The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sasit Pinkaew, 2022-09-29 21:34:36

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

รส.23-93 ค.120 รวมเล่ม

๑๙๔

รปู ที ๙๘ การตรวจตาํ บลระเบิด ทางระยะ ทางทิศ(+ ๑๐ ข.)
ขอ้ สงั เกต การผดิ ทางทศิ เป็นมุม ๑๐ มลิ เลยี ม ซงึ เลก็ มาก ผตู้ รวจการณไ์ ดต้ ดั สนิ ใจไมแ่ ก้ เวน้ ไวแ้ ต่ความผดิ นี
ยงั มอี ยอู่ กี ถา้ ทางระยะไม่ตอ้ งการแกแ้ ลว้ , กถ็ อื วา่ ทางทศิ นีถูกตอ้ ง
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“ลด ๔๐๐“
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”

รปู ที ๙๙ การตรวจตาํ บลระเบิด ทางระยะ ทางทิศ (- ๑๐ ว.)

๑๙๕

คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“เพมิ ๒๐๐“
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”

รปู ที ๑๐๐ การตรวจตาํ บลระเบิด ทางระยะ ทางทิศ (+ ๑๐ ข.)

ขอ้ สงั เกต การผดิ ทางทศิ ๑๐ มลิ เลยี ม ยงั คงเป็นอยอู่ กี ฉะนนั ผตู้ รวจการณ์พจิ ารณาเอาไวใ้ นการแกต้ ่อไป
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“ซา้ ย ๒๐, ลด ๑๐๐“
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“เพมิ ๕๐ ยงิ หาผล”
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“มว. ๓ ยงิ หาผล”

๑๙๖

รปู ที ๑๐๑ การตรวจตาํ บลระเบิด ทางระยะ ทางทิศ (- ตรงทิศ)
ขอ้ สงั เกต ตรวจดกู ารยงิ และถา้ จาํ เป็นตอ้ งมกี ารแกก้ ใ็ หส้ ง่ ไปยงั ศอย.
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“หยดุ ยงิ , จบการยงิ ปืนกลสงบการยงิ ”

รปู ที ๑๐๒ การยิงทาํ ลายเป้าหมาย

๑๙๗

บทที ๘
การยิงลาํ กล้องรอง

ตอนที ๑
เครืองประกอบลาํ กลอ้ งรอง

๒๑๒. กล่าวทวั ไป
วธิ อี าํ นวยการและดาํ เนนิ การสอนใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพทดี ที สี ุดของการฝึกยงิ นนั กค็ อื ใหใ้ ชย้ งิ ดว้ ยกระสนุ จรงิ ทใี ชใ้ น

การรบภายใตส้ ภาวะการณ์ของสนามรบ แตอ่ ยา่ งไรกด็ กี ารฝึกกย็ งั มกี ระสนุ ฝึกอย่ใู นอตั ราการแจกจ่าย ในเมอื เกนิ ความ
จาํ เป็นในเรอื งสนามฝึกมรี ะยะยงิ จํากดั ดงั นนั จงึ จาํ เป็นตอ้ งฝึกยงิ ดว้ ยลาํ กลอ้ งรอง เพอื ใหม้ รี ะยะยงิ ลดลง หรอื ฝึกใน
สนามรน่ ระยะ การใชเ้ ครอื งฝึกลาํ กลอ้ งรองไดอ้ ธบิ ายไวข้ า้ งลา่ งนี ถา้ ผฝู้ ึกเป็นผทู้ มี กี ารปฏบิ ตั ทิ ชี า่ งประดษิ ฐ์ และขยนั อยใู่ น
หลกั การของการฝึกแลว้ กจ็ ะทาํ ใหก้ ารฝึกไดผ้ ล, มปี ระสทิ ธภิ าพ และต่อเนืองกนั ไปถงึ การฝึกในหลกั การของผตู้ รวจการณ์,
ระเบยี บปฏบิ ตั ขิ อง ศอย. และพลประจาํ ปืน
๒๑๓. ลกั ษณะ

ก. เครอื งประกอบของลาํ กลอ้ งรอง ประกอบดว้ ย ลาํ กลอ้ งของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ขนาด ๖๐ มม. ทไี ดเ้ สรมิ ต่อเพอื จะ
นําสอดลงไปในลาํ กลอ้ งของ ค. ๑๒๐ มม. ลาํ กลอ้ งเครอื งยงิ ทกี าํ หนดใหใ้ ชเ้ ป็นทางราชการ คอื ลาํ กลอ้ ง ค.๖๐ มม. เอม็ ๒
และ ค.๖๐ มม. ของ ศอว.ทบ. เทา่ นนั สว่ นประกอบรองรบั ลาํ กลอ้ งรองทเี ป็นสว่ นทสี อดเขา้ ภายในนนั มกี า้ นตอ่ ทา้ ยลาํ
กล้องรอง และดา้ มสลกั เกลยี วตอนกา้ นต่อทา้ ยลาํ กลอ้ งรอง

ข. สว่ นทสี อดเขา้ ภายในลาํ กลอ้ ง (รปู ที ๓๘) ทปี ระกอบลาํ กลอ้ งเครอื งยงิ ขนาด ๖๐ มม. เอม็ .๒ มวี งแหวนรดั
ลาํ กลอ้ ง ๒ วง ทาํ เป็นอลมู เิ นียม ซงึ ทาํ ใหส้ อดเขา้ ไปพอดกี บั ลาํ กลอ้ งของ ค. ๑๒๐ มม. วงแหวนอลมู เิ นียมนียงั ชว่ ยเป็น
เครอื งป้องกนั สกึ หรออกี ดว้ ย รายละเอยี ดเป็นพเิ ศษในการสรา้ งวงแหวนนีไดแ้ สดงไวใ้ นรปู ๓๙

ค. กา้ นต่อทา้ ยลาํ กลอ้ งรอง(รปู ที ๓๘ - ๔๐) ประกอบดว้ ยท่อเหลก็ ซงึ มวี งแหวนรดั ปลายทงั สองขา้ ง มคี วามกวา้ ง
ของเสน้ ผา่ ศนู ยร์ อบนอกพอดกี บั การสอดเขา้ ไปภายในลาํ กลอ้ ง ค.๑๒๐ มม. โดยไม่หลวมเกนิ ไปนัก วงแหวนทรี ดั อยนู่ ีเป็น
อลมู เิ นียมมเี บาะทจี ะรบั ป่มุ เดอื ยเครอื งปิดทา้ ยลํากลอ้ ง ค.๖๐ อยทู่ งั สองดา้ นและทาํ หนา้ ทรี บั แรงถอยของ ค.๖๐ มม. อกี
ดว้ ย ตรงกงึ กลางของแหวนรดั กา้ นต่อลาํ กลอ้ งรองทงั สองนี ไดท้ ําเกลยี วไวเ้ พอื ขนั เกลยี วเขา้ กบั ดา้ มสลกั เกลยี วถอนกา้ น
ตอ่ ทา้ ยลาํ กลอ้ งรอง เบาะรบั แรงถอยทงั สองขา้ งนีทาํ ไวใ้ หค้ รอบกบั แป้นเขม็ แทงชนวนของลาํ กลอ้ ง ค.๑๒๐ มม. ไว้
อยา่ งพอดี เพอื ใหแ้ รงถอยทงั หมดไดถ้ กู ลมื หายไปทางทา้ ยของลาํ กลอ้ ง ค.๑๒๐ มม. แทนทจี ะกระทาํ กบั แป้นเขม็
แทงชนวน รายละเอยี ดการสรา้ งโดยเฉพาะของแหวนรดั กา้ นต่อลาํ กลอ้ งรองนี กลา่ วไวใ้ นรปู ที ๔๑

ง. ดา้ มสลกั เกลยี วถอนกา้ นต่อทา้ ยลาํ กลอ้ งรอง(รปู ที ๔๐–๔๒) ใชส้ าํ หรบั ถอนกา้ นต่อทา้ ยลาํ กลอ้ งออกจากลาํ
กล้อง ค.๑๒๐ มม. ดา้ มสลกั เกลยี วทาํ ดว้ ยเสน้ เหลก็ กลมมดี า้ มถอื อยทู่ างปลายดา้ นหนึง อกี ปลายดา้ นหนึงเป็นเกลยี ว ทาํ ให้
ขนั เกลยี วเขา้ กบั เบาะรบั แรงถอยได้ รายละเอยี ดเป็นพเิ ศษสาํ หรบั สรา้ งดา้ มสลกั เกลยี วถอนกา้ นต่อทา้ ยลาํ กลอ้ งไดแ้ สดงไว้
ในรปู
๒๑๔. การประกอบเครืองประกอบลาํ กล้องรอง

การประกอบเครอื งประกอบลาํ กลอ้ งรองนนั ใหต้ งั เครอื งยงิ ค.๑๒๐ มม. แลว้ นําเอากา้ นต่อลาํ กลอ้ งรองสอดให้
เลอื นลงไปในลํากลอ้ ง ต่อไปจงึ นําเอาลาํ กลอ้ งรอง(ลาํ กลอ้ ง ค.๖๐ มม. และแหวนรดั ลาํ กลอ้ ง) สอดตามลงไป กา้ นต่อลาํ
กล้องรองนีจะทําใหล้ าํ กลอ้ ง ค.๖๐ มม. โผลม่ าพน้ ปากลาํ กลอ้ ง ค.๑๒๐ มม. ประมาณ ๑ ½ นวิ ฟตุ

