The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sasit Pinkaew, 2022-09-29 21:34:36

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

๔๕

๓๐.๔.๒.๘ ตอ้ งรกั ษาเลนซไ์ วใ้ หอ้ ยใู่ นสภาพทสี ะอาดและแหง้ สนิท หา้ มมใิ หใ้ ชน้ วิ มอื หรอื ผา้
ชบุ นํามนั เช็ดเลนซ์ การทาํ ความสะอาดเลนซ์ใหใ้ ชแ้ ปรงขนอฐู ซงึ ไดจ้ ดั ทาํ ขนึ เป็นพเิ ศษ ทาํ ความสะอาดปัดฝ่นุ ผงนนั ให้
หมนั นําแปรงไปปัดกบั ของแขง็ เพอื ใหฝ้ ่นุ ผง และสงิ สกปรกทตี ดิ ขนแปรงนันหลุดออกไปและในการทาํ ความสะอาดเลนซ์
หา้ มมใิ หใ้ ชผ้ า้ ทาํ ความสะอาดนํายาตา่ งๆ และของมคี มมาเชด็ เป็นอนั ขาด การเชด็ เลนซน์ นั ใหใ้ ชก้ ระดาษสาํ หรบั เชด็ เลนซ์
ซงึ จดั ทาํ ขนึ โดยพเิ ศษเท่านัน

๓๐.๔.๒.๙ ถา้ มนี ํามนั หรอื จาระบเี ปรอะเปือนเลนซ์ ใหเ้ ชด็ ออกใหห้ มด โดยใชแ้ ปรงจมุ่ เอ
ททลิ แอลกอฮอลป์ ัดนํามนั หรอื จาระบอี อก แลว้ ใชก้ ระดาษเชด็ เลนซเ์ ชด็ ใหแ้ หง้ ในกรณที ไี มส่ ามารถหาแอลกอฮอล์ได้ ให้
เป่าลมหายใจลงไปทเี ลนซโ์ ดยแรง และใชก้ ระดาษเชด็ เลนซเ์ ชด็ จนแหง้

๓๐.๔.๒.๑๐ ในบางโอกาสควรชโลมนํามนั กนั สนิมแก่ชนิ สว่ นของกล้องเลง็ ตามสมควร
และถา้ มนี ํามนั ไหลเยมิ ออกมาเนืองจากการชโลมนํามนั มากเกนิ ไป ใหเ้ ชด็ นํามนั นีออกใหห้ มด ทงั นีเพอื ป้องกนั ไม่ใหฝ้ ่นุ ผง
และสงิ สกปรกตา่ งๆมารวมเกาะอยทู่ กี ลอ้ งเลง็

๓๐.๔.๒.๑๑ ใหถ้ อดกลอ้ งเลง็ ออกจากเครอื งยงิ ทกุ ครงั ทที าํ การยงิ เพอื ไมใ่ หก้ ลอ้ งเลง็ ชาํ รดุ
จนกวา่ แผน่ ฐานจะฝังตวั แน่น และไม่มอี นั ตรายต่อกลอ้ งเลง็ ทจี ะเกดิ การชาํ รุด จากแรงกระแทกของการยงิ

๓๐.๔.๒.๑๒ ถา้ ไมใ่ ชง้ านใหถ้ อดแบตเตอรแี หง้ บเี อ - ๓๐ และบเี อ - ๕๘ ออกจากเครอื งให้
แสง เอม็ ๕๓ และไฟฉายหวั หลกั เลง็ เพราะถา้ ใสท่ งิ ไวจ้ ะทาํ ใหน้ ํายาเคมที าํ ปฏกิ ริ ยิ ารวั ไหลออกมาทาํ ความเสยี หายใหก้ บั
ตวั กระบอกไฟฉายได้
๓๑. การซ่อมบาํ รงุ โดยช่างซ่อมของหน่วย(ORGANIZATION MAINTENANCE)

จะกระทาํ โดยการตรวจสภาพ การซอ่ มเปลยี น การจดั ปรบั การจดั แนว การกระทําดงั กลา่ วจะกระทําเบอื งตน้
งา่ ยๆไม่ยงุ่ ยากซบั ซ้อน

๓๑.๑ ลาํ กลอ้ งและเครอื งปิดทา้ ย
๓๑.๑.๑ ถอดเขม็ แทงชนวนออก เพอื ทําการตรวจสอบการแตกรา้ ว รอยบนิ ทเี กดิ จากการกดั ของแก๊ส

สงั เกตดดู ว้ ยสายตา ถา้ ชาํ รดุ มากใหเ้ ปลยี นใหม่(หมายเลข ๑๒ รปู ที ๓๒)
๓๑.๑.๒ ถอดแหนบเขม็ แทงชนวนออกมาตรวจสอบ โดยใชม้ อื กดดอู าการยดื หดตวั ของแหนบ สงั เกต

ถา้ ชาํ รุดมากใหเ้ ปลยี นใหม่(หมายเลข ๑๑ รปู ที ๓๒)
๓๑.๑.๓ ถอดแหนบโครงกระเดอื งลนั ไกออกมาตรวจสอบ โดยใชม้ อื กดดอู าการยดื หดตวั ของแหนบ

สงั เกตถา้ ชาํ รดุ มากใหเ้ ปลยี นใหม(่ หมายเลข ๖ รปู ที ๓๒)
๓๑.๑.๔ ประกอบเขม็ แทงชนวนเขา้ กบั เครอื งปิดทา้ ยตามเดมิ

๓๑.๒ ชดุ ขาหยงั และแผน่ ฐานรบั ลํากลอ้ ง
๓๑.๒.๑ ตรวจสอบการยดื หดตวั ของชุดผอ่ นอาการสะเทอื น หากทาํ งานไมป่ กติ ใหถ้ อดสง่ ซ่อมไปยงั

หน่วยสนับสนุนโดยตรงต่อไป
๓๑.๒.๒ ตรวจรอยบดิ ,คด,เบยี วของแผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง ตรวจห่วงยดึ เดอื ยทา้ ยลาํ กลอ้ งดกู ารหกั ,บนิ

ถา้ ชนิ สว่ นดงั กลา่ วชาํ รดุ ใหส้ ง่ ซ่อมไปยงั หน่วยสนบั สนุนโดยตรงต่อไป
๓๑.๒.๓ ถา้ โซ่ยดึ ขาหยงั ขาดหรอื ชาํ รดุ ใหท้ าํ การถอดออกเปลยี นใหม่

๓๑.๓ กลอ้ งเลง็
๓๑.๓.๑ ตรวจยางรองตากลอ้ งขอ้ ศอก เอม็ ๑๐๙ ถา้ หากเกดิ การฉีกขาดหรอื ชาํ รดุ จนอยใู่ นสภาพใช้

งานไมไ่ ด้ ใหท้ าํ การเปลยี นใหม่
๓๑.๓.๒ ตรวจหลอดไฟและแบตเตอรแี หง้ บเี อ - ๓๐ ของเครอื งใหแ้ สงกลอ้ งเลง็ เอม็ .๕๓ เอ ๑ และไฟ

ฉายหวั หลกั เลง็ ถา้ หลอดไฟ แบตเตอรแี หง้ บเี อ - ๓๐ และบเี อ - ๕๘ หมดใหเ้ ปลยี นใหม่

๔๖

บทที ๔
กระสนุ

ตอนที ๑
กล่าวทวั ไป

ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม.ศอว.ทบ. ใชย้ งิ ดว้ ยลกู ระเบดิ ยงิ ขนาด ๑๒๐ มม. ซงึ เป็นลกู ระเบดิ แบบสาํ เรจ็ รปู
ชนิดกงึ รวม ลกู ระเบดิ นีเรยี กชอื เตม็ วา่ “ลกู ระเบดิ ยงิ เครอื งยงิ ลูกระเบดิ ขนาด ๑๒๐ มลิ ลเิ มตร” หรอื เรยี กยอ่ ๆวา่ “ลย./ค.
๑๒๐” ลกู ระเบดิ ยงิ นีจา่ ยใหใ้ นลกั ษณะกระสุนครบนัด(COMPLETE - ROUND) ลย./ค.๑๒๐ เป็นกระสนุ มหี าง แต่สาํ หรบั
สว่ นบรรจุนนั สามารถแยกออกได้ การทจี ดั เขา้ ไวเ้ ป็นประเภทแยกบรรจุ เพราะสามารถเปลยี นแปลงสว่ นบรรจไุ ดเ้ หมอื น
กระสนุ แยก เวลายงิ ใชบ้ รรจเุ ขา้ ไปในเครอื งยงิ รวมกนั เป็นหน่วยเดยี ว(ครบนัด) แต่สาํ หรบั สว่ นบรรจนุ ัน แยกออกไดก้ ่อนจะ
ทาํ การบรรจุ โดยใชย้ งิ ไปตามระยะทตี อ้ งการตามตารางยงิ
๓๒. ลกู ระเบิดยิงประเภทต่างๆ

การแบง่ ประเภทของ ลย./ค.๑๒๐ นนั ถอื เอาความมงุ่ หมายในการใชเ้ ป็นเกณฑ์ ซงึ แบง่ ออกเป็น ๔ ประเภท คอื
๓๒.๑ ประเภทฝึกยงิ
๓๒.๒ ประเภทซอ้ มยงิ
๓๒.๓ ประเภทรบ
๓๒.๔ ประเภทฝึกหดั บรรจุ

๓๓. ลย./ค.๑๒๐ ประเภทรบ
ลย./ค.๑๒๐ ประเภทรบ หมายถงึ ลย./ค.๑๒๐ ทใี ชย้ งิ หวงั ผลในการรบ ผลและอาํ นาจของ ลย./ค. ประเภทนี

ขนึ อยกู่ บั ชนิดของลกู ระเบดิ ซงึ แบง่ ออกเป็นดงั นี.-
๓๓.๑ ชนิดสงั หาร
๓๓.๒ ชนิดควนั
๓๓.๓ ชนิดส่องแสง
๓๓.๔ ลย./ค. สงั หารนบี รรจดุ นิ ระเบดิ แรงสงู ใชช้ นวนกระทบแตกไวและถ่วงเวลา ใชย้ งิ สงั หารฝ่ายตรงขา้ ม
๓๓.๕ ลย./ค.ชนิดควนั (ลกู ระเบดิ ควนั )ประเภททาํ ฉากควนั ซงึ นอกจากจะทาํ ใหเ้ กดิ ม่านควนั แลว้ ยงั เผาพลาญ

ทาํ ลาย และใชก้ าํ หนดเป็นสญั ญาณได้
๓๓.๖ ลย./ค.ชนิดส่องแสง(ลกู ระเบดิ สอ่ งแสง) เพอื สอ่ งสวา่ งพนื ทสี นามรบและเพอื กาํ หนดเป็นสญั ญาณ

๓๔. ลย./ค.๑๒๐ ประเภทซ้อมยิง
ลย./ค.ประเภทนี มลี กั ษณะส่วนประกอบตลอดจนนําหนัก และขปี นาวธิ เี หมอื น ลย./ค.๑๒๐ สงั หารทกุ ประการ

เวน้ แต่ภายในลกู ระเบดิ ยงิ นีบรรจุวตั ถุปรบั นําหนกั (INERT FILLER) ซงึ ไม่ใชว่ ตั ถุระเบดิ และสารเคมี ลย./ค.๑๒๐ ประเภท
นใี ชย้ งิ เพอื ซอ้ มความแมน่ ยาํ
๓๕. ลย./ค.๑๒๐ ประเภทฝึ กยิง

ลย./ค.ประเภทฝึกยงิ เป็นลกู ระเบดิ ทใี ชใ้ นการฝึกหดั ยงิ เพอื ใหท้ หารคนุ้ เคยกบั การยงิ ลกู ระเบดิ ประเภทนีตา่ ง
กบั ประเภทซอ้ มยงิ คอื ไมม่ ชี นวนหวั และวตั ถรุ ะเบดิ บรรจอุ ยเู่ ลย คงมแี ต่ปลอกดนิ จุดและเครอื งเรมิ จดุ (สว่ นบรรจุหลกั ) ซงึ
ทาํ หนา้ ทขี บั ลกู ระเบดิ ออกจากลํากลอ้ งไปเท่านัน ระยะยงิ ของลกู ระเบดิ ฝึกยงิ จะใกล้ และเมอื ยงิ ไปแลว้ ครงั หนึงสามารถ
นํามายงิ ตอ่ ไปไดอ้ กี
๓๖. ลย./ค.๑๒๐ ประเภทฝึ กหดั บรรจุ

ลย./ค.ประเภทนีใชเ้ ฉพาะฝึกหดั บรรจเุ ทา่ นนั จะยงิ ออกจากกลอ้ งไมไ้ ด้ เพราะไมม่ ดี นิ สง่ กระสนุ
ลย./ค.120 ประเภทฝึกยงิ ซงึ ถอดปลอกกระสนุ และชนวนท้ายออกแลว้ ใชแ้ ทนกนั ได้

๔๗

๓๗. เครืองหมายของลกู ระเบิดยิง
ลกู ระเบดิ ยงิ ทกุ ประเภท จะตอ้ งมเี ครอื งหมายแตกตา่ งกนั ออกไปตามประเภทของลกู ระเบดิ ยงิ โดยทวั ไปจะ

ประกอบดว้ ยเครอื งหมายดงั ต่อไปนี
๓๗.๑ เครอื งหมายทเี ป็นตวั อกั ษร
๓๗.๑.๑ บง่ ถงึ แบบของลูกระเบดิ ยงิ เชน่ M-293
๓๗.๑.๒ บง่ ถงึ วตั ถทุ บี รรจภุ ายในตวั ลกู ระเบดิ เช่น ลกู กระเบดิ สงั หารบรรจุ ที เอน็ ที กจ็ ะมตี วั อกั ษร

“T.N.T.”
๓๗.๑.๓ บ่งถงึ ลกู ระเบดิ ยงิ นีใชก้ บั อาวุธขนาดใด เชน่ “๑๒๐ MM.”
๓๗.๑.๔ บง่ ถงึ หมายเลขงาน(งวดงาน) ของลกู ระเบดิ ยงิ เชน่ “LOT AAP 01-10.”

๓๗.๒ สขี องลกู ระเบดิ
๓๗.๒.๑ ลกู ระเบดิ สงั หาร ตวั ลกู ระเบดิ จะเป็นสกี ากแี กมเขยี ว
๓๗.๒.๒ ลกู ระเบดิ ควนั ตวั ลกู ระเบดิ จะเป็นสเี ทา
๓๗.๒.๓ ลกู ระเบดิ สอ่ งแสง ตวั ลูกระเบดิ จะเป็นสฟี ้า

๓๘. ลกู ระเบิดยิงขนาด ๑๒๐ มม. ทมี ใี ชอ้ ยใู่ นปัจจบุ นั มดี งั ต่อไปนี
๓๘.๑ ลกู ระเบดิ สงั หาร
๓๘.๒ ลูกระเบดิ ควนั ฟอสฟอรสั ขาว(W.P.)
๓๘.๓ ลกู ระเบดิ ควนั (TILC 4)
๓๘.๔ ลกู ระเบดิ สอ่ งแสง
ลกู ระเบดิ ยงิ ทกุ แบบทจี ะใชย้ งิ กบั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ขนาด ๑๒๐ มม. ซงึ ผลติ โดยโรงงานสรา้ งปืนใหญ่และ

เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ จะตอ้ งมแี รงดนั ภายในรงั เพลงิ สงู สดุ ไมเ่ กนิ ๑,๑๕๐ กโิ ลกรมั /ตารางเซนตเิ มตร

ตอนที ๒
การระมดั ระวงั ในการยิง
๓๙. ข้อควรระวงั ต่างๆเกียวกบั การยิง ลย./ค.๑๒๐
๓๙.๑ เมอื ยงั ไมต่ อ้ งการใช้ ลย./ค.๑๒๐ ในขณะนนั กย็ งั ไมค่ วรนําออกจากกล่องนอกจากนนั ไมค่ วรทาํ ลายแถบ
กระดาษกนั นําเขา้ ฃงึ พนั ผนึกฝากล่องนัน
๓๙.๒ ลย./ค.๑๒๐ ทนี ําออกจากกลอ่ งแลว้ แต่ยงั ไมไ่ ดย้ งิ ตามทคี าดหมายไวใ้ นครงั นนั ๆ จะตอ้ งนําเกบ็
ใส่กล่องไวต้ ามเดมิ ทกุ ครงั กอ่ นเกบ็ ต้องเช็ดสงิ สกปรกทเี ปรอะเปือน หรอื ฝ่นุ ออกใหห้ มด และจะตอ้ งผนึกฝากลอ่ งดว้ ยแถบ
กนั นําใหส้ นิทเหมอื นเดมิ ทกุ ประการ
๓๙.๓ ถงึ แมว้ า่ ลย./ค.๑๒๐ จะเกบ็ ไวใ้ นกลอ่ งอยา่ งมดิ ชดิ กต็ าม ไม่ควรจะทงิ ตากแดดตากฝนเพราะกล่อง
บรรจุลกู ระเบดิ ยงิ ไมส่ ามารถทนต่อสภาพทตี รากตราํ นนั ตลอดไป
๓๙.๔ การจบั ถอื หรอื ขนยา้ ย ลย./ค.๑๒๐ ควรจะกระทาํ ดว้ ยความระมดั ระวงั ตลอดเวลา เพราะชนิ สว่ นตา่ งๆ
ของเครอื งเรมิ จดุ และชนวนหวั ลกู ระเบดิ ยงิ นนั ไวอยแู่ ลว้ ถา้ ถูกกระแทกกระเทอื นโดยแรงกจ็ ะทาํ งาน ซงึ อาจเกดิ อนั ตรายได้
๓๙.๕ อยา่ ไดพ้ ยายามถอดชนิ สว่ นตา่ งๆ ของชนวนเป็นอนั ขาด(เวน้ สลกั นริ ภยั ) ซงึ จะอนุญาตใหถ้ อดไดเ้ มอื จะ
ทาํ การยงิ
๓๙.๖ พยายามระมดั ระวงั และป้องกนั อยา่ ใหล้ ูกระเบดิ ยงิ เปรอะเปือนดนิ ทราย โคลน นํา และสงิ สกปรกตา่ งๆ
โดยเฉพาะอยา่ งยงิ เมอื จะทาํ การยงิ จะตอ้ งเชด็ สงิ สกปรกเหลา่ นันออกใหห้ มดเสยี ก่อน แตท่ งั นีไมไ่ ดห้ มายความวา่ จะตอ้ ง
ขดั ลกู ระเบดิ ยงิ ใหเ้ ป็นเงาเพอื ความสวยงาม
๓๙.๗ อยา่ ปลอ่ ยให้ ลย./ค.๑๒๐ ตากแดดอยเู่ ป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ ถงุ ดนิ เพมิ ทงั นีเพราะวา่ ถา้
ลย./ค.๑๒๐ ทใี ชย้ งิ มอี ณุ ภมู ติ า่ งกนั จะทาํ ใหอ้ าการกระจายมากขนึ

๔๘

๓๙.๘ ถงึ แมว้ า่ ถงุ เซโลเพน ซงึ ห่อหมุ้ ถงุ ดนิ เพมิ จะมคี ณุ สมบตั กิ นั นําเขา้ ได้ แต่ไม่ควรจะปล่อยถงุ ดนิ เพมิ ให้
เปียกนําเปียกฝน เพราะเทา่ ทปี รากฏมาแลว้ ดนิ เพมิ ทเี ปียกนําทาํ ใหร้ ะยะยงิ ใกลก้ วา่ ปกติ

๓๙.๙ อยา่ ทาํ ลายถงุ เซโลเพนทหี อ่ หมุ้ ดนิ เพมิ เป็นอนั ขาด
๓๙.๑๐ การถอดสลกั นิรภยั ออกจากชนวนหวั ของลกู ระเบดิ ยงิ ใหถ้ อดเมอื จะบรรจุลกู ระเบดิ ยงิ เขา้ ลาํ กลอ้ ง
เท่านนั และอยา่ ไดถ้ อดสลกั นิรภยั ออกทงั ๆทยี งั ไม่ตอ้ งการใชล้ กู ระเบดิ ยงิ นันทาํ การยงิ
๓๙.๑๑ ลกู ระเบดิ ยงิ นดั ใดๆ ทไี ดถ้ อดสลกั นริ ภยั ออกแลว้ แตบ่ งั เอญิ ไมไ่ ดท้ าํ การยงิ ตามทคี าดหมายไว้ ใหใ้ ส่
สลกั นริ ภยั เขา้ ทอี ย่างเดมิ ก่อนทจี ะเกบ็ ลูกระเบดิ ยงิ นันใสก่ ลอ่ ง
๓๙.๑๒ ลกู ระเบดิ ยงิ นัดใดทไี ดถ้ อดถงุ ดนิ เพมิ ออก เพอื เตรยี มสว่ นบรรจุใหต้ รงตามคาํ บอกยงิ แตบ่ งั เอญิ ไมไ่ ด้
ทาํ การยงิ ตามทคี าดหมายไว้ ใหใ้ สถ่ งุ ดนิ เพมิ เขา้ ทเี ดมิ และควรระวงั วา่ จะตอ้ งใส่ใหแ่ น่นกอ่ นทจี ะเกบ็ ลูกระเบดิ ยงิ นนั ๆลงใน
กล่อง
๓๙.๑๓ ตอ้ งระลกึ อยเู่ สมอวา่ ลกู ระเบดิ ยงิ ซงึ ไดย้ งิ ออกจากลาํ กลอ้ งไปแลว้ แตไ่ มร่ ะเบดิ นนั ชนวนพรอ้ มทจี ะ
ทาํ งานอย่ตู ลอดเวลา ฉะนนั หา้ มมใิ หจ้ บั ตอ้ ง ขนยา้ ย หรอื เคลอื นไหวลกู ระเบดิ นัน เพราะอาการสนั สะเทอื นเพยี งเลก็ น้อย
อาจทาํ ใหช้ นวนทาํ งานทนั ที และเกดิ อนั ตรายขนึ ได้
๓๙.๑๔ เมอื ทาํ การฝึก ค.มาตรฐาน ขนาด ๑๒๐ มม. ถา้ ปรากฏวา่ ลกู ระเบดิ ยงิ นดั ใดทลี นั ออกจากลาํ กลอ้ งไป
แลว้ ไมร่ ะเบดิ ใหท้ าํ เครอื งหมายบอกตาํ บลกระสนุ ตกไว้ แลว้ จงึ รบี ตดิ ต่อใหเ้ จา้ หน้าทฝี ่ายสรรพวธุ ทราบเพอื ทาํ ลายต่อไป

ตอนที ๓
การเตรียมการในการใช้ลกู ระเบิดยิง

๔๐. ลกู ระเบิดยิงขนาด ๑๒๐ มิลลิเมตร(ลย./ค.๑๒๐ มม.) ทผี ลติ โดยโรงงานผลติ กระสนุ ปืนใหญ่ และลกู ระเบดิ ยงิ ศนู ย์
อาํ นวยการสรา้ งอาวธุ กองทพั บก(รง.กสย.ศอว.ทบ.) เป็นลกู ระเบดิ แบบสาํ เรจ็ รปู ชนิดกงึ รวมทุกชนิ สว่ นของลกู ระเบดิ ยงิ นี
เวลายงิ ใชบ้ รรจุลงไปในเครอื งยงิ รวมกนั เป็นหน่วยเดยี วกนั รวมทงั สว่ นบรรจุ โดยใชส้ ว่ นบรรจุยงิ ไปตามระยะทตี อ้ งการ
๔๑. ส่วนต่างๆของลกู ระเบิดยิง(ลย./ค.๑๒๐ มม. ทผี ลติ โดย รง.กสย.ศอว.ทบ. ลกู ระเบดิ ยงิ ทสี มบรู ณ์ ๑ นัด
ประกอบดว้ ยสว่ น ดงั นี.-

๔๑.๑ ชนวนหวั
๔๑.๒ ตวั ลกู ระเบดิ ยงิ
๔๑.๓ หางลกู ระเบดิ ยงิ
๔๑.๔ สว่ นบรรจหุ ลกั
๔๑.๕ สว่ นบรรจเุ พมิ
๔๑.๖ ชนวนท้าย
๔๒. ประเภทของลกู ระเบิดยิง มี ๔ ประเภท ดงั กลา่ วในขอ้ ๒๙ ตอนที ๑ ของบทที ๔ ตอ่ ไปนีจะกลา่ วในรายละเอยี ด
เฉพาะลกู ระเบดิ สงั หาร ซงึ รง.กสย.ศอว.ทบ.ผลติ ได้
๔๒.๑ มลี กั ษณะและสว่ นประกอบเหมอื นขอ้ ๓๗. และ ๓๘.
๔๒.๒ เรมิ ผลติ ไดป้ ี ๒๕๒๙ และเป็นประเภทที ๓ ที รง.กสย.ศอว.ทบ. ผลติ ได้ จงึ ไดก้ าํ หนดใหเ้ ป็นแบบ
M-293(ประเภทที ๓, ประเภทรบ : ชนิดสงั หาร)
๔๒.๓ รายละเอยี ดของแตล่ ะสว่ นประกอบ

๔๒.๓.๑ ชนวน
๔๒.๓.๑.๑ ชนวนที รง.กสย.ศอว.ทบ.ผลติ ไดม้ ี ๒ แบบ M111 A2. และแบบ M111 A3. ทงั

สองแบบมกี ารทาํ งานเหมอื นกนั คอื สามารถตงั การทาํ งานไดท้ งั ยงิ แบบกระทบแตกไวทนั ที และยงิ แบบกระทบแตกไว -
ถว่ งเวลา ซงึ จะทาํ งาน ๐.๐๕ วนิ าทหี ลงั จากกระทบ หากแต่วา่ ชนวน M112 A3.มคี วามไวมากกวา่ แบบ M111 A2.เทา่ นนั

๔๒.๓.๑.๒ การปฏบิ ตั กิ ่อนการยงิ

๔๙

๔๒.๓.๑.๒.๑ ตงั การทาํ งานของชนวนหวั กอ่ น คอื ถา้ ตอ้ งการใหท้ าํ งานแบบ
กระทบแตกไวทนั ที กใ็ หห้ มุนรอยบากสลกั ตงั ชนวนใหต้ รงอกั ษร SQ. หากตอ้ งการใหท้ าํ งานแบบกระทบแตกไวถว่ งเวลาก็
ใหจ้ ดั รอยบากสลกั ตงั ชนวนใหช้ ตี รงทอี กั ษร D(ด)ี

๔๒.๓.๑.๒.๒ กอ่ นทาํ การยงิ จะตอ้ งถอดสลกั นิรภยั ทชี นวนหวั ออกทุกครงั
๔๒.๓.๑.๓ การทาํ งานของชนวน

๔๒.๓.๑.๓.๑ ชนวนจะมสี ลกั นริ ภยั สอดผ่านตวั ชนวน และสลกั ถอย กระทําใหบ้ งั คบั
สว่ นเคลอื นทที งั สนิ ใหอ้ ยตู่ ามทเี ดมิ เป็นลกั ษณะทปี ลอดภยั สลกั นิรภยั นีมไี วเ้ พอื ป้องกนั สลกั ถอยไม่ใหเ้ คลอื นที

๔๒.๓.๑.๓.๒ ชนวนจะยงั ไม่เรมิ ทาํ งาน จนกวา่ ดนิ เรมิ จอกกระทบแตก หลอดดนิ นํา
จะมาอยู่ในแนวเดยี วกนั การเรมิ ทาํ งานของชนวนกค็ อื การถอดสลกั นริ ภยั กอ่ นทาํ การยงิ

๔๒.๓.๑.๓.๓ เมอื บรรจุลูกระเบดิ ยงิ ลงไปในลาํ กลอ้ ง สว่ นบรรจหุ ลกั จะกระแทกเขา้
กบั เขม็ แทงชนวนของเครอื งยงิ ทาํ ใหเ้ กดิ แรงดนั ของแกส๊ ของสว่ นบรรจุ ทกี ระทาํ ตอ่ ลกู ระเบดิ ยงิ ทาํ ใหเ้ กดิ แรงเฉือยถอย
ออกมาขา้ งหลงั ของสลกั ถอย(SETBACK) อาการเชน่ นีทาํ ใหส้ ลกั ถอยอดั แหนบถอยมาขา้ งหลงั ในขณะเดยี วกนั สลกั ถอยจะ
ไปบงั คบั ใหส้ ลกั ยดึ เฟืองลานหลุดออกจากการขดั กลอน เลอื นบงั คบั เขม็ แทงชนวนจะหลุดจากการยดึ เขม็ แทงชนวน ทาํ ให้
แหนบเขม็ แทงชนวนขยายตวั ดนั เขม็ แทงชนวนไปขา้ งหน้าทาํ ใหเ้ ขม็ แทงชนวนเป็นอสิ ระ หลุดจากปลายช่องเขม็ แทง
ชนวน ลานจะคลายตวั เป็นการบงั คบั ใหด้ นิ เรมิ จดุ (DETONATOR) หมนุ ไปตรงกบั เขม็ แทงชนวน ทาํ ใหช้ นวนพรอ้ มทจี ะ
ทาํ งาน

๔๒.๓.๑.๓.๔ เมอื ลกู ระเบดิ ยงิ พน้ จากปากลาํ กล้องไปกระทบพนื ดนิ ครอบเขม็ แทง
ชนวนถกู อดั ตวั ดนั เขม็ แทงชนวนไปตจี อกกระทบแตก ไฟทเี กดิ จากจอกกระทบแตกจะจุดดนิ เรมิ และไหมต้ อ่ ไปยงั หลอดดนิ
นํา ไปจุดต่อดนิ ขยายการระเบดิ เป็นการจุดระเบดิ ดนิ ระเบดิ ทบี รรจุอยภู่ ายในตวั ลกู ระเบดิ ยงิ

๔๒.๓.๑.๔ ลกั ษณะทวั ไป(ตามรปู ที ๓๔)(หน้า ๔๘ , ๔๙ ขอ้ ๔๒.๓.๑.๔ ถงึ ๔๒.๖

รปู ที ๓๓/๑ ชนวนหวั ลย./ค.๑๒๐ แบบ M111 A2

๕๐

รปู ที ๓๓/๒ ชนวนหวั ลย./ค.๑๒๐ แบบ M111 A3

๕๑

รปู ที ๓๔ ลย./ค. ๑๒๐ มม.

