The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sasit Pinkaew, 2022-09-29 21:34:36

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

๙๕

รปู ที ๕๖ แผนทีได้เพิมเติมแสดงแนวทิศทาง และระยะจากทีตรวจการณ์
๙๘.๓ แผน่ พดั ตรวจการณ์ เป็นบรรทดั ทมี รี ปู รา่ งเหมอื นพดั ทําดว้ ยวตั ถุโปรง่ แสง (รปู ที ๕๗) ใชค้ รอบคลมุ เขตได้
๑.๖๐๐ มลิ เลยี มแผน่ พดั นีแบ่งออกเป็นเสน้ รศั มหี า่ งกนั ๕๐ มลิ เลยี ม เสน้ โคง้ ตา่ งๆ แทนระยะ (มาตราสว่ น ๑ .๕๐๐๐๐)
จากทตี รวจการณ์ซงึ พมิ พต์ ดิ อยบู่ นแผน่ พดั ซงึ มสี ว่ นยอ่ ย ๕๐๐ เมตร จากระยะ ๑.๐๐๐ ถงึ ๔๐๐๐ เมตร และมรี ะยะถงึ
๕.๐๐๐ เมตร

๙๖

รปู ที ๕๗ แผ่นพดั ตรวจการณ์
๙๘.๓.๑ การใชแ้ ผน่ พดั นี ผตู้ รวจการณ์วางทศิ ทางของแผน่ พดั ลงบนแผน่ ทขี องตนโดยใหจ้ ุดปลายแหลมอยู่
บนทตี งั ทตี รวจการณ์ และเสน้ รศั มเี สน้ ใดเสน้ หนึงขนานกบั เสน้ ตารางแผนทเี สน้ หนงึ หรอื เสน้ อนื ๆ ทรี ทู้ ศิ ทางแล้วต่อไปจงึ
ตดิ แผน่ พดั กบั แผนทดี ว้ ยผา้ กาว หรอื ตรงึ เอาไวด้ ว้ ยเขม็ กรยุ จดุ เสน้ ทรี ทู้ ศิ ทางแลว้ ใหเ้ ขยี นบอกมุมภาคของทศิ ของเสน้
นนั ๆไวเ้ ชน่ เดยี วกนั ถา้ มคี วามตอ้ งการจะเขยี นเสน้ รศั มี เพยี งมมี ุมภาคของทศิ ช่วงหา่ งกนั ๑๐๐ มลิ เลยี มเทา่ นนั กไ็ ด้
๙๘.๓.๒ การกรยุ หลกั ฐานทแี น่นอนของพกิ ดั โปลาร์ หรอื จุดพกิ ดั สาํ หรบั เป้าหมายทตี อ้ งการยงิ หาผล โดย
ไมม่ กี ารยงิ ปรบั หรอื สาํ หรบั ลกู ระเบดิ ยงิ นดั แรกของการปรบั การไดห้ ลกั ฐานนีมา ผตู้ รวจการณ์วดั มุมภาคของทศิ ของ
เป้าหมายดว้ ยเขม็ ทศิ หรอื เครอื งมอื อนื ๆ หรอื วดั แลว้ นําเอามาใชเ้ ป็นระยะทางทศิ จากมมุ ภาคของทศิ ทรี ู้ แลว้ กะระยะ
จากผตู้ รวจการณ์ถงึ เป้าหมาย แลว้ ผตู้ รวจการณ์กาํ หนดทตี งั เป้าหมายบนแผนทบี างแหง่ ตามเสน้ รศั มี ทมี มี ุมภาคของทศิ
เท่ากบั มุมภาคของทศิ ไปยงั เป้าหมาย โดยการเปรยี บเทยี บภมู ปิ ระเทศกบั เสน้ ลายขอบเขาของแผนทตี ามเสน้ รศั มนี นั
ผตู้ รวจการณ์สามารถเลอื กตาํ บลเป้าหมายนนั ลงในแผนทตี ามเสน้ รศั มนี นั ลงในแผนทไี ด้ แลว้ จงึ แกไ้ ขความแน่นอนของ
ทตี งั ใหม่
๙๘.๔ เครอื งมอื อกี อยา่ งหนึง ทผี ตู้ รวจการณ์ใชเ้ พอื ช่วยในการหาทตี งั เป้าหมาย คอื การวาดภาพภมู ปิ ระเทศ
(รปู ที ๕๘) ภาพนีแลเหน็ ไดก้ วา้ งขวางแทนภมู ปิ ระเทศ ซงึ เขยี นรา่ งโดยผตู้ รวจการณ์เป็นภาพแสดงจดุ อา้ ง จุดยงิ
หาหลกั ฐาน ตาํ บลยงิ ตาํ บลทคี าดคะเนวา่ มปี ฏกิ ริ ยิ า การเขยี นภาพภมู ปิ ระเทศสงั เขปเป็นวธิ รี วดเรว็ อยา่ งหนึง ทชี ่วย
ในการผลดั เปลยี นหน้าทอี กี ดว้ ย

๙๗

รปู ที ๕๘ ภาพร่างภมู ิประเทศ
๙๘.๕ เมอื มภี าพถ่ายของพนื ทตี รวจการณ์ กค็ วรกาํ หนดแสดงตาํ บล ตา่ งๆทเี กยี วขอ้ งกบั การตรวจการณ์ และ
เสน้ ทศิ ทางต่างๆ ผตู้ รวจการณ์ใชภ้ าพถ่ายนีรวมกบั ภาพสงั เขปภมู ปิ ระเทศ
๙๘.๖ แผนผงั ภาพการเหน็ นีเป็นภาพเขยี นของพนื ทตี รวจการณ์แสดงถงึ สว่ นต่างๆเหลา่ นนั ซงึ ไมส่ ามารถตรวจ
เหน็ ไดจ้ ากทตี รวจการณท์ กี าํ หนดไวน้ นั แผนผงั ภาพการเหน็ นีเขยี นจากมาตราสว่ นของแผนที แผนผงั นีเจา้ หน้าที
ตรวจการณ์ หรอื เจา้ หน้าที ศอย.เป็นผทู้ าํ ในเมอื แผนทขี อง ศอย.ไดก้ รยุ ทตี งั ทตี รวจการณล์ งไวแ้ ลว้

๙๘.๖.๑ เมอื ผตู้ รวจการณเ์ ตรยี มแผนผงั การเหน็ ไวแ้ ลว้ ตอ้ งสง่ ครู่ า่ งทที าํ เป็นแผน่ บรวิ ารไปยงั ศอย.
ผตู้ รวจการณเ์ ตรยี มทาํ แผนผงั โดยสรา้ งเสน้ อบั สายตา( PROFILE ) ของภมู ปิ ระเทศตามรศั มที ลี อกมาจากทตี รวจการณ์
เวน้ ไวแ้ ต่ในภมู ปิ ระเทศทมี สี ว่ นสดั เหมอื นกนั มาก เสน้ ประชดิ แต่ละคขู่ องเสน้ รศั มี ไมค่ วรทาํ มมุ เกนิ กวา่ ๑๐๐ มลิ เลยี ม เมอื
ผตู้ รวจการณ์ไดส้ รา้ งเสน้ อบั สายตาตามเสน้ รศั มแี ต่ละเสน้ แลว้ กล็ ากเสน้ ตรงเพมิ เตมิ จากทอี ยขู่ องตนไปยงั จุดยอดของทสี งู
แต่ละแหง่ ภายในเขตตรวจการณ์เสน้ รศั มเี สน้ ตรงเหลา่ นี แทนเสน้ การเหน็ พนื ทขี องภมู ปิ ระเทศทงั สนิ ระหวา่ งยอดของเสน้
รศั มกี บั การตดั แบง่ ของเสน้ รศั มบี นภมู ปิ ระเทศเป็นตาํ บลอบั สายตา (รปู ที ๕๙ ) ผตู้ รวจการณ์เขยี นรา่ งภาพตําบลอบั สายตา
นีเป็นฐานของแผนผงั แลว้ จงึ โอนแผนผงั นีใหเ้ ขา้ กบั เสน้ ทศิ ทางทเี หมาะสมบนแผนทขี องตนลงบนแผน่ บรวิ ารแลว้ จงึ เอาไป
สมั พนั ธก์ บั ตําบลทเี กยี วขอ้ งต่างๆกบั พนื ทเี งาดาํ อบั สายตา (รปู ที ๖๐)

๙๘

รปู ที ๕๙ การสรา้ งเส้นอบั สายตาแสดงตาํ บลอบั สายตา (พนื ทีแลเงา)

รปู ที ๖๐ การสร้างแผนผงั การเหน็ โดยใช้ทิศทางรศั มี
๙๘.๖.๒ การใชแ้ ผนผงั การเหน็ นี ทาํ ใหล้ ดโอกาสความบกพรอ่ งของผตู้ รวจการณ์ ในการรายงานทตี งั
เป้าหมาย ถา้ เป้าหมายนนั ไดก้ รุยลงในพนื ทซี งึ ไมส่ ามารถเป็นได้ หลกั ฐานทตี งั นนั กเ็ หน็ ขอ้ บกพรอ่ งไดโ้ ดยแจง่ แจง้
แผนผงั นีชว่ ยใหผ้ บู้ งั คบั กองรอ้ ยประเมนิ คา่ พนื ทเี ป้าหมายทคี รอบครองอย่แู ละพจิ ารณาถงึ ทตี งั ทตี รวจการณ์ทดี ที สี ดุ เพอื
เพมิ เตมิ ทตี รวจการณ์

๙๙

ตอนที ๓

๙๙. กล่าวทวั ไป ทีตงั ของเป้าหมาย

ในการกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย และการหาหลกั ฐานเรมิ แรกนนั มวี ธิ ที แี น่นอนมากทสี ดุ ซงึ นํามาใชไ้ ดห้ ลายวธิ ี ใน

กรณที จี ะประหยดั กระสนุ ใชเ้ วลาน้อยในการปรบั การยงิ และเพอื เพมิ เตมิ ใหไ้ ดผ้ ลของการยงิ เมอื ตอ้ งการความแน่นอนใน
ชนั ตน้ ใหใ้ ชห้ ลกั ฐานจากการยงิ เดมิ ทงั สนิ ในพนื ทเี ชน่ แผนที รปู ถ่าย แผนผงั หรอื ภาพเขยี นในพนื ทที เี หน็ ไดก้ วา้ งขวาง
การปฏบิ ตั ชิ นั เตรยี มการไดอ้ ธบิ ายไวแ้ ลว้ ในขอ้ ๙๕ ถงึ ขอ้ ๙๘ นนั เป็นสงิ ทพี งึ ประสงค์ และจาํ เป็นอยา่ งมาก แต่อยา่ งไรกด็ ี
การทตี อ้ งลม้ เหลวลงในการปฏบิ ตั ขิ นั เตรยี มการเมอื เขา้ ประจาํ ทตี รวจการณ์นี กไ็ ม่ขดั ขวางการรอ้ งขอการยงิ จาก
ผตู้ รวจการณ์ ขณะทตี นไดต้ รวจพบเป้าหมายบ่อยครงั เหมอื นกนั ทหี ลกั ฐานการยงิ ไดเ้ รมิ ตน้ ขนึ ก่อนการสาํ เรจ็ เรยี บรอ้ ย
ของขนั เตรยี มการการยงิ นัน อาจเป็นการยงิ ประณตี ซงึ ตอ้ งวางการยงิ บนจุดเฉพาะแหง่ หนึง หรอื การยงิ เป็นพนื ทซี งึ ตอ้ ง
ครอบคลมุ พนื ทที กี าํ หนดใหด้ ว้ ยการยงิ ตามแบบทงั สองนี ผตู้ รวจการณ์คงดาํ เนนิ กรรมวธิ ใี นภารกจิ ตามสาย ศอย โดยใช้
ลาํ ดบั ขนั ตอนมาตรฐาน และระเบยี บปฏบิ ตั ขิ นั ตอน มดี งั นี
๙๙.๑ ทตี งั เป้าหมาย
๙๙.๒ การเตรยี มและการรอ้ งขอการยงิ
๙๙.๓ ปรบั การยงิ ถา้ จาํ เป็น
๙๙.๔ การเฝ้าตรวจผลของการยงิ หาผล
๙๙.๕ รายงานผลการยงิ

๑๐๐. ทีตงั เป้าหมาย
๑๐๐.๑ วธิ ใี ช้ ผตู้ รวจการณ์ใชว้ ธิ ี ๓ วธิ ดี งั นี เพอื บอกทตี งั ของเป้าหมายต่างๆ ดงั นี ศอย. อาจกรยุ ทตี งั เป้าหมาย
ดว้ ยพกิ ดั ตาราง,โปลา่ รแ์ ละการยา้ ยจาก ตาํ บลทรี ทู้ ตี งั แลว้
๑๐๐.๒ ความแน่นอนและการบอกหลกั ฐาน หลกั ฐานทงั สนิ สาํ หรบั ทตี งั เป้าหมายในคาํ ขอใหย้ งิ เรมิ แรก และ

คาํ ขอใหย้ งิ ต่อมานนั ย่อมมคี วามละเอยี ดแน่นอนตามความเป็นไปของเครอื งมอื เครอื งใชท้ ใี ชห้ านนั แต่อยา่ งไรกต็ าม
เนืองจากเป็นการแกก้ ารกรุยทางระยะ และมุมของหลกั ฐานยงิ สาํ หรบั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ซงึ ใชอ้ ยใู่ น ศอย. โดยมกี ารปรบั ให้
สะดวกในการกรยุ ฉะนนั โดยปกตผิ ตู้ รวจการณ์จงึ จาํ เป็นตอ้ งชดเชยคา่ ใหค้ วามสะดวกในการกรยุ ของ ศอย.เสยี ในขนั ตน้
โดยบอกหลกั ฐานของผตู้ รวจการณ์ชดเชยต่อไปนี.-

๑๐๐.๒.๑ มมุ ภาคของทศิ ใหบ้ อกใกลเ้ คยี ง ๑๐ มลิ เลยี ม ตวั อยา่ ง เช่น “มมุ ภาคของทศิ ๑๘๗๐”
๑๐๐.๒.๒ ระยะทางทศิ ใหบ้ อกเคยี ง ๑๐ เมตร ตวั อยา่ ง เช่น “ขวา ๒๒๐”
๑๐๐.๒.๓ ระยะทางสงู เปลยี นใหใ้ กลเ้ คยี ง ๕ เมตร ตวั อยา่ ง เชน่ “สงู ๒๕”
๑๐๐.๒.๔ ระยะใกลเ้ คยี ง ๑๐๐ เมตร ตวั อยา่ งเช่น “เพมิ ๒๐๐”

๑๐๐.๒.๕ พกิ ดั ใหใ้ กลเ้ คยี ง ๑๐ เมตร ตวั อยา่ งเช่น “พกิ ดั ๖๔๔๕๓๗๗๔”

หมายเหตุ การปัดเศษ
๐.๑ – ๐.๔ ปัดทงิ
๐.๖ – ๐.๙ ปัดขนึ
๐.๕ ปัดใหเ้ ลขตวั ทเี หลอื เป็นเลขคู่

๑๐๐.๓ การหาระยะ ผตู้ รวจการณต์ อ้ งสามารถหาระยะไดร้ วดเรว็ และแน่นอนในระหว่างวตั ถุ เป้าหมาย หรอื
ตาํ บลระเบดิ ในกรณเี พอื หาหลกั ฐานเบอื งตน้ และเพอื ปรบั การยงิ ของเครอื งยงิ ลูกระเบดิ ใหไ้ ดผ้ ล ผตู้ รวจการณต์ อ้ งหาระยะ
หรอื การคาํ นวณในอยา่ งใดอยา่ งหนึงของทงั สองอยา่ งนี
๑๐๐.๓.๑ การกะระยะ การกะระยะเป็นวธิ งี า่ ยสะดวก ใชก้ ารกระทําช่วงระยะเมตรบนพนื ดนิ ในพนื ทขี อง

เป้าหมายช่วงระยะเมตรนีสามารถสรา้ งขนึ ไดด้ ว้ ยการยงิ ลกู ระเบดิ ยงิ ๒ นดั ใหห้ า่ งกนั ๔๐๐ เมตรจากเครอื งยงิ กระบอก
เดยี วกนั ผตู้ รวจการณห์ นา้ สามารถสรา้ งระยะทรี แู้ ลว้ ขนึ ระยะหนึงในพนื ทเี ป้าหมาย โดยการหาจากแผนทขี องตนหรอื
รปู ถา่ ย โดยระยะระหวา่ งตาํ บล ๒ ตาํ บลนีสามารถกาํ หนดลงไปไดอ้ ยา่ งแน่นอน ซงึ เปรยี บเทยี บแผนทกี บั พนื ดนิ ระยะโดย

๑๐๐

ประมาณจากผตู้ รวจการณ์ไปยงั แหลง่ กาํ เนดิ เสยี ง (ตําบลระเบดิ , การยงิ ของอาวธุ ฯลฯ) สามารถประมาณไดโ้ ดยจงั หวะ
ความเรว็ ของเสยี ง (ความเรว็ ของเสยี งในอากาศ ณ อณุ หภมู ิ ๕๙ ‘ฟ ไปไดไ้ กลประมาณ ๓๔๐ เมตร ต่อวนิ าท/ี ลม และ
ความแตกตา่ งของอุณหภมู เิ ปลยี นแปลงความเรว็ นีบา้ ง) ความเรว็ ของเสยี งอาจใชเ้ ป็น ๓๕๐ เมตร ต่อวนิ าทภี ายใตส้ ภาพ

อากาศทกุ ชนิด ผตู้ รวจการณ์สามารถจบั เวลาของเสยี งดว้ ยนาฬกิ า หรอื ดว้ ยการนบั จากเวลาทีตาํ บลระเบดิ ระเบดิ ขนึ หรอื
แสงปรากฏขนึ จนกระทงั ไดย้ นิ เสยี ง ตวั อยา่ ง ผตู้ รวจการณ์นบั “หนึงพนั หนงึ หนงึ พนั สอง” ฯลฯ เพอื หาเวลาประมาณเป็น
วนิ าทคี ณู ดว้ ย ๔๐๐ เพอื ตอ้ งการระยะโดยประมาณเป็นหลาหรอื ถา้ ตอ้ งการเป็นเมตรกค็ ณู ดว้ ย ๓๕๐
๑๐๐.๓.๒ การคาํ นวณ ผตู้ รวจการณ์สามารถคาํ นวณระยะตาํ บล ๒ ตาํ บล โดยใชก้ ารวดั มุมดว้ ยเครอื งมอื

เชน่ กลอ้ งส่องสองตา หรอื กลอ้ งวดั มมุ แลว้ มาใชก้ บั สตู รทอี ธบิ ายในขอ้ ๑๐๐.๔ ถงึ ๑๐๐.๖ ขา้ งลา่ ง เมอื ไมม่ เี ครอื งมอื
เพยี งพอ กส็ ามารถใชม้ อื นิวมอื หรอื บรรทดั ทถี อื จากระยะทรี แู้ ลว้ จากนัยตาผตู้ รวจการณ์ควรไดห้ าความกวา้ งของมุมที
กาง โดยเฉพาะดว้ ยวธิ แี ต่ละวธิ ี กอ่ นทจี ะเขา้ ไปปฏบิ ตั ใิ นสนามแลว้ บนั ทกึ และจดจาํ ไวส้ าํ หรบั จะใชไ้ ดร้ วดเรว็
๑๐๐.๔ สตู รมลิ เลยี ม การประมาณหาระยะทางขา้ ง ทาํ ไดง้ า่ ยและใชส้ ตู รมลิ เลยี มสตู รนีขนึ อยกู่ บั ขอ้ สมมุตวิ า่ ความ

กวา้ ง ๑ เมตร จะกางมมุ มคี า่ เทา่ กบั ๑ มลิ เลยี ม ณ ระยะ ๑๐๐๐ เมตร สตู รนีไดข้ ยายออกเป็นรปู การคาํ นวณ คอื
:- W / RM = ๑ (รปู ที ๖๑) ซงึ M เป็นการวดั มมุ เป็นมลิ เลยี ม ระหวา่ งจุดสองจดุ R เป็นระยะใน ๑๐๐๐ ของหน่วยเมตร ไป
ยงั ตาํ บลทตี อ้ งการ W คอื ความกวา้ งระหว่างจุดทงั สองทซี งึ วดั มุม (สตู รนีไมค่ วรใช้ ถา้ มุม M เทา่ กบั ๖๐๐ มลิ เลยี ม หรอื
ใหญ่กวา่ )

ตวั อยา่ ง (รปู ที ๖๑) ผตู้ รวจการณ์ใชก้ ลอ้ งสอ่ งสองตาวดั มมุ ได้ ๓๐๐ มลิ เลยี ม จากตําบลทรี ทู้ ตี งั แลว้ ไป
ทางขวาถงึ เป้าหมายแหง่ หนึง ระยะไปถงึ ตาํ บลนี ๒๔๐๐ เมตร จงหาวา่ ไปทางขวาถงึ เป้าหมายเป็นระยะเทา่ ใด แทนคา่ ทรี ู้
แลว้ ลงในสตู ร W / RM = ๑ หรอื W / ๒.๔ X ๓๐๐ = ๑
ดงั นัน W = ๒.๔ X ๓๐๐ = ๗๒๐ เมตร (สตู รมลิ เลยี มนีใชใ้ นลกั ษณะเดยี วกนั เพอื คาํ นวณหา

ระยะทางสงู หรอื การยา้ ยยงิ ทางขา้ ง)

๑๐๑

รปู ที ๖๑ สตู รมิลเลยี ม
๑๐๐.๕ ตํานวณหาระยะยา้ ยทางขา้ งโดยใชส้ ตู ร SIN เมอื มุม M (มมุ ทางระดบั ระหวา่ งจุดสองจุด, จุดยอดของมุม
อยู่ ณ ทตี รวจการณ์) มคี า่ ๖๐๐มลิ เลยี ม หรอื ใหญ่กวา่ , ความแน่นอนของสตู รมลิ เลยี มกล็ ม้ เหลวลงใชไ้ มไ่ ด้ ในสถานการณ์
เชน่ นีความเกยี วขอ้ งทางตรโี กณมติ ิ ตอ้ งเอามาใชแ้ ทนสตู รมลิ เลยี ม เพอื หาระยะทางขา้ ง ความสมั พนั ธท์ างตรโี กณมติ ิ คอื
อตั ราสว่ นระหวา่ งดา้ น ๒ ดา้ นของสามเหลยี มมมุ ฉาก สตู รหนึงของความสมั พนั ธท์ างตรโี กณมติ ิ คอื SINE (SIN), SIN ของ
มุม A = ดา้ นตรงขา้ ม A / ดา้ นตรงขา้ มมมุ ฉาก

รปู ที ๖๒ ส่วนสมั พนั ธค์ ่าของ SIN

๑๐๒

สตู รสาํ หรบั ใชห้ าคา่ ของ SIN คอื F = W / D ซงึ F คอื คา่ ของ SIN ทขี นึ อยกู่ บั (คา่ ของมมุ M คดิ ใหใ้ กลเ้ คยี งทสี ดุ
ของ ๑๐๐ มลิ เลยี ม) D, เป็นระยะไปยงั จุดอา้ ง (ดา้ นตรงขา้ มมมุ ฉาก) และ W เป็นความกวา้ งดา้ นหน้าของดา้ นตรงขา้ มมมุ
M ขอ้ ควรจาํ – D ผระยะ) ไมต่ อ้ งคดิ เป็นราคาหน่วยในหนงึ พนั ของเมตร เมอื ใชค้ า่ ของ SINE / คา่ ของ SIN หยาบ มดี งั นี.-
มมุ เป็นมิลเลยี ม
ค่าของ
๑๐๐ ๐.๑

๒๐๐ ๐.๒
๓๐๐ ๐.๓
๔๐๐ ๐.๔
๕๐๐ ๐.๕

๖๐๐ ๐.๖
๗๐๐ ๐.๖
๘๐๐ ๐.๗
๙๐๐ ๐.๘

๑๐๐๐ ๐.๘
๑๑๐๐ ๐.๙
๑๒๐๐ ๐.๙
๑๓๐๐ ๑.๐

๑๔๐๐ ๑.๐
๑๕๐๐ ๑.๐
๑๖๐๐ ๑.๐

ตวั อยา่ ง : ผตู้ รวจการณใ์ ชก้ ลอ้ งสอ่ งสองตาวดั มุมจากตาํ บลจุดอา้ งไปยงั เป้าหมาย ซงึ อยทู่ างขวาไดม้ มุ ๙๓๐ มิ
ลเลยี ม ระยะจากผตู้ รวจการณ์ถงึ ตาํ บลอา้ งกะระยะไดห้ รอื ระยะเป็น ๒,๕๐๐ เมตร ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งหาวา่ เป็นระยะเทา่ ใดที
เป้าหมายอยทู่ างขวาของจดุ อา้ ง และประมาณการเปลยี นระยะไปยงั เป้าหมายการคาํ นวณการยา้ ยทางขา้ ง (W) มุม M นนั
ชดเชยใหเ้ ป็น ๙๐๐ มลิ เลยี ม (ทาํ ใหใ้ กลเ้ คยี ง ๑๐๐ มลิ เลยี ม) คา่ ของมุม ๙๐๐ มลิ เลยี ม (๐.๘) และระยะไปยงั ตาํ บลอา้ ง
(๒,๕๐๐) ต่างกเ็ อาไปแทนลงในสตู ร F = w d ทาํ ใหไ้ ด้ ๐.๘ = W ๒,๕๐๐ หรอื W = ๐.๘ X ๒,๕๐๐ = ๒,๐๐๐ เมตร
ระยะยา้ ยทางขา้ งไปทางขวา ๒,๐๐๐ เมตร

๑๐๐.๖ หารคาํ นวณหาระยะยา้ ยโดยใชส้ ตู ร SIN เมอื มมุ ณ ทตี รวจการณ์เป็น ๖๐๐ มลิ เลยี ม หรอื ใหญ่กวา่ คา่ ของ
SIN เอามาใชเ้ พอื คาํ นวณระยะจากทตี รวจการณไ์ ปยงั จดุ X บนเสน้ ต – ม. (รปู ๖๔) โดยใชค้ า่ ของ SIN ของมมุ ทางระดบั
ระหว่างจุด X และทตี รวจการณ์ (OP) จดุ ยอดของมมุ ณ ตาํ บลอา้ งเพอื ช่วยเหลอื ในการประมาณระยะยา้ ยไปถงึ เป้าหมาย

๑๐๓

รปู ที ๖๔ การคาํ นวณยา้ ยทางข้างโดยใช้สตู ร SIN
ตวั อยา่ ง มมุ ณ ตาํ บลอา้ งใชเ้ ป็นตวั M และมคี า่ เทา่ กบั ๑,๖๐๐ มลิ เลยี ม ลบดว้ ยมมุ ณ ทตี รวจการณ์(OP)
เนืองจากมมุ ณ จุด X เป็นมมุ ฉาก (ผลบวกของมมุ ทงั สามเหลยี มเท่ากบั ๓,๒๐๐ มลิ เลยี ม) ในกรณนี เี ทา่ กบั ๗๐๐ มลิ เลยี ม
มคี า่ ๐.๖ แทนคา่ ในสตู ร F = w d ๐.๖ = W ๒,๕๐๐ หรอื W = ๐.๖ X ๒,๕๐๐ เมตร ผตู้ รวจการณ์ประมาณระยะไป
ถงึ เป้าหมายเป็น ๒,๒๐๐ เมตร เมอื ไดค้ าํ นวณระยะไปจุด X แลว้ ผตู้ รวจการณ์สามารถหาผลตา่ งได้ แลว้ ใชผ้ ลต่างนันเป็น
ระยะยา้ ยไปยงั เป้าหมาย ในกรณีนี ๒,๒๐๐ - ๑,๕๐๐ = ๗๐๐ และระยะยา้ ยควรบอกเป็น “เพมิ ๗๐๐” (การคาํ นวณหาคา่
ดงั กลา่ ว ใชส้ ตู รของ SIN (ไซน์) ดงั ตารางต่อไปนี)

๑๐๔

ระยะ มมุ ทางขา้ ง
ต. – จอ. ๑๐๐ ๒๐๐ ๓๐๐ ๔๐๐ ๕๐๐ ๖๐๐ ๗๐๐ ๘๐๐ ๙๐๐ ๑๐๐๐ ๑๑๐๐ ๑๒๐๐

๑๐๐ ๑๐ ๒๐ ๓๐ ๔๐ ๕๐ ๖๐ ๖๐ ๗๐ ๘๐ ๘๐ ๙๐ ๙๐
๒๐๐ ๒๐ ๔๐ ๖๐ ๘๐ ๙๐ ๑๑๐ ๑๓๐ ๑๔๐ ๑๕๐ ๑๗๐ ๑๘๐ ๑๘๐
๓๐๐ ๓๐ ๖๐ ๙๐ ๑๑๐ ๑๔๐ ๑๗๐ ๑๙๐ ๒๑๐ ๒๓๐ ๒๕๐ ๒๖๐ ๒๘๐
๔๐๐ ๔๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๕๐ ๑๙๐ ๒๒๐ ๒๕๐ ๒๘๐ ๓๑๐ ๓๓๐ ๓๕๐ ๓๗๐
๕๐๐ ๕๐ ๑๐๐ ๑๕๐ ๑๙๐ ๒๔๐ ๒๘๐ ๓๒๐ ๓๕๐ ๓๙๐ ๔๒๐ ๔๔๐ ๔๖๐
๖๐๐ ๖๐ ๑๒๐ ๑๗๐ ๒๓๐ ๒๘๐ ๓๓๐ ๓๙๐ ๔๒๐ ๔๖๐ ๕๐๐ ๕๓๐ ๕๕๐
๗๐๐ ๗๐ ๑๔๐ ๒๐๐ ๒๗๐ ๓๓๐ ๓๙๐ ๔๔๐ ๔๙๐ ๕๔๐ ๕๘๐ ๖๒๐ ๖๕๐
๘๐๐ ๘๐ ๑๖๐ ๒๓๐ ๓๑๐ ๓๘๐ ๔๔๐ ๕๑๐ ๕๗๐ ๖๒๐ ๖๗๐ ๗๑๐ ๗๔๐
๙๐๐ ๙๐ ๑๘๐ ๒๖๐ ๓๔๐ ๔๒๐ ๕๐๐ ๕๗๐ ๖๔๐ ๗๓๐ ๗๕๐ ๗๙๐ ๘๓๐
๑๐๐๐ ๑๐๐ ๒๐๐ ๒๙๐ ๓๘๐ ๔๗๐ ๕๖๐ ๖๓๐ ๗๑๐ ๗๗๐ ๘๓๐ ๘๘๐ ๙๒๐
๑๑๐๐ ๑๑๐ ๒๑๐ ๓๒๐ ๔๒๐ ๕๒๐ ๖๑๐ ๗๐๐ ๗๘๐ ๘๕๐ ๙๑๐ ๙๗๐ ๑๐๒๐
๑๒๐๐ ๑๒๐ ๒๓๐ ๓๕๐ ๔๖๐ ๕๗๐ ๖๗๐ ๗๖๐ ๘๕๐ ๙๓๐ ๑๐๑๐ ๑๐๖๐ ๑๑๑๐
๑๓๐๐ ๑๓๐ ๒๕๐ ๓๘๐ ๕๐๐ ๖๑๐ ๗๒๐ ๘๒๐ ๙๔๐ ๑๐๐๐ ๑๐๘๐ ๑๑๕๐ ๑๒๐๐
๑๔๐๐ ๑๔๐ ๒๗๐ ๔๑๐ ๕๔๐ ๖๖๐ ๗๘๐ ๘๙๐ ๙๙๐ ๑๐๘๐ ๑๑๖๐ ๑๒๓๐ ๑๒๙๐
๑๕๐๐ ๑๕๐ ๒๙๐ ๔๔๐ ๕๗๐ ๗๑๐ ๘๓๐ ๙๕๐ ๑๐๖๐ ๑๑๖๐ ๑๒๕๐ ๑๓๒๐ ๑๓๙๐
๑๖๐๐ ๑๖๐ ๓๑๐ ๔๖๐ ๖๑๐ ๗๕๐ ๘๙๐ ๑๐๒๐ ๑๑๓๐ ๑๒๔๐ ๑๓๓๐ ๑๔๑๐ ๑๔๘๐
๑๗๐๐ ๑๗๐ ๓๓๐ ๔๙๐ ๖๕๐ ๘๐๐ ๙๔๐ ๑๐๘๐ ๑๒๑๐ ๑๓๑๐ ๑๔๑๐ ๑๕๐๐ ๑๕๗๐
๑๘๐๐ ๑๘๐ ๓๕๐ ๕๒๐ ๖๙๐ ๘๕๐ ๑๐๐๐ ๑๑๔๐ ๑๒๗๐ ๑๓๙๐ ๑๕๐๐ ๑๕๙๐ ๑๖๖๐
๑๙๐๐ ๑๙๐ ๓๗๐ ๕๕๐ ๗๓๐ ๙๐๐ ๑๐๖๐ ๑๒๑๐ ๑๓๔๐ ๑๔๗๐ ๑๕๘๐ ๑๖๘๐ ๑๗๖๐
๒๐๐๐ ๒๐๐ ๓๙๐ ๕๘๐ ๗๗๐ ๙๔๐ ๑๑๑๐ ๑๒๗๐ ๑๔๑๐ ๑๕๕๐ ๑๖๖๐ ๑๗๖๐ ๑๘๕๐
๒๑๐๐ ๒๑๐ ๔๑๐ ๖๑๐ ๘๑๐ ๙๙๐ ๑๑๗๐ ๑๓๓๐ ๑๔๘๐ ๑๖๒๐ ๑๗๕๐ ๑๘๕๐ ๑๙๔๐
๒๒๐๐ ๒๒๐ ๔๓๐ ๖๔๐ ๘๔๐ ๑๐๔๐ ๑๒๒๐ ๑๔๐๐ ๑๕๖๐ ๑๗๐๐ ๑๘๓๐ ๑๙๔๐ ๒๐๓๐
๒๓๐๐ ๒๓๐ ๔๕๐ ๖๗๐ ๘๘๐ ๑๐๘๐ ๑๒๘๐ ๑๔๖๐ ๑๖๓๐ ๑๗๖๐ ๑๙๑๐ ๒๐๓๐ ๒๑๒๐
๒๔๐๐ ๒๔๐ ๔๗๐ ๗๐๐ ๙๒๐ ๑๑๓๓ ๑๓๓๐ ๑๕๒๐ ๑๗๐๐ ๑๘๖๐ ๒๐๐๐ ๒๑๒๐ ๒๒๒๐
๒๕๐๐ ๒๕๐ ๔๙๐ ๗๓๐ ๙๖๐ ๑๑๘๐ ๑๓๙๐ ๕๑๙๐ ๑๗๗๐ ๑๙๓๐ ๒๐๘๐ ๒๒๐๐ ๒๓๑๐
๒๖๐๐ ๒๕๐ ๕๑๐ ๗๕๐ ๑๐๐๐ ๑๒๓๐ ๑๔๔๐ ๑๖๕๐ ๑๘๔๐ ๒๐๑๐ ๒๑๖๐ ๒๒๙๐ ๒๔๓๐
๒๗๐๐ ๒๖๐ ๕๓๐ ๗๘๐ ๑๐๓๐ ๑๒๗๐ ๑๕๐๐ ๑๗๑๐ ๑๙๑๐ ๒๐๙๐ ๒๒๕๐ ๒๓๘๐ ๒๔๙๐
๒๘๐๐ ๒๗๐ ๕๕๐ ๘๑๐ ๑๐๗๐ ๑๓๒๐ ๑๕๖๐ ๑๗๘๐ ๑๙๘๐ ๒๑๖๐ ๒๓๓๐ ๒๔๗๐ ๒๕๙๐
๒๙๐๐ ๒๘๐ ๕๗๐ ๘๔๐ ๑๑๑๐ ๑๓๗๐ ๑๖๑๐ ๑๘๔๐ ๒๐๕๐ ๒๒๔๐ ๒๔๑๐ ๒๕๖๐ ๒๖๘๐
๓๐๐๐ ๒๙๐ ๕๙๐ ๘๗๐ ๑๑๕๐ ๑๔๑๐ ๑๖๗๐ ๑๙๐๐ ๒๑๒๐ ๒๓๒๐ ๒๔๙๐ ๒๖๕๐ ๒๗๗๐
๓๑๐๐ ๓๐๐ ๖๐๐ ๙๐๐ ๑๑๙๐ ๑๔๖๐ ๑๗๒๐ ๑๙๗๐ ๒๑๙๐ ๒๔๐๐ ๒๕๘๐ ๒๗๓๐ ๒๘๖๐
๓๒๐๐ ๓๑๐ ๖๒๐ ๙๓๐ ๑๒๒๐ ๑๕๑๐ ๑๗๘๐ ๒๐๓๐ ๒๒๖๐ ๒๔๗๐ ๒๖๖๐ ๒๘๒๐ ๒๙๖๐
๓๓๐๐ ๓๒๐ ๖๔๐ ๙๖๐ ๑๒๖๐ ๑๕๖๐ ๑๘๓๐ ๒๐๙๐ ๒๓๓๐ ๒๕๕๐ ๒๗๔๐ ๒๙๑๐ ๓๐๕๐
๓๔๐๐ ๓๓๐ ๖๖๐ ๙๙๐ ๑๓๐๐ ๑๖๐๐ ๑๘๙๐ ๒๑๖๐ ๒๔๐๐ ๒๖๓๐ ๒๘๓๐ ๓๐๐๐ ๓๑๔๐
๓๕๐๐ ๓๔๐ ๖๘๐ ๑๐๒๐ ๑๓๔๐ ๑๖๕๐ ๑๙๔๐ ๒๒๒๐ ๒๔๗๐ ๒๗๑๐ ๒๙๑๐ ๓๐๙๐ ๓๒๓๐
๓๖๐๐ ๓๕๐ ๗๐๐ ๑๐๕๐ ๑๓๘๐ ๑๗๐๐ ๒๐๐๐ ๒๒๘๐ ๒๕๕๐ ๒๗๘๐ ๒๙๙๐ ๓๑๗๐ ๓๓๓๐
๓๗๐๐ ๓๖๐ ๗๒๐ ๑๐๗๐ ๑๔๒๐ ๑๗๔๐ ๒๐๖๐ ๒๓๕๐ ๒๖๒๐ ๒๘๖๐ ๓๐๘๐ ๓๒๖๐ ๓๔๒๐
๓๘๐๐ ๓๗๐ ๗๔๐ ๑๑๐๐ ๑๔๕๐ ๑๗๙๐ ๒๑๑๐ ๒๔๑๐ ๒๖๙๐ ๒๙๔๐ ๓๑๖๐ ๓๓๕๐ ๓๕๑๐
๓๙๐๐ ๓๘๐ ๗๖๐ ๑๑๓๐ ๑๔๙๐ ๑๘๔๐ ๒๑๗๐ ๒๔๗๐ ๒๗๖๐ ๓๐๑๐ ๓๒๔๐ ๓๔๔๐ ๓๖๐๐
๔๐๐๐ ๓๙๐ ๗๘๐ ๑๑๖๐ ๑๕๓๐ ๑๘๙๐ ๒๒๒๐ ๒๕๔๐ ๒๘๓๐ ๓๐๙๐ ๓๓๓๐ ๓๕๓๐ ๓๗๐๐
๔๑๐๐ ๔๐๐ ๘๐๐ ๑๑๙๐ ๑๕๗๐ ๑๙๓๐ ๒๒๘๐ ๒๖๐๐ ๒๙๐๐ ๓๑๗๐ ๓๔๑๐ ๓๖๒๐ ๓๗๙๐
๔๒๐๐ ๔๑๐ ๘๒๐ ๑๒๒๐ ๑๖๑๐ ๑๙๘๐ ๒๓๓๐ ๒๖๖๐ ๒๙๗๐ ๓๒๕๐ ๓๔๙๐ ๓๗๐๐ ๓๘๘๐
๔๓๐๐ ๔๒๐ ๘๔๐ ๑๒๕๐ ๑๖๕๐ ๒๐๓๐ ๒๓๙๐ ๒๗๓๐ ๓๐๔๐ ๓๓๒๐ ๓๕๘๐ ๓๗๙๐ ๓๙๗๐
๔๔๐๐ ๔๓๐ ๘๖๐ ๑๒๘๐ ๑๖๘๐ ๒๐๗๐ ๒๔๔๐ ๒๗๙๐ ๓๑๑๐ ๓๔๐๐ ๓๖๖๐ ๓๘๘๐ ๔๐๗๐
๔๕๐๐ ๔๔๐ ๘๘๐ ๑๓๑๐ ๑๗๒๐ ๒๑๒๐ ๒๕๐๐ ๒๘๕๐ ๓๑๘๐ ๓๔๘๐ ๓๗๔๐ ๓๙๗๐ ๔๑๖๐