๑๙๘

รปู ที ๑๐๓ การประกอบก้านต่อท้ายลาํ กล้องรอง รปู ที ๑๐๔ เมอื ประกอบลาํ กลอ้ งรองเข้ากบั
เข้ากบั ลาํ กล้อง ค.๑๒๐ มม. ค.๑๒๐ แล้ว

รปู ที ๑๐๕ ใช้เหลก็ ถอนก้านต่อท้ายลาํ กล้องรองในเข้ากบั ก้านต่อท้ายลาํ กลอ้ งรอง

๒๑๕. การถอด
การถอดเครอื งประกอบลาํ กลอ้ งรอง ใหส้ ว่ นทยี นื ออกมาของลาํ กลอ้ ง ค.๖๐ มม. แลว้ ยกออกจากลาํ กลอ้ ง ค.๑๒๐

มม. แลว้ นําเอาดา้ มสลกั เกลยี วถอนกา้ นตอ่ ลํากลอ้ งรอง ขนั เกลยี วเขา้ ไปกบั กา้ นตอ่ ลํากลอ้ งรองแลว้ ดงึ ออกขนึ มา

๑๙๙

๒๑๖. ลกู ระเบิดยิง

๑. ลกู ระเบดิ ยงิ ทกุ ชนิดของ ค.๖๐ รวมทงั ลกู ระเบดิ ฝึก, ซอ้ มยงิ และระเบดิ สงั หาร นําไปใชย้ งิ กบั ลาํ กล้องรองได้
โดยปกตลิ กู ระเบดิ ยงิ นี ยงิ ไปแลว้ ตกกระทบแตก โดยมกี ลมุ่ ควนั สขี าวของฟอสฟอรสั และมเี สยี งดงั คอ่ ย พอทจี ะ

สงั เกตเหน็ สาํ หรบั ผตู้ รวจการณ์เทา่ นนั
๒. ลกู ระเบดิ นแี ตกตา่ งจากลกู ระเบดิ สงั หารทอี ธบิ ายแลว้ ขา้ งตน้ ในเรอื งสแี ละวตั ถทุ บี รรจุอยภู่ ายในเทา่ นัน โดย

ทาสฟี ้า
๒๑๗. การรกั ษาและทาํ ความสะอาด

ระเบยี บการรกั ษาและทาํ ความสะอาดโดยทวั ไปนนั ใหน้ ํามาใชก้ บั เครอื งประกอบลาํ กลอ้ งรองนีได้
๒๑๘. ความปลอดภยั

จงตรวจดขู อ้ ระมดั ระวงั ในความปลอดภยั ทกี าํ หนดไวส้ าํ หรบั ลกู ระเบดิ ยงิ ค.๑๒๐ มม. และเพมิ เตมิ ดว้ ยกฎการ
ปลอดภยั ดงั ต่อไปนี.-

ก. ระหวา่ งทาํ การยงิ
๑. อยา่ งปลอดภยั ใหบ้ ุคคลออกไปอยขู่ า้ งหนา้ ของพนื ทตี รวจการณ์
๒. อยา่ ใหม้ กี ารใชน้ ําหนกั กระแทกเขา้ กบั ส่วนบรรจหุ ลกั ทอี ยสู่ ว่ นหาง จะทาํ ใหช้ นวนทา้ ยสว่ นบรรจุหลกั
จดุ ระเบดิ ขนึ

ข. ระเบยี บปฏบิ ตั เิ มอื ลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ นใน
๑. พลประจาํ เครอื งยงิ ใหอ้ อกหา่ งจากเครอื งยงิ เวน้ ไวแ้ ต่พลยงิ และพลยงิ ผชู้ ่วย
๒. พลยงิ เตะลํากลอ้ ง ค.๑๒๐ มม.(การกระทาํ เช่นนีทาํ ใหล้ กู ระเบดิ ยงิ ทคี า้ งอยตู่ กลงไปทางทา้ ยลาํ กลอ้ ง)
๓. พลยงิ ตรวจดคู วามรอ้ นของลาํ กลอ้ ง ค.๖๐ มม. ตอ้ งกระทาํ โดยเชอื แน่วา่ ไมม่ สี ว่ นใดของมอื ยนื ออกไปผา่ น

ปากลาํ กลอ้ ง(เมอื ลาํ กลอ้ งรอ้ น ใหร้ ออยู่ ๑๐ นาที เพอื ใหเ้ ยน็ ลง ถา้ ลาํ กลอ้ งเยน็ กร็ อเพยี ง ๑ นาที กอ่ นทจี ะเทลกู ระเบดิ ยงิ
ออก)

กระบอก ๔. พลยงิ ผชู้ ่วยคอ่ ยๆถอดเอาลาํ กลอ้ ง ค.๖๐ มม. ออกจากลาํ กลอ้ งของ ค.๑๒๐ มม. โดยกาํ รอบปาก

ค.๖๐ มม. ดว้ ยมอื ทงั สองแลว้ ยกขนึ มา (รปู ที ๔๘) การกระทาํ ตอ้ งมนั ใจวา่ ไม่มสี ว่ นใดของมอื ผา่ นอยปู่ ากลาํ กลอ้ ง
หมายเหตุ : เมอื ตอ้ งการใชม้ มุ สงู มากกว่านี ในเมอื แกนเกลยี วมมุ สงู จาํ กดั ใหเ้ อากระสอบทราย ๒ ใบ หรอื วตั ถุอนื

ทคี ลา้ ยคลงึ กนั รองดา้ นใตข้ องฐานของขาหยงั
๕. พลยงิ กาํ สว่ นทา้ ยสดุ ของลาํ กลอ้ ง ค.๖๐ มม. แลว้ คอ่ ยๆยกขนึ ใหข้ นานกบั พนื ระดบั อยา่ ไปอยขู่ า้ งหลงั ลาํ

กล้อง ๖. พลยงิ ผชู้ ่วยมอื ทงั สอง คงอยใู่ นลกั ษณะตาํ แหน่งเดมิ ทกี าํ อยรู่ อบปากลํากล้อง ค.๖๐ มม. แลว้ ยนื หวั แมม่ อื

ทงั สองออกไปขา้ งขอบปากลาํ กลอ้ ง เมอื ลาํ กลอ้ งยกขนึ ไปอยใู่ นลกั ษณะขนานพนื ระดบั แลว้ พลยงิ กค็ อ่ ยๆยกทา้ ยลาํ กลอ้ ง
ตอ่ ไปอกี จนกระทงั ลกู ระเบดิ ยงิ ไหลเลอื นไปขา้ งหน้า (รปู ที ๔๙) เมอื ยกทา้ ยลาํ กลอ้ งจนลาํ กลอ้ งขนานพนื ระดบั แลว้ อยา่ ได้

ลดทา้ ยลาํ กลอ้ งลงจนกวา่ จะไดเ้ ทลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ นในออกแลว้
๗. หวั แมม่ อื ทงั สองของพลยงิ ใชส้ าํ หรบั หยดุ ลกู ระเบดิ ยงิ เมอื ไดไ้ หลมาถงึ ปากลาํ กลอ้ งแลว้ พลยงิ กน็ ําเอาลกู

ระเบดิ ยงิ ออกจากปากลาํ กลอ้ งแลว้ สง่ ตอ่ ไปใหพ้ ลกระสนุ อยา่ ไปแตะตอ้ งหมวกเขม็ แทงชนวนของลกู ระเบดิ ยงิ สงั หาร หรอื
ลกู ระเบดิ ซ้อมยงิ เป็นอนั ขาด

๘. พลยงิ เขยา่ ลาํ กลอ้ ง ค.๖๐ มม. เพอื ใหว้ ตั ถุทตี ดิ คา้ งอยขู่ า้ งลาํ กลอ้ งเทใหห้ ลดุ ออกมาจากลาํ กลอ้ ง แลว้ จงึ นํา
ลาํ กลอ้ งสอดเขา้ ไปใหมใ่ นลํากลอ้ ง ค.๔.๒ นวิ

๙. พลยงิ ผชู้ ่วยเชด็ ลาํ กล้องดว้ ยแส้ (รปู ที ๔๙)

๒๐๐

ตอนที ๒
สนามยิงลกู ระเบิดฝึ กยิง

๒๑๙. ลกั ษณะ
ก. สนามยงิ นีไดว้ างแบบเป็นเมตร (รปู ที ๕๐) ประกอบดว้ ยพนื ทเี ป้าหมาย, พนื ทตี รวจการณ์ เพอื ทตี ดิ ตงั

เครอื งยงิ และพนื ที ศอย. ความกวา้ งของสนามขนึ อยกู่ บั จํานวนตอน(หมวด) ทจี ะฝึกในครงั หนึงๆ สนามทมี คี วามกวา้ ง
๓๐.๕ เมตร พจิ ารณาฝึกไดเ้ พยี งพอ ๑ ตอน (๓ กระบอก)