๕๒

ตอนที ๔
การปรนนิบตั ิบาํ รงุ กระสุนและชนวน
๔๓. การระวงั รกั ษา
๔๓.๑ ตามปกตกิ ระสนุ ทเี กบ็ ไวใ้ นสนามรบ จะถกู นํามาใชเ้ มอื มสี ถานการณ์เกดิ ขนึ ดงั นนั ควรระมดั ระวงั กล่อง
ใส่กระสนุ อยา่ ใหแ้ ตก ชาํ รุดหรอื เสยี หาย
๔๓.๒ ตอ้ งระมดั ระวงั อยา่ ใหก้ ระสนุ และชนวนหวั ถกู ความชนื ความเยน็ จดั และความรอ้ นจดั อยา่ ใหก้ ระสนุ
เปรอะเปือนดนิ ทราย โคลน และนํามนั ฯลฯ
๔๓.๓ อยา่ ทาํ ลายแถบกระดาษกนั นําเขา้ และป้องกนั ความชนื จนกวา่ จะนํากระสนุ ออกมาทาํ การยงิ
๔๓.๔ หา้ มมใิ หท้ าํ การยงิ ลูกระเบดิ ยงิ ชนิดสงั หาร หรอื ลกู ระเบดิ ยงิ ชนิดควนั ฟอสฟอรสั ขาว ขา้ มศรี ษะ
หน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั เวน้ แตห่ น่วยทหารนนั จะอยใู่ นรถถงั หา่ งจากแนวเสน้ ยงิ ๑๐๐ หลา(๙๐ เมตร) หรอื มากกวา่
๔๓.๕ ลกู ระเบดิ ยงิ ทเี ตรยี มไวท้ ําการยงิ จะตอ้ งวางไวบ้ นหบี ไม้ และใหม้ กี ลอ่ งบรรจุของมนั ครอบสว่ นหางของ
มนั ไวจ้ นกระทงั ถงึ เวลายงิ
๔๔. การเคลือนย้าย
๔๔.๑ ระหวา่ งการเคลอื นยา้ ย ตอ้ งระมดั ระวงั อยา่ ใหก้ ระสนุ ตกหลน่ หรอื เกดิ การกระแทกแรงๆ
๔๔.๒ ระหวา่ งเคลอื นยา้ ยตอ้ งระมดั ระวงั อยา่ ใหถ้ งุ ดนิ เพมิ ถกู นําและความชนื อยา่ ใหถ้ งุ ดนิ เพมิ แตก ฉีกขาด
๔๔.๓ ตลอดเวลาระหวา่ งการเคลอื นยา้ ย ตอ้ งระมดั ระวงั อยา่ ใหช้ นวนหวั และเครอื งเรมิ จดุ เกดิ การกระทบหรอื
กระแทก
๔๔.๔ ระหวา่ งการเคลอื นยา้ ยชนวนหวั อยา่ ใหส้ ลกั นิรภยั หลุดออกจากรไู ด้
๔๕. การบรรจหุ ีบห่อ
ลงั สาํ หรบั ลกู ระเบดิ ยงิ ทาํ ดว้ ยไม้ บรรจลุ ูกระเบดิ ยงิ ลงั ละ ๒ นัด ลูกระเบดิ ยงิ แตล่ ะนดั บรรจอุ ยใู่ นกล่องกนั นํา
และมผี า้ ยางกนั ความชนื ปิดรอยตอ่ ฝากล่องอยดู่ ว้ ย
๔๖. การปรนนิบตั ิบาํ รงุ
๔๖.๑ ลาํ ดบั ในการปรนนิบตั บิ าํ รงุ
๔๖.๑.๑ ตรวจสภาพหบี ใสก่ ระสนุ ทกุ วนั โดยไม่ตอ้ งเปิด ถา้ ปรากฏสงิ ทแี สดงใหเ้ หน็ วา่ กระสนุ อาจจะ
สกปรกหรอื เสอื มสภาพ จงึ ควรเปิดหบี ใสก่ ระสนุ ออกตรวจ
๔๖.๑.๒ กระสนุ ทถี กู เปิดหบี แลว้ ใหต้ รวจสภาพกระสนุ และส่วนประกอบอนื ๆทกุ วนั โดยไมต่ อ้ งแกะ
กล่องกระสนุ ทผี นึกไว้
ขอ้ พงึ ระวงั อยา่ ขดั กระสนุ เพอื ทาํ ใหเ้ กดิ ความสวยงาม
๔๖.๑.๓ เชด็ นํา สงิ สกปรก และสนิมบางๆออกจากตวั กระสนุ ใหส้ ะอาด
๔๖.๑.๔ กระสนุ ทตี รวจแลว้ ปรากฏวา่ เป็นสนมิ มาก ดนิ สง่ กระสนุ สกปรกและเปียกชนื ใชก้ ารไมไ่ ด้ ไม่
ควรจะนํากระสนุ ชนิดนีมาใชง้ าน เวน้ แตก่ รณฉี ุกเฉนิ เท่านนั
๔๖.๑.๕ กระสนุ ทนี ําออกมาจากกล่องแลว้ ไมไ่ ดท้ าํ การยงิ ใหใ้ สก่ ลบั เขา้ ไวใ้ นกลอ่ งตามเดมิ กอ่ นใสต่ อ้ ง
ตรวจใหแ้ น่ใจว่ากระสนุ แหง้ สนิทและสะอาดเรยี บรอ้ ย ถา้ กล่องเดมิ ชาํ รดุ ใหใ้ ชก้ ล่องอนื ใสแ่ ทน และเขยี นป้ายบอก
รายละเอยี ดไวใ้ หช้ ดั เจน
๔๖.๒ กระสนุ หรอื สว่ นประกอบอนื ๆของกระสนุ ทเี ตรยี มไวส้ าํ หรบั ยงิ แตไ่ มไ่ ดใ้ ชย้ งิ
๔๖.๒.๑ ใส่จกุ ปิดชนวน(ใส่ปะเกน็ ดว้ ย) หรอื ใสช่ นวนเขา้ กบั ตวั กระสนุ ใหอ้ ยใู่ นสภาพเดมิ พรอ้ มทจี ะนํา
เกบ็ เขา้ คลงั
๔๖.๒.๒ ตรวจอปุ กรณ์นริ ภยั ใหอ้ ยใู่ นตาํ แหน่งเดมิ
๔๖.๒.๓ เก็บกระสุนและ/หรอื ชนวนเขา้ ไวใ้ นกล่องเดมิ ตวั อกั ษรและเครอื งหมายตา่ งๆทที าํ ไวบ้ นกล่อง
จะตอ้ งชดั เจนและครบถว้ นเหมอื นเดมิ ทกุ ประการ

๕๓

๔๖.๓ กระสนุ ทใี ชก้ ารไมไ่ ด้
๔๖.๓.๑ เกบ็ กระสนุ ไวใ้ นกล่องเดมิ แตถ่ า้ กลอ่ งเดมิ ชาํ รุดใหใ้ ชก้ ล่องอนื แทน แต่ตอ้ งเขยี นป้ายบอก

รายละเอยี ดพรอ้ มเครอื งหมายตา่ งๆไวใ้ หค้ รบถว้ นและใหเ้ ขยี นขอ้ ความวา่ “กระสนุ ใชก้ ารไมไ่ ด”้ ไวท้ กุ กลอ่ ง
๔๖.๓.๒ สง่ กระสนุ ทใี ชก้ ารไมไ่ ดค้ นื ใหเ้ จา้ หน้าทสี ง่ กาํ ลงั เพอื ทาํ ลายต่อไป

๔๗. การเกบ็ รกั ษา
กระสนุ ทตี ากแดดหรอื เกบ็ ไวใ้ นทไี มม่ กี ารระบายอากาศ วางกลางแจง้ มรี วั ลวดหนามล้อมรอบ วางบนชนั วาง

ของบนรถบรรทุกทตี ากแดดนนั อณุ หภมู อิ าจสงู เกนิ กวา่ ทกี าํ หนดทจี ะสามารถเกบ็ กระสนุ ได้ ฉะนันจงพยายามหลกี เลยี ง
การเกบ็ กระสนุ และสว่ นประกอบกลางแสงแดด

๔๗.๑ อุณหภมู ทิ กี าํ หนด
๔๗.๑.๑ อุณหภมู ติ าํ กวา่ กาํ หนดคอื ตาํ กวา่ -๖๒ องศาเซลเซยี ส เกบ็ กระสนุ ไวไ้ ดไ้ มเ่ กนิ ๓ วนั และ

อณุ หภมู สิ งู กวา่ กาํ หนด คอื สงู กวา่ +๗๑ องศาเซลเซยี ส เกบ็ กระสนุ ไดไ้ มเ่ กนิ ๔ ชม.
๔๗.๑.๒ การเกบ็ รกั ษาและการเคลอื นยา้ ยกระสนุ ทปี ระกอบดว้ ยฟอสฟอรสั ขาว (W.P.) นนั กระทาํ ที

อณุ หภมู ติ าํ กวา่ จุดละลายของฟอสฟอรสั ขาว คอื +๑๑๑.๔ องศาฟาเรนไฮท์(-๔๔ องศาเซลเซยี ส)

คาํ เตือน อยา่ เกบ็ กระสนุ ไวใ้ ตต้ น้ ไมห้ รอื ใกลก้ บั กล่องไฟ หรอื ใกลก้ บั สงิ ปลูกสรา้ งทอี าจจะถกู ฟ้าผา่ ไดง้ า่ ย

๔๗.๒ สถานทเี กบ็ เมอื จาํ เป็นตอ้ งเกบ็ กระสนุ ไวก้ ลางแจง้ ใหเ้ ลอื กสถานทที หี า่ งจากสายเมนไฟฟ้าหรอื สถานที
ทจี ะทาํ ใหเ้ กดิ การระเบดิ และตดิ ไฟงา่ ย จะตอ้ งไมอ่ ยใู่ กลก้ บั อา่ งเกบ็ นํา คลอง หรอื ท่อระบายนํา พนื จะตอ้ งเรยี บ และได้
ระดบั ตลอดจนมกี ารระบายนําทดี ี

๔๗.๓ การจดั วาง
๔๗.๓.๑ ใชฟ้ างหนาๆปพู นื ดนิ ขา้ งใตก้ องกระสนุ เพอื ป้องกนั กระสนุ จมดนิ พนื ดนิ ทเี ป็นหนิ หรอื ดนิ ปน
กรวดหรอื ทรายนนั ไมจ่ าํ เป็นต้องใชฟ้ างมากนัก ใตก้ องกระสนุ จะตอ้ งสงู จากพนื ดนิ อยา่ งน้อย ๖ นวิ (>=๑๕ ซม.) เพอื ให้
อากาศถา่ ยเทได้ ขดุ ร่องระบายนําลอ้ มรอบกองกระสนุ เพอื ป้องกนั นําไหลเขา้ ไปใตก้ ระสนุ

๔๗.๓.๒ ใชผ้ า้ ใบคลมุ กองกระสนุ โดยใหม้ ชี อ่ งวา่ งระหวา่ งผา้ ใบกบั กระสนุ ประมาณ ๑๘ นวิ
(๔๖ ซม.) และใหร้ มิ ของผา้ ใบตอนลา่ งสงู จากพนื ดนิ ๖ นวิ (๑๕ ซม.) เพอื ใหม้ กี ารถ่ายเทอากาศได้
๔๗.๓.๓ เกบ็ กระสนุ ฟอสฟอรสั ขาว โดยใหห้ วั ตงั ขนึ ขา้ งบน
๔๗.๓.๔ วางหบี กระสนุ ตงั ใหถ้ กู ตอ้ งตามทศิ ทางทตี วั อกั ษร หรอื เครอื งหมายกาํ หนดไวท้ หี บี กระสนุ

บทที ๕

๕๔

การฝึ กพลประจาํ ปื น
ตอนที ๑ การฝึ กหมู่
๔๘. ตาํ แหน่งและหน้าที
หมเู่ ครอื งยงิ ลูกระเบดิ ประกอบดว้ ยพลประจาํ ปืน ๘ นาย (รปู ที ๓๕)
๔๘.๑ ผบู้ งั คบั หมู่ อยขู่ า้ งหลงั เครอื งยงิ ในทซี งึ สามารถบงั คบั บญั ชา และควบคมุ หมขู่ องตนได้ และมหี น้าทเี พมิ เตมิ ที
ตอ้ งอาํ นวยการดดั แปลงทตี งั ยงิ การเลง็ การยงิ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ผบู้ งั คบั หมเู่ ป็นผอู้ าํ นวยการควบคมุ การปฏบิ ตั ิ
ทงั สนิ ของหมู่
๔๘.๒ หมายเลข ๑ พลยงิ อยทู่ างดา้ นซา้ ยของเครอื งยงิ ในทซี งึ สามารถปฏบิ ตั กิ ารใชก้ ลอ้ งเลง็ เครอื งใหม้ มุ สงู และ
ควงสา่ ย เป็นผตู้ งั หลกั ฐานยงิ ลงบนกลอ้ งเลง็ ไดแ้ ก่ มมุ ทศิ และมมุ สงู และทาํ การเลง็ ต่อทหี มายเลง็
๔๘.๓ หมายเลข ๒ พลยงิ ผชู้ ว่ ย อยทู่ างขวาของเครอื งยงิ หนั หน้าเขา้ หาลาํ กลอ้ ง และพรอ้ มทจี ะบรรจุลกู ระเบดิ ยงิ
เป็นผชู้ ่วยเหลอื พลยงิ ในการเลง็ โดยเป็นผปู้ รบั หวอดระดบั ของกลอ้ งเลง็ เป็นผรู้ บั ผดิ ชอบในการทาํ ความสะอาดลาํ กลอ้ ง
หลงั จากทยี งิ ไปแลว้ ๑๐ นัดแตล่ ะครงั หรอื ภายหลงั แต่ละภารกจิ
๔๘.๔ หมายเลข ๓ พลกระสนุ ๑ อย่ทู างขวาขา้ งหลงั ของเครอื งยงิ มหี น้าทใี นการเตรยี มลูกระเบดิ ยงิ และสง่ ต่อให้
หมายเลข ๒

รปู ที ๓๕ การเข้าประจาํ หมู่ ค.
๔๘.๕ หมายเลข ๔,๕ และ ๖ เป็นพลกระสนุ ๒,๓ และ ๔ มหี น้าทบี รรจุกระสอบทราย การลาํ เลยี งกระสนุ การทาํ
หลมุ บุคคล เตรยี มกระสนุ สาํ หรบั ยงิ การระวงั ป้องกนั ทตี งั เครอื งยงิ และปฏบิ ตั หิ น้าทอี นื ๆตามที ผบ.หมู่ สงั
๔๘.๖ หมายเลข ๗ เป็นพลขบั เมอื หมดหน้าทซี งึ เกยี วกบั พาหนะแลว้ กใ็ หม้ าทาํ หน้าทเี กยี วกบั กระสนุ
๔๙. การตงั เครืองยิง

๕๕

๔๙.๑ การฝึก ณ ทตี งั ปกติ การวางเครอื งมอื เครอื งใช(้ รปู ที ๓๖) เครอื งยงิ ประกอบอยบู่ นรถบรรทกุ โดยหนั ทาง
แผน่ ฐานไปในทศิ ทางยงิ ปักหลกั สองหลกั หา่ งกนั ๒๕ เมตร หลกั หนึงเป็นหลกั กาํ หนดทศิ ทางยงิ และอกี หลกั เป็นหลกั
หมายกาํ หนดทตี งั ยงิ

รปู ที ๓๖ การวางเครืองมอื เครืองใช้
๔๙.๒ การฝึกพลประจาํ ปืน ผฝู้ ึกสงั “ประจาํ แถว” ผทู้ อี ยขู่ า้ งหน้าหวั แถว(ผบ.หม)ู่ กจ็ ะทวนคาํ สงั แลว้ นําชุดของตน
เขา้ ประจาํ หลงั รถบรรทกุ เครอื งยงิ หา่ งประมาณ ๓ - ๕ เมตร ผฝู้ ึกสงั “นบั ” ผบ.หมทู่ วนคาํ สงั พรอ้ มกบั ยกมอื ขวาตงั ฉากกบั
ลาํ ตวั พลประจาํ ปืนทอี ยขู่ า้ งหลงั นบั ๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗ พรอ้ มกบั ยกมอื ขวาตงั ฉากกบั ลาํ ตวั ดว้ ย ต่อจากนันผฝู้ ึกจะสงั “ขาน
ตาํ แหน่ง” ผบ.หมทู่ วนคาํ สงั แลว้ ขานตาํ แหน่งของตน ผบ.หม่,ู พลยงิ , พลยงิ ผชู้ ว่ ย, พลกระสนุ ๑, พลกระสนุ ๒, พลกระสนุ
๓, พลกระสนุ ๔ และ พลขบั

๕๖

ผบ.หมู่
หมายเลข ๑ พลยงิ
หมายเลข ๒ พลยงิ ผชู้ ว่ ย
หมายเลข ๓ พลกระสนุ ๑
หมายเลข ๔ พลกระสนุ ๒
หมายเลข ๕ พลกระสนุ ๓
หมายเลข ๖ พลกระสนุ ๔
หมายเลข ๗ พลขบั

รปู ที ๓๗ การเข้าประจาํ แถว
๔๙.๓ หลงั จาก ผฝู้ ึกไดส้ งั ใหช้ ุดพลประจาํ ปืนเขา้ แถวเรยี บรอ้ ยแลว้ ผฝู้ ึกจะใหค้ าํ สงั “ประจาํ ท”ี ผบ.หมทู่ วนคาํ สงั แลว้
นําหมเู่ ขา้ ประจาํ ที โดยหมายเลขค่อู ยทู่ างดา้ นขวา และหมายเลขคอี ยทู่ างดา้ นซา้ ย ไปหยดุ ห่างจากเครอื งยงิ ประมาณ ๑
กา้ ว หนั หน้าไปในทศิ ทางยงิ โดยหมายเลข ๓ และ ๔ อยตู่ รงปลอกยดึ ขาหยงั หมายเลข ๑ และ ๒ อย่ตู รงขอยดึ แผน่ ฐาน
รบั ลาํ กลอ้ ง หมายเลข ๕ และหมายเลข ๖ อยตู่ รงห่วงรถบรรทกุ ค. ผบ.หม่อู ยทู่ างซา้ ยของหมายเลข ๓ ประมาณ ๒ กา้ ว
หนั หน้าเขา้ หาเครอื งยงิ หมายเลข ๗ อยดู่ า้ นหลงั รถบรรทุก ค.

รปู ที ๓๘ การเข้าประจาํ ที
๔๙.๔ หลงั จากเขา้ ประจาํ ทเี รยี บรอ้ ยแลว้ ผฝู้ ึกสงั “ตรวจเครอื งมอื เครอื งใช”้ ผบ.หมทู่ วนคาํ สงั โดยหมายเลข ๑ ตรวจ
กลอ้ งเลง็ หมายเลข ๒ ตรวจหลกั เลง็ และขอยดึ แผน่ ฐาน หมายเลข ๓ ตรวจปลอกยดึ ขาหยงั ซา้ ย ขาหยงั ซา้ ย ควงแกเ้ อยี ง
โซย่ ดึ ขาหยงั เครอื งปิดทา้ ย และลอ้ ซา้ ย หมายเลข ๔ ตรวจควงสา่ ย ปลอกยดึ ขาหยงั ขวา ขาหยงั ขวา คานแกเ้ อยี ง ปลอก
ยดึ คานแกเ้ อยี ง ควงยดึ ปลอกคานแกเ้ อยี ง แผน่ ฐานรบั ลาํ กลอ้ ง และลอ้ ขวา หมายเลข ๕ ตรวจสภาพของรถทวั ไป เวน้
ลอ้ รถ หมายเลข ๖ ตรวจปลอกยดึ ลาํ กลอ้ ง ลาํ กลอ้ ง หมายเลข ๗ คอยชว่ ยเหลอื ทวั ไป หลงั จากทุกคนไดต้ รวจเครอื งมอื
เครอื งใชใ้ นหน้าทขี องตนเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ จะรายงานผลการตรวจ โดยเรมิ ทหี มายเลข ๖ รายงาน “ลาํ กลอ้ งเรยี บรอ้ ย”
หมายเลข ๕ รายงาน “รถเรยี บรอ้ ย” หมายเลข ๔ รายงาน “ขาหยงั ขวาเรยี บรอ้ ย” หมายเลข ๓ รายงาน “ขาหยงั ซา้ ยและ

๕๗

เครอื งปิดทา้ ยเรยี บรอ้ ย” หมายเลข ๒ รายงาน “หลกั เลง็ และขอยดึ แผน่ ฐานเรยี บรอ้ ย” หมายเลข ๑ รายงาน “กลอ้ งเลง็
เรยี บรอ้ ย” ผบ.หมู่ รายงาน “หม่.ู ......พรอ้ ม”

๔๙.๕ เมอื ทุกหมพู่ รอ้ ม ผฝู้ ึกสงั “ตรงหน้าหลกั หมายกาํ หนดทตี งั ยงิ ...ตงั เครอื งยงิ ” ผบ.หมทู่ วนคาํ สงั แลว้ วงิ ออกไป
ณ หลกั หมายกาํ หนดทตี งั ยงิ โดยใชน้ วิ ชมี อื ขวา ชที ตี งั ยงิ และนิวชมี อื ซา้ ยชไี ปในทศิ ทางยงิ เบอื งตน้ แลว้ ใหค้ าํ สงั “ตรงนีตงั
เครอื งยงิ ” หมายเลข ๕ และ ๖ ยกห่วงบรรทุก ค. และหมายเลข ๓, ๔ ชว่ ยกนั นํารถบรรทุก ค. ไป ณ ทตี งั ยงิ หมายเลข
๕, ๖ ช่วยกนั ยกหว่ งบรรทุก ค.ขนึ จนแผน่ ฐานตงั บนพนื ดนิ หมายเลข ๕ ไปรออย่ดู า้ นหน้า ค. หมายเลข ๖ ปลดปลอกยดึ
ลาํ กลอ้ ง หมายเลข ๓, ๔ ปลดปลอกยดึ ขาหยงั หมายเลข ๒ ปลดขอยดึ แผน่ ฐานโดยกดป่ มุ ปรบั ตาํ แหน่งขอเกยี วถอยหลงั
แลว้ หมนุ ตามเขม็ นาฬกิ าจนกระทงั ขอเกยี วหลุดออกจากแผน่ ฐาน หมายเลข ๓, ๔ จบั ขาหยงั ดงึ ไปขา้ งหน้า และกางขาหยงั
จนโซต่ งึ หมายเลข ๖ ผลกั ลาํ กลอ้ งไปขา้ งหน้าโดยมหี มายเลข ๑ และ ๒ คอยช่วยเหลอื หมายเลข ๕ รบั ลาํ กลอ้ งโดยมี
หมายเลข ๓, ๔ คอยชว่ ยเหลอื หมายเลข ๕ จดั กระบอกเกลยี วควงสงู ใหต้ งั ฉากกบั พนื ดนิ หมายเลข ๔ ขนั ดา้ มเกลยี วเรง่
ปลอกรดั ขาหยงั จนแน่น กระบอกเกลยี วควงสงู จะอยหู่ า่ งจากแผน่ ฐานประมาณ ๑.๓ เมตร หมายเลข ๖ นําหลกั เลง็ ไปปัก
หมายเลข ๓, ๔, ๗ นํารถบรรทุก ค.ไปเขา้ ทหี ลงั ทตี งั ยงิ (รปู ที ๓๙) หมายเลข ๑ นํากลอ้ งเลง็ ออกจากกล่องกลอ้ งเลง็ ตงั มมุ
ทศิ ๓๒๐๐ มลิ เลยี ม มุมสงู ๑๑๐๐ มลิ เลยี ม มมุ พนื ที ๐(ศนู ย)์ ประกอบเขา้ กบั แทน่ รบั กลอ้ งเลง็ ขณะเดยี วกนั หมายเลข ๒
หมนุ ควงสงู ขนึ ประมาณ ๒๐ รอบ หมายเลข ๑ ปรบั หวอดระดบั ทางขา้ งใหอ้ ยกู่ งึ กลาง โดยใชค้ วงแกเ้ อยี ง หมายเลข ๑ ให้
สญั ญาณปักหลกั เลง็ ใหห้ ลกั เลง็ อนั ไกลหา่ งจากทตี งั ยงิ ประมาณ ๑๐๐ เมตร และหลกั เลง็ อนั ใกลอ้ ยคู่ รงึ หนึง ระหวา่ งหลกั
เลง็ อนั ไกลกบั ทตี งั ยงิ โดยเลง็ ใหเ้ สน้ เลง็ ชดิ ขอบซา้ ยของหลกั เลง็ เมอื เลง็ และปักหลกั เรยี บรอ้ ยแลว้ หมายเลข ๑ รายงาน
“พรอ้ ม” ผบ.หมเู่ ขา้ ไปตรวจความเรยี บรอ้ ย เมอื ถกู ตอ้ งเรยี บรอ้ ย ผบ.หมู่ รายงาน “หม่.ู ....พรอ้ ม)
๕๐. การเกบ็ เครืองยิง

หลงั จากทที าํ การฝึกตงั เครอื งยงิ เรยี บรอ้ ยแลว้ เป็นการฝึกหมนุ เวยี นภายในหมู่ ใหส้ ามารถทาํ หน้าทที ดแทนกนั ได้
เมอื เกดิ ความจาํ เป็น ผฝู้ ึกจะสงั “เกบ็ เครอื งยงิ ” ผบ.หมู่ ทวนคาํ สงั หมายเลข ๑ ปลดกลอ้ งเลง็ ออกจากแทน่ รบั กลอ้ งเลง็ ตงั
มมุ ทศิ ๓๘๐๐ มลิ เลยี ม มมุ สงู ๑๑๐๐ มุมพนื ที ๐(ศนู ย)์ เกบ็ ลงในกล่อง ต่อจากนนั ชดุ พลประจาํ ปืนแตล่ ะคนกป็ ฏบิ ตั หิ น้าที
ตามตาํ แหน่งของตนโดยปฏบิ ตั ติ รงกนั ขา้ มกบั การตงั เครอื งยงิ เมอื นํารถบรรทุก ค.ไปเขา้ ทตี งั กอ่ นการเขา้ ทตี งั ยงิ แลว้ ผบ.
หมู่ นําหมเู่ ขา้ ประจาํ แถวทา้ ยเครอื งยงิ แลว้ รายงาน “หม่.ู ....พรอ้ ม”

