91
รางวลั เกยี รติบัตรการเชิดชเู กยี รติ ด้าน/เรื่อง หน่วยงาน/องค์กรที่มอบ
ทีส่ ถานศึกษาได้รับ
9. เป็นสถานศกึ ษาทม่ี จี านวนร้อยละผู้เขา้ สอบวัดผล ผู้เขา้ สอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ สานกั งาน กศน.จงั หวดั
สมั ฤทธ์ิ ปลายภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563(ร้อย ปลายภาคเรยี นที่ 2 ปี ขอนแก่น
ละ 70 ข้ึนไป) เฉล่ียภาพรวมทง้ั 3 ระดับ รอ้ ยละ การศึกษา 2563
71.41 (รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป)
10. เป็นสถานศึกษาที่มีจานวน คะแนนเฉลีย่ สงู สดุ ะดบั สานักงาน กศน.จงั หวัด
คะแนนเฉลีย่ สงู สดุ ะดับประเทศการทดสอบ ประเทศการทดสอบ ขอนแก่น
ระดับชาติ (N-NET) ระดบั ประถมศึกษา ภาคเรยี นที่ ระดับชาติ (N-NET)
1 ปีการศึกษา 2564 (รอ้ ยละ 38.24 ขนึ้ ไป) สาระ ระดบั ประถมศกึ ษา
ทักษะการเรียนรู้ รอ้ ยละ 41.11 ภาคเรยี นที่ 1 ปี
การศกึ ษา 2564
(รอ้ ยละ 38.24 ขน้ึ ไป)
สาระทกั ษะการเรียนรู้
ร้อยละ 41.11
11. เป็นสถานศึกษาทม่ี ีจานวน คะแนนเฉลย่ี สงู สุด สานักงาน กศน.จงั หวดั
คะแนนเฉลย่ี สงู สุด ระดบั ประเทศการทดสอบ ระดบั ประเทศการ ขอนแก่น
ระดับชาติ (N-NET) ระดบั ประถมศกึ ษา ภาคเรยี นที่ ทดสอบระดบั ชาติ (N-
1 ปกี ารศึกษา 2564 (รอ้ ยละ 48.66 ข้นึ ไป) สาระ NET) ระดับ
การพฒั นาสังคม รอ้ ยละ 40.00 ประถมศึกษา ภาคเรยี น
ท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
(รอ้ ยละ 48.66 ขนึ้ ไป)
สาระการพฒั นาสงั คม
ร้อยละ 40.00
92
งานวิจยั ทเี่ กยี่ วข้อง
ถนัด ใบยา ยุพิน แตงอ่อน (2565) ได้ทาการศึกษาการประเมินผลรูปแบบการดาเนินงานพัฒนา
คณุ ภาพชวี ิตระดับอาเภอท่เี ช่ือมโยงกับการพัฒนาตาบลจดั การคณุ ภาพชวี ติ จงั หวดั น่าน ซง่ึ ใน
การประเมินผลรูปแบบการดาเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวติ ระดับอาเภอท่ีเช่ือมโยงกับการพัฒนาตาบลจัดการ
คุณภาพชีวิตจังหวัดน่าน มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอาเภอท่ีเชื่อมโยงกับ
การพัฒนาตาบลจัดการคุณภาพชีวิตและประเมินผลการพัฒนา รวมท้ังปัจจัยเงื่อนไขแห่งความสาเร็จ โดยใช้
รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุ่มผู้มีส่วนร่วมการวิจัย อันประกอบไปด้วยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตระดับอาเภอและตาบล เลือกแบบเจาะจงจานวน 153 คน ได้ทาการดาเนินการระหว่างเดือนตุลาคม
2562-กนั ยายน 2564 การดาเนินงานประกอบด้วย 1) ทบทวนข้อมลู สถานการณ์ ถอดบทเรียนพื้นที่ต้นแบบ
และกาหนดรูปแบบ 2) นารูปแบบไปดาเนินการในพื้นที่ 3) ติดตามและประเมินผล 4) คืนข้อมูลการสะท้อน
กลับ วเิ คราะห์ข้อมลู เชงิ คุณภาพใช้การวิเคราะหเ์ น้ือหา ข้อมลู เชงิ ปรมิ าณใช้จานวน และร้อยละ ผลการศกึ ษา
พบว่ารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอาเภอมีคณะกรรมการระดับอาเภอเป็นคณะกรรมการขับเคล่ือน
หลักในการกาหนดประเด็นการพัฒนา แผนการพัฒนา การบูรณาการทรัพยากร และกากับติดตาม
ประเมินผล ใช้ข้อมูลเป็นฐาน โดยมีหมู่บ้านและตาบลเป็นพื้นท่ีปฏิบัติการตามแผนงาน ประเด็น พชอ. ท่ี
คัดเลือกดาเนินการมากท่ีสุด คือ การจัดการขยะ (ร้อยละ 60) รองลงมา ได้แก่ การลดการด่ืมเครื่องด่ืมท่ีมี
แอลกอฮอล์สูบบุหรี่ (ร้อยละ 46.6) อาหารปลอดภัย (ร้อยละ 46.6) และผู้สูงอายุ (ร้อยละ 40.0) ตามลาดับ
และได้เพิ่มประเด็นการดาเนินการป้องกันและควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เป็นประเด็นหลักที่
ดาเนินการในทุกอาเภอ ด้านผลการประเมินตามองค์ประกอบ UCCARE พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.0-4.0 ในปี
2563 เพิ่มเป็น 3.0-4.8 ในปี 2564 โดยอาเภอที่มีผลการประเมินสูงสุดได้แก่ อาเภอปัว (4.8) อาเภอทุ่งช้าง
(4.8) และอาเภอเมืองน่าน (3.8) ด้านผลการประเมินตาบลจัดการคุณภาพชีวิตพบว่าผ่านเกณฑ์เพิ่มจาก 80
ตาบล (ร้อยละ 80.8) ในปี 2563 เพ่ิมเป็น 88 ตาบล (ร้อยละ 88.9) ในปี 2564 สาหรับปัจจัยแห่ง
ความสาเร็จ ได้แก่ การใช้ข้อมูล มีทีมนาและคนทางานท่ีหลากหลาย คณะกรรมการมีสัมพันธภาพและความ
เขา้ ใจทด่ี ี มกี ารกาหนดประเดน็ อย่างมีสว่ นร่วม มกี ารขับเคลอ่ื นประเดน็ ของพนื้ ท่ี จนเกิดผลเป็นรปู ธรรม เน้น
ปฏิบัติการระดับตาบลหรอื หมู่บ้าน การเสริมพลังการทางาน และมีการติดตามผลลัพธ์ต่อเนื่อง ดังน้ันจึงควร
มุง่ เน้นการสร้างการมสี ่วนร่วมในระดับตาบลหรอื หมู่บ้านเพ่ือให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชวี ิตระดับอาเภออย่าง
ตอ่ เน่ืองและยงั่ ยืน
นัสมล บุตรวิเศษ และอุปริฏฐา อินทรสาด (2564) ศึกษาปัจจัยท่ีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของ
ผู้สูงอายุ : กรณีศึกษาอาเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การวิจัยครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อ
วิเคราะหป์ ัจจัยทีส่ ่งผลต่อคุณภาพชวี ิตของผู้สูงอายุและสร้าง สมการพยากรณ์คณุ ภาพชวี ิตของผู้สงู อายุในเขต
อาเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่ม ตัวอย่าง คือ สูงอายุท้ัง 21 ตาบล ในเขตอาเภอ
พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จานวน 394 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์
93
สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ คือ ความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉล่ีย ค่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์การถดถอย
เชิงเส้นพหคุ ูณ โดยใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางสถติ ิ ผลการวจิ ยั พบวา่
1. คุณภาพชีวิตในภาพรวมอยู่ในระดับสูง (Mean = 4.03, S.D.=0.86) ระดับคุณภาพชีวิต
รายด้าน อยู่ในระดับสูงทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม และด้าน
สภาพแวดล้อม
2. ปัจจัยท่ีสง่ ผลต่อคณุ ภาพชีวติ ของผูส้ ูงอายุ พบวา่ ความแข็งแรงของร่างกาย การมีสมาธใิ น
การทางาน ความพึงพอใจที่ได้ผูกมิตรกับคนอื่น และชีวิตความเป็นอยู่ภาพรวมส่งผลต่อระดับคุณภาพชีวิต
ดา้ นรา่ งกาย ดา้ นจิตใจ ความสัมพนั ธท์ างสงั คม และด้านสภาพแวดล้อม ตามลาดับ
3. สมการพยากรณป์ ัจจยั ทีส่ ง่ ผลต่อคณุ ภาพชวี ติ ของผ้สู งู อายทุ งั้ 4 ดา้ น คือ
Y1 = 0.350+0.083V1+0.050V2+0.120V3+ 0.039V4+0.082V5
Y2 = 0.670+ 0.049V6+0.040V7+0.121V8+ 0.120V9+0.094V10+0.061V11
Y3 = -0.660+0.234V12+0.033V13+ 0.110V14+0.020V15
+0.198V16+0.050V17+0.231V18+0.026V19+0.050V20
Y4 = 1.215+0.060V21+0.027V22+0.030V23+0.033V24+ 0.110V25
+0.025V26+ 0.046V27
เนตรนภา กาบมณี, สิริลักษณ์ อุ่ยเจริญ, และปานเพชร สกุลคู (2564) การศึกษาคุณภาพชีวิต
ผู้สูงอายุตาบลหนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นการวิจัยเชิงบรรยายมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิต
ผู้สูงอายุตาบลหนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุในตาบลหนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี
จานวน 286 คน เลือกกลุ่มตัวอย่าง โดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล และ แบบสอบถามคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับการตรวจสอบ
ความตรงโดยผู้ทรงคุณวุฒิและคานวณหาความ เชื่อมั่นโดยใช้สูตรสัมประสิทธ์ิแอลฟาครอนบาก ได้ค่าความ
เชื่อมั่นเท่ากับ 0.82 วิเคราะห์ข้อมูล โดยการแจก แจงความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวติ ของผู้สงู อายโุ ดยการใช้สถติ ิวเิ คราะห์การถดถอยพหลุ อจสิ ติก
นาเสนอด้วยค่า Adjusted OR (ORadj.) ที่ระดับชว่ งความเช่ือมัน่ 95% ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายมุ ีคณุ ภาพ
ชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างมีนัยสาคัญทาง
สถติ ทิ ่ี p-value
พิมพ์อพิชยา อินทร์โสภา (2564) ได้ศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขตจังหวัด
สมุทรปราการ การศึกษาวิจัยครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุสถานภาพการ
สมรส ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน ท่ีส่งผลต่อคณุ ภาพชีวติ ของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขตจังหวัด
สมุทรปราการ เพ่ือศึกษาปัจจัยด้านเศรษฐกิจได้แก่ด้านสภาพร่างกาย ด้านความเป็นอยู่ท่ีดี ที่มีความสัมพันธ์
ต่อคุณภาพชีวิตของผู้สงู อายใุ นประเทศไทย เขตจังหวัดสมุทรปราการ เพ่ือศึกษาปัจจยั ด้านสังคม ได้แก่ ด้าน
สภาพจิตใจ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม ด้านส่ิงแวดล้อม ท่ีมีความสัมพันธ์ต่อ คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุใน
94
ประเทศไทย เขตจังหวัดสมุทรปราการ เป็นการวิจัยแบบไม่ทดลอง (Non Experimental Design) กลุ่ม
ตัวอย่างในการศึกษา คือ ผู้สูงอายุมีสัญชาติไทยที่มีอายุ 60 ปี ข้ึนไป มีถ่ินอาศัยอยู่ในประเทศไทย ในเขต
จังหวัดสมุทรปราการ ทุกเพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศกึ ษา อาชีพ และรายได้ต่อเดือน มีขนาด
กลุ่มตัวอย่าง จานวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามทีผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content
Validity) และค่าความเช่ือมั่น (Reliability) โดยค่าสัมประสิทธิแอลฟาครอนบาค (Cronbach’s Alpha)
รวมเท่ากับ . เป็นเคร่ืองมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติการ ทดสอบแบบ t-test สถิติความ
แปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) หากพบความแตกต่างจะนาไปสู่การเปรียบเทียบเป็นรายคู่ โดยใช้
วิธี LSD และสถติ กิ ารถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis)
ผลการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีช่วงอายุระหว่าง 60-70 ปี มีสถานภาพสมรส มี
ระดับการศึกษาต่ากว่าปริญญาตรี มีอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน/รับจ้าง และมีรายได้ต่อเดือนเท่ากับ
10,000-15,000 บาท มีคุณภาพชีวิตโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมือพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า คุณภาพชีวิต
ด้านสภาพร่างกาย มีค่าเฉล่ียสูงทสี่ ุด และผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา่ ผสู้ งู อายุที่มีระดับการศึกษาต่างกัน
สง่ ผลต่อคณุ ภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขตจังหวัดสมุทรปราการ ต่างกันท่ีระดับความมี นัยสาคัญ
ทางสถิติทีระดับ 0.05 และผู้สูงอายุท่ีมีอาชีพต่างกัน ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุใน ประเทศไทย เขต
จงั หวัดสมุทรปราการ ต่างกันที่ระดับความมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกจากน้ี ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ
และสังคม ได้แก่ ด้านสภาพร่างกาย ด้านความเป็นอยู่ทีดี ด้านสภาพจิตใจ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม และ
ด้านส่ิงแวดล้อม ที่มีความสัมพันธ์ต่อคุณภาพของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขตจังหวัดสมุทรปราการท่ีระดับ
ความมนี ยั สาคัญทางสถิติทร่ี ะดับ 0.05
มาริษา รักษากิจ และ มาริสา จันทร์ฉาย (2564) ได้ศึกษารูปแบบกิจกรรมในการพัฒนา
คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ กรณีศึกษาโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลเมืองเขารูปช้าง จังหวัดสงข ลา โดยมี
วัตถุประสงค์เพ่ือ 1) ศึกษารูปแบบกิจกรรมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ 2)
ศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ การวิจัยคร้ังนี้เป็นการวิจัยแบบ
ผสมผสาน เคร่ืองมือในการวิจัย คือ 1) แบบสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าหน้าท่ีกองสวัสดิการสังคมเทศบาลเมืองเขา
รูปช้าง จานวน 2 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และ 2) แบบสอบถามกลุ่มผู้สูงอายุ จานวน
120 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูป SPSS เพ่ือหาค่าความถ่ี ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วน
เบ่ยี งเบนมาตรฐาน โดยคัดเลือกกล่มุ ตวั อยา่ งทง้ั หมดใชว้ ิธกี ารแบบเจาะจง ผลการศึกษา พบวา่
1. เทศบาลเมืองเขารูปช้างมีการจัดทาแผนการดาเนินงานประจาปีเก่ียวกับผู้สูงอายุเพ่ือให้มี
ความครอบคลุมทั้งมิติสุขภาพกาย สุขภาพใจและสติปัญญา โดยการจัดทาหลักสูตรการเรียนท่ีเหมาะสมกับ
ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะกิจกรรมที่เน้นความรู้กับการดูแลสุขภาพ เน้นความปลอดภัยด้านต่างๆ ด้านสังคม
ข่าวสาร กิจกรรมทางสังคม นันทนาการ และการส่ือสารออนไลน์ที่ทันสมัย ในแต่ละรูปแบบกิจกรรมมีการ
รว่ มมือกบั ภาคภาคเี ครอื ข่ายในพน้ื ทจ่ี งั หวดั สงขลาในการให้ความรู้กบั ผู้สูงอายุ
95
2. ความคดิ เหน็ ของผู้สงู อายุในการจดั กจิ กรรมเพื่อพฒั นาคุณภาพชีวิตของผู้สงู อายุอยใู่ น
ระดับมาก มคี า่ เฉล่ยี 4.19 เมื่อพิจารณารายดา้ น พบว่า ด้านสงั คมอยู่ในระดับมากทสี่ ดุ มคี า่ เฉลยี่ 4.44
รองลงมาดา้ นจิตปญั ญา อยูใ่ นระดับมาก มคี ่าเฉลยี่ 4.43 ดา้ นสุขภาพรา่ งกาย อยูใ่ นระดบั มาก มีคา่ เฉลี่ย
3.98 และดา้ นจติ ใจ อย่ใู นระดับมาก แต่มคี า่ เฉลีย่ น้อยสุดคอื 3.93 ตามลาดบั
จากผลการศึกษาดังกล่าวเทศบาลเมืองเขารูปช้างสามารถนาข้อมูลที่ได้ไปพัฒนากิจกรรมที่เพ่ือ
ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ดีย่ิงขึ้น รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ สามารถท่ีจะนาเอาไปประยุกต์ใช้
ในการจัดกจิ กรรมใหก้ บั ผ้สู งู อายใุ นพืน้ ทไี่ ด้
รัตน์ติกานต์ อินทร์สุข และ ธนัสถา โรจนตระกูล (2564) การศึกษาการจัดสวัสดิการสังคม
สาหรับผู้สูงอายุเขตองค์บริหารส่วนตาบลกาแพงดิน อาเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร การวิจัยคร้ังนี้มี
วัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้สูงอายุต่อการจัดสวัสดิการสังคม เพ่ือเปรียบเทียบ
ความคิดเห็นของผู้สูงอายุท่ีมีต่อการจัดสวัสดิการสังคมใน และ เพ่ือศึกษาแนวทางการจัดสวัสดิการสังคม
สาหรบั ผ้สู ูงอายุในเขตองค์การบรหิ ารส่วนตาบลกาแพงดิน อาเภอสามงา่ ม จังหวดั พิจิตร การศกึ ษาวิจัยคร้งั นี้
ดาเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุ
จานวน 246 คน ท่ีได้จากการแทนค่าในสูตรของ Taro Yamane และผู้ให้ข้อมูลสาคัญ 4 คน เคร่ืองมือที่ใช้
การวิจัย คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย ค่าส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน ค่า t-test ค่า F-test (One Way ANOVA) และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้เทคนิคการ
วิเคราะหเ์ นอ้ื หา ประกอบบรบิ ท สงั เคราะห์ข้อมูลตามวตั ถุประสงค์ ผลการวิจัยพบว่า
1. ความคิดเห็นของผู้สูงอายุต่อการจัดสวัสดิการสังคมสาหรับผู้สูงอายุในเขตองค์การบริหาร
สว่ นตาบลกาแพงดิน อาเภอสามงา่ ม จงั หวัดพิจิตร โดยภาพรวมอยูใ่ นระดบั มาก
2. ผลการเปรียบเทียบ พบว่า ผู้สูงอายุของที่มีปัจจัยส่วนบุคคลต่างกันมีความคิดเห็นต่อ
ระบบการจัดสวัสดิการสังคมสาหรับผู้สูงอายุในเขตองค์การบริหารส่วนตาบลกาแพงดิน อาเภอสามง่าม
จงั หวดั พจิ ิตร ไม่แตกตา่ งกนั
3. แนวทางการจัดสวัสดิการสาหรับผู้สูงอายุน้ันต้องเน้นในการดูแลช่วยเหลือ และพัฒนา
ผู้สูงอายุแบบด้วยตนเอง ครอบครัวและแบบมีส่วนร่วมทั้งองค์การบริหารส่วนตาบลและหน่วยงานในพื้นที่
ดังน้ี การจัดสวัสดิการทางสังคมเพ่ือการส่งเสริมการพัฒนาสุขภาวะของผู้สูงอายุด้วยตัวของท่านเอง การจัด
สวัสดิการทางสังคมเพื่อการส่งเสรมิ การพัฒนาสุขภาวะของผู้สงู อายุโดยครอบครัว การจัดสวัสดิการทางสังคม
เพื่อการส่งเสริมการพัฒนาสุขภาวะของผู้สูงอายุโดยหน่วยงานในท้องถิ่น การจัดสวัสดิการทางสังคมเพ่ือการ
สง่ เสรมิ การพัฒนาสุขภาวะของผสู้ ูงอายโุ ดยชุมชน
ณัฐสุดา ตะเภาพงษ์ (2563) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพยี งกับประสิทธิผลของสถานศึกษา ในสงั กัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา จังหวัด
ปราจีนบุรี เขต 1 ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับ
ประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดปราจีนบุรี เขต 1 การ
96
วิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพ่ือศึกษาการบริหาร สถานศึกษาและวิเคราะห์ประสิทธิผลของสถานศึกษาตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพิจารณาความสัมพันธ์ ระหว่างการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงกับประสิทธผิ ลของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ไดแ้ ก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน
จานวน 302 คน เคร่อื งมือทีใ่ ชใ้ นการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถติ ิท่ีใชใ้ นการ
วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉล่ีย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และค่าสัมประสิทธิ์
สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient) พบว่า การบริหาร
สถานศึกษาตาม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีค่าเฉล่ียโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด คือ การบริหารงาน
ทั่วไป การบริหารงานบุคคล การบริหารวิชาการ และการบริหารงบประมาณตามลาดับ ขณะที่ประสิทธิผล
ของสถานศึกษา มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด คือ ด้านความใฝ่รู้ รักการอ่าน แสวงหาความรู้ด้วย
ตนเองของนักเรียน ด้านความสามารถผลิตนักเรียนให้มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูง ด้านความสามารถในการ
ปรับเปลีย่ นต่อสภาวะแวดลอ้ มท่มี ากระทบทั้งภายในและภายนอก ด้านความสามารถในการจัดสรรทรพั ยากร
อย่างมีประสิทธิภาพ และด้านความสามารถในการใช้ส่ือ นวัตกรรมและเทคโนโลยีของครู ตามลาดับ โดย
ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารสถานศึกษา มีความสัมพันธ์เชิงบวกท้ังในภาพรวมและรายด้าน อย่างมี
นยั สาคัญทางสถิตทิ ร่ี ะดับ .05
ชุติมา มาลัย และคณะ (2562) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุใน
ชุมชน จังหวัดราชบุรี การศึกษาเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาระดับภาวะซึมเศร้าและปัจจัยท่ีมี
ความสัมพันธ์ต่อภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุในชุมชนตาบลดอนทราย อาเภอโพ
ธาราม จังหวัดราชบุรี จานวน 300 คน คัดเลือกกลุ่ม ตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มแบบง่ายด้วยวิธีการจับฉลาก
รายช่ือ เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามปัจจัย ส่วนบุคคล ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ
ปัจจัยด้านการทาหน้าที่ของครอบครัว และแบบประเมินภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ วเิ คราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ
เชิงพรรณนา และสถิติไคสแควร์ ผลการวิจัย พบว่า ผู้สูงอายุเป็นเพศหญิง (ร้อยละ 62.00) มีอายุอยู่ระหว่าง
60-69 ปี (ร้อยละ 43.33) จบการศึกษา ระดับประถมศึกษา (ร้อยละ 86.30) มีรายได้เฉล่ียต่อเดือน 500-
1,000 บาท (ร้อยละ 44.3) อาศัยอยู่กับคู่สมรสหรือบุตรหลาน (ร้อยละ 88.30) จากการประเมินภาวะ
ซมึ เศร้าในผู้สูงอายุ พบว่า รอ้ ยละ 37.33 มีภาวะซึมเศรา้ ซ่ึงเพศหญิงมีภาวะซมึ เศร้า มากกวา่ เพศชาย โดยมี
ภาวะซึมเศร้าอยู่ในระดับเล็กน้อย (ร้อยละ 70.54) และมักมีอาการนอนหลับไมส่ นิทในช่วง 2 สปั ดาห์ ที่ผ่าน
มา (ร้อยละ 57.99) ปัจจัยท่ีมีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุ ได้แก่ เพศ สถานภาพสมรส
ลักษณะการอยู่อาศยั ความสมั พันธ์ในครอบครวั และความเพียงพอของรายได้ (p< .05) การศึกษาครั้งนแ้ี สดง
ใหเ้ ห็นว่าควรส่งเสริมให้ผสู้ ูงอายุหญิงมีสมั พันธภาพท่ดี ีในครอบครัว เพ่ือป้องกันภาวะซึมเศร้า สาหรับปัจจยั ที่
ทา ให้ผู้สูงอายุซึมเศร้าดังกล่าว สามารถนา ไปใช้ในการวางแผนและเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา
สขุ ภาพจติ ของผสู้ ูงอายุไดอ้ ย่างเหมาะสม
นวรัตน์ ปัญจธนทรัพย์ (2562) ได้ศึกษาการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สงู อายุท่ีต้องพึ่งพาตนเอง
ในเขตอาเภอบ้านโป่ง จังหวดั ราชบุรี งานวิจัยคร้ังนมี้ จี ุดประสงค์เพอื่ ศึกษาความตอ้ งการเกยี่ วกบั คุณภาพชวี ิต
97
ของผู้สูงอายุท่ีต้องพึ่งพา ตนเองในเขตอาเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และเพ่ือหาแนวทางในการพัฒนา
คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุท่ีต้องพึ่งพาตนเองในเขตอาเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี กลุ่มประชากรเป้าหมาย
ได้แก่ ผูส้ ูงอายุท่ีต้องพ่ึงพาตนเองทัง้ เพศชายและเพศหญงิ ทมี่ ีอายุ 60 ปี ข้ึนไป จานวน 75 คน โดยการเลือก
สัมภาษณ์แบบเจาะจง เครือ่ งมือที่ใช้ในการวิจยั เปน็ แบบสอบถาม โดยใช้การวเิ คราะหข์ ้อมูลโดยการแจกแจง
ความถ่ีคา่ เฉลี่ย ค่าส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน จากผลการวิจยั พบวา่
1. ผลการศึกษาความต้องการเก่ียวกับการพัฒนาคุณภาพชีวติ ของผสู้ ูงอายุที่ต้องพึ่งพาตนเอง
ในเขตอาเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทั้ง 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านท่ีอยู่อาศัย
และสภาพแวดล้อม ด้านสังคม ด้านสุขภาพอนามัย ด้านรายได้ และด้านความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง เม่ือ
พจิ ารณาเป็นรายด้านโดยเรียงจากลาดบั มากไปหาน้อย ได้แก่ 1) ดา้ นความร้สู ึกมีคุณค่าในตนเอง (คา่ เฉลี่ย =
4.20) 2) ด้านสังคม (ค่าเฉลี่ย = 4.14) 3) ด้านที่อยู่อาศัย และสภาพแวดล้อม (ค่าเฉล่ีย = 4.10) 4) ด้าน
สขุ ภาพอนามัย (คา่ เฉล่ีย = 4.08) และ5) ดา้ นรายได้ (คา่ เฉลย่ี = 3.91)
2. ผลการศึกษาแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ต้องพ่ึงพาตนเองในเขตอาเภอ
บ้าน โป่ง จังหวัดราชบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( ⃐ = 4.11, S.D. = 0.36) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ
โดยเรียงจากลาดับมากไปหาน้อย ได้แก่ ดา้ นสุขภาพอนามัยควรจัดให้มีการตรวจสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุอย่าง
สม่าเสมอ ( ⃐ = 4.80, S.D. = 0.35) ด้านรายได้ควรจัดหาแหล่งงานหรือจัดโครงการส่งเสริมอาชีพให้แก่
ผู้สูงอายุ เพื่อให้มีรายได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจาวัน ( ⃐ = 4.72, S.D. = 0.38) ด้านความรู้สึกมีคุณค่าใน
ตนเองควรจัดโครงการส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุให้สามารถมีทักษะในการดารงชีวิตได้อย่างเหมาะสมและมี
ความสุข ( ⃐ = 4.00, S.D. = 0.40) ด้านที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมควรปรับปรุงลานเอนกประสงค์
ประจาตาบลให้มีพื้นที่เหมาะสมสาหรับให้ผู้สูงอายุได้ใช้ออกกาลังกาย (⃐ = 3.59, S.D. = 0.41) ด้านสังคม
ควรจัดโครงการสง่ เสริมสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้ ทากิจกรรมร่วมกันเพ่ือให้ผูส้ ูงอายุได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ซ่งึ กนั และกนั (⃐ = 3.42, S.D. = 0.43)
นงลักษณ์ พรหมติงการ และคณะ (2562) ได้ศกึ ษาการดแู ลผู้สูงอายุในระบบบริการสุขภาพ ตาม
มุมมองของผู้สูงอายุและครอบครัว การวิจัยคร้ังน้ีเป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (descriptive research) เพ่ือ
ศึกษาการดูแลผู้สงู อายุในระบบบรกิ ารสุขภาพ ตามมุมมองของผสู้ งู อายแุ ละครอบครัว จังหวดั ลาปาง ระหว่าง
เดือนมีนาคม ถึงเดือนสิงหาคม 2561 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคร้ังน้ี คือ ผู้สูงอายุและครอบครัว เลือก
กลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) จานวน 800 คนเครื่องมือท่ีใช้เป็นแบบสอบถาม
ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง 2) มุมมองของผู้สูงอายุและครอบครัว
เก่ียวกับการดูแลผู้สูงอายุในระบบบริการสุขภาพ โดยแบบสอบถามผู้วิจัยได้สร้างข้ึนเองจากการทบทวน
วรรณกรรมท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การดูแลผูส้ ูงอายใุ นระบบบรกิ ารสุขภาพ เครือ่ งมือท่ีใช้ในคร้ังนี้คานวณค่าดัชนีความ
ตรงตามเน้อื หา (content validity index: CVI) ได้ค่าความตรงเชิงเนือ้ หาเท่ากบั 1.00 วเิ คราะห์ข้อมูลโดย
ใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัย พบว่า มุมมองของผู้สูงอายุเก่ยี วกับการดูแลผู้สูงอายุในระบบบริการสุขภาพ
98
อยู่ในระดับมาก (⃐ = 3.98, S.D. = 0.67) เม่ือแบ่งรายด้านพบว่า ด้านการมีทศั นคตทิ ี่ดตี อ่ ผู้สงู อายุมากทส่ี ุด
( ⃐ = 4.26, S.D. = 0.65) และมุมมองของครอบครัวเก่ียวกับการดูแลผู้สูงอายุในระบบบริการสุขภาพอยู่ใน
ระดับมาก ( ⃐ = 4.08, S.D. = 0.87) และเมื่อแบ่งรายด้านพบว่า ด้านการมีทัศนคติท่ีดีต่อผู้สูงอายุมากท่ีสุด
(⃐ = 4.33, S.D. = 0.61) ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใช้เป็น
ข้อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนารูปแบบการใหบ้ ริการพยาบาลพื้นฐานโยบายประเทศและการดูแลแบบหัวใจความ
เป็นมนุษย์ ที่ตอบสนองความตอ้ งการของผสู้ ูงอายแุ ละครอบครวั รวมถงึ คณุ ภาพการพยาบาลทด่ี ียิ่งขน้ึ ต่อไป
ริรร์ พิมมานุรักษ์, ปัณณทัต บนขุนทด และถาวรีย์ แสงงาม (2562) ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อ
คุณภาพชวี ิตผสู้ งู อายบุ ้านหนองโพรง ตาบลอิสาณ อาเภอเมอื ง จังหวดั บุรรี ัมย์ การวิจัยคร้ังนี้ มวี ัตถปุ ระสงค์
เพ่ือ ศึกษาปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุท่ีอาศัยอยู่ในเขตบ้านหนองโพรง ตาบลอิสาณ อาเภอ
เมือง จังหวัดบุรีรัมย์ และศึกษาระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในเขตบ้านหนองโพรง ตาบลอิสาณ
อาเภอเมือง จังหวัดบุรีรมั ย์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ผู้สูงอายุท่ีมีอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ท่ี
อาศัยอยู่ในเขตบ้านหนองโพรง ตาบลอิสาณ อาเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ จานวน 103 คน เครื่องมือ ที่ใช้ใน
การเก็บรวบรวมขอ้ มูลเป็นแบบสอบถาม ซ่ึงประกอบดว้ ย 5 องค์ประกอบ คอื ดา้ นปัญญา ด้านร่างกาย ด้าน
จติ ใจ ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม ด้านส่ิงแวดล้อม ตรวจสอบความตรงของเน้ือหาโดย การพิจารณาค่าดัชนี
ความ สอดคล้องของเน้ือหากับวัตถุประสงค์เป็นรายข้ออยู่ระหว่าง 0.5–1 และได้ค่า Cronbach’s Alpha
Coefficient เท่ากับ .73 สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าร้อยละ (Percentage), ค่าเฉลี่ย (Mean), ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และ Regression ผลการวิจัย พบว่า
1. การศึกษาปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุบ้านหนองโพรง ตาบลอิสาณ อาเภอ
เมือง จงั หวัดบุรีรมั ย์ พบวา่ ปจั จยั ดา้ นโรคประจาตัว ด้านการศึกษา และดา้ นรายได้ มีอิทธิพลตอ่ คุณภาพชวี ิต
ผู้สูงอายุ ส่วนอายุ เพศ สถานภาพ อาชีพ สมาชิกกลุ่มในชุมชน ท่ีพักอาศัย การด่ืมแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่
และการออกกาลังกาย ไม่มอี ทิ ธิพลตอ่ คุณภาพชวี ิตผสู้ งู อายุอย่างมนี ยั สาคญั ทางสถิติทีร่ ะดับ .05
2. ระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.60 ส่วน
คุณภาพชวี ิตผู้สูงอายุรายด้านทอี่ ยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ คุณภาพชีวิตด้านความสัมพันธ์ทางสังคม เป็นด้าน
ที่สูงท่ีสุด มีค่าเฉล่ีย 4.72 รองลงมา ได้แก่ คุณภาพชีวิตด้านจิตใจ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.64 และคุณภาพชีวิต
ดา้ นสภาพแวดล้อม มีคา่ เฉลี่ยเท่ากับ 4.58 ตามลาดบั สาหรับคุณภาพชวี ิตผู้สูงอายรุ ายด้านทอี่ ยู่ในระดับมาก
ได้แก่ คุณภาพชีวิตด้านร่างกาย มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.48 และคุณภาพชีวิตด้านปัญญา มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.42
ตามลาดบั
สปุ รีญา นุ่นเกลย้ี ง และศิรลิ ักษณ์ คมั ภิรานนท์ (2562) ศกึ ษาเรอ่ื งศกั ยภาพขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพ้ืนฐานทุนทางวัฒนธรรมในพื้นท่ีจังหวัดชายแดน
ใต้: ศึกษากรณี เทศบาลตาบลยุโป อาเภอเมือง จังหวัดยะลา การวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค์การวิจัยเพ่ือศึกษา 1)
ระดับศักยภาพของท้องถ่ินในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรมในพ้ืนที่
99
จังหวัดชายแดนใต้: ศึกษากรณี เทศบาลตาบลยุโป อาเภอเมือง จังหวัดยะลา และ 2) หาข้อเสนอแนะแนว
ทางการพัฒนาศักยภาพของท้องถ่ินในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรม
ในระดับชายแดนใต้ : ศึกษากรณี เทศบาลตาบลยุโป อาเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยการวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิง
ปริมาณ ใช้การสารวจกลมุ่ ตัวอยา่ ง จานวน 177 คน วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายข้ันตอน คือการส่มุ ตัวอย่าง
แบบแบ่งกลุ่ม และการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือท่ีใช้การเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้
ในการวิเคราะห์ คือ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ระดับศักยภาพของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพื้นฐานทุนทางวัฒนธรรมในพ้ืนท่ี
จังหวัดชายแดนใต้ภาพรวมอยรู่ ะดับปานกลาง ( ⃐ = 3.33, S.D. = .0.81) โดยเฉพาะดา้ นผนู้ าและนโยบายมี
คา่ มากสดุ ( ⃐ = 3.38, S.D. = .0.84) ในประเดน็ ขอ้ ย่อยว่าผู้บริหารทอ้ งถน่ิ มคี วามรู้และเข้าใจในหลกั การจัด
สวัสดิการที่สอดคล้องกับหลักศาสนาของผู้สูงอายุในชุมชน มีค่าสูงสุด (x = 3.51, S.D. =.0.84) รองลงมาคือ
ด้านการบริหารจัดการ (⃐ = 3.33, S.D. = .0.82) ในประเด็นข้อย่อยว่าวางแผนจัดกิจกรรมโรงเรียน
ผูส้ ูงอายุได้ครอบคลุมประเภทตา่ งๆ ของผู้สงู อายุ และหลากหลายทักษะความรู้ โดยคานึงถึงวัฒนธรรมแต่ละ
กลุ่ม มีค่าสูงสุด (⃐ = 3.49, S.D. = 1.00) และด้านความร่วมมือเชิงเครือข่ายและชุมชน ( ⃐ = 3.33, S.D.
= 1.00) ในประเด็นข้อย่อยว่าสามารถผลักดันคนในชุมชนมาร่วมเป็นอาสาสมัครทางานเป็นเครือข่ายในการ
ดูแลสร้างเสริมสุขภาพแก่ผู้สูงอายุที่คานึงถึงวัฒนธรรมและศาสนา ( ⃐ = 3.36, S.D.= 0.93) ส่วนแนวทาง
การพัฒนาศักยภาพของท้องถ่ินในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุบนพ้ืนฐานทุนทางวัฒนธรรมใน
ระดับชายแดนใต้โดยภาพรวมอยู่ในระดบั มาก (⃐ = 3.80, S.D. = 0.78)โดยเฉพาะประเด็นทม่ี ีค่ามากสุดคือ
ต้องสนับสนุนให้ชมรมผู้สูงอายุ และชุมชนเป็นตัวหลักในการดูแลผู้สูงอายุบนพื้นฐานความต้องการของ
ผู้สูงอายุ ( ⃐ = 3.92, S.D. =0.92) รองลงมาคือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินควรต้ังงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อ
สนบั สนนุ การใหเ้ งนิ เบ้ยี ยังชีพแก่ผสู้ งู อายุใหม้ ากข้ึน ( ⃐ =3.91, S.D. = 0.94) ประเด็นควรต้ังกรอบเจ้าหน้าที่
หรือบุคลากรนกั กายภาพและนักบริบาลสาหรบั ผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (⃐ = 3.91, S.D. =
0.93) และประเด็นควรส่งเสริมแนวคดิ วิสาหกิจเพ่ือช่วยเหลือสงั คม โดยรวมกลุ่มอาชีพของผู้สูงอายตุ ามความ
เหมาะสมของพน้ื ท่ี (⃐ = 3.91, S.D. = 1.01)
อรนิษฐ์ แสงทองสุข (2562) ได้ทาการศึกษาคุณภาพชีวติของผู้สูงอายุในประเทศไทย
กรณีศึกษาเขตกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรี การวิจัยครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาระดับ
คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย เขตกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรี (2) เพื่อกาหนดแนว
ทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของผู้สูงอายุเขตกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนนทบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ
ผู้สูงอายุสัญชาติไทยท่ีมีอายุ 60 ปี ข้ึนไป ท่ีเป็นสมาชิกสมาคมผู้สูงอายุเขตกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และ
นนทบุรี มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ที่มีค่าความเชื่อมั่นท้ังฉบับเท่ากับ 0.860 จานวน 384
ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางสถิติท่ีใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ค่าความถ่ี ค่าร้อยละ
100
ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที สถิติเอฟ และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า คุณภาพ
ชวี ิตของผู้สูงอายดุ ้านสภาพความเป็นอยู่ท่ีดีโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง คุณภาพชีวิตของผูส้ ูงอายุด้าน
สภาพร่างกายท่ีดี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้านการตัดสินใจด้วยตนเอง โดย
ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง คุณภาพชีวิตของผู้สงู อายุด้านการรวมกลุ่มทางสังคม โดยภาพรวมอยูใ่ นระดับ
ปานกลาง คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง
คณุ ภาพชวี ติ ของผ้สู งู อายุด้านสภาพอารมณท์ ่ดี ี โดยภาพรวมอยูใ่ นระดบั มาก
ศิริสุข นาคะเสนีย์ (2561) ได้ศึกษาเร่ืองพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุใน
กรุงเทพมหานคร การวิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพ พฤติกรรมการ
ดูแลสุขภาพตนเอง และความต้องการสวัสดิการจากรัฐของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน
การวิจัย คือ ผู้สูงอายุ จานวน 400 คน โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ
รวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติท่ีใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
ท ด ส อ บ ค่ า ที แ ล ะ ใ ช้ ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ค ว า ม แ ป ร ป ร ว น ท า ง เ ดี ย ว
ผลวิจัยพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพโดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง 2)
กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด 3) กลุ่มตัวอย่างมีความ
ต้องการสวัสดิการจากรัฐโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 4) กลุ่มตัวอย่างที่มีเพศแตกต่างกัน มีการเปิดรับ
ข่าวสารเก่ียวกบั สุขภาพโดยภาพรวมไม่แตกต่างกนั สว่ นกลุม่ ตัวอย่างท่มี ีอายุ และระดับการศึกษาแตกต่างกัน
มกี ารเปิดรับข่าวสารเก่ียวกับสุขภาพโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05 5) กลุ่ม
ตัวอย่างท่ีมีเพศและระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองโดยภาพรวมแตกต่างกัน
ส่วนกลุ่มตัวอย่างท่ีมีอายุแตกต่างกัน มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองโดยภาพรวมไม่แตกต่างกันอย่างมี
นยั สาคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั 0.05
สนธยา สวัสดิ์ (2561) ศึกษาการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านร้องเม็ง ตาบลหนอง
แหย่ง อาเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ การวิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหา และ
ความต้องการ การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านร้องเม็ง ตาบลหนองแหย่ง อาเภอสันทราย
จงั หวัดเชียงใหม่ 2) เพอื่ ศึกษาและพฒั นากิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ้สู งู อายใุ นชมุ ชนบา้ นร้องเมง็ ตาบล
หนองแหย่ง อาเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 3) เพื่อทดลองใช้และศึกษาผลการใช้กิจกรรมการพัฒนา
คุณภาพชีวติ ผู้สูงอายุในชมุ ชนบ้านร้องเม็ง ตาบลหนองแหยง่ อาเภอสันทราย จงั หวดั เชียงใหม่ 4) เพอ่ื ติดตาม
ประเมินคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และผลการใช้กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านร้องเม็ง
ตาบลหนองแหย่ง อาเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นงานวิจัยแบบผสมผสานเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
(Mixed Methods Approach : Qualitative and Quantitative Research Design) ในรูปแบบการวิจัย
แบบพร้อมกัน (Convergent Parallel Design) โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุ จานวน 20 คน ได้จากการ
คัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยดาเนินการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ และใช้
แบบสอบถามแบบมาตรส่วนประมาณค่า เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ การประชุม
101
เชิงปฏิบัติการเพื่อวางแผนพัฒนากิจกรรมแบบมีส่วนร่วมระหว่างผู้วิจัยและผู้สูงอายุ การจัดกิจกรรมพัฒนา
คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยผู้วิจัยและนักศึกษา การระดมความคิดเห็นแบบเป็นกลุ่ม และใช้แบบสอบถามแบบ
มาตรส่วนประมาณค่าเพื่อติดตามผลความพึงพอใจและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัยครั้งน้ี
ประกอบด้วย 1) แบบสัมภาษณ์ผ้สู งู อายุ มคี ่า IOC = 0.92 2) แบบสารวจสภาพปญั หาและความตอ้ งการของ
ผู้สูงอายุ มีค่า IOC = 0.91 3) แผนการจัดกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ หาความสอดคล้อง
ระหว่างรายการพฤติกรรมแต่ละข้อกับนิยาม มีค่า IOC = 0.92 4) แบบสารวจความพึงพอใจในกิจกรรมการ
พฒั นาคณุ ภาพชวี ิตของผูส้ ูงอายุ มีค่า IOC = 0.93 5) แบบติดตามและประเมนิ คุณภาพชีวติ ของผู้สูงอายุ มีค่า
IOC = 0.92 เคร่ืองมือท้ังหมดที่ใช้ในการวิจัยหาประสิทธิภาพโดยการพิจารณาความสอดคล้องจาก
ผเู้ ชี่ยวชาญจานวน 3 คน การวิเคราะห์ขอ้ มูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เชิงเน้ือหาและขอ้ มลู เชงิ ปริมาณ ใช้
คา่ สถติ ิ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ผลการวิจยั พบวา่
1. สภาพปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุ ในชุมชนบ้านร้องเม็ง ตาบลหนองแหย่ง
อาเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ท่ีสาคัญคือ ด้านสติปัญญา ( ⃐ = 4.30, S.D. = 0.47) ได้แก่ สนใจ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนในชุมชน ต้องการแบ่งปันความรู้ให้กับบุคคลอื่นในชุมชน ต้องการศึกษาเรียนรู้ใน
เทคโนโลยปี ัจจุบนั และตอ้ งการนาความรไู้ ปใช้ชว่ ยเหลืองานชุมชน
2. กรอบเนื้อหาที่เก่ียวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้านร่างกาย ได้แก่ ร่างกาย
เคล่ือนไหวได้คล่องแคล่ว สุขภาพแข็งแรง ด้านอารมณ์ ได้แก่ เพลิดเพลิน ไม่เคร่งเครียด ผ่อนคลาย ด้าน
สังคม ได้แก่ พบปะสังสรรค์ ร่วมกิจกรรมทางสังคม และด้านสติปัญญา ได้แก่ ได้รับความรู้ใหม่ แลกเปลี่ยน
ประสบการณ์
3. ความพึงพอใจของผู้สูงอายุท่ีมีต่อกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนบ้านร้องเม็ง
ตาบลหนองแหย่ง อาเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ผู้สูงอายุมีความพึงพอใจต่อพฤติกรรมการมีส่วน
ร่วมและการเป็นผู้นากิจกรรมของผู้วิจัยและนักศึกษา ( ⃐ = 4.67, S.D. = 0.23) และการร่วมกิจกรรมกลุ่ม
ของผสู้ งู อายุ (⃐ = 4.29, S.D. = 0.26)
4. บทบาทการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต คือ การพูดคุย
แลกเปล่ียนความคิดเห็น การทากิจกรรม ช่วยเหลือกัน และการสรุปองค์ความรู้ท่ีได้รับจากการเข้าร่วม
กิจกรรม พบว่า ประโยชนท์ ี่ไดร้ บั จากการเข้ารว่ มกิจกรรม ได้แก่ ความรู้ ความสุข สุขภาพ การมีสติ รอบคอบ
และเครือข่ายผ้สู งู อายทุ เี่ ข้มแขง็
5. การมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ นักศึกษาและผู้วิจัย ข้อค้นพบท่ีได้ คือ องค์ความรู้และภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถ่ินที่ได้จากการแลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกัน วิธกี ารปรบั ตัวกับผูส้ ูงอายุ มารยาททางสังคมวัฒนธรรม
ความเป็นไทย การพูด การยอมรบั ซ่ึงกันและกัน ความเป็นผู้นาและผู้ตามที่ดี รวมท้ังแรงบันดาลใจและความ
มุ่งม่นั ทจ่ี ะทาประโยชน์เพื่อสังคมสบื ต่อไป
6. การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ควรพิจารณาไปพร้อมกันทุกด้าน ได้แก่ ด้านร่างกายควร
บารุงรักษาให้แข็งแรง ด้านอารมณ์หาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้เบิกบานแจ่มใส ด้านสังคมคือการช่วยเหลือ
102
เกื้อกูลกันในสังคม บารุงศาสนา และด้านสติปัญญาคือการสานต่อภูมิปัญญาท้องถ่ิน เพ่ือสร้างประโยชน์สุข
แก่สงั คมโดยรวม
สิทธิพรร์ สุนทร, วัชรินทร์ สุทธิศัย และพงษ์ศักดิ์ ซิมมอนด์ส (2561) ทาการศึกษารูปแบบ
ความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม มีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1)
ศึกษาสภาพความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม 2) ศึกษาปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อความสุขของผู้สูงวัยใน
จังหวัดมหาสารคาม 3) สร้างรูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม และ 4) ยืนยันรูปแบบ
ความสุขของผู้สูงวยั ในจังหวดั มหาสารคาม การวิจัยครง้ั น้ีแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะท่ี 1 ศึกษาสภาพ
ความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัด
มหาสารคาม กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้สูงวัย จานวนทั้งสิ้น 399 คน กาหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของทาโรยา
มาเน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิและสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมอื ทใี่ ช้ ได้แก่ แบบสอบถามมาตรา
ส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และมีค่าความเชื่อม่ันท้ังฉบับเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่
ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียรส์ ัน และการวเิ คราะห์การ
ถดถอยพหุคูณเชิงเส้นตรง ระยะที่ 2 การสร้างรูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มผู้ให้
ขอ้ มูลได้แก่ อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุจานวน 14 ท่าน ผู้อานวยการโรงพยาบาลจังหวัดมหาสารคาม จานวน
1 ท่าน และสาธารณสุขจังหวัด จานวน 1 ท่านรวมเป็น 16 ท่าน ซึ่งใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง
เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถาม การประชุมกลุ่ม และใช้วิธีวิเคราะห์แบบอุปนัย ระยะที่ 3 การยืนยัน
รปู แบบความสุขของผู้สูงวัยในจงั หวดั มหาสารคาม กลมุ่ ผใู้ ห้ขอ้ มลู ไดแ้ ก่ ผู้เชย่ี วชาญดา้ นผูส้ ูงอายุ จานวน 17
ทา่ น กาหนดกลุ่มตวั อย่างโดยการใชเ้ ทคนิคเดลฟาย และใชว้ ิธกี ารสุ่มตัวอย่างแบบแบบเจาะจง เครื่องมอื ที่ใช้
ได้แก่ แบบสอบถามยืนยันความเหมาะสมของรูปแบบการพัฒนาความสุขของผู้สูงอายุในเขตจังหวัด
มหาสารคาม ซ่ึงเป็นมาตราสว่ นประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่ามัธยฐาน และ
พสิ ยั ควอไทล์ ผลการวจิ ยั พบวา่
1) สภาพความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อ
พิจารณาเป็นรายมติ ิพบว่า อยใู่ นระดับมากจานวน 2 มิติ และอยู่ในระดบั ปานกลาง จานวน 3 มิติ
โดยเรียงลาดับมิติท่ีมีค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อยได้ดังน้ี สภาพความสุขในมิติสุขสง่า ( ⃐ = 3.55, S.D.
= 0.45) สภาพความสุขในมิติสุขสงบ ( ⃐ = 3.45, S.D. = 0.42) สภาพความสุขในมิติสุขสว่าง
(⃐ = 3.15, S.D. = 0.54) สภาพความสุขในมิติสุขสนุก (⃐ = 3.10, S.D. = 0.54) และมิติสุดท้าย
ได้แก่ สภาพความสขุ ในมติ สิ ขุ สบาย (⃐ = 3.01, S.D. = 0.53)
2) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคามโดยรวมอย่างมี
นัยสาคัญท่ีระดับ 0.05 มีจานวน 11 ตัวแปร สอดคล้องกับสมมติฐานของการวิจัยที่ต้ังไว้เรียงลาดับ
จากตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการผันแปรในตัวแปรตามในแบบคะแนนมาตรฐานมากที่สุดไปหาน้อย ดังนี้
ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ (X2 Beta = 0.39), ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว (X3 Beta = 0.35),
ปัจจัยสังคมและเพ่ือนฝูง (X7 Beta = 0.35), ปัจจัยสถานการณ์ด้านการเงิน (X5 Beta = 0.32), ปัจจัยการ
103
พัฒนาจิตใจ (X4 Beta = 0.25), ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล (X9 Beta = 0.23), ปัจจัยการรับรู้สภาวะสุขภาพ
ของตนเอง (X1 Beta = 0.23), ปัจจัยเสรีภาพส่วนบุคคล (X8 Beta = 0.20), ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์
(X10 Beta = 0.20), ปัจจัยสัมพันธภาพทางเพศ (X11 Beta = 0 .1 9) และปัจจัยการมีส่วนร่วมในการทา
ประโยชนเ์ พือ่ สงั คม (X6 Beta = 0.19)
3) รูปแบบความสุขของผู้สูงวัยในจังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วยกิจกรรม จานวน 9
กิจกรรม และ กิจกรรมองคป์ ระกอบของรูปแบบความสุขของผู้สงู วัยในจังหวัดมหาสารคาม ทั้ง 9 กจิ กรรมมี
ความเหมาะสม โดยผู้เช่ียวชาญด้านผู้สูงอายุทั้ง 17 ท่านเห็นด้วยกับแนวทางกิจกรรมทั้ง 9 กิจกรรมในระดับ
เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยมีค่ามัธยฐาน > 4.20 ขึ้นไปทุกกิจกรรม (Min. Mdn. = 4.70 , Max. Mdn.= 4.95)
แสดงใหเ้ ห็นถงึ ความเหมาะสมของรปู แบบความสุขของผสู้ งู วยั ในจังหวดั มหาสารคาม
อรพิน ปิยะสกุลเกียรติ (2561) ได้ศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิต
ผู้สูงอายุในตาบลท่าแค จังหวัดลพบุรี การวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบริบทของชุมชนและคุณภาพชีวิต
ของผู้สงู อายุ กระบวนการมสี ว่ นรว่ มและแนวทางการมีส่วนรว่ มของชุมชนในการพัฒนา คุณภาพชีวิตผสู้ ูงอายุ
ในตาบลท่าแค อาเภอเมือง จังหวัดลพบุรี การศึกษาใช้วิธีการแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณเก็บ
ข้อมูลจากแบบสอบถาม การวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึก การปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
และการสนทนากลุ่ม สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย ค่าส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เชิง
เน้ือหา ผลการวจิ ัยพบว่า ตาบลท่าแคเป็นชุมชนเกา่ แก่ทมี่ ีวัฒนธรรมที่มคี ุณค่าต่อการสรา้ งการมีส่วนร่วมของ
ชุมชน กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนมาจากการดาเนินงานระหว่างภาคประชาชนและองค์การปกครอง
ส่วนท้องถิ่นร่วมกันคิดพัฒนากิจกรรมเพื่อนาไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต
ความสัมพันธ์ทางสังคม และสภาพแวดล้อม แนวทางการมีส่วนร่วมของชุมชนจากการส่งเสริมขององค์การ
บริหารส่วนตาบลท่าแคและการตระหนักรู้ของประชาชน โดยนาวัฒนธรรมท้องถ่ินมาสร้างจุดร่วมในการรวม
พลังชุมชนอย่างเข้มแข็ง ใช้หลักการมีส่วนร่วมขับเคล่ือนการดาเนินงาน โดยอาศัยจิตสานึกรับผิดชอบต่อ
ส่วนรวมของอาสาสมัครท่มี ีความพร้อมในการปฏบิ ตั ิงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายใุ นชมุ ชน
กมลชนก ขาสุวรรณ (2560) ทาการศึกษาคุณค่าของผู้สูงอายุในระบอบของความเป็นจริง :
ความท้าทายของนักวิจัยด้านสังคมศาสตรใ์ นปัจจุบัน บทความนี้มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ืออธิบายวิธีวิทยาแนวใหม่ ที่
ใช้ในการผลิตองค์ความรู้ของผู้สูงอายุ ใช้วิธีการสังเคราะห์องค์ความรู้และเอกสารท่ีเก่ียวข้อง ครอบคลุม
ผู้สูงอายทุ ุกช่วงวัย นามาวิเคราะห์ในมุมมองของปรากฏการณว์ ิทยา แนวตีความของ Heidegger ทมี่ ุ่งเน้นทา
ความเข้าใจประสบการณใ์ นชีวิตของผูส้ ูงอายุแบบต่างๆ ท่ีผู้ศึกษาเห็นว่ามีมุมมองที่น่าสนใจจากทัศนะของผู้ที่
เป็นเจ้าของประสบการณ์ ผลการศึกษา พบว่า วิธีวิทยาแนวใหม่ เป็นการผลิตองค์ความรู้ท่ีมุ่งเน้นผู้สูงอายุ
เป็นศูนย์กลาง เพื่อลดการครอบงาในลักษณะเหมารวม และสร้างความยุติธรรมในสังคม ข้อเสนอแนะของ
บทความน้ี ผู้ศึกษาเห็นว่านักวิจัยที่ทาการศึกษาคุณค่าของผู้สูงอายุ ควรนาวิธีวิทยาแนวใหม่มาใช้ ในศึกษา
จึงจะสามารถสร้างความหมายท่ีปรับเปล่ียนทั้งสถานภาพและบทบาท ตลอดจนองค์ความรู้ของผู้สูงอายุให้
104
ย้ายจากด้านลบมาอยู่ทด่ี ้านบวกได้มากขน้ึ อนั สะท้อนให้เหน็ ถึงความมีคณุ คา่ ที่จะทาให้ผสู้ งู อายุอยู่ร่วมกับคน
วัยอน่ื ในสังคม จึงเปน็ ความทา้ ทายของนักวจิ ยั สังคมศาสตรใ์ นปจั จบุ นั
กติ ตวิ งค์ สาสวด (2560) ปจั จัยท่ีส่งผลต่อคณุ ภาพชวี ิตผู้สูงอายุในจังหวัดภาคตะวันออก การวิจัย
นี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยระดับพ้ืนฐาน ปัจจัยด้านจิตลักษณะ และปัจจัยด้านความ ต้องการของ
ผู้สูงอายุ 2) เพ่ือศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต สังคม และจิตวิญญาณ และ 3)
เพื่อศึกษารูปแบบการดูแลรวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ การวิจัยคร้ังนี้ใช้วิธีการวิจัยแบบ
ผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างสาหรับการวิจัยเชิงปริมาณ
ประกอบด้วยผูส้ ูงอายุที่มีอายุต้ังแต่ 60 ปีขึน้ ไป จานวน 400 ราย ได้มาดว้ ยการสุ่มอย่างง่ายโดยใชต้ ารางของ
Taro Yamane เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม สถิติท่ีใช้สาหรับวิเคราะห์ข้อมูล
ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนกลุ่มตัวอย่างสาหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ
ประกอบด้วย ผู้สูงอายุจานวน 27 ราย ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการ
สัมภาษณเ์ ชิงลึกและวิเคราะหข์ อ้ มลู ทีเ่ ก็บมาได้โดยการวเิ คราะหเ์ น้ือหา ผลการวิจัยพบว่า
1. ปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยด้านจิตลักษณะ และปัจจัยด้านความต้องการของผู้สูงอายุมี
ความสมั พนั ธก์ ัน หากร่างกายปว่ ยจิตใจก็ป่วยดว้ ย
2. ผู้สูงอายทุ ่ีมีคุณภาพชีวติ ท่ีดีมาจากครอบครัวท่ีมีความรักความอบอุ่น สมาชิกในครอบครัว
ดารงชีวิต อยู่ร่วมกันด้วยความเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ดูแลซ่ึงกันและกันและดูแล
ผู้สูงอายุอยา่ งดี ท่ีสุดเทา่ ทีจ่ ะทาได้โดยเฉพาะในดา้ นอาหารและโภชนาการ
3. รปู แบบท่ีเหมาะสมสาหรับการดูแลผสู้ ูงอายคุ ือ สมาชิกครอบครัวเป็นบุคลากรหลักในการ
ดแู ลผู้สูงอายุ นอกจากน้ันหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องมีสว่ นรว่ มอย่างแข็งขันในการดูแลผู้สูงอายุ
โดยเน้นสขุ ภาวะของผ้สู งู อายุในทกุ ดา้ น คือ ดา้ นร่างกาย อารมณ์ และจติ วญิ ญาณ
จิรัชยา เคล้าดี, สุภชัย นาคสุวรรณ์ และจักรวาล สุขไมตรี (2560) ศึกษาปัจจัยท่ีมีผลต่อ
คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จังหวัดนครศรีธรรมราช การวิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาระดับ
คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในจังหวัดนครศรีธรรมราช และ 2) ศึกษาปัจจัยท่ีมีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
ในจังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ประกอบ ด้วย ผู้สูงอายุในจังหวัดนครศรีธรรมราช
จานวน 400 คน เคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติท่ี ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
คือ คา่ ร้อยละ (Percentage), ค่าเฉลีย่ (Mean), ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และใช้การ
ทดสอบค่า t-test และความแปรปรวนทางเดียว One-way ANOVA ผลการวจิ ยั พบว่า
1. ระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.86 ซ่ึงเมื่อ
พิจารณารายปัจจัย พบว่า ทุกปัจจัยส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอยู่ในระดับมาก โดยปัจจัย
ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับ 1 มีค่า เฉล่ียเท่ากับ 4.26 รองลงมา คือ ปัจจัยด้านความสัมพันธ์ทางสังคม มี
ค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.87 ปัจจัยด้านร่างกาย มีค่าเฉล่ีย เท่ากับ 3.78 ด้านปัญญา มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.74 และ
ปัจจัยทีส่ ง่ ผลต่อคุณภาพชวี ิตของผู้สูงอายุน้อยทสี่ ดุ คือ ปจั จยั ดา้ น จิตใจซง่ึ มีคา่ เฉล่ยี เท่ากบั 3.62 ตามลาดบั
105
2. การเปรยี บเทียบปัจจยั ท่ีมีผลต่อระดับการมีคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พบว่า ลักษณะส่วน
บุคคลของผู้สูงอายุทุกด้าน ได้แก่ 1) อายุ2) เพศ 3) สถานภาพ 4) ความมีโรค/อาการป่วย 5) ความสามารถ
ในการอ่านหนังสือ 6) ความ สามารถในการเขียนหนังสือ 7) ระดับการศึกษา 8) การเป็นสมาชิกกลุ่มของ
ชุมชน 9) แหล่งท่ีมาของรายได้ 10) รายได้ 11) ภาระหนี้สิน 12) เงินออม 13) การได้รับเบี้ยยังชีพ และ 14)
บุคคลทผี่ ู้สงู อายพุ ักอาศยั อย่ดู ว้ ย ไม่สง่ ผลกระทบต่อคณุ ภาพชีวติ ของผสู้ งู อายทุ ่รี ะดบั นัยสาคญั ทางสถติ .ิ 05
เจษฎา นกน้อย, วรรณภรณ์ บริพันธ์ (2560) ศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในจังหวัดสงขลา
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาระดับคุณภาพชีวิต และปัจจัยที่มีผลต่อระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุใน
จังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ ผู้สูงอายุในจังหวัดสงขลา จานวน 322 คน เคร่ืองมือท่ีใช้ในการ
เก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามคุณภาพชีวิต ซึ่งมีค่าความเช่ือมั่น .814 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุ ผลการวิจัยพบว่า
ผู้สูงอายุในจังหวัดสงขลามีคุณภาพชีวิตในองค์ประกอบด้านสังคม ด้านส่ิงแวดล้อม ด้านสุขภาพ และด้าน
จิตใจอยู่ในระดับสูง (⃐ = 4.44, S.D. = 0.81; ⃐ = 4.65, S.D. = 0.67; ⃐ = 4.38, S.D. = 0.78; ⃐ =