ข. พนื ทเี ป้าหมาย ประกอบดว้ ยแผน่ ป้ายหมายระยะเป็นช่วง ๑๐๐ ถงึ ๗๐๐ ในพนื ทเี ป้าหมายอยมู่ ากมายทปี ักอยู่
ในพนื ที ป้ายหมายระยะปักหา่ งกนั ช่วงละ ๓๐ เมตร (แต่ละช่วงหา่ งเป็นช่วงแทน ๑๐๐ เมตรในภมู ปิ ระเทศ) ป้ายบอกระยะ
ชนั แรกเป็นระยะ ๑๒๐ เมตร จากทตี รวจการณ์ (บอกระยะไว้ ๔๐๐) ป้ายบอกระยะทําเป็นรปู สเี หลยี มผนื ผา้ ๓๐.๕ X ๔.๕
เซนตเิ มตร ป้ายหมายควรสรา้ งเป็นการทดแทนวตั ถตุ า่ งๆใหเ้ หมอื นตน้ ไม้ และบา้ น อยา่ งไรกด็ ี ลาํ กลอ้ งปืนหรอื หบี ใหม้ วี าง
ไวใ้ หเ้ พยี งพอในพนื ทเี ป้าหมาย และแผน่ ป้ายเหลา่ นีอาจสรา้ งไดจ้ ากเศษไม้ และควรทาํ ใหย้ กไปมาได้ เป้าหมาย และแผน่
ป้ายหมายทยี กไปมาได้ ทาํ ใหเ้ กบ็ ออกจากพนื ทเี ป้าหมายได้ ในเมอื จะตอ้ งการใชพ้ นื ทใี นกจิ การอยา่ งอนื เมอื ทาํ เป้าฝึก
ยงิ นีคลา้ ยคลงึ กนั กค็ วรทาสใี หแ้ ตกต่างกนั เพอื ช่วยเหลอื ผตู้ รวจการณ์

ค. พนื ทขี องทตี รวจการณ์อยรู่ ะหวา่ งพนื ทตี งั ยงิ และพนื ทเี ป้าหมาย ควรจะตรวจการณไ์ ดเ้ ต็มกวา้ งดา้ นหน้าของ
เป้าหมาย ปกตคิ วรมมี ลู ดนิ สกั แหง่ หนึงกเ็ พยี งพอแลว้ เมอื จะใชส้ นามนี การตดิ ตอ่ ทางโทรศพั ทต์ อ้ งจดั ใหม้ ขี นึ ระหวา่ งที
ตรวจการณ์ และ ศอย.

ง. พนื ทตี งั เครอื งยงิ อยขู่ า้ งหลงั พนื ทตี รวจการณ์ออกไปอกี ๑๕ เมตร และอยนู่ อกแนวจากทตี งั ทตี รวจการณ์
เครอื งยงิ ตงั ยงิ หา่ งกนั ทางขา้ ง ๖ เมตร ควรมที กี าํ บงั กนั ระหวา่ งพนื ทเี ป้าหมาย และพนื ทตี งั ยงิ ถา้ ไม่มพี นื ทกี าํ บงั ก็อาจใช้
ฉากผา้ กนั เป้าหมายระหวา่ งพนื ทเี ป้าหมาย และพนื ทตี งั ยงิ

จ. ศอย. จดั ตงั ขนึ ใหไ้ กลทตี งั เครอื งยงิ พอเพยี งทจี ะใชเ้ สยี งตดิ ตอ่ กนั ได้ โทรศพั ทห์ รอื วทิ ยุ สรา้ งเป็นการตดิ ต่อ
ระหว่าง ศอย. และทตี รวจการณ์ (รปู ที ๕๐)
๒๒๐. การปฏิบตั ิ

ก. ผรู้ บั การฝึกประชุมรว่ มกนั ทที ตี รวจการณ์ เพอื ชแี จงการจดั สรา้ งสนามฝึกยงิ ผรู้ บั การฝึกไดร้ บั มอบหมายให้
เป็นพวก ศอย. พลประจาํ เครอื งยงิ ในทตี งั และผตู้ รวจการณ์หน้า และจะตอ้ งหมนุ เวยี นกนั เป็นระยะไประหวา่ งทตี งั เหล่านี
ในการฝึก โดยทวั ไปแลว้ การดาํ เนินการฝึกมลี าํ ดบั ขนั ตอนดงั ต่อไปนี

๑) ทตี รวจการณ์สง่ คาํ ขอใหย้ งิ ไปยงั ศอย. เพอื เรมิ การยงิ ต่อจุดยงิ หาหลกั ฐาน
๒) ศอย. คาํ นวณหาคาํ สงั ยงิ แลว้ สง่ ไปยงั เครอื งยงิ
๓) พลประจาํ เครอื งยงิ เลง็ เครอื งยงิ แลว้ ยงิ
๔) การยงิ ปรบั กระทาํ ตอ่ ไปจนกระทงั จุดยงิ หาหลกั ฐานไดก้ ระทาํ สาํ เรจ็ ลง
๕) ศอย. สงั ทตี รวจการณ์ใหป้ รบั กรวยขนานคขู่ องตอน(หมวด) เมอื ตอ้ งการ
๖) เมอื ปรบั กรวยขนานคเู่ รยี บรอ้ ยแลว้ ตอน(หมวด) จาํ ลองทศิ
๗) จากตาํ บลอา้ งแหง่ นี เป้าหมายตามลกั ษณะต่างๆ กบ็ งั เกดิ ขนึ โดยใชแ้ บบการยงิ ปรบั ใหแ้ ตกตา่ งกนั
ข. เนืองจากระยะในสนามไดว้ างไวเ้ ป็นเมตร ดงั นันการแกแ้ ละการคาํ นวณกต็ อ้ งเป็นเมตรดว้ ย อยา่ งไรกด็ กี ค็ ง
นําเอาสตู รมลิ เลยี มมาใชเ้ พอื ตอ้ งการผลลพั ธท์ ดี ที สี ุด ศอย.ควรกาํ หนดตารางสเี หลยี มแต่ละสเี หลยี มจตรุ สั บนแผน่ ตาราง
ทบั เป้าหมายของแผน่ กรุยจดุ มคี า่ เทา่ กบั ๒๕ เมตร

๒๐๑

ตารางที ๘ ตารางยิงลาํ กล้องรองของ ค.๑๒๐ มม., ลกู ระเบิดสงั หาร เอม็ .๔๙ เอ.๒,
และลกู ระเบิดซ้อมยิง เอม็ .๕๐ เอ.๒

ขนาด ๖๐ มม. ชนวนกระทบแตก เอม็ .๕๒, เอม็ ๕๒ เอ.๑, บี.๑, เอม็ .๕๒๕

ระยะยงิ มุมสงู ส่วนบรรจุ มุมสงู สว่ นบรรจุ ระยะยงิ มุมสงู ส่วนบรรจุ มมุ สงู ส่วนบรรจุ
(หลา) (มลิ เลยี ม) เพมิ (มลิ เลยี ม) เพมิ (หลา) (มลิ เลยี ม) เพมิ (มลิ เลยี ม) เพมิ
๑๒๔๐
๕๐๐ ๑๒๒๐ ๑ ๑๒๕๐ ๒ ๑๒๕๐ ๑๑๒๘ ๓ ๑๒๔๐ ๔
๕๒๕ ๑๑๙๙ ๑ ๑๒๓๕ ๒ ๑๒๗๕ ๑๑๑๔ ๓ ๑๒๓๑ ๔
๑๑๗๐ ๑ ๑๒๒๑ ๒
๕๕๐ ๑๑๔๓ ๑ ๑๒๐๕ ๒ ๑๓๐๐ ๑๑๑๐ ๓ ๑๒๒๒ ๔
๕๗๕ ๑๑๒๐ ๑ ๑๑๙๐ ๒ ๑๓๒๕ ๑๐๘๔ ๓ ๑๒๑๓ ๔
๖๐๐ ๑๐๙๒ ๑ ๑๑๗๖ ๒ ๑๓๕๐ ๑๐๖๘ ๓ ๑๒๐๕ ๔
๑๐๖๐ ๑ ๑๑๖๑ ๒
๖๒๕ ๑๐๒๓ ๑ ๑๑๔๔ ๒ ๑๓๗๕ ๑๐๕๑ ๓ ๑๑๙๗ ๔
๙๘๗ ๑ ๑๑๒๘ ๒
๖๕๐ ๙๓๓ ๑ ๑๑๐๙ ๒ ๑๔๐๐ ๑๕๓๕ ๓ ๑๑๘๘ ๔
๙๕๔ ๑ ๑๐๙๐ ๒
๖๗๕ ๑ ๑๐๕๗ ๒ ๑๔๒๕ ๑๐๑๕ ๓ ๑๑๗๙ ๔
๗๐๐ ๑๒๔๘ ๑๐๔๕ ๒ ๑๔๕๐ ๙๙๕ ๓ ๑๑๗๐ ๔
๗๒๕ ๑๒๓๖ ๓ ๑๐๒๐ ๒ ๑๔๗๕ ๙๗๐ ๓ ๑๑๕๙ ๔
๑๒๒๒ ๓ ๙๙๕ ๒
๗๕๐ ๑๒๑๑ ๓ ๙๖๖ ๒ ๑๕๐๐ ๙๕๐ ๓ ๑๑๔๗ ๔
๗๗๕ ๑๒๐๐ ๓ ๙๓๗ ๒ ๑๕๒๕ ๙๒๑ ๓ ๑๑๓๖ ๔
๘๐๐ ๑๑๙๑ ๓ ๘๗๙ ๒ ๑๕๕๐ ๘๙๕ ๓ ๑๑๒๔ ๔
๑๑๗๘ ๓ ๘๒๗ ๒
๘๒๕ ๑๑๖๔ ๓ ๑๕๗๕ ๘๔๗ ๓ ๑๑๑๓ ๔
๘๕๐ ๑๑๕๐ ๓ ๑๖๐๐ ๘๐๐ ๓ ๑๑๐๒ ๔
๑๑๓๙ ๓
๘๗๕ ๓ ๑๖๒๕ ๑๐๙๑ ๔

