อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้นื ฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
การทดลองท่ี 7
ซเี นอร์ไดโอดทางานอย่างไร
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ให้ผ้เู รียนเรียนรู้การทางานของซเี นอร์ไดโอด
รายการอปุ กรณ์
1. ตวั ต้านทาน 1K (นา้ ตาล ดา แดง ทอง) 2. ตวั ต้านทาน 500 (เขยี ว ดา นา้ ตาล ทอง)
3. ตวั ต้านทาน 500 (เขยี ว ดา นา้ ตาล ทอง) 4. ไดโอดเปลง่ แสง 2 ตวั
5. ตวั ต้านทานปรับคา่ ได้ 6. สวิตช์ 1 ตวั
7. ซีเนอร์ไดโอด 8. แบตเตอรี่ 9 โวลต์
9. สายไฟ
ขัน้ ตอนการทดลอง
1. ตอ่ วงจรดงั ภาพ
2. ตอ่ แบตเตอร่ีเข้ากบั ขวั้ ตอ่ จากนนั้ คอ่ ยๆ ปรับ VR1 แล้วสงั เกตการณ์เปลย่ี นแปลงท่ีเกิดขนึ ้
3. กดสวติ ช์ S1 ค้างไว้จากนนั้ คอ่ ยๆ ปรับ VR1 แล้วสงั เกตการเปลยี่ นแปลงท่ีเกิดขนึ ้
ภาพแสดงการต่อวงจร ดใู น เวบ็ ไซต์
วิเคราะห์และสรุปผลการทดลอง
.......................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
28
อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้ืนฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
2.8 ลาโพง (Speaker)
ลาโพงเป็ นอปุ กรณ์ทีส่ ามารถเปลยี่ นพลงั งานไฟฟ้ าเป็ นพลงั งานเสยี งได้ การสนั่ สะเทือนของ
ลาโพงเกิดขนึ ้ ได้เนือ่ งจากที่โคนของลาโพงมีขดลวดอยู่ เม่ือกระแสไหลเข้าสขู่ ดลวดจะเกิด
สนามแมเ่ หลก็ ขนึ ้ รอบๆ ตวั มนั และทาให้เกิดการผลกั ดนั กบั สนามแม่เหลก็ ถาวรทอ่ี ยภู่ ายในลาโพง จึง
เกิดการสนั่ สะเทอื นขนึ ้ และเกิดเป็ นเสยี งได้
ลกั ษณะภายนอกของลาโพง ซง่ึ ประกอบด้วยกรวย (cone) หรือ ไดอะแฟรม ซงึ่ โดยปกตกิ รวย
จะทามาจากกระดาษ พลาสตกิ หรือโลหะบางๆ ดงั ภาพ
ภาพรูปร่างของลาโพงด้านหน้า-หลงั
โครงสร้ าง สญั ลกั ษณ์
การทางานของลาโพง ดงั การทดลองที่ 8
29
อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้ืนฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
การทดลองท่ี 8
ลาโพงทางานอย่างไร
วัตถุประสงค์
1. เพือ่ ให้ผ้เู รียนเรียนรู้การทางานของลาโพง
รายการอปุ กรณ์
1. ตวั ต้านทาน 10K (นา้ ตาล ดา ดา ทอง) 2. ลาโพง
3. แบตเตอร่ี 9 โวลต์ 4. สายไฟ
ขัน้ ตอนการทดลอง
1. ตอ่ วงจรดงั ภาพ
2. ตอ่ แบตเตอร่ีเข้ากบั ขวั้ ตอ่ แล้วปลอ่ ย โดยนาปลายลวด A แตะทีป่ ลายตวั ต้านทาน R1