4.95, S.D. = 0.36 ตามลาดับ) ขณะท่ีมีคณุ ภาพชวี ิตในองค์ประกอบด้านเศรษฐกิจอยใู่ นระดับปานกลาง (⃐
= 3.36, S.D. = 0.52) โดยในภาพรวมพบว่า ผู้สงู อายุมีคณุ ภาพชีวิตอยูใ่ นระดับสงู ( ⃐ = 4.34, S.D. = 0.42)
ลักษณะการครอบครองท่ีอยู่อาศัย การเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา ความสุขในการดาาเนินชีวิต การเข้าร่วม
กิจกรรมภายในชุมชน การอาศัยอยใู่ นสภาพแวดล้อมทดี่ ี สะดวก และปลอดภัยแก่การใช้ชวี ติ อาชพี หลักก่อน
อายุ 60 ปี และความสัมพันธ์ภายในครอบครัว สามารถอธิบายคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในจังหวัดสงขลาได้
รอ้ ยละ 39.2
ยุวดี รอดจากภัย และกุลวดี โรจน์ไพศาลกิจ (2560) ศึกษาการพัฒนาเครือข่ายทางสังคมใน
การดูแลผู้สูงอายุ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์เครือข่าย
ทางสังคมที่ดูแลผู้สูงอายุ พัฒนาเครือข่ายและประเมินเครือข่ายทางสังคมท่ีดูแลผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่าง
ประกอบดว้ ย ผ้สู ูงอายุ จานวน 150 คน และผู้ให้บริการ จานวน 45 คน ในจังหวัดชลบุรี ฉะเชงิ เทรา จันทบุรี
สระแก้ว และจังหวัดตราด เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ ด้วยแบบสัมภาษณ์ และแบบ
สนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าสถิติ ร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Paired
Samples t-test และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการ วิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัย การศึกษาและ
วเิ คราะห์เครอื ข่ายทางสังคมทดี่ ูแลผู้สูงอายุมีท้ังหน่วยงานภาครัฐ เอกชน กลุ่มอาสาสมัคร และวัดกิจกรรมที่มี
จะมีกิจกรรมท่ีส่งเสริมสุขภาพท้ังกาย จิต สังคม และจิตวิญญาณ การพัฒนาเครือข่ายทางสังคมท่ีดูแล
ผสู้ ูงอายุใช้กระบวนการเสริมสร้างพลงั อานาจ การสนับสนุนทางสังคม และการมีส่วนรว่ ม เมื่อวัดผลผู้สูงอายุ
ในด้านการรับรู้คุณค่าในตนเอง และ พฤติกรรมสุขภาพ พบว่า คะแนนเฉล่ียการรับรู้คุณค่าในตนเองและ
พฤติกรรมสุขภาพระหว่างก่อน การทดลองและหลังการทดลอง พบว่า ดีขึ้น และมีความแตกต่างกันอย่างมี
นัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05) และในผู้ให้บริการ การรับรู้คุณค่าในตนเอง และการรับรู้พลังอานาจ มีคะแนน
106
เฉลยี่ การ รับรู้คุณคา่ ในตนเอง และการรับรูพ้ ลังอานาจ ระหว่างกอ่ นการทดลองและหลงั การทดลอง พบวา่ ดี
ขึ้น และมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05) ผลการประเมินเครือข่ายทางสังคมที่ดูแล
ผู้สูงอายุ พบว่า กระบวนการพฒั นาเครือข่ายทางสงั คมที่ใช้กระบวนการเสรมิ สร้าง พลงั อานาจ การสนบั สนุน
ทางสังคม และการมีส่วนร่วมเป็นส่ิงท่ีทาให้เครือข่ายเกิดการขยายเพิ่ม จานวนผู้สูงอายุ มีการแลกเปล่ียน
ความรู้ ความคิดและประสบการณ์ ซ่ึงกันและกัน และทาให้เกิดกิจกรรมที่หลากหลายท่ีเป็นประโยชน์ การ
พัฒนาเครือข่ายทางสังคมในการดูแลผู้สูงอายุ จึงเป็นสิ่งท่ีมีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ และควรดาเนินการอย่าง
ต่อเนอ่ื ง
อรรถกร เฉยทิม (2560) ได้ทาการศึกษาความสุขของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ เขต
กรุงเทพมหานคร การวิจยั คร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพอ่ื ศกึ ษาระดับและเปรียบเทยี บความสขุ ของผสู้ ูงอายุ จาแนก
ตามข้อมูลส่วนบุคคล และแนวทางการดาเนินชีวิตอย่างมีความสุขของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ เขต
กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกชมรม
ผู้สูงอายุ จานวน 397 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการแจกแจงความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์เนื้อหาโดยใช้แบบ
สัมภาษณ์สัมภาษณ์ผู้สูงอายุที่มีคะแนนความสุขจากการทาแบบสอบถามสูงสุด จานวน 5 คน เพ่ือนามา
วเิ คราะหห์ าแนวทางการดาเนินชีวติ อย่างมีความสุขของผู้สูงอายุผลการวจิ ยั พบว่า
1. ผูส้ ูงอายุในชมรมผสู้ งู อายุ เขตกรุงเทพมหานคร มีความสุขโดยรวมและรายด้าน ได้แก่
ด้านความสุขอนั เกิดจากการเขา้ ร่วมกจิ กรรม ด้านความสขุ อนั เกดิ จากการได้ชว่ ยเหลือผู้อื่น ดา้ นความสขุ อัน
เกิดจากการตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง และความสุขอันเกิดจากการมสี ุขภาพกายและจิตใจทด่ี ี อยูใ่ นระดบั
มาก
2. ผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ เขตกรุงเทพมหานคร ท่ีมีเพศต่างกัน มีความสุขแตกต่างกัน
อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 ส่วนผู้ สูงอายุท่ีมีอายุ สถานภาพสมรส ฐานะทางเศรษฐกิจ ความถ่ีใน
การเข้ารว่ มกิจกรรม ภาวะสุขภาพต่างกัน มีความสุขไมแ่ ตกตา่ งกัน
3. ผูส้ งู อายุในชมรมผูส้ ูงอายุ เขตกรุงเทพมหานคร มีแนวทางการด าเนินชวี ติ อยา่ งมคี วามสุข
คือการดูแลตนเองท้ังรา่ งกายและจิตใจ การมคี วามหวงั และมีการวางแผนในชวี ติ การบริหารจดั การกับความ
ทุกข์ การได้อยู่ร่วมกันหรือทากิจกรรมกับครอบครวั การเป็นท่พี งึ่ ของครอบครัว การเขา้ รว่ มทากิจกรรมทาง
ศาสนาหรอื ทางวฒั นธรรมประเพณี การไดถ้ ่ายทอดประสบการณค์ วามรู้ การทากิจกรรมท่ชี อบหรอื งาน
อดิเรก การได้พฒั นาตนเองด้วยการเรียนรู้ มกี ารเตรียมตัวเพื่อวัยผสู้ ูงอายุ การตระหนักถึงคณุ ค่าในตนเอง
การไดช้ ว่ ยเหลือผอู้ ื่นหรือทาประโยชน์ตอ่ สงั คม
มันโซร์ ดอเลาะ. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในจังหวัดชายแดนภาคใต้
กรณศี กึ ษา: ตาบลบาละ อาเภอกาบัง จงั หวดั ยะลา
มันโซร์ ดอเลาะ (2559) ปัจจัยท่ีมีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ กรณีศึกษา: ตาบลบาละ อาเภอกาบัง จังหวัดยะลา ในการวิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษา
107
ระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในตาบลบาละ อาเภอกาบัง จังหวัดยะลา 2) เพ่ือศึกษาเปรียบเทียบเทียบ
คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในตาบลบาละ อาเภอกาบัง จังหวัดยะลา ตามข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจัยครอบครัว
และปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสงั คม การวิจยั ครั้งน้ีเป็นการศกึ ษาในรูปแบบการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive
research) เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุในตาบลบาละ อาเภอกาบัง จังหวัด
ยะลา กลุ่มตัวอย่างท้ังหมด 289 คน มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งช้ัน โดยการกาหนดโควตาร้อยละ 50
ของหมู่บ้านท้ังหมด 11 หมู่บ้าน โดยการจับฉลาก จากนั้นกาหนดโควตาหมู่ละ ร้อยละ 50 แต่ละหมู่บ้านสุ่ม
ตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ และแบบวัดคุณภาพชีวิต WHOQOL-
BREFTHAI มคี ่าความเชื่อมนั่ 0.82 วเิ คราะห์ข้อมูลโดยใชส้ ถิติเชิงพรรณนาโดยการแจกแจงความถ่ี หาค่าร้อย
ละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตตามข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจัยครอบครัว
และปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม ของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สถิติ Independen t-test และ OneWay
ANOVA
ผลการวิจัย พบว่า
1 . คณุ ภาพชีวติ ของผู้สูงอายุ อยใู่ นระดับปานกลางร้อยละ 61.6
2 . ปัจจัยท่ีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุอย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติ คือ อายุ ระดับ การศึกษา
สถานภาพสมรส การออกกาลังกาย ลักษณะการอยู่กับครอบครัว รายได้ การเป็นสมาชิกกลุ่ม การเข้าร่วม
กิจกรรมทางศาสนา โรคประจาตัว การนอนหลบั ทเ่ี พยี งพอ
ข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการวิจัยครั้งน้ี พบว่า คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอยู่ในระดับปานกลาง
ดงั นั้นหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องควรมกี ารจัดกิจกรรมให้ความรู้ในเรื่องรับประทานอาหาร การออกกาลังกาย การ
ปฏิบัติตนทั้งในด้านของการป้องกันและจัดการความเครียด และการปฏิบัติศาสนกิจที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ
ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้เป็นแนวทางแก่ผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนพัฒนา
คุณภาพชวี ิตท่ีดตี อ่ ไป
จิณณ์ณิชา พงษ์ดี (2558) ปัญหาและความต้องการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่
รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบ้านเหมืองแบ่ง ตาบลหนองหญ้าปล้อง อาเภอวังสะพุง
จังหวัดเลย การศกึ ษาคร้ังนี้เป็นการศกึ ษาเชงิ พรรณนา (Descriptive Research) มวี ัตถปุ ระสงค์คอื เพื่อศึกษา
ปั ญ ห าและความต้องการด้าน สุขภ าพ ของผู้สูงอายุใน เขตพื้ น ท่ี รับ ผิดช อบ ของโรงพ ยาบ าล
ส่งเสริมสุขภาพตาบลบ้านเหมืองแบ่ง ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาคือ ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป
คานวณขนาดตัวอย่างได้ 40 คน ทาการสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ที่
ผู้วิจัยสร้างข้ึนเอง ซ่ึงแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ข้อมูลท่ัวไป ปัญหาด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ และความ
ต้องการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ เก็บข้อมูลโดยผู้ช่วยนักวิจัยที่ผ่านการอบรมแล้ว วิเคราะห์ข้อมูล
โดยใช้สถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Independent Sample t-test ผล
การศึกษาอัตราตอบกลับ คิดเป็นร้อยละ 100 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 55.10
อายุเฉลี่ย 69.19 ปี (SD 7.77) สถานภาพสมรสคู่ คิดเป็นร้อยละ 62.40 ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับ
108
ประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 93.20 และมีโรคประจ าตัว คิดเป็นร้อยละ 54.10 พบว่า ผู้สูงอายุมีการ
รับรู้ปัญหาด้านสุขภาพด้านร่างกายในระดับสูง (ค่าเฉลี่ย 4.22, SD 0.71) และรับรู้ความต้องการ
ด้านสุขภาพในส่วนของด้านจิตใจ อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ีย 3.73, SD 0.68) นอกจากน้ี พบว่า
อายุ และเพศ เป็นปัจจัยที่เก่ียวข้องกับการรับรู้ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุ นอกจากอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุ
เป็นปจั จยั ท่เี กี่ยวขอ้ งกับความต้องการดา้ นสุขภาพ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05)
พมิ พสิ ุทธ์ิ บัวแก้ว และรติพร ถึงฝั่ง (2558) ศึกษาการดูแลสุขภาพและภาวะสขุ ภาพของผู้สงู อายุ
ไทย การศึกษาคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุไทยและอานาจในการทานายภาวะ
สุขภาพของ ผสู้ ูงอายุ ด้วยตัวแปรคุณลักษณะส่วนบุคคล การสนับสนุนทางสังคมและการดูแลสุขภาพ โดยใช้
ขอ้ มูลทตุ ิยภูมิจากการสารวจประชากรผ้สู ูงอายุ ประจาปี พ.ศ.2554 สานักงาน สถติ ิแห่งชาติ จานวนตัวอย่าง
ท้ังส้ิน 16,058 คน ผลการศึกษา พบว่าภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุไทยอยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยด้าน
คุณลักษณะส่วนบุคคล การสนับสนนุ ทางสงั คมและ การดแู ลสุขภาพของผู้สูงอายุรว่ มกันทานายภาวะสขุ ภาพ
ของผู้สูงอายุไทยได้ร้อยละ 11.2 ตัวแปรท่ีสาคัญที่สุด คือ รายได้ โดยพบว่าระดับรายได้เฉล่ียต่อปีตั้งแต่
50,000 บาทขึ้นไป สามารถทานายภาวะสขุ ภาพผู้สูงอายุได้มากท่ีสุด โดยมีค่า สัมประสิทธ์ิถดถอยมาตรฐาน
(β) เท่ากับ .174 รองลงมาคือการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย มาตรฐาน (β)
เท่ากับ .164 การศึกษาน้ีเสนอแนะว่าภาครัฐควรท่ีจะคงไว้ซึ่งนโยบายท่ีเก่ียวข้องกับสวัสดิการของผู้สูงอายุ
โดยเฉพาะอย่างย่ิงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและปรับปรุงช่องทางการ เข้าถึงสิทธิดังกล่าวให้ครอบคลุมและทั่วถึง
รวมท้ังส่งเสรมิ พฤติกรรมการดแู ลสุขภาพของผสู้ ูงอายุ โดยเน้นการมีส่วนรว่ มของครอบครวั
สานักงานส่งเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 3, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์
(2558) ได้ศึกษาการจดั สวสั ดิการท่ีเหมาะสมสาหรับผู้สงู อายใุ นแตล่ ะช่วงวัย กรณศี ึกษาพ้ืนท:่ี เมอื งพทั ยา อ.
บางละมุง จ.ชลบุรี อบต.ดา่ นชุมพล อ.บอ่ ไร่ จ.ตราด ในการศึกษาเรอ่ื ง “การจัดสวัสดิการที่เหมาะสมสาหรับ
ผู้สูงอายุในแต่ละช่วงวัย” มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาสถานการณ์การจัดสวัสดิการสังคมสาหรับผู้สูงอายุแต่ละ
ชว่ งวัยในปัจจุบัน ความต้องการการจัดสวัสดิการสังคมสาหรับผู้สงู อายุแต่ละชว่ งวัย และก าหนดรูปแบบการ
จัดสวัสดิการสังคมสาหรับผู้สูงอายุแต่ละช่วงวัย ซ่ึงเป็นการวิจัยประยุกต์ (Applied Research) ศึกษาโดย
วิธีการวิจัยแบบผสานวิธี (mixed-methodology) โดยศึกษาเชิงปริมาณเป็นหลัก การศึกษาเชิงคุณภาพตัว
ประกอบรอง (dominant-less dominant design) และเป็นรูปแบบการวิจัยเชิงพรรณนา (descriptive
study) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาเชิงปริมาณ คือ
กลุ่มผู้สูงอายุตามช่วงวัย ผู้สูงอายุวัยต้น อายุ 60-69 ปี ผู้สูงอายุวัยกลาง อายุ 70-79 ปี และผู้สูงอายุในวัย
ปลาย อายุต้ังแต่ 80 ปีขึ้นไป ท่ีอาศัยอยู่ในเขตพ้ืนท่ีของสานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 จานวน 2
พ้ืนท่ี คือ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และองค์การบริหารส่วนตาบลด่านชุมพล อาเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด โดย
การคัดเลือกพื้นที่ ได้ใช้ข้อมูลจากสานักงานสถิติแห่งชาติ และประชากรที่ใช้ในการศึกษาเชิงคุณภาพ
ประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานด้านสวัสดิการสังคมสาหรับ
109
ผู้สูงอายุจากส่วนราชการในระดับตาบลและระดับอาเภอ ผู้นาชุมชนหรือผู้แทนชุมชนท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง และ
บุคคลที่ดูแลผู้สูงอายุ เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย เคร่ืองมือที่ใช้ในการศึกษาเชิงปริมาณ เป็นการ
ใช้แบบสารวจความต้องการด้านสวัสดิการของผู้สูงอายุ 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านความม่ันคงในชีวิต
การศึกษาเศรษฐกิจและสงั คม โดยเกบ็ ข้อมูลกลุ่มผู้สงู อายุตามช่วงวัย ผู้สูงอายวุ ัยต้น อายุ 60–69 ปี ผู้สูงอายุ
วยั กลาง อายุ 70-79 ปี และผู้สูงอายุในวัยปลาย อายุต้ังแต่ 80 ปีขึ้นไป รวมท้ัง 2 พื้นท่ี ทั้งส้ิน 104 คน และ
เครอื่ งมือที่ใช้ในการศึกษาเชิงคุณภาพเปน็ การใช้แบบสนทนากลุ่ม เป็นการเกบ็ รวบรวมข้อมูลจากผทู้ ี่มสี ่วนได้
ส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) ในการจัดสวัสดิการสังคมในพื้นท่ีเป้าหมายท่ีมีอยู่ เพ่ือหาแนวทางการจัด
สวสั ดิการท่เี หมาะสมสาหรับผ้สู งู อายุแตล่ ะชว่ งวัย สาหรับการวเิ คราะห์ข้อมูลแบ่งเป็น การวเิ คราะห์ข้อมูลเชิง
ปริมาณ โดยการใช้โปรแกรมสาเร็จรูปและใช้สถิติในการวิเคราะห์และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพข้อมูล
เชิงคุณภาพจะเป็นการวิเคราะห์เชิงเน้ือหา (Content Analysis) พรรณนารายละเอียดตีความโดยวิธีการ
สัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกต ผลการศึกษาที่พบมีประเด็นที่สาคัญ การศึกษาการจัดสวัสดิการที่เหมาะสม
สาหรับผู้สูงอายุแต่ละช่วงวัย เพ่ือสารวจความต้องการการจัดสวัสดิการที่เหมาะสมสาหรับผู้สูงอายุในแต่ละ
ชว่ งวยั ซึง่ สามารถแบง่ ผลการศึกษาไดเ้ ป็น 7 ประเด็น ดังน้ี
1. ความต้องการด้านบริการทางสังคม พบว่าส่วนใหญ่ต้องการสิ่งอานวยความสะดวกใน
สถานที่สาธารณะแกผ่ ู้สูงอายุ เช่น ทางเดิน ห้องสุขามากท่สี ุด รองลงมาเป็น การให้ยมื สนับสนุนกายอุปกรณ์
และการชว่ ยเหลืองานบ้าน ตามลาดบั
2. ความต้องการด้านสุขภาพ พบวา่ ส่วนใหญ่มีความต้องการหน่วยบริการดูแลสุขภาพ เยี่ยม
บ้านและให้ความรู้ผู้สูงอายุท่ีบ้านมากท่ีสุด รองลงมา คือ มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (อผส. อสม.) และ
โรงพยาบาลท่ีใหบ้ รกิ ารดูแลระยะยาวสาหรบั ผสู้ งู อายุ ตามลาดบั
3. ความต้องการด้านการเข้าถึงบริการข้อมูลข่าวสาร เมื่อพิจารณาความต้องการด้านการ
เข้าถึงบริการข้อมูลข่าวสาร พบว่า ส่วนใหญ่เป็นโทรทัศน์มากท่ีสุด รองลงมาเป็น วิทยุ และหอกระจายข่าว
เสียงตามสาย ตามลาดบั
4. ความต้องการสวัสดิการด้านท่ีอยู่อาศัยและสภาพแวดล้อม พบว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องการ
ดูแลในเรื่องส่ิงแวดล้อมในการดารงชวี ิต เช่น สวนสาธารณะ มลภาวะ ชวี อนามยั เป็นตน้ มากท่ีสุด รองลงมา
เป็นการปรับตัวสิ่งแวดล้อมบริเวณในบ้าน รอบบ้าน เช่น ไฟฟ้าสว่าง ความสะอาดเรียบร้อย และกิจกรรม
พัฒนาทอี่ ย่ผู สู้ ูงอายุโดยชมุ ชนมีสว่ นร่วม ตามลาดบั
5. ความต้องการด้านการมีส่วนร่วมกิจกรรมทางสังคม พบว่าส่วนใหญ่ต้องการกิจกรรมตาม
ประเพณี วัฒนธรรมท้องถ่ินมากที่สุด รองลงมาเป็น กิจกรรมทางศาสนา/เข้าวัดปฏิบัติธรรม และออกกาลัง
กายและกฬี า ตามลาดบั
6. ความต้องการด้านรายได้การและออม พบว่าส่วนใหญ่มีความต้องการการจัดต้ังกองทุนใน
ชุมชนเพ่ือให้การช่วยเหลือผู้สูงอายุมากท่ีสุด รองลงมาเป็น มีการแนะน าการบริหารการเงินในครอบครัว
(จดั ทา บัญชีรายรบั -รายจา่ ย) และจดั หาสถานทจี่ าหน่ายผลิตภัณฑ์จากผู้สูงอายุ ตามลาดบั
110
7. ความต้องการด้านการศึกษาและการเรียนรู้ พบว่าความต้องการส่วนใหญ่ คือ การเรียนรู้
จากศูนยก์ ารเรียนรู้ในชมุ ชน เช่น เศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรอินทรียม์ ากท่ีสุด รองลงมาเป็นการจัดบรกิ าร
ห้องสมุดเคลื่อนที่/ที่อ่านหนังสือประจาหมู่บ้าน และการจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถ่ินประจาตาบล
ตามลาดบั
ฐิตินันท์ นาคผู้ (2557) ศึกษาการพ่ึงพาตนเอง การเสริมสร้างพลังทางสุขภาพ ความรอบรู้ทาง
