The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sasit Pinkaew, 2022-09-29 21:34:36

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

กองทพั บก

ค่มู อื ราชการสนาม

ว่าด้วย

เครืองยิงลูกระเบิด ขนาด ๑๒๐ มิลลิเมตร
รส.๒๑ - ๙๓

พ.ศ.๒๕๔๓
(ฉบบั รา่ ง

สารบญั หน้า

เรอื ง ๑
บทที ๑ อาวธุ ศกึ ษา ๑

ตอนที ๑ กล่าวนํา
ตอนที ๒ ลกั ษณะทวั ไปของ ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม. ๖
๑๘
และรถบรรทุก ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ.
ตอนที ๓ เครอื งลนั ไกและกลอ้ งเลง็ ๒๐
ตอนที ๔ ระบบกนั สะเทอื นและลอ้ เลอื นของรถบรรทุก ค.มาตรฐาน ๒๐
๒๙
ขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ.
๓๑
บทที ๒ คาํ แนะนําในการปฏิบตั ิงาน ๓๑
๓๑
ตอนที ๑ การปฏบิ ตั ภิ ายใตส้ ภาพปกติ ๓๓
ตอนที ๒ การปฏบิ ตั ภิ ายใตส้ ภาพการพเิ ศษ ๓๘

บทที ๓ คาํ แนะนําในการซ่อมบาํ รงุ สาํ หรบั หน่วย ๔๖
๔๖
ตอนที ๑ การบรกิ ารเมอื ไดร้ บั ยทุ โธปกรณ์ ๔๗
ตอนที ๒ การหล่อลนื และการทาสี ๔๘
ตอนที ๓ ขอ้ ขดั ขอ้ งและการแกไ้ ข ๕๒
ตอนที ๔ การซ่อมบาํ รงุ โดยพลประจาํ อาวุธ และชา่ งซ่อมของหน่วย
๕๔
บทที ๔ กระสุน ๕๔
๕๘
ตอนที ๑ กลา่ วทวั ไป ๖๙
ตอนที ๒ การระมดั ระวงั ในการยงิ
ตอนที ๓ การเตรยี มการในการใชล้ กู ระเบดิ ยงิ ๗๙
ตอนที ๔ การปรนนิบตั บิ าํ รงุ กระสนุ และชนวน ๗๙
๘๐
บทที ๕ การฝึ กพลประจาํ ปื น ๘๒

ตอนที ๑ การฝึกหมู่
ตอนที ๒ การฝึกพลยงิ และพลยงิ ผชู้ ่วย
ตอนที ๓ การฝึกหมวด

บทที ๖ การทดสอบพลประจาํ ปื น

ตอนที ๑ การเตรยี มการสอน
ตอนที ๒ การตรวจสอบพลยงิ
ตอนที ๓ หลกั สตู รการจดั คณุ วฒุ ิ

บทที ๗ ระเบียบปฏิบตั ิของผตู้ รวจการณ์ หน้า

ตอนที ๑ กลา่ วทวั ไป ๙๑
ตอนที ๒ การปฏบิ ตั ขิ นั การเตรยี มการ
ตอนที ๓ ทตี งั เป้าหมาย ๙๑
ตอนที ๔ คาํ ขอยงิ ๙๓
ตอนที ๕ การปรบั การยงิ โดยผตู้ รวจการณ์ทางพนื ดนิ ๙๙
ตอนที ๖ การปรบั การยงิ ในสถานการณ์พเิ ศษ ๑๑๓
ตอนที ๗ การปรบั การยงิ โดยผตู้ รวจการณ์ทางอากาศ ๑๒๓
ตอนที ๘ การปฏบิ ตั กิ ารยงิ ดว้ ยการตรวจการณ์โดยไม่ใช้ ศอย. ๑๓๔
ตอนที ๙ การเลอื กทตี รวจการณ์ ๑๔๖
ตอนที ๑๐ ผตู้ รวจการณ์ในการรบนอกแบบ ๑๕๒
ตอนที ๑๑ การยงิ หมายพกิ ดั ๑๖๑
ตอนที ๑๒ ระเบยี บปฏบิ ตั กิ ารใชว้ ทิ ยโุ ทรศพั ทใ์ นการดาํ เนนิ การยงิ ๑๖๒
ตอนที ๑๓ การปฏบิ ตั แิ ละตวั อยา่ งการตรวจการณ์ ๑๗๖
๑๘๓
๑๘๗

บทที ๘ การยิงลาํ กล้องรอง ๑๙๗

ตอนที ๑ เครอื งประกอบลาํ กลอ้ งรอง ๑๙๗
ตอนที ๒ สนามยงิ ลกู ระเบดิ ฝึกยงิ ๒๐๐

ผนวก ก. การซ่อมบาํ รงุ (MAINTENANCE) ผนวก

๒๐๒

ตอนที ๑ กลา่ วทวั ไป ๒๐๒

ตอนที ๒ การแบ่งมอบการซ่อมบาํ รงุ (MAINTENANCE ALIOCATION CHART) ๒๐๔
ตอนที ๓ บญั ชจี ่ายสงิ อปุ กรณ์มลู ฐาน
๒๐๕

ผนวก ข. คาํ แนะนําในการทาํ ลาย ๒๐๗

ตอนที ๑ กลา่ วทวั ไป ๒๐๗

ตอนที ๒ การทาํ ลายเครอื งยงิ ลูกระเบดิ ๒๐๗

ตอนที ๓ การทาํ ลายลกู ระเบดิ ยงิ ๒๐๗

ผนวก ค. การใช้เครืองจบั ลูกระเบิดยิงออกจากลาํ กล้อง ขนาด ๑๒๐ มม. ๒๐๘

ตอนที ๑ กลา่ วทวั ไป ๒๐๘

ตอนที ๒ ลกั ษณะทวั ไปของเครอื งจบั ลูกระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ ง ขนาด ๑๒๐ มม. ๒๐๘
ตอนที ๓ วธิ ใี ชเ้ ครอื งมอื จบั ลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ ง
๒๑๐

คาํ นํา

ความมงุ่ หมายและขอบเขตของการจดั ทาํ คมู่ อื ราชการสนามเลม่ นี เพอื ใชส้ าํ หรบั ผบู้ งั คบั บญั ชา และเจา้ หน้าที
ของหน่วยเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ขนาด ๑๒๐ มม.

การจดั ทาํ คมู่ อื ราชการสนามเลม่ นี ไดร้ วบรวมและเรยี บเรยี ง จากหลกั ฐานเอกสารต่างๆ โดยกลา่ วรวมถงึ
อาวธุ ศกึ ษา การฝึกพลประจาํ เครอื งยงิ การทาํ งาน การซ่อมบาํ รงุ สาํ หรบั หน่วย หลกั ยงิ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ขนาด
๑๒๐ มม. การปฏบิ ตั กิ ารตงั ยงิ บนพนื ดนิ และการตงั ยงิ บนยานยนตห์ มุ้ เกราะ

คมู่ อื ราชการสนามเลม่ นี จะเกดิ ประโยชน์อยา่ งยงิ แก่เจา้ หน้าทขี องหน่วยเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ เมอื ศกึ ษาคมู่ อื
เล่มนีแลว้ นําไปฝึกฝนแกเ่ จา้ หน้าที เพอื เพมิ ประสทิ ธภิ าพในการฝึก และการปฏบิ ตั งิ านของหน่วย และหากผใู้ ชพ้ บวา่ ยงั มี
ขอ้ ความใดยงั ไมส่ มบรู ณ์ เหมาะสม กรณุ าไดเ้ สนอขอ้ แนะนํา หรอื ขอ้ คดิ เหน็ เพอื การพฒั นาปรบั ปรงุ ใหด้ ยี งิ ขนึ
ขอ้ แนะนําหรอื ขอ้ คดิ เหน็ ควรบอกหน้า, ขอ้ และบรรทดั ในคมู่ อื ราชการเลม่ นี ทสี มควรปรบั ปรงุ แกไ้ ข และใหเ้ หตผุ ล
ตลอดจนวธิ กี ารปรบั ปรงุ แกไ้ ข แลว้ สง่ ไปยงั ศนู ยก์ ารทหารราบ คา่ ยธนะรชั ต์ อาํ เภอปราณบุรี จงั หวดั
ประจวบครี ขี นั ธ์ ๗๗๑๖๐

ศนู ยก์ ารทหารราบ



บทที ๑
อาวธุ ศึกษา
ตอนที ๑
กล่าวนํา
๑. กล่าวทวั ไป
เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ขนาด ๑๒๐ มม. จดั เป็นอาวุธยงิ สนบั สนุนขนาดหนักทสี ดุ ทหี น่วยทหารราบมใี ชอ้ ยใู่ นปัจจบุ นั
เปรยี บเหมอื นปืนใหญข่ องทหารราบ และไดม้ กี ารพฒั นาปรบั ปรงุ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพในการใชง้ าน โดย ศอว.ทบ. ทงั ในดา้ น
เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ และลูกระเบดิ ยงิ มาโดยตลอด จนอาจกลา่ วไดว้ า่ ในปัจจบุ นั หากไดม้ กี ารพฒั นาการฝึกการใชเ้ ครอื งยงิ
ลกู ระเบดิ จนชาํ นาญแลว้ จะสามารถใชเ้ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ขนาด ๑๒๐ มม. ในการยงิ สนบั สนุนการรบ ไดอ้ ยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพตอ่ ไป
๒. การแบง่ มอบการซ่อมบาํ รงุ
ในการแบง่ มอบการซ่อมบาํ รงุ ซงึ ไดแ้ ก่ การซ่อมบาํ รุงระดบั หน่วย สาํ หรบั การซ่อมบาํ รงุ ระดบั หน่วยคอื การซ่อม
บาํ รงุ ยทุ โธปกรณ์ทอี ยใู่ นความรบั ผดิ ชอบของหน่วยทใี ชย้ ทุ โธปกรณน์ นั โดยผใู้ ชห้ รอื พลประจาํ อาวธุ และชา่ งซ่อมของ
หน่วยการซ่อมบาํ รุงประเภทนี ประกอบดว้ ยการตรวจสภาพ การทาํ ความสะอาด การบรกิ าร การรกั ษา การหล่อลนื
การปรบั ตามความจาํ เป็น การเปลยี นชนิ สว่ นซ่อมเลก็ ๆ น้อยๆ การซ่อมบาํ รงุ ระดบั หน่วยจะกระทาํ อยา่ งจาํ กดั ตามค่มู อื
หรอื ผงั การซ่อมบาํ รงุ (MAINTENANCE ALLOCATION CHART) ทอี นุญาตใหก้ ระทาํ ไดใ้ นระดบั นี ซงึ รายละเอยี ดทงั หมด
จะกลา่ วไวใ้ นผนวก ก. การซ่อมบาํ รงุ
สว่ นการซ่อมบาํ รงุ ทเี กนิ ขนั นี ซงึ ไดแ้ ก่ การซ่อมบาํ รุงสนบั สนุนโดยตรง การซ่อมบาํ รงุ สนบั สนุนทวั ไป และการ
ซอ่ มบาํ รงุ ระดบั คลงั มกี ลา่ วไวใ้ นระเบยี บกองทพั บกวา่ ดว้ ยการซ่อมบาํ รงุ ยทุ โธปกรณ์ พ.ศ.๒๕๒๔
๓. แบบฟอรม์ การบนั ทึกและการรายงาน
๓.๑ กลา่ วทวั ไป
แบบฟอรม์ การบนั ทกึ และการรายงานการซ่อมบาํ รงุ ทเี จา้ หน้าทจี ะตอ้ งใชม้ กี าํ หนดไวใ้ นระเบยี บ ทบ.ทเี กยี วขอ้ ง
๓.๒ การรายงาน
ถา้ หากการผดิ ปกตหิ รอื ขดั ข้อง และอบุ ตั เิ หตทุ เี กดิ จากกระสนุ และวตั ถรุ ะเบดิ จนทําใหเ้ จา้ หน้าทไี ดร้ บั อนั ตราย
และบาดเจบ็ ในระหวา่ งทาํ การฝึกหรอื การรบ นายทหารผรู้ บั ผดิ ชอบจะตอ้ งระงบั การยงิ นันทนั ที และจะตอ้ งรายงาน
ขอ้ บกพรอ่ งตา่ งๆ เหลา่ นนั ตามคาํ สงั ทบ.ที ๑๔๑/๑๐๗๙๘ ลง ๒๖ พ.ค.๙๘ เรอื ง การรายงานการผดิ ปกตหิ รอื การขดั ขอ้ ง
และอบุ ตั เิ หตขุ องกระสนุ และวตั ถุระเบดิ
๓.๓ เมอื ทําการยงิ แลว้ จะตอ้ งดาํ เนินการจาํ หน่ายตามระเบยี บ ทบ.ว่าดว้ ย การจําหน่ายสงิ อปุ กรณ์ พ.ศ.๒๕๒๔

ตอนที ๒
ลกั ษณะทวั ไปของเครืองยิงลูกระเบิด ขนาด ๑๒๐ มม.เอม็ .๑๓๒ ของ ศอว.ทบ.
๔. ลกั ษณะทวั ไป
๔.๑ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ มาตรฐานขนาด ๑๒๐ มม.เอม็ .๑๓๒ ของ ศอว.ทบ.เป็นอาวุธทภี ายในลาํ กลอ้ งเกลยี งไมม่ ี
เกลยี ว บรรจกุ ระสนุ ทางปากลาํ กลอ้ ง ทาํ การยงิ ทลี ะนดั เครอื งยงิ นนั ประกอบดว้ ยชนิ สว่ นสาํ คญั ๓ ชนิ สว่ น คอื ลาํ กลอ้ ง
และเครอื งบดิ ทา้ ย, ขาหยงั , แผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง ชนิ สว่ นเหลา่ นีสามารถแยกจากกนั ได้
นอกจากนียงั มอี ปุ กรณ์ประกอบทสี าํ คญั คอื กลอ้ งเลง็ รถบรรทุกเครอื งยงิ ระเบดิ เครอื งมอื และอปุ กรณ์ ซงึ มี
รายละเอยี ดอยใู่ นบญั ชจี า่ ยสงิ อปุ กรณ์มลู ฐาน
๔.๒ แบบของ ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม.เอม็ . ๑๓๒ ของ ศอว.ทบ. (รปู ที ๑)
ค. มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม.ของ ศอว.ทบ. ทสี รา้ งและผลติ ขนึ ซงึ ถอื เป็นมาตรฐานการสรา้ งของ ศอว. ทบ. เป็น
แบบทมี เี ครอื งลนั ไก ซงึ สามารถทาํ การยงิ ไดโ้ ดยวธิ ลี นั ไก (TRIGGER) หรอื วธิ ยี งิ อตั โนมตั ิ (DROPFIRE) เช่นเดยี ว กบั
การยงิ ค. ทวั ๆ ไป โดยการตงั แป้นบงั คบั แกนเปลยี นตาํ แหน่งการยงิ ดงั นี



รปู ที ๑ ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ.
๔.๒.๑ วธิ อี ตั โนมตั ิ (DROPFIRE)ดงึ แป้นบงั คบั แกนเปลยี นตาํ แหน่งการยงิ แลว้ หมนุ ตามเขม็ นาฬกิ าไปที
ตาํ แหน่ง (D)ตรวจสอบโดยการลนั ไก คนั ลนั ไกจะเป็นอสิ ระ (ไมม่ เี สยี งกระทบของเขม็ แทงชนวน) เวลาทาํ การยงิ บรรจุ
ลย./ค. เคลอื นลงไปในลาํ กลอ้ งจะกระทบกบั เขม็ แทงชนวนเป็นการยงิ ลย./ค. ออกไป (รปู ที ๒)



รปู ที ๒ วิธีอตั โนมตั ิ
๔.๒.๒ วธิ ลี นั ไก (TRIGGER) ดงึ แป้นบงั คบั แกนเปลยี นตาํ แหน่งการยงิ แลว้ หมุนตามเขม็ นาฬกิ าไปตาํ แหน่ง (T)
ตรวจสอบโดยการลนั ไก จะมเี สยี งกระทบของเขม็ แทงชนวน เมอื บรรจุ ลย./ค. ทางปากลํากลอ้ ง เมอื ลย./ค. เคลอื นลงไปใน
ลาํ กลอ้ งจนถงึ เครอื งปิดทา้ ย เมอื ดงึ เชอื กลนั ไกเขม็ แทงชนวนจะทาํ งานทนั ที เป็นการยงิ ลย./ค. ออกไป (รปู ที ๓)



รปู ที ๓ วิธีลนั ไก
๔.๓ รายการขนาด นําหนัก และขดี ความสามารถของ ค. มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ.

๔.๓.๑ ขนาด

๑. ความกวา้ งปากลาํ กลอ้ ง ๑๒๐ มม.
๒. ความยาวลาํ กลอ้ งไมร่ วมเครอื งปิดทา้ ย ๑,๗๓๘ มม.

๓. ความยาวลาํ กลอ้ งรวมเครอื งปิดทา้ ย ๑,๙๑๓ มม.
๔. ความยาวขาหยงั ขณะเกบ็ ปกติ ๑,๒๘๕ มม.
๕. ความยาวขาหยงั ขณะยดื ออกสุด ๑,๘๐๐ มม.
๖. เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางแผน่ ฐานรบั ลาํ กล้อง ๘๐๐ มม.
๗. ความสงู แผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง ๒๔๐ มม.

๔.๓.๒ นําหนัก ๗๘+๒ กก.
๙๕+๓ กก.
๑. ลาํ กลอ้ งไมร่ วมเครอื งปิดทา้ ย ๑๗+.๕ กก.
๒. ลาํ กลอ้ งรวมเครอื งปิดทา้ ย ๘๐+๓ กก.
๓. เครอื งปิดทา้ ย ๗๓+๓ กก.
๔. ขาหยงั ๒๔๘+๕ กก.
๕. แผ่นฐานรบั ลาํ กลอ้ ง
๖. นําหนกั รวม ค. ทงั กระบอก



๔.๓.๓ ขดี ความสามารถ

๑. ยกมมุ สงู ไดต้ งั แต่ ๗๙๐-๑,๕๐๐ มลิ เลยี ม
๒. ควงมมุ สงู หนึงรอบ ๗ มลิ เลยี ม
๓. ควงสา่ ยหนึงรอบ ๑๐ มลิ เลยี ม
๔. เขตสา่ ย ๒๐๗ มลิ เลยี ม
๕. ระยะยงิ (ตามตารางกระสนุ ) เมตร
๖,๕๐๐ เมตร
(กระสนุ เพมิ ระยะ บจ.๘) ๘,๒๕๐ นดั /นาที
๖. อตั ราการยงิ สงู สดุ นดั /นาที
๗. อตั ราการยงิ ตอ่ เนือง ๑๐ มลิ เลยี ม
๘. ยา้ ยพนื ยงิ ดว้ ยการยา้ ยขาหยงั ๕
๖,๔๐๐

๔.๔ แบบของรถบรรทุก ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม.ของ ศอว.ทบ.
รถบรรทกุ ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม. เป็นยานพาหนะบรรทกุ ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ.