รปู ที ๓๙ การนํารถบรรทกุ ค.ออกจากแผน่ ฐาน

๕๘

ตอนที ๒
การฝึ กพลยิงและพลยิงผชู้ ่วย
๕๑. การฝึ กพลยิงและพลยิงผชู้ ่วย
๕๑.๑ การตงั มมุ ทศิ และมมุ สงู บนกลอ้ งเลง็
หลกั ฐานการยงิ (มมุ ทศิ และมุมสงู ) ยอ่ มไดร้ บั มาจากศนู ยอ์ าํ นวยการยงิ (ศอย.) ในรปู ของคาํ สงั ยงิ ปกตสิ ่วน
คาํ สงั ยงิ เรอื งมมุ ทศิ จะสงั มาก่อนมุมสงู พลยงิ (หมายเลข ๑) จะตงั มมุ ทศิ ทกี ลอ้ งเลง็ โดยทนั ทเี มอื ไดร้ บั คาํ สงั โดยหมนุ ควง
มมุ ทศิ จนกระทงั มมุ ทมี เี ลข ๑๐๐ มลิ เลยี ม ซงึ ทาํ เครอื งหมายไวบ้ นมาตรามมุ ทศิ สว่ นใหญ่ ตงั ไดถ้ กู ตอ้ งตรงกบั ดรรชนีชี
แลว้ ต่อไปจงึ หมนุ ควงมมุ ทศิ ไปอกี จนกระทงั เศษของมมุ ทศิ อา่ นไดต้ รงตามตอ้ งการบนมาตรามมุ ทศิ สว่ นยอ่ ยทดี รรชนีชี เมอื
คาํ สงั สว่ นมมุ สงู ของคาํ สงั ยงิ ไดบ้ อกมา, พลยงิ กร็ บี ตงั มมุ สงู นีลงบนกลอ้ งเลง็ ทนั ที โดยหมนุ ควงมมุ สงู จนกระทงั มมุ ทขี ดี
๑๐๐ มลิ เลยี ม ซงึ ทาํ เครอื งหมายไวบ้ นมาตรามมุ สงู สว่ นใหญ่ ตงั ไดถ้ กู ตอ้ งตรงกบั ดรรชนชี ี ตอ่ ไปจงึ หมนุ ควงมมุ สงู ไปอกี
จนกระทงั เศษมมุ สงู อา่ นไดต้ รงตามตอ้ งการบนมาตรามุมสงู สว่ นยอ่ ยทดี รรชนชี ี
๕๑.๒ การปฏบิ ตั เิ ครอื งยงิ ตามมุมสงู
หลงั จากตงั มุมสงู ทถี กู ตอ้ งบนกลอ้ งเลง็ แลว้ พลยงิ หมนุ ดา้ มควงมมุ สงู เพอื ยกหรอื ลดลาํ กลอ้ งเครอื งยงิ
จนกระทงั หวอดระดบั ของหลอดระดบั ทางสงู ไดก้ งึ กลาง การปฏบิ ตั เิ ช่นนีคอื วางเครอื งยงิ ถกู ตอ้ งตามมุมสงู
๕๒. ประโยชน์ของเส้นเลง็
๕๒.๑ กาํ หนดใหม้ หี ลกั เลง็ ๒ หลกั เพอื สรา้ งแนวเสน้ เลง้ (หรอื แนวหลกั ) หลกั เลง็ ทงั สองนีปักอยบู่ นแนวของเสน้ ตรง
เสน้ หนึง หา่ งจากทตี งั ยงิ ในทศิ ทางทเี หมาะสม หลกั เลง็ อนั ไกลปักหา่ งจากทตี งั ยงิ ประมาณ ๑๐๐ เมตร หลกั เลง็ อนั ใกลป้ ัก
ห่างจากทตี งั ยงิ ประมาณ ๕๐ เมตร ทุกกรณี (หลกั เลง็ อนั ใกลป้ ักเป็นระยะครงึ หนึงของหลกั เลง็ อนั ไกล) การใชห้ ลกั เลง้ ๒
หลกั ทาํ ใหล้ ดการผดิ พลาดจากสาเหตุยา้ ยมมุ ทศิ เป็นจาํ นวนมากหรอื การเขยอื นของแผน่ ฐานระหวา่ งทาํ การยงิ
๕๒.๒ เมอื เครอื งยงิ วางแนวเสน้ เลง็ ในทศิ ทาง พลยงิ ตอ้ งเหน็ การวางภาพเสน้ เลง็ ต่อหลกั เลง็ ดงั ไดแ้ สดงไวใ้ นรปู ๔๐
เสน้ ดงิ ในแวน่ แกว้ กลอ้ งเลง็ ตกอยทู่ างขอบซา้ ยของหลกั เลง็ อนั ไกล หลกั เลง็ อนั ใกลจ้ ะบงั หลกั เลง็ อนั ไกล แตห่ ลกั เลง็ ทงั สอง
จะปรากฏเป็นหลกั เลง็ อนั เดยี วกนั ถา้ ปรากฏวา่ หลกั เลง็ ทงั สองไมเ่ ป็นหลกั เลง็ อนั เดยี วกนั จาํ เป็นตอ้ งเปลยี นการเลง็ และ
มกี ารเลง็ ชดเชย ดงั ไดก้ ลา่ วไวใ้ นขอ้ ๕๗
๕๒.๓ เมอื ใชว้ ตั ถอุ นื แทนหลกั เลง็ ใหว้ างเสน้ ดงิ ของกลอ้ งลงบนจดุ ทเี หน็ ไดช้ ดั เจนบนวตั ถนุ นั เมอื ไมม่ จี ุดทเี หน็ ไดช้ ดั
ปรากฏอยบู่ นวตั ถนุ นั กใ็ หใ้ ชข้ อบซา้ ยของวตั ถนุ นั เป็นตาํ บลเลง็
๕๓. การวางเครอื งยิงทางทิศ
๕๓.๑ เนืองจาก ศอย. ทราบถงึ มมุ ทศิ ตามทหี ลกั เลง็ ไดป้ ักอยู่ ซงึ ทาํ ใหก้ าํ หนดทศิ ทางไปยงั เป้าหมายเป็นมมุ ยา้ ยยงิ
จากหลกั เลง็ ใหก้ บั พลประจาํ ปืน คาํ สงั ยงิ จาก ศอย. บรรจมุ มุ ทศิ ทแี น่นอนเพอื ตงั ทกี ลอ้ งเลง็ ทจี ะยา้ ยเครอื งยงิ ไปตามทศิ ทาง
ทตี อ้ งการเมอื มมี ุมทศิ ใหมต่ งั ทกี ลอ้ งเลง็ เสน้ ดงิ ในกลอ้ งเลง็ กจ็ ะยา้ ยออกจากหลกั เลง็ จาํ ลอง แลว้ พลยงิ จงึ สา่ ยควงสา่ ยเพอื
ใชเ้ สน้ ดงิ ในกลอ้ งเลง็ ใหม่ พลยงิ ผชู้ ่วยวางมอื ซา้ ย(ขวา) บนควงแกเ้ อยี งแลว้ ปรบั หวอดระดบั ใหไ้ ดร้ ะดบั ดว้ ยการหมนุ ควงแก้
เอยี งในทศิ ทางทตี อ้ งการใหห้ วอดระดบั เคลอื นทไี ป พลยงิ ผชู้ ่วยตอ้ งหลกี เลยี งการวางนําหนักมอื บนลาํ กลอ้ งของเครอื งยงิ
หลงั จากทพี ลยงิ ไดเ้ ลง็ ใหเ้ สน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ ตอ่ หลกั เลง็ แลว้ จะมคี าํ สงั วา่ “ระดบั ” พลยงิ ผชู้ ่วยกระทาํ การปรบั หวอดระดบั
เพอื ปรบั ใหถ้ กู ตอ้ ง แลว้ ขานว่า “ตรวจ” ถา้ การปรบั ทาํ ใหเ้ คลอื นเสน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ ออกไปขา้ งนอกหลกั เลง็ พลยงิ ตอ้ ง
สา่ ยเครอื งยงิ ไปจนกระทงั เสน้ ดงิ เคลอื นทเี ขา้ มาอยปู่ ระมาณครงึ หนงึ ของระยะทจี ะถงึ หลกั เลง็ พลยงิ ผชู้ ว่ ยไมพ่ ยายามทจี ะ
รกั ษาหวอดระดบั ใหอ้ ย่กู งึ กลางระหว่างทพี ลยงิ สา่ ยเครอื งยงิ เมอื พลยงิ หยดุ สา่ ยเครอื งยงิ กจ็ ะสงั อกี วา่ “ระดบั ” พลยงิ ผชู้ ว่ ย
กป็ รบั หวอดระดบั ใหอ้ ยกู่ งึ กลางแลว้ รายงาน “ตรวจ” พลยงิ และพลยงิ ผชู้ ว่ ยทบทวนการกระทาํ นี จนกระทงั เสน้ ดงิ ของ
กลอ้ งเลง็ ไดเ้ ลง็ ถูกต้องต่อหลกั เลง็ และหวอดระดบั อยกู่ งึ กลาง การเลง็ เชน่ นีเป็นการเลง็ ทถี กู ตอ้ งในทศิ ทาง
๕๓.๒ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ นีสามารถสา่ ยลาํ กลอ้ งไปทางขวาหรอื ทางซา้ ยไดข้ า้ งละ ๑๐๐ มลิ เลยี ม จากจุดกงึ กลาง โดย
ไมต่ อ้ งเคลอื นยา้ ยขาหยงั ในเมอื ตอ้ งยา้ ยมมุ ทศิ เกนิ กวา่ ๑๐๐ มลิ เลยี มแลว้ พลยงิ ตอ้ งปรบั สะพานโครงสา่ ยใหอ้ ยกู่ งึ กลาง
บนราวสา่ ยปืนแลว้ มองดศู นู ยเ์ ปิด และพลกระสนุ ๒ นาย เคลอื นตวั ไปขา้ งหน้าเครอื งยงิ หนั หน้าเขา้ หาเครอื งยงิ แลว้ ยก
ขาหยงั ยา้ ยไปตามทศิ ทางทพี ลยงิ กาํ หนดจนกระทงั เสน้ ดงิ ในกลอ้ งเลง็ ตกอยปู่ ระมาณใกลเ้ คยี งตาํ บลเลง็ ขณะทยี า้ ยขาหยงั

๕๙

ไปนนั พลยงิ รกั ษาหวอดระดบั ใหอ้ ยปู่ ระมาณกงึ กลาง โดยรกั ษาเสน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ ใหต้ งั ตรง หรอื โดยการสอบระดบั
ทบทวนกนั กบั พลยงิ ผชู้ ว่ ย เพอื รกั ษาระดบั เอาไวแ้ ลว้ พลยงิ ซงึ เลง็ เครอื งยงิ ต่อตาํ บลเลง็ โดยการสา่ ยปืนอยา่ งละเอยี ดต่อไป
๕๔. การเลง็ สาํ หรบั ทางสงู และทางทิศ

๕๔.๑ เพอื ทาํ การเลง็ สาํ หรบั ทางสงู และทางทศิ ใหไ้ ดร้ วดเรว็ เมอื ไดร้ บั คาํ สงั ยงิ พลยงิ ปฏบิ ตั .ิ -
๕๔.๑.๑ ตงั มมุ ทศิ ทสี งั มาทกี ลอ้ งเลง็
๕๔.๑.๒ ตงั มมุ สงู ทสี งั มาทกี ลอ้ งเลง็
๕๔.๑.๓ หมนุ ควงมมุ สงู เพอื ปรบั หวอดระดบั ทางสงู
๕๔.๑.๔ มองดใู นกลอ้ งเลง็ แลว้ ส่ายเครอื งยงิ เพอื เลง็ ใหเ้ สน้ ดงิ ตรงต่อตาํ บลเลง็ โดยไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จาก

พลยงิ ผชู้ ว่ ยซงึ ปรบั หวอดระดบั ใหไ้ ดก้ งึ กลาง
๕๔.๑.๕ ทาํ การสอบมมุ สงู และหวอดระดบั ครงั สดุ ทา้ ย เมอื ไมม่ กี ารปรบั ทจี ะตอ้ งกระทาํ อกี รายงานวา่ “พรอ้ ม”

๕๔.๒ ในระเบยี บปฏบิ ตั ขิ า้ งบนในขอ้ ๕๔.๑ มขี อ้ ยกเวน้ ถา้ ปรากฏวา่ .-
๕๔.๒.๑ ถา้ ยา้ ยมุมทศิ เป็นมมุ ใหญม่ าก(มากกว่า ๑๐๐ มลิ เลยี ม) ซงึ ตอ้ งยา้ ยขาหยงั กต็ อ้ งยา้ ยขาหยงั เพอื เลง็

เครอื งยงิ โดยประมาณในทางทศิ ก่อนทเี ครอื งยงิ จะตงั มมุ สงู หลงั จากไดย้ า้ ยขาหยงั แลว้ จงึ ปรบั ระดบั มุมทางสงู ใหไ้ ดก้ งึ กลาง
ตอ่ ไปจงึ เลง็ เครอื งยงิ ใหล้ ะเอยี ดถกู ตอ้ งในทางทศิ

๕๔.๒.๒ เมอื มกี ารเปลยี นมุมสงู เพอื ตอ้ งการใหล้ าํ กลอ้ งยกขนึ หรอื ตาํ ลง โดยใชด้ า้ มควงสงู หมนุ ควงสงู ขนึ
หรอื ลง หลงั จากทพี ลยงิ ปรบั หวอดระดบั ไดก้ งึ กลางแลง้ พลยงิ จงึ เลง็ เครอื งยงิ ทางทศิ อยา่ งละเอยี ด และถกู ตอ้ งต่อไป

รปู ที ๔๐ การวางภาพการเลง็ สาํ หรบั การเลง็ เครืองยิง

๖๐

๕๕. การจาํ ลองทิศ
การจาํ ลองทศิ หมายถงึ การเปลยี นมมุ ทศิ บนกลอ้ งเลง็ โดยไมร่ บกวนการเลง็ ของเครอื งยงิ การจาํ ลองทศิ นนั ใหห้ มนุ

ควงมมุ ทศิ จนกระทงั ตงั มมุ ทศิ ไดต้ ามทกี าํ หนดมา หรอื จนกระทงั กลอ้ งเลง็ ไดเ้ ลง็ ไปยงั ตาํ บลทกี าํ หนดให้ โดยปกตกิ ลอ้ งเลง็
จาํ ลองทศิ ดว้ ยมมุ ทศิ เรมิ แรก ๒๘๐๐ มลิ เลยี ม เพอื สรา้ งแนวเสน้ เลง็ ทซี งึ จะปักหลกั เลง็ ทงั สอง (รปู ที ๔๐)
๕๖. การปักหลกั เลง็

เมอื เครอื งยงิ ไดต้ งั ยงิ ในทศิ ทางยงิ ทตี อ้ งการแลว้ ผบู้ งั คบั หน่วยยงิ ตรวจดภู ูมปิ ระเทศ ณ บรเิ วณทตี งั ยงิ เพอื ประกนั วา่
มมุ ทศิ ทสี งั มานนั เหมาะสมกบั เครอื งยงิ ทงั ๓ กระบอก (๔ กระบอก)ทงั หมด แลว้ จงึ สงั วา่ “หมวด.....มมุ ทศิ สองแปดรอ้ ย,
จาํ ลองทศิ , ปักหลกั เลง็ ” หลกั เลง็ ๒ หลกั จะนําไปปักบนแนวเสน้ ตรงเสน้ หนึงซงึ เป็นแนวเดยี วกนั กบั แนวเสน้ เลง็ ของกล้อง
เลง็ เอม็ .๕๓ ถา้ หลกั เลง็ ทงั สองปักอยตู่ รงหน้าเครอื งยงิ แนวเสน้ เลง็ จะถกู บงั ดว้ ยลาํ กล้อง เมอื เครอื งยงิ ตอ้ งยา้ ยยงิ ไป
ทางซา้ ยประมาณ ๑๑๐๐ มลิ เลยี ม ฉะนนั เพอื มใิ หถ้ กู จาํ กดั ดว้ ยสงิ นี ปกตจิ งึ ปักหลกั เลง็ ทงั สองเพอื จาํ ลองทศิ เป็นมุมทศิ
๒๘๐๐ มลิ เลยี ม (รปู ที ๔๑) ใน การปักหลกั เลง็ ทงั สองนนั พลยงิ มองดอู ยใู่ นกลอ้ งโดยตลอด โดยใชส้ ญั ญาณมอื และแขน
(รปู ที ๔๒) เพอื เป็นหนทางแนะนําใหพ้ ลประจาํ ปืนหมายเลข ๖ ปักหลกั เลง็ อนั ไกล ประมาณ ๑๐๐ เมตร หา่ งจากเครอิ งยงิ
และรมิ ขอบซา้ ยของหลกั เลง็ อยใู่ นแนวเสน้ เลง็ ของเสน้ ดงิ ในกลอ้ งเลง็ แลว้ กาํ หนดใหห้ มายเลข ๖ ปักหลกั เลง็ อนั ใกลซ้ งึ มี
ระยะครงั หนึงระหวา่ งหลกั เลง็ อนั ไกลกบั ทตี งั ของเครอื งยงิ ขณะนีหลกั เลง็ ทงั สองจะปรากฏเป็นหลกั เลง็ อนั เดยี ว

หมายเหตุ : เมอื หลกั เลง็ ทงั สองไดป้ ักตามมมุ จาํ ลองทศิ ๒๘๐๐ มลิ เลยี มแลว้ แนวเสน้ เลง็ จะถกู บงั ดว้ ยลาํ กลอ้ ง เมอื
เครอื งยงิ ยา้ ยไปทางซา้ ยประมาณ ๑๑๐๐ มลิ เลยี ม ดงั นีจงึ หมายความว่า จะมจี ุดบอดปรากฏขนึ ทางขา้ งหน้าซา้ ยสงู สดุ ของ
จุดกาํ หนดทศิ ทางยงิ เหมอื นกนั ถา้ เพอื ตอ้ งการใหเ้ ครอื งยงิ สามารถยงิ ไดต้ ลอดทุกทศิ ทาง(ตลอดมมุ ๖๔๐๐ มลิ เลยี ม) แลว้
จาํ เป็นตอ้ งปักหลกั เลง็ เพมิ อกี ๒ หลกั ทางขา้ งหลงั ทางซา้ ยของมมุ จาํ ลองทศิ ทเี ป็นตน้ กาํ เนิด ประมาณ ๑๒๐๐ มลิ เลยี ม
(ตวั อยา่ ง คอื มุมทศิ ๒๘๐๐ ไปทางขา้ งหลงั )
๕๗. การแก้ไขการเลง็ ชวั คราว

๕๗.๑ ในการเลง็ เครอื งยงิ ตามทางทศิ นัน หลกั เลง็ ๒ หลกั มใิ ช่วา่ จะปรากฏอยเู่ ป็นหลกั เดยี วเสมอ จากภาพทมี องเหน็
ภายในลาํ กลอ้ ง (รปู ที ๔๓) การแยกออกของหลกั เลง็ นีเป็นผลมาจากหนึงในสองสงิ คอื การยา้ ยมมุ ทศิ ของลาํ กลอ้ งเป็น
จาํ นวนมากอยา่ งหนึง หรอื การเขยอื นของแผน่ ฐานทางขา้ ง (สาเหตุจากการกระเทอื นของการยงิ )

๖๑

รปู ที ๔๑ การจาํ ลองทิศกล้องเลง็
๕๗.๒ เมอื หลกั เลง็ ทงั สองปรากฏแยกออกจากกนั พลยงิ ไมส่ ามารถใชห้ ลกั เลง็ อนั ใดอนั หนึงเป็นการเลง็ ทถี ูกตอ้ งได้

๖๒

รปู ที ๔๒ สญั ญาณมอื และแขน
๕๗.๓ ดงั นนั การเลง็ ทถี กู ตอ้ ง พลยงิ ตอ้ งใชภ้ าพการเลง็ โดยการชดเชยการปฏบิ ตั เิ ชน่ นี คอื ตอ้ งสา่ ยเครอื งยงิ ไป
จนกระทงั ภาพการเลง็ ปรากฏ ดงั แสดงในรูป ๔๓ โดยเลง็ ใหข้ อบซา้ ยของหลกั เลง็ อนั ไกลตกอยกู่ งึ กลาง ระหวา่ งขอบซา้ ย
ของหลกั เลง็ อนั ใกลก้ บั แนวเสน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ การกระทาํ เช่นนคี อื การเลง็ แกไ้ ขชวั คราวทถี กู ตอ้ ง

๖๓

รปู ที ๔๓ การเลง็ เมอื หลกั เลง็ แยกออกจากกนั
๕๗.๔ เมอื การยงิ ในครงั แรกไดส้ นิ สดุ ลงขณะหนึง ถา้ พลยงิ ตอ้ งการแสวงหาวา่ เหตใุ ดหลกั เลง็ จงึ แยกจากกนั ซงึ
อาจจะเป็นสาเหตจุ ากการสา่ ยของเครอื งยงิ หรอื การเขยอื นของแผน่ ฐานกเ็ ป็นได้ ใหป้ ฏบิ ตั ดิ งั นี.-

ตงั มมุ ทศิ เดมิ ทกี ลอ้ งเลง็ แลว้ เลง็ เครอื งยงิ ต่อหลกั เลง็ ทงั สอง ถา้ หลกั เลง็ ทงั สองยงั เป็นหลกั เดยี วกนั ก็
หมายความวา่ การทหี ลกั เลง็ แยกจากกนั ไดเ้ กดิ ขนึ จากสาเหตุการสา่ ย ในกรณนี ีพลยงิ เลง็ เครอื งยงิ ตอ่ ไป ดงั ไดอ้ ธบิ าย
มาแลว้ และไมต่ อ้ งปักหลกั เลง็ แนวเสน้ เลง็ ใหม่ในเมอื หลกั เลง็ ทงั สองยงั คงอยใู่ นลกั ษณะแยก สาเหตุการแยกของหลกั เลง็
เกดิ ขนึ จากการเขยอื นของแผน่ ฐาน พลยงิ ตอ้ งรายงานใหผ้ บู้ งั คบั หมทู่ ราบ ซงึ ผบู้ งั คบั หม่จู ะรายงานขออนุมตั ติ อ่ ไปยงั ผู้
บงั คบั หมวด เพอื ปักหลกั เลง็ ในแนวเสน้ เลง็ ใหม่ การปักหลกั เลง็ ในแนวเสน้ เลง็ ใหม่ พลยงิ ปฏบิ ตั ิ ดงั นี.-

๕๗.๔.๑ ตงั มมุ ทศิ บนกลอ้ งดว้ ยมมุ ทศิ เดมิ ทเี ลง็ หลกั เลง็ ทงั สอง
๕๗.๔.๒ เลง็ เครอื งยงิ ให้ เสน้ ดงิ ของกลอ้ งเล็งชดิ ขอบซา้ ยของหลกั เลง็ อนั ไกล
๕๗.๔.๓ หมนุ กลอ้ งเลง็ มาเลง็ ขอบซา้ ยของหลกั เลง็ อนั ใกล้ โดยไมย่ า้ ยเครอื งยงิ ซงึ เป็นการวดั มมุ ระหวา่ ง
หลกั เลง็ ทงั สอง
๕๗.๔.๔ ตงั มมุ ทศิ ครงั สดุ ทา้ ยบนกลอ้ งเลง็ แลว้ เลง็ เครอื งยงิ ต่อหลกั เลง็ อนั ไกล จนกระทงั เสน้ ดงิ กลอ้ งเลง็ อยู่
ในแนวหลกั เลง็
๕๗.๔.๕ แลว้ หมนุ กลอ้ งเลง็ มาทมี มุ ทศิ เดมิ ตามทปี ักหลกั เลง็ ไวโ้ ดยไมส่ า่ ยลาํ กลอ้ งขณะนีแนวเสน้ ขนานกบั
แนวเดมิ ทสี รา้ งขนึ ดว้ ยการปักหลกั เลง็ ทงั สอง

๖๔

๕๗.๔.๖ มองดใู นกลอ้ งเลง็ แลว้ สงั ใหห้ มายเลข 6 ไปเลอื นหลกั เลง็ ทงั สองมาปักในแนวเลง็ ใหมใ่ หต้ รงกบั เสน้ ดงิ
ในกลอ้ งเลง็ หลกั เลง็ ทงั สองจงึ ปักอยใู่ นแนวทแี กไ้ ขการเลง็ ชวั คราว วธิ นี ีเฉพาะการเลง็ แกไ้ ขชวั คราวทยี งุ่ ยากในการเลง็
ทางทศิ เทา่ นนั
๕๘. การปฏิบตั ิสาํ หรบั การยิงส่าย

๕๘.๑ การยงิ สา่ ยใชส้ าํ หรบั ทาํ การยงิ ตอ่ เป้า หมายทมี คี วามกวา้ งโดยเฉพาะประกอบดว้ ยการยงิ ทมี จี าํ นวนหนงึ กบั
จาํ นวนรอบของควงสา่ ยระหวา่ งนัดทยี งิ ตวั อยา่ งเช่น พลยงิ รบั คาํ สงั ยงิ ดงั นี.-

หมวด
กระสนุ ระเบดิ กระทบแตกไว
4 นดั สา่ ยขวาสามรอบ
หมู่ 1 มมุ ทศิ ------
หมู่ 2 มมุ ทศิ ------
หมู่ 3 มมุ ทศิ ------
หมู่ 4 มมุ ทศิ ------
สว่ นบรรจุ 6
มมุ สงู -----------

๕๘.๒ พลยงิ ตงั มมุ ทศิ มุมสงู บนกลอ้ งเลง็ แลว้ ตรวจดเู ครอื งใหก้ ารสา่ ยเพอื ประกนั วา่ ใหม้ กี ารสา่ ยพอเพยี ง ตลอด
ภารกจิ ยงิ นนั อยา่ งสมบรู ณ์ถา้ จาํ เป็นกต็ อ้ งเตรยี มการสา่ ยไปทางขวา(หรอื ซา้ ย) เอาไวก้ ่อน การเตรยี มการสา่ ยไปทางขวา
พลยงิ หมนุ ควงสา่ ยไปจนกระทงั ขอ้ ต่อสลกั ยดึ ลาํ กลอ้ งเครอื งยงิ เคลอื นทไี ปอยทู่ างซา้ ยสดุ บนราวสา่ ยปืน. แลว้ กห็ มนุ
ควงสา่ ยกลบั มาทางขวา 2 รอบ เพอื ใหม้ ชี ่วงการสา่ ยสาํ หรบั ปรบั การเลง็ ต่อหลกั เลง็ ทงั สอง ถา้ เป็นการเตรยี มการสา่ ยซา้ ย
กป็ ฏบิ ตั กิ ลบั กนั ตามทกี ลา่ วมา

๕๘.๓ พลหมายเลข3และ4 ยา้ ยขาหยงั พลยงิ เลง็ เครอื งยงิ ต่อ หลกั เลง็ ทงั สอง พลยงิ ทาํ การปรบั การเลง็ ขนั สุดทา้ ย
ดว้ ยควงสา่ ย

๕๘.๔ เมอื พลยงิ มคี วามพอใจต่อการเลง็ แลว้ กร็ ายงาน “พรอ้ ม” ผบ.หมู่ ตรวจสอบการเลง็ และใหค้ าํ สงั “ยงิ ” พลยงิ
สงั ยงิ “ยงิ หนึง” หมายเลข 2 บรรจุลกู ยงิ ระเบดิ ยงิ นดั แรก แลว้ พลยงิ ส่ายเครอื งยงิ ไปทางขวา 3 รอบ
แลว้ สงั ยงิ “ยงิ สอง” เมอื ยงิ ลกู ระเบดิ ยงิ ไปแลว้ พลยงิ กห็ มนุ ควงสา่ ยไปทางขวาอกี ๓ รอบ แลว้ ปฏบิ ตั ติ ่อไปจนกระทงั ยงิ
นดั ทสี ี
๕๙. การยิงเวลากลางคืน

๕๙.๑ เมอื มกี ารยงิ เครอื งยงิ ลูกระเบดิ ในเวลากลางคนื ความเรว็ ในการยงิ ไดถ้ กู จาํ กดั ลงดว้ ยวนิ ัยของการใชเ้ สยี งและ
แสง โดยทวั ไประเบยี บสาํ หรบั ปฏบิ ตั กิ ารยงิ เครอื งยงิ ในเวลากลางคนื กเ็ ป็นไปอยา่ งเดยี วกนั กบั การปฏบิ ตั ใิ นเวลากลางวนั
เวน้ ไวแ้ ตว่ า่ มกี ารใหแ้ สงสวา่ งของกลอ้ งเลง็ และหลกั เลง็

๕๙.๒ เครอื งใหแ้ สง (ขอ้ ๑๒.๖) ใหแ้ สงสว่างแว่นแกว้ กลอ้ งสอ่ งและทาํ ใหแ้ ลเหน็ เสน้ ดงิ ในแวน่ แก้ว ดวงโคมกบั
สายไฟทอี ่อนตวั ไดใ้ ชส้ าํ หรบั สอ่ งสวา่ งมาตราตา่ ง ๆ และหวอดระดบั

๕๙.๓ เครอื งใหแ้ สงหลกั เลง็ ใชต้ ดิ หลกั เลง็ แตล่ ะหลกั เครอื งใหแ้ สงหลกั เลง็ นีใหแ้ สงเป็นแถบตงั ตรง ซงึ พลยงิ สามารถ
แลเหน็ ไดโ้ ดยตดิ เครอื งใหแ้ สงหลกั เลง็ อนั ไกลอยสู่ งู กวา่ เครอื งใหแ้ สงหลกั เลง็ อนั ใกล้

๕๙.๔ การเลง็ เครอื งยงิ ในทางทศิ นัน พลยงิ เลง็ ใหเ้ สน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ ไดส้ มั พนั ธถ์ กู ตอ้ ง วธิ เี ลง็ ต่อแถบแสงของเครอื ง
ใหแ้ สงหลกั เลง็ ทตี ดิ อย่กู บั หลกั เลง็ วธิ กี ารเลง็ เครอื งยงิ กเ็ ป็นวธิ เี ชน่ เดยี วกบั ทไี ดอ้ ธบิ ายมาแลว้ ในขอ้ ๕๔

๖๕

๖๐. การตรวจความปลอดภยั

ก่อนการยงิ พลประจาํ ปืนตอ้ งตรวจสอบความปลอดภยั ดงั นี
๖๐.๑ หมายเลข ๑ (พลยงิ ) ตรวจดู

๖๐.๑.๑ ปลอกรดั ลาํ กล้องขนั แน่นกลบั ลาํ กลอ้ ง
๖๐.๑.๒ ขาหยงั ทงั สองกางตรงึ

๖๐.๑.๓ พลวั ขาหยงั จบั อย่ใู นพนื ดนิ
๖๐.๑.๔ เครอื งยงิ ไมม่ สี งิ กาํ บงั ทางยงิ โดยพลยงิ กม้ ศรษี ะลงไปใกลก้ บั ทา้ ยลาํ กลอ้ ง แลว้ มองขนึ มาตาม

ลาํ กลอ้ ง ดวู า่ มสี งิ กดี ขวางทางวงิ ของลกู กระสุนระเบดิ ยงิ หรอื ไม่ ซงึ อาจจะเป็นสาเหตุใหม้ กี ารระเบดิ กอ่ นกาํ หนดได้ พลยงิ
ตรวจดลู าํ กลอ้ ง ณ มมุ ยงิ สงู สุดและตําสุดและควรจะดตู ่อไปถงึ กงิ ไมท้ หี อ้ ย หรอื กดี ขวางอนื ๆ ซงึ จะผา่ นเขา้ มาในเสน้ ยงิ

จากการทเี ครอื งยงิ อาจถอยมาขา้ งหลงั จากการยงิ หรอื ทางซา้ ย ขวาของเขตการยงิ การตรวจดสู งิ กาํ บงั ทางยงิ จะตอ้ ง
กวดขนั เป็นพเิ ศษในเมอื เครอื งยงิ เขา้ ทตี งั ยงิ ในเวลากลางคนื

๖๐.๒ หมายเลข ๒ (พลยงิ ผชู้ ว่ ย) ตรวจดู
๖๐.๒.๑ ภายในลาํ กล้องสะอาดไมม่ นี ํามนั หรอื นําอยภู่ ายในลาํ กลอ้ ง

๖๐.๒.๒ ระหวา่ งการยงิ พลยงิ ผชู้ ว่ ย ตอ้ งทาํ ความสะอาดลาํ กลอ้ งหลงั จากการยงิ กระสนุ ไปแลว้ ๑๐ นัด หรอื
หลงั จากการสนิ สุดการยงิ แตล่ ะภารกจิ

๖๐.๒.๓ ถา้ ภายในลาํ กลอ้ งมนี ํามนั หรอื นําเปียกจะเป็นสาเหตุใหเ้ กดิ การเผาไหมข้ องสว่ นบรรจุเพมิ ชา้ ลง ทาํ
ใหเ้ กดิ ระยะยงิ ลดลง

๖๐.๓ หมายเลข ๓ (พลกระสนุ ) ตรวจดลู กู ระเบดิ ยงิ วา่
๖๐.๓.๑ ลกู ระเบดิ ยงิ สะอาดบรรดานํามนั ป้องกนั สนิมใหเ้ ชด็ ถอู อกจากชนวนและตวั ลูกระเบดิ ยงิ

