The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ครูองุ่น บัวเอี่ยม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peenai.2011, 2021-07-07 09:47:47

ครูองุ่น บัวเอี่ยม

ครูองุ่น บัวเอี่ยม

100ปชาตกาล

รอยเรอ่ืงเลาถึงครอูงนุบวัเอย่ีม

เรือ่งเลาจากกัลยาณมิตรและศิษยครอูงุนบวัเอี่ยม

ครูองุ่น บวั เอย่ี ม

100 ปี ชาตกาล นักร้องเสียงระฆงั ทอง
ครูองุ่น บวั เอย่ี ม

(เน้ือหาปรับปรุงโดยคณะศิษยค์ รูฟุ้งและครูองุ่น บวั เอ่ียม เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564
จากหนงั สือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพครูองุ่น บวั เอ่ียม พ.ศ. 2556)

2

สารบัญ

หน้า

ชวี ประวตั ิครูองุ่น บัวเอ่ยี ม โดยคณะศษิ ย์ครูฟงุ้ และครูองุ่น บัวเอ่ียม 4

ชวี ประวตั ิ จ.ส.ต.ฟงุ้ บัวเอย่ี ม ค่ชู ีวติ ของครูองุ่น บวั เอ่ยี ม โดยคณะศิษย์ครฟู ุ้งและครูองนุ่ บัวเอย่ี ม 58

แม่หงุ่น โดยอาจารย์อัษฎาวุธ สาคริก 65

สยามสงั คตี โดยศาสตราจารย์เกยี รตคิ ณุ นายแพทยพ์ นู พศิ อมาตยกุล 68

ครูองุ่น นักร้องคนสาคัญศิษย์หลวงประดษิ ฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) โดยครูศิริ วชิ เวช (ศิลปินแห่งชาติ) 71

ครูองุ่น ผยู้ ึดมนั่ ในท่านครูหลวงประดษิ ฐไพเราะ โดยครูฉลาก โพธส์ิ ามต้น 74

ชวี ติ และเสน้ ทางดนตรี ของคุณครูผปู้ ระเสรฐิ โดยครูมณฑา ศิลปะรายะ 76

ครูอง่นุ บวั เอ่ียม โดยรองศาสตราจารย์ ดร.มานพ วสิ ุทธแิ พทย์ 78

ความทรงจาเก่ยี วกบั ครูองุน่ บวั เอยี่ ม โดย รองศาสตราจารย์ณรงค์ เขียนทองกลุ 82

นักตอ่ ส้คู รูคีตการ โดยอาจารย์ชัยพร ทบั พวาธนิ ท์ 85

ศึกษาวิธีการถ่ายทอดเพลงของครอู งุ่น บัวเอีย่ ม โดยอาจารย์ ดร.สุระชัย สบี บุ ผา 86

คณุ ครู “องุ่น” ครผู ู้เมตตายิง่ ลาต่อศิษย์ โดย ผูช้ ว่ ยศาสตราจารยว์ ัชราภรณ์ อาจหาญ 90

ราลกึ รอ้ ยปคี รูองนุ่ บวั เอีย่ ม โดยครูสวุ ิมล พกั กระโทก 96

คิดถงึ ยา่ องุ่น บวั เอี่ยม ผใู้ ห้โดยไมต่ ้องขอ โดยไข่มุก ช่วงชูวงศ์ 98

ณ กาลเวลาหนึ่งท่ีขา้ พเจ้าได้เข้าไปส่เู ขตบ้านทรี่ ม่ เยน็ โดยเพลนิ พศิ พ่มุ พวงแกว้ 99

“พ่อใหญ่ แม่ใหญ่” ครูฟ้งุ ครูองุ่น บัวเอ่ียม โดยผู้ชว่ ยศาสตราจารยน์ ริ นั ดร์ แจ่มอรณุ 100

แมใ่ หญ่ โดยผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.เกษร เอมโอด 102

แม่ใหญ่ โดยนสุ รา การคุณี 105

ครอู งุน่ ครูฟงุ้ บัวเอ่ยี ม ครูผู้เสมือนมารดาและบดิ า โดยศาสตราจารย์ ดร.ขาคม พรประสิทธิ์ 107

คณุ ครูองุ่น บวั เอย่ี ม ในความทรงจาและความประทับใจของข้าพเจ้า โดยพีรพงษ์ เจียรณัย 117

เขยี นถงึ คุณครูองุน่ บวั เอยี่ ม โดยนาวาอากาศเอกหญิงเบญจมาศ ชวดนชุ 119

ความทรงจาวัยเด็กถึงยาย โดยครูธิดารัตน์ เรืองนุช 120

ครดู นตรี ....... แบบยา่ องุน่ โดยอธปิ ย์ (จเร) อูแ่ ก้ว 126

จับลามาทาเพลง โดยอนรุ กั ษ์ แพทย์กจิ 128

คดิ ถงึ ยา่ หงนุ่ โดยรองศาสตราจารย์ ดร.รฐั พล อ้นแฉ่ง 130

“ยา่ องุน่ ” ผูห้ ญงิ แกร่งคู่ชีวิตของปู่ฟุ้ง บัวเอี่ยม โดยอาจารย์ ดร.ณฐั ชยา นจั จนาวากลุ 132

ราลึก 100 ปี ชาตกาลคณุ ครูองนุ่ บวั เอย่ี ม โดยอาจารย์ ดร.มนศกั ดิ์ มหิงษ์ 136

บทความถึงครูองุ่น บวั เอ่ียม โดยจริ ฐกานต์ บัวแกว้ 141

บันทกึ ความทรงจาถึงยา่ อง่นุ โดยครูวไิ ลวรรณ นม่ิ คมุ้ 142

เรยี นขับรอ้ งกบั ครูองุ่น 4 ปีในมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ โดยเบญจา โอสรประสพ 144

ราลกึ ถงึ พระคุณปู่ พระคุณย่า ครูผมู้ แี ต่ให้เสมอมา โดยพรพรรณ ทองมา 3
ความเมตตากรณุ าของปกู่ ับย่า โดยดวงพร รัตนธาราธคิ ุณ
เพลงแขกลามาซา โดยอาจารย์ ดร.จักรพงษ์ กลิน่ แก้ว 146
คดิ ถงึ ปู่ฟุ้งและย่าองนุ่ บัวเอ่ียม โดยวทิ ยา มยุ้ จนี 148
เรอื่ งเล่าจากศิษยต์ ่อครผู ู้เมตตา โดยวาทินี ตาตระกรุด 149
เล่าถงึ ปู่ฟุง้ และย่าหงนุ่ บวั เอี่ยม โดยอนิ ทิรา เกาะงาม 152
ราลกึ ถึงเสมอ ทีไ่ ดม้ โี อกาสได้เรยี นรูจ้ ากครูอง่นุ โดยครวู ชั ชิราธร สารธมิ า 153
เล่าถึงครูองุ่น บัวเอย่ี ม จากนักดนตรหี วั เมอื งเหนือ โดยจิรวัฒน์ บุญลากติ ติโรจน์ 154
คณุ ครูองนุ่ บวั เอีย่ ม ในความทรงจาของฉนั โดยอาจารย์ ดร.ฉตั รติยา เกยี รตนิ าวี 156
ลาวแพน ขนุ แสนฯ แคนอนิ ทประสิทธศิ์ ิลป์ โดยผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยภ์ าณุภัค โมกขศักด์ิ 158
ร้อยเรอื่ งราว เลา่ ถึงครู ครูองุ่น บวั เอี่ยม โดยครูกันตภน เรืองลนั่ 160
ในความทรงจาของศิษย์ท่ีไม่ได้เรื่อง โดยสุรียพ์ ร กร่างสะอาด 163
ความทรงจาทเี่ กย่ี วกบั ยา่ องนุ่ บวั เอย่ี ม โดยนนั ทภคั สุขโข 185
ครูของฉัน โดยครูผไทภเู บศ บุญครัน 187
ราลึกแดค่ รูผู้ให้ โดยกญั ญน์ ลิน พนมสารนรนิ ทร์ 188
ครูองุ่น ครูผู้เมตตาแกข่ ้าพเจ้า โดยวลิ าวรรณ สนี วล 189
ย่าหง่นุ โดย ดร.อนรุ ักษ์ บุญพยนต์ 190
100 ปี ครูองุ่น บัวเอย่ี ม โดยอาจารยน์ ัฐชา โพธิศ์ รี 191
ความประทับใจครูองนุ่ บวั เอ่ียม 100 ปี โดยนาฐคณุ ถาวรปิยกลุ 193
แสนคานงึ ถงึ ย่าในวาระ 100 ปี โดยออมสิน หาญเรือนรัตน์ 195
คณุ ครูองุ่น บัวเอย่ี ม (ย่าองุ่น) โดยกฤษณุ จนั ทร์เรือง 197
ร้อยเรื่องราว เลา่ ถึงครู ครูองุ่น บวั เอย่ี ม โดยจนั ทร์เพ็ญ ศรีราช 200
ความในใจจากลกู ศิษยร์ ่นุ ทา้ ย ๆ ถงึ คณุ ยายอง่นุ บวั เอีย่ ม โดยณัฐธนันท์ แซ่เจา 202
203
204