๙๐๐ ๑๖๕๐ ๑๐๘๐ ๔
๙๒๕ ๑๖๗๕ ๑๐๖๖ ๔
๙๕๐ ๑๗๐๐ ๑๐๕๑ ๔

๙๗๕ ๑๗๒๕ ๑๐๓๐ ๔
๑๐๐๐ ๑๗๕๐ ๑๐๒๘ ๔

๑๐๒๕ ๑๗๗๕ ๑๐๑๑ ๔
๑๐๕๐ ๑๘๐๐ ๙๙๕ ๔
๑๐๗๕ ๑๘๒๕ ๙๗๗ ๔

๑๑๐๐ ๑๘๕๐ ๙๖๐ ๔

๑๑๒๕ ๑๘๗๕ ๙๓๕ ๔
๑๑๕๐ ๑๙๐๐ ๙๒๐ ๔

๑๑๗๕ ๑๙๒๕ ๘๙๘ ๔
๑๒๐๐ ๑๙๕๐ ๘๗๗ ๔
๑๒๒๕ ๑๙๗๕ ๘๒๐ ๔

๒๐๒

ผนวก ก.
การซ่อมบาํ รงุ (MAINTENANCE)

ตอนที ๑
กล่าวทวั ไป
๑. ความมงุ่ หมาย
การซ่อมบาํ รุง(MAINTENANCE) หมายถงึ การกระทาํ ใดๆทมี งุ่ หมายจะรกั ษายทุ โธปกรณ์ตา่ งๆใหอ้ ยใู่ นสภาพทใี ช้
การได้ หรอื มุ่งหมายทจี ะทาํ ใหย้ ทุ โธปกรณ์ทชี าํ รุดกลบั คนื มาอยใู่ นสภาพทใี ชก้ ารได้ และหมายรวมถงึ การตรวจสภาพ การ
ทดสอบ การบรกิ าร การซ่อมแก้ การซ่อมใหญ่ การซ่อมสรา้ ง การดดั แปลง และการซ่อมคนื สภาพ
๒. หลกั การซอ่ มบาํ รงุ
ก. การซ่อมบาํ รงุ ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามค่มู อื ทกี รมฝ่ายยทุ ธบรกิ ารหรอื กรมฝ่ายกจิ การพเิ ศษทไี ดร้ บั ผดิ ชอบ ไดจ้ ดั พมิ พข์ นึ
หรอื จดั หามาแจกจา่ ย โดยใหท้ าํ การซ่อมบาํ รงุ ไดไ้ มเ่ กนิ ทกี าํ หนดไว้ และสอดคล้องกบั สถานการณ์ทางการยทุ ธการ
ข. ชา่ งซอ่ มแกต้ อ้ งพยายามกระทาํ ณ ทซี งึ ยทุ โธปกรณ์นันตงั อยู่ เพอื ใหย้ ทุ โธปกรณ์นนั กลบั ใชง้ านไดเ้ รว็ ขนึ
ค. ยทุ โธปกรณท์ ชี าํ รดุ เกนิ ขดี ความสามารถของหน่วย ทจี ะทาํ การซ่อมบาํ รงุ ใหส้ ง่ ซ่อมหน่วยซ่อมบาํ รุงทสี งู กวา่ หรอื
ขอใหห้ น่วยซ่อมบาํ รงุ ทสี งู กวา่ มาทาํ การซ่อมให้
ง. หา้ มทาํ การซอ่ มแบบยบุ รวม เวน้ แต่...
๑) ไดร้ บั อนุมตั จิ ากผทู้ มี อี าํ นาจใหก้ ระทาํ ได้ หรอื
๒) ในกรณฉี ุกเฉนิ และสถานการณท์ างยทุ ธวธิ บี งั คบั ซงึ ไมส่ ามารถจะตดิ ต่อกบั หน่วยทมี เี จา้ หน้าทสี นับสนุน
ไดร้ วดเรว็ ทนั เหตุการณ์ แต่ตอ้ งรายงานใหผ้ มู้ อี าํ นาจใหก้ ระทาํ ไดท้ ราบ โดยผา่ นหน่วยสนบั สนุนในโอกาสทสี ามารถทาํ ได้
๓. หน้าทีและความรบั ผิดชอบ
การซ่อมบาํ รงุ ระดบั หน่วย เป็นความรบั ผดิ ชอบของผบู้ งั คบั หน่วยใชย้ ทุ โธปกรณ์นนั จะตอ้ งจดั ใหม้ กี ารดาํ เนนิ การ
ดงั นี.-
ก. ทาํ การปรนนิบตั บิ าํ รงุ ยทุ โธปกรณ์ตามคมู่ อื การปรนนิบตั บิ าํ รุง หรอื คาํ สงั การหล่อลนื สาํ หรบั ยทุ โธปกรณ์
ชนิดนนั โดยเครง่ ครดั
ข. ทาํ การซ่อมบาํ รงุ ระดบั หน่วยตามทกี าํ หนดไวใ้ นคมู่ อื ทางเทคนิค หรอื ตามสายยทุ ธบรกิ ารกาํ หนดใหก้ ระทาํ
ค. ถา้ ยทุ โธปกรณ์ชาํ รุดหรอื จาํ เป็นตอ้ งปรนนบิ ตั บิ าํ รงุ เกนิ กวา่ ทกี าํ หนดไว้ ใหส้ ง่ ไปรบั การซ่อมหรอื รบั การปรนนิบตั ิ
บาํ รงุ ทหี น่วยสนับสนุนโดยตรง
ง. ก่อนนํายทุ โธปกรณ์ไปดาํ เนินการตาม ขอ้ ๓. ใหห้ น่วยใชแ้ จง้ ใหห้ น่วยสนบั สนุนโดยตรงทราบกอ่ น เมอื ไดร้ บั แจง้
ใหส้ ง่ ยทุ โธปกรณ์ไปทาํ การซ่อมแลว้ จงึ จดั สง่ ไป ในกรณที หี น่วยสนบั สนุน โดยตรงสามารถจดั สง่ ชดุ ซ่อมมาซ่อมยงั หน่วย
ใชไ้ ด้ กอ็ าจจะสง่ ชุดซ่อมมาทาํ การซ่อมให้ ทงั นีหน่วยสนบั สนุนโดยตรงจะตอ้ งพจิ ารณาถงึ การประหยดั และสถานการณ์
ดว้ ย
จ. ก่อนสง่ ยทุ โธปกรณ์ไปซ่อมทหี น่วยสนบั สนุนโดยตรง หน่วยใชต้ อ้ งทาํ การปรนนิบตั บิ าํ รงุ และทาํ การซ่อมบาํ รงุ ใน
ขนั ของตนใหเ้ รยี บรอ้ ยก่อน
ฉ. ชนิ สว่ นซ่อมตามอตั ราพกิ ดั เมอื ใชไ้ ปแลว้ ใหท้ าํ การเบกิ ทดแทนไปยงั หน่วยสนบั สนุนโดยตรงทนั ที การเบกิ ให้
ปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บกองทพั บกว่าดว้ ย การสง่ กาํ ลงั สงิ อปุ กรณ์ประเภท ๒ และ ๔
ช. การสง่ ยทุ โธปกรณ์ไปซอ่ มนัน ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามระเบยี บ ทบ.ว่าดว้ ยการรบั สงิ อปุ กรณ์ พ.ศ.๒๕๐๐
ซ. ขอบเขตของการซ่อมบาํ รงุ ใหป้ ฏบิ ตั ติ ามคมู่ อื คาํ สงั หรอื ระเบยี บทกี าํ หนดไวเ้ ป็นรายยทุ โธปกรณ์
ฌ. การซ่อมบาํ รงุ หรอื ปรนนบิ ตั ขิ นั หน่วยนนั พลประจาํ อาวธุ มหี น้าทชี ว่ ยเหลอื ชา่ งซ่อมของหน่วย
๔. คาํ จาํ กดั ความทีเกียวข้องกบั การซ่อมบาํ รงุ
ก. การตรวจสภาพ (INSPECT) คอื การตรวจเพอื พจิ ารณาสภาพการใชง้ านของยุทธภณั ฑน์ ัน โดยการเปรยี บเทยี บ
ลกั ษณะทางกายภาพ ทางกล และทางไฟฟ้า กบั มาตรฐานทกี าํ หนด

