๑๔๕
“ตซ. ซา้ ย ๓๕ มมุ ดงิ -๒๕ เปลยี น”
“ตข. ซา้ ย ๑๐ มมุ ดงิ -๒๐ เปลยี น”
๑๗๐.๒ เมอื ไมท่ ราบทตี งั ทตี รวจการณ์
๑๗๐.๒.๑ ถา้ ทตี งั ทตี รวจการณ์ตา่ งๆไม่ไดก้ รบุ เอาไว้ แต่ผตู้ รวจการณ์เหลา่ นันสามารถตดิ ต่อสอื สารกนั ได้
ใหท้ ตี รวจการณ์ใดทตี รวจการณ์หนงึ อธบิ ายถงึ ลกั ษณะเป้าหมายและภมู ปิ ระเทศสงิ แวดลอ้ ม เพอื ใหท้ ี
ตรวจการณ์อกี แหง่ หนึงมองเหน็ และสามารถกาํ หนดทตี งั เป้าหมายไดโ้ ดยไมผ่ ดิ พลาด แตถ่ า้ ผตู้ รวจการณ์เหลา่ นัน
ไมส่ ามารถจะตดิ ต่อสอื สารกนั ไดโ้ ดยตรง ศอย.จะตอ้ งเป็นผปู้ ระสานการปฏบิ ตั ใิ ห้
๑๗๐.๒.๒ เป้าหมายตา่ งๆอาจกาํ หนดทตี งั ไดโ้ ดยผตู้ รวจการณ์คนใดคนหนึง ดว้ ยการยา้ ยยงิ จากเป้าหมาย
ทเี คยทาํ การยงิ ไวแ้ ลว้ แตเ่ ดมิ ผตู้ รวจการณ์หาคา่ มมุ ภาคของทศิ ตอ่ เป้าหมายเดมิ นันก่อน แลว้ จงึ วดั และรายงานมุมภาค
ทางทศิ (มมุ ขา้ ง)เป็นมลิ เลยี มจากเป้าหมายเดมิ ไปยงั เป้าหมายทจี ะยา้ ยยงิ
๑๗๐.๒.๓ ถา้ ผตู้ รวจการณ์ทงั หลายตอ้ งการยงิ ต่อเป้าหมายแห่งเดยี วกนั ทตี รวจการณ์แหง่ ใดแหง่ หนึง
เพยี งแหง่ เดยี วเป็นผสู้ ่งคาํ ขอยงิ เรมิ แรก ศอย.จะมอบหมายใหผ้ ตู้ รวจการณ์คนใดคนหนึงควบคมุ การยงิ
๑๗๐.๒.๔ ผตู้ รวจการณ์ทงั สองแหง่ ปรบั ทางทศิ (ทางขา้ ง)ทเี ครอื งมอื ของตนต่อเป้าหมาย แลว้ รายงาน
ศอย. เมอื พรอ้ มทจี ะตรวจการณ์ได้ หลงั จากทไี ดย้ งิ กระสนุ ไปแต่ละนดั ผตู้ รวจการณ์แตล่ ะแหง่ จะวดั มมุ ทางทศิ (มมุ ทางขา้ ง)
แลว้ รายงานเฉพาะมุมทางทศิ เป็นมลิ เลยี มของตาํ บลระเบดิ ไปให้ ศอย.ทราบ
๑๗๑. จดุ ยิงเพิมเติม
๑๗๑.๑ ในการยงิ เป็นพนื ที ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งเลอื กจดุ ยงิ ปรบั ใหแ้ น่ชดั เพอื ใหป้ ระกนั ไวซ้ งึ การยงิ แบบจโู่ จมอยา่ ง
แมน่ ยาํ ผตู้ รวจการณ์อาจพจิ ารณาเลอื กจุดบางแหง่ ซงึ อยใู่ กลๆ้ กบั เป้าหมายเป็นจดุ ยงิ ปรบั แลว้ จงึ ยา้ ยการยงิ ไปยงั พนื ทที ี
ซงึ อยใู่ นเป้าหมายของตน
๑๗๑.๒ การยา้ ยยงิ จากจุดยงิ ปรบั เพมิ เตมิ ไปยงั เป้าหมาย สาํ หรบั หลกั ฐานยงิ หามาไดโ้ ดยการวดั มมุ ยา้ ยยงิ และ
ระยะทเี ปลยี นแปลงไปนนั จากแผนทดี ว้ ยบรรทดั พกิ ดั ฉาก หรอื เครอื งมอื สาํ หรบั วดั อนื ๆทเี หมาะสมหรอื โดยการจดุ ดว้ ยพกิ ดั
โปลาร์ ถา้ แผนทไี มม่ ี
๑๗๑.๓ เมอื ตอ้ งการทาํ การยงิ อยา่ งจ่โู จม ไมจ่ าํ เป็นตอ้ งนําจดุ ยงิ ปรบั เพมิ เตมิ มาใช้ ถา้ ยงั มวี ธิ อี นื ๆทเี หมาะสมกว่า
ดงั ตอ่ ไปนี.-
๑๗๑.๓.๑ สามารถกาํ หนดทตี งั เป้าหมายไดต้ ามตอ้ งการจากแผนท,ี ภาพถา่ ยทางอากาศ หรอื จากการ
สาํ รวจแผนทอี ยา่ งเพยี งพอ
๑๗๑.๓.๒ หลกั ฐานยงิ ของตาํ บลตา่ งๆถูกตอ้ งแน่นอนจากการยงิ มาแลว้ หรอื จากการสาํ รวจการแผนที
เชน่ จุดยงิ หาหลกั ฐาน, ตาํ บลทเี คยทาํ การยงิ ไวแ้ ลว้ ฯลฯ ซงึ สามารถจะยา้ ยยงิ จากตาํ บลเหล่านีไปยงั เป้าหมายได้
๑๔๖
ตอนที ๗
การปรบั การยิงโดยผตู้ รวจการณ์ทางอากาศ
๑๗๒. กลา่ วทวั ไป
การตรวจการณ์ และการปรบั การยงิ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ จะบรรลผุ ลสาํ เรจ็ ไดง้ ่ายยงิ ขนึ โดยการใชห้ น่วยบนิ ของ
กองทพั บกช่วยในการตรวจการณ์ เนืองจากเป็นการยากทนี ักบนิ จะตอ้ งบงั คบั เครอื งบนิ และทาํ การตรวจการณ์ไปดว้ ย
ในเวลาเดยี วกนั อย่างไรกด็ ี บกั บนิ กค็ วรจะไดร้ บั การฝึกใหป้ รบั การยงิ ไดเ้ ป็นอย่างดี เพราะความรูน้ ีกจ็ ะเป็นประโยชน์
อย่างยงิ ในการฝึกผตู้ รวจการณท์ างอากาศคนใหม่ และยงั สามารถทาํ การยงิ ไดอ้ ย่างแมน่ ยํา แมเ้ มอื ไม่มผี ตู้ รวจการณ์กต็ าม
การตรวจการณ์จากเครอื งบนิ ทหารบกนัน ตามปกตมิ กั ถกู จาํ กดั ดว้ ยความสงู และตําบลซงึ จะใหเ้ ครอื งบนิ ใช้
หลบหนจี ากการยงิ จากขา้ ศกึ ทางพนื ดนิ และการโจมตขี องเครอื งบนิ ขบั ไล่ของขา้ ศกึ
๑๗๓. การเตรยี มการก่อนขึนบิน
๑๗๓.๑ ผตู้ รวจการณ์ทางอากาศและนกั บนิ ควรไดร้ บั การบรรยายสรุปก่อนทจี ะทาํ การบนิ จากนายทหารฝ่าย
การขา่ ว(ฝอ.๒) และนายทหารยทุ ธการ(ฝอ.๓)และนายทหารฝ่ ายการบนิ ของหน่วย
๑๗๓.๒ การบรรยายสรุปกอ่ นทาํ การบนิ ควรกลา่ วใหค้ รอบคลมุ ไปถงึ เรอื งต่างๆทเี กยี วขอ้ งกบั ภารกจิ รวมทงั ….-
๑๗๓.๒.๑ ทตี งั ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ และปืนใหญ่, จุดยงิ หาหลกั ฐาน, ตาํ บลยงิ ต่างๆ, เป้าหมาย, จุดอา้ ง
ทที ราบแลว้ , แนวเสน้ หลกั หรอื แนวอา้ งถงึ ทจี ะใชป้ รบั การยงิ (ถา้ ไมใ่ ชแ้ นว ค-ม) เป้าหมายทนี ่าสงสยั และพนื ทที ตี อ้ งการ
ตรวจคน้
๑๗๓.๒.๒ สถานการณ์ทางยุทธวธิ ี รวมทงั ทตี งั แนวหน้า, เเนวหา้ มยงิ และเขตปฏบิ ตั กิ ารของหน่วยที
ไดร้ บั การสนบั สนุนนนั ๆ
๑๗๓.๒.๓ การเฝ้าตรวจทตี อ้ งการ, เวลาเรมิ ภารกจิ , ชนิดของการปรบั การยงิ ทตี อ้ งกระทาํ , แผนทแี ละ
ภาพถ่ายทจี ะใช,้ การป้องกนั ต่อสอู้ ากาศยานของฝ่ายขา้ ศกึ , ขอ้ แนะนําในการบนิ และขอ้ จาํ กดั เกยี วกบั การรกั ษาความ
ปลอดภยั
๑๗๓.๒.๔ รายละเอยี ดต่างๆในการตดิ ต่อสอื สาร รวมทงั ทตี งั สถานีวทิ ยุทางพนื ดนิ , สถานทปี แู ผน่ ผา้
สญั ญาณ, ชว่ งความถที จี ะใช,้ สญั ญาณเรยี กขาน, เวลาเปิดปิดเครอื งรบั สง่ , เวลาตรวจสอบการบนิ และสญั ญาณต่างๆที
เตรยี มไวล้ ่วงหนา้
๑๗๓.๓ ทตี งั สาํ คญั ต่างๆของขา้ ศกึ ทุกแห่ง, แนวต่างๆและพนื ทตี ่างๆทไี ดก้ ล่าวถงึ ในการบรรยายสรุป จะตอ้ ง
บนั ทกึ ลงบนแผนทอี ย่างเหมาะสม ถา้ สามารถทาํ ไดใ้ หส้ รา้ งเสน้ ตารางไวบ้ นภาพถ่าย และหมายทศิ ทางของทตี งั ของ
จดุ สาํ คญั ๆ, แนว และพนื ทตี ่างๆเอาไว้
ตวั อยา่ ง... “หวั หนิ จาก สวนสน ยงิ หลายระยะ เปลยี น”
๑๔๗
รปู ที ๗๕ การรอ้ งขอการยิงหลายระยะ
ตวั อยา่ ง... “หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ เปลยี น”
“พกิ ดั ๙๐๑๖๐๔๒๑ เปลยี น”
“ทหารราบ ๑ หมวด กาํ ลงั ดดั แปลงภมู ปิ ระเทศ เปลยี น”
รปู ที ๗๖ ใช้แนว ค-ม เป็ นแนวอ้าง
ตวั อย่าง... “หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ เปลยี น”
“พกิ ดั ๙๐๑๖๐๔๒๑ เปลยี น”
“แนวอา้ ง ทศิ เหนือ เปลยี น”
“ทหารราบ ๑ หมวด กาํ ลงั ดดั แปลงภมู ปิ ระเทศ เปลยี น”
๑๔๘
รปู ที ๗๗ การใช้แนวเส้นหลกั (แนวอ้าง)
ตวั อย่าง... “หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ จาก จล.๑ เปลยี น”
“ซา้ ย ๑๐๐ เพมิ ๔๐๐ เปลยี น”
“แนวอา้ ง ถนน ไปทางทศิ เหนือ เปลยี น”
“ทหารราบ ๑ หมวด กาํ ลงั ดดั แปลงภูมปิ ระเทศ เปลยี น”
๑๔๙
รปู ที ๗๘ การยา้ ยจากจดุ ทราบทีตงั (ใช้แนวอ้าง)
ตวั อย่าง... “หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ จาก จล.๑ เปลยี น”
“ซา้ ย ๑๐๐ เพมิ ๔๐๐”
“ทหารราบ ๑ หมวด กาํ ลงั ดดั แปลงภมู ปิ ระเทศ เปลยี น”
รปู ที ๗๙ การย้ายจากจดุ ทราบทีตงั (แนวอ้าง ค-ม)
๑๗๔. หลกั ฐานเริมแรก
๑๗๔.๑ ผตู้ รวจการณ์ทางอากาศ (ผตอ.) จะตอ้ งสง่ คาํ ขอยงิ ใหเ้ ป็นไปตามลาํ ดบั เช่นเดยี วกบั ผตู้ รวจการณ์ทาง
พนื ดนิ (ผตน.) การกาํ หนดทตี งั เป้าหมายส่วนมากมกั จะกาํ หนดเป็น “พกิ ดั ตาราง” ทางทหารการกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย
ดว้ ยวธิ อี นื กอ็ าจใชว้ ธิ ยี า้ ยจากจุดอา้ ง และแนวอา้ ง(แนวเสน้ หลกั ) หรอื รหสั ทเี ตรยี มไวล้ ่วงหน้า
๑๗๔.๒ คาํ ขอยงิ ของ ผตอ.คงมอี งคป์ ระกอบทงั ๖ ประการ เชน่ เดยี วกบั คาํ ขอยงิ ของผตู้ รวจการณท์ างพนื ดนิ
นนั เอง คงมขี อ้ แตกต่างกนั อยบู่ า้ ง กค็ อื
๑๗๔.๒.๑ การกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย เนืองจาก ผตอ.ตอ้ งเคลอื นทอี ย่ตู ลอดเวลาจงึ ไม่สามารถกาํ หนดแนว
ตรวจการณ(์ แนว ต-ม.)ใหค้ งทไี ด้ ฉะนนั ในคาํ ขอยงิ ของ ผตอ.จงึ ไมม่ คี าํ วา่ “มมุ ภาค” รวมอย่ดู ว้ ย
๑๗๔.๒.๒ การควบคุม ผตอ.อาจใชก้ ารควบคมุ วา่ “ตามคาํ สงั ข่ า้ พเจา้ ”ประกอบในคาํ ขอยงิ ดว้ ย เพอื ให้
การตรวจการณ์ และการปรบั การยงิ เป็นไปโดยสะดวก
๑๗๕. การพิจารณาแนวอ้าง(แนวเสน้ หลกั )
ผตอ.ตรวจและแกไ้ ขการยงิ โดยอาศยั แนวอา้ ง(แนวเสน้ หลกั ) ซงึ แนวนี ศอย.ของหน่วยจะตอ้ งทราบแนวอา้ ง และ
ทศิ ทางของแนวอา้ ง ซงึ ผตอ.ใชป้ รบั การยงิ อย่างแน่นอน ถ้าเป็นไปได้ แนวอา้ งนีจะกาํ หนดขนึ ก่อนการบนิ เนืองจาก
ผตอ.ตอ้ งเคลอื นทอี ยตู่ ลอดเวลา ฉะนนั แนวซงึ ผตอ.ใชอ้ า้ ง จะตอ้ งหาไดง้ า่ ย และมองเหน็ ไดช้ ดั เจนดว้ ยสายตา ผตอ.ควร
เลอื กลกั ษณะภูมปิ ระเทศทเี ดน่ ๆหรอื สงิ ทอี ยใู่ กลเ้ คยี งกบั เป้าหมาย เพอื ชว่ ยชเี ป้าหมายอกี ดว้ ย ผตอ.อาจเลอื กใชแ้ นวอา้ ง
อย่างใดอย่างหนึงในการปรบั การยงิ ดงั ต่อไปนี
๑๕๐
๑๗๕.๑ แนวเครอื งยงิ -เป้าหมาย(แนว ค-ม.) ตามปกติ ผตอ.จะเลอื กใชแ้ นว ค-ม. เป็นแนวอา้ งในเมอื ผตอ.ทราบ
ทตี งั ของเครอื งยงิ การมองเหน็ แนว ค-ม. กจ็ ะช่วยเกอื กลู การตรวจการณใ์ หไ้ ดผ้ ลดยี งิ ขนึ หาก ผตอ.ไมท่ ราบทตี งั ของ
อาวุธ ผตอ.กอ็ าจจะรอ้ งขอใหย้ งิ “หลายระยะ”(ต่างระยะ)ลงไปในองคป์ ระกอบของกรวยพนื ยงิ โดยปกตเิ ครอื งยงิ จะยงิ
กระสนุ ไปให้ ๓ นดั จากเครอื งยงิ กระบอกเดยี วกนั และดว้ ยมุมทศิ อนั เดยี วกนั โดยยงิ จากใกลไ้ ปหาไกล แต่ละนดั ใหม้ รี ะยะ
ต่างกนั ๒๐๐ เมตร ผตอ.กส็ ามารถกาํ หนดแนว ค-ม. ได้
๑๗๕.๒ หากอากาศยานที ผตอ.ใชม้ ขี ดี ความสามารถในการหาทศิ เช่น ฮ.บนิ อยกู่ บั ทกี ย็ งิ หาแนวทศิ ทางอนั นีได้
ง่าย กอ่ นทาํ การยงิ เครอื งบนิ ควรบนิ อยู่เหนอื บรเิ วณเป้าหมาย เมอื ผตอ.รอ้ งขอการยงิ สว่ นยงิ กจ็ ะเรมิ ทาํ การยงิ นกั บนิ
กจ็ ะสามารถหาทศิ ทางไดด้ ดยบงั คบั เครอื งบนิ ใหเ้ ขา้ สทู่ ศิ ทางทเี หทาะสม ทนั ทที ี ผตอ.หาทศิ ทางของแนว ค-ม.ไดแ้ ลว้
ผตอ.กจ็ ะเลอื กลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทเี หน็ ไดช้ ดั จดจาํ ไดง้ า่ ย เช่น ถนน, ลาํ ธาร หรอื สนั เขา ซงึ จะช่วยให้ ผตอ.จดจาํ แนว
ค-ม.ไดง้ ่ายขนึ
๑๗๕.๓ แนวทศิ ทางทที ราบแลว้ ผตอ.อาจจะเลอื กแนวทศิ ทางซงึ เกดิ จาก ถนน, ทางรถไฟ, ลาํ ธาร หรอื สงิ อนื ๆ ซงึ
เรยี งกนั เป็นแนวอา้ งกไ็ ด้ กอ่ นทาํ การบนิ ผตอ.กจ็ ะเลอื กและหามมุ ภาคของแนวนี แลว้ ชแี จงรายละเอยี ดให้ ศอย.เพอื ทราบ
ไดง้ า่ ยในขณะทที าํ การบนิ เจา้ หน้าที ศอย.จะกาํ หนดทตี งั ของจดุ ต่างๆลงบนแผนท,ี ภาพถ่าย หรอื แผ่นเรขายงิ ผตอ.
ตรวจตําบลระเบดิ และการแกไ้ ขการยงิ โดยอาศยั แนวทศิ ทางทที ราบแลว้
๑๗๕.๔ แนวเสน้ หลกั ทเี หมาะสม(แนวอา้ งทเี หมาะสม) ในขณะทกี าํ ลงั บนิ อยู่ ผตอ.อาจเลอื กแนวเสน้ หลกั อนั นี ซงึ
เป็นแนวทสี มควร เหมาะสม และง่ายต่อการจดจาํ การใชแ้ นวเสน้ หลกั นี ผตอ.ตอ้ งชแี จงถงึ รายละเอยี ดต่อ ศอย. เพอื ให้
ศอย.ทราบและสามารถหาทศิ ทางของแนวนีได้ เมอื ศอย.รบั รองเหน็ ดว้ ยต่อทตี งั และทศิ ทางของแนวนีแลว้ กจ็ ะแจง้ ให้
ผตอ.ทราบ เพอื ใหเ้ รมิ ตน้ ใชแ้ นวนีเป็นแนวเสน้ หลกั (แนวอา้ ง)
๑๗๖. การกาํ หนดทีตงั เป้าหมาย
เมอื ตรวจพบเป้าหมายแลว้ ผตอ.กส็ ามารถหาทตี งั เป้าหมายได้ และบ่งออกไปดว้ ยหลกั ฐานพกิ ดั แผนทที างทหาร
ดว้ ยการยา้ ยจากตําบลทที ราบและแนวเสน้ หลกั ดว้ ยประมวลลบั (รหสั )ทเี ตรยี มไวล้ ่วงหน้า หรอื กาํ หนดจากทศิ ทางหลกั ทรี ู้
แลว้ อย่างใดอยา่ งหนึง ดงั ต่อไปนี.-
๑๗๖.๑ กาํ หนดจากพกิ ดั แผนทที างทหาร ผตอ.กาํ หนดทตี งั ของเป้าหมายบนแผนทขี องตน แลว้ สง่ เป็นพกิ ดั ของ
ทตี งั เป้าหมาย ในเมอื ความสงู ของเป้าหมายไม่ปรากฏแน่ชดั ต่อ ผตอ.แลว้ ศอย.ตอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคาํ นวณเทา่ ทจี าํ เป็น
ตวั อยา่ ง... คาํ ขอยงิ ของ ผตอ.เมอื กาํ หนดทตี งั เป้าหมายเป็นพกิ ดั ตาราง
๑. ใชแ้ นว ค-ม.เป็นแนวอา้ ง
“หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ เปลยี น”
“พกิ ดั ๙๐๑๖ ๐๔๒๑ เปลยี น”
“ทหารราบ ๑ หมวด กาํ ลงั ดดั แปลงภมู ปิ ระเทศ เปลยี น”
๒. เมอื ผตอ.ตอ้ งการใชแ้ นวอา้ งอนื ในการปรบั การยงิ
“หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ เปลยี น”
“พกิ ดั ๙๐๑๖ ๐๔๒๑ เปลยี น”
“แนวอา้ ง ทศิ เหนือ เปลยี น”
“ทหารราบ ๑ หมวด กาํ ลงั ดดั แปลงภมู ปิ ระเทศ เปลยี น”
๑๗๖.๒ การยา้ ยจากจดุ ทราบทตี งั และแนวอา้ ง ผตอ.สามารถกาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยการยา้ ยจากจดุ ทราบทตี งั
ประกอบกบั แนวอา้ งไดจ้ ดุ ทราบทตี งั นนั จะต้องไดก้ รุยไวแ้ ลว้ ในแผน่ เรขายงิ ที ศอย. และ ผตอ.จะตอ้ งสามารถหาทตี งั
๑๕๑
ของจุดอา้ งไดใ้ นขณะทาํ การยงิ จดุ ทราบทตี งั ทจี ะนํามาใชน้ นั ตามปกตไิ ดแ้ ก่ จดุ ยงิ หาหลกั ฐาน อยา่ งไรกต็ ามจุดอนื ๆซงึ
ผตอ.สามารถมองเหน็ ไดจ้ ากทางอากาศ และสามารถทจี ะกาํ หนดทตี งั อยา่ งถกู ตอ้ งลงไปบนแผ่นเรขายงิ กส็ ามารถนํามาใช้
เป็นจุดอา้ งไดเ้ ชน่ กนั เมอื ไมม่ แี ผนทแี ละไมม่ กี ารยงิ ใดๆในพนื ทเี ป้าหมายมาก่อน ผตอ.อาจรอ้ งขอการยงิ “หมายถงึ
กลางเขตปฏบิ ตั กิ าร” แลว้ ยา้ ยการยงิ จากตําบลระเบดิ นดั นันเขา้ ส่เู ป้าหมายได้
ตวั อยา่ ง... คําขอยงิ
๑. เมอื ผตอ.ใชแ้ นว ค-ม เป็นแนวอา้ ง
“หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ จากจดุ ยงิ หาหลกั ฐานที ๑ เปลยี น”
“ซา้ ย ๔๐๐ เพมิ ๑๐๐ เปลยี น”
“ทหารราบ ๑ หมวด กาํ ลงั ดดั แปลงภูมปิ ระเทศ เปลยี น”
๒. เมอื ผตอ.ตอ้ งการใชแ้ นวอา้ งอนื ในการปรบั การยงิ
“หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ จากจุดยงิ หาหลกั ฐานที ๑ เปลยี น”
“ซา้ ย ๔๐๐ เพมิ ๑๐๐ เปลยี น”
“แนวอา้ ง ถนนไปทางทศิ เหนือ เปลยี น”
“ทหารราบ ๑ หมวด กาํ ลงั ดดั แปลงภมู ปิ ระเทศ เปลยี น”
๑๗๗. การกะประมาณระยะ
๑๗๗.๑ การกะประมาณระยะทพี นื ดนิ จากเครอื งบนิ ซงึ กําลงั เคลอื นทอี ย่ใู นอากาศเป็นสงิ ทกี ระทาํ ไดย้ าก ผตอ.อาจ
สรา้ งมาตราสาํ หรบั วดั ระยะทใี ชเ้ อง โดยเลอื กลกั ษณะภูมปิ ระเทศทเี ด่นชดั ขนึ ๒ แห่ง ซงึ ทราบทตี งั ในแผนทขี องตนดว้ ย
แลว้ วดั ระยะระหวา่ งจุดทงั สองบนแผนทนี นั นําเอามาใชเ้ ป็นมาตราวดั ระยะ(โดยปกตกิ ารบนิ นนั จะบนิ อยบู่ นแนว ค-ม.
ทางขวา(ซา้ ย)ของเครอื งยงิ หรอื เป้าหมายบนิ เป็นวงกลม และจะตอ้ งประมาณไดว้ ่า ๑ รอบของการบนิ ใชเ้ วลาเท่าไร แลว้
คาํ นวณใชก้ บั เวลาแล่นของลกู ระบดิ ยงิ )
๑๗๗.๒ ผตอ.อาจรอ้ งขอให้ ศอย.สงั ทาํ การยงิ เพอื สรา้ งมาตราวดั ระยะให้ โดยขอยงิ “หมายระยะ” ลงไปในคาํ ขอยงิ
ดงั ในบทเรยี นเรอื งการหาแนว ค-ม. ทไี ดก้ ลา่ วมาแลว้ เมอื เครอื งยงิ ไดท้ าํ การยงิ ใหแ้ ลว้ ผตอ.กใ็ ชม้ าตราวดั ระยะทสี รา้ ง
ขนึ นีใชใ้ นการปรบั การยงิ ต่อไป
ตวั อย่าง... “หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ จากทางแยกสอง เปลยี น”
“ขวา ๖๐๐ ลด ๘๐๐ เปลยี น”
“รถกแู้ ละรถถงั กาํ ลงั ตดิ หลม่ ยงิ หมายระยะ ตามคําสงั ขา้ พเจา้ เปลยี น”
อนึง ผตอ.ยงั สามารถใช้ตาํ บลระเบิดนัดใดนัดหนึงจากการยิงหมายระยะนีเป็นจดุ อ้าง ในการ
ปรบั การยิงต่อไปไดอ้ ีกด้วย
๑๗๘. การดาํ เนินการยิง
วธิ กี ารปรบั การยงิ ของ ผตอ.กเ็ ป็นไปในทาํ นองเดยี วกบั ผตู้ รวจการณท์ างพนื ดนิ นนั เอง คงมขี อ้ แตกต่างกนั อยบู่ า้ ง
ในการปรบั การยงิ คอื
๑๗๘.๑ การพจิ ารณาเลอื กและกาํ หนดจดุ ปรบั การยงิ คงเช่นเดยี วกนั
๑๕๒
๑๗๘.๒ ผตอ.อาจใชก้ ารควบคมุ “ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ ” ในระหวา่ งปรบั การยงิ เพอื ใหส้ ามารถตงั ลาํ เครอื งบนิ เพอื ให้
ตรวจการณไ์ ดส้ ะดวก
๑๗๘.๓ ขา่ งถงึ ผตอ.จะบอกเวลาแล่นของ ลย.ดว้ ย(บอกไวท้ า้ ยขา่ ว) เพอื ช่วยใหเ้ ครอื งบนิ ตงั ลาํ ตวั เพอื ตรวจตําบล
ระเบดิ ไดต้ ามเวลา และอย่ใู นทา่ ทเี หมาะ หากเวลาแล่นของ ลย.เกนิ กวา่ ๕ วนิ าที ศอย.จะบอกเวลาแล่นใหม่ใหด้ ว้ ย
๑๗๘.๔ ตามปกติ ศอย.จะแจง้ เตทอนว่า “เตรยี มตรวจ” ก่อน ๕ วนิ าทที ลี กู ระเบดิ ยงิ จะตกระเบดิ หรอื หว้ งเวลา
อนื ตาม รปจ.ของหน่วย หรอื ตามที ผตอ.รอ้ งขอ
๑๗๙. การปรบั การยิง
การปรบั การยงิ คงปรบั ไดท้ งั ทางขา้ ง(ทางทศิ ) และทางระยะ
๑๗๙.๑ การปรบั ทางทศิ (ทางขา้ ง)
ผตอ.ตรวจความคลาดเคลอื นทางขา้ งเป็น “เมตร” ต่อแนวอา้ งทใี ชเ้ ป็นหลกั ในการปรบั การยงิ ขานตวั แก้
ทางขา้ งเป็น “เมตร” เขา้ สแู่ นวอา้ งนีละเอยี ด(ใกลเ้ คยี ง) ๑๐ เมตร เชน่ เดยี วกบั ผตู้ รวจการณ์ทางพนื ดนิ ในบางครงั การปรบั
การยงิ โดยใชก้ ารผา่ หว้ งควบทางขา้ ง อาจช่วยใหก้ ารปรบั การยงิ ไดผ้ ลเรว็ ขนึ กไ็ ด้
๑๗๙.๒ การปรบั ทางระยะ
ผตอ.ตรวจความคลาดเคลอื นทางระยะ เป็น “เมตร” ของตําบลระเบดิ ตามแนวอา้ งทใี ชเ้ ป็นหลกั ในการปรบั
การยงิ โดยวธิ ี “สรา้ งหว้ งควบ” ขานตวั แกท้ างระยะเป็น “เมตร” ดว้ ยความละเอยี ดเชน่ เดยี วกบั ผูต้ รวจการณท์ างพนื ดนิ
ผตอ.อาจเขา้ สขู่ นั การยงิ หาผลโดยการผา่ หว้ งควบทเี หมาะเช่นเดยี วกนั
๑๗๙.๓ ถา้ การปรบั การยงิ ใกลห้ น่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั กค็ งใชว้ ธิ ยี งิ ต่อระยะหน้า(การยงิ คนื ) การปรบั การยงิ ทางสงู
โดยปกตจิ ะไม่สามารถตรวจการณไ์ ด้ ฉะนันสาํ หรบั ผตอ.จงึ ไมใ่ ช้
๑๘๐. การยิงหาผล
ผตอ.รอ้ งขอใหย้ งิ หาผล และรายงานผลการตรวจดงั ไดอ้ ธบิ ายไวแ้ ลว้ ในเรอื งผตู้ รวจการณ์ทางพนื ดนิ
ตอนที ๘
การปฏิบตั ิการยิงดว้ ยการตรวจการณ์โดยไม่ใช้ ศอย.