(ตาแหนง่ B) โดยทาการแตะแล้วปลอ่ ยอยา่ งตอ่ เนอื่ ง สงั เกตการเปลย่ี นแปลงท่ีเกิดขนึ ้
ภาพแสดงการต่อวงจร ดูใน เว็บไซต์
วิเคราะห์และสรุปผลการทดลอง
.......................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
30
อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้ืนฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
2.9 ทรานซสิ เตอร์ (Transistor)
ทรานซสิ เตอร์ เป็ นอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสท์ ีม่ ีความสาคญั ย่งิ ในยคุ ปัจจบุ นั มีการนา
ทรานซสิ เตอร์ไปใช้งานตา่ งๆ มากมาย อาทิ วงจรขยายสญั ญาณเสยี งในวิทยแุ ละเคร่ืองเสยี ง การ
นาไปใช้ในวงจรดิจิตลั แตห่ น้าทหี่ ลกั ของทรานซสิ เตอร์ คอื เป็ นสวิตช์และวงจรขยาย
ทรานซิสเตอร์เป็ นอปุ กรณ์สารกึง่ ตวั นาท่สี ามารถทาหน้าที่ ขยายสญั ญาณไฟฟ้ า เปิ ด/ปิ ด
สญั ญาณไฟฟ้ า คงคา่ แรงดนั ไฟฟ้ า หรือกลา้ สญั ญาณไฟฟ้ าไฟฟ้ า (modulate) เป็ นต้น การทางานของ
ทรานซิสเตอร์เปรียบได้กบั วาลว์ทถี่ กู ควบคมุ ด้วยสญั ญาณไฟฟ้ าขาเข้า เพอ่ื ปรับขนาดกระแสไฟฟ้ าขา
ออกที่มาจากแหลง่ จา่ ยแรงดนั
ทรานซสิ เตอร์สร้างมาจากวสั ดปุ ระเภทสารก่ึงตวั นาชนิด P และชนดิ N มารวมกนั โดยทาให้
เกิดรอยตอ่ ระหวา่ งเนอื ้ สารน่สี องรอยตอ่ โดยสามารถจดั ทรานซสิ เตอร์ได้ 2 ชนิด คือ
1. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN
2. ทรานซิสเตอร์ชนิด PNP
รอยตอ่ จากเนอื ้ สารทงั้ 3 นี ้มีจุดตอ่ เป็ นขาทรานซิสเตอร์ เพอ่ื ใช้เชือ่ มโยงหรือบดั กรีกบั อุปกรณ์
อ่ืนดงั นนั้ ทรานซิสเตอร์จงึ มี 3 ขา มีช่ือเรียกวา่ คอลเลคเตอร์ (สญั ลกั ษณ์ C ) อิมิตเตอร์ (สญั ลกั ษณ์
E ) และ เบส (สญั ลกั ษณ์ B ) รูปร่างโครงสร้างและสญั ลกั ษณ์ของทรานซสิ เตอร์ ดงั ภาพ
ภาพรูปร่างทรานซสิ เตอร์ชนดิ PNP(เบอร์3906) ทรานซิสเตอร์
NPN(เบอร์
ชนดิ
3904)
ตาแหนง่ ขาของทรานซิสเตอร์ชนดิ PNPและNPN
31
อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้นื ฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
โครงสร้างและสญั ลกั ษณ์
สญั ลกั ษณ์ของทรานซิสเตอร์แบบ NPN และ PNP จะมีความแตกตา่ งกนั ทห่ี วั ลกู ศรที่