โดยทไี มต่ ้องแยกสว่ นประกอบของเครอื งยงิ ก่อนบรรทกุ รถบรรทุก ค.ตวั รถจะเคลอื นทไี ปโดยรถลากจงู กบั รยบ.ขนาด
กลางและตวั โครงรถบรรทกุ ยงั ออกแบบใหส้ ามารถงดั แผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง ขนึ จากพนื พรอ้ มขนึ บรรทกุ บนรถไดใ้ นเวลา
เดยี วกนั เมอื เลกิ ยงิ รถบรรทกุ ค.มาตรฐานขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ. นี ประกอบดว้ ยชนิ สว่ นสาํ คญั ๒ สว่ น คอื ชุด
โครงรถ และชุดล้อเลอื นซงึ ไมส่ ามารถแยกจากกนั ได้

๔.๕ รายการขนาด นําหนัก และขดี ความสามารถของรถบรรทุก ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ.

๔.๕.๑ ขนาด ๑,๕๐๐+๑๐ มม.
๒,๕๐๐+๑๐ มม.
๑. ความกวา้ ง ๑,๐๑๐+๑๐ มม.
๒. ความยาว ๑,๓๑๐+๑๐ มม.
๓. ความสงู ๓๙๐+๑๐ มม.
๔. ความสงู เมอื บรรทุก ค.
๕. ความสงู ใตต้ วั รถบรรทกุ ๒๕๐+๕ กก.
๕๑๘+๕ กก.
๔.๕.๒ นําหนกั

๑. รถบรรทุก
๒. นําหนักรวมเมอื บรรทกุ ค.

๔.๕.๓ ขดี ความสามารถ ๖๐ กม./ชม.
๒๕ กม./ชม
๑. ความเรว็ ลากจงู บนถนน ๒๕ ปอนด/์ นวิ
๒. ความเรว็ ลากจงู ในภูมปิ ระเทศ
๓. แรงดนั ลมยาง



รปู ที ๔ รถบรรทุก ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ.
ตอนที ๓

เครืองลนั ไก และกลอ้ งเลง็
๕. กล่าวทวั ไป

ค.มาตรฐานขนาด ๑๒๐ มม.ของ ศอว.ทบ.ไมย่ งุ่ ยากเหมอื นปืนอย่างอนื ๆ เพราะลกั ษณะกลไกทสี รา้ งขนึ ไมซ่ บั ซอ้ น
โดยแบง่ การทาํ งานดงั นี

๕.๑ ลาํ กลอ้ ง
๕.๒ การทาํ งานของเขม็ แทงชนวน และเครอื งลนั ไก
๕.๓ การทาํ งานของชุดผอ่ นอาการสะเทอื น และปลอกรดั ลาํ กลอ้ ง
๕.๔ การทาํ งานของชุดเครอื งสา่ ย
๕.๕ การทาํ งานของชุดเครอื งใหท้ างสงู
๕.๖ การทาํ งานของชดุ คานแกเ้ อยี ง
๖. ลาํ กล้อง
ลาํ กลอ้ งของ ค.มาตรฐาน ภายในเป็นลาํ กลอ้ งเกลยี ง ไม่มเี กลยี ว ผวิ ภายนอกดา้ นทา้ ยลาํ กลอ้ งจะโตกวา่ มลี กั ษณะเรยี ว
ไปจนถงึ ปากลาํ กลอ้ ง จากกงึ กลางคอ่ นไปทางปากลาํ กลอ้ ง จะทาํ เป็นรอ่ ง ไวส้ าํ หรบั ปลอกรดั ลํากลอ้ ง (รปู ที ๕ ) ซงึ จะใช้
ทาํ การยงิ ไดต้ งั แต่มมุ สงู มากกวา่ ๑,๑๐๐ มลิ เลยี ม และเตรยี มการบรรทุกบนรถบรรทุก ค.



รปู ที ๕ มมุ ยิงสงู กวา่ ๑,๑๐๐ มิลเลียม
เมอื จะทาํ การยงิ มมุ ทตี าํ กวา่ ๑,๑๐๐ มลิ เลยี ม จะตอ้ งยา้ ยปลอกรดั ลาํ กลอ้ งไปทตี าํ แหน่งเหนือรอ่ งทที าํ ไว้ (รปู ที
๖)และสามารถเลอื นปลอกรดั ลาํ กลอ้ งไดต้ ามความเหมาะสม

รปู ที ๖ มมุ ยิงสงู กวา่ ๑,๑๐๐ มิลเลียม



๗. การทาํ งานของเขม็ แทงชนวน และเครืองลนั ไก
เครอื งลนั ไกจะทาํ งานดว้ ยการดงึ คนั ลนั ไก คนั ลนั ไกจะทาํ งานต่อเนืองดว้ ยใบปลดกระเดอื งลนั ไก ไปดงึ โครงกระเดอื ง

ลนั ไก ลงไปอดั แหนบโครงกระเดอื งลนั ไกใหอ้ ดั ตวั เมอื พน้ ระยะการดงึ ของใบปลดกระเดอื ง แรงจากการอดั ของแหนบโครง
กระเดอื งลนั ไกจะสง่ โครงกระเดอื งลนั ไกขนึ ไปกระทบกบั เขม็ แทงชนวน ทาํ ใหเ้ ขม็ แทงชนวนกระแทกกบั ทา้ ย ลย./ค.(แบบ
ลนั ไก TRIGER “ T ”) เป็นการจุดดนิ เรมิ เผาไหม้ ลุกลามไหมด้ นิ สง่ ทาํ ใหเ้ กดิ กา๊ ชรอ้ นดนั ลย./ค. ออกจากลาํ กลอ้ ง
(รปู ที ๗)

ในการยงิ แบบอตั โนมตั ิ (DROFIRE “ D ”) ดงึ แป้นบงั คบั แกนเปลยี นตาํ แหน่งการยงิ หมนุ ตามเขม็ นาฬกิ า
แกนเปลยี นตาํ แหน่งการยงิ ซงึ บากเป็นรอ่ งไว้ จะดงึ โครงกระเดอื งลนั ไกใหข้ นึ ไปดนั เขม็ แทงชนวนเพอื ใหป้ ลายเขม็ แทง
ชนวน โผลพ่ น้ รองแป้นเกลยี วเขม็ แทงชนวน จะรบั การกระแทกจากทา้ ย ลย./ค.

รปู ที ๗ เขม็ แทงชนวนและเครืองลนั ไก
๘. การทาํ งานของชุดผอ่ นอาการสะเทือนและปลอกรดั ลาํ กล้อง

แรงสะทอ้ นถอยหลงั เกดิ จากปฏกิ ริ ยิ ากลบั ลย./ค. พน้ ปากลาํ กลอ้ งเกดิ แรงกระแทกกลบั ตามแนวแกนลาํ กลอ้ ง
ลงสฐู่ านรบั ลาํ กลอ้ งอยา่ งแรง ซงึ จะทําใหป้ ลอกรดั ลาํ กลอ้ ง ถอยหลงั ตามลาํ กลอ้ งไปดว้ ย แกนแหนบผอ่ นอาการสะเทอื น
จะอดั แหนบผอ่ นอาการสะเทอื นยบุ ตวั ไปดว้ ย เป็นการผอ่ นแรงกระแทกไดเ้ ลก็ น้อย ความมุง่ หมายทสี าํ คญั คอื ตอ้ งการให้
ชดุ ผ่อนอาการสะเทอื นนี ประคองลาํ กลอ้ งใหอ้ ยใู่ นตาํ แหน่งเดมิ หลงั จากทาํ การยงิ ไปแลว้ เนืองจากชดุ ผอ่ นอาการสะเทอื น
ยดึ ตดิ กบั ชดุ ขาหยงั และจะสง่ ลาํ กลอ้ ง และจะสง่ ลาํ กลอ้ งใหอ้ ยใู่ นตาํ แหน่งเดมิ เมอื แหนบผอ่ นอาการสะเทอื นยดื ตวั ออกอยู่
ในตาํ แหน่งปกติ (รปู ที ๘)



รปู ที ๘ ชดุ ผ่อนอาการสะเทือนและปลอกรดั ลาํ กล้อง
๙. การทาํ งานของชดุ เครืองส่าย

ถา้ หมนุ ควงสา่ ย จะทาํ ใหเ้ กลยี วควงสา่ ย ซงึ ยดึ ตดิ กนั ไวห้ มนุ ตามไปดว้ ย โดยหมนุ รอบตวั เองจะทาํ ใหป้ ลอก
เกลยี วควงสา่ ยเคลอื นทไี ปตามรอ่ งเกลยี วควงสา่ ย ปลอกเกลยี วควงสา่ ยยดึ ตดิ กบั ขอ้ ตอ่ ยดึ แกนแหนบผ่อนอาการสะเทอื น
และยดึ ตดิ กบั ปลอกรดั ลาํ กลอ้ งเคลอื นทตี ามไปดว้ ย ถา้ หมนุ ควงสา่ ยตามเขม็ นาฬกิ าลาํ กลอ้ งจะเลอื นทไี ปทางขวา ถา้
หมนุ ควงสา่ ยทวนเขม็ นาฬกิ า ลาํ กลอ้ งจะเคลอื นทไี ปทางซา้ ย เมอื ตอ้ งการตงั มุมทศิ สามารถหมนุ ไดท้ งั ควงสา่ ยและแป้น
เกลยี วควงสา่ ย (รปู ที ๙)

๑๐

รปู ที ๙ ชดุ เครอื งส่าย
๑๐. การทาํ งานของชดุ เครืองให้ทางสงู

เมอื หมนุ ควงสงู จะทาํ ใหเ้ ฟืองควงสงู ซงึ ยดึ ตดิ กบั ปลายขา้ งหนึงของควงสา่ ยตามไปดว้ ย อาการหมนุ ของเฟือง
ควงสงู เป็นการหมนุ อยกู่ บั ที คอื หมนุ รอบแกนตวั เอง การทเี ฟืองควงสงู หมนุ ไปตามรอ่ งเกลยี วของปลอกเกลยี วควงสงู ซงึ
จะทาํ ใหป้ ากลาํ กลอ้ งสงู ขนึ หรอื ตาํ ลง ทาํ ใหส้ ามารถเปลยี นมุมยงิ ของเครอื งยงิ ได้ (รปู ที ๑๐)

รปู ที ๑๐ ชดุ เครอื งให้ทางสงู

๑๑

๑๑. การทาํ งานของคานแก้เอียง
ชุดคานแกเ้ อยี ง ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม.จะมี ๒ สว่ น คอื
๑๑.๑ คานแกเ้ อยี ง เป็นการแกเ้ อยี งหลกั เมอื ตงั เครอื งยงิ ซงึ ปลายขา้ งหนึงของคานแกเ้ อยี ง จะยดึ ตดิ อยกู่ บั

สว่ นลา่ งของชุดเครอื งใหท้ างสงู ปลายอกี ขา้ งหนึงจะยดึ ตดิ อยกู่ บั ปลอกรดั ขาหยงั เมอื คลายดา้ มหวั เกลยี วเรง่ ปลอกรดั ขา
หยงั (รปู ที ๑๑) เลอื นปลอกรดั ขาหยงั ขนึ หรอื ลงไปตามขาหยงั คานแกเ้ อยี งกจ็ ะดนั ชุดเครอื งใหท้ างสงู ไปทางซา้ ยหรอื ขวา
จนชุดเครอื งใหท้ างสงู อยใู่ นแนวดงิ ตรง แลง้ จงึ ขนั ดา้ มเรง่ หวั เกลยี วยดึ ปลอกรดั ขาหยงั ใหแ้ น่นเรยี กวา่ “แกเ้ อยี งหลกั ” แลว้
เปลยี นไปใชช้ ดุ คานแกเ้ อยี ง

๑๑.๒ ชุดคานแกเ้ อยี ง เมอื หมนุ มอื หมนุ แกเ้ อยี งจะทาํ ใหเ้ กลยี วแกเ้ อยี ง ซงึ ปลายดา้ นหนึงยดึ ตดิ อยกู่ บั มอื หมนุ
แกเ้ อยี ง เกดิ การหมนุ ตามไปดว้ ย เกลยี วควงแกเ้ อยี งซงึ เป็นเกลยี วตวั ผจู้ ะหมนุ อยกู่ บั ที โดยมปี ลอกเกลยี วแกเ้ อยี งซงึ เป็น
เกลยี วตวั เมยี เลอื นเขา้ ออกได้ โดยการเดนิ ไปตามรอ่ งเกลยี ว ทีปลายขา้ งหนึงของปลอกเกลยี วแกเ้ อยี ง จะเจาะรยู ดึ ตดิ กบั
แท่นรบั ทเี รอื นเฟืองควงสงู และเรอื นคานแกเ้ อยี งมแี ป้นเจาะรสู าํ หรบั ยดึ ตดิ กบั แท่นรบั ทใี ตโ้ ครงสา่ ย ดงั นนั เมอื หมนุ มอื หมนุ
แกเ้ อยี ง จะทาํ ใหป้ ลอกเกลยี วควงแกเ้ อยี งไปดนั หรอื ดงึ ใหช้ ดุ เครอื งสา่ ยเอยี งไปทางซา้ ยหรอื ขวาไดต้ ามตอ้ งการ เรยี กวา่
“แกเ้ อยี งย่อย” (รปู ที ๑๒)

รปู ที ๑๑ คานแก้เอียง (แก้เอียงหลกั )

๑๒

รปู ที ๑๒ ชุดคานแก้เอียง (แก้เอียงย่อย)
๑๒. กล้องเลง็ (SIGHT UNIT)

กลอ้ งเลง็ เป็นอปุ กรณ์สาํ หรบั ตงั เครอื งยงิ ลูกระเบดิ ใหต้ รงทศิ และตงั มมุ สงู ใหแ้ ก่เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ
ไดต้ ามตอ้ งการกลอ้ งเลง็ นีสวมอยกู่ บั แทน่ รบั กา้ นกลอ้ งเลง็ ซงึ อยทู่ างซา้ ยของเครอื งยงิ ลกู ระบดิ กระทาํ โดยการสอดกา้ น
กล้องเลง็ ลงไปในชอ่ งทแี ทน่ รบั กา้ นกลอ้ งเลง็ กลอ้ งเลง็ ทใี ชก้ บั ค.มาตรฐานขนาด ๑๒๐ มม.ของ ศอว.ทบ.ทกุ แบบคอื
กล้องเลง็ เอม็ .๕๓ (รปู ที ๑๓)

๑๒.๑ กล่าวทวั ไป กลอ้ งเลง็ เอม็ .๕๓ ประกอบดว้ ยฐานกลอ้ งเลง็ เอม็ ๑๒๘ และกลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอก เอม็ .
๑๐๙ ตวั กลอ้ งและฐานกลอ้ งตดิ เป็นสว่ นเดยี วกนั เวลาจะนําไปใช้ กลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอกนีมแี วน่ ขยาย และใชเ้ ป็นกลอ้ งเลง็
ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ฐานกลอ้ งเลง็ จะทาํ ใหก้ ลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอกอยใู่ นตาํ แหน่งทถี กู ตอ้ งในส่วนทเี กยี วกบั แกนมมุ ฉาก และ
แกนมมุ สงู ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ

๑๒.๒ กลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอก เอม็ .๑๐๙
๑๒.๒.๑ กลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอกนีมนี ําหนักเบา มกี าํ ลงั ขยาย ๔ เท่า เป็นกลอ้ งทมี จี ุดรวมแสงคงที

ขอบเขตการมองเหน็ กวา้ ง ๑๐ องศา (ประมาณ ๑๗๐ มลิ เลยี ม) ทาํ การเลง็ ดว้ ยตาใชม้ ุมภาคทศิ และมุมสงู ใหท้ ศิ ทางแก่
เครอื งยงิ

๑๒.๒.๒ กลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอก ภายในแวน่ แกว้ มรี ปู กากบาท และมมี าตรามลิ เลยี มกาํ กบั ไวจ้ ากจดุ
กงึ กลางจะแบง่ ออกเป็น ๑๗ ช่อง ทงั ๔ ดา้ น ๑ ชอ่ งมคี า่ เท่ากบั ๕ มลิ เลยี ม และจะเขยี นเลขกาํ กบั ทุกๆ ๑๐ มลิ เลยี ม

ทงั ๔ ดา้ น มคี า่ ดา้ นละ ๘๕ มลิ เลยี ม

๑๓

๑๒.๒.๓ กลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอกนีสามารถใชไ้ ด้ ๓ ทา่ ดว้ ยกนั คอื ในทา่ ทมี ชี อ่ งมองอยทู่ างดา้ นซา้ ย
ดา้ นขวา และทา่ ตงั ตรง โดยสาแหรกยดึ กลอ้ งส่องจะทาํ หนา้ ทยี ดึ ใหอ้ ยใู่ นทา่ นนั ๆ ดรรชนีของกลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอก แสดงถงึ
ทา่ ทที อี ยใู่ นทางระดบั และทางดงิ ของรปู กากบาทในแวน่ แกว้ ขณะทปี รบั เสน้ เลง็ ไมว่ า่ ในท่าใด ถา้ ดรรชนไี มอ่ ยใู่ นเสน้
เดยี วกนั แลว้ ภาพการเหน็ จะเอยี ง

๑๒.๒.๔ มาตรามุมพนื ที จากพนื ระดบั สามารถวดั มุมพนื ทไี ด้ - (ลบ) ๓๐๐ มลิ เลยี ม ถงึ + (บวก) ๓๐๐
มลิ เลยี ม โดยหมุนทมี าตรามมุ พนื ทสี ว่ นยอ่ ย

๑๒.๒.๕ ชอ่ งมองไดจ้ ดั ทาํ ไวใ้ หบ้ งั เกดิ ความสะดวกสบายแก่ผใู้ ชเ้ ป็นอยา่ งมาก

รปู ที ๑๓ กล้องเลง็ เอม็ .๕๓

๑๔

๑๒.๓ ฐานกลอ้ งเลง็ เอม็ .๑๒๘
๑๒.๓.๑ กล่าวทวั ไป ฐานของกลอ้ งเลง็ ประกอบดว้ ยสว่ นใหญ่ ๆ ๓ สว่ น คอื สว่ นล่าง สว่ นกลาง และ