๑๐๕

หลกั การหาระยะทางขา้ ง
1. ดรู ะยะในชอ่ งระยะ ต. – จอ. (ระยะจากทตี รวจการณถ์ งึ จุดอา้ ง)
2. ดคู า่ มุมทางขา้ งในชอ่ งมุมทางขา้ ง
3. ระยะทางขา้ งจะหาไดโ้ ดยดใู นชอ่ งระยะทางขา้ งในตาราง

ตวั อย่าง ระยะ ต.-จอ. ๒๐๐๐ เมตร มมุ ทางขา้ ง ๗๐๐ มลิ เลยี ม จะไดร้ ะยะทางขา้ ง ๑๒๗๐ เมตร

๗๐๐

๒๐๐๐ ๑๒๗๐

๑๐๑. การกาํ หนดทีตงั เป้าหมายด้วยวิธีพิกดั ตาราง
๑๐๑.๑ หลงั จากทผี ตู้ รวจการณ์กาํ หนดทอี ยขู่ องตนเองลงบนแผนที และวดั มมุ ภาคไปยงั เป้าหมายแลว้ จาก

หลกั ฐานเพมิ เตมิ แผนที หรอื แผน่ พดั ตรวจการณ์เขาจะเลอื กจุดบนเสน้ รศั มี(หรอื แนว) ตรงกบั มมุ ภาคทวี ดั ไดร้ ว่ มกบั การ
ประมาณระยะจากทตี รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย หรอื พจิ ารณาภมู ปิ ระเทศจรงิ ประกอบ เขากส็ ามารถกาํ หนดจุดที
ตงั เป้าหมายได้

๑๐๑.๒ เมอื ผตู้ รวจการณ์กาํ หนดจุดทตี งั เป้าหมายแลว้ เขากท็ าํ เครอื งหมายทตี งั นนั บนแผนที แลว้ อา่ นพกิ ดั
ตารางออกมาดว้ ยบรรทดั ฉากหรอื การกะประมาณพกิ ดั เมอื ใชบ้ รรทดั ฉากผตู้ รวจการณ์ควรอา่ นคา่ พกิ ดั ตะวนั ออก และ
พกิ ดั เหนือไดพ้ รอ้ มกนั จากการวางบรรทดั ฉากเพยี งครงั เดยี ว โดนอา่ นคา่ พกิ ดั ตะวนั ออกของมมุ ลา่ งซ้ายของช่องตารางที
บรรจเุ ป้าหมายอยนู่ ันต่อดว้ ยระยะทางทศิ ตะวนั ออกทอี า่ นไดจ้ ากมาตราบนบรรทดั ฉากซงึ ละเอยี ดถงึ ๑๐๐ เมตร(๓ ตวั เลข)
หรอื ๑๐ เมตร (๔ ตวั เลข)

๑๐๑.๓ การกาํ หนดทตี งั เป้าหมายแบบพกิ ดั ตารางนี ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งบอกความสงู ของเป้าหมาย เพราะ ศอย.
สามารถหาไดจ้ ากแผนทอี ยแู่ ลว้ แตถ่ า้ ผตน.ทราบความสงู ของเป้าหมายไดแ้ น่ชดั และดกี วา่ ศอย. อาจบอกไปดว้ ยกไ็ ด้

๑๐๑.๔ เป้าหมายทกี าํ หนดไดแ้ ลว้ หรอื เคยยงิ มาแลว้ ผตน.จะขอยงิ กค็ งใชอ้ งคป์ ระกอบแบบพกิ ดั ตารางนี เชน่
เป้าหมาย กก. ๑๐๐๑ มุมภาค ๔๕๐๐ ฯลฯ

๑๐๑.๕ การหาพกิ ดั ของจดุ ใดๆนนั ผตน.หาไดโ้ ดย
๑๐๑.๕.๑ การพจิ ารณาภมู ปิ ระเทศ คอื การเปรยี บเทยี บลกั ษณะภมู ปิ ระเทศกบั แผนที แลว้ กาํ หนด

จดุ เป้าหมายลงไป แลว้ วดั พกิ ดั ดว้ ยบรรทดั ฉาก หรอื ประมาณดว้ ยสายตา
๑๐๑.๕.๒ การกรยุ แบบโปลาร์ ดาํ เนินการดงั นี.-
๑๐๑.๕.๒.๑ หาทอี ยขู่ องตนเอง
๑๐๑.๕.๒.๒ วดั มมุ ภาคไปยงั เป้าหมาย
๑๐๑.๕.๒.๓ ประมาณหรอื หาระยะไปยงั เป้าหมาย
๑๐๑.๕.๒.๔ ใชแ้ ผน่ พดั ตรวจการณ์
๑๐๑.๕.๒.๕ ดว้ ยระยะทหี าไดจ้ ากขอ้ ๑๐๑.๕.๒.๓ และขอ้ ๑๐๑.๕.๒.๔ กาํ หนดทอี ยขู่ อง

เป้าหมายลงบนเสน้ มมุ ภาคนัน
๑๐๑.๕.๒.๖ ใชบ้ รรทดั ฉากวดั พกิ ดั ของจุดทตี งั เป้าหมายนนั
๑๐๑.๕.๒.๗ การเตรยี มการต่างๆไวล้ ว่ งหน้าดงั ทกี ลา่ วไวใ้ นขอ้ ๙๘ จะทาํ ให้ ผตน.กาํ หนดทตี งั

ตา่ งๆไดร้ วดเรว็ และถกู ตอ้ งยงิ ขนึ
๑๐๑.๕.๒.๘ ในการกาํ หนดทตี งั ใดๆลงบนแผนทนี นั จะตอ้ งพจิ ารณาลกั ษณะภมู ปิ ระเทศประกอบ

กบั แผนทอี ยา่ งรอบคอบอยเู่ สมอ เพอื ป้องกนั ความผดิ พลาด
๑๐๑.๖ การกาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยพกิ ดั ตารางนี เป็นวธิ ที ใี ชม้ าก และเป็นประโยชน์มากเพราะ..
๑๐๑.๖.๑ ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งทราบทอี ยขู่ อง ผตน. หรอื ทตี รวจการณ์

๑๐๖

๑๐๑.๖.๒ ไม่ตอ้ งอา้ งจดุ อนื ใด ซงึ อาจผดิ พลาดหลายต่อ โดยปกติ ผตน.กาํ หนดทตี งั เป้าหมายดว้ ย
วธิ พี กิ ดั ตารางละเอยี ด ๑๐๐ เมตร (๖ ตวั ) เวน้ ไวแ้ ต่พกิ ดั จล. และเป้าหมายตามแผนจาํ เป็นตอ้ งละเอยี ด ๑๐ เมตร (๘ ตวั )
๑๐๒. การกาํ หนดทีตงั เป้าหมายดว้ ยวิธีโปลาร์

๑๐๒.๑ วธิ โี ปลาร์ คอื วธิ แี สดงทตี งั เป้าหมายโดยอาศยั ทศิ ทางและระยะจากจุดหลกั จุดหนึง โดยปกตแิ ลว้ ผตน.ใช้
ทอี ยขู่ องตนเอง หรอื ทตี งั ทตี รวจการณ์เป็นจุดหลกั ทใี ชอ้ า้ ง ดงั นนั การกาํ หนดทตี งั เป้าหมายดว้ ยวธิ โี ปลารน์ ี ศอย.ตอ้ งรแู้ ละ
กรุยจดุ ทอี ยขู่ อง ผตน.ลงบนแผน่ เรขาการยงิ แลว้ ดว้ ยวธิ โั ปลารน์ ี ผตน.สามารถกาํ หนดทตี งั เป้าหมายไดส้ ะดวก และ
รวดเรว็ กวา่ วธิ อี นื

๑๐๒.๒ องคป์ ระกอบของวธิ โี ปลาร์
๑๐๒.๒.๑ จุดหลกั ทใี ชอ้ า้ ง ตามปกตถิ า้ เป็นทอี ยขู่ องตนเอง และ ศอย.ทราบแลว้ ไม่ตอ้ งบอก
๑๐๒.๒.๒ มุมภาคหรอื มุมทศิ ทางจากจุดหลกั ทใี ชอ้ า้ งไปยงั เป้าหมาย
๑๐๒.๒.๓ ประมาณระยะไปยงั เป้าหมาย
๑๐๒.๒.๔ แตกตา่ งสงู ของเป้าหมายกบั จุดหลกั ทใี ชอ้ า้ ง(สงู ขนึ ตาํ ลง)
ตวั อยา่ ง เชน่
- มุมภาค ๔๖๘๐, ระยะ ๒๑๐๐ สงู ขนึ ๔๐ แสดงวา่ ใชท้ อี ยขู่ อง ผตน. หรอื ต. เป็นจุดอา้ ง
- จากเนิน ๒๘๔, มมุ ภาค ๖๒๓๐, ระยะ ๒๒๐๐ ตาํ ลง ๒๐๐ แสดงวา่ ใชย้ อดเนิน ๒๘๔ เป็นจุดอา้ ง
- จากพกิ ดั ๘๙๗๗๖๕, มุมภาค ๔๘๒๐, ระยะ ๒๖๐๐ แสดงวา่ ผตน.ขณะนนั อยทู่ พี กิ ดั ๘๙๗๗๖๕

๑๐๒.๓ ขอ้ ควรระลกึ ในการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายดว้ ยวธิ โี ปลาร์
๑๐๒.๓.๑ ทตี งั ของจุดหลกั ทใี ช้อา้ ง ศอย.ตอ้ งทราบ เชน่ ไดร้ ายงานทอี ยขู่ องตนเองแลว้ หรอื ทราบวา่ ต.

ตา่ งๆอยู่ ณ พกิ ดั ใด ถา้ ยงั ไม่ทราบตอ้ งแจง้ ใหท้ ราบก่อน
๑๐๒.๓.๒ มุมภาคควรใหล้ ะเอยี ดและถูกตอ้ งทสี ดุ ปกตใิ ชล้ ะเอยี ด ๑๐ มลิ เลยี ม
๑๐๒.๓.๓ ทศิ ทางอนื ๆ เชน่ ตะวนั ออก, เหนอื ฯลฯ รวมทงั มุมภาคทศิ เหนือแม่เหลก็ กอ็ าจใชเ้ ป็น

ขอ้ กําหนดทตี งั ไดเ้ ชน่ กนั
๑๐๒.๓.๔ สาํ หรบั ทศิ ทางตรวจการณ์ ถา้ ผตน.กาํ หนดทตี งั ดว้ ยวธิ โี ปลารจ์ ากทอี ยขู่ องตน และใชแ้ นวนัน

เป็นแนวตรวจการณ์ไมต่ อ้ งบอกอกี แต่ถ้าแนวตรวจการณ์เปลยี นแปลงหรอื ใชจ้ ุดอนื เป็นจุดอา้ งตอ้ งบอกทศิ ทางตรวจการณ์
ดว้ ยเสมอ

๑๐๒.๓.๕ ระยะปกตใิ ชเ้ ตม็ ๑๐๐ เมตร แต่ถา้ ทราบระยะถกู ตอ้ งกวา่ นี กใ็ ชล้ ะเอยี ดกวา่ นีได้ เช่น ในกรณี
ผตน.มกี ลอ้ งวดั ระยะดว้ ยแสงเลเซอร์

๑๐๒.๓.๖ สาํ หรบั แตกตา่ งสงู นนั ในกรณที ตี อ้ งการยงิ หาผลเลย ผตน.ตอ้ งบอกเสมอ ในกรณีอนื เชน่
ปรบั การยงิ หรอื ไมแ่ น่ใจในความสงู หรอื ตอ้ งการความรวดเรว็ ไม่ตอ้ งบอกกไ็ ด้ ถา้ แตกต่างสงู นันไม่มากกวา่ ๓๐ เมตร

๑๐๒.๔ วธิ โี ปลารน์ ีมขี อ้ ดคี อื
๑๐๒.๔.๑ ผตน.ไม่ตอ้ งใชแ้ ผนทปี ระกอบ
๑๐๒.๔.๒ เป็นวธิ ที งี า่ ยและรวดเรว็

๑๐๒.๕ สว่ นขอ้ เสยี ไดแ้ ก่ ในขณะเคลอื นที ผตน.ยอ่ มยงุ่ ยาก และเสยี เวลาในการเขา้ ประมวลลบั รายงานทอี ยขู่ อง
ตนเอง และเสยี งต่อการทขี า้ ศกึ จะดกั จบั ได้

๑๐๒.๖ วธิ ฏี บิ ตั โิ ดยทวั ไป
๑๐๒.๖.๑ เมอื เหน็ เป้าหมาย ผตน.ใชเ้ ขม็ ทศิ วดุ มมุ ภาคไปยงั เป้าหมายนนั
๑๐๒.๖.๒ ประมาณระยะไปยงั เป้าหมายนัน
๑๐๒.๖.๓ ประมาณ หรอื วดั ความสงู ของเป้าหมาย โดยเขม็ ทศิ เอม็ .๒ วดั มุมทางดงิ แลว้ นํามาคาํ นวณหา

คา่ แตกต่างสงู โดยใชส้ ตู รมลิ เลยี ม (๔ ตวั เลข) ตามความละเอยี ดทตี อ้ งการ แลว้ จงึ อา่ นคา่ พกิ ดั เหนือ เรมิ จากมมุ ล่างซา้ ย
ของตารางนนั ตอ่ ดว้ ยระยะทศิ เหนือทอี า่ นไดจ้ ากมาตราบนบรรทดั ฉากเชน่ เดยี วกนั ดงั ตวั อยา่ งในรปู จะอา่ นไดว้ า่ “พกิ ดั
๘๖๖๕๒๗” หรอื “พกิ ดั ๘๖๖๕๕๒๗๐” ฯลฯ

๑๐๗

๑๐๒.๗ การปฏบิ ตั เิ มอื ใชแ้ ผน่ พดั ตรวจการณ์ประกอบแผนที
ผตู้ รวจการณต์ รวจพบเป้าหมายอยบู่ นยอดเนนิ ในเขตตรวจการณ์ เมือพจิ ารณาจากแผนทปี ระกอบกบั แผน่

พดั ตรวจการณ์ทมี อี ยู่ กเ็ หน็ วา่ ยอดเนินนนั อยทู่ างขวาของเสน้ รศั มมี ุมภาค ๕๐๐ มล.ไปเลก็ น้อย ประมาณไดว้ า่ ๑๐ มล.และ
อยตู่ รงกบั ขดี ระยะ ๒๕๐๐ พอดี จากการตรวจเสน้ ชนั ความสงู เหน็ วา่ ยอดเนนิ นนั สงู ๑๕๓ เมตร ความสงู ของทตี รวจ
การณ์ ๑๑๗ เมตร ฉะนันการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายดว้ ยวธิ โี ปลาร์ คอื …

“มมุ ภาค ๕๑๐ ระยะ ๒๕๐๐ สงู ขนึ ๓๕”
๑๐๓. การกาํ หนดทีตงั เป้าหมายโดนยา้ ยจากจดุ ทราบทีตงั

๑๐๓.๑ เมอื ไมม่ แี ผนทแี ละยงั ไม่สามารถหาทอี ยตู่ วั เองได้ ผตู้ รวจการณ์กก็ าํ หนดทตี งั เป้าหมายดว้ ยวธิ อี นื โดยใช้
จุดในภมู ปิ ระเทศซงึ ตนเองมองเหน็ และไดก้ รุยลงแผน่ เรขาการยงิ ของ ศอย.แลว้ มาเป็นจดุ อา้ งในการกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย
ได้ ทตี งั ของจุดอา้ งนีอาจมอี ยใู่ นภมู ปิ ระเทศสงั เขป หรอื ไม่กไ็ ด้ จุดทราบทตี งั คอื จุดที ผตน. และ ศอย. ทราบทตี งั อยแู่ ลว้
และกรุยลงในแผน่ เรขาการยงิ แลว้ เชน่ จุดยงิ หาหลกั ฐาน, เป้าหมายทเี คยยงิ แลว้ , ยอดเขาหรอื ภมู ปิ ระเทศทเี ดน่ ๆซงึ
ปรากฏอยู่ในแผนที

๑๐๓.๒ มุมภาค คอื มุมภาคตารางจากทตี รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย อาจหาไดจ้ ากการวดั ดว้ ยเขม็ ทศิ หรอื จากวดั
มุมขา้ งจากแนวทที ราบคา่ มมุ ภาคตารางแลว้ ไปยงั เป้าหมาย ตามทไี ดก้ ล่าวมาแลว้ ในบทที ๒

๑๐๓.๓ การยา้ ยทางระดบั จากจุดทราบทตี งั ไปยงั เป้าหมาย ประกอบดว้ ยการยา้ ยทางขา้ งและการยา้ ยทางระยะ
การยา้ ยทางขา้ งกระทาํ จากจุดทราบทตี งั เขา้ ไปตงั ฉากกบั แนว ต – ม. เป็นเมตร ตามทศิ ทางการแก้ ดงั รปู

การกาํ หนดทีตงั เป้าหมายโดยวิธียา้ ยจากจดุ ทราบทีตงั
๑๐๓.๔ การยา้ ยทางระยะ คอื ระยะเป็นเมตรจากจุดเชงิ ของเสน้ ตงั ฉาก(จากการยา้ ยทางขา้ ง) ไปตามแนว ต – ม.
จนถงึ เป้าหมาย การยา้ ยทางระยะไปในทศิ ทางเดยี วกบั แนว ต – ม. กเ็ ป็นการ “เพมิ ” ระยะ (รปู ที ๑๗ ก.) หากการยา้ ย
ทางระยะเป็นไปในทศิ ทางตรงกนั ขา้ มกบั แนว ต – ม. กเ็ ป็นการ “ลด” ระยะ(รปู ที ๑๗ ข.)
๑๐๓.๕ การคาํ นวณหาคา่ การยา้ ยทางระดบั ในการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายแบง่ ออกเป็น ๒ กรณี คอื

๑๐๓.๕.๑ การยา้ ยเมอื มุมทางขา้ งเลก็ กวา่ ๖๐๐ มล. เมอื มุมทางขา้ งเลก็ กวา่ ๖๐๐ มล. เราถอื วา่ ระยะ ตฉ.
เท่ากบั ตจ. เพอื ใหง้ า่ ยแก่การคาํ นวณ แลว้ กค็ าํ นวณหาคา่ การยา้ ยทางระดบั ไดด้ งั นี.-

๑๐๘

๑๐๓.๕.๑.๑ การยา้ ยทางขา้ ง คาํ นวณโดยใชส้ ตู รมลิ เลยี ม คอื .-
การยา้ ยทางขา้ ง W = RM

๑๐๓.๕.๑.๒ การยา้ ยทางระยะ ไดโ้ ดยการหาผลต่างระหวา่ งระยะจากทตี รวจการณถ์ งึ เป้าหมาย
(ต – ม.) กบั ระยะจากทตี รวจการณถ์ งึ จดุ อา้ ง(ตจ.) นนั คอื .-

การยา้ ยทางระยะ = ระยะ ตม. – ระยะ ตจ.

รปู ที ๖๖ แสดงตวั อย่างการย้ายทางข้าง

ขอ้ สงั เกต
- ถา้ ผลลพั ธเ์ ป็นบวก(+) กเ็ ป็นการ “เพมิ ” ระยะ
- ถา้ ผลลพั ธเ์ ป็นลบ(-) กเ็ ป็นการ “ลด” ระยะ
ตวั อยา่ ง ผตู้ รวจการณ์วดั มมุ ภาคตารางไปยงั จุดยงิ หาหลกั ฐานที ๑ ดว้ ยเขม็ ทศิ ได้ ๓๙๐ มล. และวดั มมุ ที
เป้าหมายหา่ งจาก จล.๑ไปทางขวาได้ ๒๕๐ มล. เขารวู้ า่ ระยะจากทตี รวจการณ์ไปยงั จล.๑ เป็น ๓๒๐๐ เมตร และ
ประมาณระยะไปยงั เป้าหมายได้ ๓๗๐๐ เมตร เขาจะหาคา่ การยา้ ยได้ ดงั นี.-
การยา้ ยทางขา้ ง = W = RM
= ๓.๒ X ๒๕๐ เมตร
= ๘๐๐ เมตร

การยา้ ยทางระยะ = ๓๗๐๐ - ๓๒๐๐ เมตร
= + ๕๐๐ เมตร
= “เพมิ ๕๐๐”
การยา้ ยทางระดบั คอื “ ขวา ๘๐๐, เพมิ ๕๐๐ ”

๑๐๓.๕.๒ การยา้ ยเมอื มุมทางขา้ งเทา่ กบั ๖๐๐ มล. หรอื ใหญ่กว่า
๑๐๓.๕.๒.๑ เมอื มุมทางขา้ งมคี า่ ตงั แต่ ๖๐๐ มล. ขนึ ไป กรณีนีไม่ใชส้ ตู รมลิ เลยี ม เพราะเมอื มุม
ขา้ งใหญข่ นึ การทจี ะถอื วา่ ระยะ ตจ. = ตฉ. ตามรปู ที ๑๘ ยอ่ มไม่เป็นการถกู ตอ้ ง เพราะตามปกติ ระยะ ตฉ. ยอ่ มสนั กวา่
ระยะ ตจ. ฉะนนั เพอื ใหก้ ารคาํ นวณถกู ตอ้ งดขี นึ จงึ ใชส้ มั พนั ธ?ตรโี กนมติ มิ าคาํ นวณ โดยใชค้ า่ ไซน์อยา่ งหยาบ ตามตาราง

ทไี ดแ้ สดงไวใ้ นขอ้ ๑๐๐.๕

๑๐๙

๑๐๓.๕.๒.๒ ผตู้ รวจการณ์จะนําคา่ ไซน์อยา่ งหยาบนีไปใชใ้ นการคาํ นวณหาการยา้ ยทางขา้ ง และ
การยา้ ยทางระยะไดด้ งั นี.-

การยา้ ยทางขา้ ง = ระยะ ตจ. X ไซน์ มุมขา้ ง
(ถา้ มุมขา้ งมคี า่ มากกวา่ ๑๖๐๐ มล. ใหล้ บออกจาก ๓๒๐๐)

การยา้ ยทางระยะ = ระยะ ตม. – ระยะ ตจ. X ไซน์ (๑๖๐๐ - มมุ ขา้ ง)
(ถา้ คา่ มุมตดิ ลบใหค้ ดิ เครอื งหมายไซน์ดว้ ย)

ถา้ ผลลพั ธเ์ ป็นบวก(+) การยา้ ยทางระดบั กเ็ ป็น “เพมิ ”
ถา้ ผลลพั ธเ์ ป็นลบ(-) การยา้ ยทางระยะกเ็ ป็น “ลด”
๑๐๓.๕.๒.๓ ตวั อยา่ งที ๑
เมอื ผตู้ รวจการณ์วดั มมุ ขา้ งได้ ๙๒๐ มล. ระยะจากทตี รวจการณ์ไปยงั จดุ อา้ ง ๓๐๐๐ เมตร
ผตู้ รวจการณจ์ ะคาํ นวณการยา้ ยทางระดบั ไดด้ งั นี.-
การยา้ ยทางขา้ ง = ๓๐๐๐ X ไซน์ ๙๒๐ มล.

= ๓๐๐๐ X ๐.๘
(ใชค้ า่ ไซน์อยา่ งหยาบของ ๙๐๐ มล.)

= ๒๔๐๐ เมตร
= “ขวา ๒๔๐๐”
การยา้ ยทางระยะ = ๑๖๐๐ - {๓๐๐ X ไซน์(๑๖๐๐ - ๙๐๐)}
= ๑๖๐๐ - (๓๐๐ X ไซน์ ๖๘๐ มล.)
= ๑๖๐๐ - (๓๐๐๐ X ๐.๖)

(ใชค้ า่ ไซน์อยา่ งหยาบของ ๗๐๐ มล.)
= ๑๖๐๐ - ๑๘๐๐
= - ๒๐๐ เมตร
= “ลด ๒๐๐”
การยา้ ยทางระดบั คอื “ขวา ๒๔๐๐, ลด ๒๐๐”
๑๐๓.๕.๒.๔ ตวั อยา่ งที ๒
เมอื ผตู้ รวจการณ์วดั มมุ ทางขา้ งได้ ๒๐๐๐ มล. ระยะจากทตี รวจการณ์ไปยงั จดุ อา้ ง ๔๐๐
เมตร ผตู้ รวจการณ์กะประมาณระยะจากทตี รวจการณไ์ ปยงั เป้าหมายได้ ๖๐๐ เมตร ผตู้ รวจการณจ์ ะคาํ นวณการยา้ ยทาง
ระดบั ไดด้ งั นี.-
การยา้ ยทางขา้ ง = ระยะ ตจ. X ไซน์มมุ ขา้ ง
= ๔๐๐ X ไซน์ (๓๒๐๐ - ๒๐๐๐)
= ๔๐๐ X ไซน์ ๑๒๐๐
= ๔๐๐ X ๐.๙
= ๓๖๐ เมตร
การยา้ ยทางระยะ = ระยะ ตม. – ระยะ ตจ. X ไซน์(๑๖๐๐ - มมุ ขา้ ง)
= ๖๐๐ - ๔๐๐ X ไซน์ (๑๖๐๐ - ๒๐๐๐)
= ๖๐๐ - ๔๐๐(- ๐.๔)
= ๖๐๐ + ๑๖๐ = ๗๖๐ เมตร
การยา้ ยทางระดบั คอื “ขวา ๓๖๐, เพมิ ๘๐๐”

๑๑๐

๑๐๓.๖ การยา้ ยทางดงิ การกาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยวธิ ยี า้ ยจากจุดทราบทตี งั นนั ถา้ ความสงู ของเป้าหมายกบั
จดุ อา้ งไมเ่ ท่ากนั ผตู้ รวจการณจ์ ะตอ้ งบอกคา่ การยา้ ยทางดงิ ดว้ ย การยา้ ยทางดงิ อาจหาไดโ้ ดยวธิ กี ะประมาณ หรอื โดยการ
คาํ นวณ

๑๐๓.๖.๑ ในการคาํ นวณหาคา่ การยา้ ยทางดงิ ผตู้ รวจการณ์จะตอ้ งวดั มมุ ดงิ จากทตี รวจการณ์ ไปยงั
เป้าหมายและจดุ อ้าง เมอื ผตู้ รวจการณ์ประมาณระยะจากทตี รวจการณ์ไปยงั จุดทงั สองแลว้ กส็ ามารถกาํ หนดความสงู ตา่ ง
เป็นเมตรระหวา่ งทตี รวจการณ์กบั จดุ อา้ งได้ โดยการใชส้ ตู รมลิ เลยี ม และดว้ ยการปฏบิ ตั ทิ าํ นองเดยี วกนั ผตู้ รวจการณ์ก็
หาความสงู ต่างระหวา่ งทตี รวจการณ์กบั เป้าหมายได้ เมอื นําคา่ ความสงู ต่างทงั สองคา่ นีมาเปรยี บเทยี บกนั ผตู้ รวจการณ์ก็
จะทราบคา่ การยา้ ยทางดงิ

การยา้ ยทางดงิ = แตกต่างสงู ระหวา่ งทตี รวจการณ์กบั เป้าหมาย – แตกต่างสงู ระหวา่ งทตี รวจการณ์กบั จุดอา้ ง
ขอ้ สงั เกต

ถา้ ผลลพั ธเ์ ป็นบวก (+) การยา้ ยทางดงิ กเ็ ป็น “สงู ขนึ ”
ถา้ ผลลพั ธเ์ ป็นลบ(-) การยา้ ยทางดงิ กเ็ ป็น “ตาํ ลง”

๑๐๓.๖.๒ ตวั อยา่ ง
ผตู้ รวจการณ์พบเป้าหมาย วดั มุมและประมาณระยะไดต้ ามรปู

รปู ที ๖๗ ตวั อย่างการย้ายทางดิง

ระยะจากทตี รวจการณถ์ งึ จุดอา้ ง ๑๕๐๐ เมตร
มมุ ดงิ จากทตี รวจการณ์ไปยงั จุดอา้ ง (ตาํ ลง) - ๒๐ มล.
ระยะจากทตี รวจการณ์ถงึ เป้าหมาย ๒๕๐๐ เมตร

มมุ ดงิ จากทตี รวจการณ์ถงึ เป้าหมาย (ตาํ ลง) - ๑๐ มล.
จากสตู รมลิ เลยี ม W = RM เรานํามาใชใ้ นการคาํ นวณแตกต่างสงู ไดด้ งั นี.-
แตกตา่ งสงู ระหวา่ งผตู้ รวจการณ์กบั จุดอา้ ง = ๑.๕ X (- ๒๐) เมตร
= - ๓๐ เมตร

แตกต่างสงู ระหวา่ งผตู้ รวจการณ์กบั เป้าหมาย = ๒.๕ X (- ๑๐ เมตร)
= - ๒๕ เมตร

การยา้ ยทางดงิ ๑๑๑

= - ๒๕ - (- ๓๐ เมตร)
= + ๕ เมตร
= “ สงู ขนึ ๕ ”

๑๐๔. การยิงหมายพิกดั และการยิงหมายตาํ บลระเบิด
๑๐๔.๑ ทศั นวสิ ยั เลว, แผนทซี งึ เชอื ถอื ไมไ่ ด,้ ภมู ปิ ระเทศลวงตา หรอื การเคลอื นทอี ยา่ งรวดเรว็ ผา่ นภูมปิ ระเทศที
ไม่คนุ้ เคยมากอ่ น บางครงั กท็ าํ ความยงุ่ ยากใหแ้ กผ่ ตู้ รวจการณ์ ในการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายหรอื ทอี ยตู่ นเองได้ ใน
สภาพการณ์เชน่ นนั ผตู้ รวจการณ์ควรรตู้ วั ว่าอยทู่ ไี หน เขาสามารถขอให้ ศอย.ยงิ กระสนุ ลงไปยงั จดุ ต่างๆ โดยเฉพาะเพอื
ชว่ ยเขากาํ หนดทอี ยขู่ องตนเอง และวางตวั ใหถ้ กู ทศิ ได้ การยงิ เพอื ความมุง่ หมายเชน่ นันเรยี กวา่ “การยงิ หมายพกิ ดั ” (การ