สญั ลกั ษณ์ของทรานซสิ เตอร์ถ้าลกู ศรชีอ้ อกจากตวั เป็ นชนดิ NPN และถ้าลกู ศรชีเ้ข้าหาตวั เป็ นชนิด
PNP
การใช้งานทรานซสิ เตอร์แบบ NPN นนั้ จะต้องป้ อนไฟบวกเข้าขาคอลเลคเตอร์ และป้ อน
ไฟลบเข้าขาอิมิตเตอร์ จากนนั้ ป้ อนไฟบวกเข้าขาเบส จะทาให้มีกระแสไฟฟ้ าไหลจากขาคอลเลคเตอร์
มายงั ขาอิมิตเตอร์ได้ กระแสทไ่ี หลเข้าขาเบสเพียงเลก็ น้อยนจี ้ ะทาให้มีกระแสจานวนมากไหลผา่ นขา
คอลเลค็ เตอร์มาขาอิมิตเตอร์ อตั ราสว่ นของกระแสทงั้ สองนคี ้ ือ อตั ราขยายกระแสซงึ่ เป็ น
ความสามารถในการขยายของทรานซิสเตอร์ ดงั การทดลองที่ 9
32
อิเล็กทรอนิกส์ข้นั พ้ืนฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
การทดลองท่ี 9
ทรานซสิ เตอร์ชนิด NPNทางานอย่างไร
วตั ถุประสงค์
1. เพื่อให้ผ้เู รียนเรียนรู้การทางานของทรานซสิ เตอร์ชนดิ NPN
รายการอปุ กรณ์
1. ตวั ต้านทาน 3K (ส้ม ดา แดง ทอง) 2. ตวั ต้านทาน 200 (แดง ดา นา้ ตาล ทอง)
3. ไดโอดเปลง่ แสง 2 ตวั 4. สวิตช์ 1 ตวั
5. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN เบอร์ 3904 6. แบตเตอร่ี 9 โวลต์
7. สายไฟ
ขัน้ ตอนการทดลอง
1. ตอ่ วงจรดงั ภาพ
2. ตอ่ แบตเตอรี่เข้ากบั ขวั้ ตอ่ แล้วกดสวติ ช์ S1 ค้างไว้ สงั เกตการเปลย่ี นแปลงของ LED1 และ
LED2
ภาพแสดงการต่อวงจร ดใู น เว็บไซต์
วิเคราะห์และสรุปผลการทดลอง
.......................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
33
อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้นื ฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
การใช้งานทรานซสิ เตอร์แบบ PNP ไม่ได้แตกตา่ งจากทรานซสิ เตอร์แบบ NPN แตใ่ นการ
ทางานนนั้ เราต้องป้ อนไฟลบให้กบั ขาคอลเลคเตอร์และป้ อนไฟบวกให้กบั ขาอมิ ิตเตอร์ การทาให้
ทรานซสิ เตอร์ PNP ทางาน คอื ป้ อนไฟลบให้กบั ขาเบสจะทาให้มีกระแสไฟฟ้ าไหลจากขาอิมิตเตอร์ไป
ขาคอลเลคเตอร์ ซง่ึ ตรงข้ามกบั ทรานซสิ เตอร์แบบ NPN
ความสมั พนั ธ์ของกระแสระหวา่ งขาตา่ งๆ ของทรานซสิ เตอร์อธิบายได้ดงั นี ้
IE = IB + IC
IC = IB
เมื่อ คือ อตั ราขยายกระแสของทรานซิสเตอร์
การทางานของทรานซิสเตอร์แบบ PNP ดงั การทดลองท่ี 10
34
อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้นื ฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
การทดลองท่ี 10
