดเน้นเสริมแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ
(ค่าเฉล่ีย = 4.32, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .149) ตามลาดับ เม่ือพิจารณารายข้อแต่ละด้าน พบว่า ด้าน
ปัจจัยนาเข้าของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.38, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .217) เมื่อจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า
รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ หมวดวิชาที่อยู่ในหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ชั่วโมง มีความ
เหมาะสมและความเป็นไปได้ (ค่าเฉลี่ย = 4.71, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .470) รองลงมา คุณสมบตั ิของ
ผู้เข้าอบรม และจานวนผู้เข้าอบรมตามหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ช่ัวโมง มีความเหมาะสม
(ค่าเฉล่ีย = 4.53, สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .514) และรายข้ออทีม่ ีค่าเฉล่ียลาดบั 3 คอื คุณวุฒิ คุณสมบัติ
และประสบการณ์ของวิทยากรและวิทยากรผู้ช่วยภาคปฏิบัติ ตามหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420
ช่ัวโมง มีประโยชน์ต่อแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ (ค่าเฉลี่ย = 4.29, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .470) ส่วน
รายข้อท่ีค่าเฉล่ียลาดบั สุดท้าย คือ หลกั สูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ชั่วโมงทม่ี ีจุดเน้น สามารถนามาใช้
ประโยชน์เพ่ือดูแลผู้สูงอายุ ให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดี (ค่าเฉลี่ย = 4.18, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .393) ด้าน
เน้ือหาและกิจกรรมของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.40, ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน = .238) เม่ือจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก
พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ เน้ือหาและกิจกรรมหมวดการดูแลผู้สูงอายุ มีประโยชน์ต่อแนว
ทางการดูแลผูส้ ูงอายุ (คา่ เฉล่ีย = 4.55, สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .514) รองลงมา แนวทางการวัดผลและ
ประเมินผลการอบรม ในหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ จานวน 420 ชั่วโมง มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้
(ค่าเฉลี่ย = 4.53, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .512) และรายข้ออที่มีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ เน้ือหาและ
กิจกรรมหมวดความรู้ท่ัวไปของผู้สูงอายุ มีประโยชน์ต่อแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ (ค่าเฉล่ีย = 4.49, ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน = .511) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ เน้ือหาและกิจกรรมหมวดการส่งเสริม
สุขภาพผู้สูงอายุเป็นหมวดที่มีประโยชน์ต่อแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ (ค่าเฉล่ีย = 4.24, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .562) ด้านประโยชน์ของจุดเน้นเสริมแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ โดยภาพรวม อยู่ระดับมาก
(ค่าเฉล่ีย = 4.32, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .149) เม่ือจาแนกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมาก
ไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ คิดว่าจุดเน้นที่ให้ผู้สูงอายุมี


179

ส่วนร่วมทาประโยชน์เพ่ือสังคม ให้ความช่วยเหลือคนอื่นเม่ือเขาต้องการ ได้เรียนรู้การเข้าสังคมและเพื่อน
ฝูงเพ่ือแลกเปล่ียนความคิด ความรสู้ ึกต่อกนั (ค่าเฉล่ีย = 4.59, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .507) รองลงมา
ผู้ทรงคุณวุฒิคิดว่าจุดเน้นท่ีให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้การใช้สังคมออนไลน์ โดยเข้าใช้สื่อสังคมออนไลน์เช่น ไลน์
เฟซบุ๊ค อ่ืนๆ เป็นประจา (ค่าเฉล่ีย = 4.47, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .514) และรายข้ออท่ีมีค่าเฉล่ีย
ลาดับ 3 คือ ผู้ทรงคุณวุฒิคิดว่าจุดเน้นท่ีให้ผสู้ ูงอายุได้เรียนรู้การพัฒนาจติ ใจผสู้ ูงอายุ การมีอสิ ระกล้าแสดง
ความคิดเห็นเรื่องต่างๆ ในครอบครัวทั้งมองโลกในแง่ดี มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นประจา (ค่าเฉล่ีย =
4.41, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .507) สว่ นรายข้อที่ค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คอื ผู้ทรงคุณวุฒิคิดวา่ จุดเน้นท่ี
ให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้แนวทางการจัดหารายได้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดารงชีวิต โดยยึดหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง (คา่ เฉลยี่ = 3.88, สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน = .332)