4

ชวี ประวัติครูองนุ่ บวั เอย่ี ม

ครูองุ่น บัวเอ่ียม มีนามเดิมว่าชอุ่ม อินทาปัจ เกิดเม่ือวันที่ 27 กรกฎาคม 2464 ท่ีอาเภอ
กาแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป็นบุตรคนที่ 6 ของรองอามาตย์โทขุนแสนประศาสน์ (เขียน อินทาปัจ)
กบั นางพศิ แซอ่ ึง๊ ในจานวนพีน่ ้อง 9 คน และพี่ชายตา่ งมารดา 1 คน ไดแ้ ก่

1. นายวรสทิ ธ์ิ อนิ ทาปัจ เดมิ ช่อื บุญมี (พชี่ ายตา่ งมารดา)
2. นางสะอาด สนุ ทโรดม
3. นางสองิ กลัน่ สมบัติ
4. นางสาอาง เสย่ี งอารมณ์
5. นายกิตติ อินทาปจั เดมิ ชือ่ ชะอ้อน
6. นางชะเอม สุนทโรดม
7. นางองนุ่ บัวเอีย่ ม เดมิ ชอื่ ชอุ่ม
8. นายอทุ ยั อนิ ทาปจั
9. นายอิสระ อินทาปัจ เดิมชือ่ บุญเที่ยง
10. นางวนดิ า บุญญาคม
รองอามาตย์โทขุนแสนประศาสน์ (เขียน อินทาปัจ) เป็นบุตรนายคลัง กับนางจุ้ย ชาวจังหวัด
สุพรรณบุรี ได้รับพระราชทานนามสกุล “อินทาปัจ” รับราชการในสมัยรัชกาลที่ 6 ตาแหน่งปลัดซ้าย
อาเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ต่อมาย้ายไปรับตาแหน่งปลัดขวาที่อาเภอกาแพงแสน และเลื่อนตาแหน่ง
เป็นนายอาเภอกาแพงแสน และนายอาเภอมณฑลนครชัยศรี จนลาออกจากราชการ สมรสกับนางพิศ
(เดมิ ชอื่ สกลุ เดิม ฮวยปก๊ิ แซอ่ ึง๊ ) เป็นบุตรนายฮวด กับนางสมบญุ แซอ่ ง๊ึ

รองอามาตย์โทขุนแสนประศาสน์ (เขียน อินทาปัจ) และนางพศิ (ฮวยปิก๊ ) แซ่อึง

5

การศกึ ษาสามัญของครูองนุ่ บวั เอยี่ ม
ครูองุ่น บัวเอ่ียม ได้รับการศึกษาวิชาสามัญโดยได้เข้าเรียนในระดับชันประถมศึกษาที่โรงเรียน

ลาพระยา จงั หวดั นครปฐม จนจบชนั ประถมศึกษาปีที่ 4 ภายหลังเมื่อไดท้ างานเป็นครูโรงเรยี นศิริศาสตร์จึง
ได้ศึกษาตอ่ จนจบชันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ท่ีโรงเรียนศึกษาผูใ้ หญ่วดั มหาธาตุ กรุงเทพมหานคร

การศกึ ษาทางดา้ นดนตรีครูองุน่ บวั เอยี่ ม
ครูองุ่น บัวเอีย่ ม เป็นผทู้ ี่ความสามารถในดา้ นการขับร้อง ดา้ นดนตรี นาฏศิลป์ ชา่ งผลิตเครื่องดนตรี

ชา่ งปักเครือ่ งละคร ครูองุ่นได้สั่งสมความร้จู ากครดู นตรแี ละนาฏศิลป์หลายท่านดังนี
การขบั ร้องเพลงไทย
เร่มิ ต้นเรยี นกับบดิ า คอื รองอามาตย์โทขุนแสนประศาสน์ (เขยี น อินทาปัจ)
หลวงชยั อาญา (ขาว ชัยอาญา) นามสกุลเดมิ อินทาปัจ
ครสู กล แก้วเพญ็ กาศ
หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
คณุ หญงิ ชนิ ศลิ ปบรรเลง
นางมหาเทพกษัตรสมหุ (บรรเลง สาครกิ )
อาจารยม์ นตรี ตราโมท
การบรรเลงวงเครื่องสาย
เรียนซออู้กบั บดิ า คือ รองอามาตยโ์ ทขุนแสนประศาสน์ (เขยี น อนิ ทาปจั )
เรยี นขมิ กบั ครยู ้อย เกดิ มงคล
เรียนซออู้ ซอดว้ ง โทนรามะนากับจ.ส.ต.ฟงุ้ บวั เอ่ียม
การเป่าแคนวง
เรียนกับบิดา คือ รองอามาตย์โทขุนแสนประศาสน์ (เขียน อนิ ทาปจั )
การผลติ อังกะลงุ
ได้รบั คาแนะนาการเหล่าอังกะลงุ จากครูสกล แก้วเพ็ญกาศ
การบรรเลงองั กะลุง
เรยี นกบั คณุ หญิงชนิ ศลิ ปบรรเลง ครูสกล แก้วเพญ็ กาศ
การปกั ชุดละคร
เรยี นกับคณุ หญิงชิน ศลิ ปะบรรเลง
ดา้ นนาฏศิลป์
เรียนกบั คุณลดั ดา ศิลปบรรเลง (สารตายนต)์ และครศู รีนวล แกว้ บวั สาย

6
ชีวติ ครอบครวั ของครอู งุ่น บวั เอี่ยม

ในปี พ.ศ. 2484 ครูองุ่น สมรสกับ จ.ส.ต.ฟุ้ง บัวเอี่ยม อดีตหัวหน้าแผนกกองดุริยางค์ตารวจ
ครฟู ุ้งเป็นศิษย์ทา่ นหนึ่งของคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) ไดร้ ับการถ่ายทอดการบรรเลง
เคร่ืองสายไทยและเครื่องหนัง โดยทังสองท่านไม่มีบุตรธิดา ท่านจึงได้อุทิศตนในการศึกษาหาความรู้
ทางด้านดนตรีไทย ถ่ายทอดวิชาการดนตรีไทยให้แก่ผูท้ ี่สนใจทาใหม้ ีนักดนตรแี วะเวียนเข้ามาแลกเปลี่ยน
ความรู้อยู่เป็นประจา มีลูกศิษย์มากมายเข้ามาศึกษาหาความรู้จากบ้านนี และเป็นบุคคลท่ีมีช่ือเสียง
ทางด้านดนตรีในปัจจบุ ัน

ครูอง่นุ และ จ.ส.ต.ฟุ้ง บัวเอ่ยี ม

7
ชีวิตในเส้นทางศิลปนิ ของครูองุน่ บัวเอ่ียม

ครูองนุ่ บวั เอีย่ ม โตขึนจากแวดล้อมด้วยญาติพนี่ อ้ งท่ีมคี วามสามารถทางดา้ นดนตรี บดิ าเปน็ ผทู้ ี่
มคี วามสนใจทางด้านดนตรมี ากโดยเฉพาะเครื่องสายและแคนวง บดิ าเปน็ เจา้ ของวงเครอ่ื งสายผสมระนาด
ที่มีช่ือเสียงในอาเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ครูองุ่น บัวเอ่ียม เป็นผู้ท่ีอยู่ใกล้ชดิ บิดามากกว่า
พ่ีนอ้ งคนอ่ืน ๆ จงึ ไดร้ บั การถ่ายทอดวชิ าการทางดา้ นดนตรมี าตงั แตเ่ ยาว์วยั