ทรานซสิ เตอร์ชนดิ PNPทางานอย่างไร
วัตถุประสงค์
1. เพ่อื ให้ผ้เู รียนเรียนรู้การทางานของทรานซิสเตอร์ชนดิ PNP
รายการอปุ กรณ์
1. ตวั ต้านทาน 3K (ส้ม ดา แดง ทอง) 2. ตวั ต้านทาน 200 (แดง ดา นา้ ตาล ทอง)
3. ไดโอดเปลง่ แสง 2 ตวั 4. สวิตช์ 1 ตวั
5. ทรานซสิ เตอร์ชนดิ PNP เบอร์ 3906 6. แบตเตอรี่ 9 โวลต์
7. สายไฟ
ขัน้ ตอนการทดลอง
1. ตอ่ วงจรดงั ภาพ
2. ตอ่ แบตเตอรี่เข้ากบั ขวั้ ตอ่ แล้วกดสวิตช์ S1 ค้างไว้ สงั เกตการเปลย่ี นแปลงของ LED1 และ
LED2
ภาพแสดงการต่อวงจร ดูใน เวบ็ ไซต์
วเิ คราะห์และสรุปผลการทดลอง
.......................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
35
อิเล็กทรอนิกส์ข้นั พ้ืนฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
การทางานพนื ้ ฐานของทรานซสิ เตอร์ คือ ทาหน้าท่ีขยายกระแสปริมาณน้อยให้มีปริมาณมาก
ขนึ ้ ซง่ึ ความสามารถในการขบั กระแสจะแตกตา่ งกนั ไปแล้วแตเ่ บอร์ของทรานซิสเตอร์ นอกจาก
ทรานซสิ เตอร์จะทาหน้าท่ีขยายกระแสแล้ว ยงั สามารถนามาใช้เป็ นสวิตช์ได้ ดงั การทดลองท่ี 11
การทดลองท่ี 11
ทรานซสิ เตอร์ทางานแบบสวติ ช์
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ให้ผ้เู รียนเรียนรู้การทางานของทรานซิสเตอร์วา่ เหมือนหรือตา่ งจากสวติ ช์อยา่ งไร
รายการอปุ กรณ์
1. ตวั ต้านทาน 100 (นา้ ตาล ดา นา้ ตาล ทอง) 2 ตวั
2. ตวั ต้านทาน 1K (นา้ ตาล ดา แดง ทอง)
3. ไดโอดเปลง่ แสง 1 ตวั 4. ตวั ต้านทานปรับคา่ ได้
5. ทรานซิสเตอร์ชนิด NPN เบอร์ 3904 6. แบตเตอร่ี 9 โวลต์ 7. สายไฟ
ขัน้ ตอนการทดลอง
1. ตอ่ วงจรดงั ภาพ
2. ตอ่ แบตเตอรี่เข้ากบั ขวั้ ตอ่ จากนนั้ คอ่ ยๆ หมนุ ตวั ต้านทานปรับคา่ ได้ VR1 ในทศิ ตามเข็ม
นาฬิกาจนสดุ แกนหมนุ และคอ่ ยๆ หมนุ VR1 ในทศิ ทวนเขม็ นาฬิกาจนสดุ แกน แล้วสงั เกต
การเปลยี่ นแปลงของ LED1
ภาพแสดงการต่อวงจร ดใู น เว็บไซต์
วิเคราะห์และสรุปผลการทดลอง
.......................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
36
อิเล็กทรอนิกส์ข้นั พ้ืนฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
2.10 ไอซี (Integrated Circuit)
วงจรรวม หรือ ไอซี (Integrated Circuit) คอื การรวมอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ตา่ งๆ ไว้ในชิน้