อภิปรายผลการศกึ ษา

ในการศึกษา เรื่อง รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ครั้งนี้ ผู้ศึกษาทาการสรุปผลการศึกษาให้
สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ 4 หัวข้อ คือ 1) สรุปผลการศึกษาปัจจัยและสภาพคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ 2)
สรุปผลการร่างรูปแบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ 3) สรุปผลการทดลองใช้
รูปแบบ 4) สรุปผลยืนยันรูปแบบและแนวทางการดูแลผู้สูงอายุเพื่อคุณภาพชีวิตท่ีดี ซ่ึงผลจากการศึกษา
สามารถอภปิ รายผลได้ ดังนี้

จากการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ เมื่อจาแนกเป็นรายปัจจัยท่ีรายข้อมี
ค่าเฉลี่ยอันดับแรก คือ ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว ผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกหลาน รองลงมา
ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ ผู้สูงอายุได้รับความรัก ความผูกพันจากบุคคลรอบข้างอยู่เสมอ ปัจจัยค่านิยม
สว่ นบุคคล ผูส้ ูงอายุใส่ใจในสขุ ภาพของตนเอง ปัจจยั การรบั รสู้ ภาวะสุขภาพของตนเอง ผสู้ ูงอายุรบั รู้ถึงการ
เป็นโรคต่างๆ ของผู้สูงอายุ ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ ผู้สูงอายุตระหนักรู้สภาพอารมณ์ของตนเอง ปัจจัย
เสรีภาพส่วนบุคคล ผู้สูงอายุมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นในเร่ืองต่างๆ ภายในครอบครัว ปัจจัยการมี
สว่ นรว่ มการทาประโยชน์เพ่ือสังคม ผู้สูงอายุยนิ ดีให้ความช่วยเหลือคนอื่นเม่ือเขาต้องการ ปัจจัยด้านสังคม
และเพ่ือนฝูง ผู้สูงอายุเข้าสังคมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกต่อกัน ปัจจัยสถานการณ์ด้านการเงิน
ผู้สูงอายุมีรายได้เป็นของตนเองทเี่ พยี งพอกบั ค่าใช้จา่ ยในการดารงชวี ิต ปจั จัยการใชส้ ังคมออนไลน์ ผู้สงู อายุ
เข้าใช้สื่อสังคมออนไลน์เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ค อ่ืนๆ เป็นประจา ตามลาดับ ที่ผลการศึกษาปรากฏเช่นน้ี
สอดคล้องกับการศึกษาของ นัสมล บุตรวิเศษ และอุปริฏฐา อินทรสาด (2564) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อ
คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พบว่า ปัจจัยท่ีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พบว่า ความแข็งแรงของ
ร่างกาย การมสี มาธิในการทางาน ความพึงพอใจที่ได้ผูกมิตรกับคนอ่ืน และชีวิตความเป็นอยภู่ าพรวมส่งผล
ต่อระดับคุณภาพชีวิตด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ความสัมพันธ์ทางสังคม และด้านสภาพแวดล้อม ตามลาดับ
สอดคล้องกับการศึกษาของ พิมพ์อพิชยา อินทร์โสภา (2564) ได้ศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุใน
ประเทศไทย พบว่า ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ ด้านสภาพร่างกาย ด้านความเป็นอยู่ทีดี ด้าน