๖๐.๓.๒ ชนวนหวั ขนั เกลยี วแน่นกบั ตวั ลกู ระเบดิ ยงิ ถา้ เกดิ การหลวมคลอนขนั ใหแ้ น่นดว้ ยกญุ แจขนั ชนวน
๖๐.๓.๓ มสี ว่ นบรรจเุ พมิ ใสไ่ วถ้ กู ตอ้ งแต่ละนดั และสว่ นบรรจเุ พมิ นนั อย่ใู นตาํ แหน่งทถี ูกตอ้ ง

๖๐.๔ ขณะทกี ารตรวจสอบความปลอดภยั ไดด้ าํ เนนิ การอยนู่ นั ผบ. หมู่ กาํ กบั ดแู ลโดยทวั ไปเพอื ประกนั ไดว้ า่ ขอ้
ระมดั ระวงั ตา่ ง ๆ นีไดม้ กี ารป้องกนั ความเสยี หายต่อบุคคลหรอื ยทุ โธปกรณเ์ ท่าทจี ะทาํ ได้
๖๑.การบรรจุและการยิง

เมอื ไดร้ บั คาํ สงั ยงิ จาก ผบ.หมวด หมายเลข๑(พลยงิ ) ทวนคาํ สงั ทกุ ขนั ตอนและตงั หลกั ฐานการยงิ ทกี ลอ้ งเลง็ และทาํ
การเลง็ เครอื งยงิ ดว้ ยความช่วยเหลอื ของหมายเลข ๒ (พลยงิ ผชู้ ่วย) หมายเลข ๓ (พลกระสนุ ) ทวนคาํ สงั ยงิ ในเรอื งของส่วน

บรรจเุ พมิ การตงั ชนวนหมายเลข ๓ เป็นผเู้ ตรยี มการในลกู ระเบดิ ยงิ ใหส้ มบรู ณ์ ทงั ตรวจดคู วามปลอดภยั ดว้ ย ผบ.หมู่ ตรวจ
หลกั ฐานบนกลอ้ งเลง็ และการเลง็ ของเครอื งยงิ แลว้ ใหค้ าํ สงั “ยงิ ” พลประจาํ ปืนปฏบิ ตั ดิ งั ต่อไปนี
๖๑.๑ หมายเลข ๑ ถอดกกลอ้ งเลง็ โดยระมดั ระวงั มใิ หไ้ ปกระทบกระเทอื นตอ่ การเล็งของเครอื งยงิ ทุกครงั จนกวา่
แผ่นฐานไดฝ้ ังตวั แน่น และไม่มอี นั ตรายต่อกลอ้ งเลง็ ทจี ะเกดิ การชาํ รุดจากแรงกระแทกต่อการยงิ

๖๑.๒ หมายเลข ๓ สง่ ลกู ระเบดิ ยงิ ต่อไปใหห้ มายเลข ๒ โดยจบั ลกู ระเบดิ ยงิ ดว้ ยมอื ทงั สอง โดยมอื ซา้ ยหงายจบั
สว่ นบนและมอื ขวาควาํ อยใู่ กลก้ บั สว่ นทา้ ยของลูกระเบดิ ยงิ หวั ชนวนชไี ปในทศิ ทางซา้ ยของลาํ กลอ้ ง(รปู ท๔ี ๔)
๖๑.๓ หมายเลข ๒ รบั ลกู ระเบดิ ยงิ จากหมายเลข ๓ ดว้ ยมอื ขวาหงายขนึ อยสู่ ว่ นบน และมอื ซา้ ยกาํ ควาํ ลงอยขู่ า้ งลา่ ง
กาํ ลกู ระเบดิ ใหใ้ กลก้ บั สว่ นกลางของตวั ลูกระเบดิ ยงิ แลว้ นําบรรจุเขา้ กบั ทางปากลาํ กลอ้ ง โดยหยอ่ นสว่ นหางลงไป (รปู ที

๔๕) จนกระทงั ถงึ สว่ นแคบของตวั ลูกระเบดิ ยงิ จงึ ปลอ่ ยลูกระเบดิ ยงิ ลงไปแลว้ ลดมอื อกจากลาํ กลอ้ งอยา่ งเรว็ ลดไปตามลาํ
กล้องในขณะเดยี วกนั นีเองกเ็ อยี วตวั ไปทางซา้ ยและกม้ ตวั ลงหนั ไปทางหมายเลข ๓ ยนื มอื ออกไปรบั ลูกระเบดิ นัดต่อไป

ในขณะบรรจใุ หร้ ะมดั ระวงั การกระทบกระเทอื นการเลง็ ของเครอื งยงิ ซงึ เป็นสาเหตุใหเ้ กดิ อาการกระจายในพนื ทเี ป้าหมาย
และอาจนําไปสลู่ กั ษณะการยงิ พศิ ดารได้ แต่ถา้ เป็นการยงิ แบบวธิ ลี นั ไกลหลงั จากบรรจุลกู ระเบดิ ยงิ ลงไปในลาํ กลอ้ งแลว้

หมายเลข ๒ จะมาอยหู่ ลงั เครอื งยงิ จบั เชอื กแลว้ ค่อย ๆ ดงึ เชอื กลนั ไกล จนไกลลนั ตจี อกกระทบแตกของสว่ นบรรจหุ ลกั

๖๖

รปู ที ๔๔ การจบั ลกู ระเบิดยิง
รปู ที ๔๕ การบรรจลุ กู ระเบิดยิง

๖๗

๖๒. การนําลูกระเบิดยิงดา้ นออกจากลาํ กล้อง
การดา้ นในของลกู ระเบิดยงิ นนั เกดิ จากการยงิ เมอื หย่อนลกู ระเบดิ ลงไปในลาํ กลอ้ งแลว้ ปรากฏวา่ ลูกระเบดิ ยงิ ไมอ่ อก

จากลาํ กลอ้ ง การดา้ นในนีสาเหตอุ าจเกดิ จากเขม็ แทงชนวนชาํ รดุ มสี งิ กดี ขวางภายในลาํ กลอ้ งขดั ขวางมใิ หล้ กู ระเบดิ ยงิ
เลอื นตวั ลงไปถงึ ทา้ ยลาํ กลอ้ ง มสี งิ สกปรกหรอื สที ตี วั ลกู ระเบดิ ยงิ หนา สว่ นบรรจหุ ลกั เสอื ม ลกู ระเบดิ ยงิ มขี นาดใหญ่กวา่
ปกติ เมอื มลี กู ระเบดิ ยงิ ดา้ นใน พลประจาํ ปืนปฏบิ ตั ดิ งั นี.-

๖๒.๑ พลยงิ รายงานทนั ทวี า่ “ลกู ระเบิดยงิ ดา้ นใน” อยา่ ใหส้ ว่ นใดๆของรา่ งกายไปอยปู่ ากลาํ กลอ้ ง และเตะหรอื เขยา่
ลาํ กลอ้ งหลายๆครงั การปฏบิ ตั เิ ช่นนีอาจทาํ ใหล้ กู ระเบดิ ยงิ ทคี า้ งอยไู่ หลลงไปทา้ ยลาํ กลอ้ งได้ ถา้ ลกู ระเบดิ ยงิ ออกไปได้
กใ็ หเ้ ลง็ เครอื งยงิ ใหมแ่ ละยงิ ต่อไป

๖๒.๒ ถา้ ลูกระเบดิ ยงิ ไมอ่ อกไปจากลาํ กลอ้ ง พลประจาํ ปืนรออยู่ประมาณอยา่ งน้อย ๑ นาที กอ่ นทจี ะนําเอาลกู ระเบดิ
ออกจากลํากลอ้ ง การปฏบิ ตั เิ ช่นนีเพอื หลกี เลยี งอปุ ัทวเหตทุ อี าจจะเป็นไปได้ ซงึ อาจเกดิ จากสาเหตกุ ารทาํ งานชา้ ของสว่ น
บรรจุหลกั หรอื สว่ นบรรจุเพมิ พลยงิ ตรวจดคู วามรอ้ นของลาํ กลอ้ ง ถา้ ลาํ กลอ้ งรอ้ น ใชน้ ําราดดา้ นนอกจนกระทงั ลาํ กลอ้ ง
เยน็ พอทจี ะจบั ถอื ดว้ ยมอื เปลา่ ได้ ถา้ ไมม่ นี ําใหพ้ ลประจําปืนยนื อยหู่ า่ งๆคอยจนกว่าลาํ กลอ้ งจะเยน็

๖๒.๓ ผบ.หมู่ หมายเลข ๑,๒,๓ จะเป็นเจา้ หน้าทนี ําลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ นในออกจากลาํ กลอ้ ง คนอนื ๆจะตอ้ งออกไป
อยหู่ ่าง อยา่ งน้อย ๕๐ เมตร จากเครอื งยงิ และปฏบิ ตั ดิ งั นี.-

๖๒.๓.๑ หมายเลข ๑(พลยงิ ) ถอดกลอ้ งเลง็ ออกจากเครอื งยงิ และเขา้ ไปจบั ประคองลาํ กลอ้ งไว้
๖๒.๓.๒ หมายเลข ๒(พลยงิ ผชู้ ว่ ย) คลายดา้ มเรง่ ปลอกรดั ลาํ กลอ้ ง เปิดปลอกรดั ลาํ กลอ้ งอนั บนออก เสรจ็ แลว้
ชว่ ยหมายเลข ๑ ประคองลาํ กลอ้ ง
๖๒.๓.๓ หมายเลข ๓(พลกระสนุ ) ยนื อยหู่ น้าเครอื งยงิ จบั ขาหยงั แยกขาหยงั ออกจากลํากลอ้ งแลว้ วางนอนลง
บนพนื ดนิ
๖๒.๓.๔ หมายเลข ๒ และหมายเลข ๓ หมนุ ลาํ กลอ้ งจนเดอื ยทา้ ยลาํ กลอ้ งมาอยใู่ นตาํ แหน่งทสี ามารถถอด
ลาํ กลอ้ งออกจากแผน่ ฐานได้ ขณะเดยี วกนั หมายเลข ๑ คอยช่วยหมนุ ลาํ กลอ้ งใหเ้ ดอื ยทา้ ยตรงกบั บากเดอื ยทา้ ย หมายเลข
๒ และหมายเลข ๓ คอ่ ยๆลดลาํ กลอ้ งตาํ ลงจนเดอื ยทา้ ยหลุดออกจากช่องรบั เดอื ยทา้ ย(ขอ้ ๑๘.๒)
๖๒.๓.๕ หมายเลข ๑, ๒, ๓ ช่วยกนั ยกลาํ กลอ้ ง โดยหมายเลข ๑, ๓ อยทู่ า้ ยลาํ กลอ้ ง หมายเลข ๒ อยปู่ ากลาํ
กลอ้ ง ยกลาํ กลอ้ งขนึ ใหเ้ สมอกนั มาวางบนกระสอบทรายหรอื ลงั กระสนุ ทเี ตรยี มไว้ โดยใหป้ ากลาํ กลอ้ งอยสู่ งู กว่าทา้ ยลาํ
กลอ้ ง(ขอ้ ๑๘.๒)
๖๒.๓.๖ หมายเลข ๑, ๓ ยกทา้ ยลาํ กลอ้ งขนึ จนลํากลอ้ งอยใู่ นแนวระดบั หมายเลข ๒ ใชม้ อื ทงั สองกาํ รอบ
ปากลาํ กลอ้ ง ยงั ไม่ใหส้ ว่ นใดสว่ นหนึงไปโผล่พน้ ปากลาํ กลอ้ ง หมายเลข ๑ ยกทา้ ยลาํ กลอ้ งสงู ขนึ เรอื ยๆจนไดย้ นิ เสยี ง
เคลอื นตวั ของลกู ระเบดิ ยงิ หมายเลข ๒ ใชน้ ิวหวั แม่มอื ทงั สองยนื ออกไปเพอื หยดุ ลกู ระเบดิ ใหร้ ะมดั ระวงั อยา่ ใหส้ มั ผสั
เขา้ กบั หวั ชนวน จากนันใชม้ อื ทงั สองคอ่ ยๆดงึ ลกู ระเบดิ ยงิ ออกมา(ขอ้ ๑๘.๒) สง่ ใหห้ มายเลข ๓ ใสส่ ลกั นริ ภยั ตรวจสอบ
ลกู ระเบดิ ยงิ เพอื คน้ หาสาเหตุการดา้ นใน เชน่ จอกกระทบแตกทสี ว่ นบรรจุหลกั มรี อยกระแทกหรอื ไม่ มรี อยเยนิ มสี นิม
สกปรก ใสส่ ว่ นบรรจเุ พมิ ใหค้ รบจาํ นวน ชนวนอยทู่ กี ระทบแตกไว ใสก่ ลอ่ งเขยี นเครอื งหมาย นําไปวางไวต้ า่ งหากในที
ปลอดภยั
๖๒.๓.๗ เมอื ไดน้ ําลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ นในออกจากลาํ กลอ้ งแลว้ ใหย้ กลาํ กลอ้ งสงู ขนึ แลว้ เขยา่ ลาํ กลอ้ ง เพอื ให้
สงิ ตกคา้ งอยภู่ ายในลาํ กลอ้ งหลุดออกมา แลว้ ประกอบเครอื งยงิ เขา้ ดว้ ยกนั ทาํ การยงิ ต่อไปตามภารกจิ
๖๓. สญั ญาณมอื และแขน
เมอื ใหค้ าํ สงั “ยงิ ” หรอื “หยดุ ยงิ ” นนั ผบ.หมวด หรอื ผบ.หมู่ ใชส้ ญั ญาณทงั มอื และแขน พรอ้ มดว้ ยเสยี งเนน้ คาํ สงั
(รปู ที ๔๖)
๖๓.๑ การยงิ สญั ญาณสาํ หรบั ยงิ ใหฟ้ าดแขนขวาลงอยา่ งเรว็ จากตาํ แหน่งทยี กแขนเหยยี ดตงั ตรงอยขู่ า้ งศรี ษะ
ในเมอื ผบ.หมวดตอ้ งการจะใหเ้ ครอื งยงิ กระบอกเดยี วยงิ กใ็ หช้ ตี รงไปยงั เครอื งยงิ ทจี ะใหย้ งิ ดว้ ยแขนซา้ ยเหยยี ดตรงแลว้
จงึ ฟาดแขนขวาลงขา้ งตวั อยา่ งเรว็

๖๘

รปู ที ๔๖ สญั ญาณแขนและมือ (พรอ้ ม)
รปู ที ๔๖ (ต่อ) (ยิง)

๖๙

รปู ที ๔๖ (ต่อ) (หยดุ ยิง)
๖๓.๒ การหยดุ ยงิ สญั ญาณสาํ หรบั หยดุ ยงิ ใหย้ กมอื ใดมอื หนึงขนึ มาบงั หน้าผาก หนั ฝ่ามอื ไปขา้ งหน้าแลว้ แกวง่ ตน้
แขนและมอื ขนึ ลงหลายๆครงั ขา้ งหน้าใบหน้าของตน

ตอนที ๓
การฝึ กหมวด
๖๔. กล่าวทวั ไป
ในลกั ษณะทวั ไป การฝึกหมวดแตกตา่ งจากการฝึกหมู่ในเรอื งการฝึกที มากกวา่ เครอื งยงิ หนงึ กระบอกเทา่ นนั และ
ตามปกตกิ ารฝึกหมวดนัน เครอื งยงิ ทุกกระบอกต่างกม็ ที ศิ ทางขนานกนั ทงั สนิ หมวดเป็นหน่วยหลกั ในการยงิ ของกองรอ้ ย
หมายเลขเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ เมอื หนั หน้าไปทางทศิ ทางยงิ นบั จากขวาไปซา้ ย คอื ปืน ๑, ๒ และ ๓ การใหห้ มายเลข
เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ นี มไิ ดก้ าํ หนดหมายเลขเป็นประจาํ ถาวรของหมภู่ ายในหมวด (ตวั อยา่ ง......หมทู่ ี ๑ ไม่จาํ เป็นตอ้ งเป็น
ปืน ๑)
๖๕. การวางกรวยขนานค่ใู นทิศทางยิงเริมแรก
โดยปกตหิ มวดเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ทาํ การยงิ ดว้ ยกรวยขนานคู่ (ระยะระหวา่ งตาํ บลระเบดิ เทา่ กบั ระยะระหวา่ งเครอื งยงิ
ลกู ระเบดิ รปู ที ๔๗) ดงั นนั เมอื ตอ้ งการกรวยขนานคู่ จงึ จาํ เป็นตอ้ งวางการเลง็ ใหล้ าํ กลอ้ งเครอื งยงิ ขนานกนั เมอื หมวด
เคลอื นทเี ขา้ ทตี งั ยงิ ศอย.ตอ้ งดาํ เนนิ การหาและแจง้ ให้ ผบ.หมวด ทราบเรอื งมุมภาคของทศิ ซงึ หมวดจะตอ้ งยงิ และวาง
พนื ยงิ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ทกุ กระบอกวางพนื ยงิ กรวยขนานค่ดู ว้ ยกลอ้ งวดั มมุ กลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ หรอื เขม็ ทศิ
กอ่ นทจี ะวางพนื ยงิ กรวยนานคู่ กลอ้ งเลง็ ควรไดป้ รบั ไวแ้ ลว้
๖๖. การวางพืนยิงกรวยขนานคขู่ องหมวดดว้ ยกลอ้ งวดั มุมตามมมุ ทิศเหนือแผนที
๖๖.๑ ปกติ ศอย.ไดส้ งั ตรงมายงั หมวดเพอื ตงั ยงิ ใหว้ างพนื ยงิ กรวยขนานคู่ ดว้ ยมมุ ภาคทศิ เหนือแผนทอี นั หนึง มุมนี
คอื มมุ ทหี มนุ เวยี นตามเขม็ นาฬกิ า จากทศิ เหนือแผนทไี ปยงั ทศิ ทางทตี อ้ งการยงิ และโดยธรรมดาหามาไดจ้ ากแผนที

๗๐

๖๖.๒ การตงั เครอื งยงิ ตามมมุ ภาคทศิ เหนอื แผนที ใหใ้ ชม้ มุ เยอื งของกลอ้ งวดั มมุ เขา้ มาคดิ ดว้ ย เนืองจากเขม็ ทศิ
แมเ่ หลก็ ของกลอ้ งวดั มุมกลอ้ งหนึงๆจะไมช่ ไี ปยงั ทศิ เหนือแผนที จากทหี ามุมมาไดจ้ ากแผนที จําเป็นตอ้ งแกไ้ ขผลต่างนี
โดยใชค้ า่ ของมมุ เยอื งประจาํ (คา่ ของมุมเยอื งประจาํ ของเครอื งมอื อนั หนึงๆ คอื หมุนเวยี นตามเขม็ นาฬกิ าระหวา่ งทศิ เหนือ
แผนที และทศิ เหนือแมเ่ หลก็ นนั คอื มมุ ภาคทศิ เหนือแผนทขี องทศิ เหนอื แมเ่ หลก็ ประจําอนั นีย่อมแตกต่างกนั ไปบา้ ง
เลก็ น้อยในการใชเ้ ครอื งมอื อนื ๆ ทเี ป็นชนิดเดยี วกนั ดงั นันจาํ เป็นตอ้ งบนั ทกึ ไวแ้ ต่ละเครอื งมอื คา่ ประจาํ นียอ่ มแตกต่าง
ออกไปอกี ในพนื ทตี งั คนละแหง่ เมอื ใชเ้ ครอื งมอื อนั เดยี วกนั )

๖๖.๒.๑ สถานีหาคา่ มมุ เยอื ง สถานหี าคา่ มุมเยอื งยอ่ มสรา้ งขนึ เพอื หาคา่ มมุ เยอื งประจําของเครอื งมอื ทงั หลาย
และเพอื แกก้ ารดงึ ดดู ของแมเ่ หลก็ ประจาํ ในพนื ทนี นั ๆ ซงึ เป็นคา่ แตกตา่ งประจาํ ไดส้ ว่ นตามกบั พนื ที และคา่ บกพรอ่ งของ
เครอื งมอื เมอื หน่วยไดเ้ คลอื นยา้ ยจากตาํ บลหนึงไปยงั อกี ตาํ บลหนึง สถานีหาคา่ มมุ เยอื งตอ้ งสรา้ งขนึ ในทนี นั ซงึ เครอื งมอื
ทงั หมดจะมคี า่ เปลยี นแปลงมมุ เยอื งออกไป ถา้ คา่ มมุ เยอื งประจาํ ของเครอื งมอื ทงั หมดของหน่วยไดห้ าไวแ้ ลว้ ในสถานี
เดยี วกนั มุมภาคทศิ เหนอื แผนทซี งึ วดั ไดด้ ว้ ยเครอื งมอื แตล่ ะอนั ยอ่ มมคี า่ เท่ากนั กบั มมุ ภาคทศิ เหนือแผนทที ี วดั ในแผนที
และคา่ ของมุมทงั หมดทวี ดั ไดด้ ว้ ยเครอื งมอื เหล่านนั แตล่ ะอนั ยอ่ มเทา่ กนั ดว้ ย ตาํ บลทเี ลอื กสาํ หรบั ตงั สถานีหาคา่ มมุ เยอื ง
ควรจะมภี าพการเหน็ ไปขา้ งหน้าในระยะหนึง ดว้ ยตาํ บลทกี าํ หนดไดช้ ดั เจนทจี ะรคู้ า่ มุมทศิ เหนือแผนที ตาํ บลเพมิ เตมิ อนื ๆ
อาจมไี วส้ าํ หรบั ตรวจสอบ มมุ ภาคทศิ เหนือแผนทที ถี กู ตอ้ งของตาํ บลทตี อ้ งการวดั ในภมู ปิ ระเทศ อาจวดั ไดจ้ ากแผนทดี ว้ ย
บรรทดั ครงึ วงกลม

๖๖.๒.๒ วธิ ปี ฏบิ ตั เิ มอื มุมภาคทศิ เหนือแผนทไี ปยงั ตาํ บลหนึงรคู้ า่ แลว้
ตงั กลอ้ งวดั มมุ ลงตรงกบั สถานหี าคา่ มมุ เยอื ง ตงั มาตรามมุ ภาคของทศิ ของกลอ้ งทศี นู ย์ (๐) แลว้ ปรบั

เขม็ ทศิ ใหอ้ ย่กู งึ กลางดว้ ยสว่ นเคลอื นทสี ว่ นล่าง แลว้ หมนุ กลอ้ งไปยงั ตาํ บลทรี คู้ า่ มุมภาคของทศิ แลว้ โดยใชส้ ว่ นเคลอื นที
สว่ นบน บนั ทกึ การอา่ นคา่ มมุ ภาคของทศิ เอาไว้ กระทาํ ซําตามวธิ กี ารนี ๒ ครงั แลว้ เอาคา่ เฉลยี ปานกลางของการอา่ น ๓
ครงั ลบออกจากมมุ ภาคทศิ เหนือแผนทที รี แู้ ลว้ (ถา้ จาํ เป็น ใหบ้ วก ๖,๔๐๐ เขา้ ไปดว้ ย) ผลลพั ธท์ ไี ดค้ อื คา่ มมุ เยอื ง
ประจาํ ของเครอื งมอื ถา้ สามารถเหน็ ตาํ บลทรี คู้ า่ มุมภาคทศิ เหนือแผนทไี ดม้ ากกวา่ หนึงตาํ บล ใหก้ ระทาํ การอา่ นแตล่ ะตาํ บล
คาํ นวณทบทวนแต่ละแหง่ แลว้ หาคา่ เฉลยี ปานกลางของผลตา่ ง กจ็ ะไดค้ า่ มุมเยอื งประจาํ

๗๑

รปู ที ๔๗ กรวยขนานคู่
๖๖.๒.๓ วธิ ปี ฏบิ ตั เิ มอื มมุ ภาคทศิ เหนือแผนทไี ปยงั ตาํ บลหนึงไม่ทราบคา่ .-

๖๖.๒.๓.๑ จากตําบลรว่ มแหง่ หนึง วดั มมุ ภาคทศิ เหนอื แมเ่ หลก็ ไปยงั ตาํ บลนนั ซงึ อยใู่ นระยะเดยี วกนั
ดว้ ย กลอ้ งวดั มมุ แต่ละกลอ้ งของหน่วย และกรอกคา่ ของมมุ ภาคทศิ เหนือแมเ่ หลก็ เหลา่ นไี วใ้ หต้ รงกบั หมายเลขของกลอ้ ง
แต่ละกลอ้ ง

๖๖.๒.๓.๒ หาคา่ เฉลยี ปานกลางของมุมภาคทศิ เหนอื แมเ่ หลก็ ทวี ดั ไดโ้ ดยกลอ้ งวดั มมุ ทงั หมด
๖๖.๒.๓.๓ หาคา่ มมุ ภาคทศิ เหนือแผนทไี ปยงั ตาํ บลนัน โดยนํามุมเยอื งประจาํ ทแี สดงไวใ้ นแผน
ทมี าคดิ คาํ นวณกบั มมุ ภาคทศิ เหนือแมเ่ หลก็ ทหี ามาไดข้ า้ งบน
๖๖.๒.๓.๔ เอามมุ ภาคทศิ เหนือแมเ่ หลก็ ทวี ดั ไดล้ บออกจากมุมภาคทศิ เหนือแผนที เพอื หาคา่ ของมมุ
เยอื งประจาํ สาํ หรบั แต่ละกลอ้ งวดั มมุ เมอื ใชว้ ธิ นี หี าคา่ มุมเยอื งประจาํ มมุ ภาคทศิ เหนือแผนทวี ดั ไดด้ ว้ ยเครอื งมอื ทงั หมด
จะลงรอยเดยี วกนั กบั กลอ้ งใดกลอ้ งหนึง ถงึ แมว้ า่ กลอ้ งเหลา่ นนั จะไมล่ งรอยกบั ทศิ เหนือแผนที
๖๖.๒.๔ วธิ ปี ฏบิ ตั เิ มอื นํากลอ้ งวดั มมุ ไปยงั ตาํ บลอนื เมอื กลอ้ งวดั มุมตอ้ งนําไปหาค่ามมุ เยอื งประจาํ ใน
ตาํ แหน่งใหมโ่ ดยเฉพาะ ใหด้ าํ เนนิ วธิ ปี ฏบิ ตั ติ ามกาํ หนดไวใ้ นตวั อยา่ งขา้ งลา่ งนี.-
๖๖.๒.๔.๑ หลกั ฐานทหี ามาไดบ้ นแผนทขี องพนื ที จะใชเ้ ครอื งมอื หาคา่ มุมเยอื งประจาํ ไดแ้ สดงไว้
ภาพ ๑ ของรปู ๔๘ จากหลกั ฐานดาํ เนนิ วธิ กี ารหา ดงั นี.-

๖๖.๒.๔.๑.๑ มมุ ภาคทศิ เหนือแผนทขี องทศิ เหนือแมเ่ หลก็ เท่ากบั ๓๖๐ องศา ลบ ๑๑ องศา
๑๕ ลปิ ดา หรอื ๖๔๐๐ มลิ เลยี ม(มมุ เยอื งประจาํ ของเครอื งมอื ทที าํ แผนทถี อื วา่ ไม่ม)ี

๗๒

๖๖.๒.๔.๑.๒ มมุ เยอื งประจาํ ของกลอ้ งวดั มมุ หามาไดจ้ ากขอ้ ๖๖.๒.๒ ขา้ งบนได้ ๖,๑๘๔ มิ
ลเลยี ม

รปู ที ๔๘ หลกั ฐานจากขอบแผนที
๖๖.๒.๔.๑.๓ ผลตา่ งของมุมเยอื งประจาํ ของเครอื งมอื และไดแ้ สดงไวบ้ นแผนที ๑๖ มลิ เลยี ม
๖๖.๒.๔.๒ หลกั ฐานทหี าไดใ้ นแผนทขี องพนื ทนี นั ซงึ จะนําเครอื งมอื ไปใชแ้ สดงไวใ้ นภาพ ๒ ของรปู
๔๘ จากมุมภาคทศิ เหนือแผนทขี องทศิ เหนือแมเ่ หลก็ อนั ทหี าออกมาไดเ้ ป็น ๖ องศา ๔๕ ลปิ ดา หรอื ๑๒๐ มลิ เลยี ม ซงึ ควร
เป็นคา่ มมุ เยอื งประจาํ ของเครอื งมอื โดยเครอื งมอื ไมม่ กี ารบกพร่องของเครอื งมอื ดงั นนั มมุ เยอื งประจาํ ของเครอื งมอื นีใน
พนื ทแี หง่ ใหม่เทา่ กบั ๑๒๐ มลิ เลยี ม ลบ ๑๖ มลิ เลยี ม หรอื ๑๐๔ มลิ เลยี ม
๖๖.๒.๔.๓ เมอื เครอื งยงิ ไดว้ างพนื ยงิ ตามมมุ ภาคทศิ เหนือแผนที ศอย.กส็ ามารถแปลงหลกั ฐานจาก
แผนทใี หเ้ ขา้ ไปอยใู่ นหลกั ฐานการยงิ ไดง้ า่ ยขนึ ดว้ ยวางพนื ยงิ ทงั สามหมวด ดว้ ยมุมภาคทศิ เหนือและโดยใชค้ า่ มุมเยอื ง
ประจาํ นี (ซงึ ไดแ้ กผ้ ลตา่ งแต่ละกลอ้ งของกลอ้ งวดั มุมของหมวดแลว้ ทาํ ใหส้ ามารถรวมอาํ นาจการยงิ ของหมวด ต่อ
เป้าหมายตา่ งๆไดแ้ มน่ ยาํ ยงิ ขนึ )
๖๖.๒.๔.๔ การวางหมวดเครอื งยงิ ลูกระเบดิ เป็นกรวยขนานคู่ ดว้ ยมมุ ภาคทศิ เหนือแผนที (ดงั ตวั อยา่ ง
...มมุ ภาคทศิ เหนือแผนที ๕๕๘๐ มลิ เลยี ม) การปฏบิ ตั กิ ระทาํ ดงั นี.-
(สมมตุ วิ า่ คา่ มมุ เยอื งประจาํ เขยี นไวห้ น้ากลอ้ งวดั มมุ ๖๓๘๐ มลิ เลยี ม)
๖๖.๒.๔.๔.๑ ผบ.หมวด สงั ผบ.หมู่ ตงั ยงิ ทตี รงใด แลว้ หาทศิ ทางยงิ ทวั ไปดว้ ยกลอ้ งวดั มมุ
หรอื เขม็ ทศิ จงึ ใหค้ าํ สงั ตอ่ มา “หมวด - ตงั ยงิ ” แล้วชไี ปในทศิ ทางยงิ ทวั ไป เครอื งยงิ ลูกระเบดิ ทุกกระบอก ตงั ยงิ ดว้ ยมุม
อนั เดยี วกนั โดยมมุ สงู ปกติ ๑๑๐๐
๖๖.๒.๔.๔.๒ นายสบิ เครอื งมอื หรอื รอง ผบ.หมวด ตงั กลอ้ งวดั มมุ ลงทตี าํ บลหนึง ซงึ สามารถ
มองเหน็ กลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ไดท้ ุกกลอ้ งภายในหมวด โดยตงั กลอ้ งวดั มมุ มรี ะยะห่างจากวตั ถตุ ่างๆทใี หผ้ ล
กระทบกระเทอื นต่อการดงึ ดดู ของเขม็ ทศิ ดงั ต่อไปนี.-