ยงิ หมายตาํ บลระเบดิ )
๑๐๔.๒ ผตู้ รวจการณ์อาจขอใหย้ งิ หมายพกิ ดั ต่อจุดตดั ของพกิ ดั ตาราง, จุดหาหลกั ฐาน, เป้าหมายทไี ดท้ าํ การยงิ
มากอ่ นแลว้ หรอื ภมู ปิ ระเทศเดน่ โดยอา้ งพกิ ดั หรอื ชอื ของจดุ นนั ๆ เชน่ “พกิ ดั ๘๖๕๑” หรอื “เป้าหมาย กก. ๑๐๑๔” หรอื
เนินเขา ๘๐๑, หรอื สแี ยกถนนตดั กนั หมายเลข ๑ ฯลฯ แลว้ ผตู้ รวจการณ์กส็ ามารถวดั มุมภาคจากตวั เองไปยงั ตาํ บลระเบดิ

ของกระสนุ ทยี งิ หมายพกิ ดั นันได้
๑๐๔.๓ จากจุดยงิ หมายพกิ ดั ทอี าวธุ ไดท้ าํ การยงิ มาให้ ผตู้ รวจการณ์สามารถนํามาใชห้ าระยะจากตนเองไปยงั
ตาํ บลระเบดิ ได้ เมอื ผตู้ รวจการณ์มองเหน็ ตาํ บลระเบดิ กเ็ รมิ นับ “หนึงพนั หนึง”, “หนีงพนั สอง”, “หนึงพนั สาม”,…ฯลฯ
เรอื ยไป จนกระทงั ไดย้ นิ เสยี งระเบดิ เวลาทนี บั นีจะมคี า่ ประมาณเป็นวนิ าที เชน่ ถา้ ผตู้ รวจการณไ์ ดย้ นิ เสยี งระเบดิ เมอื

นบั ได้ “หนึงพนั หก” หลงั จากทมี องเหน็ ตาํ บลระเบดิ กค็ อื ประมาณเวลาได้ ๖ วนิ าที เมอื เอาเวลานีคณู กบั ความเรว็ ของ
เสยี ง(ประมาณ ๓๕๐ เมตร/วนิ าท)ี กจ็ ะไดร้ ะยะจากผตู้ รวจการณ์ไปยงั ตาํ บลระเบดิ ระยะทคี าํ นวณไดน้ ีกจ็ ะนําไปกรยุ ลง
บนแผนทจี ากพกิ ดั ตาํ บลระเบดิ ของการยงิ หมายพกิ ดั นัน ดว้ ยการสกดั กลบั ทไี ดก้ ลา่ วมาแลว้ ในตอนตน้ ผตู้ รวจการณ์กจ็ ะ

สามารถหาทอี ยขู่ องตนเองในแผนทไี ดใ้ กลเ้ คยี งกบั ความเป็นจรงิ (ความผดิ พลาดอาจเกดิ ขนึ ไดจ้ ากทศิ ทางลมพดั ,
ความเรว็ ลม หรอื การนบั เวลาผดิ พลาด)
๑๐๔.๔ ผตู้ รวจการณ์อาจขอใหย้ งิ หมายพกิ ดั ๒ จุด หา่ งกนั พอสมควร ๑ - ๓ กม. แลว้ นําคา่ มมุ ภาคทวี ดั ไดจ้ าก
ตาํ บลระเบดิ ทงั ๒ แหง่ นนั มาสกดั กลบั (๒ จดุ ) หาทอี ยขู่ องตนเองในแผนทไี ด้ โดยดาํ เนินการเอง หรอื วดั มมุ แลว้ ขอให้ ศอ

ย.กรยุ หาพกิ ดั ทอี ย่ขู องตนใหก้ ไ็ ด้
๑๐๔.๕ เมอื ไมม่ จี ุดทที ราบใดๆมาใชเ้ ป็นจุดอา้ ง ผตู้ รวจการณ์อาจขอใหย้ งิ กระสนุ ไปยงั กงึ กลางพนื ทเี ป้าหมาย
การยงิ แบบนีเรยี กวา่ “การยงิ หมายกงึ กลางเขตปฏบิ ตั กิ าร” แลว้ ปรบั การยงิ ตําบลระเบดิ ทตี รวจไดเ้ ขา้ เป้าหมายต่อไป
๑๐๔.๖ ตามปกตผิ ตู้ รวจการณ์ขอกระสนุ ชนิดทตี รวจเหน็ ไดง้ า่ ย เชน่ กระสนุ ควนั ขาว หรอื กระสนุ สอ่ งแสง ฯลฯ
๑๐๕. การกาํ หนดทีตงั เป้าหมายด้วยการยา้ ยจากการยิงหมายตาํ บลระเบิดแตกอากาศ
วธิ นี ีใชไ้ ดโ้ ดยไมจ่ าํ เป็นตอ้ งมแี ผนทกี ไ็ ด้ แตต่ อ้ งมเี ขม็ ทศิ ๑ อนั วธิ นี ีไม่ดตี รงทขี า้ ศกึ รตู้ วั แลว้ หนไี ปเสยี ก่อนตงั แต่

ยงิ หมายตาํ บลระเบดิ การปฏบิ ตั กิ ระทาํ ดงั นี.-
๑๐๕.๑ ดวู า่ ตวั เองอยทู่ ไี หน กาํ หนดพกิ ดั ทจี ะขอการยงิ หมายพกิ ดั ไป ๑ จุด ใหใ้ กลเ้ ป้าหมายทสี ดุ โดยเราตอ้ งรทู้ ี
อยขู่ องตนเองแลว้ แตเ่ ดมิ เชน่
๑๐๕.๑.๑ ขอการยงิ กระสนุ ควนั ๑ นดั พกิ ดั ๖๗ - ๙๐

๑๐๕.๑.๒ เมอื เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ทาํ การยงิ แตกอากาศ ขนั แรกใหจ้ บั เวลาทไี ดย้ นิ เสยี ง และหมายทศิ ทางไว้
เช่น ไดเ้ วลา “หนึงพนั หา้ ” เท่ากบั ๕ วนิ าที วดั มมุ ภาคซงึ วาดสายตาลงมาใหต้ รงกบั ภมู ปิ ระเทศในทางดงิ เมอื ตรงกบั
ภมู ปิ ระเทศตรงไหนกใ็ ชเ้ ขม็ ทศิ วดั ไปทนี นั สมมุตวิ า่ ไดม้ มุ ภาค ๔๐๐ มล.
๑๐๕.๑.๓ เมอื ภมู ปิ ระเทศในทางดงิ ตรงกบั ตาํ บลกระสนุ ตก กท็ ราบไดท้ นั ทวี า่ เป้าหมายอยทุ่ างซา้ ยหรอื ขวา
เทา่ ใด เวลาทนี ับได้ ๕ วนิ าที กค็ อื ๓๕๐ คณู ๕ เทา่ กบั ๑๗๕๐ เมตร หรอื ประมาณ ๑๘๐๐ เมตร
๑๐๕.๑.๔ ใหม้ องไปตามมุมภาค ๔๐๐ มล. ผา่ นภมู ปิ ระเทศทเี ราหมายตาไวต้ อนกระสนุ ตก และวดั ได้
มุมภาคแลว้ กะระยะออกไปประมาณ ๑๘๐๐ เมตร กาํ หนดไดจ้ ุดๆหนึง เป็นตาํ บลสมมตุ ิ กจ็ ะรวู้ ่าเป้าหมายนันอยทู่ างซา้ ย
หรอื ขวาของตาํ บลสมมุตเิ ทา่ ใด และตอ้ งเพมิ หรอื ลดจากตาํ บลสมมตุ เิ ท่าใด

๑๑๒

๑๐๕.๒ ตวั อยา่ งตามรปู
๑๐๕.๒.๑ ตําบลกระสนุ แตกอากาศวาดสายตาทางดงิ ลงมาตรงทจี ุด ก.
๑๐๕.๒.๒ นบั เวลาได้ ๕ วนิ าที เทา่ กบั ๓๕๐ คณู ๕ ได้ ๑๗๕๐ ประมาณ ๑๘๐๐ เมตร
๑๐๕.๒.๓ ทอดสายตามองผา่ นจุด ก. ไปใหไ้ กลประมาณ ๑๘๐๐ เมตร จบั ไดว้ า่ ประมาณจดุ ข. ใน

ภมู ปิ ระเทศ กาํ หนดเป็นตาํ บลสมมตุ ิ
๑๐๕.๒.๔ กาํ หนดจดุ ของ ข. ไวใ้ นภมู ปิ ระเทศเป็นตาํ บลสมมุติ ดวู า่ ขา้ ศกึ ที ม.อยหู่ า่ งจากจุด ข.เทา่ ใด
๑๐๕.๒.๕ วดั มมุ ภาคไปยงั เป้าหมาย คอื จุด ม. ได้ ๖๐๐ มล.
๑๐๕.๒.๖ ประมาณไดว้ า่ ขา้ ศกึ ที ม.อยทู่ างขวาของจุด ข. ประมาณ ๓๖๐ เมตร และอยไู่ กลจากจกุ ข. ไป

ขา้ งหลงั ประมาณ ๕๐๐ เมตร
๑๐๕.๒.๗ คาํ ขอยงิ คอื “จากกระสนุ ควนั แตกอากาศ, มุมภาค ๖๐๐ ขวา ๓๖๐ เพมิ ๕๐๐…….”

๑๐๖. การกาํ หนดทีตงั เป้าหมายด้วยการยิงหมายตาํ บลระเบิดกระทบแตก
วธิ นี ีคงเป็นไปเชน่ เดยี วกนั กบั ขอ้ ๑๐๕ แตไ่ ม่จาํ เป็นตอ้ งจบั เวลาไดย้ นิ เสยี ง และมมุ ภาค เพราะกระสุนกระทบ

พนื ดนิ มองเหน็ ไดช้ ดั เจน เนืองจากเป็นกระสนุ ควนั กเ็ อาตําบลกระสนุ ตกเป็นหลกั วธิ ปี ฏบิ ตั ิ ดงั นี.-
๑๐๖.๑ วดั ทางขา้ งระหวา่ งตาํ บลระเบดิ กบั เป้าหมาย ไดม้ มุ เท่าใดกค็ าํ นวณออกมาไดโ้ ดยใชส้ ตู รมลิ เลยี ม (ถา้ ไมใ่ ช้

สตู รกไ็ มต่ อ้ งวดั มมุ นี)
๑๐๖.๒ เมอื ไมส่ ามารถคาํ นวณไดเ้ พราะไม่รสู้ ตู รมลิ เลยี ม กใ็ หก้ ะประมาณดวู า่ เป้าหมายอยทู่ างขวาหรอื ซา้ ย

ประมาณเท่าใด และเป้าหมายอยใู่ กลก้ วา่ หรอื ไกลกวา่ เทา่ ใด
๑๐๖.๓ ตามรปู นี กจ็ ะขอยงิ ไดด้ งั นี.-
“จากกระสนุ ควนั กระทบแตก มมุ ภาค ๘๐๐ ขวา ๔๐๐ ลด ๓๐๐…..”
หมายเหตุ
วธิ นี ีเป็นวธิ กี ะประมาณดว้ ยสายตา จงจาํ ไวว้ า่ การกะระยะเพมิ หรอื ลดจากจุดอา้ ง หรอื ดว้ ยกระสนุ

ตกเทา่ ใดนัน ตอ้ งคดิ วา่ เวลาลากเสน้ จากจุดอา้ งมาตอ้ งตงั ฉากกบั แนว ต.–ม.เสมอ มฉิ ะนนั จะกะประมาณผดิ ในการ เพมิ -ลด
จุดอา้ งนีอาจเป็นตาํ บลกระสนุ ควนั แตกอากาศ หรอื กระทบแตกหรอื เป้าหมายทเี ตรยี มไวแ้ ลว้ หรอื จุดที

ทราบอยเู่ ดมิ กไ็ ดท้ งั สนิ

รปู ที ๖๘ การกาํ หนดทีตงั เป้าหมายด้วยการยิงหมายตาํ บลระเบิดกระทบแตก
* แสงมคี วามเรว็ ประมาณ ๑๘๖,๐๐๐ ไมล์/วนิ าที (หนึงแสนแปดหมนื หกพนั ไมลต์ ่อวนิ าท)ี

๑๑๓

ตอนที ๔
คาํ ขอยิง
(CALL FORFIRE)
๑๐๗. องคป์ ระกอบและลาํ ดบั คาํ ขอยิง
๑๐๗.๑ เมอื ผตู้ รวจการณ์กาํ หนดทตี งั เป้าหมาย เพอื จะทาํ การโจมตดี ว้ ยการยงิ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ แลว้
ผตู้ รวจการณ์กจ็ ะสง่ เป็นคาํ ขอยงิ ไปยงั ศนู ยอ์ าํ นวยการยงิ ซงึ คาํ ขอยงิ นีเป็นขา่ วทผี ตู้ รวจการณ์ไดจ้ ดั ทาํ ไวอ้ ยา่ งกระทดั รดั
ขา่ วทงั หมดนีศนู ย์อาํ นวยการยงิ ตอ้ งการเพอื ใชใ้ นการหาหลกั ฐาน และปรมิ าตรการยงิ เพอื ใหบ้ รรลุผลสาํ เรจ็ ตามทปี ระสงค์
คาํ ขอยงิ ไดจ้ ดั เรยี งไวต้ ามลาํ ดบั มี ๖ องคป์ ระกอบดว้ ยกนั
๑๐๗.๒ องคป์ ระกอบคาํ ขอยงิ จะสง่ จากรายการที ๑ ถงึ ๖ ไปตามลาํ ดบั ขา้ งล่างนี ดงั จะไดอ้ ธบิ ายแตล่ ะ
องคป์ ระกอบในขอ้ ๒ ถงึ ๖
๑. การแสดงตนของผตู้ รวจการณ์ (OBSERVER INDENTIFICATION)
๒. คาํ สงั เตอื น (WARNING ORDER)
๓. การกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย (LOCATON OF TARGET)
๔. ลกั ษณะเป้าหมาย (DESCRIPTION OF TARGET)
๕. วธิ โี จมตเี ป้าหมาย (METHOD OF ENGAGEMENT)
๖. วธิ ยี งิ และการควบคมุ (METHOD OF FIRE AND CONTROL)

๑๐๘. การแสดงตนของผ้ตู รวจการณ์
การแสดงตนของผตู้ รวจการณ์เป็นองคป์ ระกอบแรกของคาํ ขอยงิ เพอื ใชส้ ถาปนาการตดิ ต่อสอื สาร และแสดงให้

ทราบวา่ ผตู้ รวจการณ์คอื ใคร การทผี ตู้ รวจการณใ์ ชน้ ามเรยี กขานหรอื ประมวลลบั ทเี หมาะสมตามความจาํ เป็น ตดิ ตอ่ สอื สาร
ไปยงั ศนู ยอ์ าํ นวยการยงิ เพอื จะสง่ คาํ ขอยงิ กเ็ ป็นการแสดงตนของผตู้ รวจการณ์อยา่ งหนึง เช่น สง่ ไปว่า “หวั หนิ ”
(นามเรยี กขานของ ศอย.) จาก “สวนสน” (นามเรยี กขานของ ผตน.)
๑๐๙. คาํ สงั เตือน

คาํ สงั เตอื นเป็นองคป์ ระกอบในคาํ ขอยงิ ของผตู้ รวจการณ์ ใชเ้ พอื แสดงความเรง่ ดว่ นในการตดิ ต่อสอื สาร และเพอื
เตอื นเจา้ หน้าทใี นศนู ยอ์ าํ นวยการยงิ ใหเ้ ตรยี มตวั เพอื ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ยงิ คาํ สงั เตอื นประกอบดว้ ย.-

ก. ชนิดของภารกจิ ยงิ (TYPE OF MISSION)
๑) ปรบั การยงิ (ADJUST FIRE) เป็นภารกจิ ยงิ อยา่ งหนึงทผี ตู้ รวจการณ์สง่ มาในคาํ ขอยงิ เพอื แสดงว่า

ผตู้ รวจการณ์จะทาํ การปรบั การยงิ ก่อนทจี ะขอใหท้ าํ การยงิ หาผล เมอื ผตู้ รวจการณ์เหน็ เป้าหมาย และเหน็ วา่ จาํ เป็นที
จะตอ้ งปรบั การยงิ ผตู้ รวจการณ์จะระบวุ า่ “ปรบั การยงิ ” ซงึ แสดงวา่ เมอื ปืนพรอ้ มแลว้ กจ็ ะยงิ ไปไดเ้ ลย โดยไมต่ อ้ งควบคมุ
การยงิ เวน้ แต่ตอ้ งการควบคมุ การยงิ ผตู้ รวจการณ์จะระบุไวใ้ นองคป์ ระกอบการควบคมุ เช่น “ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ ” ฯลฯ

๒) ยงิ หาผล(FIRE FOR EFFECT) เป็นภารกจิ ยงิ ชนิดหนงึ ซงึ ผตู้ รวจการณ์ใชใ้ นการยงิ เมอื จะยงิ เป้าหมาย
โดยไม่มกี ารปรบั การยงิ หรอื เป็นขอ้ ความทผี ตู้ รวจการณ์สง่ มา เพอื แสดงวา่ ขนั การปรบั การยงิ เสรจ็ แลว้ และตอ้ งการใหย้ งิ
หาผล การยงิ หาผลย่อมกระทําไดโ้ ดยไม่ตอ้ งปรบั การยงิ เมอื ผตู้ รวจการณ์เชอื แน่วา่ ทตี งั เป้าหมายมคี วามถกู ต้องเพยี งพอ
และถงึ แมว้ า่ ถา้ ยงิ กระสนุ ชุดแรกไปแลว้ จะใหผ้ ลเพยี งเลก็ น้อยลงบนเป้าหมายกต็ าม เชน่ ทตี งั เป้าหมายไดจ้ ากงานแผนที
เป้าหมายทเี คยยงิ มาแลว้ หรอื เป้าหมายทผี ตู้ รวจการณ์กาํ หนดทตี งั เป้าหมายไดแ้ น่นอน (เช่น เป้าหมายอยบู่ นยอดเนนิ
ซงึ ปรากฏทงั ในภมู ปิ ระเทศและแผนท)ี เมอื ผตู้ รวจการณส์ ามารถตรวจเหน็ ผลการยงิ กจ็ ะระบวุ า่ “ยงิ หาผล” แสดงว่าเมอื
ปืนพรอ้ มแลว้ จะยงิ หาผลไปไดเ้ ลย โดยไม่มกี ารควบคมุ การยงิ เวน้ แต่ตอ้ งการควบคมุ การยงิ ผตู้ รวจการณ์จะระบไุ วใ้ น
องคป์ ระกอบวธิ ยี งิ และการควบคมุ เชน่ “ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ หรอื พรอ้ มกนั ณ เป้าหมาย ๑๐ นาที จาก…ขณะนี” เป็นตน้
การยงิ หาผลทแี น่นอนนัน ย่อมขนึ อยกู่ บั เป้าหมายและการใชก้ ระสนุ ใหเ้ หมาะสมกบั เป้าหมายดว้ ย ผตู้ รวจการณ์ตอ้ ง
พยายามหาวธิ กี ารยงิ หาผลชุดแรกใหไ้ ดเ้ สมอ เพราะการยงิ หาผลอยา่ งรวดเรว็ และแม่นยาํ ย่อมมคี ณุ คา่ ในการจู่โจมดกี วา่

๑๑๔

ข. ขนาดของหน่วยทที าํ การยงิ หาผล ผตู้ รวจการณ์อาจระบขุ นาดของหน่วยทจี ะทาํ การยงิ หาผล และรอ้ งขอไปต่อ
จากชนิดของภารกจิ ยงิ เช่น “…………ปรบั การยงิ กองรอ้ ย” ฯลฯ
ค. วธิ ที ใี ชใ้ นการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายและบอกให้ ศอย.ทราบ ดว้ ย.-

๑) วธิ โี ปลาร์ ถา้ ผตู้ รวจการณ์กําหนดทตี งั เป้าหมายโดยวธิ โี ปลาร์ กจ็ ะระบุไปวา่ “โปลาร”์ เชน่
- หวั หนิ จาก สวนสน
- ยงิ หาผล กองรอ้ ย โปลาร์ เปลยี น
๒) วธิ ยี า้ ยจากจดุ ทราบทตี งั ถา้ ผตู้ รวจหการณ์กาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยวธิ ยี า้ ยจากจุดทราบทตี งั กจ็ ะระบุ

ว่า “จาก………………”(ตามดว้ ยจุดทราบทตี งั ) เช่น
- หวั หนิ จาก สวนสน
- ยงิ หาผล จาก กข.๗๐๑๖ เปลยี น
๓) วธิ พี กิ ดั ตาราง ถา้ ผตู้ รวจการณ์กาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยวธิ พี กิ ดั ตาราง ไมต่ ้องระบไุ ปวา่ พกิ ดั (ถา้ ไม่

ระบุการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายวธิ โี ปลาร์ หรอื ยา้ ยจากจุดทราบทตี งั ใหห้ มายความวา่ เป็นการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยวธิ ี
พกิ ดั ) เชน่ - หวั หนิ จาก สวนสน
- ปรบั การยงิ เปลยี น

๑๐๑. ทีตงั เป้าหมาย
ก. องคป์ ระกอบในการกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย มอี งคป์ ระกอบยอ่ ย ๒ องคป์ ระกอบ หรอื มากกวา่ ซงึ แลว้ แต่ผตู้ รวจ
การณจ์ ะสง่ คาํ ขอยงิ ของการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายแบบใด แนวตรวจการณ์เป็นองคป์ ระกอบยอ่ ยสว่ นหนึง ทผี ตู้ รวจการณ์

ทางพนื ดนิ จะตอ้ งบอกในการสง่ คาํ ขอยงิ ผตู้ รวจการณ์อาจจะบอกทศิ ทางของแนวตรวจการณ์(SPOTTING LINE) ไดด้ งั นี.-
๑) มมุ ภาคตาราง (GRID AZIMUTH) จากผตู้ รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย เชน่ มมุ ภาค ๔๓๑๐
๒) แนวเครอื งยงิ - เป้าหมาย (GUN – TARGET LINE) เช่น แนวตรวจเครอื งยงิ – เป้าหมาย

๓) ทศิ หลกั (CARDINAL DIRECTIONS) เช่น แนวตรวจทศิ ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
ข. เมอื กาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยวธิ พี กิ ดั ตาราง องคป์ ระกอบยอ่ ยทสี ง่ คาํ ขอยงิ ตามลาํ ดบั ดงั นี.-
๑) พกิ ดั ตาราง เช่น พกิ ดั ๖๗๕๕ ๑๓๔๔
- ภารกจิ ยงิ เป็นพนื ที บอกพกิ ดั ๖ ตวั
- ภารกจิ ยงิ ประณตี บอกพกิ ดั ๘ ตวั
- การกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย อาจจะรวดเรว็ ขนึ ถา้ บอกทตี งั เป้าหมาย ทเี ป็นจุดทที ราบทตี งั แลว้
เชน่ ยอดเนิน ๔๗๓ ฯลฯ
๒) มมุ ภาค เชน่ มุมภาค ๔๓๑๐ (จากผตู้ รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย)
การกาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยวธิ พี กิ ดั ตาราง มุมภาคอาจจะสง่ หลงั จากไดย้ งิ กระสนุ นดั แรกไปแลว้
กไ็ ด้ เชน่ …
“หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ เปลยี น”
“พกิ ดั ๑๘๐๕๑๓ เปลยี น”
“ทหารราบ ๑ หมวด ในทโี ล่งแจง้ ”
“ยงิ หาผล เปลยี น”
เมอื ปืนยงิ กระสนุ นัดแรกไปแลว้ การแกข้ นั ต่อไปผตู้ รวจการณ์กบ็ อกวา่ …
“มุมภาค ๑๖๕๐ ขวา ๑๕๐ เพมิ ๔๐๐” ฯลฯ

เพราะการยงิ นดั แรก ศอย. ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งใชม้ มุ ภาค และจะทําใหเ้ ปิดฉากการยงิ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
ขนึ อกี ดว้ ย จล.กรยุ พกิ ดั แลว้ ใชแ้ ผน่ พดั วดั ระยะทศิ อา่ นระยะ และมมุ ทศิ ไดเ้ ลย โดยไมต่ อ้ งใชแ้ ผน่ ตารางทบั เป้าหมาย จะ
ใชแ้ ผน่ ตารางทบั เป้าหมายมมุ ภาค กต็ ่อเมอื ไดย้ งิ กระสนุ นดั แรกไปแลว้ และผตู้ รวจการณ์กไ็ มต่ อ้ งเสยี เวลาวดั มุมภาค ซงึ
จะทาํ ใหก้ ารสง่ คาํ ขอยงิ ชกั ชา้ ไปอกี เมอื สง่ คาํ ขอยงิ ไปแลว้ ผตน.ใชช้ ่วงระยะเวลาก่อนทปี ืนจะยงิ กระสนุ นดั แรก วดั มุมภาค
ไดอ้ ยา่ งประณตี ขนึ โดยไม่ตอ้ งรบี รอ้ น

๑๑๕

ค. เมอื กาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยวธิ โี ปลาร์ องคป์ ระกอบย่อยทสี ง่ คาํ ขอยงิ มตี ามลาํ ดบั ดงั นี.-
๑) มุมภาค จากผตู้ รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย (จาํ นวนเตม็ ๑๐ มล.) เช่น มมุ ภาค ๑๖๒๐
๒) ระยะ จากผตู้ รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย (จาํ นวนเตม็ ๑๐๐ เมตร) เช่น ระยะ ๒๕๐๐
๓) การยา้ ยทางดงิ (VERTICAL SHIFT) จาํ นวนเตม็ ๕ เมตร คอื บอกวา่ เป้าหมายอยสู่ งู กวา่ หรอื ตํากวา่ ที

ตรวจการณ์ ถา้ เป้าหมายกบั ทตี รวจการณ์อยรู่ ะดบั เดยี วกนั (สงู เทา่ กนั ) ไมต่ อ้ งบอกแตกต่างสงู เชน่ สงู ขนึ ๒๕ (เป้าหมาย
อยสู่ งู กวา่ ทตี รวจการณ์ ๒๕ เมตร

ง. เมอื กาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยวธิ ยี า้ ยจากจดุ ทราบทตี งั องคป์ ระกอบยอ่ ยทสี ง่ คาํ ขอยงิ มตี ามลาํ ดบั ดงั นี.-
๑) มุมภาค จากผตู้ รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย เช่น มุมภาค ๑๖๗๐ (จาํ นวนเตม็ ๑๐ มล.)
๒) การยา้ ยทางขา้ ง เชน่ ขวา, ซา้ ย ๒๕๐ (ยา้ ยจากจุดทที ราบไปตงั ฉากกบั แนว ตม. จาํ นวนเตม็ ๑๐

เมตร)
๓) การยา้ ยทางระยะ เชน่ เพมิ (ลด) ๔๐๐ (เพมิ , ลด) ตามแนว ตม. บอกเป็นจาํ นวนเตม็ ๑๐๐ เมตร
๔) การยา้ ยทางดงิ เช่น สงู ขนึ (ตาํ ลง) ๒๕ (จาํ นวนเตม็ ๕ เมตร) คอื บอกเป้าหมายอย่สู งู กวา่ หรอื ตาํ กวา่

จุดทที ราบเทา่ ใด ถา้ เป้าหมายกบั จดุ ทที ราบอยรู่ ะดบั เดยี วกนั (สงู เทา่ กนั ) ไมต่ อ้ งบอกแตกตา่ งสงู
ขอ้ สงั เกต ถา้ ไมม่ กี ารยา้ ยทางขา้ ง, ระยะ หรอื ทางสงู ส่วนทไี มย่ า้ ยก็ไมต่ อ้ งบอก เชน่ …
มุมภาค ๔๖๐ ขวา ๔๐๐ สงู ขนึ ๔๐ (ไมม่ กี ารยา้ ยทางระยะ) หรอื …
มุมภาค ๑๐๖๐ เพมิ ๔๐๐ สงู ขนึ ๒๐ (ไมม่ กี ารยา้ ยทางขา้ ง)

จ. ถา้ จะยงิ ลงบนจุดทที ราบหลกั ฐานแลว้ (เชน่ เป้าหมายทเี คยยงิ มาแลว้ หรอื จุดทราบทตี งั อนื ๆ ผตู้ รวจการณ์
และศนู ยอ์ าํ นวยการยงิ ทราบทตี งั แลว้ ) องคป์ ระกอบยอ่ ยทสี ง่ คาํ ขอยงิ ตามลาํ ดบั ตามตวั อยา่ งดงั ตอ่ ไปนี.-

๑) จุดยงิ หาหลกั ฐานที ๒ มมุ ภาค ๔๓๒๐ หรอื …
๒) เป้าหมาย กจ. ๗๐๓๑ มุมภาค ๑๒๐

๑๑๑. ลกั ษณะเป้าหมาย (DESCRIPTION OF TARGET)
เป็นองคป์ ระกอบหนงึ ของคาํ ขอยงิ ซงึ ผตู้ รวจการณ์บอกให้ ศอย.ทราบวา่ เป้าหมายทขี อทาํ การยงิ นันคอื อะไร มี

ลกั ษณะอยา่ งไร เพอื ให้ ศอย.เลอื กใชก้ ระสนุ และชนวนไดเ้ หมาะสม ผตู้ รวจการณ์ควรบอกลกั ษณะเป้าหมายสนั ๆ แตใ่ ห้
ไดใ้ จความชดั เจน ขอ้ สาํ คญั ควรจะบอก…

ก. ชนิดของเป้าหมาย เป้าหมายนนั เป็นอะไร (หน่วยทหาร, ยานพาหนะ, รถถงั , คลงั สงิ อปุ กรณ์ ฯลฯ)
ข. การเคลอื นไหวของเป้าหมาย เป้าหมายนนั กาํ ลงั ทาํ อะไร (กาํ ลงั ขดุ หลมุ , กาํ ลงั เคลอื นที หรอื อยใู่ นทรี วมพล
ค. จาํ นวนของเป้าหมาย เป้าหมายนนั จาํ นวนเทา่ ไร (หม,ู่ หมวด, รถบรรทุก๓ คนั , รถถงั ๖ คนั ฯลฯ)
ง. ขดี ความสามารถในการป้องกนั ของเป้าหมาย เป้าหมายนันอยใู่ นหลมุ บุคคล, อยใู่ นบงั เกอรท์ มี สี งิ กาํ บงั

เหนือศรี ษะ, อยใู่ นทโี ลง่ แจง้
จ. รปู รา่ งและขนาดของเป้าหมาย เป้าหมายนนั มรี ปู รา่ งและขนาดซงึ มคี วามสาํ คญั ในการยงิ เชน่ เป้าหมายมี
รปู รา่ งสเี หลยี มผนื ผา้ กใ็ หบ้ อกความยาวและความกวา้ ง(ความลกึ ) เป็นเมตร และบอกมุมภาคตามความยาวของเป้าหมาย
เป็นจาํ นวนเตม็ ๕๐ มล. (ความยาวของเป้าหมาย ทาํ มุมเป็นแนวเฉียงกบั ทศิ เหนือตารางเท่าไร ไม่ใชม่ มุ ภาคจาก
ผตู้ รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย) เช่น บอกวา่ “คา่ ยทหารกวา้ ง ๒๐๐ (ลกึ ๒๐๐) ยาว ๔๐๐ แนวเฉียงเป้าหมาย ๒๕๘๐” ถา้
เป้าหมายมรี ปู รา่ งเป็นวงกลมกใ็ หบ้ อกรศั มไี ปดว้ ย เช่น บอกว่า “ทหารหนึงกองพนั ในทรี วมพล รศั มี ๒๐๐” ฯลฯ
๑๑๒. วิธีโจมตี (METHOD OF ENGAGEMENT)
เป็นวธิ กี ารตา่ งๆทตี อ้ งการใชใ้ นการโจมตเี ป้าหมาย ซงึ ประกอบดว้ ยชนิดของการปรบั การยงิ กระสนุ วถิ ี กระสนุ
ชนวน และการวางตาํ บลระเบดิ (กรวยพนื ยงิ )
ก. ชนิดของการปรบั การยิง (TYPE OF ADJUTMENT)

การปรบั การยงิ มี ๒ ชนิด คอื การปรบั การยงิ ประรตี และการปรบั การยงิ เป็นพนื ที อาจจะใชช้ นิดใดชนิดหนึง
ทาํ การปรบั ได้ ถา้ ไมร่ ะบชุ นิดของการปรบั การยงิ ไวใ้ นคาํ ขอยงิ ใหถ้ อื วา่ ชนิดของการปรบั นันเป็นการยงิ เป็นพนื ที

๑๑๖

๑) การยงิ ประณีต ไมว่ ่าจะเป็นการยงิ หาหลกั ฐานหรอื การยงิ ทาํ ลาย คงใชป้ ืนหนึงกระบอกทาํ การปรบั การ
ยงิ เมอื ตอ้ งการยงิ หาหลกั ฐานประณตี ผตน.จะตอ้ งระบใุ นคาํ ขอยงิ วา่ “ยงิ หาหลกั ฐานประณตี ” ถา้ ตอ้ งการยงิ ทาํ ลาย
จะตอ้ งระบใุ นคาํ ขอยงิ วา่ “ยงิ ทาํ ลาย”

๒) การยงิ เป็นพนื ที ใชโ้ จมตเี ป้าหมายทกี ระจดั กระจาย โดยสาเหตทุ เี ป้าหมายเป็นพนื ทสี ่วนมาก เป็น
เป้าหมายทเี คลอื นทไี ด้ ดงั นนั การปรบั การยงิ จะตอ้ งปรบั ใหร้ วดเรว็ และถูกตอ้ งแม่นยาํ ทสี ดุ เท่าทจี ะทาํ ได้ เพอื ป้องกนั มใิ ห้
เป้าหมายหนไี ปเสยี ก่อน ควรเลอื กจุดปรบั ทเี หน็ เดน่ ชดั อยใู่ กลๆ้ กบั ศนู ยก์ ลางของพนื ทเี ป้าหมายทจี ะทาํ การโจมตี เพอื ให้
การยงิ จโู่ จมไดผ้ ล อาจทาํ การปรบั การยงิ ชว่ ยไวด้ ว้ ยเมอื ทาํ การปรบั ต่อจุดปรบั การยงิ ช่วยเสรจ็ แลว้ จงึ ยา้ ยไปยงิ ต่อ
เป้าหมายทจี ะยงิ จรงิ ๆ ตามปกตกิ ารปรบั การยงิ เป้าหมายเป็นพนื ทจี ะทาํ การปรบั ดว้ ย ค. ๑ กระบอก จะใช้ ค. ๒ กระบอก
ทาํ การปรบั กต็ ่อเมอื ตอ้ งการปรบั กระสนุ สงู แตก ซงึ ใชช้ นวนเวลาในการยงิ หาผล