180

สภาพจิตใจ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคมและด้านสิ่งแวดล้อม ท่ีมีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพของผู้สูงอายุใน
ประเทศไทย เขตจังหวัดสมุทรปราการท่ีระดับความมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 สอดคล้องกับ
การศึกษาของ ชุติมา มาลัย และคณะ (2562) ศึกษาปัจจัยท่ีมีความสมั พันธ์ต่อภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายใุ น
ชุมชน จังหวัดราชบุรี พบว่า ปัจจัยท่ีมีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุ ได้แก่ เพศ สถานภาพ
สมรส ลักษณะการอยู่อาศัย ความสัมพันธ์ในครอบครัวและความเพียงพอของรายได้ สอดคล้องกับ
การศึกษาของ ริรร์ พิมมานุรักษ์, ปัณณทัต บนขุนทด และถาวรีย์ แสงงาม (2562) ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อ
คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า การศึกษาปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ปัจจัยด้านโรคประจาตัว
ด้านการศึกษา และด้านรายได้ มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ส่วนอายุ เพศ สถานภาพ อาชีพ สมาชิก
กลุ่มในชุมชน ท่ีพักอาศัย การด่ืมแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และการออกกาลังกาย ไม่มีอิทธิพลต่อคุณภาพ
ชีวิตผู้สูงอายุอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในภาพรวม อยู่ในระดับมาก
ท่ีสุด ส่วนคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุรายด้านที่อยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ คุณภาพชีวิตด้านความสัมพันธ์ทาง
สังคม เป็นด้านท่ีสูงท่ีสุด รองลงมา ได้แก่ คุณภาพชีวิตด้านจิตใจ และคุณภาพชีวิตด้านสภาพแวดล้อม
ตามลาดับ สาหรับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุรายด้านที่อยู่ในระดับมาก ได้แก่ คุณภาพชีวิตด้านร่างกาย และ
คุณภาพชีวิตด้านปัญญา ตามลาดับ และสอดคล้องกับการศึกษาของ กิตติวงค์ สาสวด (2560) ปัจจัยท่ี
สง่ ผลตอ่ คณุ ภาพชวี ิตผู้สูงอายุในจงั หวัดภาคตะวนั ออก ซึ่งผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยพ้ืนฐาน ปัจจัยด้าน
จิตลักษณะ และปัจจัยด้านความต้องการของผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์กัน หากร่างกายป่วยจิตใจก็ป่วยด้วย
2) ผู้สงู อายุท่ีมีคณุ ภาพชีวิตท่ีดมี าจากครอบครัวท่ีมีความรักความอบอ่นุ สมาชิกในครอบครวั ดารงชีวิต อยู่
ร่วมกันด้วยความเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกัน ชว่ ยเหลือซ่ึงกันและกัน ดูแลซึ่งกนั และกันและดูแลผู้สูงอายุอย่างดี
ที่สุดเทา่ ท่ีจะทาได้โดยเฉพาะในด้านอาหารและโภชนาการ 3) รปู แบบทเี่ หมาะสมสาหรับการดูแลผูส้ ูงอายุ
คือ สมาชิกครอบครัวเป็นบุคลากรหลักในการดูแลผู้สูงอายุ นอกจากนั้นหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน
จะตอ้ งมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการดูแลผู้สงู อายุ โดยเน้นสขุ ภาวะของผู้สงู อายใุ นทุกด้าน คือ ด้านร่างกาย
อารมณ์ และจิตวิญญาณสอดคล้องกับการศึกษาของ จิรัชยา เคล้าดี, สุภชัย นาคสุวรรณ์ และจักรวาล สุข
ไมตรี (2560) ศึกษาปัจจัยท่ีมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พบว่า 1) ระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุใน
ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งเม่ือพิจารณารายปัจจัย พบว่า ทุกปัจจัยส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของ
ผูส้ งู อายุอยู่ในระดับมาก โดยปจั จยั ดา้ นสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับ 1 รองลงมา คอื ปจั จยั ดา้ นความสัมพันธ์ทาง
สังคม ปัจจัยด้านร่างกาย ด้านปัญญา และปัจจัยท่ีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุน้อยท่ีสุด คือ ปัจจัย
ด้านจิตใจ ตามลาดับ


181

ขอ้ เสนอแนะ

จากผลรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะเพ่ือเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่ม
ประสิทธผิ ลงานส่งเสริมการอา่ น ดงั น้ี

1. ขอ้ เสนอแนะทั่วไป
1.1 จากผลการศึกษา พบว่า รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้าน

ไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอบา้ นไผ่ ให้รักษาระดับการพฒั นาอย่างตอ่ เนอื่ ง

1.2 รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝกึ อบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ควรมีขอบเขตและกรอบกาหนดเวลาอย่างชัดเจน และควร
จัดหาผู้เช่ียวชาญร่วมเป็นคณะกรรมการในการตรวจสอบ ประเมินผล ตลอดจนการส่งเสริมการจัดทาสถิติ
ข้อมลู และรายงานสรปุ ผลการดาเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อใชข้ ้อมูลเป็นการพัฒนาและปรบั ปรุงการพัฒนา
คุณภาพชีวิตของสถานศกึ ษาตอ่ ไป

2. ขอ้ เสนอแนะสาหรับการศึกษาคร้งั ต่อไป
2.1 ควรมกี ารศึกษารปู แบบการพัฒนาคุณภาพชีวติ ท่ีดีของผู้สงู อายุในอาเภอบา้ นไผ่ จังหวัด

ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ทุกๆ ด้าน เพ่ือจะได้ศึกษาผลการดาเนินงานให้
สอดคลอ้ งกนั ทุกงาน

2.2 ควรศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัยอาเภออื่นๆ


บรรณานกุ รม

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมนั่ ของมนุษย.์ (2548). รวมกฎหมาย/ประกาศ/ระเบียบที่ออก
ตามความในพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546. กรุงเทพมหานคร: สานกั งาน
พระพทุ ธศาสนาแห่งชาติ.

กระทรวงพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย์, คณะกรรมการผู้สงู อายุแห่งชาติ. (2552).
แผนผ้สู งู อายุแห่งชาติฉบับที่2 (พ.ศ.2545–2564) ฉบับปรับปรุงครั้งที่1 พ .ศ.2552.
พิมพค์ ร้งั ท่ี1. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์เทพ เพ็ญวานสิ ย์.

กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์. (2554). พระราชบญั ญตั สิ ง่ เสริมการพฒั นา
เดก็ และเยาวชนแหง่ ชาติ พ.ศ.2550. กรงุ เทพฯสา: นกั การพมิ พ์สานกั งานส่งเสรมิ
สวสั ดิภาพและพทิ ักษเ์ ดก็ เยาวชน ผ้ดู ้อยโอกาส คนพิการและผูส้ ูงอายุ.

กมลชนก ขาสุวรรณ. (2560). คณุ คา่ ของผู้สูงอายุในระบอบของความเปน็ จริง : ความท้าทายของ
นักวิจัยดา้ นสงั คมศาสตร์ในปัจจุบนั .วารสารสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ ปที ่ี ,25 ฉบบั ท่ี 1
มกราคม มถิ นุ ายน-2560, หน้า .156-133

กรมกิจการผสู้ งู อายุ. (2558). นโยบายรฐั ด้านผู้สูงอายุ .สืบค้นเมือ่ วนั ที่ 3 สิงหาคม 2558,
สืบคน้ จาก http://www.dop.go.th/th/laws/1/33

กรมสุขภาพจติ .(2563). กา้ วยา่ งของประเทศไทย สู่ “สังคมผสู้ ูงอายุ” อยา่ งสมบรู ณ์แบบ. ท่ีมา
หนังสอื พิมพแ์ นวหน้าออนไลน์ โพสต์เม่ือวันท่ี 19 ตลุ าคม 2563. โพสต์โดย
Thongpet/kanchana/Maneewan.

กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2554). การดูแลสุขภาพผู้สงู อายุแบบ
บูรณาการ. นนทบุรี: โรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผา่ นศกึ .

กจิ จา บานชืน่ . (2559). การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพ. กรงุ เทพมหานคร : ซีเอด็ ยูเคช่ัน.
กติ ติกร นลิ มานตั , รัดใจ เวชประสิทธิ์ . (2559). การพยาบาลผ้ใู หญ่และผสู้ งู อายุ 1. สงขลา :

มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์.
กิตตวิ งค์ สาสวด. (2560). ปัจจยั ทส่ี ง่ ผลต่อคณุ ภาพชวี ิตผ้สู งู อายใุ นจังหวดั ภาคตะวนั ออก .วารสาร

ชุมชนวจิ ัย ปีท่ี 11 ฉบบั ที่ 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2560).37-21 หน้า ,
เกยี รติพงษ์ อดุ มธนะธีระ .(2563) .PDCA Cycle/วงจรการควบคุมคณุ ภาพหรือวงจรเดม็ มง่ิ

(Deming Cycle). สืบค้นเม่ือวันที่ ,2563 พฤษภาคม 12สืบค้นจาก
https://www.iok2u.com/index.php/article/innovation/-240pdca-cycle-
deming- cycle.

จิณณณ์ ิชา พงษ์ด.ี (2558). ปัญหาและความตอ้ งการด้านสขุ ภาพของผูส้ ูงอายุในเขตพ้นื ทร่ี บั ผดิ ชอบ
ของโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตาบลบ้านเหมืองแบ่ง ตาบลหนองหญ้าปล้อง อาเภอ