สุขภาพ และความสุขของผู้สูงอายุ ตาบลทับยายเชียง อาเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พบว่าผู้สูงอายุมี
ระดับการพ่ึงพาตนเองโดยรวมได้มาก ในขณะท่ีการเสริมสร้างพลังทางสุขภาพ ความรอบรู้ทางสุขภาพ และ
ความสุขโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ผู้สูงอายุท่ีมีอายุ อาชีพ และรายได้แตกต่างกันมีความสุขแตกต่างกัน
ส่วนผู้สูงอายุทม่ี ีสถานภาพสมรสและชนิดของโครงสรา้ งครอบครัวแตกต่างกันมีความสุขแตกต่างกัน และการ
พึ่งพาตนเอง การเสริมสร้างพลังทางสุขภาพและความรอบรู้ทางสุขภาพ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความสุข
ของผู้สูงอายุ
บทที่ 3
วธิ ดี ำเนินกำรวจิ ัย
การวิจัย เรื่อง รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สงู อายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแกน่ :
กรณีศึกษาหลกั สตู รการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สงู อายุ ครั้งน้ีผู้ศกึ ษาได้กาหนดวัตถุประสงค์ คอื เพื่อศึกษาปัจจยั ที่
มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีและสภาพคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัยในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เพื่อ
สร้างรูปแบบการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายใุ นอาเภอบา้ นไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสตู ร
การฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่
จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพ่ือยืนยันรูปแบบการพัฒนาคุณภาพ
ชีวติ ท่ีดีของผู้สูงอายใุ นอาเภอบา้ นไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณศี กึ ษาหลักสตู รการฝกึ อบรมผ้ดู แู ลผู้สงู อายุ โดย
การวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ในแต่ละระยะผู้วิจัยจึงกาหนดหัวขอ้ และแนวทางการดาเนินการวิจัยตามหัวข้อที่
แบง่ เปน็ ระยะโดยมีรายละเอยี ด ดังน้ี
1. รปู แบบการศกึ ษา
2. วิธีดาเนนิ การศึกษา
3. ขอบเขตการดาเนินการศกึ ษา
4. ประชากร/กลุ่มเปา้ หมายและกล่มุ ตัวอย่าง
5. ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา
6. เครอ่ื งมือทใี่ ช้ในการศึกษา
7. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
8. การวิเคราะห์ข้อมูล
9. สถติ ิทีใ่ ชใ้ นการวิเคราะห์ข้อมลู
รปู แบบกำรศึกษำ
ในการศกึ ษาครง้ั นี้เป็นการวจิ ยั แบบผสานวธิ ี (Mixed Methods Research) ระหว่างการวจิ ยั เชิง
ปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้การวิจัยเชิง
ปริมาณเป็นหลกั และการวิจัยเชงิ คณุ ภาพประกอบการวจิ ยั เชิงปริมาณ เพ่ือศึกษารูปแบบการพัฒนาคณุ ภาพ
ชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลกั สูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่ง
การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ผู้วิจัยใช้การศึกษาวิจัยเชิงสารวจ (Survey Research)
จากแบบสอบถาม (Questionnaire) เน้นเชิงพรรณนา (descriptive research) ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ
(Qualitative Research) ผู้วิจัยใช้แนวทางการสัมภาษณ์เชิงลึก (In depth Interview) โดยผู้ให้ข้อมูล
สาคญั (Key Informants)
112
วิธีดำเนนิ กำรวจิ ยั
ขั้นตอนกำรดำเนนิ กำรศึกษำ
การวจิ ัย เร่ือง รปู แบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตทดี่ ีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวดั ขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ซ่ึงการศึกษาวิจัยคร้ังน้ีใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน
(Mixed Methodology) โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปริมาณ เพ่ือให้ตอบวัตถุประสงค์
การศกึ ษาวจิ ยั ที่กาหนดไว้ ผู้วจิ ยั ไดด้ าเนินตามขัน้ ตอนการวิจยั ทแี่ บง่ ออกเปน็ 4 ระยะ ดงั ต่อไปน้ี
ระยะที่ 1 ศึกษาปจั จัยและสภาพคณุ ภาพชวี ติ ผูส้ ูงอายุ
ระยะท่ี 2 ร่างรปู แบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชวี ิตที่ดขี องผู้สูงอายุ
ระยะท่ี 3 การทดลองใช้รปู แบบ
ระยะท่ี 4 ยนื ยนั รูปแบบและแนวทางการดูแลผสู้ ูงอายุเพือ่ คุณภาพชีวติ ท่ีดี
ในการดาเนินการตามทั้ง 4 ระยะ มีรายละเอียด ดังนี้
ขอบเขตกำรดำเนนิ กำรวจิ ยั
ระยะที่ 1 ศกึ ษำปัจจยั และสภำพคณุ ภำพชีวิตผู้สูงอำยุ
ในการศึกษาระยะที่ 1 การศึกษาสภาพและปัจจัยท่ีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ผู้วิจัย
ได้กาหนดขอบเขตในการวิจัย ดังน้ี
ขอบเขตดา้ นพน้ื ท่ีทีท่ าการวิจัย
อาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
ขอบเขตดา้ นระยะเวลาทท่ี าการศึกษาวจิ ัย
ศกึ ษาวจิ ยั ในช่วง เดือนพฤศจิกายน 2564
ขอบเขตดา้ นดา้ นเนอ้ื หา
การศึกษาปัจจัยท่ีส่งผลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ มี 10 ปัจจัย คือ 1) ปัจจัยการรับรู้
สภาวะสุขภาพของตนเอง 2) ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ 3) ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว 4) ปัจจัย
การพัฒนาจิตใจ 5) ปัจจัยสถานการณ์ด้านการเงิน 6) ปัจจัยการมีส่วนร่วมการทาประโยชน์เพื่อสังคม 7)
ปัจจัยสงั คมและเพือ่ นฝงู 8) ปัจจยั เสรภี าพส่วนบคุ คล 9) ปัจจัยค่านยิ มสว่ นบุคคล 10) ปจั จยั การใชส้ งั คม
ออนไลน์
คุณภาพชีวติ ท่ีดีของผู้สูงอายุ มี 5 ด้าน คือ 1) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านสขุ ภาพ 2) คุณภาพชีวิต
ที่ดีด้านจิตใจ อารมณ์ 3) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านคุณค่าในตนเอง 4) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านสติปัญญา 5)
คุณภาพชีวิตท่ดี ีด้านยอมรับตนเอง
ขอบเขตด้านตวั แปรในการวิจัย
ตัวแปรอิสระ คือ ปัจจัยท่ีสง่ ผลตอ่ คุณภาพชวี ิตท่ีดขี องผ้สู งู อายุ 10 ปัจจัย
ตวั แปรตาม คอื คุณภาพชีวิตทดี่ ขี องผสู้ งู อายุ 5 ดา้ น
113
ขอบเขตด้านการดาเนนิ การ
1. ผู้วิจัยรวบรวมแนวคิด นโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแผนพัฒนาพร้อมท้ัง
วิเคราะห/์ สงั เคราะหะ์ สถานการณใ์ นปัจจบุ ัน เพื่อกาหนดกรอบในการพัฒนา
2. การสังเคราะห์จากแนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ศึกษาจาก
หนงั สือ วารสาร บทความ งานวิจยั และเอกสารบนเว็บไซต์
3. รวบรวมขอ้ มูลโดยใช้แบบสอบถามเก่ยี วกับปัจจัยทส่ี ่งผลต่อคณุ ภาพชวี ติ ทีด่ ีของผสู้ ูงอายุ
ของประชาชนอาเภอบา้ นไผ่
ระยะท่ี 2 รำ่ งรปู แบบกำรพฒั นำคณุ ภำพชีวิตทีด่ ขี องผสู้ ูงอำยุ
ในการศึกษาระยะท่ี 2 การร่างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่
จังหวัดขอนแกน่ : กรณศี ึกษาหลักสตู รการฝึกอบรมผ้ดู แู ลผูส้ ูงอายุ ผูว้ จิ ยั ไดก้ าหนดขอบเขตในการวจิ ยั ดังน้ี
ขอบเขตด้านพนื้ ที่
อาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
ขอบเขตด้านระยะเวลาที่ทาการศกึ ษาวิจยั
ศกึ ษาวิจัยในชว่ ง เดือนธนั วาคม 2564
ขอบเขตดา้ นเนอ้ื หา
รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
ขอบเขตด้านตัวแปรในการวจิ ัย
ตัวแปรอิสระ คือ การประชุมบุคลากร กศน.อาเภอบ้านไผ่ และการการจัดเวทีวิชาการ
ระดมสมอง
ตัวแปรตาม คือ รา่ งรปู แบบการพฒั นาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผูส้ ูงอายุ
ขอบเขตดา้ นการดาเนนิ การ
1. การวิเคราะห์/สังเคราะห์จากการจัดเวทีวิชาการร่วม กบั ผมู้ สี ่วนเกี่ยวข้องกับการพฒั นา
บุคคล/พื้นที่ในอาเภอบ้านไผ่ ผู้มีแนวคิดคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ข้อมูลจากการประชุมพูดคุยอย่างไม่
เปน็ ทางการ
2. การประชุมระดมสมองบุคลากร กศน.อาเภอบ้านไผ่ เพื่อใช้ออกแบบการจัดการเรียนรู้
และกิจกรรม ตามรปู แบบในการสรา้ งคุณภาพชีวิตท่ีดขี องผ้สู ูงอายุ อาเภอบ้านไผ่
3. ร่างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยมีการกาหนดกรอบปัจจัยท่ีส่งผลต่ออการพัฒนา
คุณภาพชวี ติ ทดี่ ีของผู้สงู อายใุ นอาเภอบา้ นไผ่
114
ระยะท่ี 3 กำรทดลองใชร้ ูปแบบ
ในการศึกษาระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ ผู้วิจัยได้
กาหนดขอบเขตในการวจิ ัย ดังน้ี
ขอบเขตด้านพ้นื ท่ี
อาเภอบา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแกน่
ขอบเขตด้านระยะเวลาท่ที าการศึกษาวิจยั
ศึกษาวจิ ัยในช่วง เดือนมกราคม 2565
ขอบเขตดา้ นเนอ้ื หา
รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อาเภอบา้ นไผ่ จังหวดั ขอนแกน่
ขอบเขตดา้ นตวั แปรในการวิจัย
ตัวแปรอิสระ คือ การทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอ
บา้ นไผ่ จงั หวดั ขอนแก่น: กรณศี กึ ษาหลกั สูตรการฝกึ อบรมผ้ดู แู ลผสู้ งู อายุ
ตวั แปรตาม คอื ระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สงู อายุ
ขอบเขตด้านการดาเนนิ การ
1. ทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแกน่ : กรณีศกึ ษาหลักสตู รการฝกึ อบรมผู้ดแู ลผ้สู ูงอายุ
2. การประชุมระดมสมองครู/บุคลากร กศน.อาเภอบ้านไผ่ นาผลการทดลองมาหาแนว
ทางการปรับปรุงรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษา
หลกั สูตรการฝกึ อบรมผู้ดูแลผูส้ งู อายุ
3. นาร่างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวติ ท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ จากระยะที่ 2 ที่ประกอบด้วยกรอบปัจจัยเพ่ือการพัฒนา
คณุ ภาพชีวิตทีด่ ขี องผสู้ งู อายุ ปรบั ให้สอดคลอ้ งกับผลการศกึ ษาตอนที่ 3
ระยะท่ี 4 ยืนยันรูปแบบกำรดแู ลผสู้ งู อำยุเพ่ือคุณภำพชวี ิตท่ดี ี
การศึกษาระยะท่ี 4 การยืนยันรูปแบบการดูแลผู้สูงอายุเพ่ือคุณภาพชีวิตท่ีดี ผู้วิจัยกาหนด
ขอบเขตในการวิจยั ดงั น้ี
ขอบเขตด้านพนื้ ท่ี
อาเภอบา้ นไผ่ จังหวัดขอนแกน่
115
ขอบเขตด้านเน้ือหา
รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อาเภอบา้ นไผ่ จังหวัดขอนแก่น
ขอบเขตด้านระยะเวลาทีท่ าการศึกษาวจิ ัย
ศึกษาวิจัยในชว่ ง เดือนพฤษภาคม 2565
ขอบเขตด้านตวั แปรในการวจิ ัย
ตวั แปรอิสระ คือ การประเมินรูปแบบการพฒั นาคุณภาพชีวิตที่ดีของผสู้ ูงอายุในอาเภอบ้าน
ไผ่ จงั หวัดขอนแก่น: กรณศี กึ ษาหลกั สตู รการฝกึ อบรมผดู้ แู ลผสู้ ูงอายุ
ตัวแปรตาม คือ ผลท่ีได้จากการยืนยันรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุใน
อาเภอบ้านไผ่ จงั หวดั ขอนแกน่ : กรณีศกึ ษาหลักสูตรการฝกึ อบรมผู้ดูแลผู้สงู อายุ
ประชำกร/กลุ่มเป้ำหมำยและกลุ่มตวั อยำ่ ง
ระยะท่ี 1 ศกึ ษาปัจจยั และสภาพคณุ ภาพชวี ิตผสู้ งู อายุ
ประชากร/กล่มุ เปา้ หมายและกล่มุ ตวั อย่าง
1. ในการศึกษาวิจัยเป็นการศึกษาจากเอกสารท่ีเก่ียวข้อง เพื่อดูแนวทางในการศึกษาที่ผ่าน
มาว่าเป็นการศึกษาตัวแปรตาม คือ คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ มีผู้วิจัยตัวแปรอิสระตัวใดบ้าง เมื่อผู้วิจัย
ได้ชุดปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ นาไปเป็นกรอบเพื่อใช้ในการออกแบบสอบถามเพื่อหา
ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ซ่ึงผู้วิจยั จะได้ชุดข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่
ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดขี องผู้สงู อายุ แลว้ ผวู้ จิ ัยนาไปออกแบบเครอ่ื งมอื ในการเก็บข้อมูล การวจิ ัยระยะที่ 1
จะได้เครืองมอื เพอ่ื สอบถามสภาพและปัจจัยที่สง่ ผลตอ่ คณุ ภาพชีวิตที่ดีของผ้สู งู อายุ
2. ในการสอบถามความคิดเห็นผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับปัจจัยที่
ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ โดยประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ประชากรผู้สูงวัยท่ีมีอายุต้ังแต่ 60
ปีข้ึนไปและมีภูมิลาเนาในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น จานวนท้ังสิ้น 15,646 คน ซ่ึงเป็นผู้สูงอายุตาม
ขอ้ มลู ของ จปฐ. ปี พ.ศ. 2564 การกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างท่ีใชใ้ นการวิจัยได้แก่ประชากรผู้สูงวัยท่ีมอี ายุ
ตั้งแต่ 60 ปีขึน้ ไปและมีภูมิลาเนาในอาเภอบา้ นไผ่ จังหวดั ขอนแก่น กาหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของทา
โรยามาเน (Yamane, 1973: 727) สูตรกาหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยการคานวณหาขนาดของกลุ่ม
ตวั อยา่ งทท่ี ราบจานวนประชากรตามวธิ ีของ ยามาเน่ (Yamane, 1973 : 727) ดังนี้
n= N
1 + Ne2
n แทน ขนาดตวั อย่าง
N แทน ขนาดประชากร
116
e แทน ค่าความคลาดเคลอ่ื น (กาหนดให้มีค่าเท่ากับ .05)
แทนค่าในสูตร
n = 15,646
1 + 15,646(0.05)2
= 15,646
1 + 39.115
= 420.03 คน รวมจานวน 420 คน
ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งช้ันภูมิ (Stratified sampling) โดยมีข้อตกลงเบ้ืองต้นว่าหน่วยประชากรในแต่
ละชั้นภูมิจะมีลักษณะเหมือนกัน (homogenious) แล้วสุ่มอย่างง่ายเพื่อให้ได้จานวนกลุ่มตัวอย่างตาม
สัดส่วนของขนาดกลุ่มตัวอย่างและกลุ่มประชากรและสุ่มตัวอย่างแบบง่าย ได้กลุ่มตัวอย่าง จานวนท้ังสิ้น
420 คน ในการสมุ่ ตัวอยา่ งตามลาดบั ข้ันตอน ดงั น้ี
ขั้นตอนที่ 1 การสุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ โดยกาหนดสัดส่วน
ตามชั้นภูมิ (Proportional Stratified Sampling) โดยการหาสัดส่วนกลุ่มตวั อย่างของแต่ละตาบล
ขั้นตอนท่ี 2 โดยใช้วิธีการเลือกสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยการ
จับฉลาก เพ่ือให้ได้ตามจานวนกลุ่มตัวอย่าง วิธีการคือ ทากล่องจับฉลาก จานวน 13 กล่อง พร้อมเขียนชื่อ
ตาบลข้างกลอ่ งทุกกล่อง จากนน้ั ทาฉลากดว้ ยการเขยี นเลขท่ีและชื่อตามบัญชรี ายชอ่ื ผู้สูงอายุในแต่ละตาบล
ให้ครบตามจานวนของแต่ละตาบลแล้วดาเนินการหยบิ ฉลากทีละใบพร้อมบันทึก แล้วนาไปเปรียบเทียบว่า
เลขที่ฉลากดงั กล่าวตรงกับอันดับบุคคลที่เท่าไหร่ของบญั ชรี ายชือ่ ผู้สูงอายุหลงั จากหยิบทกุ ครง้ั ให้นาฉลากท่ี
หยิบได้ใส่ลงกล่องคืน เพื่อให้ทุกเลขท่ีมีผู้สูงอายุมีโอกาสได้ถูกเลือกเท่าๆ กัน หากได้รายชื่อเดิมให้จับฉลาก
ใหม่ จนกระท่ังได้ครบตามจานวนกลมุ่ ตวั อยา่ ง
ระยะที่ 2 รา่ งรปู แบบและแนวทางการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ทีด่ ขี องผูส้ งู อายุ
กลมุ่ เปา้ หมาย มดี ังนี้
1) ครู/บุคลากร กศน.อาเภอบ้านไผ่ ท่ีร่วมประชุมร่างรูปแบบและแนวทางการพัฒนา
คุณภาพชวี ิตทด่ี ขี องผูส้ งู อายุ
2) ผมู้ ีสว่ นเกีย่ วข้อง (Stakeholders) เป็นผู้ร่วมเวทเี สวนาทใ่ี ช้ในการวจิ ยั ระยะท่ี 2 เป็นการ
วิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ ผู้ดูแลผู้สูงอายุจานวน 14 ท่าน ผู้อานวยการโรงพยาบาลอาเภอบ้านไผ่ จานวน 1
ท่าน และสาธารณสุขอาเภอ จานวน 1 ท่าน รวมเป็น 16 ท่าน ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง
(Purposive Sampling) โดยผู้วิจัยกาหนดคุณสมบัติผู้มสี ่วนเกย่ี วข้อง เพือ่ เลือกแบบเจาะจง
กล่มุ เปา้ หมายทเ่ี ป็นผูม้ สี ่วนเก่ียวข้อง (Stakeholders) จานวน 16 คน ตามคณุ สมบัติท่กี าหนด ซง่ึ ใน
ขนั้ ตอนการก็บรวบรวมข้อมลู ครง้ั นี้ ผวู้ ิจยั ได้กาหนดคุณสมบตั ิผู้มีส่วนเกยี่ วขอ้ ง ดังน้ี
117
(1) เป็นผมู้ ีประสบการณใ์ นการพฒั นาคุณภาพชีวิตทดี่ ีของผ้สู งู อายุอาเภอบา้ นไผ่ โดยมี
ประสบการณ์ตง้ั แต่ 3 ปี ขนึ้ ไป และเปน็ ผมู้ ปี ระสบการณ์ด้านการดแู ลผ้สู ูงอายตุ ้ังแต่ 10 ปขี น้ึ ไป หรือ
(2) มีวุฒิการศึกษาระดับปรญิ ญาโทข้ึนไปด้านการบริหารท้องถ่ิน หรือปริญญาโทข้ึนไป
ทางการดา้ นการศกึ ษานอกระบบ หรอื
(3) มีบทบาทและหน้าที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ช่ัวโมง
เช่น วทิ ยากร วิทยากรผู้ชว่ ยภาคปฏิบัติ หรือ
(4) เป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข พยาบาลวิชาชีพ นักโภชนาการ
นกั จติ วิทยา หรือวชิ าชพี ที่สอดคลอ้ งกบั การพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ทีด่ ีของผู้สงู อายุ หรอื
(5) มีประสบการณ์ตรงหรือมีประสบการณ์ในอาชีพอย่างน้อยผ่านการอบรมหลักสูตร
ผู้ดแู ลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง และมปี ระสบการณใ์ นการดแู ลผู้สูงอายอุ ย่างตอ่ เน่ือง 3 ปี ขึ้นไป
ระยะท่ี 3 การทดลองใช้รูปแบบ
ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง มีดงั นี้
ประชากร
1) ผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลจากผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ
420 ชั่วโมง กศน.อาเภอบ้านไผ่ จานวน ประมาณ 100 คน
2) คร/ู บุคลากร กศน.อาเภอบ้านไผ่
กล่มุ ตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย
1) ผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล จากผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ
420 ช่วั โมง กศน.อาเภอบ้านไผ่ โดยใช้ขอ้ มลู จากการติดตามผลผ้ผู า่ นการอบรมหลักสตู รการฝกึ อบรมผู้ดูแล
ผู้สูงอายุ 420 ช่ัวโมง ได้ทางานดูแลผู้สูงอายุ จานวน ประมาณ 100 คน ผู้วิจัยจึงกาหน ดขนาด
กลุ่มเป้าหมายไว้ 50 คน ส่วนการสุ่มตัวอย่าง ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบอ้างอิงด้วยบุคคลและผู้เชี่ยวชาญ
(Snowball Sampling) ซึ่งในการสุ่มตัวอย่างแบบอ้างอิงด้วยบุคคลและผู้เช่ียวชาญ (Snowball
Sampling) คือ การสุ่มเลือกตัวอย่างท่ีเป็นผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแลจากผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการ
ฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ช่ัวโมง กศน.อาเภอบ้านไผ่ มา 1 คน จากน้ันผู้ท่ีได้รับการเลือกคนท่ี 1 ก็ทา
การเสนอหรือคัดเลือกผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลจากผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ
420 ช่ัวโมง กศน.อาเภอบ้านไผ่ ที่มีลักษณะใกล้เคียงเป็นคนท่ี 2, 3, 4...ต่อไป ซึ่ง 1 คน อาจจะแนะนาต่อ
อกี หลายคนกไ็ ด้ ซึ่งจะคล้ายกับการแนะนาปากต่อปากน่นั เอง จนไดก้ ลุ่มเป้าหมายจนครบ