สว่ นบน ส่วนลา่ งประกอบดว้ ยกลอนคานยดึ ควงมุมสงู มาตรมุมสงู และควงยดึ มาตรามุมสงู (ป่มุ ปลดมาตรามมุ สงู )
สว่ นกลางประกอบดว้ ยปลอกแกนมมุ สงู ควงมาตราทศิ และควงยดึ มาตรามมุ ทศิ (ป่มุ ปลดมาตรามมุ ทศิ ) มาตรามมุ ทศิ อยู่
กบั ที (มาตราสแี ดง) มาตรามุมทศิ เลอื นได้ (มาตราสดี าํ ) กบั หลอดระดบั มมุ สงู สว่ นบนประกอบดว้ ยส่วนรองรบั กลอ้ ง
สอ่ งรปู ขอ้ ศอกตดิ ตงั อยบู่ นส่วนกลางตรงแกนระดบั ของกลอ้ ง สว่ นรองรบั แนบสนิทอยกู่ บั ศนู ยเ์ ปิด ซงึ ยนื ออกมาเลก็ น้อย
และมาตรามมุ พนื ที

๑๒.๓.๒ สว่ นลา่ ง
๑๒.๓.๒.๑ กา้ นกลอ้ งเลง็ ตงั อยบู่ นดา้ นขวาของฐาน ซงึ สอดเขา้ ไปอยใู่ นชอ่ งรบั กลอ้ งเลง็ ที

เครอื งยงิ เพอื ยดึ กลอ้ งเลง็ เขา้ กบั เครอื งยงิ
๑๒.๓.๒.๒ กระเดอื งยดึ กลอ้ งเลง็ อยใู่ นส่วนลา่ งของฐาน มวี ตั ถุประสงค์อยู่ ๒ ประการ คอื

กา้ นกลอ้ งเลง็ เขา้ ไปในช่องรบั กลอ้ งของฐานกลอ้ งเลง็ และกระเดอื งจะคลายออกเมอื ตอ้ งการจะแยกกา้ นกลอ้ งเลง็ ออก
จากกนั

๑๒.๓.๒.๓ มาตรามุมสงู สว่ นใหญร่ ปู ครงึ วงกลม ทางดา้ นซา้ ยแบง่ ออกเป็น ๑๙ ช่อง เทา่ ๆ
กนั แต่ละช่องมตี า่ งเทา่ กบั ๑๐๐ มลิ เลยี ม และจะเขยี นเลขกาํ กบั ไวท้ กุ ๆ ๒๐๐ มลิ เลยี ม เรมิ ตน้ จาก - (ลบ) ๓๐๐ มลิ เลยี ม
ไปจนถงึ + (บวก) ๑๖๐๐ มลิ เลยี ม มาตราลบ (สแี ดง) ใชส้ าํ หรบั อา่ นและตงั คา่ มุมสงู ดรรชนีมมุ สงู ทใี ชอ้ า่ นค่าอยบู่ น
สว่ นลา่ งของเหลก็ หลอ่ ถา้ มาตรามมุ สงู คลาดเคลอื นสามารถปรบั ไดโ้ ดยการคลายหมุดเกลยี วยดื ออก ตงั มาตราใหถ้ กู ตอ้ ง
แลว้ ขนั ใหแ้ น่นตามเดมิ

๑๒.๓.๒.๔ ควงมมุ สงู ใชส้ าํ หรบั ตงั มาตรามุมสงู ตดิ อยกู่ บั ดา้ นควงมมุ สงู ใชส้ าํ หรบั เปลยี น
คา่ มุมไปครงั ละมาก ๆ ทคี วงมุมสงู นีมมี าตรามมุ สงู สว่ นยอ่ ยตดิ อยดู่ ว้ ย ประกอบดว้ ยมาตราทใี ชอ้ า่ นไปทางบวกและทางลบ
คอื ตวั เลขบนมาตราสดี าํ ใชอ้ ่านทางบวก ตวั เลขบนมาตราสแี ดงใชอ้ า่ นทางลบมาตรามุมสงู สว่ นยอ่ ยนี แบ่ง ออกเป็น ๑๐๐
ช่องเทา่ ๆ กนั ๑ ช่องมคี า่ เท่ากบั ๑ มลิ เลยี ม และมตี วั เลขกาํ กบั ไวท้ กุ ๑๐ มลิ เลยี ม จาก ๐ ถงึ ๙๐ ดรรชนนี ีมาตรา
มมุ สงู สว่ นยอ่ ยอยบู่ นเหลก็ หล่อแทง่ ใหญ่ ถา้ ตอ้ งการปรบั มาตรามมุ สงู ส่วนยอ่ ยใหค้ ลายหมดุ เกลยี ว ๒ ตวั ทอี ย่ดู า้ นหนา้
ควงมมุ สงู ออก เครอื งกลไกตา่ ง ๆ จะถูกควบคมุ โดยยดึ มาตรามมุ สงู (ควงสแี ดง) เพอื ป้องกนั ควงมมุ สงู เลอื นไปมาขณะทาํ
การยงิ

๑๒.๓.๓ ส่วนกลาง
๑๒.๓.๓.๑ มาตรามมุ ทศิ อยกู่ บั ที (มาตราสแี ดง) ไมส่ ามารถเลอื นไปมาไดแ้ บง่ ออกเป็น ๖๔

ชอ่ งเทา่ ๆ กนั ๑ ชอ่ งมคี า่ เท่ากบั ๑๐๐ มลิ เลยี ม และเขยี นเลขกาํ กบั ไวท้ ุก ๆ ๔๐๐ มลิ เลยี ม โดยเรมิ จาก ๐ ถงึ ๖๐ มาตรา
นจี ะหมนุ ไปตามสว่ นบนของฐานกลอ้ งเลง็ เมอื หมนุ ควงมุมทศิ ควงมมุ ทศิ อยตู่ ดิ กบั ดา้ มควงมมุ ทศิ ดรรชนมี าตรามมุ ทศิ สว่ น
ใหญซ่ งึ ยนื ออกมา และยดึ อยกู่ บั เหลก็ หล่อแท่งใหญ่มาตรามมุ ทศิ สว่ นยอ่ ยแบ่งออกเป็น ๑๐๐ ชอ่ งเท่า ๆ กนั ๑ ชอ่ ง มคี า่
เทา่ กบั ๑ มลิ เลยี มและเขยี นกาํ กบั ไวท้ กุ ๆ ๑๐ มลิ เลยี ม เรมิ จาก ๐ ถงึ ๙๐ มาตรานีจะถูกยดึ แน่นอยกู่ บั ควงมมุ ทศิ ในการ
ปรบั มาตรามมุ ทศิ ส่วนยอ่ ยใหค้ ลายหมดุ เกลยี ว ๒ ตวั ซงึ อยหู่ นา้ ควงมมุ ทศิ แลว้ ดนั มาตราไปใหต้ รงตวั เลขทตี อ้ งการจะตงั

๑๒.๓.๓.๒ มาตรามุมทศิ เลอื นได้ (มาตราสดี าํ ) มาตรามมุ ทศิ สว่ นใหญเ่ ป็นมาตราทที าํ ไวเ้ ป็น
รปู วงกลมมนั จะยดึ ไวโ้ ดยระบบแรงเสยี ดทาน และอยใู่ กลก้ บั มาตราสแี ดง มาตรามมุ ทศิ เลอื นไดน้ ีแบง่ ออกเป็น ๖๔ ช่อง
เท่า ๆ กนั ๑ ช่องมคี า่ เทา่ กบั ๑๐๐ มลิ เลยี ม และตวั เลขกาํ กบั ไวท้ ุก ๒๐๐ มลิ เลยี ม ดรรชนีมาตรามมุ ทศิ สว่ นใหญ่อยบู่ น
เหลก็ หลอ่ แทง่ ใหญ่ การตงั มาตรามมุ ทศิ สว่ นใหญ่สามารถตงั ไดโ้ ดยการกดลงขา้ งล่างแลว้ หมนุ ไป

๑๒.๓.๓.๓ มาตรามุมทศิ เลอื นไดส้ ว่ นยอ่ ยอยบู่ นควงมุมทศิ เหมอื นกนั แบ่งออกเป็น ๑๐๐
ช่องเท่า ๆ กนั ๑ ช่องมคี า่ ๑ มลิ เลยี ม และมเี ลขกาํ กบั ไวท้ ุก ๆ ๑๐ มลิ เลยี ม เรมิ จาก ๐ ถงึ ๙๐ การปรบั มุมทศิ สว่ นยอ่ ยนี
ปรบั โดยใช้มอื หนึงจบั ทลี ายกนั ลนื ทมี าตราสดี าํ แลว้ หมนุ มาตราสดี าํ ไปตามตวั เลขทตี อ้ งการจะตงั

๑๒.๓.๓.๔ หลอดระดบั ๒ หลอดตงั อยทู่ าํ มุม ๙๐ องศาจากเรอื นเหลก็ แท่งใหญ่ใชส้ าํ หรบั
ระดบั เครอื งเลง็ หลอดระดบั ทงั คมู่ ฝี าโลหะปิดเพอื กนั การชาํ รุด

๑๕

๑๒.๓.๔ สว่ นบน เป็นส่วนรองรบั กลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอก จดั ทาํ ไวป้ ระกอบกบั ศนู ยเ์ ปิดและมาตรามมุ พนื ที
๑๒.๔ การใชก้ ลอ้ งเลง็ เอม็ .๕๓

๑๒.๔.๑ การประกอบกลอ้ งเลง็ เขา้ กบั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ สอดกา้ นกลอ้ งเลง็ เขา้ กบั แท่นตดิ กลอ้ งเลง็ ที
เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ กดกระเดอื งยดึ กลอ้ งเลง็ เขา้ ขา้ งใน จนกลอ้ งเลง็ เขา้ ทมี นั คงแลว้ ปล่อยกระเดอื งกลอ้ งเลง็ (รปู ที ๑๔)

หมายเหตุ จะตอ้ งนํากลอ้ งเลง็ ออกจากเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ กอ่ นทจี ะทาํ การยงิ แต่ละนัดจนกวา่ แผน่ ฐานจะฝังตวั
แน่นและไม่มอี นั ตรายตอ่ กลอ้ งเลง็ ทจี ะเกดิ การชาํ รดุ จากแรงกระแทกจากการยงิ

รปู ที ๑๔ การประกอบกล้องเลง็ เข้ากบั เครืองยิงลกู ระเบิด
๑๒.๔.๒ การตงั มุมยงิ

๑๒.๔.๒.๑ ในการตงั มมุ ยงิ บนกลอ้ งเลง็ ใหห้ มนุ ควงมมุ ทศิ การหมนุ ครงั นีจะทาํ ใหก้ ลอ้ งสอ่ งรปู
ขอ้ ศอกมาตรามมุ ทศิ สว่ นใหญ่ และมาตรามมุ ทศิ สว่ นยอ่ ยหมนุ ตามไปดว้ ย ก่อนทจี ะตงั มมุ ทศิ บนกลอ้ งเลง็ ใหค้ ลายควงยดึ
มาตรามุมทศิ (ควงสแี ดง) ใหเ้ ป็นอสิ ระ และขนั ใหแ้ น่นเมอื ตงั แลว้ เพอื ป้องกนั การเคลอื นไปมาของมาตราขณะทาํ การยงิ ใน
การตงั มมุ ทศิ นนั จาํ เป็นตอ้ งตงั มาตรามุมทศิ สว่ นใหญแ่ ละมาตรามมุ ทศิ สว่ นยอ่ ย เพอื ใหไ้ ดม้ มุ ทศิ ตามทตี อ้ งการ การตงั ตอ้ ง
ตงั เลข ๒ ตาํ แหน่งแรกของมมุ ทศิ บนมาตรามุมทศิ ส่วนใหญ่ และเลข ๒ ตาํ แหน่ง หลงั บนมาตรามมุ ทศิ สว่ นยอ่ ย

๑๒.๔.๒.๒ การตงั คา่ มาตรามมุ ทศิ บนมาตรามมุ ทศิ จะไมไ่ ดเ้ ปลยี นแปลงทศิ ทางลาํ กลอ้ งปืนที
กาํ ลงั ชไี ป (การตงั เครอื งยงิ ลูกระเบดิ ใหต้ รงทศิ )คงกระทาํ ไดโ้ ดยการเลอื นในแนวดงิ ออกไป (ไปทางขวาหรอื ซา้ ย) จากแนว
เสน้ เลง็ เทา่ นนั มมุ ทศิ ทางทตี งั บนกลอ้ งเล็ง คอื มมุ ทไี ดม้ าจากคาํ สงั ยงิ นนั เอง มมุ ทศิ นีจะตอ้ งตงั ก่อนมมุ สงู

หมายเหตุ มาตราสแี ดง ใชส้ าํ หรบั วางพนื ทยี งิ
มาตราสดี าํ ใชส้ าํ หรบั การจาํ ลองทศิ โดยทวั ไป
๑๒.๔.๓ การตงั มมุ สงู
๑๒.๔.๓.๑ ในการตงั มมุ นนั ใหห้ มนุ ควงมุมสงู ซงึ จะทาํ ใหม้ าตรามมุ สงู ทงั สว่ นใหญ่และ

สว่ นยอ่ ยหมนุ ตามไปดว้ ย จะตอ้ งตงั มาตรามมุ สงู ทงั สองส่วนใหถ้ กู ตอ้ ง เพอื ทจี ะไดม้ มุ สงู ตามทตี อ้ งการตวั อยา่ งเชน่
ตอ้ งการจะ

๑๖

ตงั มมุ สงู ๑๐๖๕ มลิ เลยี ม ใหห้ มุนควงมมุ สงู จนกระทงั ดรรชนีมาตรามมุ สงู สว่ นใหญช่ อี ยรู่ ะหวา่ ง ๑๐๐๐ กบั ๑๑๐๐ และเศษ
ทเี หลอื อกี ๖๕ มลิ เลยี ม ตงั ทมี าตรามมุ สงู สว่ นยอ่ ย (สดี าํ )

๑๒.๔.๓.๒ กอ่ นทจี ะตงั มมุ สงู บนกลอ้ งเลง็ ใหค้ ลายควงยดึ มาตรามมุ สงู เสยี กอ่ น และเมอื ไดต้ งั
มมุ สงู บนมาตรามมุ สงู เรยี บรอ้ ยแลว้ ขนั ควงยดึ มาตรามมุ สงู ใหแ้ น่น ทงั นีเพอื ป้องกนั มาตรามมุ สงู เปลยี นแปลงโดยอบุ ตั เิ หตุ

๑๒.๕ การระมดั ระวงั รกั ษากลอ้ งเลง็
๑๒.๕.๑ ถงึ แมว้ า่ กลอ้ งเลง็ เอม็ .๕๓ จะแขง็ แรงทนทานสกั ปานใด แตม่ นั กม็ อิ าจดาํ รงอยไู่ ดด้ ว้ ยการใชท้ ี

ผดิ ๆ หรอื ปราศจากการระมดั ระวงั รกั ษา ความผดิ พลาดและความผดิ ปกติ เป็นทเี กดิ ขนึ จากการรกั ษาอยา่ งไม่ถกู ตอ้ ง
จงสงั เกตคาํ เตอื นลว่ งหน้าต่อไปนี

๑๒.๕.๒ หลกี เลยี งการกระแทก เพอื ป้องกนั สว่ นหนึงสว่ นใดของกลอ้ งเลง็ ชาํ รุด จงระวงั เป็นพเิ ศษอยา่
ใหม้ อี ะไรตดิ อยทู่ กี า้ นกลอ้ งเลง็ หรอื มรี อยเวา้ แหวง่ เกดิ ขนึ อยา่ ใหเ้ กดิ การกระแทกต่อมาตราสว่ นยอ่ ยเครอื งปรบั กลอ้ งเลง็
และหลอดระดบั เมอื จะใชศ้ นู ยเ์ ปิด จงปิดฝาครอบหลอดระดบั เสมอ

๑๒.๕.๓ เมอื ไมใ่ ชก้ ลอ้ งเลง็ จงเกบ็ ไวใ้ นกล่อง และใหอ้ ยใู่ นสภาพทแี หง้ เทา่ ทจี ะทาํ ได้ ถา้ เปียกอยา่ เกบ็
เขา้ กลอ่ งเป็นอนั ขาด

๑๒.๕.๔ เมอื กลอ้ งเลง็ เกดิ ความไมถ่ กู ตอ้ งเมอื นําไปใช้ จงสง่ ไปยงั หน่วยซ่อมบาํ รงุ ทสี นบั สนุนโดยตรง
เพอื รบั การซ่อมแซมเสยี พลประจาํ อาวธุ จะไมไ่ ดร้ บั อนุญาตใหถ้ อดชนิ สว่ นของกลอ้ งเลง็ ออกจากกนั

๑๒.๕.๕ จงเกบ็ รกั ษาส่วนตา่ ง ๆ ทเี กยี วขอ้ งกบั ช่องมองของกลอ้ ง (แวน่ แกว้ ) ใหส้ ะอาดและแหง้ อยู่
เสมอเชด็ ฝ่นุ ผงออกจากเลน็ ซ์ดว้ ยแปลงขนอฐู ทสี ะอาด หรอื ใชก้ ระดาษเชด็ เลน็ ซ์ถูสว่ นต่าง ๆ เหล่านีเทา่ นนั อยา่ ใชน้ ํายา
เชด็ ถแู บบธรรมดาหรอื ใชเ้ ศษผา้ ทวั ไป หรอื กระดาษทรายกบั ชนิ สว่ นของช่องมองเหล่านี ใชน้ ํายาทาํ ความสะอาดเลน็ ซ์
ตามทอี นุมตั ใิ หก้ าํ จดั ไขหรอื นํามนั ออกไปจากเลน็ ซ์

๑๒.๕.๖ ชโลมนํามนั เครอื งยดึ ตามวาระ ดว้ ยการใชน้ ํามนั หลอ่ ลนื ป้องกนั สนิมทาแตเ่ พยี งบาง ๆ ในการ
ป้องกนั การจบั ตวั ของผงฝ่นุ ใหน้ ํามนั หลอ่ ลนื ใหม้ ากพอเพอื ทใี หก้ ารไหลซมึ ของนํามนั กาํ จดั ฝ่นุ ผงออกไปจากสว่ นที
เคลอื นทไี ด้ ควรระวงั อยา่ ใหน้ ํามนั ตดิ อยบู่ นมาตรามมุ ทศิ และมาตรามมุ สงู เพราะนํามนั จะทาํ สที ที าตวั เลขไวล้ อกออกหมด

๑๒.๖ เครอื งใหแ้ สง เอม็ .๕๓
๑๒.๖.๑ เครอื งใหแ้ สง เอม็ .๕๓ นี จะใหค้ วามสวา่ งแก่มาตราประจําแว่นแกว้ ของกลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอก

เอม็ .๑๐๙ มาตราทฐี านกลอ้ ง เอ็ม.๑๒๘ ระหวา่ งการปฏบิ ตั กิ ารในเวลากลางคนื เครอื งใหแ้ สงแบบนี เป็นแบบมาตรฐาน
(รปู ที ๑๕)