๓) อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเรา เมอื เป้าหมายอยหู่ ่างจากแนวทหารฝ่ายเดยี วกนั ในระยะไม่เกนิ ๔๐๐ เมตร ให้
ผตู้ รวจการณ์บอกว่า “อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเรา” โดยบอกในหวั ขอ้ องคป์ ระกอบยอ่ ยชนิดของการปรบั การยงิ

ข. กระสนุ (PROJECTILE) ถา้ ผตู้ รวจการณ์ไม่ระบชุ นดิ กระสุนไวใ้ นคาํ ขอยงิ ใหห้ มายถงึ วา่ ยงิ ดว้ ยกระสนุ ระเบดิ
ชนวนไว้ ทงั ในขนั การปรบั และขนั การยงิ หาผล แต่ถา้ ผตน.ตอ้ งการปรบั หรอื ยงิ หาผลดว้ ยกระสนุ ชนิดอนื ตอ้ งระบลุ งใน
คาํ ขอยงิ ดว้ ย

ในกรณที ี ผตน.ระบุวา่ “ในการยงิ หาผล” ต่อทา้ ยชนิดกระสนุ หรอื ชนวนใหห้ มายถงึ วา่ ผตน.ตอ้ งการให้
ยงิ หาผลดว้ ยชนิดกระสนุ หรอื ชนวนตามทรี ะบมุ านี แตใ่ นขนั การปรบั การยงิ คงปรบั ดว้ ยกระสนุ ระเบดิ ชนวนไว เชน่
“กระสนุ ระเบดิ และกระสนุ ควนั ขาว” ในการยงิ หาผล “หรอื ” ชนวน วที ี ในการยงิ หาผล หรอื ชนวน วที ี และชนวนไว ใน
การยงิ หาผล ฯลฯ

ในกรณี ผตน.ระบเุ ฉพาะกระสนุ หรอื ชนวน แตไ่ มม่ คี าํ วา่ “ในการยงิ หาผล” ใหห้ มายถงึ ว่า ผตน.ตอ้ งการ
กระสนุ หรอื ชนวนชนิดทบี อกมานนั ยงิ ทงั ในขนั การปรบั การยงิ และขนั การยงิ หาผล เวน้ แต่ ผตน.จะมคี าํ ขอเปลยี นแปลง
ชนิดกระสนุ หรอื ชนวนภายหลงั เชน่ ผตน.ขอวา่ ………….ชนวนถว่ งเวลา “เปลยี น” ซงึ หมายความวา่ ในขนั การปรบั
ใชช้ นวนถ่วงเวลาทาํ การปรบั และใชช้ นวนถว่ งเวลาทาํ การยงิ หาผลดว้ ย

๑) กระสนุ (PROJECTILE) ผตน. อาจจะขอกระสนุ ชนิดอนื นอกเหนือไปจากกระสนุ ระเบดิ เชน่ กระสนุ
สอ่ งแสง, กระสนุ ควนั ฯลฯ

๒) ชนวน (FUZE) ภารกจิ ยงิ โดยมากในขนั การปรบั การยงิ จะปรบั ดว้ ยชนวนไว แตบ่ างภารกจิ ไมใ่ ช่
ชนวนไวทาํ การปรบั การยงิ เชน่ ภารกจิ ยงิ สอ่ งสวา่ ง หรอื ภารกจิ ยงิ เป็นพนื ที ซงึ จะใชช้ นวนถ่วงเวลา เมอื ผตน.ขอใหย้ งิ
กระสนุ ทมี ชี นวนชนิดเดยี วอยใู่ นตวั มนั เอง ผตน.กค็ งไม่ตอ้ งระบชุ นวนลงไปในคาํ ขอยงิ ดว้ ย เชน่ ขอยงิ กระสนุ สอ่ งแสง ซงึ
เป็นกระสนุ ชนิดทมี ชี นวนชนิดเดยี วอยใู่ นตวั มนั เอง ผตน.ไม่ตอ้ งระบุ “กระสนุ ส่องแสง ชนวนเวลา” ลงไปในคาํ ขอยงิ ดว้ ย

๓) ปรมิ าตรการยงิ (VOLUME OF FIRE) ถา้ ผตน.เหน็ ว่าจาํ เป็นตอ้ งใชก้ ระสนุ ในการยงิ หาผลประมาณกี
นดั ใหร้ ะบุจาํ นวนกระสนุ ลงไปในคาํ ขอยงิ ดว้ ย เชน่ ระบวุ า่ “ชนวน วที ี ๓ นัด ในการยงิ หาผล” แต่ถา้ เป็นคาํ ขอยงิ หาผล
ดว้ ยชนวนไว กร็ ะบวุ ่า “๓ นัด” เฉยๆโดยไม่ตอ้ งระบวุ า่ “ชนวนไว ๓ นัด ในการยงิ หาผล”

ค. กรวยพืนยิง (DISTRIPUTION OF FIRE) การวางตาํ บลระเบดิ ใหเ้ หมาะสมกบั เป้าหมาย เพอื ใหไ้ ดผ้ ลจาก
การยงิ มากทสี ดุ ตามปกตใิ นการยงิ หาผลจะยงิ ดว้ ยกรวยปกติ ถา้ ผตน.ตอ้ งการยงิ หาผลดว้ ยกรวยอยา่ งอนื ผตน.จะตอ้ ง
ระบุลงไปในคาํ ขอยงิ เช่น “กรวยปิด” หรอื ไกรวย ๒๕๐ เมตร” ฯลฯ ถา้ ผทู้ ําการยงิ หาผลทงั กองรอ้ ย และ ผตน.มคี วาม
ประสงคจ์ ะใหก้ ารยงิ หาผลแผก่ วา้ งออกไป ผตน.จะระบไุ ปวา่ “ต่างทศิ ” หรอื “ต่างระยะ” ตามปกตติ ่างทศิ หรอื ตา่ งระยะ
ระหว่างตาํ บลระเบดิ คอื ๑๐๐ เมตร เวน้ ต่างทศิ หรอื ต่างระยะระหวา่ งตาํ บลระเบดิ ในภารกจิ ยงิ สอ่ งสวา่ ง คอื ๘๐๐ เมตร
๑๑๓. วิธียิงและการควบคมุ

วธิ ยี งิ และการควบคมุ เป็นองคป์ ระกอบหนึงในคําขอยงิ ซงึ ผตน.ใชก้ าํ หนดในการโจมตเี ป้าหมาย ไม่วา่ จะตอ้ ง
การควบคมุ เวลาเรมิ ยงิ หรอื จะสามารถตรวจเหน็ เป้าหมายหรอื ไมก่ ต็ าม ผตน.จะระบุใชว้ ธิ ยี งิ และการควบคมุ ตามความ
เหมาะสมดงั ทกี ลา่ วไวข้ า้ งลา่ งนี…

๑๑๗

ก. วธิ ยี งิ ในการยงิ เป็นพนื ทตี ามปกติ ปรบั ดว้ ย ค. ๑ กระบอก ของหมวดทอี ยกู่ งึ กลางของกองรอ้ ย (หรอื ใช้ ค. ๑
กระบอก ของคกู่ ลางของกองรอ้ ยทําการปรบั ) ถา้ ผตน.มเี หตผุ ลอยา่ งใดอยา่ งหนึง ซงึ พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ปรบั ดว้ ย ค. ๒
กระบอก(๑ หมวด) โดยทาํ การยงิ เป็นรอบจากขวา(ซา้ ย) จะทาํ ใหก้ ารปรบั ไดผ้ ลดกี วา่ ปรบั ดว้ ย ค. ๑ กระบอกแลว้ ผตน.
จะขอไปวา่ “เป็นรอบจากขวา” (ซา้ ย) โดยทวั ไปจงั หวะการยงิ เป็นรอบระหวา่ งนัดคอื ๕ วนิ าที แต่ตอ้ งการจงั หวะ่ การยงิ
อยา่ งอนื กใ็ หร้ ะบใุ นคาํ ขอยงิ นนั ดว้ ย เชน่ “เป็นรอบจากขวา(ซ้าย) จงั หวะ ๑๐ วนิ าท”ี ฯลฯ

ข. การควบคมุ
๑) ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ (AT MY COMMAN) เป็นคาํ ขอยงิ ของ ผตน. เพอื ควบคมุ เวลาทจี ะยงิ เมอื ผตน.

ตอ้ งการควบคมุ เวลาทจี ะยงิ ใหร้ ะบุวา่ ………..”ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ ” ในองคป์ ระกอบวธิ คี วบคมุ ศอย.จะบอก ผตน.ให้
ทราบเมอื ปืนพรอ้ มทจี ะยงิ เชน่ …“กองรอ้ ยพรอ้ ม เปลยี น” และเมอื ผตน.พรอ้ มทจี ะใหย้ งิ กจ็ ะบอกไปวา่ “ยงิ ” ค.จะยงิ
ตามคาํ สงั ของ ผตน.ไปเรอื ยๆ จนกวา่ ผตน.จะบอกวา่ “ยกเลกิ ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ เปลยี น”

๒) ตรวจไมไ่ ด้ (CANNOT OBSERVE) เป็นการควบคมุ การยงิ วะิ หนงึ ซงึ แสดงใหท้ ราบว่า ผตน.ไม่
สามารถปรบั การยงิ ได้ แต่มเี หตุผลเชอื แน่นอนวา่ ณ ทนี นั มเี ป้าหมายอยจู่ รงิ และมคี วามสาํ คญั เพยี งพอทจี ะทาํ การยงิ
โดยไม่ตอ้ งมกี ารปรบั การยงิ หรอื การตรวจการณ์ กรณเี ชน่ นี ผตน.จะขอใหท้ าํ การยงิ หาผล และระบวุ า่ “ตรวจไมไ่ ด”้ ใน
องคป์ ระกอบวธิ คี วบคมุ

๓) พรอ้ มกนั ณ เป้าหมาย (TIME OF TARGET) การยงิ พรอ้ มกนั ณ เป้าหมายเป็นเทคนิคการยงิ พเิ ศษ
ของอาวุธจากหลายหน่วย เพอื ใหก้ ระสนุ ไประเบดิ ณ เป้าหมายเดยี วกนั ในเวลาเดยี วกนั เป็นการบอกให้ ศอย.ทราบวา่
ผตน.ตอ้ งการใชก้ ระสนุ ทุกนัดระเบดิ พรอ้ มกนั ณ เป้าหมาย โดยรอ้ งขอวา่ …

“พรอ้ มกนั ณ เป้าหมาย…………นาที จาก……….ขณะนี เปลยี น” หรอื
“พรอ้ มกนั ณ เป้าหมาย ๐๘๐๐ ขณะนีเวลา ๐๗๐๐” ฯลฯ
(บอกเพอื ให้ ศอย.ตงั เวลาใหต้ รงกบั ผตน.)

๑๑๔. การแกค้ าํ ขอยิงทีผิด
๑๑๔.๑ การสง่ คาํ ขอยงิ ของ ผตน. หรอื การทวนข่าวของเจา้ หน้าที ศอย. บางครงั อาจผดิ พลาดได้ ถา้ ผตน.ไดส้ ง่

คาํ ขอยงิ ไปแลว้ นึกไดว้ า่ ผดิ หรอื ศอย.ทวนขา่ วกลบั มาผดิ ผตน.กบ็ อกไปวา่ “ผดิ หยดุ ” แล้วสง่ ขอ้ ความทถี กู ตอ้ งไปใหม่
ตวั อยา่ ง เชน่ ผตน.สง่ ไปวา่
“………….จากจุดยงิ หาหลกั ฐานที ๑ เปลยี น”
“มมุ ภาค ๔๖๘๐……………………….เปลยี น”
ทนั ใดนนั ผตน. นกึ ขนึ มาไดว้ า่ มุมภาคทถี กู ตอ้ งนนั เป็น ๕๖๘๐ จงึ บอก ศอย.ไปวา่
“ผดิ หยุด มุมภาค ๕๖๘๐ เปลยี น”
หลงั จากทไี ดร้ บั การทวนกลบั อย่างถกู ตอ้ งแลว้ ผตน.จะสง่ คาํ ขอยงิ ทเี หลอื ต่อไป

๑๑๔.๒ ถา้ ผตน.สง่ ผดิ ในองคป์ ระกอบย่อย และการแกอ้ งคป์ ระกอบยอ่ ยนนั จะทาํ ใหม้ ผี ลกระทบกระเทอื น
หลกั ฐานอนื ทสี ง่ ไปแลว้ ให้ ผตน.บอกวา่ “ผดิ หยดุ ” แลว้ สง่ องคป์ ระกอบย่อยทถี กู ตอ้ ง และหลกั ฐานทถี ูกกระทบกระเทอื น
ขององคป์ ระกอบยอ่ ยนนั ทงั หมดตามลาํ ดบั อยา่ งถกู ตอ้ งไปดว้ ย

ตวั อยา่ ง เช่น ผตน.สง่ ไปวา่
“ซา้ ย ๒๐๐ เพมิ ๔๐๐ สงู ขนึ ๔๐ เปลยี น”

ทนั ใดนนั ผตน. นกึ ขนึ ไดว้ ่า เพมิ ๔๐๐ ควรจะเป็น ลด ๔๐๐ ดงั นนั จงึ สง่ องคป์ ระกอบยอ่ ยทถี กู ตอ้ ง คอื
“ลด ๔๐๐” และหลกั ฐานทถี กู กระทบกระเทอื นขององคป์ ระกอบย่อยทงั หมดนนั ไปดว้ ย คอื

๑๑๘

“ผดิ หยดุ ซา้ ย ๒๐๐ ลด ๔๐๐ สงู ขนึ ๔๐ เปลยี น”
เพราะวา่ หากไม่สง่ “ซา้ ย ๒๐๐” และ “สงู ขนึ ๔๐” ไปดว้ ย กจ็ ะทาํ ใหห้ มายความวา่ ไดย้ กเลกิ
“ซา้ ย ๒๐๐” และ “สงู ขนึ ๔๐” ไปแลว้

๑๑๔.๓ ถา้ ผตน.ไดส้ ง่ คาํ ขอยงิ ไปแลว้ จงึ พบวา่ สง่ องคป์ ระกอบ หรอื องคป์ ระกอบยอ่ ยผดิ หรอื ลมื ไมไ่ ดส้ ง่
องคป์ ระกอบ หรอื องคป์ ระกอบยอ่ ย ผตน.จะสง่ องคป์ ระกอบยอ่ ยทถี กู ต้องไปใหม่ พรอ้ มทงั หลกั ฐานทถี ูก
กระทบกระเทอื นทงั หมดไปดว้ ย
ตวั อยา่ ง เชน่ ผตน.สง่ ไปวา่

“สงิ โต จาก เสอื ดาว ปรบั การยงิ จากจุดยงิ หาหลกั ฐานที ๑ เปลยี น”
“มุมภาค ๕๖๘๐ ซา้ ย ๒๐๐ เพมิ ๔๐๐ สงู ขนึ ๔๐ เปลยี น”
“บงั เกอรต์ รวจการณ์ ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ เปลยี น”
เมอื สง่ คาํ ขอยงิ ไปหมดแลว้ ผตน. นกึ ขนึ ไดว้ ่าควรใชช้ นวนถ่วงเวลาในการยงิ หาผลต่อเป้าหมายนีจะดกี วา่

ใชช้ นวนไว จงึ สรปุ การแกไ้ ปวา่ …
“ผดิ หยดุ ชนวนถ่วงเวลาในการยงิ หาผล เปลยี น”
หรอื เพมิ ๔๐๐ ทถี กู ตอ้ งคอื ลด ๔๐๐ จงึ สง่ การแกไ้ ปวา่ …
“ผดิ หยดุ ซา้ ย ๒๐๐ ลด ๔๐๐ สงู ขนึ ๔๐ เปลยี น”

หรอื ไมต่ อ้ งการควบคมุ กส็ งั การแกไ้ ปวา่
“ผดิ หยดุ ยกเลกิ ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ เปลยี น”
การแกค้ าํ ขอยงิ ทผี ดิ วธิ โี ปลาร์ ใหด้ าํ เนินการเช่นเดยี วกบั ขอ้ ข. เช่น ผตน.สง่ ไปวา่ …
“มุมภาค ๘๐๐ ระยะ ๒๐๐๐ สงู ขนึ ๔๐ เปลยี น”

ทนั ใดนนั นึกขนึ มาไดว้ ่าสง่ ระยะผดิ ระยะทถี ูกตอ้ ง คอื ๑๐๐๐ จงึ สง่ การแกไ้ ปวา่ …
“ผดิ หยดุ ระยะ ๑๐๐๐ สงู ขนึ ๔๐ เปลยี น” (บอกทงั ระยะและสงู ขนึ /ตาํ ลงดว้ ย)
ในกรณีแก้คาํ ขอยิงทีผิด ต้องบอกว่า “ผิดหยดุ ” ด้วยเสมอ

๑๑๕. ข่าวถงึ ผ้ตู รวจการณ์
๑๑๕.๑ เมอื ศอย.ไดร้ บั คาํ ขอยงิ แลว้ กพ็ จิ ารณาจะโจมตเี ป้าหมายอยา่ งไร ขอ้ ตกลงใจในการโจมตเี ป้าหมายนี

จะสง่ กลบั ไปยงั ผตน. ในรปู ของขา่ วถงึ ผตู้ รวจการณ์ซงึ ประกอบดว้ ย
๑๑๕.๑.๑ หน่วยทจี ะยงิ กาํ หนดหมวดเดยี วหรอื หลายหมวดทจี ะทาํ การยงิ ในภารกจิ นนั ถา้ จะยงิ หาผล

หลายหมวด หรอื ทงั กองรอ้ ย โดยใชห้ มวดใดหมวดหนึงปรบั การยงิ จะบอกหมวดปรบั การยงิ ดว้ ยเชน่ ..
- หมวด ๑ ปรบั และยงิ หาผล “หมวด ๑“
- หมวด ๓ ปรบั หมวด ๒ และหมวด ๓ ยงิ หาผล “หมวด ๒, หมวด ๓”
- หมวด ๒ ปรบั กองรอ้ ยยงิ หาผล “กองรอ้ ย, หมวด ๒”

๑๑๕.๑.๒ การเปลยี นแปลงหรอื เพมิ เตมิ คาํ ขอยงิ ใดๆ เชน่
ผตน. ขอปรบั การยงิ ศอย.ตกลงใจยงิ หาผล กจ็ ะสง่ ขา่ วการเปลยี นแปลงไป เชน่
“หมวด ๓ ยงิ หาผล”

๑๑๕.๑.๓ จาํ นวนนดั ทจี ะยงิ หาผล (ต่อกระบอก) เชน่
“กองรอ้ ย ๕ นัด”

๑๑๕.๒ ขา่ วเพมิ เตมิ อนื ๆ ที ศอย.เหน็ วา่ ผตน.ควรจะรหู้ รอื ผตน.รอ้ งขอ จะสง่ ขา่ วใหท้ ราบต่างหากตามความ
เหมาะสม ไดแ้ ก่…

๑๑๕.๒.๑ ยา่ นคาดคะเนทางระยะ (ยคร.) ถา้ ยา่ นคาดคะเนทางระยะตงั แต่ ๓๘ เมตรขนึ ไป ในภารกจิ เป็น
พนื ที ศอย.จะบอก ผตน.ใหท้ ราบ เพอื ผตน.จะไดข้ อยงิ หาผลเมอื ผา่ หว้ งควบ ๒๐๐ เมตร และเป็นขอ้ พงึ ระลกึ ในการ
ปรบั การยงิ แตใ่ นการยงิ หาหลกั ฐาน เอบซี เี อ. ถา้ ยคร.ตงั แต่ ๒๕ เมตรขนึ ไป จะตอ้ งบอก ผตน.ดว้ ย เพอื ผตน.จะได้
ใชห้ ว้ งควบ ๕๐ เมตร พจิ ารณาหลกั ฐาน

๑๑๙

๑๑๕.๒.๒ มมุ ตรวจการณ์ (มมุ ต.) ศอย.จะตอ้ งบอก ผตน.เสมอ ถา้ มมุ ต. ๕๐๐ มล.หรอื มากกวา่ เพอื ให้
ผตน.ใชด้ ลุ ยพนิ จิ ในการตรวจ และปรบั การยงิ และบอกเมอื ผตน.ขอทราบ
๑๑๕.๒.๓ เวลาแลน่ ปกตเิ วลาแลน่ จะขานให้ ผตน.ทราบเสมอ เมอื เป็นการตรวจการณ์ทางอากาศ การ

โจมตเี ป้าหมายเคลอื นที หรอื เมอื รอ้ งขอ
๑๑๕.๓ หมายเลขเป้าหมายนัน ปกตแิ ลว้ เป้าหมายตามเหตุการณจ์ ะไม่กาํ หนด เวน้ ไวแ้ ต่ ผตน.รอ้ งขอใหก้ รยุ
เป้าหมาย และ นอย.เหน็ ดว้ ย
หมายเลขเป้าหมายนี จะแจง้ ให้ ผตน.ทราบเมอื จบภารกจิ ยงิ แลว้ พรอ้ มทงั พกิ ดั กรุยใหมเ่ มอื กรุยเสรจ็ เชน่

ผตน. “ ซา้ ย ๑๐ เพมิ ๒๐ กรยุ เป้าหมาย จบภารกจิ ขา้ ศกึ ตาย ๑๐ คน
ทเี หลอื หนไี ปทางทศิ ใต้ เปลยี น”
ศอย. “ ซา้ ย ๑๐ เพมิ ๒๐ กรยุ เป้าหมาย จบภารกจิ ขา้ ศกึ ตาย ๑๐ คน
ทเี หลอื หนีไปทางทศิ ใต้ เปลยี น”

ผตน. “เป้าหมาย กฉ. ๗๐๑ ทราบแลว้ ”
ศอย. “เป้าหมาย กฉ. ๗๐๑ พกิ ดั ๘๔๒๑๕๔๒๒ เปลยี น”
ผตน. “เป้าหมาย กฉ. ๗๐๑ พกิ ดั ๘๔๒๑๕๔๒๒ ทราบแลว้ ”
ถา้ นอย. ไมเ่ หน็ ดว้ ยในการกรุยเป้าหมายกจ็ ะทวนขา่ วเฉยๆ แต่ไม่บอกหมายเลขเป้าหมาย เช่น

ศอย. “ซา้ ย ๑๐ เพมิ ๒๐ กรยุ เป้าหมาย จบภารกจิ ขา้ ศกึ ตาย ๑๐ คน
ทเี หลอื หนไี ปทางทศิ ใต้ ทราบแลว้ ”

๑๑๖. การรบั รองฝ่ าย
เวน้ ไวแ้ ต่กรณเี รง่ ดว่ น หรอื การตดิ ตามสนบั สนุนอยา่ งใกลช้ ดิ อยแู่ ลว้ เชน่ กรณเี ป็นหมวดขนึ สมทบกองระวงั หน้า
ในการเคลอื นทเี ขา้ ปะทะ ฯลฯ การถามฝ่ายและรบั รองฝ่าย (บอกพวก) ปกตจิ ะใชป้ ระกอบในการขอยงิ อยเู่ สมอ โดย ศอย.

ถามฝ่ายไปในการทวนขา่ วคาํ ขอยงิ วรรคสดุ ทา้ ย ซงึ ผตน. จะตอ้ งตอบรบั รองฝ่ายกลบั มาในทนั ที
การโตต้ อบหรอื การรบั รองฝ่าย ปกตแิ ลว้ จะใชเ้ วลาประมาณ ๑๕ - ๒๐ วนิ าที ถา้ นานกวา่ นีใหส้ งสยั ไวก้ ่อน
การถามฝ่ายนีใชเ้ ฉพาะในตอนแรกเท่านนั การปรบั การยงิ หรอื การยงิ เพมิ เตมิ ทตี ดิ ต่อกนั อยตู่ ลอดเวลาไม่
จาํ เป็นตอ้ งถามฝ่ายอกี (ดตู วั อยา่ งในขอ้ ๙ - ๑๒)
๑๑๗. การขอยิงจากหน่วยเหนือ
๑๑๗.๑ เมอื บก.หน่วยเหนือ เชน่ กรม ร.ฯลฯ ขอยงิ คาํ ขอยงิ นีมลี กั ษณะคลา้ ยกบั คาํ ขอยงิ ของ ผตน. แต่มี

ลกั ษณะเป็นคาํ สงั มากกวา่ เชน่ กาํ หนดหน่วยทจี ะยงิ หาผล และจาํ นวนนัดทจี ะยงิ กไ็ ด้
๑๑๗.๒ องคป์ ระกอบของคาํ ขอยงิ จากหน่วยเหนือ คอื
๑๑๗.๒.๑ คาํ สงั เตอื น
๑๑๗.๒.๒ ทตี งั เป้าหมาย

๑๑๗.๒.๓ วธิ โี จมตี
๑๑๗.๒.๔ การควบคมุ
ตวั อยา่ ง เชน่ ….
๑) “หวั หนิ จาก ประจวบ ยงิ หาผลกองรอ้ ย เปลยี น”
๒) “เป้าหมาย กข. ๑๐๑” หรอื “พกิ ดั ๔๓๒๗๘๙ สงู ๕๒๐ เปลยี น”
๓) และ ๔) “๓ นัด พรอ้ มกนั ณ เป้าหมาย ๑๐ นาที จากขณะ…….นี………เปลยี น”
หมายเหตุ จะบอกลกั ษณะเป้าหมายดว้ ยกไ็ ด้

๑๑๘. ตวั อยา่ งและวรรคตอนการสง่ คาํ ขอยิง
๑๑๘.๑ ไมว่ า่ จะกาํ หนดเป้าหมายดว้ ยวธิ ใี ด ผตน.ควรแบง่ สง่ คาํ สงั ของยงิ เป็น ๓ วรรคตอนเสมอ (เมอื สง่ ไปแตล่ ะ

วรรคตอนแลว้ ศอย.จงึ จะทวนกลบั ) คอื

๑๒๐

๑๑๘.๑.๑ การแสดงตนและคาํ สงั เตอื น
๑๑๘.๑.๒ หลกั ฐานในการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายทงั หมด
๑๑๘.๑.๓ องคป์ ระกอบทเี หลอื ทงั หมดของคาํ ขอยงิ
๑๑๘.๒ คาํ ขอยงิ วธิ พี กิ ดั ตาราง

ผตน. คาํ ขอยิงเริมแรก ศอย.

“หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ เปลยี น” “สวนสน จาก หวั หนิ ปรบั การยงิ เปลยี น”
“พกิ ดั ๘๔๕๕๒๖ เปลยี น” “พกิ ดั ๘๔๕๕๒๖ ทราบแลว้ ”

“รถบรรทกุ ๔ คนั กาํ ลงั จอด เปลยี น” “รถบรรทุก ๔ คนั กาํ ลงั จอด ถามฝ่าย เรอื แหวน เปลยี น”
“ตอบฝ่าย สงิ โต สงิ โต เปลยี น”
ผตน. ข่าวถงึ ผตน.
“หมวด ๒ ๕ นดั ทราบแลว้ ” “หมวด ๒ ๕ นดั เปลยี น” ศอย.

“ยงิ ไปแลว้ ทราบแลว้ ” “ยงิ ไปแลว้ เปลยี น”
“มมุ ภาค ๔๘๖๐ ขวา ๘๐ ลด ๔๐๐ เปลยี น” “มมุ ภาค ๔๘๖๐ ขวา ๘๐ ลด ๔๐๐ ทราบแลว้ ”
หมายเหตุ การสง่ คาํ ขอยงิ วธิ พี กิ ดั ตาราง ผตน.อาจจะสง่ มมุ ภาคพรอ้ มกบั คาํ ขอยงิ เรมิ แรก
หรอื สง่ มุมภาคในภายหลงั หรอื สง่ มุมภาคก่อนในนัดแรกกไ็ ด้

๑๑๘.๓ คาํ ขอยงิ วธิ โี ปลาร์
ผตน. คาํ ขอยิงเริมแรก
ศอย.
“หวั หนิ จาก สวนสน ยงิ หาผล โปลาร์ เปลยี น” “สวนสน จาก หวั หนิ ยงิ หาผล โปลาร์ ทราบแลว้ ”
“มุมภาค ๔๕๒๐ ระยะ ๒๓๐๐ ตาํ ลง ๓๕ เปลยี น” “มุมภาค ๔๕๒๐ ระยะ ๒๓๐๐ ตาํ ลง ๓๕ ทราบแลว้ ”
“ทหารราบ ๑ กองรอ้ ย ในทแี จง้ เปลยี น” “ทหารราบ ๑ กองรอ้ ย ในทแี จง้ ทราบแลว้ ”
ข่าวถึง ผตน.
“กองรอ้ ย ๓ นัด ทราบแลว้ ” “กองรอ้ ย ๓ นดั เปลยี น”
หมายเหตุ ๑. นายทหารอาํ นวยการยงิ สงั ใหร้ วมกาํ ลงั ยงิ ทงั กองรอ้ ย
๒. สมมตุ วิ า่ ไม่มกี ารถามฝ่าย

๑๑๘.๔ คาํ ของยงิ วธิ ยี า้ ยจากจุดทราบทตี งั
ผตน. คาํ ขอยิงเริมแรก
ศอย.

“หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ จากเนิน ๗๓๒ เปลยี น” “สวนสน จาก หวั หนิ ปรบั การยงิ จากเนิน ๗๓๒ ทราบแลว้ ”
“มมุ ภาค ๓๘๐ เพมิ ๔๐๐ ตาํ ลง ๒๕ เปลยี น” “ซา้ ย ๓๘๐ เพมิ ๔๐๐ ตาํ ลง ๒๕ ทราบแลว้ ”
“ทหารราบ ๑ หมวด รถถงั ๑ คนั เปลยี น” “ทหารราบ ๑ หมวด รถถงั ๑ คนั ทราบแลว้ ”
ขา่ วถงึ ผตน.

“หมวด ๒ ๓ นัด ทราบแลว้ ” “หมวด ๒ ๓ นัด เปลยี น”
หมายเหตุ สมมตุ วิ า่ ไมม่ กี ารถามฝ่าย
๑๑๘.๕ คาํ ขอยงิ จากหน่วยเหนือ
“ยงิ หาผล กองรอ้ ย เปลยี น”
“เป้าหมาย กฉ. ๗๐๑ หรอื พกิ ดั ๔๓๒๕๗๘๙๑ สงู ๓๒๐ เปลยี น”
“๓ นดั ”
“พรอ้ มกนั ณ เป้าหมาย เวลา ๐๙๕๕ ขณะนีเวลา ๐๙๔๕ เปลยี น”

๑๒๑

๑๑๙. สรปุ

ก. โดยทวั ไปเมอื ผตน.เขา้ ใจในเรอื งคาํ ขอยงิ ตลอดจนการพจิ ารณาใชก้ ระสนุ และชนวนใหเ้ หมาะสมกบั เป้าหมาย
แลว้ จะทาํ ให้ ผตน.ปรบั การยงิ ต่อเป้าหมายได้

ข. องคป์ ระกอบและลาํ ดบั คาํ ขอยงิ

องคป์ ระกอบ ตวั อย่าง

๑. การแสดงตนของ ผตน. “หวั หนิ จาก สวนสน”
๒. คาํ สงั เตอื น

ก) วธิ พี กิ ดั “ปรบั การยงิ ”
ข) วธิ โี ปลาร์ “ปรบั การยงิ โปลาร”์
ค) วธิ ยี า้ ยจากจุดทราบทตี งั “ปรบั การยงิ จากเนิน ๗๓๒”

๓. การกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย

ก) วธิ พี กิ ดั “พกิ ดั ๘๔๕๕๒๖ มุมภาค ๑๖๕๐”
ข) วธิ โี ปลาร์ “มมุ ภาค ๔๕๒๐ ระยะ ๒๓๐๐ ตาํ ลง ๓๕”
ค) วธิ ยี า้ ยจากจดุ ทราบทตี งั “มุมภาค ๕๒๑๐ ซา้ ย ๓๘๐ เพมิ ตาํ ลง ๒๕”

๔. ลกั ษณะเป้าหมาย “ผกค. ๒๐ คน ในทแี จง้ ”
๕. วธิ โี จมตี

ก) ชนิดของการปรบั การยงิ (ยงิ ประณตี , ยงิ เป็นพนื ท)ี “อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเรา”
ข) กระสนุ และชนวน

๑. ชนิดกระสนุ “กระสนุ ควนั ” (เวน้ เมอื ใชก้ ระสุนระเบดิ )
๒. ชนิดชนวน “ชนวนถว่ งเวลา” (เวน้ เมอื ใชช้ นวนไว)
ค) กรวยพนื ยงิ “กรวยเปิด” (เวน้ เมอื ใชก้ รวยขนานค)ู่

๑๒๒

๑๒๐. การเลือกใช้ลกู ระเบิดยิงและชนวน
๑๒๐.๑ เมอื ผตน.เหน็ เป้าหมายและกาํ หนดทตี งั เป้าหมายไดด้ ว้ ยวธิ ใี ดวธิ หี นึงไดแ้ ลว้ สงิ ต่อไปทจี ะตอ้ งกระทาํ กค็ อื

ขอ้ ตกลงใจวา่ จะโจมตเี ป้าหมายอยา่ งไร จงึ จะไดผ้ ลมากทสี ดุ ความรเู้ รอื งลกู ระเบดิ ยงิ และชนวนจะชว่ ยให้ ผตน.เลอื กใช้
ลกู ระเบดิ ยงิ และชนวนไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ นอกจากนัน ผตน.ยงั ตอ้ งทราบผลการยงิ ของลกู ระเบดิ ยงิ และชนวนตา่ งๆ เพอื
เลอื กใชใ้ หเ้ หมาะแก่การทาํ อนั ตรายแตล่ ะเป้าหมาย ปัจจยั หลกั ทจี ะใชพ้ จิ ารณาไดแ้ ก่ ลกั ษณะเป้าหมาย และผลทตี อ้ งการ
ใหเ้ กดิ อนั ตรายตอ่ เป้าหมาย ดงั นี.-

๑๒๐.๑.๑ การยงิ ตดั รอนกาํ ลงั เป็นการยงิ ทที าํ ความเสยี หายใหข้ า้ ศกึ รอ้ ยละ ๑๐ ขนึ ไป จะทาํ ใหข้ า้ ศกึ ไม่
สามารถปฏบิ ตั หิ น้าทไี ดเ้ ป็นการชวั คราว ตามปกตจิ ะทาํ การยงิ ดว้ ยลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ชนวนไวหรอื ชนวนเวลา

๑๒๐.๑.๒ การยงิ ทาํ ลาย ทาํ ความเสยี หายใหก้ บั ขา้ ศกึ รอ้ ยละ ๓๐ ขนึ ไป เป็นการทาํ ลายเป้าหมายนนั จน
ไมอ่ าจรบไดอ้ กี เป็นการถาวร โดยทวั ๆไปตอ้ งการลกู ระเบดิ ยงิ ทใี หผ้ ลเฉพาะในการทะลทุ ะลวง

๑๒๐.๒ การยงิ ตดั รอนกาํ ลงั ในการพจิ ารณาว่าจะใชช้ นวนไวหรอื ชนวนถว่ งเวลานัน มหี วั ขอ้ พจิ ารณา ดงั นี.-
๑๒๐.๒.๑ ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ชนวนไว จะทาํ ใหล้ กู ระเบดิ ยงิ แตกระเบดิ ออกเมอื กระทบแตก สะเกด็

ระเบดิ สว่ นมากจะสาดไปทางขา้ งขนานกบั พนื สะเกด็ ระเบดิ และอาํ นาจการระเบดิ มผี ลต่อ...
๑๒๐.๒.๑.๑ บุคคลในทโี ลง่ แจง้
๑๒๐.๒.๑.๒ ยานพาหนะทไี ม่มเี กราะ
๑๒๐.๒.๑.๓ ยทุ โธปกรณ์ขนาดเบา
- มผี ลน้อยมากตอ่ บุคคลในหลุมลกึ หรอื คสู นามเพลาะ โดยเฉพาะบรเิ วณทภี มู ปิ ระเทศเป็น

คลนื หรอื มเี นินทกี าํ บงั จะทาํ ใหไ้ ดผ้ ลลดลง รวมทงั ในการยงิ ต่อเป้าหมายในป่ าทบึ ซงึ จะมลี กู ระเบดิ ยงิ กระทบตน้ ไมร้ ะเบดิ
เสยี ก่อนทจี ะตกถงึ พนื ดนิ

๑๒๐.๒.๒ ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ชนวนถว่ งเวลา เมอื ตงั ใหท้ าํ งานถว่ งเวลา จะชว่ ยใหก้ ารระเบดิ ชา้ ลง
๐.๐๕ วนิ าที จะใหผ้ ลดยี งิ ตอ่ ...