๑๘๑. กลา่ วทวั ไป
๑๘๑.๑ บางครงั ไม่มโี อกาสหรอื ไมส่ ามารถปฏบิ ตั กิ ารยงิ ดว้ ยวธิ ใี ชแ้ ผ่นตารางทบั เป้าหมายได้ หรอื การ
ตดิ ต่อสอื สารลม้ เหลวลง มกี ารบาดเจบ็ ลม้ ตายจากการยงิ ของขา้ ศกึ ความตอ้ งการทางยุทธวธิ ี หรอื ไม่มเี วลาเพยี งพอ อาจ
ตอ้ งใชเ้ ครอื งยงิ เพยี งกระบอกเดยี วหรอื มากกวา่ ทาํ การยงิ โดยไมม่ ี ศอย. เครอื งยงิ ทตี ดิ ตงั บนยานพาหนะ(รถสายพาน
ลาํ เลยี งพล) ย่อมใหก้ ารกาํ บงั จากการยงิ ของขา้ ศกึ และเปลยี นยา้ ยทตี งั ยงิ ไดค้ ล่องแคล่วอกี ดว้ ย หน่วยซงึ ต้องทาํ การยงิ
ต่อเป้าหมายไดโ้ ดยรวดเรว็ และรวบรดั นี อาจต้องพบกบั การยงิ โดยไม่มี ศอย. ซงี เป็นเทคนคิ อนั พงึ ประสงคท์ สี ดุ ทจี ะ
นํามาใชใ้ นสภาพการณเ์ หลา่ นี
๑๘๑.๒ การปฏบิ ตั กิ ารยงิ โดยไม่ใช้ ศอย.มขี อ้ เสยี ดงั ต่อไปนี
๑๘๑.๒.๑ จาํ กดั ขดี ความสามารถในการเคลอื นทขี องผตู้ รวจการณ์
๑๘๑.๒.๒ การยา้ ยยงิ หรอื การรวมอาํ นาจการยงิ ต่อเป้าหมาย ซงึ อยภู่ ายในระยะยงิ ของเครอื งยงิ ทงั หมด
อาจกระทาํ ไมไ่ ด้ เนืองจากการกระจายของเครอื งยงิ หรอื เขตจาํ กดั การเหน็ ของ ผตน.หรอื พลยงิ หรอื ทงั สองประการ
๑๘๑.๒.๓ ทาํ ใหเ้ กดิ ความจาํ เป็นทจี ะตอ้ งกาํ หนดทตี งั เครอื งยงิ ค่อนไปขา้ งหน้าบ่อยๆซงึ อาจเปิดเผยทตี งั
ต่อการยงิ เลง็ ตรงของขา้ ศกึ ได้
๑๘๑.๒.๔ ตามปกตกิ ารใชเ้ ครอื งยงิ โดยไมม่ ี ศอย.เป็นวธิ กี ารชวั คราวเทา่ นนั และต่อไปต้องรบี จดั สรา้ ง
ศอย.ขนึ โดยเรว็ ทสี ดุ เทา่ ทจี ะทาํ ได้
๑๘๒. การหาหลกั ฐานการยิงเริมแรก
๑๕๓
เมอื ผตู้ รวจการณ์เตรยี มหลกั ฐานการยงิ เรมิ แรก ผตู้ รวจการณ์(ผบ.หมู่ ค.)คาํ นวณหลกั ฐานนีดว้ ยวธิ ที รี วดเรว็ และ
งา่ ย อาจหาทศิ ทางยงิ ขนั แรกไดท้ งั ทเี ครอื งยงิ ตดิ ตงั อยบู่ นยานพาหนะ หรอื พนื ดนิ ไดอ้ ย่างรวดเรว็ ดว้ ยวธิ เี ลง็ ต่อแนว วธิ ี
เลง็ ต่อเป้าหมายตามธรรมชาติ การเลง็ ตรงหรอื วธิ อี นื ๆซงึ จะกล่าวต่อไปในเรอื ง ศอย. วธิ ที ใี ชอ้ ยเู่ สมอมดี งั ต่อไปนี.-
๑๘๒.๑ วธิ เี ลง็ ต่อแนว
๑๘๒.๑.๑ เมอื เครอื งยงิ ยงั ไมไ่ ดต้ งั ยงิ ผตู้ รวจการณห์ รอื ผบ.หมู่ เคลอื นทไี ปยงั จดุ ทสี งู เด่น ซงึ สามารถ
มองเหน็ เป้าหมายได้ และแลว้ กป็ ักหลกั เลง็ หลกั หนึงไว้ (หลกั กาํ หนดกาํ หนดทศิ ทางทางยงิ เรมิ แรก) จากนนั กใ็ หพ้ ล
ประจาํ ปืนคนหนึงไปปักหลกั เลง็ อกี อนั หนึง(หลกั หมายทตี งั ยงิ ) ใหอ้ ย่ใู นแนวเดยี วกนั กบั หลกั เลง็ อนั แรก และเป้าหมาย พล
ประจําปืนตงั เครอื งยงิ ณ หลกั หมายทตี งั ยงิ ตงั มุมทศิ ๐ มลิ เลยี ม(สาํ หรบั กลอ้ งเลง็ เอม็ .๓๔) หรอื ตงั มมุ ทศิ ๓๒๐๐ มิ
ลเลยี ม(สาํ หรบั กลอ้ งเลง็ เอม็ .๕๓) และยกลาํ กลอ้ งเครอื งยงิ ไปโดยทาํ การเลง็ ต่อหลกั เลง็ (หลกั กาํ หนดทศิ ทางยงิ เรมิ แรก)ที
ผบ.หมู่ ค. (ผตู้ รวจการณ์)ปักไว้ พลยงิ ใชห้ ลกั เลง็ อนั นีเป็นทหี มายเลง็ หรอื อาจปักหลกั เลง็ อนั อนื ขนึ เพอื ใชเ้ ป็นทหี มายเลง็
กไ็ ด้
๑๘๒.๑.๒ เมอื เครอื งยงิ ตงั ยงิ แลว้ ผบ.หม่(ู ผตู้ รวจการณ)์ เคลอื นตวั ไปยงั จดุ สงู เดน่ โดยพยายามใหอ้ ยใู่ น
แนวเครอื งยงิ -เป้าหมาย แลว้ ปักหลกั เลง็ ขนึ หนึงหลกั (หลกั กาํ หนดทศิ ทางยงิ เรมิ แรกหรอื หลกั หมายมุมภาค) ซงึ พลยงิ จะตงั
เครอื งยงิ ตรงทศิ ดว้ ยมุมทศิ ๓๒๐๐ มลิ เลยี ม(กลอ้ งเลง็ เอม็ .๕๓) หรอื มุมทศิ ๑ มลิ เลยี ม(กลอ้ งเลง็ เอม็ .๓๔) โดยใชห้ ลกั เลง็
นเี ป็นทหี มายเลง็ หรอื อาจปักหลกั เลง็ ขนึ ใหมเ่ พอื ใชเ้ ป็นทหี มายเลง็ กไ็ ด้
๑๘๒.๒ วธิ ใี ชจ้ ดุ อา้ ง(วธิ ใี ชท้ หี มายเลง็ ไกล)
วธิ ใี ชจ้ ดุ อา้ งนี บางโอกาสสถานการณ์ทางยุทธวธิ ไี มอ่ าํ นวยใหใ้ นการปรบั ภาพการเลง็ ต่อหลกั เลง็ และ
เครอื งยงิ ตอ้ งเขา้ ทตี งั ยงิ อย่างเรง่ ดว่ นแลว้ ผบ.หมู่(ผตู้ รวจการณ์) กอ็ าจกาํ หนดมมุ ภาค เพอื ตงั เครอื งยงิ ตรงทศิ โดยเลอื ก
ทหี มายเลง็ ซงึ ใหส้ ามารถมองเหน็ ขอบทางดงิ ไดช้ ดั เจน ซงึ ตงั อย่ปู ระมาณในทศิ ทางยงิ ผบ.หมู่ สงั ใหพ้ ลประจาํ เครอื งยงิ
ตงั เครอื งยงิ ตรงทศิ โดยเลง็ ต่อขอบทหี มายเลง็ นนั โดยตงั มุมทศิ ๓๒๐๐ มลิ เลยี ม(เอม็ .๕๓) หรอื ตงั มุมทศิ ๐ มลิ เลยี ม(เอม็ .
๓๔) โดยใชท้ หี มายเลง็ ไกลนีเป็นจุดอา้ ง กส็ ามารถทาํ การยงิ ต่อเป้าหมายทางขวาหรอื ทางซา้ ยได้ โดยหาคา่ มุมทางขา้ ง
ระหว่างทหี มายเลง็ กบั เป้าหมาย และสงั ใหพ้ ลยงิ ตงั คา่ มมุ ทศิ เท่ากบั มุมทางขา้ งนันแก่เครอื งยงิ
๑๘๒.๓ วธิ เี ลง็ ตรง
ผบ.หมู่ อาจใชว้ ธิ เี ลง็ ตรงนีเมอื พลยงิ มองเหน็ เป้าหมาย ในการปรบั การยงิ กใ็ ชก้ ลอ้ งเลง็ และตารางยงิ หรอื
บรรทดั ตารางยงิ การยงิ ในลกั ษณะนีความรวดเรว็ เป็นสงิ จาํ เป็นอย่างยงิ เพราะว่าทงั หม่เู ครอื งยงิ ตอ้ งเปิดเผยทตี งั และ
ล่อแหลมต่อการตรวจการณ์ และการยงิ ของขา้ ศกึ สาํ หรบั ระยะยงิ ไปยงั เป้าหมายหาไดโ้ ดยการกะประมาณ สว่ นบรรจุ
เรมิ แรก, มุมสงู และมมุ เยอื ง หาไดจ้ ากตารางยงิ หรอื บรรทดั ตารางยงิ (บย.)พลยงิ ตงั มุมทศิ ๓๒๐๐ มลิ เลยี ม(เอม็ .๕๓) หรอื
ตงั คา่ มุมทศิ ๐ มลิ เลยี ม(เอม็ .๓๔) บวกดว้ ยค่ามุมเยอื ง แลว้ เครอื งยงิ ตรงทศิ ต่อเป้าหมาย ยงิ กระสนุ ไป ๑ นดั โดยใช้
หลกั ฐานยงิ เรมิ แรกนี ผบ.หม่(ู ผตู้ รวจการณ์)สงั เกตตาํ บลระเบดิ พลยงิ กห็ มนุ กลอ้ งเลง็ ไปเลง็ ทกี งึ กลางตาํ บลระเบดิ โดยใช้
ควงมาตรามุมทศิ สว่ นย่อย และหาคา่ ตวั แกท้ างระยะส่วนบรรจทุ จี ะตอ้ งใชย้ งิ หลงั จากสา่ ยเครอื งยงิ กลบั ไปทางเป้าหมาย
แลว้ กย็ งิ นดั ที ๒ ดว้ ยหลกั ฐานทไี ดแ้ กไ้ ขแลว้ หากยงั ไมไ่ ดผ้ ลดขี นึ ในนัดที ๒นี พลยงิ กค็ งปรบั เขา้ หาเป้าหมายต่อไป โดย
ใชว้ ธิ สี รา้ งหว้ งควบทางระยะหรอื จนกระทงั ไดผ้ ลต่อเป้าหมาย เทคนิคอนั นีใชไ้ ดท้ งั เครอื งยงิ ทตี ดิ ตงั บนรถสายพาน
ลาํ เลยี งพล หรอื บนพนื ดนิ กต็ าม
๑๘๓. การแกไ้ ขการยิงโดยผตู้ รวจการณ์(ผบ.หมู่ ค.)
๑๘๓.๑ กลา่ วทวั ไป
เมอื มกี ารควบคุมการยงิ โดยไมใ่ ชศ้ นู ยอ์ าํ นวยการยงิ แลว้ ผตู้ รวจการณ์ปฏบิ ตั กิ ารแกไ้ ขการยงิ โดยยดึ ถอื
แนว ค-ม. เสมอ การตรวจตาํ บลระเบดิ ของลกู ระเบดิ ยงิ คงปฏบิ ตั ติ ามวธิ กี ารทไี ดก้ ลา่ วมาแลว้ การตรวจตําบลระเบดิ
ทถี กู ตอ้ งเรยี บรอ้ ยนัน คอื การนําเอาตําบลระเบดิ มาอย่ใู นแนว ค-ม. ผตู้ รวจการณ์จะนําตาํ บลระเบดิ มาอย่ใู นแนว ค-ม. โดย
การวดั มมุ ดว้ ยกลอ้ งสอ่ งสองตาเป็นมลิ เลยี มระหว่างตําบลระเบดิ กบั เป้าหมาย แลว้ แลว้ จงึ ใหก้ ารแกใ้ นทศิ ทางตรงขา้ มกบั
การตรวจตาํ บลระเบดิ ของตน
๑๘๓.๒ เมอื ผตู้ รวจการณอ์ ย่หู า่ งจากทตี งั เครอื งยงิ ภายในรศั มี ๑๐๐ เมตร
๑๕๔
ในกรณเี ชน่ นีถอื เสมอื นเป็นการตรวจการณ์ ณ ทตี งั เครอื งยงิ ทอี ยขู่ องผตู้ รวจการณ์ทดี ที สี ดุ สาํ หรบั
เพอื ทจี ะปรบั การยงิ ใหไ้ ดร้ วดเรว็ นัน ควรอยู่ ณ ทตี งั เครอื งยงิ โดยทผี ตู้ รวจการณ์ตรวจตาํ บลระเบดิ ในทางทศิ (ทางขา้ ง)
เป็นมลิ เลยี ม แลว้ แปลงเป็นการแกม้ ุมทศิ ทจี ะใหพ้ ลยงิ ตงั กลอ้ งเลง็ ดว้ ยมมุ อนั เดยี วกนั โดยปกตกิ ารใชท้ างยุทธวธิ ขี อง
เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ทาํ ใหม้ คี วามจาํ เป็นทจี ะตอ้ งใหผ้ ตู้ รวจการณ์อย่ใู นตาํ บลทนี อกเหนอื ไปจากอย่รู ว่ มกนั ณ ทตี งั เครอื ง
ยงิ แต่อย่างไรกด็ ี ถา้ ผตู้ รวจการณอ์ ยใู่ นตําบลซงึ ตงั อย่ภู ายในรศั มี ๑๐๐ เมตร(หลา) ของทตี งั เครอื งยงิ กส็ ามารถนําเอา
การผดิ พลาดในทางทศิ (ทางขา้ ง) ทอี า่ นไดใ้ นกลอ้ งสอ่ งสองตามาใชเ้ ป็นการแก้ เพอื ทจี ะสง่ ใหพ้ ลยงิ ตงั ทกี ลอ้ งเลง็ ได้
โดยตรง โดยไมจ่ าํ เป็นตอ้ งมกี ารคาํ นวณอกี ขอ้ ปฏบิ ตั ดิ งั กล่าวย่อมเป็นความจรงิ สาํ หรบั ในทางปฏบิ ตั ิ เพราะวา่ มมุ ที
ปรากฏขนึ ระหว่างแนวผตู้ รวจการณ์-ตําบลระเบดิ กบั แนว ต-ม. จะเท่ากบั มุมทปี รากฏขนึ ระหวา่ งแนวเครอื งยงิ -ตําบล
ระเบดิ กบั แนว ค-ม. ทงั นีถอื ว่าเป็นความตอ้ งการสาํ หรบั การปฏบิ ตั ิ การแตกตา่ งแต่เพยี งเลก็ น้อยๆของมมุ ทงั สองแหง่ นี
ถอื ว่าเป็นการชดเชยอาการกระจายทมี ปี ระจาํ อยู่ของอาวุธ และพนื ทตี าํ บลระเบดิ ของลกู ระเบดิ ยงิ จากนันผตู้ รวจการณ์
กส็ ง่ ตวั แกท้ างขา้ ง(ทางทศิ ) นไี ปยงั เครอื งยงิ โดยไม่ต้องเปลยี นเป็นเมตร
ตวั อย่าง... ผตู้ รวจการณ์อย่หู า่ งจากทตี งั เครอื งยงิ ภายในรศั มี ๑๐๐ เมตร(หลา) ตรวจเหน็ ตําบลระเบดิ
ปรากฏอยทู่ างซา้ ยของเป้าหมาย ๓๐ มลิ เลยี ม บนมาตรามุมทางระดบั ของแว่นแกว้ กลอ้ งสอ่ งสองตา ดงั นันจงึ สงั แก้
“ขวา สามศนู ย”์ พลยงิ นําตวั แกน้ ีไปใชโ้ ดยตรงกบั มมุ ทศิ ทตี งั ไวแ้ ต่เดมิ โดยใชก้ ฏ “ซา้ ย-บวก, ขวา-ลบ”(ซบขล.) การแกข้ อง
ผตู้ รวจการณ์นีคงสงั ไปยงั พลยงิ เป็นมลิ เลยี ม ไมต่ อ้ งแปลงเป็นเมตร(หลา
๑๘๓.๓ เมอื ผตู้ รวจการณ์อย่หู า่ งจากแนว ค-ม. ภายในระยะ ๑๐๐ เมตร แต่อยหู่ า่ งจากทตี งั เครอื งยงิ เกนิ รศั มี ๑๐๐
เมตร ผตู้ รวจการณ์ไมส่ ามารถอย่ใู กลก้ บั ทตี งั เครอื งยงิ ภายในรศั มี ๑๐๐ เมตร ไดเ้ สมอไป ทอี ยทู่ รี องลงไป กค็ อื อย่หู ่างจาก
แนว ค-ม. ภายในระยะ ๑๐๐ เมตร ในทางปฏบิ ตั ถิ อื เสมอื นวา่ ผูต้ รวจการณ์อยใู่ นแนว ค-ม.นนั เอง ในลกั ษณะเช่นนีมุมที
เกดิ ขนึ ระหว่างแนวเครอื งยงิ -ตาํ บลระเบดิ กบั แนว ค-ม. จะไม่เทา่ กบั มุมทเี กดิ ขนึ ระหวา่ งแนวผตู้ รวจการณ์-ตาํ บลระเบดิ
กบั แนว ต-ม. ดงั นนั ตอ้ งคาํ นวณแกค้ วามแตกต่างระหว่างมุมทงั สองนีกอ่ นทจี ะสงั ค่าตวั แก้ ใหพ้ ลยงิ เปลยี นแปลงการตงั ค่า
มุมทศิ ทกี ลอ้ งเลง็ เชน่ ...
- เมอื ผตู้ รวจการณ์อย่กู งี กลางระหว่าง ค.เป้าหมาย ตวั แกท้ จี ะใชต้ งั บนกลอ้ งเลง็ จะเป็นครงึ หนึงของมุม
ทางขา้ งทตี รวจได้
- เมอื ค. อย่กู งึ กลางระหว่างผตู้ รวจการณก์ บั เป้าหมาย ตวั แกจ้ ะเป็นสองเท่ากบั มุมทางขา้ งทตี รวจได้
- หากระยะเป็นอยา่ งอนื กจ็ ะไดอ้ ตั ราสว่ นทตี ่างออกไป ซงึ กจ็ าํ เป็นต้องใชค้ ่าตวั แกเ้ ป็นมลิ เลยี มทคี าํ นวณ
ได้ ไปสงั เปลยี นแปลงมุมทศิ
องคป์ ระกอบทนี ํามาใชใ้ นการคาํ นวณนี คอื ผลคณู ของอตั ราสว่ นระหว่างระยะจากผตู้ รวจการณ์ไปยงั เป้าหมาย และ
ระยะจากเครอื งยงิ ไปยงั เป้าหมายกบั มุมทางขา้ งทตี รวจไดน้ นั คอื .-
ตวั แกม้ ุมทศิ = ระยะ ต-ม X มุมทางขา้ งทีตรวจได้
ระยะ ค-ม
หมายเหตุ ระยะยงิ หรอื ระยะทใี ชค้ ดิ เป็นจาํ นวนเตม็ ๑๐๐ เมตร
ตวั อยา่ ง... ถ้าระยะ ต-ม.เทา่ กบั ๑๐๐๐ เมตร ระยะ ค-ม. ๑๒๐๐ เมตร
มุมทางขา้ งทตี รวจได้ ซา้ ย ๖๐ มลิ เลยี ม (ตามรปู )
ตวั แกม้ มุ ทศิ = ระยะ ต-ม X มมุ ทางขา้ งทีตรวจได้
= ระยะ ค-ม
=
๑๐๐๐ X ๖๐
๑๒๐๐
๕๐ มลิ เลยี ม
ตวั แกท้ สี ง่ ไปยงั เครอื งยงิ คอื “ขวา ๕๐”
๑๕๕
เมอื ผตู้ รวจการณ์ไม่อย่ภู ายในระยะ ๑๐๐ เมตร จากแนว ค-ม. มุมทางขา้ ง(ทางทศิ ) ทผี ตู้ รวจการณ์ตรวจไดก้ จ็ ะ
ไม่เทา่ กบั มมุ ทศิ ทแี กเ้ พอื สงั ใหพ้ ลยงิ ตงั ทกี ลอ้ งยงิ ในกรณเี ช่นนี กใ็ ชก้ ารควบคุมการยงิ ดว้ ยวธิ แี ผ่นตารางทบั เป้าหมาย
๑๘๔. คาํ สงั ยิงปกติ
คาํ สงั ยงิ ทใี ชป้ ฏบิ ตั กิ ารยงิ ดว้ ยการตรวจการณ์โดยไม่มศี นู ยอ์ าํ นวยการยงิ มรี ะเบยี บปฏบิ ตั ดิ งั จะไดก้ ล่าวไวใ้ นตอน
ต่อไป โดยมขี อ้ ยกเวน้ ดงั ต่อไปนี
๑๘๔.๑ ทศิ ทาง(มุมทศิ ) ในเมอื มกี ารปฏบิ ตั กิ ารยงิ โดยไมม่ ศี นู ยอ์ าํ นวยการยงิ โดยปกตผิ ตู้ รวจการณ์จะใหม้ มุ ทศิ
เป็นการยา้ ยยงิ จากตําบลทที ราบหลกั ฐานแลว้ ในคาํ สงั ยงิ เรมิ แรก สาํ หรบั ในคาํ สงั ยงิ ต่อมาผตู้ รวจการณ์ๆกค็ งกาํ หนดการ
แกม้ ุมทศิ ไดจ้ ากลกู ระเบดิ นัดลกู ทา้ ย
ตวั อยา่ ง... ในระหว่างการปรบั การยงิ ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งการเลอื นตําบลกระสนุ ตกนดั ต่อไป ไปทางขวา
๕๐ มลิ เลยี ม โดยไม่คาํ นงึ ถงึ การตงั คา่ มมุ ทศิ ทกี ลอ้ งเลง็ เมอื ผตู้ รวจการณส์ งั ตวั แก้ “ขวา ๕๐” พลยงิ นําเอาคา่ อนั นีไปตงั ที
มาตรามมุ ทศิ ทกี ลอ้ งเลง็ โดยใชส้ ตู ร “ซา้ ย-บวก, ขวา-ลบ” ตวั อย่างเช่น... แต่เดมิ กลอ้ งเลง็ ตงั ไวม้ มี ุมทศิ ๑๑๓๐ มลิ เลยี ม
ดงั นนั พลยงิ กล็ บ ๕๐ มลิ เลยี ม ออกจาก ๐๐๓๐(๐๐๓๐-๕๐ คอื ๓๒๓๐-๕๐ นนั เอง) โดยการปฏบิ ตั ทิ กี ลอ้ งเลง็ ซงึ จะไดม้ มุ
ทศิ ใหม่ทจี ะตอ้ งตงั ทกี ลอ้ งเลง็ เป็น ๓๑๘๐ มลิ เลยี ม
๑๘๔.๒ มุมสงู (ระยะยงิ ) ผูต้ รวจการณ์อาจนําเอาตารางยงิ มาใช้ เพอื หาส่วนบรรจเุ พมิ และมุมสงู ซงึ ย่อมขนึ อย่กู บั
ระยะจากเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ไปยงั เป้าหมาย ผตู้ รวจการณ์เป็นผสู้ งั สว่ นบรรจุเพมิ และมมุ สงุ แต่อย่างไรกต็ ามผตู้ รวจการณ์
อาจสงั ระยะยงิ เป็นเมตรกไ็ ด้ ในกรณนี ีพลยงิ จะเป็นผหู้ าสว่ นบรรจุเพมิ และมุมสงู เสยี เอง ตามระยะยงิ ทผี ตู้ รวจการณส์ งั ยงิ
๑๘๕. คาํ สงั ยิงดดั แปลง
๑๘๕.๑ คาํ สงั ดดั แปลงนีแตกต่างไปจากคาํ สงั ยงิ ปกติ เฉพาะในเรอื งการเปลยี นแปลงทางมมุ ทศิ และระยะยงิ ในคาํ สงั
ยงิ ต่อมาเทา่ นนั โดยกาํ หนดเป็นจาํ นวนรอบของควงสา่ ย การเปลยี นแปลงของสว่ นบรรจเุ พมิ และมมุ สงู ประโยชน์ของ
คาํ สงั ดดั แปลงนี ทาํ ใหพ้ ลประจาํ ปืนปฏบิ ตั กิ ารยงิ ไดอ้ ย่างรวดเรว็ และงา่ ยขนึ ๑ รอบควงสา่ ยมคี า่ ทางขา้ ง (มมุ ทศิ ) ๑๐
มลิ เลยี ม ในเมอื นําเอาคาํ สงั ยงิ ดดั แปลงมาใชใ้ นกรเปลยี นแปลงทางมมุ ทศิ ใหค้ าํ นวณใกลเ้ คยี งทสี ดุ เป็นครงึ รอบ สว่ นการ
เปลยี นแปลงทางระยะใหแ้ ปลงเป็นสว่ นบรรจุเพมิ และมมุ สงู
๑๘๕.๒ พลยงิ ตงั มาตรามุมทศิ และมุมสงู ทบี ่งมาในคาํ สงั เรมิ แรก โดยไม่ตอ้ งใชต้ ารางยงิ การปฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั ยงิ
ต่อมานนั พลยงิ ไมต่ อ้ งพยายามทจี ะเลง็ กลอ้ งเลง็ ใหต้ รงต่อตําบลเลง็ ให้ประณตี เพราะวา่ การแกไ้ ขทางทศิ ใชจ้ าํ นวนรอบของ
ควงสา่ ย สว่ นการเปลยี นแปลงทางระยะกป็ ฏบิ ตั โิ ดยจาํ นวนสว่ นบรรจุเพมิ และมุมสงู ตามปกติ
๑๘๕.๓ ในการปรบั การยงิ ดว้ ยวธิ ยี งิ ควบนัน ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งสรา้ งหว้ งควบต่อเป้าหมาย โดยไมต่ ้องใชต้ ารางยงิ
ซงึ จะทาํ ใหเ้ กดิ หว้ งควบต่อไป ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี.-
คาํ สงั ยิงเริมแรก คาํ สงั ยงิ ปกติ
คาํ สงั ยงิ ดดั แปลง หมู่ ๑
หมู่ ๑ ระเบดิ กระทบแตกไว
ระเบดิ กระทบแตกไว หนึงนดั
หนึงนดั จากจุดยงิ หาหลกั ฐาน
จากจดุ ยงิ หาหลกั ฐาน ขวาสองศนู ย์
ขวาสองรอบ หนึงหา้ รอ้ ย
สว่ นบรรจุ สอง
มุมสงู หนึงสองเกา้ เจด็ ขวาสศี นู ย์
คาํ สงั ยิงต่อมา
ขวาสรี อบ
สว่ นบรรจุ สอง ๑๕๖
มมุ สงู หนึงสองหา้ ศูนย์
..................................... หนึงเจด็ รอ้ ย
...................
ซา้ ยสองศนู ย์
ซา้ ยสองรอบหนึงเจด็ รอ้ ย .....................
สว่ นบรรจุ สอง
มมุ สงู หนึงสองหกสอง สามนดั
..................................... ขวาหนึงศูนย์
สามนดั หนึงหกหา้ ศนู ย์
ขวาหนึงรอบ......................
สว่ นบรรจุ สอง
มุมสงู หนึงสองหา้ หก
......................................
