นไฟฟ้ า
ค่า: V = 10 V, I = 1 A, R = ?
ใช้สมการ: R = V / I
แทนค่าในสมการ
ะไดค้ วามตา้ นทาน R = 10V/ 10 mA
= 10V/ 0.01 A
= 1,000
68
วงจรอนกุ รมและวงจรขนาน
วงจรอนกุ รม อุปกรณ์ 2 ตวั หรอื ม
เหลา่ นนั้ ต่อกนั เรยี งตามลาดบั ไปเรอื่ ยๆ ด
เท่ากนั แต่แรงดนั ตกคร่อมไมเ่ ท่ากนั
i
มากกว่า 2 ตวั จะอนุกรมกนั เมอื่ อุปกรณ์
ดงั นนั้ อุปกรณ์ทุกตวั จะมกี ระแสไหลผา่ น
69
ตวั ต้านทานต่ออนุกรมและการแบง่ แรงด
ตวั ต้านทานต่ออนุกรม
i v1 v2 RN
v R1 R2
วงจรตวั ต้านทานตอ่ อนกุ รม
ตวั ต้านทานตอ่ อนกุ รมกนั จะได้ความต้านท
Req R1 R 2 ...
ดนั
vN i
v RS
ทานสมมลู คือ
วงจรสมมลู
N
70
RN Rn
n 1
ตวั อย่าง
จงคานวณค่าความต้านทานรวม
Req = 2 + 6 + 1
= 9 Ohm An
ns.
71
ตวั อยา่ ง
จงคานวณค่าความต้านทานรวม
Req = 125 + 350 + 15
= 490 Ohm Ans.
125
350
15
72
การแบ่งแรงดนั
แรงดนั ทตี่ กคร่อมตวั ต้านทานตวั ท่ี m จะ
i v1 v2 RN
v R1 R2
vm R1 Rm
R2 ... RN
V = V1 + V2 + … + Vn
ะมคี ่าเป็น
vN
v
73
ตวั อย่าง
จงคานวณหาแรงดนั ตกคร่อม R 6 Oh
จาก vm Rm
R2 ...
R1
VR6 = 18 V x (6 / (2+6+1))
= 12 V Ans.
hm +
18 V
RN v
-
)
74
จงหากระแสไฟฟ้ าทไี่หลในวงจร =2
I =E/R
R = R2 + R6 + R1
I = 18 V / 9
I = 2A
2+6+1 =9
ตวั อยา่ ง
จงคานวณหาแรงดนั ตกคร่อม R 152
Rm ... RN
จาก vm R1 R2
VR6 = 118 V x (152 /
(152+350+15))
= 29.4 V Ans
2 152
v
N+
118 V 350
s. -
15
77
จงหากระแสไฟฟ้ าทไ่ีหลในวงจร
I =E/R
R = R152 + R350 + R15
I = 118 V / 517
I = 0.23 A
= 152+350+15 =517
วงจรขนาน อุปกรณ์ 2 ตวั หร
ทง้ั สองของอุปกรณ์เหล่านน้ั ต่ออย
ทุกตวั จะมแี รงดนั ตกคร่อมเท่ากนั แ
v
รอื มากกว่า 2 ตวั จะขนานกนั เมอ่ื ขวั้
ยู่ทโี่นด 2 โนดเดยี วกนั ดงั นนั้ อุปกรณ์
แต่กระแสไหลผา่ นแตกต่างกนั
80
สรุปในวงจรอนุกรม
กระแสไฟฟ้ าไหลเท่ากนั ทง้ั วงจร
แรงดนั ตกคร่อมตวั ต้านทานแต่ละตวั จะแต
มคี ่าความต้านทานมากจะมแี รงดนั ตกคร่อ
ผมรวมของแรงดนั ตกคร่อมตวั ต้านทานท
ตกต่างกนั ไปตามค่าความต้านทานทม่ี ี โดย ตวั ท่ี
อมมาก
ทุกตวั จะเท่ากบั แรงดนั ทจี่ า่ ยใหก้ บั วงจร
81
วงจรไฟฟ้ าแบบขนาน
เป็นวงจรไฟฟ้ าทน่ี าโหลดมาต่อพว่ ง
V
I1
It I2
I3
In
งกนั
กระแสไฟฟ้ าทไี่หลในวงจรจะมคี ่าแตกต่างกน
รวมกนั แลว้ จะต้องมคี ่าเท่ากบั แหลง่ จา่ ยกระ
It = I1 + I2 + I3 + … + In
แรงดนั ไฟฟ้ าทต่ี กคร่อมโหลดแต่ละตวั ในวง
ค่าความต้านทานของวงจรเท่ากบั
1/Rt = 1/R1 + 1/R2 + 1/R3 +
นั ไปตามค่าความต้านทานของโหลด แต่เมอื่
ะแสไฟฟ้ านนั้
งจรจะเท่ากนั ทง้ั วงจร
+ … + 1/Rn
ตวั อย่าง
จงคานวณค่าความต้านทานรวม
1/Req = 1/3 + 1/5 + 1/17
= 151/255 = 0.592
Req = 1.69 Ohm Ans.
2
3 Ω 5 Ω 17 Ω
ตวั อย่าง
จงคานวณค่าความต้านทานรวม
1/Req = 1/150 + 1/450 + 1/1
= 34/450 = 0.076
Req = 13.16 Ohm Ans.
15
150 Ω 450 Ω 15 Ω
การแบง่ กระแส
กระแสทไ่ีหลผา่ นตวั ต้านทานตวั ที่ n จะมคี
i V V ... V
R1 R2 Rn
n
Rn
in 1 i
Rn
ค่าเป็น
i RN i N
v R1 i1 R2 i2
ตวั อย่าง
จงหากระแสทไ่ีหลผา่ น R 17 Ω
จาก n
Rn
im 1 in
Rm
I R17 = (1.69 / 17) x 3
= 0.29 A Ans.
3A
3 Ω 5 Ω 17 Ω
หาค่าแรงดนั ไฟฟ้ าตกคร่อมวงจร
V = I*R
V = 3 A * 1.69
V = 5.07 V
ตวั อย่าง
จงหากระแสทไ่ีหลผา่ น R 150 Ω
n
Rn
จาก
im 1 in
Rm
I R17 = (13.16 / 150) x 3
= 0.62 A Ans.
7A
150 Ω 450 Ω 15 Ω
หาค่าแรงดนั ไฟฟ้ าตกคร่อมวงจร
V = I*R
V = 7 A * 13.16
V = 92.60 V
สรุปในวงจรขนาน
แรงดนั ไฟฟ้ าตกคร่อมตวั ต้านทานเท่ากนั ท
กระแสไฟฟ้ าทไ่ีหลผา่ นตวั ต้านทานแต่ละตวั
ตวั ทมี่ คี ่าความต้านทานมากจะมกี ระแสไฟฟ้
ผมรวมของกระแสไฟฟ้ าทไี่หลผา่ นตวั ต้านท
วงจร