(Chip) สารกึ่งตวั นาเลก็ ๆ ทีเ่ รียกวา่ ซลิ กิ อน และตอ่ อุปกรณ์ถึงกนั ด้วยลวดอลมู ิเนียม เกิดเป็ นวงจร
อิเลก็ ทรอนิกสม์ ากมายและซบั ซ้อนทส่ี ามารถนามาใช้งานในอุปกรณ์ตวั เลก็ ๆ ตวั เดยี วทีเ่ รียกวา่ ไอซี
ดงั ภาพ
รูปร่างไอซี555
การจดั ขาของไอซี 555 โครงสร้างและสญั ลกั ษณ์
ไอซีพนื ้ ฐานและเป็ นท่นี ยิ มใช้งานกนั อยา่ งกว้างขวาง คือ ไอซี 555 ซงึ่ มีหน้าท่ใี นการกาเนิด
สญั ญาณสเี่ หลยี่ ม และใช้เป็ นไอซีตงั้ เวลา การนาไอซี 555 ไปใช้งานสามารถใช้ได้ 2 รูปแบบ คือ โม
โนสเตเบลิ (monostable) ดงั การทดลองท่ี 12 และอะสเตเบลิ (astable) ดงั การทดลองท่ี 13
37
อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้นื ฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
การทดลองท่ี 12
ไอซี 555 ทางานในวงจรโมโนสเตเบลิ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ผ้เู รียนเรียนรู้การทางานของวงจรโมโนสเตเบิลโดยใช้ไอซี 555
รายการอุปกรณ์
1. ตวั ต้านทาน 50K (เขยี ว ดา ส้ม ทอง) 2. ตวั ต้านทาน 1K (นา้ ตาล ดา แดง ทอง)
3. ตวั ต้านทาน 500 (เขียว ดา นา้ ตาล ทอง) 4. ไดโอดเปลง่ แสง 1 ตวั
5. ตวั เก็บประจแุ บบมีขวั้ 100 F (ไมโครฟารัด) 6. สวิตช์ 1 ตวั
7. ไอซี 555 1 ตวั 8. แบตเตอร่ี 9 โวลต์ 9. สายไฟ
ขัน้ ตอนการทดลอง
1. ตอ่ วงจรดงั ภาพ
2. ตอ่ แบตเตอรี่เข้ากบั ขวั้ ตอ่ แล้วสงั เกตการเปลยี่ นแปลงของ LED1
3. กดสวติ ช์ S1 แล้วปลอ่ ย สงั เกตการเปลยี่ นแปลงของ LED1
ภาพแสดงการต่อวงจร ดใู น เว็บไซต์
วเิ คราะห์และสรุปผลการทดลอง
.......................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
38
อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้ืนฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
การทดลองท่ี 13
ไอซี 555 ทางานในวงจรอะสเตเบลิ
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือให้ผ้เู รียนเรียนรู้การทางานของวงจรอะสเตเบิลโดยใช้ไอซี 555
รายการอุปกรณ์
1. ตวั ต้านทาน 5.6K (เขยี ว นา้ เงิน แดง ทอง) 2. ตวั ต้านทาน 15K (นา้ ตาล เขียว ส้ม ทอง)
3. ตวั ต้านทาน 500 (เขยี ว ดา นา้ ตาล ทอง) 4. ไดโอดเปลง่ แสง 1 ตวั
5. ตวั เก็บประจุแบบมีขวั้ 10 F (ไมโครฟารัด) 6. ไอซี 555 1 ตวั
7. แบตเตอร่ี 9 โวลต์ 8. สายไฟ