๑๘๕.๔ ในขอ้ ๑๘๕.๓ ขา้ งบน หวั ขอ้ ระยะของคาํ สงั ยงิ เรมิ แรกทดี ดั แปลง ไดก้ าํ หนดบง่ ออกมาเป็นสว่ นบรรจุเพมิ
และมมุ สงู (คอื ส่วนบรรจุ ๒ มมุ สงู ๑๒๙๗) ลกู ระเบดิ ยงิ นัดแรกตกระเบดิ ระหวา่ งผตู้ รวจการณ์และเป้าหมาย จากขอ้
สมมุตฐิ านอนั นีลกู ระเบดิ ยงิ นดั ต่อไป จะตอ้ งยงิ ในระยะ ๑๗๐๐ เมตร สว่ นบรรจเุ พมิ และมุมสงู สาํ หรบั ระยะ ๑๗๐๐
เมตร คอื
สว่ นบรรจุ ๒ มมุ สงู ๑๒๕๐ สมมุตวิ ่า ลกู ระเบดิ ยงิ นัดทสี องตกไกลออกไปจากเป้าหมาย และดงั นีเองจงึ สรา้ งหว้ งควบขนึ
ทาํ ใหผ้ ตู้ รวจการณ์มคี วามมงุ่ หมายทจี ะทอนหว้ งควบต่อไป ในระยะนีผตู้ รวจการณ์สงั สว่ นบรรจุ ๒ มุมสงู ๑๒๖๒ ซงึ
ผตู้ รวจการณ์ไดก้ าํ หนดใหเ้ ป็นหว้ งควบเป้าหมายแต่เดมิ สมมตุ วิ า่ ตาํ บลระเบดิ นีตกหน้าเป้าหมาย ดงั นนั ในขณะนีไดส้ รา้ ง
หว้ งควบ ๑๐๐ เมตร แลว้ เพอื ทอนหว้ งควบนี ผูต้ รวจการณจ์ งึ สงั ยงิ ดว้ ยส่วนบรรจเุ พมิ ๒ มุมสงู ๑๒๕๖ เป็นการผา่ หว้ ง
ควบ ๑๐๐ เมตร
๑๘๖. การควบคมุ การยิง
ผตู้ รวจการณ์ควบคุมการยงิ จากทตี รวจการณ์ โดยใหค้ าํ สงั ยงิ โดยตรงไปยงั พลประจาํ ปืน ผตู้ รวจการณอ์ าจเลอื ก
ทตี รวจการณ์ใหใ้ กลเ้ คยี งกบั ทตี งั เครอื งยงิ ซงึ ทาํ ใหผ้ ตู้ รวจการณ์สามารถใหค้ าํ สงั ยงิ ไดด้ ว้ ยเสยี งหรอื ดว้ ยสญั ญามอื แขน
ในเมอื ทตี รวจการณ์อย่หู า่ งไกลทตี งั เครอื งยงิ กใ็ ชว้ ทิ ยุหรอื โทรศพั ท์
๑๘๗. สญั ญาณมอื และแขนทีผตู้ รวจการณ์ใช้
ในกรณที อี าจจะมคี วามจาํ เป็น เพอื ควบคุมการยงิ ดว้ ยสญั ญาณมอื และแขน กใ็ หผ้ ตู้ รวจการณ์ใชส้ ญั ญาณของตน
โดยหนั หน้าเขา้ หาทตี งั เครอื งยงิ ผตู้ รวจการณ์ใชส้ ญั ญาณทศิ ทางเป็นทางเดยี วกบั การแกท้ ตี อ้ งปฏบิ ตั ติ าม โดยไมพ่ ะวงถงึ
แขนทจี ะตอ้ งใช้ ผูต้ รวจการณ์ใชส้ ญั ญาณ ดงั ต่อไปนี.-
๑๘๗.๑ ตงั ยงิ (ACTION) ผตู้ รวจการณ์กาํ มอื ขนึ ขา้ งหนึงใหไ้ ดร้ ะดบั ไหลแ่ ละเหยยี ดพุ่งออกไปทางทศิ ทตี อ้ งการทจี ะ
ใหต้ งั เครอื งยงิ โดยกระทาํ หลายๆครงั
๑๘๗.๒ พรอ้ มหรอื ยงั (เรยี บรอ้ ยแลว้ หรอื ยงั ) สญั ญาณนีเป็นสญั ญาณครงั แรกในสญั ญาณอนั ดบั ต่อๆไป โดยเหยยี ด
แขนขา้ งหนึงตรงไปยงั พลยงิ คอ่ ยๆยกขนึ เหนือพนื ระดบั เลก็ น้อย นิวมอื ทงั หมดเหยยี ดตรงและชดิ กนั ฝ่ามอื หนั ตรงไปยงั
พลยงิ พลยงิ “ตอบรบั ” การถามในลกั ษณะขา้ พเจา้ พรอ้ มแลว้ ในวธิ กี ารอยา่ งเดยี วกนั
๑๘๗.๓ ลกู ระเบดิ ยงิ สญั ญาณสาํ หรบั ชนิดของกระสนุ นัน ลกู ระเบดิ ยงิ สงั หารยกเวน้ เอาไวใ้ นฐานะทเี ขา้ ใจกนั แต่
ถา้ กระสนุ ชนิดอนื ๆตอ้ งบง่ สญั ญาณลงไปดว้ ย สาํ หรบั กระสนุ ควนั ใหผ้ ตู้ รวจการณ์วางฝ่ามอื ทงั สองปิดตา
๑๘๗.๔ ชนวน สญั ญาณสําหรบั ชนิดของชนวนนัน ชนวนไวยกเวน้ เอาไวใ้ นฐานะทเี ขา้ ใจกนั แต่ถา้ เป็นชนวนชนิด
อนื ทนี อกเหนอื ไปจากนี ตอ้ งบ่งสญั ญาณลงไปดว้ ย สาํ หรบั ชนวนเวลาใหผ้ ตู้ รวจการณ์ประสานมอื ทงั สองไวบ้ นศรี ษะ
สาํ หรบั ชนวนถ่วงเวลาใหก้ ระทาํ การเคลอื นไหวมอื ทงั สองในลกั ษณะการขดุ ดนิ
๑๘๗.๕ มมุ ทศิ การจาํ ลองทศิ ศูนย(์ ๐) เป็นการใชอ้ ย่เู สมอ เวน้ ไวแ้ ตว่ า่ ตอ้ งการจาํ ลองมุมทศิ อนื ๆต้องบง่ มาใหด้ ว้ ย
๑๕๗
๑๘๗.๖ มมุ ทศิ ทางขวา(ซา้ ย) ผตู้ รวจการณ์หนั หนา้ เขา้ หาทตี งั เครอื งยงิ เหยยี ดแขนขา้ งหนึงออกไปยงั พลยงิ แลว้
แกวง่ ทงั แขนและมอื ออกไปใหเ้ สมอกบั พนื ระดบั ตามทศิ ทางซงึ จะใหย้ า้ ยการยงิ ไป ฝ่ามอื ใหห้ นั ไปตามทศิ ทางนนั แต่ละ
ครงั ของการเคลอื นไหวแกว่งแขนนนั เป็นการแทนคา่ การเปลยี นมมุ ทศิ ๑๐ มลิ เลยี ม
๑๘๗.๗ จุดเลง็ แนวเสน้ หลกั ในการสรา้ งขนึ โดยการปักหลกั เลง็ ๒ หลกั ในแนวมมุ ทศิ ทจี าํ ลองอนั เดยี วกนั แนว
เสน้ หลกั นีใชเ้ ป็นเสน้ จุดอา้ ง เวน้ ไวแ้ ต่ว่าจะบง่ เป็นอย่างอนื ทศิ ทางของหลกั เลง็ อาจใชแ้ สวงหาเอาไดใ้ นภมู ปิ ระเทศ เมอื
เวลาอยใู่ นลกั ษณะฉุกเฉนิ
๑๘๗.๘ จาํ นวนนดั สาํ หรบั การยงิ กระสุนแต่ละนัด ผูต้ รวจการณ์ยกแขนเหยยี ดตรงขนึ เหนอื ศรี ษะ หนั ฝ่ามอื ไปทาง
พลยงิ แลว้ ฟาดแขนลงขา้ งลา่ งอยา่ งรวดเรว็
๑๘๗.๙ ระยะยงิ ผตู้ รวจการณ์หนั หน้าเขา้ หาทตี งั เครอื งยงิ แลว้ ยกแขนขา้ งหนึงเหยยี ดตรงไปยงั พลยงิ โดยกาํ นิว
มอื และใหแ้ ขนเสมอแนวไหลอ่ ยใู่ นพนื ระดบั สาํ หรบั ในการใหส้ ญั ญาณเป็นหน่วยย่อย ๑๐๐ เมตร ใหย้ กเหยยี ดตรงขนึ เหนอื
ศรี ษะ แลว้ กลบั มาอย่ใู นลกั ษณะพนื ระดบั สาํ หรบั ระยะเพมิ สว่ นย่อย ๒๔ เมตร ใหย้ กท่อนแขนงอขอ้ ศอก กาํ มอื มาอย่ทู ี
ระดบั หวั ไหล่ และเหยยี ดแขนตงึ ออกไปแลว้ กลบั มาอย่ใู นท่าเดมิ สาํ หรบั ระยะ ๗๔๐ เมตร ใหย้ กแขนดงั กลา่ วแลว้ ขา้ งตน้
และใชง้ อแขนกาํ มอื ดงั กลา่ วเชน่ เดยี วกนั อกี ๒ ครงั ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งใหส้ ญั ญาณระยะยงิ อย่างสมบรู ณ์ ในคาํ สงั ยงิ
แต่ละครงั
๑๘๗.๑๐ คาํ สงั ใหย้ งิ เหยยี ดแขนตรงขนึ เหนือศรี ษะ สาํ หรบั สญั ญาณเรมิ ยงิ นนั ใหฟ้ าดแขนลงมาทางขา้ งตวั โดย
รวดเรว็ เป็นรปู โคง้ ตามทางทแี ขนจะมาอย่ใู นท่าธรรมดาขา้ งสะโพก
๑๘๗.๑๑ เลกิ ยงิ ใหเ้ อากาํ ปันตลี งบนฝ่ามอื อกี ขา้ งหนึงโดยรวดเรว็ หลายๆครงั
ขอ้ สงั เกต ถา้ พลยงิ ไม่เขา้ ใจสว่ นใดสว่ นหนึงของคาํ สงั ยงิ ใหเ้ หยยี ดแขนทงั สองตรงขนึ เหนือศรี ษะ แลว้ ไขวแ้ ขน
ทงั สองขา้ งหลายๆครงั ผตู้ รวจการณ์เมอื ไดเ้ หน็ สญั ญาณนีใหผ้ ตู้ รวจการณ์ทวนสญั ญาณของคาํ สงั ยงิ ทงั หมด
๑๘๘. การปรบั การยิงของหมู่
กล่าวทวั ไป - หลกั การสาํ คญั ในการปฏบิ ตั กิ ารปรบั การยงิ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ กระบอกเดยี ว(การยงิ ของหม่)ู ได้
อธบิ ายรายละเอยี ดไวแ้ ลว้ ในขอ้ ๓ ในตวั อย่างเหล่านี ผตู้ รวจการณ์อย่หู ่างจากทตี งั เครอื งยงิ ภายในระยะ ๑๐๐ เมตร
๑๘๙. การกาํ หนดแนวเส้นหลกั (แนวอ้าง)
๑๘๙.๑ กล่าวทวั ไป วธิ กี ารสรา้ งทศิ ทางยงิ เรมิ แรก ในเมอื การปฏบิ ตั ยิ งิ ไม่ใชศ้ นู ยอ์ าํ นวยการยงิ ไดอ้ ธบิ ายอยใู่ น
หวั ขอ้ ดงั กล่าวมาแลว้ ในตอนตน้ หลงั จากทศิ ทางยงิ เรมิ แรกและเสน้ หลกั (แนวอา้ ง) ไดส้ รา้ งขนึ แลว้ ผตู้ รวจการณ์กค็ วรจะ
ดาํ เนนิ การยงิ ปรบั หาหลกั ฐาน หลงั จากยงิ ปรบั หาหลกั ฐานเรยี บรอ้ ยแลว้ กใ็ หจ็ าํ ลองทศิ ทกี ลอ้ งเลง็ ของเครอื งยงิ ทมี มุ ทศิ
๒๘๐๐ มลิ เลยี ม แลว้ เลง็ ต่อหลกั เลง็ เดมิ อกี การจาํ ลองทศิ เชน่ นี ทาํ ใหก้ ารรบั ผดิ ชอบของพลยงิ ในการคาํ นวณมมุ ทศิ ทจี ะยงิ
ต่อไปง่ายและสะดวกยงิ ขนึ
๑๘๙.๒ ตวั อย่าง
๑๘๙.๒.๑ ผตู้ รวจการณ์ไดย้ งิ ปรบั ของหม่ตู ่อจดุ ยงิ หาหลกั ฐานแลว้ และกลอ้ งเลง็ ไดจ้ าํ ลองมุมทศิ ๒๘๐๐ มิ
ลเลยี ม และเลง็ ต่อหลกั เลง็ เรยี บรอ้ ย ผตู้ รวจการณ์ไดต้ รวจเหน็ เป้าหมายและมคี วามประสงคท์ จี ะยงิ ต่อเป้าหมายแหง่ นี กะ
ระยะ ค-ม. ไดป้ ระมาณ ๑๘๐๐ เมตร(หลา) และดว้ ยการวดั ของกลอ้ งสอ่ งสองตาหามุมทางขา้ งได้ ๖๐ มลิ เลยี ม จากจุดยงิ
หาหลกั ฐานไปทางขวาถงึ เป้าหมายจงึ ไดส้ งั คาํ สงั ยงิ เรมิ แรก ดงั ต่อไปนี.-
หมู่ หนงึ
ระเบดิ สงั หาร, กระทบแตกไว
หนึงนัด
จากจดุ ยงิ หาหลกั ฐาน ขวา หก ศูนย์
หนึง แปดรอ้ ย
๑๕๘
พลยงิ ตงั มุมทศิ ๒๗๔๐ มลิ เลยี มทกี ลอ้ งเลง็ (โดยใชก้ ฎ “ซา้ ย-บวก, ขวา-ลบ” คอื ๖๐ มลิ เลยี ม ลบออกจาก ๒๘๐๐ มิ
ลเลยี ม ไดม้ มุ ทศิ ทพี ลยงิ จะตอ้ งตงั ทกี ลอ้ งเลง็ ๒๗๔๐ มลิ เลยี ม) ตรวจดทู บี รรทดั ตารางยงิ เหน็ ว่า ใชส้ ว่ นบรรจเุ พมิ ๒ , มมุ
สงู ๑๒๒๕ มลิ เลยี ม แลว้ พลยงิ จงึ บอกใหพ้ ลหมายเลข ๓ จดั สว่ นบรรจุเพมิ พรอ้ มกนั ในเวลาเดยี วกนั นีเองกต็ งั มมุ สงู ที
กลอ้ งเลง็ แลว้ เลง็ เครอื งยงิ และสงั ยงิ
๑๘๙.๒.๒ ลกู ระเบดิ ยงิ นดั นี(นดั ที ๑) ตกระเบดิ ไกลออกไปจากเป้าหมายและทางซา้ ย ๒๐ มลิ เลยี ม
ดงั แสดงไว้ ในภาพ ผตู้ รวจการณ์จงึ ส่งคาํ สงั ยงิ ต่อมาเพอื แกม้ ุมทศิ และลดระยะยงิ เพอื รกั ษาใหต้ ําบลระเบดิ ตกอยรู่ ะหว่าง
ตนเองและเป้าหมาย เช่นนีกค็ อื ต้องการสรา้ งหว้ งควบ ในกรณนี ีจงึ ใหค้ าํ สงั ยงิ “ขวา สอง ศนู ย,์ หนึง หกรอ้ ย”
๑๘๙.๒.๓ นดั ที ๒ ตกระเบดิ ระหวา่ งผตู้ รวจการณ์และเป้าหมายบนแนว ค-ม. ดงั แสดงไว่ในภาพ, ขณะนี
มมุ ทศิ ถกู ตอ้ งแลว้ และมหี ว้ งควบ ๒๐๐ เมตร(ระหว่างระยะ ๑๘๐๐ เมตรกบั ระยะ ๑๖๐๐ เมตร) ตามตอ้ งการ คาํ สงั ยงิ
ต่อมาของผตู้ รวจการณ์ คอื “หนึง เจด็ รอ้ ย” พลยงิ ตรวจดสู ว่ นบรรจุเพมิ และมมุ สงู ในตารางยงิ ตงั กลอ้ งเลง็ ทเี ครอื งยงิ แลว้
สงั ยงิ
๑๘๙.๒.๔ ลกู ระเบดิ ยงิ นดั นี(นัดที ๓) ตกระเบดิ ไกลกวา่ เป้าหมายและอย่แู นว ค-ม. ขณะนีไดส้ รา้ งหว้ ง
ควบ ๑๐๐ เมตรแลว้ ในคาํ สงั ยงิ ต่อไปนนั ผตู้ รวจการณ์กไ็ ดป้ ฏบิ ตั กิ ารยงิ ปรบั ผสมกบั การยงิ หาผล
“สามนดั
สว่ นบรรจุ สอง
มุมสงู หนึง สอง หก สอง”
๑๕๙
คาํ สงั ยงิ ปกติ
หมหู่ นึง
ระเบดิ กระทบแตกไว
หนึงนัด
จากจดุ ยงิ หาหลกั ฐาน
ขวา หก ศนู ย์
หนึง แปดรอ้ ย
ขวา สอง ศนู ย์
หนึง หกรอ้ ย
หนึง เจด็ รอ้ ย
สามนัด
หนึง หก หา้ ศนู ย์
คาํ สงั เปลยี นแปลง
หม่หู นึง
ระเบดิ กระทบแตกไว
หนึงนัด
จากจดุ ยงิ หาหลกั ฐาน
ขวา หก ศนู ย์
สว่ นบรรจุ ศอง
มุมสงู หนึง สอง สอง หา้ (ระยะ ๑๘๐๐)
..............................................................
ขวา สองรอบ
ส่วนบรรจุ สอง
มุมสงู หนึง สอง เจด็ ส(ี ระยะ ๑๖๐๐)
..............................................................
ส่วนบรรจุ สอง
มุมสงู หนึง สอง หา้ ศนู ย(์ ระยะ ๑๗๐)
๑๖๐
รปู ที ๘๐ ภาพแสดงวิธียิงปรบั ด้วยวิธียิงควบ
๑๘๙.๒.๕ พนื ทตี ําบลระเบดิ ของลกู ระเบดิ ยงิ ทงั สามนดั นี และดว้ ยอาการกระจายตามปกติ ไดป้ กคลุม
พนื ทเี ป้าหมาย ดว้ ยการใหผ้ ลสงั หารดว้ ยสะเกด็ ระเบดิ ถา้ เมอื การยงิ หาผลลม้ เหลวโดยไม่ครอบคลุมเป้าหมายอยา่ ง
เพยี งพอแลว้ ผตู้ รวจการณป์ ฏบิ ตั กิ ารเปลยี นแปลงในมมุ ทศิ หรอื ระยะยงิ แลว้ ใหค้ ําสงั ยงิ หาผลอกี ครงั
หมายเหตุ การปรบั การยงิ นีสามารถยงิ โดยใชค้ าํ สงั ยงิ ดดั แปลงแกไ้ ข (คาํ สงั ยงิ เพมิ เตมิ )ไดอ้ กี ดว้ ย
๑๙๐. วิธีปรบั การยิงหลายระยะ
๑๙๐.๑ เนอื งจากการยงิ อย่างจ่โู จมเป็นปัจจยั สาํ คญั ในการทจี ะวางการยงิ ลงไปบนเป้าหมายใหไ้ ดผ้ ลแลว้ แบบของ
การยงิ ปรบั ซงึ ทาํ ใหล้ ดระยะเวลาระหว่างการระเบดิ ของลกู ระเบดิ ยงิ นัดแรก และการยงิ หาผลนันเป็นสาระทมี คี ่ามาก ควร
นําเอามาใช้ การยงิ ปรบั ดว้ ยวธิ ยี งิ ต่างระยะ(การยงิ หลายระยะ) เป็นวธิ ขี ยายเพมิ เตมิ จากวธิ กี ารยงิ ควบ ทาํ ใหล้ ดระยะเวลา
การยงิ ปรบั และเปิดโอกาสใหไ้ ดร้ บั การยงิ หาผลรวดเรว็ มากขนึ อกี
๑๙๐.๒ วธิ ปี ฏบิ ตั กิ ารยงิ ปรบั หลายระยะ กระทาํ ดงั ต่อไปนี(ดภู าพประกอบ)
๑๙๐.๒.๑ ผตู้ รวจการณ์วดั การยา้ ยการยงิ ของเป้าหมายจากจดุ ยงิ หาหลกั ฐานได้ ขวา ๓๐ มลิ เลยี ม และ
กะระยะ ค-ม. ได้ ๑๖๐๐ เมตร จงึ ไดเ้ พมิ ระยะ ค-ม.อกี ๑๐๐ เมตร เพอื ตอ้ งการหว้ งการยงิ ต่างระยะ ๒๐๐ เมตร จากระยะที
กะไดเ้ ป็นระยะยงิ ระยะไกลและลบออก ๑๐๐ เมตร(ลบออกจาก ระยะ ๑๖๐๐ เมตร) จากระยะทกี ะได้ เพอื ใหเ้ ป็นระยะยงิ
ระยะใกลอ้ กี ระยะหนึง การปฏบิ ตั เิ ช่นนีจงึ ทาํ ใหเ้ กดิ ผลเป็นระยะ ๒ ระยะทคี รอบเป้าหมายอยู่ การยงิ ลกู ระเบดิ ยงิ นันปรากฏ
ตามลาํ ดบั ดงั นี.-
คาํ สงั ยงิ ดดั แปลง(คาํ สงั ยงิ เพมิ เตมิ )
หมู่ หนึง
ระเบดิ กระทบแตกไว
หลายระยะ
จากจดุ ยงิ หาหลกั ฐาน
ขวา สาม ศนู ย์
นดั ที หนึง, สว่ นบรรจุ สอง
มมุ สงู หนึง สอง หา้ ศนู ย์
นัดที สอง สว่ นบรรจุ สอง
มุมสงู หนึง สอง เจด็ สี
นดั ที สาม สว่ นบรรจุ สอง
มมุ สงู หนึง สอง เกา้ เจด็
........................................
สนี ดั
ขวา สามรอบ
ส่วนบรรจุ สอง
มุมสงู หนึง สอง แปด หา้
หมู่ หนึง
ระเบดิ กระทบแตกไว
จากจดุ ยงิ หาหลกั ฐาน
ขวา สาม ศนู ย์
๑๖๑
นดั ทหี นึง ส่วนบรรจุ สอง
มุมสงู หนึง สอง หา้ ศนู ย์
นดั ทสี อง สว่ นบรรจุ สอง
มุมสงู หนึง สอง เจด็ สี
นดั ทสี าม สว่ นบรรจุ สอง
รปู ที ๘๑ การปรบั การยิงหลายระยะ มมุ สงู หนึง สอง เกา้ เจด็
หมายเหตุ หวั ขอ้ คาํ สงั ยงิ ส่วนยอ่ ยในคาํ สงั ยงิ ปกติ สาํ หรบั การยงิ หลายระยะนันใหใ้ ชค้ าํ วา่ “หลายระยะ” ลงไปดว้ ย
คาํ ว่า “หลายระยะ” นี เพอื แจง้ เตอื นใหพ้ ลยงิ ทราบว่า ลกู ระเบดิ ยงิ ทงั ๓ นดั จะตอ้ งยงิ ตามลาํ ดบั นดั แรกระยะไกล นดั ทสี อง
ระยะกลาง และนดั ทสี ามระยะใกล้
๑๙๐.๒.๒ ตําบลระเบดิ ของลกู ระเบดิ ทงั ๓ นดั นี แสดงอธบิ ายอยใู่ นรปู ทพี จิ ารณาไดว้ า่ ความคลาดเคลอื นในทาง
ทศิ เฉลยี ทงั ๓ นดั ไดเ้ ป็น ซา้ ย ๓๐ มลิ เลยี ม การแกไ้ ขมมุ ทศิ ผตู้ รวจการณแ์ ก้ “ขวา ๓๐๐” ส่วนในทางระยะนนั ลกู
ระเบดิ ยงิ ทงั ๓ นดั ตกตามลาํ ดบั ครอบเป้าหมาย บง่ ใหผ้ ตู้ รวจการณ์ทราบว่า เป้าหมายอยใู่ นระหว่างตาํ บลระเบดิ นดั ที
๒ และนดั ที ๓ ดงั นนั ผตู้ รวจการณ์จงึ ไดห้ ว้ งควบ ๑๐๐ เมตร ระหวา่ ง ๑๕๐๐ และ ๑๖๐๐ เมตร พรอ้ มทจี ะยงิ หาผล
ผตู้ รวจการณ์จงึ ใหค้ าํ สงั ยงิ ต่อมา ดงั ต่อไปนี.-
สนี ัด
ขวา ๓ รอบ
สว่ นบรรจุ สอง
มมุ สงู หนึง สอง แปด หก
ตอนที ๙
เรอื ง การเลอื กทีตรวจการณ์
๑๙๑. กลา่ วทวั ไป
ทตี รวจการณ์ทเี ลอื กใชน้ นั ใหม้ กี ารตรวจการณ์ไดท้ งั ทางกวา้ ง และทางลกึ ผตู้ รวจการณ์ตอ้ งปฏบิ ตั ทิ ุกๆสงิ เท่าที
สามารถจะทาํ ได้ เพอื ป้องกนั อนั ตรายจากขา้ ศกึ โดยมขี อ้ พจิ ารณา ดงั ต่อไปนี.-
๑๙๑.๑ มสี งิ ปกปิดกําบงั จากธรรมชาติ
๑๙๑.๒ งา่ ยต่อการซ่อนเรน้
๑๙๑.๓ มเี สน้ ทางเขา้ ไปยงั ทตี รวจการณ์ไดห้ ลายทาง
๑๙๑.๔ สะดวกในการพกั อาศยั และการบาํ รุงรกั ษาเครอื งมอื สอื สาร
๑๙๑.๕ หลกี เลยี งต่อจดุ เด่นในภมู ปิ ระเทศ
๑๙๒. ทีตรวจการณ์สาํ รอง
เมอื ผตู้ รวจการณส์ าํ รวจหาทตี งั ทตี รวจการณไ์ ดอ้ ย่างดที สี ดุ หลกั การพจิ ารณาทงั ๕ ขอ้ นนั แลว้ ผตู้ รวจการณ์ตอ้ ง
พจิ ารณาเลอื กและเตรยี มทตี รวจการณ์สาํ รองไว้ ทตี รวจการณส์ าํ รองนีผตู้ รวจการณ์จะเขา้ ไปประจาํ อย่เู พอื ใชป้ ฏบิ ตั ภิ ารกจิ
ไดก้ ต็ ่อเมอื ทตี รวจการณจ์ รงิ นนั ขา้ ศกึ ไดค้ น้ พบหรอื เกดิ จากเหตุผลอนื ๆ ทจี าํ เป็นตอ้ งยา้ ยทตี รวจการณท์ ตี งั ของที
ตรวจการณ์ทุกชนิด และทกุ แห่ง ตอ้ งสามารถใหก้ ารตรวจการณ์เป็นไปอยา่ งต่อเนือง และสามารถตดิ ต่อกนั อย่เู สมอ ไม่ว่า
จะเป็นการรบทปี ฏบิ ตั ติ ่อไปขา้ งหน้าหรอื ทางปีกกต็ าม
๑๙๓. ทีตงั ทีตรวจการณ์
ทตี งั ทตี รวจการณเ์ ป็นธรรมดาอยเู่ องทยี ่อมจะตอ้ งอยบู่ นทสี งู ฉะนนั จงึ กล่าวไดว้ ่าย่อมตอ้ งอยบู่ นสนั เนนิ หรอื สนั เขา
แต่วา่ การอยบู่ นยอดเนินหรอื ยอดเขานันจะอย่ใู นลกั ษณะอยา่ งไร มลี กั ษณะทตี งั บนยอดเนินหรอื ยอดเขาเป็น ๒ ลกั ษณะ
คอื
๑๖๒
๑๙๓.๑ ตงั อย่บู นลาดหลงั เนิน ในโอกาสทตี งั อยบู่ นลาดหลงั เนนิ นีกย็ ่อมมขี อ้ ดี และขอ้ เสยี อยบู่ า้ ง ฉะนนั
ผตู้ รวจการณ์พงึ ตอ้ งใชว้ จิ ารณญาณพจิ ารณาดใู หเ้ หมาะสมกบั ภารกจิ และสถานการณ์รบทตี อ้ งปฏบิ ตั ใิ นขณะนัน
ประกอบดว้ ยลกั ษณะภูมปิ ระเทศดว้ ย
ขอ้ ดี
๑) อาจทาํ การตรวจการณ์ในเวลากลางวนั ไดต้ ลอดเวลา
๒) ทาํ ใหเ้ ป็นอสิ ระอย่างมากในการเคลอื นทขี องเจา้ หน้าที ในทตี รวจการณใ์ นเวลากลางวนั ถงึ แมก้ ารเคลอื นทนี นั
จะไม่จาํ เป็นกต็ าม
๓) สะดวกในการพกั อาศยั , การบาํ รุงรกั ษา และการปกปิดซอ่ นเรน้ ทตี รวจการณ์
ขอ้ เสยี
๑) โดยปกตแิ ลว้ ยอ่ มทาํ ใหก้ ารมองเหน็ จํากดั ในทางขา้ งหน้า
๒) การยงิ ปรบั ต่อยอดเนนิ หรอื ยอดเขาของอาวุธขา้ ศกึ อาจทาํ ลายหรอื ตดั รอนทตี งั ทตี รวจการณ์ได้
๓) เครอื งมอื และเจา้ หน้าทซี งึ ตอ้ งปรากฏสงู กว่าสนั เขานนั ยอ่ มยากในการซ่อนเรน้ โดยเฉพาะอย่างยงิ เมอื สนั เขา
ตดั กบั เสน้ ขอบฟ้า ซงึ อาจเหน็ ไดจ้ ากพนื ทที ขี า้ ศกึ ยดึ อยู่
๑๙๓.๒ ตงั อยบู่ นลาดหน้าเนิน
ขอ้ ดี
๑) การยงิ ของขา้ ศกึ ทตี กลงบนสนั เขาหนือสนั เนนิ จะไม่เป็นอนั ตรายต่อทตี รวจการณ์
๒) ทาํ ใหม้ กี ารมองเหน็ ไปขา้ งหน้าไดด้ ยี งิ ขนึ และเช่นเดยี วกนั กบั ทางปีก
๓) ทาํ ใหเ้ กดิ เป็นฉากหลงั ปกปิด เพอื ช่วยเหลอื ในการซอ่ นเรน้
ขอ้ เสยี
๑) โดยปกติ บ่อยๆครงั ทตี อ้ งใชท้ ตี รวจการณเ์ ชน่ นีภายในความมดื เพอื ป้องกนั การคน้ พบของขา้ ศกึ จงึ ยากลาํ บาก
ในการมองเหน็
๒) โดยปกติ บอ่ ยๆครงั ทตี งั ของผูต้ รวจการณ์เช่นนี ไมส่ ามารถจะผลดั เปลยี นไดใ้ นเวลากลางวนั โดยปราศจาก
อนั ตรายในการเปิดเผยทตี รวจการณ์
๓) การซอ่ มบาํ รุงทางการสอื สารระหว่างเวลากลางวนั มกั ไม่ปฏบิ ตั ิ ถงึ แมว้ ่าจะปฏบิ ตั ไิ ดก้ ด็ ว้ ยความยากลาํ บากมาก
ตอนที ๑๐
ผตู้ รวจการณ์ในการรบนอกแบบ
๑๙๔. ความมงุ่ หมาย
กาํ หนดขนึ เพอื ใหห้ น่วยทหารต่างๆทกุ เหล่า รวมทงั เจา้ หน้าที ตชด. และเจา้ หน้าทชี ดุ ปฏบิ ตั กิ ารต่างๆในพนื ที
การรบ สาํ หรบั การรบหรอื สงครามนอกแบบใหส้ ามารถปฏบิ ตั ไิ ดถ้ ูกตอ้ ง ในการเคลอื นทที างยุทธวธิ ,ี การใชอ้ าวุธยงิ
สนบั สนุน และการโจมตที างอากาศต่อเป้าหมาย และในขอบเขตทกี าํ หนดใหไ้ วเ้ พอื ....
๑๙๔.๑ ป้องกนั การสญู เสยี ของฝ่ายเราจากการยงิ ของฝ่ ายเดยี วกนั
๑๙๔.๒ ป้องกนั การเขา้ ใจผดิ ในระหวา่ งทหารฝ่ายเดยี วกนั
๑๙๔.๓ ป้องกนั ชวี ติ ทรพั ยส์ นิ ของประชาชนผบู้ รสิ ทุ ธใิ หพ้ นั อนั ตรายจากการปฏบิ ตั กิ ารทางทหาร
๑๙๔.๔ กาํ หนดหน้าทกี ารปฏบิ ตั ขิ องหน่วยทหารระดบั ตา่ งๆใหอ้ ยใู่ นขอบเขตทกี าํ หนด, ป้องกนั การปฏบิ ตั ทิ เี กนิ
กวา่ เหตุโดยพลการ อนั อาจทาํ ใหฝ้ ่ายตรงขา้ มนําไปใชโ้ ฆษณาชวนเชอื หรอื ผดิ นโยบายทหี น่วยเหนือไดก้ าํ หนดไว้
๑๙๕. คาํ จาํ กดั ความ เกียวกบั การปะทะและการยิง
๑๖๓
๑๙๕.๑ การปะทะ หมายถงึ การรบประชดิ ระหวา่ งหน่วยทหารเรากบั กาํ ลงั ฝ่ายขา้ ศกึ ซงึ ใชอ้ าวธุ ประจาํ กาย หรอื
อาวุธกลยงิ สรู้ บได้ ไมว่ ่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ ายรเิ รมิ ก่อนกต็ าม
๑๙๕.๒ การยงิ ต่อเป้าหมายทางการขา่ วกรอง คอื การยงิ ต่อเป้าหมายทไี ดจ้ ากสายงานทางการขา่ วกรองของ
หน่วยเหนือซงึ ยนื ยนั แลว้ ดว้ ย ป., ค. หรอื การโจมตที างอากาศ
๑๙๕.๓ การยงิ สนับสนุนโดยใกลช้ ดิ คอื การยงิ ดว้ ย ป., ค. ตามคาํ ขอของหน่วยทางพนื ดนิ โดยทนั ทใี นระยะไม่เกนิ
๔๐๐ เมตร สาํ หรบั ค.๑๒๐ มม. หรอื ๖๐๐ เมตร สาํ หรบั ปืนใหญ่ ไมว่ า่ จะมกี ารปะทะหรอื ไม่กต็ าม และต้องมี ผตน.