๑๗

รปู ที ๑๕ เครืองให้แสง เอม็ .๕๓
๑๒.๖.๒ เครอื งใหแ้ สงประกอบดว้ ยชนิ สว่ นสาํ คญั คอื ถา่ นไฟฉาย ๒ กอ้ น กระบอกไฟฉาย ป่มุ เรง่ ไฟ
และชุดใหแ้ สงสวา่ งซงึ แยกจากกนั ๒ ชุด โดยมลี วดตะกวั อ่อน ๑ คู่ ต่อออกจากปลายขา้ งหนึงของกระบอกถา่ นไฟลวดนขี ด
เป็นวงธรรมดามคี วามยาวประมาณ ๒ -๖ ฟุต
๑๒.๖.๓ ชดุ ใหแ้ สงสวา่ งชุดหนึงประกอบดว้ ย กา้ นยดึ สามารถยดึ แน่นตดิ อยกู่ บั ดา้ มยดึ ดวงโคมสาํ หรบั
ใหแ้ สงสวา่ งแก่มาตราประจาํ แว่นของกลอ้ งส่องรปู ขอ้ ศอก แสงสวา่ งนีไดร้ บั การปิดและเปิดโดยป่มุ เรง่ ไฟป่มุ นีใชเ้ พมิ หรอื ลด
ความเขม้ ของกาํ ลงั สอ่ งสวา่ ง ขณะทาํ การเปิดไฟ ชดุ ใหแ้ สงสวา่ งชดุ ที ๒ เป็นกระบอกไฟชนิดถอื ดว้ ยมอื ซงึ สามารถให้
แสงสวา่ งโดยตรงบนมาตราทฐี านเครอื งหรอื หลอดระดบั ตามตอ้ งการสวทิ ซป์ ิด-เปิดสาํ หรบั แสงสวา่ งทกี ลา่ วนีตดิ อยู่กบั
กระบอกไฟฉาย
๑๒.๖.๔ ในการใสเ่ ครอื งใหแ้ สงเพอื ใชง้ าน ใหก้ ดฝาครอบตรงปลายกระบอกถ่านไฟ แลว้ หมนุ ฝาครอบ
ทวนเขม็ นาฬกิ าไปจนเป็นอสิ ระ ใสถ่ า่ นไฟฉายแบบธรรมดา ๒ กอ้ น โดยให้ดา้ นทา้ ยของถา่ นเขา้ ไปก่อนแลว้ จงึ ปิดฝาครอบ
หมนุ ใหแ้ น่น ตดิ กระบอกถ่านไฟฉายของชุดใหแ้ สงสวา่ งไวใ้ นกล่องเครอื งเลง็ และกดป่มุ เรง่ ไฟใหอ้ ยใู่ นที ๆ จบั ตอ้ งได้
สะดวก เปิดฝาครอบกนั ฝ่นุ ออกจากดา้ นยดึ ดวงโคมของกลอ้ งส่องรปู ขอ้ ศอกเปิดฝาปิดออกจากปลายของชุดใหแ้ สง เอา
ปลายของชุดใหแ้ สงสอดเขา้ ไปในช่องบนกลอ้ งสอ่ งรปู ขอ้ ศอก เพอื ใหแ้ สงสวา่ งแกม่ าตราประจําแวน่ แกว้ เกบ็ โคมกระบอก
จบั ถอื ไวใ้ นหบี จนกวา่ จะตอ้ งการใช้
๑๒.๗ กล่องกลอ้ งเลง็ เอม็ .๑๖๖
กล่องกลอ้ งเลง็ เอม็ .๑๖๖ มนี ําหนกั เบามคี วามแขง็ แรงทนทานประกอบดว้ ยเบาะรองทาํ ดว้ ยฟองเทยี ม
ซงึ ทาํ ไวส้ าํ หรบั เกบ็ รกั ษากลอ้ งเลง็ เอม็ . ๕๓ และเครอื งใหแ้ สง เอม็ .๕๓ (รปู ที ๑๖)

๑๘

รปู ที ๑๖ กล่องใส่กล้องเลง็
ตอนที ๔

ระบบกนั สะเทือนและล้อเลือนของรถบรรทกุ ของ ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม.
๑๓. การทาํ งานของระบบกนั สะเทือน

รถบรรทุก ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มมของ ศอว.ทบ. ใชร้ ะบบกนั สะเทอื นแบบอสิ ระ(COIL SPRING) โดย
อาศยั การอดั ตวั ของแหนบ เป็นตวั ผอ่ นอาการสะเทอื นทจี ะเกดิ ขนึ กบั ตวั รถบรรทกุ ค. (รปู ที ๑๗)
๑๔. การทาํ งานของล้อเลือน

การทาํ งานของชุดลอ้ เลอื น รถบรรทุก ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม.ของ ศอว.ทบ. ไมม่ คี วามซบั ซอ้ น
แต่อยา่ งใดทงั ลอ้ ซา้ ยและขวา แยกจากกนั เป็นอสิ ระ จะหมนุ เคลอื นทไี ปโดยการลากจงู จากพลประจาํ ปืน หรอื รยบ.ขนาด
กลาง

ขณะปกติ...

๑๙

รปู ที ๑๗ ระบบกนั สะเทือน

๒๐

บทที ๒
คาํ แนะนําในการปฏิบตั ิงาน

ตอนที ๑
การปฏิบตั ิภายใต้สภาพปกติ
(OPERRATING UNDER USUAL CONDITIONS)
๑๕. การตงั เครืองยิงลูกระเบิด กระทาํ ไดด้ งั นี
๑๕.๑ ทตี งั ยงิ ควรเป็นพนื ดนิ แขง็ ไดร้ ะดบั ถา้ เป็นหนิ แขง็ เชน่ บนเนนิ เขา ควรใชก้ ระสอบทรายรองฐาน เพอื
ปรบั ผวิ สมั ผสั แผน่ ฐานเครอื งยงิ ใหม้ มี ากทสี ุด ถา้ ไมป่ ฏบิ ตั ดิ งั กล่าว จะทาํ ใหแ้ ผน่ ฐานของเครอื งยงิ ชาํ รุดได้
๑๕.๒ บรเิ วณทตี งั ยงิ ไมค่ วรมอี ฐิ หนิ หรอื วสั ดทุ จี ะทาํ ใหฐ้ านเครอื งยงิ ชาํ รุดหรอื เอยี ง ขณะทาํ การยงิ
๑๕.๓ ก่อนทจี ะตงั เครอื งยงิ ควรกาํ หนดทศิ ทางโดยประมาณ (รปู ที ๑๘)

๒๑

รปู ที ๑๘ การ กาํ หนดทิศทางโดยประมาณ
๑๕.๔ ยกตวั ถงั รถบรรทกุ ค.ดา้ นหว่ งพว่ งขนึ เพอื วางฐานเครอื งยงิ ตรงจุดทกี าํ หนด (รปู ที ๑๙)

รปู ที ๑๙ การวางแผน่ ฐานเครืองยิง

๒๒

๑๕.๕ คลายดา้ มหวั เกลยี วเร่งฝาประกบั รดั ลาํ กลอ้ ง เปิดฝาประกบั รดั ลาํ กลอ้ งออก (รปู ที ๒๐)

รปู ที ๒๐ การเปิ ดฝาประกบั รดั ลาํ กล้อง

๒๓

๑๕.๖ ปลดขอเกยี วแผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ งออก (รปู ที ๒๑) โดยการรงั ป่มุ ปรบั ตําแหน่งขอเกยี วแผน่ ฐานไปจนสดุ
แลว้ หมนุ ตามเขม็ นาฬกิ าเพอื ใหข้ ดั กลอนคลายเกลยี วขอเกยี วแผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง

รปู ที ๒๑ การปลดขอเกียวแผ่นฐานรบั ลาํ กล้อง

๒๔

๑๕.๗ ปลดหว่ งยดึ ประกบั รดั ขาหยงั ทงั สองขา้ งออก (รปู ที ๒๒) กางขาหยงั ออก จนโซข่ าหยงั ตงึ โน้มลาํ กลอ้ ง
ไปตามทศิ ทางยงิ วางขาหยงั ใหห้ า่ งจากฐานรบั ลาํ กลอ้ งประมาณ ๑.๓ เมตร (รปู ที ๒๓)

รปู ที ๒๒ ปลดขาหยงั

๒๕

รปู ที ๒๓ การวางขาหยงั

๑๕.๘ แยกรถบรรทุก ค.ออกจากเครอื งยงิ โดยหมนุ ลอ้ เพอื ดนั ตวั รถใหค้ านรถบรรทกุ ค.หลุดจากขอแผน่ ฐาน
รบั ลาํ กลอ้ ง

๑๕.๙ คลายดา้ มหวั เกลยี วเรง่ ปลอกรดั ขาหยงั ปรบั คานแกเ้ อยี งใหช้ ุดเครอื งใหท้ างสงู อย่กู งึ กลางขาหยงั ทงั
สองขา้ ง (ขอ้ ๑๑.๑. และรปู ที ๑๑)

๑๕.๑๐ ตงั ชุดเครอื งสา่ ยใหอ้ ยกู่ งึ กลาง และปรบั ชุดคานแกเ้ อยี งใหช้ ุดเครอื งสา่ ยอยใู่ นทางระดบั โดยประมาณ
(ขอ้ ๑๑.๒ และรปู ที ๑๒)

๑๕.๑๑ ใชถ้ ุงทรายทบั ทขี าหยงั ทงั สองขา้ ง และบนฐานรบั ลาํ กลอ้ งโดยระวงั มใิ หถ้ งุ ทรายขวางคนั ลนั ไกขณะทาํ
การยงิ

๑๕.๑๒ สวมเครอื งเลง็ เขา้ กบั แท่นรบั เครอื งเลง็
๑๖. การตงั เครืองยิงลูกระเบิดให้ตรงทิศ

การตงั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ใหต้ รงทศิ นนั ใหก้ ระทาํ ตอ่ จากการตงั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ตามทกี ล่าวมาแลว้ ในขอ้
๑๕. การตงั เครอื งยงิ ลูกระเบดิ ใหต้ รงทศิ แบ่งออกเป็น ๒ อยา่ ง คอื

๑๖.๑ การตงั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ใหต้ รงทศิ โดยวธิ เี ลง็ ตรง จะกระทาํ ในโอกาศทสี ามารถมองเหน็ เป้าหมายได้
จากทตี งั ยงิ โดยกระทาํ ดงั นี

๑๖.๑.๑ ตงั มมุ ทศิ ไวท้ ี ๓๒๐๐ มลิ เลยี ม
๑๖.๑.๒ เลง็ ดว้ ยศนู ยข์ องกลอ้ งเลง็ ใหเ้ สน้ ดงิ ทบั ทขี อบซา้ ยของเป้าหมาย หรอื สว่ นทชี ดั ทสี ดุ ของ
เป้าหมาย
๑๖.๑.๓ หมนุ ควงส่าย และจานควงแกเ้ อยี ง ใหห้ วอดระดบั ของหลอดระดบั อยกู่ งึ กลางของหลอดระดบั
นนั และเสน้ เลง็ ทาบทบั เป้าหมาย ตรงจดุ ทเี ลอื กเป็นจุดเลง็
๑๖.๒ การตงั เครอื งยงิ ลูกระเบดิ ใหต้ รงทศิ โดยวธิ เี ลง็ จาํ ลอง กระทาํ ในโอกาสทไี มส่ ามารถมองเหน็ เป้าหมายได้
โดยตรงจากทตี งั ยงิ ดงั นนั จงึ ตอ้ งมที หี มายเลง็ ในแนวเดยี วกบั เป้าหมาย เพอื ใชใ้ นการกาํ หนดทศิ ทางยงิ ใหต้ รงเป้าหมาย
เสยี ก่อน ปกตจิ ะหาทศิ ทางยงิ (รายละเอยี ดการหาทศิ ทางยงิ ดไู ดจ้ าก รส.๒๓-๙๓) แลว้ ปักหลกั เลง็ หมายทศิ ทางยงิ ไวข้ นั
ตอ่ ไปจงึ ตงั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ เลง็ ต่อหลกั เลง็ ทหี มายทศิ ทางยงิ ทกี าํ หนดไว้
๑๗ การยิง
เมอื มคี าํ สงั ใหใ้ ชส้ ว่ นบรรจทุ เี ท่าใดกใ็ หเ้ ตรยี ม ลย./ค. ไวส้ ว่ นบรรจหุ ลกั ตอ้ งใชเ้ สมอ ไมว่ า่ จะใชส้ ่วนบรรจใุ ดการ
เตรยี มลกู ระเบดิ ยงิ ใหม้ สี ว่ นบรรจตุ ามคาํ สงั นนั ทาํ ไดด้ งั นี
๑๗.๑ ชกั ถุงดนิ เพมิ ออกจาก หาง ลย./ค. จนส่วนบรรจทุ เี หลอื อยตู่ รงตามคาํ สงั หรอื ตรงตามตารางยงิ สาํ หรบั
ระยะทตี อ้ งการ แต่ถา้ ตอ้ งการยงิ สว่ นบรรจสุ งู สดุ กไ็ มต่ อ้ งชกั ถุงดนิ เพมิ ออก
๑๗.๒ เมอื เตรยี ม ลย./ค. ใหม้ สี ว่ นบรรจตุ ามคาํ สงั แลว้ ใหถ้ อดสลกั นิรภยั จาก ลย./ค.
๑๗.๓ เมอื ไดร้ บั คาํ สงั ใหย้ งิ ไดก้ ใ็ หจ้ บั ลย./ค. ดว้ ยมอื ทงั สองขา้ ง มอื ขวากาํ รอบตอนหวั ของลูกระเบดิ ยงิ โดย
หงายมอื ขนึ มอื ซา้ ยจบั ตอนล่างของลกู ระเบดิ ยงิ (เหนอื หางลกู ระเบดิ ) แลว้ ควาํ องุ้ มอื นําลกู ระเบดิ ยงิ ใสล่ งไปในลาํ กลอ้ ง
โดยเอาหางหย่อนลงไปกอ่ นปลอ่ ยมอื ใหร้ ะเบดิ ยงิ เลอื นลงไปในลาํ กลอ้ งเอง ในตอนนีใหร้ บี กระตกุ มอื ทงั สองขา้ งออกโดยเรว็
และเมอื ลูกระเบดิ ยงิ ตกลงถงึ ทา้ ยลาํ กลอ้ งแลว้ จานทา้ ยเครอื งเรมิ จดุ จะไปกระทบปลายเขม็ แทงชนวน (ยกเวน้ แบบลนั ไก)
ทาํ ใหเ้ ครอื งเรมิ จดุ (สว่ นบรรจหุ ลกั ) จะไหมแ้ ละสง่ เปลวเพลงิ ไปยงั ถงุ ดนิ เพมิ ตามรทู หี างของลกู ระเบดิ ยงิ เป็นการจุดดนิ ส่ง
กระสนุ ในถงุ ดนิ เพมิ เหลา่ นันต่อไป ในขณะทปี ลอ่ ยมอื ใหล้ กู ระเบดิ เคลอื นลงไปในลาํ กลอ้ งนัน จะตอ้ งหลบหวั ตําและหา้ ม
สว่ นหนึงส่วนใดของรา่ งกายผา่ นปากลาํ กลอ้ ง

๒๖

๑๗.๔ เมอื เลกิ ยงิ วธิ เี กบ็ เครอื งยงิ ใหย้ อ้ น ขนั ตอนถอยหลงั วธิ กี ารยงิ เรมิ ตงั แต่นํารถเขา้ มา
ประกอบกบั เครอื งยงิ ใหค้ านรถบรรทกุ สวมกบั ขอฐานรบั ลาํ กลอ้ ง โน้มลาํ กลอ้ งประกอบเขา้ กบั รถบรรทุกยดึ ลํากลอ้ ง ขา
หยงั ขอเกยี วฐานรบั ลาํ กลอ้ ง แลว้ จงึ งดั ฐานรบั ลาํ กลอ้ งขนึ จากพนื

๑๘. ลูกระเบิดยิงดา้ นใน (MISFIRE)

๑๘.๑ ลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ นในนัน หมายถงึ ลกู ระเบดิ ยงิ ไมล่ นั ออกไปจากลาํ กลอ้ ง มสี าเหตุดงั นี.-
๑๘.๑.๑ ลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ นอยใู่ นลาํ กลอ้ ง เพราะมนั สกปรก เชน่ มผี ง,ฝ่นุ ,ดนิ ทราย จบั เกาะหรอื มเี ขมา่

ภายในลาํ กลอ้ ง (เป็นไปไดย้ าก)
๑๘.๑.๒ เครอื งเรมิ จุด หรอื ปลอกดนิ จุดเสอื ม
๑๘.๑.๓ เขม็ แทงชนวนชาํ รุดหรอื สกึ หรอ
๑๘.๑.๔ ปลายเขม็ แทงชนวนไมโ่ ผลเ่ ขา้ ไปในลาํ กลอ้ ง หรอื โผลน่ อ้ ยเกนิ ไป (ยกเวน้ แบบลนั ไก)

เนอื งมาจากใสเ่ ขม็ แทงชนวนไม่ถงึ ที
๑๘.๑.๕ ลมื ใสเ่ ขม็ แทงชนวน
๑๘.๑.๖ เขม็ แทงชนวนสกปรกมคี ราบหรอื เขมา่ หรอื กากดนิ ปกคลุมอยู่
๑๘.๑.๗ ภายในลาํ กลอ้ งและลูกระเบดิ ยงิ สกปรก เชน่ มนี ํามนั ,นํา,ฝ่นุ ผงจบั เกาะ มสี เี ปรอะเปือนหรอื

เป็นสนิม ทาํ ใหล้ กู ระเบดิ ยงิ เลอื นตวั ลงชา้ แรงกระแทกทจี อกทา้ ยเครอื งเรมิ จุดไมเ่ พยี งพอทจี ะจุดดนิ สง่ กระสนุ
๑๘.๑.๘ หางลูกระเบดิ คด หรอื เปลยี นรปู ไป
๑๘.๑.๙ ปลอกดนิ จดุ ไมเ่ ขา้ ทสี นทิ ในเรอื นปลอกดนิ จุด
๑๘.๑.๑๐ ถงุ ดนิ เพมิ หลุดเขา้ ไปกนั เขม็ แทงชนวนไวไ้ มใ่ ห้กระแทกจอกทา้ ยเครอื งเรมิ จดุ สาเหตุ

ตา่ ง ๆ เหลา่ นีจะกลา่ วไวอ้ ยา่ งละเอยี ดในบทที ๓ ตอนที ๓ ขอ้ ขดั ขอ้ งและการแกไ้ ข
๑๘.๒ การเทลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ นในออกจากลาํ กลอ้ ง ใหป้ ฏบิ ตั ดิ งั นี
๑๘.๒.๑ เขยา่ ลาํ กลอ้ งหรอื แผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง (หรอื อาจใชซ้ ่นเทา้ กระแทกฐานรบั ลาํ กลอ้ ง) เพอื ให้