183

วงั สะพงุ จังหวัดเลย. วารสารการพฒั นาสุขภาพชุมชน มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ , ปที ่ี 3
ฉบบั ที่ 4 ตลุ าคม ธันวาคม-2558, หนา้ .576-561
จนิ ตนา อาจสนั เท๊ียะ และพรนภา คาพราว. (2557). รูปแบบการดแู ลสาหรับผู้สงู อายุในชมุ ชน.
ปีท่ี 15 ฉบบั ท่ี 3 (ก (.ย.- ธ.ค.2557.
จิราภรณา ตัง้ กิตตภิ าภรณ.์ (2559) จติ วทิ ยาบุคลิกภาพและพฤตกิ รรมสุขภาพ. กรงุ เทพมหานคร:
โรงพิมพ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
จิรชั ยา เคลา้ ดี, สภุ ชยั นาคสุวรรณ์ และจักรวาล สุขไมตรีของคุณภาพชีวิตทีม่ ีผลต่อปจั จยั . (2560)
ผู้สูงอายุ ในจังหวดั นครศรีธรรมราช. วารสารราชพฤกษ์ ปีท่ี 15 ฉบับท่ี 1 (มกราคม-
เมษายน2560), หน้า 27-32.
เจษฎา นกนอ้ ย, วรรณภรณ์ บริพันธ์(2560) .คุณภาพชีวติ ของผู้สงู อายใุ นจังหวัดสงขลา .วารสาร
มหาวิทลยั นราธวิ าสราชนครนิ ทร์, ปที ่ี 9 ฉบับที่ 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2560,
หน้า 94-105.
(เจียรนยั ทรงชัยกลุ .25) 63. จิตสงั คมผ้สู ูงอาย.ุ สบื ค้นเมอ่ื วนั ท่ี 3 สิงหาคม 2563, สบื คน้ จาก
www.stou.ac.th/stoukc/elder/main1_4.html.
ชนกนนั ท์ แสงศักดช์ิ ยั . (2554). ผลจากการจดั สวัสดิการเบีย้ ยังชพี ท่ีมตี ่อผู้สูงอายใุ นเขตองคก์ าร
บรหิ ารส่วนตาบลบ้านต้าย อาเภอสวา่ งแดนดนิ จังหวัดสกลนคร . วิทยานิพนธ์
มหาบณั ฑติ , วิทยาลัยการปกครองท้องถ่ิน .มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ :
ชุตมิ า มาลยั และคณะ.(2562) . ปัจจัยทีม่ ีความสมั พันธ์ต่อภาวะซึมเศรา้ ของผสู้ ูงอายใุ นชุมชน
จงั หวัดราชบุร.ี วารสารพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ ปที ี่ 39 ฉบบั ที่ 3 กรกฎาคมกนั ยายน-
2562, หน้า 67-76.
ฐติ นิ นั ท์ นาคผ.ู้ (2557) .การพง่ึ พาตนเอง การเสริมสร้างพลงั ทางสุขภาพ ความรอบรู้ทางสขุ ภาพ
และความสุขของผสู้ ูงอายุ ตาบลทบั ยายเชียง อาเภอพรหมพริ าม จงั หวัดพิษณโุ ลก.
กรงุ เทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์
ธัญญภสั ร์ ศริ ธัชนราโรจน.์ (2559). จติ วิทยากับการพฒั นาตน. กรงุ เทพมหานคร : สานักพิมพ์
แห่งจุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
ณฐั สดุ า ตะเภาพงษ์ .(2563). ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งการบรหิ ารสถานศึกษาตามหลักปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพียงกับประสิทธิผลของสถานศึกษา ในสังกัดสานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษา จงั หวัดปราจีนบรุ ี เขต 1. Research and Development Journal Suan
Sunandha Rajabhat University Vol. 12 No.2 (July-December) 2020, หน้า .25-16
ถนัด ใบยา ยพุ ิน แตงออ่ น.(2565) . การประเมนิ ผลรปู แบบการดาเนนิ งานพัฒนาคุณภาพชวี ติ ระดับ
อาเภอทเ่ี ชื่อมโยงกบั การพัฒนาตาบลจัดการคณุ ภาพชีวิต จังหวดั นา่ น. วารสารวชิ าการ
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, ปีท่ี 18 ฉบับที่ 1 มกราคม เมษายน-2565 : หน้า 59-68.


184

ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2557). การศกึ ษาและการวิเคราะห์ขอ้ มูลทางสถิติ ดว้ ย SPSS.
กรงุ เทพมหานคร: วีอนิ เตอรพ์ ร้ินทร์ กรุงเทพมหานคร.

นงลักษณ์ พรหมตงิ การ และคณะ. (2562). การดแู ลผสู้ งู อายใุ นระบบบริการสขุ ภาพ ตามมมุ มองของ
.ผสู้ งู อายแุ ละครอบครวั วารสาร มฉก ปที ่ี ,วิชาการ.23 ฉบับท่ี 1 มกราคมมิถนุ ายน-
2562, หน้า .119-107

นรสิ า วงศพ์ นารักษ์ และสายสมร เฉลยกิตติ .(2557) คุณภาพชีวติ :การศกึ ษาในผู้สูงอายไุ ทย .
วารสารพยาบาลทหารบก, 15(3), 64-70.

นวรัตน์ ปัญจธนทรัพย์ (2562) การพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของผู้สูงอายุทีต่ ้องพงึ่ พาตนเอง ในเขต
อาเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี. วทิ ยานิพนธส์ าขาวิชาสาธารณสขุ ศาสตร์
คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ กรุงเทพ ,: มหาวิทยาลัยกรงุ เทพธนบุรี.