ปรบั การยงิ ให้ ถา้ เป็น ฮ.ผขู้ อต้องสามารถตดิ ต่อกบั ฮ.ได้ ถ้าเป็น บ. จะตอ้ งมผี คู้ วบคมุ อากาศยานหน้า(ผคน.)ควบคุมอยู่
๑๙๕.๔ การยงิ รบกวนขดั ขวาง หมายถงึ การยงิ ทมี าจากคาํ ขอของหน่วยทหารในระยะไกลเกนิ กว่า ๑๐๐๐ เมตร
ขนึ ไป โดยหน่วยยงิ จะกาํ หนดแผนขนึ เป็นเวลาตามความเหมาะสมของเป้าหมาย อาวุธ และกระสนุ ทมี อี ยู่
๑๙๕.๕ การยงิ เตรยี ม เป็นการยงิ ต่อพนื ทที ขี า้ ศกึ ยดึ อยกู่ อ่ นทฝี ่ายเราจะเคลอื นทเี ขา้ ตี หรอื การยงิ ตอ่ พนื ทที ี
กาํ หนดใหเ้ ป็นพนื ทรี อ่ นลงของ ฮ.
๑๙๕.๖ การยงิ ป้องกนั ขนั สดุ ทา้ ย คอื การยงิ ของ ค., ป. ใกลก้ ว่า ๕๐๐ เมตร ลงมาต่อเป้าหมายทไี ดเ้ ตรยี มหลกั ฐาน
ล่วงหน้าไวแ้ ลว้ เพอื ป้องกนั หน่วยทหารและทตี งั มใิ หข้ า้ ศกึ เขา้ ประชดิ ตวั ได้ เช่น การยงิ ป้องกนั ทตี งั , การยงิ ป้องกนั ฐาน
๑๙๕.๗ การยงิ หมายพกิ ดั (หมายตําบลระเบดิ ) คอื การยงิ กาํ หนดจดุ ทอี ย่หู รอื พกิ ดั ทตี อ้ งการกลางอากาศ ดว้ ย
กระสนุ ควนั ขาว หรอื กระสนุ สอ่ งแสง เพอื ใหท้ หารภาคพนื ดนิ กาํ หนดทอี ย่ขู องตน หรอื ทตี งั เป้าหมายไดถ้ กู ตอ้ ง โดยปกติ
จะยงิ ดว้ ยระยะสงู จากพนื ดนิ นนั ประมาณ ๖๐๐ เมตรเสมอ ถา้ ไมก่ าํ หนดเป็นอย่างอนื
๑๙๕.๘ การยงิ ต่อตา้ นเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ของขา้ ศกึ คอื การยงิ ต่อ ค.ขา้ ศกึ ทกี าํ ลงั ยงิ ต่อหน่วยทหารฝ่ายเรา ไมว่ ่าจะ
ตรวจการณ์เหน็ ทตี งั ขา้ ศกึ หรอื ไมก่ ต็ าม
๑๙๕.๙ การยงิ สอ่ งสวา่ ง คอื การยองดว้ ยกระสุนสอ่ งแสง แตกอากาศในระยะสงู ๖๐๐-๘๐๐ เมตร
๑๙๖. คาํ จาํ กดั ความเกียวกบั พืนที
๑๙๖.๑ พนื ทรี บั ผดิ ชอบทางยุทธวธิ ี คอื พนื ทขี นาดใหญ่ซงึ หน่วยเหนือมอบให้ ผบ.หน่วยในระดบั หนึง รบั ผดิ ชอบ
ในการปฏบิ ตั ทิ างยุทธวธิ ี เพอื ปราบปรามขา้ ศกึ ในพนื ทนี ี
๑๙๖.๒ พนื ทปี ฏบิ ตั กิ าร คอื พนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารขนาดเลก็ ซงึ กาํ หนดขนึ ในพนื ทรี บั ผดิ ชอบทางยุทธวธิ ี โดย ผบ.หน่วย
พนื ทรี บั ผดิ ชอบทางยทุ ธวธิ นี นั ๆ
๑๙๖.๓ พนื ทที ตี อ้ งสนใจ คอื พนื ทนี อกพนื ทรี บั ผดิ ชอบทางยทุ ธวธิ ี ซงึ หน่วยเหนือกาํ หนดขนึ ให้ ผบ.หน่วย
ผรู้ บั ผดิ ชอบพนื ทรี บั ผดิ ชอบทางยุทธวธิ มี หี น้าทสี นใจในการหาขา่ วเป็นพเิ ศษ
๑๙๖.๔ เสน้ ทางหลวง คอื เสน้ ทางคมนาคมทงั ในและนอกพนื ทรี บั ผดิ ชอบ ซงึ ประชาชนใชอ้ ยเู่ ป็นประจาํ ยวดยาน
ทกุ ชนดิ เดนิ ทางไปมาสะดวก
๑๙๗. กฎแห่งการรบรว่ ม
หน่วยทหารทุกหน่วย และหน่วยทปี ฏบิ ตั ภิ ารกจิ ในพนื ทตี ่างๆ ตลอดจน จนท.ฝ่ายปกครองทเี ขา้ ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ
รว่ มกนั จะตอ้ งยดึ ถอื กฎแห่งการรบร่วม ดงั ต่อไปนี.-
๑๙๗.๑ กฎแห่งการเคลอื นทที างยทุ ธวธิ ี
๑๙๗.๑.๑ หน่วยทหารของ ผบ.หน่วยทคี วบคมุ พนื ทรี บั ผดิ ชอบทกี าํ หนดให้ จะเคลอื นทเี พอื ปฏบิ ตั กิ ารได้
เฉพาะในเขตพนื ทรี บั ผดิ ชอบของตนเทา่ นัน หา้ มออกไปปฏบิ ตั กิ ารนอกเขตพนื ทรี บั ผดิ ชอบของตนเป็นอนั ขาด
๑๙๗.๑.๒ ผบ.หน่วยทคี วบคมุ พนื ทรี บั ผดิ ชอบ จะสง่ หน่วยทหารทางภาคพนื ดนิ ออกปฏบิ ตั กิ ารนอกพนื ที
รบั ผดิ ชอบของตน ต่อเมอื ไดร้ บั อนุมตั จิ ากหน่วยเหนอื เทา่ นนั
๑๙๗.๑.๓ ในกรณที แี บ่งพนื ทรี บั ผดิ ชอบใหแ้ ก่หน่วยมากกว่าหนึงหน่วย โดยใชเ้ สน้ แบง่ เขต การสง่ หน่วย
ออกไปปฏบิ ตั กิ ารใกลเ้ สน้ แบง่ เขต(แมจ้ ะอย่ใู นพนื ทขี องตน)น้อยกว่า ๑๐๐๐ เมตร จะตอ้ งตดิ ต่อใหเ้ จา้ ของพนื ทรี บั ผดิ ชอบ
ทอี ยขู่ า้ งเคยี งทราบเสยี กอ่ น
๑๙๗.๑.๔ ในกรณที มี พี นื ทปี ฏบิ ตั กิ าร ๒ หรอื ๓ พนื ที ใชเ้ สน้ แบง่ เขตทปี ฏบิ ตั กิ ารร่วมกนั การล่วงลาํ
เขา้ ไปในพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารของอกี หน่วยหนึง หรอื เขา้ ปฏบิ ตั กิ ารใกลเ้ สน้ แบง่ เขตรว่ มน้อยกวา่ ๑๐๐๐ เมตร จะตอ้ งขออนุมตั ิ
หรอื ตดิ ต่อเจา้ ของพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารนนั กอ่ นเสมอ
๑๖๔
๑๙๗.๑.๕ ในพนื ทรี บั ผดิ ชอบทวี า่ งเวน้ ไวโ้ ดยมไิ ด้กาํ หนดเป็นพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารมอบหมายใหแ้ กห่ น่วยรอง
ผบ.หน่วยซงึ รบั มอบหมายพนื ทรี บั ผดิ ชอบ ตอ้ งเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบทงั การเคลอื นทใี นกรณีต่างๆ รวมทงั การยงิ ของอาวธุ ยงิ
สนบั สนุน และการโจมตที างอากาศอยตู่ ลอดเวลา
๑๙๗.๑.๖ การเคลอื นทบี นเสน้ ทางหลวง ยอ่ มกระทาํ ไดโ้ ดยตลอดและเสรี ไมว่ า่ จะอยใู่ นหรอื นอกพนื ที
รบั ผดิ ชอบ หรอื พนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารทกี าํ หนดให้ แต่ถ้าเคลอื นทอี อกนอกเสน้ ทางหลวงเมอื ใดจะตอ้ งคาํ นงึ ถงึ กฎเกณฑด์ งั กลา่ ว
แลว้
๑๙๗.๒ กฎแหง่ การยงิ
๑๙๗.๒.๑ หา้ มยงิ อาวุธประจาํ กาย,ประจาํ หน่วย,ค.,ป. หรอื โจมตที างอากาศออกไปนอกพนื ทรี บั ผดิ ชอบ
ของหน่วยตน เวน้ แต่จะไดร้ บั คาํ ขอจาก ผบ.หน่วยพนื ทรี บั ผดิ ชอบขา้ งเคยี ง หรอื ไดร้ บั อนุมตั จิ ากหน่วยเหนือเสยี ก่อน
๑๙๗.๒.๒ หา้ มยงิ ค., ป. ใกลเ้ สน้ ทางหลวงในระยะนอ้ ยกว่า ๑๐๐๐ เมตร เวน้ แต่การยงิ นนั จะเป็นการยงิ
ทมี กี ารตรวจการณ์
๑๙๗.๒.๓ การยงิ ค., ป. หรอื โจมตที างอากาศเขา้ ไปในพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารของหน่วยใด จะตอ้ งไดร้ บั อนุมตั ิ
จากเจา้ ของพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารนนั เสยี กอ่ น เวน้ แต่เป็นการยงิ ตามคาํ ขอของ ผบ.หน่วยพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารนนั ๆเทา่ นนั
๑๙๗.๒.๔ การยงิ ค., ป. หรอื โจมตที างอากาศนอกพนื ทปี ฏบิ ตั กิ าร แต่อยใู่ นพนื ทรี บั ผดิ ชอบ จะตอ้ งไดร้ บั
อนุมตั จิ าก ศปย. (ศนู ยป์ ฏบิ ตั กิ ารทางยทุ ธวธิ )ี ของหน่วยพนื ทรี บั ผดิ ชอบนันๆเสยี กอ่ น โดยธรรมดาถา้ หน่วยพนื ที
รบั ผดิ ชอบนนั ๆ มี ศอย. ผบ.หน่วยพนื ทรี บั ผดิ ชอบอาจมอบหมายหน้าทใี หแ้ ก่ ศอย.ของหน่วยดงั กลา่ วนนั ได้ เพราะหน่วย
ทรี บั ผดิ ชอบพนื ทอี าจมภี ารกจิ ทตี อ้ งปฏบิ ตั เิ ตม้ พนื ทอี ย่แู ลว้ ตลอดเวลา
๑๙๗.๒.๕ เกณฑป์ ลอดภยั ของการยงิ ค., ป. และการโจมตที างอากาศใหถ้ อื ระยะ ๑๐๐๐ เมตร จาก
หน่วยทหารทใี กลเ้ ป้าหมายทสี ดุ เป็นเกณฑป์ ลอดภยั ซงึ ผบ.หน่วยพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารใชเ้ ป็นหลกั อนุมตั ใิ หท้ าํ การยงิ ได้ เวน้
แต่เป็นการยงิ ทมี กี ารตรวจการณ์ตามคําขอของหน่วยทใี กลเ้ ป้าหมายนันทสี ดุ กใ็ หย้ งิ ตํา ๑๐๐๐ เมตรลงมาได้
๑๙๗.๒.๖ การยงิ ดว้ ยกระสุนควนั แตกอากาศ ใหถ้ อื รศั มี ๕๐๐ เมตร พกิ ดั แตกอากาศเป็นเขตอนั ตราย
การยงิ ดว้ ยกระสุนสอ้ งแสง ใหค้ ดิ จุดตําบลกระสนุ ตกตามตารางยงิ และคดิ เกณฑร์ ศั มี ๕๐๐ เมตรเป็นเขตอนั ตราย การ
อนุมตั กิ ารยงิ ของ ผบ.หน่วยรบั ผดิ ชอบพนื ทรี บั ผดิ ชอบ หรอื พนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารจะตอ้ งคาํ นึงถงึ ขอ้ นีเสมอก่อนอนุมตั ิ
๑๙๗.๒.๗ การยงิ ค., ป. และการโจมตที างอากาศ ณ บรเิ วณใด ไมว่ ่าในพนื ทรี บั ผดิ ชอบหรอื พนื ที
ปฏบิ ตั กิ าร จะตอ้ งไดร้ บั คาํ ยนิ ยอมจาก จนท.ฝ่ายปกครองในระดบั อาํ เภอหรอื จงั หวดั เจา้ ของทอ้ งทนี นั เสยี กอ่ น
เวน้ เสยี แต่วา่ ไดม้ กี ารกาํ หนดความมเี สรขี องพนื ทกี ารยงิ ไวใ้ นลกั ษณะต่างๆกนั ไวแ้ ลว้ ลว่ งหน้าดงั ต่อไปนี คอื
๑๙๗.๒.๗.๑ พนื ทกี ารยงิ โดยเสรี เจา้ หน้าทฝี ่ายปกครองในระดบั อาํ เภอขนึ ไปไดต้ กลงกบั
ผบ.หน่วยทหารไวเ้ ป็นการแน่นอนว่า ในพนื ทที กี าํ หนดใหเ้ ป็นพนื ทกี ารยงิ โดยเสรนี นั ใหห้ น่วยทหารทาํ การยงิ และโจมตี
ทางอากาศไดโ้ ดยเสรี และไมจ่ าํ เป็นตอ้ งแจง้ ให้ จนท.ฝ่ายปกครองทราบ
๑๙๗.๒.๗.๒ พนื ทกี ารยงิ ตอ้ งขออนุมตั ิ คอื พนื ทที ี จนท.ฝ่ายปกครองสงวนไวว้ ่า ถา้ มกี ารยงิ
ดว้ ย ค., ป. หรอื การโจมตที างอากาศแลว้ ใหข้ ออนุมตั ติ ่อ จนท.ฝ่ายปกครองหรอื ผแู้ ทน ซงึ จดั มาประจาํ อย่ทู ี ศปย.ของ
ผบ.หน่วยรบั ผดิ ชอบพนื ทนี นั เสยี ก่อน เพอื ให้ จนท.ฝ่ายกครองไดต้ รวจสอบว่า เป้าหมายนนั หา่ งจากชุมชนหรอื ราษฎรที
ออกทาํ มาหากนิ เกนิ กวา่ ๑๐๐๐ เมตร พอทจี ะใหท้ าํ การยงิ หรอื โจมตที างอากาศไดห้ รอื ไม่ ทงั นีเวน้ แต่การยงิ ดว้ ยอาวธุ
ประจํากาย และอาวธุ ประจําหน่วย ซงึ มองเหน็ เป้าหมายดว้ ยผยู้ งิ เอง ทาํ ใหก้ ระทาํ ไดโ้ ดยไม่ตอ้ งขอนุมตั ิ
๑๙๗.๒.๗.๓ พนื ทหี า้ มยงิ คอื พนื ทที ที างทหารหรอื ฝ่ายปกครองหา้ มทาํ การยงิ ดว้ ย ค., ป.
หรอื การโจมตที างอากาศโดยเดด็ ขาด เชน่ ตลาด, ตวั เมอื ง, คลงั สป.ตา่ งๆ ฯลฯ เวน้ แต่เจา้ ของพนื ทนี นั ขอใหท้ าํ การยงิ
เชน่ กรณีขา้ ศกึ เขา้ ยดึ ครองไวไ้ ด้ ฯลฯ
๑๙๗.๒.๘ การยงิ ดว้ ยอาวุธยงิ สนบั สนุน เช่น ค., ป. หรอื การโจมตที างอากาศ หา้ มกระทาํ ต่อหมบู่ า้ น หรอื
พนื ทที ปี ระชาชนพกั อาศยั เวน้ แต่...
๑๙๗.๒.๘.๑ มกี ารปะทะเป็นการชดั แจง้ แน่ใจวา่ ฝ่ายตรงขา้ มเป็นขา้ ศกึ
๑๙๗.๒.๘.๒ ไม่มปี ระชาชนผบู้ รสิ ทุ ธอิ ย่ใู นพนื ทนี นั
๑๙๗.๒.๘.๓ จนท.ฝ่ ายปกครองใหท้ าํ การยงิ ได้
๑๖๕
๑๙๗.๒.๙ วธิ คี วบคมุ ระบบความปลอดภยั ของการยงิ ตามทไี ดก้ ล่าวแลว้ ในขอ้ ๑๙๗.๒.๑ ถงึ ขอ้ ๑๙๗.๒.๘
ใหด้ าํ เนนิ การตามระบบควบคุมความปลอดภยั ของการยงิ
๑๙๗.๓ ระบบควบคมุ ความปลอดภยั ของการยงิ
๑๙๗.๓.๑ ผบ.หน่วยทคี วบคุมพนื ทรี บั ผดิ ชอบ จะตอ้ งจดั ตงั ศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ารขนึ ศนู ยห์ นึง เพอื ควบคมุ
ความปลอดภยั ของระบบการยงิ และการโจมตที างอากาศในพนื ทรี บั ผดิ ชอบของตน ศนู ยน์ โี ดยธรรมดาแลว้ ถา้ เป็นระดบั
พล.ร.จะตงั อย่ทู ี ศปย.ป.พล. ถา้ เป็นระดบั กรม.ร. หรอื ผส.จะตงั อยทู่ ี ศปย.พนั .ป. ทงั นีเพราะหน่วย ป. มี ผตน. ประจาํ
อยู่
ทกุ ๆรอ้ ย ปล. สามารถตดิ ตามการเคลอื นทขี องกองรอ้ ย หรอื หมวด ปล.ไดต้ ลอดเวลา เป็นหน่วยอาวธุ ยงิ ไกลทสี ามารถยงิ
ไดโ้ ดยรอบตวั ตลอดพนื ทรี บั ผดิ ชอบ โยกยา้ ยหลกั ฐานการยงิ ไปในทศิ ทางต่างๆไดร้ วดเรว็ ทราบถงึ กระสนุ วถิ ขี องการยงิ
อนั เกยี วกบั การยงิ ของอากาศยานโดยตลอดเวลาอย่แู ลว้ และเป็นหน่วยทมี ภี ารกจิ ยงิ ตามกฏแห่งการยงิ มากทสี ดุ
๑๙๗.๓.๒ ศปย.ป.พล. หรอื พนั .ป. ทตี อ้ งควบคมุ ระบบความปลอดภยั ของการยงิ จะตอ้ งจดั ตงั ระบบ
ขออนุมตั แิ ละประกาศการยงิ ขนึ ๓ ระบบ คอื
๑๙๗.๓.๒.๑ ระบบขออนุมตั กิ ารยงิ ต่อหน่วยทหารในพนื ทปี ฏบิ ตั กิ าร หมายความว่า เมอื จะ
ทาํ การยงิ ป.ลงในพนื ทปี ฏบิ ตั ขิ องหน่วยใด จะตอ้ งไดร้ บั อนุมตั จิ าก ผบ.หน่วยในพนื ทที ปี ฏบิ ตั กิ ารนนั เสยี กอ่ น โดยตดิ ต่อ
ประสานขออนุมตั ติ ่อ ศปผส. ของ พนั .ร. หรอื กรม.ร. ซงึ เป็นหน่วยในสงั กดั ของหน่วยในพนื ทที ปี ฏบิ ตั กิ ารนนั แลว้ แต่จะ
ตกลงกนั ตามสถานการณท์ างยทุ ธวธิ แี ละความสามารถของเครอื งมอื สอื สาร เวน้ เสยี แต่วา่ เป็นการยงิ ตามคาํ ขอของ ผตน.ที
ประจาํ หน่วยในพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารนนั กใ็ หท้ าํ การยงิ ไดโ้ ดยทนั ที ไมต่ อ้ งยอ้ นมาขออนุมตั ติ ่อ ศปย. ของ พนั .ร. หรอื กรม.ร.
ทเี ป็นหน่วยต้นสงั กดั อกี สว่ นการยงิ ของ ค. เป็นการสงั ยงิ จาก ผบ.หน่วยพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารเอง หรอื คาํ สงั ยงิ จาก พนั .ร. หรอื
กรม.ร. ของตนอย่แู ลว้ ไม่จําเป็นตอ้ งขออนุมตั ซิ ํา สว่ นการโจมตที างอากาศยานต่อเป้าหมายในพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารของหน่วย
ใด กใ็ หข้ ออนุมตั ติ ่อ ผบ.หน่วย พนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารนนั ในลกั ษณะทํานองเดยี วกนั เวน้ แต่เป็นการขอโจมตที างอากาศ จาก
ผบ.หน่วยพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารนนั หรอื หน่วยตน้ สงั กดั เอง กใ็ หป้ ฏบิ ตั กิ ารโจมตที างอากาศไดโ้ ดยใหพ้ จิ ารณาวา่ ถา้ การโจมตี
นนั ใกลท้ หารฝ่ายเราน้อยกวา่ ๑๐๐๐ เมตร ดว้ ย ฮ. ตดิ อาวธุ หน่วยภาคพนื ดนิ ย่อมควบคุมการโจมตไี ด้ ถา้ เป็นอากาศยาน
ประเภทเครอื งบนิ รบ ตอ้ งมผี คู้ วบคมุ อากาศยานหนา้ อยดู่ ว้ ย
ในกรณีอากาศยานประเภท ฮ. ตดิ อาวุธ หรอื เครอื งบนิ รบ จะทาํ การโจมตโี ดยไมไ่ ดร้ บั คาํ ขอจากหน่วยในพนื ที
ปฏบิ ตั กิ าร เช่น จะทาํ การโจมตเี พราะตรวจพบขา้ ศกึ ดว้ ยตนเอง หรอื โจมตเี ป้าหมายขา่ วกรอง ตามทหี น่วยเหนือสงั และ
ตนเองไมส่ ามารถตดิ ต่อหน่วยภาคพนื ดนิ ได้ กใ็ หต้ ดิ ต่อขออนุมตั กิ ารโจมตผี ่านไปที ศปย.ป.พล. ซงึ ศปย.ป.พล จะทาํ การ
ตดิ ต่อขอนุมตั ใิ หห้ น่วยทหารทรี บั ผดิ ชอบพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารระดบั พนั .ร. หรอื กรม.ร. กต็ าม ทกี าํ หนดใหเ้ ป็นผูอ้ นุมตั กิ ารยงิ
ในพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารของตน จะตอ้ งตงั ขา่ ยวทิ ยุขนั ๑ ขา่ ยตดิ ต่อ ศปย.ป.พล.ตลอด ๒๔ ชงั โมง ขา่ ยการตดิ ต่อสอื สารนี
เรยี กว่า “ขา่ ยคาํ ขออนุมตั กิ ารยงิ ”
๑๙๗.๓.๒.๒ ระบบขออนุมตั กิ ารยงิ ต่อเจา้ หน้าทฝี ่ายปกครอง ศปย.ป.พล. หรอื ศปย.พนั .ป. จะเปิดวทิ ยุ
ขนึ ๑ ขา่ ย สาํ หรบั ตดิ ต่อเจา้ หน้าทฝี ่ายบา้ นเมอื งโดยเฉพาะ โดยธรรมดา จนท.ฝ่ายปกครอง หรอื บา้ นเมอื งจะอย่ปู ระจาํ ที
ศปย. ของ ผบ.หน่วยพนื ทรี บั ผดิ ชอบนนั เพอื เป็นทปี รกึ ษาในกรณตี า่ งๆ เกยี วกบั ประชาชน และอนุมตั กิ ารยงิ ในพนื ที
กาํ หนด เวน้ แต่พนื ทกี ารยงิ เสรี
๑๙๗.๓.๒.๓ ระบบควบคมุ ความปลอดภยั ทางอากาศ ใน ศปย.ป.พล. จะมวี ทิ ยอุ กี ๑ เครอื ง เปิดไวใ้ น
ขา่ ยควบคมุ ความปลอดภยั ทางอากาศ เครอื งบนิ ทุกเครอื งทจี ะขนึ บนิ จะตอ้ งสอบกระสุนวถิ ขี องการยงิ ในทศิ ทาง ทตี น
จะทําการบนิ เสยี กอ่ นเสมอ และคอยรบั ฟังการปฏบิ ตั กิ ารยงิ โดยตลอดเวลาบนิ สาํ หรบั เครอื งบนิ รบทไี ม่สามารถตดิ ต่อได้
ใหต้ ดิ ต่อผ่านนายทหารอากาศตดิ ต่อ (นอต.) ทปี ระจําอยกู่ บั กองพล
๑๙๘. การยิงรบกวนและขดั ขวาง
การยงิ รบกวนและขดั ขวาง เป็นการยงิ ทไี มม่ กี ารตรวจการณ์จงึ ไมม่ กี ารปรบั การยงิ ปกตมิ กั นยิ มทาํ การยงิ ในเวลา
กลางคนื แตใ่ นบางกรณีจะทําการยงิ เมอื ใดกไ็ ด้ หากเป้าหมายนนั ไดร้ บั การประมาณคา่ พอเพยี งต่อการเชอื ถอื
๑๙๘.๑ ความม่งุ หมาย
๑๖๖
เพอื รบกวนมใิ หข้ า้ ศกึ พกั ผ่อนหลบั นอน หรอื หุงหาอาหารไดอ้ ยา่ งสะดวกสบาย ทงั ยงั ยงิ เพอื ขดั ขวาง มใิ ห้
ขา้ ศกึ ใชเ้ สน้ ทางเคลอื นทไี ดอ้ ย่างเสรี อาจไดผ้ ลบา้ งในการสงั หาร แต่จะไดผ้ ลในการทาํ ลายขวญั ของขา้ ศกึ และเป็นการ
บาํ รงุ ขวญั ฝ่ายเราดว้ ย
๑๙๘.๒ แหล่งของเป้าหมาย
๑๙๘.๒.๑ ไดจ้ ากหน่วยรอง เชน่ การ ลว.หาขา่ ว หรอื ลว.รบ ของหน่วยดาํ เนินกลยุทธทพี บร่องรอย
การใชเ้ สน้ ทาง หรอื ทพี กั ผอ่ นหลกั นอนใหม่ๆ แหลง่ นําทมี กี ารใชอ้ ยู่เป็นประจาํ ฯลฯ
๑๙๘.๒.๒ จากหน่วยเหนอื เชน่ ไดจ้ ากการ ลว.ทางอากาส ทงั ดว้ ยสายตาและเรดาห์ หรอื จากภาพถ่าย
ทางอากาศ อนิ ฟราเรดระบบจดุ ความรอ้ น บางครงั อาจไดจ้ ากแหล่งขา่ วถงึ ทตี งั ทบี งั คบั การของหน่วย เชน่ คลงั อาวธุ
ยทุ โธปกรณ์ และแหล่งสะสมเสบยี งอาหารต่างๆ ฯลฯ
๑๙๘.๒.๓ จากการพจิ ารณาร่วมกนั ในแผนที ระหว่าง ผบ.หน่วยดาํ เนนิ กลยทุ ธกบั ผตน.เจา้ หน้าทตี ดิ ต่อ
ต่อตําบลสาํ คญั ๆ
๑๙๘.๓ การวางเป้าหมายยงิ
จะตอ้ งไม่วางเป้าหมายยงิ หรอื ตาํ บลยงิ ใกลข้ อบฐานนอ้ ยกวา่ ๑ กม. ทงั นีเพอื ความปลอดภยั และไม่ควร
วางฟุ่มเฟือย(มากจุดยงิ ) จนเกนิ ไปนกั เนืองจากฐานยงิ สนบั สนุนมไิ ดส้ นบั สนุน ผตน.เพยี งผเู้ ดยี ว อกี ทงั เป็นการ
สนิ เปลอื งกระสุนโดยใชเ่ หตุทสี าํ คญั จงึ จาํ เป็นตอ้ งประหยดั กระสนุ ไวเ้ พอื สนบั สนุนภารกจิ อนื ๆบา้ ง
๑๙๘.๔ การกาํ หนดหมายเลขเป้าหมายและเวลา
๑๙๘.๔.๑ อาจจะกาํ หนดตามวนั ในรอบสปั ดาหท์ ที าํ การยงิ และตามดว้ ยหมายเลขประจําของ ผตน.
หรอื เจา้ หน้าทตี ดิ ต่อ เช่น ผตน.หมายเลข ๒ มนี ามเรยี กขานวา่ “เพทาย ๒” ตอ้ งการขอการยงิ รบกวน และขดั ขวางในคนื
วนั องั คาร หมายเลขเป้าหมายแรก กอ็ าจจะถกู กาํ หนดชอื ว่า “องั คาร ๒๐๑” แต่ถา้ การขอยงิ รบกวนและขดั ขวาง มไิ ดข้ อ
โดย ผตน. หรอื เจา้ หน้าทตี ดิ ต่อแลว้ กค็ วรจะกาํ หนดดว้ ยตวั เลขเรยี งตามลาํ ดบั ธรรมดาจาก ๑, ๒, ๓ เรอื ยไป และจะ
ยกเลกิ เรมิ ตน้ ใหมเ่ มอื เรมิ วนั ต่อไป
๑๙๘.๔.๒ การกาํ หนดเวลาในการยงิ จะตอ้ งไมก่ าํ หนดเป็นหว้ งประจาํ เช่น ทุกตน้ ชวั โมง หรอื ทุก ๓๐
นาที แต่กค็ วรกาํ หนดใหแ้ น่นอนลงไป เชน่ ๑๘.๓๔ หรอื ๑๐.๐๕ ทงั นีเพอื ป้องกนั มใิ หข้ า้ ศกึ ทราบว่าจะทาํ การยงิ เมอื ใด
๑๙๘.๔.๓ จาํ นวนกระสนุ ทจี ะใชย้ งิ ต่อเป้าหมาย ไม่จาํ เป็นตอ้ งกาํ หนด เพราะ ป.พล., พนั .ป., เครอื งยงิ
ลกู ระเบดิ หรอื ฐานยงิ สนบั สนุนจะเป็นผกู้ าํ หนด โดยพจิ ารณาวา่ ควรจะใชเ้ ป้าหมายละกนี ดั ทงั นียอ่ มขนึ อยกู่ บั จาํ นวน
กระสนุ ทมี อี ยแู่ ละความสาํ คญั ของเป้าหมายนัน
๑๙๘.๔.๔ การสง่ หลกั ฐานของการขอยงิ ผตน.จะตอ้ งส่งตรงไปยงั ฐานยงิ สนบั สนุนทเี ป็น ปชต.(ปืนใหญ่
ชว่ ยโดยตรง) ของตน ก่อนเวลา ๑๕๐๐ ของแต่ละวนั เพอื ใหห้ น่วยเหนือไดม้ เี วลารวบรวมพจิ ารณา และแบ่งมอบจาํ นวน
เป้าหมายใหแ้ ก่ฐานยงิ สนบั สนุน และจะตอ้ งสง่ เป็นพกิ ดั (หา้ มใชร้ ะบบจุดอา้ ง) ทงั นีเพอื สะดวกต่อการกรยุ ต่อตําบลยงิ นันๆ
หากไดร้ บั ขา่ วสารชกั ชา้ กใ็ หเ้ กบ็ หลกั ฐานไวเ้ พอื ขอยงิ ในวนั ต่อไป กอ่ นการยงิ ๕ นาที ฐานยงิ สนับสนุนจะแจง้ ใหผ้ ขู้ อการ
ยงิ ทราบวา่ จะทาํ การยงิ ไปยงั เป้าหมายใด เช่น
“สวนสน จาก หวั หนิ (ศอย.) เรมิ ไพรี ๒ เปลยี น”
๑๙๙. การรายงานแผนการปฏิบตั ิและเป้าหมายคมุ้ ครอง
เพอื ความไมป่ ระมาทกอ่ นออกปฏบิ ตั กิ าร หรอื เคลอื นยา้ ยกาํ ลงั ใดๆกต็ ามสาํ หรบั ทางผวิ พนื แผนการปฏบิ ตั คิ วรจะ
ไดถ้ ูกกาํ หนดขนึ แลว้ ลว่ งหน้า ดงั นนั หากตอ้ งการรบั การสนบั สนุนจากการยงิ ของเครอื งยงิ ลกู ระเบดิ หรอื ปืนใหญ่ แผนการ
ปฏบิ ตั กิ ค็ วรจดั ตงั แจง้ ใหฐ้ านยงิ สนบั สนุนทสี ามารถสนบั สนุนการยงิ ไดพ้ งึ รบั ทราบไว้ หากมเี ป้าหมายคมุ้ ครองทไี ดเ้ ลอื ก
แลว้ อย่างรอบคอบกด็ ี จะตอ้ งแจง้ ใหท้ ราบแต่เนิน ๆ เชน่ กนั ดว้ ย
๑๙๙.๑ ความมุ่งหมาย
เพอื เพมิ ความปลอดภยั ใหแ้ กห่ น่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั ขณะเคลอื นที และเพมิ ความเรว็ ในการยงิ สนบั สนุน
๑๙๙.๒ การปฏบิ ตั กิ าร
หน่วยรบั การสนบั สนุนดว้ ยการยงิ จะตอ้ งส่งแผนการปฏบิ ตั แิ ละเป้าหมายคุม้ ครอง(ถา้ ม)ี ใหแ้ ก่ฐานยงิ
สนบั สนุน เพอื ดาํ เนินการเคลยี รแ์ ละเตรยี มการยงิ สนับสนุนไวล้ ่วงหน้า แผนการปฏบิ ตั ติ ่างๆอาจประกอบดว้ ย
๑๖๗
๑๙๙.๒.๑ แผนการ ลว.ของหน่วยดาํ เนินกลยทุ ธ์และเป้าหมายคมุ้ ครอง(ถา้ ม)ี
๑๙๙.๒.๒ แผนการซุม่ โจมตี และเป้าหมายป้องกนั หรอื คุม้ ครอง(ถา้ ม)ี
๑๙๙.๒.๓ แผนทเี สน้ ทางของขบวนเคลอื นยา้ ยของยานยนตใ์ นการลําเลยี ง ป., ค. เขา้ ทตี งั หรอื ขบวน
ลาํ เลยี งต่างๆพรอ้ มดว้ ยเป้าหมายคุม้ ครองตนเองสองขา้ งทางทเี คลอื นที
๑๙๙.๒.๔ แผนการยงิ เตรยี มก่อนการเขา้ ตี หรอื การกวาดลา้ งเฉพาะกจิ และแผนการยงิ เตรยี มต่อตําบล
รอ่ นลงของ ฮ.