๑๒๐.๒.๒.๑ เป้าหมายทมี โี ครงไมแ้ ขง็ แรง
๑๒๐.๒.๒.๒ ยทุ โธปกรณ์ทไี มม่ เี กราะ
๑๒๐.๒.๒.๓ เป้าหมายในป่ าทบึ
๑๒๐.๓ การยงิ ทาํ ลาย การยงิ ทาํ ลายดว้ ยเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ กระทาํ ได้ ๒ ลกั ษณะ คอื
๑๒๐.๓.๑ ยงิ ทาํ ลายดว้ ยอาวธุ กระบอกเดยี ว ตงั แต่เรมิ ภารกจิ ปรบั การยงิ จนกระทงั การยงิ หาผล จะสนิ สดุ
เมอื เป้าหมายไดถ้ กู ทาํ ลายลงแลว้ ตามปกตแิ ลว้ มกั ใชเ้ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ หมู่ ซงึ อยทู่ างปีกในภารกจิ ยงิ ทาํ ลาย
๑๒๐.๓.๒ ยงิ ทาํ ลายดว้ ยอาวุธหลายกระบอก เรมิ ภารกจิ ปรบั การยงิ ดว้ ยเครอื งยงิ ลูกระเบดิ กระบอกเดยี ว
แต่ยงิ หาผลดว้ ยเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ตงั แต่ ๒ กระบอกขนึ ไป จะสนิ สุดภารกจิ เมอื เป้าหมายถกู ทาํ ลายเชน่ เดยี วกนั มกั จะใช้
เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ทงั หมวดปิดกรวยการยงิ หาผล
๑๒๐.๔ ลกู ระเบดิ ยงิ ส่องแสง เป็นลกู ระเบดิ ยงิ ทที าํ งานแบบขบั ออกทางทา้ ย ซงึ เมอื ถงึ ระยะทกี าํ หนดชนวนเวลาและ
ดนิ ขบั จะขบั รม่ และพลสุ อ่ งแสงออกทางทา้ ยลกู ระเบดิ ยงิ และจุดชนวนสอ่ งสว่าง เมอื ปรบั สงู กระสนุ แตกไดเ้ หมาะสม จะให้
การสอ่ งสวา่ ง ณ บรเิ วณพนื ทเี ป้าหมายดที สี ดุ และเมอื ตกถงึ พนื จะดบั พอดี ประโยชน์ของลกู ระเบดิ สอ่ งแสง คอื
๑๒๐.๔.๑ สอ่ งสวา่ งบรเิ วณพนื ทที มี หี รอื สงสยั วา่ จะมขี า้ ศกึ
๑๒๐.๔.๒ ช่วยในการปรบั การยงิ ในเวลากลางคนื
๑๒๐.๔.๓ ในบางครงั อาจใชล้ กู ระเบดิ ยงิ ส่องแสงทาํ การยงิ หมายพกิ ดั (หมายตาํ บลระเบิด) เช่นเดยี วกบั
ลกู ระเบดิ ยงิ ควนั ขาว
๑๒๐.๕ ลูกระเบดิ ยงิ ควนั (ฟอสฟอรสั ขาว) ใชป้ ระโยชน์ คอื
๑๒๐.๕.๑ เผาผลาญ
๑๒๐.๕.๒ สรา้ งฉากควนั กาํ บงั
๑๒๐.๕.๓ ทาํ ใหบ้ าดเจบ็

๑๒๓

๑๒๐.๕.๔ อาณตั สิ ญั ญาณ หรอื หมายจุดตา่ งๆ และกาํ บงั การตรวจการณข์ องขา้ ศกึ ไดเ้ ป็นอย่างดอี กี ดว้ ย
สามารถใชท้ าํ ลายยทุ โธปกรณ์ของขาศกึ

เป้าหมายทเี หมาะสม คอื
- ยานพาหนะ
- คลงั นํามนั
- กาํ บงั ตรวจการณ์ของขา้ ศกึ

- ชเี ป้าหมายหรอื หมายกงึ กลางเขตปฏบิ ตั กิ ารณ์

ตอนที ๕
การปรบั การยิงโดยผตู้ รวจการณ์ทางพืนดิน
๑๒๑. กล่าวทวั ไป

เมอื อาวธุ ไดท้ าํ การยงิ มาใหต้ ามคาํ ขอยงิ ของผตู้ รวจการณ์แลว้ ถา้ หากกระสนุ นดั แรก หรอื ชดุ แรกถกู เป้าหมายหรอื
ระเบดิ ใกลเ้ ป้าหมายมาก ผตู้ รวจการณ์กจ็ ะสง่ คาํ ขอยงิ ขนั ต่อไปใหอ้ าวธุ ทาํ การยงิ หาผลต่อเป้าหมายได้ แต่ถา้ กระสนุ

นัดแรกหรอื ชดุ แรกไม่ถกู เป้าหมาย หรอื ตกระเบดิ หา่ งจากเป้าหมาย เนืองจากผตู้ รวจการณ์กาํ หนดทตี งั เป้าหมายไมถ่ กู ตอ้ ง
หรอื จากความผดิ พลาดอนื ใดกต็ าม ผตู้ รวจการณ์กจ็ าํ เป็นจะตอ้ งแกไ้ ข เพอื นําตาํ บลระเบดิ เขา้ สเู่ ป้าหมาย และขอใหอ้ าวธุ
ทาํ การยงิ หาผลโดยเรว็ ทสี ดุ เมอื ตาํ บลระเบดิ เขา้ ใกลเ้ ป้าหมายมาก หรอื ถกู เป้าหมายแลว้ กจ็ ะเขา้ สขู่ นั การยงิ หาผล
๑๒๒. จดุ ปรบั การยิง

เป้าหมายตา่ งๆ ซงึ จากการยงิ ไมส่ ามารถจะวางลงไปดว้ ยกระสุนนดั แรกใหไ้ ดผ้ ล ดงั นนั จงึ ตอ้ งปรบั การยงิ การปรบั
การยงิ นีเป็นระบบการตรวจสอบการยงิ เพอื หาหลกั ฐานการยงิ ทจี าํ เป็นเพอื ใชย้ งิ ใหไ้ ดผ้ ลต่อตาํ บลทไี ดเ้ ลอื กเอาไว้ ตาํ บลที

เลอื กเอาไวน้ ีเรยี กวา่ จุดปรบั การยงิ ซงึ จุดปรบั การยงิ นีอาจเป็นเป้าหมายหรอื ส่วนหนึงของเป้าหมาย หรอื เป็นตําบลเดน่ ที
สงั เกตเหน็ และจดจาํ ไดง้ า่ ยในพนื ทเี ป้าหมายกไ็ ด้
๑๒๓. เมอื ใดจะปรบั การยิง

เมอื ผตู้ รวจการณ์ไม่สามารถกาํ หนดทตี งั เป้าหมายไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งแน่นอนแล้ว ตามปกตผิ ตู้ รวจการณ์จะตอ้ ง
ดาํ เนนิ การปรบั การยงิ การขาดหลกั ฐานทแี น่นอนของทตี งั เป้าหมายนี อาจเกดิ ขนึ จากทศั นวสิ ยั เลว, ภมู ปิ ระเทศลวงตา,

แผนทไี มแ่ น่นอน หรอื อาจเกดิ ขนึ จากผตู้ รวจการณ์ขาดความรู้ ความสามารถทจี ะกาํ หนดชจี ดุ ทตี งั ของเป้าหมายลงไป
ใหไ้ ดถ้ กู ตอ้ ง การตดั สนิ ตกลงใจเพอื ปรบั การยงิ นีขนึ อย่กู บั ผตู้ รวจการณ์เอง ถา้ ผตู้ รวจการณ์เหน็ วา่ สามารถยงิ หาผลได้

โดยไมต่ ้องปรบั การยงิ หรอื หวงั ผลในการจโู่ จม เชน่ นีแลว้ กร็ อ้ งขอ “ยงิ หาผล” ในคาํ ขอยงิ เรมิ แรกของตน แต่ถา้ ในความคดิ
ของผูต้ รวจการณ์เหน็ วา่ การยงิ หาผลนันไมส่ ามารถจะกระทาํ ไดท้ นั ที กค็ วรแสดงความคดิ เหน็ ออกมาในรปู “ปรบั การยงิ ”

ถา้ การยงิ หาหลกั ฐานของเครอื งยงิ ยงั ไมเ่ สรจ็ เรยี บรอ้ ย เมอื มเี ป้าหมายเกดิ ขนึ การปรบั การยงิ อาจเป็นขอ้ ตกลงใจของ
นายทหารอํานวยการยงิ (นอย.) โดยไม่ตอ้ งไปคาํ นงึ วา่ ทตี งั เป้าหมายนนั ผตู้ รวจการณ์สามารถกาํ หนดไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

และแน่นอน
๑๒๔. การใช้วิธียิงควบ

การยงิ ควบนนั คอื การทาํ ใหเ้ ป้าหมายอยใู่ นระหวา่ งตาํ บลระเบดิ ๒ นัด การยงิ ควบสามารถกระทาํ ไดท้ งั ทางระยะ

และทางทศิ แตร่ ะเบยี บปฏบิ ตั โิ ดยปกตกิ ารปรบั การยงิ นนั กาํ หนดใหส้ รา้ งหว้ งควบเฉพาะทางระยะตามแนว ต-ม สว่ น
ในทางทศิ นนั ตามปกตผิ ตู้ รวจการณ์สามารถแกไ้ ขไดโ้ ดยไมต่ อ้ งใชว้ ธิ ยี งิ ควบ
๑๒๕. ภาพปรากฏของตาํ บลระเบิด

จากภาพทปี รากฏของตาํ บลระเบดิ ผตู้ รวจการณ์อาจสามารถจะบอกชนิดของลกู ระเบดิ ยงิ และชนวนทียงิ ไปได้
ลกั ษณะตาํ บลระเบดิ ของลกู ระเบดิ ยงิ และชนวนแตล่ ะชนิดมดี งั นี.-

๑๒๔

๑๒๕.๑ ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ชนวนไว ตาํ บลระเบดิ ทเี กดิ การระเบดิ จากชนวนไวนัน จะมลี กั ษณะเป็นควนั ดาํ
แตส่ อี าจเปลยี นแปลงไดจ้ ากดนิ บรเิ วณตาํ บลระเบดิ ซงึ กระจดั กระจายขนึ ทงั ขา้ งบน และทางขา้ งทงั สองขา้ ง ถา้ จดุ กระทบ
เป็นหนิ หรอื พนื ผวิ แขง็ ๆ อาจจะมปี ระกายไฟแลบขนึ ดว้ ย ชนวนไวเมอื ยงิ ลงไปในพนื ทที เี ป็นป่ าอาจทาํ ใหเ้ กดิ การแตก
อากาศได้ สาเหตเุ กดิ จากลกู ระเบดิ กระทบเขา้ กบั กงิ ไม้ และเกดิ การระเบดิ ขนึ กอ่ นทจี ะตกกระทบพนื

๑๒๕.๒ ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ชนวนถว่ งเวลา เมอื ใชช้ นวนถ่วงเวลา ลกู ระเบดิ ยงิ จะใชเ้ วลา ๐.๐๕ วนิ าที หลงั จาก
ตกกระทบพนื เมอื เจาะดนิ ลงไปแลว้ จงึ เกดิ อาการระเบดิ จากใตด้ นิ จะมลี กั ษณะพลุพงุ่ ขนึ โดยมดี นิ พงุ่ สงู ตรงขนึ มาทาํ ใหเ้ กดิ
ควนั เพยี งเลก็ น้อย และการระเบดิ มเี สยี งดงั คอ่ ย

๑๒๕.๓ ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดดา้ นฟอสฟอรสั ขาว ตาํ บลระเบดิ มลี กั ษณะเป็นกลมุ่ ควนั ขาวสดใส จากการเผาไหมข้ อง
ฟอสฟอรสั ชนิ เลก็ ๆจะกระเดน็ ขนึ ขา้ งบน และกระจายออกทางขา้ งโดยรอบ
๑๒๖. การปรบั การยิง

๑๒๖.๑ ในการดาํ เนนิ การยงิ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ นนั มขี นั ตอนการปฏบิ ตั อิ ยู่ ๒ ขนั ตอน คอื
๑๒๖.๑.๑ การยงิ ปรบั
๑๒๖.๑.๒ การยงิ หาผล

๑๒๖.๒ การยงิ ปรบั ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ตามปกตจิ ะใชเ้ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ เพยี งกระบอกเดยี ว กระบอกทาํ การยงิ
ปรบั ทงั ในการยงิ เป็นพนื ทหี รอื ในการยงิ ประณตี ผตู้ รวจการณ์จะใชแ้ นว ต-ม เป็นหลกั ในการแกไ้ ข นํากระสนุ เขา้ สู่
เป้าหมาย โดยจะตรวจตาํ บลกระสุนตกแต่ละนัดเปรยี บเทยี บกบั เป้าหมายอยา่ งเหมาะสม ผตู้ รวจการณ์จะใชต้ วั แกต้ า่ งๆซงึ
มที งั ตวั แกท้ างขา้ ง(ทางทศิ ), ตวั แกท้ างระยะ และตวั แกท้ างสงู ตามความเหมาะสม ซงึ จะไดก้ ล่าวรายละเอยี ดในการหา
ตวั แกแ้ ตล่ ะอยา่ งตอ่ ไป
๑๒๗. การตรวจตาํ บลระเบิด

ผตู้ รวจการณ์เป็นผพู้ จิ ารณาตรวจตาํ บลระเบดิ ของตาํ แหน่งของตาํ บลระเบดิ หรอื กลุ่มของตาํ บลระเบดิ ซงึ เกยี วขอ้ ง
กบั ตาํ บลยงิ ปรบั ตามทเี หน็ อย่ใู นแนว ต-ม การตรวจตาํ บลระเบดิ ทาํ ในทางระยะและทางทศิ ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งมองตาํ บล
ระเบดิ ใหเ้ หน็ แลว้ จงึ ตรวจเวน้ ไวแ้ ตใ่ นขอ้ ง.ขา้ งลา่ ง, การตรวจตาํ บลระเบดิ ขนึ อยกู่ บั หลกั การวา่ ผตู้ รวจการณ์ไดเ้ หน็ อยา่ งไร
ขณะทตี าํ บลระเบดิ ไดป้ รากฏขนึ โดยปกติ การตรวจตาํ บลระเบดิ ต้องทาํ โดยทนั ทที นั ใด เวน้ ไวแ้ ตว่ า่ เมอื ตอ้ งการจะถว่ ง
ระยะเวลาไวช้ วั ขณะหนึงเพอื เอาประโยชน์จากการหนั เหของควนั หรอื ฝ่นุ

๑๒๗.๑ ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งทาํ การตรวจตาํ บลระเบดิ โดยทนั ทรี ะหวา่ งการยงิ ปรบั และควรไดม้ กี ารรายงานการตรวจ
ตาํ บลระเบดิ ในระหวา่ งการฝึกขนั ตน้ เมอื ผตู้ รวจการณ์ไดม้ คี วามชาํ นาญแลว้ กค็ วรไดฝ้ ึกการตรวจตาํ บลระเบดิ ต่อไป แต่ไม่
ตอ้ งมกี ารรายงานออกมา การตรวจตาํ บลระเบดิ ทางระยะดงั นี:- หลงั , หน้า, สงสยั , ระยะเป้าหมาย, เป้าหมายหรอื หาย
การตรวจตาํ บลระเบดิ ทางทศิ มดี งั นี:-ขวา, ซา้ ย หรอื ตรงทศิ

๑๒๗.๒ ในการยงิ ประณตี ผตู้ รวจการณ์รายงานการตรวจตาํ บลระเบดิ ตามความเป็นจรงิ โดยไม่ตอ้ งมกี ารแกไ้ ข
ในระหวา่ งการยงิ หาผล เมอื การยงิ หาผลกาํ ลงั ดาํ เนนิ การอยดู่ ว้ ยชนวนกระทบแตก ผตู้ รวจการณ์รายงานการตรวจทาง
ระยะและการตรวจทางทศิ ตามลําดบั

๑๒๗.๓ เมอื ผตู้ รวจการณ์ทางพนื ดนิ ตรวจตาํ บลระเบดิ ทางระยะไดช้ ดั เจนของตาํ บลระเบดิ แห่งหนึง ซงึ อยใู่ นแนว ต-
ม นนั เรยี กการตรวจนีวา่ การตรวจตาํ บลระเบดิ ทางภมู ปิ ระเทศ เช่น การตรวจตาํ บลระเบดิ ซงึ ไดม้ าจากความรใู้ นภูมิ
ประเทศ ซงึ เชอื มโยงกบั การตรวจตาํ บลระเบดิ ของผตู้ รวจการณ์ทปี ระสพจากการหนั เหของควนั เงาตาํ บลระเบดิ ถงึ แมว้ า่
จะเป็นผตู้ รวจการณ์ทชี าํ นาญแลว้ กต็ าม การปฏบิ ตั กิ ต้ อ้ งระมดั ระวงั และตดั สนิ ใจในการตรวจตําบลระเบดิ ทางภมู ปิ ระเทศนี
อยเู่ สมอ ในเมอื การตรวจตาํ บลระเบดิ ทางภมู ปิ ระเทศ ตรวจไดจ้ ากการหนั เหของควนั หรอื เงานัน ยอ่ มตอ้ งพจิ ารณาถงึ
ทศิ ทางลม หรอื ตําแหน่งของพระอาทติ ยข์ ณะนันดว้ ย

๑๒๗.๔ ภายใตส้ ภาพภมู ปิ ระเทศทแี น่ชดั ผตู้ รวจการณ์อาจสามารถตรวจตาํ บลระเบดิ ไดท้ งั ทไี มส่ ามารถเหน็ ตาํ บล
ระเบดิ นัน ตวั อยา่ งเชน่ ผตู้ รวจการณไ์ ดย้ นิ เสยี งระเบดิ และกม็ อี ยทู่ เี ดยี วเทา่ นนั ซงึ เป็นทลี กู ระเบดิ จะไปตกปรากฏอยู่ ซงึ
ไมส่ ามารถจะเหน็ ไดเ้ พราะอยใู่ นหบุ เขาลกึ ไกลออกไปจากตาํ บลยงิ ปรบั ดงั นันจงึ สามารถตรวจตาํ บลระเบิดไดว้ า่ ไกลกวา่
ตาํ บลยงิ ปรบั

๑๒๕

๑๒๗.๕ ในระหวา่ งการยงิ หาผลของภารกจิ ยงิ ประณตี ถา้ เกดิ มกี ารเหน็ ตอ้ งหยดุ ชะงกั เสยี ไปชวั ขณะ หรอื ดว้ ย
เหตุผลอยา่ งใดอยา่ งหนึงทที าํ ใหผ้ ตู้ รวจการณ์ ถูกขดั ขวางจากการตรวจตาํ บลระเบดิ โดยเฉพาะของนัดนัน ผตู้ รวจการณ์
ตอ้ งรายงาน “ตรวจไมไ่ ด,้ ซาํ ระยะเดมิ ”
๑๒๘. การแกไ้ ขการยิง

ผตู้ รวจการณ์ต้องคน้ หาใหไ้ ดต้ าํ แหน่งตวั กลางของตาํ บลระเบดิ หรอื ตาํ บลกระสนุ ตก ทจี ะวางลงบนหรอื ใกลเ้ คยี ง
พอเพยี งตอ่ เป้าหมาย โดยทาํ การแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม ระหวา่ งขนั การปรบั การยงิ จากการตรวจตําบลระเบดิ
ผตู้ รวจการณพ์ จิ ารณาหาการแกไ้ ขทางทศิ และทางระยะเป็นเมตร แลว้ รายงานการแกเ้ หลา่ นี ขนั ตน้ เป็นการแกท้ างทศิ
แลว้ จงึ เป็นการแกท้ างระยะ เพอื นําตาํ บลระเบดิ ใหเ้ ขา้ ไปอยบู่ นแนว ต-ม และเพอื สรา้ งการควบเป้าหมายใหถ้ กู ตอ้ ง
เหมาะสม
๑๒๙. การยิงหาผล

การยงิ หาผลเป็นการยงิ ซงึ ใชย้ งิ หลงั จากยงิ ปรบั ซงึ ไดค้ น้ หาตาํ แหน่งกงึ กลางของตาํ บลระเบดิ ทเี ขา้ ไปอยภู่ ายใน
ระยะทตี อ้ งการของเป้าหมายหรอื ตาํ บลยงิ ปรบั แบบและจาํ นวนการยงิ ทใี ชน้ นั ขนึ อยกู่ บั ผลทตี อ้ งการ ซงึ อาจประกอบดว้ ย
ปรมิ าตรการยงิ ทใี ชย้ งิ ดว้ ยหมวด เมอื ยงิ เป็นพนื ทใี นเมอื ไมต่ อ้ งการปรบั การยงิ และตอ้ งการยงิ ดว้ ยการยงิ จโู่ จม กใ็ หร้ อ้ งขอ
การยงิ หาผลลงไปในคาํ ขอยงิ เรมิ แรกไดเ้ ลย
๑๓๐. การตรวจตาํ บลระเบิดทางทิศ

๑๓๐.๑ ความคลาดเคลอื นทางทศิ เป็นระยะทางขา้ ง จากจุดกงึ กลางตาํ บลระเบดิ มายงั แนว ต-ม การตรวจตําบล
ระเบดิ ทางทศิ หาออกมาไดเ้ ป็นจาํ นวนมมุ และทางทศิ ทคี ลาดเคลอื น ผตู้ รวจการณ์วดั มุมเป็นมลิ เลยี มต่อตําบลระเบดิ แต่
ละนดั หรอื ต่อกลมุ่ ของตาํ บลระเบดิ แตล่ ะกลมุ่ ซงึ ปรากฏออกไปขา้ งนอกแนว ต-ม เมอื ยงิ ดว้ ยลูกระเบดิ ชนิดเดยี ว
ผตู้ รวจการณว์ ดั จากศูนยก์ ลางของตาํ บลระเบดิ เมอื ยงิ ดว้ ยการยงิ เป็นรอบ และการยงิ ดว้ ยวธิ รี ะดมยงิ ผตู้ รวจการณ์วดั จาก
ศนู ยก์ ลางของกลมุ่ ระเบดิ

๑๓๐.๒ ตาํ บลระเบดิ หรอื ศนู ยก์ ลางของกลุ่มระเบดิ อาจอยบู่ นแนว ต-ม หรอื ขา้ งใดขา้ งหนึง การตรวจตาํ บลระเบดิ
ทางทศิ ระหวา่ งการยงิ ปรบั คอื ตรงทศิ , หรอื (น้อยมากเทา่ ใด) ขวา(ซา้ ย) ตวั อยา่ งเช่น ผตู้ รวจการณ์หน้าเหน็ ตาํ บลระเบดิ
ซงึ วดั ได้ ๒๐ มลิ เลยี ม อยทู่ างขวาของแนว ต-ม การตรวจตาํ บลระเบดิ ทางทศิ สาํ หรบั นดั นนั จงึ เป็น “ขวา ๒๐”

๑๓๐.๓ ในระหวา่ งการยงิ หาผลในการยงิ ประณตี โดยปกตผิ ตู้ รวจการณบ์ อกการตรวจการณต์ ําบลระเบดิ ทางทศิ
ทอี อกแนว ต-ม เป็นขวา หรอื ซา้ ยโดยไมต่ อ้ งบอกจาํ นวนมลิ เลยี มของทางทศิ นัน แต่อยา่ งไรกด็ ี เมอื มกี ารผดิ พลาดทางทศิ
มากหรอื มจี ํานวนมุมทางทศิ สงู ขนึ ผตู้ รวจการณ์อาจบอกการผดิ พลาดทางทศิ เป็นเมตร ซงึ อาจชว่ ยเหลอื นอย.ใหส้ าํ เรจ็
ในภารกจิ เรว็ ขนึ ผตู้ รวจการณ์รายงานบอกการตรวจตาํ บลระเบดิ ทตี กระเบดิ บนแนว ต-ม วา่ “ตรงทศิ ”
๑๓๑. การแก้ทางทิศ

๑๓๑.๑ กล่าวทวั ไป การแกท้ างทศิ นี คอื ระยะเป็นเมตร ทตี อ้ งการเลอื นตาํ บลระเบดิ นัดต่อไป(หรอื ศนู ยก์ ลางของ
กลุ่มตาํ บลระเบดิ ต่อไป) มาทางขวาหรอื ซา้ ยเพอื วางใหล้ งบนเสน้ แนว ต-ม ผตู้ รวจการณ์คาํ นวณและรายงานการแกท้ างทศิ
ใหใ้ กลเ้ คยี ง ๑๐ เมตร สง่ ไปให้ ศอย.

๑๓๑.๒ แฟคเตอร์ ต-ม (ฟตม.)หรอื ปัจจยั แนว ต-ม คอื ตวั เลขทแี ทนระยะจากทตี รวจการณ์ๆไปยงั เป้าหมายเป็น
จาํ นวนเตม็ กโิ ลเมตร ใชห้ ลกั การในการปัดเศษ ถา้ เศษ .๑-.๔ ใหป้ ัดทงิ ถา้ มเี ศษ .๖-.๙ ใหป้ ัดขนึ ถา้ เศษ .๕ ใหป้ ัดไปทาง
เลขคู่ แตถ่ า้ ระยะจากทตี รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย น้อยกวา่ ๑๐๐๐ เมตร ใหใ้ ชค้ า่ ของ ฟตม. เป็นทศนิยมหนึงตําแหน่งของ
กโิ ลเมตร เชน่ ๘๐๐ เท่ากบั ๘๐๐/๑๐๐๐ = .๘

๑๓๑.๓ การคาํ นวณการแกท้ างทศิ ผตู้ รวจการณ์ใชส้ ตู รมลิ เลยี มคาํ นวณการหาแกท้ างทศิ โดยเอามุมทางทศิ เป็นมิ
ลเลยี มทตี รวจการณ์ได(้ การตรวจตาํ บลระเบดิ ทางทศิ ) คณู ดว้ ยปัจจยั ของแนว ต-ม เพอื ตอ้ งการการปรบั แกเ้ มตร จาํ นวน
การแกเ้ ป็นหลาทไี ดม้ านนั ใหท้ าํ เป็นจาํ นวนเตม็ ใกลเ้ คยี ง ๑๐ เมตรใหม้ ากทสี ดุ การแกท้ ไี ดม้ านใี หก้ าํ หนดทศิ ทางตรงขา้ ม
กบั การตรวจตาํ บลระเบดิ การแกท้ างทศิ ใหร้ ายงานบอกเป็นเมตร เช่น “ซา้ ย ขวา”(มากน้อยเทา่ ใด) ตอ่ ไปนีเป็นตวั อยา่ ง
ของการคาํ นวณการแกท้ างทศิ

๑๒๖

ระยะ ต-ม ปัจจยั ของแนว ต-ม การตรวจตาํ บลระเบิด การแก้ทางทิศ
๔,๐๐๐ เมตร ๔ ขวา ๔๐ ซา้ ย ๑๖๐
๓,๔๐๐ เมตร ๓ ซา้ ย ๕๐ ขวา ๑๕๐
๒,๖๐๐ เมตร ๓ ซา้ ย ๑๐๐ ขวา ๓๐๐
๒,๕๐๐ เมตร ๒ ซา้ ย ๑๒๕ ขวา ๒๕๐
๑,๕๐๐ เมตร ๒ ขวา ๒๐ ซ้าย ๔๐
๘๐๐ เมตร .๘ ซา้ ย ๓๐ ขวา ๒๐

๑๓๑.๔ การนําปัจจยั แนว ต-ม และมมุ ทศิ ทจี ดั ใหเ้ ป็นจาํ นวนเตม็ ใกลเ้ คยี ง ไมเ่ ป็นการปฏบิ ตั ซิ งึ สามารถทาํ ไดเ้ สมอ
ไป ซงึ จะใชต้ วั เตม็ ของปัจจยั แนว ต-ม และจาํ นวนมมุ ทางทศิ ทวี ดั ไดจ้ รงิ ๆมาคาํ นวณหาการแกท้ างทศิ แต่ละครงั ผตู้ รวจ
การณ์พยายามทาํ การแกใ้ หแ้ น่นอนทสี ดุ เท่าทจี ะทาํ ได้ แตอ่ ยา่ งไรกด็ ี ความจาํ กดั ในเวลากบั ลกั ษณะและขนาดของ
เป้าหมาย ทาํ ใหม้ คี วามตอ้ งการทาํ ตวั เลขเหล่านีใหเ้ ป็นจาํ นวนเตม็ ในการคาํ นวณหาตวั แก้

๑๓๑.๕ การแกป้ ัจจยั แนว ต-ม ทบี กพรอ่ ง ในระหวา่ งการยงิ ปรบั ผตู้ รวจการณ์อาจพบวา่ การกะระยะแนว ต-ม
เมอื เรมิ แรกนนั มคี วามบกพรอ่ ง ดงั นีแลว้ ผตู้ รวจการณต์ อ้ งปรบั ปัจจยั ของแนว ต-ม ของตนใหก้ ลมกลนื กบั การชบี อกอนั ใหม่
ของแนว ต-ม ตวั อยา่ ง เชน่ :- การกะระยะเรมิ แรกในแนว ต-ม ของผตู้ รวจการณ์ได้ ๒,๒๐๐ เมตร

๑๓๑.๕.๑ ถา้ หลงั จากนัดแรกไดย้ งิ มาแลว้ ผตู้ รวจการณ์ตรวจดแู ลว้ เหน็ วา่ ควรเพมิ อกี ๘๐๐ เมตรจงึ จะถกู
เป้าหมาย แต่เพอื ตอ้ งการใหล้ กู ระเบดิ ตกหลงั อกี ๔๐๐ เมตร ดงั นนั จงึ ปรากฏวา่ ระยะ ต-ม อยใู่ นระหวา่ ง ๓,๐๐๐ และ
๓,๔๐๐ เมตร ฉะนันปัจจยั แนว ต-ม ควรเพมิ เป็น ๓.๒

๑๓๑.๕.๒ ถา้ หลงั จากนัดแรกไดย้ งิ ไปแลว้ ผตู้ รวจการณว์ ดั มมุ ทางทศิ ได้ ๑๐๐ มลิ เลยี ม ทางขวา ไดส้ ง่
การแกไ้ ปซา้ ย ๒๒๐ เมอื ยงิ นัดทสี องมากย็ งั วดั มมุ ทางทศิ ได้ ๗๐ มลิ เลยี ม ทางขวาเหมอื นกนั อกี ดงั นนั ปัจจยั ของแนว ต-ม
ควรเพมิ เป็น ๓.๑(W/M = R = ๒๒๐/๗๐ = ๓.๑)แต่อยา่ งไรกด็ ี ถา้ มมุ ทหี มายใหญ่(ขอ้ ฉ. ขา้ งลา่ ง) ผตู้ รวจการณต์ อ้ งระวงั
เพอื แบ่งระยะทแี ยกออกไปจากทางทศิ

๑๓๑.๖ ผลของมมุ เป้าหมายใหญ่ มมุ เป้าหมาย คอื มุม ณ เป้าหมายเกดิ ขนึ ดว้ ยเสน้ แนว ต-ม และเสน้ แนวเครอื ง
ยงิ กบั เป้าหมาย (ค-ม)เมอื มมุ นีใหญ่(๕๐๐ มลิ เลยี ม หรอื ใหญ่กวา่ ) อาการกระจายทางระยะกจ็ ะปรากฏตอ่ ผตู้ รวจการณเ์ ป็น
ทางทศิ จากแนว ต-ม. ทาํ ใหไ้ ดร้ บั ความยงุ่ ยากทจี ะต้องกาํ หนดตาํ บลระเบิด ดงั นนั ผตู้ รวจการณต์ อ้ งหาประโยชน์ของการ
ตรวจตาํ บลระเบดิ ทางภมู ปิ ระเทศทแี น่นอนเทา่ ทจี ะทาํ ได้ ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งศกึ ษาเพอื ตดั สนิ เอาวา่ มมุ ทางทศิ จากแนว ต-ม
เป็นไปตามเกณฑอ์ าการกระจายทางระยะมากหรอื น้อย เพอื เป็นการชว่ ยเหลอื ผตู้ รวจการณ์ในการตดั สนิ อาการกระจาย
ทางระยะทอี อกไปนนั ศอย.ควรบอกใหผ้ ตู้ รวจการณ์ทราบถงึ ขนาดมมุ เป้าหมาย ใหใ้ กลเ้ คยี ง ๑๐๐ มลิ เลยี ม มากทสี ุด ใน
เมอื มมุ เป้าหมายมคี า่ เป็น ๕๐๐ มลิ เลยี มหรอื ใหญ่กว่า ตวั อยา่ งเชน่ เมอื ผตู้ รวจการณ์พบวา่ การแกท้ างทศิ นันมผี ลใหล้ กู
ระเบดิ นัดตอ่ ไประเบดิ บนดา้ นตรงขา้ มของแนว ต-ม เป็นมุมทางทศิ มากทจี ะทาํ ใหก้ ารตรวจตาํ บลระเบดิ สาํ หรบั ระยะลาํ บาก
ผตู้ รวจการณ์ควรจะประมวลลดขนาดการแกท้ างทศิ ในนัดตอ่ ไป จนกวา่ มมุ ทางทศิ ไดก้ ลบั กลายเลก็ ลงพอทจี ะละเลยเสยี ได้
(หนทางแนะนําใชค้ รงึ หนึงของการแกท้ ที าํ ไวไ้ ด้ คาํ นวณหาการแกใ้ นลกั ษณะเชน่ เดมิ แลว้ นําเอามาใชเ้ พยี งครงึ เดยี ว)
สาเหตทุ ที าํ ใหเ้ กดิ มมุ ทศิ นีอาจเป็นดว้ ยระยะแยกออกไป,ภมู ปิ ระเทศผดิ ปกติ ไมไ่ ดแ้ กไ้ ขปัจจยั ของแนว ต-ม ความบกพร่อง
ของเจา้ หน้าทหี รอื เครอื งมอื เครอื งใช้ หรอื ปัจจยั เหลา่ นีรวมกนั