๗๓

วตั ถุ ระยะ(เมตร)
สายไฟแรงสงู ................................ ๑๕๐
รางรถไฟ...................................... ๗๕
ยานพาหนะ..........................…... ๕๐
เครอื งยงิ , สายโทรเลข.................. ๒๕
ลวดหนาม.................................... ๑๐

๖๖.๒.๔.๔.๓ ผใู้ ชก้ ลอ้ งวดั มมุ ตอ้ งเอาหมวกเหลก็ อาวธุ ประจาํ กายและวตั ถอุ นื ๆทที าํ ดว้ ย
เหลก็ ออกไปใหห้ ่างอยา่ งน้อย ๑๐ เมตร ขณะทใี ชเ้ ขม็ ทศิ ของกลอ้ งเลง็ แลว้ .-

๖๖.๒.๔.๔.๓.๑ ปรบั ระดบั กลอ้ งวดั มมุ
๖๖.๒.๔.๔.๓.๒ ใหล้ บมุมภาคทศิ เหนือแผนที ทไี ดส้ งั ไปออกจากคา่ มมุ เยอื ง
ประจาํ ของกล้องเลง็ (บวก ๖๔๐๐ กบั คา่ มุมเยอื งประจาํ ทเี ขยี นหน้ากลอ้ ง ถา้ จาํ เป็น) ในกรณนี ีจงลบมมุ ภาคทศิ เหนือแผนที
๕๕๘๐ ออกจากคา่ มมุ เยอื งประจาํ ๖๓๘๐ ไดร้ บั ผลลพั ธท์ เี หลอื ๘๐๐ มลิ เลยี ม

ใหญ่ และส่วนยอ่ ยทกี ลอ้ งวดั มมุ ๖๖.๒.๔.๔.๓.๓ ตงั คา่ มมุ ทเี หลอื ๘๐๐ มลิ เลยี ม ลงบนมาตรามมุ ภาคของทศิ สว่ น

๖๖.๒.๔.๔.๓.๔ ปลดเขม็ ทศิ ใหเ้ ป็นอสิ ระ และหมนุ ควงหมนุ หบี เขม็ ทศิ จนกระทงั
ปลายใตข้ องเขม็ ทศิ อย่กู งึ กลางกบั ดรรชนปี รบั เขม็ ทศิ การกระทาํ เชน่ นีเป็นการปรบั ทศิ ของแนว ๐ - ๓๒๐๐ ใน

ทศิ ทางยงิ ทตี อ้ งการ (มมุ ภาคทศิ เหนือแผนที ๕,๕๘๐ มลิ เลยี ม)(รปู ที ๔๙) หลงั จากทไี ดป้ รบั ทศิ ในแนวเสน้ ๐ - ๓๒๐๐ อยู่
ในแนวทศิ ทางยงิ ทตี อ้ งการแลว้ นายสบิ เครอื งมอื กล็ ะทงิ กลอ้ งไวอ้ ยใู่ นตาํ แหน่งนี ตอ่ ไปนีไมม่ กี ารปฏบิ ตั ใิ ดๆทงั สนิ ทจี ะไป
รบกวนสว่ นเคลอื นทสี ว่ นลา่ งของกลอ้ งวดั มมุ
๖๖.๒.๔.๔.๔ ขณะทนี ายสบิ เครอื งมอื ปรบั ทศิ กลอ้ งวดั มมุ นี เครอื งยงิ ลูกระเบดิ กก็ าํ ลงั

ปฏบิ ตั ติ งั ยงิ ตามทศิ ทางยงิ ทวั ไปอยแู่ ลว้
๖๖.๒.๔.๔.๕ นายสบิ เครอื งมอื สงั “หมวด...จุดเลง็ กลอ้ งวดั มุม” พลยงิ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ
ทกุ กระบอกหมนุ กลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ ไปเลง็ จนกระทงั เสน้ ดงิ เลง็ ตรงกงึ กลางของกลอ้ งวดั มมุ แลว้ พลยงิ รายงาน “จดุ เลง็
กล้องวดั มุมทราบแลว้ ”

๖๖.๒.๔.๔.๖ การเลง็ เพอื ใหล้ าํ กลอ้ งของเครอื งยงิ ขนาน โดยแน่นอนต่อแนวเสน้ ๐ - ๓๒๐๐
ของกลอ้ งวดั มมุ นนั นายสบิ เครอื งมอื ปฏบิ ตั โิ ดยหมนุ ใหส้ ว่ นเคลอื นทสี ว่ นบนของกลอ้ งวดั มมุ เคลอื นทไี ปเลง็ ผา่ นเขา้ ไปใน
แว่นแกว้ ของกลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ จนกระทงั เสน้ ดงิ ของกลอ้ งสอ่ งเขา้ ไปทาบทบั กงึ กลางของแวน่ กลอ้ งเลง็ เครอื ง
ยงิ ลกู ระเบดิ หมายเลข ๑ โดยแน่นอน แลว้ จงึ อา่ นมาตรามุมภาคของทศิ สว่ นใหญ่ และสว่ นยอ่ ยเพอื หาคา่ เป็นมุมทศิ สง่ ไป

ยงั เครอื งยงิ ๖๖.๒.๔.๔.๗ พลยงิ ทวนคาํ สงั มมุ ทศิ และตงั ลงบนกลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ จากการช่วยเหลอื

ของพลหมายเลข ๒ ทาํ ใหพ้ ลยงิ เลง็ เครอื งยงิ ใหเ้ สน้ ดงิ ในแวน่ แกว้ กลอ้ งเลง็ ไปทาบทบั กงึ กลางของกลอ้ งวดั มมุ ไดอ้ กี ครงั
หนึง หลงั จากทเี ครอื งยงิ ไดว้ างเสน้ เลง็ และปรบั ระดบั หวอดระดบั แลว้ พลยงิ กร็ ายงาน “ปืน ๑ พรอ้ มตรวจ”

๖๖.๒.๔.๔.๘ นายสบิ เครอื งมอื หมนุ ส่วนเคลอื นทขี องกลอ้ งวดั มมุ แลว้ เลง็ ใหเ้ สน้ ดงิ ของกลอ้ ง
สอ่ งตรงกงึ กลางแวน่ แกว้ ของกลอ้ งเลง็ เครอื งยงิ อกี ตอ่ ไปกอ็ า่ นมุมทศิ อนั ใหม่ จากมาตรามุมภาคของทศิ สว่ นใหญแ่ ละ
สว่ นยอ่ ยของกลอ้ งวดั มมุ แลว้ สงั “ปืน ๑,...มมุ ทศิ .........)
๖๖.๒.๔.๔.๙ พลยงิ ทวนคาํ สงั มุมทศิ ตงั มุมทศิ บนกลอ้ งเลง็ และเลง็ ใหมต่ รงจุดกงึ กลางของ

กลอ้ งวดั มุม เมอื เครอื งยงิ ของตนพรอ้ มทจี ะตรวจใหม่อกี กร็ ายงานว่า “ปืน ๑, พรอ้ มตรวจ”
๖๖.๒.๔.๔.๑๐ การปฏบิ ตั นิ ีตอ่ เนอื งกนั ไปจนกระทงั กลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ และกลอ้ งสอ่ ง
ของกลอ้ งวดั มมุ ไดเ้ ลง็ ต่อกนั โดยมมี มุ ทศิ ไมแ่ ตกตา่ งกนั เกนิ กวา่ ๑ มลิ เลยี ม เมอื ไดเ้ ลง็ กนั ไดท้ งั สองกลอ้ งแลว้ หมายเลข ๑
(พลยงิ ) รายงาน “ปืน ๑, ศนู ยม์ ลิ เลยี ม(หรอื ต่าง ๑ มลิ เลยี ม) เครอื งยงิ วางพนื ยงิ แลว้ ” ดงั นันขณะทเี ครอื งยงิ ไดว้ างพนื ยงิ

ขนานกนั กบั แนวเสน้ ๐ - ๓๒๐๐ ของกลอ้ งวดั มุม(รปู ที ๕๐)

๗๔

๖๖.๒.๔.๔.๑๑ นายสบิ เครอื งมอื ใชว้ ธิ ปี ฏบิ ตั เิ ชน่ เดยี วกนั นี เพอื วางพนื ยงิ ของเครอื งยงิ ลกู
ระเบดิ อนื ๆ แตล่ ะกระบอกเพอื ใหห้ มวดวางพนื ยงิ กรวยขนานคู่ เมอื เครอื งยงิ ทกุ กระบอกตา่ งกข็ นานกบั แนวเสน้ ๐ - ๓๒๐๐
ของกลอ้ งวดั มมุ แลว้ แต่ละกระบอกตา่ งกม็ แี นวเสน้ แกนหลอดลาํ กลอ้ งขนานกนั และวางพนื ยงิ ในทศิ ทางยงิ ทตี อ้ งการ
(รปู ที ๕๑)

๖๖.๒.๔.๕ หมวดอาจสามารถวางพนื ยงิ ใหร้ วดเรว็ ยงิ ขนึ ไดอ้ กี โดยวางพนื ยงิ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ
ทงั หมดโดยต่อเนืองกนั ไป โดยนายสบิ เครอื งมอื อา่ นมมุ ทศิ ใหแ้ ต่กระบอกเป็นรายๆไป เมอื พลยงิ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ
เครอื งใดรายงานมาวา่ พรอ้ มตรวจ นายสบิ เครอื งมอื กอ็ า่ นมมุ ทศิ ใหมใ่ หก้ บั เครอื งยงิ กระบอกนนั ทนั ที ดว้ ยวธิ กี ารวางพนื ยงิ
ของเครอื งยงิ ทงั หมดในเวลาเดยี วกนั นี ทาํ ใหใ้ ชเ้ วลาน้อยและพรอ้ มทจี ะยงิ ได้

๖๖.๒.๔.๖ ทนั ทที เี ครอื งยงิ แตล่ ะกระบอกไดว้ างพนื ยงิ กรวยขนานคแู่ ลว้ ผบ.หมวด ใหค้ าํ สงั “มมุ ทศิ
........จาํ ลองทศิ ปักหลกั เลง็ ”(มมุ ทศิ ทจี าํ ลองทศิ ปักหลกั เลง็ นี นายทหารอาํ นวยการยงิ (นอย.) เป็นผกู้ าํ หนดมาให้ ปกตเิ ป็น
มมุ ทศิ ๒๘๐๐ มลิ เลยี ม) พลยงิ แต่ละคนตงั มมุ ทศิ ทสี งั มาลงบนกลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ ของตน โดยไมก่ ระทาํ การรบกวนการ
เลง็ ของเครอื งยงิ แลว้ เลง็ ตอ่ แนวกลอ้ งเลง็ กบั หลกั เลง็ ทงั สอง นายสบิ เครอื งมอื ครอบถงุ คลมุ กลอ้ งวดั มมุ แลว้ ทงิ กลอ้ งวดั มมุ
ไวท้ เี ดมิ เพอื จะไดม้ โี อกาสตรวจสอบตอ่ เครอื งยงิ ไดอ้ กี อยา่ งรวดเรว็ ถา้ จาํ เป็นจะตอ้ งปฏบิ ตั ิ

๖๖.๒.๔.๗ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ของแตล่ ะหมวด สามารถจะวางพนื ยงิ กรวยขนานคขู่ องหมวด โดยใชม้ มุ
ตรงทศิ การปฏบิ ตั เิ ชน่ นี ทาํ ใหต้ ดั ทอนขอ้ บกพร่องของเขม็ ทศิ ในการวางพนื ยงิ และยงั ใหผ้ ลในความแน่นอนของการวาง
พนื ยงิ เรมิ แรก

รปู ที ๔๙ กล้องวดั มุมตรงทิศต่อทิศทางยิงทีต้องการ
๖๖.๒.๔.๗.๑ มมุ ตรงทศิ คอื มุมทางระดบั เวยี นตามเขม็ นาฬกิ า จากเสน้ จุดยงิ หาหลกั ฐาน
ไปยงั แนวแสดงมมุ ภาค จดุ ยอดของมมุ อยทู่ เี ครอื งยงิ หลกั (ปืนหลกั )
๖๖.๒.๔.๗.๒ แนวแสดงมมุ ภาค เป็นเสน้ ทสี รา้ งขนึ บนพนื ดนิ โดยรทู้ ศิ ทางแลว้ ปกตชิ ดุ
การแผนทเี ป็นผสู้ รา้ งขนึ

๗๕

๖๖.๒.๔.๗.๓ นายสบิ เครอื งมอื ตงั กลอ้ งวดั มมุ ณ จุดตงั กลอ้ งหนึงบนแนวแสดงมมุ ภาค แลว้
เอาคา่ มมุ ตรงทศิ ตงั บนมาตรามุมภาคของทศิ ต่อไปจงึ เลง็ กลอ้ งสอ่ งไปยงั ปลายไกลของแนวแสดงมมุ ภาค โดยใชส้ ว่ น
เคลอื นทสี ่วนลา่ งของกลอ้ งวดั มุม ไมต่ อ้ งใชเ้ ขม็ ทศิ แมเ่ หลก็ ของกลอ้ งวดั มมุ เพอื ปรบั ทศิ การปฏบิ ตั เิ ชน่ นีทาํ ใหต้ ดั ทอน
ขอ้ บกพรอ่ งของแมเ่ หลก็ ซงึ อาจเกดิ ขนึ ในเครอื งมอื ได้ ในการอา่ นมมุ ทศิ ใหใ้ ชส้ ่วนเคลอื นทสี ว่ นบนของกลอ้ งวดั มมุ สง่
ใหก้ บั เครอื งยงิ แต่ละกระบอกในหมวด คงกระทําในลกั ษณะเดยี วกนั กบั ขอ้ ๖๖.๒.๔.๔.๕ - ๖๖.๒.๔.๔.๑๑
๖๗. หมวดวางพืนยิงกรวยขนานคดู่ ้วยกลอ้ งวดั มุมตามมมุ ภาคทิศเหนือแมเ่ หลก็

ถงึ แมว้ า่ ตามปกติ หมวดวางพนื ยงิ ขนานคดู่ ว้ ยมุมภาคทศิ เหนือแผนทกี ต็ าม แต่กย็ งั สามารถวางพนื ยงิ กรวยขนานคู่
ดว้ ยมมุ ภาคทศิ เหนือแมเ่ หลก็ ไดโ้ ดยกระทาํ ดงั นี.-

๖๗.๑ ใหล้ บมุมภาคทศิ เหนือแมเ่ หลก็ ตามทสี งั มา ออกจาก ๖๔๐๐ มลิ เลยี ม แลว้ ตงั คา่ ทเี หลอื บนมาตรามมุ ภาคของ
ทศิ สว่ นใหญแ่ ละสว่ นยอ่ ยบนกลอ้ งวดั มมุ

๖๗.๒ ปรบั ทางทศิ เครอื งมอื และการเลง็ ดงั ไดอ้ ธบิ ายอยใู่ นขอ้ ๖๖.

รปู ที ๕๐ เครืองยิงวางกรวยพืนยิงขนานคดู่ ้วยกล้องวดั มมุ
๖๘. หมวดวางพืนยิงกรวยขนานค่ดู ้วยกลอ้ งเลง็ ของเครืองยิง

๖๘.๑ เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ สามารถวางพนื ยงิ กรวยขนานคู่ โดยการใชก้ ลอ้ งเลง็ ได้ (สาํ หรบั วธิ นี ีเป็นวธิ ที ดี ที สี ดุ ต่อเมอื
เครอื งยงิ ตงั ยงิ โดยเครอื งยงิ หลกั มองเหน็ กลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ ทกุ กระบอก)

๖๘.๒ เครอื งยงิ หลกั (ปกตเิ ครอื งยงิ หมายเลข ๒) ไดว้ างพนื ยงิ ไปในทศิ ทางยงิ ทตี อ้ งการแลว้ โดยใชเ้ ขม็ ทศิ หรอื โดย
การยงิ หาหลกั ฐานตอ่ ตาํ บลทรี อู้ ยแู่ ลว้

๖๘.๓ หลงั จากทปี ืนหลกั ไดว้ างทศิ ทางแลว้ เครอื งยงิ ลูกระเบดิ อนื ๆทเี หลอื กว็ างพนื ยงิ กรวยขนานคตู่ ่อปืนหลกั
ดงั ตอ่ ไปนี.-

๗๖

รปู ที ๕๑ เครืองยิงวางพืนกรวยขนานค่ตู ามทิศทางทีต้องการ
๖๘.๓.๑ นายสบิ เครอื งมอื หรอื รอง ผบ.หมวด ไปยงั กลอ้ งเลง็ ของปืนหลกั และใหค้ าํ สงั “หมวด จุดเลง็
กลอ้ งเลง็ ” พลยงิ ของเครอื งยงิ กระบอกอนื ๆหนั กลอ้ งเลง็ ไปเลง็ ตอ่ กลอ้ งเลง้ ของปืนหลกั และรายงาน “จดุ เลง็ ทราบแลว้ ”
๖๘.๓.๒ นายสบิ เครอื งมอื หรอื รอง ผบ.หมวด หนั กลอ้ งของปืนหลกั ไปเลง็ ต่อกลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ อนื ๆ
ตามลาํ ดบั แลว้ อา่ นมมุ ทศิ ใหแ้ ต่ละเครอื งยงิ ตวั อยา่ งเชน่ “ปืน ๑ มุมทศิ .........ปืน ๓ มุมทศิ ........”
๖๘.๓.๓ พลยงิ เมอื ไดร้ บั มมุ ทศิ ทบี อกมาใหแ้ ตล่ ะกระบอกของตน กต็ งั มุมทศิ ลงบนกลอ้ งเลง็ และทาํ การเลง็ ต่อ
กล้องเลง็ ของปืนหลกั เมอื เลง็ ไมเ่ หน็ แวน่ แกว้ ของกลอ้ งเลง็ ปืนหลกั พลยงิ กเ็ ลง็ ใหเ้ สน้ ดงิ ในแวน่ แกว้ ของกลอ้ งเลง็ ของตน
อยปู่ ระมาณกงึ กลางของฐานกลอ้ งเลง็ ของปืนหลกั (รปู ที ๕๒) แลว้ กร็ ายงาน “ปืน......พรอ้ มตรวจ”
๖๘.๓.๔ ตอ่ ไปเป็นวธิ ปี ฏบิ ตั เิ ชน่ เดยี วกบั ทไี ดอ้ ธบิ ายแลว้ ในขอ้ ๖๖. หลงั จากทเี ครอื งยงิ แต่ละกระบอกไดว้ าง
กรวยขนานคแู่ ลว้ โดยมมี ุมทศิ ๐ มลิ เลยี ม(หรอื ตา่ ง ๑ มลิ เลยี ม) ลาํ กลอ้ งเครอื งยงิ ทงั หมายกข็ นานกบั ลาํ กลอ้ งเครอื งยงิ ของ
ปืนหลกั
๖๘.๓.๕ เมอื เครอื งยงิ ทงั หลายไดว้ างกรวยขนานค่ตู ่อปืนหลกั แลว้ นายสบิ เครอื งมอื กใ็ หค้ าํ สงั ปักหลกั เลง็ ตาม
แนวมมุ จําลองทศิ (ปกติ ๒๘๐๐ มลิ เลยี ม)
๖๙. หมวดวางกรวยพืนยิงขนานค่ดู ้วยเขม็ ทิศ เอม็ .๒
๖๙.๑ วธิ ที รี วดเรว็ ในการวางกรวยขนานคขู่ องหมวดนัน คอื การใชเ้ ขม็ ทศิ วธิ นี ีเป็นวธิ สี าํ รองและนํามาใชเ้ มอื ไมม่ ี
กล้องวดั มุม หรอื ในเมอื ปืนบงั คบั เทา่ นนั วธิ นี ีเป็นวธิ ที ไี มม่ คี วามแน่นอน เชน่ กบั วธิ ที ไี ดอ้ ธบิ ายมาแลว้ ขา้ งตน้
๖๙.๑.๑ กอ่ นการตงั เครอื งยงิ ผบ.หมปู่ ักหลกั ลงบนพนื ดนิ เพอื หมายเป็นทตี งั เครอื งยงิ โดยประมาณ
๖๙.๑.๒ นายสบิ เครอื งมอื หรอื รอง ผบ.หมวด บอกมมุ ภาคของทศิ ทตี อ้ งการตงั ยงิ “ตงั ยงิ มุมภาคทศิ เหนือ
แผนท.ี ......)

๗๗

รปู ที ๕๒ การเลง็ ต่อกลอ้ งเลง็ ของเครืองยิงลกู ระเบิด
๖๙.๑.๓ ผบ.หมู่ แตล่ ะคนวางเขม็ ทศิ ลงบนหวั หลกั เลง็ ทปี ักไว้ เพอื หมายทตี งั ของเครอื งยงิ แลว้ หมนุ เขม็ ทศิ ไป
ตามมุมภาคของทศิ ทตี อ้ งการตงั เครอื งยงิ โดยการเลง็ เขม็ ทศิ แลว้ สงั พลประจาํ ปืนหมายเลข ๖ ไปปักหลกั เลง็ ตามแนว
เสน้ เลง็ ของเขม็ ทศิ
๖๙.๑.๔ เครอื งยงิ แตล่ ะกระบอกตงั ยงิ ตรงหลกั ทปี ักหมายไว้ โดยถอนหลกั ออกเสยี กอ่ น แลว้ วางเสน้ เลง็
ไปตามแนวหลกั เลง็ ทเี ขม็ ทศิ เลง็ ดว้ ยมมุ ทศิ ศนู ย(์ ๐) ถา้ ไมป่ รากฏการผดิ พลาดจากเครอื งมอื และคนแลว้ ลาํ กลอ้ งเครอื งยงิ
กจ็ ะวางพนื ยงิ ขนานคกู่ นั ได้ แตต่ ามปกตแิ ลว้ จะไมม่ คี วามจรงิ เลย เพราะเนืองจากการผดิ พลาดทางเครอื งมอื และการ
ปฏบิ ตั ขิ องคนนนั ยอ่ มจะมขี อ้ บกพรอ่ งเกดิ ขนึ เสมอ
๖๙.๒ ผบ.หมวด อาจใชเ้ ขม็ ทศิ อนั เดยี วกนั วางพนื ยงิ ใหก้ บั เครอื งยงิ ทุกกระบอกกไ็ ด้ ทงั นีเพอื ตดั ทอนคา่ แตกตา่ ง
ของเขม็ ทศิ แตล่ ะอนั ออกเสยี การตดั ทอนอนั นี คอื การลดขอ้ บกพร่องทางเครอื งมอื นนั เอง มวี ธิ ที จี ะทาํ ไดอ้ กี กค็ อื การวาง
พนื ยงิ ดว้ ยเขม็ ทศิ เฉพาะเครอื งยงิ หลกั เท่านนั แลว้ วางพนื ยงิ ของเครอื งยงิ ทเี หลอื โดยใชว้ ธิ กี ลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ ไมว่ า่
ในกรณใี ด เมอื ไมส่ ามารถใชว้ ธิ กี ลอ้ งวดั มุมปฏบิ ตั ไิ ด้ หมวดมกั วางพนื ยงิ กรวยขนานคดู่ ว้ ยเขม็ ทศิ
๗๐. การรายงานการผิดพลาดในการยิง
ในเมอื พลประจาํ ปืนไดพ้ บขอ้ ผดิ พลาดทเี กดิ ขนึ ในการยงิ ตอ้ งแจง้ ให้ ผบ.หมทู่ ราบทนั ที ผบ.หมู่ กแ็ จง้ ให้ ผบ.หมวด
ทราบตอ่ ไป แลว้ ผบ.หมวด จงึ แจง้ ให้ ศอย.ทราบ เชน่ ขอ้ ผดิ พลาดต่างๆทจี ะจาํ กดั ลงไปไมไ่ ดม้ กี ารตงั มุมทศิ หรอื มมุ สงู ผดิ
การเลง็ เครอื งยงิ ผดิ หรอื ลกู ระเบดิ ยงิ เตรยี มสาํ หรบั ยงิ ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นตน้ ถา้ เกดิ การดา้ นในของลกู ระเบดิ ยงิ กร็ ายงาน
ในลกั ษณะนีดว้ ย ขอ้ ผดิ พลาดใดๆกต็ าม ควรรายงานไปยงั ศอย. เพอื ลดการสญู เสยี เวลาในการคน้ หาสาเหตุ และการแกไ้ ข
การเสอื มประสทิ ธภิ าพในเรอื งนันๆ

๗๘

๗๑. การฝึ กเป็ นหมวด
๗๑.๑ เพอื ใหไ้ ดผ้ ลดใี นการปฏบิ ตั เิ ป็นหมวด ดงั นันการฝึกหมวดจงึ อย่ใู นความอาํ นวยการของ ผบ.หมวด สาํ หรบั ใน

การฝึกเหลา่ นี ใหห้ มวดวางกรวยพนื ยงิ ขนานคู่ โดยใชว้ ธิ ใี ดวธิ หี นึงดงั ไดอ้ ธบิ ายมาแลว้ ขา้ งตน้
๗๑.๒ ผบ.หมวด ออกคาํ สงั เป็นลาํ ดบั ของคาํ สงั ยงิ ซงึ เป็นไปตามภารกจิ ปฏบิ ตั จิ รงิ ตามปกติ ผบ.หมแู่ ละพลประจาํ

ปืนแตล่ ะนายภายในหมู่ ตอ้ งปฏบิ ตั หิ น้าทตี ามระเบียบปฏบิ ตั ทิ กี าํ หนดในขอ้ ๕๑. ถงึ ขอ้ ๖๒. แตล่ ะครงั ทมี คี าํ สงั ยงิ ออกไป
นนั ตอ้ งเชอื แน่ว่าเครอื งยงิ ไดว้ างพนื ยงิ ถกู ตอ้ งและเป็นไปตามระเบยี บทกี ล่าวแลว้ โดยมกี ารตรวจสอบหม่ดู ทู ุกครงั

๗๑.๓ กาํ หนดให้ หม่.ู มคี าํ สงั ในเรอื งฝึกจาํ ลองทศิ และปักหลกั เลง็ ใหม่ และฝึกเทลกู ระเบดิ ดา้ นออกจากเครอื งยงิ ใน
ขนั ตอนการฝึกทุกขนั

๗๑.๔ เมอื เป็นดงั นี ทุกๆคนจะมคี วามชาํ นาญในหน้าทขี องหมเู่ ป็นอยา่ งดี การฝึกบุคคลภายในหมู่ ควรหมนุ เวยี นให้
มากๆภายในหมู่

๗๑.๕ การฝึกหมวด เป็นความรบั ผดิ ชอบของผบู้ งั คบั บญั ชาทเี กยี วขอ้ ง การรเิ รมิ และการแน่วแน่มจี ติ ใจในการฝึก จะ
นํามาสคู่ า่ ของการฝึก ฉะนนั ดว้ ยเหตอุ นั นี ขนั ตอนการฝึกทกี ลา่ วมาแลว้ จงึ มไิ ดน้ ํามากลา่ วไวเ้ ป็นรายละเอยี ด
๗๒. ทีตงั เครืองยิง

โดยปกตเิ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ วางเครอื งยงิ หา่ งกนั ๔๐ - ๕๐ เมตร ขนึ อยกู่ บั ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ และความจาํ เป็น
สาํ หรบั ใชก้ ารกาํ บงั และซ่อนเรน้ นนั โดยธรรมดาตอ้ งการใหเ้ ครอื งยงิ มที ตี งั ยงิ ไมเ่ ป็นแนวไดร้ ะเบยี บ แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม
เครอื งยงิ กไ็ ม่ควรตงั แยกกนั หรอื เป็นแถวหา่ งกนั มากเกนิ ไป ซงึ ผบ.หมวด ไมส่ ามารถควบคมุ และอาํ นวยการยงิ ของหม่ไู ด้

๗๙

บทที ๖
การตรวจสอบพลยิงเครืองยิงลูกระเบิด ขนาด ๑๒๐ มม.
ตอนที ๑
การเตรียมการสอน
๗๓. กล่าวทวั ไป

การตรวจสอบพลยงิ นนั เป็นการฝึกต่อจากการฝึกพลประจาํ เครอื งยงิ และเป็นขนั การกาํ หนดชนั คณุ วุฒิ ซงึ เป็น

ขนั ตอนการตรวจสอบความชาํ นาญของพลยงิ การตรวจสอบพลยงิ นันเป็นการกระตุน้ ใหท้ หารมคี วามกระตอื รอื รน้ เอาใจใส่
เป็นพเิ ศษ ทจี ะรบั การศกึ ษาอาวธุ ศกึ ษา และการฝึกพลประจาํ เครอื งยงิ การฝึกสอนทหารนีมงุ่ ใหท้ หารปฏบิ ตั ใิ นหน้าที
ของพลยงิ ใหเ้ ป็นไปตามเงอื นไขทกี าํ หนด การตรวจสอบพลยงิ นันควรจะกระทาํ ทกุ ปี โดยจดั ใหม้ กี ารตรวจสอบอยา่ ง
ตอ่ เนือง และบนั ทกึ ความชาํ นาญของพลยงิ ไว้ การตรวจสอบนันควรใหม้ สี ถานการณ์ทอี าจเกดิ ขนึ คลา้ ยกบั สภาพการรบ