เมื่ออายุ 13 ปี บิดาเห็นว่าครูองุ่นมีความสนใจทางด้านดนตรีจึงได้หัดดนตรีให้แก่ครูองุ่น
เครื่องดนตรีชนิ แรกก็คือซออู้ ฝกึ หัดต่อเพลงนางครวญ สามชันเปน็ เพลงแรก ปีต่อมาบดิ าได้เหน็ พรสวรรค์
และคุณลักษณะของกระแสเสียงของครูองุ่น ท่ีมีความไพเราะแจ่มใสกว่าพ่ีน้องคนอ่ืน ๆ จึงให้มาเรียน
ขับรอ้ ง เพลงแรกที่เรยี นคอื เพลงจระเขห้ างยาว สามชนั ตอ่ มาจงึ ไดห้ ันมาเรยี นขับร้องอย่างจริงจัง และได้
เรยี นขับร้องเพ่ิมเติมจากคณุ ลุงหลวงชยั อาญา (ขาว ชัยอาญา) ซงึ่ เป็นลุงดว้ ย

เม่ือบิดาลาออกจากราชการแล้ว ได้ย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดนครปฐม ไปอยู่ตาบลบ้านโป่ง
จังหวัดราชบุรีไดร้ ะยะหนึ่งก็เกิดไฟไหม้ จึงต้องยา้ ยถ่นิ ฐานอีกครังหนึ่งไปอยู่ท่บี ้านไร่ อาเภอเมือง จงั หวดั
ราชบุรี ในช่วงนีครูองุ่นได้ศึกษาทางร้องจากแผ่นเสียงท่ีบิดาสะสม ผู้ท่ีขับร้องในแผ่นเสียง ได้แก่ ครูเชือ
นักร้อง คุณหญิงรามบัณฑิตสิทธิเศรณี (เย่ียม สุวงศ์) หลวงเสียงเสนาะกรรณ (พัน มุกตวาภัย) ทาให้ครูองุ่นได้
ทางรอ้ งท่ีเป็นทางโบราณไวห้ ลายเพลง

แผ่นเสียงเศรณี ขับรอ้ งโดยคณุ หญงิ รามบณั ฑติ สทิ ธิเศรณี (เยีย่ ม สุวงศ์)
ต่อมาบดิ าได้ก่อตังคณะแคนวงขึน ครอู งนุ่ จึงมโี อกาสได้ฝึกหัดการเป่าแคนกับบิดา และมหี น้าท่ี
เป็นนักร้องประจาวงมาโดยตลอด ออกแสดงครังแรกในงานประจาปีเขาวัง จังหวัดราชบุรี ได้บรรเลง

8
ขับร้อง ในเพลงตับลาวเจริญศรี ซ่ึงได้รับการชื่นชมจากผู้ชมเป็นอันมาก โดยเฉพาะครูองุ่นผู้ขับร้องนัน
ได้รับคาชมเชยจากพระแสนท้องฟ้า (นักเสภาผู้มีช่ือเสียงชาวราชบุรี) ว่าเป็นนักร้องท่ีมีนาเสียงแจ่มใส
ไพเราะและตังสมญาให้ว่า “นักร้องเสียงระฆังทอง” ในครังนันเป็นครังสาคัญที่ทาให้คณะแคนวงของ
รองอามาตย์โทขุนแสนประศาสน์ (เขยี น อินทาปจั ) มีชื่อเสียง และเป็นทีน่ ิยมแพรห่ ลายในจังหวดั ราชบุรี

พระแสนทอ้ งฟา้ (ป่อง) นักเสภาสมยั รัชกาลท่ี 5 ผูม้ ีชือ่ เสยี งของเมอื งราชบุรี
จากนันครูองุ่นได้แยกจากบิดามาทางานอยู่กับน้าสาวท่ีจังหวัดนนทบุรี ได้รู้จักกับ จ.ส.ต.ฟุ้ง
บัวเอ่ียม จ.ส.ต.ฟุ้ง เป็นนักดนตรีที่มีช่ือเสียงเคยรับตาแหน่งหัวหน้าแผนกดุริยางค์ตารวจจนลาออกจาก
ราชการ จ.ส.ต.ฟุง้ มีความสามารถทังดนตรไี ทยและดนตรีสากล ไดร้ ับการถา่ ยทอดความรู้จากครูดนตรี
หลายท่าน จ.ส.ต.ฟุ้ง ได้มีโอกาสฟังเสียงขับร้องของครูองุ่น มคี วามชนื่ ชอบในนาเสียงมาก จึงพาครูองุ่นไป
ฝากตวั เป็นศิษยข์ บั ร้องของครูสกล แกว้ เพ็ญกาศ ครูองุน่ เป็นผ้ทู ม่ี ีความสามารถจาเพลงได้แม่นยาต่อเพลง
ได้อยา่ งรวดเรว็ จงึ ไดต้ อ่ เพลงทางร้องจากครูสกลไวเ้ ป็นจานวนมาก เช่น เพลงแขกมอญบางขุนพรหม เถา
(ทางบางใหญ)่ เพลงบุหลนั เถา เพลงสบ่ี ท เถา เพลงตับนทิ ราชาคริต ตบั จันทกินรี ฯลฯ และไดเ้ ปน็ นักร้อง
ประจาวงปีพ่ าทย์ของครสู กล แก้วเพ็ญกาศเรื่อยมา

9

ครสู กล แก้วเพญ็ กาศ
หลังสงครามโลกครังที่สอง ราวปี พ.ศ. 2485 ครูสกล แก้วเพ็ญกาศ ได้พาครูองุ่นไปฝากตัวเปน็
ศิษย์ของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ท่านครูได้ทดสอบความสามารถของครูองุ่น โดยให้ร้อง
เพลงบุหลันใหฟ้ ัง แล้วท่านตรี ะนาดรบั “ตแี บบเกลอื กสอดเข้ามา” ครูองุ่นกย็ ังร้องได้ไมล่ ้ม ท่านครพู อใจ
มากได้พูดเปรียบเทียบว่า “ดังเข้าป่าหาไม้แก่นจันทน์” คือการที่จะหานักร้องท่ีมีคุณภาพเสียงท่ีดีนัน
หายากดังการเข้าป่าหาไม้แก่นจันทน์ที่มีค่าสูง ท่านครูจึงได้รับครูองุ่นไว้เป็นศิษย์ จากนันครูองุ่นได้เรียน
ขับร้องกับท่านครูมาโดยตลอด ครูองุ่นให้ความเคารพคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
เป็นทสี่ ดุ และยึดแนวทางการขบั ร้องตามแบบของท่านครูมาโดยตลอด

คุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง)

10
ครูองนุ่ ได้รบั ความรู้เพิม่ เติมทางด้านการขบั ร้องและเพลงสาหรับเด็กจากคุณหญิงชนิ ศลิ ปบรรเลง
ซ่ึงเป็นบุตรีของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) คุณหญิงชินได้ทาเพลงสาหรับเด็กเพื่อจะใช้ออก
วิทยุโรงเรียน เป็นเพลงขับร้องเบืองต้นแบบเนือเต็มเสียเป็นส่วนใหญ่ เด็กสามารถฟังและร้องตามได้ง่าย
ได้มีส่วนช่วยเหลือในการเผยแพร่เหลา่ นัน นอกจากการสอนขับร้องที่ได้จากคุณหญิงชนิ แลว้ ครูองุ่นยังได้
หลักการสอนอังกะลงุ บทเพลงเบอื งต้นของการฝกึ หดั องั กะลุงอีกด้วย

คณุ หญิงชิน ศลิ ปบรรเลง
นอกจากด้านดนตรีไทยและขับร้องที่ครูองุ่นได้เรียนจากคุณหญิงชินแล้ว ครูองุ่นยังเรียนการปัก
เครื่องละคร การตดั เย็บชุดละครจากคุณหญิงชนิ ดว้ ย กรมศิลปากรในยุคแรก ๆ นัน ทาละครขนึ ใหม่แต่ละเร่ือง
ต้องทาเคร่ืองแต่งกายและเครื่องประดับใหม่มากมาย คุณหญิงชินจะเป็นผู้ออกแบบ ซือผ้า ซืออุปกรณ์ต่าง ๆ
มาแจกจ่ายให้ลูกน้องทา ในยุคนันงบประมาณท่ีจะใช้ทาก็มีน้อย จาเป็นจะต้องทาเคร่ืองแต่งกายเองทังหมด
ซ่งึ ครูองุ่นเปน็ ผู้หน่ึงท่ีได้มีส่วนชว่ ยในการทาเคร่ืองของกรมศลิ ปากรในยุคนัน
ครูองุ่นได้ศึกษาความรู้ทางด้านนาฏศิลป์จากคุณลัดดา ศิลปบรรเลง (สารตายน) แห่งคณะละคร
ผกาวลี ท่ีมีช่ือเสียงในยุค 2500 เป็นคณะละครท่ีเกิดขึนที่บ้านบาตรของคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ
(ศร ศิลปบรรเลง) และฝึกซ้อมกันที่บ้านบาตรจนเป็นกิจวัตร เม่ือครูองุ่นมาเรียนขับร้องก็ได้มีโอกาสเรียน
นาฏศิลป์ และการละครจากคุณลัดดา ยิ่งในช่วงหลังครูองุ่นต้องทาหน้าที่สอนนาฏศิลป์ให้แก่นักเรียน
โรงเรียนศิริศาสตร์ และควบคุมการแสดงละครของนักเรียนครูองุ่นจึงได้มาเรียนและขอคาแนะนาจากคุณลัด
ดาอย่เู ป็นประจา