๑๒๗

รปู ที ๖๙ มุมเป้าหมาย
๑๓๑.๗ การยงิ ใกลก้ บั หน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งปฏบิ ตั ดิ ว้ ยความระมดั ระวงั ในการแกท้ างทศิ
ในทศิ ทางทเี ป้าหมายอยใู่ กลก้ บั ทหารฝ่ายเดยี วกนั
๑๓๒. การปรบั ทางระยะ
ผตู้ รวจการณ์ทาํ การปรบั ระยะโดยใชว้ ธิ กี ารยงิ ควบ หรอื วธิ ยี งิ ต่อระยะหน้า ผตู้ รวจการณใ์ ชว้ ธิ กี ารยงิ ควบในเมอื
ลกู ระเบดิ นดั แรกทตี กนนั ไมต่ ้องเอาผลนัก และความปลอดภยั ของหน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั ไมเ่ ขา้ มาเกยี วขอ้ ง เมอื ใชว้ ธิ ยี งิ
ตอ่ ระยะหน้านนั ในเมอื หน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั เขา้ มาอยภู่ ายใน ๔๐๐ เมตร ของเป้าหมาย จากการตรวจตาํ บลระเบดิ
ผตู้ รวจการณป์ รารถนาไดร้ ะยะแกท้ ถี กู ตอ้ ง เพอื สรา้ งการเปลยี นระยะสนั ๆเขา้ มาตามลาํ ดบั โดยรอบตาํ บลยงิ ปรบั จนกระทงั
ไดร้ ะยะทตี อ้ งการหาผลเกดิ ขนึ ระยะยงิ หาผลนันกาํ หนดเป็นระยะซงึ จะตอ้ งประกนั อยา่ งมเี หตผุ ลในผลทไี ดเ้ ป็นระดบั สงู ตอ่
เป้าหมาย
๑๓๓. การตรวจตาํ บลระเบิดทางระยะ
๑๓๓.๑ กล่าวทวั ไป การตรวจตาํ บลระเบดิ ทางระยะทชี ดั เจนนนั ตอ้ งการเพอื ไดร้ ะยะปรบั ทถี กู ตอ้ ง ผตู้ รวจการณ์
ทาํ การตรวจตาํ บลระเบดิ ทางระยะทชี ดั เจนกอ่ นการบอกการแกท้ างระยะ โดยปกตติ าํ บลระเบดิ ทตี กบนหรอื ใกลก้ บั แนว
ต-ม นนั ทาํ ใหก้ ารตรวจตาํ บลระเบดิ ชดั เจน
๑๓๓.๒ ความหมาย การตรวจตาํ บลระเบดิ ทางระยะ ความหมายใน(๑)ถงึ (๗) ขา้ งลา่ งใชส้ าํ หรบั ทาํ การตรวจตาํ บล
ระเบดิ ทางระยะ

๑๓๓.๒.๑ หลงั ตาํ บลระเบดิ ทตี กขา้ งหลงั ตาํ บลยงิ ปรบั ตรวจวา่ “หลงั ” ถา้ ไมต่ อ้ งการแนวเสน้ ยงิ , การตรวจ
ตาํ บลระเบดิ ทางภมู ปิ ระเทศ หรอื ควนั กเ็ ป็นการเหมาะสมทใี ชไ้ ด้ ตวั อยา่ งเช่น ตาํ บลระเบดิ ตกอยทู่ างซา้ ยของแนว ต-ม
ใกลก้ บั ตาํ บลยงิ ปรบั , ลมพดั ผา่ นหน้าผตู้ รวจการณ์จากซา้ ยไปขวา, และควนั จากตาํ บลระเบดิ หนั เหตรงออกไปจากทาง
ขา้ งหลงั ของตาํ บลยงิ ปรบั ในกรณนี ี ผตู้ รวจการณ์ตรวจตาํ บลระเบดิ วา่ “หลงั ” ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งระวงั การตรวจดคู วนั หนั เห
ไป เนืองจากถา้ การพจิ ารณาทศิ ทางของลมในพนื ทเี ป้าหมายไม่แน่นอนแลว้ อาจไดผ้ ลทาํ ใหก้ ารตรวจตาํ บลระเบดิ ผดิ กไ็ ด้

๑๓๓.๒.๒ หน้า ตาํ บลระเบดิ อยรู่ ะหวา่ งตาํ บลยงิ ปรบั กบั ผตู้ รวจการณ์ตรวจวา่ “หน้า”
๑๓๓.๒.๓ เป้าหมาย ตาํ บลระเบดิ ตกอยบู่ นตาํ บลยงิ ปรบั ตรวจวา่ “เป้าหมาย”
๑๓๓.๒.๔ ระยะเป้าหมาย ตาํ บลระเบดิ อยใู่ นระยะทถี กู ตอ้ ง หรอื การระดมยงิ , หรอื การยงิ เป็นรอบ โดยมี
จาํ นวนลกู ระเบดิ ตกหนา้ และหลงั เทา่ กนั ตรวจวา่ “ระยะเป้าหมาย”(ไมใ่ ชก้ ารยงิ ประณตี เพอื หาผล)

๑๒๘

๑๓๓.๒.๕ สงั สยั ตาํ บลระเบดิ ทสี ามารถตรวจไดท้ างทศิ แตไ่ มส่ ามารถตรวจไดโ้ ดยไมแ่ น่นอนวา่ หลงั , หน้า
, เป้าหมาย, หรอื ระยะถกู ตอ้ ง ใหต้ รวจบอกวา่ “สงั สยั ”

๑๓๓.๒.๖ หาย ตาํ บลระเบดิ ซงึ ไม่สามารถหาตาํ แหน่งไดใ้ หต้ รวจวา่ “หาย” ผตู้ รวจการณต์ อ้ งรอ้ งขอ
เปลยี นในทางทศิ , หรอื ระยะ หรอื ทงั สองอยา่ ง เพราะวา่ โดยปกตเิ มอื ยงิ ใหม่อกี ดว้ ยหลกั ฐานอนั เดยี วกนั แลว้ ผลลพั ธอ์ กี นัด

หนึงกค็ อื หายอกี ตาํ บลระเบดิ ทตี รวจวา่ หาย ควรรายงานไป ศอย. ดงั ตวั อยา่ ง “หาย, เพมิ ๔๐๐”
๑๓๓.๒.๗ หาย, หลงั (หน้า) ตาํ บลระเบดิ ทตี รวจไมเ่ หน็ แต่กาํ หนดรไู้ ดว้ า่ ไกลหรอื ใกลก้ วา่ ตาํ บลยงิ ปรบั

อาจตรวจใหถ้ กู ตอ้ งไดเ้ ช่น “หาย, หลงั ” หรอื “หาย, หน้า”
๑๓๔. ตรวจไม่ได้และหาย

แมว้ า่ ผตู้ รวจการณ์จะไมเ่ หน็ ตาํ บลระเบดิ แต่บางครงั กอ็ าจทราบไดว้ า่ การหายนันเกดิ ทใี ด เชน่ เมอื ไดย้ นิ เสยี ง

ระเบดิ แตไ่ มเ่ หน็ ตาํ บลระเบดิ และภมู ปิ ระเทศดา้ นหลงั จดุ ปรบั การยงิ เป็นหบุ เหว ผตู้ รวจการณ์กท็ ราบไดท้ นั ทวี า่ ควรเป็น
“หาย, หลงั ”

๑๓๔.๑ ถา้ ทศั นวสิ ยั จาํ กดั ชวั คราว เชน่ ผตน.ตอ้ งเขา้ ทกี าํ บงั เมอื ถกู ขา้ ศกึ ยงิ หรอื เป้าหมายมคี วนั บงั และเมอื ไม่
ทราบไดว้ า่ นดั ไหนเป็นนัดทตี นตรวจ เป็นตน้ ผตู้ รวจการณจ์ ะตรวจวา่ “ตรวจไมไ่ ด้ ยงิ ซํา”

๑๓๔.๒ ถา้ ผตู้ รวจการณ์ไมเ่ หน็ ตาํ บลระเบดิ ใหต้ รวจวา่ “หาย”
๑๓๔.๓ ลกู ระเบดิ ยงิ อาจหายไดห้ ลายวธิ ี เชน่
- ลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ น
- ทศั นวสิ ยั ถูกบงั เชน่ มหี มอก มคี วนั หรอื เสยี งรบกวนมากจนแยกไม่ออก

- ภมู ปิ ระเทศกาํ บงั
- สภาพอากาศ เชน่ ฝนตกหรอื ฟ้ารอ้ ง
- ผตู้ รวจการณ์เผลอเอง
- ความผดิ พลาดของชดุ หลกั ยงิ ชุดใดชุดหนึง

๑๓๔.๔ เมอื ปรากฏว่าลูกระเบดิ ยงิ หาย ผตน.จะตอ้ งพจิ ารณาถงึ ประสบการณ์ของตนเอง ความชาํ นาญของ ศอย.
และ หมู่ ค. และทตี งั ของแนวฝ่ายเราเทยี บกบั เป้าหมาย แลว้ ควรจะตกลงใจแกอ้ ย่างใดอยา่ งหนึง โดยชงั นําหนกั ใหด้ ี

ระหวา่ งความเชอื มนั วา่ การกาํ หนดทตี งั เป้าหมายของตนถุกตอ้ ง ความถกู ตอ้ งของการยงิ ในภารกจิ ก่อนๆ นัดทหี ายเป็น
นดั แรกของการยงิ หรอื นดั ถดั มาและความเรง่ ดว่ นของภารกจิ

๑๓๔.๕ เมอื มลี กู ระเบดิ ยงิ หาย ผตน.จะตอ้ งกระทาํ อยา่ งใดอยา่ งหนึงตอ่ ไปนีทนั ท.ี -
๑๓๔.๕.๑ ตรวจสอบหลกั ฐานของทุกสว่ น รวมทงั การกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย และคาํ ขอยงิ ของตน

๑๓๔.๕.๒ ขอลกู ระเบดิ ยงิ ควนั
๑๓๔.๕.๓ ขอยงิ ซาํ

๑๓๔.๕.๔ ขอจบภารกจิ และเรมิ ภารกจิ ใหม่
๑๓๔.๕.๕ ตกลงใจอยา่ งรอบคอบในอนั ทจี ะยา้ ยนัดต่อมา ในหนทางทคี าดวา่ จะตรวจได้ ตอ้ งระวงั

เป็นพเิ ศษ ถา้ เป้าหมายนนั อยใู่ กลฝ้ ่ายเรา
๑๓๕. การยิงควบ

๑๓๕.๑ ผตู้ รวจการณส์ รา้ งหว้ งควบอนั ถกู ตอ้ ง หรอื ทาํ ใหก้ ารตรวจตาํ บลระเบดิ จาํ กดั ความวา่ ระยะถกู ตอ้ งก่อนทจี ะ

เรมิ ยงิ หาผล หลงั จากนีผตู้ รวจการณ์ไดต้ รวจตาํ บลระเบดิ ครงั แรกไดอ้ ยา่ งชดั เจน แลว้ ปรากฏวา่ “ตกหลงั , หรอื หนา้ ” อยา่ ง
ใดอยา่ งหนงึ แลว้ นนั การแกใ้ นทางระยะควรจะมคี วามยาวเพยี งพอทจี ะใหค้ วบเป้าหมายได้ การแกท้ างระยะครงั แรกนัน

ขนึ อยกู่ บั ความแน่นอนของทตี งั เป้าหมาย และการกะระยะตามแนว ต-ม ตามความจาํ เป็นของผูต้ รวจการณ์เพอื ให้
ควบเป้าหมาย หลงั จากทผี ตู้ รวจการณ์ไดส้ รา้ งหว้ งควบขนั แรกนีแลว้ ผตู้ รวจการณ์กบ็ อกการแกท้ างระยะของตาํ บลระเบดิ
นดั ตอ่ ไปได้ โดยไดผ้ ลจากการแบ่งหว้ งควบนีออกไป ตาํ บลระเบดิ แหง่ นีรว่ มกบั ตาํ บลระเบดิ อกี แหง่ หนึงของหว้ งควบอนั
แรก จะสรา้ งหว้ งควบใหมข่ นึ และเป็นหว้ งควบแคบกวา่ หว้ งควบแรก ผตู้ รวจการณ์แบ่งหว้ งควบยอ่ ยๆลงไปตามลาํ ดบั

จนกระทงั เหลอื หว้ งควบอนั ถกู ตอ้ งทสี รา้ งขนึ เพอื นําเขา้ ไปสกู่ ารยงิ หาผล หว้ งควบทถี กู ตอ้ งโดยปกตนิ นั ๑๐๐ เมตร

๑๒๙

๑๓๕.๒ โดยปกตผิ ตู้ รวจการณ์ควรแกท้ างระยะใหเ้ ป็นจาํ นวนเลขคขู่ อง ๑๐๐ เมตร(๒๐๐, ๔๐๐, ๘๐๐ ฯลฯ)จาก
ขอ้ แนะนํานีผตู้ รวจการณ์กไ็ ดร้ บั ความสะดวกในการปรบั ของตน และกท็ าํ ใหไ้ มต่ อ้ งสรา้ งหว้ งควบมคี า่ เป็นเลขค(ี ๓๐๐ หรอื

๕๐๐) ซงึ เมอื ทอนหว้ งควบออกไปแลว้ จะทาํ ใหเ้ กดิ คา่ ทยี งุ่ ยากในการแกร้ ะยะต่อๆไป ขอยกเวน้ สาํ หรบั กฏนีปรากฏเหน็ ได้
ชดั เมอื ผตู้ รวจการณ์ไดท้ อนหว้ งควบ ๑๐๐ เมตร กรณนี ีกท็ าํ ใหง้ า่ ยเขา้ ในการแกท้ ถี กู ตอ้ งเป็น ๕๐ เมตร
๑๓๕.๓ ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งใชค้ วามรขู้ องตนในการพจิ ารณาภมู ปิ ระเทศ ความชาํ นาญและเจนจดั โดยทวั ไป ความ
ชาํ นาญและความรอบรจู้ ากการยงิ แต่เดมิ และการตดั สนิ ตกลงใจพจิ ารณาขนาดการเปลยี นแปลงของระยะในขนั ตน้ สาํ หรบั

ตวั อยา่ งอนั นี ในสถานการณ์อนั หนึง อาจต้องการเปลยี นแปลงระยะ ๘๐๐ เมตร แต่อกี สถานการณ์หนึงอาจใชเ้ พยี ง ๔๐๐
เมตรกเ็ พยี งพอเป็นตน้ หลงั จากผตู้ รวจการณ์ไดส้ รา้ งหว้ งควบระยะควบในขนั แรกแลว้ กต็ อ้ งใชก้ ารตดั สนิ ตกลงใจหา
จาํ นวนระยะเปลยี นแปลงทตี อ้ งการลดขนาดหว้ งควบตอ่ ไป มใิ ช่หลบั ตาดาํ เนนิ ตามกฏแบง่ หว้ งควบเสมอไป ตวั อยา่ ง
ผตู้ รวจการณ์ตรวจตาํ บลระเบดิ ไดว้ า่ “หน้า” และไดร้ ายงานการแกท้ างระยะวา่ “เพมิ ๘๐๐” ตอ่ มากต็ รวจตําบลระเบดิ อกี

ครงั ในนดั ตอ่ ไปวา่ “หลงั ” แต่ปรากฏวา่ ตกใกลเ้ ป้าหมายมากกวา่ นดั แรกทียงิ ไป เชน่ นีแลว้ ผตู้ รวจการณ์ควรแกร้ ะยะนัด
ตอ่ ไปวา่ “ลด ๒๐๐” ผตู้ รวจการณ์ทยี งั ไมม่ คี วามชาํ นาญควรไดย้ ดึ ถอื ขอ้ แนะนําต่อไปนไี วใ้ นการหาการแกท้ างระยะ เพอื
ทาํ หว้ งควบในครงั แรก
ระยะ ต-ม ระยะอย่างน้อยทีสุด(เพิมหรือลด)

ระยะขนึ มาถงึ ๑,๐๐๐ เมตร ๑๐๐ เมตร

๑,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ เมตร ๒๐๐ เมตร
มากกว่า ๒,๐๐๐ เมตร ๔๐๐ เมตร
๑๓๖. การปรบั การยิงใกล้ทหารฝ่ ายเดยี วกนั

๑๓๖.๑ ในเมอื มคี วามจาํ เป็นตอ้ งยงิ ออกไปขา้ งหน้าทหารฝ่ายเดยี วกนั ภายใน ๔๐๐ เมตร ผตู้ รวจการณ์ปรบั การยงิ

ดว้ ยวธิ ยี งิ ต่อระยะหน้าการยงิ ทใี ชภ้ ายใน ๒๐๐ เมตร ขา้ งหน้าทหารฝ่ายเดยี วกนั อาจเป็นสาเหตุใหเ้ กดิ บาดเจบ็ ได้ ฉะนนั
ในกรณนี ีเพอื เป็นการปลอดภยั จงึ ควรปรบั การยงิ ดว้ ยวธิ ยี งิ ต่อระยะหน้ามากกวา่ การยงิ ควบต่อเป้าหมาย แตโ่ ดยปกติ
การปรบั การยงิ ต่อระยะหน้าตอ้ งใชเ้ วลานาน และตอ้ งการกระสนุ มากกวา่ การยงิ ควบ
๑๓๖.๒ การยงิ ใกลก้ บั หน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั นี ใหม้ กี ารยงิ ขนึ ในระยะหนึง ซงึ กาํ หนดผลลพั ธข์ องตาํ บลระเบดิ ตก

หา่ งออกไปจากเป้าหมายไกลออกไปจากหน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั ในระยะทแี น่นอน ผตู้ รวจการณ์ปฏบิ ตั เิ รอื งนีใหส้ าํ เรจ็ ได้
โดยรายงานตาํ แหน่งเป้าหมายใหไ้ กลออกไป จากตาํ แหน่งทปี ระมาณไดอ้ ยา่ งน้อย ๒๐๐ เมตร (เกยี วขอ้ งกบั สว่ นยอ่ ย
ของทหารฝ่ายเดยี วกนั ดว้ ย) แลว้ ต่อมากล็ ดระยะครงึ หนึงของขอบเขตระยะทคี ลาดเคลอื นซงึ ประมาณไว้ (ระยะทตี าํ บล
ระเบดิ นัดแรกและตอ่ ๆมาตกหลงั หา่ งจากเป้าหมาย) ไมม่ กี ารเปลยี นแปลงแกร้ ะยะทนี ้อยกวา่ ๒๕ เมตร จนกวา่ เป้าหมาย

จะถกู ยงิ หรอื ไดร้ บั ผลตาํ บลระเบดิ ตกหน้าผตู้ รวจการณ์รอ้ งขอการยงิ หาผล เมอื เป้าหมายถกู ยงิ แลว้ หรอื อย่ใู นขอบเขต
หว้ งควบ ๒๕ เมตร ใกลเ้ คยี งเป้าหมาย ถา้ ผตู้ รวจการณ์ตรวจตาํ บลระเบดิ พบวา่ ตกหน้า และไมอ่ ยใู่ นหว้ งควบ ๒๕ เมตร
กใ็ หด้ าํ เนินการปรบั ใหเ้ สรจ็ สนิ ดว้ ยวธิ ยี งิ ควบ
๑๓๗. การร้องขอให้ยิงต่อมา

หลงั จากทตี าํ บลระเบดิ นัดแรก(หลายนัด)ปรากฏขนึ ถา้ ไม่ตกลงยงั เป้าหมาย ผตู้ รวจการณ์คงปรบั แกเ้ พอื นําตาํ บล

ระเบดิ เขา้ สเู่ ป้าหมายทตี อ้ งการแลว้ ทาํ การยงิ หาผลโดยเรว็ ทสี ดุ คาํ ขอใหย้ งิ ต่อมาเหล่านี ประกอบดว้ ยการเปลยี นแปลง
ทเี หมาะสมของคาํ ขอยงิ สว่ นยอ่ ยทสี ง่ ไปแลว้ แต่ตน้ และการแกไ้ ขทจี าํ เป็นสาํ หรบั ทางทศิ และทางระยะ ถา้ ขอ้ ใดไมม่ กี าร
เปลยี นแปลงก็ใหต้ ดั ออกโดยบอก ศอย.เรยี งตามลาํ ดบั ดงั นี.-
๑๓๗.๑ มมุ ภาคจากผตู้ รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย

๑๓๗.๒ อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเรา
๑๓๗.๓ วธิ ยี งิ

๑๓๗.๔ กรวยพนื ยงิ
๑๓๗.๕ กระสนุ

๑๓๗.๖ ชนวน
๑๓๗.๗ การแกท้ างขา้ ง

๑๓๐

๑๓๗.๘ การแกท้ างระยะ
๑๓๗.๙ การแกส้ งู กระสนุ แตก
๑๓๗.๑๐ การควบคมุ

๑๓๘. การเปลียนแปลงมมุ ภาคของทิศแนว ต-ม
ถา้ แนวตรวจการณ์หรอื มมุ ภาคของทศิ แนว ต-ม ผดิ พลาด หรอื เปลยี นไปเกนิ ๑๐๐ มลิ เลยี มจากทแี จง้ ไปในครงั แรก

ควรจะขอเปลยี นแปลงไปยงั ศอย. เพราะจะทาํ ใหก้ ารปรบั การยงิ ยงุ่ ยาก และไมแ่ ม่นยาํ เชน่ กรณที ผี ตู้ รวจการณ์เคลอื นที
จะทาํ ใหแ้ นวตรวจการณ์เปลยี นแปลงตลอดเวลากอ่ นจะแกไ้ ขในสว่ นยอ่ ยอนื ๆ กค็ วรบอกแนวตรวจการณ์เป็นอนั ดบั แรก
ในบางโอกาสในระหวา่ งทกี าํ ลงั ดาํ เนินการปรบั การยงิ อยู่ ปรากฏวา่ เป้าหมายไดเ้ คลอื นทเี ปลยี นทศิ ไปจากตาํ แหน่งเดมิ การ
เปลยี นแปลงมุมภาคของทศิ แนว ต-ม กจ็ าํ เป็นจะตอ้ งกระทาํ เชน่ เดยี วกนั
๑๓๙. อนั ตรายใกล้ฝ่ ายเรา

ในกรณีการปรบั การยงิ ของ ค. ทาํ ใหก้ ระสนุ ตกใกลฝ้ ่ายเรา ๔๐๐ เมตร ลงมา ควรแจง้ วา่ “อน้ ตรายใกลฝ้ ่ายเรา” ให้
ศอย.ทราบ ในกรณมี ขี อ้ ปฏบิ ตั ิ คอื

๑๓๙.๑ ค.ทจี ะทาํ การยงิ หาผลจะตอ้ งทาํ การยงิ ในขนั การยงิ ปรบั มาแลว้
๑๓๙.๒ การปรบั ของผตู้ รวจการณ์ใหป้ รบั จากนัดทใี กลฝ้ ่ายเรามากทสี ดุ ใชว้ ธิ กี ารยงิ ปรบั ดว้ ยวธิ กี ารยงิ ต่อระยะหน้า
(การยงิ คบื )
๑๓๙.๓ เมอื ปรบั แลว้ กระสนุ ไประเบดิ ไกลกวา่ ๔๐๐ เมตร ของฝ่ายเรา ผตู้ รวจการณ์ควรบอก “ยกเลกิ อนั ตรายใกล้
ฝ่ายเรา”
๑๔๐. การเปลียนแปลงวิธียิง
ในระหวา่ งการยงิ ปรบั ถา้ ผตู้ รวจการณ์มคี วามประสงคท์ จี ะเปลยี นแปลงวธิ ยี งิ จากการยงิ ดว้ ย ค. กระบอกเดยี ว
เป็น ค.มากกว่าหนึงกระบอก ผตู้ รวจการณ์กร็ อ้ งขอเปลยี นแปลงไปใหมว่ า่ “ยงิ เป็นรอบจากขวา(ซา้ ย)
๑๔๑. การเปลียนแปลงกรวยพืนยิง
๑๔๑.๑ โดยปกตใิ นการปรบั การยงิ นอย.มกั จะสงั ยงิ ดว้ ยกรวยพนื ยงิ ขนานคซู่ งึ ถอื วา่ เป็นกรวยปกติ ผตู้ รวจการณ์
มกั จะไมร่ อ้ งขอการเปลยี นแปลงกรวยพนื ยงิ ในระหวา่ งขนั การยงิ ปรบั นี ผตู้ รวจการณ์อาจรอ้ งขอการเปลยี นแปลงกรวยพนื
ยงิ ในขนั การยงิ หาผล หรอื ภายหลงั การระดมยงิ นัดแรก ตวั อยา่ ง การรอ้ งขอ “ปิดกรวย” เพอื จะนําเอาการยงิ ทงั หมดวางลง
บนเป้าหมายเป็นจุด ฯลฯ ผตู้ รวจการณ์อธบิ ายลกั ษณะรปู รา่ งของเป้าหมายให้ ศอย.ทราบ เพอื จะไดใ้ ชเ้ ป็นแนวทางหาวธิ ี
โจมตเี ป้าหมายนนั ทาํ การยงิ ดว้ ยกรวยขนานคไู่ มไ่ ดผ้ ลดนี ัก
๑๔๑.๒ เดมิ ใชก้ รวยขนานค(ู่ ไมต่ อ้ งบอก)อยู่ ตอ่ มาตอ้ งการเปลยี นแปลงกร็ อ้ งขอไป เช่น “ปิดกรวย” ฯลฯ
๑๔๑.๓ เดมิ ใชก้ รวยปิด กรวยเปิดหรอื กรวยพเิ ศษอยู่ จะกลบั ไปใชก้ รวยขนานคู่ กข็ อยกเลกิ กรวยพนื ยงิ ทใี ชอ้ ยเู่ ดมิ
เช่น “ยกเลกิ กรวยเปิด”
๑๔๒. การเปลียนแปลงชนิดลกู ระเบิดยิง(กระสนุ )
เมอื ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งการเปลยี นแปลงชนิดของลกู ระเบดิ ยงิ กร็ ายงานขอเปลยี นแปลงตามความตอ้ งการได้ เชน่
ผตู้ รวจการณ์อาจจะไมส่ ามารถกาํ หนดตาํ บลระเบดิ ของลกู ระเบดิ ยงิ นดั แรกในการยงิ ปรบั ดว้ ยลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ได้
ในกรณเี ชน่ นี กร็ อ้ งขอลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดควนั เพอื หมายตาํ บลระเบดิ ได้
๑๔๓. การเปลียนแปลงชนิดชนวน
เมอื ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งการเปลยี นแปลงชนิดชนวน หรอื การทาํ งานของชนวนกร็ ายงานขอเปลียนแปลงไดต้ ามความ
ประสงค์
๑๔๔. การเปลียนแปลงตวั แก้ทางข้าง(ทางทิศ)
ผตู้ รวจการณ์หาและสง่ ตวั แกท้ างขา้ งทเี ปลยี นแปลงใหม่ ใหใ้ กลเ้ คยี ง ๑๐ เมตร เชน่ “ขวา(ซา้ ย) ๑๖๐”

๑๓๑

๑๔๕. การเปลียนแปลงตวั แก้ทางระยะ
ผตู้ รวจการณ์รายงานการแกท้ างระยะ หรอื ซําระยะเดมิ ในสว่ นของคาํ ขอใหย้ งิ ตอ่ มาอยเู่ สมอ
๑๔๕.๑ การเพมิ ระยะ ผตู้ รวจการณ์ใชค้ าํ ว่า “เพมิ ” เพอื เลอื นตาํ บลระเบดิ นัดตอ่ ไปใหไ้ กลออกไปอกี ตามแนว ต-ม

ถา้ ลกู ระเบดิ ยงิ ตกขา้ งหน้าเป้าหมาย ผตู้ รวจการณ์กป็ ระมาณระยะตามแนว ต-ม เพอื ตอ้ งการสรา้ งหว้ งควบ เชน่ “เพมิ
๔๐๐”

๑๔๕.๒ การลดระยะ ผตู้ รวจการณ์ใชค้ าํ วา่ “ลด” เพอื เลอื นตาํ บลระเบดิ ตอ่ ไปใหใ้ กลเ้ ขา้ มาอกี ตามแนว ต-ม
เพอื ตอ้ งการสรา้ งหว้ งควบ เชน่ “ลด ๒๐๐”

๑๔๕.๓ ซาํ ระยะเดมิ ผตู้ รวจการณใ์ ช้คาํ วา่ “ซาํ ระยะเดมิ ” เมอื ไมต่ อ้ งการเปลยี นแปลงแกไ้ ขในทางระยะ ถา้
ผตู้ รวจการณ์ตรวจตาํ บลระเบดิ ในทางระยะไดเ้ ป็น “สงสยั ” และมคี าํ สงั แก(้ ยา้ ย)ทางขา้ งไดถ้ า้ จาํ เป็น และตอ้ งสงั ตามดว้ ย
คาํ วา่ “ซาํ ระยะเดมิ ” เช่น “ขวา ๑๐๐ ซาํ ระยะเดมิ ”
๑๔๖. การเปลียนแปลงตวั แก้สูงกระสนุ แตก

ผตู้ รวจหาและสง่ การแกไ้ ขสงู กระสนุ แตก เมอื ใชล้ กู ระเบดิ ยงิ ชนิดสอ่ งแสงสงู กระสนุ แตกเหมาะ คอื ตกถงึ พนื ดบั
พอดี ผตู้ รวจการณ์สงั “สงู ขนึ ” หรอื “ตาํ ลง” ซงึ แตกตา่ งไปจากสงู กระสนุ แตกเหมาะ เช่น “สงู ขนึ ๒๐๐”
๑๔๗. การเปลียนแปลงการควบคมุ

เมอื ผตู้ รวจการณ์มคี วามประสงคจ์ ะเปลยี นแปลงวธิ คี วบคมุ กร็ ายงานการเปลยี นแปลงไดต้ ามความต้องการ เชน่
การเปลยี นการควบคมุ จาก “ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ ” เป็นพรอ้ มแลว้ ยงิ ได้ ผตู้ รวจการณ์กส็ งั ไปใหมว่ ่า “พรอ้ มแลว้ ยงิ ได”้
๑๔๘. การยิงหาผล

๑๔๘.๑ เมอื ผตู้ รวจการณไ์ ดห้ ว้ งควบทางระยะทเี หมาะสมหรอื ไดผ้ ลการตรวจเป็น “ระยะเป้าหมาย” ในการยงิ เป็น
พนื ที หรอื ถา้ ในการยงิ ประณีตไดผ้ ลการตรวจเป็น “เป้าหมาย” กจ็ ะเรมิ ยงิ หาผลไดท้ นั ที

๑๔๘.๒ ตามปกตหิ ว้ งควบทเี หมาะสม คอื ๑๐๐ เมตร แต่ในการยงิ เครอื งยงิ ลูกระเบดิ ต่อเป้าหมายเคลอื นที
เป้าหมายทมี คี วามลกึ หรอื เป้าหมายทกี าํ หนดขอบเขตไดย้ าก หว้ งควบทเี หมาะสมทจี ะยงิ หาผล คอื ๒๐๐ เมตร ศอย.
จะแจง้ ใหผ้ ตู้ รวจการณ์ทราบวา่ ควรยงิ หาผลในตอนนี

๑๔๘.๓ ในการปฏบิ ตั กิ ารยงิ ต่อเป้าหมายนนั แบง่ ชนิดการยงิ ปรบั เป็น ๒ ชนิด คอื
๑๔๘.๓.๑ การยงิ เป็นพนื ที
๑๔๘.๓.๒ การยงิ ประณตี
๑๔๘.๓.๒.๑ การยงิ ประณีต ในการยงิ หาหลกั ฐาน
๑๔๘.๓.๒.๒ การยงิ ประณตี ในการยงิ ทาํ ลาย

๑๔๙. การยิงเป็ นพืนที
การยงิ เป็นพนื ที มคี วามมงุ่ หมายเพอื ครอบคลุมบรเิ วณเป้าหมายดว้ ยการยงิ หนาแน่น เพอื ใหเ้ ป้าหมายบงั เกดิ ความ

เสยี หายมากทสี ดุ เทา่ ทจี ะทาํ ได้ ชนิดและจาํ นวนลูกระเบดิ ยงิ ทจี ะใชข้ นึ อยกู่ บั คาํ ขอยงิ ของผตู้ รวจการณ์ ลกั ษณะเป้าหมาย
และผลทตี อ้ งการใหบ้ งั เกดิ ขนึ จะเรมิ ยงิ หาผลไดก้ ต็ อ่ เมอื ไดป้ รบั การยงิ จนไดผ้ ลทศิ ทางยงิ และระยะยงิ ถกู ตอ้ ง หรอื เมอื ผา่
หว้ งควบแลว้ จะทาํ ใหก้ ารยงิ บงั เกดิ ผล
๑๕๐. การยิงประณีต

๑๕๐.๑ การยงิ ประณตี มคี วามมงุ่ หมายเพอื วางจุดปานกลางมณฑลของตาํ บลระเบดิ ใหท้ บั ลงบนเป้าหมาย หรอื
จดุ ปรบั การยงิ มปี ระโยชน์ ๒ ประการ คอื

๑๕๐.๑.๑ ใชย้ งิ หาหลกั ฐาน เพอื ใหไ้ ดต้ วั แกท้ ถี ูกตอ้ ง สาํ หรบั นําไปใชย้ งิ ตอ่ เป้าหมายอนื ๆตอ่ ไปได้
อยา่ งแมน่ ยาํ

๑๕๐.๑.๒ ใชย้ งิ ทาํ ลายต่อเป้าหมายทเี ป็นจุดอกี ดว้ ย การยงิ ประณตี นีจะใชท้ าํ การยงิ ต่อเป้าหมายทอี ยกู่ บั ที
เท่านนั

๑๕๐.๒ การยงิ ประณตี หาหลกั ฐาน ตามปกตจิ ะใชเ้ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ หมหู่ ลกั หมเู่ ดยี วทาํ การยงิ และจะเรมิ ยงิ หาผล
เมอื ผตู้ รวจการณ์ไดผ้ ลการตรวจวา่ “เป้าหมาย”, “ระยะเป้าหมาย” หรอื ผา่ หว้ งควบ ๑๐๐ เมตร

๑๓๒

๑๕๐.๓ การยงิ ประณตี ในการยงิ ทาํ ลาย ตามปกตจิ ะใชเ้ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ หมทู่ อี ยทู่ างปีกทาํ การยงิ หาผลเพยี ง
หมเู่ ดยี วกไ็ ด้ แตใ่ นบางโอกาสอาจใชเ้ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ มากกวา่ หนึงหม่ทู าํ การยงิ หาผลกไ็ ด้ จะเรมิ ยงิ หาผลเมอื
ผตู้ รวจการณต์ รวจไดว้ า่ “เป้าหมาย”, “ระยะเป้าหมาย” หรอื ผา่ หว้ งควบ ๑๐๐ เมตร

๑๕๐.๔ ในขนั ยงิ หาผล ผตู้ รวจการณ์จะสง่ แต่เพยี งผลการตรวจเทา่ นันไปให้ ศอย. สว่ นผลการแกไ้ ขการยงิ
ไมต่ อ้ งบอก โดยสง่ ผลการตรวจทางระยะก่อน แลว้ ตอ่ ทา้ ยผลการตรวจทางขา้ ง(ทางทศิ ) เช่น “หลงั , ขวา” หรอื “หน้า, ซา้ ย”
หรอื “เป้าหมาย” หรอื “สงสยั , ซา้ ย” ฯลฯ