สะเทอื นถงึ ลกู ระเบดิ ยงิ คา้ งอยกู่ ลางลาํ กลอ้ ง ซงึ ถา้ ลกู ระเบดิ ยงิ คา้ งอยกู่ ลางลาํ กลอ้ ง ก็จะไดเ้ ลอื นลงไปถงึ ทา้ ยลาํ กลอ้ งได้
๑๘.๒.๒ เมอื ลกู ระเบดิ ยงิ ไดเ้ ลอื นลงไปกระแทกทา้ ยลาํ กลอ้ งแลว้ ลกู ระเบดิ ยงิ ยงั คงไมล่ นั อกี เชน่ เดมิ ให้

รอไวอ้ ยา่ งน้อย ๑ นาที กอ่ นทจี ะเทลกู ระเบดิ ออกมา เพอื ป้องกนั การเกดิ อุบตั เิ หตุ อนั เกดิ จากความเขา้ ใจผดิ วา่ ลกู ระบดิ ยงิ
ดา้ น ทงั นีเพราะดนิ สง่ กระสนุ ทเี กดิ ความชนื หรอื เสอื มคณุ ภาพ อาจไหมช้ า้ ลงกวา่ เดมิ กไ็ ด้ ในระหวา่ งทรี อ ๑ นาทนี ี ให้
ตรวจดวู า่ ลาํ กลอ้ งรอ้ นหรอื เปลา่ และเมอื ลาํ กลอ้ งเยน็ ลงจาก ๑ นาที กใ็ หเ้ ทลกู ระเบดิ ยงิ ออกได้ ซงึ จะกลา่ วตอ่ ไป แตถ่ า้ หาก
ลาํ กลอ้ งยงั รอ้ นอยใู่ หใ้ ชน้ ําลบู ภายนอกลาํ กลอ้ ง รอจนกวา่ กระทงั ลาํ กลอ้ งเยน็ หรอื จะทาํ ใหเ้ ยน็ เองโดยไมต่ อ้ งใชน้ ําลบู กไ็ ด้
ขอ้ สาํ คญั ในขณะรอใหล้ าํ กลอ้ งเยน็ ลงนี ตอ้ งไม่ยนื อยขู่ า้ งหน้าปากลาํ กลอ้ ง หรอื ใหส้ ว่ นหนึงสว่ นใดของรา่ งกายผา่ นปาก
ลาํ กลอ้ งเพราะลูกระเบดิ อาจจะลนั ขนึ ไดเ้ นืองจากดนิ สง่ กระสนุ อาจถกู จดุ ดว้ ยความรอ้ นของลาํ กลอ้ ง

๑๘.๒.๓ เมอื ไดร้ อ ๑ นาทแี ลว้ (ลาํ กลอ้ งเยน็ ลง) ใหเ้ อาลกู ระเบดิ ออกจากลาํ กล้องซงึ มวี ธิ ที าํ ดงั นี
๑๘.๒.๓.๑ พลประจาํ ปืนคลายดา้ มหวั เกลยี วเรง่ ปลอกรดั ลํากลอ้ ง เปิดปลอกรบั ลาํ กลอ้ งตวั

บน พลประจาํ ปืนอกี คนหนึง ยนื อยหู่ น้าเครอื งยงิ เพอื จบั ขาหยงั มใิ หพ้ ลวั ขาหยงั เคลอื นไปจากตาํ แหน่งเดมิ ขณะแยกลาํ
กลอ้ งออกจากชุดขาหยงั

๑๘.๒.๓.๒ พลประจาํ ปืน ๒ นายประคองลาํ กลอ้ งหมนุ จนเดอื ยทา้ ยลาํ กล้องอยู่ตรงกบั หว่ งยดึ
เดอื ยทา้ ยลาํ กลอ้ ง ในตาํ แหน่งทสี ามารถถอดลาํ กลอ้ งออกจากฐานรบั ลาํ กลอ้ ง (รปู ที ๒๔) โน้มลํากลอ้ งลงจนเดอื ยทา้ ยหลดุ
ออกจากแผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง

๑๘.๒.๓.๓ เตรยี มถงุ ทรายหรอื ลงั กระสนุ เพอื รองรบั ลาํ กลอ้ งวางลาํ กลอ้ งใหป้ ากลาํ กลอ้ งอยู่
สงู กวา่ ทา้ ยลาํ กลอ้ งพลประจาํ ปืนทอี ยทู่ า้ ยลาํ กลอ้ ง ยกทา้ ยลาํ กลอ้ งขนึ จนลาํ กลอ้ งอยใู่ นแนวระดบั และเมอื ยกทา้ ยลาํ กลอ้ ง
ขนึ มาแลว้ หา้ มไมใ่ หล้ ดทา้ ยลํากลอ้ งลงตาํ กวา่ แนวระดบั อกี เป็นอนั ขาด เพราะอาจทาํ ใหล้ กู ระเบดิ ยงิ กลบั เลอื นลงมา

๒๗

กระแทกทที า้ ยลาํ กลอ้ ง ซงึ อาจกระแทกกบั เขม็ แทงชนวน อยา่ งแรง และอาจลนั ขนึ ได้ เมอื ยกทา้ ยลาํ กลอ้ งจนไดร้ ะดบั
แลว้ ใหพ้ ลประจาํ ปืนทจี บั ปากลาํ กลอ้ งอยนู่ นั ยนื มอื ทงั สองขา้ งไปรอทปี ากลาํ กลอ้ ง (รปู ที ๒๕-๑ )เพอื คอยหยดุ ลกู ระเบดิ ยงิ ที
จะเคลอื นออกมาทางปากลาํ กลอ้ งในขณะนนั ใหค้ นทยี กทา้ ยลาํ กลอ้ งอยนู่ ัน คอ่ ย ๆ ยกทา้ ยลาํ กลอ้ งใหส้ งู ขนึ ต่อไป เมอื หวั
ลกู ระเบดิ ยงิ เลอื นออกมาถงึ ปากลาํ กลอ้ งใหค้ นทจี บั ปากลาํ กลอ้ งอยนู่ นั ใชน้ ิวหวั แม่มอื ทงั สองยดึ หวั (คอื สว่ นทเี ป็นชนวน)
ลกู ระเบดิ ยงิ ไว้ แลว้ ดงึ ลกู ระเบดิ ยงิ ทงั นดั ออกจากลาํ กลอ้ ง (รปู ที ๒๕-๒)

รปู ที ๒๔ การหมนุ เดือยท้ายลาํ กล้อง

๒๘

รปู ที ๒๕/๑ การเทลกู ระเบิดยิงดา้ น

รปู ที ๒๕/๒ การเทลกู ระเบิดยิงด้าน
๑๘.๒.๓.๔ ตรวจลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ นในนัดนนั เพอื คน้ หาสาเหตขุ ดั ขอ้ ง ถา้ ปรากฏวา่ เครอื งเรมิ
จุดมรี อยถูกเขม็ แทงชนวนแทงแลว้ ใหส้ อดสลกั นริ ภยั เขา้ ทแี ลว้ นําไปเกบ็ ไว้ ณ ทปี ลอดภยั แหง่ หนึงต่างหากเพอื ตดิ ต่อให้
เจา้ หน้าทสี รรพาวธุ จดั การทําลายต่อไป ถา้ หากไมม่ รี อยถกู เขม็ แทงชนวนทเี ครอื งเรมิ จุด กอ็ าจจะนําลกู ระเบดิ ยงิ นันมายงิ
ใหม่
๑๘.๒.๓.๕ เมอื ไดเ้ ทลูกระเบดิ ยงิ ดา้ นในออกจากลาํ กลอ้ งแลว้ ใหย้ กสงู ขนึ แลว้ เขยา่ ลาํ กลอ้ ง
เพอื ใหส้ งิ ตกคา้ งอยภู่ ายในลาํ กลอ้ งหลุดออกมา หากไมส่ ามารถเทลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ นในออกจากลํากลอ้ งได้ ใหว้ างลาํ กลอ้ ง
ราบกบั พนื ดนิ ตดิ ต่อใหเ้ จา้ หน้าทสี รรพวธุ จดั การแกไ้ ขต่อไป
๑๘.๒.๓.๖ การประกอบเครอื งยงิ ลดทา้ ยลาํ กลอ้ งลงเพอื สอดเขา้ ทรี อ่ งรบั เดอื ยทา้ ยลาํ กลอ้ งที
แผน่ ฐานรบั ลํากลอ้ งเมอื เดอื ยทา้ ยลาํ กลอ้ งเขา้ ทแี ลว้ ประกอบลาํ กลอ้ งเขา้ กบั ขาหยงั ทตี าํ แหน่งเดมิ ขนั ดา้ มหวั เกลยี วเรง่
ปลอกรบั ลาํ กลอ้ งใหแ้ น่น โดยระวงั มใิ หพ้ ลวั ขาหยงั เปลยี นไปจากเดมิ
๑๘.๓ การนําลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ งนันทาํ ใดอ้ กี วธิ หี นึงโดยการใชเ้ ครอื งมอื จบั ลกู ระเบดิ ยงิ ออก
จากลาํ กลอ้ งขนาด ๑๒๐ มม. (EXTRACTOR) ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามผนวก ค.
๑๙. การยิงในเวลากลางคืน
อาศยั เครอื งประกอบการเลง็ ในเวลากลางคนื คอื ไฟฉายหวั หลกั เลง็ หลกั เลง็ และเครอื งใหแ้ สง (ไฟฉาย
เครอื งเลง็ ) สาํ หรบั การตงั คา่ มมุ ต่าง ๆ ทเี ครอื งเลง็ เช่น ตงั มาตรามุมทศิ และตงั มาตรามมุ สงู ตลอดจนการปรบั หลอด
ระดบั ตา่ ง ๆ นนั ทาํ ไดโ้ ดยอาศยั แสงสวา่ งจากไฟฉายมาตรามมุ สงู และมาตรามมุ ทศิ ส่วนการตงั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ใหต้ รงทศิ
นนั ทาํ ไดโ้ ดยอาศยั ไฟฉายหวั หลกั เลง็ ประกอบกบั เครอื งใหแ้ สง ชุดเครอื งใหแ้ สงจะประกอบดว้ ย กระบอกใสถ่ า่ นไฟฉาย

๒๙

ซงึ มี ๒ หวั หวั หนึงใชห้ มุนเกลยี วสอดเขา้ ไปในชอ่ งใส่ ดา้ นบนของกลอ้ งรปู ขอ้ ศอก อกี หวั หนงึ ใชส้ าํ หรบั สอ่ งดู
มาตราตา่ ง ๆ เมอื นําเอาปลายทหี มนุ เกลยี วสอดเขา้ ไปในชอ่ งใสเ่ รยี บรอ้ ยแลว้ และเมอื เปิดไฟจะแลเหน็ เสน้ ดงิ ของเครอื ง
เลง็ ไดช้ ดั เจน เป็นพรายนํา กากบาทสแี ดงหรอื สสี ม้ ใหน้ ําเสน้ ดงิ ของเครอื งเลง็ นี ไปทบั กงึ กลางไฟสแี ดงและสเี ขยี วของไฟ
ฉายหวั หลกั เลง็ ซงึ ตดิ อยกู่ บั ปลายบนของหลกั เลง็

ตารางการปรนนิบตั ิบาํ รงุ สาํ หรบั การตรวจและบริการ

พลประจาํ ปื น รายการปฏิบตั ิประจาํ วนั

ลาํ ดบั การปฏิบตั ิ รายการ วธิ ปี ฏบิ ตั ิ
ทีต้องตรวจ
ก่อน ระหว่าง ภายหลงั ตรวจลาํ กลอ้ งจะตอ้ งไมบ่ บุ ,เบยี วผดิ ไปจากเดมิ ภายในลาํ กลอ้ ง
ลาํ กลอ้ ง ตอ้ งสะอาด ปราศจากผงและสงิ อดุ ตนั สว่ นทที าสไี วไ้ ม่ถลอก
การยงิ การยงิ การยงิ ตรวจสอบรอยฉกี ขาดโดยละเอยี ด
ตรวจสอบโดยทวั ไป การหลอ่ ลนื ของสว่ นเคลอื นทตี า่ ง ๆ ซงึ
๑ ----- ๑ ไดแ้ ก่ เครอื งใหท้ างสงู ,เครอื งสา่ ยคานแกเ้ อยี งจะตอ้ งเคลอื นที
ราบเรยี บไมส่ ะดดุ และไมห่ ลวมคอน
๒ ----- ------ ครอบปากลาํ กลอ้ ง ตรวจลกั ษณะทวั ไป ขอบของร่องรบั เดอื ยทา้ ยลาํ กลอ้ งจะตอ้ ง
ราบเรยี บ ไมช่ าํ รดุ
๓๒ ๒ ชุดขาหยงั ตอ้ งคอยฟังเสยี งทผี ดิ ปกตอิ ยตู่ ลอดภารกจิ เสยี งยงิ ทผี ดิ ปกตจิ ะ
บอกใหเ้ ราทราบถงึ สาเหตขุ ดั ขอ้ งได้
๔๓ ๓ แผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง ตรวจกลอ้ งเลง็ อยา่ งละเอยี ดตลอดจนกา้ นต่อเครอื งเลง็ จะตอ้ ง
---- ๑ ไมม่ รี อยขรุขระ หรอื บบุ เป็นหลมุ เป็นบ่อ
๕ ----- ------ ลาํ กลอ้ งและ
ชดุ ขาหยงั

๔ กลอ้ งเลง็

ตอนที ๒
การปฏิบตั ิภายใต้สภาพการพิเศษ
(OPERATIO UNDER UNUSUAL CONDITIONS)
๒๑. การปฏิบตั ิการในพืนทีทีมีอากาศรอ้ นจดั
๒๑.๑ ในถนิ ทมี อี ากาศรอ้ นและชมุ่ ชนื
ในถนิ ทมี อี ากาศรอ้ นชนื โดยเฉพาะในบา้ นเราหรอื ระหวา่ งฤดฝู น จะตอ้ งตรวจเครอื งยงิ โดยละเอยี ด
ทุกวนั และทานํามนั ชโลมบาง ๆ ในเมอื จะไมใ่ ชเ้ ครอื งยงิ นนั สว่ นใหญ่ ๆ ของเครอื งยงิ ควรถอดออกตรวจทุกระยะเวลาที
กาํ หนดตามความเหมาะสม โดยสมาํ เสมอ ถา้ จาํ เป็นจะตอ้ งถอดแยกชนิ สว่ นเลก็ ๆ ออกไปอกี เพอื ใหส้ ามารถเชด็ และทา
นํามนั ชนิ สว่ นตา่ ง ๆ ได้
๒๑.๑.๑ ชนิ สว่ นต่าง ๆ ซงึ อยภู่ ายในจะตอ้ งสะอาดและมนี ํามนั ทาอยเู่ สมอ
๒๑.๑.๒ นํามนั ทใี ชช้ โลมเครอื งยงิ ใหใ้ ชน้ ํามนั หล่อลนื เอนกประสงค์ (PL)
๒๑.๒ ในถนิ ทมี อี ากาศรอ้ นแหง้ แลง้

๓๐

๒๑.๒.๑ ในถนิ ทมี อี ากาศรอ้ นและแหง้ แลง้ โดยเฉพาะมฝี ่นุ ,ผง หรอื ทรายทจี ะปลวิ เขา้ ใน
เครอื งกลไกไดโ้ ดยงา่ ยแลว้ จะตอ้ งทาํ ความสะอาดเครอื งยงิ ทกุ วนั หรอื ถา้ หากวา่ จาํ เป็นไมส่ ามารถทาํ ไดท้ ุกวนั กค็ วรจะตอ้ ง
ทาํ ความสะอาดมากกวา่ ๑ ครงั ใน ๒ วนั จะตอ้ งแยกชนิ ออกเพอื ทาํ ความสะอาดไดท้ วั ถงึ
๒๑.๒.๒ เมอื ใชเ้ ครอื งยงิ ในถนิ ทมี อี นั ตราย จะตอ้ งเชด็ นํามนั ออกจากเครอื งยงิ ใหห้ มด เพอื ป้องกนั

ไมใ่ หฝ้ ่นุ ,ทราย ปลวิ มาเกาะตดิ อยกู่ บั นํามนั ทที าไว้ อนั อาจจะเกดิ การแปรสภาพเป็นของมคี มขดู ขดี หรอื กดั เครอื งกลไกตา่ ง
ๆ ใหส้ กึ หรอได้

๒๑.๒.๓ หลงั จากทไี ดเ้ คลอื นยา้ ยออกจากพนื ทที มี ฝี ่นุ ละออง,ทรายแลว้ จะตอ้ งรบี ทาํ ความสะอาด
เครอื งยงิ และใชน้ ํามนั ชโลมบาง ๆ ทนั ที

๒๑.๒.๔ เหงอื จากมอื เป็นปัจจยั หนึงทที าํ ใหเ้ ครอื งยงิ เป็นสนิมได้ เพราะเหตวุ า่ เหงอื มกี รดออ่ น ๆ อยู่
ฉะนนั จะตอ้ งเชด็ ส่วนทเี ป็นโลหะใหแ้ หง้ อยเู่ สมอ

๒๑.๒.๕ ในระวา่ งเกดิ พายทุ รายหรอื พายุฝ่นุ จะตอ้ งคลุมปากลาํ กลอ้ งใหม้ ดิ ชดิ เสมอ
๒๒. การปฏิบตั ิต่อเครืองยิงเมอื ถกู โจมตีด้วยนิ วเคลยี ร-์ ชีวะ-เคมี (นชค.)