11

คณุ หญิงชนิ ศิลปบรรเลง ประธานมูลนิธหิ ลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) นาครฟู ุ้ง ครูองุ่น บวั เอย่ี ม
เข้าเฝ้าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ครูองุน่ และคุณหญงิ ชิน ศลิ ปบรรเลง ในงานครบรอบ 80 ปีของคณุ หญงิ ชนิ ศลิ ปบรรเลง
พ.ศ. 2489 อาจารย์ใหญโ่ รงเรียนศิรศิ าสตร์ ไดข้ อตัวครูองุ่น จากท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ
(ศร ศิลปบรรเลง) ไปสอนขับร้องและภายหลังได้สอนนาฏศิลป์ด้วย ครูองุ่นได้ทาหน้าท่ีควบคุมการแสดง
นาฏศิลป์ และละครในงานประจาปีของโรงเรียนอยู่เป็นประจา ทาให้โรงเรียนศิริศาสตร์มีช่ือเสียงปรากฏ
แก่สาธารณชนอยา่ งกว้างขวาง จนถงึ ปี พ.ศ. 2500 ครูองุน่ ได้ลาออกจากโรงเรยี นศริ ศิ าสตร์

12

ครอู งุ่น บวั เอยี่ ม เมื่อครังทีส่ อนโรงเรียนศริ ศิ าสตร์
พ.ศ. 2490 รองอามาตย์โทขุนแสนประศาสน์ (เขียน อินทาปัจ) ผู้เป็นบิดาได้ย้ายจากจังหวัด
ราชบุรีมายังบ้านขมนิ อาเภอบางกอกใหญ่ จังหวัดธนบรุ ี ในขณะนันได้ก่อตังคณะแคนวงขึนมาใหม่ที่บ้าน
ขมินอย่างสมบูรณ์ ฝึกซ้อมลูกศิษย์เป็นแคนวงขนาดใหญ่ นาออกแสดงเผยแพร่ในกรุงเทพมหานคร
ครอู งุ่นไดม้ าช่วยงานทค่ี ณะแคนวงของบดิ าอยเู่ สมอโดยมีหน้าท่ีขับร้องและบรรเลงแคนทุ้มในคณะแคนวง
ของบิดา ออกแสดงเผยแพร่ตามงานใหญ่ ๆ หลายงาน เช่น บรรเลงออกอากาศเปิดสถานีโทรทัศน์ช่อง 4
บางขุนพรหม บรรเลงเพลงเขมรไทรโยค สามชัน ขับร้องโดยคุณอารีย์ นักดนตรี และมีการเขียนภาพ
นาตกไทรโยคประกอบเพลง แสดงแคนวง ณ สังคตี ศาลา กรมศิลปากร ในปี พ.ศ. 2492 บรรเลงเพลงลาว
เสี่ยงเทียน เถา และเพลงตับลาวเจริญศรีออกแอ่วลาว ซึ่งครูองุ่นได้ขับร้องร่วมกับครูอุษา สุคันธมาลัย
ครูสุดา เขียววิจิตร ครูทัศนีย์ ดุริยประณีต และบรรเลงออกรายการที่กรมประชาสัมพันธ์โดยการนาของ
ครโู ชติ ดรุ ิยประณตี บรรเลงเพลงเดย่ี วสองเพลงไดแ้ ก่ เพลงลาวแพนและเพลงกราวใน โดยรองอามาตยโ์ ท
ขุนแสนประศาสน์ (เขียน อินทาปัจ) เป็นผู้เดี่ยว ครูองุ่นได้ร่วมบรรเลงแคนวงของบิดาโดยตลอดจนบิดา
ถงึ แกก่ รรม

13
ช่วงหลังงานดา้ นดนตรีไทยซบเซาลงไม่มีงานบรรเลงเท่าท่ีควร ครอู งนุ่ จึงไดห้ ันมาทาสวนผลไม้
ทจี่ ังหวดั นนทบุรี ค้าขายผลไม้อยู่ชว่ งหน่ึงแตย่ ังคงรบั งานการบรรเลงทัว่ ไป และไดร้ ับเชญิ ใหเ้ ป็นผ้ขู ับร้อง
เพลงไทยให้กับวงดนตรีดุริยางค์ตารวจ ในขณะนัน จ.ส.ต.ฟุ้ง บัวเอี่ยม ดารงตาแหน่งหัวหน้าแผนกดนตรี
ไทยของกองดุริยางคต์ ารวจ

ครูฟุ้ง บัวเอีย่ ม

ครฟู ุ้ง ครูองุ่น บัวเอ่ียม

14
พ.ศ. 2496 ครูองุ่นได้ขับร้องเพลงมอญล่องเรือ เถา คู่กับอาจารย์จันทนา พิจิตคุรุการ ผลงาน
ของหลวงประดิษฐไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง) บรรเลงออกเผยแพร่เป็นครังแรก ณ สังคีตศาลา กรมศิลปากร
เพลงล่องเรือเป็นเพลงที่ร้องยากมีระดับเสียงท่ีสูงครูองุ่นได้ขับร้องคู่กับอาจารย์ จันทนาได้อย่างสนิทสนม
ดังเป็นเสียงร้องจากคนเดียวกัน เมื่อขับร้องเสร็จได้รับคาชมเชยจากคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ
(ศร ศิลปบรรเลง) ท่ีน่ังฟังการบรรเลงอยู่ นอกจากการขับร้องท่ีสังคีตศาลา กรมศิลปากรแล้ว ครูองุ่น
ยังเคยขับร้องเพลงล่องเรือถวายท่านหญิงเฉลิมเขต ท่ีบ้านบาตรขับร้องเต็มเสียงโดยไม่หลบเสียงลงต่าจน
จบเพลงเป็นท่ชี นื่ ชมของท่านหญิงเฉลมิ เขตมาก

ครอู งุ่น ขับร้องกบั คณะศษิ ยห์ ลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)

ครูฟงุ้ ครูอง่นุ ร่วมมุทติ าจติ นางมหาเทพกษตั รสมหุ (ครบู รรเลง สาคริก)

15
พ.ศ. 2498 แคนวงอินทประสิทธ์ิศิลป์ได้หยุดพักลงหลังจากรองอามาตย์โทขุนแสนประศาสน์
(เขียน อินทาปัจ) ได้ถึงแก่กรรม ครูองุ่นยังคงเป่าแคนเล่นกันอยู่เสมอแต่ไม่ได้ฝึกซ้อมตังคณะเต็ม
รูปแบบอย่างเดิม ยังเป่าแคนคู่กับจ.ส.ต.ฟุ้ง บัวเอ่ียม ออกอากาศวิทยุรายการกล่อมนิทราปิดสถานีวิทยุ
อยู่เปน็ ประจา จนเลิกจดั รายการจงึ ไดห้ ยุดการเปา่ แคนไปอกี ชว่ งหนง่ึ
ปลายปี พ.ศ. 2498 ได้รับเชิญไปสอนดนตรีไทย และขับร้องไทยที่โรงเรียนเขมาภิรตาราม จังหวัด
นนทบุรี โดยครูนาม พุ่มอยู่ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจา เป็นผู้แนะนาให้มาช่วยสอนทางด้านขับร้อง ได้สอน
นักเรียนจากโรงเรียนเขมาภิรตาราม หลายรุ่นเป็นผู้ท่ีมีช่ือเสียงทางด้านขับร้องในปัจจุบัน อาทิ ครูสมบัติ
สงั เวียนทอง เปน็ ตน้

ครนู าม พุ่มอยู่ และครูสมบัติ สังเวียนทอง
พ.ศ. 2501 David Morton นกั ศึกษาวชิ าดนตรีชาวอเมริกัน เดนิ ทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อ
เก็บข้อมูลประกอบการเขียนวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกเร่ือง The Traditional Music of Thailand
สาหรบั มหาวทิ ยาลยั University of California, Los Angeles ไดม้ าเกบ็ ขอ้ มลู บนั ทกึ บทเพลงผลงานของ
คุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ท่ีบ้านบาตร ครูองุ่นได้ร่วมขับร้องบันทึกในครังนีด้วยใน
เพลงเชดิ จีนทางบางคอแหลมรว่ มกบั วงปี่พาทย์คณะศิษยห์ ลวงประดษิ ฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง)