๑๕๐.๕ ถา้ หากลกู ระเบดิ ยงิ ถูกเป้าหมายในขนั ปรบั การยงิ ใหถ้ อื วา่ นัดทถี กู เป้าหมายนนั เป็นนดั แรกของการยงิ
หาผล ผตู้ รวจการณร์ ายงานไปยงั ศอย.วา่ “เป้าหมายยงิ หาผล”

๑๕๐.๖ ในการยงิ ประณตี หาหลกั ฐาน นายทหารอาํ นวยการยงิ อาจสงั ใหย้ งิ ทลี ะนดั หรอื หลายนดั กไ็ ดต้ ามความ
เหมาะสม ศอย.ตอ้ งแจง้ ใหผ้ ตู้ รวจการณ์ทราบทกุ ครงั ทมี กี ารเปลยี นแปลงจาํ นวนลกู ระเบดิ ยงิ

๑๕๐.๗ ในการยงิ หาหลกั ฐาน ศอย.จะเป็นผคู้ วบคมุ และสงั จบภารกจิ เมอื ไดห้ ลกั ฐานพอแกค่ วามตอ้ งการแลว้ แต่
ในการยงิ ทาํ ลายผตู้ รวจการณ์จะเป็นผคู้ วบคมุ และสงั จบภารกจิ เมอื เป้าหมายถกู ทาํ ลายตามความตอ้ งการแลว้
๑๕๑. การยิงหาผลโดยไมม่ ีการยิงปรบั

เมอื มคี วามตอ้ งการจะทาํ การยงิ ดว้ ยการจโู่ จม โดยเฉพาะต่อเป้าหมายทมี หี ลกั ฐานยงิ ทมี คี วามแน่นอนเพยี งพอ กต็ ดั
การยงิ ปรบั ออกไปเสยี ผตู้ รวจการณ์รอ้ งขอการยงิ หาผลไดท้ นั ที ทตี งั เป้าหมายทสี ามารถขอยงิ หาผลไดท้ นั ที มดี งั ตอ่ ไปนี.-

๑๕๑.๑ ทตี งั เป้าหมายทสี าํ รวจการแผนทแี ลว้
๑๕๑.๒ ตาํ บลยงิ ทไี ดเ้ คยยงิ มาก่อนแลว้
๑๕๑.๓ ตาํ บลยงิ ทสี ามารถยา้ ยยงิ ไดอ้ ยา่ งแน่นอน โดยยา้ ยไปเพยี งเลก็ น้อยจากจุด หรอื ตาํ บลทไี ดท้ าํ การยงิ ปรบั หา
หลกั ฐานมากอ่ นแลว้ หรอื จากตาํ บลทไี ดเ้ คยยงิ มาแลว้
๑๕๑.๔ ตาํ บลหรอื จุดทหี าพกิ ดั โปลารไ์ ดอ้ ยา่ งแน่นอนจากทตี รวจการณ์ ซงึ ทตี รวจการณ์นัน ทตี งั ไดจ้ ากสาํ รวจ
ทางการแผนที
๑๕๑.๕ ตาํ บลหรอื จดุ ซงึ สามารถกาํ หนดลงไปไดอ้ ยา่ งแน่นอน ทงั บนพนื ดนิ และบนแผนทที มี คี วามถกู ตอ้ ง และ
ทนั สมยั
๑๕๑.๖ เป้าหมายทมี รี ปู ร่างและขนาดใหญม่ าก จนเชอื แน่วา่ การระดมยงิ ครงั แรกตอ้ งไดผ้ ล
๑๕๒. การยิงหาผลหลงั จากการยิงปรบั
๑๕๒.๑ ทางทศิ การปรบั ทางทศิ จะเสรจ็ เรยี บรอ้ ยลงไดน้ นั กต็ อ่ เมอื จุดปานกลางมณฑลของตาํ บลกระสนุ ตก หรอื
ตาํ บลระเบดิ อยบู่ นแนว ต-ม เนืองจากระหวา่ งการยงิ ปรบั นนั ผตู้ รวจการณ์สงั การแกท้ างทศิ ไปตามลาํ ดบั เพอื วางตําบล
ระเบดิ บนแนว ต-ม ไม่มคี วามจาํ เป็นทจี ะยา้ ยทางทศิ มามากๆ เพอื จะนําเขา้ สกู่ ารยงิ หาผล
๑๕๒.๒ ทางระยะ การปรบั ทางระยะจะเสรจ็ เรยี บรอ้ ยลง ในเมอื ผตู้ รวจการณ์ไดน้ ําเอาตาํ บลระเบดิ เขา้ มาอยใู่ นระยะ
เคยี งกบั ตาํ บลยงิ ปรบั หรอื เป้าหมาย(ระยะถกู ตอ้ ง) หรอื ในเมอื ผตู้ รวจการณ์ผา่ หว้ งควบไดเ้ หมาะสมแลว้ ซงึ ตามปกติ
ไดแ้ ก่ ผา่ หว้ งควบ ๑๐๐ เมตร
๑๕๓. การกระจายการยิง
๑๕๓.๑ โดยปกติ นอย.จะพจิ ารณาหาการกระจายการยงิ ใหถ้ กุ ตอ้ งสาํ หรบั เป้าหมาย การตกลงใจของ นอย. ขนึ อยู่
กบั การพรรณาลกั ษณะเป้าหมายของผตู้ รวจการณ์ และจากขา่ วสารอนื ๆทมี อี ยู่ เวน้ ไวแ้ ตล่ กั ษณะธรรมชาติ และขนาดของ
เป้าหมายบงั คบั ใหเ้ ป็นไปอยา่ งอนื การยงิ ทงั หลายใชย้ งิ ตามระยะในขา่ ยเรขายงิ โดยใชก้ รวยพนื ยงิ ปกติ ในกรณที มี คี วาม
แน่นอนของขนาดเป้าหมาย นอย.อาจสงั ใชก้ รวยพนื ยงิ ใหน้ อกเหนือไปจากการยงิ ดว้ ยกรวยพนื ยงิ ปกตไิ ด้ นอย. อาจสงั
ใหห้ มวด ยงิ ดว้ ยสว่ นบรรจุตา่ งกนั เพอื ใหค้ รอบคลมุ เป้าหมายใหม้ ากขนึ ตลอดเขตทตี อ้ งยงิ
๑๕๔. การเฝ้าตรวจการยิงหาผล
ผตู้ รวจการณ์เป็นผเู้ ฝ้าตรวจผลการยงิ หาผล แลว้ นําเอาการปฏบิ ตั อิ ยา่ งใดอยา่ งหนึงมาปฏบิ ตั ิ เพอื ใหส้ าํ เรจ็ ภารกจิ
โดยเรยี บรอ้ ย ดงั ต่อไปนี.-
๑๕๔.๑ ยงิ ถกู เป้าหมายและทาํ อนั ตรายเป้าหมายไดเ้ พยี งพอแกค่ วามตอ้ งการผูต้ รวจการณ์กร็ ายงานวา่ “จบภารกจิ ”
แลว้ ตามดว้ ยผลทเี กดิ ขนึ และการตรวจการณ์เหน็ เช่น

๑๓๓

“จบภารกจิ ผกค.ตาย ๑๐ ทเี หลอื หลบหนีไปทางทศิ เหนือ”
๑๕๔.๒ ยงิ ถกู เป้าหมาย แตท่ าํ อนั ตรายเป้าหมายไดไ้ ม่เพยี งพอ ผตู้ รวจการณ์กส็ ามารถรอ้ งขอใหย้ งิ เพมิ เตมิ ไดอ้ กี

โดยขานวา่ “ยงิ ซาํ ”
๑๕๔.๓ ตรวจไดว้ ่ายงั ไมต่ รงเป้าหมาย แตท่ ําอนั ตรายเป้าหมายไดเ้ พยี งพอกบั ความตอ้ งการแลว้ ผตู้ รวจการณ์กจ็ ะ

ขานตวั แกเ้ พอื ขอให้ ศอย. กรยุ ทตี งั เป้าหมายใหเ้ หมาะสมยงิ ขนึ แตไ่ ม่ตอ้ งการใหย้ งิ อกี ต่อทา้ ยดว้ ย “จบภารกจิ ” และ
รายงานผลทตี รวจการณ์เหน็ เช่น “ขวา ๓๐ จบภารกจิ หม่ลู าดตระเวนตายหมด”

๑๕๔.๔ ตรวจไดว้ า่ ยงั ไมต่ รงเป้าหมาย และยงั ทาํ อนั ตรายเป้าหมายไดไ้ มพ่ อเพยี งกบั ความตอ้ งการ ผตู้ รวจการณ์ก็
จะส่งตวั แกท้ เี หมาะสมแลว้ ตอ่ ทา้ ยดว้ ยการขอใหย้ งิ เพมิ เตมิ อกี เชน่ “ซา้ ย ๔๐ ยงิ ซาํ ” หรอื “เพมิ ๕๐ ยงิ ซาํ ” ฯลฯ

๑๕๔.๕ ถา้ ผตู้ รวจการณ์มคี วามตอ้ งการทจี ะใหก้ รยุ ทตี งั เป้าหมายนนั ๆ ไวเ้ ป็นหลกั ฐานสาํ หรบั อา้ งองิ ในอนาคต ก็
จะขานตวั แกท้ เี หมาะสมแลว้ ตอ่ ทา้ ยดว้ ยคาํ วา่ “กรยุ เป้าหมาย” ตามดว้ ย “จบภารกจิ ” และรายงานผลทตี รวจการณ์เหน็ เชน่

“ขวา ๓๐, กรยุ เป้าหมาย, จบภารกจิ หมลู่ าดตระเวนตามหมด”
๑๕๕. การยิงหาหลกั ฐาน เอบีซีเอ

การยงิ หาหลกั ฐานประณตี ดงั กล่าวมาแลว้ นัน มกั จะสนิ เปลอื งกระสนุ และใชเ้ วลามาก เป็นการไมป่ ระหยดั และยงั เป็น

อนั ตรายจากการตรวจจบั หาทตี งั ดว้ ยเครอื งมอื คน้ หาเป้าหมาย(คปม.)ของขา้ ศกึ ไดอ้ ยา่ งงา่ ยอกี ดว้ ย จงึ ใชก้ ารยงิ หา
หลกั ฐานแบบใหม่ คอื การยงิ หาหลกั ฐาน เอบซี เี อ นีแทน การยงิ หาหลกั ฐานแบบนีใชก้ ระสนุ น้อยและรวดเรว็ กวา่ แต่ตอ้ ง
พงึ ขดี ความสามารถของผตู้ รวจการณเ์ ป็นอยา่ งมาก ระเบยี บการดาํ เนนิ การโดยทวั ไปกค็ งเหมอื นเดมิ เวน้ แต่ในขนั การยงิ
หาผล ขนั ตอนปฏบิ ตั กิ ารยงิ หาหลกั ฐาน เอบซี เี อ มดี งั นี.-

๑๕๕.๑ ศอย.แจง้ ขา่ วไปถงึ ผตน. “สวนสนจากหวั หนิ ตรวจการยงิ หาหลกั ฐาน เอบซี เี อ ตอ่ จล. เปลยี น”
๑๕๕.๒ ผตน.ทวนขา่ วแลว้ รายงานทศิ ทางตรวจการณ์ เชน่ “มมุ ภาค ๔๖๐๐ เปลยี น”
๑๕๕.๓ การยงิ และการปรบั การยงิ ในขนั ตน้ คงดาํ เนนิ ไปเหมอื นกบั การยงิ หาหลกั ฐานประณตี เวน้ แตใ่ หแ้ กท้ างทศิ
เพอื นําตาํ บลระเบดิ เขา้ สบู่ นแนว ต-ม กอ่ นทจี ะผา่ หว้ งควบ ๒๐๐ เมตร ซงึ จะตอ้ งไมม่ กี ารแกไ้ ขทางทศิ อกี

๑๕๕.๔ หากผลการตรวจทางระยะออกมาเป็นสงสยั ผตู้ รวจการณ์ควรแกเ้ ฉพาะทางทศิ เทา่ นัน
๑๕๕.๕ หากการแกท้ างทศิ กระทาํ หลงั จากการผา่ หว้ งควบ ๒๐๐ เมตร ถอื วา่ ใชไ้ มไ่ ด้ การแกไ้ ขจะตอ้ งขอยงิ ซาํ
หลกั ฐานนดั สดุ ทา้ ยอกี หนึงนัด เพอื ยนื ยนั ความถูกตอ้ ง
๑๕๕.๖ เมอื ผาหว้ งควบ ๑๐๐ เมตร ถา้ ตาํ บลระเบดิ หา่ งจากเป้าหมายภายในระยะ ๕๐ เมตร ถอื วา่ จบภารกจิ แลว้ สง่

หลกั ฐานปรบั แกไ้ ปให้ ศอย.
๑๕๕.๗ การปรบั แกห้ ลกั ฐานทางระยะใชเ้ ตม็ ๒๕ เมตร สว่ นทางทศิ ใชเ้ ตม็ ๑๐ เมตร

จล. ๔ “ลด ๕๐ ยงิ หาผล เปลียน”

+๒๕ “ซา้ ย ๒๐ เพิม ๒๕ บนั ทกึ หลกั ฐาน

๕ จบภารกจิ เปลียน”

ซ ๒๐

รปู ที ๗๐ การปรบั แก้หลกั ฐานการยิง

๑๕๖. การปรบั กรวย
๑๕๖.๑ จดุ มงุ่ หมายของการปรบั กรวยกเ็ พอื ปรบั ใหก้ รวยขนานคทู่ กุ กระบอกในการยงิ ต่อไป
๑๕๖.๒ การปรบั กรวยอาจกระทาํ เมอื ใดกไ็ ดร้ ะหว่างการยงิ แตโ่ ดยปกติ ศอย. จะใหป้ รบั กรวยภายหลงั การยงิ หา

หลกั ฐานจบแลว้

๑๓๔

๑๕๖.๓ ในบางโอกาส ถา้ มเี วลาน้อยจนไมพ่ อทจี ะยงิ หาหลกั ฐานได้ การปรบั กรวยสามารถกระทาํ ต่อจากการยงิ
หมายตาํ บลระเบดิ กไ็ ดเ้ ชน่ เดยี วกนั

๑๕๖.๔ ถา้ ตอ้ งการใหป้ รบั กรวย ศอย. จะสง่ ขา่ ว ดงั นี.-
“สวนสน เตรยี มการปรบั กรวย เปลยี น”

๑๕๖.๕ เมอื พรอ้ มปรบั ผตน.จะสง่ ขา่ วให้ ศอย. ทราบ ดงั นี.-
“เป็นรอบ จากขวา(ซา้ ย) เปลยี น”

๑๕๖.๖ เครอื งยงิ ทงั หมวด จะทําการยงิ ทลี ะหมู่ หา่ งกนั ๑๐ วนิ าที สว่ นกระบอกยงิ หาหลกั ฐาน หรอื ยงิ หมายตาํ บล
ระเบดิ จะไมท่ าํ การยงิ

๑๕๖.๗ การแกท้ างทศิ ใชเ้ ตม็ ๑๐ เมตร แต่การแกน้ ้อยกวา่ ๕๐ เมตร จะไมย่ งิ
๑๕๖.๘ เมอื ไดห้ ลกั ฐานการปรบั แก้ ค.ทกุ กระบอกแลว้ เป็นการจบการปรบั กรวย

๔๓ ๒ ๑

๑๐๐ เมตร ๕๐ เมตร ๐ ๕๐ เมตร

รปู ที ๗๑ การปรบั กรวยขนานคู่

ตอนที ๖
การปรบั การยิงในสถานการณ์พิเศษ
๑๕๗. กล่าวทวั ไป
๑๕๗.๑ ในบทเรยี นทไี ดศ้ กึ ษามาแลว้ นนั ไดก้ ลา่ วถงึ การปรบั การยงิ โดยทวั ไปไว้ ซงึ มคี วามมงุ่ หมายโดยเฉพาะ
สาํ หรบั การยงิ กระสนุ ระเบดิ เพอื ยงิ ตดั รอนกาํ ลงั หรอื ทาํ ลายเป้าหมาย ในบทเรยี นนีจะกล่าวถงึ การใชก้ ระสนุ ชนิดอนื ๆ
แมจ้ ะไมใ่ ชท้ าํ อนั ตรายตอ่ เป้าหมายโดยตรงกต็ าม แต่กม็ ผี ลดจี ะสามารถลดการปฏบิ ตั ขิ องขา้ ศกึ หรอื ช่วยในภารกจิ พเิ ศษ
ตา่ งๆของผตู้ รวจการณฝ์ ่ายเราได้
๑๕๗.๒ การปรบั การยงิ ในสถานการณ์พเิ ศษ กค็ งใชค้ าํ ขอยงิ เช่นเดยี วกบั คาํ ขอยงิ ตามปกตนิ นั เอง อาจมขี อ้ แตกตา่ ง
ปลกี ยอ่ ยในองคป์ ระกอบเกยี วกบั “วธิ โี จมตเี ป้าหมาย” และ “การควบคมุ ” อยบู่ า้ ง ดงั จะไดก้ ลา่ วรายละเอยี ดต่อไป
๑๕๘. การใช้ลูกระเบิดยิงชนิดควนั
๑๕๘.๑ ลกู ระเบดิ ยงิ ควนั ฟอสฟอรสั ขาว มปี ระโยชน์ในการใชเ้ พอื ชเี ป้าหมาย, ทาํ ฉากควนั , ทาํ ใหเ้ กดิ การเผาไหม้
และทาํ ใหเ้ กดิ การบาดเจบ็ สญู เสยี การใชค้ วนั อยา่ งถกู ตอ้ งสามารถทจี ะลดประสทิ ธภิ าพของขา้ ศกึ และความลอ่ แหลมจาก
การยงิ ของขา้ ศกึ ไดเ้ ป็นอนั มาก การฝ่าลกู ระเบดิ ยงิ ควนั เพอื ความมงุ่ หมาย ๒ ประการ คอื
๑๕๘.๑.๑ ควนั กาํ บงั เป็นการยงิ กระสนุ ควนั ลงบนเป้าหมาย หรอื บรเิ วณใกล้ ๆ ขา้ ศกึ เพอื รบกวนการเหน็
และลดขดี ความสามารถในการมองเหน็ ของขา้ ศกึ

๑๓๕

๑๕๘.๑.๒ ฉากควนั เป็นการสรา้ งฉากควนั ระหวา่ งกาํ ลงั ของขา้ ศกึ กบั กาํ ลงั ฝ่ายเรา เพอื กาํ บงั การปฏบิ ตั ิ
ของฝ่ายเราหรอื เพอื ลวงขา้ ศกึ ใหเ้ กดิ ความสบั สน

๑๕๘.๒ การใชค้ วนั ในเวลากลางคนื สามารถลดประสทิ ธภิ าพกลอ้ งตรวจการณ์ในเวลากลางคนื ได้
๑๕๙. การใช้ควนั กาํ บงั

การใชค้ วนั กาํ บงั เป็นการจาํ กดั การใชว้ ธิ กี ารหาระยะดว้ ยแสง กาํ บงั การตรวจการณ์ของ ค. แล ป. เป็นการลดความ
ถกู ตอ้ งเกยี วกบั การยงิ ทมี กี ารตรวจการณ์ของขา้ ศกึ กาํ บงั การใชอ้ าวธุ เลง็ ตรงของขา้ ศกึ รวมทงั อาวุธนําวถิ ที ใี ชเ้ สน้ ลวด
ทาํ ใหข้ า้ ศกึ เกดิ ความหวาดกลวั ทาํ ใหก้ ารเคลอื นทขี องยานยนตข์ า้ ศกึ ชา้ ลง กาํ จดั การใชเ้ ครอื งมอื ตรวจการณ์ในเวลา
กลางคนื และลดขดี ความสามารถของเครอื งมอื ทใี ชแ้ สงอนิ ฟราเรด รวมทงั แสงเลเซอรด์ ว้ ย
๑๖๐. การใช้ฉากควนั

การใชฉ้ ากควนั เป็นการช่วยการดาํ เนนิ กลยทุ ธ์ แตเ่ นืองจากควนั จะเป็นการชกั นําใหข้ า้ ศกึ ทาํ การยงิ จงึ ควรใหแ้ น่ใจ
ว่าฉากควนั ทสี รา้ งขนึ นันจะตอ้ งใหญ่เพยี งพอ ทจี ะไมท่ าํ ใหเ้ กดิ การสญู เสยี จากการยงิ สมุ่ ของขา้ ศกึ การใชฉ้ ากควนั ลวง
จะทาํ ใหข้ า้ ศกึ กระจายการยงิ ออกทําใหเ้ ปลอื งกระสนุ อาจจะใชฉ้ ากควนั เพอื กาํ บงั ปีกเปิด การใชฉ้ ากควนั ณ พนื ที
เลยทหี มายออกไปจะชว่ ยหน่วยดาํ เนินกลยทุ ธใ์ นการเสรมิ ความมนั คง ณ ทหี มายได้ การลุยขา้ มลาํ นําอาจสรา้ งฉากควนั
กาํ บงั พนื ทหี ลกั ทจี ะใชข้ า้ ม เป็นการป้องกนั การหาขา่ วทแี ทจ้ รงิ ของขา้ ศกึ และอาจจะใชฉ้ ากควนั เพอื ลวงขา้ ศกึ มใิ หท้ ราบ
พนื ทซี งึ จะเป็นท่าขา้ มหลกั ของฝ่ายเรา
๑๖๑. ระเบียบปฏิบตั ิการสร้างฉากควนั

การปรบั การยงิ จะเรมิ ตน้ ดว้ ยกระสนุ ระเบดิ โดยใชร้ ะเบยี บปฏบิ ตั กิ ารตรวจการณ์ตามปกติ ทงั นีเพอื หลกี เลยี งการบงั
จดุ ยงิ ปรบั เสยี ปกตผิ ตู้ รวจการณ์จะเลอื กจดุ ยงิ ปรบั ใหอ้ ยเู่ หนือลมหา่ งจากเป้าหมายใหพ้ อดี ลมจะชว่ ยทาํ ใหค้ วนั กระจาย
เป็นฉากกาํ บงั พนื ทที ตี อ้ งการจะทาํ ฉากควนั เมอื การปรบั การยงิ ดว้ ยกระสนุ ระเบดิ เรยี บรอ้ ยแลว้ ผตู้ รวจการณจ์ ะตอ้ งปรบั
การยงิ ดว้ ยกระสนุ ควนั เพอื หาหลกั ฐานยงิ ทแี น่นอนก่อนนําสขู่ นั การยงิ หาผล ผลของการสรา้ งฉากควนั จะไดผ้ ลเพยี งไรนนั
ยอ่ มขนึ อย่กู บั ความเรว็ ของลม และทศิ ทางการพดั ของลมดว้ ย ถา้ ผลทไี ดร้ บั ยงั ไมพ่ งึ ประสงค์ กร็ อ้ งขอใหย้ งิ เพอื สรา้ งและ
เสรมิ ฉากควนั อตั ราการยงิ ทจี าํ เป็นเพอื รกั ษาฉากควนั ซงึ ขนึ อยกู่ บั ความกวา้ งของพนื ทที จี ะสรา้ งฉากควนั ทศิ ทางและ
ความเรว็ ของลมตลอดจนปรมิ าตร และความหนาแน่นของควนั ทเี กดิ ขนึ แต่ละตาํ บลระเบดิ การยงิ ฉากควนั กาํ บงั นัน อาจ
กระทําไดด้ ว้ ยการยงิ ของเครอื งยงิ กระบอกเดยี ว การยงิ ตอ่ เนืองของเครอื งยงิ หลายกระบอก หรอื การระดมยงิ ถา้ ใชฉ้ าก
ควนั เพอื ป้องกนั การตรวจการณ์ของขา้ ศกึ ต่อหน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั ผตู้ รวจการณ์ทปี รบั การยงิ ควรอยใู่ กลห้ รอื อยกู่ บั
หน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั และควรวางฉากควนั อยบู่ นหรอื ใกลก้ บั ทตี งั ของขา้ ศกึ

๑๓๖

ก กก ก ก
ง ง
แนวหน้าหน่วยข้าศกึ
ค ค
ข พนื ทสี ร้างฉากควัน ข

จ ขข ข จ

หน่วยทหารฝ่ ายเดียวกนั

ก. จดุ ปรบั การยงิ เมอื มลี มพดั ตา้ น ปรบั หลงั ๑๐๐ เมตร

ข. จดุ ปรบั การยงิ เมอื มลี มสง่ ทา้ ย ปรบั หนา้ ๕๐๐ เมตร
ค. จดุ ปรบั การยงิ เมอื มลี มทางขา้ ง ปรบั เหนอื ลม

ง. จดุ ปรบั การยงิ เมอื มลี มเฉยี งตา้ น ปรบั หา่ ง ๑๐๐ เมตร
จ. จดุ ปรบั การยงิ เมอื มลี มเฉียงสง่ ทา้ ย ปรบั หา่ ง ๕๐๐ เมตร

รปู ที ๗๓ /๑ แสดงจดุ ปรบั การยิงซึงขึนอย่กู บั ทิศทางลม

ลมทางข้าง

๑๓๗

รปู ที ๗๓ /๒ ลมเฉียง
รปู ที ๗๓ /๓ ลมตา้ น

๑๓๘

รปู ที ๗๓ /๔ ลมต้านและลมส่ง
๑๖๒. การส่องสว่างในสนามรบ

ความมงุ่ หมายของการสอ่ งสวา่ งสนามรบ กค็ อื การสนบั สนุนหน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั ดว้ ยแสงสวา่ ง เพอื ใหก้ าํ ลงั
ฝ่ายเราสามารถปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ในเวลากลางคนื โดยใหไ้ ดร้ บั แสงสวา่ งอยา่ งเพยี งพอ โดยเฉพาะการสอ่ งสวา่ งในเวลา
กลางคนื นนั มผี ลทางขวญั ต่อกาํ ลงั ฝ่ายเดยี วกนั ดงั นนั เมอื ใชก้ ารสอ่ งสวา่ งในเวลากลางคนื อยา่ งถูกตอ้ ง จะเกอื กูลการ
ปฏบิ ตั แิ ละเพมิ ขวญั ของทหารฝ่ายเดยี วกนั ตลอดจนรบกวนขา้ ศกึ และลดขดี ความสามารถการมองเหน็ ของขา้ ศกึ ลงได้
ก่อนการยงิ สอ่ งสวา่ ง ศอย.ตอ้ งตรวจสอบกบั ผปู้ ระสานการยงิ หน่วยดาํ เนินกลยทุ ธ์ เพอื ใหแ้ น่ใจวา่ จะไม่เป็นผลเสยี หายต่อ
การปฏบิ ตั ขิ องหน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั
๑๖๓. การดาํ เนินการยิงโดยใช้ลกู ระเบิดยิงส่องแสง

๑๖๓.๑ ลกู ระเบดิ ยงิ สอ่ งแสง ใชส้ าํ หรบั
๑๖๓.๑.๑ สอ่ งสวา่ งบรเิ วณทสี งสยั ว่ามกี ารเคลอื นไหวของขา้ ศกึ
๑๖๓.๑.๒ สอ่ งสวา่ งใหส้ าํ หรบั ปรบั การยงิ หรอื ตรวจการยงิ ในเวลากลางคนื ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ หรอื

ปืนใหญ่ โดยผตู้ รวจการณ์หน้าทางอากาศ(ผตอ.) หรอื ผตู้ รวจการณ์หน้าทางพนื ดนิ (ผตน.)
๑๖๓.๑.๓ รบกวนขา้ ศกึ ภายในทมี นั หรอื ภายในทตี งั
๑๖๓.๑.๔ กาํ หนดทศิ ทางของการเขา้ ตี หรอื การปฏบิ ตั ขิ องหน่วยลาดตระเวน โดยการยงิ กระสนุ สอ่ งแสง

ขา้ งหน้าหน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั ใหไ้ กลออกไป เพอื มใิ หเ้ ปิดเผยกาํ ลงั ต่อฝ่ายขา้ ศกึ
๑๖๓.๑.๕ นําเครอื งบนิ ทงิ ระเบดิ ระดบั ตาํ เขา้ สเู่ ป้าหมายทอี ยใู่ นระยะยงิ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ

๑๖๓.๒ คาํ ขอยงิ เมอื ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งหารทจี ะสอ่ งสวา่ งสนามรบ โดยใชล้ กู ระเบดิ ยงิ สอ่ งสวา่ ง กส็ ง่ คาํ ขอยงิ โดยใช้
วธิ ปี ฏบิ ตั ติ า่ งๆ ตามทกี ลา่ วไวใ้ นบทที ๗ ตอนที ๔ คาํ ขอยงิ ส่วนในขอ้ วธิ โี จมตเี ป้าหมาย จะตอ้ งพจิ ารณาเป็นพเิ ศษ ดงั นี.-

๑๖๓.๒.๑ ชนิดของกระสนุ ต้องบง่ เป็น “กระสนุ ส่องแสง”
๑๖๓.๒.๒ ชนิดชนวนกระสนุ สอ่ งแสงใชช้ นวนเวลาอยแู่ ลว้ ดงั นันจงึ ไม่ตอ้ งกล่าวองคป์ ระกอบนีในคาํ ขอยงิ
๑๖๓.๒.๓ การวางตาํ บลระเบดิ ขนาดและรปู รา่ งของพนื ทที จี ะสอ่ งสวา่ ง ระยะ ตม. สภาพของทศั นวสิ ยั
และกาํ ลงั สอ่ งสวา่ ง รวมทงั ทศิ ทางของลม ยอ่ มมอี ทิ ธพิ ลต่อการเลอื กวางตาํ บลระเบดิ การวางตาํ บลระเบดิ ทอี าจจะนํามาใช้
มดี งั นี.-

๑๖๓.๒.๓.๑ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ๑ กระบอก ยงิ กระสนุ ๑ นัด

๑๓๙

๑๖๓.๒.๓.๒ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ๒ กระบอก ยงิ กระสนุ พรอ้ มกนั กระบอกละ ๑ นดั ดว้ ย
หลกั ฐานยงิ เดยี วกนั สอ่ งสวา่ ง ณ ประมาณจุดเดยี วในอากาศ

๑๖๓.๒.๓.๓ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ๒ กระบอก ยงิ ตา่ งทศิ โดยยงิ กระสนุ พรอ้ มกนั กระบอกละ ๑ นัด
ระยะยงิ เดยี วกนั แตต่ ่างมมุ ทศิ ตามแนว ค-ม

๑๖๓.๒.๓.๔ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ๒ กระบอก ยงิ ต่างระยะ โดยยงิ กระสนุ พรอ้ มกนั กระบอกละ
๑ นัด มมุ ทศิ เดยี วกนั แตต่ ่างระยะตามแนว ค-ม

๑๖๓.๒.๓.๕ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ๔ กระบอก (๑ หมวด ค.หนกั ) ยงิ กระสนุ พรอ้ มกนั กระบอก
๑ นัด ตา่ งมมุ ทศิ และต่างระยะ เป็นรปู สเี หลยี มจตรุ สั มดี า้ นทะแยงกบั แนว ค-ม
๑๖๔. การปรบั การยิง

๑๖๔.๑ การปรบั การยงิ ทางขา้ ง(ทางทศิ )และทางระยะ คงปรบั ตามวธิ กี ารทใี ชอ้ ยเู่ ป็นมาตรฐาน เพราะลกู ระเบดิ ยงิ
นัดเดยี วกส็ อ่ งสวา่ งไดพ้ นื ทกี วา้ งขวาง การปรบั จะพจิ ารณาวา่ ไดผ้ ลเมอื กระสนุ ส่องสว่างอย่หู า่ งจากจุดทตี อ้ งการสอ่ งสวา่ ง
ภายในระยะ ๒๐๐ เมตร ตามปกตจิ ะทาํ การปรบั ทางขา้ ง ทางระยะและทางสงู ไปพรอ้ มๆกนั ถา้ ความสงู ของตาํ บลสอ่ งสว่าง
ผดิ ไปจากทตี อ้ งการ กอ็ าจจาํ เป็นตอ้ งปรบั ทางสงู กอ่ นทจี ะปรบั องคป์ ระกอบอนื เพอื ใหม้ แี สงสวา่ งพอทจี ะมองเหน็ เป้าหมาย

๑๖๔.๒ ตาํ บลสอ่ งสวา่ งจะเหมาะสมกบั จดุ ปรบั การยงิ (เป้าหมาย)เพยี งไร ขนึ อยกู่ บั ภมู ปิ ระเทศและลมเป็นหลกั ซงึ มี
ขอ้ พจิ ารณา ดงั น.ี -

๑๖๔.๒.๑ โดยทวั ไปจุดส่องสวา่ ง ควรอยทู่ างขา้ งของจุดปรบั การยงิ ในระยะเทา่ ๆกนั โดยประมาณ ถา้ หาก
มลี มพดั แรงอาจตอ้ งจดั ตาํ บลสอ่ งสวา่ งใหอ้ ยหู่ า่ งจากจดุ ยงิ ปรบั มากขนึ อกี

๑๖๔.๒.๒ ถา้ เป้าหมายอยบู่ นลาดหน้าเนนิ กค็ วรใหต้ าํ บลสอ่ งสว่างอยทู่ างขา้ ง และอยใู่ กลก้ บั เป้าหมาย
เลก็ น้อย

๑๖๔.๒.๓ ถา้ เป้าหมายเดน่ ชดั ควรวางจุดสอ่ งสวา่ งใหเ้ ลยไปขา้ งหลงั เพอื ใหเ้ กดิ เงา ทาํ ใหเ้ กดิ ผลดี
๑๖๔.๓ การแกไ้ ขทางขา้ งและทางระยะในแตล่ ะครงั ไมค่ วรน้อยกวา่ ๒๐๐ เมตร
๑๖๔.๔ ความสงู ของตาํ บลสอ่ งสวา่ งทเี หมาะ คอื เมอื สว่ นสอ่ งสวา่ งตกถงึ พนื ดนิ แลว้ ดบั พอดี การแกไ้ ขความสงู เป็น
จาํ นวนเตม็ ๕๐ เมตร(เศษของ ๕๐ เมตร ปัดเป็น ๕๐ เมตร)

๑๖๔.๔.๑ เมอื ตาํ บลสอ่ งสวา่ งอยสู่ งู เกนิ ไป ซงึ จะเป็นสาเหตทุ าํ ใหส้ ่วนส่องสวา่ ง ดบั ก่อนถงึ พนื ดนิ
ผตู้ รวจการณ์จะตอ้ งหาระยะความสงู จากตาํ บลทสี ว่ นสอ่ งสวา่ งดบั จนถงึ พนื ดนิ เป็นระยะทางเทา่ ไร เสรจ็ แลว้ ขอแกไ้ ขไปยงั
ศอย. เช่น ตาํ ลง ๑๕๐ ฯลฯ

๑๖๔.๔.๒ ถา้ หากสว่ นสอ่ งสวา่ งตกถงึ พนื ดนิ แลว้ ยงั ไม่ดบั การแกไ้ ขจะตอ้ งประมาณเวลาเป็นวนิ าที ทสี ว่ น
สอ่ งสวา่ งลุกไหมอ้ ยบู่ นพนื ดนิ คณู กบั อตั รารว่ งหลน่ ของลกู ระเบดิ ยงิ สอ่ งแสง ผตู้ รวจการณ์ก็สามารถหาตวั แกท้ ตี อ้ งการได้
ตวั อยา่ ง

- ลกู ระเบดิ ยงิ สอ่ งแสงมอี ตั รารว่ งหลน่ วนิ าทลี ะ ๑๐ เมตร
- สว่ นสอ่ งสวา่ งลุกไหมอ้ ยบู่ นพนื ดนิ ๓๒ วนิ าที

ตวั แก้ = เวลา(วนิ าท)ี X อตั ราร่วงหลน่
= ๓๒ X ๑๐
= ๓๒๐ เมตร (ปัดเศษเป็น ๕๐ เมตร)
= สงู ขนึ ๓๕๐

๑๖๔.๕ หลงั จากผตู้ รวจการณป์ รบั สว่ นสอ่ งสวา่ งเขา้ สจู่ ุดทตี อ้ งการไดแ้ ลว้ กจ็ ะควบคมุ อตั ราเรว็ ในการยงิ และ
จาํ นวนเครอื งยงิ ทที าํ การยงิ เพอื ประหยดั ลูกระเบดิ ยงิ ในการตรวจการณ์ ตามทตี อ้ งการ
๑๖๕. การส่องสว่างเพือยิงเป้าหมายดว้ ยลูกระเบิดยิงชนิดระเบิด

๑๖๕.๑ เมอื ปรบั ลกู ระเบดิ ยงิ ส่องแสง จนสามารถมองเหน็ เป้าหมายไดเ้ หมาะแลว้ ผตู้ รวจการณก์ อ็ าจสงั “สอ่ งสวา่ ง
ตอ่ เนือง” ขณะทปี รบั ดว้ ยลูกระเบดิ ยงิ ชนดิ ระเบดิ ต่อเป้าหมาย คอื การยงิ ดว้ ยลกู ระเบดิ ยงิ สอ่ งแสง ก่อนเวน้ ระยะเวลาไว้
ประมาณ..........วนิ าที แลว้ ทาํ การยงิ ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ผตู้ รวจการณ์กจ็ ะสามารถตรวจการณ์เหน็ เป้าหมายได้

๑๔๐

๑๖๕.๒ ถา่ ผตู้ รวจการณ์กาํ หนดทตี งั เป้าหมายทเี หมาะสมสาํ หรบั ยงิ ดว้ ยลูกระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ไดแ้ ลว้ กจ็ ะเรมิ
สง่ คาํ ขอยงิ ไดต้ ามปกติ แต่ถา้ หากวา่ ไมส่ ามารถหาวธิ กี าํ หนดทตี งั เป้าหมายทดี ที สี ุดไมไ่ ด้ กส็ ามารถใชจ้ ุดศนู ยก์ ลางตาํ บล
สอ่ งสวา่ งเป็นจุดอา้ งได้

๑๖๕.๓ ถา้ ผตู้ รวจการณ์ตกลงใจปรบั ทงั ลกู ระเบดิ ยงิ สอ่ งแสง และลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ พรอ้ มๆกนั จะตอ้ งสง่ ตวั แก้
ของลกู ระเบดิ ยงิ สอ่ งแสงก่อน ดว้ ยคาํ วา่ “สอ่ งแสง” และตามดว้ ยการแกไ้ ข ต่อจากนนั จงึ สง่ ตวั แกข้ องลกู ระเบดิ ยงิ ชนิด
ระเบดิ เรมิ ดว้ ยคาํ วา่ “ระเบดิ ” และตามดว้ ยการแกไ้ ขเช่นเดยี วกนั ตวั อยา่ ง...