เมอื เครอื งยงิ และเครอื งมอื เครอื งใชต้ า่ ง ๆ ถกู สารต่อไปนี และมวี ธิ แี กด้ งั นี .-
๒๒.๑ สารกมั มนั ตรงั สี ทาํ ลายลา้ งพษิ ทเี ครอื งยงิ และเครอื งใชต้ า่ ง ๆ โดยวธิ ปี ัดหรอื แปรงออก
๒๒.๒ สารชวี ะ ทําลายลา้ งพษิ ทเี ครอื งยงิ และเครอื งใชต้ า่ ง ๆ โดย

๒๒.๒.๑ ลา้ งดว้ ยสบู่
๒๒.๒.๒ เชด็ ถดู ว้ ยนํายาซกั ผา้ ขาวหรอื ผงขดั เครอื งสขุ ภณั ฑล์ ะลายนําอยา่ งเขม้ ขน้ แลว้ จงึ ลา้ งดว้ ยนํา
๒๒.๒.๓ เชด็ ใหแ้ หง้ แลว้ ชโลมนํามนั หล่อลนื เอนกประสงค์ (PL) บาง ๆ
๒๒.๓ สารเคมี
๒๒.๓.๑ ชนิดทเี ป็นไอ - เชด็ ลา้ งดว้ ยความรอ้ น
๒๒.๓.๒ ชนิดเป็นผง - ปัดออก , เชด็ ออก
๒๒.๓.๓ ชนิดเหลว - ปัดออก ,เชด็ ออก
สาํ หรบั บคุ คลนนั ใหย้ ดึ ถอื คมู่ อื กองทพั บกวา่ ดว้ ย คาํ แนะนํา การป้องกนั และการปฏบิ ตั ยิ ามฉุกเฉนิ เมอื
เผชญิ อนั ตราย นิวเคลยี ร์ - ชวี ะ - เคมี สาํ หรบั ทหารเป็นบคุ คล พ.ศ.๒๕๒๕

๓๑

บทที ๓
คาํ แนะนําในการซ่อมบาํ รงุ ระดบั หน่วย
(OPERATOR/CREW AND ORGANIZATIONAL MAINTENTENANCE)

ตอนที ๑
การบริการเมือไดร้ บั ยทุ โธปกรณ์
(SERVICE UPON RECEIPT OF MATERIOL)
๒๓. กล่าวทวั ไป
๒๓.๑ แกห้ บี ห่อของเครอื งมอื เครอื งใชท้ งั หมดออก ตรวจดคู วามเรยี บรอ้ ยทนั ที จดั การเชด็ ลา้ งนํามนั ป้องกนั
สนิมออกจากลาํ กลอ้ ง ขาหยงั แผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ งและเครอื งมอื เครอื งใชต้ า่ ง ๆ
๒๓.๒ ตรวจดเู ครอื งมอื เครอื งใชท้ งั หมด แลว้ ทําความสะอาดหรอื ชโลมนํามนั ตามคาํ สงั การหลอ่ ลนื และเอา
ใจใสใ่ นสงิ ทกี าํ หนดขา้ งล่างนี
๒๓.๒.๑ หาความสะอาดผวิ แผน่ ฐานรองรบั ลาํ กลอ้ ง
๒๓.๒.๒ ชโลมนํามนั ตามผวิ สว่ นใหญ่ของแผน่ ฐาน
๒๓.๒.๓ ตรวจร่องรบั เดอื ยทา้ ยลาํ กลอ้ ง ไมใ่ หม้ สี งิ กดี ขวางอยภู่ ายใน
๒๓.๒.๔ หมนุ ควงสงู ควงสา่ ยใหเ้ คลอื นทไี ดต้ ลอดระยะทงั หมด
๒๓.๒.๕ ทาํ ความสะอาดผวิ นอกและภายในลํากลอ้ ง สว่ นเคลอื นทแี ละบรเิ วณปลอกรบั ลาํ กลอ้ ง
๒๓.๒.๖ ทาํ ความสะอาดแทน่ รบั กา้ นเครอื งเลง็ โดยเอาวสั ดทุ ตี ดิ อยอู่ อกเสยี กอ่ น
๒๓.๒.๗ สง่ ชนิ ส่วนทชี าํ รุดหรอื เสยี หายกลบั คนื ไปยงั หน่วยทสี ามารถซ่อมหรอื สง่ มาทดแทนได้
๒๓.๓ เชด็ แหง้ ชนิ สว่ นทงั หมด แลว้ ทานํามนั ป้องกนั สนมิ ไวบ้ าง ๆ บนผวิ โลหะเหล่านัน

ตอนที ๒
การหล่อลืนและการทาสี
(LUBRICATION AND PAINTING)
๒๔. คาํ แนะนําโดยทวั ไปเกียวกบั การหล่อลืนในสภาวการณ์ปกติ
๒๔.๑ กลา่ วโดยทวั ไปในสภาวการณ์ปกติ วงรอบการปรนนิบตั บิ าํ รงุ ทกี าํ หนดไวใ้ นคาํ สงั การหลอ่ ลนื ใช้
สาํ หรบั ปฏบิ ตั ใิ นสภาพปกตติ ลอดจนอณุ หภมู ิ ความชนื และชนั บรรยากาศอนั ปกตดิ ว้ ย
๒๔.๒ จดุ ทจี ะตอ้ งทาํ การหล่อลนื ทาํ ความสะอาดจุดอดั ไข (FITTINGS) และผวิ ทจี ะหล่อลนื ใหส้ ะอาดทงั
ก่อนและหลงั การหลอ่ ลนื ถา้ จดุ อดั ไขหายใหป้ ิดรดู ว้ ยเทป (TAPE) เพอื ป้องกนั ฝ่นุ ผงไม่ใหเ้ ขา้ ไปภายในแลว้ รบี หาจกุ อดั ไข
อนั ใหม่มาเปลยี นโดยเรว็
๒๕. การหล่อลืนในสภาวการณ์ไมป่ กติ

๓๒

๒๕.๑ สภาวการณ์ไมป่ กติ ใหร้ น่ ช่วงเวลาการ ปรนนบิ ตั บิ าํ รงุ ตามคาํ แนะนําในคาํ สงั การหล่อลนื (ใหก้ าร
หลอ่ ลนื บ่อยขนึ ) เพอื ชดเชยทจี ะตอ้ งใชเ้ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ในสภาวะไมป่ กติ หรอื สภาพอากาศรนุ แรง เช่น รอ้ นจดั เยน็ จดั
หรอื ทาํ การยงิ ตอ่ เนืองเป็นเวลานาน ๆ ปฏบิ ตั กิ ารในภมู ปิ ระเทศเป็นฝ่นุ ทรายตดิ ต่อกนั นาน ๆ จมนําหรอื ทงิ ใหส้ มั ผสั กบั
ความชนื การปฏบิ ตั กิ ารอยา่ งหนึงอยา่ งใด หรอื ในสภาพหนึงสภาพใดดงั กล่าวขา้ งตน้ อาจเป็นสาเหตใุ หเ้ กดิ ความเสยี หาย
และทาํ ใหค้ ณุ สมบตั ขิ องการหลอ่ ลนื เสอื มไดเ้ รว็ ขนึ ช่วงเวลาการปรนนิบตั บิ าํ รงุ อาจจะยดื ใหย้ าวออกไป ถา้ เครอื งยงิ
ลกู ระเบดิ มไิ ดน้ ําออกปฏบิ ตั กิ าร

๒๕.๒ การเปลยี นเกรดนํามนั หล่อลนื ประเภทตา่ ง ๆ ทกี าํ หนดใหใ้ ชต้ ามคาํ สงั การหลอ่ ลนื ซงึ ใชก้ บั หว้ ง
อณุ หภมู สิ ามระดบั คอื สงู กวา่ ๐ องศา C, ๔ องศา C ถงึ -๒๓ องศา C และ -๑๘ องศา C ถงึ -๕๓ องศา C ใหเ้ ปลยี น
เกรดนํามนั หลอ่ ลนื เมอื พยากรณ์อากาศแจง้ วา่ อณุ หภมู ขิ องอากาศจะสงู ขนึ หรอื ตาํ ลงอยา่ งมากแตถ่ า้ ชนิ ส่วนต่าง ๆ ทาํ งาน
ชา้ ลง เนืองจากนํามนั หล่อลนื จบั ตวั กนั ขน้ ขนึ กไ็ มจ่ าํ เป็นตอ้ งเปลยี นเกรดนํามนั หล่อลนื

๒๕.๓ การหล่อลนื ในภมู อิ ากาศรอ้ นจดั นํามนั หลอ่ ลนื พเิ ศษไม่มคี วามจาํ เป็นตอ้ งใช้ สาํ หรบั การหลอ่ ลนื ใน
ภมู อิ ากาศรอ้ นจดั ใหใ้ ชน้ ํามนั หลอ่ ลนื สาํ หรบั อณุ หภมู สิ งู กวา่ 0 องศา C อยา่ งไรกต็ ามจาํ เป็นตอ้ งการใหก้ ารปรนนิบตั บิ ่อย
ขนึ กวา่ ทกี าํ หนดไวใ้ นคาํ สงั การหลอ่ ลนื ทงั นีเพราะความรอ้ นจะทาํ ใหน้ ํามนั หลอ่ ลนื ละลายและจางเรว็ กวา่ ปกติ

๒๕.๔ การหล่อลนื สาํ หรบั ภูมอิ ากาศชนื และมเี กลอื ในอากาศ โดยเฉพาะพนื ทที ใี กลท้ ะเล จะมผี ลทาํ ให้
นํามนั หลอ่ ลนื เสอื มคณุ ภาพเรว็ ขนึ จงึ จาํ เป็นตอ้ งใหก้ ารปรนนบิ ตั บิ าํ รงุ บ่อยขนึ กวา่ ทกี าํ หนดไวใ้ น คาํ สงั การหลอ่ ลนื

๒๕.๕ การหลอ่ ลนื ภายหลงั การปฏบิ ตั กิ ารในภูมปิ ระเทศทมี ฝี ่นุ หรอื ทราย ถา้ จาํ เป็นจะตอ้ งนําเครอื งยงิ
ลกู ระเบดิ ผา่ นเขา้ ไปในพนื ทดี งั กล่าวแลว้ เป็นเวลานาน ๆ จาํ เป็นจะตอ้ งมกี ารตรวจ และทาํ ความสะอาดทุกจดุ ทมี กี าร
หลอ่ ลนื เพอื ลา้ งเอานํามนั ทสี กปรกออกแลว้ ทาํ การหลอ่ ลนื ตามความจาํ เป็น

ขอ้ ควรระวงั นํามนั หล่อลนื ทสี กปรกจากฝ่นุ , ทราย จะกลายเป็นวสั ดขุ ดั สี ซงึ จะทาํ ใหช้ นิ สว่ นต่าง ๆ ของ
เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ สกึ กร่อนได้

๒๖. คาํ สงั การหล่อลืน (LUBRICATION ORDER)
คาํ สงั การหล่อลนื จะอธบิ ายถงึ วธิ ปี ฏบิ ตั เิ กยี วกบั การทาํ ความสะอาด และการหล่อลนื ในตาํ แหน่งตา่ ง ๆ ตาม

ระยะเวลาและจะกาํ หนดวสั ดทุ ถี กู ตอ้ งทจี ะใชก้ บั อาวธุ นี คาํ สงั การหลอ่ ลนื นีจะจา่ ยใหพ้ รอ้ มกบั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ และ
จะตอ้ งนําตดิ ไปกบั เครอื งยงิ ลูกระเบดิ ตลอดเวลา ในกรณที ไี ดร้ บั เครอื งยงิ ลูกระเบดิ โดยไม่มคี าํ สงั การหล่อลนื หน่วยทใี ช้
เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ จะตอ้ งขอเบกิ รบั คาํ สงั นีทนั ที

วงรอบการปรนนิบตั ทิ แี สดงไวต้ ามทแี นบมานี เป็นการปรนนิบตั บิ าํ รุงในสภาพการทาํ งานปกตใิ หล้ ดวงรอบ
การปรนนิบตั บิ าํ รงุ ลงมาชดเชย เมอื ไดม้ กี ารทาํ งานในสภาพปกตแิ ละใหเ้ พมิ การปรนนิบตั บิ าํ รงุ ใหม้ ากขนึ ในช่วงเวลาทมี ี
การใชง้ าน วงรอบการปรนนิบตั บิ าํ รงุ อาจพจิ ารณาขยายใหส้ มั พนั ธก์ บั การใชง้ าน โดยพจิ ารณาถงึ ความจาํ เป็นเพอื รกั ษา
อาวธุ ใหใ้ ชก้ ารไดอ้ ยเู่ สมอ ใหท้ าํ การหล่อลนื ทุกครงั ภายหลงั การลา้ งเครอื งยงิ ลูกระเบดิ ใหท้ าํ ความสะอาดจกุ อดั ไข
(FITTINGS) กอ่ นทาํ การอดั ไข ทาํ ความสะอาดชนิ สว่ นทจี ะทําการหล่อลนื ดว้ ยทนิ เนอรห์ รอื นํามนั ทาํ ความสะอาดแหง้ SD
(SOLVENT DRY CLEANING) เชด็ ใหแ้ หง้ แลว้ จงึ ทาํ การหลอ่ ลนื

๒๗. การทาสี (PAINTING)
เมอื เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ มรี อยขดี ขว่ นและสกี ระเทาะออกจนปรากฏใหเ้ หน็ เนือโลหะใหท้ าสที บั สว่ นผวิ ทมี รี อย

ชาํ รุดนนั ทงั นีเพอื ปกปิดรอ่ งรอยและป้องกนั สนิมไมจ่ าํ เป็นตอ้ งทาสใี หมท่ งั หมด
หา้ มการทาสที บั ลงบนแผน่ ป้าย (NAME PLATES) แผน่ หมายเลขลาํ ดบั (SERIAL NUMBERS) หรอื พนื ผวิ ที

จาํ เป็นตอ้ งการใหห้ ลอ่ ลนื ตามคาํ สงั การหลอ่ ลนื แผน่ ป้าย (NAME PLATES) ตา่ ง ๆ ใหใ้ ชแ้ ลคเกอรท์ าไวบ้ าง ๆ แตถ่ า้ เป็น
สนิมหรอื ผกุ รอ่ นตอ้ งรบี ทาํ ความสะอาดทนั ทดี ว้ ยความระมดั ระวงั

๓๓

๓๓

ตอนที ๓
ข้อขดั ข้องและการแกไ้ ข
(TROUBLE AND SHOOTING)
๒๘. กล่าวทวั ไป
การขดั ขอ้ งของเครอื งยงิ ลูกระเบดิ มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม.ศอว.ทบ.ในเวลายงิ นนั อาจเกดิ ขนึ เพราะเหตุ
หลายประการ ในภาระทจี ะแกไ้ ขใหเ้ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ สามารถทาํ การยงิ ไดต้ ่อไปนันจะเป็นตอ้ งคน้ ใหพ้ บสาเหตทุ ที าํ ใหก้ าร
ตดิ ขดั นนั ๆ การคน้ หาสาเหตุของการตดิ ขดั นี ถา้ ไดศ้ กึ ษาหน้าทแี ละการทาํ งานของเครอื งกลไก จนเป็นทเี ขา้ ใจแจ่มแจง้
แลว้ เมอื ผยู้ งิ ไดพ้ บอปุ สรรคและ ไดใ้ ชก้ ารพจิ ารณาตรกึ ตรองประกอบดว้ ยแลว้ กจ็ ะทราบสาเหตุแหง่ การตดิ ขดั นันไดโ้ ดย
ไมย่ ากนกั เมอื คน้ พบสาเหตทุ ที ําใหเ้ ครอื งยงิ ลูกระเบดิ ตดิ ขดั แลว้ กส็ ามารถหาวธิ แี กไ้ ขใหท้ าํ การยงิ ต่อไปดว้ ย
๒๙. ประเภทของการขดั ข้อง แบง่ ออกไดใ้ หญ่ ๆ ดงั นี
๒๙.๑ บรรจุลกู ระเบดิ ยงิ เขา้ ลาํ กลอ้ งไมไ่ ด้ มสี าเหตุและวธิ กี ารแกไ้ ขดงั นี

ลาํ ดบั สาเหตุ วธิ แี กไ้ ข
๑. ลกู ระเบดิ ยงิ มรี อยเยนิ หรอื ผดิ รปู
๒. หางลกู ระเบดิ ยงิ คด บุบ เบยี ว งอ หรอื เปลยี นรปู ไป * เปลยี นนัดใหมแ่ ทน
๓. มสี นมิ หรอื สงิ สกปรกจบั เกาะทตี วั ลูกระเบดิ ยงิ หรอื มสี เี ปรอะเปือนอยู่ ทาํ * เปลยี นนัดใหมแ่ ทน
* ใหข้ ดั สนิมสงิ สกปรกและสี
ใหล้ กู ระเบดิ ยงิ คบั หรอื ฝืดลาํ กลอ้ งจนไม่สามารถบรรจุเขา้ ลาํ กลอ้ งได้ ทจี บั เปรอะอยนู่ ันออกใหห้ มด
โดยใชก้ ระดาษทรายละเอยี ด
๔. ลาํ กลอ้ งบบุ หรอื คด หรอื เปลยี นรปู ไป หรอื ผา้ ขดั
๕. มสี งิ หนึงสงิ ใดอุดหรอื คา้ งอยใู่ นลาํ กลอ้ ง * เปลยี นลาํ กลอ้ งใหม่
* ใหจ้ ดั การเอาออกเสยี กอ่ น
ทจี ะทาํ การยงิ ต่อไป

๒๙.๒ ลกู ระเบดิ ยงิ ไมล่ นั (ดา้ น)ลกู ระเบดิ ยงิ ไมล่ นั หรอื ดา้ น หมายถงึ การทเี ครอื งเรมิ จุดไมท่ าํ งานซงึ มสี าเหตุ
วธิ แี กไ้ ขดงั นี

ลาํ ดบั สาเหตุ วธิ แี กไ้ ข
๑. เครอื งเรมิ จุดและปลอกดนิ จุดเสอื ม
๒. เขม็ แทงชนวนชาํ รุด สกึ หรอ หรอื หกั * เปลยี นนัดใหมแ่ ทน
* เอาลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ ง
๓. ปลายเขม็ แทงชนวนไมโ่ ผลเ่ ขา้ ไปภายในลาํ กลอ้ งหรอื โผลน่ ้อยเกนิ ไป ซงึ เปลยี นเขม็ แทงชนวนใหม่
เนืองจากใสเ่ ขม็ แทงชนวนไมถ่ งึ ที (ยกเวน้ แบบลนั ไก) แลว้ ทาํ การยงิ ต่อไป
* เอาลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ ง
๔. ลมื ใสเ่ ขม็ แทงชนวนหรอื เขม็ แทงชนวนหกั ขนั เกลยี วเขม็ แทงชนวนใหแ้ น่น
แลว้ ทาํ การยงิ ตอ่ ไป
* เอาลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ ง
ออกจากแผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง

๓๔

ลาํ ดบั สาเหตุ วธิ แี กไ้ ข
จดั การใสเ่ ขม็ แทงชนวน หรอื
๕. เขม็ แทงชนวนสกปรกโดยมคี ราบดนิ กากดนิ หรอื เขมา่ ทเี กดิ ขนึ จากการ เปลยี นเขม็ แทงชนวนแลว้ จงึ
ยงิ ในนัดก่อนจบั เกาะหรอื ปกคลมุ ปลายเขม็ แทงชนวน ทาํ การยงิ ต่อไป
* เอาลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ ง
๖. ภายในลาํ กลอ้ งสกปรกมนี ํามนั ,ฝ่นุ ,ผง จบั เกาะอยหู่ รอื มคี ราบดนิ ,กากดนิ ถอดเขม็ แทงชนวนออกทําความ
และเขมา่ ทเี กดิ จากการยงิ ในนัดก่อน ๆ จบั เกาะอยทู่ าํ ใหล้ กู ระเบดิ ยงิ สะอาด การถอดใหด้ าํ เนิน
เลอื นตวั ลงไปไมไ่ ดส้ ะดวกและรวดเรว็ พอทจี ะทาํ ใหเ้ กดิ แรงกระแทกอยา่ ง ตามวธิ ที ไี ดก้ ลา่ วแลว้
เพยี งพอ พอทจี ะเรมิ จดุ ได้ * เอาลกู ระเบดิ ยงิ ออกจาก
ลาํ กลอ้ งและทาํ ความสะอาด
๗. ปลอกดนิ จุด ไมเ่ ขา้ ทสี นทิ ในเรอื นปลอกดนิ ปลอกดนิ จดุ ทสี ว่ นหางของ ภายในลาํ กลอ้ งตามวธิ ที ไี ดก้ ลา่ ว
ลกู ระเบดิ แลว้ ในการทาํ ความสะอาด
ก่อนการยงิ
๘. ลกู ระเบดิ ยงิ ทใี ชย้ งิ นนั สกปรก โดยเฉพาะทรี อ่ งตอนองุ้ ของลกู ระเบดิ ยงิ มี * เอาลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ ง
ฝ่นุ ผงจบั เกาะมสี เี ปรอะเปือนหรอื เป็นสนิมจะทาํ ใหล้ กู ระเบดิ ยงิ ฝืดกบั ลาํ ใส่ปลอกดนิ จดุ ใหเ้ ขา้ ทสี นทิ
กลอ้ งและเลอื นตวั ไมเ่ รว็ พอทจี ะกอ่ ใหเ้ กดิ แรงกระแทกทแี รงพอทจี ะจดุ ในเรอื นปลอกดนิ จดุ ทสี ว่ นหาง
ชนวนทา้ ยปลอกดนิ จดุ ได้ ของลูกระเบดิ ยงิ ถา้ ใสไ่ มเ่ ขา้ ให้
เปลยี นนัดใหม่
๙. ลกู ระเบดิ ยงิ ทมี หี างชาํ รดุ คด หรอื งอไปจากเดมิ ทาํ ใหค้ บั ลาํ กลอ้ ง ลกู * เอาลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ ง
ระเบดิ ยงิ จะเลอื นตวั ลงไปไมส่ ดุ คอื คา้ งอยตู่ อนหนึงตอนใดของลาํ กลอ้ ง ใหท้ าํ ความสะอาดลกู ระเบดิ ยงิ นนั
หรอื ถา้ เลอื นลงไปกไ็ มเ่ รว็ พอทจี ะกอ่ ใหเ้ กดิ แรงกระแทกทแี รงพอทจี ะจุด โดยเช็ดเอาสงิ สกปรกตา่ ง ๆ
ชนวนทา้ ยปลอกดนิ จุดได้ ออกใหห้ มด
* เอาลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ ง
๑๐. ใสถ่ ุงดนิ เพมิ ไมเ่ รยี บรอ้ ยซงึ อาจจะทาํ ใหถ้ งุ ดนิ เพมิ หลุดออกจากชอ่ งที แลว้ เปลยี นนัดใหม่
หางของลกู ระเบดิ ยงิ เลอื นลงไปในลาํ กลอ้ ง ถุงดนิ เพมิ จะไปรองรบั ทา้ ยลูก
ระเบดิ ยงิ เสยี ก่อน ซงึ ทาํ ใหเ้ ขม็ แทงชนวนไมส่ ามารถแทงชนวนทา้ ย * เอาลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กลอ้ ง
ปลอกดนิ จุดได้ ใสถ่ ุงดนิ เพมิ เสยี ใหม่ ใหเ้ รยี บรอ้ ย
และใหเ้ อาถุง ดนิ เพมิ ทหี ลุดลงไป
ในลาํ กลอ้ งนันออกเสยี ก่อนทจี ะ
ทาํ การยงิ ตอ่ ไป

๒๙.๓ ยกปากลาํ กลอ้ งขนึ หรอื ลดปากลาํ กลอ้ งลงไมไ่ ด้ ซงึ มสี ามาเหตุมาจากการขดั ขอ้ งของชุดเครอื งใหท้ าง
สงู ของเครอื งยงิ ลูกระเบดิ ซงึ มวี ธิ แี กไ้ ขต่อไปนี

ลาํ ดบั ๓๕ วธิ แี กไ้ ข
๑. เกลยี วควงสงู คด
สาเหตุ * ถอดชดุ เครอื งใหท้ างสงู ออก
แลว้ สง่ ซอ่ มไปยงั หน่วยสนบั สนุน
๒. เกลยี วควงสงู หกั (โอกาสทจี ะหกั น้อยมาก) โดยตรง
* ถอดชุดเครอื งใหท้ างสงู ออก
๓. เฟืองควงสงู ชาํ รดุ หรอื ขดั ขอ้ ง แลว้ สง่ ซ่อมไปยงั หน่วยสนบั สนุน
โดยตรง
* ถอดชดุ เครอื งใหท้ างสงู ออก
แลว้ สง่ ซอ่ มไปยงั หน่วยสนบั สนุน
โดยตรง

๒๙.๔ สา่ ยปากลาํ กล้องไปทางซา้ ยหรอื ทางขวาไม่ได้ ซงึ มสี าเหตมุ าจากการตดิ ขดั ของชดุ เครอื งสา่ ยมี
วธิ แี กไ้ ขเหตขุ ดั ขอ้ งดงั ตอ่ ไปนี

ขอ้ ระมดั ระวงั จงหลกี เลยี งการตงั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ โดยยกลํากลอ้ งอยใู่ นตาํ แหน่งขวาหรอื ซา้ ยสดุ ของ
ชดุ เครอื งสา่ ย เพราะแรงกระแทกอนั เนืองมาจากการยงิ จะทาํ ใหเ้ กลยี วควงสา่ ยคดไดง้ ่าย วธิ แี กไ้ ขคอื พยายามจดั ใหล้ าํ
กลอ้ งอยใู่ นตําแหน่งทใี กลเ้ คยี งกบั จดุ กงึ กลางของชุดเครอื งส่ายใหม้ ากทสี ดุ เทา่ ทสี ถานการณ์จะอาํ นวยให้

ลาํ ดบั สาเหตุ วธิ แี กไ้ ข

๑. เกลยี วควงสา่ ยคด * ถอดชุดเครอื งสา่ ยออกแลว้ สง่ ซ่อมไปยงั หน่วย

สนบั สนุนโดยตรง
๒. เกลยี วควงส่ายหกั (โอกาสทจี ะเป็นไปไดน้ ้อยมาก) * ถอดชุดเครอื งสา่ ยออกแลว้ สง่ ซอ่ มไปยงั หน่วยสนบั สนุน
โดยตรง

๒๙.๕ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ สนั สะเทอื นมากในขณะทาํ การยงิ มสี าเหตุและวธิ แี กไ้ ขดงั ต่อไปนี

ลาํ ดบั สาเหตุ วธิ แี กไ้ ข
๑. ตงั เครอื งยงิ ไม่ดี พลวั ขาหยงั และพลวั ของแผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง
* กดพลวั ขาหยงั และพลวั แผน่ ฐาน
ไม่จมแน่นในดนิ รบั ลาํ กลอ้ งลงใหจ้ มแน่นในดนิ
ในกรณที ดี นิ แขง็ มาก
๒. แหนบผ่อนอาการสะเทอื นหกั หรอื อ่อน กจ็ าํ เป็นตอ้ งขดุ
๓. ปลอกรบั ลาํ กลอ้ งไมบ่ บี แน่นกบั ลาํ กลอ้ ง * ถอดชุดผอ่ นอาการสะเทอื น
ออกแลว้ เปลยี นใหม่
* หมนุ ดา้ มหวั เกลยี วเรง่
ปลอกรบั ลาํ กล้องเร่ง ให้
ปลอกอนั บน และอนั ล่าง
บบี ลาํ กลอ้ งจนแน่น

๓๖ วธิ แี กไ้ ข

๒๙.๖ ระยะยงิ ใกลก้ วา่ ปกตมิ สี าเหตุและวธิ แี กไ้ ขดงั นี * ถอดลาํ กล้องออกจากแผน่ ฐาน
ลาํ ดบั สาเหตุ รบั ลาํ กลอ้ งเชด็ ภายในลํากลอ้ ง
๑. มนี ําหรอื นํามนั อยภู่ ายในลาํ กลอ้ งซงึ จะทําใหด้ นิ ไหมช้ า้ ลง ใหส้ ะอาด และแหง้ ก่อนทาํ การยงิ
* เปลยี นถุงดนิ เพมิ ใหม่แทน
๒. ถงุ ดนิ เพมิ เปียกหรอื ชนื หรอื มฉิ ะนันใหน้ ําดนิ เปียกไปผงึ
ใหแ้ หง้ สนทิ เสยี ก่อนจงึ นํามายงิ ใหม่

คาํ สงั การหล่อลืน
รถบรรทกุ ค.มาตรฐาน ขนาด 120 มม. ศอว.ทบ.

(ป) PL หว่ งพ่วงรถ
GAA แหนบและขอ้ ตอ่ ปีกนก (ส)
GAA แขนดมุ ลอ้ (ป)
(ส)
GAA ลกู ปืนดมุ ลอ้ GAA แหนบและขอ้ ตอ่ ปีกนก
GAA แขนดมุ ลอ้
(ป) (ส)
GAA ลกู ปืนดมุ ลอ้

(ป)

ชนิดของวสั ดหุ ลอ่ ลนื หว้ งอณุ หภมู กิ ารใชว้ สั ดลุ อ่ ลนื วงรอบการ ปบ.

เกนิ 0 องศา C ๔ - ๒๓ องศา C - ๑๘ ถงึ – ๕๓ องศา C

 PL นํามนั หลอ่ ลนื เอนก PL PL PL  ว.ประจาํ วนั
ประสงค์ (ปานกลาง) (พเิ ศษ) (พเิ ศษ)  ส.ประจาํ สปั ดาห์
ทุกหว้ งอุณหภมู ิ  ป.ประจาํ ปี
 GAAไขสาํ หรบั ยานยนต์
และปืนใหญ่

๓๗

คาํ สงั การหล่อลืน
รถบรรทุก ค.มาตรฐาน ขนาด 120 มม. ศอว.ทบ.

ภายในลาํ กลอ้ งก่อนทาํ การยงิ CR(ส) (ว) PL กระบอกแหนบผ่อนอาการ
เช็ดใหส้ ะอาด และแหง้ สนิท ภายหลงั สะเทือน เชด้ ทาํ ความสะอาดผวิ แลว้
ทาํ การยงิ แลว้ ทาํ ความสะอาด ชโลมนาํ มนั

โครงสา่ ย PL(ว) เชด็ ทาํ ความสะอาด ผวิ นอกลาํ กลอ้ ง เช็ดทาํ ความสะอาด
ผวิ แลว้ ชโลมนาํ มนั แลว้ ชโลมนาํ มนั
(ว) เกลยี วควงสงู PL เชด็ ทาํ ความ
สะอาดผิวแลว้ ชโลมนาํ มนั

ปลอกเกลยี วควงแก้ PL (ว) เอยี ง (ส) CR เข็มแทงชนวน/เครืองปิดทา้ ย
เชด็ ทาํ ความสะอาดผิวแลว้ ชโลมนาํ มนั ถอดทาํ ความสะอาด
PL กอ่ นและหลงั ทาํ การยิง ถอดทาํ
ความสะอาดแลว้ ชโลมนาํ มนั บางๆ

(ว) PL เดือยทา้ ยลาํ กลอ้ ง เช็ดทาํ ความสะอาดแลว้ ชโลมนาํ มนั

ชนิดของวสั ดหุ ลอ่ ลนื หว้ งอณุ หภมู กิ ารใชว้ สั ดลุ ่อลนื วงรอบการ ปบ.
 ว.ประจาํ วนั
 PL นํามนั หล่อลนื เอนก เกนิ 0 องศา C ๔ - ๒๓ องศา C - ๑๘ ถงึ – ๕๓ องศา C  ส.ประจาํ สปั ดาห์
ประสงค์  ป.ประจาํ ปี
PL PL PL
 GAAไขสาํ หรบั ยานยนต์ (ปานกลาง) (พเิ ศษ) (พเิ ศษ)
และปืนใหญ่
ทกุ หว้ งอุณหภมุ ิ
 CR นํามนั ทาํ ความสะอาด
ลาํ กลอ้ งปืน

๓๘

ตอนที ๔
การซ่อมบาํ รงุ โดยพลประจาํ อาวธุ และช่างซ่อมของหน่วย
(ORGANIZATION AND OPERRATOR/CREW MAINTENANCE)
๓๐. การซ่อมบาํ รงุ โดยพลประจาํ อาวธุ (OPERRATOR/CREW MAINTENANCE)
จะกระทาํ โดยการทาํ ความสะอาด การบรกิ าร การรกั ษา การหลอ่ ลนื และการตรวจสภาพทวั ไป
๓๐.๑. ลาํ กลอ้ งและเครอื งปิดทา้ ย
๓๐.๑.๑ ถอดลาํ กลอ้ งออกจากชุดขาหยงั และแผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง ใชว้ ธิ กี ารถอดเชน่ เดยี วกบั การเทลกู
ระเบดิ ยงิ ดา้ นในออกจากลาํ กลอ้ ง (ขอ้ ๑๘.๒.๓)
๓๐.๑.๒ การถอดเครอื งปิดทา้ ยและเขม็ แทงชนวน ปฏบิ ตั ดิ งั นี
๓๐.๑.๒.๑ นําลาํ กลอ้ งวางพาดไวบ้ นถงุ ทราย หรอื ลงั กระสนุ โดยใหป้ ากลาํ กลอ้ งและเครอื ง
ปิดทา้ ยอยสู่ งู จากพนื ในลกั ษณะทจี ะสามารถทาํ การถอดประกอบไดส้ ะดวก (รปู ที ๒๖)

รปู ที ๒๖

๓๙

๓๐.๑.๒.๒ พลประจาํ อาวธุ คนหนึงจบั ลาํ กลอ้ งใหแ้ น่น(รปู ที ๒๗)

รปู ที ๒๗
๓๐.๑.๒.๓ พลประจาํ อาวธุ อกี คนใชป้ ระแจเหลยี ม ๕ มม.คลายหมุดเกลยี วบงั คบั เครอื งปิดทา้ ยออก

(รปู ทื ๒๘)

รปู ที ๒๘

(รปู ที ๒๙) ๔๐

๓๐.๑.๒.๔ ใชป้ ระแจหมนุ เดอื ยทา้ ยลาํ กลอ้ ง คลายเครอื งปิดทา้ ยออกจากลาํ กลอ้ ง

(รปู ที ๓๐) รปู ที ๒๙
๓๐.๑.๒.๕ ใชป้ ระแจกระบอกขนาด ๓๕ มม.คลายรองแป้นเกลยี วเขม็ แทงชนวนและถอดออก
๓๐.๑.๒.๖ ใชไ้ ขควงแบน ถอดจกุ เกลยี วปิดทา้ ยโครงกระเดอื งลนั ไก (รปู ที ๓๑)

รปู ที ๓๐ รปู ที ๓๑

๔๑

ขอ้ ความหน้า ๓๙ ในวงเลบ็

(๑) หมุดเกลยี วบงั คบั เครอื ง ปิดทา้ ย (๕๓๐๕-๓๕-๑๖๗-๐๐๐ ๑ AW)
(๒) ชดุ เขม็ แทงชนวน
(๓) โครงกระเดอื งไก
(๔) ชดุ แหนบโครงกระเดอื งไก
(๕) จกุ เกลยี วปิดทา้ ยแหนบโครงกระเดอื งลนั ไก (๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๐๐๒๕ AW)
(๖) แหนบโครงกระเดอื งลนั ไก (๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๐๐๒๖ AW)
(๗) แกนขนั โครงกระเดอื งลนั ไก และประคองแหนบโครงกระเดอื งลนั ไก (๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-

๐๐๒๗ AW)
(๘) ปลอกเกลยี วบงั คบั แป้นเกลยี วบงั คบั เขม็ แทงชนวน (๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๖ AW)
(๙) แป้นเกลยี วบงั คบั เขม็ แทงชนวน (๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๗ AW)
(๑๐) แหวนบงั คบั แหนบเขม็ แทงชนวน (๕๓๑๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๑ AW)
(๑๑) แหนบเขม็ แทงชนวน (๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๐๘ AW)
(๑๒) เขม็ แทงชนวน (๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๐๘ AW)
(๑๓) รองแป้นเกลยี วเขม็ แทงชนวน (๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๐๔ AW)

๓๐.๑.๒.๗ ใชป้ ระแจขนั ชุดเขม็ แทงชนวน ถอดชดุ เขม็ แทงชนวน

๔๒

1) หมุดเกลยี วบงั คบั เครอื งปิดทา้ ย(5305-35-167-0001AV)

2) ชดุ เขม็ แทงชนวน 5) จกุ เกลยี วปิดทา้ ยแหนบโครงกระเดืองลนั ไก(1015-35-167-0025 AV)
3) โครงกระเดอื งลนั ไก
4) ชดุ แหนบโครงกระเดอื งลนั ไก 6) แหนบโครงกระเดืองลนั ไก(1015-35-167-0026 AV)
7) แกนขนั โครงกระเดืองลนั ไก และประคองแหนบโครงกระเดืองลนั ไก(1015-35-167-0027 AV)

8) ปลอกเกลยี วบงั คบั แปน้ เกลยี วบงั คบั เข็มแทงชนวน(1015-35-167-0006AV)

9) แปน้ เกลยี วบงั คบั เข็มแทงชนวน(1015-35-167-0007AV)
10) แหวนบงั คบั แหนบเข็มแทงชนวน(5310-35-167-0001AV)

11) แหนบเขม็ แทงชนวน(1015-35-167-0008AV)
12) เขม็ แทงชนวน(1015-35-167-1005AV)
13) รองแป้นเกลยี วเขม็ แทงชนวน(1015-35-167-1004AV)

รปู ที ๓๒ ลาํ ดบั ขนั ตอนการถอดเครืองปิ ดท้าย ค. มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม.ศอว.ทบ.
ของพลประจาํ อาวธุ และช่างซ่อมของหน่วย

๓๐.๑.๒.๘ พลประจาํ อาวธุ จะถอดชนิ สว่ นประกอบยอ่ ยของชุดเครอื งลนั ไกไมไ่ ด้
๓๐.๑.๓ ทาํ ความสะอาดลาํ กลอ้ งทงั ภายในและภายนอก ตรวจดรู อยคด เบยี ว ชาํ รดุ สกึ หรอของลาํ
กลอ้ งโดยใชส้ ายตาและมอื ลบู คลาํ ไปตลอดทงั ลาํ กลอ้ ง
๓๐.๑.๔ กอ่ นทาํ การยงิ ทุกครงั ทาํ ความสะอาดภายในลํากลอ้ งปืน ดงั นี