๒๐๓

ข. การทดสอบ (TEST) คอื การยนื ยนั สภาพการใชง้ านได้ และเพอื ตรวจคน้ หาขอ้ บกพร่องทเี รมิ เกดิ โดยการตรวจวดั
ลกั ษณะทางกล หรอื ทางไฟฟ้าของยทุ ธภณั ฑน์ ันๆ และเปรยี บเทยี บลกั ษณะนนั กบั มาตรฐานทกี าํ หนด

ค. การบรกิ าร (SERVICE) คอื การปฏบิ ตั ใิ หท้ าํ ตามกาํ หนด ตามระยะเวลา เพอื บาํ รงุ รกั ษายุทธภณั ฑใ์ หอ้ ยใู่ นสภาพ
ทที าํ งานไดถ้ กุ ตอ้ ง เชน่ การทาํ ความสะอาด การหลอ่ ลนื การแตม้ สี ฯลฯ
ง. การจดั ปรบั (ADJUST) คอื การรกั ษาไวใ้ หย้ ทุ ธภณั ฑน์ นั อยใู่ นขดี จาํ กดั ทกี าํ หนด โดยการจดั ใหอ้ ยใู่ นตาํ แหน่งที
ถกู ตอ้ งและแน่นอน หรอื จดั ลกั ษณะการทาํ งานใหอ้ ยใู่ นขอบเขตทกี าํ หนด

จ. การจดั แนว (ALINE) คอื การจดั ปรบั องคป์ ระกอบทยี ทุ ธภณั ฑน์ นั แปรคา่ ได้ ใหไ้ ดค้ า่ การทาํ งานทตี อ้ งการ หรอื
ดที สี ดุ
ฉ. การเปรยี บเทยี บสภาพ (CALIBRATE) คอื การพจิ ารณาและหาขอ้ ผดิ พลาดในการปรบั เครอื งมอื ทดสอบ วธิ ี
ทดสอบทใี ชใ้ นการวดั ประณตี ไดแ้ ก่ การเปรยี บเทยี บเครอื งวดั ๒ เครอื ง ในเมอื เครอื งใดเครอื งหนึงเป็นเครอื งทมี มี าตรฐาน

เทยี งตรง เป็นการตรวจคน้ และจดั ปรบั ความผดิ พลาดในความเทยี งตรงของเครอื งวดั ทนี ํามาเปรยี บเทยี บ
ช. การตดิ ตงั (INSTALL) คอื การปฏบิ ตั ติ อ่ ยทุ โธปกรณ์ในลกั ษณะจดั วาง ใสเ่ ขา้ ทหี รอื ยดึ เขา้ ทโี ดยกระทาํ ในลกั ษณะที
ทาํ ใหย้ ทุ โธปกรณน์ นั หรอื ระบบนนั ทาํ งานถกู ตอ้ ง
ซ. การซ่อมเปลยี น(REPLACE) คอื การปฏบิ ตั ติ ่อยทุ โธปกรณ์ในลกั ษณะเปลยี นชนิ สว่ น ชุดประกอบย่อย โดยกระทาํ

แลว้ ยุทโธปกรณน์ นั สามารถทาํ งานไดถ้ กู ตอ้ ง
ฌ. การซ่อมแก(้ REPAIR) เป็นการปฏบิ ตั กิ ารซ่อมบาํ รงุ ซงึ กระทาํ เท่าทจี าํ เป็นเพอื ทจี ะซ่อมชนิ สว่ นใหใ้ ชง้ านไดท้ กุ
สถานการณ์ ตลอดจนแกไ้ ขขอ้ ขดั ขอ้ งสงิ อปุ กรณท์ ุกชนิดทเี กดิ ความเสยี หายหรอื ทเี กดิ ขนึ โดยเฉพาะเจาะจง การซ่อมแกน้ ี
อาจจะไดร้ บั ผลสาํ เรจ็ ลงในแตล่ ะลาํ ดบั ขนั ของการซ่อมบาํ รงุ

ญ. การซ่อมใหญ่(OVERRHAUL) หมายถงึ การซ่อมบาํ รงุ ยทุ โธปกรณ์ทชี าํ รดุ ใหใ้ ชก้ ารไดอ้ ย่างสมบรู ณ์ โดยกาํ หนด
มาตรฐานการซ่อมบาํ รงุ ไวใ้ นคมู่ อื เทคนิคทเี กยี วขอ้ ง โดยเฉพาะการซ่อมใหญ่อาจจะกระทําใหส้ าํ เรจ็ โดยการแยก
สว่ นประกอบ การตรวจสภาพส่วนประกอบ การประกอบสว่ นประกอบย่อยและชนิ สว่ นตา่ งๆ ทงั นีจะตอ้ งมกี ารตรวจสภาพ
และการทดสอบการปฏบิ ตั กิ ารประกอบดว้ ย

ฎ. การซ่อมสรา้ ง(REBUILD) หมายถงึ การซ่อมยทุ โธปกรณ์ทชี าํ รดุ ใหก้ ลบั คนื สสู่ ภาพมาตรฐานอนั ใกลเ้ คยี งกบั
สภาพเดมิ หรอื เหมอื นของใหมท่ งั ในรปู รา่ ง คณุ สมบตั ใิ นการทาํ งานและอายขุ องการใชง้ าน การซอ่ มสรา้ งอาจกระทําให้

สาํ เรจ็ ไดโ้ ดยการถอดชนิ สว่ นของยทุ โธปกรณ์นนั ออก เพอื นําไปตรวจสภาพชนิ สว่ นและสว่ นประกอบ และทาํ การซ่อมแก้
หรอื เปลยี นชนิ สว่ นและสว่ นประกอบทชี าํ รุด
๕. ประเภทของการซ่อมบาํ รงุ แบ่งออกเป็น ๔ ประเภท ดงั นี.-

๑) การซ่อมบาํ รงุ ระดบั หน่วย(OPERATOR/CREW AND ORGANIZATIONAL MAINTENANCE)
๒) การซ่อมบาํ รงุ สนบั สนุนโดยตรง(DIREC SUPPORT MAINTENANCE)
๓) การซ่อมบํารงุ สนบั สนุนทวั ไป(GENERAL SUPPORT MAINTENANCE)
๔) การซ่อมบาํ รงุ ระดบั คลงั (DEPOT MAINTENANCE)
๖. การซ่อมบาํ รงุ ระดบั หน่วย แบง่ ออกเป็น ๒ ระดบั คอื ระดบั ผใู้ ช้ หรอื พลประจาํ อาวธุ ระดบั ชา่ งซ่อมอาวธุ

ยทุ โธปกรณ์ของหน่วย โดยทาํ การตรวจสภาพ การทาํ ความสะอาด การบรกิ าร การรกั ษา การหล่อลนื การปรบั ตามความ
จาํ เป็น การเปลยี นชนิ สว่ นซ่อมเลก็ ๆน้อยๆ

หมายเหต.ุ -
เจา้ หน้าทซี ่อมบาํ รงุ ระดบั หน่วย ไดแ้ ก่
๑) พลประจาํ อาวธุ (OPERATOR/CREW)
๒) ชา่ งซ่อมประจาํ หน่วย(ORGANIZATIONAL MECHANIC)

๒๐๔

ตอนที ๒
การแบ่งมอบการซ่อมบาํ รงุ (MAINTENANCE ALIOCATION CHART)
๗. ตารางแผนการแบง่ มอบการซ่อมบาํ รงุ สาํ หรบั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ มาตรฐานขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ.

(๑) (๒) (๓) (๔)

๑. ชดุ ลาํ กลอ้ ง ๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... ๓ ๔ ..... ๔
- ลาํ กลอ้ ง ๑ ..... ๑ ๑ ..... ..... ..... ๓ ๓ ..... ...
- ปลอกรบั ลํากลอ้ ง ๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... ๓ ๓ ..... ๔
- เครอื งปิดทา้ ยและลนั ไก ๑ ..... ..... ..... ..... ..... ..... ๒ ..... ..... ...
- เขม็ แทงชนวน
๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... ..... ๓ ..... ๓
๒. ชดุ ขาหยงั และแผน่ ฐานลาํ กลอ้ ง ๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... ..... ๓ ..... ๔
- ขาหยงั ๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... ..... ๓ ..... ๓
- เครอื งสา่ ยและฐานกลอ้ งเลง็ ๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... . ๓ ..... ๔
- เครอื งใหท้ างสูง
- แผน่ รบั ลํากลอ้ ง .....
.
๓. กลอ้ งเลง็ และเครอื งควบคุมการยงิ
- หลกั เลง็ ๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... ๒ ..... ..... ๔
- ไฟฉายหวั หลกั เลง็ ๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... ๒ ๓ ..... ๔
- กลอ้ งเลง็ แบบ M๕๓ ๑ ๓ ๑ ๓ ..... ..... ..... ๓ ๓ ๓ ...
- กลอ่ งใสก่ ลอ้ งเลง็ ๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... ๓ ..... ..... ...
- ไฟฉายกลอ้ งเลง็ ๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... ๓ ..... ..... ...
- กลอ้ งส่องรปู ๑ ..... ๑ ..... ..... ..... ..... ๒ ..... ..... ...