จรงิ การตรวจสอบพลยงิ นีจะไมท่ ําการตรวจสอบเพยี งแต่หน้าทแี ละความชํานาญทจี ะตอ้ งปฏบิ ตั ดิ ว้ ยตนเองเทา่ นนั แตย่ งั
ตอ้ งแสดงออกถงึ ความเป็นผนู้ ําและความสามารถในการปฏบิ ตั งิ านเป็นชุด พลยงิ จะไดร้ บั อนุญาตใหเ้ ลอื กผชู้ ว่ ยของตนเอง

ในการตรวจสอบ การตรวจสอบพลยงิ นัน หน่วยควรจดั ใหม้ กี ารแขง่ ขนั กนั ในระหวา่ งบุคคล, หม,ู่ หมวด และกองรอ้ ย
หน่วยจะตอ้ งมนั ใจวา่ พลประจาํ ปืนทงั หมดของหมเู่ ขา้ รบั การตรวจสอบทกุ คน การเตรยี มการฝึก การเตรยี มการสอน และ

ในการปฏบิ ตั ิ ในการตรวจสอบพลยงิ จะตอ้ งเป็นแบบเดยี วกนั ตลอด จงึ จะไดผ้ ลลพั ธต์ ามเกณฑท์ กี าํ หนดไว้
๗๔. อปุ กรณ์และเครืองช่วยฝึ ก

ครคู วรจะใชเ้ ครอื งชว่ ยฝึกในการฝึกสอน โดยไมจ่ าํ กดั ทจี ะใหใ้ ชไ้ ดเ้ ฉพาะอปุ กรณท์ ไี ดร้ บั อนุมตั ติ ามจดั เทา่ นนั
เครอื งชว่ ยฝึกอาจจะเป็นอุปกรณ์ทปี ระดษิ ฐข์ นึ อยา่ งงา่ ย ๆ แตเ่ พมิ ประสทิ ธภิ าพในการสอน ถงึ อย่างไรกต็ ามการฝึกดว้ ย
ของจรงิ นนั ย่อมไดผ้ ลดกี วา่ ครจู ะตอ้ งระลกึ ไวเ้ สมอวา่ การเรยี นทจี ะใหผ้ ลดที สี ุดนนั ผรู้ บั การฝึกจะตอ้ งไดเ้ หน็ ไดฟ้ ังและได้

จบั ต้อง ปฏบิ ตั ดิ ว้ ยตนเองความเฉลยี วฉลาดและความชาํ นาญของครจู ะช่วยไดม้ ากในการสอน
๗๕. ขอ้ ควรเอาใจใส่ในการฝึ ก

๗๕.๑ การดาํ เนินการสอนวธิ ที ใี หป้ ระโยชน์ คอื การสาธติ ใหเ้ หน็ ถงึ ภาพการฝึก และทาํ การสอนเชงิ ประชุม ในการฝึก
ขนั ตน้ เรมิ ตน้ ดว้ ย การฝึกชุดพลประจาํ เครอื งยงิ ตอ่ ไปเป็นขนั กาํ หนดชนั คณุ วฒุ ิ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะคนไดท้ าํ การฝึกในแตล่ ะขนั
ภายใตก้ ารกาํ กบั ดแู ลของครู ครจู ะตอ้ งมกี ารกวดขนั ใหป้ ฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งแน่นอนตงั แตเ่ รมิ ตน้ สาํ หรบั ความรวดเรว็ ใน

การปฏบิ ตั นิ นั จะไดม้ าจากการปฏบิ ตั ซิ าํ บ่อย ๆ
๗๕.๒ จะไม่ยอมใหท้ หารเขา้ รบั การตรวจสอบพลยงิ จนกวา่ ทหารจะมคี วามคนุ้ เคยกบั อาวธุ ศกึ ษา ไดร้ บั การฝึก
พลประจาํ เครอื งยงิ อยา่ งถกู ตอ้ ง และมคี วามคนุ้ เคยกบั คาํ สงั ยงิ ตลอดจนการปฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั ยงิ ถกู ตอ้ งดแี ลว้
๗๕.๓ การเตรยี มการฝึก หลกั สตู รความสามารถในการใชเ้ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ประกอบดว้ ยการฝึกในปัญหาหลาย

ประการตามขนั การตรวจสอบพลยงิ การจดั ชนั คณุ วุฒิ (การตรวจสอบพลยงิ ) จะกระทาํ ภายหลงั จากทไี ดร้ บั การฝึกสอน
เบอื งตน้ มาแลว้ ถา้ มเี วลากอ็ าจใหผ้ ตู้ รวจสอบพลยงิ ไมไ่ ดพ้ ล รบั การฝึกต่อไปจนกวา่ จะผา่ นการตรวจสอบขนั นนั ไปได้

ในการเตรยี มการสอนใหบ้ นั ทกึ ความกา้ วหน้าของแตล่ ะคนในตารางบนั ทกึ ผล (รปู ที ๕๓)
๗๕.๔ เพอื ใหบ้ รรลุผลสาํ เรจ็ ครจู ะตอ้ งมกี ารเตรยี มตวั และทาํ การซอ้ มเสยี ก่อน ทจี ะมกี ารปฏบิ ตั กิ ารฝึกตอ้ งชแี จงครู

ผชู้ ว่ ยทงั การสาธติ และการสอน ผรู้ บั การฝึกทไี ดร้ บั การฝึกมากอ่ นหรอื ผทู้ มี ปี ระสบการณ์มาก่อน ควรจะไดม้ กี ารซกั ถาม
และผซู้ งึ มคี วามชาํ นาญในเรอื งการใชเ้ ครอื งยงิ ลูกระเบดิ มาเป็นครผู ชู้ ่วย หรอื ช่วยดาํ เนนิ การตามความสามารถ การกระทาํ

เชน่ นีจะช่วยใหด้ าํ เนินการสอนของครงู า่ ยขนึ
๗๕.๕ ควรจะไดร้ วมผรู้ บั การฝึก เพอื สรปุ สาระสาํ คญั ในเรอื งทไี ดท้ าํ การตรวจสอบไปแลว้ แต่ละขนั ตอน โดยทวั ๆ ไป

ในการสอนควรจะเรมิ สอนจากงา่ ยไปหายาก หรอื สงิ ทรี แู้ ลว้ ไปยงั สงิ ทยี งั ไมร่ ู้ บทเรยี นทแี ลว้ มา จะตอ้ งวางรากฐานใหด้ ี เพอื
ผลของการสอนทจี ะตามมาภายหลงั และใหป้ ฏบิ ตั ซิ าํ กนั บ่อย ๆ กจ็ ะเป็นผลใหเ้ กดิ ความเคยชนิ เป็นนสิ ยั

๗๕.๖ การสอนเป็นกลุม่ เลก็ ๆ ใหผ้ ลมากขนึ ในการฝึกสอนเป็นบคุ คลดกี วา่ การจดั เป็นกลุ่มใหญ่จะทาํ ใหท้ หารเกดิ
ความเอาใจใส่ และมกี ารถกแถลงเป็นบคุ คลมากขนึ

๗๕.๗ ครจู ะตอ้ งทาํ การวเิ คราะหผ์ ลการปฏบิ ตั อิ ยา่ งตอ่ เนือง

๘๐

ตอนที ๒
การตรวจสอบพลยิง

๗๖. คณะกรรมการตรวจสอบ

๗๖.๑ คณะกรรมการตรวจสอบประกอบไปดว้ ยทหารอยา่ งน้อย ๓ นาย ซงึ มคี วามคนุ้ เคยหรอื เป็นครสู อนเครอื งยงิ
ลกู ระเบดิ กรรมการคนหนึง ตอ้ งเป็นผทู้ เี ลอื กมาจากหน่วยตน้ สงั กดั ของผรู้ บั การตรวจสอบ โดยผบู้ งั คบั บญั ชาเป็นผอู้ อก
คาํ สงั แต่งตงั
๗๖.๒ ประธานกรรมการเป็นผกู้ าํ กบั ดแู ลการปฏบิ ตั กิ ารตรวจสอบและมอี าํ นาจชขี าด เมอื มปี ัญหาเกดิ ขนึ ในระหวา่ ง

การตรวจสอบ คณะกรรมการอาจจะจดั ใหน้ ายทหาร ๑ นาย ทาํ การตรวจสอบพลยงิ ทงั ๖ ขนั ตอน ถา้ ใชว้ ธิ นี ีนายทหาร
๑ นาย สามารถกาํ กบั ดแู ลเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ไดไ้ ม่เกนิ ๓ เครอื ง แตล่ ะเครอื งยงิ มคี รผู ชู้ ว่ ย ๑ นาย เป็นผใู้ หค้ าํ แนะนําโดย
ทวั ๆ ไป ผรู้ บั การตรวจสอบ ๔ นาย สามารถทจี ะทาํ การตรวจสอบเครอื งยงิ ๑ เครอื ง แลว้ เสรจ็ ภายในเวลา ๔ ชวั โมง
แต่อยา่ งไรกต็ าม คณะกรรมการอาจจดั ตงั ขนึ โดยใชร้ ะบบการตรวจสอบแต่ละขนั โดยใชน้ ายทหาร ๖ นาย การตรวจสอบ

ระบบนี นายทหารแต่ละนายมหี น้าทรี บั ผดิ ชอบแตล่ ะสถานี และทําการตรวจสอบแตล่ ะขนั ของการตรวจสอบพลยงิ
นายทหาร ๑ นาย สามารถควบคมุ การตรวจสอบไดถ้ งึ ๕ เครอื ง แตล่ ะเครอื งยงิ มคี รผู ชู้ ว่ ย ๑ นาย การใชว้ ธิ นี ีสามารถ

ทาํ การตรวจสอบทหารไดเ้ ป็นจาํ นวนมาก

ตารางบนั ทึกผลการใช้ ค.๑๒๐ มม.

ลาํ ดบั ยศ-ชอื สถานที ี ๑ สถานที ี ๒ สถานีที ๓ สถานที ี ๔ สถานที ี ๕ สถานีที ๖

๑. ส.อ. สรุ พล ผลโฉม + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
๒. ส.อ. สรุ ยิ น จนั ทรา + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

๓ ส.ท. บญุ สม เครอื ศรี + + + + + + + +++ ++++ ++++ +++
๔. ส.ท. ชาํ นิ ชาญรบ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

+ ++ +++ ++++ +++++

พอใช้ ดี ดมี าก ดเี ลศิ ดเี ลศิ เป็นครูได้

รปู ที ๕๓ ตวั อย่างการบนั ทึกผลความสามารถในการใช้ ค.๑๒๐ มม.

๗๗. เครืองมอื เครืองใช้ในการตรวจสอบ

๘๑

สถานี เครืองตรวจสอบ เครืองมอื เครืองใช้
๑. การตงั เครอื งยงิ
สาํ หรบั ผ้รู บั การตรวจสอบ สาํ หรบั กรรมการ
๒. การเปลยี นมมุ ทศิ และมุมสงู จาํ นวนน้อย
๓. การจาํ ลองทศิ และปักหลกั เลง็ - เครอื งยงิ ๑ - นาฬกิ าจบั เวลา ๑
๔. การเปลยี นมมุ ทศิ และมุมสงู จาํ นวนมาก
๕. การวางพนื ยงิ - กลอ้ งเลง็ ๑
๖. การปฏบิ ตั ิการยงิ สา่ ย - หลกั กาํ หนดทศิ ทางยงิ ๑

- หลกั หมายกาํ หนดทตี งั ยงิ ๑ นาฬกิ าจบั เวลา ๑
- เครอื งยงิ ๑

- กลอ้ งเลง็ ๑
- หลกั เลง็ ๒

- เครอื งยงิ ๑ - นาฬกิ าจบั เวลา ๑
- กลอ้ งเลง็ ๑

- หลกั เลง็ ๒ - นาฬกิ าจบั เวลา ๑
- เครอื งยงิ ๑

- กลอ้ งเลง็ ๑
- หลกั เลง็ ๒
- เครอื งยงิ ๑ - นาฬกิ าจบั เวลา ๑
- กลอ้ งเลง็ ๑ - กลอ้ งวดั มุม ๑

- หลกั กาํ หนดทศิ ทางยงิ ๑ - นาฬกิ าจบั เวลา ๑
- เครอื งยงิ ๑
- กลอ้ งเลง็ ๑
- หลกั เลง็ ๒

รปู ที ๕๔ ตารางตวั อย่างเครืองมือเครืองใช้ในการตรวจสอบ

หมายเหตุ เครอื งมอื เครอื งใช้ อนุญาตใหใ้ ชก้ ระสอบทราย หรอื ลงั กระสนุ รองยนื สาํ หรบั พลยงิ และพลยงิ ผูช้ ่วย
กระสอบทราบหรอื ลงั กระสนุ อนุญาตใหว้ างไว้ ณ ทตี งั ยงิ กอ่ นการตรวจสอบได้

๗๘. กฏเกณฑใ์ นการปฏิบตั ิการตรวจสอบพลยิง
๗๘.๑ สภาพการตรวจสอบจะตอ้ งกระทําใหค้ ลา้ ยคลงึ กนั เทา่ ทจี ะทาํ ได้ สาํ หรบั ผรู้ บั การตรวจสอบทุกคน

คณะกรรมการตอ้ งรบั ผดิ ชอบและมนั ใจวา่ หลกั ฐานการตรวจสอบทใี หก้ บั ผรู้ บั การตรวจสอบคนหนึงนนั จะตอ้ งไมใ่ หผ้ รู้ บั
การตรวจสอบคนอนื ๆในเรอื งเดยี วกนั ไดท้ ราบ และไม่ยอมใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบคนใดไดร้ บั การชว่ ยเหลอื ในการตงั กลอ้ ง
เลง็ หรอื ในการเลง็ ต่อเครอื งยงิ จากผรู้ บั การตรวจสอบคนทแี ลว้ มา

๗๘.๒ นายทหารทรี บั ผดิ ชอบในการดาํ เนนิ การตรวจสอบ จะตอ้ งลงนามในแผน่ บนั ทกึ คะแนน ในแตล่ ะขนั การ
ตรวจสอบพลยงิ

๗๘.๓ อนุญาตใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบเลอื กผชู้ ว่ ยของตนเองได้
๗๘.๔ เมอื ผรู้ บั การตรวจสอบตอ้ งลม้ เหลวในการตรวจสอบขนั ใดขนั หนึง อนั เนืองมาจากความผดิ พลาดของกรรมการ
ผชู้ ว่ ยกรรมการหรอื เกดิ จากการขดั ขอ้ งของกลอ้ งเลง็ และอปุ กรณอ์ นื ๆทใี ชใ้ นการตรวจสอบครงั นนั คณะกรรมการจะไม่
คาํ นงึ ถงึ ถอื วา่ เป็นโมฆะ และใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบทาํ การตรวจสอบอกี ครงั หนึงต่อไปทนั ที

๘๒

๗๘.๕ ผรู้ บั การตรวจสอบแตล่ ะคน จะตรวจสอบตามขนั ตอนการตรวจสอบแตล่ ะขนั ตอน การตรวจสอบผรู้ บั การ
ตรวจสอบปฏบิ ตั ิ ๒ ครงั

๗๘.๖ ในการตรวจสอบการตงั เครอื งยงิ ผรู้ บั การตรวจสอบหรอื กรรมการจะบอกทตี งั เครอื งยงิ พนื ทตี งั ยงิ จะตอ้ งเป็น
ผวิ พนื ดนิ ธรรมดา ซงึ ไมม่ กี ารขดุ หลมุ และทางดา้ นหลงั ของแผน่ ฐานไมม่ หี ลกั ปักกนั ไว้

๗๘.๗ การตงั กลอ้ งเลง็ จะพจิ ารณาวา่ ถกู ตอ้ งต่อเมอื ดรรชนีชตี รงขดี มาตราตามคาํ สงั ทใี หต้ งั
๗๘.๘ ใหใ้ ชข้ อบซา้ ยของหลกั เลง็ หรอื ขอบซา้ ยของหลกั กาํ หนดทศิ ทางยงิ เป็นแนววางเสน้ เลง็
๗๘.๙ ในการตรวจสอบความถกู ต้องของหวอดระดบั กรรมการจะตอ้ งพจิ ารณาถงึ ตาํ แหน่งของหวอดระดบั ตอ้ งให้
หวอดระดบั อยรู่ ะหวา่ งเสน้ สแี ดงทหี ลอดระดบั
๗๘.๑๐ หลงั จากทผี รู้ บั การตรวจสอบรายงาน “พรอ้ มหรอื ยงิ ” แลว้ เครอื งยงิ ไม่สามารถรกั ษาการเลง็ ไวไ้ ด้ เนืองจาก
การหลวมคลอนของเครอื งยงิ กรรมการจะขยบั หรอื ผลกั เครอื งยงิ (ปฏบิ ตั ใิ หเ้ กดิ การเคลอื นไหวของสว่ นเคลอื นท)ี จนกระทงั
หวอดระดบั ทางขา้ ง อยกู่ งึ กลางระหวา่ งเสน้ สแี ดงทหี ลอดระดบั แลว้ มองดใู นกลอ้ งเลง็ ถา้ เสน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ ผดิ จาก
ขอบซา้ ยของหลกั เลง็ หรอื ขอบซา้ ยของหลกั กาํ หนดทศิ ทางยงิ ภายใน ๒ มลิ เลยี ม ผรู้ บั การตรวจสอบจะไดร้ บั คะแนนเตม็
ในการตรวจสอบขนั นนั เมอื สภาพการปฏบิ ตั อิ นื ๆถกู ตอ้ ง
๗๘.๑๑ ผรู้ บั การตรวจสอบจะไดร้ บั อนุญาตใหจ้ ดั ปลอกสะพานโครงสา่ ยอย่กู งึ กลาง ก่อนทาํ การเลง็ แต่ละครงั
๗๘.๑๒ กรรมการตรวจสอบจะกาํ หนดมมุ สงู ใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบหมนุ ควงมุมสงู จากเดมิ ไดไ้ มเ่ กนิ ๒๐ รอบ
๗๘.๑๓ ภายหลงั ทผี รู้ บั การตรวจสอบรายงาน “พรอ้ ม” หรอื “ยงิ ” แลว้ ผรู้ บั การตรวจสอบปฏบิ ตั หิ รอื แกไ้ ขทสี ว่ นใด
สว่ นหนึงของเครอื งยงิ ถอื วา่ ไมไ่ ดร้ บั คะแนนในขนั การตรวจสอบขนั นนั
๗๘.๑๔ ในกรณที ไี มไ่ ดก้ ล่าวครอบคลุมไวโ้ ดยเฉพาะ ถา้ การปฏบิ ตั ขิ องผรู้ บั การตรวจสอบเป็นสาเหตุใหเ้ ครอื งยงิ
มกี ารทาํ งานผดิ ปกติ จะไมไ่ ดร้ บั คะแนนในขนั การตรวจสอบขนั นัน
๗๘.๑๕ กรรมการตรวจสอบตอ้ งมใิ หผ้ ชู้ ่วยคนอนื ๆ ทไี มไ่ ดร้ บั อนุญาตเขา้ มาชว่ ยเหลอื ผรู้ บั การตรวจสอบระหวา่ ง
การตรวจสอบ ทงั นีเพอื ใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบไดป้ ฏบิ ตั ติ ามหน้าที และมคี วามเขา้ ใจในการปฏบิ ตั แิ ตล่ ะขนั ตอน
๗๘.๑๖ ผรู้ บั การตรวจสอบตอ้ งทวนคาํ สงั ยงิ ทุกหวั ขอ้ ของคาํ สงั ยงิ
๗๘.๑๗ ผรู้ บั การตรวจสอบแต่ละคนจะปฏบิ ตั ติ ามขนั ตอนของการตรวจสอบแต่ละขนั ในหว้ งเวลาอนั หนึง ถา้ เวลา
เกนิ กวา่ ทกี าํ หนดไวจ้ ะไมไ่ ดร้ บั คะแนน
๗๘.๑๘ ในการตรวจสอบแต่ละขนั ตอน ผรู้ บั การตรวจสอบจะไดร้ บั คาํ สงั ยงิ ครงั หนึงเป็นเลขคู่ เชน่ มมุ ทศิ ๒๗๘๐
มมุ สงู ๑๑๘๐ และอกี ครงั หนึงเป็นเลขคี เชน่ มมุ ทศิ ๒๗๘๕ มมุ สงู ๑๑๓๘

ตอนที ๓ คะแนน
หลกั สตู รการจดั คณุ วฒุ ิ ๔๐
๗๙. การตรวจสอบพลยิง ๓๐
๗๙.๑ เรืองทีทาํ การตรวจสอบ ๓๐
๗๙.๑.๑ การตงั เครอื งยงิ ๔๐
๗๙.๑.๒ การเปลยี นมมุ ทศิ และมมุ สงู จาํ นวนน้อย ๓๐
๗๙.๑.๓ การจาํ ลองทศิ และปักหลกั เลง็ ๓๐
๗๙.๑.๔ การเปลยี นมุมทศิ และมุมสงู จาํ นวนมาก
๗๙.๑.๕ การวางพนื ยงิ
๗๙.๑.๖ การปฏบิ ตั กิ ารยงิ สา่ ย

รวมคะแนน ๒๐๐

๘๓

๗๙.๒ คะแนนแสดงคณุ วฒุ ิสาํ หรบั เครืองยิงลกู ระเบิด ขนาด ๑๒๐ มม.
คณุ วฒุ ิ
คะแนน เปอรเ์ ซน็

๗๙.๒.๑ พลยงิ ชนั ผเู้ ชยี วชาญ ๑๘๐ - ๒๐๐ ๙๐ - ๑๐๐
๗๙.๒.๒ พลยงิ ชนั หนึง ๑๖๐ - ๑๗๙ ๘๐ - ๘๙

๗๙.๒.๓ พลยงิ ชนั สอง ๑๔๐ - ๑๕๙ ๗๐ - ๗๙
๗๙.๒.๔ ไมไ่ ดผ้ ล นอ้ ยกว่า ๑๔๐ น้อยกวา่ ๗๐
๗๙.๓ ผรู้ บั การตรวจสอบจะนําใบให้คะแนนไปให้กรรมการแต่ละสถานี และกรรมการแตล่ ะสถานี จะลงชอื

กาํ กบั ไวท้ ใี บใหค้ ะแนนของแตล่ ะขนั การตรวจสอบ (รปู ที ๕๔ ใบใหค้ ะแนนการตรวจพลยงิ ค. ๑๒๐ มม.)
๘๐. ขนั ที ๑ การตงั เครืองยิง

๘๐.๑ สภาพการตรวจสอบ

๘๐.๑.๑ ปักหลกั เลง็ หา่ งกนั อยา่ งนอ้ ย ๒๕ เมตร กาํ หนดใหห้ ลกั เลง็ หนึงเป็นหลกั หมายกาํ หนดทตี งั ยงิ และอกี
หลกั หนึงเป็นหลกั กาํ หนดทศิ ทางยงิ

๘๐.๑.๒ วางเครอื งยงิ อยขู่ า้ งหลงั หลกั กาํ หนดทตี งั ยงิ ๑๐ เมตร กลอ้ งเลง็ อยใู่ นกล่องปิดฝาเรยี บรอ้ ย ใหม้ ี
ผชู้ ว่ ยผรู้ บั การตรวจสอบได้ ๕ คน เพอื ปฏบิ ตั หิ นา้ ที หมายเลข ๒,๓,๔,๕,๖
๘๐.๒ การปฏิบตั ิ

๘๐.๒.๑ ผรู้ บั การตรวจสอบทาํ การตรวจสอบเครอื งมอื เครอื งใช้ ดงั นี.-
๘๐.๒.๑.๑ กลอ้ งเลง็ อยใู่ นกล่อง กลอ้ งเรยี บรอ้ ยหรอื ไม่

๘๐.๒.๑.๒ ขอยดึ แผ่นฐาน โดยการหมนุ เกลยี วเร่งไม่หลวมหรอื แน่นเกนิ ไป
๘๐.๒.๑.๓ ปลอกควงแกเ้ อยี ง ไมห่ ลวมหรอื แน่นเกนิ ไป
๘๐.๒.๑.๔ ปลอกสะพานโครงสา่ ยอยกู่ งึ กลาง
๘๐.๒.๑.๕ ฝาประกบั รดั ลาํ กลอ้ ง รดั แน่นไม่หลวมเกนิ ไป

๘๐.๒.๒ หมายเลข ๒ ตรวจดเู ดอื ยทา้ ยลาํ กลอ้ งยดึ ตดิ กบั แผน่ ฐานเรยี บรอ้ ย
๘๐.๒.๓ หมายเลข ๓ ตรวจดปู ลอกยดึ ขาหยงั ซา้ ย - ขวา ไม่แน่นเกนิ ไป
๘๐.๒.๔ เมอื ผรู้ บั การตรวจสอบเรยี บรอ้ ย พรอ้ มทจี ะรบั คาํ สงั กรรมการตรวจสอบใหค้ าํ สงั “ตรงหนา้ -
ตงั เครอื งยงิ ”

๘๐.๒.๕ เมอื ไดร้ บั คาํ สงั หมายเลข ๒,๓,๔,๕,๖ นําเครอื งยงิ เขา้ ทตี งั ยงิ ตามตาํ แหน่งของตน ผรู้ บั การ
ตรวจสอบทาํ หน้าทพี ลยงิ นํากลอ้ งเลง็ มาตงั มุมทศิ มมุ ทศิ ๓๒๐๐ (กลอ้ งเลง็ เอม็ .๕๓) มุมสงู ๑๑๐๐ ทาํ การเลง็ ต่อหลกั

กาํ หนดทศิ ทางยงิ เมอื ทาํ การเลง็ ถกู ตอ้ งแลว้ ผรู้ บั การตรวจสอบรายงาน “พรอ้ ม”
๘๐.๒.๖ หมายเลข ๒ และ ๖ อาจชว่ ยเลง็ ทางดา้ นหลงั ของเครอื งยงิ

๘๐.๒.๗ การจบั เวลา เรมิ จบั เวลาตงั แต่จากคาํ สงั “ตงั เครอื งยงิ ” จนถงึ ผรู้ บั การตรวจสอบรายงาน “พรอ้ ม”
๘๐.๓ การให้คะแนน

๘๐.๓.๑ ผรู้ บั การตรวจสอบ จะไมไ่ ดร้ บั คะแนนเมอื

๘๐.๓.๑.๑ เวลาเกนิ ๙๐ วนิ าที
๘๐.๓.๑.๒ กลอ้ งเลง็ ตงั ไมต่ รงมุมทศิ ๓๒๐๐ และมมุ สงู ๑๑๐๐
๘๐.๓.๑.๓ หวอดระดบั ทางขา้ ง หรอื หวอดระดบั ทางสงู ไมอ่ ย่กู งึ กลาง
๘๐.๓.๑.๔ เสน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ ผดิ จากภาพการเลง็ ทถี กู ตอ้ งมากกวา่ ๒ มลิ เลยี ม

๒ รอบ ๘๐.๓.๑.๕ ปลอกสะพานโครงส่ายไม่อยกู่ งึ กลาง ไปอยทู่ างขวา หรอื ทางซา้ ยจากจุดกงี กลางมากกวา่

๘๐.๓.๑.๖ แผน่ ฐานไม่อยใู่ นตาํ แหน่งทถี กู ตอ้ งตรงกบั หลกั หมายกาํ หนดทตี งั ยงิ

๘๔

๘๐.๓.๒ เมอื เครอื งยงิ ตงั ถูกตอ้ งภายในขอ้ จาํ กดั ทกี าํ หนดไว้ จะไดร้ บั คะแนน ดงั นี.-

เวลา คะแนนทีได้

๖๕ หรอื น้อยกวา่ ๒๐

๖๖ - ๗๐ ๑๘
๗๑ - ๗๕ ๑๖

๗๖ - ๘๐ ๑๔
๘๑ - ๘๕ ๑๒

๘๖ - ๙๐ ๑๐
๙๑ หรอื มากกวา่ ๐
คะแนนเตม็ (ปฏิบตั ิ ๒ ครงั ) ๔๐

๘๑. ขนั ที ๒ การเปลียนมมุ ทิศและมมุ สงู จาํ นวนน้อย
๘๑.๑ สภาพการตรวจสอบ
๘๑.๑.๑ เครอื งยงิ ไดต้ งั เครอื งยงิ อยแู่ ลว้ ตามปกติ ประกอบดว้ ยหลกั เลง็ ๒ หลกั ซงึ หลกั เลง็ อนั ไกลปักในระยะ

๑๐๐ เมตร และหลกั เลง็ อนั ใกลป้ ักในระยะ ๕๐ เมตร หา่ งจากทตี งั ยงิ ตงั มมุ ทศิ ๒๘๐๐ และมมุ สงู ๑๑๐๐ จดั ปลอกสะพาน
โครงสา่ ยอยกู่ งึ กลางทาํ การเลง็ ต่อขอบซา้ ยของหลกั เลง็ ปรบั หวอดระดบั ทางขา้ งและมมุ สงู ใหอ้ ยกู่ งึ กลาง

๘๑.๑.๒ การเปลยี นมุมทศิ แต่ละครงั ตอ้ งไมม่ ากกวา่ ๖๐ มลิ เลยี ม และไมน่ ้อยกวา่ ๒๐ มลิ เลยี ม การเปลยี นมมุ
สงู แต่ละครงั ตอ้ งไมม่ ากกวา่ ๙๐ มลิ เลยี ม และไมน่ ้อยกวา่ ๓๕ มลิ เลยี ม