16

พ.ศ. 2507 ได้รับเชิญจากโรงเรียนวัดลานนาบุญ จังหวัดนนทบุรี สอนขับร้องเพลงไทย ครูองุ่น
ได้ทุ่มเทความรู้ความสามารถในการสอนขับร้องเคยฝึกซ้อมนักเรียนวัดลานนาบุญเข้าประกวดขับร้องหมู่
เพลงลาวดวงเดือน ได้รับรางวัลชนะเลิศ ครูองุ่นช่วยเหลือโรงเรียนวัดลานบุญ มาโดยตลอดทังด้านการให้
ทุนการศึกษาแก่นักเรียนผู้ขาดแคลน อุปการะนักเรียนผู้ยากจนให้ศึกษาจนจบ ครังที่สาคัญคือการช่วย
หาทุนสร้างรัวของโรงเรียนวัดลานนาบุญ เนื่องจากไม่มีงบประมาณในการก่อสร้าง ครูองุ่นจึงได้เสนอ
แนวคิดจัดการแสดงละครการกุศลเพื่อขอรับบริจาคจากผู้ปกครองและผู้ชมสมทบทุนสร้างรัวโรงเรียน
โดยครูองุ่นได้เป็นผู้ออกแบบทาเคร่ืองแต่งกายของตัวละคร ควบคุมการแสดง ขับร้องประกอบการแสดง
ด้วยตนเอง ในการแสดงครังนันครูองุ่นยังได้แสดงสลับฉากเป็นเม้ยเจิง ราคู่กับมะเทิ่ง ซ่ึงสร้าง
ความสนุกสนานประทับใจให้แก่ผู้ชมเป็นอันมาก เป็นความภาคภูมิใจของครูองุ่นท่ีได้สร้างสรรค์การแสดง
ออกมาเป็นท่ีประทบั ใจของผูช้ ม ในครงั นนั กส็ ามารถสร้างรัวของโรงเรียนจนแล้วเสร็จ

การแสดงละครเพ่ือหาทนุ สรา้ งรัวโรงเรียนวดั ลานนาบญุ

การประกวดขับรอ้ ง การราพมา่ เปงิ มาง

17
พ.ศ. 2509 ครูองุ่นได้เลิกทาสวนผลไม้ย้ายบ้านมาอยู่ท่ีซอยม่ิงขวัญ 5 สามแยกติวานนท์ อาเภอ
เมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ได้เปิดบ้านสอนดนตรีไทยร่วมกับ จ.ส.ต.ฟุ้ง บัวเอ่ียม โดยไม่เก็บค่าสอน
ครูองุ่นจะมีหน้าท่ีสอนขับร้อง และฝึกพืนฐานเบืองต้นของเครื่องดนตรีต่าง ๆ ให้แก่นักเรียนผู้ที่ยังไม่เคย
เรียนดนตรมี ากอ่ น แล้วจึงสง่ ใหเ้ รียนขันสูงขนึ กบั จ.ส.ต.ฟงุ้ ต่อไป

วงเครือ่ งสายไทยของลูกศษิ ย์ท่มี าเรยี นดนตรีทีบ่ ้าน

พ.ศ. 2510 ครูองุ่นไปเป็นครูสอนท่ีโรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์ จังหวัดแพร่ ได้มีโอกาสไปฟังซอ
เมืองบ่อยครัง จนสนิทสนมกับผู้ขบั ซอ ครูองุ่น ไดม้ ีโอกาสแลกเปล่ียนความรกู้ บั ผขู้ ับซอเมือง จงึ ได้แอว่ ลาว
ที่เคยแอ่วกับแคนวงของบิดาให้ผู้ขับซอฟัง ซึ่งมีทานองใกล้เคียงกับทานองที่ขับซอของเมืองแพร่ เนือร้อง
เป็นวรรณกรรมพืนบ้านท่ีนิยมนามาขับซอโดยท่ัวไป แต่มีสานวนทานองและภาษาในการแอ่วของครูองุ่น
นันเพียนคาออกไปบ้าง โดยออกเสียงเป็นทางภาคกลางเสียเป็นส่วนใหญ่ เม่ือร้องออกมาจะมีสาเนียง
ไม่ชัดเจน ครูองุ่นจึงได้แก้ไขเพ่ิมเติมเนือความขึนใหม่ ปรับปรุงทานองให้มีสาเนียงที่ชัดเจนย่ิงขึน โดยขอ
คาแนะนาจากช่างซอเมืองจนได้แอ่วลาวที่มีสาเนยี งไพเราะและสานวนภาษาถูกต้อง จงึ ทาใหก้ ารแอ่วลาว
ของครูองุ่นนันไพเราะเป็นแบบฉบับเฉพาะของครูองุ่นที่ผู้ฟังชื่นชอบ และทาช่ือเสียงให้แคนวงคณะ
อินทประสทิ ธ์ิศลิ ป์เป็นอยา่ งมาก ครอู งนุ่ สอนทโี่ รงเรยี นสงู เมน่ ชนูปถัมภไ์ ด้ระยะหน่งึ เกิดเหตกุ ารณไ์ ม่สงบ
ขนึ ท่ีจงั หวัดแพร่ ครูองุ่นจงึ ไดล้ าออกจากโรงเรยี นสูงเมน่ ชนูปถมั ภก์ ลบั มาอยูบ่ ้านท่ีจังหวดั นนทบรุ ี

พ.ศ. 2512 ครูองุ่นได้เร่ิมฝึกหัดทาอังกะลุงโดยเร่ิมจากหัดเหลาเอง โดยซือไม้ไผ่นวลจากสะพาน
แดง คลองบางซ่ือ มาทดลองเหลา ในช่วงแรกการทาอังกะลุงไม่ค่อยประสบความสาเร็จนัก ไม้ไผ่ที่นามา
เหลาลูกอังกะลุงเสียหายมากจึงได้ขอแนะนาจากครูสกล แก้วเพ็ญกาศ ครูสกลได้แนะนาแก้ไขจนสาเร็จ
ครูองุ่นได้ฝึกทาอังกะลุงจนชานาญ ปรับปรุงแก้ไขจนสามารถผลิตอังกะลุงที่มีคุณภาพดีเย่ียมมีรูปแบบที่
เป็นเอกลกั ษณข์ องครอู งนุ่ เอง และเปน็ ทีต่ ้องการของทอ้ งตลาดมาจนถึงปจั จุบัน

18

ปี พ.ศ. 2517 ครูองุ่นได้ทาอังกะลุงราว โดยศาสตราจารย์ ดร.อุทิศ นาคสวัสด์ิ เป็นผู้คิด
ออกแบบมาให้ครูองุ่นทา ในชุดแรกนันอังกะลุงมีขนาดใหญ่ ใช้ผู้บรรเลง 2 คน วิธีบรรเลงจะใช้มือเคาะ
แทนการจับเขย่าเพื่อให้เกิดเสียง อังกะลุงราวมีโอกาสบรรเลงถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
คราวเสดจ็ พระราชดาเนนิ ทอดพระเนตรภาพยนตร์แถวสขุ มุ วทิ กรุงเทพมหานคร ปัจจบุ ันอังกะลงุ ชุดแรกนีได้
เกบ็ รกั ษาไว้ท่ีห้างหนุ้ ส่วนจากดั พัฒนศิลป์การดนตรแี ละละคร บางกระบือ สามเสน กรงุ เทพมหานคร

ครูองนุ่ กาลงั ทาองั กะลุง องั กะลุงราวของศาสตราจารย์ ดร. อุทิศ นาคสวสั ด์ิ

พ.ศ. 2520 ครอู งุ่นไดค้ ิดนาไม้ที่เหลือจากการทาอังกะลุง มาใช้ประโยชนใ์ นการทาอังกะลุงขนาด
ย่อส่วนเป็นของชาร่วย และภายหลังก็ได้ทาเครื่องชนิดดนตรีอื่นย่อส่วนด้วยได้มีโอกาสเข้าเฝ้าถวาย
อังกะลงุ ย่อสว่ น สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี

การบนั ทึกภาพหมู่เมื่อครงั เขา้ เฝ้าถวายองั กะลุงย่อส่วน

19
ส่วนการทาไม้ขิมนันครูองุ่น ได้เริ่มทาเนื่องจากนักเรียนที่มาเรียนขิมที่บ้านของท่านนันทา
ไม้ขิมหักและต้องซือบ่อย ๆ บางครังไม่ตีขิมไม้เพียงพอเนื่องจากผู้เรียนขิมมีหลายคน ดังนันครูองุ่นจึงนา
ไม้ไผ่ท่ีเหลือจากนามาทาลูกอังกะลุงเพราะมีขนาดหนามาหัดเหลาด้วยตนเอง จนสามารถผลิตไม้ขิมขนึ ใช้
เองได้ และต่อมาก็สามารถพัฒนาปรับปรุงทาออกจาหน่ายเปน็ ท่ีต้องการของนักดนตรีท่ัวไป

ครูองุ่นกาลงั เหลาไม้ตีขมิ
พ.ศ. 2526 ครูองุ่น บัวเอ่ียม ได้คิดปรับปรุงแก้ไขสร้างอังกะลุงราวที่มีขนาดใหญ่ตามแบบของ
ศาสตราจารย์ ดร.อุทิศ นาคสวัสด์ิ ให้มีขนาดท่ีเล็กลงกว่าเดิมที่มีถึง 21 ตับ ใช้ผู้บรรเลง 2 คน ให้เหลือ
เพียง 14 ตับมีขนาดที่ย่อส่วนลงมา ใช้ผู้บรรเลงเพียงคนเดียว และฝึกให้ลูกศิษย์บรรเลงอังกะลุงราวเล็ก
เพือ่ เผยแพร่วิธกี ารบรรเลงแกบ่ ุคคลทั่วไป

ครูองุ่นกาลงั ทาองั กะลุงราวเล็ก

20
พ.ศ. 2527 ครูองุ่นได้ร่วมกับจ.ส.ต.ฟุ้ง บัวเอี่ยม ก่อตังวงเคร่ืองสายหญิงล้วนแต่เดิมยังไม่มีชื่อ
คณะจึงได้ของอนญุ าตมูลนิธหิ ลวงประดษิ ฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ใช้ช่อื “ศิษยศ์ รทอง” ตามชือ่ ย่อของ
คุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) คุณหญิงชิน ศิลปบรรเลง ประธานมูลนิธิในขณะนันจึงได้
ทาปา้ ยประกาศใหใ้ ช้ช่ือ“ศิษย์ศรทอง นนทบุรี” ดังกลา่ วมาจนถงึ ปจั จุบนั

ป้ายชอ่ื วงดนตรีไทย คณะศิษยศ์ รทอง นนทบุรี

ใบประกาศวงดนตรีไทย คณะศษิ ย์ศรทอง นนทบรุ ี
พ.ศ. 2528 คณะศิษย์ศรทอง นนทบุรีได้ แสดงเผยแพร่ผลงานทางด้านดนตรีอยู่เป็นประจา
ได้บันทึกเทปเพื่อการศึกษาผลงานเพลงของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ไว้หลายเพลง อาทิ
เพลงสมิงทอง เถา เพลงแสนเสนาะ เถา เพลงไส้พระจันทร์ เถา เพลงทะแย เถา เพลงกราวรา เถา
เพลงเขนง เถา เป็นตน้ โดยครูองุ่น บัวเอ่ยี ม เป็นผู้ขบั รอ้ งดว้ ยตนเอง และจ.ส.ต.ฟุ้ง บวั เอีย่ ม เป็นผคู้ วบคุม

21
ครูองุ่น ครูฟงุ้ บวั เอ่ยี ม และลูกศษิ ย์
ลกู ศษิ ยร์ ามอญ ของครูองุน่ บัวเอยี่ ม

22

บรรยากาศบา้ นครฟู ้งุ ครูองนุ่ บัวเอย่ี ม

23
พ.ศ. 2529 ได้จัดแสดงอังกะลุงราวเล็ก ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ-
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในคราวเสด็จเน่ืองในงานครบรอบ 80 ปี คุณหญิงชิน ศิลปบรรเลง
เป็นที่พอพระทัยมาก ครูองุ่น จึงได้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์เพ่ือถวายอังกะลุงราวเล็กแด่ สมเด็จพระ
กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ พระตานักจิตรลดารโหฐาน
พระราชวงั ดุสิต

มลู นิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) นาครูฟุ้งและครูองนุ่ บัวเอ่ียม เขา้ เฝา้ ฯ ถวายองั กะลงุ ราว
พ.ศ. 2531 ครูองุ่น ได้ร่วมขับร้องบันทึกเทปเพลงเขมรไทรโยค เถา เน่ืองในงานราลึก 100 ปี

เพลงเขมรไทรโยค ของสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพ่ือพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล ในการ
บันทึกเทปในครังนี ครูองุ่นได้แต่งทางร้องเพลงเขมรไทรโยค ในอัตราจังหวะชันเดียวท่ีมีเฉพาะทางเคร่ือง
เพ่มิ เข้าไปบรรเลงเป็นเถาใหญ่ จากของเดิมท่ีคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) ได้ขยายเป็น
เถา จากอัตราจังหวะส่ีชัน สามชัน สองชัน และต่อด้วยชันเดียว ที่ครูองุ่นได้แต่งเพ่ิมเติมขึนบรรเลง
เผยแพร่และบันทึกในงานนเี ปน็ ครังแรก

ครอู ง่นุ บวั เอ่ียม ขับร้องออกโทรทัศน์รายการทิพวาทิต

24

ราวปี พ.ศ. 2538 ครูองุ่น ได้มีโอกาสชมการแสดงอังกะลุงของชวา อินโดนีเซีย และได้เห็น
อังกะลุงแบบดังเดิมของชวา อินโดนีเซีย จึงมีแนวคิดใหม่คือผลิตอังกะลุงราวเล็ก ให้ตัวอังกะลุงมีลักษณะ
ตามแบบชวาของอินโดนีเซีย คือการทารางอังกะลุงด้วยไม้ไผ่ ทาเสาหลักอังกะลุงด้วยหวาย แต่ยังใช้ราว
อังกะลุงเหมือนเดิม ซึ่งจะทาให้การเขย่ามีประสิทธิภาพมากขึน เน่ืองจากหวายมีลักษณะท่ีสปริงตัวได้
ดกี ว่า ไดท้ าขนึ แสดงสาธติ ณ ศนู ยส์ งั คีตศลิ ป์ ธนาคารกรุงเทพ จากดั (มหาชน) ในปี พ.ศ. 2539

พ.ศ. 2539 ครูองุ่นฟื้นฟูการบรรเลงแคนวงตามแบบของคณะอินทประสิทธิ์ศิลป์ให้แก่ลูกศิษย์
อีกครังหลังจากที่ได้หยุดงานบรรเลงลงเนื่องจากหัวหน้าคณะรองอามาตย์โทขุนแสนประศาสน์ (เขียน
อินทาปัจ) ได้ถึงแก่กรรมลง แสดงเผยแพร่ผลงานของแคนวงคณะอินทประสิทธ์ิศิลป์ ณ ศูนย์สังคีตศิลป์
ธนาคารกรงุ เทพ จากดั (มหาชน)

การบนั ทกึ ภาพหมู่คณะแคนวงอนิ ทประสิทธ์ิศิลป์
ณ ศูนย์สังคตี ศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ จากัด (มหาชน)

พ.ศ. 2546 ครูองุ่นขับร้องถวายหนา้ พระท่ีน่ังสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ-
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับวงปีพาทย์วงศิษย์หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
ในงานสังคตี รัตนสิรินธร์ ณ อทุ ยานรัชกาลท่ี 2 อาเภออัมพวา จงั หวัดสมทุ รสงคราม

พ.ศ. 2548 ครูองุน่ เป็นผู้สอนนิสิตระดบั มหาบัณฑิต สาขามานุษยดรุ ิยางควิทยา คณะศิลปกรรม-
ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ฟน้ื ฟถู า่ ยทอดการบรรเลงแคนวงอนิ ทประสิทธ์ศิ ลิ ป์

พ.ศ. 2548 ครูองุ่นควบคุมแคนวงคณะอินทประสิทธ์ิศิลป์รับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราช
เจา้ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถวายแคนลนิ นากท่ีทาขึนเป็นพิเศษตาม
เจตนารมณข์ องรองอามาตยโ์ ทขุนแสนประศาสน์ (เขียน อินทาปัจ) ในงานประชุมวิชาการศิรริ าช ณ หอประชุม
กองทพั เรือ