หมายเหต.ุ -
๑. พลประจาํ อาวธุ
๒. ชา่ งซ่อมประจาํ หน่วย
๓. สพ.ทบ.
๔. ศอว.ทบ.

๘. คาํ อธิบายแผนการแบ่งมอบอาํ นาจการซ่อมบาํ รงุ ช่องต่างๆ
ก. ชอ่ งที ๑ หมายเลขชุดองคป์ ระกอบ ซงึ เป็นหมายเลขชุดองคป์ ระกอบทจี ดั รวมอยใู่ นกลุ่มเดยี วกนั
ข. ชอ่ งที ๒ ชอื ชดุ องคป์ ระกอบ เป็นชอื องคป์ ระกอบยอ่ ยทตี ดิ ตงั รวมอยใู่ นชุดองคป์ ระกอบเดยี วกนั
ค. ช่องที ๓ การซ่อมบาํ รงุ เป็นขอบเขตทกี าํ หนดใหป้ ฏบิ ตั ใิ นการซ่อมบาํ รงุ แต่ละระดบั ในความรบั ผดิ ชอบตาม

สญั ลกั ษณ์ทกี าํ หนด

๒๐๕

ง. สญั ลกั ษณ์ ขอบเขตความรบั ผดิ ชอบการซ่อมบาํ รงุ แต่ละขนั กาํ หนดดว้ ยสญั ลกั ษณ์ ดงั ต่อไปนี
๑. - พลประจาํ อาวธุ
๒. - ชา่ งซ่อมประจาํ หน่วย
๓. - หน่วยซ่อมบาํ รงุ สนบั สนุนโดยตรง(สพ.ทบ.)
๔. - หน่วยซ่อมบาํ รงุ ระดบั คลงั (ศอว.ทบ.)

ตอนที ๓ หรอื จ่ายให้
บญั ชีจ่ายสิงอปุ กรณ์มลู ฐาน
๙. ความม่งุ หมาย
บญั ชจี า่ ยสงิ อปุ กรณ์มลู ฐานเป็นบญั ชที ไี ดร้ บั อนุมตั จิ า่ ยรว่ มกบั ค.มาตรฐาน ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ.
เมอื จาํ เป็นตอ้ งตดิ ตงั ปฏบิ ตั งิ านหรอื ใชเ้ พอื การซ่อมบาํ รุงโดยพลประจาํ อาวธุ และช่างซ่อมของหน่วย
๑๐. คาํ อธิบาย
๑๐.๑ ภาพประกอบ(ชอ่ งที ๑)
๑๐.๑.๑ รปู ทชี ่องที ๑(ก.) แสดงลาํ ดบั ทขี องภาพประกอบ
๑๐.๑.๒ ลาํ ดบั รายการที ช่องที ๑(ข.) แสดงลาํ ดบั รายการของภาพทปี ระกอบ
๑๐.๒ หมายเลขสงิ อุปกรณ์ช่องที ๒ แจง้ ใหท้ ราบหมายเลขสงิ อุปกรณ์
๑๐.๓ รายการ ชอ่ งที ๓ แสดงใหท้ ราบชอื ของสงิ อุปกรณ์ และรายละเอยี ดเพมิ เตมิ
๑๐.๔ หน่วยนับ ชอ่ งที ๔ บอกใหร้ ถู้ งึ หน่วยนบั แต่ละ อนั , ชนิ , ค,ู่ ฟุต ฯลฯ
๑๐.๕ จาํ นวนทตี อ้ งการ บอกจาํ นวนทตี อ้ งการของสงิ อปุ กรณ์

ภาพ หมายเลขสิงอปุ กรณ์ บญั ชีจ่ายสิงอปุ กรณ์มลู ฐาน หน่วยนับ จาํ นวน
ประกอบ ทีต้องการ
รายการ
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๐๐ AW กระบอก ๑
ชินส่วนหลกั และชินส่วนประกอบ
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๐๒ AW - ค.มาตรฐานขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ. อนั
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๐๓ AW ประกอบดว้ ย.- ชุด
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๒๐ AW ๑ ลํากลอ้ ง ค.มาตรฐานขนาด ๑๒๐ มม. ชุด
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๕๐ AW ๑ ชดุ เครอื งปิดทา้ ยและลนั ไก ชดุ
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๗๐ AW ๑ ชุดผอ่ นอาการสะเทอื นและปลอดรดั ลาํ กลอ้ ง ชดุ
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๙๐ AW ๑ ชดุ เครอื งสา่ ย ชดุ
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๑๐๐ AW ๑ ชุดเครอื งใหท้ างสูง ชุด
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๑๒๐ AW ๑ ชุดคานแกเ้ อยี ง ชดุ
๑ ชดุ ขาหยงั
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๑๔๐ AW ๑ ชดุ แผ่นฐานรบั ลํากลอ้ ง คนั ๑
- รถบรรทกุ ค.มาตรฐานขนาด ๑๒๐ มม.
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๑๔๑ AW ของ ศอว.ทบ. ประกอบดว้ ย.- ชดุ
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๑๔๒ AW ๑ ชุดโครงรถ ชดุ
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๐๐๕ AW ๑ ชุดลอ้ เลอื น อนั ๒
เขม็ แทงชนวน

๒๐๖

ภาพ หมายเลขสิงอปุ กรณ์ รายการ หน่วยนับ จาํ นวนทีต้องการ
ประกอบ
๑๒๔๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๑ AW - กล้องเลง็ และเครอื งควบคมุ การยิง ประกอบดว้ ย.- ชดุ ๑
๑๒๔๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๒ AW กลอ้ งเลง็ เอม็ .๕๓ เอ.๑ อนั ๑
๑๒๙๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๑ AW กลอ่ งใสก่ ลอ้ งเลง็ เอม็ .๕๓ เอ.๑ อนั ๑
๑๒๙๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๓ AW เครอื งใหแ้ สงสว่าง(ไฟฉายกลอ้ งเลง็ ) อนั ๒
๑๒๙๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๔ AW หลกั เลง็ ชดุ ๒
ไฟฉายหวั หลกั เลง็
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๑๙๐ AW - เครืองมือและอปุ กรณ์ อนั ๑
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๑ AW ครอบปากลํากลอ้ ง อนั ๑
๕๑๒๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๘ AW แสท้ าํ ความสะอาดลาํ กลอ้ ง อนั ๑
๕๑๒๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๓ AW ประแจหมนุ เดอื ยทา้ ยลํากลอ้ ง อนั ๑
๕๑๒๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๔ AW ประแจกระบอก ๑ ๓/๘ นวิ (๓๕ มม.) อนั ๑
๕๑๒๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๕ AW ดา้ มหมุนประแจกระบอก อนั ๑
๕๑๒๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๖ AW ประแจขนั ชุดเขม็ แทงชนวน อนั ๑
๕๑๒๐-๓๕-๑๖๗-๐๐๐๗ AW ไขควงปากแบน ๖ นวิ อนั ๔
๑๐๑๕-๓๕-๑๖๗-๑๑๙๑ AW ประแจหกเหลยี ม ๔, ๕, ๖, ๘ มลิ ลเิ มตร ผนื ๑
ผา้ คลุมเครอื งยงิ

๒๐๗

ผนวก ข.
คาํ แนะนําในการทาํ ลาย

ตอนที ๑ กล่าวทวั ไป
๑. ความมงุ่ หมาย

เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ศอว.ทบ. ทุกแบบทอี ยใู่ นสภาวะใกลถ้ กู ยดึ หรอื มคี วามจาํ เป็นตอ้ งสละทงิ ในเขตพนื ทกี ารรบ
ผบู้ งั คบั หน่วยจะออกคาํ สงั ใหท้ ําลาย โดยตอ้ งไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากผบู้ งั คบั บญั ชาชนั เหนอื กอ่ น การทาํ ลายอาวธุ
ยทุ โธปกรณ์ของเรากเ็ พอื ป้องกนั มใิ หข้ า้ ศกึ นําไปใชไ้ ดอ้ กี โดยทาํ ใหร้ ะบบทสี าํ คญั ตา่ งๆของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ เสยี หาย
เกนิ กวา่ จะซ่อมได้ สาํ หรบั ความเรง่ ดว่ นในการทาํ ลายนัน ควรทาํ ลายชนิ สว่ นทยี ากต่อการสบั เปลยี นตามลาํ ดบั ดงั นี
ชดุ เครอื งเลง็ ชุดลนั ไก เขม็ แทงชนวน ประการสาํ คญั จะตอ้ งทาํ ลายชนิ สว่ นทเี หมอื นกนั ของเครอื งยงิ ทุกระบบ เพอื มใิ ห้
ขา้ ศกึ นําไปใชแ้ ทนกนั ได้