2) คร/ู บุคลากร กศน.อาเภอบา้ นไผ่
118
ระยะที่ 4 ยืนยันรูปแบบการดแู ลผู้สูงอายุเพ่ือคุณภาพชวี ติ ทด่ี ี
กลุม่ เปา้ หมาย มดี ังน้ี
ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้ที่ประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ของ
รปู แบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลกั สูตรการ
ฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยใช้การเลือกแบบเจาะจงตามคุณสมบัติท่ีกาหนดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิท้ัง 17 ท่าน
ผู้วิจัยมีเกณฑ์การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ซ่ึงเป็นการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิแบบเจาะจง (Purposive sampling)
และมีเกณฑก์ ารเลอื กผู้ทรงคุณวุฒิ ดงั นี้
(1) เป็นผู้มีประสบการณ์ในการพฒั นาคุณภาพชวี ิตทีด่ ีของผูส้ งู อายุอาเภอบา้ นไผ่ โดยมี
ประสบการณ์ตั้งแต่ 5 ปี ขนึ้ ไป และเป็นผมู้ ปี ระสบการณด์ า้ นการดแู ลผสู้ ูงอายตุ ้ังแต่ 5 ปี ข้นึ ไป หรอื
(2) มีบทบาทและหน้าท่ีเก่ียวข้องกับหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ช่ัวโมง
เช่น วิทยากร วทิ ยากรผูช้ ่วยภาคปฏบิ ตั ิ หรือ
(3) เป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข พยาบาลวิชาชีพ นักโภชนาการ
นกั จิตวทิ ยา หรือวิชาชพี ท่ีสอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพชวี ิตทด่ี ีของผู้สงู อายุ หรือ
ตัวแปรท่ใี ชใ้ นกำรวจิ ยั
ระยะท่ี 1 การศึกษาสภาพและระดับคุณลักษณะ ผู้วจิ ัยไดก้ าหนดตวั แปร ดังน้ี
ตวั แปรอสิ ระ (Independent Variables) ได้แก่
1) การศึกษาเอกสาร การวเิ คราะห์/สังเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน การศกึ ษานโยบายของ
ตน้ สังกัด และนโยบายของจังหวัดทเ่ี ป็นพนื้ ท่ี
2) ความคดิ เห็นของผสู้ งู อายุอาเภอบ้านไผ่ทีม่ ีตอ่ คุณภาพชีวิตท่ีดีของผสู้ งู อายุ
ตวั แปรตาม (Dependent Variables) ได้แก่
1) กรอบแนวคิดท่ีใช้การวิเคราะห์/สังเคราะห์การศึกษาเอกสาร สถานการณ์ปัจจุบัน
การศกึ ษานโยบายของต้นสังกดั และนโยบายของจงั หวัดท่เี ป็นพ้ืนที่
2) สภาพและระดบั คณุ ภาพชวี ิตท่ดี ีของผ้สู ูงอายุของผู้สงู อายุอาเภอบ้านไผ่
ระยะท่ี 2 การร่างรปู แบบ ผวู้ ิจัยไดก้ าหนดตัวแปร ดังนี้
ตวั แปรอสิ ระ (Independent Variables) ได้แก่
1) ความคิดเหน็ ของผู้มสี ่วนเก่ยี วข้อง (Stakeholders) เพ่ือกาหนดคุณลกั ษณะ
2) การระดมสมองคร/ู บุคลากร กศน.อาเภอบ้านไผ่
119
ตวั แปรตาม (Dependent Variables) ได้แก่
1) กรอบคุณภาพชวี ติ ท่ีดขี องผสู้ งู อายุ
2) ร่างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณศี ึกษาหลักสูตรการฝกึ อบรมผู้ดูแลผสู้ งู อายุ
3) การตั้งช่ือร่างรูปแบบจากการประชุมว่า “รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของ
ผสู้ งู อายุ”
ระยะที่ 3 การทดลองใชร้ ูปแบบ ผวู้ ิจัยกาหนดตัวแปร ดังนี้
ตวั แปรอสิ ระ (Independent Variables) ได้แก่
การได้รับการดแู ลของผผู้ ่านการอบรมหลักสตู รการฝึกอบรมผดู้ ูแลผู้สงู อายุ
ตัวแปรตาม (Dependent Variables ไดแ้ ก่
ความคดิ เหน็ ของผู้สงู อายุทไ่ี ดร้ ับการดูแล
ระยะที่ 4 การยืนยันรปู แบบ ผูว้ ิจัยกาหนดตวั แปร ดงั น้ี
ตวั แปรอิสระ (Independent Variables) ได้แก่
รา่ งรปู แบบการพัฒนาคุณภาพชีวติ ท่ดี ขี องผู้สูงอายุ
ตัวแปรตาม (Dependent Variables) ไดแ้ ก่
ระดับความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ของรูปแบบการพัฒนาคุณภาพ
ชีวติ ที่ดีของผ้สู งู อายุ
เครอ่ื งมือท่ีใช้ในกำรวิจยั
การวจิ ัยครงั้ น้ี ผู้วจิ ยั ดาเนินการวจิ ัย 4 ตอน โดยแต่ละตอนมีเครือ่ งมอื ท่ใี ช้ในการวจิ ัยดงั นี้
ระยะท่ี 1 ศึกษาปัจจัยและสภาพคุณภาพชีวติ ผู้สูงอายุ โดยมีเครอ่ื งมอื ไดแ้ ก่
1) แบบสงั เคราะห์เน้อื หาการศกึ ษาเอกสาร เปน็ การศึกษาวเิ คราะห์หลกั การแนวคดิ ทฤษฎี
และงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องกับรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยการสังเคราะห์เนื้อหา (content analysis) เพ่ือให้ได้กรอบ
คุณภาพชวี ติ ทีด่ ีของผู้สงู อายุ
2) แบบสอบถามความคิดเหน็ ของผสู้ ูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ ที่มีตอ่ ปัจจัยท่ีส่งผลต่อคุณภาพ
ชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ 10 ปัจจัย และคุณภาพชีวิตท่ีดี ผู้สูงอายุ 5 ด้าน ผู้วิจัยใช้แบบสอบถาม
(questionnaire) ท่ีมีมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตั้งแต่มากที่สุดลงไปหาน้อยท่ีสุด จานวน 40 ข้อ
คาถาม และจานวน 16 ข้อคาถาม แบ่งเปน็ จานวนรายข้อของแตล่ ะปัจจัยและคุณภาพชีวติ ที่ดขี องผู้สูงอายุ
ไดด้ งั น้ี
120
ปัจจยั ทส่ี ่งผลต่อคุณภาพชีวติ ท่ดี ีของผู้สงู อายุ มีดงั นี้
1) ปจั จัยการรับรสู้ ภาวะสขุ ภาพของตนเอง จานวน 4 รายข้อ
2) ปจั จยั สมรรถภาพทางจิตใจ จานวน 6 รายขอ้
3) ปจั จยั ความสมั พนั ธ์ในครอบครัว จานวน 4 รายขอ้
4) ปจั จัยการพฒั นาจติ ใจ จานวน 4 รายขอ้
5) ปจั จัยสถานการณ์ด้านการเงนิ จานวน 2 รายข้อ
6) ปัจจัยการมีสว่ นร่วมการทา
ประโยชน์เพื่อสังคม จานวน 4 รายข้อ
7) ปจั จัยสงั คมและเพ่ือนฝงู จานวน 4 รายขอ้
8) ปจั จยั เสรภี าพส่วนบคุ คล จานวน 4 รายขอ้
9) ปัจจัยค่านยิ มส่วนบคุ คล จานวน 4 รายขอ้
10) ปจั จยั การใช้สงั คมออนไลน์ จานวน 4 รายข้อ
คุณภาพชวี ิตท่ีดีของผู้สงู อายุ มดี ังนี้
1) คุณภาพชีวติ ท่ีดีดา้ นสขุ ภาพ จานวน 6 รายขอ้
2) คุณภาพชีวติ ที่ดีดา้ นจิตใจและอารมณ์ จานวน 4 รายขอ้
3) คณุ ภาพชีวติ ทีด่ ีดา้ นคณุ ค่าในตนเอง จานวน 6 รายข้อ
4) คุณภาพชีวิตทดี่ ีดา้ นสตปิ ัญญา จานวน 4 รายข้อ
5) คณุ ภาพชวี ิตทด่ี ีดา้ นยอมรบั ตนเอง จานวน 6 รายข้อ
ระยะที่ 2 การรา่ งรปู แบบสร้างคณุ ลกั ษณะ
เครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูล คอื
1) การพูดคุยเวทีวิชาการกับผู้ท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง เพื่อใช้การพูดคุยเวทีวิชาการแบบไม่มี
โครงสร้าง (Instructured Interview) จานวน 16 ท่าน ซึ่งได้ข้อมูลในลักษณะการแลกเปล่ียนและมี
ปฏิสมั พนั ธร์ ะหว่างผใู้ ห้ข้อมูล ทาให้ได้แนวคิดและความคิดเห็นชัดเจนข้ึน รวมทั้งมมุ มองที่แตกตา่ งกัน และ
เป็นการยืนยันกรอบความคิดในการวิจัย โดยท่ีผู้วิจัยเป็นผู้ดาเนินการด้วยตนเอง พร้อมบันทึก วีดีโอ เทป
บันทึกเสียงแล้วนามาปรับปรุงรวมกับผลสรปุ หลักการแนวคิดทฤษฎแี ละงานวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง เพือ่ ให้ไดก้ รอบ
แนวคิดเก่ียวกับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ และผู้วิจัยนามาสังเคราะห์เป็นข้อคาถามในแบบสอบถาม
ตอ่ ไป
2) แบบพูดคุยเชิงลึก (deep Interviews) โดยการพูดคุยเป็นรายบุคคลอย่างไม่เป็น
ทางการ พร้อมทั้งบันทึกวดี ีโอ เทป บันทึกเสียง ระยะเวลาการสัมภาษณ์ตั้งแต่ 1-3 ชั่วโมง ใช้เวลาในการ
สัมภาษณ์ผู้มีส่วนเก่ียวข้อง ตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2564 โดยผู้วิจัยแจ้งให้ทราบด้วยวาจาก่อนที่จะพูดคุย
และในการพูดคุยแต่ละครั้ง จะเป็นการพูดคุยแบบก่ึงโครงสร้าง ในลักษณะคาถามแบบเปิดและไม่ชี้นา
(Non-directive open ended)
121
3) การระดมสมองครู/บุคลากร กศน.อาเภอบ้านไผ่ โดยใช้การประชุมเพ่ือการพูดคุยและ
ตกลงร่วมกนั
ระยะท่ี 3 การทดลองใชร้ ูปแบบ เครอื่ งมือทผี่ ู้วจิ ัยใช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล คอื
1) แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล กศน.อาเภอบ้านไผ่ ท่ีมีต่อ
คณุ ภาพชวี ิตท่ีดีของผู้สงู อายุ ผู้วิจัยใช้แบบสอบถาม (questionnaire) ทมี่ ีมาตราสว่ นประมาณค่า 5 ระดับ
ต้ังแต่มากที่สุดลงไปหาน้อยที่สุด จานวน 35 ข้อคาถาม แบ่งเป็นจานวนรายข้อของแต่ละคุณลักษณะ ได้
ดังน้ี
คุณภาพชวี ิตทีด่ ีของผู้สูงอายุ มดี งั น้ี
1) คณุ ภาพชีวิตทด่ี ีด้านสุขภาพ จานวน 6 รายข้อ
2) คุณภาพชีวิตทีด่ ีด้านจติ ใจและอารมณ์ จานวน 4 รายข้อ
3) คุณภาพชวี ติ ท่ีดีด้านคุณค่าในตนเอง จานวน 6 รายขอ้
4) คณุ ภาพชีวิตทดี่ ีด้านสติปัญญา จานวน 4 รายขอ้
5) คุณภาพชวี ิตท่ีดีดา้ นยอมรับตนเอง จานวน 6 รายข้อ
6) คุณภาพชวี ิตทดี่ ีเม่อื ได้รบั การดแู ล
โดยผูด้ ูแลผสู้ ูงอายุ จานวน 9 รายข้อ
2) การประชุมระดมสมองครู/บุคลากร กศน.อาเภอบ้านไผ่ พร้อมท้ังบันทึกวีดีโอ เทป
บันทึกเสียง
ระยะท่ี 4 การยืนยันรูปแบบ เครื่องมอื ทผ่ี วู้ จิ ัยใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล คอื
1) แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ ความคิดเห็นของ
ผู้ทรงคุณวุฒิ ท่ีมีต่อรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ ผู้วิจัยใช้แบบสอบถาม
(questionnaire) ที่มีมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตั้งแต่มากท่ีสุด ลงไปหาน้อยที่สุด จานวน 20 ข้อ
คาถาม แบง่ เปน็ จานวนรายขอ้ ของแต่ละดา้ น ไดด้ งั น้ี
(1) ดา้ นปจั จยั นาเข้าของแนวทางการดูแลผสู้ งู อายุ จานวน 5 รายข้อ
(2) ด้านเนอ้ื หาและกจิ กรรมของแนวทางการดูแลผู้สูงอายุ จานวน 9 รายข้อ
(3) ดา้ นประโยชน์ของจดุ เน้นเสริมแนวทางการดูแลผู้สงู อายุ จานวน 6 รายข้อ
2) แบบเผยแพร่/แบบตอบรับการเผยแพรง่ านวิจยั
ในการประเมินคร้ังนี้เพ่ือมุ่งยืนยันความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความมีประโยชน์
ของรปู แบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตร
การฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
122
ขอนแก่น โดยการสอบถามอิงผู้ทรงคุณวุฒิ (Connoisseurship) โดยผู้วิจัยดาเนินการสอบถามอิง
ผู้ทรงคุณวฒุ ิ ดงั นี้
1. นัดหมายการสอบถามองิ ผู้ทรงคุณวฒุ ิ (Connoisseurship) ผวู้ จิ ัยออกหนังสือขอความ
ร่วมมือในการวิจัย โดยใช้โทรศัพท์หรือพูดคุยกับผู้ทรงคุณวฒุ ิท่ีรว่ มสนทนา โดยพูดคุยโครงร่างวิจัยฉบับย่อ
และประเด็นการสนทนา พร้อมท้ังนัดหมายวัน เวลา ในการสนทนาด้วยตนเอง ผู้วิจัยได้แจ้งยืนยันการ
สนทนาทางโทรศพั ท์อีกครั้งหนงึ่
2. การวเิ คราะหข์ ้อมลู
2.1 ข้อมูลจากประเด็นการสอบถาม ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับ
รปู แบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการ
ฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวเิ คราะห์แบบอุปนัย (Analytic Induction) สรุปภาพรวม
เสนอผทู้ รงคุณวุฒิ
2.2 ข้อมูลจากแบบสอบถามความเหมาะสม (Suitability) และความเป็นไปได้
(Feasibility) ความมีประโยชน์ของรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ทาการวิเคราะหโ์ ดยใชค้ า่ เฉลีย่ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการ
แปลความหมายของคา่ เฉลีย่ กาหนดเกณฑ์ ดังน้ี
ค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง ผู้ทรงคุณวุฒิคิดเห็นว่ารูปแบบมีความเหมาะสม
เปน็ ไปได้และความมปี ระโยชน์ อยู่ในระดบั มากทีส่ ุด
ค่าเฉล่ีย 3.51-4.50 หมายถึง ผู้ทรงคุณวุฒิคิดเห็นว่ารูปแบบมีความเหมาะสม
เป็นไปได้และความมีประโยชน์ อยใู่ นระดับมาก
ค่าเฉล่ีย 2.51-3.50 หมายถึง ผู้ทรงคุณวุฒิคิดเห็นว่ารูปแบบมีความเหมาะสม
เป็นไปได้และความมปี ระโยชน์ อยใู่ นระดบั ปานกลาง
ค่าเฉล่ีย 1.51-2.50 หมายถึง ผู้ทรงคุณวุฒิคิดเห็นว่ารูปแบบมีความเหมาะสม
เป็นไปได้และความมปี ระโยชน์ อยใู่ นระดับน้อย
ค่าเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึง ผู้ทรงคุณวุฒิคิดเห็นว่ารูปแบบมีความเหมาะสม
เป็นไปได้และความมปี ระโยชน์ อยู่ในระดับนอ้ ยท่ีสดุ
เกณฑ์การตัดสินผลการประเมิน คือ ค่าเฉล่ีย ( X ) อยู่ระดับต้ังแต่ 3.51 อยู่ที่ระดับมาก
ขึ้นไป และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) ไม่เกนิ 1.00 แสดงว่าผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็นว่ารูปแบบนี้
มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ในการนาไปใช้ในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของ
ผ้สู งู อายุ
123
กำรสรำ้ งและพัฒนำเคร่อื งมือกำรวิจยั
การสร้างและพัฒนาเครอ่ื งมอื ที่ใช้ในการวิจัย มีการดาเนนิ การตามรายละเอยี ดดงั น้ี
1. ผู้วิจัยศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์หลักการแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องกับ
คุณภาพชวี ติ ทดี่ ขี องผ้สู งู อายุ นาเสนอทปี่ รึกษางานวิจยั เพ่อื ขอนาแนะนา
2. วิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) เพื่อให้ได้กรอบความคิดคุณภาพชีวิตที่ดี นามา
สร้างเปน็ แบบสมั ภาษณ์แบบไม่มีโครงสรา้ ง (Instructured interview)
3. นาแบบสัมภาษณ์ที่ผวู้ จิ ยั สร้างข้ึนเสนอใหท้ ี่ปรกึ ษาพิจารณาอกี คร้ัง
4. นาแบบสัมภาษณ์แบบไมม่ โี ครงสรา้ ง ทผ่ี า่ นความเห็นชอบจากที่ปรึกษาแลว้ ไปสมั ภาษณ์
กลุ่มความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้วิจัยนาเครื่องมือไปหาค่าความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา (Content
Validity) โดยการหาค่า IOC จากผู้เชี่ยวชาญจานวน 5 ท่าน เพ่ือตรวจสอบคุณภาพว่าข้อคาถามเกี่ยวกับ
คุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ที่นามาศึกษาท้ัง 5 ด้านน้ัน เป็นข้อคาถามที่ตรงกับส่ิงท่ีต้องการวิจัย มี
ความถูกต้องและครอบคลุมเนื้อหาเชิงทฤษฎีท่ีศึกษาและกาหนดเป็นนิยามศัพท์หรือไม่ ทั้งเนื้อหาและ
ถ้อยคาที่ใช้เขียนข้อคาถามและคัดเลือกข้อที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง หรือค่า IOC (Index of Item
Objective Consistency) ความสอดคล้องและความตรงกับสิ่งที่ต้องการวัดเป็นรายข้อ แล้วพิจารณา
เลือกข้อคาถามที่มีค่า IOC มากกว่า 0.60 ขึ้นไป ปรับปรุงแบบสอบถามตามข้อเสนอแนะของผู้เช่ียวชาญ
และที่ปรึกษางานวิจัย 3 ใน 5 คือมีค่าตั้งแต่ 0.60 ข้ึนไป ซ่ึงผลการพิจารณา พบว่า ข้อคาถามของ
แบบสอบถามผา่ นเกณฑท์ งั้ หมด
5. ผู้วิจัยนาเครื่องมือไปทดลองใช้ (Try- Out) กับผู้สูงอายุเขตอาเภอเมืองฯ ที่ไม่ใช่กลุ่ม
ตวั อย่าง จานวน 50 คน ทาใหไ้ ดแ้ บบสอบถาม รวมจานวนทงั้ สิ้น 50 ฉบบั
6. นาข้อมูลท่ีเป็นแบบวัดแบบมาตราส่วนประมาณค่ามาตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ โดย
การหาค่าอานาจจาแนก (Discrimination) เป็นรายข้อ ด้วยวิธีการหามีค่าอานาจจาแนกรายข้อ (Item
Total Correlation) เลือกข้อที่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่าอานาจ
จาแนกรายข้อ (Item Total Correlation) อยรู่ ะหว่าง .29 ถึง .89
7. ข้อคาถามทุกรายข้อสามารถจาแนกแยกแยะบุคคลออกจากกันได้ จากน้ันจึงนามา
ตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือ คือ หาค่าความเชื่อม่ัน (Reliability) ซ่ึงใช้วิธีวัดความสอดคล้องภายใน
(Internal Consistency) หาค่าสัมประสิทธ์ิอัลฟ่า (Alpha Coefficient) ของครอนบาช (Cronbach)
พบว่า ให้คา่ ความเชอื่ ม่นั ต้งั แต่ 0.9264
กำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
1. ผวู้ ิจัยทาหนงั สือออกหนังสือขอความร่วมมอื จากผู้มีส่วนเกีย่ วข้องในการสัมภาษณ์
2. ผู้วิจัยทาหนังสือออกหนังสือขอความรว่ มมือจากอาเภอเขาสวนกวาง เพ่ือทดลองใช้เครื่องมือ
เพ่อื การวจิ ยั
124
3. ผู้วิจัยทาหนังสือถึงผู้ทรงคุณวุฒิ โดยผ่านหน่วยงานท่ีสังกัดหรือรายบุคคลเพ่ือสอบถามอิง
ผูท้ รงคณุ วุฒิ (Connoisseurship) และดาเนินการเกบ็ ข้อมลู ยืนยัน
4. การเก็บข้อมลู ผู้วจิ ัยดาเนินการเก็บขอ้ มูลผู้สงู อายุท่ีมีอายุตัง้ แต่ 60 ปขี ึ้นไป ที่อาศัยในอาเภอ
บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยการนาแบบสอบถามไปให้ผู้สูงอายุท่ีบ้านกลุ่มเป้าหมาย และให้ตอบ
แบบสอบถามด้วยตนเอง (self-administered questionnaire) สาหรับผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกตอบ
แบบสอบถาม ด้วยตนเองใช้การอ่านแบบสอบถามให้ฟังโดยคณะวิจัยที่ได้รับการช้ีแจง และอบรมเก่ียวกับ
การใช้เคร่ืองมือแล้ว ใช้ระยะเวลาในการตอบแบบสอบถามคนละประมาณ 30 นาที ทาให้ได้รับ
แบบสอบถาม กลับคืนมาท้ังหมดในระยะท่ี 1 จานวน 420 คน และระยะที่ 3 จานวน 50 คน คิดอตั ราการ
ตอบแบบสอบถาม (Response rate) รอ้ ยละ 100
5. ขัน้ ตอนการรวบรวมข้อมูล โดยใช้การสัมภาษณ์แบบกลุ่ม (Focus Group Interviews) ซ่ึงทา
ให้ได้ข้อมูลในลักษณะการแลกเปลีย่ นและมีปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างผู้ให้ข้อมูล ทาใหไ้ ดแ้ นวคิดและความคิดเห็น
ชัดเจนขึ้น รวมท้ังมุมมองท่ีแตกต่างกัน และเป็นการยืนยันกรอบความคิดในการวิจัย โดยท่ี ผู้วิจัยเป็น
ผดู้ าเนินการดว้ ยตนเอง พร้อมบนั ทกึ วีดโี อ เทปบนั ทึกเสยี ง
6. การสัมภาษณ์ ผู้วิจัยดาเนนิ การสมั ภาษณ์ด้วยตนเอง โดยการสัมภาษณเ์ ป็นรายบคุ คล พร้อม
ทง้ั บันทึก วีดโี อ เทป บันทกึ เสยี ง ระยะเวลาในการสมั ภาษณ์ตั้งแต่ 1-3 ชั่วโมง ใชเ้ วลาในการสัมภาษณผ์ ู้มี
ส่วนเกี่ยวข้อง ต้ังแต่เดือน พฤศจิกายน 2564 โดยผู้วิจัยส่งหัวข้อการสัมภาษณ์ไปก่อนท่ีจะเดินทางไป
สัมภาษณ์ และในการสัมภาษณ์แต่ละคร้ัง เป็นการสัมภาษณ์แบบก่ึงโครงสร้าง ในลักษณะคาถามแบบเปิด
และไม่ชนี้ า (Non-directive open ended)
7. ผู้วิจัยนากรอบการสัมภาษณ์มาเขียนเป็นแบบแบบสอบถาม แล้วส่งแบบสอบถามให้ผู้มีส่วน
เกี่ยวข้องด้วยตนเอง และส่งท้ังทางไปรษณีย์ และติดตามแบบสอบถามทางโทรศัพท์ โดยผู้วิจัยดาเนินการ
เก็บแบบสอบถามโดยตรงด้วยตนเอง ทุกตอนของการวิจัยช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงเดือน
พฤษภาคม 2565
กำรวเิ ครำะหข์ ้อมลู
การวเิ คราะห์ข้อมูลในการวจิ ัย จาแนกไดด้ งั น้ี
1. ข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใช้การวิเคราะห์เน้ือหา (Content Analysis) โดย
จาแนกขอ้ มูลตามกรอบความคิดของการวจิ ยั
2. การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามในตอนท่ี 1 ตอนที่ 3 และตอนท่ี 4 ซ่ึงเป็นข้อมูลที่
ได้จาการตอบแบบสอบถาม ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน ค่าสหสมั พนั ธแ์ ละสมการถดถอย สาหรบั การแปลผลมดี งั น้ี