25

ครอู งนุ่ บัวเอย่ี ม ถวายแคนลินนาก
พ.ศ. 2549 ครูองุ่นขับร้องถวายหนา้ พระท่ีนั่งสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ-
รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับวงดนตรีครสู ตรีอาวุโส ในงานวิศิษฏศลิ ปินป่ินสยาม การแสดง
ดนตรไี ทยและนาฏศิลป์โดยครูสตรีอาวโุ สเน่ืองในโอกาส สมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพ-
รตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงเจรญิ พระชนมายุ 50 พรรษา พทุ ธศกั ราช 2548

ครอู ง่นุ ร่วมขับรอ้ งในงานวิศษิ ฏศลิ ปินป่ินสยาม ครูดนตรีไทยอาวุโสหญงิ แหง่ กรงุ รัตน์โกสินทร์
ครูองุ่นได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนดนตรีไทย ขับร้องไทย และอังกะลุง ให้แก่

สถาบันการศึกษาหลายแห่ง เช่น ภาควิชาศิลปนิเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สอนอังกะลุงที่โรงเรียน
เทศบาล 3 วัดนครอินทร์ โรงเรียนเทศบาล 4 วัดบางแพรกเหนือ โรงเรียนเทศบาล 1 วัดท้ายเมือง
โรงเรียนเทศบาล 2 วัดทินกรนิมิตร โรงเรียนอนุบาลลูกรัก จังหวัดนนทบุรี และได้เป็นวิทยากรบรรยาย
เรอ่ื งของดนตรี และการผลิตองั กะลงุ ให้แกส่ ถาบนั การศกึ ษาอื่น ๆ อกี จานวนมาก

26

ครูองนุ่ สาธิตการสอนองั กะลุงแกเ่ ด็ก ๆ ณ สังคีตศาลา กรมศิลปากร

ครอู งนุ่ ควบคุมนักเรยี นแสดงองั กะลงุ นักเรียนจงั หวัดนนทบุรี
วันที่ 8 สิงหาคม 2549 ครูองุ่น บัวเอี่ยม ควบคุมแคนวงอินทประสิทธ์ิศิลป์ บรรเลงและขับร้อง
เพลงสาวเวยี งเหนอื เถา ออกแอว่ ลาว งานไหว้ครดู นตรไี ทยมูลนธิ หิ ลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
และ งาน 100 ปี คณุ หญิงชิน ศิลปบรรเลง จัดวันที่ 29 กันยายน 2550 แสดงผลงานในงานเชิดชูเกียรติ
ผไู้ ดร้ ับพระราชทานรางวลั พระสิทธิธาดาทองคา ประจาปี 2549 ณ มหาวิทยาลัยธรุ กิจบณั ฑิตย์

27

งานเชิดชูเกียรติผู้ไดร้ ับพระราชทานรางวลั พระสิทธธิ าดาทองคา ประจาปี 2549
วันที่ 14 สิงหาคม 2551 ครูองุ่น บัวเอ่ียม ควบคุมแคนวงคณะอินทประสิทธ์ิศิลป์ เครื่องดนตรี
ที่ผลิตจากไม้ไผ่ บรรเลงและขับร้องเพลงลาวแพน งาน100 ปี อังกะลุงกรุงสยาม หอประชุมมหาวิทยาลัย
ศรีนครนิ ทรวิโรฒ

ครอู งุ่น บวั เอี่ยม ควบคมุ แคนวงคณะอินทประสทิ ธิ์ศิลป์ งาน 100 ปี องั กะลงุ กรงุ สยาม

28
วันท่ี 22 มกราคม 2553 ในวาระครบรอบ 90 ปี ของครูองุ่น บัวเอ่ียม สาขาวิชาดนตรีไทย
ภาควิชาดนตรี คณะมนษุ ยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และศิษย์ครูองุ่น บวั เอ่ยี ม ได้รว่ มกันจัดงาน
เชิดชูเกียรติและมุทิตาจิตครูองุ่นในวาระอายุครบ 90 ปี ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วย
ครูองุ่นมีคุณูปการด้วยการเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาขับร้องให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้ชื่อ
งานว่า “90 ปี นักรอ้ งเสยี งระฆงั ทอง ครูองุ่น บวั เอี่ยม”

งาน 90 ปี นกั ร้องเสยี งระฆงั ทอง ครูองุ่น บวั เอ่ียม ณ หอประชมุ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์

29

ประวัติการทางาน
ครูองุ่น บัวเอี่ยม ได้รับเชิญไปสอนดนตรีไทยขับร้องไทยในสถาบันต่าง ๆ หลายแห่งทังระดับ

อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา เป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านดนตรีไทยให้แก่
สถาบนั การศึกษาทีส่ นใจ และเปดิ บา้ นเผยแพร่ดนตรไี ทยให้แก่ผู้ท่ีสนใจเปน็ วิทยาทาน

พ.ศ. 2489 - 2500 ไดร้ บั เชญิ ไปสอนขบั รอ้ งเพลงไทยทโ่ี รงเรยี นศริ ศิ าสตร์
พ.ศ. 2495 ไดร้ ับเชญิ เป็นนกั รอ้ งประจาวงดนตรีไทยของครุ ุสภา
พ.ศ. 2498 ได้รบั เชิญไปสอนดนตรไี ทย ขับรอ้ งไทยทีโ่ รงเรยี นเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี
พ.ศ. 2507 ได้รบั เชญิ ไปสอนที่โรงเรียนวัดลานนาบุญ จังหวัดนนทบุรี
พ.ศ. 2509 เปิดบ้านสอนดนตรีไทยร่วมกับ จ.ส.ต.ฟุง้ บวั เอ่ียม โดยไมเ่ กบ็ ค่าสอน
พ.ศ. 2510 ได้รบั เชิญไปสอนทโ่ี รงเรยี นสูงเมน่ ชนูปถัมภ์ จงั หวดั แพร่
พ.ศ. 2525 เป็นกรรมการประกวดดนตรไี ทยเพ่ือความม่นั คง ครังที่ 1 จัดโดยมูลนิธหิ ลวงประดษิ ฐ-
ไพเราะร่วมกับสหพันธ์ประสานงานความมั่นคง (สปม.) และฝ่ายกิจการพลเรือน กองอานวย การรักษา
ความมน่ั คงภายใน (กอ.รมน.)
พ.ศ. 2526 เปน็ กรรมการประกวดดนตรีไทยเพื่อความม่นั คง ครังที่ 2 จดั โดยมลู นิธิหลวงประดษิ ฐ-
ไพเราะร่วมกับสหพันธ์ประสานงานความม่ันคง (สปม.) ฝ่ายกิจการพลเรือน กองอานวย การรักษา
ความมัน่ คงภายใน (กอ.รมน.) และสยามกลการมวิ สคิ ฟาวน์เดชนั่
พ.ศ. 2527 เป็นกรรมการประกวดดนตรีไทยเพื่อความมั่นคง ครังที่ 3 จดั โดยมูลนธิ ิหลวงประดิษฐ-
ไพเราะร่วมกับสหพันธ์ประสานงานความมั่นคง (สปม.) ฝ่ายกิจการพลเรือน กองอานวย การรักษา
ความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และธนาคารกสิกรไทย สานกั งานใหญ่
พ.ศ. 2528 เปน็ กรรมการประกวดดนตรีไทยเพื่อความมั่นคง ครงั ที่ 4 จัดโดยมูลนธิ ิหลวงประดิษฐ-
ไพเราะร่วมกับสหพันธ์ประสานงานความม่ันคง (สปม.) ฝ่ายกิจการพลเรือน กองอานวยการรักษา
ความมน่ั คงภายใน (กอ.รมน.) และศูนย์สงั คีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพฯ ผา่ นฟา้
พ.ศ. 2528 ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนอังกะลุงท่ีโรงเรียนเทศบาล 3 วัดนครอินทร์
จงั หวัดนนทบรุ ี
พ.ศ. 2530 ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนอังกะลุงท่ีโรงเรียนเทศบาล 4 วัดบางแพรกเหนือ
จังหวัดนนทบรุ ี
พ.ศ. 2531 ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนอังกะลุงท่ีโรงเรียนเทศบาล 1 วัดท้ายเมือง
จังหวดั นนทบุรี
พ.ศ. 2533 ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนอังกะลุงท่ีโรงเรียนเทศบาล 2 วัดทินกรนิมิตร
จังหวัดนนทบุรี
พ.ศ. 2534 เปน็ อนุกรรมการจดั ทาเกณฑม์ าตรฐานดนตรไี ทยด้านการขบั ร้องเพลงไทยของสานัก
มาตรฐานอดุ มศกึ ษา ทบวงมหาวิทยาลัย