ตอนที ๒
การทาํ ลายเครอื งยิงลกู ระเบิด
๒. การทาํ ลายเครืองยิงลูกระเบิด ขนาด ๑๒๐ มม. ของ ศอว.ทบ. กระทําดงั นี.-
๒.๑ การระเบดิ ทาํ ลายลาํ กลอ้ ง โดยการใช้ TNT ประมาณครงึ ปอนด์ ใสภ่ ายในลาํ กลอ้ งของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ
๒.๒ การเผา โดยใชน้ ํามนั เบนซนิ นํามนั กา๊ ดหรอื ระเบดิ เพลงิ
๒.๓ ใชป้ ืนยงิ เฉพาะส่วนประกอบสาํ คญั ๆ ใหเ้ สยี หายบางสว่ นโดยใชว้ ตั ถหุ นักๆทุบเครอื งเลง็ และเขม็ แทงชนวน
จนไมส่ ามารถนําไปใชไ้ ดอ้ กี

ตอนที ๓
การทาํ ลายลูกระเบิดยิง
๓. การทาํ ลายลูกระเบิดยิง กระทาํ ไดด้ งั นี.-
๓.๑ วางกองรวมๆเขา้ เอานํามนั เชอื เพลงิ ราดแลว้ เผา พลประจาํ ปืนตอ้ งรบี เขา้ ทกี าํ บงั
๓.๒ ใช้ TNT เป็นตวั ระเบดิ โดยนําลกู ระเบดิ ยงิ มากองไวแ้ ลว้ ใชก้ ารระเบดิ จาก TNT
๓.๓ ถา้ ลกู ระเบดิ ยงิ บรรจุอยใู่ นลงั ไม้ กใ็ หป้ ฏบิ ตั เิ ชน่ เดยี วกบั ขอ้ ๓.๑, ๓.๒

๒๐๘

ผนวก ค.
การใช้เครืองจบั ลกู ระเบิดยิงออกจากลาํ กล้อง ขนาด ๑๒๐ มม. (EXTRACTOR)

ตอนที ๑
กล่าวทวั ไป
๑. ความม่งุ หมาย
เครอื งปิดทา้ ยและลนั ไก ของ ค.๑๒๐ มม. ศอว.ทบ. จะทาํ การยงิ ไดท้ งั แบบอตั โนมตั (ิ ปล่อยยงิ ) และแบบลนั ไก(ขอ้ ๗)
ซงึ เมอื เกดิ ลย./ค. ดา้ นในลาํ กลอ้ งหรอื เลกิ ยงิ โดยที ลย./ค. ยงั บรรจุอยใู่ นลาํ กลอ้ งนัน การจะนํา ลย./ค. ออกจากลาํ กลอ้ ง
จะตอ้ งปฏบิ ตั ติ าม ขอ้ ๑๘.(การเทลกู ระเบดิ ยงิ ดา้ นในออกจากลํากลอ้ ง) ซงึ จะเสยี เวลาและเสยี ผลทางยทุ ธวธิ ี ดงั นนั
จงึ กาํ หนดใหใ้ ชเ้ ครอื งจบั ลกู ระเบดิ ออกจากลาํ กลอ้ งขนาด ๑๒๐ มม. ไดอ้ กี วธิ หี นึงโดยไม่ตอ้ งแยกลาํ กลอ้ งออกจากแผน่ ฐาน
และขาหยงั
ตอนที ๒
ลกั ษณะทวั ไปของเครืองจบั ลกู ระเบิดยิงออกจากลาํ กล้องขนาด ๑๒๐ มม.
๒. ลกั ษณะทวั ไป
๒.๑ เครอื งจบั ลกู ระเบดิ ยงิ ออกจากลาํ กล้องนี (รปู ที ๑) กาํ หนดใหใ้ ชเ้ ฉพาะกบั ลย./ค. ขนาด ๑๒๐ มม. ทผี ลติ โดย
ศอว.ทบ.(M.๒๙๓) ขอ้ ๔๒

รปู ที ๑ เครอื งจบั ลกู ระเบิดยิงออกจากลาํ กล้องขนาด ๑๒๐ มม.

๒๐๙

๒.๒ ขนาด ๑๒๐ มม.
- ความกวา้ ง

- ความสงู (ถงึ หหู วิ ) ๒๔๐ มม.
๒.๓ นําหนัก

- เครอื งจบั ลกู ระเบดิ ยงิ (ไมร่ วมเชอื ก) ๒.๘ + ๐.๕ กก.
๓. การทาํ งานของเครอื งจบั ลูกระเบิดยิงออกจากลาํ กลอ้ ง (รปู ที ๒)

เมอื ใส่เครอื งจบั ลกู ระเบดิ ยงิ ลงไปในลาํ กลอ้ ง ใหป้ ลอ่ ยลงชา้ ๆ โดยการบงั คบั เชอื กดงึ จนเครอื งจบั ลงไปถงึ ชนวนหวั

ของ ลย./ค. นําหนกั ของตวั เครอื งจบั เอง จะตา้ นแรงดนั ของแหนบ (COLL SPRING)เอาไว้ (หมายเลข ๕) และทาํ
ใหเ้ รอื นแหนบ และสลกั นริ ภยั (หมายเลข ๔)ยบุ ตวั ตามไปดว้ ย สลกั นิรภยั จะเคลอื นตวั ถอยหลงั ไปตามลาดเอยี งของแหวน

เกลยี วบงั คบั สลกั นริ ภยั (หมายเลข ๒) จนอยใู่ นลกั ษณะเปิดใหเ้ รอื นแหนบและสลกั นริ ภยั สวมกยั ชนวนหวั ลย./ค. เมอื ดงึ
เชอื กเครอื งจบั ขนึ แรงดนั ของแหนบจะดนั เรอื นแหนบ และสลกั นริ ภยั ใหเ้ คลอื นออก ซงึ สลกั นริ ภยั จะถกู บงั คบั โดยลาด

เอยี งของแหวนเกลยี วบงั คบั สลกั นิรภยั ใหย้ ดึ เขา้ กบั ร่องบากของขอ้ ตอ่ ชนวนหวั เป็นการจบั ลย./ค.เสรจ็ พรอ้ มนําออกจาก
ลาํ กลอ้ งโดยการดงึ เชอื กออกทางปากลาํ กลอ้ ง

รปู ที ๒ การทาํ งานของเครืองจบั ลูกระเบิดยิงออกจากลาํ กล้อง

๒๑๐

ตอนที ๓
วิธีใช้เครืองมอื จบั ลกู ระเบดิ ยิงออกจากลาํ กล้อง

๔. ข้อปฏิบตั ิกอ่ นการใช้งาน
๔.๑ ตอ้ งแน่ใจวา่ ลย./ค. ทจี ะนําออกจากลาํ กลอ้ งดว้ ยเครอื งมอื นนั ตอ้ งเป็น ลย./ค. ทผี ลติ โดย รง.กสย.ศอว.

ทบ.(M.๒๙๓)เท่านนั
๔.๒ ก่อนการใชเ้ ครอื งมอื จบั ลย./ค. ออกจากลํากลอ้ ง ใหพ้ ลประจาํ อาวธุ ตงั เครอื งลนั ไกใหอ้ ยใู่ นตาํ แหน่ง “ลนั

ไก”(TRIGGER)เทา่ นนั ซงึ การตงั เครอื งลนั ไกอยใู่ นตาํ แหน่งดงั กลา่ ว เป็นการบงั คบั ไมใ่ หเ้ ขม็ แทงชนวนโผลเ่ ขา้ ไปในลาํ
กลอ้ ง

๔.๓ ตอ้ งมกี ารตรวจสอบอยา่ งแน่ชดั วา่ ลย./ค. ทจี าํ นําออกมานนั ไมค่ า้ งอยกู่ ลางลาํ กลอ้ ง ถา้ ลย./ค. คา้ งอยกู่ ลางลาํ
กลอ้ ง ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ๑๘.๒.๑ เพอื ทาํ ให้ ลย./ค. เลอื นลงไปทา้ ยลาํ กลอ้ งเสยี กอ่ น

๔.๔ กรณที จี ะนํา ลย./ค.ดา้ นใน(MISFIRE) ออกจากลาํ กลอ้ งใหร้ ออยา่ งน้อย ๑ นาที ก่อนนํา ลย./ค.ออกจากลาํ กลอ้ ง
๔.๕ ตอ้ งตรวจสอบเครอื งมอื จบั ลย./ค. กอ่ นการใชง้ านทกุ ครงั ดงั นี.-

๔.๕.๑ ตรวจสภาพของเชอื กว่าไม่มกี ารผเุ ปือยและเงอื นการผกู กบั หหู วิ ไมค่ ลาย
๔.๕.๒ หหู วิ ตอ้ งมกี ารหมนุ ตวั ไดส้ ะดวก
๔.๕.๓ ตรวจสอบการทาํ งานเครอื งมอื จบั ลย./ค. โดยใชอ้ งุ้ มอื ทงั สองประกบยดึ เรอื นเครอื งจบั ลย./ค.ไว้ แลว้ ใช้
นวิ มอื ทงั สนี วิ กดเรอื นแหนบและสลกั นิรภยั ใหเ้ ลอื นเขา้ ออก เพอื เป็นการตรวจสอบการทาํ งานของแหนบ ซงึ โดยปกตนิ นั
เรอื นแหนบจะเลอื นเขา้ และยดื ออกไดด้ ว้ ยการยบุ ตวั ของแหนบ
๔.๕.๔ ตรวจสลกั นริ ภยั โดยใชน้ วิ กดและใหส้ งั เกตวา่ สลกั นิรภยั จะมกี ารเคลอื นไหวตวั ไดต้ ามแรงกด
๔.๕.๕ ตรวจสภาพความสะอาดของเครอื งมอื จบั ลย./ค.ทกุ ครงั กอ่ นใชง้ าน