นัสมล บตุ รวิเศษ และอปุ รฏิ ฐา อินทรสาด. (2564) ปัจจยั ท่สี ง่ ผลตอ่ คณุ ภาพชวี ติ ของผสู้ งู อายุ :
กรณีศกึ ษาอาเภอพระนครศรอี ยุธยา จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา .กองทนุ สง่ เสรมิ งานวจิ ัย
ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2563, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั
เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ.

เนตรนภา กาบมณี, สิรลิ ักษณ์ อยุ่ เจรญิ , และปานเพชร สกุลคู.(2564) . การศกึ ษาคณุ ภาพชวี ิต
.ผ้สู ูงอายุตาบลหนองไผ่ อ.เมอื ง จ.อุดรธานีราชาวดีสาร วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี
ปที ี่ ,สรุ นิ ทร์11 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม มถิ ุนายน-2564), หน้า 27-39.

ผ้จู ัดการออนไลน์. (2564). วชคดิ นอกกรอบปรับมุมมองดึงงานวิจัย นวัตกรรมสร้างคณุ ภาพชวี ิต.
ผู้สงู อาย.ุ เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ต .ค.2564 เผยแพร่ใน
https://mgronline.com/science/detail/9640000101020.

พนม ศรพี ิกุล .(2554) .การจดั สวัสดิการสงั คมผสู้ ูงอายุขององคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล
คาเข่อื นแกว้ อาเภอสริ นิ ธร จงั หวัดอุบลราชธานี. วิทยานพิ นธร์ ัฐประศาสนศาสตร
.มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ”บณั ฑติ สาขาวิชาการปกครองทอ้ งถิน่

พัชรี หลา้ แหล่ง. (2557). การศกึ ษาคุณภาพชวี ติ และปัจจยั ที่มีอทิ ธพิ ลต่อคณุ ภาพชวี ิตของ
เกษตรกร ชาวสวนปาล์มนา้ มันในพ้ืนที่ภาคใต้ . รายงานการวจิ ยั มหาวิทยาลัยแม่โจ้ .
จังหวดั ชมุ พร.

พิมพิสุทธิ์ บัวแกว้ และรตพิ ร ถงึ ฝ่ัง .(2558). การดูแลสขุ ภาพและภาวะสุขภาพของผสู้ ูงอายไุ ทย.
วารสาร สมาคมนักวิจัย ปีท่ี 21 ฉบบั ที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม 2559.109-94 หน้า ,

พิมพ์อพชิ ยา อินทร์โสภา .(2564). คณุ ภาพชวี ติ ของผู้สูงอายใุ นประเทศไทย เขตจังหวดั สมุทรปราการ
วิทยานพิ นธ์มหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการบัญชี คณะบรหิ ารธุรกิจ, กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั
รามคาแหง.

มารษิ า รกั ษากจิ และ มาริสา จนั ทรฉ์ าย.(2564). รูปแบบกจิ กรรมในการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ


185

ของผู้สงู อายุ กรณีศกึ ษาโรงเรียนผสู้ งู อายุเทศบาลเมืองเขารูปช้าง จงั หวัดสงขลา.
รายงานการวจิ ัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จังหวดั สงขลา ,: มหาวิทยาลยั ราชภัฏ
สงขลา.
มลู นธิ สิ ถาบันวจิ ยั ผู้สูงอายุไทย. (2564). สถานการณผ์ ู้สูงอายไุ ทย 2562 ประวัติศาสตรใ์ หม่
จานวนผู้สงู อายุมากกว่าเด็กเปน็ ปแี รก. เอกสารรายงานสถานการณผ์ สู้ งู อายไุ ทย 2562,
กรุงเทพฯ: มูลนิธิสถาบนั วจิ ยั ผสู้ งู อายไุ ทย.
ยวุ ดี รอดจากภัย และกุลวดี โรจนไ์ พศาลกิจ .(2560). การพัฒนาเครือข่ายทางสังคมในการดูแล
ผ้สู งู อายรุ ายงาน .โครงการวจิ ัยประเภทงบประมาณเงนิ รายได้ จากเงนิ อุดหนนุ รัฐบาล
(งบประมาณแผ่นดิน) ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2560 มหาวิทยาลัยบรู พา.
รศรินทร์ เกรย์ และคณะ. .(2556) มโนทัศน์ใหม่ของนยิ ามผูส้ ูงอาย:ุ มุมมองเชิงจิตวทิ ยาสังคม
และสขุ ภาพ. นครปฐม : สถาบนั วจิ ยั ประชากรและสังคม มหาวิทยาลยั มหิดล.
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2542). พจนานุกรม ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542. กรงุ เทพมหานคร:
นานมีบ๊คุ ส์ พับลเิ คช่นั ส์.
รตั น์ตกิ านต์ อนิ ทร์สขุ และ ธนัสถา โรจนตระกลู .(2564) การศกึ ษาการจดั สวสั ดกิ ารสังคมสาหรบั
ผสู้ งู อายใุ นเขตองค์บริหารส่วนตาบลกาแพงดิน อาเภอสามงา่ ม จงั หวดั พิจติ ร. Journal
of Modern Learning Development ปีท่ี 6 ฉบบั ที่ 3 ประจาเดอื นพฤษภาคม-
มถิ นุ ายน2564 หนา้ ,1-93208.
รริ ร์ พมิ มานุรกั ษ,์ ปัณณทัต บนขุนทด และถาวรยี ์ แสงงาม. (2562). ปจั จยั ทีม่ อี ิทธิพลต่อคุณภาพ
ชีวติ ผู้สูงอายบุ ้านหนองโพรง ตาบลอสิ าณ อาเภอเมือง จังหวัดบรุ รี ัมย์ .รายงานการ
ประชมุ วิชาการระดับชาติ วิทยาลยั นครราชสีมา คร้ังท่ี 6 ประจาปี พ.ศ.2562 ,
.872-863 หนา้
วลยั พร นันท์ศุภวัฒน์ .2552. การพยาบาลผู้สงู อายุ ความทา้ ทายกับภาวะประชากรสงู อายุ .
ขอนแกน่ : ขอนแกน่ การพิมพ์;
วไิ ลวรรณ ทองเจรญิ .(2554) .ศาสตร์และศิลปก์ ารพยาบาลผสู้ งู อายุกรุงเทพฯ: โครงการต .ำรา
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล.
ศิรสิ ุข นาคะเสนยี ์ .(2561) .พฤติกรรมการดูแลสขุ ภาพตนเองของผ้สู ูงอายุในกรุงเทพมหานคร.
วารสารวิจยั ราไพพรรณี, ปที ่ี 12 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-เมษายน 2561, หน้า 39-48.
ศภุ วจี ภาษติ านนท์) .2560). การจดั สวสั ดิการสงั คมด้านสขุ ภาพสาหรบั ผู้สูงอายุของ
กรงุ เทพมหานครกรณีศกึ ษาเขตบางแค .รฐั ศาสตรมหาบัณฑิต บริหารรัฐกจิ และกิจการ)
สาธารณะ .(สาขาวชิ าบรหิ ารรฐั กจิ และ กจิ การสาธารณะ :บณั ฑิตวทิ ยาลัย .
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์.
สนธยา สวัสด.ิ์ (2561) .การพัฒนาคณุ ภาพชีวิตผูส้ ูงอายใุ นชมุ ชนบา้ นรอ้ งเม็ง ตาบลหนองแหย่ง


186

อาเภอสนั ทราย จังหวดั เชียงใหม่. รายงานวิจยั ทนุ สนบั สนนุ วิจัย มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
เชยี งใหม่ ,เชียงใหม่ : มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชยี งใหม่.
สมประวิณ มนั ประเสรฐิ . (2010). การศกึ ษาผลกระทบจากการเปลย่ี นแปลงโครงสร้างประชากร
ท่ีมีต่อแบบแผนการบริโภคของครัวเรือนไทย. กรงุ เทพฯ : สานกั งานกองทนุ สนับสนุน
.การวจิ ัย
สถาบันวิจยั ระบบสาธารณสขุ . (2561). การวิจัยเพ่อื พัฒนาระบบการดูแลระยะยาว )Long-term
care) สาหรบั ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.
กรุงเทพฯ: สถาบนั วิจัยระบบสาธารณสุข.
สทิ ธพิ รร์ สุนทร.(2561) .วชั รนิ ทร์ สทุ ธศิ ยั และพงษ์ศักดิ์ ซิมมอนด์ส , รปู แบบความสุขของผสู้ ูงวยั
ในจงั หวดั มหาสารคาม. รายงานวิจยั รบั ทุนอดุ หนนุ จากสถาบันวิจยั และพฒั นา
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ปงี บประมาณ2560 จงั หวดั มหาสารคาม ,:
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั มหาสารคาม.
สุดารตั น์ สดุ สมบูรณ์สวสั ดกิ ารสังคมของผสู้ งู อายใุ นประเท .(2557) .ศไทย .วารสารเทคโนโลยี
(1)7 ภาคใต้, .80-77
สทุ ธิพงศ์ บุญผดงุ . (2554). การพัฒนาคุณภาพชวี ิตผสู้ ูงอายุในทอ้ งถน่ิ โดยใช้โรงเรียนเปน็ ฐาน
ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพมหานคร: ราชภัฏสวนสนุ ันทา.
สปุ รญี า นุ่นเกล้ียง และ ศิริลักษณ์ คัมภริ านนท์. (2557). ศกั ยภาพขององคก์ รปกครองสว่ น
ท้องถ่นิ ในการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของกลุ่มผสู้ ูงอายุบนพื้นฐานทนุ ทางวัฒนธรรมใน
พ้นื ที่จงั หวัด:ชายแดนใต้ ศกึ ษากรณี เทศบาลตาบลยโุ ป อาเภอเมอื ง จงั หวัดยะลา.
รายงานการวจิ ัยทุนอดุ หนุนประจาปงี บประมาณ 2562 คณะมนุษยศาสตร์และ
สงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา.
สานกั เลขาธิการคณะรัฐมนตรี .(2557). คาแถลงนโยบายของคณะรฐั มนตรี :กรงุ เทพฯ .
คณะรัฐมนตรแี ละราชกิจจานุเบกษา.
สานกั งานสถติ ิแห่งชาติ. (2564). การสารวจประชากรสงู อายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564. รายงาน
การสารวจประชากรสงู อายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ: สานักงานสถติ ิ
แหง่ ชาติ.
สานกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวชิ าการ 3, กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์ .
.(2558) การจดั สวัสดกิ ารท่เี หมาะสมสาหรับผสู้ ูงอายใุ นแตล่ ะช่วงวัย กรณีศึกษาพน้ื ท่ี :
เมืองพทั ยา อ.บางละมงุ จ.ชลบุรี อบต ดา่ นชุมพล.อบ่อไร่ จ.ตราด.. รายงานวิจัย
สานกั งานส่งเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ3กรงุ เทพฯ ,: กระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์.
สานักอนามัยผู้สงู อายุ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ . (2560). แนวทางการอบรมผู้ดูแล