๑๙๙.๓ การรายงานแผนการปฏบิ ตั ิ
โดยปกติ นตต.ป., ค. หรอื เจา้ หน้าทตี ดิ ต่อหรอื ผูข้ อรบั การสนบั สนุนดว้ ยการยงิ ของ ป., ค. เป็น
ผรู้ ายงาน หากรายงานทางวทิ ยจุ ะตอ้ งระลกึ ถงึ ความปลอดภยั ในการตดิ ต่อสอื สาร(ควรเขา้ รหสั หรอื ประมวลลบั ) จะ
รายงานเป็นแผน่ บรวิ าร, พกิ ดั หรอื ระบบจดุ อา้ งกไ็ ด้ โดยรายงานไปยงั ฐานยงิ สนบั สนุนไดโ้ ดยตรง หวั ขอ้ การรายงาน
ควรสนั ชดั เจน และเพยี งพอต่อความตอ้ งการของหน่วยสนับสนุน หวั ขอ้ สาํ คญั เพอื ใชป้ ระกอบการรายงานซงึ ง่ายต่อการ
จดจาํ ประกอบดว้ ย...
(ก)ใคร (ข)ทาํ อะไร (ค)ทีไหน (ง)เมือใด (จ)ดว้ ยกาํ ลงั เท่าไร
เช่นตวั อย่าง ร.๑ พนั .๑ รอ้ ย ๓ จะ
ปฏบิ ตั กิ าร ลว.รบ ใน ๑๘๐๖๐๐ เม.ย.๒๐ ดว้ ยกําลงั ๑ มว.(+)
จดุ ที ๑ จาก PO - ๓ ซ. ๒.๖., บ. ๓.๔.
จดุ ที ๒ จาก PO - ๓ ซ. ๓.๕, บ. ๒.๗.
จุดที ๓ จาก PO - ๓ ซ. ๑.๓., ล. ๑.๗.
จุดที ๔ จาก PO - ๓ ซ. ๑.๑, ล. ๑.๔.
แลว้ กลบั เขา้ ฐาน เมอื จบการปฏบิ ตั จิ ะรายงานใหท้ ราบ
หมายเหตุ ถา้ มเี ป้าหมายคุม้ ครองตลอดเสน้ ทาง ลว.กจ็ ะตอ้ งรายงานดว้ ย
๑๙๙.๔ การวางเป้าหมายคุม้ ครอง(ป้องกนั )
ควรเลอื กวาง ณ ตําบลทเี ดน่ ชดั ซงึ ปรากฏในภูมปิ ระเทศและแผนที บางครงั อาจไดจ้ ากการลาดตระเวน
ทางอากาศประกอบแผนทภี าพถ่ายฯ เป้าหมายคมุ้ ครองทวี างนีควรจะเลอื กวางบรเิ วณทคี าดว่า น่าจะเป็นอนั ตรายต่อฝ่ าย
เรา เช่น ยอดเนนิ ทสี งู ทางแยกและลําธาร ฯลฯ การวางเป้าหมายคมุ้ ครองจะต้องไม่วางมากเกนิ ความจาํ เป็น เพราะฐาน
ยงิ สนบั สนุนจาํ ตอ้ งสนับสนุนหน่วยปฏบิ ตั หิ ลายหน่วยพรอ้ มกนั ในบางครงั และไมค่ วรวางห่างเสน้ ทางเคลอื นทมี ากนกั และ
กไ็ ม่วางใหใ้ กลก้ วา่ ๑ กม.(เพอื มใิ หเ้ กดิ อุปสรรคในการขอเคลยี รล์ ว่ งหน้า) เมอื ไม่มนั ใจในความปลอดภยั นดั แรกควรยงิ
ดว้ ยกระสนุ ควนั แตกอากาศต่อเป้าหมายคมุ้ ครองทใี กลข้ า้ ศกึ ทสี ดุ แลว้ จงึ ทําการปรบั การยงิ เขา้ หาขา้ ศกึ ต่อไป หรอื จะ
กาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยใชเ้ ป้าหมายคุม้ ครองเป็นจดุ อา้ ง (จดุ ทราบทตี งั ) กไ็ ด้
๑๙๙.๕ การกาํ หนดชอื และหมายเลขเป้าหมาย
ถา้ ผตน.ของ ค., ป. เจา้ หน้าทตี ดิ ต่อเป็นผวู้ างเป้าหมายคุม้ ครอง กอ็ าจใชน้ ามเรยี กขานของ ผตน.หรอื
เจา้ หน้าทตี ดิ ต่อนนั ๆ แลว้ ตามดว้ ยหมายเลขเป้าหมายอกี ๓ ตวั เช่น ผตน.หมายเลข ๒ มนี ามเรยี กขานว่า “สงิ หเ์ งนิ ๒”
เป้าหมายคมุ้ ครองแรกกจ็ ะเรมิ จาก “สงิ หเ์ งนิ ๒” เรอื ยไป เมอื จบภารกจิ แลว้ ในวนั ต่อไปกจ็ ะเรมิ ต้นใหม่ ดงั นนั ใน ๑ วนั ก็
น่าจะเพยี งพอสาํ หรบั ๙๙ หมายเลข แต่ถา้ เป้าหมายนนั ถกู กาํ หนดโดย ผบ.รอ้ ย.ร. หรอื ป. หรอื ผบ.ขบวนลาํ เลยี งกค็ งใช้
นามเรยี กขาน และหมายเลขเชน่ เดยี วกนั เชน่ ผบ.รอ้ ย.ร. มนี ามเรยี กขานว่า “กระทงิ ๙” เป้าหมายคุม้ ครองแรกกจ็ ะเรมิ
จาก “กระทงิ ๙๐๑” เช่นกนั
๑๙๙.๖ การปฏบิ ตั ขิ องหน่วยสนับสนุนการยงิ (ฐานยงิ สนบั สนุน)
๑๖๘
เมอื ฐานยงิ ไดร้ บั การรายงาน แผนการปฏบิ ตั ริ วมทงั รอ้ งขกการยงิ สนบั สนุน ต่อเป้าหมายคุม้ ครองกจ็ ะตอ้ ง
เตรยี มหลกั ฐานยงิ ไวพ้ รอ้ มทงั กระสุนควนั (แตกอากาศและกระทบแตก) กระสนุ ระเบดิ (ชนวนไว, ชนวนเวลา) หากแผนนนั
จะตอ้ งใชใ้ นเวลากลางคนื กค็ วรจะไดห้ าหลกั ฐานกระสนุ สอ่ งแสงไวด้ ว้ ย แลว้ ทาํ การขอเคลยี รไ์ วล้ ว่ งหน้าใหเ้ สรจ็ สนิ ก่อน
(เคลยี ร์ = การตรวจสอบตําบลทหี รอื พนื ทที จี ะปฏบิ ตั กิ ารยงิ ) หน่วยรบั การสนบั สนุนการยงิ เรมิ ปฏบิ ตั กิ ารเมอื ถงึ เวลาปฏบิ ตั ิ
ฐานยงิ จะตอ้ งตงั หลกั ฐานยงิ ใหพ้ รอ้ มทจี ะสนบั สนุนการยงิ ดว้ ย ป., ค. อยา่ งน้อย ๑ กระบอก ตดิ ตามไปตลอดเวลา(ขณะที
หน่วยรบั การสนบั สนุนกาํ ลงั เคลอื นท)ี เมอื หน่วยรบั การสนับสนุนการยงิ ไดผ้ า่ นจดุ ที ๑ ไปแลว้ ฐานยงิ กจ็ ะตอ้ งตงั หลกั ฐาน
สาํ หรบั จุดที ๒ ตอ่ ไป จนกว่าจะบรรลุภารกจิ
หมายเหตุ สาํ หรบั หน่วยปฏบิ ตั จิ ะตอ้ งรายงานมายงั ฐานยงิ ทุกครงั เมอื ไดเ้ คลอื นทผี า่ นเป้าหมายคุม้ ครองทตี นเองได้
วางไวแ้ ลว้ ว่าไดผ้ ่านจดุ ใดบา้ ง
๑๙๙.๗ การวางแผนการยงิ เตรยี มกอ่ นการเขา้ ต(ี หรอื การกวาดลา้ งเฉพาะกจิ )
ถา้ หน่วยดาํ เนนิ กลยทุ ธเ์ ขา้ ปฏบิ ตั กิ ารเพยี งหน่วยเดยี ว ปกติ ผตน.ของ ป., ค. จะตอ้ งเป็นผวู้ างเป้าหมาย
ยงิ โดยประสานกบั ผบ.หน่วยทดี าํ เนนิ กลยทุ ธน์ นั แต่ถา้ หน่วยปฏบิ ตั กิ ารมากกว่า ๑ หน่วย ผตน.ป., ค. จะตอ้ งสง่
เป้าหมายยงิ เพอื ยงิ เตรยี มใหเ้ จา้ หน้าทตี ดิ ต่อ (นตต.ป. หรอื จนท.ตดิ ต่อ ค.) เป็นผปู้ ระสาน ทงั นีเพอื ความปลอดภยั
รว่ มกนั
หากเป็นแผนการยงิ เตรยี มต่อตําบลร่อนลงของ ฮ. จะตอ้ งรายงานพกิ ดั จดุ กงึ กลางของตาํ บลรอ่ นลง (LZ) และรศั มขี อง
ตาํ บลรอ้ นลงดว้ ย (เพอื นอย. จะไดน้ ํามาวางแผนกาํ หนดจาํ นวนเป้าหมายยงิ และเวลาทมี อี ยใู่ หเ้ หมาะสมตอ่ ไป)
๑๙๙.๘ ภาพการวางเป้าหมายคมุ้ ครอง
๑๙๙.๙ วธิ ใี ชป้ ืนใหญ่ลาดตระเวนดว้ ยการยงิ
ในกรณที จี ะทาํ การเคลอื นทจี ากตําบลหนึงไปอกี ตําบลหนึง และสงสยั ว่าอาจจะมขี า้ ศกึ ซุ่มอย่ตู ามเสน้ ทาง
การ ลว.ดว้ ยการยงิ สามารถนํามาใชไ้ ดท้ งั กรณจี รงิ และลวง แต่อยา่ งไรกต็ ามการ ลว.ดว้ ยการยงิ นีไดผ้ ลนอ้ ย มกั จะไม่คอ่ ยมี
ประโยชน์และสนิ เปลอื งกระสนุ มากไมค่ ุม้ ค่า โดยมากหน่วยสนบั สนุนดว้ ยการยงิ มกั จะปฏเิ สธการยงิ อนั นี เพราะว่า..
๑๙๙.๙.๑ การ ลว.ดว้ ยการยงิ คอื การยงิ กระสุนเป็นนดั หรอื ทงั กองรอ้ ยลงไปบนเสน้ ทางทจี ะเคลอื นที อาจ
เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร หน้าทตี งั หน่วยและยงิ ไปตามเสน้ ทางยาว ๑ - ๒ กม. หน่วย ร. จะออกเดนิ ทางต้องใชก้ ระสนุ มากทาํ
ใหเ้ กดิ การสนิ เปลอื งมาก
๑๙๙.๙.๒ ผลแหง่ การยงิ ไมป่ รากฏชดั เจน เพราะบนเสน้ ทางยาวๆไมท่ ราบว่าขา้ ศกึ อย่ทู ใี ด เป็นการยงิ สมุ่
ลงไปเท่านนั แต่เป็นเพยี งบาํ รุงขวญั ของฝ่ายเรา ผลทไี ดเ้ กอื บจะไมมี นอกจากนนั ขา้ ศกึ ทขี วญั ดจี ะไม่หลบหนี ยงิ เป็นการ
บอกใหข้ า้ ศกึ ทราบเสยี อกี ว่า ฝ่ายเราจะเคลอื นทมี าตามเสน้ ทางนีจะรบี ซมุ่ โจมตี ซงึ กลบั เป็นผลเสยี มากกว่า
๑๙๙.๙.๓ อาจทาํ ใหห้ น่วยทหารฝ่ายเราเกดิ ความประมาท คดิ วา่ ขา้ ศกึ ถกู ยงิ แลว้ คงหนีไปจากเสน้ ทางนี
เกดิ ความประมาทขนึ อาจถกู ซมุ่ โจมตไี ดโ้ ดยง่าย และมกั เป็นดงั นีเสมอ ดว้ ยเหตุนีการ ลว.ดว้ ยการยงิ มกั ไมค่ วรกระทาํ แต่
เมอื มเี หตุผลและความจาํ เป็นตอ้ งกระทาํ กส็ ามารถกาํ หนดวธิ ไี ดด้ งั นี.-
๑๙๙.๙.๓.๑พจิ ารณาเสน้ ทางทจี ะตอ้ งเคลอื นทวี ่าบรเิ วณใดเป็นทคี บั ขนั กก็ าํ หนดจุดลงไป
เช่น บรเิ วณทคี าดว่าขา้ ศกึ อาจจะซุม่ โจมตหี รอื เป็นบรเิ วณทขี า้ ศกึ เคยซ่มุ อยู่เสมอ โดยการกาํ หนดจดุ พกิ ดั ของตําบลนัน
ออกมา
๑๙๙.๙.๓.๒ พกิ ดั ทกี าํ หนดขนั แรกหรอื จดุ แรก ควรห่างจากทตี งั ของตนตงั แต่ ๕๐๐ เมตรขนึ
ไป แลว้ กาํ หนดจดุ หา่ งๆกนั ไปอกี ๓-๔ จุดกพ็ อ อย่ากาํ หนดมากหรอื ขอการยงิ เรยี งเป็นหน้ากระดานทุกๆ ๒๐๐ เมตร
เพราะเป็นการสนิ เปลอื งกระสนุ มาก
๑๙๙.๙.๓.๓ สง่ คาํ ขอและพกิ ดั รวมทงั เวลาทตี อ้ งการใหเ้ รยี บรอ้ ยไปที ผตน.หรอื สง่ ไปที
ศอย.ของหน่วย หรอื รอ้ ย ป.ชว่ ยโดยตรงของตน เช่น
ขอลาดตระเวนดว้ ยการยงิ เวลาเรมิ ต้น ๐๗๓๐ (เวลาจบไม่ตอ้ งบอก อาวธุ จะยงิ ตงั แตต่ ําบลแรกไปจนจบ)
ตามตวั อยา่ งพกิ ดั ดงั นี.-
๑๖๙
๑. ๔๑๓ - ๕๗๐
๒. ๓๙๕ - ๔๖๐
๓. ๔๒๐ - ๖๑๐
๔. ๔๔๕ - ๖๕๐
๕. ๔๖๐ - ๖๙๐ ฯลฯ
ขอ้ ควรจาํ
๑. การ ลว.ดว้ ยการยงิ ทาํ ใหข้ า้ ศกึ รวู้ ่าเราจะไปทางไหนจงึ ไม่ควรใชใ้ นการ ลว.กวาดลา้ งขา้ ศกึ
๒. ในเสน้ ทางทเี รามคี วามจาํ เป็นตอ้ งผ่าน เช่น เสน้ ทางลําเลยี งเป็นประจาํ เสน้ ทางออกสทู่ างคมนาคม ซงึ
ขา้ ศกึ รอู้ ยแู่ ลว้ วา่ เราใชอ้ ยูเ่ สมอ ถงึ อยา่ งไรเรากจ็ าํ เป็นจะตอ้ งไปเสน้ ทางนี ในกรณนี ีกค็ วรใชก้ าร ลว.ดว้ ยการยงิ สกั ๒-๓
ตาํ บล
๒๐๐. การยิงในระยะประชิด
เมอื เป้าหมายหรอื ขา้ ศกึ อย่หู ่างจากฝ่ายเรา หรอื ผตน.ตงั แต่ ๖๐๐ เมตรลงมา (สาํ หรบั ป.) หรอื ๔๐๐ เมตร ลงมา
(สาํ หรบั เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ ) สาํ หรบั ในการรบนอกแบบ กจ็ าํ เป็นจะตอ้ งระบุในคาํ ขอยงิ วา่ “อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเรา” ทงั นีก็
เพอื ทจี ะใหส้ ว่ นยงิ ไดใ้ ชค้ วามประณตี ในการตงั หลกั ฐานยงิ เพมิ ขนึ เป็นกรณพี เิ ศษ อกี ทงั ยงั เป็นการเตอื นสตนิ ายทหาร
อาํ นวยการยงิ ใหร้ ะมดั ระวงั การเกดิ อนั ตรายร่วมกนั ระหว่างขา้ ศกึ กบั ฝ่ายเรา เนืองจากอาการกระจายทางระยะและทางทศิ
ของ ป., ค.(ยา่ นคลาดเคลอื นคาดคะเนทางระยะ - ทศิ ) แต่ถ้าขา้ ศกึ อย่หู า่ งจากฝ่ายเราเพยี ง ๑-๒๐๐ เมตร คาํ วา่ “อนั ตราย
ใกลฝ้ ่ายเรา” ในคาํ ขอยงิ กค็ วรจะไดแ้ จง้ ให้ ศอย.ทราบดว้ ย เพอื เพมิ ความระมดั ระวงั เป็นเท่าทวคี ณู ดงั นนั เมอื ขา้ ศกึ อย่หู า่ ง
จากเราตงั แต่ ๒๐๐ เมตร ลงมาแลว้ กค็ วรจะไดร้ ะบุคาํ ขอยงิ ดว้ ยว่า “อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเราหา่ งประมาณเท่าไร” เช่น
“อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเราห่าง ๑๐๐” ฯลฯ วงึ จะเหน็ ไดว้ ่าในกรณที ถี กู ผกค. ลอ้ มนนั ขา้ ศกึ กบั ฝ่ายเรามกั จะอยใู่ กลช้ ดิ กนั จนแทบ
จะไมส่ ามารถใชอ้ าวุธยงิ สนบั สนุนอนื ได้ นอกจากอาวุธประจาํ กายของหน่วยดาํ เนินกลยทุ ธเ์ ท่านนั จะเหน็ ว่าขา้ ศกึ มกั จะ
นําเอากลยทุ ธเ์ ช่นนีมาใชอ้ ยเู่ นอื งๆ ดงั นันแมว้ า่ ขา้ ศกึ จะอยหู่ ่างจากฝ่ายเราเพยี ง ๑๐๐ เมตร (ระยะฉกรรจข์ องอาวธุ ประจาํ
กาย)ค. หรอื ป. กย็ งั สามารถใหก้ ารยงิ สนบั สนุนดว้ ยอํานาจการยงิ ได้ ถา้ ผขู้ อการยงิ มคี วามมนั ใจ เชอื มนั และเขา้ ใจในเรอื ง
“การยงิ ในระยะประชดิ ” เพยี งพอ
๒๐๐.๑ ความมุ่งหมาย
เพอื มใิ หห้ น่วยดาํ เนินกลยทุ ธ์ ไดใ้ ชอ้ าํ นาจการยงิ ของอาวุธสนบั สนุนการยงิ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ เมอื เกดิ ปะทะ
กบั ขา้ ศกึ ในระยะประชดิ ทใี กลก้ ว่า ๖๐๐ เมตรลงมา(คงระยะ ๔๐๐ เมตรลงมา) หรอื ในกรณีทถี ูกลอ้ มจากขา้ ศกึ
๒๐๐.๒ การกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย
ควรกาํ หนดดว้ ยพกิ ดั ตาราง หรอื ยา้ ยจากจดุ ทตี งั หรอื ยา้ ยจากเป้าหมายคุม้ ครองทวี างไวล้ ว่ งหน้ากอ่ นการ
เคลอื นที แต่ถา้ จะขอยงิ ต่อเป้าหมายคมุ้ ครองทใี กลข้ า้ ศกึ มากทสี ดุ เสยี ก่อน แลว้ นํากระสนุ เขา้ หาขา้ ศกึ โดยการปรบั ของ
ผตน. ในนดั ต่อไปกจ็ ะย่อมกระทาํ ได้ ไมน่ ยิ มการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายดว้ ยวธิ โี ปลาร์ อนั อาจจะเป็นอนั ตรายต่อหน่วย
ทหารฝ่ายเดยี วกนั ได้ ฉะนนั การกาํ หนดทตี งั เป้าหมายในครงั แรกหากไม่มนั ใจ กค็ วรจะกาํ หนดเป้าหมายหรอื จุดปรบั การ
ยงิ ใหไ้ กลออกไปทางดา้ นหลงั ของขา้ ศกึ และกระสนุ นดั แรกควรใชก้ ระสนุ ควนั ฟอสฟอรสั แตกอากาศ(อาจใชย้ งิ ดว้ ยวธิ ี
หมายพกิ ดั ) หรอื กระทบแตกกไ็ ด้ เช่น ตวั อย่าง :-
ผตน.มนี ามรหสั ว่า สงิ หด์ ํา ๑ ถกู ซ่มุ โจมตขี ณะรว่ ม ลว.กบั หน่วย ร. คาํ ขอยงิ คอื “จากสงิ หด์ าํ ๑, กาํ ลงั
ปะทะ, ยงิ หมายพกิ ดั ๑ นดั , เป้าหมายคมุ้ ครองสงิ หด์ าํ ๑๐๕, อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเรา ห่าง ๒๐๐ ปรบั การยงิ ”
นนั กแ็ สดงว่ามกี ารปะทะขา้ ศกึ ซงึ อยใู่ กล้กบั เป้าหมายคุม้ ครองสงิ หด์ าํ ๑๐๕ ผตน. ตอ้ งการยงิ หมายพกิ ดั ต่อ
เป้าหมายคมุ้ ครอง สงิ หด์ าํ ๑๐๕ เสยี ก่อน(เพอื ใหม้ กี ารเปิดการยงิ ไดอ้ ย่างรวดเรว็ และปลอดภยั ตอ่ หน่วยทหารฝ่าย
เดยี วกนั ) ต่อเมอื เหน็ กระสนุ ทยี งิ มาแลว้ จงึ จะทาํ การปรบั การยงิ ดงั จะไดก้ ลา่ วต่อไป หรอื จะกาํ หนดทตี งั เป้าหมายโดยยา้ ย
จากจดุ ทที ราบทตี งั กไ็ ด้ เช่นตวั อย่าง:-
๑๗๐
“จากสงิ หด์ าํ ๑, กาํ ลงั ปะทะ, จากเป้าหมายคุม้ ครอง สงิ หด์ าํ ๑๐๕, มุมภาค ๑๖๕๐. บวก ๑๐๐ เพมิ ๒๐๐, อนั ตราย
ใกลฝ้ ่ายเราหา่ ง ๒๐๐, กระสนุ ควนั แตกอากาศ, ปรบั การยงิ ”
บางครงั อาจไมม่ จี ดุ ใดจดุ หนึงทจี ะใชเ้ ป็นจุดอา้ งในการกาํ หนดทตี งั เป้าหมายได้ กอ็ าจใชว้ ธิ ี “พกิ ดั ตาราง” โดย
พจิ ารณาภมู ปิ ระเทศประกอบแผนที และพจิ ารณาว่าขา้ ศกึ อยทู่ ปี ระมาณพกิ ดั ใด เชน่ ตวั อยา่ ง :-
“สงิ หด์ าํ ๑, กาํ ลงั ปะทะ, ยงิ หมายพกิ ดั ๑ นดั , ที YT ๖๓๕๖๗๐, อนั ตรายใกลฝ้ ่ายเราห่าง ๒๐๐, ปรบั การยงิ ” ฯลฯ
ดงั นนั เมอื ฐานยงิ ไดร้ บั ภารกจิ เชน่ นี กเ็ ป็นทที ราบแน่ชดั วา่ ผตน. มคี วามมุ่งหมายที ค., ป. เพยี ง ๑ กระบอก
ทาํ การยงิ ปรบั กอ่ นเทา่ นนั สาํ หรบั ภารกจิ นี เพอื ความปลอดภยั ดงั ไดก้ ลา่ วมาแลว้ จากหวั ขอ้ กล่าวนํา และตอ้ งการทจี ะเปิด
การยงิ ใหไ้ ดอ้ ย่างรวดเรว็ เสยี กอ่ น ขณะที ค., ป. กาํ ลงั ยงิ ปรบั หาหลกั ฐาน ผตน.กพ็ อมเี วลาหามุมภาคของเป้าหมายได้
เมอื เปิดการยงิ ไดแ้ ลว้ ผตน.กจ็ ะแจ้งมมุ ภาค แนว ต-ม. แลว้ ทาํ การยงิ ปรบั ต่อไปได้ เชน่ “จากกระสนุ ควนั , มมุ ภาค ๓๘๕๐,
ขวา ๓๐๐, เพมิ ๒๐๐ ปืนกล ๒ กระบอกกาํ ลงั ยงิ , กระสนุ ระเบดิ , ปรบั การยงิ ” ฯลฯ
๒๐๐.๓ การเลอื กเป้าหมาย
ควรเลอื กยงิ ต่อเป้าหมายทสี าํ คญั ๆ และกอ่ อนั ตรายอยา่ งยงิ ต่อฝ่ายเราเสยี ก่อนเรยี งตามลาํ ดบั ความสาํ คญั
เช่น ปรส., จรวด RPG, ปกน., ปกบ., ขา้ ศกึ เป็นกลุม่ กอ้ น ฯลฯ
๒๐๐.๔ การปรบั การยงิ
สาํ หรบั การปรบั การยงิ นนั ไม่จาํ เป็นตอ้ งสรา้ งหว้ งควบ เพราะความมงุ่ หมายต้องการสงั หารขา้ ศกึ ใหไ้ ด้
รวดเรว็ และไมเ่ ป็นอนั ตรายต่อฝ่ายเรา ทงั ทางทศิ (ทางขา้ ง) และทางขา้ งเราสามารถปรบั การยงิ ไดโ้ ดยละเอยี ดถงึ ๑๐ เมตร
การปรบั ทางทศิ จะใชว้ ธิ ปี ระมาณดว้ ยตา หรอื วดั มมุ ประกอบกย็ ่อมทาํ ได้ ส่วนการปรบั ทางระยะ จะใชว้ ธิ ลี ดระยะลงมา
จากดา้ นหลงั ของขา้ ศกึ เขา้ มา เพอื ป้องกนั อนั ตรายฝ่ายเรา เช่น...