๕. วิธีใช้เครืองมอื จบั ลย./ค. ออกจากลาํ กล้อง
การนํา ลย./ค. ออกจากลํากลอ้ งโดยใชเ้ ครอื งมอื จบั ลย./ค.นนั จะใชพ้ ลประจาํ อาวธุ สองนาย โดยใหม้ ลี าํ ดบั ในการ

ปฏบิ ตั ดิ งั ต่อไปนี
๕.๑ พลประจาํ ปืนหมายเลข ๑ ใชค้ วงมมุ สงู ลดลาํ กลอ้ งลงตาํ สดุ
๕.๒ พลประจาํ ปืนหมายเลข ๑ ใชม้ อื ทถี นัดจบั เชอื กไว้ และใชม้ อื อกี ขา้ งหนึงจบั เครอื งมอื หยอ่ นลงไปในลาํ กลอ้ งชา้ ๆ

เครอื งมอื จะเลอื นลงไปสวมกบั ชนวนหวั ลย./ค. โดยสงั เกตจากเชอื กจะหยอ่ นและไมม่ นี ําหนักถว่ งของเครอื งมอื
๕.๓ เครอื งมอื ทหี ยอ่ นลงไปบนลาํ กลอ้ งจบั ลย./ค. ไดเ้ รยี บรอ้ ยแลว้ ใหพ้ ลประจาํ ปืนหมายเลข ๑ เอาเชอื กพาดปาก

ลาํ กลอ้ งแลว้ ออกแรงดงึ เพอื นํา ลย./ค.ออก กบั ใหพ้ ลประจาํ ปืนหมายเลข ๒เขา้ ช่วยดงึ เชอื ก ในลกั ษณะเดยี วกนั กบั พล
ประจาํ ปืนหมายเลข ๑ โดยดงึ สลบั กนั จนกระทงั สว่ นทโี ตทสี ดุ ของ ลย./ค. โผล่ขนึ มาเสมอกบั ปากลาํ กลอ้ ง แลว้ จงึ หยุดดงึ

คาํ เตือน อยา่ ดงึ เชอื กในลกั ษณะกระตกุ ขนึ แลว้ ปล่อยลงสลบั กนั เป็นอนั ขาด เพราะจะทาํ ใหส้ ว่ นหางของ ลย./ค. ที
บรรจชุ นวนทา้ ยไว้ เคลอื นทลี งไปกระแทกกบั รอ่ งแป้นเกลยี วเขม็ แทงชนวน ซงึ จะก่อใหเ้ กดิ อนั ตรายขนึ ได้ และในขณะทดี งึ
เชอื กกไ็ มค่ วรใหส้ ว่ นหนึงสว่ นใดของรา่ งกายเคลอื นทผี า่ นปากลาํ กลอ้ ง ถา้ ไมจ่ าํ เป็น

๕.๔ เมอื สว่ นโตทสี ดุ ของ ลย./ค. ถกู ดงึ ขนึ มาเสมอกบั ปากลาํ กลอ้ งแลว้ ใหพ้ ลประจาํ ปืนทไี มไ่ ดจ้ บั เชอื กดงึ ใชม้ อื
ทงั สองโอบจบั ตวั ลกู ระเบดิ ยงิ ไว้ ตามรปู ที ๔ แลว้ ยกขนึ ใหพ้ น้ ปากลาํ กลอ้ ง เสรจ็ แลว้ ใหเ้ ลอื นมอื ทถี นดั ลงไป จบั ส่วนหาง
ของลกู ระเบดิ ยงิ แลว้ นําไปตงั ยงั ทที ตี อ้ งการ ในขณะทนี ํา ลย./ค. ไปนนั ตอ้ งพยายามยกใหห้ วั ลย./ค. ตงั ขนึ ไมน่ ้อยกวา่
๔๕ องศา ตามรปู ที ๕ การนํา ลย./ค. ไปตงั นนั ใหต้ งั ทพี นื เรยี บ โดยใชส้ ว่ นหางตงั กบั พนื ใหส้ ว่ นหวั ชนวนตงั ตรง ๙๐ องศา

๒๑๑

รปู ที ๓ แสดงภาพเครืองมอื จบั ลย./ค.

๒๑๒

รปู ที ๔ รปู ที ๕

๕.๕ เมอื ตงั สว่ นหางของ ลย./ค. ทพี นื ทเี รยี บเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหพ้ ลประจาํ ปืนหมายเลข ๒ รบี ทาํ การปลด
เครอื งมอื ออกจากหวั ลย./ค. โดยใชอ้ งุ้ มอื ทงั สองโอบจบั ทเี รอื นเครอื งมอื จบั ลกู ระเบดิ ยงิ ตามรปู ที ๖ แลว้ ใชน้ ิวทงั สรี งั ดงึ
ใหเ้ รอื นแหนบและสลกั นริ ภยั ยบุ ตวั ขนึ ซงึ จะทาํ ใหส้ ลกั นิรภยั ทงั หกตวั หลดุ ออกจากการขดั กลอนกบั อแดป็ เตอร์ เป็นการ
ปลดเครอื งมอื ออกจากหวั ลย./ค. เมอื ปลดเครอื งมอื ออกไดแ้ ลว้ จะตอ้ งรบี นําสลกั นริ ภยั ของชนวนหวั (BORIDING) สอดใส่
เขา้ กบั ชนวนหวั ในทนั ที

รปู ที ๖ การปลดเครอื งมอื ออกจาก ลย./ค.

๕.๖ ลย./ค. นัดใดทนี ําออกจากลาํ กลอ้ งพรอ้ มกบั ไดใ้ สส่ ลกั นิรภยั ทชี นวนหวั เสรจ็ แลว้ ถา้ ลย./ค. นดั นนั ไมไ่ ดท้ าํ การ
ยงิ ตามทคี าดหมายไว้ ใหเ้ กบ็ เขา้ กล่องตามเดมิ และกอ่ นการเกบ็ เขา้ กล่อง ถา้ ไดถ้ อดถงุ ดนิ เพมิ ออก เพอื เตรยี มสว่ นบรรจุ
ใหต้ รงตามคาํ สงั ยงิ กใ็ หใ้ สถ่ งุ ดนิ เพมิ เขา้ ทตี ามเดมิ ดว้ ย สาํ หรบั ลย./ค. ทดี า้ นใน เมอื ตรวจโดยละเอยี ดแลว้ วา่ ใชก้ ารไมไ่ ด้
เมอื ใส่สลกั นิรภยั ทชี นวนหวั เสรจ็ แลว้ ใหน้ ําเกบ็ เขา้ กล่องและตอ้ งเขยี นเครอื งหมายบอกรายละเอยี ดไวด้ ว้ ย กบั เขยี น
ขอ้ ความไวท้ กี ลอ่ งว่า “กระสนุ ใชก้ ารไมไ่ ด”้
๖. คาํ แนะนําในการปรนนิ บตั ิบาํ รงุ ระดบั หน่วย

๖.๑ การระวงั รกั ษาควรเกบ็ เครอื งมอื จบั ลย./ค. ออกจากลาํ กลอ้ งไวใ้ นทเี กบ็ เสมอ จะนําออกมาใชเ้ มอื มคี วาม
จาํ เป็นตอ้ งเอา ลย./ค. ออกจากลาํ กลอ้ ง ทงั นีเพอื เป็นการรกั ษาความสะอาด และเป็นการถนอมชนิ ส่วนทเี ป็นเชอื ก และ
แหนบใหม้ อี ายกุ ารใชง้ านมากขนึ ถา้ เครอื งมอื ถกู นําตอ้ งทําความสะอาดและตากเชอื กใหแ้ หง้ ก่อนนําเกบ็ เขา้ ที

๒๑๓

๖.๒ การปรนนิบตั บิ าํ รงุ หมนั ตรวจชนิ สว่ นตา่ งๆ ไดแ้ ก่ หหู วิ ตอ้ งหมนุ ตวั ได้ สลกั เกลยี วยดึ หหู วิ ตอ้ งไมค่ ลายตวั แหนบ
กบั เรอื นแหนบและสลกั นริ ภยั ตอ้ งไมม่ สี งิ อนื ใดเขา้ ไปขดั อยขู่ า้ งใน และชนิ สว่ นเหลา่ นี ตอ้ งไมเ่ กดิ สนิม ใหท้ าํ ความสะอาด
ตอ่ ชนิ สว่ นดงั กลา่ วหลงั จากการใชง้ าน แลว้ ชะโลมนํามนั บางๆกอ่ นนําเครอื งมอื เขา้ เกบ็


Click to View FlipBook Version