30

พ.ศ.2535 เป็นอนุกรรมการจัดทาเกณฑ์ประเมินด้านการขับร้องเพลงไทยของสานักมาตรฐาน
ทบวงมหาวทิ ยาลยั

พ.ศ. 2536 ได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาขับร้องเพลงไทยท่ีสาขาวิชาดนตรีไทยภาควิชา
ศิลปนเิ ทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พ.ศ. 2537 ได้รบั เชิญเป็นอาจารยพ์ ิเศษสอนองั กะลงุ ที่โรงเรยี นอนบุ าลลกู รกั
พ.ศ. 2541 เข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง หลักทั่วไปในการขับร้องเพลงไทย เอกลักษณ์
และแนวทางการสอนการขับร้องเพลงไทยในอดีตและปัจจุบัน ซ่ึงเป็นส่วนหน่ึงของการสร้างเกณฑ์
มาตรฐานดนตรีไทยของสานักมาตรฐานอุดมศึกษา ทบวงมหาวิทยาลัย ร่วมกับอาจารย์บรรเลง สาคริก
อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน (ศิลปินแห่งชาติ) ครูประชิต ขาประเสริฐ ครูศิริ วิชเวช (ศิลปินแห่งชาติ)
ครเู ลื่อน สนุ ทรวาทิน ครสู ดุ จิตต์ ดรุ ิยประณีต (ศิลปนิ แห่งชาต)ิ และครแู จ้ง คล้ายสีทอง (ศลิ ปินแหง่ ชาต)ิ

ผลงานทางดา้ นการประพนั ธ์เพลงของครูองนุ่ บวั เอ่ียม
ประดิษฐ์ทางร้องเพลงเขมรโพธิสัตว์ เถา โดยคุณครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)

ถ่ายทอดวิธีการประดิษฐ์ทางร้องเพลงไทยแก่ให้ครูองุ่น โดยให้หัดแต่งทางร้องจากทานองเพลงเขมร
โพธิสัตว์ จนครบเถา ไดเ้ ป็นทางร้องเพลงเขมรโพธสิ ตั วท์ างใหม่

ประดษิ ฐ์ทางร้องเพลงเขมรไทรโยค ชันเดยี ว
ประดิษฐ์ทางรอ้ งเพลงตน้ วรเชษฐ์ เถา แบบฉงิ่ ตัด
ปรับปรงุ การแอ่วพนื เมือง (แอ่วลาว) ใหส้ ามารถแอ่วรวมกับแคนได้

รางวลั เกียรตคิ ุณที่ครูองุน่ บัวเอย่ี ม ไดร้ ับ
พ.ศ. 2503 เข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึกจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร

มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เนื่องในการบรรเลงดนตรีไทย
คณะศษิ ย์หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศลิ ปบรรเลง) ออกอากาศวทิ ยุ อ.ส. พระราชวงั ดสุ ิต

เขม็ ทรี่ ะลึกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั รัชกาลท่ี 9

31
พ.ศ. 2548 รบั พระราชทานโล่ที่ระลึกจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ-
รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ในการควบคมุ แคนวงคณะอนิ ทประสทิ ธศิ์ ิลปร์ บั เสดจ็ ฯ ในการเปดิ งาน
ประชมุ วิชาการศิรริ าช ณ หอประชมุ กองทพั เรอื

ครูองุ่นเข้ารับโลท่ ี่ระลึก ผู้ควบคมุ แคนวงคณะอินทประสิทธิศ์ ิลปร์ ับเสดจ็ ฯ
พ.ศ. 2549 เข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึกจากสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ-
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานวิศิษฏศิลปินป่ินสยาม การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย
โดยครูสตรีอาวุโส เน่ืองในโอกาสสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกมุ ารี ทรงมีพระชนมายุ 50 พรรษา พ.ศ.2549

ไดร้ ับพระราชทานบนั ทึกภาพของคณะครูดนตรีไทยอาวโุ สหญิงแห่งกรงุ รตั น์โกสนิ ทร์
งานวศิ ษิ ฏศลิ ปินป่ินสยาม

32
ปี พ.ศ. 2550 เขา้ รบั พระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคา ประจาปี 2549 (ผู้มผี ลงานดีเด่น
ทางด้านวัฒนธรรมสาขาที่เก่ียวข้องกับการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์) จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จดั โดยมหาวิทยาลยั ธรุ กิจบัณฑติ ย์

ครูองุน่ รับพระราชทานรางวลั พระสทิ ธธิ าดาทองคา

ครอู งุ่นเปน็ บุคคลผูผ้ ลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม (รางวลั พระสิทธิธาดาทองคา)
สาขาศิลปะการแสดงท่ีเก่ยี วข้องกับดนตรีและนาฏศลิ ป์ (ขับรอ้ ง-ดนตรี) ประจาปีพุทธศักราช 2550

33
ครูองนุ่ บวั เอยี่ มเขา้ รับพระราชทานรางวลั พระสิทธธิ าดาทองคา ประจาปี 2549

ครูองุ่น ช่วงบนั ปลายของชีวติ

34
หลงั จากเสรจ็ สินงานเชิดชู 90 ปีไม่นานนกั ครอู งนุ่ เรมิ่ มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ตอ้ งเขา้ รับ
การผ่าตัดครังใหญ่ท่ีสถาบันบาราศนราดูร เน่ืองจากพบเนืองอกในลาไส้ใหญ่เข้ารับการรักษาอยู่หลายวัน
ก่อนจะกลับมาพักรักษาตัวท่ีบ้านซอยมิ่งขวัญอีกหลายเดือน จากครูองุ่นผู้ท่ีเคยทางานอย่างแข็งขันและ
ทางานต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว ในช่วงนีต้องลาบากจากท่อขับถ่ายท่ีเจาะออกมานอกร่างกาย ไปไหน
มาไหนไม่สะดวก และต้องมีผู้ดูแลตลอดเวลา ครูองุ่นได้เข้ารักษาตัวตามอาการ และเข้าตรวจร่างกาย
ตามที่แพทย์สั่ง ภายหลังก็ได้ตรวจพบว่าครูองุ่นเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ต้องเข้ารักษาดูแลจากแพทย์
อยา่ งใกล้ชิด
แม้ครูจะเจ็บป่วยอย่างไรก็มิได้เป็นอุปสรรคอย่างไรต่อจิตวิญญาณท่ียิ่งใหญ่ของครู คงยัง
ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์อย่างเคยหยดุ ถ้านึกเพลงใดได้นึกเร่ืองราวเก่าออก ก็จะรีบบอกให้บันทึกจดจา
ไว้ทันที บันปลายชีวิตของครูมีความสขุ กับเด็ก ๆ ที่มาเรียนดนตรีในวนั เสาร์ และการเล่าเร่ืองในอดีตตา่ ง ๆ
ให้ลูกศิษย์ฟัง ความภาคภูมิใจในความสาเร็จของลูกศิษย์ทังหลาย ครูจะถามเสมอว่าใครเป็นอย่างไร ด้วย
คดิ ถึงและห่วงใยลูกศิษย์ทุก ๆ คน ชว่ งสุดท้ายครูองุ่นเข้ารักษาตัวที่สถาบนั บาราศนราดูร อาการปว่ ยของ
ครหู นกั ขึนกอ่ นท่คี รจู ะไมส่ ามารถพูดได้ ครอู ง่นุ ไดเ้ รียกลูกศิษย์มาประชุมกนั เพื่ออาลาเป็นครังสุดท้ายฝาก
ความหวังให้รักษาองค์ความรู้ไว้มิให้สูญ “ครูขอฝากไว้กับทุกคน ให้รักษาสืบทอดกันต่อไป”
แลว้ ครอู งนุ่ กจ็ ากไปอยา่ งไมม่ ีวันคืนในวนั ท่ี 12 เมษายน 2555 รวมอายุ 92 ปี

ลูกศษิ ย์มาเย่ียมครูองุ่น ณ โรงพยาบาลบาราศนราดรู

35

ประมวลภาพงานพระราชทานเพลงิ ศพ คุณครูองุ่น บวั เอ่ยี ม
ภาพงานสวดพระอภิธรรมศพครอู งุ่น บัวเอีย่ ม ณ วดั เขมาภริ ตาราม จังหวดั นนทบุรี

36

37

38

ประมวลภาพงานพระราชทานเพลงิ ศพ ณ วัดตรที ศเทพ เขตพระนคร

39

40

41

42

43

44

45

46

47

48

49


Click to View FlipBook Version