125
ระยะที่ 1 ความคิดเห็นของประชาชนอาเภอบา้ นไผ่
ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ ท่ีมีต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของ
ผู้สูงอายุ ทาการวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการแปลความหมายของค่าเฉลี่ย
กาหนดเกณฑ์ ดงั น้ี
ค่าเฉล่ีย 4.51-5.00 หมายถึง ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นว่าคุณภาพชีวิตท่ีดี
ของผูส้ ูงอายุตามการรับรขู้ องตนเอง อยู่ในระดบั มากที่สุด
ค่าเฉลีย่ 3.51-4.50 หมายถึง ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นว่าคุณภาพชีวิตท่ีดี
ของผสู้ งู อายุตามการรับรู้ของตนเอง อยใู่ นระดับมาก
ค่าเฉล่ีย 2.51-3.50 หมายถึง ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นว่าคุณภาพชีวิตท่ีดี
ของผสู้ งู อายุตามการรับรู้ของตนเอง อยู่ในระดับปานกลาง
คา่ เฉลี่ย 1.51-2.50 หมายถึง ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นว่าคุณภาพชีวิตที่
ดีของผ้สู ูงอายุตามการรบั รขู้ องตนเอง อย่ใู นระดับน้อย
คา่ เฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึง ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นว่าคุณภาพชีวิตที่
ดีของผ้สู งู อายุตามการรบั รขู้ องตนเอง อยู่ในระดับนอ้ ยท่สี ดุ
ระยะที่ 2 ความคดิ เหน็ ของผู้สงู อายทุ ่ีได้รบั การดูแล
ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล กศน.อาเภอบ้านไผ่ ท่ีมีต่อ
คุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ ทาการวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการแปล
ความหมายของคา่ เฉลี่ยกาหนดเกณฑ์ ดังนี้
ค่าเฉล่ีย 4.51-5.00 หมายถึง ผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล กศน.อาเภอบ้านไผ่ มีความ
คดิ เหน็ วา่ คุณภาพชีวติ ทด่ี ีของผู้สงู อายุตามการรบั รขู้ องตนเอง อยู่ในระดบั มากทสี่ ดุ
ค่าเฉล่ีย 3.51-4.50 หมายถึง ผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล กศน.อาเภอบ้านไผ่ มีความ
คิดเหน็ วา่ คุณภาพชีวติ ท่ดี ีของผู้สูงอายุตามการรับรู้ของตนเอง อย่ใู นระดับมาก
ค่าเฉลี่ย 2.51-3.50 หมายถึง ผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล กศน.อาเภอบ้านไผ่ มีคุณภาพ
ชีวิตที่ดีของผสู้ งู อายุตามการรับรขู้ องตนเอง อยู่ในระดบั ปานกลาง
ค่าเฉลี่ย 1.51-2.50 หมายถึง ผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล กศน.อาเภอบ้านไผ่ มีความ
คดิ เหน็ ว่าคณุ ภาพชีวติ ที่ดีของผ้สู ูงอายุตามการรบั รขู้ องตนเอง อย่ใู นระดบั น้อย
ค่าเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึง ผู้สูงอายุท่ีได้รับการดูแล กศน.อาเภอบ้านไผ่มีความ
คิดเหน็ ว่าคณุ ภาพชีวติ ทด่ี ขี องผู้สูงอายุตามการรบั ร้ขู องตนเอง อยใู่ นระดับนอ้ ยที่สุด
ระยะท่ี 3 ความคดิ เห็นของผู้ทรงคุณวฒุ ิ
ข้อมูลจากแบบสอบถามความเหมาะสม (Suitability) และความเป็นไปได้ (Feasibility) และ
ความมปี ระโยชน์ ของรปู แบบและแนวทางการพฒั นาคุณภาพชีวติ ที่ดขี องผู้สงู อายุ
126
ค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง ผู้ทรงคุณวุฒิคิดเห็นว่ารูปแบบน้ีมีความเหมาะสม เป็นไปได้
และความมปี ระโยชน์ อยใู่ นระดับมากท่ีสดุ
ค่าเฉลี่ย 3.51-4.50 หมายถึง ผู้ทรงคุณวุฒิคิดเห็นว่ารูปแบบน้ีมีความเหมาะสม เป็นไปได้
และความมีประโยชน์ อยใู่ นระดบั มาก
ค่าเฉล่ีย 2.51-3.50 หมายถึง ผู้ทรงคุณวุฒิคิดเห็นว่ารูปแบบน้ีมีความเหมาะสม เป็นไปได้
และความมีประโยชน์ อยู่ในระดบั ปานกลาง
ค่าเฉล่ีย 1.51-2.50 หมายถึง ผู้ทรงคุณวุฒิคิดเห็นว่ารูปแบบนี้มีความเหมาะสม เป็นไปได้
และความมปี ระโยชน์ อยใู่ นระดับน้อย
ค่าเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึง ผู้ทรงคุณวุฒิคิดเห็นว่ารูปแบบนี้มีความเหมาะสม เป็นไปได้
และความมปี ระโยชน์ อยใู่ นระดบั นอ้ ยท่สี ุด
เกณฑ์การตัดสินผลการประเมิน คือ มีค่าเฉล่ีย ( X ) ตั้งแต่ 3.51 ขึ้นไป อยู่ในระดับมาก
และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐ าน (S.D.) ไม่เกิน 1.00 เพ่ือยืนยันว่ารูปแบบและแนวทางในการพัฒนา
คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น นั้นมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความมีประโยชน์ในการนาไปใช้เพ่ือสร้างคุณภาพชีวติ ท่ีดี
ของผสู้ งู อายุ
สถติ ิทใ่ี ช้ในกำรวิเครำะห์ขอ้ มูล
1. การวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร ตารา บทความ และการสัมภาษณ์ สถิติท่ีใช้
คือ คา่ ความถ่ี (frequency) คา่ ร้อยละ (percentage) และการวิเคราะหเ์ ชงิ เนอื้ หา (content analysis)
2. การวิเคราะห์การพัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่
จงั หวดั ขอนแกน่ : กรณศี กึ ษาหลกั สูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผสู้ ูงอายุ ใชส้ ถิติ ดงั น้ี
2.1 การวิเคราะห์สถานภาพของผูต้ อบแบบสอบถาม โดยใชค้ า่ ความถี่ (frequency) และค่า
รอ้ ยละ (percentage)
2.2 วิเคราะห์ความคิดเห็นต่อรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้าน
ไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ใช้การวิเคราะห์ค่าเฉล่ีย และส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน
2.3 การตรวจสอบสมมติฐานการวิจยั ใชค้ า่ สถติ ทิ ดสอบคา่ สหสมั พนั ธ์ และสมการถดถอย
127
บทท่ี 4
ผลการดาเนนิ การศึกษา
ผลการดาเนินการ เรอ่ื ง รูปแบบการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตท่ีดีของผสู้ ูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ ครั้งน้ีผู้ศึกษาได้กาหนดวัตถุประสงค์ คือ เพื่อ
ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีและสภาพคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงวัยในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแก่น เพ่ือสร้างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ ในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น:
กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผูส้ ูงอายุ เพื่อทดลองใช้รปู แบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ที่ดีของผู้สูงอายุ ในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพ่ือ
ยืนยันรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุในอาเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น: กรณีศึกษา
หลักสตู รการฝึกอบรมผู้ดแู ลผสู้ งู อายุ ซง่ึ ผู้วิจัยไดว้ ิเคราะหข์ ้อมลู ตามวัตถุประสงค์การวจิ ัย ดังนี้
วิเคราะห์ระยะที่ 1 ศึกษาปจั จยั และสภาพคุณภาพชีวิตผสู้ ูงอายุ
วเิ คราะห์ระยะท่ี 2 ร่างรปู แบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผ้สู งู อายุ
วิเคราะห์ระยะท่ี 3 การทดลองใช้รปู แบบ
วเิ คราะห์ระยะที่ 4 ยนื ยันรปู แบบและแนวทางการดูแลผู้สูงอายเุ พอื่ คุณภาพชวี ติ ที่ดี
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
วิเคราะห์ระยะที่ 1 ศกึ ษาปัจจัยและสภาพคณุ ภาพชวี ติ ผูส้ ูงอายุ
การนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลการวิเคราะห์เอกสาร (Document Research) ปัจจัยที่มี
อทิ ธพิ ลตอ่ คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ อาเภอบ้านไผ่ และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สงู อายุ ทม่ี ีกรอบ 15 ด้าน
คอื ปัจจัยที่มอี ิทธิพลตอ่ คณุ ภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุ 1) ปัจจัยการรับรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง 2) ปัจจัย
สมรรถภาพทางจิตใจ 3) ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว 4) ปัจจัยการพัฒนาจิตใจ 5) ปัจจัยสถานการณ์
ด้านการเงิน 6) ปัจจัยการมีส่วนร่วมการทาประโยชน์เพ่ือสังคม 7) ปัจจัยสังคมและเพ่ือนฝูง 8) ปัจจัย
เสรีภาพส่วนบุคคล 9) ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล 10) ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์ ส่วนคุณภาพชีวิตท่ีดีของ
ผู้สูงอายุ 1) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านสุขภาพ 2) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านจิตใจ อารมณ์ 3) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้าน
คุณค่าในตนเอง 4) คุณภาพชีวิตท่ีดีด้านสติปัญญา 5) คุณภาพชีวิตที่ดีด้านยอมรับตนเอง เพื่อเป็นไปตาม
วัตถุประสงค์และตอบข้อคาถาม ผู้วิจัยได้นาข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามของผู้สูงอายุ อาเภอบ้านไผ่
รวมทั้งสิ้น จานวน 420 คน นามาวิเคราะห์และเสนอผลการวิเคราะห์ โดยใช้ตารางประกอบคาบรรยาย
ตารางท่ี 1-21 แบ่งเป็น 2 ส่วน คอื
ส่วนท่ี 1 ขอ้ มลู เก่ียวกบั ปจั จัยสว่ นบุคคลของผู้สงู อายุ
ส่วนที่ 2 ปจั จยั ทีม่ ีอทิ ธิพลต่อคุณภาพชีวติ ที่ดีของผู้สงู อายุ
128
ส่วนที่ 1 ข้อมูลเก่ียวกับปัจจัยสว่ นบคุ คลของผู้สูงอายุ
ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยส่วนบุคคลของผู้สูงอายุ ได้มาจากการตอบแบบสอบถามของผู้สูงอายุ
จานวน 420 คน แยกพิจารณาตามเพศ อายุ ความเป็นสมาชิกกลุ่ม/ชมรม และการประกอบอาชีพ ดังที่
แสดงรายละเอียดในตารางท่ี 1-5
ตารางท่ี 1 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผู้สูงอายุ จาแนกตามเพศ
เพศ สถานภาพ จานวน (คน) ร้อยละ
1. ชาย รวม
2. หญิง 166 39.5
254 60.5
420 100.0
ตารางที่ 1 ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ เมื่อจาแนกตามเพศ พบว่า โดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง
มากกว่าเพศชาย คือ เพศหญิง จานวน 254 คน คิดเป็นร้อยละ 60.5 รองลงมาเป็นเพศชาย จานวน 166
คน คดิ เปน็ ร้อยละ 39.5
ตารางที่ 2 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผสู้ ูงอายุ จาแนกตามอายุ
สถานภาพ จานวน (คน) ร้อยละ
อายุ
256 61.0
1. อายุ 60-69 ปี 131 31.1
2. อายุ 70-79 ปี 33 7.9
3. อายุ 80 ปี ข้นึ ไป 420 100.0
รวม
ตารางที่ 2 ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ เมื่อจาแนกตามอายุ พบว่า โดยส่วนใหญ่มีอายุ 60-69 ปี
จานวน 256 คน คดิ เป็น รอ้ ยละ 61.0 รองลงมามีอายุ 70-79 ปี จานวน 131 คน คิดเปน็ ร้อยละ 31.1
ตารางท่ี 3 แสดงจานวนและร้อยละของผสู้ ูงอายุ จาแนกตามความเปน็ สมาชิกกลมุ่ /ชมรม
สถานภาพ จานวน (คน) รอ้ ยละ
ความเป็นสมาชิกกลุ่ม/ชมรม
165 39.3
1. เปน็ สมาชกิ กลมุ่ /ชมรม 255 60.7
2. ไม่ได้เปน็ สมาชิกกลุ่ม/ชมรมใดๆ 420 100.0
รวม
129
ตารางที่ 3 ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ เมื่อจาแนกตามความเป็นสมาชิกกลุ่ม/ชมรม พบว่า โดยส่วน
ใหญ่ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม/ชมรมใดๆ จานวน 255 คน คิดเป็นร้อยละ 60.7 รองลงมาระดับเป็นสมาชิก
กลมุ่ /ชมรม จานวน 165 คน คิดเปน็ ร้อยละ 39.3
ตารางท่ี 4 แสดงจานวนและร้อยละของผูส้ งู อายุ จาแนกตามการประกอบอาชพี
สถานภาพ จานวน (คน) ร้อยละ
การประกอบอาชีพ
140 33.3
1. ประกอบอาชีพ 280 66.7
2. ไมไ่ ด้ประกอบอาชพี ใดๆ 420 100.0
รวม
ตารางที่ 4 ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ เมื่อจาแนกตามการประกอบอาชีพ พบว่า โดยส่วนใหญ่ไม่ได้
ประกอบอาชีพใดๆ จานวน 280 คน คิดเป็นร้อยละ 66.7 รองลงมามีการประกอบอาชีพ จานวน 140 คน
คดิ เป็นรอ้ ยละ 33.3
ตารางที่ 5 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผู้สงู อายุ จาแนกตามหนีส้ นิ
การมหี น้ีสิน สถานภาพ จานวน (คน) รอ้ ยละ
1. มีหนสี้ ิน รวม
2. ไม่มีหนีส้ นิ 118 28.1
302 71.9
420 100.0
ตารางท่ี 5 ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ เม่ือจาแนกตามการมีหน้ีสิน พบว่า โดยส่วนใหญ่ไม่มีหน้ีสิน
จานวน 302 คน คิดเป็นร้อยละ 71.9 รองลงมามีหนี้สิน จานวน 118 คน คิดเป็นร้อยละ 28.1 โดยหน้ีสิน
อยู่ระหว่าง 5,000-2,000,000 บาท โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่ จานวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 5.7 ของผู้มี
หนส้ี ิน ซง่ึ มหี นี้สนิ เปน็ เงิน 10,000 บาท
สรุปจากตารางที่ 1-5 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คือ
เพศหญิง จานวน 254 คน คิดเป็นร้อยละ 60.5 รองลงมาเป็นเพศชาย จานวน 166 คน คิดเป็นร้อยละ
39.5 มีอายุ 60-69 ปี จานวน 256 คน คิดเป็น ร้อยละ 61.0 รองลงมามีอายุ 70-79 ปี จานวน 131 คน
คิดเป็นร้อยละ 31.1 ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม/ชมรมใดๆ จานวน 255 คน คิดเป็นร้อยละ 60.7
รองลงมาเป็นสมาชิกกลุ่ม/ชมรม จานวน 165 คน คิดเป็นร้อยละ 39.3 ไม่ได้ประกอบอาชีพใดๆ จานวน
280 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 66.7 รองลงมาประกอบอาชีพ จานวน 140 คน คิดเป็นร้อยละ 33.3 สาหรับการมี
หน้ีสิน พบว่า ส่วนใหญ่ไมม่ ีหน้ีสิน จานวน 165 คน คิดเป็นร้อยละ 71.9 มีหนส้ี ิน จานวน 118 คน คิดเป็น
130
ร้อยละ 28.1 โดยหนี้สินอย่รู ะหว่าง 5,000-2,000,000 บาท ผสู้ ูงอายุส่วนใหญ่ จานวน 24 คน คิดเป็นร้อย
ละ 5.7 ของผูม้ หี นสี้ นิ ซง่ึ มีหนส้ี นิ เปน็ เงิน 10,000 บาท
ส่วนที่ 2 ปจั จัยที่มอี ิทธิพลต่อคุณภาพชวี ิตท่ีดขี องผสู้ ูงอายุ
ในการวิเคราะห์ความคิดเห็นของของผู้สูงอายุ ท่ีมีต่อปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของ
ผู้สูงอายุ และระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ โดยใช้ค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน จากผู้สูงอายุ
อาเภอบา้ นไผ่ จานวน 420 คน ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ดังรายละเอยี ดตารางที่ 6 ถงึ ตารางท่ี 22
ตารางที่ 6 แสดงค่าเฉล่ยี สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เห็นของผสู้ งู อายุ ที่มตี ่อปจั จยั
ที่มอี ิทธพิ ลต่อคุณภาพชีวิตทีด่ ี โดยภาพรวมและรายด้าน
ดา้ นท่ี ปจั จัยท่ีมีอิทธพิ ลต่อคณุ ภาพชวี ิตทีด่ ี คา่ สว่ นเบีย่ งเบน ระดบั
ของผู้สูงอายุ เฉลีย่ มาตรฐาน
1 ปจั จัยการรบั ร้สู ภาวะสุขภาพของตนเอง 3.31 .802 ปานกลาง
2 ปจั จยั สมรรถภาพทางจิตใจ 3.84 .733 มาก
3 ปจั จยั ความสมั พันธใ์ นครอบครวั 3.91 .816 มาก
4 ปัจจยั การพัฒนาจิตใจ 3.42 .913 ปานกลาง
5 ปัจจยั สถานการณด์ ้านการเงิน 3.06 .956 ปานกลาง
6 ปจั จัยการมสี ว่ นรว่ มการทาประโยชน์เพ่อื สังคม 3.37 .868 ปานกลาง
7 ปจั จัยสังคมและเพ่ือนฝงู 3.32 .856 ปานกลาง
8 ปจั จัยเสรภี าพสว่ นบุคคล 3.42 .871 ปานกลาง
9 ปัจจัยคา่ นิยมสว่ นบคุ คล 3.82 .775 มาก
10 ปจั จยั การใชส้ งั คมออนไลน์ 2.21 1.146 นอ้ ย
โดยรวม 3.36 .602 ปานกลาง
ผลจากตารางท่ี 6 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยมีอิทธิพลต่อคุณภาพ
ชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ีย = 3.36, ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน = .602) เม่ือจาแนกออกเป็นรายด้านโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก
พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ปัจจัยความสัมพันธ์ในครอบครัว (ค่าเฉล่ีย = 3.91, ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน = .816) รองลงมา ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ (ค่าเฉลี่ย = 3.84, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
.733) และรายด้านที่มีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคล (ค่าเฉล่ีย = 3.82, ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน = .755) ส่วนรายด้านที่ค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ ปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์ (ค่าเฉล่ีย = 2.21,
สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.146)
131
ตารางที่ 7 แสดงคา่ เฉลีย่ ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เหน็ ของผู้สงู อายุ ท่มี ตี ่อปัจจยั
ทีม่ อี ิทธพิ ลตอ่ คุณภาพชวี ติ ทดี่ ี ปัจจยั การรับรู้สภาวะสุขภาพของตนเอง
ทา่ นคิดว่ารายข้อในปัจจยั นี้ทมี่ ีอิทธพิ ลต่อคุณภาพชีวติ ท่ีดี ค่า สว่ น ระดบั
ของผู้สูงอายุ อยูร่ ะดับใด เฉลี่ย เบ่ียงเบน
มาตรฐาน
1. ทา่ นรับรถู้ งึ การเปน็ โรคต่างๆ ของผสู้ ูงอายุ 3.68 .950 มาก
2. ทา่ นเขา้ รบั การตรวจโรคตา่ งๆ ของผู้สูงอายุอยู่เปน็ ประจา 3.49 1.041 ปานกลาง
3. ทา่ นเป็นโรคเร้อื รังท่ตี อ้ งใชร้ ะยะเวลาในการรกั ษาและ 2.69 1.257 ปานกลาง
ตดิ ตามดูแลในระยะยาวติดต่อกันนานเกิน 3 เดอื น
4. ท่านปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเพ่ือรกั ษาโรคประจาตวั 3.39 1.063 ปานกลาง
ผสู้ ูงอายุ
โดยรวม 3.31 .802 ปานกลาง
ผลจากตารางที่ 7 พบวา่ ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยการรับรู้สภาวะสุขภาพ
ของตนเองมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง
(ค่าเฉลี่ย = 3.31, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .802) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจาก
มากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผสู้ ูงอายุรับรู้ถึงการเป็นโรคต่างๆ ของ
ผู้สูงอายุ (ค่าเฉล่ีย = 3.68, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .950) รองลงมา ผู้สูงอายุเข้ารับการตรวจโรคต่างๆ
ของผู้สูงอายุอยู่เป็นประจา (ค่าเฉล่ีย = 3.49, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.041) และรายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ย
ลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเพ่ือรักษาโรคประจาตัวผู้สูงอายุ (ค่าเฉลี่ย = 3.39, ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.063) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุเป็นโรคเรื้อรังท่ีต้องใช้
ระยะเวลาในการรักษาและติดตามดูแลระยะยาวติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน (ค่าเฉลี่ย = 2.69, ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.257)