๘๑.๑.๓ สาํ หรบั การตรวจสอบแตล่ ะครงั ผรู้ บั การตรวจสอบทาํ หน้าทพี ลยงิ อยทู่ างดา้ นซา้ ยของเครอื งยงิ และ
ทาํ การตรวจสอบความถกู ตอ้ งในเบอื งตน้ ตามขอ้ ๘๑.๑.๑

๘๑.๑.๔ อนุญาตใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบใชม้ อื ซา้ ยจบั ควงมมุ ทศิ ของกลอ้ งเลง็ ไวก้ อ่ นการเรมิ ตน้ การตรวจสอบ
และครงั และเลอื กผชู้ ่วยได้ ๑ คน ปรบั หวอดระดบั ทางขา้ ง

๘๑.๒ การปฏิบตั ิ
๘๑.๒.๑ เมอื ผรู้ บั การตรวจสอบเรยี บรอ้ ยพรอ้ มทจี ะรบั คาํ สงั กรรมการใหค้ าํ สงั ยงิ เรมิ แรก ตวั อย่างเชน่ “หมู่

หนึง, กระสนุ ระเบดิ กระทบแตกไว, หนึงนัด, มมุ ทศิ สองแปดหา้ หา้ , สว่ นบรรจสุ อง, มมุ สงู หนึงหนึงเจด็ หา้ ”
๘๑.๒.๒ ผรู้ บั การตรวจสอบทวนคาํ สงั ยงิ แต่ละหวั ขอ้ ทาํ การตงั มุมทศิ และมมุ สงู ตามคาํ สงั ทกี ลอ้ งเลง็ เลอื น

เสน้ เลง็ ไปเลง็ ตอ่ หลกั เลง็ ตามภาพการเลง็ ทถี กู ตอ้ ง ปรบั หวอดระดบั ทางขา้ งและหวอดระดบั มมุ สงู ใหอ้ ยกู่ งี กลาง ในทนั ที
ทเี ลง็ เรยี บรอ้ ยผรู้ บั การตรวจสอบสงั “ยงิ ”

๘๑.๒.๓ การจบั เวลาเรมิ จบั เวลาตงั แต่สนิ คาํ สงั มมุ สงู จนถงึ ผรู้ บั การตรวจสอบสงั “ยงิ ”
๘๑.๓ การให้คะแนน

๘๑.๓.๑ ผรู้ บั การตรวจสอบจะไม่ไดร้ บั คะแนนเมอื
๘๑.๓.๑.๑ เวลาเกนิ ๓๕ วนิ าที
๘๑.๓.๑.๒ ตงั มมุ ทศิ หรอื มมุ สงู ทกี ลอ้ งเลง็ ไม่ถูกตอ้ ง
๘๑.๓.๑.๓ หวอดระดบั ทางขา้ งหรอื หวอดระดบั มมุ สงู ไม่อยกู่ งึ กลาง
๘๑.๓.๑.๔ เสน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ ผดิ จากภาพการเลง็ ทถี กู ตอ้ ง มากกวา่ ๒ มลิ เลยี ม

๘๑.๓.๒ เมอื เครอื งยงิ ตงั ถกู ตอ้ งภายในขอ้ จาํ กดั ทกี าํ หนดไวจ้ ะไดร้ บั คะแนน ดงั นี.-

๘๕

เวลา(วินาที) คะแนนทีได้

๒๐ หรอื น้อยกวา่ ๑๕

๒๑ - ๒๓ ๑๓
๒๔ - ๒๖ ๑๑

๒๗ - ๒๙ ๙
๓๐ - ๓๒ ๗

๓๓ - ๓๕ ๕
๓๖ หรอื มากกวา่ ๐
คะแนนเตม็ (ปฏิบตั ิ ๒ ครงั ) ๓๐

๘๒. ขนั ที ๓ การจาํ ลองทิศและปักหลกั เลง็
๘๒.๑ สภาพการตรวจสอบ
๘๒.๑.๑ เครอื งยงิ ไดต้ งั ยงิ อยแู่ ลว้ ตามปกติ ประกอบดว้ ยหลกั เลง็ ๒ หลกั ซงึ หลกั เลง็ อนั ไกลปักในระยะ ๑๐๐

เมตร และหลกั ใกลป้ ักในระยะ ๕๐ เมตร หา่ งจากทตี งั ยงิ ผรู้ บั การตรวจสอบจะไดร้ บั คาํ สงั ใหต้ งั มมุ ทศิ ระหวา่ ง ๒๘๖๐ และ
๒๗๔๐ ซงึ เหตผุ ลนีกเ็ พราะวา่ ในการปรบั กรวยนันแต่ละเครอื งมกั จะมมี ุมทศิ ไมเ่ ทา่ กนั กรรมการจะใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบ
ตงั มมุ ทศิ ก่อนการตรวจสอบ ตวั อยา่ งเชน่ หม่หู นึง, มมุ ทศิ สองแปดสามศนู ย,์ มมุ สงู หนึงหนึงรอ้ ย พลยงิ ตงั มมุ ทศิ และมมุ สงู
แลว้ ทาํ การเลง็ ตอ่ หลกั เลง็ โดยใชค้ วงสา่ ย (เหตผุ ลกเ็ พอื ใหป้ ลอกสะพานโครงสา่ ยเคลอื นทอี อกไปจากจุดกงึ กลาง) ปรบั
หวอดระดบั ทางขา้ งและหวอดระดบั มุมสงู ใหอ้ ย่กู งึ กลาง

๘๒.๑.๒ ผรู้ บั การตรวจสอบตรวจดสู ภาพตา่ งๆ ตงั ไวถ้ กู ตอ้ งก่อนทาํ การตรวจสอบแตล่ ะครงั
๘๒.๑.๓ การใหค้ าํ สงั ยงิ ในการเปลยี นมุมทศิ ตอ้ งไมม่ ากกวา่ ๒๕ มลิ เลยี ม และไมน่ ้อยกวา่ ๕ มลิ เลยี ม
๘๒.๑.๔ อนุญาตใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบเลอื กผชู้ ว่ ยได้ ๔ คน คนหนึงเป็นคนปักหลกั เลง็ และอกี ๒ คน เป็นคน
ยกขาหยงั และอกี ๑ คน ปรบั หวอดระดบั ทางขา้ ง
๘๒.๒ การปฏิบตั ิ
๘๒.๒.๑ เมอื ผรู้ บั การตรวจสอบเรยี บรอ้ ยพรอ้ มทจี ะรบั คาํ สงั กรรมการใหค้ าํ สงั ยงิ ตวั อยา่ งเชน่ “มมุ ทศิ
สองแปดสองศนู ย์ จาํ ลองทศิ ปักหลกั เลง็ ”
๘๒.๒.๒ ผรู้ บั การตรวจสอบทวนคาํ สงั ยงิ แตล่ ะหวั ขอ้ ตงั มมุ ทศิ ทกี ลอ้ งเลง็ ตามหลกั ฐานของคาํ สงั ยงิ แลว้
ผชู้ ว่ ยคนหนึงไปปักหลกั เลง็ ในแนวเสน้ เลง็ ใหม่ เมอื ปักหลกั เลง็ เสรจ็ เรยี บรอ้ ย ผรู้ บั การตรวจสอบจดั ปลอกสะพานโครงสา่ ย
ใหอ้ ยกู่ งี กลาง และโดยการชว่ ยเหลอื ของพลยงิ ผชู้ ว่ ยยกขาหยงั นําเสน้ เลง็ ของกลอ้ งเลง็ ไปเลง็ ตอ่ หลกั เลง็ ใหม่ เมอื ทําการ
เลง็ เรยี บรอ้ ย ผรู้ บั การตรวจสอบรายงาน “พรอ้ ม” การปฏบิ ตั เิ ชน่ นีเพอื ประกนั วา่ สาํ หรบั ภารกจิ ยงิ ต่อๆไปนนั เครอื งยงิ
สามารถใชค้ วงสา่ ยไปทางขวาและทางซา้ ยไดอ้ ยา่ งเตม็ ที
๘๒.๒.๓ การจบั เวลา เรมิ จบั เวลาตงั แตส่ นิ คาํ สดุ ทา้ ยของมุมทศิ จนถงึ ผรู้ บั การตรวจสอบรายงาน “พรอ้ ม”
๘๒.๓ การให้คะแนน
๘๒.๓.๑ ผรู้ บั การตรวจสอบไมไ่ ดร้ บั คะแนนเมอื

๘๒.๓.๑.๑ เวลาเกนิ ๗๕ วนิ าที
๘๒.๓.๑.๒ หมนุ ควงสา่ ยก่อนทจี ะปักหลกั เลง็ ใหม่
๘๒.๓.๑.๓ การตงั มมุ ทศิ หรอื มมุ สงู ทกี ลอ้ งเลง็ ไมถ่ ูกตอ้ ง
๘๒.๓.๑.๔ เสน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ ผดิ ไปจากขอบซา้ ยของหลกั เลง็ มากกวา่ ๒ มลิ เลยี ม
๘๒.๓.๑.๕ ปลอกสะพานโครงส่ายไม่อยกู่ งึ กลาง ไปอยทู่ างขวาหรอื ทางซา้ ยมากกวา่ ๒ รอบ
๘๒.๓.๑.๖ หวอดระดบั ทางขา้ งหรอื หวอดระดบั มมุ สงู ไม่อยกู่ งึ กลาง

๘๒.๓.๒ เมอื เครอื งยงิ ตงั ถูกตอ้ งภายในขอ้ จาํ กดั ทกี าํ หนดไว้ จะไดร้ บั คะแนน ดงั นี.-

๘๖

เวลา(วินาที) คะแนนทีได้

๖๐ หรอื น้อยกวา่ ๑๕

๖๑ - ๖๓ ๑๓
๖๔ - ๖๖ ๑๑
๖๗ - ๖๙ ๙
๗๐ - ๗๒ ๗

๗๓ - ๗๕ ๕
๗๖ หรอื มากกวา่ ๐
คะแนนเตม็ (ปฏิบตั ิ ๒ ครงั ) ๓๐

๘๓. ขนั ที ๔ การเปลียนมมุ ทิศและมมุ สงู จาํ นวนมาก
๘๓.๑ สภาพการตรวจสอบ
๘๓.๑.๑ เครอื งยงิ ตงั ยงิ ไวแ้ ลว้ ตามปกติ ตงั มุมทศิ ๒๘๐๐ และมมุ สงู ๑๑๐๐ ทาํ การเลง็ ตอ่ หลกั เลง็ ไวเ้ รยี บรอ้ ย

ปลอกสะพานโครงสา่ ยอยกู่ งึ กลาง(ไปทางขวาหรอื ทางซา้ ยไมเ่ กนิ ๒ รอบ)
๘๓.๑.๒ อนุญาตใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบเลอื กผชู้ ว่ ยได้ ๔ คน ทาํ หน้าทชี ว่ ยเหลอื ในการยกขาหยงั และปรบั

หวอดระดบั ทางขา้ ง
๘๓.๑.๓ ผรู้ บั การตรวจสอบทาํ หน้าทพี ลยงิ และอนุญาตใหใ้ ชม้ อื ซา้ ยจบั อยทู่ คี วงมมุ ทศิ ได้
๘๓.๑.๔ การใหค้ าํ สงั ในการเปลยี นมมุ ทศิ ตอ้ งไมม่ ากกว่า ๓๐๐ มลิ เลยี ม และไมน่ ้อยกว่า ๒๐๐ มลิ เลยี ม
๘๓.๑.๕ การใหค้ าํ สงั ในการเปลยี นมมุ สงู ตอ้ งไมม่ ากกวา่ ๒๐๐ มลิ เลยี ม และไมน่ ้อย ๑๐๐ มลิ เลยี ม

๘๓.๒ การปฏิบตั ิ
๘๓.๒.๑ เมอื ผรู้ บั การตรวจสอบเรยี บรอ้ ย พรอ้ มทจี ะรบั คาํ สงั กรรมการใหค้ าํ สงั ยงิ ตวั อยา่ งเช่น “หมหู่ นึง,

กระสนุ ระเบดิ กระทบแตกไว, หนึงนดั , มมุ ทศิ สามศนู ยส์ หี า้ , สว่ นบรรจสุ อง, มมุ สงู หนึงสองหนึงหา้ ”
๘๓.๒.๒ ผรู้ บั การตรวจสอบทวนคาํ สงั ยงิ แต่ละหวั ขอ้ แลว้ ตงั มมุ ทศิ และมมุ สงู ทกี ลอ้ งเลง็ ตามหลกั ฐานของ

คาํ สงั ยงิ ทาํ การเลง็ ตอ่ หลกั เลง็ ดว้ ยการเลง็ แกไ้ ขชวั คราวในทนั ทที ที าํ การเลง็ เรยี บรอ้ ย ผรู้ บั การตรวจสอบสงั “ยงิ ”
๘๓.๒.๓ สาํ หรบั การตรวจสอบครงั ทสี อง จะตอ้ งสงั มมุ ทศิ และมมุ สงู ใหแ้ ตกต่างไปจากครงั แรก
๘๓.๒.๔ การจบั เวลาเรมิ จบั เวลาตงั แต่สนิ สว่ นของมมุ สงู ของคาํ สงั ยงิ จนถงึ ผรู้ บั การตรวจสอบสงั “ยงิ ”

๘๓.๓ การให้คะแนน
๘๓.๓.๑ ผรู้ บั การตรวจสอบจะไมไ่ ดร้ บั คะแนนเมอื
๘๓.๓.๑.๑ เวลาเกนิ ๖๐ วนิ าที
๘๓.๓.๑.๒ การตงั มุมทศิ หรอื มมุ สงู ทกี ลอ้ งเลง็ ไมถ่ ูกตอ้ ง
๘๓.๓.๑.๓ หวอดระดบั ทางขา้ งหรอื หวอดระดบั มมุ สงู ไม่อยกู่ งึ กลาง
๘๓.๓.๑.๔ เสน้ ดงิ ของกล้องเลง็ ผดิ จากภาพการเลง็ ทถี กู ตอ้ ง มากกวา่ ๒ มลิ เลยี ม
๘๓.๓.๑.๕ ปลอกสะพานโครงสา่ ยเคลอื นออกไปจากจุดกงึ กลาง ไปทางขวาหรอื ทางซา้ ยมากกวา่

๒ รอบ

๘๓.๓.๒ เมอื เครอื งยงิ ตงั ถูกตอ้ งภายในขอ้ จาํ กดั ทกี าํ หนดไวจ้ ะไดร้ บั คะแนน ดงั นี.-

๘๗

เวลา คะแนนทีได้

๓๕ หรอื น้อยกวา่ ๒๐

๓๖ - ๔๐ ๑๘
๔๑ - ๔๕ ๑๖

๔๖ - ๕๐ ๑๔
๕๑ - ๕๕ ๑๒

๕๖ - ๖๐ ๑๐
๖๑ หรอื มากกวา่ ๐
คะแนนเตม็ (ปฏิบตั ิ ๒ ครงั ) ๔๐

๘๔. ขนั ที ๕ การวางพืนยิง
๘๔.๑ สภาพการตรวจสอบ
๘๔.๑.๑ กรรมการตงั เครอื งยงิ ตามมมุ ภาคไวใ้ นครงั แรก และอนุญาตใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบ เลอื กผชู้ ว่ ยได้ ๓

คน เพอื ชว่ ยยกขาหยงั และปรบั หวอดระดบั ทางขา้ ง
๘๔.๑.๒ ผรู้ บั การตรวจสอบตงั มุมทศิ ๓๒๐๐ และมมุ สงู ๑๑๐๐ ทกี ลอ้ งเลง็ ทาํ การเลง็ ไปทหี ลกั กาํ หนด

ทศิ ทางยงิ ซงึ ปักอยหู่ า่ งขา้ งหน้าทตี งั ยงิ ๒๕ เมตร ตามมมุ ภาคครงั แรก ปลอกสะพานโครงสา่ ยอยกู่ งึ กลาง
๘๔.๑.๓ มมุ ภาคทวี างพนื ยงิ ตอ้ งไมม่ ากกวา่ ๒๐๐ มลิ เลยี ม และไมน่ ้อยกวา่ ๑๕๐ มลิ เลยี ม จากมมุ ภาค

ครงั แรก
๘๔.๑.๔ กรรมการตงั กลอ้ งวดั มมุ หา่ งจากเครอื งยงิ ประมาณ ๒๕ เมตร ปรบั กลอ้ งใหไ้ ดร้ ะดบั วางแนวเสน้ ๐ -

๓๒๐๐ ตามมุมภาคทจี ะสงั ใหเ้ ครอื งยงิ วางพนื ยงิ ถา้ ไมม่ กี ลอ้ งวดั มมุ กอ็ าจจะใชก้ ลอ้ งเลง็ เอม็ .๕๓ ทดแทนได้
๘๔.๑.๕ อนุญาตใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบ ใชม้ อื ซา้ ยจบั ควงมมุ ทศิ ของกลอ้ งเลง็ ไวก้ ่อนการเรมิ ตน้ การตรวจสอบ

แต่ละครงั
๘๔.๒ การปฏิบตั ิ

๘๔.๒.๑ กรรมการเป็นผใู้ ช้กลอ้ งวดั มมุ หมนุ กลอ้ งวดั มมุ ไปเลง็ ตอ่ กลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ แลว้ สงั วา่ “จดุ เลง็
กล้องวดั มุม”

๘๔.๒.๒ ผรู้ บั การตรวจสอบหมนุ กลอ้ งเลง็ ไปหากลอ้ งวดั มุมแลว้ ตอบวา่ “จดุ เลง็ ทราบแลว้ ”
๘๔.๒.๓ กรรมการสงั มุมทศิ ใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบตงั ทกี ลอ้ งเลง็ ตวั อยา่ งเช่น “หมหู่ นึง, มมุ ทศิ สองสามหนึง
หา้ ”
๘๔.๒.๔ ผรู้ บั การตรวจสอบทวนคาํ สงั เรอื งมมุ ทศิ แลว้ ตงั มมุ ทศิ ทกี ลอ้ งเลง็ นําเสน้ เลง็ ไปเลง้ ตอ่ จดุ กงึ กลาง
แว่นแกว้ กลอ้ งวดั มมุ เมอื เลง็ เรยี บรอ้ ยแลว้ รายงาน “หมหู่ นึง พรอ้ มตรวจ”
๘๔.๒.๕ เมอื ผรู้ บั การตรวจสอบรายงาน “หมหู่ นึง พรอ้ มตรวจ” กรรมการกส็ งั มมุ ทศิ ใหมใ่ นทนั ทโี ดยไม่ชกั ชา้
๘๔.๒.๖ เมอื การปฏบิ ตั เิ สรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ผรู้ บั การตรวจสอบรายงาน “หมหู่ นึง ศนู ย(์ หรอื ตา่ งหนึง)มลิ เลยี ม
เครอื งยงิ วางพนื ยงิ แลว้ ”
๘๔.๒.๗ การจบั เวลา เรมิ จบั เวลาตงั แต่กรรมการสงั มุมทศิ ครงั แรกจนถงึ ผรู้ บั การตรวจสอบรายงาน “หมหู่ นงึ
ศนู ย(์ หรอื ต่างหนึง)มลิ เลยี ม เครอื งยงิ วางพนื ยงิ แลว้ ”
๘๔.๓ การให้คะแนน

๘๔.๓.๑ ผรู้ บั การตรวจสอบจะไมไ่ ดร้ บั คะแนนเมอื
๘๔.๓.๑.๑ เวลาเกนิ ๑ นาที ๕๕ วนิ าที

๘๘

๘๔.๓.๑.๒ ตงั มุมทศิ ทกี ลอ้ งเลง็ ไมถ่ กู ตอ้ ง
๘๔.๓.๑.๓ หวอดระดบั ทางขา้ งและหวอดระดบั มมุ สงู ไม่อยกู่ งึ กลาง
๘๔.๓.๑.๔ เสน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ เมอื เลง็ แลว้ ผดิ ไปจากกงึ กลางแวน่ กลอ้ งวดั มมุ มากกวา่ ๑ มลิ เลยี ม
๘๔.๓.๒ เมอื เครอื งยงิ วางพนื ยงิ ถูกตอ้ งภายในขอ้ จาํ กดั ทกี าํ หนดไว้ จะไดร้ บั คะแนนดงั นี.-

เวลา(วินาที) คะแนนทีได้

๖๕ หรอื น้อยกวา่ ๑๕

๖๖ - ๗๐ ๑๔
๗๑ - ๗๕ ๑๓

๗๖ - ๘๐ ๑๒
๘๑ - ๘๕ ๑๑

๘๖ - ๙๐ ๑๐
๙๑ - ๙๕ ๙
๙๖ - ๑๐๐ ๘
๑๐๑ - ๑๐๕ ๗

๑๐๖ - ๑๑๐ ๖
๑๑๑ - ๑๑๕ ๕
๑๑๖ หรอื มากกวา่ ๐
คะแนนเตม็ (ปฏิบตั ิ ๒ ครงั ) ๓๐

๘๕. ขนั ที ๖ การปฏิบตั ิการยิงส่าย
๘๕.๑ สภาพการตรวจสอบ
๘๕.๑.๑ เครอื งยงิ ตงั เครอื งยงิ ไวแ้ ลว้ ตามปกติ ตงั มุมทศิ ๒๘๐๐ มมุ สงู ๑๑๐๐ ทกี ลอ้ งเลง็ ทาํ การเลง็ ตอ่

หลกั เลง็ และปลอกสะพานโครงสา่ ยอยกู่ งึ กลาง
๘๕.๑.๒ เมอื เครอื งยงิ ทาํ การเลง็ เรยี บรอ้ ย กรรมการใหค้ าํ สงั “เตรยี มสา่ ยขวา(ซา้ ย)” ผรู้ บั การตรวจสอบ

สา่ ยเครอื งยงิ ไปทางซา้ ย(ขวา) จนสดุ แลว้ สา่ ยกลบั คนื ๒ รอบ เพอื ใหม้ ชี ่องวา่ งสาํ หรบั ใชค้ วงสา่ ยเลอื นเสน้ เลง็ ผรู้ บั การ
ตรวจสอบจะไมท่ าํ การเลง็ ต่อหลกั เลง็ จนกวา่ จะไดร้ บั คาํ สงั

๘๕.๑.๓ กรรมการจะไมส่ งั เปลยี นมมุ ทศิ
๘๕.๑.๔ จาํ นวนลกู ระเบดิ ทสี งั ยงิ ตอ้ ง ๔ นัดเสมอ
๘๕.๑.๕ จาํ นวนรอบของการสา่ ยระหวา่ งการยงิ แตล่ ะนัด ตอ้ งเป็น ๒ หรอื ๓ รอบ
๘๕.๑.๖ การเปลยี นมมุ สงู จะสงั ไมม่ ากกวา่ ๙๐ มลิ เลยี ม และไม่น้อยกวา่ ๓๐ มลิ เลยี ม
๘๕.๑.๗ อนุญาตใหผ้ รู้ บั การตรวจสอบ เลอื กผชู้ ว่ ยได้ ๔ คน เพอื ชว่ ยยกขาหยงั ในระหวา่ งการตรวจสอบ

๘๕.๒ การปฏิบตั ิ กรรมการใหค้ าํ สงั ยงิ ตวั อยา่ งเชน่ “สนี ัด, สา่ ยขวาสามรอบ,
๘๕.๒.๑ เมอื ผรู้ บั การตรวจสอบเรยี บรอ้ ย

สว่ นบรรจสุ อง, มมุ สงู หนึงหนึงเจด็ หา้ ”

๘๙

๘๕.๒.๒ ผรู้ บั การตรวจสอบทวนคาํ สงั ยงิ แตล่ ะหวั ขอ้ ตงั มุมสงู ทกี ลอ้ งเลง็ ผชู้ ว่ ยยกขาหยงั เลอื นเสน้ เลง็ ไปเลง็
ตอ่ หลกั เลง็ ปรบั หวอดระดบั ทางขา้ งและหวอดระดบั มมุ สงู ใหอ้ ยกู่ งึ กลาง เมอื ทาํ การเลง็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหค้ าํ สงั “ยงิ หนึง”
แลว้ สา่ ยเครอื งยงิ โดยใชค้ วงสา่ ยไปทางขวา ตามจาํ นวนรอบทตี อ้ งการ ในขณะเดยี วกนั กป็ รบั หวอดระดบั ทางขา้ งไปดว้ ย
แลว้ สงั “ยงิ สอง” สา่ ยเครอื งยงิ พรอ้ มกบั ปรบั หวอดระดบั ทางขา้ งไปดว้ ย แลว้ สงั “ยงิ สาม” สา่ ยเครอื งยงิ พรอ้ มกบั ปรบั
หวอดระดบั ทางขา้ งไปดว้ ย แลว้ สงั “ยงิ ส”ี

๘๕.๒.๓ การจบั เวลา เรมิ จบั เวลาตงั แต่กรรมการสงั สนิ สดุ สว่ นของมมุ สงุ จนถงึ ผรู้ บั การตรวจสอบสงั ยงิ สี
๘๕.๓ การให้คะแนน

๘๕.๓.๑ ผรู้ บั การตรวจสอบจะไมไ่ ดร้ บั คะแนนเมอื
๘๕.๓.๑.๑ เวลาเกนิ ๘๐ วนิ าที
๘๕.๓.๑.๒ ผรู้ บั การตรวจสอบไมส่ งั ยงิ แตล่ ะนดั
๘๕.๓.๑.๓ ตงั มุมสงู ทกี ลอ้ งเลง็ ไมถ่ ูกตอ้ ง
๘๕.๓.๑.๔ ผรู้ บั การตรวจสอบไมป่ รบั หวอดระดบั ทางขา้ งกอ่ นทจี ะทาํ การยงิ แต่ละนัด
๘๕.๓.๑.๕ หวอดระดบั ทางขา้ งไมอ่ ยกู่ งึ กลางหลงั จากยงิ นดั สุดท้าย
๘๕.๓.๑.๖ เสน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ คลาดเคลอื นมากกวา่ ๒๐ มลิ เลยี ม หลงั จากทกี รรมการไดส้ า่ ยเครอื งยงิ

กลบั ไปในทางตรงขา้ มตามจาํ นวนรอบทสี า่ ยไปตามทกี าํ หนดไวใ้ นคาํ สงั ยงิ แลว้ ปรบั หวอดระดบั ทางขา้ งใหอ้ ยกู่ งึ กลาง
ตวั อยา่ งเช่น คาํ สงั ยงิ สงั ยงิ สา่ ย ๓ รอบ จาํ นวนรอบทงั หมดทผี รู้ บั การตรวจสอบสา่ ยควรจะเป็น ๙ รอบ (จาํ นวนรอบเทา่ กบั
จาํ นวนนดั ทยี งิ ลบดว้ ยหนึง คณู ดว้ ยจาํ นวนรอบทสี งั ยงิ ) กรรมการสา่ ยควงสา่ ยกลบั คนื ๙ รอบ ทาํ การปรบั หวอดระดบั ทาง
ขา้ งและตรวจดเู สน้ ดงิ ของกลอ้ งเลง็ ตอ้ งอยทู่ ขี อบซา้ ยของหลกั เลง็ หรอื ผดิ ไมเ่ กนิ ความคลาดเคลอื นทกี าํ หนดไว้

๘๕.๓.๒ เมอื ปฏบิ ตั กิ ารยงิ ถกู ตอ้ งภายในขอ้ จาํ กดั ทกี าํ หนด จะไดร้ บั คะแนนดงั นี.-

เวลา(วินาที) คะแนนทีได้

๕๐ หรอื น้อยกวา่ ๑๕

๕๑ - ๖๐ ๑๓
๖๑ - ๗๐ ๑๑

๗๑ - ๘๐ ๙
๘๑ หรอื มากกวา่ ๐
คะแนนเตม็ (ปฏิบตั ิ ๒ ครงั ) ๓๐

ตดั คะแนนตามความคลาดเคลือนของเส้นเลง็ ตดั คะแนน
ความคลาดเคลือน(มิล) ๐

๐-๔ ๔
๕-๘ ๖
๙ - ๑๒ ๗
๑๓ - ๑๖
๑๗ - ๒๐

หมายเหตุ การใหค้ ะแนนใหต้ ามความคลาดเคลอื นแลว้ ตดั คะแนนตามเวลาทกี าํ หนดไว้ เชน่ ความคลาดเคลอื น ๗
มลิ เลยี ม ทาํ เสรจ็ ในเวลา ๖๐ วนิ าที คะแนนทไี ดเ้ ท่ากบั ๑๓ ลบดว้ ย ๓ เทา่ กบั ๑๑ คะแนน

การตรวจสอบพลยิง ค.๑๒๐ มม.

๙๐

ยศ, ชือ......................................….........................หน่วย.............................................................................……………
วนั ที.......................................................................

ขนั การตรวจสอบ ครงั ที เวลา คะแนน คะแนนรวม ลายเซน็ กรรมการประจาํ สถานี

การตงั เครอื งยงิ ๑

การเปลยี นมมุ ทศิ และมุมสงู จาํ นวนน้อย ๑
การจาํ ลองทศิ ปักหลกั เลง็ (ขนั ที ๓) ๒
การเปลยี นมุมทศิ และมุมสงู จาํ นวนมาก ๑

การวางพนื ยงิ ๑

การปฏบิ ตั กิ ารยงิ ส่าย ๑


คะแนนรวม

คะแนนคณุ วฒุ ิ คณุ วฒุ ิ.................................................................................
กรรมการตรวจสอบ..............................................…...........
พลยิงชนั ผเู้ ชียวชาญ ๑๘๐ - ๒๐๐ คะแนน
พลยิงชนั หนึง ๑๖๐ - ๑๗๙ คะแนน
พลยิงชนั สอง ๑๔๐ - ๑๕๙ คะแนน
ไมไ่ ดผ้ ล น้อยกว่า ๑๔๐ คะแนน

รปู ที ๕๔ ใบให้คะแนนการตรวจสอบพลยิง ค.๑๒๐ มม.