ขัน้ ตอนการทดลอง
1. ตอ่ วงจรดงั ภาพ
2. ตอ่ แบตเตอร่ีเข้ากบั ขวั้ ตอ่ แล้วสงั เกตการกระพริบของ LED
ภาพแสดงการต่อวงจร ดูใน เว็บไซต์
วเิ คราะห์และสรุปผลการทดลอง
.......................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
39
อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้นื ฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
2.11 ไอซีเมโลดี้
ปัจจบุ นั เทคโนโลยีด้านอิเลก็ ทรอนิกส์ได้เจริญก้าวหน้าไปอยา่ งมาก ผ้ผู ลติ อปุ กรณ์
อิเลก็ ทรอนิกสไ์ ด้ผลติ ชิพไอซจี านวนมากเพอ่ื ตอบสนองความต้องการของลกู ค้า การออกแบบวงจร
หรือตอ่ วงจรเพื่อใช้งาน จาเป็ นต้องทราบคณุ ลกั ษณะของอปุ กรณ์และไอซที จ่ี ะใช้งานกอ่ น โดยศกึ ษา
จากคมู่ ือ (data sheet) ของบริษัทผ้ผู ลติ หรือค้นหาจากอินเทอร์เนต็
ไอซีเมโลดตี ้ ระกลู UM66T-L จะมีคณุ สมบตั ติ ามคมู่ ือ ดงั นี ้
คณุ ลกั ษณะ
หนว่ ยความจารอม 64 โน้ต
ใช้แหลง่ จา่ ยไฟ 1.3-3 โวลต์
สามารถตอ่ ทรานซิสเตอร์และลาโพงเพ่ือใช้งานได้
มีตวั กาเนิดความถ่ี RC ภายใน
รายละเอียดทว่ั ไป
ไอซีตระกลู UM66T ถกู ออกแบบเป็ น CMOS เพือ่ กาเนิดเมโลดเี ้สยี งเพลงสาหรับใช้ใน
โทรศพั ท์และของเลน่ ตลอดจนวงจรอิเลก็ ทรอนิกสอ์ ื่นๆ มีรูปร่าง โครงสร้าง สญั ลกั ษณ์ดงั ภาพ
ภาพรูปร่างไอซUี M66T โครงสร้าง สญั ลกั ษณ์
ไอซี UM66T จะต้องใช้แรงดนั เข้าประมาณ 1.5 – 3.3 โวลต์ ถ้าป้ อนแรงดนั มากกวา่ นีจ้ ะทาให้
ไอซีพงั เสยี หายได้ และขาแตล่ ะขาของไอซีนนั้ จะต้องตอ่ เพื่อใช้งาน ดงั นี ้
ขา 1 ตอ่ กบั ขวั้ ลบของแหลง่ จา่ ยไฟหรือกราวด์
ขา 2 ตอ่ กบั ขวั้ บวกของแหลง่ จ่ายไฟหรืออินพตุ ของวงจร
ขา 3 ตอ่ กบั เอาท์พตุ ของวงจร
ถ้าการตอ่ เพื่อใช้งานไม่ตรงตามทรี่ ะบุไว้ ไอซจี ะไม่ทางานหรือพงั ได้ ดงั นัน้ การเลอื กไอซีเบอร์
ตา่ งๆ เพ่อื ใช้งานนนั้ จาเป็ นต้องทราบคณุ ลกั ษณะและข้อมลู เบือ้ งต้นของไอซีเสยี กอ่ นจงึ จะตอ่ เพื่อใช้
งานได้ การทางานของไอซี UM66T ดงั การทดลองท่ี 14
40
อิเลก็ ทรอนิกส์ข้นั พ้ืนฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
การทดลองท่ี 14
ไอซเี สียงเมโลดที้ างานอย่างไร
วัตถปุ ระสงค์
1. เพือ่ ให้ผ้เู รียนเรียนรู้หลกั การเลอื กใช้งานไอซเี สยี งเพลง
รายการอปุ กรณ์