“จากกระสนุ ควนั , มมุ ภาค ๓๕๐, ซา้ ย ๖๐, ลด ๘๐, ปก. ยงั คงกาํ ลงั ยงิ อยู่, กระสนุ ระเบดิ ,ปรบั การยงิ ” ฯลฯ
๒๐๐.๕ อนั ตรายทพี งึ ระมดั ระวงั
การยงิ ในระยะประชดิ นนั อนั ตรายจาการใช้ชนวนเวลา หรอื ชนวน VT. ร่วมกบั กระสนุ ระเบดิ ย่อมมมี าก
พงึ หลกี เลยี งสาํ หรบั พนื การรบในขณะนนั ซงึ นับว่าเป็นสงิ สาํ คญั ยงิ หรอื หากมตี น้ ไมส้ งู หรอื ป่าทบึ แมว้ า่ จะยงิ ดว้ ยชนวนไว
แต่หากกระสนุ กระทบตน้ ไม้ กอ็ าจจะเกดิ การระเบดิ ขนึ กอ่ น ซงึ ใหผ้ ลคลา้ ยคลงึ กบั การใชช้ นวนแตกอากาศ ดงั นัน วถิ ี
กระสนุ กเ็ ป็นปัจจยั อนั หนึง ทพี งึ นํามาพจิ ารณา ดงั ในภาพที ๑ และภาพที ๒ ต่อไปนี: -
๑๗๑
รปู ที ๘๒ วิถกี ระสุนข้ามศีรษะผขู้ อยิง
(๑) ปลอดภยั
(๒) อนั ตราย
แกไ้ ขไดโ้ ดยวาง ตาํ บลกระสุนตกใหไ้ กลออกไปโดยใหต้ กหลงั เป้าหมายเสยี กอ่ น แลว้ จงึ ค่อยลดระยะลงมา
รปู ที ๘๓ วิถีกระสนุ ผ่านดา้ นขา้ งของผขู้ อยิง
๑๗๒
(๑) ปลอดภยั
(๒) อนั ตราย
แกไ้ ขไดโ้ ดยวางตาํ บลกระสนุ ตก ใหต้ กทางซา้ ยเขา้ ไวก้ ่อน แลว้ จงึ คอ่ ยๆแกท้ างทศิ เขา้ หาเป้าหมายต่อไป
๑๗๒
ดงั นนั หากมกี ารฝึกปฏบิ ตั ิ การปรบั การยงิ ในระยะประชดิ ดว้ ยกระสนุ จรงิ ผรู้ บั การฝึกกค็ วรจะไดศ้ กึ ษา ถงึ อาํ นาจ
หรอื ผลของการสาดสะเกด็ ระเบดิ ของกระสนุ แตล่ ะชนิด เป็นเครอื งพจิ ารณาประกอบบทเรยี นอนั นีดว้ ย เสยี งของลูกกระสนุ ที
วงิ แหวกอากาศจะเป็นการยงิ ขา้ มศรี ษะหรอื ผา่ นดา่ นก็ดี ตอ้ งพยายามสงั เกตและจดจาํ ไว้ ดงั นนั ขณะทกี ระสนุ ค., ป. ยงั
มไิ ดย้ งิ มา จะเป็นดว้ ยขณะกาํ ลงั หาหลกั ฐานยงิ อยหู่ รอื กาํ ลงั ตงั หลกั ฐานยงิ อยกู่ ด็ ี หน่วยดาํ เนนิ กลยทุ ธกค็ งทาํ การรบตดิ
พนั กบั ขา้ ศกึ ดว้ ยอาวธุ ประจาํ กายของตนไปพลางๆกอ่ น เพราะทกุ ครงั เมอื ฐานยงิ ยงิ มาแลว้ กจ็ ะแจง้ ใหผ้ ขู้ อยงิ ทราบ จงึ มี
เวลาเพยี งพอเพอื ใหท้ ุกคนระมดั ระวงั และสงั ให้ “หมอบ” ก่อนทจี ะตกถงึ พนื และเมอื กระสนุ ตกถงึ พนื และระเบดิ แลว้ จงึ
เรมิ ทาํ การตรวจและปรบั การยงิ ต่อไป จนกวา่ จะบรรลภุ ารกจิ การปฏบิ ตั เิ ช่นนีกเ็ พอื เป็นการกดขา้ ศกึ ใหอ้ ยู่กบั ทนี นั เอง
๒๐๐.๖ การกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย และการปรบั การยงิ เมอื มุมทางขา้ งมากกวา่ ๑ มมุ ฉาก(๑๖๐๐ มลิ เลยี ม)
เมอื มมุ ทางขา้ งในการกาํ หนดทตี งั เป้าหมาย โดยการยา้ ยจากจดุ ทที ราบทตี งั หรอื ในการปรบั การยงิ มคี า่
ตงั แต่ ๖๐๐ มลิ เลยี มขนึ ไปแลว้ ผตน.ในการปฏบิ ตั ติ ามหลกั การปกตจิ ะตอ้ งนําสตู รสมั พนั ธต์ รโี กณมติ (ิ โดยใชค้ า่ ไซน์อยา่ ง
หยาบ) มาคดิ คาํ นวณ แต่ในการปฏบิ ตั สิ าํ หรบั การรบนอกแบบ จะเหน็ วา่ บางครงั ผขู้ อยงิ แทบไมม่ เี วลาสาํ หรบั คดิ คาํ นวณ
แมแ้ ตจ่ ะใชเ้ ขม็ ทศิ วดั มมุ ภาคกเ็ กอื บจะทาํ ไมไ่ ดเ้ สยี แลว้ เช่น ในขณะ ลว.ถกู ซมุ่ โจมตอี ยา่ งฉบั พลนั ในระยะใกลๆ้ และมี
ความจาํ เป็นทจี ะตอ้ งใช้ ค. หรอื ป..ทาํ การยงิ สนบั สนุน จงึ พยายามหลกี เลยี งการคาํ นวณใหม้ ากทสี ดุ เพอื ขอใหผ้ ขู้ อการยงิ
ไดร้ อ้ งขอการยงิ สาํ หรบั ภารกจิ อยา่ งฉบั พลนั ทนั ต่อเหตุการณ์ ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี.-
ผตน. มรี หสั “เสอื เหลอื ง” ออก ลว. รวมกบั ทหารราบ และไดว้ างเป้าหมายคมุ้ ครอง ๒ ขา้ งทาง ลว. ไวก้ ่อน
แลว้ ขณะทาํ การ ลว.ตรวจพบ ปรส. ๑ กระบอก ดงั ภาพ
รปู ที ๘๔ การกาํ หนดทีตงั เป้าหมายและการปรบั การยิง
ตามภาพนี ผลมาจากการคาํ นวณโดยใชส้ ตู รสมั พนั ธ์ตรโี กณมติ ิ จงึ สามารถคาํ นวณการยา้ ยไดเ้ ป็น
การยา้ ยทางขา้ ง ซา้ ย ๖๐๐ (คอื ระยะจากผขู้ อยงิ ถงึ จดุ อา้ งนนั เอง)
การยา้ ยทางระยะ เพมิ ๒๐๐ (คอื ระยะ ๒๐๐ - ๖๐ = ๑๔๐ ม. แต่เพอื ตอ้ งการลดอนั ตราย
จงึ ตอ้ งการใหก้ ระสนุ ตกหลงั เป้าหมาย จงึ ถอื ระยะ เพมิ ๒๐๐ เมตร
๑๗๓
หมายเหตุ
ฉะนนั ในการรบนอกแบบจงึ ควรจะไดย้ ดึ ถอื หลกั การอนั นีเขา้ ชว่ ย คอื เมอื ตรวจพบวา่ เป้าหมายกบั จุดอา้ ง
หรอื กระสนุ ทยี งิ มา มมี ุมขา้ ง ๑ มมุ ฉาก หรอื ใกลเ้ คยี ง หรอื มากกวา่ ๑ มุมฉาก กค็ วรใชว้ ธิ ดี งั กล่าวแลว้ เขา้ ช่วยเพอื ปรบั
การยงิ โดยการยา้ ยกระสนุ ไป ๑ มมุ ฉากเสยี กอ่ น ทงั นีเพอื ลดเวลาในการคาํ นวณ โปรดสงั เกตวา่ การยา้ ยกระสนุ เขา้ หา
เป้าหมายนนั ไมว่ า่ เป้าหมายจะอยทู่ ใี ด กจ็ ะไม่มโี อกาสยา้ ยการยงิ เกนิ ๒ มมุ ฉาก ดงั ภาพ
รปู ที ๘๕ การย้ายกระสนุ เขา้ หาเป้าหมาย
๒๐๐.๗ สรปุ หลกั เกณฑใ์ นการขอยงิ ต่อเป้าหมายและปรบั การยงิ ในระยะประชดิ
๒๐๐.๗.๑ ผตน.ในสงครามนอกแบบ จะไมค่ าํ นงึ ถงึ สตู รสมั พนั ธม์ ลิ เลยี มหรอื สตู รสมั พนั ธ์ตรโี กณมติ ทิ งั สนิ
เพอื ความรวดเรว็ ในการยงิ และปรบั การยงิ
๒๐๐.๗.๒ ถา้ มมุ ขา้ งมากกวา่ ๑ มมุ ฉาก ผตน.กจ็ ะยดึ หลกั การปรบั การยงิ เพยี ง ๑ มมุ ฉากเสยี ก่อน แลว้
แกไ้ ขในครงั ตอ่ ไป เพราะไมว่ า่ เป้าหมายจะอยู่ ณ ทใี ด มมุ ทางขา้ งจะไมเ่ กนิ ๒ มมุ ฉากเสมอ
๒๐๐.๗.๓ ทุกครงั ทยี า้ ยกระสนุ เขา้ หาเป้าหมาย ซงึ ยงั ไมเ่ ขา้ ขนั ปรบั การยงิ (ยงั ไมแ่ จง้ มมุ ภาคของ
เป้าหมาย) หากใชห้ ลกั การ ๑ มมุ ฉาก จะตอ้ งไม่ลมื นําคา่ ๑ มมุ ฉากเขา้ แกไ้ ขกบั มมุ ภาคของจดุ ทจี ะอา้ งนนั เพอื หาคา่
มมุ ภาคใหมข่ องกระสนุ นัดใหมท่ ตี อ้ งการยงิ มานนั เอง
๒๐๐.๗.๔ ควรเพมิ ระยะไมน่ ้อยกวา่ ๑๐๐ เมตร ขนึ ไปทกุ ครงั ในการนําหลกั การ ๑ มมุ ฉาก มาใชเ้ พอื
ประกนั ความปลอดภยั จะเหน็ วา่ เมอื แกไ้ ขทางขา้ ง ๑ มุมฉาก หากเพมิ ระยะ ๑๐๐ เมตร กระสนุ กน็ ่าจะตกหา่ งจากตวั
ผขู้ อยงิ เท่ากบั ระยะทเี พมิ นนั เอง ดงั นนั เมอื แกไ้ ขทางขา้ งน้อยกวา่ ๑ มุมฉาก และไดเ้ พมิ ระยะ ๑๐๐ เมตรแลว้ กระสนุ
กน็ ่าจะตกไกลมากกวา่ ๑๐๐ เมตรแน่นอน
๑๗๔
๒๐๐.๗.๕ หลกั การของ ๑ มมุ ฉาก กค็ อื การแกไ้ ขทางขา้ ง(ทางทศิ ) ใหน้ ําระยะจากผขู้ อยงิ ถงึ จุดอา้ ง(หรอื
ตาํ บลระเบดิ ) นนั เองมาแกไ้ ข โดยมติ อ้ งเสยี เวลาคดิ คาํ นวณ ส่วนการแกไ้ ขทางระยะหรอื การเพมิ ระยะนนั ใหน้ ําระยะจากผู้
ขอยงิ ถงึ เป้าหมายมาทาํ การแกไ้ ขการยงิ หรอื เพมิ ระยะนนั เอง
๒๐๐.๗.๖ เมอื กระสนุ เขา้ ใกลเ้ ป้าหมายแลว้ (หลงั จากบอกมมุ ภาคของเป้าหมาย) กจ็ ะเขา้ ขนั ปรบั การยงิ
๒๐๐.๗.๗ การปรบั การยงิ ใหย้ ดึ ถอื หลกั ความปลอดภยั โดยยดึ ถอื หลกั การแกไ้ ขทางทศิ (ทางขา้ ง) และ
ทางระยะละเอยี ด ๑๐ เมตร การลดระยะจะตอ้ งคอ่ ยๆลดจากหลงั ขา้ ศกึ เขา้ มา โดยไม่จาํ เป็นตอ้ งสรา้ งหว้ งควบ แต่จะแกไ้ ข
ทางทศิ และทางระยะเพยี ง ๑ หรอื ๒ เมตรนนั โปรดจาํ ไวว้ า่ ศอย.ไมส่ ามารถกรยุ หลกั ฐานในแผ่นเรขายงิ ได้ ดงั นันเมอื
กระสนุ ตกหา่ งเป้าหมาย(ขา้ ศกึ ) เพยี ง ๑๐ เมตร กน็ บั วา่ พอเพยี งแลว้ การปรบั การยงิ ทางทศิ นนั มหี ลกั เกณฑ์
จดจาํ งา่ ยๆ โดยยดึ หลกั มมุ ทางขา้ ง ๑๐๐ มลิ เลยี ม ตอ่ การแก้ ๑๐ เมตร ณ ระยะ ๑๐๐ เมตร เป็นสว่ นสมั พนั ธก์ นั จงึ ทาํ
ตารางงา่ ยๆเพอื ใชจ้ ดจาํ ดงั นี คอื
มมุ ทางขา้ ง (ทางทศิ ) ๑๐๐ มลิ เลยี ม ระยะ ๑๐๐ เมตร แกไ้ ข ๑๐ เมตร
ระยะ ๒๐๐ เมตร แกไ้ ข ๒๐ เมตร
ระยะ ๓๐๐ เมตร แกไ้ ข ๓๐ เมตร
ระยะ ๔๐๐ เมตร แกไ้ ข ๔๐ เมตร
ระยะ ๖๐๐ เมตร แกไ้ ข ๖๐ เมตร
ดงั นนั ถา้ ผตน. ประมาณมมุ ทางขา้ งได้ ๒๐๐ มลิ เลยี ม และประมาณระยะได้ ๓๐๐ เมตร การแกไ้ ขการยงิ คอื ๒ X
๓๐ = ๖๐ เมตร
๒๐๐.๗.๘ ในกรณถี กู ลอ้ ม เมอื ทาํ การยงิ เป้าหมายทสี าํ คญั จนบรรลุผลแลว้ หากยงั มเี ป้าหมายอนื อกี ผตน.
ในการปฏบิ ตั นิ อกแบบกส็ ามารถใชห้ ลกั การ ๑ มุมฉาก เขา้ ชว่ ยในการขอยงิ ไดอ้ กี ดว้ ย
๒๐๐.๗.๙ ผขู้ อยงิ สนบั สนุนจาก ค., ป. ในสงครามนอกแบบ เมอื ขา้ ศกึ อยใู่ กลๆ้ ตงั แต่ ๖๐๐ เมตร(สาํ หรบั
ป.) หรอื ๔๐๐ เมตร(สาํ หรบั ค.) จะตอ้ งคาํ นงึ ถงึ ความปลอดถยั ของหน่วยทหารฝ่ายเดยี วกนั เอยสู่ มอ โดยถอื หลกั วา่ นดั ใด
ทไี มแ่ น่ใจ กค็ วรใชก้ ระสุนควนั ทาํ การยงิ การลดระยะจะตอ้ งไมล่ ดระยะมากเกนิ ความจาํ เป็น เพราะว่าไมพ่ งึ ประสงค์
จะสรา้ งหว้ งควบเหมอื นกบั ผตน.ในการปฏบิ ตั ติ ามปกติ การวดั มมุ ดว้ ยมอื นบั วา่ เป็นสงิ สาํ คญั ยงิ ทคี วรฝึกฝนใหเ้ กดิ ความ
ชาํ นาญ เพราะจะช่วยแกป้ ัญหาไดม้ าก ถงึ จะไมม่ เี ขม็ ทศิ กย็ งั อาจใชม้ อื วดั ดวงอาทติ ยใ์ นเวลากลางวนั และจากดาวเหนือใน
เวลากลางคนื ซงึ ยงั ดกี วา่ ทไี มร่ ูจ้ ะแกป้ ัญหาอยา่ งไร
๒๐๑. การเตรยี มการยิงต่อเป้าหมายป้องกนั ก่อนคาํ มดื
โดยปกตเิ มอื หน่วยดาํ เนินกลยุทธจ์ ะตงั ฐานปฏบิ ตั กิ าร จะเป็นการชวั คราวเพอื พกั แรม หรอื จะตงั เป็นฐานประจาํ เป็น
การถาวรอยหู่ ลายๆวนั กต็ าม จาํ เป็นทจี ะตอ้ งเตรยี มการวางเป้าหมายป้องกนั ตนไวร้ อบ ๆ ฐานปฏบิ ตั กิ าร เพอื ป้องกนั การ
เขา้ ตขี องขา้ ศกึ และจะตอ้ งเตรยี มการตา่ งๆไวใ้ หเ้ รยี บรอ้ ยก่อนคาํ มดื
๒๐๑.๑ เป้าหมายป้องกนั
คอื เป้าหมายหรอื ตาํ บลยงิ ทวี างไวร้ อบฐานปฏบิ ตั กิ ารของรอ้ ย ร.(หน่วยดาํ เนนิ กลยทุ ธ)ในทพี กั แรมเวลา
กลางคนื หรอื ฐานยงิ สนบั สนุนของปืนใหญ่, เครอื งยงิ ลกู ระเบดิ หรอื สถานทสี าํ คญั
๒๐๑.๑.๑ ลกั ษณะของเป้าหมายป้องกนั หรอื ตาํ บลยงิ ป้องกนั คอื ตาํ บลทวี างหา่ งจากขอบฐานปฏบิ ตั กิ าร
ไมน่ ้อยกวา่ ๓๐๐ เมตร และไมเ่ กนิ ๑๐๐๐ เมตร เป้นอยา่ งสงู โดยทวั ไปควรอยใู่ นระหวา่ ง ๕๐๐ เมตร จากฐาน จะเป็นระยะ
ทดี ที สี ดุ ๒๐๑.๑.๒ การปฏบิ ตั ปิ ระการแรกควรมองดรู อบฐานวา่ ทศิ ทางทขี า้ ศกึ น่าจะเขา้ ตนี นั น่าจะเป็นทศิ ทางใด
กค็ วรวางเป้าหมายป้องกนั ลงไปในทศิ ทางนัน และพยายามสงั เกตภมู ปิ ระเทศทอี ยใู่ กลเ้ คยี งทเี หน็ เดน่ ชดั เป็นเครอื ง
ประกอบ ในขนั ตอ่ ไปกพ็ จิ ารณาวางจดุ อนื ๆลงไปอกี โดยรอบฐาน
๘ จุด ๒๐๑.๑.๓ จาํ นวนเป้าหมายตอ่ ๑ ฐาน จะตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ ๔ จุด และไมค่ วรเกนิ ๑๐ จดุ ทเี หมาะสมคอื
๑๗๕
๒๐๑.๒ การปฏบิ ตั ิ
ในกรณีทเี ป็นฐานปฏบิ ตั กิ ารระดบั รอ้ ย ร. ยอ่ มมี ผตน. ของ ค.หนกั หรอื ปืนใหญป่ ระจาํ อยู่ ผตน.จะเป็นผู้
วางเป้าหมายป้องกนั ให้ แต่สาํ หรบั หมวด, หมทู่ หารราบไมม่ ี ผตน.ประจาํ จงึ จาํ เป็นทหี น่วยทหารตา่ งเหล่าในระดบั นนั ๆ
ดาํ เนนิ การเองทงั สนิ โดยดาํ เนนิ เป็นขนั ๆ ดงั ตอ่ ไปนี
๒๐๑.๒.๑ เมอื ไดเ้ ขา้ ฐานปฏบิ ตั กิ ารแลว้ ขนั แรกจะตอ้ งทาํ การหาพกิ ดั จุดทอี ย่ขู องฐานใหแ้ น่นอนเสยี ก่อน
จะไดม้ าดว้ ยการสกดั กลบั ๒ จุด หรอื วธิ หี มายพกิ ดั กไ็ ด้ แตข่ อใหแ้ น่นอนพอสมควร
๒๐๑.๒.๒ วธิ ดี าํ เนินการวางเป้าหมายป้องกนั คอื
๒๐๒.๒.๒.๑ เตรยี มหากงิ ไมซ้ งึ มลี กั ษณะตรงยาวประมาณ ๑ ฟุต จาํ นวน ๖ - ๘ อนั
๒๐๒.๒.๒.๒ เลอื กจุดทตี งั ภายในฐานประมาณกงึ กลาง ณ จดุ ทใี หส้ ามารถตรวจการณไ์ ด้
รอบฐาน และปักหลกั เป็นแกนกลางลงไป ๑ อนั
๒๐๒.๒.๒.๓ ตอ่ ไปพจิ ารณาภมู ปิ ระเทศทคี าดวา่ ขา้ ศกึ น่าจะเขา้ ตที ศิ ทางใดบา้ ง แลว้ ปักหลกั ลง
ไปในทศิ ทางนนั โดยใหต้ รงกบั จดุ เดน่ ๆในภมู ปิ ระเทศ สาํ หรบั เป็นทสี งั เกต โดยจุดเดน่ ๆนนั ควรหา่ งจากขอบฐานประมาณ
๕๐๐ เมตร
๒๐๒.๒.๒.๔ แต่ละจุดนัควรหา่ งกนั ไมน่ ้อยกวา่ ๕๐๐ เมตร ดงั นนั ฐานปฏบิ ตั กิ ารของรอ้ ย ร. ก็
จะมเี ป้าหมายป้องกนั ตนเอง ๔ - ๖ จดุ เทา่ นันกเ็ พยี งพอแลว้
๒๐๑.๒.๒.๕ แต่ละหลกั ควรปักป้ายบอกหมายไวต้ ามลาํ ดบั ๑, ๒, ๓,...,๕ ป้องกนั ไมใ่ หส้ บั สน
๒๐๑.๒.๒.๖ จากแกนกลางใชเ้ ขม็ ทศิ วดั มมุ ภาคของหลกั ทกุ หลกั ทปี ักไว(้ ทกุ เป้าหมาย)
๒๐๑.๒.๒.๗ กะระยะของจุดเดน่ ในภมู ปิ ระเทศในทศิ ทางของแต่ละหลกั แลว้ บนั ทกึ ไวพ้ รอ้ ม
กบั จาํ นวนมมุ ภาค
๒๐๑.๒.๒.๘ นําระยะและมุมภาคของจดุ เด่นนนั ๆมาหาพกิ ดั ในแผนที แล้วบนั ทกึ ไวเ้ ช่นกนั เช่น
ตวั อยา่ ง
เป้าหมายที ๑(หลกั ที ๑) ระยะ ๕๐๐ เมตร, มมุ ภาค ๙๐๐ , สงู ๑๒๐, พกิ ดั ๔๓๐ - ๖๓๐
เป้าหมายที ๒(หลกั ที ๒) ระยะ ๘๐๐ เมตร, มมุ ภาค ๖๐๐๐, สงู ๑๕๐, พกิ ดั ๔๑๐ - ๗๔๐
ฯลฯ
๒๐๑.๒.๒.๙ ถา้ เป็นฐานปฏบิ ตั กิ ารถาวร จะตอ้ งสง่ หลกั ฐานเหลา่ นีให้กบั ฐานยงิ สนับสนุน เพอื
เตรยี มหาหลกั ฐานยงิ แต่ถา้ เป็นฐานพกั แรมชวั คราวกไ็ มต่ อ้ งสง่ เป็นเอกสารถาวร คงเกบ็ หลกั ฐานเหลา่ นีไว้
๒๐๑.๒.๓ ในเวลากลางคนื เมอื ปรากฏวา่ ขา้ ศกึ เขา้ ตใี หพ้ จิ ารณาวา่ ขา้ ศกึ เขา้ มาทศิ ทางไหน หรอื ใกล้
เป้าหมายใดทวี างหลกั ฐานเอาไว(้ โดยการพจิ ารณาเลง็ ผา่ นแนวหลกั ทปี ักไวต้ งั แต่ก่อนคาํ มดื ) กใ็ หร้ อ้ งขอการยงิ ไปยงั
เป้าหมายนนั
๒๐๑.๓ ตวั อยา่ ง
กลางคนื ปรากฏว่าขา้ ศกึ ไดเ้ ขา้ ตโี ดยเขา้ มาในระยะประมาณ ๒๐๐ - ๓๐๐ เมตร จากขอบฐาน ผบ.หน่วย
ประจาํ ฐานปฏบิ ตั ิ ดงั นี.-
๒๐๑.๓.๑ รบี คน้ หาทศิ ทาง(มมุ ภาค) ปรากฏวา่ ใกลเ้ ป้าหมาย ๒ ซงึ ไดเ้ ตรยี มไวค้ อื พกิ ดั ๔๑๐ - ๗๔๐, สงู
๑๕๐ ในขนั ใหย้ งิ ต่อเป้าหมายนีก่อน แลว้ จงึ ปรบั การยงิ เขา้ หาขา้ ศกึ
๒๐๑.๓.๒ เมอื ป. ทาํ การยงิ มาแลว้ ปรากฏวา่ กระสนุ ตกในป่าหลงั เป้าหมาย มองเหน็ ไมช่ ดั เจน แต่
ประมาณไดว้ า่ ขวาของแนวหลกั ที ๒
๒๐๑.๓.๓ ผบ.ฐานปฏบิ ตั กิ ารหรอื ผตน.สงั แก้ “ซา้ ย ๑๐๐, ลด ๑๐๐”
๒๐๑.๓.๔ เมอื ค., ป.ยงิ มาแลว้ กค็ งทาํ การปรบั แกไ้ ปตามลาํ ดบั เมอื ใกลเ้ ขา้ มาจนมองเหน็ ตําบลกระสนุ
ตกแลว้ กค็ งดาํ เนินการปรบั จนเขา้ สขู่ นั การยงิ หาผล(ควรแกใ้ หค้ บื ทางระยะเขา้ หาขา้ ศกึ ทลี ะ ๑๐๐ เมตร)
๒๐๑.๔ ขอ้ เพมิ เตมิ เกยี วกบั เป้าหมายป้องกนั
๑๗๖
๒๐๑.๔.๑ ในกรณที ขี า้ ศกึ เขา้ ตไี มต่ รงเป้าหมายป้องกนั ทวี างไว้ หรอื หา่ งออกไปมาก กอ็ าจขอยงิ โดยยา้ ย
หลกั ฐานยงิ จากเป้าหมายป้องกนั ทใี กลข้ า้ ศกึ มากทสี ดุ
๒๐๑.๔.๒ สาํ หรบั มมุ ภาคทจี ะใชป้ รบั การยงิ กอ็ าจอาศยั การแบ่งมมุ ภาคระหวา่ งเป้าหมายป้องกนั ทที ราบ
คา่ มมุ ภาคแลว้ โดยการกะประมาณหรอื ใชม้ อื วดั มมุ ทางขา้ งกไ็ ด้ เพราะในเวลาคาํ คนื อาจสบั สน จะไม่มโี อกาสและเวลาที
จะใชเ้ ขม็ ทศิ วดั มมุ ภาคได้
๒๐๑.๔.๓ สาํ หรบั คาํ ขอยงิ ไมต่ อ้ งพะวงถงึ ความถูกตอ้ ง และลาํ ดบั ขนั ตอนมากนกั เพยี งแตอ่ ยา่ ลมื บอกมุม
ภาคเมอื ตอ้ งการจะปรบั การยงิ กเ็ พยี งพอแลว้
๒๐๑.๔.๔ สาํ หรบั เทคนิคการปฏบิ ตั ใิ นการปรบั การยงิ ต่อเป้าหมายนัน เป็นเรอื งโดยเฉพาะของ
ผตน.ค., ป.