132
ตารางท่ี 8 แสดงคา่ เฉลยี่ สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความคดิ เห็นของผู้สงู อายุ ท่ีมตี ่อปจั จยั
ทีม่ อี ิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตทด่ี ี ปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจ
ปัจจัยที่มอี ิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดี ค่า สว่ น ระดบั
ของผู้สูงอายุ เฉล่ีย เบ่ยี งเบน
มาตรฐาน มาก
1. ท่านไดร้ บั ความรัก ความผูกพันจากบุคคลรอบขา้ งอยู่เสมอ มาก
2. ท่านได้รบั การดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากบุคคลรอบขา้ ง 3.89 .881
มาก
อยู่เสมอ 3.87 .846 มาก
3. ท่านได้รับการเคารพจากบุคคลรอบข้างอยู่เสมอ มาก
4. บคุ คลทวั่ ไปเห็นคุณคา่ และยกยอ่ งในความสามารถของท่าน 3.86 .844 มาก
5. ท่านให้อภยั ตนเองและผู้อน่ื เสมอ 3.76 .803 มาก
6. ทา่ นใหโ้ อกาสในการปรบั ปรุงตนเองเม่ือทาผิดพลาด 3.88 .826
3.85 .792
โดยรวม 3.84 .733
ผลจากตารางท่ี 8 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยสมรรถภาพทางจิตใจมี
อิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉล่ีย = 3.84,
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .733) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3
ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุได้รับความรัก ความผูกพันจากบุคคลรอบข้าง
อยู่เสมอ (ค่าเฉลี่ย = 3.89, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .881) รองลงมา ผู้สูงอายุให้อภัยตนเองและผู้อ่ืน
เสมอ (ค่าเฉลี่ย = 3.88, สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน = .826) และรายข้อที่มีคา่ เฉลย่ี ลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายไุ ด้รับ
การดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากบคุ คลรอบขา้ งอยู่เสมอ (ค่าเฉลี่ย = 3.87, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .846)
ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ บุคคลท่ัวไปเห็นคุณค่าและยกย่องในความสามารถของผู้สูงอายุ
(คา่ เฉลยี่ = 3.76, สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน = .803)
133
ตารางท่ี 9 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดบั ความคดิ เหน็ ของผสู้ ูงอายุ ที่มตี ่อปัจจยั
ท่มี อี ิทธพิ ลตอ่ คณุ ภาพชวี ิตที่ดี ปัจจยั ความสมั พันธ์ในครอบครวั
ปจั จัยท่ีมอี ิทธิพลต่อคณุ ภาพชีวติ ท่ีดี ค่า ส่วนเบี่ยงเบน ระดบั
ของผู้สงู อายุ เฉลยี่ มาตรฐาน
1. ท่านอยรู่ ่วมกับลูกหลานของท่าน 3.95 .957 มาก
2. ท่านมีความสมั พนั ธท์ ่ีดีกบั ลูกหลานของท่าน
3. ญาติพีน่ ้องในครอบครวั ทา่ นไม่ทะเลาะกัน 4.06 .879 มาก
4. ท่านไดร้ บั การดแู ลเอาใจใส่เป็นอยา่ งดีจากบคุ คลใน
3.70 1.009 มาก
ครอบครัวของท่าน
โดยรวม 3.96 .870 มาก
3.91 .816 มาก
ผลจากตารางท่ี 9 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยความสัมพันธ์ใน
ครอบครัวมอี ิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผสู้ ูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยใู่ นระดับมาก(ค่าเฉลย่ี =
3.91, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .816) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหา
นอ้ ย 3 ลาดบั แรก พบวา่ รายขอ้ ทม่ี คี า่ เฉลีย่ ลาดบั แรก คือ ผู้สูงอายุมีความสมั พันธ์ทีด่ กี บั ลูกหลาน (คา่ เฉลี่ย
= 4.06, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .879) รองลงมา ผู้สูงอายไุ ดร้ บั การดูแลเอาใจใส่เป็นอยา่ งดจี ากบุคคลใน
ครอบครัว (คา่ เฉลีย่ = 3.96, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .870) และรายข้อที่มีค่าเฉล่ยี ลาดับ 3 คือ ผู้สงู อายุ
อยู่ร่วมกับลูกหลาน (ค่าเฉลีย่ = 3.95, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .957) สว่ นรายข้อท่ีคา่ เฉล่ียลาดับสุดท้าย
คอื ญาติพ่นี ้องในครอบครัวผสู้ งู อายุไมท่ ะเลาะกนั (ค่าเฉลี่ย = 3.70, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.009)
134
ตารางที่ 10 แสดงคา่ เฉลย่ี ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเหน็ ของผู้สูงอายุ ทม่ี ตี ่อปจั จยั
ท่มี ีอทิ ธิพลต่อคณุ ภาพชีวิตที่ดี ปจั จัยการพฒั นาจิตใจ
ปัจจัยท่ีมอี ิทธพิ ลต่อคณุ ภาพชีวิตท่ีดี ค่า ส่วน ระดบั
ของผู้สงู อายุ เฉลี่ย เบย่ี งเบน
มาตรฐาน
1. ท่านมกี ารเจรญิ สติอยเู่ ปน็ ประจา
2. ทา่ นตระหนักรสู้ ภาพอารมณ์ของตนเอง 3.47 1.000 ปานกลาง
3. ทา่ นเขา้ ร่วมกิจกรรมจิตภาวนาต่างๆ
4. ทา่ นแสวงหาความรู้และแนวทางในการพฒั นาจติ ใจ 3.61 .934 มาก
ของตนเองอยูเ่ ป็นประจา 3.33 1.106 ปานกลาง
โดยรวม
3.29 1.093 ปานกลาง
3.42 .913 ปานกลาง
ผลจากตารางที่ 10 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยการพัฒนาจิตใจมี
อิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย =
3.42, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .913) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหา
น้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุตระหนักรู้สภาพอารมณ์ของตนเอง
(ค่าเฉล่ีย = 3.61, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .934) รองลงมา ผู้สูงอายุมีการเจริญสติอยู่เป็นประจา
(ค่าเฉล่ีย = 3.47, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.000) และรายข้อท่ีมีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุเข้าร่วม
กิจกรรมจิตภาวนาต่างๆ (ค่าเฉล่ีย = 3.33, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.106) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉล่ียลาดับ
สุดท้าย คือ ผู้สูงอายุแสวงหาความรู้และแนวทางในการพัฒนาจิตใจของตนเองอยู่เป็นประจา (ค่าเฉล่ีย =
3.29, สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน = 1.093)
135
ตารางท่ี 11 แสดงค่าเฉลย่ี สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐานและระดับความคิดเหน็ ของผ้สู ูงอายุ ท่มี ีต่อปัจจัย
ที่มอี ทิ ธิพลตอ่ คณุ ภาพชวี ิตท่ีดี ปจั จัยสถานการณด์ ้านการเงนิ
ปจั จยั ที่มีอิทธิพลต่อคณุ ภาพชีวิตทด่ี ี คา่ สว่ น ระดบั
ของผู้สงู อายุ เฉลยี่ เบีย่ งเบน
มาตรฐาน
1. ทา่ นมีรายได้เปน็ ของตนเองท่ีเพียงพอกับคา่ ใชจ้ า่ ยในการ 3.09 .983 ปานกลาง
ดารงชีวติ
2. ทา่ นมีรายไดข้ องตนเองทเี่ พยี งพอตอ่ การพักผอ่ นหย่อนใจ 3.05 1.013 ปานกลาง
โดยรวม 3.06 .956 ปานกลาง
ผลจากตารางที่ 11 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยสถานการณ์ด้าน
การเงินมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง
(ค่าเฉลี่ย = 3.06, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .956) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจาก
มากไปหาน้อย พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุมีรายได้เป็นของตนเองท่ีเพียงพอกับ
ค่าใช้จ่ายในการดารงชีวิต (ค่าเฉลี่ย = 3.09, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .983) รองลงมา ผู้สูงอายุมีรายได้
ของตนเองท่ีเพียงพอต่อการพักผ่อนหย่อนใจ (ค่าเฉลี่ย = 3.05, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.013)
ตามลาดบั
136
ตารางที่ 12 แสดงค่าเฉลีย่ สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานและระดบั ความคดิ เห็นของผสู้ ูงอายุ ทีม่ ตี ่อปจั จัย
ที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจยั การมสี ว่ นร่วมการทาประโยชน์เพ่ือสงั คม
ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อคุณภาพชวี ิตทด่ี ี ค่า ส่วน ระดับ
ของผู้สงู อายุ เฉลี่ย เบ่ียงเบน
มาตรฐาน
1. ทา่ นมีโอกาสเลี้ยงดหู รอื ดูแลผู้อ่นื
2. ท่านช่วยเหลอื ผอู้ น่ื อยเู่ สมอ 3.25 1.007 ปานกลาง
3. ทา่ นยินดเี ป็นที่พง่ึ พิงให้บคุ คลอ่นื เมื่อเขาเดือดร้อน
4. ท่านยินดีให้ความชว่ ยเหลือคนอนื่ เม่ือเขาต้องการ 3.39 .954 ปานกลาง
โดยรวม 3.42 .945 ปานกลาง
3.45 .977 ปานกลาง
3.37 .868 ปานกลาง
ผลจากตารางท่ี 12 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยการมีส่วนร่วมการทา
ประโยชน์เพ่ือสังคมมีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปาน
กลาง (ค่าเฉลี่ย = 3.37, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .868) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับ
ค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุยินดีให้ความ
ช่วยเหลือคนอ่ืนเมื่อเขาต้องการ (ค่าเฉล่ีย = 3.45, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .977) รองลงมา ผู้สูงอายุ
ยินดีเป็นที่พง่ึ พงิ ให้บุคคลอ่ืนเม่ือเขาเดอื ดร้อน (คา่ เฉลีย่ = 3.42, สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .945) และราย
ข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุช่วยเหลือผู้อ่ืนอยู่เสมอ (ค่าเฉล่ีย = 3.39, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
.954) ส่วนรายข้อที่คา่ เฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สงู อายุมีโอกาสเลี้ยงดูหรือดูแลผู้อื่น (ค่าเฉลี่ย = 3.25, ส่วน
เบีย่ งเบนมาตรฐาน = 1.007)
137
ตารางที่ 13 แสดงคา่ เฉลย่ี สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐานและระดับความคดิ เหน็ ของผู้สูงอายุ ที่มีต่อปัจจยั
ทมี่ อี ทิ ธิพลต่อคุณภาพชวี ิตที่ดี ปจั จยั สังคมและเพ่อื นฝงู
ปจั จัยที่มอี ิทธพิ ลต่อคุณภาพชวี ิตท่ีดี ค่า สว่ น ระดับ
ของผู้สูงอายุ เฉลี่ย เบีย่ งเบน
มาตรฐาน
1. ท่านมโี อกาสเข้าร่วมกจิ กรรมของสงั คมอยเู่ สมอ
2. ทา่ นเขา้ สงั คมเพื่อแลกเปลยี่ นความคิด ความรูส้ ึกตอ่ กัน 3.30 .941 ปานกลาง
3. ทา่ นเข้าสังคมเพ่ือแลกเปลย่ี นข้อมลู ข่าวสารระหว่างกนั
4. การเข้าสงั คมชว่ ยให้ทา่ นมีความห่วงใยและความเอื้อ 3.39 .884 ปานกลาง
อาทรต่อกนั 3.31 .935 ปานกลาง
โดยรวม
3.33 .918 ปานกลาง
3.32 .856 ปานกลาง
ผลจากตารางที่ 13 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นตอ่ ปจั จัยดา้ นสงั คมและเพื่อนฝูง
มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ีย =
3.32, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .856) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหา
น้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุเข้าสังคมเพ่ือแลกเปล่ียนความคิด
ความรู้สึกต่อกัน (ค่าเฉลี่ย = 3.39, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .884) รองลงมา การเข้าสังคมช่วยให้
ผู้สูงอายุมีความห่วงใยและความเอ้ืออาทรต่อกัน (ค่าเฉลี่ย = 3.33, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .918) และ
รายข้อที่มีค่าเฉลี่ยลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุเข้าสังคมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน (ค่าเฉล่ีย =
3.31, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .935) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉล่ียลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุมีโอกาสเข้าร่วม
กิจกรรมของสังคมอย่เู สมอ (คา่ เฉลยี่ = 3.30, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .941)
138
ตารางที่ 14 แสดงคา่ เฉล่ีย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความคิดเหน็ ของผ้สู งู อายุ ทีม่ ตี ่อปัจจัย
ท่มี ีอิทธิพลตอ่ คุณภาพชีวติ ท่ีดี ปจั จัยเสรีภาพสว่ นบคุ คล
ปจั จัยที่มีอิทธพิ ลต่อคุณภาพชีวิตทีด่ ี คา่ สว่ น ระดบั
ของผู้สงู อายุ เฉลย่ี เบี่ยงเบน
มาตรฐาน
1. ทา่ นมอี ิสระในการเดนิ ทางไปยงั ท่ตี า่ งๆ ดว้ ยตนเอง 3.30 1.005 ปานกลาง
2. ท่านมอี สิ ระในการแสดงความคิดเหน็ ในเรอ่ื งต่างๆ ภายใน 3.54 .953 มาก
ครอบครัว
3. ทา่ นมอี ิสระในการแสดงความคิดเหน็ ในเรอ่ื งตา่ งๆ ต่อ 3.36 .988 ปานกลาง
สาธารณะชน
4. ทา่ นมีอิสระในการตดั สินใจจับจ่ายใช้สอยในเร่ือง 3.49 .993 ปานกลาง
ต่างๆ ด้วยตนเอง
โดยรวม 3.42 .871 ปานกลาง
ผลจากตารางที่ 14 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยเสรีภาพส่วนบุคคลมี
อิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉล่ีย =
3.42, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .871) เม่ือจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหา
น้อย 3 ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มคี ่าเฉลี่ยลาดบั แรก คือ ผสู้ ูงอายมุ ีอสิ ระในการแสดงความคดิ เหน็ ในเรอื่ ง
ต่างๆ ภายในครอบครัว (ค่าเฉล่ีย = 3.54, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .953) รองลงมา ผู้สูงอายุมีอิสระใน
การตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยในเร่ืองต่างๆ ด้วยตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 3.49, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .993)
และรายขอ้ ท่มี ีค่าเฉล่ียลาดบั 3 คือ ผู้สูงอายมุ ีอสิ ระในการแสดงความคิดเห็นในเร่ืองตา่ งๆ ตอ่ สาธารณะชน
(คา่ เฉลี่ย = 3.36, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .988) สว่ นรายข้อที่ค่าเฉล่ยี ลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุมอี ิสระ
ในการเดินทางไปยังท่ตี า่ งๆ ด้วยตนเอง (ค่าเฉลยี่ = 3.30, สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.005)
139
ตารางท่ี 15 แสดงค่าเฉล่ีย สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานและระดับความคิดเห็นของผู้สูงอายุ ที่มีต่อปัจจัย
ที่มีอิทธิพลตอ่ คุณภาพชีวติ ท่ีดี ปัจจัยค่านยิ มส่วนบคุ คล
ปัจจัยที่มอี ิทธพิ ลต่อคุณภาพชวี ติ ที่ดี ค่า ส่วน ระดับ
ของผู้สงู อายุ เฉลย่ี เบย่ี งเบน มาก
มาตรฐาน
1. ทา่ นมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ
2. ท่านให้อภัยผอู้ ืน่ อยู่เสมอ 3.78 .863
3. ทา่ นมคี วามเหน็ อกเหน็ ใจผ้อู ่ืนเปน็ ประจา
4. ท่านใสใ่ จในสขุ ภาพของตนเอง 3.84 .840 มาก
โดยรวม 3.85 .836 มาก
3.86 .905 มาก
3.82 .775 มาก
ผลจากตารางที่ 15 พบว่า ผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยค่านิยมส่วนบุคคลมี
อิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตท่ีดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.82,
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .775) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3
ลาดับแรก พบว่า รายข้อที่มีค่าเฉล่ียลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุใส่ใจในสุขภาพของตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 3.86,
สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน = .905) รองลงมา ผู้สูงอายมุ ีความเหน็ อกเหน็ ใจผูอ้ ื่นเปน็ ประจา (คา่ เฉล่ีย = 3.85,
สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .836) และรายขอ้ ที่มีคา่ เฉล่ยี ลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายใุ ห้อภยั ผู้อืน่ อยู่เสมอ (คา่ เฉล่ีย
= 3.84, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = .840) ส่วนรายข้อท่ีค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุมองโลกในแง่ดี
อยเู่ สมอ (ค่าเฉลี่ย = 3.78, สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน = .863)
140
ตารางท่ี 16 แสดงคา่ เฉลีย่ ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานและระดับความคดิ เห็นของผู้สูงอายุ ทม่ี ตี ่อปจั จยั
ทม่ี ีอิทธิพลต่อคณุ ภาพชีวติ ท่ีดี ปจั จัยการใช้สังคมออนไลน์
ปจั จัยที่มีอิทธพิ ลต่อคณุ ภาพชีวิตทีด่ ี ค่า ส่วน ระดับ
ของผู้สูงอายุ เฉลย่ี เบยี่ งเบน
มาตรฐาน
1. ท่านเขา้ ใช้ส่อื สังคมออนไลนเ์ ช่น ไลน์ เฟซบ๊คุ อื่นๆ เปน็ 2.30 1.217 น้อย
ประจา
2. ทา่ นมีบัญชสี อ่ื สงั คมออนไลนเ์ ปน็ ของตนเอง 2.22 1.246 น้อย
3. ท่านตดิ ตามข่าวสารในสังคมออนไลนเ์ ปน็ ประจา 2.27 1.250 น้อย
4. ท่านโพสต์ แชร์ ข่าวสารต่างๆ รวมถึงมแี สดงความคดิ เห็น 2.06 1.149 นอ้ ย
ในเร่ืองตา่ งๆ ในสงั คมออนไลนเ์ ป็นประจา
โดยรวม 2.21 1.146 นอ้ ย
ผลจากตารางที่ 16 พบว่า ผ้สู ูงอายุอาเภอบ้านไผ่ มีความคิดเห็นต่อปัจจัยการใช้สังคมออนไลน์มี
อิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ โดยภาพรวม อยู่ระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย = 2.21, ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.146) เมื่อจาแนกออกเป็นรายข้อโดยเรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย 3
ลาดับแรก พบว่า รายข้อท่ีมีค่าเฉลี่ยลาดับแรก คือ ผู้สูงอายุเข้าใช้สื่อสังคมออนไลน์เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ค อ่ืนๆ
เป็นประจา (ค่าเฉล่ีย = 2.30, ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน = 1.217) รองลงมา ผู้สูงอายุติดตามข่าวสารใน
สังคมออนไลน์เป็นประจา (ค่าเฉล่ีย = 2.27, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.250) และรายข้อที่มีค่าเฉลี่ย
ลาดับ 3 คือ ผู้สูงอายุมีบัญชีสื่อสังคมออนไลน์เป็นของตนเอง (ค่าเฉล่ีย = 2.22, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =
1.246) ส่วนรายข้อที่ค่าเฉลี่ยลาดับสุดท้าย คือ ผู้สูงอายุโพสต์ แชร์ ข่าวสารต่างๆ รวมถึงมีแสดงความ
คดิ เหน็ ในเร่ืองต่างๆ ในสังคมออนไลน์เป็นประจา (ค่าเฉล่ยี = 2.06, สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.149)
ส่วนท่ี 3 คุณภาพชวี ติ ทดี่ ีของผู้สูงอายุ
ในการวเิ คราะหค์ วามคิดเหน็ ของของผสู้ ูงอายุ ท่มี ตี ่อคุณภาพชีวติ ท่ีดีของผ้สู ูงอายุ โดยใชค้ ่าเฉลี่ย
และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จากผู้สูงอายุอาเภอบ้านไผ่ จานวน 420 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดัง
รายละเอยี ดตารางที่ 17 ถงึ ตารางท่ี 22