1. ตวั ต้านทาน 120K (นา้ ตาล แดง เหลอื ง ทอง)
2. ตวั ต้านทาน 100K (นา้ ตาล ดา เหลอื ง ทอง)
3. ตวั ต้านทาน 500 (เขียว ดา นา้ ตาล ทอง)
4. ตวั ต้านทาน 1K (นา้ ตาล ดา แดง ทอง)
5. ตวั ต้านทาน 2.2K (แดง แดง แดง ทอง)
6. ตวั ต้านทาน 10 (นา้ ตาล ดา ดา ทอง)
7. ทรานซสิ เตอร์ชนดิ NPN เบอร์ 3904 2 ตวั 8. ซเี นอร์ไดโอด
9. ไอซี UM66T 10. ลาโพง 11. แบตเตอรี่ 9 โวลต์ 12. สายไฟ
ขัน้ ตอนการทดลอง
1. ตอ่ วงจรดงั ภาพ
2. ตอ่ แบตเตอร่ีเข้ากบั ขวั้ ตอ่ จากนนั้ คอ่ ยๆ ปรับ VR1 แล้วสงั เกตการเปลยี่ นแปลงท่ีเกิดขนึ ้
ภาพแสดงการต่อวงจร ดใู น เว็บไซต์
วิเคราะห์และสรุปผลการทดลอง
.......................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
41
อิเล็กทรอนิกส์ข้นั พ้ืนฐาน อาจารยด์ ร.นาถวดี นนั ทาภินยั
ขอขอบคณุ ข้อมลู จาก
http://www.geocities.com/supagorn_j/new_page_4.htm
http://electronics.se-ed.com/contents/011h070/011h070_p03.asp wikipedia
http://www.chontech.ac.th/~electric/e-learn/unit12/unit12.htm
42
ไฟฟ้ าเบอ้ื งต้น
ดร.ณฐั ดนยั สงิ ห์คลวี รรณ
ไฟฟ้ า คอื อะไร
พลงั งานรูปแบบหนงึ่ ทางานโดยอาศยั หลกั
กการเคลอ่ื นทข่ี องประจุไฟฟ้ าหรอื อเิลก็ ตรอน
ไฟฟ้ า (ELECTRIC)
ไฟฟ้ าแบ่งออกเป็น
ไฟฟ้ าสถติ
ไฟฟ้ ากระแส
ไฟฟ้ าสถิต
เป็นปรากฏการณ์ทป่ี ริมาณประจุไฟฟ้ าข
เคลอ่ื นทจ่ี งึ เรียกว่า สถติ จนกระทงั้ มกี
อเิลก็ ตรอน จงึ กลายเป็นไฟฟ้ ากระแส ปกต
ไมเ่ กดิ ประกายไฟ
ขว้ั บวกและขวั้ ลบบนผวิ วสั ดุมไี ม่เท่ากนั และไม่
การถ่ายเทประจุไฟฟ้ า หรือเกดิ การไหลของ
ตจิ ะแสดงในรูปการดงึ ดูดหรอื การผลกั กนั แต่
ไฟฟ้ าทเ่ีกดิ จากกลุม่ ของประจุไฟฟ้ าทอี่ ยูน่ ง่ิ
อานาจทางไฟฟ้ าออกมาได้
เช่น สามารถดูดวตั ถุเลก็ ๆ ได้
ไฟฟ้ าสถติ เกดิ ได้จาก การขดั ถูกนั ของวตั ถ
ง โดยกลุม่ ของประจุไฟฟ้ าเหลา่ นส้ี ามารถแสดง
ถุ
ทาลสิ (Thales) นกั ปราชญ์ชาวกรกี
ไฟฟ้ าสถติ จากการถูแท่งอาพนั กบั ผ้าขน
อาพนั นนั้ ไปใกล้กบั วตั ถุช้นิ เลก็ ๆ เช่น เศษ
เคลอื่ นทเี่ขา้ หาแท่งอาพนั ได้
ตวั การทท่ี าใหเ้ กดิ อานาจแรงดงึ ดูดทางไฟฟ้ า
ค้นพบปรากฏการณ์
สตั ว์ และเมอื่ นาแท่ง
ษไม้ จะทาให้เศษไม้นนั้
า คอื ประจไุ ฟฟ้ า
สาเหตทุ ี่ทาให้วัตถเุ กิดประจ
จากการขัดสีกันของวัตถทุ ี่เหมาะสม