187

ผู้สงู อายุ หลกั สตู ร 420 ช่ัวโมง. นนทบรุ ี : สานกั งานกิจการโรงพมิ พ์องค์การสงเคราะห์
ทหารผา่ นศึก.
อรรถกร เฉยทมิ . (2560). ความสุขของผสู้ ูงอายใุ นชมรมผู้สงู อายุ เขตกรงุ เทพมหานคร.
วทิ ยานิพนธห์ ลกั สตู รศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าจติ วิทยาชุมชนกรุงเทพฯ , :
มหาวิทยาลัยศลิ ปากร.
อัญชลี ชุ่มบวั ทอง, วจิ ติ ร ชะโลปถมั ภ์, พิชญา ทองอยูเ่ ย็น, ศรายุทธ โชคชัยวรรัตน์,
กนั ตภณ ธรรม วฒั นา, บังอร ฉางทรพั ย, และคณะ . 2558. คุณภาพการนอนหลับปจั จยั
ท่ีเกยี่ วข้องกับการนอนหลบั และความรู้สึกมีคณุ คา่ ในตนเองของผสู้ ูงอายุ .วารสารวิชาการ
สาธารณสขุ .2558; 24:8, หน้า 33-43.

Campbell, A. (1976). Subjective measures of Well-being. American Psychogist, 31,
117-124.

Ferrel, B. A., et al. (1995). Quality of life in long-term cancer surrvivors. On cology
Nursing Forum, 22(6), 915-922.

Orem, E.D. (1991). Nursing: Concept of practice 4thed. St Louis: Mosby-Year book, Inc.
_____ (2001). Nursing: Concept of practice 5thed. St Louis: Mosby-Year book, Inc.

Othaganont,
Pender J Nola, Carolyn L., Parsons M and Parsons M. (2011). Health Promotion in

Nursing Practice 6thed. New Jersey: Pearson Education Inc.
Ragsdale, D., & Morrow, D.R. (1990). Quality of life as a function of HIV

classification. Nursing Research, 39(6), 355-359.
Taro Yamane. (1973 ). Statistics: An Introductory Analysis. 3rdEd. New York. Harper

and Row Publications.

The National Institute of Health of America. (2008). Why Should Parents Use the
Phonics Method to Teaching Children How to Read. Retrieved August 21,
2021, from http://www.child-reading-tips.com/why-phonics.html

Tiger. (2563). Management กระบวนการบรหิ ารจัดการ. สืบค้นเม่ือวันที่ 1 กุมภาพันธ์
2563. สืบค้นจาก https://thaiwinner.com/what-is-management/.

World Health Organization. (2011). Definition of an older or elderly person.
Retrieved from http://www.who.int/healthinfo/survey/ageingdefnolder/en/.


ภาคผนวก


189

ภาคผนวก ก
แบบสอบถาม


Click to View FlipBook Version