๒๐๑.๕ การเตรยี มการขอยงิ สอ่ งสวา่ ง
ถา้ มเี วลาเพยี งพอ ผบ.หน่วยฐานปฏบิ ตั กิ ารควรทจี ะเตรยี มวางจุดทจี ะยงิ กระสนุ สอ่ งแสงไวเ้ พอื ใหส้ อ่ งสวา่ ง
ในพนื ทปี ฏบิ ตั กิ ารในทศิ ทางหรอื ตาํ บลทขี า้ ศกึ เขา้ ตฐี าน มขี อ้ แนะนํางา่ ยๆ ดงั นี.-
๒๐๑.๕.๑ ไมค่ วรวางจดุ หรอื ตาํ บลสอ่ งสวา่ งใกลข้ อบฐานน้อยกวา่ ๑ กม. ความสอ่ งสวา่ งของกระสนุ
สอ่ งแสง ของ ค., ป. ใหค้ วามสวา่ งในรศั มปี ระมาณ ๑ กม. ถา้ วางใกลเ้ กนิ ไปขา้ ศกึ อาจจะเหน็ ฝ่ายเราดว้ ยกไ็ ด้
๒๐๑.๕.๒ ควรกะประมาณวางไวท้ งั ๔ ทศิ ทาง คอื เหนือ, ใต,้ ตะวนั ออก, ตะวนั ตก กน็ ่าจะเป็นการ
เพยี งพอแลว้ ถา้ หากเป็นการไม่ประมาทกค็ วรวางไว้ ณ กงึ กลางฐานปฏบิ ตั กิ าร ๑ จดุ เพอื ใชใ้ นกรณที ขี า้ ศกึ สามารถเจาะ
แนวเขา้ มาถงึ ขนั ตะลมุ บอน และหาพกิ ดั เอาไวท้ ุกจดุ เชน่ กนั
๒๐๑.๕.๓ คาํ ขอยงิ กค็ งใชว้ ธิ งี า่ ยๆ เชน่ ตวั อยา่ ง.-
“เพทาย ๖ จากเพทาย ๘, ขา้ ศกึ เขา้ ตฐี าน, พกิ ดั ๖๘๐๔๙๐, กระสนุ สอ่ งแสง, สอ่ งสวา่ งตอ่ เนือง”
ตามตวั อยา่ งนีกเ็ ป็นการเพยี งพอแลว้ และต่อไปถา้ ตอ้ งการจะปรบั กระสนุ สอ่ งแสงอยา่ งใด กค็ งดาํ เนินการต่อไปตาม
ตอ้ งการ
ตอนที ๑๑
การยิงหมายพิกดั (หรือการยิงหมายตาํ บลระเบิด)
๒๐๒. การยิงหมายพิกดั (หมายตาํ บลระเบิด)
๒๐๒.๑ กลา่ วนํา
การยงิ หมายพกิ ดั หรอื การยงิ หมายตาํ บลระเบดิ นนั เป็นวธิ กี ารปฏบิ ตั แิ บบหนึงของการยงิ ของเครอื งยงิ
ลกู ระเบดิ หรอื ปืนใหญ่ ซงึ ผทู้ มี หี น้าทเี กยี วขอ้ งจะตอ้ งมคี วามเขา้ ใจและสามารถปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ ง เมอื ทศั นวสิ ยั เลว
มแี ผนทซี งึ เชอื ถอื ได้ ภมู ปิ ระเทศลวงตาหรอื เมอื เคลอื นทอี ยา่ งรวดเรว็ ผา่ นภมู ปิ ระเทศทไี ม่คนุ้ เคยมาก่อน บางครงั กท็ าํ
ความยงุ่ ยากให้ ผตน. หรอื ผบ.หน่วยในการทจี ะกาํ หนดทตี งั เป้าหมายหรอื กาํ หนดจดุ ทอี ยขู่ องตนเองได้ ในสภาพการณ์
เช่นนนั ผตน.ควรจะทราบว่าตนอยู่ ณ ทใี ดในภมู ปิ ระเทศ เขายอ่ มสามารถขอให้ ศอย.สงั ให้ ค., ป. ปฏบิ ตั กิ ารยงิ กระสนุ
ลงไปยงั จดุ ต่างๆ โดยเฉพาะเพอื ชว่ ยใหส้ ามารถกาํ หนดทอี ยแู่ ละวางตวั ใหถ้ ูกทศิ ได้ การยงิ เพอื ความมงุ่ หมายเชน่ นี
เรยี กวา่ “การยงิ หมายพกิ ดั ”(การยงิ หมายตาํ บลระเบดิ )
๒๐๒.๑.๑ ผตู้ รวจการณ์อาจขอใหย้ งิ หมายพกิ ดั ต่อจุดตดั ของเสน้ พกิ ดั ตาราง จดุ ยงิ หาหลกั ฐาน เป้าหมาย
ทไี ดเ้ คยปฏบิ ตั กิ ารยงิ มาก่อนแลว้ หรอื ยงิ ตอ่ ภมู ปิ ระเทศทเี ป็นจุดเดน่ โดยอา้ งพกิ ดั หรอื ชอื ของจดุ เดน่ นนั ๆ เชน่ “พกิ ดั ๘๖ -
๕๑” หรอื “เป้าหมายไก่ ไก่ ๐๐๑๕” หรอื “ยอดเนิน ๒๘๔ เขาหนิ เทนิ ” ฯลฯ ผตน.กส็ ามารถวดั มุมภาคไปยงั ตาํ บลระเบดิ
ของกระสนุ ทยี งิ หมายพกิ ดั ไปนันได้
๒๐๒.๑.๒ จากจุดยงิ หมายพกิ ดั ทอี าวุธไดท้ าํ การยงิ มาให้ ผตน.สามารถนําไปใชห้ าระยะจากตนเองไปยงั
ตาํ บลระเบดิ ได้ โดยที ผตน.มองเหน็ ตาํ บลระเบดิ กเ็ รมิ นบั เพอื หาระยะ คอื “หนึงพนั หนึง, หนึงพนั สอง, หนึงพนั สาม...” ฯลฯ
เรอื ยไป จนกระทงั ไดย้ นิ เสยี งระเบดิ เวลาทนี บั นีจะมคี า่ ประมาณเป็นวนิ าที เชน่ ถา้ ผตู้ รวจการณ์ไดย้ นิ เสยี งระเบดิ เมอื นบั
ได้ “หนึงพนั หก” หลงั จากทมี องเหน็ ตาํ บลระเบดิ กค็ อื ประมาณเวลาได้ ๖ วนิ าที เมอื เอาเวลานีคณู กบั ความเรว็ ของเสยี ง
๑๗๗
(ประมาณ ๓๕๐ เมตรต่อวนิ าท)ี กจ็ ะไดร้ ะยะจากผตู้ รวจการณ์ไปยงั ตาํ บลระเบดิ ระยะทคี าํ นวณไดน้ กี น็ ําเอาไปกรยุ ลงบน
แผนที จากพกิ ดั ตาํ บลระเบดิ ของการยงิ หมายพกิ ดั นัน ดว้ ยการสกดั กลบั ผตู้ รวจการณ์กส็ ามารถหาจุดทอี ย่ขู องตนเอง
ในแผนทไี ดใ้ กลเ้ คยี งกบั ความเป็นจรงิ (ความผดิ พลาดอาจเกดิ ขนึ ไดจ้ ากทศิ ทางลมทพี ดั , ความเรว็ ของลม หรอื การนับเวลา
ผดิ พลาด)
๒๐๒.๑.๓ ผตู้ รวจการณ์อาจรอ้ งขอการยงิ หมายพกิ ดั ๒ จดุ หา่ งกนั พอสมควร(๑-๓ กม.) แลว้ นําคา่ มมุ
ภาคของจุดทงั ๒ ทวี ดั ไดน้ นั มาสกดั กลบั ในแผนทเี พอื หาทอี ยขู่ องตนเองได้ โดยการดาํ เนนิ การเอง หรอื รอ้ งขอให้ ศอย.ก
รยุ หาทอี ยขู่ องตนใหก้ ไ็ ด้
๒๐๒.๑.๔ เมอื ไมม่ จี ุดทที ราบใดๆมาใชเ้ ป็นจุดอา้ ง ผตู้ รวจการณ์อาจรอ้ งขอใหย้ งิ กระสนุ ควนั ไปยงั กงึ กลาง
พนื ทเี ป้าหมาย หรอื กงึ กลางเขตปฏบิ ตั กิ ารแลว้ ปรบั การยงิ จากตาํ บลระเบดิ ทตี รวจไดเ้ ขา้ หาเป้าหมายต่อไป
๒๐๒.๑.๕ ตามปกติ ผตน.จะขอใหย้ งิ กระสนุ ชนดิ ทสี ามารถมองเหน็ ไดง้ า่ ย เชน่ กระสนุ ควนั ขาว หรอื
กระสนุ สอ่ งแสง ฯลฯ
๒๐๒.๒ การหาจดุ ทอี ยขู่ องตนเองดว้ ยวธิ ยี งิ หมายพกิ ดั
การยงิ หมายพกิ ดั โดยปกติ จะยงิ ใหแ้ ตกอากาศสงู ดว้ ยกระสุนควนั ขาวหรอื กระสนุ สอ่ งแสง โดยธรรมดาจะ
ยงิ สงู จากจดุ ทหี มายพกิ ดั หรอื ยอดเนิน สงู ประมาณ ๒๐๐ เมตร เพอื ใหผ้ ตู้ รวจการณส์ ามารถมองเหน็ ตาํ บลกระสนุ แตกได้
ชดั เจน เพอื ทจี ะไดใ้ ชเ้ ป็นจดุ อา้ งแทนจดุ เดน่ ในภมู ปิ ระเทศ หรอื แผนที
๒๐๒.๒.๑ โอกาส ในเมอื ผตน.ไมส่ ามารถเลอื กหรอื กาํ หนดจุดเดน่ ในภมู ปิ ระเทศและแผนทไี ด้ เชน่ ไม่มี
ยอดเขา หรอื ทหี มายเลง็ จดุ เดน่ ชดั อนั ใดพอทจี ะทาํ การเลง็ สกดั กลบั เพอื หาจดุ ทอี ยขู่ องตนเองได้ ในบางครงั อยใู่ นป่าทบึ ซงึ
มกั จะประสบในการรบนอกแบบ ในกรณีเช่นนี ผตน. กจ็ าํ เป็นตอ้ งอาศยั วธิ กี ารยงิ หมายพกิ ดั ชว่ ยในการหาจุดทอี ยขู่ อง
ตนเอง
๒๐๒.๒.๒ ความมงุ่ หมาย เพอื ผตน.ใชต้ าํ บลระเบดิ แตกอากาศของกระสนุ ควนั ขาวเป็นจดุ อา้ ง(จดุ เดน่ )
ในการสกดั กลบั หาจดุ ทอี ยขู่ องตน เพอื ให้ ผตน. ปรบั แกไ้ ขการยงิ เขา้ หาเป้าหมาย ในกรณที ไี มแ่ น่ใจในพกิ ดั เป้าหมายที
ขอยงิ
๒๐๒.๒.๓ วธิ กี ารสกดั กลบั จากตําบลระเบดิ กระทาํ ได้ ๒ วธิ ี คอื
๒๐๒.๒.๓.๑ การสกดั กลบั จากตาํ บลระเบดิ ๑ นัด(ยงิ หมายพกิ ดั ๑ นดั )
๒๐๒.๒.๓.๒ การสกดั กลบั จากตาํ บลระเบดิ ๒ นัด หรอื ๓ นดั (ยงิ หมายบพกิ ดั ๒ หรอื ๓ นดั )
๒๐๒.๒.๔ หลกั ในการกาํ หนดจุดของตาํ บลระเบดิ แตกอากาศ(จุดทจี ะขอให้ ค., ป.ยงิ )
๒๐๒.๒.๔.๑ พจิ ารณาวา่ เราน่าจะอยบู่ รเิ วณตารางกโิ ลเมตร ซงึ มพี กิ ดั เท่าใดแลว้ จงึ กาํ หนดจุด
ทยี งิ (การออกปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ทุกครงั ตอ้ งรูพ้ นื ทปี ฏบิ ตั กิ ารอย่กู อ่ นแลว้ )
๒๐๒.๒.๔.๒ จดุ ทกี าํ หนด ควรจะอย่ทู เี สน้ ตารางพกิ ดั ตดั กนั ของแผนที เหตผุ ลกค็ อื เพอื เพมิ
ความถูกตอ้ งและสะดวกในการวางบรรทดั ครงึ วงกลมโดยใชข้ อบของบรรทดั ครงึ วงกลมวางทาบกบั เสน้ แกนตงั ของแผนที
นนั เอง
๒๐๒.๒.๔.๓ การกาํ หนดจุดยงิ หมายพกิ ดั ๑ นัด ไมค่ วรกาํ หนดใหไ้ กลหรอื ใกลเ้ กนิ ไป ระยะที
เหมาะ คอื ไมน่ ้อยกวา่ ๑ กม. และไมเ่ กนิ ๓ กม. เพราะถา้ ระยะตํากวา่ ๑ กม. เราจะนบั เวลาไมท่ นั ถา้ ไกลเกนิ กว่า ๓ กม.
แลว้ เสยี งระเบดิ จะเบาเกนิ ไปอาจจะนบั เวลาพลาด
๒๐๒.๒.๔.๔ การกาํ หนดจุดยงิ หมายพกิ ดั ๒ นดั ระยะใกลไ้ กลไมส่ าํ คญั เทา่ ไรนัก แตต่ อ้ ง
พจิ ารณาถงึ งา่ มมมุ อนั เกดิ จากตาํ บลระเบดิ ของ ๒ นดั ดว้ ยวา่ ควรอยรู่ ะหวา่ ง ๖๐ องศา ถงึ ๙๐ องศา เป็นเหมาะทสี ดุ อยา่
ใหง้ า่ มมุมเลก็ เกนิ ไป หรอื เป็นเสน้ ตรงเดยี วกนั ซงึ จะทาํ ใหก้ ารหาจุดพกิ ดั ตดั กนั ของเสน้ ตรงทงั ๓ เสน้ ไมแ่ น่นอน จะเกดิ
ความคลาดเคลอื นได้
๒๐๒.๒.๔.๕ เมอื กาํ หนดจดุ ยงิ หมายพกิ ดั แลว้ จะตอ้ งพจิ ารณาดว้ ยวา่ กระสนุ น่าจะแตกระเบดิ
ทศิ ทางใด ใหเ้ ตรยี มตวั ตรวจในทศิ ทางนนั ๆ เพอื จะไดต้ รวจไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงที ไม่ตอ้ งขอยงิ ซําซงึ เป็นการสนิ เปลอื งกระสนุ
๑๗๘
๒๐๒.๓ วธิ ยี งิ หมายพกิ ดั ๑ นัด มวี ธิ ดี าํ เนินการดงั นี.-
๒๐๒.๓.๑ กาํ หนดจดุ ทจี ะยงิ หมายพกิ ดั ๑ นัด บนแผนที อา่ นพกิ ดั ออกมาแลว้ สง่ คาํ ขอยงิ
๒๐๒.๓.๒ คาํ ขอยงิ ใชค้ าํ ขอยงิ สนั ๆ เพอื ใหเ้ พยี งพอต่อผรู้ บั ปฏบิ ตั ิ เช่น
“ลย. ๑ จาก ลย. ๒, กระสนุ ควนั , ยงิ หมายพกิ ดั ๑ จดุ , ทพี กิ ดั ๔๙๓๓, ตามคาํ สงั ขา้ พเจา้ , ปรบั การยงิ ” เมอื ค.,
ป. พรอ้ มแลว้ ศอย.กส็ งั ยงิ
๒๐๒.๓.๓ ดาํ เนนิ การวดั ทศิ ทาง และจบั เวลาเพอื หาระยะ
๒๐๒.๓.๓.๑ ทนั ทที เี หน็ ตาํ บลระเบดิ ของกระสนุ ควนั ใหร้ บี วาดสายตาลงมาทางดงิ ยงั พนื ดนิ
ใหก้ บั ภมู ปิ ระเทศ แลว้ จาํ ภาพภมู ปิ ระเทศไว้ เช่นยอดไหมต้ น้ ไมใ้ หญ่ ฯลฯ ในขณะเดยี วกนั นันเอง กเ็ รมิ นบั เพอื หาเวลา
ตงั แต่สายตามองเหน็ ตาํ บลระเบดิ แตกอากาศ โดยการนบั “หนึงพนั หนงึ , หนึงพนั สอง, หนึงพนั สาม, หนึงพนั ส.ี ..” จะไดย้ นิ
เสยี งระเบดิ กห็ ยดุ นบั สมมุตวิ า่ ได้ “หนึงพนั หา้ ” กแ็ สดงวา่ เสยี งใชเ้ วลาวงิ ๕ วนิ าที จงึ มาถงึ ตวั เรา
๒๐๒.๓.๓.๒ ความเรว็ ของเสยี งโดยประมาณ ๓๐๐ - ๓๕๐ เมตร/วนิ าที แตจ่ ากการทดลองฝึก
ปฏบิ ตั หิ ลายๆครงั ปรากฏวา่ ไดป้ ระมาณ ๓๕๐ เมตร/วนิ าที ซงึ มคี วามถกู ตอ้ งมากกวา่ ในตวั อยา่ งขา้ งบนจงึ หาระยะจาก
ตาํ บลระเบดิ ถงึ ตวั เราไดด้ งั นี ๓๕๐ X ๕ = ๑๗๕๐ เมตร(พงึ สงั เกตไดว้ า่ ถา้ หากนบั เวลาผดิ พลาดไปเพยี ง ๑ วนิ าทเี ทา่ นนั
จะคาํ นวณผดิ ไป ๓๕๐ เมตร)
๒๐๒.๓.๓.๓ หลงั จากนนั กส็ ามารถหามมุ ภาคไดโ้ ดยใชเ้ ขม็ วดั ไปยงั ตาํ บล ทไี ดห้ มายตาไวใ้ น
ภมู ปิ ระเทศ สมมตุ วิ า่ ไดม้ มุ ภาค ๒๔๐๐ มลิ เลยี ม
๒๐๒.๓.๔ การดาํ เนนิ การสกดั กลบั จากจุดยงิ หมายพกิ ดั นัน ใหท้ าํ มมุ ภาคทวี ดั ได้ เป็นมมุ ภาคกลบั ๒๔๐๐
+ ๓๒๐๐ = ๕๖๐๐ มลิ เลยี ม ตอ่ จากนนั ใหท้ าํ การสกดั กลบั จากจุดพกิ ดั ทยี งิ โดยปฏบิ ตั ทิ แี ผนทดี ว้ ยบรรทดั ครงึ วงกลม (หรอื
ใชเ้ ขม็ ทศิ โดยวางแผนทใี หถ้ กู ทศิ เสยี ก่อน) ใชร้ ะยะทหี าไดค้ อื ๑๗๕๐ เมตร(หรอื ประมาณ ๑๘๐๐ เมตร)ตามภาพ
รปู ที ๘๖ การดาํ เนินการสกดั กลบั จากจดุ ยิงหมายพิกดั
๑๗๙
- จดุ ทอี ยสู่ กดั กลบั ปรากฏในแผนทคี อื พกิ ดั ๔๗๓ - ๓๔๒
- ในกรณที ขี อยงิ หมายพกิ ดั ไปแลว้ มองเหน็ ตาํ บลระเบดิ ไมเ่ หน็ หรอื ไดย้ นิ เสยี งแว่วๆแสดงวา่ กาํ หนดพกิ ดั ทขี อยงิ
ผดิ หรอื ขอยงิ หมายพกิ ดั ไกลเกนิ ไป หรอื เนืองจากประมาณทอี ยผู่ ดิ กใ็ หแ้ กห้ ลกั ฐานยงิ โดยตาํ บลระเบดิ จากทศิ ทางของ
เสยี งทไี ดย้ นิ นนั และขอการยงิ ไปใหมใ่ หใ้ กลเ้ ขา้ มาจนสามารถตรวจเหน็
- วธิ กี รุยกลบั จากจุดยงิ หมายพกิ ดั นี จะมคี วามถกู ต้องเพยี งใดขนึ อย่กู บั การนบั เวลาและการวดั มมุ ภาค ถา้ หาก
กระทาํ ไดถ้ กู ตอ้ งประณตี เพยี งพอแลว้ พกิ ดั จดุ ทอี ยจู่ ะผดิ พลาดประมาณ ๑๐๐ - ๒๐๐ เมตร ซงึ สามารถนําไปใชส้ าํ หรบั ปรบั
การยงิ ค., ป.ได้
๒๐๒.๔ วธิ ยี งิ หมายพกิ ดั ๒ นดั
วธิ นี ีคอื การสกดั กลบั ๒ จดุ นนั เอง มวี ธิ ดี าํ เนนิ การ ดงั นี.-
๒๐๒.๔.๑ กาํ หนดจดุ ทจี ะขอยงิ หมายพกิ ดั ขนึ ๒ จดุ ตามหลกั การในขอ้ ๒๐๒.๒.๔ ลงในแผนทอึ า่ นพกิ ดั
ออกมา
๒๐๒.๔.๒ สง่ คาํ ขอยงิ วธิ กี ารคงคลา้ ยๆกบั ขอ้ ๒๐๒.๓.๒ เชน่
“ลย.๑ จาก ลย.๒, กระสนุ ควนั ขาว, ยงิ หมายพกิ ดั ๒ จดุ , จดุ ที ๑ พกิ ดั ๔๗๖๙, จดุ ที ๒ พกิ ดั ๔๕๖๙, ตามคาํ สงั
ขา้ พเจา้ , ปรบั การยงิ ”
๒๐๒.๔.๓ เมอื ค., ป. พรอ้ มแลว้ กส็ งั ยงิ ครงั ละ ๑ นัด
๒๐๒.๔.๔ เมอื วดั มุมและจบั เวลาไดแ้ ลว้ กส็ งั ยงิ นดั ที ๒
๒๐๒.๔.๕ ดาํ เนินการวดั มมุ ภาคและจบั เวลานัดที ๒
- สมมตุ วิ า่ ยงิ หมายพกิ ดั นดั ที ๑ จบั เวลาได้ “หนึงพนั หก” วดั มมุ ภาคได้ ๔๐๐ มลิ เลยี ม
- นดั ที ๒ จบั เวลาได้ “หนึงพนั สาม” วดั มมุ ภาคได้ ๖๐๐๐ มลิ เลยี ม
๒๐๒.๔.๖ ดาํ เนินการสกดั กลบั จากจุดยงิ หมายพกิ ดั ทงั ๒ จุด โดยทาํ เป็นมมุ ภาคกลบั ทงั สองจุด แลว้
ลากเสน้ ตรงจากจุดยงิ หมายพกิ ดั ทงั ๒ ไปตามหลกั ฐานทคี าํ นวณไดเ้ สน้ ตรงทงั ๒ เสน้ จะมาตดั กนั ทจี ุดๆหนึง สมมตุ วิ า่ จุด
ต.ทพี กิ ดั ๔๖๒ - ๖๖๘ คอื จดุ ทอี ยตู่ ามทแี สดงไวใ้ นภาพ
๑๘๐
รปู ที ๘๗ การดาํ เนิ นการสกดั กลบั จากจดุ ยิงหมายพิกดั ทงั ๒ จดุ
๒๐๒.๔.๗ ในกรณที ผี ยู้ งิ ไมส่ ามารถกรยุ จุดทอี ยไู่ ด้ เพราะขาดเครอื งมอื กอ็ าจสง่ หลกั ฐานการวดั ใหฐ้ านยงิ
สนบั สนุนดาํ เนนิ การใหก้ ไ็ ดเ้ ช่นกนั
๒๐๒.๔.๘ เราสามารถตรวจสอบความถกู ตอ้ งจุดทอี ยทู่ ไี ดม้ านีอกี โดยวธิ กี ารกรยุ กลบั จากจุดยงิ หมาย
พกิ ดั ทลี ะจุด คอื
- จดุ ที ๑ เวลาวงิ ๖ วนิ าท,ี ๓๕๐ X ๖ = ๒๑๐๐ เมตร, กรยุ กลบั ไดจ้ ดุ ทอี ยทู่ จี ดุ ก.
- จดุ ที ๒ เวลาวงิ ๓ วนิ าท,ี ๓๕๐ X ๓ = ๑๐๕๐ เมตร, กรยุ กลบั ไดจ้ ดุ ทอี ยทู่ จี ุด ข.
เมอื เป็นเช่นนีจะเหน็ ไดว้ า่ ตวั เราเองนนั อยู่ ณ ทแี ห่งเดยี วในภมู ปิ ระเทศ แตใ่ นแผนทหี าทอี ยไู่ ด้ ๓ จดุ
คอื จุด ก., จดุ ข. และจุด ต.(จดุ ทเี สน้ ตรงทงั ๒ มาตดั กนั ) โดยหลกั วชิ าแผนทแี ลว้ จดุ ต.นบั วา่ เป็นจุดทถี กู ตอ้ งมากทสี ดุ
แต่อยา่ งไรกต็ าม เมอื มจี ุด ก. และจุด ข. มาเกยี วขอ้ งดว้ ยและจุดทงั ๓ นปี รากฏวา่ ไมไ่ ดอ้ ยู่ ณ แหง่ เดยี วกนั ซงึ ถา้ จุด
ก., ข. ห่างจากจดุ ต. ไม่เกนิ ๑๐๐ - ๒๐๐ เมตรแลว้ ในทางปฏบิ ตั ถิ อื วา่ จดุ ต. ใชไ้ ด้ ซงึ เป็นจุดทอี ยนู่ นั เอง แตถ่ า้ เกนิ ๒๐๐
เมตรแลว้ ใหใ้ ชเ้ กณฑเ์ ฉลยี โดยใชจ้ ดุ พกิ ดั กงึ กลางของรปู สามเหลยี ม(ดงั ภาพ) คอื รปู สามเหลยี ม ก., ข., ต. คอื จดุ ง. เป็น
จดุ ทตี อ้ งการซงึ เป็นจดุ ทอี ยทู่ ถี กู ตอ้ งทสี ดุ (ตามภาพ)
๑๘๑
รปู ที ๘๘ การหาจดุ พิกดั ทีถกู ต้องทีสุด
๒๐๓. การเขียนภาพภมู ิประเทศสงั เขป
๒๐๓.๑ กล่าวนํา
การเขยี นภาพภมู ปิ ระเทศสงั เขปซงึ นบั วา่ เป็นเครอื งมอื อนั สาํ คญั อยา่ งยงิ อนั หนงึ ของ ผตน. โดยจะทาํ ให้
ผตน. มกี ารเตรยี มการทดี ี สามารถคน้ หาเป้าหมายและสงิ ทตี อ้ งการไดร้ วดเรว็
๒๐๓.๒ ประโยชน์ของภาพ
๒๐๓.๒.๑ มกี ารกาํ หนดมุมภาคของตาํ บลสาํ คญั ๆในภมู ปิ ระเทศไวล้ ว่ งหน้า สะดวกแก่การหามมุ ภาคของ
ตาํ บลอนื ๆทเี กดิ ขนึ ใหม่
๒๐๓.๒.๒ สามารถกาํ หนดมมุ ทางขา้ งไวเ้ รยี งตามลาํ ดบั ตาํ บล
๒๐๓.๒.๓ มกี ารบนั ทกึ ระยะของตาํ บลสาํ คญั ๆแตล่ ะตาํ บลไวล้ ่วงหนา้
๒๐๓.๒.๔ สะดวกแก่การสง่ คาํ ขอยงิ , สามารถกาํ หนดทตี งั เป้าหมายไดร้ วดเรว็ เป็นการลดเวลาในการ
คน้ หา และสง่ คาํ ขอยงิ ของ ผตน. ในขณะปฏบิ ตั กิ ารรบ
๒๐๓.๒.๕ เป็นบนั ทกึ สาํ คญั ของ ผตน. ตอ่ ภมู ปิ ระเทศทที าํ การรบในขอบเขตทรี บั ผดิ ชอบ
๒๐๓.๒.๖ ในเวลาฉุกเฉนิ หรอื คบั ขนั หรอื สถานการณร์ นุ แรง จะชว่ ยให้ ผตน. คน้ หามุมภาค, ระยะซงึ ได้
เตรยี มไวก้ ่อนมาใชไ้ ดท้ นั ที ไมต่ อ้ งหาใหมอ่ าจไม่ถกู ตอ้ งหรอื เสยี เวลา
๒๐๓.๓ วธิ เี ขยี นภาพภมู ปิ ระเทศสงั เขป ปฏบิ ตั ติ ามลําดบั ดงั นี.-
๒๐๓.๓.๑ เตรยี มกระดาษ (กระดาษพมิ พ)์ ธรรมดากเ็ พยี งพอ
๒๐๓.๓.๑.๑ ไม่จาํ เป็นตอ้ งถกู ตอ้ งตามมาตราสว่ น แต่ควรไดส้ ว่ นพอประมาณ ใหท้ ราบเกยี วกบั
ระยะ และมุมพอสมควร
๒๐๓.๓.๑.๒ เป็นภาพขยายใหญเ่ หน็ ไดช้ ดั เจน สะดวกแกก่ ารเขยี นและคน้ หา
๒๐๓.๓.๒ มองในภมู ปิ ระเทศตรงบรเิ วณขา้ งหน้าทวั เขตรบั ผดิ ชอบ แลว้ จาํ ลองภาพภมู ปิ ระเทศเป็นรปู ทาง
ดา้ นขา้ งลงบนแผน่ กระดาษ(ถา้ เป็นการปฏบิ ตั นิ อกแบบ ซงึ เป็นการยงิ รอบตวั จะแบ่งเขตรบั ผดิ ชอบเป็นจตรุ างคดล [สสี ว่ น
ของวงกลม] กไ็ ด้ หรอื จะทาํ แผน่ ภาพพาโนรามารอบตวั เลยกไ็ ด)้
๑๘๒
๒๐๓.๓.๓ มองไปประมาณกงึ กลางเขตปฏบิ ตั กิ ารในระยะประมาณ ๑๐๐๐ - ๑๕๐๐ เมตร คน้ หาจดุ เดน่
ทสี ดุ ใชเ้ ป็นจุดยงิ หาหลกั ฐานซงึ ควรอยปู่ ระมาณกงึ กลางเขตปฏบิ ตั กิ าร แลว้ เขยี นลงในแผน่ กระดาษนัน
๒๐๓.๓.๓.๑ วดั มมุ ภาคจดุ นีใหป้ ระณตี ทสี ดุ สมมตุ วิ า่ ได้ ๒๑๐๐ มลิ เลยี ม
๒๐๓.๓.๓.๒ ใหเ้ อาทศิ ทางนีเป็นเสน้ ทาง ขดี เสน้ จากตวั เรา(ต. ๑) ไป ๑ เสน้ ไปยงั จล.๑
เขยี น ภต. ๒๑๐๐ กาํ กบั ไว้
๒๐๓.๓.๓.๓ ประมาณระยะของจุดนีใหใ้ กลเ้ คยี งทสี ดุ สมมตุ วิ า่ ได้ ๑๒๐๐ เมตร
๒๐๓.๓.๓.๔ เอาเสน้ นีเป็นเสน้ หลกั ลากเสน้ ประมาณตงั ฉากออกไปจากจดุ สมมตุ (ิ ต. ๑) และ
เขยี นระยะ ๑๒๐๐ เมตร กาํ กบั ไว้
๒๐๓.๓.๔ ตอ่ จากนนั ก็พจิ ารณาตาํ บลอนื ออกไปทางซา้ ย - ขวา และวดั คา่ มมุ ภาคและกะระยะไวท้ กุ ๆ
ตาํ บล แลว้ เขยี นลงไปโดยใชม้ าตราสว่ นพอประมาณ
ฉะนนั ทุกๆตาํ บลจะมเี สน้ กาํ กบั ไวด้ ว้ ยคา่ มมุ ภาค และระยะพรอ้ มกนั นีกอ็ า่ นมมุ ขา้ งแตล่ ะตาํ บล แลว้
บนั ทกึ ไวด้ ว้ ย
๒๐๓.๓.๕ การกาํ หนดชอื เป้าหมายในขนั ตน้ อาจจะกาํ หนดเป็นเป้าหมายงา่ ยๆของ ผตน. กอ่ นกไ็ ด้ เชน่
๑ - ๒ - ๓ - ๔ ..... ๑๐ เป็นเป้าหมายทางขวาของ จล.