คู่นน้ั ๆ จะเป็นประจุไฟฟ้ าต่างชนดิ กนั เสมอ
จไุ ฟฟ้ าอิสระ
2 ชนิด โดยประจุไฟฟ้ าทเี่กดิ ขน้ึ บนผวิ วตั ถุ
อ
สาเหตทุ ่ีทาให้วัตถเุ กิดประจ
การเหนี่ยวนา ทาได้โดยการนาวตั ถุซง่ึ ม
ใหเ้ กดิ การเหนย่ี วนาประจุไฟฟ้ าในวตั ถุทเี่ป็น
ทางคูลอมบ์ จงึ เป็นผลทาใหว้ ตั ถุทเี่ป็นกลาง
จไุ ฟฟ้ าอิสระ
มปี ระจุไฟฟ้ าอสิ ระมาเขา้ ใกลว้ ตั ถุทเี่ป็นกลาง จะทา
นกลางจนเกดิ การจดั เรยี งตวั ใหม่ เนอ่ื งจากแรง
งมปี ระจุไฟฟ้ าเกดิ ขน้ึ
สาเหตทุ ่ีทาให้วัตถเุ กิดประจ
การสัมผสั หรือ การถ่ายเทประจุ คอื
มปี ระจุไฟฟ้ าบนพน้ื ผวิ ไมเ่ ท่ากนั ซง่ึ จะเกดิ ข
จไุ ฟฟ้ าอิสระ
อ การถ่ายเทประจุไฟฟ้ าระหว่างวตั ถุ 2 ชนดิ ที่
ขน้ึ อย่างรวดเรว็
การใชป้ ระโยชน์จากไฟฟ้ าสถติ ย์
เครอื่ งถ่ายเอกสาร
เครอื่ งพมิ พเ์ ลเซอร์
เครอื่ งกรองอากาศแบบไฟฟ้ า
ท่ีมา : http://www.atom.rmutphysics.com
m/charud/specialnews/5/Zerox/Zerox1.htm
ท่ีมา : https://en.wikipedia.org/wiki/Laser_printing
ท่ีมา : http://www.plentyair.
.com/electrostatic-ionic-uv/
ไฟฟ้ ากระแส
ไฟฟ้ าทเี่กดิ จากกลุม่ ของประจุไฟฟ้ าทสี่ ามา
อยา่ งต่อเนอ่ื ง
แบ่งออกเป็น
ไฟฟ้ ากระแสตรง (Direct Curre
ไฟฟ้ ากระแสสลบั (Alternative C
ารถเคลอ่ื นทไ่ีปตามตวั นาไฟฟ้ าได้และเกดิ ขน้ึ
ent : DC)
Current : AC)
เบนจามนิ แฟรงคลนิ (พ.ศ.2295) ท
ทดลองโดยการปล่อยว่าวซง่ึ ผูกลูกกุญแจโ
ทหี่ างว่าวขน้ึ บนทอ้ งฟ้ าในวนั ทม่ี ลี มพายุรุนแร
พบว่าเกดิ ประกายไฟกระโดดจากลูกกุญแจโล
สู่มอื ของเขา จงึ ถอื ว่านเ่ี ป็นการค้นพบไฟ
ธรรมชาติ
ทาการ
โลหะไว้
รง
ลหะเขา้
ฟฟ้ าใน
ไฟฟ้ ากระแสตรง (Direct Cu
กระแสไฟฟ้ าทไี่หลในทศิ ทางเดยี ว
มขี ว้ั แนน่ อน เวลาใชง้ านต้องต่อใหถ้ ูกต้อ
urrent : DC)
อง (+และ-)
ผูค้ ดิ ค้นแบตเตอร่ี
อเลสซานโดร โวลตา นกั ฟิสกิ ส์ชาวลอ
1788 ประดษิ ฐ์เครอ่ื งกาเนดิ ไฟฟ้ าชอ่ื ว่า
ทร่ี ู้จกั กนั ดใีนชอ่ื ของ แบตเตอรไ่ี ฟฟ้ า (B
ไฟฟ้ าชนดิ แรกของโลกทเ่ีกดิ จากปฏกิ ริ ยิ าท
อมบาร์ดี
า โวลตาอคิ ไพล์ (Voltaic Pile) หรอื
Battery) ซง่ึ ถอื ได้ว่าเป็นเครอ่ื งกาเนดิ
ทางเคมี
ผูป้ ระดษิ ฐ์เครอื่ งกาเนดิ ไฟฟ้ ากระแสตรง
Thomas Alva Edison
ในปี ค.ศ. 1882 สร้างโรงไฟฟ้ าและระบบ
สมบูรณ์บนถนน Pearl Street