“สอ่ งแสง ขวา ๓๐๐ เพมิ ๒๐๐ ตาํ ลง ๑๐๐ ระเบดิ ขวา ๑๐๐ เพมิ ๒๐๐” ฯลฯ
๑๖๕.๔ ถา้ ปรบั การยงิ ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ตอ่ เป้าหมายเคลอื นทไี มไ่ ด้ เช่น สะพาน, อาคาร หรอื ยานพาหนะ
ชาํ รุด ผูต้ รวจการณ์ตอ้ งการประหยดั ลูกระเบดิ ยงิ สอ่ งแสง กส็ ามารถจะกระทาํ ได้ โดยการประสานการสอ่ งสวา่ งกบั การปรบั
การยงิ ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ผตู้ รวจการณจ์ ะรอ้ งขอการยงิ วา่ ...

“ประสานส่องสว่าง”
แทนทจี ะขอ “สอ่ งสวา่ งตอ่ เนือง” และควบคมุ การยงิ ดว้ ย “ชนิดกระสนุ ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ ” ซงึ คาํ ขอยงิ นี
จะบง่ ชวี า่ จะทาํ การยงิ ทงั ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ และสอ่ งแสงตามทผี ตู้ รวจการณ์สงั ทนั ที เมอื เรยี บรอ้ ยแลว้ ศอย.จะ
รายงานวา่ “เครอื งยงิ พรอ้ ม” ผตู้ รวจการณ์จะสงั ยงิ ลูกระเบดิ ยงิ สอ่ งแสง และแลว้ กจ็ ะสงั ยงิ ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ
เพอื ใหล้ กู ระเบดิ ยงิ ชนิดระเบดิ ไปตกลงยงั เป้าหมาย ในขณะทยี งั คงสอ่ งสว่างเป้าหมายอยู่ ตวั อยา่ ง
ตวั อยา่ งที ๑
- หวั หนิ จากสวนสน ปรบั การยงิ เปลยี น
- พกิ ดั ๙๘๒๐๗๙๘๐ มมุ ภาค ๔๖๑๐ เปลยี น
- เสยี งยานพาหนะ สงสยั เป็นรถถงั สอ่ งแสง ๑ นดั ค. ๑ กระบอก เปลยี น
ตวั อยา่ งที ๒
- หวั หนิ จากสวนสน ปรบั การยงิ เปลยี น
- ประสานส่องสว่าง, รถถงั ๒ คนั , ทราบราบ ๑ หมวด
- กระสนุ สอ่ งแสงและกระสนุ ระเบดิ , ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ เปลยี น
ตวั อยา่ งที ๓ การปรบั การยงิ
- ระเบดิ ซา้ ย ๒๕๐ ลด ๔๐๐ เปลยี น หรอื
- สอ่ งแสง ซา้ ย ๓๐๐ เพมิ ๔๐๐ ตาํ ลง ๒๐๐ ระเบดิ ลด ๒๐๐ เปลยี น
๑๖๖. การยิงป้องกนั ขนั สดุ ท้าย
๑๖๖.๑ การยงิ ป้องกนั ขนั สุดทา้ ย เป็นการยงิ ฉากทไี ดเ้ ตรยี มการไวล้ ว่ งหน้า เพอื ป้องกนั หน่วยทหาร และทตี งั ของ
หน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั เพอื ทําลายหรอื จาํ กดั การเคลอื นทขี องขา้ ศกึ บรเิ วณแนวตา้ นทาน
๑๖๖.๑.๑ ผบ.พนั .ร. เป็นผกู้ าํ หนดแนวทตี งั ฉากป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ยโดยทวั ไป ผบ.รอ้ ย.อวบ. เป็นผกู้ าํ หนด
แนวทตี งั ฉากป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ย โดยอาศยั มลู ฐานจากทตี งั ทวั ไป ผตน.ของ รอ้ ย ค.หนกั ซงึ จดั ใหไ้ ปประจาํ อยู่ จะบนั ทกึ
ทตี งั นีลงในบญั ชเี ป้าหมาย หลงั จากที ผบ.รอ้ ย.อวบ. อนุมตั แิ ลว้ บญั ชเี ป้าหมายนีจะสง่ ไปให้ ศอย.รอ้ ย.ค.หนกั
๑๖๖.๑.๒ ผบ.รอ้ ย.อวบ. เป็นผกู้ าํ หนดทตี งั ฉากป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ยโดยทวั ไปของ ค. ๘๑ มม. โดยใชม้ ลู ฐาน
จากคาํ แนะนําของ ผบ.มว.อาวธุ หนกั ผบ.มว.ปล.จะเป็นผเู้ ลอื กทตี งั ทแี น่นอน ฉากป้องกนั ขนั สุดทา้ ยของ ตอน ค.๘๑ มม.
จะตอ้ งไม่ครอบคลุมหรอื เกยี วขอ้ งกบั ฉากป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ย ของ รอ้ ย.ค.หนัก
๑๖๖.๒ คณุ ลกั ษณะของฉากป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ย
๑๖๖.๒.๑ โดยปกตจิ ะวางฉากยงิ ป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ย ใหข้ อบตาํ บลกระสุนตกอยใู่ กลก้ บั หน่วยทหารฝ่าย
เดยี วกนั ไมเ่ กนิ ๒๐๐ เมตร(ขนพร.) ดว้ ยเหตุนีเองการปรบั การยงิ ต่อฉากป้องกนั ขนั สุดทา้ ยนี จะตอ้ งระบุชนิดของการปรบั
การยงิ วา่ “อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเรา” มาในคาํ ขอยงิ ดว้ ย
๑๖๖.๒.๒ ความกวา้ งของฉากป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ยอยา่ งมากทสี ุด ๒๐๐ เมตร สาํ หรบั ค.๑๒๐ มม. และ
๑๐๐ เมตร สาํ หรบั ค.๘๑ มม.
๑๖๖.๒.๓ หน่วยสนบั สนุนเป็นผรู้ วบรวมฉากป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ย

๑๔๑

๑๖๖.๒.๔ หลกั ฐานยงิ ของฉากจะตอ้ งทนั สมยั ตงั แต่เรมิ วางจนกระทงั ถงึ เวลาถอนตวั
๑๖๖.๒.๕ ฉากนีจะคงทโี ดยไมม่ กี ารเปลยี นแปลง หลงั จากทไี ดจ้ ดั วางแลว้
๑๖๖.๒.๖ ฉากนีมลี าํ ดบั ความเรง่ ดว่ นเหนือการยงิ อนื ใดทงั หมด ควรจดั เตรยี มลูกระเบดิ ยงิ เอาไว้ และถา้
หากไมม่ ภี ารกจิ ยงิ อนื ใด ควรจะวางพนื ยงิ ไปยงั ฉากนี
๑๖๖.๓ ภายหลงั จากที ผบ.มว.ปล. ไดช้ ที ตี งั ทแี ทจ้ รงิ ของฉากการยงิ ป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ยใหแ้ ก่ ผตน.แลว้ ผตน. ควร
ปฏบิ ตั ิ ดงั นี.-
๑๖๖.๓.๑ บนั ทกึ พกิ ดั ตารางของศนู ยก์ ลางฉากในบญั ชเี ป้าหมายของตน และสง่ หลกั ฐานนีไปให้ ศอย.
ทนั ที เมอื ผบ.รอ้ ย.อวบ. ไดอ้ นุมตั เิ ป้าหมายแลว้ อาจสง่ ขา่ วดว้ ยพลนําสารซงึ เป็นวธิ ที ดี ที สี ุด หรอื ทางโทรศพั ท์ หากทงั ๒
วธิ นี ีกระทาํ ไมไ่ ด้ ผตน. กส็ ง่ ทางวทิ ยุ ถา้ ผตน.จะสง่ บญั ชเี ป้าหมายทางวทิ ยุ จะตอ้ งเขา้ รหสั หรอื ประมวลลบั ตาม นปส.
การสง่ หลกั ฐานเกยี วกบั ฉากป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ย จะตอ้ งไม่แจง้ รายละเอยี ดของฉากนี แตใ่ หก้ าํ หนดนามตามรหสั จาก นปส.
ฉบบั ทที นั สมยั
๑๖๖.๓.๒ หาทตี งั ของหน่วยในแนวหนา้ ซงึ เกยี วขอ้ งกบั ฉากป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ยนี
๑๖๖.๓.๓ แนะนํา ผบ.รอ้ ย. หรอื ผบ.มว.ปล. ใหท้ ราบถงึ อนั ตรายทอี าจมขี นึ ระหวา่ งทําการปรบั การยงิ
ฉากป้องกนั ขนั สุดทา้ ย
๑๖๖.๓.๔ หาเวลาทตี อ้ งใชป้ รบั การยงิ ฉากนี
๑๖๖.๓.๕ หาจดุ ปรบั การยงิ สาํ หรบั เครอื งยงิ ทกุ กระบอก(ตามรปู ) ทตี งั ทแี ทจ้ รงิ ของจุดปรบั การยงิ หาได้
จากการใชส้ ตู รมลิ เลยี ม การเลือกจุดปรบั การยงิ ศนู ยก์ ลางตาํ บลระเบดิ ของ ค.๑๒๐ มม. ควรอยไู่ มเ่ กนิ ๒๐ เมตร จากเขต
จาํ กดั ทางซา้ ยและขวาของฉาก และของ ค.๘๑ มม. กไ็ ม่ควรเกนิ ๑๕ เมตร จากเขตจาํ กดั ซา้ ย-ขวา เชน่ กนั ระยะ
ระหว่างตาํ บลไมค่ วรเกนิ ๔๐ เมตร สาํ หรบั ค.๑๒๐ มม. และ ค.๘๑ มม. ไมค่ วรเกนิ ๓๕ เมตร

รปู ที ๗๔ การหาจดุ ปรบั การยิงสาํ หรบั เครืองยิงแต่ละกระบอก และจดุ ปรบั การยิงเริมแรก

๑๔๒

๑๖๖.๔ ผตน.คงใชค้ าํ ขอยงิ มาตรฐานตามทไี ดก้ ล่าวมาแลว้ เพอื รอ้ งขอการยงิ และปรบั การยงิ ต่อฉากนี
๑๖๖.๔.๑ ผตน.อาจใชว้ ธิ พี กิ ดั ตาราง, โปลาร์ หรอื ยา้ ยจากจดุ ทราบทตี งั เพอื กาํ หนดทตี งั จุดปรบั การยงิ

เรมิ แรกของฉาก
๑๖๖.๔.๒ เมอื ฉากนีถกู กาํ หนดอยภู่ ายใน ๒๐๐ เมตร จากหน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั ใชว้ ธิ ปี รบั การยงิ โดย

การยงิ คนื ผตน.ตอ้ งกําหนดจุดปรบั การยงิ เรมิ แรก อยา่ งน้อย ๒๐๐ เมตร หา่ งออกไปจากทตี งั ของฉากป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ย
ตามแนว ต-ม ตามรปู ท.ี .....

๑๖๖.๔.๓ ผตน.ตอ้ งระบุวา่ “อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเรา” ในวธิ โี จมตเี ป้าหมายในคาํ ขอยงิ
๑๖๖.๔.๔ ผตน.ควรขอใชช้ นวนถว่ งเวลาในการปรบั การยงิ ต่อฉากนี เพอื ลดอนั ตรายตอ่ หน่วยทหารฝ่าย
เดยี วกนั ใหเ้ หลอื น้อยทสี ดุ ถา้ หากมกี ระสนุ ตกใกลก้ วา่ ทตี อ้ งการหรอื มกี ระสนุ พสิ ดาร
๑๖๖.๔.๕ ผตน.จะตอ้ งขอยงิ ปรบั พรอ้ มกนั ทงั หมวด โดยขอยงิ “เป็นรอบ จากขวา(ซา้ ย)” ซงึ ขนึ อยกู่ บั
ทศิ ทางลม และการพจิ ารณาความเฉียง(แกนความยาว)ของกรวยพนื ยงิ
๑๖๗. การปรบั การยิงโดยใช้เสียง
เมอื ผตู้ รวจการณ์มองเหน็ ไดใ้ นเขตจาํ กดั ไมส่ ามารถปรบั การยงิ โดยวธิ ปี กตไิ ด้ กอ็ าจปรบั การยงิ ไดโ้ ดยใชเ้ สยี ง
๑๖๗.๑ การกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย หน่วยรบั การสนบั สนุนอาจรายงานทตี งั เป้าหมายใหผ้ ตู้ รวจการณ์ หรอื
ผตู้ รวจการณ์กาํ หนดทตี งั เป้าหมายเองกไ็ ด้ ถา้ ผตู้ รวจการณ์สามารถไดย้ นิ เสยี ง ณ บรเิ วณทตี งั ขา้ ศกึ เช่น เสยี งอาวธุ
ขณะทาํ การยงิ , เสยี งยานพาหนะ หรอื การเคลอื นไหวของหน่วยทหาร ฯลฯ ผตู้ รวจการณ์กส็ ามารถกะประมาณทศิ ทาง
และระยะทตี รวจการณ์ไปยงั เป้าหมายได้
๑๖๗.๒ คาํ ขอยงิ เมอื ใช้วธิ กี ารปรบั การยงิ ดว้ ยเสยี ง ผตู้ รวจการณ์จะตอ้ งบอกไปในคาํ ขอยงิ ในองคป์ ระกอบคาํ สงั
เตอื น โดยเพมิ เตมิ “ดว้ ยเสยี ง” ตอ่ ทา้ ย “ปรบั การยงิ ” ตวั อยา่ ง

“หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ ดว้ ยเสยี ง เปลยี น”
และเพอื ความปลอดภยั ตอ่ หน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั จะตอ้ งหาหลกั ฐานยงิ ใหถ้ กู ตอ้ ง

๑๖๗.๓ การปรบั การยงิ
๑๖๗.๓.๑ ใช้ ค.เพยี งกระบอกเดยี วปรบั การยงิ หลงั จากทไี ดย้ นิ เสยี งระเบดิ ของกระสนุ นัดทปี รบั การ

ยงิ แลว้ ผตู้ รวจการณ์กป็ ระมาณมมุ ภาคไปยงั ตาํ บลระเบดิ แลว้ นําไปเปรยี บเทยี บกบั มมุ ภาคไปยงั เป้าหมาย งา่ มมมุ ที
ตา่ งออกไปนีจะนํามาเปลยี นเป็นการยา้ ยทางขา้ งเป็นเมตรดว้ ยสตู รมลิ เลยี ม โดยใชร้ ะยะประมาณทตี งั ทตี รวจการณ์ไปยงั
เป้าหมาย

๑๖๗.๓.๒ การกะระยะไปยงั ตาํ บลระเบดิ นนั กระทาํ ไดย้ าก ฉะนนั ผตู้ รวจการณ์อาจจาํ เป็นจะตอ้ งใชว้ ธิ กี าร
ยงิ คบื เพอื ปรบั การยงิ ตอ่ เป้าหมาย หรอื ผตู้ รวจการณ์อาจหาระยะโดยพจิ ารณาจากการนับเวลาทเี สยี งกระสนุ ระเบดิ ถงึ
ผตู้ รวจการณ์เป็นวนิ าที แลว้ คณู ดว้ ยความเรว็ เสยี งประมาณ ๓๔๐ เมตรต่อวนิ าท(ี เพอื ความสะดวกในการคาํ นวณ ควรปัด
เป็น ๓๕๐) ในกรณนี ี ศอย.จะตอ้ งแจง้ เวลาทกี ระสนุ กระทบพนื ใหด้ ว้ ย แต่ถา้ ผตู้ รวจการณ์เหน็ แสงแวบขณะกระสนุ ตก
กระทบพนื และระเบดิ ขนึ กค็ าํ นวณหาระยะไดต้ ามปกติ

๑๖๗.๓.๓ ผตู้ รวจการณ์จะตอ้ งระมดั ระวงั ในพนื ทที ไี มเ่ รยี บ เชน่ เนินเขาหรอื เทอื กเขา ซงึ เสยี งอาจตอ้ ง
เดนิ ทางออ้ มเขามาสผู่ ตู้ รวจการณ์ ซงึ อาจทาํ ใหต้ รวจไดท้ ศิ ทางของตาํ บลระเบดิ ผดิ ไปได้
๑๖๘. การตรวจการณ์ร่วม

๑๖๘.๑ การตรวจการณ์รว่ ม เป็นแบบของการตรวจการณ์อยา่ งหนึง ซงึ มผี ตู้ รวจการณ์ ๒ คน หรอื มากกวา่ โดย
ประจาํ อยู่ ณ ทตี งั คนละแหง่ ต่างกด็ าํ เนินการยงิ ตามภารกจิ ตรวจผลการยงิ หรอื ตาํ บลระเบดิ ต่อเป้าหมายเดยี วกนั
การตรวจการณ์รว่ มนี จะไดผ้ ลดกี ต็ อ่ เมอื มมุ สกดั ของแนวตรวจการณ์(ต-ม) ณ ทตี งั เป้าหมายมขี นาด ๒๕๐ มลิ เลยี ม
หรอื ใหญ่กวา่ ดว้ ยการกระทาํ ในลกั ษณะดงั กลา่ วนี เรยี กวา่ “การตรวจการณ์รว่ ม”

๑๖๘.๒ การตรวจการณ์รว่ มจะใชไ้ ดผ้ ลดใี นภารกจิ ดงั ตอ่ ไปนี.-
๑๖๘.๒.๑ การยงิ หาหลกั ฐานจุดปานกลางมณฑล(จปฑ.)

๑๔๓

๑๖๘.๒.๒ การยงิ หาผลเพอื จโู่ จม
๑๖๘.๒.๓ การเฝ้าตรวจผลการยงิ ตามแผนโดยใกลช้ ดิ
๑๖๘.๒.๔ การปรบั การยงิ ร่วม
๑๖๘.๓ ทตี งั ทตี รวจการณ์ ควรจดั ตงั ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ตงั แต่ในเวลากลางวนั เครอื งมอื ต่างๆอาจปรบั ทศิ ทางไว้ และ
กาํ หนดทศิ ทางไปยงั เป้าหมาย เพอื เป็นทศิ ทางทจี ะใชห้ ลงั จากมดื คาํ แลว้ ผตู้ รวจการณ์บนั ทกึ มมุ ภาคของเป้าหมายตา่ งๆที
ตรวจการณ์พบในเวลากลางวนั เอาไว้ เป้าหมายตา่ งๆอาจกาํ หนดทตี งั ในเวลากลางคนื ได้ โดยวางเสน้ กากบาทของ
เครอื งมอื ตรวจการณ์ ซงึ ตามปกตจิ ะใชก้ ลอ้ งกองรอ้ ยเขม็ ทศิ (กลอ้ งวดั มุม) ไปทบั แสงไฟทแี ลบออกมาจากการยงิ ของอาวธุ
ขา้ ศกึ โดยมมุ ภาคและมมุ สงู อาจบนั ทกึ เอาไวก้ อ่ นถา้ ยงั ไมย่ งิ ปรบั โดยทนั ที ถา้ เป็นการแสวงเครอื งในภมู ปิ ระเทศอาจใช้
แถบผา้ ขาว หรอื หลกั ๒ หลกั ปักเอาไว้ ตามแนวทศิ ทางใหต้ รงไปยงั ทศิ ทางทไี ฟแลบออกมากไ็ ด้
๑๖๘.๔ มมุ ภาคไปยงั เป้าหมายในขนั ตน้ สามารถหาไดจ้ ากเขม็ ทศิ การเปลยี นทางทศิ ในขนั ต่อไปซงึ ผดิ ไปจากแนว
ต-ม สามารถวดั ไดด้ ว้ ยกล้องสอ่ งสองตา แตอ่ ยา่ งไรกด็ ี เครอื งมอื ดงั กลา่ วนีเมอื นํามาใชก้ บั การตรวจการณ์ร่วมแลว้ มกั จะมี
การคลาดเคลอื นไมส่ ลู่ ะเอยี ดนัก ความคลาดเคลอื นนีอาจทาํ ใหเ้ กดิ ความลม้ เหลวในการปรบั การยงิ ในเวลากลางคนื
๑๖๘.๕ ในการปรบั การยงิ ผตู้ รวจการณ์ซงึ ประจาํ อยทู่ ตี รวจการณ์แตล่ ะแหง่ อา่ นคา่ มมุ ภาคทเี ครอื งมอื ไปยงั ตาํ บล
ระเบดิ ให้ ศอย.กรยุ หลกั ฐาน ศอย.จะใชก้ ารสกดั ตรงเพอื หาตาํ บลกระสนุ ตก แลว้ หาตวั แก้ เพอื นํากระสนุ นัดต่อไปเขา้ สู่
เป้าหมาย
๑๖๘.๖ ในการปรบั การยงิ ดว้ ยเสยี ง เมอื ผตู้ รวจการณ์ ๒ แห่ง หรอื มากกวา่ ไดย้ นิ เสยี งจากทตี งั ของขา้ ศกึ กส็ ามารถ
กาํ หนดทตี งั เป้าหมาย และตรวจผลการยงิ ได้ โดยอาศยั หลกั การเดยี วกนั ผตู้ รวจการณ์แตล่ ะแหง่ รายงานให้ ศอย.ทราบ
มมุ ภาคของทตี งั ขา้ ศกึ โดยประมาณ ศอย.กจ็ ะกรยุ หลกั ฐานทตี งั เป้าหมาย และตาํ บลกระสนุ ตกไดโ้ ดยการเลง็ สกดั ตรง

๑๖๙. การยิงหาหลกั ฐานจดุ ปานกลางมณฑล(จปฑ.)
๑๖๙.๑ ในเวลากลางคนื ผตู้ รวจการณ์ไมส่ ามารถเหน็ และปรบั การยงิ หาหลกั ฐานตอ่ จุดยงิ หาหลกั ฐานบนพนื ไดโ้ ดย

ปราศจากการสอ่ งสวา่ ง อนงึ การปฏบิ ตั กิ ารรบในภมู ปิ ระเทศทเี ป็นทะเลทราย, ในป่า, การปฏบิ ตั กิ ารแถบขวั โลกหรอื ในเขต
โซนหนาว มอี ยบู่ ่อยครงั ทไี มม่ จี ุดปรบั การยงิ หาหลกั ฐานและไมส่ ามารถจะกาํ หนดลงไปใหไ้ ดแ้ น่ชดั ฉะนันในการทจี ะ
กาํ หนดใหม้ กี ารยงิ หาหลกั ฐานภายใตส้ ภาพดงั กล่าวจะเป็นจะตอ้ งมวี ธิ ปี ฏบิ ตั เิ ป็นพเิ ศษ คอื “การยงิ หาหลกั ฐานดว้ ยจุด
ปานกลางมณฑล”

๑๖๙.๒ การยงิ หาหลกั ฐานต่อจุดปานกลางมณฑลนี คงมวี ธิ ปี ฏบิ ตั คิ ลา้ ยคลงึ กบั การยงิ ปรบั ทวั ไป คอื ใช้ ค.
กระบอกเดยี วทาํ การยงิ ดว้ ยลกู ระเบดิ ยงิ จาํ นวนหนึงโดยใชห้ ลกั ฐานยงิ เดยี วกนั แลว้ ตรวจผลจากตําบลระเบดิ ทกุ นดั ทอี ยู่
ของผตู้ รวจการณ์และทตี งั จดุ ยงิ หาหลกั ฐานนัน ศอย.จะตอ้ งทราบ ภารกจิ นีจะเรมิ จาก ศอย. วธิ สี ง่ ขา่ วจาก ศอย.ไปยงั
ผตน.มดี งั นี.-

“เตรยี มตรวจการยงิ หาหลกั ฐานจากจุดปานกลางมณฑล ผตู้ รวจการณ์ซา้ ย(ตซ.) เครอื งมอื อา่ นได้ ๑๘๖๐
มมุ ดงิ -๑๕, ผตู้ รวจการณข์ วา(ตข.) เครอื งมอื อา่ นได้ ๑๖๗๔ มมุ ดงิ -๒๐, พรอ้ มแลว้ รายงานใหท้ ราบ”

๑๖๙.๓ การดาํ เนินการยงิ หาหลกั ฐานนัน ตซ. และ ตว. ตา่ งกป็ รบั เครอื งมอื ของตนเองไปตงั หลกั ฐานมมุ ภาค และ
มมุ สงู ตามที ศอย.กาํ หนดใหม้ า เมอื เสรจ็ เรยี บรอ้ ย และพรอ้ มทจี ะตรวจผลการยงิ ได้ กร็ ายงานว่า “ตซ.(ตข.)พรอ้ ม”
หลงั จากทปี รบั เครอื งมอื ไปตงั หลกั ฐานตามที ศอย.กาํ หนดเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหป้ ักหลกั เลง็ ทตี ดิ เครอื งใหแ้ สงตามทศิ ทาง
นนั ไวด้ ว้ ย ศอย.สงั ยงิ กระสนุ ปรบั มาหนงึ นดั พรอ้ มกบั รายงานว่า “ยงิ ไปแลว้ ”

ผตู้ รวจการณ์ตรวจตําบลกระสนุ ตกทยี งิ ปรบั ในแวน่ แกว้ ของเครอื งมอื (กลอ้ งวดั มุม) ถา้ จาํ เป็นกใ็ หป้ รบั แวน่ แกว้ ทบั
ตาํ บลระเบดิ หลงั จากการยงิ กระสนุ ปรบั ทางทศิ หนึงนดั ผตู้ รวจการณ์ไมต่ อ้ งปรบั ทางทศิ ของเครอื งมอื อกี แตจ่ ะนําความ
คลาดเคลอื นทางขา้ งทตี รวจไดบ้ นมาตราประจาํ แว่นแกว้ กบั มมุ ทตี งั ไวใ้ นมาตราของเครอื งมอื ซงึ จะไดผ้ ลลพั ธข์ องมมุ ภาค
ของทศิ ทวี ดั ไว้ ตวั อยา่ ง

๑๔๔

ศอย.สง่ ขา่ วให้ ตซ. และ ตข. ดงั นี.-
“เตรยี มตรวจการณ์ยงิ หาหลกั ฐานจดุ ปานกลางมณฑล เปลยี น”
“ตซ. เครอื งมอื อา่ นได้ มมุ ภาค ๔๓๐ มุมดงิ -๒๕ เปลยี น”
“ตข. เครอื งมอื อา่ นได้ มุมภาค ๑๑๐ มมุ ดงิ -๑๕ พรอ้ มแลว้ รายงาน เปลยี น”

ตซ. ตงั กลอ้ งวดั มมุ ตรงมมุ ภาค ๔๓๐ และมุมดงิ -๒๕ กระสนุ นัดแรก ปรากฏอยทู่ างขวาเสน้ สายใยทางดงิ ๔๐ มิ
ลเลยี ม และอยตู่ าํ กวา่ เสน้ สายใยทางระดบั ๕ มลิ เลยี ม

ตซ. จงึ ตงั กลอ้ งใหมใ่ หต้ รงอกี ครงั ดว้ ยมุมภาค ๔๗๐ (๔๓๐+๔๐=๔๗๐) แตไ่ ม่แตะตอ้ งมาตรามมุ พนื ทเี ลย แลว้
รายงานไปยงั ศอย.วา่ ตซ. มมุ ภาค ๔๗๐ มุมดงิ -๓๐

ตข. ใหท้ ศิ ทางแกเ่ ครอื งมอื ทาํ นองเดยี วกบั ตซ.แลว้ รายงานให้ ศอย.ทราบ
หลงั จากรายงานมมุ ภาคของนดั ชที ศิ ให้ ศอย.ทราบแลว้ การรายงานทางทศิ ของนัดตอ่ ไป รายงานความคลาดเคลอื น
ทางขา้ ง และความคลาดเคลอื นทางดงิ เป็นมลิ เลยี ม ซงึ ความคลาดเคลอื นนียดึ ถอื เสน้ กากบาทในแว่นแกว้ เป็นหลกั
ตวั อยา่ งการรายงาน

“ตซ. ขวา ๑๕, สงู ๕ เปลยี น”
“ตข. ขวา ๕ ตาํ ๕ เปลยี น”

๑๗๐. การตรวจการณ์ร่วมสาํ หรบั ภารกิจอืนๆทีนอกเหนือไปจากการยิงหาหลกั ฐานจดุ ปานกลางมณฑล และจดุ
ยิงปรบั
เพิมเติม
ในโอกาสเมอื จาํ เป็นตอ้ งตรวจการณ์ในระยะไกลๆแลว้ การใชท้ ตี รวจการณ์ร่วมอาจทาํ ใหป้ ระหยดั กระสนุ ได้ การ

ปฏบิ ตั มิ ดี งั นี.-
๑๗๐.๑ เมอื ทราบทตี งั ทตี รวจการณ์แลว้
๑๗๐.๑.๑ ถา้ ไดก้ รยุ จุดทตี งั ทตี รวจการณล์ งในแผน่ เรขายงิ ของ ศอย.แลว้ และทตี งั เป้าหมายตา่ งๆกท็ ราบ

แลว้ เช่นกนั การหาทางทศิ (ทางขา้ ง) กใ็ หด้ ําเนินการตามทกี ลา่ วมาแลว้ ในขอ้ ๑๖๘. ถา้ ทตี งั เป้าหมายถกู กาํ หนดทตี งั โดย
ผตู้ รวจการณแ์ หง่ หนึงแลว้ ศอย.กส็ ามารถหาทางทศิ (ทางขา้ ง)ของผตู้ รวจการณ์อกี แห่งหนึงได้

๑๗๐.๑.๒ เป้าหมายตา่ งๆอาจกาํ หนดทตี งั ไดด้ ว้ ยผตู้ รวจการณ์แห่งใดแหง่ หนึง โดยใชว้ ธิ อี ธบิ ายไวแ้ ลว้ ถา้
ทตี รวจการณ์ทงั สองแหง่ ตา่ งกป็ รบั ทางทศิ (ทางขา้ ง)ไปยงั เป้าหมายแหง่ เดยี วกนั ศอย.กส็ ามารถกาํ หนดทตี งั เป้าหมายได้
โดยอาศยั เสน้ มุมภาคของทศิ ตามแนว ต-ม ของทตี รวจการณ์ทงั สองแหง่ ตดั กนั

๑๗๐.๑.๓ ในเมอื ผตู้ รวจการณ์ทงั สองแหง่ ตอ้ งการยงิ เป้าหมายแหง่ เดยี วกนั แหง่ ใดแหง่ หนึง ทตี รวจการณ์
แหง่ ใดแหง่ หนงี เพยี งแห่งเดยี วเป็นผสู้ ง่ คาํ ขอยงิ เรมิ แรก เพมิ เตมิ มมุ ภาคของแนว ต-ม จากทตี รวจการณ์อกี แหง่ หนึง ศอย.
อาจมอบหมายใหผ้ ตู้ รวจการณ์คนใดคนหนึงควบคมุ ในภารกจิ ยงิ นนั ตวั อยา่ ง

“ศอย. จาก ตข. ปรบั การยงิ ตรวจการณ์ร่วม เปลยี น”
“ตข. มมุ ภาค ๔๕๖๐ มมุ ดงิ -๒๕ เปลยี น”
“ตซ. มมุ ภาค ๔๘๘๐ มมุ ดงิ -๒๐ เปลยี น”
“ทตี รวจการณ์ เปลยี น”

๑๗๐.๑.๔ ผตู้ รวจการณซ์ า้ ยและขวา ปรบั ทางทศิ (ทางขา้ ง) และมมุ พนื ทที เี ครอื งมอื ของตนแลว้ รายงาน
ศอย. เมอื พรอ้ มทจี ะตรวจหลงั จากทไี ดย้ งิ ไปแตล่ ะนัด ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งรายงานความคลาดเคลอื นทางขา้ งและทางสงู
(ทางดงิ ) เป็นมลิ เลยี ม โดยยดึ ถอื กากบาทแวน่ แกว้ เป็นหลกั ตวั อยา่ งการรายงาน เชน่


Click to View FlipBook Version