๙๑

บทที ๗
ระเบยี บปฏิบตั ิของผ้ตู รวจการณ์

ตอนที ๑
กล่าวทวั ไป
๘๖. ความต้องการสาํ หรบั การตรวจการณ์
๘๖.๑ โดยปกตเิ ครอื งยงิ ต่างๆของทหารราบ มคี วามตอ้ งการเป็นบางแบบของการตรวจการณ์เทา่ นัน การตรวจ
การณน์ ีอาจเป็นการตรวจการณ์ดว้ ยสายตา ในกรณนี ีผตู้ รวจการณ์ตรวจดเู ป้าหมายดว้ ยการเฝ้าดดู ว้ ยตนเอง บางแบบการ

ตรวจการณ์กอ็ าจเป็นแบบใชร้ ะบบทางไฟฟ้า เพอื คน้ หาเป้าหมาย หรอื บางโอกาสกต็ รวจการณ์โดยไม่เหน็ เป้าหมาย ดว้ ย
การศกึ ษาและพจิ ารณารปู ถ่ายทางอากาศ
๘๖.๒ ระเบยี บปฏิบตั ิของผตู้ รวจการณ์ทีไดก้ ล่าวในค่มู อื ราชการสนามเล่มนี เกียวกบั การตรวจการณ์
ด้วยสายตาเท่านัน เป็นการกล่าวรวมถงึ หลกั การของผตู้ รวจการณท์ างอากาศ และทางพนื ดนิ รว่ มกนั ทงั สองอยา่ ง
หลกั การเหลา่ นีไดอ้ ธบิ ายไวใ้ หเ้ ขา้ ใจงา่ ยๆในการเกยี วขอ้ งสมั พนั ธต์ อ่ ขนั ตอนต่างๆทางหลกั ยงิ อนั เป็นการเหมาะสมกบั ขนั

การอาํ นวยการยงิ ในขนั ตน้
๘๖.๓ ความสาํ คญั ของผตู้ รวจการณ์อนั เป็นเสมอื นหนึงบคุ คลสาํ คญั ผหู้ นึงของชุดยงิ ดว้ ยวธิ เี ลง็ จาํ ลอง ซงึ ตอ้ ง
นํามากล่าวเน้นไว้ ในทนี ผี ตู้ รวจการณเ์ ป็นบคุ คลหนึงในชุดยงิ เลง็ จาํ ลอง ผซู้ งึ สามารถเหน็ กําลงั ขา้ ศกึ กาํ ลงั ทหารฝ่าย
เดยี วกนั และการยงิ ทวี างลงไปยงั ขา้ ศกึ ไดโ้ ดยแทจ้ รงิ สมรรถภาพของผตู้ รวจการณใ์ นการตรวจและความรถู้ งึ ซงึ

สถานการณ์ในสนามรบ กอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์คงไวซ้ งึ ความช่วยเหลอื หน่วยของตน ใหไ้ ดร้ บั ขา่ วอยา่ งเพยี งพออยตู่ ลอดเวลา
ผตู้ รวจการณ์ควรรู้ และเขา้ ใจถงึ การตดั สนิ ใจของตนเอง เพอื ช่วยเหลอื ชุดยงิ เลง็ จาํ ลองใหบ้ งั เกดิ ผลเตม็ ทใี นภารกจิ
๘๗. ความประสงคข์ องการตรวจการณ์

๘๗.๑ หน่วยยงิ เลง็ จาํ ลองใชก้ ารตรวจการณ์เพอื จดุ ประสงค์ ๓ ประการ คอื การครอบครองเป้าหมาย, การ
ปรบั การยงิ และการสาํ รวจดกู ารยงิ หาผล

๘๗.๑.๑ การครอบครองเป้าหมาย เกยี วขอ้ งกบั การการคน้ หาเป้าหมายตา่ งๆ และพจิ ารณาถงึ ที
ตงั เป้าหมายบนพนื ดนิ ขา่ วสารนีรายงานมายงั ศอย.ซงึ เป็นแหลง่ ทใี ชห้ าหลกั ฐานการยงิ
๘๗.๑.๒ การปรบั การยงิ เป็นความจําเป็นเพอื ตอ้ งการการยงิ ทมี ผี ลบนเป้าหมาย เมอื ความแน่นอนของ
ทตี งั เป้าหมายยงั เป็นปัญหาอยู่

๘๗.๑.๓ การสาํ รวจดู – การยงิ หาผล เป็นการตดิ ตามการครอบครองเป้าหมาย เนืองจากผูต้ รวจการณ์
สามารถเหน็ เป้าหมาย และสามารถรอ้ งขอการยงิ และรายงานผลทไี ดร้ บั มายงั ศอย. การรายงานควรรวมทงั เรอื งความ
เสยี หายทแี น่นอน และการยา้ ยการยงิ อนั เหมาะสมตามความจาํ เป็นเพอื ทาํ ใหก้ ารยงิ มผี ลมากยงิ ขนึ
๘๗.๒ ขา่ วกรองในสนามรบ เป็นผลพลอยไดท้ สี าํ คญั ของการตรวจการณ์ ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งรถู้ งึ ความรบั ผดิ ชอบ

ของตน ในการทตี อ้ งรายงานทกุ สงิ ทตี นเหน็ โดยทนั ที แต่อยา่ งไรกต็ าม การรายงานขา่ วสารใดๆทไี มจ่ าํ เป็นสาํ หรบั การ
ดาํ เนินการยงิ นัน ตอ้ งไมท่ าํ ใหภ้ ารกจิ ยงิ ลา่ ชา้ ไป

๘๘. การชีแจง
ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งไดร้ บั ข่าวสารและเครอื งมอื เครอื งใช(้ ขอ้ ๘๙.) ทจี าํ เป็นเพอื ความสาํ เรจ็ ของตนกอ่ นทจี ะจดั ตงั ที
ตรวจการณ์ (ต) เมอื สามารถทาํ ได้ ขา่ วสารควรจะรวบรวมไปถงึ การชแี จงสถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ี การกาํ หนดการ
ตรวจการณ์ และแผนการตดิ ต่อสอื สาร การชแี จงนีผบู้ งั คบั กองรอ้ ย หรอื นอย.เป็นผชู้ แี จง ถา้ ผตู้ รวจการณ์ไปปฏบิ ตั งิ าน

โดยตรงกบั หน่วยขา้ งหนา้ กจ็ ะไดร้ บั ขา่ วสารเพมิ เตมิ จากหน่วยนนั และจากผซู้ งึ ทตี นรายงาน

๘๙. เครืองมอื เครืองใช้
เครอื งมอื เครอื งใชท้ จี า่ ยใหก้ บั ชุดผตู้ รวจการณ์ รวมทงั เครอื งมอื เครอื งใชใ้ นการตรวจการณ์ และการตดิ ต่อสอื สาร
สว่ นหนงึ ของคาํ แนะนําการปฏบิ ตั สิ อื สาร (นปส.) แผนที เครอื งมอื เครอื งใชใ้ นการกรุยจุด อาวุธกระสนุ และยานพาหนะ
จาํ นวน และชนิดของสงิ อปุ กรณ์ไดก้ ล่าวไวใ้ นอตั ราการจดั กาํ ลงั และอาวุธยทุ โธปกรณ์ และอตั ราการแจกจา่ ย

๙๒

๙๐. กาํ ลงั คน
ชุดผตู้ รวจการณ์แต่ละชดุ ประกอบดว้ ยผตู้ รวจการณ์หนึงนาย และผชู้ ว่ ยหนึงนาย ผชู้ ่วยทาํ หน้าทเี ป็นพลขบั

รถยนตบ์ รรทกุ ขนาดเบา และพลวทิ ยโุ ทรศพั ทด์ ว้ ย
๙๑. การเลือกทีตงั

ผตู้ รวจการณ์หน้า(ผตน.) เลอื กทตี งั ทตี รวจการณ์ในเขตตรวจการณ์ทผี บู้ งั คบั หมวด (ผบู้ งั คบั กองรอ้ ย) ได้
มอบหมายให้ การเลอื กใหป้ ระสานโดยใกลช้ ดิ กบั ผบู้ งั คบั หน่วยทไี ดร้ บั การสนบั สนุน การปฏบิ ตั เิ ช่นนเี ป็นการประกนั วา่
การตรวจการณ์มอี ยภู่ ายในเขตปฏบิ ตั กิ ารของหน่วยทไี ดร้ บั การสนับสนุน ผตู้ รวจการณ์ดาํ เนนิ การลาดตระเวนในแผนที
เพอื กาํ หนดพนื ทซี งึ จะเลอื กเป็นทตี งั ทตี รวจการณ์ในขนั ตน้ ก่อน ตอ่ ไปหลงั จากไดล้ าดตระเวนทางพนื ดนิ แลว้ จงึ เลอื กทตี งั
แน่นอน ผตู้ รวจการณร์ ายงานทตี งั ครงั สดุ ทา้ ยนีไปยงั ศอย.
๙๒. การปฏิบตั ิเข้าทีตงั ทีตรวจการณ์

๙๒.๑ ผตู้ รวจการณ์ และผชู้ ว่ ยเคลอื นทไี ปยงั ทตี รวจการณ์หลงั จากลาดตระเวนทนั ทที นั ใดเท่าทจี ะทาํ ได้ เมอื เขา้
อยใู่ นทตี รวจการณ์แลว้ การตดิ ตอ่ ทางวทิ ยตุ อ้ งเรมิ ตดิ ต่อ ใหเ้ อาใจใสเ่ ป็นพเิ ศษต่อทตี งั วทิ ยใุ นทตี รวจการณ์ การตดิ ต่อทาง
วทิ ยใุ หใ้ ชไ้ ปจนกวา่ การตดิ ต่อทางสายจะมขี นึ การตดิ ต่อทางสายระหวา่ ง ศอย. และผตู้ รวจการณ์ ใหส้ รา้ งขนึ อยา่ งเรว็ ทสี ุด
เท่าทจี ะทาํ ได้ เมอื ทาํ ไดผ้ ตู้ รวจการณ์จดั ใหม้ กี ารวางสายไปยงั หน่วยทไี ดร้ บั การสนบั สนุน การวางสายทางอนื ๆใหท้ าํ ขนึ
ตามคาํ สงั ของผบู้ งั คบั กองรอ้ ยเครอื งยงิ

๙๒.๒ ขณะทกี ารตดิ ต่อสอื สารไดด้ าํ เนนิ การตรวจสอบการตดิ ต่อกนั อยนู่ นั ผตู้ รวจการณ์ควรไดศ้ กึ ษาภมู ปิ ระเทศ
และปรบั ปรงุ ทศิ ทางของแผนที โดยตรวจสอบกบั สภาพภมู ปิ ระเทศ ผตู้ รวจการณต์ อ้ งเตรยี มการรายงานเป้าหมายและ
ขา่ วสารอนื ๆ อยตู่ ลอดเวลา การพจิ ารณาขนั ตน้ บนทตี รวจการณ์นี คอื ทศิ ทางและการกาํ หนดหาตาํ บลต่างๆทเี ดน่ ชดั บน
พนื ทบี รรดาสงิ ต่างๆเหลา่ นมี อี ยอู่ ยา่ งหนงึ คอื ทตี งั ของแผนที (ผงั การตรวจการณ์) ของตนเอง การศกึ ษาภมู ปิ ระเทศนี
ชว่ ยใหผ้ ตู้ รวจการณ์ไดเ้ สรมิ สง่ ให้ ศอย. ไดร้ บั ทราบทอี ยขู่ องตนเอง และทตี งั ต่างๆทมี ปี ฏกิ ริ ยิ าไดด้ ว้ ยแผนที

๙๒.๓ เมอื มโี อกาสทที าํ ได้ ผตู้ รวจการณ์ และผชู้ ่วยปรบั ปรงุ การป้องกนั ทตี รวจการณ์ในขนั ตน้ เมอื เรมิ เขา้ ประจาํ
ในทตี รวจการณ์นนั ไดม้ กี ารป้องกนั อยนู่ ้อยมาก เพราะตอ้ งเกยี วขอ้ งอยกู่ บั ภารกจิ ของตนอยู่ โดยธรรมดาการป้องกนั นี
ประกอบดว้ ยการขดุ หลมุ บคุ คล และหบี หอ่ เครอื งมอื เครอื งใช้ และการซอ่ นเรน้ ยทุ โธปกรณ์หนักๆ (ยานพาหนะ, รถพว่ ง)
๙๓. บทบาทของผ้ตู รวจการณ์ในการยิง

เมอื ผตู้ รวจการณ์ไดต้ รวจพบตาํ บลทจี ะเป็นเป้าหมาย กส็ ง่ คาํ ขอยงิ ไปยงั ศอย. ซงึ บรรจหุ ลกั ฐานทตี อ้ งการเพอื
การตกลงใจใหม้ กี ารยงิ และจะยงิ อยา่ งไรต่อเป้าหมายนัน เมอื ความแน่นอนของหลกั ฐานเรมิ แรกไม่เพยี งพอทจี ะยงิ หา
ผลไดท้ นั ที ผตู้ รวจการณ์หน้ากป็ รบั การยงิ และเมอื ถงึ ระยะพอสมควรกข็ อใหย้ งิ หาผล ถา้ นอย.ตดั สนิ ใจวา่ เป้าหมายนี
ไมส่ มควรยงิ ดว้ ยเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ กแ็ จง้ ใหผ้ ตู้ รวจการณ์ทราบและการรอ้ งขอใหย้ งิ ของผตู้ รวจการณ์ คราวนีกพ็ จิ ารณา
เป็นแตเ่ พยี งคา่ ของขา่ วกรองเท่านนั ถา้ นอย.ตดั สนิ ใจใหม้ กี ารยงิ กส็ ่งคาํ สงั ยงิ ทนั ที ซงึ คาํ สงั ต่างๆนีรวมกนั เป็นคาํ สงั ยงิ
ของ ศอย. จากคาํ สงั ยงิ ของ ศอย. จงึ เป็นการเตรยี มคาํ สงั สาํ หรบั เครอื งยงิ ลูกระเบดิ บางสว่ นของคาํ สงั ยงิ ศอย. ทแี น่นอน
นนั ไดบ้ อกผตู้ รวจการณ์ถงึ จาํ นวน และชนิดการยงิ ซงึ จะใชย้ งิ ไปในคาํ สงั ของ ศอย. หรอื บางส่วนไดส้ ง่ ต่อไปใหผ้ ตู้ รวจ
การณใ์ นเวลาเดยี วกนั กบั ทสี งั ตอ่ เจา้ หน้าที ศอย. เมอื เครอื งยงิ ยงิ ไป ศอย. ตอ้ งเตอื นผตู้ รวจการณ์โดยสง่ คาํ สงั วา่ “ยงิ ไป
แลว้ ” ถา้ ระยะเวลาแลน่ ของลกู ระเบดิ ยงิ มรี ะยะคอ่ นขา้ งนาน ศอย.อาจสง่ คาํ สงั เตอื นโดยสงั คาํ วา่ “เฝ้า, ตรวจ” เมอื อกี ๕
วนิ าที ทลี กู ระเบดิ จะตกระเบดิ เมอื หน่วยอนื ๆกาํ ลงั ยงิ อยใู่ นพนื ทเี ดยี วกนั ผตู้ รวจการณ์อาจรอ้ งขอใหย้ งิ เป็นระยะยาว (เฝ้า,
ตรวจ) และหรอื ยงิ เป็นรอบ เพอื กาํ หนดตําแหน่ง และตรวจตาํ บลระเบดิ นดั ทถี กู ตอ้ งไดส้ ะดวกแลว้ ผตู้ รวจการณ์พจิ ารณา
ถงึ ผลการยงิ ทเี กดิ ขนึ จะอยา่ งไรกต็ ามการยงิ ตอ้ งใหล้ งบนเป้าหมายใหไ้ ดข้ นึ อยกู่ บั การพจิ ารณานี ผตู้ รวจการณ์อาจรอ้ งขอ
การปฏบิ ตั อิ ยา่ งใดอยา่ งหนึง ดงั ต่อไปนี.-

๙๓.๑ การสนิ สดุ การยงิ เพราะวา่ ผลทไี ดน้ นั เพยี งพอแลว้ หรอื เพราะวา่ ผลทไี ดน้ นั ไมต่ อ้ งการอกี ต่อไปอยา่ งใด
อยา่ งหนึง

๙๓.๒ ทาํ การยงิ ต่อตาํ บลเดยี วกนั ตอ่ ไป เพอื เพมิ เตมิ ผลทไี ดใ้ หบ้ รรลถุ งึ ความสาํ เรจ็
๙๓.๓ การยา้ ยการยงิ ถา้ การยา้ ยการยงิ จะตอ้ งทาํ ใหก้ ารยงิ มผี ลมากยงิ ขนึ หรอื ถา้ เป้าหมายไดเ้ คลอื นทไี ป

๙๓

หมายเหตุ ถา้ การปฏบิ ตั ใิ นขอ้ ๙๓.๒ หรอื ขอ้ ๙๓.๓ ขา้ งบนตอ้ งกระทาํ อยา่ งใดอยา่ งหนึง ผตู้ รวจการณ์อาจ
รอ้ งขอจาํ นวนเครอื งยงิ ชนิดของลกู ระเบดิ การกระจายการยงิ หรอื วธิ ยี งิ ทจี ะตอ้ งเปลยี นไปเมอื ภารกจิ ไดส้ าํ เรจ็ เรยี บรอ้ ยลง
ผตู้ รวจการณร์ ายงานผลทไี ดร้ บั ซงึ ตนเองไดต้ รวจการณ์อยู่
๙๔. ทีตรวจการณ์ทางอากาศ

อากาศยานทมี ปี ีกคงที และปีกหมุนใชส้ าํ หรบั ตรวจการณ์ในสนามรบ เพอื ปรบั การยงิ และเพอื ตรวจดผู ลของ
การยงิ รายละเอยี ดดใู นเรอื งการตรวจการณท์ างอากาศ

ตอนที ๒
การปฏิบตั ิขนั การเตรียมการ
๙๕. กล่าวทวั ไป

การปฏบิ ตั ขิ นั เตรยี มการของผตู้ รวจการณ์นี มสี ่วนช่วยเหลอื ในความรวดเรว็ และความแน่นอน ซงึ ผตู้ รวจการณ์จะ
กาํ หนดทตี งั เป้าหมายและรายงานขา่ วไปยงั ศอย. ผตู้ รวจการณ์เรมิ ขนั เตรยี มการนีก่อนเขา้ ประจาํ ทตี รวจการณ์ โดย
ตรวจเครอื งมอื เครอื งใช้ รายงานตอ่ หน่วยทไี ดร้ บั มอบหมายเพอื ชแี จง และชแี จงตอ่ ผชู้ ว่ ยทนั ทที ไี ดเ้ ขา้ ประจาํ ทตี งั
ผตู้ รวจการณส์ รปุ ขนั เตรยี มการโดยรวดเรว็ เทา่ ทจี ะทาํ ได้ ชุดตรวจการณ์ทงั สองนายร่วมกนั ปฏบิ ตั หิ น้าที ซงึ ไดร้ บั
มอบหมายมาเมอื ครงั แรก การปฏบิ ตั ใิ ด ๆดงั กลา่ วต่อไปนี ซงึ จดุ ตรวจการณไ์ มส่ ามารถทาํ ใหเ้ รยี บรอ้ ยกอ่ นเขา้ ประจาํ ทตี งั
ควรทาํ ใหเ้ รยี บรอ้ ยในเวลานี
๙๕.๑ ตรวจดกู ารตดิ ต่อสอื สาร
๙๕.๒ ปรบั แผนทใี หเ้ ขา้ กบั ภมู ปิ ระเทศ รวมทงั การกรยุ เป้าหมายอยา่ งน้อยหนึงแหง่ (ทางทถี กู หลายๆแหง่ ) ทตี งั
และทศิ ทางของเป้าหมายซงึ ควรจะพจิ ารณา
๙๕.๓ หมายตาํ บลทอี ยขู่ องตนและขา่ วสารอนื ๆซงึ จะชว่ ยเหลอื ในการกาํ หนดตาํ บลทมี ปี ฏกิ รยิ า หรอื เอาใสล่ งใน
แผนทเี พอื เพมิ พนู หลกั ฐานของแผนที ขา่ วสารในการระวงั ป้องกนั ไม่ควรเขยี นไวบ้ นแผนที
๙๕.๔ เตรยี มทาํ ผงั แผน่ พดั การตรวจการณ์
๙๕.๕ เตรยี มรอ้ งขอการยงิ สาํ หรบั ตาํ บลน่าจะมกี ารปฏบิ ตั กิ าร
๙๕.๖ ทาํ รายงานขนั ตน้ ไปยงั ศอย ซงึ รวมทงั ทตี งั ของผตู้ รวจการณ์ เป้าหมายและขา่ วสารอนื (การรอ้ งขอการยงิ
โดยทนั ทที นั ใด อาจตอ้ งมกี รรมวธิ กี อ่ นรายงานขนั ตน้ นี)
๙๗. การเตรียมหามมุ ภาคของทิศในทิศทางและตาํ แหน่งของทีตงั
๙๗.๑ ผตู้ รวจการณ์หามมุ ภาคของทศิ ในทศิ ทางทตี นอยู่ ถา้ สามารถทาํ ไดค้ วรกาํ หนดทอี ยขู่ องตนเองใหไ้ ด้ ดงั นนั

กส็ ามารถจาํ กดั เป็นเสน้ ตรงมมุ ภาคของทศิ ต่อตาํ บลต่างๆ ในพนื ทขี องเป้าหมายเมอื สามารถกรยุ ลงไดใ้ นแผนที และ
แผน่ เรขาการยงิ ของ ศอย.การปฏบิ ตั เิ ชน่ นีทาํ ใหผ้ ตู้ รวจการณ์และ ศอย. มหี ลกั ฐานร่วมกนั สาํ หรบั กาํ หนดตาํ บลต่างๆ และ
สะดวกต่อการรายงานของผตู้ รวจการณ์ ในเรอื งเพมื เตมิ ทตี งั ของเป้าหมายซงึ ควรกรุยลงในแผน่ เรขาการยงิ ของ ศอย.
๙๗.๒ ในขนั ตน้ มุมภาคทศิ เหนือแผนทอี าจหามาไดโ้ ดยการวดั มมุ เยอื งประจาํ ทถี กู ต้องของเครอื งมอื ทใี ชแ้ ม่เหลก็

หรอื โดยวดั จากแผนทดี ว้ ยบนั ทดั วดั มมุ หลงั จากนันเมอื มาเกยี วขอ้ งกบั ผตู้ รวจการณ์เขา้ คาํ ใชร้ ว่ มกนั วา่ มุมภาคของทศิ ก็
หมายความวา่ มุมทศิ เหนือแผนทเี มอื ไดห้ าคา่ มุมภาคของทศิ ไปยงั ตาํ บลหนึงไดแ้ ลว้ ตาํ บลสาํ คญั อนื ๆ จาํ วนหนึงกค็ วรเลอื ก
ได้ และมมุ ภาคทศิ ของแตล่ ะแหง่ ตอ้ งวดั ดว้ ยความรอบคอบแลว้ บนั ทกึ ไว้
๙๗.๓ หลงั จากผตู้ รวจการณ์บนั ทกึ จาํ นวนคา่ มมุ ของทศิ ของตาํ บลอา้ งไว้ กส็ ามารถจะหามมุ ภาคของทศิ ไปยงั

ตาํ บลอนื ๆ ในพนื ทเี ป้าหมายไดง้ า่ ย ดดยการวดั ดว้ ยมาตรามลิ เลยี มทางแนวระดบั ของกลอ้ งสอ่ งสองตาดว้ ยมมุ จากตาํ บล
อา้ งไปตาํ บลทตี อ้ งการ
๙๗.๔ นอกเหนือไปจากทตี งั ของตนเอง,ผตู้ รวจการณ์อาจหาตําแหน่ง (และมมุ ภาคของทศิ ) ของตาํ บลทเี ดน่
สาํ คญั ตามธรรมชาตแิ ละปรบั หาทางทศิ ทอี ยขู่ องตาํ บลนนั ยงั มผี ลตลอดไปถงึ สมรรถภาพของผตู้ รวจการณ์ทจี ะกาํ หนดสว่ น

ของพนื ทสี นามรบทเี ป็นสว่ นวกิ ฤตกิ าลไดแ้ น่นอนในเมอื รอ้ งขอใหเ้ ครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ทาํ การยงิ ไมม่ คี วามจาํ เป็นสาํ หรบั
ผตู้ วรจการณ์ทจี ะหาทตี งั ของเครอื งยงิ ลูกระเบดิ ซงึ จะยงิ ใหใ้ นภารกจิ ของตน ศอย. มแี ผน่ ตารางทบั เป้าหมายเป็นเครอื งมอื

๙๔

ซงึ มเี สน้ เปลยี นแปลงการแกค้ าํ ขอทสี ง่ ไปโดยผตู้ รวจการณ์ (ในการเกยี วขอ้ งแนวผตู้ รวจการณ์เป้าหมาย (ต-ม) เพอื แกเ้ ป็น
ระยะยงิ สาํ หรบั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ขอ้ ดใี นการเกยี วขอ้ งแนวเครอื งยงิ - เป้าหมาย (ค-ม)

๙๗.๕ ผตู้ รวจการณ์อาจไมส่ ามารดกําหนดทตี งั ของตนเอง หรอื ทตี งั เป้าหมายไดใ้ นเมอื
๙๗.๕.๑ ทศั นวสิ ยั เลว (หมอก,ฝน,หรอื คาํ มดื )
๙๗.๕.๒ แผนทที เี ชอื ถอื ไดไ้ มม่ ี
๙๗.๕.๓ ปฏบิ ตั กิ ารในพนื ทภี มู ปิ ระเทศลวงตา (ทะเลทราย,ทุ่งโลง่ ,ภเู ขา,หรอื พนื ทมี หี มิ ะเรยี บ)
๙๗.๕.๔ เคลอื นทเี ขา้ ไปในภมู ปิ ระเทศทไี ม่คนุ้ เคย
๙๗.๖ ในเมอื วธิ อี นื ๆ ของการหาทตี งั เป้าหมายทไี มเ่ พยี งพอ,ผตู้ รวจการณ์และ ศอย. กส็ ามารถหาทตี งั ตาํ บลรว่ ม
ไดด้ ว้ ยการยงิ ผตู้ รวจการณ์จงึ รอ้ งขอการยงิ ใหล้ ูกระเบดิ นัดหนึงมาตกในกงึ กลางของพนื ทเี ป้าหมาย (หมายจุดกงึ กลางของ
เขตการยงิ ) โดยธรรมดาการรอ้ งขอนีจาํ กดั ชนดิ ของลกู ระเบดิ ซงึ งา่ ยต่อการตรวจตาํ บลระเบดิ เชน่ ลกู ระเบดิ ควนั
ฟอสฟอรสั แลว้ ศอย. จงึ เตรยี มหลกั ฐานการยงิ ทจี ะยงิ ใหล้ กู ระเบดิ นดั หนึงตกในกงึ กลางของเขตการยงิ โดยมรี ะยะ
ปลอดภยั ตอ่ หน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั และสงั ให้ ค.หนึงกระบอกยงิ ถา้ ผตู้ รวจการณต์ อ้ งลม้ เหลวในการตรวจนัดที ๑ ศอย.
กเ็ ตรยี มในหลกั ฐานใหมโ่ ดยยา้ ยนดั ต่อไปยงิ ทอี นื แตต่ อ้ งมตี าํ บลปลอดภยั ของตําบลระยะเทา่ กนั คงปฏบิ ตั ติ อ่ ไปเชน่ นี
จนกระทงั ผตู้ รวจการณ์กาํ หนดทตี าํ บลระเบดิ ไดช้ ดั เชน แลว้ ผตู้ รวจการณ์กม็ คี าํ ขอใหย้ า้ ยจากตาํ บลระเบดิ ทกี าํ หนดไดน้ นั
ไปยงั เป้าหมายหรอื วตั ถุซงึ ถาวรหรอื กงึ ถาวรตามธรรมชาติ เชน่ ตน้ ไม้ สแี ยก ถนน โรงนา ซากตกหกั พงั ฯลฯ เมอื ตาํ บลที
กาํ หนดนไี ดป้ รบั การยงิ แลว้ ผตู้ รวจการณ์อาจใชต้ าํ บลนีเป็นตาํ บลอา้ ง เพอื กาํ หนดทตี งั ของเป้าหมายตา่ งๆ ภายหลงั ตอ่ ไป
๙๘.หลกั ฐานเพิมเติมพิเศษสาํ หรบั แผนที
๙๘.๑ เมอื ผตู้ รวจการณไ์ ดท้ ศิ ทางเรมิ แรกของตนเรยี บรอ้ ยแลว้ กเ็ รมิ จดั ระเบยี บเพมิ พลู ของหลกั ฐานแผนที การ
ปฏบิ ตั นิ ีประกอบดว้ ยหลกั ใหญข่ องการบนั ทกึ ขา่ วสารแผนทแี ละการเตรยี มรา่ งภาพเขยี นภมู ปิ ระเทศ ถา้ เวลาเปิดโอกาสให้
ผตู้ รวจการณ์กเ็ ตรยี มแผนภาพการเหน็
๙๘.๒ แผนทเี พมิ เตมิ ดว้ ยเสน้ แสดงทศิ ทางเป็นรศั มอี อกจากทตี งั ของผตู้ รวจการณ์โดยมชี อ่ งวา่ งเป็นมมุ พอ
เหมาะสม เสน้ ตรงเหล่านีถกู ตดั เสน้ โคง้ โดยใชท้ ตี งั ของผตู้ รวจการณ์เป็นจุดศนู ยก์ ลางในระยะต่างๆกนั (รปู ที ๕๖)
และผตู้ รวจการณ์หมายตาํ บลทสี าํ คญั ๆซงึ ไม่มพี มิ พอ์ ยใู่ นแผนที และยงั มหี มายตาํ บลอนื ๆ ซงึ มคี วามตอ้ งการอกี ดว้ ย
เช่น จุดอา้ ง,จุด ยงิ หาหลกั ฐาน,ตาํ บลยงิ และตาํ บลทเี สมอื นขา้ ศกึ ปฏบิ ตั กิ ารแต่ละขนั ตอนเหล่านีจะเพมิ ประสทิ ธภิ าพและ
ความแน่นอนของการรายงานของผตู้ รวจการณ์


Click to View FlipBook Version