ตงั แต่ ๑๐ - ๑๑ ..... ๒๐ เป็นเป้าหมายทางซา้ ยของ จล.กไ็ ด้
๒๐๓.๓.๖ ตวั อยา่ งการเขยี นภาพพาโนรามาทแี สดงไวใ้ นภาพนี เป็นวธิ หี นึงเท่านนั ผทู้ เี ขา้ ใจวธิ กี ารแลว้
อาจจะมวี ธิ กี ารเขยี นใหล้ ะเอยี ดประณตี อยา่ งใดกไ็ ด้
๒๐๓.๔ การทําบญั ชเี ป้าหมาย
๒๐๓.๔.๑ ควรหากระดาษบนั ทกึ อกี ๑ แผ่น เพอื ทาํ บญั ชเี ป้าหมายประกอบไวด้ ว้ ย เพอื ขยายความ
ใหช้ ดั เจนและเป็นการบนั ทกึ ความจาํ
ตวั อยา่ งของบญั ชเี ป้าหมาย อาจทาํ ไดด้ ว้ ยวธิ งี า่ ยๆ ดงั ตวั อยา่ งขา้ งล่างนี
บญั ชเี ป้าหมาย
ลาํ ดบั ลกั ษณะเป้าหมาย หมายเลขเป้าหมาย พกิ ดั
๑. ตน้ ไมแ้ หง้ สแี ดง
๒. กอ้ นหนิ ขาว
๓. ทางแยกรมิ เขา
๔. ช่องแคบรมิ เขา ๓๑๒
๕. ตน้ ไมพ้ มุ่ ดาํ
ฯลฯ
๑๘๓
๒๐๓.๔.๒ “ลาํ ดบั ” ใหล้ งลาํ ดบั หมายเลขไวก้ ่อน เมอื ทาํ การยงิ ไปแลว้ ทาง ศอย. กาํ หนดหมายเลข
เป้าหมายอยา่ งไรกเ็ ขยี นกาํ หนดขนึ ใหม่
๒๐๓.๔.๓ “ลกั ษณะเป้าหมาย” เขยี นลกั ษณะเป้าหมายทปี รากฏในภมู ปิ ระเทศ
๒๐๓.๔.๔ “หมายเลขเป้าหมาย” ใหล้ งตามรหสั ที ผตน. ใชห้ รอื ตามที ศอย.แจง้ มา
๒๐๓.๔.๕ “พกิ ดั ” กรยุ พกิ ดั ทตี งั เป้าหมายเหลา่ นีไว้ ใชว้ ธิ โี ปลาร์
๒๐๓.๕ ขอ้ สรปุ
๒๐๓.๕.๑ ประโยชน์อนั ยงิ ใหญข่ องภาพภมู ปิ ระเทศสงั เขป กค็ อื ลดเวลาในการคน้ หาทตี งั เป้าหมาย และ
คาํ ขอยงิ ของ ผตน. ในขณะปฏบิ ตั กิ ารรบ หรอื เมอื เวลาฉุกเฉินเรง่ ดว่ น ในสถานการณ์ทรี นุ แรงจะชว่ ยให้ ผตน. คน้ หามมุ
ภาคของเป้าหมาย, ระยะทถี กู ตอ้ ง ซงึ ไดเ้ ตรยี มไวแ้ ลว้ สามารถนํามาใชไ้ ดท้ นั ที ถา้ เป็นเป้าหมายที ผตน.ไดเ้ ตรยี มไวแ้ ลว้
มมุ ภาคของตาํ บลตา่ งๆทกี าํ หนดไว้ จะชว่ ยใหท้ ราบคา่ ของมมุ ทางขา้ ง กส็ ามารถนําไปบวก - ลบ กบั คา่ มมุ ภาคของตาํ บล
ทที ราบแลว้ จะไดค้ า่ ของมุมภาคของตาํ บลทที ราบแลว้ และจะไดค้ า่ ของมุมภาคของเป้าหมายใหม่ไดท้ นั ที
๒๐๓.๕.๒ ขอ้ พงึ ระวงั กค็ อื มมุ ภาคของแตล่ ะตาํ บล ควรจะวดั ดว้ ยเขม็ ทศิ เอม็ . ๒ หรอื เลน็ ซาตคิ
ออกมาอยา่ งละเอยี ดและประณตี ทสี ุด
๒๐๓.๕.๓ สาํ หรบั การใชม้ ุมขา้ งมาบวกหรอื ลบกบั มุมภาคทที ราบแลว้ ทจี รงิ กเ็ ป็นวธิ กี ารทถี กู ตอ้ งแต่กลอ้ ง
สอ่ งสองตานนั ใหค้ า่ ของมมุ ทหี ยาบเกนิ ไป จะทาํ ใหค้ า่ มมุ ภาคทไี ดจ้ ากการบวกหรอื ลบดว้ ยมมุ ขา้ งผดิ พลาด ไปมากกวา่
การวดั ดว้ ยเขม็ ทศิ แตจ่ ะอยา่ งไรกต็ าม ถา้ กระทาํ ไดค้ วรใชท้ งั สองวธิ ที ดสอบกนั แต่กย็ อมรบั วา่ คา่ ทไี ดจ้ ากการวดั ดว้ ยเขม็
ทศิ นนั เป็นคา่ ทถี กู ตอ้ งกวา่
ตอนที ๑๒
ระเบยี บปฏิบตั ิการใช้วิทยโุ ทรศพั ทใ์ นการดาํ เนินการยิง
๒๐๔. กล่าวทวั ไป
โดยทวั ไปทหารทกุ เหลา่ ยอ่ มมีระเบยี บการใชว้ ทิ ยโุ ทรศพั ท์ ในการบงั คบั บญั ชาทางยทุ ธการและทางธุรการ แตเ่ พือให้
เหมาะสมกบั ภารกิจยงิ ทีจะตอ้ งปฏิบตั ิ และลดความยงุ่ ยากสบั สนลง ในการดาํ เนินการยงิ จึงใหน้ าํ ระเบยี บปฏิบตั ิการใชว้ ทิ ยุ
โทรศพั ทใ์ นการดาํ เนินการยงิ มาใช้
๒๐๕. ระเบยี บปฏิบตั ิทีเปลียนแปลงไปจากปกติ
สาํ หรบั ระเบยี บปฏบิ ตั กิ ารใชว้ ทิ ยโุ ทรศพั ทใ์ นการดาํ เนนิ การยงิ นี แตกตา่ งไปจากระเบยี บปฏบิ ตั โิ ดยทวั ๆไปบา้ ง
คอื
๑ เมอื การตดิ ตอ่ สอื สารขนั ตน้ กระทาํ ไดแ้ ลว้ หลงั จากนนั กไ็ มจ่ าํ เป็นตอ้ งใชน้ ามสถานอี กี ต่อไป ถา้ หากวา่ การไมใ่ ช้
นามสถานีนันจะไม่กอ่ ใหเ้ กดิ การสบั สนขนึ เวน้ แตใ่ นบางโอกาสทตี อ้ งการใหม้ กี ารแสดงตน
๒ ผสู้ ง่ ข่าวสง่ เป็นวลสี นั ๆ เพอื ใหส้ ง่ หลกั ฐานยงิ ไดง้ า่ ยและเพอื ใหผ้ รู้ บั ขา่ วสามารถรบั ขา่ วไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง โดยไม่
ตอ้ งใหผ้ สู้ ง่ ขา่ วตอ้ งสง่ ซาํ ๆกนั บ่อยครงั เกนิ ไป ผรู้ บั ขา่ วกท็ วนขา่ วเป็นวลสี นั ๆ โดยไม่ตอ้ งมคี าํ แนะนําพเิ ศษแต่อยา่ งไร ผรู้ บั
ขา่ วจะตอ้ งทวนขา่ วใหถ้ กู ตอ้ งทุกครงั เพอื ใหผ้ สู้ ง่ ขา่ วแน่ใจวา่ ผรู้ บั ขา่ วไดถ้ กู ตอ้ ง ถา้ ผรู้ บั ขา่ วทวนขา่ วไม่ถูกตอ้ งตรง
ตามทผี สู้ ง่ ขา่ วสง่ ให้ ผสู้ ง่ ขา่ วจะตอ้ งแกค้ าํ ผดิ ในทนั ทที ผี รู้ บั ขา่ วทวนขา่ วเสรจ็ ในการสง่ ขา่ วแต่ละครงั ความยาวของขา่ ว
หรอื ขอ้ ความ หรอื จาํ นวนองคป์ ระกอบของคาํ ขอยงิ ควรใหเ้ หมาะสมตามแบบทวี างเอาไว้ ซงึ ขนึ อยกู่ บั สภาพของการฝึก
และความเชยี วชาญในการดาํ เนินการยงิ ของผสู้ ง่ ขา่ วและผรู้ บั ขา่ ว ดงั นันเจา้ หน้าทที ุกคนจะตอ้ งมคี วามเขา้ ใจและคนุ้ เคยใน
รายละเอยี ดส่วนตา่ งๆของคาํ ขอยงิ และคาํ สงั ยงิ รวมทงั รจู้ กั ลาํ ดบั ขนั ตอนในการสง่ คาํ ขอยงิ และคาํ สงั ยงิ เป็นอยา่ งดี
๓ การใชค้ าํ พูดตามระเบียบสาํ หรับการใชว้ ิทยโุ ทรศพั ทใ์ นการดาํ เนินการยงิ บางคาํ กาํ หนดใหม้ ีความหมายกวา้ งขวาง
ขึน คาํ พูดตามระเบียบทีใชอ้ ยปู่ ระจาํ มีดงั นี.-
๓.๑ “จาก” ใชเ้ หมอื นกบั ระเบยี บการใชว้ ทิ ยุโทรศพั ทต์ ามปกติ
๓.๒ “ขา่ วจาก” สาํ หรบั สถานีถา่ ยทอดใชใ้ นการถา่ ยทอดขา่ ว
๑๘๔
๓.๓ “เปลยี น” ผสู้ ง่ ขา่ วใชเ้ พอื แสดงวา่ ไดส้ ง่ ขอ้ ความตอนหนึงจบแลว้ ใหผ้ รู้ บั ขา่ วทวนขา่ วได้ หรอื สถานีอนื
สง่ ขา่ วได้
๓.๔ “ทราบแลว้ ” ผรู้ บั ขา่ วใชเ้ พอื แสดงวา่ การทวนขา่ วจบแล้วหรอื รบั ขา่ วไดห้ มดแลว้ ใหผ้ รู้ บั ขา่ วสง่ ตอ่ ไป
ไดถ้ า้ ขา่ วยงั สง่ ไมห่ มด
๓.๕ “ส่งได”้ ศอย.ใชต้ อบการเรียกของผตู้ รวจการณ์ในตอนเริมตน้ ภารกิจยงิ เมือ ศอย.พร้อมทจี ะรับข่าวภารกิจ
ยิง
๓.๖ “คอย” ศอย.ใชต้ อบการเรยี กของผตู้ รวจการณ์ในตอนเรมิ ตน้ ภารกจิ ยงิ เมอื ศอย. ยงั ไมพ่ รอ้ มทจี ะรบั
ขา่ วภารกจิ ยงิ ถา้ ศอย.พรอ้ มเมอื ใด ศอย.จะตอ้ งเรยี กผตู้ รวจการณ์ และใชค้ าํ พดู ตามระเบยี บวา่ “สง่ ได”้
๓.๗ “สง่ ขา่ วตอ่ ไป” พลวทิ ยขุ องสถานีถา่ ยทอดใชเ้ พอื บอกใหผ้ สู้ ง่ ขา่ วทราบวา่ สง่ ขา่ วตอ่ ไปได้
๓.๘ “ผดิ หยดุ ” ผสู้ ง่ ขา่ วตอ้ งการแกไ้ ขคาํ ขอยงิ , ขา่ ว หรอื สว่ นของขา่ วทสี ง่ ไปแลว้ นนั ซงึ ไม่ถกู ตอ้ งทงั หมด
หรอื เป็นบางสว่ น หรอื เมอื ผรู้ บั ขา่ วทวนขา่ วไมถ่ กู ตอ้ งตรงตามทผี สู้ ง่ ขา่ วไดส้ ง่ ไป
๓.๙ “เลกิ ” ศอย.ในตอนสุดทา้ ยของภารกจิ เมอื ผตน.รายงานผลการยงิ หาผลแลว้ เพอื บอกใหส้ ถานีทอี ยใู่ น
ขา่ ยเดยี วกนั ทราบว่า ภารกจิ ยงิ นันเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้
๒๐๖. การจดั ข่าย
๒๐๖.๑ กองรอ้ ย ค.หนัก อาจไดร้ บั ภารกจิ ใหท้ าํ การยงิ สนบั สนุนหน่วยตา่ งๆตามสถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ี ซงึ มี
สถานีตา่ งๆทเี กยี วขอ้ งกบั การอาํ นวยการยงิ คอื
๒๐๖.๑.๑ ผตู้ รวจการณ์หน้า(ผตน.) หรอื ผตู้ รวจการทางอากาศ(ผตอ.)
๒๐๖.๑.๒ ศนู ยอ์ าํ นวยการยงิ (ศอย.) ทาํ หน้าทเี ป็นสถานบี งั คบั ข่าย
๒๐๖.๑.๓ สว่ นยงิ
๒๐๖.๒ ในการปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ตามปกตจิ ะทาํ การยงิ หาผลดว้ ยเครอื งยงิ ทงั หมวด การยงิ เป็นพนื ที และในบาง
ภารกจิ อาจรวมอาํ นาจการยงิ ทงั กองรอ้ ยกไ็ ด้ การสอื สารทจี ะกลา่ วตอ่ ไปนี เป็นการตดิ ตอ่ สอื สารทางวทิ ยเุ ท่านนั หน่วยอาจ
ดาํ เนินภารกจิ โดยใชก้ ารตดิ ต่อสอื สารทางโทรศพั ทร์ ว่ มกบั วทิ ยกุ ไ็ ด้ ตามทเี วลา และสถานการณ์ทางยทุ ธวธิ จี ะอาํ นวยให้
การตดิ ตอ่ สอื สารทางสายนนั ไม่ตอ้ งใชค้ าํ พดู เพอื แสดงวา่ หมดขอ้ ความ อยา่ งไรกต็ าม อาจกาํ หนดใหใ้ ชค้ าํ พดู ทแี สดงวา่
หมดขอ้ ความตามทไี ดก้ าํ หนดไวใ้ น รปจ.ของหน่วยกไ็ ด้
๒๐๗. การดาํ เนินการยิง โดยใช้ ค.หนกั หมวดเดยี ว
๒๐๗.๑ คาํ ขอยงิ ผตน. เรยี ก ศอย.กองรอ้ ย หรอื เรยี ก ศอย.หมวด เมอื แยกหมวดเครอื งยงิ ไปสมทบ หรอื ใน
ระหว่างเปลยี นยา้ ยทตี งั ยงิ ดงั นี.-
ผตน. “หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ เปลยี น”
ศอย. “สวนสน จาก หวั หนิ ปรบั การยงิ ทราบแลว้ ”
หมายเหตุ
๑) เมอื ศอย. พรอ้ มทจี ะรบั ภารกจิ ยงิ อาจใชค้ าํ พดู วา่ “สง่ ได”้ ตอ่ ทา้ ยกไ็ ด้ ถา้ ศอย. ยงั ไมพ่ รอ้ มกใ็ หใ้ ช้
คาํ พูดวา่ “คอย” ตอ่ ทา้ ย และถา้ หาก ศอย.พรอ้ มเมอื ใดกต็ อบรบั และต่อทา้ ยดว้ ยคาํ วา่ “สง่ ได”้ อกี ครงั หนึง
๒) หลงั จากตดิ ต่อสอื สารกนั ไดแ้ ลว้ ถา้ หาก ศอย.ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ยงิ นีเพยี งภารกจิ เดยี ว ผตน.กจ็ ะสง่ คาํ ขอยงิ
เป็นวลสี นั ๆ โดยไมต่ อ้ งใชน้ ามสถานตี ่อไปจนจบคาํ ขอยงิ ดงั นี.-
ผตน. “พกิ ดั ๘๙๕๔ ๗๘๖๓ มุมภาค ๔๖๒๐ เปลยี น”
ศอย. “พกิ ดั ๘๙๕๔ ๗๘๖๓ มุมภาค ๔๖๒๐ ทราบแลว้ ”
ผตน. “ปืนกล ๒ กระบอก กําลงั ยงิ เปลยี น”
ศอย. “ปืนกล ๒ กระบอก กาํ ลงั ยงิ ทราบแลว้ ”
๒๐๗.๒ ขา่ วถงึ ผตน.ในขณะที ศอย.กาํ ลงั ดาํ เนนิ การหาหลกั ฐานยงิ พลวทิ ยโุ ทรศพั ทข์ อง ศอย. จะสง่ คาํ สงั ของ
นอย.(คาํ สงั ศอย.) ในส่วนทเี กยี วขอ้ งกบั ผตน.ไปให้ ผตน.ทราบ
๑๘๕
๒๐๗.๓ การดาํ เนนิ การยงิ ขนั ต่อมา การตดิ ต่อสอื สารยงั คงกระทาํ ตอ่ ไปจนกว่าจะจบภารกจิ ศอย. เมอื หา
หลกั ฐานยงิ ไดแ้ ลว้ กจ็ ะสง่ คาํ สงั ยงิ ส่วนยงิ กจ็ ะทาํ การยงิ กระสนุ มาให้ ผตน.กจ็ ะตรวจและปรบั การยงิ เพอื นําสขู่ นั การยงิ
หาผล ดงั นี.- ศอย. “ยงิ ไปแลว้ เปลยี น”
ผตน. “ยงิ ไปแล้ว ทราบแลว้ ”
ผตน.ตรวจตาํ บลระเบดิ ทปี รากฏ แลว้ ส่งตวั แกไ้ ปให้ ศอย.
ผตน. “ขวา ๒๐๐ ลด ๔๐๐ เปลยี น”
ศอย. “ขวา ๒๐๐ ลด ๔๐๐ ทราบแลว้ ”
ศอย. หาหลกั ฐานยงิ สว่ นยงิ ทาํ การยงิ กระสนุ มาให้
ศอย. “ยงิ ไปแล้ว เปลยี น”
ผตน. “ยงิ ไปแลว้ ทราบแลว้ ”
ผตน. ตรวจตาํ บลระเบดิ ทปี รากฏ แลว้ สง่ ตวั แกไ้ ปให้ ศอย.
ผตน. “ลด ๒๐๐ เปลยี น”
ศอย. “ลด ๒๐๐ ทราบแลว้ ”
ศอย. ดาํ เนนิ การหาหลกั ฐานยงิ ตามทกี ลา่ วมาแลว้
ศอย. “ยงิ ไปแลว้ เปลยี น”
ผตน. ยงิ ไปแลว้ ทราบแลว้ ”
ผตน. ดาํ เนินการตรวจและสง่ ตวั แกไ้ ปยงั ศอย.
ผตน. “เพมิ ๑๐๐ เปลยี น”
ศอย. “เพมิ ๑๐๐ ทราบแลว้ ”
ศอย. ดาํ เนินการหาหลกั ฐานยงิ ตามทกี ลา่ วแลว้
ศอย. “ยงิ ไปแลว้ เปลยี น”
ผตน. “ยงิ ไปแลว้ ทราบแลว้ ”
ผตน. ดาํ เนินการตรวจและสง่ ตวั แกไ้ ปยงั ศอย.
ผตน. “ซา้ ย ๓๐ ลด ๕๐ ยงิ หาผล เปลยี น”
ศอย. “ซา้ ย ๓๐ ลด ๕๐ ยงิ หาผล ทราบแลว้ ”
ขา่ วถงึ ผตน.
ศอย. “หมวดจบ เปลยี น”
ผตน. “หมวดจบ ทราบแลว้ ”
ผตน. ตรวจผลการยงิ หาผล แลว้ แจง้ ผลให้ ศอย.ทราบ
ผตน. “จบภารกจิ ปืนกลสงบการยงิ พลประจาํ ปืน ตาย ๒ คน เปลยี น”
ศอย. “จบภารกจิ ปืนกลสงบการยงิ พลประจาํ ปืน ตาย ๒ คน เลกิ ”
๒๐๗.๔ การสง่ คาํ สงั ยงิ เมอื หมวดเครอื งยงิ ทที าํ การยงิ หรอื ปรบั การยงิ อยหู่ ่างจาก ศอย.มาก ตอ้ งใชว้ ทิ ยเุ ป็น
เครอื งมอื ตดิ ต่อสอื สารหลกั ในขา่ ยควบคมุ การยงิ กองรอ้ ย การรบั – สง่ คาํ สงั ยงิ จะดาํ เนินการ ดงั นี.-
๒๐๗.๔.๑ คาํ สงั ยงิ เรมิ แรก ศอย.คงใชร้ ะเบยี บการวทิ ยโุ ทรศพั ทใ์ นการดาํ เนนิ การยงิ เพอื สง่ คาํ สงั ยงิ ไปยงั
หมวดเครอื งยงิ เชน่ เดยี วกบั ทใี ชใ้ นการรบั – สง่ คาํ ขอยงิ นนั เอง
ศอย. “ชะอาํ จาก หวั หนิ ภารกจิ ยงิ เปลยี น”
หมวด ๒ “หวั หนิ จาก ชะอาํ ภารกจิ ยงิ ทราบแลว้ , สง่ ได(้ หรอื คอย)”
(เมอื ตดิ ต่อสอื สารได้ ศอย. กส็ ง่ คาํ สงั ยงิ ต่อไป)
ศอย. “หมวด กระสนุ ระเบดิ กระทบแตกไว หมู่ ๒ ๑ นัด เปลยี น”
หมวด ๒ “หมวด กระสนุ ระเบดิ กระทบแตกไว หมู่ ๒ ๑ นัด ทราบแลว้
ศอย. “มมุ ทศิ ๒๘๐๐ สว่ นบรรจุ ๔ มมุ สงู ๑๐๕๔ เปลยี น”
๑๘๖
หมวด ๒ “มมุ ทศิ ๒๘๐๐ สว่ นบรรจุ ๔ มมุ สงู ๑๐๕๔ ทราบแลว้ ”
(เมอื พรอ้ มแลว้ กย็ งิ กระสนุ ออกไป)
หมวด ๒ “ยงิ ไปแล้ว เปลยี น”
ศอย. “ยงิ ไปแล้ว ทราบแลว้ ”
๒๐๗.๔.๒ คาํ สงั ยงิ ขนั ต่อไป เมอื หมู่ ๒ หรอื หมใู่ ดหมหู่ นึงทยี งิ ปรบั ไดย้ งิ กระสนุ นดั แรกออกไปแลว้ และ
ผตน.ไดส้ ง่ ตวั แกข้ นั ต่อไปมาแลว้ ศอย. กจ็ ะแปลงตวั แกข้ อง ผตน. เป็นคาํ สงั ยงิ ขนั ต่อไป
ศอย. “มมุ ทศิ ๒๘๔๕ เปลยี น”
หมวด ๒ “มมุ ทศิ ๒๘๔๕ ทราบแลว้ ”
ศอย. “สว่ นบรรจุ ๔ มุมสงู ๑๐๐๐ เปลยี น”
หมวด ๒ “สว่ นบรรจุ ๔ มุมสงู ๑๐๐๐ ทราบแลว้ ”
“ยงิ ไปแลว้ เปลยี น”
ศอย. “ยงิ ไปแลว้ ทราบแลว้ ”
(การปรบั การยงิ คงดาํ เนินการต่อไปจนกระทงั ผตู้ รวจการณ์ขอยงิ หาผล)
ศอย. “๕ นัด มมุ ทศิ ๒๘๕๑ เปลยี น”
หมวด ๒ “๕ นัด มมุ ทศิ ๒๘๕๑ ทราบแลว้ ”
ศอย. “สว่ นบรรจุ ๔ มุมสงู ๑๐๑๐ เปลยี น”
หมวด ๒ “สว่ นบรรจุ ๔ มมุ สงู ๑๐๑๐ ทราบแลว้ ”
“ยงิ ไปแลว้ เปลยี น”
ศอย. “ยงิ ไปแลว้ ทราบแลว้ ”
หมวด ๒ “หมวดจบ เปลยี น”
ศอย. “หมวดจบ ทราบแลว้ ”
หลงั จากผตู้ รวจการณ์สงั “จบภารกจิ ” ศอย. กจ็ ะถ่ายทอดโดยสง่ เป็นคาํ สงั ไปยงั หมวดยงิ
ศอย. “จบภารกจิ เป้าหมายไก่ขา้ ว ๐๐๒๕ เลกิ เปลยี น”
หมวด ๒ “จบภารกจิ เป้าหมายไกข่ า้ ว ๐๐๒๕ เลกิ ทราบแลว้ ”
๒๐๘. ภารกิจยิงทงั กองร้อย
๒๐๘.๑ การดาํ เนินภารกจิ ยงิ โดยใช้เครอื งยงิ ทงั กองรอ้ ยทําการยงิ ในขนั การยงิ หาผล คงมรี ายละเอยี ดตา่ งๆ
คลา้ ยๆกบั การดาํ เนนิ ภารกจิ ยงิ โดยใชห้ มวดเครอื งยงิ หมวดเดยี ว ผตู้ รวจการณ์คงสง่ คาํ ขอยงิ ในข่ายตรวจการณ์หน้า
๒๐๘.๒ คาํ ขอยงิ ผตู้ รวจการณอ์ าจระบุจาํ นวนเครอื งยงิ ทตี อ้ งการใหย้ งิ หาผลมาในคาํ ขอยงิ หรอื นอย.อาจ
พจิ ารณาใชเ้ ครอื งยงิ ทงั กองรอ้ ยในการยงิ หาผล โดยทผี ตู้ รวจการณ์มไิ ดร้ ะบมุ าในคาํ ขอยงิ กไ็ ด้
๒๐๙. ภารกิจยิงซ้อน
เมอื กองรอ้ ยตอ้ งปฏบิ ตั กิ ารยงิ ตอ่ เป้าหมายมากกวา่ แหง่ เดยี วพรอ้ มกนั ทาํ ใหต้ อ้ งใชก้ ารตดิ ต่อสอื สารทางวทิ ยุ
เปลยี นแปลงไปจากการจดั ขา่ ยตามปกติ กองรอ้ ยอาจจดั แยกขา่ ววทิ ยอุ อกเป็น ๒ ขา่ ย แยกกนั ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ยงิ
ดงั ตอ่ ไปนี.-
๒๐๙.๑ มอบภารกจิ ยงิ แตล่ ะภารกจิ ใหผ้ ตู้ รวจการณ์ตดิ ตอ่ โดยตรงกบั หมวดยงิ แตล่ ะหมวด ซงึ จดั ตงั ศอย.ขนึ
ดาํ เนินการหาหลกั ฐานยงิ และควบคมุ การยงิ เองโดยตลอด ศอย.กองรอ้ ย จะแบง่ ความถวี ทิ ยุใหใ้ ชเ้ ป็นการชวั คราว และ
ศอย.กองรอ้ ย เพยี งแต่เฝ้าฟังเท่านนั การตดิ ตอ่ ระหวา่ งผตู้ รวจการณ์กบั หมวดยงิ กค็ งกระทาํ ในลกั ษณะเดยี วกบั การ
ดาํ เนินภารกจิ ยงิ โดยใชห้ มวดยงิ
๑๘๗
๒๐๙.๒ จดั ให้ ผตู้ รวจการณ์, ศอย. ของหมวด และหมวดยงิ ทปี ฏบิ ตั ยิ งิ แตล่ ะภารกจิ เขา้ ไวแ้ ต่ละขา่ ย โดยแยกออก
จากกนั ศอย.กองรอ้ ย ยงั คงเป็นผดู้ าํ เนนิ การหาหลกั ฐานยงิ ให้ และควบคมุ ภารกจิ ยงิ อยโู่ ดยตลอด การตดิ ตอ่ สอื สารทาง
วทิ ยจุ ะแยกออกเป็น ๒ ขา่ ย ซงึ แต่ละขา่ ยกจ็ ะดาํ เนินภารกจิ ยงิ ไปเชน่ เดยี วกบั การดาํ เนนิ การยงิ เมอื ใชห้ มวดยงิ เดยี ว แต่
ละหมวดจะใชน้ ามขา่ ยสถานีของตนนําหนา้ ขอ้ ความทรี บั และส่ง(ยกเวน้ ศอย.) เพอื ป้องกนั ความสบั สน
๒๐๙.๓ ในระหวา่ งการเปลยี นยา้ ยทตี งั ยงิ การตดิ ตอ่ สอื สารในการดาํ เนินภารกจิ ยงิ คงดาํ เนนิ ไปตามทจี าํ เป็น เพอื
รกั ษาการยงิ ใหต้ อ่ เนืองอยตู่ ลอดเวลา ผตู้ รวจการณค์ งสง่ คาํ ขอยงิ เขา้ มายงั ศอย.กองรอ้ ย การหาหลกั ฐานยงิ และการ
ควบคมุ การยงิ คงดาํ เนินไปเช่นเดยี วกบั การปฏบิ ตั กิ ารยงิ ภารกจิ ซอ้ นทไี ดก้ ลา่ วมาแลว้ ตามหนทางที นอย. จะพจิ ารณา
เลอื กใชน้ นั เอง
ตอนที ๑๓
การปฏิบตั ิและตวั อย่างการตรวจการณ์
๒๑๐. สญั ลกั ษณ์
ตวั อยา่ งต่างๆทีเขียนอยใู่ นบทเรียนนีเป็นแบบอย่างทีผตู้ รวจการณ์ร้องขอการยงิ ดงั นนั เครืองหมายสญั ลกั ษณ์ทีใชเ้ ขียน
อยใู่ นแนวสอนนี มีความหมาย ดงั ต่อไปนี.-
เครืองหมาย+, คอื การตรวจตาํ บลระเบิดทีเห็นวา่ ตกหลงั เป้าหมาย(หลงั )
เครอื งหมาย -, คอื การตรวจตาํ บลระเบดิ ทเี หน็ วา่ ตกหน้าเป้าหมาย(หน้า)
เครอื งหมาย ? คอื การตรวจตาํ บลระเบดิ ทเี หน็ วา่ สงสยั (สงสยั )
๒๑๑. ภารกิจยิงประณีตหาหลกั ฐาน
เป้าหมาย : เป็นจุดยงิ หลกั ทไี ดจ้ ากหลกั ฐานสาํ รวจการแผนที
ภารกจิ : ยงิ หาหลกั ฐาน, กระสนุ :ระเบดิ สงั หารชนวนกระทบแตกไว คาํ ขอ, การแก้
และคาํ สงั
ผตู้ รวจการณ์ไปยงั ศอย.(คาํ ขอใหย้ งิ ) :
“หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ ” หมายถงึ กลางเขตปฏบิ ตั กิ าร มมุ ภาค ๔๗๑๐ จุดยงิ หาหลกั ฐาน, ยงิ
ประณตี หาหลกั ฐาน ฟังคาํ สงั ศอย. และรบั รตู้ ามคาํ สงั ศอย. ทเี กยี วขอ้ งกบั ตน
ศอย. ไปยงั ผตู้ รวจการณ์ : ยงิ ไปแลว้
ขอ้ สงั เกต กะระยะ ต-ม. = ๓๐๐๐ หลา (เมตร) ดว้ ยกลอ้ งสอ่ งสองตา ผตู้ รวจการณ์วดั มุมทางทศิ ของตาํ บล
ระเบดิ อยทู่ างซา้ ยของแนว ต-ม. ๒๐ มลิ เลยี ม การตรวจระยะทางทศิ จงึ = ๖๐ หลา(เมตร) (๒๐ x ๓) การตรวจตาํ บลระเบดิ
ทางระยะไมต่ อ้ งการ ดงั นนั ผตู้ รวจการณ์พจิ ารณายา้ ยไปทางขวา ๖๐ เพอื ใหต้ าํ บลระเบดิ นัดตอ่ ไปตกบนแนว ต-ม.
๑๘๘
รปู ที ๘๙ การตรวจตาํ บลระเบิดทางระยะ ทางทิศ (?. ๒๐ ซ.)
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“ขวา ๖๐, ซาํ ระยะเดมิ ”
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”
รปู ที ๙๐ การตรวจตาํ บลระเบิดทางระยะ ทางทิศ(+ ตรงทิศ)
๑๘๙ จากการตรวจตาํ บลระเบดิ ครงั นีเป็น “หลงั ”
ขอ้ สงั เกต ตาํ บลระเบดิ ไดเ้ ขา้ ไปตกอยใู่ นแนว ต-ม. แลว้
ผตู้ รวจการณต์ ดั สนิ ใจปฏบิ ตั เิ ปลยี นทางระยะ ๒๐๐ หลา(เมตร)
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั ยงิ
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“ลด ๒๐๐“
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”
รปู ที ๙๑ การตรวจตาํ บลระเบิดทางระยะ ทางทิศ (- ตรงทิศ)
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“เพมิ ๑๐๐“
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”
๑๙๐
รปู ที ๙๒ การตรวจตาํ บลระเบิดทางระยะ ทางทิศ (+ ตรงทิศ)
ขอ้ สงั เกต ขณะนีอยใู่ นหว้ งควบ ๑๐๐ หลา ตามตอ้ งการบนแนว ต-ม แลว้ ในการยงิ ต่อไป ผตู้ รวจการณ์จะ
รอ้ งขอการยงิ เปลยี นเป็นระยะ แก้ ๕๐ หลา(เมตร) ดงั นัน กระสนุ นัดนนั จะเป็นกระสนุ นดั แรกในการยงิ หาผล(ระยะแบง่
ครงึ หว้ งควบ)
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“ลด ๕๐, ยงิ หาผล
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“หน้า, ตรงทศิ ”
๑๙๑
รปู ที ๙๓ การตรวจตาํ บลระเบิดทางระยะ ทางทิศ(- ตรงทิศ)
ขอ้ สงั เกต ผตู้ รวจการณ์ไมต่ อ้ งใหค้ าํ ขอใหแ้ กก้ ารยงิ ตอ่ ไป ศอย. กระทาํ หน้าทคี วบคุมเอง และปฏบิ ตั ยิ งิ ต่อไป
ในภารกจิ จนกระทงั มกี ารตรวจตาํ บลระเบดิ ของตนเองพอเพยี งทจี ะคาํ นวณมมุ ทศิ และสว่ นบรรจุยงิ ปรบั ทถี กู เป้าหมายได้
ผตู้ รวจการณ์รายงานเฉพาะการตรวจตาํ บลระเบดิ ของตนเท่านัน
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“หลงั , ตรงทศิ ”
รปู ที ๙๔ การตรวจตาํ บลระเบิดทางระยะ ทางทิศ (+ตรงทิศ)
๑๙๒
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“หลงั , ตรงทศิ ”
รปู ที ๙๕ การตรวจตาํ บลระเบิดทางระยะ ทางทิศ(+ ตรงทิศ)
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“หน้า, ตรงทศิ ”
รปู ที ๙๖ การตรวจตาํ บลระเบิด ทางระยะ ทางทิศ(- ตรงทิศ)
๑๙๓
ขอ้ สงั เกต ขณะนี ศอย.ไดย้ งิ ลกู ระเบดิ ทใี ชต้ รวจตาํ บลระเบดิ แลว้ ๔ นดั แลว้ ไดแ้ จง้ ให้ ผตน.ทราบวา่ ภารกจิ ยงิ
เรยี บรอ้ ยแลว้
ภารกจิ ยงิ เป็นพนื ที
เป้าหมาย – ปืนกล : ภารกจิ ยงิ – ยงิ ตดั รอนกาํ ลงั : กระสนุ – ชนวนเวลา, ระเบดิ สงั หาร ยา้ ยจากจดุ ยงิ หลกั
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.(คาํ ขอใหย้ งิ )
“หวั หนิ จาก สวนสน ปรบั การยงิ จากจุดยงิ หลกั ที ๑, มมุ ภาค ๑,๘๘๐, ซา้ ย ๖๖๐, ลด ๑,๐๐๐ ปืนกล ๒
กระบอก, ชนวนเวลา”
ผตู้ รวจการณฟ์ ังคาํ สงั ยงิ จาก ศอย., สงั เกตสว่ นยอ่ ยของคาํ สงั ยงิ นนั ๆ ทเี กยี วขอ้ งกบั ตน
ศอย.ถงึ ผูต้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”
รปู ที ๙๗ การตรวจตาํ บลระเบิดทางระยะ ทางทิศ(? ๓๐ ซ.)
ขอ้ สงั เกต กะระยะ ต-ม. ๒,๐๐๐ หลา(เมตร) ผตู้ รวจการณ์ใชก้ ลอ้ งสอ่ งสองตาวดั มุมทางทศิ ของกงึ กลางตาํ บล
ระเบดิ ได้ ๓๐ มลิ เลยี ม ทางซา้ ยของแนว ต-ม. การแกร้ ะยะทางทศิ ๖๐ หลา(เมตร) (๓๐ - ๒, ๐) การตรวจทางระยะไม่
ตอ้ งนําเอามาคดิ
คาํ ขอ, การแก้ และคาํ สงั
ผตู้ รวจการณ์ ถงึ ศอย.
“ขวา ๖๐ ซาํ ระยะเดมิ ”
ศอย. ถงึ ผตู้ รวจการณ์
“ยงิ ไปแลว้ ”