๔๓

๓๐.๑.๔.๑ ใชเ้ ศษผา้ ชบุ นํามนั ทาํ ความสะอาดภายในลาํ กลอ้ งปืน (CLEANING -
COMPOUND,SOLVENT RIFLE -BORE CLEANER) พนั ตดิ กบั แสแ้ ลว้ แยงเขา้ ทางปากลํากลอ้ ง แยงขนึ ลงตลอดลาํ กลอ้ ง
หลาย ๆ ครงั และหมนั เปลยี นเศษผา้ จนแน่ใจวา่ ภายในลาํ กลอ้ งและเขม็ แทงชนวนสะอาดดพี อ ไมม่ เี ศษเขมา่ ปืนหลงเหลอื
อยู่

๓๐.๑.๔.๒ ใชเ้ ศษผา้ แหง้ พนั ตดิ กบั แสแ้ ลว้ แยงลงในลาํ กลอ้ ง แยงขนึ -ลง ตลอดลาํ กลอ้ งเพอื
ทาํ ใหภ้ ายในลาํ กลอ้ งและเขม็ แทงชนวนแหง้ สนิท

๓๐.๑.๔.๓ ลาํ กลอ้ งและเขม็ แทงชนวนจะตอ้ งปราศจากฝ่นุ ผง ดนิ ทราย และอยา่ ใหเ้ ศษผา้ ที
ใชท้ าํ ความสะอาดเหลอื หลุดเขา้ ไปตดิ อยกู่ บั เขม็ แทงชนวน

๓๐.๑.๕ หลงั การยงิ ตอ้ งรอจนกวา่ ลาํ กลอ้ งจะเยน็ จนสามารถจบั ไดด้ ว้ ยมอื เปลา่ จงึ ทาํ ความสะอาด
เพราะไมเ่ ชน่ นันจะเป็นสาเหตุใหน้ ํามนั ทาํ ความสะอาดลาํ กลอ้ งปืนระเหยไดง้ า่ ย หลงั การยงิ ภายในลาํ กลอ้ งจะมเี ขมา่ ดนิ ปืน
จบั เกาะอยู่ เขมา่ นีเป็นตวั ดดู และรวบรวมไอนําจากอากาศ ซงึ เป็นตวั ทาํ ใหเ้ กดิ สนิมได้ ฉะนันใหร้ บี ทาํ ความสะอาดภายใน
ลาํ กลอ้ งเสยี ตงั แต่ในตอนเยน็ วนั นนั อยา่ ทงิ คา้ งคนื ไว้ วนั ตอ่ มาใชน้ ํามนั ทาํ ความสะอาดภายในลาํ กลอ้ งปืน แลว้ ทงิ ไวโ้ ดย
ไมต่ อ้ งเชด็ ใหแ้ หง้ วนั ทสี ามทาํ ความสะอาดภายในลาํ กลอ้ งปืนอกี ครงั แลว้ เชด็ ใหแ้ หง้ ใชเ้ ศษผา้ ชุบนํามนั หล่อลนื
เอนกประสงค์ (LUBRICATING OIL , GENERAL PURPOSE) ชโลมใหท้ วั ทงั ภายในและภายนอก หลงั จากนันอกี ๑
สปั ดาห์ ใหท้ าํ ความสะอาดอกี ครงั แลว้ เชด็ ใหแ้ หง้ ชโลมดว้ ยนํามนั หล่อลนื เอนกประสงค์

๓๐.๑.๖ เมอื ถอดชุดเขม็ แทงชนวนออกแลว้ ทาํ การตรวจรองแป้นเกลยี วเขม็ แทงชนวนโดยใชส้ ายตา
และมอื ตรวจดรู อยแตก รา้ ว สกึ กรอ่ น ตรวจดเู กลยี ว ตอนทา้ ยสนั เกลยี วตอ้ งไมแ่ ตกหกั และบนิ ตรวจดแู หนบสลกั แกนเขม็
แทงชนวนอตั โนมตั ิ โดยใชน้ ิวหวั แม่มอื ดนั ทา้ ยเขม็ แทงชนวนใหห้ วั เขม็ แทงชนวนโผล่ออกมาขา้ งหน้าแลว้ ปลอ่ ย แหนบ
สลกั แกนเขม็ แทงชนวนอตั โนมตั จิ ะบงั คบั ใหต้ วั เขม็ แทงชนวนเคลอื นทกี ลบั ไปยงั ตาํ แหน่งเดมิ ทนั ที ถา้ ไม่เคลอื นทกี ลบั
ตาํ แหน่งเดมิ หรอื เคลอื นทชี า้ ไมค่ ลอ่ งตวั ตอ้ งสง่ ใหช้ า่ งซ่อมของหน่วยซ่อมต่อไป ระหว่างทดี นั หวั เขม็ แทงชนวนโผล่ออกมา
ขา้ งหน้า ใหท้ าํ การตรวจดหู วั เขม็ แทงชนวนไปดว้ ย โดยทําการตรวจรอยแตกรา้ ว สกึ กรอ่ น ตรวจแหนบปลดคนั กระเดอื งลนั
ไก โดยใชไ้ ขควงเลก็ ๆกดทกี ระเดอื งลนั ไกจะทาํ ใหต้ วั กระเดอื งลนั ไกยบุ ตวั ลง เมอื ปล่อยตวั กระเดอื งลนั ไก จะกลบั ไปอยู่
ตาํ แหน่งเดมิ ถา้ ไมเ่ คลอื นทกี ลบั ตาํ แหน่งเดมิ หรอื เคลอื นทชี า้ ไมค่ ลอ่ ง ตอ้ งสง่ ใหช้ า่ งซ่อมของหน่วยตอ่ ไป ตรวจดเู กลยี วตวั
เมยี ทรี องรบั แป้นเกลยี วเขม็ แทงชนวน สนั เกลียวตอ้ งไมแ่ ตกหกั สามารถหมนุ รองแป้นเกลยี วเขม็ แทงชนวนเขา้ ออกไดง้ า่ ย
ตอ่ จากนนั ทาํ ความสะอาดภายในรงั เพลงิ ของเครอื งปิดทา้ ย โดยใชน้ ํามนั ทาํ ความสะอาดลาํ กลอ้ ง เชด็ ใหท้ วั รงั เพลงิ แลว้ ใช้
ผา้ เช็ดใหแ้ หง้ สนิท หลงั จากนนั ใชเ้ ศษผา้ พนั กบั แสแ้ ยงเขา้ ไปในช่องใสโ่ ครงกระเดอื งลนั ไก คอ่ ยๆ หมนุ แส(้ ตามเขม็ นาฬกิ า)
เพอื ขดุ เอาสงิ สกปรกตา่ งๆ ทตี ดิ คา้ งออกใหห้ มดแลว้ ใชเ้ ศษผา้ เชด็ บรเิ วณเกลยี วตวั เมยี ทรี องรบั แป้นเกลยี วเขม็ แทงชนวน
ขดั เอาสงิ สกปรกตา่ งๆ ทตี ดิ คา้ งอยอู่ อกใหห้ มด อยา่ ปล่อยใหต้ ดิ คา้ งอยไู่ ด้ เพราะเวลาประกอบเขา้ ดว้ ยกนั จะทําใหแ้ ป้น
รองเกลยี วเขม็ แทงชนวนไมย่ ดึ สนิทกบั เครอื งปิดทา้ ย ทาํ ใหแ้ กส๊ รวั ได้ ใชไ้ ขควงไขจุกเกลยี วปิดทา้ ยโครงกระเดอื งลนั ไก
ออก ตรวจดกู ารสกึ หรอ ชํารดุ ของแหนบโครงกระเดอื งลนั ไก แลว้ ทาํ ความสะอาดชอ่ งใสแ่ หนบโครงกระเดอื งลนั ไก โดยใช้
เครอื งมอื ทาํ ความสะอาดชอ่ งเขม็ แทงชนวน สอดเขา้ ไป แลว้ คอ่ ยๆหมนุ เพอื ขดู เอาสงิ สกปรกทตี ดิ คา้ งอยตู่ ามชอ่ งเกลยี ว
ออก อยา่ ใหม้ สี งิ สกปรกตดิ คา้ งอยู่ จากนนั ใชเ้ ศษผา้ พนั รอบแปรง ทาํ ความสะอาดรงั เพลงิ แยงขนึ - ลงใหท้ วั

๓๐.๑.๗ ประกอบลาํ กล้องเขา้ กบั ชุดขาหยงั และแผ่นฐานรบั ลาํ กลอ้ ง
๓๐.๒ ชดุ ขาหยงั

๓๐.๒.๑ พลประจาํ อาวธุ จะถอดชนิ สว่ นประกอบยอ่ ยไมไ่ ด้
๓๐.๒.๒ ตรวจดกู ารทาํ งานของชุดผอ่ นอาการสะเทอื น และปลอกรบั ลาํ กลอ้ ง โดยมอื ทงั ๒ ขา้ งจบั ทชี ดุ
เครอื งสา่ ย แลว้ ใชน้ ําหนกั ตวั กดลงแลว้ ปล่อยมอื จากนันใหด้ งึ ขนึ แลว้ ปลอ่ ยมอื ออก หลงั จากปล่อยมอื ออกแลว้ สงั เกตดู
แหนบผ่อนอาการสะเทอื น จะยดื หดตวั ไดส้ ะดวก ไมแ่ ขง็ หรอื ยดื หดตวั ยาก ตรวจดกู ารทาํ งานของชุดเครอื งสา่ ย โดยการ
หมนุ ไปทางซา้ ย - ขวาจนสดุ ระหวา่ งหมนุ สงั เกตการเคลอื นที มกี ารตดิ ขดั ของเกลยี วภายในหรอื ไม่ ตรวจดกู ารคลายตวั
ของแป้นเกลยี วและสลกั เกลยี ว

๔๔

๓๐.๒.๓ ทาํ ความสะอาดโดยเชด็ ทาํ ความสะอาดใหส้ ะอาด ตามร่องและรตู า่ งๆ จะตอ้ งเอาใจใสเ่ ป็น
พเิ ศษ คอื ตอ้ งแคะหรอื แปรงสงิ สกปรกออกใหห้ มด ชนิ สว่ นทเี คลอื นทที ุกชนิ จะตอ้ งลา้ งดว้ ยนํามนั ทาํ ความสะอาด หลงั จาก
นนั เชด็ ชนิ สว่ นทุกชนิ ใหแ้ หง้ สนทิ แลว้ ใชเ้ ศษผา้ ชบุ นํามนั กนั สนิมอยา่ งใส ชโลมชนิ สว่ นเคลอื นทถี กู เสยี ดสอี ยเู่ สมอทุกชนิ
อดั จาระบเี ขา้ ไปยงั ชดุ ผอ่ นอาการสะเทอื น

๓๐.๓ ชุดแผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง
๓๐.๓.๑ พลประจาํ อาวธุ จะถอดชนิ สว่ นประกอบย่อยไมไ่ ด้
๓๐.๓.๒ ตรวจดว้ ยสายตาดรู อยคด แตก รา้ ว และบนิ ของแผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง
๓๐.๓.๓ ทาํ ความสะอาดตามสว่ นตา่ งๆ ทสี าํ คญั คอื บรเิ วณชอ่ งรบั เดอื ยทา้ ยลาํ กลอ้ ง จะตอ้ งสะอาด

ไมม่ เี ศษกรวด หนิ ทราย อยภู่ ายใน และตอ้ งมนี ํามนั ชโลมอยเู่ สมอ ทาํ ความสะอาดพลวั ใตแ้ ผ่นฐานรบั ลํากลอ้ ง ใชไ้ มห้ รอื
เหลก็ แคะดนิ ทตี ดิ ออก แปรงสงิ สกปรกตา่ งๆออกใหห้ มด แลว้ จงึ ลา้ งใหส้ ะอาด เชด็ ใหแ้ หง้ แลว้ ชโลมดว้ ยนํามนั กนั สนิม
อยา่ งใส

๓๐.๔ กลอ้ งเลง็
เมอื ใชก้ ลอ้ งเลง็ ไปนานๆ อาจจะทาํ ใหก้ ารวดั ค่าผดิ พลาดได้ จงึ ควรส่งใหห้ น่วยสนบั สนุนโดยตรง

ตรวจสอบและปรบั เทยี บใหม่ อยา่ พยายามถอดชนิ สว่ นประกอบยอ่ ย จดั ปรบั หรอื ซ่อมแกก้ ลอ้ งเลง็ เป็นอนั ขาด
๓๐.๔.๑ การตรวจสอบกลอ้ งเลง็ ใหท้ าํ การตรวจสอบชนิ สว่ นภายนอก โดยใชส้ ายตาและมอื ตรวจดู

ลกั ษณะโดยทวั ไป ตรวจดกู ารทาํ งานของกระเดอื งกา้ นกลอ้ งเลง็ ตรวจคน้ ชนิ ส่วนทบี บุ งอ และสญู หาย ตรวจมาตราตา่ งๆที
ขดี ไว้ วา่ ชดั เจนและไมล่ บเลอื น ตรวจหลอดระดบั ทงั สอง จะตอ้ งไมแ่ ตกและตดิ แน่น อยใู่ นเรอื นหลอดระดบั ตรวจการ
เคลอื นทขี องควงมมุ สงู โดยการลองหมนุ ดกู ารเคลอื นทตี อ้ งเรยี บและไมม่ กี ารหลวมคลอน เมอื หมนุ ไปจนสดุ มาตราแลว้
จะตอ้ งหยดุ ชะงกั จะเคลอื นทตี ่อไปอกี ไมไ่ ด้ ตรวจกา้ นกลอ้ งเลง็ โดยตรวจดผู วิ ดา้ นหลงั จะตอ้ งอยใู่ นสภาพเรยี บสมาํ เสมอ
สะอาด ปราศจากรอยขรขุ ระ สกึ หรอ อนั เป็นเหตใุ หเ้ กดิ ความคลาดเคลอื นในการเลง็ ขนึ ได้

๓๐.๔.๒ ผใู้ ชค้ วรปฏบิ ตั ติ ามคาํ แนะนํา ดงั ต่อไปนี.-
๓๐.๔.๒.๑ ในการเคลอื นยา้ ยกลอ้ งเลง็ ตอ้ งระวงั อยา่ ใหก้ ลอ้ งเลง็ ถูกกระทบกระแทกโดยแรง

เพราะจะทาํ ใหช้ นิ สว่ นตา่ งๆของกล้องเลง็ บบุ สลาย,ชาํ รุด หรอื หลวมคลอน
๓๐.๔.๒.๒ พนื ผวิ ดา้ นหลงั ของกา้ นกลอ้ งเลง็ ทเี รยี วเป็นหางเหยยี วนนั เป็นชนิ สว่ นทตี อ้ ง

ระมดั ระวงั เป็นพเิ ศษ ไมใ่ หบ้ บุ งอ ชาํ รุด ขรขุ ระหรอื เปลยี นสภาพไปจากเดมิ เพราะถา้ ผวิ ของกา้ นกลอ้ งเลง็ นีเรยี บไม่
สมาํ เสมอ เมอื สวมเขา้ กบั แท่นรบั กา้ นกลอ้ งเลง็ พนื ผวิ ของกา้ นกลอ้ งเลง็ จะไมแ่ นบสนิทกบั ผวิ เรยี บของแท่นกา้ นกลอ้ งเลง็ ที
โครงสา่ ย ซงึ จะทาํ ใหก้ ลอ้ งเลง็ เอยี งและไมส่ ามารถจะจดั พนื เลง็ ใหข้ นานกบั พนื ยงิ ได้ อนั เป็นเหตุใหไ้ มส่ ามารถหวงั ผลต่อ
ความแมน่ ยาํ ในการเลง็ ได้

๓๐.๔.๒.๓ เมอื ยงั ไม่ตอ้ งการใชก้ ลอ้ งเลง็ ใหเ้ กบ็ กลอ้ งเลง็ ไวใ้ นกล่องกลอ้ งเลง็ ใหเ้ รยี บรอ้ ย
กอ่ นทจี ะเกบ็ กลอ้ งเลง็ จะตอ้ งแน่ใจวา่ กลอ้ งเลง็ นนั แหง้ สนทิ และอยา่ ไดเ้ กบ็ กลอ้ งเลง็ ทงั ๆทกี ลอ้ งเลง็ นนั ยงั เปียกอยเู่ ป็นอนั
ขาด นอกจากนนั ตอ้ งตรวจดภู ายในกล่องกลอ้ งเลง็ นีวา่ มคี วามชนื อยหู่ รอื ไม่ ถา้ มใี หน้ ํากลอ่ งกลอ้ งเลง็ ไปตากหรอื ผงึ ใหแ้ หง้
จรงิ ๆเสยี ก่อน จงึ จะเกบ็ กลอ้ งเลง็ ไวใ้ นกล่องกลอ้ งเลง็ ได้

๓๐.๔.๒.๔ ถา้ ปรากฏวา่ กลอ้ งเลง็ กลอ้ งใดชาํ รดุ หรอื ทาํ งานไมไ่ ดแ้ น่นอน ใหส้ ง่ ซ่อมไปยงั
หน่วยสนับสนุนโดยตรงต่อไป

๓๐.๔.๒.๕ เมอื สที ที ากลอ้ งเลง็ ถลอกหรอื กะเทาะ หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ชห้ รอื บุคคลอนื ๆตบแตง่ หรอื
ทาสใี หม่ เพราะการทาสแี ละตบแตง่ เป็นหน้าทขี องหน่วยสนบั สนุนโดยตรง

๓๐.๔.๒.๖ การหมนุ ควงมุมสงู และควงมมุ ทศิ ของกลอ้ งเลง็ เพอื ตงั มมุ สงู และมมุ ทศิ นนั
จะตอ้ งไมห่ มนุ จนเกนิ เขตหยดุ ของควงนันๆ เมอื รสู้ กึ วา่ ไดห้ มนุ จนสดุ ระยะแลว้ อย่าไดพ้ ยายามใชแ้ รงฝืนบงั คบั ใหห้ มนุ
ตอ่ ไปอกี เพราะจะทาํ ใหเ้ ครอื งกลไกซงึ อยภู่ ายในเรอื นกลอ้ งเลง็ เกดิ การชาํ รุดหรอื เสยี หายได้

๓๐.๔.๒.๗ หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ชห้ รอื บุคคลอนื ซงึ มใิ ชเ่ จา้ หน้าทสี รรพวธุ ถอดชนิ สว่ นตา่ งๆของ
กลอ้ งเลง็ ออกเป็นอนั ขาด(เวน้ แต่การถอดหรอื ประกอบกลอ้ งเลง็ เขา้ กบั แทน่ รบั กา้ นกลอ้ งเลง็ เทา่ นัน)


Click to View FlipBook Version